แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ลก.7:1-10) { ไม่เคยพบความเชื่อมากเท่านี้ }

“เมื่อพระเยซูทรงได้ยินคำเหล่านั้นแล้วก็ประหลาดพระทัย
จึงทรงเหลียวหลังตรัสกับฝูงชนที่ตามพระองค์มาว่า
“เราบอกพวกท่านว่าเราไม่เคยพบความเชื่อมากเท่านี้แม้แต่ในอิสราเอล” ”
ลก. 7:9 2
แนวคิด :
– สมัยนั้นโรมปกครองปาเลสไตน์ ทหารโรมจึงเป็นชนชั้นที่มีสิทธิพิเศษ และได้รับสิทธิเศษหลายอย่าง แม้กระทั่งสามารถเกณฑ์คนท้องถิ่นช่วยถือของให้ เดินไปด้วยได้ถึงคนละ 1 กม.
(มธ. 5:41 ถ้าใครจะเกณฑ์ท่านให้เดินทางไปหนึ่งกิโลเมตร ก็ให้เลยไปกับเขาถึงสองกิโลเมตร)
นายร้อยโรม จึงเป็นที่เคารพมากในปาเลสไตน์ เพราะมีทหารใต้การควบคุมของตนถึง 100 คน
– นายร้อยคนหนึ่ง(1)มีทาสที่เขารักมาก[ไม่ใช่แค่รักแต่ “รักมาก”] ป่วยหนัก [ไม่ใช่แค่ป่วย แต่ป่วยเกือบจะตายแล้ว] (มธ. 8:6 …เป็นง่อยอยู่ที่บ้านทนทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง)
เมื่อคนที่เขา “รักมาก” กำลังจะตาย เขาคงทุกข์ใจ ร้อนใจ และปรารถนาอย่างที่สุดให้คนที่เขา “รักมาก” รอดตาย
– เขา “ได้ยิน” เรื่องของพระเยซู ว่า พระเยซูประกาศตัวว่าเป็นบุตรของพระเจ้า , เป็นพระผู้ช่วยให้รอด , ทำการอัศจรรย์มากมาย รักษาคนป่วยให้หาย [ซึ่งข้อมูลนี้คงได้มาไม่ยากนัก แค่ถามทหารคนสนิทสักคน ทหารคนนั้นคงไปสืบมาและรายงานต่อเขาอย่างละเอียด]
### เมื่อเขาได้ยิน แล้ว “เขาเชื่อ” ทั้งที่ยังไม่เคยเห็นพระเยซูกับตาสักครั้งด้วยซ้ำไป ###
– เขาเริ่มแสดงออกตามที่เขาเชื่อ โดยการไปหาผู้ใหญ่ของยิวหลายคน เพื่อขอให้พวกเขาไปอ้อนวอนพระเยซู แทนเขา [การที่เขาจะเรียกพระเยซูมาพบ หรือ ใช้ทหารสักหลายคนไปเชิญพระเยซู มา ก็ง่ายกว่าเยอะ แต่เขาไม่ทำ]
น่าจะเป็นเพราะว่า เขาเชื่อว่าพระเยซูช่วยได้ แต่ไม่แน่ใจว่าพระเยซูจะมาช่วยไหม จึงส่งคนที่เป็นผู้ใหญ่ของธรรมศาลาไปแทน ซึ่งน่าจะมีโอกาสสำเร็จมากกว่า
– พวกผู้ใหญ่คิดว่า “พระเยซูสมควรไปหาและช่วยนายร้อย” (4) เพราะนายร้อยทำดีมากมายแก่คนยิว จึงอ้อนวอนพระเยซูอย่างกระตือรือร้น (5)แต่นายร้อยกลับคิดว่า “เขาไม่สมควรจะได้รับ” เพราะสิ่งที่เขาได้ทำ ไม่ได้ทำให้เขาเป็นคนที่สมควร(6)
– เมื่อพระเยซูเสด็จมาเกือบจะถึงบ้านแล้ว ตอนนี้เขามั่นใจแน่แล้วว่า พระเยซูจะช่วยเขาแน่ๆ เขาให้เพื่อนหลายคน มาทูลพระเยซู ว่าไม่ต้องเขามาในบ้านก็ได้ เพราะการเข้าไปในบ้านของคนต่างชาติจะเป็นมลทินสำหรับยิว ขอแค่พระองค์ตรัสก็พอ
เขามั่นใจว่า “แค่พระเยซูสั่ง ทาสของเขาก็จะหาย”(7)
– พระเยซู กล่าวชื่นชม “ความเชื่อของเขา” ด้วยคำชมที่ไม่ได้ชมใครแบบนี้เลย นับเป็นเกียรติสูงสุดของเขาจริงๆ พระเยซูตรัสว่า “เราไม่เคยพบความเชื่อมากเท่านี้” (9)
– แล้วทาสก็หาย ดั่งที่เขาเชื่อนั้น

การประยุกต์ใช้ :
– นายร้อย แค่ได้ยิน ก็เชื่อ
>>> เขาไม่ได้เห็นกับตา
>>> เขาไม่ได้พบพระเยซูหน้าต่อหน้า
>>> พระเยซูไม่ได้เอามือวางบนทาสของเขา
### เขาต้องการแค่แน่ใจว่าพระเยซูจะช่วยเขาแน่ๆ และแค่พระเยซูตรัส นั่นก็เพียงพอแล้ว สำหรับการที่เขาจะได้รับการช่วยกู้ ###
??? วันนี้ เราต้องการ อะไรบ้าง เป็นองค์ประกอบบ้าง เพื่อจะให้เรามั่นใจว่า “เราจะได้รับการช่วยกู้” ?
>>> พระเยซูตรัสแล้ว ในพระคำของพระองค์ ในพระสัญญาของพระองค์
??? นั่นเพียงพอหรือยัง ที่จะทำให้เราเลิกกลัว ทำให้เรามั่นใจว่า เราจะผ่านปัญหานี้ไปได้อย่างมีชัยชนะแน่นอน ?
??? เราต้องรอให้พระเยซู มาปรากฏต่อหน้าก่อนหรือ ถึงจะมั่นใจ ?
(ยน. 20:29 พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เพราะท่านเห็นเราท่านจึงเชื่อหรือ? คนที่ไม่เห็นเราแต่เชื่อก็เป็นสุข”)
??? เราต้องรอให้มีขนลุกๆ ฤทธิ์ซาบซ่านๆตามแขนตามตัว ก่อนหรือ ถึงจะมั่นใจ ?
### เราควรตัดสินใจในวันนี้ว่า ###
>>> ฉันจะเชื่อวางใจในพระองค์
>>> ฉันจะไม่กลัวอีกต่อไป
>>> ฉันจะเชื่อว่าพระเจ้าจะทรงช่วยฉันให้ผ่านพ้นไปอย่างมีชัยชนะ
### พระเยซู ไม่ต้องสำแดงปรากฏการณ์ใดๆเพิ่มอีกก็ได้ พระองค์ตรัสแล้วในพระคำของพระองค์ ฉันจะเชื่อในพระคำของพระองค์ ###
อาเมน.
แถม : ตัวอย่าง คำสัญญาของพระเจ้า
ยน. 11:40 “เราบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือว่า ถ้าเจ้าเชื่อเจ้าก็จะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า”
อสย. 41:10 “อย่ากลัวเลย เพราะเราอยู่กับเจ้า อย่าขยาด เพราะเราเป็นพระเจ้าของเจ้า เราจะหนุนกำลังเจ้า เออ เราจะช่วยเจ้า เออ เราจะชูเจ้าด้วยมือขวาอันมีชัยของเรา”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s