สรุป เอเสเคียล 24

ภาพรวม

  • เอเสเคียล บทที่ 24 พระเจ้าให้เอเสเคียลบอกถึงการลงโทษอิสราเอล โดยใช้คำอุปมาเรื่องหม้อต้มเนื้อ และโดยใช้เรื่องการตายของภรรยาเอเสเคียล

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 24

ใน​วัน​ที่ 10 เดือน​ที่ 10 ปี​ที่ 9 ที่​กษัตริย์​เย​โฮ​ยา​คีน​ตก​เป็น​เชลย (อ้างอิงจาก อสค. 1:2 )
ขณะเดียวกัน เป็น ปีที่ 9 แห่ง​รัชกาล​ของ​เศ​เด​คี​ยาห์ ผู้ที่เนบูคัสเนสซาร์ ตั้งให้เป็นกษัตริย์ในยูดาห์ แทนกษัตริย์เยโฮยาคีน (2พกษ. 25:1)

พระเจ้าสั่งให้เอเสเคียล เขียน​ชื่อ​ของ​วันนี้ เอาไว้
ซึ่ง​เป็น​วันที่​กษัตริย์​แห่ง​บา​บิ​โลน​เข้า​ล้อม​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม
และให้เอเสเคียลกล่าว​อุป​มา​ แก่​คนอิสราเอล ​ว่า

มี​หม้อใบหนึ่ง​ มี​น้ำในหม้อ​ และมี​ชิ้น​​เนื้อ​แกะอย่างดี และ​กระ​ดูก​อย่าง​ดี​ ​ใส่​อยู่เต็ม
น้ำถูกต้ม​ให้​เดือด ด้วยฟืนที่อยู่ใต้หม้อ
​กระ​ดูก​ในหม้อ​นั้น​ก็ถูกเคี่ยว

หม้อนั้น คือ ​กรุง​เยรูซาเล็ม ที่​ชุ่ม​ด้วย​โล​หิต
เป็นหม้อ​ที่​ขึ้น​สนิม​ข้าง​ใน
​เนื้อในหม้อถูกนำ​ออกมา​ที​ละ​ชิ้น แบบไม่​ต้อง​เลือก

เพราะชาวเยรูซาเล็มได้ฆ่าคน
แล้วพวกเขา​เท​โล​หิต​ไว้​บน​หิน​เรียบ ​
ไม่​ได้​เท​ลง​บน​พื้น​ดิน เพื่อ​ให้​ฝุ่น​กลบ​ไว้
(คือ ไม่สำนึกผิด หรือ ละอายเลย แต่แสดงอย่างเปิดเผย)

จึงยิ่ง​เร้า​ความ​โกรธ​และ​การ​แก้​แค้น ของพระเจ้าให้ลงมา
พระเจ้า​จะ​ทำ​ให้​กอง​ฟืน​นั้น​ใหญ่​ขึ้น ทำให้​ไฟ​แรงขึ้น
จนเนื้อ​สุก และ​ใส่​เครื่อง​ปรุง ให้น่ารับประทาน

​หม้อที่เป็นสนิมนี้ แม้จะวางไว้​บน​ถ่าน เพื่อ​ให้​มัน​ร้อน​จน​ทอง​แดง​ไหม้
สนิม​ที่​หนา​ของ​มัน​ก็​ไม่​หลุด​ออก

เพราะ​ว่าพระเจ้าชำระ​พวกเขา
แต่​พวกเขา​ก็​กลับไปทำสิ่ง​มลทินอีก
ดังนั้นพวกเขา​จะ​ไม่​ถูก​ชำระ​อีก​ต่อ​ไป
จน​กว่าพระเจ้าจะ​ระ​บาย​ความ​โกรธ​​ออก​เหนือพวกเขาจน​หมด

เวลา​ได้​มา​ถึง​แล้ว และจะ​ไม่​มี​การ​ยับ​ยั้ง จะ​ไม่​ปรานี
พระเจ้า​จะ​พิพาก​ษา​พวกเขา​ตาม​​การ​กระ​ทำ​ของพวกเขา

แล้วพระเจ้าตรัสกับเอเสเคียล ว่า
พระเจ้า​จะ​เอา​ภรรยาที่เขา​รัก​ ไป​จาก​เขา​อย่าง​ฉับ​พลัน
แต่​อย่า​คร่ำ​ครวญ​หรือ​ร้อง​ไห้
​ถอน​หาย​ใจ​ได้ แต่​ห้าม​มี​เสียง
อย่า​ไว้​ทุกข์​ให้​ผู้​ตาย
และไม่แสดงสัญลักษณ์ของการไว้ทุกข์
เช่น ปล่อยผม เดินเท้าเปล่า ​ปิด​หนวด ​กิน​อา​หาร​ของ​คนไว้ทุกข์

และ​เอเสเคียล​จึง​พูด​กับ​ประ​ชา​ชน​ตอน​เช้า
แล้ว​ภรร​ยา​ของ​เขาก็​สิ้น​ชีวิต​ตอน​เย็น
พอ​เช้า​ขึ้น​เขา​ก็​ทำ​อย่าง​ที่​พระเจ้าสั่งไว้

ประ​ชา​ชนจึงมาถาม​ ​ว่า
สิ่ง​ที่​​ทำ​นี้​มี​ความ​หมาย​อะไร​ต่อ​พวกเขา

แล้วเอเสเคียล จึงตอบ ว่า
พระเจ้าจะ​ทำ​ให้สถาน​นมัส​การ​ของพระองค์
ซึ่งพวกเขา ​ภูมิ​ใจ​ และ​​รัก​นั้น​ ให้​เสื่อม​เกียรติ​ไป
ลูกหลานของพวกเขาที่เยรูซาเล็มจะ​ล้ม​ลง​ด้วย​ดาบ
และ​พวก​เขา​จะ​ทำ​อย่าง​ที่เอเสเคียล​ได้​ทำ คือ ไม่​ไว้​ทุกข์​หรือ​ร้อง​ไห้
แต่​​จะ​ทรุด​ลง​เพราะ​ความ​ผิด​ของตน

พระเจ้าตรัสกับเอเสเคียล ว่า
ใน​วัน​ที่เยรูซาเล็มถูกทำลาย ผู้​ลี้​ภัย​จะ​มาบอก​เรื่อง​ราว​ให้​เขา​ได้​ยิน
แล้วเอเสเคียล​จะ​ไม่​เป็น​ใบ้​อีก​ต่อ​ไป

1. จากคำอุปมานี้ เยรูซาเล็มเป็นเหมือนหม้อ และคนอิสราเอลเป็นเหมือนเนื้อแกะในหม้อ
หม้อและเนื้อจะถูกต้มให้ร้อน แล้วเนื้อจะถูกนำออกไป จนหมด
พระเจ้าจะทำลายคนอิสราเอล ให้หมดไปจากเยรูซาเล็ม

ไม่ว่าหม้อนั้นจะร้อนสักเพียงใด สนิมก็ไม่หลุดออกเสียที
ไม่ว่าพระเจ้าจะลงโทษพวกเขาอย่างไร
เมืองของพวกเขาก็ยังเต็มไปด้วยความชั่วร้ายอยู่ดี

เมื่อพระเจ้าอนุญาตให้เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นกับเรา
พระองค์กำลังจะเรียกร้องให้เรา กลับใจจากสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หันมาทำสิ่งที่ถูกต้อง

2. ชาวเยรูซาเล็มฆ่าคนบริสุทธิ์ (เช่นฆ่าลูกบูชารูปเคารพ) แต่ก็ไม่รู้สึกผิดหรืออับอาย
เหมือนการฆ่าคน เลือดนองพื้น ไม่ได้รีบกลบเลือดนั้น
แต่เอาเลือดนั้นมาสาดให้ทั่วผนังและกำแพงบ้าน
นั่นเป็นการเร่งเร้าให้พระพิโรธของพระเจ้าลงมายังพวกเขา

การทำบาป เป็นสิ่งพระเจ้าไม่พอพระทัย
แต่คนที่ทำบาปแล้ว ไม่รู้สึกอะไร ถือเป็นเรื่องธรรมดา
หรืออยากอวดให้คนอื่นเห็นการทำบาปของเขาด้วยซ้ำไป
นั่นจะทำให้พระเจ้าไม่พอพระทัยอย่างยิ่ง

วันนี้ หากเราผิดพลาดพลั้งบาป จงรีบกลับใจ

3. เพียงแค่จะเป็นตัวอย่างสำหรับการเผยพระวจนะบอกคนอิสราเอล
ทำไมพระเจ้าต้องให้ภรรยาของเอเสเคียลตายด้วย?
นี่อาจเป็นคำถามคาใจ สำหรับบางคนที่อ่านบทนี้

เรื่องนี้ เราต้องเข้าใจว่า
พระเจ้ากำหนดวันเวลา จำนวนปีของแต่ละคน ที่จะอยู่บนโลกนี้ไว้ก่อนแล้ว (สดด. 139:16)
นั่นคือ ไม่ว่ายังไง ภรรยาเอเสเคียลก็ต้องเสียชีวิต ในช่วงเวลานี้อยู่แล้ว
แต่พระเจ้าทรงสามารถใช้การจากไปของเธอ
เพื่อจะสื่อสารพระวจนะของพระเจ้าแก่คนอิสราเอล ไปในขณะเดียวกันด้วย

ทุกอย่างที่เกิดขึ้น อยู่ในแผนการดีเลิศของพระเจ้า
และพระเจ้าทรงสามารถให้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเรานั้น
ทำให้ตัวเราถวายพระเกียรติแด่พระองค์ได้

4. ตลอด 4 ปี ที่ผ่านมา ตั้งแต่พระเจ้า เรียกเอเสเคียล ให้เผยพระวจนะ
พระองค์ทรงทำให้เขาเป็นใบ้
จะพูดได้ก็ต่อเมื่อ พระเจ้าเปิดปากเขาให้กล่าวคำเผยพระวจนะ (อสค. 3:26-27)

ใครที่คิดว่า เขาต้องทุกข์ยากลำบากเหลือเกิน ในการรับใช้พระเจ้า
จงหันไปดูเอเสเคียลเถิด
แม้ยากลำบากถึงเพียงนี้ เขายังคงสัตย์ซื่อในการรับใช้พระเจ้าต่อไป

คำคม

“ การพิพากษาของพระเจ้านั้น น่าสะพรึงกลัว และไม่อาจหลีกหนีได้
ทางรอดเดียวของคนบาป คือ ทางพระเยซู ”

สรุป เอเสเคียล 23

ภาพรวม

  • เอเสเคียล บทที่ 23 พระเจ้าเปรียบสะมาเรีย และ เยรูซาเล็ม เหมือนกับหญิงที่เต็มด้วยการล่วงประเวณี จนการลงโทษตกลงมาบนพวกเขา

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 23

พระเจ้าตรัสกับเอเสเคียลว่า

มี​ผู้หญิง​สอง​คน​เป็นพี่น้อง​กัน
เธอ​ทั้ง​สอง​ทำ​ตัว​เป็น​โส​เภณี​ใน​อียิปต์ ​ตั้ง​แต่​สาวๆ
คน​พี่​ชื่อ​โอ​โฮ​ลาห์ ​และ​น้อง​สาว​ชื่อ​โอ​โฮ​ลี​บาห์ ทั้ง​สอง​เป็น​ของพระเจ้า

​โฮ​ลาห์​ ก็คือ ​สะ​มา​เรีย
โอ​โฮ​ลี​บาห์ ก็​คือ ​เย​รู​ซา​เล็ม

โอ​โฮ​ลาห์​​เล่น​ชู้​ตั้ง​แต่​​อยู่​ใน​อี​ยิปต์
ต่อมาเมื่อเข้ามาในคานาอันแล้วก็เล่นชู้กับ​อัส​ซี​เรีย ​
ทำ​ตัว​ให้​เป็น​มล​ทิน ด้วย​รูป​เคา​รพ​ของ​พวกเขา
ดังนั้นพระเจ้าจึง​มอบ​เธอ​ให้​ตก​อยู่​ใน​มือ​​ของ​อัส​ซี​เรีย
พวกเขา​จับ​บุตร​ของ​เธอไปเป็นเชลย
และ​ฆ่า​เธอ​เสีย (อัสซีเรียทำลายกรุงสะมาเรีย)

โอ​โฮ​ลี​บาห์​ เลว​ทราม​เสีย​ยิ่ง​กว่า​พี่​สาว​
นอกจาก​เล่นชู้กับอัส​ซี​เรียแล้ว ก็​ยัง​เล่น​ชู้​กับคน​เคล​เดีย (บาบิโลน)​ อีกด้วย
เมื่อ​เธอ​เผย​การ​เล่น​ชู้​ อย่างเปิดเผย
พระเจ้า​ก็​แยก​จาก​เธอไป ​เหมือน​อย่าง​ที่​แยก​จาก​พี่สาว​ของ​เธอ

เธอยังทำชั่วมากยิ่งขึ้น ด้วยการ​หวน​ระลึก​ถึง​การเป็นโส​เภณี​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​อี​ยิปต์
ไปนำพระของอียิปต์เข้ามาในแผ่นดินอีกด้วย

ดังนั้นพระเจ้าจะ​แสดง​ความ​หวง​แหน​​ต่อ​เธอ
โดยพระเจ้าจะนำ คนที่เธอเล่นชู้ด้วย มาทำลายเธอ คือ
พวกเขา​จะ​มา​ต่อ​สู้​เธอ จาก​ทุก​ด้าน
และ​พวกเขา​​จะ​พิพาก​ษา​เธอ​ ​ด้วย​ความ​โกรธ ตาม​วิธี​การ​พิพาก​ษา​ของพวก​เขา

เพราะเธอ​ดำ​เนิน​ตาม​ทาง​ของ​พี่สาว​เธอ
ดังนั้น พระเจ้าจึง​มอบ​ถ้วย​ของ​พี่สาว ให้แก่เธอ
เธอจะ​เต็ม​ด้วย ความน่า​สะพรึง​กลัว ​​อ้าง​ว้าง และ​ความ​ระทม

เพราะ​เธอลืม​พระเจ้า ​และ​เหวี่ยงพระองค์​ไป​ไว้​ข้าง​หลัง​
ดัง​นั้น​เธอจึง​ต้องแบก​รับ​โทษ​ของการ​เล่น​ชู้​

เพราะ​ว่า​พวก​เธอทั้งสอง (สะมาเรีย และ เยรูซาเล็ม)​ ได้​ล่วง​ประ​เวณี​กับ​รูป​เคา​รพ​
และเผาบุตรของตนเพื่อบูชา​รูป​เคา​รพ​พวก​นั้น​
โดยทำการเผาบูชายันต์ลูกของตน ในวันสะบาโต ในพระนิเวศของพระเจ้า

พวกเธอ​ยัง​ส่ง​คน​ไปยังเมือง​ไกล เพื่อนำเอารูปเคารพ​จำ​นวน​มาก​​มาย​
เพื่อนำมานมัสการอีกด้วย

ดังนั้นคน​ชอบ​ธรรม​จะ​พิพาก​ษา​พวก​เธอ​
ด้วย​คำ​พิพาก​ษา​อัน​ควร​แก่​หญิง​ล่วง​ประ​เวณี ที่เป็นฆาตกร
พวกเธอจะถูกมอบ​ไว้​แก่​ความ​หวาด​กลัว​ ​การ​ถูก​ปล้น และการถูกทำลาย

พระเจ้าจะ​ทำให้​การ​มัก​มาก​ใน​กาม​นั้น​หมด​สิ้น​ไป​เสีย​ที
เพื่อ​ผู้​หญิง​ทุกคน​จะ​ได้​รับ​การ​ตัก​เตือน
​และ​ไม่​ทำ​ตัว​มัก​มาก​ใน​กามเหมือน​อย่าง​เธอ

1. คนอิสราเอล ลืม​พระเจ้า ​และ​เหวี่ยงพระองค์​ไป​ไว้​ข้าง​หลัง​
หันไปบูชารูปเคารพที่ชั่วร้ายของคนต่างชาติในเวลานั้น
พวกเขานำเอาลูกของตนเผาบูชายันต์ รูปเคารพเหล่านั้น ในวันสะบาโต ในพระนิเวศของพระเจ้า
พระเจ้าจึงใช้คนต่างชาติเหล่านั้น มาทำลายพวกเขาลงอย่างสิ้นเชิง

คนที่ละทิ้งพระเจ้า ไปไล่จับบางสิ่ง
ในที่สุดสิ่งเหล่านั้น จะหันกลับมาทำร้ายคนนั้นเสียเอง

2. ในสายพระเนตรของพระเจ้า การที่ประชาชนของพระเจ้าปันใจไปให้กับสิ่งอื่นที่ไม่ใช่พระองค์
เป็นเหมือนการเล่นชู้
วันนี้ เรากำลังเล่นชู้ฝ่ายวิญญาณอยู่หรือเปล่า?

คำคม

“ พระเจ้าปรารถนาให้เรา ผู้เป็นที่รักของพระองค์ รักพระองค์แต่เพียงผู้เดียว ”

สรุป เอเสเคียล 22

ภาพรวม

  • เอเสเคียล บทที่ 22 เอเสเคียลพยากรณ์ถึงการพิพากษาของพระเจ้า ที่จะมาถึงเมืองเยรูซาเล็ม ที่เต็มไปด้วยความบาปชั่ว

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 22

พระเจ้าสั่งให้เอเสเคียล​พิพาก​ษาเยรูซาเล็ม เมือง​ที่​แปด​เปื้อน​ด้วย​โล​หิต​ ​ว่า

นี่​เป็น​เมือง​​แปด​เปื้อน​ด้วย​โล​หิต
เมือง​ที่​สร้าง​รูป​เคา​รพ ​ทำ​ให้​ตัว​เองเป็นมล​ทิน
เวลา​กำ​หนด​ของ​เมือง​นี้มา​ถึง​แล้ว
พระเจ้า​ทำ​ให้เมืองนี้จะเป็น​ที่ดูหมิ่น ​เยาะ​เย้ย​ ท่าม​กลาง​บรร​ดา​ประ​ชา​ชาติ

บาปของเมืองนี้ ได้แก่
– เจ้า​นาย​ของ​อิส​รา​เอล​ ​ฆ่าคน​ด้วย​อำ​นาจ​ของ​เขา
– บุตร​เหยียด​หยาม ​บิดา​มาร​ดา​
– ​ข่ม​เหง คน​ต่าง​ด้าว​ ลูก​กำ​พร้า​และ​หญิง​ม่าย
– ดูหมิ่นพระวิหารของพระเจ้า
– ลบหลู่​สะ​บา​โต​ของพระเจ้า
– ใส่​ร้าย​เพื่อฆ่าคน
– เต็มด้วยการล่วงประเวณี
– ชาย​บาง​คน​ล่วง​ประ​เวณี​กับ​ภรร​ยา​ของบิดา
– บางคน​ข่ม​ขืน​ผู้หญิง​
– บางคนทำ​การ​น่า​สะ​อิด​สะ​เอียน​กับ​ภรร​ยา​เพื่อน​บ้าน
– บางคน ล่วงเกินลูก​สะใภ้​ของ​ตน ​อย่าง​น่า​อุจาด
– บางคนข่ม​ขืน​น้อง​สาว​ของ​ตน
– บาง​คน​รับ​สิน​บน​เพื่อ​ฆ่าคน
– บางคนคตโกงเพื่อน​บ้าน ด้วย​การ​บีบ​บัง​คับ
– และพวกเขาได้​ลืม​พระเจ้า​เสีย

พระเจ้าจึง​ยื่น​กำ​ปั้น​ใส่พวกเขา
พวกเขา​จะ​ทนไม่​ได้ ใน​วัน​ที่พระองค์จะ​จัด​การ​กับพวกเขา
พระเจ้า​จะ​กระ​จายพวกเขา​ไป​ใน​หมู่​ประ​ชา​ชาติ
พระองค์จะ​ขจัด​มล​ทินให้หมดไปจากเมืองนี้

สำหรับพระเจ้า แล้ว​คน​อิส​รา​เอล​จะกลาย​เป็น​ขี้​โลหะใน​เตา​หลอม
ที่จะถูก​เผา​ให้​​ละ​ลาย​ไป ​ด้วย​ความ​กริ้ว​ของพระเจ้า

– บรร​ดา​ผู้​นำของอิสราเอล ​ฆ่าคน เพื่อ​ริบ​สม​บัติ​และ​สิ่ง​มี​ค่า​ไป
– พวก​เขา​เพิ่ม​พูน​หญิง​ม่าย​ขึ้น​มาก​มาย
– พวก​ปุโร​หิต ​ได้​ละ​เมิด​ธรรม​บัญ​ญัติ​ และ​ลบ​หลู่​สิ่ง​บริ​สุทธิ์​ และ​วัน​สะบา​โต
– ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ ก็​ฉาบ​ปูน​ขาว​ให้​กับ​พวก​เขา ​ด้วย​การ​​ทำ​นาย​เท็จ​แก่​เขา
– ประ​ชา​ชนก็ข่มเหงและปล้นกัน
– พวกเขา​บีบ​บัง​คับ​ คน​ยาก​จน​และ​​คน​ต่าง​ด้าว​ อย่าง​ไม่​ยุติ​ธรรม

พระเจ้าแสวง​หา​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​เขา​ที่​จะ​สร้าง​กำ​แพง
และ​ยืน​อยู่​ตรง​ช่อง​โหว่​ต่อ​หน้าพระเจ้า
เพื่อ​แผ่น​ดิน​นั้น เพื่อ​พระเจ้า​จะ​ไม่​ทำ​ลาย​มัน​เสีย
แต่​พระเจ้า​ก็​หา​ไม่​ได้​สัก​คน​เดียว

ดังนั้นพระเจ้า​จึง​เท​ความ​เกรี้ยว​กราด​ ลง​เหนือ​พวกเขา
ทำ​ให้​พวก​เขา​หมด​สิ้น​ไป​ด้วย​ไฟ​พิโรธ​ของ​พระองค์

1. คนในเยรูซาเล็ม ดูหมิ่นพระเจ้าด้วยการทำสิ่งชั่วร้าย
ดังนั้นพวกเขาจึงจะถูกดูหมิ่นและเยาะเย้ย

พวกเขาฆ่าคน เพื่อริบสมบัติของคนอื่น
ดังนั้นพวกเขาจึงถูกฆ่า และถูกยึดสมบัติไป

พวกเขาทำให้ผู้หญิงมากมายต้องเป็นม่าย
ดังนั้นภรรยาของพวกเขาจึงกลายเป็นม่าย

พวกเขากดขี่ข่มเหง คนยากจนและคนต่างด้าว
ดังนั้นพวกเขาจึงตกเป็นเชลยในต่างแดน ขัดสน และถูกกดขี่ข่มเหง

การพิพากษาของพระเจ้า ยุติธรรมเสมอ

2. พระเจ้าประทานเยรูซาเล็มให้แก่คนอิสราเอล
แต่พวกเขาทำให้เมืองนั้นเต็มไปด้วยมลทินบาป
พระเจ้าจึงขจัดมลทินบาปออกจากที่นั่น โดยกระจายพวกเขาออกไป
แล้วจึงนำพวกเขา ที่เรียนรู้แล้ว กลับมาอีกครั้ง

หากเราไม่ใช้สิ่งที่พระเจ้าประทานให้ถวายเกียรติแด่พระเจ้า
แต่ใช้ลบหลู่พระเจ้า
พระเจ้าอาจจะนำสิ่งนั้นออกไปจากเรา
จนกว่าเราจะกลับใจใหม่อย่างแท้จริง

3. พระเจ้าตรัสว่า ไม่มี​คน​หนึ่ง​ใน​พวกอิสราเอล ที่จะอธิษฐาน สารภาพบาป กลับใจ เพื่อ​แผ่น​ดิน​อิสราเอล
ไม่ได้มีความหมายตามตัวอักษรเสียทีเดียว
เพราะเวลานั้น เยเรมีย์ , บารุค และคนของพระเจ้าคนอื่นๆ ก็ยังอยู่ในเยรูซาเล็ม
แต่หมายความว่า ท่ามกลางคนทำชั่วเหล่านั้น ไม่รวมคนของพระเจ้า
ไม่มีใครสักคนเลยที่คิดจะกลับใจ
ถ้ามีสักคน ที่กลับใจ อธิษฐานร้องทูลต่อพระเจ้า พระองค์จะได้ไม่ทำลายพวกเขาเสีย

ส่วนเยรมีย์เอง ใน ยรม. 11:14 พระเจ้าก็ห้ามเขาไม่ให้อธิษฐาน ขอให้พระเจ้าอวยพรคนอิสราเอล (..เจ้า​เอง​อย่า​อธิษ​ฐาน​เพื่อ​ชน​ชาติ​นี้ อย่า​วิง​วอน​หรือ​อธิษ​ฐาน​เพื่อ​พวก​เขา …) เพราะพวกเขาไม่คิดจะกลับใจ ยังคงจงใจทำชั่วร้ายต่อไป

ดูเหมือนคำอธิษฐานสำคัญที่เราควรอธิษฐานเผื่อ คนในชุมชน ในประเทศชาติของเรา
อาจจะไม่ใช่ให้พระเจ้าอวยพระพรพวกเขา
แต่ให้พวกเขากลับใจใหม่ กลับมาหาพระเจ้า
เพื่อจะพบกับพระพรของพระองค์

“ ขอให้เราเป็นคนนั้น ที่จะยืนที่ช่องโหว่ ที่จะอธิษฐานต่อพระเจ้า
เพื่อครอบครัว เพื่อคริสตจักร และเพื่อประเทศของเรา ”

สรุป เอเสเคียล 21

ภาพรวม

  • เอเสเคียล บทที่ 21 พระเจ้าให้เอเสเคียลพยากรณ์ว่าจะมีดาบแห่งการลงโทษมาถึงอิสราเอลและอัมโมน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 21

พระเจ้าสั่งให้เอเสเคียล เทศ​นา​ต่อสู้​ แผ่น​ดิน​อิส​รา​เอล ว่า

พระเจ้า​จะ​ต่อสู้​เจ้า และ​​จะ​ชัก​ดาบ​ออก ​ตัด​ทั้ง​คน​ชอบ​ธรรม​และ​คน​อธรรม​ออก​จาก​เจ้า​เสีย
ดาบ​ของ​พระเจ้า จะ​ไม่​คืน​ใส่​ฝัก​อีก

พระเจ้าสั่งให้เอเสเคียล ​ถอน​หายใจ ​ด้วย​ความ​ระ​ทม​ใจ​ ต่อ​หน้า​คนอิสราเอล
และ​เมื่อ​พวกเขา​ ถามถึงสาเหตุ ก็ให้ตอบว่า
เพราะ​ข่าว​ที่จะ​มา​ถึงนั้น จะ​ทำ​ให้​ทุก​หัว​ใจ​สลาย​ไป ทำ​ให้​ทุก​มือ​อ่อน​เปลี้ย ทำ​ให้​ทุก​วิญ​ญาณ​จิต​สลบ​ไสล

ดาบ​เล่ม​หนึ่ง​ที่​ถูก​ลับ​ให้​คม และ​ถูก​ขัด​มัน​ ​เพื่อ​การ​เข่น​ฆ่า
เพราะคนอิสราเอล​ได้​สบประ​มาท​​ไม้​เรียว​ทุก​อย่าง ของพระเจ้า
พวกเขาจึงจะพบกับดาบแทน
​ประ​ชา​กร​ของพระเจ้า จะ​ถูก​โยน​ให้​แก่​ดาบ

พระเจ้าสั่งให้เอเสเคียล
​เผย​พระ​วจนะ แล้ว​ตบ​มือ แล้ว​ปล่อย​ดาบ​ให้​ตก​ลง​พื้น 2-3 ​ครั้ง แล้วกล่าวว่า
ดาบ​จะ​นำการฆ่า​อย่าง​มาก​มาย มาถึง
ผู้คนจะหัว​ใจ​สลาย คน​มาก​มาย​สะ​ดุด​ล้ม
แล้ว​พระเจ้า​จะ​ตบ​มือ​ของพระองค์ด้วยความโกรธ
และเทความ​โกรธ​ของพระองค์ ลงสู่พวกเขา

พระเจ้าสั่งให้เอเสเคียล ​
ขีด​เส้น​ทาง​ไว้​ สอง​เส้น​ทางสำหรับดาบ ให้​ออก​มา​จาก​ที่​เดียว​กัน
(น่าจะเป็นการทำโมเดลจำลองเหตุการณ์ แบบ อสค. 4:1)
และ​ทำ​ป้าย​บอก​ทาง​ไว้ ​ตรง​หัว​ถนน​ที่​แยก​เข้า​เมือง
​เส้น​ทาง​หนึ่ง​ ทำป้ายชี้ให้​ดาบ​ มา​ยัง​เมือง​รับ​บาห์​ของ​คน​อัม​โมน
​อีก​เส้น​ทาง ทำป้ายชี้ให้​ดาบ​ มา​ยัง​ยู​ดาห์​ถึง​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม​

แล้วให้กล่าวว่า
​กษัตริย์​บา​บิ​โลน ​ยืน​อยู่​ตรง​ทาง​แพร่ง​ของ​หัว​ถนน​ทั้ง​สอง​
เพื่อ​เสี่ยง​ทาย ด้วย​ลูก​ธนู ปรึก​ษา​รูป​เคารพ และเสี่ยงทายด้วยก้อน​ตับของสัตว์
แต่​ไม่ว่าผลเสี่ยงทายจะออกมาอย่างไร
กษัตริย์​บา​บิ​โลน​ก็จะมาทำลายเยรูซาเล็มอยู่ดี

เจ้า​นาย​อิส​รา​เอล​ที่​ชั่ว​ร้าย​และ​เลว​ทราม
วัน​กำ​หนด​ของเจ้า​มา​ถึง​แล้ว
คือ​เวลา​แห่ง​การ​ลง​โทษ​ครั้ง​สุด​ท้าย
สิ่งต่ำจะถูกยกชูขึ้น และสิ่งสูงจะถูกกดให้ต่ำลง
แต่​นี่​ก็​จะ​ไม่​เกิด​ขึ้น​ด้วย​จน​กว่า​ผู้​พิพากษา​จะ​มา

และพระเจ้าให้เอเสเคียล เผยพระวจนะเกี่ยวกับ คน​อัม​โมน​ ว่า
ดาบ​เล่ม​หนึ่ง ​ถูก​ชัก​ออก​เพื่อ​การ​เข่น​ฆ่า ถูก​ขัด​มัน​ให้​ดื่ม​เลือด
จะมีคน​ให้​นิมิต​ปลอม และ​​คำ​ทำ​นาย​เท็จ​แก่​เจ้า
เพื่อ​จะ​วาง​เจ้า​ให้พบกับเหตุการณ์ แบบเดียวกับอิสราเอล​ผู้​ชั่ว​ร้าย​
พระเจ้าจะ​เท​ความ​โกรธ​กริ้ว​มา​เหนือ​เจ้า ด้วย​ไฟ​แห่ง​ความ​พิโรธ​ของ​เรา
และ​​จะ​มอบ​เจ้า​ไว้​ใน​มือ​ของ​คน​ใจ​โหดร้าย
โล​หิต​ของ​เจ้า​จะ​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน และจะ​ไม่​มี​ใคร​จด​จำ​เจ้า​ไว้​อีก

1. เพราะคนอิสราเอล​​สบประ​มาท​​ไม้​เรียว​ของพระเจ้า
ไม่คิดที่จะกลับใจ ไม่ว่าพระเจ้าจะตีสอนเขาอย่างไร
พวกเขาก็ยังทำบาปต่อไป (เช่นเอาลูกมาเผาบูชายันต์รูปเคารพอยู่ดี)
พวกเขาจึงต้องพบกับดาบแทนไม้เรียว

พระเจ้าทรงพยายามส่งเหตุการณ์ สถานการณ์ ต่างๆเข้ามาในชีวิตของเรา
หากเรายังไม่ยอมกลับใจ
การตีสอนนั้น จะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
แต่หากยอมกลับใจ สิ่งร้ายจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นดี

2. กษัตริย์บาบิโลน ให้การเสี่ยงทาย เพื่อเลือกว่าจะบุกมาทำลายเยรูซาเล็ม ดีหรือไม่
แต่เนื่องจากพระเจ้าทรงกำหนดไว้แล้ว ดังนั้นไม่ว่าผลเสี่ยงทายออกมาอย่างไร
กษัตริย์บาบิโลน ก็ยังจะบุกมาทำลายเยรูซาเล็มอยู่ดี

ไม่ว่าแผนการของมนุษย์เป็นเช่นใด
ในที่สุดแผนการของพระเจ้าก็จะสำเร็จ ตามคำตรัสของพระองค์อยู่ดี

ไม่ว่าคนรอบข้างเราจะเป็นเช่นใด
พระสัญญาของพระเจ้าที่มีไว้สำหรับเรา ในที่สุดก็จะสำเร็จอยู่ดี

3. พระเจ้ามีกำหนดเวลาของพระองค์ที่จะลงโทษคนชั่วร้าย
ตราบใดที่เวลานั้นยังมาไม่ถึง คนนั้นก็ยังลอยนวลอยู่ได้
แต่เมื่อเวลานั้นมาถึงแล้ว เขาไม่มีทางหนีพ้น

วันนี้ หากเราเห็นคนชั่วร้ายยังลอยนวล
นั่นก็เพราะยังไม่ถึงเวลาที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้สำหรับเขา

คำคม

“ การตีสอนไม่น่าสะพรึงกลัว สำหรับคนที่กลับใจ ”

สรุป เอเสเคียล 20

ภาพรวม

  • เอเสเคียล บทที่ 20 คนอิสราเอลมาถามพระเจ้า แต่พระเจ้าตอบว่า เพราะพวกเขาไม่เชื่อฟัง พระองค์จึงไม่บอกพวกเขา แต่ในอนาคตพระเจ้าจะทำให้พวกเขากลับมาหาพระเจ้า

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 20

​ใน​วัน​ที่ 10 เดือน​ที่ 5 ใน​ปี​ที่ 7 ที่​กษัตริย์​เย​โฮ​ยา​คีน​ตก​เป็น​เชลย (อ้างอิงจาก อสค. 1:2)
พวก​ผู้ใหญ่​ของ​อิส​รา​เอล​ ​มาหาเอเสเคียล เพื่อ​ทูล​ถาม​พระเจ้า

แล้ว​​พระเจ้าให้เอเสเคียล บอกพวกเขา ว่า

ไม่ต้อง​มา​ถาม​
ใน​วันที่​พระเจ้าเลือก​สรร​อิส​รา​เอล​ ทรงสำ​แดงให้​พวก​เขา​รู้​จัก​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์
และทรง​ปฏิ​ญาณ​ว่า
พระองค์จะเป็น​พระ​เจ้า​ของ​พวก​เขา
พระองค์​จะ​นำ​พวก​เขา​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์
เป็น​แผ่น​ดิน​งาม​ที่​สุด​ของ​แผ่น​ดิน​ทั้ง​หมด

พระเจ้าจึงบอกให้พวกเขาทิ้ง​สิ่ง​ที่​น่า​ขยะ​แขยง ​ซึ่ง​พวกเขาจ้องมอง​อยู่​เสีย
อย่า​กราบไหว้​รูป​เคา​รพ​ของ​อียิปต์

แต่พวก​เขา กบฏ​​และ​ไม่​ยอม​เชื่อฟัง​พระเจ้า
​ไม่​ได้​ละทิ้ง​สิ่ง​ที่​น่า​ขยะ​แขยงเหล่านั้น

แล้ว​พระเจ้าจึงตรัสว่า
พระองค์จะเทความ​กริ้ว ลงมาสู่​พวกเขา ในแผ่น​ดิน​อียิปต์

แต่เพราะ​เห็น​แก่​นาม​ของ​พระองค์เอง
– พระองค์ทรง​นำ​พวกเขา​ออก​มา​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์
– นำ​เขา​มา​ยัง​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร
– พระองค์​ให้​กฎ​เกณฑ์ของพระองค์​​แก่​พวกเขา​ เพื่อ​พวกเขา​จะ​ดำ​รง​ชีวิต​อยู่​ได้​
– พระองค์ให้​สะ​บา​โต​ของพระองค์​​แก่​พวกเขา​
เป็น​หมาย​สำ​คัญ​ระ​หว่างพระเจ้าและพวก​เขา
เพื่อพวก​เขา​จะ​รู้​ว่า พระเจ้าเป็น​ผู้​ทำ​ให้​พวก​เขา​บริ​สุทธิ์

แต่คนอิส​รา​เอล​ได้​กบฏ​ต่อพระเจ้า​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร
​ไม่​ได้​ดำ​เนิน​ตาม​กฎ​เกณฑ์​ของ​พระองค์
และลบ​หลู่​สะ​บา​โต​ของพระเจ้า​อย่าง​หนัก
และ​จิต​ใจ​พวก​เขา​หันไป​ติด​ตาม​รูป​เคา​รพ​

แล้ว​พระเจ้าจึงตรัสว่า
พระองค์จะเทความ​กริ้ว ลงมา
จะ​ไม่​นำ​พวก​เขา​เข้า​มา​ใน​แผ่น​ดิน​ซึ่ง​พระเจ้า​ได้​ให้​แก่​พวกเขา
และ​จะทรงทำ​ให้​พวก​เขา​หมด​สิ้น​ไป

แต่เพราะ​เห็น​แก่​นาม​ของ​พระองค์เอง
พระองค์​ยังทรง​ปรานี​พวกเขา​ และ​ไม่​ได้​ทำ​ลาย​ให้​สูญ​สิ้น​ไป​

พระเจ้าทรงตรัสกับบุตร​หลาน​ของ​พวก​เขา​ ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ ​ว่า
อย่า​ดำ​เนิน​ตาม​กฎ​เกณฑ์​ของบรรพ​บุรุษ
จง​ดำ​เนิน​ตาม​กฎ​เกณฑ์​ของ​พระเจ้า

แต่​ลูก​หลาน​เหล่า​นั้น​ก็​กบฏ​ต่อพระเจ้า
ไม่​รัก​ษา​กฎ​หมาย​ของพระองค์ และลบ​หลู่​​สะ​บา​โต​ของพระเจ้า

แล้ว​พระเจ้าจึงตรัสว่า
พระองค์จะเทความ​กริ้ว ลงมาสู่​พวกเขา จะทรงทำ​ให้​พวก​เขา​หมด​สิ้น​ไป

แต่เพราะ​เห็น​แก่​นาม​ของ​พระองค์เอง
พระองค์ได้​หด​มือ​ของ​พระองค์​ไว้

พระเจ้าตรัสกับพวกเขาว่า ถ้ายังลบหลู่พระองค์ต่อไป
พระองค์จะ​กระ​จาย​พวก​เขา​ไป​ใน​ท่าม​กลาง​ประ​ชา​ชาติ

แล้วพระเจ้าก็ปล่อยให้พวกเขาทำตาม​กฎ​เกณฑ์​ที่​เลวของ​พวก​เขา​
เพื่อ​พวกเขาจะ​พบกับสิ่งที่น่า​คร้าม​กลัว

เมื่อ​พระเจ้า​นำ​พวก​เขา​เข้า​มา​ ใน​แผ่น​ดิน​ที่ทรงปฏิ​ญาณแล้ว
พวก​เขาก็​ทำ​ให้พระเจ้าโกรธ ด้วยการถวายเครื่องบูชาแก่รูปเคารพ แก่ภูเขา แก่ต้นไม้
และทำสิ่งชั่วร้ายโดยการเอาบุตร​ตน เผาบูชายันต์แก่รูป​เคา​รพ​

แล้ว​แบบนี้ พวกเขายังมีหน้า​มา​ถามหา การทรงนำจากพระเจ้าอีกหรือ?
พระเจ้า​จะ​ไม่​ให้​พวกเขา​มา​ถามพระองค์

แล้วพระเจ้าตรัสอีก​ว่า
พระเจ้าจะ​ปก​ครอง​เหนือ​พวก​เขา​อย่าง​แน่​นอน​ ด้วย​มือ​ที่​ทรง​พลัง
พระองค์​จะ​นำ​พวกเขา ​เข้า​ไป​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​
และจะ​พิพาก​ษา​พวกเขา​ อย่างที่ทำกับบรรพ​บุรุษ​ของ​พวกเขา

แล้วพระเจ้า​จะ​ให้​พวก​เขา ​เข้า​สู่​ข้อ​ผูก​มัด​แห่ง​พันธ​สัญ​ญา
พระองค์จะ​ชำระ​พวก​กบฏ​เสีย​จาก​ท่าม​กลางพวกเขา

ส่วน​พวก​เขา ในวันนี้ หากจงใจไม่เชื่อฟังพระเจ้า
ก็​จง​ไป​ปรน​นิบัติ​รูป​เคา​รพ​ของ​ตน
แล้วไม่ต้องมาร้องออกพระนามของพระเจ้า

วันเวลาจะมาถึง ​อิส​รา​เอลทั้ง​หมด​จะ​ปรน​นิบัติพระเจ้า
พระองค์​จะ​โปรด​ปรานพวก​เขา ดั่ง​กลิ่น​ที่​น่า​พึง​พอ​ใจ
และ​จะ​รับเครื่อง​ถวาย​บูชา​บริสุทธิ์​​ของ​พวกเขา
พระองค์จะ​รวบ​รวม​พวกเขาเข้ามา
แล้ว​จะ​สำ​แดง​ความ​บริ​สุทธิ์ ท่าม​กลางพวกเขา
แล้วพวกเขาจะ​ระลึก​ถึง​ การ​กระ​ทำ​ชั่วของตน
และ​​จะ​เกลียด​ชัง​ สิ่งที่ตนได้ทำลงไป

พระเจ้าจะ​ทำ​กับพวกเขา ​ด้วย​เห็น​แก่​นาม​ของพระองค์
ไม่​ใช่​ตาม​วิถีทาง​อัน​ชั่ว​ร้าย​ของพวกเขา

ต่อมา พระเจ้าสั่งให้เอเสเคียล ​เทศ​นา​กล่าว​โทษ​ถิ่น​ใต้
(แผ่นดินยูดาห์ อยู่ทางทิศใต้ เมื่อเทียบกับบาบิโลน ที่เอเสเคียลอยู่) ว่า

พระเจ้าจะ​ก่อ​ไฟ​ขึ้น​ในเจ้า
และ​จะไม่​สามารถ​ดับ​เปลว​เพลิง​อัน​ลุก​โพลง​นั้น​ได้
แล้ว​มนุษย์​ทุก​คน​จะ​เห็น​ว่า พระเจ้าเป็น​ผู้​ก่อ​ไฟ​นั้น

1. คนที่แสวงหาพระเจ้า เพื่อให้ได้คำตอบที่ตนเองอยากได้
โดยไม่สนใจว่า พระเจ้าปรารถนาให้เราทำอะไร อย่างไร
คนนั้นจะไม่ได้รับคำตอบ และการช่วยกู้จากพระองค์

2. การจับจ้องไปที่ความบาป จะชักนำให้เราไปทำบาปนั้น
อย่าให้ใจของเราจดจ่อกับสิ่งยั่วยวนแห่งโลกนี้
แต่จับจ้องไปที่การทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

3. คนอิสราเอลทำสิ่งชั่วร้ายมากมาย สมควรที่จะถูกทำลายนับครั้งไม่ถ้วน
แต่พระเจ้าก็ยังคงเมตตาต่อพวกเขา
เพราะเห็นแก่สิ่งที่พระองค์ได้ทรงปฏิญาณไว้

อันนี้ลึกซึ้ง
พระเจ้าทรงทราบล่วงหน้าแล้วว่า อิสราเอลจะเป้นแบบนี้
พระองค์ก็ยังปฏิญาณไว้อีก
เพื่อว่า เมื่ออิสราเอลประพฤติสมควรถูกทำลาย
พระองค์ก็ยังให้โอกาสและให้อภัยแก่พวกเขา
เพราะเห็นแก่ที่พระองค์ปฏิญาณไว้นั้น

วันนี้เราเป็นประชากรของพระเจ้า
พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะเมตตาเราและให้อภัยแก่เรา
พระองค์จะรักษาสัญญาอย่างแน่นอน
ให้เรากลับใจใหม่ กลับมาหาพระเจ้า แล้วพระองค์จะทรงรักษาสิ่งที่ผิดปกติให้หาย

4. เอเสเคียลพยากรณ์ว่า ในอนาคต ​
อิส​รา​เอลทั้ง​หมด​จะ​ปรน​นิบัติพระเจ้า
พระองค์​จะรวบรวมพวกเขา
จะโปรด​ปรานพวก​เขา
จะ​รับเครื่อง​ถวาย​บูชา​บริสุทธิ์​​ของ​พวกเขา
แล้วพวกเขาจะ​สำนึกบาป และ​​เสียใจในสิ่งที่ได้ทำลงไป

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเป็นจริงแล้ว สำหรับอิสราเอลฝ่ายวิญญาณ อย่างพวกเรา
โดยทางพระเยซูคริสต์ พระองค์รวบรวมเรามา ทรงโปรดปรานเรา
ทรงรับเครื่องบูชาลบล้างบาปของเรา (พระกายและพระโลหิตของพระเยซูคริสต์)
และเราก็สำนึกบาป เกลียดชังชีวิตแบบเนื้อหนัง
หันมาดำเนินชีวิตปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า

คำคม

“ เมื่อเราทำบาป พระเจ้าปรารถนาให้เราได้รับการอภัย มากกว่าได้รับการลงโทษ ”

สรุป เอเสเคียล 19

ภาพรวม

  • เอเสเคียล บทที่ 19 พระเจ้าเปรียบยูดาห์เหมือนสิงโต ที่ถูกจับไปหมด และเหมือนเถาองุ่นที่ถูกเผาทำลายสิ้น

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 19

พระเจ้าสั่งให้เอเสเคียล ​ร้อง​บท​เพลง​คร่ำ​ครวญ​ เกี่ยวกับ​อิส​รา​เอล ว่า
ยูดาห์ เป็น​เหมือน​สิง​โต​ตัว​เมีย ที่​อยู่​ท่าม​กลาง​พวก​สิง​โต​ทั้งหลาย
นาง​เลี้ยง​ลูก​สิง​โต​ตัว​หนึ่ง​ให้​เติบ​โต​ขึ้น
มัน​กลาย​เป็น​สิงโต​หนุ่ม ​จับ​เหยื่อ และกัด​กิน​คน
ต่อมามัน​ถูก​จับ​ได้​ใน​หลุม​พราง แล้วถูกนำ​มา​ยัง​อียิปต์

เมื่อ​นาง ​คอย​นาน​แล้ว และ​หมดหวัง กับสิงโตตัวนั้น
นาง​ก็​เอา​ลูก​มา​อีก​ตัว​หนึ่ง เลี้ยง​มัน​ให้​เป็น​สิงโต​หนุ่ม
และ​มัน​กลาย​เป็น​สิง​โต​หนุ่ม ​จับ​เหยื่อ มัน​กัด​กิน​คน
มันทำ​ให้​เมือง​​ร้าง​เปล่า ผู้​ที่​อยู่​ใน​แผ่นดิน​ก็​ครั่น​คร้าม
แล้วมัน​ก็​ถูก​จับ​อยู่​ใน​หลุม​พราง
และ​นำ​มัน​มา​ยัง​กษัตริย์​บา​บิ​โลน นำ​มัน​ไว้​ใน​ที่​กำ​บัง​แข็ง​แกร่ง

ยูดาห์​เหมือน​เถา​องุ่น​อยู่​ใน​สวน​องุ่น ถูกเอา​มา​ปลูก​ไว้​ริม​น้ำ
มี​ผล​ดก​และ​มี​แขนง​มาก​มาย
มีแขนง​ที่​แข็ง​แรง​มาก กลาย​เป็น​คทา​ของ​ผู้​ครอบ​ครอง มัน​​สูง​เด่นอย่างมาก
แต่​ว่า​มัน​ถูก​ถอน​ออก​ด้วย​ความ​โกรธ ถูก​โยนทิ้ง​ลง​บน​พื้น​ดิน
ลม​ตะวัน​ออก​ทำ​ให้​มัน​เหี่ยว​ไป
แขนง​ของมันก็ถูกไฟ​ไหม้​​เสีย
​มัน​ถูก​ถอน​ไป​ปลูก​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร
ไฟ​ออก​มา​จาก​แขนง​นั้น เผา​ผลาญ​แขนง​อื่นๆ จน​หมด
จนไม่​มี​คทา​สำ​หรับ​ผู้​ครอบ​ครอง

1. ลูกสิงโตตัวแรกของยูดาห์ ที่เติบใหญ่ และทำร้ายผู้คน คือ เยโฮอาหาส
(2พศด. 36:1 แล้ว​ประ​ชา​ชน​ใน​แผ่น​ดิน​นั้น​ก็​นำ​เย​โฮ​อา​หาส​พระ​ราช​โอรส​ของ​โย​สิ​ยาห์​มา และ​ตั้ง​ให้​เป็น​กษัตริย์​แทน​พระ​ราช​บิดา​ใน​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม)
ซึ่งต่อมาถูกจับไปที่อียิปต์ (2พกษ. 23:33)

ลูกสิงโตตัวที่สอง ที่เติบใหญ่ และทำร้ายผู้คน คือ เยโฮยาคิม
ซึ่งทำสิ่งชั่วร้ายมากมาย
ต่อมาถูกจับไปขังที่บาบิโลน
(2พศด. 36:6 เนบู​คัด​เนส​ซาร์​พระ​ราชา​แห่ง​บา​บิ​โลน​เสด็จ​มา​ต่อ​สู้​กับ​พระ​องค์ และ​ล่าม​พระ​องค์​ด้วย​โซ่​ตรวน​เพื่อ​นำ​ไป​ยัง​บา​บิ​โลน)

เหตุการณ์เหล่านี้ได้เกิดขึ้นก่อนสมัยของเอเสเคียล
พระเจ้าให้เอเสเคียล ร้องเป็นเพลงคร่ำครวญ
เพื่อให้คนอิสราเอลระลึกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
และกลับใจเสียใหม่

2. เถาองุ่นแห่งยูดาห์ มีแขนงที่แข็งแรงมาก คือ เศเดคียาห์
ผู้ที่เนบูคัสเนสซาร์ได้แต่งตั้งให้เป็นผู้ครอบครองยูดาห์
แต่ต่อมาถูก​ถอน​ออก​ด้วย​ความ​โกรธ ถูก​โยนทิ้ง​ลง​บน​พื้น​ดิน
คือ เมื่อเศเดคียาห์กบฏต่อบาบิโลน
เนบูคัสเนสซาร์จึงมาจับเขาไป และเผาทุกสิ่งในเยรูซาเล็มเสียสิ้น

เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นในสมัยของเอเสเคียล
พระเจ้าให้เอเสเคียลร้องบทเพลงคร่ำครวญ นี้
เพื่อเตือนคนอิสราเอล ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
เพื่อให้พวกเขากลับใจใหม่ ก่อนที่จะสายเกินไป

คำคม

“ จงเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนในอดีต แล้วจงสำรวจชีวิตของตนในปัจจุบัน ”

สรุป เอเสเคียล 18

ภาพรวม

  • เอเสเคียล บทที่ 18 พระเจ้าเปิดเผยวิธีการตัดสินอันยุติธรรมของพระเจ้า ที่จะลงโทษตามการกระทำของนั้นโดยตรง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 18

พระเจ้าตรัสกับเอเสเคียล ว่า
คน​อิส​รา​เอล​ กล่าว​ว่า ‘พ่อ​กิน​องุ่น​เปรี้ยว และ​ลูก​ก็​เข็ด​ฟัน’ ”
แต่พระเจ้า​ตรัส​ว่า จะ​ไม่​เป็นเช่นนี้อีกใน​อิส​รา​เอล​

ชีวิต​ทั้ง​หมด​ เป็น​ของ​พระเจ้า
ชีวิต​ใด​ที่​ทำ​บาป​ ก็​จะ​ต้อง​ตาย

ถ้า​ใครเป็นคน​ชอบ​ธรรม และ​ทำ​ความ​ยุติ​ธรรม​และ​ความ​ชอบ​ธรรม
– ไม่กราบไหว้​รูป​เคา​รพ​ของ​​อิส​รา​เอล
– ​ไม่​ได้ล่วงประเวณี หรือทำตัวเป็นมลทิน
– ​ไม่​ได้​ข่มเหงคนขัดสน แต่​เมตตา​พวกเขา
– ไม่ได้เอาเปรียบคนเดือดร้อน ด้วย​ดอก​เบี้ย​
– ​หัน​มือ​จาก​ความ​อยุติ​ธรรม แต่​ทำ​ความ​ยุติ​ธรรม​อย่าง​สัตย์​จริง
– ดำ​เนิน​ตาม​กฎ​เกณฑ์​ของพระเจ้า​อย่าง​ซื่อ​สัตย์
เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​อย่าง​แน่​นอน

ถ้า​เขา​มี​ บุตร​เลว​ร้าย​ ผู้​ทำ​สิ่งชั่วร้าย
บุตรนั้นจะ​ต้อง​ตาย​แน่​นอน

แต่​ถ้า​บุตร​ผู้​มอง​เห็น​บาป​ทั้ง​หมด​ ที่​บิดา​ของ​เขา​ได้​ทำ แต่​ไม่​ได้​ทำ​ชั่วตาม​บิดา
บุตรนั้น​จะ​ไม่​ตาย​เพราะ​ความ​ผิด​บาป​ของ​บิดา
เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​อย่าง​แน่​นอน

แต่​บิดา​ของ​เขา​จะ​ต้อง​ตาย​เพราะ​ความ​ผิด​บาป​ของ​ตัวเอง

ตัว​คน​ที่​ทำ​บาป​จะ​ต้อง​ตาย
บุตร​ไม่​ต้อง​รับ​โทษ​ความ​ผิด​บาป​ของ​บิดา
บิดา​ก็​ไม่​ต้อง​รับ​โทษ​ความ​ผิด​บาป​ของ​บุตร
คน​ชอบ​ธรรม​จะ​รับ​ผล​ความ​ชอบ​ธรรม​ของ​ตน
และ​คน​อธรรม​จะ​รับ​ผล​การ​อธรรม​ของ​ตน

แต่​ถ้า​คน​อธรรม ​หัน​กลับ​จาก​บาป​ทั้ง​หมด​ซึ่ง​เขา​ได้​ทำ​ไป
และ​รัก​ษา​กฎ​เกณฑ์​ทั้ง​หมด​ของพระเจ้า
การ​ละ​เมิด​ทุก​อย่าง​ซึ่ง​เขา​ได้​ทำ​แล้ว​นั้น​ จะ​ไม่​ถูก​จด​จำ​ไว้​เพื่อ​เอา​โทษ​เขา
เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่ ​ด้วย​ความ​ชอบ​ธรรม​ที่​เขา​ได้​ทำ​ไป

เพราะพระเจ้าไม่พอ​ใจ​ใน​ความ​ตาย​ของ​คน​อธรรม​
แต่​พระเจ้า​พอ​ใจ​ให้​เขา​หันกลับ​จาก​ทาง​ของ​เขา​และ​มี​ชีวิต​อยู่​

แต่​เมื่อ​คน​ชอบ​ธรรม​หัน​จาก​ความ​ชอบ​ธรรม​ของ​เขา และ​ทำ​บาป
ความ​ชอบ​ธรรม​ซึ่ง​เขา​ได้​ทำ​มา​แล้ว​นั้น ​จะ​ไม่​ถูก​จด​จำ​ไว้​อีก
เขา​จะ​ต้อง​ตาย ​เนื่อง​ด้วย​​บาป​ซึ่ง​เขา​ทำ​ไป

ทาง​ของพระเจ้านั้นยุติ​ธรรมเสมอ
พระเจ้าจะ​พิพาก​ษา​​แต่​ละ​คน​ตาม​ทาง​ของ​เขา
จง​หัน​กลับ​และ​หัน​เสีย​จาก​การ​ล่วง​ละ​เมิด​ทั้ง​หมด​ของ​ตน
แล้ว​จะ​ไม่​สะดุด​ล้ม​เพราะ​ความ​ผิด​บาป
จง​ทำ​ตัว​ให้​มี​ใจ​ใหม่​และ​วิญ​ญาณ​ใหม่ เพื่อ​จะไม่​ต้อง​ตาย​

พระเจ้าไม่​มี​ความ​พอใจ​ใน​ความ​ตาย​ของ​ผู้​ใด
จง​หัน​กลับ​และ​มี​ชีวิต​อยู่

1. กฏเกณฑ์ของพระเจ้า ตามบัญญัติของโมเสส
อพย. 20:5 “… ให้​โทษ​ของ​บิดา​ตก​ทอด​ไป​ถึง​ลูก​หลาน​ของ​ผู้​ที่​ชัง​เรา​จน​ถึง​สาม​ชั่ว​สี่​ชั่ว​อายุ​คน”
แต่ตามกฏเกณฑ์ใหม่ของพระเจ้า (โดยทางพระเยซูคริสต์)
เมื่อพ่อแม่หรือปู่ย่าตายาย ทำบาป ลูกหลานไม่ต้องรับโทษของบาปนั้นอีกต่อไป
แต่ละคนจะรับผลตามการกระทำของตน

โดยทางพระเยซูคริสต์ ทำให้เราพ้นคำแช่งสาปที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษของเรา

คนที่เคยชอบธรรม แล้วหันไปทำบาป จะได้รับการลงโทษแบบคนอธรรม
ซึ่ง ไม่มีคนชอบธรรมคนไหนเลย ที่ไม่เคยไม่ผิดพลาดพลั้งบาป
รม.3:23 “เพราะทุกคนทำบาปและเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า”
แสดงว่า ทุกคนจะต้องถูกลงโทษแบบคนอธรรม

แต่คนอธรรม ที่กลับใจใหม่ จะได้รับการอภัยบาปทั้งสิ้น
นั่นแสดงว่า ทุกคนเช่นกัน มีสิทธิที่กลับใจใหม่ หันมาหาพระเยซูคริสต์ ให้พระองค์ชำระบาป
แล้วคนเหล่านั้นจะได้รับการอภัยบาปทั้งสิ้น

สรุปคือ ถ้ากลับใจ นอกจากบาปของบรรพบุรุษที่ไม่ต้องรับโทษแล้ว บาปของตนก้ได้รับการอภัย พ้นการลงโทษเช่นกัน

2. พระเจ้าไม่ประสงค์ให้ ใครต้องถูกลงโทษ
พระเจ้าสนับสนุนเต็มที่ สำหรับคนเหล่านั้นที่ปรารถนาจะกลับใจใหม่ เริ่มต้นชีวิตใหม่

วันนี้ หากเราปรารถนาที่จะกลับใจใหม่อย่างแท้จริง
พระเจ้าจะทรงช่วยเราอย่างเต็มที่ให้กลับใจได้สำเร็จ
และพระองค์ทรงพร้อมที่จะให้อภัยแก่เราอย่างสมบูรณ์

คำคม

“ จงหันกลับจากบาป แล้วดำเนินชีวิตต่อไปอย่างปลอดภัย เต็มด้วยพระพร ”

สรุป เอเสเคียล 17

ภาพรวม

  • เอเสเคียล บทที่ 17 พระเจ้าตรัสกับคนอิสราเอล ด้วยคำอุปมาเรื่องนกอินทรีย์ ต้นสนสีดาร์ และเถาองุ่น

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 17

พระเจ้าสั่งให้เอเสเคียล​ ให้กล่าวอุปมา แก่​คนอิส​รา​เอล ว่า

มี​นก​อิน​ทรี​มหึ​มา​ตัว​หนึ่ง มี​ปีก​ใหญ่​และ​ขน​ปีก​ยาว ทั้ง​มี​ขน​มาก​มาย​และหลาก​สี
​มา​ยัง​เล​บา​นอน แล้วเด็ด​ยอด​กิ่ง​อ่อน​ของ​ต้น​สน​สีดาร์ ​ไป​ยัง​แผ่น​ดิน​พา​ณิชย์
แล้ว​นกอินทรีย์นั้น​ก็​เอา​เมล็ด​พืช​แห่ง​แผ่น​ดิน ไป​ปลูก​ไว้​ใน​ดิน​อุดม ​ข้าง​น้ำ​มาก​หลาย
เมล็ด​ก็​งอก​งาม เติบ​โต​ขึ้น เป็น​เถา​องุ่น แผ่​แขนง ​แตก​หน่อ​และ​งอก​กิ่ง​ก้าน​ใหญ่

แต่​มี​นก​อิน​ทรี​ตัว​มหึ​มา​อีก​ตัว​หนึ่ง มี​ปีก​ใหญ่​และ​มี​ขน​มาก
เถา​องุ่น​นี้​ก็​ชอน​ราก ไป​หา​นก​อิน​ทรี​ตัว​นี้ เพื่อ​ให้​นก​นี้​รด​น้ำ​ให้​มัน
และ​ทอด​กิ่ง​ไป​ยัง​นก​ตัว​นี้

เถา​องุ่นนั้น​จะ​ไม่เจริญ
นก​ตัว​นั้น​จะ​ถอน​ราก​มัน​ขึ้น และ​เด็ด​ผล​มัน​ไป และ​เถา​นั้น​ก็​เหี่ยว​แห้งไป

สิ่ง​เหล่า​นี้​​หมาย​ถึง พระ​รา​ชา​แห่ง​บา​บิ​โลน​ได้​มา​ยัง​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม
แล้ว​นำ​เอา​กษัตริย์​และ​เจ้า​นาย​ทั้ง​หลายไปที่​กรุง​บา​บิ​โลน
และ​เขา​ได้​เอา​เชื้อ​พระ​วงศ์​ผู้​หนึ่ง​มา แล้ว​ทำ​พันธ​สัญ​ญา​กับ​ผู้​นั้น​
แต่​เขา​ผู้​นั้น​ได้​กบฏ​ต่อ​พระ​รา​ชา
โดย​ส่ง​ทูต​ของ​เขา​ไป​ยัง​อียิปต์ ด้วย​หวัง​ว่า​จะ​ได้​ม้า​และ​กำ​ลัง​คน​มา​มาก​มาย

แต่เขาจะ​หนี​ไม่รอด​
เขา​จะ​ต้อง​ตาย​ใน​​กรุง​บาบิโลน​
ฟา​โรห์​ผู้​มี​กอง​ทัพ​ใหญ่​โต ​จะ​ไม่​ช่วย​เขา​​
เพราะ​เขา​​ดู​หมิ่น​คำ​สา​บาน​และ​หัก​พันธ​สัญ​ญา

ดังนั้นยิ่งกว่านั้นอีก คำ​ปฏิ​ญาณ​ของพระเจ้า​ที่​คนอิสราเอลได้​ดู​หมิ่น และ​หักพันธ​สัญ​ญา​ของ​พระเจ้าเสีย
พระเจ้าจะ​ลง​ทัณฑ์พวกเขา
พวกเขา​จะ​ติด​กับ และ​​จะถูก​นำ​ไป​บา​บิ​โลน
และพระเจ้า​จะ​พิพาก​ษาพวก​เขา​ที่​นั่น​

เหล่าทหารในกอง​ทัพ​จะ​ล้ม​ลง​ด้วย​ดาบ
และ​พวก​ที่​รอด​ตาย​จะ​กระ​จาย​ไป​

พระเจ้า​จะ​เอา​จาก​ปลาย​ยอด​สูง ของ​ต้น​สน​สีดาร์​มา​ปัก​ไว้
พระเจ้า​จะ​หัก​หน่อ​อ่อน และ​จะ​ปลูก​​ไว้ บน​ภูเขา​ที่​สูง​เด่นของ​อิส​รา​เอล
แล้วหน่อนั้น​จะ​แตก​กิ่ง​และ​เกิด​ผล และ​กลาย​เป็น​ต้น​สน​สีดาร์​ที่​งามสง่า
แล้ว​นก​ทุก​ชนิด​จะ​มา​อาศัย​ ​มา​ทำ​รัง ที่​ร่ม​เงา​ของ​กิ่ง​ของต้นนั้น

พระเจ้าทำ​ต้น​ไม้​สูง​ให้​เตี้ย​ลง และ​ทำ​ต้น​ไม้​เตี้ย​ให้​สูง​ขึ้น
พระเจ้าทำ​ต้น​ไม้​เขียว​ให้​แห้ง​ไป และ​ทำ​ต้น​ไม้​แห้ง​ให้​งาม​สด​ชื่น
เมื่อ​ลั่น​วา​จา​แล้ว พระองค์จะ​ทำ​เช่น​นั้น

1. ความหมายคำอุปมานี้
นกอินทรีย์ตัวแรก คือ เนบูคัสเนสซาร์ กษัตริย์แห่งบาบิโลน
ยอดอ่อนของต้นสนสีดาร์ คือ เชื้อสายของดาวิด ถูกนำไปยังบาบิโลน (เยโฮยาคีน)
เถาองุ่น คือ เศเดคียาห์ ผู้ซึ่งเนบูคัสเนซาร์ ตั้งให้เป็นกษัตริย์ปกครองยูดาห์
นกอินทรีย์ตัวที่สอง คือ ฟาโรห์ กษัตริย์แห่งอียิปต์

เนบูคัสเนสซาร์ ได้จับเยโฮยาคีน ไปบาบิโลน
แล้วตั้งเศเดคียาห์ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน
แต่เศดคียาห์ หักพันธสัญญา โดยกบฏต่อบาบิโลน
แล้วไปขอความช่วยเหลือจากอียิปต์
แต่อียิปต์ก็ไม่ได้ช่วยเขา
ในที่สุด บาบิโลนมาบุกและทำลายเยรูซาเล็ม
จับเศเดตียาห์ไปบาบิโลน และตายที่นั่น

แต่ต่อมาพระเจ้าจะเอาหน่อจากต้นสีดาร์(เชื้อสายของดาวิด) มาปลูกที่อิสราเอล
แล้วหน่อนั้น (หมายถึง พระเยซู) จะแตก​กิ่ง เกิด​ผล และ​กลาย​เป็น​ต้น​สน​สีดาร์​ที่​งามสง่า
จนนกทุกชนิด (คนทุกชนชาติ) มาอาศัยอยู่ในต้นนั้น อย่างปลอดภัย

2. เศเดคียาห์ ผู้หักพันธสัญญาที่มีกับมนุษย์(เนบูคัสเนสซาร์) ยังถูกลงโทษ
แล้วคนอิสราเอลผู้หักพันธสัญญาที่ทีกับพระเจ้า จะพ้นโทษได้อย่างไร

ให้เรายึดมั่นในพันธสัญญากับพระเจ้า
เราวางใจในพระองค์ และ พระองค์ปกป้องดูแลชีวิตของเรา

3. พระเจ้าทรงเป็นผู้ทำให้​ต้น​ไม้​สูงขึ้นหรือ​เตี้ย​ลง เขียวสดหรือ​เหี่ยว​แห้ง​ไป
ชีวิตของเราก็เหมือนกัน จะเกิดอะไรขึ้นกับเรา ทั้งหมดอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า
ผู้ทรงรักเราอย่างที่สุด

คำคม

เมื่อพระเจ้าลั่นวาจาแล้ว พระองค์จะทำให้สำเร็จเสมอ

สรุป เอเสเคียล 16

ภาพรวม

  • เอเสเคียล บทที่ 16 พระเจ้ากล่าวโทษชาวเยรูซาเล็มที่​ไม่​ซื่อ​สัตย์​ต่อพระ​เจ้า

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 16

พระเจ้าตรัสกับเอเสเคียล ว่า
จง​ทำ​ให้​เย​รู​ซา​เล็ม ​ทราบ​ถึง​ความ​น่าสะ​อิด​สะ​เอียน​ของ​ตน

เย​รู​ซา​เล็ม​เดิมเป็นของ​แผ่น​ดิน​คน​คา​นา​อัน ​คน​อา​โม​ไรต์ และ​​คน​ฮิต​ไทต์
ไม่​มีใคร​สนใจ หรือ​​ถูก​โยน​ทิ้ง​อย่างไร้ค่า ​เป็น​ที่​รัง​เกียจ

แต่​พระเจ้าทรงทำให้ เมืองนี้​มีชีวิต เติบ​โต​และ​สูง​ขึ้น​
พระเจ้า​ปก​คลุม​ความ​เปลือย​เปล่า​ของ​เมืองนี้​ไว้
และทรง​ทำ​พันธ​สัญ​ญาให้เมืองนี้ ​เป็น​ของ​พระองค์
พระเจ้าทรงชำระให้สะอาด และ​ประ​ดับด้วยสิ่งงดงาม และ​ประทานศักดิ์ศรีให้
ทรงทำให้เมืองนี้​งด​งาม​มาก เจริญ​ขึ้น​ มีชื่อ​เสียง​​​เลื่อง​ลือ​ไป​ท่าม​กลาง​ประ​ชา​ชาติ

แต่ด้วยการวาง​ใจ​ใน​ความ​งด​งาม​ของตน และเมืองนี้จึง​เล่น​ชู้​กับชนชาติทั้งหลายที่เกี่ยวข้อง
​สร้าง​ปูช​นีย​สถาน​สูง​ที่​หรู​หรา
นำ​ทอง​คำ​และ​เงิน​ที่​พระเจ้าได้​ให้​มา​ เอาไปสร้าง​รูป​เคารพ
และนำสิ่งที่พระเจ้าประทานให้ ไปถวายแก่รูปเคารพ

ยิ่ง​กว่า​นั้น ยังนำ​ลูก​ชายและ​ลูก​สาว​ของ​ตน ไป​เผาบูชายันต์ถวาย​บูชา​รูเคารพ
ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย ในสายพระเนตรของพระเจ้า
และ​ยังทำสิ่ง​น่า​สะ​อิด​สะ​เอียนมากมาย

ได้​สร้าง​แท่น​สำ​หรับ​ตนขึ้น ในทุก​แห่งหน
นำรูปเคารพมากมายเข้ามา ทั้งจากอียิปต์ อัสซีเรีย และบาบิโลน
ทำ​ให้พระเจ้าทรง​พิ​โรธ

เยรูซาเล็ม จึงเป็นยิ่งกว่าหญิง​แพศ​ยา
เพราะผู้​ชาย​ย่อม​ให้​ของ​ขวัญ​แก่​หญิง​แพศ​ยา เพื่อจะมีสัมพันธ์กับนาง
แต่​เยรูซาเล็มกลับยินดีจ่ายราคามากมาย เพื่อจะนำรูปเคารพ​เข้า​มา​จาก​ทุก​ด้าน ​เพื่อ​การ​เล่น​ชู้​

ดังนั้น นาง​แพศ​ยา จง​ฟัง​พระ​วจนะ​ของ​พระเจ้า
“เพราะ​การ​เล่น​ชู้​ของ​เจ้า และ​เพราะ​รูป​เคา​รพ​น่า​สะ​อิด​สะ​เอียน​ทั้ง​หมด​ของ​เจ้า
และ​เพราะ​โล​หิต​ลูก​ของ​เจ้า​ที่​เจ้า​ถวาย​ให้​แก่​รูป​เหล่า​นั้น

พระเจ้าจะ​รวบ​รวม​​ทุก​คน​ที่​เจ้า​รัก และ​ทุก​คน​ที่​เจ้า​เกลียด ​มา​ต่อ​สู้​เจ้า​จาก​รอบ​ด้าน
พระเจ้าจะ​นำ​เอา​โล​หิต​แห่ง​ความ​โกรธ​และ​ความ​หวง​แหน​มา​เหนือ​เจ้า
แล้ว​มอบ​เจ้า​ไว้​ใน​มือ​ของ​ศัตรู
พวก​เขา​จะ​เอาสิ่งที่เจ้ามี​ไป​เสีย
แล้ว​พวก​เขา​จะ​เอา​ไฟ​เผา​บ้าน​เรือน​ของ​เจ้า

เพราะ​ว่า​เจ้า​ไม่​ได้​ระลึก​ถึง​การช่วยกู้ในอดีตที่ผ่านมา
แต่​ยั่ว​ยุพระเจ้า ด้วย​สิ่ง​ชั่วร้ายเหล่านี้
พระเจ้าจึง​ลง​ทัณฑ์​​เจ้า​ตาม​วิถี​ชีวิต​ของ​เจ้า

เพราะเจ้าทำตามอย่าง​สิ่งน่า​สะ​อิด​สะ​เอียน​​ ของ คน​ฮิต​ไทต์ ​คน​อา​โม​ไรต์ คน​สะ​มา​เรีย และคน​โส​โดม
และ​ภาย​ใน​เวลา​เพียง​เล็ก​น้อย​เจ้า ​ก็ทำเลว​ทราม​ยิ่ง​กว่า​พวก​เขา​ทั้ง​หมด​

โสโดม ได้ทำบาปน้อยกว่าเจ้า
สะ​มา​เรีย​ ได้ทำ​บาป​ไม่ถึง​ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​เจ้า
​สิ่ง​น่า​สะ​อิด​สะ​เอียน​ที่เจ้าทำ ทำ​ให้โสโดมและสะมาเรีย ​ดู​เหมือน​คน​ชอบ​ธรรม ไปเลย

แต่ในที่สุดพระเจ้า​จะ​ฟื้น​ฟู​ความ​รุ่ง​เรือง​ของ​โส​โดม ของ​สะ​มา​เรีย ​และ​ของ​เจ้า​อีกครั้ง
และ​เจ้าจะ​ละ​อาย​ต่อ​สิ่ง​ที่​เจ้า​ทำ​มา​แล้ว​ทั้ง​หมด

พระเจ้า​จะ​ทำ​กับ​เจ้า​​หัก​พันธ​สัญ​ญา เหมือน​อย่าง​ที่​เจ้า​ได้​ทำ​แล้ว​นั้น
ถึง​กระ​นั้นพระเจ้า​จะ​ระลึก​ถึง​พันธ​สัญ​ญา​ของพระองค์ และ​จะ​สถา​ปนา​เป็นพันธ​สัญ​ญา​นิรันดร์​
แล้ว​เจ้า​จะ​ระลึก​ถึง​วิถี​ชีวิต​ของ​เจ้า และ​มี​ความ​ละ​อาย
เจ้า​จะ​ไม่​อ้า​ปาก​พูด​อีก​เพราะ​ขาย​หน้า
เมื่อ​พระเจ้า​ลบ​มล​ทิน​บาป​ใน​ทุก​สิ่ง​ที่​เจ้า​ได้​ทำ​มา​แล้วนั้น

1. พระเจ้าตำหนิเมืองเยรูซาเล็มว่า เมื่อก่อนถูกทอดทิ้ง ไร้เกียรติ
แต่พระเจ้าทรงอวยพระพรให้เต็มไปด้วยสง่าราศี
กลับกลายเป็นที่เต็มไปด้วยรูปเคารพ แทนที่จะเต็มไปด้วยการนมัสการพระเจ้า

ซึ่งเล็งถึงการกล่าวโทษคนอิสราเอล ที่ทำตัวเช่นนั้น

เรามีวันนี้ได้เพราะพระเจ้าทรงอวยพระพรเราอย่างมากมาย
อย่าให้เราลืมพระเจ้า ผู้ทรงประทานทุกสิ่งแก่เรา
อย่าให้เราหันหลังให้กับพระองค์ แล้วหันหาแสวงหาสิ่งไร้ค่าแห่งโลกนี้

2. อิสราเอลหักพันธสัญญาที่มีต่อพระเจ้า
แต่พระเจ้ากลับยังคงรักษาสัญญา และสถาปนาคำสัญญานั้นให้ดำรงอยู่นิรันดร์

พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา พร้อมต้อนรับเราเสมอ เมื่อเรากลับใจมาหาพระองค์

คำคม

“ การจดจำสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำแก่เราในอดีต
จะช่วยให้เราไม่ลืมพระเจ้าของเราในปัจจุบัน ”

สรุป เอเสเคียล 15

ภาพรวม

  • เอเสเคียล บทที่ 15 พระเจ้าเทียบอิสราเอลดังไม้องุ่น ซึ่งจะถูกเผาทิ้งอย่างไร้ค่า

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 15

พระเจ้าตรัสกับเอเสเคียล ​ว่า

ไม้​ของ​ต้น​องุ่น มีประโยชน์น้อยกว่า​ไม้​อื่น​ ใน​หมู่​ต้น​ไม้​ใน​ป่า
เพราะเอาไป​ทำ​ชิ้น​งาน​อะ​ไร​ก็ไม่ได้​
เอาไป​ทำ​ขอ​สำ​หรับ​แขวน​ภาช​นะ​ยังไม่ได้เลย
เอาไปเป็น​ฟืน เป็น​ถ่าน ก็ยังไม่ได้เลย
ยิ่ง​กว่า​นั้น เมื่อ​มัน​ถูก​ไฟ​ไหม้แล้ว มันยิ่งจะ​ไม่มีประโยชน์ใดๆเหลืออยู่เลย

พระเจ้า​จะ​ทิ้ง​ให้​ชาว​เย​รู​ซา​เล็ม​ เป็นเหมือนไม้องุ่นที่ถูกเผาไหม้ ที่ไม่มีประโยชน์ใดๆอีกต่อไป
แม้​พวก​เขา​จะ​หนี​ออก​จาก​ไฟ ไฟ​ก็​ยัง​จะ​เผา​ผลาญ​พวกเขา
แล้วเอเสเคียลจะ​ทราบ​ว่า พระองค์ ​คือ​ พระเจ้า
ผู้ทรง​ทิ้ง​ให้​แผ่น​ดิน​นั้น​ร้าง​เปล่า เพราะพวก​เขา​ได้​ประ​พฤติ​อย่าง​ไม่​ซื่อ​สัตย์

1. อิสราเอลเป็นเหมือนไม้องุ่น จะมีประโยชน์อย่างยิ่งที่เกิดผลที่ดี่่่่่
แต่ถ้าไม่เกิดผล ไม้องุ่นนั้นก็ช่างไร้ค่า เอาไปทำประโขน์อะไรไม่ได้เลย
แล้วยิ่งถ้าถูกเผาแล้ว จะเหลือแต่ธาตุแท้ของมัน ซึ่งยิ่งไม่มีประโยชน์อะไรเลย

ชีวิตคริสเตียนที่ติดสนิทกับพระเจ้า จะเป็นดังแขนงองุ่นที่เกิดผลมาก เป็นพระพรต่อผู้คนมากมาย
แต่ชีวิตคริสเตียนที่แยกจากพระเจ้า จะไม่เกิดผลดีในฝ่ายวิญญาณใดๆเลย

วันนี้ที่เราพบสิ่งดีมากมายในชีวิตก็เพราะพระเจ้าทรงประทานให้
ถ้าแยกจากพระองค์แล้ว ชีวิตของเราไม่สามารถเป็นพระพรต่อใครได้เลย

2. เมื่อพระเจ้าทรงกระทำตามสิ่งที่พระองค์ได้ตรัสไว้แล้วนั้น
เอเสเคียลและคนทั้งหลายจะตระหนักว่า พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าผู้น่ายำเกรง มากสักเพียงใด

คนอิสราเอล ผู้ชั่วร้ายสมควรถูกลงโทษอยู่แล้ว
และเมื่อพระเจ้าทรงลงโทษพวกเขา
การลงโทษนั้นก็ยังถวายเกียรติแด่พระเจ้าอยู่ดี
เพราะเป็นสิ่งยืนยันว่า เมื่อพระเจ้าตรัส พระองค์ทำให้เกิดขึ้นเป็นจริงเสมอ

วันนี้ ไม่ว่าคนรอบข้างของเราจะเป็นเช่นไร
พระเจ้าก็ยังคงทำให้เหตุการณ์นั้น ถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้อยู่ดี

คำคม

“ คุณค่าของเรา อยู่ในพระเจ้าผู้ที่เราพึ่งพิง ”

สรุป เอเสเคียล 14

ภาพรวม

  • เอเสเคียล บทที่ 14 พระเจ้าจะส่งการพิพากษาอันยุติธรมลงมายังคนในเยรูซาเล็ม

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 14

พวก​ผู้อาวุ​โส​ของ​อิส​รา​เอล​บาง​คน​มา​หาเอเสเคียล เพื่อจะมาถามพระเจ้า

พระเจ้าตรัสกับเอเสเคียล ว่า
คน​พวก​นี้​ตั้ง​รูป​เคา​รพ​ของพวก​เขา​ไว้​ใน​ใจ และล่อให้ผู้อื่น​ล้ม​ลง​ใน​บาป
พวกเขาหันจิต​ใจ​ของคน​อิส​รา​เอล​ ให้เหิน​ห่าง​จากพระเจ้า ​ด้วย​รูป​เคา​รพ​ของ​พวกเขา

ให้เอเสเคียลบอกพวกเขา ให้​กลับ​ใจ​และ​หัน​ออก​จาก​รูป​เคา​รพ​​เสีย
และ​หัน​หน้า​ของ​พวก​เขา​ออก​จาก​สิ่ง​น่า​สะ​อิด​สะ​เอียน​ของ​พวกเขา

มิฉะนั้นพระเจ้าจะทรง​ตอบ​สนอง​พวกเขา​ ในสิ่งที่ได้ทำลงไป
พระเจ้า​จะ​มุ่ง​หน้า​ต่อ​สู้​พวกเขา
พระเจ้าจะ​ทำ​ให้พวก​เขาถูกเยาะเย้ย
พระเจ้า​จะ​กำ​จัดพวก​เขา​เสีย​จาก​ท่าม​กลางคนอิสราเอล

เพื่อ​คนอิส​รา​เอล​จะ​ไม่​หลง​เจิ่น​ไป​จากพระเจ้าอีก
และ​จะ​ไม่​ทำ​ตัว​ให้​มล​ทิน​ด้วย​การ​ล่วง​ละ​เมิด​ทุก​อย่าง
แล้ว​เขา​ทั้ง​หลาย​จะ​เป็น​ประ​ชา​กร​ของพระเจ้า และ​พระองค์จะ​เป็น​พระ​เจ้า​ของ​เขา

เมื่อ​แผ่น​ดิน​หนึ่ง​ทำ​บาป​ ​โดย​ประ​พฤติ​การ​ทร​ยศ​ต่อพระเจ้า
แล้วพระเจ้า​เหยียด​มือ​​ออก​ต่อ​สู้​แผ่น​ดิน​นั้น
ด้วยการ​ส่งดาบ การ​กัน​ดาร​อา​หาร สัตว์​ร้าย​และ​โรค​ระ​บาด มาสู่คนในแผ่นดิน

ถึง​แม้​ว่า​คน​ทั้ง​สาม​นี้ คือ​โน​อาห์ ดา​เนียล​และ​โยบ​ จะ​อยู่​ใน​นั้น
พวก​เขา​จะ​ช่วย​เฉพาะ​ชีวิต​ของ​พวก​เขา​ได้เท่านั้น
พว​กเขาจะ​ไม่​อาจ​ช่วย​บุตร​ชาย​หรือบุตร​สาว​ให้​รอด​ได้

​คน​รอด​ตาย​ จะถูก​นำ​ออก​มายังบาบิโลน
พวกเขาจะสารภาพถึง​วิถี​ชีวิต​และ​การ​กระ​ทำ​ของ​พวก​เขา ให้เอเสเคียลและคนในบาบิโลนฟัง
แล้วคนอิสราเอลนบาบิโลน​จะ​เบา​ใจ​ใน​เรื่อง​การ​ร้าย​ซึ่งพระเจ้าได้​นำ​มา​เหนือ​เย​รู​ซา​เล็ม
เพราะรู้ว่าพระเจ้า​ไม่​ได้​ทำ​สิ่ง​ต่างๆ โดย​ปราศ​จาก​เหตุ​ผล
(รู้ว่า ความจริงแล้ว สมควรจะโดนหนักกว่านี้อีก)

1. คนที่มาหาพระเจ้าอย่างจริงใจ ต้องให้พระเจ้าเป็นผู้เดียวที่เขาแสวงหาและพึ่งพา
พวก​ผู้อาวุ​โส​ที่มาหาเอเสเคียล เขาดูเหมือนมาแสวงหาพระเจ้า
แต่ในใจของเขา มีรูปเคารพที่เขายึดมั่นเอาไว้
พวกเขาจึงไม่อาจพบกับพระเจ้าได้
นอกจากจะกลับใจ หันหลังให้รูปเคารพเหล่านั้น
หันมาแสวงหาพระเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว

2. โดยคำอธิษฐานโน​อาห์ ช่วยครอบครัวให้รอด
ดา​เนียลช่วยเพื่อนของตนให้รอด
​และ​โยบ​ช่วยเพื่อนของเขาให้รอด

แต่บาปของอิสราเอลครั้งนี้ใหญ่หลวง
​แม้​ว่า​คน​ทั้ง​สาม​นี้ จะอธิษฐานเพื่อพวกเขา
พวกเขาก็จะไม่รอด หากไม่ยอมกลับใจอย่างแท้จริง

เวลานี้พระเยซูคริสต์ผู้ทรงชอบธรรม กำลังอธิษฐานเผื่อเรา
และเราจะรอดพ้นจากสถานการณ์นี้ได้ เมื่อเรากลับใจอย่างแท้จริง

คำคม

“ พระเจ้า​จะไม่​​ทำ​ใดๆ โดย​ปราศ​จาก​เหตุ​ผล ”

สรุป เอเสเคียล 13

ภาพรวม

  • เอเสเคียล บทที่ 13 เอเสเคียลประกาศโทษของ​พวกผู้​เผย​พระ​วจนะ​เท็จ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 13

พระเจ้าให้เอเสเคียลเผย​พระ​วจนะ​ กล่าว​โทษ​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ของ​อิส​รา​เอล​ที่ ​ว่า

วิบัติ​แก่​พวก​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​โฉด​เขลา
– พวกเขาดำ​เนิน​ตาม​ใจของ​ตัว​เอง​และ​ไม่​เคย​ได้​เห็น​อะไร​เลย
– พวกเขา​เหมือน​สุนัข​จิ้ง​จอก​ ท่าม​กลาง​ซาก​ปรัก​หัก​พัง ไม่​ได้​ซ่อม​กำ​แพง​ให้​คนอิส​รา​เอล
– พวกเขา​เห็น​นิมิต​ปลอม​
– พวก​เขา​กล่าว​ว่า ‘พระเจ้าตรัส​ดังนี้’ ทั้งที่พระเจ้า​ไม่​ได้​ใช้​เขา​ไป

ดังนั้น พระเจ้าจะ​ต่อ​สู้​พวก​เขา
พวก​เขา​จะ​ถูกตัดออกจาก​พงศ์​พันธุ์​อิส​รา​เอล

เมื่อบางคนบอกว่า​กำ​แพงเยรูซาเล็มจะคงอยู่ จะสามารถต่อต้านบาบิโลนได้
ผู้​เผย​พระ​วจนะ​เหล่า​นั้น​ก็​สนับสนุนด้วยคำโกหกของตน
เหมือนฉาบกำแพงด้วยปูนขาว แค่ดูสวยงาม แต่ไม่ได้ช่วยป้องกันอะไรได้จริงๆ

แต่พระเจ้าจะให้กำ​แพง​นั้น​จะ​พัง​ถึง​ดิน
แล้วพวกเขา​จะ​พิ​นาศ​อยู่​ท่าม​กลาง​กำ​แพง

วิบัติ​มี​แก่​หญิง​ที่​เย็บ​ปลอก​ไสย​ศาสตร์ ​สำ​หรับ​สวม​ข้อ​มือ ให้​คน​เพื่อ​ล่า​ชีวิต​คน
พวก​เขา​ลบ​หลู่​พระเจ้า ​ท่าม​กลาง​ประ​ชา​กร​ของ​พระองค์
ด้วย​เห็น​แก่​ข้าว​บาร์​เลย์​ไม่​กี่​กำ​มือ

พวกเขาได้ฆ่า คน​ที่​ไม่​ควร​จะ​ตาย และไว้ชีวิตคน​ที่​ไม่​ควร​ไว้​ชีวิต
โดยการพูดเท็จ​ต่อ​ประ​ชา​กร​ของ​พระเจ้า

ดังนั้นพระเจ้าจะ​ฉีก​ปลอก​ไสย​ศาสตร์​นั้น​เสีย​จาก​แขน​ของ​พวกเขา และปล่อยคนเป็นอิสระ
พระเจ้าจะ​ช่วย​กู้​ประ​ชา​กร​ของพระองค์ให้​พ้น​จาก​มือ​ของ​พวกเขา

พวกเขาทำ​ให้​คน​ชอบ​ธรรม​ท้อ​ใจ​ด้วย​การ​หลอก​ลวง
พวกเขา​ได้​หนุน​ใจ​คน​อธรรม​ ​ให้​ทำบาปต่อไป อย่างไม่ต้องกลับใจ
ทำ​ให้​เขา​ไม่​อาจ​รัก​ษา​ชีวิต​ของ​ตน​ไว้ได้
ดังนั้น พวกเขา​จะ​ไม่​ได้​เห็น​นิมิต​ปลอม​หรือ​ทำการ​ทำ​นาย​อีก
พระเจ้า​จะ​ช่วย​กู้​ประ​ชา​กร​ของ​พระองค์​ให้​พ้น​จาก​มือ​ของ​พวก​เขา

1. พวกผู้เผยพระวจนะเท็จนั้น ทำตามใจตนเอง ไม่สนใจว่าพระเจ้าต้องการให้ทำอะไร
และพวกเขาจะไม่ช่วยคนให้พ้นจากการถูกลงโทษ
แต่ตรงกันข้าม กลับส่งเสริมให้คนทำชั่ว จนคนเหล่านั้นต้องถูกลงโทษ

วันนี้เราทำตามใจปรารถนาของตนเอง หรือทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า?
วันนี้เราได้ช่วยคนให้พ้นความพินาศ ด้วยการนำข่าวประเสริฐไปยังพวกเขาบ้างหรือไม่?
วันนี้เราส่งเสริมให้คนทำสิ่งที่ดี หรือสนับสนุนให้คนทำชั่ว?

2. หญิงที่เย็บปลอกไสยศาสตร์ เพื่อแลกข้าว​บาร์​เลย์​ไม่​กี่​กำ​มือ
พวกนางกำลังลบหลู่พระเจ้าและวางกับดักทำลายชีวิตของผู้คน

การร่วมมือกับคนชั่วร้าย จะได้รับโทษแบบเดียวกับคนชั่วร้าย

3. คนที่ทำให้คนชอบธรรมท้อใจ ที่จะทำดีต่อไป
และคนที่ส่งเสริมให้คนอธรรม ทำสิ่งชั่วร้ายต่อไป
คนทั้งสองประเภทนี้ ไม่เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า

คำคม

“ อย่ามีส่วนร่วม หรือสนับสนุน การกระทำของคนชั่วร้าย ”

สรุป เอเสเคียล 12

ภาพรวม

  • เอเสเคียล บทที่ 12 พระเจ้าให้เอเสเคียลแสดงเป็นคนที่หนีออกจากเมือง ซึ่งเล็งถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเยรูซาเล็ม

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 12

พระเจ้าตรัสกับเอเสเคียล ว่า
เขา​อา​ศัย​อยู่​ท่าม​กลาง​พงศ์​พันธุ์​มัก​กบฏ
ผู้​มี​ตา​ไว้​ดู​แต่​ไม่​เห็น ผู้​มี​หู​ไว้​ฟัง แต่​ไม่​ได้​ยิน

แล้วพระเจ้าสั่งให้เอเสเคียล จัด​เตรียม​ข้าว​ของ​สำ​หรับ​การ​เป็น​เชลย​ให้​ตัว​เอง
และ​จง​ไป​เป็น​เชลย​ใน​เวลา​กลาง​วัน​ต่อ​หน้า​ต่อ​ตาประชาชน
บางที​พวก​เขา​จะ​เข้า​ใจได้
และ​ใน​เวลา​เย็น ก็ให้ออก​ไป​ต่อ​หน้า​ต่อ​ตา​พวก​เขา​เหมือน​อย่าง​ออก​ไป​เป็น​เชลย
และให้​เจาะ​กำ​แพง​ต่อ​หน้า​ต่อ​ตา​พวก​เขา
แล้ว​นำ​ข้าว​ของ​ออก​ไป​ตาม​ช่อง​กำ​แพง​นั้น
เวลาออกไปนั้น ให้ยก​ข้าว​ของ​ใส่​บ่า​ แล้ว​คลุม​หน้า​

เอเสเคียลก็ทำตามทั้งหมด

แล้วประชาชนก็ถามเอเสเคียลว่า ทำ​อะไร?
เอเสเคียลก็ตอบว่า นี่เป็นคำพิพากษา​เกี่ยว​กับ​เจ้า​นาย​ผู้​นั้น​ใน​เย​รู​ซา​เล็ม และ​คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ซึ่ง​อยู่​ใน​นคร​นั้น

เจ้า​นาย​ผู้​นั้นจะถูก​นำ​​เข้า​ไป​ใน​บา​บิ​โลน แต่​เขา​ก็​จะ​ไม่​เห็น​แผ่น​ดิน​นั้น และ​เขา​จะ​ต้อง​ตาย​ที่​นั่น
พวก​คน​ที่​อยู่​รอบ​ตัว​เขา จะ​กระ​จาย​ไป​​ทุก​ทิศทาง ไป​อยู่​ท่าม​กลาง​ประ​ชา​ชาติ

แต่​เรา​จะ​ให้​บาง​คน​เหลือ​รอด​จาก​ดาบ จาก​การ​อด​อยาก​และ​จาก​โรค​ระบาด
เพื่อ​พวก​เขา​จะ​เล่า​ถึง​สิ่ง​น่า​สะ​อิด​สะ​เอียน​ทั้ง​หมด​ของ​เขา ใน​ท่าม​กลาง​ประ​ชา​ชาติ​ซึ่ง​เขา​ไป​อยู่​นั้น

แล้วพระเจ้าก็สั่งให้เอเสเคียล ​กิน​อา​หาร​ด้วย​ตัว​สั่น และ​ดื่ม​น้ำ​ด้วย​​อา​การ​สั่น​เทา
แล้ว​ให้พูด​กับ​ประ​ชา​ชน​ ​ว่า
ชาว​เย​รู​ซา​เล็ม​จะ​กิน​อา​หาร​ของ​เขา​ด้วย​ความ​กระ​วน​กระ​วาย และ​ดื่ม​น้ำ​ด้วย​อก​สั่น​ขวัญ​หาย
เนื่อง​จาก​ความ​ทา​รุณ​ของพวกเขาที่ได้ทำลงไป
เมืองนั้นจะ​เป็นที่​ร้าง​เปล่า

เพราะคนอิสราเอล กล่าวสุภา​ษิต​ ​ว่า
“วันแห่งการลงโทษ​ก็​ไกล​ออก​ไป และ​นิมิต​ทุก​เรื่อง​ก็​เหลว”
ดังนั้นพระเจ้าจะให้พวก​เขา กล่าว​ว่า
“วัน​เหล่า​นั้น​ก็​ใกล้​และ​นิมิต​ทุก​เรื่อง​ก็​จะ​สำ​เร็จ”

​คำ​พูดของพระเจ้าทุกคำ​นั้น ​จะ​ต้อง​เป็น​ไป​ตาม​นั้น ​โดย​ไม่​ล่า​ช้า​

เพราะคนอิสราเอลกล่าวว่า
“นิมิต​ที่​เอเสเคียล​เห็นนั้น​ อีกนานก​ว่าจะเกิดขึ้น”

แต่พระเจ้าตรัส​ ว่า
​ถ้อย​คำ​ของ​พระองค์​จะ​ไม่​ล่า​ช้า​อีก​ต่อ​ไป แต่​จะ​ต้อง​เป็น​ไป​ตาม​นั้น ทุกอย่าง

1. คนอิสราเอล ​มี​ตา​ไว้​ดู​แต่​ไม่​เห็น ผู้​มี​หู​ไว้​ฟัง แต่​ไม่​ได้​ยิน
ตา และ หู ไม่ได้ทำหน้าที่ที่ควรจะทำ
จึงไม่รับรู้ถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่พวกเขา

วันนี้พระเจ้ากำลังตรัสกับเรา ผ่านเหตุการณ์ ผ่านสถานการณ์ ผ่านพระคำของพระเจ้า
และผ่านบุคคลต่างๆ
อย่าให้เรามีใจแข็งกระด้าง ไม่ยอมรับฟังคำสอนและเสียงเตือนของพระองค์

2. สิ่งที่พระเจ้าสั่งให้เอเสเคียลทำ ดูเหมือนจะทำให้เขาเป็นที่เย้ยหยัน หัวเราะเยาะ ดูเป็นคนประหลาด
แต่เขาก็ยังคงเชื่อฟังทำตามคำสั่งของพระเจ้า

ให้เรากล้าที่จะเชื่อฟังพระเจ้าเสมอ
แม้จะต้องจ่ายราคาที่แสนแพงก็ตาม

3. เหตุการณ์ตามคำพยากรณ์ของเอเสเคียล เกิดขึ้นเป็นจริง
“เจ้า​นาย​ผู้​นั้นจะถูก​นำ​​เข้า​ไป​ใน​บา​บิ​โลน แต่​เขา​ก็​จะ​ไม่​เห็น​แผ่น​ดิน​นั้น และ​เขา​จะ​ต้อง​ตาย​ที่​นั่น”
ในวันที่กรุงเยรูซาเล็มแตก กษัตริย์เศเดคียาห์หนีออกทางช่องกำแพงในเวลากลางคืน
แต่ก็ถูกทหารบาบิโลนจับได้ ต่อมาถูกทำให้ตาบอด แล้วนำตัวไปบาบิโลนและตายที่นั่น(ยรม.39 และ 52)

ทุกสิ่งที่พระเจ้าประกาศไว้ จะเกิดขึ้นเป็นจริงตามนั้นเสมอ
พระเจ้าทรงบอกไว้อย่างชัดเจนว่า
จะมีการพิพากษาสำหรับมนุษย์ทุกคนต่อหน้าบัลลังก์พระองค์
และคนที่ไม่มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิต
จะถูกทิ้งลงในบึงไฟนรก

เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
วันนี้ เราได้ตอบสนองต่อความจริงนี้อย่างไร?

คำคม

“ ทุกคำ​ที่พระเจ้าตรัส จะ​เกิดขึ้น​เป็น​จริง​ตาม​นั้นเสมอ​ ”

สรุป เอเสเคียล 11

ภาพรวม

  • เอเสเคียล บทที่ 11 พระเจ้าให้เอเสเคียลเห็นนิมิตการลงโทษที่จะมาถึงเหล่าที่ปรึกษาที่ชั่วร้ายของอิสราเอล

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 11

เหตุการณ์ต่อเนื่องมาตั้งแต่บทที่ 8 พระเจ้าทรงสำแดงนิมิตแก่เอเสเคียล

แล้ว​พระ​วิญ​ญาณ​ทรงนำ​เอเสเคียล​มา​ยัง​ประ​ตู​ด้าน​ตะวัน​ออก​ของ​พระ​นิเวศ​
ตรง​ทาง​เข้า​ประ​ตู​มี​ผู้​ชาย​อยู่ 25 คน พวกเขาเป็น​ผู้​วาง​แผน​ทำ​ความ​ผิด​บาป
และ​เป็น​ผู้​ให้​คำ​ปรึก​ษา​ชั่ว​ร้าย​ใน​เยรูซาเล็ม
พวกเขาเยาะเย้ย คำพยากรณ์ของผู้เผยพระวจนะของพระเจ้า

แล้ว​พระ​วิญ​ญาณก็​ลง​มา​บน​เอเสเคียล และ​ให้เขากล่าวว่า

เพราะคน​อิส​รา​เอล​ได้​​ฆ่าคนมากมาย​ในเยรูซาเล็ม และ​ทิ้ง​คน​ถูก​ฆ่า​ไว้​เต็ม​ถนน
ดังนั้น พวก​เขา​จะ​ถูก​นำ​ออก​มา​จาก​นคร
แล้ว​มอบพวกเขาไว้​ใน​มือ​คน​ต่าง​ด้าว​และ​ถูก​พิพาก​ษา​โทษ​
พวก​เขา​กลัว​ดาบ พระเจ้า​จะ​นำ​ดาบ​มา​เหนือ​พวก​เขา
พวก​เขา​จะ​ล้ม​ลง​ด้วยดาบ ​ที่​พรม​แดน​อิส​รา​เอล

พวก​เขา​ไม่​ได้​ดำ​เนิน​ตาม​กฎ​เกณฑ์​ของพระเจ้า
แต่​ได้​ทำ​ตาม​ประ​ชา​ชาติ​ทั้ง​หลาย​ที่​อยู่​รอบๆ

​ขณะที่เอเสเคียล​กำ​ลัง​เผย​พระ​วจนะ ในนิมิตอยู่นั้น
ช่วงเวลาเดียวกันนั้น ปา​ลิ​ติ​ยาห์​บุตร​เบ​ไน​ยาห์
(เจ้า​นาย​คนหนึ่ง ที่ยืนอยู่กับชาย 25 คน ใน อสค.11:1) ​ก็​เสีย​ชี​วิต

แล้ว​เอเสเคียลก็​ซบ​หน้า​ลง​ถึง​ดิน​ร้อง​เสียง​ดัง เพื่อคนอิสราเอล
แล้ว​พระเจ้าตรัสกับเอเสเคียล ​ว่า
คน​อิส​รา​เอล​ที่ถูก​กระ​จาย​ไป​อยู่​ท่าม​กลาง​ประ​เทศ​ทั้ง​หมด
พระเจ้า​ยังคง​เป็น​สถาน​นมัส​การ​ชั่ว​คราว​ของ​เขา​ใน​ประ​เทศ​ที่​เขา​ได้​ไป​อยู่นั้น
– พระเจ้า​จะ​รวบ​รวมพวกเขากลับมา
– พระเจ้าจะ​มอบ​แผ่น​ดิน​อิส​รา​เอล​ให้​พวก​เขา
– พวกเขา​จะ​รื้อ​สิ่ง​น่า​ขยะ​แขยง​​ทั้ง​หมด​ออก​ไป​
– พระเจ้า​จะ​ให้​พวกเขามีใจ​เดียว​กัน
– ​พระเจ้า​จะ​ใส่​วิญ​ญาณ​ใหม่​ไว้​ภายใน​พวก​เขา
– พระเจ้า​จะ​นำใจเนื้อมาแทน​ใจ​หินของพวกเขา​ เพื่อ​พวกเขา​จะ​ดำ​เนิน​ตาม​กฎ​เกณฑ์​ของพระเจ้า
– พวกเขา​จะ​เป็น​ประ​ชา​ชน​ของ​พระเจ้า
– พระเจ้าเอง​จะ​เป็น​พระ​เจ้า​ของพวก​เขา​

แต่​พวก​ที่​ใจ​ของ​เขา​ดำ​เนิน​ตาม​สิ่ง​น่า​ขยะ​แขยง​
พระเจ้าจะ​ลง​โทษ​

แล้ว​พวก​เค​รูบ​ก็​กาง​ปีก​ออก
พระ​สิริ​ของ​พระ​เจ้า​อยู่​เหนือ​เหล่า​เค​รูบ
พระ​สิริ​เคลื่อนจากเยรูซาเล็ม ไป​สถิต​อยู่​บน​ภูเขา ทาง​ด้าน​ตะวัน​ออก

แล้ว​พระ​วิญ​ญาณ​ทรง​นำ​เอเสเคียล​มา​ด้วย​นิมิต ​ถึง​เมือง​เคล​เดีย
มา​ยัง​พวก​เชลย
แล้ว​เอเสเคียลจึง​ได้​บอก​ถึง​สิ่ง​ต่างๆ ที่ได้รับการ​สำ​แดง​แก่​​พวก​เชลย​ได้รู้

1. ที่ปรึกษาที่ชั่วร้าย ทำให้คนถูกฆ่าตายมากมายในเยรูซาเล็ม
พวกเขาจึงถูกฆ่าตาย ด้วยสิ่งที่พวกเขาหวาดกลัว นอกเยรูซาเล็ม

ผู้นำที่ชั่วร้าย ไม่ว่าจะมีอำนาจมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถรอดพ้นการพิพากษาจากพระเจ้าได้

2. เมื่อพระเจ้าทรงนำการฟื้นฟูมาสู่อิสราเอล
พวกเขาไม่ได้ทำอะไรเลย เพื่อให้การฟื้นฟูนั้นเกิดขึ้น
พวกเขาเพียงแต่ตอบสนองต่อสิ่งที่พระเจ้าทรงทำ เท่านั้นเอง

แล้วพวกเขาก็เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
และเกิดหัวใจใหม่ ที่อยากจะทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

ให้เราเตรียมตัวให้พร้อม และรอเวลาของพระเจ้า
เมื่อพระเจ้าทรงทำงานของพระองค์ ก็ให้เราตอบสนองต่อพระองค์อย่างเหมาะสม
แล้วเราจะพบกับการฟื้นฟูที่แท้จริง

คำคม

“ พระเจ้าทรงสร้างใจใหม่ขึ้นในเรา เพื่อเราจะดำเนินชีวิตใหม่ ”

สรุป เอเสเคียล 10

ภาพรวม

  • เอเสเคียล บทที่ 10 เอเสเคียลเห็นนิมิต พระเจ้าทรงสั่งให้ชายใส่ชุดป่าน ไปนำไหมาโปรยเหนือเยรูซาเล็ม

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 10

​เอเสเคียลมองเห็นนิมิต เห็นเหล่า​เค​รูบ และมี​สิ่ง​ที่​มี​ลักษ​ณะ​คล้าย​พระ​ที่​นั่ง​
เป็น​เหมือน​ไพ​ลิน​ปรา​กฏ​ขึ้น​เหนือ​เค​รูบ​เหล่า​นั้น

พระเจ้าสั่งให้ชาย​สวม​เสื้อผ้าป่าน (ในบทที่ 9)​ ให้​เข้า​ไป​ใน​ที่​ระ​หว่าง​วง​ล้อ​ซึ่ง​อยู่​ใต้​เค​รูบ(อสค. 1:13)
แล้ว​กอบ​ถ่านร้อน​เต็ม​อุ้ง​มือ​ทั้งสอง​​นำ​ไป​โปรย​เหนือ​เยรูซาเล็ม

แล้ว​พระ​สิริ​ของพระเจ้า​ก็เคลื่อนมาเต็ม​พระ​นิเวศ
ส่วน​พวก​เค​รูบ​ก็กระพือปีกจน​ได้​ยิน​ไป​ถึง​ลาน​ชั้น​นอก
เหมือนดัง​พระ​สุรเสียง​ของ​พระ​เจ้า​

แล้วเครูบหยิบ​ไฟ​ขึ้น​มา ​ใส่​อุ้ง​มือ​ของ​ชาย​ที่​สวม​เสื้อ​ผ้า​ป่าน แล้วเขาก็​นำ​ออก​ไป
แล้ว​พวก​เค​รูบ​ก็​เหาะ​ขึ้น และวง​ล้อ​ก็​ตาม​ไป​ข้างๆ เพราะ​ว่า​วิญ​ญาณ​ของ​สิ่ง​มี​ชีวิต​นั้น​อยู่​ใน​วง​ล้อ

แล้ว​พวก​เค​รูบ​ก็​บิน​ขึ้นไป​จาก​พิภพ
และ​พระ​สิริ​ของ​พระ​เจ้า​ ก็​อยู่​เหนือ​เค​รูบ​พวก​นั้น

1. นิมิตที่เอเสเคียลเห็นนี้ คือ พระพิโรธของพระเจ้า (ถ่านร้อนๆ) จะถูกนำออกมาจากจำเพาะพระพักตร์พระเจ้า
นำมาสู่ชาวเยรูซาเล็ม ผู้ไม่ยอมกลับใจ

เมื่อมนุษย์ทำบาป ทำสิ่งชั่วร้าย ทำร้ายผู้อื่น พระพิโรธของพระเจ้าได้ถูกจุดขึ้น
เพียงแค่รอเวลา ที่จะมาถึงคนนั้น หากเขาไม่ยอมกลับใจเสียใหม่

2. เครูบ เหล่าทูตสวรรค์ที่รับใช้ปรนนับิติพระเจ้า
ในขณะที่กำลังตามคำสั่งของพระเจ้า
พระสิริของพระเจ้า ก็ปกคลุมเหนือพวกเขาเป็นพิเศษ

เมื่อเราเชื่อฟัง ทำตามคำสั่งของพระเจ้า
บรรยากาศแห่งการทรงสถิต และการเจิมของพระเจ้า
จะมีอย่างเต็มบริบูรณ์ในชีวิตของเรา

คำคม

“ ผู้รับใช้พระเจ้า ย่อมทำตามคำสั่งของพระเจ้า ไม่ใช่ตามใจปรารถนาของตนเอง ”

สรุป เอเสเคียล 9

ภาพรวม

  • เอเสเคียล บทที่ 9 พระเจ้าให้เอเสเคียลเห็นนิมิต คนในเยรูซาเล็มถูกฆ่าตายหมด ยกเว้นบางคนที่รังเกียจการกระทำชั่ว

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 9

เมื่อพระเจ้าทรงให้เอเสเคียลเห็นนิมิตเกี่ยวกับความชั่วร้ายของเยรูซาเล็มแล้ว​
พระ​องค์​ก็ทรง​ตรัส​ว่า
บรร​ดา​เพชฌ​ฆาต จง​ถือ​อาวุธ​ทำ​ลาย​มา​

แล้วก็มี​ชาย 6 คน คน​ถือ​อาวุธ​ทำลาย​ล้าง​เข้า​มา​จาก​ทาง​ประ​ตู​บน
และ​มี​ชาย​​สวม​เสื้อ​ผ้า​ป่าน​คน​หนึ่ง มี​กล่อง​เครื่อง​เขียน​ที่​เอว​
พระเจ้าสั่งชายคนนั้น ให้​เข้า​ไป​ในเย​รู​ซา​เล็ม
​ทำ​เครื่อง​หมาย​ไว้​ที่​หน้า​ผาก​ของ​​คน​ที่​ถอน​หาย​ใจ​และ​คร่ำ​ครวญ
เนื่อง​จาก​สิ่ง​น่า​สะ​อิด​สะ​เอียน​ทั้ง​หมด​ที่​คนทั้งหลายทำ​กัน​ใน​เยรูซาเล็ม

และ​พระ​องค์​สั่งให้​ชาย​คน​อื่นๆ ​ไป​​ฆ่า​ฟัน​คนในเยรูซาเล็มทั้งหมด อย่างไม่ต้อง​ปรานี
โดยเริ่ม​ต้น​จากที่​สถาน​นมัส​การ​
แต่​อย่าทำร้ายผู้​มี​เครื่อง​หมาย

แล้วขณะ​ที่​เขาทั้งหลาย​กำ​ลัง​ฟาด​ฟัน​อยู่​นั้น
เอเสเคียล​ก็​ซบ​หน้า​ลง​ถึง​ดิน​ร้อง อ้อนวอนพระเจ้าเพื่อคน​อิส​รา​เอล​

แล้ว​พระ​องค์​ตรัส​กับ​เขา​ว่า
บาป​ของ​อิส​รา​เอล มี​มาก​มาย​ยิ่ง​นัก แผ่น​ดิน​ก็​เต็ม​ด้วย​การฆ่าฟัน และ​ความ​อยุติ​ธรรม
เพราะ​พวก​เขาไม่ใส่ใจพระเจ้าอีกต่อไป
ดังนั้นพระเจ้าจะลงโทษ ตามการกระทำของพวกเขา อย่างไม่ปรานี​

1. ในการลงโทษอย่างเด็ดขาดของพระเจ้า พระองค์ทรงทำอย่างยุติธรรม
พระองค์สำแดงความเมตตา แก่คนที่รังเกียจบาป
พระองค์สำแดงพระพิโรธ แก่คนที่จมอยู่ในบาปโดยไม่คิดจะกลับใจ

วันนี้เรามีท่าทีอย่างไรต่อบาป?

2. คนเหล่านั้นที่รอดตาย คือ
คนที่ถอน​หาย​ใจ​และ​คร่ำ​ครวญ เพราะความบาปที่​คนทั้งหลายทำ​กัน​
แม้พวกเขาไม่สามารถจะขัดขวางการกระทำชั่วของประชาชนส่วนใหญ่ได้
แต่พวกเขาก็ไม่ได้คล้อยตามคนทั้งหลาย
พวกเขารังเกียจสิ่งเหล่านั้น และเสียใจที่สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นในสังคม

วันนี้ ถึงแม้ว่าเราไม่สามารถยับยั้งความชั่วร้ายในสังคมได้
แต่เราก็ควรเสียใจกับบาปที่คนมากมายในสังคมทำ
และอธิษฐานสารภาพบาปต่อพระเจ้า และขอการเปลี่ยนแปลงจากพระเจ้ามาสู่สังคมของเรา

คำคม

“ คนของพระเจ้า จะไม่เมินเฉยต่อทำบาปที่เกิดขึ้นในสังคม ”

สรุป เอเสเคียล 8

ภาพรวม

  • เอเสเคียล บทที่ 8 พระเจ้าทรงพาเอเสเคียลไปยังเยรูซาเล็มด้วยนิมิต เพื่อสำแดงให้เขาเห็นบาปต่างๆที่คนอิสราเอลได้ทำลงไป

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 8

ใน​วัน​ที่ 5 เดือน​ที่ 6 ของ​ปี​ที่ 6 (นับจากปีที่​กษัตริย์​เย​โฮ​ยา​คีน​ตก​เป็น​เชลย อสค. 1:2)
[เหตุการณ์นี้ เกิดหลังจาก บทที่ 1 เป็นเวลา 1ปี 2 เดือน]
ขณะ​ที่เอเสเคียล​นั่ง​อยู่​ใน​บ้าน​ของตน และ​มีบรร​ดา​ผู้​อาวุ​โส​ของ​ยู​ดาห์​นั่ง​อยู่​ด้วย

พระ​หัตถ์​ของพระเจ้าได้สัมผัสเขา ณ ที่​นั้น
เขามอง​เห็น​รูป​ลักษณ์​ของ​ชาย​คน​หนึ่ง
​มี​ลักษ​ณะ​ส่วนล่าง​เป็น​ไฟ ส่วนบน​สุก​ใส​เหมือน​ทอง​สัม​ฤทธิ์​แวว​วาว
(เหมือนใน บทที่ 1)
เมื่อท่านจับ​ผม​ที่ศีรษะ​เอเสเคียล แล้ว​พระ​วิญ​ญาณ​ก็พาเอเสเคียลมา​ถึง​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม​ ด้วย​นิมิต​

มาถึง​ทาง​เข้า​ประ​ตู​ด้าน​เหนือ​ของ​ลาน​ชั้น​ใน
อัน​เป็น​ที่​ตั้ง​รูป​เคา​รพ​ซึ่ง​เร้า​ให้​พระเจ้าเกิด​ความ​หวง​แหน
(​รูป​เคา​รพ​ของ​พระ​อา​เช-ราห์​ มนัสเสห์ทรงสร้างขึ้นแล้ว​ตั้ง​ไว้​ใน​พระ​นิเวศ​ ของพระเจ้า 2พกษ. 21:7)
พระเจ้าให้เอเสเคียล เงย​หน้า​มอง​ไป​ทาง​ทิศ​เหนือ
แล้วก็เห็นรูปเคารพนั้นตรง​ทาง​เข้าประตู
พระเจ้าตรัสว่า ​พวก​เขา​ทำ​สิ่ง​น่า​สะ​อิด​สะ​เอียน​ยิ่ง​ใหญ่​ ซึ่ง​ทำให้​พระเจ้า​ไป​จาก​สถาน​นมัส​การ​ของ​พระองค์

พระเจ้านำ​เอเสเคียลมา​ถึง​ประ​ตู​ลาน
และ​พระองค์ให้เขา​เจาะ​เข้า​ไป​ใน​กำ​แพง และพบว่ามี​ประ​ตู​อยู่​ประ​ตู​หนึ่ง
เมื่อเข้าไปก็เห็น ​ภาพ​สลัก​บน​ผนัง​โดย​รอบ มี​ภาพสัตว์​น่า​รัง​เกียจ และทั้ง​รูป​เคา​รพ​ทั้ง​หมด​ของ​อิส​รา​เอล
และ​มี​พวก​ผู้​ใหญ่​ของอิส​รา​เอล 70 คน ​ยืน​ถือ​กระ​ถาง​ไฟ​ บูชารูปเคารพเหล่านั้น
พวกเขาแอบทำในที่มืด เพราะคิดว่า​พระเจ้าไม่​เห็น​ พระเจ้า​ทอด​ทิ้ง​แผ่น​ดิน​นี้ไป​แล้ว

พระเจ้านำ​เอเสเคียล​มา​ถึง​ทาง​เข้า​ประ​ตู​ด้าน​เหนือ​ของพระ​นิเวศ​
ที่​นั่น​มี​ผู้​หญิง​หลาย​คน กำลัง​นั่ง​ร้อง​ไห้​เพื่อ​เทพ​ทัม​มุส (เทพเจ้าของกรีก)

พระเจ้านำเอเสเคียล​เข้า​มา​ใน​ลาน​ชั้น​ใน ตรง​ทาง​เข้า​พระ​วิหาร​
มี​ชาย​ประ​มาณ 25 คน​หัน​หลัง​ให้​พระ​วิหาร
และ​หัน​หน้าไปนมัส​การ​ดวง​อา​ทิตย์​ตรง​ทิศ​ตะวัน​ออก​

พระเจ้าตรัสกับเอเสเคียล ว่า
สิ่ง​น่า​สะ​อิด​สะ​เอียน​ ที่ยู​ดาห์ทำ​อยู่​ที่​นี่​ยัง​เลว​ไม่​พอ​หรือ?
พวกเขา​จึง​ทำ​ชั่ว​ด้วยการ​ทา​รุณ คนที่อ่อนแอกว่า ​เพื่อ​ให้​พระเจ้ากริ้ว​ยิ่ง​ขึ้น
และพวกเขา​​ยัง​เอา​กิ่ง​ไม้​มา​แตะ​จมูก เพื่อนมัสการรูปเคารพ ตามที่ต่างๆที่เขาไปอีกด้วย

ดังนั้นพระเจ้าจะลงโทษพวกเขาด้วย​ความ​โกรธ โดย​ไม่​ปรานี
​แม้​ว่า​พวก​เขา​จะ​ร้อง​ด้วย​เสียง​อัน​ดัง​ใส่​หู​ของ​พระเจ้า
พระองค์​ก็​จะ​ไม่​ฟัง​พวก​เขา

1. มนุษย์อาจจะมองว่า ทำไมพระเจ้าถึงลงโทษอิสราเอลรุนแรงถึงเพียงนี้
ก็เพราะว่ามนุษย์เห็นแค่บางส่วน แต่พระเจ้าทรงทราบทุกสิ่ง
การตัดสินของพระองค์นั้นจึงยุติธรรมที่สุด

วันนี้ทุกสิ่งที่เราทำแม้มนุษย์ไม่เห็น แต่พระเจ้าทรงทราบ
และพระองค์จะทรงตอบแทนเราอย่างยุติธรรม

2. สิ่งที่คนอิสราเอลทำคือ
ลบหลู่พระเจ้า โดยละทิ้งพระองค์ ไปหารูปเคารพ
และข่มเหงคนยากจนอย่างทารุณไร้ความปรานี

พระเจ้าจึงส่งศัตรูมายังพวกเขา แล้วพระองค์ไม่ช่วยพวกเขา
ปล่อยให้พวกรูปเคารพช่วยเขา
ซึ่งแน่นอนช่วยพวกเขาไม่ได้ พวกเขาจึงถูกศัตรูทำลายอย่างไร้ความปรานี

หากเราสังเกตดูให้ดี
การตีสอนของพระเจ้าที่มาถึงเราวันนี้ มันสอดคล้องกับการกระทำสิ่งที่ไม่ดีของเราในอดีตที่ผ่านมา
ดังนั้นการแก้ไข ก็คือ การกลับใจ สารภาพความผิดนั้นต่อพระเจ้า อย่างจริงใจ
แล้วสถานการณ์จะได้รับการคลี่คลายลง ในทางที่ดีเสมอ

คำคม

“ ไม่มีสิ่งใดปิดบังซ่อนไว้จากพระเจ้าได้ แม้มันจะถูกซ่อนอยู่ลึกที่สุดในใจของเราก็ตาม ”

สรุป เอเสเคียล 7

ภาพรวม

  • เอเสเคียล บทที่ 7 พระเจ้าทรงให้เอเสเคียลเตือนคนอิสราเอล เกี่ยวกับหาย​นะ​ที่​ใกล้​จะ​มา​ถึง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 7

พระเจ้าทรงตรัสเกี่ยว​กับ​แผ่น​ดิน​อิส​รา​เอล​ ว่า
อว​สาน​จะมา​ถึง ทั้ง​สี่​มุม​ของ​แผ่น​ดิน
พระเจ้า​จะ​ปล่อย​ให้​ความ​กริ้ว​ และการ​พิพาก​ษา ลงมาบนพวกเขา
พระเจ้าจะ​ลง​ทัณฑ์พวกเขาอย่างไม่ปรานี ตาม​วิถี​ชี​วิตของพวกเขา

วิบัติ​ที่​ไม่​เคย​มี ได้​มา​ถึง​แล้ว
อว​สาน​ และ ความ​หาย​นะ​ของ​พวกเขามา​ถึง​แล้ว

บัด​นี้ ใกล้​เวลา​ที่​พระเจ้าจะ​เท​ความ​โกรธ​ลงมาแล้ว

วัน​นั้น ความ​รุน​แรง​ได้​ทวีขึ้น​ จนความ​มั่ง​คั่ง​ของ​พวก​เขาทั้งหมดก็สูญไป
ทุกอย่างที่พวกเขามีก็หมดไป

​นิมิต​นั้น​​จะ​ไม่​หัน​กลับ ​
เพราะ​ความ​ผิด​บาป​ของพวก​เขานั้นมากมาย
จึง​ไม่​มี​ใคร​อาจ​รัก​ษา​ชีวิต​ไว้​ได้

ดาบ​จะอยู่​ข้าง​นอก
โรค​ระ​บาด​และ​ความ​อด​อยาก​อยู่​ข้าง​ใน
เพื่อสังหารพวกเขา

พวกเขาจะเศร้าโศกสลด และ​ความ​สั่นกลัวและความอับอายจะ​ครอบงำ​พวก​เขา
พวก​เขา​ขว้าง​เงิน และ​ทอง​คำ​ของ​เขา​ ทิ้งเสีย
เพราะพวกมัน​ไม่​อาจ​จะ​ช่วย​กู้​พวกเขา​ใน​วัน​แห่ง​พระ​พิโรธ​ของ​พระเจ้า

พระเจ้าจะ​หัน​หน้า​ออก​จาก​พวก​เขา
แล้วพวก​ปล้น​จะ​เข้า​มาปล้นพระวิหารของพระเจ้า
แล้ว​ทำ​ให้​มัน​เสื่อม​เกียรติ

พระเจ้า​จะ​นำ​ประ​ชา​ชาติ​ชั่ว​ร้าย​ที่​สุด​มา
และ​ให้​ถือ​กรรม​สิทธิ์​บ้าน​เรือน​ของพวก​เขา​
พระเจ้าจะ​ให้​ความ​หยิ่ง​ของ​คน​ทรงพลัง​นั้น​สิ้น​สุด​ลง
และ​สถาน​ศักดิ์​สิทธิ์​ของ​พวก​เขา​จะ​เป็น​ที่​ลบหลู่

​ความ​หวาด​กลัว​จะมา​ถึง
พวกเขาจะ​แสวง​หา​ความ​สงบสุข​ไม่​พบ​เลย
​ผู้​เผย​พระ​วจนะ และ​​ปุโร​หิต ก็ไม่มีถ้อยคำของพระเจ้า
กษัตริย์​ก็จะเป็น​ทุกข์โศก
เจ้า​นาย​ก็​จะอับอาย​ด้วย​ความ​สิ้นหวัง
ประชาชนก็หวาดกลัว

พระเจ้า​จะ​จัด​การ​กับพวก​เขา​ตาม​วิถี​ทาง​ของ​พวกเขา
และพระเจ้าจะ​พิพาก​ษาพวก​เขา​ตาม​หลัก​การ​พิพาก​ษา​ของ​พวกเขา

1. พระเจ้าเตือนอิสราเอลว่า หายนะ และการลงโทษมาถึงแล้วนะ จงรีบกลับใจ
จากนั้นพระเจ้าพูดอีกว่า ใกล้แล้วนะ หายนะน่ากลัวจริงๆนะ

เราเห็นท่าทีของพระเจ้าอย่างชัดเจน ว่า
พระองค์ปรารถนาเหลือเกินที่จะให้ประชากรของพระองค์กลับใจ
ทรงเตือนแล้วเตือนอีก แล้วก็เตือนอีกที
น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ยอมฟัง ไม่ยอมกลับใจใหม่

วันนี้ เมื่อพระเจ้าทรงเตือนเรา
ให้เรารีบถ่อมใจลง สารภาพความผิดต่อพระองค์ และกลับใจเสียใหม่
ก่อนที่จะสายเกินแก้

2. เมื่อการพิพากษามาถึง ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์ ผู้เผยพระวจนะ ปุโรหิต หรือประชาชน ก็ไม่สามารถหนีพ้นจากลงโทษจากพระเจ้าได้

ในคริสตจักรของพระเจ้าก็เช่นกัน หากไม่ยอมกลับใจใหม่
การตีสอนจากพระเจ้าจะมาถึงทั้งผู้นำ และ ผู้ตาม ผู้เชื่อเก่า และ ผู้เชื่อใหม่
อย่างไม่มีข้อยกเว้น

3. พระเจ้า​จะ​จัด​การ​กับคนอิสราเอล​ตาม​วิถี​ทาง​ของ​พวกเขา
และตาม​หลัก​การ​พิพาก​ษา​ของ​พวกเขา

ในเมื่อพวกเขาไม่มีความปรานีต่อผู้อื่น
ดังนั้นในการจัดการกับเขา พระเจ้าจะทำอย่างสาสม ไร้ความปรานี เช่นกัน

คำคม

“ การเตือนของพระเจ้า มาถึงเรา เพื่อให้เรากลับใจใหม่ ”

สรุป เอเสเคียล 6

ภาพรวม

  • เอเสเคียล บทที่ 6 เอเสเคียลเผยพระวจนะเกี่ยวกับการลงโทษคนอิสราเอล เพราะสิ่งน่าสะอิดสะเอียนที่พวกเขาได้ทำ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 6

พระเจ้าทรงสั่งให้เอเสเคียล เผย​พระ​วจนะ​กล่าว​โทษดินแดนอิสราเอล ดังนี้

พระเจ้าจะ​นำ​ดาบ​มา​เหนือ​ดินแดนนี้
และพระองค์จะ​ทำ​ลาย​ปูช​นีย​สถาน​สูง แท่นบูชารูปเคารพ และรูปเคารพ ที่นั่นเสีย
และพระองค์ให้ประชาชนที่นั่นถูกฆ่าอย่างมากมาย

แต่​พระเจ้าจะ​ให้​บาง​คน​เหลือ​อยู่ และ​ถูก​กระ​จาย​ไป​ใน​ดิน​แดน​ต่างๆ
พวกเขาจะ​รู้​ว่า​ พระเจ้า​ปวด​ร้าว​ เพราะ​ใจ​แพศ​ยา​ของ​พวก​เขามากเพียงใด
แล้ว​พวกเขาจะ​เกลียด​ตัว​เอง ​เนื่อง​จาก​ความ​ชั่ว​และ​สิ่ง​น่า​สะ​อิด​สะ​เอียนซึ่งพวก​เขา​ได้​ทำ

คนอิสราเอลได้ทำ​สิ่ง​น่าสะ​อิด​สะ​เอียน ​อัน​ชั่ว​ช้า​
พวกเขา​​จึง​ล้ม​ลง​ด้วย​ดาบ ด้วย​ความ​อด​อยาก​และ​ด้วย​โรค​ระ​บาด
ผู้​ที่​อยู่​ห่าง​ไกล​จะ​ตาย​ด้วย​โรค​ระ​บาด
ผู้​ที่​อยู่​ใกล้​ก็​จะ​ตาย​ด้วย​ดาบ
และ​ผู้​ที่​เหลือ​อยู่​จะ​ตาย​ด้วย​ความ​อด​อยาก
​จึง​ระ​บาย​ความ​โกรธ​ของ​เรา​ต่อ​พวก​เขา​ได้​หมด​สิ้น

แล้วพวกเขาจะ​รู้​ว่า​ พระองค์ คือ พระเจ้า
และพระองค์​จะ​ยื่น​มือ​ของพระองค์ออก​ต่อ​สู้​พวก​เขา
แล้ว​ทำ​ให้​แผ่น​ดิน​ที่พวก​เขา​อา​ศัย​ทุก​แห่ง​ร้าง​เปล่า​

1. คนอิสราเอลนำเอาลูกๆของตนมาเผาบูชายันต์รูปเคารพที่แท่นบูชา
เมื่อการพิพากษาของพระเจ้ามาถึง พวกเขาจึงถูกฆ่าที่บริเวณแท่นบูชาเหล่านั้น

พระเจ้าตัดสินอย่างยุติธรรม ในเวลาของพระองค์

2. พระเจ้า​ทรงปวด​ร้าว เมื่อประชากรของพระเจ้าทำ​ความ​ชั่ว​และทำ​สิ่ง​น่า​สะ​อิด​สะ​เอียน

วันนี้เรากำลังทำให้พระเจ้าปวดร้าวใจ โดยเราไม่คิดจะกลับใจอยู่หรือเปล่า?

3. เมื่อการพิพากษาของพระเจ้ามาถึง ข้าศึกมาล้อมเมือง
คนที่อยู่ห่างไกลเมืองก็ตายด้วยโรคระบาด
คนที่ออกไปรบก็ตายด้วยดาบ
คนที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองก็ตายด้วยความอดอยาก

เมื่อการพิพากษามาถึง ไม่ว่าเราเป็นใคร อยู่ที่ไหน กล้าหาญสักเพียงใด
ก็ไม่สามารถรอดพ้นจากการลงโทษของพระเจ้าได้
นอกจากผู้นั้นจะซ่อนตัวในพระเยซูคริสต์ มอบให้พระคริสต์รับหน้าที่รับโทษแทนเขา

คำคม

“ พระเจ้าทรงปวดร้าว เมื่อประชากรของพระองค์ จงใจเดินไปในทางชั่วร้าย ”

สรุป เอเสเคียล 5

ภาพรวม

  • เอเสเคียล บทที่ 5 พระเจ้าสั่งให้เอเสเคียลให้ดาบโกนผมและเครา แล้วนำมาเป็นสัญลักษณ์ เพื่อแสดงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเยรูซาเล็ม

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 5

พระเจ้าสั่งให้เอเสเคียล ​ใช้ดาบโกน​ศีรษะ​และ​เครา​ของ​ตน
แล้ว​​ชั่ง​น้ำ​หนัก​ แบ่ง​เส้น​ผม​ ออกเป็น 3 ส่วน
ส่วน​ ที่ 1 เอาไป​เผา​ไฟ​ที่​กลาง​เมือง ​ใน​วัน​ที่​การ​ล้อม​ครบ​ถ้วน (บทที่ 4)
ส่วนที่ 2 นำ​มา​ฟัน​ด้วย​ดาบ​ไป​รอบๆ เมือง
ส่วนที่ 3 ปล่อย​ให้​ปลิว​กระ​จาย​ไป​ตาม​ลม
แล้วให้เส้น​ผม​​นั้น​หน่อย​หนึ่ง ​มา​ห่อ​ไว้​ใน​เสื้อ​คลุม​ของเขา
และ​เอา​เส้น​ผม​​นั้น​​อีก​หน่อย​หนึ่ง โยน​เข้า​ไป​ใน​ไฟ

แล้วพระเจ้าทรงตรัสว่า
นี่​คือ​เย​รู​ซา​เล็ม พระเจ้า​ตั้งเยรูซาเล็ม​ไว้​ท่าม​กลาง​ประ​ชา​ชาติ​ทั้ง​หลาย
แต่​พวกเขา​ได้​กบฏ​ต่อ​พระเจ้า​อย่าง​ชั่ว​ร้าย​ยิ่ง​กว่า​ประ​ชา​ชาติ​ใดๆ
ดังนั้น พระเจ้าจะ​เป็น​ปฏิ​ปักษ์​กับพวกเขา
พระเจ้า​จะ​ทำ​การ​พิพาก​ษา​ท่าม​กลาง​พวกเขา ต่อ​หน้า​ประ​ชา​ชาติ​ทั้ง​หลาย
พระเจ้า​จะ​ทำ​กับพวกเขาอย่าง​ที่​ไม่​เคย​ทำ​มา​ก่อน และจะ​ไม่​ทำ​เช่น​นั้น​อีก
บิดา​จะ​กิน​บุตร และ​บุตร​จะ​กิน​บิดา​
และ​คนที่​เหลือ​อยู่ พระเจ้า​จะ​ให้​กระ​จัด​กระ​จาย​ไป​ตาม​ลม​ใน​ทุก​ทิศ​ทาง

เพราะพวกเขาได้​ทำ​ให้​สถาน​บริสุทธิ์​ของ​พระเจ้าเป็น​มล​ทิน
และเต็ม​ไปด้วย​สิ่ง​น่า​ขยะ​แขยง​ น่า​สะ​อิด​สะ​เอียน​
ดังนั้น พระเจ้า​จะ​ลด​ทอนพวกเขา​ลง โดยไม่​ปรานี และไม่​กรุณา​

1 ใน 3 ​ของ​พวกเขาจะ​​ตาย ​เพราะ​โรค​ระ​บาด หรือ ​ความ​อด​อยาก
อีก 1 ใน 3 ​จะตาย​ด้วย​ดาบ
และ​อีก​ 1 ใน 3 พระเจ้า​จะ​ให้​กระ​จัด​กระ​จาย​ไป​ และ​ดาบ​ออก​ไล่​ตาม​พวกเขา​​ไป

แล้ว​ความ​โกรธ​ของพระเจ้าต่อ​พวก​เขา​จึง​จะ​สงบ
แล้ว​พวก​เขา​จะ​รู้​ว่า​ พระเจ้าทรง​หวง​แหน

แล้วบ้านเมืองของพวกเขาจะ​ร้าง​เปล่า และ​ถูก​​เย้ย​หยัน

พระเจ้าจะส่งความ​อด​อยาก​ร้าย​แรง ​​และ​สัตว์​ป่า​ ไป​ทำลายพวกเขา
และพวกเขาจะพบกับโรค​ระบาด​ ​การ​หลั่ง​เลือด​ และ​​ดาบ​

1. พระเจ้าสั่งให้เอเสเคียลโกนผม โกนเครา
ซึ่งเป็นที่สิ่งที่น่าอายมากสำหรับคนอิสราเอล (2ซมอ. 10:4-5)
หนำซ้ำ ใน ลนต. 21:5 กล่าวว่า ” ห้าม​โกน​ศีรษะ​หรือ​กัน​เครา หรือ​เชือด​เนื้อ​ตัว​เอง “

ดูเหมือนคำสั่งของพระเจ้าในครั้งนี้ ช่างทำให้เอเสเคียลน่าละอาย และดูเหมือนเป็นคำสั่งที่ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
แต่ถึงกระนั้น เอเสเคียลก็เชื่อฟังและทำตาม
และด้วยการทำตามสิ่งที่ไม่ค่อยเข้าท่านี้
เป็นเหตุให้เกิดพระธรรมเอเสเคียล อันลึกซึ้ง
ซึ่งมีผู้คนได้อ่านและรับพระพร หลายพันล้านคนชั่วโลก ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา

การเชื่อฟังพระเจ้า อาจจดูเหมือน ไม่เข้าท่าในสายตาของมนุษย์
แต่ให้เรายังคงเชื่อฟังพระคำของพระเจ้าต่อไป
เพราะพระเจ้าเองจะทำสิ่งนั้น
เกิดผลเป็นพระพร และน้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จผ่านชีวิตของเรา

2. เพราะคนอิสราเอลทำสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนในพระนิเวศของพระเจ้า
(เช่น ถวายเครื่องบูชาแก่รูปเคารพในพระนิเวศของพระเจ้า ฯลฯ)
ดังนั้นพระเจ้าจึงทำให้เขากลายเป็นสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียน ท่ามกลางบรรดาประชาชาติ

เมื่อเราปฏิบัติต่อพระเจ้าอย่างไร
สิ่งนั้นจะกลับมาตกแก่เราอีกมากมายหลายเท่า
จงทุ่มเท เสียสละ ในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าเถิด

คำคม

“ เพราะพระเจ้าทรงรักเรามาก พระองค์จึงทรงหวงแหนเรา ”

สรุป เอเสเคียล 4

ภาพรวม

  • เอเสเคียล บทที่ 4 พระเจ้าสั่งให้เอเสเคียลทำแบบจำลองเมืองเยรูซาเล็มขึ้น เพื่อสื่อคำพยากรณ์ว่าเยรูซาเล็มจะถูกโจมตีเพราะบาปของคนอิสราเอล

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 4

พระเจ้าสั่งให้เอเสเคียลเอา​ก้อน​อิฐ ​มาแกะ​รูป​เมือง​เย​รู​ซา​เล็ม
แล้วทำ​กำ​แพง​รอบ​เมืองนั้น​ด้วย
แล้วให้ ตั้งป้อมและ​ตั้ง​ค่าย​รอบ เพื่อต่อสู้กับเมืองนั้น
และให้เอาแผ่นเหล็ก​​มาทำเป็น​เหมือน​กำ​แพง​ ระ​หว่าง​เขา​กับเมือง​นั้น
แล้วเขานอน​ตะ​แคง​ข้าง​ซ้าย แล้ว​วาง​ความ​ผิด​บาป​ของคน​อิส​รา​เอล​ไว้​เหนือ​ตัว
ให้นอนเช่นนั้น 390 วัน ​ซึ่ง​จะเท่า​กับ​จำ​นวน​ปี​ของ​ความ​ผิด​บาป​ของคนอิสราเอล

เมื่อ​ครบ​​วัน​แล้ว ก็ให้นอน​นอน​ตะ​แคง​ข้าง​ขวา
​แล้ว​แบก​ความ​ผิด​บาปของ​​ยู​ดาห์ ไว้ 40 วัน
1 วัน​แทน 1 ปี

และ​พระเจ้าจะ​เอา​เชือก​มัดเขา​ไว้ ไม่ได้​พลิก​ได้​จน​กว่า​จะ​ครบ​ตาม​กำ​หนด​วัน
และให้เขานำธัญพืชมาทำเป็นขนมปัง เพื่อให้กิน​เป็นอา​หาร​ ​
ระหว่าง​ที่​นอน​ตะแคง​ตาม​กำ​หนด 390 วัน
และ​อา​หาร​ที่กิน​จะ​ต้อง​ชั่งวัน​ละ 230 กรัม และ​น้ำ​ที่​​ดื่ม​ก็​ต้อง​ตวง​ดื่ม วันละ​ครึ่ง​ลิตร
และ​​จะ​ต้อง​กิน​ดัง​ขนม​ปัง​ปิ้ง​บน​ไฟ ​ที่​ก่อ​จาก​อุจ​จาระ​มนุษย์​ต่อ​หน้า​คนอิสราเอล

พระเจ้า​ตรัส​ว่า
อิส​รา​เอล​จะ​ต้อง​กิน​ขนม​ปัง​​อย่าง​เป็น​มล​ทิน​เช่น​นี้
ท่าม​กลาง​บรรดา​ประ​ชา​ชาติ​ซึ่งพระเจ้าจะ​ขับ​ไล่พวก​เขา​ไป​อยู่นั้น

เอเสเคียลบอกกับพระเจ้า ว่า
เขาไม่​เคย​ทำ​ตัว​ให้​เป็น​มล​ทินหรือกินอาหารมลทิน​เลย ตั้ง​แต่​หนุ่มๆ มา​จน​บัด​นี้

พระเจ้าจึงอนุญาตให้เขาใช้​มูล​โค​แทน​อุจ​จาระ​มนุษย์ได้

พระเจ้าตรัสว่า
พระองค์จะ​ทำ​ลาย​อา​หาร​หลัก​ใน​เย​รู​ซา​เล็ม
พวก​เขา​จะ​ต้อง​ชั่ง​ขนม​ปัง​กิน และ​กิน​ด้วย​ความ​กลัว
พวก​เขา​จะ​ตวง​น้ำ​ดื่ม ทั้ง​ดื่ม​ด้วย​ความ​อก​สั่น​ขวัญ​หาย
เพราะ​ความ​ผิด​บาป​ของ​พวกเขา

1. พระเจ้าสั่งให้เอเสเคียลทำ เขาก็เชื่อฟัง ถึงแม้จะดูเหมือนไม่เข้าท่า และยากลำบาก ก็ตาม
แล้วปรากฏว่าสิ่งที่เขาอุตส่าห์ทำ ในที่สุดแล้วก็ไม่ได้ทำให้คนอิสราเอลกลับใจอยู่ดี

การรับใช้พระเจ้า คือ การทำตามคำสั่งของพระเจ้า ไม่ได้ทำเฉพาะที่ตนเองชอบหรือสบายใจ
และเมื่อเราทำตามคำสั่งของพระเจ้า พระเจ้าไม่จำเป็นต้องให้ผลที่เกิดขึ้นได้ผลลัพท์ที่เราพอใจเสมอไป

2. เมื่อพระเจ้าให้เอเสเคียลกินขนมปังที่มีมลทิน เขาทูลต่อพระองค์ว่า
ไม่เคยกินสิ่งที่เป็นมลทินมาก่อนเลย
พระเจ้าอนุโลมให้เขา ใช้มูลโคแทนอุจจาระคน
ซึ่งแตกต่างจากเปโตร ใน กจ. 10:14
เป​โตร​จึง​ทูล​ว่า “ไม่​ได้ องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า เพราะ​ว่า​สิ่ง​ไม่​บริ​สุทธิ์​หรือ​เป็น​มล​ทิน​นั้น
ข้า​พระ​องค์​ไม่​เคย​รับ​ประ​ทาน​เลย”
แต่พระเจ้าตรัสกับเปโตรว่า “สิ่ง​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​ชำระ​แล้ว เจ้า​อย่า​ว่า​เป็น​สิ่ง​ไม่​บริ​สุทธิ์” (กจ. 10:15)

ในการรับใช้พระเจ้า เราสามารถร้องทูลสิ่งที่เราไม่สบายใจต่อพระเจ้าได้
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ทุกครั้งที่พระองค์จะอนุญาตให้เราปรับเปลี่ยนได้

คำคม

“ การเชื่อฟังพระเจ้า เป็นเกียรติที่ยิ่งใหญ่
ซึ่งคุ้มค่าหากต้องแลกมาด้วยความสะดวกสบายของตน ”

สรุป เอเสเคียล 3

ภาพรวม

  • เอเสเคียล บทที่ 3 พระเจ้าทรงนนำเอเสเคียลให้ไปเตือนพวก​เชลย​ที่​ เทล​อา​บิบ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 3

เมื่อพระเจ้าทรงยื่นหนังสือม้วนให้แก่เอเสเคียลแล้ว
​พระ​องค์ก็สั่งเอเสเคียล​ ให้กิน​เข้าไป

เมื่อเอเสเคียลกิน ขณะหนัง​สือ​ม้วน​อยู่​ใน​ปาก ​ก็​หวาน​เหมือน​น้ำ​ผึ้ง
แล้วพระเจ้าก็สั่งเขา ให้ไป​กล่าว​ถ้อย​คำ​ของพระเจ้าแก่คน​อิส​รา​เอล

พระเจ้าตรัสว่า
ถ้าพระเจ้า​ใช้เขา ให้​ไป​หา​ชน​ชาติ​ ที่​พูด​ภาษา​ที่​เขาไม่​เข้า​ใจ พวก​เขา​ก็​ยังจะ​ฟัง​เอเสเคียล
แต่คน​อิส​รา​เอล​ แม้จะเข้าใจสิ่งที่เอเสเคียลพูด
พวกเขาจะ​ไม่​ยอม​ฟังเอเสเคียล​ เพราะ​พวกเขา​ไม่​ยอม​ฟังพระเจ้า
เพราะ​ว่าพวกเขา​หัว​แข็ง​และ​ใจ​ดื้อ​ด้าน

พระเจ้าจึง​ทำ​ให้​เอเสเคียลหน้า​ด้านและหัวแข็ง​ เหมือน​พวก​เขา
พระเจ้าสั่งให้เอเสเคียลไม่ต้องกลัว​ ไม่ต้องท้อ​ถอย​
แต่ให้​รับ​ถ้อย​คำที่ได้ยิน ไว้​ใน​ใจ​
แล้ว​ไป​พูดกับ​พวก​​เชลยอิสราเอล ไม่​ว่า​พวก​เขา​จะ​ฟัง​หรือ​ปฏิ​เสธ​ก็​ตาม

แล้วพระ​วิญ​ญาณ​ก็ทรง​ยก​เอเสเคียล​ขึ้น
มี​เสียง​กระ​หึ่มของวงล้อและสิ่งมีชีวิต (ในบทที่1)​อยู่​ข้าง​หลังเอเสเคียล
พระ​วิญ​ญาณ​ทรงนำเขาไป ​ด้วย​ความ​ขม​ขื่น เดือด​ดาล และ​พระ​หัตถ์​ของ​พระเจ้าก็​กด​อยู่​บนเขา
เอเสเคียลจึง​มา​ถึง​พวก​เชลย​ที่​ เทล​อา​บิบ ซึ่ง​อยู่​ริม​แม่​น้ำ​เค​บาร์
เอเสเคียล​ก็​นั่ง​ด้วย​ความ​ตะลึง​งัน​อยู่​ที่นั่น 7 วัน

หลังจากนั้น พระเจ้าตรัสกับเขาว่า
พระเจ้าได้​ตั้งเขา​ให้​เป็น​ยาม​ของ​คนอิส​รา​เอล
เมื่อ​เขา​ได้​ยินสิ่งที่พระเจ้าตรัส ก็ให้เขากล่าว​คำ​ตัก​เตือนพวก​เขา

ถ้าไม่​ได้​ตัก​เตือน พวกเขาจะ​ตาย​
แต่​เขาต้องรับผิดชอบในความตายของพวกเขา
แต่​ถ้า​ได้​ตัก​เตือน​แล้ว แต่พวกเขา​ไม่​ได้​กลับใจ พวกเขา​จะ​ตาย
แต่​เขาจะ​รอดพ้นการลงโทษ

ถ้า​คน​ชอบ​ธรรม​หัน​ไป​ทำ​การ​อยุติ​ธรรม
คนนั้นจะ​ต้อง​ตายและ​จะ​ไม่​มี​ใคร​จด​จำ​ความ​ชอบ​ธรรม​ที่​เขา​เคย​ทำ​ไว้
แต่ถ้ากลับใจ คนนั้น​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​นอน

แล้วพระเจ้าให้เอเสเคียล ​ออก​ไป​ยัง​ที่​ราบ
แล้วพระ​สิริ​ของ​พระเจ้าก็​อยู่​ที่​นั่น​ เหมือน​กับ​ที่​ริม​แม่​น้ำ​เค​บาร์(บทที่1)
แล้ว​เขา​ก็​ซบ​หน้า​ลง​ถึง​ดิน
แต่​พระ​วิญ​ญาณก็​ทำ​ให้​เขา​ยืน​ขึ้น

พระเจ้าทรงสั่งให้เขาไป​ขัง​ตัว​เอง​ไว้​ภาย​ใน​บ้าน​ของตน
พระเจ้าบอกเขาว่า คนอิสราเอล​จะ​เอา​เชือก​มัดเอเสเคียลไว้
และ​พระเจ้า​จะ​ทำ​ให้เอเสเคียลเป็น​ใบ้
แต่​เมื่อ​พระเจ้า​พูด​กับ​เขา พระองค์​จะ​ทำให้เขาพูดได้อีก
แล้วให้พูด ใครจะ​ฟัง​หรือจะ​ปฏิ​เสธ​ ก็​ช่างพวกเขา

1. เมื่อเอเสเคียลตั้งใจเชื่อฟังพระเจ้า สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา คือ
– ต้องกินหนังสือม้วน (แม้มันจะหวานก็ตาม)
– ต้องถูกทำให้หน้าด้าน หัวแข็ง
– ต้อง ​​ขม​ขื่น เดือด​ดาล และ​หนักอึ้ง
– ต้องนั่ง​​ตะลึง​งัน​อยู่​ 7 วัน
– ต้องถูกขังในบ้าน
– ต้องถูกมัด
– ต้องเป็นใบ้ บางช่วงเวลา
– ต้องถูกคาดโทษ หากไม่ไปเตือนคนอิสราเอล

ดูเหมือนการรับใช้พระเจ้า ในช่วงสมัยของเรานี้ ช่างง่ายดายเหลือเกิน เมื่อเทียบกับเอเสเคียล
ถึงกระนั้นเอเสเคียลยังคงรับใช้อย่างสัตย์ซื่อ และเชื่อฟังพระเจ้า

วันนี้ จงเลียนแบบเอเสเคียล ในความสัตย์ซื่อและการเชื่อฟังของเขาเถิด

2. ถ้าเอเสเคียลไม่เตือนคนอธรรม หรือไม่ช่วยคนชอบธรมที่หลงทาง
เขาเองต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนเหล่านั้น

วันนี้เรามีความรับผิดชอบที่จะบอกและเตือน คนทั้งหลายให้หนีพ้นจากบึงไฟนรก
ด้วยการกลับใจใหม่ หันมาเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์

3. พระเจ้าบอกเอเสเคียลให้พูดไปเถอะ
ใครจะฟัง หรือไม่ฟัง ก็ให้พูดต่อไป

ให้เรายังคงประกาศข่าวประเสริฐต่อไป
ใครจะฟังหรือปฏิเสธ ก็ให้เรายังคงประกาศต่อไป อย่าอ่อนระอาใจ

คำคม

“ การรับใช้พระเจ้า เป็นเกียรติที่ยิ่งใหญ่ และเรียกร้องหมดทั้งหัวใจของเรา ”

สรุป เอเสเคียล 2

ภาพรวม

  • เอเสเคียล บทที่ 2 พระเจ้าทรงเรียกเอเสเคียลให้ไปเผยพระวจนะแก่คนอิสราเอล และพระองค์ทรงยื่นหนังสือม้วนอันหนึ่งให้แก่เอเสเคียล

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 2

พระเจ้า​ตรัส​สั่งเอเสเคียล ให้​ยืน​ขึ้น (เพราะเขากำลังซบหน้าลงถึงดิน อสค. 1:28 )
พระ​วิญ​ญาณ​ก็ทรง​เข้า​มา​ในเอเสเคียล​และ​ทำให้​เขายืน​ขึ้น
พระเจ้าตรัสกับเขา ว่า

พระเจ้า​จะส่ง​เขา​ไป​ยัง​คน​อิส​รา​เอล ซึ่งเป็นพวกมัก​กบฏ และ​ดื้อ​ด้าน ​ใจกระด้าง
ไม่ว่าพวก​เขา​จะ​ฟัง​หรือ​ปฏิ​เสธ​ก็​ตาม ก็ให้พูดกับพวกเขา
เพื่อพวก​เขา​จะ​ได้​รู้​ว่า ​มี​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ ​ท่าม​กลาง​พวก​เขา​แล้ว

เอเสเคียลไม่ต้อง​กลัว​พวก​เขา​ หรือ​กลัวคำ​พูด​ของ​พวกเขา
และ​อย่า​ท้อ​ถอย ​เพราะ​สี​หน้า​ เยาะเย้ย ดูถูกของ​พวก​เขา
แต่​ให้​กล่าว​ถ้อย​คำ​ของพระเจ้า​ให้​พวก​เขา​ฟัง

ส่วน​เอเสเคียล อย่า​เป็น​คน​มัก​กบฏ​เหมือนพวกเขา
จง​อ้า​ปากและ​กิน​สิ่ง​ที่พระเจ้า​ให้​กิน

แล้วเอเสเคียลก็เห็นพระ​หัตถ์​ข้าง​หนึ่ง​ ยื่นหนัง​สือ​ม้วน อัน​หนึ่งให้​เขา
แล้ว​พระ​องค์​ทรง​คลี่​หนัง​สือ​นั้น​ออก
มี​ตัว​หนัง​สือ​เขียน​อยู่​ทั้ง​ด้าน​หน้า​และ​ด้าน​หลัง
มี​บท​คร่ำ​ครวญ คำ​ไว้​ทุกข์ และ​คำ​วิ​บัติ​เขียน​อยู่​บน​นั้น

1. เอเสเคียลเห็นพระสิริของพระเจ้า ตกใจกลัวอย่างยิ่งซบหน้าลงถึงดิน
เมื่อพระเจ้าเรียกให้เขายืนขึ้น เขาไม่มีกำลังที่จะยืนขึ้น(น่าจะเข่าอ่อนไป เพราะความกลัว)
แต่พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็มาช่วยเขาให้ยืนขึ้นได้ ตามที่พระเจ้าสั่ง

เมื่อพระเจ้าทรงสั่งให้เราทำสิ่งใด แม้สิ่งนั้นจะยากเกินกำลังของเรา
พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็จะทรงช่วยเราให้สามารถทำสิ่งนั้นได้
ขอเพียงเรามีใจ ตั้งใจที่จะเชื่อฟังทำตามคำสั่งนั้นก็พอ

2. พระเจ้าทรงใช้เอเสเคียล เผยพระวจนะแก่คนอิสราเอล
ไม่ว่าพวกเขาจะฟังหรือไม่ฟัง เอเสเคียลก็ยังคงต้องเผยพระวจนะอยู่ดี

เมื่อพระเจ้าทรงมอบหมายให้เราทำสิ่งใด ให้เราสัตย์ซื่อในการทำสิ่งนั้น
ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ไม่สำคัญ
ขอเพียงแต่ให้เราทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายอย่างสัตย์ซื่อ
นั่นก็ถือว่า เราเป็นผู้รับใช้ที่แท้จริงของพระเจ้าแล้ว

3. พระเจ้าทรงเตือนเอเสเคียล อย่าเป็นคนมักกบฏเหมือนคนอิสราเอลส่วนใหญ่
เพื่อเอเสเคียลจะไม่ต้องรับโทษแบบเดียวกับพวกเขา

ให้เราเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนในพระคัมภีร์ คนในคริสตจักร และคนในสังคม
แล้วระวังที่จะไม่ทำตามแบบอย่างของพวกเขาเหล่านั้น

คำคม

“ ในงานรับใช้พระเจ้า ความสัตย์ซื่อ สำคัญกว่าการเกิดผลดีในสิ่งที่ทำ ”

สรุป เอเสเคียล 1

ภาพรวม

  • เอเสเคียล เป็นปุโรหิตและผู้เผยพระวจนะ ที่ถูกจับไปเป็นเชลยในบาบิโลน ตั้งแต่ก่อนที่กรุงเยรูซาเล็มจะถูกทำลาย
  • พระเจ้าทรงใช้เขาเตือนคนอิสราเอลทั้งในบาบิโลนและในเยรูซาเล็ม ให้กลับใจ
  • พระเจ้าทรงเปิดเผยนิมิตให้แก่เขา เพื่อบอกถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย
  • เอเสเคียล บทที่ 1 พระเจ้าได้สำแดงนิมิตแก่เอเสเคียล ให้เขาเห็นสิ่งมีชีวิตทั้ง 4 ตน แล้วพระเจ้าก็ตรัสกับเอเสเคียล

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอเสเคียล บทที่ 1

ใน​วัน​ที่ 5 เดือน​ที่ 4 ปี​ที่ 30 ของอาณาจักรบาบิโลน
(ซึ่งเริ่มนับตั้งแต่ 625 ปี ก่อน ค.ศ. สมัยพ่อของเนบูคัสเนสซาร์)
พระเจ้าได้สำแดงนิมิตแก่เอเสเคียล ที่​ริม​แม่​น้ำ​เค​บาร์ ขณะ​ที่เขา​เป็นเชลย

ท้องฟ้าได้เปิดออก
เอเสเคียล ก็เห็น ลม​พายุ​พัด​มา​จาก​ทาง​เหนือ
มี​เมฆ​ก้อน​ใหญ่​ ที่​มี​ความ​สว่าง​โดย​รอบ และ​มี​ไฟ​ลุก​วาบ​ออก​มา​ตลอดเวลา

ใน​ไฟ​นั้น​ มี​สิ่ง​มี​ชี​วิต 4 ตน
– ​รูป​ลักษณ์เหมือน​มนุษย์
– แต่​ละ​ตน​มี​หน้า 4 หน้า และ​มี​ปีก 4 ปีก
– ขา​ตรง ฝ่า​เท้า​​เป็น​ประ​กาย​เหมือน​ทอง​สัม​ฤทธิ์​
– ​ใต้​ปีก​มี​มือ
– ​ใบหน้า​ ​
>> ด้าน​หน้า​ เป็น​หน้า​คน
>> ด้าน​ขวา​ เป็น​หน้า​สิงโต
>> ด้าน​ซ้าย​ เป็น​หน้า​โค
>> ด้าน​หลัง ​เป็น​หน้า​นก​อินทรี
– บินไปตามที่วิญ​ญาณของตน​จะ​นำไป
– รูปร่าง​เหมือน​ถ่าน​ลุกโชน
– เคลื่อนที่​พุ่ง​ไป​พุ่งมา​เหมือน​​สาย​ฟ้า​แลบ
– มี​วง​ล้อ​ 1 วง บน​พื้นดิน ​อยู่​ข้าง​กาย ลักษณะวงล้อนั้น
>> เหมือน​เพ​ทาย
>> เหมือน​วง​ล้อ​หลายๆอันซ้อนกัน​อยู่
>> ขอบ​วง​ล้อ​​สูง​และ​ดู​น่า​สะพรึง​กลัว
>> ​เต็ม​ด้วย​ดวง​ตา​อยู่​​รอบวงล้อ
>> เคลื่อน​ตาม​ไป​ข้างๆ ​สิ่ง​มี​ชีวิต​เหล่านั้น
>> ​วิญ​ญาณ​ของ​สิ่ง​มี​ชี​วิต​เหล่า​นั้น​อยู่​ใน​วง​ล้อ

มีแก้วผลึกเหนือ​ศีรษะ​ของ​สิ่ง​มี​ชี​วิต​เหล่า​นั้น​ ​คล้าย​พื้น​ฟ้า

เมื่อ​สิ่ง​มี​ชีวิต​เหล่า​นั้น​บินไป ​เสียง​ปีก​เหมือน​เสียง​ของ​น้ำ​ไหล​เชี่ยว เหมือนเสียง​โก​ลา​หล​ เหมือน​เสียง​กอง​ทหาร
เมื่อ​พวก​เขา​ยืน​นิ่ง ปีก​ก็​จะ​หุบ​ลง

และ​มี​เสียง​จาก​ข้าง​บน​พื้น​ฟ้า​ที่​อยู่​เหนือ​ศีรษะ​พวก​เขา จากพระ​ที่​นั่ง​ซึ่ง​​เหมือน​ไพ​ลิน
แล้วพวกเขาก็​ยืน​นิ่ง หุบปีก​ทั้ง​หลาย​ลง
และ​มี​ผู้​มี​ลักษณะ​เหมือน​มนุษย์​อยู่​บนพระที่นั่ง​นั้น

ลักษณะของผู้นั้น
ส่วนบน คล้าย​ทอง​สัม​ฤทธิ์​แวบ​วาบ
จาก​ส่วน​บั้น​เอว​ลง​มา คล้ายไฟ​
​มี​ความ​สุก​ใส​เหมือนรุ้ง อยู่​รอบๆ ท่าน​ผู้​นั้น

เมื่อ​เอเสเคียลเห็น​แล้ว ก็​ซบ​หน้า​ลง​ถึง​ดิน
และ​​ได้​ยิน​เสียงพระเจ้าตรัส

1. เอเสเคียล เป็นผู้รับใช้ที่สัตย์ซื่อ ผู้ยำเกรงพระเจ้า
นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะไม่ต้องถูกจับมาเป็นเชลยเหมือนคนอื่นๆ ที่ทำบาป ทำชั่ว ลบหลู่พระเจ้า

แต่สิ่งที่แตกต่างจากคนเหล่านั้น ก็คือ
ท่ามกลางการเป็นเชลยนั้น
เอเสเคียลยังคงพบกับพระเจ้า
ยังคงรับใช้พระเจ้าได้
ยังคงถวายเกียรติแด่พระเจ้า
และยังคงเป็นพระพรต่อผู้คนมากมาย จนมาถึงพวกเราให้ทุกวันนี้

สถานการณ์ที่กำลังเกิดกับเราวันนี้ หากเรายำเกรงพระเจ้าต่อไป
เราก็สามารถถวายเกียรติแด่พระเจ้า และเป็นพระพรแก่ผู้คนมากมายได้
ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนเป็นสถานการณ์ที่ไม่ดีในสายตาของมนุษย์ก็ตาม

2. สิ่งมีชีวิตเหล่านั้น ที่เอเสเคียลเห็น รูปร่างประหลาด อัศจรรย์
แม้แต่วงล้อยังดู​น่า​สะพรึง​กลัว
ซึ่งแน่นอนเอเสเคียลคงไม่สามารถบรรยายสิ่งที่เห็นทั้งหมดออกมาเป็นตัวอักษรได้ครบถ้วน
ในฝ่ายวิญญาณนั้น ยังมีมากมายที่เกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้
และเป็นสิ่งที่มีพลังมากมายเกินกว่าที่เราจะเข้าใจได้
ถึงกระนั้นสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด ยังเกรงกลัวต่อพระเจ้า ผู้สมควรแก่การยำเกรง

เรา ผู้เป็นมนุษย์ เป็นเพียงเนื้อหนัง
เรายิ่งสมควรเกรงกลัวพระเจ้า ด้วยความยำเกรงมากยิ่งสักเพียงใด

และเพราะพระเจ้าทรงเมตตา ประทานให้เราเป็นลูกของพระองค์
เรายิ่งสมควรซาบซึ้งพระคุณ รักและเทิดทูนพระองค์ มากยิ่งสักเพียงใด

คำคม

“ พระเจ้า ทรงเป็นผู้ที่เราควรยำเกรงอย่างยิ่ง ”

สรุป บทเพลงคร่ำครวญ 1

ภาพรวม

  • บทเพลงคร่ำครวญ เยเรมีย์เขียนขึ้นกล่าวถึงความเสียใจ ที่เยรูซาเล็มถูกทำลายเนื่องจากความผิดบาปของคนอิสราเอล
  • บทเพลงคร่ำครวญ บทที่ 1 เยเรมีย์ คร่ำครวญอาลัยถึงเยรูซาเล็ม ที่ถูกศัตรูทำลายลงอย่างสิ้นเชิง เพราะความบาปชั่วของคนอิสราเอล

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

บทเพลงคร่ำครวญ บทที่ 1

อนิจจา นครที่​เคย​คับ​คั่ง​ด้วย​พลเมือง ​เคย​ยิ่งใหญ่​ ​
เป็น​ดั่ง​เจ้า​หญิง​ท่ามกลาง​ประเทศทั้งหลาย
บัดนี้กลายเป็นที่ร้างเปล่า
เพื่อน​ทุก​คน​ของเธอ(หมายถึง เยรูซาเล็ม) ได้กลายเป็น​ศัตรู​ของ​เธอ

คน​อิสราเอลต้องตกเป็น​เชลย​ใน​ต่าง​แดน
ต้อง​ทุกข์​ยาก ต้อง​ทำงาน​หนัก​อย่าง​ทาส
กรุงเยรูซาเล็มก็​ร้าง​เปล่าเสีย​แล้ว
ศัตรู​ของ​เธอ​ได้​จำเริญ​ขึ้น
เธอ​ทน​ทุกข์ เพราะ​การ​ละเมิด​มากมาย​ของ​เธอ
ความ​สง่า​งาม​ทั้งสิ้น ได้​พราก​ไป​จาก​เธอแล้ว

​ใน​ยาม​ที่คนอิสราเอลทุกข์​ยาก​และ​​พลัด​พรากจากบ้าน
พวกเขาได้​หวน​ระลึก​ถึง ของ​ล้ำ​ค่า​ทั้งสิ้น ที่​ตน​เคย​มี​
เพราะพวกเขาได้​ทำ​บาป​ใหญ่​หลวง
ดังนั้นทุกคนที่​เคย​ให้​เกียรติพวกเขา​กลับ​ลบ​หลู่​พวกเขา

ศัตรู​ได้​ยึด​เอา​ของ​ล้ำ​ค่า​ทุก​ชิ้น​ของ​พวกเขาไป
​พวก​เขา​ต้องเอา​ของ​ล้ำ​ค่า​แลก​อาหาร​กินประทัง​ชีวิต

พระเจ้าได้​ทรง​ส่ง​เพลิง​ลง​มา​จาก​เบื้อง​บน
พระองค์​ได้​ทรง​ทำ​ให้​พวกเขา​สิ้น​หวัง และ​อ่อน​ระอา​ใจ

​การ​ละเมิด​ของ​พวกเขา​ถูกรวบ​มัด​ไว้ด้วยกัน เป็นแอกอยู่​รอบ​คอ​พวกเขา
พระเจ้าทรง​ปฏิเสธที่จะช่วยพวกเขาในยามสงคราม

ด้วยเหตุนี้เยเรมีย์ ​จึง​ร้องไห้ คร่ำครวญ เพราะ​พวก​ศัตรู​ได้​ชัย​ชนะแล้ว
พระเจ้า​ทรง​ชอบ​ธรรม​แล้ว เพราะคนอิสราเอล​ได้​ขัด​ขืน​พระ​บัญชา​ของ​พระองค์
พวกเขาจึงตก​ไป​เป็น​เชลย​แล้ว

ขอพระเจ้าทรงโปรด​นำ​วาระ​ที่​ทรง​ประกาศ​ไว้​นั้น​ให้​มาถึง
วาระที่การ​ชั่ว​ทุก​อย่าง​ของศัตรูของอิสราเอลปรากฏ​
แล้วพระองค์ก็ทรงลงโทษพวกเขา เหมือนอย่างที่ลงโทษอิสราเอล

1. เยเรมีย์ได้เตือนคนอิสราเอลให้หันกลับจากบาปชั่วของพวกเขา
แต่พวกเขาไม่เชื่อ จนในที่สุดบ้านเมืองและพระวิหาร ถูกทำลาย
พวกเขาเอง บ้างก็ถูกฆ่า บ้างก็ถูกจับไปเป็นเชลย

เยเรมีย์ไม่ได้สะใจ หรือดีใจ ที่สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น
แต่ร้องไห้ โศกเศ้าเสียใจ

นี่ควรจะเป็นท่าทีของเราผู้เป็นประชากรของพระเจ้า
ที่จะพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะช่วย คนทั้งหลายให้กลับใจใหม่
แต่ถ้าพวกเขาไม่กลับใจ จนต้องพบกับเรื่องน่าเศร้า
เราก็สมควรยังคงรักพวกเขาต่อไป และสงสารพวกเขาอย่างจริงใจ

2. เยรูซาเล็มเต็มไปด้วยสง่าราศี ไม่ใช่เพราะความงามของตน
แต่เพราะพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย
เมื่อชาวเยรูซาเล็มละทิ้งพระเจ้า
เมืองนั้นจึงถูกลบหลู่ หมดศักดิ์ศรี และถูกทิ้งร้าง

สิ่งที่เรามีวันนี้ เพราะพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วยและอวยพระพรแก่เรา
อย่าให้หลงลืมตัว ละทิ้งหรือหันหลังให้พระองค์
แต่ให้เราถ่อมใจลง ดำเนินชีวิตติดตามพระเจ้าตลอดวันคืนชีวิตของเรา

คำคม

“ สง่าราศีของเรา ขึ้นอยูกับการทรงสถิตของพระเจ้าในชีวิตของเรา ”

สรุป บทเพลงคร่ำครวญ 2

ภาพรวม

  • บทเพลงคร่ำครวญ บทที่ 2 เยเรมีย์คร่ำครวญโศกเศร้าถึงเยรูซาเล็มที่ถูกทำลาย ด้วยพระพิโรธของพระเจ้า เนื่องจากความบาปของประชาชน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

บทเพลงคร่ำครวญ บทที่ 2

อนิจจา
ด้วย​พระ​พิโรธพระเจ้า ศิ​โยนจึงอับ​อาย
ใน​วัน​แห่ง​พระ​พิโรธ ​ศักดิ์ศรี​ของ​อิสราเอลถูกเหวี่ยงลง
ด้วย​ความ​กริ้วของพระองค์​ที่​อยู่​ทั้งสิ้น​ของ​ยา​โคบ ​ได้​พังลง
ด้วย​พระ​พิโรธ​รุนแรง กำลังของ​อิสราเอลก็หมด​สิ้นไป
พระเจ้า​ได้​ทรง​ระบาย​พระ​พิโรธ​ออกมา​ดุจ​เพลิง
วัง​ทุก​แห่ง​ของ​อิสราเอลจึงถูกทำลาย
และ​เต็มไปด้วยความ​เศร้า​โศก​และ​การ​คร่ำ​ครวญ
ด้วย​พระ​พิโรธ​เกรี้ยว​กราด พระองค์​ทรง​พังสถาน​นมัสการ​ของ​พระองค์​
ทั้งทำให้​เทศกาล​เลี้ยง​และ​วัน​สะ​บา​โต หมด​สิ้น​ไปในศิ​โยน
ไม่​มี​ธรรม​บัญญัติ ผู้​เผย​พระ​วจนะก็​ไม่​ได้รับ​นิมิต​จากพระเจ้า​อีก

ด้วยเหตุนี้เยเรมีย์จึง​ร้องไห้ อย่างทุกข์​ระทมใจ
เพราะ​ความ​พินาศ​แห่ง​ประชาชนอิสราเอล
​เพราะ​เด็ก​เล็ก​ๆ ​เป็น​ลม​สลบ อยู่​ตาม​ลาน​เมือง
​ชีวิต​ของ​เขา​ต้อง​สิ้น​ไป ที่​อก​แม่​ของ​เขา

หายนะ​ของเยรูซาเล็ม ​ใหญ่​ดุจ​ทะเล ไม่มีผู้ใด​จะ​เยียวยา​ได้
ทุก​คน​ที่​ผ่าน​ทาง​นั้น ก็​ตบ​มือ​เยาะ และ​สั่น​ศีรษะ ต่อเยรูซาเล็ม​

พระเจ้าทรง​ทำ​ตาม​พระ​ประสงค์​แล้ว
ทรง​ทำ​ให้​พระ​ดำรัส​สำเร็จ ตามที่​ทรง​บัญชา​ไว้​นาน​แล้ว
พระองค์​ได้​ทรง​ทำลาย​ลง​โดย​ปราศจาก​พระ​กรุณา

จง​ลุก​ขึ้น​ร้อง​ทูลตลอดเวลา
จง​ระบาย​ความ​ใน​ใจ​ต่อพระเจ้า
จง​อ้อนวอนพระเจ้า เพื่อ​ขอ​ชีวิต​ลูก​เด็ก​เล็ก​แดง​ของตน

ข้า​แต่​พระเจ้า ​
ผู้หญิงหิวจน​กิน​ลูก​ของ​ตน ที่​ยัง​อุ้ม​อยู่
ปุโรหิต​และ​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ ถูก​ประหาร ใน​สถาน​นมัสการ​ของ​พระเจ้า
เด็กและคนแก่ นอน​อยู่​ตาม​พื้นดิน​บน​ถนน
คน​หนุ่ม​สาว​ ถูกฆ่าตายด้วย​ดาบ
คนที่อิสราเอลกลัว​ มาจาก​รอบ​ด้าน ​อย่าง​ใน​วัน​เทศกาล​เลี้ยง
​ไม่​มี​สัก​คน​หนึ่ง​หนี​รอด​ไปได้

1. พระเจ้าทรงสำแดงความเมตตามากมาย แก่คนอิสราเอลเรียกร้องให้พวกเขากลับใจใหม่
ก่อนที่วันแห่งพระพิโรธจะมาถึง
แต่พวกเขาไม่สนใจใยดี กลับดื้อรั้นในทางชั่วของตนต่อไป
จนกระทั่งวันแห่งพระพิโรธมาถึง
ในวันนั้นพวกเขา แสวงหาพระเมตตา แต่ไม่พบ กลับพบกับความเข้มงวดและเด็ดขาดของพระเจ้า

วันนี้ เป็นวันแห่งพระเมตตา พระเจ้าทรงเรียกให้เรากลับใจใหม่
ก่อนที่วันแห่งการพิพากษาจะมาถึง
วันนี้ ไม่ว่าเราจะเป็นใคร จะทำผิดพลาดพลั้งบาป หรือทำชั่วสักเพียงใด
หากกลับใจมาหาพระเจ้า พระองค์พร้อมที่จะเมตตา ให้อภัยแก่เรา
และช่วยเราให้เริ่มต้นชีวิตใหม่
แต่เมื่อวันพิพากษามาถึง วันนั้นคนเหล่านั้นที่ไม่ยอมกลับใจในวันแห่งพระเมตตา
จะพบกับพระพิโรธอันน่าสะพรึงกลัวของพระเจ้า

2. สิ่งที่พระเจ้าประกาศเอาไว้ ว่าจะทรงกระทำ
ไม่ใช่เป็นเพียงการขู่ให้กลัว
แต่ทุกอย่างจะเกิดขึ้นอย่างนั้นจริงๆ

พระคำของพระเจ้าทรงประกาศไว้แล้วว่า
คนที่มีบาปทุกคน จะต้องถูกทิ้งลงในบึงไฟนรก
และต้องทุกข์มรมานอยู่ที่นั่นตลอดชั่วนิจนิรันดร์

อย่ามัวรอช้า ให้เรารีบช่วยผู้คนให้พ้นนรก
ด้วยการนำพวกเขามาถึงความรอดในพระเยซูกันเถิด

คำคม

“ คนที่ต้องเผชิญกับพระพิโรธของพระเจ้า ในวันแห่งการพิพากษา
จะน่าสะพรึงกลัวสักเพียงใด? ”

สรุป บทเพลงคร่ำครวญ 3

ภาพรวม

  • บทเพลงคร่ำครวญ บทที่ 3 ขณะที่เยเรมีย์ทุกข์ระทมใจและสิ้นหวัง เขาระลึกถึงความรักมั่นคงของพระเจ้า จึงกลับมีความหวังขึ้นอีกครั้ง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

บทเพลงคร่ำครวญ บทที่ 3

เยเรมีย์กล่าวว่า เขาเป็น​คน​ที่​พบ​ความ​ทุกข์​ยาก
พระเจ้าทรง​นำ​และเขาก็​เดินตาม ใน​ความ​มืดมิด
สุขภาพของเขาก็ร่วงโรย
เขาเต็มด้วย​ความ​ขม​ขื่น​และ​ความ​ทุกข์​ยาก

แม้​เมื่อ​เขา​ร้อง​ทูล​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ
พระองค์​มิ​ทรง​ฟัง​คำ​อธิษฐาน​ของเขา
เขาจึงพบกับความ​สิ้น​หวัง
เขา​กลายเป็น​ที่​หัวเราะ​เยาะ​ของ​ทุก​คน​ใน​ชาติ
เขาเต็มไปด้วยความ​ขม​ขื่น จน​ลืมไปแล้ว​ว่า​ความสุข​เป็น​อย่างไร
ศักดิ์ศรี​และ​ความหวัง​ของเขา ก็ดับสูญไป

แต่เมื่อเยเรมีย์​หวน​คิดถึงเรื่องหนึ่ง​ ก็มี​ความหวังเกิดขึ้น คือ
ความ​รัก​มั่นคง​ของพระเจ้า​ไม่​เคย​หยุดยั้ง
และ​พระ​กรุณา​ของ​พระองค์​ไม่​มี​สิ้นสุด
เป็น​ของใหม่​ทุก​เวลา​เช้า
ความ​เที่ยงตรง​ของ​พระองค์​ใหญ่​ยิ่ง​นัก

พระเจ้า​ทรง​เป็น​มรดก​ส่วน​ของเขา
ดังนั้น​เขาจึง​มี​ความหวัง​ใน​พระองค์

พระเจ้าทรง​ดี​ต่อ​ผู้​ที่​คอย​พระองค์ และ​ต่อ​ผู้​ที่​แสวงหา​พระองค์
ดังนั้นเขา​จะ​ ​รอ​ความ​รอด​จาก​พระเจ้า ​อย่าง​เงียบๆ
เพราะ​พระองค์​เองจะทรง​รับผิดชอบต่อภาระของเขา

ดังนั้นใครจะตบก็ให้เขาตบไป
ถ้าพระเจ้าจะให้รับความ​อับ​อาย​ใดๆ ก็ขอรับอย่าง​เต็ม​ขนาด
เพราะว่าพระเจ้าจะ​ไม่ทรง​ละ​ทิ้ง​เป็น​นิตย์
แม้​ทรง​ทำ​ให้​เกิด​ความ​เศร้า​โศก
พระองค์​จะ​ทรง​พระ​กรุณา ตาม​ความ​รัก​มั่นคง​อัน​อุดม​ของ​พระองค์

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น มาจากพระ​บัญชา​ให้​เป็นไป​
สิ่ง​ดี​และ​สิ่ง​ร้าย​ก็​ออกมา​จากคำตรัสของพระองค์

​มนุษย์​ถูก​ทำ​โทษ​เพราะ​บาป​ของ​ตน
จง​พิจารณา​วิถี​ของ​ตน และ​กลับมา​หา​พระเจ้าเถิด
ร้องต่อ​พระ​เจ้า​ ขอการอภัยจากพระองค์

​พระองค์​ได้​ทรง​ทำ​ให้​คนอิสราเอล ​เป็น​เหมือน​สิ่ง​โสโครก​และ​ขยะ
ท่ามกลาง​ชน​ชาติ​ทั้งหลาย
ความ​สยดสยอง​ หลุมพราง​ ​ความ​ร้าง​เปล่า​และ​ความ​พินาศ มาถึงคนอิสราเอล

เยเรมีย์จึงร้องไห้อย่างหนัก เพราะ​ความ​พินาศ​ของประชาชน​อิสราเอล
ขอพระเจ้าทรง​ทอดพระเนตร ดู​จาก​ฟ้า​สวรรค์

แต่พวก​คนอิสราเอลกลับ​พยายาม​ฆ่าเยเรมีย์ ​ใน​บ่อ และ​ขว้าง​หิน​ใส่​เขา
เขาคิดว่า เขาคง​ตาย​ในบ่อนั้นเป็นแน่
แต่พระเจ้า​ทรงฟัง​เสียง​ทูลของเขา
พระองค์​ตรัส​กับเขาว่า
‘อย่า​กลัว​เลย’

พระเจ้าทรง​เห็น​ความผิด ​ความ​อาฆาต​ และ​แผนการ​ร้าย​ทั้งหมด ​ที่พวก​เขา​ทำ​ต่อ​เยเรมีย์แล้ว
ขอ​ทรง​ตอบ​แทน​พวก​เขา ตาม​การ​งาน​ที่​มือ​พวกเขา​ได้​ทำ

1. เมื่อเยเรมีย์เชื่อฟังทำตามพระเจ้า ปรากฏว่า สิ่งที่เขาพบเจอ ก็คือ
ความทุกข์ยากลำบาก ความเจ็บปวด ความระทมใจ ความอับอาย ความขมขื่นใจ ความอาฆาตมาดร้าย และการถูกทำร้ายร่างกาย
แต่ในที่สุดพระเจ้าก็ทรงช่วยเขาให้รอดปลอดภัย แต่คนเหล่านั้นที่คิดร้ายต่อเขา ถูกทำลายสิ้น

การเชื่อฟังพระเจ้า ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่พบกับความทุกข์ยากลำบาก หรือความอับอาย
แต่ท่ามกลางเหตุการณ์เหล่านั้น หากเรายังคงเชื่อฟังพระเจ้าต่อไป
ชีวิตของเราจะถวายเกียรติแด่พระเจ้า ในเหตุการณ์ทั้งปวงเหล่านั้น

2. วิธีที่จะเผชิญกับความทุกข์ยากลำบากในชีวิต คือ
ระลึกถึงความรักมั่นคง และความสัตย์ซื่อของพระเจ้า
แล้วความหวัง​ใน​พระองค์ และรอคอยพระองค์

3. เมื่อเรายอมรับความจริงว่า
ทุกอย่างที่เกิดขึ้น อยู่ภายใต้การควบคุมของพระเจ้า
ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นกับเรา จงยอมจำนนต่อพระเจ้าในเหตุการณ์นั้น
และเชื่อมั่นว่า พระเจ้าไม่มีวันทอดทิ้งเราอย่างแน่นอน

คำคม

“ ความรักมั่นคงของพระเจ้า ไม่เคยยั้งหยุด ”

สรุป บทเพลงคร่ำครวญ 4

ภาพรวม

  • บทเพลงคร่ำครวญ บทที่ 4 เยเรมีย์คร่ำครวญถึงการลงโทษอันรุนแรงของพระเจ้าที่เกิดขึ้นกับผู้คนในเยรูซาเล็ม

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

บทเพลงคร่ำครวญ บทที่ 4

อนิจจา ชาวศิ​โยน​ผู้​ล้ำ​ค่า ดัง​ทอง​บริสุทธิ์​ บัดนี้ถูก​ตี​ราคา​เพียง​เท่า​หม้อ​ดิน
ประชาชน​ของ​ศิโยนก็​ใจ​ร้าย ดุจ​นกกระจอกเทศ​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร
(โยบ 39:13-16 บรรยายว่า นกกระจอกเทศได้ละทิ้งลูกของมัน)
พวก​เด็ก​ได้​ขอ​อาหาร แต่​ไม่​มี​ผู้ใด​ให้​เขา
พวก​ที่​เคย​รับประทาน​อาหาร​ชั้น​เลิศ กลับ​ถูก​ละ​ทิ้ง​อยู่​ตาม​ถนน
พวก​ที่​เคย​สวม​เสื้อ​สี​ม่วง(ราคาแพง) กลับ​ต้อง​นอน​บน​กอง​ขยะ
พวก​เจ้านายที่ผิวพรรณงดงาม บัดนี้​หน้า​ของ​เขา​ก็​ดำ​กว่า​เขม่า ไม่​มี​ผู้ใด​จำ​เขา​ได้​ตาม​ถนน หนัง​เหี่ยว​แห้งซูบผอมติด​กระดูก
มือ​ของ​หญิง​ที่​ใจ​เมตตา กลับ​เอา​ลูก​ของ​ตัว​ ต้ม​กิน

เพราะ​โทษ​ทัณฑ์​ของอิสราเอล​นั้น​ใหญ่​หลวง กว่า​โทษ​ของ​เมืองโส​โดม
พระเจ้าทรง​เท​พระ​พิโรธ​อัน​เกรี้ยว​กราดเหนือศิ​โยน

เพราะ​บาป​ของ​พวก​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ และ​พวก​ปุโรหิต​ ที่​ได้​ทำ​ให้​โลหิต​ของ​ผู้​ชอบ​ธรรม​ไหล​ออก
พวกเขาจึง​เดินไป​ตาม​ถนน ​อย่าง​คน​ตา​บอด​
คนทั้งหลายก็รังเกียจพวกเขา ร้อง​ตะโกนไล่พวกเขาไป​ให้​พ้น

คนทั้งหลายก็หาความ​ช่วยเหลือ​ไม่พบ
จุด​จบ​ก็​ใกล้​จะ​มาถึง
ศัตรูได้โจมตีพวกเขาอย่างรวดเร็ว

โอ เอ​โดม เอ๋ย การพิพากษานี้​จะ​มาถึงเจ้าด้วย
เมื่อศิ​โยน รับการ​ลงโทษ​​ครบ​แล้ว
พระเจ้าจะ​ไม่​ทรง​พา​เธอ​ไป​เป็น​เชลย​อีก​ต่อไป
เมื่อนั้นพระเจ้าจะ​ทรง​ลงโทษเอโดมเพราะบาปของเจ้า

1. เมื่อการพิพากษาของพระเจ้ามาถึง นั่นเป็นความน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด
เพราะพระองค์จะพิพากษาอย่างยุติธรรม อย่างสาสม โดยไม่เห็นแก่หน้าผู้ใดเลย

เราสามารถหลีกพ้นการพิพากษาของพระเจ้าได้
ด้วยการกลับใจใหม่ หันมาหาพระเยซูในวันนี้
เพื่อวันนั้น เราจะไม่ต้องเข้าสู่การพิพากษาของพระเจ้า

2. พวกผู้นำ พวกผู้เผยพระวจนะ และพวกปุโรหิต ที่ชักนำให้ประชาชนทำสิ่งชั่วร้าย
จนทำให้ประชาชนต้องพบกับความทุกข์และความอับอายอย่างยิ่ง
คนเหล่านั้นจะพบความทุกข์และความอับอายยิ่งกว่า

เมื่อเราเป็นผู้นำฝ่ายวิญญาณ เรามีความรับผิดชอบในการนำผู้อื่นให้เดินอย่างถูกต้องในทางของพระเจ้า
และเราต้องรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นกับพวกเขา หากเราทำหน้าที่อย่างไม่สัตย์ซื่อ

คำคม

“ จงหลีกหนีจากพระพิโรธของพระเจ้า ในขณะที่ยังมีโอกาส ”

สรุป บทเพลงคร่ำครวญ 5

ภาพรวม

  • บทเพลงคร่ำครวญ บทที่ 5 เยเรมีย์อธิษฐานอ้อนวอนต่อพระเจ้า เกี่ยวกับความทุกข์ที่คนอิสราเอลได้รับ จากการลงโทษของพระเจ้า เพราะความบาปของพวกเขา

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

บทเพลงคร่ำครวญ บทที่ 5

เยเรมีย์อธิษฐานว่า
ข้า​แต่พระเจ้า ขอ​ทรง​ระลึก​ถึง​สิ่ง​ที่​เกิดขึ้น​แก่​ข้า​พระองค์​ทั้งหลาย
– ​มรดก​และบ้านเรือน ก็กลาย​เป็น​ของ​พวก​ต่างชาติ
– ​น้ำหรือฟืน​ก็​ต้อง​ซื้อ​เขา​ดื่ม
– ​ถูก​ไล่​ล่า​ ทั้ง​อ่อนเพลีย​และ​ไม่ได้​พักผ่อน​เลย
– ต้อง​ยอม​จำนน​ต่ออียิปต์​และอัส​ซีเรีย เพื่อ​จะ​ได้​อาหาร​กิน

บรรพ​บุรุษ​ของ​พวกข้า​พระองค์ ​ทำ​บาป​และ​ตาย​แล้ว
พวก​ข้า​พระองค์​ต้อง​รับ​โทษ​เพราะ​บาป​ของ​พวก​เขา

– พวก​ทาส​ปกครองพวก​ข้า​พระองค์​
– พวก​ข้า​พระองค์​ได้​อาหาร​มา​โดย​เสี่ยง​ชีวิต
– ผิวหนัง​ของ​พวก​ข้า​พระองค์​ก็​ถูก​แผด​เผา​
– ผู้หญิง​ในศิ​โยน​และในยูดาห์ ก็ถูก​ขืน​ใจ
– พวกเจ้านาย​ ก็ถูก​มัด​มือ​แขวน​ไว้
– คน​หนุ่ม​ถูก​บังคับ​ให้​โม่​แป้ง
– เด็ก​ๆต้อง​ทำงาน​แบก​ฟืน​หนัก
– คน​แก่​หายไปหมด
– ความ​ปลาบ​ปลื้ม​และเสียง​ดนตรี​ก็หมดไป
– การ​เต้นรำ ​กลายเป็น​การ​ไว้​ทุกข์

วิบัติ​แก่​พวก​ข้า​พระองค์ เพราะ​พวก​ข้า​พระองค์​ทำ​บาป

ข้าแต่พระเจ้า ขออย่า​ทรง​ลืม​พวก​ข้า​พระองค์​เสีย​เป็น​นิตย์
ขอ​ทรง​ช่วย​พวก​ข้า​พระองค์​ให้​กลับ​สู่​พระองค์​เถิด
ขอ​ทรง​ฟื้น​วัน​เวลา​ของ​ข้า​พระองค์​ให้​เหมือน​ดัง​ก่อน

1. บรรพบุรุษของคนอิสราเอล ทำบาป ถูกลงโทษ บัดนี้ตายไปหมดแล้ว
คนอิสราเอลรุ่นต่อมาไม่ยอมเรียนรู้ แต่ยังคงทำบาป เหมือนบรรพบุรุษของพวกเขา
การลงโทษที่รุนแรงยิ่งกว่าจึงตกมายังพวกเขา

ให้เราเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอิสราเอล
แล้วอย่าทำเหมือนพวกเขา

2. เมื่อเยเรมีย์เห็นความทุกข์ของประชาชน อันเนื่องมาจากผลแห่งการทำบาปของพวกเขา
สิ่งที่เยเรมีย์ทำ คือ
สารภาพบาปต่อพระเจ้า และอ้อนวอนขอพระเมตตาจากพระองค์

หากวันนี้ตัวเราเอง หรือคนที่เรารัก ต้องพบกับความทุกข์ระทม อันเป็นผลจากบาปที่ทำ
ให้เรารีบเข้ามาสารภาพบาปต่อพระเจ้า และทูลขอพระเมตตาจากพระองค์เถิด
แล้วพระองค์จะทรงให้เรากลับสู่สภาพดี

คำคม

“ ขอ​ทรง​ฟื้น​วัน​เวลา​ของ​ข้า​พระองค์ ​ให้กลับสู่สภาพดี​เหมือน​ดัง​ก่อน ”

สรุป เยเรมีย์ 52

ภาพรวม

  • เยเรมีย์ บทที่ 52 คำพยากรณ์ที่เยเรมีย์ได้บอกไว้เกิดขึ้นเป็นจริงทั้งหมด
    เยรูซาเล็มถูกเผาทำลายสิ้น
    สิ่งของในพระนิเวศน์ทั้งหมดถูกนำไปบาบิโลน
    เศเดคียาห์ถูกจับและไปตายที่บาบิโลน
    พวกข้าราชการของเศเดคียาห์ถูกฆ่าตายหมด
    ประชาชนถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เยเรมีย์ บทที่ 52

กษัตริย์เศ​เด​คี​ยาห์​ แห่งยูดาห์ ​​ทำ​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระเจ้า
และพระเจ้าทรงพระ​พิโรธ​​ต่อ​ชาวเย​รู​ซา​เล็ม​และ​ยู​ดาห์ ที่ทำสิ่งชั่วร้ายมากมาย
พระ​องค์​จึง​ทรง​เหวี่ยง​พวกเขาไป​พ้น​พระ​พักตร์​ของ​พระ​องค์

ใน​ปี​ที่ 9 แห่ง​รัช​กาล​ของ​​เศ​เด​คี​ยาห์​ เขาได้​กบฏ​ต่อ​กษัตริย์​แห่ง​บา​บิ​โลน
ใน​วัน​ที่ 10 ของ​เดือน​ที่ 10 เนบู​คัด​เนส​ซาร์ พร้อม​กับ​กอง​ทัพ​ทั้ง​สิ้น​ได้มาล้อมเยรูซาเล็มไว้
จน​ถึง​ ​วัน​ที่ 9 ของ​เดือน​ที่ 4 ปี​ที่ 11 แห่ง​รัช​กาล​กษัตริย์​เศ​เด​คี​ยาห์ กรุง​นั้น​ก็​แตก

​เศ​เด​คี​ยาห์พยายามหนีไป แต่ก็ถูกทหารบาบิโลน​จับได้
แล้วนำมาพบ กษัตริย์​แห่ง​บา​บิ​โลน​ ที่​เมือง​ริบ​ลาห์​
กษัตริย์​แห่ง​บา​บิ​โลน​ ได้​ประ​หาร​บรร​ดา​โอรส​ของ​เศ​เด​คี​ยาห์​ต่อหน้าเขา
และ​ทรง​ประ​หาร​เจ้า​นาย​ทั้ง​สิ้น​แห่ง​ยู​ดาห์​เสีย​
และได้ทำ ตาของ​เศ​เด​คี​ยาห์​ ให้บอด แล้ว​ตี​ตรวนนำไปขังคุกใน​บา​บิ​โลน ​จนถึงวันตาย

​วัน​ที่ 10 ใน​เดือน​ที่ 5 ​ปี​ที่ 19 ของ​รัช​กาล​กษัตริย์​เนบู​คัด​เนส​ซาร์​
เน​บูซา​ระ​ดาน ผู้​บัญ​ชา​การ​ทหาร​รัก​ษา​พระ​องค์ ได้​เข้า​ไป​ใน​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม
และ​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า และ​พระ​ราช​วัง และ​บ้าน​เรือน​ทั้ง​สิ้น​
และ​ได้​ทลาย​กำ​แพง​เมือง
และได้​จับ​ประ​ชา​ชน​ที่​เหลือ​อยู่​ผู้​อยู่​ใน​นคร ไป​เป็น​เชลย
แต่​ได้​ละ​คน​ยาก​จน​ที่​สุด​ใน​แผ่น​ดิน​ไว้​บ้าง เพื่อ​ให้​เป็น​คน​ทำ​สวน​องุ่น​และ​​ทำ​ไร่​ไถ​นา

คน​เคล​เดีย​ได้ขน​เอา​ของใช้ในพระวิหาร ที่เป็นทองคำ เงิน และทอง​สัม​ฤทธิ์​ทั้ง​หมด​ไป​ยัง​บา​บิ​โลน
อันไหนที่ขนยาก ก็ทุบหรือหลอม เป็นทอง​คำ เป็นเงิน​ แล้วค่อยเอาไป
ทอง​สัม​ฤทธิ์ที่ได้มา​ก็มากมาย จน​ชั่ง​กัน​ไม่​ไหว

และ​ได้​จับ​เส​ไร​ยาห์​มหา​ปุโร​หิต เศ​ฟัน​ยาห์​ปุโร​หิต​รอง พวกข้าราชการ​ และ​ที่​ปรึก​ษา​ของ​กษัตริย์
แล้วนำไปพบ​กษัตริย์​แห่ง​บา​บิ​โลน​ ที่​ริบ​ลาห์
และ​กษัตริย์​แห่ง​บา​บิ​โลน​ ก็ประ​หาร​ชีวิตพวก​เขา​​เสีย​

​จำ​นวน​ประ​ชา​ชนชาวยิว​ซึ่ง​เนบู​คัด​เนส​ซาร์​จับ​ไป​เป็น​เชลย
ใน​ปี​ที่ 7 จำนวน 3,023 คน
ใน​ปี​ที่ 18 จำนวน 832 คน
ใน​ปี​ที่ 23 จำนวน 745 คน
รวม​คนยิว​ทั้ง​หมด​เป็น 4,600 คน

ใน​ปี​ที่ 37 แห่ง​การ​เป็น​เชลย​ของ​เย​โฮ​ยา​คีน​ กษัตริย์​แห่ง​ยู​ดาห์​นั้น
เอ​วิล​เม​โร​ดัก​กษัตริย์​แห่ง​บา​บิ​โลน​ ทรง​พระ​กรุณา​ต่อ​เย​โฮ​ยา​คีน​ ​ทรง​นำ​เขา​ออก​มา​จาก​เรือน​จำ
และ​ประ​ทาน​ที่​นั่ง​ที่​มี​เกียรติ​กว่า​กษัตริย์​ทั้ง​หลาย​ที่​อยู่​ใน​บา​บิ​โลน
ดัง​นั้น​เย​โฮ​ยา​คีน​จึง​ได้​เสวย​ที่​โต๊ะ​เสวย​ของ​กษัตริย์​ทุก​วัน​ตลอด​ชีวิต
ส่วน​ค่า​ใช้​จ่าย​นั้น​ก็​ได้​รับ​พระ​ราช​ทาน​จาก​กษัตริย์​ตาม​ความ​ต้อง​การ​ราย​วัน​ตลอด​ชีวิต

1. น่าเศร้าที่กษัตริย์เศเดคียาห์ บรรดาเจ้านาย และประชาชน ไม่เชื่อคำเตือนจากพระเจ้า ที่ผ่านมาทางเยเรมีย์
จนในที่สุดพวกเขาและบ้านเมืองต้องพบกับหายนะอันน่าสลด

วันนี้อย่าให้เรามีใจแข็งกระด้างต่อการเตือนจากพระคำของพระเจ้า
ให้เรารีบถ่อมใจลง กลับใจใหม่ สารภาพความผิดต่อพระเจ้า
แล้วเราจะได้รับการอภัย ได้รับการฟื้นฟูชีวิต เริ่มต้นชีวิตใหม่
แต่สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าสายเกินไป

2. พระเจ้ายอมให้พระวิหารของพระเจ้า ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง
เพื่อให้ประชากรของพระเจ้าได้เรียนรู้ และหันกลับมาหาพระองค์อีกครั้ง
เพราะสำหรับพระเจ้าแล้ว ตัวอาคารอันงดงามโอ่อ่าตระการ ไม่สำคัญอะไรเลย
เมื่อเทียบกับจิตวิญญาณของประขากรของพระองค์ ที่พระองค์ทรงรัก

อย่าให้เรารักตัวอาคารหรือสิ่งของ มากกว่าจิตวิญญาณของคน
น่าเสียดายที่มีคริสตจักรจำนวนไม่น้อย ทุ่มงบประมาณและกำลังมหาศาลสำหรับการสร้างตัวอาคาร (ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก) แต่พวกเขากลับละเลย หรือ ใช้งบประมาณหรือกำลังเพียงเล็กน้อยในการดูแล ติดตาม ช่วยเหลือจิตวิญญาณของสมาชิก
รวมถึงการทุ่มงบประมาณหรือกำลังเพียงเล็กน้อย นำจิตวิญญาณที่กำลังจะพินาศ ให้มาถึงความรอดในพระเยซูคริสต์

คำคม

“ หัวใจของพระเจ้าใส่ใจจิตวิญญาณของผู้คน ไม่ใช่มหาวิหารอันงดงาม ”

สรุป เยเรมีย์ 51

ภาพรวม

  • เยเรมีย์ บทที่ 51 พระเจ้าให้เยเรมีย์เขียนคำพยากรณ์เกี่ยวกับการที่บาบิโลนถูกทำลาย แล้วให้มอบให้​เส​ไร​ยาห์ นำไปอ่านที่บาบิโลน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เยเรมีย์ บทที่ 51

พระเจ้าตรัสเกี่ยวกับ บาบิโลน อีก ​ว่า

พระเจ้าจะส่ง​ผู้​ทำ​ลาย มา​ต่อ​สู้​กับ​บา​บิ​โลน
และพวก​เขา​จะ​ทำ​ให้​แผ่น​ดิน​บาบิโลน​ว่าง​เปล่า
​กอง​ทัพ​บาบิโลนจะถูกทำลาย​ทั้ง​หมด

เพราะ​ว่า​อิส​รา​เอลไม่​ได้​ถูกพระเจ้า​ทอด​ทิ้ง
แผ่น​ดินบาบิโลนนั้น​เต็ม​ด้วย​ความ​ผิด ต่อพระเจ้า

จง​หนี​จาก​บา​บิ​โลน เพื่อจะไม่​ถูก​ทำ​ลาย​ไป​ด้วย​
เพราะ​ความ​ผิด​บาป​ของ​มัน
บา​บิ​โลน​จะ​ล้ม​ลง​และ​แตก​ไป​อย่าง​ฉับ​พลัน

พระเจ้าจะทรง​เร้า​ใจ​บรร​ดา​กษัตริย์​ของ​มี​เดีย มาทำลาย​บา​บิ​โลน
นั่นคือ​การ​แก้​แค้น​แทน​พระ​วิหาร​ของ​พระ​องค์

รูป​เคา​รพ​เป็น​ของ​ไร้​ค่า และ​เป็น​ผล​งาน​ที่​น่า​เยาะ​เย้ย
มัน​จะ​ต้อง​พินาศ​เมื่อ​ถึง​เวลา​การ​ลง​โทษ

พระเจ้าผู้​ทรง​เป็น​ส่วน​มรดก​ของ​อิสราเอล​ไม่​เหมือน​สิ่ง​เหล่า​นี้
เพราะ​พระ​องค์​ทรง​เป็น​ผู้​ที่​ก่อ​ร่าง​ทุก​สิ่ง​ขึ้น
พระเจ้าจะทำให้อิสราเอลเป็น​ค้อน​และ​ยุท​โธ​ปกรณ์​ของ​พระเจ้า เพื่อใช้​​ทุบราช​อา​ณา​จักร​ทั้ง​หลาย

พระเจ้า​จะ​ตอบ​สนอง​บา​บิ​โลน
เพราะ​บรร​ดา​ความ​ชั่ว​ร้ายซึ่งพวก​เขา​ได้​ทำ​ใน​อิสราเอล

​บรร​ดา​กษัตริย์​แห่ง​มี​เดีย​ และ​ทุก​แผ่น​ดิน​ที่​ขึ้น​แก่​มี​เดีย จะ​มา​ทำ​สง​คราม​กับบาบิโลน
นัก​รบ​แห่ง​บา​บิ​โลน​จะกลาย​เป็น​เหมือน​ผู้หญิง
และบาบิโลนจะถูกเผา​ไหม้
ความ​ทา​รุณ​ที่​บาบิโลนได้​ทำ​แก่​อิสราเอล จง​ตก​เหนือ​บา​บิ​โลน
คน​เคล​เดีย(บาบิโลน)​ต้องรับ​ผิด​ชอบ​ที่​ทำ​ให้​โลหิต​ของคนอิสราเอลตก

บา​บิ​โลน​จะกลาย​เป็น ความ​หวาด​หวั่น​ท่าม​กลาง​บรร​ดา​ประ​ชา​ชาติ
เมือง​ต่างๆ ของ​มัน​กลาย​เป็น​ที่​ร้าง​เปล่า เป็น​แผ่น​ดิน​ที่​แห้ง​แล้ง ​และ​เป็น​ทะเล​ทราย
เป็น​แผ่น​ดิน​ที่​ไม่​มี​ใคร​อา​ศัย​อยู่ และ​ไม่​มี​มนุษย์​คน​ใด​ข้าม​ไป

พระเจ้าจะ​ลง​โทษ​รูป​เคา​รพ​แห่ง​บา​บิ​โลน
แผ่น​ดิน​ทั้ง​สิ้น​ของ​มัน​จะ​อับ​อาย
และ​​ชาว​บา​บิ​โลน​จะ​ถูก​ฆ่า​ท่าม​กลาง​มัน

พระเจ้า​ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​แห่ง​การ​ตอบ​แทน
พระ​องค์​จะ​ทรง​ตอบ​สนอง​แก่บาบิโลน​แน่

เย​เร​มีย์​ ได้เขียนข้อความเหล่านี้ลงในหนังสือม้วน
แลัว​สั่ง ​เส​ไร​ยาห์ ​บุตร​เนริ​ยาห์ ผู้​ไป​ยัง​บา​บิ​โลน​กับ​เศ​เด​คี​ยาห์​กษัตริย์​แห่ง​ยู​ดาห์
ให้ไปอ่าน​ถ้อย​คำ​เหล่า​นี้​ทั้ง​หมด ที่บาบิโลน
แล้ว ให้เอาหิน​ก้อน​หนึ่ง​มัด​ติด​หนังสือม้วนนั้น
แล้ว​โยน​มัน​ทิ้ง​ไป​กลาง​แม่​น้ำ​ยูเฟร​ติส
และให้กล่าว​ว่า “บา​บิ​โลน​จะ​จม​ลง​อย่าง​นี้​แหละ ไม่​ลอย​ขึ้น​อีก​เลย”

1. บาบิโลนที่มั่งคั่งกำลังจะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง
พระเจ้าเตือนให้ผู้คนที่เชื่อและสามารถหนีออกมาได้ ให้รีบหาทางออกมาให้เร็วที่สุด
เพื่อจะไม่ต้องพบกับความพินาศพร้อมกับมัน

โลกนี้ก็เป็นเหมือนบาบิโลน ที่พระเจ้าประกาศแล้วว่า
จะต้องถูกทำลายเสียสิ้นด้วยไฟ
ให้เรารีบหนีออกจากการพิพากษาที่จะมาถึงโลกนี้
ด้วยการเชื่อวางใจในพระเยซู
และให้เรารีบช่วยคนที่เรารัก คนที่เรารู้จักให้รอดพ้นจากการพิพากษานี้
โดยการนำเขามาถึงความรอดในพระเยซูคริสต์

3. พระเจ้าจะทำให้อิสราเอลเป็น​ยุท​โธ​ปกรณ์ เพื่อให้การลงโทษที่สมควรมาถึงราช​อา​ณา​จักร​ทั้ง​หลาย
ชนชาติใดที่ทำร้ายอิสราเอล (เช่น บาบิโลน) การลงโทษของพระเจ้าก็จะลงมาถึงพวกเขา
อิสราเอล สมควรถูกตีสอนอยู่แล้วเพราะความชั่วของเขา
ชนชาติทั้งหลาย สมควรถูกลงโทษอยู่แล้วเพราะความชั่วร้ายของพวกเขา

พระเจ้าทรงให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้สิ่งที่สมควรเกิดขึ้นเหล่านั้น ได้เกิดขึ้น

คนที่ทำที่ไม่ดีต่อประชากรของของพระเจ้า กำลังเร่งการพิพากษาให้ตกลงมาบนพวกเขา

คำคม

“ สิ่งที่พระเจ้ากำหนดเอาไว้แล้ว จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ”

สรุป เยเรมีย์ 50

ภาพรวม

  • เยเรมีย์ บทที่ 50 พระเจ้าทรงประกาศการพิพากษาที่จะมาถึงบาบิโลน โดยการโจมตีของประเทศจากทางเหนือ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เยเรมีย์ บทที่ 50

พระเจ้า​ตรัส​เกี่ยว​กับ​บา​บิ​โลน ดังนี้

บา​บิ​โลน​จะถูก​ยึด​แล้ว พระ​เบล(รูปเคารพหลักของบาบิโลน)​ต้อง​อับ​อาย
รูป​เคา​รพ​ทั้ง​หลาย​ของ​เมือง​นั้น​ก็​จะถูก​ทำ​ให้​อับ​อาย

ประ​ชา​ชาติ​หนึ่ง​จาก​ทิศ​เหนือ (มีเดีย)​จะ​มา​ต่อ​สู้​เมือง​นั้น
ทำ​ให้​แผ่น​ดินนั้นเป็น​ที่​ร้าง​เปล่า

​ใน​เวลา​นั้น ประ​ชา​ชน​อิส​รา​เอล​​จะ​เดิน​ร้อง​ไห้​มา​แสวง​หาพระเจ้า
พวก​เขา​จะ​ได้กลับ​ไป​ศิโยน(เยรูซาเล็ม)​
พวกเขา​เป็น​แกะ​หลง พวกเขา​ลืม​คอก​เสีย​แล้ว
บรร​ดา​ผู้​ที่​พบพวก​เขา​ก็​กิน​พวกเขาเสีย

หายนะกำลังจะมาถึง​บา​บิ​โลน
พระเจ้า​จะ​เร้า​และ​นำ​บรร​ดา​ประ​ชา​ชาติ​ใหญ่​หมู่​หนึ่ง​ มา​ต่อ​สู้​บา​บิ​โลน
บาบิโลนจะ​ถูก​ยึด และ​ถูก​ปล้น
บาบิโลน ผู้​ปล้น​มร​ดก​ของ​พระเจ้า ​จะ​อับ​อาย​อย่าง​ยิ่ง
และกลายเป็น​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร ที่​แห้ง​แล้ง และ​ทะเล​ทราย
เมือง​นั้น​จะ​ไม่​มี​คน​เข้า​อา​ศัย แต่​จะ​เป็น​ที่​ร้าง​เปล่า​อย่าง​ที่​สุด

เครื่อง​ป้อง​กัน​และ กำ​แพง​ของบาบิโลนจะถูกทำลายลง​
เหมือนอย่างที่บาบิโลนเคย​ทำ​กับประเทศอื่น

อิส​รา​เอล​เป็น​เหมือน​แกะ​ที่​ถูก​สิง​โต​ไล่​ล่า​ไป
ครั้ง​แรก​กษัตริย์​อัส​ซี​เรีย​กิน​เขา
ใน​ที่​สุด​นี้​เนบู​คัด​เนส​ซาร์ กษัตริย์​แห่ง​บา​บิ​โลน​ได้​แทะ​กระ​ดูก​ของ​เขา

ดังนั้น พระเจ้าจะ​นำ​การ​ลง​โทษ​มา​เหนือ​กษัตริย์​แห่ง​บา​บิ​โลน​และ​แผ่น​ดิน​ของเขา
ดัง​ที่พระเจ้า​ได้​ลง​โทษ​กษัตริย์​แห่ง​อัส​ซี​เรีย
และพระเจ้า​จะ​ให้​อิส​รา​เอล​กลับ​สู่แ​ผ่นดิน​ของ​ตน
​ใน​เวลา​นั้น จะ​หา​ความ​ผิด​บาป​ใน​อิส​รา​เอล​ไม่​พบ​เลย
เพราะ​พระเจ้าจะ​ให้​อภัย​แก่พวกเขา

พระเจ้า​วาง​บ่วง​ดัก​บาบิโลน ​และพวกเขา​ก็​ติด​บ่วง​นั้น
เพราะ​พวกเขาได้​ขืน​สู้​กับ​พระเจ้า
พระเจ้าทรง​เปิด​คลัง​อา​วุธ​ของ​พระ​องค์ และ​ทรง​นำ​อา​วุธออก​มา ต่อสู้พวกเขา
เพราะ​พวกเขา​ยโส​ต่อ​พระเจ้า
พวกเขา​จะ​สะดุด​และ​ล้ม​ลง จะ​ไม่​มี​ใคร​พยุง​พวกเขา​ขึ้น​ได้
และ​ไฟ​จะเผาเมืองของพวกเขาเสีย​สิ้น
พระ​องค์​จะ​ประ​ทาน​ความ​สงบ​แก่​แผ่น​ดิน​โลก
แต่​ประ​ทาน​ความ​ไม่​สงบ​แก่​ชาว​เมือง​บา​บิ​โลน
เมือง​นั้น​จะ​ไม่​มี​ประ​ชา​ชน​อยู่​อีก​ต่อ​ไป​เป็น​นิตย์

ใคร​เป็น​อย่างพระเจ้าเล่า?
ใคร​จะ​ฟ้องพระเจ้าเล่า?
ใคร​จะ​ทน​ยืน​อยู่​ต่อ​หน้า​พระเจ้าได้เล่า?

1. บาบิโลน เมืองหลวงของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเวลานั้น
กลับถูกทำลายลงในคืนเดียว (ดนล. 5:30)
เพราะพวกเขาติดกับดักแห่งความยโสของเขา
ขณะที่ทราบว่า มีเดีย-เปอร์เซีย ได้ยกทัพมาเพื่อจะบุกทำลายบาบิโลน
ในคืนนั้นกษัตริย์ยังไม่ใยดี จัดงานเลี้ยงใหญ่ให้แก่เจ้านาย พันคน (ดนล. 5:1)

ความเย่อหยิ่งยโส เป็นกับดัก สำหรับทำลายผู้ที่เย่อหยิ่งโส

2. อิสราเอลทำสิ่งชั่วร้าย เช่น เผาเด็กบูชายันต์รูปเคารพ
บาบิโลนที่ชั่วร้าย จึงรบชนะอิสราเอลและทำกับอิสราเอลอย่างเหี้ยมโหดและกวาดต้อนไปเป็นเชลย
พระเจ้าทรงใช้ความโหดร้ายของบาบิโลน ตีสอนอิสราเอล
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า บาบิโลนจะไม่ต้องถูกลงโทษในการกระทำที่โหดร้ายของพวกเขา
พวกเขาจึงถูกมีเดีย-เปอร์เซีย ทำลายลงอย่างสิ้นเชิง

เมื่อเราเดินทางที่ไม่ถูกต้อง แล้วมีคนมาสร้างปัญหาให้แก่เรา
สำหรับเรา ควรรีบกลับใจใหม่
สำหรับคนเหล่านั้น ถ้าพวกเขาไม่กลับใจใหม่ จะได้รับการตีสอนจากพระเจ้าเอง
เราไม่จำเป็นต้องไปแก้แค้นเขา

3.พระเจ้า​ทรงสัญญาว่าในอนาคต ประชากรของพระเจ้าจะกลับมาหาพระเจ้า
พระเจ้าจะ​ให้​อภัย​แก่พวกเขา จึงจะ​หา​ความ​ผิด​บาป​ใน​พวกเขา​ไม่​พบ​เลย

วันนี้ เราผู้ต้อนรับเชื่อในพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงอภัยความบาปผิดทั้งสิ้นของเราแล้ว
ดังนั้นจึงไม่สามารถหาความบาปในพวกเราได้เลย
เรากลายเป็นคนชอบธรรมแล้ว ในสายพระเนตรของพ