สรุป เลวีนิติ 8

ภาพรวม

  • โมเสสได้ทำการเจิมตั้งอาโรนและบุตรของอาโรน ให้เป็นปุโรหิต ตามที่พระเจ้าทรงบัญชา

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev08-76682

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 8 หลังจากที่พระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับกฎเรื่องเครื่องบูชาและกฏอื่นๆแล้ว จึงทรงสั่งให้โมเสสทำการเจิมตั้งปุโรหิต ซึ่งสอดคล้องกับใน อพย. 29:1-37 โมเสสก็ทำตามดังนี้

– ให้​อาโรน​และ​บรรดา​บุตร​ของ​เขา​ เตรียมสิ่งต่อไปนี้ มาที่ประตูพลับพลา
1. เสื้อ​ตำแหน่ง
2. น้ำ​มัน​เจิม
3. โค​ซึ่ง​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป 1 ตัว
4. แกะ​ผู้ 2 ​ตัว
5. ​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ​ 1 ตะกร้า

– ​ให้ชุมนุม​ชน​ทั้ง​หมด​ให้​ประ​ชุม​กัน​ที่นั่น
– ให้​อาโรน​และ​บุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา​มา​ชำระ​กาย​ด้วย​น้ำ แล้ว​สวม​เสื้อ​ตำแหน่งให้พวกเขา
– แล้วโมเสส​นำ​น้ำ​มัน​เจิม​ มา​เจิม​พลับ​พลา​และ​ทุก​สิ่ง​ที่​อยู่​ใน​นั้น ชำระ​ให้​บริ​สุทธิ์
– แล้วโมเสสก็​เท​น้ำ​มัน​เจิม​บาง​ส่วน​ลง​บน​ศีรษะ​ของ​อาโรน แล้ว​เจิม​เขา เพื่อ​ชำระ​ให้​บริ​สุทธิ์

– จากนั้นก็ ให้อาโรน​และ​บุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา​​เอา​มือ​ วาง​บน​หัว​ของ​โค
– แล้วโมเสส​ก็​ฆ่า​โค​ตัว​นั้น​เสีย
– จากนั้นก็เอา​นิ้ว​จุ่ม​เลือด​ไป​เจิม​เชิง​งอน​ทุก​ด้าน​ของ​แท่นบูชา แล้ว​เท​เลือด​ที่​ฐาน​ของ​แท่น
– แล้วโมเสสก็​นำ​ไขมัน​ของเครื่อง​ใน​และไต​สอง​ไต เผา​​บน​แท่น
– แต่​หนัง , เนื้อ ​และ​มูล​ของ​ของ​โค ได้นำไป​เผา​เสีย​ด้วย​ไฟ​ภาย​นอก​ค่าย

– จากนั้นก็ให้ อาโรน​กับ​บุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา​เอา​มือ​ ​วาง​บน​หัว​ของ​แกะ​
– แล้วโมเสส​ก็ฆ่า​แกะ​นั้น
– แล้วเอา​เลือด​ประ​พรม​ที่​ทุก​ด้าน​ของแท่น​บูชา
– แล้ว​เผา​แกะนั้น​ทั้ง​ตัว​ ตามกฎของการถวายเครื่อง​บูชาเผาทั้งตัว(ลนต.1)

– จากนั้น ให้อาโรน​และ​บุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา​เอา​มือ​​วาง​บน​หัว​แกะอีกตัวหนึ่ง
– แล้วโมเสสก็​ฆ่า​แกะ​นั้น
– เอา​เลือด​เจิม​ปลาย​หู​ข้าง​ขวา นิ้ว​หัว​แม่​มือ​ขวา และ​ที่​นิ้ว​หัว​แม่​เท้า​ขวา​ของ​อาโรน และบุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​อาโรน​- แล้วโมเสสก็​เอา​เลือด​ประ​พรม​​ทุก​ด้าน​ของ​แท่น
– แล้วโมเสส​จึง​นำ​ไขมันของ​เครื่อง​ใน, ไต​สอง​ไต,​ ​ขา​ข้าง​ขวาของแกะนั้น และ​​ขนม​ไร้​เชื้อ 1 ก้อน​, ​ขนม​ปัง​เคล้า​น้ำ​มัน​ 1 ก้อน, ขนม​แผ่น​ 1​หนึ่ง ​นำมา​วาง​ใน​มือ​ของ​อาโรน แล​บุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา แล้วให้พวกเขาโบก​ถวาย​​แด่​พระ​เจ้า
– แล้ว​โมเสส​ก็​นำ​ของ​เหล่า​นั้น ​เผา​เสีย​บน​แท่นบูชา พร้อม​กับ​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว เป็น​เครื่อง​บูชา​เพื่อ​การ​สถาปนา

– แล้วโมเสส​เอา​เนื้อ​อก​โบก​ถวาย​แด่​พระเจ้า เนื้อแกะ​ส่วนนี้เป็น​ของ​โมเสส
– แล้ว​โมเสส​นำ​น้ำ​มัน​เจิม​และ​เลือด​ซึ่ง​อยู่​บน​แท่น ประ​พรม​อาโรนกับบุตรของเขา ​และ​ประพรมเสื้อ​ตำแหน่ง​ของ​พวกเขา

– โม​เสส​สั่ง​อา​โรน​และ​บุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา​ว่า ให้​ต้ม​เนื้อ​ที่​ประตู​พลับพลา และ​รับ​ประ​ทาน​​ที่​นั่น​กับ​ขนม​ปัง​ซึ่ง​อยู่​ใน​ตะกร้าที่นำมา และเนื้อ​และ​ขนม​ปัง​ที่​เหลือ​นั้น ให้​เผาเสีย​ด้วย​ไฟ
– โมเสสให้พวกเขาอยู่ในบริเวณพลับพลา ตลอด​ 7 ​วัน ห้ามออกไปไหน เพราะการ​สถา​ปนา​ ​กิน​เวลา​ 7 วัน

1. ก่อนที่ปุโรหิตจะเป็นตัวแทนของประชาชน ทำพิธีลบล้างบาปของประชาชน
ตัวปุโรหิตเอง ต้องรับการลบล้างบาปก่อน เพราะตัวแทนต้องบริสุทธิ์

เนื่องจากมนุษย์ทุกคนเป็นคนบาป จึงไม่มีมนุษย์คนใด สามารถเป็นตัวแทนผู้อื่น เพื่อขอลบล้างมลทินบาปของเขาได้เลย
พิธีลบล้างบาปในพระคัมภีร์เดิม จึงเป็นเพียงเงาของสิ่งที่จะมาภายหลัง
เหมือนใน ฮบ. 10:1 ที่กล่าวไว้ว่า “เพราะ​เหตุ​ที่​ธรรม​บัญ​ญัติ​เป็น​เพียง​เงา​ของ​สิ่ง​ประ​เสริฐ​ทั้ง​หลาย​ที่​จะ​มา​ใน​ภาย​หลัง ไม่​ใช่​ตัว​จริง …”
และใน คส. 2:17 ที่กล่าวว่า “สิ่ง​เหล่า​นี้​เป็น​เพียง​เงา​ของ​สิ่ง​ที่​มา​ใน​ภาย​หลัง แต่​ตัว​จริง​คือ​พระ​คริสต์”

ตัวจริงคือ พระเยซูคริสต์ผู้ปราศจากบาป พระองค์ผู้เดียวเท่านั้น สามารถเป็นตัวแทนของเรา เพื่อขอลบล้างบาปของเราได้

2. พระเจ้าสั่งให้อาโรนและบุตรของเขา อยู่บริเวณพลับพลา ถึง 7 วัน เป็นการติวเข้ม ซักซ้อม ให้คุ้นเคยกับเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆในพลับพลา และพิธีกรรมต่างๆ เพราะหลังจากนี้ไป พวกเขาจะต้องเป็นผู้ปรนนิบัติจำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้า

เมื่อพระเจ้าจะใช้ใครทำอะไร พระองค์จะติวเข้ม จัดเตรียมเขาให้พร้อมสำหรับงานที่พระเจ้าทรงให้เขาทำเสมอ

เหมือนโมเสส ถูกส่งไปซ้อมเลี้ยงแกะแสนดื้อ ในถิ่นทุรกันดารมาแล้วถึง 40 ปี ก่อนจะพร้อมนำคนอิสราเอลผู้แสนดื้อ

วันนี้พระเจ้ากำลังเตรียมชีวิตของเรา เพื่อในอนาคตพระเจ้าจะทรงใช้เราทำบางสิ่งบางอย่าง อย่างถวายเกียรติแด่พระเจ้าและเป็นพระพรมากมาย

คำคม

“ พระเจ้ากำลังเตรียมเราวันนี้ เพื่อเป็นพระพรยิ่งใหญ่ในวันข้างหน้า ”

สรุป เลวีนิติ 7

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับ กฎเรื่อง​เครื่อง​บูชา​ชด​ใช้​บาป , ​กฎ​เรื่อง​เครื่อง​ศานติ​บูชา​ และกฎเรื่องส่วนแบ่งของปุโรหิต

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev07-76593

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 7
นอกจากที่พระเจ้าได้สั่งคนอิสราเอล และปุโรหิต เกี่ยวกับกฎเกณฑ์เรื่อง การชดใช้คืน ธัญบูชา และเครื่องบูชาลบล้างบาป แล้ว พระองค์ยังสั่งเรื่องกฎอื่นๆดังนี้

​กฎ​เรื่อง​เครื่อง​บูชา​ชด​ใช้​บาป
– ให้​พวก​เขา​ฆ่า​สัตว์​ที่​เป็น​เครื่อง​บูชา​ชด​ใช้​บาป​ใน​ที่​สำหรับ​ฆ่า​สัตว์
– และ​ให้​นำ​เลือด​สัตว์​นั้น​ประ​พรม​​ทุก​ด้าน​ของ​แท่นบูชา
– และ​ให้​เอา​ไขมันหุ้มเครื่องใน​และไตของ​สัตว์​นั้น เผา​ถวาย​บูชา​เสีย​ทั้ง​หมด
– ให้​ผู้​ชาย​ทุก​คน​ที่​เป็น​ปุโร​หิต​รับ​ประ​ทาน ของถวาย​ใน​วิสุทธิ​สถาน

กฎเรื่องส่วนแบ่งของปุโรหิต
– ปุโรหิตที่ถวายเครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป หรือเครื่องบูชาชดใช้บาป ปุโร​หิต​ผู้​นั้นจะ​ได้​เครื่อง​บูชา​นั้น
– ปุโร​หิตที่​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​ของ​ผู้​ใด ปุโร​หิต​ผู้​นั้น​จะ​ได้​หนัง​ของ​เครื่อง​บูชานั้น
– ปุโรหิตผู้ถวาย​ธัญ​บูชา​ ปุโร​หิต​ผู้​นั้น​จะ​ได้เครื่องธัญบูชา​ทั้ง​หมด​ซึ่ง​เตรียม​ใน​กระทะ​หรือ​ที่​เหล็ก​
– ปุโรหิตผู้ถวายศานติบูชา ​ปุโร​หิต​ผู้​นั้น​จะ​ได้เนื้อ​อก​และขา​ขวา​ของ​สัตว์​นั้น

​กฎ​เรื่อง​เครื่อง​ศานติ​บูชา​
– ถ้านำ​ถวาย​เพื่อ​ขอบ​พระ​คุณ นอกจากสัตว์ที่นำมาแล้ว ให้​เขา​ถวาย​ขนม​ไร้​เชื้อที่ทำจากแป้งอย่างดี ​เคล้า​น้ำ​มัน และ ขนม​ปัง​ใส่​เชื้อ ​มา​ถวาย​พร้อมกันด้วย
– แป้งเหล่านี้​จะ​เป็น​ส่วน​ของ​ปุโร​หิต​ผู้​ทำพิธี
– ส่วน​เนื้อ​สัตว์ นอกเหนือจากส่วนของปุโรหิต ​ จะเป็นของเขา เขา​จะ​ต้อง​รับ​ประ​ทาน​เสีย​ใน​วัน​ถวาย​บูชา ไม่​ให้​เหลือ​ไว้​จน​ถึง​วัน​รุ่ง​ขึ้น
– ถ้า​นำถวายเพื่อ​แก้​บน หรือ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ตาม​ใจ​สมัคร ให้​เขา​รับ​ประ​ทาน​ใน​วัน​ถวาย​บูชา และ​ใน​วัน​รุ่ง​ขึ้น​เขา​ยัง​รับ​ประ​ทาน​ส่วน​ที่​เหลือ​ได้
– แต่ถ้ายังเหลือ​ถึง​วัน​ที่​สาม ให้​เผา​เสีย​ด้วย​ไฟ

การกระทำที่จะถูกลงโทษขับออกจากชุมชน ได้แก่
– การ​รับ​ประ​ทาน​เนื้อ​สัตว​บูชา​ซึ่ง​เป็น​ศานติ​บูชา​ โดย​ที่​ตน​ยัง​มี​มลทิน​ติด​ตัว​อยู่
– การ​แตะ​ต้อง​สิ่ง​ที่​เป็น​มลทิน​ แล้ว​มา​รับ​ประ​ทาน​เนื้อ​ของ​ศานติ​บูชา​
– การรับ​ประ​ทาน​ไขมัน​ของ​สัตว์​ซึ่ง​เป็น​เครื่อง​บูชา​
– การรับ​ประ​ทาน​เลือด​

– พระเจ้าทรงสั่งไม่ให้ปุโรหิตทำงานอะไร นอกจากงานปรนนิบัติในพลับพลา
ขณะเดียวกัน พระเจ้าก็วางกฎเพื่อเลี้ยงดูปุโรหิตเหล่านั้นและครอบครัวของพวกเขา ด้วยเครื่องบูชาที่ประชาชนนำมาถวาย

เมื่อพระเจ้าสั่งให้เราทำอะไรบางอย่าง พระเจ้าจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นสำหรับเราไว้เสมอ
เราไว้วางใจในพระองค์ได้ พระเจ้าวางแผนไว้อย่างรอบคอบเสมอ

– การทำผิดบางอย่างโทษรุนแรงถึงขั้นขับออกจากชุมชนอิสราเอล
ซึ่งความผิดเหล่านั้น เป็นความผิดเกี่ยวกับการจงใจละเมิดกฎแห่งความบริสุทธิ์ที่พระเจ้าได้บัญชาไว้

สิ่งที่พระเจ้าถือว่าสำคัญมากสำหรับประชากรของพระเจ้า คือเรื่องความบริสุทธิ์
ความบริสุทธิ์ หมายถึง แยกออกเพื่อพระเจ้า

เราผู้เป็นของพระเจ้า ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด ในการดำเนินแยกออกจากค่านิยมแห่งโลกนี้ มาดำเนินในทางของพระเจ้า

คำคม

“ เมื่อเราทำตามที่พระเจ้าสั่ง พระองค์จะรับผิดชอบเราเอง ”

สรุป เลวีนิติ 6

ภาพรวม

  • พระเจ้าได้สั่งคนอิสราเอล และปุโรหิต เกี่ยวกฎเกณฑ์ต่างๆเรื่อง การชดใช้คืน และการถวายเครื่องบูชา

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev06-76410

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 6
ก่อนหน้านี้พระเจ้าสั่งอิสราเอลเกี่ยวกับเรื่องเครื่องบูชาต่างๆ และในบทนี้พระเจ้าได้สั่งเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ต่างๆดังนี้

กฎเรื่องการชดใช้คืน
ใคร​ทำ​บาป​ ต่อ​เพื่อน​บ้าน​ใน​เรื่อง​ต่างๆเช่น ​การโกงของ​ฝากหรือของ​ประ​กัน, โจร​กรรม, การ​บีบ​บัง​คับ, ​การพบ​สิ่ง​ที่​หาย​ไป​แล้ว​แต่​ไม่​ยอม​รับ, การสาบาน​​เท็จ หรือ​ทำ​ความผิด​ใดๆ ทำนองนี้
หากคนนั้น​สำนึก​ผิด​แล้ว ก็​ให้​ผู้​นั้น​คืน​ของ​ที่​ได้​มาอย่างไม่ถูกต้อง โดย​คืน​ให้​เต็ม​ตาม​จำนวน และ​ให้​เพิ่ม​อีก​20%
แล้วก็ให้​ผู้​นั้น​นำ​แกะ​ตัว​ผู้​ มามอบแก่ปุโรหิต เพื่อถวายเป็น​เครื่อง​บูชา​ชด​ใช้​บาป​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า หรือ​นำ​เงิน​ที่​มี​ค่า​เท่า​กับ​แกะ​ตัว​ผู้​ตาม​การ​ประ​เมิน​ราคาก็ได้
ปุโร​หิต​จะ​ลบ​ล้าง​บาป​ของ​เขา​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า
แล้ว​เขา​จะ​ได้​รับ​การ​อภัย​ใน​สิ่ง​ที่​เขา​ได้​ทำ​ไป

กฎ​เรื่อง​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว
– ​ต้อง​เผาเครื่องบูชา​บน​แท่น​ตลอด​คืน​จน​รุ่ง​เช้า
– ​​ไฟ​บน​แท่น​เผา​เครื่อง​บูชา​ลุก​อยู่​ตลอด​เวลา ห้าม​ให้​ไฟ​ดับ​เป็น​อัน​ขาด โดยปุโร​หิตต้องคอย​ใส่​ฟืน​ทุก​เช้า
– มูล​เถ้า​ของการเผา ให้ออก​ไป​ทิ้งนอก​ค่าย​

​กฎ​ของ​การ​ถวาย​ธัญ​บูชา
– ให้​ปุโร​หิต​คน​หนึ่ง​หยิบ​แป้ง​อย่าง​ดี​กำมือ​หนึ่ง​จาก​ธัญ​บูชากับ​น้ำ​มัน​ที่​วาง​ไว้​และ​เครื่อง​กำยาน​ทั้ง​หมด​ซึ่ง​อยู่​บน​ธัญ​บูชา และ​เผา​ส่วน​นี้​บน​แท่น​เป็น​ส่วน​อนุ​สรณ์
– ส่วน​ที่​เหลือ​ให้​อาโรน​และ​บรรดา​บุตร​ของ​เขา​รับ​ประ​ทาน โดยให้​ทำเป็น​ขนม​ปังไร้​เชื้อ​รับ​ประ​ทาน​ใน​วิสุทธิ​สถาน หรือ​ใน​ลาน​พลับพลา

​เครื่อง​บูชาสำหรับการเจิมปุโรหิต
– ในวันที่จะ​เจิมปุโรหิตนั้น ให้ปุโรหิตนำแป้ง​อย่าง​ดี​ 1 กิโล​กรัม ​เคล้า​กับ​น้ำมัน​จน​เข้า​กัน​ดีแล้ว​ทอด​บน​เหล็ก เป็น​ธัญ​บูชา​แด่พระเจ้า ​ให้​ถวาย​ตอน​เช้า​ครึ่ง​หนึ่ง ตอน​เย็น​ครึ่ง​หนึ่ง
– ธัญ​บูชา​ของ​ปุโร​หิต​ทุก​อย่าง​ให้​เผา​จน​หมด ห้าม​รับ​ประ​ทาน

​กฎ​การ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้างบาป
– ​ให้​ฆ่า​สัตว์​ที่​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป​ใน​ที่​สำหรับ​ฆ่า​สัตว์​
– ให้​ปุโร​หิต​ผู้​ถวาย​เครื่อง​บูชา จะ​รับ​ประ​ทาน​สัตว์​นั้น ​ใน​วิสุทธิ​สถาน หรือใน​ลานพลับพลา
– ผู้​ใด​แตะ​ต้อง​เนื้อ​สัตว์​นั้น​จะ​บริ​สุทธิ์
– แต่​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป​ของปุโรหิตเอง หรือของชุมนุมชนอิสราเอล ซึ่ง​ปุโร​หิต​นำ​เลือด​เข้า​ไป​ใน​วิสุทธิ​สถาน​นั้น(ลนต. 4:6 ,17) เนื้อของเครื่องบูชาเหล่านี้ ห้าม​รับ​ประ​ทาน แต่​ให้​เผา​ไฟ​เสีย

กฎการทำความสะอาด
– เมื่อ​ประ​พรม​และ​มี​เลือด​ติด​เสื้อของปุโรหิต ก็​ให้​ซัก​เสื้อ​ตำแหน่ง​ส่วน​ที่​มี​เลือด​ติด​นั้น​ใน​วิสุทธิ​สถาน
– ​ภาชนะ​ที่ใช้​ต้ม​เนื้อ​นั้น ถ้าเป็นดิน เมื่อใช้เสร็จก็ให้ทุบให้​แตก ถ้าเป็น​ทอง​สัม​ฤทธิ์​ก็​ให้​ขัด​และ​ล้าง​เสีย​ด้วย​น้ำ

– เมื่อทำผิดต่อผู้อื่น การเพียงแค่สำนึกผิดเท่านั้นไม่เพียงพอ ต้องแก้ไขในความผิดพลาด ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายด้วย และเราไม่ได้ทำผิดต่อมนุษย์เท่านั้น แต่ได้ทำผิดต่อพระเจ้าด้วย

ดังนั้นวันนี้ หากเราทำผิดต่อผู้ใด นอกจากรู้สึกผิดหรือเสียใจแล้ว เราควรรีบเข้ามาหาพระเจ้าสารภาพต่อพระองค์ แล้วเราควรแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นด้วยการทำอะไรบางอย่างต่อคนที่เราทำให้เขาเดือดร้อนด้วย

– หน้าที่ประการหนึ่งของปุโรหิต คือ ต้องคอยเติมฟืนในแท่นเผาบูชาทุกเช้า และคอยดูแลไม่ให้ไฟบนแท่นดับไป
เล็งถึงการพร้อมอยู่เสมอที่จะให้ประชาชน มาหาพระเจ้าและได้รับการอภัย

พระเยซูทรงกระทำเช่นนั้นแก่เราทั้งหลาย พระองค์พร้อมเสมอที่จะให้เราเข้ามาหาพระองค์ เพื่อสารภาพบาปแล้วรับการอภัยจากพระเจ้า

วันนี้ หากเราผิดพลาดพลั้งบาปไป อย่ารอช้า รีบกลับมาหาพระเจ้า สารภาพบาปต่อพระองค์แล้วรับการอภัย เริ่มต้นชีวิตใหม่เถิด

– เครื่องถวายบูชาสำหรับการเจิมปุโรหิต และสำหรับการลบล้างบาปของปุโรหิตนั้น
ปุโรหิต ไม่มีสิทธิรับประทาน ต้องเผาเสียทั้งหมด

การถวายแด่พระเจ้าอย่างจริงใจนั้น เราเองต้องไม่ทำเพื่อเราจะรับประโยชน์ใดๆ จากการถวายนั้น
แต่พระเจ้าจะนำประโยชน์และพระพรมหาศาลมาสู่เราในภายหลัง

บางคนรับใช้พระเจ้า เพื่อนอกจากจะได้รับใช้แล้ว ยังเพื่อได้รับการชื่นชมจากคนอื่นด้วย จึงทำอย่างเต็มที่
บางคน เมื่อเขานมัสการพระเจ้าบนเวที หรือในคริสตจักร จะดูเหมือนกับว่า เขาช่างรักพระองค์สุดจิตสุดใจ
แต่เมื่อกลับมาที่บ้าน ยามไม่มีใครเห็น เขาแทบจะไม่ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าเลยด้วยซ้ำไป

วันนี้ ขอให้เราถวายเครื่องบูชาอย่างจริงใจแด่พระเจ้า ไม่ใช่เพื่อสิ่งใดแอบแฝง
แล้วพระเจ้าผู้ทรงเห็นในที่ลี้ลับ จะเป็นผู้ประทานบำเหน็จรางวัลแก่เราเอง

คำคม

“ บางคนชูมือร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าอย่างสุดใจ เฉพาะยามที่มีคนเห็นเท่านั้น ”

สรุป เลวีนิติ 5

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับเครื่องบูชาลบล้างบาป และเครื่องบูชาชดใช้บาป

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev05-76171

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 5
ก่อนหน้านี้พระเจ้าได้สั่งคนอิสราเอลเรื่องเครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป​ ในบทที่ 4 และได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป​และอื่นๆดังนี้

ถ้า​ใคร​ทำ​บาป เพราะ​ไม่​ยอม​ให้​การเพื่อรักษาความยุติธรรม หรือ เพราะแตะ​ต้อง​สิ่ง​ที่​เป็น​มลทิน หรือ เพราะ​เผลอ​​กล่าว​คำ​สาบาน​ โดย​ไม่​ยั้ง​คิด
ก็​ให้​เขา​สาร​ภาพ​บาป​ที่​เขา​ได้​ทำ
และ​ให้​เขา​นำ​เครื่อง​บูชา​เป็น​ค่า​ปรับ​สำหรับ​บาป​ ​มา​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า
จะ​เป็น​ลูก​แกะ​หรือ​แพะ ​ตัวเมียจากฝูงก็ได้
ถ้า​เขา​ไม่​สา​มารถ​ถวาย​ลูก​แกะ​​ได้ ก็​ให้​เขา​นำ​นก​เขา​หรือ​นก​พิราบ​สอง​ตัว​มา​ถวาย​ก็ได้
โดยนก​ตัว​หนึ่ง​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป และ​นก​อีก​ตัว​หนึ่ง​เป็น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว

แต่​ถ้า​เขา​ยัง​ไม่​สา​มารถ​นำ​นก​เขา​หรือ​นก​พิราบมาได้
ก็​ให้​เขา​นำ​แป้ง​อย่าง​ดี​มา 1 ​กิโล​กรัม​ มา​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป​
แต่ห้าม​เขา​ใส่​น้ำมัน หรือ​วาง​เครื่อง​กำยาน​บน​แป้ง
เพราะ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป ไม่ใช่เครื่องธัญบูชา

พระเจ้าตรัส​เกี่ยวกับเครื่อง​บูชา​ชด​ใช้​บาป ​ว่า
ถ้าใครที่ทำ​การ​ไม่​ซื่อ​ตรงต่อพระเจ้า ในเรื่อง​บรรดา​สิ่ง​บริ​สุทธิ์​ที่ต้องถวายแด่พระเจ้า
ให้​ผู้​นั้น​นำ​แกะ​ตัว​ผู้​ปราศ​จาก​ตำหนิ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ชด​ใช้​บาป​
ผู้​นั้น​ต้อง​ชด​ใช้​ความ​ผิด​ที่​เขา​ทำ​ต่อ​สิ่ง​บริ​สุทธิ์ และ​เพิ่ม​อีก 20% ​ของ​ราคา​ของ​สิ่ง​บริ​สุทธิ์​นั้น
นำ​มา​มอบ​ให้​แก่​ปุโร​หิต
และ​ปุโร​หิต​จะ​ลบ​ล้าง​บาป​ของ​เขา​ด้วย​แกะ​ตัว​ผู้ ที่​ถวาย​เป็น​เครื่อง​บูชา​ชด​ใช้​บาป
และ​เขา​จะ​ได้​รับ​การ​อภัย

1. ในการลบล้างบาปนั้น แม้สารภาพบาปแล้วก็ยังไม่เพียงพอที่จะลบบาปได้
ต้องจ่ายค่า​ปรับ​สำหรับ​บาป จึงจะลบล้างบาปได้
เนื่องจาก ค่าจ้างของบาปคือความตาย
ดังนั้นแม้เราจะสารภาพบาปจนหมดเปลือก
แต่ถ้าปราศจากการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ เพื่อจ่ายค่าปรับโทษบาปแทนเรา
เราก็ไม่สามารถได้รับการลบล้างบาปได้

ขอบคุณพระเยซู

2. ในการถวายเครื่องบูชาลบล้างบาปนั้น
ถ้าไม่มีแพะหรือแกะ ก็ให้ใช้นกเขาหรือนกพิราบ
ถ้าไม่มีนกเขาหรือนกพิราบ ก็ให้ใช้แป้ง​อย่าง​ดี

สังเกตว่า ไม่มีอย่างหนึ่งก็ใช้อีกอย่างแทนได้ แต่ไม่มีไม่ได้
ในเมื่อเราไม่สามารถใช้แกะมากมายมหาศาล เพื่อลบล้างบาปอันมากมายนับไม่ถ้วนของเรา
เราสามารถใช้เครื่องถวายอื่นแทนได้ คือเครื่องถวายที่ประเสริฐกว่า แกะทั้งโลกรวมกัน
คือ พระเยซูคริสต์ ผู้ทรงเป็นพระเมษโปดก ลูกแกะของพระเจ้า
โดยการถวายพระองค์เองของพระเยซูคริสต์เพียงครั้งเดียว มากเพียงพอที่จะลบล้างบาปของเราได้ชั่วนิรันดร์

ขอบคุณพระเยซู

3. บรรดา​สิ่ง​บริสุทธิ์​ของ​พระ​เจ้า คือ ​บรรดา​สิ่ง​ที่​ พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอล​ นำ​มา​ถวาย​แด่​พระเจ้า ซึ่ง​เป็น​สิ่ง​ที่​ใช้​ดูแล​ปุโรหิต ​ได้​แก่
1) ผลิตผล​แรก​จาก​ไร่นา (ลวต.23:9-14)
2) ของ​ถวาย​ตาม​คำ​สาบาน (ลวต.27:1-25)
3) ลูก​หัว​ปีของ​สัตว์​เลี้ยง (ลวต.27:26)
4) สิ่ง​ที่​ถวาย​ขาด​แด่​พระเจ้า (ลวต.27:28-29)
5) ทศางค์ หรือ สิบ​ลด (ลวต.27:30-33)
ซึ่งความบาปเรื่องการโกงพระเจ้านี้ ต้องใช้เครื่อง​บูชา​ชด​ใช้​บาป
โดย​การ​นำ​เครื่อง​บูชา​ที่​มี​ค่า​เท่า​กับ​สิ่ง​ที่​โกง​ไป​นั้น​มา​ถวาย​
และ​ปรับ​เพิ่ม อีก 20% ของ​ราคา​ของ​สิ่ง​บริ​สุทธิ์​นั้น

ใครโกงพระเจ้า แค่สารภาพไม่เพียงพอ ต้องกลับใจโดยนำสิ่งที่โกงไปมาคืนด้วย
เพื่อชีวิตจะได้ไม่ขาดพระพร

คำคม

“ พระเยซูทรงจ่ายโทษบาปแทนเราแล้ว ใครเชื่อก็จะได้รับ ”

สรุป เลวีนิติ 4

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับเรื่องเครื่องบูชาลบล้างบาป เมื่อทำแล้วบาปจะได้รับการอภัย

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev04-76005

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 4 บทก่อนหน้านี้ พระเจ้าตรัสเกี่ยวกับเครื่องบูชาเผาทั้งตัว , เครื่องธัญบูชา และ เครื่องศานติบูชา ในบทที่ 4 นี้ ทรงตรัสเกี่ยวกับเครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป ดังนี้

ถ้าใคร​ทำ​บาป​โดย​ไม่​เจตนา​ต่อ​พระ​บัญ​ญัติ​​ของ​พระ​เจ้า ให้ทำการลบล้างบาปดังนี้

ถ้า​ปุโร​หิต​ ทำ​บาป ย่อม​นำ​ความ​ผิด​มา​สู่​ประชา​ชน ให้​เขา​นำ​โค​หนุ่ม​ไร้​ตำหนิ​มา​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป
โดย​นำ​โค​นั้น​มา​ที่​ประตู​พลับพลา และ​ให้​เขา​เอา​มือ​วาง​บน​หัว​โค​ตัว​นั้น
และ​ให้​เขา​ฆ่า​โค​
แล้วปุโร​หิต​จะ​เอา​นิ้ว​จุ่ม​เลือด และ​ประ​พรม​หน้า​ม่าน​วิสุทธิ​สถาน​ 7 ครั้ง​
และ​​นำ​เลือด​เล็ก​น้อย​เจิม​เชิง​งอนของ​แท่น​เผา​เครื่อง​หอม
ส่วน​เลือด​โค​ที่​เหลือ​นั้น ​ให้เท​ลง​ที่​ฐาน​ของ​แท่น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​
และให้​เอาไตทั้งสองข้าง และ​ไขมัน​ทั้ง​หมด​ที่​อยู่​บน​เครื่อง​ใน ออก​จาก​โค​นั้น​​
และ​​เผา​สิ่ง​เหล่า​นี้​บน​แท่น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว
แต่​หนัง​ของ​โค​พร้อม​กับ​เนื้อ​โค หัว ขา เครื่อง​ใน​และ​มูล​ของ​มัน
ให้​เขา​นำ​ออก​ไป​นอก​ค่าย​ยัง​ที่​ทิ้ง​มูล​เถ้า
และ​ให้​ใส่​ฟืน​สุม​ไฟ​ เผา​เครื่อง​บูชา​บน​ฟืน​บน​มูล​เถ้า

ถ้า​ชุม​นุม​ชน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ ทำบาปโดย​ไม่​เจตนา หากจะลบล้างบาปก็ทำแบบเดียวกัน

ถ้า​ผู้​นำ​ ทำ​บาป​โดย​ไม่​เจตนา หากจะลบล้างบาปก็ทำแบบเดียวกันกับของปุโรหิต
แต่ไม่ต้องประ​พรม​หน้า​ม่าน
และไม่ต้อง​​นำ​เลือดไปเจิม​เชิง​งอนของ​แท่น​เผา​เครื่อง​หอม
และให้ใช้​แพะ​หนุ่ม​ที่​ไร้​ตำหนิ​ ​มา​ถวายเป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป

ถ้า​สามัญ​ชน​ ทำ​บาป​โดย​ไม่​เจตนา หากจะลบล้างบาปก็ทำแบบเดียวกันผู้นำ
แต่ให้ใช้​​แพะ​สาว​ที่​ไร้​ตำหนิ หรือลูกแกะตัวเมียไร้ตำหนิ​ ​มา​ถวายเป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป

​ซึ่ง​เมื่อ​ได้​ทำเช่นนี้แล้ว ​จะ​ได้​รับ​การ​อภัย

1. เมื่อทำบาป จะได้รับการอภัยบาปก็ต่อเมื่อ มีการตาย และมีเลือดหลั่งออก
รม.6:23 “ค่าจ้างของความบาป คือ ความตาย”
พิธีกรรมนี้เล็งถึง การที่พระเจ้าจะช่วยมนุษย์พ้นบาป ที่มนุษย์ทำได้แบบชั่วนิรันดร์
ต้องใช้การตายของพระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระเจ้าใหญ่ยิ่งสูงสุด
และโดยพระโลหิตของพระองค์ที่หลั่งออกเพื่อเรา เราจึงได้รับการลบล้างบาปชั่วนิรันดร์

2. การลบล้างบาปของ ปุโรหิต ผู้นำ และสามัญชน มีบางอบ่างที่แตกต่างกัน
ชี้ให้เห็นว่า ผู้นำ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้รับใช้พระเจ้า
ควรมีมาตรฐานในการดำเนินชีวิตฝ่ายวิญญาณ สูงกว่าคนทั่วๆไป
คือ ทำผิดแล้วโทษหนักกว่าประมาณนั้น
เหมือนใน ยก. 3:1 ที่กล่าวว่า “…​เรา​ที่​เป็น​คน​สอน​นั้น จะ​ต้อง​ถูก​พิ​พาก​ษา​ที่​เข้ม​งวด​ยิ่ง​ขึ้น”

คำคม

“ ความตายของพระเยซูคริสต์ นำชีวิตมาสู่เราทั้งหลาย ”

สรุป เลวีนิติ 3

ภาพรวม

  • เครื่องศานติบูชา เป็นเครื่องบูชาถวายขอบพระคุณพระเจ้า และสร้างสัมพันธ์ท่ามกลางมิตรสหาย

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev03-75754

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 3 นอกจากพระเจ้าจะสั่งคนอิสราเอลเรื่องเครื่องบูชาเผาทั้งตัวและธัญบูชาแล้ว พระองค์ยังสั่งเรื่องเครื่องศานติบูชาดังนี้

ถ้า​ใครจะ​ถวาย​เครื่องบูชา​เป็น​ศานติ​บูชา ให้นำโค​ ​หรือ​ แกะ หรือ แพะ ตัวผู้หรือตัว​เมียก็ได้ ​แต่ต้องปราศจากตำหนิ และให้นำมาจาก​ฝูง
ให้​เขา​เอา​มือ​วาง​บน​หัว​ของ​สัตว์​ตัว​ที่​จะ​ถวาย
แล้วฆ่าสัตว์นั้น​ที่​ประตูพลับพลา
บุตร​ของ​อาโรน​ จะ​เอา​เลือด​ประพรม​ที่​แท่น​และ​รอบ​แท่น​บูชา​
ให้นำเครื่องในและไขมันหุ้มเครื่องใน ออกมาจากสัตว์ แล้วเผาบนแท่นบูชา
นั่นจะ​เป็น​ศานติ​บูชา เป็น​เครื่องบูชา​ด้วย​ไฟ​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า
เป็น​กลิ่น​ที่​พอ​พระ​ทัย​แด่​พระ​เจ้า

1. ศานติบูชาเป็นเครื่องบูชาแห่ง​มิตร​ภาพ หรือ เครื่อง​บูชา​แห่ง​สวัสดิภาพ ใช้ถวายเพื่อขอบพระคุณพระเจ้าหรือแก้บนตามที่ได้ปฎิญาณไว้
สัตว์ที่ถวาย เครื่องในและไขมันหุ้มเครื่องใน จะถูกเผาบนแท่นบูชา ส่วนเนื้อจะตกเป็นของปุโรหิต และของผู้ถวายใช้จัดงานเลี้ยงเพื่อมิตรภาพ (ลวต.7:31-34)

เมื่อเราถวายสิ่งใดก็ตามแด่พระเจ้า ความจริงแล้วดูเหมือนพระองค์จะไม่ได้อะไรเลย เพราะพระองคืเป็นเจ้าของทุกสิ่งอยู่แล้ว
แต่คนที่ได้รับประโยชน์และได้รับพระพร ก็คือตัวเราเอง

​2. ใน ลนต. 3:17 กล่าวว่า “…ห้าม​ท่าน​ทั้ง​หลาย​รับ​ประ​ทาน​ไขมัน​หรือ​เลือด” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง ห้ามกินไขมันใดๆเลย แต่ ถ้าดูตามบริบทก็จะเข้าใจ คือ
หมายถึง ไขมันที่ห่อหุ้มเครื่องในของสัตว์ที่ถวายนั้น ให้นำไปเผา ห้ามนำมารับประทาน ให้รับประทานส่วนอื่นๆแทน

ตอนนี้ อาจจะนำมาประยุกต์ว่า ไขมันที่ติดเครื่องในต่างๆ อาจจะไม่ควรรับประทานก็เป็นได้

อย่างไรก็ดี บทเรียนสำคัญจากข้อนี้คือ ขณะเราศึกษาพระคัมภีร์ เมื่ออ่านพบประโยคใดๆ
ก่อนจะสรุปว่า พระคัมภีร์หมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ ควรสังเกตบริบทอย่างรอบคอบก่อนทุกครั้ง

คำคม

“ ยิ่งถวาย ยิ่งได้รับพระพร ”

สรุป เลวีนิติ 2

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงบัญชาคนอิสราเอลเกี่ยวกับเรื่องการถวายธัญบูชาแด่พระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev02-75550

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 2 นอกจากเรื่องการเครื่องบูชาเผาทั้งตัวแล้ว พระเจ้ายังสั่งคนอิสราเอลเรื่องการถวายธัญบูชาไว้ดังนี้ด้วย

ถ้าใครจะนำ​ธัญ​บูชา​ มา​เป็น​เครื่อง​บูชา​ถวาย​แด่​พระเจ้า ก็​ให้​นำ​แป้ง​อย่าง​ดี​มา​ถวาย
ให้​เขา​เท​น้ำ​มัน​ลง​บน​แป้ง​และ​วาง​กำยาน​บน​แป้ง​ด้วย
แล้ว​นำ​มา​ให้​บรรดา​บุตร​ของ​อาโรน
ผู้​ถวาย​บูชา​จะ​หยิบ​แป้งนั้น ​กำมือ​หนึ่ง​กับ​กำยาน​ทั้ง​หมด​ออก​มา
และ​ปุโร​หิต​จะ​เผา​เครื่อง​บูชา​ส่วน​นี้​เป็น​ส่วน​อนุ​สรณ์​บน​แท่น
ซึ่งจะ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ด้วย​ไฟ
อันเป็น​กลิ่นที่​พอ​พระทัย​แด่​พระ​เจ้า
ส่วน​ธัญ​บูชา​ที่​เหลือ​นั้น​จะ​เป็น​ของ​อาโรน​และ​ของ​บรรดา​บุตร​ของเขา

หาก​ธัญ​บูชา​ที่นำมาถวาย ​เป็น​ขนม​อบ​ หรือปิ้ง หรือ ทอด ให้​เป็น​ขนม​ไร้​เชื้อ​ทำ​ด้วย​แป้ง​อย่าง​ดี​เคล้า​น้ำ​มัน แล้วทำเช่นเดียวกัน

บรรดา​ธัญ​บูชา​ซึ่ง​นำ​มา​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า​นั้น ห้าม​มี​เชื้อ​ ห้าม​เผา​เชื้อ​หรือ​น้ำ​ผึ้ง ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ด้วย​ไฟ​ถวาย​แด่​พระ​ยาห์​เวห์
แต่ถ้า​จะ​นำ​มา​เป็น​ผล​รุ่น​แรก​มา​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า​ก็​ได้ แต่​ห้าม​เผา​ถวาย​บน​แท่น

ห้าม​ให้​เกลือ​แห่ง​พันธ​สัญ​ญา​กับ​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ขาด​เสีย​จาก​ธัญ​บูชา​ของ​ท่าน
จง​ถวาย​เกลือ​พร้อม​กับ​บรรดา​เครื่อง​บูชา​ของ​ท่าน

หาก​นำ​ธัญ​บูชา​ที่​เป็น​ผล​รุ่น​แรก​มา​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า
​จง​ถวาย​รวง​ใหม่ๆ ย่าง​ไฟ​ให้​แห้ง บด​เมล็ด​ให้​ละเอียด​เป็น​ธัญ​บูชา​ที่​เป็น​ผล​รุ่น​แรก
แล้วให้ปุโร​หิตทำเช่นเดียวกันกับธัญบูชาอื่นๆ

1. สิ่งถวายแด่พระเจ้า แม้เป็นเพียงพืชพันธุ์ธัญญาหาร ก็สามารถเป็นกลิ่นหอมที่พระเจ้าพอพระทัยได้
หากสิ่งนั้นเป็นพืชพันธุ์ที่ดีที่สุดของเขา และปราศจากเชื้อ

การถวายชีวิต เวลา ความสามารถ หรือ ทรัพย์สิน ที่เรามีแด่พระเจ้า
ต้องถวายส่วนที่ดีที่สุดแด่พระองค์ ผู้เป็นเจ้าของชีวิตของเรา เพราะพระองค์สมควรที่จะได้รับเช่นนั้น

และสิ่งที่ถวายต้องบริสุทธิ์ปราศจากเชื้อบาป ซึ่งอันนี้เราไม่สามารถทำได้ แต่โดยทางพระเยซูคริสต์เราได้รับการลบล้างบาปแล้ว
ดังนั้นการถวายสิ่งใดๆแด่พระเจ้าด้วยสุดใจของเรา ในวันนี้จึงสามารถเป็นสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัยได้

วันนี้ เราได้ถวายส่วนที่ดีที่สุดของเราแด่พระเจ้ามากน้อยเพียงใด?

2. จากเรื่องนี้ ทำให้เรา พอคาดเดาเรื่องของ คาอิน อาเบล ได้ว่า
การที่พระเจ้าไม่พอพระทัยเครื่องถวายของคาอินนั้น ย่อมไม่ใช่เพราะตัวเครื่องถวายที่เป็นพืช
แต่น่าจะเป็นเพราะท่าทีของเขาในการถวาย ซึ่งไม่ว่าจะถวายอะไร มากแค่ไหน ถ้าท่าทีไม่ถูกต้อง เครื่องถวายบูชานั้นก็ไม่อาจเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าได้

หากใครถวาย เพราะเกรงใจคนอื่น เพราะอยากอวดคนอื่น เพราะถุงผ่านมาพอดีไม่ถวายก็อายเขา ฯลฯ
การถวายเช่นนั้น ไม่ได้เป็นการถวายด้วยเต็มใจ ก็ยากนักที่ของถวายนั้นจะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าได้

3. เกลือ​แห่ง​พันธ​สัญญา ที่กล่าวถึงในข้อ 13 นั้น คือ เกลือที่ถวายพร้อมกับเครื่องบูชา ต้องถวายเสมอ
เกลือ หมายถึง ชีวิต เกลือช่วยทำ​ให้​สิ่ง​ที่​ปรุง​นั้น​​อยู่​ได้​นาน ไม่เน่าเสียง่ายๆ

ใน กดว. 18:19 และ 2พศด. 13:5 อธิบาย​ความ​หมาย​เพิ่มเติมว่า เกลือแห่งพันธสัญญานั้น เล็งถึง พันธ​สัญญา​ถาวร หรือ พันธ​สัญญา​นิรันดร์

พระเจ้ากำชับคนอิสราเอลว่า เกลือที่จะถวายนั้นอย่าให้ขาดไป
เพื่อให้พวกเขาระลึกถึงอยู่เสมอว่า พระเจ้าทรงกระทำพันธสัญญานิรันดร์กับพวกเขา

วันนี้ ขอให้เราระลึกอยู่เสมอว่า พระเจ้าทรงกระทำพันธสัญญานิรันดร์แก่เรา
ยรม. 31:3 ​ ​​​​​พระ​เจ้า​ทรง​ปรากฏ​แก่​เขา​จาก​ที่​ไกล ตรัส​ว่า
“เรา​ได้​รัก​เจ้า​ด้วย​ความ​รัก​นิรันดร์ เพราะ​ฉะนั้น​เรา​จึง​มี​ความ​รัก​มั่นคง​ต่อ​เจ้า​สืบไป”

4. การถวายเครื่องบูชานั้น จะเผาเครื่องบูชาเสียบางส่วน แล้วที่เหลือจะยกให้เป็นของปุโรหิต
ด้วยเหตุนี้ คริสตจักรจึงสมควร ดูแลเอาใจใส่ คนของพระเจ้าผู้ที่กำลังปรนนิบัติรับใช้พระองค์อยู่ เพราะการทำเช่นนั้น เป็นการถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้าวิธีหนึ่งนั่นเอง

คำคม

“ ของถวายเล็กน้อยอย่างเต็มใจ มีค่ายิ่งใหญ่สำหรับพระเจ้า ”

สรุป เลวีนิติ 1

ภาพรวม

  • พระเจ้าบอกกับคนอิสราเอลถึงวิธีที่จะถวายเครื่องบูชาเผาทั้งตัวแด่พระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/leviticus01-75360

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

พระธรรมเลวีนิติ เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์และพิธีกรรมต่างที่ปุโรหิตและคนอิสราเอลต้องปฎิบัติ

เลวีนิติ บทที่ 1 เมื่อคนอิสราเอลสร้างพลับพลาตามที่พระเจ้าทรงบัญชาเสร็จแล้ว
พระเจ้าจึงทรงสั่ง​โมเสส ให้บอกกับคนอิสราเอลว่า

เมื่อ​ใคร​จะ​นำ​เครื่อง​บูชา​มา​ถวาย​พระ​เจ้า ให้​นำ​​มา​จาก​ฝูง​โค​หรือ​ฝูง​แพะ​แกะ ไม่ใช่ไปจับมาจากที่อื่น

ถ้าจะถวายเป็น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว ​ก็​ให้​เขา​นำ​โคหรือแพะหรือแกะ ​ตัว​ผู้​ที่​ไม่​มี​ตำหนิ​มา​ที่หน้าพลับพลา
แล้วให้​เขา​เอา​มือ​วาง​บน​หัว​สัตว์​นั้น
แล้ว​ให้​เขา​ฆ่า​สัตว์นั้น​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า
ส่วน​บรรดา​บุตร​ของ​อาโรน​ผู้​เป็น​ปุโร​หิต​ จะ​​เอา​เลือด​มา​ประ​พรม​แท่น​บูชา​ทุก​ด้าน
หลังจาก​ถลก​หนัง​เครื่อง​บูชา​​นั้นแล้ว ให้​สับ​เป็น​ท่อนๆ
แล้ว​บรรดา​บุตร​ของ​อาโรน​ จะ​ก่อ​ไฟ​ที่​แท่น และ​เรียง​ฟืน​บน​ไฟ
แล้ว​​วาง​เครื่องบูชานั้น​บน​ฟืน
ให้​ผู้​นำ​สัตว์​มา​ถวาย​ เอา​น้ำ​ล้าง​เครื่อง​ใน​และ​ขา​สัตว์​ให้​เรียบ​ร้อย
แล้ว​ปุโร​หิต​จึง​เผา​ของ​ทั้ง​หมด​บน​แท่น​

แต่ถ้า​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​แด่​พระเจ้า ​เป็น​นก
ก็​ให้​ผู้​นั้น​นำ​นก​เขา​หรือ​นก​พิราบ​มา​ถวาย
ให้​ปุโร​หิต​นำ​นก​นั้น​มา​ที่​แท่น​บูชา บิด​หัว​แล้ว​เผา​บูชา​บน​แท่น
ให้​เลือด​ไหล​ออก​มา​ข้างๆ แท่น
​ให้​ฉีก​เอา​อาหาร​ใน​กระ​เพาะ​ออก​ทิ้ง​ลง​ริม​แท่น​ด้าน​ตะวัน​ออก​ ใน​ที่​ที่​ทิ้ง​มูล​เถ้า
ให้​ฉีก​ตัว​นก โดย​ไม่​ให้​ขาด​เป็น​สอง​ท่อน
แล้ว​ปุโร​หิต​จะ​เผา​นก​นั้น​ที่​แท่น​บน​กอง​ฟืน​เหนือ​ไฟ

ซึ่งการถวายเครื่องบูชาแบบนี้ เรียกว่า ​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว
​เครื่อง​บูชา​ด้วย​ไฟ ซึ่งเป็น​กลิ่น​พอ​พระ​ทัย​แด่​พระ​เจ้า

1. พระเจ้าทรงยุติธรรม แม้แต่ในเรื่องการถวายเครื่องบูชา ถ้าคนจนไม่มีโค ก็เอาแกะแพะมาถวายก็ได้ ไม่มีแกะแพะก็ยังสามารถไปจับนกมาถวายได้ และการถวายนั้นก็ยังถือว่าเป็นกลิ่นที่พระเจ้าพอพระทัยอยู่ดี

สิ่งที่พระเจ้าพอพระทัย ไม่ใช่เครื่องถวายเหล่านั้น เพราะพระองค์ทรงสร้างและทรงเป็นเจ้าของทุกสิ่ง
สิ่งที่เป็นกลิ่นหอมที่พระเจ้าพอพระทัยนั้น ก็คือ ท่าทีอันเต็มใจถวายเครื่องบูชานั้นแด่พระเจ้า

วันนี้ เราเต็มใจถวายสิ่งที่เรามี แม้ไม่มากนั้นแด่พระเจ้า มากเพียงใด?

2. การถวายเครื่องบูชานี้ พระเจ้ากำหนดขึ้นให้ทำ เพื่อจะเป็นเงาให้กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นจริงในช่วงต่อมา คือ การที่พระเยซูถวายพระองค์เองเป็นเครื่องบูชา สำหรับการลบล้างบาปทั้งสิ้นของมนุษย์

สังเกตดีๆจะพบว่า สิ่งสำคัญของการถวายนี้ คือ ความตายของสิ่งที่ถวาย และเลือดของสิ่งที่ถวาย
นั่นคือ โดยการตายของพระเยซูคริสต์ และพระโลหิตของพระเยซูคริสต์นี่เอง ที่ทำให้บาปของเราได้รับการลบล้างอย่างสมบูรณ์
ขอบคุณพระเยซู

คำคม

“ สิ่งที่ถวายด้วยสุดใจ เป็นสิ่งถวายที่ล้ำค่าในสายพระเนตรของพระเจ้า

สรุป อพยพ 40

ภาพรวม

  • เมื่อการสร้างพลับพลาและอุปกรณ์ต่างๆเสร็จแล้ว พระเจ้าจึงให้โมเสสเจิมสิ่งเหล่านั้นด้วยน้ำมัน แล้วสิ่งเหล่านั้นจึงกลายเป็นสิ่งบริสุทธิ์ แล้วพระสิริของพระเจ้าก็ลงมาปกคลุมเหนือพลับพลานั้น

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus40-75229

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 40 หลังจากที่คนอิสราเอลสร้างพลับพลาและสิ่งของในพลับพลาสำเร็จแล้ว ก็นำมาให้โมเสส

แล้วพระ​เจ้าจึง​สั่งกับ​โม​เสส​ว่า
ใน​วัน​ที่ 1 ​เดือน​ที่ 1 จง​ตั้ง​พลับ​พลา คือ​เต็นท์​นัด​พบ​ ขึ้น
แล้ววางสิ่งของต่างๆตามตำแหน่งที่พระเจ้าสั่ง
แล้ว​เอา​น้ำ​มัน​เจิม​มา​เจิม​พลับ​พลา​กับ​ทุก​สิ่ง​ที่ใช้กับใน​พลับ​พลา​นั้น
แล้ว​พลับ​พลา​นั้น​กับสิ่งเหล่านั้นก็จะ​บริ​สุทธิ์
แล้ว​ให้อา​โรน​กับ​บุตร​ของ​เขา​มา​ที่​ประ​ตู​เต็นท์​นัด​พบ
แล้ว​ใช้​น้ำ​ล้าง​ชำระ​ตัว​พวก​เขา​เสีย
แล้วให้พวกเขา​สวม​เสื้อ​ตำ​แหน่ง​ปุโรหิต และเจิม​พวกเขา​ให้​บริ​สุทธิ์
รูปจาก https://menorah-bible.jimdofree.com/english/structure-of-the-menorah/

รูปจาก https://hoshanarabbah.org/blog/2019/02/04/the-tabernacle-of-moses-an-overview/

โม​เสส​ก็ทำ​ทุก​สิ่ง​ตาม​ที่​พระเจ้าทรง​บัญชา​
ใน​วัน​ที่ 1 เดือน​ 1 ​ปี​ที่ 2 นับตั้งแต่วันที่พวกเขาออกจากอียิปต์
โมเสส​ก็​ทำ​งาน​ทุกอย่างเสร็จ​สมบูรณ์

แล้วก็​มี​เมฆ​มา​ปก​คลุม​เต็นท์​นัด​พบ​ไว้
และ​พระ​รัศมี​ของ​พระ​เจ้า​ก็​ปรา​กฏ​อยู่​เต็ม​พลับ​พลา​
จนโม​เสสเอง​เข้า​ไป​ใน​เต็นท์​นัด​พบ​ไม่​ได้

ตลอด​การ​เดิน​ทาง​ของ​คน​อิส​รา​เอล เมื่อ​ไร​ที่​เมฆ​นั้น​ลอย​ขึ้น​จาก​พลับพลา
พวก​เขา​ก็​จะออก​เดิน​ทาง​ต่อ​ไป​ทุก​ครั้ง
แต่ถ้า​เมฆ​นั้น​ไม่​ได้​ลอย​ขึ้น​ไป พวก​เขา​ก็จะ​ไม่​ออก​เดิน​ทาง​
ตลอด​ทางของ​พวก​เขา​ ใน​ตอนกลาง​วัน​เมฆ​ของ​พระ​เจ้า​อยู่​เหนือ​พลับ​พลา
และ​ใน​ตอน​กลาง​คืน​มี​ไฟ​ใน​เมฆ​นั้น ก็ส่องสว่าง​คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด

1. เมื่อพลับพลาและอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ สร้างเสร็จแล้ว ของเหล่านั้นยังไม่ถือว่าเป็นของบริสุทธิ์
จนกระทั่งเมื่อสิ่งเหล่านั้นถูกเจิม สิ่งเหล่านั้นก็กลายเป็นสิ่งบริสุทธิ์ทันที

สังเกตได้ว่า ความสะอาดยังเท่าเดิม แต่หลังจากถูกเจิม สิ่งนั้นก็กลายเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์
ในทำนองเดียวกัน ชีวิตของเราบริสุทธิ์ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับความสะอาดในชีวิตของเรา
แต่ขึ้นอยู่การถูกเจิมให้บริสุทธิ์โดยพระเยซูคริสต์

วันนี้ โดยทางพระเยซูคริสต์ เราได้รับการเจิมให้บริสุทธิ์แล้ว ไม่ใช่ด้วยการกระทำที่ดีงามของเราเอง
แต่โดยการเจิมของพระเยซูคริสต์ ทำให้เราบริสุทธิ์ต่อจำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้า

2. เมื่องานสร้างพลับพลาและอุปกรณ์ต่างๆเสร็จแล้ว ยังถือว่า ยังไม่สมบูรณ์
จนกระทั่งสิ่งของเหล่านั้น ถูกเจิมให้บริสุทธิ์
พระคัมภีร์บันทึกว่า งานเสร็จสมบูรณ์ (ข้อ 33)
แล้วหลังจากนั้น เมฆของพระเจ้าและพระสิริของพระเจ้าก็มาปกคลุมพลับพลานั้น
แล้วที่นั่นก็เป็นที่แห่งการทรงสถิตของพระเจ้า

หลังจากที่เรารับการเจิมให้บริสุทธิ์โดยทางพระเยซูคริสต์แล้ว
งานเสร็จสมบูรณ์แล้ว ร่างกายของเราพร้อมที่จะเป็นพระวิหารของพระเจ้าแล้ว (1คร.3:16)
วันนี้ พระเจ้าทรงสถิตกับเราแล้ว ขอบคุณพระเจ้า
จากนี้ไป เราเองก็สมควรดำเนินชีวิตให้สมกับเป็นที่ที่พระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย
ตลอดวันเวลาที่เรามีชีวิตอยู่บนโลกนี้

3. พลับพลา , เต็นท์นัดพบ และ พระวิหาร
– ก่อนที่คนอิสราเอลจะสร้างพลับพลา ตามที่พระเจ้าสั่ง ใน อพย. 33:7 กล่าวเกี่ยวกับ “เต็นท์นัดพบ” ว่า “โมเสส​เคย​ตั้ง​เต็นท์​หลัง​หนึ่ง​ไว้​ข้าง​นอก​ไกล​จาก​ค่าย และ​เรียก​ว่า เต็นท์​นัด​พบ ต่อ​มา​ทุก​คน​ที่​ปรารถ​นา​จะ​เข้า​เฝ้า​พระ​ยาห์​เวห์ ก็​มัก​จะ​ออก​ไป​ยัง​เต็นท์​นัด​พบ​ซึ่ง​ตั้ง​อยู่​นอก​ค่าย”
– ต่อมาใน อพย 40 เมื่อพลับพลาสร้างเสร็จแล้ว การเข้าเฝ้าพระเจ้า จึงใช้ที่พลับพลาแทน เพราะวัตถุประสงค์เดียวกัน คือเป็นที่นัดพบกับพระเจ้า ดังนั้น บางครั้งจึงเรียกพลับพลาว่า เต็นท์นัดพบ
– ต่อมา เมื่อกษัตริย์ซาโลมอนขึ้นครองราช ก็ได้สร้างพระวิหารอันงดงามขึ้นในกรุงเยรูซาเล็ม โดยเลียนแบบโครงสร้างต่างๆ มาจากพลับพลาที่สร้างขึ้นในสมัยของโมเสสนี้

คำคม

“ โดยพระเยซู เราจึงบริสุทธิ์ และเป็นที่ทรงสถิตของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ”

สรุป อพยพ 39

ภาพรวม

  • เมื่อพวกช่างฝีมือทำเสื้อสำหรับปุโรหิตเสร็จ งานสำหรับการสร้างพลับพลาและอุปกรณ์ต่างๆก็สำเร็จ พวกเขาจึงมอบพลับพลาและของต่างๆนั้นแก่โมเสส

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus39-75119

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 39 หลังจากพวกช่างฝีมือสร้างแท่น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​, อ่าง​ทอง​สัม​ฤทธิ์ และลาน​พลับพลา แล้ว

พวกเขาก็เย็บเสื้อสำหรับปุโรหิต ตามแบบที่พระเจ้าได้สั่งไว้ทุกประการ
รูปจาก http://www.timewarpwife.com

แล้ว​งาน​ทุก​อย่าง​สำหรับ​พลับ​พลา ก็เสร็จสมบูรณ์ตามที่พระเจ้าได้ทรง​บัญชา​ไว้ทุกประการ

พวก​เขา​จึง​นำ​พลับ​พลาและอุปกรณ์ทุกอย่าง​มา​มอบ​ให้​โมเสส

โมเสส​ก็​ตรวจ​ดู​งาน​ทั้ง​สิ้น​และ​เห็น​ว่า ทุก​สิ่ง​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​บัญชา​โม​เสส​นั้น คน​อิส​รา​เอล​ก็​ทำ​ตามเสร็จ​สิ้น​ทุก​อย่าง โมเสส​จึง​อวย​พร​พวก​เขา

1. ปุโรหิต เป็นภาพเล็งถึง พระเยซูคริสต์ เครื่องแต่งกายต่างๆของปุโรหิต จึงล้วนแต่มีความหมายในฝ่ายวิญญาณสอดคล้องกับสิ่งที่พระเยซูทรงกระทำทั้งสิ้น

พระเยซูทรงเป็นปุโรหิตของเรา เป็นตัวแทนร้องทูลต่อพระเจ้าเพื่อเราอยู่เสมอ
วันนี้ พระเยซูยังคงอธิษฐานเพื่อเรา เรายังอยู่ในพระทัยของพระองค์เสมอ

2. สิ่งที่พระเจ้าสั่งผ่านโมเสส มาบอกให้คนอิสราเอลทำ
พวกเขาทำตามทุกประการ จนสำเร็จ
ช่างเป็นเรื่องน่าชื่นใจ และเป็นการรำพระพรมหาศาลมาสู่คนอิสราเอล

แต่น่าเสียดายที่อีกไม่นานพวกเขาก็เลิกทำตามที่พระเจ้าสั่ง
หันหลังให้พระพร แล้วเดินทางไปสู่อันตราย

ตราบใดที่เราเชื่อฟัง ทำตามที่พระเจ้าสั่ง เราก็กำลังเดินไปในเส้นทางแห่งพระพร

คำคม

“ เมื่อเชื่อฟัง จะสำเร็จ และได้รับพระพร ”

สรุป อพยพ 38

ภาพรวม

  • ช่างฝีมือร่วมกันสร้าง ​แท่น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​, อ่าง​ทอง​สัม​ฤทธิ์ และลาน​พลับพลา ด้วยวัสดุอุปกรณืที่ประชาชนถวายมา ซึ่งเพียงพอสำหรับการสร้างพลับพลาและเครื่องใช้ต่างๆ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus38-74966

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 38 นอกจากเบซาเลลและโอโฮลีอับ กับพวกช่างฝีมือจะทำ หีบ​พันธสัญญา , โต๊ะ​ขนม​ปัง​เฉพาะ​พระ​พักตร์ , คัน​ประ​ทีปทองคำ และ​แท่น​เผา​เครื่อง​หอม แล้ว พวกเขายังทำสิ่งอื่นอีกด้วยได้แก่

​แท่น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​ ด้วย ไม้​กระ​ถิน​เทศหุ้มด้วยทองสัมฤทธิ์
รูปจาก https://rootedandgrounded.me/2018/05/21/leviticus-chapter-4/

​อ่าง​ทอง​สัม​ฤทธิ์
รูปจาก http://www.behappyinjesus.org/brazen-laver.html

ลาน​พลับพลา
รูปจาก https://crossroadsbible.net/2019/05/14/samuel-and-the-tabernacle/

ในการสร้าง​พลับ​พลานี้ ใช้วัสดุต่างๆเป็นจำนวนมาก ได้แก่
– ทอง​คำ​ที่​มา​จาก​การ​ถวาย มี​น้ำ​หนัก 1,000 กิโล​กรัม

– เงิน​ที่​ได้​จาก​ชุม​นุม​ชน​โดย​เก็บ​เงิน​คน​ละ 6 กรัม(คือ​ครึ่ง​เชเขล) จาก​ทุก​คน​ที่​ไป​จด​ทะเบียน​สำมะโน​ครัว ซึ่งมี​อายุ​ตั้ง​แต่ 20 ​ปี​ขึ้น​ไป รวม 603,550 คน รวม​เป็นเงิน 3,430 กิโล​กรัม
>>> ใช้เงิน​หนัก 3,400 กิโล​กรัม​ หล่อ​ทำ​ฐาน​รอง​รับ​เสา​ของ​สถาน​นมัส​การ​และ​ฐาน​ของ​ม่าน
จำนวน 100 ​ฐาน ​​ฐาน​ละ 34 กิโล​กรัม
>>> ใช้​เงินหนัก 30 กิโล​กรัม​ ทำ​ขอ​สำ​หรับ​เสา​และ​หุ้ม​หัว​เสา​นั้น และ​ทำ​ราว​ยึด​เสา​

-ทอง​สัม​ฤทธิ์​ที่​​มาจากการ​ถวาย​หนัก 2,425 กิโล​กรัม
>>> ​ใช้​ทำ​ฐาน​ประ​ตู​เต็นท์​นัด​พบ​และ​ทำ​แท่น​ทอง​สัม​ฤทธิ์ และ​ตะ​แกรง​ประจำ​แท่น​และ​ทำ​เครื่อง​ใช้​ทั้ง​หมด​ของ​แท่น​ ทำหลัก​หมุด​ทุก​ตัว​ของ​พลับ​พลา และ​หลัก​หมุด​รอบ​ลาน​พลับพลา

1. การสร้างพลับพลาและเครื่องใช้ต่างๆ ต้องใช้วัสดุอุปกรณ์ต่างๆเยอะมาก
แต่เมื่อพระเจ้าทรงสั่งให้ทำ พวกเขาก็มีวัสดุเพียงพอสำหรับการทำตามคำสั่งของพระเจ้าได้ทุกประการ

เมื่อพระเจ้าสั่งให้เราทำสิ่งใดก็ตาม ไม่ต้องห่วงเรื่องสิ่งที่จำเป็นต้องใช้เลยเพราะพระเจ้าจะทรงจัดเตรียมให้เราอย่างเพียงพอแน่นอน

2. พระเจ้าทรงสั่งให้ชายอายุตั้งแต่ 20 ปี ทุกคน นำเงิน 6 กรัม มาถวายแด่พระเจ้า เพื่อพวกเขาจะได้รับเกียรติมีส่วนถวายเพื่อสร้างพลับพลาของพระเจ้า
มีชาย รวม 603,550 คน คนละ 6 กรัม ควรจะได้ 3,621 กิโลกรัม
แต่ได้รับจริงๆเพียง 3,430 กิโล​กรัม
แสดงว่า น่าจะมีบางคน เบี้ยวไม่ยอมจ่าย

ปรากฏว่า 3,430 กิโลกรัมนั้น พอดีเป๊ะ ไม่ขาดไม่เกิน สำหรับการสร้างพลับพลา

ต่อให้ใครไม่ถวายแด่พระเจ้า งานของพระเจ้าก็จะไม่ขาดสิ่งดีใดๆเลยสำหรับการทำให้พระราชกิจของพระองค์สำเร็จ
แต่คนที่เสียหายกลับเป็น คนนั้นเองที่ขาดโอกาสได้ชื่อว่า มีส่วนถวายแด่พระเจ้า เพื่อให้น้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จ

การถวายแด่พระเจ้า จึงเป็นการที่เราได้รับประโยชน์ ไม่ใช่พระเจ้าได้รับประโยชน์

3. ใน อพย. 30:15 พระเจ้าห้ามไม่ให้คนถวายเงินเกินครึ่ง​เชเขล ซึ่งทำให้ได้เงินพอดิบพอดี สำหรับการสร้าพลับพลา
แต่ถึงกระนั้น คนที่อยากจะถวาย ก็สามารถถวายเป็นสิ่งอื่นแทน ได้แก่ ทองคำ และ ทองสัมฤทธิ์ ซึ่งทำให้ได้รับทองคำ และทองสัมฤทธิ์ มากเพียงพอสำหรับการสร้างพลับพลา
ตอนแรก โมเสสน่าจะยังไม่เข้าใจว่า ทำไมพระเจ้า ห้ามไม่ให้ถวายเงินเกินกว่าคนละ 6 กรัม
แต่หลังจากเขาได้รับทองคำและทองสัมฤทธิ์อย่างเพียงพอสำหรับการสร้างพลับพลา
เขาคงจะเข้าใจแล้วว่า คำสั่งของพระเจ้า ช่างประเสริฐและดีรอบคอบ

วันนี้ เราอาจจะยังไม่เข้าใจว่า ทำไมพระเจ้าสั่งให้เราทำเช่นนั้น? ทำไมพระคำของพระเจ้าสอนให้เราทำเช่นนั้น?
แต่โดยการเชื่อฟังพระคำของพระเจ้าในวันนี้ ในเวลาอีกไม่นานนัก เราจะเข้าใจสิ่งที่พระเจ้าทรงสั่งให้เราทำนั้นช่างประเสริฐและแสนดีต่อเรา

คำคม

“ ต่อให้เราไม่ถวาย งานของพระเจ้าก็จะไม่ขาดแคลน แต่เราต่างหากที่จะขาดพระพร ”

สรุป อพยพ 37

ภาพรวม

  • เบซาเลลและโอโฮลีอับ กับทีมช่างฝีมือร่วมกัน สร้างหีบพันธสัญญา , ​โต๊ะ​ขนม​ปัง​เฉพาะ​พระ​พักตร์ , คัน​ประ​ทีปทองคำ และ แท่น​เผา​เครื่อง​หอม ถวายแด่พระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus37-74874

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 37 เมื่อโมเสสแต่งตั้งให้เบซาเลลและโอโฮลีอับ ดูแลช่างฝีมือในการสร้างพลับพลาและข้าวของเครื่องใช้ในพลับพลาแล้ว พวกเขาก็ลงมือสร้างพลับพลา

แล้วก็ลงมือสร้างหีบพันธสัญญา ด้วยไม้กระถินเทศหุ้มด้วยทองคำ ตามแบบที่พระเจ้าสั่งไว้ทุกประการใน อพย. 25:10-22

รูปจาก https://www.oneforisrael.org/bible-based-teaching-from-israel/why-is-it-called-an-ark/

และ​ทำ​โต๊ะ​ขนม​ปัง​เฉพาะ​พระ​พักตร์ ด้วยไม้กระถินเทศหุ้มด้วยทองคำ ตามแบบที่พระเจ้าสั่งไว้ทุกประการ ใน อพย. 25:23-30
รูปจาก https://www.slideshare.net/joymundukottackal/tabernacle-1506924

และทำ​คัน​ประ​ทีป ด้วย​ทอง​คำ​บริ​สุทธิ์ ตามแบบที่พระเจ้าสั่งไว้ทุกประการ ใน อพย. 25:31-40
รูปจาก https://www.sickleoftruthblog.com/2019/01/20/revelation-chapter-1-part-12/

และ​ทำ​แท่น​เผา​เครื่อง​หอม ด้วยไม้กระถินเทศหุ้มด้วยทองคำ ตามแบบที่พระเจ้าสั่งไว้ทุกประการ ในอพย. 37:25-28
และปรุง​น้ำ​มัน​เจิม​และ​เครื่อง​หอม ตามแบบที่พระเจ้าสั่งไว้ทุกประการ ใน อพย. 30:23-36
รูปจาก https://www.slideshare.net/joymundukottackal/tabernacle-1506924

1. พระเจ้าทรงสั่งให้คนอิสราเอล สร้างพลับพลาและสิ่งของในพลับพลา อย่างดี อย่างงดงาม ก็เพื่อประโยชน์สำหรับพวกเขาเอง
เพราะจะว่าไปแล้ว สิ่งที่พวกเขาสร้างแม้งดงามเพียงใด ก็ไม่งามเท่าดอกไม้สักดอกหนึ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง
แต่พระเจ้า ให้โอกาสพวกเขาได้กระทำอะไรบางอย่างแด่พระเจ้าของพวกเขา
ซึ่งสิ่งที่พระเจ้าสมควรจะได้รับจากพวกเขา ก็คือ การทำอย่างดีที่สุด สุดกำลัง สุดความสามารถถวายแด่พระองค์
พระเจ้าจึงทรงบอกเขาอย่างละเอียดและเน้นให้ทำอย่างปราณึต
เพื่อพระเจ้าจะอวยพระพรแก่พวกเขา ผู้ทำอย่างสุดกำลังถวายแด่พระเจ้า

วันนี้ ในสิ่งที่เราทำเพื่อพระเจ้า ความจริงแล้ว ผู้ที่ได้รับประโยชน์จริงๆคือตัวเราเอง
และการที่จะทำอะไรถวายแด่พระเจ้านั้น เราสมควรอย่างยิ่งที่จะทำอย่างสุดกำลัง สุดความสามารถของเรา

คำคม

“ พระเจ้าสมควรได้รับส่วนที่ดีที่สุดจากเรา ”

สรุป อพยพ 36

ภาพรวม

  • คนอิสราเอลนำของมากมายมาถวายเพื่อสร้างพลับพลา แล้วโมเสสก็มอบของถวายเหล่านั้นให้พวกช่างฝึมือลงมือสร้างพลับพลา

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus36-74695

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 36 เมื่อคนอิสราเอลหลายคนได้ยินว่า พระเจ้าให้พวกเขาถวายสิ่งของเพื่อจะทำพลับพลาของพระเจ้า พวกเขาก็ได้นำสิ่งของมาถวายแด่พระเจ้า ด้วยสมัครใจ

โมเสส​จึง​เรียก ​เบ​ซา​เลล​และ​โอ​โฮ​ลี​อับ​กับ​ช่าง​ฝี​มือ​ทุก​คน ที่พระ​เจ้า​ประ​ทาน​สติ​ปัญ​ญา
ซึ่งคนเหล่านั้นทุกคนมีหัว​ใจ​ปรารถนาอยากทำงานนี้
พวกเขาทุกคน​ต่าง​ก็​ผละ​จาก​งาน​ของ​ตน มาทุ่มเทงานสร้างพลับพลาแทน
โมเสสก็ได้มอบของ​ถวาย​ทั้งหมดที่​คน​อิส​รา​เอล​นำ​มา​ถวาย​เพื่อ​สร้าง​พลับพลา ให้แก่พวกเขา

พวก​เขา​พา​กัน​มา​บอก​โมเสส​ว่า ประชา​ชน​นำ​ของ​มา​ถวาย​มาก​เกิน​ความ​ต้อง​การ​แล้ว
โมเสส​จึง​สั่ง​ให้​ประ​กาศ​​ว่า
อย่า​นำ​ของมาถวาย​สำหรับ​สร้าง​พลับพลาแล้ว เพราะได้มากเกินพอแล้ว

ช่าง​ฝี​มือ​ทุก​คน​ก็ได้ร่วมกัน​สร้าง​พลับ​พลาตามแบบที่พระเจ้าทรงบัญชาไว้ทุกประการ ใน อพยพบทที่ 26

1. พระคัมภีร์บรรยายว่า ช่างฝีมือที่มารับใช้พระเจ้าในการทำพลับพลานั้น
– พวกเขาทุกคนมีหัวใจเรียกร้องให้มาทำงานนี้
– พระเจ้าประทานความสามารถให้แก่พวกเขา
– พวกเขาทุกคน​ผละ​จาก​งาน​ของ​ตน มาทุ่มเทในการสร้างพลับพลา

คนที่มีใจปรารถนาจะรับใช้พระเจ้า พระองค์จะประทานความสามารถที่จำเป็นนั้นๆแก่เขา
และคนที่มีใจปรารานาจะรับใช้พระเจ้าจริงๆ
เขาจะทุ่มเทให้กับงานรับใช้นั้น มากยิ่งกว่าหน้าที่การงานของตนเอง

2. คนอิสราเอลใน อพยพ บทที่ 32 ได้ละทิ้งพระเจ้า ไปนมัสการโคทองคำ
บทที่ 33 พวกเขาเสียใจที่พระเจ้า จะไม่ไปกับพวกเขา
ในบทนี้ แสดงถึงการกลับใจของพวกเขา พวกเขานำของมาถวายแด่พระเจ้า มากมายเหลือล้น
จนโมเสสต้องถึงกับประกาศว่า ไม่ต้องเอามาถวายอีกแล้วเยอะเกินไปแล้ว

การกลับใจที่แท้จริง จะมีการแสดงออกที่สอดคล้องกับการกลับใจเสมอ

แต่ที่น่าสนใจก็คือ แม้ตอนนี้พวกเขาจะกลับใจแล้วจริงๆ
แต่อีกไม่นาน พวกเขาก็ละทิ้งพระเจ้าอีกครั้ง
บาปในอดีตของเรา แก้ไขได้โดยการกลับใจในวันนี้
แต่การกลับใจในวันนี้ ก็ไม่ได้เป็นหลักประกันว่า
ในวันหน้าเรายังจะเดินในหนทางที่ถูกต้องนี้ต่อไป
ดังนั้น ควรสำรวจตนเองอยู่เสมอ เพื่อกลับใจอย่างทันท่วงทีที่เดินออกนอกทางไป

3. เมื่อพวกช่างฝีมือร่วมกันสร้างพลับพลานั้น
แม้ว่าพวกเขาจะเต็มไปด้วยสติปัญญามากมาย
ถึงกระนั้นพวกเขาก็ไม่ได้สร้างด้วยสติปัญญาที่ตนเองคิดเอง
แต่พวกเขาทำตามอย่างที่พระเจ้าบัญชาทุกประการ
พวกเขาใช้ความคิดสร้างสรร แค่ใช้ตามแบบที่พระเจ้าทรงบัญชาไว้

วันนี้ ไม่ว่าเราเก่งหรือฉลาดมากเพียงใดก็ตาม
การรับใช้ของเรา ก็ไม่ควรทำตามความคิดของตนเอง
แต่ควรทำตามแนวทางที่พระเจ้าบอกไว้ในพระคำของพระองค์

คำคม

“ คนที่มีหัวใจในการรับใช้พระเจ้า พระเจ้าจะประทานความสามารถในการรับใช้ให้แก่เขา ”

สรุป อพยพ 35

ภาพรวม

  • เมื่อโมเสสบอกให้ประชาชนทราบว่า พระเจ้าต้องการให้สร้างพลับพลา คนอิสราเอลหลายคนก็ได้นำของมาถวายแด่พระเจ้าอย่างเต็มใจ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus35-74618

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 35 หลังจากที่โมเสสลงมาจากภูเขาซีนาย พร้อมกับศิลาที่จารึกบัญญัติสิบประการแล้ว

โม​เสสก็​เรียกประชุม​คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ แล้วบอกถึงสิ่ง​ที่​พระเจ้าทรง​บัญชา​ให้​พวกเขา​ทำ ดังนี้
– ให้ทำ​งาน​ 6 ​วัน แต่​วัน​ที่ 7 จะ​เป็น​วัน​​สะ​บา​โต​แด่​พระเจ้า ให้หยุดพัก ใครฝ่าฝืนต้อง​ถูก​ลง​โทษ​ถึง​ตาย
– คนอิสราเอลสามารถ​ถวาย​แด่​พระเจ้าได้ตาม​สมัคร​ใจ​ โดยของที่นำมาถวายได้แก่ ​ทอง​คำ เงิน และ​ทอง​สัม​ฤทธิ์ ด้าย​สี​ฟ้า สี​ม่วง สี​แดง​เข้ม ผ้า​ป่าน​เนื้อ​ดี ขน​แพะ หนัง​แกะ​ตัว​ผู้​ย้อม​สี​แดง หนัง​อย่าง​ดี​และ​ไม้​กระ​ถิน​เทศ น้ำ​มัน​ตะเกียง เครื่อง​เทศ​สำหรับ​ปรุง​น้ำ​มันไว้​เจิม และ​สำหรับ​ปรุง​เครื่อง​หอม พลอย​ต่างๆ สำหรับ​ฝัง​ใน​เอโฟด​และ​ทับ​ทรวง
– ให้​ทุก​คน​ที่​มี​ความ​สา​มารถ​พา​กัน​มา​ทำ​ทุก​สิ่ง​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​บัญชา​ให้​ทำ​นั้น ได้แก่
1 พลับพลา
2 เต็นท์
3 ผ้าคลุมเต็นท์
4 ขอเกี่ยว
5 กรอบไม้
6 กลอน
7 เสา
8 ฐานรองรับเสา
9 หีบ
10 ไม้คานสำหรับหามหีบ
11 พระที่นั่งกรุณา
12 ม่านบังตา
13 โต๊ะขนมปัง
14 ไม้คานสำหรับหามโต๊ะ
15 เครื่องใช้ทุกอย่างสำหรับโต๊ะ
16 ขนมปังเฉพาะพระพักตร์
17 คันประทีป
18 เครื่องใช้สำหรับคันประทีป
19 ตะเกียง
20 น้ำมันตะเกียง
21 แท่นเผาเครื่องหอม
22 ไม้คานสำหรับหามแท่น
23 น้ำมันเจิม
24 เครื่องหอม
25 ม่านบังตาสำหรับประตูพลับพลา
26 แท่นเครื่องบูชาเผาทั้งตัว
27 ตาข่ายทองสัมฤทธิ์
28 ไม้คานหาม
29 เครื่องใช้ของแท่น
30 อ่าง
31 ฐานรองอ่าง
32 ผ้าม่านสำหรับกั้นลานพลับพลา
33 เสา
34 ฐานรองรับเสา
35 ม่านบังตาสำหรับประตูเข้าลาน
36 หลักหมุดสำหรับพลับพลา
37 หลักหมุดสำหรับลานพลับพลา
38 เชือก
39 เสื้อตำแหน่งบริสุทธิ์สำหรับอาโรนปุโรหิต
40 เสื้อตำแหน่งสำหรับบุตรของอาโรนเพื่อใช้ปฏิบัติงานในตำแหน่งปุโรหิต

แล้ว​ชุม​นุม​ชน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ก็​แยก​ย้าย​กัน​ไป
ทุก​คน​ที่​หัว​ใจ​ของ​เขา​เรียก​ร้อง​ ทั้งชายและหญิงก็​นำ​สิ่ง​ของ​มา​ถวาย​พระ​เจ้า อย่าง​สมัคร​ใจ​
ใครมีอะไรก็นำสิ่งนั้นมาถวาย ใครที่ทำอะไรได้ก็ช่วยกันทำสิ่งนั้น

โมเสส​จึง​กล่าว​กับ​คน​อิส​รา​เอล​ว่า
พระเจ้า​ทรง​เลือก​เบ​ซา​เลล​ หลานชายของ​เฮอร์ ให้เป็นผู้ดูแลงาน
พระเจ้าได้​โปรด​ให้​เขา​เต็ม​เปี่ยม​ด้วย​พระ​วิญ​ญาณ​ ​มี​สติ​ปัญญา ทักษะ และ​ความ​รู้​ใน​งาน​ช่าง​ทุก​อย่าง
และพระ​องค์​ทรง​ดล​ใจ​ให้​​โอ​โฮ​ลี​อับ เป็นผู้ช่วย และมี​น้ำ​ใจ​ที่​จะ​สอน​คน​อื่น​ด้วย
คน​ทั้ง​สอง​นี้​พระ​องค์​ประ​ทาน​ทักษะ​ใน​การ​ทำ​งาน​ทุก​อย่างให้แก่พวกเขา

1. สิ่งที่พระเจ้าบอกให้คนอิสราเอลถวายแด่พระองค์ ด้วยใจสมัคร มีตั้งแต่ทองคำ จนถึงด้ายสีต่างๆ
ชี้ให้เห็นว่า คุณค่าของสิ่งที่ถวายแด่พระเจ้า ไม่ได้ขึ้นกับมูลค่าของสิ่งนั้น
แต่ขึ้นกับความเต็มใจในการถวายอย่างนั้นแด่พระเจ้า

วันนี้ สิ่งที่เราถวายแด่พระเจ้า ไม่ว่าจะเป็น เวลา ความสามารถ รวมทั้งสิ่งต่างๆที่เรามี
เราถวายอย่างเต็มใจมากน้อยเพียงใด?

2. สิ่งที่พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอลทำ กล่าวถึงแค่คร่าวๆก็มีถึง 40 อย่าง
ดูเหมือนเป็นงานใหญ่งานยาก สำหรับผู้เป็นทาสมากว่า 400 ปี

ไม่ว่ายากแค่ไหนก็เป็นไปได้ พระเจ้าทรงจัดเตรียมเบซาเลลและโอโฮลีอับ ไว้แล้ว
เพื่อทำให้งานที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้นั้นสำเร็จ

วันนี้ แม้หนทางข้างหน้าจะยาก และดูเหมือนเป็นไปไม่ได้
แต่พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นสำหรับเราไว้แล้ว เพื่อให้น้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จในชีวิตของเรา

คำคม

“ ของถวายแด่พระเจ้า มีค่าตามปริมาณความจริงใจที่เรามีต่อพระองค์ ”

สรุป อพยพ 34

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงเรียกโมเสสให้ขึ้นไปเข้าเฝ้าบนภูเขาอีกครั้ง แล้วให้เขาจารึกพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงทำกับคนอิสราเอลไว้ในศิลา 2 แผ่น

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus34-74362

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 34 เมื่อพระเจ้าทรงบัญชาให้โมเสสนำคนอิสราเอลไปยังคานาอัน
โดยจะส่งทูตสวรรค์ไปช่วย แต่พระองค์จะไม่ไปด้วย
โมเสสจึงเข้าเฝ้าพระเจ้าในเต็นท์นัดพบ และอ้อนวอนขอพระเจ้าให้ไปด้วย

พระ​เจ้า​ตรัสเรียกโมเสสให้ขึ้นภูเขาซีนายอีกครั้งเพื่อรับศิลาชุดใหม่ แทนชุดที่โมเสสทำแตกไปนั้น
โดยพระเจ้าให้โมเสส เตรียม​ศิลา​สอง​แผ่น​ขึ้นไปด้วย

โมเสสจึงตื่น​แต่​เช้า ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​ซี​นาย
พระ​ยาห์​เวห์​เสด็จ​ลง​มา​ใน​เมฆ
แล้ว​พระเจ้าทรงเสด็จ​ผ่าน​ไป​ข้าง​หน้า​โมเสส แล้วตรัส​ว่า
พระ​ยาห์​เวห์ ทรงเป็น
– ​พระ​เจ้า​ผู้​เปี่ยม​ด้วย​พระ​กรุณา​และ​พระ​คุณ
– พระเจ้าผู้ทรงกริ้ว​ช้า
– พระเจ้าผู้ทรง​บริบูรณ์​ด้วย​ความ​รัก​มั่น​คง และ​ความ​สัตย์​จริง
– พระเจ้าผู้ทรง​สำแดง​ความ​รัก​มั่น​คง​จนถึง​พันๆ ชั่ว​อายุ​คน
– พระเจ้าผู้ทรง​ประ​ทาน​อภัย​การ​ล่วง​ละเมิด การ​ทรยศ​และ​บาป
– แต่ก็ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงจะ​ไม่​ทรง​ละเว้น​การ​ลง​โทษ​อย่าง​แน่​นอน

โมเสส​จึง​รีบ​กราบ​ลง​ถึง​ดิน​นมัส​การพระเจ้า แล้ว​ทูล​ว่า
– ขอ​พระเจ้าทรง​เสด็จ​ไป​กับ​เขาและคนอิสราเอล
– ขอพระเจ้า​ประ​ทาน​อภัย​การ​ล่วง​ละเมิด​และ​บาป​ ของ​เขาและคนอิสราเอล
– ​ขอ​พระเจ้าทรง​รับ​เขาและคนอิสราเอลเป็น​มรดก​ของ​พระ​องค์​ด้วยเถิด

พระเจ้าจึงตรัสพันธ​สัญ​ญา ว่า
– พระองค์​จะ​ทำ​การ​อัศ​จรรย์​อย่างน่าเกรงขาม ต่อ​หน้าคนอิสราเอล อย่างที่​ไม่​เคย​มี​ใคร​ทำ​ใน​ทั่ว​พิภพ​
– พระองค์จะขับไล่​คน​อา​โม​ไรต์ คน​คา​นา​อัน คน​ฮิต​ไทต์ คน​เป​ริส​ซี คน​ฮีไวต์ และ​คน​เย​บุส ไป​ให้​พ้น​หน้า​คนอิสราเอล

ดังนั้น คนอิสราเอลต้องรักษาพันธสัญญานี้ โดยทำดังนี้
– ให้รักษา​คำ​บัญ​ชา​ที่พระเจ้าได้สั่งเอาไว้
– ต้องไม่​ทำ​พันธ​สัญ​ญา​กับ​ชาวแผ่นดินคานาอันเหล่านั้น ไม่​อย่าง​นั้น​มัน​จะ​เป็น​กับดัก จับคนอิสราเอล
– ให้ทำ​ลาย​แท่น​บูชา​และ​ทุบ​เสา​ศักดิ์​สิทธิ์​ของ​เขา​ให้​แหลก​ละเอียด
– ห้าม​นมัส​การ​พระ​อื่น เพราะ​พระ​เจ้า เป็น​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​หวง​แหน
– ห้าม​หล่อ​รูป​พระ​ไว้​สำ​หรับ​ตัว​เอง
– ให้ถือ​เทศ​กาล​กิน​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ , เทศ​กาล​สัป​ดาห์​ด้วย​พืช​ผล​แรก และ​ถือ​เทศ​กาล​เก็บ​ผลิต​ผล​ใน​ปลาย​ปี ทุกปี
– ให้​ผู้​ชาย​ทุก​คน​เข้า​เฝ้า​ ​ปี​ละ​ 3 ​ครั้งซึ่งถ้าทำเช่นนั้นแล้วจะ​ไม่​มี​ใคร​อยาก​ได้​แผ่น​ดิน​ของพวกเขาเลย
– ให้ถวายทุก​สิ่ง​ซึ่ง​ออก​จาก​ครรภ์​ครั้ง​แรกแด่พระเจ้า รวมทั้ง​พืช​ผล​แรก​ที่​ดี​ที่​สุด​จาก​ผืน​ดิน​
– ห้าม​ผู้​ใด​มา​เข้า​เฝ้าพระเจ้า​มือ​เปล่า
– ให้ทำ​งาน​ 6 วัน แต่​วัน​ที่ 7 ​จง​หยุด​พัก แม้​แต่​ใน​ฤดู​ไถ​นา​และ​ฤดู​เกี่ยว​ข้าว​ก็​จง​หยุด​พัก
– อย่า​ต้ม​เนื้อ​ลูก​แพะ​ด้วย​น้ำ​นม​แม่​ของ​มัน​เลย (ผมเคยอธิบายแล้วใน บทที่ 23 ครับ)

พระ​เจ้าสั่งให้​โม​เสส​ ​เขียน​คำ​พันธสัญญาเหล่า​นี้​ไว้
โมเสส​เข้า​เฝ้า​พระเจ้า 40 ​วัน 40 ​คืน ไม่​ได้​รับ​ประ​ทาน​อาหาร​หรือ​ดื่ม​น้ำ​เลย
เขา​จารึก​ถ้อย​คำ​แห่ง​พันธ​สัญ​ญา​ไว้​บน​แผ่น​ศิลา คือ​ พระ​บัญ​ญัติ​สิบ​ประ​การ

โม​เสส​ลง​มา​จาก​ภูเขา​ซีนาย พร้อมกับแผ่น​พระ​โอวาท​ 2 ​แผ่น​
​ผิว​หน้า​ของโมเสส​ทอ​แสง​ เพราะเขาได้​สนทนา​กับ​พระ​เจ้า
เมื่อ​อาโรน​และ​คน​อิส​รา​เอล​ เห็น​ว่า​ผิว​หน้า​ของโมเสส​ทอ​แสง
​พวก​เขา​ก็​กลัว​ไม่​กล้า​เข้า​มา​ใกล้​ท่าน

โมเสส​จึง​เรียกพวก​เขา​มา แล้ว​​ก็กล่าว​บัญ​ญัติ​ทุกข้อแก่พวกเขา
เมื่อโมเสส​พูด​จบ​แล้ว ก็​ใช้​ผ้า​คลุม​หน้า​ไว้

​เมื่อ​โม​เสสจะไป​เข้า​เฝ้า​พระเจ้า เขา​ก็จะ​ปลด​ผ้า​นั้น​ออก
จน​กว่า​จะ​กลับ​ออก​มา
เมื่อ​​ออก​มา​ก็​จะบอกสิ่งที่พระเจ้าสั่ง​ให้​คน​อิส​รา​เอล​ฟัง​

1. โมเสสทำศิลาที่พระเจ้าประทานให้ แตก เพราะความโกรธคนอิสราเอลที่ละทิ้งพระเจ้า
พระเจ้าไม่ได้ตำหนิหรือโกรธโมเสสที่ทำศิลานั้นแตก
แต่ขณะเดียวกัน พระเจ้าก็ให้โมเสสมีส่วนรับผิดชอบในความผิดพลาดของเขา ด้วยการจารึกขึ้นมาใหม่ ด้วยมือของเขาเอง โดยการกำกับของพระเจ้า

พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยเมตตา และยุติธรรม
วิธีปฎิบัติของพระองค์ต่อเราเมื่อเราผิดพลาดไปนั้น
ช่างอ่อนโยน และเต็มไปด้วยพระสติปัญญา
เมื่อเราผิดพลาดพลั้งไป อย่ากลัวที่จะเข้ามาหาพระองค์
พระองค์จะทรงช่วยเราให้เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ

2. ​พระ​เจ้า​ทรง​เปี่ยม​ด้วย​พระ​กรุณา​ พระ​คุณ และความ​รัก​มั่น​คง ทรง​ประ​ทาน​อภัย​การ​ล่วง​ละเมิด การ​ทรยศ​และ​บาป แต่ขณะเดียวกันเมื่อมีการทำผิดต้องมีการ​ลง​โทษ​อย่าง​แน่​นอน (ข้อ 7)

ใน รม. 8:1 กล่าวว่า “เพราะ​ฉะ​นั้น​ไม่​มี​การ​ลง​โทษ​คน​ที่​อยู่​ใน​พระ​เยซู​คริสต์”

เมื่อเราทำผิดบาป จำเป็นต้องมีการลงโทษ
และพระเจ้าผู้ทรงยุติธรรมก็ทรงลงโทษอย่างสาสม
แต่พระเยซูคริสต์ทรงมารับโทษบาปเหล่านั้นทั้งหมดแทนเรา
ขอบคุณพระเยซู

นี่แหละคือ ทรง​เปี่ยม​ด้วย​พระ​กรุณา​ พระ​คุณ และความ​รัก​มั่น​คง ทรง​อภัย​การ​ล่วง​ละเมิด การ​ทรยศ​และ​บาป แต่ก็ทรงยุติธรรมในการ​ลง​โทษ​

3. จากประวัติศาสตร์เราเห็นได้ว่า พันธสัญญาที่พระเจ้าทรงกระทำกับคนอิสราเอลนั้น
พระเจ้าทำตามทั้งหมด
ขณะเดียวกัน อิสราเอล ละเมิดหมดทุกข้อ
ถึงกระนั้น พระเจ้ายังทรงพระเมตตา ประทานพระเยซูคริสต์มาบังเกิดในชนชาติของพวกเขา
เพื่อช่วยพวกเขาและบรรดาประชาชาติให้รอดพ้นจากการพิพากษาของพระเจ้า

นี่คือ พระคุณพระเมตตา อันไม่มีสิ้นสุดของพระเจ้า

4. พระเจ้าห้ามไม่ให้คนอิสราเอลทำพันธสัญญากับคนแผ่นดินคานาอัน เพราะจะติดกับดัก
แต่พวกเขาไม่เชื่อฟัง เริ่มจากไปร่วมงานพิธีของพระของคนเหล่านั้น แล้วก็เริ่มกินอาหารไหว้รูปเคารพของคนเหล่านั้น จากนั้นเริ่มสัมพันธ์ยกลูกชายลูกสาวให้แต่งงานกับคนเหล่านั้น และในที่สุดคนอิสราเอลก็ละทิ้งพระเจ้า แล้วหันไปทำสิ่งชั่วร้ายอย่างคนเหล่านั้น เช่นเอาลูกเล็กเด็กแดงของตน ไปเผาบูชายันต์แด่รูปเคารพเหล่านั้น

บาป มันไม่ขอเยอะ มันขอแค่เราเข้าไปเกี่ยวข้องนิดเดียวก็พอ
เพราะอีกไม่นานเราก็จะติดกับ และถูกดึงถลำลึกเข้าไปทั้งตัว

เมื่อรู้ตัว จงรีบกลับใจ ขอพระเจ้าทรงช่วยเราให้สามารถหลุดพ้นจากกับดักของบาปเหล่านั้น
รีบหนีออกมาก่อนที่มันจะทำลายเราไปมากกว่านี้

5. พระเจ้าสั่งว่า ห้าม​ผู้​ใด​มา​เข้า​เฝ้าพระเจ้า​มือ​เปล่า ไม่ใช่เพราะพระเจ้าอยากได้ของถวาย
เพราะพระเจ้าเป็นเจ้าของทุกสิ่ง คงไม่ปรารถนาของถวายเล็กๆน้อยๆของพวกเขาหรอก
แต่ที่พระเจ้าสั่งเช่นนั้น เพื่อแสดงให้เห็นว่า
พระเจ้าปรารถนาให้ประชากรของพระองค์ สำนึกพระคุณของพระองค์อยู่เสมอ
เพราะยิ่งทำเช่นนั้น ก็ยิ่งทำให้พระพรหลั่งไหลมาสู่ประชากรที่พระองค์ทรงรักเหล่านี้

วันนี้ อย่าให้เราขี้เหนียวต่อพระเจ้า
ให้เราเต็มใจถวายแด่พระองค์
เพราะการทำเช่นนั้น เป็นการเปิดประตูพระพรสำหรับเราและครอบครัวของเรานั่นเอง

6. โมเสสยิ่งเข้าเฝ้าพระเจ้า ใบหน้ายิ่งทอแสง
เราก็เช่นกัน ยิ่งเข้าใกล้ชิดสนิทพระเจ้า ก็ยิ่งเต็มไปด้วยสง่าราศีของพระเจ้า
วันนี้ เราใช้เวลาเข้าเฝ้าพระเจ้ามากน้อยเพียงใด?

7. ในบทนี้มีเรื่องที่น่าสนใจมาก ในบทที่ 33 บอกว่า โมเสสสนทนากับพระเจ้าสองต่อสอง อย่างมิตรสหาย
แสดงว่า คุยกันประจำอยู่แล้ว ตามปกติ
แต่ครั้งนี้ พระเจ้าทรงเรียกโมเสส ให้แยกตัวออกเป็นพิเศษ เพื่อเข้าเฝ้าพระองค์บนภูเขา

แสดงว่า การเข้าเฝ้าปกติเป็นประจำของเราเป็นสิ่งที่ดีและสำคัญมาก
แต่ก็เป็นการดีที่ เราจะปลีกตัวเป็นพิเศษ โมเสสอดอาหาร 40 วันด้วยซ้ำไป
เพื่อใช้เวลากับพระเจ้าเป็นพิเศษ
และรับประสบการณ์ใหม่สดจากพระองค์เป็นระยะ

คำคม

“ ยิ่งใกล้ชิดพระเจ้า ยิ่งมีสง่าราศีของพระองค์ ”

สรุป อพยพ 33

ภาพรวม

  • โมเสสสนทนากับพระเจ้าแบบสองต่อสอง ร้องทูลต่อพระองค์ให้เมตตาต่อคนอิสราเอล และพระองค์ก็ตอบตามที่เขาร้องทูล

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus33-74098

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 33 หลังจากเรื่องการกราบไหว้โคทองคำ จบลงแล้ว โมเสสก็ขึ้นไปเฝ้าพระเจ้าอีก

พระเจ้า​ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า ให้โมเสสนำคนอิสราเอล ไป​ยัง​แผ่น​ดินคะนาอัน
และพระเจ้าจะทรงใช้ทูต​องค์​หนึ่ง​นำ​หน้า​พวกเขาไป​ และ​จะ​ไล่​คน​ในแผ่นดินคา​นา​อัน ออก​ไป​เสีย
แต่​พระเจ้าจะ​ไม่ไป​กับ​พวก​เขา

เมื่อคนอิสราเอล​ได้​ยิน​ข่าว​ร้าย​นี้ พวก​เขา​ก็​เป็น​ทุกข์​ยิ่ง​นัก และ​ถอด​เครื่อง​ประ​ดับ​ออกแสดงความโศกเศร้าเสียใจ

โมเสส​ตั้ง​เต็นท์​หลัง​หนึ่ง​ไว้​ข้าง​นอก​​ค่าย เรียก​ว่า “เต็นท์​นัด​พบ”
เมื่อใคร​ปรารถ​นา​จะ​เข้า​เฝ้า​พระ​เจ้า ก็​มัก​จะ​ออก​ไป​ยัง​เต็นท์​นัด​พบนั้น

เมื่อ​โมเสส​เข้า​ไป​ใน​เต็นท์​ เสา​เมฆ​ก็​ลอย​ลง​มา​ตั้ง​อยู่​ที่​ประ​ตู​เต็นท์
แล้ว​พระ​องค์​ก็​ตรัส​กับ​โม​เสส
ส่วนประชาชน​ก็​จะ​ลุก​ขึ้น​และ​นมัส​การ​อยู่​ที่​ประตู​เต็นท์​ของ​ตน

พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​สอง​ต่อ​สอง เหมือน​มิตร​สหายคุยกัน
แล้ว​โม​เสส​ก็​กลับ​ไป​ยัง​ค่าย
แต่​โย​ชู​วา​บุตร​นูน ยังคงอยู่ในเต็นท์ต่อไป

โมเสสทูล​พระเจ้า​ว่า
ขอพระเจ้า​โปรด​สำแดง​​ทางของ​พระ​องค์​แก่​เขา เพื่อเขาจะ​รู้​จัก​พระ​องค์ แล้วเขา​จะได้​เป็น​ที่​โปรด​ปราน​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระ​องค์
และ​ขอ​ทรง​นับ​ชน​ชาติ​อิสราเอลเป็น​ประชา​กร​ของ​พระ​องค์
ขอพระเจ้าเสด็จ​ไป​กับ​โมเสสและคนอิสราเอล เพื่อพวกเขาจะ​แตก​ต่าง​จาก​ชน​ชาติ​อื่นๆ ทั่ว​โลก เพราะมีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย
แต่ถ้าพระเจ้าไม่ไปด้วย เขาก็จะไม่ยอมไปไหน
และขอว่า ให้พระเจ้าทรง​สำแดง​พระ​สิริ​ของ​พระ​องค์​แก่​เขา

พระ​องค์ก็ทรง​ตอบ​อนุญาต ตามที่โมเสสทูลขอนั้น
เพราะพระเจ้าทรงเมตตาโมเสส และทรงตรัสว่า
“เรา​ประ​สงค์​จะ​โปรด​ปราน​ผู้​ใด​ก็​จะ​โปรด​ปราน​ผู้​นั้น และ​เรา​ประ​สงค์​จะ​เมตตา​ผู้​ใด เรา​ก็​จะ​เมตตา​ผู้​นั้น”

แต่พระ​เจ้า​ตรัส​ว่า
โมเสส​จะ​เห็น​หน้า​ของ​พระเจ้า​ไม่​ได้ เพราะ​มนุษย์​เห็น​หน้าพระเจ้าแล้ว​จะตาย
พระเจ้าจึงสั่งให้โมเสสไป​ยืน​อยู่​ใน​ซอก​หิน แล้วพระเจ้า​จะ​เอาพระหัตถ์บัง​เอา​ไว้​
เมื่อพระเจ้าผ่านไปก็จะเอาพระหัตถ์ออก แล้วโมเสสก็​จะ​เห็น​หลัง​ของพระเจ้า

1. สิ่งที่ทำให้ชนชาติอิสราเอลแตกต่างจากชนชาติอื่นๆ ไม่ใช่เพราะทรัพย์สมบัติมากมายที่นำมาจากอียิปต์ หรือเหล่านักรบผู้กล้าหาญ แต่เพราะการที่มีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย
ดังนั้นเมื่อพระเจ้าบอกว่าจะไม่ไปกับพวกเขาแล้ว จะแค่ส่งทูตสวรรค์ไปช่วย คนอิสราเอลจึงโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก

วันนี้ พระเจ้าทรงสถิตกับเราตลอดเวลา เราเห็นคุณค่าของการทรงสถิตของพระองค์มากเพียงใด?
เราให้เวลาที่จะเข้าเฝ้าพระเจ้า ในแต่ละวันของชีวิตมากเพียงใด?

2. ​โมเสส​สนทนากับพระเจ้า แบบสอง​ต่อ​สอง เหมือน​เพื่อนคุยกัน
ซึ่งถ้าสังเกตดีๆ การสนทนานี้ โมเสส ไม่ได้เห็นพระเจ้า
แต่ก็ยังสามารถสนทนากันแบบมิตรสหายได้

เหมือนอย่างเราในปัจจุบัน แม้เรายังไม่สามารถเห็นพระเจ้าได้
แต่เราก็สามารถทำเหมือนโมเสส สนทนากับพระเจ้าสองต่อสองได้ทุกวัน
ดังนั้น อย่าให้เราละเลยที่จะใช้สิทธิพิเศษนี้

3. จากคำพูดของโมเสสในข้อ 13 ทำให้เรารู้เคล็ดลับของการเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า ว่า
ยิ่งเรารู้จักพระองค์ เราก็จะยิ่งเป็นที่โปรดปราน
และยิ่งเรารู้ทางของพระองค์ เราก็ยิ่งรู้จักพระองค์

ดังนั้น การอ่านพระคำของพระเจ้า จะทำให้เรารู้จักทางของพระองค์
และการอธิษฐาน การสังเกตเรียนรู้ และการฝึกฝนทำตามพระคำของพระองค์
ก็จะทำให้เรารู้จักกับพระองค์มากยิ่งขึ้น
ซึ่งจะนำเราไปสู่การเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า

4. พระเจ้าตรัสว่า พระองค์​ประ​สงค์​จะ​โปรด​ปราน​หรือเมตตา​ผู้​ใด ก็​เป็นสิทธิ์ขาดของพระองค์

วันนี้ พระเจ้าทรงเลือกที่จะโปรดปรานและเมตตาเรา
เป็นพระคุณของพระองค์ที่ทรงเลือกเราให้มาอยู่ใต้ร่มพระคุณของพระเจ้า
ได้มาเป็นบุตรของพระเจ้า
เราสมควรอย่างยิ่งที่จะภาคภูมิใจและทำตัวให้สมกับพระเมตตาที่พระเจ้ามอบให้นี้
โดยการดำเนินชีวิตเป็นที่ถวายพระเกียรติแด่พระองค์

คำคม

“ ใกล้ชิดสนิทพระเจ้า เป็นสิทธิพิเศษของผู้เชื่อวางใจในพระองค์ ”

สรุป อพยพ 32

ภาพรวม

  • คนอิสราเอลให้อาโรนทำรูปโคทองคำขึ้นมา แล้วนมัสการแทนการนมัสการพระเจ้า
    โมเสสโกรธมาก ให้คนเลวีฆ่าคนเหล่านั้นเสีย 3,000 คน

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus32-74031

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 32 เมื่อพระเจ้าสั่งโมเสสเกี่ยวกับบัญญัติต่างๆ บนภูเขาซีนายแล้ว ก็ทรงประทานศิลา 2 แผ่นที่บันทึกคำตรัสของพระองค์ ด้วยลายพระหัตถ์ของพระเจ้า ให้แก่โมเสส

ส่วน​ประ​ชา​ชน​ที่อยู่ข้างล่าง เห็น​โม​เสส​หายไปนาน ไม่​ลง​มา​จาก​ภูเขาสักที
จึง​พา​กัน​มา​หา​อา​โรน ขอให้อาโรนช่วย​สร้าง​พระ​ให้พวกเขา เพื่อจะเป็น​ศูนย์รวมจิตใจให้แก่พวกเขาแทนโมเสสที่หายไม่ได้กลับมาเสียที

อา​โรน​จึงให้​พวก​เขา​ เอา​ตุ้ม​หู​ทอง​จาก​หู​ภรรยา​และลูกๆของพวกเขา ​มา​ให้อาโรน
เมื่อ​อา​โรน​ได้​ทอง​คำ​จาก​พวก​เขา​แล้ว จึง​นำ​ทอง​คำมาหล่อ​เป็น​รูป​โค​หนุ่ม

จากนั้น พวกเขาก็​ประ​กาศ​ว่า
“โอ อิส​รา​เอล สิ่ง​เหล่า​นี้​แหละ​เป็น​พระ​ของ​เจ้า ซึ่ง​นำ​เจ้า​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์”

เมื่อ​อา​โรน​เห็น​เห็นว่า คนอิสราเอลศรัทธารูปนั้น อาโรนจึง​สร้าง​แท่น​บูชา​ไว้ ตรง​หน้า​รูป​โค​นั้น แล้ว​​ประ​กาศ​ว่า
“พรุ่ง​นี้​จะ​เป็น​วัน​เทศ​กาล​เลี้ยง​ถวาย​เกียรติ​พระ​ยาห์​เวห์”

วันรุ่ง​ขึ้น​พวก​เขา​ก็​ลุก​ขึ้น​แต่​เช้า ​ถวาย​เครื่อง​บูชาแด่รูปโคทองคำนั้น
แล้วพวกเขา ​ก็​นั่ง​ลง กิน​และ​ดื่ม แล้ว​ก็​​ทำ​สิ่ง​ที่​น่า​บัดสี​ต่อ​กัน (คือทำการกิจกรรมทางเพศต่อหน้ารูปโคทองคำนั้น เพื่อเป็นการนมัสการรูปเคารพ ตามธรรมเนียมของคนต่างชาติในช่วงเวลานั้น)

พระ​เจ้าจึงตรัสกับโม​เสส​ว่า ให้โมเสสรีบ​ลง​ไป​ทัน​ที เพราะ​ว่าคนอิสราเอลได้​หล่อ​รูป​โค​ขึ้น​ แล้ว​ถวาย​สัตว​บูชา​แก่​รูป​นั้น และ​กล่าว​ว่า โคนั้นคือ พระที่นำพวกเขา​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์

​พระ​เจ้า​ตรัส​กับโมเสส อีกว่า ความโกรธของพระเจ้ากำลัง​จะ​เดือด​พลุ่ง​ขึ้น​ต่อ​พวก​เขาแล้ว และ​จะ​ทำ​ลาย​พวกเขา​เสีย ส่วน​โมเสสเอง พระเจ้าจะ​ให้​เป็น​ชน​ชาติ​ใหญ่แทนพวกเขา

แต่​โม​เสส​​วิง​วอน​​พระ​เจ้า ​ว่า
ขออย่าทำเช่นนั้นเลย มิฉะนั้นคนอียิปต์จะกล่าวได้ว่า
พระ​องค์​ทรง​นำ​พวก​เขา​ออก​มา​เพื่อ​จะ​ทรง​ทำลายพวก​เขา
ขอพระเจ้าทรง​เปลี่ยน​พระ​ทัย​ อย่า​ทำ​อัน​ตราย​ประ​ชา​กร​ของ​พระ​องค์เลย
ขอ​ทรง​ระลึก​ถึง อับ​รา​ฮัม อิส​อัค และ​อิส​รา​เอล ที่พระองค์​ทรง​ปฏิ​ญาณ​กับ​เขา​เหล่า​นั้น​ ​จะ​ยก​แผ่น​ดิน​นี้​ทั้ง​หมด​ที่​ทรง​สัญ​ญา​ไว้ให้​แก่​เชื้อ​สาย​ของ​พวก​เขาตลอด​ไป

แล้ว​พระ​เจ้า​จึง​เปลี่ยน​พระ​ทัย ไม่​ทรง​ทำ​อัน​ตราย​ประ​ชา​กร​ของ​พระ​องค์

โม​เสส​ก็​กลับ​ลง​มา​จาก​ภูเขา พร้อมกับแผ่น​ศิลา​พระ​โอ​วาท​ 2 ​แผ่น​ซึ่ง​มีคำจา​รึก​ลายพระหัตถ์ของพระเจ้าไว้ทั้ง​สอง​ด้าน

เมื่อ​โมเสสพบโย​ชู​วาซึ่งรออยู่กลางภูเขา ทั้งสองก็ลงมาจากภูเขา
พอโยชูวา​ได้​ยิน​เสียง​ประ​ชา​ชน​ดังมาก จึงคิดว่าเป็น​เสียง​สง​คราม​ใน​ค่าย
แต่​โมเสส​ตอบ​ว่า ไม่ใช่เสียงสงครามแต่เป็น​เสียง​ร้อง​เพลง​กัน​

เมื่อโม​เสส​เข้า​มา​ใกล้​ค่าย ได้​เห็น​รูป​โคทองคำ​และ​เห็นคน​เต้น​รำนมัสการรูปนั้น
​โม​เสส​ก็โกรธ​เดือดดาน เขา​โยน​แผ่น​ศิลา​ใน​มือ​ทิ้ง​ตก​แตก​เสีย​ที่​เชิง​ภูเขา​นั่น​เอง

แล้ว​โมเสสก็เอา​รูป​โค​ที่​พวก​เขา​ทำ​ไว้​ไป​เผา​เสีย
และ​บด​เป็น​ผง​โรย​ลง​ใน​น้ำ และ​บัง​คับ​ให้​คน​อิส​รา​เอล​ดื่ม

โม​เสส​​ถาม​อา​โรน​ว่า ทำไมอาโรน​จึง​นำ​บาป​ใหญ่นี้​มา​สู่​พวก​เขา
อา​โรน​ตอบ​ว่า พวก​เขา​เองเป็นคนมาขอให้​สร้าง​พระ​ให้​พวกเขา

แล้ว​โมเสส​ยืน​อยู่​ที่​ประ​ตู​ค่าย​ร้อง​ว่า
“ใคร​อยู่​ฝ่าย​พระ​เจ้า? จง​มา​หา​เรา​เถิด”
แล้วคน​เลวี​ทั้ง​หมด​ก็​มา​หา​โม​เสส​

โมเสส​จึง​กล่าว​กับ​พวก​เขา​ว่า ให้​เหน็บ​ดาบ​แนบ​กาย​ แล้ว​ไปฆ่าคนเหล่านั้นที่กำลังสิ่งที่น่าบัดสีอยู่นั้น
คน​เลวี​ก็​ทำ​ตาม และ​มีคนประมาณ​ 3,000 ​คน​ ถูกฆ่าตาย​ใน​วัน​นั้น

วัน​รุ่ง​ขึ้น โม​เสส​พูด​กับ​ประชา​ชน​ว่า พวกเขาได้​ทำ​บาป​ใหญ่​หลวง ดังนั้นโมเสสจะ​ขึ้น​ไป​เข้า​เฝ้า​พระ​เจ้าอีกครั้ง เพื่อจะขอให้พระเจ้า​​ลบ​มล​ทิน​บาป​ของ​พวกเขา

โมเสส​จึง​กลับ​ไป​เข้าเฝ้า​พระ​เจ้า ​ทูล​ว่า
ขอ​พระ​องค์​โปรด​ยก​โทษ​บาป​ของ​คนอิสราเอล มิ​ฉะนั้น ขอ​พระ​องค์​ทรง​ลบ​ชื่อ​ของ​โมเสส ออก​จาก​หนัง​สือ​ที่​พระ​องค์​ทรง​จดไว้เสีย

พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ใคร​ทำ​บาป​ต่อ​พระเจ้า พระองค์​ก็จะ​ลบ​ชื่อ​ผู้​นั้น​จาก​หนังสือ​ของ​พระองค์
พระเจ้าสั่งให้โมเสสนำ​คนอิสราเอล เดินทางต่อ​ไป​ยัง​คะนาอันได้
บาปครั้งนี้จะไม่ถึงกับทำให้คนอิสราเอลทั้งหมดถูกทำลายไป
แล้วพระ​เจ้าทรง​บัน​ดาล​ให้​ภัย​พิบัติ​บางอย่างเกิด​ขึ้น​กับ​คนอิสราเอล เพราะ​พวก​เขา​ทำ​รูป​โค​หนุ่ม​นั้น

1. ทั้งที่พระเจ้าเป็นผู้นำคนอิสราเอลออกจากอียิปต์อย่างชัดเจน แต่พอเวลาผ่านไปไม่นานพวกเขาก็ลืมพระองค์ แล้วหันไปทำตามอย่างที่คนต่างชาติทำกัน

วันนี้ เรามีวันนี้ได้ เพราะพระเจ้าทรงอวยพระพรเราอย่างชัดเจน
อย่าให้เราลืมพระคุณของพระองค์
ให้เราถวายเกียรติแด่พระเจ้า ด้วยการยังคงแสวงหาที่จะรู้จักกับพระองค์มากขึ้น
ไม่หันหลังให้พระองค์ แล้วไปแสวงหาสิ่งอื่นที่ไม่ใช่พระองค์แทน

2. ใน อพย. 32:10 เมื่อเราอ่านดูจะเห็นพระลักษณะของพระเจ้าของเรา
พระองค์บอกกับโมเสสว่า อย่าห้ามนะ อย่าห้ามนะ เรากำลังจะโกรธแล้วนะ
ก็เพื่อให้โมเสส ทูลขอ แล้วพระองค์ก็จะได้ตอบคำร้องทูล แล้วจึงไม่ทำลายอิสราเอลให้สิ้นไป
– พระเจ้าทรงกริ้วช้า
– พระเจ้าประสงค์ที่จะตอบคำอธิษฐานของเรา ที่สอดคล้องกับพระลักษณะของพระองค์
– พระเจ้าเปี่ยมด้วยเมตตา พร้อมที่จะให้อภัยเสมอ

3. โมเสสทูลขอให้พระเจ้าไม่โกรธคนอิสราเอล
แต่ปรากฏว่า เมื่อโมเสสเห็นจริงๆว่า พวกเขาทำอะไรลงไป โมเสสกลับโกรธพวกเขาเสียเอง
– พระเมตตาของพระเจ้า ยิ่งใหญ่กว่าของมนุษย์มากมายนัก
– เหตุที่โมเสสโกรธมากเพราะโมเสส รู้จักและผูกพันกับพระเจ้ามาก
ยิ่งเราผูกพันกับพระเจ้ามากเท่าใด เราก็ยิ่ง เกลียดสิ่งที่พระเจ้าเกลียดและรักสิ่งที่พระเจ้ารัก มากขึ้นเท่านั้น

4. โมเสส ทูลต่อพระเจ้าว่า ให้ลบชื่อเขาออก ถ้าพระองค์จะทำลายคนอิสราเอล
หมายความว่า ให้ลบชื่อเขาออกจากแผ่นดินโลกก่อน คือขอเอาชีวิตของเขาไป ก่อนที่เหตุการณ์เลวร้ายนั้นจะเกิดขึ้น
แต่พระเจ้าตอบว่า จะลบชื่อใคร พระองค์ตัดสินใจเอง
– โมเสสเป็นผู้นำที่ดี เป็นผู้สละแม้ชีวิตของตนเพื่อผู้ตาม
– การกำหนดว่า ใครจะได้รับโทษอะไรหรือไม่ อย่างไร เป็นสิทธิ์ขาดของพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว
เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซู จึงมั่นใจได้เลยว่า เราจะรอดพ้นการพิพากษาอย่างแน่นอน
ดังใน รม. 8:33 ที่กล่าวว่า “ใคร​จะ​ฟ้อง​คน​ที่​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​เลือก​ไว้? พระ​เจ้า​ทรง​ถือ​ว่า​พวก​เขา​เป็น​คน​ชอบ​ธรรม​แล้ว”

คำคม

“ การหันหลังให้กับพระเจ้า เป็นการหันหน้าไปสู่หายนะ ”

สรุป อพยพ 31

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งโมเสสให้ตั้งเบซาเลลและโอโฮลีอับ ให้เป็นผู้ดูแลการสร้างอุปกรณ์ต่างๆตามที่พระเจ้าสั่งโมเสสไว้ และพระเจ้ากำหนดให้คนอิสราเอลพักในวันสะบาโต เพื่อประกาศว่าพวกเขาเป็นประขากรของพระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus31-73919

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 31 หลังจากพระเจ้าทรงสั่งโมเสสเรื่อง แท่นเผาเครื่องหอม และการถวายเงินของประชาชนแล้ว

​พระ​เจ้าก็​ตรัส​กับ​โมเสส​ เกี่ยวกับเรื่องคนที่จะมาทำสิ่งที่พระเจ้าบัญชาให้สำเร็จ ว่า​
ให้โมเสส เลือก เบ​ซาเลล ซึ่งเป็นผู้ที่​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์ ทรง​ให้​เขา​มี​สติปัญญา ความ​เข้าใจ​และ​ความ​รู้​ใน​วิชาการ​ทุก​อย่าง​
ให้เขา​คิด​ออก​แบบอย่าง​ประณีต​ใน​การ​ทำ​สิ่งต่างๆที่พระเจ้าได้บัญชาไว้
และให้ตั้ง ​โอ​โฮ​ลี​อับ ผู้มีสมรรถภาพ​ในงาน​ฝีมือ เป็นผู้ช่วยของเขา

แล้วพระ​เจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส เกี่ยวกับวันสะบาโต ​ว่า​
ให้​ชน​ชาติ​อิสราเอล​ ​รักษา​วันสะบาโต​ของพระเจ้า​ไว้
เพราะ​นั่น​จะ​เป็น​หมาย​สำคัญ​ระหว่าง​พระเจ้ากับ​ประชากรของพระเจ้า ตลอดไป
เพื่อพวกเขา​จะ​ได้​รู้​ว่า ​พระ​เจ้าทรงเป็นผู้ทำ​ให้พวกเขา​บริสุทธิ์​

ใครทำ​ให้​วัน​นั้น​เป็น​มลทิน​จะต้อง​ถูก​ลงโทษ​ถึง​ตาย
ใคร​ทำ​การ​งาน​ใน​วัน​นั้น จะถูก​กำจัด​ออก​เสีย​จากชุมชนอิสราเอล

ดังนั้นให้​ทำงาน​ 6 ​วัน แต่​ใน​วันที่​ 7 ​เป็น​วันสะบาโต
เป็น​วันหยุด​พัก​สงบ เป็น​วัน​บริสุทธิ์​แด่​พระ​เจ้า

วันสะบาโต เป็น​หมาย​สำคัญ​ระหว่างพระเจ้า​กับ​ชน​ชาติ​อิสราเอล​
ใน 6 ​วัน​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​สร้าง​ฟ้า​สวรรค์ และ​แผ่นดิน​โลก
แต่​ใน​วันที่​ 7 ​พระ​องค์​ได้​ทรง​งด​การ​งาน​ไว้
และ​ได้​ทรง​หย่อน​พระ​ทัย​ใน​วัน​นั้น’

เมื่อพระเจ้าตรัสกับโมเสสแล้ว ​พระ​องค์​ได้​ประทาน​แผ่น​พระ​โอวาท​ 2 ​แผ่น ​จารึก​ด้วย​นิ้ว​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​เจ้า​ ให้แก่โมเสส

1. สิ่งที่พระเจ้าทรงสั่งให้โมเสส ชายอายุ 80 ปี อดีตคนเลี้ยงแกะแห่งดินแดนมีเดียน นำให้ประชาชนทำนั้น ดูเหมือนเป็นสิ่งที่ยากมาก หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาด้วยซ้ำไป

แต่เมื่อพระเจ้าทรงสั่งให้ทำ พระองค์ก็ทรงเตรียม เบซาเลล และ โอโฮลีอับ สองสุดยอดฝีมืองานช่าง ไว้ให้แล้วด้วย ทำให้สิ่งที่พระเจ้าทรงสั่งโมเสส ให้นำประชาชนให้ทำนั้น จึงเกิดขึ้นสำเร็จเป็นจริงได้

วันนี้ เมื่อพระเจ้าทรงนำให้เราทำสิ่งใด อย่าลังเลที่จะทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ
เพราะพระเจ้าได้เตรียม เบซาเลลและโอโฮลีอับ ไว้ให้เราแล้ว
และพวกเขาจะปรากฏตัวในเวลาที่เหมาะสม

ขอบคุณพระเจ้า

2. พระเจ้าตรัสว่า วันสะบาโตเป็นหมายสำคัญ ระหว่างพระเจ้าและประชากรของพระองค์
เมื่อประชากรของพระเจ้า แยกวันหนึ่งออกเพื่อพระเจ้า (บริสุทธิ์ แปลว่า แยกออกเพื่อพระเจ้า)
จึงเป็นการประกาศว่าพวกเขาเป็นประชาชาติบริสุทธิ์ เพราะเขาแยก 1 วันออกเพื่อพระเจ้า

และในทำนองเดียวกัน พระเจ้าก็ทำเช่นนั้นเหมือนกัน เมื่อพระองค์ทรงสร้างโลก
พระองค์ทรงสร้างใน 6 วัน แล้ววันที่ 7 ทรงหยุดพักการงาน
ไม่ใช่เพราะพระเจ้าทรงเหนื่อย พระเจ้าไม่เคยเหนื่อย
อสย. 40:28 ท่าน​ไม่​เคย​รู้​หรือ ท่าน​ไม่​เคย​ได้​ยิน​หรือ ​
พระ​เจ้า​ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​เนืองนิตย์ คือ​
พระ​ผู้สร้าง​ที่สุด​ปลาย​แผ่นดิน​โลก
​พระ​องค์​มิได้​ทรง​อ่อน​เปลี้ย​หรือ​เหน็ด​เหนื่อย
ความ​เข้า​พระ​ทัย​ของ​พระ​องค์​ก็​เหลือ​ที่​จะ​หยั่ง​รู้​ได้

แต่เหตุที่พระองค์ทรงหยุดพักการงานในวันที่ 7 ก็เพื่อเตรียมไว้
เป็นหมายสำคัญระหว่างพระองค์กับประชากรของพระองค์
ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาต่อมานั่นเอง

เพื่อจะเป็นหมายสำคัญของทั้งสองฝ่าย
คือพระเจ้าก็ทำ และ ประชากรของพระองค์ก็ทำ
แสดงว่า เป็นพวกเดียวกัน

การรักษาวันสะบาโต พระเจ้าทรงกำหนดเพราะรักเรา
คือ เมื่อพระเจ้าจะกำหนดวิธีที่จะประกาศว่า คนคนนี้เป็นประชากรของพระองค์
พระองค์สามารถเลือก ร้อยแปดพันเก้า วิธี เช่น
ต้องทำทุกอย่างให้สำเร็จเหมือนพระองค์ทำทุกอย่างสำเร็จ
หรือ ต้องอดทนต่อคนชั่วได้แบบสุดๆ เหมือนพระองค์ทรงอดกลั้นพระทัยไว้นานต่อคนบาป
แต่ขอบคุณพระเจ้า พระองค์เลือกวิธีที่น่ารักมาก สำหรับประชากรของพระองค์ที่พระองค์ทรงรัก
คือให้พวกเขา พักเหมือนพระองค์
และเพื่อให้หมายสำคัญนี้สำเร็จ พระองค์จึงต้องพักการงานในวันที่ 7 ทั้งที่ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยอะไรเลย

สะบาโต พระองค์กำหนดไว้ เพราะรักเรา
เราไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะเหยียบย่ำวันสะบาโต ของขวัญจากสวรรค์

คำคม

“ จงเรียนที่จะหยุดพัก เมื่อพระเจ้าให้พัก ”

สรุป อพยพ 30

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งให้โมเสส บอกคนอิสราเอลให้ทำแท่นเผาเครื่องหอม และผสมน้ำมันเจิมกับเครื่องหอม รวมทั้งบอกให้คนอิสราเอลทุกคนถวายเงินครึ่งเชเขลแด่พระเจ้าด้วย

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus30-73918

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 30 หลังจากที่พระเจ้าสั่งโมเสสเรื่องการแต่งตั้งปุโรหิตแล้ว พระองค์ทรงสั่งเรื่องอื่นๆต่อไปอีก ดังนี้

​แท่น​บูชา​​เผา​เครื่อง​หอม
– ทำ​แท่น​นั้น​ด้วย​ไม้​กระ​ถิน​เทศหุ้มด้วยทอง​คำ​บริ​สุทธิ์ ขนาด 45 x 45 x 90 เซน​ติ​เมตร ทำเชิงงอนไว้ทั้ง 4 มุมของแท่น
– ​ทำ​ห่วง​ทอง​คำ​สอง​ห่วง สำหรับ​ใส่​ไม้​คาน​หาม
– ทำไม้​คาน​หาม​ ​ด้วย​ไม้​กระ​ถิน​เทศ​หุ้ม​ด้วย​ทอง​คำ
– ตั้ง​แท่น​นั้น​ไว้​นอก​ม่าน ซึ่ง​อยู่​ใกล้​หีบพันธสัญญา
– ​ให้​ปุโรหิตเผา​เครื่อง​หอม​บน​แท่น​นั้น ทุกๆ เช้าและเย็น เสมอ​ไป
– ห้าม​เผาสิ่งอื่นบนแท่นนี้
– ให้​อาโรน​ทำ​พิธี​ลบ​บาป​ที่​เชิง​งอน​ปี​ละ​ครั้ง ด้วย​เลือด​ของ​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป​ (อพย. 29:10-14)

เงินถวาย​สำหรับ​สถาน​นมัส​การ
– ในช่วงเวลาที่มีการ​จด​สำ​มะ​โน​ครัว​คนอิส​รา​เอล ​ให้​ทุกคนที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ​นำ​เงิน​หนัก​ครึ่ง​เชเขล มาถวายแด่พระเจ้า เป็น​ค่า​ไถ่​ชีวิต​ของ​ตน
– ไม่ว่า เป็นคน​มั่งมี หรือ ​คน​จน ​ก็ให้ถวาย เงินครึ่งเชเขล ห้ามขาด ห้ามเกิน
อพย. 30:16 จง​เก็บ​เงิน​ค่า​ไถ่​จาก​ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล และ​ใช้​จ่าย​ใน​งาน​ของ​เต็นท์​นัด​พบ

อ่าง​ทอง​สัมฤทธิ์
​- ทำ​อ่าง​และ​ฐาน​รอง​อ่าง​ด้วย​ทอง​สัม​ฤทธิ์ สำหรับ​ล้าง​ชำระ
– ​ตั้ง​อ่าง​นี้​ไว้ ​ระหว่าง​พลับพลา​และ​แท่น​บูชา แล้วตัก​น้ำ​ใส่​ไว้
– ให้​อาโรน​และ​บรรดาบุตรของ​เขา​ใช้​ล้าง​มือ​และ​เท้า ก่อนปรน​นิบัติงาน พวกเขา​ต้อง​ชำระ​​มือ​และ​เท้า​ด้วย​น้ำ​เพื่อ​จะ​ไม่​ตาย

น้ำ​มัน​เจิม​อันศักดิ์สิทธิ์
– ให้ผสมน้ำมันเจิมอัน​ศักดิ์​สิทธิ์ด้วยสูตรต่อไปนี้
1. ​มด​ยอบ​น้ำ 6 กิโล​กรัม
2. ​อบ​เชย​หอม 3 กิโลกรัม
3. ​ตะไคร้​หนัก 3 กิโลกรัม
4. ​การ​บูร 6 กิโล​กรัม
5. ​น้ำ​มัน​มะกอก 4 ลิตร
– ให้เอา​น้ำ​มัน​นี้ ​เจิม​พลับพลา หีบ​แห่ง​สักขี​พยาน อุปกรณ์ทุก​อย่าง​ในพลับพลา และในลานพลับพลา เพื่อจะ​ชำระ​ของ​เหล่า​นั้นให้​บริ​สุทธิ์ที่​สุด สิ่ง​ใดๆ มา​ถูก​ของ​เหล่า​นั้นก็​จะ​บริ​สุทธิ์​ไป​ด้วย
– แล้วเจิม​และ​ชำระ​อา​โรน​กับ​บุตร​ของ​เขา​ให้​บริ​สุทธิ์ด้วย
*** คำเตือน ***
– ห้าม​ใช้น้ำมันนี้เจิม​คน​สามัญ
– ห้าม​ทำ​น้ำ​มัน​อื่น​ ด้วยส่วน​ผสม​เหมือน​น้ำ​มัน​นี้
– ผู้​นั้น​ฝ่าฝืนจะ​ถูก​ตัด​ออก​จาก​การ​เป็น​ประ​ชา​กร​ของ​พระเจ้า

เครื่อง​หอม
– ให้ผสม กำ​ยาน ชะมด มหา​หิงคุ์ และ​กำ​ยาน​บริ​สุทธิ์​ ใน​อัตรา​ส่วน​เท่าๆ กัน
– แล้วเจือ​ด้วย​เกลือ​ให้​เป็น​ของ​บริ​สุทธิ์​และ​ศักดิ์​สิทธิ์
– เอา​ส่วน​หนึ่ง​มา​ตำ​ให้​ละเอียด และ​วาง​ไว้​หน้า​หีบ​พันธสัญญา เครื่อง​หอม​นั้นจง​ถือ​ว่า​บริ​สุทธิ์​ที่​สุด
– เครื่อง​หอมสูตรนี้ ก็ห้าม​ทำ​ใช้​เอง ผู้ใดฝ่าฝืน ผู้​นั้น​ต้อง​ถูก​ตัด​ออก​จาก​การ​เป็น​ประ​ชา​กร​ของ​พระเจ้า

1. แท่นเผาเครื่องหอม เครื่องหอม และน้ำมันเจิมอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นของบริสุทธิ์ที่สุด
คำว่า บริสุทธิ์ แปลตรงตัวว่า “แยกออกเพื่อพระเจ้า”
สิ่งเหล่านี้จึงห้ามใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดทั้งสิ้น นอกจากเพื่อพระเจ้า

ใน 1ปต. 2:9 กล่าวถึงผู้เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ว่า “แต่​พวก​ท่าน​เป็นพงศ์​พันธุ์​ที่​ทรง​เลือก​สรร เป็น​พวก​ปุโร​หิต​หลวง เป็น​ชน​ชาติ​บริ​สุทธิ์ …”
เราเป็นชนชาติบริสุทธิ์ของพระเจ้า เราถูกแยกออกเพื่อพระเจ้า เท่านั้น
เราสมควรที่จะใช้ชีวิตของเรา ตั้งแต่บัดนี้ จนวันตายเพื่อทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าเท่านั้น
การทำสิ่งใดๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับน้ำพระทัยของพระเจ้า เราสมควรถือว่าเป็นสิ่งไร้สาระทั้งสิ้น
เพราะเราถูกแยกออกเพื่อพระเจ้าเท่านั้น

2. พระเจ้าทรงทำอะไรๆให้คนอิสราเอลมากมาย และสิ่งที่พระเจ้าเรียกร้องให้พวกเขา ทุกถวายแด่พระเจ้า คือ เงินครึ่งเชเขล ประมาณ 6 กรัม หรือประมาณ 100 บาท ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนไม่มากเกินกำลังของใครเลยในอิสราเอล
โดยพระเจ้ากำหนดให้ ทุกคนจ่ายเท่ากัน คนรวยก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายเกิน คนจนก็ห้ามขาด
เมื่อทำเช่นนี้แล้วพวกเขาจะรอดชีวิตและได้รับพระพร

เป็นเหมือนสิ่งที่พระเจ้ากำหนดไว้สำหรับความรอดพ้นความตายชั่วนิรันดร์
คือ พระเจ้าเรียกร้องให้เชื่อวางใจในพระองค์ ซึ่งเป็นราคาที่ใครๆก็สามารถจ่ายได้ เท่าเทียมกัน
ไม่ว่า รวยหรือจน ฉลาดหรือไม่ฉลาด อายุมากหรือน้อย ไม่ว่าเป็นใคร ก็มีสิทธิเท่ากันที่จะเลือก เชื่อวางใจในพระเยซูหรือไม่เชื่อวางใจ

วันนี้ เราเชื่อวางใจในพระเยซู อย่างจริงใจแล้วหรือยัง?

3. แม้ว่า ​อาโรน​และ​บรรดาบุตรของ​เขา​ จะได้รับการเจิมเป็นปุโรหิตผู้ปรนนิบัติพระเจ้า ในพลับพลา
แต่ก็ไม่ทำให้เขามีสิทธิ ไม่ล้างมือ ล้างเท้า ก่อนปรนนิบัติได้
หากพวกเขาไม่ทำตามจะมีอันตรายถึงชีวิต

แม้เราเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเจิมไว้ เป็นผู้ที่พระเจ้าทรงชำระให้บริสุทธิ์แล้ว
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เรามีสิทธิพิเศษที่จะสามารถดำเนินชีวิตในบาปโดยไม่กลับใจได้

คำคม

“ เราผู้ถูกแยกออกเพื่อพระเจ้า สมควรดำเนินชีวิตเพื่อพระเจ้าเท่านั้น ”

สรุป อพยพ 29

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งให้โมเสสและคนอิสราเอล เจิมตั้งอาโรนและบรรดาบุตรของเขาให้เป็นปุโรหิตสำหรับชนชาติอิสราเอล

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus29-73594

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 29 เมื่อพระเจ้าสั่งโมเสสเกี่ยวกับการทำชุดของปุโรหิตแล้ว พระองค์ก็สั่งต่อในเรื่องการเจิมตั้งปุโรหิตดังนี้

การเตรียมตัวรับการ​สถา​ปนา​
– ให้​อา​โรน​และ​บรรดาบุตร​ของ​เขามา​ที่​ประตูพลับพลา
– แล้ว​ชำระ​ตัว​ด้วย​น้ำ
– แล้วให้อาโรน​สวม​เสื้อ​ตำ​แหน่ง​ของ​ปุ​โร​หิต ​เอ​โฟด​และ​ทับ​ทรวง และ​โพก​ผ้า​มาลา​ที่​ศีรษะ​ แล้วสวม​มง​กุฎ​​ทับ​ผ้า​มา​ลา
– เอา​น้ำ​มัน​เจิม​เท​ลง​บน​ศีรษะ​ของ​อาโรน
– ส่วนบรรดา​บุตรของ​อาโรน ก็ให้​สวม​เสื้อปฏิบัติงานของปุโรหิต

เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป
– นำโค​หนุ่มที่ปราศจากตำหนิ​ตัว​หนึ่ง​มา ให้อาโรน​กับ​บรรดา​บุตร​ วาง​มือ​ลง​บน​หัว​โค​นั้น แล้วฆ่า​วัวตัวนั้นหน้าประ​ตู​พลับพลา
– แล้ว​เอา​นิ้ว​มือ​จุ่ม​เลือด​โค​นั้น บางส่วนทา​ที่​เชิง​งอน​ของ​แท่น​บูชา​ และ​ที่​เหลือ​ทั้ง​หมด​จง​เท​ที่​ฐาน​แท่น​บูชา
– แล้ว​เอา​ไขมัน​ ​เครื่อง​ในต่างๆ ​เผา​บน​แท่น​บูชา แต่​เนื้อ​กับ​หนัง และ​มูล​ของ​โค​นั้นให้​เผา​ไฟ​เสีย​นอก​ค่าย

เครื่องบูชาเผาทั้งตัวถวายแด่พระเจ้า
– นำ​แกะ​ผู้​ที่ปราศจากตำหนิมาตัว​หนึ่ง​
– แล้ว​ให้​อาโรน​กับ​บรรดา​บุตร​วาง​มือ​บน​หัว​แกะ​นั้น
– แล้ว​​ฆ่า​แกะ​​นั้น และ​เอา​เลือด​พรม​ไป​รอบๆ แท่นบูชา
– แล้วสับ​แกะ ​ออก​เป็น​ท่อนๆ และ​​ล้าง​เครื่อง​ใน​กับ​ขา​ของ​มัน
– แล้ว​วาง​ไว้​กับ​ส่วน​อื่นๆ
– จากนั้นก็​เผา​แกะ​ตัว​นั้น​ทั้ง​ตัว​บน​แท่น​บูชา

เครื่องบูชา​สำหรับ​การ​สถา​ปนา
– นำ​แกะ​ตัว​ผู้ปราศจากตำหนิมา​อีก​ตัว​หนึ่ง​
– แล้ว​ให้​อาโรน​กับ​บรรดาบุตร​ ​วาง​มือ​บน​หัว​แกะ​นั้น
– แล้ว​ฆ่า​แกะ​ตัว​นั้น
– แล้วเอา​เลือด ทา​ที่​ปลาย​ใบ​หู​ข้าง​ขวา และ​ที่​หัว​แม่​มือ​ข้าง​ขวา และ​ที่​หัว​แม่​เท้า​ข้าง​ขวา​ของอาโรนและบรรดาบุตร
– แล้วพรม​เลือด​รอบๆ แท่น​บูชา
– จากนั้นก็​เอา​เลือด​ที่​อยู่​บน​แท่น​บูชา​กับ​น้ำ​มัน​เจิม ​ประ​พรม​อาโรน​และ​บรรดาบุตร และประ​พรม​เสื้อ​ตำ​แหน่ง​ของ​พวก​เขา

​เครื่อง​โบก​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า
– ให้เอา​ไข​มัน​แกะ​ตัว​ผู้ ​ไต​ทั้ง​คู่​ และ​โคน​ขา​ขวา กับ​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ มา​วาง​​ใน​มือ​ทั้ง​สองข้างของ​อาโรน​และ​ของ​บรรดา​บุตร​
– แล้วให้พวกเขา​โบก​ถวาย​ของ​เหล่า​นั้น​แด่พระเจ้า

เครื่อง​บูชา​ด้วย​ไฟ​ถวาย​แด่​พระเจ้า
– นำ​สิ่ง​ที่อาโรนและบรรดาบุตรโบกนั้น ไป​เผา​ร่วม​กับ​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​บน​แท่น​บูชา

แล้วก็เอาเนื้อแกะมาแบ่งกัน โดยโมเสสจะได้ส่วนอก และอาโรนกับบรรดาบุตรจะได้ส่วนที่เหลือ
ซึ่งจะ​เป็น​กฎ​ตลอดไป คือ​ปุโร​หิต​จะได้แกะจาก​เครื่อง​ศานติ​บูชา ที่คนอิสราเอลถวายแด่พระเจ้า

ให้​เอา​เนื้อ​แกะ​ตัว​ผู้​สำหรับ​สถา​ปนา​ปุโร​หิต​ มา​ต้ม​ใน​สถาน​ศักดิ์​สิทธิ์
แล้ว​ให้​อาโรน​กับบรรดา​บุตร​ ​กิน​เนื้อ​แกะ​นั้น​กับ​ขนม​ปัง​ ที่​ประ​ตู​พลับพลา
แต่​คน​อื่นๆ จะ​กิน​ไม่​ได้ เพราะ​เป็น​ของ​บริ​สุทธิ์
ถ้ากินไม่หมดก็​ให้​เผา​ไฟ​เสีย

ให้ทำ​พิธี​สถา​ปนา​แบบนี้ 7 ​วัน
เมื่อทำเช่นนี้แล้ว ​แท่น​นั้น​จะ​บริสุทธิ์​ที่​สุด
สิ่ง​ใดๆ ที่​ถูก​ต้อง​แท่น​นั้น​ก็​จะ​บริ​สุทธิ์​ด้วย

​สิ่ง​ที่​คนอิสราเอล​ต้อง​ถวาย​บน​แท่น​บูชา​นั้น​ทุก​วัน​ตลอด​ไป มีดังนี้
1. ลูก​แกะอายุ​ 1 ปี ​ 2 ตัว ถวายเครื่องบูชา​เวลา​เช้า และเวลา​เย็น ครั้งละ 1 ตัว
2. ​แป้ง​อย่าง​ดี​ 1 ​กิโล​กรัม น้ำ​มัน​ 1 ​ลิตร และ​เหล้า​องุ่น 1 ลิตร​

พระเจ้าทรงสัญญาว่า พระองค์​จะ​พบ​กับ​ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล ณ ​พลับ​พลา​นั้น​ พระองค์​จะ​ชำระ​พลับพลา​และ​แท่น​บูชา​ และอา​โรน​กับ​บุตร​ของ​เขา​ให้​บริ​สุทธิ์​
พระองค์​จะ​อยู่​ท่าม​กลาง​ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล และ​จะ​เป็น​พระ​เจ้า​ของ​พวก​เขา

1. เครื่องบูชาลบล้างบาป เล็งถึงต้องมีการหลั่งเลือดจนตาย ถึงจะสามารถลบล้างบาปได้
อาโรนและบรรดาบุตร ต้องเอามือวางบนหัวโค เป็นการยอมรับว่าให้สัตว์ตัวนั้นเป็นตัวแทนของพวกเขา
ดังนั้นการตายของโคนั้นจึงลบล้างบาปของพวกเขาได้

พระเยซูสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระโลหิตของพระองค์หลั่งออกจนหมดตัวที่นั่น
ก็เพื่อล้างชำระบาปของเรา
การต้อนรับเชื่อพระเยซู ก็เปรียบเสมือน การเอามือวางบนหัวโคที่เป็นเครื่องบูชานั้น
ถ้าอาโรนหรือบุตรคนใด ไม่ต้องการวางมือบนหัวโคนั้น การตายของโคนั้นก็จะไม่สามารถลบล้างบาปของเขาได้ เพราะโคนั้นไม่ได้เป็นตัวแทนของเขา

ดังนั้น คนที่ไม่ยอมต้อนรับเชื่อพระเยซูคริสต์ ให้เป็นพระเจ้าและเป็นพระผู้ช่วยให้รอดในชีวิตของเขา จึงไม่สามารถรับการยกโทษบาปได้ ถึงแม้ว่าพระเยซูจะตายเพื่อเขาแล้วก็ตาม

2. ในการสถาปนาปุโรหิตนั้น ต้องเอาเลือดของแกะมาทาที่ หู นิ้วมือ และนิ้วเท้า
ใบ​หู​ข้าง​ขวา เล็ง​ถึง​ ​ตั้งใจ​ฟัง​พระสุร​เสียง​ของ​พระเจ้า
หัว​แม่​มือ​ข้าง​ขวา เล็ง​ถึง​ การ​ปรนนิบัติ​รับใช้​อย่าง​ถูกต้อง​และ​ชอบธรรม
หัว​แม่​เท้า​ข้าง​ขวา เล็ง​ถึง​ การ​ดำเนิน​ชีวิต​ จะ​ต้อง​เดิน​ทาง​ของ​พระเจ้า​เสมอ

เราผู้เป็นปุโรหิตของพระเจ้า เราก็ควรแสวงหาพระเจ้า ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และดำเนินชีวิตอย่างถวายเกียรติแด่พระเจ้า

3. ในข้อ 37 กล่าวว่า ​เมื่อแท่น​นั้น​จะ​บริสุทธิ์​ที่​สุดแล้ว สิ่ง​ใดๆ ที่​ถูก​ต้อง​แท่น​นั้น​ก็​จะ​บริ​สุทธิ์​ด้วย
นี่เป็นกฎของความบริสุทธิ์ คือ สิ่งบริสุทธิ์ สัมผัสสิ่งใด สิ่งนั้นจะบริสุทธิ์
ทำนองเดียวกัน เพราะพระเยซูทรงบริสุทธิ์ที่สุด เราทั้งหลายผู้อยู่ในพระองค์จึงกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ด้วย

ในอีกมุมหนึ่งคือ เมื่อเราดำเนินชีวิตติดสนิทกับพระเยซู ไม่ว่าเราจะจับต้อง ทำการงานสิ่งใด สิ่งเหล่านั้นก็จะได้รับพระพรด้วย คนรอบข้างของเราก็จะได้รับพระพรด้วยเช่นกัน

คำคม

“ ยิ่งติดสนิทพระคริสต์ ชีวิตยิ่งเป็นพระพร ”

สรุป อพยพ 28

ภาพรวม

  • พระเจ้าบอกให้โมเสส สั่งให้คนอิสรเอลทำเสื้อปุโรหิต ทับทรวง และเอโฟด สำหรับปุโรหิต

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus28-73294

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 28 เมื่อพระเจ้าสั่งโมเสสให้บอกประชาชนให้สร้างแท่นบูชาและลานพลับพลาแล้ว พระเจ้าก็สั่งเรื่องเกี่ยวกับปุโรหิตดังนี้

เสื้อ​ปุโร​หิต
– พระเจ้าให้ ​อา​โรน​กับ​ลูกๆของเขา ​ได้​แก่​นาดับ อา​บีฮู เอเล​อา​ซาร์ และ​อิธา​มาร์ เป็นปุโรหิตของคนอิสราเอล
– เสื้อของปุโรหิตต้องมี​เกียรติ​และ​สง่างาม
– วิธีผลิตเสื้อนี้ คือให้โมเสส ไปบอกกับ​ช่าง​ฝี​มือ​ทุก​คน ซึ่ง​พระเจ้า​ให้​พวก​เขา​เต็ม​เปี่ยม​ด้วย​สติ​ปัญญา แล้ว​พวก​เขา​จะ​ทำ​เสื้อ​นั้น
– เสื้อนี้จะประกอบด้วย ทับ​ทรวง เสื้อ​เอโฟด เสื้อ​คลุม เสื้อ​ยาว​กรอม​เท้า ผ้า​มา​ลา และ​สาย​รัด​เอว
– ให้ทำจาก ​ทอง​คำ ด้าย​สี​ฟ้า สี​ม่วง สี​แดง​เข้ม และ​ผ้า​ป่าน​เนื้อ​ดี

เสื้อเอโฟด
– ​ทำด้วย​ทอง​คำ ​ด้าย​สี​ฟ้า สี​ม่วง สี​แดง​เข้ม และ​ผ้า​ป่าน​เนื้อ​ดี
– ให้​มี​แก้ว​ 2 แผ่น​ ติด​บน​บ่า​ทั้ง​สอง​ข้าง​ของ​เสื้อ​เอ​โฟด ​แก้ว​แต่ละแผ่น​หนึ่ง​ให้​จารึก​ชื่อ 6 ​ชื่อ ​ตาม​ลำดับ​การ​เกิด
– ทำ​สร้อยถักเกลียว 2​เส้น​ด้วย​ทอง​คำ​บริ​สุทธิ์ ติด​ที่​บ่า

ทับทรวง
– ​สำหรับ​ค้นหา​พระ​ทัย​พระ​เจ้า ให้ทำ​ด้วย​ทอง​คำ ด้าย​สี​ฟ้า สี​ม่วง สี​แดง​เข้ม​และ​ผ้า​ป่าน​เนื้อ​ดี
– ให้​ทำ​เป็น​รูป​สี่​เหลี่ยม​จัตุ​รัส ขนาด 22 x 22 เซน​ติ​เมตร
– แล้ว​ฝัง​อัญ​มณี 12 เม็ดบนนั้น ​เป็น​ 4 แถว​ แถวละ 3 เม็ด และให้​จารึกชื่อ​ของ​บุตรของอิส​รา​เอล​ไว้​ บนอัญมณีเหล่านั้น
– ให้​ทำ​สร้อย​ถัก​เกลียว​ด้วย​ทอง​คำ​บริ​สุทธิ์​สำ​หรับ​ทับ​ทรวง
– ให้​ผูก​ทับ​ทรวง ​ติด​กับ​เสื้อ​เอ​โฟด ดังนั้นอา​โรน​จึง​จะ​มี​ชื่อ​บรรดา​บุตร​ของ​อิส​รา​เอล​จารึก​ไว้​ที่​ทับ​ทรวง​สำหรับ​ค้นหา​พระ​ทัย​พระ​เจ้า​ติด​ที่​อก​ของ​ตน
– ให้ใส่​อูริม​และ​ทูม​มิมไว้​ใน​ทับ​ทรวง​ ตรงตำแหน่งหัวใจของปุโรหิต สำหรับ​ค้นหา​พระ​ทัย​พระ​เจ้า

เสื้อ​​อื่นๆ ของ​ปุโร​หิต
– ให้ทำ​เสื้อ​คลุม​สำหรับทำงานปรนนิบัติ ให้​เข้า​ชุด​กับ​เอ​โฟด​ด้วย​ผ้า​สี​ฟ้า​ล้วน
– ที่​ชาย​ล่าง​ของ​เสื้อ​คลุม​ให้​ปัก​รูป​ทับ​ทิม​ด้วย​ด้าย​สี​ฟ้า สี​ม่วง สี​แดง​เข้ม​รอบ​ชาย​เสื้อ และ​ติด​ลูก​พรวน​ทอง​คำและ ​ผล​ทับทิม รอบ​ชาย​ล่าง​ของ​เสื้อ​คลุม
– ให้ทำ​แผ่น​ทอง​คำ​บริ​สุทธิ์ จารึก​คำ​ว่า ‘บริ​สุทธิ์​แด่​พระ​ยาห์​เวห์’ ​ผูก​ไว้​บน​ผ้า​มา​ลา​ เพื่อผูกไว้​ที่​หน้า​ผาก​ของ​ปุโรหิต และ​อาโรน​จะ​รับ​ความ​ผิด​ใดๆ ที่​คน​อิส​รา​เอล​ทำ​เมื่อ​ถวาย​ของ​บูชา​อัน​บริ​สุทธิ์ เพื่อ​พระเจ้าจะ​ทรง​รับ​สิ่ง​ของ​ถวาย​จาก​เขา
– ให้​ทำ​เสื้อ​ยาว​กรอม​เท้า สาย​รัด​เอว​และ​หมวก สำหรับ​บรรดา​บุตร​ของ​อาโรน​ให้​เป็น​เกียรติ​และ​ให้​สง่า​งาม
– ให้​เจิม​ ให้สถา​ปนา และ​ให้ชำระ​พวก​เขา​ให้​บริ​สุทธิ์ เพื่อ​​เป็น​ปุโร​หิต​ปรน​นิบัติ​พระเจ้า
– ให้​ทำ​ชั้น​ใน​ ด้วย​ผ้า​ป่าน​ยาว​ตั้ง​แต่​เอว​ไป​จน​ถึง​ต้น​ขา​เพื่อ​จะ​ปก​ปิด​กาย​ที่​เปลือย
– ให้​อาโรน​กับ​บุตร​ของ​เขา​สวม​เมื่อ​เข้า​ไป​ใน​พลับพลาเพื่อ​ไม่​ให้​พวก​เขา​ทำ​บาป​และ​ต้อง​ตาย

1. พระเจ้าย้ำให้คนอิสราเอลทำเสื้อของปุโรหิต ให้มีเกียรติและสง่างาม
เพราะงานปรนนิบัติพระเจ้า เข้าเฝ้าพระเจ้าเป็นงานที่มีเกียรติและสง่างามอย่างยิ่ง

วันนี้ เราสามารถทำสิ่งที่มีเกียรติและสง่างามนี้ได้ ทุกวัน ทุกเวลา ทุกสถานที่
วันนี้ เวลาที่เราใช้ทำสิ่งที่มีเกียรติและสง่างาม เมื่อเทียบกับ เวลาที่ใช้ทำสิ่งที่ไร้สาระ มากน้อยแตกต่างกันมากเพียงใด?

2. พระเจ้าสั่งให้โมเสส เนี่ยนะ ทำเสื้อที่ปราณีตและงดงามเช่นนั้น
เขาจะทำได้อย่างไร มันเกินความสามารถของเขา ให้ไปเลี้ยงแกะ 100 ตัว หรือฆ่าคนอียิปต์สักคน ยังง่ายเสียกว่า
พระเจ้าทรงรู้ว่าโมเสส ทำได้มากเพียงใด จึงสั่งให้โมเสส แค่ไปบอกช่างฝีมือก็พอ เดี๋ยวพระเจ้าประทานความสามารถแก่พวกเขาเอง

วันนี้ พระเจ้าทรงรู้จักเราเป็นอย่างดี สิ่งที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้เราทำ
แม้ว่าจะดูเกินกำลัง เกินความสามารถที่เรามี ก็ไม่เป็นไร แค่ทำในส่วนของเราอย่างสัตย์ซื่อ
แล้วในส่วนที่เกินกำลังของเรานั้น พระเจ้าจะทรงจัดการเอง

3. ปุโรหิต แบกชื่ออิสราเอลไว้บนบ่า(เอโฟด) หมายถึง รับผิดชอบต่อพวกเขา
และแขวนชื่อของอิสราเอลไว้ที่หน้าอก(ทับทรวง) หมายถึง รักพวกเขา

พระเยซูทรงเป็นมหาปุโรหิตของเรา
พระองค์ทรงแบกบาปของเราไป และทรงรักเราอย่างที่สุด เราอยู่ในหัวใจของพระองค์อยู่เสมอ

4. อูริม​และ​ทูม​มิม ที่เก็บไว้​ใน​ทับ​ทรวงตรงตำแหน่งหัวใจ​ เอาไว้สำหรับทอดสลากเสี่ยงทาย เพื่อ​ค้นหา​พระ​ทัย​พระ​เจ้า
การรู้จักน้ำพระทัยของพระเจ้า เป็นหัวใจของปุโรหิต

วันนี้ เราเป็นปุโรหิตหลวง (1ปต. 2:9) โดยทางพระเยซูคริสต์
สิ่งสำคัญที่ ควรถือเป็นชีวิตจิตใจของเราก็คือ การแสวงหาเพื่อจะรู้น้ำพระทัยของพระเจ้า ในการทำสิ่งต่างๆ ในทุกๆกรณี

5. การติด​ลูก​พรวน​ทอง​คำ รอบชายเสื้อของมหา​ปุโรหิตนั้น เพื่อให้​ประชาชน​ภาย​นอก​​ทราบ​ว่า​มหา​ปุโรหิต​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่หรือไม่ ถ้า​เสียง​ลูก​พรวน​เงียบ​หาย​ไป แปลว่า เสียชีวิต​แล้ว พวก​เขา​ก็จะ​ดึง​ศพ​ของ​มหา​ปุโรหิต​ออก​มา ด้วย​เชือก​ที่​ผูก​ติด​อยู่​ที่​ข้อ​เท้า​ข้าง​หนึ่ง​ของ​มหา​ปุโรหิต​

สมัยนั้น คนที่เข้าเฝ้าพระเจ้า หากไม่บริสุทธิ์ อาจถึงตายได้
วันนี้โดยพระคุณของพระเจ้า เราผู้เป็นคนบาป จึงได้กลายเป็นผู้ชอบธรรม ผู้บริสุทธิ์ เราจึงสามารถเข้าเฝ้าพระเจ้าได้โดยปราศจากความหวาดกลัว
ขอบคุณพระเยซู

6. จากข้อ 36-38 ชี้ให้เห็นว่า ปุโรหิตต้องบริสุทธ์จึงจะสามารถ ถวายเครื่องบูชาลบล้างบาปแด่พระเจ้าได้
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีมนุษย์คนใด สามารถถวายเครื่องบูชาลบล้างบาปของเราได้อย่างสมบูรณ์
รม. 3:23 เพราะว่ามนุษย์ทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า

ดังนั้น พระเยซูจึงทรงเป็นผู้เดียวที่สามารถเป็นตัวแทนของเรา ถวายเครื่องบูชาลบล้างบาปชั่วนิรันดร์แก่เราได้
แล้วพระเยซูก็ได้ใช้ชีวิตของพระองค์เอง ถวายเป็นเครื่องบูชาลบล้างบาปของเราขั่วนิรันดร์

คำคม

“ การเข้าเฝ้าพระเจ้าได้ เป็นเกียรติและความสง่างามของเรา ”

สรุป อพยพ 27

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอลสร้างผ้ากั้นรอบพลับพลา และทำแท่นบูชา รวมทั้งให้เตรียมน้ำมันและผู้ดูแลให้พร้อมสำหรับการดูแลตะเกียงให้พลับพลาให้จุดสว่างอยู่เสมอ ตลอดคืน

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus27-73153

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 27 เมื่อพระเจ้าสั่งโมเสสให้บอกคนอิสราเอลให้สร้างพลับพลาแล้ว พระองค์ก็ได้สั่งให้ทำบางอย่างเพิ่มเติมอีกดังนี้

แท่นบูชา
– ทำ​จาก​ไม้​กระ​ถิน​เทศ หุ้มด้วย​ทอง​สัม​ฤทธิ์​ ขนาด 2.2 x 2.2 x 1.3 เมตร
– ทำ​เชิง​งอน 4​มุมของ​แท่นบูชา​
– ​ทำ​หม้อ​สำ​หรับ​ใส่​ขี้​เถ้า ​พลั่ว อ่าง สาม​ง่าม ​ถาด​รอง​ไฟ และตะแกรง ด้วย​ทอง​สัมฤทธิ์
– ทำ​คานหาม ด้วย​ไม้​กระ​ถิน​เทศ หุ้ม​ด้วย​ทอง​สัม​ฤทธิ์
– เครื่อง​ใช้​ไม้​สอย​ทุก​ชิ้น​ของ​พลับ​พลา​ ให้​ทำ​ด้วย​ทอง​สัม​ฤทธิ์

ลานพลับพลา
– ทำรั้วรอบพลับพลา ด้วย​ผ้า​ป่าน​เนื้อ​ดี​ ทิศเหนือและทิศใต้ ยาว 44 เมตร
ทิศ​ตะวัน​ตก และทิศ​ตะวัน​ออก ​ยาว 22 เมตร
– ทำผ้า​บังตรงประตู​ 2ข้าง​ ​ยาวข้าง 6.6 เมตร
– ทำ​ม่าน​บัง​ตา​ที่​ประตู ยาว 9 เมตร ทำ​ด้วย​ด้าย​สี​ฟ้า สี​ม่วง สี​แดง​เข้ม และ​ผ้า​ป่าน​เนื้อ​ดี

น้ำ​มัน​สำหรับ​ตะ​เกียง
– ให้​นำ​น้ำ​มัน​มะกอก​บริ​สุทธิ์​ที่​สกัด​ไว้​ใส่ตะเกียง​ เพื่อ​จะ​ให้​ตะ​เกียง​นั้น​ส่อง​สว่าง​อยู่​เสมอ
– ให้​อาโรน​และ​บุตร​ของ​อาโรน​ดู​แล​รักษา​ตะเกียง​นั้น​อยู่​ ไม่ให้ดับ​ตั้ง​แต่​เวลา​พลบ​ค่ำ​จน​รุ่ง​เช้า
– ให้กฎของการจุดตะเกียงนี้ ​เป็น​กฎ​เกณฑ์​สำหรับ​ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล​ตลอดไป

1. เชิง​งอน เป็น​สัญลักษณ์​ของ​การ​ช่วย​กู้​ ที่​ลี้​ภัย และ​​เป็น​สัญลักษณ์​ของ​พลัง​อำนาจ​ของ​แท่น​บูชา​ใน​การ​ไถ่​โทษ​บาป
ใน 1พกษ. 1:50 และ 2:28 เมื่ออโดนียาห์ และโยอาบ ทำผิดแล้วกลัวการลงโทษ ก็หนีไปจับเชิงงอนแท่นบูชา เพื่อแสดงถึงการขอการปกป้องและการอภัย

แท่นบูชา ที่แกะถูกฆ่าถวายเป็นเครื่องบูชานั้น มีพลังอำนาจแห่งการให้อภัย แก่คนอิสราเอล
ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด ไม้กางเขน ที่พระเยซูคริสต์ ลูกแกะของพระเจ้าสิ้นพระชนม์ ย่อมมีฤทธิ์อำนาจ อภัยบาปทั้งสิ้นของเราได้

2. เมื่อมองดูภาพรวมของพลับพลาแล้ว ก็จะเห็นว่า เป็นสิ่งก่อสร้างแบบเคลื่อนย้ายได้ ขนาด 44 x 22 เมตร
ตั้งอยู่ท่ามกลางค่ายคนอิสราเอล
ชนชาติทั้งหลายมองมา คงเห็นว่า คนอิสราเอล คือชนชาติที่ไม่มีรูปเคารพประจำชนชาติเหมือนชนชาติอื่น มีแต่เต็นท์ขนาดใหญ่ วางอยู่ท่ามกลางพวกเขา ซึ่งพวกเขาถือว่าเป็นที่ที่จะพบกับพระเจ้าของพวกเขา ช่างแตกต่างจากชนชาติอื่นๆจริงๆ

วันนี้ การรู้จักกับพระเจ้า การมีความสัมพันธ์กับพระเจ้า อาจจะแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับความสัมพันธ์กับรูปเคารพของชนชาติทั้งหลาย
เรื่องของพระเจ้าไม่ใช่เรื่องของสิ่งที่ตามองเห็น หรือมือจับต้องได้ เหมือนรูปเคารพทั้งหลาย แต่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์กับพระเจ้าด้วยความเชื่อ ทั้งที่เรายังไม่เห็นพระองค์
วันนี้ อย่ามัวสนใจแต่การทำพิธีกรรมทางศาสนา จนลืมไปว่า สิ่งที่ทำทั้งหมดนั้นก็เพื่อเราจะมีความสัมพันธ์กับพระองค์
และเมื่อเรามีความสัมพันธ์อันดีกับพระองค์ ผู้เป็นแก่นของความเชื่อแล้ว พิธีกรรมแต่ภายนอกทั้งหลายก็แทบไม่สำคัญอะไรเลย

3. ตะเกียงในพลับพลาต้องไม่ดับเลย ​พลบ​ค่ำ​จน​รุ่ง​เช้า
อาจจะมีเหตุผลมากมาย ที่อาโรนและบุตร จะอ้างได้ เช่นง่วง เพลีย เหนื่อย แต่นั่นก็ไม่สามารถใช้มาเป็นข้ออ้างที่จะให้ความสว่างของตะเกียงในพลับพลาดับลงได้
วันนี้เราเป็นความสว่างของโลก
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม อย่ายอมให้ตะเกียงของเราดับลงเลย จงให้ส่องสว่างตลอดไป

คำคม

“ เราเป็นความสว่างของโลก ดังนั้นจงส่องสว่าง ”

สรุป อพยพ 26

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้โมเสส บอกกับประชาชนให้สร้างพลับพลา ด้วยม่านและอุปกรณ์ต่างๆ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus26-72989

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 26 นอกจากพระเจ้าสั่งให้โมเสสบอกประชาชนให้ ทำหีบพันธสัญญา พระที่นั่งกรุณา โต๊ะขนมปัง และคันประทีปแล้ว พระองค์ก็ยังทรงสั่งให้สร้างสิ่งอื่นๆด้วยดังนี้

พลับพลา
– ทำด้วยม่าน​ ที่​ทำ​จาก​ผ้า​ป่าน​เนื้อ​ดี ขนาด 12×2 เมตร จำนวน10 ​ผืน และ​​ปัก​ภาพ​เครูบ​ที่​ม่าน​นั้น
– ​ทำ​หู​ม่าน​ด้วย​ด้าย​สี​ฟ้า​
– ​ทำ​ขอ​ทอง​คำ​ ใช้สำหรับ ​เกี่ยว​ม่าน​ผ้าป่าน
– ​ทำ​ม่าน​ ​ด้วย​ขน​แพะ ขนาด 13×2 เมตร จำนวน 11 ​ผืน​ สำหรับ​เต็นท์​คลุม​พลับ​พลา
– ​ทำ​ขอ​ทอง​สัม​ฤทธิ์​ ใช้สำหรับเกี่ยว​ม่านขนแกะ
– ​ทำ​ผ้า​คลุม​เต็นท์​ ด้วย​หนัง​แกะ​ตัว​ผู้​ ย้อม​สีแดง
– ทำผ้า​คลุม​ด้วย​หนัง​อย่าง​ดี​ เพื่อคลุมชั้นนอกสุด

กรอบไม้สำหรับพลับพลา
– ทำ​จาก​ไม้​กระ​ถิน​เทศ หุ้มด้วยทองคำ ขนาด 400 x 66 เซน​ติ​เมตร
– ไม้แต่ละอันทำเป็นเดือย​เพื่อ​ให้​ยึด​ติด​กัน​และ​กัน และ​เจ้า​จง​ทำ​กรอบ​ไม้​ทุก​อัน​ของ​พลับ​พลา​อย่าง​นั้น
– จำนวนไม้ที่ใช้เป็นดังนี้
ด้าน​ทิศใต้  ใช้ 20 ​อัน
ด้านทิศ​เหนือ​ ​ ใช้ 20 ​อัน
​ด้าน​​​ทิศ​ตะวัน​ตก (ด้านหลัง​ของ​พลับ​พลา) ใช้ 6 ​อัน และอีก 2อัน​สำหรับ​มุม​พลับ​พลา​ด้าน​หลัง

กลอน
– ทำจาก​ไม้​กระ​ถิน​เทศ​ หุ้มด้วยทองคำ สำหรับ​กรอบ​ไม้​ฝา​พลับ​พลา​ จำนวน 15 อัน

ม่านกั้นอภิสุทธิสถาน
– ​ทอ​ด้วย​ด้าย​สี​ฟ้า สี​ม่วง สี​แดง​เข้ม และ​ด้วย​ผ้า​ป่าน​เนื้อ​ดี
– ​ปัก​ภาพ​เครูบ​ ไว้​ที่​ม่าน​นั้น
– แขวน​ม่าน ​ด้วย​ขอ​ทอง​คำ​
– ม่าน​นั้น​จะ​แบ่ง​พลับ​พลา​เป็น 2​ส่วน​คือ วิสุทธิ​สถาน ​กับ ​อภิ​สุทธิ​สถาน

ส่วนอภิ​สุทธิ​สถาน ​
– ตั้ง​หีบ​แห่งพันธสัญญา​
– แล้วตั้ง​พระ​ที่​นั่ง​กรุ​ณา​นั้น​ไว้​บน​หีบนั้น

ส่วนวิสุทธิ​สถาน
– ตั้ง​โต๊ะ​ขนม​ปัง​ ทางทิศเหนือ
– ​ตั้ง​คัน​ประ​ทีป​ ทางทิศ​ใต้​
– ​ทำ​ม่าน​บัง​ตา​ที่​ประตู​เต็นท์​นั้น​ด้วย​ด้าย​สี​ฟ้า สี​ม่วง สี​แดง​เข้ม และ​ด้วย​ผ้า​ป่าน​เนื้อ​ดี
– ​ทำ​เสา​ไม้​กระ​ถิน​เทศ​หุ้มด้วยทองคำ 5 ​ต้น​ ​สำหรับ​ติด​ม่าน​บัง​ตา​ที่​ประตู

1. เมื่อพระเจ้าทรงสั่งให้คนอิสราเอลสร้างพลับพลานั้น เห็นได้ชัดว่า พระองค์ทรงละเอียดรอบคอบมาก ละเอียดขนาดระดับเซนติเมตรกันเลยทีเดียว
แม้แต่ทิศที่จะจัดวางสิ่งต่างๆก็ระบุไว้อย่างเจาะจง ชัดเจน

นี่ขนาดสิ่งที่ให้มนุษย์สร้าง ยังละเอียด รอบคอบเช่นนี้
เมื่อเรามองดูสิ่งต่างๆที่พระเจ้าทรงสร้างก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน
ทุกอย่างเป็นระบบระเบียบ ตายตัวชัดเจน

ดังนั้น สิ่งที่พระเจ้าทรงจัดฉากให้กับชีวิตของเรา
แน่นอนที่สุด ย่อมจัดทุกอย่าง อย่างมีเหตุผลของมัน
และเบื้องหลังของเหตุผลเหล่านั้น ก็คือ พระองค์ทรงรักเรา

วันนี้ไม่ว่าพระเจ้า อนุญาตให้สิ่งใดเกิดขึ้นกับเราก็ตาม
สิ่งเหล่านั้นถูกจัดเรียงไว้อย่างงดงามแล้ว ทั้งเวลา สถานการณ์ และบุคคลที่เราพบเจอ

2. ม่านที่กั้นระหว่าง วิสุทธิสถาน และ อภิสุทธิสถาน นั้น ก็คือม่านที่ขาดออกตั้งแต่บนตลอดล่าง เมื่อพระเยซูสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน
ซึ่งหมายถึง สิ่งที่ขวางกั้นมนุษย์ไม่ให้เข้ามาถึงพระเจ้าได้นั้น ได้ถูกฉีกออกเสีย จากสวรรค์สู่โลก

คำคม

“ พระเจ้าทรงจัดเตรียม สิ่งต่างๆสำหรับชีวิตของเรา อย่างละเอียดละออ ”

สรุป อพยพ 25

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งโมเสส ให้บอกประชาชนให้นำทองคำและสิ่งของต่างๆมาถวายเพื่อทำพลับพลา ที่ซึ่งพวกเขาจะเข้าเฝ้าพระเจ้าได้

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus25-72846

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 25 เมื่อโมเสสเข้าไปเฝ้าพระเจ้าบนภูเขาโฮเรบซึ่งมีเมฆและรัศมีของพระเจ้าปกคลุมอยู่นั้น หลังจากรอถึงวันที่ 7 พระเจ้าก็มาพบกับโมเสส

พระ​เจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ ให้บอกคนอิสราเอล ว่า
​ให้​นำ ทองคำ เงิน ทอง​สัม​ฤทธิ์ และวัตถุสิ่งของต่างๆ สำหรับการสร้างพลับพลาและสิ่งของในพลับพลา มาถวายแด่พระเจ้า

แล้ว​ให้​พวก​เขา​สร้าง​สถาน​นมัส​การพระเจ้าตามแบบที่พระองค์บอกแก่พวกเขา เพื่อ​พระองค์จะ​อยู่​ท่าม​กลาง​พวก​เขา

หีบพันธสัญญา
– ทำด้วย​ไม้​กระ​ถิน​เทศ​ ขนาด 110 x 66 x 66 เซน​ติ​เมตร
​หุ้ม​หีบด้วย​ทอง​คำ​บริ​สุทธิ์​ทั้ง​ด้าน​ใน​และ​ด้าน​นอก
– ให้​ทำห่วงทองคำ พร้อมใส่​คาน​หาม​ที่ทำด้วย​ไม้​กระ​ถิน​เทศ​หุ้ม​ด้วย​ทอง​คำ
– แล้วเก็บ​พระ​โอวาท​ที่​พระเจ้าจะให้ ไว้​ใน​หีบ​นี้

พระ​ที่​นั่ง​กรุณา​
– ทำด้วย​ทอง​คำ​บริ​สุทธิ์​ ขนาด 110 x 66 เซน​ติ​เมตร
– ​ทำ​เครูบ​ทอง​คำ​สอง​รูป ​ไว้​ที่​ปลาย​พระ​ที่​นั่ง​กรุ​ณา​ข้าง​ละ​รูป ให้​เครูบ​กาง​ปีก​ขึ้น​สูง​ปก​พระ​ที่​นั่ง​กรุณา​ไว้ และ​ให้​หัน​หน้า​เข้า​หา​กัน
– แล้ว​ตั้ง​พระ​ที่​นั่ง​กรุณา​นั้น​ไว้​บน​หีบพันธสัญญา

​โต๊ะขนมปัง
– ทำ​ด้วย​ไม้​กระ​ถิน​เทศ ขนาด 88 x 44 x 66 เซน​ติ​เมตร
– ​หุ้ม​โต๊ะ​นั้น​ด้วย​ทอง​คำ​บริ​สุทธิ์
– ​ให้​ทำห่วงทองคำ พร้อมใส่​คาน​หาม​ที่ทำด้วย​ไม้​กระ​ถิน​เทศ​หุ้ม​ด้วย​ทอง​คำ-
– ให้​ทำ​จาน​ , ชาม​ คนโท และอ่าง ​ด้วย​ทอง​คำ​บริ​สุทธิ์
– แล้ว​วาง​ขนม​ปัง​เฉพาะ​พระ​พักตร์​ไว้​บน​โต๊ะ​นั้น​ต่อ​หน้า​พระเจ้าเสมอไป

คันประทีป
– ทำ​ด้วย​ทอง​คำ​บริสุทธิ์ มี 7 กิ่ง
– ​ทำ​ตะเกียง​เจ็ด​ดวง​สำหรับ​คัน​ประ​ทีป​นั้น
– แล้ว​ตั้ง​ไว้​บน​ยอด​แต่​ละ​กิ่ง​
– ทำ​ตะ​ไกร​ตัด​ไส้​ตะ​เกียง และ​ถาด​ใส่​ตะ​ไกร​ด้วย​ทอง​คำ​บริ​สุทธิ์

รวมน้ำหนักของ​ทอง​คำ​บริ​สุทธิ์ ที่ต้องใช้ทั้งหมด ​หนัก 35 กิโล​กรัม

1. ในการสร้างพลับพลา ก็เพื่อคนอิสราเอลเอง เพื่อเขาจะได้มีที่นมัสการพระเจ้า เพื่อเขาจะตระหนักว่าพระเจ้าทรงสถิตท่ามกลางเขา
พระเจ้าให้พวกเขานำวัสดุมาถวายเพื่อใช้ในการสร้าง แต่การสร้างต้องทำตามแบบที่พระองค์บอก

เมื่อพระเจ้าทรงสั่งให้เราทำอะไร ก็เพราะพระเจ้าทรงรักเรา
พระเจ้าให้เราต้องเสียสละบางอย่าง ซึ่งความจริงพระองค์ไม่จำเป็นต้องพึ่งการถวายของเราเลย
แต่พระองค์ต้องการให้เราได้มีส่วนร่วม ทำบางสิ่งแด่พระเจ้า เพื่อจะอวยพระพรแก่เราเพิ่มขึ้นอีก
อย่างไรก็ดี แม้เราจะเป็นคนนำของมาถวาย ถึงกระนั้น วิธีการ รูปแบบ ของการใช้สิ่งเหล่านั้น เป็นเรื่องของพระองค์เราไม่มีสิทธิไปเจ้ากี้เจ้าการ

เมื่อเราจะถวายสิ่งใดแด่พระเจ้า จงถวายด้วยเต็มใจ เมื่อถวายแล้ว ผลของสิ่งนั้นเป็นอย่างไรต่อไป ก็แล้วแต่พระองค์

2. พระที่นั่งกรุณา มีรูปของเครูป 2รูปอยู่ที่นั่น
เครูบหรือเส​รา​ฟิม มักอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้า (อสย.6:1-2) จึงเป็นสัญลักษณ์ของการทรงสถิตของพระเจ้า
พระที่นั่งกรุณาของพระเจ้า ตั้งอยู่เหนือหีบพันธสัญญา ซึ่งบรรจุธรรมบัญญัติไว้ในนั้น

พระเมตตาของพระเจ้า มีมากล้นเหนือกฎเกณฑ์แห่งธรรมบัญญัติ
โดยพระเมตตากรุณาของพระเจ้า พระองค์ทรงส่งพระเยซูคริสต์ พระบุตรองค์เดียวของพระองค์ ลงมาเพื่อช่วยเราพ้นจากการเป็นทาสของธรรมบัญญัติ

คำคม

“ สิ่งที่พระเจ้าสั่งให้เราทำแด่พระเจ้า ก็เพื่อประโยชน์ของเราเอง ”

สรุป อพยพ 24

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงเรียกโมเสสขึ้นไปบนยอดเขาเพื่อรับพระราชทานแผ่น​ศิลา​ที่​มี​ธรรม​บัญ​ญัติ​ เมื่อโมเสสขึ้นไปแล้วก็มีเมฆและพระรัศมีของพระเจ้าปกคลุมภูเขาซีนายไว้

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus24-72705

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 24 เมื่อพระเจ้าบอกบัญญัติ 10 ประการ และกฏหมายต่างๆแก่โมเสสแล้ว

พระเจ้าก็สั่งโมเสส ให้นำอา​โรน นา​ดับ​กับ​อา​บีฮู และ​พวก​ผู้​ใหญ่​ของ​อิส​รา​เอล 70 คน
​ขึ้น​มา​เข้า​เฝ้า​และนมัสการพระเจ้าแบบอยู่ไกลๆ
ส่วนโมเสสก็ให้​เข้า​มา​ใกล้​พระ​เจ้าบนภูเขา

ดังนั้นโมเสส​จึง​นำ​คำตรัสและกฏหมายของพระเจ้าทั้ง​หมด​มา​ชี้​แจง​ให้​ประชา​ชน​ทราบ
ประชา​ชน​ทั้ง​หมด​ก็​ตอบ​ ​ว่า พวกเขา​จะ​ทำ​ตาม
แล้วโมเสสก็จารึกคำตรัส​ของพระเจ้าไว้​ทุก​คำ

เช้าวันรุ่งขึ้น โมเสสให้คนอิสราเอลสร้างแท่นแล้วถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้า
แล้ว​โมเสส​เอา​เลือด​โค​​ประ​พรม​ที่​แท่น​บูชา​นั้น
และอ่าน​หนัง​สือ​พันธ​สัญญา​ ให้​ประชา​ชน​ฟัง
พวก​เขา​จึงกล่าว​ว่า พวกเขาจะ​เชื่อฟังและทำ​ตาม
โมเสส​ก็​เอา​เลือด​ประ​พรม​ประชา​ชน​
แล้วบอกว่า “นี่​เป็น​โลหิต​แห่ง​พันธ​สัญญา ซึ่ง​พระ​เจ้าทรง​ทำ​กับ​พวก​เขา​ตาม​พระ​วจนะ​เหล่า​นี้”

จากนั้น​โมเสส​ กับ​อาโรน นาดับ​กับ​อาบี​ฮู และ​พวก​ผู้​ใหญ่​ของ​อิส​รา​เอล 70 คน​ก็​ขึ้น​ไปบนภูเขา
แล้วพวกเขาก็ได้เห็นพระสิริของพระเจ้า เห็นพื้น​ที่​รอง​พระ​บาท​สุก​ใส​เหมือน​ท้อง​ฟ้า​

พระเจ้าทรงเรียกโมเสส ให้​ขึ้น​บน​ภูเขาสูงขึ้นอีก แล้ว​คอย​อยู่​ที่​นั่น เพราะพระเจ้าจะ​ให้​แผ่น​ศิลา​ที่​มี​ธรรม​บัญ​ญัติ​แก่คนอิสราเอล

โมเสสจึงบอกกับพวกผู้ใหญ่ว่า จะขึ้นไปบนภูเขาไม่นาน หากช่วงนี้ใคร​มี​เรื่อง​ราว​อะไร​ก็​จง​ไป​หา​อา​โรน​และ​เฮอร์​ แทนไปก่อน
แล้ว​โมเสส​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา พร้อมกับโยชูวา
แล้วมีเมฆ​และรัศมีของพระเจ้า ปก​คลุม​ภูเขา​ไว้ อยู่ 6วัน
พอ​ถึง​วัน​ที่​7 พระ​องค์​ทรง​เรียก​โมเสส​จาก​หมู่​เมฆ
คน​อิส​รา​เอล​มองจากเชิงเขา เห็นเหมือน​เปลว​ไฟ​ที่​ไหม้​อยู่​บน​ยอด​ภูเขา
ส่วนโมเสส​อยู่​บน​ภูเขา​นั้น 40​วัน​ 40​คืน

1. พระเจ้าทรงสัญญาที่จะอวยพระพรคนอิสราเอลหากเขาเชื่อฟังพระองค์
คนอิสราเอลสัญญาว่าจะเชื่อฟังทำตามทุกประการ
โมเสส แบ่งเลือดโคออกเป็น 2 ส่วน
ส่วนหนึ่งประพรมแท่นบูชา หมายถึงส่วนของพระเจ้า
อีกส่วนประพรมประชาชน หมายถึงส่วนของคนอิสราเอล

ปรากฏว่าตลอดประวัติศาสตร์ของคนอิสราเอล พวกเขาผิดสัญญาตลอดมา
แต่พระเจ้าทรงรักษาพระสัญญาของพระองค์เสมอ

พระเยซู ใช้คำเดียวกันนี้ เมื่อทรงตั้งพิธีมหาสนิท ใน มธ. 26:28 เพราะ​ว่า​นี่​เป็น​โลหิต​ของ​เรา​อัน​เป็น​โลหิต​แห่ง​พันธ​สัญญา​ที่​หลั่ง​ออก​เพื่อ​ยก​บาป​โทษ​คน​จำนวน​มาก

เป็นพันธสัญญาใหม่ คือ ใครก็ตามที่เชื่อวางใจในพระเยซู พระองค์จะทรงชำระบาปทั้งสิ้นของเขา และให้เขากลายเป็นคนชอบธรรม และกลายเป็นบุตรของพระเจ้า

และพระเยซูจะทรงรักษาสัญญาอย่างแน่นอน

2. พระเจ้าทรงเรียกโมเสสไปพบ บนภูเขา
โมเสสขึ้นไป รอถึง 6 วัน จนในวันที่ 7 จึงได้พบกับพระเจ้า

เมื่อเราเชื่อฟัง ทำตามคำสั่งของพระองค์แล้ว
ไม่จำเป็นที่สิ่งที่เราคาดหวังนั้นจะเกิดขึ้นในทันที
เพราะพระเจ้ามีเวลาที่ดีที่สุดของพระองค์
ขอให้เรายังคงเชื่อฟังอย่างสัตย์ซื่อต่อไปเถิด

คำคม

“ เวลาของพระเจ้า แม้จะไม่ตรงกับเวลาในใจของเรา แต่นั่นเป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับเรา ”

สรุป อพยพ 23

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งโมเสสให้สอนกฏหมายแก่ประชาชนเกี่ยวกับความ​ยุติ​ธรรม และการ​ยึด​ครองดิน​แดน​พระ​สัญ​ญา

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus23-72583

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 23 นอกจากกฎหมายเกี่ยวกับการคืน​ของ และเกี่ยว​กับ​จริย​ธรรม​ แล้ว
พระเจ้ายังสั่งให้โมเสส สอนกฎหมายอื่นๆแก่คนอิสราเอลด้วย

1. กฎหมายเกี่ยวกับความ​ยุติ​ธรรม
1.1 ห้าม​นำ​เรื่อง​เท็จ​ไป​เล่า​ต่อ เพราะการกระทำเช่นนั้นเป็นการร่วม​มือ​กับ​คน​ชั่ว​โดย​เป็น​พยาน​ใจ​ร้าย
1.2 ห้าม​ทำ​ชั่ว​ตาม​อย่าง​คน​หมู่​มาก หรือ​ลำ​เอียง​เข้า​ข้าง​คน​หมู่​มาก
1.3 จงให้ความเป็นธรรมแก่คนยากจน แต๋ก็ห้าม​ลำเอียง​เข้า​ข้าง​คน​จน​ เช่นกัน
1.4 เมื่อ​พบ​ว่า สัตว์ของศัตรูหรือผู้ที่เกลียด​ชังเขา เดือดร้อนหรืออยู่ในอันตราย จงช่วยมัน
1.5 อย่าใส่​ความ​คน​อื่น
1.6 อย่า​ประ​หาร​คน​บริ​สุทธิ์ และ​คน​ชอบ​ธรรม
1.7 ห้าม​รับ​สิน​บน
1.8 ห้าม​ข่ม​เหง​คน​ต่าง​ด้าว เพราะ​ว่า​พวกเขา​ก็​เคย​เป็น​คน​ต่าง​ด้าว​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์​มา​ก่อน
1.9 ในปี​ที่ 7 ของการทำการเกษตร ​จง​งด​เสีย ปล่อย​ให้​นา​​ว่าง​ เพื่อ​คน​ยาก​จนจะได้เข้ามา​เก็บ​กิน และ​สัตว์ป่าก็จะได้​กิน
1.10 ​ใน​วัน​ที่ 7 ของการทำงาน จง​หยุด​พัก รวมทั้งสัตว์และคนใช้ด้วย
1.11 จง​ถือ​รักษาทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงบัญชา​ให้​ดี
1.12 ห้าม​ออก​นาม​พระ​อื่นๆ
1.13 จง​ฉลอง​เทศ​กาล​เลี้ยง​ให้​เกียรติ​พระเจ้า ​ปี​ละ​ 3 ครั้ง ได้แก่
– เทศ​กาล​กิน​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ (ปัสกา)
– ​​เทศ​กาล​เลี้ยง​ฉลอง​การ​เก็บ​เกี่ยว​พืช​ผล​แรก (เพ็นเทคอสต์)
– เทศ​กาล​เลี้ยง​ฉลอง​การ​เก็บ​พืช​ผล​ปลาย​ปี (อยู่เพิง)
ให้​ผู้​ชาย​ทุก​คน​ เข้า​เฝ้า​พระเจ้า ​ปี​ละ​ 3 ​ครั้ง
1.14 จง​นำ​ส่วน​ที่​ดี​ที่​สุด​ของ​พืช​ผล​แรก มาถวายแด่พระ​เจ้า​
1.15 อย่า​ต้ม​เนื้อ​ลูก​แพะ​ด้วย​น้ำ​นม​ของ​แม่​มัน​เลย

2. กฎหมายเกี่ยวกับการ​ยึด​ครองดิน​แดน​พระ​สัญ​ญา
2.1 จง​เอา​ใจ​ใส่และเชื่อฟัง ​ทูตที่พระเจ้าส่งมานำคนอิสราเอล
ถ้าพวกเขาเชื่อ​ฟัง​และทำตามที่พระเจ้าสั่ง จริงๆ
พระเจ้าจะ​เป็น​ศัตรู​ต่อ​ศัตรู​ของ​พวกเขา
2.2 ห้าม​กราบ​ไหว้​หรือ​ปรน​นิบัติ​บรรดา​พระ​ของ​คนคะนาอัน
2.3 ห้าม​ทำ​ตาม​แบบ​คนคะนาอัน แต่​จง​ทำ​ลาย​รูป​เคา​รพ​ของ​พวกเขา​ให้​สิ้น​ซาก
2.4 จง​ปรน​นิบัติ​​พระ​เจ้า​ แล้ว​พระ​องค์​จะ​ทรง​อวย​พร​แก่​อาหาร​และ​น้ำ​ของ​เขา จะ​ไม่มีความ​เจ็บ​ป่วย​การ​แท้ง​ลูก หรือ​เป็น​หมัน​ ​แต่เขาจะมี​อายุ​ยืน​นาน
2.5 พระเจ้าจะไม่ขับไล่ชาวคะนาอันออกไปทั้งหมด​ใน​ปี​เดียว เพราะเกรง​ว่า​แผ่น​ดิน​จะ​รก​ร้าง​ไป และ​สัตว์​ป่า​จะ​ทวี​ขึ้นมากเกินไป
พวกเขา​จะ​ค่อยๆ ถูกไล่​ออกไป จน​คนอิสราเอล​ทวี​จำนวน​มากขึ้น แล้ว​ได้​ครอบ​ครอง​ดิน​แดน​นั้น​
2.6 ห้าม​ทำ​พันธ​สัญญา​กับ​ชาวคะนาอัน หรือ​กับ​บรรดา​พระ​ของ​พวก​เขา
2.7 ห้าม​ชาวคะนาอันอาศัย​ใน​ดิน​แดน​ของอิสราเอล เกรง​ว่า​พวก​เขา​จะ​ชัก​จูง​ให้คนอิสราเอล​ทำ​บาป​ต่อ​เรา

1. การเอาเรื่องไม่จริงไปแชร์ต่อ พระเจ้าถือว่า นั่นเป็นการร่วมมือกับพยานใจร้าย
ดังนั้น เรื่องของคนอื่น หากเราไม่ชัวร์จริงๆ อย่าแชร์

2. ใน อพย. 23:2 ชี้ให้เห็นว่า ความยุติธรรม สำคัญยิ่งกว่าการโหวตด้วยเสียงข้างมาก
วันนี้ แม้คนส่วนใหญ่จะเลือกทำอย่างนี้ก็ตาม แต่ถ้ามันขัดกับความยุติธรรมจงเลือกทำสิ่งที่แตกต่าง

3. ใน อพย. 23:3 ชี้ให้เห็นว่า การลำเอียงเป็นสิ่งที่พระเจ้าไม่พอพระทัย แม้จะมีเหตุผลที่ดีที่จะลำเอียงก็ตาม เช่น ลำเอียงเพื่อช่วยคนยากจน หรือคนที่น่าสงสาร
วันนี้ เรากำลังลำเอียงอยู่หรือเปล่า?

4. ใน อพย. 23:4-5 ชี้ให้เห็นว่า พระเจ้าไม่ต้องการให้เราเพิกเฉยต่อการช่วยเหลือผู้อื่น ถึงแม้เราจะมีเหตุผลที่ดีที่จะเพิกเฉยก็ตาม เช่น เขาเกลียดเราก่อน หรือเขาทำตัวเป็นศัตรูกับเราเอง
วันนี้ เรากำลังเพิกเฉยต่อการช่วยเหลือใครอยู่หรือเปล่า?
เราอาจมีเหตุผลที่ดีมากมาย เช่น เราก็ปัญหาเยอะอยู่แล้ว , เรากำลังยุ่ง หรือ เขาทำตัวไม่น่าช่วยเลย
แต่เหตุผลที่ดีๆเหล่านี้ทั้งหมด ก็ไม่สามารถนำมาอ้าง เพื่อเราจะไม่ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าได้

5. สิ่งที่พระเจ้าไม่ชอบ ได้แก่ ใส่​ความ​คน​อื่น , ทำร้ายคน​บริ​สุทธิ์ หรือ​คน​ชอบ​ธรรม , ​รับ​สิน​บน และ
ข่ม​เหง​ผู้ด้อยโอกาส หรือผู้อ่อนแอกว่า
หากเรากำลังทำ หรือ คิดจะทำสิ่งเหล่านี้ จงกลับใจเสียใหม่

6. สิ่งที่พระเจ้าพอพระทัย ได้แก่ การเมตตา​คน​ยาก​จน , การฟังเรื่องวันสะบาโต , การถือ​รักษาทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงบัญชา , การระลึกถึงพระเจ้าอยู่เสมอ และ การนำส่วน​ที่​ดี​ที่​สุด​ มาถวายแด่พระ​เจ้า​
วันนี้ ในสิ่งเหล่านี้ มีอะไรบ้างที่เราสามารถพัฒนาให้มากยิ่งขึ้นอีก?

7. “อย่า​ต้ม​เนื้อ​ลูก​แพะ​ด้วย​น้ำ​นม​ของ​แม่​มัน​เลย” เป็นพิธีกรรมของชาวคะนาอัน ซึ่งไร้ความปรานี
พระเจ้าไม่ต้องการให้คนอิสราเอล ทำพิธีกรรมใดๆ ตามแบบอย่างของชาวคะนาอัน

8. ใน อพย. 23:25-26 น่าสนใจมาก เมื่อพระเจ้าทรง​อวย​พร​แก่​อาหาร​และ​น้ำแล้ว ​ความ​เจ็บ​ป่วย​ , การ​แท้ง​ลูก , การเป็น​หมัน​ ​จะหมดไป และจะมี​อายุ​ยืน​นาน
ชี้ให้เห็นว่า อาหารและน้ำ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้สุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาวนาน และไม่เป็นหมัน
ซึ่งอาหารและน้ำที่ดี ที่มาจากการกระทำของมนุษย์ หรือจะสู้อาหารและน้ำที่ดีที่มาจากการอวยพระพรของพระเจ้า
ดังนั้น การอธิษฐานขอบคุณพระเจ้า และอวยพรอาหารทุกมื้อ เป็นการกระทำที่คุ้มค่าจริงๆ

9. พระเจ้าไม่ได้ขับไล่ชาวคะนาอันออกไปทั้งหมดในคราเดียว ก็เพื่อประโยชน์แก่คนอิสราเอล
วันนี้ ปัญหา หรือความยากลำบากต่างๆ หรือใครบางคน ที่พระเจ้ายังไม่ได้ขจัดมันออกไปทั้งหมดในทันที เพราะพระเจ้าต้องการใช้มันทำอะไรบางอย่างเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เรา
ดังนั้น จงขอบคุณพระเจ้า สำหรับเหตุการณ์ สถานการณ์ของเรา ในวันนี้เถิด

10. คนเข้าไปผูกพันอย่างลึกซึ้ง กับคนที่ไม่ยำเกรงพระเจ้า
กำลังนำตนเองเข้าไปสู่บ่วงแร้ว ที่จะดึงเขาออกจากทางของพระเจ้า
ด้วยเหตุนี้จึงไม่สมควรที่จะแต่งงานกับคนที่ไม่มีความเชื่อวางใจในพระเจ้า
2คร. 6:14 อย่า​เข้า​เทียม​แอก​กับ​คน​ที่​ไม่​เชื่อ…

คำคม

“ กฎเกณฑ์ของพระเจ้านั้นดีเลิศ เพื่อนำประโยชน์ให้แก่เรา ”

สรุป อพยพ 22

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งให้โมเสสสอนกฎหมายเกี่ยวกับการคืน​ของ และ​เกี่ยว​กับ​จริย​ธรรม​ ให้แก่ประขาชน

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus22-72470

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 22 นอกจากกฎหมายเรื่องทาส การทารุณ และความรับผิดชอบ แล้ว พระเจ้าทรงสั่งให้โมเสสสอนกฎหมาย ต่อ​ไป​นี้แก่ประชาชนด้วย
1. กฎหมาย​เกี่ยว​กับ​การคืน​ของ
1.1 ใคร​ลัก​โค​หรือ​แกะ​ไป​ ต้อง​ชด​ใช้​โค​ 5 ตัว​แทน​โค​ 1 ​ตัว และ​แกะ​ 4 ตัว​แทน​แกะ​ 1 ​ตัว
1.2 ใครตี​ขโมย​ตาย ในเวลากลางคืน เขา​ไม่​มี​ความ​ผิด แต่ถ้า​ดวง​อาทิตย์​ขึ้น​แล้ว ผู้​ตี​จะ​มี​ความ​ผิด
1.3 ใครเป็นขโมย​ ​ต้อง​ชด​ใช้เป็น 2 เท่า ถ้า​ไม่​มี​อะไร​จะ​ใช้​ให้ เขา​ต้อง​ขาย​ตัว​เป็น​ทาส​เพื่อ​จ่าย​ค่า​ชดเชย​นั้น
1.4 ใครจุดไฟ แล้วไฟลุกลาม ​ไปทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ผู้​ที่​จุด​ไฟ​นั้น​ต้อง​จ่าย​ค่า​เสีย​หาย​เต็ม​จำนวน
1.5 ใครทำของที่เพื่อนบ้านฝากเอาไว้หาย ก็​ให้เขามา​เข้า​เฝ้า​พระ​เจ้า เพื่อ​จะ​ดู​ว่า​ตัวเขา​เอง​ ได้​ลัก​สิ่ง​ของ​ของ​เพื่อน​บ้าน​นั้น​หรือ​ไม่
1.6 ​คดี​ฟ้อง​ร้อง​ทุก​อย่าง ถ้าตัดสินไม่ได้ ให้​นำ​คดี​ของ​คู่​ความ​นั้น​ไป​เข้า​เฝ้า​พระ​เจ้า พระ​เจ้า​จะทรง​ตัด​สิน​เอง
โดยให้ผู้ต้องสงสัย​นั้น ​สาบาน​ต่อ​พระ​เจ้า ต่อ​หน้าคู่กรณี แล้วคู่กรณี​นั้น​จะ​ต้อง​ยอม​รับ ส่วน​ผู้ต้องหานั้น​ไม่​ต้อง​จ่าย​ค่า​ชด​ใช้
1.7 ใครทำให้สัตว์ของเพื่อนบ้านบาดเจ็บหรือล้มตาย ​ต้อง​จ่าย​ค่า​ชด​ใช้​เต็ม​ตาม​จำนวน

2. กฎหมาย​เกี่ยว​กับ​จริย​ธรรม​
2.1 ใคร​ล่อ​ลวง​หญิง​พรหม​จารี​ ไปหลับ​นอนด้วย ผู้​นั้น​จะ​ต้อง​เสีย​เงิน​สิน​สอด และ​ต้อง​รับ​หญิง​นั้น​มา​เป็น​ภรรยา​ของ​ตน แต่ถ้า​บิดา​ของ​นาง​ไม่​ยอม​ยก​นาง​ให้ เขา​ก็​ต้อง​เสีย​เงิน​เท่า​สิน​สอด​ตาม​ธรรม​เนียม​เช่นกัน
2.2 ใครทำสิ่งต่อไปนี้ ให้มีโทษประหารชีวิต
– เป็น​แม่​มด
– ร่วม​ประ​เวณี​กับ​สัตว์
– ถวาย​บูชา​แด่​พระ​ต่างๆ นอก​จาก​พระ​เจ้าองค์​เดียว
2.3 ข้อห้ามของคนอิสราเอล ได้แก่
– ​ห้ามกด​ขี่​ข่ม​เหง​คน​ต่าง​ด้าว
– ​ห้ามรังแก​หญิง​ม่าย​หรือ​ลูก​กำพร้า
– ​ห้าม​คิด​ดอก​เบี้ย หรือยึดของประกัน​จากคนยากจน
– ห้าม​ด่า​พระ​เจ้า
– ห้ามสาป​แช่ง​ผู้​นำ​
– ห้าม​ชัก​ช้า​ที่​จะ​ถวายแด่พระเจ้า
2.4 จง​ถวาย​บุตร​หัว​ปีของคนและสัตว์​แด่พระเจ้า
2.5 จง​เป็น​คน​บริ​สุทธิ์​แด่พระเจ้า

1. ถ้าสังเกตกฎหมายเรื่องการคืนของ จะเห็นว่า เมื่อทำผิดต้องชดใช้คืนมากกว่าที่ได้ทำไปหลายเท่า
บาปของเราก็เช่นกัน เราต้องชดใช้คืนหลายเท่ากับสิ่งที่เราได้ทำผิดพลาดพลั้งไป
ด้วยเหตุนี้ พระเยซูผู้มาจ่ายหนี้บาปแทนเรา จึงต้องรับโทษอย่างสาสมกับความบาปชั่วของเรา เพื่อจะสามารถชดใช้หนี้บาปของเราได้หมด
ขอบคุณพระเยซู

2. จากกฎที่ใครก่อไฟจนทำให้ผู้อื่นเสียหาย จะต้องชดใช้เต็มจำนวน
คนที่จุดไฟเผาป่า จนคนเดือดร้อนมาก ถึงแม้ไม่มีใครจับได้
แต่พระเจ้าผู้ทรงออกกฏนี้ จะเป็นผู้เรียกคืนจากเขาเป็นแน่

วันนี้ หากเราทำอะไรบางอย่าง แล้วผลแห่งการกระทำนั้น สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น
นั่นเป็นสิ่งที่พระเจ้าไม่พอพระทัย เราควรรีบเปลี่ยนแปลงและแก้ไขโดยด่วน

3. จากกฎที่ว่า ถ้าตัดสินคดีไม่ได้ ก็ให้ผู้ต้องหาไปสาบานต่อพระเจ้า แล้วก็ถือว่าบริสุทธิ์ไม่ต้องชดใช้อะไร
เป็นกฎที่น่าสนใจมากๆ
แสดงให้เห็นถึงความน่าเกรงขามของพระเจ้า ผู้ทรงยุติธรรม
คือถ้าใครทำผิดแล้วสาบานเท็จ เพื่อเอาตัวรอด
เขารอดพ้นจากการชดใช้ค่าเสียหายก็จริง
แต่เขาจะไม่รอดพ้นต่อการจัดการของพระเจ้าเป็นแน่

วันนี้ อาจมีบางคนที่ปลิ้นปล้อน โกหก หลอกลวง จนรอดพ้นความผิดไปได้
แม้เราทำอะไรเขาไม่ได้ก็จริง
แต่อีกไม่นานเกินรอ เมื่อเวลาของเขามาถึง พระเจ้าผู้ทรงยุติธรรมจะเป็นผู้จัดการเขาเอง

ต้องเลือกเอาเอง ว่า จะเลือกรอดพ้นการลงโทษจากมนุษย์ หรือ จะเลือกรอดพ้นการลงโทษจากพระเจ้า

4. กฎหมายเรื่องการล่อลวงผู้หญิงนั้น ชี้เห็นการปกป้องผู้หญิง คือ
ถ้าล่อลวงหญิงคนใดๆที่แน่ๆ ก็คือ ต้องเสียค่าสินสอดแน่ๆ
แต่จะได้หญิงนั้นมาเป็นภรรยาหรือไม่ ก็ต้องลุ้นอีกทีหนึ่ง
ดังนั้นใครที่คิดจะล่อลวงหญิง เล่นสนุก จึงต้องระวังคิดให้ดีเสียก่อน

5. พระเจ้ารังเกียจการเป็นแม่มด หมอผี
เราจึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมของคนเหล่านี้

6. ภาพใหญ่ของกฏหมายของพระเจ้า คือ ให้ผู้ที่แข็งแรงกว่า ฐานะดีกว่า มีโอกาสมากกว่า ต้องช่วยเหลือ และเมตตาต่อผู้ที่อ่อนด้อยกว่า อยู่เสมอ

วันนี้ ลองมองไปรอบข้าง มีใครบ้างที่เรามีโอกาสดีกว่าพวกเขา แล้วลองไตร่ตรองดูว่า เราจะถวายเกียรติแด่พระเจ้าด้วยการช่วยเหลือ พวกเขาได้อย่างไรบ้าง?

7. อพย. 22:28 “ห้าม​ด่า​พระ​เจ้า หรือ​สาป​แช่ง​ผู้​นำ” อยู่ติดกันเลย
เพราะ ด่าผู้นำที่พระเจ้าทรงแต่งตั้งขึ้น ก็เท่ากับกำลังด่าพระเจ้า ผู้แต่งตั้งเขานั่นเอง

เหมือนใน รม. 13:1-2 ที่กล่าวว่า “ทุก​คน​จง​ยอม​อยู่​ใต้​บัง​คับ​ของ​ผู้​ที่​มี​อำ​นาจ​ปก​ครอง เพราะ​ว่า​ไม่​มี​อำนาจ​ใด​เลย​ที่​ไม่​ได้​มา​จาก​พระ​เจ้า และ​ผู้​ที่​ถือ​อำนาจ​นั้น พระ​เจ้า​ทรง​แต่ง​ตั้ง​ขึ้น
เพราะ​ฉะนั้น​ผู้​ที่​ขัด​ขืน​อำ​นาจ​นั้น ก็​ขัด​ขืน​ผู้​ซึ่ง​พระ​เจ้า​ทรง​แต่ง​ตั้ง​ขึ้น และ​ผู้​ที่​ขัด​ขืน​นั้น​จะ​ต้อง​ถูก​ลง​โทษ”

8. ใน อพย. 22:29 บอกว่า ห้าม​ชัก​ช้า​ที่​จะ​ถวายแด่พระเจ้า
เพราะการถวายแด่พระเจ้านั้น เป็นการเปิดประตูพระพรเข้ามาสู่ชีวิต
แต่การเก็บสิ่งที่จำเป็นต้องถวายไว้นั้น ยิ่งเนิ่นนานยิ่งไม่เป็นผลดีต่อตนเอง

คำคม

“ รอดพ้นการลงโทษจากพระเจ้า ย่อมดีกว่า รอดพ้นการลงโทษจากมนุษย์ ”

สรุป อพยพ 21

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้โมเสสสอนกฏหมายแก่ประชาชนอิสราเอลในเรื่องเกี่ยวกับ ทาส การทารุณ และความรับผิดชอบ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus21-72337

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 21 หลังจากที่พระเจ้าตรัสคำสั่งเกี่ยวกับบัญญัติ 10 ประการแล้ว

พระเจ้าทรงสั่งให้โมเสสสอนกฎหมาย ต่อ​ไป​นี้แก่ประชาชน
1. กฎหมายเกี่ยว​กับ​ทาส​
1.1 ถ้า​​ซื้อ​คน​ฮีบรู​ไว้​เป็น​ทาส พอครบ​ปี​ที่ 7 ต้องปล่อยเขาเป็นอิสระ
และถ้า ใน 6 ปีนั้นนายหาภรรยาให้เขา และเขามีบุตร ภรรยาและบุตรจะ​เป็น​คน​ของ​นาย
1.2 ถ้า​ทาส​ที่จะได้รับการปล่อยตัว มาบอกนายว่า ไม่​อยาก​เป็น​อิสระ
ให้​นาย​พา​ทาส​นั้น​ไป​เข้า​เฝ้า​พระ​เจ้า แล้ว​ให้​นาย​เจาะ​หู​เขา​ด้วย​เหล็ก​ เขา​ก็​จะ​อยู่​ปรน​นิบัติ​นาย​ตลอด​ไป
1.3 ถ้าใคร​ขาย​บุตร​หญิง​เป็น​ทาส ถ้า​นาย​ไม่ต้องการ​ยก​เธอ​ขึ้น​เป็น​ภรรยา​ของตน หรือของบุตรชายของตน นาย​ต้อง​ยอม​ให้​เธอ​ถูก​ไถ่​คืน และนาย​ไม่​มี​สิทธิ์​จะ​ขาย​หญิง​นั้น​ให้​แก่​คนต่างชาติ
อย่างไรก็ดี ถ้ารับเป็นภรรยา แต่ไม่สามารถดูแลเรื่องอาหารการกิน เสื้อ​ผ้า และสิทธิในฐานะภรรยา
หญิง​นั้น​จะ​ไป​ก็​ได้​โดย​ไม่​ต้อง​มี​ค่า​ไถ่ใดๆ

2. กฎหมาย​เกี่ยว​กับ​การ​ทารุณ
2.1 ใครฆ่าคน​ตาย ​ต้อง​รับ​โทษ​ถึง​ตาย​
ยกเว้นการฆ่าคนตายโดยไม่​ได้​เจตนา​ฆ่า​ ก็ให้คนนั้นหนีไปที่ที่พระเจ้าจัดไว้(ในสมัยต่อมาเรียก “เมืองลี้ภัย”)
2.2 ใคร​ทุบ​ตี​พ่อแม่​ของ​ตน ต้องรับ​โทษ​ถึง​ตาย
2.3 ใคร​ลักพาตัว​คน​ไป​ขาย​ก็​ดี ต้องรับ​โทษ​ถึง​ตาย
2.4 ใคร​​แช่งด่า​พ่อแม่​ของ​ตน ต้องรับ​โทษ​ถึง​ตาย
2.5 ใครทะเลาะกัน แล้วทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัส ​จะ​ต้อง​เสีย​ค่า​ทำ​ขวัญ และ​ค่า​รักษา​พยา​บาล​จน​เขา​หาย​เป็น​ปกติ
2.6 ใคร​ทุบ​ตี​ทาสของ​ตน​ ​จน​ตาย ​ต้อง​ถูก​ปรับ​โทษ
2.7 ถ้า​ใครตี​กัน แล้ว​ไป​ถูก​หญิง​มี​ครรภ์​ แต่เด็ก​ไม่​มี​อันตราย ​จะ​ถูก​ปรับ​ตาม​แต่​สามี​ของ​หญิง​นั้น​จะ​เรียก​ร้อง และ​ตาม​ที่​ผู้​พิ​พาก​ษา​ตัด​สิน
แต่ถ้าเด็กได้รับ​อัน​ตราย ก็​ให้​วินิจ​ฉัย​ดัง​นี้​ คือ​
ชีวิต​แทน​ชีวิต ตา​แทน​ตา ฟัน​แทน​ฟัน มือ​แทน​มือ เท้า​แทน​เท้า
เด็กบาดเจ็บอย่างไร เขาต้องถูกลงโทษอย่างนั้น
2.8 ใครตี​​ทาส จนตา​บอด​หรือฟันหลุด เขา​ต้อง​ปล่อย​ทาส​ผู้​นั้น​เป็น​อิสระ

3. กฎ​หมาย​เกี่ยว​กับ​ความ​รับ​ผิด​ชอบ​
3.1 ถ้า​โค​ขวิด​คนตาย จง​เอา​หิน​ขว้าง​โค​นั้น​ให้​ตาย
ถ้าโคนั้น ไม่เคยขวิดใครมาก่อน เจ้า​ของ​โค​ไม่​มี​โทษ
แต่​ถ้า​โค​เคย​ขวิด​คน​มาก่อน ให้​ลง​โทษ​เจ้า​ของให้​ถึง​ตาย​ด้วย
3.2 ถ้า​ใคร​เปิด​บ่อ​หรือ​ขุด​บ่อ​ แล้ว​มี​โค​หรือ​ลา​ตก​ลง​ไป เจ้า​ของ​บ่อ​ต้อง​ชด​ใช้ ส่วน​สัตว์​ที่​ตาย​นั้น​จะ​ตก​เป็น​ของ​เจ้า​ของ​บ่อ
3.3 ถ้า​โค​ของ​ใครทำ​ร้าย​โค​ของ​คน​อื่น​ จนตาย ต้อง​ขาย​โค​ที่​เป็น​นั้น แล้ว​มา​แบ่ง​เงิน​กัน และ​โค​ที่​ตาย​นั้น​ก็​ให้​แบ่ง​เท่าๆ กัน​ด้วย
แต่ถ้าโค​นั้น​เคย​ขวิด​มา​ก่อน แต่​เจ้า​ของ​ไม่​ได้​กัก​ขัง​ไว้ เจ้า​ของ​ต้อง​ชด​ใช้​โค​แทน​โค

1. กฎหมายเกี่ยวกับทาส ทำให้เห็นว่า ซื้อทาสชาวฮีบรูไม่คุ้มเลย ครบ 7 ปี ก็ต้องปล่อยตัวแล้ว ไม่ซื้อดีกว่า ทำให้ป้องกันการที่คนอิสราเอลจะตกเป็นทาสอีก

2. ทาสที่ยอมเป็นทาสของนายตลอดไป จะถูกเจาะหูด้วยเหล็กเป็นสัญลักษณ์ เรียกทาสประเภทนี้ว่า “ทาสสมัคร”
ซึ่งพระเยซูกล่าวถึงใน มธ. 20:27 “ถ้า​ผู้ใด​ใคร่​จะ​ได้​เป็น​เอก​เป็น​ต้น ผู้​นั้น​จะต้อง​เป็น​ทาส​สมัคร​ของ​พวก​ท่าน”
และอ.เปาโล ก็กล่าวทำนองเดียวกันใน อฟ. 6:6 “… แต่​จง​ทำ​เหมือน​อย่าง​ทาส​ของ​พระ​คริสต์​ คือ​กระทำ​ตาม​ชอบ​พระ​ทัย​พระ​เจ้า​ด้วย​ความ​เต็ม​ใจ​”

วันนี้ เราพ้นจากการเป็นทาสของบาปแล้ว และเราสมัครใจ เป็นทาสสมัครของพระคริสต์ ซึ่งจะเป็นตลอดไป
อย่าลืมตัว ทำตัวเป็นเจ้านายเสียเอง

3. กฏหมายเรื่องทาสหญิงนั้น คิดดูแล้วซื้อมาไม่คุ้มเลย ไม่เอาดีกว่า จึงทำให้ต่อให้พ่ออยากขายลูกสาวก็จะไม่ค่อยมีใครอยากจะซื้อ เป็นกฎหมายปกป้องผู้หญิงโดยแท้

4. กฎหมายของพระเจ้า ชี้อย่างชัดเจนว่า การแช่งด่าหรือทำร้าย พ่อแม่นั้น เป็นสิ่งชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระเจ้า เทียบเท่ากับการฆ่าคนตายเลยทีเดียว

วันนี้ อย่าให้เรา ทำร้ายจิตใจของพ่อแม่ ด้วยคำพูด หรือการกระทำของเราเลย

5. กฏหมายเเกี่ยวกับการทำร้ายคนอื่น มีการปรับโทษที่รุนแรง เพื่อให้คนที่จะทะเลาะวิวาทหรือคิดว่าทำร้ายทาส ต้องคิดให้หนักก่อน เพราะไม่คุ้มเลยกับการทำร้ายคนอื่น

6. กฎ​หมาย​เกี่ยว​กับ​ความ​รับ​ผิด​ชอบ​ ชี้ให้เห็นว่า การรู้ว่าอะไรที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่น
แล้วคนนั้นยังประมาท ไม่สนใจความปลอดภัยของคนอื่น เป็นสิ่งที่พระเจ้าไม่พอพระทัย

วันนี้ การทำอะไรบางอย่าง หรือ การไม่ทำอะไรบางอย่าง ของเรา กำลังทำร้ายผู้อื่นอยู่หรือไม่?

คำคม

“ กฎเกณฑ์ของพระเจ้า ดีรอบคอบ ยุติธรรม และเต็มไปด้วยความรัก ”

สรุป อพยพ 20

ภาพรวม

  • พระเจ้าประทานบัญญัติ 10 ประการแก่คนอิสราเอล เพื่อให้เขากระทำตาม และได้รับพระพร

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus20-72208

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 20 เมื่อโมเสสนำประชาชนมาเฝ้าพระเจ้า ที่เชิงภูเขาซีนายแล้ว

พระ​เจ้า​ทรงตรัส​ เรื่องบัญญัติ 10 ประการ ดังต่อ​ไป​นี้
1. ห้าม​มี​พระ​เจ้า​อื่น​ใด​นอก​เหนือ​จาก​พระเจ้า
2. ห้าม​ทำ​รูป​เคา​รพ​สำหรับ​ตน ห้าม​กราบ​ไหว้​หรือ​ปรน​นิบัติ​รูป​เหล่า​นั้น
เพราะพระองค์เป็นพระ​เจ้า​ที่​หวง​แหน ให้​โทษ​ของ​บิดา​ตก​ทอด​ไป​ถึง​ลูก​หลาน​ของ​ผู้​ที่​ชัง​พระองค์​จน​ถึง 3-4 ชั่ว​อายุ​คน แต่​แสดง​ความ​รัก​มั่น​คง​ต่อ​คน​ที่​รักพระองค์ และ​รักษา​บัญ​ญัติ​ของ​พระองค์ จน​ถึง​ 1,000 ​ชั่ว​อายุ​คน
3. ห้าม​ใช้​พระ​นามใน​ทาง​ที่​ผิด
4. จง​ระลึก​ถึง​วัน​สะ​บา​โต ถือ​เป็น​วัน​บริ​สุทธิ์ ​ห้าม​ทำ​งาน​ใดๆ​
5. จง​ให้​เกียรติ​แก่​บิดา​มาร​ดา​ของ​เจ้า เพื่อ​อายุ​ของ​เจ้า​จะ​ได้​ยืน​ยาว​บน​แผ่น​ดิน
6. ห้าม​ฆ่า​คน
7. ห้าม​ล่วง​ประ​เวณี​ผัว​เมีย​เขา
8. ห้าม​ลัก​ขโมย
9. ห้าม​เป็น​พยาน​เท็จ​ใส่​ร้าย​เพื่อน​บ้าน
10. ห้าม​โลภ​บ้าน​เรือน หรือ ​ภรรยา​ หรือ​สิ่ง​ใดๆ ซึ่ง​เป็น​ของ​ของ​เพื่อน​บ้าน

คนอิสราเอล​ทุก​คน​ได้ยิน​เสียง​ฟ้า​ร้อง และ​เสียง​แตร
​ทั้ง​ได้​เห็น​ฟ้า​แลบ​และ​ควัน​ที่​พลุ่ง​ขึ้น​จาก​ภูเขา​นั้น
ก็​กลัว​จน​ตัว​สั่น​

พวก​เขา​จึง​พูดกับ​โมเสส​ว่า ให้โมเสสไป​ฟังพระเจ้า
แล้วมาเล่าให้พวกเขาฟังเถิด แต่​อย่า​ให้​พระ​เจ้า​ตรัส​กับพวกเขาโดยตรงเลย
เกรง​ว่า​พวกเขาจะ​ตาย

โมเสส​จึง​กล่าว​กับ​ประชา​ชน​ว่า อย่า​กลัว​เลย เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​เสด็จ​มา​เพื่อ​ทรง​ลอง​ใจ​พวกเขา เพื่อ​พวก​ท่าน​จะ​ได้​ยำ​เกรง​พระ​องค์ และ​จะ​ได้​ไม่​ทำ​บาป

จากนั้นประชา​ชน​ยืน​อยู่​แต่​ไกล แต่​โมเสส​เข้า​ไป​ใกล้​ความ​มืด​ทึบ​ที่​พระ​เจ้า​สถิต​อยู่​นั้น

พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสสให้บอกคนอิสราเอล​ว่า
ห้าม​ทำ​รูป​พระ​ใดๆ ไว้​บูชา​เทียบ​เท่า​กับ​พระเจ้า
ห้าม​ทำ​รูป​พระ​ด้วย​เงิน​หรือ​ทอง​คำ​สำหรับ​ตัว
แต่ให้ใช้ศิลาที่ยังไม่ได้ตกแต่ง ทำเป็นแท่นบูชา เพื่อเผา​เครื่อง​บูชา​ถวายแด่พระเจ้า
และ​พระเจ้าจะ​มา​หาพวกเขาและ​อวย​พรพวกเขา​ใน​ทุก​แห่ง​ที่​พระเจ้า​ให้​ระลึก​ถึง​พระนาม​ของ​พระองค์

1. บัญญัติ 10 ประการ 4 ข้อแรก เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติต่อพระเจ้า 6 ข้อหลังเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติต่อมนุษย์
และทั้ง 10 ข้อ เกี่ยวกับความรักของพระเจ้าที่มีต่อเรา

เพราะพระองค์ทรงรักเรา พระองค์จึงประสงค์ให้เรามีความสัมพันธ์ที่ถูกต้องต่อพระองค์เพื่อเราจะได้รับพระพร
เพราะพระองค์ทรงรักเรา พระองค์จึงประสงค์ให้เรามีความสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างถูกต้องเพื่อเราจะเป็นพระพร

2. พระเจ้าตรัสว่า คำแช่งสาปจะตกสู่ลูกหลาน 3-4 ชั่วอายุคน และพระพรจะตกถึงลูกหลาน 1,000 ชั่วอายุคน

เราทุกคนเป็นลูกหลานของโนอาห์ จากโนอาห์มาถึงเรา ประมาณ 6,000 ปี ยังไม่ถึง 1,000 ชั่วอายุคนเลย
นั่นหมายความว่า มนุษย์ทุกคน ไม่ว่าเป็นลูกหลานเหลนโหลนของใครก็ตาม สามารถได้รับพระพรจากพระเจ้าที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษได้ เมื่อเขารักพระเจ้าและเชื่อฟังพระองค์ เหมือนเหล่าบรรพบุรุษแห่งความเชื่อของเขา

ในทางตรงกันข้าม หากใครที่เห็นบรรพบุรุษทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แล้วได้รับรู้ว่าเกิดผลร้ายมากมายสักเพียงใดเพราะการกระทำเหล่านั้น แต่เขายังคงดำเนินไปในทิศทางเดียวกับบรรพบุรุษเหล่านั้น เขาก็จะได้ผลอย่างเช่นเดียวกันกับบรรพบุรุษของเขานั้น

3. การให้เกียรติแก่บิดามารดา จะทำให้ลูกคนนั้น ไปดีมาดี มีชีวิตยืนยาวอย่างมีความสุข บนแผ่นดินโลก
ดังนั้น ผู้ที่เป็นพ่อแม่ หากท่านรักลูกของท่านจริงๆ
ท่านต้องอย่ายอมให้ลูกไม่ให้เกียรติท่าน เรื่องนี้เป็นไรเป็นกันยอมไม่ได้เด็ดขาด
หากรักลูกจริง จงทำทุกวิถีทาง ที่ไม่ยอมให้ลูก ทำผิดต่อท่านในเรื่องนี้
เพราะหากเรายอมให้เขา ไม่ให้เกียรติพ่อแม่ เรากำลังสนับสนุนเขาให้เปิดประตูแห่งคำแช่งสาปมาสู่ชีวิต

และถ้าเราทำให้เขาให้เกียรติพ่อแม่ เรากำลังหยิบยื่นของขวัญล้ำค่าให้แก่เขา คือการอวยพระพรอย่างเหลือล้นจากพระเจ้า

4. ใน อพย. 20:20 โมเสสบอกกับ​ประชา​ชน​ว่า “อย่า​กลัว แต่จงยำ​เกรง​พระเจ้า และ​จะ​ได้​ไม่​ทำ​บาป”
อย่ากลัวที่จะเข้าหาพระเจ้า นำความอ่อนแอ ความบาปผิดของเรา มาสารภาพต่อพระองค์ แล้วรับการอภัยจากพระองค์
จงยำเกรงพระเจ้า จนไม่กล้าเพิกเฉยต่อพระองค์ ไม่กล้าทำอะไรแบบไม่เกรงใจพระองค์
แล้วทั้งสองการกระทำข้างต้น จะทำให้เราไม่ทำบาปต่อพระเจ้าและต่อเพื่อนบ้าน

5. พระเจ้าตรัสว่า พระองค์จะ​มา​หาประชากรของพระองค์ และ​อวย​พรพวกเขา​ ใน​ทุก​สถานที่​ที่​พระเจ้า​เลือกไว้ เพื่อให้​ระลึก​ถึง​พระนาม​ของ​พระองค์

สมัยพระคัมภีร์เดิม พระองค์จะกำหนดสถานที่ให้คนอิสราเอล มาหาพระองค์ เช่น พลับพลา หรือ พระวิหาร
แต่ในปัจจุบันนี้ พระองค์กำหนดสถานที่ใหม่ ไม่ใช่ที่เยรูซาเล็ม หรือที่พระวิหารใดๆ
แต่เป็นในจิตวิญญาณของเราทั้งหลาย ซึ่งเป็นที่ทรงสถิตของพระวิญญาณบริสุทธิ์
เมื่อใจของเรา เข้าหาพระองค์คราใด เมื่อนั้นเราจะได้รับการอวยพระพรจากพระองค์เสมอ

คำคม

“ บัญญัติของพระเจ้า สำแดงให้เราเห็นว่า พระองค์ทรงรักเรา ”

สรุป อพยพ 19

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงนำคนอิสราเอลมาถึงภูเขาซีนาย แล้วทรงเรียกโมเสสและอาโรน ขึ้นไปเฝ้าพระองค์บนภูเขาต่อหน้าต่อตาประชาชน

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus19-71657

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 19 เมื่อ​อิส​รา​เอล​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์ ได้ผ่าน “ถิ่น​ทุรกันดาร​ชูร์” (อพย.15:22) แล้วผ่าน “ถิ่น​ทุรกันดาร​สิน” (อพย.16:1) แล้วในเดือนที่ 3 ก็มาถึง “ถิ่น​ทุรกันดาร​ซี​นาย”

คน​อิส​รา​เอล​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ที่​​หน้า​ภูเขาซีนาย
แล้วโมเสส​ก็ขึ้น​ไป​บนภูเขา เพื่อเข้า​เฝ้า​พระ​เจ้า

พระเจ้าสั่งให้โมเสส บอกคน​อิส​รา​เอล​ ว่า
พวก​เขา​ได้​เห็น​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​ทำ​กับ​คน​อียิปต์​แล้ว
พระเจ้าได้ยก​ชู​พวก​เขา​ขึ้น ​ดุจ​ดัง​ด้วย​ปีก​นก​อินทรี
เพื่อ​นำ​พวก​เขา​มา​ถึง​พระเจ้า
ดังนั้น ถ้า​พวก​เขา​ฟัง​เสียง​ของพระเจ้า​จริงๆ และ​รักษา​พันธ​สัญญา​ของ​พระองค์​ไว้
พวก​เขา​จะ​เป็น​ของ​ล้ำ​ค่า​ของ​พระองค์
พวก​เขา​จะ​เป็น​อา​ณา​จักร​ปุโร​หิต และ​เป็น​ชน​ชาติ​บริ​สุทธิ์​สำหรับพระองค์

โมเสส​จึงประ​กาศ​ข้อ​ความนี้​ต่อคนอิสราเอล
แล้วประชา​ชน​ทั้ง​สิ้น​ ก็​ตอบ​พร้อม​กัน​ว่า พวกเขาจะ​ทำ​ตาม
โมเสส​จึง​นำ​ถ้อย​คำ​ของ​ประชา​ชน​ กลับ​ไป​กราบ​ทูล​พระ​เจ้า

พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
พระองค์จะ​มา​หาโมเสส​ใน​เมฆ​หนา​ทึบ
เพื่อให้​ประชา​ชน​ได้​ยิน​ขณะ​ที่พระเจ้าพูด​กับ​โมเสส
ประชาชน​จะ​ได้​เชื่อ​ถือ​โมเสส​เสมอ

พระเจ้าสั่ง​โมเสส ให้บอกกับประชาชน ว่า
ให้ชำระ​พวก​เขา​ให้​บริ​สุทธิ์​ใน​ 2 วัน และ​​ซัก​เสื้อ​ผ้า​ให้​สะอาด
และเตรียม​ตัว​ไว้​ให้​พร้อม
เพราะ​ใน​วัน​ที่ 3 พระ​เจ้าจะ​เสด็จ​ลง​มา​บน​ภูเขา​ซีนาย ​ต่อ​หน้า​ประชา​ชน​ทั้ง​ปวง
อย่า​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​หรือ​ถูก​ต้อง​เชิง​เขา​นั้น
ใคร​ถูก​ต้อง​ภูเขา​ต้อง​มี​โทษ​ถึง​ตาย
ถ้าพบใครทำผิดในเรื่องนี้ ห้าม​เอา​มือ​ถูก​ต้อง​คนนั้น
แต่​ให้​เอา​หิน​ขว้าง​หรือ​ยิง​ด้วย​ลูก​ศร
จะ​เป็น​สัตว์​ก็​ดี​หรือ​เป็น​มนุษย์​ก็​ดี ห้าม​ไว้​ชีวิต
ห้ามขึ้นภูเขาจนกว่าจะ​มี​เสียง​แตร​เป่า​ยาว

โมเสส​ลง​จาก​ภูเขา​ แล้วสั่งประชาชนตามที่พระเจ้าสั่งนั้น

ต่อมา ​รุ่ง​เช้า​วัน​ที่​ 3 ก็​เกิด​ฟ้า​ร้อง​ฟ้า​แลบ มี​เมฆ​หนา​ทึบ​ปก​คลุม​ภูเขา​นั้น
​มี​เสียง​แตร​ดัง​สนั่น จน​ประชา​ชน​ทุก​คน​ พา​กัน​กลัว​จน​ตัว​สั่น

โมเสส​ก็​นำ​ประชา​ชน​ออก​จาก​ค่าย​ไป​เข้าเฝ้า​พระ​เจ้า
พวก​เขา​มา​ยืน​อยู่​ที่​ตีน​เขา
ภูเขา​ซีนาย​มี​ควัน​หุ้ม​อยู่​ทั้ง​หมด
เมื่อพระเจ้าเสด็จ​ลง​มา​บน​ภูเขา​นั้น มี​เพลิง และ​ควัน​ก็​พลุ่ง​ขึ้น​เหมือน​ควัน​จาก​เตา​เผา
ภูเขา​ทั้ง​ลูก​ก็​สั่น​สะ​เทือน​อย่าง​รุน​แรง
และเสียง​แตร​ยิ่ง​ดัง​ขึ้น

โมเสส​ก็​กราบ​ทูล แล้ว​พระ​เจ้า​ตรัส​ตอบ​เป็น​เสียง​ฟ้า​ร้อง
พระเจ้าทรง​เรียก​โมเสส​ให้​ขึ้น​ไป​บน​ยอด​เขา
โมเสส​ก็​ขึ้น​ไป

พระเจ้า​จึง​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
​จง​ลง​ไป​ทัน​ที แล้ว​กลับ​ขึ้น​มา​อีก​พา​อาโรน​ขึ้น​มา​ด้วย
แต่​อย่า​ให้​พวก​ปุโร​หิต​และ​ประชา​ชน​ล่วง​ล้ำ​ขึ้น​มา เพื่อพวกเขา​จะไม่ถูก​ลง​โทษ​

โมเสส​ก็​ลง​ไป​บอก​ประชา​ชน​ตาม​นั้น

1. ภายใน 3 เดือน ที่ออกจากอียิปต์ พระเจ้าทรงนำคนอิสราเอล พบกับถิ่นทุรกันดาร ถึง 3 แห่ง
แต่ถิ่นทุรกันดาร ทั้ง 3 แห่งนั้น ไม่ได้ทำร้ายคนอิสราเอลเลย
ตรงกันข้ามกลับทำให้พวกเขา เติบโตขึ้นในความเชื่อ และเห็นฤทธานุภาพของพระเจ้ามากยิ่งขึ้น ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา

หากวันนี้ พระเจ้าทรงนำเราให้พบกับถิ่นทุรกันดาร ไม่ใช่เพื่อทำร้ายเรา แต่เพื่อให้เราพัฒนาความเชื่อ ความไว้วางใจในพระเจ้า และได้เห็น ได้มีประสบการณ์กับฤทธานุภาพของพระเจ้ามากยิ่งขึ้น และเพื่อจะอวยพรเราท่ามกลางถิ่นทุรกันดารนั้น

2. พระเจ้าตรัสว่า ถ้าคนอิสราเอล ฟัง​เสียง​ และ​รักษา​พันธ​สัญญา​ของ​พระองค์​ไว้
พวก​เขา​จะ​เป็น​ของ​ล้ำ​ค่า​ของ​พระองค์
นั่นคือ ถ้าเขาดื้อดึง ละเมิดกฏเกณฑ์ของพระองค์
พวกเขาก็กำลังทำตัวไร้ค่า

แต่เนื่องจากไม่มีมนุษย์คนใดเลย ตามกฏเกณฑ์ของพระเจ้าได้ครบถ้วน
ดังนั้น มนุษย์ทั้งหลายจึงทำตัวเป็นสิ่งไร้ค่า
ดังที่กล่าวไว้ใน ยรม. 2:5 ​ว่า “…เขา​ห่าง​เหิน​จาก​เรา และ​ไป​ติด​ตาม​สิ่ง​ไร้​ค่า และ​ได้​กลาย​เป็น​สิ่ง​ไร้​ค่า”

แต่โดยพระคุณของพระเจ้า ทรงประทานพระเยซูมาเพื่อช่วยเรา
ให้เรากลับกลายเป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับพระเจ้าอีกครั้ง โดยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์
ที่หลั่งออกบนไม้กางเขนเพื่อเรา

3. พระเจ้าทรงทำให้​ประชา​ชน​ได้​ยิน​ขณะ​ที่พระเจ้าพูด​กับ​โมเสส เพื่อประชาชน​จะ​ได้​เชื่อ​ถือ​โมเสส​เสมอ

พระเจ้าเป็นคนสั่งโมเสสให้นำคนอิสราเอลออกจากอียิปต์ ไปยังดินแดนคะนาอัน
พระองค์เอง จึงเป็นผู้จัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นสำหรับการนำคนอิสราเอล
นั่นคือ ทำให้คนอิสราเอลเชื่อฟังโมเสส

เมื่อพระเจ้าทรงใช้ให้เราทำสิ่งใด
พระเจ้าผู้มอบหมายงานนั้นแก่เรา จะเป็นผู้ประทานสิทธิอำนาจในการทำงานนั้นให้แก่เราเอง
โดยวิธีการของพระองค์

4. การที่มนุษย์จะเข้าเฝ้าพระเจ้าได้นั้น เป็นเรื่องใหญ่โตและสำคัญมาก
คนอิสราเอลต้อง เตรียมตัว 2 วัน ซักเสื้อผ้าให้สะอาดด้วย ห้ามเข้าใกล้ก่อนเวลาด้วยเพราะอาจตายได้
และเข้าเฝ้าได้แบบห่างๆ เฉพาะคนที่พระเจ้าทรงเลือกเท่านั้นจึงเข้าไปใกล้ได้

วันนี้ โดยทางพระเยซูคริสต์ เราได้รับสิทธิพิเศษที่สุด
เราสามารถเข้าเฝ้าพระเจ้าได้ เสมอทุกที่ ทุกเวลา
เพียงเราจะถ่อมใจลง เปิดใจออก เข้าเฝ้าพระองค์ พูดคุยกับพระองค์
เพราะวันนี้ พระองค์ไม่ได้อยู่ห่างไกลเลย
แต่ทรงประทับอยู่ภายในเรา ทรงพร้อมที่จะให้เราเข้าเฝ้าพระองค์ได้ตลอดเวลา

จงอย่าปล่อยให้พระองค์ คอยนาน
จงรีบเข้ามาเฝ้าพระเจ้าเถิด

คำคม

“ การเข้าเฝ้าพระเจ้าได้ เป็นสิทธิพิเศษสำหรับผู้เชื่อวางใจในพระองค์ ”

สรุป อพยพ 18

ภาพรวม

  • ที่เรฟีดิม เยโธรพ่อตาของโมเสส มาหาโมเสส และได้แนะนำโมเสสเกี่ยวกับการบริหารจัดการประชาชน
  • สามารถรับชมรายละเอียดคำอธิบายเพิ่มเติม ของ อพยพบทที่ 18 ที่นี่ครับ 

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus18-71535

อพยพ บทที่ 18 หลังจากที่คนอิสราเอลชนะคนอามาเลขที่เรฟีดิมแล้ว
เยโธร พ่อ​ตา​ของ​โมเสส ผู้เป็น​ปุโร​หิต​แห่ง​มี​เดียน ก็ได้มาเยี่ยมโมเสส พร้อมกับ​ศิป​โป​ราห์​ภรรยา​ของ​โมเสส และลูกทั้งสองของโมเสส คือ ​เกอร์​โชม และ เอลี​เอ​เซอร์

โมเสส​ได้เล่า​ให้​พ่อ​ตา​ฟัง​ถึง​เหตุ​การณ์ต่างๆ ซึ่ง​พระ​เจ้าทรง​กระทำ​เพื่อทรงช่วยคนอิสราเอล
เยโธร​จึง​ สาธุ​การ​แด่​พระ​เจ้า แล้วกล่าวว่า บัด​นี้​เขา​ทราบ​แล้วว่า
​พระ​เจ้า​ทรง​เป็น​ใหญ่​กว่า​พระ​ทั้ง​ปวง เพราะ​พระ​องค์​ทรง​ช่วย​ประ​ชา​กร​ของ​พระ​องค์​ให้​พ้น​ภัย

เยโธร​จึง​นำ​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว และ​เครื่อง​สัตว​บูชา​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า

วัน​รุ่ง​ขึ้น โมเสส​นั่ง​ตัด​สิน​ความ​ให้​แก่ประชา​ชน ​ตั้ง​แต่​เช้า​จน​เย็น
เมื่อ​เยโธรเห็น​จึงแนะนำโมเสส ว่า
ถ้าทำแบบนี้ต่อไป ทั้งโมเสส​และ​ประชา​ชน​​คง​จะ​อ่อน​ล้า เพราะ​ภาระ​นี้​หนัก​เหลือ​กำลัง​
ดังนั้น โมเสสควร​ทำหน้าที่ เป็น​ผู้​แทน​ของ​ประชา​ชน​ นำ​ความ​กราบ​ทูล​พระ​เจ้า
และ​สั่ง​สอน​พวก​เขา​ให้​รู้​กฎ​เกณฑ์​และ​ธรรม​บัญ​ญัติของพระเจ้า

ส่วนหน้าที่ตัดสินปัญหาของประชาชน ก็ให้โมเสสเลือก คน​ที่​
– มี​ความ​สามารถ
– ​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า
– ​ไว้​ใจ​ได้
– เกลียด​สิน​บน
แล้ว​แต่ง​ตั้ง​พวกเขา​ไว้ เป็น​ผู้​ปก​ครอง​คน 1,000 ​คน​บ้าง 100 ​คน​บ้าง 50 คน​บ้าง 10 ​คน​บ้าง
ให้​พวก​เขา​พิ​พาก​ษา​คดี​ของ​ประชา​ชน​
ส่วน​คดี​ใหญ่ๆ ก็ค่อย​ให้​พวก​เขา​นำ​มา​แจ้ง​ต่อโมเสส
ทำแบบนี้โมเสส​ก็​จะ​สา​มารถ​ทน​ได้ และ​ประชา​ชน​​ก็​จะ​สบายด้วย

โมเสส​ก็​เชื่อ​ฟัง​และทำตาม คำแนะนำ​ของเยโธร ทุก​ประ​การ

แล้วเยโธร​ก็​กลับ​ไป​ยัง​แผ่น​ดิน​ของ​ตน

1. เมื่อโมเสสกระทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า พระเจ้าจะเป็นผู้จัดเตรียมสิ่งที่เขาขาดไปให้แก่เขาเอง
โมเสส มีจุดอ่อนเรื่องการบริหารจัดการ ประชากรจำนวนมาก
พระเจ้าก็ส่งเยโธรมาให้คำแนะนำแก่โมเสส

เมื่อเราเชื่อฟังและตั้งใจที่จะทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
แม้เราจะมีจุดอ่อนอยู่มากมายก็ตาม
พระเจ้าเองจะเป็นผู้จัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นแก่เรา สำหรับการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าให้สำเร็จ

2. คุณสมบัติของผู้นำที่ดี ที่โยโธรแนะนำโมเสส คือ
– มี​ความ​สามารถ ใช้ความสามารถตรงกับสิ่งที่พระเจ้าประทานให้
– ​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า ทำทุกสิ่งโดยเห็นแก่พระเจ้าเป็นสำคัญ
– ​ไว้​ใจ​ได้ มีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้รับมอบหมายเป็นอย่างดี
– เกลียด​สิน​บน ซื่อสัตย์ ไม่ลำเอียง

เราสามารถใช้คุณสมบัติเหล่านี้ เป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง และในการเลือกผู้ที่จะมาร่วมงานหรือร่วมชีวิตกับเรา ได้ เช่นกัน

3. โมเสสเชื่อฟังและทำตามคำแนะนำของเยโธร ทั้งที่เยโธรเป็นแค่ปุโรหิตของคนมีเดียน แต่โมเสสเป็นถึงคนของพระเจ้า ผู้นำคนอิสราเอล 3 ล้านคน ออกจากอียิปต์ด้วยฤทธิ์เดชยิ่งใหญ่

เพราะโมเสสถ่อมใจ จึงเรียนรู้และพัฒนา

หากเราอยากจะพัฒนาชีวิตของเรา จงถ่อมใจลงต่อผู้อื่น และต่อพระคำของพระเจ้า และต่อจำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้า

คำคม

“ พระเจ้าจะทรงจัดเตรียมทุกอย่างเพียงพอ ต่อการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าเสมอ ”

สรุป อพยพ 17

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้น้ำออกมาจากหิน และให้คนอิสราเอลรบชนะคนอามาเลข ที่เรฟีดิม
  • รับสามารถรับชมรายละเอียดคำอธิบายเพิ่มเติม ของ อพยพบทที่ 17 ที่นี่ครับ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 17 พระเจ้าทรงนำคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์ ทรงประทานมานาจากสวรรค์เป็นอาหารแก่พวกเขาทุกวัน

พระเจ้าทรงนำพวกเขา มาถึง เรฟี​ดิม
ที่​นั่น​ พวกเขาเริ่มไม่​มี​น้ำ​ดื่ม

ดังนั้นคนอิสราเอล​จึง​บ่น ต่อว่า​โมเสส และเกือบจะเอาหินขว้างโมเสส

โมเสส​จึง​ร้อง​ทูล​พระ​เจ้า
พระเจ้า​จึงให้​โมเสส​ ​เดิน​ล่วง​หน้า​ประชา​ชน​ และโดย​นำ​พวก​ผู้​ใหญ่​บาง​คน​ของ​อิส​รา​เอล​ไป​ด้วย
ไปถึง​ศิลา​ที่​ภูเขา​โฮเรบ แล้วให้​ตี​ศิลา​นั้น
แล้ว​น้ำ​จะ​ไหล​ออก​มา​ให้​ประชา​ชน​ดื่ม

โมเสส​ก็​ทำ​ตาม แล่้วก็มีน้ำออกมาจากหิน
โมเสส​จึงเรียก ​สถาน​ที่​นั้น​ว่า “มัสสาห์”(การ​ลอง​ดี) และ​”เมรี​บาห์”(การ​ขัดขืน)

เพราะ​ ณ ที่​นั้น คนอิสราเอล​ลอง​ดี​กับ​พระเจ้า​ว่า
“พระ​ยาห์​เวห์​สถิต​อยู่​ท่าม​กลาง​พวกเขา​จริง​หรือ?”

ต่อมา คน​อา​มา​เลข​ยก​มา​รบ​กับ​คน​อิส​รา​เอล​ที่​เร​ฟี​ดิม
โมเสส​สั่ง​โยชู​วา​เลือก​ผู้ชาย​ออก​ไป​สู้​รบ​กับ​คน​อา​มา​เลข
ส่วนโมเสส อาโรน และ​เฮอร์​ จะขึ้นไปบนภูเขา​

โย​ชู​วา​ก็​ทำ​ตาม​คำ​สั่ง​ของ​โมเสส
เมื่อโมเสส​ยก​มือ​ขึ้น อิส​รา​เอล​ก็​ได้​เปรียบ
เมื่อโมเสส​ลด​มือ​ลง​ พวก​อา​มา​เลข​ก็​ได้​เปรียบ
อาโรน​กับ​เฮอร์ จึงนำ​ก้อน​หิน​มา​วาง​ให้​โมเสส​นั่ง ​
และ​ช่วย​ยก​มือโมเสส​ขึ้น​คน​ละ​ข้าง จนถึง​ตะวัน​ตก​ดิน
​โย​ชู​วาก็​ปราบ​กอง​ทัพ​อา​มา​เลข​พ่าย​แพ้​

พระ​เจ้าจึงให้โมเสส ​เขียน​ข้อ​ความ​​ลง​ใน​หนัง​สือ​เพื่อ​เตือน​ความ​จำ และเล่า​ให้​โยชู​วา​ฟัง
ว่า พระเจ้า​จะ​ล้าง​เผ่า​พันธุ์​อา​มา​เลข​ให้​สิ้นไป

โมเสส​จึง​สร้าง​แท่น​บูชา​เรียก​ชื่อ​ว่า​ ยาห์​เวห์​นิสสี (พระเจ้า​ทรง​เป็น​ธงชัย​ของ​ข้า)

1. พระเจ้าทรงนำคนอิสราเอลมาถึงเรฟีดิม พวกเขาจึงไม่มีน้ำดื่มและถูกคนอามาเลขบุกมาโจมตี
พระเจ้าเอง เป็นผู้ทำให้พวกเขามีน้ำดื่มและปราบคนอามาเลขพ่ายแพ้ไป โดยการเชื่อฟังของโมเสสและโยชูวา

วันนี้ เราเดินติดตามพระเจ้า แม้ว่าจะทำได้ไม่ดีนัก จนมาพบกับปัญหาในชีวิต
อย่าให้เรา ลองดีกับกับพระเจ้า ด้วยสงสัยพระองค์ บ่นต่อว่าพระองค์หรือตัวแทนของพระองค์
แต่ให้เราเชื่อฟัง พระคำของพระเจ้า แล้วสถานการณ์จะคลี่คลายลงในทางที่ดี

2. พระเจ้านัดหมายสถานที่กับโมเสส ให้เดินไปข้างหน้า ถึงศิลาที่โฮเรบ
เมื่อโมเสสทำตาม แล้วตีหินที่นั่น น้ำก็ออกมาจากหิน

หากโมเสส เลือกวิธีการหรือสถานที่ตามใจตนเอง โดยไม่ฟังพระเจ้า
ต่อให้ตีหิน เหมือนกันเป๊ะ ก็คงไม่มีน้ำออกมา

หากเราอยากเห็นการอัศจรรย์ของพระเจ้าผ่านชีวิตของเรา เราต้องเชื่อฟังพระองค์ ทำตามใจปรารถนาของพระองค์ ตามวิธีการของพระองค์

3. การรบกับคนอามาเลข เมื่อโมเสส โยชูวา อาโรน เฮอร์ และชายหนุ่มทั้งหลาย ทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ โดย
– ไม่ได้ตำหนิคนอื่นที่ไม่ได้ทำเหมือนเรา (โยชูวาไม่ได้ตำหนิโมเสสที่ไม่ได้ออกไปช่วยรบ)
– ไม่ได้น้อยเนื้อต่ำใจ ที่พระเจ้าไม่ได้ใช้เขาทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ (อาโรนกับเฮอร์ แม้ไม่ได้เป็นผู้ยกไม้เท้า แต่ก็ยังยินดีเป็นผู้ช่วยยกมือของโมเสส)

วันนี้ ขอเพียงเราสัตย์ซื่อ ในส่วนที่พระเจ้ามอบหมายให้เราทำ ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เรามีส่วนในชัยชนะยิ่งใหญ่ของพระเจ้า

4. พระเจ้าไม่พอพระทัย คนอามาเลขอย่างยิ่ง จนปฏิญาณว่า จะลบชนชาตินี้ออกไปจากแผ่นดินโลก
ก็เพราะ ทั้งที่พวกเขารู้ว่า การที่คนอิสราเอลออกมาจากอียิปต์ และกำลังไปสู่คะนาอันนั้น เป็นการกระทำของพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด (พวกเขาคงได้ยินข่าวใหญ่แล้ว เกี่ยวกับการที่เกิดภัยพิบัติมากมายในอียิปต์ และเรื่องกองทัพทั้งหมดของฟาโรห์ถูกทำให้จมน้ำตายจนหมด)
ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังจงใจมาปล้น มาโจมตี มาขัดขวาง คนที่พระเจ้าทรงนำออกมาอีก

การขัดขวางผู้ที่กระทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า เป็นการกระทำที่พระเจ้าไม่พอพระทัยอบ่างยิ่ง

คำคม

“ เมื่อพระเจ้าทรงนำ ไม่ว่าจะพบอุปสรรคมากเพียงใดก็ตาม ก็ยังจะถวายเกียรติแด่พระเจ้า ”

สรุป อพยพ 16

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงประทานมานาและนกคุ้มเป็นอาหารสำหรับคนอิสราเอลในถิ่นทุรกันดาร

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 16 หลังที่คนอิสราเอลออกจากอียิปต์ ผ่านทะเลแดง ก็มาพบกับน้ำขมที่มาราห์ จากนั้นก็มาพบโอเอซิสที่ เอลิม

ต่อมาพวกเขา​ก็เดิน​ทาง​ออก​จาก​เอลิม ก็มา​ถึง​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​สีน
ใน​วัน​ที่​ 15 ​เดือน​ที่ 2 นับ​ตั้ง​แต่​ออก​จาก​อียิปต์

คนอิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ก็เริ่ม​บ่น​ต่อว่า​โม​เสส​และ​อา​โรน​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร ว่า
ตอนอยู่อียิปต์ แม้จะเป็นทาสยัง​อาหาร​อิ่ม​หนำ​
แต่โมเสสกับอาโรน​กลับ​นำพวกเขา​ออก​มา​ยัง​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​นี้ เพื่อ​ให้หิว​ตาย

พระเจ้าจึง​ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า
พระองค์​จะ​ให้​อาหาร​ตก​ลง​มา​เหมือน​ฝน​จาก​ท้อง​ฟ้า​สำหรับ​คนอิสราเอล
แต่มีคำสั่ง เพื่อจะลอง​ใจ​ พวก​เขา​ว่า จะเชื่อฟังพระองค์หรือ​ไม่ ดังนี้
– เมื่อ​ออก​ไป​เก็บ​แต่​พอ​กิน​เฉพาะ​วัน​หนึ่งๆ
– ใน​วัน​ที่​ 6 ​ให้​เก็บ​เพิ่ม​เป็น​สอง​เท่า​ของวัน​อื่นๆ

แล้วโมเสสจึงให้อาโรน บอกกับคนอิสราเอล ให้​มา​อยู่​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระเจ้า
ขณะที่อาโรนกำลังพูดอยู่นั้น พระ​รัศมี​ของพระเจ้าก็​ปรา​กฏ​อยู่​ใน​เมฆ
แล้ว​ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า
พระองค์ได้​ยิน​คำ​บ่น​ของ​คน​อิส​รา​เอล​แล้ว
ดังนั้นโมเสสจงบอกแก่​พวก​เขา​ว่า
ใน​เวลา​โพล้​เพล้ พวก​เขาจะ​ได้​กิน​เนื้อ ทั้ง​ใน​เวลา​เช้า​เจ้า​จะ​ได้​อาหาร​กิน​จน​อิ่ม

ดังนั้นเมื่อ​ถึง​เวลา​เย็น ฝูง​นก​คุ่ม​บิน​มา​เต็ม​ค่าย
ใน​เวลา​เช้า​ รอบ​ค่าย ก็มี​น้ำ​ค้างที่พอ​ระเหย​ไป​แล้ว
ก็มี​เกล็ด​บาง​ละเอียด​เหมือน​น้ำ​ค้าง​แข็ง​อยู่​บน​พื้น​ดิน​
พอ​แดด​ออก​ร้อนจัด​แล้ว​ สิ่งนั้นก็จะ​ละลาย​ไป
คน​อิส​รา​เอล​เรียก​​อา​หาร​นั้น ว่า “มานา” (นี่​อะไร​หนอ?)
มีลักษณะ​เหมือน​เมล็ด​ผัก​ชี​​สี​ขาว
​มี​รส​เหมือน​ขนม​แผ่น​ผสม​น้ำ​ผึ้ง

โม​เสส​จึง​บอก​พวก​เขา​ว่า นี่เป็น​อาหาร​ที่​พระเจ้า​ประ​ทาน​ให้​พวก​ท่าน​รับ​ประ​ทาน
แล้วโมเสสจึงบอกให้พวกเขา​เก็บ​เท่า​ที่​พอ​รับ​ประ​ทาน​อิ่ม ​คน​ละ 2 ​ลิตร
แต่พวกเขาบาง​คน​เก็บ​มาก บาง​คน​เก็บ​น้อย กว่า 2 ลิตร
พอเอาไป​ตวงดู คน​ที่​เก็บ​ได้​มาก​ก็​ไม่​มี​เหลือ และ​คน​ที่​เก็บ​ได้​น้อย​ก็​ไม่​ขาด​แคลน
ทุก​คน​เก็บ​ได้​เท่า​ที่​คน​หนึ่ง​รับ​ประ​ทาน​ได้

โมเสส​สั่ง​อีก​ว่า อย่า​ให้​ใคร​เหลือ​ไว้​จน​รุ่ง​เช้า
แต่​ก็มีบาง​คน​เหลือ​ไว้​จน​รุ่ง​เช้า
อาหาร​นั้น​ก็​มี​หนอน​ขึ้น และ​บูด​เหม็น

โมเสส​สั่งอีกว่า เมื่อ​ถึง​วันที่​ 6 ให้เก็บ​อาหาร​ 2 ​เท่า
วันที่ 7 เป็น​วัน​หยุด​พัก เป็น​สะ​บา​โต วัน​บริ​สุทธิ์​แด่​พระเจ้า
เมื่อ​พวก​เขาทำ​ตาม​ที่​โมเสส​สั่ง อาหาร​นั้น​ไม่​บูด​เหม็น​และ​ไม่​มี​หนอน​ใน​ วันที่ 7

โมเสสสั่งว่า ในวัน​สะ​บา​โต อย่าออกไปเก็บอาหารเพราะจะ​ไม่​พบ
แต่บาง​คน​ออก​ไป​เก็บ แต่​ก็​ไม่​พบเลย

แล้วพระเจ้าจึงตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
คนอิสราเอล​จะ​ขัด​ขืน​บัญ​ญัติ​และ​กฎ​หมาย​ของ​พระเจ้านาน​สัก​เท่า​ไร?

พระเจ้าสั่งให้โมเสส ตวง​มานา 2 ​ลิตร เก็บ​ไว้​ตลอด​ชั่ว​ชาติ​พันธุ์​ของ​อิสราเอล
เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​เห็น​แล้วระลึกถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อพวกเขาได้

โมเสสจึงเอามานาเก็บใส่​ไห​ลูก​หนึ่ง แล้ว​​วาง​มานา​นั้น​ลง​หน้า​หีบ​แห่ง​สักขี​พยาน(อพย. 25:10-22)

คน​อิส​รา​เอล​ได้​กิน​มานา 40 ปี
จน​พวก​เขา​เข้าไปในแผ่น​ดินแห่งพระสัญญา

1. พระเจ้าทรงลองใจคนอิสราเอล เพื่อให้พวกเขารู้ตัวเองว่า พวกเขาดื้อดึง ไม่เชื่อฟังมากเพียงใด
ซึ่งพวกเขาก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ว่า ไม่ว่าพระเจ้าสั่งอะไร เขาไม่เชื่อฟังทั้งสิ้น
ถึงกระนั้นพระเจ้ายังทรงเมตตาพวกเขา ประทานมานาและนกคุ้ม เป็นอาหารให้แก่พวกเขา

เมื่อมีเหตุการณ์ที่ไม่ปกติเกิดขึ้นกับชีวิตของเรา เป็นไปได้ว่าพระเจ้า กำลังจะทรงเปิดเผยให้เราได้รู้จักความอ่อนแอของเรา หรือจุดอ่อนของเราเอง เพื่อเราจะถ่อมใจลง เข้าหาพระเจ้า แล้วรับการเปลี่ยนแปลงโดยฤทธิ์อำนาจของพระองค์

บางคนอาจจะถามว่า แล้วทำไมพระเจ้าไม่เปลี่ยนเองเลย
คำตอบ ก็เพราะพระองค์อ่อนสุภาพและให้เกียรติมนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นตามแบบพระฉายาของพระองค์ พระองค์ให้เสรีภาพแก่มนุษย์ว่า จะเลือกยอมให้พระเจ้าเปลี่ยนแปลงเขาหรือไม่

2. คนอิสราเอลต้องออกไปเก็บมานา มาเป็นอาหารทุกวัน
แต่เมื่อพระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอล ไม่ต้องออกไปเก็บมานาในวันสะบาโต
จึงไม่ใช่ธุระของพวกเขาที่จะกังวลว่า ในวันสะบาโต จะเอาอะไรกิน มานาที่เก็บเช้าวันที่ 6 ค้างคืนถึงวันสะบาโตจะบูดหรือไม่
ธุระของเขาก็แค่ เชื่อฟัง ทำตามคำสั่งของพระเจ้าก็เพียงพอ ที่เหลือ ปล่อยเป็นหน้าที่ของพระองค์เอง

เมื่อพระเจ้าทรงสั่งให้เราทำอะไร หน้าที่ของเราก็แค่เชื่อฟัง
ที่เหลือไม่ว่ามีปัญหาอะไร พระองค์เคลียเอง

3. คนอิสราเอลมีมานากินตลอด 40 ปี ในถิ่นทุรกันดาร
มาหมดไป เมื่อพวกเขาไม่จำเป็นต้องใช้มันอีก เพราะเข้าในแผ่นดินคะนาอันแล้ว

พระเจ้าจะประทานสิ่งจำเป็นแก่เรา ตรายเท่าที่เรายังจะเป็นต้องมีมัน
วันใดที่มันหมดไป แสดงว่า พระเจ้าเห็นว่าเรา เราไม่จำเป็นต้องใช้มันอีกต่อไปแล้ว

คำคม

“ พระเจ้าประทานสิ่งที่จำเป็นแก่เรา อย่างเพียงพอเสมอ ”

สรุป อพยพ 15

ภาพรวม

  • เมื่อออกจากทะเลแดงแล้ว โมเสสก็นำคนอิสราเอลเข้าไปในถิ่นทุรกันดารชูร์ แล้วมาถึงมาราห์ จากนั้นเดินทางต่อไปยังเอลิม ที่ที่มีบ่อน้ำ 12 บ่อ และต้นอินทผลัม 70 ต้น

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 15 หลังจากโมเสสนำคนอิสราเอลเดินข้ามทะเลแดง และกองทัพของฟาโรห์จมน้ำตายหมดแล้ว

​โม​เสส​กับ​คน​อิส​รา​เอล​ ก็ร้อง​เพลง​ถวาย​พระ​เจ้า มีเนื้อหา​ว่า
พวกเขาขอสรรเสริญพระเจ้า เพราะ​พระ​องค์​ทรง​ทำให้กองทัพของอียิปต์จมลง​ใน​ทะเล
พวกเขาจม​ลง​เหมือน​ตะกั่ว​ใน​กระ​แส​น้ำ​ที่​ไหล​เชี่ยว​นั้น
พระเจ้า​ทรง​เป็น​กำลัง​และ​บท​เพลง​และความรอดของ​พวกเขา
พระเจ้า​ทรง​เป็น​นัก​รบยิ่งใหญ่
พระ​หัตถ์​ขวา​ของ​พระเจ้า​ก็ทรง​อานุ​ภาพ​ยิ่ง
​ไม่มีพระ​ องค์​ไหน​จะ​เป็น​เหมือน​พระเจ้า ​ผู้​ทรง​งาม​สง่าใน​ความ​บริ​สุทธิ์ และ​น่า​เกรง​ขาม​ด้วย​พระ​สิริ ​และ​ทรง​ทำ​การ​อัศ​จรรย์
พระเจ้าเต็มด้วย​ความ​รัก​มั่น​คง ทรง​นำ​ชน​ชาติ​ซึ่ง​ทรง​ไถ่​ไว้ ​มา​ถึง​ที่​สถิต​อัน​บริ​สุทธิ์​ของ​พระ​องค์
เมื่อชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย​ได้​ยิน​ถึงฤทธานุภาพของพระเจ้า ก็​พา​กัน​สะ​ทก​สะ​ท้าน หวาดผวา และตัวสั่น
ไม่ว่าจะเป็น คน​ฟีลิส​เตีย​ คน​เอโดม​ คน​โมอับ​ก็​ตัว​สั่น คน​คา​นา​อัน​ทั้ง​ปวง​ก็​ระส่ำ​ระสาย​ไป
พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่และ​จะ​ทรง​ครอบ​ครอง​อยู่​เป็น​นิตย์​นิ​รันดร์

แล้วมิเรียม​ พี่​สาว​ของโมเสส และ​ผู้หญิง​ทั้ง​หมด​ ก็​ถือ​รำ​มะ​นา พร้อม​กับ​เต้น​รำ​ไป​ด้วย
มิเรียม​ สรรเสริญพระเจ้าว่า
พระเจ้าทรง​ได้​ชัย​ชนะ​อย่าง​ใหญ่​หลวง พระ​องค์​ทรง​กวาด​ม้า​และ​พล​ม้า​ลง​ใน​ทะเล

​ออก​จาก​ทะเล​แดง​แล้ว โมเสสก็นำคนอิสราเอลไป​ยัง​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ชูร์
หลังจากเดินทางมา 3 วัน ก็ยัง​ไม่​พบ​น้ำ​เลย

พอมาถึง​ตำ​บล​มา​ราห์ ก็พบน้ำ
แต่​น้ำกลับมีรส​ขม จนดื่มไม่ได้เสียอีก

ประชา​ชน​จึงบ่น​ต่อ​ว่า​โมเสส​
โม​เสส​ก็​ร้อง​ทูล​พระเจ้า
พระเจ้าสั่งให้โมเสส โยน​ต้น​ไม้​ต้น​หนึ่ง​ลง​น้ำ
แล้ว น้ำก็​จืด ดื่มได้

ณ ที่ มาราห์ นี้ พระเจ้า​ประ​ทาน​กฎ​เกณฑ์​และ​ทรง​ลอง​ใจ​พวก​เขา
ทำตัวอย่างให้พวกเขาดู ว่า
ถ้า​พวกเขา​ใส่​ใจ​ฟัง​พระ​สุร​เสียง​ของ​​พระ​เจ้า​ และ​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูก​ต้อง​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระ​องค์
​เงี่ย​หู​ฟังและรักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​องค์แล้ว
โรค​ต่างๆ ซึ่งเกิด​แก่​คน​อียิปต์​นั้น เรา​จะ​ไม่​ให้​เกิด​ขึ้น​กับ​พวกเขา​เลย
เพราะพระเจ้าทรงเป็นแพทย์ของพวกเขา

แล้วพวก​เขาก็เดินทางต่อ​มา​ถึง​เอลิม ที่​มี​บ่อ​น้ำพุ 12 ​บ่อ มี​ต้น​อินท​ผลัม​ 70 ​ต้น
พวก​เขา​จึง​ตั้ง​ค่าย​ใกล้​บ่อ​น้ำ​นั้น

1. พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่ อุดมด้วยความรักมั่นคง สมควรรับการสรรเสริญอย่างยิ่ง
เราสมควรปฏิบัติต่อพระองค์ความยำเกรงและเทิดทูน

วันนี้ เราปฏิบัติต่อพระเจ้า ด้วยความยำเกรงและเทิดทูนมากเพียงใด?

2. พระเจ้าจงใจให้คนอิสราเอลไม่พบน้ำเลยตลอดการเดินทาง 3 วัน และพอมาพบน้ำก็ขมดื่มไม่ได้อีก
ไม่ใช่เพราะพระองค์จะแกล้งพวกเขา
แต่ต้องการสอนเรื่องที่สำคัญมากๆ สำหรับชีวิตของพวกเขา
พระองค์จึงจำเป็นต้องผูกการสอนนั้น เข้ากับตัวอย่างที่พวกเขาจะจดจำได้อย่างติดตาตรึงใจ
หาน้ำไม่ได้ 3 วัน
และเมื่อสอนพวกเขาแล้ว พวกเขาไม่เพียงแต่ได้ดื่มน้ำสมใจ
แต่ต่อมาก็ได้มาพบกับน้ำพุถึง 12 บ่อ และต้นอินทผลัมอีก 70 ต้น ปาร์ตี้กันให้หนำใจไปเลย

เมื่อพระเจ้าอนุญาตให้บางอย่างเกิดขึ้นกับเรา
พระองค์ไม่ได้แกล้งเรา แต่พระองค์มีพระประสงค์บางอย่าง เพื่อประโยชน์และผลดีสำหรับเรา
พระองค์ต้องการสอนอะไรบางอย่างในเรื่องฝ่ายวิญญาณแก่เรา
และเมื่อเราได้รับการเรียนรู้การสอนเหล่านั้นแล้ว
ก็จะมีงานเลี้ยงปาร์ตี้รอเราอยู่

คำคม

“ หลังชัยชนะในทะเลแดง อาจเจอน้ำขม แต่หลังน้ำขมจะมีงานเลี้ยงใหญ่ ”

สรุป อพยพ 14

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงแหวกทะเลแดงเพื่อให้คนอิสราเอลเดินข้ามไป แต่เมื่อกองทัพของฟาโรห์ตามเข้าไปในทะเลแดง น้ำก็ไหลกลับเข้ามาท่วมกองทัพของฟาโรห์ตายจนหมด

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 14 เมื่อคนอิสราเอลออกจากอียิปต์ พระเจ้าทรงนำเขามาตั้ง​ค่าย​บริ​เวณ​ริม​ทะเล หน้า​ปิ​หะ​หิ​โรท
ระหว่าง​มิก​ดล​กับ​ทะเล หน้า​บา​อัล​เซ​โฟน

ส่วนฟาโรห์​ ทราบ​ว่าคนอิสราเอล​ไป​หมดแล้ว
ท่าที​ของ​ฟา​โรห์​และ​ของ​พวก​ข้า​ราช​การ​ ​ก็​เปลี่ยน​ไป
พวก​เขาเปลี่ยนใจไม่ต้องการให้คนอิสราเอลไป

​ฟาโรห์​จึงจัดทัพตามคนอิสราเอล​ไป
มีรถ​รบ​อย่าง​ดี 600 คัน​กับ​รถ​รบ​อื่น​ทั้ง​หมด​ของ​อียิปต์
มี​นาย​ทหาร​ประ​จำ​อยู่​ทุก​คัน

คน​อียิปต์​ที่ไล่​ตาม​มามี​ทั้ง​ม้า​และ​รถ​รบ​ทั้ง​สิ้น​ของ​ฟา​โรห์
พวกเขา​มา​ทัน​คน​อิส​รา​เอล​ที่​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ริม​ทะเล

เมื่อ​ฟา​โรห์​​เข้า​มา​ใกล้เต็มทีแล้ว คน​อิส​รา​เอล​ก็​​หวาด​กลัว​ยิ่ง​นัก
จึง​ร้อง​ทูล​พระ​เจ้า
และพวก​เขาตำหนิ​โมเสส​ว่า ทำไม​จึง​พา​พวก​เขา​ออก​มา​ตาย​ที่นี่
ควรปล่อยให้​พวก​เขา​รับ​ใช้​คน​อียิปต์​ดีกว่า มาตายที่นี่

โม​เสส​จึงบอกพวกเขา ​ว่า อย่า​กลัว​ ให้คอย​ดู​ความ​รอด​จาก​พระ​เจ้า
เพราะพระเจ้า​จะ​ทรง​รบ​แทนพวกเขา

พระ​เจ้า​จึงสั่งโมเสส​ ให้สั่ง​ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล​เดิน​หน้า​ต่อ​ไป
และให้โมเสส​ยก​ไม้​เท้า ​ยื่น​มือ​ออก​ไป​เหนือ​ทะเล ​แล้ว​ทะเล​นั้นจะ​แยก​ออก

เวลานั้นเสา​เมฆ​ซึ่ง​อยู่​ข้าง​หน้าคนอิสราเอล
ก็​กลับ​มา​ตั้ง​อยู่​ข้าง​หลัง​พวก​เขา
กั้น​ระหว่าง​กองทัพ​อียิปต์​และ​คน​อิส​รา​เอล ​ทั้ง​สอง​ฝ่าย​จึง ​เข้า​ใกล้​กัน​ไม่ได้ตลอด​คืน

โม​เสส​ทำตามที่พระเจ้าสั่ง ยื่น​มือ​ออก​เหนือ​ทะเล
แล้วก็มี​ลม​ตะวัน​ออก​พัด​โหม​ไล่​น้ำ​ทะเล​ตลอด​คืน ทำ​ให้​ทะเล​กลาย​เป็น​ดิน​แห้ง
และ​น้ำ​แยก​ออก​จาก​กัน ตั้ง​เป็น​เหมือน​กำแพง​ทั้ง​ทาง​ขวา​และ​ทาง​ซ้าย
คน​อิส​รา​เอล​ก็​เดิน​ผ่าน​กลาง​ทะเล​บน​ดิน​แห้ง

ส่วน​คน​อียิปต์​ก็​ไล่​ตาม​พวก​เขา​เข้า​ไป​กลาง​ทะเล
ปรากฏว่า​ล้อ​รถ​ฝืด​จน​แล่น​แทบ​ไม่​ไหว
คน​อียิปต์​จึง​พูด​กัน​ว่า ให้​หนี​จาก​คน​อิส​รา​เอล​กันเถิด เพราะ​พระเจ้า​ทรง​ต่อ​สู้​​เพื่อ​พวก​เขาแล้ว

พระเจ้าสั่ง​โม​เสส​ว่า ให้​ยื่น​มือ​ออก​เหนือ​ทะเล เพื่อ​ให้​น้ำ​ทะเล​ไหล​กลับ​คืน​มา​ท่วม​คน​อียิปต์
โม​เสส​ก็ทำตาม
ทะเล​ก็​ไหล​กลับ​ดัง​เดิม
น้ำ​ก็​ไหล​กลับ​ท่วม​กอง​กำลัง​ทั้ง​หมด​ของ​ฟา​โรห์​ตายหมด ไม่​เหลือ​สัก​คน​เดียว

คน​อิส​รา​เอล​เห็น​ศพ​คน​อียิปต์​อยู่​ที่​ชาย​ทะเล
คนอิส​รา​เอล​​ก็​เกรง​กลัว​พระ​เจ้า
พวก​เขา​เชื่อ​ถือ​พระ​เจ้าและ​เชื่อ​โม​เสส​

1. ทั้งที่คนอิสราเอลเดินตามทางที่พระเจ้าทรงนำ แต่พวกเขาก็ยังมาติดอยู่ริมทะเลแดงไปต่อไม่ได้
แล้วกองทัพของฟาโรห์ก็ไล่ตามพวกเขามาจนทัน

พวกเขาหวาดกลัวท้อแท้ ไม่อยากเดินตามทางของพระเจ้าอีกต่อไป
อยากกลับไปเป็นทาสเหมือนเดิมดีกว่า

แต่สุดท้ายพระเจ้าทรงทำให้พวกเขาเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า
และมีความเชื่อเพิ่มพูนยิ่งขึ้นจากเหตุการณ์นี้

วันนี้ ทั้งที่เราก็เดินติดตามพระเจ้าอย่างสัตย์ซื่อ แต่เราอาจก็กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่ในชีวิต
จนอาจกำลังรู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจ
แต่ให้เรารู้เถิดว่า โดยพระเจ้า พระองค์ทรงทำให้เหตุการณ์นี้ถวายเกียรติแด่พระเจ้า และกลายเป็นประโยชน์แก่เรา
ขอเพียงเราอยู่เฉยๆ รอคอยการช่วยกู้ซึ่งมาจากพระเจ้าของเรา

2. เพราะพระเจ้าทรงสู้รบแทนคนอิสราเอล
กองทัพอียิปต์ ผู้ไล่ตามล่าอิสราเอล
จึงไปเป็นฝ่ายวิ่งหนีคนอิสราเอล

เมื่อเราฝากปัญหาของเราไว้กับพระเจ้า
เราไม่ได้หนีปัญหา แต่อีกไม่นานปัญหามันจะหนีหายจากเราไป

3. โมเสส ชายอายุ 80ปี นำคนอิสราเอลเดินผ่านทะเลแดง และทำให้กองทัพของฟาโรห์จมน้ำตายกันหมด
โดย เพียงแค่ยกไม้เท้าขึ้นเท่านั้นเอง ซึ่งแค่นี้ใครๆก็ทำได้

เมื่อโมเสสเชื่อฟังพระเจ้า เขาเพียงทำในส่วนที่เขาทำได้
แล้วการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ก็เกิดขึ้น

วันนี้ เพียงแค่เราแสวงหาพระเจ้า แล้วกระทำตามน้ำพระทัยของพระองค์
ด้วยการกระทำที่เชื่อฟังของเรา ไม่ว่าจะเล็กน้อยสักเพียงใด
ก็สามารถนำการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ให้เกิดขึ้นได้
โดยพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด

คำคม

“ อย่า​กลัว​เลย จง​​นิ่ง​อยู่ คอย​ดู​ความ​รอด​จาก​พระ​เจ้า ซึ่ง​ทรง​ทำ​เพื่อ​ท่าน​ใน​วัน​นี้ ”

สรุป อพยพ 13

ภาพรวม

  • เมื่อคนอิสราเอลออกจากอียิปต์ พระเจ้าทรงให้พวกเขาจัดเทศกาลขนมปังไร้เชื้อ และพิธีถวายบุตร เพื่อระลึกถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อเขาในอียิปต์นั้น

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 13 เมื่อโมเสสนำคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์นั้น

พระ​เจ้าได้ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า
ให้คนอิสราเอลถวาย​ลูก​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​แด่พระเจ้า ทั้ง​มนุษย์และ​สัตว์

โม​เสส​จึงบอก​ประชา​ชน​ว่า
ให้พวกเขา​ระลึก​ถึง​วัน​นี้ ที่​พระเจ้าพาพวก​เขาออก​มา​จากการเป็นทาสใน​อียิปต์
นำพวกเขาไปยังดินแดนคานาอัน แผ่น​ดิน​ที่​มี​น้ำ​นม​และ​น้ำ​ผึ้ง​ไหล​บริ​บูรณ์
ดังนั้นพวกเขาจงระลึกถึง โดยการ​กิน​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ​เป็น​เวลา​ 7 ​วัน
และ​วัน​ที่ 7 ก็ให้ประกาศเป็น ​เทศ​กาล​เลี้ยง​ถวาย​เกียรติ​พระ​เจ้า
และ ใน​วัน​นั้น ให้บอก​ลูกหลาน​​ว่า
ที่​ทำ​อย่าง​นี้​ก็​เพื่อระลึกถึง​เหตุ​การณ์ที่พระเจ้า​ได้​ทรง​ทำ​เพื่อ​พวกเขา เมื่อออก​จาก​อียิปต์
ให้พวกเขา​รักษา​กฎ​เกณฑ์​นี้​ตาม​กำหนด​ทุกๆ ปี

ทุก​อย่าง​ที่​ออก​จาก​ครรภ์​ครั้ง​แรก​นั้น
​จง​แยก​ถวาย​แด่​พระเจ้า
ถ้าเป็นแกะ ก็ฆ่าถวายบูชา
ถ้าเป็นลา ก็​เอา​ลูก​แกะ​ไถ่​ลูก​ลา​หัว​ปี (คงเพราะลาฆ่าแล้วเอาไปกินต่อไม่ได้)
ถ้าเป็นบุตรชาย ก็จง​เอาแกะไถ่​บุตร​ชาย​หัวปี​
ที่ทำเช่นนี้เพื่อระลึกถึงว่า ทรง​ประ​หาร​ลูก​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์​
ทั้ง​ของ​มนุษย์​และ​ของ​สัตว์

เมื่อ​คนอิสราเอลออกจากอียิปต์แล้ว
พระ​เจ้า​ไม่​ได้​ทรง​นำ​พวก​เขา​ไป​ทาง​แผ่น​ดิน​ของ​คน​ฟี​ลิส​เตีย​
แม้​ว่า​จะ​เป็น​ทาง​ใกล้กว่า
เพราะ​เกรง​ว่า​เมื่อ​พวกเขาเผชิญ​สง​คราม พวก​เขา​จะ​เปลี่ยน​ใจ​และ​กลับ​ไป​ยัง​อียิปต์

พระ​เจ้า​จึง​ทรง​นำ​พวกเขา​อ้อม​ไป​ทาง​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ ไปยัง​ทะเล​แดง
โม​เสส​เอา​กระ​ดูก​ของ​โย​เซฟ​ไป​ด้วย เพราะ​โย​เซฟ​ได้สั่งเสียเอาไว้
พวก​เขา​ออก​จาก​เมือง​สุค​คท ไป​ตั้ง​ค่าย​ที่​เอ​ธาม​ซึ่ง​อยู่​ริม​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร
พระเจ้าทรงนำ​ทาง​พวก​เขา​ใน​เวลา​กลาง​วัน​ด้วย​เสา​เมฆ และ​ใน​เวลา​กลาง​คืน​ด้วย​เสา​เพลิง
​พวก​เขา​จีง​เดิน​ทาง​ได้​ทั้ง​กลาง​วัน​และ​กลาง​คืน
พระ​องค์​ไม่ได้​ทรง​ให้​เสา​เมฆ​​และ​เสา​เพลิง​​คลาด​จาก​เบื้อง​หน้า​พวกเขาเลย

1. พระเจ้าทรงให้ โมเสสกำหนดเทศกาลกินขนมปังไร้เชื้อ และพิธีถวายบุตรหัวปี ให้คนอิสราเอลทำตามตลอดไป เพื่อให้พวกเขาไม่ลืมสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำแก่เขาในวันที่พระองค์ทรงนำเขาออกจากการเป็นทาสในอียิปต์ และประหารบุตรหัวปีของชาวอียิปต์ แต่ให้บุตรหัวปีของพวกเขารอดชีวิต โดยเลือดของแกะปัสกา

ไม่ใช่เพราะพระเจ้าจะทวงบุณคุณ หรือ ชอบให้สรรเสริญในเรื่องอดีตที่ผ่านมามากๆ
เพราะทุกสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ล้วนเป็นที่สรรเสริญพระเจ้าอยู่แล้ว มากมายเต็มไปหมด ดังนั้นจะขาดคำสรรเสริญจากคนอิสราเอล มนุษย์ผู้เป็นแต่ผงคลีดินไปสักไม่กี่ล้านคน ไม่ใช่สาระสำคัญเลย

แต่ที่พระองค์ให้คนอิสราเอล คอยเตือนตนเองและระลึกถึงสิ่งที่พระองค์ทรงช่วยกู้เขา ก็เพราะพระองค์ทรงรักพวกเขา
ตราบเท่าที่เขาระลึกถึงการช่วยกู้ของพระเจ้า เขาก็จะหันมาหาพระเจ้าด้วยความเชื่อ เมื่อเขาเผชิญหน้ากับปัญหาหรือภัยต่างๆ
การระลึกถึงการช่วยกู้ของพระเจ้า ทำให้พวกเขารู้ตัวและมั่นใจว่า พวกเขาเป็นประชากรของพระเจ้า ดังนั้นจะทำให้พวกเขาแสวงหาพระเจ้า และติดตามพระองค์ไป แล้วได้รับพระพรตลอดไป

วันนี้ การที่เราระลึกถึงสิ่งที่พระเจ้าทำแก่เราในอดีตที่ผ่านมา จะช่วยให้เราเติบโตขึ้นในความเชื่อ และพร้อมที่จะเผชิญหากับปัญหาในปัจจุบันได้อย่างสง่างาม

2. พระเจ้าทรงนำอิสราเอล เลี่ยงไม่ไปทางดินแดนของฟิลิสเตีย ไม่ใช่เพราะพระเจ้าไม่สามารถช่วยเขาให้รบชนะพวกฟิลิสเตียได้
แต่เพราะความเชื่อของพวกเขา ยังไม่พร้อมสำหรับสงครามใหญ่เช่นนั้น
เกรงว่า ยังไม่ทันใช้ความเชื่อ ก็หนีกลับอียิปต์กันหมดเสียแล้ว
พวกเขาจำเป็นต้องมีประสบการณ์กับพระเจ้า มากยิ่งขึ้นก่อน
แล้วประสบการณ์นั้นจะเพิ่มความเชื่อ แล้วความเชื่อก็จะทำให้มีประสบการณ์มากยิ่งขึ้นอีก

พระเจ้าทรงรู้จักเราเป็นอย่างดี
พระองค์จะไม่ให้เราต้องเผชิญการทดลองที่เกินขนาดความเชื่อของเรา
นั่นหมายความว่า ความเชื่อเพียงเล็กน้อยที่เรามีในเวลานี้
ก็มากเพียงพอแล้วที่เราจะผ่านพ้นเหตุการณ์วันนี้ไปได้อย่างมีชัยชนะ

3. เสาเมฆและเสาเพลิง ได้นำคนอิสราเอลเสมอมา เมื่อพวกเขาอยู่ในถิ่นทุรกันดารนั้น
แดดไม่ร้อนเกินไปในกลางวัน
ความมืด ไม่มืดเกินไปในเวลากลางคืน
พระเจ้าจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นอย่างเพียงพอ สำหรับพวกเขาในถิ่นทุรกันดาร

เมื่อพระเจ้าทรงนำเราให้พบกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก
พระองค์จะจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นอย่างเพียงพอสำหรับเราในการดำเนินผ่านสถานการณ์นั้นไปได้

คำคม

“ โดยการจัดเตรียมของพระเจ้า เราจะผ่านมันไปได้ ”

สรุป อพยพ 12

ภาพรวม

  • พระเจ้าให้คนอิสราเอลทำพิธีปัสกาฆ่าลูกแกะเอาเลือดมาทาที่ประตู แล้วในคืนนั้นพระองค์ทรงประหารลูกหัวปีของชาวอียิปต์ทั้งหมด แต่คนอิสราเอลปลอดภัย ฟาโรห์และคนอียิปต์จึงขอให้คนอิสราเอลรีบออกไปจากอียิปต์โดยเร็วที่สุด

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 12 เมื่อพระเจ้าประกาศถึงภัยพิบัติสุดท้ายที่พระเจ้าจะลงโทษอียิปต์แล้ว

พรเจ้า​จึงตรัส​กับ​โม​เสส​และ​อาโรน ว่า
จากนี้ไปให้กำหนด​เดือน​นี้​เป็น​เดือนแรกของปี สำหรับคนอิสราเอล
ใน​วัน​ที่​ 10 ​เดือน​นี้ ให้​​เตรียม​ลูก​แกะตัวผู้ อายุ 1 ปี​ บ้านละ 1 ตัว​
ให้​เก็บแกะนั้น​ไว้​ให้​ดี​ จนถึง​วัน​ที่ 14 ​เดือน​นี้
แล้ว​ใน​เย็น​วัน​นั้น ให้ฆ่า​ลูก​แกะ​นั้น
แล้ว​เอา​เลือด​ทา​ที่​วง​กบ​ประตู​ ทั้ง​ด้าน​บน​และ​ด้าน​ข้าง​ทั้ง​สอง​ข้าง​ของ​บ้าน​ที่​​เลี้ยง​กัน​นั้น​
ใน​คืน​วัน​นั้น​ให้​ คนอิสราเอล​กิน​เนื้อแกะ​ปิ้ง​กับ​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ​และ​ผัก​รส​ขม
เนื้อแกะต้อง​กิน​ให้​หมด
แต่​ถ้า​ยัง​มี​เศษ​เหลือ​ถึง​เวลา​เช้า ก็​ให้​เผา​เสีย
คืนนั้น ให้​คาด​เอว สวม​รอง​เท้า และ​ถือ​ไม้เท้า​ไว้​ใน​มือ และ​รีบ​กิน​โดย​เร็ว
การ​เลี้ยง​แบบนี้ จะเรียกว่า “​ปัสกา​ของ​พระเจ้า”

พระเจ้าตรัสอีกว่า
ใน​คืน​วัน​นั้น พระเจ้า​จะ​ประ​หาร​ลูก​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์​ทั้ง​ของ​มนุษย์​และ​ของ​สัตว์
แต่บ้านใดมี​เลือด​ทาที่วงกบประตู​บ้าน​ จะปลอดภัย

พวก​เจ้า​จง​กิน​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ​ให้​ครบ​ 7 วัน คือวันที่ 14-21 ของเดือนแรกนี้
ใน​วัน​แรก และวันที่ 7 ของการกินขนมปังไร้เชื้อ ​ให้​มี​การ​ประ​ชุม​บริ​สุทธิ์
ห้าม​ทำ​งาน​ใดๆ นอก​จาก​การ​จัด​เตรียม​อาหาร​ให้​ทุก​คน​รับ​ประ​ทาน

แล้ว​โม​เสสก็ทำตามที่พระเจ้าตรัส คือ สั่งให้คนอิสราเอล ฆ่า​ลูก​แกะ​ปัส​กา
และ​เอา​ต้น​หุสบ​​จุ่ม​ลง​ใน​เลือด​แกะนั้น แล้ว​ป้าย​เลือด​นั้น​ที่​วง​กบ​ประตู​ทั้ง​ด้าน​บน​และ​ด้าน​ข้าง​ทั้ง​สอง​ข้าง
และห้าม​ผู้ใด​ออก​ไปพ้น​ประตู​บ้าน​ของ​ตน​จน​ถึง​รุ่ง​เช้า

แล้วคนอิส​รา​เอล​ก็​ไป​ทำ​ตาม

ใน​เวลา​เที่ยง​คืน พระเจ้า​ทรง​ประ​หาร​บุตร​หัว​ปี​ทุก​คน​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์
ตั้ง​แต่​​บุตร​หัว​ปี​ของ​ฟา​โรห์ จน​ถึง​บุตร​หัว​ปี​ของ​นัก​โทษ​ที่​อยู่​ใน​คุก​มืด
ทั้ง​ลูก​หัว​ปี​ของ​สัตว์​เลี้ยง​ทุก​ตัว

จึงมี​เสียง​ร้องไห้​คร่ำ​ครวญ​ดัง​มาก​ใน​อียิปต์
เพราะ​ไม่​มี​บ้าน​ไหน​เลย​ที่​ไม่​มี​คน​ตาย

ฟา​โรห์​จึง​รียก​โม​เสส​กับ​อา​โรน​ให้​มา​เข้า​เฝ้า​ใน​คืน​นั้น
แล้วบอกให้รีบพาคนอิสราเอลออกไปโดยเร็ว
เอา​ฝูง​แพะ​แกะ​และ​ฝูง​โค​ของ​พวก​เจ้า​ไป​ด้วย​ตาม​ที่​ขอ​ไว้​แล้ว
จง​ไป และขอ​อวย​พรให้ฟาโรห์​ด้วย

คน​อิส​รา​เอล​ทำ​ตาม​ที่​โม​เสส​สั่ง​ไว้ คือ​
ขอ​เครื่อง​เงิน เครื่อง​ทอง และ​เครื่อง​นุ่ง​ห่ม​จาก​คน​อียิปต์
พระเจ้าทรง​บัน​ดาล​ให้​คน​อียิปต์​ให้​สิ่ง​ของ​ตาม​ที่​ขอ

คน​อิส​รา​เอล​ออก​จาก​เมือง​ราเม​เสส​ไป​ถึง​เมือง​สุค​คท
มีผู้ชายประ​มาณ 600,000 คน ไม่​รวม​เด็ก
และมี​คน​ชาติ​อื่น​จำ​นวน​มาก​ติด​ตาม​ไป​ด้วย
พร้อม​ทั้ง​ฝูง​ปศุ​สัตว์​มากมาย

ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล​อยู่​ใน​อียิปต์​เป็น​เวลา 430 ปี
แล้วพระเจ้าก็ทรงนำ​พวก​เขา​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์
พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอล จัดเทศกาลปัสกาทุกปี ตลอดไป
เพื่อจะระลึกถึงการที่พระเจ้า​ทรง​นำคนอิส​รา​เอล​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์​

1. เดือนแรกของปฏิทิน​ของ​ชาว​ยิว ​คือ เดือน​อาบีบ หรือ นิสาน ซึ่ง​ตรง​กับ​กลาง​เดือน​มีนาคม
แต่คนยิวขะฉลองเทศกาลปี​ใหม่​ ใน ​เดือน​ที่ ​7 เดือนเอธานิม

2. พิธีปัสกา เป็นการระลึกถึงพระเจ้าทรงช่วยคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์
วันนั้น เพราะลูกแกะตัวหนึ่งตาย บุตรหัวปีของคนอิสราเอลจึงรอดตาย
โมเสสให้เอาไม้หุสบจุ่มเลือด มาทาที่วงกบ

เป็นภาพเล็งถึงพระเยซูคริสต์ ผู้เสด็จมาช่วยมนุษย์ให้พ้นจากการเป็นทาสของบาป
สิ้นพระชนม์ในช่วงวันปัสกา เพราะพระเยซูตาย เราจึงรอดพ้นความตายชั่วนิรันดร์
ตอนพระเยซูถูกตรึงบนไม้กางเขน ไม้หุสบก็ถูกใช้เช่นกัน ใน ยน. 19:29 “ที่​นั่น​มี​ภาชนะ​ใส่​เหล้า​องุ่น​เปรี้ยว​วาง​อยู่ พวก​เขา​จึง​เอา​ฟอง​น้ำ​ชุบ​เหล้า​องุ่น​เปรี้ยว​ใส่​ปลาย​ไม้​หุสบ ชู​ขึ้น​ให้​ถึง​พระ​โอษฐ์​ของ​พระ​องค์”

ขอบคุณพระเยซูทรงตายเพื่อเราจะได้ชีวิต และได้อย่างครบบริบูรณ์

3. สังเกตได้อย่างชัดเจน พระเจ้าชอบให้เราระลึกถึงสิ่งที่พระองค์ได้ทรงกระทำเพื่อเรา

เป็นการดีที่จะขอบพระคุณพระเจ้าเสมอ ทุกวัน ในสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำแก่เรา
วันนี้ คุณขอบคุณพระเจ้าแล้วหรือยัง?

4. ในเวลาแห่งการพิพากษาของพระเจ้า
คืนนั้น ท่ามกลางคนอียิปต์เต็มไปด้วยเสียงร้องไห้คร่ำครวญโศกเศร้า
แต่ท่ามกลางคนอิสราเอล เต็มไปด้วยงานปาร์ตี้ กินแกะปิ้งกันตลอดคืน

ในวันแห่งการพิพากษาที่กำลังจะมาถึงในอนาคต
สำหรับคนเหล่านั้นที่รับการประพรมโดยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ จะเป็นวันแห่งความชื่นชมยินดีอย่างยิ่ง
แต่สำหรับคนบาปทั้งหลาย วันนั้นจะเป็นวันที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดตั้งแต่เขาเกิดมา

คำคม

“ พระเจ้าทรงเสด็จมาช่วยเราให้พ้นจากการเป็นทาสบาปแล้ว ”

สรุป อพยพ 11

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้โมเสสเตือนฟาโรห์ถึงภัยพิบัติประการสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นในอียิปต์ จนฟาโรห์และคนอียิปต์ จะรีบไล่คนอิสราเอลออกจากอียิปต์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 11 เมื่อฟาโรห์ยังคงไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไป แม้อียิปต์จะพบภัยพิบัติถึง 9 ประการแล้วก็ตาม
ฟาโรห์จึงไล่โมเสสและอาโรนออกไปจากวัง แล้วบอกว่าถ้าเห็นหน้าอีกครั้งจะฆ๋าให้ตายเสีย

เวลานั้น​โม​เสส ​เป็น​ที่​นับ​ถือ​และเกรงกลัวมาก​ของชาวอียิปต์ทั้งปวง
โมเสส จึงประ​กาศ​แก่ฟาโรห์ ด้วยความโกรธ​อย่าง​ยิ่งว่า

พระเจ้าตรัส​ดัง​นี้​ว่า เวลา​ประ​มาณ​เที่ยง​คืน
พระเจ้าจะ​ประหาร​ลูก​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์​
ตั้ง​แต่​พระ​ราช​บุตร​หัว​ปี​ของ​ฟา​โรห์​ จน​ถึง​บุตร​หัว​ปี​ของ​ทาส​หญิง​ผู้​อยู่​หลัง​เครื่อง​โม่​แป้ง
ทั้ง​ลูก​หัว​ปี​ของ​สัตว์​ด้วย
แล้ว​จะ​มี​การ​ร้องไห้​เสียง​ดัง​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์​อย่าง​ที่​ไม่​เคย​มี​มา​ก่อน
ส่วน​คน​หรือ​สัตว์​ของคน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​สิ้น​จะปลอดภัย
แล้วข้า​ราช​การ​​ของ​ฟาโรห์จะ​​มา​กราบ​ลง​ต่อ​หน้าโมเสส
เพื่อขอ​ให้​โมเสสกับ​ประ​ชา​กร​ที่​ติด​ตาม​โมเสส ไป​เสีย​จากอียิปต์
​จาก​นั้นโมเสส​ก็​จะ​ออก​ไป

เหตุที่โมเสสประกาศกับฟาโรห์อย่างนั้น ก็เพราะว่า
พระ​เจ้าจึง​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
พระองค์​จะ​นำ​ภัย​พิบัติ​มา​สู่​ฟา​โรห์​และ​อียิปต์​อีก​อย่าง​เดียว
แล้ว​ฟา​โรห์​จะ​รีบ​ไล่คนอิสราเอลออก​จาก​อียิปต์​จน​หมด​อย่าง​แน่นอน
ดังนั้นโมเสส จง​บอก​ประชา​ชน​ทั้ง​ชาย​และ​หญิง​
ให้​ขอ​เครื่อง​เงิน​เครื่อง​ทอง​จาก​เพื่อน​บ้าน​ของ​ตน
พระ​เจ้าจะ​ทรง​ให้คนอิสราเอลเป็น​ที่​โปรด​ปราน​ใน​สาย​ตา​คน​อียิปต์

บทสรุปของเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ก็คือ
​พระเจ้าตรัส​กับ​โม​เสส​ไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่า
ฟา​โรห์​จะ​ไม่​ยอม​ฟัง​โมเสสและอาโรน
เพื่อ​การ​อัศ​จรรย์​ของพระองค์จะ​ทวี​ขึ้น​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์
ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นก็เพราะใจ​ของ​ฟาโรห์​กระ​ด้าง​
​ไม่​ทรง​ยอม​ปล่อย​ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล​ออก​ไป​จาก​แผ่น​ดิน​ของเขา

1. โมเสส ผู้ต้องหนีตายจากอียิปต์เมื่อ 40 ปีก่อน ซึ่งเวลานั้นเขาไม่เป็นที่ยอมรับนับถือแม้แต่จากชนชาติของเขาเอง
ตอนนี้ เขาอายุถึง 80 ปีแล้ว ความสามารถที่ได้เรียนรู้จากอียิปต์ก็ลืมไปแทบหมดสิ้นแล้ว กลายเป็นคนเลียงแพะแกะในต่างแดน
แต่เพราะเขายอมให้พระเจ้าทรงใช้
บัดนี้ เขากลับเป็นที่นับถือไม่เพียงแต่ในคนอิสราเอลเท่านั้น แม้แต่ข้าราชการและประชาชนของอียิปต์ก็ยังนับถือเขาอย่างมากอีกด้วย

เมื่อเรายอมให้พระเจ้าทรงใช้เรา ตามวิธีการของพระองค์
ไม่ว่าเราจะต่ำต้อยหรืออ่นแอสักเพียงใดก็ตาม
ชีวิตของเรา ก็สามารถเป็นพระพรและถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้

2. พระเจ้าประสงค์ให้คนอิสราเอลออกจากอียิปต์
แต่ฟาโรห์และพวกข้าราชการ ไม่ต้องการให้ไป
สุดท้ายแล้วทั้งฟาโรห์และพวกข้าราชการ ก็ต้องมาปราบขอร้องให้โมเสสช่วยพาคนอิสราเอลออกไปด้วยเถิด

ไม่ว่าความประสงค์ของมนุษย์จะเป็นอย่างไรก็ตาม
แต่ในที่สุดพระประสงค์ของพระเจ้า จะสำเร็จ

วิธีที่ฉลาดที่สุดสำหรับมนุษย์ในการเลือกตัดสินใจ
คือ เลือกที่จะกระทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
เพราะนั่นจะนำความสำเร็จ นำผลดีและพระพรมากมายมาสู่ชีวิตของเรา

3. โดยความช่วยเหลือของโยเซฟเมื่อ 400 ปีก่อน ทำให้อียิปต์มั่งคั่งด้วยทรัพย์สมบัติมากมาย
แต่ต่อมาคนอียิปต์จับคนอิสราเอลทั้งหมดไปเป็นทาส ยึดทรัพย์สมบัติของคนอิสราเอลไป
บัดนี้ พระเจ้าทรงดลใจให้คนอียิปต์ ยอมมอบ​เครื่อง​เงิน​เครื่อง​ทอง​มากมายแก่คนอิสราเอล

ในเรื่องนี้ นอกจากเราจะเห็นความยุติธรรมของพระเจ้าแล้ว
เรายังเห็นการจัดเตรียมของพระองค์ในเวลาของพระองค์
เพราะช่วงเวลาหลายร้อยปีที่เป็นทาสในอียิปต์ ​เครื่อง​เงิน​เครื่อง​ทอง​ย่อมไม่ใช่สิ่งสำคัญหรือจำเป็นอะไรเลย
แต่บัดนี้คนอิสราเอลกำลังจะอกไปสร้างประเทศใหม่
​เครื่อง​เงิน​เครื่อง​ทอง​ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนอิสราเอลแล้ว

พูดง่ายๆคือ พระเจ้าให้ฝากไว้ก่อนหลายร้อยปี
พอถึงเวลาจะเป็นต้องใช้ ก็เอากลับคืนมา

วันนี้ พระเจ้ามีเวลาที่เหมาะสมและดีที่สุด สำหรับสิ่งต่างๆในชีวิตของเรา
หากเรายังไม่ได้รับ หรือเราต้องสูญเสียมันไป
คำตอบง่ายๆก็คือว่า พระเจ้าทรงเห็นว่า ยังไม่ใบ่เวลาที่เราจำเป็นต้องมีสิ่งเหล่านั้น
วันใด ที่พระเจ้าทรงเห็นว่า เราจำเป็นแล้ว พระองค์จะประทานมาให้แก่เราอย่างแน่นอน

คำคม

“ ยิ่งไม่กลับใจ ยิ่งนำภัยมาสู่ตน ”

สรุป อพยพ 10

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้ฝูงตั๊กแตนมาทำลายพืชทั้งหมดในอียิปต์ และให้เกิดความมืดอย่างยิ่ง ถึงกระนั้นฟาโรห์ก็ยังไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไป
  • สามารถรับชมรายละเอียดคำอธิบายเพิ่มเติม ของ อพยพบทที่ 10 ที่นี่ครับ >>
    https://www.youtube.com/watch?v=Bdq91iF3Wsw&t=1286s

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 10 หลังจากภัยพิบัติ 7 อย่าง ผ่านพ้นไป ฟาโรห์ก็ยังไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไป

พระเจ้า​จึงให้​โม​เสส​และ​อา​โรน​ ไปบอกฟา​โรห์ ว่า
ถ้ายัง​จะ​ขัด​ขืน​ไม่​ยอม​อ่อน​น้อม​ต่อ​พระเจ้า โดยไม่ยอมปล่อยประชากรของพระเจ้าไป​นาน​สัก​เท่า​ไร?
พรุ่ง​นี้พระเจ้า​จะ​ให้​ตั๊ก​แตน​ปา​ทัง​ก้า​เข้า​มา​ในอียิปต์ มากมายจน​มอง​ไม่​เห็น​พื้น​ดิน

พวก​ข้า​ราช​การ​กราบ​ทูล​ฟา​โรห์​ว่า
ขอ​ทรง​ปล่อย​คนอิสราเอลเถิด ไม่งั้นอียิปต์​จะ​พินาศ​หมดแน่

ฟาโรห์จึงเรียกโม​เสส​และ​อา​โรน​มา​เข้า​เฝ้า​อีก
ฟาโรห์เริ่มใจอ่อน จึงถามว่า
ถ้าจะไป จะมีใครไปบ้าง?

โมเสสตอบว่า
ทั้ง​คน​หนุ่ม​ ทั้ง​ผู้​อา​วุ​โส ทั้ง​เด็กๆ และ​ฝูง​แพะ​แกะ​ ฝูง​โค

ได้ยินดังนั้น ฟาโรห์จึงไม่ยอมให้ไป
แล้วไล่โมเสสและอาโรนออกจากวังไป

พระ​เจ้า​จึงสั่ง​โม​เสส ให้​เหยียด​มือ​ออก​เหนือ​แผ่น​ดิน​อียิปต์
เมื่อโมเสสทำตาม
ก็มี​ลม​ตะวัน​ออก​พัด​มา​ ​ตลอด​วัน​และ​ตลอด​คืน ​หอบ​ฝูง​ตั๊ก​แตน​มามากมายมหาศาล
​ปก​คลุม​ทั่ว​พื้น​แผ่น​ดิน​จน​มืด​ไป​หมด
พวกมัน​กิน​พืช​ผัก​ ผลไม้ และต้นไม้ ทุก​อย่าง​ใน​แผ่น​ดิน

ฟา​โรห์​ทรง​รีบ​ให้​คน​ไป​ตาม​ตัว​โม​เสส​และ​อา​โรน​เข้า​เฝ้า​ทันที
แล้วกล่าวขอโทษ ต่อพระ​เจ้า​และ​ต่อโมเสสกับอาโรน
แล้วขอให้โมเสสช่วย​วิง​วอน​พระ​เจ้า​ ให้ฝูงตั๊กแตนไปเสีย

โม​เสส​ก็​​วิง​วอน​ต่อพระเจ้า
แล้วกระ​แส​ลมก็เปลี่ยนทิศ พัด​ฝูง​ตั๊ก​แตน​ไป​ตก​ใน​ทะเล​แดง​จน​ไม่​เหลือ​เลย​สัก​ตัว​เดียว​ ทั่ว​เขต​แดน​อียิปต์

แต่ฟา​โรห์ก็เปลี่ยนใจไม่​ยอม​ปล่อย​คน​อิส​รา​เอล​ไปอีก

พระเจ้าจึงสั่ง​โม​เสส​ ให้​ชู​มือ​ขึ้น​สู่​ท้อง​ฟ้า เพื่อ​ให้​มี​ความ​มืด​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์ เป็น​ความ​มืด​จน​สัม​ผัส​ได้
โม​เสสก็ทำตาม
แล้ว​ความ​มืด​ทึบ​ ก็​เกิด​ขึ้น​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์ 3 วัน
พวก​เขา​มอง​กัน​ไม่​เห็น ไม่​มี​ใคร​ลุก​ไป​จาก​ที่​อยู่​ของ​ตน​ 3 ​วัน
แต่​มี​แสง​สว่าง​อยู่​ใน​ที่​อาศัย​ของ​คนอิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด

ฟา​โรห์​จึง​บอกโม​เสส​ ว่า
ให้ไปนมัสการพระเจ้าได้ รวมทั้งเด็กๆด้วย แต่​ฝูง​แกะ​และ​ฝูง​โค​ไม่ต้องเอาไป

แต่โม​เสสตอบว่า
ต้องไปทั้งหมด ขาด​ไม่​ได้​สัก​ตัว​เดียว

ดังนั้นฟา​โรห์​จึง​ไม่​​ยอม​ ไม่อนุญาตให้คนอิสราเอลออกไป

ฟา​โรห์​​สั่ง​โม​เสส ​ว่า
ให้ไป​ให้​พ้น อย่า​มา​ให้​เรา​เห็น​หน้า​อีก​เลย ไม่งั้นโมเสสจะ​ต้องตายแน่

โม​เสส​จึง​ตอบว่า
ใช่​แล้ว เขา​จะ​ไม่​มา​ให้​ฟาโรห์​เห็น​หน้า​อีก​เลย

1. จากบุคลิกลักษณะของฟาโรห์องค์นี้ ทำให้เรารู้จักลักษณะของคนที่ใจแข็งกระด้าง ว่า เป็นดังนี้
– ไม่สนใจคำแนะนำของผู้อื่น(พวกข้าราชการ)
– เย่อหยิ่งยโส ต่อมนุษย์ หรือแม้แต่ต่อพระเจ้า (​ขัด​ขืน​ไม่​ยอม​อ่อน​น้อม​ต่อ​พระเจ้า)
– ไม่สนใจหลักการ จะทำตามใจตนเองซะอย่าง ใครจะทำไม? (กษัตริย์ควรรักษาคำพูด แต่ฟาโรห์กลับไม่มีสัจจะ)
– ได้เห็น ได้รับรู้ คำเตือนแล้ว ก็ยังไม่ยอมกลับใจจากทางที่ผิด

วันนี้ เราควรสำรวจตนเองดูว่า มีลักษณะของความแข็งกระด้างในจิตใจทำนองนี้ อญุ่ในจิตใจของเราบ้างหรือไม่?

2. มืดจน​สัม​ผัส​ได้ ในข้อ 21 หมายถึง มืดจน​รู้สึก​ได้ นั่นคือ ​มืด​สนิท​จริงๆ จน​มอง​อะไร​ไม่​เห็น​เลย ต้อง​นั่ง​ๆ ​นอน​ๆ อยู่​กับ​ที่​ เป็น​เวลา 3 วัน ชาว​อียิปต์​จึง​ต้อง​รู้​สึก​สลด​หด​หู่​ใน​เวลา​เช่นนี้

3. ในการเจรจาต่อรองของฟาโรห์ต่อโมเสส เจรจามาถึงขั้น ยอมให้คนอิสราเอลไปได้ทั้งหมด รวมทั้งเด็กๆด้วย ขอเพียงแค่อย่าเอาฝูงสัตว์ไปด้วย
ซึ่งโมเสส ก็ไม่ยอม
ดังนั้น ฟาโรห์ จึงไม่ยอมเหมือนกัน
น่าเสียดายที่ ฟาโรห์เสียดายฝูงสัตว์ จนกระทั่งนำความตายมาสู่บุตรชายมากมายของชาวอียิปต์ รวมทั้งบุตรของตนด้วย
ว่าไปแล้ว ไม่คุ้มเลย ที่เอาชีวิตลูกชายของตนไปแลกกับฝูงสัตว์เหล่านั้น

การไม่ยอมจำนนต่อพระเจ้า หรือ การหวงบางสิ่งไว้จากพระเจ้า
จะนำปัญหาใหญ้โตมากยิ่งกว่าที่คิดมาสู่ชีวิต

4. ในบทนี้ โมเสสต้องเผชิญหน้ากับการทดลองหลายครั้ง
เมื่อฟาโรห์ยื่นข้อเสนอให้คนอิสราเอลไปได้ แต่ต้องละบางคนหรือบางอย่างไว้
เพียงแค่ โมเสสยอมอ่อนข้อบ้าง บางอย่าง เขาก็จะสามารถนำคนอิสราเอลออกจากอียิปต์สำเร็จแล้ว

แต่โมเสสสอบผ่านการทดลองนี้ไปได้อย่างสง่างาม
เขาไม่ยอมอ่อนข้อต่อฟาโรห์ แม้แต่นิดเดียว
เขาทำตามคำสั่งของพระเจ้า 100%

ในทุกวันนี้ เราก็ต้องเผชิญการทดลองทำนองเดียวกับโมเสสอยู่เสมอ
เมื่อ การอ่อนข้อให้กับวิถีแห่งโลกนี้ หรือให้กับบาป นิดๆหน่อย ก็จะทำให้เราประสบความสำเร็จได้งดงาม
เราจะเลือกตัดสินใจอย่างไร?
ยอมอ่อนข้อ อลุ่มอล่วยบ้าง เล็กๆน้อยๆ
หรือ จะทำตามอย่างโมเสส ไม่ยอมอ่อนข้อหรือประนีประนอม สิ่งที่ขัดกับคำสั่งของพระเจ้าเลย แม้เพียงเล็กน้อย

คำคม

“ การไม่ยอมถ่อมใจลงต่อพระเจ้า เป็นการจงใจทำร้ายตนเอง ”

สรุป อพยพ 9

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้มีภัยพิบัติอย่างที่ 5 , 6 และ 7 เกิดขึ้นในอียิปต์ ได้แก่ โรคระบาดในสัตว์ ฝีพุพอง และไฟกับลูกเห็บ แต่ฟาโรห์ก็ยังใจแข็งกระด้างไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไป

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 9 หลังจากภัยพิบัติที่ 3 ฝูงเหลือบ ผ่านพ้นไป ฟาโรห์ก็ใจแข็งกระด้างอีก จึงกลับคำไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไป
พระเจ้าจึงทรงใช้​โม​เสส​ ไปบอกฟาโรห์​ว่า จง​ปล่อย​ประ​ชา​กร​ของ​พระเจ้าไป​นมัส​การพระองค์
​ถ้า​​ไม่​ยอม​ปล่อย พรุ่งนี้ พระเจ้าจะ​ทำ​ให้​ฝูง​​สัตว์​ใน​ทุ่ง​นา ฝูง​ม้า ฝูง​ลา ฝูง​อูฐ ฝูง​โค และ​ฝูง​แพะ​แกะ เป็น​โรค​ระบาด​ร้าย​แรง
แต่​​ฝูง​สัตว์​ของคน​อิส​รา​เอล​จะ​ไม่​ตาย

แล้ว​ฟาโรห์ก็ไม่ยอม พระเจ้าจึงทรง​ทำ​สิ่ง​ที่ทรงตรัสไว้นั้น
แต่​ใจ​ของ​ฟา​โรห์​ยัง​คงแข็ง​กระ​ด้าง
ไม่​ทรง​ยอม​ปล่อย​ให้​ประ​ชา​กร​ไป

พระเจ้าจึงสั่ง​โม​เสส​และ​อา​โรน ให้​กำ​เขม่า​จาก​เตา​ให้​เต็ม​กำมือ แล้ว​ให้​โม​เสส​ซัด​ขึ้น​ไป​ใน​อา​กาศ​ต่อ​หน้า​ฟาโรห์ แล้วเขม่า​นั้น​จะ​กลาย​เป็น​ฝุ่น​ปลิว​ไป​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์ แล้ว​ทำ​ให้​เกิด​เป็น​ฝี​พุ​พอง​​ทั้ง​ตัว​คน​และ​สัตว์​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์

โมเสสกับอาโรนก็ทำตาม แล้วก็เกิดขึ้นอย่างที่พระเจ้าตรัสไว้
แต่​พระ​เจ้า​ทรง​ให้​ใจ​ของ​ฟา​โรห์​กระ​ด้าง ไม่​ยอม​ฟัง​โม​เสส​และ​อาโรน

พระเจ้าสั่ง​โมเสส​ ให้ไปบอกฟาโรห์ ให้ปล่อยคนอิสราเอลไป
มิฉะนั้น พรุ่ง​นี้​พระเจ้า​จะ​ให้​ลูก​เห็บ​ตก​ลง​มา​อย่าง​หนัก อย่าง​ที่​ไม่​เคย​มีมาก่อน​ใน​อียิปต์
เพราะ​ฉะนั้น จง​สั่ง​ให้​ต้อน​ฝูง​สัตว์​และ​สาร​พัด​ที่​อยู่​ใน​ทุ่ง​นา​ให้​เข้า​ที่​กำบัง เพื่อจะไม่​โดน​ลูก​เห็บ​ตาย​

ปรากฏว่า มีข้า​ราช​การ​ของ​ฟา​โรห์​ที่​เกรง​กลัว​ คำตรัส​ของ​พระ​เจ้า ก็​ให้​ทาส​และ​ฝูง​​สัตว์​ของ​ตน​หลบ​เข้า​ไป​ใน​บ้าน
แต่​ผู้​ที่​ไม่​สน​ใจ​ ก็​ปล่อย​ให้​ทาส​และ​ฝูง​สัตว์​ของ​ตน​อยู่​ใน​ทุ่งนา

แล้วพระเจ้าให้โมเสส ​ชู​มือ​ขึ้น​ยัง​ท้อง​ฟ้า แล้ว​ ​มี​เสียง​ฟ้า​ร้อง มี​ลูก​เห็บ และ​ไฟ​ตก​บน​แผ่น​ดิน ​อย่าง​ต่อ​เนื่อง ​ทำ​ลาย​ทุก​อย่าง​ที่​อยู่​ใน​ทุ่ง​นา​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์​ทั้ง​คน​ ​สัตว์ ต้นไม้ และ​ผัก​หญ้า​ทุก​อย่าง​ใน​ทุ่ง​นา​
​แต่ที่​แผ่น​ดิน​โกเชน​ซึ่งคนอิส​รา​เอล​อยู่​นั้น ไม่​มี​ลูก​เห็บ​ตก​เลย

ฟา​โรห์​จึง​พูดกับโมเสส​และ​อา​โรน​ ว่า ครั้ง​นี้​เขา​ทำบาป เขา​กับ​พล​เมือง​ของ​เขา​ผิด พระเจ้า​เป็น​ฝ่าย​ถูก
ดังนั้นขอ​โมเสสช่วย​ทูลพระเจ้า ​ให้​ยุติ​เสียง​ฟ้า​ร้อง​และ​ลูก​เห็บ​ด้วยเถิด
แล้ว​เขา​จะ​ปล่อยคนอิสราเอลไป

โมเสสก็ร้องทูลพระเจ้า แล้ว เสียง​ฟ้า​ร้อง​กับ​ลูก​เห็บ​นั้น​ก็​หยุด
แต่พอ​ฟาโรห์​ทราบ​ว่า ฝน ลูก​เห็บ​และ​ฟ้า​ร้อง​นั้น​หยุด​แล้ว
ก็กลับคำ​อีก ทั้ง​ฟาโรห์​และ​พวก​ข้า​ราช​การก็มีใจ​แข็ง​กระ​ด้าง
​ไม่​ยอม​ปล่อยคน​อิส​รา​เอล​ไป

1. ภัยพิบัติที่ 5 เกิดโรคระบาดทำให้ฝูงสัตว์ในทุ่งนาตายหมด(อพย. 9:6) ไม่ใช่สัตว์ทั้งหมดในอียิปต์ แต่เฉพาะในทุ่งนา เพราะใน อพย.9:9 และ 9:20-21 ก็การกล่าวถึงฝูงสัตว์อีก และอพย.14 ก็มีกล่าวถึงม้าของทหารอียิปต์ตอนไล่ตามอิสราเอล
ท่ามกลางการพิพากษาอันรุนแรงของพระเจ้า ก็ยังพบพระเมตตาในนั้น
เหมือนใน อพย. 9:32 เมื่อลูกเห็บตกมาทำลายพืชเสียสิ้น ก็ยังทรงเหลือต้น​ข้าว​สาลี​และ​ต้น​ข้าว​สเปลต์ เอาไว้

2. เมื่อพระเจ้าทรงให้ภัยพิบัติจากลูกเห็บเกิดขึ้น
บางคนที่เชื่อและเกรงกลัวคำเตือนจากพระเจ้า พวกเขาไม่พบความเสียหายใดๆ
ส่วนคนที่ไม่เชื่อหรือไม่เกรงกลัวคำเตือนนั้น พวกเขาต้องพบการสูญเสียครั้งใหญ่

เมื่อพระเจ้าเตือน แล้วเราเกรงกลัวแล้วรีบกลับใจ เราจะปลอดภัย
ต่อให้มีเหตุการร้ายนั้นเกิดขึ้นจริงๆ แต่เราก็จะรอดปลอดภัย
แต่ถ้าไม่อย่างนั้น เราจะพบกับความเสียใจ

3. ใน อพย. 9:27 เป็นครั้งแรกที่ ฟา​โรห์​​เริ่ม​ตระหนัก​ว่า ภัย​พิบัติ​ต่างๆ นั้น ​เป็น​เพราะการที่เขา​ไม่​เชื่อ​ฟังพระเจ้า
ฟาโรห์ดูเหมือนจะกลับใจ แต่เป็นการกลับใจแค่ชั่วคราว ซึ่งเป็นการกลับใจจอมปลอม
ไม่อาจนำผลการเปลี่ยนที่แท้จริงให้เกิดขึ้นได้

วันนี้ เรารู้ตัวและสำนึก ในสิ่งเราทำผิดพลาดพลั้งบาปไป หรือยัง?
แล้วเราพร้อมที่จะตัดสินใจ กลับอย่างแท้จริง อย่างจริงใจ แล้วหรือยัง?

คำคม

“ การกลับใจชั่วคราว เป็นการกลับใจจอมปลอม ”

สรุป อพยพ 8

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้ภัยพิบัติเกิดขึ้นในอียิปต์ จาก ฝูงกบ ฝูงริ้น ฝูงเหลือบ แต่ฟาโรห์ก็ยังคงใจแข็งกระด้างไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไปอยู่ดี
  • สามารถรับชมรายละเอียดคำอธิบายเพิ่มเติม ของ อพยพบทที่ 8 ที่นี่ครับ >>
    https://www.youtube.com/watch?v=Bdq91iF3Wsw&t=921s

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 8 หลังจากพระเจ้าทำให้แม่น้ำไนล์กลายเป็นเลือดแล้ว 7 วัน
พระเจ้า​ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า ให้เขา​ไป​บอก​ฟา​โรห์​ว่า
พระเจ้าสั่งให้​ปล่อย​ประ​ชา​กร​ของ​พระเจ้าไป​นมัส​การ​พระองค์
ถ้า​ฟาโรห์​ไม่​ยอม​ พระเจ้า​จะ​ลงโทษอียิปต์ด้วย​ฝูงกบ
ฝูง​กบ​จะ​เต็ม​ทั้ง​แม่​น้ำ​ไนล์ ​ใน​วัง ใน​ห้อง​นอน และ​บน​ที่​นอน​ ใน​บ้าน ตาม​ตัวคน ใน​เตา​ปิ้ง​ขนม และ​ใน​อ่าง​ขยำ​แป้ง​ของ​พวกเขา

แล้ว​พระ​เจ้าให้โม​เสส​ ​บอก​อาโรน​ให้​เหยียด​มือ​ที่​ถือ​ไม้​เท้า​ออก​
เหนือ​แม่​น้ำ ลำ​คลอง หนอง บึง ให้​ฝูง​กบ​ขึ้น​มา​บน​แผ่น​ดิน​อียิปต์

เมื่ออา​โรน​ทำตาม กบ​ก็​ขึ้น​มา​เต็ม​แผ่น​ดิน​อียิปต์
พวก​ที่​ใช้​เวท​มนตร์​คา​ถา​ก็​ทำให้​มี​ฝูง​กบ​ขึ้น​มา​บน​แผ่น​ดิน​อียิปต์​เหมือน​กัน

ฟา​โรห์​จึงพูดกับ​โม​เสส​และ​อา​โรน ​ว่า
ให้พวกเขาช่วยอธิษฐานต่อพระเจ้า ให้ฝูง​กบ​ไป​เสีย​จาก​อียิปต์
แล้ว​ฟาโรห์​จะ​ยอม​ปล่อย​ให้​คน​อิส​รา​เอล​ไป​ถวาย​สัตว​บูชา​แด่​พระ​เจ้า

โม​เสส​จึงถาม​​ฟา​โรห์​ว่า อยากให้ฝูงกบไปเมื่อไร
ฟา​โรห์ตอบ​ว่า “พรุ่ง​นี้”
โม​เสส​จึงบอกว่า ฝูง​กบ​จะ​ไป​จาก​ฟาโรห์ และบ้านเมืองอียิปต์
เหลือ​อยู่​แต่​ใน​แม่​น้ำ​ไนล์ ในวันพรุ่งนี้

แล้ว​โม​เสส​ร้อง​ทูลต่อ​พระเจ้า​ เรื่อง​ฝูง​กบ​ที่​ทรง​ให้​มา​รบ​กวน​ฟา​โรห์
พระ​เจ้า​ทรง​ทำ​ตาม​คำ​ขอของ​โม​เสส
ฝูง​กบ​เหล่า​นั้น​ก็​ตาย​เกลื่อน​ไปหมด แผ่น​ดิน​ก็​เหม็น​ตลบ

เมื่อ​ฟา​โรห์​เห็นว่า​ความ​เดือด​ร้อน​บรรเทา​ลง​แล้ว ก็​มี​พระ​ทัย​กระ​ด้าง​อีก
และ​ไม่​ทรง​ยอม​เชื่อ​ฟัง​โม​เสส​กับ​อา​โรน

พระเจ้า​ให้​โม​เสสบอก​อา​โรน​ว่า
ให้ใช้​ไม้​เท้า​ตี​ผง​คลี​ดิน​ให้​กลาย​เป็น​ตัว​ริ้น​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์
อาโรนก็ทำตาม ริ้นจึง​มา​ตอม​มนุษย์​และ​สัตว์​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์

​พวก​ที่​ใช้​เวท​มนตร์​คาถา​ก็​พยา​ยาม​ทำ​ให้​เกิด​ริ้น แต่​ก็​ทำ​ไม่​ได้
พวกเขาจึง​ทูล​ฟา​โรห์​ว่า “นี่​เป็น​กิจ​การ​ของ​พระ​เจ้า”
แต่​ฟา​โรห์​มี​พระ​ทัย​กระ​ด้าง ไม่​ยอม​ฟัง​พวก​เขา

พระเจ้าใช้​โม​เสส​ ไปบอกฟาโรห์ว่า ​
ถ้า​ไม่​ปล่อย​ประ​ชา​กร​ของ​พระเจ้าไป
พระเจ้าจะ​ใช้​ฝูง​เหลือบ​มา​ตอมคน​อียิปต์​จะ​เต็ม​ไป​ทั่วแผ่นดินอียิปต์
ยกเว้นใน​โกเชน ซึ่งประ​ชา​กร​ของ​พระเจ้าอาศัย​อยู่​นั้น​

แล้ว​พระ​เจ้าก็​ทรง​ทำ​ดัง​นั้น เหลือบ​ฝูง​ใหญ่​มาก​เข้า​มาทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์ ทำให้แผ่น​ดิน​ก็​เสีย​หาย​ย่อย​ยับ​

ฟา​โรห์​จึง​เรียก​โม​เสส​กับ​อา​โรน​มา แล้ว​สั่ง​ว่า จง​ไป​ถวาย​สัตว​บูชา​แด่​พระ​เจ้า​ใน​เขต​แผ่น​ดิน​นี้ก็แล้วกัน
โม​เสสตอบว่า หากทำเช่นนั้น คนอียิปต์จะเอาหินขว้างพวกอิสราเอลจนตาย เพราะการถวายสัตวบูชาของคนอิสราเอล เป็น​สิ่ง​พึง​รังเกียจ​ของ​คน​อียิปต์ (เพราะโคที่จะเอามาถวายเป็นเครื่องบูชา คนอียิปต์ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์)
ดังนั้นคนอิสราเอล​ต้อง​เดิน​ทาง​ไป​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​เป็น​ระยะ​ทาง​ 3 ​วัน และ​ถวาย​สัตว​บูชา​ที่นั่น

ฟา​โรห์​จึง​ยอมตกลง แล้วบอกว่า​ อย่า​ไป​ไกล​นักและให้วิง​วอน​เพื่อ​ฟาโรห์​ด้วย

โม​เสส​จึงตอบว่า เขา​จะ​อธิษ​ฐาน​ทูล​พระ​เจ้า ขอ​ให้​ฝูง​เหลือบ​ไป​จาก​อียิปต์​ใน​วัน​พรุ่ง​นี้
แต่​ขอ​ฟาโรห์อย่า​กลับ​คำ​อีก

โมเสสจึงไปอธิษ​ฐาน​ต่อ​พระ​เจ้า
แล้วพระเจ้าทรง​ทำ​ตาม​คำ​ทูล​ของ​โม​เสส
ทรง​ให้​ฝูง​เหลือบ​ไป​จาก​ฟา​โรห์ จาก​ข้า​ราช​การ​และ​จาก​พล​เมืองอียิปต์
ไม่​เหลือ​อยู่​สัก​ตัว​เดียว

แต่​ฟา​โรห์​ก็​กลับคำ มี​พระ​ทัย​แข็ง​กระ​ด้าง​อีก ไม่​ยอม​ปล่อย​ประ​ชา​กร​ไป

1. ชาว​อียิปต์เชื่อว่า กบ​หรือ​คาง​คก​ คือ เทพ​สตรี​เฮคต์ ผู้​คอย​ช่วย​เหลือ​สตรี​เวลา​คลอด​ลูกออกมาได้
แต่พระเจ้าทรงสำแเดงให้เห็นว่า แม้แต่เทพเจ้าที่ชาวอียิปต์นับถือก็ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของพระเจ้า

พระเจ้าทรงสำแดงพระองค์เอง ให้มนุษย์ได้รับรู้ ตามความเข้าใจเพียงน้อยนิดที่มนุษย์มี
เหมือนชาวอียิปต์เข้าใจผิดว่า กบช่วยให้เขาคลอดลูกได้
พระเจ้าก็ใช้สิ่งนั้นสื่อสารให้พวกเขา เข้าใจและรู้จักพระเจ้า
แต่น่าเสียดายที่พวกเขา ไม่ใส่ใจที่จะรู้จักพระองค์

วันนี้ แม้เรามีความเข้าใจในเรื่องพระเจ้ายังไม่มากนัก
แต่ถ้าเราแสวงหาที่จะรู้จักกับพระองค์มากขึ้น อย่างจริงใจ
ความรู้ความเข้าใจเท่าที่เรามี ก็เพียงพอที่จะให้เรารู้พระองค์ได้มากขึ้นได้

2. ริ้น เป็น​แมลง​ขนาด​เล็ก​กว่า​แมลง​หวี่ กัด​เจ็บ
คำ​นี้​ใน​ภาษา​ฮีบรู แปล​ได้​อีกว่า เห็บ , เหา ,หมัด หรือ ไร

3. เหลือบ เป็น​แมลง​คล้าย​แมลง​วัน แต่​ตัว​โต​กว่า มี​ปีก​คู่​เดียว ​มี​อวัยวะ​เป็น​ท่อ​ดูด​ของ​เหลว​กิน
ตัว​เมีย​ดูด​เลือด​มนุษย์​และ​สัตว์​เป็น​อาหาร กัด​เจ็บมาก

4. ตั้งแต่ถัยพิบัติอย่างที่ 3 (ริ้น) เป็นต้นไป ​พวก​นัก​เวท​มนตร์​คาถา​ไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้เลย
จนพวกเขา​ทูล​ฟา​โรห์​ว่า “นี่​เป็น​กิจ​การ​ของ​พระ​เจ้า”
นั่นคือ พวกเขายอมรับว่า ไม่มีทางที่มนุษย์คนใดจะทำสิ่งนี้ได้

แม้ฟาโรห์จะได้รับการยืนยันชัดเจนว่า ภัยพิบัติที่กำลังเกิดขึ้นนี้ เป็นมาจากพระเจ้า
ถึงกระนั้น ฟาโรห์ก็ยังไม่ยอมจำนนต่อพระเจ้าอยู่ดี
จึงกลับนำภับพิบัติที่ใหญ่หลวงยิ่งขึ้นมาสู่ตนเองและประเทศ

วันนี้ หากเราสังเกตเห็น คำเตือนจากสวรรค์
อย่าให้เรานิ่งนอนใจ หรือทำใจแข็งกระด้างไม่สนใจคำเตือนนั้น
แต่ให้เรารีบกลับใจใหม่ หันกลับมาแสวงหาพระเจ้า กลับมาเดินในทางแห่งน้ำพระทัยของพระองค์

5. กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ แต่ฟาโรห์องต์นี้ตรัสแล้วกลับไปกลับมา ครั้งแล้วครั้งเล่า
ท่ามกลางลักษณะที่ไม่เอาไหนของใครบางคน พระเจ้ายังคงสามารถใช้ลักษณะนั้นทำให้แผนการของพระเจ้าสำเร็จ

วันนี้คนรอบข้างเราบางคน อาจมีลักษณะนิสัยบางอย่างที่ไม่น่าชื่นใจเอาเสียเลย
ขอให้เรารู้เถิดว่า พระเจ้ากำลังทรงใช้ลักษณะนิสัยของเขาแบบนี้แหละเพื่อให้แผนการอันดีเลิศของพระเจ้าสำเร็จ

คำคม

“ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในทุกวันนี้ เป็นกิจการของพระเจ้า ”

สรุป อพยพ 7

ภาพรวม

  • โมเสสและอาโรน มาบอกให้ฟาโรห์ปล่อยคนอิสราเอลไป และเขาทั้งสองได้ทำการอัศจรรย์ต่อหน้าฟาโรห์และพวกข้าราขการ ทำให้ไม้เท้ากลายเป็นงู ทำให้แม่น้ำไนล์กลายเป็นเลือด ถึงกระนั้นฟาโรห์ก็ยังไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไปอยู่ดี

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 7 พระเจ้าสั่งให้โมเสสไปแจ้งแก่ฟาโรห์อีกครั้ง ให้เขาปล่อยคนอิสราเอลไป
แล้วพระ​เจ้า​จึง​ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า พระองค์จะตั้ง​โมเสส ให้​เป็น​ดัง​พระ​เจ้า​ต่อ​ฟา​โรห์ และ​ให้อา​โรน​ ​เป็น​ดังผู้​เผย​พระ​วจนะ​ของ​โมเสส
โดยพระเจ้าให้โมเสสบอกข้อความให้อาโรนฟัง
แล้วให้​อา​โรนเป็นคน​บอกแก่​ฟา​โรห์​

พระเจ้าบอกกับโมเสสว่า
พระองค์​จะ​ทำ​ให้​ใจ​ของ​ฟาโรห์​แข็งกระด้าง
เพื่อพระองค์จะ​ทำ​หมาย​สำคัญ​และ​การ​อัศ​จรรย์​ ให้​ทวี​มาก​ขึ้น ​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์

ฟา​โรห์​จะ​ไม่​ฟังโมเสสและอาโรน
แล้วพระเจ้าเองจะจัดการกับ​อียิปต์
และ​จะ​พา​​ประ​ชา​กร​ของ​พระองค์​ออก​จาก​​อียิปต์
​ด้วย​การ​พิ​พาก​ษา​อัน​ใหญ่​หลวง

โม​เสส​และ​อา​โรน​ก็​ทำ​ตาม​ที่​พระเจ้าสั่ง
เวลานั้นโม​เสส​มี​อายุ 80 ปี และ​อา​โรน 83 ปี

พระ​เจ้าตรัส​กับ​โม​เสส​และ​อาโรน​ว่า
​ต่อ​หน้า​ฟาโรห์ ให้โมเสสสั่งอาโรน ​โยน​ไม้เท้าของอาโรนลงพื้น แล้ว​ไม้​เท้า​จะ​กลาย​เป็น​งู
โมเสสและอาโรนก็ทำตาม และเป็นจริงตามนั้น
ปรากฏว่าพวก​นัก​วิท​ยา​คม​ของอียิปต์ จึง​ทำ​ได้​เหมือน​กัน
แต่​ไม้​เท้า​ของ​อา​โรน​กลืน​ไม้​เท้า​ของ​พวก​เขา​เสีย​สิ้น
​ฟา​โรห์​ก็​ยัง​ใจแข็งกระ​ด้าง​ไม่​ยอม​ฟัง​เขา​ทั้ง​สอง

พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า
ให้โมเสส​ไป​เข้าเฝ้า​ฟา​โรห์​ใน​เวลา​เช้า ​โดยให้​ยืน​คอย​เขา​อยู่​ที่​ริม​ฝั่ง​แม่​น้ำ
แล้วบอกกับฟาโรห์ ว่า เพราะฟาโรห์ไม่ยอมเชื่อฟังพระเจ้า
ไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไปนมัสการพระองค์
ดังนั้นพระเจ้าจะทำให้แม่น้ำไนล์กลายเป็นเลือด

แล้วให้โมเสสเอาไม้เท้าของอาโรนฟาดลงไปที่แม่น้ำไนล์
แล้วให้โมเสส บอกอาโรนว่า ให้ถือ​ไม้​เท้า​นั้น และ​เหยียด​มือ​ออก​เหนือ​น้ำ​แห่ง​อียิปต์

โม​เสส​กับ​อา​โรน​ก็​ทำ​ตาม​ที่​พระ​เจ้าสั่ง
แล้วน้ำ​ใน​แม่​น้ำ​ไนล์​ก็กลายเป็นเลือด ต่อหน้าต่อตาฟา​โรห์​และ​พวก​ข้า​ราช​การ
ปลา​ใน​แม่​น้ำ​ไนล์​ก็​ตาย แม่​น้ำ​ไนล์​ก็​เหม็น
และ​คน​อียิปต์​ก็​ดื่ม​น้ำ​ใน​แม่​น้ำ​ไนล์​นั้น​ไม่​ได้
มี​เลือด​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์

แต่พวกใช้​เวท​มนตร์​คา​ถา​ก็​ทำ​ได้​เหมือน​กัน
แม้จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้
​พระ​ทัย​ของ​ฟา​โรห์​ยัง​กระ​ด้าง ไม่​ฟัง​โมเสสและอาโรน อยู่ดี
ฟา​โรห์​เสด็จ​กลับ​วัง ไม่​ได้​เอา​ใจ​ใส่ใน​เหตุ​การณ์​ครั้ง​นี้
ซึ่ง​ก็​เป็น​จริง​ดัง​ที่​พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​ไว้

คน​อียิปต์​ทั้ง​หมด​ ก็หาทางแก้ปัญหาโดยการ​ขุด​หลุม​ตาม​ริม​แม่​น้ำ​ไนล์​หา​น้ำ​ดื่ม
เพราะ​พวก​เขา​ดื่ม​น้ำ​ใน​แม่​น้ำ​ไนล์​ไม่​ได้

1. พระเจ้าทรงตั้ง​โมเสส ให้​เป็น​ดัง​พระ​เจ้า​ต่อ​ฟา​โรห์ คือ โมเสสจะทำการอัศจรรย์ในฐานะตัวแทนของพระเจ้า
ช่างเป็นเกียรติที่ยิ่งใหญ่ ที่มนุษย์คนหนึ่งได้เป็นตัวแทนของพระเจ้าทำกิจการของพระองค์

วันนี้ เราก็ได้รับเกียรติเดียวกับโมเสสนี้
พระเจ้าทรงใช้เราเป็นตัวแทนของพระเจ้า สำแดงความรักของพระองค์ ฤทธานุภาพของพระองค์ ผ่านข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ ที่พระองค์ทรงมอบให้แก่เราประกาศนั้น
เพราะโดยข่าวประเสริฐนี้ ความรักและฤทธานุภาพของพระเจ้าได้สำแดงออก มาเป็นการช่วยกู้และเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ สำหรับทุกคนที่เชื่อวางใจในข่าวประเสริฐนั้น

จงทำหน้าที่อันทรงเกียรตินี้ โดยถือเป็นชีวิตจิตใจ

2. หากสังเกตดูดีๆ เราจะเห็นว่า คนที่พูดกับฟาโรห์และคนที่เป็นเจ้าของไม้เท้าที่ทำการอัศจรรย์ได้นั้น คือ อาโรน
แต่พระเจ้า ทรงให้โมเสสเป้นคนบอกให้อาโรนทำ

เมื่อพระเจ้าเลือกใคร ให้มีสิทธิอำนาจ คนนั้นแหละเป็นคนที่มีสิทธิอำนาจที่แท้จริง
จริงอยู่ อาโรนอาจพูดเก่งกว่าโมเสส และไม้เท้าของเขาก็ดูเหมือนมีฤทธิ์มากกว่าในบทนี้
แต่ถ้าโมเสสไม่สั่ง ต่อให้อาโรนจะทำทั้งหมดนี้กล่าวในบทนี้ การอัศจรรย์ก็คงจะไม่เกิดขึ้น

ไม่สำคัญว่า เราเก่งกาจ มากกว่าผู้นำของเราสักเพียงใด
ถ้าพระเจ้าทรงเจิมตั้งเขาเป้นผู้นำฝ่ายวิญญาณ
เราก็สมควรที่จะเชื่อฟังและสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่
ตราบเท่าที่เขากำลังทำตามน้พระทัยของพระเจ้า

3. โมเสสและอาโรน ตอนนั้น สองคนอายุรวมกันก็ 163 ปี แล้ว
สองผู้เฒ่า ผู้ที่พระเจ้าทรงใช้ ก็มีกำลังมากยิ่งกว่าเหล่ากองทัพอันเกรียงไกรของฟาโรห์เสียอีก

คนที่คิดไปเองว่า ตนอายุมากไป หรือน้อยไป พระเจ้าคงใช้ไม่ได้
กำลังคิดผิด และกำลังดูแคลนพระเจ้า
พระเจ้าทรงฤทธิ์สามารถใช้ คนเฒ่าอายุ 80 ปี ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เพื่อพระเจ้าอย่างไร
พระเจ้าก็ทรงสามารถใช้เราได้เช่นกัน
เพียงแต่เราจะยอมให้พระเจ้าใช้ โดยการเริ่มต้นเชื่อฟัง คำสั่งในพระคำของพระเจ้า
เท่าที่เรารู้วันนี้ แล้วลงมือทำเท่าที่เราจะทำได้

4. พระเจ้าบอกโมเสสว่า พระองค์จะทำให้ใจฟาโรห์แข็งกระด้าง
เพื่อพระองค์จะ​ทำ​หมาย​สำคัญให้​​มาก​ยิ่งขึ้น ​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์

ถ้าสังเกตดูดีๆ จะพบว่า ในภัยพิบัติ 5 อย่างแรกนั้น
พระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่า พระเจ้าทำให้ใจฟาโรห์แข็งกระด้าง
ซึ่งหมายความว่า ฟาโรห์ใจแข็งกระด้างเอง

และในเมื่อเขาไม่ยอมกลับใจเสียที
ตั้งแต่ภับพิบัติที่ 6 เป็นต้นไป พระคัมภีร์ใช้คำว่า
“พระ​เจ้า​ทรง​ให้​พระ​ทัย​ของ​ฟาโรห์​แข็ง​กระด้าง” (อพย. 9:12)

นั่นคือ พระเจ้าให้โอกาส มนุษย์ที่จะกลับใจ
แต่ในเมื่อยังไงๆก็จะไม่กลับใจ
บางครั้งพระเจ้าทรงให้เขาเดินไปในทางนั้นให้สุดๆไปเลย
เพื่อให้แผนการของพระเจ้าสำเร็จ

วันนี้ เรายังมีโอกาสกลับใจ
แต่หากเรายังไม่ยอมกลับใจ
เมื่อหมดโอกาสกลับใจแล้ว
วันนั้นจะเป็นวันที่เราจะเสียใจอย่างที่สุด

5. นักวิทยาคมของอียิปต์ ใน 2ทธ. 3:8 ได้กล่าวถึงชื่อของเขาว่า ชื่อ “ยันเนส​กับยัมเบรส์​”
พวกเขาต่อต้านโมเสส เพื่อไม่ให้ฟาโรห์และพวกข้าราชการ เชื่อโมเสส
ถึงแม้ว่าพวกคนเหล่านั้นจะได้เห็นการอัศจรรย์ของพระเจ้าแล้วก็ตาม

วันนี้ มีคนแห่งโลกนี้ และ เหตุผลจอมปลอมแห่งโลกนี้มากมาย
พยายามบิดเบือนความจริง
พยายามทำให้ผู้เชื่อหลงไปจากความจริง
ทั้งที่ผู้เชื่อเหล่านั้น เคยพบการอัศจรรย์
เมื่อพวกเขา เชื่อฟังทำตามพระคำของพระเจ้ามาแล้วก็ตาม
แต่บัดนี้ นักวิทยาคมแห่งยุคนี้ ทำให้พวกเขาลืมหรือไม่สนใจ
ที่จะเชื่อและทำตามพระคำของพระเจ้าอีกต่อไป

อย่าให้เราติดกับดักให้โลกนี้
ที่พยายามหลอกลวงเรา ชักนำออกจากความจริงในพระคำของพระเจ้า
ที่พยายามดึงเราออกจากการเชื่อฟัง ทำตามพระคำ และใช้พระคำในการตัดสินใจเรื่องต่างๆในชีวิต

ให้เราคงยังยึดมั่นในความจริงต่อไป เชื่อและทำตามพระคำของพระองค์ตลอดไป

6. ภัยพิบัติอย่างแรกได้เกิดขึ้น แต่ฟาโรห์และชาวอียิปต์ ก็ไม่ได้สนใจเสียงเตือนจากพระเจ้า
เพราะพวกเขายังหาทางออกอื่นได้ เช่นขุดหลุมตามริมน้ำเพื่อหาน้ำ
น่าเสียดาย หากพวกเขารับรู้และเกรงกลัวสัญญาณจากพระเจ้าตั้งแต่ภัยพิบัติแรกนี้
หายนะอีก 9 อย่าง คงไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในอียิปต์
และบุตรหัวปีของเขาทุกคน คงจะไม่ต้องตาย

วันนี้ เมื่อพระเจ้าเตือนเราให้กลับใจใหม่ ด้วยสัญญาณบางอย่าง
อย่าให้เราใจแข็งกระด้าง ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ
แทนที่จะกลับใจ ร้องไห้เสียใจ เข้ามาหาพระเจ้า
แต่กลับหาทางแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ด้วยกำลังและสติปัญญาของตน
โดยไม่สนใจใยดีต่อสัญญาณเตือนจากพระเจ้านั้นเลย
ขออย่าให้เราเป็นเช่นนั้นเลย

จงรับรู้สัญญาณเตือนจากพระเจ้า
แล้วรีบกลับใจโดยไว

คำคม

“ ใจที่แข็งกระด้าง กำลังดึงไม้เรียวมาหาตน ”

สรุป อพยพ 6

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงย้ำกับโมเสสว่า พระองค์จะทรงช่วยคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์แน่นอน ดังนั้นพระองค์จึงใช้โมเสสให้ไปบอกกับประชาชนและฟาโรห์อีกครั้ง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 6 เมื่อโมเสสไปบอกให้ฟาโรห์ให้ปล่อยคนอิสราเอลไป ฟาโรห์ไม่ยอมแต่กลับใช้งานคนอิสราเอลให้หนักขึ้นอีก

พระเจ้าจึง​ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า พระเจ้าจะจัดการกับฟาโรห์ ด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระองค์
จนฟา​โรห์​จะ​ต้อง​ปล่อย​คนอิสราเอลไป

พระ​เจ้า​ตรัส​อีก​ว่า พระองค์ คือ “​ยาห์​เวห์”
เมื่อพระองค์​ปรา​กฏ​แก่​อับ​รา​ฮัม แก่​อิสอัค และ​แก่​ยา​โคบ​ นั้น
พระองค์ไม่ได้บอกพระนามของพระองค์ให้พวกเขาได้รู้
ถึงกระนั้นพระองค์ก็ได้ทรง​ทำ​พันธ​สัญ​ญา​ไว้​กับ​เขา​ทั้ง​หลาย​ ​ว่า
​จะ​ยก​แผ่น​ดิน​คา​นา​อัน​ให้​พวก​เขา
บัดนี้พระองค์ได้​ยิน​เสียง​คร่ำ​ครวญ​ของ​คน​อิส​รา​เอล
และ​ระลึก​ถึง​พันธ​สัญ​ญา​ของ​พระองค์

ดังนั้น ให้โมเสสบอกคนอิส​รา​เอล ให้มั่นใจได้เลย ​ว่า
พระ​ยาห์​เวห์ จะ​นำ​พวก​เขาออกจากการเป็นทาส อย่างแน่นอน
และพระองค์​จะ​รับ​พวก​เขา​เป็น​ประ​ชา​กร​ของ​พระองค์
และพระองค์​จะ​เป็น​พระ​เจ้า​ของ​พวก​เขา
พระองค์​จะ​นำ​พวก​เขา เข้า​ไป​ครอบครองแผ่น​ดิน​ซึ่ง​เรา​ได้ทรงสัญญาไว้

โม​เสส​จึง​นำเรื่องนี้ ไปบอก​กับคนอิส​รา​เอล แต่​พวก​เขา​ไม่​ฟัง​
​เพราะ​หมด​อาลัย​ตาย​อยาก​และ​ทน​งาน​ทาส​แทบ​ไม่​ไหว

พระเจ้าตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า
ให้ไป​บอก​ฟา​โรห์ ให้​ปล่อยคนอิส​รา​เอล​ไป​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์

​โม​เสสจึง​ทูล​พระเจ้า​ว่า
ขนาดคนอิส​รา​เอล​ก็​ไม่​ได้​ฟัง​เขาเลย แล้ว​ฟาโรห์​จะ​ฟัง​เขาได้​อย่าง​ไร?

พระเจ้าจึง​ตรัส​กับ​โม​เสส​และ​อา​โรน ให้​แจ้ง​แก่คนอิส​รา​เอล​และ​ฟา​โรห์​ ​ว่า
พระเจ้า​ทรง​บัญชา​ให้โมเสสและอาโรน ​พาคนอิส​รา​เอล​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์

พระคัมภีร์ตัดเรื่องมาพูดถึง พงศ์พันธุ์ของโมเสสและอาโรน ผู้ที่พระเจ้าใข้นำคนอิสราเอลออกจากอียิปต์
อิสราเอล(ยาโคบ) มีบุตรชาย 12 คน พงศ์พันธุ์ของบุตร 3 คนแรก เป็นดังนี้
1.รูเบน​ มีบุตร ​ชื่อ
–1.1. ฮาโนค
–1.2. ปัลล
–1.ู3. เฮส​โรน
–1.4 ​คาร​มี
2. ​สิ​เม​โอน มีบุตร​ชื่อ
–2.1. เยมู​เอล
–2.2. ยามีน
–2.3. โอหาด
–2.4. ยาคีน
–2.5. โศหาร์
–2.6. ​ชาอูล
3. เลวี มี​อายุ 137 ปี มีบุตรชื่อ
–3.1. เกอร์​โชน มีบุตรชื่อ
— 3.1.1.​ ลิบนี
— 3.1.2. ​ชิ​เม​อี
–3.2. โค​ฮาท มีอายุ 133 ปี มีบุตรชื่อ
— 3.2.1.​ อัม​ราม มีอายุ 137 ปี มีบุตร​ชื่อ
**** 3.2.1.​1. [[ อาโรน ]] มีบุตรชื่อ
———- 3.2.1.​1.1. นาดับ
———- 3.2.1.​1.2. อา​บีฮู
———- 3.2.1.​1.3. เอเล​อา​ซาร์ มีบุตรชื่อ
========= 3.2.1.​1.3.1. ฟีเนหัส
———- 3.2.1.​1.4. อิธา​มาร์
**** 3.2.1.​2. [[ โมเสส ]]
— 3.2.2.​ อิส​ฮาร์ มีบุตรชื่อ
**** 3.2.2.​1. โค​ราห์ มีบุตรชื่อ
———– 3.2.2.​1.1. อัส​สีร์
———– 3.2.2.​1.2. เอล​คา​นาห์
———– 3.2.2.1.​3. ​อาบี​ยา​สาฟ
**** 3.2.2.​2. เน​เฟก
**** 3.2.2.​3. ​ศิครี
— 3.2.3.​ เฮ​โบรน
— 3.2.4.​ ​อุส​ซี​เอล มีบุตรชื่อ
**** 3.2.4.​1. มิ​ชา​เอล
**** 3.2.4.​2. เอล​ซา​ฟาน
**** 3.2.4.​3. ​สิธรี
–3.3. ​เม​รา​รี มีบุตร​ชื่อ
— 3.2.1.​ มาห์ลี​
— 3.2.2.​ ​มูชี

อา​โรน​และ​โม​เสส​ สอง​คน​นี้ คือ​ผู้​ที่​พระ​ยาห์​เวห์​ได้ทรงใช้ให้​พา​คนอิส​รา​เอล​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์​
พวกเขา เป็น​ผู้​​ทูล​ฟาโรห์​ ​เรื่อง​พาคนอิส​รา​เอล​ออก​จาก​อียิปต์
และโมเสสคนนี้แหละที่ ​กราบ​ทูล​พระเจ้า​ว่า
“ข้า​พระ​องค์​เป็น​คน​พูด​ไม่​เก่ง ไฉน​ฟา​โรห์​จะ​ฟัง​ข้า​พระ​องค์เล่า?”

1. พระเจ้าไม่เคยบอกพระนามของพระองค์ แก่อับราฮัม หรือ อิสอัค หรือยาโคบ
พวกเขาแม้ยังไม่รู้แม้แต่ชื่อของพระเจ้า พวกเขาก็ยังเชื่อวางใจในพระองค์

วันนี้ เรารู้จักพระนามของพระองค์ และรู้เรื่องราวของพระเจ้ามากมาย
มากกว่าอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ มากมายนัก
สมควรอย่างยิ่งที่เราจะ เชื่อไว้วางใจในพระเจ้า ให้มากกว่าหรืออย่างน้อยก็เท่ากับพวกเขา

2. โมเสสทูลพระเจ้าว่า ขนาดคนอิสราเอล พวกเดียวกับเขายังไม่ฟังเขาเลย แล้วพระเจ้าให้ไปพูดกับฟาโรห์ ฟาโรห์จะฟังได้อย่างไร
แต่พระเจ้าตอบโมเสส น่าสนใจมาก
พระองค์บอกโมเสสว่า “ให้​แจ้ง​แก่คนอิส​รา​เอล​และ​ฟา​โรห์​…”
คือ พระเจ้าบอกว่า พวกเขาเชื่อหรือไม่เชื่อ ฟังหรือไม่ฟัง ก็ช่างพวกเขา
แค่แจ้งให้ทราบก็พอ ที่เหลือพระเจ้าจัดการเอง

เมื่อเราจะประกาศข่าวประเสริฐ หรือถ้อยคำของพระเจ้า
หน้าที่ของเราคือ ประกาศออกไปอย่างชัดเจน ให้ผู้ฟังเข้าใจเนื้อหาอย่างถูกต้อง
แต่พวกเขาจะฟังหรือไม่ฟัง จะเชื่อหรือไม่เชื่อ นั่นไม่เกี่ยวข้องกับเราแล้ว
ปล่อยให้เป็นงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่จะทำงานในจิตใจของเขาเองเถิด

3. ต้นตระกูลของโมเสสนั้น
เลวี ทวดของเขา และ โคฮาท ปู่ของเขา รวมทั้งตัวโมเสสเอง ไม่ใช่บุตรหัวปี
แต่ อัมราม พ่อของเขา เป็นบุตรหัวปี
เรื่องนี้ ชี้ให้เห็นว่า แม้เรื่องบุตรหัวปีจะสำคัญ
แต่ผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกและทรงใช้ได้นั้น
พระองค์ทรงเลือกตามพระประสงค์ของพระองค์เอง
เพราะพระเจ้าผู้ทรงชันสูตรใจ ทรงรู้จักจิตใจของเราแต่ละคนเป็นอย่างดี

วันนี้ แม้ในสายตาของคนทั่วไป เราอาจจะไม่น่าเป็นคนที่พระเจ้าใช้เป็นพระพรมากมายได้
แต่หากเราจริงใจต่อพระองค์ ปรารถนาที่จะให้ชีวิตของเราถวายพระเกียรติแด่พระองค์
พระเจ้าก็ทรงสามารถใช้เราเป็นพระพรยิ่งใหญ่ได้

4. โมเสส รู้สึกว่า ตนเอง​ขาดคุณสมบัติที่จะทำให้ภารกิจที่พระเจ้ามอบหมายให้สำเร็จ
คือ เขาเป็น​คน​พูด​ไม่​เก่ง จึงไม่คิดว่า ฟา​โรห์​จะ​ฟังเขา
แต่เพราะพระเจ้าทรงเลือกที่จะใช้เขา
คุณสมบัติที่เขาคิดว่า จำเป็นจึงไม่เป็น สำหรับการทำพระราชกิจของพระเจ้า

วันนี้ เราอาจจะคิดว่า เราไม่พร้อม อ่อนแอเกินไป ไม่เอาไหนเหลือเกิน
แต่พระเจ้าประสงค์ใช้สิ่งที่โลกถือว่าอ่อนแอ ไม่ได้เรื่อง
เพื่อจะถวายเกียรติแด่พระเจ้า ผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด
พระเจ้าทรงใช้เราได้ หากเรายอมให้พระองค์ทรงใช้

คำคม

“ ไม่ว่าคนจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม จงประกาศพระวจนะของพระเจ้าต่อไป ”

สรุป อพยพ 5

ภาพรวม

  • โมเสสและอาโรนเข้าเฝ้าฟาโรห์เพื่อจะขอให้ฟาโรห์หล่อยคนอิสราเอลไปนมัสการพระเจ้าในถิ่นทุรกันดาร สักชั่วระยะหนึ่ง แต่ฟาโรห์ไม่ยอม และหาว่าคนอิสราเอลขี้เกียจ หาเรื่องอู้งาน จึงให้พวกเขาทำงานหนักยิ่งขึ้นไปอีก

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 5 เมื่อโมเสสและอาโรนกลับมาที่อียิปต์แล้ว
พวกเขาก็ไปเข้า​เฝ้า​ฟา​โรห์ ทูล​ว่า
พระ​ยาห์​เวห์ พระ​เจ้า​ของ​อิส​รา​เอล สั่งให้​ปล่อย​ประชา​กร​ของพระองค์​ไป
เพื่อ​​ฉลอง​เทศ​กาล​เลี้ยงใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร
ฟา​โรห์​ตรัส​ว่า ไม่​รู้​จัก​พระ​ยาห์​เวห์ และ​จะ​ไม่​ปล่อย​คน​อิส​รา​เอล​ไป​เด็ดขาด

เขา​ทั้ง​สอง​จึง​ทูล​ว่า ขอไป​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​เป็น​ระยะ​ทาง​แค่ 3 ​วัน
เพราะถ้า​ไม่​ไป พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ลง​โทษ​พวก​อิสราเอล

ฟา​โรห์ก็ยังคงไม่ยอม แต่กลับให้​นาย​ทาส​และ​นาย​งาน​ของ​คนอิสราเอล
ไม่ต้องให้​ฟางเพื่อทำอิฐ​แก่คนอิสราเอล ให้คนอิสราเอลไปหาเอง
แต่​จำนวน​อิฐต้องทำให้ได้เท่าเดิม

ต่อมาเมื่อทำอิฐได้ไม่ครบตามจำนวน นาย​งาน​ของ​คน​อิส​รา​เอล
เขา​จึง​มา​ร้อง​ทูล​ฟา​โรห์ ว่าพวกเขาไม่ได้รับฟางในการทำอิฐ
ฟาโรห์​จึงตอบเขาว่า พวก​เจ้า​ขี้​เกียจ จึง​มา​ร้อง ขอ​ถวาย​สัตว​บูชา​แด่​พระ​ยาห์​เวห์
ดังนั้นจึงไม่ให้ฟาง แต่จำนวนอิฐต้องได้เท่าเดิม

นาย​งานคนอิส​รา​เอล​ ก็​เห็น​ว่า​พวก​ตน​ตก​ที่​นั่ง​ลำบาก​แล้ว
เมื่อ​ออก​มา​จาก​เข้า​เฝ้า​ฟาโรห์
พวก​เขา​พบ​โม​เสส​กับ​อา​โรน​ยืน​คอย​อยู่
จึง​ตำหนิว่า เขาทั้งสองมา​ทำ​ให้คนอิสราเอล​เป็น​ที่​เกลียด​ชัง​ใน​สาย​ตาของ​ฟา​โรห์ และ​ข้า​ราช​การ​ของ​พระ​องค์ เหมือน​หนึ่ง​เอา​ดาบ​ใส่​มือ​พวก​เขา​ให้​ฆ่า​คนอิสราเอล​เสีย

โม​เสส​จึง​กลับ​ไป​ทูล​พระเจ้าว่า
ทำไม​พระ​องค์​ทรง​นำ​ความ​เลว​ร้าย​มา​สู่​คนอิสราเอลเช่นนี้?
ทำ​ไม​พระ​องค์​จึง​ทรง​ใช้เขามา?
เขายิ่งทูลฟา​โรห์ ฟา​โรห์​ก็ยิ่ง​ทำ​การ​เลว​ร้าย​แก่​คนอิสราเอล
และโมเสส​ก็​ไม่​ได้​ทรง​ช่วย​อะไรคนอิสราเอลเลย

1. ตอนเริ่มต้น โมเสสและอาโรน ขอพาคนอิสราเอลไปนมัสการพระเจ้า เพียงไม่กี่วัน โดยให้เหตุผลว่าไม่งั้นพระเจ้าจะลงโทษพวกอิสราเอล

ฟังดูก็เป็นประโยคที่ อ่อนน้อมถ่อมตนและสมเหตุสมผลดี

แต่ไม่ตรงกับที่พระเจ้าบอกให้โมเสสพูด ใน อพยพ 4:23 ที่พระเจ้าสั่งให้บอกว่า “จงปล่อยบุตรของเราให้ไปนมัสการเรา ถ้าเจ้าไม่ยอม เราจะประหารบุตรหัวปีของเจ้าเสีย ”
ซึ่งดูดุดันไปหน่อย โมเสสและอาโรนจึงเลือกไม่ใช้ประโยคนี้

แต่ดูเหมือนว่า ประโยคที่โมเสสและอาโรนอุตส่าห์เรียบเรียงขึ้นมา จะไม่ได้ผล
หน่ำซ้ำ ทำให้เกิดปัญหาตามมาต่อทั้งพวกเขาและต่อคนอิสราเอลอีกด้วย

วิธีการของพระเจ้า อาจจะดูขัดแย้งกับหลักการและเหตุผลของเรา
แต่ถ้าเราเชื่อฟังและเชื่อใจพระคำของพระเจ้า ก็เกิดผลดีเป็นแน่
หากเราไม่เชื่อใจ แล้วหันมาทำตามวิธีการแห่งสติปัญญาของเรา
มักสร้างปัญหามากกว่าแก้ปัญหานั้นๆ

2. เมื่อผลของการเจรจากับฟาโรห์ ออกมาได้เป็นดังที่คาดไว้
โมเสสเริ่มหวั่นไหว เริ่มท้อใจ
เริ่มมีคำถามมากมายต่อพระเจ้า
เพราะเขาหารู้ไม่ทั้งหมดยังอยู่ในแผนการของพระเจ้า

หากเรารู้ตัวว่า ทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นกับเรา อยู่ในแผนการอันดีเลิศของพระเจ้า
เราก็จะไม่ตีโพยตีพายมากมาย เมื่อมีเหตุการร์ที่ไม่ได้คาดฝันเกิดขึ้นกับเรา

วันนี้ เราเชื่อหรือไม่ว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเรานั้น พระเจ้าทรงควบคุมอยู่?

คำคม

“ แม้ไม่เป็นไปตามแผนของเรา แต่ก็ยังอยู่ในแผนการของพระเจ้า ”

สรุป อพยพ 4

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสำแดงการอัศจรรย์แก่โมเสสและให้อาโรนมาช่วยโมเสส โมเสสและอาโรนจึงมาบอกคนอิสราเอลถึงการช่วยกู้ของพระเจ้าที่กำลังจะมาถึง
  • สามารถรับชมรายละเอียดคำอธิบายเพิ่มเติม ของ อพยพบทที่ 3 ที่นี่ครับ >>
    https://youtu.be/5cajcmgVziY

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 4 พระเจ้าทรงเรียกโมเสสให้ไปนำคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์
โมเสส​จึง​ทูลพระเจ้า​ว่า พวก​เขาคง​จะ​ไม่​เชื่อโมเสส
พระเจ้าจึงถาม​โม​เสส​ว่า อะไร​อยู่​ใน​มือ​ของ​เขา
โมเสสตอบ​ว่า “ไม้​เท้า”

พระเจ้าสั่งให้โมเสสโยน​ไม้เท้าลง​ที่​พื้น
พอเขาโยนลง ไม้​เท้า​นั้น​ก็​กลาย​เป็น​งู
โม​เสสตกใจ​ก็​หนี​ไป​จาก​งู​นั้น
พระเจ้าสั่งให้​โม​เสส เอื้อม​มือ​ไป​จับ​หาง​งูนั้น
พอโมเสสทำตาม ​งูก็​กลาย​เป็น​ไม้​เท้า

พระเจ้า​สั่งโม​เสส​อีก​ว่า ให้เอา​มือ​สอด​ไว้​ที่​อก​ของ​เขา
เมื่อเขาทำตาม พอ​ชัก​มือ​ออก
มือ​ของเขา​ก็​เป็น​โรค​เรื้อน​ ขาว​เหมือน​หิมะ
พระ​องค์สั่งให้เอา​มือ​สอด​ไว้​ที่​อก​อีก​ครั้ง​หนึ่ง
เมื่อเขาทำตาม พอ​ชักมือ​ออก​มา
มือ​นั้น​ก็​กลับ​เป็น​ปกติ​

พระ​เจ้า​ตรัส​ว่า ถ้า​พวก​อิสราเอลยังเขา​ไม่ยอม​เชื่อ​โมเสสอีก
ก็ให้โมเสส​ตัก​น้ำ​จาก​แม่​น้ำ​ไนล์​และ​เท​ลงบน​ดิน​แห้ง
แล้ว​น้ำ​นั้น​จะ​กลาย​เป็น​เลือด

แต่​โม​เสส​ทูล​พระเจ้า​ว่า เขาพูดไม่เก่งตั้งแต่อดีตแล้ว พอถึงตอนนี้ยิ่งหนักกว่าเดิมอีก เขา​พูด​ไม่​คล่องแล้วด้วย
พระเจ้าตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า พระเจ้าเป็นผู้สร้าง​มนุษย์ ​ทรงสามารถให้มนุษย์ พูดได้หรือ​เป็น​ใบ้ หู​หนวก ตา​ดี หรือ​ตา​บอด ตามแต่พระประสงค์ของพระองค์
ดังนั้น ถ้าพระเจ้าจะทรง​ช่วย​โมเสสให้​พูด เขาจะทำได้อย่างดีเป็นแน่

แต่​ท่าน​ทูล​ว่า “องค์​เจ้า​นาย โปรด​ใช้​คน​อื่น​ไป​เถิด”
พระเจ้า​จึง​กริ้ว​โม​เสส
แล้ว​ตรัส​ว่า ​อา​โรน​ พี่ชายของโมเสสเป็น​คน​พูด​เก่ง
พระเจ้าทรงให้เขาเดิน​ทาง​มา​พบโมเสส
ให้เขาไปกับโมเสส
แล้วพระเจ้า​จะ​ช่วย​เขาทั้งสอง​ใน​การ​พูด ​ว่า​ควร​ทำ​อย่าง​ไร
โมเสส ​จง​ถือ​ไม้​เท้า​นี้​ไว้​เพื่อ​ทำ​หมาย​สำคัญ​ต่างๆเถิด

โม​เสส​จึง​กลับ​ไปหา ​เย​โธร​พ่อ​ตา​ของ​ตน
แล้วพระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า ​กลับ​ไป​อียิปต์ได้แล้ว
เพราะ​คน​ทั้ง​หลาย​ที่จะฆ่าโมเสสนั้น​ตาย​หมด​แล้ว

โมเสส​จึง​พา​ภรรยา​และ​ลูกๆกลับ​ไป​ยัง​อียิปต์
พระเจ้า​ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า เมื่อ​​กลับ​ไป​ถึง​อียิปต์
ให้โมเสส​ทำ​การ​อัศ​จรรย์ต่างๆที่พระเจ้าประทานให้ ​ต่อ​หน้า​ฟา​โรห์
แต่​พระเจ้าจะ​ทำ​ให้​ใจ​ของ​ฟา​โรห์​กระ​ด้าง ไม่​ยอม​ให้​ประ​ชา​กร​ไป

ให้โมเสสบอก​ฟา​โรห์​ว่า พระเจ้าตรัสว่า
จง​ปล่อยอิสราเอล​บุตร​ของ​พระเจ้า​ให้​ไป​นมัส​การ​พระเจ้า
ถ้าฟาโรห์​ไม่​ยอม พระเจ้า​จะ​ประ​หาร​บุตร​หัว​ปี​ของ​ฟาโรห์​เสีย

ระหว่าง​ทาง พระ​เจ้าเสด็จ​มา​หา​โม​เสส และ​ทรง​ประ​สงค์​จะ​ประ​หาร​โมเสสเสีย
(น่าจะเป็นเพราะ ยังไงๆ โมเสสก็ไม่ยอมให้ลูกๆเข้าสุหนัตไม่ยอมให้กลายเป็นคนอิสราเอล)
นาง​ศิป​โปราห์​จึง​รีบเข้าสุหนัตให้ลูกๆของโมเสส
แล้ว​เอา​ไป​ปลายหนังองคชาติไปแตะ​เท้า​ของ​โม​เสส
โมเสสจึงรอดตาย

เมื่ออาโรนมาพบโมเสสตามที่พระเจ้าบอกแก่เขา
โมเสส​จึง​เล่า​เรื่องราวทั้งสิ้นให้​อาโรน​ฟัง

เมื่อกลับมาถึงอียิปต์ โม​เสส​กับ​อา​โรน​ก็เรียก​ประ​ชุม​บรรดา​ผู้​ใหญ่​ของคน​อิส​รา​เอล​
แล้ว​อาโรน​ก็เล่าทุกอย่างให้พวกเขาฟัง
แล้วโมเสสก็ทำการอัศจรรย์​ต่างๆ นั้น ให้ประชาชนได้เห็น
ประชา​ชน​ก็​เชื่อ พวก​เขา​ต่าง​กราบลง​นมัส​การพระเจ้า

1. เมื่อพระเจ้าทรงเรียกโมเสส สิ่งที่มีอยู่ในมือของเขา มีเพียงไม้เท้าอันเดียวเท่านั้น
แต่นั่นก็เพียงพอที่โมเสสจะใช้ทำการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่มากมาย และนำคนอิสราเอลกว่า 3 ล้านคน
ออกจากการเป็นทาสในอียิปต์

วันนี้ สิ่งเรามีเพียงพอ หากเรายอมให้พระเจ้าทรงใช้ เพื่อทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าให้สำเร็จได้

2. เมื่อไม้เท้ากลายเป็นงูแล้ว โมเสสตกใจจนวิ่งหนีงู
แต่พระเจ้ากลับบอกให้เขาจับหางงู
ซึ่งเป็นการจับที่ไม่ถูกต้อง เพราะงูจะหันมากัดแน่นอน
แต่โมเสสก็เชื่อฟัง จึงได้เห็นการอัศจรรย์

ตอนแรกพระเจ้าให้แค่โยนไม้ลงพื้น เมื่อเชื่อฟังเห็นอัศจรรย์
ต่อมาให้จับหางงู โจทย์ยากขึ้น เมื่อเชื่อฟังก็เห็นการอัศขรรย์

พระเยซูจะค่อยๆพัฒนาความเชื่อของเรา ด้วยการสั่งให้เราทำตามพระคำของพระองค์
โดยการเริ่มจากสิ่งง่ายๆ แล้วค่อยๆพัฒนามากขึ้นทีละน้อยๆ
เพื่อให้เรามีความเชื่อและมีประสบการณ์กับพระเจ้ามากขึ้นทุกวันๆ

3. พระเจ้าทรงเป็นผู้สร้างมนุษย์ และประทานความสามารถให้แก่มนุษย์
ดังนั้นต่อให้เราไม่มีความสามารถสักเพียงใดก้ตาม
ถ้าพระเจ้าทรงใช้ให้เราทำ พระองค์จะประทานให้เราสามารถทำสำเร็จได้แน่ๆ

4. โมเสสเรียกพระเจ้าว่า เจ้านาย (Lord) ไม่เชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้า
พระเจ้าจึงทรงกริ้ว
เมื่อพระเจ้าทรงกริ้วแล้ว ก็ช่วยโมเสสให้กล้าที่จะเชื่อฟัง โดยการส่งอาโรนมาช่วยโมเสส

นี่คือพระลักษณะของพระเจ้า พระองค์ไม่พอพระทัยเมื่อเราไม่เชื่อฟังพระองค์
ถึงกระนั้นพระองค์ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา
ทรงรู้จักความอ่อนแอของเรา
ทรงส่งตัวช่วยมาช่วยเราให้เชื่อฟังพระองค์

วันนี้ อย่าให้เราทำสิ่งที่พระเจ้าไม่พอพระทัยคือ ไม่เชื่อฟังพระองค์
พระองค์ทรงพร้อมที่จะช่วยเราเสมอ เพื่อให้เราเชื่อฟังพระองค์ได้สำเร็จ

5. พระเจ้าทรงใช้โมเสสไปทำภารกิจสำคัญ
และทรงทราบล่วงหน้าแล้วว่า จะมีอุปสรรค
คือฟาโรห์จะไม่ยอม
อย่างไรก็ดีพระเจ้า จะทรงช่วยให้โมเสสผ่านอุปสรรคนั้นไปได้

ในการเชื่อฟังพระเจ้า ไม่ได้หมายความว่าจะพบแต่ทางราบรื่นไม่มีขวากหนามใดๆเลย
ตรงกันข้ามมักจะมีอุปสรรคขวากหนาม
แต่พระเจ้าจะทรงนำให้เราผ่านสิ่งนั้นไปอย่างสง่างาม

เชื่อฟังพระเจ้า ไม่ต้องกลัวอุปสรรค

6. โมเสสเชื่อฟังพระเจ้า โดยยอมเดินทางเสี่ยงตายไปอียิปต์ แต่ ไม่ยอมให้ลูกเข้าสุหนัต
พระเจ้า ไม่ยอม ในเรื่องนี้
เราไม่อาจเชื่อฟังพระเจ้า ครึ่งๆกลางๆได้
หากจะเชื่อฟัง ต้องเชื่อฟัง ทั้งหมด

7. เมื่อโมเสสบอกข่าวดีแก่ประชาชนและทำอัศจรรย์ให้พวกเขาดู
พวกเขาก็เชื่อโมเสส และสรรเสริญพระเจ้า
แต่ในบทต่อมา พวกเขาก็ด่าว่าโมเสส

การยอมรับจากมนุษย์ เป็นเพียงสิ่งชั่วคราว
อย่าหลงยึดติดกับมัน หรือดิ้นรนแสวงหามัน
แต่จงแสวงหาที่จะการยอมรับจากพระเจ้า

คำคม

“ พระเจ้าทรงสามารถใช้สิ่งเท่าที่เรามี ทำสิ่งยิ่งใหญ่ถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้ ”

สรุป อพยพ 3

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสำแดงพระองค์เองกับโมเสสที่ภูเขาโฮเรบ และทรงใช้เขาไปนำคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์
  • สามารถรับชมรายละเอียดคำอธิบายเพิ่มเติม ของ อพยพบทที่ 3 ที่นี่ครับ >>
    https://www.youtube.com/watch?v=s70fzkv2Wcg&t=774s

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 3 หลังจากที่​โมเสสหนีไปอาศัยอยู่ในมีเดียน ราว 40 ปี
วันหนึ่ง ขณะที่เขากำ​ลัง​เลี้ยง​ฝูง​แพะ​แกะ​ของเยโธร (พ่อ​ตาของโมเสส)
เขาก็พาฝูงแพะแกะหาหญ้ากิน จนมา​ถึง​ภูเขา​โฮ​เรบ(ซีนาย)

ที่นั่น โม​เสส​มองเห็น​พุ่ม​ไม้ มี​ไฟ​ลุก​โชน​อยู่ แต่​มิได้​ไหม้
จึงแวะเข้าไปดู
พระเจ้าทรงตรัสกับโมเสสที่นั่น ว่า
พระองค์ทรง​เห็น​ความ​ทุกข์​ของ​คนอิสราเอลที่อยู่​ใน​อียิปต์
ทรง​ได้​ยิน​เสียง​ร้อง​ของ​พวก​เขา
พระองค์จึงจะ​มา​เพื่อ​จะ​ช่วย​เขา​ให้​รอด​จาก​มือ​ชาว​อียิปต์
และ​นำ​เขา​ออก​จาก​อียิปต์ ไปยัง​แผ่น​ดิน​ของ​
– คน​คา​นา​อัน
– คน​ฮิต​ไทต์
– คน​อา​โม​ไรต์
– คน​เปริส​ซี
– คน​ฮีไวต์
– ​คน​เย​บุส
ที่​มี​น้ำ​นม​และ​น้ำ​ผึ้ง​ไหล​บริ​บูรณ์

พระเจ้าทรงใช้โมสสให้​ไป​เข้าเฝ้า​ฟา​โรห์
เพื่อ​จะนำ​คน​อิส​รา​เอล​ออก​จาก​อียิปต์

แต่ โมเสส​จึง​ทูล​พระ​เจ้า​ว่า เขาเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งจะทำสิ่งนี้ได้อย่างไร
พระ​องค์​ตรัส​ว่า พระเจ้า​จะ​อยู่​กับโมเสส เขาจะทำสำเร็จแน่ แล้วจะ​นำคนอิสราเอล​ออก​จาก​อียิปต์​แล้วจะ​มา​นมัส​การ​พระ​เจ้า​บน​ภูเขา​นี้

โมเสส​จึงทูลถามพระนามของพระ​เจ้า
พระ​เจ้า​จึง​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า “เรา​เป็น​ผู้​ซึ่ง​เรา​เป็น” (“ยาห์เวห์”)
“นี่​เป็น​นาม​ของ​เรา​ตลอด​ไป​เป็น​นิตย์ เป็น​อนุ​สรณ์​ของ​เรา​ตลอด​ทุก​ชั่ว​ชาติ​พันธุ์”

พระเจ้าบอกกับโมเสสว่า ให้ไปบอกกับพวก​อิสราเอล พวกเขา​จะ​เชื่อ​ฟัง​คำ​ของ​โมเสส
แล้วให้โมเสสกับ​พวก​ผู้​ใหญ่​ของ​คน​อิส​รา​เอล​ พา​กัน​ไป​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์​อียิปต์​
เพื่อขอเดิน​ทาง​ไป​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​เป็น​ระยะ​ทาง 3 วัน เพื่อ​จะ​ถวาย​สัตว​บูชา​แด่​พระ​ยาห์​เวห์​

แล้ว​บอกว่า​กษัตริย์​อียิปต์​จะ​ไม่​ยอม
แต่​พระเจ้าจะ​บัง​คับเขา​ด้วย​มือ​อัน​เข้ม​แข็ง​ของพระองค์

แล้วก่อนออกมา พระเจ้า​จะ​ให้​คนอิสราเอลเป็น​ที่​โปรด​ปราน​ของ​คน​อียิปต์
ดังนั้นให้​ผู้​หญิง​ทุก​คน​ขอ​เครื่อง​เงิน​เครื่อง​ทอง​และ​เสื้อ​ผ้า​จาก​เพื่อน​บ้าน
แล้ว​เอา​เครื่อง​แต่ง​ตัว​นั้น​ไป​แต่ง​ให้​บุตร​ชาย​บุตร​หญิง
ด้วย​วิธี​นี้​แหละ คนอิสราเอลจะ​ได้​ริบ​เอา​สิ่ง​ของ​ของ​คน​อียิปต์
ที่พวกเขาได้ยึดไปจากคนอิสราเอลก่อนหน้านี้กลับคืนมา

1. เมื่อพระเจ้าจะทรงช่วยคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาส พระองค์ทรงเลือกที่จะช่วยผ่านโมเสส

เมื่อพระเจ้าจะทรงช่วยมนุษย์ออกจากการเป็นทาสบาป พระองค์ทรงเลือกที่จะช่วยผ่านพระเยซูคริสต์

เมื่อพระเจ้าจะทรงช่วยคนไทยให้ออกจากการพิพากษาด้วยข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงเลือกที่จะช่วยผ่านการประกาศของเราทั้งหลาย

2. แม้โมเสสจะเป็นเพียงคนเลี้ยงแพะแกะธรรมดาๆ คนหนึ่งในมีเดียน
แต่เพราะพระเจ้าทรงสถิตกับเขา
ดังนั้นสิ่งที่พระองค์ทรงใช้เขาไปทำ จะสำเร็จเป็นแน่

วันนี้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตกับเราตลอดเวลา
ดังนั้น สิ่งที่เรากำลังเชื่อฟัง ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้านั้น จะสำเร็จเป็นแน่

3. พระเจ้าให้โมเสสขอฟาโรห์ไปแค่ เดินทาง 3 วัน ไปกลับ คงประมาณ 1 สัปดาห์
เพื่อให้เห็นว่า ขนาด 3 วัน ยังไม่ให้เลย
แต่เมื่อพระเจ้าทรงกระทำการ ฟาโรห์กลับรีบไล่คนอิสราเอลให้ออกจากอียิปต์ไปเร็วด้วยซ้ำไป

เมื่อพระเจ้าทรงให้เราทำอะไร(ตามพระคำของพระเจ้า) อาจจะเป็นสิ่งที่เราไม่เข้าใจ
แต่เมื่อเราเริ่มทำตามในส่วนของเรา
เราจะเข้าใจได้เมื่อถีงเวลาที่พระเจ้าทรงทำส่วนของพระองค์

4. ก่อนหน้านี้ในสมัยของโยเซฟ คนอิสราเอลมั่งคั่งมากมาย
แต่ต่อมาเมื่อกษัตริย์องค์ใหม่ กำหนดให้คนอิสราเอสเป็นทาสใช้แรงงาน
แน่นอน ทรัพย์สินของพวกเขาทั้งหมด ย่อมถูกคนอียิปต์ยึดไปเสีย

เมื่อถึงเวลาของพระเจ้า พระเจ้าผู้ทรงยุติธรรม ทรงทำให้ทรัพย์สมบัติที่สมควรเป็นของพวกเขา
กลับคืนมาสู่พวกเขาอีกครั้ง และดูเหมือนมากยิ่งกว่าที่สูญเสียไปเสียอีก

วันนี้ หากเราไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกยึดสิ่งที่สมควรเป็นของเราไปจากเรา
ให้เราร้องทูลต่อพระเจ้า เหมือนที่อิสราเอลทำ
แล้วรอคอยเวลาของพระองค์
พระเจ้าผู้ทรงยุติธรรม จะประทานความยุติธรรมให้แก่เราอย่างแน่นอน

คำคม

“ เพราะพระเจ้าทรงสถิตกับเรา เราจะทำตามน้ำพระทัยสำเร็จ เป็นแน่ ”

สรุป อพยพ 2

ภาพรวม

  • โมเสสได้ถูกธิดาฟาโรห์รับเป็นลูก เมื่อเติบใหญ่คิดจะช่วยคนอิสราเอลจนฆ่าคนอียิปต์คนหนึ่งตาย จึงต้องหลบหนีไปอยู่ที่มีเดียนและมีครอบครัวที่นั่น
  • สามารถรับชมรายละเอียดคำอธิบายเพิ่มเติม ของ อพยพบทที่ 2 ที่นี่ครับ >>
    https://www.youtube.com/watch?v=aXBIsF1LgiM&t=1293s

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 2:1 ในช่วงเวลที่อิสราเอลตกเป็นทาสในอียิปต์ กษัตริย์แห่งอียิปต์สั่งให้ นำทารกชายชาวฮีบรูทุกคนไปโยนทิ้งในแม่น้ำไนล์
สามีภรรยา​เผ่า​เลวี​คู่​หนึ่ง​ ได้คลอด​บุตร​ชาย แต๋ก็ซ่อนไว้ ไม่เอาไปโยนทิ้งแม่น้ำไนล์
จนกระทั่ง 3 ​เดือน ผ่านไป ชาวบ้านเริ่มผิดสังเกต จึง​ซ่อน​ต่อ​ไป​ไม่​ได้​แล้ว

ผู้เป็นแม่จึงจำเป็นต้องนำลูกชายไปทิ้งแม่น้ำไนล์จริงๆ
แต่แทนที่จะโยนลงไปเลย
นางกลับเอา​ตะกร้า​มา ยา​ด้วย​ยาง​มะ​ตอย​และ​ชัน เพื่อให้กันน้ำ
แล้ววาง​ทารก​นั้น​ลง​ใน​ตะกร้า
แล้ว​นำ​ไป​ไว้​ที่​พงหญ้า​ริม​แม่​น้ำ​ไนล์
แล้วให้​พี่​สาว​ของ​เด็ก​นั้น​ยืน​อยู่​ห่างๆ

ปรากฏว่า ​ธิดา​ของ​ฟา​โรห์ มาพบเข้าก็​ทรง​สง​สาร
พี่​สาว​เด็ก​นั้น​จึง​มาทูล​ถาม​​ว่า “จะ​ให้​​ไป​หา​แม่​นม​​มา​เลี้ยง​ทารก​นี้​ให้​​ไหม?”
ธิดา​ของ​ฟาโรห์ก็เห็นชอบ
พี่​สาว​เด็ก​นั้นจึงไปตามแม่มา แล้วธิดาของฟาโรห์จึงจ้างนาง​ ให้รับ​ทารกนั้น​ไป​เลี้ยง
เมื่อ​ทารก​เติบ​โต​ขึ้น นาง​ก็​พา​มา​ถวาย​​ธิดา​ของ​ฟา​โรห์
พระ​นาง​​ให้ชื่อเด็กว่า โม​เสส (ฉุด​ขึ้น​มา)

เมื่อ​โม​เสส​โต​ขึ้น ขณะกำลัง​ไป​หา​พวก​พี่​น้องขาวฮีบรู
ก็​คน​อียิปต์​คน​หนึ่ง​กำ​ลัง​ตี​คน​ฮีบรู
โมเสสจึง​ฆ่า​คน​อียิปต์​นั้น แล้ว​ซ่อน​ศพ​ไว้​ใน​ทรายเสีย

ใน​วัน​รุ่ง​ขึ้น โมเสส​เห็น​คน​ฮีบรู​สอง​คน​ต่อ​สู้​กัน​อยู่ เข้าไปห้าม
เขา​จึงพูด​ว่า “ใคร​ตั้ง​เจ้า​ให้​เป็น​เจ้า​นาย​และ​เป็น​ตุลา​การ​ปก​ครอง​เรา? เจ้า​ตั้ง​ใจ​จะ​ฆ่า​ตัว​ข้า​เหมือน​ที่​ได้​ฆ่า​คน​อียิปต์​คน​นั้น​หรือ?”
โม​เสส​ก็​กลัว เพราะรู้ว่า เรื่องเขาฆ่าคนอียิปต์เพื่อช่วยคนฮีบรู ​คง​รู้​กัน​ทั่ว​แล้ว​

ต่อมาเมื่อ​ฟา​โรห์​ทรง​ทราบ​เรื่อง​ก็​หา​ช่อง​ทาง​ฆ่า​โม​เสสเสีย
แต่​โม​เสส​หนี​รอด​ไปได้
จึงหนีไป​ยังใน​แผ่น​ดิน​มี​เดียน

ที่นั่นเขาได้พบกับ ศิโปราห์ บุตรสาวของเร​อู​เอล(หรือ เยโธร)​ ปุโร​หิต​ของ​คน​มี​เดียน​
และเขาได้ช่วยนางไว้
และต่อมาโมเสสก็ได้แต่งงานกับนาง
แล้วได้บุตร​ชาย​ ​ชื่อ​ เกอร์​โชม (คน​ต่าง​ด้าวที่​นั่น)

หลาย​ปีต่อมา กษัตริย์​อียิปต์​ก็​สิ้น​พระ​ชนม์
คนอิส​รา​เอล​ทุกข์​ระทม​เพราะ​การ​เป็น​ทาส
จึง​ร้อง​คร่ำ​ครวญ ​ขอ​ความ​ช่วย​เหลือจาก​พระ​เจ้า
พระ​เจ้า​ทรง​ระลึก​ถึง​พันธ​สัญ​ญา​ที่​พระ​องค์​ได้​ทรง​ทำ​ไว้​กับ​อับ​รา​ฮัม อิส​อัค และ​ยา​โคบ
พระ​เจ้า​ทอด​พระ​เนตร​พวกเขา ​ทรง​ทราบ​ถึง​สภาพ​ความ​เป็น​ไป​ของ​พวก​เขา

1. ดูเหมือนแม่ของโมเสสทำอย่างมีปัญญา แต่แผนของเธอไม่มีทางเกิดผลดีได้เลย ถ้าพระเจ้าไม่ได้ทรงทำให้ธิดาฟาโรห์มาพบพอดี

พระเจ้าทรงประทานสติปัญญาแก่เราแล้ว เวลาแก้ไขปัญหาจึงสมควรทำโดยใช้ปัญญา
แต่ขณะเดียวกันก็รู้ตัวว่า ถ้าปราศจากการช่วยเหลือของพระเจ้า แผนการนั้นไม่อาจเกิดผลสำเร็จอย่างดีเลิศได้อย่างแน่นอน

สภษ. 16:1 แผน​งาน​ความ​คิด​เป็น​ของ​มนุษย์ แต่​คำ​ตอบ​ของ​ลิ้น​มา​จาก​พระ​ยาห์​เวห์

2. ใน ฮบ. 11:23 อธิบายเพิ่มเติมว่า การที่บิดา​มารดา​จึง​ซ่อน​โมเสสไว้​ถึง​ 3 ​เดือน เพราะ​พวกเขามีความ​เชื่อ จึงไม่​ได้​กลัว​คำ​สั่ง​ของ​กษัตริย์​

พวกเขาคงเชื่อว่า “เด็กคนนี้จะรอดชีวิตได้” จึงซ่อนไว้ และเมื่อซ่อนต่อไม่ได้แล้ว
พวกเขาก็เริ่มทำขั้นต่อไปของความเชื่อว่า “เด็กนี้จะรอดชีวิตได้”
โดยการนำเด็กนี้ไปใส่ในตะกร้า วางไว้ริมน้ำ แล้วให้ลูกสาวดูว่า พระเจ้าจะนำให้เกิดอะไรขึ้นต่อไป

เมื่อเรามีความเชื่อ ให้เราทำตามสิ่งที่เราเชื่อนั้น จนสุดทาง
แล้วจากนั้นก็ก้าวต่อไปตามความเชื่อนั้น ในทางเท่าที่มีอยู่ ณ เวลานั้นๆ

3. เมื่อพระเจ้าทรงจัดฉากให้โมเสส นอกจากแม่ไม่ต้องฆ่าลูกแล้ว ยังได้เงินจากธิดาฟาโรห์ เป็นค่าเลี้ยงดูลูกของตนเองอีกด้วย

เมื่อพระเจ้าเปิดประตู เราจะพบทางออกที่ดีเลิศเกินกว่าที่เราจะคาดคิดได้

จงพึ่งพาพระเจ้า แล้วรอคอยการช่วยกู้ซึ่งเกินคาดคิดที่มาจากพระองค์

4. โมเสสเมื่อายุ 40 ปี เก่งกล้าสามารถในทุกด้าน เขาคิดว่าเขาจะสามารถช่วยกู้คนอิสราเอลจากการข่มเหงของอียิปต์ด้วยกำลังความสามารถของเขาเอง
แต่เขาล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ไม่สามารถ นำคนอิสราเอลได้แม้แต่คนเดียว
แต่ต้องหนีตาย ไปอยู่ในมีเดียน

โมเสสเก่งในสายตาของตนเอง มากเกินไป จนเขาไม่พร้อมที่จะให้พระเจ้าใช้เขา
อีก 40 ปี ต่อมา เมื่อเขาอายุ 80ปี และลืมทั้งหมดที่เคยร่ำเรียนมา
เมื่อนั้นพระเจ้าเห็นว่า โมเสสพร้อมแล้ว ที่จะให้พระเจ้าได้

ความถ่อมใจ สำคัญยิ่งกว่า ความสามารถ

5. เมื่อคนอิสราเอลร้องทุกข์ต่อพระเจ้า พระองค์ทรงสดับฟังเขา พระองค์ทรงทราบดีว่าพวกเขากำลังเจออะไร พวกเขากำลังรู้สึกอย่างไร และพระองค์ส่งผู้ช่วยมาช่วยพวกเขา

วันนี้ เมื่อเราร้องทุกข์ต่อพระเจ้าอย่างจริงใจ พระองค์ทรงเข้าใจเรา แม้คนอื่นจะไม่เข้าใจ
และพระองค์จะเสด็จมาช่วยเราเป็นแน่

คำคม

“ คนที่คิดว่าตนเองเก่ง เขายังไม่พร้อมที่จะให้พระเจ้าใช้ ”

สรุป อพยพ 1

ภาพรวม

  • เมื่อโยเซฟและพวกพี่น้องได้เสียชีวิตลง หลังจากช่วงระยะหนึ่ง คนอียิปต์ก็จำเรื่องของโยเซฟไม่ได้แล้ว และเริ่มข่มเหงอิสราเอล บังคับให้เป็นทาสใช้แรงงานหนัก และพยายามกำจัดทารกเพศชายของอิสราเอลให้หมดไปด้วย
  • สามารถรับชมรายละเอียดคำอธิบายเพิ่มเติม ของ อพยพบทที่ 1 ที่นี่ครับ >> https://youtu.be/aXBIsF1LgiM

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 1 เริ่มต้นด้วยท้าวความ ถึงเชื้อสายของยา​โคบ(อิสราเอล) ที่เข้ามาอยู่ในอียิปต์ ได้แก่
1.รูเบน 2.สิ​เม​โอน 3.เลวี 4.ยู​ดาห์
5.อิส​สา​คาร์ 6.เศ​บู​ลุน 7.​เบน​ยา​มิน 8.ดาน​
9.​นัฟ​ทา​ลี 10.กาด 11.​อา​เชอร์ 12.​โย​เซฟ (ลูกของเขา คือ นัมสเสห์ และ เอฟราอิม)

ต่อ​มา​เมื่อโย​เซฟ​กับ​พี่​น้อง​ ตาย​​หมด​แล้ว
พงศ์​พันธุ์​อิส​รา​เอล​มี​ลูก​ดก​ทวี​มาก​ขึ้น​ ​จน​เต็ม​แผ่น​ดิน​ไปหมด

ต่อมากษัตริย์​​อียิปต์ องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ พระ​องค์​ไม่​ทรง​รู้​จัก​โย​เซฟ
(น่าจะหมายถึง มีการเปลี่ยนราชวงศ์ใหม่ในอียิปต์ ใน ปี 1570 ก.คศ. )

กษัตริย์องค์นั้น เห็นว่า คน​อิส​รา​เอล​มี​มาก​เกิน​ไป ​และ​มี​กำลัง​ยิ่ง​กว่า​พวกอียิปต์เสีย​อีก
พระองค์กลัวว่า เมื่อเกิด​สง​คราม​ขึ้น​อิสราเอล ซึ่งไม่ใช่เชื้อสายของอียิปต์แต่อยู่ในอียิปต์
อาจจะทรยศอียิปต์ได้ และกลัวว่าอิสราเอล​จะ​​ออก​ไป​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์
ซึ่งจะทำให้ความมั่นคงและระบบเศรษฐกิจของอียิปต์ รับความเสียหายร้ายแรงได้

ดังนั้นคน​อียิปต์ บีบ​บัง​คับ​คน​อิส​รา​เอล​ให้​เป็นทาส และให้ทำ​งาน​หนัก
แต่​ยิ่ง​ถูก​บีบ​บัง​คับ ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล​ก็​ยิ่ง​ทวี​มาก​ขึ้น
(อาจเพราะว่า ทำงานหนักทั้งวัน กลับมาบ้านเครียด จึงคลายเครียดมาหลับนอนกับภรรยา จนมีลูกมากมาย)

ชาว​อียิปต์จึง​ทั้ง​เกลียด​ ทั้ง​กลัว​ ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล
จึง​บังคับคน​อิส​รา​เอล​ให้​ทำ​งานอย่าง​หนัก
คนอิสราเอล​จึงขม​ขื่นมาก

กษัตริย์​อียิปต์​ยังสั่ง ชิฟราห์ และ ​ปูอาห์ หมอตำแย​ชาว​ฮีบรู​
เวาทำคลอดให้ฆ่า​ทารกเพศ​ชาย​​เสีย ​และไว้ชีวิตทารกเพศหญิง
แต่​นางทั้งสองยำ​เกรง​พระ​เจ้า
จึง​ไม่​ได้​ทำ​ตาม​คำสั่งของ​กษัตริย์​อียิปต์
กษัตริย์​อียิปต์​จึงถามว่า ทำไม​พวก​เจ้า​จึง​ทำ​อย่าง​นี้?
พวกนาง​ ตอบว่า ​หญิง​ฮีบรู​​แข็ง​แรงกว่าหญิงอียิปต์
ยังไม่ทันทำคลอด ก็คลอดแล้ว
พระ​เจ้า​จึง​ทรง​อวยพร​นางทั้งสอง โปรด​ให้​พวก​นาง​มี​ครอบ​ครัว

ฟา​โรห์​จึงมีคำสั่งใหม่ ให้​ราษ​ฎร​ทุกคน
ถ้าใครเห็นคน​ฮีบรูคนไหน คลอดลูกเป็นลูกชาย
ก็ให้เอาทารกนั้น​ไป​ทิ้ง​เสีย​ใน​แม่​น้ำ​ไนล์ได้เลย

– เชื้อสายอิสราเอลรุ่นลูกหลาน ของยาโคบ คงคิดว่า อยู่อียิปต์ ปลอดภัย สบายใจ มีความสุขที่สุดแล้ว
เพราะคุณงามความดีและบารมีของโยเซฟ คงทำให้พวกเขาอยู่อย่างสบายตลอดไป
แต่เมื่อถึงเวลาของพระเจ้า การเปลี่ยนแปลงที่มนุษย์คิดไม่ถึงก็เกิดขึ้น
เพื่อให้แผนการแห่งพระสัญญาของพระเจ้าสำเร็จเป็นจริง

เราไม่อาจไว้ใจในความมั่งคั่ง ความมั่นคงที่เรามีในปัจจุบันได้เลย
เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
แต่เราไว้ใจในพระสัญญาของพระเจ้าได้ว่า
ไม่ว่า วันเวลาหรือสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไป
พระสัญญาของพระเจ้า ยังคงอยู่และจะสำเร็จเป็นจริงเสมอ

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆอะไรในชีวิตของเรา หรือในสังคมที่เราอยู่
เราควรรู้ตัวว่า นั่น พระเจ้ากำลังจะทำอะไรบางอย่าง
เพื่อแผนการแห่งสัญญาของพระเจ้าจะเกิดขึ้น และสำเร็จเป็นจริง

– ใน อพย. 1:10 น่าสังเกตว่าที่กษัตริย์อียิปต์และคนอียิปต์กลัว
นอกจากจะ​กลัวคนอิสราเอลทรยศ ยามศึกสงครามแล้ว
ยังกลัว คนอิสราเอล​ออก​ไป​จาก​แผ่น​ดิน​อีกด้วย

อาจจะเป็นเพราะคนอิสราเอลมีจำนวนมาก หลายล้านคน
ซึ่งเกี่ยวพันกับระบบเศรษฐกิจ,การก่อสร้าง และอื่นๆ

ด้วยเหตุนี้ เมื่อโมเสส มาขอฟาโรห์ให้นำอิสราเอลออกจากอียิปต์ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อาจเรียกได้ว่า เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ ที่ฟาโรห์จะอนุญาต

– ชิฟราห์ และ ​ปูอาห์ หมอตำแย​ชาว​ฮีบรู​ ยำเกรงพระเจ้า มากกว่า เกรงกลัวฟาโรห์
พระเจ้าจึงทรงปกป้องพวกเธอให้ปลอดภัย และยังทรงอวยพระพรให้พวกเธอได้มีครอบครัวอีกด้วย

เมื่อเราเกรงกลัวพระเจ้าจริงๆ ในโลกนี้ก็ไม่มีอะไรที่น่ากลัวอีกต่อไปแล้ว

– คำสั่งของฟาโรห์คือให้คนทั้งอียิปต์ ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ช่วยกันจับทารกชายของพวกฮีบรู โยนลงแม่น้ำไนล์กันเถิด
คนอียิปต์ ร่วมกันทำสิ่งโหดร้าย ต่อบุตรชายชาวฮีบรู
ซึ่งต่อมา พวกอียิปต์เอง จึงต้องสูญเสียบุตรหัวปีกันทุกครัวเรือน

เมื่อทำผิด ดูเหมือน พระเจ้าจะทรงมีเวลาของพระองค์ ให้โอกาสเขาได้กลับใจ
หากเขายังคงไม่กลับใจ เมื่อเวลาแห่งการพิพากษามาถึง เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอาจหลีกได้พ้น

การกลับใจของเรา วันนี้ยังทัน จงกลับใจก่อนจะสายเกินไป

คำคม

“ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง แสดงว่าพระเจ้ากำลังเริ่มขั้นตอนต่อไปของแผนการของพระองค์แล้ว ”

สรุป ปฐมกาล 50

ภาพรวม

  • เมื่อยาโคบเสียชีวิต โยเซฟจึงนำศพของยาโคบกลับมาฝังที่เดียวกับ อับราฮัมและอิสอัค ในคะนาอัน โยเซฟมีอายุต่อไปจนถึง 110 ปี ก่อนจากไป เขาสั่งลูกหลานของอิสราเอลว่า ให้นำกระดูกของเขากลับไปฝังในคะนาอันด้วย ในอนาคต

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 50 เมื่อยาโคบเสียชีวิตลง โยเซฟ​ก็สั่ง​พวก​หมอ​ที่​เป็น​ข้า​ราช​การ​ของเขาให้​อาบ​ยา​รักษา​ศพ​ยาโคบ​ไว้ ซึ่ง​ใช้​เวลาดำเนินการตามขั้นตอนนาน 40 ​วัน แล้วชาว​อียิปต์​ก็​ไว้​ทุกข์​ให้ยาโคบ​ถึง 70 ​วัน

หลังจากไว้​ทุกข์​​แล้ว โยเซฟ​ก็ขอฟาโรห์ ให้เขา​เอา​ศพ​พ่อ​ไป​ฝัง​ไว้
​ใน​สุสาน​ ณ ดิน​แดน​คา​นา​อัน ตามคำสั่งเสียของพ่อ
ฟา​โรห์​ก็​อนุญาต

โยเซฟ​จึง​ไป​ฝัง​ศพ​ยาโคบ โดยไปพร้อมกับ​ข้า​ราช​การ​ของ​ฟา​โรห์ ผู้ใหญ่​ใน​ราช​สำนัก​และ​บรรดา​ผู้​ใหญ่​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์ และ​ครอบ​ครัว​ทั้ง​หมด​ของ​โยเซฟ ​กับ​ครอบ​ครัว​ของ​ยาโคบทั้งหมด
ยกเว้น​​เด็ก​เล็กๆ และ​ฝูง​แพะ​แกะ​ฝูง​โค​เท่า​นั้น ที่ไม่ต้องไป ​อยู่​ใน​ดิน​แดน​โกเชนต่อไป
ขบวนส่งศพมี​ขบวน​รถ​รบ ขบวน​ม้า​ไป​ ​เป็น​ขบวน​ใหญ่โต​มาก

เมื่อพวก​เขามา​ใกล้​แม่​น้ำ​จอร์​แดน พวก​เขา​ก็คร่ำ​ครวญ​ะ​ร้อง​ไห้​อย่างมาก​
โยเซฟ​เองก็​ไว้​ทุกข์​ให้​ยาโคบ 7 ​วัน ที่นั่น

เมื่อ​ชาว​​คา​นา​อัน​เห็น​การ​ไว้​ทุกข์นั้น จึง​พูด​กัน​ว่า
“นี่​เป็น​การ​ไว้​ทุกข์​ใหญ่​ของ​ชาว​อียิปต์”
​พวก​เขา​จึง​เรียก​ชื่อ​ที่​นั่น​ว่า “อา​เบล​มิส​รา​อิม”

พวก​ลูกๆ​ของ​ยา​โคบ​ก็​​ฝัง​ศพของยาโคบไว้​ใน​ถ้ำ​
ที่​อยู่​ใน​นา​ชื่อ มัค​เป-ลาห์ ที่อยู่​หน้า​มัมเร
แล้วโยเซฟ​ กับ​พวก​พี่​น้อง​และ​คน​ทั้ง​หมดก็กลับไปอียิปต์

พวก​พี่ๆ เริ่มกังวลว่า ​โยเซฟ​จะแก้​แค้น​พวก​เขา​ เนื่องจากพ่อไม่อยู่แล้ว
พวก​พี่ๆ​จึง​​ให้​คน​ไป​หา​โยเซฟ​ เพื่อบอกว่ายาโคบสั่งไว้​ก่อน​ตาย​สั่ง​ไว้​ ว่า ​ขอ​ให้โยเซฟ​ยก​โทษให้แก่​พวก​พี่​ๆ​
เมื่อโยเซฟ​ได้ยินก็ร้อง​ไห้​
โยเซฟ​จึง​บอก​พวก​เขา​ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้
เพื่อช่วย​ชีวิต​คน​เป็น​อัน​มาก
แม้พวก​เขา​คิด​ร้าย​ต่อ​โยเซฟ แต่ในที่สุดพระเจ้าก็ทรง​ให้​เกิด​ผล​ดี​อย่างที่เห็นนี้

โยเซฟ​จึงพูด​ปลอบ​โยน​พวก​พี่ๆ​และ​ให้สัญญาว่าจะดูแลพวกเขาและครอบครัวอย่างดี

โยเซฟ​มี​อายุยืนยาวถึง 110 ปี จนได้เห็น​พวก​ลูกๆ ของ​เอฟ​รา​อิม​จน​ถึง​ชน​รุ่น​ที่​ 3 (ได้เป็นปู่ทวด) ก่อนตายโยเซฟ​ได้บอก​พวก​พี่​น้อง​ของเขา (ที่ยังไม่ตาย) ว่า
​พระ​เจ้า​จะ​เสด็จ​มา​เยี่ยม​เยียน​ลูกหลานของพวกเขา
และ​จะ​พา​พวกเขาเหล่านั้นออกจากอียิปต์ ไป​สู่​ดิน​แดนแห่งพระสัญญา
ดังนั้น จึงขอให้พวกเขาสาบานว่า
จะให้ลูกหลานนำ​กระ​ดูก​ของโยเซฟไป​ฝังที่คานาอัน

แล้วโยเซฟก็เสียชีวิต คนอียิปต์​ก็​อาบ​ยา​รักษา​ศพไว้ แล้ว​บรรจุ​โลง​ไว้​ใน​อียิปต์

– การตายของยาโคบ คนเลี้ยงแพะแกะแห่งคานาอัน กลับทำให้คนทั้งอียิปต์ไว้ทุกข์ถึง 70 วัน และบรรดาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มากมายต้องเดินทางมาร่วมฝังศพของเขาไกลถึงคานาอัน
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า พระเจ้าทรงสัญญาที่จะอวยพระพรแก่ชายผู้นี้

เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซู ได้รับพระสัญญาแห่งพระพรเช่นกัน
และพระพรที่จะได้รับนี้ไม่เพียงแต่ในโลกนี้เท่านั้น
แต่เราจะรับพระพรใหญ่ยิ่งในสวรรค์ได้ครอบครองร่วมกับพระคริสต์ชั่วนิรันดร์

จงยึดความเชื่อวางใจในพระเยซูไว้ให้มั่น
เพราะผลที่จะได้รับนั้นทรงคุณค่ามหาศาล
มากกว่าทุกสิ่งที่เรามีหรือที่เราสูญเสียได้ในโลกนี้

– ทั้งยาโคบและโยเซฟ ต้องการให้ฝังศพของเขาในแผ่นดินคานาอัน
ก็เพราะพวกเขาเชื่อมั่นว่า พระเจ้าจะทรงรักษาสัญญา
เชื้อสายของอิสราเอลจะได้ครอบครองดินแแดนนั้น

จนวันตาย พวกเขาทั้งสอง ก็ยังไม่ได้เห็นสิ่งนี้
หรือแม่แต่เห็นวี่แววว่าสิ่งที่ทรงสัญญานี้จะเกิดขี้น
แต่พวกเขาก็ยังคงยึดมั่นในความเชื่อในพระสัญญาของพระเจ้า จนวันตาย

ให้เรายึดมั่นในคำสัญญาของพระเจ้าไว้ จนวันตาย

– พี่ๆของโยเซฟ เข้าใจผิดคิดว่า โยเซฟเห็นแก่พ่อ
จึงเคยพูดก่อนหน้านี้ ใน ปฐก. 45:5-8 ว่า
โยเซฟรู้ว่าที่เขาต้องถูกขายมาที่นี่
เพราะพระเจ้าประสงค์ให้เขาช่วยคนมากมาย

พวกเขาไม่คิดว่าโยเซฟหมายความอย่างที่พูดนั้นจริงๆ
พวกเขายากนักที่จะเข้าใจโยเซฟได้
เพราะโยเซฟคิดด้วยมุมมองฝ่ายวิญญาณ ด้วยความยำเกรงพระเจ้า
แต่พวกเขามองตามสายตาแบบคนในโลกนี้เขามองกัน

มุมมองของคนฝ่ายวิญญาณ ยากนักที่คนทั่วไปจะเข้าใจได้
หากเราปฏิบัติตามพระคำของพระเจ้า ซึ่งเป็นเรื่องฝ่ายวิญญาณ
แน่นอนย่อมมีคนไม่เข้าใจหรือแม้แต่เข้าใจผิดเรา ไม่มากก็น้อย
ถึงกระนั้นก็ให้เรายืนหยัดเดินหน้าต่อไป
แบบคนฝ่ายวิญญาณ ผู้ดำเนินชีวิตตามพระคำของพระเจ้า

คำคม

“ พระสัญญาของพระเจ้า จะเกิดขึ้นเป็นจริงอย่างแน่นอน ”

สรุป ปฐมกาล 49

ภาพรวม

  • ช่วงวาระสุดท้ายของยาโคบ เขาเรียกลูกๆมาอวยพรและพยากรณ์ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเชื้อสายของพวกเขาในอนาคต แล้วก็นอนลง แล้วจากโลกนี้ไปอย่างสงบ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 49 เมื่อยา​โคบใกล้จะจากโลกนี้ไป เขาจึง​เรียก​บรรดา​บุตร​ชาย​ของเขา​มา
แล้วอวยพรและพยากรณ์ ถึง​สิ่ง​ที่​จะ​บัง​เกิด​แก่​พวก​เขาและเชื้อสายของพวกเขาในอนาคต ดังนี้

1. รูเบน​เอ๋ย ​
– ​เป็นบุตร​หัวปี ความจริงแล้ว สมควรได้รับเกียรติ​สูง​สุด​ของ​เกียรติ​และสิทธิอำนาจสูงสุด แต่เพราะเขาไปแอบนอนกับบิลฮาห์ ภรรยาน้อยของยาโคบ(ปฐก. 35:22) ดังนั้นเขาจึงไม่อาจได้รับเกียรติและสิทธิอำนาจสูงสุดนั้น
> ทั้งที่รูเบนเป็นบุตรหัวปีของยาโคบ แต่ตลอดประวัติศาสตร์ของชนชาติอิสราเอล เผ่ารูเบนกลับไม่มีบทบาทโดดเด่นอะไรมากนัก

2. สิ​เม​โอน​ และ 3.​เลวี​
– สองพี่​น้อง ​เป็นดัง​อา​วุธ​ร้าย​แรงและเกรี้ยวกราด (ปฐก. 34:25-29 พวกเขาทั้งสอง แก้แค้นที่ดีนาห์น้องสาวถูกขมขื่น ด้วยฆ่า​ผู้​ชาย​ทั้ง​เมือง แล้ว​จับ​เอา​ลูกเมีย​ของ​คน​เหล่า​นั้น​ไป​เป็น​เชลย และ​ยัง​ริบ​ทรัพย์สิน​ทั้ง​หมดของคนเหล่านั้น) ดังนั้น เพราะ​พวก​เขา​ฆ่า​คน​ด้วย​ความ​โกรธ และ​ตาม​อำ​เภอ​ใจ​ในอนาคตพวก​เขา​จะพบความแตก​แยก​ และ​พลัด​พราก​กัน​
> เผ่า​สิเมโอน​ถูก​แยก​เข้า​ไป​อาศัย​อยู่​ใน​เขตแดน​ของ​เผ่า​ยูดาห์ (ยชว. 19:1) และเมื่อ 10 เผ่าทางตอนเหนือแยกตัวออกจาก ยูดาห์ เผ่าสิเมโอนก็แยกตามไปด้วย คือ ไปอยู่ฝังเหนือ แต่ดินแดนของตน ดันอยู่ฝั่งใต้
> ส่วนเผ่า​เลวี​ต้อง​กระจาย​ไป​อยู่ตามเมืองต่างๆ 48 หัวเมือง​(กดว. 35:2,7 , ยชว. 14:4; 21:41)

4. ยู​ดาห์
– ​จะได้รับเกียรติและ​สรร​เสริญ​จากพี่น้อง จะมีชัยชนะเหนือเหล่า​ศัตรู​ ​เป็น​ลูก​สิงห์
– เชื้อสายของยูดาห์จะได้เป็น​ผู้​ปก​ครอง​ จน​กว่า​ชีโลห์​(หมายถึง พระคริสต์)จะ​มา
– แล้วชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย​จะ​เชื่อ​ฟังพระคริสต์ ผู้มาจากเชื้อสายของยูดาห์ แล้วพระพรและความอุดมสมบูรณ์ที่แท้จริงก็จะมาถึง
> พระคริสต์มาจากเผ่ายูดาห์

5. เศ​บู​ลุน​
– จะ​อา​ศัย​อยู่​ที่​ท่า​เรือ​ริม​ทะเล ดินแดนของเขาจะ​เป็น​ท่า​จอด​เรือ ไกลไป​ถึง​ไซ​ดอน
> มธ. 4:15 ‘แคว้น​เศ​บู​ลุน​และ​แคว้น​นัฟ​ทา​ลี ที่​อยู่​บน​ทาง​ไป​ยัง​ทะเล และ​ฝั่ง​แม่น้ำ​จอร์​แดน​ข้าง​โน้น กา​ลิ​ลี​ของ​พวก​ต่าง​ชาติ”

6. ​อิส​สา​คาร์
– ​เป็น​เหมือน​ลา​มี​กำ​ลัง​มาก
> เชื้อสายของเขาจะเป็นเกษตรกรและทำปศุสัตว์ และเป็นแรง​งาน

7. ​ดาน​
– จะ​มีผู้วินิจฉัยมาจากเชื้อสายของเขา
> แซมสัน มาจากเผ่าดาน
– เชื้อสายของดาน​จะ​เป็น​งู​พิษ​
> ซึ่งในเวลาต่อมา รูปวัวทองคำที่เยโรโบอัมสร้างขึ้น เพื่อให้คนอิสราเอลละทิ้งพระเจ้า ตั้งอยู่ในเผ่าดานนี่เอง (1พกษ. 12:28-29)

8. ​กาด​
– จะ​ถูก​พวก​ปล้น แต่​​จะ​กลับ​ไล่​ปล้น​พวกที่มาปล้นนั้น
> ​คน​โมอับ​ซึ่ง​อาศัย​อยู่​ทาง​ใต้​ของ​เผ่า​กาด มักบุกมาปล้นกาด

9. ​อา​เชอร์​
– จะ​บริ​บูรณ์ด้วยอาหารสำ​หรับ​กษัตริย์
> อาเชอร์อยู่​บริเวณ​ชาย​ฝั่ง​ทะเล​เมดิเตอร์เรเนียน จึง​ได้​ทั้ง​อาหาร​จาก​ทะเล​และ​จาก​บน​บก จึงมีอาหารมากมาย

10. นัฟ​ทาลี​
– เป็นเหมือน​กวาง​ตัว​เมีย​ที่​ถูก​ปล่อย ผู้​ให้​กำ​เนิด​ลูก​กวาง​งด​งาม
> เผ่า​นัฟทาลี​ ​อยู่​ทางตอน​เหนือ​ของ​ทะเลสาบ​กาลิลี เป็น​แนวเขา​ทาง​ชาย​แดน​ภาค​เหนือของอิสราเอล จึง​มี​ความ​เป็น​อยู่​แบบค่อน​ข้าง​อิสระ

11. โยเซฟ​
– เป็นเหมือน​กิ่ง​ที่​เกิด​ผลมาก
> หมายถึง จะมีลูกหลานมากมาย
> เผ่าลูกของโยเซฟ คือ เผ่าเอฟราอิมและเผ่ามนัสเสห์ รวมกันมีพื้นที่และจำนวนคนเกือบ 50 % ของเผ่าทั้งหมด
– พวก​ทหาร​ธนู​โจม​ตี​เขา​อย่าง​โหด​ร้าย แต่​ธนู​ของ​เขา​เอง​ยืน​หยัด ​แขน​ของ​เขา​มี​กำ​ลัง​ขึ้น โดย​พระ​หัตถ์​ของพระเจ้า พระเจ้าจะอวยพรแก่เขา ด้วย​พร​ที่​มา​จาก​ฟ้า​เบื้อง​บน พร​ที่​มา​จาก​ที่​ลึก​เบื้อง​ล่าง พร​ที่​มา​จาก​นม​และ​ครรภ์ และพร​จาก​บิดา​
> เผ่าเอฟราอิมเต็มไปด้วยนักรบผู้กล้าหาญ และถูกโจมตีหลายต่อหลายครั้งจากชนชาติอื่น

12. ​เบน​ยา​มิน
​เป็น​เหมือนสุนัข​ป่า​ที่​ล่า​เหยื่อ
– เบนยามินเป็นเผ่านักรบผู้เก่งกาจที่สุดในบรรดาเผ่าทั้งหมด ใน วนฉ. 20 เผ่าเบนยามินเผ่าเดียว สามารถต่อกรกับอีก 11 เผ่ารวมกันได้อย่างสูสี

เมื่อยา​โคบ​ให้​พร​แก่​พวก​เขา​แล้ว ก็สั่งว่า ถ้าเขาตาย ให้นำเขาไปฝังที่เดียวกับอับราอัมและอิสอัค ที่​มัคเป-ลาห์ หน้า​มัม​เร​ใน​ดินแดน​คา​นา​อัน

เมื่อ​ยา​โคบ​สั่ง​​เสร็จ​แล้ว ก็​ยก​เท้า​ขึ้น​บน​ที่​นอน แล้ว​ก็​สิ้น​ใจ

– สังเกตจากคำพยากรณ์ของยาโคบ เห็นได้ชัดว่า
ชีวิตของเรา มีผลกระทบมาจากการกระทำของบรรพบุรุษของเรา
และการกระทำของเรา จะส่งผลกระทนต่อลูกหลานที่ตามมา

เพราะเราอยู่ใน DNA ของบรรพบุรุษของเรา และลูกหลานของเราอยู่ใน DNA ของเรา

หากที่ผ่านมาบรรพบุรุษของเรา เคยผิดพลาดพลั้งไปในเรื่องใด ขอให้เรากลับใจแทนตระกูลของเราโดยการเลิกทำสิ่งนั้น แล้วทำในสิ่งตรงกันข้าม

เราควรระมัดระวังการดำเนินชีวิตของเราในวันนี้ เพราะจะไม่ได้ส่งผลต่อเพียงแค่ตัวเราเท่านั้น แต่จะส่งผลกระทบต่อลูกหลานของเราในอนาคตอีกด้วย

– ใน ปฐก. 49:25-26 ได้พูดถึงพระพร จากพระเจ้า จาก 4 แหล่ง คือ
1. ​พร​ที่​มา​จาก​ฟ้า​เบื้อง​บน หมายถึง ฝนตกแก่พืชและสัตว์ มีเสมอไม่ขาดแคลน
2. พร​ที่​มา​จาก​ที่​ลึก​เบื้อง​ล่าง หมายถึง น้ำพุและบ่อน้ำทั้งหลาย มีมากมาย
3. พร​ที่​มา​จาก​นม​และ​ครรภ์ หมายถึง มีลูกหลานมากมาย
4. พรจากบิดา หมายถึง การอวยพรตามเชื้อสาย ดังใน อพย. 20:6 “แต่​แสดง​ความ​รัก​มั่น​คง​ต่อ​คน​ที่​รัก​เรา และ​รักษา​บัญ​ญัติ​ของ​เรา​จน​ถึง​นับ​พัน​ชั่ว​อายุ​คน”

จากการอธิบายความหมายเชิงวิชาการข้างต้น
ผมมองว่าอาจมีความหมายลึกซึ้งแฝงอยู่
คือ พระพรของพระเจ้ามาถึงเรา ผ่านทาง พ่อ แม่ ของเรา
เมื่อเราเชื่อฟังและให้เกียรติพ่อแม่ของเรา เราจะไปดีมาดี มีชีวิตยืนยาว และจำเริญขึ้น(อฟ. 6:3)

ดังนั้น สิ่งที่เราควรทำก็คือ
สภษ. 1:8 “บุตร​ชาย​ของ​เรา​เอ๋ย จง​ฟัง​คำ​เตือน​ของ​พ่อ​เจ้า และ​อย่า​ทิ้ง​คำ​สั่ง​สอน​ของ​แม่​เจ้า”
เพราะคนฉลาดและคนโง่ เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติของเราต่อพ่อแม่
สภษ. 15:20 “บุตร​ชาย​ที่​ฉลาด​กระทำ​ให้​บิดา​ยินดี แต่​คน​โง่​ดู​หมิ่น​มารดา​ของ​ตน”

ถึงกระนั้นก็ยังมีบางคนดำเนินชีวิตอย่างโง่เขา เหมือน สภษ. 30:11 “มี​คน​ที่​แช่ง​บิดา และ​ไม่​อวย​พร​มาร​ดา​ของ​ตน”

– ยาโคบ ผู้ได้รับพระพรจากพระเจ้า จากโลกนี้ไปอย่างสง่างาม ไม่กลัวแม้กระทั่งความตาย
อวยพรลูกๆเสร็จ ก็ยกขาขึ้นเตียง นอนลง แล้วก็จากไป

พระเจ้าประทานพระพรแก่เราผู้เชื่อวางใจในพระองค์มากมายในโลกนี้
และพระพรที่ยิ่งใหญ่อันหนึ่งที่พระองค์ประทานแก่เราก็คือ
การเผชิญหน้าความตายได้โดยปราศจากความกลัว เพราะเรารู้ว่าเมื่อผ่านประตูแห่งความตายแล้ว เราก็จะเข้าสู่ประตูแห่งสวรรค์ซึ่งพระเยซูคอยต้อนรับเราอยู่

คำคม

“ พระพรจากพระเจ้า จะมาสู่ผู้ยำเกรงพระองค์ แล้วไหลล้นไปสู่ลูกหลาน ”

สรุป ปฐมกาล 48

ภาพรวม

  • ยาโคบไม่สบาย โยเซฟจึงพาลูกทั้งสอง คือ นมัสเสห์และเอฟราอิม มาเยี่ยม ยาโคบจึงอวยพรแก่หลานทั้งสองแล้วยกสิทธิให้แก่พวกเขาให้ได้รับพรเท่ากับลูกๆของยาโคบ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 48 หลัง​จากยาโคบได้สั่งเสียโยเซฟเรื่องการฝังศพของตนแล้ว
ไม่นานหลังจากนั้น ยาโคบก็ล้ม​ป่วย
โยเซฟ​จึงพา​มนัส​เสห์​และ​เอฟ​รา​อิม ​บุตร​ทั้ง​สอง​ของ​เขามาเยี่ยมยาโคบ

ยาโคบ​จึง​พูด​กับ​โยเซฟ ถึงพระพรที่พระเจ้าทรงสัญญาแก่ยาโคบ ว่าเชื้อสายของยาโคบจะป็น​ชน​ชาติ​หลาย​ชาติ และ​จะ​ได้ดิน​แดน​คานาอันเป็น​กรรม​สิทธิ์​

ยาโคบบอกว่า จะยกสิทธิให้ลูก​ทั้ง​สอง​ของ​โยเซฟ เป็น​บุตร​ของยาโคบ
ส่วน​บุตร​ของโยเซฟ​ที่​จะเกิด​มา​ภาย​หลัง ก็ให้​นับ​เป็น​บุตร​ของ​โยเซฟ

ยาโคบจึงเรียกบุตรทั้งสอง ของโยเซฟเข้ามาใกล้ เพื่อจะอวยพรแก่พวกเขา
ยาโคบก็ยื่น​มือ​ออก​ไขว้​กัน โดยยื่น​มือ​ขวา​ออก​วาง​บน​ศีรษะ​เอฟ​รา​อิม​ผู้​เป็น​น้อง และ​มือ​ซ้าย​วาง​ไว้​บน​ศีรษะ​มนัส​เสห์ผู้เป็น​บุตร​หัวปี

​โยเซฟจึงทักท้วงยาโคบ ว่า​ วาง​ไม่​ถูกคน
แต่ยาโคบ ตอบ​ว่า ถูกแล้ว เพราะน้อง​จะ​เป็น​ใหญ่​กว่า​พี่ และ​พงศ์​พันธุ์​ของ​น้อง​นั้น​จะ​เป็น​ชน​หลาย​หมู่​รวม​กัน

แล้วยาโคบก็​บอก​โยเซฟ​ว่า เขากำลัง​จะ​ตาย แต่​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​อยู่​กับ​ชนอิสราเอล และจะ​พา​พวก​เขากลับ​ไป​ดิน​แดน​ของ​บรรพ​บุรุษ​ของ​พวก​เขา
และยาโคบได้​ยก​เชเคม​ที่​เขา​ยึด​จาก​มือ​คน​อา​โม​ไรต์ ให้แก่ลูกหลานของโยเซฟ

– เมื่อโยเซฟพาลูกทั้งสองมาเยี่ยมปู่อย่างยาโคบ จึงมอบของขวัญแก่หลานทั้งสองให้ได้รับพระพร แบบเดียวกับลูกของยาโคบ
มองเผินๆ ดูตลกมาก เพราะยาโคบเพิ่งหนีตายจากคานาอัน มีทรัพย์สมบัติมากก็จริง แต่จะเทียบอะไรได้กับทรัพย์สมบัติมหาศาลที่โยเซฟผู้มีอำนาจล้นฟ้าในอียิปต์มีนั้น
โยเซฟมีสมบัติมากมายในอียิปต์ แต่ ยาโคบมีคำสัญญาแห่งพระพรอันเหลือล้นจากพระเจ้า
โยเซฟรู้ดีว่า พระพรจากยาโคบนั้นมีค่ามหาศาลเพียงใด จึงดีใจอย่างยิ่งที่ลูกทั้งสองของตนได้รับพระพรนี้
และรู้สึกไม่พอใจ เมื่อพระพรใหญ่ที่สุดไม่ได้ตกแก่บุตรหัวปีอย่างมนัสเสห์

พรจากมนุษย์หรือจะสู้พระพรจากพระเจ้า
วันนี้ พระเจ้าทรงสัญญาไว้ในพระคำของพระองค์ ที่จะอวยพระพรแก่เรา ผู้เชื่อวางใจในพระองค์
คำสัญญานี้มีค่ายิ่งกว่าทรัพย์สมบัติทั้งโลกรวมกันเสียอีก
จงชื่นชมยินดีเถิด จะตื่นเต้นดีใจเถิด
และจงค้นดูพระสัญญาแห่งพระพรนั้นในพระคำของพระเจ้าเถิด
แล้วจงรับเอาด้วยความเชื่อเถิด

– โยเซฟมองตามสายตาของมนุษย์จึงเห็นว่า นมัสเสห์บุตรคนโต น่าจะได้รับพระพรมากกว่าบุตรคนรอง
แต่พระเจ้าทรงเปิดเผยแก่ยาโคบ เห็นถึงเหตุการณ์ในอนาคต ยาโคบจึงอวยพรเอฟราอิมให้เป็นใหญ่กว่า ตามเหตุการณ์ที่กำลังขะเกิดขึ้นในเวลาต่อมา
เอฟราอิม กลายเป็นเผ่าใหญ่และเผ่าสำคัญของอิสราเอล และเป็นผู้นำในการนำอิสราเอล 10 เผ่าแยกตัวออกจากราชวงศ์ของดาวิด(ยูดาห์) แล้วตั้งเมืองหลวงใหม่ที่เชเคม ใน 1พกษ. 12:25
เป็นจริงดังคำกล่าวของยาโคบ

การอวยพรของยาโคบ ดูเหมือนไม่ใช่ตามใจของเขาเอง หรือของโยเซฟลูกรัก แต่ตามการเปิดเผยสำแดงของพระเจ้า
การรับใช้ที่แท้จริง คือ การทำสิ่งใดๆที่สอดคล้องพระประสงค์ของพระเจ้า
วันนี้ จงแสวงหาพระเจ้าเพื่อจะรู้ได้ว่า พระองค์ประสงค์ให้เราทำสิ่งใดในสถานการณ์วันนี้

คำคม

“ พระพรจากพระเจ้า ล้ำค่า มากกว่าพรจากมนุษย์มากมายนัก ”

สรุป ปฐมกาล 47

ภาพรวม

  • เมื่อยาโคบและครอบครัวมาที่อียิปต์แล้ว ฟาโรห์ก็มอบดินแดนที่ดีที่สุดในอียิปต์หคือ โกเชน ให้พวกเขาพักอาศัย
    การกันดารอาหารทวีความรุนแรงขึ้น แล้วฟาโรห์ก็ได้ทรัพย์สมบัติและที่ดินมากมายที่ผู้คนนำมาแลกกับอาหาร

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 47 เมื่อยาโคบและและครอบครับ ย้ายเข้ามาอยู่ในอียิปต์แล้ว
โยเซฟ​จึงเข้า​ไป​ทูล​ฟาโรห์​ว่า บิดา​และ​พี่​น้อง​ของโยเซฟ กับ​ฝูง​แพะ​แกะ​ฝูง​โค​ เวลา​นี้​อยู่​ใน​เมือง​โก​เชน (หรือ ราเมเสส)
เนื่องจากเมืองโกเชน เป็น​ดินแดน​ดี​ที่สุดในอียิปต์ ฟาโรห์จึงให้ยาโคบและครอบครัว อยู่​ใน​เมือง​โก​เชนนั้น เพราะเห็นแก่โยเซฟ

ส่วนการ​กันดาร​อาหาร​นั้นยังคงร้ายแรงต่อไป
จน​คน​อียิปต์​และ​คานาอัน ขาดแคลน​อาหาร ​ถึง​ขนาด
​ใช้​ทรัพย์สิน​แลก​ซื้อ​จน​หมด​ตัว
แล้วก็เอา​ฝูง​สัตว์​ไป​แลก​ซื้อ​อาหาร
แล้วก็​เอา​ที่​ดิน​ไร่นา​ไป​แลกอาหาร
จน​ใน​ที่​สุด​ต้อง​ขาย​ตัว​เอง​เป็น​ทาส​เพื่อ​แลก​กับ​อาหาร

โยเซฟ​ก็​ซื้อ​ที่ดิน​ทั้งหมด​ใน​อียิปต์​ให้แก่​ฟาโรห์
​ประชาชน​อียิปต์​นั้น​โยเซฟ​ก็ได้ซื้อให้​เป็น​ทาส​มากมายทั่วทั้งอียิปต์

โยเซฟ จึงบอกกับ​ประ​ชา​ชน​ ว่า วัน​นี้​ พวกเขาและ​ที่​ดิน​ของ​พวกเขา​เป็น​ของ​ฟาโรห์​แล้ว
ถึงกระนั้นโยเซฟ ก็​จะ​ให้​เมล็ด​ข้าว​แก่​พวก​เขา จง​เอา​ไป​หว่าน​ใน​ที่​ดินนั้น
เมื่อ​ได้​ผล​แล้ว ​จง​ถวาย 1 ใน 5 ​ส่วน​แก่​ฟาโรห์
เก็บ 4 ​ส่วน​ไว้​เป็น​ของ​พวก​เขา
เพื่อเป็น​พันธุ์​ข้าว​และ เป็น​อาหาร​

โยเซฟ​ตั้ง​เป็น​กฎ​หมาย​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์​ ที่ใช้กันเรื่อยมา ว่า
ให้​ฟาโรห์​ได้​ส่วน​ 1 ​ใน​ 5 ​ส่วน

ส่วนคน​อิสรา​เอล​อาศัย​อยู่​ใน ดิน​แดน​โกเชน​
พวก​เขา​ได้​กรรม​สิทธิ์​ที่​ดิน​เป็น​ของ​พวก​เขา
และ​มี​ลูก​หลาน​ทวี​ขึ้น​มาก​มาย

ยา​โคบ​มี​ชีวิต​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์ 17 ปี
และจากไปเมื่ออายุได้ 147 ปี

ตอนยาโคบจะ​สิ้นใจ เขาขอให้​โยเซฟ​ สาบานว่า
เมื่อยาโคบจากไป ให้นำศพของเขาไปฝังในดินแดนคานาอัน
โยเซฟ​ก็​สาบาน​ตามนั้น

– พระเจ้าทรงนำยาโคบและครอบครัวมาอยู่ในอียิปต์ และโดยการจัดฉากทั้งหมดของพระองค์จึงทำให้ฟาโรห์ ให้ดินแดนที่สุดในอียิปต์แก่อิสราเอล

เมื่อพระเจ้าประทานสิ่งใดแก่เรา พระองค์ไตร่ตรองอย่างดีแล้วว่า นั่นเป็นสิ่งดีที่สุดสำหรับเรา

– เพราะการกันดารอาหารรุนแรงมาก จนเป็นเหตุให้คนอียิปต์และคนคานาอัน มากมาย ต้องสิ้นเนื้อประดาตัว และขายตัวเป็นทาสของฟาโรห์

และเพราะการกันดารอาหารรุนแรงมาก จึงเป็นเหตุให้ยาโคบ ผู้ที่พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะอวยพระพร ได้ย้ายครอบครัวมาอยู่ในโกเชนดินแดนที่ดีที่สุดในอียิปต์

สำหรับผู้ที่เดินในทางของพระเจ้า ท่ามกลางมหันตภัยก็ยังจะได้รับพระพร

– ขณะที่โยเซฟกำลังเป็นใหญ่ ประชาชนเกือบทั้งหมดตกเป็นทาสของฟาโรห์
แทนที่โยเซฟจะฉวยโอกาส เอาเปรียบ แต่กลับฉวยโอกาสนี้สำแดงความเมตตาต่อพวกเขา
ให้พวกเขามีเมล็ดพันธุ์ที่จะปลูกเลี้ยงชีพของตนและครอบครัว และแบ่งบางส่วนถวายแด่ฟาโรห์
การสำแดงความเมตตาของโยเซฟนี้ ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอียิปต์ในช่วงเวลานั้นเท่านั้น
แต่ยังได้กลายเป้นกฏหมายของอียิปต์ในเวลาต่อมา เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอีกมากมายในช่วงเวลาต่อๆมาอีกด้วย

เมื่อพระเจ้าอวยพระพรเรา และทรงใช้เราเป็นพระพร
การเป็นพรนั้น จะเกิดผลมากมาย ใหญ่โต ยิ่งกว่าที่เราคาดคิดมากมายนัก

– พระพรจากพระเจ้า ผ่านมาทางโยเซฟ จึงทำให้อียิปต์ร่ำรวยและมั่งคั่งขึ้นมหาศาล
ทรัพย์สินเงินทองจากปรเทศรอบข้าง หลั่งไหลสู่อียิปต์มากมายในช่วงเวลานั้น
จึงเรียกได้ว่า ชาวอียิปต์ ร่ำรวยได้เพราะขาวอิสราเอล

ด้วยเหตุนี้ อีก 400 ปี ต่อมา เมื่ออิสราเอลออกจากอียิปต์ ได้ไปขอทรัพย์สินจากชาวอียิปต์ และพระเจ้าก็ทรงดลใจให้ชาวอียิปต์จำนวนมาก ให้ทรัพย์สินเงินทองแก่คนอิสราเอลมากมาย
เหตุการณ์นี้ เมื่อมองในภาพใหญ่ จึงเห็นได้ว่า สมควรและยุติธรรมแล้ว

เมื่อพระเจ้าอวยพระพรเรา ก็เพื่อเราจะเป็นพระพรแก่ผู้อื่น เพื่อพระพรที่มากยิ่งขึ้นจะมาสู่เราเพิ่มขึ้นไปอีก

“ พระเจ้าอวยพระพรเรา เพื่อเราจะเป็นพระพร ”

คำคม

สรุป ปฐมกาล 46

ภาพรวม

  • ยาโคบพาครอบครัว ย้ายเข้าไปอยู่ในอียิปต์ โดยไปอาศัยอยู่ที่ โกเชน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 46 เมื่อฟาโรห์ส่งรถมารับยาโคบและครอบครัวไปยังอียิปต์
ยาโคบก็ออกเดิน​ทาง​ไป​พร้อม​กับ​ทรัพย์​สมบัติ​ทั้ง​หมด
เมื่อ​ถึง​เบ​เออร์​เช​บา ยาโคบก็​ถวาย​เครื่อง​บูชา​แด่​พระ​เจ้า​ที่นั่น
ที่เบเออร์เชบานี้ อับราฮัม(ปฐก. 21:33) และอิสอัค (ปฐก. 26:25) เคยสร้างแท่นบูชาพระเจ้า ณ ที่นี่

พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​ยาโคบ ​โดย​นิมิต​ใน​เวลา​กลาง​คืน ​ว่า
อย่า​กลัว​ที่​จะ​ลง​ไป​อียิปต์ เพราะ​พระเจ้า​จะทรง​ตั้ง​เขา​ให้​เป็น​ประชา​ชาติ​ใหญ่​ที่​นั่น
และ​พระเจ้า​จะ​นำ​เขา​กลับ​มา​อีก​แน่​นอน [ประเด็นนี้ลึกซึ้งมาก โปรดอ่านต่อในส่วนสิ่งที่เรียนรู้]
และ​โยเซฟ​จะ​อยู่กับเขา ยามที่เขาต้องจากโลกนี้ไป

แล้วยาโคบก็เดินทางต่อไปยังอียิปต์ไปอาศัยที่เมืองโกเชน

เชื้อ​สาย​ของ​อิสรา​เอล(ยาโคบ)​ที่​เข้า​ไป​ใน​อียิปต์ มีดังนี้
# บุตรของเลอาห์ ลูกหลาน​ทั้ง​หมด​มี 33 คน
1. ​รูเบน​
– ​บุตร​ของเขาคือ ฮา​โนค ปัลลู เฮส​โรน และ​คารมี
2. สิ​เม​โอน​
– ​บุตร​ของเขาคือ เย​มู​เอล ยา​มีน โอ​หาด ยา​คีน และ​โศ​หาร์ กับ​ชา​อูล (บุตร​ของ​หญิง​คา​นา​อัน)
3. เลวี​
– ​บุตร​ของเขาคือ เกอร์​โชน โค​ฮาท และ​เม​รา​รี (ทั้ง 3 คนนี้ เป็นต้นตระกูลของคนเลวีผู้ปรนนิบัติในพลับพลา หรือในพระวิหาร ในเวลาต่อมา)
4. ยู​ดาห์​
– ​บุตร​ของเขาคือ เอร์ โอ​นัน เชลาห์ เป​เรศ เศ-ราห์ (แต่​เอร์​และ​โอ​นัน​ได้​ถึง​แก่​กรรม​ใน​ดิน​แดน​คา​นา​อัน)
—- บุตร​เป​เรศ​คือ เฮสโรน และ​ฮามูล
5. อิส​สา​คาร์​
– ​บุตร​ของเขาคือ โทลา ปูวาห์ โยบ และ​ชิมโรน
6. ​เศ​บู​ลุน
​- บุตร​ของเขาคือ เส​เรด เอ​โลน และ​ยา​เล​เอล
7. ดีนาห์ (บุตรสาว)

# ​บุตรของ​ศิล​ปาห์ (สาวใช้ของเลอาห์)
8. ​กาด
– ​บุตร​ของเขาคือ ศิ​ฟี​โยน ฮักกี ชูนี เอส​โบน เอรี อาโรดี และ​อา​เร​ลี
9. อา​เชอร์​
– ​บุตร​ของเขาคือ อิม​นาห์ อิช​วาห์ และ​เบ​รี​อาห์ กับ​เส​ราห์​น้อง​สาว
—- บุตร​เบ​รี​อาห์​คือ เฮ​เบอร์ และ​มัล​คี​เอล

# บุตรของรา​เชล​
10 . โยเซฟ​
​บุตร​ของเขาคือ มนัส​เสห์​กับ​เอฟ​รา​อิม​เกิด​แก่​โยเซฟ​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์
11. เบน​ยา​มิน
​- บุตร​ของเขาคือ ​เบ​ลา เบ​เคอร์ อัช​เบล เก-รา นา​อา​มาน เอไฮ โรช มัป​ปิม หุป​ปิม และ​อาร์ด

# บุตรของ​บิลฮาห์​ (สาวใข้ของราเชล)
12. ​ดาน​
– ​บุตร​ของเขาคือ หุชิม
13. ​นัฟ​ทาลี​
– ​บุตร​ของเขาคือ ยา​เซ​เอล กูนี เย​เซอร์ และ​ชิล​เลม

รวมคนอิสราเอล​ทั้ง​หมด​ที่​เข้า​มา​ใน​อียิปต์​คือ 70 คน
(ไม่​นับ​บุตร​สะใภ้​หรือหลานสะใภ้ของยาโคบ)

เมื่อโยเซฟมาพบยาโคบที่โกเชน เขาก็​กอด​คอยาโคบ ร้อง​ไห้​เป็น​เวลา​นาน
ต่อมาเมื่อฟาโรห์ถามถึงอาชีพของครอบครัวยาโคบ ก็ได้ทราบว่า เป็นอาชีพเลี้ยงแพะแกะ
ฟาโรห์จึงให้พวกเขาอาศัยอยู่ที่โก​เชน เพราะ​ชาว​อียิปต์​เกลียด​ชัง​คน​ที่​เลี้ยง​แพะ​แกะ​

– ที่​เบ​เออร์​เช​บา ยาโคบ ระลึกถึงพระสัญญาของพระเจ้า ที่ทรงกระทำกับอับราฮัม และอิสอัค แล้วทำตามสิ่งที่ปู่กับพ่อของเขาเคยทำ คือถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้า

เป็นการดีที่จะระลึกถึงพระสัญญาของพระเจ้า ที่ทรงกระทำไว้กับบรรบุรุษของเรา แล้วทำตามแบบอย่างที่ดีของบรพบุรุษของเรานั้น

เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซู เป็นลูกหลานของอับราฮัมในฝ่ายวิญญาณ
สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญากับอับราฮัมและแก่อิสราเอล จึงสำหรับเราด้วย
เป็นการดีที่จะระลึกถึงบรรดาพระสัญญาของพระเจ้า ในพระคำของพระองค์
ดังนั้นสมควรอย่างยิ่งที่เราจะเอาใจใส่ในการอ่านพระคำของพระเจ้า
และเราสมควรทำตามแบบอย่างของอับราฮัมบิดาแห่งความเชื่อ
โดยการเชื่อวางใจในพระเจ้า เหมือนอย่างที่อับราฮัมเชื่อวางใจนั้น

– ใน ปฐก. 46:3-4 พระเจ้าตรัส​ว่า พระองค์​จะทรง​ตั้งยาโคบ​ให้​เป็น​ประชา​ชาติ​ใหญ่​ที่​นั่น
และพระองค์​จะ​นำยาโคบ​กลับ​มา​อีก​แน่​นอน
ปรากฏยาโคบไม่เคยได้กลับมาที่คานาอันอีกเลย จนวันตาย
แค่ 400 ปี ต่อมา เชื้อสายของยาโคบได้กลับมา แลล้วครอบครองดินแดนคานาอัน

เรื่องนี้ชี้ให้เห็นความล้ำลึกในฝ่ายวิญญาณว่า
ในฝ่ายวิญญาณ สิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกหลาน ก็เหมือนเกิดขึ้นกับเจ้าตัวด้วย

สิ่งที่พระเจ้าสัญญาว่าจะเกิดขึ้นกับเรา อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นในขณะที่เราอยู่ในโลกนี้ก็ได้
เพราะว่าชีวิตมนุษย์นั้นสั้นนัก
แต่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในเวลาที่พระเจ้าทรงเห็นชอบนั้น
[เรื่องนี้ ลึกซึ้งเกินไป จนไม่สามารถบรรยายรายละเอียดทั้งหมดได้ ณ ที่นี้ ถ้าเป็นไปได้คงจะได้มีโอกาสอธิบายเพิ่มเติมในโอกาสต่อไปครับ]

– ครอบครัวของยาโคบ เข้ามาในอียิปต์เพียง 70 คน แต่ออกจากอียิปต์ในอีก 400 ปี ข้างหน้า กว่า 3 ล้านคน
จำนวนเพียงหยิบมือเดียวเท่านี้ คงยากลำบากมาก หากจะขยายจำนวน ท่ามกลางศัตรูรอบด้านอย่างในคานาอัน
พระเจ้าส่งพวกเขาเข้ามาในอียิปต์เพื่อขยายจำนวน ให้มากเพียงพอสำหรับการยึดครองคานาอันทั้งหมด
อยู่อียิปต์ ช่างปลอดภัยจากศึกสงครามอย่างสิ้นเชิง เหมาะอย่างยิ่งในการผลิดลูกหลานให้มากมายในเวลาอันรวดเร็ว

สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา มองเผินๆในสายตาของมนุษย์ อาจดูเหมือนเป็นสิ่งไม่ดี
แต่ถ้ามองด้วยสายตาฝ่ายวิญญาณ สายตาแห่งความเชื่อ
เราก็จะสังเกตได้ว่า ใช่แล้ว พระเจ้าทรงกำลังจัดเตรียมสิ่งดีเลิศสำหรับอยู่นั่นเอง

– เพราะอาชีพของยาโคบเป็นคนเลี้ยงแพะแกะ จึงเป็นที่รังเกียจของขาวอียิปต์
ดังนั้นพวกเขาจึงได้แยกตัวออกจากชาวอียิปต์ มาอาศัยที่โกเชน

ณ ที่นั่น พวกเขาห่างไกลจากการแต่งงานกับพวกอียิปต์และชนชาติอื่นๆ
ทำให้ 400 ปี ผ่านไป พวกเขาเกือบทั้งหมด ยังคงเป็นเชื้อสายของยาโคบ
และ ณ ที่นั่น อีก 400 ปีต่อมา เมื่อโมเสส ทำให้เกิดภัยพิบัติขึ้นในอียิปต์ พวกเขาจึงปลอดภัย
ทำให้เกิดการแยกอย่างชัดเจนว่า ภัยพิบัติเหล่านั้นเป็นฝีมือของพระเจ้าของอิสราเอล โดยแท้

วันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา อาจทำให้เราดูแย่ ดูต่ำต้อยในสายตาของคนทั่วไป
แต่ทั้งหมดนั้น พระเจ้ากำลังจัดเตรียมพระพรอันยิ่งใหญ่เอาไว้สำหรับเรา
มากเกินกว่าที่เราจะเข้าใจหรือคิดได้

คำคม

“ สิ่งที่พระเจ้าสัญญา จะเป็นจริงในเวลาของพระองค์ ”

สรุป ปฐมกาล 45

ภาพรวม

  • โยเซฟเปิดเผยตนเองให้พี่น้องได้รับรู้ แล้วยกโทษให้แก่พวกพี่ๆที่ขายเขามาเป็นทาสในอียิปต์ แล้วฟาโรห์ก็ส่งรถไปรับครอบครัวของยาโคบเข้ามาอาศัยในอียิปต์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 45 เมื่อโยเซฟเห็นพวกพี่ๆ ยอมรับผิดเพื่อช่วยเบนยามิน
โยเซฟจึง​กลั้นน้ำตาไม่​ได้​อีกต่อไป
จึง​สั่ง ให้​ทุก​คน​ออก​ไปให้หมด นอกจากพวก​พี่​น้อง​

แล้วโยเซฟก็ร้อง​ไห้​เสียง​ดัง
จากนั้นก็เปิดเผยตัวเองให้พวกพี่น้องได้รู้
พวกเขา​ตก​ใจ​กลัว​มาก

โยเซฟ​จึง​ปลอบใจพวกพี่ๆว่า ​อย่า​เสีย​ใจ​ไป​เลย อย่า​โกรธ​ตัว​เอง​ที่​ขาย​โยเซฟ​มา​ที่​อียิปต์
เพราะ​ว่านี่เป็นแผนการของ​พระ​เจ้า​ เพื่อ​จะ​ได้​ช่วย​ชีวิตของคนในครอบครัว และผู้คนมากมาย
ดังนั้น ​พวกพี่​ๆไม่​ใช่เป็น​ผู้​ให้​โยเซฟ​มา​ที่​นี่ แต่​พระ​เจ้า​ทรง​ให้​มา

โยเซฟจึงบอกให้พวกพี่ๆรีบกลับ​ไป​หายาโคบ ​
เล่า​ให้เขา​ฟัง​ถึง​ยศ​ศักดิ์​ทั้ง​หมด​ที่​โยเซฟ​มี​อยู่​ใน​อียิปต์
แล้วรีบรับยาโคบและครอบครัวมาที่อียิปต์
เพราะกันดารอาหาร ผ่านมา 2 ปีแล้วก็จริง
ต่จะเป็นต่อไปอีก 5 ปี

โยเซฟ​และเบนยามิน ก็กอด​คอกันร้องไห้
โยเซฟ​จึง​จูบ​พี่​ชาย​ทั้ง​หมด​และ​ร้อง​ไห้
แล้ว​พี่​น้อง​ก็​พูด​คุย​กับ​โยเซฟ

ต่อมาเมื่อฟา​โรห์​กับ​ข้า​ราช​การ​ ทราบว่าพี่น้องของโยเซฟมาที่อียิปต์ก็​พา​กัน​ยิน​ดี
ฟา​โรห์จึง​สั่งให้​ นำของมากมาย​เอา​ของ​บรร​ทุก​บน​หลัง​สัตว์​กลับ​ไป​ดิน​แดน​คา​นา​อัน
พร้อมกับรถม้าไป เพื่อให้ไปพาพ่อของโยเซฟ​และ​ครอบ​ครัว มาที่​อียิปต์
ฟาโรห์จะดูแลพวกเขาอย่างดี

โยเซฟ​ให้​เสื้อ​แก่พี่ๆคน​ละ​ชุด แต่​ให้​เงิน​แก่​เบน​ยา​มิน 300 แผ่น​กับ​เสื้อ 5 ​ชุด
โยเซฟ​ฝาก​ของ​ต่อ​ไป​นี้​ให้ยาโคบ
– ​ลา 10 ​ตัว​บรร​ทุก​ของ​ดี​ที่​สุด​ใน​อียิปต์
– ​ลา​ตัว​เมีย​ 10 ​ตัว​บรร​ทุก​ข้าว ขนม​ปัง และ​เสบียง​อาหาร​

เมื่อพวกลูกๆของ​ยา​โคบ​กลับมาถึงบิดา
ก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ยาโคยฟัง
ยา​โคบ​งง​งัน​เพราะ​ไม่​เชื่อ​พวก​เขา
แต่ยาโคบเมื่อ​เห็นสิ่ง​ที่​โยเซฟ​ส่ง​มา
เขาก็เชื่อและจิตใจของเขาก็​ฟื้น​แช่ม​ชื่น​ขึ้น

– โยเซฟมองว่า ความทุกข์ยากลำบากต่างๆที่เขาพบเจอ เมื่อถูกพี่ๆขายมาเป็นทาสในอียิปต์นั้น เป็นไปตามแผนการอันดีเลิศของพระเจ้า
ด้วยท่าทีเช่นนี้ ทำให้เขาไม่มีความขมขื่นกับสถานการณ์ หรือผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา

วันนี้ หากเรายอมจำนนต่ออำนาจอธิปไตยของพระเจ้า
ยอมเชื่อใจว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นหรือกำลังเกิดขึ้น กับเรานั้น
อยู่ภายใต้การควบคุมของพระเจ้า
จะทำให้เราหลุดพ้นจากความเคียดแค้น ขมขื่นใจ กับบุคคลใดๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเราได้

– โยเซฟตั้งใจจะรับพ่อและครอบครัวมาอียิปต์อยู่แล้ว
แต่ปรากฏว่า ก่อนที่โยเซฟจะทำอะไร
ฟาโรห์ก็สั่งการเสียแล้ว ให้พาพ่อและครอบครัวของโยเซฟมาอยู่ที่อียิปต์

เมื่อชีวิตของเราดำเนินอย่างถูกต้องตามทางของพระเจ้า
สิ่งที่เราปรารถนานั้น พระเจ้าจะทรงดลใจให้มีคนนำมาให้เราเอง

– ก่อนหน้านี้ยาโคบ อาจจะหมดหวังกับพระสัญญาของพระเจ้าไปแล้วก็เป็นได้
ที่พระเจ้าเคยสํญญาว่า เขาจะได้รับพระพรมากมาย และเชื้อสายของเขาจะได้ครอบครองดินแดนคานาอัน
อาจคิดว่า
“นี่หรือได้รับพระพร ลูกสุดที่รักก็มาตายไปก่อนเวลาอันควร”
“ครอบครองดินอุดมด้วยน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์เนี่ยนะ ดูสิ ผึ้งสักตัวยังไม่มีเลย มีแต่ความแห้งแล้งกันดาร เหมือนถูกสาป”

แต่บัดนี้ เมื่อถึงเวลาของพระเจ้า ความหวังอันแช่มชื่นกลับมาสู่เขาอีกครั้ง
ลูกสุดที่รักของเขายังไม่ตาย และได้เป็นใหญ่เป็นโต และจะนำสมบัติมาให้มากมาย

สำหรับสายตาของมนุษบ์ บางครั้งดูเหมือน จะสิ้นหวังแล้ว พระสัญญาของพระเจ้าคงไม่เป็นจริงแล้ว
แต่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน พระเจ้าก็ยังคงจะรักษาสัญญาอยู่ดี
สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ จะเกิดขึ้นเป็นจริง

– พระเจ้าทรงอวยพระพรอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ ให้ร่ำรวย มีทรัพย์สมบัติและฝูงสัตว์มากมาย
คิดแบบผิวเผิน ดูเหมือนว่า ใช่แล้ว สิ่งเหล่านี้แหละที่จะเพิ่มพูนมากขึ้นกว่านี้อีกแล้วพระสัญญาของพระเจ้าจะเป็นจริง
แต่ความจริงแตกต่างจากนั้นไปอย่างสิ้นเชิง
ยาโคบและครอบครัวและทรัพย์สมบัติทั้งหมด กำลังเข้าไปในอียิปต์
แล้วจากนี้ไปอีก 400 ปี ของที่เป็นของเขาทั้งหมดจะถูกพวกอียิปต์ยึดไปทั้งหมด
แล้วพวกเขาเอง จะตกเป็นทาสรับใช้คนอียิปต์ถึง 400 ปี
สิ้นเนื้อประดาตัว
แล้ว เมื่อนั้นแหละพร้อมแล้ว ที่พระสัญญาของพระเจ้าจะสำเร็จเป็นจริงสำหรับเชื้อสายของอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ
พระเจ้าทรงทำ ในยามที่มนุษย์บอกว่า เวลานั้นเป็นไปไม่ได้เลย และเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะที่สุด

คำคม

“ ทุกสิ่งที่เกิดกับเรานั้น พระเจ้าทรงมีแผนดีเลิศเกินความเข้าใจของเรา ”

สรุป ปฐมกาล 44

ภาพรวม

  • โยเซฟให้คนแอบใส่จอกเงินในกระสอบของเบนยามิน พวกพี่ๆจึงช่วยกันปกป้องน้องจากการลงโทษของโยเซฟ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 44 หลังจากที่โยเซฟได้เลี้ยงอาหารพวกพี่น้องแล้ว
ก็สั่งให้คนจัดเตรียมข้าวใส่กระสอบจนเต็มและเอาเงินใส่กลับไปในกระสอบ
และให้เอาจอกเงินใส่ไว้ในกระสอบของเบนยามิน

พวกพี่น้องเดินทางกลับไปจากอียิปต์
โยเซฟก็สั่งให้ผู้ดูแลไล่ติดตามพี่น้องไป
แล้วให้บอกพวกเขาว่ามีคนขโมยจอกเงินของโยเซฟมา

พวกพี่ๆก็ยืนยันว่า ไม่มีใครขโมยมาแน่นอน
ลองค้นดูได้หากพบว่าใครขโมยมาก็ฆ่าคนนั้นได้เลย

เมื่อคนของโยเซฟค้นดูก็พบจอกเงินในกระสอบของเบนยามิน
พวกพี่ๆ ตกใจและโศกเศร้าเสียใจมากจึงฉีกเสื้อของตน
จากนั้นก็ให้คนอื่นๆกลับไปยังคะนาอันก่อน
แต่พวกเขากลับไปหาโยเซฟพร้อมกับเบนยามิน

เมื่อมาพบกับโยเซฟ พวกเขาก็ก้มกราบโยเซฟ (อีกละ)
แล้วยูดาห์กินพูดกับโยเซฟว่า
พวกเขาไม่มีอะไรจะแก้ตัวพวกเขาและเบนยามินพร้อมที่จะเป็นทาสรับใช้ของโยเซฟ

แต่โยเซฟบอกว่าแค่เบนยามินเท่านั้นที่ต้องเป็นทาส
คนอื่นๆกลับไปยังบ้านเรือนของตนได้

ยูดาห์จึงขอร้องเพื่อเบนยามิน
โดยให้เหตุผลว่า ถ้าเบนยามินไม่ได้กลับไปหาพ่อ
พ่อคงต้องตาย เพราะความทุกข์ใจอย่างยิ่งเป็นแน่
ดังนั้นเขาขอเป็นทาสรับใช้โยเซฟแทนเบนยามิน

– โยเซฟ จงใจสร้างสถานการณ์ ให้พี่ๆ พิสูจน์การกลับใจของพวกเขา เพื่อดูว่าเมื่อเบนยามินตกอยู่ในอันตราย พวกเขาจะทำอย่างไร

แล้วพวกพี่ๆก็สำแดงการกลับใจจริงๆ พวกเขามีสิทธิกลับไปยังคะนาอันได้ แต่ก็ยังตามเบนยามิน มาพบโยเซฟ
และเสนอตัวเป็นทาสพร้อมกับน้อง
แต่เมื่อโยเซฟยืนกราน จะลงโทษแค่เบนยามินคนเดียว
ยูดาห์ ต้นตระกูลของพระคริสต์ ก็เสนอตัว ยอมรับการลงโทษแทนน้อง เพื่อน้องจะได้กลับบ้านอย่างปลอดถัย

โยเซฟ ผู้เต็มไปด้วยการทรงสถิต และสติปัญญาจากพระเจ้า ยังรู้จักสร้างสถานการณ์เพื่อให้การกลับใจของพวกพี่ๆสำแดงออกมา
ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด พระเจ้าผู้ทรงรักเรา ย่อมจะกำหนดสถานการณ์บางอย่างให้เกิดขึ้นกับเรา
ไม่ใช่เพื่อทำร้ายเรา แต่เพื่อให้ความเชื่อของเราสำแดงออกมาเป็นการกระทำ ให้ความรักของเราปรากฏออกมาในภาคปฏิบัติ

สถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่ในวันนี้ จงใช้มันพัฒนาความเชื่อและสำแดงความรักของพระเจ้าออกมา

– ยูดาห์ ยอมถูกลงโทษ เพื่อให้เบนยามินรอดพ้นการลงโทษ
เหมือนกับพระคริสต์ ที่ทรงยอมรับโทษบาปแทนเรา เพื่อเราจะรอดพ้นการลงโทษนั้น

คำคม

“ การกลับใจที่แท้จริง จะแสดงออกมาเป็นการกระทำที่ตรงข้ามกับวิถีเดิม ”

สรุป ปฐมกาล 43

ภาพรวม

  • พวกพี่ๆกลับมาซื้อข้าวที่อียิปต์อีกครั้ง คราวนี้นำเบนยามินมาด้วย ตามคำสั่งของโยเซฟ โยเซฟก็ต้อนรับพวกเขาอย่างดี

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 43 สิเมโอนถูกกักตัวไว้ที่อียิปต์ แต่ยาโคบก็ไม่ยอมให้นำเบนยามินไปอียิปต์เพื่อช่วยสิเมโอนกลับมา
ต่อมาการ​กัน​ดาร​อา​หาร​ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
และเมื่อเสบียงอาหารในครอบ​ครัว​ของยา​โคบ​​หมด​แล้ว
ยาโคบ​จึง​บอก​ให้พวกลูกๆ ให้ไป​ซื้อ​อา​หารจากอียิปต์มาอีก
แต่​ยู​ดาห์​ตอบ​ยาโคบ​ว่า ถ้าจะกลับไปอีกต้องนำเบนยามินไปด้วยเท่านั้น
เพราะเจ้านายของอียิปต์(โยเซฟ) ได้สั่งกำชับเอาไว้

ยาโคบก็มีท่าทีไม่ยินยอม
แต่เมื่อยูดาห์ยืนกรานหนักแน่น ว่า
จะรับผิดชอบนำเบนยามินกลับมาอย่างปลอดภัยให้ได้

ในที่สุดยาโคบก็ยอม
และแนะนำให้ลูกๆเอาของกำนัลไปด้วยและนำเงินไป 2 เท่า เพื่อคืนเงินที่ติดกลับมาทั้งก่อน

เมื่อพวกเขามาถึงอียิปต์
​โยเซฟ​เห็น​เบน​ยา​มิน​มา​กับ​พวก​เขา
จึง​สั่งต้อนรับพวกเขาอย่างดี แล้วเชิญมาทานอาหารเที่ยงด้วยกันในบ้านของโยเซฟ

พวกพี่ๆก็กลัว คิดว่า คง​เป็น​เพราะ​เงิน​ที่​ติด​มา​ใน​กระ​สอบ​ครั้ง​ก่อน
โยเซฟจึงมาพวกเขามาจัดการที่บ้าน

พวก​เขา​จึงพยายามอธิบายกับ​ผู้​ดู​แล​บ้าน​ของ​โยเซฟ
ว่าเงินที่ติดกลับไปในกระสอบนั้น พวกเขาไม่ได้เป็นคนทำ
และพวกเขาได้​นำ​เงิน​นั้น​ กลับ​มาด้วยเพื่อคืน​ให้
แต่ผู้​ดู​แล​ ​ตอบ​ว่า พระ​เจ้า​ทรง​ประทาน​​ทรัพย์นั้นให้​อยู่​ใน​กระ​สอบ​ของ​พวกเขา
ทางอียิปต์ได้รับเงิน​ของ​พวกเขา​แล้ว

แล้วเขา​ก็​พา​สิ​เม​โอน​ออก​มา​หา​พวก​เขา

เมื่อ​โยเซฟ​กลับ​มา​บ้าน
พวก​เขา​ก็​