สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 30

ภาพรวม

  • โมเสสหนุนใจคนอิสราเอลให้เลือกติดตามพระเจ้าแต่ผู้เดียว และหากผิดพลาดพลั้งไปก็ให้กลับมาพระองค์เสมอ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy30-92209

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 30 เมื่อโมเสสกล่าวถึงพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงทำกับคนอิสราเอล ณ ที่ราบโมอับ แล้ว ก็กล่าวต่อไปว่า

หาก​เหตุ​การณ์​คำ​สาป​แช่ง​เหล่านี้​มา​ถึงคนอิสราเอลจริงๆ
จนพวกเขาถูก​ขับ​ไล่ไปอยู่ท่ามกลางประชาชาติ

ถ้าพวกเขา​หัน​กลับ​มา​หาพระ​เจ้า​ และ​เชื่อ​ฟัง​พระ​สุร​เสียง​ของ​พระ​องค์​ใน​ทุก​อย่าง ​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​
แล้ว​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ให้​พวกเขา​กลับ​จาก​การ​เป็น​เชลย
และ​ทรง​พระ​กรุ​ณา​ต่อ​พวกเขา และ​จะ​ทรง​รวบ​รวม​พวกเขาจาก​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย​ที่​กระ​จาย​ไป​อยู่​นั้น
แม้ที่นั่นมันจะไกลแสนไกลสักเพียงใด
พวกเขาจะ​ได้​ยึด​ครองแผ่นดินอีกครั้ง และ​จะ​จำเริญ​มั่ง​คั่ง​และ​ทวี​มาก​ขึ้น​ยิ่ง​กว่า​บรรพ​บุรุษ​ของพวกเขา

แล้ว​พระเจ้า​จะ​ประ​ทาน​ใจ​เชื่อ​ฟัง​แก่​พวกเขาและบุตร​หลาน​
เพื่อพวกเขา​จะ​ได้​รักพระเจ้า​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ เพื่อ​พวกเขาจะ​มี​ชีวิต​อยู่​ได้
และ​พระเจ้า​จะ​ทรง​ให้​คำ​สาป​แช่ง​เหล่า​นี้​ตก​บน​ศัตรู​และ​ผู้​ที่​เกลียด​ชัง​พวกเขา ​ซึ่ง​​ข่มเหงพวกเขา
และ​พวกเขาจะ​ฟัง​พระ​สุร​เสียง ​และ​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ทั้ง​สิ้น​ของ​พระเจ้า
พวกเขาจะจำ​เริญ​มั่ง​คั่ง​อย่าง​ยิ่ง​ใน​กิจ​การ​ที่​มือ​พวกเขา​ทำ
เพราะ​พระเจ้า​จะ​พอ​พระทัย​ที่​จะ​ให้​พวกเขาจำ​เริญ​มั่ง​คั่ง

สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น
ถ้าพวกเขา​ฟัง​พระ​สุร​เสียง​ของ​พระเจ้า โดย​รักษา​พระ​บัญ​ญัติของ​พระ​องค์
ถ้าพวกเขา​หัน​กลับ​มา​หา​พระเจ้าด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ

พระ​บัญ​ญัติ​นี้ ​ไม่​ยาก​เกิน​ไป และ​ไม่​ไกล​เกิน​ไป​ด้วย
ไม่​ใช่​อยู่​บน​สวรรค์ ซึ่งจะ​ต้องขึ้น​ไป​เอา​มา
ไม่​ใช่​อยู่​โพ้น​ทะเล ซึ่ง​​จะ​ต้องข้าม​ทะเล​ไปเอามา
แต่​ถ้อย​คำ​นั้น​อยู่​ใกล้​มาก อยู่​ใน​ปาก และ​อยู่​ใน​ใจ ฉะนั้น​​จึง​ทำ​ตาม​ได้

โมเสสเตือนว่า วันนี้โมเสส ได้​วาง​
ชีวิตและสิ่ง​ดี กับ ความ​ตาย​และ​สิ่ง​ร้าย​
ไว้​ต่อ​หน้าคนอิสราเอล

คือ ให้​รัก​พระเจ้า ให้​ดำเนิน​ใน​พระ​มรรคา​ของ​พระ​องค์ ​และ​ให้​รักษา​พระ​บัญ​ญัติของ​พระ​องค์
แล้ว​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​และ​ทวี​มาก​ขึ้น และ​พระเจ้าจะ​ทรง​อวย​พร​แก่​พวกเขาในทุกสิ่ง

แต่​ถ้า​ใจหัน​เห​ไป​และ​​ไม่​ได้​เชื่อ​ฟัง ไป​นมัส​กา​รและ​ปรน​นิบัติ​พระอื่น
พวกเขา​จะ​พินาศ​เป็น​แน่
พวกเขาจะ​ไม่​มี​ชีวิต​อยู่​นาน​ใน​แผ่น​ดินที่​ยึด​ครอง​นั้น

โมเสสได้​อัญ​เชิญ​สวรรค์​และ​โลก​ให้​เป็น​พยาน​ต่อคนอิสราเอล ​ว่า
โมเสสได้​ตั้ง​ชีวิต​และ​ความ​ตาย พระ​พร​และ​คำ​สาป​แช่ง​ ไว้​ต่อ​หน้า​คนอิสราเอลแล้ว
เพราะ​ฉะนั้น​ จง​เลือก​เอา​ข้าง​ชีวิต ​เพื่อ​จะ​ได้​มี​ชีวิต​อยู่
โดยรัก​พระ​เจ้า​ เชื่อ​ฟัง​พระ​สุร​เสียง​ของ​พระ​องค์ และ​ผูก​พัน​กับ​พระ​องค์ แล้ว​จะ​ได้​ชีวิต​และอายุ​​จะ​ยืน​นานอย่างเต็มด้วยพระพร

1. วิธีแก้ไขทุกสถานการณ์ร้ายในชีวิตก็คือ
​หัน​กลับ​มา​หาพระ​เจ้า​ และ​เชื่อ​ฟัง​พระคำ​ของ​พระ​องค์​ใน​ทุก​อย่าง ​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​

2. เมื่อกลับใจจริงๆ พระเจ้าสัญญาว่าต่อให้ถูกจับไปเป็นเชลยไกลสุดปลายขอบฟ้า(ข้อ4)
พระองค์ก็ยังจะทรงนำกลับมา

นั่นคือ วันนี้ถ้าเรากลับใจอย่างแท้จริง ต่อให้ปัญหามันจะหนักหนาสาหัสสักเพียงใด
พระเจ้าก็จะสามารถแก้ไข เปลี่ยนแปลง ให้มันกลับสู่สภาพดีได้อยู่ดี

3. พระเจ้ากำหนดไว้แล้วว่า ถ้าเรารักพระเจ้าและเชื่อฟังพระองค์
พระเจ้า​จะ​ทรง​ให้​คำ​สาป​แช่ง ​ตก​บน​ศัตรู​และ​ผู้​ที่​เกลียด​ชัง​เรา ​คนที่​​ข่มเหงเรา

ดังนั้นหากเรารู้ว่าใครเกลียดเรา หรือเขาพยายามข่มเหงเรา
ต้องอธิษฐานเผื่อพวกเขาเยอะๆ ไม่งั้นพวกเขาจะน่าสงสารมาก

4. พระบัญญัติของพระเจ้าไม่ได้ยาก​เกิน​ไปสำหรับเรา ผู้เชื่อวางใจในพระเยซู
เพราะพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้สถิตในเรา จะคอยสอนเรา เตือนให้เราระลึกได้ และรู้ลึกๆในใจได้ว่า พระเจ้าประสงค์ให้เราทำอย่างไรในเหตุการณ์นั้นๆ
และถ้าเราทูลขอต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้ช่วยเรา พระองค์เองก็จะประทานกำลังให้เราทำได้อีกด้วย

ดังนั้นวันนี้เหลือขั้นตอนเดียว ที่จะทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า คือ ตัดสินใจลงมือทำอย่างจริงจัง

5. วันนี้ พระพร และ วิบัติ วางไว้ให้เราเลือก
ให้เราเลือกพระพร ด้วยการรัก​พระ​เจ้า​ เชื่อ​ฟัง​พระคำของ​พระ​องค์ และ​ผูก​พัน​กับ​พระ​องค์

คำคม

“ ไม่ว่าหลงไปไกลสักเพียงใด หากกลับใจก็จะกลับสู่สภาพดีได้ ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 29

ภาพรวม

  • โมเสสกล่าวถึงพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงทำกับคนอิสราเอล ณ ที่ราบโมอับ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy29-92092

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 29 หลังจากที่โมเสสสั่งให้คนเลวีประกาศคำอวยพรและคำแช่งสาป เมื่อเข้าแผ่นดินคานาอันแล้ว โมเสสก็เริ่มกล่าวถึงถ้อย​คำ​ใน​พันธ​สัญญาของพระเจ้า ซึ่งพระองค์ตรัสเมื่อคนอิสราเอลอยู่ใน​แผ่น​ดิน​โม​อับ ดังนี้

คนอิสราเอลได้​เห็น​ทุก​สิ่ง​ที่พระเจ้าทรง​ทำ​ตั้งแต่ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์ ทั้ง​หมาย​สำคัญ​และ​การ​อัศ​จรรย์​ยิ่ง​ใหญ่ต่างๆมาแล้ว
และตลอด 40 ปี ​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร เสื้อ​ผ้า​และรองเท้าของพวกเขาไม่​ได้​ขาด
และ​เมื่อ​ท่าน​มา​ถึง​ที่​นี้ พระเจ้าก็ทรงทำให้พวกเขาชนะ สิโหน​กษัตริย์​แห่ง​เฮช​โบน และ​โอก​กษัตริย์​แห่ง​บา​ชาน​ได้​ริบ​แผ่น​ดิน​ของ​กษัตริย์เหล่านั้น และ​มอบ​ให้​เป็น​มรดก​แก่​คน​เผ่า​รูเบน คน​เผ่า​กาด และ​คน​ครึ่ง​เผ่า​มนัส​เสห์

เพราะ​ฉะนั้น​ ขอให้พวกเขาระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตาม​ถ้อย​คำ​แห่ง​พันธ​สัญ​ญาของพระเจ้า
เพื่อ​พวกเขาจะ​จำ​เริญขึ้น​ใน​บรรดา​กิจ​การ​ซึ่ง​พวกเขากระ​ทำ

ใน​วัน​นี้ให้พวกเขาทุกคนเข้า​มา​ใน​พันธ​สัญ​ญา​แห่ง​พระ​เจ้า
เพื่อ​พระ​องค์​จะ​ทรง​แต่ง​ตั้งพวกเขา ​ให้​เป็น​ประ​ชา​กร​ของ​พระ​องค์ และพระ​องค์​จะ​เป็น​พระ​เจ้า​ของ​พวกเขา

​พันธ​สัญญา​และ​คำ​ปฏิ​ญาณ​นี้ ไม่ใช่เฉพาะกับคนที่อยู่ที่นั่นเท่านั้น
แต่​กับ​ผู้​ที่​ไม่​ได้​อยู่​ที่​นั่นด้วย

อย่าให้คน​ใด มี​จิต​ใจ​ของ​เขา​หัน​จาก​​พระ​เจ้า​ ไป​ปรน​นิบัติ​บรรดา​พระ​อื่น
มิฉะนั้นจะ​มี​ราก​ซึ่ง​เกิด​เป็น​พืช​ที่​เป็น​พิษ​และ​บอ​ระ​เพ็ดเกิดขึ้น

ใครที่ได้ยิน​คำ​ปฏิ​ญาณ​นี้ แล้วคิดใน​ใจ​ว่า
“แม้​ข้า​จะ​เดิน​ด้วย​ความ​ดื้อ​ดึง​ตาม​ใจ​ของ​ข้า ข้า​ก็​จะ​เป็น​สุข”
ความ​คิด​เช่น​นี้​ก็​นำ​การ​กวาด​ทำลาย​มาสู่เขา
– พระ​พิโรธ​และ​ความ​หวง​แหน​ของ​พระ​เจ้า ​จะ​ทรง​พลุ่ง​ขึ้น​ต่อ​เขา
– คำ​สาป​แช่งจะ​ตก​เหนือ​เขา
– พระเจ้าจะ​ทรง​ลบ​ชื่อ​ของ​เขา​เสีย​จาก​ใต้​ฟ้า
– พระเจ้า​​จะ​ทรง​แยก​เขา​ออก​จาก​​คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​ปวง ให้​ประ​สบ​หายนะ​ตาม​คำ​สาป​แช่ง​ทั้ง​สิ้น​ของ​พันธ​สัญ​ญา
– คน​ชั่ว​อายุ​ต่อ​มา จะ​อุทาน​เมื่อ​เขา​เห็น​ความ​ทุกข์​ใจ​​และ​โรค​ภัย​ซึ่งพระเจ้าทรง​บัน​ดาล​ให้​เกิดแก่เขา และแผ่นดินของเขา

แล้ว​ประ​ชา​ชาติ​ทั้ง​ปวง​จะ​กล่าว​ว่า
“ทำไม​พระ​เจ้า​ทรง​ทำ​เช่น​นี้​แก่​แผ่น​ดิน​นี้ พระ​พิโรธ​มาก​มาย​ขนาด​นี้​หมาย​ความ​ว่า​กระ​ไร?”

แล้ว​คน​จะ​พูด​กัน​ว่า
“เพราะ​เขา​ทอด​ทิ้ง​พันธ​สัญ​ญา​ของ​พระ​เจ้า​ แล้ว​ไป​ปรน​นิบัติ​นมัส​การ​พระ​อื่น ​พระเจ้าจึง​ทรง​ถอน​ราก​​เขา​เสีย​จาก​แผ่น​ดิน ด้วย​ความ​กริ้ว​และ​พระ​พิโรธ​อัน​แรง​กล้า และ​ทรง​ทิ้ง​เขา​ไป​ใน​อีก​แผ่น​ดิน​หนึ่ง”

สิ่ง​ลี้​ลับ​ทั้ง​ปวง​เป็น​ของ​​พระ​เจ้า
แต่​สิ่ง​ที่​ทรง​สำแดง​นั้น​เป็น​ของ​เรา​ทั้ง​หลาย​ ​เป็น​นิตย์
เพื่อ​เรา​จะ​ทำ​ตาม​ถ้อย​คำ​ทั้ง​สิ้น​ของ​ธรรม​บัญ​ญัติ​นี้

1. พระเจ้าได้ทำพันธสัญญากับคนอิสราเอล คือ ถ้าเขาติดตามพระองค์ เชื่อฟังพระองค์ พระองค์จะทรงอวยพระพรพวกเขา แต่ถ้าพวกเขาทอดทิ้งพระองค์ ไม่เชื่อฟังพระองค์ พระองค์ก็จะนำพระพรเหล่านั้นไปเสีย เหลือไว้แต่คำแช่งสาป

วันนี้ ประตูแห่งพระพรของพระเจ้า เปิดออกสำหรับเราที่อยู่ในพระเยซูคริสต์
เพียงแต่เราจะเดินติดตามพระองค์ ทำตามคำแนะนำในพระคำของพระองค์ เราก็จะได้พบกับพระพรมากมาย

แต่หากใครที่หันหลังให้พระองค์ ไม่เชื่อฟังพระคำของพระองค์
คนนั้นเอง กำลังตัดสินใจเดินออกจากทางแห่งพระพร
เมื่อเขาเดินออกแล้ว เขาจะพบกับพระพรได้อย่างไร

2. ในข้อ 15 กล่าวว่า พันธสัญญานี้ไม่ใช่สำหรับเฉพาะคนอิสราเอลที่ยืนอยู่ที่นั่นเท่านั้น แต่สำหรับคนอื่นๆด้วย
ใครก็ตามที่ดำเนินชีวิตตามพระคำของพระเจ้าจะได้รับพระพร
ใครก็ตามที่ดำเนินชีวิตสวนทางกับพระคำของพระเจ้า ก็กำลังทำให้ตนเองเจ็บ

3. ข้อ 19-28 ชี้ให้เห็นว่า คนที่ได้รับรู้พันธสัญญานี้แล้ว
แต่ยังจงใจคิดว่า “ไม่เป็นไรหรอก ฉันจะไม่โดนอะไรหรอก ฉันจะไม่ทำตามซะอย่าง จะมีอะไรไหม?”
แบบนี้ โดนหนัก จัดเต็มไปเลย

คนที่รู้ทั้งรู้ แต่ยังจงใจดื้อดึง ไม่เชื่อฟังพระเจ้า
ควรรีบกลับใจ ก่อนจะสายเกินไป

4. สิ่ง​ลี้​ลับ​เป็น​ของ​​พระ​เจ้า แต่​สิ่ง​ที่​ทรง​สำแดง​​เป็น​ของ​เรา​
เราไม่อาจเข้าใจสิ่งต่างๆได้ทั้งหมด แต่เท่าที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เราแล้วในพระคำของพระเจ้าว่า เราควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร
แล้วเราก็เชื่อฟังทำตาม เพียงเท่านี้ ชีวิตของเราก็จะเต็มไปด้วยพระพร แม้ยังไม่สามารถเข้าใจได้ทั้งหมดก็ตาม

คำคม

“ เชื่อฟังพระเจ้า แม้ยังไม่เข้าใจ ก็ได้รับพระพร ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 28

ภาพรวม

  • โมเสสให้คนเลวีประกาศผลดีของการเชื่อฟังและโทษของการไม่เชื่อฟัง ให้คนอิสราเอลฟัง เมื่อพวกเขาเข้าไปในแผ่นดินคานาอันแล้ว

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy28-92029

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 28 เมื่อโมเสสให้คนอิสราเอลตั้งศิลาจารึกพระบัญญัติไว้บนภูเขาเอบาล และให้คนเลวีประกาศคำแช่งสาปสำหรับผู้ฝ่าฝืนพระบัญญัติของพระเจ้าแล้ว คนเลวีประกาศผลดีของการเชื่อฟังและโทษของการไม่เชื่อฟัง ดังนี้ต่อไปนี้

ผลดีของการเชื่อฟังพระ​สุร​เสียง​ และทำ​ตาม​พระ​บัญ​ญัติ​ ได้แก่
1. จะรับการยกชูให้สูง​กว่า​บรรดา​ประ​ชา​ชาติ​ทั่ว​โลก
2. จะ​รับ​พระ​พร​ทั้งใน​เมืองและนอกเมือง
3. จะรับพระพร ทั้งพงศ์​พันธุ์​ พืชผล​ ​สัตว์ และ​ผลผลิตต่าง​ๆของ​ตน
4. จะ​รับ​พระพร​เมื่อ​ท่าน​เข้า​มา และ​​ออก​ไป
5. ​ศัตรูจะ​พ่าย​แพ้​แก่​ท่าน พวกเขา​จะ​ออก​มา​ต่อ​สู้​ท่าน​ทาง​เดียว และ​หนี​จาก​ท่าน​ 7 ทาง
6. ยุ้งฉาง​ และ​ทุก​สิ่ง​ที่​ทำจะได้รับพระพร
7. จะ​​เป็น​ชน​ชาติ​บริ​สุทธิ์​แด่​พระเจ้า
8. ชนชาติ​ทั้ง​หลาย​ จะ​​เรียก​ท่าน​ตาม​พระ​นาม​พระ​เจ้า และ​เขา​ทั้ง​หลาย​จะ​เกรง​กลัว​ท่าน
9. จะมี​พงศ์​พันธุ์​ของตน พันธุ์​ของ​ฝูง​สัตว์​ และ​ผล​แห่ง​พื้น​ดิน​ มากมาย
10. แผ่นดินจะมีฝนตก​ตาม​ฤดู​กาล
11. งานทุกอย่างที่ทำจะได้รับพระพร
12. ​จะ​ให้​หลาย​ประ​ชา​ชาติ​ยืม แต่​ท่าน​จะ​ไม่​ขอ​ยืม
13. จะ​เป็น​หัว​ไม่​ใช่​เป็น​หาง
14. จะ​สูง​ขึ้น​เท่า​นั้น​ไม่​ใช่​ให้​ต่ำ​ลง

โทษของการไม่เชื่อฟัง ได้แก่
1. จะ​ถูก​สาป​แช่ง​ทั้งใน​เมืองและนอกเมือง
2. ผลผลิตต่างๆ​ พงศ์​พันธุ์​ของตน ​พืชผล​และสัตว์ของตน จะ​ถูก​สาป​แช่ง
3. จะ​ถูก​สาป​แช่ง​เมื่อ​ท่าน​เข้า​มา และ​​ออก​ไป
4. ​กิจ​การ​ทั้ง​สิ้น​ จะถูกสาป​แช่ง เกิดความ​วุ่น​วาย และ​การ​ตำหนิ​ จน​​จะ​ถูก​ทำลาย​และ​พินาศ​อย่าง​รวด​เร็ว
5. จะเกิด​โรค​ร้าย​ติด​พัน​ จน​ซูบ​ผอม และ​​ป่วย​ไข้ ​อัก​เสบ เกิดความ​ร้อน​อย่าง​รุน​แรง การฆ่า แผล​พุ​พอง ​เชื้อ​รา และ​สิ่ง​เหล่า​นี้​จะ​ติด​ตาม​ท่าน​ไป​จน​ท่าน​พินาศ
6. ​ฟ้า​สวรรค์ จะ​เป็น​ทอง​เหลือง และ​แผ่น​ดิน ​จะ​เป็น​เหล็ก ฝนไม่ตก ปลูกพืชอะไรก็ไม่ขึ้น
7. ​ฝุ่น​และ​ละออง​ลง​มา​จาก​ท้อง​ฟ้า
8. จะ​พ่าย​แพ้​ต่อ​ศัตรู เมื่อออก​ไป​ต่อ​สู้​พวก​เขา​ทาง​เดียว แต่​จะ​หนี​จาก​พวกเขา​ 7 ​ทาง
9. ​ท่าน​จะ​เป็น​ที่​น่า​สยด​สยอง​ยิ่ง​แก่​ราช​อา​ณา​จักร​ทั้ง​สิ้น​ทั่ว​โลก
10. ซาก​ศพ​ของ​ท่าน​จะ​เป็น​อาหาร​ของ​บรรดา​นก​ ​และ​ของ​สัตว์​ป่า​ใน​โลก และ​ไม่​มี​ผู้​ใด​ขับ​ไล่​ฝูง​สัตว์​เหล่า​นั้น​ไป​ได้
11. จะถูกโจมตีด้วย​ฝี​อียิปต์ ด้วย​แผล​ร้าย ด้วย​โรค​กลาก ​ด้วย​โรค​คัน ด้วยฝี​ร้าย​ที่​หัว​เข่า​และ​ที่​ขา ​ตั้ง​แต่​ฝ่า​เท้า​จน​ถึง​กระ​หม่อม​ ซึ่ง​จะ​รักษา​ไม่​ได้
12. จะถูกโจมตี​ด้วย​ความ​วิกล​จริต ตา​บอด และ​ให้​จิต​ใจ​ยุ่ง​เหยิง
13. ​จะ​ไม่​มี​ความ​เจริญ​ใน​ทาง​ของ​ตน
14. ​จะ​ถูก​บีบ​คั้น​และ​ถูก​ปล้น​อยู่​เสมอ และ​จะ​ไม่​มี​ใคร​ช่วย​เลย
15. หญิงที่​หมั้นไว้ จะไปนอนกับชายอื่น
16. ​จะ​สร้าง​บ้าน และ​ปลูก​สวน​องุ่น แต่​ท่าน​จะ​ไม่​ได้ใช้ประโยชน์จากมัน
17. สัตว์ที่เลี้ยงไว้จะถูกแย่งชิงไป
18. ​ลูกๆของ​ท่าน​ จะถูกนำไป​เป็นเชลยของชน​ชาติ​อื่น
19. ชน​ชาติ​อื่น ​จะ​มา​รับ​ประ​ทาน​พืช​ผล​แห่ง​พื้น​ดิน​ของ​ท่าน พวกเขา​จะ​บีบ​คั้น​และ​เหยียบ​ย่ำ​ท่าน​เสมอ​ไป
20. สิ่งที่เห็น​จะ​ทำ​ให้​ท่าน​บ้า​คลั่ง​ไป
21. ​ท่าน​และ​กษัตริย์​ของท่าน จะถูกนำไป​ยัง​ที่​ไม่​รู้​จัก​มา​ก่อน
22. ท่าน​จะ​เป็น​ที่​น่า​กลัว เป็น​ภา​ษิต เป็น​ที่​โจษจัน​กัน​ท่าม​กลาง​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย​
23. จะ​หว่าน​มาก​มาย​ไว้ แต่​เก็บ​ผล​เข้า​มา​เพียงเล็ก​น้อย
24. จะมีแมลงและหนอนมากินพืชผลเสียหายมากมาย
25. คน​ต่าง​ด้าว​ซึ่ง​อยู่​ท่าม​กลาง​ท่าน​จะ​สูง​ขึ้น​เหนือ​ท่าน​ทุก​ทีๆ และ​ท่าน​จะ​ต่ำ​ลง​ทุก​ทีๆ
26. คนต่างด้าว​จะ​ให้​ท่าน​​ยืม และ​ท่าน​จะ​ไม่​มี​ให้​เขา​ยืม เขา​จะ​เป็น​หัว และ​ท่าน​จะ​เป็น​หาง
27. จะ​ต้อง​ปรน​นิบัติ​ศัตรู​ของ​ท่าน
28. จะต้องเผชิญกับ​ความ​หิว​และ​กระ​หาย เปลือย​กาย​และ​ขัด​สน​ทุก​อย่าง
29. จะถูกรุกรานโดยศัตรูจากแดนไกล จนไม่​เหลือ​อะไรเลย
30. เมืองของท่านทุกเมืองจะถูก​พัง​ทลาย​ลง​
31. ​จะ​ต้องกินเนื้อลูกของตนเอง
32. จะพบกับ​ความ​ทุกข์​ใจ​อย่าง​ผิด​ธรรม​ดา ความ​ทุกข์​ใจ​ร้าย​แรง​และ​เนิ่น​นาน และ​ความ​เจ็บ​ป่วย​ต่างๆ ที่​ร้าย​แรง​และ​เรื้อ​รัง
33. โรค​ทั้ง​หลาย​ซึ่ง​ท่าน​กลัว​นั้น​มา​สู่​ท่าน​ และ​มัน​จะ​ติด​พัน​ท่าน​อยู่ รวมทั้งโรค​ทุก​อย่าง​และ​ความ​ทุกข์​ใจ​ทุก​อย่าง ซึ่ง​ไม่​ได้​ระบุ​ไว้​ใน​หนัง​สือ​แห่ง​ธรรม​บัญ​ญัติด้วย
34. ท่าน​จะ​เหลือ​แต่​จำนวน​น้อย
35. ท่าน​จะ​ต้อง​ถูก​ถอน​ออก​ ​จาก​แผ่น​ดิน​ซึ่งครอบครอง​
36. จะ​กระจัด​กระจาย​ไป​ท่าม​กลาง​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย
37. เมื่อ​ท่าน​อยู่​ท่าม​กลาง​ประ​ชา​ชาติ​ต่างๆ นั้น ท่าน​จะ​ไม่​พบ​ความ​สบาย​เลย ​จะ​ไม่​มี​ที่​หยุด​พัก เพราะ​ ​จิต​ใจ​จะ​หวาด​หวั่น มี​ตา​ที่​มืด​มัว​ลง และ​มี​ชีวิต​ที่​ค่อยๆ วอด​ลง
38. ​ชีวิต​ของ​ท่าน​ก็​จะ​แขวน​อยู่​ใน​ความ​สง​สัย​ ครั่น​คร้าม​อยู่​ทั้ง​กลาง​คืน​และ​กลาง​วัน ไม่​มี​ความ​แน่​ใจ​ใน​ชีวิต​ของ​ตน​เลย
39. ท่าน​จะ​ต้อง​มอบ​ตัว​ขาย​ให้​ศัตรู​เป็น​ทาส​ชาย​และ​ทาส​หญิง แต่​จะ​ไม่​มี​ผู้​ใด​ซื้อ​ท่าน

1. เชื่อฟัง ทำตามพระเจ้า ทำอะไรก็เจริญยาวนาน
ไม่เชื่อฟังพระเจ้า ทำตามใจปรารถนาของตนเอง ทำอะไรก็ไม่เจริญแบบยั่งยืน

2. สังคมของเราอาจมีหลายอย่างที่สอดคล้องกับโทษของการไม่เชื่อฟังนี้
ขอพระเจ้าทรงทำงานในจิตใจของคนของพระเจ้าในประเทศไทย ช่วยกันประกาศข่าวประเสริฐ
เพื่อพระพรจากพระเจ้าจะทวีมากขึ้นในประเทศไทย

คำคม

“ พระพร หรือ คำแช่งสาป เป็นสิ่งที่เราเลือกได้ ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 27

ภาพรวม

  • โมเสสให้คนอิสราเอลตั้งศิลาจารึกพระบัญญัติไว้บนภูเขาเอบาล พร้อมกับให้ประกาศคำแช่งสาปสำหรับผู้ฝ่าฝืนพระบัญญัติของพระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy27-91788

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 27 เมื่อโมเสสย้ำเรื่องการถวายของคนอิสราเอล และหนุนใจพวกเขาให้รักษาพระบัญญัติของพระเจ้าอย่างสุดใจแล้ว

โมเสส​และ​พวก​ผู้​ใหญ่​ ก็ได้สั่ง​ประ​ชา​ชน​ว่า
ให้​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ทั้ง​สิ้น
และเมื่อ​ข้าม​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​เข้า​สู่​แผ่น​ดิน​คานาอันแล้ว
ให้​ตั้ง​ศิลา​ก้อน​ใหญ่​หลาย​ก้อน และ​โบกด้วยปูน​
แล้ว​​เขียน​ทุก​ถ้อย​คำ​ของ​ธรรม​บัญ​ญัติ​นี้​ไว้​บน​นั้น อย่างชัดเจน
แล้วนำไปไว้​บน​ภูเขา​เอ​บาล​
และ​สร้าง​แท่น​บูชา​แด่​​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ที่​นั่น
แล้ว​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​และศานติบูชา ที่นั่น
แล้ว​รับ​ประ​ทาน​​ที่​นั่น และ​ยิน​ดี​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน

โมเสส​และ​ปุ​โร​หิต​ ได้​กล่าว​แก่​คน​อิส​รา​เอล ​ว่า
วัน​นี้​คนอิสราเอลได้​มา​เป็น​ประ​ชา​กร​ของ​​พระ​เจ้า​ แล้ว
ดังนั้น จง​เชื่อ​ฟัง​พระ​สุร​เสียง​ของ​พระ​เจ้า​ และ​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ของพระองค์

แล้ว​โมเสส​ก็กำ​ชับ​ประ​ชา​ชน​ว่า
เมื่อ​คนอิสราเอลยก​ข้าม​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​นั้น​แล้ว
ให้​คน​เผ่า ​สิ​เม​โอน เลวี ยูดาห์ อิส​สา​คาร์ โย​เซฟ และ​เบน​ยา​มิน ยืน​บน​ภูเขา​เกริ​ซิม กล่าว​คำ​อวย​พร​แก่​ประ​ชา​ชน และ​ให้​คนเผ่า รูเบน กาด อาเชอร์ เศ​บู​ลุน ดาน และ​นัฟ​ทาลี ​ยืน​แช่ง​อยู่​บน​ภูเขา​เอ​บาล

แล้ว​ให้​คน​เลวี​กล่าว​ประ​กาศ​แก่​อิส​รา​เอล​ด้วย​เสียง​ดัง​ บุคลต่อไปนี้จะถูกแช่งสาป
1. ผู้​ที่​ทำ​รูป​เคา​รพ
2. ผู้​ที่​หมิ่น​ประ​มาท​บิดา​ ​มารดา​
3. ผู้​ที่​ย้าย​เสา​เขต​ของ​เพื่อน​บ้าน
4. ผู้​ที่​ทำ​ให้​คน​ตา​บอด​หลง​ทาง​
5. ผู้​ที่​ทำ​ให้​เสีย​ความ​ยุติ​ธรรม​อัน​ควร​ได้​ แก่​คน​ต่าง​ด้าว ลูก​กำพร้า และ​แม่​ม่าย​
6. ผู้​ที่​นอน​กับ​ภรรยา​ของ​บิดา​
7. ผู้​ที่​สม​สู่​กับ​สัตว์​เดีย​รัจ​ฉาน​
8. ผู้​ที่​นอน​กับ​พี่สาว​หรือ​น้อง​สาว
9. ผู้​ที่​นอน​กับ​แม่​ยาย​
10. ผู้​ที่​ฆ่า​เพื่อน​บ้าน​ของ​ตน​อย่าง​ลับๆ
11. ผู้​ที่​รับ​สิน​บน​ให้​ฆ่า​บุค​คล​ที่​ไม่​ได้​ทำ​ผิด​
12. ผู้​ที่​ไม่​รักษา​ถ้อย​คำ​แห่ง​ธรรม​บัญ​ญัติ​นี้​โดย​การ​ทำ​ตาม

1. เป็นการดีและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ในการจดจำและระลึกถึงพระคำของพระเจ้าอยู่เสมอ

2. เมื่อเราได้มา​เป็น​ประ​ชา​กร​ของ​​พระ​เจ้า​ แล้ว
เราก็ควรจะ​เชื่อ​ฟัง​พระ​สุร​เสียง​ของ​พระ​เจ้า​ และ​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ของพระองค์

3. คนที่ดำเนินชีวิตขัดกับพระคำของพระเจ้า กำลังเดินสวนทางกับเส้นทางแห่งพระพร

คำคม

“ คนที่ไม่เชื่อฟังพระคำของพระเจ้า กำลังทำร้ายตนเอง ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 26

ภาพรวม

  • โมเสสย้ำเรื่องการถวายของคนอิสราเอล และหนุนใจพวกเขาให้รักษาพระบัญญัติของพระเจ้าอย่างสุดใจ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy26-91639

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 26 เมื่อโมเสสสอนคนอิสราเอลเกี่ยวกับกฏเกณฑ์ของพระเจ้า ในการปฏิบัติตนในสังคมแล้ว ก็สอนต่อไปในเรื่องของการถวายดังนี้

เมื่อคน​อิสราเอล​เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดินคานาอัน​แล้ว
ให้​เอา​ผล​แรก​ของ​พื้น​ดิน​ทั้ง​หมด​ นำ​ไป​หา​ปุ​โร​หิต​ผู้​ประ​จำ​การ ณ สถานนมัสการพระเจ้า
และ​กล่าว​ว่า
“ข้าพ​เจ้า​ยอม​รับ​ใน​วัน​นี้​ต่อพระ​เจ้า ว่า ข้าพ​เจ้า​ได้​เข้า​มา​ใน​แผ่น​ดิน​ซึ่ง​พระเจ้าทรงสัญญาแล้ว”
แล้ว​ปุโร​หิต​จะ​นำของถวายมา​วาง​ไว้​ที่​หน้า​แท่น​บูชา​
แล้วให้คนนั้นอธิษฐานสรรเสริญพระเจ้าและถวายของนั้นแด่พระเจ้า

แล้วให้เขายิน​ดี​ด้วย​ของ​ดี​ทุก​สิ่ง​ซึ่ง​พระ​เจ้า​​ประ​ทาน​ให้แก่เขา และ​แก่​ครอบ​ครัว​ของเขา แก่คน​เลวี และแก่คน​ต่าง​ด้าว​ที่​อาศัย​อยู่​ท่าม​กลาง​เขา

เมื่อครบทุก 3 ​ปี​ ให้​นำ​ทศางค์​ทั้ง​หมด​จาก​พืช​ผล​ที่​ได้​ใน​ปี​นั้น​มา​ ให้​​แก่​คน​เลวี และ​คน​ต่าง​ด้าว ลูก​กำพร้า และ​แม่​ม่าย เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​รับ​ประ​ทาน​ให้​อิ่ม​หนำ​ (เหมือน ฉธบ. 14:28-29)
แล้ว​ทูล​พระ​เจ้า​ ​ว่า
“ข้า​พระ​องค์​ยก​ส่วน​ศักดิ์​สิทธิ์​ออก​จาก​บ้าน​ของ​ข้า​พระ​องค์​แล้ว และ​​ได้​ให้​แก่​คน​เลวี คน​ต่าง​ด้าว ลูก​กำพร้า และ​แม่​ม่าย แล้ว และได้ทำตามพระบัญชาของพระเจ้าทุกประการเรื่องทศางค์
​ขอ​ทรง​อวย​พร​แก่​อิส​รา​เอล​ประ​ชา​กร​ของ​พระ​องค์”

เมื่อโมเสสกล่าวย้ำพระบัญญัติต่างๆเสร็จแล้ว ก็กล่าวคำหนุนใจสุดท้ายว่า

วัน​นี้​​พระ​เจ้า​​ทรง​บัญชา​ให้​ทำ​ตาม​กฎ​เกณฑ์​​เหล่า​นี้
ฉะนั้นให้ระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตาม​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​
ใน​วัน​นี้ ในเมื่อคนอิสราเอล​ได้​ยอม​รับ​แล้ว​ว่า
พระ​ยาห์​เวห์​เป็น​พระ​เจ้า​ของ​พวกเขา
ดังนั้น ให้พวกเขา​ดำเนิน​ตาม​พระ​มรรคา​ของ​พระ​องค์
และ​รักษา​กฎ​เกณฑ์ พระ​บัญ​ญัติ​และ​กฎ​หมาย​ของ​พระ​องค์
และ​จะ​เชื่อ​ฟัง​พระ​สุร​เสียง​ของ​พระ​องค์

และ​ใน​วัน​นี้พระเจ้าทรง​รับ​ว่าพวกเขา​เป็น​ชน​ชาติ​ที่​เป็น​ของ​ล้ำ​ค่า​ของ​พระ​องค์
และ​พระ​องค์​จะ​ทรง​ตั้งพวกเขา​ให้​สูง​เหนือ​บรรดา​ประ​ชา​ชาติ
ใน​เรื่อง​การ​สรร​เสริญ ชื่อ​เสียง​และ​เกียรติ​ยศ
และ​ให้​ท่าน​เป็น​ชน​ชาติ​บริ​สุทธิ์​แด่​พระ​เจ้า​

1. พระเจ้าให้คนอิสราเอลถวายสิบลดแด่พระเจ้า ไม่ใช่เพราะพระองค์ต้องการของถวายเหล่านั้น
เพราะว่าพระองค์ทรงสร้างทุกสิ่งและเป็นเจ้าของสรรพสิ่ง
แต่พระองค์ประสงค์ให้คนอิสราเอลระลึกถึงพระคุณของพระองค์อยู่เสมอ
นั่นจะทำให้พวกเขาจะได้รับพระพรและจะไม่ถดถอยไปจากความสัมพันธ์ที่มีต่อพระองค์

วันนี้ การถวายของเรา ก็เพื่อเปิดประตูพระพรมาสู่ชีวิตของเราเอง และยังเป็นการทำให้เราเติบโตขึ้นในความเชื่อเนื่องจากการระลึกถึงพระคุณของพระเจ้าที่ทรงมีต่อเรา อีกด้วย

2. ในข้อ 11 มีสิ่งที่น่าสนใจมากก็คือ พระคำของพระเจ้าบอกว่า สิ่งดีต่างๆที่พระเจ้าประทานให้แก่เรานั้น แท้จริงไม่ใช่สำหรับเราเท่านั้น แต่สำหรับครอบครัวของเรา คน​เลวี(งานของพระเจ้า) และ​คน​ต่าง​ด้าว ลูก​กำพร้า และ​แม่​ม่าย อีกด้วย

นั่นคือการอวยพระพรของพระเจ้าที่มาถึงเรานั้น ก็เพื่อให้เราใช้สิ่งเหล่านั้นให้เป็นพระพรแก่ครอบครัว แก่งานรับใช้พระเจ้า และแก่ผู้ขัดสนยากไร้ ด้วย

3. เมื่อเราต้อนรับพระเยซูมาเป็นพระเจ้าของเราแล้ว
ดังนั้นเราก็ควรที่จะ​ดำเนิน​ตาม​ทาง​ของ​พระ​องค์ และ​​เชื่อ​ฟัง​พระ​องค์
ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​สุดกำลังของเรา
ให้สมกับที่เราเป็นประชากรของพระเจ้า เป็นสิ่งล้ำค่าของพระองค์

คำคม

“ คนของพระเจ้า ย่อมเดินในทางของพระเจ้า ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 25

ภาพรวม

  • โมเสสสอนคนอิสราเอลเกี่ยวกับกฏเกณฑ์ของพระเจ้า ในการปฏิบัติตนในสังคม

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy25-91357

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 25 เมื่อโมเสสสอนคนอิสราเอลเรื่องการหย่าร้างและการเมตตาต่อผู้เดือดร้อนแล้ว จึงกล่าวต่อไปว่า

– ถ้า​คน​มี​เรื่อง​ขัด​แย้ง​กัน​และ​มา​ถึง​ศาล เมื่อ​มี​การ​พิ​พาก​ษา​คดี​แล้ว
ถ้า​ผู้​ผิด​สม​ควร​ถูก​โบย ก็​ให้​โบยมาก​น้อย​ตาม​ความ​ผิด​ของ​ผู้​นั้น
แต่​อย่า​ให้​เกิน​ 40 ที เกรง​ว่าเขาจะเป็น​ที่​ดู​ถูก​ใน​สาย​ตา​ของผู้คน

– ห้าม​เอา​ตะกร้อ​ครอบ​ปาก​โค ​เมื่อ​มัน​กำลัง​นวด​ข้าว​อยู่

– ถ้า​พี่​น้อง​อยู่​ด้วย​กัน​และ​คน​หนึ่ง​ตาย​ลง​โดย​ไม่​มี​บุตร​ชาย ให้​พี่​น้อง​ของ​เขา​รับ​ภรรยา​ของ​ผู้​ที่​ตาย​นั้น​มา​เป็น​ภรรยา และบุตร​หัว​ปี​ที่​เกิด​มา​ให้​สืบ​ชื่อ​พี่​น้อง​คน​ที่​ตาย​ไป​นั้น
แต่ถ้า​ชาย​คน​นั้น​ไม่​ประ​สงค์​จะ​ทำเช่นนั้น
ก็​ให้​ผู้หญิงนั้นไป​ฟ้อง​พวก​ผู้​ใหญ่ในเมือง
แล้ว​พวก​ผู้​ใหญ่​นั้น​จะ​เรียก​ชาย​คน​นั้น​มา​​ยืน​ยัน
หากเป็นความจริง ให้หญิงนั้นถอด​เอา​รอง​เท้า​ของ​เขา​ออก​ข้าง​หนึ่ง และ​ถ่ม​น้ำ​ลาย​รด​หน้า​เขา​
แล้ว​กล่าว​ว่า “ต้อง​ทำ​อย่าง​นี้​แหละ​กับ​ผู้​ชาย​ที่​ไม่​ยอม​สร้าง​ครอบ​ครัว​ของ​พี่​น้อง​ของ​ตน”
แล้วชื่อ​ของ​เขา​จะ​ถูก​เรียก​ว่า​ ครอบ​ครัว​ที่​ถูก​ถอด​รอง​เท้า

– ถ้า​ชาย​สอง​คน​วิวาท​ทุบ​ตี​กัน และ​ภรรยา​ของ​​คน​หนึ่ง​ช่วย​สามี​ และ​นาง​ยื่น​มือ​ออก​ไป​จับ​ของ​ลับ​ของ​ผู้​ชาย​คน​นั้น
ให้​ตัด​มือ​ของ​นาง​ทิ้ง​เสีย โดยไม่ต้อง​สง​สาร​นาง

– ห้ามใช้เครื่องชั่งหรือเครื่องตวง ที่ไม่เที่ยงตรง เพื่อ​วัน​คืน​ของ​ท่าน​จะ​ยืน​นาน​ใน​แผ่น​ดิน
เพราะ​ว่า​​ทุก​คน​ที่​คด​โกง​เป็น​ผู้​ที่​น่า​รัง​เกียจ แด่​พระ​เจ้า​

– เมื่ออิสราเอล​ ได้หยุด​พัก​จาก​ศัตรู​ทั้ง​สิ้น​ที่​อยู่​รอบ​ข้างแล้ว ให้บุกไปทำลาย​คน​อา​มา​เลข​ให้หมดไป
เพราะพวกเขา​ได้​ออก​โจม​ตี​อิสราเอล​ตาม​ทาง และ​โจมตีพวก​ที่​อ่อน​แอ​อยู่​รั้ง​ท้าย ในยามที่คนอิสราเอลกำลังอ่อน​เพลีย​เมื่อย​ล้า
ทั้งที่พวกเขาได้รับรู้ข่าวแล้วว่า พระเจ้าทรงทำอัศจรรย์มากมายในอียิปต์และนำชนชาติของพระองค์ออกมา พวกเขายังกล้าทำเช่นนั้นอีก พวก​เขา​ช่างไม่​ยำ​เกรงหรือเกรงกลัว​พระ​เจ้าเลย

1. พระเจ้าตั้งกฏการลงโทษที่มีโทษไม่ถึงตาย โดยให้โบย และกำหนดให้ไม่เกิน 40 ครั้ง เพื่อไม่ให้ผู้รับโทษต้องตายหรือพิการ

ด้วยเหตุนี้ เมื่อพวกยิวลงโทษให้โดยการเฆี่ยน พวกเขาจะเฆี่ยน มากที่สุด 39 ที เผื่อกันนับพลาดไว้ 1 ที เหมือนใน 2คร. 11:24 ที่ อ.เปาโลกล่าว่า “พวก​ยิว​เฆี่ยน​ข้าพ​เจ้า​ห้า​ครั้ง ครั้ง​ละ​สาม​สิบ​เก้า​ที”

การพิพากษาของพระเจ้านั้นเข้มงวด แต่ก็เต็มด้วยพระเมตตา

2. วลีที่ว่า “อย่าเอาตระกร้าครอบปากวัว” อ.เปาโลเคยนำมาใช้เพื่ออธิบายว่า ที่พระเจ้ากำหนดกฏนี้ เพื่อจะใช้สอนประชากรของพระองค์ในเรื่องการไม่ยึดสิ่งที่สมควร แก่ผู้ที่สมควรจะได้รับ
ใน 1คร. 9:9 อ.เปาโลกล่าวว่า
“เพราะ​ว่า​ใน​ธรรม​บัญ​ญัติ​ของ​โมเสส​มี​เขียน​ไว้​ว่า อย่า​เอา​ตะกร้อ​ครอบ​ปาก​วัว​เมื่อ​มัน​กำ​ลัง​นวด​ข้าว​อยู่  พระ​เจ้า​ทรง​เป็น​ห่วง​วัว​หรือ?”

3. การให้พี่หรือน้องชายมีผู้สืบสกุลให้แก่ผู้ตายนั้น มีไว้เพื่อให้ตระกูลของคนอิสราเอลทุกตระกูล จะไม่สาบสูญไป
พวกสะดูสี เคยนำบัญญัติตอนนี้ มาถามเพื่อทดลองพระเยซูด้วย ใน มธ. 22:23-33

4. การซื่อตรง ไม่คดโกง จะทำให้ชีวิตยืนยาว อย่างมีความสุข

5. คนอามาเลขลบหลู่พระเจ้า โดยการโจมตีคนอิสราเอลเมื่ออกจากอียิปต์
ดังนั้นการพิพากษาของพระเจ้าจึงมาถึงเขา ผ่านคนอิสราเอล
ด้วยเหตุนี้คนอิสราเอลจึงไม่มีสิทธิไว้ชีวิตพวกเขา เพราะเป็นคำพิพากษาจากพระเจ้า

แต่กษัตริย์ซาอูลกลับไว้ชีวิตกษัตริย์อากักของอามาเลข
จึงถูกพระเจ้าถอดออกจากการเป็นกษัตริย์ (1ซมอ.15)

เมื่อพระเจ้าตัดสินแล้ว เราเป็นใครบังอาจไปเปลี่ยนแปลง
ในเมื่อพระเจ้าทรงเห็นชอบว่า สิ่งนี้สมควรเกิดขึ้นกับเรา
เราเป็นใครเล่าที่บังอาจไปขัดขืนต่อการตัดสินพระทัยของพระองค์

คำคม

“ คนที่ซื่อตรง จะมีชีวิตยืนยาว อย่างมีความสุข ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 24

ภาพรวม

  • โมเสสสอนคนอิสราเอลเรื่องการหย่าร้างและการเมตตาต่อผู้เดือดร้อน

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy24-91213

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 24 เมื่อโมเสสสอนกฏหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้อื่นแก่คนอิสราเอลแล้ว ก็กล่าวต่อไปอีกว่า

– เมื่อ​ชาย​คน​ใด​เพิ่ง​มี​ภรรยา และ​ต่อ​มา​นาง​ไม่​เป็น​ที่​โปรด​ปราน​ของ​เขา หากต้องการหย่าเธอจริงๆ ให้เขา​ทำ​หนัง​สือ​หย่า​ใส่​มือ​ของ​นาง แล้ว​ไล่​ออก​จาก​บ้าน​ของ​ตน​ไป
และ​ถ้าต่อมาไป​เป็น​ภรรยา​ของ​ชาย​อีก​คน​หนึ่ง
แม้เธอจะถูกหย่าอีกครั้งหรือสามีเธอตายลง
สามี​คน​เดิม​จะ​รับ​นาง​มา​เป็น​ภรรยา​อีก​ไม่​ได้

– เมื่อ​ชายที่​เพิ่ง​มี​ภรรยา อย่า​ให้​ผู้​นั้น​ออก​ไป​กับ​กอง​ทัพ หรือ​มอบ​งาน​อย่าง​ใด​แก่​เขา ให้​เขา​อยู่​บ้าน​ 1 ปี​ ​เพื่อ​เขา​จะ​ให้​ภรรยา​ซึ่ง​เขา​ได้​มา​นั้น​มี​ความ​สุข

– ห้าม​ผู้​ใด​ยึดอุปกรณ์เลี้ยงชีพของคนอื่น​ไว้​เป็น​ประ​กัน

– ใครจับพี่น้องร่วมชาติ ไป​ใช้​เป็น​ทาส​หรือ​ขาย​เสีย ​คน​นั้น​จะ​ต้อง​ตาย

– ให้คอย​ระวัง​เรื่อง​โรค​เรื้อน และ​ทำ​ทุก​สิ่ง​ตาม​คำ​ชี้​แจง​ของ​พวก​ปุโร​หิต​

– การ​ยึด​ของ​ประ​กัน​ของ​ผู้ที่ยืมเงินหรือสิ่งของไป ให้​คน​ที่​ยืม​นั้น​นำ​ของ​ประ​กัน​ออก​มา​ให้​เอง ห้ามเข้าไปยึดจากในบ้าน

– ห้าม​เอา​ของ​ประ​กันของ​คน​ยาก​จน​เก็บ​ไว้​จน​ข้าม​คืน
เพื่อคนยากจนนั้นจะ​อวย​พร​แก่ผู้เมตตาเขา และ​จะ​เป็น​ความ​ชอบ​ธรรม​แก่​ผู้นั้น

– ห้าม​กด​ขี่​ลูก​จ้าง​ที่​เป็น​คน​ยาก​จน​และ​ขัด​สน ต้อง​จ่าย​เงิน​ค่า​จ้าง​วัน​นั้น​ให้​แก่​เขา​ก่อน​ดวง​อาทิตย์​ตก
เกรง​ว่า​เขา​จะ​นำไปฟ้องพระเจ้า และ​จะ​เป็น​ความ​บาป​แก่​เจ้านายคนนั้น

– ให้​ทุก​คน​รับ​โทษ​ถึง​ตาย​ด้วย​บาป​ของ​ตน​เอง ไม่ใช่พ่อหรือลูกของเขา

– ห้าม​บิด​เบือน​ความ​ยุติ​ธรรม​ของ​คน​ต่าง​ด้าว​หรือ​ของ​ลูก​กำพร้า และ​ห้าม​รับ​เสื้อ​ผ้า​ของ​หญิง​ม่าย​ไว้​เป็น​ประ​กัน

– เมื่อ​ท่าน​เกี่ยว​ข้าว และ​ลืม​ฟ่อน​ข้าว​ไว้​ใน​นา​ฟ่อน​หนึ่ง ห้าม​กลับ​ไป​เอา​มา
ให้​เป็น​ของ​คน​ต่าง​ด้าว ลูก​กำพร้า และ​แม่​ม่าย เพื่อพระ​เจ้า​จะ​ทรง​อวย​พร​แก่​กิจ​การ​ทั้ง​สิ้น​แห่ง​มือ​ที่ทำ

– เมื่อ​เก็บผลจากต้นมะกอกหรือสวนองุ่น อย่าเก็บหมด ให้​เหลือ​ไว้​สำหรับ​คน​ต่าง​ด้าว ลูก​กำพร้า และ​แม่​ม่าย บ้าง

1. จากบทนี้เราเรียนรู้จักพระลักษณะของพระเจ้าดังนี้
– พระเจ้าไม่ประสงค์ให้มีการหย่าร้าง แต่ขณะเดียวกันก็มีกฏให้ปฏิบัติหากต้องการหย่าจริงๆ
เนื่องจากถ้าสามีเกลียดชังภรรยาแล้วหย่าไม่ได้ ในที่สุด ฝ่ายหญิงจะถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ
กฏของการหย่า ต้องทำหนังสือหย่า เป็นการเพิ่มขั้นตอนการหย่าให้ยุ่งยากและซับซ้อนขึ้น เพื่อให้สามีมีเวลาคิดไตร่ตรอง ขณะเดียวกันเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงที่ถูกทอดทิ้งได้แต่งงานใหม่
และกฏอีกข้อคือ ถ้าหย่าแล้ว เธอไปแต่งงานใหม่แล้ว จะรับกลับมาอีกไม่ได้แล้วนะ ดังนั้นคิดดูให้ดีเสียก่อนที่จะหย่า
กฏเกณฑ์ของพระเจ้าดีเลิศ รอบคอบและยุติธรรม เต็มไปด้วยความเมตตาต่อผู้อ่อนแอ

– พระเจ้าชอบให้สามีภรรยาพัฒนาความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกัน

– พระเจ้าชอบให้เรามีน้ำใจต่อผู้ที่ด้อยโอกาสกว่าเรา

– พระเจ้าไม่ชอบให้เรากดขี่ ข่มเหง หรือเอาเปรียบ คนยากจน คนขัดสน

– พระเจ้าชอบให้เรารักษาความยุติธรรมเสมอ

– พระเจ้าให้เราแบ่งปัน จุนเจือแก่คน​ต่าง​ด้าว ลูก​กำพร้า และ​แม่​ม่าย รวมทั้งคนด้อยโอกาสทั้งหลาย

2. ในบทนี้เน้นย้ำว่า การเมตตาต่อคนยากไร้ คนขัดสน คนไร้ที่พึ่ง เป็นการเปิดประตูพระพรแห่งสวรรค์ สำหรับชีวิตของเรา

วันนี้ประตูของเราเปิดอยู่กว้างเพียงใด?

คำคม

“ คนที่เมตตาผู้อื่น จะได้รับพระเมตตา ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 23

ภาพรวม

  • โมเสสสอนกฏหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้อื่นแก่คนอิสราเอล

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy23-91058

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 23 หลังจากที่โมเสสสอนคนอิสราเอลเกี่ยวกับกฏหมายต่างๆบางอย่างแล้ว ก็สอนต่อไปอีกว่า

– คนบางประเภทห้ามเข้ามาในการประชุมของพระเจ้า ได้แก่ ชาย​ใด​มี​ลูก​อัณฑะ​ฝ่อ หรือ​อวัยวะ​สืบ​พันธุ์​ด้วน , ลูก​นอก​กฎ​หมาย​ , ​คน​อัม​โมน และคน​โม​อับ

– ห้าม​เสริม​สวัสดิ​ภาพ​หรือ​ความ​เจริญ​ให้​คน​อัม​โมน และคน​โม​อับ เพราะพวกเขาไม่ต้อนรับคนอิสราเอลตอนออกจากอียิปต์ แล้วยังหาคนมาสาปแช่งคนอิสราเอลอีกด้วย

– ​อย่า​เกลียด​คน​เอ​โดม เพราะ​เขา​เป็น​พี่​น้อง​ของ​คนอิสราเอล

– อย่า​เกลียด​คน​อียิปต์ เพราะคนอิสราเอล​เคย​เป็น​คน​ต่าง​ด้าว​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​ของ​เขา

– ลูก​หลานของคนเอโดมและคนอียิปต์ จากนี้ไป​ชั่ว​อายุ​ที่ 3 จะ​เข้า​ใน​การ​ประ​ชุม​ของ​พระ​เจ้าก็​ได้

เมื่อออก​ไป​ตั้ง​ค่าย​สู้​รบ​กับ​ศัตรู
– ให้ระวัง​ตัว​ให้​พ้น​จาก​สิ่ง​ชั่ว​ทุก​อย่าง
– ให้คนที่​ไม่​สะอาด​ด้วย​อุบัติ​เหตุ​ ​อยู่​นอก​ค่าย ​เมื่อ​ถึง​เวลา​เย็น​ ​ให้​เขา​อาบ​น้ำ​ชำระ​ตัว และ​เมื่อ​ดวง​อาทิตย์​ตก​แล้ว​ก็​กลับ​เข้า​มา​ใน​ค่าย​ได้
– ​เมื่อ​ท่าน​นั่ง​ถ่าย​ข้าง​นอกค่าย ให้​กลบ​สิ่ง​ปฏิ​กูลด้วยทุกครั้ง
เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​สถิตอยู่​ท่าม​กลาง​ค่าย​ของคนอิสราเอล
เพื่อ​จะ​ทรง​ช่วย​กู้​พวกเขา

– ถ้า​มี​ทาส​หนี​จาก​นาย​มา​อยู่​กับใคร ห้าม​จับ​ทาส​นั้น​ไป​ส่ง​นาย​ของ​เขา
แต่ให้ทาสนั้น​เลือก​อยู่ใน​เมือง​หนึ่ง​เมือง​ใด​ตาม​ความ​พอ​ใจ​ของ​เขา
ห้าม​กด​ขี่​เขา​เลย

– ห้ามคน​อิส​รา​เอลคน​ใด ​เป็น​เทว​ทาสี(หญิง) ​เทว​ทาส(ชาย) คือ โสเภณีที่ร่วมประเวณีถวายพระต่างๆ

– ห้าม​นำ​ค่า​จ้าง​ของ​​เทว​ทาสี ​เทว​ทาส ​มา​ใน​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า เพราะ​​เป็น​สิ่ง​พึง​รังเกียจ​แด่​พระ​เจ้า​

– ห้าม​ให้​พี่​น้อง​ยืม​เงินแบบ​เอา​ดอก​เบี้ย เพื่อพระ​เจ้า​​จะ​ทรง​อวย​พร​​ใน​ทุก​สิ่ง​ที่ทำ แต่จะ​ให้​คน​ต่าง​ชาติ​ยืม​เพื่อ​เอา​ดอก​เบี้ย​ก็​ได้

– เมื่อ​​บน​ต่อ​พระ​เจ้า​แล้ว ​อย่า​ล่า​ช้า​ใน​การ​แก้​บน ถ้ารู้ว่าทำไม่ได้ ​ไม่​บนจะดีกว่า
ดังนั้นให้ระวังการ​สัญญา​ด้วย​ปาก​ของ​ตน

– เมื่อเข้า​ไป​ใน​สวน​องุ่น สามารถ​รับ​ประ​ทาน​ผล​องุ่น​ให้​อิ่มได้
แต่​ห้าม​นำภาชนะไปใส่กลับบ้าน

– เมื่อ​เข้า​ไป​ใน​นา​ของ​เพื่อน​บ้าน​ สามารถ​เอา​มือ​เด็ด​รวง​ข้าว​มา​ก็​ได้ แต่​ห้าม​ใช้​เคียว​เกี่ยว​

1. ไม่ใช่คนทุกประเภทจะมีสิทธิเข้ามาที่พระนิเวศน์ของพระเจ้า
แต่ต้องเป็นคนที่ไร้มลทิน สมบูรณ์ไม่พิการ และเป็นประชากรของพระเจ้า

เราทั้งหลายแท้จริงแล้ว ไม่สมควรที่จะเข้าเฝ้าพระเจ้าได้
แต่โดยทางการเชื่อวางใจในพระเยซู
พระเยซูทรงทำให้เราสมบูรณ์และมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเข้าเฝ้าพระเจ้าได้เสมอทุกเวลา

2. ในข้อ 8 บอกว่าลูก​หลานของคนเอโดมรุ่นต่อๆมา จะ​เข้า​ใน​การ​ประ​ชุม​ของ​พระ​เจ้าก็​ได้
เป็นเหตุให้ เฮโรดมหาราช(คนที่ตามฆ่าพระกุมารเยซู) ซึ่งเป็นคนเอโดม ได้รับการยอมรับจากคนยิวในระดับหนึ่งเมื่อเขาปกครองปาเลสไตน์ในช่วงเวลานั้น

พระเจ้าทรงมีแผนการทั้งสำหรับคนชอบธรรมและคนอธรรม เพื่อให้น้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จ

3. เมื่อออกไปรบ พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะทรงสถิตกับคนอิสราเอล
ดังนั้นคนอิสราเอลสมควรที่จะแสดงออกถึงความยำเกรงพระเจ้า
ด้วยการถ่ายอุจจาระแล้วต้องกลบด้วย เพื่อให้เป็นค่ายที่สง่างาม สมกับพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย

เพราะพระเจ้าทรงสถิตกับเรา เราจึงสมควรดำเนินชีวิตอย่างสง่างาม
เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า ผู้ทรงสถิตกับเรา

4. จากบทนี้เราเห็นความประสงค์ของพระเจ้าว่า
– พระเจ้าชอบให้เราเมตตาต่อผู้เดือดร้อน หรือขัดสน และไม่ชอบให้เราซ้ำเติมพวกเขา
– พระเจ้ารังเกียจพิธีกรรมอันชั่วร้ายของศาสนาต่างชาติ
– พระเจ้าชอบให้เรารักษาคำพูดที่สัญญาไว้กับพระเจ้า
-พระเจ้าชอบให้เราเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่สิ่งที่ได้รับการอวยพรมา แก่ผู้อื่น และไม่ชอบให้เราฉวยโอกาสเมื่อผู้อื่นเอื้อเฟื้อต่อเรา

คำคม

“ เพราะพระเจ้าสถิตกับเราเสมอ เราจึงสมควรทำตัวให้สมกับที่พระเจ้าทรงสถิตกับเราเสมอ ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 22

ภาพรวม

  • โมเสสสอนคนอิสราเอลเกี่ยวกับกฏหมายต่างๆที่พวกเขาจะใช้เมื่อเขาไปสู่ดินแดนคานาอันแล้ว

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy22-90815

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 22 หลังจากที่โมเสสสอนคนอิสราเอลเรื่อง ฆาต​กรรมที่​ไม่​รู้​ตัว​ผู้​ทำ​ผิด เชลยหญิง สิทธิบุตรหัวปี ลูกที่ดื้อรั้น และศพที่ถูกแขวนบนต้นไม้ แล้ว ก็กล่าวต่อไปว่า

– หากใคร​เห็น​โค​,แกะ หรือ ลา ​ของ​พี่​น้อง ​หลง​ทางมา ก็อย่า​นิ่ง​เฉย​เสีย
ให้​พา​สัตว์​เหล่า​นั้น​กลับ​ไป​ให้​เจ้าของ
แต่ถ้ายังไม่สามารถพาไปได้ ให้เลี้ยง​สัตว์​นั้น​มา​ไว้​ จน​พี่​น้อง​มา​เที่ยว​หา แล้ว​ก็​จง​มอบ​คืน​ให้​เขา​ไป
และ​ถ้าเป็นสิ่งของเสื้อ​ผ้า​ ก็ให้ทำ​เหมือน​กัน

– หากใครเห็นสัตว์​ของ​พี่​น้อง​ล้ม​ลง​ตาม​ทาง อย่า​นิ่ง​เฉย ​จง​ช่วย​เขา​พยุง​สัตว์​เหล่า​นั้น​ขึ้น

– ห้าม​ผู้​หญิง​​แต่งตัวเป็น​ผู้​ชาย และ​ห้าม​ผู้​ชาย​แต่งตัวเป็น​ผู้​หญิง เพราะ​​เป็น​ที่​พึง​รัง​เกียจ​แด่​พระ​เจ้า​

– หากใคร​เผอิญ​ไป​พบ​รัง​นก และแม่​นก ​กก​ลูก​นก​หรือ​ไข่​อยู่ ห้าม​เอา​แม่​นก​ไป​พร้อม​กับ​ลูก​นก
ให้​ปล่อย​แม่​นก​ไป​เสีย แต่​ลูก​นก​นั้น​จะเอาไปก็ได้

– เมื่อ​สร้าง​บ้าน​ใหม่ ให้​ก่อ​ขอบ​ขึ้น​กัน​ไว้​ที่​ดาด​ฟ้า​หลัง​คา เพื่อ​ไม่​ให้​มี​คน​ตก​ลง​มา​จาก​หลัง​คา

– ห้าม​เอา​เมล็ด​พืช​ 2 ​ชนิด​หว่าน​ลง​ใน​สวน​องุ่น​ของ​ท่าน มิฉะนั้น​จะ​ต้อง​มอบ​ถวาย​ผล​​ ทั้ง​พืช​ และ​ผล​องุ่น​ของ​สวน​นั้นแด่พระเจ้า

– ห้าม​เอา​โค​และ​ลา​เข้า​เทียม​ไถ​ด้วย​กัน

– ห้าม​สวม​เครื่อง​แต่ง​กาย​ที่​ทอ​ด้วย​ขน​สัตว์​ปน​ด้าย​ป่าน

– ให้ทุกคน​ทำ​พู่​ห้อย​ไว้​ที่​มุม​ทั้ง​สี่​ของ​ชาย​เสื้อ​คลุม​ของ​ตน

– หากคนใด​ได้​ภรรยา แล้ว​ต่อมาเกิด​เกลียด​ชัง​นาง จึง​กล่าว​หา​นาง​ว่า ​นาง​ไม่​ได้​เป็น​พรหม​จารี
ถ้าเรื่องนั้นไม่จริง พ่อแม่​ของ​หญิง​นั้น​ สามารถนำ​หลัก​ฐาน​ที่​แสดง​ว่า​ หญิง​นั้น​เป็น​พรหม​จารี​ มา​ให้​​ดูได้
ให้​พวก​ผู้​ใหญ่​ของ​เมือง​นั้น​จับ​ชาย​คน​นั้น​มา​เฆี่ยน และ​ปรับ​เงิน​ 100 เช​เขล มอบให้​แก่​พ่อ​ของ​หญิง​นั้น​
และเธอจะ​เป็น​ภรรยา​ของ​เขา​ต่อ​ไป เขา​จะ​หย่า​เธอ​ไม่​ได้​เลย​ตลอด​ชีวิต​ของ​เขา

แต่​ถ้า​เรื่อง​นั้น​เป็น​ความ​จริง​ ให้​พา​หญิง​สาว​นั้น​ออก​มา​นอก​ประตู​บ้าน​พ่อ​ของ​เธอ
แล้ว​พวก​ผู้​ชาย​ของ​เมือง​นั้น​จะ​เอา​หิน​ขว้าง​เธอ​ให้​ตาย

– ถ้า​พบ​ชาย​คน​หนึ่ง​ไป​นอน​กับ​ภรรยา​ของ​คน​อื่น ทั้ง​สอง​คนจะ​ต้อง​มี​โทษ​ถึง​ตาย

– ถ้า​มี​หญิง​พรหม​จารี​คน​หนึ่ง​หมั้น​ไว้​แล้ว และ​มี​ชาย​คน​หนึ่ง​เข้าไปนอน​กับ​เธอในเมือง และเธอ​ไม่​ได้​ร้อง​ขอ​ความ​ช่วย​เหลือ ให้เอา​หิน​ขว้าง​เขา​ทั้ง​สอง​ให้​ตาย​เสีย

– ​ถ้า​ชาย​คนใด พบหญิง​สาว​ที่​คน​อื่น​หมั้น​ไว้​แล้ว​ที่​กลาง​ทุ่ง แล้ว​จับ​ตัว​หญิง​คน​นั้น​และ​ได้​นอน​กับ​เธอ เฉพาะ​ผู้​ชายเท่า​นั้น​ ที่จะ​ต้อง​มี​โทษ​ถึง​ตาย หญิง​สาว​นั้น​ไม่​มี​ความ​ผิด เพราะ​แม้เธอจะ​ร้อง​ขอ​ความ​ช่วย​เหลือ​ก็​ไม่​มี​ผู้​ใด​มา​ช่วย​ได้

– แต่ถ้า​ชาย​คน​หนึ่ง​พบ​หญิง​พรหม​จารี​ที่​ยัง​ไม่​ได้​หมั้น และ​เขา​จับ​ตัว​เธอ​ไว้​และ​นอน​กับ​เธอ และ​มี​ผู้​รู้​เห็น
ชาย​คนนั้น​จะ​ต้อง​มอบ​เงิน​ 50เช​เขล​ให้​แก่​พ่อของเธอ และ​รับ​เธอ​เป็น​ภรรยา​ และ​เขา​จะ​หย่า​ร้าง​เธอ​ไม่​ได้​ตลอด​ชีวิต​ของ​เขา

– ห้าม​ผู้​ชาย​คน​ใด​เอา​ภรรยา​ของ​บิดา ​มา​เป็น​ภรรยา​ของ​ตน และ​ห้าม​มีเพศสัมพันธ์กับภรรยาของ​บิดา​

1. ในบทนี้เราเห็นถึงพระประสงค์ของพระเจ้า หลายประการ
– พระเจ้าชอบให้เราช่วยเหลือพี่น้อง
– พระเจ้าชอบให้เราพอใจสำหรับลักษณะที่พระเจ้าทรงสร้างเรามา
– พระเจ้าชอบให้เรามีเมตตา
– พระเจ้าชอบให้เราคำนึงถึงชีวิตและความปลอดภัยของคนอื่น
– พระเจ้าไม่ชอบให้เราทำสิ่งที่ผิดแปลกไปจากหลักการธรรมชาติที่ควรทำ
– พระเจ้าไม่ชอบให้เราทิ้งภรรยาหรือสามีของเรา
– พระเจ้าไม่ชอบให้เราล่วงประเวณี
– พระเจ้าชอบให้เรารับผิดชอบต่อความผิดที่เราได้ทำไป
– พระเจ้าชอบให้เราให้เกียรติพ่อแม่เสมอ

2. ในพระคัมภีร์สถานะของหญิงที่หมั้นแล้ว เทียบเท่ากับเป็นภรรยาของชายที่หมั้นเรียบร้อยแล้ว
เพียงแต่ยังไม่ได้อยู่กินด้วยกันเท่านั้น
ดังนั้นการทำผิดต่อเธอหรือการทำผิดของเธอ จึงใช้มาตรฐานของหญิงที่แต่งงานแล้ว

เราได้หมั้นไว้แล้วกับพระคริสต์ เหมือนที่ อ.เปาโลกล่าวกับคริสตจักรโครินธ์ ใน 2คร. 11:2ว่า​ “…ข้าพ​เจ้า​หมั้น​ท่าน​ไว้​กับ​สามี​คน​เดียว เพื่อ​ถวาย​พวก​ท่าน​ให้​เป็น​หญิง​พรหม​จารี​บริ​สุทธิ์​แด่​พระ​คริสต์”

ด้วยหลักการเดียวกันนี้ พระคริสต์จึงปฏิบัติต่อเรา เป็นดังเจ้าสาวของพระองค์
ถึงแม้ว่าวันนี้ เรายังไม่ได้ไปอยู่กับพระองค์ในสวรรค์ก็ตาม

ในทำนองเดียวกัน เราเองก็สมควรทำตัวให้สมกับเป็นเจ้าสาวของพระคริสต์
ดำเนินชีวิตในความบริสุทธิ์ อย่างถวายเกียรติแด่พระเจ้า

คำคม

“ เราสมควรดำเนินชีวิต ให้สมกับเป็นของพระคริสต์ ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 21

ภาพรวม

  • โมเสสสอนคนอิสราเอลเรื่อง ฆาต​กรรมที่​ไม่​รู้​ตัว​ผู้​ทำ​ผิด การรับเชลยหญิงมาเป็นภรรยา สิทธิบุตรหัวปี การจัดการกับลูกที่ดื้อรั้น และศพที่ถูกแขวนบนต้นไม้

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy21-90734

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 21 เมื่อโมเสสสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับกฏของการทำสงครามกับชนชาติต่างๆแล้ว ก็กล่าวต่อไปว่า

ถ้า​พบ​ศพ​คน​ที่​ถูก​ฆ่า​ทิ้ง​อยู่​กลาง​ทุ่ง​นา ​โดย​ไม่​ทราบ​ว่า​ใคร​ฆ่า​เขา​ตาย
​ให้​พวก​ผู้ใหญ่​ของ​เมือง​ที่​อยู่​ใกล้​ศพ​ผู้​ตาย​นั้น
นำ​โค​ตัว​เมีย​ 1 ตัว​ ซึ่ง​ยัง​ไม่​เคย​ใช้​งาน​ ลง​ไป​ที่​หุบ​เขา​ซึ่ง​มี​น้ำ​ไหล ซึ่ง​ไม่​มี​ใคร​ไถ​หรือ​หว่าน​เลย
และ​หัก​คอ​โค​ตัวนั้น ที่นั่น
แล้วพวก​ปุโร​หิต​​จะ​ต้อง​เข้า​มา​ใกล้ ​อวย​พร​ใน​พระ​นามพระเจ้า ให้​การ​วิวาท​และ​การ​ทำ​ร้าย​ทุก​เรื่อง​สิ้น​สุด​ลง​
และ​พวก​ผู้​ใหญ่​ของ​เมือง​​นั้น จะ​ล้าง​มือ​ของ​พวก​เขา​เหนือ​โค​ตัวนั้น
และ​เขา​จะ​เป็น​พยาน​ว่า พวกเขาไม่รู้​ไม่​เห็นในฆาตกรรมครั้งนี้
นั่นจะเป็นการ​กำจัด​ความ​ผิด​เรื่อง​โลหิต​ของ​ผู้​บริ​สุทธิ์​นั้น​เสีย​จาก​ท่าม​กลางพวกเขา

เมื่อคนอิสราเอล​ออก​ไป​ทำ​สง​คราม​กับ​พวก​ศัตรู​ แล้วจับ​เชลยมา
และ​มีเชลยหญิงที่เขา​ปรารถนา​จะ​ได้​มา​เป็น​ภรรยา​
ให้​พา​นาง​มา​ไว้​ที่​บ้าน​ ให้​นาง​โกน​ศีรษะ​และ​ตัด​เล็บ​มือ​เสีย
และ​ให้นาง​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​เขา ​ไว้​ทุกข์​ถึง​บิดา​มารดา​ของ​นาง 1 ​เดือน​เต็ม
หลัง​จาก​นั้น​คนอิสราเอลคนนั้น​จึง​จะ​​เป็น​สามี​ของ​นาง​ได้
ภาย​หลัง​ถ้า​ชายคนนั้น​ไม่​พอ​ใจ​นาง​นั้น
จง​ปล่อย​นาง​ไป​ตาม​แต่​นาง​จะ​พอ​ใจ​ไป​ไหน
ห้าม​ขาย​นาง​เอา​เงิน
ห้าม​ทำ​กับ​นาง​เยี่ยง​ทาส

ถ้า​ชาย​คน​หนึ่ง​มี​ภรรยา​สอง​คน รัก​คน​หนึ่ง ไม่​ชอบ​อีก​คน​หนึ่ง
แล้ว​ภรรยา​คน​ที่​ตน​ไม่​ชอบ คลอดบุตร​หัว​ปี​ ห้ามยกสิทธิ​ของ​บุตร​หัว​ปี​ให้แก่บุตรคนอื่น

ถ้าคน​ใด​มี​บุตร​ที่​ดื้อ​และ​ไม่​อยู่​ใน​โอวาท ไม่​เชื่อ​ฟัง​เสียง​ของ​บิดา​มารดา​ของ​ตน แม้​ว่า​บิดา​มารดา​จะ​ได้​ตี​สอน เขา​ก็​ไม่​ยอม​ฟัง
ให้​บิดา​มารดา​จับ​ตัว​เขา​ออก​มา​หา​พวก​ผู้​ใหญ่​ของ​เมือง​นั้น
แล้ว​ให้ผู้​ชาย​ทุก​คน​ใน​เมือง​นั้น​เอา​หิน​ขว้าง​เขา​ให้​ตาย
ดัง​นั้นจะ​ได้​กำจัด​ความ​ชั่ว​เสีย​จาก​ท่าม​กลางคน​อิส​รา​เอล​

ถ้า​คน​ใด​ทำ​ความ​ผิด​ถูก​ประ​หาร​ชีวิต โดยแขวน​เขา​ไว้​ที่​ต้น​ไม้
ห้าม​ปล่อย​ให้​ศพ​ของ​เขา​ค้าง​อยู่​ที่​ต้น​ไม้ ​จง​ฝัง​เขา​เสีย​ใน​วัน​เดียว​กัน​นั้น
เพราะ​ผู้​ที่​ต้อง​ถูก​แขวน​ไว้​บน​ต้น​ไม้​ก็​ถูก​สาป​แช่ง​โดย​พระ​เจ้า

1. เมื่อพบคนถูกฆ่าตาย คนทั้งเมืองต้องรับผิดชอบต่อพระเจ้า
โดยการขอพระเจ้าทรงอภัยบาปแห่งการทำให้โลหิตตกนี้

เมื่อคนทำบาปในบ้านเมืองของเรา เราควรอ้อนวอนขอการอภัยจากพระเจ้า สำหรับบาปเหล่านั้น
เพื่อไม่ใช่เหตุร้ายมาสู่บ้านเมืองของเรา

วันนี้เราอธิษฐานเผื่อชุมชนและประเทศชาติของเรามากเพียงใด?

2. เมื่อรับเชลยมาเป็นภรรยา ต้องปฏิบัติต่อเธออย่างภรรยา
แม้เป็นเชลย พระเจ้าก็ห้ามมิให้เอาเปรียบ
ถ้ามีภรรยา 2 คน ต้องปฏิบัติต่อลูกที่รักน้อยกว่า อย่างยุติธรรม

พระเจ้าประสงค์ให้เราปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเป็นธรรม

3. บุตรที่ดื้อไม่เชื่อฟังบิดามารดา ถือเป็นความชั่วร้าย
เพราะการกระทำเช่นนั้นเป็นการแสดงตัวว่า เขาจงใจไม่เชื่อฟังพระเจ้า ผู้ทรงสั่งให้เขาเชื่อฟังบิดามารดา

การเชื่อฟังและให้เกียรติ พ่อแม่ เป็นการทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า และเป็นการถวายเกียรติแด่พระเจ้า

4. ผู้ถูกแขวนบนต้นไม้จนตายก็ถูกแช่งสาป
พระเยซูทรงรับคำแช่งสาปที่บนไม้กางเขนเพื่อเรา
ขอบคุณพระเยซู

คำคม

“ พระเจ้าผู้เที่ยงธรรม ประสงค์ให้ประชากรของพระองค์ มีความเป็นธรรม ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 20

ภาพรวม

  • โมเสสสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับกฏของการทำสงครามกับชนชาติต่างๆ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy20-90334

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 20

เมื่อโมเสสย้ำคนอิสราเอลเกี่ยวกับเรื่องเมืองลี้ภัยและการตัดสินคดีแล้ว ก็กล่าวถึงเรื่องการทำสงครามว่า

เมื่อ​คนอิสราเอลออก​ไป​ทำ​สง​คราม​กับ​พวก​ศัตรู​
แล้วเห็นศัตรู​จำนวน​มาก​กว่า​ อย่า​กลัว​พวก​ศัตรูเลย
เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​สถิต​กับ​คนอิสราเอล

​เมื่อ​ใกล้​จะ​รบ​กัน ให้ปุโร​หิต​​กล่าว​แก่​ประ​ชา​ชน ว่า
“โอ อิส​รา​เอล จง​ฟัง​เถิด
วัน​นี้​พวก​ท่าน​มา​ใกล้​จะ​สู้​รบ​กับ​ศัตรู​ของ​ท่าน
อย่า​ให้​ใจ​ของ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​วิตก
อย่า​กลัว​หรือ​หวาด​หวั่น หรือ​ครั่น​คร้าม​ต่อ​พวก​เขา​เลย
เพราะ​ว่า​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​เสด็จ​ไป​กับ​ท่าน
ทรง​ต่อ​สู้​ศัตรู​ของ​ท่าน​เพื่อ​ท่าน จะ​ทรง​ช่วย​กู้​ท่าน”

แล้ว​พวก​นาย​ทหาร​จะ​พูด​กับ​ประ​ชา​ชน​ว่า
ใคร​ที่ยังห่วงกังวลเรื่อง​สร้าง​บ้าน​ใหม่ เรื่องสวน​องุ่นปลูก เรื่องคู่หมั้นของตน
หรือ ใคร​ที่​กลัว​และ​มี​ใจ​วิตก
ให้​ผู้​นั้น​กลับ​ไป​บ้าน​ของ​ตน​เสีย
เพื่อจะไม่ทำให้คนอื่นใจเสีย​เหมือน​กับ​ใจ​ของ​เขา

จากนั้นก็ให้​แต่ง​ตั้ง​ผู้​บัง​คับ​บัญชา​กอง​ทัพ​ต่างๆ ขึ้น​เป็น​หัว​หน้า​ประ​ชา​ชนที่เหลือ

เมื่อ​จะ​สู้​รบกับเมืองใด ให้เจรจา​กับ​เมือง​นั้นให้ยอมแพ้โดยดี
ถ้าเมืองนั้นยินยอม ก็​ให้​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​หมด​ใน​เมือง​นั้น​เป็น​แรง​งาน​​และ​ปรน​นิบัติ​คนอิสราเอล
ถ้า​เมือง​นั้น​ไม่ยอม ก็​ให้​เข้า​ล้อม​ตี​เมือง​นั้น และเมื่อ​​พระ​เจ้า​ประ​ทาน​เมือง​นั้น​ให้​แล้ว
​จง​ฆ่า​ชาย​ทุก​คน​เสีย​ด้วย​คม​ดาบ แต่ไว้ชีวิต​พวก​ผู้หญิง​และ​เด็ก ฝูง​สัตว์​
และ​ทุก​สิ่ง​ใน​เมือง​นั้น ให้​ยึด​เอา​เป็น​ของ​ตน

ให้​ทำ​เช่น​นี้​แก่​เมือง​ที่​​ไม่​ใช่​เมือง​ของ​ชน​ชาติ​เหล่า​นี้
คือ​ คน​ฮิต​ไทต์ คน​อา​โม​ไรต์ คน​คา​นา​อัน คน​เป​ริส​ซี คน​ฮีไวต์ และ​คน​เยบุส

เพราะเมืองของชนชาติเหล่านี้ พระเจ้าทรงพิพากษาพวกเขาแล้ว
ให้ทำลาย​เขา​เสีย​ให้​สิ้น​เชิง ห้าม​ไว้​ชีวิต​สิ่ง​ใด​ที่​หาย​ใจ​ได้
เพื่อ​​เขา​จะ​ไม่​สอน​คนอิสราเอล​ให้​ทำ​สิ่ง​พึง​รัง​เกียจ ซึ่ง​เขา​ได้​ทำ​ต่อ​พระ​ของ​เขา

เมื่อ​คนอิสราเอล​ล้อม​เมืองใดอยู่​หลาย​วัน
อย่าทำลาย​ต้น​ไม้​ของ​เมือง​นั้น เพราะ​​จะ​ได้รับ​ประ​ทาน​ผล​จาก​ต้น​ไม้​นั้น
แต่เฉพาะ​ต้น​ไม้​ที่​​ไม่​ใช้​เป็น​อาหาร จะโค่น​ลง​ก็​ได้ เพื่อ​จะ​ใช้​สร้าง​เครื่อง​ล้อม​เมือง​ซึ่ง​กำลัง​ทำ​สง​ครามก็ได้

1. หลักการสำคัญของการทำสงครามของคนอิสราเอลคือ
ต้องไม่กลัวศัตรูไม่ว่าศัตรูจะมีมากมายสักเพียงใด
ไม่ใช่เพราะเชื่อมั่นในตนเองว่าตนเก่งกาจ
แต่เพราะมั่นใจในพระเจ้าผู้ทรงสถิตอยู่ด้วย
พระองค์จะทรงช่วยประชากรของพระองค์ ผู้ทำตามน้ำพระทัยของพระองค์ อย่างแน่นอน

เราสามารถใช้หลักนี้ในการเผชิญกับปัญหาในปัจจุบันได้ โดย
ไม่ต้องไปกลัวปัญหาเหล่านั้น
ไม่ใช่เพราะเราเก่งหรือฉลาด
แต่เพราะมั่นใจในพระเจ้าผู้ทรงสถิตกับเรา
ตราบเท่าที่เราเชื่อฟังทำตามพระคำของพระองค์ พระองค์จะทรงช่วยกู้เราอย่างแน่นอน

2. พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอลที่พะวักพะวงและหวาดกลัว ให้กลับบ้านไปเสีย
เพราะการที่พวกเขาอยู่ในกองทัพ จะสร้างผลเสียต่อกองทัพมากกว่าผลดี
เนื่องจากปัจจัยของการรบชนะ ไม่ใช่จำนวนทหารที่มีมาก
แต่ทหารที่มีความเชื่อไว้วางใจในพระเจ้า ไม่ว่าจะมีจำนวนเพียงเล็กน้อยก็ตาม

การผ่านพ้นปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าตอนนี้เรามีเงินเท่าใด
แต่ขึ้นอยู่กับว่า ตอนนี้เรามีความเชื่อไว้วางใจในพระเจ้ามากเพียงใด
จงสลัดความกลัวความกังวลทิ้งไป หันเข้ามายึดความเชื่อไว้มั่น
การอ่านพระคำของพระเจ้า เป็นวิธีที่ดีเยี่ยมวิธีหนึ่ง ในการเพิ่มพูนความเชื่อ

3. ในการทำสงครามของคนอิสราเอล พระเจ้าระบุชนชาติที่ชั่วร้ายที่ต้องถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิงไว้
นอกนั้นให้เจรจาให้พวกเขายอมแพ้ก่อน ถ้าไม่ยอมก็ค่อยบุก และให้ฆ่าเฉพาะผู้ชาย ห้ามฆ่าผู้หญิงและเด็ก

การพิพากษาของพระเจ้า เมื่อมาถึง 6 ชนชาตินั้นไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะหมดเวลาสำหรับพวกเขา
แต่สำหรับคนชาติอื่นๆ เมื่อการพิพากษามาถึงพวกเขา ยังมีทางที่จะหลีกเลี่ยงการถูกทำลายได้

วันนี้ สำหรับคนทั้งหลายที่ยังมีชีวิตอยู่
ยังมีโอกาสที่จะรอดพ้นการพิพากษาจากพระเจ้า
ด้วยการเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์

เป็นหน้าที่ของเราผู้เชื่อที่จะแจ้งข่าวนี้ให้คนทั้งหลายได้รับรู้
เพื่อเขาจะตัดสินใจเองว่า จะเชื่อข่าวประเสริฐนี้หรือไม่

คำคม

“ ถ้าจะวางใจ ก็จงอย่ากลัว
ถ้าจะกลัว ก็คือ ไม่วางใจ ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 19

ภาพรวม

  • โมเสสย้ำคนอิสราเอลเกี่ยวกับเรื่องเมืองลี้ภัยและการตัดสินคดี

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy19-90096

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 19 หลังจากที่โมเสสบอกคนอิสราเอลถึงสิทธิที่ปุโรหิตและคนเลวีพึงจะได้รับ และผู้เผยพระวจนะที่จะมาในอนาคต โมเสสก็กล่าวต่อไปว่า

เมื่อพระ​เจ้า​ทรงทำให้คนอิสราเอลสามารถเข้ายึดครองแผ่นดินคานาอันได้แล้ว
ให้แยก​เมือง​ไว้​ 3 เมือง​ เพื่อ​ให้​ผู้​ฆ่า​คน​ทุก​คน​หนี​ไป​อยู่​ที่​นั่น​ได้
ถ้าเขาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา ก็ให้อยู่ที่นั่นได้
แต่ถ้าเขาฆ่าคนตายโดยเจตนา ให้พวก​ผู้ใหญ่​ใน​เมือง​นั้น ​ส่ง​คน​นั้น​มอบ​​ไว้​ใน​มือ​ของ​ผู้​แก้​แค้น​แทน​


และ​เมื่อคนอิสราเอลรักพระ​เจ้า​ และ​ดำเนิน​อยู่​ใน​พระ​มรรคา​ของ​พระ​องค์​เสมอ
​พระ​เจ้า​จะทรง​ขยาย​อาณา​เขต​ของ​อิสราเอล และ​ประ​ทาน​แผ่น​ดิน​ทั้ง​หมด​ที่​พระ​องค์​ทรง​สัญญา​จะ​ประ​ทาน​​ให้​แก่​พวกเขา
แล้วเมื่อนั้น ให้พวกเขา เพิ่ม​เมือง​ลี้ภัยอีก 3 เมือง

ห้าม​ย้าย​เสา​เขต​ของ​เพื่อน​บ้าน​ ซึ่งเป็นตาม​มรดก​ที่เขาควรครอบ​ครอง​ใน​แผ่น​ดิน​คานาอัน

ห้ามกล่าว​โทษ​ใคร โดยพยานคนเดียว แต่​ต้อง​มี​พยาน​สอง​หรือ​สามคน คำ​พยาน​นั้น​จึง​จะ​เป็น​ที่​เชื่อ​ถือ​ได้

ถ้าสงสัยว่า ​ใครเป็นพยาน​เท็จ​กล่าว​ปรัก​ปรำ​ผู้อื่น
​ให้​ทั้ง​สอง​ฝ่าย​ที่​ต่อ​สู้​คดี​กัน​นั้น​ยืน​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระเจ้า ต่อ​หน้า​พวก​ปุโร​หิต​และ​พวก​ผู้​พิ​พาก​ษา​
ให้ผู้​พิ​พาก​ษา​ต้อง​ไต่​สวน​อย่าง​ถี่​ถ้วน
ถ้า​พบว่าพยาน​นั้น​เป็น​พยาน​เท็จ คนนั้นต้องรับโทษดัง​ที่​เขา​ตั้ง​ใจ​จะ​ทำ​ต่อ​คนที่เขาปรักปรำนั้น

1. การตัดสินลงโทษ กรณีฆ่าคนตาย ดูเหมือนว่าพระเจ้าจะให้ใช้เจตนา เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินลงโทษ

ในทำนองเดียวกัน การทำบาปของเราในทุกวันนี้
สิ่งที่สำคัญมากๆ ก็คือ เจตนา
เราทุกคนล้วนผิดพลาดไปในแต่ละวัน
สิ่งที่พระเจ้ากำลังมองหาในเรา คือ เจตนาที่จะกลับใจใหม่อย่างแท้จริง
วันนี้เมื่อเราผิดพลาดพลั้งไป เรากลับใจใหม่อย่างแท้จริงแล้วหรือยัง?
ซึ่งการกลับใจใหม่ จะสะท้อนออกมาเป็นพฤติกรรมที่สอดคล้องกับการกลับใจใหม่เสมอ

2. การย้ายเสาเขตเพื่อโกงเพื่อนบ้าน ถูกยกขึ้นมากล่าวเป็นพิเศษ แสดงว่าสำคัญมากทีเดียว
เมื่อพระเจ้าทรงประทานสิ่งใดแก่ผู้ใดแล้ว
ดังนั้น เป็นการลบหลู่พระเจ้า หากคนใดพยายามแย่งสิ่งนั้นไปจากผู้ที่พระเจ้าประทานให้นั้น

เรื่องนี้ลึกซึ้งมากๆและประยุกต์ได้หลากหลายมาก ขอผู้อ่านเข้าใจเอาเองเถิด

3. การตัดสินคดีต่างๆ พระเจ้ากำหนดให้ใช้ พยานเป็นหลักฐานสำคัญ
ดังนั้นพยานจึงสำคัญมาก หากใครบังอาจเป็นพยานเท็จจะต้องถูกลงโทษอย่างรุนแรง

พระเจ้าเองก็มีหลักฐานสำหรับยืนยันว่า
พระเยซูเสด็จมาเพื่อเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา
ใน 1ยน. 5:7-9
“มี​พยาน​อยู่​สาม​ประการ​ด้วย​กัน​
คือ​พระ​วิญญาณ น้ำ และ​พระ​โลหิต และ​พยาน​ทั้ง​สาม​นี้​สอดคล้อง​กัน​
ถ้า​เรา​ยัง​รับ​พยานหลักฐาน​ของ​มนุษย์ พยานหลักฐาน​ของ​พระ​เจ้า​ก็​ยิ่งใหญ่​กว่า
เพราะ​ว่า​พยานหลักฐาน​ของ​พระ​เจ้า​นั้น
คือ​พระ​องค์​ได้​ทรง​เป็น​พยาน​อ้าง​ถึง​พระ​บุตร​ของ​พระ​องค์​”
( คำอธิบายเพิ่มเติม ดูได้จาก ขุมทรัพย์ 1 ยอห์น 5 http://bit.ly/3cxBdOl )

คำคม

“ สิ่งที่พระเจ้าประสงค์จะประทานแก่เรา จะไม่มีใครช่วงชิงเอาไปจากเราได้ ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 18

ภาพรวม

  • โมเสสบอกคนอิสราเอลถึงสิทธิที่ปุโรหิตและคนเลวีจะได้รับ และผู้เผยพระวจนะที่จะมาในอนาคต

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy18-89955

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 18 เมื่อโมเสส สอนคนอิสราเอล เรื่องการสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า การตัดสินคดี และการแต่งตั้งกษัตริย์ แล้ว ก็กล่าวต่อไปว่า

เนื่องจากคน​เผ่า​เลวี​ทั้ง​หมด จะ​ไม่​มี​ส่วน​แบ่ง​หรือ​มรดก​ร่วม​กับ​คน​อิส​รา​เอล
ดังนั้นพวก​เขา​จะ​รับ​ประ​ทาน​ของ​ถวาย​ที่คนอิสราเอลนำมาถวายแด่พระเจ้า
แม้พวก​เขา​จะ​ไม่​มี​มรดก แต่พระเจ้า​เอง​ทรง​เป็น​มรดก​ของ​พวกเขา

ส่วน​ที่​ปุ​โร​หิต​ได้​จาก​ประ​ชา​ชน คือ
– ​เนื้อ​สัน​ขา​หน้า เนื้อ​แก้ม​ทั้ง​สอง​ข้าง และ​เนื้อ​ท้อง​ ของสัตว์ที่นำมาถวายพระเจ้า
– ผล​รุ่น​แรก​ของ​ข้าว เหล้า​องุ่น น้ำ​มัน​
– ​ขน​แกะ​รุ่น​แรก​

สำหรับ​คน​เลวี​ ที่มา​ยัง​สถาน​นมัสการ​ด้วย​สุด​ใจ​ปรารถ​นา​ของ​เขา
​เขาก็สามารถ​ปรน​นิบัติ​ใน​พระ​เจ้า​​ได้ และได้​ส่วน​แบ่ง​ที่​จะ​รับ​ประ​ทาน​เท่าๆ กัน

เมื่อ​คนอิสราเอล​เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดิน​คานาอันแล้ว
อย่า​เรียน​รู้​ที่​จะ​ทำ​สิ่ง​พึง​รัง​เกียจ​ตาม​ชน​ชาติ​เหล่า​นั้น
เช่น เอา​ลูกของ​ตนไป​ลุย​ไฟ เป็น​คน​ทำนาย เป็น​หมอดู เป็น​โหร หรือ​เป็น​นัก​วิท​ยา​คม
เป็น​หมอ​ผี เป็น​คน​ทรง เป็น​พ่อ​มด แม่​มด หรือ​เป็น​หมอ​พราย
ทุก​คน​ที่​ทำ​สิ่ง​เหล่า​นี้​จะต้อง​ขับ​ไล่ออกไป

อย่าเชื่อ​ฟัง​หมอดู​และ​คน​ทำนาย
ต่อไปภายหน้าพระ​เจ้า​ จะ​โปรด​ให้​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​เช่น​เดียว​กับ​โมเสส​เกิด​ขึ้น​ ​จง​เชื่อ​ฟัง​เขา
พระเจ้า​จะ​ใส่​ถ้อย​คำ​ของ​พระองค์ใน​ปาก​ของ​เขา
และ​คน​ที่​ไม่​เชื่อ​ฟัง​ถ้อย​คำ​นั้น จะ​ถูกลง​โทษ​

แต่​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ที่​บัง​อาจ​กล่าว​คำ​ใน​นาม​ของ​พระเจ้า ทั้งที่พระเจ้า​ไม่​ได้​บัญชา​ให้​กล่าว
หรือ​กล่าว​ใน​นาม​ของ​พระ​อื่น
ผู้​เผย​พระ​วจนะ​นั้น​ต้อง​มี​โทษ​ถึง​ตาย

เมื่อ​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​กล่าว​คำ​ใน​นามของพระเจ้า
ถ้า​ไม่​เป็น​จริง​ตาม​ถ้อย​คำ​นั้น​และ​สิ่ง​นั้น​ไม่​เกิด​ขึ้น
แสดงว่า ถ้อย​คำ​นั้น​ไม่​ได้​มาจากพระเจ้า
ผู้​เผย​พระ​วจนะ​นั้น​บัง​อาจ​กล่าว​เอง
ไม่ต้องไป​เกรง​กลัว​เขาเลย

1. คนเลวีไม่ได้รับมรดกแบบเผ่าอื่นๆ แต่ได้พระเจ้าเป็นมรดก
ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ขาดสิ่งดีใดๆเลย

วันนี้เราอาจจะไม่ได้รับบางอย่างเหมือนกับคนอื่น
แต่ถ้าเราให้พระเจ้าเป็นส่วนของเราที่เราจะยึดเอาไว้ เราจะไม่ขาดของดีใดๆเลย

2. พระเจ้าไม่เพียงแต่ห้ามไม่ให้คนอิสราเอล ทำตามอย่างพิธีกรรมของคนต่างชาติ
แม้แต่จะเรียนรู้ พระเจ้าก็ห้ามว่า อย่า​เรียน​รู้
​เพราะพิธีกรรมเหล่านั้นเป็น​สิ่ง​พึง​รัง​เกียจ​สำหรับพระเจ้า

พระเจ้าทรงไม่ประสงค์ให้เราเกี่ยวข้องใดๆ กับการบาปทั้งหลายที่พระเจ้าทรงรังเกียจ

3. วิธีสังเกตว่า คำเผยพระวจนะใด ไม่ได้มาจากพระเจ้า คือ
ถ้าไม่เกิดขึ้นเป็นจริง แสดงว่าไม่ได้มาจากพระเจ้า
แต่ถ้าเกิดขึ้นจริง
ใน ฉธบ. 13:1-3 ได้เตือนไว้ว่า หาก​เขา​กล่าว​ว่า “ให้​เรา​ติด​ตาม​พระ​อื่นๆ กัน​เถิด”
นั่นก็ไม่ได้มาจากพระเจ้า อย่าเชื่อเขาเลย

ถ้อยคำที่มาจากพระเจ้า จะเกิดขึ้นเป็นจริงเสมอ และจะสอดคล้องกับพระคำของพระเจ้าเสมอ

คำคม

“ คนที่ได้พระเจ้า แม้จะเสียทุกสิ่ง ก็จะไม่เสียสิ่งดีใดๆเลย ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 17

ภาพรวม

  • โมเสสสอนกฏเกณฑ์ของพระเจ้าแก่คนอิสราเอล เรื่องการสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า การตัดสินคดี และการแต่งตั้งกษัตริย์

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy17-89748

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 17 หลังจากที่โมเสสย้ำคนอิสราเอลให้ถือรักษา 3 เทศกาลที่พระเจ้าทรงบัญชาไว้ และย้ำเรื่องความยุติธรรมแล้ว จึงกล่าวต่อไปว่า

– ห้าม​นำ​สัตว์ที่​มี​ตำหนิ​ มา​ถวาย​เป็น​เครื่อง​บูชา​แด่​​พระ​เจ้า เพราะ​เป็น​สิ่ง​พึง​รัง​เกียจ​แด่​​พระ​เจ้า​
– ถ้า​พบ​ว่า​ มีคน​ใด​ทำ​สิ่ง​ที่​ชั่ว​ใน​สาย​พระเนตรของพระ​เจ้า​ ​ไป​ปรน​นิบัติ​และนมัสการพระ​อื่น ให้​สืบ​สวน​ความ​จริงดู
ถ้าเป็นจริงโดย​มี​พยาน​สอง​หรือ​สาม​ปาก ยืนยัน
ให้​เอา​หิน​ขว้าง​คนนั้น​ ให้​ตาย ที่ประตูเมือง
โดย ให้​พวก​พยาน​ลง​มือ​ก่อน ต่อ​ไป​คน​ทั้ง​ปวง​จึง​ร่วม​มือ​ด้วย

– ถ้า​มีคดี​ที่​ยาก​ที่​จะ​ตัด​สิน ให้​พา​กัน​ไป​ยัง​สถาน​นมัสการพระ​เจ้า​
เพื่อไป​หา​พวก​ปุ​โร​หิต​คน​เลวี และ​ไป​หา​ผู้​พิ​พาก​ษา​ประจำ​การ​ใน​สมัย​นั้น
แล้วให้​พวก​เขาช่วยตัด​สิน
แล้ว​ท่าน​จง​ทำ​ตาม​ทุกสิ่งที่​พวก​เขาแนะนำ อย่างเคร่งครัด
ใคร​ขัด​ขืน​ไม่​ทำ​ตาม คน​นั้น​ต้อง​ตาย
และ​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​สิ้น​จะ​ได้​ยิน​และ​ยำ​เกรง และ​ไม่​ขัด​ขืน​ต่อ​ไป​อีก

– ในอนาคต​หากจะ​ตั้ง​กษัตริย์​ ก็​จง​ตั้ง​ผู้​ซึ่ง​พระ​เจ้า​ทรง​เลือก​ไว้​ ​จากคนอิสราเอล
ห้าม​ตั้ง​คน​ต่าง​ชาติเป็นกษัตริย์
​อย่า​ให้กษัตริย์ ​มี​ม้า​มาก​เกิน​ไป เพื่อ​จะไม่อยากกลับอียิปต์เพราะอยากได้​ม้า​มากๆ
อย่า​ให้กษัตริย์ ​มี​ภรรยา​มาก เพื่อ​จิต​ใจ​ของ​เขา​จะ​ไม่​หัน​เห​ไป
อย่า​ให้กษัตริย์ ​มี​เงิน​มี​ทอง​อย่างมาก​มาย
ให้กษัตริย์​คัด​ลอก​ธรรม​บัญ​ญัติ​นี้​ไว้​​เพื่อ​ตน​เอง และ​ให้​เขา​อ่าน​ตลอด​ชีวิต​ของ​ตน เพื่อ​เขา​จะ​ได้​เรียน​รู้​ที่​จะ​ยำ​เกรง​​พระ​เจ้า​ ​และ​ทำ​ตามพระบัญญัติ
เพื่อ​ว่า​จิต​ใจ​ของ​เขา​จะ​ไม่​ได้​ยก​ขึ้น​สูง​กว่า​พี่​น้อง​ของ​ตน เพื่อ​เขา​จะ​ได้​ปก​ครอง​อยู่​ได้​นาน ทั้ง​ตน​เอง​และ​ลูก​หลาน​ของ​เขา

1. การนำสัตว์พิการหรือมีตำหนิมาถวายพระเจ้า เป็นสิ่งที่พึงรังเกียจสำหรับพระเจ้า
เพราะเป็นการลบหลู่พระเจ้า ว่า พระองค์ไม่สมควรได้รับสิ่งดีที่สุดจากตน
เหมือนกับการกล่าวว่า “สำหรับพระเจ้า ให้แค่นั้นก็ดีนักหนาแล้ว”

เมื่อเราจะทำสิ่งใดเพื่อพระเจ้า จงทำอย่างสุดจิตสุดใจสุดกำลัง
เพราะพระองค์สมควรได้รับ มากยิ่งกว่านั้นเสียอีก

2. หากมีใครละทิ้งพระเจ้า ไปปรนนิบัติพระต่างชาติ พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอลรีบจัดการขั้นเด็ดขาดกับคนนั้นทันที
เพราะถ้าไม่จัดการบาปนั้นจะลุกลาม ให้คนทั้งชาติต้องตาย
แต่ตามประวัติศาสตร์ คนอิสราเอลละเลยสิ่งนี้ แล้วบาปนั้นก็ลุกลาม
จนมีการเอาเด็กทารกมาเผาบูชายันต์ตามศาสนาต่างชาติกันทั่วบ้านทั่วเมือง
จนนำการพิพากษาอันเด็ดขาดของพระเจ้ามาสู่คนอิสราเอลทั้งชาติ

อย่าประนีประนอมกับความบาป เพราะบาปที่เราเก็บซ่อนไว้ ในที่สุดจะลุกลามสร้างปัญหาใหญ่โตของชีวิต

3. การตัดสินคดีที่ทำโดยปุโรหิตและผู้พิพากษานั้น ถือเป็นเด็ดขาด ขัดขืนไม่ได้
แล้วถ้าปุโรหิตลำเอียง ประชาชนบางคนอาจไม่ได้รับความเป็นธรรม
เรื่องนี้ธรรมบัญญัติมิได้บอกไว้ ว่าจะให้ทำอย่างไรต่อไป
ก็เพราะว่า พระเจ้าจะเป็นผู้ประทานความยุติธรรมให้แก่ประชาชน ผู้เชื่อฟังพระองค์อย่างแน่นอน
และพระองค์จะทรงจัดการกับผู้นำที่ไม่ยุติธรรมนั้นอย่างแน่นอนเช่นกัน

วันนี้ ให้เราเชื่อฟังพระเจ้า และไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร พระเจ้าจะทรงรับผิดชอบสิ่งเหล่านั้นเองเป็นแน่

4. การให้กษัตริย์​ คัด​ลอก และอ่าน​พระบัญญัติของพระเจ้า ตลอด​ชีวิต
จะทำให้เขา​​ยำ​เกรง​​พระ​เจ้า​ ​และ​ทำ​ตามพระบัญญัติ และถ่อมใจอยู่เสมอ
ซึ่งนั่นจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาเอง

การอ่าน จดจำ และใคร่ครวญพระคำของพระเจ้าอยู่เสมอ
จะช่วยให้เรา ปฏิบัติต่อพระเจ้าและต่อผู้อื่น อย่างเหมาะสมอยู่เสมอ

คำคม

“ บาปที่ไม่ถูกจัดการ จะสร้างปัญหาใหญ่กว่าที่เราคิด ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 16

ภาพรวม

  • โมเสสย้ำคนอิสราเอลให้ถือเทศกาล 3 เทศกาลที่พระเจ้าทรงบัญชาไว้ แล้วย้ำให้พวกเขารักษาความยุติธรรมให้สมกับเป็นประชากรของพระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy16-89555

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 16 เมื่อโมเสสย้ำคนอิสราเอลเกี่ยวกับเรื่องปีสะบาโตและการถวายสัตว์หัวปีแล้ว ก็กล่าวต่อไปว่า

ให้คนอิสราเอล​ถือเทศกาลต่อไปนี้ ตลอดไป
1. เทศกาลปัสกา ใน​เดือน​อาบีบ
เพื่อระลึกถึงการที่พระ​เจ้าทรง​นำ​พวกเขาออก​จาก​อียิปต์​ใน​เวลา​กลาง​คืน
ให้ถวาย​สัตว์ปัสกา​เป็น​เครื่อง​บูชา​แด่​พระ​เจ้า ณ สถานนมัสการพระเจ้า เท่านั้น
แล้วรับประทานสัตว์นั้นที่นั่น
และให้​รับ​ประ​ทาน​ขนม​ปังไร้เชื้อ ตลอด 7 วัน ซึ่งเป็น​ขนม​ปัง​แห่ง​ความ​ทุกข์​ใจ
ให้รับประทานสัตว์ปัสกา​ใน​เวลา​เย็น​เมื่อ​ดวง​อาทิตย์​ตก​แล้ว
คือ​เวลา​เดียว​กับ​ที่พวกเขาออก​จาก​อียิปต์
และ​ใน​วัน​ที่ 7 ของเทศกาล ​เป็น​วัน​ประ​ชุม​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า ​ห้าม​ทำ​การ​งาน​ใดๆ

2. เทศกาลสัปดาห์
หลังจาก 7 สัปดาห์ ของการเก็บเกี่ยวครั้งแรกของปี (ดูรายละเอียดได้จาก ลวต.23)
ให้ถือ​เทศ​กาล​สัป​ดาห์​ถวาย​แด่​​พระ​เจ้า​ โดย​ถวายเครื่องบูชา​ตาม​ใจ​สมัคร ​ถวาย​ตาม​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​อวย​พร​แก่​แต่ละคน
ให้​ยิน​ดี​เฉพาะ​พระ​พักตร์​​พระ​เจ้า​ร่วมกัน ณ สถานนมัสการ
เพื่อ​ระ​ลึก​ว่า​พวกเขา​เคย​เป็น​ทาส​ใน​อียิปต์ แต่เดี่๋ยวนี้เป็นไทแล้ว

3. เทศกาลอยู่เพิง
เมื่อ​ท่าน​เก็บ​รวบ​รวม​พืช​ผล​แล้ว
ให้​ถือ​เทศ​กาล​เลี้ยง​นั้น​แด่​พระ​เจ้า​ 7 ​วัน ณ สถานนมัสการ เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​อวยพร​แก่​พืช​ผล​และ​แก่​งาน​ทั้งสิ้นของพวกเขา เพื่อ​พวกเขาจะ​มี​แต่​ความ​ยิน​ดี

ผู้​ชาย​อิสราเอลทุก​คน​จะ​ต้อง​เข้า​มา​เฝ้า​​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ปี​ละ​ 3 ​ครั้ง ในเทศกาลทั้ง 3 นี้ ณ สถาน​นมัสการ
และอย่า​ให้​เขา​ไป​เข้า​เฝ้า​พระเจ้า​มือ​เปล่า ให้​แต่​ละ​คน​ถวาย​ตาม​ความ​สามารถ​ของ​ตน ตาม​พระ​พร​ที่​พระ​เจ้าประ​ทาน​แก่​เขา

โมเสสกล่าวต่อไปว่า
ให้แต่ง​ตั้ง​ผู้​พิพาก​ษา​และ​เจ้า​หน้า​ที่​ตาม​เมือง​ต่างๆ เพื่อพิพาก​ษา​ประ​ชา​ชน​ตาม​ความ​ยุติ​ธรรม
ห้าม​เสีย​ความ​ยุติ​ธรรม ห้าม​ลำ​เอียง ห้าม​รับ​สินบน เพื่อ​คนอิสราเอลจะ​มี​ชีวิต​และ​ได้​ยึด​ครอง​แผ่น​ดิน​ซึ่ง​พระ​เจ้า​​ประ​ทาน​ให้

ห้ามคนอิสราเอล​ปลูก​ต้น​ไม้​ใดๆ ใช้​เป็น​เสา​อา​เช-ราห์ และ​ห้าม​ตั้ง​เสา​ศักดิ์​สิทธิ์​สำหรับ​ตน​เอง ซึ่งพระ​เจ้าทรง​รังเกียจ

1. พระเจ้าทรงสั่งให้คนอิสราเอลถือเทศกาลปีละ 3 เทศกาล เพื่อให้พวกเขาระลึกถึงการช่วยกู้และพระพรจากพระเจ้า

พระเจ้าทรงประสงค์ให้เราระลึกถึงพระคุณและพระพรที่พระองค์ทรงประทานให้แก่เรา
เพราะว่าการทำเช่นนั้น จะยิ่งนำให้เราใกล้ชิดติดสนิทกับพระองค์มากยิ่งขึ้น และทำให้เราได้รับพระคุณและพระพรมากยิ่งขึ้นไปอีก

วันนี้เราสรรเสริญพระเจ้าและขอบคุณพระเจ้า สำหรับสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อเราและทรงประทานแก่เราแล้วหรือยัง?

2. พระเจ้าทรงประทานพระคุณแก่เรา ทรงอวยพระพรเรา ทั้งที่เราไม่สมควรจะได้รับ
ดังนั้นเราสมควรอย่างยิ่งที่จะไม่เอาเปรียบคนอื่น รักษาความยุติธรรม
เพราะนั่น เป็นสิ่ง ผู้ที่ได้รับพระเมตตาจากพระเจ้า ควรจะกระทำ

คำคม

“ พระเจ้าประสงค์ให้เราระลึกถึงพระพรที่ทรงประทานแก่เราแล้ว
เพื่อพระองค์จะทรงประทานพระพรแก่เรามากยิ่งขึ้นอีก ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 15

ภาพรวม

  • โมเสสย้ำคนอิสราเอล ให้เมตตาต่อคนยากจน และสัตย์ซื่อในการถวายสัตว์หัวปีแด่พระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy15-89283

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 15 เมื่อโมเสสย้ำคนอิสราเอลเรื่องไม่ให้ทำตามพิธีกรรมของคนต่างชาติ และเรื่องการถวายทศางค์แล้ว ก็กล่าวต่อไปว่า

เมื่อ​ครบทุก 7 ปี ให้​ทำ​การ​ปลด​ปล่อย​ดัง​นี้
– เจ้า​หนี้​ทุก​คน​จง​ยก​หนี้​ให้​เพื่อน​บ้าน​ของ​ตน ที่เป็นคนอิสราเอล
เพื่อ​จะ​ไม่​มี​คน​ยาก​จน​ท่าม​กลางคนอิสราเอล
ถ้าพวกเขา​ตั้งใจ​จะ​เชื่อ​ฟัง​​พระ​เจ้า​ ระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตาม​พระ​บัญ​ญัติ​ของพระองค์
​พระเจ้า​จะ​ทรง​อวย​พร​พวกเขา​อย่าง​มาก​มาย​
พวกเขา​จะ​ให้​หลาย​ประ​ชา​ชาติ​ยืม​ แต่​จะ​ไม่​ต้อง​ขอ​ยืม​เลย
พวกเขา​จะ​ปก​ครอง​เหนือ​ชน​ชาติ​มาก​มาย แต่​​จะ​ไม่มีชนชาติใด​ปก​ครอง​เหนือ​พวกเขา

ถ้า​มีคนอิสราเอล​ใน​เมือง​ใดๆ ยากจนลง
ให้คนอิสราเอล​ยื่น​มือ​ช่วย​เขา และ​ให้​เขา​ยืม​จน​พอ​แก่​ความ​ต้อง​การ​ของ​เขา​ที่​เขา​ขาด​อยู่​นั้น

อย่าคิด​ร้าย​ใน​ใจ​ของ​ท่าน​ว่า
“ปี​ที่7 ปี​ที่​จะ​ต้อง​ปลด​ปล่อย​มา​ถึง​แล้ว ดังนั้นไม่ให้เขายืมดีกว่า เพราะเขาคงไม่คืนเราแน่”
การคิดเช่นนั้น เป็นการ​มอง​พี่​น้อง​ยาก​จน​ใน​แง่​ร้าย จน​ไม่​ยอม​ให้​อะไร​เขา​เลย
ระวังให้ดี เพราะ​เขา​จะ​ฟ้อง​ร้อง​ท่าน​ต่อ​พระเจ้า แล้ว บาป​ก็​จะ​ตก​แก่คนอิสราเอล
ดังนั้นจง​ให้​เขา​ด้วย​เต็ม​ใจ ไม่​คิด​เสีย​ดาย
แล้วพระเจ้าจะ​ทรง​อวย​พรพวกเขา ใน​กิจ​การ​ทั้งสิ้น ​ไม่​ว่า​​จะ​ทำ​สิ่ง​ใด
เพราะ​ว่า​คน​จน​จะ​ไม่​หมด​ไป​จาก​แผ่น​ดิน

หากมีพี่​น้องคนอิสราเอลที่ถูก​ขาย​ไว้​ เมื่อ​ถึง​ปี​ที่​ 7 ให้​ปล่อย​เขา​เป็น​อิสระ​
และ​มี​ใจ​กว้าง​ขวาง​จัด​ของบางอย่าง​ให้​เขาไปด้วย ตาม​ขนาดที่ตนได้รับพระพรจากพระ​เจ้า​

แต่​ถ้า​ทาส​นั้น​ไม่อยากจากไป เพราะ​เขา​รัก​นาย
ให้​เอา​เหล็ก​แทง​ใบ​หู​ของ​เขา​ให้​ทะลุ​ไป​ติด​กับ​ประตู
แล้ว​เขา​จะ​เป็น​ทาส​ของนายนั้นตลอด​ไป

สัตว์​ตัว​ผู้​หัว​ปี​นั้น ให้ถวาย​ไว้​ให้บริ​สุทธิ์​แด่​พระ​เจ้า
ห้าม​ใช้​มันทำ​งาน​หรือ​ตัด​ขน​จาก​มัน
แต่ให้รับ​ประ​ทาน​สัตว์​หัว​ปี​นั้น​เฉพาะ​พระ​พักตร์​​พระ​เจ้า​​ทุกๆ ปี ใน​สถานนมัสการ
แต่​ถ้า​สัตว์​นั้น​มี​ตำหนิ​ใดๆ ห้าม​ถวาย​บูชา​แด่​​พระ​เจ้า
ให้​รับ​ประ​ทาน​สัตว์​นั้น​ภาย​ใน​เมือง​ของ​ตน คน​มลทิน​และ​คน​สะอาด​ก็​รับ​ประ​ทาน​ได้​เช่น​เดียว​กัน
เพียง​แต่​ห้าม​รับ​ประ​ทาน​เลือด​ของ​มัน​เท่า​นั้น

1. พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอล เมตตาต่อคนยากจน เพื่อพระเจ้าจะเทพระเมตตาอย่างเหลือล้น เป็นพระพรมากมายมาสู่ชีวิตของพวกเขา

วันนี้ เมื่อเรามีโอกาสทำดีแก่คนยากจน เป็นประตูแห่งพระพรที่เปิดออกสำหรับเรา

2. หากเราคิดว่า พี่น้องคงจะโกงเราเป็นแน่ ทั้งที่เขาไม่ได้จะทำเช่นนั้น
ถือเป็นการคิดร้ายในใจ
เราก็กำลังทำผิดต่อพี่น้องคนนั้น

ให้เราระวังความคิดของเรา การรอบคอบเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ควรระวังที่จะไม่คิดร้ายต่อคนผู้อื่น

3. ทาสที่ได้รับอิสระแล้ว แต่สมัครใจเป็นทาสของนายต่อไป เขาก็จะเป็นทาสของนายนั้นตลอดไป
เหมือนเราทั้งหลายที่พระเยซูทรงไถ่เราพ้นจากการเป็นทาสบาปแล้ว
และเราสมัครใจเป็นทาสของพระคริสต์
ดังนั้นเราจึงเป็นผู้รับใช้ของพระคริสต์ตลอดไป

4. สัตว์ผู้หัวปีนั้น เป็นของที่ต้องถวายแด่พระเจ้า ด้วยการกินฉลองร่วมกันกับครอบครัวที่พลับพลาหรือพระวิหาร
แต่ถ้าสัตว์นั้นมีตำหนิ ไม่สามารถถวายได้ ก็ไม่ได้หมายความว่า ไม่ต้องทำอะไรแก่สัตว์นั้น
ยังคงใช้สัตว์นั้นถวายแด่พระเจ้า ด้วยการเลี้ยงฉลองร่วมกันในเมืองของตนไม่ต้องนำมาที่พลับพลาเท่านั้นเอง

แม้วันนี้ มีเหตุบางอย่างที่เราไม่อาจถวายตัวของเราในการรับใช้พระเจ้า อย่างที่ควรจะทำได้
นั่นก็ไม่สามารถเป็นข้ออ้างที่เราจะไม่ถวายตัวของเรารับใช้พระเจ้า
แต่ให้เราถวายตัวรับใช้พระเจ้าอย่างเต็มที่เต็มกำลัง ตามสถานะ ตามสภาพที่เราทำได้ในเวลานี้
นั่นก็ทำให้เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าเช่นกัน

คำคม

“ คนที่เมตตาผู้อื่น เขาจะได้รับพระเมตตาตอบ ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 14

ภาพรวม

  • โมเสสย้ำเตือนให้คนอิสราเอล อย่าทำตามอย่างพิธีกรรมของคนต่างชาติ แต่ให้ทำตามทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงบัญชาไว้

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy14-89098

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 14 เมื่อโมเสสเตือนคนอิสราเอล ไม่ให้ละทิ้งพระเจ้า ไปกราบไหว้รูปเคารพแล้ว ก็กล่าวต่อไปว่า

เนื่องจากคนอิสราเอลเป็นบุตรของพระเจ้า ​เป็น​ชน​ชาติ​บริ​สุทธิ์​ของพระเจ้า จึงห้าม​ทำตามอย่างพิธีกรรมของศาสนาต่างชาติ เช่น
– เชือด​เนื้อ​ตัว​เอง
– ​ทำ​หน้า​ผาก​ให้​โล้น​เพื่อ​คน​ตาย
– ​รับ​ประ​ทาน​สิ่ง​พึง​รัง​เกียจ คือสัตว์ประเภทที่เป็นมลทินทั้งหลาย
– ​รับ​ประ​ทาน​สัตว์​​ที่​ตาย​เอง
– ต้ม​ลูก​แพะ​ด้วย​น้ำ​นม​แม่​ของ​มัน ซึ่งเป็นการกระทำที่โหดร้าย

แต่ให้คนอิสราเอลทำตามที่พระเจ้าทรงบัญชาไว้ ได้แก่
– ​ถวาย​ทศางค์ของ​ผลิต​ผล​จาก​พืช​พันธุ์ แต่​ละ​ปี
– ​รับ​ประ​ทาน​ทศางค์​ และ​ผล​รุ่น​แรก​ เฉพาะ​พระ​พักตร์​​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ใน​สถาน​ที่​ซึ่ง​พระ​องค์​ทรง​เลือก​ไว้ ​เพื่อ​​จะ​ได้​เรียน​รู้​ที่​จะ​ยำ​เกรง​พระ​เจ้าเสมอ
หรือถ้า​ระยะ​ทาง​ไกล​เกิน​ไป ก็ให้​ขาย​ของ​นั้น​เอา​เงิน​ และ​ใช้​เงิน​นั้น​ซื้อ​สิ่ง​ใดๆ ที่​อยาก​รับ​ประ​ทาน และ​ท่าน​จง​รับ​ประ​ทาน​ที่​นั่น​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า​ และ​จง​ยิน​ดีกัน​ทั้ง​ครอบ​ครัว​
– ไม่​ทอด​ทิ้ง​คน​เลวี​ซึ่ง​อยู่​ใน​เมือง​
– ทุก 3 ​ปี​ ให้นำ​ทศางค์​ทั้ง​หมด​จาก​พืช​ผล​ที่​ได้​ใน​ปี​นั้น​ มา​สะสม​ไว้​ใน​เมือง​ของ​ตน แล้วให้คน​เลวี และ​คน​ต่าง​ด้าว​และ​ลูก​กำพร้า และ​แม่​ม่าย ผู้​ซึ่ง​อยู่​ภาย​ใน​เมือง​ ​ได้​มา​รับ​ประ​ทาน​อย่าง​อิ่ม​หนำ เพื่อ​ว่า​​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​อวย​พร​แก่​บรรดา​กิจ​การ​ซึ่ง​มือ​ของ​คนอิสราเอล​ได้​ทำ​นั้น

1. เพราะว่าเราเป็นประชากรของพระเจ้า จึงควรทำตัวอย่างที่ประชากรของพระเจ้าควรทำ
และไม่ควรทำตัวเหมือนอย่างคนเหล่านั้นที่ไม่มีพระเจ้าในชีวิตของพวกเขา

โลกและสิ่งยั่วยวนของโลก พยายามชักจูงเราให้หันออกจากการดำเนินชีวิตตามพระคำของพระเจ้า

อย่ายอมติดกับแห่งการยั่วยวนเหล่านั้น
ดำเนินชีวิตตรงต่อไปตามพระคำของพระเจ้า แม้คนในสังคมเขาไม่ทำแบบนี้ แต่เราก็จะทำและดำเนินตามพระคำของพระเจ้าต่อไป

2. ในการทำตามคำสั่งของพระเจ้า เรื่องการรับประทานทศางค์(สิบลด) ต่อพระพักตร์พระเจ้า ที่พลับพลา(หรือพระวิหาร)นั้น
ถ้าระยะทางไกล ทำได้ยาก พระเจ้าไม่ได้บอกว่า ไม่ต้องทำ แต่ให้หาทางทำด้วยวิธีที่สะดวกขึ้นแทน คือแลกเป็นเงิน แล้วนำเงินมาซื้ออาหารใกล้พลับพลา แล้วมารับประทานต่อพระพักตร์พระเจ้า

หากการทำตามคำสั่งของพระเจ้า บางเรื่องเป็นไปได้ยากหรือเป็นไปไม่ได้สำหรับ สถานการณ์ของเราในเวลานั้นๆ
ไม่ควรที่จะยกเลิกการคำตามคำสั่งนั้น แต่ควรจะใช้สติปัญญาที่พระเจ้าประทานให้ปรับรูปแบบ เพื่อให้ยังคงสามารถทำตามคำสั่งของพระเจ้าได้ต่อไป

3. ในบทนี้สอนว่า เมื่อเราระลึกถึงพระคุณพระเจ้า ด้วยการขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งที่พระเจ้าประทาน จะทำให้เราเรียนรู้ที่จะยำเกรงพระเจ้าอยู่เสมอ

4. เมื่อเราดูแลผู้รับใช้พระเจ้า คน​ต่าง​ด้าว​ ลูก​กำพร้า และ​แม่​ม่าย พระเจ้าทรงสัญญาว่า ​​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​อวย​พร​แก่​บรรดา​กิจ​การ​ซึ่ง​มือ​ของ​เราได้​ทำ​นั้น

การสำแดงความรักต่อผู้อื่น จึงเป็นการชักนำพระพรมาสู่ชีวิตของเราเอง

คำคม

“ การเดินตามพระเจ้า ย่อมเป็นประโยชน์แก่ตนเอง ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 13

ภาพรวม

  • โมเสสเตือนคนอิสราเอล มิให้ประนีประนอมกับคนที่พยายามชักชวนพวกเขาให้ละทิ้งพระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy13-88946

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 13 หลังจากที่โมเสสเตือนให้คนอิสราเอลทำลายพระของคนต่างชาติให้หมดแล้ว โมเสสกล่าวต่อไปว่า

ถ้า​​มี​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​หรือ​ผู้​ฝัน​เห็น​เหตุ​การณ์ ปรากฏขึ้น และ​สำแดงการ​อัศ​จรรย์​แก่​พวกเขา
แล้วคนเหล่านั้นชักชวนให้พวกเขา​ติด​ตามและปรนนิบัติ​พระ​อื่นๆ

คนอิสราเอล ​ต้องไม่เชื่อ​ฟัง​คำ​ของ​​คนเหล่า​นั้น
เพราะพระ​เจ้า​​ทรง​ลอง​ใจคนอิสราเอล​ดู​ว่า
​พวก​เขารัก​พระ​เจ้า​ ​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​ของพวกเขา​หรือ​ไม่?

ดังนั้นให้พวกเขา
– ​ดำเนิน​ตามพระ​เจ้า
– ยำเกรง​พระ​องค์
– ​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​องค์
– ​เชื่อ​ฟัง​พระ​สุร​เสียง​ของ​พระ​องค์
– ปรน​นิบัติ​พระ​องค์​
– ​ติด​สนิท​อยู่​กับ​พระ​องค์

​คน​นั้นที่มาชักชวนให้ไปติดตามพระอื่นๆ ​ต้อง​มี​โทษ​ถึง​ตาย เพื่อขจัดความชั่วไปจากท่ามกลางคนอิสราเอล
เพราะ​เขา​ได้​พูด​ให้​กบฏ​ต่อ​พระ​เจ้า​ เขาพยายามผลัก​ดันคนอิสราเอล​ออก​ไป​จาก​ทาง​ซึ่ง​​พระ​เจ้า​​ทรง​บัญชา​

โมเสสย้ำต่อไปว่า
ถ้าญาติพี่น้องคนใดของท่านชัก​ชวน​ให้ไป​ปรน​นิบัติ​พระ​อื่นๆ
​อย่า​ยอม​ตาม​หรือ​เชื่อ​ฟัง​เขา
อย่า​​สงสาร​เขา ให้​เอา​หิน​ขว้าง​เขา​ให้​ตาย โดยท่าน​ควร​ลง​มือ​เป็น​คน​แรก​ และ​ต่อ​ไป​ให้​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​หมด​ลง​มือ​ด้วย

ถ้า​เมือง​ใดในอิสราเอล มี​คน​เลว​บาง​คน​ ​ชัก​ชวน​ชาว​เมือง ให้​เรา​ไป​ปรน​นิบัติ​พระ​อื่นๆ แล้วชาวเมืองก็ทำตาม
หลังจากที่คนอิสราเอลทั้งหลายตรวจสอบดูแล้วว่า เป็นเช่นนั้นจริงๆ
ให้คนอิสราเอลฆ่า​ชาว​เมือง​นั้นรวมทั้งฝูงสัตว์ของพวกเขา​เสีย​ด้วย​คม​ดาบ และเผา​เมือง​นั้น​กับ​ของ​ริบ​ทั้ง​หมด​ใน​เมือง​นั้น​เสีย​ด้วย​ไฟ​ ให้​เป็น​เมือง​ร้าง​อยู่​เป็น​นิตย์ ห้าม​สร้าง​ขึ้น​มา​ใหม่

เมื่อคนอิสราเอลเชื่อ​ฟัง​พระ​สุรเสียง​ของ​พระ​เจ้า​ คือ​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ทั้ง​สิ้น​ของ​พระ​องค์ และ​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูก​ต้อง​ใน​สาย​พระ​เนตร​พระ​เจ้า​
พระองค์จะ​ทรง​หัน​จาก​พระ​พิโรธ​ยิ่ง​ของ​พระ​องค์
จะ​ทรง​สำแดง​พระ​กรุณา​ต่อพวกเขา
จะทรง​รัก​เอ็น​ดูพวกเขา
และ​จะให้พวกเขา​ทวี​มาก​ขึ้น

1. พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอล ตัดไฟเสียแต่ต้นลม เมื่อมีใครที่มาชักชวนพวกเขา ให้ไปปรนนิบัติพระอื่น
คนนั้นกำลังจะนำความชั่วร้ายและการทำลายมาสู่คนอิสราเอล
ดังนั้นคนอิสราเอลต้องจริงจัง และเด็ดขาดในการจัดการกับคนเหล่านั้น
ก่อนที่บาปนั้นจะลุกลามจนทำลายชนชาติอิสราเอล

น่าเสียดายที่ คนอิสราเอลไม่เชื่อฟังคำสั่งนี้
ในที่สุดคนอิสราเอลได้ละทิ้งพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง
จนพวกเขาทั้งประเทศทำสิ่งที่ชั่วช้ามากมาย เช่น
การล่วงประเวณีถวายรูปเคารพ หรือการนำลูกเล็กเด็กแดงมาเผาบูชายันต์แก่รูปเคารพ
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้พระพิโรธและการลงโทษจากพระเจ้าตกลงมาบนพวกเขา

วันนี้ เราต้องไม่ประนีประนอมกับบาป
เพราะบาปเพียงเล็กน้อยที่เราอนุญาตให้มันครอบครองใจของเรา จะนำความผิดร้ายแรงมาสู่ชีวิตของเราได้

เราผิดพลาดพลั้งบาปกันได้ แต่เมื่อผิดแล้ว ต้องรีบกลับมาหาพระเจ้า
สารภาพบาป กลับใจใหม่ แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งกับพระเจ้า

2. บทพิสูจน์ความรักที่เรามีต่อพระเจ้า จะสำแดงออกมาเป็น
การ​ดำเนินชีวิต​ตามอย่างพระ​เจ้า , ยำเกรง , ​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ , ​เชื่อ​ฟัง​ , ปรน​นิบัติ​ และ สัมพันธ์​สนิท​ ​พระ​องค์
นั่นคือ มีพระเจ้าเป็นศูนย์กลางในการดำเนินชีวิต ทั้งความคิด จิตใจ และการกระทำ

คำคม

“ เมื่อพระเจ้าเป็นศูนย์กลางของชีวิต ชีวิตก็กำลังอยู่ท่ามกลางพระพร ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 12

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงบัญชาให้คนอิสราเอล อย่าทำตามอย่างศาสนาของคนคานาอันที่ชั่วร้าย ที่มีการทำเด็กมาเผาบูชายันต์ และให้ทำลายรูปเคารพของพวกเขาให้หมด

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy12-88809

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 12 หลังจากที่โมเสสบอกคนอิสราเอลเกี่ยวกับผลดีของการเชื่อฟังพระเจ้าแล้ว โมเสสจึงกล่าวต่อไปว่า

เมื่อคนอิสราเอลเข้ายึดครองแผ่นดินคานาอันแล้ว
ให้ทำลาย​สถาน​ที่​ทุก​แห่ง​ซึ่ง​คนคานาอัน ​ใช้​เป็น​ที่​ปรน​นิบัติ​พระ​ของ​เขา
ให้ทำลาย​แท่น​บูชา เสา​ศักดิ์​สิทธิ์​ และ รูป​แกะ​สลัก​ซึ่ง​เป็น​รูป​พระ​ของ​พวกเขา​เสีย
และ​ลบ​ชื่อ​ของ​พระ​เหล่า​นั้น​ออก​จาก​ที่​นั่น

แต่ห้าม​ทำ​อย่าง​นั้น​ต่อ​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​พวกเขา

ให้พวกเขาไป​ยัง​สถาน​ที่​ซึ่ง​พระ​เจ้า​ทรง​เลือก​ เพื่อ​สถา​ปนา​ ​ให้​เป็น​ที่​ประ​ทับ​ของ​พระ​องค์
และ​จง​นำ​เครื่อง​บูชา​ไป​ที่​นั่น เพื่อถวายแด่พระเจ้า
ให้​ยิน​ดี​ใน​กิจ​การ​ทั้ง​สิ้น ซึ่งพระ​เจ้า​ทรง​อวย​พร​พวกเขา
แล้ว​นำ​เครื่อง​บูชามาถวายแด่พระเจ้า
ให้​ถวาย​ใน​สถาน​ที่​ซึ่ง​พระ​เจ้า​ทรง​เลือกเท่านั้น และ ณ ที่​นั่น​ ให้​ทำ​ทุก​สิ่ง​ที่​โมเสสได้สั่ง​ไว้

ส่วนการฆ่า​สัตว์​เพื่อ​รับ​ประ​ทานนั้น ทำใน​เมือง​ใดๆก็​ได้
แต่​ห้าม​รับ​ประ​ทาน​เลือด เพราะ​เลือด​เป็น​ชีวิต
เพื่อ​จะ​เป็น​การ​ดี​ต่อ​พวกเขา​และ​บุตร​หลาน​ต่อ​ไป
เมื่อ​พวกเขา​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูก​ต้อง​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระ​เจ้า

อย่า​ทอด​ทิ้ง​คน​เลวี

ให้​ระวัง​ที่​จะ​เชื่อ​ฟัง​ถ้อย​คำ​เหล่า​นี้​ เพื่อ​จะ​เป็น​การ​ดี​ต่อพวกเขา​และ​ลูก​หลาน​เป็น​นิตย์
เพราะ​พวกเขาทำ​สิ่ง​ที่​ดี​และ​ถูก​ต้อง​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​​พระ​เจ้า​

ห้าม​ปรนนิบัติ​พระ​เจ้า โดยใช้พิธีกรรมเลียนแบบคนต่างชาติ
เพราะนั่นเป็นสิ่ง​ที่พระเจ้าทรง​รัง​เกียจ​
แม้​แต่​บุตร​ชาย​และ​บุตร​สาว​ของ​พวก​เขา
พวก​เขา​ก็​เผา​ด้วย​ไฟ​บูชา​แด่​พระ​ของ​เขา

ทุก​สิ่ง​ที่​โมเสส​บัญชาไว้​นั้น ให้​ระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตาม ห้าม​เพิ่ม​อะไร​เข้า​หรือ​ตัด​อะไร​ออก​ไป

1. เราไม่สามารถเป็น ข้าสองเจ้า บ่าวสองนาย ได้
หากจะติดตามพระเจ้า ก็ต้องปรนนิบัติพระเจ้าแต่ผู้เดียว ไม่สามารถแบ่งใจให้แก่รูปเคารพใดๆได้

เพราะการติดตามพระเจ้า เปรียบเสมือนความสัมพันธ์ของสามีภรรยา
สามีที่รักภรรยาอย่างสุดใจ ย่อมไม่ปรารถนาให้เธอแบ่งใจไปให้แก่ชายอื่น

พระเจ้าไม่ต้องการให้เราเก็บความสัมพันธ์กับรูปเคารพใดๆไว้ในชีวิตของเรา

2. เมื่อเราทำสิ่งที่ถูกต้องในสายพระเนตรของพระเจ้า
ความจริงแล้วเรากำลังทำสิ่งดีสำหรับตัวเราเอง
เพราะพระเจ้าทรงรักเรา ทุกสิ่งที่พระเจ้าปรารถนาให้เราทำ
ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เป็นผลดีของเราอย่างแท้จริง

คำคม

“ ผู้ที่จะติดตามพระเจ้า ต้องดำเนินตามทางของพระเจ้า ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 11

ภาพรวม

  • โมเสสได้ย้ำกับคนอิสราเอลถึงผลดีแห่งการเชื่อฟังพระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy11-88653

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 11 เมื่อโมเสสเล่าเรื่องการได้รับศิลาชุดที่สองให้คนอิสราเอลฟัง พร้อมกับย้ำให้พวกเขารักและยำเกรงพระเจ้าแล้ว โมเสสจึงกล่าวต่อไปว่า

คนอิสราเอล
– จง​รัก​​พระ​เจ้า​
– จง​รักษา​​พระ​บัญ​ญัติ​ของ​พระเจ้าเสมอ
– จง​ตระ​หนัก​ว่า พวกเขาได้เห็น​การ​ตี​สอน​ของ​พระ​เจ้า​ ความ​ยิ่ง​ใหญ่และพระ​หัตถ์​อัน​ทรง​ฤทธิ์ของ​พระ​องค์ รวม​ทั้ง​หมาย​สำคัญ​และ​พระ​ราช​กิจ​ของ​พระ​องค์
ทั้งต่อ​ฟาโรห์​กษัตริย์​อียิปต์ ​ต่อ​ดา​ธาน​และ​อา​บี​รัม​ผู้ก่อกบฏ

ดังนั้นพวกเขาต้อง​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ของพระองค์ เพื่อพวกเขา​จะ​เข้ม​แข็ง และ​ได้เข้า​ยึด​ครอง​แผ่น​ดิน​ และ​เพื่อ​​จะมี​ชีวิต​ยืน​นาน​ใน​แผ่น​ดินที่​มี​น้ำ​นม​และ​น้ำ​ผึ้ง​ไหล​บริ​บูรณ์

แผ่น​ดิน​​นั้น ไม่​เหมือน​แผ่น​ดิน​อียิปต์ ซึ่งรดน้ำผักด้วยความยากลำบาก ต้องเอา​เท้าไปเหยียบระหัดทดน้ำ เพื่อ​รด​น้ำ​​สวน​ผัก
แต่​แผ่น​ดิน​​นั้น มี​น้ำ​ฝน​จาก​ฟ้า​รด​อยู่ ​พระ​เจ้า​ทรง​ดู​แล ให้มีฝน ตั้ง​แต่​ต้น​ปี​จน​ถึง​สิ้น​ปี

ดังนั้นถ้า​พวกเขาจะ​ตั้งใจ​เชื่อ​ฟัง​ตาม​บัญ​ญัติ​ของพระเจ้า ที่บอกให้​ รักพระ​เจ้าและ​ปรน​นิบัติ​พระ​องค์​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​
พระเจ้าจะ​ให้​ฝน​ตก​บน​แผ่น​ดิน​ของ​พวก​เจ้า​ตาม​ฤดู​กาล
แต่ถ้าพวกเขา​ให้​จิต​ใจ​​ลุ่ม​หลง​และ​หัน​เห​ไป​ปรน​นิบัติ​นมัส​การ​พระ​อื่นๆ
แล้วพระเจ้าจะทรง​ปิด​ฟ้า​สวรรค์​ไม่​ให้​ฝน​ตก และพวกเขาจะ​พินาศ​​อย่าง​รวด​เร็ว

ด้วยเหตุนี้ พวกเขาต้องเอาใจใส่ในพระคำของพระเจ้า และ​สอนแก่​บุตร​หลาน
เพื่อ​​พวกเขาและ​บุตร​หลาน​ จะ​ได้อายุ​ยืน​นาน​

ถ้าพวกเขา จะรักษาพระบัญญัติของพระเจ้า คือ
– ​รัก​​พระ​เจ้า
-​ ดำเนิน​ใน​ทาง​ทั้ง​สิ้น​ของ​พระ​องค์
– ​ติด​สนิท​กับ​พระ​องค์
>>> พระเจ้าจะ​ทรง​ขับ​ไล่​ประ​ชา​ชาติ​ทั้ง​สิ้นให้พวกเขา
>>> ​พวกจะ​เข้า​ยึด​ครอง​แผ่น​ดิน​ของ​ประ​ชา​ชาติ​ที่​ใหญ่​กว่า​และ​มี​กำลัง​มาก​กว่า​พวกเขา
>>> ทุก​ที่​ที่​ฝ่า​เท้า​ของ​พวก​เขาเหยียบ​ลง​จะ​เป็น​ของ​พวกเขา
>>> จะ​ไม่​มี​ใคร​สามารถ​ยืน​หยัด​ต่อ​สู้​พวก​เขาได้
>>> พวกเขาจะ​เป็น​ที่​เกรง​ขาม​และ​ตก​ใจ​กลัว​ของ​แผ่น​ดิน​ที่​พวกเขา​เหยียบ​ย่ำ​ไป

วัน​นี้​ มีคำ​อวย​พร​และ​คำ​สาป​แช่ง ​มา​ไว้​ตรง​หน้า​พวกเขา
– เป็น​คำ​อวย​พร ถ้า​พวก​ท่าน​เชื่อฟัง​พระ​บัญ​ญัติ​พระ​เจ้า
– เป็น​คำ​สาป​แช่ง ถ้า​ท่าน​ไม่​เชื่อฟัง​ แต่​หัน​เห​ไป​​ติด​ตาม​พระ​อื่น​

โมเสสสั่งว่า เมื่อเข้าไปในแผ่นดินคานาอันแล้ว
ให้​ตั้ง​คำ​อวย​พร​ไว้​บน​ภูเขา​เกริ​ซิม
และ​ตั้ง​คำ​สาป​แช่ง​ไว้​บน​ภูเขา​เอ​บาล
เพื่อจะเตือนพวกเขาให้​ระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตาม​กฎ​เกณฑ์​และ​กฎ​หมาย​ทั้ง​สิ้น ของพระเจ้า

1. สิ่งที่พระเจ้าเรียกร้องให้ประชากรของพระองค์ทำ คือ
​รัก​​พระ​เจ้า ทำตามพระคำ และ ติด​สนิท​กับ​พระ​องค์

วันนี้เราใช้เวลาในการสัมพันธ์กับพระเจ้ามากเพียงใด?
เราใช้พระคำของพระเจ้าเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินใจต่างๆของชีวิตมากเพียงใด?

2. พระเจ้าทรงสัญญาว่า คนที่ทำตามพระคำของพระเจ้า จะเข้มแข็งและอายุยืนยาวอย่างมีความสุข

เราเชื่อเช่นนั้นจริงๆไหม? เราปรารถนาเช่นนั้นจริงๆหรือเปล่า?

3. พระเจ้าทรงให้เสรีภาพแห่เรา ที่จะเป็นผู้เลือกพระพร หรือคำแช่งสาปด้วยตัวเราเอง
ใครก็ตามที่เลือกทำตามใจของตนเอง เลือกไม่เชื่อฟังพระคำของพระเจ้า
ผู้นั้นกำลังเลือกคำแช่งสาป แทนที่จะเลือกพระพร

คำคม

“ เชื่อฟัง ได้รับพระพร ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 10

ภาพรวม

  • โมเสสเล่าถึงการได้รับศิลาบัญญัติสิบประการชุดที่สอง ให้คนอิสราเอลฟัง และโมเสสสอนคนอิสราเอลถึงสิ่งที่พระเจ้าปรารถนา

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy10-88459

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 10 เมื่อโมเสสย้ำเตือนคนอิสราเอลมิให้กบฏต่อพระเจ้า และพูดถึงการที่โมเสสโมโหคนอิสราเอลที่ละทิ้งพระเจ้าจนโมเสสทุ่มศิลาบัญญัติสิบประการจนแตกแล้ว โมเสสก็กล่าวต่อไปว่า

พระเจ้าก็สั่งให้โมเสส สกัด​ศิลา​สอง​แผ่น​ให้​เหมือน​อย่าง​เดิม แล้ว​ให้ขึ้นไป​หาพระเจ้าบน​ภูเขา​และ​ให้ทำ​หีบ​ไม้​ไว้​ด้วยเพื่อใช้เก็บศิลาชุดใหม่

เมื่อโมเสสทำตามแล้ว ​พระ​องค์​จึง​ทรง​จารึก​พระ​บัญ​ญัติ​สิบ​ประ​การ​ลง​บน​ศิลา​นั้น
แล้วโมเสสก็​กลับ​ลง​มา​จาก​ภูเขา และ​เก็บ​ศิลา​นั้น​ไว้​ใน​หีบ​

หลังจากที่ อาโรน​สิ้น​ชีวิตที่​โม​เส​ราห์ แล้ว เอ​เล​อา​ซาร์​บุตร​ของ​เขา​จึง​ปฏิ​บัติ​หน้า​ที่​ปุโร​หิต​แทน​เขา

โมเสสบอกคนอิสราเอลว่า สิ่งที่พระ​เจ้า​มี​พระ​ประ​สงค์​จากพวกเขา คือ
– ​ให้​ยำ​เกรง​​พระ​เจ้า
– ให้​ดำเนิน​ตาม​ทาง​ทั้ง​สิ้น​ของ​พระ​องค์
– ให้​รัก​พระ​องค์
– ให้​ปรน​นิบัติ​พระ​องค์​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​
– ให้​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ และ​กฎ​เกณฑ์​ของ​พระ​องค์

โมเสสบอกกับคนอิสราเอลว่า
ทั้งที่พระเจ้าทรงใหญ่ยิ่งสูงสุด ทั้งฟ้า​สวรรค์​และ​โลก​กับ​ทุก​สิ่ง​ที่​อยู่​ใน​โลก​เป็น​ของ​​พระ​เจ้า​
แต่​ถึงกระนั้นพระ​องค์ยังทรง​รัก​พวก​เขา

ดังนั้นพวกเขาควร​มี​ใจ​เชื่อ​ฟัง อย่า​หัวแข็ง​ต่อพระองค์อีก​ต่อ​ไป

โมเสสกล่าวถึงพระเจ้าว่า
– พระองค์​ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​ของ​พระ​ทั้ง​ปวง
– พระองค์​ทรง​เป็น​จอม​เจ้า​นาย
– พระองค์ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​ที่​ยิ่ง​ใหญ่
– พระองค์ทรง​ฤทธิ์​และ​น่า​เกรง​กลัว
– พระองค์ทรง​ปราศ​จาก​อคติ และ​ไม่​ทรง​รับ​สิน​บนใดๆ
– พระ​องค์​ประ​ทาน​ความ​ยุติ​ธรรม​แก่​ลูก​กำพร้า​และ​แม่​ม่าย และ​ทรง​รัก​คน​ต่าง​ด้าว

ด้วยเหตุนี้คนอิสราเอลควร​รัก​คน​ต่าง​ด้าว ยำเกรงพระเจ้า ปรน​นิบัติ​พระ​องค์ ​และ​ติด​สนิท​กับ​พระ​องค์

โดยพระเจ้า บรรพ​บุรุษ​ของพวกเขา​ลง​ไป​อียิปต์ 70 ​คน และ​บัด​นี้​ทรง​ทำ​ให้​​มี​จำนวน​มาก​มาย

1. สิ่งพระ​เจ้า​ปรารถนาให้เราทำ ได้แก่
– ​ยำ​เกรง​​พระ​เจ้า เกรงพระเจ้ามากกว่าเกรงใจมนุษย์
– เดิน​ตาม​ทางพระเจ้า ตามการสอนของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในใจของเรา
– รัก​พระเจ้า มากกว่าสิ่งใดๆ หรือ คนใดๆ
– ปรน​นิบัติ​พระ​เจ้า อย่างเต็ม​ใจ​สุดกำลังของเรา
– รักษา​พระ​บัญ​ญัติพระเจ้า ทำตามทุกสิ่งที่พระคำของพระเจ้าสั่งไว้

คนที่ปรารถนาจะทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า สมควรที่จะฝึกฝนและพัฒนาการทำสิ่งเหล่านี้ให้ได้ดียิ่งขึ้นในทุกๆวัน อย่างน้อยให้วันนี้ดีกว่าเมื่อวาน

2. สิ่งที่ผู้ที่พระเจ้าทรงรักสมควรกระทำ คือ รักผู้อื่น และรักพระเจ้า ซึ่งสำแดงออกเป็นการรับใช้พระเจ้าและสัมพันธ์​กับ​พระ​องค์

วันนี้ เราสำแดงความรักต่อผู้อื่นและรักพระเจ้า เป็นการกระทำมากเพียงใด?

คำคม

“ ยิ่งติดสนิทกับพระเจ้า จะยิ่งรักและเชื่อฟังพระองค์ ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 9

ภาพรวม

  • โมเสสเตือนคนอิสราเอลว่า เมื่อเข้ายึดครองแผ่นดินคานาอันแล้ว อย่าลืมตัว คิดไปว่าที่ยึดได้เพราะความดีของตนเอง ซึ่งความจริงแล้วเป็นเพราะความชั่วของชาวแผ่นดินและเพราะพระเมตตาของพระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy09-88352

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 9 เมื่อโมเสสย้ำคนอิสราเอลไม่ให้พวกเขาลืมพระเจ้า เมื่อเข้าสู่แผ่นดินคานาอันแล้ว โมเสสจึงเตือนพวกเขาไม่ให้กบฏต่อพระเจ้า ว่า

คน​อิส​รา​เอล​กำลัง​จะ​ข้าม​แม่​น้ำ​จอร์​แดน เพื่อ​จะ​เข้า​ยึด​ครอง​ประ​ชา​ชาติ​ที่​
– ใหญ่​กว่า​
– มี​กำลัง
– ​เมือง​เหล่านั้นก็​ใหญ่​และ​มี​กำแพง​สูง​มาก
– ประ​ชา​ชน​ก็​สูง​ใหญ่ เป็น​ลูก​หลาน​ของ​อา​นาค​ ซึ่งผู้คนกล่าวกัน​ว่า ‘ใคร​จะ​ยืน​หยัด​ต่อ​สู้​กับ​ลูก​หลาน​ของ​อา​นาค​ได้?’

แต่จงรู้เถิดว่า พระเจ้าจะไป​ข้าง​หน้า​คนอิสราเอล และจะ​ทรง​ทำ​ให้ชาวแผ่นดินคานาอัน​พ่าย​แพ้​ต่อ​คนอิสราเอล และคนอิสราเอลจะขับไล่และทำ​ลาย​เขาเหล่านั้น​อย่าง​รวด​เร็ว

เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น คนอิสราเอล อย่า​นึก​ใน​ใจ​ว่า
‘เพราะ​ความ​ชอบ​ธรรม​ของ​ข้า พระเจ้า​จึง​ทรง​นำ​ข้า​ให้​มา​ยึด​ครอง​แผ่น​ดิน​นี้’

เพราะความจริงแล้ว เนื่องจาก​ความ​ชั่ว​ของ​ประ​ชา​ชาติ​เหล่า​นี้ พระเจ้าจึง​ทรง​ขับ​ไล่​เขาเหล่านั้น​ออก​ไป

เพราะ​ฉะนั้น​ ให้จำ​ไว้​และ​อย่า​ลืม​ว่า
คนอิสราเอล​ได้​ทำ​ให้​​พระ​เจ้า ​ทรง​พระ​พิโรธ​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร ตั้ง​แต่​วัน​ที่​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์ จน​กระ​ทั่ง​​มา​ถึง​สถาน​ที่​นี้
พวก​เขา​มัก​กบฏ​ต่อ​พระเจ้าอยู่​เรื่อย​มา

ที่​โฮเรบ พระเจ้าทรง​พระ​พิโรธ ถึง​กับ​จะ​ทรง​ทำลายพวกเขา​เสีย
ตอนที่พวกเขาละทิ้งพระเจ้า แล้วสร้างรูปวัวทองคำขึ้นมานมัสการแทนพระเจ้า
และพระเจ้า​ทรง​พระ​พิโรธ​อาโรน​มากด้วย
ถ้าโมเสสไม่ได้อ้อนวอนเพื่อคนอิสราเอลและอาโรนแล้ว พวกเขาคงถูกทำลายเสียสิ้นไปแล้ว

นอกจากนี้พวกเขายังทำให้พระเจ้า​ทรง​พระ​พิโรธ
– ​ที่​ทา​เบ-ราห์ เมื่อพวกเขาบ่นต่อว่าพระเจ้า (กดว. 11:1-3)
-​ที่​มัส​สาห์ เมื่อพวกเขาบ่นต่อว่าพระเจ้าและโมเสส เรื่องไม่มีน้ำ จนโมเสสโมโหเอาไม้เท้าตีหิน แล้วมีน้ำไหลออกมา (อพย. 17:1-7)
– ที่​ขิบ​โรท​หัท​ธา​อา​วาห์ เมื่อพวกเขาไม่เชื่อฟังพระเจ้า เรื่องการจับนกคุ่มกิน (กดว. 11:34-35)
– ที่คา​เดช​บาร​เนีย เมื่อพวกเขาไม่​ยอม​เชื่อ​ฟัง​พระเจ้า ไม่ยอมเข้ายึดแผ่นดินคานาอัน

โมเสสย้ำว่าพวกเขากบฏ​ต่อ​พระเจ้าเสมอมา​ตั้ง​แต่​วัน​ที่​โมเสสรู้​จักพวกเขา

1. สิ่งที่เราได้รับ ได้เป็น และได้มี ในวันนี้
ความจริงแล้วไม่ใช่เพราะความสามารถ หรือความดีของเราเองเลย
แต่เป็นเพราะพระคุณของพระเจ้าที่ทรงโปรดเมตตาเรา ทั้งที่เราเองไม่สมควรจะได้รับสิ่งดีถึงขนาดนี้เลย

การสำนึกตัวเองอยู่เสมอในเรื่องนี้
จะทำให้เราดำเนินชีวิตถ่อมใจไปกับพระเจ้า และพึ่งพาพระองค์เสมอในทุกวิถีของชีวิต

2. แม้คนอิสราเอลจะกบฏต่อพระเจ้ามากมายถึงเพียงนี้ พระเจ้ายังอดทนและให้อภัยแก่พวกเขาเสมอมา
ดังนั้น เราจึงมั่นใจได้เลยว่า
เมื่อเราผิดพลาดพลั้งไป ทุกครั้งที่เรากลับมาหาพระองค์ด้วยจริงใจ
พระองค์จะทรงโปรดอภัยให้แก่เรา และจะทรงช่วยเราให้พ้นจากความทุกข์ยากลำบากทั้งสิ้นของเรา

3. เพราะคำอธิษฐานของโมเสส จึงช่วยชีวิตอาโรนและคนอิสราเอล เอาไว้ได้
วันนี้ โดยคำอธิษฐานของเราเผื่อผู้อื่น ก็จะสามารถช่วยพวกเขาไว้ได้เช่นกัน โดยพึ่งพาพระคุณพระเมตตาของพระเจ้าที่มีต่อพวกเขา

คำคม

“ ฉันมีวันนี้ได้ เพราะพระคุณ ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 8

ภาพรวม

  • โมเสสเตือนคนอิสราเอล ไม่ให้พวกเขาลืมพระเจ้า เมื่อพระเจ้าทรงทำให้พวกเขาได้ครอบครองดินแดนคานาอันแล้ว

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy08-88263

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 8 เมื่อโมเสสย้ำเตือนคนอิสราเอล ไม่ให้ไปเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับพระของคนต่างชาติแล้ว โมเสสก็ย้ำต่อไปว่า

ให้คนอิสราเอลระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตามพระบัญญัติของพระเจ้า เพื่อ​จะ​มี​ชีวิต​และ​ทวี​จำนวน​มาก​ขึ้น และ​เข้า​ไป​ยึด​ครอง​แผ่น​ดิน​คานาอันได้สำเร็จ

ให้คนอิสราเอล​ระลึก​ว่า พระ​เจ้าทรง​นำ​พวกเขา​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ถึง​ 40 ปี นั้น
ก็เพื่อ​จะ​ทรง​ทำ​ให้​พวกเขาถ่อม​ใจ และ​ทรง​ทด​สอบ​จิต​ใจ​ของ​พวกเขา ว่า​พวกเขา​จะ​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​องค์​หรือ​ไม่
ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์แด่พวกเขาเอง ในบั้นปลาย

เมื่อพระเจ้าทรง​ปล่อย​พวกเขา​หิว แล้วก็​ทรง​เลี้ยง​พวกเขา​ด้วย​มานา
ซึ่ง​จนบัดนี้ก็ยัง​ไม่​รู้​ว่า​เป็น​อะไร
เพื่อ​พวกเขาจะเข้า​ใจ​ว่า
มนุษย์​ไม่​ได้​ดำรง​ชีวิต​อยู่​ด้วย​อาหาร​เพียง​สิ่ง​เดียว
แต่​มนุษย์​จะ​ดำรง​ชีวิต​อยู่​ได้​ด้วย​ทุก​สิ่ง​ที่​ออก​มา​จาก​พระ​โอษฐ์​ของ​พระเจ้า

ตลอด 40 ​ปี​นั้น เสื้อ​ผ้า​ของ​พวกเขา​ก็​ไม่​ขาด และ​เท้า​​ก็​ไม่​บวม

ให้พวกเขา​ตระ​หนัก​ ​ว่า พระ​เจ้า​​ทรง​ตี​สอนพวกเขา เหมือน​กับ​บิดา​ตี​สอน​บุตร​
ดังนั้น พวกเขาต้อง​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​เจ้า​ โดย​การดำเนิน​ตาม​ทาง​ของ​พระ​องค์​และ​ยำ​เกรง​พระ​องค์

​พระ​เจ้า​​จะ​ทรง​พา​พวกเขา​เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดิน​ที่​ดี ​จะ​มีอาหารรับ​ประ​ทาน​อย่าง​อุดม​สม​บูรณ์ และ​จะ​ไม่​ขาด​อะไร​เลย ด้วยเหตุนี้ ให้​ระวัง​ตัวให้ดี เมื่อพวกเขาอิ่มหนำ ได้อยู่ในบ้านดีๆ แล้ว
อย่า​ลืมพระ​เจ้า​โดย​ไม่​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ กฎ​หมาย​และ​กฎ​เกณฑ์​ของ​พระ​องค์

เพราะเมื่อสบายแล้ว เกรงว่า​ใจ​ของ​พวกเขาจะ​ผยอง​ขึ้น
และ​ลืมพระ​เจ้า
​แล้วนึก​ใน​ใจ​ว่า “กำลัง​และ​เรี่ยว​แรง​ของ​ข้า​นำ​ทรัพย์​มี​ค่า​นี้​มา​ให้​ข้า”

ถ้าพวกเขา​ลืม​​พระ​เจ้า​ และ​ไป​ติด​ตาม​และปรนนิบัติพระ​อื่น
โมเสสย้ำเตือนพวกเขาว่า พวกเขาจะ​ต้อง​พินาศ​แน่​นอน
เช่น​เดียว​กับ​ประ​ชา​ชาติในคานาอัน​ซึ่ง​พระเจ้าทรง​ทำ​ให้​พินาศ​ไป​นั้น

1. เหตุที่พระเจ้าคนอิสราเอลต้องวนเวียนในถิ่นทุรกันดารถึง 40 ปีนั้น
ก็เพราะว่า ใจของพวกเขาเย่อหยิ่งเกินไป พระเจ้าจำเป็นต้องใช้ถิ่นทุรกันดาร 40 ปี ถึงจะทำให้พวกเขายอมถ่อมใจลงได้
และยังเป็นการทดสอลจิตใจของพวกเขา ว่าพวกเขาจะเชื่อฟังพระคำของพระเจ้าหรือไม่
ซึ่งการทดสอบนี้ ไม่ใช่เพราะพระเจ้าไม่รู้ แต่เพื่อให้พวกเขารู้ตัวเองว่าต้องถ่อมใจลงยอมเชื่อฟังพระคำของพระเจ้า และเพื่อพวกเขาจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า การเชื่อฟังพระคำของพระเจ้านั้น คุ้มค่าจริงๆ
สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดก็เพื่อประโยชน์ของพวกเขาเองในอนาคต เมื่อเข้าไปในดินแดนคานาอันแล้ว

วันนี้ การที่พระเจ้าอนุญาตให้บางสิ่งเกิดขึ้นกับเรา เพราะพระเจ้ากำลังพัฒนาชีวิตของเรา
เพื่อประโยชน์สำหรับเราเองในอนาคต
จำเป็นต้องมีบางอย่างเหล่านี้เกิดขึ้น เพื่อเราจะถ่อมใจลง และเพื่อเราจะมีประสบการณ์ว่า การเชื่อฟังพระเจ้านั้นได้ผลคุ้มค่าจริงๆ

2. พระเจ้าทรงตีสอนคนอิสราเอล เหมือนบิดาที่ตีสอนบุตรที่รัก
แน่นอน หากบุตรที่รักไม่ทำสิ่งที่จะเป็นโทษต่อตัวเขาเองในอนาคต บิดาย่อมไม่ตีเขาเป็นแน่
แต่หากบุตรกำลังทำเช่นนั้น บิดาที่ดีที่รักบุตร ย่อมไม่ละเลยการตีสอนบุตรเป็นแน่

เมื่อพระเจ้าทรงตีสอนคนอิสราเอล 40 ปี ในถิ่นทุรกันดารนั้น
พระองค์ก็ทรงปกป้องพวกเขาไปในตัวด้วย
เสื้อผ้าของเขาไม่ขาด เท้าก็ไม่บวม

เราเป็นบุตรที่รักของพระเจ้า พระเจ้าจึงทรงตีสอนเราเพื่อประโยชน์ของเราเองในอนาคต
ฮบ. 12:6 “เพราะ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทรง​ตี​สอน​ผู้​ที่​พระ​องค์​ทรง​รัก และ​เมื่อ​พระ​องค์​ทรง​รับ​ใคร​เป็น​บุตร พระ​องค์​ก็​ทรง​เฆี่ยน​ตี​คน​นั้น”
แต่เมื่อพระองค์ทรงตีสอนเรานั้น
พระองค์จะทรงปกป้องเรา ไม่ให้มีภยันตรายเกิดขึ้นกับเราได้

3. พระคำของพระเจ้าเตือนว่า เมื่อสบายแล้ว อย่าลืมพระเจ้า
เมื่อมีทุกอย่างในทุกวันนี้ อย่านึกในใจว่า ที่ได้มาเพราะความเก่ง ความฉลาด หรือความขยันขันแข็งของเราเอง
แต่ควรรู้ตัวอยู่เสมอว่า ที่เรามีวันนี้ได้ ก็เพราะพระเจ้าทรงเมตตาเรา

วิธีที่จะสังเกตว่า เราลืมพระเจ้าหรือไม่ก็คือ
เมื่อใครก็ตามที่ลืมพระเจ้า เขาจะเริ่มไม่ทำตามพระคำของพระองค์

วันนี้ เรายังเต็มใจเชื่อฟัง ทำตามพระคำของพระเจ้าอยู่หรือไม่?

คำคม

“ พระเจ้าทรงใช้เหตุการณ์ต่างๆที่เราประสบ เพื่อให้เราถ่อมใจและเติบโต ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 7

ภาพรวม

  • โมเสสตอกย้ำคนอิสราเอลให้เชื่อฟังพระเจ้า และอย่าเกี่ยวข้องหรือเลียนแบบพฤติกรรมอันชั่วร้ายของคนในแผ่นดินคานาอัน

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy07-88089

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 7 เมื่อโมเสสย้ำคนอิสราเอลให้รักพระเจ้าสุดจิตสุดใจสุดกำลังแล้ว ก็กล่าวย้ำต่อไปว่า

เมื่อ​​คนอิสราเอลเข้า​​ยึด​ครองแผ่นดินคานาอัน และ​ขับ​ไล่​ชน​ชาติทั้งหลาย ที่ใหญ่​โต​กว่า​และ​มี​กำลัง​มาก​กว่า​คนอิสราเอลไปแล้ว
คนอิสราเอลต้อง​ทำลายพวก​เขา​ให้​หมด​สิ้น และอย่า​ทำ​พันธ​สัญญา​ใดๆ หรือ​มี​ความ​เมต​ตา​ต่อ​พวกเขา​ เลย
เพราะพวก​เขา​จะ​ทำ​ให้​คนอิสราเอล ​หัน​จาก​การ​ติด​ตามพระเจ้า​ไป​ปรน​นิบัติ​พระ​อื่นๆ
ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น คนอิสราเอลจะถูก​ทำลาย​อย่าง​รวด​เร็ว

พระ​เจ้า​ทรง​เลือกคนอิสราเอลออก​จาก​ชน​ชาติ​ทั้ง​สิ้น​
ให้​มา​เป็น​ชน​ชาติ​ของ​พระ​องค์
เป็น​ของ​ล้ำ​ค่า​ของ​พระ​องค์ ที่พระเจ้า​ทรง​รัก​

ซึ่งการ​เลือก​นี้ ไม่​ใช่​เพราะ​คนอิสราเอลมีจำนวนมาก​กว่า​ชน​ชาติ​อื่น
แต่​เพราะ​พระ​เจ้า​ทรง​รัก​คนอิสราเอล และ​พระ​องค์​ทรง​รักษา​คำ​ปฏิ​ญาณของพระ​องค์​

พระ​เจ้า​ทรง​รักษา​พันธ​สัญ​ญา​และ​ความ​รัก​มั่น​คง ต่อ​บรรดา​ผู้​ที่​รัก​พระ​องค์​และ​รักษา​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​องค์​ถึง​พัน​ชั่ว​อายุ​คน
และ​ทรง​ตอบ​แทน​ผู้​ที่​เกลียด​ชัง​พระ​องค์​ โดย​ทรง​ทำลาย​เขา​เสีย

ดัง​นั้น​จง​ระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตาม​บัญ​ญัติ กฎ​เกณฑ์ และ​กฎ​หมาย ของพระเจ้า
พระ​องค์​จะ​ทรง​รักพวกเขา ทรง​อวย​พร​พวกเขาและ​ทรง​ทำ​ให้​พวกเขา​ทวี​จำนวน​ขึ้น
แล้วพวกเขาจะ​ได้​รับ​พระ​พร​เหนือ​ชน​ทุก​ชาติ
พระองค์​จะ​ทรง​เอา​ความ​เจ็บ​ไข้​ไป​จาก​พวกเขา ​ให้ไป​เกิด​กับ​ผู้​ที่​เกลียด​ชังพวกเขา

​อย่า​กลัวชนชาติทั้งหลายในคานาอันเลย
แต่​จง​ระลึก​ถึง​การ​ที่​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ทรง​ทำ​หมาย​สำคัญ การ​อัศ​จรรย์ พระ​หัตถ์​อัน​ทรง​ฤทธิ์ และ​พระ​กร​ที่​เหยียด​ออก มากมายเพียงใด เมื่อพระองค์​ทรง​นำพวกเขา​ออก​มาจากอียิปต์

และพระ​เจ้าจะ​ทรง​ใช้​ฝูง​แตน​มา​ท่าม​กลาง​คนในแผ่นดินคานาอัน เพื่อทำลาย​คนเหล่านั้นอีกด้วย

ดังนั้น ท่าน​อย่า​กลัว​คนในแผ่นดินคานาอัน เพราะ​พระ​เจ้า​ผู้ทรงสถิต​ท่าม​กลาง​คนอิสราเอล ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​ยิ่ง​ใหญ่​และ​น่า​เกรง​กลัว

​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ขับ​ไล่​ประชา​ชาติ​เหล่า​นี้​ ไป​ที​ละ​เล็ก​ที​ละ​น้อย เพื่อไม่ให้สัตว์​ป่า​​ทวี​จำนวน​แก่​คนอิสราเอล​มาก​เกินไป

จะ​ไม่​มี​ใคร​ยืน​หยัด​ต่อ​สู้​คนอิสราเอล​ได้ จน​กว่า​คนอิสราเอล​จะ​ทำลาย​คนแผ่นดินคานาอัน​เสียสิ้น

ด้วยเหตุนี้ ​จงทำลายรูปเคารพเสีย เพื่อไม่ให้คนอิสราเอล​เป็น​เหมือน​สิ่ง​เหล่านั้น
​จง​รัง​เกียจ​และ​เกลียด​มัน​อย่าง​ที่​สุด เพราะ​มัน​เป็น​สิ่ง​ที่​ต้อง​ทำ​ลาย​ถวายแด่พระเจ้า

1. พระเจ้าให้โมเสสย้ำคนอิสราเอล ไม่ให้เกี่ยวข้องหรือประนีประนอมกับค่านิยมอย่างโลก เพราะจะนำอันตรายมาสู่พวกเขา
ดังที่ยากอบกล่าวไว้ ใน ยก. 4:4 ว่า
คน​ไม่​ซื่อ​สัตย์​ต่อ​พระ​เจ้า ท่าน​ทั้ง​หลาย​รู้​ว่า​การ​เป็น​มิตร​กับ​โลก​นั้น​คือ​การ​เป็น​ศัตรูกับ​พระ​เจ้า​ไม่​ใช่​หรือ?
เพราะ​ฉะนั้น ใคร​ก็​ตาม​ที่​ต้อง​การ​เป็น​มิตร​กับ​โลก ก็​ตั้ง​ตัว​เป็น​ศัตรู​กับ​พระ​เจ้า

ขอให้เราตัดสินใจเสียแต่วันนี้ว่า
จะไม่เดินตามอย่างโลกนี้ แต่จะดำเนินตามทางแห่งพระวจนะของพระเจ้า

2. เหตุที่พระเจ้าทรงเลือกเราให้เป็นประชากรของพระองค์ เป็นดังสิ่งล้ำค่าที่พระองค์ทรงรัก
ไม่ใช่เพราะคุณสมบัติใดๆของเรา แต่เพราะพระองค์ทรงเลือกที่จะรักเรา

ดังนั้นเราสมควรตอบสนองความรักของพระองค์นี้
ด้วยการรักตอบพระองค์ เชื่อฟังและปฏิบัติตามพระคำของพระองค์

3. วิธีที่จะเอาชนะความกลัวคนในแผ่นดินคานาอันที่อยู่ตรงหน้า ก็คือ
มองย้อนกลับไปข้างหลัง ระลึกว่าในอดีตที่ผ่านมาพระเจ้าทรงช่วยพวกเขาอย่างไรบ้าง

วิธีเอาชนะความกลัวในวันนี้ คือ มองย้อนกลับไปในอดีตที่ผ่านมาด้วยใจขอบพระคุณพระเจ้าที่ทรงช่วยกู้เราเสมอมา

4. พระเจ้าจะทรงขับไล่คนแผ่นดินคานาอันออกไปทีละน้อย เพื่อไม่ให้แผ่นดินรกร้างและเต็มไปด้วยสัตว์ป่าดุร้ายมากเกินไป

เมื่อพระเจ้าทรงช่วยเรา ขจัดปัญหาออกไป หากมันยังไม่หมดไปในทันที ก็เพราะพระองค์มีเหตุผลบางอย่างที่หวังดีต่อเรา ให้เรายังคงเชื่อและไว้วางใจในพระองค์ต่อไป
พระองค์กำลังทำในวิธีการและเวลาของพระองค์

5. พระเจ้าทรงเกลียดชังศาสนาของชาวคานาอัน ที่มีการเอาเด็กทารกมาเผาบูชายันต์รูปเคารพ
ดังนั้นการที่คนอิสราเอลรัง​เกียจ​และ​เกลียด​มัน​อย่าง​ที่​สุด ​ทำ​ลาย​มัน จึงถือว่าเป็นการถวายแด่พระเจ้า

พระเจ้าทรงเกลียดชังความบาป
ดังนั้นการที่เราละทิ้งบาป ทำลายความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับบาป
จึงเป็นดังการถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้า

คำคม

“ การหันหลังให้บาป เป็นการหันหน้าเข้าหาพระเจ้า ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 6

ภาพรวม

  • โมเสสย้ำกับคนอิสราเอลรุ่นใหม่ว่า สิ่งสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดคือ การรักพระเจ้า สุดจิตสุดใจสุดกำลังของเรา

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 6 เมื่อโมเสสได้กำชับให้คนอิสราเอลรุ่นใหม่ เชื่อฟังและปฏิบัติตามบัญญัติ 10 ประการแล้ว โมเสสก็ย้ำต่อไปว่า

การที่คนอิสราเอลยำเกรงพระเจ้า รักษา​พระ​บัญ​ญัติ กฎ​เกณฑ์​และ​กฎ​หมายของพระองค์นั้น จะ​เป็น​การ​ดี​ต่อพวกเขาเอง จะทำให้พวกเขามีชีวิตยืนยาวแบบเต็มด้วยพระพร​ และ​จะเพิ่ม​ทวี​ยิ่ง​ขึ้น​ใน​แผ่น​ดิน​ที่​มี​น้ำ​นม​และ​น้ำ​ผึ้ง​ไหล​บริ​บูรณ์

โมเสสย้ำว่า
พระ​ยาห์​เวห์​เท่า​นั้น​ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​
​จง​รัก​พระองค์​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​และ​สุด​กำลัง
และ​จง​ให้​ถ้อย​คำ​เหล่า​นี้​ที่​พระเจ้าทรง​บัญชา​นี้​อยู่​ใน​ใจ​เสมอ
และจง​สั่งสอน​แก่​บุตร​หลาน​ด้วย
จง​เอาใจใส่คำสั่งของพระเจ้านี้ ตลอดเวลา

พระเจ้าจะนำพวกเขา ได้ครอบครอง​
– เมือง​ใหญ่​และ​ดี​ซึ่ง​พวกเขา​ไม่​ได้​สร้าง
– บ้าน​ที่​เต็ม​ไป​ด้วย​ของ​ดี​ซึ่ง​พวกเขาไม่​ได้​สะสม​ไว้
– บ่อ​น้ำ​ซึ่ง​พวกเขา​ไม่​ได้​ขุด
– ​สวน​องุ่น​กับ​สวน​มะ​กอก​ซึ่ง​พวกเขา​ไม่​ได้​ปลูก​ไว้

ดังนั้นจง​ระวัง​ตัว อย่า​ลืม​พระ​เจ้า ​จง​ยำ​เกรง​และ​ปรน​นิบัติ​พระ​องค์
อย่า​ติด​ตาม​พระ​อื่น เพราะ​ว่า​ พระ​เจ้า​ เป็น​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​หวง​แหน
อย่า​ทด​ลอง​​พระ​เจ้า​ เหมือน​ที่​​มัส​สาห์
จง​ตั้ง​ใจ​รักษา​บัญ​ญัติ​ ​พระ​โอวาท​ ​และ​กฎ​เกณฑ์​ของ​พระ​องค์

ใน​อนา​คต ถ้าลูกหลาน​ถาม​​ว่า
“พระ​โอวาท กฎ​เกณฑ์​และ​กฎ​หมาย​ซึ่ง​พระ​เจ้า​ทรง​บัญชานั้น ​ความ​หมาย​ว่า​อะไร?”
ให้​ตอบ​​ว่า
“เมื่อก่อนเรา​เป็น​ทาส​ของ​ฟาโรห์​ใน​อียิปต์ และพระเจ้าทรง​ช่วยเราออกมาด้วย​พระ​หัตถ์​อัน​ทรง​ฤทธิ์
​ทรง​ประ​ทาน​แผ่น​ดิน​คานาอันนี้​แก่เรา
พระองค์ทรง​บัญชา​ให้​เรา ยำ​เกรง​​พระ​เจ้า​และทำตามกฏเกณฑ์ของพระองค์ ​เพื่อ​เป็น​ผล​ดี​แก่​เรา​เสมอ เพื่อ​จะ​ทรง​รักษา​ชีวิต​ของ​เรา​ไว้​ให้​คง​อยู่​
ถ้า​เรา​ทั้ง​หลาย​จะ​ระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตาม​พระ​บัญ​ญัติ​ทั้ง​หมด​นี้​ ก็​จะ​เป็น​ความ​ชอบ​ธรรม​แก่​เรา​ทั้ง​หลาย”

1. การยำเกรงพระเจ้า และทำตามพระคำของพระเจ้า จะเป็นพระพรต่อตัวเราเอง และลูกหลานสืบไป

2. เป็นการดีที่จะจดจำ ประพฤติตาม และสอนลูกหลาน ในข้อความนี้
“ท่าน​จง​รัก​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​และ​สุด​กำลัง​ของ​ท่าน”

3. เมื่อพระเจ้าทรงอวยพระพรเรา จะทำให้เราได้รับมากยิ่งกว่า ดียิ่งกว่า ที่เราสมควรจะได้รับเสมอ

4. การปลูกฝังลูกหลาน ให้รักและปฏิบัติตามพระคำของพระเจ้า เป็นมรดกยิ่งใหญ่ที่เราสามารถมอบแก่ลูกหลานของเราได้

คำคม

“ จงรักพระองค์ ผู้เป็นพระเจ้าของเรา อย่างสุดจิตสุดใจสุดกำลังของเรา ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 5

ภาพรวม

  • โมเสสทบทวนบัญญัติ 10 ประการ ให้คนอิสราเอลรุ่นใหม่ได้รับรู้อีกครั้ง

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy05-87821

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 5 เมื่อโมเสสกำชับคนอิสราเอลรุ่นใหม่ให้เชื่อฟังพระบัญญัติของพระเจ้าแล้ว

โมเสสก็​ได้​เรียก​คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​เข้า​มา แล้ว​สั่ง​พวกเขา ​ว่า
​ให้พวกเขาตั้งใจฟัง​กฎ​เกณฑ์​และ​กฎ​หมายของพระเจ้า เพื่อพวกเขา​จะ​ได้​เรียน​รู้​ที่​จะ​รัก​ษา​และ​ทำ​ตาม​ข้อ​ความ​เหล่า​นั้น

ที่ภูเขาโฮเรบ พระเจ้าตรัสจาก​ท่าม​กลาง​เพลิง ​ว่า
– ห้าม​มี​พระ​เจ้า​อื่น​ใด​นอก​เหนือ​จาก​พระองค์
– ห้าม​ทำ​รูป​เคารพ​สำหรับ​ตน ห้าม​กราบ​ไหว้​หรือ​ปรน​นิบัติ​รูปเคารพ เพราะพระเจ้าทรงรักและหวงแหนคนอิสราเอล
– ห้าม​ใช้​พระ​นาม​พระ​เจ้า​ของ​เจ้า​ไป​ใน​ทาง​ที่​ผิด มิฉะนั้น​จะ​ถูกลง​โทษ
– จง​รักษา​วัน​สะ​บา​โต ถือ​เป็น​วัน​บริ​สุทธิ์ ทั้งตัว​เจ้า​เอง รวมทั้ง​ บุตร​ หรือ​ทาส​ หรือ​สัตว์​ใช้​งาน หรือ​แขก​ ​ของ​เจ้า
เพราะพระเจ้าได้นำพวกเจ้าออกจากการเป็นทาสในอียิปต์แล้ว
– จง​ให้​เกียรติ​แก่​บิดา​มารดา​ของ​เจ้า เพื่อ​เจ้า​จะ​มี​ชีวิต​ยืน​นาน และ​จะ​เป็น​การ​ดี​ต่อ​เจ้า​
– ห้าม​ฆ่า​คน
– ห้าม​ล่วง​ประ​เวณี​ผัว​เมีย​เขา
– ห้าม​ลัก​ขโมย
– ห้าม​เป็น​พยาน​เท็จ​ใส่​ร้าย​เพื่อน​บ้าน
– ห้าม​โลภ​ คนหรือสิ่งของ ของ​เพื่อน​บ้าน

ซึ่งเมื่อคนอิสราเอล​ได้​ยิน​พระ​สุร​เสียง​ ก็กลัวยิ่งนัก
พวกเขาจึงมาขอให้​ โมเสสเป็นผู้เข้า​ไป​ใกล้ และ​ฟัง​ทุก​สิ่ง​ซึ่ง​พระ​เจ้า​ตรัส แล้วค่อย​นำ​พระ​วจนะ​ มาบอกแก่พวกเขาดีกว่า และพวกเขา​จะ​ฟัง​และ​ทำ​ตาม
ซึ่งพระเจ้าก็ทรงอนุญาตตามคำของพวกเขา

และพระเจ้าตรัสว่า
“โอ อยาก​ให้​พวก​เขา​มี​ใจ​เช่น​นี้​อยู่​เสมอ คือ​ใจ​ที่​ยำ​เกรง​เรา​และ​รักษา​บัญ​ญัติ​ทั้ง​สิ้น​ของ​เรา เพื่อ​จะ​เป็น​การ​ดี​ต่อ​พวก​เขา​ตลอด​ชั่ว​ลูก​หลาน​ของ​เขา​เป็น​นิตย์”

ดังนั้น วันนี้เมื่อโมเสสนำถ้อยคำของพระเจ้ามาบอกแก่พวกเขา
ก็ขอให้พวกเขาระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตาม​ อย่า​หัน​ไป​ทาง​ขวา​หรือ​ทาง​ซ้าย​เลย
แต่​ดำเนิน​ตาม​วิถี​ทาง​ทั้ง​สิ้น​ซึ่ง​พระ​​เจ้า​ ​ได้​ทรง​บัญชาไว้
เพื่อ​พวกเขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​ยืน​นานและ​เพื่อ​จะ​เป็น​การ​ดี​ต่อ​พวกเขาเอง

1. โมเสสแนะนำคนอิสราเอลว่า วิธีที่จะสามารถรักษาและทำตามพระคำของพระเจ้าได้ นั้น ก็คือ ให้เอาใจใส่ จดจ่อต่อพระคำของพระเจ้าอยู่เสมอ

วันนี้ เราเอาใจใส่ ให้ความสำคัญกับการศึกษาพระวจนะของพระเจ้ามากเพียงใด

2. เหตุผลสำคัญที่พระเจ้าให้คนอิสราเอลถือวันสะบาโต ถูกกล่าวไว้ในบทนี้ นั่นก็คือ เพื่อพวกเขาจะระลึกถึงการที่พระเจ้าทรงช่วยเขาพ้นจากการเป็นทาสในอียิปต์
ตอนอยู่อียิปต์ พวกเขาเป็นทาส และไม่มีโอกาสได้พักเลย ต้องทำงานทุกวันตามที่เจ้านายบีบบังคับ
บัดนี้พระเจ้าช่วยเขาให้เป็นไทแล้ว และสิ่งที่สำแดงความเป็นไท คือ การได้หยุดพัก

วันนี้ พระเจ้าทรงช่วยเราพ้นจากการเป็นทาสของโลกนี้ ทาสของความกังวลตามธรรมดาของโลกนี้ ทาสของการต้องพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่าเราเป็นคนที่มีประสิทธิภาพ
เราพ้นทาสเป็นไทในพระคริสต์แล้ว
และสัญลักษณ์ของการเป็นไท คือ การได้หยุดพักจากการงานหรือแรงกดดันแห่งโลกนี้

จงประกาศเสรีภาพในพระคริสต์ โดยการหยุดพักสัปดาห์ละ 1 วันเถิด

3. การให้เกียรติพ่อแม่ จะเป็นผลดีต่อเราเอง
วันนี้ เราให้เกียรติพ่อแม่ ด้วย คำพูดและการกระทำมากน้อยเพียงใด?
วันนี้ มีอะไรไหมที่เราต้องกลับใจใหม่ ในคำพูด หรือ การกระทำ ที่เป็นการดูแคลน หรือไม่ให้เกียรติ พ่อแม่ของเรา?

4. บัญญัติ 10 ประการ ใน 6 ข้อหลัง ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของเรากับมนุษย์
ดูเหมือน ข้อ สุดท้าย จะเป็นข้อยากที่สุด (ถ้าไม่นับว่าสมัยต่อมาพระเยซูมาอธิบายอย่างสมบูรณ์ว่า ยากที่สุดทุกข้อ)
เพราะว่า ข้ออื่นนั้น เป็นบาปที่ต้องมีการแสดงออกเป็นการกระทำบางอย่าง
แต่ข้อสุดท้าย แค่คิดโลภ ภรรยาหรือสามีหรือสิ่งของ ของเพื่อนบ้าน นั่นก็ทำบาปในข้อนี้เสียแล้ว

กฏหมายของพระเจ้าสูงส่ง เกินกว่าที่จะมีมนุษย์คนใดทำได้อย่างสมบูรณ์
เราทั้งหลายต้องการพระเยซูทรงช่วยเรา พ้นจากโทษของบาปทั้งหลาย

5. ใน ฉธบ. 5:29 เราได้เห็นความปรารถนาของพระเจ้าอย่างชัดเจน
สิ่งที่พระเจ้าอยากได้ คือ จิต​ใจของประชากรของพระองค์ที่​จะยำ​เกรง​พระองค์และ​รักษา​บัญ​ญัติ​ทั้ง​สิ้น​ของพระองค์ อยู่เสมอเรื่อยไป

วันนี้ หากเราอยากรู้น้ำพระทัยของพระเจ้า อยากทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
สิ่งหนึ่งที่เรารู้ได้อย่างชัดเจนและแน่นอนจากพระคำตอนนี้ คือ
พระเจ้าอยากให้เรายำเกรงพระองค์และทำตามพระวจนะของพระองค์

หากเรากำลังจะแสวงหาน้ำพระทัยพระเจ้า เพื่อเลือกตัดสินใจทำหรือไม่ทำอะไร
จงเลือกการกระทำที่ ยำเกรงพระเจ้า และสอดคล้องกับพระคำของพระองค์ เถิด

6. ​การดำเนิน​ตาม​วิถี​ทาง​ในพระคำของพระเจ้า ​จะ​ทำให้เรามี​ชีวิตยืน​นานและ​​จะ​เป็น​การ​ดี​ต่อ​เราเองเสมอ
จงเลือกเชื่อฟังพระคำของพระเจ้าเถิด

คำคม

“ เชื่อฟัง ทำตามพระคำ จะไม่มีวันผิดหวัง ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 4

ภาพรวม

  • โมเสสกำชับให้คนอิสราเอลรุ่นใหม่ รักษาและเชื่อฟังพระบัญญัติของพระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy04-87677

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 4 หลังจากที่โมเสสได้ทบทวนเรื่องการรบชนะสิโหนและกษัตริย์โอก ให้คนอิสราเอลรุ่นใหม่ฟังแล้ว โมเสสจึงสั่งว่า

ให้คน​อิส​รา​เอล ฟัง​และปฏิบัติตามกฎ​เกณฑ์​และ​กฎ​หมายของพระเจ้า
​เพื่อพวกเขาจะ​มี​ชีวิต​อยู่ และ​เข้า​ยึด​ครอง​แผ่น​ดิน​คานาอันได้สำเร็จ

อย่าให้พวกเขา​แต่ง​เติม​หรือตัดออก ถ้อย​คำจากพระเจ้า
เพื่อ​พวกเขา​จะ​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ของพระ​เจ้า​ไว้ได้อย่างครบถ้วน

พวกเขาได้​เห็น ​สิ่ง​ที่​พระเจ้าทรง​ทำลาย​คนเหล่านั้น​ที่​ติด​ตาม​พระ​บา​อัล​เป​โอร์แล้ว
แต่เพราะพวกเขา​ยึด​​พระ​เจ้า​ไว้​อย่าง​มั่น​คง จึงยัง​มี​ชีวิต​อยู่​ถึง​วัน​นี้

ดังนั้นให้พวกเขา​รักษา​และ​ทำ​ตาม​ กฎ​เกณฑ์​และ​กฎ​หมาย​ ที่พระเจ้าทรง​บัญ​ชา​ไว้
เพราะ​การ​ทำเช่น​นั้น​ จะ​แสดง​ถึง​สติ​ปัญ​ญา​และ​ความ​เข้า​ใจ​ของ​พวกเขาต่อ​หน้า​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย

เพราะ​ไม่มี​ชน​ชาติ​ใด​ที่​มี​พระ​เจ้าสถิต​อยู่​ใกล้ และทรงสดับฟังใน​ทุก​สิ่ง​ที่​พวกเขาร้อง​ทูล​
และ​มี​กฎ​เกณฑ์​และ​กฎ​หมาย​อัน​ชอบ​ธรรม​ดัง​ธรรม​บัญ​ญัติ​ของพระเจ้า

ดังนั้นพวกเขาต้อง​ระวัง​ตัว และ​รักษา​จิต​วิญ​ญาณ​ของ​ตน​ให้​ดี
ไม่​​ลืม​พระราชกิจของพระเจ้าที่พวกเขา​ได้​เห็น​นั้น และให้สอน​ลูก​​หลาน ให้ทราบ​เรื่อง​เหล่า​นี้ด้วย

​ที่​โฮเรบ นั้น พวกเขาได้​ยิน​เสียง​พระ​ดำรัส​แต่​ไม่​เห็น​รูป​สัณ​ฐานของพระเจ้า
​พระ​องค์​ทรง​บัญชา​​ให้​พวกปฏิ​บัติ​ตาม​ พระ​บัญ​ญัติ​ของพระองค์
เมื่อพวกเขาเข้าไป​ยึด​ครอง​แผ่นดินคานาอันแล้ว

ดังนั้นพวกเขาต้องระวัง​ ไม่หลง​ทำ​รูป​เคารพ​ หรือนมัสการ กราบไหว้ ดวงดาวบน​ท้อง​ฟ้า
ให้ระวัง​ตัว​ให้​ดี อย่าลืม​พันธ​สัญ​ญา​ของ​พระ​เจ้า
เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​เป็น​เพลิง​ที่​เผา​ผลาญ ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​ที่​หวง​แหน

ต่อไปภายหน้า เมื่อเข้าใน​แผ่น​ดิน​คานาอัน​เป็น​เวลา​นานแล้ว
พวกเขาหลง​ทำ​รูป​เคา​รพ และ​ทำ​ชั่ว​ใน​สาย​พระ​เนตร​พระ​เจ้า​
พวกเขาจะ​พินาศ​อย่าง​สิ้น​เชิง​จาก​แผ่น​ดิน​​นั้น
พวกเขา​จะถูกทำ​ให้​กระ​จัด​กระ​จาย​ไป​อยู่​ท่าม​กลาง​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย
และ​​จะ​เหลือ​จำนวน​น้อย

แต่ ณ ที่​นั่น​พวกเขา​จะ​แสวง​หา​พระ​เจ้า ด้วย​สุด​จิต​และ​สุด​ใจ แล้วพวกเขาจะ​พบ​พระ​องค์
พวกเขาจะ​กลับ​มา​หา​​พระ​เจ้า​ และ​เชื่อ​ฟัง​พระ​สุรเสียง​ของ​พระ​องค์
เพราะ​ว่า​​พระ​เจ้า​​ทรง​พระ​กรุณา พระ​องค์​จะ​ไม่​ทรง​ละ​ทิ้ง​​หรือ​ทำลาย​พวก​เขาหรือ​ลืม​พันธ​สัญ​ญาของพระองค์

ไม่เคยมี​ชน​ชาติ​ใด​ได้​ยิน​พระ​สุร​เสียง​ของ​พระ​เจ้า ​ตรัส​ออก​มา​จาก​กลาง​เพลิง
ดัง​ที่​พวกเขา​ได้​ยิน​และ​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่​ได้
ไม่เคย​มี​พระ​เจ้า​องค์​ใด​ได้​ทรง​​ไป​นำ​ชน​ชาติ​หนึ่ง​จาก​ท่าม​กลาง​อีก​ชน​ชาติ​หนึ่ง​
ด้วย​การ​ลอง​ใจ ด้วย​หมาย​สำคัญ ด้วย​การ​อัศ​จรรย์ ด้วย​สงคราม ด้วย​พระ​หัตถ์​ทรง​ฤทธิ์​และ​ด้วย​พระ​กร​ที่​เหยียด​ออก​และ​ด้วย​เหตุ​น่า​กลัว​อย่าง​ยิ่ง ดังพระเจ้าทรง​ทำ​เพื่อ​พวกเขา

พระ​องค์​ทรง​ให้​พวก​เขาได้​ยิน​พระ​สุรเสียง​และเห็น​เพลิง​ใหญ่​ของ​พระ​องค์​จาก​ฟ้า เพื่อ​ให้​พวกเขา​มี​วินัย

พระเจ้าทรง​ขับ​ไล่​ประ​ชา​ชาติ​ที่​ใหญ่​กว่า​และ​มี​กำลัง​มาก​กว่าพวกเขา และ​ประ​ทาน​แผ่น​ดินให้​แก่พวกเขา
ดังนั้นพวกเขาต้องรักษา​กฎ​เกณฑ์​และ​พระ​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​องค์
เพื่อพวกเขาและ​ลูก​หลาน​ ​จะ​ไป​ดี​มา​ดี และ​วัน​คืนจะ​ยืน​นาน​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​นั้นตลอด​ไป

แล้ว​โมเสส​แยก​เมือง​ทาง​ทิศ​ตะวัน​ออก​ฟาก​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​ ​ไว้​ 3 เมือง ให้เป็นเมืองลี้ภัย
ได้แก่ เมือง​เบ​เซอร์​ ​เผ่า​รูเบน และ​เมือง​รา​โมท​ใน​กิ​เล​อาด เผ่า​กาด และ​เมือง​โก​ลาน​ใน​บา​ชาน เผ่า​มนัส​เสห์

โมเสส​ก็ย้ำต่อ​คน​อิส​รา​เอล ถึง พระ​โอวาท กฎ​เกณฑ์​และ​กฎ​หมาย ของพระเจ้า

1. เรา​รักษา​พระโอวาทของพระเจ้า โดย ไม่บิดเบือนหรือตัดทอนพระคำของพระเจ้า และ​ทำ​ตามพระคำของพระเจ้า
ซึ่งการทำเช่นนั้น จะทำให้เรามี​สติ​ปัญ​ญา​และ​ความ​เข้า​ใจ จากพระเจ้าในการดำเนินชีวิต

วันนี้ เรานำพระคำของพระเจ้ามาใช้ในการดำเนินชีวิตของเรามากน้อยเพียงใด?

2. ​พระ​เจ้า​ ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​ที่​หวง​แหน
พระองค์ทรงหวงแหนเรา เพราะ​ว่าพระองค์ทรงรักเรา
เหมือนสามีที่รักภรรยาสุดหัวใจ ย่อมหวงแหนไม่ยอมให้ ภรรยานอกใจไปหลับนอนกับชายอื่น

ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย หากเราผู้ที่พระเจ้าทรงรักสุดหัวใจ
ปันใจไปให้กับสิ่งอื่น นอกจากพระองค์

3. โมเสสเตือนว่า คนอิสราเอลได้รับสิทธิพิเศษที่มีพระเจ้าทรงสถิตอยู่ใกล้ คอยช่วยเหลือ คอยปกป้อง คอยตอบคำร้องทูลของพวกเขา
ดังนั้นพวกเขาสมควรจะปฏิบัติต่อพระองค์อย่างเหมาะสม ด้วยการเชื่อฟังทำตามสิ่งที่พระองค์ทรงบัญชา

วันนี้พระเจ้าทรงประทานพระคุณแก่เรา ให้สิทธิพิเศษแก่เราอย่างมากมาย เราสมควรที่จะสำนึกพระคุณของพระเจ้า ด้วยการดำเนินชีวิตที่เชื่อฟังและถวายพระเกียรติแด่พระองค์

4. ไม่ว่าเราผิดพลาดพลั้งไปมากเพียงใด จะหลงไปจากพระเจ้าไกลแค่ไหนก็ตาม
ถ้าเรากลับ​มา​หา​​พระ​เจ้า และ​เชื่อ​ฟัง​พระ​สุรเสียง​ของ​พระ​องค์ แสวง​หา​พระ​องค์ด้วย​สุด​จิต​และ​สุด​ใจ
แล้วเราจะ​พบ​พระ​องค์
เพราะ​ว่า​​พระ​เจ้า​​ทรง​พระ​กรุณา และไม่ลืม​พันธ​สัญ​ญาของพระองค์

ถ้าวันนี้ เราหลงไปไกลห่างจากพระเจ้า จงรีบกลับมาหาพระองค์เถิด พระองค์กำลังรอคอยเราอยู่

คำคม

“ เรากลับมาหาพระเจ้าได้ทุกเวลา ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 3

ภาพรวม

  • โมเสสทบทวนให้คนอิสราเอลรุ่นใหม่ฟัง เกี่ยวกับการที่พระเจ้าทรงทำให้คนอิสราเอลรบชนะกษัตริย์โอกแห่งบาชาน และเมืองทั้งหลายที่เขาปกครองอยู่

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy03-87524

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 3 นอกจากโมเสสจะทบทวนให้คนอิสราเอลรุ่นใหม่ฟัง เรื่องการรบชนะกษัตริย์สิโหน แล้ว โมเสสยังกล่าวถึงเรื่องอื่นอีกดังนี้

เมื่อคนอิสราเอลกำลัง​ไป​ยัง​ทาง​สู่​บา​ชาน แล้ว​โอก​กษัตริย์​แห่ง​บา​ชาน​ก็ยกกองทัพออก​มา​สู้​รบ​กับคนอิสราเอล ที่​เอ​เดร​อี

​พระ​เจ้า​จึง​ทรง​มอบ​พวกเขาไว้​ใน​มือ​ของคนอิสราเอล ​พวก​เขาจึงพ่ายแพ้และถูกฆ่าตาย​จนหมด
คนอิสราเอลจึงเข้า​ยึด​เอา​เมือง​ทั้ง​หมด​ของ​พวกเขา​ รวม​ 60 ​เมือง
เมือง​เหล่า​นี้ ​มี​กำแพง​สูง มี​ประตู มี​ดาล​ประตู และ​ยัง​มี​หมู่​บ้าน​อีก​มาก​ที่​ไม่​มี​กำแพง

คนอิสราเอลได้ทำลายพวกเขา​อย่าง​สิ้น​เชิง ทั้ง​ผู้​ชาย ผู้​หญิง​และ​เด็ก​ใน​ทุก​เมือง
แล้วได้ยึดฝูง​สัตว์​​และ​ของมีค่า​ทั้งหมดจาก​เมือง​เหล่า​นั้น มาเป็นของตน

ดังนั้นคนอิสราเอลจึงได้ยึดดินแดนของ​กษัตริย์​ทั้ง​สอง​ของ​คน​อา​โม​ไรต์
ตั้ง​แต่​แม่​น้ำ​อาร​โนน​ถึง​ภูเขา​เฮอร์​โมน

โมเสสได้ยกดินแดน ​ตั้ง​แต่​อา​โร​เออร์​ซึ่ง​อยู่​ริม​แม่​น้ำ​อาร​โนน และ​แดน​เทือก​เขา​กิ​เล​อาด​ครึ่ง​หนึ่ง​กับ​เมือง​ใน​พื้น​ที่​นั้น ให้​แก่​เผ่า​รูเบน​และ​เผ่า​กาด
ส่วน​กิ​เล​อาด​ที่​ยัง​เหลือ​อยู่​กับ​บา​ชาน​ทั้ง​หมด ยกให้แก่​เผ่า​มนัส​เสห์​ครึ่ง​เผ่า

และโมเสสได้สั่งคนอิสราเอล 2 เผ่า ครึ่งนี้ ว่า
พระ​เจ้า​​ทรง​ให้​พวก​เขา​ยึด​ครอง​แผ่น​ดิน​นี้ แต่​ทหาร​พร้อม​รบ​ทั้ง​สิ้น​ของ​พวกเขา ต้อง​ยก​ข้าม​แม่น้ำจอร์แดนไป​กับคน​อิส​รา​เอล​เผ่าอื่นๆ
ส่วน​ภรรยา บุตร​เล็กๆ กับ​ฝูง​ปศุ​สัตว์​ของ​พวกเขา ให้อยู่​ใน​เขต​เมือง​ที่ได้รับไปนี้ก่อน
จน​กว่า​พระเจ้า​จะ​ประ​ทาน​การ​หยุด​พัก คือเมื่อคนอิสราเอลเข้า​ยึด​ครอง​แผ่น​ดิน​ฟาก​ตะวัน​ตก​ของ​แม่​น้ำ​จอร์​แดน แล้ว ​พวก​เขา​จึง​จะ​กลับ​มา​ยัง​ที่​อยู่​ของ​ตน

เวลานั้นโมเสสสั่ง​โย​ชู​วา​ว่า
เขา​ได้​เห็น​ทุก​อย่าง​ที่​​พระ​เจ้า​ทรง​ทำ​กับ​กษัตริย์​ทั้ง​สอง​นั้น​แล้ว
​พระ​เจ้าจะ​ทรง​ทำ​กับ​ดินแดนคานาอัน​เช่น​เดียว​กัน
ดังนั้นอย่า​กลัว​พวก​เขา​เลย เพราะ​​พระ​เจ้า​​จะ​ทรง​สู้​รบ​เพื่อ​คนอิสราเอล

เมื่อพระเจ้าตรัสว่า จะไม่ให้โมเสสเข้าในแผ่นดินคานาอัน
โมเสสได้​อ้อน​วอน​พระเจ้า​ ว่า ขอ​ทรง​อนุ​ญาต​ให้​เขา​ข้าม​ไป​ดู​แผ่น​ดินคานาอัน สักนิดเถิด
แต่พระเจ้าทรงไม่ยอม และ​​ตรัส​ว่า
“พอ​แล้ว เจ้า​อย่า​พูด​เรื่อง​นี้​กับ​เรา​อีก​ต่อ​ไป”

ถึงกระนั้น พระเจ้าทรงให้โมเสส​ขึ้น​ไป​ถึง​ยอด​ปิส​กาห์​และ​มอง​ดู​แผ่นดินคานาอัน ทั้งทิศ​ตะวัน​ตก ทิศ​เหนือ ทิศ​ใต้ และ​ทิศ​ตะวัน​ออก แทน

และทรงบอกให้โมเสส กำชับ ​หนุน​ใจ ​เสริม​กำลัง​ โยชูวา ​ให้​เข้ม​แข็ง
เพราะ​เขา​จะ​ต้อง​นำคนอิสราเอลเข้า​ยึด​ครอง​แผ่น​ดิน​คานาอัน

แล้วคนอิสราเอลจึงมา​อยู่​ใน​หุบ​เขา​ตรง​ข้าม​กับ​เบธ​เปโอร์

1. เมื่อกษัตริย์บาชานแห่งโอก ยกกองทัพออกมาต่อสู้กับคนอิสราเอล
คนอิสราเอลสามารถเอาชนะพวกเขา และเข้า​ยึด​เอา​เมือง​ทั้ง​หมด​ของ​พวกเขา​ที่มี​กำแพง​สูง มี​ประตูเมืองแน่นหนา ได้ถึง​ 60 ​เมือง

แม้กำแพงเมืองเหล่านั้นจะไม่แข็งแรง ใหญ่โตเท่ากับกำแพงเมืองเยรีโค
แต่การที่คนอิสราเอลได้มีโอกาสรบชนะเมืองเหล่านี้
เป็นการเตรียมความพร้อมที่จะให้คนอิสราเอล สามารถเอาชนะเมืองที่มีกำแพงใหญ่โตอย่างเมืองเยรีโคได้ ในเวลาต่อมา

ประสบการณ์ที่เรามีกับพระเจ้าในวันนี้ ทั้งเล็กและใหญ่ กำลังเตรียมชีวิตของเรา
เพื่อเราจะได้มีประสบการณ์กับพระเจ้าในสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากยิ่งขึ้นในภายภาคหน้า

2. ในการทำสงครามกับกษัตริย์สิโหนและกษัตริย์โอก สองกษัตริย์แห่งอาโมไรต์นี้
พระเจ้าสั่งคนอิสราเอลให้ฆ่าให้หมดทั้งผู้ชาย ผู้หญิงและเด็ก (เรื่องนี้ผมเคยอธิบายไว้ในแล้วใน กดว.31)

ดังนั้นเมื่อคนอิสราเอลเข้าในแผ่นดินคานาอัน การที่ต้องกำจัดคนในบางเมืองให้หมดสิ้น (ไม่ใช่ทุกเมือง)
จึงไม่ใช่สิ่งใหม่สำหรับพวกเขา
ซึ่งสิ่งนี้พระเจ้าเรียกร้องให้พวกเขาเชื่อฟังพระองค์
แม้พวกเขาได้เห็นผลดีของการเชื่อฟังพระเจ้า ในทั้งสองกรณีแล้ว
แต่เมื่อเข้าไปในแผ่นดินคานาอัน พวกเขาก็ยังไม่เชื่อฟังพระองค์อยู่ดี

การเชื่อฟังพระเจ้าในปัจจุบัน พัฒนาให้เราสามารถเชื่อฟังพระเจ้าในอนาคตได้ง่ายขึ้น
หากเราจดจำและไตร่ตรอง อยู่เสมอ เกี่ยวกับ ผลของการที่เราได้เชื่อฟังพระเจ้า

3. เมื่อพระเจ้าบอกโมเสสว่า เขาจะไม่ได้เข้าแผ่นดินคานาอัน โมเสสผิดหวังมาก
และพยายามอ้อนวอนพระเจ้า เพื่อขอเข้าไปดูสักนิดก็ยังดี
จนพระเจ้าบอกกับโมเสสว่า ไม่ต้องพูดเรื่องนี้อีกแล้ว
ดูเหมือนพระเจ้า ยืนกรานไม่ยอมให้โมเสส เข้าไปในแผ่นดินคานาอัน
เพราะพระเจ้ามีแผนการที่ลึกซึ้งเกินกว่าความเข้าใจ
อย่างน้อยก็ทำให้โยชูวาต้อง ใช้ความเชื่อ และความเข้มแข็งกล้าหาญอย่างมาก ในการนำคนอิสราเอลเข้ายึดเมืองเยรีโค

แต่แม้พระเจ้าไม่ยอมให้โมเสสเข้าคานาอัน แต่พระเจ้าก็ยังตอบคำอธิษฐานของโมเสส
คือให้เขาขึ้นไปบนภูเขาแล้วมองเห็นแผ่นดินคานาอันทั้ง 4 ทิศ

พระเจ้าเข้มงวด แต่ใจดี เสมอ

คำคม

“ ประสบการณ์เพิ่มความเชื่อ และ ความเชื่อเพิ่มประสบการณ์ ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 2

ภาพรวม

  • โมเสสทบทวนให้คนอิสราเอลรุ่นใหม่ฟัง เรื่องพระเจ้าทรงนำคนอิสราเอลตลอด 40 ปีในถิ่นทุกรกันดาร และพาพวกเขามาถึงชายแดนแผ่นดินคานาอัน และช่วยให้พวกเขาชนะกษัตริย์สิโหน

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy02-87408

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 2 เมื่อโมเสสทบทวนเหตุการณ์ ให้คนอิสราเอลรุ่นใหม่ฟัง ตั้งแต่การออกจากภูเขาโฮเรบ จนถึงการที่คนอิสราเอลไม่ยอมเข้าแผ่นดินคานาอันแล้ว โมเสสจึงกล่าวต่อไปว่า

คนอิสราเอล​ได้​เดิน​กลับ​เข้า​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ตาม​ทาง​สู่​ทะเล​แดง ตาม​ที่​พระเจ้าตรัส
และ​​ได้​เดิน​วน​เวียนในถิ่นทุรกันดารเกือบ 38 ปี

แล้วพระเจ้าก็ให้เดินทางขึ้นเหนือ มุ่งสู่แผ่นดินคานาอัน
แต่เส้นทางนั้นต้องผ่าน ประเทศเอโดม ซึ่งอยู่ในภูเขาเสอีร์ พวกเขาเป็นลูก​หลานของ​เอ​ซาว
พระเจ้าสั่ง ไม่ให้​คนอิสราเอลต่อ​สู้พวก​เขา เพราะพระเจ้า​ได้​ให้​ภูเขา​เส​อีร์​แก่​เอ​ซาว​เป็น​กรรม​สิทธิ์
เมื่อ​ก่อน​พวก​โฮรี​อยู่​ที่​เส​อีร์​ แต่​ลูก​หลาน​ของ​เอ​ซาว​ได้​มา​ทำลาย​เขา​เสีย และ​เข้า​อาศัย​แทน​ที่​เขา
พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอล ใช้เงิน​ซื้อ​เสบียง​อาหาร​จาก​พวก​เขา
เพราะ​พระ​เจ้าได้​ทรง​อวย​พร​คนอิสราเอล​ใน​งาน​ทุก​อย่าง​ที่​มือ​ของพวกเขาทำ ตลอด 40 ปี คนอิสราเอล​ไม่​ขาด​สิ่ง​ใด​เลย ดังนั้นอย่าไปยึดประเทศของเอโดม

แต่เมื่อเอโดมไม่ยอมให้อิสราเอลผ่านทาง
แล้วคนอิสราเอลไม่อยากต่อสู้กับพวกเขา ​จึง​เดิน​เลี้ยว​ไป​เดิน​ตาม​ทาง​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​โม​อับ

แล้วพระเจ้าตรัสสั่งคนอิสราเอล ไม่ให้เป็น​ศัตรูและอย่าสู้รบ​กับ​พวก​โมอับ​
เพราะพระเจ้า​ได้​ให้​เมือง​อาร์​แก่​ คนโมอับลูก​หลาน​ของ​โลท​เป็น​กรรม​สิทธิ์​แล้ว
เมื่อ​ก่อน​คน​เอ​มิม​อยู่​ที่​นั่น เป็น​ชน​ชาติ​ใหญ่​และ​มี​จำนวน​มาก และ​สูง​อย่าง​คน​อา​นาค
แต่​พระ​เจ้า​ทรง​ทำลาย​พวก​เขา​เสีย และ​พวกโมอับได้​ยึด​ครอง​และ​เข้า​อยู่​แทน​ที่​เขา

พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอล​ยก​เดิน​ข้าม​แม่​น้ำ​เศ​เรด
เมื่อถึงที่นั่น ​พวก​ผู้​ชาย​ใน​ค่าย​ที่​ออก​รบ​ได้​สมัยที่ไม่ยอมเข้าคานาอันนั้น ​ก็ตาย​หมดแล้ว
พระเจ้าจึงสั่งให้คนอิสราเอล​เดิน​ทาง​ข้าม​ลุ่ม​แม่​น้ำ​อาร​โนน

และ​เมื่อ​เข้า​ใกล้​ชาย​แดน​ของ​คน​อัม​โมน
แล้วพระเจ้าตรัสสั่งคนอิสราเอล ไม่ให้เป็น​ศัตรูและอย่าสู้รับ​กับ​พวกอัมโมน
เพราะพระเจ้า​ได้​ให้​เมืองเหล่านั้น คนอัมโมนแก่​ลูก​หลาน​ของ​โลท​เป็น​กรรม​สิทธิ์​แล้ว
เมื่อ​ก่อน​คน​เร​ฟา​อิม​เคย​อยู่​ที่​นั่น เป็นคนสูง​ใหญ่​เหมือน​คน​อา​นาคและ​มี​จำนวน​มาก แต่​พระ​เจ้า​ทรง​ทำลาย​พวก​เขา​เสีย และ​พวก​อัม​โมน​ได้​ยึด​ครอง​และ​เข้า​อยู่​แทน​ที่​เขา

แล้วพระเจ้าทรงสัญญาว่าจะ​มอบ​สิโหน​ชาว​อา​โม​ไรต์​ผู้​เป็น​กษัตริย์​แห่ง​เฮช​โบน และ​ดิน​แดน​ของ​เขา​ให้แก่อิสราเอล
พระเจ้าจะ​ให้​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย​​ครั่น​คร้าม​และ​กลัวคน​อิสราเอล จนตัวสั่น

ดังนั้นโมเสส​จึง​ใช้​ผู้​สื่อ​สาร​ ไป​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์สิโหน​ ว่า
ขอ​เดิน​ผ่าน​เมืองของเขาเพื่อไป​ยังคานาอัน โดยขอสัญญาว่าจะไม่เดินออกนอกทางเลย และยินดีใช้เงินซื้ออาหารและน้ำจากคนอาโมไรต์

แต่​กษัตริย์สิโหน​​ ไม่​ยอม​ กลับยกกองทัพ​ออก​มา​ต่อ​สู้​กับ​คนอิสราเอล​ที่​ยา​ฮาส
พระ​เจ้า​ทรง​ให้คนอิสราเอล​ตี​ทำลาย​พวกเขา​จนหมดสิ้น
แล้วยึด​เมือง​ทั้ง​หมด​ของพวก​เขา ตั้ง​แต่​อา​โร​เออร์​ที่​อยู่​ริม​ลุ่ม​แม่​น้ำ​อาร​โนน จน​ถึง​เมือง​กิ​เล​อาด
และ​ได้​ทำลาย​ผู้​ชาย​ผู้​หญิง​และ​เด็ก​ใน​ทุก​เมือง​ไม่​มี​ผู้​เหลือ​รอด​ชีวิต​เลยสักคนเดียว
เหลือ​แต่​ฝูง​สัตว์และ​ของ​ริบ​ใน​เมือง​ต่างๆเท่านั้น

​แต่​พระเจ้าห้ามไม่ให้คนอิสราเอลเข้า​ใกล้​แผ่น​ดิน​คน​อัม​โมน
คือ​ฝั่ง​แม่​น้ำ​ยับบอก​และ​เมือง​ที่​อยู่​บน​ภูเขา เพราะเป็นดินแดนลูกหลานของโลท

1. ดินแดนที่คนเอโดม ลูกหลานของเอซาว , โมอับและอัมโมน ลูกหลานของโลท ได้อาศัยอยู่ในเวลานั้น ก่อนหน้านี้ล้วนเป็นของชนชาติใหญ่ ที่มีกำลังพลมากมาย และรูปร่างสูงใหญ่
แต่เมื่อพระเจ้าทรงมอบให้แก่ลูกหลานของ เอซาว และของโลท
พวกเขาได้เข้ายึดดินแดนเหล่านั้นได้ทั้งหมด

โมเสสอธิบายสิ่งเหล่านี้ ให้คนอิสราเอลรุ่นใหม่ได้รับฟัง
เพื่อพวกเขาจะมีความเชื่อ และมั่นใจว่า
พวกเขาสามารถเข้ายึดครองดินแดนคานาอัน ที่พระเจ้าประทานให้แก่พวกเขา ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าได้อย่างแน่นอน

เราสามารถเพิ่มพูนความเชื่อของเราได้ โดยการเรียนรู้จากประสบการณ์กับพระเจ้า ของผู้อื่น
และตัวอย่างที่ดีที่สุด และหนักแน่นที่สุด คงไม่มีอะไรดีไปกว่า ตัวอย่างของเหล่าวีรบุรุษแห่งความเชื่อในพระคัมภีร์
ยิ่งอ่าน ค้นดู และไตร่ตรองพระคัมภีร์มากเท่าใด ความเชื่อของเราก็จะยิ่งถูกพัฒนามากขึ้นเท่านั้น

2. เมื่ออิสราเอลต้องผ่าน เอโดมและโมอับ พระเจ้าสั่งอิสราเอล อย่าไปรบกับพวกเขา
เพราะพระเจ้าประทานดินแดนเหล่านั้นให้พวกเขา
และให้อิสราเอลจ่ายเงินซื้อน้ำซื้ออาหาร จากพวกเขา

เมื่อพระเจ้าตัดสินพระทัยให้อะไรแก่ผู้ใคร เช่นอำนาจ หรือโอกาส หรืออื่นๆ
เราก็ควรให้เกียรติการตัดสินใจของพระเจ้า
ไม่ไปพยายามแย่งชิงจากเขามา แม้เราจะคิดว่าพวกเขาไม่สมควรได้รับก็ตาม

พระเจ้าให้คนอิสราเอลจ่ายเงินซื้อน้ำและอาหาร แทนที่จะต่อสู้แย่งชิงเอา
คนอิสราเอลอาจจะคิดว่า ไม่เห็นเข้าท่าเลย
พวกเขาเดินทางวนเวียนในถิ่นทุรกันดารมาตั้ง 40 ปี แล้ว
เงินทองที่ขนออกมาจากอียิปต์ บัดนี้ก็เหลือไม่เยอะแล้ว
เพราะเอาไปเผาทำวัวทองคำก็มากโขอยู่
แล้วทำไมพระเจ้าให้เอาเงินไปซื้อจากพวกเอโดมและโมอับ ซึ่งพวกนี้ก็รวยอยู่แล้ว

ประเด็นนี้สังเกตได้จาก พระเจ้าตรัสกับพวกเขาว่า
พระ​เจ้าได้​ทรง​อวย​พร​คนอิสราเอล​ใน​งาน​ทุก​อย่าง​ที่​มือ​ของพวกเขาทำ ตลอด 40 ปี คนอิสราเอล​ไม่​ขาด​สิ่ง​ใด​เลย
น่าจะเพราะพวกเขาคิดว่า ไม่เข้าท่า พระองค์จึงอธิบายให้พวกเขาฟังว่า
พระเจ้าอวยพระพรเขามาตลอด 40 ปี แล้ว และยังจะอวยพระพรเขาอีกมากมาย มากกว่าเงินที่จะเสียไปนั้น

วันนี้ เมื่อพระเจ้าทรงนำให้เราทำสิ่งใดตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
อย่าขี้เหนียว พระองค์ทรงสามารถประทานให้มากกว่าที่เราใช้เพื่อทำตามน้ำพระทัยของพระองค์มากมายนัก

3. กษัตริย์สิโหนและประชาชนทั้งสิ้นของเขา ถูกทำลาย เพราะเขาใจแข็งกระด้าง
วันนี้อย่าให้เรามีใจแข็งกระด้าง จนไม่ยอมยำเกรงพระเจ้า
เพราะนั่นจะนำอันตรายมาสู่ตัวเราเอง

คำคม

“ จงให้เกียรติการตัดสินใจของพระเจ้า ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 1

ภาพรวม

  • เฉลยธรรมบัญญัติ เนื้อหาเป็นเรื่องราวที่โมเสสกำชับคนอิสราเอลให้รักษากฏเกณฑ์ของพระเจ้า เป็นการสรุปเรื่องราวที่เกิดขึ้นตลอดการเดินทาง 40 ปี และคำสั่งต่างๆของพระเจ้า ตอกย้ำแก่คนอิสราเอลเพราะว่าโมเสสกำลังจะจากโลกนี้ไปแล้ว
  • บทนี้โมเสสทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นใน 40 ปีที่ผ่านมา ให้บรรดาคนอิสราเอลรุ่นใหม่ได้รับรู้

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy01-87219

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 1 ​ ใน​วัน​ที่​ 1 เดือน​ที่ 11 ปี​ที่​ 40 ณ ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ฟาก​ตะวัน​ออก​ของ​แม่​น้ำ​จอร์​แดน ที่ราบ​ข้าง​หน้า​สูฟ
​โมเสสพูดกับ​คน​อิสรา​เอล​ ​ตาม​ทุก​สิ่ง​ที่​พระ​เจ้าทรง​บัญชา​
โมเสส​ได้​เริ่ม​อธิ​บาย​ธรรม​บัญ​ญัติ​ ว่า

พระ​เจ้าได้​ตรัส​สั่ง​ให้คนอิสราเอล ออกเดินทางจาก​โฮเรบ​ ไป​ยัง​แดน​เทือก​เขา​ของ​คน​อา​โม​ไรต์ และสั่งให้​เข้า​ไป​ยึด​ครอง​แผ่น​ดินคานาอัน

เวลา​นั้น​เนื่องจากคนอิสรเอลมีจำนวนมาก โมเสสไม่อาจดูแลหรือตัดสินคดีของพวกเขาได้หมด
โมเสสจึง​เลือก​หัว​หน้า​จาก​ทุก​เผ่า ตั้ง​ไว้​ให้​เป็น​ผู้​ปก​ครอง​คน​พัน​คน​บ้าง ร้อย​คน​บ้าง ห้า​สิบ​คน​บ้าง สิบ​คน​บ้าง

ต่อมา เมื่อมา​ถึง​คา​เดช​บาร​เนีย เตรียมจะเข้าสู่คานาอัน
แล้วคนอิสราเอลก็มาพูดกับโมเสส ​ว่า ให้​​ใช้​คน​ไป​สอด​แนม​ดู​แผ่น​ดิน​นั้นก่อน
เรื่อง​นี้​โมเสส​เห็น​ดี​ด้วย และพระเจ้าก็อนุญาตให้พวกเขาทำ (กดว. 13:1-2)
โมเสส​จึง​เลือก​คนอิสราเอล​เผ่า​ละ​คน ส่งไปสอดแนมดูแผ่นดินคานาอัน
เขา​ทั้ง​หลาย​ได้​เก็บ​ผล​ไม้​ของ​แผ่น​ดิน​นั้น​ติด​มือ​กลับมา
และ​แจ้ง​ว่า แผ่นดินนั้น​เป็น​แผ่น​ดิน​ที่​ดี

แต่​แล้วคนอิสราเอล​ก็​ไม่​ยอม​ขึ้น​ไป กลับ​ขัด​ขืน​พระ​บัญชา​ของ​พระ​เจ้า​
และ​​ได้​บ่น​อยู่​ใน​เต็นท์​ของ​ตน​ ว่า
“เพราะ​พระ​เจ้า​ทรง​เกลียด​ชัง​เรา พระ​องค์​จึง​ทรง​พา​เรา​ มามอบ​ไว้​ใน​มือ​คน​อา​โม​ไรต์​เพื่อ​จะ​ทำลาย​เรา​เสีย”

แม้โมเสสจะบอกพวกเขา​ว่า อย่า​ครั่น​คร้าม​หรือ​กลัว​ชาวแผ่นดินนั้น​เลย
พระ​เจ้า​ทรง​อุ้ม​ชู​พวกเขา ดัง​พ่อ​อุ้ม​ลูก​ของ​ตน​ตลอด​ทาง​ที่ผ่านมา
พระองค์จะทรงต่อสู้เพื่อพวกเขา

แต่​อย่าง​ไร​ก็​ตาม พวกเขา กลับไม่​เชื่อพระ​เจ้า​
ดังนั้นพระเจ้าจึงทรง​กริ้ว​และ​ทรง​ปฏิ​ญาณ​ว่า
พวกเขาจะ​ไม่​มี​สัก​คน​เดียว​ จะ​ได้​เห็น​แผ่น​ดิน​ดี​นั้น นอก​จาก​คาเลบ​ และโยชูวา
และโมเสสเองก็จะ​ไม่​ได้​เข้า​ไป​ใน​ที่​นั้น​ด้วย​เหมือน​กัน เพราะคนอิสราเอลเป็นต้นเหตุ

โย​ชู​วา ​จะเป็นผู้นำบรรดา​ลูก​น้อย​ของคนอิสราเอล​ ที่พวกเขากล่าวว่า ​จะ​ถูก​ปล้น​เอา​ไป​นั้น
และโยชูวานำคนเหล่านั้น​ได้​เข้า​ไปยึดครอง​ที่​นั่น

แล้วคนอิสราเอลยังทำผิดซ้ำขึ้นไปอีก โดยการไม่เชื่อฟังพระเจ้า
ทั้งที่พระเจ้าตรัสว่า อย่า​ขึ้น​ไป​สู้​รบกับคนอาโมไรต์ แต่​พวกเขา​ไม่​เชื่อ​ฟัง กลับ​ขัด​ขืน​พระ​บัญชา​ ​ขึ้น​ไป​สู้กับคน​อา​โม​ไรต์ แล้วก็ล้มตายพ่ายแพ้กลับมา
และ​พวก​เขามา​ร้องไห้​ แต่​พระ​เจ้า​ไม่​ทรง​สดับ​เสียง​ของ​พวกเขา
พวกเขา​จึง​พัก​อยู่​ที่​คา​เดช​หลาย​วัน​

1. โมเสสทบทวนให้คนอิสราเอลรุ่นใหม่เข้าใจ ว่าการวนเวียนในถื่นทุรกันดารตลอด 40 ปีนั้น
ไม่ใช่เพราะพระเจ้าไม่สามารถนำพวกพ่อหรือปู่ของพวกเขา เข้าแผ่นดินคานาอันได้
แต่เป็นเพราะคนเหล่านั้นกบฏต่อพระเจ้า ไม่เชื่อฟังพระองค์
ทั้งที่พระองค์ทรงปกป้องดูแล และสำแดงการอัศจรรย์มากมายท่ามกล่างคนเหล่านั้นแล้วก็ตาม

การเรียนรู้ความผิดพลาดของคนในอดีต หรือตังเราเองในอดีตนั้น
ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้เราเดินผิดพลาดเหมือนอย่างในอดีตที่ผ่านมา
จึงเป็นการดีที่เราจะทบทวนความผิดพลาดของตนหรือของคนในอดีต
แล้วจดจำเพื่อหลีกเลี่ยง ไม่ทำผิดพลาดเช่นนั้นอีก

2. คนอิสราเอลไม่เชื่อฟังพระเจ้า ขึ้นไปสู้กับคนอาโมไรต์ จึงพ่ายแพ้ บาดเจ็บ ล้มตายกลับมา
พวกเขาจึงร้องไห้ต่อพระเจ้า
แต่พระเจ้าไม่ฟังเสียงของพวกเขา
ไม่ใช่เพราะว่าพระเจ้าไม่ฟังเสียงร้องของผู้ทุกข์ใจ
แต่เพราะที่เขาร้องไห้ก็เพราะเสียใจที่พ่ายแพ้
ไม่ใช่เพราะกลับใจใหม่ จึงเสียใจที่ไม่เชื่อฟังพระเจ้า

วันนี้ หากเรากำลังพ่ายแพ้ต่อศัตรู
เราสามารถร้องไห้ต่อพระเจ้าได้ และพระองค์จะทรงช่วยกู้เรา
แต่ก็เป็นการสมควรที่เราจะพิจาณาตนเองด้วยว่า เราได้จงใจดื้อดึงไม่เชื่อฟังพระเจ้า ประการหนึ่งประการใดหรือไม่จนเป็นเหตุให้เกิดความพ่ายแพ้เช่นนี้
ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น เราควรขอโทษพระเจ้า สารภาพบาปตอ่พระองค์ แล้วรับการอภัย และการเยียวยาจากพระองค์

คำคม

“ จงเรียนจากอดีต เพื่อจะไม่ผิดพลาดเหมือนอดีต ”

สรุป กันดารวิถี 36

ภาพรวม

  • กันดารวิถีบทสุดท้ายสรุปด้วยเรื่องราวของคนเผ่านมัสเสห์ ที่ทักท้วงเรื่องการได้รับมรดกที่ดินของบุตรหญิงทั้งหลายของเศโลเฟหัด

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers36-87023

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 36 เมื่อพระเจ้าทรงให้โมเสสแบ่งดินแดนให้แก่คนอิสราเอลเผ่าต่างๆ รวมทั้งเผ่าเลวีแล้ว

หัว​หน้าของ​ตระ​กูล​กิ​เล​อาด เผ่า​มนัส​เสห์​​แห่ง​พงศ์​พันธุ์​โย​เซฟ ก็มาหาโมเสส​และ​ต่อ​หน้า​พวก​ผู้​นำ กล่าวว่า
เนื่องจากพระเจ้าทรง​ให้​ยก​มร​ดก​ของ​เศ​โล​เฟ​หัด ผู้เป็นเผ่ามนัสเสห์​แก่​บุตร​หญิง​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา
ถ้า​พวก​เธอ​แต่ง​งาน​กับคน​เผ่า​อื่น​ของ​คน​อิส​รา​เอล
ส่วน​มร​ดก​ของ​พวก​เธอ​ก็​จะ​ถูก​โยก​ย้าย​ไป​เป็นของเผ่าอื่น แทนเผ่ามนัสเสห์
และ​เมื่อ​ถึง​ปี​อิสร​ภาพ มร​ดก​เหล่านั้น​ก็​จะ​ถูก​เพิ่ม​ให้​กับ​ส่วน​ของ​เผ่า​ที่​เธอ​ไป​อยู่​ด้วย

พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า
คน​เผ่า​โย​เซฟ​พูด​ถูก​ต้อง​แล้ว
ดังนั้น​บุตร​หญิง​ของ​เศ​โล​เฟ​หัด ​พวก​เธอ​จะแต่ง​งาน​กับ​ใคร​ก็​ได้​ที่​เธอ​พอ​ใจ เพียง​แต่​จะ​ต้องเป็น​คน​ภาย​ใน​ตระ​กูล​ของ​เผ่า​แห่ง​บรรพ​บุรุษ​ของ​เธอ

บุตร​หญิง​ทั้ง​หลาย​ของ​เศ​โล​เฟ​หัด​ก็​เชื่อฟังทำ​ตามทุกประการ
พวกเธอ​ต่าง​ก็​แต่ง​งาน​กับ​พวก​บุตร​ชาย​ของ​ลุง​ของ​ตน
มร​ดก​ของ​พวก​เธอจึงยัง​คง​อยู่​ใน​เผ่า​ของ​ตระ​กูล​แห่ง​บรรพ​บุรุษ​ของ​เธอ

1. เรื่อง​ราว​ของบุตร​หญิงทั้งหลาย​ของ​เศโล​เฟหัด​ (กดว. 27:1-11) ยังไม่จบ
แต่ถูกนำมากล่าวไว้ในบทสุดท้ายของพระธรรมเล่มที่ 4 ของพระคัมภีร์

คนเผ่ามนัสเสห์เริ่มเป็นกังวลว่า เผ่าของตนจะสูญเสียดินแดนให้เผ่าอื่น หากบุตรหญิงของเศโลเฟหัด เหล่านี้ ไปแต่งงานกับชายต่างเผ่า

คำทักท้วงของหัว​หน้าของ​ตระ​กูล​กิ​เล​อาด น่าประทับใจมาก
เขาทักท้วง สิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น แสดงว่า พวกเขามั่นใจอย่างยิ่งว่าจะเข้ายึดดินแดนได้อย่างแน่นอน
จึงเดือดร้อนใจที่จะสูญเสีย ทั้งที่ยังไม่ได้รับเลย
นอกจากคำทักท้วงนี้ จะแสดงถึงความเชื่อของพวกเขาแล้ว
ยังสะท้อนให้เห็นว่าพวกเขาเข้าใจธรรมบัญญัติที่พระเจ้าทรงบัญชาผ่านโมเสส ดีพอสมควรเลยทีเดียว
มีการอ้างอิงถึงสิ่งที่ต้องทำในปี​อิสร​ภาพ ที่พระเจ้าบัญชาไว้ใน ลนต. 25
ทั้งที่ตั้งแต่เกิดมา จนถึงบัดนี้ พวกเขายังไม่เคยผ่านปีอิสรภาพเลยสักครั้งเดียว
ดังนั้นจึงแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเข้าใจกฏเกณฑ์ของพระเจ้าเป็นอย่างดี

แต่สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคำทักท้วงนี้ ก็คือ ท่าทีของบรรดาบุตร​หญิง​ของ​เศ​โล​เฟ​หัด
เพื่อจะแก้ปัญหาข้อทักท้วงนี้ พระเจ้าทรงบัญชาให้พวกเธอแต่งงานกับคนในตระกูลบรรพบุรุษเท่านั้น
ปรากฏว่า พวกเธอยอมเชื่อฟังทุกประการ อย่างไม่มีเงื่อนไข
เราไม่รู้จริงๆว่า การเชื่อฟังครั้งนี้ พวกเธอแต่ละคนต้องเสียสละมากเพียงใด
บางคนอาจมีคนรักอยู่ในเผ่ามนัสเสห์แล้ว นั่นก็แล้วไป
แต่อาจมีบางคนกำลังรักกับหนุ่มเผ่าอื่นอยู่ก็เป็นได้
อย่างไรก็ดี พระคัมภีร์ระบุชัดเจนว่า พวกเธอเชื่อฟังอย่างไม่มีเงื่อนไข

บทนี้จึงเป็นบทจบที่งดงามของพระธรรมกันดารวิถี
คนอิสราเอลเชื่อและมั่นใจ ว่า พวกเขากำลังจะได้เข้ายึดดินแดนคานาอันตามที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้
พวกเขาเข้าใจธรรมบัญญัติต่างๆ เป็นอย่างดีแล้ว
และกุญแจดอกสำคัญที่พวกเขาจะได้รับตามพระสัญญา ก็คือ การเชื่อฟังพระเจ้า

คำคม

“ เราได้รับตามพระสัญญาได้ โดยความเชื่อ ”

สรุป กันดารวิถี 35

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งคนอิสราเอลว่า เมื่อเข้าไปในแผ่นดินคานาอันแล้ว ให้แบ่งเมืองให้เผ่าเลวี 48 เมือง โดยให้กำหนดเป็นเมืองลี้ภัย 6 เมือง

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers35-86820

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 35 เมื่อพระเจ้าให้โมเสสแบ่งดินแดนคะนาอันที่จะเข้ายึดครองให้เป็นมรดกแก่เผ่าต่างๆแล้ว

พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส อีกว่า
ให้คน​อิส​รา​เอล​ยก​เมือง​และ​​ทุ่ง​หญ้า​รอบๆ เมือง​จาก​มร​ดก​ที่​พวก​เขา​ได้​รับ​เป็น​กรรม​สิทธิ์​นั้น ให้แก่​คน​เลวี​​บ้าง
โดยเมืองที่จะยกให้นั้น
ให้​วัดจาก​ตัว​เมือง ออกไปทั้ง 4 ทิศ ทิศละ 900 เมตร
และ​มี​ขอบ​เขต​นับ​จาก​กำแพง​เมือง​ห่าง​ออก​ไปอีก 450 เมตร​โดย​รอบ

เมือง​ทั้ง​หมด​ที่​ยก​ให้​คน​เลวี​คือ​ 48 เมือง รวม​ทั้ง​ทุ่ง​หญ้า​ของ​เมือง​เหล่า​นั้น​ด้วย
เมืองเหล่านั้น ให้​เอา​เมือง​มาก​หน่อย​จาก​เผ่า​ใหญ่ และ​เอา​เมือง​น้อย​หน่อย​จาก​เผ่า​เล็ก

จากเมืองเหล่านั้น ให้เลือก​เป็น​เมือง​ลี้​ภัย 6 เมือง
โดยที่ 3 เมืองอยู่ในคานาอัน อีก 3 เมืองอยู่ฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน
เพื่อ​ให้​ผู้​ที่​ฆ่า​คน​โดย​ไม่​เจต​นา​หลบ​หนี​ไป​อยู่​ที่​นั่น​ได้
เพื่อ​ไม่​ให้​ผู้​ฆ่า​คน​ต้อง​ตาย​ก่อน​ที่​เขา​จะ​ยืน​ต่อ​หน้า​ชุม​นุม​ชน​และ​รับ​การ​พิพาก​ษา

กฏการพิพากษาเรื่องการฆ่าคนตายมีดังนี้
ถ้า​ใคร​ทำร้ายคน​ด้วย​เครื่อง​มือ​เหล็ก ด้วย​ก้อน​หิน​ใน​มือ​ที่​มี​ขนาด​ฆ่า​คน​ได้ หรือทำร้ายผู้อื่น​เพราะ​เป็น​ศัตรู​กัน
​จน​คน​นั้น​ตาย เขา​ก็​เป็น​ฆาต​กร ​ต้อง​ถูก​ประ​หาร​ชีวิต

ให้​ผู้​แก้​แค้น​แทน​โลหิต​ประ​หาร​ชีวิต​คน​นั้น​เมื่อ​พบ​เขา

แต่​ถ้า​ใคร​แทง​ถูก​คน​อื่น หรือขว้างถูกคนอื่น ​โดย​เป็นอุบัติเหตุ แล้ว​คน​นั้น​ตาย
แต่​เขา​ไม่​ได้​เป็น​ศัตรู และ​ไม่​ได้​มุ่ง​ทำ​ร้าย​คน​นั้น
ให้​ชุม​นุม​ชน​นำ​ตัว​เขา​กลับ​ไป​ยัง​เมือง​ลี้​ภัย​ที่​เขา​หลบ​หนี​ไป​อยู่​นั้น
ให้​เขา​อาศัย​อยู่​ที่​นั่น​จน​กว่า​มหาปุโร​หิต​ผู้​ได้​รับ​การ​เจิม​ ​จะ​ถึง​แก่​กรรม
จากนั้นเขาก็จะ​กลับ​ไป​ยัง​ที่​ดิน​ซึ่ง​เขา​ถือ​กรรม​สิทธิ์​ได้

แต่​ถ้า​เมื่อ​ไร​​คนนั้น​ออก​จาก​เขต​เมือง​ลี้​ภัย
และ​ผู้​แก้​แค้น​แทน​โลหิต​พบ​คน​นั้นเข้า แล้ว​​ฆ่าเขาเสีย ผู้ฆ่าก็​ไม่​มี​ความ​ผิด​จาก​การ​ฆ่า​คน

ฆาต​กร​ที่จะถูก​ประ​หาร​ชีวิตนั้น ต้องมีพยานมากกว่า หนึ่งคน ยืนยันความผิดของเขาก่อน
ห้ามรับเงินเพื่อไถ่ถอนความผิดของผู้​ฆ่า​คน​ที่​มี​ความ​ผิด​ถึง​ตาย เพราะ​เขา​ต้อง​ตาย​แน่​นอน
ห้าม​รับเงินเพื่อ​ไถ่ถอนความผิดของ​คน​ที่​หลบ​หนี​ไป​ยัง​เมือง​ลี้​ภัย เพื่อ​ให้​กลับ​มา​อยู่​ใน​ที่​ดิน​ของ​เขา​ก่อน​ที่​มหา​ปุโร​หิต​จะ​ถึง​แก่​กรรม
มิฉะนั้น​จะเป็นการ​ทำ​ให้​แผ่น​ดิน​ที่​เจ้า​อยู่​เป็น​มล​ทิน เพราะ​โล​หิต​ทำ​ให้​แผ่น​ดิน​เป็น​มล​ทิน
และ​ไม่​มี​อะไร​ที่​จะ​ชำระ​แผ่น​ดิน​ให้​หมด​มล​ทิน​จาก​โล​หิต​ที่​หลั่ง​ลง​บน​นั้น
นอก​จาก​โล​หิต​ของ​ผู้​นั้นที่​ทำ​ให้​โล​หิต​หลั่ง​ลง

1. เมื่อพระเจ้าประทานมรดกแก่คนอิสราเอล แล้วพระองค์ก็สั่งให้พวกเขาถวายคืนแด่พระเจ้า โดยมอบส่วนเหล่านั้นแก่คนเลวีผู้รับใช้ปรนนิบัติพระเจ้า

ซึ่งถ้าคิดเผินๆจะเห็นว่า ขั้นตอนมันยุ่งยากไป
พระเจ้าก็แค่มอบมรดกแก่คนเผ่าเลวีด้วยเลยตอนแบ่งมรดกให้คนอิสราเอลเผ่าอื่นๆ นั่นก็จบแล้ว

แต่ที่พระเจ้าทรงกระทำเช่นนั้น น่าจะเป็นเพราะ พระองค์ประสงค์ให้คนอิสราเอล รักตอบความรักที่พระองค์ทรงประทานแก่เขา
ด้วยการถวายบางส่วนที่ได้รับมาแด่พระเจ้า
เพื่อพระเจ้าจะอวยพระพรพวกเขาผู้ที่พระองค์ทรงรักให้มากยิ่งขึ้นไปอีก

เรื่องนี้เป็นหลักการเดียวกันกับการถวายสิบลดแด่พระเจ้า
ความจริงแล้ว พระพรที่เราจะได้รับนั้น คือ 9 ส่วน
แต่พระองค์ทรงประทานให้แก่เรา 10 ส่วน
เพื่อเราจะนำ 1 ส่วนนั้น มาถวายแด่พระเจ้า
เพื่อให้เรามีโอกาสตอบสนองต่อความรักที่พระองค์ทรงประทานให้แก่เรา
และเพื่อจะทรงอวยพระพรแก่เราให้มากยิ่งขึ้นไปอีก

2. พระเจ้าให้คนอิสราเอลกำหนดเมือง​ลี้​ภัย 6 เมือง โดยกระจายให้ทั่วถึงทั้ง 12 เผ่า
เพื่อให้ผู้ทำผิดคดีฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาหนีไปลี้ภัย และต้องอยู่ที่นั่นห้ามออกมา จนกว่ามหาปุโรหิตในช่วงเวลานั้นจะตายลง
เมื่อมหาปุโรหิตตายแล้ว เขาก็จะพ้นโทษ

สดด. 46:1 พระ​เจ้า​ทรง​เป็น​ที่​ลี้​ภัย​และ​เป็น​กำลัง​ของ​เรา เป็น​ความ​ช่วย​เหลือ​ที่​พร้อม​อยู่​ใน​ยาม​ยาก​ลำ​บาก

พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยแก่คนบาปอย่างเรา
และโดยการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ มหาปุโรหิตของเรา
เราจึงพ้นโทษบาปแล้ว ขอบคุณพระเจ้า

3. บาปทำให้แผ่นดินเป็นมลทิน และมลทินนั้นจะลบล้างให้หมดไป ก็โดยเลือดของคนที่ทำบาปนั้น
เมื่อเราเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์
เราอยู่ในพระองค์ และพระองค์อยู่ในเรา
ดังนั้นพระเยซูจึงเป็นตัวแทนของเราได้อย่างสมบูรณ์
การหลั่งพระโลหิตของพระเยซูคริสต์จนตายนั้น จึงถือเสมือนว่าเราได้หลั่งโลหิตทั้งหมด ชำระมลทินแล้ว
ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่มีบาปอีกต่อไป เพราะพระเยซูทรงรับโทษบาปแทนเราทั้งสิ้นแล้ว
ขอบคุณพระเยซู

คำคม

“ เพราะพระเยซูทรงเป็นที่ลี้ภัยของเรา เราจึงปลอดภัยอย่างแน่นอน ”

สรุป กันดารวิถี 34

ภาพรวม

  • พระเจ้าให้โมเสส กำหนดให้ 12 คน เป็นผู้ดำเนินการแบ่งดินแดนคานาอันให้คนอิสราเอล ทั้งที่พวกเขายังไม่ได้เข้าสู่แผ่นดินคานาอันเลย

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 34 เมื่อโมเสสย้ำคนอิสราเอลเรื่องการไล่ชาวแผ่นดินคานาอันออกไปจากแผ่นดิน เมื่อพวกเขาเข้ายึดครองแผ่นดินคานาอันแล้ว

พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ ให้บอกคนอิสราเอล ถึงขอบเขตดินแดนที่เขาจะเข้ายึดครอง ดังนี้
ทาง​ใต้​ จาก​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ศิน​ เริ่ม​จาก​ปลาย​ทะเล​ตาย​ทาง​ด้าน​ตะวัน​ออก ไปถึงคา​เดช​บาร​เนีย และ​เลย​ไป​ถึงอัส​โมน ​ไป​สิ้น​สุด​ที่​ทะเล

ทาง​ตะวัน​ตก​ ไปถึง​ทะเล​ใหญ่​และ​ฝั่ง​ทะเล​นั้น

ทางเหนือ จาก​ทะเล​ใหญ่​เรื่อย​ไป​ถึง​ภูเขา​โฮร์ ​เรื่อย​ไป​จน​ถึง​ทาง​เข้า​เมือง​ฮา​มัท ไป​สิ้น​สุด​ที่​ฮา​ซา​เอ​นัน

ทาง​ตะวัน​ออก​ จาก​ฮา​ซา​เอ​นัน ​ถึง​ไหล่​ทะเล​คิน​เน​เรท​ทาง​ด้าน​ตะวัน​ออก และ​ลง​มา​ถึง​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​ไป​สิ้น​สุด​ที่​ทะเล​ตาย

นี่​เป็น​แผ่น​ดิน​ ซึ่ง​พระเจ้าทรง​มอบ​แก่​ 9 ​เผ่า​ ครึ่ง​
เพราะ​ว่า​เผ่า​รูเบน ​เผ่า​กาด​ตาม​สกุล และเผ่า​มนัส​เสห์​ครึ่ง​เผ่า​ได้​รับ​มรดก​ที่​ฟาก​แม่​น้ำ​จอร์​แดนแล้ว

พระเจ้าสั่ง​โมเสส​ว่า ให้กำหนดบุคคลต่อไปนี้ เป็นผู้แบ่งมรดก
1. ​เอ​เล​อา​ซาร์​ปุ​โร​หิต
2. โย​ชู​วา​บุตร​นูน
3.​ คา​เลบ ​จาก​เผ่า​ยูดาห์
4. ซา​มู​เอล​ จาก​เผ่า​สิ​เม​โอน
5. เอลี​ดาด ​จาก​เผ่า​เบน​ยา​มิน
6. บุค​คี​ จาก​เผ่า​ดาน
7. ฮัน​นี​เอล​ จาก​เผ่า​มนัส​เสห์
8. เค​มู​เอล จาก​เผ่า​เอฟ​รา​อิม
9. เอลี​ซา​ฟาน​ จากเผ่า​เศ​บู​ลุน
10. ปัล​ที​เอล จาก​เผ่า​อิส​สา​คาร์
11. อา​หิ​ฮูด จาก​เผ่า​อา​เชอร์
12. เป​ดา​เฮล​ จากเผ่า​นัฟ​ทาลี

1. พระเจ้าได้บอกขอบเขตของดินแดนที่พระเจ้าจะยกให้กับคนอิสราเอลอย่างชัดเจน เพื่อพวกเขาจะแบ่งสรรปันส่วนกันได้
แล้วพระองค์ก็ กำหนด เอเลอาซาร์ปุโรหิต และ โยชูวา กับตัวแทนจาก 10 เผ่า ไม่รวมมนัสเสห์และกาด ให้พวกเขาทำหน้าที่ในการจัดแบ่งดินแดนคานาอันตามขอบเขตที่ทรงตรัสนั้น

เรื่องนี้ต้องใช้ความเชื่ออย่างมากทีเดียว
คนอิสราเอล กำลังแบ่งดินแดนคานาอัน ที่ ณ วันนั้น พวกเขายังไม่ได้ข้ามแม่น้ำจอร์แดน เพื่อเข้าสู่คานาอันด้วยซ้ำไป
แต่กลับมาจับสลากแบ่งดินแดน ราวกับว่าได้ยึดครองเรียบร้อยแล้ว

สำหรับมนุษย์การได้รับมาแล้ว กับ การกำลังจะได้รับนั้น แตกต่างกันอย่างมาก เพราะว่าอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน
แต่สำหรับพระเจ้าแล้ว ไม่แตกต่างกันเลย เพราะทุกอย่างที่พระองค์ตรัสจะเป็นจริงอย่างแน่นอน
ทุกอย่างที่ทรงสัญญาจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

วันนี้ เมื่อเรามองดูพระสัญญาของพระเจ้าในพระคัมภีร์ หากเรามองตามสายตาแบบมนุษย์ทั่วไป เราจะเต็มไปด้วยความสงสัย แคลงใจ หวาดกลัว ลุ้นจนตัวโก่ง หรืออะไรทำนองนี้
แต่ถ้าเรามองพระสัญญาของพระเจ้า ด้วยสายตาฝ่ายวิญญาณ ด้วยสายตาแห่งความเชื่อ
เราจะปฏิบัติต่อสิ่งที่ยังไม่ได้รับนั้น ราวกับว่าได้รับมาเรียบร้อยแล้ว
เพราะความเชื่อดึงอนาคตมาสู่ปัจจุบัน

2. ในบทนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความชื่นชมยินดีและน่าตื่นเต้น สำหรับคนอิสราเอล
เพราะพวกเขากำลังได้รับมรดกส่วนแบ่งในดินแดนแห่งพระสัญญา ที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์ ดินแดนที่องุ่น 1 พวง ต้องใช้ 2 คนหาม

แต่น่าเสียดายที่ การแบ่งนี้ เผ่าสิเมโอน เผ่ากาด และเผ่ามนัสเสห์ครึ่งเผ่า ไม่มีส่วนในครั้งนี้
เพราะพวกเขาเลือก ชิงสุกก่อนห่าม
เลือกเอาดินแดนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน ที่เห็นอยู่ตรงหน้า
แทนที่จะเลือก รอรับตามพระสัญญาของพระเจ้า

จงรอคอยพระสัญญาของพระเจ้า เพราะพระองค์ไม่เคยทำให้ผู้ที่วางใจในพระองค์สุดหัวใจต้องผิดหวังเลย

คำคม

“ ความเชื่อดึงอนาคต มาสู่ปัจจุบัน ”

สรุป กันดารวิถี 33

ภาพรวม

  • โมเสสได้บันทึกสถานที่ต่างๆที่คนอิสราเอลได้ตั้งค่ายตลอด 40 ปี ที่ผ่านมา และได้เตือนคนอิสราเอลว่า เมื่อพวกเขาเข้าในแผ้นดินคานาอันแล้ว ให้ขับไล่ชาวแผ่นดินคานาอันออกไปให้หมด มิฉะนั้นจะเป็นอันตรายต่อคนอิสราเอลเอง

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers33-86526

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 33 หลังจากที่เผ่ารูเบนและเผ่ากาด มาขอเข้ายึดครองในดินแดนกิเลอาด ดินแดนฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนแล้ว

โมเสสได้บันทึก ​การ​เดิน​ทาง​ของ​คน​อิส​รา​เอล ตั้งแต่​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์ ไว้ว่า

คนอิสราเอล​ออก​เดิน​ทาง​จาก​ รา​เม​เสส​ ​เดือน​แรก คือ​ใน​วัน​ที่​ 15 ​ของ​เดือนที่ 1 หลัง​วัน​ปัส​กา​หนึ่ง​วัน
เมื่อออก​จาก เมือง​รา​เม​เสส แล้ว​ คนอิสราเอลได้หยุดตั้งค่าย ตามสถานที่ต่างๆตลอด 40 ปี ดังนี้
1. สุค​คท
2. เอ​ธาม​ ซึ่ง​อยู่​ชาย​แดน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร
3. ​ปิ​หะ​หิ​โรท​ หน้าทะเลแดง
4. มา​ราห์ ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​เอ​ธาม
5. เอ​ลิม​ ซึ่งมี​น้ำ​พุ 12 แห่ง​และ​ต้น​อินท​ผลัม 70 ต้น
6. ริมทะเล​แดง
7. ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​สิน
8. ​โดฟคาห์
9. ​อา​ลูช
10. ​เร​ฟี​ดิม ซึ่งที่​นั่น​ไม่​มี​น้ำ​ให้​ประ​ชา​ชน​ดื่ม
11. ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ซีนาย ซึ่งโมเสสขึ้นไปรับบัญญัติ 10 ประการบนภูเขาซีนาย
12. ขิบ​โรท​หัท​ธา​อา​วาห์
13. ​ฮา​เซ​โรท
14. ริท​มาห์
15. ​ริม​โมน​เป​เรศ
16. ​ลิบ​นาห์
17. ริส​สาห์
18. เค​เฮ​ลา​ธาห์
19. ​ภูเขา​เช​เฟอร์
20. ​ฮา​รา​ดาห์
21. ​มัก​เฮ​โลท
22. ​ทา​หัท
23. ​เท​ราห์
24. ​มิท​คาห์
25. ​ฮัช​โม​นาห์
26. โม​เส​โรท
27. เบ​เน​ยา​อะ​คัน
28. ​โฮร์​ฮัก​กีด​กาด
29. โยทบาธาห์
30. ​อับ​โร​นาห์
31. ​เอ​ซี​โอน​เก​เบอร์
32. ​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ศิน ที่ ​คา​เดช
33. ​ภูเขา​โฮร์ ริม​แผ่น​ดิน​เอ​โดม ซึ่งอาโรน เสียชีวิตที่นั่นด้วยวัย 123 ปี ใน​วัน​ที่​ 1 ​เดือน​ที่ 5 ปี​ที่ 40 ​นับ​ตั้ง​แต่​วัน​ที่​คน​อิส​รา​เอล​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์
34. ศัล​โม​นาห์
35. ​ปู​โนน
36. ​โอ​โบท
37. อิ​เย​อา​บา​ริม ​ใน​ดิน​แดน​โมอับ
38. ​ดี​โบน​กาด
39. อัล​โมน​ดิบ​ลา​ธา​อิม
40. ภูเขา​อา​บา​ริม​ ที่​หน้า​เนโบ
41. ที่​ราบ​โมอับ​ริม​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​ ตรง​ข้าม​เมือง​เย​รี​โค
โดยตั้ง​ค่าย​พัก​อยู่​ริม​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​ ตั้ง​แต่​เบธ​เย​ชิ​โมท​ ไป​จน​ถึง​ อา​เบล​ชิท​ธิม

ณ ที่​นั่น พระเจ้าตรัสกับโมเสส ให้ย้ำกับคนอิสราเอลว่า
เมื่อ​พวก​เขา​ข้าม​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​ เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดิน​คา​นา​อันแล้ว
ให้ขับ​ไล่​ชาว​เมืองออก​ไป​ให้​หมด​ และ​ทำลาย​รูป​เคารพ​​​ให้​หมด
และ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​จง​ยึด​ครอง​แผ่น​ดิน แล้ว​เข้า​ไป​อาศัย​อยู่​ใน​นั้น
เพราะพระเจ้า​ได้​ยกแผ่น​ดิน​นั้น ให้​เป็น​กรรม​สิทธิ์​ของ​พวก​เขาแล้ว

ให้พวกเขา​แบ่ง​มร​ดก​ที่​ดิน​นั้น​ ด้วย​การจับฉลาก​ตาม​ตระ​กูล​ของ​เจ้า
เผ่า​ใหญ่ ได้มร​ดก​ก้อน​ใหญ่ เผ่า​เล็ก ได้มรดก​ก้อน​เล็ก

แต่ถ้า​พวกเขา​ไม่​ขับ​ไล่​ชาว​แผ่น​ดิน​นั้น​ออก​ไป​
คนเหล่านั้น​จะ​เป็น​เหมือน​ผง​ใน​ตา​ของ​พวกเขา
และ​จะ​เป็น​เหมือน​หนาม​ยอก​อก​ของ​พวกเขา
และ​คนเหล่านั้น​จะ​รัง​ควาน​พวก​เขา​
ใน​แผ่น​ดิน​ที่​พวกเขา​เข้า​ไป​​อยู่​นั้น
และพระเจ้าจะ​ทำ​กับ​พวก​เขา เหมือน​ดัง​ที่​ทรง​คิด​จะ​ทำ​กับชาวแผ่นดินนั้น

1. เมื่อคนอิสราเอลออกจากอียิปต์และวนเวียนในถิ่นทุรกันดาร นานถึง 40 ปี ย้ายไปตั้งค่าย ราว 41 แห่ง มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย
ในที่สุด เขาก็มาถึงริมแม่น้ำจอร์แดน ตรงข้ามกับเมืองเยรีโค เตรียมพร้อมสำหรับการข้ามแม่น้ำเพื่อจะเข้าสู่ดินแดนแห่งพระสัญญา

ความจริงแล้วการเดินทางจะใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนก็จะเข้าสู่แผ่นดินคานาอันได้ แต่เพราะพวกเขาไม่เชื่อ จนสะท้อนออกมาเป็นการไม่เชื่อฟัง จึงต้องวนเวียยนในถิ่นทุรกันดารนานถึง 40 ปี

การไม่เชื่อของเรา ซึ่งจะส่งผลออกมาเป็นการไม่เชื่อฟังพระเจ้า
จะส่งผลทำให้พระพรที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมให้เราถูกเลื่อนเนิ่นนานออกไป หรืออาจจะถึงขั้นไม่ได้รับพระพรที่ทรงจัดเตรียมไว้นั้นก็เป็นได้

จงเชื่อวางใจในพระเจ้าเถิด เชื่อจริงๆจนสะท้อนออกมาเป็นการเชื่อฟัง

2. พระเจ้าเตือนคนอิสราเอลให้ไล่ชาวแผ่นดินคานาอันออกไปให้หมด
ไม่ได้ให้ฆ่าให้หมดในทุกเมือง แค่ไล่ไปให้หมด
เพราะหากไม่ไล่พวกเขาไป พวกเขาจะสร้างปัญหาให้แก่คนอิสราเอล
จะชักจูงคนอิสราเอลให้ทำสิ่งชั่วร้ายเหมือนพวกเขา เช่นเอาเด็กทารกมาเผาบูชายันต์แก่รูปเคารพ
แล้วในที่สุด คนอิสราเอลเอง จะถูกขับไล่ออกจากแผ่นดินนี้ เหมือนอย่างที่พระเจ้าทรงขับไล่คนคานาอันออกไปจากแผ่นดินในครั้งนี้

การเก็บรักษาเชื้อบาปเอาไว้ในชีวิตหรือไว้ใกล้ตัว
ในที่สุดมันจะชักนำให้เรา จมลงในบาปมากขึ้นๆ
แล้วจะทำให้เราสูญเสียพระพรที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้สำหรับเรา

อย่าอะลุ่มอล่วยหรือประณีประนอมกับบาป แม้มันจะดูเหมือนเป็นบาปเพียงเล็กๆน้อยๆก็ตาม

คำคม

“ อย่าเก็บเชื้อบาปเอาไว้ เพื่อจะไม่สร้างภัยในภายหน้า ”

สรุป กันดารวิถี 32

ภาพรวม

  • คนเผ่ารูเบนและเผ่ากาด มาขอโมเสส ให้พวกเขายึดครองดินแดนฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน โดยพวกเขาไม่ต้องการส่วนแบ่งในดินแดนคานาอัน

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers32-86399

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 32 หลังจากเหตุการณ์แก้แค้นคนมีเดียนแล้ว

คนเผ่ารูเบน​และ​​กาด ​มี​ฝูง​ปศุ​สัตว์​เป็น​จำนวน​มาก​ พวกเขา​​เห็น​แผ่น​ดิน​ยา​เซอร์ และ​แผ่น​ดิน​กิ​เล​อาด​ เป็น​ที่​เหมาะ​กับ​ฝูง​ปศุ​สัตว์
พวกเขาจึง​มา​หา​โมเสส เอ​เล​อา​ซาร์​ปุโร​หิต​และ​บรรดา​ผู้​นำ​ของ​ชุม​นุม​ชน​
เพื่อขอแผ่นดินฝากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน
พวกเขาไม่ต้องการแผ่นดินคานาอัน คือ แผ่นดินฟากตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน

โมเสส​จึงพูด​กับ​พวกเขา ​ว่า พวกเขาจะทิ้งพี่น้องไม่ไปร่วม​ทำ​สง​คราม​ด้วยกันกับพี่น้องหรือ?
การทำเช่นนั้นจะทำให้ใจิต​ใจ​ของ​คน​อิส​รา​เอล​ท้อ​แท้​ ไม่อยากที่​จะ​ยก​ข้าม​ไป​ยัง​แผ่น​ดิน​ที่​พระ​เจ้าได้​ประ​ทาน​แก่​พวก​เขา​แล้ว
รุ่นพ่อ​ของ​พวก​เขาทำ​เช่น​นั้นมาก่อน
เมื่อ​ข้าพ​เจ้า​ใช้​พวก​เขา​จาก​คา​เดช​บาร​เนีย​ให้​ไป​สอด​แนม​ดู​แผ่น​ดิน​นั้น
คือ​ทำ​ให้​จิต​ใจ​ของ​คน​อิส​รา​เอล​ท้อ​แท้​ ไม่อยากที่​จะ​ยก​เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดิน​คานาอัน
จึงทำให้พวกเขาไม่ได้เข้าแผ่นดินนั้น ต้องวนเวียนในถิ่นทุรกันดารถึง 40ปี
จนเหลือแต่ ​คาเลบ และ​โย​ชู​วา​ เพราะ​ว่า​เขา​ทั้ง​สอง​ติด​ตาม​พระ​เจ้าอย่าง​สุด​ใจ

ดังนั้นการทำให้คนอิสราเอลท้อใจเช่นนี้ ​จะ​ทวี​พระ​พิโรธ​ของ​พระ​เจ้าต่อ​อิส​รา​เอล​ให้​มาก​ยิ่ง​ขึ้น
เพราะ​ว่า​ถ้า​คนอิสราเอลหัน​จาก​การ​ติด​ตาม​พระ​เจ้า
พระ​องค์​จะ​ทรง​ทอด​ทิ้ง​พวกเขา​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​อีก
จึงเรียกได้ว่าคนรูเบนและกาด ได้​​ทำ​ลาย​ชน​ชาติ​อิสราเอลทั้ง​หมด

พวกเขาจึงตอบโมเสส ​ว่า
พวกเขาจะให้ลูกและภรรยาอยู่ที่นี่ ส่วนพวก​เขาจะ​ถือ​อา​วุธ​ไป​เป็นกองหน้า​ ร่วมรบด้วยกันกับคน​อิส​รา​เอล จน​กว่า​คนอิสราเอลจะไป​ถึง​ที่​อยู่​ขอ​งตน
พวกเขา​จะ​ไม่​กลับ​บ้าน​จน​กว่า​คน​อิส​รา​เอล​จะ​ได้​รับ​มร​ดก​ของ​ตน

โมเสสจึงยอมตกลง
และเตือนว่า ถ้า​พวกเขาไม่​ทำ​ตามสัญญานี้ พวกเขา​ก็​ทำ​บาป​ต่อ​พระ​เจ้า
จง​รู้​แน่​เถิด​ว่า บาป​ของ​พวกเขาจะ​ตาม​ทัน

โมเสส​จึงมอบ​ดิน​แดน​​แผ่น​ดิน​กิ​เล​อาดแก่​คน​เผ่า​กาด แก่​คน​เผ่า​รูเบน​และ​แก่​คน​ครึ่ง​เผ่า​ของ​เผ่า​มนัส​เสห์​

1. หลังจากที่คนอิสราเอลรบชนะ กษัตริย์​สิโหน​คน​อา​โม​ไรต์ และ​โอก​กษัตริย์​แห่ง​บา​ชาน และ​เมือง​ต่างๆ ​ที่​อยู่​โดยรอบ​แล้ว คนรูเบนและกาดซึ่งเป็นเผ่าที่มีปศุสัตว์จำนวนมาก จึงเห็นโอกาสที่จะเข้ายึดครองเพื่ออาศัยอยู่ในแผ่นดินนั้น โดยไม่ต้องการส่วนแบ่งในแผ่นดินคานาอันอีกต่อไป

พวกเขาจึงได้รับดินแดนที่ดีอย่างดินแดนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนไป
แต่หมดโอกาสที่จะได้รับส่วนแบ่งในดินแดนที่ดีที่สุด คือดินแดนคานาอัน ที่อยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน

สิ่งที่ดี จะเป็นศัตรูกับสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ

แน่นอนการเข้ายึดแผ่นดินคานาอัน อาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน เท่ากับเข้ายึดดินแดนที่รบชนะมาแล้ว
แต่ความจริงแล้ว การที่พระเจ้าได้สัญญาว่า
คนอิสราเอลจะได้รับแผ่นดินคานาอัน มันจะเป็นจริงแน่นอน
มันแน่นอนยิ่งกว่าดินแดนที่ยึดได้แล้วเสียอีก เพราะที่ยึดได้แล้วอาจโดนยึดคืนก็เป็นได้

บางคนเลือกทำแบบเผ่ารูเบน เผ่ากาด และมนัสเสห์ครึ่งเผ่า (ครึ่งเผ่านี้เห็น 2 เผ่าขอโมเสสได้สำเร็จ จึงขอมาแจมด้วย) คือ เลือกเอาที่ได้แน่ๆก่อนดีกว่า
เหมือนสำนวนไทยว่า เลือก สิบเบี้ยใกล้มือ เอาไว้ก่อนดีกว่า

การเลือกสิ่งที่พระเจ้าไม่ได้เลือกให้ อาจทำให้เราได้รับก็จริง
แต่จะทำให้เราสูญเสียสิ่งที่พระเจ้าจัดเตรียมไว้ให้แก่เรา

2. โมเสสบอกคนเผ่ารูเบนและเผ่ากาด ว่า ถ้าพวกเขาทำให้คนอิสราเอลท้อใจ ไม่ยอมเข้าแผ่นดินคานาอัน พวกเขาก็จะอดเข้า แต่จะถือว่าคนเผ่ารูเบนและเผ่ากาด ได้เป็นผู้ทำลายคนอิสราเอลทั้งหมด

ผู้ที่ทำให้ผู้อื่นท้อใจ จนไม่ต้องการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าอีกต่อไป
ผู้นั้นนับได้ว่าเป็นผู้ทำลายผู้อื่น

ตรงกันข้าม ผู้ที่หนุนใจผู้อื่นให้ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
ผู้นั้นนับได้ว่าเป็นผู้ช่วยเหลือผู้อื่นอย่างแท้จริง

วันนี้ เราได้ทำอะไรให้คนอื่นท้อใจหรือเปล่า?
วันนี้ เราได้ทำอะไรบ้างเพื่อให้ผู้อื่นทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้ามากยิ่งขึ้น?

คำคม

“ เลือกที่ดูเหมือนดีวันนี้ อาจพลาดสิ่งที่ใช่ในวันหน้า ”

สรุป กันดารวิถี 31

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอลไปแก้แค้นคนมีเดียนเพื่อพระเจ้า เพราะพวกมีเดียนใช้แผนชั่วล่อลวงคนอิสราเอลให้ละทิ้งพระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers31-86275

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 31 หลังจากที่โมเสสย้ำให้คนอิสราเอลรักษาคำสัญญาหรือทำบนบานที่ทำไว้กับพระเจ้าแล้ว

พระเจ้าก็ตรัส​สั่ง​โมเสส​ ให้แก้​แค้น​คน​มีเดียน​เพื่อ​คน​อิส​รา​เอล ก่อนที่เขา​จะ​จาก​โลกนี้ไป​

​โมเสส​จึงให้ คนอิสราเอล​เตรียม​คนและพร้อม​​อาวุธ​ให้พร้อมเพื่อ​ทำ​สง​คราม ​สู้​กับ​พวก​มี​เดียน เพื่อ​แก้​แค้น​คน​มี​เดียน​ให้​กับ​พระ​เจ้า

โมเสสให้แต่ละเผ่าส่งคนมาเผ่าละ 1,000 คน
ดัง​นั้น​เขา​จึง​รวมคนพร้อมอาวุธได้ 12,000 คน
แล้ว​โมเสส​ก็ส่งพวกเขาออก​ไป​ทำ​สง​คราม กับคนมีเดียน
โดยมี ​ฟี​เน​หัส​บุตร​เอเล​อา​ซาร์​ปุโร​หิต​ และ​เครื่อง​ใช้​บริ​สุทธิ์ และ​มี​แตร​ปลุก​ไปด้วย

พวกเขารบชนะ​คน​มีเดียน ​ฆ่า​ผู้​ชาย​หมด​ทุก​คน และฆ่ากษัตริย์ทั้ง 5 ของมีเดียน ได้แก่ ​เอวี เร​เคม ศูร์ เฮอร์​และ​เรบา​ และ​พวกเขา​ประ​หาร​บา​ลา​อัม​ ​ด้วย​ดาบ

คน​อิส​รา​เอล​จับ​สตรี​ ​กับ​พวก​เด็กๆ รวม​ทั้ง​กวาด​เอา​ฝูง​สัตว์​เลี้ยง และ​ข้าว​ของ​ทั้ง​หมด​ ของคน​มีเดียน​มา​​เป็น​ของ​ริบ
แล้ว​เอา​ไฟ​เผาเมือง​​และ​ค่าย​พัก​ทั้ง​หมด​ของ​คนมีเดียน

แล้ว​พวก​เขา​นำ​​เชลย​และ​ทรัพย์​สิน​ที่​ชิง​มา​ได้ ​มา​ยัง​โมเสส ​ ที่​ค่าย​พัก ณ ที่​ราบ​โมอับ​ริม​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​ตรง​ข้าม​เมือง​เย​รี​โค
โมเสส เอ​เล​อา​ซาร์​ปุโร​หิต และ​บรรดา​ผู้​นำ​ของ​ชุม​นุม​ชน​ออก​ไป​ต้อน​รับพวกเขา

​โมเสส​โกรธ​พวก​เขา ที่​ไว้​ชีวิต​ผู้​หญิง​ทั้ง​หมดของมีเดียน ทั้งที่หญิง​เหล่า​นี้​ทำ​ให้​คน​อิส​รา​เอล​หลง​ทำ​ผิด​ต่อ​พระ​เจ้าใน​เรื่องพระบาอัล​เป​โอร์ จนมีภัย​พิบัติ​กิด​ขึ้น​ท่าม​กลางคนอิสราเอล

โมเสสจึงสั่งให้ประ​หาร​เด็ก​ผู้​ชาย​ทุก​คน และ​ประ​หาร​ผู้​หญิง​ทุก​คน​ซึ่ง​เคย​ร่วม​หลับ​นอน​กับ​ผู้​ชาย
แต่​ให้​เหลือ​หญิง​สาว​ที่​ยัง​ไม่​เคย​ร่วม​หลับ​นอน​กับ​ผู้​ชาย​ สำหรับ​พวกเขาเอง

โมเสสให้พวกเขา​พัก​อยู่​ภาย​นอก​ค่าย​ 7 ​วัน เพราะได้​ฆ่า​คน หรือแตะ​ต้อง​ศพ ​
และให้​ชำระ​ตัว​และ​ชำระ​เชลย​ของ​ตน​ใน​วัน​ที่​ 3 ​และ​วัน​ที่​ 7
รวมทั้ง​ชำระ​เครื่อง​แต่ง​กาย และ​เครื่อง​ใช้​ต่างๆด้วย

พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ ให้แบ่งทั้ง​คน​และ​สัตว์​ที่​ยึด​ได้ ดังนี้
แบ่ง​เป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งให้​พวก​ทหาร​ที่​ออก​ไปรบ และ​อีก​ส่วน​หนึ่งให้​ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด​

ส่วนของพวก​ทหาร​ที่​ออก​ไปรบ ให้​ชัก 1 ใน​ 500 ​มอบ​ให้​แก่​เอ​เล​อา​ซาร์​ปุโร​หิต​
​ส่วน​ของชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด​ ให้​ชัก​ 1 ใน 50 มอบ​ให้​แก่​คน​เลวี​

สิ่ง​ที่​ทหาร​ยึด​ได้​นั้น คือ แกะ 675,000 ตัว โค 72,000 ตัว ลา 61,000 ตัว ผู้​หญิง​ที่​ยัง​ไม่​เคย​ร่วม​หลับ​นอน​กับ​ผู้​ชาย​ 32,000 คน

บรรดา​นาย​ทหารได้มารายงานโมเสส​ว่า ไม่​มีทหารอิสราเอลเสียชีวิตเลยแม้แต่​คน​เดียว
แล้วพวกนายทหารก็นำ เครื่องประดับที่​ทำ​ด้วย​ทอง​คำมา​ถวาย​แด่​พระ​เจ้ามี​น้ำ​หนัก​รวม 200 กิโล​กรัม

1. คนมีเดียนร่วมมือกับบาลาค ตามคำแนะนำของบาลาอัม ส่งผู้หญิงเข้ามาล่วงประเวณีกับคนอิสราเอล เพื่อชักชวนให้คนอิสราเอลทรยศพระเจ้า จนเกิดภัยพิบัติขึ้น จนมีคนอิสราเอลเสียชีวิตถึง 24,000 คน

พระเจ้าจึงสั่งให้โมเสสส่งทหารไปแก้แค้นคนมีเดียนเพื่อพระเจ้า เพราะการกระทำของพวกเขาเป็นการลบหลู่พระเจ้าอย่างยิ่ง

เมื่อทหารอิสราเอลรบชนะกลับมาได้นำผู้หญิงและเด็กกลับมาด้วย
ตามปกติ ในการรบของคนอิสราเอล พระเจ้าสั่งให้ไว้ชีวิต ผู้หญิงและเด็ก
ปรากฏใน ฉธบ. 20:14
“แต่​พวก​ผู้หญิง​และ​เด็ก ฝูง​สัตว์​และ​ทุก​สิ่ง​ใน​เมือง​นั้น คือ​ของ​ที่​ริบ​ไว้​ทั้ง​หมด​ท่าน​จง​ยึด​เอา​เป็น​ของ​ตน ท่าน​จง​บริ​โภค​ของ​ที่​ริบ​มา​จาก​ศัตรู​ของ​ท่าน ซึ่ง​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ประ​ทาน​แก่​ท่าน”

แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เหมือนสงครามทั่วไป
ครั้งนี้เป็นการพิพากษาของพระเจ้า เหนือชนชาติมีเดียน
เหมือนตอนที่การพิพากษาโสโดมและโกโมราห์
เมื่อการพิพากษามาถึง ไม่มีใครรอดชีวิตได้สักคนเดียว (ปฐก.19)

คนมีเดียนใช้แผนชั่ว ล่อลวงให้คนอิสราเอลทรยศพระเจ้า
เปรียบเสมือนกับ เป็นโจรลักพาตัว มาขโมยลูกของพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด
โดยปราศจากความเกรงกลัวพระองค์ พวกเขาไม่แคร์เลยว่าพระเจ้าพิโรธหรือไม่

การทำให้ลูกของพระเจ้า ที่พระองค์รักสุดหัวใจ สะดุดหรือละทิ้งพระองค์
เป็นสิ่งที่จะนำพระพิโรธอย่างใหญ่หลวงของพระเจ้ามาถึง
ในทางตรงกันข้าม
การนำลูกของพระเจ้า ที่พระองค์รักสุดหัวใจ กลับมาหาพระองค์
เป็นสิ่งที่จะนำความชื่นชมยินดีมาสู่พระองค์มากเพียงใด และจะนำพระพรใหญ่ยิ่งมาถึงผู้นั้นขนาดไหน

2. คน​อิสราเอล​สามารถ​ นำหญิง​สาว​ที่​ยัง​ไม่​เคย​ร่วม​หลับ​นอน​กับ​ผู้​ชาย ​มา​เป็น​ทาส​หรือ​เป็น​ภรรยา​ของตนได้
ถ้า​จะ​นำ​มา​เป็น​ภรรยา ​ต้อง​ทำ​ตาม​เงื่อนไข​ที่​ปรากฏ​ใน ฉธบ. 21:10-14 คือ ห้ามเอาเปรียบนางหรือทำกับนางเยี่ยงทาส
กฏเกณฑ์ของพระเจ้า เข้มงวด ยุติธรรม แต่ก็เปี่ยมไปด้วยพระเมตตา

3. พวกทหารทำตามคำสั่งของพระเจ้าไปออกรบจนได้ชัยชนะกลับมา พร้อมได้ของริบมากมาย ถือเป็นผลงานยิ่งใหญ่
แต่พระเจ้ายังคงให้พวกเขา รักษากฏเกณฑ์เรื่องมลทินจากการแตะต้องศพ
พวกเขายังคงต้องกักตัวนอกค่าย 7 วัน และทำการชำระมลทิน

ไม่ว่าเราจะประสบความสำเร็จในการรับใช้พระเจ้ายิ่งใหญ่สักเพียงใดก็ตาม
ก็ไม่สามารถนำมาเป็นเงื่อนไข ผ่อนปรน ไม่ต้องปฏิบัติตามกฏเกณฑ์ของพระเจ้าได้

ไม่ว่าสำเร็จมากแค่ไหนก็ตาม ยังคงต้องรักษากฏเกณฑ์ของพระเจ้า

4. พระเจ้าสั่งให้ทหารที่ได้ของริบมา นำของบางส่วนมาถวายแด่พระเจ้า
เพื่อให้พวกเขาระลึกว่า ความสำเร็จของพวกเขานี้ ได้มาจากพระเจ้า
แต่เนื่องจากพระเจ้าผู้เป็นเจ้าของสรรพสิ่ง ไม่จำเป็นต้องรับสิ่งใดจากพวกเขา
พระองค์จึงสั่งให้พวกเขา มอบแด่ผู้รับใช้พระเจ้า อย่างปุโรหิตและเลวี ผู้ปรนนิบัติรับใช้พระองค์แทน

การถวายแด่พระเจ้า เป็นการประกาศว่า ความสำเร็จหรือสิ่งที่เราได้รับมานี้ เป็นเพราะการอวยพรจากพระเจ้า

คำคม

“ พระเจ้าสุดหวงแหน ลูกของพระองค์อย่างเราทั้งหลาย ”

สรุป กันดารวิถี 30

ภาพรวม

  • โมเสสสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับการที่คนอิสราเอลต้องรักษาคำสาบานหรือคำสัญญา ทั้งชายและหญิง

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers30-86166

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 30 เมื่อโมเสสย้ำคนอิสราเอลเกี่ยวกับการถวายเครื่องบูชาตามเทศกาลต่างๆแล้ว

โมเสส​ก็ย้ำบรรดา​หัว​หน้า​เผ่า​ของ​คน​อิส​รา​เอล​ เกี่ยวกับการสาบานว่า

สำหรับผู้ชาย
เมื่อ​ชาย​คน​ไหน​บน​ไว้​กับ​พระ​เจ้า หรือ​สา​บาน​ผูก​มัด​ตัว​เอง​ด้วย​คำ​สัญ​ญา​อย่าง​ใด​อย่าง​หนึ่ง
ก็​อย่า​ให้​เขา​เสีย​วาจา
เขา​จะ​ต้อง​ทำ​ตาม​คำพูด​ทุก​คำของ​เขา

สำหรับผู้หญิง
​เมื่อ​หญิง​คน​ไหน​บน​ไว้​กับ​พระ​เจ้า และ​ผูก​มัด​ตัว​เอง​ไว้​ด้วย​คำ​สัญ​ญา​อย่าง​ใด​อย่าง​หนึ่ง
– ถ้าพ่อ​หรือสามี(กรณีที่เธอแต่งงานแล้ว)ได้​ยิน​คำ​ที่​เธอ​บนหรือสัญญาอะไร​ไว้ แล้วเขาไม่​ได้​พูด​อะไร​กับ​เธอ
ก็​ให้​คำ​ที่​บน​หรือคำสัญญา​นั้น​คง​อยู่
– แต่​ถ้าพ่อ​หรือสามี(กรณีที่เธอแต่งงานแล้ว) คัด​ค้าน​ใน​วัน​ที่​เขา​ได้​ยิน
คำบน​และ​คำ​สัญ​ญา​ทั้งหมด ​ก็​จะ​เป็น​โมฆะ และ​พระ​เจ้าจะ​ทรง​ให้​อภัย​เธอ เพราะพ่อ​หรือสามีของ​เธอ​คัด​ค้าน​เธอ​ไว้

– หากเธอเป็น​แม่​ม่าย​หรือ​หญิงที่​หย่า​ร้าง​
คำบนหรือคำสัญญา ย่อม​ผูก​มัด​ตัว​นางไว้ จนกว่าจะทำตามคำบนหรือคำสัญญานั้น

– กรณีที่หญิงที่แต่งงานแล้ว สามีได้ยินคำบนหรือคำสัญญาของเธอ แล้วไม่ได้ทักท้วงอะไร
แต่ต่อมาสามีเปลี่ยนใจ แล้วทำให้เธอผิดคำบนหรือคำสัญญา
เขา​จะ​ต้อง​รับ​ความ​ผิด​แทน​เธอ

1. คำบนบาน คำสาบาน หรือข้อผูกมัดต่างๆ ของผู้หญิงสามารถถูกยกเลิกได้ ด้วยพ่อหรือสามีของเธอ

คริสตจักรเป็นเจ้าสาวของพระคริสต์ เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซูเป็นส่วนหนึ่งในคริสตจักร
ด้วยกฏใน กดว.30 นี้ โดยทางพระเยซูคริสต์ เราจึงสามารถพ้นจาก คำบนบานใดๆในอดีต พ้นจากคำแช่งสาปอดีต พ้นจากกฏแห่งธรรมบัญญัติที่ผูกมัดเราในอดีต ได้อย่างสิ้นเชิง

เหมือนใน รม. 7:6 ที่เกล่าวว่า “แต่​เดี๋ยว​นี้​เรา​ได้​พ้น​จาก​ธรรม​บัญ​ญัติ คือ​ได้​ตาย​จาก​ธรรม​บัญ​ญัติ​ที่​เคย​ผูก​มัด​เรา​ไว้ …”
และ ใน คส. 2:14 ​”พระ​องค์​ทรง​ฉีก​กรมธรรม์​ซึ่ง​ได้​ผูกมัด​เรา​ด้วย​บัญญัติ​ต่างๆ ซึ่ง​ขัดขวาง​เรา และ​ได้​ทรง​หยิบ​เอา​ไป​เสีย​ให้​พ้น​โดย​ทรง​ตรึง​ไว้​ที่​กางเขน”

ขอบคุณพระเยซู
โดยทางพระเยซูคริสต์ เราจึงพบกับเสรีภาพที่แท้จริง

2. หญิงม่าย หรือ หญิงที่หย่าจากสามี จะไม่มีใครยกเลิกคำบนบานของเธอได้
เหมือนคนที่ไม่มีพระคริสต์ คนที่ปฏิเสธพระคริสต์ จะไม่มีใครที่จะสามารถช่วยเขาได้

คำคม

“ คำแช่งสาปทุกอย่างไม่มีผลต่อคนทั้งหลายที่อยู่ในพระเยซูคริสต์ ”

สรุป กันดารวิถี 29

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งโมเสสให้ย้ำคนอิสราเอลให้ทำการถวายเครื่องบูชาในเทศกาลและวันสำคัญต่างๆ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers29-86070

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 29 นอกจากพระเจ้าจะให้โมเสสย้ำคนอิสราเอลเรื่องการถวายเครื่องบูชาประจำวัน เครื่องบูชาวันสะบาโต เครื่องบูชาทุกต้นเดือน เครื่องบูชา​เทศ​กาล​ปัสกา และเครื่อง​บูชา​ใน​เทศ​กาล​สัปดาห์ พระองค์ยังสั่งในเรื่องต่อไปนี้อีกด้วย

การ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ใน​เทศ​กาล​เป่าแตร
ใน​วัน​ที่​ 1 เดือน​ที่ ​7 เป็น​วัน​เทศ​กาล​เป่าแตร
ให้ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว ได้แก่
– ​โค​หนุ่ม​ 1​ตัว
– แกะ​ผู้​ 1ตัว
– ​ลูก​แกะ​ผู้​ 1 ​ปี​ ที่​ไม่​มี​ตำ​หนิ​ 7​ตัว
– แป้ง​อย่าง​ดี ​เคล้า​น้ำ​มัน​ 3 , 2 และ 7 กิโล​กรัม เป็น​ธัญ​บูชา​สำหรับ​โค​ 1​ตัว , แกะ​ผู้​ 1​ตัว และ ลูก​แกะ7​ตัว ตามลำดับ
– แพะผู้ 1ตัว ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป​
การถวาย​เครื่อง​บูชา​เหล่า​นี้​ ให้ทำเพิ่ม​จาก​เครื่อง​เผา​บูชา​ตาม​ปกติ​ใน​วัน​ต้น​เดือน และเครื่อง​เผา​บูชา​ประจำวัน​

การ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ใน​วัน​ลบ​มล​ทิน
ใน​วัน​ที่ 10​ เดือน​ที่​ 7 เป็นวันลบมลทินบาป
ให้​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว เหมือนอย่างวันเทศกาลเป่าแตร

การ​ถวาย​เครื่องบูชา​ใน​เทศ​กาล​อยู่​เพิง
ใน​วัน​ที่ 15 ​เดือน​ที่ 7 เป็นเทศกาลอยู่เพิง
ให้​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว ได้แก่
– ​โค​หนุ่ม​ 13​ตัว
– แกะ​ผู้​ 2ตัว
– ​ลูก​แกะ​ผู้​ 1 ​ปี​ ที่​ไม่​มี​ตำ​หนิ​ 14​ตัว
– แป้ง​อย่าง​ดี ​เคล้า​น้ำ​มัน​ 3 , 2 และ 7 กิโล​กรัม เป็น​ธัญ​บูชา​สำหรับ​โคแต่ละ​ตัว , แกะ​ผู้​แต่ละ​ตัว และ ลูก​แกะแต่ละ​ตัว ตามลำดับ
– แพะผู้ 1ตัว ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป​
การถวาย​เครื่อง​บูชา​เหล่า​นี้​ ให้ทำเพิ่ม​​​จาก​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​ที่ต้อง​ถวายประจำอยู่แล้ว

ในวันต่อๆมาให้ถวายแบบเดียวกัน แต่ให้ลดจำนวนโคหนุ่มลง วันละ 1 ตัว
จนถึงวันที่ 8 ให้​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว ตามจำนวนเหมือนอย่างวันเทศกาลเป่าแตร
การถวาย​เครื่อง​บูชา​เหล่า​นี้​ ให้ทำเพิ่ม​​​จาก​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​ที่ต้อง​ถวายประจำอยู่แล้ว

และให้การถวายเครื่องบูชาตามเทศกาลเหล่านี้แล้ว ให้คนอิสราเอลมีการถวาย​เครื่อง​บูชา​แก้​บน​ และ​เครื่อง​บูชา​ที่​ถวาย​ด้วย​ความ​สมัคร​ใจ​
โดยถวาย​เป็น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว เครื่อง​ธัญ​บูชา เครื่อง​ดื่ม​บูชา และ​เครื่อง​ศานติ​บูชา ตามกฏเกณฑ์ที่พระเจ้าได้ตรัสสั่งไว้ด้วย

1. ในวัน​เทศ​กาล​เป่าแตร หรือวันปีใหม่ของยิว , วันลบล้างบาป และวันเทศกาลอยู่เพิง สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในวันสำคัญเหล่านี้ คือการถวายเครื่องบูชา
เพราะการถวายเครื่องบูชาบนโลกนี้เป็นเงาของ การถวายเครื่องบูชาบนสวรรค์ของพระเยซู ที่ทรงกระทำเพื่อเรา
ดังที่กล่าวไว้ใน ฮบ. 8:5 “ปุโร​หิต​เหล่า​นั้น​ปฏิ​บัติ​กิจ​ใน​พลับ​พลา ที่​เป็น​แต่​แบบ​จำ​ลอง​และ​เงา​ของ​สิ่ง​ที่​อยู่​ใน​สวรรค์ …” 
สิ่งที่พระเยซูทรงกระทำเพื่อเราในสวรรค์ คือ การถวายพระองค์เองเป็นเครื่องบูชาลบล้างบาปของเรา
ด้วยเหตุนี้ในทุกงานสำคัญๆ และในทุกวัน พระเจ้าจึ้งสั่งให้คนอิสราเอลถวายเครื่องบูชาอยู่เสมอ

เราควรระลึกถึงสิ่งที่พระเยซูทรงกระทำเพื่อเราอยู่เสมอ

คำคม

“ จงระลึกความรักของพระเยซูอยู่เสมอ ”

สรุป กันดารวิถี 28

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้โมเสสย้ำเตือนคนอิสราเอล เกี่ยวการถวายบูชาต่างๆที่พวกเขาต้องถวายแด่พระเจ้าอย่างต่อเนื่อง

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers28-85933

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 28 เมื่อพระเจ้าได้บอกโมเสสว่าเขากำลังจะจากโลกนี้ไป และพระองค์ได้ทรงเลือกโยชูวาที่จะมาทำหน้าที่แทนโมเสสแล้ว

พระเจ้าก็​ตรัส​กับ​โมเสส​ ให้สั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับการถวายเครื่องบูชาดังนี้
– ของ​ที่ถวาย​บูชา​ เปรียบเสมือน อา​หาร​ของพระเจ้า หมายถึง เป็นสิ่งที่ทำให้พระเจ้าพอพระทัย
ดังนั้นพวกเขาต้อง​เอา​ใจ​ใส่​ที่​จะ​ถวาย​บูชา​แด่พระเจ้า​ตาม​เวลาที่กำหนด​

การ​ถวาย​บูชา​ประ​จำ​วัน
ให้เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​ที่​ถวาย​ต่อ​เนื่อง​ทุกๆ วัน ได้แก่​
– ลูก​แกะ​ผู้​อายุ 1​ปี ไม่​มี​ตำ​หนิ​ 1ตัว
– ​แป้ง​อย่าง​ดี​ 1​กิโล​กรัม ​เคล้า​กับ​น้ำ​มัน​ 1​ลิตร ​เป็น​ธัญ​บูชา
– ​เครื่อง​ดื่ม​บูชา 1 ​ลิตร​
โดยถวายเช่นนี้ เวลาเช้า 1 ครั้ง และ เย็น 1 ครั้ง

การ​ถวาย​บูชา​ใน​วัน​สะ​บา​โต
​ในทุก​วัน​สะ​บา​โตให้ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว ​ได้​แก่
– ​ลูก​แกะตัว​ผู้​ ที่​ไม่​มี​ตำ​หนิ อายุ​ 1ปี​ 2ตัว​
– ​แป้ง​อย่าง​ดี 2 กิโล​กรัม​เคล้า​กับ​น้ำ​มัน ​เป็น​ธัญ​บูชา
– เครื่อง​ดื่ม​บูชา​ที่​คู่​กัน

การ​ถวาย​บูชา​ใน​วัน​ต้น​เดือน​
ในทุก​วัน​ต้น​เดือน ให้ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​ ได้แก่
– ​โค​หนุ่ม​ 2​ตัว
– แกะ​ผู้​ 1ตัว
– ​ลูก​แกะ​ผู้​ 1 ​ปี​ ที่​ไม่​มี​ตำ​หนิ​ 7​ตัว
– แป้ง​อย่าง​ดี ​เคล้า​น้ำ​มัน​ 6 , 2 และ 7 กิโล​กรัม เป็น​ธัญ​บูชา​สำหรับ​โค​ 2ตัว , แกะ​ผู้​ 1​ตัว และ ลูก​แกะ7​ตัว ตามลำดับ
– ​เครื่อง​ดื่ม​บูชา​ ใช้​เหล้า​องุ่น 4 , 1.5 และ 7 ลิตร ​สำหรับ​โค​ผู้​ 2ตัว , ​แกะ​ผู้​ 1 ตัว และ​ลูก​แกะ 7 ​ตัว ตามลำดับ
– แพะผู้ 1ตัว ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป​

การ​ถวาย​บูชา​ใน​เทศ​กาล​ปัสกา
ใน​วัน​ที่ 14 ​ของ​เดือน​ที่ 1 ​เป็น​วันปัส​กา​แด่​พระ​เจ้า
และ​วัน​ที่ 15 ​ของ​เดือน​นี้ ​เป็น​เทศ​กาลไร้เชื้อ จง​รับ​ประ​ทาน​ขนม​ไร้​เชื้อ​ 7​วัน
ทั้ง 7 วันของเทศกาล ให้​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​ ได้แก่
– ​โค​หนุ่ม​ 2​ตัว
– แกะ​ผู้​ 1ตัว
– ลูก​แกะ​ผู้​อายุ​ 1 ​ปี​ 7​ตัว
– แป้ง​อย่าง​ดี ​เคล้า​น้ำ​มัน​ 6 , 2 และ 7 กิโล​กรัม เป็น​ธัญ​บูชา​สำหรับ​โค​ 2​ตัว , แกะ​ผู้​ 1​ตัว และ ลูก​แกะ7​ตัว ตามลำดับ
– ​แพะ​ผู้​ 1 ตัว​ ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป
แม้ถวาย​เครื่อง​บูชา​เหล่า​นี้แล้ว แต่ก็ยังคงต้องถวายเครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัวประจำวันตามปกติอีกด้วย

การ​ถวาย​บูชา​ใน​เทศ​กาล​สัปดาห์
ใน​วัน​ถวาย​ผล​รุ่น​แรก เมื่อ​นำธัญ​บูชา​ใหม่​มา​ถวาย​ใน​เทศ​กาล​สัป​ดาห์​นั้น ให้​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว ได้แก่
– ​โค​หนุ่ม​ 2ตัว
– แกะ​ผู้​ 1ตัว
– ลูก​แกะ​ผู้​อายุ​ 1 ​ปี​ 7​ตัว
– แป้ง​อย่าง​ดี ​เคล้า​น้ำ​มัน​ 6 , 2 และ 7 กิโล​กรัม เป็น​ธัญ​บูชา​สำหรับ​โค​ 2​ตัว , แกะ​ผู้​ 1​ตัว และ ลูก​แกะ7​ตัว ตามลำดับ
– ​แพะ​ผู้​ 1ตัว​ สำหรับ​ลบ​มล​ทิน​ของ​พวก​เจ้า
แม้ถวาย​เครื่อง​บูชา​เหล่า​นี้แล้ว แต่ก็ยังคงต้องถวายเครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัวประจำวันตามปกติอีกด้วย

1. ในบทนี้พระเจ้าตรัสว่า ของถวายบูชานั้น เป็นเสมือน อาหารของพระเจ้า
พระเจ้าไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหาร แต่เป็นภาพเปรียบเทียบว่า
สิ่งที่คนอิสราเอลกระทำแด่พระเจ้าอย่างจริงใจนั้น จะเป็นเหมือนกับคนที่ปรุงอาหารอย่างสุดกำลังเพื่อคนที่เขารัก ซึ่งสิ่งนั้นย่อมเป็นสิ่งที่ทำให้คนที่เรารักนั้นชื่นใจและพอใจอย่างยิ่ง

สิ่งใดก็ตามที่เราทำถวายแด่พระเจ้า จงทำด้วยสุดใจ
เพราะสิ่งเหล่านั้นสำหรับพระเจ้า มีค่ามากยิ่ง เนื่องจากเราผู้ที่พระองค์ทรงรักได้กระทำบางอย่างแด่พระองค์

วันนี้สิ่งที่เราทำแด่พระเจ้านั้น เราสามารถทำได้ดีกว่านี้อีกหรือไม่?

2. หลังจากที่พระเจ้าบอกโมเสสว่า เขากำลังจะจากโลกนี้ไป
มาถึงบทนี้พระเจ้าจึงบอกโมเสส ให้ย้ำแก่คนอิสราเอลเรื่องการถวายบูชาแด่พระเจ้า
แสดงว่า การถวายบูชาแด่พระเจ้า เป็นสิ่งสำคัญมากในสายพระเนตรของพระเจ้า
เพราะว่านั่นเป็นการที่คนอิสราเอลจะเข้าหาพระเจ้าและมีความสัมพันธ์กับพระองค์ในช่วงเวลานั้น

สำหรับพระเจ้าแล้ว ดูเหมือนการที่เราผู้ที่พระองค์ทรงรักนั้น จะเข้ามามีความสัมพันธ์กับพระองค์ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
วันนี้ เราได้ให้เวลาและความตั้งใจมากเพียงใด ในการเฝ้าพระเจ้าในแต่ละวันของชีวิต
พระองค์กำลังเฝ้ารอให้เราเข้ามามีความสัมพันธ์กับพระองค์อยู่เสมอ

คำคม

“ ความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า มีค่ายิ่งในสายพระเนตรของพระองค์ผู้ทรงรักเราอย่างที่สุด ”

สรุป กันดารวิถี 27

ภาพรวม

  • บุตรสาวของของ​เศ​โล​เฟ​หัด ได้มาร้องเรียนต่อโมเสส ขอส่วนแบ่งในมรดกที่ดินที่เป็นของบิดาผู้ล่วงลับ
    และพระเจ้าทรงบอกโมเสสถึงเรื่องการจากโลกนี้ไปของโมเสสที่กำลังจะมาถึง

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers27-85812

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 27 หลังจากที่โมเสสและเอเลอาซาร์ ได้นับประชากรตามคำสั่งของพระเจ้าแล้ว

บุตร​หญิง​​ของ​เศ​โล​เฟ​หัด​ เผ่า​มนัส​เสห์ ได้แก่ มา​ลาห์ โน​อาห์ โฮก​ลาห์ มิล​คาห์ และ​ทีร​ซาห์ ได้ มา​เข้า​พบ โมเสส​และ​เอ​เล​อา​ซาร์​ปุโร​หิต กล่าว​ว่า
พ่อ​ของ​พวกเธอ​ตาย​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร และ​ท่าน​ไม่​มี​ลูก​ชาย
ทำไม​จึง​ลบ​ชื่อ​พ่อ​ของ​เธอ​จาก​ตระ​กูล​ ​เพราะ​เหตุ​ที่​ท่าน​ไม่​มี​ลูก​ชาย?
ขอ​โปรด​ให้​มรดก​แก่พวกเธอ ท่ามกลางพี่น้อง​ของพ่อด้วย

โมเสส​จึง​นำ​เรื่อง​นี้ไปทูลถามพระ​เจ้า
พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
​ให้​มอบกรรม​สิทธิ์​ที่​ดิน​เป็น​มรดก​แก่พวกเธอ ​ท่าม​กลาง​พี่​น้องของพ่อ​ของ​พวกเธอ และ​ให้​มรดก​ของ​พ่อตก​ทอด​มา​ถึง​พวกเธอ

จากนี้ไป ถ้า​ชาย​คน​หนึ่ง​ตาย​
-​ไม่​มี​บุตร​ชาย
ก็​ให้​มร​ดก​ของ​เขา​ตก​ทอด​ไป​ยัง​บุตร​หญิง​ของ​เขา
– ถ้า​เขา​ไม่​มี​บุตร​หญิง
ก็​ให้​มร​ดก​ของ​เขา​แก่​พี่​น้อง​ของ​เขา
– ถ้า​เขา​ไม่​มี​พี่​น้อง
ก็​ให้​มร​ดก​ของ​เขา​แก่​พี่​น้อง​บิดา​ของ​เขา
– ถ้า​บิดา​ของ​เขา​ไม่​มี​พี่​น้อง
ก็​ให้​มร​ดก​แก่​ญาติ​ที่​ถัด​จาก​เขา​ไป​ใน​ตระ​กูล​ของ​เขา

แล้วพระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ให้ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​อา​บา​ริม​ แล้ว​มอง​ดู​แผ่น​ดินคานาอัน
แล้ว โมเสสก็​จะ​จาก​​โลกนี้ไป เหมือน​อย่าง​อาโรน
โมเสสจะไม่ได้เข้าไปในแผ่นดินนั้น
เพราะ​ว่า​โมเสสและอาโรน ​กบฏ​ต่อ​ถ้อย​คำ​ของ​พระเจ้า ​ที่เมรี​บาห์​

โมเสส​จึงทูล​พระเจ้า​ว่า
ขอทรง​แต่ง​ตั้ง​ชาย​คน​หนึ่ง​ให้ทำหน้าที่แทนโมเสส​ เพื่อ​ว่า​ชุม​นุม​ชน​ของ​พระเจ้าจะ​ไม่​เป็น​ดุจ​ฝูง​แกะ​ที่​ปราศ​จาก​ผู้​เลี้ยง
และ​พระเจ้าจึงให้โมเสส​เรียกโย​ชู​วา​มา​ยืน​ต่อ​หน้า​เอ​เล​อา​ซาร์​ปุโร​หิต​และ​ต่อ​หน้า​ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด แล้ว​วาง​มือ​​บน​เขา
แล้วมอบ​อำนาจ​ของ​โมเสส​แก่​เขา เพื่อ​ให้​ชุม​นุม​ชน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมดจะ​เชื่อ​ฟัง​เขา

แล้ว​โมเสส​ก็​ทำ​ตาม​ทุกสิ่งที่​พระ​เจ้าทรง​บัญชา​เขา

1. ตาม​ปกติแล้ว ​มรดก​ที่​ดิน​จะ​สืบ​ทอด​จาก​บิดา​ถึง​บุตร​ชาย แต่ เศโลเฟ​หัดไม่​มี​บุตร​ชาย มี​แต่​บุตร​สาว​ 5 คน พวกเธอจึง​มา​ร้อง​เรียน​เพื่อ​ขอ​สิทธิ์​รับ​มรดก​ที่​ดินในสิทธิ์​บิดาผู้ล่วงลับ

เมื่อพวกเธอกล้าขอ พระเจ้าก็พร้อมที่จะประทานให้
พระเจ้าไม่ได้ประทานแค่ตามที่พวกเธอขอเท่านั้น แต่ประทานมากยิ่งกว่านั้นอีก
คือจากนี้ไป ชายคนใดไม่มีบุตรชาย ก็ยังมีอีกหลายทอดที่จะรับมรดกของเขาได้

ให้เรามีใจกล้าที่จะเข้ามา ร้องทูลขอต่อพระเจ้า ผู้ทรงเมตตา พระองค์จะทรงโปรดประทานให้มากยิ่งกว่าที่เราทูลขอเสียอีก
เหมือนใน อฟ. 3:20 ที่กล่าวว่า “ขอ​ให้​พระ​เกียรติ​มี​แด่​พระ​องค์​ผู้​ทรง​สา​มารถ​ทำ​ทุก​สิ่ง​ได้​มาก​ยิ่ง​กว่า​ที่​เรา​ทูล​ขอ​หรือ​คิด โดย​ฤทธา​นุภาพ​ที่​ทำ​กิจ​อยู่​ภาย​ใน​เรา”

พระองค์ประทานให้มากกว่าที่เราทูลขอเสียอีก

2. เรื่องบุตรสาวของเศ​โล​เฟ​หัด น่าสนใจมาก
ขณะนั้นคนอิสราเอลยังอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ยังไม่ได้เข้าในแผ่นดินคานาอันเลย
จะเข้าได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ พวกเขาหลายคนคงลุ้นกันอยู่

แต่ผู้หญิงเหล่านั้น เชื่อมั่น ราวกับว่ามันได้เกิดขึ้นแล้ว
เดือดเนื้อร้อนใจ ว่า จะไม่ได้ที่ดินตามสิทธิ์ของพ่อผู้ล่วงลับ
จนพวกเธอต้องรวบรวมความกล้า ทำอะไรบางอย่าง
เนื่องจากผิดวิสัยที่สตรีจะมีปากมีเสียง ในข้อเสนอใดๆในชุมชนเวลานั้น

ทั้งหมดนี้ เกิดจากการที่พวกเธอเชื่อมั่นอย่างไม่สงสัยว่า
พระสัญญาของพระเจ้าจะเกิดขึ้นเป็นจริงอย่างแน่นอน

ผมเชื่อว่า นั่นเป็นอีกเหตุผลสำคัญ ที่พระเจ้าทรงสดับฟังคำเรียกร้องของพวกเธอ

วันนี้ สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ อาจจะยังไม่เกิดขึ้น
หรืออาจจะไม่มีวี่แวว ว่า จะเกิดขึ้นได้ด้วยซ้ำไป
แล้วเราจะมีท่าทีอย่างไรต่อพระสัญญานั้น
จงเรียนจากเหล่าบุตรสาวของเศ​โล​เฟ​หัดเถิด

3. พระเจ้าให้โมเสส ขึ้นไปบนภูเขา​อาบาริม เพื่อจะจากโลกนี้ไปที่นั่น เพราะภูเขา​อาบาริม​สามารถ​เห็น​แผ่นดิน​คานา​อัน​เกือบ​ทั้ง​หมด เป็น​เทือก​เขา​ที่​ตั้ง​อยู่​ใน​แผ่นดิน​โมอับ และ​อยู่​ทาง​ตะวันออก​เฉียงเหนือ​ของ​ทะเล​ตาย

แม้โมเสสจะไม่ได้เข้าในแผ่นดินคานาอัน เนื่องจากการทำผิดบางอย่างของเขา
แต่พระเจ้าผู้พิพากษาอันเที่ยงธรรม ก็เปี่ยมไปด้วยพระเมตตา
ทรงให้เขาได้เห็นดินแดนคานาอัน เพื่อเขาจะได้รู้ว่าพระเจ้าจะทรงรักษาสัญญา
สิ่งที่เขาทำมาตลอด 40 ปี จะไม่สูญเปล่าไป

สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาจะเกิดขึ้นเป็นจริงอย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าบางครั้งตัวเราเองจะอ่อนแอ หรือผิดพลาดพลั้งไปมากสักเพียงใดก็ตาม

4. บทเรียนสำคัญจากลักษณะชีวิตของโมเสส สุดยอดผู้นำ ที่ปรากฏในบทนี้ ได้แก่
ก.โมเสสพึ่งพาพระเจ้าอย่างถ่อมใจ
– เมื่อพวกผู้หญิงซึ่งไม่ค่อยมีความสำคัญเหล่านั้นมาร้องเรียนต่อโมเสส
แทนที่โมเสส ซึ่งยุ่งวุ่นวายมากมายอยู่แล้ว จะไล่ตะเพิดไป
โมเสสกลับฟังพวกเธอ แล้วนำเรื่องของพวกเธอมาถามพระเจ้า
– โมเสสมีอะไรก็ถามพระเจ้าก่อนเสมอ
ข. โมเสสยอมจำนนต่อน้ำพระทัยของพระเจ้า
– เมื่อพระเจ้าบอกว่า จะไม่ให้โมเสสเข้าแผ่นดินคานาอัน
โมเสสไม่เถียงหรือไม่ต่อรองสักคำเดียว
– โมเสสยอมรับการตัดสินของพระเจ้าเสมอ ถ้าพระเจ้าต้องการให้เป็นเช่นนั้น ขอให้เป็นไปตามนั้นเถิด
ค. โมเสสรักพระเจ้า สะท้อนออกมาเป็นรักประชากรของพระเจ้า
– เมื่อโมเสสกำลังจะหมดอำนาจลง เขาไม่หวงอำนาจเลย ยินดีเต็มใจปละปรารถนาให้พระเจ้า เลือกใครบางคนมาแทนเขา
เขาขอให้พระเจ้าเลือกคนมาแทนเขา ไม่ใช่เพื่อสิ่งที่เขาทำมามันจะได้คงอยู่สืบสานต่อไป
แต่ความสนใจของเขาอยู่ที่พระเจ้า
ที่เขาต้องการให้คนมาแทน ก็เพื่อประชาชนเหล่านี้ ซึ่งเป็นประชากรของพระเจ้า จะได้ไม่ปราศจากผู้เลี้ยง
เพราะเขารักพระเจ้า จึงสามารถรักประชาชนผู้ไม่น่ารักเหล่านี้ได้
– โมเสสรักคนของพระเจ้า เพราะเขารักพระเจ้า

ขอให้เราใช้ลักษณะชีวิตของโมเสสนี้ เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตติดตามพระเจ้าเถิด

คำคม

“ พระสัญญาของพระเจ้า จะสำเร็จแน่นอน ”

สรุป กันดารวิถี 26

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้โมเสสนับจำนวนประชากรอีกครั้ง ณ ที่​ราบ​โมอับ ริม​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​ตรง​ข้าม​เมือง​เย​รี​โค

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers26-85579

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 26 เมื่อบาลาคล่อลวงให้อิสราเอล กราบไหว้รูปเคารพ โดยพวกผู้หญิงที่เขาส่งมาให้ล่วงประเวณีกับคนอิสราเอล พระเจ้าจึงให้มีภัยพิบัติเกิดขึ้น จนคนอิสราเอลตายไป 24,000 คน

ภาย​หลัง​ภัย​พิบัติ ณ ที่​ราบ​โมอับ ริม​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​ตรง​ข้าม​เมือง​เย​รี​โค
พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส และ​เอ​เล​อา​ซาร์​ ปุโร​หิต​ ว่า
ให้ทำ​สำ​มะ​โน​ครัว​ชุมนุม​ชน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด ​ที่​มี​อายุ​ตั้ง​แต่​ 20 ปี ​ขึ้น​ไป​ ตาม​ตระกูลของ​เขา
โมเสสก็ทำตาม นับประชาชนได้ จำนวน ดังนี้
1. เผ่ารูเบน ​มี​จำนวน 43,730 คน ได้แก่
1.1 ​ตระ​กูล​ฮาโนค
1.2 ตระ​กูล​ปัลลู ได้แก่
1.2.1 เอ​ลี​อับ มีบุตรชื่อ
1.2.1.1 เนมู​เอล
1.2.1.2 ดา​ธาน
1.2.1.3 ​อา​บี​รัม
1.3 ตระ​กูล​เฮส​โรน
1.4 ​ตระ​กูล​คารมี

2. เผ่า​สิ​เม​โอน​ มี​จำนวน 22,200 คน
2.1 ​ตระ​กูล​เนมู​เอล
2.2 ​ตระ​กูล​ยา​มีน
2.3 ​ตระ​กูล​ยา​คีน
2.4 ​ตระ​กูล​เศ-ราห์
2.5 ตระ​กูล​ชา​อูล
3. เผ่ากาด​ ​มี​จำนวน 40,500 คน
3.1 ตระ​กูล​เศ​โฟน
3.2 ตระ​กูล​ฮักกี
3.3 ตระ​กูล​ชูนี
3.4 ​ตระ​กูล​โอสนี
3.5 ตระ​กูล​เอรี
3.6 ตระ​กูล​อาโรด
3.7 ​ตระ​กูล​อา​เร​ลี
4. เผ่ายูดาห์ ​มี​จำนวน 76,500 คน
4.1 ​ตระ​กูล​เชลาห์
4.2 ตระ​กูล​เป​เรศ ได้แก่
4.2.1 ​ตระ​กูล​เฮส​โรน
4.2.2 ตระ​กูล​ฮา​มูล
4.3 ตระ​กูล​เศ-ราห์
5. เผ่า​อิส​สา​คาร์​ มี​จำนวน 64,300 คน
5.1 ​ตระ​กูล​โท​ลา
5.2 ​ตระ​กูล​ปูวาห์
5.3 ตระ​กูล​ยา​ชูบ
5.4 ​ตระ​กูล​ชิม​โรน
6. เผ่าเศ​บู​ลุน มี​จำนวน 60,500 คน
6.1 ​ตระ​กูล​เส​เรด
6.2 ตระ​กูล​เอ​โลน
6.3 ​ตระ​กูล​ยา​เล​เอล
7. เผ่ามนัส​เสห์ มี​จำนวน 52,700 คน
7.1 ตระ​กูล​มาคีร์ ได้แก่
7.1.1 ตระ​กูล​กิ​เล​อาด ได้แก่
7.1.1.1 ​ตระ​กูล​อีเย​เซอร์
7.1.1.2 ​ตระ​กูล​เฮเลค
7.2 ​ตระ​กูล​อัส​รี​เอล
7.3 ตระ​กูล​เช​เคม
7.4 ​ตระ​กูล​เช​มิ​ดา
7.5 ตระ​กูล​เฮ​เฟอร์
8. เผ่า​เอฟ​รา​อิม​ มี​จำนวน 32,500 คน
8.1 ตระ​กูล​ชู​เธ​ลาห์ ได้แก่
8.1.1 ​ตระ​กูล​เอ​ราน
8.2 ตระ​กูล​เบ​เคอร์
8.3 ​ตระ​กูล​ทา​หาน
9. เผ่าเบน​ยา​มิน​ มี​จำนวน 45,600 คน
9.1 ตระ​กูล​เบ-ลา ได้แก่
9.1.1 ตระ​กูล​อาร์ด
9.1.2 ​ตระ​กูล​นา​อา​มาน
9.2 ​ตระ​กูล​อัช​เบล
9.3 ตระ​กูล​อา​หิ​รัม
9.4 ตระ​กูล​เช​ฟู​ฟาม
9.5 ตระ​กูล​หุฟาม
10. เผ่าดาน​ มี​จำนวน 64,400 คน
10.1 ​ตระ​กูล​ชู​ฮัม นี่​คือ​ตระ​กูล​ของ​ดาน​ตาม​ตระ​กูล​ของ​เขา
11. เผ่า​อา​เชอร์​ ​มี​จำนวน 53,400 คน
11.1 ตระ​กูล​อิม​นาห์
11.2 ตระ​กูล​อิช​วี
11.3 ​ตระ​กูล​เบรี​ยาห์ ได้แก่
11.3.1 ตระ​กูล​เฮ​เบอร์
11.3.2 ​ตระ​กูล​มัล​คี​เอล
12. เผ่า​นัฟ​ทาลี​ มี​จำนวน 45,400 คน
12.1 ตระ​กูล​ยา​เซ​เอล
12.2 ตระ​กูล​กูนี
12.3 ตระ​กูล​เย​เซอร์
12.4 ​ตระ​กูล​ชิล​เลม
รวมจำนวน​ของ​คน​อิส​รา​เอล ที่สามารถออกรบได้ 601,730 คน

พระเจ้าทรงสั่งให้โมเสส​แบ่ง​แผ่น​ดิน​คานาอัน ​เป็น​มรดก​แก่​คน​เหล่า​นี้​ตาม​จำนวน​ราย​ชื่อ
มรดก​ก้อน​ใหญ่​แก่​เผ่า​ใหญ่ และ​มรดก​ก้อน​เล็ก​แก่​เผ่า​เล็ก
แต่​ให้​แบ่ง​แผ่น​ดิน​ด้วย​การ​จับ​ฉลาก

สำหรับคน​เลวี นับชายตั้งแต่อายุ 1 เดือนขึ้นไป ​มี​จำนวน 23,000 คนได้แก่
1. ตระ​กูล​เกอร์​โชน ได้แก่
1.1 ตระ​กูล​ลิบนี
2. ตระ​กูล​โค​ฮาท
2.1 ​ตระกูลอัมราม อัมรามมีภรรยาชื่อ โยเคเบด มีบุตร 3 คน ได้แก่
2.1.1 มิเรียม
2.1.2 อาโรน อาโรนมีบุตร ได้แก่
2.1.2.1 นาดับ
2.1.2.1 อาบีฮู
2.1.2.1 เอเลอาซาร์
2.1.2.1 อิธามาร์
2.1.3 โมเสส
2.2 ตระ​กูล​เฮ​โบรน
2.3 ตระกูลโคราห์
3. ตระ​กูล​เมรารี
3.1 ตระ​กูล​มาลี
3.2 ​ตระ​กูล​มูชี
คนเลวีไม่​ได้​นับ​พวก​เขา​รวม​ไว้​กับ​คน​อิส​รา​เอล เพราะ​เขา​ไม่​ได้​รับ​มรดก​ท่าม​กลาง​คน​อิส​รา​เอล

​คน​อิส​รา​เอล ณ ที่​ โมเสส​และ​เอ​เล​อาซาร์​ นับในครั้งนี้ ไม่​มี​ผู้​ชาย​แม้​แต่​คน​เดียว​ที่​ถูกนับ เมื่อโมเสส​และ​อาโรน​​นับคราวก่อน ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ซีนาย
เพราะ​พระ​เจ้าได้ตรัสว่า เขา​ทั้ง​หลาย​จะ​ต้อง​ตาย​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​แน่ และ​ไม่​มี​ผู้​ชาย​แม้​แต่​คน​เดียว​ที่​เหลือ​อยู่ นอก​จาก​คาเลบ​ ​และ​โย​ชู​วา

1. จำนวนคนอิสราเอลที่นับได้ในครั้งนี้คือ 601,730 คน ส่วนจำนวนที่นับได้ครั้งก่อนเมื่อราว 40 ปีก่อน คือ 603,550 คน ต่างกันเพียง 1,820 คน ซึ่งถือว่า ต่างกันน้อยมาก
คนอิสราเอลไม่ได้เข้าแผ่นดินคานาอัน เมื่อ 40 ปี ไม่ใช่เพราะว่ากองทัพของพวกเขามีจำนวนน้อยเกินไป จึงต้องรอให้จำนวนทหารเพิ่มขึ้นมากๆก่อน

การนับจำนวนครั้งนี้ ทำให้เห็นว่า ด้วยจำนวนทหารที่พอๆกับเมื่อ 40 ปีที่แล้วนี่แหละ
พระเจ้าทรงสามารถนำพวกเขาเข้ายึดครองแผ่นดินคานาอันได้

ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถหรือพลกำลังของเรา
แต่ขึ้นอยู่กับพระประสงค์ของพระเจ้า
ถ้าพระเจ้าจะให้มันสำเร็จ มันย่อมสำเร็จแน่
แต่ถ้าพระเจ้ายังไม่ให้มันสำเร็จ ก็คงไม่ใช่ธุระอะไรของเรา
แค่เรารอคอยพระเจ้าอย่างวางใจ นั่นก็เพียงพอแล้ว

2. การนับครั้งนี้ทำให้เห็นว่า ถ้อยคำของพระเจ้าเป็นความจริง
ชายที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป เมื่อ 40 ปีก่อน ตายหมดแล้ว เหลือแต่โยชูวา กับคาเลบ และโมเสส

สิ่งที่พระเจ้าตรัสจะเกิดขึ้นเป็นจริงเสมอ
ความจริงในเรื่องนี้ เป็นจริงมาตลอดประวัติศาสตร์ของโลก
วันนี้ เราสนใจ เอาใจใส่ คำตรัสของพระเจ้าในพระวจนะของพระองค์มากเพียงใด?

3. เมื่อเปรียบเทียบ บทนี้ กับรายชื่อลูกหลานของอิสราเอล ใน ปฐก. 46:9-24 จะพบเรื่องน่าเศร้าก็คือว่า
มีหลานบางคนของอิสราเอล สิ้นตระกูลไปแล้ว เช่น ลูกของ​สิ​เม​โอน ชื่อ โอ​หาด หรือ ลูกของยู​ดาห์​ ชื่อ เอร์ และโอ​นัน และลูกของเบนยามินอีกบางคน

โอหาด และ ลูกเบนยามินบางคน พระคัมภีร์ไม่ได้อธิบายเรื่องของพวกเขาเอาไว้
แต่ เอร์ และ โอนัน ตายเพราะทำชั่วในสายพระเนตรของพระเจ้า

การที่ตระกูลของอิสราเอล หลายตระกูลยังคงมีอยู่จนถึง วันที่นับประชากรครั้งนี้
แท้จริงแล้วเป็นพระคุณของพระเจ้า
ถ้าเพียงแต่พระเจ้าตัดบรรพบุรุษของพวกเขาบางคนออกไป
คงจะมีอีกหลายตระกูลที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อของคนอิสราเอลในเวลานั้นแล้ว

การที่เรามีวันนี้ได้ เป็นพระคุณของพระเจ้า
ที่ให้บรรพบุรุษของเรา ได้มีลูกหลานจนมาถึงเราในทุกวันนี้

ที่เรายังมีตัวตนในทุกวันนี้ เป็นพระคุณพระเจ้า

คำคม

“ สิ่งที่พระเจ้าตรัส จะต้องเกิดขึ้นเป็นจริงเสมอ ”

สรุป กันดารวิถี 25

ภาพรวม

  • บาลาคให้แผนใหม่ในการทำลายอิสราเอล ด้วยการล่อลวงให้พวกเขาละทิ้งพระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers25-85439

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 25 เมื่อกษัตริย์บาลาคแห่งโมอับ และคนมีเดียน ใช้แผนเชิญบาลาอัมมาแช่งคนอิสราเอล แต่ไม่สำเร็จกลับกลายเป็นการอวยพรอิสราเอลแทน บาลาคจึงใช้แผนใหม่แทน

เมื่อ​อิส​รา​เอล​พัก​อยู่​ใน​เมือง​ชิท​ธีม ซึ่งเป็น​เมือง​ที่​ตั้ง​อยู่​ตรง​ข้าม​เมือง​เยรีโค ​ใกล้​แม่น้ำ​จอร์แดน​ฟาก​ตะวันออก
ประ​ชา​ชน​ก็​เริ่มล่วงประเวณี​กับ​หญิง​ชาว​โมอับ
แล้วหญิง​พวก​นี้​ก็​ชวน​ประ​ชา​ชน​ให้​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ต่อ​พระ​บา​อัล​แห่ง​เป​โอร์
พระเจ้าจึงทรง​พระ​พิโรธ​ต่อ​คน​อิส​รา​เอล

พระเจ้าสั่งให้​โมเสส​ ฆ่าหัว​หน้า​ทั้ง​หมด​ของ​ประ​ชา​ชน​และ​ตาก​แดด​ไว้​
​โมเสส​ จึงสั่งให้ฆ่า​ทุก​คนที่​เข้า​ถือ​พระ​บา​อัล​แห่ง​เป​โอร์​เสีย

แล้วก็มีภัยพิบัติเกิดขึ้น
​คนอิสราเอล​ก็​ร้อง​ไห้​ ขอพระเมตตาจากพระเจ้า อยู่​ที่​ประตู​พลับพลา
แล้วศิม​รี ลูกชายของผู้​นำ​คน​หนึ่ง​ใน​เผ่า​สิ​เม​โอน ​พา​หญิง​มีเดียน​คน​หนึ่ง ชื่อคอสบี​ ​ลูกสาวของผู้​นำ​คน​หนึ่ง​ใน​มีเดียน ​เข้า​มา​ในเต็นท์เพื่อหลับนอนกัน โดยไม่สนใจ​สิ่งที่โมเสส และ​​ชุมนุม​ชน​ทั้ง​หมด กำลังทำ

​ฟี​เน​หัส​บุตร​เอ​เล​อา​ซาร์ ​ปุโร​หิต​
จึงลุก​ขึ้น​ ตาม​หลังพวกสองคน​เข้า​ไป​ใน​เต็นท์ แล้วใช้หอก​แทง​เขา​ทั้ง​คู่​จน​ทะลุ และ​ภัย​พิบัติ​ใน​อิส​รา​เอล​ก็​หยุด

แต่​คน​ที่​ตาย​ด้วย​ภัย​พิบัติ​มี​ถึง 24,000 คน

พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ฟี​เน​หัส​ ​ได้​ยับ​ยั้ง​ความ​กริ้ว​ของพระเจ้า​ต่อ​คน​อิส​รา​เอล ใน​การ​ที่​เขา​หวง​แหน​ด้วย​ความ​หวง​แหน​ของพระเจ้า​ท่าม​กลาง​คนอิสราเอล
ดัง​นั้น​พระเจ้าจึงอวยพรเขาและเชื้อสายของเขา เป็น​พันธ​สัญ​ญา​ของ​ตำแหน่ง​ปุโร​หิต​อัน​ถาวร เพราะ​เขา​หวง​แหน​เพื่อ​พระ​เจ้า​ของ​เขา และ​ได้​ลบ​มล​ทิน​บาป​คน​อิส​รา​เอล

พระเจ้าสั่ง​โมเสส​ว่า
ให้ไปสู้รบและฆ่า​คน​มีเดียนเสีย
เพราะ​พวก​เขา​​ล่อ​ลวงคนอิสราเอล ใน​เรื่อง​บาอัลเป​โอร์ และ​เรื่อง​คอสบี

1. ใน วว. 2:14 ได้อธิบายเบื้องหลังเหตุการณ์นี้ไว้ว่า ​บา​ลา​อัม เป็นผู้​ซึ่ง​สอน​บา​ลาค​ให้​วางกับดักคนอิส​รา​เอล ด้วยการ​บูชา​รูป​เคารพ​และ​ล่วง​ประ​เวณี
เนื่องจากบาลาอัม สาปแช่งคนอิสราเอลไม่สำเร็จ
แต่ก่อนที่จะกลับบ้านไป ได้แนะนำวิธีทำลายอิสราเอลโดยไม่ต้องสาปแช่งก็ได้
ก็คือ ส่งผู้หญิงสวยๆเข้าไป ล่วงประเวณีกับชายอิสราเอล แล้วชักชวนพวกเขาให้ละทิ้งพระเจ้า หันมากราบไหว้รูปเคารพ

อันตรายที่มาจากภายนอก ยากนักที่จะทำร้ายชีวิตของเรา ผู้มีพระเจ้าคอยปกป้องได้
แต่อันตรายที่แท้จริงมาจากภายใน เมื่อมารสามารถหลอกให้เรา ละทิ้งพระองค์ ผู้ทรงปกป้องเรา เมื่อนั้นเราก็จะตกอยู่ในอันตรายจริงๆ

2. การ​นมัสการพระบาอัลแห่ง​เป​โอร์ หรือ พระเคโมช(กดว. 21:29) ​จะใช้​พิธี​กรรม​ที่​ชั่ว​ช้า​ลามก กระทำ​กัน​ที่​ภูเขา​เปโอร์

เมื่อเราเริ่มประนีประนอมกับบาปอย่างหนึ่ง โดยไม่ยอมกลับใจ มันจะชักนำบาปอีกหลายอย่างที่รุนแรงกว่าเดิม เข้ามาในชีวิต

3. การที่ฟีเนหัสหวง​แหน​ด้วย​ความ​หวง​แหน​ของพระเจ้า​ท่าม​กลาง​คนอิสราเอล ช่วยทำให้คนอิสราเอลรอดพ้นภัยพิบัติและนำพระพรมาสู่ชีวิตและเชื้อสายของเขา

การที่เราเชื่อเป็นใจเดียวกับพระเจ้า รักสิ่งที่พระเจ้ารัก และเกลียดสิ่งที่พระเจ้าเกลียด
จะนำพระพรมาสู่สังคม ครอบครัว และชีวิตของเราเอง

พระเจ้ารักคน แต่เกลียดบาป
มีผู้ได้ชื่อว่าเป็นลูกของพระเจ้าบางคนทำตรงข้ามกับพระเจ้า

คำคม

“ ลูกของพระเจ้า จะมีมุมมองต่อสิ่งต่างๆ สอดคล้องกับมุมมองของพระเจ้า ”

สรุป กันดารวิถี 24

ภาพรวม

  • บาลาคพาบาลาอัมย้ายที่เป็นครั้งที่ 3 เพื่อให้ได้สถานที่เหมาะสมสำหรับการแช่งคนอิสราเอล แต่แล้วเมื่อบาลาอัมเอ่ยปากพูดก็กลับกลายเป็นคำอวยพรอิสราเอลอยู่ดี

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers24-85199

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 24 หลังจากที่บาลาอัมกล่าวอวยพรอิสราเอล ถึง 2 ครั้ง แทนที่จะแช่ง บาลาคจึงพาบาลาอัม ไปที่ที่ 3 เพื่อให้ลองแช่งอิสราเอลอีกครั้ง

เมื่อ​บา​ลา​อัม​เห็น​ว่า​พระ​เจ้าพอ​พระ​ทัย​ที่​จะ​ให้​อวย​พร​อิส​รา​เอล
บา​ลา​อัม​จึง​ไม่​ไป​แสวง​หา​อาคม​อย่าง​ครั้ง​ก่อนๆ
แต่​มุ่ง​หน้า​ตรง​ไป​ยัง​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร มองดู​อิส​รา​เอล​ตั้ง​ค่าย​ตาม​เผ่า​ต่างๆ
แล้ว​พระ​วิญ​ญาณ​ของ​พระ​เจ้า​ทรง​มา​อยู่​บน​เขา
เขา​จึง​กล่าวอวยพรอิสราเอลอีก
และกล่าวว่า คน​ที่​อวย​พร​อิสราเอล​ก็​จะ​ได้​รับ​พร ผู้​ที่​สาป​แช่ง​อิสราเอล​ก็​จะ​ถูก​สาป​แช่ง

บา​ลาค​ก็​กริ้ว​บา​ลา​อัม กล่าวว่า
เขา​เชิญบาลาอัม​มา​ให้​สาป​แช่ง​พวก​ศัตรู​ของเขา แต่​บาลาอัมกลับ​อวย​พรศัตรูของ​เขา​ต่อ​เนื่อง​กัน​ถึง​ 3 ครั้ง
ดังนั้น บาลาอัม จง​กลับ​บ้านไป​เสีย บาลาค​จะไม่​ให้​เกียรติ​บาลาอัมอย่าง​สูงตามที่เคยบอกไว้อีกแล้ว

บา​ลา​อัม​บอกบา​ลาค​ว่า
เขาบอกไว้ก่อนจะมาแล้วว่า บาลาอัมต้องพูดตามที่พระเจ้าบอกเท่านั้น

ก่อนกลับบาลาอัม จึงพยากรณ์เกี่ยวกับโมอับและชนชาติต่างๆ ว่า
คนโมอับ , คนเอโดม , คนอามาเลข จะถูกคนอิสราเอลทำลาย
คนเคไนต์ จะถูกอัสซีเรียทำลาย
และจะมีอีกชนชาติหนึ่งมาทำลายอัสซีเรีย

แล้ว​บา​ลา​อัม​ก็​​กลับ​ไป​ยัง​ที่​อยู่​ของ​เขา
บา​ลาค​ก็​ทรงไป​ตาม​ทาง​ของ​พระ​องค์​ด้วย

1. บาลาอัมเห็นว่า ทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา เมื่อเขาไปเฝ้าเข้าพระเจ้า เพื่อขอฤทธิ์เดชในการอวยพรหรือแช่งสาป พระเจ้าก็ให้แต่อวยพรอิสราเอล
ดังนั้นครั้งที่ 3 นี้ เพื่อจะไม่ต้องทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ก็เลยไม่ไปเข้าเฝ้าพระเจ้าดีกว่า
ลุยเองเลย จะได้สามารถทำสิ่งที่บาลาคพอใจ แม้พระเจ้าจะไม่พอพระทัยก็ตาม
แล้วเขาจะได้รับเกียรติและลาภยศมากมาย
แต่แล้วสุดท้าย เมื่อเขากำลังจะเริ่มกล่าว พระวิญญาณของพระเจ้าก็ทำให้เขากล่าวอวยพรอิสราเอลอยู่ดี
และตัวบาลาอัม เอง จึงไม่ได้รับเกียรติและสิ่งดีใดๆ ทั้งจากบาลาคและจากพระเจ้า

วิธีหนึ่งที่จะไม่ต้องทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า คือ อย่าไปแสวงหาว่าพระเจ้าปรารถนาให้เราทำอะไร
เมื่อทำเช่นนั้น เราก็จะสามารถทำตามใจตัวเองได้อย่างสบายใจ

ซึ่งการกระทำเช่นนั้น ไม่ฉลาดเลย
เพราะผลที่จะเกิดขึ้นก็คือ น้ำพระทัยของพระเจ้าก็จะสำเร็จอยู่ดี
แต่เราจะไม่ได้ผลดีใดๆ จากการที่น้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จในครั้งนั้น
หนำซ้ำ สิ่งที่เราทำตามใจปรารถนาของเราเอง สิ่งนั้นก็จะไม่เกิดผลดีต่อเราเองด้วย

วันนี้ เราจะเลือกทำสิ่งใด
ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ซึ่งจะพบกับพระพรยิ่งใหญ่
หรือ ทำตามใจปรารถนาของตนเอง ซึ่งจะไม่ประสบความสำเร็จหรือเกิดผลดีที่ยั่งยืน

2. คนที่อวยพรคนที่พระเจ้าจะอวยพร จะได้รับพระพร
คนที่แช่งคนที่พระเจ้าจะอวยพร จะได้รับผลร้ายเสียเอง

ดังนั้น ให้เราอธิษฐานอวยพรพี่น้องในพระคริสต์อยู่เสมอ เพราะนั่นเป็นประตูแห่งพระพร
และหากมีใครมาพูดสิ่งไม่ดีต่อเรา ไม่ควรไปโกรธเขา แต่ควรรีบอธิษฐานเผื่อเขา เพื่อไม่ให้ผลร้ายนั้นกลับไปตกแก่เขาเสียเอง

คำคม

“ การจงใจไม่แสวงหาน้ำพระทัยพระเจ้า เป็นการจงใจขัดขืนน้ำพระทัยพระเจ้า ”

สรุป กันดารวิถี 23

ภาพรวม

  • บาลาคพาบาลาอัมขึ้นไปที่สูง เพื่อให้สาปแช่งอิสราเอล แต่พระเจ้าทรงทำให้ถ้อยคำของบาลาอัมกลับเป็นการอวยพรอิสราเอล

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers23-85090

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 23 เมื่อบา​ลาค​ได้ส่งคนไปเชิญตัว​บา​ลา​อัม มาแล้ว ก็พา​ขึ้น​ไป​ยัง​บา​โมท​บา​อัล เพื่อให้สาปแช่งคนอิสราเอล

บา​ลา​อัม​ขอให้​บา​ลาค​ ​สร้าง​แท่น​บูชา​ 7 แท่น จัด​โค​ผู้​ 7 ​ตัว​และ​แกะ​ผู้​​ 7 ตัว​
แล้ว​บา​ลาค​กับ​บา​ลา​อัม​ก็​เอา​โค ​และ​แกะ​ ​อย่างละ 1 ตัว ​ถวาย​บูชา​บน​แท่น​บูชา​แต่​ละ​แท่น
แล้ว​บา​ลา​อัม​​ก็​ขึ้น​ไป​ยัง​ที่​สูง เพื่อทูลถามพระเจ้า

พระ​เจ้า​ทรง​มาพบ​กับ​บา​ลา​อัม แล้ว​ตรัส​ว่า ให้กลับ​ไป​หา​บา​ลาค แล้ว​จง​พูด​ตามที่พระเจ้าบอก
บา​ลา​อัม​จึง​กลับ​ไป​หา​บา​ลาค แล้วกล่าว​ภาษิต อวยพรอิสราเอล

บา​ลาค​จึงพูด​​ว่า ​ให้​​บา​ลา​อัมมา​แช่ง​พวก​ศัตรู​ของ​บาลาค แต่​ทำไม​กลับ​อวย​พร​พวกเขา
บา​ลา​อัม​จึง​​ตอบ​ว่า เพราะพระเจ้าทรง​ใส่​ถ้อยคำลง​ใน​ปาก​ของเขา

บา​ลาค​จึง​พา​บา​ลา​อัม​มา​ยัง​​ยอด​ภูเขา​ปิส​กาห์ ซึ่งเห็นกองทัพอิสราเอลอย่างชัดเจน
และ​​สร้าง​แท่น​บูชา 7 ​แท่น และ ​ถวาย​โคกับ​แกะ​ ​บน​ทุก​แท่น
พระ​เจ้า​ทรง​มาพบ​กับ​บา​ลา​อัม อีก แล้ว​ตรัส​ว่า ให้พูด​ตามที่พระเจ้าบอก
บา​ลา​อัม​ก็กล่าว​ภาษิต อวยพรอิสราเอล
บา​ลาค​จึงพูดกับ​บา​ลา​อัม​ว่า แบบนี้ไม่ต้องพูดเลยจะดีเสียกว่า เพราะพูดทีใดก็กลายเป็นอวยพรเป็นทุกที
บา​ลา​อัม​จึง​​ตอบ​ว่า เพราะพระเจ้าทรง​ใส่​ถ้อยคำลง​ใน​ปาก​ของเขา

บา​ลาค​จึง​บอกว่า ​จะ​พา​บาลาอัม​ไป​อีก​ที่​หนึ่ง บาง​ที​ที่นั่นพระ​เจ้า​จะ​ทรง​ให้​บาลาอัมแช่ง​คนอิสราเอลได้
บา​ลาค​จึง​พา​บา​ลา​อัม​ไป​ที่​ยอด​เขา​เป​โอร์​ซึ่ง​มอง​ลง​มา​เห็น​ทะเล​ทราย
แล้ว บาลาค​​ก็สร้าง​แท่น​บูชา 7 ​แท่น และ ​ถวาย​โคกับ​แกะ​ ​บน​ทุก​แท่น

1. บาลาค วางแผนเพื่อจะให้เกิดสิ่งร้ายเกิดขึ้นกับผู้ที่พระเจ้าจะอวยพระพร
ผลที่เกิดขึ้นก็คือ คนอิสราเอลได้รับสิ่งที่ดี

ไม่สำคัญว่าคนอื่น เจตนาให้เกิดผลร้ายหรือผลดีต่อชีวิตของเรา
เพราะว่า พระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับชีวิตของเราจะสำเร็จแน่นอน

และพระองค์ทรงสัญญาที่จะช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลดีในทุกสิ่ง(รม.8:28)

2. บาลาอัมไม่ใช่คนอิสราเอล และมาที่โมอับเพราะหวังลาภยศเงินทอง
แต่พระเจ้าก็สามารถใช้เขา เป็นเครื่องมือให้แผนการแห่งพระพรของพระเจ้าสำเร็จได้

พระเจ้าทรงสามารถใช้ใครก็ได้ อะไรก็ได้ เพื่อให้แผนการของพระเจ้าที่ได้ทรงสัญญาไว้สำเร็จ
วันนี้ ไม่ว่าเรากำลังเผชิญกับอะไรอยู่ก็ตาม
พระเจ้าทรงสามารถใช้เป็นพระพรสำหรับชีวิตของเราได้

คำคม

“ พระเจ้าทรงสามารถเปลี่ยนสิ่งร้ายให้กลายเป็นสิ่งดี ”

สรุป กันดารวิถี 22

ภาพรวม

  • บาลาค แห่งโมอับ กลัวคนอิสราเอลมาก จึงให้คนไปเชิญบาลาอัม มาช่วยแช่งคนอิสราเอล

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers22-85027

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 22 หลังจากที่คนคนอิสราเอลรบชนะกษัตริย์เมืองอาราด ชาวคานาอัน , กษัตริย์สิโหนแห่งอาโมไรต์ และกษัตริย์โอกแห่งบาชาน แล้ว

คนอิสราเอลก็ยกมาตั้งค่ายอยู่ ณ ที่ราบโมอับ ฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนตรงข้ามเมืองเยรีโค
เมื่อบาลาค ทราบสิ่งที่คนอิสราเอลทำกับคนอาโมไรต์

เมื่อคนโมอับรับรู้ถึงสิ่งที่คนอิสราเอลทำ ก็กลัวคนอิสราเอลเป็นอย่างยิ่ง

คนโมอับจึงพูดกับพวกผู้ใหญ่ของคนมีเดียนว่า
ฝูงชนพวกนี้จะมากินทุกสิ่งที่อยู่รอบๆ เรา เหมือนโคกินหญ้าในทุ่ง

บาลาค กษัตริย์ของโมอับจึงทรงใช้พวกผู้ใหญ่ของโมอับและของมีเดียน พร้อมกับค่าทำอาถรรพ์ ไปพบบาลาอัม
เพื่อเชิญมาสาปแช่งคนอิสราเอล
เพราะเขาเชื่อว่า ถ้าบาลาอัมอวยพรคนไหน คนนั้นก็จะรับพรตามนั้น และถ้าบาลาอัมสาปแช่งคนไหน คนนั้นก็จะถูกสาปแช่ง

ดังนั้นเมื่อพวกเขามาถึงบาลาอัม
บาลาอัมก็บอกพวกเขาว่า ขอไปถามพระเจ้าก่อน
และพระเจ้าเสด็จมาหาบาลาอัมตรัสว่า อย่าไปกับพวกเขาทั้งหลาย อย่าสาปแช่งชนชาตินั้น เพราะเขาทั้งหลายเป็นคนที่ได้รับพร

รุ่งเช้าบาลาอัมจึงบอกคนของบาลาคว่า พระเจ้าห้ามไม่ให้บาลาอัมไปกับพวกเขา

ต่อมาบาลาค จึงทรงส่งพวกเจ้านายไปอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งมีจำนวนมากกว่าและมียศศักดิ์สูงกว่าพวกก่อน
พวกเขาพูดกับบาลาอัม ว่า
บาลาค บอกว่า ถ้าบาลาอัม มา บาลาคจะให้เกียรติอย่างสูงแก่บาลาอัมแน่นอน
แต่บาลาอัมตอบว่า แม้บาลาคจะประทานเงินและทองเต็มวังของพระองค์แก่เขา เขาก็ไม่อาจจะทำอะไรนอกเหนือคำสั่งของพระเจ้าได้

อย่างไรก็ดีขอไปถามพระเจ้าดูอีกที
และพระเจ้าเสด็จมาหาบาลาอัมตรัสกับเขาว่า ให้ไปกับพวกเขา เพียงแต่เจ้าต้องทำตามสิ่งที่พระเจ้าสั่ง

ดังนั้นบาลาอัมก็ลุกขึ้นแต่เช้าและผูกอานลา แล้วไปกับพวกเจ้านายของโมอับ

แต่พระเจ้ากริ้วบาลาอัมเพราะเขาไป
ดังนั้นทูตของพระเจ้ามายืนขวางทางบาลาอัม
ส่วนบาลาอัมขี่ลาโดยมีคนใช้สองคนไปกับเขา
เมื่อลานั้นเห็นทูตสวรรค์ถือดาบในมือยืนขวางทางอยู่
ลาจึงไม่ยอมเดินไป ก็เลี้ยวออกจากทางบ้าง ดันตัวไปติดกำแพงบ้าง หมอบลงบ้าง
บาลาอัมก็โกรธ จึงเอาไม้เท้าของเขาตีลานั้น

แล้วพระเจ้าทรงเปิดปากลา มันจึงพูดกับบาลาอัมว่า
มันเป็นลาที่บาลาอัม ขี่อยู่ทุกวัน มันเคยทำเช่นนี้ไหม
ครั้งนี้ที่ทำเช่นนี้แสดงว่าพระเจ้ากำลังจะบอกอะไรแก่บาลาอัม

แล้วพระเจ้าทรงเปิดตาบาลาอัม
เขาจึงเห็นทูตสวรรค์ยืนขวางทาง และถือดาบอยู่ในมือ
บาลาอัมก็ก้มลงกราบ

ทูตสวรรค์พูดกับบาลาอัมว่า ถ้าลาไม่ได้พาบาลาอัมหลีกไปจากทูตสวรรค์ ทูตนั้นคงฆ่าบาลาอัมแล้ว และให้ลารอดตายไป

แล้วบาลาอัมพูดกับทูตสวรรค์ว่า
เขาได้ทำบาปแล้ว เพราะไม่ทราบว่าทูตสวรรค์ยืนขวางทางอยู่
บัดนี้ถ้าทูตสวรรค์ไม่เห็นชอบให้เขาไปต่อ เขาก็จะกลับไป

แล้วทูตสวรรค์พูดกับบาลาอัมว่า
จงไปกับคนพวกนี้ แต่บาลาอัมต้องพูดเฉพาะคำที่จะสั่งให้พูดเท่านั้น
ดังนั้นบาลาอัมก็ไปกับพวกเจ้านายของบาลาค

บาลาคทรงออกไปรับบาลาอัม ที่เมืองของโมอับซึ่งอยู่ตรงพรมแดนด้านแม่น้ำอารโนน
บาลาอัมทูลบาลาคว่า เขาจะพูดได้ เฉพาะคำที่พระเจ้าทรงใส่ในปากของเขาเท่านั้น

แล้วบาลาคทรงพาบาลาอัมขึ้นไปยัง บาโมทบาอัล
และจากที่นั่นเขามองเห็นคนอิสราเอลส่วนที่อยู่ใกล้ที่สุด

1. กดว. 13:33 คนอิสราเอลเคยคิดว่า พวกเขาเป็นเหมือน​ตั๊กแตน​​ใน​สายตา​ของ​คนคานาอัน
กดว. 14:9 โยชูวาบอกว่า คนคานาอันเป็นเหมือน​ขนม​ของคนอิสราเอล เพราะคนอิสราเอลมีพระเจ้า
แต่ในบทนี้ กษัตริย์บาลาคแห่งโมอับ กล่าวใน กดว. 22:4 ว่า คนอิสราเอลจะมากินพวกเขาเหมือน​วัว​กิน​หญ้า​ใน​นา

ผู้สอดแนม 10 คน ใน กดว.13 มองแบบมนุษย์ ตามหลักการเหตุผลแบบมนุษย์?
แต่โยชูวามองตามมุมมองฝ่ายวิญญาณ ที่รู้ว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วยกับคนอิสราเอล

และเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง ยืนยันอย่างชัดเจนว่า โยชูวาเป็นฝ่ายคิดถูก

อย่าให้เรามองสถานการณ์วันนี้ โดยสายตาอย่างมนุษย์
แต่ให้มองด้วยสายตาฝ่ายวิญญาณ สายตาแห่งความเชื่อว่า ข้าพเจ้าเผชิญทุกสิ่งได้โดยพระเจ้าผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า

2. พระเจ้าสั่งห้ามไม่ให้บาลาอัมไปกับพวกโมอับ
ดูเหมือนบาลาอัมจะเชื่อฟังในหนแรก
แต่พอบาลาคนำข้อเสนอที่น่าเย้ายวนมาให้ บาลาอัม เริ่มลังเล
ขอไปถามพระเจ้าอีก ทั้งที่เขาก็รู้ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว
แล้วพระเจ้า จึงยอมให้เขาไป แต่เขาต้องตั้งใจไปพูดตามที่พระเจ้าสั่งเท่านั้น
แต่ดูเหมือน บาลาอัมไปด้วยความตั้งใจที่จะไปแช่งอิสราเอลตามคำขอของบาลาค

ซึ่งเราสังเกตได้จาก พระเจ้าทรงกริ้วเมื่อบาลาอัมออกเดินทาง
และเมื่อบาลาอัมพบทูตสวรรค์ ทูตสวรรค์ต้องย้ำอีกครั้งให้พูดตามที่พระเจ้าบอก
พอบาลาอัม ตกลงใจจะทำเช่นนั้น ทูตนั้นจึงอนุญาตให้ไปต่อได้

เราหลอกพระเจ้าไม่ได้
สิ่งใดที่เราทำด้วยท่าทีที่ไม่ถูกต้อง จงใจไม่เชื่อฟังพระเจ้า
พระเจ้าจะไม่ทรงพอพระทัย
แม้ภายนอกจะดูเหมือนเชื่อฟัง คนอื่นดูไม่ออก
แต่พระเจ้าทรงทราบ และพระองค์พิจารณาการกระทำด้วยท่าทีในใจ

3. คำเทศนาของลา น่าสนใจมาก
ปกติลาตัวนี้ไม่ทำแบบนี้นี่นา วันนี้ทำแปลกขนาดนี้ แสดงว่าพระเจ้ากำลังจะบอกอะไรแก่บาลาอัมแน่ๆ

เมื่อมีเหตุการณ์ที่ไม่ปกติเกิดขึ้นกับเรา
เป็นการดีที่เราจะทบทวนชีวิตของตนเองว่า
พระเจ้ากำลังทรงเตือนเราในเรื่องใดเป็นพิเศษอยู่หรือไม่

คำคม

“ พระเจ้าทรงคอยเตือนเราอยู่เสมอ ผ่านสถานการณ์รอบตัว ”

สรุป กันดารวิถี 21

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงช่วยคนอิสราเอลมีชัยเหนือศัตรูที่บุกเข้ามาต่อสู้กับพวกเขา แต่ขณะเดียวกันพวกเขาก็บ่นต่อว่าพระเจ้าและโมเสส เรื่องอาหารการกิน

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers21-84912

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 21 หลังจากที่เอโดมไม่ยอมให้คนอิสราเอลผ่านเมืองของพวกเขา อิสราเอลจึงออกเดินทาง ​จาก​คาเดช​มา​ถึง​ภูเขา​โฮร์ และอาโรนก็เสียชีวิตที่ภูเขาโฮร์

เมื่อ​กษัตริย์​เมือง​อาราด​ ชาว​คา​นา​อัน ​ผู้​อาศัย​อยู่​ใน​เน​เกบ ​ได้​ยิน​ว่า​อิส​รา​เอล​กำลังเดินทางผ่านมา
พระ​องค์จึง​มา​ต่อ​สู้​กับ​คน​อิส​รา​เอล​
และ​ทรง​จับ​บาง​คน​ไป​เป็น​เชลย

คน​อิส​รา​เอลอธิษฐานต่อพระเจ้า
และ​พระ​เจ้า​ทรง​ฟัง​เสียง​ของ​พวกเขา
คนอิสราเอล​ก็​ทำ​ลาย​ชาว​คา​นา​อัน​และ​บ้าน​เมือง​ของ​เขา​จน​สิ้น​ซาก
​จึง​เรียก​ตำบล​นั้น​ว่า​โฮร​มาห์ แปลว่า การทำลาย

แล้วคนอิสราเอลก็เดิน​จาก​ภูเขา​โฮร์​ตาม​ทาง​ที่​ไป​ทะเล​แดง
เพื่อ​จะ​อ้อม​แผ่น​ดิน​เอโดม
ประ​ชา​ชน​เกิด​ความ​ท้อ​แท้​ระหว่าง​ทาง
แล้ว​ประ​ชา​ชน​ก็​ต่อ​ว่า​พระ​เจ้า​และ​โมเสส​ว่า
ทำ​ไมถึง​พาพวกเขา​ออก​จาก​อียิปต์​ให้​มา​ตาย​ที่นี่
เพราะ​ไม่​มี​อาหาร​และ​ไม่​มี​น้ำ
และพวกเขา​เกลียดมานาจากสวรรค์ ​อา​หาร​อัน​ไร้​ค่า​นี้

​พระ​เจ้าจึง​ส่ง​พวก​งู​พิษ​มา​กัด​คน​อิส​รา​เอล​ตาย​เป็น​จำนวน​มาก
ประ​ชา​ชน​จึงมา​หา​โมเสส​กล่าว​ว่า
เรา​ทำ​บาป​เพราะ​เรา​ต่อ​ว่า​พระ​เจ้า​และ​ต่อ​ว่าโมเสส
ขอ​โมเสสทูลวิง​วอน​พระเจ้าให้​พระ​องค์​ทรง​นำ​งู​ไป​จาก​พวกเขา

​โมเสส​จึง​ทูล​วิง​วอน​เพื่อ​ประ​ชา​ชน
พระเจ้าสั่งโมเสส​ ให้​ทำ​งู​พิษ​ตัว​หนึ่ง​ติด​ไว้​บน​เสา และ​ทุก​คน​ที่​ถูก​งู​กัด​มอง​ดู​งู​นั้น ก็​จะ​ไม่ตาย

​โมเสส​จึง​ทำ​งู​ทอง​สัม​ฤทธิ์​ตัว​หนึ่ง และ​ติด​ไว้​บน​เสา
และ​เมื่อ​งู​กัด​ใคร ถ้า​คน​นั้น​มอง​ดู​งู​ทอง​สัม​ฤทธิ์​นั้น เขา​ก็​จะไม่ตาย

แล้ว​คน​อิส​รา​เอล​ก็​ออก​เดิน​ทาง จนมา​ถึง​หุบ​เขา​ใน​ถิ่น​ของ​โมอับ
อิส​รา​เอล​จึงส่ง​ผู้​สื่อ​สาร​ไป​เข้า​เฝ้า​สิโหน​ กษัตริย์​คน​อา​โม​ไรต์​ เพื่อขอผ่านทาง
แต่​สิโหน​ไม่​ยอม​ พระ​องค์​กลับทรง​รวบ​รวม​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​หมด​ออก​สู้​กับ​คน​อิส​รา​เอล​
และ​คน​อิส​รา​เอล​ได้​สัง​หาร​สิโหนด้วย​ดาบ และ​ยึด​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​องค์
​ตั้ง​แต่​แม่​น้ำ​อาร​โนน​จน​ถึง​แม่​น้ำ​ยับ​บอก ไกล​ไป​จน​ถึง​ดิน​แดน​คน​อัม​โมน
คน​อิส​รา​เอล​เข้า​อาศัย​อยู่​ใน​ทุก​เมือง​ของ​คน​อา​โม​ไรต์​ใน​เเฮช​โบน​และเมือง​ยา​เซอร์ และ​ตาม​ชน​บท​ของ​เมือง​นั้นๆ
คน​อิส​รา​เอล​จึง​อา​ศัย​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​คน​อา​โม​ไรต์
แล้ว​ขับ​ไล่​คน​อา​โม​ไรต์​ซึ่ง​อยู่​ที่​นั่นออกไปเสีย

แล้ว​โอก​กษัตริย์​บา​ชาน​ ก็​ทรง​ออก​มา​พร้อม​ด้วย​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​หมด​ ​เพื่อ​สู้​รบกับอิสราเอล
แต่​พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
อย่า​กลัว​เขา​เลย เพราะ​พระเจ้าได้​มอบ​เขา และ​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​หมด​รวม​ทั้ง​แผ่น​ดิน​ของ​เขา​ไว้​ใน​มือ​ของโมเสส​แล้ว ดัง​นั้นคนอิสราเอลจึง​ฆ่า​โอก​ รวม​ทั้ง​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​หมด จน​ไม่​เหลือ​สัก​คน​เดียว
และ​อิส​รา​เอล​ก็​เข้า​ยึด​แผ่น​ดิน​บาชาน

1. หลังจากที่คนอิสราเอลวนเวียนในถิ่นทุรกันดาร 40 ปี เขาแทบไม่ได้เจอศัตรูเลย
บัดนี้ สงครามแรกเกิดขึ้น กษัตริย์​เมือง​อาราด​ ชาว​คา​นา​อัน มาโจมดีพวกเขา
พวกเขาบางคนถูกจับตัวไป
แต่เมื่อพวกเขาร้องทูลต่อพระเจ้า พระองค์ประทานชัยชนะให้แก่พวกเขา

บางครั้งพระเจ้าอนุญาตให้เราพบกับความยากลำบาก แต่นั่นก็ไม่ใช่เพื่อทำลายเรา
แต่เพื่อเราจะเรียนรู้ที่จะพึ่งพาพระองค์มากยิ่งขึ้น

2. พระเจ้าทรงเลี้ยงดูอิสราเอลมาตลอด 40 ปี ไม่มีสักคนเดียวที่ตายเพราะอดอาหารหรืออดน้ำ
แต่พวกเขายังบ่นต่อว่าพระเจ้า และอกตัญญู โดยกล่าวว่า มานาอาหารจากสวรรค์เป็นอาหารไร้ค่า

หากเราไม่รู้จักสำนึกพระคุณของพระเจ้า สำหรับเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมา
เราจะถลำลึก ไปสู่การทำผิดต่อพระเจ้ามากยิ่งขึ้น เมื่อเราเผชิญกับสถานการณ์ในวันนี้

3. คนอิสราเอลทำบาป งูจึงออกมากัดพวกเขา
แต่พระเจ้าให้โมเสสยกงูทองสัมฤทธิ์ขึ้น เพื่อว่าใครเชื่อสิ่งที่พระเจ้าตรัส ว่ามองที่งูแล้วจะไม่ตาย คนนั้นก็จะรอดตาย
ซึ่งเรื่องนี้เป็นภาพที่เล็งถึงพระเยซู
ยน. 3:14-15 โม​เสส​ยก​งู​ขึ้น​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​อย่าง​ไร บุตร​มนุษย์​จะ​ต้อง​ถูก​ยก​ขึ้น​อย่าง​นั้น เพื่อ​ทุก​คน​ที่​วาง​ใจ​พระ​องค์​จะ​ได้​ชีวิต​นิรันดร์
เชื่อคำตรัส ว่า มองงูทองสัมฤทธิ์ที่ถูกยกขึ้นก็รอดตาย แล้วมองงู จึงรอด
เชื่อคำตรัส ว่า วางใจพระเยซู ที่ถูกแขวนบนไม้กางเขน แล้วมาหาพระองค์ จึงรอดพ้นความพินาศชั่วนิรันดร์

4. คนอิสราเอลของผ่านทาง แต่สิโหนกษัตริย์อาโมไรต์ไม่ยอม แต่กลับยกทัพออกมาโจมตีอิสราเอล
ทำเหมือนกันกับเอโดม(กดว. 20:20) แต่อิสราเอลตอบสนองแตกต่างกัน
เนื่องจากเอโดมถือว่าเป็นญาติกันอิสราเอลจึงถอยหลบออกมา
แต่สำหรับอาโมไรต์ อิสราเอลต่อสู้กลับ จนได้รับชัยชนะอย่างสิ้นเชิง
เข้ายึดบ้านเมืองของคนอาโมไรต์ในบริเวณนั้นได้ทั้งหมด

การโจมตีของสิโหน กลับเป็นเหตุทำให้อิสราเอลได้เข้ายึดครองดินแดนของอาโมไรต์

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเรา เมื่อเราพึ่งพาพระเจ้า ปัญหานั้นจะกลับกลายเป็นนำพระพรมาสู่ชีวิตของเรา

5. ใน กดว. 13:29 เมื่อผู้สอดแนม 12 คน กลับมารายงาน พวกเขาส่วนใหญ่ หวาดกลัว คน​อา​โม​ไรต์​อยู่​บน​ภูเขา คน​คา​นา​อัน​อา​ศัย​อยู่​ที่​ริม​ทะเล​ จนพวกเขาไม่เชื่อว่าพระเจ้าจะสามารถพาพวกเขาเข้าไปยึดครองดินแดนคานาอันได้
ปรากฏว่าในบทนี้ ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เมื่อพวกเขาพึ่งพาพระเจ้า พวกเขาทำได้มากกว่าที่พวกเขาคิดมากมายนัก
กษัตริย์สิโหนแห่งอาโมไรต์และกษัตริย์เมืองอาราด ชาวคานาอัน พ่ายแพ้พวกเขาอย่างง่ายดาย ในเวลาเพียงไม่กี่วัน

ใช่แล้ว โดยกำลังความสามารถของเราเอง สิ่งที่เผชิญอาจจะยากมาก หรือเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ
แต่โดยการพึ่งพาพระเจ้าและใช้วิธีการของพระองค์
ทุกอย่างเป็นไปได้ เพราะไม่มีอะไรที่ยากสำหรับพระเจ้า
และสำหรับผู้ที่พึ่งพาพระองค์อย่างวางใจ

คำคม

“ ไม่มีสิ่งใดยาก สำหรับผู้ที่พึ่งพาพระเจ้าอย่างวางใจ ”

สรุป กันดารวิถี 20

ภาพรวม

  • คนอิสราเอลบ่นต่อว่าโมเสส เพราะไม่มีน้ำดื่ม พระเจ้าให้โมเสสสั่งหินให้น้ำออกมา แต่โมเสสกลับตีหินแทน
    ต่อมาอาโรนก็เสียชีวิต ใกล้เขตแดนของเอโดม

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers20-84772

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 20 เมื่อพระเจ้าทรงสั่งโมเสสและอาโรน เรื่องพิธีน้ำชำระมลทินแล้ว

หลายปีต่อมา (น่าจะเป็นปีที่ 40 หลังออกจากอียิปต์)​ ใน​เดือน​ที่​ 1
คน​อิส​รา​เอลก็เดินทางมาถึง​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ศิน ​พัก​อยู่​ที่​คา​เดช
และ​มิเรียม​สิ้น​ชีวิต แล้ว​ถูก​ฝัง​ไว้​ที่​นั่น

ที่นั่นประชา​ชน​ไม่​มี​น้ำ พวกเขา​จึง​ประ​ชุม​กัน​ต่อ​ต้าน​โมเสส​และ​อาโรน
กล่าว​ว่า ถ้าพวกเขาตาย​ไปพร้อมกับคนที่กบฏ ใน กดว.16 ​ก็น่าจะ​ดี
​ทำ​ไมโมเสส​จึง​พวกเขา​ออก​จาก​อียิปต์ และ​นำ​มา​ยัง​ที่​เลว​ทราม​นี้?

แล้ว​โมเสส​และ​อาโรน​จึงไป​ที่​ประตู​พลับพลา​แล้ว​ซบ​หน้า​ลง
และ​พระ​สิริ​ของ​พระเจ้า​ปรา​กฏ​แก่​เขา​ทั้ง​หลาย

พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ให้ถือ​ไม้​เท้า​และ​​เรียก​ประ​ชุม​ประชาชน
แล้วให้โมเสสและอาโรน บอก​หิน​ต่อ​หน้า​​ประ​ชา​ชน​ให้​มัน​หลั่ง​น้ำ​ออก​มา

โมเสส​กับ​อาโรน​ก็​เรียก​ชุม​นุม​ชน​ให้​ไป​พร้อม​กัน​ที่​หิน
โมเสสพูด​กับ​พวก​เขา​ว่า
“เจ้า​พวก​กบฏ​จง​ฟัง จะ​ให้​เรา​เอา​น้ำ​ออก​จาก​หิน​นี้​ให้​พวก​เจ้า​ดื่ม​หรือ?”

โมเสส​ก็​ยก​มือ​ขึ้น​ตี​หิน​นั้น 2 ครั้ง​ด้วย​ไม้​เท้า
และ​น้ำ​ก็​ไหล​ออก​มา​อย่าง​มาก​มาย
ชุมนุม​ชน​และ​สัตว์​เลี้ยง​ของ​เขา​ก็​ได้​ดื่ม​กัน
น้ำ​นั้นจึงถูกเรียกว่า ​น้ำ​แห่ง​เมรี​บาห์

พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​และ​อาโรน​ว่า
เพราะพวกเขาทั้ง​สอง​ไม่​ได้​เชื่อ​มั่น​ในพระเจ้า ที่​จะ​ถวาย​ความ​ศักดิ์​สิทธิ์​แด่พระเจ้า​ต่อ​หน้า​คน​อิส​รา​เอล
เพราะ​ฉะนั้นพวกเขาทั้ง​สอง​จะ​ไม่​ได้​นำ​คน​ในที่​ประ​ชุม​นี้​ เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดินคานาอัน

ต่อมาขณะที่ยังอยู่ที่​คา​เดช ​โมเสส​ส่ง​ผู้​สื่อ​สารไป​ยัง​กษัตริย์​ของ​เอโดม เพื่อขอผ่าน​เขต​แดน​ของ​เอโดม ไปยังคานาอัน โดยสัญญาว่า​จะ​เดิน​ไป​ตาม​ทาง​หลวงเท่านั้น จะ​ไม่​ผ่าน​ไร่​นา​หรือ​สวน​องุ่น จะ​ไม่​ดื่ม​น้ำ​จาก​บ่อของเอโดมเลย
แต่​เอโดมไม่ยอมให้ผ่าน
แล้ว​เอโดม​ก็​ออก​มา​ต่อ​สู้​กับ​คนอิสราเอลด้วย​คน​มาก​มาย​
คน​อิส​รา​เอล​จึง​ยก​ออก​จาก​คาเดช​มา​ถึง​ภูเขา​โฮร์

แล้วพระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​และ​อาโรน​ที่​ภูเขา​โฮร์​ ที่​ริม​พรม​แดน​แผ่น​ดิน​เอ​โดม ​ว่า
อาโรน​จะเสียชีวิตและจะ​ไม่​ได้​เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดินคานาอัน เพราะพวกเขาทั้ง​สอง​กบฏ​ต่อ​คำ​สั่ง​ของพระเจ้า​ที่​น้ำ​แห่ง​เมรี​บาห์

พระเจ้าให้​อาโรน​และ​เอ​เล​อา​ซาร์ ลูกของเขา ​ขึ้น​ไปบน​ภูเขา​โฮร์
แล้วให้อาโรน​ถอด​ชุด​เสื้อ​ตำแหน่ง​ออก
​แล้ว​สวม​ให้​แก่​เอ​เล​อา​ซาร์​
อาโรน​ก็สิ้น​ชีวิต​ที่​นั่น

คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ก็​ร้อง​ไห้​ไว้​ทุกข์​ให้​อาโรน​อยู่ 30 วัน

1. ในบทนี้ น่าจะเป็นปีที่ 40 นับตั้งแต่ออกจากอียิปต์ เพราะเปรียบกับ กดว. 33:38 ที่กล่าวว่า
“และ​อาโรน​ปุโร​หิต​ขึ้น​ไป​ยัง​ภูเขา​โฮร์​ตาม​พระ​บัญ​ชา​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​และ​สิ้น​ชีวิต​ที่​นั่น ใน​วัน​ที่​ 1 เดือน​ที่​ 5 ปี​ที่​40 นับ​ตั้ง​แต่​วัน​ที่​คน​อิส​รา​เอล​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์”
ดังนั้น กดว.19 และ กดว.20 น่าจะห่างกันราว 37 ปี
37ปีผ่านไป คนอิสราเอลก็ยังคงบ่นต่อว่าโมเสสเหมือนเดิม

ทั้งที่พระเจ้าทรงเลี้ยงดูพวกเขามาตลอด 40 ปี
แต่สิ่งเหล่านั้นกลับไม่ได้ทำให้เขาเชื่อวางใจในพระเจ้า
สำหรับการกันดารน้ำที่กำลังประสบในคราวนี้ ได้เลย

วันนี้ ประสบการณ์ที่พระเจ้าช่วยเราในอดีตตลอดเวลาที่ผ่านมาก
เพียงพอหรือยัง ที่จะทำให้เรา ไว้วางใจในพระเจ้า สำหรับเหตุการณ์ในวันนี้

2.คาเดช คือ คาเดช​บาร​เนีย (กดว. 32:8) ที่ที่โมเสสส่งคนให้​ไป​สอด​แนม​ดู​แผ่น​ดิน​คานาอัน
เมื่อ 38 ปีก่อน ณ ที่นี่ คนอิสราเอลเคยคิดว่า โมเสสไม่น่าพาพวกเขาออกมาจากอียิปต์เลย
บัดนี้ พวกเขาก็ยังพูดเหมือนเดิม คิดเหมือนเดิม

เวลาที่พระเจ้าทรงใช้ เพื่อนำคนอิสราเอลออกจากอียิปต์ ประมาณ 40 วัน
แต่เวลาที่ใช้ เพื่อนำอียิปต์ออกจากใจคนอิสราเอล นานกว่า 40 ปี

วันนี้ ในเมื่อเราตัดสินใจเดินติดตามพระเจ้าอย่างหมดหัวใจแล้ว
ใจของเรายังเอนเอียง ปรารถนาตามค่านิยมของโลกนี้อยู่หรือเปล่า?

3. เมื่อคนอิสราเอลบ่นต่อว่าโมเสสและอาโรน เรื่องไม่มีน้ำดื่ม และใส่ร้ายป้ายสีโมเสสว่า หลอกพวกเขา นำพวกเขามาที่เลวร้ายเช่นนี้
ท่ามกลางการคิดกบฏของคนอิสราเอล พระเจ้าประสงค์ที่จะสำแดงพระเมตตาแก่เขา
จึงบอกให้โมเสส สั่งหินเพื่อให้น้ำออกมา ต่อหน้าพวกเขา
แต่โมเสสซึ่งกระทำในฐานะตัวแทนของพระเจ้า
กลับ ต่อว่าพวกเขา แล้วใช้ไม้เท้าตีหิน แทนที่จะสั่งหิน
ซึ่งเรื่องนี้ ดูเหมือนอาโรนจะเห็นชอบหรือมีส่วนร่วมด้วย
สังเกตจากการที่พระเจ้าทรงลงโทษ ทั้งโมเสสและอาโรน

เมื่อเราทำสิ่งใดในฐานะตัวแทนของพระเจ้า
การกระทำของเราเป็นการสำแดงพระลักษณะของพระเจ้าให้ผู้อื่นได้เห็น
เราจึงสมควรอย่างยิ่งที่จะกระทำตามการทรงนำของพระเจ้า

วันนี้ ขณะที่เราอยู่ในโลกนี้ เราเป็นตัวแทนของพระเจ้า ที่จะสำแดงพระลักษณะของพระเจ้าแก่คนในโลกนี้
ดังนั้นพระเยซูจึงสั่งให้เราเป็นผู้ดีรอบคอบเหมือนอย่างพระบิดาของเราเป็นผู้ดีรอบคอบ(มธ. 5:48)

วันนี้ จะพูดอะไร จะทำอะไร จงระลึกอยู่เสมอว่า เรากำลังเป็นตัวแทนของพระเจ้า บนโลกนี้

4. เอโดม เป็นเชื้อสายของเอซาว ซึ่งเป็นพี่ชายของยาโคบ(อิสราเอล)
ดังนั้น คนอิสราเอล และ คนเอโดม จึงถือว่า เป็นพี่น้องกันก็ว่าได้
การที่คนเอโดมไม่ยอมให้คนอิสราเอล เดินผ่านประเทศของตน
ทำให้คนอิสราเอลต้องอ้อมไปอีกทางหนึ่ง เพราะไม่อยากสู้รบกับคนเอโดมที่เป็นพี่น้องกัน

การไม่ยอมช่วยเหลือคนอิสราเอลในครั้งนี้ ได้นำการพิพากษามาถึงเอโดมในอนาคต

การไม่มีน้ำใจต่อพี่น้อง ดูเหมือนพระเจ้าทรงถือว่า เป็นเรื่องใหญ่มาก

วันนี้ เราได้สำแดงความรัก ความมีน้ำใจต่อพี่น้อง มากน้อยเพียงใด?

คำคม

“ การเชื่อฟังเพียงบางส่วน เป็นเหมือนการไม่เชื่อฟัง ”

สรุป กันดารวิถี 19

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้คนอิสราเอลเผาโคสีแดงเป็นเครื่องบูชา แล้วนำขี้เถ้าจากการเผามาทำเป็นน้ำชำระมลทินจากการแตะต้องศพคนตาย

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers19-84639

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 19 เมื่อพระเจ้าตรัสกับอาโรนเรื่องหน้าที่และส่วนแบ่งของปุโรหิตและคนเลวีแล้ว

พระ​เจ้าก็​ตรัส​กับ​โมเสส​และ​อาโรน ​ว่า
ให้คน​อิส​รา​เอล​นำ​โค​​ ไปฆ่าที่นอกค่าย ต่อหน้า​เอ​เล​อา​ซาร์​ปุโร​หิต(บุตรของอาโรน) โดยโคนั้นต้อง
– เป็นตัว​เมีย​
– มีสี​แดง
– ไม่​พิการ​
– ​ไม่​มี​ตำหนิ
– ยัง​ไม่​เคย​เข้า​เทียม​แอก​มาก่อน

แล้วเอ​เล​อา​ซาร์​ ​จะ​เอา​นิ้ว​มือ​จุ่ม​เลือด​โค แล้ว​พรม​ที่​ข้าง​หน้า​พลับพลา 7 ​ครั้ง
แล้ว​ให้​เผา​โค​​นั้น​ ทั้ง​หนัง เนื้อ และ​เลือด กับ​มูล​ของ​มัน
แล้ว​ปุโร​หิต​จะ​เอา​ไม้​สน​สีดาร์ ไม้​หุสบ​กับ​ด้าย​สี​แดง​โยน​เข้า​ไป​ใน​ไฟ​ ​นั้น

แล้ว​ปุโร​หิต​และคนที่เผาโค จะ​ซัก​เสื้อ​ผ้าและ​ชำระ​ร่าง​กาย​ของ​พวกเขา​ใน​น้ำ
หลัง​จาก​นั้น​จึง​เข้า​ไป​ใน​ค่าย
และจะ​เป็น​มล​ทิน​อยู่​จน​ถึง​เวลา​เย็น

ให้​ผู้​ชาย​ที่​สะอาด​เก็บ​ขี้​เถ้า​ และ​นำ​ไป​ไว้​ใน​ที่​สะอาด​นอก​ค่าย
ขี้​เถ้า​นั้น​จะเป็น​เหมือน​น้ำ​ชำระ​มล​ทิน​สำหรับ​คน​อิส​รา​เอล

คน​ที่​เก็บ​ขี้​เถ้า​ของ​โค​ตัว​เมียนั้น​ต้อง​ซัก​เสื้อ​ผ้า​ของ​ตน
และ​เขา​จะ​เป็น​มล​ทิน​อยู่​จน​ถึง​เวลา​เย็น

ใคร​ที่​แตะ​ต้อง​ศพ​ ต้อง​เป็น​มล​ทิน​อยู่ 7 ​วัน
​คน​ที่​เป็น​มล​ทิน​ต้อง​เอา​ขี้​เถ้า​จาก​การ​เผา​โคสีแดงนั้นและ​เอา​น้ำ​จากแหล่งน้ำที่ไหล ​เติม​เข้า​ไป​ใน​ภาชนะ
แล้ว​ให้​คน​สะอาด​เอา​กิ่ง​หุสบ​จุ่ม​น้ำ​นั้น
แล้ว​ประ​พรม​ที่​เต็นท์ เครื่อง​ใช้​ทั้ง​หมด ในเต็นท์ที่มีคนตาย และบน​​คน​ที่​เป็นมลทิน
ต้อง​ชำระ​ตัว​ด้วย​น้ำนี้​ใน​วัน​ที่​ 3 และ​วัน​ที่ 7
แล้ว​ใน​วัน​ที่​ 7 ต้อง​ซัก​เสื้อ​ผ้า​และ​อาบ​น้ำ
แล้ว​เขา​จะ​สะอาด​ใน​เวลา​เย็น

​คน​ที่​เป็น​มล​ทิน​และ​ไม่​ชำระ​ตัว เขา​ต้อง​ถูก​ตัด​ออก​จาก​ท่าม​กลางคนอิสราเอล

1. พิธี​ถวาย​โค​สีแดง ในบทนี้ค่อน​ข้าง​แตก​ต่าง​จาก​การ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​​อื่นๆ
การ​ถวาย​เครื่อง​บูชาอื่นๆ จะทำ​ภาย​ใน​ค่าย​และ​ไม่​มี​การ​เผา​หนังและจะ​มี​การ​นำ​เลือด​ไป​ประ​พรม​ที่​แท่น​บูชา
แต่​ใน​บทนี้ ฆ่า​โค​ที่​นอก​ค่าย​และ​เผา​ทุก​อย่าง​ของ​โค​และ​นำ​เลือด​ไป​ประพรม​ข้าง​หน้า​พลับพลา
ยิ่งกว่านั้น ปุโรหิต​ผู้​ทำ​พิธี​จะ​เป็น​มลทิน​ หลัง​ทำ​พิธีเสร็จ อีกด้วย

ผลของพิธีนี้ทำให้ได้ขี้เถ้าจากซากของโค ซึ่งจะนำมาผสมน้ำใช้ชำระมลทินของผู้ที่แตะต้องศพ

เนื่องจากใน กดว. 16:49 คน​ที่​ตาย​ด้วย​ภัย​พิบัติ​มี 14,700 คน ไม่​นับ​คน​ที่​ตาย​ด้วย​เรื่อง​ของ​โค​ราห์
สังเกตว่ามีคนตายเป็นจำนวนมาก และคนอิสราเอลจำเป็นต้องแตะต้องศพเหล่านั้น
จึงมีพิธีนี้ขึ้น และสามารถใช้เป็นกฏเกณฑ์สำหรับกรณีอื่นๆต่อไปอีกได้ด้วย

เมื่อมีคนตายจำนวนมาก คนอิสราเอลจำเป็นต้องจัดการเรื่องศพ ซึ่งการจัดการนั้นจะทำให้พวกเขาเป็นมลทิน
พระเจ้าไม่ได้ลดมาตรฐานเรื่องความบริสุทธิ์ลง เมื่อมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น
แต่พระองค์ให้มีขั้นตอนบางอย่าง เพื่อให้คนอิสราเอลยังคงรักษามาตรฐานเรื่องความบริสุทธิ์เอาไว้

เราไม่สามารถใช้เหตุผลใดๆมาอ้าง เพื่อลดมาตรฐานการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าได้
หากมีอุปสรรคใดๆ ทำให้การทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้านั้น เป็นไปได้ยากหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
เป็นการดีที่เราจะเข้าหาพระเจ้า พึ่งพาพระองค์
ขอพระองค์ทรงประทานทางออกให้แก่เรา ที่เรายังคงจะสามารถทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าได้ในสถานการณ์นั้นๆ

2. คนที่เป็นมลทิน แต่ไม่ยอมชำระตัว จะถูกขับออกจากชนชาติอิสราเอล

เมื่อพระเจ้าเปิดหนทางแห่งการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าให้
หากใครยังคงเลือกไม่ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
เขาเองต้องรับผิดชอบต่อการเลือกของเขา

คำคม

“ ไม่มีข้ออ้างใดๆมีน้ำหนักมากพอ ที่จะให้เราไม่ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ”

สรุป กันดารวิถี 18

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงกำหนดส่วนแบ่งให้สำหรับปุโรหิตและคนเลวี

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers18-84516

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 18 เมื่อพระเจ้าทรงให้ไม้เท้าของอาโรนออกดอก เพื่อบอกคนอิสราเอลให้รู้ว่า พระเจ้าทรงเลือกอาโรนและเผ่าเลวี เท่านั้นสำหรับการปรนนิบัติที่พลับพลา แล้ว

พระเจ้าก็​ตรัส​กับ​อาโรน​ว่า หากอาโรนและ​บุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา และคนในเผ่าเลวีทำผิดคำสั่งของพระเจ้าเกี่ยวกับสถานนมัสการ พวกเขาจะ​ต้อง​รับ​โทษ

คน​เผ่า​เลวี​จะมีหน้าที่​ช่วย​เหลืออาโรน ขณะ​ที่​อาโรนและ​บรรดา​บุตร​ของ​เขา ปรนนิบัติในงานที่เกี่ยวกับพลับพลา
แต่​ห้าม​พวก​เขา​เข้า​ใกล้​​เครื่อง​ใช้​ของ​สถาน​นมัส​การ​หรือ​แท่น​บูชา มิฉะนั้น​ทั้ง​พวก​เขา​และ​อาโรน​จะ​ต้อง​ตาย
และ​ห้ามคนอื่น​เข้ามา​ใกล้​พวกเขา ขณะที่พวกเขากำลังปรนนิบัติพระเจ้าที่พลับพลา

อาโรนต้อง​คอย​ทำ​หน้า​ที่​ของ​สถาน​นมัส​การ เพื่อ​พระ​พิโรธ​จะ​ไม่​เกิด​ขึ้น​กับ​คน​อิส​รา​เอล​อีก

อาโรนและ​บรรดา​บุตร​ชาย​นั้น จะทำ​หน้า​ที่​ของ​ปุโร​หิต​ด้วย​กัน เพื่อ​การ​ปรน​นิบัติ​​เกี่ยว​ข้อง​กับ​แท่น​บูชา และ​ที่​อยู่​ภาย​ใน​ม่าน แต่​คน​นอก​ที่​เข้า​มา​ใกล้​จะ​ต้อง​ตาย

อาโรน​และ​บุตร​หลาน​ของ​เขา​เป็น​ส่วน​แบ่ง​ของสิ่งที่คนนำมาถวาย ​ดัง​นี้
ของ​ถวาย​ทั้ง​หมด​ของ​พวก​เขา ธัญ​บูชา​ เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป และ​เครื่อง​บูชา​ชด​ใช้​บาป​ ที่เหลือจากการนำไปเผา เป็นของอาโรนและ​แก่​บุตร​หลาน​ของ​เขา
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เป็น​ของ​บริ​สุทธิ์​ที่​สุด ผู้​ชาย​ทุก​คน​รับ​ประ​ทาน​ได้

เครื่อง​ถวาย​อื่นๆ และ​เครื่อง​โบก​ถวาย​ เป็นของอาโรน​และ​บุตร​ชาย​หญิง​ซึ่ง​อยู่​กับ​เขา​​ ทุก​คน​ที่​สะอาด​ซึ่ง​อยู่​ใน​ครัว​เรือน​ของ​เขา​รับ​ประ​ทาน​ได้

น้ำ​มัน เหล้า​องุ่น ​เมล็ด​พืช​ ผล​รุ่น​แรก และของ​มอบ​ถวาย​ทุก​อย่าง ​ที่​คนอิสราเอล​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า​นั้น​ พระเจ้า​ให้​แก่​อาโรน
ทุก​คน​ใน​ครัวเรือน​ของ​เจ้า​ที่สะอาด​รับ​ประ​ทาน​ได้

ลูก​หัว​ปี​ของ​สัตว์ที่นำมาถวาย ให้เอา​ไขมัน​ของ​มัน​เผา​เป็น​เครื่อง​บูชา​ด้วย​ไฟ​ แต่​เนื้อ​ของ​มัน​จะ​เป็น​ของอาโรน

พระเจ้าตรัส​กับ​อาโรน​ว่า เขา​และบุตรหลาน รวมทั้งคนเลวี จะ​ไม่​ได้​รับ​มร​ดก​ใน​แผ่น​ดิน​ของคนอิสราเอล และ​จะ​ไม่​มี​ส่วน​แบ่ง​ใดๆ ท่าม​กลาง​คนอิสราเอลเลย แต่พระเจ้าเอง​จะเป็น​ส่วน​แบ่ง​ของ​เขา​และ​เป็น​มร​ดก​ของ​เขา​

ทศางค์​ทั้ง​หมด ใน​อิส​รา​เอล​ พระเจ้าประทานแก่​คน​เลวี​เป็น​มร​ดก เป็น​ค่า​ตอบ​แทน​งาน​ที่​พวกเขา​​ทำ​งาน​ที่​พลับพลา
และให้คนเลวี นำ​ร้อย​ละ​สิบ​จาก​ทศางค์​นั้น​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า ​โดยนำไปมอบให้​แก่​อาโรน​ปุโร​หิต
ตั้ง​แต่​นี้​ไป​คน​อิส​รา​เอล​จะ​ไม่​เข้า​มา​ใกล้​พลับพลา มิฉะนั้นจะ​รับ​โทษ​บาป​ถึง​ตาย

เมื่อคนเลวีได้รับของถวายแล้ว อย่า​ทำ​สิ่ง​บริ​สุทธิ์​ของ​คน​อิส​รา​เอลเหล่านั้น​ให้​มล​ทิน​ มิฉะนั้นจะต้อง​ตาย

1. เมื่ออาโรนและบุตรของเขา กับคนเลวี มีหน้าที่ดูแลพลับพลา ดังนั้นพวกเขาจะต้องรับโทษ หากทำผิดเกี่ยวกับเรื่องของพลับพลา
แต่ขณะเดียวกัน พวกเขาก็จะได้รับประโยชน์ คือ ของถวายต่างๆ จากการทำงานในพลับพลานั้น

การรับใช้พระเจ้า จะนำพระพรมากมายมาสู่ชีวิตและครอบครัว เมื่อเรารับใช้พระเจ้าด้วยท่าทีที่ถูกต้อง
ขณะเดียวกัน จะนำปัญหามากมายมาสู่ชีวิต หากเรารับใช้ด้วยท่าทีที่ไม่เหมาะสม

2. คนเลวี แม้ไม่ได้ เพาะปลูก หรือ เลี้ยงสัตว์ แต่ก็ยังมีพืชและเนื้อสัตว์ รับประทานอยู่เสมอ
เพราะได้รับจากของที่คนอิสราเอลมาถวายแด่พระเจ้า
สิ่งเหล่านั้น ไม่ใช่ คนอิสราเอลให้เลวี แต่คนอิสราเอลถวายแด่พระเจ้า แล้วพระเจ้าให้คนเลวี

การถวายสิ่งใดแด่ผู้มีส่วนในการรับใช้พระเจ้า
คนที่คิดว่า เขาถวายแด่พระเจ้า คนนั้นจะไม่รู้สึกว่าเป็นบุญคุณต่อผู้รับใดๆเลย
เพระสิ่งที่ผู้รับได้รับนั้น ไม่ใช่ของผู้ถวาย แต่เป็นของที่พระเจ้าประทานให้แก่ผู้รับ
คนที่คิดเช่นนี้ จะได้รับพระพร สมกับผู้ที่ถวายแด่พระเจ้าพึงจะได้รับ

แต่คนที่คิดว่า เขาเป็นผู้ให้แก่ผู้รับ คนนั้นก็จะรู้สึกว่าเขามีบุญคุณต่อผู้รับ
คนที่คิดเช่นนั้น จะได้รับพระพร สมกับผู้ที่มีเมตตาบริจาคของแก่เพื่อนบ้าน

3. คนเลวี ต้องถวายสิบลดแด่พระเจ้าด้วย
เป็นการดีที่ผู้รับใช้พระเจ้า จะถวายสิบลดเช่นกัน

4. ใน กดว. 18:20 น่าสนใจมาก ที่ กล่าวไว้ว่า
และ​พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​กับ​อาโรน​ว่า “เจ้า​จะ​ไม่​ได้​รับ​มร​ดก​ใน​แผ่น​ดิน​ของ​พวก​เขา และ​จะ​ไม่​มี​ส่วน​แบ่ง​ใดๆ ท่าม​กลาง​พวก​เขา​เลย เรา​เอง​จะเป็น​ส่วน​แบ่ง​ของ​เจ้า​และ​เป็น​มร​ดก​ของ​เจ้า​ท่าม​กลาง​คน​อิส​รา​เอล”

อาโรนจะไม่มีส่วนในมรดกหรือส่วนแบ่งใดๆท่ามกลางคนอิสราเอลเลย
รวมถึงพระพรต่างๆ ที่พระเจ้าจะอวยพระพรคนอิสราเอล เช่น ปลูกพืชเกิดผลมากมาย หรือ เลี้ยงสัตว์ได้ลูกดกมากมาย
ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ พระเจ้าทรงเป็นส่วนแบ่งและเป็นมรดกของเขา

ก.หากประยุกต์แบบเบื้องต้น ก็คือ
ผู้รับใช้พระเจ้า จะไม่ได้รับสิทธิ รับพระพรเจริญก้าวหน้าในการประกอบธุรกิจ เพราะพระเจ้าจะทรงเลี้ยงดูเขาเอง
เขาไม่ควรดิ้นรนด้วยตนเอง แต่ควรมุ่งเน้นในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าเป็นหลัก
ทำให้นึกถึงคนฉลาดและขยันอย่าง อ.เปาโล ในยามที่อยู่เมืองโครินธ์ (กจ. 18:1-4)
ขณะที่เขากำลังรอเงินบริจาคจากมาซิโดเนียซึ่งทิโมธีกำลังจะนำมา
เขาจึงทำอาชีพเย็บเต็นท์ ในช่วงสั้นๆ ดูเหมือนธุรกิจเขาไม่ได้ประสบความสำเร็จมากมายนักในช่วงนั้น

ผู้รับใช้เต็มเวลาสามารถทำธุรกิจไปด้วยได้ แต่คงไม่รุ่งเท่ากับการทำธุรกิจของฆราวาสคริสเตียน
ขณะเดียวกัน งานรับใช้ก็คงไม่เกิดผลมากเท่ากับ เมื่อตัวเขาเองทุ่มเทพลังทั้งหมดสำหรับการรับใช้พระเจ้าเพียงอย่างเดียว

ข. หากจะประยุกต์ในฝ่ายวิญญาณ ก็คือ
ไม่ว่าเราจะต้องสูญเสียอะไรก็ตามในการปรนนิบัติพระเจ้า
นั่นก็คุ้มค่า เพราะว่า สิ่งที่ได้รับมามีค่ามากกว่าสิ่งที่สูญเสียไปมากนัก
ปุโรหิตสูญเสียมรดกในแผ่นดิน แต่ได้พระเจ้าเป็นส่วนแบ่งมรดกของเขา

คนที่ต้องสูญเสียทุกสิ่ง เพราะเหตุการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า
แท้จริงแล้ว เขาไม่ได้สูญเสียอะไรเลย

คำคม

“ เสียบางสิ่ง แต่ได้พระเจ้า ก็เท่ากับได้ทุกสิ่ง ”

สรุป กันดารวิถี 17

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้ผู้นำแต่ละเผ่าของอิสราเอลนำไม้เท้ามาวางหน้าหีบพันธสัญญา เพื่อจะดูว่าไม้เท้าของใครจะงอก เพื่อจะให้รู้ว่าใครคือคนที่พระเจ้าทรงเลือกให้เป็นผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers17-84363

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 17 หลังจากเรื่องของกบฏโคราห์ที่ต่อต้านโมเสสและอาโรนจบลงแล้ว

พระเจ้าทรงสั่ง คนอิสราเอลให้​เอา​ไม้​เท้า​มาจากผู้นำเผ่าต่างๆ เผ่าละ 1 อัน
แล้ว​เขียน​ชื่อ​ผู้นำแต่​ละ​คน​ไว้​บน​ไม้เท้า​ของ​เขา
และเขียน​ชื่อ​ของ​อาโรน​ไว้​บน​ไม้​เท้า​ของ​คน​เลวี
แล้วให้​วาง​ไม้​เท้า​เหล่า​นั้น​ไว้​ในพลับพลาหน้า​หีบ​พันธสัญญา
ถ้า​ไม้​เท้า​ของ​ใครงอก คนนั้นก็คือ คนที่พระเจ้าทรงเลือก​สรร​ไว้

คนอิสราเอลก็ทำตาม

วัน​รุ่ง​ขึ้น​โมเสส​เข้า​ไป​ใน​พลับพลา ก็พบว่า ไม้​เท้า​ของ​อาโรนนั้น​ งอก​ขึ้น
ทั้ง​มี​ดอก​ตูม​และ​ดอก​บาน และ​เกิด​ผล​อัล​มอนด์​สุก​
แล้ว​โมเสส​ก็นำ​ไม้​เท้า​ทั้ง​หมด​ ​มาให้คน​อิส​รา​เอล​ตรวจ​ดู

พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า ให้นำ​ไม้​เท้า​ของ​อาโรน​กลับ​ไป​วาง​ไว้​ต่อ​หน้า​หีบ​พันธสัญญา
เพื่อ​เก็บ​ไว้​เป็น​สัญลักษณ์​เตือน​พวก​กบฏ
เพื่อ​จะ​ให้​เขา​ทั้ง​หลาย​ยุติ​การ​บ่น​ว่าพระเจ้า เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ไม่​ต้อง​ตาย

โมเสส​ก็​ทำตาม

คน​อิส​รา​เอล​ก็ตระหนักว่าพวกเขาได้ทำผิด มีโทษถึงตาย พวกเขาก็เริ่มหวาดกลัว
และร้องขอความช่วยเหลือจากโมเสส

1. คนอิสราเอลข้องใจในสิทธิอำนาจที่พระเจ้าประทานแก่อาโรน
อาโรนไม่ได้ทำอะไรเพื่อปกป้องสิทธินั้น แต่พระเจ้าทรงกระทำให้เอง
เพราะว่า เมื่อใครก็ตามต่อต้านสิทธิอำนาจที่เราได้รับจากพระเจ้า
เขาไม่ได้กำลังต่อต้านเรา แต่กำลังต่อต้านพระเจ้าผู้ประทานสิทธิอำนาจนั้นแก่เรา
ดังนั้นพระเจ้าจะจัดการเขาเอง

วันนี้ หากใครต่อต้านสิ่งที่พระเจ้ามอบหมายให้เราทำ
เราไม่จำเป็นต้องทำอะไร
พระเจ้าจะเป็นผู้จัดการเรื่องนี้เอง

2. เหตุการณ์นี้ ดูเผินๆ เหมือนกับเพื่อช่วยอาโรนเท่านั้น
แต่ความจริงแล้วเพื่อช่วยคนอิสราเอล เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้พวกเขาทำสิ่งผิดพลาด จนนำเหตุร้ายมาสู่ตนเอง

เมื่อพระเจ้าทรงเตือนสอนเรา ผ่านเหตุการณ์ต่างๆนั้น พระองค์ทรงกระทำเพื่อผลดีต่อเราทั้งสิ้น
เพื่อเราจะไม่ถลำลึก จนสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตของตน

3. เมื่อคนอิสราเอลตระหนักว่าพวกเขาทำผิดมหันต์เสียแล้ว
พวกเขาหวาดกลัว และเปลี่ยนพฤติกรรมชั่วคราว แต่ไม่ใช่กลับใจจริงๆ
ต่อมาใน กดว.20 พวกเขาก็กลับมาบ่นต่อว่าโมเสสอีก

การเกรงกลัวการตีสอนของพระเจ้า ไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันว่า
เรากลับใจจริงๆ เพราะอาจเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมชั่วคราว
และพร้อมที่จะกลับไปทางเดิม เมื่อโอกาสมาถึงอีกครั้ง

การกลับใจจริงๆ จึงไม่ใช่การเกรงการลงโทษ
แต่เป็นการเห็นพ้องต้องกันกับพระเจ้า ว่า สิ่งที่ทำนั้นไม่ถูกต้อง ซึ่งนำไปสู่การปรารถนาอย่างยิ่งที่จะไม่ทำมันอีกแล้ว

คำคม

“ เมื่อเราทำตามคำสั่งของพระเจ้า พระเจ้าจะทรงดูแลเราเอง ”

สรุป กันดารวิถี 16

ภาพรวม

  • โคราห์และพรรคพวก ต่อต้านโมเสส พระเจ้าจึงให้ธรณีสูบพวกเขา ต่อหน้าคนอิสราเอล แต่แทนที่คนอิสราเอลจะเกรงกลัว แต่กลับต่อต้านโมเสสแบบเดียวกับโคราห์ จนเกิดภัยพิบัติใหญ่ขึ้น

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers16-84257

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 16 เมื่อพระเจ้าสั่งพวกเขาถึงสิ่งที่ต้องทำเมื่อเข้าแผ่นดินคานาอันแล้ว ก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้น

โค​ราห์ ผู้เป็นเลวีวงศ์วาน​โค​ฮาท กับ ​ดาธาน , อา​บี​รัม​ และ​โอน พร้อม​คน 250 คน ซึ่ง​เป็น​ผู้​นำ​ของ​ประชา​ชน​ ได้ร่วมกัน​ต่อ​ต้าน​โมเสส และ​อาโรน

พวกเขา​กล่าว​หา​โมเสส​และ​อาโรน ​ว่า ทำ​ตัว​เหนือ​กว่า​คน​อื่น​และ​ถือ​อภิ​สิทธิ์​เหนือ​คน​อิสราเอลทั้งหลาย ​
พวก​เขา​​ต้อง​การ​ได้​รับ​สิทธิ​พิเศษ​ เข้าเฝ้าพระเจ้า และทำ​หน้า​ที่​ปุโรหิต เหมือนโมเสส และอาโรน

เมื่อ​โมเสส​ได้​ยิน​แล้ว​ก็​ซบ​หน้า​ลง
โมเสส​จึง​พูด​กับ​โค​ราห์​และ​พรรค​พวก​ของ​เขา​ว่า
ให้พระเจ้าตัดสินก็แล้วกัน
พรุ่ง​นี้​เช้า​ ให้​โค​ราห์​และ​พรรค​พวก​ของ​เขา​นำ​กระ​ถาง​ไฟ​มา
แล้ว​เอา​ไฟ​ใส่​ลง​ไป​พร้อม​กับ​เครื่อง​หอม​
แล้วให้พระเจ้าทรงตัดสิน

โมเสส​พูด​กับ​โค​ราห์​ว่า
การ​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​แยก​พวกเขา​ออก​จาก​ชุม​นุม​ชน​อิส​รา​เอล
เพื่อ​นำ​พวก​เขา​ให้​มา​ใกล้​พระ​องค์ ให้​ทำ​หน้า​ที่​ใน​พลับ​พลา​ ยังไม่พออีกหรือ?
จึงยัง​แสวง​หา​ตำ​แหน่ง​ปุโร​หิต​ด้วยอีก​หรือ?
การต่อต้านการเลือกของพระเจ้า ก็​เป็น​การ​ต่อ​สู้​พระ​เจ้า

โมเสส​ส่ง​คน​ไป​เรียก​ดา​ธาน​และ​อา​บี​รัม​ มาพบ แต่​เขา​ทั้ง​สอง​ไม่ยอมมา จงใจปฏิเสธสิทธิอำนาจของโมเสส
และได้กล่าวว่า แผ่น​ดิน​ที่​มี​น้ำ​นม​และ​น้ำ​ผึ้ง​ไหล​บริ​บูรณ์ นั้น คืออียิปต์ โมเสสดันพาคนอิสราเอลออกมาตายในถิ่นทุรกันดาร ไม่ได้พาเข้าสู่คานาอัน

โมเสส​โกรธ​มาก​ จึงไป​ทูล​พระ​เจ้า​

วันรุ่งขึ้น โค​ราห์​ กับพรรคพวก ก็มาที่หน้าพลับพลา พร้อมด้วยกระถางไฟ พบกับโมเสสและอาโรน และประชาชนทั้งหมดก็มาด้วย

พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​และ​อาโรน​ว่า
พระองค์​จะ​ผลาญ​คนอิสราเอล​เสีย​ใน​พริบ​ตา​เดียว
แต่เขาทั้งสองได้อ้อนวอนต่อพระเจ้าเพื่อประชาชนอิสราเอล

พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ให้บอก​กับ​ประชา​ชน​ว่า ให้​ออก​ห่าง​จาก​ที่​อยู่​ของ​โค​ราห์ ดา​ธาน และ​อาบีรัม

แล้ว​โมเสส​ก็​​ไป​หา​ดา​ธาน​และ​อา​บี​รัม และ​พวก​ผู้​ใหญ่​ของ​อิส​รา​เอล​ก็​ตาม​ไป
แล้วประชาชน​ก็​ออก​ห่าง​จาก​รอบๆ ที่​อยู่​ของ​โค​ราห์ ดา​ธาน และ​อา​บี​รัม

แล้วแผ่น​ดิน​ใต้​ที่​พวก​เขา​ยืน​อยู่​ก็​แยก​ออก
และ​​กลืน​เขา​ทั้ง​หลาย​กับ​ครัว​เรือน และ​คน​ทั้ง​หมด​ของ​โค​ราห์​กับ​ข้าว​ของ​ทั้ง​หมด​ของ​เขา
และ​แผ่น​ดิน​ก็​ปิดกลับเหมือนเดิม

และ​ไฟ​ออก​มา​จาก​พระ​เจ้า เผา​ผลาญ​คน​ทั้ง 250 คน ที่​ถวาย​เครื่อง​หอม​นั้น

แล้ว​พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ให้ปุโร​หิต นำ​กระ​ถาง​ไฟ​ออก​จาก​กองไฟ เพราะ​กระ​ถาง​ไฟ​เหล่า​นั้น​เป็น​ของ​บริ​สุทธิ์
แล้วนำมา​ตี​แผ่​ออก​เป็น​แผ่น​คลุม​แท่น​บูชา เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์​แก่​คน​อิส​รา​เอล

พอ​รุ่ง​ขึ้น​ประชา​ชน​​ก็​บ่น​ว่า​และ​ต่อต้าน​ โมเสสกับอาโรน ​ว่า ทำ​ให้​คน​ของ​พระ​เจ้าเสีย​ชีวิต
แล้วเมฆก็​มา​ปก​คลุมพลับพลา และ​พระ​สิริ​ของ​พระเจ้า​ก็​ปรา​กฏ
พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ว่า พระองค์​จะ​ผลาญ​เขา​ทั้ง​หลาย​เสีย​ใน​พริบ​ตา​เดียว
โมเสสและอาโรน ก็ทูลวิงวอนพระเจ้าเพื่อประชาชนเหล่านั้น

แล้วก็เกิดภัยพิบัติขึ้นท่ามกลางประชาชน
โมเสส​พูด​กับ​อาโรน​ว่า ให้รีบเอา​กระ​ถาง​ไฟ ใส่​ไฟ​จาก​แท่น​บูชาและ​ใส่​เครื่อง​หอม​ และ​รีบ​นำ​ไป​ที่​ประชา​ชน เพื่อ​ลบ​มล​ทิน​บาป​ของ​ประชาชนนั้น

อาโรนก็ทำตาม
อาโรน​ยืน​อยู่​ระหว่าง​คน​ตาย​กับ​คน​เป็น แล้ว​ภัย​พิบัติ​ก็​ถูก​ระงับ​ไป
มีคน​ที่​ตาย​ด้วย​ภัย​พิบัติ​ 14,700 คน ไม่​นับ​คน​ที่​ตาย​ด้วย​เรื่อง​ของ​โค​ราห์

1. การบ่นหรือต่อต้าน การทรงเลือกของพระเจ้า เป็นการต่อต้านพระเจ้า
เหมือนกับกำลังบอกว่า พระเจ้าเลือกผิด

วันนี้ บุคคลที่เราพบเจอ และสถานการณ์ที่เรากำลังประสบ ทั้งหมดอยู่ในการควบคุมของพระเจ้า
แทนที่จะบ่นหรือต่อต้าน สิ่งเหล่านี้
เราควรที่จะถามพระเจ้ามากกว่า ว่า พระองค์ประสงค์ให้เราทำอย่างไรกับเหตุการณ์ครั้งนี้

2. โมเสสถูกลบหลู่ ถูกใส่ร้าย ถูกต่อต้านอย่างอกตัญญู โมเสสโกรธมาก
โมเสสจึงทูลต่อพระเจ้า

วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับปัญหาและแรงกดดันทุกชนิดที่เข้ามาสู่ชีวิตของเรา คือ อธิษฐาน

3. โคราห์ เป็นเลวี วงศ์วานโคฮาท ซึ่งเป็นกลุ่มเลวีที่ได้ทำงานสำคัญที่สุด คือ ทำหน้าที่ หาม ขนย้าย สิ่งบริสุทธิ์ที่สุด รวมทั้งหีบพันธสัญญา ด้วย
แต่ดูเหมือนนั่นยังไม่เพียงพอสำหรับโคราห์ เขาต้องการมากกว่าที่พระเจ้าประทานให้แก่เขา
และเมื่อเขาปล่อยให้ความโลภ เข้าครอบงำจิตใจ จึงนำภัยมหันต์มาสู่ชีวิตของเขาและครอบครัว

วันนี้ สิ่งที่พระเจ้าเห็นสมควรว่า เราควรจะได้รับ พระองค์ก็ได้ประทานแก่เราแล้ว
เราควรชื่นชม และขอบพระคุณสำหรับสิ่งที่ได้ประทานให้แก่เราแล้ว
แทนที่จะ บ่น ตำหนิ ต่อว่า หรือ ทำสิ่งใดๆทำนองนี้ เพื่อให้ได้สิ่งที่พระเจ้าเห็นว่าเรายังไม่สมควรจะได้รับในเวลานี้

4. เหตุที่มีประชาชนเสียชีวิตเพราะภัย​พิบัติ​ ถึง 14,700 คน ก็เพราะว่า เมื่อพวกเขาเห็นการลงโทษของพระเจ้า เหนือโคราห์และพรรคพวก ผู้ต่อต้านสิทธิอำนาจจากพระเจ้า
แทนที่พวกเขาจะสำนึก กลับใจ แต่กลับทำเหมือนอย่างเดียวกับโคราห์

เมื่อการลงทัณฑ์จากพระเจ้ามาถึง แทนที่จะยำเกรง แต่กลับไม่เกรงกลัว
นั่นเป็นการเร่งให้การลงทัณฑ์ที่หนักขึ้นอีกมาสู่ชีวิต

วันนี้ หากพระเจ้าเตือนสติเราด้วยสถานการณ์ที่ไม่น่าชื่นใจบางอย่าง
นั่นเพราะพระองค์ทรงรักเรา จึงตีสอนเรา
ฮบ. 12:6 เพราะ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทรง​ตี​สอน​ผู้​ที่​พระ​องค์​ทรง​รัก …
อย่าให้เรามีใจแข็งกระด้าง ดื้อดึงต่อไป

ดังนั้นให้เราถ่อมใจลง และกลับใจใหม่
เพื่อพระเจ้าจะทรงเปลี่ยนการตีสอน ให้กลายเป็นพระพรสำหรับเรา

5. เมื่อภัยพิบัติกำลังเกิดขึ้น สิ่งที่อาโรนปุโรหิตทำ คือ
วิ่งเข้าไปอยู่ท่ามกลางประชาชน และถือกระถางไฟเผาเครื่องหอม เพื่อให้ภัยพิบัตินั้นหยุดลง

กระถางไฟเผาเครื่องหอม นั่นใน วว. 8:3-4 อธิบายชัดเจนว่า คือ คำอธิษฐาน
วว. 8:3-4 “และ​ทูต​สวรรค์​อีก​องค์​หนึ่ง​ถือ​กระ​ถาง​ไฟ​ทอง​คำ​ออก​มา​และ​ยืน​อยู่​ที่​แท่น​บู​ชา พระ​เจ้า​ประ​ทาน​เครื่อง​หอม​มาก​มาย​แก่​ทูต​องค์​นั้น เพื่อ​ให้​ถวาย​ร่วม​กับ​คำ​อธิษ​ฐาน​ของ​ธรร​มิก​ชน​ทั้ง​หมด​บน​แท่น​บูชา​ทอง​คำ ที่​อยู่​หน้า​พระ​ที่​นั่ง​นั้น และ​ควัน​เครื่อง​หอม​นั้น​ก็​ลอย​ขึ้น​ไป​พร้อม​กับ​คำ​อธิษ​ฐาน​ของ​ธรร​มิก​ชน​ทั้ง​หลาย จาก​มือ​ทูต​สวรรค์​สู่​เบื้อง​พระ​พักตร์​ของ​พระ​เจ้า”

ท่ามกลางภัยพิบัติที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก หรือเกิดขึ้นในครอบครัวของเรา
สิ่งที่เราสมควรทำอย่างที่สุด เพื่อจะระงับ หรือทุเลาภัยพิบัตินั้น ก็คือ
อธิษฐานวิงวอนต่อพระเจ้าอย่างสุดใจ เพื่อประเทศของเรา สังคมของเรา และครอบครัวของเรา

คำคม

“ การต่อต้านการตั้งแต่งของพระเจ้า เป็นการลบหลู่พระเจ้า ”

สรุป กันดารวิถี 15

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาต้องทำเมื่อเข้าไปในแผ่นดินคานาอันแล้ว

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers15-84097

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 15 เมื่อคนอิสราเอลกบฎต่อพระเจ้า พระองค์จึงบอกพวกเขาว่ายังไม่ต้องเข้าคานาอันก่อน จนกว่าจะวนเวียนในถิ่นทุรกันดารครบ 40 ปี

แล้วพระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส เกี่ยวกับเรื่องสิ่งที่คนอิสราเอลต้องทำเมื่อเข้าไปในแผ่นดินคานาอันแล้ว
1.เรื่องเครื่องถวายบูชา
– ​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว หรือ​เป็น​เครื่อง​สัตว​บูชา หรือ​เครื่อง​บูชา​ถวาย​ด้วย​ความ​สมัคร​ใจ หรือ​ เครื่องบูชาถวาย​ใน​เทศ​กาลเลี้ยง​ต่างๆ
ให้ถวายพร้อม​ธัญ​บูชา​ ดังนี้
>> เมื่อถวายลูก​แกะ​ ให้ถวายพร้อม แป้ง​อย่าง​ดี 1 กิโล​กรัม​เคล้า​น้ำ​มัน 1 ​ลิตร และ เหล้า​องุ่น 1 ลิตร
>> ​เมื่อถวายแกะ​ผู้​ ให้ถวายพร้อม แป้ง​อย่าง​ดี 2 กิโล​กรัม​เคล้า​น้ำ​มัน 1.5 ​ลิตร และ เหล้า​องุ่น 1.5 ลิตร
>> ​เมื่อถวาย​ลูก​โค ให้ถวายพร้อม แป้ง​อย่าง​ดี 3 กิโล​กรัม​เคล้า​น้ำ​มัน 2 ​ลิตร และ เหล้า​องุ่น 2 ลิตร
– คน​พื้น​เมือง​หรือคนต่างด้าว ที่มาอาศัยกับคนอิสราเอลก็จะ​ต้อง​ทำตามกฏเดียวกันนี้​ทุก​คน
– เมื่อเก็บเกี่ยว ให้เอาข้าวผลแรกมาบดเป็นแป้ง ​มา​ทำ​ขนม​ก้อน​หนึ่ง​ถวาย​เป็น​เครื่อง​ถวาย แด่พระเจ้า

2.เรื่องคนที่ทำผิดโดยไม่เจตนา
– หากประชาชนอิสราเอลทำ​ผิด​โดย​ไม่​เจตนา โดย​ไม่​ได้​ทำ​ตาม​พระ​บัญ​ญัติของพระเจ้า
ให้​ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด​ถวาย​โค​หนุ่ม 1 ​ตัว​ ​เป็น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว พร้อม​กับ​ธัญ​บูชา​และ​เครื่อง​ดื่ม​บูชา​ และถวาย​แพะ​ผู้ 1 ​ตัว​ เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบล้าง​บาป
– หากคนอิสราเอลคนหนึ่งคน​ใด​ ทำ​บาป​​โดย​ไม่​เจต​นา
ให้​คน​นั้น​ถวาย​แพะ​เมีย​อายุ​ 1 ​ปี​ เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป
– คน​พื้น​เมือง​หรือคนต่างด้าว ที่มาอาศัยกับคนอิสราเอลก็จะ​ต้อง​ทำตามกฏเดียวกันนี้​ทุก​คน

3.เรื่องคนที่ทำ​ผิด​อย่าง​จง​ใจ
– ผู้ที่จงใจทำผิด คน​นั้น​ได้​หมิ่น​ประ​มาท​พระ​เจ้า เขา​จะ​ต้อง​ถูก​ตัด​ออก​จาก​ท่าม​กลาง​ชน​ชาติ​ของ​ตน

ในช่วง​ที่​คน​อิส​รา​เอล​อยู่​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร
มีชาย​คน​หนึ่ง​ไป​เก็บ​ฟืน​ใน​วัน​สะบา​โต
จึงถูกพา​มา​หา​โมเสส อาโรน และ​ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด
แล้ว​พระเจ้าสั่งโมเสส​ ให้ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด​ต้อง​เอา​หิน​ขว้าง​เขา​ให้​ตาย​ที่​นอก​ค่าย
ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด​ก็ทำตามนั้น

แล้ว​พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ให้​คน​อิส​รา​เอล​ทำ​พู่​ที่​มุม​ของ​ชาย​เสื้อ​คลุม และ​ให้​เอา​ด้าย​สี​ฟ้า​ติด​ที่​พู่​ของ​แต่​ละ​มุม
เพื่อจะระลึกถึงและ​จด​จำ​พระ​บัญ​ญัติ​ทั้ง​หมด​ของ​พระเจ้าแล้ว​ปฏิ​บัติ​ตาม และ​เป็น​คน​บริ​สุทธิ์​แด่​พระ​เจ้า​

1. หลังจากพระเจ้าบอกคนอิสราเอลว่า ไม่ต้องเข้าคานาอันก่อนในช่วงนี้ ในบทที่ 14 พอมาถึงบทที่ 15 พระเจ้าสั่งโมเสสเกี่ยวกับเรื่องกฏเกณฑ์ต่างๆ เมื่อคนอิสราเอลเข้าไปในแผ่นดินคานาอัน

พระเจ้าทรงทราบทุกสิ่ง พระองค์ทรงรู้แล้วว่า คนอิสราเอลจะได้เข้าไปในแผ่นดินคานาอันอย่างแน่นอน
จึงได้สั่งโมเสสอย่างเจาะจงเเกี่ยวกับสิ่งที่คนอิสราเอลต้องทำเมื่อพวกเขาเข้าแผ่นดินคานาอันแล้ว

จากประเด็นนี้ทำให้เราเข้าใจชัดเจนว่า สำหรับพระเจ้าแล้ว ปัจจุบันและอนาคต ไม่แตกต่างกันเลย
พระองค์ทรงรู้ตอนจบตั้งแต่เริ่มต้น
ดังนั้นการฝากชีวิตของเราไว้กับพระองค์ ไว้วางใจในพระองค์ จึงเป็นการกระทำที่ฉลาดและมีปัญญาอย่างยิ่ง

2. ผู้ที่ทำผิดโดยไม่เจตนา อาจเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือเพราะความอ่อนแอของตน
พระเจ้าทรงพร้อมที่จะให้อภัยแก่เขา ช่วยให้เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ เมื่อเราสำนึกบาปและกลับใจใหม่

แต่ผู้ที่จงใจทำผิด จงใจลบหลู่พระเจ้า ไม่สามารถได้รับการอภัย
เปรียบเสมือนกับ คนที่ได้รับรู้แล้วว่า
โดยทางพระเยซูคริสต์บาปของเขาสามารถได้รับการอภัยได้
เพียงแค่เขากลับใจใหม่ และสารภาพบาปต่อพระองค์
แต่เขายังไม่คิดจะกลับใจ จงใจไม่เชื่อว่าจะเป็นจริง จงใจหาว่าพระเยซูพูดโกหก
แล้วคนเช่นนี้จะได้รับการอภัยได้อย่างไร?

3. การระลึกถึงและ​จด​จำ​พระ​คำของ​พระเจ้าแล้ว​ปฏิ​บัติ​ตาม นั่นจะนำพระพรยิ่งใหญ่มาสู่ชีวิตของเรา
การอ่านพระคัมภีร์อย่างสม่ำเสมอ
การท่องจำพระคัมภีร์
และการฝึกปฏิบัติตามพระคำของพระเจ้าอยู่เสมอ
เป็นสิ่งที่ผู้เชื่อทุกคนควรกระทำให้เป็นวิถีชีวิตของเรา

คำคม

“ พระเจ้าทรงสามารถรู้และควบคุม อดีต ปัจจุบบัน และอนาคต ”