สรุป ปฐมกาล 6

ภาพรวม

  • ยิ่งเวลาผ่านไปมนุษย์ก็ยิ่งชั่วร้ายมากขึ้นทุกที และความชั่วร้ายนั้น กำลังเรียกให้การพิพากษาของพระเจ้ามาถึงพวกเขาโดยเร็ววัน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 6 กล่าวว่าเมื่อ​มนุษย์​​ทวี​มาก​ขึ้น​ ​ความ​ชั่ว​ร้าย​ของ​มนุษย์​ก็มี​มาก​บน​แผ่น​ดิน และ​เห็น​ว่า​เค้า​ความ​คิด​ใน​ใจ​ทั้ง​หมด​ของ​พวกเขา​ล้วน​เป็น​เรื่อง​ชั่ว​ร้าย​ตลอด​เวลา
คน​ทั้ง​โลก​เสื่อม​ทราม​ไป​เฉพาะ​พระ​พักตร์​ของ​พระ​เจ้า และ​แผ่น​ดิน​ก็​เต็ม​ด้วย​ความ​โหด​ร้าย
​มนุษย์​ทั้ง​หมด​ประ​พฤติ​ตน​เสื่อม​ทราม​บน​แผ่น​ดิน
พระเจ้าทรง​เสีย​พระ​ทัย​ที่​ทรง​สร้าง​มนุษย์​ไว้​บน​แผ่น​ดิน​และ​โทมนัส​ยิ่ง​นัก
พระเจ้าจึงตรัส​ว่า
“เรา​จะ​กวาด​ล้าง​มนุษย์​ที่​เรา​ได้​สร้าง​มา​นี้​ไป​เสีย​จาก​แผ่น​ดิน
ทั้ง​มนุษย์​และ​สัตว์​ใช้​งาน กับ​สัตว์​เลื้อย​คลาน​และ​นก​ใน​อากาศ​ด้วย
เพราะ​ว่า​เรา​เสีย​ใจ​ที่​ได้​สร้าง​พวก​เขา”

แต่​โนอาห์​เป็น​ที่​โปรด​ปราน​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระ​เจ้า
โนอาห์​เป็น​คน​ชอบ​ธรรม​ดี​พร้อม​ใน​สมัย​ของ​เขา เขา​ดำเนิน​กับ​พระ​เจ้าเสมอ
โนอาห์​มี​บุตร​ 3 ​คน ชื่อ​เชม(ต้นตระกูลคนผิวเหลือง) ฮาม(ต้นตระกูลคนผิวดำ) และ​ยาเฟท(ต้นตระกูลคนผิวขาว)

พระ​เจ้า​ตรัส​แก่​โนอาห์​ว่า
“เรา​จะ​ให้​มนุษย์​และ​สัตว์​ทั้ง​ปวง​สิ้น​สุด​ต่อ​หน้า​เรา
ด้วย​เหตุ​ว่า แผ่น​ดิน​โลก​เต็ม​ด้วย​ความ​โหด​ร้าย​เพราะ​การ​กระทำ​ของ​มนุษย์
ดูเถิด เรา​จะ​ทำ​ลาย​พวก​เขา​พร้อม​กับ​แผ่น​ดิน​โลก…”

พระเจ้าทรงสั่งให้โนอาห์สร้างเรือด้วยไม้​สน​โกเฟอร์
ยาว 133 ม. กว้าง 22 ม. สูง 13 ม.
เพราะ​พระเจ้าจะ​ทำ​ให้​น้ำ​ท่วม​แผ่น​ดิน เพื่อ​ทำลาย​มนุษย์​และ​สัตว์​ใต้​ฟ้า​ ให้​ตาย​สิ้น
และทรงสั่งให้โนอาห์ และภรรยา บรรดา​บุตร​ชาย บุตรสะใภ้ เข้าไปในเรือ
และนำสัตว์ต่างๆ อย่าง​ละ​คู่​เข้า​ไป​ไว้​ใน​เรือด้วย รวมทั้งอาหารสำหรับ ครอบครัวของเขาและของสัตว์ต่างๆ
โนอาห์​ก็​ทำ​อย่าง​นั้น​ทุก​ประการ

– ปฐก. 6:2 บุตร​ชาย​ของ​พระ​เจ้า หมายถึง หลานเหลนโหลนของอาดัม เชื้อสายของเสท ซึ่งยังดำเนินกับพระเจ้า ​
บุตร​หญิง​ของ​มนุษย์​ หมายถึง หลานเหลนโหลนของอาดัม เชื้อสายของลูกอาดัมคนอื่น ซึ่งละทิ้งพระเจ้า
ดังนั้น เมื่อเชื้อสายของเสท ไปแต่งงานกับ เชื้อสายของลูกอาดัมคนอื่น จึงพากันละทิ้งพระเจ้าไปตามๆกัน
– ปฐก. 6:3 บอกว่า ​วัน​เวลา​ของ​มนุษย์ ​คือ 120 ปี หลังจากน้ำท่วมโลกเป็นต้นมา มนุษย์มีอายุสั้นลงเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงสมัยโมเสสเป็นต้นไป มนุษย์เกือบทั้งหมดมีอายุไม่เกิน 120 ปี (เป็นไปได้ว่า เป็นเพราะ อาหารและสภาวะอากาศเปลี่ยแปลงไปอย่างสิ้นเชิง)
– ปฐก. 6:6 พระ​เจ้าเสีย​พระ​ทัย​ที่​ทรง​สร้าง​มนุษย์​ไว้​บน​แผ่น​ดิน​ ไม่ได้หมายความว่า พระเจ้าไม่รู้มาก่อนว่ามนุษย์จะชั่วได้ขนาดนี้ เพราะพระองค์ทรงสัพพัญญูทรงราบตอนจบตั้งแต่เริ่มต้น ดังนั้นพระเจ้าทรงทราบแล้วว่ามนุษย์จะชั่วขนาดนี้ แต่ในข้อนี้หมายถึง พระเจ้าเสียใจในการกระทำชั่วร้ายของมนุษย์ที่กระทำต่อกันบนแผ่นดิน
– เมื่อพระเจ้าจะทรงช่วยโนอาห์ให้พ้นการถูกทำลายล้างนั้น พระองค์ทรงบอกการสร้างเรือแก่โนอาห์อย่างละเอียด การเจาะช่องต่างๆที่จำเป็น รวมทั้งบอกสิ่งที่ต้องนำขึ้นไป
เป็นที่น่าสังเกตว่าพระเจ้าไม่ได้บอกเขาว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แค่เตรียมตัวไว้ให้ดีที่สุดก็พอแล้ว แล้วพระเจ้าจะบอกเองทีละขั้นทีละตอน
ในการผ่านวิกฤตของชีวิต เราเชื่อฟังทำตามพระเจ้า ทีละขั้นทีละตอน นั่นก็เพียงพอแล้ว เหตุการณ์มันจะเกิดเมื่อไหร่ เกิดอย่างไร ถ้าจำเป็นที่เราต้องรู้พระเจ้าจะบอกแก่เราเอง

คำคม

“ เมื่อน้ำกำลังจะท่วมโลก ก็ยังมีเรือโนอาห์
ในยามพระพิโรธของพระเจ้า ก็ยังพบพระเมตตาของพระองค์ ”

สรุป ปฐมกาล 5

ภาพรวม

  • พระคัมภีร์บันทึกสำดับพงศ์พันธุ์ของอาดัม จนถึงโนอาห์ในบทนี้ เพื่อชี้ให้เห็นถึงแผนการช่วยกู้ของพระเจ้าผ่านชีวิตของโนอาห์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 5 กล่าวถึงลำ​ดับ​พงศ์​พันธุ์​ของ​อา​ดัม ดังนี้

– จากแผนภาพทำให้เราเห็นว่า ตั้งแต่เอโนช(หลานของอาดัม) จนถึง ลาเมค ทุกคน(ยกเว้น เอโนค) ได้พบกับทั้ง อาดัมและโนอาห์ ในช่วงเวลานั้นมนุษย์ไม่ได้กระจัดกระจายไปมากนัก จึงค่อนข้างมั่นใจได้ว่า พวกเขาได้พบกับ ทั้งอาดัมและโนอาห์
ดังนั้นการรู้จักกับพระเจ้า ถ่ายทอดจากอาดัมมาถึงโนอาห์ เรียกได้ว่า แค่ 2 ชั่วอายุคน ข้อมูลต่างๆจึงน่าจะยังครบถ้วนสมบูรณ์ทำให้ โนอาห์ เกิดความเชื่ออย่างมากได้
– เอโนค​ดำเนิน​กับ​พระ​เจ้า บนโลกนี้ ถึง 300 ปี ​แล้วพระ​เจ้าจึง​ทรง​รับ​เขา​ไป ทั้งที่ยังมีชีวิต ดังนั้นการที่เราดำเนินกับพระเจ้าด้วยความเชื่อสัก 80-90 ปี ถือว่า ยังน้อยไปด้วยซ้ำ
– เพราะเอโนครักพระเจ้า ดำเนินกับพระเจ้า เมธูเสลาห์ลูกของเขาจึงได้รับพระพร เมธูเสลาห์เป็นชายที่อายุยืนที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

คำคม

“ แม้อาดัมจะผิดพลาด แต่พระเจ้าก็ทรงเตรียมโนอาห์เพื่อให้เริ่มต้นใหม่
แม้มนุษย์จะผิดพลาด แต่แผนการของพระเจ้า จะไม่มีวันล้มเหลว ”

สรุป ปฐมกาล 4

ภาพรวม

  • เมื่อมนุษย์ออกจากสวนเอเดนก็เริ่มเพิ่มพูนทวีจำนวนมากขึ้น และความชั่วร้ายของมนุษย์ก็ยิ่งทวีมากยิ่งขึ้นด้วย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 4:1 กล่าวถึงเรื่องของมนุษย์เมื่อถูกขับออกไปนอกสวนเอเดน ว่า
เมื่ออาดัม​มี​เพศ​สัม​พันธ์​กับ​เอ​วา นาง​ก็​​ให้​กำเนิด​บุตร​ชื่อ​คาอิน และอาเบล
คาอิน นำ​พืช​ผล​จาก​ผืน​ดิน​มา​เป็น​ของ​ถวาย​พระเจ้า
ส่วน​อาเบล​ ​นำ​แกะ​หัว​ปี​จาก​ฝูง​และ​ไขมัน​ของ​แกะ​มา​ถวาย
พระ​เจ้าพอ​พระ​ทัย​อาเบล​และ​ของ​ถวาย​ของ​เขา
แต่​คาอิน​กับ​ของ​ถวาย​ของ​เขา​นั้น พระ​องค์​ไม่​พอ​พระ​ทัย

คาอิน​ก็​โกรธ​ยิ่ง​นัก ก้ม​หน้า​ลง
พระ​เจ้า​ตรัส​ถาม​คาอิน​ว่า “ทำไม​เจ้า​โกรธ?
ถ้า​เจ้า​ทำ​ดี เจ้า​ก็​จะ​เป็น​ที่​ยอม​รับ​ไม่​ใช่​หรือ?
ถ้า​เจ้า​ทำ​ไม่​ดี บาป​ก็​หมอบ​อยู่​ที่​ประตู อยาก​ตะครุบ​เจ้า เจ้า​จะ​ต้อง​เอา​ชนะ​บาป​นั้น”

วันหนึ่ง​คา​อิน​ชวนอาเบล​ไป​ที่​ทุ่ง​นา​ แล้วก็ฉวยโอกาสฆ่า​อาเบล​ที่นั่น
พระเจ้าตรัส​ถาม​คา​อิน​ว่า
“อาเบล​น้อง​ชาย​ของ​เจ้า​อยู่​ที่​ไหน?”
คา​อิน​ตอบว่า
“ข้า​พระ​องค์​ไม่​ทราบ ข้า​พระ​องค์​เป็น​ผู้​ดู​แล​น้อง​หรือ?”
พระ​องค์​ตรัส​ว่า
“เจ้า​ทำ​อะไร​ลง​ไป? เสียง​ของ​โลหิต​น้อง​ของ​เจ้า​ร้อง​ดัง​ขึ้น​มา​จาก​ดิน​ถึงเรา
บัด​นี้ เจ้า​จึง​ถูก​สาป​จาก​ดิน​ เมื่อ​เจ้า​เพาะ​ปลูก​บน​ดิน​จะ​ไม่​เกิด​ผล​มาก เจ้า​จะ​ต้อง​หลบ​หนี​และ​พเน​จร​ไป​ใน​โลก”

พระเจ้า​ทรง​ทำ​เครื่อง​หมาย​ไว้​ที่​ตัว​คา​อิน เพื่อ​ว่า​ทุก​คน​ที่​พบ​เขา​จะ​ได้​ไม่​ฆ่า​เขา
คา​อิน​ออก​ไป​พ้น​พระ​พักตร์​พระ​เจ้าไป​อยู่​แผ่น​ดิน​โนด
คา​อิน​มี​​ภรรยา​ที่นั่น มี​บุตร​ชาย​ชื่อ​เอโนค
เอโนค​มี​โหลน​ชื่อ​ลา​เมค

ลูกหลานของลา​เมคได้​พัฒนา​ความ​สามารถ​ต่างๆ ออก​มา เช่น ​เลี้ยง​สัตว์ (ข้อ 20) ​ดีด​พิณ​เขา​คู่​และ​เป่า​ปี่ (ข้อ 21) ทำ​เครื่อง​มือ​ทอง​สัมฤทธิ์​และ​เครื่อง​มือ​เหล็ก (ข้อ 22)

ลา​เมค​มีภรรยา 2 คน (เป็นครั้งแรกที่บันทึกชายที่มีภรรยามากกว่า 1 คน)
ลาเมคคุยอวดให้ภรรยาทั้งสอง ฟังว่า เขาได้ฆ่าชายคนหนึ่ง และเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่ง เพราะชายคนนั้นทำให้เขาเจ็บ(เช่น อาจจะเผลอวิ่งชนเขา) และ เพราะเด็กคนนั้นทำร้ายเขา (อาจเพราะไปฆ่าพ่อของเด็กหนุ่มนั้น ก็เป็นได้)
ลาเมค คุยอวดว่า
“ถ้า​หาก​ทำ​ร้าย​คาอิน ต้อง​รับ​โทษ​คืน​เจ็ด​เท่า​แล้ว
เมื่อ​ทำ​ร้าย​ลาเมค​ก็​ต้อง​รับ​โทษ​เจ็ด​สิบ​เจ็ด​เท่า”

อาดัม​มี​บุตร​ชายอีก เรียก​ชื่อ​ว่า เสท
แล้ว​เสท​ก็​มี​บุตร​คน​หนึ่ง เรียก​ชื่อ​ว่า เอโนช ตั้ง​แต่​นั้น​มา​มนุษย์​เริ่ม​ออก​พระ​นาม​พระ​เจ้า

– เพศสัมพันธ์ เป็นสิ่งงดงาม สวยงาม เป็นพระพรจากพระเจ้า ในภาษาฮีบรูแปลตรงตัวว่า “รู้จัก” การมีเพศสัมพันธ์พระเจ้าประทานแก่มนุษย์เพื่อสามีภรรยาจะรู้จักกันมากขึ้น ลึกซึ้งขึ้น แต่ปัจจุบันบาปมันบิดเบือน เรื่อง sex มาทำให้เป็นเรื่องชั่วร้ายและโสโครก และผู้คนจำนวนมากก็หลงไปตามกับดักของมัน
– พระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่า ทำไมพระเจ้าพอพระทัยอาเบลและไม่พอใจคาอิน แต่ถ้าสังเกตจากบริบทของพระคัมภีร์ทั้งเล่ม พอจะคาดได้ว่า น่าจะเป็นเพราะอาเบลนำสิ่งดีที่สุดมาถวายแด่พระเจ้า แต่ คาอินไม่ทำเช่นนั้น หรือไม่พยายามที่จะทำเช่นนั้น
– เมื่อคาอินเปิดประตูใจของเขาให้แก่บาปแห่งการอิจฉา บาปก็พัฒนาเป้นความโกรธ พัฒนาต่อเป็นการไม่อยากมองหน้าพระเจ้า และพัฒนาต่อเป็นการฆ่าน้องชายร่วมสายโลหิต
พระเจ้าเตือนเรื่องนี้แก่เขาแล้ว แต่เขาไม่ฟัง
วันนี้ หากบาปแอบย่องเข้ามาในใจของเรา เรารู้ตัวเมื่อใด จงรีบไล่มันไปในทันที อย่ายอมญาติดีกับมัน มันประสงค์ร้าย หวังจะทำลายชีวิตของเราทั้งในปัจจุบันและในอนาคต
– เมื่อพระเจ้าทรงถามคาอินว่าอาเลบอยู่ที่ไหน เขาตอบว่า “ข้า​พระ​องค์​เป็น​ผู้​ดู​แล​น้อง​หรือ?”
เขาไม่รู้ตัวว่า ในฐานะพี่ เขาสมควรดูแลและปกป้องน้อง
แต่บัดนี้เขากลับเป็นผู้ทำลายชีวิตของน้อง
หากคริสเตียนรู้ตัวจริงๆว่า หน้าที่ของเขาคือ ดูแลและปกป้องพี่น้อง พวกเขาคงจะไม่ผิดพลาดเหมือนอย่างคาอินที่ทำลายน้อง
– เมื่อพระเจ้าลงโทษคาอิน ก็สำแดงพระเมตตาต่อเขาด้วยในการปกป้องเขา พระเจ้าของเราเป็นเช่นนี้เสมอ ยุติธรรมและเต็มด้วยพระเมตตา
– เมื่อคาอินถูกขับไล่ออกไป “คาอินได้ออกไปจากพระพักตร์ของพระเจ้า” แสดงว่า ก่อนหน้านี้ เขาอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้า และแสดงว่าอาดัม เอวา แม้ถูกขับออกจากสวนเอเดน พระเจ้าก็ยังจับจ้อง ดูพวกเขาด้วยความรัก ไม่ห่างหาย เพียงแต่บาปขวางกั้นไม่ให้เขามีความสัมพันธ์กับพระองค์ได้
– “เสียง​ของ​โลหิต​น้อง​ของ​เจ้า​ร้อง​ดัง​ขึ้น​มา​จาก​ดิน” ชี้ให้เห็นว่า พระเจ้าทรงทราบทุกสิ่ง แม้วันนี้ อาเบลร้องทุกข์ไม่ได้เพราะตายแล้ว ถึงกระนั้นโลหิตของเขาก็ยังร้อง และพระเจ้าก็ได้ยินอยู่ดี นั่นคือ ไม่มีสิ่งใดที่จะปิดบังซ่อนไว้จากพระเจ้าได้
วันนี้ แม้คนไม่เห็น แต่พระเจ้าก็ทรงทราบอยู่ดี
– เมื่อเวลาผ่านไป ความชั่วร้ายของมนุษย์ก็ทวีมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนคาอินฆ่าอาเบล คาอินบอกว่า “โทษของข้าพระองค์หนักเหลือที่ข้าพระองค์จะแบกรับได้”(ปฐก. 4:13)
หลายชั่วอายุคนต่อมา ลาเมค ผู้เป็นโหลนของลูกชายคาอิน
เมื่อเขาฆ่าคน เพราะสาเหตุเพียงเล็กน้อย เขาไม่รู้สึกผิด แต่รู้สึกว่า เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ
– คนที่จะฆ่าคาอิน มาจากไหน?
ก็คือ ลูกหลาน เหลน โหลน ของอาดัม เอวา นั่นแหละ เพราะว่า พระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่า อาดัมมีลูกแค่ 3 คน และใน ปฐก. 1:28 บอกชัดเจนพระเจ้าอวยพรให้อาดัมมีลูกดก
และไม่ได้บอกเหตุการณ์ คาอินฆ่าอาเบล เกิดขึ้นไม่นานหลังอาดัมเอวาออกจากสวนเอเดน เป็นไปได้ที่ เวลาผ่านมาหลายร้อยปีแล้ว

คำคม

“ เวลาผ่านไป มนุษย์ชั่วร้ายมากยิ่งขึ้น
แต่ความรักของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์ไม่เคยลดลงเลย ”

สรุป ปฐมกาล 3

ภาพรวม

  • มนุษย์เลือกที่จะเชื่อว่า พระเจ้าพูดโกหก มารพูดจริง เลือกเชื่อว่า พระเจ้าเห็นแก่ตัว พระองค์ขี้อิจฉา และด้วยความโลภของพวกเขา พวกเขาจึงเลือกไม่เชื่อฟังคำสั่งของพระองค์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 3 มารใช้งู​มา​ถาม​เอวา​ ด้วยคำถามใส่ร้ายพระเจ้าว่า
“จริง​หรือ? ที่​พระ​เจ้า​ตรัส​ว่า ‘ห้าม​พวก​เจ้า​กิน​ผล​จาก​ต้นไม้​ทุก​ต้น​ใน​สวน​นี้’ ”
เอวา​จึง​ตอบ​งู​ว่า
“​กิน​ได้ ยกเว้น​แต่​ผล​ของ​ต้น​ไม้​ที่​อยู่​กลาง​สวน​นั้น .. ”
งู​จึง​พูดใส่ร้ายพระเจ้า ต่อ​หญิง​นั้น​ว่า
“พวก​เจ้า​จะ​ไม่​ตาย​แน่ (หาว่าพระเจ้าโกหก)
เพราะ​พระ​เจ้า…ไม่อยากให้จะ​เป็น​เหมือน​อย่าง​พระ​เจ้า (หาว่าพระเจ้าอิจฉา)…”
เอวาเชื่องู จึง​เก็บ​ผล​ไม้​นั้น​มา​กิน แล้ว​ส่ง​ให้​อาดัม​ที่​อยู่​กับ​เธอ​กิน​ด้วย เขา​ก็​กิน
ตา​ของ​เขา​ทั้ง​สอง​คน​ก็​สว่าง​ขึ้น จึง​รู้​ว่า​พวก​เขา​เปลือย​กาย​อยู่
เวลา​เย็น​วัน​นั้น เขา​ทั้ง​สอง​ได้​ยิน​เสียง​​พระ​เจ้า​เสด็จ​ดำเนิน​อยู่​ใน​สวน
พวกเขาจึง​ซ่อน​ตัว​อยู่​ ให้​พ้น​จาก​พระ​พักตร์​​พระ​เจ้า
​พระ​เจ้า​ทรงตรัส​เรียกอาดัม
“เจ้า​อยู่​ที่​ไหน?”
อาดัม​ทูล​ว่า
“ข้า​พระ​องค์​ได้ยิน​พระ​สุร​เสียง​…​ก็​กลัว เพราะ​​เปลือย​กายอยู่ จึง​ได้​ซ่อน​ตัว​เสีย”
พระ​องค์​จึง​ตรัส​ว่า
“…เจ้า​กิน​ผล​จาก​ต้น​ไม้​ที่​เรา​สั่ง​ไม่​ให้​กิน​นั้น​แล้ว​หรือ?”
ชาย​นั้น​ทูล​ว่า
“หญิง​ที่​พระ​องค์​ประ​ทาน​ให้​ เธอ​ส่ง​ผล​นั้น​ให้​ข้า​พระ​องค์ ข้า​พระ​องค์​จึง​รับ​ประ​ทาน”
​พระ​เจ้า​ตรัส​ถาม​หญิง​นั้น​ว่า “นี่​เจ้า​ทำ​อะไร​ลง​ไป?” หญิง​นั้น​ทูล​ว่า “งู​ล่อลวง​ข้า​พระ​องค์ ข้า​พระ​องค์​จึง​รับ​ประ​ทาน”
พระ​เจ้า​จึง​ตรัส​กับ​งู​ว่า
“เจ้า​จะ​ต้อง​ถูก​สาป​แช่ง​มาก​กว่า​สัตว์​ป่าทั้ง​ปวง จะ​ต้อง​เลื้อย​ไป​ด้วย​ท้อง จะ​ต้อง​กิน​ผง​คลี​ดิน​ตลอด​ชีวิต​
เรา​จะ​ให้​เจ้า​กับ​หญิง​นี้​เป็น​ศัตรู​กัน ทั้ง​พงศ์​พันธุ์​ของ​เจ้า และ​พงศ์​พันธุ์​ของ​นาง​ด้วย
เขา​จะ​ทำ​ให้​หัว​ของ​เจ้า​แหลก และ​เจ้า​จะ​ทำ​ให้​ส้น​เท้า​ของ​เขา​ฟก​ช้ำ
พระ​องค์​ตรัส​แก่​หญิง​นั้น​ว่า
“เมื่อเจ้า​มี​ครรภ์ เจ้า​จะ​คลอด​บุตร​ด้วย​ความ​เจ็บ​ปวด …”
พระ​องค์​จึง​ตรัส​แก่​ชาย​นั้น​ว่า
“…แผ่น​ดิน​จึง​ต้อง​ถูก​สาป​เพราะ​เจ้า เจ้า​จะ​ต้อง​หา​กิน​บน​แผ่น​ดิน​ด้วย​ความ​ทุกข์​ลำ​บาก​ตลอด​ชีวิต
พืช​ที่​มี​หนาม​จะ​งอก​ขึ้น​บน​ดิน​ และ​เจ้า​จะ​กิน​พืช​ตาม​ท้อง​ทุ่ง
เจ้า​จะ​ต้อง​หา​กิน​ด้วย​เหงื่อ​อาบ​หน้า จน​เจ้า​กลับ​ไป​เป็น​ดิน …”
​พระ​เจ้า​ทรง​ทำ​เสื้อ​ด้วย​หนัง​สัตว์​ให้​อาดัม​และ​เอวา​สวม​ปก​ปิด​กาย
แล้ว​พระ​เจ้า​ตรัส​ว่า “ดู​สิ มนุษย์​กลาย​เป็น​เหมือน​ผู้​หนึ่ง​ใน​พวก​เรา​แล้ว โดย​ที่​รู้​ความ​ดี​และ​ความ​ชั่ว
บัด​นี้ อย่า​ปล่อย​ให้​เขา​ยื่น​มือ​ไป​หยิบ​ผล​จาก​ต้น​ไม้​แห่ง​ชีวิต​มา​กิน​ด้วย แล้ว​มี​อายุ​ยืน​ชั่ว​นิรันดร์”
พระ​เจ้า​จึง​ทรง​ไล่​เขา​ออก​ไป​จาก​สวน​เอเดน ให้​เพาะ​ปลูก​บน​ดิน​ซึ่ง​ใช้​สร้าง​เขา​ขึ้น​มา
ทรง​ตั้ง​เหล่า​เครูบ​ และ​ตั้ง​ดาบ​เพลิง​อัน​หนึ่ง​ที่​หมุน​ได้​ไว้​เฝ้า​ทาง​ที่​จะ​ไป​สู่​ต้น​ไม้​แห่ง​ชีวิต​นั้น

– มารใส่ร้ายพระเจ้าว่า พระองค์โกหก พระองค์เห็นแก่ตัว พระองค์ขี้อิจฉา แล้ว มนุษย์ก็เลือกเชื่อว่า มารพูดจริง พระเจ้าพูดโกหก แล้วเพราะความโลภอยากเป็นเหมือนพระเจ้า พวกเขาจึงกินผลไม้นั้น
– หากเอวา ปฏิเสธไม่คุยกับมาร ผู้ใส่ร้ายพระเจ้า ตั้งแต่ประโยคแรก มนุษย์คงไม่ล้มลงในบาป เราควรเรียนรู้ที่จะปฏิเสธบาปให้เร็วที่สุด ในทันที
– เมื่อเอวากินผลไม้แล้ว “จึงส่ง​ให้​อาดัม​ที่​อยู่​กับ​เธอ​กิน​ด้วย” แสดงว่า อาดัมอยู่กับเอวาตอนกินผลไม้ด้วย แต่ไม่ห้าม เป็นไปได้ว่าตนเองก็อยากลองเหมือนกัน แค่เอวาตัดสินใจเร็วกว่า
– หลังจากมนุษย์ล้มลงในบาป พอพวกเขาได้ยินเสียงพระเจ้า แทนที่จะดีใจ แต่หวาดกลัวแทน มนุษย์ผู้มีบาปเมื่อต้องเข้าใกล้พระเจ้าจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาจึงซ่อนตัวเสีย
ซึ่งอาการเช่นนี้ เกิดขึ้นในลูกหลานของอาดัมทุกคน สิ่งสุดท้ายที่พวกเขาอยากทำคือ เข้าใกล้พระเจ้า
สะท้อนออกมาเป็น สิ่งที่มนุษย์ไม่อยากทำที่สุด คือ อธิษฐาน
บัดนี้ โดยทางพระเยซูคริสต์ เราจึงพ้นบาปแล้ว จึงสามารถเข้าเฝ้าพระเจ้าได้โดยปราศจากความกลัว
อย่างไรก็ดี เรายังอยู่ในเนื้อหนัง เนื้อหนังในเราซึ่งเกลียดการเข้าเฝ้าพระเจ้า จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะขัดขวางเรา ไม่ให้เราเข้าเฝ้าพระเจ้า
– เมื่ออาดัมล้มลงในบาป แทนที่จะสารภาพ กลับไปโทษพระเจ้า ว่าเพราะพระองค์นี่แหละ ประทานหญิงนี้มาให้ ก็เลยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
– ส่วนเอวา เมื่อล้มลงในบาป แทนที่จะสารภาพ แค่กลับไปโทษงู
– นี่เป็นคำพยากรณ์เกี่ยวกับความรอด คือ พงศ์พันธุ์ของหญิง(พระเยซู) จะทำให้หัวงูแหลก และ พงศ์พันธุ์ของมาร (ยน. 8:44 พวก​ท่าน​มา​จาก​พ่อ​ของ​ท่าน​คือ​มาร …) จะทำให้ส้นเท้าของพระเยซู ฟกซ้ำ(มีรอยตะปู)
– พระ​เจ้า​ทรง​ทำ​เสื้อ​ด้วย​หนัง​สัตว์​ให้พวกเขา ทั้งที่พวกเขาทำตัวเองให้อายเอง แค่ถึงกระนั้นพระเจ้าเองเป็นผู้ปกปิดความอายให้แก่พวกเขา
– เหตุที่พระเจ้า ไล่มนุษย์ออกจากสวนเอเดน เพราะพระองค์ทรงรักเขา
ในสวนมีต้นไม้แห่งชีวิต ถ้ากินแล้วจะไม่ตาย ถ้ามนุษย์ไม่ตาย ก็ไม่สามารถพ้นบาปได้ พวกเขาจะแยกขาดจากพระเจ้านิรันดร์กาล ไม่มีทางกลับคืนดีกับพระองค์ได้เลย แต่จะรับโทษในนรกชั่วนิรันดร์
เมื่อมนุษย์ตายได้ พระเยซูจึงสามารถมาเป็นตัวแทนตายแทนพวกเขาได้ พวกเขาจึงสามารถกลับคืนดีกับพระเจ้าได้โดยทางพระเยซูคริสต์

คำคม

“ แม้มนุษย์ล้มลงในบาป แต่ความรักของพระเจ้าที่มีต่อเขาก็ไม่เคยล้มเลิกไป ”

สรุป ปฐมกาล 2

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงรักมนุษย์ ทรงสร้างมนุษย์พิเศษกว่าสิ่งใดๆ และประทานสิ่งที่ดีเลิศที่สุดให้แก่เขา

# สรุป

@ สิ่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 2 กล่าวถึง เมื่อพระเจ้าทรง​สร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก​เสร็จแล้ว ใน 6 วัน
วัน​ที่ 7 พระ​เจ้า​ทรง​หยุด​พัก​จาก​การ​งาน​ทั้ง​สิ้น​ของ​พระ​องค์​ที่​ได้​ทรง​กระ​ทำ และ​ทรง​อวย​พร​วัน​ที่ 7 ทรง​ตั้ง​ไว้​เป็น​วัน​บริ​สุทธิ์

รายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องการทรง​สร้าง มี​ดัง​นี้
สมัยนั้น​ยัง​ไม่​มี​ฝน​ตก​บน​แผ่น​ดิน แต่​มี​ละ​ออง​น้ำ​ขึ้น​มา​จาก​แผ่น​ดิน รด​พื้น​ดิน​ทั่ว​ทั้ง​หมด
พระ​เจ้า​ทรง​ปั้น​มนุษย์​ด้วย​ผง​คลี​ ระบาย​ลม​ปราณ​เข้า​ทาง​จมูก​ของ​เขา
​พระ​เจ้า​ทรง​สร้างสวน​เอเดน​ และ​ทรง​กำ​หนด​ให้​มนุษย์​​อยู่​ที่​นั่น
พระ​เจ้า​ทรง​ให้​ต้น​ไม้​ทุก​ชนิด​ ​งาม​น่า​ดู​และ​น่า​กิน​ มี​ต้น​ไม้​แห่ง​ชีวิตกับ​ต้น​ไม้​แห่ง​การ​รู้​ถึง​ความ​ดี​และ​ความ​ชั่ว​ อยู่กลางสวน
มี​แม่​น้ำ​สาย​หนึ่ง​ไหล​จาก​เอเดน​ รด​สวน​นั้น แม่น้ำนั้นแยก​เป็น แม่น้ำ 4 สาย ​คือ ​ปิโชน ​กิโฮน ​ไทกริส และ​ยูเฟร​ติส
​พระ​เจ้า​​ทรง​ให้​มนุษย์​ ​ดูแล​สวน ​ตรัส​สั่ง​มนุษย์​นั้น​ว่า
“ผลไม้​ทุก​อย่าง​ใน​สวน​นี้ เจ้า​กิน​ได้​ตาม​ใจ​ชอบ
แต่​ผล​ของ​ต้น​ไม้​แห่ง​การ​รู้​ถึง​ความ​ดี​และ​ความ​ชั่ว​นั้น ห้าม​เจ้า​กิน
เพราะ​ใน​วัน​ใด​ที่​เจ้า​กิน เจ้า​จะ​ต้อง​ตาย​แน่”

พระ​เจ้า​ตรัส​ว่า
“การ​ที่​ชาย​ผู้​นี้​จะ​อยู่​แต่​ลำพัง​นั้น​ไม่​ดี เรา​จะ​สร้าง​คู่​อุป​ถัมภ์​ที่​เหมาะ​สม​กับ​เขา​ขึ้น”
พระเจ้า​ทรง​นำสัตว์ต่างๆ​มา​ยัง​ชาย​นั้น เพื่อ​ดู​ว่า ให้เขาเลือกเป็นคู่อุปถัมภ์
แต่​ชาย​นั้น​ยัง​ไม่​พบ​คู่​อุป​ถัมภ์​ที่​เหมาะ​สม​กับ​เขา
แล้ว​​พระ​เจ้า​จึง​ทรง​ทำ​ให้​ชาย​นั้น​หลับ​สนิท ​ทรง​ชัก​กระ​ดูก​ซี่โครง​ซี่​หนึ่ง​ของ​เขา​ออก​มา ทรง​สร้าง​ให้​เป็น​หญิง แล้ว​ทรง​นำ​มา​ให้​ชาย​นั้น
ชาย​นั้น​จึง​เลือกหญิงนั้นเป็นคู่อุปถัมภ์ โดยกล่าวว่า
“นี่​แหละ กระ​ดูก​จาก​กระ​ดูก​ของ​เรา เนื้อ​จาก​เนื้อ​ของ​เรา
จะ​เรียก​คน​นี้​ว่า​หญิง เพราะ​คน​นี้​ออก​มา​จาก​ชาย”
ผู้​ชาย​และ​ภรรยา​ของ​เขา​เปลือย​กาย​อยู่​ทั้ง​สอง​คน​และ​ไม่​อาย​กัน

– วันที่ 7 เป็นวันที่พระเจ้าอวยพระพรเป็นพิเศษ ไม่ใช่ ทำงานเกิดผลเป็นพิเศษ แต่ได้พักผ่อนจากการงาน การพักผ่อนจึงเรียกได้ว่า เป็นพระพรจากพระเจ้า
– ยังไม่มีฝนตกสู่แผ่นดินเลย จนกระทั่งสมัยโนอาห์ คนสมัยนั้นจึงไม่เชื่อโนอาห์ว่า จะมีน้ำท่วมโลกได้
– มนุษย์มีชีวิต ไม่ใช่เมื่อพระเจ้าปั้นเสร็จ แต่เมื่อลมปราณของพระเจ้าเข้าสู่มนุษย์ วันนี้มนุษย์ผู้ตายในบาปจะกลายเป็นผู้มีชีวิตอีกครั้ง เมื่อพระวิญญาณของพระเจ้าเข้ามาในตัวเขา หลังจากที่เข้าต้อนรับเชื่อพระเยซูคริสต์
– ต้นไม้ที่มีผลทุกต้นล้วนน่ากิน ไม่ใช่แค่ต้นไม้แห่งชีวิตเท่านั้น ดังนั้นไม่ใช่อาดัมไม่มีทางเลือก แต่เขาจงใจเลือกทางผิด
– ขอบคุณพระเจ้าที่ อาดัม ไม่เลือก ฮิปโปโปเตมัส เป็นคู่อุปถัมภ์
– สามีภรรยา เป็นเนื้อเดียวกัน จึงผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง และไม่อายต่อกัน

คำคม

“ พระเจ้าทรงรักเรา ประทานสิ่งงดงามให้แก่เรา อย่าทำมันพัง ”

สรุป ปฐมกาล 01

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่ง เสร็จสมบูรณ์ ใน 6 วัน และเห็นว่าดียิ่งนัก

# สรุป

@ สิ่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 1 กล่าวถึง การทรงสร้างของพระเจ้า
เริ่มจาก ทรง​เนร​มิต​สร้าง​ฟ้า​และ​แผ่น​ดิน
แผ่น​ดิน​ก็​​ว่าง​เปล่า ความ​มืด​อยู่​เหนือ​น้ำ
วันที่ 1 ทรงสร้างความ​สว่าง และ​ทรง​แยก​ความ​สว่าง​ออก​จาก​ความ​มืด
วันที่ 2 ทรงสร้างพื้นฟ้าแล้ว​ทรง​แยก​น้ำ​ที่​อยู่​ใต้​​พื้นฟ้า​ออก​จาก​น้ำ​ที่​อยู่​เหนือ​​พื้นฟ้า
วันที่ 3 ทรงให้น้ำ​ที่​อยู่​ใต้​ฟ้า​​อยู่​ใน​ที่​เดียว​กันเป็นทะเล และทรงให้แผ่นดินปรา​กฏ​ขึ้น ทรงสร้าง​พืช​บนแผ่นดิน
วันที่ 4 ทรงดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และ​ดวง​ดาว​ต่างๆ
วันที่ 5 ทรงสร้างสัตว์น้ำ ​สัตว์ปีก ทรง​อวย​พร​สัตว์​เหล่า​นั้น​ ให้​มี​ลูก​ดก​ทวี​มาก​ขึ้น
วันที่ 6 ทรงสร้าง​สัตว์บก สัตว์​เลื้อย​คลาน และทรงสร้าง​มนุษย์​เป็นชายและหญิง ตาม​ฉายา​ของ​พระองค์ ให้​ปก​ครอง​สัตว์ทุกชนิด และปกครองแผ่นดินโลก ​ทรง​อวย​พร​มนุษย์ให้​มี​ลูก​ดก​ทวี​มาก​ขึ้น​จน​เต็ม​แผ่น​ดิน ทรง​ให้​ธัญ​พืช​ที่​มี​เมล็ด​ทุก​ชนิด และ​ต้น​ไม้​ผล​ทุก​ชนิด​ที่​มี​เมล็ด​ใน​ผล​ของ​มัน​ เป็น​อาหาร​ของมนุษย์
ส่วน​สิ่ง​มี​ชีวิต​ที่​มี​ลม​หาย​ใจทั้งหมด​นั้น พระเจ้าทรง​ให้​พืช​เขียว​สด​ทั้งปวง​เป็น​อาหาร

– เมื่อพระเจ้าทรงสร้างโลกนั้น พระองค์ทรงสร้างอย่างดีและงดงาม แล้วทรงยกทุดอย่างให้มนุษย์ ช่างเป็นความรักพระเมตตาของพระเจ้าอย่างเหลือล้นแก่มนุษย์พวกเป็นเพียงแต่ผงคลี
– “วัน” ในภาษาฮีบรูในบทนี้ แปลได้อีกอย่างว่า “ช่วงเวลา” จึงไม่ได้หมายถึง วัน 24 ชม. เพราะในตอนต้นๆนั้น ดวงอาทิตย์ยังไม่ถูกสร้างเลย
– อาหารที่พระเจ้าสร้างแก่มนุษย์ตั้งแต่แรกนั้น คือ ​ธัญ​พืช​ที่​มี​เมล็ด​ทุก​ชนิด และ​ต้น​ไม้​ผล​ทุก​ชนิด​ที่​มี​เมล็ด​ใน​ผล​ของ​มัน​ การกลับไปรับประทานอาหารเหล่านี้ให้มากยิ่งกว่าอาหารอื่นๆ ย่อมนำไปสู่สุขภาพที่แข็งแรง
– สิ่งแรกที่พระเจ้าทรงกระทำในวันแรกนั้น คือ แยกความสว่างออกจากความมืด ดูเหมือนสิ่งสุดท้ายที่พระองค์ทรงกระทำให้ยุคนี้ก็คือ แยกความมืดออกไปจากความสว่าง พิพากษามารซาตานและคนอธรรม แล้วทิ้งลงในบึงไฟนรก
– พระเจ้าทรงอวยพรสิ่งมีชีวิตที่พระองค์ทรงสร้าง ให้เกิดผลมากมาย ดูเหมือนการเกิดผลเป็นพระพรที่มาจากพระเจ้า ดังนั้นหากเราต้องการเกิดผลอย่างแท้จริง เราต้องการการอวยพระพรจากพระเจ้าอย่างยิ่ง

คำคม

“ เราสามารถเห็นความรักของพระเจ้าได้ จากทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง ”

ขุมทรัพย์ วิวรณ์ 22

ภาพรวม

  • ในบทนี้ยอห์นบรรยายถึงนิมิตที่เขาได้รับจากพระเจ้าเกี่ยวกับเมืองสวรรค์และการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน วว. 22:1-21 ยอห์นได้บรรยายถึงนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขา ไว้ดังนี้

เมื่อทูตสวรรค์ ได้สำแดงให้ยอห์นเห็น ฟ้า​สวรรค์​ใหม่​และ​แผ่น​ดิน​โลก​ใหม่ และนครของพระเจ้า แล้ว

ท่านก็​ได้​ชี้​ให้​ยอห์น ​ดู​แม่น้ำ​ที่​มี​น้ำ​แห่ง​ชีวิต
– ใส​เหมือน​แก้ว​ไหล​มา​จาก​พระ​ที่​นั่ง​ของ​พระ​เจ้า และ​พระ​ที่​นั่ง​ของ​พระ​เยซู
– ไหล​ไป​ตาม​กลาง​ถนน​ใน​นคร​นั้น
– ริม​แม่น้ำ​ทั้ง​สอง​ฟาก​ มี​ต้นไม้​แห่ง​ชีวิต
>>>> ซึ่ง​ออก​ผล​สิบ​สอง​ชนิด
>>>> ออก​ผล​ทุกๆ เดือน​
>>>> ​ใบ​ของ​ต้นไม้​นั้น​สำหรับ​รักษา​บรรดา​ประชาชาติ​ให้​หาย​

ในนครนั้น
– จะ​ไม่​มี​สิ่ง​ใด​ถูก​สาปแช่ง​อีก​ต่อไป ​
– พระ​ที่​นั่ง​ของ​พระ​เจ้า​และ​ของ​พระ​เยซู​จะ​ตั้งอยู่​ที่​นั่น
– ​บรรดา​ผู้รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์​จะอยู่ที่นั่น
>>>> เขาจะ​นมัสการ​พระ​องค์​ที่นั่น
>>>> เขา​​จะ​เห็น​พระ​พักตร์​พระ​องค์
>>>> พระ​นาม​ของ​พระ​องค์​จะ​ประทับ​อยู่​ที่​หน้าผาก​เขา
>>>> เขา​จะไม่​ต้อง​การ​แสง​ตะเกียง​หรือ​แสงอาทิตย์ เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​เป็น​แสง​สว่าง​ของ​เขา กลางคืน​จะ​ไม่​มี​อีก​ต่อไป
>>>> ​เขา​จะ​ครอบ​ครอง​อยู่​ตลอดไป​เป็น​นิตย์

แล้ว​ทูต​สวรรค์​องค์​นั้น​บอก​ยอห์น ว่า
“ถ้อย​คำ​เหล่า​นี้​เป็น​คำ​ที่​เชื่อ​ถือ​ได้​และ​สัตย์​จริง
และ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​คือ​พระ​เจ้าแห่ง​หัวใจ​ของ​การ​เผย​พระ​วจนะ
ทรง​ส่ง​ทูต​สวรรค์​ของ​พระ​องค์​มา​สำ​แดง​ถึง
สิ่ง​ที่​จะ​ต้อง​เกิด​ขึ้น​ใน​ไม่​ช้า​แก่​บรร​ดา​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์”

พระเยซูตรัสว่า
“นี่​แน่ะ เรา​จะ​มา​ใน​เร็วๆ นี้ ความ​สุข​มี​แก่​คน​ที่​ถือ​รัก​ษา​คำ​พยา​กรณ์​ใน​หนัง​สือ​นี้”

ยอห์น ได้อธิบายว่า เขาได้เป็น​ผู้​ที่​ได้​ยิน​และ​ได้​เห็น​เหตุ​การณ์​เหล่า​นี้
และ​เมื่อ​เขาได้​ยิน​และ​ได้​เห็น​แล้ว
เขาก็​ทรุด​ตัว​ลง​นมัส​การ​แทบ​เท้า​ทูต​สวรรค์​ที่​สำ​แดง​สิ่ง​เหล่า​นี้​แก่​เขานั้น
แต่​ทูตสวรรค์นั้น ​กล่าว​กับยอห์น ​ว่า
“อย่า​ทำ​แบบ​นี้ เรา​เป็น​ผู้​ร่วม​รับ​ใช้​เช่น​เดียว​กับ​ท่าน​และ​พวก​พี่​น้อง​ของ​ท่าน
ซึ่ง​เป็น​พวก​ผู้​เผย​พระ​วจนะ และ​พวก​ที่​ถือ​รัก​ษา​ถ้อย​คำ​ใน​หนัง​สือ​นี้
จง​นมัส​การ​พระ​เจ้า​เถิด”

แล้ว​ทูตสวรรค์นั้น ​กล่าว​กับยอห์น ​อีกว่า
“อย่า​ผนึก​ตรา​ปิด​คำ​พยา​กรณ์​ใน​หนัง​สือ​นี้ เพราะ​ว่า​ใกล้​จะ​ถึง​เวลา​นั้น​แล้ว
จง​ให้​คน​อธรรม​ประ​พฤติ​การ​อธรรม​ต่อ​ไป
จง​ให้​คน​โส​มม​ประ​พฤติ​การ​โส​มม​ต่อ​ไป
จง​ให้​คน​ชอบ​ธรรม​ทำ​การ​ชอบ​ธรรม​ต่อ​ไป​
และ​จง​ให้​คน​บริ​สุทธิ์​เป็น​คน​บริ​สุทธิ์​ต่อ​ไป”

ยอห์นได้บรรยายว่า พระเยซูตรัสว่า
“นี่​แน่ะ เรา​จะ​มา​ใน​เร็วๆ นี้ และ​จะ​นำ​บำ​เหน็จ​ของ​เรา​มา​ด้วย
เพื่อ​ตอบ​แทน​ตาม​การ​กระ​ทำ​ของ​แต่​ละ​คน
เรา​คือ​อัล​ฟา​และ​โอ​เม​กา เป็น​เบื้อง​ต้น​และ​เบื้อง​ปลาย เป็น​ปฐม​และ​อว​สาน”

ยอห์นได้หนุนใจและเตือนสติ ผู้อ่านว่า
“คน​ทั้ง​หลาย​ที่​ชำระ​ล้าง​เสื้อ​ผ้า​ของ​ตน​ก็​เป็น​สุข
เพื่อ​ว่า​พวก​เขา​จะ​มี​สิทธิ์​ใน​ต้น​ไม้​แห่ง​ชีวิต
และ​เข้า​ไป​ใน​นคร​นั้น​โดย​ทาง​ประตู​ได้
ภาย​นอก​เป็น​ที่​ของ​พวก​สุนัข พวก​ใช้​เวท​มนตร์ พวก​ล่วง​ประ​เวณี
พวก​ฆาต​กร พวก​บูชา​รูป​เคารพ และ​พวก​ที่​รัก​และ​ประ​พฤติ​การ​หลอก​ลวง​ทุก​คน”

ยอห์นได้บรรยายว่า พระเยซูตรัสว่า
“เรา​คือ​เยซู​ผู้​ใช้​ทูต​สวรรค์​ของ​เรา​ไป​เป็น​พยาน​ถึง​สิ่ง​เหล่า​นี้​ต่อ​ท่าน​เพื่อ​คริสต​จักร​ทั้ง​หลาย
เรา​เป็น​ราก​เหง้า​และ​เชื้อ​สาย​ของ​ดา​วิด และ​เป็น​ดาว​ประ​จำ​รุ่ง​อัน​สุก​ใส”

ยอห์น ได้บบรรยายว่า พระ​วิญ​ญาณ​และ​เจ้า​สาว ​กล่าว​ว่า
“เชิญ​เสด็จ​มา​เถิด”
และ​ยอห์นล่าวว่า ให้​คน​ที่​ได้​ยิน​กล่าว​ด้วยว่า
“เชิญ​เสด็จ​มา​เถิด”
“คน​ที่​กระ​หาย​เชิญ​เข้า​มา ใคร​ที่​มี​ใจ​ปรา​รถ​นา จง​มา​รับ​น้ำ​แห่ง​ชีวิต​โดย​ไม่​ต้อง​เสีย​อะไร​เลย”

ยอห์น​เตือน​ทุก​คน​ ที่​ได้​ยิน​คำ​พยา​กรณ์​ใน​หนัง​สือ​นี้ ​ว่า
“ถ้า​ใคร​เพิ่ม​เติม​สิ่ง​ใด​เข้า​ไป​ใน​หนัง​สือ​นี้
พระ​เจ้า​ก็​จะ​ทรง​เพิ่ม​เติม​ภัย​พิบัติ​ที่​เขียน​ไว้​ใน​หนัง​สือ​เล่ม​นี้​แก่​คน​นั้น
ถ้า​ใคร​ตัด​ถ้อย​คำ​อะไร​ออก​จาก​หนังสือ​พยา​กรณ์​นี้
พระ​เจ้า​ก็​จะ​ทรง​ตัด​ส่วน​แบ่ง​ของ​เขา​ที่​มี​อยู่​ใน​ต้น​ไม้​แห่ง​ชีวิต​และ​ใน​นคร​บริ​สุทธิ์
ตาม​ที่​เขียน​ไว้​ใน​หนังสือ​เล่ม​นี้​ไป​เสีย”

ยอห์น บรรยายว่า พระ​เยซู​ผู้​ทรง​เป็น​พยาน​ใน​เหตุ​การณ์​เหล่า​นี้​ตรัส​ว่า
“เรา​จะ​มา​ใน​เร็วๆ นี้​แน่​นอน”

“อา​เมน พระ​เยซู​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า เชิญ​เสด็จ​มา​เถิด”

พระคริสตธรรมคัมภีร์จบลงด้วยประโยค ที่ว่า
“ขอ​พระ​คุณ​ของ​พระ​เยซู​​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า จง​อยู่​กับ​ทุก​คนเถิด อา​เมน”

1.@ พระเยซูใกล้จะเสด็จกลับมาเต็มทีแล้ว
ในวันนั้น จะมีทั้งคนดีใจ และ คนที่เสียใจ
ให้เราระมัดระวังการดำเนินชีวิตในวันนี้ เพื่อเราจะชื่นชมยินดีในวันที่พระเยซูคริสต์จะเสด็กลับมา

คำคม

“ พระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมาในเร็วๆนี้แน่นอน ”

ขุมทรัพย์ วิวรณ์ 21

ภาพรวม

  • ในบทนี้ยอห์นบรรยายถึงนิมิตที่เขาได้รับจากพระเจ้าเกี่ยวกับฟ้า​สวรรค์​ใหม่​และ​แผ่น​ดิน​โลก​ใหม่ และนครของพระเจ้า

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน วว. 21:1-27 ยอห์นได้บรรยายถึงนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขา ไว้ดังนี้

หลังจากการ​พิพาก​ษา​หน้า​พระ​ที่​นั่ง​ใหญ่​สีขาว แล้ว(บทที่ 20)

ก็มี​ฟ้า​สวรรค์​ใหม่​และ​แผ่น​ดิน​โลก​ใหม่ ปรากฏขึ้น
ฟ้า​สวรรค์​เดิม​และ​แผ่น​ดิน​โลก​เดิม​นั้น​หาย​ไป​แล้ว และ​ทะเล​ก็​ไม่​มี​อีก​ต่อ​ไป

​นคร​บริ​สุทธิ์ คือ​นคร​เย​รู​ซา​เล็ม​ใหม่​ ก็ลอย​ลง​มา​จาก​สวรรค์​และ​จาก​พระ​เจ้า
นคร​นี้​เตรียม​พร้อม​เหมือน​เจ้า​สาว​ที่​แต่ง​ตัว​ไว้​สำ​หรับ​สามี

แล้วมี​เสียง​ดัง​จาก​พระ​ที่​นั่ง​ว่า
“นี่​แน่ะ ที่​ประ​ทับ​ของ​พระ​เจ้า​อยู่​กับ​มนุษย์​แล้ว
และ​พระ​องค์​จะ​ประ​ทับ​กับ​เขา​ทั้ง​หลาย
พวก​เขา​จะ​เป็น​ชน​ชาติ​ของ​พระ​องค์
พระ​เจ้า​เอง​จะ​สถิต​กับ​เขา และ​จะ​ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​ของ​เขา
พระ​เจ้า​จะ​ทรง​เช็ด​น้ำ​ตา​ทุกๆ หยด​จาก​ตา​ของ​เขา​ทั้ง​หลาย
และ​ความ​ตาย​จะ​ไม่​มี​อีก​ต่อ​ไป ความ​โศก​เศร้า การ​ร้อง​ไห้ และ​การ​เจ็บ​ปวด​จะ​ไม่​มี​อีก​ต่อ​ไป
เพราะ​ยุค​เดิม​นั้น​ผ่าน​ไป​แล้ว”

แล้วพระเจ้าทรงตรัสจากพระ​ที่​นั่ง ​ว่า
“นี่​แน่ะ เรา​สร้าง​ทุก​สิ่ง​ขึ้น​ใหม่”
“จง​เขียน​ลง​ไป​เถิด เพราะ​ว่า​คำ​เหล่า​นี้​เป็น​คำ​ที่​เชื่อ​ถือ​ได้​และ​สัตย์​จริง”

แล้ว​พระ​องค์​ตรัส​กับ​ยอห์น ว่า
“สำ​เร็จ​แล้ว เรา​เป็น​อัล​ฟา​และ​โอ​เม​กา เป็น​ปฐม​และ​อวสาน
ใคร​ที่​กระ​หาย เรา​จะ​ให้​เขา​ดื่ม​จาก​บ่อ​น้ำพุ​แห่ง​ชีวิต​โดย​ไม่​ต้อง​เสีย​อะไร​เลย
คน​ที่​ชนะ​จะ​ได้​รับ​สิ่ง​เหล่า​นี้​เป็น​มร​ดก
และ​เรา​จะ​เป็น​พระ​เจ้า​ของ​เขา
และ​เขา​จะ​เป็น​บุตร​ของ​เรา

แต่​
– พวก​ที่​ขี้​ขลาด
– พวก​ที่​ไม่​เชื่อ
– พวก​ที่​ประ​พฤติ​อย่าง​น่า​สะอิด​สะเอียน
– พวก​ฆาต​กร
– พวก​ล่วง​ประ​เวณี
– พวก​ใช้​เวท​มนตร์
– พวก​บูชา​รูป​เคารพ
– ทุก​คน​ที่​โก​หก​
จะได้รับมรดกของพวกเขา คือ ​ใน​บึง​ที่​ไฟ​และ​กำ​มะ​ถัน​กำ​ลัง​ลุก​ไหม้​อยู่ ซึ่ง​เป็น​ความ​ตาย​ครั้ง​ที่​สอง”

แล้ว​ทูต​สวรรค์​องค์​ 1 ​ใน​ 7 ​องค์​ที่​ถือ​ชาม​เจ็ด​ใบ​เต็ม​ด้วย​ภัย​พิบัติ​สุด​ท้าย​ 7 ​อย่าง​ นั้น
มา​และ​พูด​กับยอห์น ว่า
“มา​นี่​ซี เรา​จะ​ให้​ท่าน​ดู​เจ้า​สาว​ที่​เป็น​มเห​สี​ของ​พระ​เมษ​โป​ดก”

แล้ว​ท่าน​นำยอห์น ​โดย​พระ​วิญ​ญาณ​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​สูง​ใหญ่
และ​สำ​แดง​ให้​ข้าพ​เจ้า​เห็น​นคร​บริ​สุทธิ์ ​คือ​
เย​รู​ซา​เล็ม ซึ่ง​ลอย​ลง​มา​จาก​สวรรค์​และ​จาก​พระ​เจ้า
นครนั้น
– เต็ม​ไป​ด้วย​พระ​สิริ​ของ​พระ​เจ้า
– ใส​สว่าง​เหมือน​อย่าง​อัญ​มณี ​ใส​ดัง​แก้ว​ผลึก
– มี​กำ​แพง​สูง​ใหญ่
>>> ​มี​ฐาน​ศิลา​ 12 ​ฐาน
>>> บน​ฐาน​เหล่า​นั้น ​มี​ชื่อ ​อัคร​ทูต​ 12​ คน ​ของ​พระ​เยซูจารึกไว้
– มี​ประตู​ ทั้ง 4 ทิศ ทิศละ 3 ประตู รวมเป็น 12 ​ประตู
>>> มี​ทูต​สวรรค์ประจำประตูละ 1 ​องค์
>>> บน​ประตู​มี​ชื่อ​เผ่า​ของ​อิส​รา​เอล​ 12 ​เผ่า​จารึก​ไว้ ประตูละเผ่า (เหมือน อสค. 48:31-34)
>>> ทาง​ด้าน​ตะวัน​ออก​มี​สาม​ประตู ทาง​ด้าน​เหนือ​มี​สาม​ประตู ทาง​ด้าน​ใต้​มี​สาม​ประตู​และ​ทาง​ด้าน​ตะวัน​ตก​มี​สาม​ประตู

ทูต​สวรรค์​ที่พายอห์นมา​นั้น ​มี​ไม้​วัด​ที่​ทำ​ด้วย​ทอง​คำ
​เพื่อ​จะ​วัด​ตัว​นคร ประตู​และ​กำ​แพง​ของ​นคร​นั้น
– นคร​นั้น​เป็น​สี่​เหลี่ยม​จัตุรัส​กว้าง​ยาว​เท่า​กัน
– ทูตสวรรค์​วัด​นคร​นั้น​ด้วย​ไม้​วัด​ได้ 2,400 กม. ความ​ยาว ความ​กว้าง​และ​ความ​สูง​เท่า​กัน
– ​วัด​กำ​แพง​นคร​นั้น​ได้ 66 ม. ตาม​มาตรา​วัด​ของ​มนุษย์ ที่​ทูต​สวรรค์​ก็​ใช้

กำ​แพง​นคร​นั้น​สร้างขึ้น​ด้วย​อัญมณี
นคร​นั้น​สร้าง​ด้วย​ทอง​คำ​เนื้อ​บริ​สุทธิ์​เหมือน​แก้ว​ที่​ใส​สะอาด
ฐาน​ศิลา​ต่างๆ ของ​กำ​แพง​นคร​ ​ประ​ดับ​ด้วย​อัญ​มณี​ทุก​ชนิด ไม่ซ้ำกันในแต่ละฐาน
ประตู​ทั้ง 12 ​ประตู​ ​ทำ​ด้วย​ไข่มุก 12 เม็ด ประตู​ละ​เม็ด
​ถนน​ใน​นคร​นั้น​เป็น​ทอง​คำ​เนื้อ​บริ​สุทธิ์​เหมือน​อย่าง​แก้ว​โปร่ง​ใส
​ไม่​มี​พระ​วิหาร​ใน​นคร​นั้น เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​​เป็น​พระ​วิหาร​ใน​นคร​นั้น
นคร​นั้น​ไม่​จำ​เป็น​ต้อง​มี​แสง​จาก​ดวง​อา​ทิตย์​หรือ​ดวง​จันทร์
เพราะ​ว่า ​พระ​สิริ​ของ​พระ​เจ้า​เป็น​แสง​สว่าง​ของ​นคร​นั้น และ​พระ​เยซู​ทรง​เป็น​ประ​ทีป​ของ​นคร​นั้น
ประ​ชา​ชาติ​ต่างๆ จะ​เดิน​โดย​อา​ศัย​แสง​สว่าง​ของ​นคร​นั้น
​กษัตริย์​ทั้ง​หลาย​ใน​แผ่น​ดิน​โลก​จะ​นำ​ศักดิ์​ศรี​ของ​ตน​เข้า​มา​ใน​นคร​นั้น
ประตู​ต่างๆ ของ​นคร​จะ​ไม่​ปิด​ใน​เวลา​กลาง​วัน
จะ​ไม่​มี​เวลา​กลาง​คืน​ใน​นั้น
คน​ทั้ง​หลาย​จะ​นำ​ศักดิ์​ศรี​และ​เกียรติ​ของ​ประ​ชา​ชาติ​ต่างๆ เข้า​มา
ไม่​มี​สิ่ง​ใด​ที่​เป็น​มล​ทิน หรือ​คน​ใด​ที่​ประ​พฤติ​อย่าง​น่า​สะอิด​สะเอียน หรือ​ประ​พฤติ​การ​หลอก​ลวง​จะ​เข้า​ไป​ใน​นคร​นั้น​ได้
เฉพาะผู้​ที่​มี​ชื่อ​จด​ไว้​ใน​หนัง​สือ​ชีวิต​ของ​พระ​เยซู​เท่า​นั้น จึงจะเข้าไปในนครนั้นได้

1.@ ผู้ที่เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์จริงๆ จะมีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิต และเขาจะเป็นผู้มีสิทธิอาศัยอยู่ในนครของพระเจ้าสืบไปเป็นนิจ

ผู้ที่เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์จริงๆ ย่อมดำเนินชีวิตสอดคล้องกับความเชื่อเสมอ

คำคม

“ อีกไม่นานเราก็ได้ไปอยู่ในเมืองสวรรค์ชั่วนิรันดร์แล้ว อย่ามัวแต่ใส่ใจกับสิ่งชั่วคราวในโลกนี้ ”

ขุมทรัพย์ วิวรณ์ 20

ภาพรวม

  • ในบทนี้ยอห์นบรรยายถึงนิมิตที่เขาได้รับจากพระเจ้าเกี่ยวกับยุคพันปีและการพิพากษา​หน้า​พระ​ที่​นั่ง​ใหญ่​สีขาว

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน วว. 20:1-15 ยอห์นได้บรรยายถึงนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขา ไว้ดังนี้

เมื่อ​สัตว์​ร้าย​​กับ​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​เท็จ​ ถูก​โยน​ลง​ไป​ทั้ง​เป็น​ใน​บึง​ไฟ​ที่​ลุก​ไหม้​ด้วย​กำ​มะ​ถันแล้ว

ก็มี​ทูต​สวรรค์​องค์​หนึ่ง​ลง​มา​จาก​สวรรค์
– ​ถือ​ลูก​กุญ​แจ​ของ​บา​ดาล​ลึก
– ​ถือ​โซ่​เส้น​ใหญ่​ใน​มือ​
– ​จับ​มาร​ซา​ตาน แล้ว​มัด​มัน​ไว้ แล้ว​โยน​มัน​ลง​ไป​ใน​บา​ดาล​ลึก
– ใส่​กุญ​แจ​บาดาลลึกและ​ประ​ทับ​ตรา​ไว้
– เมื่อ​ครบ​ 1,000 ​ปี จะ​ต้อง​ปล่อย​มัน​ออก​มา​ชั่ว​ระยะ​เว​ลา​หนึ่ง

จากนั้นยอห์น​เห็น​บัล​ลังก์​หลาย​บัล​ลังก์ (วว. 3:21 คน​ที่​ชนะ ​จะ​ให้​เขา​นั่ง​กับ​พระเยซู​บน​พระ​ที่​นั่ง​ของ​พระอค์…)และ​ผู้​ที่​นั่ง​อยู่​บน​นั้น​ได้​รับ​มอบ​อำ​นาจ​ใน​การ​พิพาก​ษา

มี​ดวง​วิญ​ญาณ​ของ​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​ถูก​ตัด​ศีรษะ
– เพราะ​การ​เป็น​พยาน​ถึง​พระ​เยซู
– เพราะ​พระ​วจนะ​ของ​พระ​เจ้า
– พวก​เขา​ไม่​ได้​บูชา​สัตว์​ร้าย​หรือ​รูป​ของ​มัน
– พวกเขา​ไม่​ได้​รับ​เครื่อง​หมาย​ของ​มัน​ไว้​ที่​หน้า​ผาก​หรือ​ที่​มือ​ของ​เขา
เขา​ทั้ง​หลาย​กลับ​มี​ชีวิต​ขึ้น​อีก​และ​ครอบ​ครอง​ร่วม​กับ​พระ​คริสต์​เป็น​เวลา​ 1,000 ​ปี

การเป็นขึ้นมานี้ คือ​การ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​ครั้ง​แรก
ใคร​ที่​มี​ส่วน​ใน​การ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​ครั้ง​แรกนี้
– จะได้รับพระพร
– จะรับการชำระให้บริสุทธิ์
– ความ​ตาย​ครั้ง​ที่​ 2 ​จะ​ไม่​มี​อำ​นาจ​เหนือ​เขา​เลย
– จะ​เป็น​ปุโร​หิต​ของ​พระ​เจ้า​และ​ของ​พระ​คริสต์
– ​จะ​ครอบ​ครอง​ร่วม​กับ​พระ​องค์​ 1,000 ​ปี
ส่วน​คน​อื่นๆ ที่​ตาย​ไป​แล้ว​ (น่าจะหมายถึง คนชั่วร้ายที่ตาย แต่ไม่ได้หมายถึงธรรมิกชนที่ตายไปก่อนหน้านี้ เพราะ 1ธส. 4:16-17 กล่าวว่า “… ​ทุก​คน​ที่​ตาย​แล้ว​ใน​พระ​คริสต์​จะ​เป็น​ขึ้น​มา​ก่อน หลัง​จาก​นั้น​พระเจ้า​จะ​ทรง​รับ​พวก​เรา​ซึ่ง​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่​ขึ้น​ไป​ใน​เมฆ​พร้อม​กับ​คน​เหล่า​นั้น …” จึงดูเหมือนว่าธรรมิกชนจะเป็นขึ้นมาพร้อมกัน ในวันเดียวกัน)

คนอื่นๆเหล่านั้นไม่​ได้​กลับ​มี​ชีวิต​ขึ้น​อีก​จน​กว่า​จะ​ครบ​ 1,000 ​ปี

เมื่อ​ครบ​ 1,000 ​ปีแล้ว
– ซา​ตาน​จะ​ถูก​ปล่อย​ออก​จาก​คุก​ที่​ขัง​มัน
– ซาตาน​จะ​ออก​ไป​ล่อ​ลวง​ประ​ชา​ชาติ​ต่างๆ
>>>>> จำนวนมากอย่าง​เม็ด​ทราย​ที่​ทะเล
>>>>> มาจากทั้ง​ 4 ​ทิศ​ของ​แผ่น​ดิน​โลก คือ​โกก​และ​มา​โกก
>>>>> มา​ชุม​นุม​กัน​เพื่อ​เข้า​สู่​สง​คราม
>>>>> มาล้อม​กอง​ทัพ​ของ​พวก​ธรร​มิก​ชน
>>>>> มาล้อมเยรูซาเล็ม​ไว้
แต่​ไฟ​ลง​มา​จาก​สวรรค์​เผา​ผลาญ​คน​เหล่า​นั้น

ส่วน​มาร​ที่​ล่อ​ลวง​คนเหล่านั้น ​ก็​ถูก​โยน​ลง​ไป​ใน​บึง​ไฟ​และ​กำ​มะ​ถัน
ที่​ซึ่ง​สัตว์​ร้าย​และ​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​เท็จ​อยู่​นั้น (วว. 19:20)
และ​พวก​มัน​จะ​ถูก​ทร​มาน​ ทั้ง​กลาง​วัน​และ​กลาง​คืน​ตลอด​ไป​เป็น​นิตย์

แล้ว​ยอห์นก็เห็น​พระเจ้าประทับบนพระ​ที่​นั่ง​ใหญ่​สีขาว
แผ่น​ดิน​โลก​และ​ฟ้า​สวรรค์​ก็​หาย​ไป​ จาก​พระ​พักตร์​ของ​พระ​องค์ และ​ไม่​มี​ใคร​พบ​เห็น​​พวก​มัน​อีก​เลย
​บรร​ดา​คน​ตาย ทั้ง​คน​ใหญ่​โต​และ​คน​เล็ก​น้อย ​ยืน​อยู่​หน้า​พระ​ที่​นั่ง​นั้น
ทะเล​ ก็​ส่ง​คืน​คน​ตาย​ที่​อยู่​ใน​ทะเล
ความ​ตาย​และ​แดน​คนตาย​ ก็​ส่ง​คืน​คน​ตาย​ที่​อยู่​ใน​นั้น

แล้ว​หนัง​สือ​ต่างๆ ก็​ถูก​เปิด​ออก
แต่​ละ​คน​ก็​ถูก​พิพาก​ษา​ตาม​การ​กระ​ทำ​ของ​ตน ที่​เขียน​ไว้​ใน​หนัง​สือ​เหล่า​นั้น

แล้ว​ความ​ตาย​และ​แดน​คนตาย​ ก็​ถูก​โยน​ลง​ไป​ใน​บึง​ไฟ
บึง​ไฟ​นี่​แหละ​คือ​ความ​ตาย​ครั้ง​ที่​สอง

และ​หนัง​สือ​อีก​เล่ม​หนึ่ง​ก็​ถูก​เปิด​ออก​ด้วย คือ​หนัง​สือ​แห่ง​ชีวิต
และ​ถ้า​พบ​ว่า​ใคร​ไม่​มี​ชื่อ​จด​ไว้​ใน​หนัง​สือ​แห่ง​ชีวิต
เขา​ก็​จะ​ถูก​โยน​ลง​ไป​ใน​บึง​ไฟ

1.@ คนที่เชื่อวางใจในพระเยซู จะเป็นขึ้นมาจากความตายครั้งแรก เพื่อเข้าในศักดิ์ศรีนิรันดร์ร่วมกับพระองค์
คนที่ไม่เชื่อวางใจในพระเยซู จะฟื้นจากความตายในเวลาต่อมา แล้วเข้าสู่การพิพากษาตามการกระทำของตน
และใครที่เคยทำบาป จะถูกทิ้งลงไปในบึงไฟนรก เป็นความตายครั้งที่ 2 ตายชั่วนิรันดร์

คำคม

“ บึงไฟนรก แท้จริงไม่ได้เตรียมไว้สำหรับมนุษย์ แต่สำหรับซาตาน และพรรคพวกของมัน
อย่าไปสมัครเป็นพวกของมัน ”

ขุมทรัพย์ วิวรณ์ 19

ภาพรวม

  • ในบทนี้ยอห์นบรรยายถึงนิมิตที่เขาได้รับจากพระเจ้าเกี่ยวกับการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์ เพื่อปราบสัตว์ร้ายและพรรคพวกของมัน

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน วว. 19:1-21  ยอห์นได้บรรยายถึงนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขา ไว้ดังนี้

เมื่อยอห์นได้ยินคำพยากรณ์ถึงการล่มสลายของมหานครบาบิโลนแล้ว (บทที่ 18)

แล้ว​มี​เสียง​เหมือน​กับ​เสียง​ของ​มหา​ชน​ที่​ดัง​สนั่น​อยู่​ใน​สวรรค์ กล่าว​ว่า
“ฮา​เล​ลู​ยา ความ​รอด พระ​สิริ และ​ฤทธา​นุ​ภาพ​เป็น​ของ​พระ​เจ้า​ของ​เรา
เพราะ​การ​พิ​พาก​ษา​ของ​พระ​องค์​เที่ยง​ตรง​และ​ยุติ​ธรรม
พระ​องค์​ทรง​พิพาก​ษา​หญิง​แพศ​ยา​ตัว​เอ้
ผู้​ทำ​ให้​แผ่น​ดิน​โลก​เสื่อม​ทราม​ด้วย​การ​ล่วง​ประ​เวณี​ของ​นาง
และ​พระ​องค์​ทรง​แก้​แค้น​หญิง​คน​นั้น ใน​เรื่อง​โล​หิต​ของ​บรรดา​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์”

คน​เหล่า​นั้น​ร้อง​อีก ​เป็น​ครั้ง​ที่​ 2 ​ว่า
“ฮา​เล​ลู​ยา ควัน​ไฟ​ของ​นคร​นั้น​พลุ่ง​ขึ้น​ตลอด​ไป​เป็น​นิตย์”

แล้ว​พวก​ผู้​อา​วุโส​ทั้ง​ 24 ​คน​กับ​สิ่ง​มี​ชีวิต​ทั้ง​ 4 (วว.4:4-6) ก็​ทรุด​ตัว​ลง​นมัส​การ​พระ​เจ้า​
​ร้อง​ว่า “อา​เมน ฮา​เล​ลู​ยา”

แล้ว​มี​เสียง​ออก​มา​จาก​พระ​ที่​นั่ง​ว่า
“ผู้​รับ​ใช้​ทุก​คน​ของ​พระ​เจ้า และ​บรร​ดา​คน​ที่​เกรง​กลัว​พระ​องค์ ทั้ง​คน​เล็ก​น้อย​และ​คน​ใหญ่​โต
จง​สรร​เสริญ​พระ​เจ้า​ของ​เรา”

แล้ว​ก็มี​เสียง​เหมือน​อย่าง​เสียง​มหา​ชน เหมือน​​เสียง​น้ำ​มาก​หลาย และ​เหมือน​เสียง​ฟ้าร้อง​กึก​ก้อง​ ว่า
“ฮา​เล​ลู​ยา เพราะ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทรง​ครอบ​ครอง​อยู่
คือ​พระ​เจ้า​ของ​เรา​ผู้​ทรง​ฤท​ธา​นุภาพ​สูง​สุด
ขอ​ให้​เรา​ยินดี​และ​เปรม​ปรีดิ์ และ​ถวาย​พระ​เกียรติ​แด่​พระ​องค์
เพราะ​งาน​อภิ​เษก​สม​รส​ของ​พระ​เมษ​โป​ดก​มา​ถึง​แล้ว
และ​เจ้า​สาว​ของ​พระ​องค์​ก็​เตรียม​ตัว​พร้อม​แล้ว
และ​โปรด​ให้​เจ้า​สาว​สวม​ใส่ ผ้า​ป่าน​เนื้อ​ละเอียด มัน​ระยับ​และ​สะอาด
เพราะ​ว่า​ผ้า​ป่าน​เนื้อ​ละเอียด​นั้น​คือ​การ​ประ​พฤติ​อัน​ชอบ​ธรรม​ของ​ธรร​มิก​ชน”

แล้ว​ทูต​สวรรค์​องค์​นั้น (​วว. 17:1) ก็บอกยอห์น​ ว่า
“จง​เขียน​ลง​ไป​ว่า ความ​สุข​มี​แก่​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​ได้​รับ​เชิญ​มา​ใน​งาน​เลี้ยง​อภิ​เษก​สม​รส​ของ​พระ​เมษ​โป​ดก”
และบอก​อีก​ว่า
“ถ้อย​คำ​เหล่า​นี้​เป็น​คำ​ที่​สัตย์​จริงของ​พระ​เจ้า”

แล้ว​ยอห์นก็​ทรุด​ตัว​ลง​แทบ​เท้า​ของ​ท่าน​ เพื่อ​จะ​นมัส​การ​ท่าน
แต่​ท่าน​กล่าว​กับ​ข้าพ​เจ้า​ว่า
“อย่า​ทำ​แบบ​นี้ เรา​เป็น​ผู้​ร่วม​รับ​ใช้​เช่น​เดียว​กับ​ท่าน​
และ​พี่​น้อง​ของ​ท่าน​ที่​ยึด​ถือ​คำ​พยาน​ของ​พระ​เยซู จง​นมัส​การ​พระ​เจ้า​เถิด”

แล้ว​สวรรค์​ก็เปิด​ออก และ พระเยซูทรงทรงม้า​สี​ขาว ออกมา
– พระองค์ทรงเป็น ผู้ทรงซื่อ​สัตย์​และ​สัตย์​จริง
– พระองค์​ทรง​พิ​พาก​ษา​และ​ทรง​ต่อ​สู้​ ด้วย​ความ​ชอบ​ธรรม
– พระ​เนตร ​เหมือน​เปลว​ไฟ
– บน​พระ​เศียร ​มี​มง​กุฎ​หลาย​อัน
– ทรง​มี​พระ​นาม​จา​รึก​ไว้​ซึ่ง​ไม่​มี​ใคร​รู้​จัก​เลย​นอก​จาก​พระ​องค์​เอง
– ทรง​ฉลอง​พระ​องค์​ที่​ได้​จุ่ม​ใน​เลือด
– ​พระ​นาม​ที่​เรียก​พระ​องค์ ​คือ “พระ​วาทะ​ของ​พระ​เจ้า”
– มี​พระ​แสง​คม​กริบ​ออก​มา​จาก​พระ​โอษฐ์ เพื่อ​พระ​องค์​จะ​ทรง​ใช้​มัน​ฟาด​ฟัน​ประ​ชา​ชาติ​ต่างๆ
– ​จะ​ทรง​ครอบ​ครองประ​ชา​ชาติ​ต่างๆ​ด้วย​คทา​เหล็ก
– จะ​ทรง​ย่ำ​บ่อ​ย่ำ​องุ่น​แห่ง​พระ​พิโรธ​รุน​แรง​ของ​พระ​เจ้า​
– ​ทรง​มี​พระ​นาม​จา​รึก​ที่​เสื้อ และ​ที่​โคนขา ​ว่า “กษัตริย์​เหนือ​กษัตริย์​ทั้ง​หลาย​และ​เจ้า​นาย​เหนือ​เจ้า​นาย​ทั้ง​หลาย”

กอง​ทัพ​ทั้ง​หลาย​ใน​สวรรค์
– ขี่​ม้า​ขาว​ตาม​เสด็จ​พระ​องค์​ไป
– ​นุ่ง​ห่ม​ผ้า​ป่าน​เนื้อ​ละเอียด
– สี​ขาว​สะอาด

แล้วมี​ทูต​สวรรค์​องค์​หนึ่ง​ ยืน​อยู่​บน​ดวง​อา​ทิตย์ ​
ร้อง​ประ​กาศ​เสียง​ดัง​แก่​นก​ทั้ง​หมด​ที่​บิน​อยู่​ใน​ท้อง​ฟ้า​ว่า
“มา​เถิด มา​ชุมนุม​กัน​ใน​งาน​เลี้ยง​ใหญ่​ของ​พระ​เจ้า
เพื่อ​จะ​กิน​เนื้อ​กษัตริย์ เนื้อ​นาย​ทหาร เนื้อ​คน​ที่​มี​กำ​ลัง​มาก
เนื้อ​ม้า เนื้อ​ของ​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​นั่ง​บน​หลัง​ของ​มัน
และ​เนื้อ​ของ​ทุก​คน ทั้ง​คน​ที่เป็น​เสรี​ชน​และ​เป็น​ทาส
ทั้ง​คน​เล็ก​น้อย​และ​คน​ใหญ่​โต”

แล้ว​สัตว์​ร้าย และ​บรรดา​กษัตริย์​บน​แผ่น​ดิน​โลก พร้อม​ทั้ง​กอง​ทัพ​ของ​กษัตริย์​เหล่า​นั้น
มา​ชุม​นุม​กัน​เพื่อ​ทำ​สง​คราม​กับพระเยซู และ​กับ​กอง​ทัพ​ของ​พระ​องค์

แต่​สัตว์​ร้าย​นั้น​ถูก​จับ​พร้อม​กับ​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​เท็จ​ ที่ใช้​หมาย​สำ​คัญ​​ล่อ​ลวง​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​ได้​รับ​เครื่อง​หมาย​ของ​สัตว์​ร้าย และ​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​บูชา​รูป​ของ​มัน
ทั้ง​สอง​ถูก​โยน​ลง​ไป​ทั้ง​เป็น​ใน​บึง​ไฟ​ที่​ลุก​ไหม้​ด้วย​กำ​มะ​ถัน

แล้ว​คน​ที่​เหลือ​อยู่​ก็​ถูก​ฆ่า​ด้วย​พระ​แสง​ที่​ออก​มา​จาก​พระ​โอษฐ์​ของ​พระเยซู
และ​นก​ทั้ง​หมด​ก็​อิ่ม​ด้วย​เนื้อ​ของ​คน​เหล่า​นั้น

1.@ ​เรื่องข่าวประเสริฐเป็น​หัว​ใจ​ของ​การ​เผย​พระวจนะทั้งหมด และของพระคัมภีร์ทั้งเล่ม ให้เรายึดมั่นในข่าวประเสริฐไว้ให้มั่น เพื่อว่าเมื่อการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์มาถึง
วันนั้นจะเป็นวันแห่งความชื่นชมยินดีสำหรับเรา ไม่ใช่วันที่สุดแสนสะพรึงกลัว

คำคม

“ เมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จกลับมา วันนั้นเราจะอยู่ฝ่ายไหน ขึ้นอยู่กับการเลือกของเราในวันนี้ ”

ขุมทรัพย์ วิวรณ์ 18

ภาพรวม

  • ในบทนี้ยอห์นบรรยายถึงนิมิตที่เขาได้รับจากพระเจ้าเกี่ยวกับคำพยากรณ์ถึงการล่มสลายของมหานครบาบิโลน

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน วว. 18:1-24 ยอห์นได้บรรยายถึงนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขา ไว้ดังนี้

เมื่อทูตสวรรค์องค์หนึ่ง ได้บอกยอห์น ถึงการพิพากษาที่จะมาถึงหญิงแพศยา ซึ่งหมายถึงนครใหญ่ (บทที่ 17) แล้ว

จาก​นี้​ มี​ทูตสวรรค์​อีก​องค์​หนึ่ง ลง​มา​จาก​สวรรค์​
– มี​อำนาจ​ใหญ่​ยิ่ง
– ​รัศมี​ของ​ท่าน​ได้​ทำ​ให้​แผ่นดิน​โลก​สว่าง​
– ได้​ร้อง​ประกาศ​ด้วย​เสียง​กึกก้อง​ว่า
“บาบิโลน​มหา​นคร ​ล่ม​จม​แล้ว ล่ม​จม​แล้ว​
>>>> กลาย​เป็น​ที่​อาศัย​ของ​ผี​ปีศาจ
>>>> เป็น​ที่​สิง​อยู่​ของ​ผี​โสโครก​ทุก​อย่าง
>>>> ​เป็น​ที่​อาศัย​ของ​นก​ทุก​อย่าง​ที่​ไม่​สะอาด​และ​น่า​เกลียด
เพราะ​ว่า​
>>>> ประชาชาติ​ทั้ง​ปวง​ได้​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​แห่ง​ความ​กำหนัด ใน​การ​ล่วง​ประเวณี​ของ​นคร​นั้น
>>>> ​บรรดา​กษัตริย์​บน​แผ่นดิน​โลก​ได้​ล่วง​ประเวณี​กับ​นคร​นั้น
>>>> พ่อค้า​ทั้ง​หลาย​แห่ง​แผ่นดิน​โลก​ก็​ได้​มั่ง​มี​ขึ้น ด้วย​ทรัพย์​ฟุ่มเฟือย​ของ​นคร​นั้น”

แล้วมีอีก​เสียง​หนึ่ง​ประกาศ​มา​จาก​สวรรค์​ว่า
“ดูก่อน ชน​ชาติ​ของ​เรา จง​ออกมา​จาก​นคร​นั้น​เถิด
>>>> เพื่อ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​ไม่​มี​ส่วน​ใน​การ​บาป​ของ​นคร​นั้น
>>>> ​เพื่อ​ท่าน​จะ​ไม่​ต้อง​รับ​ภัย​พิบัติ​ที่​จะ​เกิด​แก่​นคร​นั้น
เพราะ​ว่า​
>>>> บาป​ของ​นคร​นั้น​กอง​สูงขึ้น​ถึง​สวรรค์​แล้ว​
>>>> พระ​เจ้า​ได้​ทรง​จำ​การ​ทุจริต​แห่ง​นคร​นั้น​ได้
>>>> นคร​นั้นกำลังจะได้รับผล​อย่างที่เมืองนั้นกระทำต่อผู้อื่น
>>>> นครนั้นกำลังจะได้รับการตอบแทนการกระทำเป็น 2 ​เท่า
>>>> นคร​นั้น​กำลังจะได้รับ​การ​ทรมาน และ​ความ​ระทม​ทุกข์​มาก​เท่ากับความเย่อหยิ่ง​จองหอง​และ​การเสเพลของพวกเขา
>>>> นครนั้นกำลังจะได้รับถ้วยแห่งพระพิโรธ​เป็น​ 2 ​เท่า
>>>> ภัย​พิบัติ​ต่างๆ ของ​นคร​นั้น​จะ​เกิดขึ้น​ใน​วัน​เดียว เพราะนคร​นั้น​ทะนง​ใจ​ว่า
>>>>>>>>> ‘เรา​ดำรง​อยู่​ใน​ตำแหน่ง​ราชินี ไม่ใช่​หญิง​ม่าย
>>>>>>>>> เรา​จะ​ไม่​ประสบ​ความ​ระทม​ทุกข์​เลย’
>>>> นครนั้นจะพบกับ ​โรค​ระบาด ความ​ระทม​ทุกข์ การ​กันดาร​อาหาร
>>>> ​ไฟ​จะ​เผา​นคร​นั้น​ให้​พินาศ​หมด​สิ้น ”

เสียงที่​มา​จาก​สวรรค์ ประกาศต่อไป ​ว่า
“บรรดา​กษัตริย์​แห่ง​แผ่นดิน​โลก ที่​ได้​ล่วง​ประเวณี​กับ​นคร​นั้น​และ​ได้​เสเพล​ร่วมกัน​นั้น
เมื่อ​ได้​เห็น​ควัน​ไฟ​ที่​ไหม้​นคร​นั้น​ก็​จะ​พิลาป​ร่ำ​ไห้​คร่ำ​ครวญ​
พวก​กษัตริย์​จะ​ยืน​อยู่​แต่​ห่างๆ เพราะ​กลัว​ภัย​แห่ง​การ​ทรมาน​ของ​นคร​นั้น
และ​จะ​กล่าว​ว่า
>>>> “วิบัติ​แล้ว​ วิบัติ​แล้ว​บาบิโลน​มหา​นคร​ที่​ยิ่งใหญ่
>>>> เจ้า​ได้รับ​การ​พิพากษา​โทษ​ให้​พินาศ​ไป​ภาย​ใน​ชั่วโมง​เดียว​เท่านั้น” “

เสียงที่​มา​จาก​สวรรค์ ประกาศต่อไป ​ว่า
“บรรดา​พ่อค้า​ใน​แผ่นดิน​โลก​จะ​ร่ำ​ไห้​คร่ำ​ครวญ​เพราะ​นคร​นั้น
เพราะ​ว่า​ไม่​มี​ใคร​ซื้อ​สินค้า​ของ​เขา​อีก​ต่อไป​แล้ว​
สินค้า​เหล่า​นั้น​คือ
ทองคำ เงิน เพชร​พลอย​ต่างๆ ไข่มุก ผ้า​ป่าน​เนื้อ​ละเอียด ผ้า​สี​ม่วง ผ้า​ไหม ผ้า​สี​แดง​เข้ม ไม้​หอม​ทุก​ชนิด เครื่อง​ที่​ทำ​ด้วย​งา เครื่อง​ไม้​ที่​มี​ราคา​มาก เครื่อง​ทอง​สัมฤทธิ์ เครื่อง​เหล็ก เครื่อง​ศิลา​ลาย​ อบเชย เครื่องเทศ เครื่อง​หอม มดยอบ กำยาน เหล้า​องุ่น น้ำ​มัน ยอด​แป้ง ข้าว​สาลี โค แกะ ม้า รถ​รบ และ​ทาส และ​ชีวิต​มนุษย์”

เสียงที่​มา​จาก​สวรรค์ ประกาศต่อนครนั้น ​ว่า
“ผล​ซึ่ง​จิต​ของ​เจ้า​กระหาย​ใคร่​ได้​นั้น​ก็​ล่วง​พ้น​ไป​จาก​เจ้า​แล้ว​
สิ่ง​สารพัด​อัน​วิเศษ​ยิ่ง​และ​หรูหรา​ก็​พินาศ​ไป​จาก​เจ้า​แล้ว
และ​เจ้า​จะ​ไม่ได้​พบ​อีก​เลย”

เสียงที่​มา​จาก​สวรรค์ ประกาศต่อไป ​ว่า
“บรรดา​พ่อค้า​ที่​ได้​ขาย​สิ่งของ​เหล่า​นั้น จน​เป็น​คน​มั่ง​มี​เพราะ​นคร​บาบิโลน​นั้น
จะ​ยืน​อยู่​แต่​ไกล เพราะ​กลัว​ภัย​จาก​การ​ทรมาน​ของ​นคร​นั้น
พวก​เขา​จะ​ร้องไห้​คร่ำ​ครวญ​ด้วย​เสียง​ดัง ว่า
>>>> “วิบัติ​แล้ว วิบัติ​แล้ว​มหา​นคร​นั้น ที่​ได้​นุ่ง​ห่ม​ผ้า​ป่าน​เนื้อ​ละเอียด ผ้า​สี​ม่วง​และ​ผ้า​สี​แดง​เข้ม
>>>> ที่​ได้​ประดับ​ด้วย​ทองคำ เพชร​พลอย​ต่างๆ และ​ไข่มุก​นั้น
>>>> เพียง​ใน​ชั่วโมง​เดียว ทรัพย์​สมบัติ​เหล่า​นั้น​ก็​พินาศ​สูญ​ไป​สิ้น” “

เสียงที่​มา​จาก​สวรรค์ ประกาศต่อไป อีก​ว่า
“และ​นาย​เรือ​ทุก​คน คน​ที่​โดยสาร​เรือ พวก​ลูกเรือ และ​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​มี​อาชีพ​ทาง​ทะเล​
ก็​ได้​ยืน​อยู่​แต่​ห่างๆ
และ​เมื่อ​คน​เหล่า​นั้น​ได้​เห็น​ควัน​ไฟ​ที่​ไหม้​นคร​นั้น​ก็​ร้อง​​​ว่า
>>>> “นคร​ใด​เล่า​จะ​เป็น​เหมือน​มหา​นคร​นี้”
และ​เขา​ทั้ง​หลาย​ก็​โปรย​ผง​คลี​ลง​บน​ศีรษะ​ของ​ตน ส่ง​เสียง​ร้อง​ไห้​โศก​เศร้า กล่าว​ว่า
>>>> “วิบัติ​แล้ว วิบัติ​แล้ว​มหา​นคร​นี้ อัน​เป็น​ที่​ซึ่ง​คน​ทั้ง​ปวง
>>>> ที่​มี​เรือ​กำปั่น​เดิน​ทะเล ได้​เป็น​คน​มั่ง​มี​ขึ้น​ด้วย​ทรัพย์​สมบัติ​ของ​นคร​นั้น
>>>> ภาย​ใน​ชั่วโมง​เดียว​นคร​นั้น​ก็​เป็น​ที่​ร้าง​เปล่า” “

เสียงที่​มา​จาก​สวรรค์ ประกาศ ว่า
“แน่ะ​เมือง​สวรรค์ บรรดา​ธรรมิก​ชน อัครทูต​และ​พวก​ผู้เผย​พระ​วจนะ​ทั้ง​หลาย
จง​ร่า​เริง​ยินดี​เพราะ​นคร​นั้น​เถิด
เพราะ​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​พิพากษา​ลงโทษ​นคร​นั้น​ให้​ท่าน​ทั้ง​หลาย​แล้ว​”

แล้ว​ทูตสวรรค์​องค์​หนึ่ง​ที่​มี​ฤทธิ์​มาก ​
ก็​ได้​ยก​หิน​ก้อน​หนึ่ง​เหมือน​หิน​โม่​ใหญ่​ทุ่ม​ลง​ไป​ใน​ทะเล​แล้ว​ว่า
“บาบิโลน​มหา​นคร​นั้น​จะ​ถูก​ทุ่ม​ลง​โดย​แรง​อย่าง​นี้​แหละ
และ​จะ​ไม่​มี​ใคร​เห็น​นคร​นั้น​อีก​ต่อไป​เลย
และ​จะ​ไม่​มี​ใคร​ได้​ยิน​เสียง​นัก​ดีด​พิณ นักเล่น​มโหรี นัก​เป่า​ขลุ่ย และ​นัก​เป่า​แตร​ใน​เจ้า​อีก​ต่อไป
และ​ใน​เจ้า​จะ​ไม่​มี​ช่าง​ใน​วิชา​ช่าง​ต่างๆ อีก​ต่อไป
และ​จะ​ไม่​มี​ใคร​ได้​ยิน​เสียง​โม่​แป้ง​ใน​เจ้า​อีก​ต่อไป
และ​ใน​เจ้า​จะ​ไม่​มี​แสง​ประทีป​ส่อง​สว่าง​อีก​ต่อไป
และ​จะ​ไม่​มี​ใคร​ได้​ยิน​เสียง​เจ้าบ่าว​เจ้าสาว​ใน​เจ้า​อีก​ต่อไป
เพราะ​ว่า​บรรดา​พ่อค้า​ของ​เจ้า​ได้​เป็น​คน​ใหญ่โต​แห่ง​แผ่นดิน​โลก​แล้ว​
และ​วิทยาคม​ของ​เจ้า​ได้​ล่อลวง​บรรดา​ประชาชาติ​ให้​ลุ่ม​หลง
และ​ใน​นคร​นั้น​เขา​ได้​พบ​โลหิต​ของ​ผู้เผย​พระ​วจนะ​และ​พวก​ธรรมิก​ชน
และ​บรรดา​คน​ที่​ถูก​ฆ่า​บน​แผ่นดิน​โลก”

1.@ สิ่งยั่วยวนแห่งโลกนี้ กำลังจะพินาศไป และคนที่สิ่งไล่ติดตามพวกมัน ก็กำลังจะพินาศด้วย
ขอให้เรารู้ตัว เพราะพระคำของพระเจ้าได้เตือนเราไว้แล้ว อย่าไล่จับสิ่งที่กำลังจะพินาศ
แต่จงยึดสิ่งที่ถาวรนิรันดร์เอาไว้ให้มั่น

คำคม

“ คนที่หัวเราะเพราะบาปในวันนี้ จะร้องไห้ในวันพิพากษา ”

ขุมทรัพย์ วิวรณ์ 17

ภาพรวม

  • ในบทนี้ยอห์นบรรยายถึงนิมิตที่เขาได้รับจากพระเจ้าเกี่ยวกับ การ​ลงโทษ​หญิง​แพศยา​ ซึ่งหมายถึง บาบิโลน นคร​ใหญ่ ที่​มี​อำนาจ​เหนือ​กษัตริย์​ทั้ง​หลาย​ทั่ว​แผ่นดิน​โลก

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน วว. 17:1-18 ยอห์นได้บรรยายถึงนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขา ไว้ดังนี้

เมื่อทูตสวรรค์ทั้ง 7 ได้เทขันแห่งพระพระโรธของพระเจ้า ลงบนโลกแล้ว(บทที่ 16)

ทูตสวรรค์​องค์​หนึ่ง​ใน​ 7 องค์​ที่​ถือ​ขัน​นั้น มา​หา​ยอห์น แล้วพูด​ว่า
“เชิญ​มา​นี่​เถิด ข้าพเจ้า​จะ​ให้​ท่าน​ดู​
การ​พิพากษา​ลงโทษ​หญิง​แพศยา​คน​สำคัญ​ที่​นั่ง​อยู่​บน​น้ำ​มาก​หลาย
คือ​หญิง​ที่​บรรดา​กษัตริย์​ทั่ว​แผ่นดิน​โลก​ได้​ล่วง​ประเวณี​ด้วย
และ​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​อยู่​ใน​แผ่นดิน​โลก ​
ก็​ได้​มัว​เมา​ด้วย​เหล้า​องุ่น​แห่ง​การ​ล่วง​ประเวณี​กับ​หญิง​นั้น”

แล้วทูตสวรรค์​องค์​นั้น ก็ได้​นำ​ยอห์น​เข้า​ไป​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​โดย​พระ​วิญญาณ
ที่นั่นมี​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง นั่ง​อยู่​บน​สัตว์​ร้าย​สี​แดง​เข้ม​ตัว​หนึ่ง ซึ่ง
– ​มี​ชื่อ​หลาย​ชื่อ เป็น​คำ​หมิ่น​ประมาท​เต็ม​ไป​ทั้งตัว
– ​มี​เจ็ด​หัว​
– มีสิบ​เขา

หญิงแพศยา​นั้น​
– นุ่ง​ห่ม​ด้วย​ผ้า​สี​ม่วง​และ​สี​แดง​เข้ม
– ประดับ​ด้วย​เครื่อง​ทองคำ เพชร​พลอย​ต่างๆ และ​ไข่มุก
– ถือ​ถ้วย​ทองคำที่​เต็ม​ด้วย​สิ่ง​น่า​สะอิดสะเอียน และ​ของ​โสโครก​แห่ง​การ​ล่วง​ประเวณี​ของ​ตน​
– ​หน้าผาก​ เขียน​ชื่อ​ที่​แฝง​ความ​หมาย​ไว้​ว่า
>>>> บาบิโลน​มหา​นคร
>>>> แม่​ของ​หญิง​แพศยา​ทั้ง​หลาย
>>>> ​แม่​สิ่ง​ทั้ง​ปวง​ที่​น่า​สะอิดสะเอียน แห่ง​แผ่นดิน​โลก​
– เมา​มาย​ด้วย​โลหิต​ของ​พวก​ธรรมิก​ชน
– เมามายด้วย​โลหิต​ของ​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​พลี​ชีพ เพื่อ​เป็น​พยาน​ของ​พระ​เยซู
– นั่งอยู่บนน้ำมากหลาย

เมื่อ​ยอห์นกำลัง​อัศจรรย์​ใจ​ยิ่ง​นัก​ เกี่ยวกับหญิงนั้น
ทูตสวรรค์​องค์​นั้น​จึง​ถามยอห์น ว่า
“เหตุ​ไฉน​ท่าน​จึง​อัศจรรย์​ใจ ข้าพเจ้า​จะ​บอก​ให้​ท่าน​รู้​ความ​หมาย​ที่​แฝง​อยู่​ของ​หญิง​นั้น
และ​ของ​สัตว์​ร้าย​ที่​เป็น​พาหนะ​ของ​หญิง​นั้น​…”

ทูตสวรรค์องค์นั้นอธิบาย เกี่ยวกับสัตว์​ร้าย​นั้น(เหมือน วว. 13:1) ว่า
– มัน​เป็นอยู่​ใน​กาล​ก่อน แต่​บัดนี้​มิได้​เป็น และ​มัน​จวน​จะ​ขึ้น​มา​จาก​บาดาล เพื่อ​ไปสู่​ความ​พินาศ​
– ​คนที่​ไม่​มี​ชื่อ​จด​ไว้​ใน​หนังสือ​แห่ง​ชีวิต จะ​ประหลาด​ใจ เมื่อ​เขา​เห็นมัน
– หัว​ทั้ง 7 ของมัน ​คือ​ เนิน​เขา​ 7 ยอด​ที่​หญิง​นั้น​นั่ง​อยู่​ (นางนั่งอยู่บนสัตว์ร้าย)
ซึ่งเนินเขา ทั้ง 7 นี้ หมายถึง ​กษัตริย์​ 7 ​องค์ ซึ่ง
>>>> 5 ​องค์​ ได้​ล่วง​ไป​แล้ว
>>>> 1 องค์ ​กำลัง​เป็นอยู่
>>>> 1​องค์ ​ยัง​ไม่ได้​เป็น​ขึ้น และ​เมื่อ​เป็น​ขึ้น​มา​แล้ว​จะต้อง​ดำรง​อยู่​ชั่ว​ขณะหนึ่ง​
>>>>>>>> แต่จะมี องค์ที่ 8 ด้วย คือ สัตว์​ร้าย​​นั้นเอง แต่องค์ที่ 8 นี้​ก็​ยัง​เป็น​ องค์ 1 ​ใน​ 7 ​องค์​นั้นด้วย(น่าจะหมายถึง องค์ที่ 8 มีลักษณะเหมือน 1 ใน 7 องค์นั้น) และ​สุดท้ายแล้วมันจะ​ไปสู่​ความ​พินาศ​
– เขา​ทั้ง 10 ​เขา​ของมัน คือ​กษัตริย์ 10 ​องค์ ที่​ยัง​ไม่ได้​เสวย​ราช​สมบัติ แต่​จะ​รับ​อำนาจ​อย่าง​กษัตริย์​ด้วย​กัน​กับ​สัตว์​ร้าย​นั้น​ 1 ชั่วโมง​ ซึ่งกษัตริย์เหล่านั้น
>>>> จะมี​น้ำ​พระ​ทัย​อย่าง​เดียว​กัน และจะ​ทรง​มอบ​ฤทธิ์​และ​อำนาจ​ของ​ตน​ไว้​แก่​สัตว์​ร้าย​นั้น​
>>>> ​จะ​กระทำ​สงคราม​กับ​พระ​เยซู แต่ก็จะพ่ายแพ้พระองค์
>>>> จะพ่ายแพ้ผู้​ที่​อยู่​กับ​พระ​องค์ด้วย คือ​ คนเหล่านั้นผู้สัตย์ซื่อ ที่พระเจ้าทรง​เรียก​และ​ทรง​เลือก​ไว้

​ทูตสวรรค์​องค์นั้น อธิบายต่อว่า
น้ำ​มาก​หลาย​ที่หญิง​แพศยา​นั่ง​อยู่​นั้น ​​คือ ​ชน​ชาติ​มวลชน​ประชาชาติ และ​ภาษา​ต่างๆ
​ผู้หญิง​แพศยา​นั้น ​คือ​นคร​ใหญ่ ที่​มี​อำนาจ​เหนือ​กษัตริย์​ทั้ง​หลาย​ทั่ว​แผ่นดิน​โลก

​พระ​เจ้า​จะทรง​ดล​ใจเขาทั้ง​ 10 ​เขา​ (กษัตริย์ทั้ง 10 องค์) ให้​มี​ความ​คิด​อย่าง​เดียว​กัน และ​มอบ​อาณาจักร​ของ​พวกเขา​ให้แก่​สัตว์​ร้าย​นั้น
แล้วพวกเขาและ​สัตว์​ร้ายนั้น
– จะเกลียด​ชัง​หญิง​แพศยา​นั้น
– จะ​ทำ​ให้​นาง​ไร้​มิตร​และ​เปลือย​กาย
– ​จะ​กิน​เนื้อ​ของ​หญิง​นั้น
– ​เอา​ไฟ​เผา​นาง​เสีย​

1.@ มารซาตานจะล่อลวงคนมากมายให้หลงติดตามค่านิยมแห่งโลกนี้ จนพวกเขายอมถวายทุกสิ่ง แม้แต่เวลาที่หมายถึงชีวิต ให้แก่มัน เพื่อพวกเขาจะไล่ตามจับค่านิยมจอมปลอมแห่งโลกนี้

เราผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกและเรียกมาให้เข้าส่วนในพระสิริของพระองค์ ควรดำเนินชีวิตอย่างสัตย์ซื่อต่อพระคริสต์ ทุ่มเททั้งชีวิต เพื่อทำตามน้ำพระทัยของพระองค์ ไม่ใช่เพื่อไล่ตามจับสิ่งของในโลกนี้

คำคม

“ ผู้สัตย์ซื่อต่อพระคริสต์ จะมีชีวิตที่มีชัยเหนือมารซาตาน ”

ขุมทรัพย์ วิวรณ์ 16

ภาพรวม

  • ในบทนี้ยอห์นบรรยายถึงนิมิตที่เขาได้รับจากพระเจ้าเกี่ยวกับ ขันทั้ง 7 ​แห่ง​พระ​พิโรธของพระเจ้า ซึ่งนำพระพิโรธสุดท้ายของพระเจ้ามาสู่โลก

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน วว. 16:1-21 ยอห์นได้บรรยายถึงนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขา ไว้ดังนี้

เมื่อยอห์นได้เห็นพระวิหารในสวรรค์เปิดออก และทูตสวรรค์ทั้ง 7 ก็ออกมา พร้อมกับขัน 7 ใบ ที่บรรจุพระพิโรธของพระเจ้าเอาไว้ (บทที่ 15)

แล้วมี​เสียง​ดัง​ออกมา​จาก​พระ​วิหาร สั่ง​ทูตสวรรค์​ทั้ง​เจ็ด 7 ​นั้น​ว่า
“จง​ไป​เถิด เอา​ขัน​ทั้ง​เจ็ด​ใบ ที่​เต็ม​ไป​ด้วย​พระ​พิโรธ​ของ​พระ​เจ้า​เท​ลง​บน​แผ่นดิน​โลก”

ทูตสวรรค์ ​องค์​ที่ 1 ​จึง​ออกไป และ​เท​ขัน​ของ​ตน​ลง​บน​แผ่นดิน​โลก
– ​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​มี​เครื่องหมาย​ของ​สัตว์​ร้าย และ​บูชา​รูป​ของ​มัน​ ก็​เกิด​เป็น​แผล​ร้าย​ที่​เป็น​หนอง​ทั่ว​ตัว

ทูตสวรรค์ ​องค์​ที่ ​2 ​ก็​เท​ขัน​ของ​ตน​ลง​ใน​ทะเล
– ​ทะเล​ก็​กลาย​เป็น​เลือด​เหมือน​เลือด​ของ​คน​ตาย
– บรรดา​สิ่ง​ที่​มี​ชีวิต​อยู่​ใน​ทะเล​นั้น​ก็​ตาย​หมด​สิ้น

ทูตสวรรค์ ​องค์​ที่​ 3 ​เท​ขัน​ของ​ตน​ลง​ที่​แม่น้ำ​และ​บ่อ​น้ำพุ​ทั้ง​ปวง
– ​น้ำจืด​เหล่า​นั้น​ก็​กลาย​เป็น​เลือด
– ทูตสวรรค์​แห่ง​น้ำ ​ร้อง​ว่า
“พระ​องค์​ผู้​บริสุทธิ์​เจ้า​ข้า ผู้​ดำรง​อยู่​บัดนี้ และ​ผู้​ได้​ทรง​ดำรง​อยู่​ใน​กาล​ก่อน
พระ​องค์​ทรง​เป็น​ผู้​ชอบธรรม​ใน​การ​ทรง​พิพากษา​เหตุการณ์​เหล่า​นั้น
เพราะ​เขา​ทั้ง​หลาย​ได้​กระทำ​ให้​โลหิต​ของ​พวก​ธรรมิก​ชน​และ​ของ​ผู้เผย​พระ​วจนะ​ไหล​ออก
และ​พระ​องค์​ได้​ประทาน​โลหิต​ให้​เขา​ดื่ม สมควร​แก่​กรรม​ของ​เขา​แล้ว”
– ​แท่น​บูชา ​ร้อง​ว่า
“จริง​อย่าง​นั้น ​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​ฤทธานุภาพ​สูงสุด
การ​พิพากษา​ของ​พระ​องค์​เที่ยงตรง​และ​ยุติธรรม​แล้ว”

ทูตสวรรค์ ​องค์​ที่​4 ​เท​ขัน​ของ​ตน​ลง​ที่​ดวง​อาทิตย์
– ​ดวง​อาทิตย์​คลอก​มนุษย์​ด้วย​ไฟ​
– ความ​ร้อนแรง​กล้า​ได้​คลอก​คน​ทั้ง​หลาย
– คนทั้งหลาย​สาปแช่ง​พระ​นาม​พระ​เจ้า​
– คนทั้งหลาย​ไม่ได้​กลับ​ใจ​
– คนทั้งหลายไม่ยอม​ถวาย​พระ​เกียรติ​แด่​พระ​เจ้า

ทูตสวรรค์ ​องค์​ที่​ 5 ​เท​ขัน​ของ​ตน​ลง​บน​ที่​นั่ง​ของ​สัตว์​ร้าย​นั้น
– ​อาณาจักร​ของ​สัตว์ร้าย(วว.13)ก็​มืด​ไป
– คน​ทั้งหลายได้​กัด​ลิ้น​ของ​ตน​ด้วย​ความ​ระทม​
– คนทั้งหลายสาปแช่ง​พระ​เจ้า​​เพราะ​ความ​เจ็บปวด และ​เพราะ​แผล​ตาม​ตัว​ของ​เขา
– คนทั้งหลาย​ไม่ได้​สำนึก​ใน​การ​ประพฤติ​ผิด​ของ​ตน

ทูตสวรรค์ ​องค์​ที่​ 6 ​เท​ขัน​ของ​ตน​ลง​ที่​แม่น้ำ​ใหญ่ คือ​แม่น้ำ​ยู​เฟร​ตีส
– แม่น้ำยูเฟรติส​แห้งไป เพื่อ​เตรียม​ทาง​สำหรับ​บรรดา​กษัตริย์​ที่โหดร้ายที่มา​จาก​ทิศ​ตะวันออก​
– ​ผี​โสโครก 3 ​ตน​รูปร่าง​คล้าย​กบ ออกมา​จาก
>>> ​ปาก​พญานาค
>>> ​ปาก​สัตว์​ร้าย​นั้น
>>> ​ปาก​คน​ที่​ปลอม​ตัว​เป็น​ผู้เผย​พระ​วจนะ​
>>>>>> พวกมัน​กระทำ​หมาย​สำคัญ
>>>>>> พวกมัน​ออกไป​รวบรวม​บรรดา​กษัตริย์แห่งแผ่นดินโลกมา​ทำ​สงคราม ใน​วัน​ยิ่งใหญ่​ของ​พระ​เจ้า​
>>>>>> พวกมันได้​ชุมนุม​พวก​กษัตริย์​ที่​ตำบล​ ​อาร​มา​เกด​โดน

ทูตสวรรค์​ องค์​ที่ 7 ได้​เท​ขัน​ของ​ตน​ลง​ใน​อากาศ
– มี​พระ​สุรเสียง​ดัง​ออกมา​จาก​พระ​ที่​นั่ง​ว่า “สำเร็จ​แล้ว”
– ​เกิด​มี​ฟ้า​แลบ มี​เสียง​ต่างๆ มี​ฟ้า​ร้อง
– ​เกิด​แผ่น​ดิน​ไหว​ครั้ง​ใหญ่ รุนแรงที่สุด​ตั้งแต่​มี​มนุษย์​เกิด​มา​บน​​โลก
– มหา​นคร​นั้น(ซึ่งน่าจะ หมายถึง เยรูซาเล็ม)​ก็​แยก​ออกเป็น​ 3 ส่วน
– ​บ้าน​เมือง​ของ​นานา​ประชาชาติ​ก็​ล่ม​จม
– ​มหา​นคร​บาบิโลน ก็ดื่ม​ถ้วย​แห่ง​พระ​พิโรธ​อัน​ใหญ่​หลวง​ของ​พระเจ้า
– ​บรรดา​เกาะ​ต่างๆ ​ก็​หนี​หายไป​
– ภูเขา​ทั้ง​หลาย​ ก็​ไม่​มี​ผู้ใด​พบ
– ​ลูกเห็บ​ขนาดใหญ่ ก้อนละประมาณ 50 กก. ตก​ลง​มา​​ถูก​คน​ทั้ง​ปวง
– คน​ทั้ง​หลาย​จึง​สาปแช่ง​พระ​เจ้า เพราะ​ภัย​พิบัติ​ร้ายแรงที่​เกิด​จาก​ลูกเห็บ​นั้น

1.@ วันแห่งพระพิโรธของพระเจ้าจะมาเหนือมนุษย์ทั้งหลายอย่างไม่ทันตั้งตัว
ผู้​ที่​ตื่นเฝ้าระวัง​อยู่​และ​รักษาชีวิตของตนไว้​อย่าง​ดี​ จะ​เป็น​สุข
เพราะ​ว่า​เขา​ไม่​ต้อง​เดิน​เปลือย​กาย แต่จะได้เข้าในศักดิ์ศรีนิรันดร์ร่วมกันกับพระคริสต์

จงเฝ้าระวัง ตื่นตัว และรักษาชีวิตให้บริสุทธิ์

คำคม

“ การกลับ​ใจ​และการถวาย​พระ​เกียรติ​แด่​พระ​เจ้า จะทำให้ปลอดถัยจากภัยพิบัติ ”

ขุมทรัพย์ วิวรณ์ 15

ภาพรวม

  • ในบทนี้ยอห์นบรรยายถึงนิมิตที่เขาได้รับจากพระเจ้าเกี่ยวกับ ทูตสวรรค์ทั้ง 7 ผู้ถือภัยพิบัติรอบสุดท้าย ที่กำลังจะเทลงบนโลก

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน วว. 15:1-8 ยอห์นได้บรรยายถึงนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขา ไว้ดังนี้

หลังจากที่เขาเห็นนิมิตเกี่ยวกับการเก็บเกี่ยวมนุษย์บนแผ่นดินโลกแล้ว (บทที่ 14)
ก็มีปรากฏการณ์ ใหญ่​ยิ่ง​และ​น่า​ประหลาด เกิดขึ้นในสวรรค์ คือ​

ทะเล​แก้ว​ปน​ไฟ ปรากฏขึ้น และ​บรรดา​คน​ที่​มี​ชัย​ต่อ​สัตว์​ร้าย และ​รูป​ของ​มัน และ​เลข​ประจำ​ชื่อ​ของ​มัน ยืน​อยู่​ริม​ทะเล​แก้ว​นั้น
พวก​เขา​ถือ​พิณ​ของ​พระ​เจ้า​ และ​ร้อง​เพลง​ของ​โมเสส และ​เพลง​ของ​พระ​เยซู ว่า
“ข้า​แต่​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​ฤทธานุภาพ​สูงสุด ​
พระ​ราช​กิจ​ของ​พระ​องค์​ใหญ่​ยิ่ง​และ​มหัศจรรย์​นัก
ข้า​แต่​องค์​พระ​มหา​กษัตริย์​แห่ง​ประชาชาติ​ทั้ง​ปวง
วิธีการ​ทั้ง​หลาย​ของ​พระ​องค์​ยุติธรรม​และ​เที่ยงตรง
ข้า​แต่​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า มี​ผู้​ใดบ้าง​ที่​จะ​ไม่​ยำเกรง​พระ​องค์
และ​ไม่​ถวาย​พระ​เกียรติ​แด่​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์
เพราะ​ว่า​พระ​องค์​ผู้​เดียว​ทรง​เป็น​ผู้​บริสุทธิ์
ประชาชาติ​ทั้ง​ปวง​จะ​มา​นมัสการ​พระ​องค์
เพราะ​ว่า​การ​พิพากษา​ของ​พระ​องค์​เริ่ม​ขึ้น​แล้ว”

แล้ว​พระ​วิหาร​ใน​สวรรค์​เปิด​ออก​
​ทูตสวรรค์​ 7 ​องค์ ถือ​ภัย​พิบัติ​ทั้ง7 ได้​ออกมา​จาก​พระ​วิหาร​นั้น
– นุ่ง​ห่ม​ผ้า​ป่าน​สะอาด​สุกใส
– คาด​รัดประคด​ทองคำ​

แล้ว​สัตว์​ตัว​หนึ่ง​ใน 4 ​ตัว​นั้น (วว. 4:6​) ได้​เอา​ขัน​ทองคำ​ 7 ใบ ที่เต็ม​ด้วย​พระ​พิโรธ​ของ​พระ​เจ้า ส่ง​ให้แก่​ทูตสวรรค์​ทั้ง 7 ​องค์​นั้น​

แล้วพระ​วิหาร​ก็​เต็ม​ไป​ด้วย​ควันซึ่ง​มา​จาก ​พระ​สิริ​และ​​ฤทธานุภาพ​ของ​พระ​เจ้า
และ​ไม่​มี​ผู้ใด​สามารถ​เข้า​ไป​ใน​พระ​วิหาร​นั้น​ได้
จนกว่า​ภัย​พิบัติ​ทั้ง​ 7 ​ของ​ทูตสวรรค์​ 7 ​องค์​นั้น​จะ​ได้​สิ้นสุด​ลง​
ซึ่ง​ภัย​พิบัติ​ครั้ง​สุดท้าย
เพราะ​ว่า​พระ​พิโรธ​ของ​พระ​เจ้า​สิ้นสุด​ลง​ด้วย​ภัย​พิบัติ​เหล่า​นั้น

1.@ พระพิโรธของพระเจ้า ต่อความบาปชั่วของมนุษย์บนโลกนี้ จะมีวันสิ้นสุดลง
แล้วจะเข้าสู่การพิพากษา อันเป็นการรับโทษของจิตวิญญาณ ชั่วนิรันดร์

แม้เราไม่สามารถเข้าใจภาพนิมิตที่ยอห์นเห็นได้ทั้งหมด
แต่เราสามารถรับรู้ได้ว่า มันน่าสะพรึงกลัวจริงๆในการเผชิญหน้ากับพระพิโรธของพระเจ้า

ซึ่งภัยพิบัติต่างๆในวิวรณ์นี้ ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่า แล้วในบึงไฟนรก มันจะยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากกว่านี้มากมายเหลือคณานับสักเพียงใด

อย่าปล่อยให้คนที่เรารัก ต้องไปที่นั่น
นำข่าวแห่งความรอดในพระเยซูคริสต์ไปบอกให้พวกเขารู้ ก่อนจะสายเกินไป

คำคม

“ พระเจ้าทรงเที่ยงตรงและยุติธรรม
ใครเล่าจะกล้าไม่ยำเกรงพระองค์ เมื่อเขาได้พบพระองค์ ต่อหน้า”

ขุมทรัพย์ วิวรณ์ 14

ภาพรวม

  • ในบทนี้ยอห์นบรรยายถึงนิมิตที่เขาได้รับจากพระเจ้าเกี่ยวกับ คน 144,000 คน และ การเก็บเกี่ยวของพระเยซู และของทูตสวรรค์

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน วว. 14:1-20 ยอห์นได้บรรยายถึงนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขา ไว้ดังนี้

หลังจากที่เขาได้เห็นนิมิตเกี่ยวกับสัตว์ร้าย 2 ตัวแล้ว
เขาก็เห็นพระเยซู ทรง​ยืน​อยู่​บน​ภูเขา​ศิ​โยน และพร้อมกับคน 144,000 คน​
คนเหล่านั้น​มี​พระ​นาม​ของ​พระ​เยซู​และ​​ของ​พระ​บิดา​ ​เขียน​ไว้​บน​หน้า​ผาก

มี​เสียง​จาก​สวรรค์ เหมือน​​เสียง​น้ำ​มาก​หลาย และ​เหมือน​​เสียง​ฟ้า​ร้อง​ดัง​สนั่น และ​​เหมือน​เสียง​​ดีด​พิณ
เป็นเสียง​ร้อง​เพลง​บท​ใหม่​ของคน 144,000 คน หน้า​พระ​ที่​นั่งของพระเจ้า
ไม่​มี​ใคร​สา​มารถ​เรียนรู้​เพลง​บท​นั้น ​นอก​จาก​พวกเขา

คน 144,000 คน นี้
– ​ได้​รับ​การ​ไถ่​แล้ว​จาก​แผ่น​ดิน​โลก
– เป็น​พรหม​จารี ไม่​มี​มล​ทิน​กับ​ผู้​หญิง
– ติด​ตาม​พระเยซูไม่​ว่า​พระ​องค์​จะ​เสด็จ​ไป​ที่​ไหน
– ​ได้​รับ​การ​ไถ่​แล้ว​จาก​มวล​มนุษย์​เพื่อ​เป็น​ผล​แรก​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า
– ​ปาก​ของ​พวก​เขา​ไม่​พบ​ความ​เท็จ
– ​ปราศ​จาก​ตำ​หนิ

แล้ว​มี​ทูต​สวรรค์​ องค์​ที่ 1
​เหาะ​ไป​ใน​ท้อง​ฟ้า เพื่อ​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ​นิรันดร์​แก่​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​อยู่​บน​แผ่น​ดิน​โลก ว่า
“จง​เกรง​กลัว​พระ​เจ้า และ​ถวาย​พระ​เกียรติ​แด่​พระ​องค์
เพราะ​ถึง​เวลา​ที่​พระ​องค์​จะ​ทรง​พิพาก​ษา​แล้ว
จง​นมัส​การ​พระ​องค์​ผู้​ทรง​สร้าง​ฟ้า​สวรรค์ แผ่น​ดิน​โลก ทะเล และ​บ่อ​น้ำพุ​ทั้ง​หลาย”

แล้วทูต​สวรรค์ ​องค์​ที่​ 2
​ตาม​ไป​ประ​กาศ​ว่า
“บา​บิ​โลน​มหา​นคร​นั้น​พัง​ทลาย​แล้ว พัง​ทลาย​แล้ว
นคร​ที่​ให้​ทุก​ประ​ชา​ชาติ​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​แห่ง​ราคะ​ใน​การ​ล่วง​ประ​เวณี​ของ​นาง”

แล้วทูต​สวรรค์ ​องค์​ที่​ 3
ก็​ตาม​ไป​ประ​กาศ​​ว่า
“ถ้า​ใคร​บูชา​สัตว์​ร้าย​และ​รูป​ของ​มัน
และ​รับ​เครื่อง​หมาย​ของ​มัน​ไว้​ที่​หน้า​ผาก​หรือ​ที่​มือ​ของ​เขา
คน​นั้น​จะ​ต้อง​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​แห่ง​ความ​กริ้ว​ของ​พระ​เจ้า​
ที่​เท​ลง​ใน​ถ้วย​แห่ง​พระ​พิโรธ​ของ​พระ​องค์​โดย​ไม่​เจือ​ปน​สิ่ง​ใด
และ​เขา​จะ​ถูก​ทร​มาน​ด้วย​ไฟ​และ​กำ​มะ​ถัน
ต่อ​หน้า​บรร​ดา​ทูต​สวรรค์​บริ​สุทธิ์​และ​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เมษ​โป​ดก
และ​ควัน​แห่ง​การ​ทร​มาน​ของ​เขา​จะ​พลุ่ง​ขึ้น​ตลอด​ไป​เป็น​นิตย์
พวก​ที่​บูชา​สัตว์​ร้าย​และ​รูป​ของ​มัน
และ​ใคร​ที่​รับ​เครื่อง​หมาย​ซึ่ง​เป็น​ชื่อ​ของ​มัน
จะ​ไม่​ได้​หยุด​พัก​เลย​ทั้ง​กลาง​วัน​และ​กลาง​คืน”

ดังนั้น ถึงแม้ว่าในที่สุดแล้ว คนชั่วร้ายจะได้รับการลงโทษอย่างสาสม
แต่ในเวลานี้ ในณะที่ธรรมิกชนกำลังรอคอยวันนั้น พวกเขาต้องมีความ​ทรหด​อด​ทน​​ที่จะ​ถือ​รัก​ษา​พระ​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​เจ้า และ​จง​รัก​ภักดี​ต่อ​พระ​เยซู เอาไว้ให้มั่น

แล้วมี​เสียง​จาก​สวรรค์​กล่าว​ว่า
“จง​เขียน​ไว้​เถิด​ว่า ตั้ง​แต่​นี้​ไป คน​ทั้ง​หลาย​ที่​ตาย​ใน​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ก็​เป็น​สุข”

และ​พระ​วิญ​ญาณ​ตรัส​ว่า
“จริง​อย่าง​นั้น พวก​เขา​จะได้​หยุด​พัก​จาก​การ​ตราก​ตรำ​ของ​เขา
เพราะ​การ​งาน​ที่​พวก​เขา​ได้​ทำ​นั้น​จะ​ติด​ตาม​เขา​ไป”

แล้วยอห์นก็เห็น พระเยซูประ​ทับ​อยู่​บน​เมฆสีขาว
– มี​มง​กุฎ​ทอง​คำ ​อยู่​บน​พระ​เศียร
– ​มี​เคียว​อัน​คม​กริบ​ อยู่​ใน​พระ​หัตถ์

แล้วมี​ทูต​สวรรค์​อีก​องค์​หนึ่ง​ออก​มา​จาก​พระ​วิหาร
ร้อง​ทูล​พระ​เยซู​ด้วย​เสียง​ดัง​ว่า
“จง​ใช้​เคียว​ของ​พระ​องค์​เก็บ​เกี่ยว​เถิด เพราะ​ถึง​เวลา​เกี่ยว​แล้ว
เพราะ​ว่า​ผล​ที่​ต้อง​เก็บ​เกี่ยว​บน​แผ่น​ดิน​โลก​สุก​งอม​แล้ว”
แล้ว​พระ​องค์​ก็​ทรง​ตวัด​เคียว​ไป​บน​แผ่น​ดิน​โลก
และ​แผ่น​ดิน​โลก​ก็​ถูก​เก็บ​เกี่ยว

แล้วมีทูต​สวรรค์​อีก​องค์​หนึ่ง ​ออก​มา​จาก​พระ​วิหาร
​ท่าน​ก็​มี​เคียว​อัน​คม​กริบ​เช่น​กัน
แล้ว​ทูต​สวรรค์​อีก​องค์​หนึ่ง ​ผู้​มี​ฤทธิ์​เหนือ​ไฟ​ก็​ออก​มา​จาก​แท่น​บูชา
และ​ร้อง​เสียง​ดัง​บอก​ทูต​สวรรค์​นั้นว่า
“จง​ใช้​เคียว​คม​กริบ​ของ​ท่าน​เก็บ​รวบ​รวม​พวง​องุ่น​จาก​เถา​องุ่น​ของ​แผ่น​ดิน​โลก
เพราะ​ผล​องุ่น​นั้น​สุก​แล้ว”
ทูต​สวรรค์​นั้น​ก็​ตวัด​เคียว​ไป​บน​แผ่น​ดิน​โลก
และ​เก็บ​รวบ​รวม​เถา​องุ่น​ของ​แผ่น​ดิน​โลก
และ​เท​ลง​ไป​ใน​บ่อ​ย่ำ​องุ่น​ใหญ่​แห่ง​ความ​กริ้ว​ของ​พระ​เจ้า
วว. 14:20 บ่อ​ย่ำ​องุ่น​ก็​ถูก​ย่ำภาย​นอก​เมือง
และ​โล​หิต​ไหล​ออก​จาก​บ่อ​ย่ำ​องุ่น​นั้น
สูง​ถึง​บัง​เหียน​ม้า​และ​ไหล​ไป​ไกล​ประ​มาณ​สาม​ร้อย​กิโล​เมตร

1.@ เมื่อการพิพากษาของพระเจ้ามาถึง
คนชอบธรรมผู้เชื่อวางใจในพระเยซู จะได้รับการเก็บเกี่ยวเข้าส่วนในพระสิริของพระเจ้า
คนอธรรม ผู้ไม่มีความชอบธรรมของพระเยซู จะถูกเก็บเกี่ยวเข้าสู่ความทุกข์ทรมานชั่วนิรันดร์ ทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่มีวันหยุดพักเลย

เราไม่สามารถสร้างความชอบธรรมได้ด้วยตนเอง แต่พระเยซูพร้อมที่จะประทานให้
อย่ารอช้ารีบบอกกับคนที่ยังไม่ได้รับความชอบธรรม ที่จะช่วยเขาพ้นการพิพากษา
ให้เขารีบเข้ามาหาพระเยซู เชื่อวางใจในพระองค์

คำคม

“ การเก็บเกี่ยวจะมาถึง เพื่อแยกผู้จะได้รับพระพร และ ผู้จะได้รับพระพิโรธ ออกจากกัน ”

ขุมทรัพย์ วิวรณ์ 13

ภาพรวม

  • ในบทนี้ยอห์นบรรยายถึงนิมิตที่เขาได้นับจากพระเจ้าเกี่ยวกับสัตว์ร้าย 2 ตัว ที่จะมาล่อลวงผู้คนให้หลงติดตามมัน และจะบังคบทุกคนให้จารึกเลขของมันไว้ที่ มือ​ขวา​หรือ​ที่​หน้า​ผาก​ของ​พวก​เขา

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน วว. 13:1-18 ยอห์นได้บรรยายถึงนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขา ไว้ดังนี้

เมื่อมารพยายามจะทำร้ายหญิงที่คลอดบุตรแต่ไม่สำเร็จ(บทที่ 12) ซึ่งหมายถึง มารพยายามทำลายล้างอิสราเอลแต่ไม่สำเร็จ

​จากนั้นก็มีสัตว์​ร้าย​ตัว​หนึ่ง​ขึ้น​มา​จาก​ทะเล​
– ​มี​ 10 ​เขา​ แต่ละเขา​มี​มง​กุฎ​ 10 ​อัน
– มี​ 7 หัว
– หัว​หนึ่ง​ของ​มัน​ เหมือนถูก​ฟัน​ปาง​ตาย แต่​บาด​แผล​ฉกรรจ์​นั้น ​รัก​ษา​ให้​หาย​แล้ว
– มี​ชื่อ​ต่างๆ ที่​หมิ่น​ประ​มาท​พระ​เจ้า​จา​รึก​ไว้​ที่​หัว​ของ​มัน
– ลักษณะ เหมือน​เสือ​ดาว
– ตีน ​เหมือน​ตีน​หมี
– ปาก ​เหมือน​ปาก​สิงโต
– ​พญา​นาค​ให้​ฤทธิ์​เดช บัลลังก์ และ​สิทธิ​อำ​นาจ​ยิ่ง​ใหญ่​​แก่​มัน

คน​ทั้ง​โลก​ ติด​ตาม​สัตว์​ร้าย​นั้น​ไป​ด้วย​ความ​อัศ​จรรย์​ใจ
คนทั้งโลก ​บูชา​พญา​นาค​เพราะ​มัน​ให้​สิทธิ​อำ​นาจ​แก่​สัตว์​ร้าย โดยกล่าว​ว่า
“ใคร​จะ​เหมือน​สัตว์​ร้าย​นี้? และ​ใคร​จะ​สา​มารถ​ต่อ​สู้​กับ​มัน​ได้?”

พระ​เจ้า​ทรง​อนุ​ญาต​ให้​สัตว์​ร้าย​นั้น​
– ให้มัน ใช้​ปาก​พูด​จา​ใหญ่​โต​และ​หมิ่น​ประ​มาท​พระ​เจ้า หมิ่น​ประ​มาท​ต่อ​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์ ต่อ​สถาน​ที่​สถิต​ของ​พระ​องค์ และ​ต่อ​พวก​ที่​อยู่​ใน​สวรรค์
– ​ให้​มัน ​ใช้​สิทธิ​อำ​นาจ​ทำ​การ​ 42 เดือน (3 ปี ครึ่ง)
– ​ให้​มัน​ ทำ​สง​คราม​กับ​บรร​ดา​ธรร​มิก​ชน​และ​ชนะ​พวก​เขา
– ให้​มัน​มี​สิทธิ​อำ​นาจ​เหนือ​ทุก​เผ่า ทุก​ชน​ชาติ ทุก​ภา​ษา และ​ทุก​ประ​ชา​ชาติ

​คน​ที่​ไม่​มี​ชื่อ​จด​ไว้​ใน​หนัง​สือ​แห่ง​ชีวิตของ​พระ​เจ้า จะบูชาสัตว์ร้ายนั้น
แต่คนที่มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิตนั้น จะมีความ​ทร​หด​อด​ทน​และ​ความ​เชื่อ​ จนถึงที่สุด
– บางคน ​ที่​กำ​หนด​ไว้​ให้​เป็น​เชลย คน​นั้น​ก็​จะ​ไป​เป็น​เชลย
– บางคน ​ที่​กำ​หนด​ไว้​ให้​ถูก​ฆ่า​ด้วย​ดาบ คน​นั้น​ก็​ต้อง​ถูก​ฆ่า​ด้วย​ดาบ

จากนั้นมี​สัตว์​ร้าย​อีก​ตัว​หนึ่ง​ขึ้น​มา​จาก​แผ่น​ดิน
– ​มี​ 2 ​เขา​เหมือน​ลูก​แกะ
– พูด​เหมือน​อย่าง​พญา​นาค
– ​ใช้​สิทธิ​อำ​นาจ​ทั้ง​หมด​ของ​สัตว์​ร้าย​ตัว​แรก​ต่อ​หน้า​สัตว์​ร้าย​นั้น
– ​ล่อลวง​คน​ที่​อยู่​ใน​โลก​ ให้บูชา​สัตว์​ร้าย​ตัวแรกนั้น
– ​ทำ​หมาย​สำ​คัญ​ที่​ยิ่งใหญ่​ ถึง​ขั้น​ทำ​ให้​ไฟ​ตก​จาก​ฟ้า​ ​ต่อ​หน้า​คน​ทั้ง​หลาย
– ล่อ​ลวง​คน​ที่​อยู่​ใน​โลก ​ด้วย​หมาย​สำ​คัญ​ต่างๆ ที่​ทรง​อนุ​ญาต​ให้​มัน​ทำ​ต่อ​หน้า​สัตว์​ร้าย​ตัว​แรก​นั้น
– ​สั่ง​ให้​คน​ที่​อยู่​ใน​โลก สร้าง​รูป​จำ​ลอง​​ให้​กับ​สัตว์​ร้าย​ตัวแรก
– ทรง​อนุ​ญาต​ให้​มัน​สา​มารถ​ให้​ลม​หาย​ใจ​แก่​รูป​ของสัตว์​ร้ายตัวแรก เพื่อ​ให้​รูป​สัตว์​ร้าย​นั้น​พูด​ได้ และสามารถ​ทำ​ให้​พวก​ที่​ไม่​ยอม​บูชา​รูป​สัตว์​ร้าย​นั้น​ถึง​แก่​ความ​ตายได้
– บัง​คับ​ทุก​คน ​ให้​รับ​เครื่อง​หมาย​ไว้​ที่​มือ​ขวา​หรือ​ที่​หน้า​ผาก​ของ​พวก​เขา
– บังคับ​ให้ ไม่​สา​มารถ​ซื้อ​หรือ​ขาย​ได้ หาก​ไม่​มี​เครื่อง​หมาย​ที่​เป็น​ชื่อ​ของ​สัตว์​ร้าย หรือ​เป็น​ตัว​เลข​ของ​ชื่อ​มัน
​เลข​ของสัตว์ร้ายตัวแรกนั้น ​คือ​ 666

1.@ เมื่อคนที่เชื่อวางใจในพระเยซุต้องเผชิญกับวิกฤตของชีวิต สิ่งที่พวกเขาจำเป็นต้องมี คือ มีความ​ทร​หด​อด​ทน​และ​ความ​เชื่อ​ จนถึงที่สุด

วันนี้ ไม่ว่าเรากำลังเผชิญอะไรอยู่ก็ตาม จงใช้เหตุการณ์นั้น พัฒนาความ​ทร​หด​อด​ทน​และ​ความ​เชื่อ​ ของเราเถิด

คำคม

“ ความอดทนและความเชื่อ ถูกพัฒนาได้ ด้วยสถานการณ์ในวันนี้ ”

ขุมทรัพย์ วิวรณ์ 12

ภาพรวม

  • ในบทนี้ยอห์นบรรยายถึงนิมิตที่เขาได้นับจากพระเจ้าเกี่ยวกับพญานาคซึ่งหมายถึงมาร และหญิงที่คลอดบุตรซึ่งหมายถึงอิสราเอล

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน วว. 12:1-18 ยอห์นได้บรรยายถึงนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขา ไว้ดังนี้

เมื่อทูตสววรค์องที่ 7 เป่าแตร แล้ว​พระ​วิหาร​​ใน​สวรรค์​ก็​เปิด​ออก แล้ว​ก็​เกิด​ฟ้า​แลบ ฟ้า​ร้อง และ​แผ่น​ดิน​ไหว ​ลูก​เห็บ​ก็​ตก​อย่าง​หนัก(วว. 11:19)

แล้วยอห์นก็เห็น ​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง (ซึ่งน่าจะเล็งถึง ชนชาติอิสราเอล)
– ​สวม​ดวง​อา​ทิตย์​เป็น​เสื้อ​ผ้า
– มี​ดวง​จันทร์​อยู่​ใต้​เท้า​
– ​มี​มงกุฎบน​ศีรษะ​ ​ที่​เป็น​ดาว​สิบ​สอง​ดวง
– นาง​มี​ครรภ์ และ​ร้อง​ด้วย​ความ​ทร​มาน​เพราะ​เจ็บ​ครรภ์

แลวยอห์นก็เห็น พญา​นาค​สี​แดง​ตัว​ใหญ่​ตัว​หนึ่ง (ซึ่งน่าจะเล็งถึง มารซาตาน)
– ​มี​เจ็ด​หัว แต่ละหัวสวมมงกุฏ
– มี​สิบ​เขา
– หาง​ตวัด​ดวง​ดาว​ 1/3 ​ใน​ท้อง​ฟ้า แล้ว​ทิ้ง​ลง​มา​บน​แผ่น​ดิน​โลก

พญา​นาค​ตัว​นั้น​ พยายามจะกิน​บุตร​ของ​ผู้หญิงนั้น ​ทัน​ที​ที่​บุตร​นั้น​คลอด​ออก​มา (บุตรน่าจะเล็งถึง พระ​เยซู​ ​ผู้​ทรง​ถือ​กำเนิด​เป็น​ชาว​อิสราเอล)

แล้ว​นาง​ก็​คลอด​บุตร​ชาย
แต่​บุตร​ของ​นาง​ถูก​นำ​ตัว​ไป​เฝ้า​พระ​เจ้า​ (น่าจะเล็งถึง เมื่อพระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตาย ก็ถูกรับขึ้นไปหาพระบิดา)

แล้ว​หญิง​นั้น​ก็​หนี​เข้า​ไป​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร
ที่​นั่น​นาง​มี​สถาน​ที่​ซึ่ง​พระ​เจ้า​ทรง​จัด​เตรียม​ไว้ เพื่อ​นาง​จะ​ได้​รับ​การ​เลี้ยง​ดู​ตลอด​ 1,260 วัน (3 ปีครึ่ง)

แล้วยอห์นก็เห็นว่า ​เกิด​สง​คราม​ขึ้น​ใน​สวรรค์ ระหว่างมีคา​เอลและพวกทูตสวรรค์ กับ มารซาตานและบริ​วาร​ของ​มัน
มารก็​พ่าย​แพ้​และ​ไม่​มี​ที่​อยู่​สำ​หรับ​พวก​มัน​ใน​สวรรค์​อีก​ต่อไป
มารหรือ​ซา​ตาน ​ผู้​ล่อ​ลวง​มนุษย์​ทั้ง​โลก พร้อมกับสมุน ก็ถูก​โยน​ลง​มา​ที่​แผ่นดิน​โลก

แล้วมี​เสียง​ดัง​ใน​สวรรค์​ ว่า
“บัด​นี้​ความ​รอด​และ​ฤทธิ์​เดช และ​อา​ณา​จักร​ของ​พระ​เจ้า​ของ​เรา
และ​สิทธิ​อำ​นาจ​ของ​พระ​คริสต์​ของ​พระ​องค์​มา​ถึง​แล้ว
เพราะ​ว่า​ผู้​กล่าว​หา​พี่​น้อง​ของ​เรา ถูก​โยน​ลง​ไป​แล้ว
คือ​ผู้​ที่​กล่าว​หา​พวก​เขา​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า​ของ​เรา​ทั้ง​กลาง​วัน​และ​กลาง​คืน​นั้น
พวก​เขา​ชนะ​พญา​มาร​ด้วย​พระ​โล​หิต​ของ​พระ​เมษ​โป​ดก
และ​ด้วย​คำ​พยาน​ของ​พวก​เขา​เอง และพวก​เขา​ไม่​ได้​รัก​ตัว​กลัว​ตาย
เพราะ​เหตุ​นี้​จง​รื่น​เริง​ยินดี​เถิด สวรรค์​และ​บรร​ดา​ผู้​ที่​อยู่​ใน​สวรรค์
แต่​วิบัติ​จะ​มี​แก่​แผ่น​ดิน​โลก​และ​ทะเล
เพราะ​ว่า​มาร​ได้​ลง​มา​หา​เจ้า​ทั้งหลาย ด้วย​ความ​เดือด​ดาล​อย่าง​ยิ่ง เ
พราะ​มัน​รู้​ว่า​เวลา​ของ​มัน​มี​น้อย”

ยอห์นเห็นนิมิตว่า เมื่อ​พญานาค​ถูก​โยน​ลง​ไป​ที่​แผ่น​ดิน​โลก​แล้ว มัน​ก็​ไล่​ตาม​หญิง​​นั้น
แต่​พระ​เจ้า​ประ​ทาน​ปีก​​นก​อิน​ทรี​ใหญ่​สอง​ปีก​แก่​หญิง​คน​นั้น (อาจเล็งถึง มีนกอินทรีย์มาช่วยอิสราเอลให้พ้นอันตราย)
​นาง​ก็บิน​เข้า​ไป​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ให้​พ้นงูนั้น
นางไป​ยังที่​ซึ่ง​ นาง​จะ​ได้​รับ​การ​เลี้ยง​ดู​ตลอด ​หนึ่ง​วาระ สอง​วาระ และ​ครึ่ง​วาระ (รวมเป็น 3 วาระครึ่ง)

งู​​นั้น​ก็​พ่น​น้ำ​ออกมาเหมือน​แม่​น้ำ ​ไหล​ตาม​หญิง​​นั้น เพื่อ​จะ​ทำ​ให้​นาง​ถูก​น้ำ​ซัด​ไป
แต่​แผ่น​ดิน​ช่วย​หญิง​​นั้น​ไว้ โดย​แยก​ออก​เป็น​ช่อง​แล้ว​กลืน​น้ำ​นั้นเสีย

​พญา​นาค​ก็​โกรธ​แค้น​หญิง​นั้น มัน​จึง​ออก​ไป​ทำ​สง​คราม​กับ​พงศ์​พันธุ์​ที่​เหลือ​อยู่​ของ​นาง
คือ​ คน​ทั้ง​หลาย​ที่​รัก​ษา​พระ​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​เจ้า​และ​ยึด​ถือ​คำ​พยาน​ของ​พระ​เยซู
และ​มัน​ก็​ไป​ยืน​อยู่​ที่​หาด​ทราย​ชาย​ทะเล

1.@ ผู้เชื่อมีชัยเหนือมารได้ ด้วยพระโลหิตของพระคริสต์และคำพยานของเขา
นั่นคือ โดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์ เรามีชัยเหนือมารที่พยายามทำร้ายเรา
และโดยการประกาศความเชื่อในพระเยซูคริสต์ เรามีชัยเหนือมารที่พยายามทำร้ายผู้คนทั้งหลาย

คำคม

“ แม้มารจะจ้องทำร้าย แต่จะทำอะไรเราไม่ได้ เพราะพระเจ้าจะทรงปกป้องเรา ”

ขุมทรัพย์ วิวรณ์ 11

ภาพรวม

  • ในบทนี้ยอห์นบรรยายถึงนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขาว่า จะมีพยานของพระเจ้า 2 คน ปรากฏขึ้น และจะนำภัยพิบัติยิ่งใหญ่มากสู่โลกนี้

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน วว. 11:1-19 ยอห์นได้บรรยายนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขา ไว้ดังนี้

หลังจากที่ทูตสวรรค์องค์ที่ 6 เป่าแตร และมีทูต​สวรรค์​ ที่​มี​ฤทธิ์มากองค์หนึ่งปรากฏ
ทูตสวรรค์นั้นก็มอบหนังสือม้วนเล็กให้แก่ยอห์นกิน

แล้วยอห์นก็​ได้​รับ​มอบ​ไม้​อ้อ​ท่อน​หนึ่ง ​รูป​ร่าง​เหมือน​ไม้​วัด
และ​ได้​รับ​คำ​สั่ง​ ให้ไป​วัด​พระ​วิหาร​ของ​พระ​เจ้า และ​แท่น​บูชา และ​คำ​นวณ​คน​ที่​นมัส​การ​ใน​นั้น
แต่​ไม่ต้องวัดลาน​ชั้น​นอก​ เพราะเป็นของคนต่างชาติ
และ​คน​ต่าง​ชาติ​​จะ​เหยียบ​ย่ำ​วิสุทธิ​นคร​ตลอด 42 ​เดือน (3 ปีครึ่ง)

ในนิมิตนั้น มีการกล่าวถึง ​พยาน​ทั้ง​สอง​ของ​พระเจ้า ว่า
– พวกเขาได้รับฤทธานุภาพจากพระเจ้า
– พวกเขา​​เผย​พระ​วจนะ​ตลอด​ 1,260 วัน​ (3 ปีครึ่ง)
– พวกเขาแต่ง​ตัว​ด้วย​ผ้า​กระ​สอบ
– พวกเขา คือ​ ต้น​มะกอก​เทศ 2 ​ต้น ​และ​ คัน​ประ​ทีป​ 2 ​อัน​ที่​ตั้ง​อยู่​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระเจ้า
– พวกเขามีไฟ​​พลุ่ง​ออก​จาก​ปาก เพื่อ​เผา​ผลาญ​ศัตรู​ ที่​คิด​จะ​ทำ​ร้าย​พวกเขา
– พยาน​มี​สิทธิ​อำ​นาจ​ที่​จะ​ปิด​ท้อง​ฟ้า​ เพื่อ​ไม่​ให้​ฝน​ตก​ได้
– พวกเขา​มี​สิทธิ​อำ​นาจ​เหนือ​น้ำ​ที่​จะ​เปลี่ยน​มัน​เป็น​เลือด​ได้
– พวกเขา​มี​สิทธิ​อำ​นาจ​กระ​หน่ำ​แผ่น​ดิน​โลก​ ด้วย​ภัย​พิ​บัติ​ทุก​อย่าง ​กี่​ครั้ง​ก็​ได้​ ตาม​ที่​ต้อง​การ
– เมื่อพวก​เขา​​เสร็จ​สิ้น​การ​เป็น​พยาน​แล้ว สัตว์​ร้ายจาก​บา​ดาล​ลึก​จะมา​ต่อสู้​กับ​พวกเขา มัน​จะ​ชนะ​และ​ฆ่าพวก​เสีย
– ​ศพ​ของ​พวกเขา​จะ​อยู่​บน​ถนน​ใน”​เยรูซาเล็ม” ที่​เรียก​​เป็นคำอุปมาว่า​ “โส​โดม และ​อียิปต์​”
– ศพของพวกเขา จะ​ถูกทิ้งเอาไว้ ไม่ให้เอาไปฝัง เพื่อให้คนทั่วโลกมอง​ดู ​ตลอด​ 3 ​วัน​ครึ่ง
– เนื่องจากพวกเขาได้​ทร​มาน​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​อยู่​ใน​โลกขณะที่พวกเขามีชีวิตอยู่ ดังนั้นคนในโลกจึง​รื่น​เริง​และ​จะ​ให้​ของ​ขวัญ​แก่​กัน​และ​กัน เมื่อทราบว่าพวกเขาได้ตายเสียแล้ว
– พวกเขาฟื้น​ขึ้นมา หลังจากตายไป 3 ​วัน​ครึ่ง เมื่อพวกเขาลุก​ขึ้น​ยืน​ คน​ทั้ง​หลาย​ที่​เห็น​ก็​ตก​อยู่​ใน​ความ​กลัว​อย่าง​ยิ่ง
– แล้ว​พระเจ้าทรงเรียกพวกเขาขึ้นสู่​สวรรค์​ด้วยเมฆ พวก​ศัตรู​ก็​เห็นสิ่งนี้กับตา

เมื่อพยานทั้งสองถูกรับขึ้นสู่สวรรค์ก็​เกิด​แผ่น​ดิน​ไหว​ใหญ่​ยิ่ง จนเมือง​เยรูซาเล็ม​ก็​ถล่ม​ลง​มา​เสีย​ 1 ส่วน 10
มี​คน​ตาย​เพราะ​แผ่น​ดิน​ไหวนี้ 7,000 ​คน
​คน​ที่​เหลือ​อยู่​นั้น​ก็​หวาด​กลัว และ​ถวาย​พระ​เกียรติ​แด่​พระ​เจ้า​

วิบัติ​ผ่าน​ไป 2 อย่าง​แล้ว คือ เมื่อทูตสวรรค์องค์ที่ 5 และ 6 เป่าแตร
นี่​แน่ะ วิบัติ​อย่าง​ที่​ 3 ​ก็​จะ​มา​ถึง​ใน​เร็วๆ นี้

แล้ว​ทูต​สวรรค์​องค์​ที่​ 7 ​ก็​เป่า​แตร​
มี​เสียง​หลายๆ เสียง​กล่าว​ขึ้น​ดังๆ ใน​สวรรค์​ว่า
“อา​ณา​จักร​ของ​โลก​นี้​กลับ​กลาย​เป็น​ของ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​เรา​แล้ว
และ​เป็น​ของ​พระ​คริสต์​ของ​พระ​องค์
และ​พระ​องค์​จะ​ทรง​ครอบ​ครอง​ตลอด​ไป​เป็น​นิตย์”

แล้ว​ผู้​อา​วุโส​ 24 ​คน​ ก็​ทรุด​ตัว​ซบ​หน้า​ลง​นมัส​การ​พระ​เจ้า
​ทูล​ว่า “ข้า​แต่​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​ฤท​ธา​นุ​ภาพ​สูง​สุด
ผู้​ที่​ทรง​เป็น​อยู่​และ​ผู้​ที่​ทรง​เคย​เป็น​อยู่
พวก​ข้า​พระ​องค์​ขอบ​พระ​คุณ​พระ​องค์
เพราะ​พระ​องค์​ทรง​ถือ​ครอง​ฤท​ธา​นุภาพ​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​พระ​องค์​แล้ว
และ​ทรง​เริ่ม​ครอบ​ครอง
บรรดา​ประ​ชา​ชาติ​มี​ความ​โกรธ​แค้น
แต่​พระ​พิโรธ​ของ​พระ​องค์​มา​ถึง​แล้ว
ถึง​เวลา​ที่​พระ​องค์​จะ​ทรง​พิพาก​ษา​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​ตาย​ไป
และ​ถึง​เวลา​ที่​จะ​ประ​ทาน​บำ​เหน็จ​แก่​บรรดา​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์
คือ​พวก​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​และ​พวก​ธรร​มิก​ชน
และ​แก่​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​ยำ​เกรง​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์
ทั้ง​คน​เล็ก​น้อย​และ​คน​ใหญ่​โต
และ​ถึง​เวลา​แล้ว ที่​พระ​องค์​จะ​ทรง​ทำ​ลาย​พวก​ที่​ทำ​ลาย​แผ่น​ดิน​โลก”

แล้ว​พระ​วิหาร​ของ​พระ​เจ้า​​ก็​เปิด​ออก
และ​หีบ​พันธ​สัญ​ญา​ของ​พระเจ้า​ก็​ปรากฏ​ใน​พระ​วิหาร​นั้น
แล้ว​ก็​เกิด​ฟ้า​แลบ เสียง​ครืนๆ ฟ้า​ร้อง และ​แผ่น​ดิน​ไหว ทั้ง​ลูก​เห็บ​ก็​ตก​อย่าง​หนัก

1.@ วิบัติที่พระเจ้าบอกไว้จะเกิดขึ้นกับโลกนี้อย่างแน่นอน
หากเราอยู่ในช่วงวิบัตินั้น สิ่งสำคัญยิ่งกว่าการอธิษฐานให้วิบัตินั้นหมดไป ก็คือ
การอธิษฐานขอให้เรายังคงถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าได้ ท่ามกลางสถานการณ์นั้น

คำคม

“ พยานของพระคริสต์ ต่อให้พบกับความพ่ายแพ้ ก็จะถูกเปลี่ยนเป็นชัยชนะอยู่ดี ”

ขุมทรัพย์ วิวรณ์ 10

ภาพรวม

  • ในบทนี้ยอห์นบรรยายถึงนิมิตเกี่ยวกับทูตสวรรค์ที่มีฤทธิ์มากที่ปรากฏตัวขี้น หลังเกิดภัยพิบัติจากการเป่าแตรอันที่ 6

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน วว. 10:1-11 ยอห์นได้บรรยายถึงนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขา ไว้ดังนี้

เมื่อทูตสวรรค์องค์ที่ 6 เป่าแตร และมีภัยพิบัติเกิดขึ้นแล้ว (บทที่ 9)
ก็มีทูต​สวรรค์​ ที่​มี​ฤทธิ์​อีก​องค์​หนึ่ง​ลง​มา​จาก​สวรรค์
– มี​เมฆ​ห่อ​หุ้ม​ตัว​ไว้
– ​มี​รุ้ง​บน​ศีรษะ​
– หน้า​​เหมือน​อย่าง​ดวง​อา​ทิตย์
– ขา​​เหมือน​อย่าง​เสา​เพลิง
– ​ถือ​หนัง​สือ​ม้วน​เล็กๆ ที่​เปิด​อยู่​ใน​มือ​
– เท้า​ขวา​ของ​ท่าน​ยืน​อยู่​บน​ทะเล เท้า​ซ้าย​ของ​ท่าน​ยืน​อยู่​บน​บก
– ​ร้อง​เสียง​ดัง​ดุจ​เสียง​สิงโต​คำ​ราม

เมื่อทูตสวรรค์องค์นั้น​ร้อง เสียง​ฟ้า​ร้อง​ทั้ง​เจ็ด​ ก็​พูด​ขึ้น​มา
แล้วยอห์น​ก็​เริ่มจดคำพูดนั้น แต่​มี​เสียง​จาก​สวรรค์​บอก​ว่า
“จง​ผนึก​ตรา​ปิด​ข้อ​ความ​ที่​ฟ้า​ร้อง​ทั้ง​เจ็ด​พูด​ออก​มา​นั้น อย่า​เขียน​ลง​ไป”

แล้ว​ทูต​สวรรค์​ที่มีฤทธิ์มากนั้น ก็ยก​มือ​ขวา​ขึ้น​สู่​ท้อง​ฟ้า
และ​สา​บาน​โดย​อ้าง​พระ​องค์​ผู้​ทรง​พระ​ชนม์​อยู่​เป็น​นิตย์ ว่า
“​จะ​ไม่​มี​การ​เนิ่น​นาน​อีก​ต่อ​ไป
แต่​ใน​วัน​เว​ลา​ที่​มี​เสียง​แตร​จาก​ทูต​สวรรค์​องค์​ที่​ 7 ​ที่​กำ​ลัง​จะ​เป่า​แตร​นั้น
ความ​ล้ำ​ลึก​ของ​พระ​เจ้า​จะ​เสร็จ​สม​บูรณ์
เหมือน​อย่าง​ที่​พระ​องค์​ทรง​ประ​กาศ​แก่​บรร​ดา​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ซึ่ง​เป็น​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์”

เสียง​​จาก​สวรรค์​นั้น กล่าว​กับ​ยอห์น​อีก​ว่า
“จง​ไป​รับ​หนัง​สือ​ม้วน​ที่​เปิด​อยู่​ใน​มือ​ของ​ทูต​สวรรค์​องค์​ที่​ยืน​อยู่​ทั้ง​บน​ทะเล​และ​บน​บก​นั้น”

ดังนั้นยอห์น​จึง​ไป​หา​ทูต​สวรรค์​องค์​นั้น แล้ว​ขอ​ให้​มอบ​หนังสือ​ม้วน​เล็ก​แก่​ยอห์น
ทูตสวรรค์นั้นกล่าว​กับ​ยอห์น​ว่า
“เอา​ไป​เถิด แล้ว​กิน​ให้​หมด มัน​จะ​ทำ​ให้​ท้อง​ของ​เจ้า​ขม แต่​เมื่อ​อยู่​ใน​ปาก​ของ​เจ้า​มัน​จะ​หวาน​เหมือน​อย่าง​น้ำ​ผึ้ง”

เมื่อยอห์นรับหนังสือนั้นจาก​ทูต​สวรรค์​แล้ว​ก็​กิน​จน​หมด
ขณะ​ที่​มัน​อยู่​ใน​ปาก​ของ​เจานั้น​มัน​ก็​หวาน​เหมือน​อย่าง​น้ำ​ผึ้ง
แต่​เมื่อ​กิน​เข้า​ไป​แล้ว ท้อง​ของ​เขา​ก็​ขม

แล้ว​มี​ผู้​บอกกับยอห์นว่า
“เจ้า​ต้อง​เผย​พระ​วจนะ​อีก​ครั้ง​หนึ่ง เกี่ยว​กับ​ชน​ชาติ​ต่างๆ ประ​ชา​ชาติ​ต่างๆ ภา​ษา​ต่างๆ และ​กษัตริย์​จำ​นวน​มาก”

1.@ พระวจนะของพระเจ้าน้้น แสนหวานสำหรับคริสเตียน
แต่ สำหรับคนไม่เชื่อแล้ว จะเป็นความทุกข์ใจขมชื่นใจในวันแห่งการพิพากษา

เราควรรีบช่วยคนทั้งหลายที่ยังไม่รู้จักกับพระเยซู ให้พวกเขาได้มาถึงความรอดในพระองค์ เพื่อในวันสุดท้าย ข่าวประเสริฐจะเป็นสิ่งหวานชื่นในจิตวิญญาณของพวกเขา

คำคม

“ ความ​ล้ำ​ลึก​ของ​พระ​เจ้า​จะ​เสร็จ​สม​บูรณ์ ไม่ว่าเราจะรู้หรือเข้าใจ ความล้ำลึกนั้น หรือไม่ก็ตาม ”

ขุมทรัพย์ วิวรณ์ 9

ภาพรวม

  • ในบทนี้ยอห์นได้บรรยายถึงนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขา เกี่ยวกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้น เมื่อทูตสวรรค์องค์ที่ 5 และ องค์ที่ 6 เป่าแตร

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน วว. 9:1-21 ยอห์นได้บรรยายถึงนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขา ไว้ดังนี้

หลังจากที่พระเยซูทรงแกะตราของหนังสือม้วนออก ครบ 7 ดวง แล้ว
ทูตสวรรค์ ทั้ง7 ก็เป่าแตรขึ้น ทีละองค์ เมื่อทูตสวรรค์แต่ละองค์เป่าแตร ก็มีภัยพิบัติบางอย่างเกิดขึ้น

เมื่อ​ทูต​สวรรค์​องค์​ที่​ 5 เป่า​แตร
อุกาบาตขนาดใหญ่​ ​ที่​​ตก​​ลง​มาก่อนหน้านี้ ก็ทำให้ ช่อง​ของ​บา​ดาล​ลึก​เปิดออก
แล้วก็​มี​ควัน​พลุ่ง​ขึ้น​มา​จาก​ช่อง​นั้น เหมือนควัน​ของ​เตา​ใหญ่
ดวง​อา​ทิตย์​และ​อา​กาศ​ ก็​มืด​ไป​ด้วย​ควัน​นั้น

แล้ว​มี​ฝูง​ตั๊ก​แตน​ออก​จาก​ควัน​นั้น
– พวก​มัน​มี​รูป​ร่าง​ เหมือน​ม้า​ที่​เตรียม​พร้อม​สำ​หรับ​สง​คราม
– บน​หัว​ มีบางอย่างคล้าย​มง​กุฎ​ทอง​คำ
– หน้า​ ​เหมือนหน้า​ของ​มนุษย์
– ผม​ เหมือน​ผม​ของ​ผู้​หญิง
– ฟัน​ เหมือน​​ฟัน​ของ​สิงโต
– อก ​มี​เกราะ​ป้องกัน​เหมือน​เกราะ​เหล็ก
– เสียง​ปีก​ เหมือน​เสียง​ของ​รถ​และ​ม้า​มาก​มาย​ที่​กรู​เข้า​สู่​สง​คราม
– หาง​ ​มี​เหล็ก​ใน​เหมือน​แมง​ป่อง
– กษัตริย์ของพวกมัน คือ ทูต​ของ​บา​ดาล​ลึก​ ​ชื่อ​ “อา​บัด​โดน​” (ภาษาฮีบรู) หรือ ” อปอล​ลิ​โยน” (ภาษากรีก) แปลว่า ​ผู้​ทำลาย

พระเจ้า​ ​ตรัส​บอก​พวก​มัน ​ไม่​ให้​ทำ​ร้าย​ หญ้า หรือ​พืช​เขียว หรือ​ต้น​ไม้ ​บน​แผ่น​ดิน​โลก
แต่​ให้​ทำ​ร้าย​เฉพาะ​คน​ที่​ไม่​มี​ตรา​ของ​พระ​เจ้า​บน​หน้า​ผาก​ของ​เขา

พวกมันไม่​ฆ่า​คนเหล่า​นั้น แต่ใช้หางต่อยพวกเขา ทำให้พวกเขาทรมานเหมือนถูกแมลงป่องต่อยอยู่ 5 เดือน
ตลอด 5 เดือนนั้น คน​เหล่านั้น​จะอยาก​ตาย แต่​จะ​ไม่ตาย

เมื่อ​ทูต​สวรรค์​องค์​ที่​ 6 เป่า​แตร​
ก็มี​เสียง​ออก​มา​จาก​เชิง​งอน​มุม[ทั้ง​สี่ ]​ของ​แท่น​บูชา​ทอง​คำ
กล่าว​กับ​ทูต​สวรรค์​องค์​ที่​ 6 ​ที่​ถือ​แตร​นั้น​ว่า
“จง​ปล่อย​ทูต​สวรรค์​ทั้ง​ 4 ​ที่​ถูก​มัด​ไว้​ที่​แม่​น้ำ​ใหญ่​คือ​แม่​น้ำ​ยู​เฟร​ติส​นั้น”

แล้ว​ทูต​สวรรค์​ทั้ง​ 4 ​ก็​ถูก​ปล่อย
พวก​เขา​ได้​รับ​การ​เตรียม​ไว้​สำ​หรับ​ชั่ว​โมง วัน เดือน​และ​ปี เพื่อ​จะ​ฆ่า​มนุษย์​เสีย 1/3
จำ​นวน​กอง​ทหาร​ม้า​คือ​ 200,000,000

ผู้​นั่ง​บน​หลัง​ม้า​พวก​นั้น
​- มี​เกราะ​ป้องกัน​อก​สี​แดง​เพลิง สี​น้ำ​เงิน​คราม และ​สี​เหลือง​กำมะ​ถัน

หัว​ม้า​ทั้ง​หลาย​
– เหมือน​อย่าง​หัว​สิงโต
– มี​ไฟ ควัน และ​กำ​มะ​ถัน​พลุ่ง​ออก​จาก​ปาก​ของ​มัน
– หาง​ของ​พวก​มัน​เหมือน​งู​ที่​มี​หัว​ ซึ่งพวก​มัน​ใช้​ทำ​ร้าย​คน​ได้

มนุษย์​ถูก​ฆ่า 1/3 ​ด้วย​ภัย​พิบัติ​สาม​อย่าง​นี้ คือ ไฟ ควัน และ​กำ​มะ​ถัน​ที่​พลุ่ง​ออก​จาก​ปาก​ของ​มัน

แต่มนุษย์​ที่​เหลือ​อยู่​ ก็ยัง
– ไม่​ได้​กลับ​ใจ​จาก​การ​กระ​ทำ​ที่​เกิด​จาก​น้ำมือ​ของ​พวก​เขา
– ไม่​ได้​เลิก​บูชา​ผี​และ​รูป​เคารพ​ต่างๆ ที่​ทำ​ด้วย​ทอง​คำ เงิน ทอง​สัม​ฤทธิ์ หิน​และ​ไม้
– ​ไม่​ได้​กลับ​ใจ​จาก​การ​ฆาต​กรรม
– ไม่ได้กลับใจจาก​การ​ใช้​เวท​มนตร์
– ไม่ได้กลับใจ​จาก​การ​ล่วง​ประ​เวณี
– ไม่ได้กลับใจจาก​การ​ลัก​ขโมย

1.@ เมื่อภัยพิบัติมาถึง พระเจ้าจะทรงปกป้องคุ้มครอง คนของพระองค์ให้รอดพ้นจากภับพิบัตินั้น

ภัยพิบัติในบทนี้ สรุปคร่าวๆคือ ควันพิษ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ทำร้ายคนเจ็บป่วย 5 เดือน และ ไฟ

วันแห่งพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว ได้เวลาที่เราจะตื่นตัวขึ้น เลิกสนใจสิ่งไร้สาระ ใช้ชีวิที่เหลือทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

คำคม

“ พระเจ้าจะทรงปกป้องคนของพระองค์ให้พ้นภัยพิบัติ ”

ขุมทรัพย์ วิวรณ์ 8

ภาพรวม

  • ในบทนี้ยอห์นได้บรรยายถึงนิมิตที่เขาได้รับการสำแดงจากพระเจ้าว่า เมื่อพระเยซูแกะตราของหนังสือม้วนออกครบทั้ง 7 ดวง ภัยพิบัติที่แท้จริงก็ได้เริ่มต้นขึ้นบนโลกนี้

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน วว. 8:1-13 ยอห์นได้บรรยายถึงนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขา ไว้ดังนี้

เมื่อ​พระเยซู​ทรง​แกะ​ตรา​ดวง​ที่​ 7 บนหนังสือม้วน(วว.5:1) ใน​สวรรค์​ก็​เกิด​ความ​เงียบ​ขึ้น​ประ​มาณ​ครึ่ง​ชั่ว​โมง

แล้ว​ทูต​สวรรค์​ทั้ง 7 ​องค์​ ที่​ยืน​อยู่​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า ก็​ได้​รับ​มอบ​แตร​ 7 คัน
แล้วมี​ทูต​สวรรค์​อีก​องค์​หนึ่ง​ ถือ​กระ​ถาง​ไฟ​ทอง​คำ​​มา​ยืน​อยู่​ที่​แท่น​บู​ชา
แล้วพระ​เจ้า​ประ​ทาน​เครื่อง​หอม​มาก​มาย​แก่​ทูต​องค์​นั้น เพื่อ​ให้​ถวาย​ร่วม​กับ​คำ​อธิษ​ฐาน​ของ​ธรร​มิก​ชน​ทั้ง​หมด
แล้ว​ควัน​เครื่อง​หอม​ ​ก็​ลอย​ขึ้น​ไป​พร้อม​กับ​คำ​อธิษ​ฐาน​นั้น สู่​เบื้อง​พระ​พักตร์​ของ​พระ​เจ้า

แล้ว​ทูต​สวรรค์​องค์​นั้น ​ก็​นำ​ไฟ​จาก​แท่น​บูชา​มาใส่กระถางไฟนั้น​จน​เต็ม
แล้ว​โยน​ลงกระถางนั้น ลง​บน​แผ่น​ดิน​โลก​ ทำ​ให้​เกิด​ฟ้า​ร้อง​เสียง​ครืนๆ ฟ้า​แลบ​และ​แผ่น​ดิน​ไหว

แล้ว​ทูต​สวรรค์ 7 องค์​ที่​ถือ​แตร​ ก็​เตรียม​พร้อม​เพื่อ​ที่​จะ​เป่าแตร

เมื่อ​ทูต​สวรรค์​องค์​แรก​เป่า​แตร​
– ลูก​เห็บ​และ​ไฟ ที่​ปน​ด้วย​เลือด​ก็​ตก​ลง​มา​บน​แผ่น​ดิน​โลก
– แผ่น​ดิน​โลก​ก็​ถูก​เผา​ไป​ 1/3
– ต้น​ไม้​ถูก​เผา​ไป​ 1/3
– ​หญ้า​เขียว​สด​ถูก​เผา​ไป​ทั้ง​หมด

เมื่อ​ทูต​สวรรค์​องค์​ที่ 2 ​เป่า​แตร​
– ​มี​สิ่ง​หนึ่ง​เหมือน​ภูเขา​ลูก​ใหญ่​ที่​กำ​ลัง​ลุก​เป็น​ไฟ ถูก​โยน​ลง​ไป​ใน​ทะเล
– 1/3 ของ​ทะเล​กลาย​เป็น​เลือด
– ​สิ่ง​ที่​มี​ชีวิต​ใน​ทะเล​ ​ตาย​ไป​1/3
– ​เรือ​ต่างๆ ถูก​ทำลาย​ไป​ 1/3

เมื่อ​ทูต​สวรรค์​องค์​ที่​ 3 ​เป่า​แตร​
– อุกาบาตขนาดใหญ่​ ชื่อ “บอระเพ็ด” ตก​ลง​มา​จาก​ท้อง​ฟ้า
– อุกาบาตนั้น​ตก​ลง​ไป​ใน 1/3 ​ของ​แม่​น้ำ​ทั้งหลาย
– ​ตก​ลง​ไป​ใน​บ่อ​น้ำพุ​ทั้ง​หลาย
– น้ำ​ปริมาณ​ 1/3 ​ก็​กลาย​เป็น​รส​ขม
– คน​มาก​มาย​ตาย​ไป​เพราะ​เหตุ​น้ำ​นั้น​

เมื่อ​ทูต​สวรรค์​องค์​ที่​ 4 ​เป่า​แตร​
– 1/3 ​ของ​ดวง​อา​ทิตย์ 1/3ของ​ดวง​จันทร์​วัน​เพ็ญ และ1/3​ของ​ดวง​ดาว​ทั้ง​หลาย​ ก็​ถูก​ทำ​ลาย​ไป
– ทำ​ให้​ 1/3 ​ของ​สิ่ง​เหล่า​นั้น​มืด​ไป
– กลาง​วัน​ก็​ไม่​สว่าง​เสีย 1/3
– ​กลาง​คืน​ก็​​ไม่​สว่าง​เสีย 1/3

แล้ว​มี​นก​อิน​ทรี​ตัว​หนึ่ง ​บิน​อยู่​บน​ท้อง​ฟ้า​ ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า
“วิบัติ วิบัติ วิบัติ จะ​มี​แก่​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​อยู่​บน​แผ่น​ดิน​โลก
เพราะ​เสียง​ของ​แตร​ที่​เหลือ​อยู่​ซึ่ง​ทูต​สวรรค์​ทั้ง​สาม​องค์​กำ​ลัง​จะ​เป่า”

1.@ มหาภัยพิบัติและการพิพากษาของพระเจ้า ใกล้เข้ามาเต็มทีแล้ว
สิ่งสารพัดทั้งหมดในโลกกำลังเสื่อมสูญไป
เราควรดำเนินชีวิตอย่างมีปัญญา รู้ตัวว่า สารพัดในโลกนี้เป็นสิ่งชั่วคราว
แต่การทำสิ่งใดเพื่อพระเจ้านั้น คงอยู่ถาวรนิรันดร์

คำคม

“ ทุกคำอธิษฐานที่จริงใจของธรรมิกชน จะขึ้นไปสู่เบื้องพระพักตร์ของพระเจ้า ”

ขุมทรัพย์ วิวรณ์ 7

ภาพรวม

  • ในบทนี้ยอห์นบรรยายถึงนิมิตที่เขาเห็นเกี่ยวกับ ธรรมิกชนที่ยีนหยัดในความเชื่อจนวันตายได้รับรางวัล และบรรยายถึง คน ​144,000 คน บนโลก ที่พระเจ้าปกป้องพวกเขาจากภัยพิบัติ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน วว. 7:1-17 ยอห์นได้บรรยายนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขาไว้ดังนี้

หลัง​จาก​เขาเห็นพระเยซูแกะตราดวงที่ 6 ของหนังสือม้วนแล้ว(วว.6)
เขาก็เห็น​ทูต​สวรรค์​ 4 องค์​ ยืน​อยู่​ที่​มุม​ทั้ง​ 4 ของ​แผ่น​ดิน​โลก
พวกเขายับยั้ง​ลม​ทั้ง 4 ​ของ​แผ่น​ดิน​โลก​ไว้
ทูตสวรรค์ทั้ง 4 นี้ ​ได้​รับ​มอบ​อำ​นาจ​ให้​ทำ​อัน​ตราย​แก่​แผ่น​ดิน​และ​ทะเล​

แล้วมี​ทูต​สวรรค์​อีก​องค์​หนึ่ง ​ ​มา​จาก​ทิศ​ตะวัน​ออก ถือ​ตรา​ประ​ทับ​ของ​พระ​เจ้าไว้
ทูตสวรรค์องค์นั้น ​ร้อง​ด้วย​เสียง​ดัง​ต่อ​ทูต​ทั้ง​ 4 นั้น ว่า
“จง​อย่า​ทำ​อัน​ตราย​แผ่น​ดิน ทะเล หรือ​ต้น​ไม้
จน​กว่า​เรา​จะ​ได้​ประ​ทับ​ตรา​บน​หน้า​ผาก​ของ​บรร​ดา​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​เจ้า​ของ​เรา”

แล้วก็มีเสียงพูดถึง​จำ​นวน​ผู้​ที่​ได้​รับ​การ​ประ​ทับ​ตรา​ ว่า มี ​144,000 คน​ ซึ่งมา​จาก​ทุก​เผ่า​ใน​อิส​รา​เอล ดังนี้
– ​จาก​เผ่า​ยูดาห์​ 12,000 คน
– ​จาก​เผ่า​รูเบน​ 12,000 คน
– จาก​เผ่า​กาด​ 12,000 คน
– จาก​เผ่า​อา​เชอร์​ 12,000 คน
– ​จาก​เผ่า​นัฟ​ทาลี​ 12,000 คน
– จาก​เผ่า​มนัส​เสห์ 12,000 คน
– ​จาก​เผ่า​สิเม​โอน​ 12,000 คน
– ​จาก​เผ่า​เลวี​ 12,000 คน
– ​จาก​เผ่า​อิส​สา​คาร์​ 12,000 คน
– จาก​เผ่า​เศ​บู​ลุน​ 12,000 คน
– ​จาก​เผ่า​โย​เซฟ​ 12,000 คน
– ​จาก​เผ่า​เบน​ยา​มิน​ 12,000 คน

จาก​นั้น​ มีมหา​ชน​ที่​ไม่​มี​ใคร​นับ​จำ​นวน​ได้ ที่​มา​จาก​ทุก​ประ​ชา​ชาติ ทุก​เผ่า ทุก​ชน​ชาติ​และ​ทุก​ภา​ษา
ยืน​อยู่​หน้า​พระที่นั่งของพระเจ้า​และ​ต่อหน้าพระเยซู
พวก​เขา​สวม​เสื้อ​ผ้า​สี​ขาว และ​ใน​มือถือ​ใบ​ตาล

พวก​เขา​ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า
“ความ​รอด​ขึ้น​อยู่​กับ​พระ​เจ้า​ของ​เรา​ผู้​ประ​ทับ​บน​พระ​ที่​นั่ง และ​ขึ้น​อยู่​กับ​พระ​เมษ​โป​ดก”

แล้ว​ทูต​สวรรค์​ทั้ง​หมด​ที่​ยืน​อยู่​รอบ​พระที่นั่ง ก็​ทรุด​ตัว​ลง​หน้า​พระ​ที่​นั่ง นมัสการ​พระ​เจ้า ​กล่าว​ว่า
“อา​เมน คำ​สดุดี พระ​สิริ พระ​ปัญ​ญา คำ​ขอบ​พระ​คุณ พระ​เกียรติ ฤทธา​นุภาพ และ พระ​กำ​ลัง
จง​มี​แด่​พระ​เจ้า​ของ​เรา​ตลอด​ไป​เป็น​นิตย์ อาเมน”

แล้ว​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​ผู้​อา​วุโส​ 12 คนก็ถาม​ยอห์น​ว่า
“คน​ที่​สวม​เสื้อ​ผ้า​สี​ขาว​เหล่า​นี้​คือ​ใคร? และ​มา​จาก​ไหน?”

ยอห์นจึงตอบ​ท่าน​ว่า “ท่าน​เจ้า​ข้า ท่าน​เองก็​ทราบ​อยู่​แล้ว”

ท่าน​จึง​บอก​ข้าพ​เจ้า​ว่า
“คน​เหล่านี้​เป็น​คน​ที่​มา​จาก​ความ​ยาก​ลำ​บาก​ครั้ง​ยิ่ง​ใหญ่
พวก​เขา​ชำระ​ล้าง​เสื้อ​ผ้า​ของ​เขา​ด้วย​พระ​โล​หิต​ของ​พระ​เมษ​โป​ดก​จน​ขาว​สะอาด
เพราะ​เหตุ​นี้ เขา​ทั้ง​หลาย​จึง​ได้​อยู่​หน้า​พระ​ที่​นั่ง​ของ​พระ​เจ้า
และ​ปรน​นิบัติ​พระ​องค์​ใน​พระ​วิหาร​ของ​พระ​องค์​ทั้ง​กลาง​วัน​และ​กลาง​คืน
และ​พระ​องค์​ผู้​ประ​ทับ​บน​พระ​ที่​นั่ง​จะ​ทรง​คุ้ม​ครอง​พวก​เขา
พวก​เขา​จะ​ไม่​หิว​หรือ​กระ​หาย​อีก​เลย
ดวง​อาทิตย์​และ​ความ​ร้อน​จะ​ไม่​แผด​เผา​เขา​อีก​ต่อ​ไป
เพราะ​ว่า​พระ​เมษ​โป​ดก​ผู้​ทรง​อยู่​กลาง​พระ​ที่​นั่ง​นั้น​จะ​ทรง​เลี้ยง​ดู​พวก​เขา
และ​จะ​ทรง​นำ​เขา​ไป​ยัง​น้ำพุ​แห่ง​ชีวิต
และ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​เช็ด​น้ำ​ตา​ทุก​หยด​จาก​ตา​ของ​เขา​ทั้ง​หลาย”

1.@ เมื่อพระเยซูแกะตราดวงที่ 6 ของหนังสือม้วนแล้ว
นิมิตที่ยอห์นเห็น ได้สำแดงถึง ผู้เชื่อที่ไว้วางใจในพระเยซู ผู้ที่ยึดมั่นความเชื่อจนวันตาย ได้รับการชำระให้สะอาด และได้รับรางวัลของตน
อีกไม่นาน วันเช่นนี้จะมาถึง เราจะร่วมได้รับรางวัลในสิ่งที่เราได้ทำเพื่อพระเยซูในโลกนี้

วันนี้ โอกาสยังมีอยู่สำหรับเรา ที่จะทำบางอย่างเพื่อพระองค์
จงรีบลงมือทำ ก่อนที่จะหมดเวลา

คำคม

“ โอกาสเดียวที่เราจะทนทุกข์เพื่อพระเยซูได้ ก็คือ ขณะที่เรายังอยู่ในโลกนี้ ”

ขุมทรัพย์ วิวรณ์ 6

ภาพรวม

  • ในบทนี้ยอห์นบรรยายถึงนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขา เกี่ยวกับภัยพิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อวันแห่งพระเจ้ากำลังจะมาถึง

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน วว. 6:1-17 ยอห์นได้บรรยายนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขาไว้ ดังนี้

เขา​เห็น​พระ​เยซูรับหนังสือม้วนจากพระบิดา แล้ว​ทรง​แกะ​ตรา ทั้ง 7 ที่ประทับบนหนังสือม้วนนั้นออก

เมื่อทรงแกะตรา​ดวงที่ 1 ออก
​สิ่ง​มี​ชีวิต​ 1​ใน​ 4 ​ตน ​ที่อยู่รอบบัลลังก์ของพระบิดา (วว. 4:6) ก็​ร้อง​เสียง​ดังราวเสียง​ฟ้า​ร้อง ​ว่า “มา​เถอะ”
แล้ว ม้า​สี​ขาว​ตัว​หนึ่ง​ก็ออก​มา
ผู้​ขี่​ม้า​ตัว​นั้น ​ถือ​ธนู และ​ได้​รับ​มอบ​มง​กุฎ
แล้ว​ท่าน​ก็​ออก​ไป​อย่าง​มี​ชัย และ​เพื่อ​จะ​ได้​ชัย​ชนะ
>>> ซึ่งน่าจะหมายถึง ช่วงแห่งพันธกิจแห่งข่าวประเสริฐของอัครทูต ประกาศชัยชนะของพระคริสต์ออกไปทั่วโลก

เมื่อทรงแกะตรา​ดวงที่ 2 ออก
​สิ่ง​มี​ชีวิต​ที่​ 2 ก็​ร้อง​ว่า “มา​เถอะ”
แล้ว​ม้า​สี​แดง​สดก็เข้ามา
ผู้​ขี่​ม้า​ตัว​นี้ ​ได้​รับ​มอบ​หมาย​ให้​เอา​สันติ​ภาพ​ไป​จาก​แผ่น​ดิน​โลก เพื่อ​ให้​คน​รบ​รา​ฆ่า​ฟัน​กัน
และ​ท่าน​ผู้​นี้​ได้​รับ​มอบ​ดาบ​ใหญ่​เล่ม​หนึ่ง
>>> ซึ่งน่าจะหมายถึง ช่วงแห่งการข่มเหงคริสตจักร โดยอาณาจักรโรม

เมื่อทรงแกะตรา​ดวงที่ 3 ออก
​สิ่ง​มี​ชีวิต​ที่​ 3 ก็​ร้อง​ว่า “มา​เถอะ”
แล้วม้าดำ​ตัว​ก็เข้า​มา
ผู้​ขี่​ม้า​ตัว​นี้​ถือ​ตรา​ชู
แล้วมี​เสียงพูด​ดัง​ออก​มา​จาก​ ​สิ่ง​มี​ชีวิต​ทั้ง​4 นั้น​ ว่า
“ข้าว​สาลี​รา​คา​ลิตร​ละ​หนึ่ง​เด​นา​ริ​อัน ข้าว​บาร์​เลย์​สาม​ลิตร​ต่อ​หนึ่ง​เด​นา​ริ​อัน
แต่​เจ้า​อย่า​ทำ​อัน​ตราย​น้ำ​มัน​และ​เหล้า​องุ่น”
>>> ซึ่งน่าจะหมายถึง จะมีช่วงเวลาแห่งการกันดารอาหาร ข้าวยากหมากแพง

เมื่อทรงแกะตรา​ดวงที่ 4 ออก
​สิ่ง​มี​ชีวิต​ที่​ 4 ก็​ร้อง​ว่า “มา​เถอะ”
แล้วม้า​สีกะ​เลียว(เขียวอมดํา)​ก็ออกมา
ผู้​ขี่​ม้า​ตัว​นี้​ ​ชื่อ​ “​มัจ​จุ​ราช” และ​แดน​คน​ตาย​ก็​ติด​ตาม​มา​ด้วย
พระ​องค์​ทรง​ให้​ทั้ง​สอง​นี้​มี​อำ​นาจ ทำลายโลก 1 ใน 4 ​ส่วน ​ด้วย​คม​ดาบ ด้วย​ความ​อด​อยาก ด้วย​โรค​ระบาด และ​ด้วย​สัตว์​ร้าย​แห่ง​แผ่น​ดิน
>>> ซึ่งน่าจะหมายถึง จะมีช่วงเวลาแห่งสงคราม ความ​อด​อยาก โรค​ระบาดที่แผ่ไปทั่วโลก และ​มีสัตว์​ร้าย​หรือแมลงหรือสิ่งมีชีวิตเล็กๆหรือใหญ่ๆบางอย่างที่ทำร้ายผู้คน

เมื่อทรงแกะตรา​ดวงที่ 5 ออก
​วิญ​ญาณ​ของ​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​ถูก​ฆ่า​เพราะ​พระ​วจนะ​ของ​พระ​เจ้า​และ​เพราะ​คำ​พยาน​ที่​เขา​ยึด​ถือ​นั้น
ก็​ร้อง​เสียง​ดัง​ ออกมาจากใต้แท่นบูชา ว่า
“ข้า​แต่​องค์​เจ้านาย ผู้​บริสุทธิ์​และ​สัตย์​จริง อีก​นาน​เท่า​ใด​พระ​องค์​จึง​จะ​ทรง​พิพาก​ษา
และ​แก้​แค้น​ต่อ​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​อยู่​บน​แผ่น​ดิน​โลก​ซึ่ง​หลั่ง​เลือด​ของ​เรา”
แล้ว​พระเจ้าทรง​ประ​ทาน​เสื้อ​คลุม​สี​ขาว​แก่​พวก​เขา​แต่​ละ​คน
และ​ทรง​บอกพวกเขา​ให้​พัก​ต่อ​ไป​อีก​หน่อย​หนึ่ง
จน​กว่า​ผู้​ร่วม​รับ​ใช้​และ​พี่​น้อง​ของ​เขา​จะ​ถูก​ฆ่า​เหมือน​อย่าง​พวก​เขา​ครบ​จำ​นวน
>>> ซึ่งน่าจะหมายถึง จะมีช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนั้นยังคงมีคริสเตียนอยู่ในโลก และพวกเขาเหล่านั้นบางคนจะถูกฆ่าเพราะความเชื่อวางใจในพระเยซู

เมื่อทรงแกะตรา​ดวงที่ 6 ออก
เกิด​แผ่น​ดิน​ไหว​ยิ่ง​ใหญ่ ดวง​อา​ทิตย์​เป็น​สี​ดำ​มืด เหมือน​เสื้อ​ผ้า​ขน​สัตว์​ที่​ใช้​ไว้​ทุกข์
​ดวง​จันทร์​วัน​เพ็ญ​ เหมือน​กับ​สี​เลือด
​ดวง​ดาว​ทั้ง​หลาย​ใน​ท้อง​ฟ้า​ก็​ตก​ลง​มา​บน​พื้น​ดิน เหมือน​​ต้น​มะเดื่อ​​ที่​ยัง​ไม่​สุก​หล่น​ลง​มา ด้วย​ลม​แรง​พัด​
ท้อง​ฟ้า​ก็​หาย​ไป ​เหมือน​หนัง​สือ​​ถูก​ม้วน​เก็บ
​ภูเขา และ​ เกาะ​ ​ทั้งหมด ​ก็​ถูก​เคลื่อน​ไป​จาก​ที่​เดิม
แล้ว​ทุกคน ทั้งคนยาก ดี มี จน ทั้งหมด ต่าง​ซ่อน​ตัว​อยู่​ใน​ถ้ำ​และ​โขด​หิน​ตาม​ภูเขา
แล้วร้อง​บอก​กับ​พวกมัน​ว่า
“จง​ล้ม​ทับ​เรา​เถิด จง​ซ่อน​เรา​ไว้ ให้​พ้น​จาก​พระ​พักตร์​ของ​พระ​องค์​ผู้​ประ​ทับ​อยู่​บน​พระ​ที่​นั่ง
และ​จาก​พระ​พิโรธ​ของ​พระ​เมษ​โป​ดก
เพราะ​ว่า​วัน​สำ​คัญ​แห่ง​พระ​พิโรธ​ของ​พระ​องค์​มา​ถึง​แล้ว
และ​ใคร​จะ​สา​มารถ​ยืน​หยัด​อยู่​ได้​เล่า”
>>> ซึ่งน่าจะหมายถึง จะมีปรากฏการณ์ใหญ่เกิดขึ้นทั้งบนท้องฟ้าและบนแผ่นดินโลก และช่วงเวลาแห่งมหากลียุคกำลังจะริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อพระองค์จะแกะตราดวงที่ 7

1.@ ดูเหมือนภัยพิบัติต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน ยังเป็นเพียงแค่ขั้นเริ่มต้นของการพิพากษาโลกนี้
ถึงกระนั้นเพียงเท่านี้ ก็ทำให้คนทั้งหลายเครียด กดดัน สับสน ตื่นตระหนกแล้ว
ดังนั้นเมื่อเหตุการณ์เหล่านั้นมาถึงจริงๆ คนทั้งหลายจะทนอยู่ได้อย่างไร?

ช่วงเวลานี้ เป็นช่วงเวลาสำคัญที่คริสเตียนทั้งหลาย ควรสะสมพระคำ พัฒนาความเชื่อ ฝึกฝนการเชื่อฟัง เพื่อเราจะสามารถยืนหยัดอยู่ได้และเป็นพระพรท่ามกลาง ความวุ่นวายต่างๆที่กำลังจะทวีมากขึ้นทั่วทั้งโลก

คำคม

“ กลับใจเสียตั้งแต่วันนี้ ดีกว่า รอถึงวันที่ร้องให้หินล้มทับ ”

ขุมทรัพย์ วิวรณ์ 5

ภาพรวม

  • ในบทนี้ยอห์นได้บรรยายายถึงนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขา ว่าในสวรรค์เขาได้เห็นพระเยซู มารับหนังสือม้วนจากพระบิดา แล้วบรรดาสรรพสิ่งทั้งสิ้นก็ถวายเกียรติ เทิดทูนสรรเสริญพระองค์

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน วว. 5:1-14 ยอห์นได้บรรยายถึงนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขา ในสวรรค์ ดังนี้
เขาได้เห็นบัลลังก์พระนั่งที่พระเจ้าทรงประทับอยู่ ด้านขวา​พระ​ที่​นั่ง​นั้น มี​หนังสือ​ม้วน​หนึ่ง ที่มีข้อความเขียนไว้ และมีตรา​ประทับ​อยู่ 7 ​ดวง​

เขาได้​เห็น​ทูตสวรรค์​ที่​มี​ฤทธิ์​องค์​หนึ่ง ประกาศ​ด้วย​เสียง​อัน​ดัง ​ว่า
“ใคร​เป็น​ผู้​ที่​สม​ควร​เปิด​หนัง​สือ​ม้วน​และ​แกะ​ตรา​ของ​มัน​ออก?”
แต่​ไม่​มี​ผู้ใด​ใน​สวรรค์ บน​แผ่นดิน​โลก หรือ​ใต้​แผ่นดิน ​ที่​สามารถ​เปิด​หนังสือ​ม้วน​นั้น​ออก หรือ​ดู​หนังสือ​นั้น​ได้​

ยอห์นจึงร้องไห้อย่างมาก เพราะ​ไม่​มี​พบใคร​สมควร​จะ​เปิดหนังสือ​ม้วน​นั้น​หรือ​ดู​หนังสือ​นั้น​ได้​
แล้วก็มี​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​ผู้​อาวุโส​ 12 คนที่นั่งรอบบัลลังก๋ของพระเจ้า บอก​แก่​ยอห์น​ว่า
“อย่า​ร้องไห้​เลย นี่​แน่ะ สิงห์​แห่ง​เผ่า​ยูดาห์ เชื้อ​สาย​ของ​ดาวิด​ ​พระ​องค์​ทรง​มี​ชัย​ชนะแล้ว ​
พระ​องค์​จึง​ทรง​สามารถ​แกะ​ตรา​ทั้ง​เจ็ด​ดวง​และ​เปิดหนังสือ​ม้วน​นั้น​ออก​ได้”

และ​ยอห์นก็เห็นพระเยซู ยืนอยู่ใกล้ๆบัลลังก์ของพระเจ้า
พระองค์​ยืน​ประทับอยู่​ ​มีร่องรอยของการทรง​ถูก​ปลง​พระ​ชนม์ คือมีรอยตะปูและรอยถูกแทง ​
ยอห์นเห็นพระองค์​ทรง​มี​เขา 7 ​เขา​ ซึ่งแสดงถึงมีฤทธานุภาพทั้งสิ้น
และ​มี​ตา 7 ​ดวง ซึ่ง​แสดงถึงพระวิญญาณ​​ของ​พระ​เจ้า ที่​ทรง​ส่งออก​ไปทั่ว​แผ่นดิน​โลก​ (อาจจะหมายถึง ส่งออกไป ​ ทั้ง 7 ทวีป ทั่วโลก)

แล้วพระเยซูก็​เข้า​มา​รับ​ม้วน​หนังสือ​จาก​พระ​หัตถ์ขวาของพระบิดา
​แล้ว สัตว์​ทั้ง4(วว.4:6) ​กับ​ผู้​อาวุโส​ 24 ​คน​นั้น(วว.4:4) ​ก็​ทรุด​ตัว​ลง​ถวาย​บังคม​พระเยซู
ผู้อาวุโสทุก​คน​ ก็ถือ​พิณ​และ​​ขัน​ทองคำ​บรรจุ​คำ​อธิษฐาน​ของ​ธรรมิก​ชน​ทั้ง​ปวง
และ​​ร้อง​เพลงบทใหม่​ ว่า
“พระ​องค์​ทรง​เป็น​ผู้​ที่​สมควร​จะ​ทรง​รับ​ม้วน​หนังสือ
และ​แกะ​ตรา​ม้วน​หนังสือ​นั้น​ออก
เพราะ​ว่า​พระ​องค์​ทรง​ถูก​ปลง​พระ​ชนม์​แล้ว
และ​ด้วย​พระ​โลหิต​ของ​พระ​องค์​นั้น
​พระ​องค์​ได้​ทรง​ไถ่​คน​ทุก​เผ่า ทุก​ภาษา ทุก​ชาติ
​และ​ทุก​ประเทศ ​เพื่อ​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า
พระ​องค์​ได้​ทรง​โปรด​ทำให้​เขา​เป็น​ราช​อาณาจักร
และ​เป็น​ปุโรหิต​ของ​พระ​เจ้า​ของ​เรา
และ​พวก​เขา​จะ​ได้​ครอบ​ครอง​แผ่นดิน​โลก”

แล้ว​ยอห์นก็​ได้เห็นและได้​ยิน​เสียง​ทูตสวรรค์​เป็น​อัน​มาก​นับ​ เป็น​แสนๆ เป็น​ล้านๆ ที่​อยู่​รอบ​พระ​ที่​นั่ง
ร้อง​เสียงดัง​ว่า
“พระ​เมษ​โป​ดก​ผู้​ถูก​ปลง​พระ​ชนม์​แล้ว​นั้น​ทรง​สม​ควร​ได้​รับ
ฤทธานุ​ภาพ ทรัพย์​สม​บัติ พระ​ปัญ​ญา พระ​กำ​ลัง พระ​เกียรติ พระ​สิริ และ​คำ​สดุดี”

แล้วยอห์นก็​ได้​ยิน​เสียง ​สิ่ง​ที่​ทรง​สร้าง​ทั้ง​หมด ทั้ง​ใน​สวรรค์ บน​แผ่น​ดิน​โลก ใต้​แผ่น​ดิน​โลก ใน​มหา​สมุทร และ​ทุก​สิ่ง​ซึ่ง​อยู่​ใน​ที่​เหล่า​นั้น ร้อง​ว่า
“ขอ​ให้​คำ​สดุดี พระ​เกียรติ พระ​สิริ​และ​อา​นุ​ภาพ
จง​มี​แด่​พระ​องค์​ผู้​ประ​ทับ​บน​พระ​ที่​นั่ง​และ​แด่​พระ​เมษ​โป​ดก ตลอด​ไป​เป็น​นิตย์”

และ​สิ่ง​มี​ชีวิต​ทั้ง​4 ​นั้น​ก็​ร้อง​ว่า “อา​เมน”
และ​บรร​ดา​ผู้​อา​วุโส​ก็​ทรุด​ตัว​ลง​และ​นมัส​การ

1.@ การที่พระเยซูเสด็จลงมาบนโลกนี้ เพื่อตายบนไม้กางเขน รับโทษแทนความผิดบาปของมนุษย์ทุกคน เป็นเรื่อง ที่ยิ่งใหญ่ และเป็นเรื่องสำคัญอย่างในสวรรค์ และทั่วแผ่นดินโลก
บรรดาสรรพสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างนั้น ต่างแซ่ซ้องสรรเสริญพระเจ้า สำหรับสิ่งใหญ่ยิ่งที่พระองค์ทรงกระทำแก่มนุษย์ในครั้งนี้

เราได้รับเกียรติใหญ่ยิ่งจากพระเจ้า ในการประกาศข่าวดีนี้ ข่าวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสวรรค์และแผ่นดินโลก ตั้งแต่โลกถูกสร้างมา
“พระเยซูคริสต์พระบุตรของพระเจ้า เสด็จมาช่วยมนุษย์ทุกคนแล้ว ผู้ใดเชื่อวางใจในพระองค์จะได้รับความรอดจากพระเจ้า”

จงภูมิใจ และเต็มใจอย่างที่สุดในการทำภารกิจนี้ ประกาศข่าวประเสริฐให้คนทั้งโลกได้รับรู้

คำคม

“ พระเยซูสมควรได้รับการถวายเกียรติและคำสรรเสริญ จากทั้งหมดในชีวิตของเรา ”

ขุมทรัพย์ วิวรณ์ 4

ภาพรวม

  • ในบทนี้ยอห์นได้บรรยายถึง นิมิตเกี่ยวกับการนมัสการในสวรรค์ที่พระเจ้าทรงสำแดงให้เขาเห็น

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน วว. 4:1-11 ยอห์นได้บรรยายถึงนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขา ว่า
เขา​เห็นสวรรค์ และในสวรรค์นั้นมี​ประตู​ที่​เปิด​อ้า​อยู่
เขาได้ยิน​พระ​สุรเสียง​แรก ดังเหมือนเสียงแตร ตรัส​กับ​เขา​ว่า
“จง​ขึ้น​มา​บน​นี้​เถิด และ​เรา​จะ​สำ​แดง​ให้​เจ้า​เห็น​สิ่ง​ที่​จะ​ต้อง​เกิด​ขึ้น​หลัง​จาก​นี้”

​ทัน​ใด​นั้น พระ​วิญ​ญาณ​ก็ทำให้เขาเห็น
​พระเจ้า​ประ​ทับ​บน​พระ​ที่​นั่ง​ในสวรรค์
พระองค์ทรงเต็มไปด้วยสง่าราศีงดงามยิ่งนัก และรอบพระที่นั่งก็อลังการอย่างยิ่ง

รอบพระที่นั่งนั้น ​มีผู้อาวุโส สวม​เสื้อ​สี​ขาว​และ​สวม​มง​กุฎ​ทอง​คำ 24 คน นั่งอยู่บน​บัล​ลังก์​อีก​ 24 ​บัล​ลังก์ รอบพระที่นั่งนั้น

พระที่นั่งนั้น ​มี​ฟ้า​แลบ และเสียง​ฟ้า​ร้อง ดัง​ก้องออก​มา​
และ​ด้านหน้าพระที่นั่ง มี​คบ​เพลิง 7 ​อัน​จุด​อยู่​ ซึ่งก็คือ ​พระ​วิญ​ญาณ​บริสุทธิ์ ผู้ทรงอยู่เหนือคริสตจักรทั้ง​ 7 ​

ตรง​หน้า​พระ​ที่​นั่ง​นั้น ​เป็น​เหมือน​ ​ทะเล​แก้ว​ที่​ใส​บริสุทธิ์
และ​บริ​เวณ​รอบๆ ​ ทั้ง​สอง​ข้างของพระที่นั่ง​นั้น มี​สิ่ง​มี​ชีวิต​ 4 ตน​ที่​มี​ตา​เต็ม ​ทั้ง​ข้าง​หน้า​และ​ข้าง​หลัง แต่ละตน มี 6 ปีก
– ตนที่ 1 ​เหมือน​สิงโต
– ตนที่ 2 ​เหมือน​โค
– ตนที่ 3 ​มี​หน้า​เหมือนมนุษย์
– ตนที่ 4 ​เหมือน​นก​อิน​ทรี​ที่​บิน​อยู่
ทั้ง 4 ตนนี้ ​ร้อง​ตลอด​วัน​ตลอด​คืน​ ไม่​ได้​หยุด​เลย ​ว่า
“บริ​สุทธิ์ บริ​สุทธิ์ บริ​สุทธิ์ องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​คือ​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​ฤท​ธา​นุ​ภาพ​สูง​สุด
ผู้​ทรง​เคย​เป็น​อยู่ ผู้​ทรง​เป็น​อยู่ และ​ผู้​ที่​จะ​เสด็จ​มา”

เมื่อ​ใด​ก็​ตาม​ที่​สิ่ง​มี​ชีวิต​ทั้ง 4 นั้น ​ถวาย​พระ​สิริ พระ​เกียรติ และ​คำ​ขอบ​พระ​คุณ​แด่​พระ​เจ้า
ผู้​อา​วุโส​ทั้ง 24 คน ​ก็​ทรุด​ตัว​ลง​ต่อพระเจ้า และ​นมัส​การ​พระ​องค์​
และ​ถอด​มง​กุฎ​ ​วาง​ตรง​หน้า​พระ​ที่​นั่ง​ ร้อง​ว่า
“องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​และ​พระ​เจ้า​ของ​ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย
พระ​องค์​ทรง​สม​ควร​ที่​จะ​ได้​รับ​พระสิริ พระ​เกียรติ​และ​ฤท​ธานุ​ภาพ
เพราะ​ว่า​พระ​องค์​ทรง​สร้าง​สรรพ​สิ่ง และ​สรรพ​สิ่ง​ก็​ดำ​รง​อยู่
​และ​ถูก​สร้าง​ขึ้น​ตาม​พระ​ประ​สงค์​ของ​พระ​องค์”

1.@ พระเจ้าทรงใหญ่ยิ่งสูงสุด เต็มด้วยสง่าราศี และสมควรที่เราจะเคารพ ยำเกรง เทิดทูนพระองค์

วันนี้ เราได้ปฏิบัติต่อพระเจ้าผู้สมควรจะที่ยำเกรงอย่างที่สุด ด้วยความยำเกรงสุดหัวใจของเราหรือไม่?

คำคม

“ การถวายเกียรติแด่พระเจ้าในสวรรค์ มีไว้สำหรับผู้ถวายเกียรติพระเจ้าในโลกนี้ ”

ขุมทรัพย์ วิวรณ์ 3

ภาพรวม

  • ในบทนี้กล่าวถึง จดหมายจากพระเยซูถึงคริสตจักรในเมือง ซาร์ดิส , ​ฟีลาเดลเฟีย และ ​เลา​ดี​เซีย​ เพื่อเรียกร้องให้พวกเขาดำเนินชีวิตอย่างมีชัยชนะ ขณะที่ยังอยู่ในโลกนี้

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน วว. 3:1-6 อธิบายจดหมาย​ถึง​ ​คริสต​จักร​ที่​เมือง​ซาร์ดิส​ ไว้ดังนี้

– พระเยซูมาหาพวกเขา ในฐานะ ​ผู้ทรงมีพระวิญญาณทั้งเจ็ดของพระเจ้า และทรงมีดาวเจ็ดดวงนั้น 

– พระเยซูทรงชมพวกเขา เรื่อง​
>> มีสองสามคนในพวกเขาที่ไม่ได้ทำตัวให้เป็นมลทิน ดำเนินชีวิตในความบริสุทธิ์

– พระเยซูทรงตำหนิพวกเขา เรื่อง​
>> พวกเขาได้ชื่อว่ามีชีวิตอยู่ แต่ว่าตายแล้ว
>> ไม่พบความประพฤติที่ครบบริบูรณ์ของพวกเขาเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า 

– พระเยซูสั่งพวกเขา ให้
>> ​ตื่นขึ้น จากการจมอยู่ในบาป
>> เสริมกำลังให้กับส่วนที่เหลืออยู่ซึ่งจวนจะตายแล้วนั้น
>> ระลึกว่าพวกเขาเคยได้รับอะไรมา และเคยได้ยินอะไรมา แล้วถือรักษาสิ่งเหล่านั้นไว้
>> กลับใจใหม่

– พระเยซูเตือนพวกเขา
>> ​หากไม่ยอมกลับใจ ไม่ยอมตื่นขึ้น พระองค์​จะมาจัดการกับพวกเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว เหมือนอย่างขโมย

– พระเยซูกล่าวถึงรางวัลสำหรับพวกเขา หากมีชัยชนะ ว่า>> พวกเขา​จะได้สวมเสื้อสีขาว
>> พวกเขาจะมีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิตตลอดไป
>> พวกเขาจะได้รับ การรับรองจากพระเยซู เฉพาะพระพักตร์พระบิดาและต่อหน้าบรรดาทูตสวรรค์

1.@ วันนี้จิตวิญญาณของเรากำลังจะตายหรือกำลังถดถอย โดยที่เราไม่รู้ตัวหรือเปล่า?

วันนี้ ความรักที่เรามีต่อพระเยซูได้จืดจางลง แต่เราเข้าใจผิดว่า ยังคงรักพระองค์เช่นเดิมหรือไม่?

วันนี้ เรายังคงรักสิ่งที่พระเยซูรัก และเกลียดสิ่งที่พระเยซูเกลียด และดีใจอย่างเหลือล้นสำหรับสิ่งที่พระเยซูดีใจหรือไม่ เรารู้สึกอย่างไรเมื่อได้เห็น คนๆหนึ่งตัดสินใจต้อนรับเชื่อพระเยซู?

2.# ใน วว. 3:7-13 อธิบายจดหมาย​ถึง​ ​​คริสต​จักร​ที่​เมืองฟีลาเดลเฟีย​​ ไว้ดังนี้

– พระเยซูมาหาพวกเขา ในฐานะ ​ผู้บริสุทธิ์ ผู้ทรงสัตย์จริง ผู้ทรงมีลูกกุญแจของดาวิด ผู้ทรงเปิดแล้วจะไม่มีใครปิดได้ ผู้ทรงปิดแล้วจะไม่มีใครเปิดได้

– พระเยซูทรงชมพวกเขา เรื่อง
​>> การถือรักษาคำของพระองค์ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีกำลังเพียงเล็กน้อยก็ตาม
>> การไม่ได้ปฏิเสธพระเยซู แม้ถูกข่มเหง
>> การมีความทรหดอดทน ต่อความทุกข์ยากลำบาก

– พระเยซูไม่มีเรื่องตำหนิพวกเขาเลย

– พระเยซูสั่งพวกเขา ให้
>> ​ยึดมั่นในสิ่งที่พวกเขามี คือความเชื่อในข่าวประเสริฐ และการรักษาคำของพระองค์ เพื่อจะไม่ให้ใครชิงเอามงกุฎของเจ้าไปได้

– พระเยซูสัญญาพวกเขากับว่า
>> ​พระองค์จะจัด​วาง​ประตู​ที่​เปิด​ไว้​ตรง​หน้า​พวก​เขา ซึ่งจะ​ไม่​มี​ใคร​สา​มา​รถ​ปิด​ได้
>> พระองค์จะทำให้ พวก​ธรรม​ศาลา​ของ​ซา​ตาน​ มา​กราบ​ลง​แทบ​เท้า​ของ​พวกเขา
>> พระองค์จะให้ศัตรูของพวกเขา ​รู้​ว่า​พระองค์ทรง​รัก​พวกเขามากเพียงใด
>> พระองค์จะ​เฝ้า​รักษา​พวกเขา​ให้​พ้น​จาก​ช่วง​เวลา​แห่ง​การ​ทด​ลอง ซึ่ง​จะ​มา​ถึง​คน​ทั่ว​ทั้ง​โลก
>> พระองค์จะเสด็จกลับมาโดยเร็ว

– พระเยซูกล่าวถึงรางวัลสำหรับพวกเขา หากมีชัยชนะ ว่า
>> พวกเขา​จะได้เป็น​เสา​หลัก​อยู่​ใน​พระ​วิหาร​ของ​พระ​เจ้า​ของ​เรา
>> พวก​เขา​จะ​มีการทรงสถิตของพระเจ้า ชั่วนิรันดร์
>> พวกเขา​จะได้รับการ​จารึก​พระ​นาม​พระ​เจ้า , ชื่อเมืองของพระเจ้า และพระนามใหม่ของพระเยซู บนตัวเขา

2.@ เมื่อเรายึดมั่นที่จะ เชื่อฟัง ทำตามพระคำของพระเจ้า ถึงแม้ว่าในเบื้องต้นอาจดูเหมือนต้องสูญเสียมากมาย
แต่ในเบื้องปลายจะได้รับสิ่งประเสริฐมากมายเกินกว่าจะที่จะบรรยายได้

วันนี้ เราเอาจริงเอาจังในการยึดมั่นในการทำตามพระคำของพระเจ้ามากเพียงใด?

3.# ใน วว. 3:14-22 อธิบายจดหมาย​ถึง​ ​คริสต​จักร​ที่​เมืองเลา​ดี​เซีย​ ไว้ดังนี้

– พระเยซูมาหาพวกเขา ในฐานะ ทรง​เป็น​พยาน​ที่​ซื่อสัตย์​และ​สัตย์​จริง และ​ทรง​เป็น​ต้น​กำ​เนิด​ของ​สิ่ง​สาร​พัด​

– พระเยซูไม่ทรงชมพวกเขาเลย

– พระเยซูทรงตำหนิพวกเขา เรื่อง​
>> พวกเขาเป็นแต่อุ่นๆ ไม่ทิ้งพระเจ้าแต่ก็ไม่กระตือรือร้นเพื่อพระเจ้า
>> พวกเขาไม่รู้ตัวว่า พวกเขาเป็น​คน​น่า​สม​เพช น่า​สัง​เวช ​ยาก​จน ตา​บอด และ​เปลือย​กาย

– พระเยซูสั่งพวกเขา ให้
>> ​ซื้อ​ทอง​คำ​ที่​หลอม​ด้วย​ไฟ​จาก​เรา เพื่อ​เจ้า​จะ​ได้​มั่งมี
>> ​ซื้อ​เสื้อ​ผ้า​สีขาว เพื่อ​จะ​ได้​สวม​ให้​พ้น​จาก​ความ​อับ​อาย​ที่​ต้อง​เปลือย​กาย
>> ซื้อ​ยา​หยอด​ตา​ของ​เจ้า เพื่อ​เจ้า​จะ​ได้​เห็น
>>>> เหล่านี้หมายถึง กลับใจใหม่ มาหาพระเยซู อย่างกระตือรือร้น ให้พระเยซูช่วยพวกเขา สอนพวกเขา

– พระเยซูเตือนพวกเขา
>> ​หากไม่ยอมกลับใจ พระองค์จะคายพวกเขาออกจากปากของพระองค์ พวกเขาจะไม่มีส่วนร่วมในพระองค์
>> พระองค์​รัก​พวกเขา พระองค์จึงทรง​ตัก​เตือน​และ​ตี​สอนพวก​เขา
>> พระองค์​ยืน​เคาะ​อยู่​ที่ด้านนอก​ประตูใจของพวกเขา อยากเข้ามามีส่วนร่วมกับพวกเขา เพียงแค่พวกเขาเปิดใจ พระองค์จะเข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตของพวกเขา

– พระเยซูกล่าวถึงรางวัลสำหรับพวกเขา หากมีชัยชนะ ว่า
>> พวกเขา​จะได้​นั่ง​กับพระเยซู​บน​พระ​ที่​นั่ง​ของ​พระองค์ เหมือน​อย่าง​ที่​พระเยซู​ได้​นั่ง​กับ​พระ​บิดา​

3.@ คนที่คิดไปเองว่า ตนเองเป็นคนฝ่ายวิญญาณ แต่ดำเนินชีวิตตามทางของเนื้อหนัง จะหลุดออกจากความสัมพันธ์กับพระเยซู

คนที่มีความสัมพันธ์อันดีกับพระเยซู ย่อมมีใจกระตือรือร้นในการดำเนินชีวิตที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า ในการรักษาชีวิตให้บริสุทธิ์ และในการใช้ชีวิตเพื่อสิ่งนิรันดร์ในโลกหน้าไม่ใช่เพื่อสิ่งชั่วคราวในโลกนี้ (เป็นความหมายของ ทองคำ เสื้อขาว ตา ตามลำดับ)

คำคม

“ ชัยชนะที่แท้จริงของผู้เชื่อ ไม่ใช่การหลุดพ้นปัญหา
แต่เป็นการเผชิญทุกปัญหาตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ”

ขุมทรัพย์ วิวรณ์ 2

ภาพรวม

  • ในบทนี้กล่าวถึง จดหมายจากพระเยซูถึงคริสตจักรในเมือง เอเฟซัส , ​สเมอร์​นา , ​เปอร์​กา​มัม และ ​ธิยา​ทิรา เพื่อเรียกร้องให้พวกเขาดำเนินชีวิตอย่างมีชัยชนะ ขณะที่ยังอยู่ในโลกนี้

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน วว. 2:1-7 อธิบายจดหมาย​ถึง​ ​คริสต​จักร​ที่​เมือง​เอ​เฟ​ซัส​ ไว้ดังนี้
– พระเยซูมาหาพวกเขา ในฐานะ ​ทรง​เป็นเจ้าของคริสตจักรและ ทรงอยู่ท่ามกลางคริสตจักร

– พระเยซูทรงชมพวกเขา เรื่อง​
>> การ​ตราก​ตรำ​และ​ความ​ทร​หด​อด​ทน​ของพวกเขา
>> การไม่​ยอม​อ่อนข้อ​ต่อ​พวก​คน​ชั่ว​ ที่​ปลอม​ตัว​มา​เป็น​อัคร​ทูต แล้วมาสอนเท็จ
>> ความ​ทร​หด​อด​ทน และ​ยอม​ทน​เพราะ​นาม​ของ​พระเยซู
>> การ​ไม่​ได้​อ่อน​ระอา แม้พบความยากลำบาก
>> การเกลียด​ชัง​สิ่งที่พระเจ้ารังเกียจ ความ​ประ​พฤติ​ของ​พวก​นิ​โค​เลาส์​ พวกสอนเทียมเท็จ

– พระเยซูทรงตำหนิพวกเขา เรื่อง​
>> การ​ละ​ทิ้ง​ความ​รัก​ดั้งเดิมที่เคยมีต่อพระองค์

– พระเยซูสั่งพวกเขา ให้
>> ​ระลึก​ถึง​สภาพ​เดิม​ที่​พวกเขาตก​ลง​มา​แล้ว​นั้น
>> ​กลับ​ใจ​ใหม่​
>> ทำ​ตาม​ที่​ประ​พฤติ​ใน​ตอน​แรก

– พระเยซูเตือนพวกเขา
>> ​หากไม่ยอมกลับใจ พระองค์​จะ​มา​​ย้าย​คัน​ประ​ทีป​ของ​เจ้า​ออก​จาก​ที่​ของ​มัน
การทรงสถิตของพระเจ้า จะไมได้อยู่กับพวกเขาอีกต่อไป

– พระเยซูกล่าวถึงรางวัลสำหรับพวกเขา หากมีชัยชนะ ว่า
>> พวกเขาจะ​ให้​เขา​กิน​ผล​จาก​ต้น​ไม้​ที่​ให้​ชีวิต ที่​อยู่​ใน​เมือง​บรม​สุข​เก​ษม​ของ​พระ​เจ้า
ได้รับชีวิตนิรันดร์

1.@ พระเยซูทรงทราบและไม่ลืม ทุกสิ่งที่เราได้อดทนเพราะเห็นแก่พระนามของพระองค์

เราสมควรเกลียดสิ่งที่พระเจ้าเกลียด ได้แก่ เกลียดบาป และเกลียดคำสอนเท็จ

วันนี้ เราได้ร่วงหล่นจากความรักที่เคยมีต่อพระเยซูหรือไม่?
ถ้าเป็นเช่นนั้น จงรีบกลับใจใหม่ ก่อนที่จะสายเกินไป

2.# ใน วว. 2:8-11 อธิบายจดหมาย​ถึง​ ​​คริสต​จักร​ที่​เมือง​สเมอร์​นา​​ ไว้ดังนี้
– พระเยซูมาหาพวกเขา ในฐานะ ​ผู้​ทรง​เป็น​เบื้อง​ต้น​และ​เบื้อง​ปลาย ผู้​ซึ่ง​สิ้น​พระ​ชนม์​แล้ว และ​กลับ​มี​ชีวิต​อีก

– พระเยซูทรงชมพวกเขา เรื่อง​
>> การอดทนต่อความ​ยาก​ลำ​บาก​และ​ยาก​จน​
>> การอดทนต่อ​การ​กล่าว​ร้าย​ของ​พวก​​ธรรม​ศาลา​ของ​ซา​ตาน

– พระเยซูไม่มีเรื่องตำหนิพวกเขาเลย

– พระเยซูสั่งพวกเขา ให้
>> ​อย่า​กลัว​การ​ทน​ทุกข์​ที่​พวกเขาจะ​ได้​รับ​นั้น
>> ​​ซื่อสัตย์​จวบ​จน​วัน​ตาย แล้วพระเยซู​จะ​มอบ​มง​กุฎ​แห่ง​ชีวิต​ให้​แก่​พวกเขา

– พระเยซูเตือนพวกเขา
>> ​มาร​จะ​ขัง​พวก​เขา​บาง​คน​ไว้​ใน​คุก​เพื่อ​ทด​ลอง​พวก​เขา
>> พวกเขา​จะ​ได้​รับ​ความ​ยาก​ลำ​บาก​ถึง​สิบ​วัน

– พระเยซูกล่าวถึงรางวัลสำหรับพวกเขา หากมีชัยชนะ ว่า
>> พวกเขาจะ​ไม่​ได้​รับ​อัน​ตราย​จาก​ความ​ตาย​ครั้ง​ที่​สอง​เลย แต่จะรับชีวิตนิรันดร์

2.@ แม้วันนี้เรากำลังประสบความทุกข์ยาก แต่ความทุกข์นั้น มันมีเวลาจำกัด มันไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป เหมือน ที่เกิดกับคริสเตียน​สเมอร์​นา 10 วัน ซึ่งเราไม่รู้หมายถึงนานเพียงใด แต่ที่แน่ๆ มันมีเวลาจำกัด

ความทุกข์ที่เรากำลังเผชิญ มันมีเวลาจำกัด

3.# ใน วว. 2:12-17 อธิบายจดหมาย​ถึง​ ​คริสต​จักร​ที่​เมือง​เปอร์​กา​มัม ไว้ดัง​นี้​

– พระเยซูมาหาพวกเขา ในฐานะ ​ผู้​ทรง​ถือ​ดาบ​สอง​คม​ที่​คม​กริบ​

– พระเยซูทรงชมพวกเขา เรื่อง​
>> การยึด​มั่น​ใน​นาม​ของ​พระองค์
>> การ​ไม่​ปฏิ​เสธ​ความ​เชื่อ​ใน​พระเยซู แม้​มีการข่มเหงรุนแรงถึงขนาดบางคนท่ามกลางพวกเขาถูกฆ่าตาย

– พระเยซูทรงตำหนิพวกเขา เรื่อง​
>> มี​บาง​คน​ที่​ยึด​ถือ​คำ​สอน​เท็จ ล่อลวงให้พี่น้องกิน​อา​หาร​ที่​บูชา​รูป​เคารพ​และ​ล่วง​ประ​เวณี เหมือนการกระทำของ​บา​ลา​อัม
>> ​มี​คน​ที่​ยึด​ถือ​คำ​สอน​เท็จของ​พวก​นิ​โค​เลาส์​

– พระเยซูสั่งพวกเขา ให้
>> ​กลับ​ใจ​ใหม่

– พระเยซูเตือนพวกเขา
>> ​หากไม่ยอมกลับใจ พระเยซูจะ​มา​​ต่อ​สู้​กับ​พวก​เขา​ด้วย​ดาบ​ใน​ปาก​ของ​พระองค์ โดยเร็ววัน

– พระเยซูกล่าวถึงรางวัลสำหรับพวกเขา หากมีชัยชนะ ว่า
>> พวกเขาจะ​ได้รับมานาที่​ซ่อน​อยู่​ และ​จะ​ได้​หิน​ขาวที่มี​ชื่อ​ใหม่​จา​รึก​ไว้​ซึ่ง​ไม่​มี​ใคร​รู้​เลย​นอก​จาก​ตัวเขาเอง

3.@ การยึดมั่นในความเชื่อเป็นสิ่งประเสริฐและจะนำพระพรยิ่งใหญ่มาสู่ชีวิต
แต่สิ่งนั้นก็ไม่ได้ทำให้ผู้นั้นมีสิทธิดำเนินชีวิตในบาปได้ โดยพระเจ้าจะไม่จัดการอะไรเลย

จงยึดความเชื่อไว้มั่น และ ดำเนินชีวิตสอดคล้องกับความเชื่อนั้น

4.# ใน วว. 2:18-29 อธิบายจดหมาย​ถึง​ ​คริสต​จักร​ที่​เมือง​​ธิยา​ทิรา ไว้ดัง​นี้​

– พระเยซูมาหาพวกเขา ในฐานะ ​ผู้​เป็น​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า ผู้​ทรง​ทราบทุกสิ่ง และ​ทรง​มี​พระ​บาท​เหมือน​ทอง​สัม​ฤทธิ์ ผู้เป็นความมั่นคงแก่ผู้ที่ทนทุกข์เพื่อพระองค์

– พระเยซูทรงชมพวกเขา เรื่อง​
>> ​ความ​รัก ความ​เชื่อ การ​ปรน​นิบัติ และ​ความ​ทร​หด​อด​ทน​ของพวกเขา
>> ความ​ประ​พฤติ​ใน​ตอน​ปลาย​นั้น​ดี​กว่า​ตอน​ต้น มีการกลับใจใหม่ ชีวิตเติบโตขึ้นในฝ่ายวิญญาณ

– พระเยซูทรงตำหนิพวกเขา เรื่อง​
>> พวกเขาไม่ยอมจัดการ ผู้​หญิงที่​อ้าง​ตัว​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ ที่สอน​และ​ล่อ​ลวงพี่น้อง ​ให้​ล่วง​ประ​เวณี​และ​กิน​อาหาร​ที่​บูชา​รูป​เคารพ

– พระเยซูสั่ง ผู้​ไม่​ถือ​คำ​สอนเท็จเหล่านั้น และ​ไม่​ยุ่งเกี่ยวกับ ความ​ล้ำ​ลึก​ของ​ซา​ตาน ให้พวกเขา
>> ยึด​มั่น​สิ่ง​ที่​มี​อยู่​จน​กว่าพระเยซู​จะ​มา

– พระเยซูเตือนพวกเขา​
>> หากผู้หญิงคนนั้นไม่ยอมกลับใจ พระองค์จะทำให้นางต้องล้มป่วย และ​จะ​ประ​หาร​ลูกๆ ของ​นาง​ให้​ตาย
>> หากคน​ที่​ล่วง​ประ​เวณี​กับ​ผู้หญิงนั้นไม่ยอมกลับใจ พระองค์ทำให้พวกเขาพบกับความ​ยาก​ลำ​บาก​ยิ่ง​ใหญ่
>> พระเยซูจะ​ให้​กับ​จัดการกับ​แต่​ละ​คน​ตาม​ความ​ประ​พฤติ​ของ​พวก​เขา

– พระเยซูกล่าวถึงรางวัลสำหรับพวกเขา หากมีชัยชนะและ​ปฏิ​บัติ​งาน​ของพระองค์​จน​ถึง​ที่​สุด ว่า
>> พวกเขาจะได้รับ​สิทธิ​อำ​นาจ​เหนือ​บรร​ดา​ประ​ชา​ชาติ​
>> พวกเขา​จะ​ปก​ครอง​ดู​แล​คน​ทั้ง​หลาย​ด้วย​คทา​เหล็ก เหมือน​อย่าง​ที่​พระเยซู​ได้​รับ​อำ​นาจ​จาก​พระ​บิดา​
>> พวกเขา​จะได้รับ​มอบ​ดาว​ประ​จำ​รุ่ง ​​ด้วย

4.@ การปล่อยปละละเลย ให้คำสอนเท็จแพร่ไปในคริสตจักรเป็นสิ่งที่พระเจ้าไม่พอพระทัย

การทนทุกข์เพื่อพระคริสต์เป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่ และจะนำพระพรยิ่งใหญ่มาสู่ชีวิต

คำคม

“ ความทุกข์ในโลกนี้ ไม่ว่ามันจะมากแค่ไหน ก็มันสิ้นสุด ”

ขุมทรัพย์ วิวรณ์ 1

ภาพรวม

  • อัครทูตยอห์น ถูกเนรเทศไปอยู่ที่เกาะปัสมอส เพราะเหตุความเชื่อในพระเยซู ณ ที่นั่น พระเจ้าได้สำแดงนิมิตแก่เขา และสั่งให้เขาเขียนพระธรรมวิวรณ์ ขึ้น เพื่อหนุนใจบรรดาคริสเตียนที่ต้องประสบกับความทุกข์ยากลำบากและการถูกข่มเหง ในช่วงเวลานั้น ​เพื่อ​สอน​พวกเขาว่า​พระ​เจ้า​ทรง​ครอบครอง​อยู่​เหนือ​ทุก​สิ่ง​และ​แผนการ​ของ​พระ​เจ้า​สำหรับ​ทุก​สิ่ง​จะต้อง​สำเร็จ ดังนั้นพวกเขาต้อง​ไม่ให้​ละ​ทิ้ง​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​เยซู​คริสต์ และ พระเจ้าได้​เปิดเผย​เหตุการณ์​บางอย่าง​ที่​จะ​เกิดขึ้น​ใน​อนาคต แก่พวกเขาด้วย
  • ในบทนี้ยอห์น ได้อธิบายถึงการที่เขาเขียนพระธรรมวิวรณ์นี้ก็เพราะเป็นคำสั่งของพระเยซู และยอห์นได้บรรยายถึงพระลักษณะของพระเยซูเมื่อเต็มด้วยสง่าราศีว่า น่ายำเกรงมากสักเพียงใด

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน วว. 1:1-3 เปิดเผยว่า พระธรรมวิวรณ์นี้เป็นการสำแดงที่พระเยซูคริสต์แก่ประชากรของพระองค์ ถึงสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นในอนาคต
​และมีคำสัญญาว่า “ผู้​ที่​อ่าน​ ​ผู้​ที่​ฟัง​ แล้ว​ประ​พฤติ​ตาม​สิ่ง​ต่างๆ ที่​เขียน​ไว้​ในพระธรรวิวรณ์นี้ จะได้รับพระพร”

1.@ ให้เรามาอ่าน ความลับจากสวรรค์ที่พระเยซูทรงเปิดเผยให้เรารู้กันเถิด เพียงแค่อ่านหรือฟัง แล้วเอาไปทำตาม ก็จะได้รับพระพรมากมาย

2.# ใน วว. 1:4 บรรยายให้เห็นถึงสง่าราศีและความเลิศประเสริฐของพระเยซู ว่า ​
– พระเยซู​​ทรง​เป็น​อยู่
– พระเยซูทรง​เคย​เสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์บนโลกนี้
– พระเยซู​จะ​เสด็จกลับ​มา​อีก
– ​พระ​เยซู​ทรงเป็น​พยาน​ผู้​ซื่อ​สัตย์
– พระเยซูทรงเป็น​ผู้​แรก​ที่​ทรง​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย
– พระเยซูทรง​เป็นผู้​ทรง​ครอบ​ครอง​เหนือ​บรร​ดา​กษัตริย์​ใน​โลก
– พระเยซูทรง​ทรง​รัก​เรา
– พระเยซูทรง​ปลด​ปล่อย​เรา​จาก​บาป​ของ​เรา​ด้วย​พระ​โล​หิต​ของ​พระ​องค์
– พระเยซูทรง​ตั้ง​เรา​ให้​เป็น​อา​ณา​จักร​
– พระเยซูทรงเป็น​พวก​ปุโร​หิต​ของ​พระ​เจ้า​พระ​บิดา​
– พระเยซู​จะ​เสด็จ​มา​พร้อม​กับ​หมู่​เมฆ และ​นัยน์​ตา​ทุก​ดวง​จะ​เห็น​พระ​องค์ และ​มนุษย์​ทุก​เผ่า​พันธุ์​ทั่ว​โลก​จะ​คร่ำ​ครวญ​เพราะ​พระ​องค์
– พระเยซูทรง​ฤท​ธา​นุภาพ​สูง​สุด
– พระเยซูทรง​เป็น​อัล​ฟา​และ​โอ​เม​กา เป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย เป็นปฐมและอวสาน

2.@ พระเยซูผู้ทรงสมควรแก่การเคารพรัก สรรเสริญและเทิดทูนอย่างยิ่ง
วันนี้เราปฏิบัติต่อพระองค์อย่างที่สมควรจะกระทำแล้วหรือยัง?

3.# วว. 1:9 อธิบายว่า ​ยอห์น ได้รับการดลใจจากพระ​วิญ​ญาณ​บริสุทธิ์ รับการสำแดงจากพระเจ้า ให้เขียน​สิ่งที่เขาได้เห็นไว้​ใน​หนัง​สือ​ม้วน และ​ส่ง​ไป​ให้​คริสต​จักร​ทั้ง​เจ็ด ในแคว้นเอเชีย ในเวลานั้น

เมื่อยอห์นได้เห็นพระเยซูเต็มด้วยสง่าราศี
– ทรง​ฉลอง​พระ​องค์​ยาว​คลุม​พระ​บาท
– ​ทรง​คาด​แถบ​ทอง​คำ​ที่​พระ​อุระ
– พระ​เศียร​และ​พระ​เก​ศา​ ขาว​เหมือน​อย่าง​ขน​แกะ และ​ขาว​เหมือน​อย่าง​หิมะ
– พระ​เนตร​ ​เหมือน​อย่าง​เปลว​ไฟ
– พระ​บาท​ ​เหมือน​ทอง​สัม​ฤทธิ์ ราวกับหลอม​บริ​สุทธิ์​แล้ว​ใน​เตา​ไฟ
– พระ​สุรเสียง​ของ​พระ​องค์​เหมือน​อย่าง​เสียง​น้ำ​มาก​หลาย
– พระ​หัตถ์​ขวา​ ​ทรง​ถือ​ดวง​ดาว​เจ็ด​ดวง
– ​มี​ดาบ​สอง​คม​ที่​คม​กริบ​ออก​มา​จาก​พระ​โอษฐ์
– ​พระ​พักตร์ เหมือน​อย่าง​ดวง​อา​ทิตย์​ที่​ส่อง​แสง​แรง​กล้า

ยอห์นบรรยายว่า เมื่อเขาเห็น​พระ​องค์ ในพระลักษณะเช่นนั้น เขาก็ตกใจก็​ล้ม​ลง​แทบ​พระ​บาท​ของ​พระ​องค์​เหมือน​อย่าง​คน​ตาย

และ​พระ​องค์​วาง​พระ​หัตถ์​ขวา​บน​ตัว​เขา แล้ว​ตรัส​ว่า
“อย่า​กลัว​เลย เรา​เป็น​เบื้อง​ต้น​และ​เป็น​เบื้อง​ปลาย
เป็น​ผู้​ที่​ดำ​รง​ชีวิต​อยู่
เรา​ได้​ตาย​แล้ว แต่​นี่​แน่ะ เรา​ยัง​ดำ​รง​ชีวิต​อยู่​ตลอด​ไป​เป็น​นิตย์
และ​เรา​ถือ​ลูก​กุญ​แจ​ทั้ง​หลาย​แห่ง​ความ​ตาย​และ​แห่ง​แดน​คน​ตาย”

พระเยซูสั่งให้ยอห์น​เขียน​สิ่ง​ที่ได้​เห็น​ ​คือ สิ่ง​ที่​กำ​ลัง​เกิดขึ้น​ขณะ​นี้ กับ​สิ่ง​ที่​จะ​เกิด​ขึ้น​ในอนาคต ลงในหนังสือ ซึ่งก็คือพระธรรมวิวรณ์ในปัจจุบันนั่นเอง

3.@ เมื่อพระเยซูเต็มด้วยสง่าราศี ขนาดยอห์นสาวกที่สนิทกับพระเยซูที่สุด เมื่อเห็นแล้วยังตกใจล้มลงเหมือน​อย่าง​คน​ตาย
แล้วคิดดูสิ คนบาปที่จะต้องถูกพิพากษา เมื่อต้องยืนอยู่ต่อจำเพาะพระพักตร์พระเยซู จะตกใจและสะพรึงกว่ามากยิ่งสักเพียงใด

พระเยซูทรงเปิดเผยเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตให้คริสเตียนรู้ ไม่ใช่เพื่อเขาจะหยั่งรู้รายละเอียดของอนาคต
แต่เพื่อพวกเขาจะได้รับการหนุนใจให้มั่นคงในความเชื่อ เพราะวันแห่งการพิพากษาของพระเจ้านั้นกำลังจะมาถึงแล้ว

คำคม

“ ผู้อ่าน ผู้ฟัง พระธรรมวิวรณ์แล้วนำไปทำตาม จะได้รับพระพรยิ่งใหญ่ ”

ขุมทรัพย์ ยูดา

ภาพรวม

  • ยูดา เป็นน้องของยากอบ ซึ่งทั้งสองเป็นลูกของนางมารีย์ ดังนั้นทั้งสองเป็นน้องของพระเยซูด้วย(มธ. 13:55)
  • ยูดาเขียนจดหมายนี้ ถึงคริสเตียนทั่วไป เพื่อ​หนุน​ใจพวกเขา​ให้​ยืน​หยัด​ใน​ความ​เชื่อ ​ต่อต้าน​กับ​ลัทธิ​เทียม​เท็จ​

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ยด. 1:1 ชี้ให้เห็นว่า เราผู้ได้รับ​การ​ทรง​เรียก ผู้​เป็น​ที่รัก​ของ​พระ​เจ้านั้น จะได้รับ​การ​คุ้ม​ครอง​รัก​ษา​

1.@ พระเจ้าทรงรักเราอย่างที่สุด พระองค์จะทรงคุ้มครองเราอย่างแน่นอน

2.# ยด. 1:3-24 สอนว่า ข่าวประเสริฐนั้น พระเจ้าทรง​มอบ​ให้​กับ​ผู้เชื่อ​ครั้ง​เดียว​ ใช้ได้ตลอด​ไป ไม่จำเป็นต้องต่อเติมหรือเพิ่มเติมอะไรอีกเลย
หากมีคำสอนที่บิดเบือนความจริงนี้ เราต้อง​ต่อสู้​ ต่อต้าน เพื่อ​​ความ​เชื่อ​ในความจริงแห่งข่าวประเสริฐนี้

มี​บางคน​ได้เอา​พระ​คุณ​ของ​พระ​เจ้า​ ​มา​บิด​เบือน ​เป็น​ช่อง​ทาง​ทำ​ความ​ชั่วช้า​ลา​มก ว่าเรารอดแล้วโดยพระคุณดังนั้นทำชั่วช้าลามกกันได้เต็มที่เลย

มีบางคน​ได้​ปฏิ​เสธ​พระ​เยซู​คริสต์ ว่าพระองค์ไม่ได้เป็นพระบุตรของพระเจ้า

แม้พวกเขาเคยได้เชื่อว่าผู้เชื่อ แต่บัดนี้ละทิ้งความเชื่อในพระเยซูเสีย พวกเขาจะไม่รอด แต่จะพบกับความพินาศ
– เหมือนเรื่องของ คนอิสราเอลที่พระเจ้าทรงช่วย​ให้​รอด​พ้น​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์ แต่​ภาย​หลัง​ก็​ทรง​ทำ​ลาย​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ไม่​เชื่อ
– เหมือน​พวก​ทูต​สวรรค์​ที่​เคยได้อยู่ในสวรรค์(มารซาตานและสมุนของมัน) แค่กลับกบฏต่อพระเจ้า พระ​องค์​จึงทรง​จอง​จำ​ไว้​ด้วย​โซ่​อัน​ไม่​รู้​จัก​สลาย​ใน​ที่​มืด​จน​กว่า​จะ​ถึง​เว​ลา​พิพาก​ษา​ใน​วัน​ยิ่ง​ใหญ่​
– ​เมือง​โส​โดม​เมือง​โก​โม​ราห์​และ​เมือง​ต่างๆ ที่​อยู่​รอบๆ นั้น เคยตั้งอยู่ แต่ได้​ประ​พฤติ​ผิด​ศีล​ธรรม​ทาง​เพศ​และ​มัว​เมา​ใน​กาม​วิต​ถาร จึงถูกเผาด้วยไฟกำมะถัน ​เป็น​ตัว​อย่าง​ของ​การ​รับ​โทษ​ใน​ไฟ​นิรันดร์

​ดังนั้น พวกสอนเทียมเท็จที่เย่อหยิ่งยโสเหล่านั้น พวกเขา​จะ​ถูก​ทำ​ลาย

วิบัติ​มี​แก่​พวก​เขา เพราะ
– พวก​เขา​ดำ​เนิน​ตาม​ทาง​ของ​คา​อิน ที่ทำลายน้อง
– พวกเขา​ปล่อย​ตัว​ทำ​ตาม​ความ​ผิด​พลาด​ของ​บา​ลา​อัม ที่ชักชวนให้อิสราเอลทำบาป ละทิ้งพระเจ้า
– พวกเขาทำตัวเหมือนอย่าง​กบฏ​ของ​โค​ราห์ ที่​เห็น​แก่​ได้ จนชวนคนให้ก่อกบฏ
​- พวกเขาทำให้พิธีมหาสนิท​เสื่อม​เสีย​ไป ด้วยการ​กิน​เลี้ยง​กันในพิธีมหาสนิท​โดย​ปราศ​จาก​ความ​ยำ​เกรงพระเจ้า

พวกเขา​เป็นเหมือน
– ​ผู้​เลี้ยง​แกะ​ที่​เลี้ยง​แต่​ตัว​เอง
– ​เมฆ​ที่​ไม่​มี​น้ำ​ที่​ถูก​พัด​ลอย​ไป​ตาม​ลม
– ​ต้น​ไม้​ที่​ไร้​ผล​ใน​ฤดู​ที่​ออก​ผล​และ​ตาย​มา​สอง​หน​แล้ว​เพราะ​ถูก​ถอน​ออก​ทั้ง​ราก
– ​คลื่น​รุน​แรง​ใน​ทะ​เล​ที่​ซัด​ฟอง​แห่ง​ความ​บัดสี​ของ​ตน​เอง​ขึ้น​มา เป็น
– ​ดวง​ดาว​ที่​พลัด​ออก​ไป​นอก​วง​โค​จร ความ​มืด​มิด​ถูก​สงวน​ไว้​สำ​หรับ​พวก​เขา​ตลอด​กาล

เมื่อพระเยซู​เสด็จ​กลับมานั้น จะทรง​พิพาก​ษาพวกเขา​ทุก​คน
วันนั้น พวกเขาจะ​สำ​นึก​ตัว​ถึง​การ​อธรรม​ทุก​อย่าง ที่​พวก​เขา​ทำ​ไป​ และ​สำ​นึก​ตัว​ถึง​ความ​หยาบ​ช้า​ทั้ง​หมด ที่​ได้​กล่าว​ร้าย​ต่อ​พระ​องค์

พวกเขา​เป็นมีลักษณะ
– ​ช่าง​บ่น​ช่าง​ติ
– ดำ​เนิน​ชีวิต​ตาม​ความ​ปรารถ​นา​ชั่ว​ของ​ตัว​เอง
– ​ปาก​ของ​พวก​เขา​คุย​โว​โอ้​อวด
– ยก​ยอ​ผู้​อื่น​เพื่อ​หวัง​ประ​โยชน์​ของ​ตน

ซึ่งตรงกับคำพยากรณ์ที่บรรดาอัครทูตของพระเยซูได้พยากรณ์ไว้ ว่า
ใน​วาระ​สุด​ท้าย​จะ​มี​คน​ที่​ชอบ​เยาะ​เย้ย​เกิด​ขึ้น ซึ่งพวกเขา
– จะดำ​เนิน​ชีวิต​ตาม​ความ​ปรารถ​นา​ชั่ว​ของ​ตัว​เอง
– จะ​ก่อ​ให้​เกิด​ความ​แตก​แยก
– จะหมก​มุ่น​อยู่​ใน​โลกีย​วิสัย
– จะ​ปราศ​จาก​พระ​วิญ​ญาณ

ดังนั้น สิ่งที่เราควรทำ คือ
– ​สร้าง​ตัว​ของ​เรา​ขึ้น​บน​ความ​เชื่อ​แห่งข่าวประเสริฐ ไม่หลงตามคำสอนของพวกเขา
– ​อธิษ​ฐาน​โดย​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์ อยู่เสมอ
– ​รัก​ษา​ตัว​ให้​อยู่​ใน​ความ​รัก​ของ​พระ​เจ้า
– มี​ใจ​เมต​ตา​คน​ที่​ยัง​สง​สัย​อยู่
– ​ช่วย​คน​ให้​รอด​ด้วย​การ​ฉุด​เขา​ออก​จาก​ไฟ
– ​เมต​ตา​ผู้​อื่น​ด้วย​ความ​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า
– ​รัง​เกียจ​แม้​แต่​เสื้อ​ผ้า​ที่​เปรอะ​เปื้อน​ด้วย​กาย​ที่​เป็น​มล​ทิน ไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวกับพฤติกรรมของพวกเขา

แล้วพระเจ้าจะทรง​ปก​ป้อง​เรา​ไม่​ให้​สะ​ดุด​ล้ม และ​ทรง​ตั้ง​เรา​อยู่​เบื้อง​หน้า​พระ​สิริ​ของ​พระ​องค์ โดย​ปราศ​จาก​ตำ​หนิ​และ​เต็มไปด้วยความ​ร่า​เริง​ยินดี

2.@ ข่าวประเสริฐมีข่าวประเสริฐเดียว ไม่มีข่าวประเสริฐอื่นอีก และไม่จำเป็นต้องเพิ่มเติมอะไรเข้าไปอีก
การบิดเบือนข่าวประเสริฐนั้น เป็นการกระทำที่สุดแสนชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระเจ้า
เพราะเป็นการพยายามทำลายสิ่งที่พระเยซูทรงซื้อมาด้วยราคาอันสูง คือด้วยชีวิตของพระองค์เอง

เราควรยึดมั่นในข่าวประเสริฐจนวันตาย
และไม่ยอมอ่อนข้อให้กับใครก็ตามที่พยายามบิดเบือนข่าวที่แสนประเสริฐนี้

คำคม

“ ข่าวประเสริฐมีเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งมีผลชั่วนิรันดร ”

ขุมทรัพย์ 3 ยอห์น

ภาพรวม

  • อัครทูตยอห์น เขียน 3 ยอห์น ถึง กายอัส คริสเตียนผู้หนึ่งซึ่งยอห์นรู้จักเขาเป็นอย่างดี เพื่อหนุนใจกายอัสให้ทำสิ่งที่ดีต่อไปด้วยการต้อนรับผู้ประกาศข่าวประเสริฐ และให้เขาระมัดระวังบางคนที่สอนผิด

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 3ยน. 1:1-2 ชี้ให้เห็นว่า การเป็นคริสเตียนก็เจ็บป่วยได้ แต่ก็เป็นสิ่งดีที่จะมีสุขภาพแข็งแรง
ยอห์น​อธิษ​ฐาน​ขอ​ให้​กายอัสมี​สุข​ภาพ​แข็ง​แรง และ​มี​ความ​สุข​ความ​เจริญ​ทุก​อย่าง เหมือน​จิต​วิญ​ญาณ​ของ​ท่าน​กำ​ลัง​เจริญ​อยู่​นั้น

เป็นไปได้ว่ากายอัส น่าจะเจ็บป่วยอยู่ ยอห์นจึงอธิษฐานขอให้เขาหายป่วย

1.@ การเจ็บป่วยเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้กับคนที่รักพระเจ้า ดังนั้นความคิดที่ว่าเป็นคริสเตียนจะไม่เจ็บไม่ป่วย น่าจะตกขอบไปสักหน่อย
แต่ขณะเดียวกัน เมื่อเกิดความเจ็บป่วยเกิดขึ้น เป็นการดีที่จะอธิษฐานต่อพระเจ้าให้คนที่เจ็บป่วยนั้นรับการรักษาให้หาย

2.# ใน 3ยน. 1:3-8 สอนให้ เรา​ประ​พฤติ​ตาม​ความ​จริงแห่งข่าวประเสริฐ โดยการสำแดงความรักต่อ​พี่​น้อง แม้ว่าพวกเขาเป็น​แขก​แปลก​หน้า ไม่ใช่คนใกล้ชิด แต่เมื่อรู้ว่าเขาเป็นพี่น้องในพระคริสต์ ก็ต้อนรับพวกเขาอย่างดี ซึ่งเป็น​การ​แสดง​ความ​ซื่อ​สัตย์​ในสิ่งที่พระเจ้ามอบหมายให้เราได้ครอบครอง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาผู้ที่งานรับใช้พระเจ้า หรือผู้ประกาศข่าวประเสริฐ คนเช่นนี้สม​ควร​ได้รับการต้อนรับ​อย่างยิ่ง เพราะเรากับพวกเขา​เป็น​ผู้​ร่วม​งาน​กัน​เพื่อ​ความ​จริงแห่งข่าวประเสริฐจะได้แพร่ขยายออกไป

2.@ หากเราเชื่อความจริงแห่งข่าวประเสริฐจริงๆ เราจะดำเนินชีวิตตามความจริงนั้น
ด้วยการสำแดงความรักแก่พี่น้องในพระคริสต์ และสนับสนุนการประกาศข่าวประเสริฐของพระคริสต์

วันนี้ เราได้ทำอะไรที่เป็นการสำแดงความรักแก่พี่น้องบ้าง?
วันนี้ เราได้ใช้สิ่งที่พระเจ้าประทานให้แก่เรา มามีส่วนในการสนับสนุนการประกาศข่าวประเสริฐอย่างไรบ้าง?

3.# ใน 3ยน. 1:9-12 ได้พูดถึง ดิโอ​เตร​เฟส ผู้​อยาก​จะ​เป็น​ใหญ่​เป็น​โต​ใน​คริสตจักร ไม่​ยอม​รับยอห์น ​กล่าว​ใส่​ความ​ยอห์น​ด้วย​ถ้อย​คำ​เลว​ทราม และ​ยัง​ไม่​ยอมต้อนรับพี่​น้องที่เดินทางผ่านมา ทั้ง​ยัง​กีด​กัน​คน​ที่​ต้อง​การ​จะ​รับ​รอง​พี่น้องเหล่านั้น และ​ไล่พี่น้องเหล่านั้นออก​จาก​คริสต​จักร อีกด้วย

ยอห์นชี้ให้เห็นว่า การกระทำนี้เป็น​สิ่ง​ที่​ชั่ว ไม่ควรที่เราจะเลียนแบบ ตัวอย่างคนทำชั่วได้แก่ ​ดิโอ​เตร​เฟส (ข้อ 9)
แต่เราควร​เลียน​แบบ​สิ่ง​ที่​ดี ตัวอย่างคนทำดีได้แก่ เด​เม​ตริ​อัส (ข้อ 12)

เพราะ คน​ที่​ทำ​ชั่ว​ไม่​เคย​เห็น​พระ​เจ้า แต่คน​ที่​ทำ​ดี​มา​จาก​พระ​เจ้า

3.@ คนทำชั่ว คือ คนที่ทำสิ่งที่ชั่วร้าย หรือ สนับสนุนให้คนอื่นทำชั่ว หรือ ขัดขวางไม่ให้คนอื่นทำสิ่งที่ดี
คนที่ทำดี คือ คนที่ สำแดงความรักแก่พี่น้อง และสนับสนุนให้คนอื่นสำแดงความรักแก่พี่น้อง

วันนี้ คนชอบธรรมอย่างเรา กำลัง ทำชั่ว หรือ ทำดี?

คำคม

“ คนที่รักพระเจ้า จะต้อนรับคนของพระเจ้า ”

ขุมทรัพย์ 2 ยอห์น

ภาพรวม

  • อัครทูตยอห์น เขียน 2 ยอห์น ถึง“​สุภาพสตรี​ที่ทรงเลือกไว้” ซึ่งหมายถึง​ คริสตจักร​ เพื่อเป็นการเปรียบเทียบ
  • (ในภาษากรีก คำนามจะมีระบุเพศด้วย เช่น โต๊ะเป็นเพศชาย เก้าอี้เป็นเพศหญิง เป็นต้น คำว่า “คริสตจักร” ในภาษกรีกเป็นเพศหญิง)
  • ยอห์นเขียนจดหมายนี้เพื่อให้คริสเตียนสำแดงความรักอย่างถูกต้อง และต่อต้านพวกผู้สอนเท็จ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 2ยน. 1:2-4 สอนว่า ​ความ​จริงแห่งข่าวประเสริฐ​ที่​อยู่​ใน​เรา ​จะ​ดำ​รง​อยู่​กับ​เรา​ชั่ว​นิรันดร์
และเพราะพระคุณ พระ​เมต​ตา และ​สันติ​สุข​จาก​พระ​เจ้า จะ​ดำ​รง​อยู่​​ใน​ความ​จริงนั้น ดังนั้น เราจึงจะได้รับ ความรัก พระคุณ พระเมตตา และสัติสุขจากพระเจ้าตลอดไป

เมื่อเราดำรงอยู่ในความจริงแห่งข่าวประเสริฐแล้ว เราก็สมควร​ดำ​เนิน​ชีวิต​ตาม​ความ​จริง

1.@ ตราบเท่าที่เรายึดมั่นในความจริงแห่งข่าวประเสริฐเอาไว้ เราก็จะพบกับพระคุณ พระเมตตา และสันติสุขจากพระเจ้าเสมอไป ไม่มีใครจะมาแย่งชิงไปจากเราได้

ตราบเท่าที่เรายังคงเชื่อว่า โดยการเชื่อวางใจในพระเยซูอย่างแท้จริง ทำให้เรารอดพ้นบาป รับการอภัย กลายเป็นคนชอบธรรม เข้าส่วนในพระเจ้า และจะได้ครอบครองร่วมกับพระองค์ชั่วนิรันดร์
ตราบนั้นพระคุณ พระเมตตา และสันติสุขจากพระเจ้า จะไม่มีวันพรากไปจากเราเลย

วันนี้ หากเรา ห่างไกลกับคำว่า สันติสุขในพระเจ้า เป็นไปได้ว่า เราผู้อยู่ในความจริงแห่งข่าวประเสริฐแล้ว แต่กลับไม่ได้ดำเนินชีวิตตามความจริงแห่งข่าวประเสริฐนั้น เราไม่ยอมเชื่อจริงๆ ตามคำสัญญาแห่งข่าวประเสริฐนั้น

2.# ใน 2ยน. 1:5 สอนว่า ให้​เรา​รัก​กัน​และ​กัน เพราะการสำแดงความรักต่อกันนั้น เป็น​การ​​ประ​พฤติ​ตาม​พระ​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​เจ้า

2.@ ทุกครั้งที่เราสำแดงความรักต่อพี่น้อง เรากำลังกระทำตามบัญญัติของพระเจ้าอยู่

3.# ใน 2ยน. 1:7-12 ​มี​ผู้​สอนเท็จจำ​นวน​มาก​ ​ที่​ไม่​ยอม​รับ​ว่า​พระ​เยซู​คริสต์​เป็นพระบุตรของพระเจ้าเสด็จ​มา​เป็น​มนุษย์ ​

คนพวกนี้เป็น​ผู้​ล่อ​ลวง​และ​เป็น​ศัตรู​ของ​พระ​คริสต์
ดังนั้น จง​ระวัง​ตัว​ให้​ดี อย่าหลงไปตามคำสอนที่ขัดแย้งกับข่าวประเสริฐเหล่านั้น
เพื่อ​ว่า​เรา​จะ​ไม่​สูญ​เสีย​สิ่ง​ที่เราได้​ทำ​มา​แล้ว คือการดำเนินชีวิตในความเชื่อ ซึ่ง​จะทำให้เรา​รับ​บำ​เหน็จ​

คนที่สอนและประพฤติตัว ขัดแย้งกับ​คำ​สั่ง​สอน​ของ​พระ​คริสต์ ​ก็​ไม่​มี​พระ​เจ้า
และผู้​ที่​อยู่​ใน​คำ​สั่ง​สอน​ของ​พระ​คริสต์ ​มี​พระเจ้าในตัวเขา

ดังนั้น ถ้าพวกสอนเท็จ​มา​หา​เรา​ อย่า​รับ​เขา​ไว้​ใน​บ้าน และ​อย่า​ทัก​ทาย​เขา​เลย
เพราะ​ว่า​ผู้​ที่​สร้างสัมพันธ์กับเขา ต้อนรับเขา หรือสนับสนุนเขา ก็​มี​ส่วน​ร่วม​ใน​การ​ทำ​ชั่ว​ของ​เขาแล้ว

3.@ ผู้สอนเท็จ ถือเป็นศัตรูของพระคริสต์ เราไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือมีส่วนใดๆกับพวกเขาเลย

ไม่ควรพยายามอวดเก่ง พยายามสร้างสัมพันธ์กับพวกเขา เพื่อหวังจะชวนพวกเขามาเชื่อในพระเยซู
เพราะนั่นเรากำลังทำขัดกับพระคำของพระเจ้า

พระเจ้ามีเวลาสำหรับพวกเขา ที่บางคนจะหมดศรัทธาในคำสอนเท็จเหล่านั้น แล้วออกมาจากคำสอนเหล่านั้น เมื่อนั้นจึงเป็นเวลาที่เราสามารถเข้าไปเชิญชวนเขามาเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์

คำคม

“ ผู้สอนเท็จเป็นศัตรูของพระคริสต์ อย่าข้องแวะกับพวกเขา ”

ขุมทรัพย์ 1 ยอห์น 5

ภาพรวม

  • ในบทนี้สอนว่า เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซู มีชัยชนะต่อการล่อลวงของโลกและต่อมารซาตานได้ โดยทางพระเยซูคริสต์ ดังนั้นเราต้องยึดมั่นความเชื่อในพระองค์เสมอไป

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 1ยน. 5:1-5 อธิบายว่า คน​ที่เกิดจากพระเจ้า ได้แก่ คนที่​เชื่อ​ว่า​พระ​เยซู​เป็น​พระ​คริสต์
และ​แน่นอนคนนั้นย่อม​รัก​พระ​องค์​ผู้​ทรง​ให้​กำ​เนิด
และแน่นอนคนนั้นก็​รัก​คน​ที่​เกิด​จาก​พระ​องค์​คนอื่นๆด้วย

เราจึงรู้ได้ว่า ใครเป็นลูกของพระเจ้า โดยสังเกตจาก ลูกของพระเจ้าย่อมรักพระเจ้า
ผู้ที่รักพระเจ้า ย่อมประ​พฤติ​ตาม​พระ​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​องค์ อย่างเต็มใจ ไม่รู้สึกว่าเป็นภาระ
และพระบัญญัตินั้นก็คือ ให้เรารักกันและกัน

คน​ที่​เชื่อ​ว่า​ พระ​เยซู​เป็น​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า​ และตอนรับพระองค์เข้ามาเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าในชีวิต ก็กลายเป็นลูกของพระเจ้า ที่เกิดมาจากพระเจ้า
คนนั้นจะมีชัยต่อการล่อลวงของโลกนี้และมีชัยต่อบาป โดยความเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ของพวกเขา

1.@ โดยความเชื่อ เราจึงเกิดจากพระเจ้า
เราเป็นลูกของพระเจ้า เราจึงรักพระเจ้า
เรารักพระเจ้า เราจึงรักพี่น้อง
และโดยความเชื่อนี้เอง เราจึงมีขัยเหนือการล่อลวงแห่งโลกนี้

ดังนั้น จงยึดความเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ไว้ให้มั่นตราบจนวันตาย

2.# 1ยน. 5:6-15 อธิบายว่า พระเยซูเสด็จมาเพื่อเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา โดยมี หลักฐานยืนยันชัดเจน 3 อย่าง คือ
1. พระวิญญาณ พระวิญญาณยืนยันว่าพระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า เมื่อพระเยซูขึ้นจากน้ำและโดยหมายสำคัญการอัศจรรย์ต่างๆที่เกิดขึ้นทางพระเยซู
2. น้ำ การบัพติศมาในน้ำของพระเยซู แสดงถึงการที่พระเยซูผู้ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้ายอมเชื่อฟังทุกประการ (มธ. 3:15)
3. พระโลหิต การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูบนไม้กางเขน ยืนยันว่า พระเยซูผู้ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า ได้เชื่อฟังพระบิดาทุกประการ จนกระทั่งควมมรณาที่กางเขน

ดังนั้น คน​ที่​เชื่อ​วางใจว่า พระเยซูทรงเป็นพระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า​ เสด็จมาเพื่อช่วยเราให้รอด คนเหล่านั้นก็​มี​พยาน​ยืนยันความเชื่อของเขา ว่า ถูกต้องแล้ว
แต่คน​ที่​ไม่​เชื่อ ​ก็​กำลังบอกว่า พระเจ้า​ตรัส​มุสา เพราะ​เขา​ไม่​ได้​เชื่อ​คำ​พยาน​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​เป็น​พยาน​นี้

พระเจ้าประกาศว่า พระ​เจ้า​ประ​ทาน​ชีวิต​นิรันดร์​แก่​เรา ทาง​พระ​บุตร​ของ​พระ​องค์
ใครรับพระบุตรเข้ามาในชีวิต ก็จะมี​ชีวิตนิรันดร์
ใครไม่รับพระบุตร ​ก็​ไม่​มี​ชีวิตนิรันดร์

ด้วยเหตุนี้ เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซู
เราจึงมั่นใจได้ว่า เรา​มี​ชีวิต​นิรันดร์
และ​มั่น​ใจ​ว่า ​ถ้า​เรา​ทูล​ขอ​สิ่ง​ใด​ที่​เป็น​พระ​ประ​สงค์​ของ​พระ​องค์
พระ​องค์​ก็​จะทรง​ฟังอย่างแน่นอน และ​เรา​จะได้​รับ​สิ่ง​ที่​ทูล​ขอ​นั้น​จาก​พระ​องค์เป็นแน่

2.@ วันนี้ เราเป็นลูกของพระเจ้าแล้ว เรามีชีวิตนิรันดร์แล้ว และทุกสิ่งที่เราทูลขอที่สอดคล้องพระทัยพระบิดา เราจะได้รับแน่นอน
เชิญทูลขอด้วยความเชื่อเถิด

3.# ใน 1ยน. 5:16-21 สอนว่า ถ้า​ใคร​เห็น​พี่​น้อง​​ทำ​บาป​ชนิด​ที่​ไม่​นำ​ไป​สู่​ความ​ตาย ก็​ให้​คน​นั้น​ทูล​ขอ และ​พระ​องค์​ก็​จะ​ให้อภัย​แก่​คน​ที่​ทำ​บาป​นั้น

บาป​ที่​นำ​ไป​สู่​ความ​ตาย​ หมายถึง บาปที่ทำอยู่เรื่อยๆ โดยไม่คิดที่จะกลับใจ
ในเมื่อ ไม่คิดจะกลับใจ จึงไม่สามารถได้รับการอภัย

เราทั้งหลาย​ที่​เกิด​จาก​พระ​เจ้า​ไม่​มีปกติที่ชอบทำ​บาปอีกต่อไป
และพระเยซู​ทรง​คุ้ม​ครอง​รัก​ษา​เราไว้ ​มาร​ร้าย​ซึ่งเป็นเจ้าแห่งโลกนี้ไม่สามารถแตะ​ต้อง​เราได้

พระเยซูได้ทรงทำให้เรา​รู้​จัก​พระ​บิดา
และ​ทำให้เรา​อยู่​ใน​พระ​บิดา และ​ได้รับ​ชีวิต​นิรันดร์

ดังนั้น เราสมควรที่จะยืนหยัดในความเชื่อในพระเยซูตลอดไป ไม่หันไปหาสิ่งอื่น หรือ​รูป​เคารพใดๆ

3.@ เมื่อเราเชื่อวางใจในพระเยซู เราได้อยู่ในพระเจ้าแล้ว ปลอดภัย และได้รับชีวิตนิรันดร์
จงยึดมั่นในความเชื่อในพระเยซูนี้ไว้ตลอดไป

คำคม

“ เราบังเกิดใหม่จากพระเจ้า จึงเป็นลูกของพระเจ้า และเดินตามทางของพระเจ้า”

ขุมทรัพย์ 1 ยอห์น 4

ภาพรวม

  • ในบทนี้สอนอธิบายเพื่อต่อต้านคำสอนเท็จ ว่าพระเยซูไม่ใช่พระบุตรของพระเจ้า และบอกว่า ไม่จำเป็นต้องรักพี่น้อง ซึ่งขัดแย้งกับข่าวประเสริฐอย่างสิ้นเชิง

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 1ยน. 4:1-6 สอนว่า อย่า​เชื่อ​ทุกๆ วิญ​ญาณ แต่​ให้​พิสูจน์​วิญ​ญาณ​นั้นๆ ว่า​มา​จาก​พระ​เจ้า​หรือ​ไม่
เนื่องจากของจริงก็มี และ ของปลอมก็มีอยู่มาก

วิธีพิสูจน์ ก็คือ ​วิญ​ญาณ​​ที่​มาจากพระเจ้า จะยอม​รับ​ว่า​พระ​เยซู​คริสต์​ทรง​เป็น​พระบุตรของพระเจ้า มาบังเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อช่วยมนุษย์ให้รอด
กล่าวอีกนัยหนึ่งก้คือ ถ้ามาจากพระเจ้า จะสนับสนุนและสอดคล้องกับข่าวประเสริฐ

วิญ​ญาณ​ใดที่​ขัดแย้งกับข่าวประเสริฐ วิญ​ญาณ​นั้น​ก็​ไม่​ได้​มา​จาก​พระ​เจ้า
คนเหล่านั้นที่มีวิญ​ญาณ​นั้นในตัว ​เป็น​ศัตรู​ของ​พระ​คริสต์

เราผู้​อยู่​ฝ่าย​พระ​เจ้า และ​ชนะ​พวก​เขา​เหล่านั้นแล้ว
เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​อยู่​ใน​เรา ​ยิ่ง​ใหญ่​กว่า ​วิญญาณที่อยู่ในพวกเขาเหล่านั้น

พวก​เขา​เหล่านั้นเป็น​ฝ่าย​โลก ดัง​นี้พวก​เขา​จึง​พูด​ตาม​โลก​และ​โลก​ก็​เชื่อ​ฟัง​เขา
​เรา​อยู่​ฝ่าย​พระ​เจ้า คนที่อยู่ฝ่าย​พระ​เจ้า​ก็จะ​ฟัง​เรา ส่วน​คนที่​ไม่​ได้​อยู่​ฝ่าย​พระ​เจ้า​ก็จะ​ไม่​ฟัง​เรา

ดัง​นั้น ​เรา​จึง​รู้​ได้ว่า ใครมี​วิญ​ญาณ​ของ​ความ​จริง และใครมี​วิญ​ญาณ​ของ​ความ​เท็จ
คนที่ยอมรับข่าวประเสริฐ มีวิญญาณของความจริง
คนที่ไม่ยอมรับข่าวประเสริฐ มีวิญญาณของความเท็จ

1.@ เราสามารถแยกแยะ คำสอนที่มาจากพระเจ้า หรือ มาจากศัตรู ได้โดยสังเกตว่า คำสอนเหล่านั้น สอดคล้อง หรือ ขัดแย้งกับข่าวประเสริฐ

ข่าวประเสริฐ คือ ใครเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์สำหรับการรอดพ้นนบาป เขาก็จะรอดพ้นบาป และเมื่อรอดพ้นบาปแล้ว เขาก็จะไม่เดินในทางบาปอีกต่อไป

2.# ใน 1ยน. 4:7-21 สอนว่า ให้​เรา​รัก​กัน​และ​กัน เพราะ​ว่า​ความ​รัก​มา​จาก​พระ​เจ้า ดังนั้นเราผู้เกิด​จาก​พระ​เจ้า และ​รู้​จัก​พระ​เจ้า จึงสมควรสำแดงความรักของพระเจ้าแก่กันและกัน

ส่วนคน​ที่​ไม่​รักพี่น้อง เขา​ก็ยัง​ไม่​รู้​จัก​พระ​เจ้าจริงๆ
เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​เป็น​ความ​รัก

​พระ​เจ้าทรงรักเรา จึง​​ทรง​ใช้​พระ​บุตร​องค์​เดียว​ของ​พระ​องค์​เข้า​มา​ใน​โลก เพื่อ​ช่วยเรา​ เพื่อ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​บาปของ​เรา
เพราะพระเจ้าทรงรักเราก่อน อย่างมากมายเหลือล้น
เรา​ก็​ควร​จะ​รัก​กัน​และ​กัน​ด้วย

ไม่​มี​ใคร​เคย​เห็น​พระ​เจ้า จึงไม่อาจมองเห็นว่าพระเจ้าสถิตในเราจริงหรือไม่
แต่ถ้า​เรา​รัก​กัน​และ​กัน นั่นเป็นบทพิสูจน์อย่างดี ว่า พระ​เจ้า​สถิต​อยู่​ใน​เรา และ​ความ​รัก​ของ​พระ​เจ้าได้เข้ามาอยู่​ใน​เราอย่างสมบูรณ์แล้ว

ดังนั้นคนที่รักพี่น้อง สรุปได้เลยว่า
​เขา​อยู่​ใน​พระเจ้า ​และ ​พระเจ้า​ทรง​อยู่​ใน​เขา
​พระ​วิญ​ญาณ​ของ​พระ​องค์ทรงอยู่ในเขา
​เขา​จึง​มั่น​ใจได้เลยว่า ​ใน​วัน​พิพาก​ษา เขาจะรอดพ้นการพิพากษาและเข้าส่วนในพระเจ้าอย่างแน่นอน

ใน​ความ​รัก​นั้น​ไม่​มี​ความ​กลัว แต่​ความ​รัก​ที่​สม​บูรณ์​นั้น​ก็​ขับ​ไล่​ความ​กลัว​ออก​ไป​เสีย
เพราะ​ความ​กลัว​เกี่ยว​ข้อง​กับ​การ​ลง​โทษ
และ​ผู้​ที่​กลัว​การพิพากษา ก็​ยัง​ไม่​มี​ความ​รัก​ที่​สม​บูรณ์
เขายังไม่รู้จักและเข้าใจความรักของพระเจ้าจริงๆ

คน​ที่​ยอม​รับ​ว่า​ “พระ​เยซู​เป็น​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า”
พระ​เจ้า​ทรง​อยู่​ใน​คน​นั้น และ​คน​นั้น​อยู่​ใน​พระ​เจ้า
แสดงว่า คนนั้นก็ได้ถูกปกคลุมด้วยความรักของพระเจ้าแล้ว
เพราะพระ​เจ้า​ทรง​เป็น​ความ​รัก

ด้วยเหตุนี้ เพราะ​พระเจ้า​ทรง​รัก​เรา​ก่อน เราจึงสามารถรักพี่น้องได้
ซึ่งถ้า​ใคร​กล่าว​ว่า “ข้าพ​เจ้า​รัก​พระ​เจ้า”
แต่​ใจ​ยัง​เกลียด​ชัง​พี่​น้อง​ของ​ตน เขา​เป็น​คน​พูด​โกหก
เพราะ​ว่า​คน​ที่​ไม่​รัก​พี่​น้อง​ของ​ตน​ที่​มอง​เห็น​แล้ว ซึ่งเป็นพี่น้องที่มีพระเจ้าอยู่ในเขา
คนนั้นจะ​รัก​พระ​เจ้า​ที่​มอง​ไม่​เห็น​ได้อย่างไร

​คน​ที่​รัก​พระ​เจ้า​นั้น​ จะรัก​พี่​น้อง​ด้วย

2.@ พระเจ้าทรงรักเรามาก เราสมควรรักตอบพระองค์ ด้วยการรักคนที่พระองค์ทรงรัก

วันนี้ เราได้สำแดงออกถึงความรักของเรา ที่มีต่อพระเจ้าอย่างไรบ้าง?

คำคม

“ เราตอบสนองความรักต่อพระเจ้าได้ ด้วยการรักกันและกัน”

ขุมทรัพย์ 1 ยอห์น 3

ภาพรวม

  • ในบทนี้สอนว่า ในเมื่อเราเป็นบุตรของพระเจ้าแล้ว เราจะไม่ดำเนินในทางบาปและเราจะรักพี่น้องผู้เป็นบุตรของพระเจ้าเหมือนกันกับเรา

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 1ยน. 3:1-10 ช้ให้เห็นว่า พระ​บิดา​ได้​ประ​ทาน​ความ​รัก​แก่​เราอย่างเหลือล้น ​ที่​เรา​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น ​ลูก​ของ​พระ​เจ้า
เดี๋ยว​นี้​เรา​เป็น​ลูก​ของ​พระ​เจ้า
เรา​รู้​ว่า​ใน​เวลา​ที่​พระ​องค์​จะ​เสด็จ​มา​ปรา​กฏ​นั้น เรา​จะ​เป็น​เหมือน​อย่าง​พระ​องค์

ใครก็ตาม​ที่​มี​ความ​หวัง​อย่าง​นี้​ ก็​จะชำระ​ตน​ให้​บริ​สุทธิ์​เหมือน​ที่​พระ​องค์​ทรง​บริ​สุทธิ์ ด้วยการไม่ดำเนินชีวิตในบาปอีกต่อไป

เพราะ​พระเยซู​ทรง​ปรา​กฏ​เพื่อ​กำ​จัด​บาป​ของ​เรา​ให้​หมด​ไป ดังนั้นเราผู้​ที่​อยู่​ใน​พระ​องค์​จึงไม่​ทำ​บาป​อีก​ต่อ​ไป

แต่คนที่ยังไม่รู้จักพระเยซูจริงๆ พวกเขาจะยังคง​ทำ​บาป​อยู่​เรื่อยๆ ไม่คิดจะกลับใจออกจากบาปนั้น

คนที่ทำสิ่งที่ชอบธรรม ก็​เหมือน​อย่าง​ที่​พระ​องค์​ทรง​ชอบ​ธรรม
คนที่​ทำ​บาป ​ก็​เหมือนอย่าง​มาร​ที่​ทำ​บาป​ตั้ง​แต่​เริ่ม​แรก

พระเยซูเสด็จ​มา​​ก็​เพื่อ​ทำ​ลาย​กิจ​การ​ของ​มาร
ด้วยเหตุนี้ ผู้อยู่ในพระเยซู ซึ่งเป็นผู้เกิดจากพระเจ้าย่อมไม่​ทำ​บาป
เพราะ​เชื้อ​ของ​พระเจ้า​อยู่​ใน​คน​นั้น​ ​เขาจึง​ทำ​บาป​ไม่​ได้
ทุกครั้งที่เขาเผลอทำบาป เขาจะไม่มีวันมีความสุขเลย จนกว่าจะกลับใจ สารภาพนั้นต่อพระเจ้า

ดังนั้น วิธีดูว่า ใคร​เป็น​ลูก​ของ​พระ​เจ้า และ​ใคร​เป็น​ลูก​ของ​มาร ก็คือ
ลูกพระเจ้า จะชอบทำสิ่งที่ชอบธรรม และจะทำสิ่งที่ชอบธรรมเสมอ และจะรักพี่น้องในพระคริสต์
​ลูกของมาร จะชอบทำบาป และจะทำบาปอยู่เสมอ และ​ไม่​รัก​พี่​น้อง​ของ​ตน

1.@ พระเจ้าเมตตาเราเหลือเกิน ให้เราได้เป็นลูกของพระเจ้า
เราสมควรอย่างยิ่งที่จะดำเนินชีวิตให้สมกับเป็นลูกของพระเจ้า ไม่ใช่ทำตัวดังลูกของมาร

วันนี้ เรารักพี่น้องคริสเตียน เป็นการกระทำอย่างไรบ้าง?
วันนี้ เราตอบสนองอย่างไร เมื่อเราผิดพลาดพลั้งบาปไป?

2.# 1ยน. 3:11-22 สอนว่า ​ให้​เรา​รัก​กัน​และ​กัน
อย่า​เป็น​เหมือน​อย่าง​คา​อิน​ที่​ไม่รักน้อง แต่อิจฉาน้อง จน​ฆ่า​น้อง​

โลกนี้ ไม่รักเรา นั่นเป็นเรื่องปกติธรรมดา
แต่ถ้าเราไม่รักพี่น้อง นั่นเป็นเรื่องผิดปกติอย่างมาก
เพราะแสดงว่า เราไม่ได้อยู่ฝ่ายพระเจ้า แต่กำลังอยู่ในความมืดแห่งโลกนี้

ผู้​ที่​ไม่​รัก​ก็​ยัง​อยู่​ใน​ความ​ตาย
เรา​รู้​ว่า​เรา​ได้​พ้น​จาก​ความ​ตาย​ไป​สู่​ชีวิต​แล้ว
ดังนั้น ​เรา​จึงรัก​พี่​น้อง

คนที่​เกลียด​ชัง​พี่​น้อง​ ​ก็​เป็น​ผู้​ฆ่า​คน เหมือนคาอิน
ผู้​​นั้น​ยังไม่​มี​ชีวิต​นิรันดร์​จริงๆ

พระ​เยซู​ได้ทรงรักเรา จน​ยอม​สละ​พระ​ชนม์​ของ​พระ​องค์​เพื่อ​เรา
ดังนั้น หากเรารักพี่น้อง ​เรา​ก็​ควร​จะ​สละ​ชีวิต​ของ​เรา​เพื่อ​พี่​น้อง ด้วยเช่นกัน
นั่นคือ ถ้ารักพี่น้องจนยอมตายแทนเขาได้ มีหรือจะไม่ช่วยเหลือพี่น้อง ในยามที่เขาประสบความทุกข์ยากลำบาก

อย่า​ให้​เรา​รัก​กัน​ด้วย​คำ​พูด​และ​ด้วย​ปาก​เท่า​นั้น
แต่​จง​รัก​กัน​ด้วย​การ​กระ​ทำตามพระคำของพระเจ้า

คนที่รักพี่น้อง ก็​อยู่​ฝ่าย​สัจจะ
และ​ใจ​ของเขา​จะ​หมด​กังวล​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​องค์

คนที่อยู่ฝ่ายสัจจะนั้น
– เมื่อ​ใจ​​ของเขากล่าว​โทษ​เขา เพราะเขาผิดพลาดพลั้งบาป เขาก็ยังมั่นใจในความรักและการอภัยจากพระเจ้า เขาจะกลับใจใหม่และเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้เสมอ

– ​ใจ​ของ​เขา​ไม่​ได้​กล่าว​โทษ​เขา เพราะเขาดำเนินในทางชอบธรรม ดำเนินตามน้ำพระทัยของพระเจ้า เขา​ก็​มี​ความ​มั่น​ใจ​ที่​จะ​เข้า​เฝ้า​พระ​เจ้า และ​มั่นใจว่า เมื่อ​เขา​ขอ​สิ่ง​ใด ก็​ได้​สิ่ง​นั้น​จาก​พระ​องค์

2.@ เพราะเราซาบซึ้งในความรักของพระเจ้า เราจึงรักพี่น้อง
ยิ่งเรารักพี่น้อง เราก็ยิ่งมั่นใจในความรักของพระเจ้าที่มีต่อเรายิ่งขึ้นไปอีก

เมื่อพี่น้องทำผิด เรารักเขา จึงยกโทษให้เขา
เมื่อเราทำผิด เราจึงมั่นใจอย่างไม่สงสัยเลยว่า พระเจ้าทรงยกโทษให้เราแน่ๆ เพราะขนาดรักพี่น้องเล็กน้อยก็ยังยกโทษให้เขาได้เลยแล้วพระองค์รักเราอย่างหาที่เปรียบมิได้ มีหรือจะไม่ยกโทษให้แก่เรา

3.# ใน 1ยน. 3:23-24 สอนว่า พระ​บัญ​ญัติ​ของ​พระเจ้า คือ
“ให้​เรา​วาง​ใจ​ใน​พระ​นาม​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​พระ​บุตร​ของ​พระ​องค์ และ​ให้​เรา​รัก​กัน​และ​กัน”
ใครก็ตาม​ที่​ประ​พฤติ​ตาม​พระ​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​องค์​ก็​อยู่​ใน​พระ​องค์ และ​พระ​องค์​สถิต​อยู่​ใน​คน​นั้น

3.@ เรารู้ได้อย่างไรว่า ใครมีพระเยซูอยู่ในเขาแล้ว?
ก็คือ ใครที่วางใจในพระเยซูจริงๆ และ รักพี่น้องจริงๆ
คนนั้นมีพระเยซูทรงในเขาอย่างแท้จริง

คำคม

“ บุตรของพระเจ้าแท้ จะรักพระเจ้า และรักบุตรของพระเจ้า ”

ขุมทรัพย์ 1 ยอห์น 2

ภาพรวม

  • ในบทนี้พูดถึงคำสอนของพวกสอนเท็จว่า เป็นอันตรายและจะชักนำคนให้ละทิ้งความเชื่อในพระเยซูคริสต์ มุ่งสู่การทำตามใจตนเอง และในการทำบาป เราจึงควรระมัดระวังและยึดความเชื่อในข่าวประเสริฐเอาไว้ให้มั่นเสมอไป

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 1ยน. 2:1-6 สอนว่า
– ​ถ้าเราผู้อยู่ในพระเยซูผิดพลาด​ทำ​บาป เรา​ก็​มี​พระ​องค์​ผู้​ทูล​ขอ​พระ​บิดา​เพื่อ​เรา และ​ทรง​เป็น​ผู้​ลบ​ล้าง​พระ​อาชญา​เพื่อเรา

– แล้วเรา​จะ​มั่นใจ​ได้​อย่างไร เราอยู่ในพระองค์แล้ว?
– ก็คือ​ ถ้า​เราอยู่ในพระองค์แล้ว เราก็จะ​ประพฤติ​ตาม​พระ​บัญญัติ​ของ​พระ​องค์​อย่างแน่นอน
– ซึ่งถ้าเราเป็นเช่นนั้น สรุปได้เลยว่า เราอยู่ในพระเยซูแล้ว และความ​รัก​ของ​พระ​เจ้า​ก็​ถึง​ความ​บริบูรณ์​ใน​เรา​แล้ว​อย่าง​แน่​แท้

– ใคร​ที่​พูด​ว่า “ฉัน​คุ้น​กับ​พระ​องค์” “ฉันอยู่ในพระเยซู” แต่​มิได้​ทำตาม​พระ​บัญญัติ​ของ​พระ​เยซู
สรุปได้เลยว่า คน​นั้นพูดโกหก​

สรุปว่า ใครอยู่ในพระเยซู ย่อมเดินในเส้นทางเดียวกับที่พระเยซูเดิน

1.@ “วันนี้ เราอยู่ในพระเยซูแล้วหรือยัง?”
หรือถามอีกอย่างได้ว่า “วันนี้ เราดำเนินชีวิตเชื่อฟังพระบิดาเหมือนอย่างพระเยซูแล้วหรือยัง?”
หมายถึง ตั้งใจเดินไปในทางนั้นทุกวัน แม้ผิดพลาดพลั้งบาปไป ก็จะรีบหันกลับมาเดินทางนั้นใหม่ทุกครั้งไป

2.# ใน 1ยน. 2:7-11 สอนว่า บัญญัติ​สั่งให้เรารักกันนั้น เป็น​พระ​บัญญัติ​เก่า​ซึ่ง​พระเจ้าสั่งไว้นาน​มา​แล้ว​
ใน ลนต. 19:18 “…​เจ้า​จง​รัก​เพื่อน​บ้าน​เหมือน​รัก​ตนเอง…”

แต่ในอีกมุมหนึ่ง บัญญัติ​สั่งให้เรารักกันนั้น เป็น​พระ​บัญญัติ​ใหม่ ด้วย เพราะเป็นคำสั่งในมาตรฐานใหม่ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเดิม
ใน ยน. 13:34 พระเยซูตรัสว่า “เรา​ให้​บัญญัติ​ใหม่​ไว้​แก่​เจ้า​ทั้ง​หลาย คือ​ให้​เจ้า​รัก​ซึ่ง​กัน​และ​กัน เรา​รัก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​มา​แล้ว​อย่างไร เจ้า​จง​รัก​กัน​และ​กัน​ด้วย​อย่าง​นั้น​”

พระบัญญัติใหม่นี้เป็นบัญญัติ เมื่อความสว่างแท้ของพระเจ้ามายังโลก คือ พระเยซู
ผู้ที่อยู่ในความสว่างนี้ จะรักพี่น้อง เหมือนที่พระเยซูทรงรักเขา และจะไม่​มี​อะไร​ที่​จะ​ทำ​ให้​เขาสะดุด​ล้มลงได้เลย

ดังนั้น คนที่​ยัง​เกลียด​ชัง​พี่​น้อง​ของ​ตน ผู้​นั้น​ก็​ยัง​อยู่​ใน​ความ​มืด​ และ​เดิน​ใน​ความ​มืด​และ​ไม่​รู้​ว่า​ตน​กำลัง​ไปสู่หายนะ เพราะ​ว่า​ความ​มืด​ทำ​ให้​ตา​ของ​เขา​บอด​ไป​เสีย​แล้ว​

2.@ วิธีรู้ว่า ใครอยู่พระเยซูผู้เป็นความสว่าง หรือ ใครอยู่ในความมืดแห่งโลกนี้
คือดูจาก ความรักที่เขาสำแดงออกต่อพี่น้อง ว่า เหมือนหรือใกล้เคียงกับที่พระเยซูสำแดงออกหรือไม่?

3.# ใน 1ยน. 2:12-14 สอนว่า
– พระเจ้าได้​ทรง​ยก​บาป​ของ​เรา​แล้ว ด้วย​เห็น​แก่​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์​
– คนที่ติดตามพระเจ้ามานานแล้ว ควรรักษาความสนิทสนมกับ​พระ​องค์​ ให้มากยิ่งขึ้นไปอีก
– คนที่เริ่มติดตามพระเจ้า ควรรู้ตัวว่าเราได้​ชนะ​มาร​ร้าย​นั้นแล้ว
– ในฐานะที่เรา​เป็น​ลูก เราควรสนิท​คุ้นเคย​กับ​พระ​บิดา​
– คนที่​เป็นพ่อแล้ว ควรเรียนรู้จากพระองค์ผู้เป็นพระบิดา
– ​ คนที่ยัง​หนุ่ม ​ยังมี​กำลังวังชาดี สมองโปร่งใส ควรทุ่มเทเพื่อพระเจ้าและเพื่อการทำตาม​พระ​วจนะ​ของ​พระ​เจ้า และ​เอา​ชนะ​มาร​ร้าย​ด้วยพระคำของพระเจ้า

3.@ ไม่ว่าเราอยู่ในสถานะใดก็ตาม เราก็ควรที่จะใช้สถานะนั้นทำให้เราผูกพันสนิทสนมกับพระเจ้าให้มากยิ่งขึ้น

4.# ใน 1ยน. 2:15-17 สอนว่า อย่าให้​เรารัก​ค่านิยมของโลก​หรือ​สิ่งของ​ใน​โลก เพราะการ​รัก​โลก จะดึงเราออกจากความ​รัก​ต่อ​พระ​บิดา

เพราะ​ว่า​กับดักของโลกนี้ คือ​
– ตัณหา​ของ​เนื้อ​หนัง​
– ​ตัณหา​ของ​ตา
– ความ​ทะนง​ใน​ลาภ​ยศ​
ซึ่งล้วนแต่ดึงเราออกจากพระเจ้า ออกการทำตามพระทัยของพระเจ้า เข้าสู่การทำตามใจปรารถนาของตนเอง ไปสู่การจมลงสู่บาป

การดำเนินตาม​สิ่ง​ที่​ยั่วยวน​ของ​โลก​ จะ​ล่วง​ไปเหมือนกับโลก
แต่​ผู้​ที่​ประพฤติ​ตาม​พระ​ทัย​ของ​พระ​เจ้า​จะ​ดำรง​อยู่​เป็น​นิตย์​

4.@ วันนี้ เราหลงรักโลกมากเพียงใด?
วันนี้ เราใช้ชีวิตของเรา เพื่อสิ่งของในโลกนี้ หรือ เพื่อพระเจ้า มากกว่ากัน?

5.# 1ยน. 2:18-29 สอนว่า ใน​วาระ​สุดท้าย ปฏิปักษ์​ของ​พระ​คริสต์​จะ​มี​มา พวกเขา​จะล่อลวงคนให้หลงไปจากความเชื่อในข่าวประเสริฐแท้

ปฏิปักษ์​ของ​พระ​คริสต์​พูด​มุสา โดยกล่าวว่า ​พระ​เยซู​มิใช่​พระ​คริสต์​

แต่​ทั้ง​หลาย​ผู้มีพระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ พระองค์จะทรงสอนเราให้​มี​ความ​รู้ความจริง
และเรายึดมั่นในความจริงนั้น ว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า
ซึ่งผู้ยึดมั่นในความเชื่อนี้ จะได้รับตามพระสัญญา คือ ชีวิต​นิรันดร์

ดังนั้น ขอให้เรา​อยู่​ใน​พระ​องค์ ด้วยการยึดมั่นความเชื่อในพระองค์ เพื่อ​ว่า​เมื่อ​พระ​องค์​ทรง​ปรากฏ เรา​​จะ​ได้​มี​ใจ​กล้าพบพระองค์อย่างภาคภูมิใจ ​ไม่​ต้องหลบ​พระ​พักตร์​พระ​องค์​ด้วย​ความ​ละอาย

5.@ ไม่ว่า ใครหน้าไหน มาชักชวนเรา ให้ละทิ้งความเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ อย่าไปฟังเขา ขอให้เรายึดความเชื่อไว้มั่นจนวันตาย

คำคม

“ ยอมอายเพื่อพระเจ้าในวันนี้ เราจะไม่ละอายชั่วนิรันดร์ในวันสุดท้าย ”

ขุมทรัพย์ 1 ยอห์น 1

ภาพรวม

  • 1 ยอห์น เป็นจดหมายที่ อัครทูตยอห์นเขียนถึงคริสเตียนทั่วไป ไม่ได้เจาะจงคริสตจักรใดคริสตจักรหนึ่งเป็นพิเศษ เพื่อต่อต้าน​กับ​คำ​สอน​เท็จ
    – พวกนั้นสอนว่า พระคริสต์​ไม่ได้​มา​บังเกิด​เป็น​เนื้อหนังจริงๆ ดังนั้นพวกเขาบอกว่าการเชื่อพระเยซู​ไม่ได้​ทำ​ให้​มนุษย์​รอด แต่​การ​รู้แจ้ง​ใน​เรื่อง​ลึกลับ​บางอย่างจะทำให้รอดได้แทน
    – ​พวกนั้นสอนว่า ร่างกาย​เป็น​เพียง​วัตถุ ​บาป​ที่​ร่างกาย​ทำ​นั้นจึงไม่มี​ผล​ต่อ​จิตวิญญาณ​ ดังนั้นพวกเขาบอกว่าทำบาปได้อย่างเต็มที่
    – พวกนั้นสอนว่า ไม่จำเป็น​ต้อง​มี​ความรัก​ต่อ​พี่น้อง​ก็ได้ ตัวใครตัวมัน
  • ​ยอห์น​สอน​ว่าความเชื่อ​และ​จริยธรรม​เป็น​สิ่ง​ที่​แยกกัน​ไม่ได้ ดังนั้นคริสเตียนจำเป็นต้อง​ประพฤติ​ตาม​พระบัญญัติโดย​มี​ความรัก​และ​มีความสามัคคีธรรม​กับ​พี่น้อง
  • ในบทนี้สอนว่า พระเยซูทรงเป็นพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้า เสด็จมาเพื่อไถ่บาปของเรา หากเราเข้าส่วนในพระองค์ด้วยความเชื่อแล้ว เราก็จะสามารถเดินในทางสว่างและได้รับการชำระให้พ้นจากบาปได้

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 1ยน. 1:1-7 ยอห์นยืนยันว่า พระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าผู้เสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์จริงๆ ยอห์น​ได้​ยิน ได้​เห็น​กับ​ตา ได้​พินิจ​ดู และ​จับ​ต้อง​ด้วย​มือ​ของเขาเอง

แล้วยอห์น​ก็​ประ​กาศ​ให้พวกเขาได้​รู้​ เพื่อพวกเขาจะ​ได้​มี​สา​มัคคี​ธรรม​กับ​ผู้เชื่อทั้งหลาย กับ​พระ​บิดา และ​กับ​พระ​เยซู​คริสต์​

ยอห์นเล่าว่า เขาได้ยิน​ข้อ​ความ​นี้​จาก​พระเยซู คือ
“​พระ​เจ้า​ทรง​เป็น​ความ​สว่าง และ​ความ​มืด​ใน​พระ​องค์​ไม่​มี​เลย…”

เนื่องจากพระเยซูเป็นความสว่าง ดังนั้น คนที่เข้าส่วนในพระองค์ เป็นไปไม่ได้​ที่​ยัง​เดิน​อยู่​ใน​ความ​มืด
คนที่เข้าส่วนในพระองค์ย่อมเดิน​อยู่​ใน​ความ​สว่าง เหมือน​อย่าง​​พระ​องค์​ และเมื่อเราเดินในความสว่างด้วยกัน เราจึง​มี​สา​มัคคี​ธรรม​ซึ่ง​กัน​และ​กัน และ​พระ​โล​หิต​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​ ก็​ชำระ​เรา​ให้​ปราศ​จาก​บาป​ทั้ง​สิ้น

1.@ สิ่งที่พิสูจน์ยืนยันว่า เราอยู่ในพระเยซูจริงๆ ก็คือ เราเดินในทางที่พระเยซูเดิน และ ผูกพันกับพี่้น้องที่ร่วมเดินในทางของพระเยซูด้วยกัน

วันนี้ ชีวิตของเรา ยังเดินในความมืด และ ยังไม่รักพี่น้องอยู่หรือเปล่า?

2.# ใน 1ยน. 1:8-10 สอนว่า เราทุกคนมีบาป ขึ้นอยู่กับว่าเราจะยอมรับความจริงนี้หรือไม่เท่านั้นเอง
ถ้า​เรา​ยอมรับความจริงนี้ ว่า เรามีบาป และ ​เรา​สาร​ภาพ​บาป​ของ​เราต่อพระเยซู พระ​องค์​ก็​จะ​ทรง​โปรด​ยก​บาป​ของ​เรา และ​จะ​ทรง​ชำระ​เรา​ให้​พ้น​จาก​การ​อธรรม​ทั้ง​สิ้น

2.@ ไม่น่าแปลกที่เราจะผิดพลาดพลั้งบาปไป ในวันนี้ แต่เมื่อเรารู้ตัวแล้ว เราควรรีบใจกลับใจใหม่ สารภาพบาปนั้นต่อพระเยซู ขอโทษต่อพระองค์แล้วขอพระองค์เปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา และช่วยเราให้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

คำคม

“ ผิดพลาดพลั้งบาปไปเมื่อใด รีบเริ่มต้นใหม่โดยกลับมาหาพระองค์ในทันที ”

ขุมทรัพย์ 2 เปโตร 3

ภาพรวม

  • ในบทนี้สอนว่า พระเยซูจะเสด็จกลับมาอย่างแน่นอนในวันที่เราไม่คาดฝัน ดังนั้นเราควรเตรียมตัวให้พร้อมและยึดมั่นในความจริงแห่งข่าวประเสริฐเอาไว้ตลอดไป

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 2ปต. 3:1-18 อ.เปโตร พูดถึงวัตถุประสงค์ของ​จด​หมาย​ 1 & 2​ เปโตร ว่า เขียนขึ้นเพื่อเตือน​ให้พวกเขา
​ระลึก​ถึง​ถ้อย​คำ​ในข่าวประเสริฐที่พวกเขาได้รับไว้แล้วนั้น

และเน้นย้ำว่า ใน​วาระ​สุด​ท้าย​นั้นพวกสอนเท็จจะมา และล่อลวงให้คน​ทำ​ตาม​ตัณ​หา​ของ​ตน​เอง
และ​จะเยาะเย้ย​ว่า “ไหนพระเจ้าสัญญาว่าจะเสด็จกลับมา ทำไมไม่เห็นมาสักที?

ความจริงแล้วเป็นเพราะ​ว่า​พวก​เขา​จง​ใจ​ลืม​ ว่า ​โดย​พระ​วจนะ​ของ​พระ​เจ้า อะไรได้เกิดขึ้นบ้าง
โดยพระวจนะของพระเจ้า
– ฟ้า​ได้​อุบัติ​ขึ้น​ตั้ง​แต่​โบ​ราณ
– แผ่น​ดิน​ได้​เกิด​ออก​มา​จาก​น้ำ​ โดย​น้ำ​นั้น​เอง โลก​ได้​ถูก​ทำ​ลาย​ไป​ด้วย​น้ำ​ท่วม

โดย​พระ​วจนะ​เดียว​กัน​นั้น​เอง
– ฟ้า​และ​แผ่น​ดิน​ใน​ปัจ​จุบันนี้ ก็ถูก​เก็บ​รัก​ษา​ไว้​สำ​หรับ​ไฟ ในวัน​พิพาก​ษา​และ​วัน​หายนะ​ของ​บรร​ดา​คน​อธรรม

ความจริงแล้ว พระเจ้าไม่ถูกจำกัดด้วยเวลา
วัน​เดียว​ของ​พระ​เจ้า​เป็น​เหมือน​กับ​พัน​ปีของมนุษย์
แม้เวลาจะดูนานเป็นพันปีสำหรับมนุษย์ แต่สำหรับพระเจ้าราวกับว่าเป็นเวลาเดียวกัน

พระ​เจ้า​ไม่​ได้​ทรง​เฉื่อย​ช้า​ในการทำตาม​สัญ​ญา​ของ​พระ​องค์
แต่ที่พระเจ้ายังรออยู่ก็เพราะ พระ​องค์​ไม่​ทรง​ประ​สงค์​ให้​ใคร​พินาศ​เลย แต่​ประ​สงค์​ให้​ทุก​คน​กลับ​ใจ​ใหม่
จึงให้โอกาสแก่มนุษย์อีกสักหน่อยหนึ่ง

แต่​เมื่อวันเวลามาถึง วัน​แห่งการพิพากษานั้น จะ​มา​ถึง​เหมือน​อย่าง​ขโมย จะมาในเวลาที่ไม่ทันรู้ตัว
และ​ใน​วัน​นั้น
– ฟ้า​จะ​หาย​ลับ​ไป​ด้วย​เสียง​ดัง​กึก​ก้อง
– ​ท้อง​ฟ้า​จะ​ถูก​เผา​จน​สลาย​ไป
– ​โลก​ธาตุ​จะ​สลาย​ไป​ด้วย​ไฟ
– แผ่น​ดิน​กับ​สิ่ง​สาร​พัด​ที่​มี​อยู่​บน​นั้น​จะ​ถูก​เผา​จน​หมด​สิ้น
– ท้อง​ฟ้า​ใหม่​และ​แผ่น​ดิน​โลก​ใหม่ ​จะเกิดขึ้น​ดำ​รง​อยู่ตลอดไป

ดังนั้น เมื่อเรารู้​แล้ว​ว่า ​ทุก​สิ่ง​จะ​ต้อง​สลาย​ไป​เช่น​นี้ เราควรที่จะ
– ​ดำ​เนิน​ชีวิต​ที่​บริ​สุทธิ์​
– ดำเนินชีวิต​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า
– ​เฝ้า​รอวัน​ของ​พระ​เจ้า​ ด้วยใจจดจ่อ
– ​ใจ​สงบ
– ดำเนินชีวิตให้ปราศ​จาก​มล​ทิน​และ​ข้อ​ตำ​หนิ
– ​ถือ​ว่า​ความ​อด​ทน​ของ​พระ​เจ้า​ที่พระองค์ยังไม่เสด็จมานั้น ​เป็น​โอ​กาส​ให้​คน​รอด จึงสมควรใช้โอกาสนี้อย่างเต็มที่ เพื่อช่วยคนให้รอด
– ​ระวังตัว​ให้​ดี เพื่อ​ไม่​ให้​หลง​ไป​ตาม​การ​ผิด​ของ​คน​ชั่ว และ​สูญ​เสีย​ความ​เชื่อในข่าวประเสริฐไปเสีย​
– เจริญ​ขึ้น​ใน​พระ​คุณ​และ​ใน​ความ​รู้​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​เสมอไป

1.@ อีกไม่นานทุกอย่างบนแผ่นดินโลกก็ต้องถูกเผาไหม้ไปหมดแล้ว อย่าให้เราทุ่มเทชีวิตเพื่อสิ่งเหล่านั้นเลย
แต่ควรทุ่มเทเพื่อบำเหน็จที่คงอยู่ถาวรนิรันดร์ในสวรรค์ และพยายามทุกวิถีทางที่จะรักษาความเชื่อในข่าวประเสริฐไว้ ให้มั่นคงตลอดชีวิตของเรา

คำคม

“ วันนี้เป็นโอกาสที่จะกลับใจ ก่อนจะสายเกินไป ”

ขุมทรัพย์ 2 เปโตร 2

ภาพรวม

  • ในบทสอน สอนและเตือนให้เราระมัดระวังผู้สอนเท็จที่มาสอนบิดเบือนข่าวประเสริฐ และพยายามหันเราออกไปในทางของความบาป

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 2ปต. 2:1-9 เตือนว่า ​จะ​มี​ผู้​สอน​เท็จ​เกิด​ขึ้น​ใน​พวก​เรา ซึ่ง​จะ​ลอบ​เข้า​มา​​สอนสิ่งเท็จ จน​ถึง​กับ​ปฏิ​เสธ​พระเยซูได้ และจะมีคนจำนวนมากเชื่อแล้วประพฤติตามคำสอนของพวกเขา

ดังนั้นการพิพากษาจะมาถึงผู้สอนเท็จเหล่านั้นและถีงพวกที่ติดตามเขา
เหมือนตัวอย่างในอดีต ได้แก่
– สมัยโนอาห์ น้ำ​ท่วม​โลก​ของ​คน​อธรรม แต่​ได้​ทรง​คุ้ม​ครอง​โน​อาห์​ผู้​ประ​กาศ​ความ​ชอบ​ธรรม กับครอบครัวของเขา
– สมัยโลท ​ได้​ทรง​ลง​โทษ​เมือง​โส​โดม​และ​เมือง​โก​โม​ราห์ ให้​พินาศ​เป็น​เถ้า​ถ่าน แต่ได้​ทรง​ช่วย​ชีวิต​โลท​ผู้​ชอบ​ธรรมให้รอด

พระเจ้าทรงมีวิธีการของพระองค์ที่จะจัดการกับคนอธรรมและช่วยกู้คนชอบธรรม

1.@ เราควรระมัดระวังที่จะไม่รับคำสอนใดๆที่ขัดกับพระวจนะของพระเจ้า
และเราควรรู้ว่า พระเจ้าจะช่วยกู้ผู้ที่เชื่อวางใจในพระองค์และลงโทษผู้กระทำชั่ว อย่างแน่นอน
แต่พระองค์มีวิธีของพระองค์เอง ซึ่งไม่จำเป็นต้องเหมือนกับที่เราคาดคิด

2.# ใน 2ปต. 2:10 ชี้ให้เห็นว่า คนที่ทำให้พระเจ้าไม่พอพระทัย คือ คนที่ปล่อย​ตัว​ไป​ตาม​กิเลส​ตัณ​หา และ​คนหมิ่น​ประ​มาท​สิทธิ​อำ​นาจ​ของ​พระ​เจ้า

2.@ วันนี้ เรากำลังดำเนินชีวิต ให้เป็นที่พอพระทยของพระเจ้าอยู่หรือเปล่า?
เรากำลังปล่อยตัวตามกิเลสตัณหา อยู่หรือไม่?
เรากำลังหมิ่นประมาทพระเจ้า โดยการไม่เชื่อวางใจในพระองค์ ไม่เชื่อว่าพระองค์พูดจริง ไม่เชื่อว่าพระองค์จะรักษาสัญญา อยู่หรือเปล่า?

3.# ใน 2ปต. 2:12-22 สอนว่า​ ผู้​สอน​เท็จ​ ​เป็น​เหมือน ​
> สัตว์​ที่​ไร้​ความ​คิด เกิด​มา​เพื่อ​ถูก​จับ​และ​ถูก​ฆ่า
> บ่อที่ไร้น้ำ
> หมอกที่ถูกพายุพัดไป

ลักษณะของพวกเขา คือ
– เน้นการบันเทิงเฮฮา
– ทำตัวให้เป็นมลทินด้วยบาปต่างๆ
– เต็มไปด้วยการล่วงประเวณี
– หิวกระหายในการทำบาป
– ล่อลวงคนอื่นให้ทำชั่วเหมือนกับพวกเขา
– โลภมาก อยากได้
– ทอดทิ้งทางที่ถูกต้อง
– หลงไปตามบาป
– บิดเบือนความถูกต้องเพื่อเห็นแก่เงิน
– โอ้อวดอย่างเลื่อนลอย
– ใช้กิเลสตัณหาดักจับคนให้มาเดินทางในที่ผิด
– สัญญาอย่างหลอกลวง
– ใช้ชีวิตเป็นทาสของความเสื่อมทราม
– หันหลังกลับจากการดำเนินชีวิตในข่าวประเสริฐที่เคยได้รับไว้
– เหมือนสุกรที่คนล้างมันสะอาดแล้ว แต่กลับลุยลงไปนอนในโคลนอีก

3.@ เราสามารถสังเกตลักษณะคำสอนที่เป็นคำสอนเท็จได้จาก
– คำสอนเหล่านั้นทำให้เราออกห่างจากความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับพระเจ้าหรือไม่?
– คำสอนเหล่านั้นดึงเราให้เข้าไปอยู่ใต้อำนาจของบาปและดำเนินชีวิตตามกิเลสตัณหามากขึ้นหรือไม่?

เราควรหยั่งรากลึกลงในพระวจนะของพระเจ้าอยู่เสมอ เพื่อว่าเมื่อคำสอนเท็จมาโจมตีเรา เราจะได้สามาถแยกแยะออกได้อย่างรวดเร็ว

คำคม

“ พระเจ้าทรงรู้วิธีที่จะช่วยเราและปกป้องเรา ”

ขุมทรัพย์ 2 เปโตร 1

ภาพรวม

  • อ.เปโตร เขียน 2 เปโตร ถึงคริสเตียน​ใน​แถบเอเชียไมเนอร์ ซึ่งเป็น​ผู้เชื่อ​ที่​เป็น​คน​ยิว​และ​คน​ต่างชาติ เพื่อ​หนุนใจ​ผู้เชื่อ​เหล่านั้น ให้​ยืนหยัด​ใน​ความเชื่อ​ และให้ต่อต้านพวกผู้พวก​สอน​เท็จ ที่แฝงอยู่​ใน​คริสตจักร และให้เฝ้ารอคอย​การ​เสด็จ​กลับมา​ของ​พระเยซูคริสต์
  • ในบทนี้สอนว่า พระเจ้าจะเป็นผู้ทรงช่วยเราให้ดำเนินชีวิตอย่างถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้ และเข้าใจพระคำของพระองค์ได้

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 2ปต. 1:3-11 สอนว่า เมื่อเราได้รู้จักพระเจ้า พระองค์ได้ทรงประทาน​ทุก​สิ่ง​ที่​จำ​เป็น​ต่อ​ชีวิต​และ​ต่อ​การ​ดำ​เนิน​ตาม​ทาง​พระ​เจ้า ให้แก่เรา ตาม​สัญ​ญาที่มีไว้กับเรา

พระองค์ทรงสัญญาว่า เรา​จะ​พ้น​จาก​ความ​เสื่อม​ทราม​ที่​มี​อยู่​ใน​โลก และ​จะ​มี​ส่วน​ใน​พระ​ลักษณะ​ของ​พระ​เจ้า

ดังนั้น เราควรพยา​ยาม​อย่าง​ที่​สุด​ที่​ ในการพัฒนาสิ่งต่อไปนี้
– ความ​เชื่อ​
– ​คุณ​ธรรม
– ความรู้ในเรื่องของพระเจ้า
– การควบคุมตนเอง
– ความทรหดอดทนต่อความยากลำบาก
– ความยำเกรงพระเจ้า
– ความรักพี่น้องในพระคริสต์
– ความรักคนอื่นๆ

ถ้า​สิ่ง​เหล่า​นี้​เกิดขึ้นในชีวิตของเราและ​พัฒนา​ขึ้น​เรื่อยๆ จะ​ทำ​ให้​เราเกิดผลในฝ่ายวิญญาณได้มากมาย
แต่ถ้าใครไม่มี​สิ่ง​เหล่า​นี้ ​ก็จะ​เป็น​คน​ตา​บอด​หรือ​ตา​สั้น ไม่อาจเข้าใจเรื่องฝ่ายวิญญาณอย่างแท้จริง

ดังนั้นเราควรพยา​ยาม​มาก​ขึ้น ​ที่​จะ​ยืน​ยัน​ในข่าวประเสริฐ และดำเนินชีวิตสอดคล้องกับข่าวประเสริฐ เพราะ​ว่า​ถ้า​เราทำ​เช่น​นั้นแล้ว เรา​จะ​ไม่​มี​วัน​ล้ม​ลง

​โดย​วิธี​นี้ เรามั่นใจได้เลยว่า ทาง​ที่​จะ​เข้า​สวรรค์นั้น ​ถูก​จัด​เตรียม​​พร้อม​สำหรับเขาแล้ว อย่างแน่นอน

1.@ พระเจ้าพร้อมที่จะช่วยเรา ให้เราดำเนินชีวิตอย่างถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้ ขณะที่อยู่ในโลกนี้
เราเพียงแต่ร่วมมือกับพระองค์ ขอความช่วยเหลือจากพระองค์ พึ่งพาพระองค์ ในทุกวิถีของชีวิต
แล้วเราจะสามารถถวายเกียรติแด่พระเจ้าตลอดวันคืนชีวิตของเรา และจะได้รับบำเหน็จอย่างบริบูรณ์ในสวรรค์

2.# ใน 2ปต. 1:12-19 สอนว่า เราควร​เตือน​ความ​จำตนเองอยู่เสมอ ที่จะดำเนินชีวิตเป็นที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า
และไม่คล้อยตามแนวคิดของโลกนี้
เปโตรยืนยันถึงฤทธา​นุภาพของพระเจ้านั้น ทรงยิ่ง​ใหญ่​มาก
เขาเองได้เห็นกับตา ในเวลาที่พระเยซูทรงจำแลงพระกายบนภูเขาใกล้​เมือง​ซี​ซา​รี​ยาฟีลิปปี(ลก. 9:28-36)

2.@ แม้ว่าวันนี้ เราจะรู้ดีและทราบว่าพระเจ้าทรงยิ่งใหญ่ สมควรที่เราจะถวายเกียรติแด่พระองค์เสมอ
แต่ก็เป็นการดีที่เราจะ คอยเตือนตัวเองอยู่เสมอ ที่จะระลึกถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ เพื่อเราจะไม่ลืมที่จะดำเนินชีวิตอย่างถวายเกียรติแด่พระองค์ทุกวันคืนของชีวิต

3.# 2ปต. 1:20-21 สอนว่า ไม่มีใครจะสามารถ​ตี​ความ​หมาย​คำ​ของ​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ใน​พระ​คัม​ภีร์​เอา​เอง​ได้
เพราะ​ว่า​คำเหล่า​นั้น ไม่​ได้​มา​จาก​ความ​คิด​ของ​มนุษย์​เลย
แต่​​มา​จาก​พระ​เจ้า
โดยที่​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์​เองเป็นผู้ทรง​ดล​ใจ​ มนุษย์ที่กล่าวคำเหล่านั้น

3.@ การเข้าใจพระคำของพระเจ้าซึ่งพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นผู้เขียนนั้น ต้องพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์เท่านั้น จึงจะเข้าใจได้

วันนี้ เมื่อเราอ่านพระคัมภีร์ เราพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์มากเพียงใด

คำคม

“ พระเจ้าประทานสิ่งจำเป็น
ในการดำเนินชีวิตที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า
ให้แก่เราอย่างเพียงพอแล้ว ”

ขุมทรัพย์ 1 เปโตร 5

ภาพรวม

  • ในบทนี้สอนการปฏิบัติตัวต่อพี่น้องและการดำเนินชีวิตอย่างมีชัยชนะเหนือปัญหาและสถานการณ์ต่างๆ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 1ปต. 5:1-4 ได้สอนว่า พี่เลี้ยงฝ่ายวิญญาณควรจะเลี้ยงดูน้องเลี้ยงด้วยท่าที ดังต่อไปนี้
– ดูแลด้วยความเอาใจใส่
– ​ดูแลด้วย​ความ​เต็ม​ใจ
– ดูแลตาม​พระ​ประ​สงค์​ของ​พระ​เจ้า
– ดูแล​ด้วย​ใจ​กระ​ตือ​รือ​ร้น
– ไม่​ดูแลด้วย​ใจ​โลภ​ใน​ทรัพย์​สิ่ง​ของ
– ไม่​ใช้​อำ​นาจ​บาตร​ใหญ่​
– ไม่กดขี่ข่ม​เหงผู้​ที่​อยู่​ใน​ความ​ดูแล
– เป็น​แบบ​อย่าง​แก่​พวกเขา

ซึ่งพี่เลี้ยงที่ทำเช่นนี้จะทำให้ได้​รับ​มง​กุฎ​แห่ง​ศักดิ์​ศรี​ที่​ไม่​มี​วัน​ร่วง​โรย

1.@ วันนี้ เราได้เอาใจใส่ ดูแล น้องเลี้ยงฝ่ายวิญญาณของเรา อย่างเต็มใจและอย่างกระตือรือร้นมากเพียงใด?
ขอบคุณพระเจ้าที่ประทานน้องเลี้ยงให้เราดูแล เพราะพระองค์ทรงรักเรา เพื่อเราจะได้รับมงกุฏแห่งศักดิ์ศรีที่ไม่มีวันร่วงโรยในสวรรค์

2.# ใน 1ปต. 5:5-6 สอนผู้​อ่อน​อาวุ​โส ว่า ควร​ยอม​เชื่อ​ฟัง​ผู้​อาวุ​โส ควร​​ปฏิ​บัติ​ต่อ​กัน​และ​กันอย่างถ่อม​ตัว​ เพราะการทำเช่นนั้นเราจะพบ​พระ​คุณ​ของพระเจ้า และจะรับการยกชูขึ้นโดยพระเจ้าในเวลาอันสมควร

2.@ ความเป็นผู้ใหญ่ในฝ่ายวิญญาณไม่ได้ดูที่ตำแหน่งใหญ่โต แต่ดูที่การถ่อมใจลง ยอมเชื่อฟังผู้ที่ต้องเชื่อฟัง

3.# ใน 1 เปโตร 5:7 สอนวิธีดำเนินชีวิตในโลกนี้อย่างถวายเกียรติพระเจ้า โดยทำสิ่งต่อไปนี้
– ละความกังวลทุกอย่างไว้กับพระเจ้า
– ควบคุมตัวเอง
– ระวังการโจมตีศัตรูของมาร
– ต่อต้านมารด้วยใจมั่นคงในความเชื่อ

3.@ เพราะเรารู้แน่ว่าพระเจ้าทรงรักเรา ดังนั้นเราไม่ต้องกังวลและไม่ต้องหวั่นกลัวมารซาตาน
เราควร ละความกังวลไว้กับพระเจ้า และต่อสู้กับการโจมตีของมารด้วยความเชื่อ

คำคม

“ ยิ่งเรารู้จักความรักของพระเจ้า เราก็ยิ่งกลัวต่อสถานการณ์น้อยลง ”

ขุมทรัพย์ 1 เปโตร 4

ภาพรวม

  • ในบทนี้สอนว่า เวลาที่พระเยซูคริสต์จะเสด็จมานั้นใกล้เข้ามาเต็มทีแล้ว ดังนั้นเราควรใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีคุณค้ามีความหมาย เต็มใจทนทุกข์เพื่อพระคริสต์ ซึ่งจะนำศักดิ์ศรียิ่งใหญ่มาสู่เราในวันสุดท้าย

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 1ปต. 4:1-2 สอนว่า เราสามารถ​ติด​อา​วุธ​ฝ่ายวิญญาณให้กับตัว​เอง​ได้ โดยการ​มี​ความ​คิด​แบบเดียว​​กับ​พระ​เยซูคริสต์ (1ปต. 3:18 พระ​คริสต์​ทรง​ทน​ทุกข์​… เพื่อ​จะ​นำ​พวก​ท่าน​ไป​ถึง​พระ​เจ้า)
เราเต็มใจทน​ทุกข์​ทาง​กายเพื่อเห็นแก่การได้เข้าใกล้พระเจ้า พระเจ้าทรงเมตตาเรามากมาย ดังนั้นการต้องทนทุกข์เพราะความเชื่อในพระเจ้านั้นจึงถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย

ซึ่งความคิดแบบนี้ ทำให้เราไม่ดำเนินชีวิตตามตัณหาของมนุษย์อีกต่อไป แต่ดำเนินตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

1.@ หากเราต้องพบกับการทนทุกข์เนื่องจากทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า เรียกได้ว่า เราได้มีส่วนในการทนทุกข์ร่วมกับพระคริสต์แล้ว

2.# ใน 1ปต. 4:3 สอนว่า เราควรเพียง​พอแล้ว ​สำ​หรับ​การ​ทำ​สิ่ง​ที่​คน​ทั้งหลาย​ชอบ​กระ​ทำ ได่แก่
-​ ​ปล่อย​ตัว​ตาม​ราคะ​ตัณ​หา
– ปล่อยตัว ตาม​ใจ​ปรารถ​นา​ชั่ว
– ​เมา​เหล้า
– เลี้ยง​กัน​อย่าง​ถึง​ใจ
– ​กิน​เหล้า​วุ่น​วาย​กัน
– ไหว้​รูป​เคารพ​อัน​น่า​รัง​เกียจ

2.@ วันนี้ เราพอหรือยังสำหรับการดำเนินชีวิตในบาป ที่มีแต่ความสุขจอมปลอม และห่างไกลจากความสุขแท้ในพระเจ้า?

3.# ใน 1ปต. 4:7-11 สอนว่า เนื่องจากอว​สาน​ของ​สิ่ง​ทั้ง​ปวง​มา​ใกล้​แล้ว ดังนั้น เราควรที่จะ
– ดำเนินชีวิตอย่าง​มี​สติ​สัม​ปชัญญะ
– ​รู้​จัก​สงบ​ใจ​เพื่อ​การ​อธิษ​ฐาน
– ​รัก​กัน​และ​กัน​ให้​มาก
– ​ต้อน​รับ​เลี้ยง​ดู​กัน​และ​กัน​โดย​ไม่​บ่น
– ใช้​ของ​ประ​ทาน​ที่มี ในการ​ปรน​นิบัติ​กัน​และ​กัน
– ทำทุกสิ่งเพื่อให้พระเจ้าได้รับเกียรติ

3.@ เวลาของเราบนโลกนี้เหลือน้อยเต็มที เราจะใช้เวลานั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองต่อไป หรือจะหันมาใช้ทั้งหมดที่มีนั้น ถวายเกียรติแด่พระเจ้า ผู้ซึ่งเราต้องเสนอรายงานต่อพระองค์ในวันสุดท้าย

4.# ใน 1ปต. 4:12-19 สอนว่า ​ความ​ทุกข์​ยาก​แสน​สา​หัส​ที่​กำ​ลัง​เกิด​ขึ้น​กับเรา เมื่อเราเชื่อฟังและทำตามพระเจ้านั้น ก็เพื่อ​ทด​สอบเรา​ ดังนั้น
– เราไม่ควร​ประ​หลาดใจ หรือ ตั้งคำถามว่า ทำไมถึงต้องเป็นเรา
– เราควรชื่นชมยินดี ที่ได้มีส่วนร่วมในความทุกข์ยากของพระคริสต์ เพราะนั่นจะทำให้เราภาคภูมิใจอย่างที่สุดในวันที่พระเยซูคริสต์เสด็จกลับมา
– เราไม่ควรละอายในการทนทุกข์นั้น เพราะเรากำลังถวายเกียรติแด่พระเจ้าอยู่
– เราควรฝากทุกสิ่งไว้กับพระเจ้า แล้วแต่พระองค์ ตามแต่พระประสงค์ของพระองค์ เราขอเชื่อฟังพระองค์ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา

4.@ ความทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะเชื่อฟังพระเจ้า จะนำความสุขและความชื่นชมยินดียิ่งใหญ่มาสู่ชีวิตของเรา

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จงเชื่อฟังพระองค์ต่อไป

คำคม

“ การทนทุกข์เพื่อพระคริสต์ในวันนี้ เป็นศักดิ์ศรีที่ยิ่งใหญ่ในวันหน้า ”

ขุมทรัพย์ 1 เปโตร 3

ภาพรวม

  • ในบทนี้สอนเรื่องการดำเนินชีวิตที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า ทั้งในครอบครัวและในสังคม

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 1ปต. 3:1-7 สอนเกี่ยวกับ สามีภรรยา ไว้ดังนี้
ภรรยา :
– ควรยอม​เชื่อ​ฟัง​สามี​ของ​ตน เ​แม้​สามี​บาง​คน​ไม่​เชื่อ​พระ​วจนะของพระเจ้าก็ตาม
– ควรเน้นการประพฤติและจิตใจที่งดงาม มากยิ่งกว่า เสื้อผ้า ทรงผม หรือเครื่องประดับที่งดงาม

สามี :
– ควรอยู่กินกับภรรยาด้วยความเข้าใจในตัวเธอ เพราะเธอเป็นเพศที่อ่อนแอกว่า
– ควรให้เกียรติ​เธอ​ใน​ฐานะ​ที่​เป็น​ทา​ยาท​ร่วม​รับ​พระพรจากพระเจ้า

การปฏิบัติต่อคู่สมรสอย่างเหมาะสมจะทำให้การอธิษฐานร่วมกันเป็นพลังมหาศาล

1.@ พระเจ้าได้สอนเรื่องชีวิตครอบครัวเอาไว้แล้ว หากครอบครัวใดยึดถือ นำมาปฏิบัติในครอบครัว ก็จะพบกับสันติสุขและพระพรเต็มล้นในครอบครัว

แม้ว่าคู่สมรสของเราไม่ได้ปฏิบัติตามพระคำของพระเจ้า แต่โดยการปฏิบัติตามพระคำของพระเจ้าของเรา ก็จะทำให้เกิดพระพรในครอวครัวและนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่คู่สมรสของเราได้

2.# ใน 1ปต. 3:8-22 สอนการดำเนินชีวิตคริสเตียนไว้ว่า เราควร
– ​เป็น​น้ำ​หนึ่ง​ใจ​เดียว​กัน
– เห็น​อก​เห็น​ใจ​กัน
– รัก​กัน​ฉัน​พี่​น้อง
– มี​จิต​ใจ​อ่อน​โยน​
– ถ่อมตัว
– ไม่ทำ​ชั่ว​ตอบ​แทน​ชั่ว
– ไม่​ด่า​ตอบ​การ​ด่า
– อวย​พรคนที่ด่าเรา
– ยับ​ยั้ง​ปาก​ของ​ตน​ไม่​พูด​ชั่ว
– ห้าม​ปากไม่​ให้​พูด​ล่อ​ลวง
– ​ละ​ความ​ชั่ว​
– ​ทำ​ความ​ดี
– ​ใฝ่​หา​สันติ​สุข​
– ​ดำ​เนิน​ตามทางแห่งสันติ
– ​เคารพ​นับ​ถือ​พระ​คริสต์​ว่า ​เป็น​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า
– เตรียม​พร้อม​เสมอ ที่​จะ​อธิ​บาย​กับ​ทุก​คน​เรื่องพระเจ้า
– ​ตอบ​คำถามเรื่องพระเจ้าด้วย​ความ​สุภาพ​อ่อน​โยน​และ​ด้วย​ความ​นับ​ถือ
– ​มีใจบริ​สุทธิ์จริงใจ

2.@ เราไม่จำเป็นต้องทำดีเพื่อให้พระเจ้าทรงรับเราเป็นบุตร
แต่เพราะเราเป็นบุตรของพระเจ้าแล้ว เราจึงสมควรทำสิ่งดีเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระองค์

3.# ใน 1ปต. 3:17 สอนว่า ​การ​ทน​ทุกข์​เพราะ​ทำ​ดี ก็​ดี​กว่า​การ​ทน​ทุกข์​เพราะ​ทำ​ชั่ว

หากใครทำชั่ว อีกไม่นานเขาก็พบกับการทนทุกข์
แต่หากเราทำดี แล้วพบการทนทุกข์ อีกไม่นานเราจะพบกับพระพรอันยิ่งใหญ่

3.@ แม้วันนี้ ทำดี แต่กลับได้สิ่งไม่ดีตอบแทน ขอให้เราทำดีต่อไป เพราะพระเจ้าจะเป็นผู้ประทานพระพรแก่เราเอง ไม่ใช่คนอื่น

4.# ใน 1ปต.3:21 อธิบายว่า เพราะโนอาห์และครอบครัวเชื่อฟังพระเจ้า พวกเขาทั้ง 8 คนจึงรอดตาย
เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ สามารถรอดพ้นความตายนิรันดร์ โดยความเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์

4.@ โนอาห์รอดเพราะเชื่อฟังฉันใด เราก็รอดเพราะวางใจจนเชื่อฟัง ฉันนั้น

คำคม

“ พระองค์ผู้ชอบธรรม ทรงตายเพื่อให้ผู้ไม่ชอบธรรมจะได้กลายเป็นผู้ชอบธรรม ”

ขุมทรัพย์ 1 เปโตร 2

ภาพรวม

  • ในบทนี้สอนว่า เราเป็นประชากรของพระเจ้าแล้ว เราควรละทิ้งวิถีชีวิตแบบเก่าๆ แล้วดำเนินชีวิตใหม่ตามทางของพระเจ้า

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 1 เปโตร 2:1-3 สอนว่า ถ้าเราปรารถนาจะเติบโตในฝ่ายวิญญาณ เราควร
– ละทิ้งความชั่วทุกอย่าง
– ละทิ้งการล่อลวงทุกรูปแบบ
– ละทิ้งความไม่จริงใจ
– ละทิ้งความอิจฉาริษยา
– ละทิ้งการใส่ร้ายทุกชนิด
– ปรารถนาน้ำนมฝ่ายวิญญาณ ได้แก่ ข่าวประเสริฐ

1.@ เมื่อเราได้มาอยู่ในทางของพระเจ้าแล้ว ก็สมควรละทิ้งทางเก่า วิถีชีวิตแบบเดิมเสีย

2.# ใน 1ปต. 2:4-5 สอนว่าให้เรา ​มา​หา​พระ​เยซู และ​ ​รับ​การ​สร้าง​ขึ้น​เป็น​พระ​นิเวศ​ฝ่าย​วิญ​ญาณ อัน​เป็น​ที่​ชอบ​พระ​ทัย​ของ​พระ​เจ้า​

2.@ โดย​ทาง​พระ​เยซู​คริสต์ เราจะรับการสร้างใหม่เป็นพระวิหารอันสง่างามที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิต
ดังนั้น เราควรเข้ามาหาพระเยซูบ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ และทูลขอความช่วยเหลือ การทรงนำ จากพระองค์ในทุกสิ่ง

3.# ใน 1ปต. 2:9-10 สอนว่า โดยพระเมตตาของพระเจ้า พระองค์ทรงทำให้เรา เป็นประชากรของพระเจ้า เป็น​พวก​ปุโร​หิต​หลวง เป็น​ชน​ชาติ​บริ​สุทธิ์ ทรง​เรียก​เรา​ออก​มา​จาก​ความ​มืด เข้า​ไป​สู่​ความ​สว่าง​อัน​มหัศ​จรรย์​ของ​พระ​องค์

3.@ ในเมื่อเรารับพระเมตตามาถึงเพียงนี้ เราก็ไม่สมควรดำเนินชีวิตในความมืดอีกต่อไป และควรดำเนินชีวิตในทางของพระเจ้า ให้สมกับพระเมตตาของพระเจ้าที่ทรงประทานแก่เรา

4.# ใน 1ปต. 2:11-17 สอนว่า เนื่องจากเราเป็น​คน​แปลก​ถิ่น​และ​คน​ต่าง​ด้าว สำหรับโลกนี้ ดังนั้น เราควรที่จะ
– ให้​เว้น​จาก​ตัณ​หา​ของ​เนื้อ​หนัง ซึ่ง​ต่อ​สู้​กับ​วิญ​ญาณ​จิต
– ​รัก​ษา​ความ​ประ​พฤติ​อัน​ดี​ของ​เรา​ไว้เสมอ
– ยอม​เชื่อ​ฟัง​ผู้​มี​สิทธิ​อำ​นาจ
– ​ดำ​เนิน​ชีวิต​อย่าง​คน​มี​เสรี​ภาพ แต่
– ​อย่า​ใช้​เสรี​ภาพ​นั้น​เป็น​ข้อ​อ้าง​เพื่อ​ทำ​ความ​ชั่ว
– ​ดำ​เนิน​ชีวิต​อย่าง​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​เจ้า
– ให้​เกียรติ​ทุก​คน
– ​รัก​พี่​น้อง
– ​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า
– ให้​เกียรติ​แก่ผู้นำ

4.@ เราผู้เป็นพลเมืองแห่งสวรรค์ ควรดำเนินชีวิตอย่างคนของสวรรค์ ไม่ใช่อย่างคนของโลกนี้

5.# ใน 1ปต. 2:18 สอนว่า เราควรยอม​อยู่​ใต้​บัง​คับหัวหน้าหรือผู้นำของเรา ด้วยความ​ยำ​เกรง​ทุก​อย่าง ทั้งหัวหน้าที่​ใจ​ดี​และ​หัวหน้า​ที่​ร้าย​ด้วย

ถ้าใคร​ทำความดี แต่กลับต้องทนรับ​ความ​เจ็บ​ปวด​ต่างๆ อย่างไม่​เป็น​ธรรม เพราะเห็นแก่พระเจ้า และเขาก็ยังคงตั้งใจทำดีต่อไป
คนนั้นกำลังทำตัวให้เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า

พระเยซูเองก็​ทรง​ทน​ทุกข์​อย่างไม่เป็นธรรม พระ​องค์​ทรง​วาง​แบบ​อย่าง​แก่​เราแล้ว เพื่อ​ท่าน​จะ​ได้​ดำ​เนิน​ตามแบบอย่างของ​พระ​องค์

5.@ เมื่อเราทำดี แต่ไม่ได้ดี แต่ก็ยังจะทำดีต่อไปเพื่อเห็นแก่พระเจ้า
การกระทำเช่นนั้น เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า

คำคม

“ เราผู้เป็นประชากรของพระเจ้าแล้ว สมควรดำเนินชีวิตให้สมกับเป็นประชากรของพระองค์ ”

ขุมทรัพย์ 1เปโตร 1

ภาพรวม

  • 1 เปโตร เป็นจดหมายที่ อ.เปโตร เขียนถึงคริสตชน​ทั่วไป​ในเอเชียไมเนอร์ เพื่อหนุนใจ​พวกเขา​ในท่ามกลางการ​ถูก​ข่มเหง ให้พวกเขายึดมั่นในความ​หวัง​ใน​พระ​คริสต์ และ​สอน​พวกเขา​ให้ดำเนิน​ชีวิต​คริสเตียน​อย่าง​ถูกต้อง​ท่ามกลาง​การ​ทดลองทั้งหลาย
  • ในบทนี้กล่าวถึง ความหวังที่คริสเตียนมีในพระเจ้า และด้วยความหวังใจเช่นนี้คริสเตียนจึงสมควรดำเนินชีวิตให้ถวายเกียรติแด่พระเจ้า

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 1 เปโตร 1:2 ชี้ให้เห็นว่า การที่เรามาอยู่ในพระเจ้านั้น เป็นการทำงานร่วมกันของพระบิดา พระเยซู และพระวิญญาณบริสุทธิ์
พระบิดา ทรงกำหนดไว้ล่วงหน้า เลือกเราไว้แล้ว
พระเยซู ทรงทำให้เกิดการยกโทษบาปของเรา เมื่อเราเชื่อวางใจในพระองค์
พระวิญญาณบริสุทธิ์ ทรงชำระเรา เพื่อเราจะเชื่อวางใจในพระเยซูได้

1.@ โดยพระคุณของพระเจ้า พระองค์ทรงกระทำทุกวิถีทางเพื่อให้เรารอดพ้นนรกและสามารถเข้าส่วนในพระสิริของพระองค์ได้
สมควรอย่างยิ่งที่เราจะระลึกถึงพระคุรของพระองค์อยู่เสมอ และดำเนินชีวิตให้สมกับที่ได้รับพระคุณอย่างเหลือล้นนี้

2.# ใน 1เปโตร 1:3- 12 สอนว่า พระเจ้าทรงเมตตาในให้เราสามารถบังเกิดใหม่ได้โดยทางพระเยซูคริสต์ ทำให้เราสามารถเข้าในความหวังที่จะครอบครองร่วมกับพระองค์นิรันดร์ และสามารถได้รับมรดกที่ยั่งยืนจากพระองค์ในสวรรค์

ถึงแม้ว่าตอนนี้เรายังไม่ได้รับ และต้องพบกับความทุกข์ยากลำบากต่างๆ
แต่ความทุกข์เหล่านี้ก็ทำให้ความเชื่อของเราสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ช่วยขจัดสิ่งที่ไม่ใช่ความเชื่อแท้ออกไป
เหมือนทองคำที่ถูกทำให้เป็นทองแท้ด้วยไฟ

แม้ว้าตอนนี้เราไม่ได้เห็นพระเจ้ากับตา เราก็ยังรักพระองค์และชื่นชมยินดีในพระองค์ โดยทางความเชื่อที่เรามีต่อข่าวประเสริฐของพระองค์

ข่าวประเสริฐนี้เองที่บรรดาผู้เผยพระวจนะในอดีตได้พยากรณ์ไว้ และเป็นสิ่งที่เหล่าทูตสวรรค์ปรารถนาที่จะได้เห็น

2.@ ข่าวประเสริฐได้มาถึงเรา และเราก็ได้รับไว้โดยความเชื่อ
จึงทำให้เรามีความหวังในอนาคต และมีความชื่นชมยินดีในปัจจุบัน

วันนี้ เราเชื่อและมั่นใจ ในสิ่งที่ข่าวประเสริฐได้บอกไว้มากเพียงใด?

3.# ใน 1 เปโตร 1:13-23 สอนว่า เราควร
– เตรียมพร้อมสำหรับการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์
– รู้จักควบคุมตัวเอง
– ตั้งความหวังทั้งหมด ไปที่พระคุณของพระเจ้า ในพระเยซูคริสต์
– ไม่ประพฤติตามกิเลสตัณหา อย่างในอดีต
– ดำเนินชีวิตในความบริสุทธิ์ในทุกด้าน
– ดำเนินชีวิตด้วยความยำเกรงพระเจ้า
– ​รัก​พี่​น้อง​อย่าง​จริง​ใจ

3.@ เมื่อเราบังเกิดใหม่แล้ว เราก็ควรดำเนินชีวิตในทางใหม่ด้วย
ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ช่วยเรา เพื่อให้ลักษณะชีวิตแบบชีวิตใหม่จะปรากฏชัดมากขึ้นในเราทุกวันๆ

4.# ใน 1ปต. 1:25 ชี้ให้เห็นว่า ​พระ​วจนะ​ของพระ​เจ้านั่น ยั่ง​ยืน​อยู่​เป็น​นิตย์
พระ​วจนะ​นี้ ​คือ ​ข่าว​ประ​เสริฐ​เรื่องของพระเยซูคริสต์

4.@ พระคัมภีร์ทั้งหมด ชี้มาที่เดียวกัน คือ ชี้มาที่ “ข่าวประเสริฐ”
เพราะข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ เป็นทางเดียวที่จะช่วยมนุษย์ให้รอดได้

คำคม

“ ข่าวประเสริฐ เป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้าที่จะช่วยมนุษย์ให้รอดได้ ”

ขุมทรัพย์ ยากอบ 5

ภาพรวม

  • ในบทนี้สอนคนมั่งมีให้เข้าใจความไม่ยั่งยืนของทรัพย์สินเงินทอง และสอนให้เราเผชิญทุกสถานการณ์ในชีวิตด้วยการอธิษฐานด้วยความเชื่อ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ยก. 5:1-6 เตือน​คน​มั่งมี ทรัพย์สินเงินทองของพวกเขาไม่ได้ยั่งยืนถาวร หากพวกเขาทุ่มเทหาเงินทองโดยการอธรรม การทุ่มเทนั้น จะเป็นกับดักที่จะดักกับเขาเข้าสู่การลงโทษจากพระเจ้า

1.@ การมีเงินทองไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่การแสวงหาเงินทอง จนยอมไม่ทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า เป็นกับดักที่จะนำอันตรายมาสู่ชีวิต

2.# ใน ยก. 5:7-11 สอนว่า ให้เรารอคอยการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์ อย่างอดทน เหมือนชาว​นา​ที่​รอ​คอย​การเกี่ยวเก็บพืช​ผล​อัน​ล้ำ​ค่า​ พวกเขาอด​ทน​รอ​คอย​ฝนที่จะตกลงมา

และเหมือนโยบที่ทรหดอดทน แล้วในที่สุดก็ได้รับพระเมตตาจากพระเจ้า

2.@ วันนี้ ไม่ว่าเรากำลังประสบความทุกข์ยากลำบากมากเพียงใด
เราก็ควรอดทนเข้าไว้ โดยตระหนักว่าอีกไม่นานเราก็จะได้พบกับพระเจ้าในสวรรค์ และมีความสุขชั่วนิรันดร์แล้ว

3.# ใน ยก. 5:12 สอนย้ำคำสอนของพระเยซูว่า อย่า​สา​บาน ถ้า​ใช่​ก็​จง​บอก​ว่า​ใช่ ถ้า​ไม่​ใช่​ก็​จง​บอก​ว่า​ไม่​ใช่

3.@ เราไม่ควรสาบานเพราะเราไม่สามารถทำให้สิ่งที่เราสาบานเกิดขึ้นได้ อนาคตของเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรา แต่ขึ้นอยู่กับพระเจ้าทั้งหมด

4.# ใน ยก. 5:13-18 สอนให้เราเผชิญทุกสถานการณ์ด้วยการพึ่งพาพระเจ้า​ ซึ่งทำได้โดยการสรรเสริญพระเจ้า และ การอธิษฐาน

แต่การอธิษฐานนั้น ต้องอธิษฐานด้วยความเชื่ออย่างไม่สงสัย
เหมือนเอลียาห์ ซึ่งก็เป็นมนุษย์ธรรมดาเหมือนเรา แต่เมื่ออธิษฐานด้วยความเชื่อ ฝนก็ตกและไม่ตก ตามที่ท่านอธิษฐานนั้น

4.@ วันนี้ เราเผชิญกับสถานการณ์ในชีวิต ด้วยคำอธิษฐาน กี่เปอร์เซนต์?

5.# ใน ยก. 5:19-20 สอนว่า ถ้า​ใคร​ช่วยคนบาปที่​ถูก​หลอก​ให้​หลง​ผิด​ไป​จาก​ความ​จริง​และ​มี​คน​นำ​เขา​กลับ​มา ผู้นั้นได้​ช่วย​วิญ​ญาณ​จิต​ของ​คน​บาป​นั้น​ให้​รอด​จาก​ความ​ตาย และ​ทำ​ให้​บาป​มาก​มาย​ได้​รับ​การ​อภัย

5.@ ช่วยคนพ้นบาปคนเดียว ก็ลดบาปในโลกนี้ไปมากมาย

สัปดาห์นี้เราได้ช่วยให้กลับใจใหม่บ้างแล้วหรือยัง?

คำคม

“ คำอธิษฐานด้วยความเชื่อ จะทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เกิดขึ้น ”

ขุมทรัพย์ ยากอบ 4

ภาพรวม

  • ในบทนี้สอนว่า เราควรยำเกรงพระเจ้า โดยการแสวงหาพระเจ้าและเชื่อฟังพระองค์ ไม่ใช่แสวงหาสิ่งของในโลกนี้แทนพระเจ้า เพราะว่าอนาคตของเราจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ยก. 4:1-5 สอนว่า ​การ​เป็น​มิตร​กับ​โลก​นั้น​คือ​การ​เป็น​ศัตรูกับ​พระ​เจ้า​
นั่นคือถ้าเรามีแนวคิด มีค่านิยม มีจุดมุ่งหมายชีวิต แบบคนทั้งหลายในโลกนี้ เราก็จะไม่สามารถดำเนินชีวิตแบบมีแนวคิด มีค่านิยม มีจุดมุ่งหมายชีวิต ในทางที่พระเจ้าพอพระทัยได้

1.@ การดำเนินชีวิตตามอย่างค่านิยมของโลก จะพบกับสิ่งไร้สาระและความพินาศ
การดำเนินชีวิตตามค่านิยมในพระคัมภีร์ จะพบกับสิ่งถาวรและชีวิตนิรันดร์

วันนี้ เรากำลังเดินไปในทางใด?

2.# ใน ยก. 4:6-10 สอนให้เรา อย่าเย่อหยิ่ง​จอง​หอง แต่ถ่อมใจลงต่อพระเจ้า
โดยการฟังคำเตือน คำสั่งสอนจากพระเจ้า
โดยการเข้า​ใกล้​พระ​เจ้า แสวงหาพระองค์
แล้วเราจะมีชัยชนะเหนือการโจมตีของ​มาร

เมื่อ​ถ่อม​ใจ​ลง​ต่อ​พระ​เจ้า แล้ว​พระ​องค์​จะ​ทรง​ยก​ชู​เราขึ้น

2.@ ผู้ที่ถ่อมใจลงต่อพระเจ้า ยอมรับความจริงว่า
เขาไม่สามารถเผชิญกับวันนี้อย่างมีชัยชนะได้ โดยปราศจากความช่วยเหลือของพระองค์
ผู้นั้นจะเข้ามาแสวงหาพระเจ้าอย่างสุดใจ และเชื่อฟังสิ่งที่พระองค์สั่งไว้ในพระคำของพระองค์อย่างสุดกำลัง

วันนี้ เราถ่อมใจลงหรือไม่ ดูได้จาก เราแสวงหาพระเจ้าและเชื่อฟังพระองค์ มากเพียงใด

3.# ใน ยก. 4:11-12 สอนว่า อย่าให้เรา​​ใส่ร้ายผู้อื่นเพราะพระเจ้าจะเป็นผู้ตัดสินเรา
และเราไม่ควร​ตัด​สิน​พี่​น้องว่าคนนี้จะรอดหรือไม่รอด เพราะว่าการตัดสินว่า เขาจะรอดหรือไม่รอด เป็นหน้าที่ของพระเจ้า ไม่ใช่ของเรา

3.@ เมื่อเรารู้แน่ว่า พระเจ้าผู้ทรงยุติธรรมจะเป็นผู้ตัดสินการกระทำของเรา
เราสมควรยำเกรงและเกรงกลัวอย่างยิ่ง ไม่ใส่ร้ายผู้อื่น หรือ ตัดสินผู้อื่นก่อนเวลาที่พระเจ้าจะตัดสินเขา

4.# ใน ยก. 4:13-17 สอนว่า เราไม่​รู้อนาคตเลย แม้แค่​พรุ่ง​นี้เราก็ไม่รู้
ดังนั้นเราสมควรถ่อมใจลงต่อพระเจ้า อย่าไว้วางใจในสิ่งอื่นใดนอกจากพระเจ้า
เพราะทุกอย่างจะสูญสิ้นไปในพริบตา เมื่อพระเจ้าประสงค์ให้มันไม่มีอีกต่อไป

4.@ เราควรรู้ความจริงว่า พรุ่งนี้ไม่ได้อยู่ในมือของเรา แต่อยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า

ไม่ว่าเราจะทุ่มเทตั้งใจสักเพียงใดก็ตาม อนาคตของความสำเร็จนั้นอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า

จงถ่อมใจลง และพึ่งพาพระเจ้าในทุกสิ่งเถิด

คำคม

“ในเมื่อ วิถีแห่งโลกนี้ กับ พระเจ้า เป็นศัตรูกัน แล้วเราจะเลือกเป็นมิตรกับใคร?”

ขุมทรัพย์ ยากอบ 3

ภาพรวม

  • ในบทนี้สอนให้เราระมัดระวังการใช้คำพูดและการใช้สติปัญญา ให้ใช้อย่างถวายเกียรติแด่พระเจ้าเสมอ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ยก. 3:1-12 สอนว่า คำพูดเป็นช่องทางที่เราจะทำผิดพลาดได้ง่ายที่สุด บ่อยที่สุด และมักนำมาซึ่งความเสียหายร้ายแรง
ดังนั้นจึงสมควรระมัดระวังการใช้คำพูดอย่างดีที่สุด

1.@ วันนี้ ถ้อยคำจากปากของเรา เสริมสร้างคนอื่นมากแค่ไหน? และทำร้ายคนอื่นมากเพียงใด?

2.# ใน ยก. 3:13-18 สอนว่า เราสามารถสังเกตความแตกต่างระหว่าง ปัญญาจากเบื้องบน และปัญญาอย่างโลก ได้จากพฤติกรรมที่แสดงออกของคนใช้ปัญญาเหล่านั้น

ผู้มีปัญญาอย่างโลก จะแสดงออกมาเป็น ความขมขื่นใจ ความ​ริษยา​ การ​มัก​ใหญ่​ใฝ่​สูง ​วุ่นวาย และมีการกระทำชั่วร้าย การกระทำลามกต่างๆ
ผู้มีปัญญาจากสวรรค์ จะแสดงออกมาเป็น ​ความ​สงบ​สุข ความสุภาพ​ การเชื่อฟัง ความ​เมตตา​ การทำ​ดี ความยุติธรรมไม่​ลำเอียง ความจริงใจไม่​หน้า​ซื่อ​ใจ​คด​ สันติ​สุข สันติภาพ และ​ความ​ชอบธรรม​

2.@ วันนี้ ผลของการใช้ปัญญาของเรา ออกมาในลักษณะใด เป็นตัวชี้ให้เห็นว่า เรากำลังใช้ปัญญาแบบใด

คำคม

“ คำพูดอย่างมีปัญญาจากเบื้องบน ช่วยตนและผู้อื่นให้ได้รับพร ”

ขุมทรัพย์ ยากอบ 2

ภาพรวม

  • ในบทนี้สอนให้เราไม่ควรลำเอียง และ สอนว่าความเชื่อต้องแสดงออกเป็นการกระทำ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ยก. 2:1-13 สอนว่า อย่าลำเอียง โดยเฉพาะลำเอียงให้เกียรติคนรวย ดูถูกคนจน
เพราะว่าทั้งคนรวยและคนจน ก็เป็นที่รักของพระเจ้า เราจึงไม่มีสิทธิไปดูถูกพวกเขา
แม้เรารักษาธรรมบัญญัติข้อต่างๆ แต่จงใจไม่รักษาข้อนี้ คือจงใจจะลำเอียง
เรียกได้ว่า เราก็กำลังจงใจทำผิดธรรมบัญญัติของพระเจ้าทั้งหมด

1.@ วันนี้ เราลำเอียง โดยการให้เกียรติคนที่ดูดี มีเงิน หรือมีชื่อเสียง มากกว่าคนที่ไม่มีสิ่งเหล่านี้ อยู่หรือไม่?

วันนี้ เราคุยกับผู้สูงอายุที่มีฐานะในสังคม และ คุยกับผู้สูงอายุที่ยากจน ด้วยความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน เหมือนกันหรือไม่?

2.# ใน ยก. 2:14-26 สอนว่า ความ​เชื่อ​แท้จะสำแดงออกเป็นการกระทำที่สอดคล้องกับความเชื่อเสมอ
ความเชื่อที่ไม่สำแดงออกเป็นการประพฤติที่สอดคล้องกับความเชื่อ เป็นความเชื่อที่ไร้ผล ไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆขึ้นได้เลย​

2.@ วันนี้ เราเชื่อจริงหรือไม่? เราเชื่อมากน้อยแค่ไหน?
ไม่ได้ดูที่คำพูด หรือการคิดไปเอง แต่ดูที่การกระทำของเรา สอดคล้องกับความเชื่อแบบไหน
– เชื่อแท้
– เชื่อน้อย
– เชื่อปลอม

คำคม

“ เชื่อแต่ไม่ทำ ก็คือ ไม่เชื่อ ”

ขุมทรัพย์ ยากอบ 1

ภาพรวม

  • ​ยากอบ​น้อง​ชาย​ของ​พระเยซู ผู้นำคนสำคัญของคริสตจักรในยุคแรกได้เขียนพระธรรมยากอบถึง “คน​สิบสอง​เผ่า​ที่​กระจัด​กระจาย” ซึ่งหมายถึง คนยิวที่กลับใจมาเป็นคริสเตียน ที่กระจายอยู่ตามเมืองต่างๆของอาณาจักรโรมในช่วงเวลานั้น
  • ยากอบเขียนเพื่อหนุนใจและสอนการดำเนินชีวิตคริสเตียนให้แก่พวกเขา
  • ในบทนี้สอนถึงการดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อท่ามกลางสถานการณ์ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ซึ่งความเชื่อแท้จะประพฤติสอดคล้องกับความเชื่อเสมอ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ยก. 1:2-7 สอนว่า ความทุกข์ยากลำบากต่างๆ มี​เรื่อง​น่า​ยินดี​อยู่ในนั้นเสมอ
เพราะมันจะทำให้เราหนักแน่นมั่นคง ทรหดอดทน มากยิ่งขึ้น
แล้วจุดอ่อนต่างๆของเราก็จะถูกขจัดออกไป

เมื่อเราเผชิญความทุกข์เหล่านั้น ถ้าไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร
เราสามารถทูลขอต่อพระเจ้าด้วยความเชื่อ ขอสติปัญญาในการแก้ไขปัญหานั้น
แล้วเราจะพบทางออกอย่างแน่นอน หากเราทูลขอด้วยความเชื่ออย่างไม่สงสัย

1.@ ความทุกข์ของวันนี้ เป็นพระพรแก่เราได้ เมื่อเราทูลขอด้วยความเชื่อ ให้พระเจ้าทรงช่วยเราในการฟันฝ่ามันไป

2.# ใน ยก. 1:9-11 สอนว่า ไม่ว่าเราจะตกต่ำลง หรือได้รับการเชิดชูขึ้น ล้วนแต่สามารถทำให้เราถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้ทั้งสิ้น
เมื่อรับการเชิดชู ก็อวดให้คนรู้ว่า พระเจ้าทรงเป็นผู้ประทานให้
เมื่อตกต่ำลง ก็อวดให้คนรู้ว่า พระเจ้าทรงสอนเราให้เข้าใจ ความจริงแห่งความอนิจจังของชีวิต

2.@ วันนี้ ไม่ว่าเราพบกับสถานการณ์ใด เราสามารถถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้เสมอ หากเราเผชิญกับสถานการณ์นั้นด้วยท่าทียำเกรงพระเจ้า

3.# ใน ยก. 1:12-18 สอนว่า ผู้ที่อดทนต่อการทดลอง ไม่ยอมละทิ้งพระเจ้าไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ในที่สุดเขาจะ​ได้​รับ​มง​กุฎ​แห่ง​ชีวิต​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​สัญ​ญา​ไว้​

และคนพ่ายแพ้ต่อการทดลอง ไม่ควรโทษพระเจ้าว่า “พระเจ้าทำให้ฉันพ่ายแพ้การทดลอง”
เพราะไม่ใช่พระเจ้าเป้นผู้ทำ แต่เพราะเขาปล่อยใจไปกับบาปทีละน้อยๆ จนมันเข้ามาชักนำและควบคุมชีวิตของเขา
พระเจ้าปรารถนาประทานสิ่งดีแก่เขา ประทานชัยชนะแก่เขา แต่เพราะเลือกที่จะไม่เอาเอง จึงพลาดจากสิ่งดีที่พระเจ้าประทานให้

3.@ พระเจ้าพร้อมที่จะช่วยเราให้พ้นการทดลองเสมอ เพียงแค่เราร้องทูลขอความช่วยเหลือจากพระองค์อย่างจริงใจ เราจะพบการช่วยกู้อย่างแน่นอน

4.# ใน ยก. 1:19-27 สอนว่า เราควรตั้งใจฟังเสมอ พูดให้น้อยลง
และโกรธให้ช้าลงเพราะความโกรธมักสร้างปัญหามากกว่าก่อให้เกิดประโยชน์

และเราไม่ควรเพียงแต่ฟังพระคำของพระเจ้าเท่านั้น แต่ควรนำไปประพฤติตามในชีวิตประจำวันของเราด้วย แล้วเราจะพบกับความสุขที่แท้จริง

ตัวอย่างหนึ่งในการทำตามพระคำของพระเจ้า ได้แก่ การระวังปากของเราให้พูดแต่สิ่งดีอยู่เสมอ , การช่วยเหลือผู้ยากไร้ ไร้ที่พึ่ง และการรักษาตัวให้พ้นจากบาปแห่งโลกนี้

4.@ คริสเตียนแท้ ไม่ใช่แค่พูดพระคำ แต่จะทำตามพระคำในชีวิตประจำวันด้วย

คำคม

“ ความทุกข์เป็นพระพรได้ เมื่อเผชิญมันด้วยปัญญาจากพระเจ้า ”

ขุมทรัพย์ ฮีบรู 13

ภาพรวม

  • ในบทนี้บอกถึงวิธีการดำเนินชีวิตให้เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า และพระองค์ทรงพร้อมที่จะช่วยลูกของพระองค์ให้สามารถทำตามน้ำพระทัยของพระองค์ได้

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ฮบ.13:1-19 สอนวิธีการดำเนินชีวิตให้เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ไว้ดังนี้
– จงรักกันฉันพี่น้อง
– จงต้อนรับแขกที่มาเยือน
– จงระลึกถึงคนที่ถูกขังหรือถูกทำการทารุณเพราะความเชื่อในพระเจ้า
– จงมีชีวิตสมรสที่บริสุทธิ์ถวายเกียรติแด่พระเจ้า
– จงอย่าเป็นคนเห็นแก่เงิน
– จงพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่
– จงเลียนแบบผู้นำที่มีความเชื่อ
– อย่าหลงไปตามคำสอนแปลกๆ
– จงมีใจเข้มแข็งขึ้นโดยพระคุณของพระเจ้า
– อย่าละเลยที่จะกระทำความดี
– จงแบ่งปันข้าวของแก่กันและกัน
– จงนอบน้อมเชื่อฟังผู้นำ
– จงอธิษฐานเผื่อผู้รับใช้พระเจ้า

1@ ในเมื่อเราได้รับการชำระให้บริสุทธิ์โดยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์
ดังนั้นเราควรดำเนินชีวิตให้สมกับคนที่ได้รับการชำระแล้ว คือดำเนินชีวิตให้เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า
วันนี้ พระเจ้าทรงพอพระทัยในวิถีการดำเนินชีวิตของเราหรือเปล่า?

2# ใน ฮบ.13:21 ชี้ให้เห็นว่า พระเจ้าทรงพร้อมที่จะช่วยเรา ให้ใช้สิ่งดีที่เรามา นำมาทำให้ชีวิตของเรา ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าและเกิดผลเป็นที่พอพระทัยในสายพระเนตรของพระองค์

2@ เพียงแค่เราปรารถนาจะดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัยของพระเจ้าจริงๆ พระเจ้าจะทรงช่วยเราให้ทำสำเร็จได้อย่างแน่นอน
หากเราปรารถนาจริงๆ วันนี้ เชิญทูลขอความช่วยเหลือจากพระองค์เถิด

คำคม

“ พระเจ้าจะไม่มีวันละทิ้งหรือทอดทิ้งเราเลย ”

ขุมทรัพย์ ฮีบรู 12

ภาพรวม

  • ในบทนี้พูดถึงการตีสอนของพระเจ้าว่าเป็นความหวังดีจากพระเจ้าเพื่อแก้ไขสิ่งบกพร่องในชีวิตของเรา และเป็นพระคุณของพระเจ้าที่ทำให้เราสามารถเข้าเฝ้าพระเจ้าได้เสมอ โดยทางพระเยซูคริสต์

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ฮบ. 12:1-2 หนุนใจว่า เมื่อ​เรา​มี​พยาน​มาก​มายในพระคัมภีร์ ที่ยืนยันว่า ถ้าเชื่อวางใจในพระเจ้า จะได้รับการรับรองจากพระเจ้า
ดังนั้น ​ขอ​ให้​เรา​ละ​ทิ้ง​สิ่งที่​ถ่วง​เราอยู่ ทั้งความกังวลหรือความโลภ รวมถึงทิ้ง​บาป​ที่​ทำอยู่เป็นประจำ
แล้วเดินหน้าต่อไปในทางของพระเจ้า ด้วย​ความ​ทร​หด​อด​ทน

โดยจดจ่อ​ที่​พระ​เยซู​ ระลึกถึงแบบอย่างแห่งความเชื่อที่พระองค์ได้วางไว้
แล้วพระองค์จะทำ​ให้​ความ​เชื่อของเรา​นั้น​สม​บูรณ์

พระเยซู​ทรง​สู้​ทน​ต่อ​กาง​เขน ทนต่อความอับอาย
จึงทำให้พระองค์ได้รับ​การยกขึ้นอย่างสูงและ ได้รับความ​ยินดีอย่างยิ่ง​ที่ช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นบาปได้

1.@ พระเยซูทรงเป็นแบบอย่างแก่เรา ในการอดทน เพื่อสิ่งที่ยังไม่ได้เกิดขึ้น แล้วก็ได้รับผลแห่งการอดทนนั้น
เราควรอดทนต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ด้วยความเชื่อว่า ในที่สุดจะเกิดผลดี ถึงแม้ว่าตอนนี้ยังไม่เห็นผลดี หรือคิดไม่ออกว่าจะเป็นผลดีได้อย่างไร

2.# ใน ฮบ. 12:3-4 สอนว่า เมื่อเรา​คิด​ถึง​การอดทนของพระเคริสต์ ก็จะช่วยทำให้เรา​ไม่​อ่อน​ล้า​และ​ไม่​ท้อ​ใจ ในเวลาที่เราต้องต่อสู้กับการล่อลวงให้ทำบาป หรือเวลาที่เราต้องประสบกับความทุกข์ยากลำบากเพราะเหตุการทำสิ่งที่ดี

2.@ วิธีเอาชนะการทดลอง ก็ ระลึกถึงพระเยซูว่า พระองค์ก็เผชิญการทดลองเช่นกัน แต่เมื่อพระองค์ยึดมั่นในการเชื่อฟังพระบิดา ในที่สุดก็เกิดผลดีมากมาย
ดังนั้น เราควรอดทนต่อไป สิ่งดีกำลังจะตามมาแล้ว

3.# ใน ฮบ. 12:5-12 สอนว่า ​การตี​สอน​ของ​พระเจ้านั้น เป็นสิ่งดี และเป็นการหวังดี เพราะพระองค์รักเรา พระองค์อยากจะพัฒนา ปรับปรุง แก้ไข ชีวิตของเรา
การตีสอนนั้นเป็นกระบวนการหนึ่งในการพัฒนาชีวิตของเรา
ดังนั้น เมื่อถูกพระเจ้าตีสอน เราไม่ควรท้อใจ แต่ควรสู้ทนเอา และกลับใจเสียใหม่

การ​ตี​สอน​นั้น ดูเหมือนไม่​น่า​ยินดี​เลย แต่​ต่อมา​จะก่อ​ให้​เกิด​ผล​ คือ​ สันติ​สุข​และ​ความ​ชอบ​ธรรม แก่​คน​ที่​ถูก​ฝึก​ฝน​โดย​การ​ตี​สอน​นั้น

ด้วยเหตุนี้เราจึงควรหนุนใจให้คนที่ถูกตีสอนนั้นมีกำลังขึ้นในพระเจ้า

3.@ การตีสอนเป็นการสำแดงความรักของพระเจ้า ต่อเราผู้เป็นบุตรของพระองค์
สำหรับบางคน แค่เตือนก็เปลี่ยนแปลง พัฒนาได้แล้ว
แต่สำหรับบางคน ต้องใช้การตีสอนเท่านั้น เขาจึงจะพัฒนาได้
วันนี้ เราเป็นคนประเภทใด?

4.# ใน ฮบ. 12:14-16 สอนให้เรา​มุ่ง​มั่น​ที่​จะ​ได้​อยู่​อย่าง​สงบ​สุข​กับ​ทุก​คน​ และ​มุ่งมั่นที่​จะ​ดำเนินชีวิตในทางบริสุทธิ์ (ข้อ 14)

กล่าวคือ ดำเนินชีวิตให้เป็นพรแก่ผู้อื่น และให้เป็นพรแก่ตัวเอง

ซึ่งทำได้โดย อย่าปล่อย​ให้​มี​ราก​ขม​ขื่นกับใครบางคนงอก​ขึ้น​มาในใจ
และพึ่ง​พระ​คุณ​ของ​พระ​เจ้า อยู่เสมอ แม้พลาดพลั้งไป ก็กลับมาหาพระเจ้ารับการอภัยในทันที (ข้อ 15)

และเป็นพรแก่ผู้อื่น ด้วยการไม่ประ​พฤติ​ผิด​ทาง​เพศ
เป็นพรแก่ตนเอง ด้วยการนับถือยกย่องให้เกียรติ​พระ​เจ้า (ข้อ 16)

4.@ พระเจ้าปรารถนาให้ชีวิตของเราพัฒนาขึ้นในทางชอบธรรมอยู่เสมอ
เราสมควรพัฒนาชีวอตของเรา ให้เป็นพรแก่ทั้งผู้อื่น และแก่ตนเองอยู่เสมอ
วันนี้ ชีวิตของเราเป็นพรแล้วหรือยัง?

5.# ใน ฮบ. 12:18-29 อธิบายว่า การเข้าเฝ้าพระเจ้าของเรา โดยผ่านทางพระเยซูคริสต์นั้น
ไม่ใช่สิ่งน่าสะพรึงกลัว เหมือนการเข้าเฝ้าโดยอาศัยธรรมบัญญัติ

แต่โดยทางพระเยซูคริสต์นั้น เราสามารถอยู่ต่อจำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้าได้ ในฐานะเป็นผู้ชอบธรรมโดยสมบูรณ์แล้ว

ดังนั้น เราควร​มี​ใจ​ขอบ​พระ​คุณ เราควรนมัส​การ​พระเจ้าอย่างจริงใจ ด้วย​ความ​เคารพ​และ​ด้วย​ความ​ยำ​เกรงอย่างที่สุด

5.@ วันนี้ โดยพระเยซูคริสต์ เราได้สิทธิพิเศษสามารถเข้าเผ้าพระเจ้าได้ทุกเวลา
จงใช้สิทธิพิเศษนั้นให้เต็มที่เถิด

คำคม

“ การตีสอน เป็นความรักของพระเจ้า ไม่ใช่ความเกลียดชัง ”

ขุมทรัพย์ ฮีบรู 11

ภาพรวม

  • ในบทนี้กล่าวถึงวีรบุรุษแห่งความเชื่อในพระคัมภีร์ ซึ่งคนเหล่านี้ได้รับการรับรองจากพระเจ้าเพราะพวกเขามีความเชื่อวางใจในพระเจ้า

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ฮบ. 11:1 อธิบายว่า ความ​เชื่อ​ ต้องหวังและมั่นใจ ในสิ่งที่​มองยัง​ไม่​เห็น

1.@ เรื่องของพระเจ้า ต้องใช้ความเชื่อตั้งแต่ต้นจนจบ ตลอดชีวิต
ดังนั้น จึงไม่ใช่การเห็นก่อน แล้วค่อยเชื่อ
แต่เป็นการเชื่อก่อน แม้ยังไม่เห็น แล้วในที่สุดก็จะได้เห็น

2.# ใน ฮบ. 11:3 ชี้ให้เห็นว่า โดย​ความ​เชื่อ เรา​สามารถ​เข้า​ใจสิ่งที่ไม่มีวันเข้าใจได้

2.@ เราไม่เห็น ว่าพระเจ้าทรงสร้างจักรวาล แต่เพราะเราเชื่อ เราจึงรู้ว่าพระเจ้าทรงสร้างจักรวาล
ในทำนองเดียวกัน ความล้ำลึกทั้งหมดที่ยังไม่เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นแล้วแต่เราไม่ได้เห็นกับตา สามารถเป็นจริง และเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราได้ เพียงแค่เราเชื่อ

3.# ใน ฮบ. 11:2-40 ​ความ​เชื่อ​ ทำให้คน​ได้​รับ​การ​รับ​รอง​จาก​พระ​เจ้า ไม่ใช่การกระทำ เช่น
– อาเบล
– เอโนค
– โนอาห์
– อับราฮัม
– อิสอัค
– ยาโคบ
– โยเซฟ
– โมเสส
– ราหับ
– กิ​เด​โอน
– บา​ราค
– แซม​สัน
– เยฟ​ธาห์
– ดาวิด
– ซา​มู​เอล
– ดาเนียล
– ชัครัค เมชาค เอเบดเนโก
– และผู้​เผย​พระ​วจนะ​ทั้ง​หลาย
คนเหล่านี้บางคนจบชีวิตลงอย่างดีในสายตาของโลก และบางคนจบลงอย่างน่าอนาถในสายตาของโลก
แต่ในสายพระเนตรของพระเจ้า คนเหล่านี้ทุกคน จบลงอย่างดี
และ​ได้​รับ​การ​รับรอง​เพราะ​ความ​เชื่อของ​พวก​เขา
และเขาจะได้​รับ​สิ่ง​ที่​ทรง​สัญ​ญา​ไว้ในอนาคต
คือ ได้รับ​ความ​สม​บูรณ์​ในพระเจ้าด้วย​กัน​กับธรรมิกชนทั้งหลาย

3.@ คนของพระเจ้าได้รับการรับรองจากพระเจ้า เพราะเขามีความเชื่อ
การที่เราจะดำเนินชีวิตติดตามพระเจ้า สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวดที่ขาดเสียไม่ได้เลย คือ ยึดมั่นในความเชื่อวางใจที่มีต่อพระองค์ตลอดวันคืนแห่งชีวิตของเรา

คำคม

“ คนที่ไม่มีความเชื่อ เป็นคนที่จงใจทำให้พระเจ้าไม่พอพระทัย ”

ขุมทรัพย์ ฮีบรู 10

ภาพรวม

  • ในบทนี้อธิบายว่า พระเยซูทรงนำเครื่องบูชาแท้ถวายแด่พระเจ้าแล้ว เพื่อเราจะได้รับการไถ่บาปชั่วนิรันดร์ ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องยึดมั่นความเชื่อวางใจในพระเยซูไว้ตลอดวันคืนของชีวิต เพื่อเราจะได้รับตามพระสัญญานั้น

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ฮบ. 10:1-18 อธิบายว่า เนื่องจากธรรมบัญญัตินั้นเป็นเพียงเงา ไม่ใช่ของจริง การชำระบาปตามธรมบัญญัตินั้นจึงต้องทำทุกปี เพราะไม่ยังไม่ได้เกิดขึ้นโดยสมบูรณ์(ข้อ1-2)
แต่เมื่อของจริงมา ระบบเดิมจึงถูกยกเลิก เปลี่ยนมาใช้ระบบใหม่(ข้อ 9)
ระบบใหม่นั้น พระเยซูคริสต์ผู้เป็นมหาปุโรหิตนิรันดร์ ได้นำเครื่องบูชาแท้คือชีวิตของพระองค์เอง ถวายเครื่องบูชานั้นเพียงครั้งเดียว ก็ครบถ้วนสมบูรณ์ คนที่เชื่อวางใจในพระองค์จึงรับการชำระบาปแล้วอย่างสมบูรณ์ตลอดไป(ข้อ 14)
การถวายเครื่องบูชาแบบเดิม จึงไม่จำเป็นอีกต่อไป(ข้อ 18)

1.@ เมื่อพระเยซูชำระบาปเราแล้ว และเรารับเอาการชำระบาปนั้นโดยการเชื่อวางใจในพระองค์
บาปของเราจึงไม่มีอีกต่อไป ไม่รู้สีกว่ามีบาปอีกต่อไป(ข้อ 2)
วันนี้ ถ้าเราเชื่อจริงๆว่า บาปของเราได้รับการอภัยแล้ว ความรู้สึกฟ้องผิดเนื่องจากบาปจะไม่มีอีกต่อไป ขณะเดียวกันความรู้สึกว่าอยากอยู่ในบาปต่อไป ก็จะไม่มีอีกต่อไปเช่นกัน

2.# ใน ฮบ. 10:19-23 อธิบายว่า ​เรา​ควรมี​ใจ​กล้า​ที่​จะ​เข้า​เฝ้าพระเจ้า ตามทางใหม่ คือ ​โดยทาง​พระ​เยซู
เพราะพระเยซูทรงเป็นมหาปุโรหิตของเรา แม้ว่าเรายังผิดพลาดพลั้งบาป แต่โดยมหาปุโรหิตของเรา บาปของเราได้รับการอภัยแล้ว
ดังนั้นเราควรเข้าเฝ้าพระเจ้า ด้วยจริงใจ ไว้ใจในพระโลหิตของพระคริสต์(ข้อ 22) มั่นใจว่าพระเจ้าจะทรงโปรดฟังเรา

2.@ วันนี้โดยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ เราได้รับการยอมรับจากพระเจ้าแล้ว เราเข้าเฝ้าพระเจ้าได้แล้ว และเมื่อเราร้องทูลเรารู้แน่ว่าพระองค์จะทรงโปรดฟังเราเสมอ

3.# ใน ฮบ. 10:24-25 เตือนว่า ในเมื่อ​รู้​อยู่​ว่า​วัน​ที่พระเยซูจะเสด็จกลับมานั้นใกล้​เข้า​มา​แล้ว ดังนั้น​​เรา​ควรคอย​ปลุก​ใจ​กัน​และ​กัน​ให้​มี​ความ​รัก​และ​ทำ​ความ​ดีอยู่เสมอ และ ไม่​ขาด​การ​ประ​ชุมนมัสการจน​เป็น​นิสัย และควรหนุน​ใจ​กัน​ให้​มาก​ยิ่ง​ขึ้น

3.@ เรารู้ว่าพระเยซูใกล้เสด็จกลับมาแล้ว เราได้ทำตัวสมกับที่พระเยซูใกล้จะเสด็จกลับมาแล้วหรือยัง?

4.# ใน ฮบ. 10:26-39 หนุนใจว่า เพียง​ไม่​นาน พระเยซูก็​จะ​เสด็จ​มา​ อย่า​ให้เราละ​ทิ้ง​ความ​ไว้​วางใจ​ของ​เรา ซึ่ง​จะ​นำ​มา​ซึ่ง​บำ​เหน็จ​ยิ่ง​ใหญ่มาสู่เรา (ข้อ 35)
ดังนั้นเรา​จำเป็น​ต้อง​มี​ความ​ทร​หด​อด​ทน เพื่อ​เรา​จะ​สา​มารถ​ทำ​ตาม​พระ​ทัย​ของ​พระ​เจ้า​ได้ แล้ว​ในที่สุดเรา​ก็​จะ​ได้​รับ​สิ่ง​ที่​พระเจ้าทรง​สัญ​ญา​ไว้​ (ข้อ 36)
เราจึงต้อง​ดำ​รง​ชีวิต​อยู่​ด้วย​ความ​เชื่อ อย่างไม่หันกลับ (ข้อ 38)

เพราะพระเจ้าตรัสว่า ถ้าใคร​หัน​กลับจากความเชื่อ พระเจ้า​จะ​ไม่​มี​ความ​พอ​ใจ​ใน​คน​นั้น​เลย (ข้อ 38)
เขาจะพบกลับความพินาศ(ข้อ 39) และจะ​มี​ความ​หวาดกลัว​ใน​การ​รอ​คอย​การ​พิพาก​ษา​และ​ไฟ​อัน​ร้ายแรง ซึ่ง​จะ​เผา​ผลาญ​คนเหล่านั้นที่ถูกพิพากษา (ข้อ 27)

เพราะว่าคนที่หันกลับ เป็น​คน​ที่​เหยียบ​ย่ำ​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า และ​ดู​หมิ่น​พระ​วิญ​ญาณ​แห่ง​พระ​คุณ (ข้อ 29)
พวกเขาเลิกเชื่อ ว่าเขาได้รับความชอบธรรมโดยทางพระเยซูคริสต์ จึงหันหลังกลับไปดำเนินชีวิตในบาปต่อไป (ข้อ 26)

องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​จะ​ทรง​พิ​พาก​ษาเรื่องนี้เอง (ข้อ 30)
การ​ตก​อยู่​ใน​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​พระ​ชนม์​นั้น​เป็น​สิ่ง​ที่​น่า​หวาด​กลัวจริงๆ (ข้อ 31)

4.@ เราสมควรระมัดระวังตัวและทำทุกวิถีทางที่จะไม่เดินออกจากทางแห่งความเชื่อในพระเยซูคริสต์
เพราะนั่นเป็นทางที่จะนำเรารอดพ้นการพิพากษาและได้รับตามพระสัญญาของพระเจ้า

คำคม

“ การ​ตก​อยู่​ใน​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​เจ้า​ ผู้ทรงพระพิโรธนั้น​ เป็น​สิ่ง​ที่​น่า​หวาด​กลัวจริงๆ ”

ขุมทรัพย์ ฮีบรู 9

ภาพรวม

  • ในบทนี้อธิบายว่า พระเยซูเป็นมหาปุโรหิตสำหรับพลับพลาในสวรรค์ ถวายเครื่องบูชาคือชีวิตของพระองค์เองครั้งเดียว ก็เพียงพอสำหรับการไถ่บาปมนุษย์ชั่วนิรันดร์

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ภายในพลับพลาหรือพระวิหาร มีม่าน(เส้นสีม่วงในรูป)กั้นระหว่าง ห้องวิสุทธิสถานกับ ห้องอภิสุทธิสถาน
ห้องวิสุทธิสถาน ปุโรหิตทั้งหลาย ปรนนิบัติอยู่เป็นประจำทุกวัน(ข้อ 1-5)
ห้องอภิสุทธิสถาน เฉพาะมหาปุโรหิตเท่านั้นจึงจะเข้าได้ แต่เข้าได้ปีละ 1 ครั้ง ในวันลบล้างบาปเท่านั้น(ข้อ 7)

การลบล้างบาปโดยการนำเครื่องบูชาที่เป็นสิ่งของในโลก เข้าไปในห้องอภิสุทธิสถานนั้น เป็นเพียงกฏเกณฑ์เกี่ยวกับชีวิตภายนอกเท่านั้น ไม่สามารถชำระมโนธรรมของผู้ถวายได้(ข้อ 9-10)

แต่เมื่อพระเยซู เสด็จมาในฐานะมหาปุโรหิตแห่งพลับพลาในสวรรค์ พระองค์ได้นำพระโลหิตของพระองค์เองเข้าไปถวาย จึงเป็นการไถ่บาปชั่วนิรันดร์(ข้อ 11-12)

เลือดของแกะ ชำระตัวให้บริสุทธิ์ได้ (ข้อ13)
ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด พระโลหิตของพระเยซูคริสต์ ผู้เป็นพระเมษโปดก(ลูกแกะของพระเจ้า) ก็​จะ​ทรง​ชำระ​มโน​ธรรม​ของ​เราให้สะอาดบริสุทธิ์ได้อย่างแน่นอน (ข้อ 14)

1.@ วันนี้ โดยพระเยซูคริสต์ จิตวิญญาณและจิตใจของเราจึงได้รับการชำระให้สะอาดแล้ว
พระองค์ทรงชำระใจ​ของ​เรา​ ให้พ้นจากการสนใจ​การ​ประ​พฤติ​ที่​เปล่า​ประ​โยชน์ เพื่อ​เรา​จะหันมา​ปรน​นิบัติ​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​พระ​ชนม์​อยู่
วันนี้ เราใช้ชีวิตของเรา สนใจ ใส่ใจ ในสิ่งใด?

2.# ใน ฮบ. 9:15-17 อธิบายว่า พระเยซู​คริสต์​​ทรง​เป็น​คน​กลาง​ในยุค​พันธ​สัญ​ญา​ใหม่
เพื่อ​ทำให้เรา​ได้​รับ​มร​ดก​นิรันดร์​ตาม​พระ​สัญ​ญา
เพราะโดย​ความ​ตาย​ของพระเยซูนั้น ไถ่​พวก​เรา​ให้​พ้น​จากการ​ล่วง​ละเมิด​ของเรา ที่เราทำผิดภาย​ใต้​พันธ​สัญญาเดิม
เปรียบเหมือน พระเยซูทรงระบุใน​พินัย​กรรมของพระองค์ ว่า
“เมื่อพระองค์ตายบนไม้กางเขนแล้ว ขอยกสิทธิแห่งการพ้นบาปเพราะรับโทษไปแล้วนี้ และพระพรทั้งหลายแห่งการเชื่อฟังจนถึงความมรณาบนไม้กางเขน ให้แก่ ทุกคนที่เชื่อวางใจในพระองค์”
ดังนั้นเมื่อพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนแล้วนั้น ​พินัย​กรรมนี้​จึง​จะ​มีผลในทันที

2.@ วันนี้ โดยการเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ เราได้กลายเป็นผู้รับมรดกแห่งพระพรชั่วนิรันดร์ ที่พระเยซูประทานให้แก่เราแล้ว
ขอบคุณพระเยซู!!!

3.# ใน ฮบ. 9:18-22 อธิบายว่า พันธ​สัญ​ญา​เดิม​ถูกประพรมด้วยเลือดของแกะ จึงสมบูรณ์ ประกาศใช้ได้
ของใช้ในพลับพลาและเครื่องใช้ในการนมัสการ ก็ต้องถูกประพรมด้วยเลือดก่อน จึงจะบริสุทธิ์ นำไปใช้แด่พระเจ้าได้
ดังนั้น พระเยซูจึงจำเป็นต้องใช้เลือดของพระองค์ เพื่อประกาศใช้พันธสัญญาใหม่และทำให้ทุกสิ่งที่ถูกประพรมโดยพระโลหิตของพระองค์บริสุทธิ์ และรับการยกโทษบาปทั้งสิ้น

3.@ โดยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ เราจึงรับการชำระให้สะอาดแล้ว และรับการยกโทษบาปทั้งสิ้นแล้ว
ขอบคุณพระเยซู!!!

4.# ใน ฮบ. 9:23-28 อธิบายว่า พลับพลาบนโลกนี้ ซึ่งเป็นแบบ​จำ​ลอง ​พลับพลาของจริงใน​สวรรค์ ใช้เลือดเพื่อ​ชำระ​สิ่งต่างๆให้​บริ​สุทธิ์
พลับพลาของ​จริง​ในสวรรค์​นั้น ก็​ชำระ​ให้​บริ​สุทธิ์​ด้วย​เลือดเช่นกัน แต่เป็นเลือดที่ประเสริฐกว่า คือพระโลหิตของพระคริสต์​(ข้อ 23)

ตาม​ที่​มี​ข้อ​กำ​หนด​สำ​หรับ​มนุษย์​ไว้​แล้ว​ว่า มนุษย์​จะ​ตาย​ครั้ง​เดียว แล้ว​หลัง​จาก​นั้น​ก็​จะ​เข้าสู่การ​พิ​พาก​ษา​(ข้อ27)
พระเยซูมาบังเกิดเป็นมนุษย์ จึงเข้าสู่ข้อกำหนดเดียวกันนั้น
คือ พระเยซูตายแค่ครั้งเดียว แล้วเข้าสู่การพิพากษา ซึ่งรับการพิพากษาแล้วว่าพระเยซูทรงชอบธรรม ปราศจากบาป
ด้วยเหตุนี้ การตายของพระเยซู พระบุตรของพระเจ้าผู้มาบังเกิดเป็นมนุษย์จึงเกิดขึ้นครั้งเดียวเป็นพอ เพียงพอสำหรับการไถ่บาปมนุษย์ชั่วนิรันดร์​(ข้อ 28)

4.@ โดยการสิ้นพระชน?ของพระเยซูเพียงครั้งเดียว เราผุ้เชื่อวางใจในพระองค์จึงได้รับการอภัยบาปชั่วนิรันดร์
ขอบคุณพระเยซู !!!

คำคม

“ จำนวนครั้งที่มากที่สุดที่พระเยซูพระบุตรของพระเจ้าผู้มาบังเกิดเป็นมนุษย์ จะตายได้ คือ ครั้งเดียว
ดังนั้นการตายของพระองค์เพียงครั้งเดียว จึงเพียงพอในการไถ่บาปชั่วนิรันดร์ ”

ขุมทรัพย์ ฮีบรู 8

ภาพรวม

  • ในบทนี้อธิบายว่าพระเยซูทรงเป็นมหาปุโรหิตแห่งพันธสัญญาใหม่ ซึ่งประเสริฐกว่ามหาปุโรหิตทั้งหลายแห่งพันธสัญญาเดิม

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ฮบ. 8:1-13 อธิบายว่า หน้าที่ของมหา​ปุโร​หิต คือ ​นำ​ของ​ถวาย​และ​เครื่อง​บูชา​มา​ถวายแด่พระเจ้า (ข้อ3)ในพลับพลาหรือพระวิหาร ในโลก ซึ่งเป็นเพียงแบบจำลองและเงาของพลับพลาในสวรรค์(ข้อ5)

แต่พระเยซู ทรง​ได้​รับ​พันธ​กิจ​ที่​สูงส่ง​กว่า​ของ​พวก​เขา(ข้อ6) เพราะพระเยซู นำของมาถวายแด่พระเจ้า ไม่ใช่ในพลับพลาบนโลกนี้ แต่ใน​สถาน​ศักดิ์​สิทธิ์​และ​ใน​พลับ​พลา​แท้​ ในสวรรค์(ข้อ2)
เช่น​เดียว​กับ​ที่​พระ​องค์​ทรง​เป็น​คน​กลาง​แห่ง​พันธ​สัญ​ญา​อัน​ประ​เสริฐ​กว่า ซึ่ง​ตั้ง​อยู่​บน​พระ​สัญ​ญา​ที่​ประ​เสริฐ​กว่า

ยิ่งกว่านั้น มหาปุโรหิตทั้งหลายเป็นคนกลางของพันธสัญญาเดิม
แต่พระเยซู ​ทรง​เป็น​คน​กลาง​แห่ง​พันธ​สัญ​ญา​ใหม่ อัน​ประ​เสริฐ​กว่าพันธสัญญาเดิม(ข้อ6)
ดังที่พระเจ้าได้ตรัสไว้ก่อนแล้ว ใน ยรม. 31:31-34
เมื่อพันธสัญญาใหม่มา พันธสัญญาเดิมจึงล้าสมัย(ตกรุ่น)ไปแล้ว (ข้อ13)

จึงสรุปได้ว่า พระเยซูทรงเป็นมหาปุโรหิตแห่งพันธสัญญาใหม่ อันประเสริฐกว่า

1.@ เราผู้อยู่ในพระเยซูคริสต์ พ้นจากกฏกติกาเดิมแล้ว เข้าสู่กติกาใหม่ คือ รอดโดยความเชื่อ ดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณ
ซึ่งการดำเนินตามกติกาใหม่นี้ จำเป็นต้องมีความเชื่อวางใจในพระเยซู และ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระวิญญาณบริสุทธิ์
เราจึงควรระมัดระวังที่จะคงรักษาทั้งสองสิ่งนี้เอาไว้ให้มั่นตลอดวันคืนแห่งชีวิตของเรา

คำคม

“ เราได้รับพันธสัญญาใหม่ เมื่อเราเข้าส่วนในพระคริสต์
ดังนั้นเราก็ควรดำเนินชีวิต แบบมีพระคริสต์อยู่ในเรา”

ขุมทรัพย์ ฮีบรู 7

ภาพรวม

  • ในบทนี้อธิบายว่าพระเยซูทรงเป็นมหาปุโรหิตนิรันดร์ตามแบบอย่างของเมลคีเซเดค ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพระเยซูทรงเป็นใหญ่กว่ามหาปุโรหิตทุกคน

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ฮบ. 7:1-28 อธิบายว่าพระเยซูทรงเป็นมหาปุโรหิตตามแบบอย่างของเมล​คี​เซ​เดค กษัตริย์​เมือง​ซาเลม(เมืองแห่งสันติสุข) ผู้เป็นปุโร​หิต​ของ​พระ​เจ้า​ ที่​อวย​พร​อับ​รา​ฮัม และอับราฮัมก็ถวายสิบลดให้แก่ท่าน
แสดงว่า เมลคเซเดคนี้ เป็นใหญ่กว่าอับราฮัม
อับราฮัมเป็นบรรพบุรุษของเลวี ซึ่งปุโรหิตทุกคนมาจากเผ่าเลวี
จึงกล่าวได้ว่า เมลคีเซเดค เป็นใหญ่กว่าปุโรหิตทุกคนด้วย

และพระเจ้าทรงปฏิญาณไว้แล้ว ใน สดด. 110:4 ว่า พระเยซูผู้เป็นพระเมสสิยาห์ จะ​เป็น​ปุโร​หิต​เป็น​นิตย์ ตาม​อย่าง​เมล​คี​เซ​เดค
ดังนั้นพระเยซูจึงทรงเป็นใหญ่กว่ามหาปุโรหิตทุกคน

ปุโรหิตทุกคนมีช่วงเวลาปฏิบัติหน้าที่ได้เพียงระยะหนึ่งแล้วก็ต้องตายไป(ข้อ23)
แต่พระเยซูทรงดำรงตำแหน่งปุโรหิตตลอดกาล เพราะพระองค์ทรงดำรงอยู่นิรันดร์(ข้อ24)
ดังนั้นพระเยซู ​ทรง​สา​มารถ​ช่วย​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​เข้า​มา​ใกล้​พระ​เจ้า​โดย​ทาง​พระ​องค์​นั้น​อย่าง​เต็ม​ที่ และตลอดไป(ข้อ25)

จึงสรุปได้ว่าพระเยซูทรงเป็นมหาปุโรหิตที่เหมาะสำหรับเราทุกคน เพราะพระองค์บริ​สุทธิ์ ปราศ​จาก​อุบาย ไร้​มล​ทิน แตกต่างจาก​คน​บาป​ทั้งหลาย และ​ทรงใหญ่ยิ่งสูงสุด(ข้อ 26)
พระองค์จึงทรงถวายเครื่องบูชาเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอ สำหรับการไถ่บาปชั่วนิรันดร์

1.@ พระเยซูทรงเป็นมหาปุโรหิตชั่วนิรันดร์สำหรับเราทั้งหลาย โดยการตายของพระเยซูบนไม้กางเขนของพระเยซูเพียงครั้งเดียว ก็เพียงพอสำหรับการไถ่บาปของเราชั่วนิรันดร์
ดังนั้น วันนี้เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซู จึงได้รับการไถ่โทษพ้นบาปแล้วชั่วนิรันดร์
เราสามารถเข้าเฝ้าพระเจ้าได้แล้ว เรามีสิทธิทูลขอต่อพระเจ้าได้แล้วและพระองค์จะทรงสดับฟังเราอย่างแน่นอน
และเรามีชื่อจดไว้ในสวรรค์แล้ว
ขอบคุณพระเจ้า!!!

คำคม

“ พระเยซูทรงเป็นมหาปุโรหิตชั่วนิรันดร์ เราจึงได้รับการยกโทษบาปแล้วชั่วนิรันดร์ ”

ขุมทรัพย์ ฮีบรู 6

ภาพรวม

  • ในบทนี้ชี้ให้เห็นว่า การละทิ้งพระเจ้าเป็นการลบหลู่พระองค์ และสำหรับคนที่เชื่อวางใจในพระองค์ พวกเขาจะได้รับตามพระสัญญาอย่างแน่นอน

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ฮบ. 6:1-2 ชี้ให้เห็นว่า ​หลัก​คำ​สอน​เบื้อง​ต้น​ซึ่งเป็นการวางรากฐานของชีวิตคริสเตียนสำหรับผู้เชื่อใหม่ ได้แก่ ​เรื่อง​การ​กลับ​ใจ​จาก​การ​ประ​พฤติ​ที่​นำ​ไป​สู่​ความ​ตาย และ​เรื่อง​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​เจ้า และ​คำสอน​เรื่อง​พิธีกรรมต่างๆ การ​วาง​มือ การ​เป็น​ขึ้น​จาก​ความ​ตาย และ​การ​ลง​โทษ​ชั่ว​นิรันดร์

1.@ สิ่งที่ผู้เชื่อใหม่ควรรู้คือ การกลับใจแท้คืออะไร? , ความเชื่อแท้คืออะไร? , สิ่งที่คริสเตียนควรทำมีอะไรบ้าง? , อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อจากโลกนี้ไป?

2.# ใน ฮบ. 6:3 กล่าวว่า “ถ้า​พระ​เจ้า​ทรง​อนุ​ญาต เรา​ก็​จะ​ได้​เดิน​หน้า​ต่อ​ไป”
ชี้ให้เห็นว่า บางครั้งแม้อยากจะก้าวหน้าขึ้น อยากสอนเรื่องที่ลึกซึ้ง แต่ก็ไม่อาจสอนได้ ถ้าผู้เรียนยังไม่พร้อมที่จะรับ

2.@ ก่อนที่เราจะก้าวไปสู่บทเรียนที่ลึกซึ้งขึ้น เราควรลงมือทำบทเรียนก่อนหน้านี้ที่เรียนมาก่อน โดยการทำสิ่งเหล่านั้นมาใช้ในชีวิตประจำวัน

3.# ใน ฮบ. 6:4-6 อธิบายว่า คนที่มีประสบการณ์กับพระเจ้าแล้ว รู้แล้วว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้
แต่​ยัง​หลง​ไป ละทิ้งพระเจ้าไปเสีย​ พวก​เขา​ได้​ประ​จาน​พระ​องค์​ให้​อับ​อาย​ต่อ​สา​ธารณ​ชน
เหมือนกับบอกให้คนทั้งหลายว่า พระเจ้าที่เขารู้จักนั้นไม่ดี เชื่อถือไม่ได้

3.@ การมีประสบการณ์กับพระเจ้า ไม่ได้เป็นหลักประกันว่า เราจะไม่มีวันทอดทิ้งพระองค์
การดำเนินชีวิตในแต่ละวันตามพระคำของพระเจ้า นั่นต่างหากที่จะช่วยให้เรารักษาความเชื่อจนถึงที่สุด

การละทิ้งความเชื่อ เป็นการลบหลู่พระเจ้า
อย่าให้เรากระทำเช่นนั้นต่อพระองค์ผู้ทรงรักเราอย่างที่สุด จนยอมตายเพื่อเราได้

4.# ใน ฮบ. 6:7=8 อธิบายว่า น้ำฝนนั้นรดพื้นดินทั้งหลาย
​พื้น​ดิน​ที่​​เกิด​พืช​ผัก ​เป็น​ประ​โยชน์​แก่​คน​ที่​เพาะ​ปลูก เป็นแผ่นดินที่​ได้​รับ​พระ​พร​จาก​พระ​เจ้า
แต่​ถ้า​พื้น​ดิน​นั้น ​ผลิต​ต้น​หนาม​ มัน​ก็​ไร้​ค่า​ ​แล้ว​ใน​ที่​สุด​ก็​จะ​ถูก​เผา​ไฟ เป็นแผ่นดินที่ถูก​แช่ง​สาป

เหมือนกับคนที่ได้รับพระพรจากพระเจ้า แล้วถวายเกียรติแด่พระเจ้า เป็นผู้ได้รับพร
คนที่ได้รับพระพรจากพระเจ้า แต่กลับลบหลู่พระองค์ เป็นผู้รับคำแช่งสาป

4.@ พระเจ้าอวยพระพรแก่เรามากมาย จนทุกวันนี้
เราใช้สิ่งเหล่านั้นถวายเกียรติแด่พระองค์ หรือ เรากำลังใช้สิ่งเหล่านั้นนำเราไปให้ไกลจากพระองค์?

5.# ใน ฮบ. 6:10 ตอกย้ำว่า ​พระ​เจ้า​ไม่​ทรง​อธรรม​ที่​จะ​ทรง​ลืม​การ​งาน​ของเราและ​ความ​รัก​ที่​เรา​แสดง​ต่อ​พระ​องค์

5.@ พระเจ้าทรงชอบธรรม และเที่ยงธรรม พระเจ้าไม่ลืมสิ่งที่เราทำแด่พระองค์ ด้วยความรักที่มีต่อพระองค์
พระเจ้าจะทรงตอบแทนทุกการกระทำเหล่านั้นของเราอย่างแน่นอน

6.# ใน ฮบ. 6:13-20 อธิบายว่า พระเจ้าทรงสาบานว่า จะอวยพระพรแก่อับราฮัม และเชื้อสายของเขา คือผู้มีความเชื่อวางใจในพระเจ้าแบบเดียวกับเขา
ตามปกติการสาบานต้องอ้างสิ่งที่ใหญ่กว่าตน แต่เนื่องจากไม่มีใครใหญ่กว่าพระเจ้า พระองค์จึง​ปฏิ​ญาณเอง( ปฐก. 22:16-18)
ดังนั้นคำสัญญาของพระเจ้าจะเป็นจริงอย่างแน่นอน เพราะพระเจ้าทรงไม่ตรัสมุสา

6.@ เมื่อพระเจ้าทรงสัญญา จะเป็นจริงอย่างแน่นอน
พระองค์ทรงสัญญาว่า ผู้ที่วางใจในพระเยซู จะรอดพ้นการพิพากษาและจะได้เข้าในแผ่นดินของพระเจ้า สิ่งนี้จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

คำคม

“ สิ่งที่เราทำแด่พระเจ้าด้วยความรัก มีค่าอย่างยิ่งในสายพระเนตรของพระองค์ ”

ขุมทรัพย์ ฮีบรู 5

ภาพรวม

  • ในบทนี้ผู้เขียนพระธรรมฮีบรูชี้ให้เห็นว่า พระเยซูทรงเป็นมหาปุโรหิตชั่วนิรันดร์ ซึ่งยิ่งใหญ่กว่ามหาปุโรหิตทุกคน

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ฮบ. 5:1-10 อธิบายว่า พระเยซูเป็นมหาปุโรหิตจากสวรรค์ ซึ่งยิ่งใหญ่กว่ามหา​ปุโร​หิต​ทุก​คน​
มหาปุโรหิต พระเจ้าเป็นผู้แต่งตั้ง
พระเยซู พระเจ้าก็เป็นผู้แต่งตั้ง

มหาปุโรหิต เป็นมนุษย์ จึงเข้าใจความอ่อนแอของมนุษย์ และสามารถปฏิบัติต่อมนุษย์ผู้ทำบาปอย่างนุ่มนวล
พระเยซู ทรงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ จึงเข้าใจและปฏิบัติต่อมษย์ผู้เป็นคนบาปอย่างอ่อนโยน

มหาปุโรหิต ทำ​หน้า​ที่​ นำ​ของ​ถวาย​และ​เครื่อง​บู​ชา​มา​ถวาย​เพื่อ​ลบ​ล้าง​บาป แทนมนุษย์
พระเยซู ทำหน้าที่ นำชีวิตของพระองค์เอง มาถวายเป็นเครื่องบูชาลบล้างบาป แทนมนุษย์

มหาปุโรหิต เป็นปุโรหิตแค่ชั่วคราวขณะที่มีชีวิตอยู่
พระเยซู เป็นปุโรหิตชั่วนิรันดร์

1.@ โดยพระคุณของพระเจ้า ทรงประทานพระเยซูแก่เรา ให้ทรงเป็นมหาปุโรหิตชั่วนิรันดร์
พระเยซูทรงรักเรา ปฏิบัติต่อเราอย่างอ่อนโยนและเข้าใจ พร้อมที่จะให้อภัยแก่เราเสมอ
ให้เรามีใจกล้าที่จะเข้ามาหาพระองค์อยู่เสมอ พระองค์ทรงพร้อมที่จะช่วยเราตลอดเวลา

2.# ใน ฮบ. 5:11-14 ชี้ให้เห็นว่า ผู้เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณนั้น จะสามารถแยกแยะดีชั่วได้
แต่เด็กฝ่ายวิญญาณจะแยกแยะไม่ได้
ต้องคอยสอนผู้เป็นเด็กฝ่ายวิญญาณอยู่เรื่อยว่า เมื่อเราเป็นคนชอบธรรมแล้วโดยทางพระเยซูคริสต์ ดังนั้นเราไม่ควรทำชั่ว เราควรทำดีมากๆ
แต่สำหรับผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณนั้น ไม่ต้องสอนแล้ว พวกเขาจะทำสิ่งที่ดีที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้าอยู่เสมอ

2.@ วันนี้ เรายังเป็นเด็กฝ่ายวิญญาณ หรือโตเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณแล้ว?
วันนี้ เรารู้และมั่นใจหรือยังว่า เราเป็นคนชอบธรรมแล้วในพระคริสต์?
วันนี้ โดยความมั่นใจนั้น ผลักดันให้เราดำเนินชีวิตอย่างชอบธรรมแล้วหรือยัง?

คำคม

“ พระเยซู ทรงถวายเครื่องบูชาลบบาปแทนเราแล้ว เราจึงพ้นบาปแล้วชั่วนิรันดร์ ”

ขุมทรัพย์ ฮีบรู 4

ภาพรวม

  • ในบทนี้ผู้เขียนพระธรรมฮีบรู ชี้ให้เห็นว่า ถึงแม้ว่าในอดีตประชากรของพระเจ้าจะผิดพลาดไม่เชื่อวางใจในพระเจ้า แต่วันนี้พระเจ้าประทานโอกาสอีกครั้ง ให้ประชากรของพระองค์หันมาไว้วางใจในพระองค์ แล้วเข้าสู่การหยุดพักชั่วนิรันดร์ตามที่พระเจ้าได้ทรงสัญญาเอาไว้

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ฮบ. 4:1-3 ชี้ให้เห็นว่า ​พระเจ้าทรง​สัญ​ญา​ว่า​จะ​ให้​เรา​เข้า​สู่​การ​หยุด​พัก​ของ​พระ​องค์
แต่ก็มีบางคนไม่ได้เข้าสู่การหยุดพักเพราะพวกเขาไม่เชื่อ ดังนั้นข่าวแห่งพระสัญญานั้นจึงไม่มีประโยชน์อะไรแก่เขาเลย
แต่​เรา​ทั้ง​หลายจะได้เข้าสู่การหยุดพักนั้น โดยความเชื่อ ดังนั้นเราต้อง​ระมัด​ระวัง ความเชื่อนี้ไว้ ตลอดวันคืนแห่งชีวิตของเรา

1.@ พระสัญญาของพระเจ้าจะเป็นประโยชน์ต่อเรา ก็ต่อเมื่อเราเชื่อ
วันนี้ เราเชื่อมั่นในสิ่งพระเจ้าทรงสัญญาไว้กับเรา ในพระคัมภีร์จริงๆหรือไม่?

2.# ใน ฮบ. 4:3 อธิบายว่า ​งาน​ของ​พระเจ้านั้น​เสร็จ​สิ้น​ตั้ง​แต่​การ​สร้าง​โลกแล้ว
พระเจ้าผู้ทรงรู้ตอนจบตั้งแต่เริ่มต้น ได้ทรงจัดเตรียมการหยุดพักไว้แล้วตั้งแต่เริ่มสร้างโลก

2.@ พระเจ้าทรงเตรียมหนทางที่ดีเลิศไว้สำหรับเราแล้ว เพียงแต่เราเชื่อวางใจในพระองค์ เราก็กำลังเดินไปในเส้นทางนั้นอยู่

3.# ใน ฮบ. 4:4-11 ชี้ให้เห็นว่า ในสมัยของโมเสสและโยชูวา คนอิสราเอลไม่ได้เข้าสู่การหยุดพัก เพราะเขาไม่เชื่อซึ่งแสดงออกมาเป็นการไม่เชื่อฟัง
ดังนั้น พระเจ้าจึงกำหนดกำหนดอีกวันหนึ่งไว้ คือ “วันนี้” เพื่อให้เราทั้งหลายผู้เป็นประชากรของพระองค์ได้เข้าสู่การหยุดพักโดยการเชื่อวางใจในพระเยซู
ดังนั้น ให้เราทั้งหลายพยายามอย่างเต็มที่ ที่จะเข้าสู่การหยุดพักน้้น โดยยึดมั่นความเชื่อวางใจในพระเยซูไว้ตลอดชั่วชีวิตของเรา

3.@ ในการดำเนินชีวิตติดตามพระเจ้า สิ่งที่จำเป็นต้องยึดให้มั่นจนวันตาย คือ ความเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ตามข่าวประเสริฐที่ปรากฏในพระคำของพระเจ้า
วันนี้ หากมีสิ่งใดที่กำลังทำลายหรือกัดกิน ความเชื่อนี้ของเรา สิ่งนั้นกำลังเป็นศัตรูตัวร้ายสำหรับการได้เข้าสู่ชีวิตนิรันดร์ของเรา จงอย่ายินดีต้อนรับมันให้อยู่ในความคิดหรือชีวิตของเราอีกต่อไป ไล่มันไปในพระนามพระเยซู

4.# ใน ฮบ. 4:12 กล่าวว่า “เพราะ​ว่า​พระ​วจนะ​ของ​พระ​เจ้า​นั้น​มี​ชีวิต​และ​ทรง​พลา​นุ​ภาพ​อยู่​เสมอ และ​คม​ยิ่ง​กว่า​ดาบ​สอง​คม​ใดๆ แทง​ทะลุ​กระ​ทั่ง​แยก​จิต​และ​วิญ​ญาณ ทั้ง​ข้อ​กระ​ดูก​และ​ไข​ใน​กระดูก และ​สา​มารถ​วินิจ​ฉัย​ความ​คิด​และ​ความ​มุ่ง​หมาย​ใน​ใจ​ด้วย”

ถ้อยคำของพระเจ้า จะนำชีวิตมาสู่ผู้เชื่อ
ถ้อยคำของพระเจ้า มีฤทธิ์ที่จะสำเร็จตามถ้อยคำนั้นเสมอ
ถ้อยคำของพระเจ้า นำการเปลี่ยนแปลงมาสู่ส่วนที่ลึกที่สุดในชีวิตของเราได้
ถ้อยคำของพระเจ้า สามารถเปิดเผยความลับในใจของเราที่เราเองก็ยังไม่รู้ ออกมาได้

4.@ วันนี้ เราให้ความสำคัญแก่พระคำของพระเจ้า มากเพียงใด?
ใน 24 ชม. ของวันนี้ เราใช้เวลากับพระคำของพระเจ้า กี่ เปอร์เซนต์?

5.# ใน ฮบ. 4:13 ชี้ให้เห็นว่า เราทุกคนต้องถวายรายงานต่อพระเจ้าตัวต่อตัว และพระองค์ทรงทราบทุกสิ่ง ไม่​มี​สิ่ง​​ใดที่จะ​ถูก​ปิด​ซ่อน​ไว้​จาก​พระ​องค์ได้ เราไม่อาจหลบ ไม่อาจบิดเบือน ไม่อาจโกหก ต่อพระเจ้าได้เลย แม้แต่นิดเดียว

5.@ หากเพียงแต่เราจะตระหนักจริงๆว่า สักวันหนึ่งเราต้องรายงานในทุกสิ่งที่เราทำ ต่อพระเจ้าผู้ทรงทราบทุกิ่งแม้แต่ความคิดในใจของเรา
เราคงใช้ทุกวินาทีในโลกนี้ อย่างมีคุณค่าและมีความหมายในฝ่ายวิญญาณมากยิ่งขึ้นกว่านี้ มากมายนัก

6.# ใน ฮบ. 4:14-16 อธิบายว่า เนื่องจากมหาปุโรหิตของเรา คือ พระเยซู ผู้ทรง​เคย​ถูก​ทด​ลอง​ใจ​เหมือน​เรา​ทุก​อย่าง พระองค์ทรง​สา​มารถ​จะ​เห็น​ใจ​ใน​ความ​อ่อน​แอ​ของ​เรา
ด้วยเหตุนี้​ให้​เรากล้าที่จะ​เข้า​มา​ถึง​เฝ้าพระเจ้าเสมอ โดยทางพระเยซูคริสต์ แล้ว​จะ​ได้​รับ​พระ​เมต​ตา และ​จะ​พบ​พระ​คุณ​ของพระเจ้า ที่​ช่วย​เรา​ใน​ยาม​ต้อง​การทุกครั้งไป

6.@ ไม่ว่าเราจะผิดพลาดพลั้งบาป หรือกระทำสิ่งที่ชั่วร้ายมากสักเพียงใด
วันนี้ โดยพระเยซูคริสต์ให้เรามีใจกล้าที่จะเข้ามา เข้าเฝ้าพระเจ้า พระองค์พร้อมที่จะให้อภัยแก่เรา พร้อมที่จะเมตตาเรา และพร้อมที่จะประทานพระคุณแห่งการช่วยเหลือเรา ทั้งที่เราไม่สมควรจะได้รับก็ตาม

คำคม

“ การได้หยุดพักหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ ความเชื่อไว้วางใจในพระเจ้าในวันนี้ ”

ขุมทรัพย์ ฮีบรู 3

ภาพรวม

  • ในบทนี้ผู้เขียนพระธรรมฮีบรูชี้ให้เห็นว่า พระเยซูทรงเป็นใหญ่กว่าโมเสสมากมายนัก คนที่เชื่อวางใจในพระเยซูจะได้รับความรอด

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ฮบ. 3:1-6 นั้น อธิบายว่า พระเยซูทรงยิ่งใหญ่กว่าโมเสส
สำหรับคนยิวแล้ว สุดยอดของผู้ที่พระเจ้าทรงใช้มานั้น คือ โมเสส ผู้สัตย์ซื่อในฐานะผู้รับใช้พระเจ้า
แต่ พระเยซู ทรงเป็นผู้สัตย์ซื่อในฐานะพระบุตรของพระเจ้า
ดัง​นั้น​พระ​เยซู​จึงทรง​สม​ควร​ได้​รับ​พระ​เกียรติ​มาก​กว่า​โม​เสส
เพราะ​ผู้​สร้าง​บ้าน​ย่อม​มี​เกียรติ​ยิ่ง​กว่า​ตัว​บ้าน

1.@ พระเยซูผู้ประทานพระคุณ ทรงเป็นใหญ่กว่า โมเสสผู้มอบธรรมบัญญัติแก่คนอิสราเอล
ดังนั้น พระคุณ จึงมีอำนาจเหนือ ธรรมบัญญัติ
เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซู จึงรอดพ้นกฏเกณฑ์ของธรรมบัญญัติ

2.# ใน ฮบ. 3:6 ชี้ให้เห็นว่า การ​ยึด​ความ​มั่น​ใจ​และ​ความ​ภูมิ​ใจ​ใน​ความ​หวัง​ ว่าจะได้เข้าส่วนในพระเยซู เอาไว้ จะทำให้เราได้เข้าส่วนในพระสิริของพระองค์

2.@ สิ่งที่เราต้องยึดไว้ให้มั่นอยู่ทุกวันคืน ตลอดชีวิตของเรา คือ ยึดความมั่นใจ และ ยึดความภูมิใจ ในพระเยซูไว้เสมอไป
วันนี้ เรามั่นใจจริงๆ หรือไม่ ว่า โดยพระเยซูคริสต์นั้น เราจะได้เข้าส่วนในพระสิริของพระเจ้า ในสวรรค์?
วันนี้ เราภาคภูมิใจจริงๆ หรือไม่ ว่า โดยพระเยซูคริสต์นั้น เราได้เป็นพระบุตรของพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์?

3.# ใน ฮบ. 3:12-14 ชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่จะพาให้ใจของเรา หลงไปจากพระเจ้า คือ ความไม่​เชื่อ และ ใจดื้อรั้นอันเนื่องมาจากการล่อลวงของบาป (อยากทำบาปก็เลยดื้อรั้นไม่เชื่อฟังพระเจ้า)
ดังนั้น เราควร​หนุน​ใจ​กัน​และ​กัน​ทุก​วัน ให้ยึด​มั่น​ใจ​ในความเชื่อไว้​ให้​มั่น​คง​จน​ถึง​ที่​สุด และเชื่อฟังพระเจ้าอยู่เสมอ

3.@ ความไม่เชื่อพาเราหลงจากพระเจ้าได้ฉันใด
ความเชื่อก็นำเราเข้ามาใกล้พระเจ้าได้ฉันนั้น

เราไม่เชื่อว่าพระเจ้าช่วยเราได้ เราจึงไม่อธิษฐานต่อพระเจ้า
แต่ถ้าเราเชื่อพระเจ้าทรงช่วยเราได้ เราก็จะอธิษฐานต่อพระองค์

4.# ใน ฮบ. 3:17-19 อธิบายว่า เหตุที่คนอิสราเอลผู้ได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า ผู้ได้มีประสบการณ์กับพระเจ้ามากมายตั้งแต่ออกจากอียิปต์และตลอด 40 ปีในถิ่นทุรกันดาร แต่พวกเขาก็ไม่สามารถเข้าสู่แผ่นดินแห่งพันธสัญญาได้ ก็เพราะว่า พวกเขาไม่เชื่อ จึงแสดงออกมาเป็นการไม่เชื่อฟังพระเจ้า

4.@ คนที่เชื่อวางใจในพระเจ้า คนนั้นจะเชื่อฟังพระเจ้าอย่างแน่นอน
วันนี้ เราเชื่อฟังพระเจ้า มากเพียงใด?

คำคม

“ ผู้ไม่เชื่อฟังธรรมบัญญัติจะถูกลงโทษ
แต่ผู้เชื่อฟังพระเยซู จะพ้นโทษ แล้วหันมาเชื่อฟังธรรมบัญญัติ”

ขุมทรัพย์ ฮีบรู 2

ภาพรวม

  • ในบทนี้ ผู้เขียนชี้ให้เห็นว่าพระเยซูจำเป็นต้องเสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์จึงจะสามารถช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นจากการพิพากษาได้

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ฮบ. 2:1 ชี้ให้เห็นว่า การ​เอา​ใจ​ใส่​ใน​สิ่ง​ต่างๆ ที่​เรา​ได้​ยิน​ให้​มาก​ขึ้น​อีก จะทำให้เรา​ไม่​หลงห่าง​ไกล​ไป​จาก​ที่ได้ยินนั้น
การเอาใจใส่พระคำของพระเจ้าที่ได้ยินหรือได้อ่าน อยู่เสมอ จะช่วยทำให้เราไม่ถอยห่างไปจากพระคำของพระเจ้า

1.@ วันนี้ เราเอาใจใส่พระคำของพระเจ้ามากเพียงใด?
เราได้นำพระคำของพระเจ้าที่เราได้เรียนรู้นั้น มาใช้ในชีวิตประจำวันมากเพียงใด?

2.# ใน ฮบ. 2:2-4 ชี้ให้เห็นว่า ถ้าพระบัญญัติที่ให้แก่โมเสส​ซึ่งมาโดย​ทูต​สวรรค์​นั้น​ปรา​กฏ เป็นจริง และ​ คนที่​​ละเมิด​หรือ​ไม่​เชื่อ​ฟัง​ ก็​ได้​รับ​โทษ​ตาม​ที่​ควร​แล้ว ทุกคน
ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด คนที่ละเลยความรอดที่นำมาโดยพระเยซูซึ่งใหญ่กว่าทูตสวรรค์มากมายนัก คนนั้นจะรอดพ้นการลงโทษไปได้อย่างไร?

2.@ มนุษย์ทุกคนเป็นคนบาป
ต้องถูกพิพากษาลงโทษ ทิ้งลงในบึงไฟนรก
พระเจ้าประทานพระเยซูมาเป็นผู้ช่วยให้รอด เป็นทางเดียว ไม่มีทางอื่น
ดังนั้น คนที่ปฏิเสธการช่วยเหลือครั้งนี้ จึงไม่มีทางรอดพ้นการพิพากษาได้เลย

3.# ใน ฮบ. 2:6-13 ชี้ให้เห็นว่า พระบิดาทรงให้พระเยซูมาบังเกิดเป็นมนุษย์ ซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าทูตสวรรค์ แต่นั่นก็เพียงชั่วขณะหนึ่ง
ที่พระเยซูต้องมาบังเกิดเป็นมนุษย์ที่ต่ำกว่าทูตสวรรค์ ก็เพื่อจะทำให้มนุษย์กลายเป็นพี่น้องกับพระองค์ และเมื่อพระเยซูถูกยกขึ้นเหนือกว่าทูตสวรรค์ มนุษย์ผู้ที่เชื่อวางใจในพระองค์ก็จะถูกยกขึ้นเช่นกัน

3.@ พระเยซูเสด็จลงมาต่ำต้อย เพื่อยกชูมนุษย์ที่ต้อยต่ำอย่างเรา ให้เข้าส่วนในศักดิ์ศรีสูงส่งของพระองค์

4.# ใน ฮบ. 2:14-18 ชี้ให้เห็นว่า พระเยซูได้เข้าส่วนในมนุษย์ด้วยการมาบังเกิดเป็นมนุษย์ผู้มีเนื้อและเลือด
– เพื่อจะได้เหมือนกับมนุษย์ทุกอย่าง
– เพื่อจะสามารถเป็นมหาปุโรหิตสำหรับมนุษย์ได้
– เพื่อจะได้ถูกทดลองได้และทนทุกข์ได้ จึงช่วยผู้ที่ถูกทดลองได้ เพราะเคยถูกทดลองมาก่อน
– เพื่อที่จะตายได้ เพราะพระเจ้าตายไม่ได้ แต่ค่าจ้างของความบาปคือความตาย (รม.6:23) ดังนั้นพระเยซูต้องอยู่ในสภาพที่ตายได้จึงสามารถรับโทษบาปแทนมนุษย์ได้ นั่นคือ เดินเข้าสู่ความตายแทนมนุษย์
และโดยการตายของพระเยซูนั้น ได้ทำลายฤทธิ์อำนาจของมารซาตานเสีย และทรงปลดปล่อยผู้ที่ตกเป็นทาสของความกลัวตาย ให้กลายเป็นผู้ไม่กลัวตายอีกต่อไป

4.@ ถ้าพระเจ้าจะช่วยเรา พระเยซูจำเป็นต้องมาบังเกิดเป็นมนุษย์ และตายบนไม้กางเขนเพื่อเรา ไม่มีหนทางอื่น
เพราะพระเจ้าทรงรักเราอย่างที่สุด พระองค์จึงให้พระบุตรองค์เดียวของพระองค์เสด็จมาตายเพื่อช่วยเรา

คำคม

“ พระเยซูลงมาต่ำเพื่อยกเราให้สูงขึ้น
เราจึงสมควรถ่อมใจลง ยกพระองค์ให้สูงสุด ”

ขุมทรัพย์ ฮีบรู 1

ภาพรวม

  • พระธรรมฮีบรูเป็นจดหมายที่เขียนถึงผู้เชื่อชาวฮีบรู(ยิว)ที่กำลังถูกข่มเหงและถูกชักชวนให้ละทิ้งพระเยซูแล้วกลับไปทางเดิมในการยึดถือธรรมบัญญัติ
  • ผู้เขียนพยายามชี้ให้เห็นว่าพระเยซูทรงเป็นพระเมสสิยาห์ ที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้เป็นทางเดียวแห่งความรอดของมนุษย์ทุกคน
  • ในบทนี้ผู้เขียนบอกให้ผู้อ่าน รู้ว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นใหญ่กว่าเหล่าทูตสวรรค์ที่พวกเขานับถือนักหนา เสียอีก

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ฮบ. 1:2 สอนว่า บัดนี้พระเจ้าได้สำแดงพระองค์ให้มนุษย์ได้รู้จักและเข้าถึงพระองค์ได้ โดยทางพระเยซูคริสต์

1.@ วันนี้ เรายังคงมองไม่เห็นพระเจ้าด้วยตาของเรา แต่เราสามารถเข้าใจพระลักษณะของพระองค์ และพระประสงค์ของพระองค์ โดยดูจากชีวิตและคำสอนของพระเยซูคริสต์
ให้เราอ่านพระคัมภีร์ เพื่อที่จะรู้จักพระเจ้ามากยิ่งขึ้น โดยขอความข่วยเหลือจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพราะ พระวิญญาณจะทรงสำแดงพระเยซูให้เราประจักษ์ (ยน. 16:14)

2.# ใน ฮบ. 1:4-14 ชี้ให้เห็นว่า พระเยซู​ทรง​ยิ่ง​ใหญ่​กว่า​พวก​ทูต​สวรรค์​มาก​นัก
ตามความเชื่อของยิว นับถือทูตสวรรค์มาก เพราะเป็นตัวแทนของพระเจ้า ใครก็ตามได้พบทูตสวรรค์ถือว่าได้รับสิทธิพิเศษอย่างยิ่ง
ผู้เขียนพระธรรมฮีบรู จึงชี้ให้เห็นว่า พระเยซูทรงยิ่งใหญ่กว่าทูตสวรรค์มากมายนัก
ดังนั้นการได้เข้าส่วนในพระเยซูคริสต์ จึงเป็นสิทธิพิเศษใหญ่ยิ่ง

2.@ วันนี้ เราได้สิทธิพิเศษใหญ่ยิ่ง ในการเข้าส่วนในพระเยซูได้โดยความเชื่อ สามารถมีความสัมพันธ์กับพระองค์ได้ผ่านการอธิษฐานและผ่านการอ่านพระคำของพระองค์
จงใช้สิทธิพิเศษนี้เถิด

3.# ใน ฮบ. 1:14 ทำให้เรารู้ว่า เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ มีทูต​สวรรค์​คอยคุ้มครองปกป้องอยู่ด้วย

3.@ เรามีทูตสวรรค์ของพระเจ้าคอยปกป้อง ดังนั้นไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวสิ่งใด
และยิ่งกว่านั้นอีก เรามีพระเจ้าผู้ใญ่ยิ่งสูงสุดสถิตอยู่กับเรา เรายังต้องกังวลอะไรอีกเล่า?

คำคม

“ พระคริสต์ผู้สถิตกับเราทรงใหญ่ยิ่งสูงสุด เราจึงสมควรปฏิบัติต่อพระองค์ด้วยความยำเกรงอย่างที่สุด ”

ขุมทรัพย์ ฟิเลโมน

ภาพรวม

  • อ.เปา​โล​​เขียน​​​จดหมายถึง​ฟี​เลโมน​ใน​​ขณะ​​ติด​​คุก​​อยู่ เพื่อให้ฟิเลโมนให้อภัยโอเนสิมัสทาสของเขาที่หลบหนีไป เพราะโอเนสิมัสได้พบกับอ.เปาโล และกลับใจมาเป็นคริสเตียนแล้ว
  • อ.เปาโลขอให้ฟิเลโมนไม่เพียงไม่ลงโทษโอเนสิมัส (ซึ่งตามปกติทาสที่หลบหนี อาจถูกลงโทษถึงตายได้) แต่ให้รับโอเนสิมัสไว้เป็นเหมือนดังพี่น้องในพระคริสต์

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ฟม. 1:6 ชี้ให้เห็นว่า ​ยิ่งเรารู้ซึ้งในสิ่งดีทั้งหลายที่เราได้รับในพระเยซูคริสต์ ความ​เชื่อของเราก็​จะยิ่ง​เกิด​ผล​มากยิ่งขึ้น

1.@ การขอบคุณพระเจ้า เป็นการไตร่ตรองถึงสิ่งดีที่พระเยซูทรงประทานแก่เรา ดังนั้นจึงยิ่งทำให้เรามีความเชื่อเพิ่มมากยิ่งขึ้นอีก
วันนี้ เราขอบคุณพระเจ้า สักกี่อย่างแล้ว?

2.# ใน ฟม. 1:8-9 เราเห็นท่าทีที่เป็นแบบอย่างของอ.เปาโล คือ ถึงแม้ว่าอ.เปาโลจะสั่งให้ฟิเลโมนทำสิ่งที่ควรกระทำได้ แต่อ.เปาโลกลับใช้การอ้อนวอนฟิเลโมนแทน อ้อนวอนใน​ฐานะทูต​ของ​พระ​เยซู​คริสต์ ผู้ที่​ขณะ​นี้​ถูก​คุม​ขัง​อยู่เนื่อง​จาก​การ​ประ​กาศ​พระ​องค์

2.@ แม้เรามีสิทธิที่จะทำบางอย่างได้ แต่โดยคำนึงถึงความรักในพระคริสต์ บางครั้งเราก็ควรงดใช้สิทธินั้นเพราะเห็นแก่พี่น้อง

3.# ใน ฟม. 1:14 ชี้ให้เห็นว่า การกระทำ​ความ​ดี​นั้น สิ่งสำคัญมากคือ การทำด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่ด้วย​ความ​ฝืน​ใจ

3.@ วันนี้ สิ่งที่เราทำ แด่พระเจ้า เราทำด้วยเต็มใจ หรือ จำใจต้องทำเพราะหน้าที่?

4.# ใน ฟม. 1:15ชี้ให้เห็นว่า บางครั้งการสูญเสียอะไรบางอย่าง​ไป​ชั่ว​ระยะ​หนึ่ง ก็เพื่อ​เราจะ​ได้​สิ่งที่ดียิ่งกว่า​กลับ​คืน​มา​ตลอด​ไป

4.@ วันนี้ หากเราต้องสูญเสียอะไรบางอย่างไป จนทำให้เราต้องโศกเศร้าเสียใจ
โดยพระคุณของพระเจ้า พระองค์จะทรงประทานสิ่งที่ดีกว่า ถาวรกว่าให้แก่เราในอนาคต

5.# ใน ฟม. 1:25 คำอวยพรของอ.เปาโล คือ ขอ​ให้พระ​คุณ​ของ​พระ​เยซู​ดำ​รง​อยู่​กับ​จิต​วิญ​ญาณ​ของ​ฟิเลโมน

5.@ การให้พระคุณของพระเจ้า คุ้มครองจิตวิญญาณของเราเสมอไป จะเป็นเกาะป้องกันจิตวิญญาณของเราเป็นอย่างดีเยี่ยม
ไม่ว่าเราจะผิดพลาดพลั้งไปสักเพียงใด เรายังคงพึ่งพระคุณของพระเยซู ที่ยังทรงเมตตาประทานให้จิตวิญญาณของเรายังดำรงอยู่ในความชอบธรรมเสมอไป

คำคม

“ คริสเตียนแท้หรือเทียม ดูได้จาก ความรักและความเชื่อ ของเขา ”

ขุมทรัพย์ ทิตัส 3

ภาพรวม

  • ในบทนี้อ.เปาโลแนะนำทิตัส ให้สอนผู้อื่นให้ฝึกฝนที่จะกระทำการดีอยู่เสมอเพื่อพระเจ้าจะได้รับเกียรติผ่านชีวิตของพวกเขา

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ทต. 3:1-2 สอนว่า
– เราควรนอบ​น้อม​ต่อ​ผู้นำของบ้าน​เมือง​ ควร​เชื่อ​ฟัง​เขา
– เราควรประกอบอาชีพที่สุจริต
– เราไม่ควร​ว่า​ร้าย​ผู้ใด
– เราไม่ควร​เป็น​คน​มัก​ทะเลาะ​วิวาท
– เราควร​เป็น​คน​สุภาพ
– เราควรเป็นคนแสดง​อัธยาศัย​ไมตรี​อัน​ดี​งาม​อยู่เสมอ

1.@ พระคัมภีร์สอนให้เราประพฤติตัวต่อผู้มีอำนาจและคนทั้งหลายอย่างถวายเกียรติแด่พระเจ้าเสมอ
วันนี้ ชีวิตของเราที่คนเห็นนั้น ถวายเกียรติแด่พระเจ้าหรือไม่?

2.# ใน ทต. 3:3-7 ชี้ให้เห็นว่า ​เมื่อก่อน​นั้น​เรา​ ดำเนินชีวิตอย่าง​โง่เขลา ไม่​เชื่อ​ฟัง​หลง​ผิด เป็น​ทาส​ของ​กิเลส​ตัณหา​และ​การ​เริง​สำราญ​ต่างๆ ใช้​ชีวิต​อย่าง​เลวร้าย ริษยา น่า​ชัง และ​เกลียด​ชัง​กัน​

แต่​เมื่อ​พระเจ้าได้ทรงสำแดงพระ​เมตตา​และ​ความ​รัก​แก่เรา พระ​องค์​ทรง​ทำให้​​ใจของเรา​บังเกิด​ใหม่ และ​ทรง​สร้าง​เรา​ขึ้น​มา​ใหม่ โดย​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​

เพื่อ​เรา​จะ​ได้​เป็น​คน​ชอบธรรม​ และ​จะ​ได้​เป็น​ผู้​ได้รับ​ ​ชีวิต​นิรันดร์​

2.@ เราผู้สมควรแก่การถูกลงโทษ กลับได้รับความรักและเมตตา ได้กลายเป็นผู้ชอบธรมและได้รับชีวิตนิรันดร์
ด้วยเหตุนี้สมควรอย่างยิ่งที่เราจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในโลกนี้ ถวายเกียรติแก่พระเจ้าผู้ทรงรักและเมตตาเราอย่างหาที่เปรียบมิได้

3.# ใน ทต. 3:8-9 สอนว่า ผู้​เชื่อ​ใน​พระ​เจ้า​สมควร
– ทุ่มเทในกระทำ​การ​ดี ​และทำสิ่งที่​เป็น​ประโยชน์​แก่​คน​ทั้ง​หลาย
– หลีก​เสีย​จาก​​เถียง​กันในเรื่องไม่เป็นเรื่อง

3.@ เราควรทุ่มเททำในสิ่งที่เป็นสาระเป็นพระพรแก่ผู้อื่น ไม่ใช่ทุ่มเทพลังงานและเวลาไปกับสิ่งไร้สาระ ที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น หรืออาจจะเป็นโทษต่อผู้อื่นด้วยซ้ำไป

4.# ใน ทต. 3:14 ชี้ให้เห็นว่า เราควร​เรียนรู้และฝึกฝน​ที่​จะ​กระทำ​การ​ดี​อยู่เสมอ​เพื่อ​​เรา​จะ​ไม่​เป็น​คน​ที่​ไร้​ผล​

4.@ คนที่ไร้ผล คือ คนที่ไม่ฝึกที่จะทำการดี ดังนั้นพอโอกาสที่พระเจ้าประทานให้แก่เขามาถึง เขาจะไม่สามารถทำได้ตรงกับน้ำพระทัยของพระเจ้า
ในสัปดาห์นี้ เราฝึกทำการดีแล้วหรือยัง?

คำคม

“เราได้รับความรักและพระเมตตาอย่างเหลือล้น
จึงสมควรถวายเกียรติแด่พระองค์ด้วยสุดใจ”

ขุมทรัพย์ ทิตัส 2

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโลสอนทิตัส ให้สอนคนกล่มต่างๆให้ดำเนินชีวิตเป็นที่ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า ให้สมกับเป็นผู้ที่ได้รับพระคุณของพระเจ้าแล้ว

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ทต. 2:1-10 อ.เปาโลแนะนำให้ทิตัส สอนคนกลุ่มต่างๆ ดังนี้
– ผู้​ชาย​สูง​อายุ​ : สอนพวกเขาให้
>> ​รู้จัก​ประ​มาณ​ตน
>> มี​ความ​น่า​นับ​ถือ
>> มี​สติ​สัมป​ชัญญะ
>> มี​ความ​เชื่อ​ที่​ถูกต้อง
>> มี​ความ​รัก
>> มี​ความ​ทรหด​อด​ทน
– ​ผู้​หญิง​สูง​อายุ​ : สอน​พวก​นาง​ให้
>> ​ประ​พฤติ​ให้น่า​นับถือ
>> ไม่​ใส่​ร้ายคนอื่น
>> ไม่​ติด​เหล้า
>> ​เป็น​ผู้​สอน​สิ่ง​ที่​ดี​งามแก่หญิงสาว ได้แก่สอนพวกเธอให้
>>>>> รัก​สามี​และ​บุตร​ของ​พวก​ตน
>>>>> มี​สติ​สัมป​ชัญญะ
>>>>> เป็น​คน​บริ​สุทธิ์
>>>>> ดูแล​บ้าน​เรือน​อย่าง​ดี
>>>>> มี​ความ​เมต​ตา​
>>>>> ​เชื่อ​ฟัง​สามี​ของ​ตน
– ​ชาย​หนุ่ม​ : สอนพวกเขาให้
>> ​มี​สติ​สัมป​ชัญญะ
>> ​ประ​พฤติ​ตาม​แบบ​อย่าง​อันดี ที่ทิตัสได้วางแบบอย่างไว้
>> ดำเนินชีวิตอย่าง​ถูกต้อง​ที่​ไม่​มี​ใคร​จะ​ตำ​หนิ​ได้
– ​คนที่เป็นทาส​ : สอนพวกเขาให้
>> เชื่อ​ฟัง​นาย​ของ​ตน
>> ​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูก​ใจ​นาย​ทุก​อย่าง
>> อย่า​เถียง​นาย
>> อย่า​​ยัก​ยอก​
>> ​สำ​แดง​ความ​ซื่อ​สัตย์​และ​ดี​งาม​ใน​ทุก​อย่าง

1.@ ในการสอนคนแต่ละประเภทย่อมมีความแตกต่างกัน การใช้พระคัมภีร์เป็นแนวทางในการสอนนั้นจะทำให้เราสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
สิ่งที่สำคัญมากสำหรับการสอน ก็คือ การมีชีวิตที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับคำสอนนั้น
วันนี้ เราทำตามสิ่งที่เราสอนหรือเปล่า?

2.# ใน ทต. 2:11 สอนว่า พระ​คุณ​ของ​พระ​เจ้าที่ทรงสำแดงแก่เรานั้น
– เพื่อ​ช่วย​ทุก​คน​ให้​รอด
– ​เพื่อ​สอน​เรา​
>>> ให้​ละ​ทิ้ง​ความ​อธรรม​และ​โล​กีย​ตัณ​หา
>>> ​ให้​ดำ​เนิน​ชีวิต​ใน​ยุค​นี้​อย่าง​มี​สติ​สัมป​ชัญญะ อย่าง​ชอบ​ธรรม​
>>> ​ให้​ดำ​เนิน​ตาม​ทาง​พระ​เจ้า
– เพื่อ​ไถ่​เรา​ให้​พ้น​จาก​การ​อธรรม​ทุก​อย่าง
– ​เพื่อ​ชำระ​เรา​ให้​บริ​สุทธิ์
– เพื่อเราจะ​ได้​เป็น​ประ​ชา​กร​ของ​พระ​องค์​ซึ่ง​มี​ใจ​กระ​ตือ​รือ​ร้น​ที่​จะ​ทำ​การ​ดี

2.@ โดยพระคุณของพระเจ้า เราจึงได้รับความรอดแล้ว
จากนี้ไป เราสมควรดำเนินชีวิตให้สมกับผู้ที่ได้รับความรอดแล้ว ด้วยการละทิ้งการอธรรมทั้งหลาย และดำเนินชีวิตในทางของพระเจ้าอย่างมีสติ รู้ว่าสิ่งสารพัดในโลกนี้เป็นเพียงสิ่งชั่วคราว อีกไม่นานเราก็จะได้เข้าไปอยู่ในแผ่นดินแห่งพระบิดาของเราแล้ว

คำคม

“ ผู้มีสติ คือ ผู้ที่รู้ตัวว่าสิ่งของวันนี้นั้นชั่วคราว สิ่งของวันหน้านั้นถาวรนิรันดร์ ”

ขุมทรัพย์ ทิตัส 1

ภาพรวม

  • ​อ.เปาโล​ได้ส่งทิตัส สาวกของอ.เปาโล ​ไป​ดูแล​คริสตจักร​ที่​เกาะค​รีต ​และได้เขียนจดหมายไปถึงทิตัสเพื่อให้คำแนะนำแก่เขาในการรับใช้พระเจ้าที่เกาะครีต
  • ทิตัส​ได้​อยู่​ที่​เกาะครีต​จนกระทั่ง​อ.เปาโล​ส่ง​อาร​เท​มาส​หรือ​ทีคิกัส​มา​รับ​ช่วง​งาน​ต่อ ​(ทต.3:12) ​เขา​จึง​มี​โอกาส​เดินทาง​ไป​พบ​เปาโล​ที่​นิโคบุรี
  • ในบทนี้ อ.เปาโลแนะนำทิตัสถึงการเลือกผู้นำขึ้นมาดูแลคริสตจักรว่า ต้องเป็นคนที่มีชีวิตที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ทต. 1:2 ชี้ให้เห็นว่า ​พระ​เจ้า​ได้ทรง​สัญ​ญา​ไว้​ตั้ง​แต่​ก่อน​เริ่ม​ต้น​ของ​กาล​เวลาแล้ว ว่าจะให้เราได้รับชีวิตนิรันดร์
ก่อนที่เวลาจะถูกสร้างขึ้น ไม่มีมนุษย์คนใดได้รับรู้พระสัญญานั้น ซึ่งก็ไม่สำคัญว่ามนุษย์จะรู้หรือไม่ เพียงแต่พระเจ้าทรงสัญญา มันก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
พระเจ้าประสงค์ที่จะเมตตาเรา ตั้งแต่เรายังไม่มีตัวตนเลย
วันนี้เรามีตัวตนแล้ว พระเมตตาที่เราได้รับจึงไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำของเรา แต่เป็นพระคุณของพระองค์

1.@ พระเจ้าประสงค์ที่จะเมตตาเรา ตั้งแต่เรายังไม่มีตัวตนเลย
วันนี้เรามีตัวตนแล้ว พระเมตตาที่เราได้รับจึงไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำของเรา
แต่เป็นพระคุณของพระองค์

2.# ใน ทต. 1:6-9 อ.เปาโลแนะนำให้ทิตัส เลือกบุคคลที่จะมาเป็นผู้นำคริสตจักร โดยต้องมีคุณสมบัติดังนี้
– ​ไม่​มี​ข้อ​ตำหนิร้ายแรงใดๆ
– เป็น​สามี​ของ​หญิง​คน​เดียว
– บุตร​ของ​เขา​มี​ความ​เชื่อ และ​ไม่​เป็น​นักเลง​หรือ​เป็น​คน​ดื้อ​กระด้าง​
– ไม่​เป็น​คน​เย่อหยิ่ง
– ไม่​เป็น​คน​เลือดร้อน
– ไม่​เป็น​นักเลง​สุรา
– ไม่​เป็น​นักเลง​หัว​ไม้
– ​ไม่​เป็น​คน​โลภ​มัก​ได้​
– เป็น​คน​มี​อัชฌาสัย​รับแขก​ดี
– เป็น​ผู้​รัก​ความ​ดี
– เป็น​คน​มี​สติสัมปชัญญะ
– เป็น​คน​ยุติธรรม
– เป็น​คน​บริสุทธิ์
– เป็นคนรู้จัก​บังคับ​ใจ​ตนเอง​
– เป็น​คน​ยึด​มั่น​ใน​หลัก​คำ​สอน​ในพระคำของพระเจ้า

2.@ หากเราเป็นผู้นำฝ่ายวิญญาณ เราควรพัฒนาตนเองให้มีคุณสมบัติใกล้เคียงคุณสมบัติข้างต้นให้มากขึ้นเรื่อยๆ
หากเรายังไม่ได้เป็นผู้นำฝ่ายวิญญาณ ควรพัฒนาตนเองตามคุณสมบัติขั้นต้น เพื่อว่าเมื่อพระเจ้าทรงเห็นว่าได้เวลาที่เราจะเป็นผู้นำฝ่ายวิญญาณแล้ว เราจะได้มีคุณสมบัติเหมาะสมที่พระเจ้าจะทรงใช้ให้เป็นพระพรแก่ผู้คนมากมายได้

3.# ใน ทต. 1:15-16 ชี้ให้เห็นความแตกต่างของคนบริสุทธิ์และคนชั่วช้า ไว้ว่า

คน​บริสุทธิ์​นั้น​ทุก​สิ่ง​บริสุทธิ์ ได้แก่ จิตใจ , จิตสำนึก และการกระทำ ล้วนถวายเกียรติแด่พระเจ้า

คน​ชั่ว​ช้า และ​คน​ที่​ไร้​ความ​เชื่อนั้น​ ไม่​มี​สิ่ง​ใด​บริสุทธิ์​เลย ล้วนแต่เต็มไปด้วยความชั่ว ทั้ง​จิตใจ​และ​จิตสำนึก​ผิด​ชอบ​ของ​เขา​ รวมทั้งการกระทำของเขาด้วย
เขาอาจพยายามแสดง​ตัว​ว่า ​รู้จัก​พระ​เจ้า แต่​การ​กระทำ​ของ​เขานั้น ปฏิเสธ​พระ​องค์ ไม่เชื่อฟังพระองค์

3.@ ในคริสตจักรเอง เราอาจจะพบคน 2 ประเภท คือ คนที่ชอบธรรม กับ คนที่แสดงเหมือนเป็นคนชอบธรรม
ซึ่งเราสามารถแยกแยะคน 2 ประเภทนี้แบบคร่าวๆได้ โดยดูจาก การกระทำของเขาว่าสอดคล้องกับพระคำของพระเจ้าหรือไม่ ถวายเกียรติแด่พระเจ้าหรือไม่

คำคม

“คนที่คิดว่าตนเองรู้จักพระเจ้า แต่ไม่ทำตามพระคำของพระองค์
เขายังไม่รู้จักพระองค์จริงๆ ”

ขุมทรัพย์ 2ทิโมธี 4

ภาพรวม

  • ในบทนี้เป็นคำอำลาของอ.เปาโล เป็นบทสุดท้ายของจดหมายฝากฉบับสุดท้ายที่อ.เปาโลเขียนถึงทิโมธีและคริสเตียนทั้งหลาย อ.เปาโลภาคภูมิใจในการทุ่มเททั้งชีวตเพื่อการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า และท่านรู้ตัวว่าอีกไม่นานท่านกำลังจะไปรับบำเหน็จรางวัลของท่านแล้ว

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 2ทธ. 4:2-5 อ.เปาโล ย้ำเตือนทิโมธี ให้ประ​กาศ​พระ​วจนะ​อย่าง​ขะมัก​เขม้น​ อยู่เสมอ โดยพยายาม​ชัก​ชวน ตัก​เตือน หนุน​ใจ สั่งสอนคนทั้งหลาย ด้วย​ความ​อดทน​
เพราะ​จะ​ถึง​เวลา​ที่​คน​จะ​ทน​ต่อ​คำ​สอน​ที่​ถูกต้อง​ไม่​ได้ พวก​เขา​จะ​เลิก​ฟัง​ความ​จริง​และ​หัน​ไป​ฟัง​นิยาย​ต่างๆ
ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนั้น​ ทิโมธีต้องหนัก​แน่น​มั่น​คง​ทุก​เรื่อง และ​อด​ทน​ต่อ​ความ​ทุกข์​ยากต่างๆ
แล้ว​ทำ​หน้า​ที่​ของ​ผู้​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐเรื่องพระเยซูคริสต์อย่างสัตย์ซื่อ
และ​ทำ​พันธ​กิจที่ได้รับมอบหมาย​ให้​ครบ​บริบูรณ์

1.@ ในสมัยที่คนเบื่อหน่าย ไม่อยากฟังความจริงแห่งพระคำของพระเจ้า
เรายิ่งต้องประกาศ สั่งสอนพระคำของพระเจ้า มากยิ่งขึ้น อย่างสัตย์ซื่อและอดทน

2.# ใน 2ทธ. 4:3 “เพราะ​จะ​ถึง​เวลา​ที่​คน​จะ​ทน​ต่อ​คำ​สอน​ที่​ถูกต้อง​ไม่​ได้ แต่​พวก​เขา​จะ​รวบ​รวม​บรรดา​อาจารย์​ไว้​สำ​หรับ​ตน ตาม​ความ​อยาก​ของ​ตัว​เอง​เพื่อ​สนอง​หู​ที่​คัน”
ในยุคสมัยก่อน ผู้เรียนจะเรียนตามที่ผู้สอนปรารถนาจะสอน
แต่ในยุคสมัยปัจจุบัน คนเรียนจะเลือกเรียนตามที่ตนปรารถนาจะเรียน ผ่านโซเชียลมีเดีย ผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นต้น

2.@ เหตุการณ์ต่างๆในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นว่า เรากำลังอยู่ในยุคสุดท้ายแล้วจริงๆ

3.# ใน 2ทธ. 4:6-8 อ.เปาโลได้บอกกับทิโมธีว่า อ.เปาโลใกล้ถึงเวลาที่จะถูกประหารชีวิตเพราะเหตุความเชื่อในพระคริสต์แล้ว อ.เปาโลรู้สึกว่าที่ผ่านมา​ได้​ต่อ​สู้​อย่าง​เต็ม​กำ​ลังแล้ว และได้​รัก​ษา​ความ​เชื่อ​ไว้​จนถึงบั้นปลายของชีวิตแล้ว
ดังนั้นเมื่ออ.เปาโลจากโลกนี้ไป ท่านจะได้รับ​ราง​วัล​อย่างแน่นอน

3.@ อ.เปาโลใช้ชีวิตที่มีอยู่ในการทุ่มเทรับใช้พระเจ้า
พอบั้นปลายของชีวิตมาถึง เมื่อเขามองย้อนกลับไปจึงไม่เสียใจในการใช้ชีวิตที่ผ่านมา
วันนี้ เราทุ่มเทในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้ามากเพียงใด?

4.# ใน 2ทธ. 4:10 กล่าว​ว่า ​”เด​มาสได้​หลง​รัก​โลก​ปัจจุบัน​นี้​เสีย​แล้ว…”(ฉบับ1971)
เดมาส เคยเป็นเพื่อร่วมกับใช้กับอ.เปาโล(คส. 4:14 , ฟม.1:24) แต่ในที่สุดเขากลับติดกับดัก การยั่วยวนแห่งโลกนี้ แล้วละทิ้งอ.เปาโล ติดตามค่านิยมของโลกไป

4.@ แม้คนที่ร่วมรับใช้ในงานประกาศที่ยิ่งใหญ่อย่างเดมาส หากไม่ระมัดระวังในการดำเนินชีวิตก็ยังหลงตามค่านิยมของโลกไป
ดังนั้นเราเองก็ควรระมัดระวังในการดำเนินชีวิต ติดสนิทกับพระเจ้าเสมอ ไม่จดจ่อหรือใส่ใจกับสิ่งยั่วยวนแห่งโลกนี้

5.# ใน 2ทธ. 4:11 อ.เปาโลบอกให้ทิโมธีไป​ตาม​มาระ​โกและ​พา​เขา​มา​หาอ.เปาโลด้วย เพราะมาระโก​ช่วย​ปรนนิบัติ​อ.เปาโลได้​เป็น​อย่าง​ดี​
ก่อนหน้านี้ ใน กจ. 15:37-39 อ.เปาโลเคยมองว่ามาระโกเป็นคนไม่เอาไหน เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ เพราะเดินทางไปประกาศกับอ.เปาโลไม่กี่วัน ก็หนีกลับบ้านแล้ว
แต่​บารนาบัส ยังเชื่อในตัว​มาระ​โก​ ยังให้โอกาสมาระโกไปร่วมรับใช้กับเขา​ด้วย​
จนในที่สุดมาระโกได้กลายเป็นผู้รับใช้พระเจ้าคนสำคัญที่อ.เปาโล ปรารถนาให้เขามาปรนนิบัติในบั้นปลายของชีวิต นอกจากนี้มาระโกยังได้เป็นผู้เขียนพระธรรมมาระโกในเวลาต่อมาอีกด้วย

5.@ วันนี้ สำหรับบางคน อาจดูเหมือน ไม่เอาไหน ไม่เข้าท่า ไม่เป็นคนฝ่ายวิญญาณ
แต่หากเรายังคงรักเขา อดทนกับเขา ให้โอกาสเขา
ใครจะไปรู้ สักวันเขาอาจจะเป็นคนที่นำการเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่มาสู่ประเทศก็ได้

6.# ใน 2ทธ. 4:13 อ.เปาโลสั่งทิโมธีว่า เมื่อทิโมธีมา​ ให้​เอา​เสื้อ​คลุม​ซึ่ง​ของอ.เปาโล​ได้​ฝาก​ไว้​กับ​คารปัส ที่​เมือง​โตรอัสมา​ด้วย พร้อม​กับ​หนังสือซึ่งน่าจะหมายถึงพระคัมภีร์และหนังสืออื่นๆ

ผู้รับใช้อาวุโสผู้ทุ่มเททั้งชีวิตในการปรนนิบัติรับใช้พระเยซู อย่างไม่รู้เหน็ดรู้เหนื่อย พอมาถึงบั้นปลายชีวิต กลับแทบไม่มีอะไรเหลือเป็นสมบัติส่วนตัวเลย นอกจาก เสื้อคลุมตัวหนึ่ง กับหนังสือเพียงไม่กี่เล่ม

ถึงกระนั้นคริสเตียนทั่วโลกตลอด 2,000 ปีที่ผ่าน ต่างยอมรับว่า เขาเป็นผู้รับใช้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตั้งแต่มีคริสตจักรเกิดขึ้นบนโลก
และแน่นอน เขาเป็นผู้รับใช้ที่ยิ่งใหญ่ในสายพระเนตรของพระเจ้า

เรื่องนี้ สรุปให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การวัดความสำเร็จในการรับใช้พระเจ้า ไม่ได้วัดตามมาตรฐานหรือค่านิยมของโลก แต่วัดตามสิ่งที่จะได้รับในสวรรคสถาน
ชายแก่ผู้ตายอย่างไม่มีสมบัติติดตัว ถูกตัดคออย่างน่าอนาจ กลับกลายเป็นผู้รับใช้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริสตจักร

6.@ อย่าให้เราประเมินการรับใช้คนอื่นด้วยมาตรฐานแห่งโลกนี้
และอย่าไปสนใจ หากใครจะประเมินการรับใช้ของเราด้วยมาตรฐานแห่งโลกนี้
เพราะพระเจ้าผู้ทรงยุติธรรม จะเป็นผู้ตัดสินเองว่า การรับใช้ของเรานั้น มีค่าเพียงใดสายพระเนตรของพระองค์

คำคม

“ จงรับใช้อย่างสุดกำลัง จงยึดมั่นความเชื่อจนวันตาย
เพื่อว่าในวันสุดท้ายของชีวิตเ ราจะได้พบกับความภาคภูมิใจและปลื้มปิติอย่างที่สุด ”

ขุมทรัพย์ 2ทิโมธี 3

ภาพรวม

  • ในบทนี้อ.เปาโลสอนทิโมธี ให้รู้ว่าในยุคสุดท้ายนั้นลักษณะของผู้คนจะเป็นเช่นไร ดังนั้นทิโมธีควรที่จะยึดสิ่งที่พระคำของพระเจ้าได้สอนสั่งเอาไว้ให้มั่น

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 2ทธ. 3:2-5 พูดถึงคนในยุคสุดท้ายว่า จะมีลักษณะดังนี้
– ​เห็น​แก่​ตัว
– รัก​เงิน​ทองมากกว่าสิ่งใด
– โอ้​อวด
– หยิ่ง​ยโส
– ชอบ​ดูหมิ่นผู้อื่น
– ไม่​เชื่อ​ฟัง​พ่อ​แม่
– อกตัญ​ญู
– ทำสิ่งชั่วร้ายต่างๆ
– ไร้​มนุษย​ธรรม
– ไม่​ให้​อภัย​กัน
– ใส่​ร้าย​กัน
– ไม่​ยับยั้ง​ชั่งใจ
– ดุร้าย
– เกลียด​ชัง​ความ​ดี
– ทรยศ
– มุ​ทะลุ
– โอหัง
– รัก​ความ​สนุก​มาก​กว่า​รัก​พระเจ้า
– ยึด​ถือ​ทาง​พระ​เจ้า​แต่​เพียง​เปลือก​นอก
– ปฏิ​เสธ​ฤทธิ์​เดช​ของ​พระเจ้า

1.@ ในยุคนี้เป็นช่วงยุคสุดท้ายแล้ว นั่นคือ การทดลองให้เกิดลักษณะดังกล่าวมีสูงมาก
ดังนั้นเราควรคอยพิจารณาตนเองอยู่เสมอว่า วันนี้ เราได้ตกในการทดลองแล้วดำเนินชีวิตแบบเดียวกับวิถีของคนในโลกนี้อยู่หรือเปล่า?

2.# ใน 2ทธ. 3:10-11 ชี้ให้เห็น​ว่าสิ่งที่เราสามารถเป็นแบบอย่างให้แก่ผู้อื่นได้นั้น มีด้านต่างๆดังนี้
– ความพฤติ​กรรม
– เป้า​หมาย​ชีวิต
– ความ​เชื่อ
– ความ​อดทน
– ความ​รัก
– ความ​ทร​หด​อด​ทน
– การ​ถูก​ข่ม​เหง และ​การ​ทน​ทุกข์​เพื่อพระเจ้า

2.@ เมื่อเราพบกับเหตุการณ์ที่พัฒนาสิ่งเหล่านี้ จงถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะพัฒนาตนเองให้เป็นพระพรแก่ผู้อื่น ด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่คนอื่นๆ

3.# ใน 2ทธ. 3:12 บอกให้รู้ความจริงว่า “แท้​จริง​ทุก​คน​ที่​ตั้ง​ใจ​จะ​ดำ​เนิน​ชีวิต​ตาม​ทาง​พระ​เจ้า​ใน​พระ​เยซู​คริสต์​จะ​ถูก​ข่มเหง”

3.@ วันนี้ หากมีใครไม่ค่อยชอบเรา เพราะเราเชื่อฟังพระเจ้า ไม่ใช่เรื่องน่าแปลก
แต่ถ้าเราคิดว่า ตนเองกำลังดำเนินชีวิตแบบเชื่อฟังพระเจ้า แต่ไม่มีใครไม่ชอบเราเลยนั้น อันนี้ น่าแปลกประหลาดอัศจรรย์ใจยิ่งนัก

4.# ใน 2ทธ. 3:16-17 กล่าวถึง พระ​คัม​ภีร์ ไว้ว่า พระคัมภีร์​ทุก​ตอน​ได้​รับ​การ​ดลใจ​จาก​พระ​เจ้า และ​ทุกตอนเป็น​ประ​โยชน์​ในการปรับปรุงชีวิต เพื่อ​เรา​จะ​มี​ความ​สา​มารถ​ทำการ​ดี​ทุก​อย่างได้อย่างสมบูรณ์

4.@ พระคัมภีร์มีเอาไว้เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา เพื่อเราจะทำการดี
ดังนั้น หากรู้พระคัมภีร์แต่ไม่นำมาใช้พัฒนาตนเอง หรือใช้พัฒนาตนเองเท่านั้น แต่ไม่นำไปทำการดี ย่อมไม่อาจเห็นฤทธิ์อำนาจที่แท้จริงในพระวจนะของพระเจ้า

คำคม

“ พระคัมภีร์จะเปลี่ยนชีวิตของเรา
ก็ต่อเมื่อเรายอมให้พระคัมภีร์เปลี่ยนจิตใจและพฤติกรรมของเรา ”

ขุมทรัพย์ 2ทิโมธี 2

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโลสอนทิโมธี ให้ดำเนินชีวิตเป็นผู้รับใช้ที่ดีและถวายเกียรติแด่พระเจ้าอยู่เสมอ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 2ทธ. 2:1 อ.เปาโลบอกให้ทิโมธี ​เข้ม​แข็ง​ขึ้น​ด้วย​พระ​คุณ​ซึ่ง​มี​อยู่​ใน​พระ​เยซู​คริสต์
หมายความว่า ความเข้มแข็งนี้เราสามารถมีได้ด้วยตัวเราเอง โดยการพึ่งพระคุณของพระเยซูคริสต์ ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นมาช่วยให้เราเข้มแข็ง

1.@ วันนี้ เราสามารถเข้มแข็งขึ้นได้ทันที โดยการหันมาพึ่งพระคุณของพระเจ้าด้วยความเชื่อ
เชื่อว่าพระเจ้าจะทรงเสริมกำลังเราแน่นอน พระเจ้าจะทรงช่วยเราแน่นอน ไม่ใช่เพราะเราดี แต่เพราะพระคุณของพระเจ้าที่ทรงมีต่อเรานั้นเหลือล้น

2.# ใน 2ทธ. 2:2 อ.เปาโลสอนทิโมธี ให้​สอนคน​ที่​ซื่อ​สัตย์​ ที่​สา​มารถ​สอน​คน​อื่นไป​ได้​ด้วย

2.@ หากเรารักษาหมอ เราจะมีหมอมากพอไปรักษาผู้ป่วยจำนวนมาก

3.# ใน 2ทธ. 2:3-5 สอนว่า การเป็นทหารที่ดี​ของ​พระ​เยซู​คริสต์นั้น
– ต้องทำทุกอย่างเพื่อมุ่งทำให้พระเจ้าพอพระทัย
– ต้องทำตามกฏเกณฑ์ในพระคำของพระเจ้า

3.@ ในการรับใช้พระเจ้า เราต้องทำเพื่อให้พระเจ้าพอพระทัย ไม่ใช่เพื่อให้งานประสบความสำเร็จ และเราต้องใช้วิธีที่สอดคล้องกับพระคำของพระเจ้าเท่านั้น

4.# ใน 2ทธ. 2:11-13 สอนว่า ถ้า​เรากระทำสิ่งต่างๆเพื่อพระเจ้า พระองค์ผู้ทรงสัตย์ซื่อจะเป็นผู้ประทานบำเหน็จแก่เราอย่างแน่นอน

4.@ วันนี้ สิ่งที่เราทำเพื่อพระเจ้า คนไม่เห็น คนไม่ชื่นชม ก็ช่างคนประไร เพราะพระเจ้าผู้ทรงทราบทุกสิ่งจะเป็นผู้ประทานบำเหน็จแก่เราเอง

5.# ใน 2ทธ. 2:15 ชี้ให้เห็นว่า มีคนงานบางคนเป็นคนงานที่น่าอับอายในสายพระเนตรของพระเจ้า ได้แก่ คนที่รับใช้พระเจ้าแต่กลับบิดเบือนพระ​วจนะ​ของพระเจ้า

5.@ วันนี้ หากเราสอนพระคำของพระเจ้าแก่ผู้อื่น เราควรระมัดระวังตัวอยู่เสมอที่จะสอนให้ตรงตามความจริงแห่งพระวจนะของพระเจ้าเสมอ

6.# ใน 2ทธ. 2:21 สอนเราว่า คนที่ชำระ​ตัว​เอง​ให้​พ้น​จาก​ความชั่ว เขา​ก็​จะ​เป็น​ภา​ชนะ​ที่เหมาะ​ที่​พระเจ้า​จะ​ใช้​เป็นพระพรได้

6.@ การสำรวจตนเองอยู่เสมอ กลับใจจากบาปทั้งหลายอยู่เสมอ เป็นการเตรียมชีวิตของเราให้พร้อมที่พระเจ้าจะทรงใช้เราเป็นพระพรต่อไป

7.# ใน 2ทธ. 2:22 สอนว่า สิ่งที่เราควรทุ่ม ​มุ่ง​มั่น ที่จะพัฒนา ได้แก่ การดำเนินชีวิตอย่าง​ชอบ​ธรรม ความ​เชื่อ ความ​รัก และ​สันติ​สุข​

7.@ ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา เราควรไตร่ตรองว่า สิ่งเหล่านั้นจะมีส่วนพัฒนาการดำเนินชีวิตอย่าง​ชอบ​ธรรม ความ​เชื่อ ความ​รัก และ​สันติ​สุข​ ในชีวิตของเราได้อย่างไร

8.# ใน 2ทธ. 2:26 ชี้ให้เห็นว่า มารซาตานพยายามวางบ่วง กับดักเอาไว้ เพื่อดักจับผู้คน​ให้​ทำ​ตาม​ความ​ประ​สงค์​ของ​มัน

8.@ เมื่อเราดำเนินตามพระคำของพระเจ้า เราจะสามารถหลุดพ้นจากกับดักของมารได้

คำคม

“ พระคุณมีมากพอสำหรับเรา เราจึงสามารถเข้มแข็งขึ้นในพระคุณได้ตลอดเวลา ”

ขุมทรัพย์ 2ทิโมธี 1

ภาพรวม

  • อ.เปาโล เขียนจดหมายฉบับนี้ขณะติดคุกในกรุงโรม ซึ่งต่อมาอีกไม่นาน ในปี ค.ศ. 68 อ.เปาโลก็ถูกจักรพรรดิ​เนโร​สั่ง​ประหาร​ชีวิต​
  • เนื่องจากในช่วงเวลานั้น​คริสเตียน​กำลัง​ถูก​จักรพรรดิ​เนโร​ข่มเหง​อย่างหนัก ทำ​ให้หลายคนหวาดกลัว และ​ละ​ทิ้ง​อ.เปาโลและ​ความ​เชื่อ อ.เปาโล​จึง​เขียน​จดหมายฉบับ​นี้​ เพื่อ​หนุนใจ​ทิโมธี​ให้​มั่นคง​ใน​ความ​เชื่อและให้​อดทน​ต่อ​ความ​ทุกข์ยาก​ลำบาก​ และให้​​ประกาศ​ข่าว​ประเสริฐแม้​ว่าสถานการณ์​จะ​ไม่​อำนวยก็ตาม
  • ในบทนี้ อ.เปาโลสอนทิโมธีให้ไม่ละอายในการประกาศข่าวประเสริฐและให้ยึดความเชื่อในข่าวประเสริฐไว้ให้มั่น

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 2ทธ. 1:5 ชี้ให้เห็นว่า ​ความ​เชื่อ​อย่าง​จริง​ใจ​ของทิโมธีนั้น ได้รับการถ่ายทอดแบบอย่างมาจาก​​โล​อิส ​ยาย​ของเขา และ​​ยูนีส​ แม่ของเขา

1.@ การที่พ่อแม่ มีความเชื่อมั่นคงในพระเจ้า เป็นสิ่งที่ส่งเสริมลูกให้มีแนวโน้มที่จะมีความเชื่อมั่นคงในพระเจ้าด้วยเช่นเดียวกัน
จงเป็นแบบอย่างในด้านความเชื่อแก่บุตรหลานของท่านเถิด

2.# ใน 2ทธ. 1:7 กล่าว​ว่า ​พระ​เจ้า​ไม่​ได้​ประ​ทาน​ใจ​ที่​ขลาด​กลัว​แก่​เรา แต่​ประ​ทาน​ใจ​ที่​มีฤทธา​นุภาพ ความ​รัก และ​การ​บัง​คับ​ตน​เอง​ ให้แก่​เรา

2.@ ความกลัวไม่ได้มาจากพระเจ้า แต่มาจากศัตรู อย่ายินดีต้อนรับมัน
อย่ายอมให้มันอาศัยอยู่ในความคิดของเราเป็นเวลา
จงไล่มันไป ไม่ต้อนรับมันในความคิดของเรา
ด้วยการอธิษฐานง่ายๆ ทุกครั้งที่กลัวว่า
“ในนามพระเยซู ความกลัว จงออกไป ณ บัดนี้ อาเมน”

พระเจ้าทรงกระทำให้ใจของเรา เข้มแข็ง เต็มไปด้วยความรัก และเราสามารถบังคับตนเองได้เสมอ
อย่ายอมให้มารหลอกเราว่า เราทำไม่ได้
อย่ายอมเชื่อคำโกหกของมันว่า “สิ่งนี้ยากเกินไปสำหรับเรา เราทำไม่ได้หรอก”

เราทำได้แน่นอนโดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังแก่เรา เพราะพระองค์ประทานใจเช่นนี้ให้เราเรียบร้อยแล้ว

3.# ใน 2ทธ. 1:8 สอนว่า เราไม่ควรรู้สึกอาย​ที่​เป็น​พยาน​เรื่องพระเยซู ให้คนอื่นได้ฟัง หากเราเป็นพยานแล้ว คนอื่นดููถูกหรือตำหนิเรา นั่นก็เท่ากับเราได้​มี​ส่วน​ร่วม​​ใน​ความ​ทุกข์​ยาก​เพื่อ​ข่าว​ประ​เสริฐแล้ว

3.@ วันนี้ เรากล้าเป็นพยานเพื่อพระเยซูคริสต์หรือไม่?

4.# ใน 2ทธ. 1:9 ชี้ให้เห็นว่า เหตุที่เราได้รับความรอด ก็เพราะว่าพระเจ้าทรงเลือกที่จะประทาน​พระ​คุณ​แก่​เรา​ ตั้งแต่​ก่อน​เริ่ม​ต้น​ของ​กาล​เวลาแล้ว

4.@ พระเจ้าทรงเลือกที่จะรักเรา ตั้งแต่เวลายังไม่ถูกสร้างขึ้นมาเลย
พระเจ้ารักเราไม่ใช่เพราะการกระทำใดๆของเราเลย แต่เพราะพระองค์ทรงเลือกที่จะรักเรา
ดังนั้นเราไม่สามารถทำอะไรเลย เพื่อให้พระเจ้ารักเรามากขึ้นกว่านี้ เพราะพระองค์ทรงรักเราอย่างที่สุดแล้ว

5.# ใน 2ทธ. 1:10 ชี้ให้เห็นว่า โดยข่าวประเสริฐนั้น​ ทำให้ความ​ตายถูกทำลาย​ให้​สูญ​สิ้นไป และ​​ทำให้ชีวิต​​อมตะ​ปรา​กฏ​ขึ้น สำหรับมนุษย์

5.@ ข่าวประเสริฐเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เพราะทรงพลังอย่างเหลือล้น สามารถทำลายความตายนิรันดร์จากมนุษย์และมอบชีวิตนิรันดร์แก่มนุษย์
จงภาคภูมิใจในข่าวประเสริฐเถิด

6.# ใน 2ทธ. 1:14 อ.เปาโลสั่งให้ทิโมธี ​รักษาความเชื่อแท้ในข่าว​ประ​เสริฐเอาไว้ให้มั่น โดยการ​พึ่ง​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์

6.@ พระวิญญาณบริสุทธิ์จะช่วยเราให้สามารถยึดมั่นในข่าวประเสริฐตลอดชีวิตของเรา

คำคม

“ พระเจ้าประทานจิตใจที่กล้าหาญและมีพลังแก่เราแล้ว จงใช้มันขับไล่ความกลัวออกไป ”

ขุมทรัพย์ 1ทิโมธี 6

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโลสอนทิโมธี ให้ยึดมั่นในความเชื่อในข่าวประเสริฐ และสอนคนทั้งหลายให้ดำเนินชีวิตตามความเชื่อในข่าวประเสริฐนั้น

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# 1ทธ. 6:1-2 สอนว่า ผู้ที่เป็นลูกน้อง สมควรให้เกียรติเจ้า​นาย​ของ​ตน​ทุก​อย่าง เพราะการกระทำเช่นนี้จะทำให้พระเจ้าได้รับเกียรติ
ยิ่งถ้าเจ้านายเป็นคริสเตียน ยิ่งต้องเคารพ เพราะนอกจากถวายเกียรติแด่พระเจ้าแล้ว ยังถือว่าเป็นการปรนนัติลูกของพระเจ้าไปในตัวด้วย

1.@ วันนี้ไม่ได้บังเอิญที่ คนๆนั้นได้มาเป็นหัวหน้าของเรา แต่เป็นการจัดเตรียมของพระเจ้า เพื่อเราจะถวายเกียรติแด่พระองค์ด้วยการให้เกียรติแก่เขา แม้เขาทำตัวไม่น่าจะได้รับเกียรติก็ตาม

2.# ใน 1ทธ. 6:3-4 ชี้ให้เห็นว่า คนที่ไม่ยอมเห็น​ด้วย​กับ​พระ​วจนะ​ของพระ​เจ้า เป็นคนยโส และไม่เข้าใจอะไรเลย
เขาเพียงแต่พยายามหาเรื่องโต้เถียงในเรื่องคำพูดหรือเรื่องที่ไม่มีสาระ เพื่ออวดความเก่งของตนเอง ซึ่งจะนำไปสู่การอิจฉา การทะเลาะ และการไม่ไว้วางใจกัน เสียมากกว่า

2.@ วันนี้ เราเชื่อและยอมรับพระคำของพระเจ้าอย่างจริงใจแล้วหรือยัง?
การโต้เถียงกันในเรื่องหยุมหยิม ของถ้อยคำที่เราพบในพระคัมภีร์ ไม่ทำให้เกิดประโยชน์ฝ่ายวิญญาณ แต่จะทำให้เกิดความแตกแยก ดังนั้นเราไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับการโต้เถียงเหล่านั้น

3.# ใน 1ทธ. 6:6 ชี้ให้เห็นว่า การ​อยู่​ใน​ทาง​พระ​เจ้า​จะนำผล​ประ​โยชน์​อย่าง​มากมายมาสู่ชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่

3.@ การดำเนินชีวิตตามทางของพระเจ้า จะนำพระพรฝ่ายวิญญาณมหาศาลมาสู่ชีวิตของเรา

4.# ใน 1ทธ. 6:7 ชี้ให้เห็นถึงความจริงฝ่ายวิญญาณว่า เรา​ไม่​ได้​นำ​สิ่งใด​ติด​ตัว​เข้า​มา​ใน​โลก และ​เรา​ก็​นำ​อะไร​ออก​ไป​ได้
ดังนั้นทุกสิ่งที่เราได้รับในโลกนี้ ไม่สำคัญอะไรเลย
แต่สิ่งที่เราจะได้รับเมื่อจากโลกนี้ไปต่างหากที่สำคัญอย่างยิ่ง

4.@ วันนี้เรากำลังจดจ่ออยู่กับสิ่งใด?
จดจ่อกับสิ่งที่จะได้รับในโลกนี้ หรือ สิ่งที่จะได้รับหลังจากโลกนี้ไป

5.# ใน 1ทธ. 6:9-10 ชี้ให้เห็นว่า การ​อยาก​รวย​ เป็นกับดักของ​การ​ทดลอง ที่จะดึงคนไปสู่​ความ​ชั่วร้ายและ​โง่เขลา ซึ่ง​ทำ​ให้​มนุษย์​จม​ลง​สู่​ความ​พินาศ​ย่อยยับ
หากใครทุ่มเททุกอย่างเพื่อเงิน จะพลัดหลงไปจากความเชื่อ และพบกับความทุกข์ตรอมตรมมากมาย

5.@ มีเงินได้ หาเงินได้ แต่อย่ารักเงิน
อย่ารักมัน จนยอมทำทุกอย่างเพื่อมัน จนยอมทิ้งทุกสิ่งเพื่อมัน
เงินเป็นทาสที่สัตย์ซื่อ แต่เป็นนายที่โหดร้าย

6.# ใน 1ทธ. 6:11 สอนว่า เรา​ผู้​เป็น​คน​ของ​พระ​เจ้า ควร​หลีก​หนี​จาก​การรักเงินทอง และมุ่ง​หา​ความ​ชอบ​ธรรม​ ความ​เชื่อ ความ​รัก ความ​อด​ทน และ​ความ​อ่อน​สุภาพ จากสถานการณ์ต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา

6.@ ในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเรา เราควรถามตัวเองว่า
“ในเหตุการณ์เราจะพัฒนา การดำเนินชีวิตอย่างชอบธรรม พัฒนาความเชื่อ พัฒนาความรัก พัฒนาความอดทน หรือพัฒนาความอ่อนสุภาพ ได้อย่างไร?”

7.# ใน 1ทธ. 6:12-14 อ.เปาโลสอนทิโมธี ว่า
ให้​ต่อ​สู้​อย่าง​เต็ม​ที่​เพื่อ​รักษาความ​เชื่อเอาไว้
ให้ยึดมั่นความเชื่อในข่าวประเสริฐที่จะนำไปถึง​ชีวิต​นิรันดร์​ให้​มั่น
ให้​รัก​ษา​คำสั่งในพระคำของพระเจ้าให้ดี​โดย​ไม่​ด่าง​พร้อย และ​ไม่​มี​ที่​ติ จน​กว่า​พระ​เยซู​จะ​เสด็จ​มา

7.@ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเราก็ตาม ให้เรายึดความเชื่อในข่าวประเสริฐเอาไว้ให้มั่นตลอดวันคืนแห่งชีวิตของเรา
จะเสียอะไรก็ให้มันเสียไป แต่อย่าเสียความเชื่อในข่าวประเสริฐ

8.# ใน 1ทธ. 6:17-19 สอนว่า คนที่ร่ำรวยควรให้เขาระวังตัวไม่​ให้​เย่อ​หยิ่ง หรือ​​หวัง​ใน​ทรัพย์​สมบัติที่​ไม่​ยั่ง​ยืน
แต่​ให้​เขา​หวัง​ใน​พระ​เจ้า​ผู้​ประทาน​ทุก​สิ่ง​แก่​เรา​อย่าง​บริ​บูรณ์
และควร​ให้เขา​ทำ​การ​ดี ให้​​มากๆ ให้​เอื้อ​เฟื้อ​เผื่อ​แผ่​และ​แบ่ง​ปันแก่ผู้อื่น
เพราะว่านั่นจะ​เป็น​การ​สะ​สม​ทรัพย์​ไว้​ใน​ภาย​หน้า และยังเป็นการ​ยึด​มั่น​ใน​ชีวิต​ที่​แท้​จริง อีกด้วย

8.@ การรวยไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่ก็ทำให้ง่ายต่อการตกในบาปแห่งความเยิ่อหยิ่งยโส
ดังนั้นยิ่งรวย ก็ต้องยิ่งฝึกถ่อมใจ
การรวยสามารถเป็นพระพรแก่ตัวเราได้ โดยการใช้การรวยของเราไปเป็นพระพรแก่ผู้อื่น

9.# ใน 1ทธ. 6:20-21 สอนว่า เราควร​หลีก​หนี​จาก​​การ​โต้​แย้ง​เรื่องความคิดเห็น ที่บางคนเข้าใจผิดคิด​ว่า นั่น​เป็น​ความ​รู้
เพราะยิ่งทำเช่นนั้น ยิ่งจะทำให้​หลง​ไป​จาก​ความ​เชื่อได้ง่าย

9.@ เราควรหลีกเลี่ยงการโต้เถียงที่ไม่ก่อให้เกิดการเติบโตฝ่ายวิญญาณ

คำคม

“ รักเงินทำลายชีวิต รักพระเจ้าเสริมสร้างชีวิต ”