ขุมทรัพย์ 2ทิโมธี 3

ภาพรวม

  • ในบทนี้อ.เปาโลสอนทิโมธี ให้รู้ว่าในยุคสุดท้ายนั้นลักษณะของผู้คนจะเป็นเช่นไร ดังนั้นทิโมธีควรที่จะยึดสิ่งที่พระคำของพระเจ้าได้สอนสั่งเอาไว้ให้มั่น

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 2ทธ. 3:2-5 พูดถึงคนในยุคสุดท้ายว่า จะมีลักษณะดังนี้
– ​เห็น​แก่​ตัว
– รัก​เงิน​ทองมากกว่าสิ่งใด
– โอ้​อวด
– หยิ่ง​ยโส
– ชอบ​ดูหมิ่นผู้อื่น
– ไม่​เชื่อ​ฟัง​พ่อ​แม่
– อกตัญ​ญู
– ทำสิ่งชั่วร้ายต่างๆ
– ไร้​มนุษย​ธรรม
– ไม่​ให้​อภัย​กัน
– ใส่​ร้าย​กัน
– ไม่​ยับยั้ง​ชั่งใจ
– ดุร้าย
– เกลียด​ชัง​ความ​ดี
– ทรยศ
– มุ​ทะลุ
– โอหัง
– รัก​ความ​สนุก​มาก​กว่า​รัก​พระเจ้า
– ยึด​ถือ​ทาง​พระ​เจ้า​แต่​เพียง​เปลือก​นอก
– ปฏิ​เสธ​ฤทธิ์​เดช​ของ​พระเจ้า

1.@ ในยุคนี้เป็นช่วงยุคสุดท้ายแล้ว นั่นคือ การทดลองให้เกิดลักษณะดังกล่าวมีสูงมาก
ดังนั้นเราควรคอยพิจารณาตนเองอยู่เสมอว่า วันนี้ เราได้ตกในการทดลองแล้วดำเนินชีวิตแบบเดียวกับวิถีของคนในโลกนี้อยู่หรือเปล่า?

2.# ใน 2ทธ. 3:10-11 ชี้ให้เห็น​ว่าสิ่งที่เราสามารถเป็นแบบอย่างให้แก่ผู้อื่นได้นั้น มีด้านต่างๆดังนี้
– ความพฤติ​กรรม
– เป้า​หมาย​ชีวิต
– ความ​เชื่อ
– ความ​อดทน
– ความ​รัก
– ความ​ทร​หด​อด​ทน
– การ​ถูก​ข่ม​เหง และ​การ​ทน​ทุกข์​เพื่อพระเจ้า

2.@ เมื่อเราพบกับเหตุการณ์ที่พัฒนาสิ่งเหล่านี้ จงถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะพัฒนาตนเองให้เป็นพระพรแก่ผู้อื่น ด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่คนอื่นๆ

3.# ใน 2ทธ. 3:12 บอกให้รู้ความจริงว่า “แท้​จริง​ทุก​คน​ที่​ตั้ง​ใจ​จะ​ดำ​เนิน​ชีวิต​ตาม​ทาง​พระ​เจ้า​ใน​พระ​เยซู​คริสต์​จะ​ถูก​ข่มเหง”

3.@ วันนี้ หากมีใครไม่ค่อยชอบเรา เพราะเราเชื่อฟังพระเจ้า ไม่ใช่เรื่องน่าแปลก
แต่ถ้าเราคิดว่า ตนเองกำลังดำเนินชีวิตแบบเชื่อฟังพระเจ้า แต่ไม่มีใครไม่ชอบเราเลยนั้น อันนี้ น่าแปลกประหลาดอัศจรรย์ใจยิ่งนัก

4.# ใน 2ทธ. 3:16-17 กล่าวถึง พระ​คัม​ภีร์ ไว้ว่า พระคัมภีร์​ทุก​ตอน​ได้​รับ​การ​ดลใจ​จาก​พระ​เจ้า และ​ทุกตอนเป็น​ประ​โยชน์​ในการปรับปรุงชีวิต เพื่อ​เรา​จะ​มี​ความ​สา​มารถ​ทำการ​ดี​ทุก​อย่างได้อย่างสมบูรณ์

4.@ พระคัมภีร์มีเอาไว้เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา เพื่อเราจะทำการดี
ดังนั้น หากรู้พระคัมภีร์แต่ไม่นำมาใช้พัฒนาตนเอง หรือใช้พัฒนาตนเองเท่านั้น แต่ไม่นำไปทำการดี ย่อมไม่อาจเห็นฤทธิ์อำนาจที่แท้จริงในพระวจนะของพระเจ้า

คำคม

“ พระคัมภีร์จะเปลี่ยนชีวิตของเรา
ก็ต่อเมื่อเรายอมให้พระคัมภีร์เปลี่ยนจิตใจและพฤติกรรมของเรา ”

ขุมทรัพย์ 2ทิโมธี 2

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโลสอนทิโมธี ให้ดำเนินชีวิตเป็นผู้รับใช้ที่ดีและถวายเกียรติแด่พระเจ้าอยู่เสมอ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 2ทธ. 2:1 อ.เปาโลบอกให้ทิโมธี ​เข้ม​แข็ง​ขึ้น​ด้วย​พระ​คุณ​ซึ่ง​มี​อยู่​ใน​พระ​เยซู​คริสต์
หมายความว่า ความเข้มแข็งนี้เราสามารถมีได้ด้วยตัวเราเอง โดยการพึ่งพระคุณของพระเยซูคริสต์ ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นมาช่วยให้เราเข้มแข็ง

1.@ วันนี้ เราสามารถเข้มแข็งขึ้นได้ทันที โดยการหันมาพึ่งพระคุณของพระเจ้าด้วยความเชื่อ
เชื่อว่าพระเจ้าจะทรงเสริมกำลังเราแน่นอน พระเจ้าจะทรงช่วยเราแน่นอน ไม่ใช่เพราะเราดี แต่เพราะพระคุณของพระเจ้าที่ทรงมีต่อเรานั้นเหลือล้น

2.# ใน 2ทธ. 2:2 อ.เปาโลสอนทิโมธี ให้​สอนคน​ที่​ซื่อ​สัตย์​ ที่​สา​มารถ​สอน​คน​อื่นไป​ได้​ด้วย

2.@ หากเรารักษาหมอ เราจะมีหมอมากพอไปรักษาผู้ป่วยจำนวนมาก

3.# ใน 2ทธ. 2:3-5 สอนว่า การเป็นทหารที่ดี​ของ​พระ​เยซู​คริสต์นั้น
– ต้องทำทุกอย่างเพื่อมุ่งทำให้พระเจ้าพอพระทัย
– ต้องทำตามกฏเกณฑ์ในพระคำของพระเจ้า

3.@ ในการรับใช้พระเจ้า เราต้องทำเพื่อให้พระเจ้าพอพระทัย ไม่ใช่เพื่อให้งานประสบความสำเร็จ และเราต้องใช้วิธีที่สอดคล้องกับพระคำของพระเจ้าเท่านั้น

4.# ใน 2ทธ. 2:11-13 สอนว่า ถ้า​เรากระทำสิ่งต่างๆเพื่อพระเจ้า พระองค์ผู้ทรงสัตย์ซื่อจะเป็นผู้ประทานบำเหน็จแก่เราอย่างแน่นอน

4.@ วันนี้ สิ่งที่เราทำเพื่อพระเจ้า คนไม่เห็น คนไม่ชื่นชม ก็ช่างคนประไร เพราะพระเจ้าผู้ทรงทราบทุกสิ่งจะเป็นผู้ประทานบำเหน็จแก่เราเอง

5.# ใน 2ทธ. 2:15 ชี้ให้เห็นว่า มีคนงานบางคนเป็นคนงานที่น่าอับอายในสายพระเนตรของพระเจ้า ได้แก่ คนที่รับใช้พระเจ้าแต่กลับบิดเบือนพระ​วจนะ​ของพระเจ้า

5.@ วันนี้ หากเราสอนพระคำของพระเจ้าแก่ผู้อื่น เราควรระมัดระวังตัวอยู่เสมอที่จะสอนให้ตรงตามความจริงแห่งพระวจนะของพระเจ้าเสมอ

6.# ใน 2ทธ. 2:21 สอนเราว่า คนที่ชำระ​ตัว​เอง​ให้​พ้น​จาก​ความชั่ว เขา​ก็​จะ​เป็น​ภา​ชนะ​ที่เหมาะ​ที่​พระเจ้า​จะ​ใช้​เป็นพระพรได้

6.@ การสำรวจตนเองอยู่เสมอ กลับใจจากบาปทั้งหลายอยู่เสมอ เป็นการเตรียมชีวิตของเราให้พร้อมที่พระเจ้าจะทรงใช้เราเป็นพระพรต่อไป

7.# ใน 2ทธ. 2:22 สอนว่า สิ่งที่เราควรทุ่ม ​มุ่ง​มั่น ที่จะพัฒนา ได้แก่ การดำเนินชีวิตอย่าง​ชอบ​ธรรม ความ​เชื่อ ความ​รัก และ​สันติ​สุข​

7.@ ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา เราควรไตร่ตรองว่า สิ่งเหล่านั้นจะมีส่วนพัฒนาการดำเนินชีวิตอย่าง​ชอบ​ธรรม ความ​เชื่อ ความ​รัก และ​สันติ​สุข​ ในชีวิตของเราได้อย่างไร

8.# ใน 2ทธ. 2:26 ชี้ให้เห็นว่า มารซาตานพยายามวางบ่วง กับดักเอาไว้ เพื่อดักจับผู้คน​ให้​ทำ​ตาม​ความ​ประ​สงค์​ของ​มัน

8.@ เมื่อเราดำเนินตามพระคำของพระเจ้า เราจะสามารถหลุดพ้นจากกับดักของมารได้

คำคม

“ พระคุณมีมากพอสำหรับเรา เราจึงสามารถเข้มแข็งขึ้นในพระคุณได้ตลอดเวลา ”

ขุมทรัพย์ 2ทิโมธี 1

ภาพรวม

  • อ.เปาโล เขียนจดหมายฉบับนี้ขณะติดคุกในกรุงโรม ซึ่งต่อมาอีกไม่นาน ในปี ค.ศ. 68 อ.เปาโลก็ถูกจักรพรรดิ​เนโร​สั่ง​ประหาร​ชีวิต​
  • เนื่องจากในช่วงเวลานั้น​คริสเตียน​กำลัง​ถูก​จักรพรรดิ​เนโร​ข่มเหง​อย่างหนัก ทำ​ให้หลายคนหวาดกลัว และ​ละ​ทิ้ง​อ.เปาโลและ​ความ​เชื่อ อ.เปาโล​จึง​เขียน​จดหมายฉบับ​นี้​ เพื่อ​หนุนใจ​ทิโมธี​ให้​มั่นคง​ใน​ความ​เชื่อและให้​อดทน​ต่อ​ความ​ทุกข์ยาก​ลำบาก​ และให้​​ประกาศ​ข่าว​ประเสริฐแม้​ว่าสถานการณ์​จะ​ไม่​อำนวยก็ตาม
  • ในบทนี้ อ.เปาโลสอนทิโมธีให้ไม่ละอายในการประกาศข่าวประเสริฐและให้ยึดความเชื่อในข่าวประเสริฐไว้ให้มั่น

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 2ทธ. 1:5 ชี้ให้เห็นว่า ​ความ​เชื่อ​อย่าง​จริง​ใจ​ของทิโมธีนั้น ได้รับการถ่ายทอดแบบอย่างมาจาก​​โล​อิส ​ยาย​ของเขา และ​​ยูนีส​ แม่ของเขา

1.@ การที่พ่อแม่ มีความเชื่อมั่นคงในพระเจ้า เป็นสิ่งที่ส่งเสริมลูกให้มีแนวโน้มที่จะมีความเชื่อมั่นคงในพระเจ้าด้วยเช่นเดียวกัน
จงเป็นแบบอย่างในด้านความเชื่อแก่บุตรหลานของท่านเถิด

2.# ใน 2ทธ. 1:7 กล่าว​ว่า ​พระ​เจ้า​ไม่​ได้​ประ​ทาน​ใจ​ที่​ขลาด​กลัว​แก่​เรา แต่​ประ​ทาน​ใจ​ที่​มีฤทธา​นุภาพ ความ​รัก และ​การ​บัง​คับ​ตน​เอง​ ให้แก่​เรา

2.@ ความกลัวไม่ได้มาจากพระเจ้า แต่มาจากศัตรู อย่ายินดีต้อนรับมัน
อย่ายอมให้มันอาศัยอยู่ในความคิดของเราเป็นเวลา
จงไล่มันไป ไม่ต้อนรับมันในความคิดของเรา
ด้วยการอธิษฐานง่ายๆ ทุกครั้งที่กลัวว่า
“ในนามพระเยซู ความกลัว จงออกไป ณ บัดนี้ อาเมน”

พระเจ้าทรงกระทำให้ใจของเรา เข้มแข็ง เต็มไปด้วยความรัก และเราสามารถบังคับตนเองได้เสมอ
อย่ายอมให้มารหลอกเราว่า เราทำไม่ได้
อย่ายอมเชื่อคำโกหกของมันว่า “สิ่งนี้ยากเกินไปสำหรับเรา เราทำไม่ได้หรอก”

เราทำได้แน่นอนโดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังแก่เรา เพราะพระองค์ประทานใจเช่นนี้ให้เราเรียบร้อยแล้ว

3.# ใน 2ทธ. 1:8 สอนว่า เราไม่ควรรู้สึกอาย​ที่​เป็น​พยาน​เรื่องพระเยซู ให้คนอื่นได้ฟัง หากเราเป็นพยานแล้ว คนอื่นดููถูกหรือตำหนิเรา นั่นก็เท่ากับเราได้​มี​ส่วน​ร่วม​​ใน​ความ​ทุกข์​ยาก​เพื่อ​ข่าว​ประ​เสริฐแล้ว

3.@ วันนี้ เรากล้าเป็นพยานเพื่อพระเยซูคริสต์หรือไม่?

4.# ใน 2ทธ. 1:9 ชี้ให้เห็นว่า เหตุที่เราได้รับความรอด ก็เพราะว่าพระเจ้าทรงเลือกที่จะประทาน​พระ​คุณ​แก่​เรา​ ตั้งแต่​ก่อน​เริ่ม​ต้น​ของ​กาล​เวลาแล้ว

4.@ พระเจ้าทรงเลือกที่จะรักเรา ตั้งแต่เวลายังไม่ถูกสร้างขึ้นมาเลย
พระเจ้ารักเราไม่ใช่เพราะการกระทำใดๆของเราเลย แต่เพราะพระองค์ทรงเลือกที่จะรักเรา
ดังนั้นเราไม่สามารถทำอะไรเลย เพื่อให้พระเจ้ารักเรามากขึ้นกว่านี้ เพราะพระองค์ทรงรักเราอย่างที่สุดแล้ว

5.# ใน 2ทธ. 1:10 ชี้ให้เห็นว่า โดยข่าวประเสริฐนั้น​ ทำให้ความ​ตายถูกทำลาย​ให้​สูญ​สิ้นไป และ​​ทำให้ชีวิต​​อมตะ​ปรา​กฏ​ขึ้น สำหรับมนุษย์

5.@ ข่าวประเสริฐเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เพราะทรงพลังอย่างเหลือล้น สามารถทำลายความตายนิรันดร์จากมนุษย์และมอบชีวิตนิรันดร์แก่มนุษย์
จงภาคภูมิใจในข่าวประเสริฐเถิด

6.# ใน 2ทธ. 1:14 อ.เปาโลสั่งให้ทิโมธี ​รักษาความเชื่อแท้ในข่าว​ประ​เสริฐเอาไว้ให้มั่น โดยการ​พึ่ง​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์

6.@ พระวิญญาณบริสุทธิ์จะช่วยเราให้สามารถยึดมั่นในข่าวประเสริฐตลอดชีวิตของเรา

คำคม

“ พระเจ้าประทานจิตใจที่กล้าหาญและมีพลังแก่เราแล้ว จงใช้มันขับไล่ความกลัวออกไป ”

ขุมทรัพย์ 1ทิโมธี 6

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโลสอนทิโมธี ให้ยึดมั่นในความเชื่อในข่าวประเสริฐ และสอนคนทั้งหลายให้ดำเนินชีวิตตามความเชื่อในข่าวประเสริฐนั้น

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# 1ทธ. 6:1-2 สอนว่า ผู้ที่เป็นลูกน้อง สมควรให้เกียรติเจ้า​นาย​ของ​ตน​ทุก​อย่าง เพราะการกระทำเช่นนี้จะทำให้พระเจ้าได้รับเกียรติ
ยิ่งถ้าเจ้านายเป็นคริสเตียน ยิ่งต้องเคารพ เพราะนอกจากถวายเกียรติแด่พระเจ้าแล้ว ยังถือว่าเป็นการปรนนัติลูกของพระเจ้าไปในตัวด้วย

1.@ วันนี้ไม่ได้บังเอิญที่ คนๆนั้นได้มาเป็นหัวหน้าของเรา แต่เป็นการจัดเตรียมของพระเจ้า เพื่อเราจะถวายเกียรติแด่พระองค์ด้วยการให้เกียรติแก่เขา แม้เขาทำตัวไม่น่าจะได้รับเกียรติก็ตาม

2.# ใน 1ทธ. 6:3-4 ชี้ให้เห็นว่า คนที่ไม่ยอมเห็น​ด้วย​กับ​พระ​วจนะ​ของพระ​เจ้า เป็นคนยโส และไม่เข้าใจอะไรเลย
เขาเพียงแต่พยายามหาเรื่องโต้เถียงในเรื่องคำพูดหรือเรื่องที่ไม่มีสาระ เพื่ออวดความเก่งของตนเอง ซึ่งจะนำไปสู่การอิจฉา การทะเลาะ และการไม่ไว้วางใจกัน เสียมากกว่า

2.@ วันนี้ เราเชื่อและยอมรับพระคำของพระเจ้าอย่างจริงใจแล้วหรือยัง?
การโต้เถียงกันในเรื่องหยุมหยิม ของถ้อยคำที่เราพบในพระคัมภีร์ ไม่ทำให้เกิดประโยชน์ฝ่ายวิญญาณ แต่จะทำให้เกิดความแตกแยก ดังนั้นเราไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับการโต้เถียงเหล่านั้น

3.# ใน 1ทธ. 6:6 ชี้ให้เห็นว่า การ​อยู่​ใน​ทาง​พระ​เจ้า​จะนำผล​ประ​โยชน์​อย่าง​มากมายมาสู่ชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่

3.@ การดำเนินชีวิตตามทางของพระเจ้า จะนำพระพรฝ่ายวิญญาณมหาศาลมาสู่ชีวิตของเรา

4.# ใน 1ทธ. 6:7 ชี้ให้เห็นถึงความจริงฝ่ายวิญญาณว่า เรา​ไม่​ได้​นำ​สิ่งใด​ติด​ตัว​เข้า​มา​ใน​โลก และ​เรา​ก็​นำ​อะไร​ออก​ไป​ได้
ดังนั้นทุกสิ่งที่เราได้รับในโลกนี้ ไม่สำคัญอะไรเลย
แต่สิ่งที่เราจะได้รับเมื่อจากโลกนี้ไปต่างหากที่สำคัญอย่างยิ่ง

4.@ วันนี้เรากำลังจดจ่ออยู่กับสิ่งใด?
จดจ่อกับสิ่งที่จะได้รับในโลกนี้ หรือ สิ่งที่จะได้รับหลังจากโลกนี้ไป

5.# ใน 1ทธ. 6:9-10 ชี้ให้เห็นว่า การ​อยาก​รวย​ เป็นกับดักของ​การ​ทดลอง ที่จะดึงคนไปสู่​ความ​ชั่วร้ายและ​โง่เขลา ซึ่ง​ทำ​ให้​มนุษย์​จม​ลง​สู่​ความ​พินาศ​ย่อยยับ
หากใครทุ่มเททุกอย่างเพื่อเงิน จะพลัดหลงไปจากความเชื่อ และพบกับความทุกข์ตรอมตรมมากมาย

5.@ มีเงินได้ หาเงินได้ แต่อย่ารักเงิน
อย่ารักมัน จนยอมทำทุกอย่างเพื่อมัน จนยอมทิ้งทุกสิ่งเพื่อมัน
เงินเป็นทาสที่สัตย์ซื่อ แต่เป็นนายที่โหดร้าย

6.# ใน 1ทธ. 6:11 สอนว่า เรา​ผู้​เป็น​คน​ของ​พระ​เจ้า ควร​หลีก​หนี​จาก​การรักเงินทอง และมุ่ง​หา​ความ​ชอบ​ธรรม​ ความ​เชื่อ ความ​รัก ความ​อด​ทน และ​ความ​อ่อน​สุภาพ จากสถานการณ์ต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา

6.@ ในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเรา เราควรถามตัวเองว่า
“ในเหตุการณ์เราจะพัฒนา การดำเนินชีวิตอย่างชอบธรรม พัฒนาความเชื่อ พัฒนาความรัก พัฒนาความอดทน หรือพัฒนาความอ่อนสุภาพ ได้อย่างไร?”

7.# ใน 1ทธ. 6:12-14 อ.เปาโลสอนทิโมธี ว่า
ให้​ต่อ​สู้​อย่าง​เต็ม​ที่​เพื่อ​รักษาความ​เชื่อเอาไว้
ให้ยึดมั่นความเชื่อในข่าวประเสริฐที่จะนำไปถึง​ชีวิต​นิรันดร์​ให้​มั่น
ให้​รัก​ษา​คำสั่งในพระคำของพระเจ้าให้ดี​โดย​ไม่​ด่าง​พร้อย และ​ไม่​มี​ที่​ติ จน​กว่า​พระ​เยซู​จะ​เสด็จ​มา

7.@ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเราก็ตาม ให้เรายึดความเชื่อในข่าวประเสริฐเอาไว้ให้มั่นตลอดวันคืนแห่งชีวิตของเรา
จะเสียอะไรก็ให้มันเสียไป แต่อย่าเสียความเชื่อในข่าวประเสริฐ

8.# ใน 1ทธ. 6:17-19 สอนว่า คนที่ร่ำรวยควรให้เขาระวังตัวไม่​ให้​เย่อ​หยิ่ง หรือ​​หวัง​ใน​ทรัพย์​สมบัติที่​ไม่​ยั่ง​ยืน
แต่​ให้​เขา​หวัง​ใน​พระ​เจ้า​ผู้​ประทาน​ทุก​สิ่ง​แก่​เรา​อย่าง​บริ​บูรณ์
และควร​ให้เขา​ทำ​การ​ดี ให้​​มากๆ ให้​เอื้อ​เฟื้อ​เผื่อ​แผ่​และ​แบ่ง​ปันแก่ผู้อื่น
เพราะว่านั่นจะ​เป็น​การ​สะ​สม​ทรัพย์​ไว้​ใน​ภาย​หน้า และยังเป็นการ​ยึด​มั่น​ใน​ชีวิต​ที่​แท้​จริง อีกด้วย

8.@ การรวยไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่ก็ทำให้ง่ายต่อการตกในบาปแห่งความเยิ่อหยิ่งยโส
ดังนั้นยิ่งรวย ก็ต้องยิ่งฝึกถ่อมใจ
การรวยสามารถเป็นพระพรแก่ตัวเราได้ โดยการใช้การรวยของเราไปเป็นพระพรแก่ผู้อื่น

9.# ใน 1ทธ. 6:20-21 สอนว่า เราควร​หลีก​หนี​จาก​​การ​โต้​แย้ง​เรื่องความคิดเห็น ที่บางคนเข้าใจผิดคิด​ว่า นั่น​เป็น​ความ​รู้
เพราะยิ่งทำเช่นนั้น ยิ่งจะทำให้​หลง​ไป​จาก​ความ​เชื่อได้ง่าย

9.@ เราควรหลีกเลี่ยงการโต้เถียงที่ไม่ก่อให้เกิดการเติบโตฝ่ายวิญญาณ

คำคม

“ รักเงินทำลายชีวิต รักพระเจ้าเสริมสร้างชีวิต ”

ขุมทรัพย์ 1ทิโมธี 5

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโลแนะนำทิโมธีในการปฏิบัติต่อผู้อื่น และต่อตัวเอง อย่างถวายเกียรติแด่พระเจ้า

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 1ทธ. 5:1-2 สอนท่าทีที่เราควรมีต่อพี่น้องคริสเตียน ไว้ดังนี้
– สำหรับผู้อาวุโส จงให้เกียรติพวกเขา ถือพวกเขาเป็นเหมือนบิดา มารดา หากพบว่าพวกเขาทำผิด ก็อย่าต่อว่าตรงๆแต่ควร​ขอ​ร้อง​เขา ​เหมือน​ขอร้องบิดา มารดา ที่กำลังทำผิด
– สำหรับคนรุ่นราวคราวเดียวกัน ให้ถือว่าพวกเขา​เป็น​เหมือน​พี่​หรือ​น้อง รักพวกเขา และมีใจ​บริ​สุทธิ์ต่อพวกเขา

1.@ เราสมควรปฏิบัติต่อพี่น้องฝ่ายวิญญาณ อย่างเหมาะสม เป็นเหมือนดังเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดเดียวกับเรา

2.# ใน 1ทธ. 5:3-16 อ.เปาโลแนะนำทิโมธี ในการปฏิบัตอต่อหญิงม่าย ดังนี้
– จง​ให้​เกียรติเป็นพิเศษ​แก่​บรร​ดา​แม่​ม่าย​ไร้​ที่​พึ่ง ที่ไม่มีลูกหลาน
– จงให้ลูกหลานแม่ม่ายทั้งหลาย เลี้ยงดู แม่ม่ายเหล่านั้นอย่างดี เพราะนั้่นเป็นการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าอย่างหนึ่ง
– จงกำชับให้แม่ม่ายทั้งหลาย เฝ้าวิงวอนและอธิษฐานอยู่เสมอ
– แม่ม่ายที่ต้องการแต่งงานใหม่ ควรสนับสนุนให้พวกเธอแต่งงาน เพื่อจะได้มีสามีคอยดูแล
– แม่ม่ายอายุ 60 ปีขึ้นไป ไม่อยากแต่งงานใหม่ คริสตจักรควรช่วยเหลือ ดูแล พวกเธอ
– จงเตือนให้แม่ม่ายทั้งหลาย อย่าอยู่อย่างเกียจคร้าน และอย่าชอบซุบซิบนินทาผู้อื่น

2.@ หลักการในการดูแล ผู้ยากไร้ คือ ช่วยเหลือคนที่ทำตัวเหมาะสมก่อน ส่วนคนที่ทำตัวไม่เหมาะสมควรตักเตือนพวกเขา เมื่อพวกเขากลับใจแล้ว ก็จึงช่วยเหลือพวกเขา
ด้วยวิธีนี้จะทำให้การช่วยเหลือทางร่างกาย นำไปสู่การพัฒนาจิตวิญญาณของผู้คน

3.# ใน 1ทธ. 5:8 สอนว่า การ​ไม่​เลี้ยง​ดู​ญาติ​พี่น้อง โดย​เฉพาะ​คน​ใน​ครอบ​ครัว​ นั้น เป็นการสิ่งชั่วร้าย และเป็นการกระทำที่สวนทางกับ​ความ​เชื่อในพระเยซูคริสต์

3.@ เราสมควรดูแล พ่อแม่ พี่น้อง ของเราอย่างเต็มที่
และสมควรให้ความช่วยเหลือแก่ญาติๆของเรา ตามกำลังที่เราพอจะทำได้
เพราะการกระทำเช่นนั้น เป็นการถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า

4.# ใน 1ทธ. 5:17 สอนเราว่า สมควรให้เกียรติแก่​ผู้​ปก​ครองหรือผู้นำคริสตจักร​ทั้ง​หลาย​ โดย​เฉพาะ​อย่าง​ผู้นำที่ตราก​ตรำ​ใน​การ​เทศ​นา​และ​สั่ง​สอน

4.@ เราสมควรให้เกียรติแก่ผู้ที่พระเจ้ามอบเกียรติแก่พวกเขา

5.# ใน 1ทธ. 5:18 สอนเราว่า “คน​งาน​ก็​สม​ควร​จะ​ได้​รับ​ค่า​จ้าง​ของ​ตน” เป็นการดีที่จะให้สิ่งดีแก่ ผู้ที่ทำงานปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า

5.@ เราสมควรมอบสิ่งดี เช่น คำอธิษฐานเผื่อ ความรัก ความห่วงใย หรือ สิ่งดีใดๆ แก่ผู้นำในคริสตจักรของเราหรือผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณของเรา

6.# ใน 1ทธ. 5:19-20 สอนว่า อย่ายอมรับคำกล่าวหาต่อผู้นำง่าย นอกจากจะมีพยานหลักฐานอย่างชัดเจน
ซึ่งถ้าพบว่าเขาทำผิดจริง ก็ควรเตือนเขา และถ้ายัง​คง​ทำ​บาป​​นั้นต่อไป จง​ตัก​เตือน​เขา​​ต่อ​หน้า​ทุก​คน เพื่อ​คนอื่น​จะ​ได้​เกรง​กลัว​ด้วย

6.@ เราให้เกียรติผู้นำ โดยการไม่ยอมเชื่อคำกล่าวหาต่อท่านง่ายๆ
แต่ขณะเดียวกัน ถ้าผู้นำทำผิดจริงก็จำเป็นที่จะต้องใช้ทุกมาตรการเพื่อช่วยให้เขากลับใจ

7.# ใน 1ทธ. 5:22 แนะนำว่า อย่า​รีบ​แต่ง​ตั้ง​ใครเป็นผู้นำ ไม่เช่นนั้น เราเองจะ​มี​ส่วน​ร่วม​ใน​บาป​ของ​เขาด้วย

7.@ คนที่แต่งตั้งผู้อื่น ต้องรับผิดชอบต่อ ผลของการกระทำของคนที่เขาแต่งตั้งนั้นด้วย

8.# ใน 1ทธ. 5:23 “อย่า​ดื่ม​แต่​เพียง​น้ำ​อีก​ต่อ​ไป จง​ใช้​เหล้า​องุ่น​บ้าง​เล็ก​น้อย เพื่อ​ประ​โยชน์​กับ​กระ​เพาะ​อา​หาร​ของ​ท่าน และ​โรค​ที่​ท่าน​เป็น​อยู่​บ่อยๆ”

ในเวลานั้นทิโมธีเป็นโรคกระเพาะ การรักษาโรคตามวิทยาการสมัยนั้นใช้เหล้าองุ่นเป็นยารักษา
เดิมทิโมธี ไม่ยอมใช้เหล้ารักษา เพราะเกรงจะไม่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า
แต่อ.เปาโล แนะนำเขาว่า ควรดื่มยา(เหล้าองุ่นบ้าง) เพื่อจะได้หายดี

8.@ เราควรดูแลรักษาสุขภาพของเราให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมียาที่ใช้ในการรักษาโรคแล้ว ดังนั้นใช้ยาแทนเหล้า น่าจะเหมาะสมกว่า

9.# ใน 1ทธ. 5:24-25 สอนว่า บาป​และความดี ของทุกคน ในที่สุด​ก็​จะปรา​กฏ​ชัด
เพียงสำหรับบางคนปรากฏก่อน แต่ของบางคนจะตามมาปรากฏภายหลัง แม้จะช้ากว่าแต่ก็จะปรากฏแน่นอน

9.@ แม้วันนี้คนชั่วยังลอยนวล แต่ในไม่ช้าความชั่วของเขาจะปรากฏแจ้ง
ในอีกมุมหนึ่ง วันนี้ถ้าเรายังทำชั่วอยู่ ควรรีบกลับใจก่อนที่มันจะถูกทำให้ปรากฏแจ้ง

แม้วันนี้ความดีที่เราทำยังไม่มีใครรู้ แต่ในไม่ช้าก็จะปรากฏแจ้งอย่างแน่นอน

คำคม

“ จงกลับใจ ก่อนบาปจะปรากฏ
จงสัตย์ซื่อต่อไป ขณะที่ความดียังไม่ปรากฏ ”

ขุมทรัพย์ 1ทิโมธี 4

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโลสอนทิโมธี ให้ยืนหยัดต่อต้านคำสอนเท็จ และขณะเดียวกันตัวของทิโมธีเอง นอกจากจะสอนอย่างถูกต้องแล้ว ก็ต้องทำตัวให้เป็นแบบอย่างให้แก่ผู้อื่นด้วย

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 1ทธ. 4:1-3 เตือนว่า ต่อ​ไป​ภาย​หน้า​จะ​มี​บาง​คน​ละ​ทิ้ง​ความ​เชื่อ โดย​หัน​ไป​เชื่อ​ฟัง​​คำ​สอน​เท็จ โดยสอนว่าถ้าจะได้รับความรอด ต้องไม่แต่งงาน หรือห้ามกินอาหารบางอย่าง

1.@ มารซาตานจะพยายามทุกวิถีทางให้เราหันออกไปจากความเชื่อในข่าวประเสริฐ
เราจำเป็นต้องยึดความเชื่อในข่าวประเสริฐไว้ให้มั่น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ยังคงเชื่อว่าถ้าเราเชื่อวางใจในพระเยซูในการรอดพ้นบาปของเรา ต้อนรับพระเยซูเข้ามาเป็นพระเจ้า เป็นเจ้านายในชีวิตของเราจริงๆแล้ว เราจะได้รับความรอดอย่างแน่นอน

2.# ใน 1ทธ. 4:5 กล่าวว่า อาหารทั้งหลายสามารถได้​รับ​การ​ชำระ​ให้​บริ​สุทธิ์​ได้ ด้วย​พระ​วจนะ​ของ​พระ​เจ้า​และ​คำ​อธิษ​ฐาน

2.@ การทานอาหารด้วยท่าทีขอบพระคุณพระเจ้า จะทำให้อาหารนั้นเป็นพระพรสำหรับเรา
การทานอาหารด้วยท่าทีเชื่อฟังทำตามพระคำของพระเจ้า จะทำให้อาหารนั้นนำความเจริญมาสู่ชีวิตของเรา ทั้งร่างกายจิตใจและจิตวิญญาณ

3.# ใน 1ทธ. 4:6 กล่าวว่า คนที่​ให้​คำ​แนะ​นำที่ดีในทางของพระเจ้าแก่ผู้อื่น ผู้นั้น​ก็กำลัง​เป็น​ผู้​ปรน​นิบัติ​ที่​ดี​ของ​พระ​เยซู​คริสต์
ซึ่งคำแนะนำที่ดีนั้น ได้แก่ ​ถ้อย​คำ​แห่ง​ความ​เชื่อ และ​หลัก​คำ​สอน​อัน​ดี​ที่สอดคล้องกับชีวิตของผู้สอน​นั้น

3.@ ผู้รับใช้ที่ดี ไม่ใช่เพียงแต่ต้องมีคำสอนที่เต็มไปด้วยความเชื่อเท่านั้น แต่ต้องมีชีวิตสอดคล้องกับคำสอนนั้นด้วย

4.# ใน 1ทธ. 4:7=8 สอนเราให้ ​ฝึก​ตน​ใน​ทาง​พระ​เจ้า เพราะจะเป็นประโยชน์ทั้งในชีวิตปัจจุบันและในชีวิตนิรันดร์ในอนาคตด้วย

4.@ เราควรใช้เวลาที่เหลืออยู่ในโลกนี้ เพื่อพัฒนาชีวิตฝ่ายวิญญาณ เพื่อเตรียมสำหรับอนาคต
สามารถรับฟังเพิ่มเติมได้ ที่นี่ https://youtu.be/sYGD427zk_I

5.# ใน 1ทธ. 4:10 ชี้ให้เห็นว่า การมี​ความ​หวัง​ใน​พระ​เจ้า​ ทำให้สามารถ​ตราก​ตรำ​ทำ​งาน​และ​ทน​สู้ ในการรับใช้พระเจ้าได้เป็นอย่างดี

5.@ การยึดมั่นในความหวังในพระเจ้าอยู่เสมอ จะเป็นแรงผลักดันให้เราสามารถยืนหยัดและอดทนต่อสถานการณ์ต่างๆที่เราต้องพบเจอได้เป็นอย่างดี

6.# ใน 1ทธ. 4:12 อ.เปาโลสอนทิโมธีว่า แม้ว่าทิโมธียังอายุไม่มากนัก(ประมาณ 30ปี) แต่​ก็สามารถเป็นที่ยอมรับได้ด้วยการดำเนินชีวิตเป็นแบบ​อย่างดี​แก่​ผู้​เชื่อคนอื่น ​ทั้งใน​ด้าน​คำพูด​และ​การกระทำ​ โดยเฉพาะในเรื่อง​ความ​รัก ความ​เชื่อ และ​ความ​บริ​สุทธิ์

6.@ การเป็นผู้นำในฝ่ายวิญญาณหรือผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง คือ การดำเนินชีวิตที่เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้อื่น

วันนี้ เมื่อคนอื่นเห็นการดำเนินชีวิตของเราแล้ว พวกเขาสรรเสริญพระเจ้า หรือ พวกเขาดูถูกพระเจ้า?

7.# ใน 1ทธ. 4:14 สอนว่า เราไม่ควร​ละ​เลย​ของ​ประ​ทาน​ที่​มี​อยู่​ใน​ตัว​เรา

7.@ วันนี้ เราได้ใช้ของประทาน และความสามารถที่พระเจ้าประทานให้แก่เรา เพื่อประโยชน์สำหรับแผ่นดินของพระเจ้ามากเพียงใด?
ยังมีความสามารถที่พระเจ้าให้แก่เราอะไรบ้าง ที่เรายังเก็บเอาไว้ไม่ได้เอามาใช้ หรือแม้เอามาใช้ ก็เฉพาะเพื่อประโยชน์ของตัวเราเองเท่านั้น?

8.# ใน 1ทธ. 4:15 สอนว่า เมื่อเรามีโอกาสได้รับใช้พระเจ้าในด้านใดด้านหนึ่ง เราควร​ทุ่มเทปฏิ​บัติ​หน้า​ที่​เหล่า​นี้​อย่างเต็มที่

8.@ วันนี้ เราทุ่มเทได้มากกว่านี้หรือไม่ ในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า?

9.# ใน 1ทธ. 4:16 สอนว่า เราต้องเอา​ใจ​ใส่​ทั้ง​การดำเนินชีวิตของเรา​และ​คำ​สอน​ของเรา เพราะ​เมื่อ​ทำ​เช่น​นี้​แล้ว เรา​จะ​​ช่วย​ทั้ง​ตัว​เราเอง และ​ทุก​คน​ที่​ฟัง​เรา ให้พ้นจากกับดักของศัตรูได้

9.@ เมื่อเราได้มีโอกาสสอนจงเตรียมอย่างดีที่สุด สอนให้ดีที่สุด ขณะเดียวกันจงดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับคำสอนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ไม่งั้น ตัวเราเองจะสะดุดล้มลง และคนที่ฟังเราก็จะพากันสะดุดล้มลงตามไปด้วย

คำคม

“ สอนคนอื่น แต่ตัวเองไม่ทำตาม เป็นการวางกับดักทำร้ายทั้งตนเองและคนอื่น ”

ขุมทรัพย์ 1ทิโมธี 3

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโลสอนทิโมธี เรื่องคุณสมบัติของผู้ปกครองหรือผู้นำคริสตจักร และมัคนายก เพื่อให้ทิโมธีใช้เป็นหลักการในการแต่งตั้งผู้นำเหล่านี้

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 1ทธ. 3:1 สอนว่า การ​ปรารถ​นา​ทำหน้า​ที่​ผู้​ปก​ครอง​ดูแล​คริสต​จักร หมายถึงเป็นผู้นำในคริสตจักร เป็นความ​ปรารถ​นา​กิจ​การ​งาน​ที่​ประ​เสริฐ
เพราะว่าผู้นำคริสตจักรในเวลานั้น ต้องตกอยู่ในอันตรายจากพวกที่ข่มเหงและต่อต้านคริสตจักร และยังต้องทำงานรับใช้อย่างยากลำบาก

1.@ หากเราปรารถนาจะรับใช้พระเจ้าอย่างจริงใจ ไม่ว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรกับเราไม่สำคัญเลย ให้เรารู้ตัวว่า เรากำลังปรารถนาทำในสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัย

บางคนอาจหาว่า เราอยากได้หน้า อยากดัง อยากเป็นใหญ่ หรืออะไรก็ช่าง
พระเจ้าผู้ทรงชันสูตรใจทรงทราบดีที่สุดว่า แรงจูงใจที่แท้จริงของเราเป็นอย่างไร

2.# ใน 1ทธ. 3:2-7 กล่าวถึงคุณสมบัติที่ต้องมีในผู้นำคริสตจักรไว้ ดังนี้
– ​เป็น​คน​ที่​ไม่​มี​ที่​ติ >> ไม่มีเรื่องทำผิดร้ายแรงใดๆ
– เป็น​สามี​ของ​หญิง​คน​เดียว >> มีภรรยาได้ทีละ 1 คน จึงรวมผู้ที่ภรรยาเสียชีวิตแล้วแต่งงานใหม่ไว้ด้วย (และข้อนี้ไม่ได้ห้ามคนโสดเป็นผู้นำคริสตจักร)
– รู้​จัก​ประ​มาณ​ตน >> ไม่ทำอะไรเกินตัว
– มี​สติ​สัมป​ชัญญะ >> สามารถ​ควบคุม​ตนเอง​ได้ดี
– เป็น​คน​น่า​นับ​ถือ >> ของทั้งคนในคริสตจักรและนอกคริสตจักร ไม่ได้หมายถึงฐานะแต่หมายถึงความประพฤติ
– มี​อัธยา​ศัย​ต้อนรับ​แขก >> สมัยนั้นเมื่อคริสเตียนเดินทางไปเมืองต่างๆมักไม่ไปพักตามโรงแรมเพราะมักเสริฟอาหารไหว้รู้เคารพ จึงนิยมพักตามบ้านพี่น้องคริสเตียนด้วยกัน
– เหมาะ​ที่​จะ​เป็น​อาจารย์ >> สามารถสั่งสอนพระคำของพระเจ้าแก่ผูู้อื่นได้
– ไม่​ดื่ม​สุรา​มึน​เมา >> ตามวัฒธรรมสมัยนั้นดื่มได้ แต่ห้ามเมา ส่วนตามวัฒนธรรมไทยสมัยนี้ไม่ควรดื่มเลยจะดีกว่าเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า
– ไม่ชอบ​ความ​รุน​แรง >> สุภาพอ่อนน้อม
– ผ่อน​หนัก​ผ่อน​เบา >> อดทนต่อผู้อื่น
– ไม่​ชอบ​การ​วิวาท >> หลีกได้เป็นหลีก เลี่ยงได้เป็นเลี่ยง จากการทะเลาะเบาะแว้ง
– ไม่​เป็น​คน​เห็น​แก่​เงิน >> โลภ หรือ ให้ความสำคัญแก่เงินมากกว่าสิ่งอื่น
– ดูแลลูกๆของตนได้ดี >> จนพวกเขามีความอ่อนน้มถ่อมตน
– ต้อง​ไม่​ใช่​คน​ที่​เพิ่ง​กลับ​ใจ​ใหม่ >> เพื่อจะได้ไม่ตกในการทดลองของความเย่อหยิ่ง
– ​มี​ชื่อ​เสียง​ดี​ใน​หมู่​คน​ภาย​นอก >> เพื่อไม่ให้คนอื่นดูถูกพระเจ้าเพราะพฤติกรรมของเขา

2.@ หากเราเป็นผู้นำในคริสตจักร เราควรพัฒนาตนเอง ให้เข้าใกล้มาตรฐานนี้ให้มากยิ่งขึ้นทุกวันๆ
หากเราเป็นผู้ตามในคริสตจักร เราควรคอยส่งเสริมและหนุนใจผู้นำของเรา ให้พัฒนาชีวิตให้ใกล้เคียงคุณสมบัติดังกล่าวให้มากยิ่งขึ้นอยู่เสมอ

3.# ใน 1ทธ. 3:8-12 ได้พูดถึงคุณสมบัติมัค​นา​ยก​ไว้ดังนี้
– ​เป็น​คน​น่า​นับถือ
– ไม่​เป็น​คน​พูด​จา​กลับ​กลอก
– ไม่​ดื่ม​สุรา​มึน​เมา
– ไม่​เป็น​คน​โลภ​เห็น​แก่​ได้
– เป็น​คน​ที่​ยึด​มั่น​ใน​ข้อ​ล้ำ​ลึก​ของ​ความ​เชื่อ ด้วย​มโน​ธรรม​ที่​บริ​สุทธิ์
– เป็นคนที่ผ่านการ​ทด​สอบ​​แล้ว
– ไม่​ใส่​ร้าย​คน​อื่น
– รู้​จัก​ประ​มาณ​ตน
– ซื่อ​สัตย์​ใน​ทุกๆ เรื่อง
– เป็น​สามี​ของ​หญิง​คน​เดียว
– ดูแลบุตรและคนในครอบ​ครัว​ของ​ตน​ได้​ดี

3.@ นี่เป็นคุณสมบัติของคนที่มีส่วนในการรับใช้ แบบไม่ใช่ผู้รับใช้เต็มเวลา
หากเราปรารถนาที่จะรับใช้พระเจ้า เราสมควรพัฒนาคุณสมบัติเหล่านี้ให้เกิดขึ้นในชีวิตของเรา มากขึ้นๆทุกๆวัน

4.# ใน 1ทธ. 3:16 อธิบายถึง ​ความ​ล้ำ​ลึก​แห่ง​ความ​เชื่อ​อันยิ่ง​ใหญ่​มาก ว่า ความล้ำลึกนั้น ก็คือ​
– พระเยซูทรงเสด็จมาบังเกิด​เป็น​มนุษย์
– พระเยซู ทรง​ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเราและได้​รับ​การ​พิสูจน์​ว่า​ชอบ​ธรรมด้วยการเป็นขึ้นมาโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์
– เรื่องของพระเยซู​ได้​ถูก​ประ​กาศ​ออก​ไป​ยัง​ทั่วโลก
– พระเยซู ทรง​ได้​รับ​การ​เชื่อ​วางใ​จ​จาก​คน​มาก​มาย​ใน​โลก
– พระเยซู​ทรงถูก​รับ​ขึ้น​ไปสู่สวรรค์พร้อมด้วยได้รับสิทธิอำนาจสูงสุด สามารถอภัยบาปมนุษย์ได้และพิพากษามารซาตานและเหล่าวิญญาณชั่วที่ทำลายมนุษย์

4.@ ความล้ำลึกนี้ทำให้เรารู้ว่า โดยการเชื่อวางใจในพระเยซูตามข่าวประเสริฐที่เราได้ยินนั้น จะทำให้เราได้รับความชอบธรรมของพระเยซู และรับการอภัยบาปทั้งสิ้น และเข้าส่วนในพระสิรของพระเจ้าได้

คำคม

“ ความปรารถนารับใช้พระเจ้า เป็นความปรารถนาที่ประเสริฐ ”

ขุมทรัพย์ 1ทิโมธี 2

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโล สอนทิโมธีให้สอนคริสเตียนที่เขาดูแล ให้อธิษฐานและดำเนินชีวิตเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 1ทธ. 2:1-3 สอนเรา สิ่งต่อไปนี้เป็นสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัย คือ การอธิษฐาน​เผื่อ และ​ขอบ​พระ​คุณ
– สำหรับ​คนทั้งหลายที่เราได้รู้จักหรือพบเจอ
– สำหรับกษัตริย์ทั้งของชาติของเรา และของชาติอื่น
– สำหรับผู้ที่มีตำแหน่งสูงทั้งหลาย ทั้งด้านการเมือง ด้านการปกครอง ด้านการทหาร หรือด้านอื่นๆ รวมถึงผู้เป็นหัวหน้าของเรา ในที่ทำงาน ในชุมชน และในคริสตจักร

ด้วยหวังว่า เราจะได้สามารถดำเนินชีวิตอย่างสงบและมีสันติ มุ่งเน้นการประกาศข่าวประเสริฐ การพัฒนาฝ่ายวิญญาณ

1.@ เราควรขอบคุณพระเจ้าและอธิษฐานเผื่อ ทุกคนที่เราได้รู้จักและพบเจอ เพราะว่า คนเหล่านั้นอยู่ในแผนการของพระเจ้า ที่จัดเตรียมไว้เพื่อประโยชน์สำหรับชีวิตของเรา

2.# ใน 1ทธ. 2:4-6 พระเจ้า​ประ​สงค์​ให้​ทุก​คน​ได้​รับ​ความ​รอด​และ​รู้​ความ​จริง ว่า มีพระเจ้าองค์เดียว และพระเยซูเป็นผู้เดียวที่สามารถช่วยให้มนุษย์กลับคืนดีกับพระเจ้าได้ โดยการที่พระเยซูประทานชีวิตของพระองค์เองเพื่อเป็นค่าไถ่บาปของมนุษย์ทุกคน

2.@ พระเจ้าประสงค์ให้ทุกคนได้รับความรอดพ้นนรก แต่พวกเขาจำเป็นต้องรู้ความจริงแห่งข่าวประเสริฐจึงจะสามารถรอดได้
เราผู้เป็นบุตรของพระเจ้า ควรทำให้พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จ ด้วยการประกาศข่าวประเสริฐแก่ทุกคน

3.# ใน 1ทธ. 2:8 อ.เปาโลแนะนำให้ พวก​ผู้ชาย​ทั้งหลายควรเป็นแบบอย่างในการ​อธิษ​ฐาน​อยู่เสมอและมีชีวิตที่บริสุทธิ์
ส่วนพวกผู้หญิงควรเป็นแบบอย่างในการทำการดี และสุภาพอ่อนน้อม ไม่ทำเหมือนชาวโลกที่พยายามแต่งตัวด้วยเครื่องประดับแพงๆเพื่ออวดร่ำอวดรวย

3.@ จุดอ่อนของผู้ชายบางคน คือ ไม่ค่อยอธิษฐาน และดำเนินชีวิตไม่เป็นแบบอย่าง
จุดอ่อนของผู้หญิงบางคน คือ เน้นความงามจากสิ่งภายนอกมากกว่าภายใน

ดังนั้นเราควรอธิษฐานเสมอ ดำเนินชีวิตเป็นแบบอย่าง และพัฒนาจิตใจและจิตวิญญาณอยู่เสมอ

คำคม

“ การอธิษฐานเผื่อใคร ไม่ขึ้นกับคุณภาพชีวิตของเขา
แต่ขึ้นกับคุณภาพฝ่ายวิญญาณของเรา ”

ขุมทรัพย์ 1ทิโมธี 1

ภาพรวม

  • อ.เปาโล เขียนจดหมายฉบับนี้ถึงทิโมธี สาวกของเขา ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจาก อ.เปาโล ให้ดูแลคริสตจักรในเมืองเอเฟซัส ในช่วงเวลานั้น เพื่อให้ทิโมธี​เข้าใจ​บท​บาทและ​หน้า​ที่​ความ​รับ​ผิด​ชอบ​ของ​เขา และ​แนะนำทิโมธีในการจัด​การ​แก้ไข​ปัญหา​ต่างๆของคริสตจักร โดย​เฉพาะ​อย่าง​ยิ่ง​ใน​เรื่อง​คำ​สอน​เท็จ
  • ในบทนี้ อ.เปาโล สอนทิโมธีให้ระมัดระวังคำสอนเท็จและให้ยึดความเชื่อในข่าวประเสริฐเอาไว้ให้มั่น

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 1ทธ. 1:4 ชี้ให้เห็นว่า มีบางเรื่องก่อ​ความ​ขัดแย้ง​มาก​กว่า​การ​ทำ​งาน​ของ​พระ​เจ้า​โดย​ความ​เชื่อ

1.@ บางครั้งมีกับดัก ที่จะดึงเราออกจากความสนใจใส่ใจในแก่นแท้ของข่าวประเสริฐ ไปใส่ใจกับเรื่องหยุมหยิมต่างๆ เช่นพิธีกรรมบางอย่าง หรือประสบการณ์บางอย่าง หรือกิจกรรมบางอย่าง
เราควรระมัดระวังตัวที่จะไม่หลุดออกไปจากแก่นแท้ของข่าวประเสริฐ และแก่นแท้ของพระคำของพระเจ้า

2.# ใน 1ทธ. 1:5 กล่าวถึง 3 สิ่งที่เราต้องยึดไว้ให้มั่น คือ
– ความ​รัก​ที่​มา​จาก​ใจ​ที่​บริ​สุทธิ์
– ความรักที่มาจาก​มโน​ธรรม​ที่​ดี
– ​ความรักที่มาจาก​ความ​เชื่อ​ที่​จริง​ใจ

2.@ ความรักเป็นสิ่งสำคัญมาก แต่ แรงผลักดันของความรักนั้นสำคัญยิ่งกว่า

ความรักแบบพระเจ้า ต้องมีแรงผลักมาจาก
ใจที่บริสุทธิ์ไม่ได้หวังผลตอบแทน
ใจที่รู้ตัวว่าเราเป็นลูกของพระเจ้าจึงอยากจะรักเหมือนพระเจ้ารัก
และ ใจที่มีความเชื่อแท้ในพระคำของพระเจ้าจึงสะท้อนออกมาเป็นการกระทำด้วยความรักแท้

3.# ใน 1ทธ. 1:9-10 ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สิ่งเหล่านี้คือบาปที่พระเจ้าเกลียดชัง ได้แก่
– การเป็นคนไม่ทำตามพระคำของพระเจ้า
– การเป็นคน​ดื้อด้าน
– การเป็นคน​ชั่ว​ร้าย
– การเป็นคนที่​ไม่​นับถือ​พระ​เจ้า
– การเป็นคน​ที่​ฆ่า​พ่อ​ฆ่า​แม่
– การเป็นฆาตกร
– การเป็นคน​ล่วง​ประ​เวณี
– การเป็นคน​รัก​ร่วม​เพศ​
– การเป็นโจร​ลัก​พา​ตัว
– การเป็นคน​โก​หก
– การเป็นคนใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น
– การเป็นคนที่​ขัด​กับ​คำสอน​ที่​ถูกต้อง

3.@ เราผู้เป็นลูกของพระเจ้า ไม่สมควรเดินในทางที่พระเจ้าทรงเกลียดชัง
เพียงแค่เราตัดสินใจจะกลับใจใหม่อย่างจริงใจ
แล้วทูลขอความช่วยเหลือจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ด้วยความเชื่อ
เราจะสามารถหลุดพ้นจากวิถีเหล่านี้ได้อย่างแน่นอน

4.# ใน 1ทธ. 1:13-16 อ.เปาโล อธิบายว่า เมื่อก่อนเขาเป็นคนที่ทำสิ่งชั่วร้ายยิ่งนัก แต่โดยพระคุณของพระเจ้า
พระองค์ได้ทรงสำแดงความอดกลั้นพระทัยต่ออ.เปาโล เพื่อให้เป็นแบบอย่างแก่คนทั้งหลายว่า ชั่วขนาดนี้พระเจ้าก็ยังเมตตา

4.@ ไม่ว่าเราจะเคยผิดพลาดพลั้งบาปมากเพียงใด
หากเรากลับใจใหม่ กลับมาหาพระเยซู
พระองค์ทรงฤทธิ์สามารถทำให้ความผิดพลาดของเรานั้นกลายเป็นพระพรทั้งต่อตัวเรา และต่อผู้คนมากมายได้

5.# ใน 1ทธ. 1:19 เตือนว่า หากใครละทิ้ง ความเชื่อและ จิตสำนึกว่าตนชอบธรรมโดยพระเยซูคริสต์ แล้ว
คนนั้นความเชื่อของเขาจะอับปางลง

5.@ หากเราไม่ยึดความเชื่อไว้ เราจะสูญเสียความเชื่อนั้นไป
หากเราละทิ้งความเชื่อในข่าวประเสริฐ ว่าเราชอบธรรมได้โดยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ เราจะสูญเสียความเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ไป
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จงยึดความเชื่อไว้ให้มั่น

คำคม

“ วิธีรักษาความเชื่อเอาไว้ คือ จงยึดความเชื่อนั้นให้มั่น ”

ขุมทรัพย์ 2เธสะโลนิกา 3

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโล สอนคริสเตียนเธสะโลนิกา ให้ช่วยคนที่ทำผิด เช่นเกียจคร้าน หรือไม่เชื่อฟังพระคำ โดยการเตือนสติพวกเขาเหล่านั้นด้วยความรัก

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 2ธส. 3:1-2 ได้ชี้ให้เห็นว่า เราควรอธิษฐานให้ข่าวประเสริฐ​แผ่​ไป​อย่าง​รวด​เร็ว​และ​อธิษฐานขอให้ผู้รับใช้ของพระเจ้า​พ้น​จาก​คน​​ชั่ว​ร้าย

1.@ วันนี้ เราสามารถมีส่วนร่วมในการประกาศข่าวประเสริฐได้ ด้วยการอธิษฐานเผื่อการเผยแพร่ข่าวประเสริฐและผู้เผยแพร่ข่าวประเสริฐอยู่เสมอ

2.# ใน 2ธส. 3:5 ชี้ให้เห็นว่า เราผูกพันกับพระเจ้ามากขึ้น
เมื่อ​ใจ​ของ​เรา​ระลึกถึงความ​รัก​ซึ่ง​มา​จาก​พระ​บิดาผู้ประทานพระบุตรองค์เดียวมาช่วยเราให้รอด
และ​เมื่อใจของเราระลึกถึง​การทนทุกข์​ซึ่ง​พระ​เยซูคริสต์ทรงทนเพื่อเรา

2.@ เมื่อเราซาบซึ้งความรักของพระบิดา เราจะยิ่งรักพระองค์ และสะท้อนออกมาเป็นความรักต่อผู้อื่่น
เมื่อเราซาบซึ้งความอดทนที่พระคริสต์ทรงทนเพื่อเรา เราจะอดทนเพื่อเห็นแก่พระองค์ได้มากยิ่งขึ้น

3.# ใน 2ธส. 3:6-12 สอนเราว่า ไม่ควรอยู่อย่าง​เกียจ​คร้าน และ​ไม่​ควรสนับสนุนพี่น้องที่เกียจคร้าน แต่ควรเตือนสติพวกเขา

3.@ พระเจ้าไม่ชอบให้เราขี้เกียจ จงขยันเถิด

4.# 2ธส. 3:13 “…อย่า​อ่อน​ใจ​ที่​จะ​ทำ​ความ​ดี​เลย”

4.@ เมื่อทำดีแล้ววันนี้ยังไม่เห็นผลดีอะไร จงทำต่อไป
เพราะพระเจ้าผู้สัตย์ซื่อจะทำให้มันเกิดผลดีในเวลาของพระองค์

5.# ใน 2ธส. 3:14-15 สอนเราว่า เมื่อพบพี่น้องที่ไม่เชื่อฟังพระคำของพระเจ้า เราไม่ควรนิ่งเฉย ควรทำบางอย่างเพื่อเป็นการเตือนสติเขา แต่ก็ไม่ควรถือว่าเขาเป็นศัตรู

5.@ วันนี้ เราได้ทำอะไรบ้าง เมื่อเห็นพี่น้องเดินในทางผิด ทางที่ไม่เชื่อฟังพระคำของพระเจ้า?

6.# ใน 2ธส. 3:16 ชี้ให้เราเห็นว่า สิ่งหนึ่งที่เราควรขอให้เกิดขึ้นกับเราเสมอ คือ ขอ​ให้เรามี​สันติ​สุข​ใน​ทุก​เวลา​และ​ใน​ทุก​สถาน​การณ์

6.@ หากวันนี้ เราไม่มีสันติสุข ควรทูลขอต่อพระเจ้าให้สันติสุขของพระองค์เข้ามาคุ้มครองจิตใจ ให้สันติสุขเข้ามาแทนที่ความกลัว ความกังวลทั้งสิ้นของเรา

คำคม

“ อย่า​อ่อน​ใจ​ที่​จะ​ทำ​ความ​ดี​เลย ”

ขุมทรัพย์ 2เธสะโลนิกา 2

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโล อธิบายให้คริสเตียนเธสะโลนิกาทราบว่า วันที่พระเยซูเสด็จมายังมาไม่ถึง เพราะก่อนวันนั้นคนนอกกฏหมายจะปรากฏตัวขึ้นมาก่อน

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# มีคำสอนผิดที่สอนว่า วันที่พระเยซูเสด็จกลับมานั้นได้มาถึงแล้ว และมีบางคนเขียนจดหมายปลอมในนามของอ.เปาโล เขียนมาบอกคริสเตียนเธสะโลนิกา เช่นนั้นอีกด้วย (2ธส. 2:2)
อ.เปาโล จะเตือน ไม่ให้คริสเตียนเธสะโลนิกาหวั่นไหว แต่ให้ยึดมั่นในสิ่งที่ได้รับการสอนจาก อ.เปาโลเอาไว้
อ.เปาโล อธิบายว่า ก่อนวันที่พระเยซูจะเสด็จมานั้น จะมีคนนอกกฏหมาย(ลูกของความพิพาศ) ปรากฏตัวขึ้นมาก่อน(ข้อ 3)

1.@ วิธีตรวจสอบคำสอนเท็จก็คือ นำมาเทียบกับ คำสอนในพระคำของพระเจ้า ตอนอื่นๆ
คนสอนเท็จมัก นำคำสอนในพระคำของพระเจ้าแค่บางข้อมาขยายความใหญ่โตหรือบิดเบือนความหมายไป
แต่เนื่องจากพระคัมภีร์ทั้งเล่มประสานสอดคล้องกันหมดทุกข้อ
ดังนั้นเมื่อมีใครพยายามสร้างคำสอนที่บิดเบือนข้อใดข้อหนึ่งหรือตอนใดตอนหนึ่ง จะส่งผลให้คำสอนนั้นจะไปขัดแย้งต่อพระคัมภีร์ตอนอื่นๆ
(หมายเหตุ : คล้ายๆหลักการของ Blockchain เลย)

2.# ใน 2ธส. 2:6-7 ได้พูดถึง “สิ่งนั้น”ที่​ยับ​ยั้งคนนอกกฏหมาย ไม่ให้ปรา​กฏ​ออก​มา​ จนกว่าจะถึง​เวลา​ของ​มัน
“สิ่ง​นั้น” อาจ​หมายถึง​ การ​ประกาศ​ข่าว​ประเสริฐ​ทั่ว​โลก ​(มธ. ​24:14) เพราะถ้าข่าวประเสริฐยังไม่ไปทั่วโลก พระเยซูก็ยังจะไม่เสด็จกลับมา
​หรือ อาจหมายถึง ​จักรพรรดิ​คลาวดิอัส ​จักรพรรดิ​โรมใน​เวลา​นั้น ​ซึ่งเป็นจักรพรรดิก่อนที่​จักรพรรดิเน​โร​ผู้​ชั่ว​ร้าย​จะ​ขึ้น​ครอบครอง
หรือ​​ อาจหมายถึง คริสตชน​ที่​ยัง​อาศัย​อยู่​ใน​​เยรูซาเล็ม ​เพราะพวก​เขาจะ​กระจัด​กระจาย​ออก​จากเยรูซาเล็ม​ใน​ปี ​ค.ศ. ​70

อย่างไรก็ดี ​เรา​ไม่​รู้​แน่​ชัด​ว่า​หมายถึง​อะไร​ แต่​คริสเตียนเธ​สะโล​นิ​กา​ทราบดีว่าหมายถึงอะไร (ข้อ 5)

2.@ เหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นนั้น ทั้งหมดอยู่ในแผนการของพระเจ้าแล้ว
พระเจ้าทรงควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างอยู่ เราไม่จำเป็นต้องวิตกกังวล เพียงแค่เชื่อวางใจในพระองค์ก็เพียงพอแล้ว

3.# ใน 2ธส. 2:9-10 อธิบายว่า คน​นอก​กฎ​หมาย​นั้น​จะ​มา​โดย​มี​ซา​ตานชักใยอยู่เบื้องหลัง เขาจะมี​อิทธิ​ฤทธิ์​มากมาย ทั้ง​หมาย​สำ​คัญ และ​การ​อัศ​จรรย์​จอม​ปลอม ได้อีกด้วย และ​อุบาย​ชั่ว​ที่​จะ​ต้องชักนำคนไปสู่ความพินาศ​

มีแต่ผู้ที่ยึดมั่นในความจริงของพระเจ้าเท่านั้น จึงจะรอดพ้นการล่องลวงของเขาได้

3.@ หากเราไม่เริ่มฝึกยึดมั่นในความจริงแห่งพระวจนะของพระเจ้า ฝึกเชื่อฟัง ทำตามพระคำของพระเจ้า ตั้งแต่วันนี้ เกรงว่าอาจจะสายเกินไป

4.# ใน 2ธส. 2:13-14 ชี้ให้เห็นว่า พระ​เจ้า​ได้​ทรง​เลือกเราไว้ ​เพื่อ​จะ​ได้​รับ​ความ​รอด​โดย​การ​ที่เราเชื่อ​ในข่าวประเสริฐ แล้ว​พระ​วิญ​ญาณบริสุทธิ์​ก็ทรงชำระ​เราให้บริสุทธิ์ เพื่อ​เรา​จะ​ได้​ร่วม​ใน​ศักดิ์​ศรี​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​
ดังนั้น เราควร​มั่น​คง​ไว้ และ​ยึด​ถือ​ข่าวประเสริฐนี้ให้มั่น ตลอดชีวิต

4.@ ไม่ว่าจะต้องเสียอะไรก็ตาม อย่ายอมสูญเสียความเชื่อในข่าวประเสริฐ ซึ่งจะนำเราไปสู่ศักดิ์ศรีชั่วนิรันดร์

คำคม

“ ความเชื่อในข่าวประเสริฐนำศักดิ์ศรีมาสู่เรา จงยึดความเชื่อนี้ไว้ให้มั่น ”

ขุมทรัพย์ 2เธสะโลนิกา 1

ภาพรวม

  • 2 เธสะโลนิกาเป็นจดหมายฉบับที่สอง ที่อ.เปาโล เขียนมาถึงคริสตจักรในเมืองเธสะโลนิกา เนื่องจากพวกเขายังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์ อ.เปาโลจึงเขียนมาอธิบายเรื่องนี้เพิ่มเติมแก่พวกเขา
  • ในบทนี้อ.เปาโล อธิบายให้ฟังถึงเรื่องการพิพากษาของพระเจ้า เมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จกลับมา

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# จาก 2ธส. 1:3-4 ชี้ให้เห็นว่า เมื่อมี​ความ​เชื่อ​​จำ​เริญ​ขึ้น และ​มีความ​รัก​ต่อ​กัน​ทวี​ขึ้น​ แล้ว จะมีความทรหดอดทนต่อความทุกข์ยากลำบากได้มากยิ่งขึ้น

1.@ ความเชื่อในพระคำของพระเจ้า และความรักต่อกันและกัน จะช่วยให้เราผ่านพ้นการข่มเหง หรือความทุกข์ยากต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้
เราควรพัฒนาความเชื่อและความรักพี่น้อง ให้เพิ่มขึ้นอยู่เสมอ ทุกๆวัน

2.# ใน 2ธส. 1:5 สอนว่า คนที่ดำเนินชีวิต​สม​ควร​กับ​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​เจ้า ได้แก่คนเหล่านั้นที่ยินดีทน​ทุกข์​ ​เพราะ​เห็น​แก่​แผ่น​ดิน​ของพระเจ้า

2.@ วันนี้ หากเราต้องพบกับปัญหาหรือความทุกข์ยาก เพราะเหตุเชื่อฟังพระเจ้า
จงภูมิใจเถิดเพราะเรากำลังดำเนินชีวิตเป็นผู้สมกับแผ่นดินของพระเจ้า

3.# ใน 2ธส. 1:7-8 สอนว่า เมื่อ​พระ​เยซู​เสด็จกลับมา พระ​องค์​จะ​ลง​โทษ​ คน 2 ประเภท คือ 1. ​คน​ที่​ไม่​รู้จัก​พระ​เจ้า 2.คน​ที่​รู้จักพระเจ้าแต่ไม่​ดำ​เนิน​ชีวิต​ตาม​ข่าว​ประ​เสริฐ​เรื่อง​ของ​พระ​เยซู​คริสต์
คนประเภทแรก ถูกพิพากษาเพราะไม่ได้เชื่อวางใจในพระเยซู
คนประเภทที่สอง ถูกพิพากษาเพราะพูดว่าเชื่อวางใจในพระเยซู แต่ไม่ได้เชื่อวางใจในพระเยซูจริงๆ ดังนั้นการกระทำของเขาจึงไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เขาพูดว่าเขาเชื่อ

3.@ วันนี้ หากเราเชื่อจริงๆว่า โดยการเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ บาปของเราได้รับการอภัยแล้ว เราเป็นคนบริสุทธิ์และชอบธรรมแล้ว เราเป็นลูกของพระเจ้าแล้ว
การดำเนินชีวิตของเรา ย่อมสอดคล้องกับความเชื่อนั้นอย่างแน่นอน
เราจะทำตัวเป็นดังลูกของพระเจ้าผู้บริสุทธิ์ผู้ชอบธรรม
ไม่ใช่ทำตัวเป็นลูกมารที่ดำเนินในบาปและความชั่วร้ายทั้งหลายต่อไป โดยไม่คิดจะกลับใจ

4.# ใน 2ธส. 1:9 อธิบายว่า ​ผู้ที่พบกับความ​พินาศ​นิรันดร์นั้น ​พวกเขาจะพราก​จาก​พระ​พักตร์​และพระสิริของ​พระเ​เจ้าชั่วนิรันดร์

4.@ วันนี้ หากเราดำเนินชีวิตในโลกนี้ แบบไม่ได้อยู่จำเพาะพระพักตร์พระเจ้า ก็เป็นเหมือนกับว่าเรากำลังดำเนินชีวิตอยู่ในนรกนั่นเอง
ในทางตรงกันข้าม หากเราดำเนินชีวิตอยู่ต่อจำเพาะพระพักตร์พระเจ้าอยู่เสมอ ก็เหมือนกับเรากำลังอยู่ในสวรรค์ตลอดเวลานั่นเอง

5.# ใน 2ธส. 1:12 ชี้ให้เห็นว่า เมื่อเราถวายเกียรติแด่พระเจ้าด้วยชีวิตของเรา เรา​จะ​ได้​รับ​เกียรติจากพระองค์ในชีวิตของเรา

5.@ เราควรที่จะพัฒนาตนเองให้มีชีวิตถวายเกียรติแด่พระเจ้า ให้เพิ่มมากขึ้นเสมอในทุกๆวัน

คำคม

“ การอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้า เป็นดั่งอยู่ในสวรรค์
ดังนั้นสวรรค์อยู่ใกล้เราแค่เอื้อมแล้ว ”

ขุมทรัพย์ 1เธสะโลนิกา 5

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโล เน้นย้ำให้คริสเตียนเธสะโลนิกา รู้ตัวและตื่นตัวอยู่เสมอว่า พระเยซูคริสต์ใกล้จะเสด็จกลับมาแล้ว พวกเขาควรดำเนินชีวิตอย่างถวายเกียรติแด่พระเจ้าอยู่เสมอ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# 1ธส. 5:1-3 บอกเราว่า วัน​และ​เวลา​ที่​พระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมานั้น จะมาถึงอย่างแน่นอน แต่จะมาถึงแบบไม่มีใครรู้ตัว

พระเยซูจะอย่างแน่นอน เหมือน หญิงที่ตั้งครรภ์แล้ว แน่นอนที่สุดอีกไม่นานเด็กจะคลอดออกมา
พระเยซูจะมาอย่างคนไม่รู้ตัว เหมือน ขโมยที่มาโดยคนไม่รู้ตัว

1.@ ในเมื่อเรารู้ว่า พระเยซูจะเสด็จมาอย่างแน่นอน แต่จะมาในเวลาที่เราไม่รู้ตัว
ดังนั้นเราควรดำเนินชีวิตอย่างตื่นตัวอยู่เสมอ ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าในฝ่ายวิญญาณ ด้วยการดำเนินชีวิตทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

2.# ข้อ 4-7 ชี้ให้เห็นว่า คนที่ไม่รู้จักพระเจ้า พวกเขาเป็นคนของกลางคืน และไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับการเสด็จกลับมา
พวกเขาจึงนอนหลับต่อความจริง ไม่สนใจ ไม่เตรียมตัว ไม่ตอบสนองใดๆต่อความจริงนี้
แต่เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซู เป็นคนของกลางวันและรู้ความจริงว่า พระเยซูจะเสด็จมาในเวลาที่เราไม่รู้ตัว
ดังนั้นเราไม่ควรดำเนินชีวิตเหมือนคนในโลกนี้ที่หลับไหลไม่สนใจต่อความจริงนี้
แต่เราควรตื่นตัว เฝ้าระวังในการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า เพราะเรารู้ว่า เวลาที่พระเยซูตะเสด็จกลับมานั้นใกล้เข้ามาเต็มทีแล้ว

2.@ เราผู้รู้ความจริง เหตุใดจึงดำเนินชีวิตราวกับว่าไม่รู้ความความจริง?
เราผู้เป็นคนของกลางวัน เหตุใดจึงดำเนินชีวิตใกล้เคียงกับคนของกลางคืนเล่า?

3.# 1ธส. 5:8 สอนเราให้ใช้ชีวิตตอบสนองความจริงที่ว่า พระเยซูใกล้จะเสด็จกลับมาแล้ว โดยเราควรดำเนินชีวิตอย่างมี​สติ ยึด​ความ​เชื่อ​ ​ความ​รัก​ และ​​ความ​หวัง​ ไว้ให้มั่น

3.@ หากเรากำลังมัวเมา สิ่งยั่วยวนของโลก ได้เวลาสร่างเมา มีสติได้แล้ว
ให้เราใช้ทุกวันในชีวิตของเรา เพื่อพัฒนาความเชื่อ ความรัก และ ความหวัง ในชีวิตของเรา อยู่เสมอ

4.# 1ธส. 5:11 สอนว่า ในวาระสุดท้ายเช่นนี้ สิ่งที่จำเป็นอย่างมาก คือ การรักกัน ​หนุน​ใจ​กัน และ​ต่าง​คน​ต่าง​จง​เสริม​สร้าง​กัน​ขึ้น

4.@ ยิ่งใกล้สิ้นยุค ยิ่งควรรักกัน ช่วยกันและกัน
ปีนี้ เข้าใกล้วันที่พระเยซูเสด็จกลับมา ยิ่งขึ้น อีก 1 ปีแล้ว
ดังนั้น ปีนี้ เราควรรักกันและกัน มากยิ่งขึ้นกว่าปีที่แล้ว

5.# ใน 1ธส. 5:12-13 สอนว่า เราควรให้เกียรติ นับถือ และรัก ผู้นำที่ดูแลจิตวิญญาณของเราและผู้สอนที่สอนเรื่องฝ่ายวิญญาณแก่เรา เพราะคนเหล่านั้นกำลังรับใช้พระเจ้าอยู่

5.@ วันนี้ เราได้ทำสิ่งดีใดๆแก่ผู้ดูแลฝ่ายวิญญาณของเราบ้างหรือยัง?
เราอธิษฐานเผื่อพวกเขาบ้างหรือเปล่า?
เรารักและให้เกียรติ พวกเขาอย่างจริงใจหรือไม่?

6.# ใน 1ธส. 5:14 สอนว่า เราควรอดทนต่อทุกคน
แม้เขาจะเป็นคนเกียจคร้าน​ ก็ควรรักเขาด้วยการตัก​เตือนเขา
แม้เขาเป็นคนขาด​ความ​กล้า​หาญ ก็ควรรักเขา ด้วยการหนุนใจเขา
หากเขาเป็นอ่อนแอ ​อ่อน​กำ​ลัง ก็ควรรักเขา ด้วยการช่วยเหลือเขา

6.@ ไม่ว่าพี่น้องในพระคริสต์ของเรา จะนิสัยอย่างไรก็ตาม เราก็ควรรักเขาอยู่ดี โดยปฏิบัติต่อเขาอย่างเหมาะสม

7.# 1ธส. 5:15-22 สอนเราให้ถวายเกียรติแด่พระเจ้า ด้วยการดำเนินชีวิตดังนี้
– ไม่​ทำ​ชั่ว​ตอบ​แทน​การ​ชั่ว
– หา​ทาง​ทำ​ดี​เสมอ​ต่อ​ทุกคน
– ​ชื่น​บาน​อยู่​เสมอ
– ​อธิษ​ฐาน​อย่าง​สม่ำ​เสมอ
– ​ขอบ​พระ​คุณ​ใน​ทุก​กรณี
– ตอบสนองต่อการสอนของพระ​วิญ​ญาณบริสุทธิ์
– ไม่​ดู​หมิ่น​ถ้อย​คำ​ของ​ผู้​เผย​พระ​วจนะ แต่ก็ไม่ได้เชื่อไปทั้งหมด โดย​ตรวจสอบ​ถ้อยคำเหล่านั้นด้วยพระคำของพระเจ้า หากพบว่าเป็นความจริง​ ​ก็จง​ยึด​ถือ​ไว้​ให้​มั่น
– ​เว้น​เสีย​จาก​สิ่ง​ที่​ชั่ว​ทุก​อย่าง

7.@ เมื่อเราเป็นลูกของพระเจ้าแล้ว ก็ควรดำเนินชีวิตอย่างลูกของพระเจ้า ด้วยการดำเนินถวายเกียรติแด่พระเจ้าของเราอยู่เสมอ

8.# ใน 1ธส. 5:23 ชี้ให้เห็นว่า เราควร​ดำเนินชีวิตให้​ปราศ​จาก​การ​ติเตียนทั้ง​วิญ​ญาณ จิต​ใจ และ​ร่าง​กาย​ของเรา

8.@ เราควรระมัดระวังในการดำเนินชีวิต ให้มีการกระทำที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า มีจิตใจที่เป็นที่พอพระทัยของพระองค์ และมีจิตวิญญาณที่รับการชำระสะอาดด้วยความเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์

9.# 1ธส. 5:24 “พระ​องค์​ผู้​ทรง​เรียก​ท่าน​นั้น​ซื่อ​สัตย์ และ​พระ​องค์​จะ​ทรง​ทำ​ให้​สำ​เร็จ”

9.@ พระเจ้าจะทรงรักษาสัญญาเสมอ

คำคม

“ คุณพร้อมหรือยัง หากพระคริสต์เสด็จกลับมาในวันนี้? ”

ขุมทรัพย์ 1เธสะโลนิกา 4

ภาพรวม

  • ในบทนีี้ อ.เปาโล สอนคริสเตียนเธสะโลนิกา เรื่องการดำเนินชีวิตที่เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า และเรื่องความจริงเกี่ยวกับการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 1ธส. 4:1 ถึงแม้ว่าในขณะนั้นพี่น้องเธสะโลนิกาได้​ดำ​เนิน​ชีวิต​ซึ่ง​จะ​เป็น​ที่​พอ​พระ​ทัย​พระ​เจ้าอยู่​แล้ว แต่ อ.เปาโล ก็​วิง​วอน​และ​เตือน​สติ​พวกเขา ​ว่าให้ จง​ดำ​เนิน​ให้​ดี​ยิ่ง​ขึ้น​อีก

1.@ ถึงแม้ว่าวันนี้ เราพบว่าตนเองได้ดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัยของพระเจ้าบ้างแล้ว
อย่าให้เราพอใจเพียงเท่านี้ แต่เราควรพัฒนาชีวิตของเราให้ดำเนินตามน้ำพระทัยพระเจ้ามากยิ่งๆขึ้นไปอีกอยู่เสมอ

2.# ใน 1ธส. 4:3-6 ได้กล่าวถึง พระ​ประ​สงค์​ของ​พระ​เจ้า​ ไว้ว่า ​คือ
– ให้เรา​เป็น​คน​บริ​สุทธิ์
– ให้​เว้น​จาก​การ​ล่วง​ประ​เวณี
– ให้​รู้​จัก​บัง​คับ​ร่างกาย​ของ​ตน​ใน​ทาง​บริ​สุทธิ์
– ให้ใช้ร่างกายของตนใน​ทาง​ที่​มี​เกียรติ
– ไม่​ใช่ปล่อยตัวปล่อยใจไปตาม​รา​คะ​ตัณ​หา​เหมือน​คน​​ที่​ไม่​รู้​จัก​พระ​เจ้า

2.@ เรากำลังอยู่ในโลกที่มาตรฐานทางศีลธรรม โดยเฉพาะเรื่องเพศ ต่ำกว่ามาตรฐานของพระเจ้าอย่างมาก
ดังนั้นเราไม่ควรทำตามอย่างที่คนในโลกนี้ทำกัน ถึงแม้คนในโลกนี้มองว่าไม่ผิด หรือไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับพระคำของพระเจ้า เราก็ไม่สมควรทำหรือเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมแบบนั้นเลย

3.# ใน 1ธส. 4:6 เตือนว่า คนที่​ล่วง​เกิน​และ​ทำ​ผิด​ต่อ​พี่​น้อง​ใน​เรื่อง​เพศ แล้วยังไม่ยอมกลับใจ พระเจ้าจะทรงเป็น​ผู้​ทรง​ลง​โทษ​คน​นั้น

3.@ คนเราผิดพลาดกันได้ แต่ถ้าผิดพลาดแล้ว ไม่ยอมกลับใจ หันออกจากทางนั้น
คนนั้นก็กำลังตกอยู่ในอันตรายอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

4.# ใน 1ธส. 4:8 เตือนว่า ​คน​ที่​ปฏิ​เสธ​คำ​สอน​เรื่องการรักษาชีวิตให้บริสุทธิ์นี้​ เขากำลัง​ปฏิ​เสธ​พระ​เจ้า

4.@ อย่าให้ศัตรูล่อหลอกเรา จนเราปฏิเสธพระเจ้า ด้วยการไม่เอาใจใส่เรื่องการดำเนินชีวิตที่บริสุทธิ์

5.# ใน 1ธส. 4:11 สอนว่า ให้เรา​พยายามอย่างเต็มที่ ที่จะ​ดำเนินชีวิต​อย่าง​สงบ และ​ทำ​ธุรกิจการงานของตนไปอย่างสงบ หลีกเลี่ยงการมีเรื่องกับผู้อื่น
เพื่อจะได้มีชีวิตที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้าต่อคนภายนอกที่ยังไม่รู้จักกับพระเจ้าด้วย

คริสเตียนเธสะโลนิกาบางคนขี้เกียจ ไม่ยอมทำงาน (1ธส. 5:14 , 2ธส. 3:6 ,10)
อ.เปาโล จึงบอกให้คนเหล่านั้นทำงาน เพื่อจะได้ไม่ขัดสนและสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้อีกด้วย

5.@ ถ้าเลี่ยงการมีเรื่องได้ ก็จงเลี่ยงเถิด แม้จะต้องขาดทุนบ้าง เสียเปรียบไปบ้าง หรือเสียหน้าไปนิด ก็คุ้มที่ได้เชื่อฟังพระคำของพระเจ้า

6.# ใน 1ธส. 4:13 สอนว่า หากเรา​เข้า​ใจจริงๆ​เรื่อง​พี่น้องคริสเตียนที่จากโลกนี้ไป​แล้ว เราก็​จะ​ไม่​เป็น​ทุกข์​โศก​เศร้า อย่าง​คน​ที่ไม่เชื่อพระเจ้า เพราะคนเหล่านั้น​ไม่​มี​ความ​หวัง
แต่เราผู้เชื่อในพระเยซูมีความหวัง ในเรื่องการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์ และการเป็นขึ้นมาจากความตายของคริสเตียนที่ตายไปแล้ว และการถูกรับขึ้นไปทันทีสำหรับคริสเตียนที่ยังมีชีวิตอยู่
ความหวังของเรา เป็นดังนี้
– ผู้เชื่อที่ตายไปแล้ว แค่หลับไป อีกไม่นานจะตื่นขึ้นอีก
– พวกเขาจะเสด็จมาพร้อมกลับพระเยซู ในวันที่พระเยซูคริสต์เสด็จกลับมา
– ผู้เชื่อที่ยังไม่ตาย ในวันนั้น ก็จะถูกรับขึ้นไปบนเมฆในพริบตา
– แล้วผู้เชื่อทั้งหลายก็จะได้อยู่ด้วยกันและอยู่กับพระเยซูสืบๆไปเป็นนิตย์…อาเมน

6.@ ผู้ที่มีความหวังในข่าวประเสริฐจริงๆ เขาจะดำเนินชีวิตอย่างมีหวัง ท่ามกลางโลกที่สิ้นหวังนี้
วันนี้ ความหวังของเราอยู่ที่ใด?
อยู่ที่สิ่งของที่จะมี ที่จะได้รับ ในโลกนี้ หรือ อยู่ที่สิ่งที่จะได้รับในวันที่พระเยซูคริสต์เสด็จกลับมา?

คำคม

“ ผู้เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ สามารถเผชิญหน้ากับความตายได้อย่างมีความหวัง ”

ขุมทรัพย์ 1เธสะโลนิกา 3

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโลแสดงความความห่วงใยต่อพี่น้องเธสะโลนิกา เนื่องจากมีผู้สอนเท็จเข้ามาสอนสิ่งที่บิดเบือนไปจากข่าวประเสริฐ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 1ธส. 3:3 แสดงให้เราเห็นว่า ความทุกข์​ยาก​ลำ​บาก​ที่เกิดขึ้น เมื่อเราดำเนินชีวิตตามพระทัยของพระเจ้า​นั้น สิ่งเหล่านั้น​ยัง​อยู่​ใน​พระ​ประ​สงค์​ของ​พระ​เจ้า​สำ​หรับ​เรา เพื่อผลดีบางอย่างที่จะเกิดขึ้นในอนาคตซึ่งวันนี้เรายังคงไม่อาจเข้าใจได้

1.@ วันนี้ เราอาจจะไม่เข้าใจว่า ทำไมเหตุการณ์เช่นนี้ต้องเกิดขึ้นกับเรา
แต่เราสามารถใช้ความเชื่อ เลือกเชื่อใจในพระเจ้าว่า สิ่งเหล่านี้ พระเจ้ามีพระประสงค์ที่ดีสำหรับชีวิตของเรา ในอนาคต

2.# ใน 1ธส. 3:5 กล่าวว่า อ.เปาโลทุ่มเทอย่างหนัก เพื่อให้คริสเตียนเธสะโลนิกา ยึดมั่นในความเชื่ออย่างถูกต้อง จนตลอดชีวิต แต่หากพวกเขาหลงไปเชื่อผู้ที่มาสอนผิดที่บิดเบือนข่าวประเสริฐนั้น
อ.เปาโล เกรง​ว่า​สิ่ง​ที่อ.เปาโลอุตส่าห์​ตราก​ตรำ​ทำมา เพื่อช่วยพี่น้องเธสะโลนิกาให้ได้รับความรอด ​จะ​เป็น​งาน​เปล่า​ประ​โยชน์​ไป หากพวกเขาละทิ้งความเชื่อเสีย

2.@ เมื่อเราเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ เราได้เข้าส่วนในพระสัญญาของพระเจ้า และกำลังรอคอยวันที่เราจะได้รับครบถ้วนสมบูรณ์ตามพระสัญญานั้น
ดังนั้นเราจำเป็นต้องยึดมั่นในความเชื่อวางใจในพระเยซู ตลอดวันคืนแห่งชีวิตของเรา

3.# ใน 1ธส. 3:7-8 บอกเราให้รู้ว่า วิธีที่จะทำให้ความ​ทุกข์​ยาก และ​ความ​ลำ​บาก ​เบา​บาง​ลงนั้น ก็คือ รับเอาความชื่นชมยินดีเข้ามาในชีวิต
พระคริสต์เป็นแหล่งแห่งความชื่นชมยินดีและความชูใจทั้งสิ้น ยามที่เราเผชิญหน้ากับความทุกข์ยากลำบาก สมควรอย่างยิ่งที่จะเป็นเวลาที่เรารีบเข้ามาหาพระเยซู

3.@ หากเรากำลังเผชิญทุกข์ รีบวิ่งเข้ามารับสุข จากพระเยซู ด้วยการร้องทูลทุกสิ่งต่อพระองค์แล้วมอบทั้งสิ้นแด่พระองค์

4.# ใน 1ธส. 3:10 อ.เปาโลปรารถนาที่จะเพิ่ม​พูน​ความ​เชื่อ​ของพี่น้องเธสะโลนิกา​ใน​ส่วน​ที่​ยัง​ขาด​อยู่​ให้​บริ​บูรณ์
นั่นคือ แม้เชื่อแล้วก็จริง แต่ก็เป็นไปได้ว่าความเชื่อนั้น ยังไม่บริบูรณ์ หรือยังเชื่อไม่ 100% ยังจำเป็นต้องพัฒนาในบริบูรณ์

4.@ วันนี้ ความเชื่อของเรา มีด้านใดบ้างที่จำเป้นต้องได้รับการพัฒนามากยิ่งขึ้น?
ให้เราทูลขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงช่วยเรา พัฒนาความเชื่อของเราในด้านนั้นๆให้เจริญเติบโตยิ่งขึ้นจนสมบูรณ์

5.# ใน 1ธส. 3:12 ชี้ให้เห็นว่า การเจริญเติบโตฝ่ายวิญญาณนั้น วัดกันที่ ความ​รัก​ซึ่ง​กัน​และ​กัน และ​ความ​รัก​ที่มีต่อผู้อื่น

5.@ วันนี้ เราได้สำแดงความรักต่อผู้อื่น บางอย่าง บ้างแล้วหรือยัง?

คำคม

“ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราวันนี้ เพราะพระเจ้าหวังดีต่อเรา ”

ขุมทรัพย์ 1เธสะโลนิกา 2

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโลกล่าวถึงท่าทีในการรับใช้พระเจ้าของเขา และหัวใจรักที่อ.เปาโลมีต่อคริสเตียนเธสะโลนิกา ผู้เป็นความหวังและความภาคภูมิใจของเขา

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# 1ธส. 2:2-7 ได้กล่าวถึงท่าทีแห่งการรับใช้ที่ถูกต้องไว้ว่า ผู้ที่รับใช้พระเจ้า ควรจะ
– อดทน รับใช้อย่างสัตย์ซื่อต่อไป แม้ต้องพบกับอุปสรรค ความยากลำบาก หรือแม้แต่การถูกข่มเหง (ข้อ2)
– มี​ใจ​กล้า​ใน​พระ​เจ้าที่​ได้​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ​ (ข้อ2)
– รับใช้ด้วย​เจตนา​บริ​สุทธิ์​ ไม่ใช้​อุบาย​ใดๆ (ข้อ3)
– รับใช้ ไม่​ใช่​เพื่อ​ให้​พอ​ใจ​ของ​มนุษย์ แต่​ให้​พระเจ้า​พอ​พระ​ทัย​ (ข้อ4)
– ไม่​ใช้​คำ​ยก​ยอ​ใดๆเพื่อเอาใจคน (ข้อ5)
– ไม่เป็นคนโลภ แล้วใช้​คำ​พูด​บอกเป็นนัยๆ​เพื่อให้​คนมอบบางอย่างแก่ตน (ข้อ5)
– ไม่แสวงหา​ศักดิ์​ศรี​จาก​มนุษย์ (ข้อ6)
– ดำเนินชีวิตอย่าง​สุภาพ​อ่อน​โยน (ข้อ6)
– เมตตาลูกแกะเหมือน​มาร​ดา​ทำต่อ​ลูก​ของ​ตน(ข้อ7)

1.@ ในสายพระเนตรของพระเจ้า ท่าทีในการรับใช้ สำคัญกว่า ผลงานของการรับใช้
วันนี้ มีท่าทีในการรับใช้ใดบ้าง ที่เราควรกลับใจใหม่?
(ถ้าตอบว่า “ไม่มี” นั่น สมควรกลับใจอย่างเร่งด่วนเลย)

2.# ใน 1ธส. 2:8 ชี้ให้เห็นว่า ท่าทีของอ.เปาโลที่มีต่อลูกแกะนั้น ไม่​ใช่​เพียงแต่​ให้เรื่องข่าว​ประ​เสริฐ​แก่พวกเขา​เท่า​นั้น แต่​ให้ความรักอย่างจริงใจแก่พวกเขาอีกด้วย

2.@ วันนี้ เรารักผู้ที่อยู่ในความดูแลฝ่ายวิญญาณ ของเรา อย่างจริงใจ มากเพียงใด?
เรายอมเสียสละอะไรเพื่อพวกเขาบ้าง?

3.# ใน 1ธส. 2:11-12 ชี้ให้เราเห็นว่า สิ่งที่พี่เลี้ยง ควรกระทำแก่น้องเลี้ยงคือ กระทำเหมือนกับพวกเขาเป็นลูกที่รักของเรา โดยการเตือน​สติ หนุน​ใจ​และ​กำชับ​ให้​พวกเขา​ดำ​เนิน​ชีวิต​อย่าง​เหมาะ​สม​ต่อ​พระ​เจ้า

3.@ เราได้ทำหน้าที่ ที่พี่เลี้ยงควรกระทำแล้วหรือยัง?
มีอะไรบ้างที่เราควรปรับปรุงตัว หรือพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น?

4.# ใน 1ธส. 2:13 ทำให้เราเห็นว่า ท่าทีที่ถูกต้องในการรับพระวจนะของพระเจ้านั้น ควรน้อมรับด้วยความยำเกรง และเชื่อมั่นว่า​ความ​เป็น​จริง แล้วพระวจนะนั้นก็จะ​กำ​ลัง​ทำ​งาน​อยู่​ภาย​ใน​ผู้รับ​ที่​เชื่ออย่างแท้จริงนั้น

4.@ ความจริงที่เที่ยงแท้ที่สุด มากยิ่งกว่าสิ่งที่เราเห็นกับตา ก็คือ ความจริงแห่งพระวจนะของพระเจ้า
หากเรารับพระวจนะของพระเจ้า เข้ามาในชีวิตด้วยความเชื่ออย่างไม่สงสัยว่า นี่คือ ความจริงแท้
พระวจนะของพระเจ้านั้นจะทำงานในชีวิตของเรา และจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราไปอย่างสิ้นเชิง

5.# ใน 1ธส. 2:16 กล่าวว่า บาปที่ร้ายแรงมากก็คือ บาปแห่งการ​ขัด​ขวาง​ไม่​ให้คนอื่นได้รับความรอด ซึ่ง​ใน​ที่​สุด​จะทำให้พระ​พิโรธ​ของ​พระ​เจ้า​ก็​ตก​อยู่​เหนือ​คนที่ทำเช่นนั้น

5.@ วันนี้ หากมีคนที่ขัดขวางการประกาสข่าวประเสริบของเรา เราควรอธิษฐานเผื่อเขาเป็นพิเศษ ให้เขากลับใจใหม่ก่อนที่จะสายเกินไป

วันนี้ การดำเนินชีวิตของเรา เป็นสิ่งขัดขวางไม่ให้คนมาถึงความรอดในพระเยซูหรือไม่?
สำหรับบางคน เมื่อคนอื่นเห็นชีวิตของเขาแล้ว ไม่อยากจะมาเชื่อพระเยซูเลยชั่วชีวิต
คนดำเนินชีวอตเช่นนั้น สมควรที่จะต้องกลับใจโดยด่วน

6.# ความรู้สึกของ อ.เปาโล ต่อคริสเตียนเธสะโลนิกา คือ พวกเขาเป็น ความหวัง เป็นความชื่นชมยินดี เป็นความภาคภูมิใจ เป็นศักดิ์ศรี ของอ.เปาโล ต่อจำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้า
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไม อ.เปาโล จึงยอมทุ่มเท เหนื่อยยาก อดทนต่อความทุกข์และการข่มเหง เพื่อให้คริสเตียนเธสะโลนิกา เติบโตและมั่นคงในพระเจ้า

6.@ หากเรามีท่าทีต่อลูกแกะของเรา ตามความจริงของพระวจนะของพระเจ้า
เราจะทุ่มเทสุดหัวใจ สุดกำลัง ที่จะปกป้องพวกเขาไว้ ให้มั่นคงในความเชื่อตลอดชีวิตและจำเริญเติบโตขึ้นในฝ่ายวิญญาณ

คำคม

“ การกระทำของเราในวันนี้ พระเจ้าหรือมนุษย์ พอใจมากกว่ากัน? ”

ขุมทรัพย์ 1เธสะโลนิกา 1

ภาพรวม

  • เธสะโลนิกา​เป็น​เมือง​หลวง​ของ​แคว้น​มาซิโดเนีย เมื่อ อ.เปาโล​ไป​ประกาศ​ข่าว​ประเสริฐและก่อต้งคริสเตจักรขึ้นที่นั่น
  • อ.​เปาโล ​ห่วงใย​กลุ่มผู้เชื่อ​ใหม่​ใน​เมืองเธสะโลนิกา แต่​ไม่​สามารถ​เดิน​ทาง​ไป​เยี่ยมได้ จึง​เขียน​จดหมาย​ฉบับ​นี้​ไป​หนุน​ใจ​พวก​เขา ​ให้​เข้มแข็ง​แม้ถูก​ข่มเหง โดยอ.เปาโลเน้นย้ำคำ​สอน​เรื่อง​การ​ประพฤติ​ที่​พอพระทัย​พระเจ้า และตอบ​ปัญหา​ซึ่ง​กำลัง​โต้เถียง​กัน​ โดยเฉพาะ ​เรื่อง​การ​เสด็จ​กลับมา​ของ​พระเยซู
  • ในบทนี้ อ.เปาโลได้หนุนใจคริสเตียนเธสะโลนิกาว่า การที่พวกเขาเผชิญความทุกข์ยากโดยพึ่งพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้น ได้ทำให้เกิดการหนุนนใจแก่คริสเตียนในที่อื่นๆเป็นจำนวนมาก

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 1ธส. 1:3 อธิบายว่า
ผู้ที่มีความเชื่อ จะ​แสดง​ออกมา ​เป็น​การ​กระ​ทำที่สอดคล้องความเชื่อ
ผู้ที่มี​ความ​รัก​ที่​ จะแสดงออกมา เป็นการ​เต็ม​ใจ​ทำ​งาน​หนัก เพื่อผู้อื่น
ผู้ที่มีความหวัง จะแสดงออกมา เป็น​ความ​ทรหด​อดทน​ต่อความยากลำบากทั้งหลาย

1.@ วันนี้ เราอาจคิดว่า เรามี ความเชื่อ ความหรัก และความหวัง อยู่มากพอสมควรแล้ว
ลองตรวจสอบด้วยมาตรฐานข้างต้น ก็จะพบความจริงว่า เราเป็นเช่นไร

2.# ใน 1ธส. 1:5 ชี้ให้เห็นว่า ​ข่าว​ประ​เสริฐ​แท้ ที่เกิดผลอย่างยั่งยืนนั้น ​ไม่​ได้แค่พูดเท่า​นั้น แต่​ต้องเต็มด้วย​ฤทธิ์​เดชเปลี่ยนแปลงชีวิต เต็มด้วยการทรงนำจาก​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์ และ​เต็มด้วย​ความ​มั่น​ใจ​ในข่าวประเสริฐที่ประกาศนั้น

2.@ ในการประกาศข่าวประเสริฐ เราควรพูดข่าวประเสริฐ โดยการพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์ ด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม แล้วเชิญชวนให้เขามีประสบการณ์ ให้พระเจ้าเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขา

3.# ใน 1ธส. 1:6-8 ชี้ให้เราเห็นว่า อ.เปาโลถูกข่มเหงเพราะข่าวประเสริฐ เมื่อคริสเตียนเธสะโลนิกา ถูกข่มเหง พวกเขาสามารถดูแบบอย่างจาก อ.เปาโล ทำให้พวกเขาเผชิญ​ความ​ยาก​ลำ​บาก​ด้วย​ความ​ชื่น​ชม​ยินดี​ซึ่ง​เกิด​จาก​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์ได้
และด้วยท่าทีของเขาเช่นนี้ ได้กลายเป็นสิ่งที่หนุนใจพี่น้องใน​แคว้น​มา​ซิ​โด​เนีย​และ​แคว้น​อา​คา​ยาและที่อื่นๆอย่างมากมาย

3.@ ความทุกข์ยากลำบากที่เกิดกับเราในวันนี้ หากเราเผชิญมัน โดยการพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราจะสามารถเผชิญกับมันได้อย่างชื่นชมยินดี และสิ่งเหล่านี้จะทำให้ชีวิตของเราเป็นพระพรแก่ผู้คนอีกมากมาย

4.# ใน 1ธส. 1:9 ได้พูดถึงการกลับใจอย่างแท้จริงของคริสเตียนเธสะโลนิกา ว่าพวกเขาได้​ละ​ทิ้ง​รูป​เคารพ หัน​มา​หา​พระ​เจ้า และ​รับ​ใช้​พระ​เจ้า​

4.@ คริสเตียนแท้ ต้องละทิ้งความไว้วางใจเดิม แล้วหันมาไว้วางใจในพระเจ้าแต่ผู้เดียว และปรนนิบัติพระองค์แต่ผู้เดียว

คำคม

“ เผชิญทุกข์อย่างเป็นพระพร โดยการพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์ ”

ขุมทรัพย์ โคโลสี 4

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโล แนะนำคริสเตียนโคโลสี ให้ดำเนินชีวิตอยู่เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้าและนำคนมาหาพระเจ้า

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน คส. 4:1 สอนว่า ผู้เป็นหัวหน้าควรปฏิบัติต่อลูกน้องอย่างเป็นธรรม​และ​สม่ำเสมอ​กัน เพราะ​เราทุกคนมีเจ้านายองค์เดียวกัน

1.@ พระเจ้าชอบให้เรา รักษาความเป็นธรรม อย่างเท่าเทียม

2.# ใน คส. 4:2 สอนว่า จง​ขะมักเขม้น​อธิษฐาน และขอบ​พระ​คุณ​พระเจ้าอยู่เสมอ

2.@ วันนี้เราขอบคุณพระเจ้าแล้วหรือยัง?

3.# ใน คส. 4:5-6 สอนเราให้ ​ปฏิ​บัติ​ต่อ​คน​ที่ยังไม่เชื่อพระเจ้าอย่างฉลาด ​ใช้​โอ​กาส​ให้​เป็น​ประ​โยชน์ และเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ เพื่อจะนำคนเหล่านั้นให้มีโอกาสได้มารู้จักพระเจ้า พระผู้ช่วยให้รอดของพวกเขา

3.@ วันนี้ เราใช้ความพยายามมากแค่ไหน เพื่อนำคนให้มาถึงความรอดในพระเจ้า?

4.# ใน คส. 4:12 อ.เปาโลบอกคริสเตียนโคโลสี ว่า เอปา​ฟรัส (ผู้ก่อตั้งคริสตจักรใคโลสี) ได้อธิษ​ฐาน​เผื่อ​พวกเขาอยู่​เสมอ เพื่อ​ขอให้พวกเขา​มั่น​คง เป็น​ผู้​ใหญ่​และ​มี​ความ​มั่นใจ​ใน​พระ​ประ​สงค์​ของ​พระ​เจ้า​

4.@ เราควรอธิษฐานเผื่อน้องเลี้ยงของเรา รวมทั้งตัวเราเองด้วย ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณและรู้น้ำพระทัยของพระเจ้า

5.# ใน คส. 4:17 มีบทเรียนว่า งาน​ปรน​นิบัติ​รับใช้พระเจ้าใดๆ ที่​​เรารับ​ไว้​แล้วนั้น เราควร​ทำ​ให้​สำ​เร็จ

5.@ วันนี้ งานรับใช้ที่พระเจ้าได้มอบให้เรารับผิดชอบนั้น เราทำให้สำเร็จแล้วหรือยัง?

คำคม

“ โอกาสที่จะช่วยคนที่เรารักพ้นนรกยังพอมีเหลืออยู่บ้าง จงรีบฉวยไว้ ”

ขุมทรัพย์ โคโลสี 3

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโล สอนคริสเตียนโคโลสีให้ดำเนินชีวิตใหม่ในพระเจ้า และทำทุกอย่างอย่างดีที่สุดโดยเห็นแก่พระเจ้า

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน คส. 3:1-2 ในเมื่อเราเป็นขึ้นมามีชีวิตใหม่ในพระเยซูคริสต์แล้ว เราก็ควรดำเนินชีวิตแบบคนใหม่ โดย​​แสวงหาและเอาใจใส่ ​สิ่ง​ซึ่ง​อยู่​เบื้อง​บน​ ไม่ใช่​สิ่ง​ซึ่ง​อยู่​ที่​แผ่นดิน​โลก​

1.@ วันนี้ เราใช้เวลาและพลังงาน ในการแสวงหาและเอาใจใส่ กับสิ่งของในโลกนี้มากเพียงใด?
เราเหลือเศษเวลากี่นาทีต่อวัน ในการแสวงหาและเอาใจใส่ สิ่งซึ่งอยู่เบื้องบน?
ได้เวลาแล้วที่ คนที่เป็นขึ้นมาจากความตายอย่างเรา จะดำเนินชีวิตให้สมกับที่ได้เป็นขึ้นมาแล้ว

2.# ใน คส. 3:5 กล่าวว่า การ​ล่วง​ประเวณี การ​โสโครก ราคะ​ตัณหา ความ​ปรารถนา​ชั่ว และ​ความ​โลภซึ่ง​เป็น​การ​นับ​ถือ​รูป​เคารพ​นั้น จะนำพระ​อาชญา​ของ​พระ​เจ้า​ก็​จะ​ลง​มา

เมื่อก่อนเราเคยดำเนินชีวิต แบบนำการลงโทษของพระเจ้าเข้ามาสู่ชีวิต
บัดนี้เรามีชีวิตใหม่แล้ว จึงควรละทิ้งความคิดที่อยากจะทำเช่นนั้นเสีย

รวมทั้งทิ้งนิสัยเก่าๆ ได้แก่ ​การโกรธ ​การโมโหร้าย การ​คิด​ปอง​ร้าย การ​พูด​ให้​ร้าย การสาปแช่ง การพูดคำ​หยาบ(ข้อ8) และการพูดโกหก​ (ข้อ9)

แต่​รับนิสัยใหม่ ที่พระเจ้า​กำลัง​ทรง​สร้าง​ขึ้น​ใหม่ในเรา โดยเมื่อเรา​รู้จัก​พระ​เจ้า​มากขึ้น นิสัยใหม่ก็ยิ่งพัฒนาขึ้น(ข้อ10)
เพราะยิ่งรู้จักพระเจ้า เราก็ยังยิ่งรู้ตัวว่า เรา​เป็นผู้ที่พระ​เจ้า​ทรง​เลือก​ไว้ เป็น​ผู้​ที่​บริสุทธิ์​และ​เป็น​ผู้ที่​ทรง​รัก

แล้วโดยการรู้จักพระเจ้า เราก็จะได้รับการ​สวม​ใจ​เมตตา ใจ​ปรานี ใจ​ถ่อม ใจ​อ่อน​สุภาพ ใจ​อดทน​นาน​(ข้อ12)

2.@ วันนี้ เราเป็นคนใหม่แล้ว เราควรดำเนินชีวิตใหม่ เราเป็นลูกของพระเจ้าแล้ว เราสมควรดำเนินชีวิตอย่างลูกของพระเจ้า ไม่ใช่อย่างลูกของมาร
ยิ่งเราใกล้ชิดติดสนิทกับพระเจ้า เราก็จะยิ่งรู้จักพระองค์ และรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจภายในของเราให้จำเริญขึ้นมากขึ้นทุกที

น่าเสียดายที่มีคริสเตียนมากมาย พยายามอย่างสุดกำลังที่จะเป็นคริสเตียนที่ดำเนินชีวิตถวายเกียรติแด่พระเจ้า แต่พวกเขาละเลยที่จะมีความสัมพันธ์กับพระองค์
พวกเขาลืมไปว่า ไม่มีใครสามารถทำตัวถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้ โดยปราศจากการช่วยเหลือจากพระเจ้า

“… ท่าน​ทั้ง​หลาย​ก็​จะ​เกิดผล​ไม่ได้ นอก​จาก​จะ​เข้า​สนิท​อยู่​ใน​เรา​…” ยน. 15:4

3.# ในฐานะที่เราเป็นลูกของพระเจ้า สมควรทำตัวแบบเดียวกับพระเจ้า คือ ​อด​ทน​ต่อ​ผู้ทำผิด และ​​ให้​อภัย​แก่เขาเหมือนที่พระเจ้าทรง​ให้​อภัย​เรา (ข้อ13)

3.@ พระเจ้าชอบให้เรา อดทนและให้อภัยผู้อื่น
วันนี้ เราได้ทำสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัยแล้วหรือยัง?

4.# คส.3:14 “…ความ​รัก​ผูก​พัน​ทุก​สิ่ง​ไว้​อย่าง​สม​บูรณ์…”
การกระทำใดๆก็ตามที่มีความรักแท้เป็นแรงบันดาลใจ จะได้ผลออกมาอย่างดี
แม้ผลออกมาไม่สมบูรณ์ แต่ด้วยท่าทีแห่งความรักที่ทำนั้น ทำให้สิ่งที่ทำมีค่าอย่างยิ่ง
และโดยความรักนั้นจะนำการพัฒนาไปสู่การกระทำที่สมบูรณ์

4.@ สิ่งที่เราทำในวันนี้ เราทำด้วยความรักที่มีต่อใคร?
ต่อตัวเอง หรือ ต่อพระเจ้า ?
จงทำทุกสิ่งด้วยความรักที่มีต่อพระเจ้า ซึ่งจะไหลล้นออกมาเป็นการกระทำด้วยความรักต่อพี่น้อง และคนอื่นๆ

5.# ใน คส. 3:15-17 สอนเราว่า เราควรจะ
– ​ให้​สันติ​สุข​ของ​พระ​คริสต์​ครองใจของเราอยู่เสมอ
– ​มี​ใจ​ขอบ​พระ​คุณทุกเวลา
– ​ให้​พระ​วจนะ​ของ​พระ​คริสต์​อยู่​ใน​พวก​ท่าน​อย่าง​บริ​บูรณ์
– ​สั่ง​สอน​และ​เตือน​สติ​กัน​และกัน
– ร้อง​นมัส​การและ​ขอบ​พระ​คุณ​พระ​เจ้าบ่อยๆ
– ​ทำ​ทุกสิ่ง ทั้งทาง​วา​จา​และ​การ​ประ​พฤติ โดยเห็นแก่พระ​เยซู​ เป็นหลัก
– ​ขอบ​พระ​คุณ​พระ​เจ้า​พระ​บิดา โดย​ทาง​พระเยซู อยู่เรื่อยไป

5.@ เราควรให้พระคริสต์ทรงครองจิตใจ ทรงควบคุมคำพูด และทรงนำการกระทำของเราอยู่ตลอดเวลา เสมอไป

6.# พระคัมภีร์ สอนท่าทีในการดำเนินชีวิตดังนี้
– ​ภรรยา ​จง​ยอม​ฟัง​สามี​ของ​ตน
– ​สามี​ จง​รัก​ภรรยา​ของ​ตน และ​อย่า​มี​ใจ​ขม​ขื่น​ต่อ​นาง​
– บุตร​ จง​เชื่อ​ฟัง​บิดา​มารดา​ของ​ตน​ทุก​อย่าง
– ​บิดา ​​อย่า​ยั่ว​บุตร​ของ​ตน​ให้​ขัด​เคือง​ใจ
– ทาส จง​เชื่อ​ฟัง​ผู้​ที่​เป็น​นาย​ของ​ตน​ทุก​อย่าง ​ด้วย​น้ำ​ใส​ใจ​จริง ด้วย​ความ​เกรง​กลัว​พระ​เจ้า​

นั่นคือ
ไม่​ว่า​​จะ​ทำ​อะไร ​จงทำเหมือนทำ​ถวายพระเจ้า ทำอย่างเต็มใจ
แล้วทุกอย่างที่ทำก็จะได้รับบำเหน็จจาก​​พระ​​เจ้า​ เพราะสิ่งเหล่านั้นจะถูกนับว่าเป็นการ​ปรนนิบัติ​พระ​คริสต์

6.@ วันนี้ ไม่ว่าเราเป็นใคร อยู่ในฐานะใด หรือกำลังทำอะไร เราสามารถรับใช้พระเจ้าได้ทั้งสิ้น
ด้วยการทำสิ่งที่เราต้องทำนั้นๆ อย่างเต็มใจ เพราะเห็นแก่พระเยซู

คำคม

“ ทุกอย่างที่เราทำ เพราะเห็นแก่พระเยซู เป็นการรับใช้พระเยซู ”

ขุมทรัพย์ โคโลสี 2

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโล อธิบายเพื่อต่อต้านคำสอนเท็จที่บิดเบือนข่าวประเสริฐ โดยอ.เปาโลเน้นย้ำว่า เราได้รับความรอดอย่างสมบูรณ์แล้วโดยทางพระเยซูคริสต์

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน คส. 2:1-2 ชี้ให้เห็นว่า ​อ.เปาโลทุ่มเทอย่างสุดกำลังเพื่อเสริมสร้างผู้เชื่อ
– ให้​หนุน​ใจ​กันและ​ผูกพัน​กัน​ใน​ความ​รัก ​
– ​ให้​มีความ​เข้า​ใจในฝ่ายวิญญาณ
– ให้​​รู้​จักพระ​คริสต์ ผู้เป็นความ​ล้ำ​ลึก​ของ​พระ​เจ้า

1.@ เป้าหมายของการพัฒนาชีวิตฝ่ายวิญญาณของเรา และของลูกแกะของเรา ควรจะเป็น การพัฒนาตนเองในทุกๆวันให้
– รักพี่น้องมากขึ้น
– มองเห็นเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นเป็นฝ่ายวิญญาณมากขึ้น
– รู้จักกับพระเยซูมากยิ่งขึ้น

2.# คส. 2:3 “…​คลัง​สติ​ปัญ​ญา​และ​ความ​รู้​ทุก​อย่าง​ซ่อน​อยู่​ใน​พระ​องค์”
คนที่มีพระคริสต์ ฟังพระคริสต์ ทำตามพระคริสต์ จะมีสติปัญญาที่แท้จริงและจะมีความเข้าใจในฝ่ายวิญญาณที่ตามองไม่เห็น

2.@ วันนี้ เราติดสนิทกับพระคริสต์ มากน้อยเพียงใด?
เราเห็นความสำคัญของการมีชีวิตที่ติดสนิทกับพระคริสต์จริงๆหรือเปล่า?

3.# ใน คส. 2:6-7 กล่าวว่า ​เมื่อเราต้อน​รับ​พระ​เยซู​คริสต์เข้ามาเป็นเจ้านายในชีวิตแล้ว เราก็ควร
– ​ดำ​เนิน​ชีวิต​ใน​พระ​องค์​
– ​หยั่ง​ราก​และ​ก่อ​ร่าง​สร้าง​ขึ้น​ใน​พระ​องค์
– มั่น​คง​ใน​ความ​เชื่อ​ในข่าวประเสริฐของพระองค์
– ​ขอบ​พระ​คุณ​อยู่เสมอ

3.@ เมื่อเรารับเชื่อพระเยซูแล้ว ควรยอมให้พระเยซูนำในการตัดสินใจต่างๆ ยอมให้พระเยซูเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา ยึดมั่นในข่าวประเสริฐ และขอบคุณพระเยซูในทุกกรณี

4.# ใน คส. 2:11-13 อธิบายว่า เมื่อเราเชื่อในพระเยซู ก็เป็นการบัพติศมาเข้าในพระเยซู
ดังนั้นเราจึงตายร่วมกับพระองค์ไปแล้ว รับโทษบาปเรียบร้อยไปแล้ว โดยความเชื่อ
และเราก็เป็น​ขึ้น​มา​ร่วม​กับ​พระ​องค์​ด้วย โดย​ความ​เชื่อ​

ด้วยเหตุนี้ คำแช่งสาปที่เป็นผลของบาปต่างๆของเรานั้น จึงไม่มีผลต่อชีวิตของเราอีกต่อไป(ข้อ14) และโดยพระเยซูคริสต์นั้นวิญญาณชั่วไม่สามารถเอาชนะเราได้(ข้อ15)

4.@ วันนี้ เราเชื่ออย่างแท้จริงหรือยังว่า บาปของเราได้รับการอภัยแล้ว และเราไม่ต้องรับผลคำแช่งสาปของบาปนั้นอีกต่อไป?
วันนี้ เราเชื่อจริงๆหรือไม่ว่า เราเป็นขึ้นมาจากความตายในฝ่ายวิญญาณแล้ว เราเป็นคนใหม่แล้ว เราไม่จำเป็นต้องดำเนินชีวิตเหมือนในอดีตอีกต่อไป?
หากเชื่อจริงๆ จงดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับความเชื่อนั้นเถิด

5.# พวกผู้สอนเท็จ พยายามสอนบิดเบือนข่าวประเสริฐว่า คริสเตียนโคโลสี ต้องทำโน่นทำนี่เพิ่มจึงจะได้รับความรอดอย่างสมบูรณ์ เช่น ต้องกราบไหว้ทูตสวรรค์ ต้องไม่ชิมโน่น ต้องไม่แตะนี่
อ.เปาโล จึงเขียนมาบอกคริสเตียนโคโลสีว่า คนเหล่านั้นสอนผิด เพราะว่าโดยพระเยซ฿คริสต์นั้นพระองค์ทำทุกอย่างเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว สำหรับความรอดของเรา

5.@ วันนี้ เราได้รับความรอดแล้ว โดยการเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ พระองค์ประทานความรอดมาให้เราอย่างสมบูรณ์แล้ว ขอบคุณพระเยซู

คำคม

“ พระคริสต์ทรงเป็นแหล่งแห่งปัญญา
ผู้ที่ถอยห่างจากพระองค์กำลังวิ่งเข้าหาความเขลา ”

ขุมทรัพย์ โคโลสี 1

ภาพรวม

  • เมือง​โคโลสี​ตั้ง​อยู่​ในเอเชียน้อย (ประเทศตุรกี​ปัจจุบัน) ห่าง​จาก​เมือง​เอเฟซัส​ประมาณ 175 กม. อ.เปาโล​ไม่​เคย​เดิน​ทาง​ไป​เมือง​โคโลสี​ แต่เอปาฟรัส เพื่อน​ร่วมงาน​​ของ​อ.เปาโล​ ซึ่ง​อาจเป็น​ผู้​ก่อ​ตั้ง​คริสตจักร​นี้​ขึ้น เขาได้​เล่า​เรื่อง​ที่​เกิดขึ้น​ใน​คริสตจักร​โคโลสี​ให้อ.​เปาโล​ฟัง ซึ่ง​มี​ทั้ง​เรื่อง​ดี และ​​ปัญหาต่างๆ
  • อ.เปาโลจึงเขียนจดหมายถึงคริสตจักรโคโลสีเพื่อหนุนใจและเตือนให้ระวังคำสอนเท็จ
  • ในบทนี้ อ.เปาโลชี้ให้เห็นความดีเลิศของการเชื่อในข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ ด้วยเหตุนี้คริสเตียนโคโลสีควรยึดความเชื่อนี้เอาไว้ให้มั่นตลอดไป

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน คส. 1:4-5 ชี้ให้เห็นว่า เมื่อคริสเตียนโคโลสี ได้ยินข่าวประเสริฐ แล้วพวกเขาก็เชื่อ และโดยความเชื่อนั้นพวกเขาจึงมีความหวังว่าจะได้เข้าสวรรค์ รับบำเหน็จที่นั่น ซึ่งสะท้อนออกมาเป็นการกระทำด้วยความรักต่อพี่น้องคริสเตียนทั้งหลาย

1.@ เมื่อเราเชื่อในข่าวประเสริฐของพระเยซูอย่างแท้จริง จะสะท้อนออกมาเป็นการกระทำที่เต็มไปด้วยความเชื่อ ความหวัง และความรัก
เราตรวจสอบความเชื่อในข่าวประเสริฐของเราได้จาก ผลของการกระทำสิ่งต่างของเราในวันนี้

2.# อ.เปาโล อธิษฐานให้คริสเตียนโคโลสี ดังนี้
– ขอ​ให้พวกเขา​ ​มีปัญ​ญา​และ​ความ​เข้า​ใจ​ฝ่าย​จิต​วิญ​ญาณ เพื่อจะรู้​พระ​ประ​สงค์​ของ​พระเจ้า​ (ข้อ9)
– ขอให้พวกเขา​ดำ​เนิน​ชีวิต​เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า คือ​​เกิด​ผล​ใน​การ​ดี​ทุก​อย่าง และ​เจริญ​ขึ้น​ใน​การรู้จัก​พระ​เจ้า(ข้อ10)
– ขอให้​พวก​ท่าน​มี​กำ​ลังขึ้น เพื่อ​จะ​มี​ความ​ทร​หด​อด​ทนใน​ทุก​สิ่ง ด้วยความชื่นชมยินดีได้(ข้อ11)
– ขอ​ให้​พวกเขา​ขอบ​พระ​คุณ​พระเจ้าอยู่เสมอ ในสารพัดที่พระองค์ประทานให้(ข้อ12)​

2.@ เราควรอธิษฐานเผื่อตัวเราเอง และลูกแกะของเราในหัวข้อเช่นนี้เหมือนกัน

3.# ใน คส. 1:13 กล่าวว่า พระเจ้า​ทรง​ช่วย​เรา​ให้​พ้น​จาก​อำ​นาจ​ของ​ความ​มืด และ​ทรง​ย้าย​เรา​เข้ามา​ไว้​ใน​อา​ณา​จักร​ของ​พระ​บุตร​ที่​รัก​ของ​พระ​องค์

3.@ วันนี้ เราไม่ได้อยู่ใต้อำนาจของความมืดแล้ว เราไม่จำเป็นต้องพ่ายแพ้ต่อบาปอีกต่อไป ขอเพียงเราไม่ยอมแพ้มันแล้วหันมาพึ่งพาการช่วยเหลือจากพระวิญญาณบริสุทธิ์
เพราะเราเป็นบุตรที่รักของพระเจ้าแล้ว พระเจ้าทรงสถิตกับเรา และคอยช่วยเราตลอดเวลา
ดังบิดาที่รักอาทรบุตรของตน

4.# ใน คส. 1:14 กล่าวว่า โดยพระเยซู​คริสต์ เรา​ได้​รับ​การ​ไถ่ คือ​การ​ยก​โทษ​จาก​บาป​ทั้ง​หลาย
ผู้รับการไถ่ คือ ผู้ได้รับการยกโทษบาปแล้ว

4.@ สรรเสริญพระเจ้า เรารับการไถ่แล้วโดยพระเยซูคริสต์
นั่นคือ เราได้รับการอภัยบาปทั้งสิ้นหมดแล้ว

5.# คส. 1:16 “…ทุก​สิ่ง​ถูก​สร้าง​ขึ้น​โดย​พระ​องค์​และ​เพื่อ​พระ​องค์”
คส. 1:19 “…พระ​เจ้า​พอ​พระ​ทัย​ที่​จะ​ให้​ความ​บริ​บูรณ์​ทั้ง​หมด​ดำรง​อยู่​ใน​พระ​องค์”
คส. 1:20 “…​โดย​พระ​องค์ พระเจ้า​ทรง​ให้​ทุก​สิ่ง​คืน​ดี​กับ​พระ​องค์​เอง …โดย​พระ​โลหิต​แห่ง​กาง​เขน​…”

5.@ พระเยซูทรงสร้างทุกสิ่ง รวมทั้งเหล่าทูตสวรรค์ทั้งดีและชั่ว ทั้งหมดถูกสร้างเพื่อพระองค์
เพื่อให้แผนการอันสมบูรณ์ของพระองค์สำเร็จ ซึ่งแผนนั้นกำหนดโดยพระองค์ผู้ทรงรักเราสุดหัวใจ
แผนนั้น ก็เพื่อเราทั้งหลายจะได้กลับคืนดีกับพระเจ้าและเข้าส่วนในพระสิริของพระองค์ โดยทางพระเยซู

6.# ใน คส. 1:21-23 เตือนว่า เมื่อก่อนเราถูกตัดขาดจากพระเจ้า แต่เดี๋ยวนี้ได้คืนดีกับพระเจ้าแล้ว โดยทางพระเยซูคริสต์
ดังนั้น สิ่งที่เราจำเป็นต้องยึดไว้ให้มั่น คือ ​ความ​เชื่อ​อย่าง​แน่ว​แน่ มั่น​คง​ ใน​ข่าว​ประ​เสริฐ

6.@ วันนี้ เราได้รับสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใดๆในโลกรวมกันเสียอีก โดยความเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ เราจึงควรระมัดระวังตัวอย่างสุดความสามารถที่จะยึดมั่นความเชื่อนี้ไว้จนวันตาย ไม่ยอมให้อะไรมาแยกไปจากเราได้

7.# ใน คส. 1:26-27 ได้พูดถึง ความ​ล้ำ​ลึก​อันมี​ศักดิ์​ศรี​อุดม​ ที่​ซ่อน​ไว้​หลาย​ยุค​และ​หลาย​ชั่ว​อายุ​คน นั่นก็​คือ​ “พระ​คริสต์​สถิต​ใน​พวก​ท่าน”
พระเจ้าใหญ่ยิ่งสูงสุด ผู้ทรงสร้างทุกสิ่ง มาสถิตในมนุษย์ผู้เป็นเพียงแต่ผงคลี ช่างเป็นความสุดมหัศจรรย์ และล้ำลึกอย่างยิ่ง

7.@ วันนี้ โดยทางการเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ ความมหัศจรรย์นี้ได้เกิดขึ้นกับเรา คือ พระเจ้าได้เข้ามาสถิตอยู่ในเราและจะอยู่ตลอดไป

คำคม

“ ต่อให้ต้องเสียทุกสิ่ง ก็อย่ายอมเสียความเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ ”

ขุมทรัพย์ ฟิลิปปี 4

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโล พูดกับคริสเตีนฟิลิปปี ให้พวกเขามีความชื่นชมยินดีในพระเจ้าอยู่เสมอ แม้ต้องเผชิญกับความทุกข์ยากลำบากจากการถูกข่มเหง ให้พึ่งพาพระเจ้าในทุกสิ่ง แล้วพระเจ้าจะประทานทางออกให้แก่พวกเขา

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# จาก ฟป. 4:1 เราเห็นแบบอย่างของ ท่าทีของอ.เปาโลที่มีต่อลูกแกะ ว่า เขารักลูกแกะ ​เขาคิดถึง​อย่าง​ยิ่ง ลูกแกะเป็น​ที่​ยินดีของเขา และ​เป็น​มง​กุฎแห่งความภาคภูมิใจ​ของเขา ต่อจำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้า

1.@ หนึ่งในเคล็ดลับสำคัญของการรับใช้ที่เกิดผลของอ.เปาโล หัวใจรักที่เขามีต่อลูกแกะ และการเห็นความสำคัญของลูกแกะต่อบำเหน็จในอนาคต
วันนี้ เรารัก ห่วงใย เอาใจใส่ ลูกแกะของเรามากเพียงใด

2.# ใน ฟป. 4:2 กล่าวเตือน นาง​ยู​โอ​เดีย​และนาง​สิน​ทิเค​ ว่าให้​ปรองดอง​กัน​

เป็นได้ที่บางช่วงอาจผิดใจกันกับเพื่อนร่วมรับใช้บางคน ถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้
แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ไม่ควรปล่อยไว้เนิ่นนาน ควรรีบคืนดีกันโดยเร็ว

และคนอื่นในคริสตจักรที่ทราบเรื่องความขัดแย็งนั้น ควรจะช่วยกันอย่าเต็มที่ให้เกิดการคินดีกัน(ข้อ 3)

2.@ วันนี้ หากเรามีเรื่องขัดเคืองใจกับพี่น้องคนใดควรรีบหาทางคืนดีกันโดยด่วน
และ หากเราเห็นพี่น้องคนใดที่ขัดเคืองกัน เราควรใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ที่จะช่วยให้พวกเขากลับคืนดีกัน

3.# ใน ฟป. 4:4 กล่าวว่า จง​ชื่น​ชม​ยินดี​ใน​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทุก​เวลา
ใน ฟป. 4:5 กล่าวว่า จง​ให้​ความ​อ่อน​สุภาพ​ของ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ประ​จักษ์​แก่​ทุก​คน
ใน ฟป. 4:6 กล่าวว่า อย่า​กระ​วน​กระ​วาย​ใน​สิ่ง​ใดๆ เลย แต่​จง​ทูล​พระ​เจ้า​ให้​ทรง​ทราบ​ทุก​สิ่ง​

รวม 3 ข้อ เป็น ชื่นชนยินดีเข้าไว้ อย่าเครียด แล้วคนอื่นจะสัมผัสชีวิตในพระเยซูคริสต์ว่าน่าชื่นใจมากเพียงใด

3.@ เป็นคริสเตียน ถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้ ด้วยการไม่เครียดมีอะไรก็อธิษฐานทูลต่อพระเจ้าให้หมด แล้วสันติสุขของพระเจ้าจะครองใจเรา

4.# ใน ฟป. 4:8 อ.เปาโล แนะนำให้คริสเตียนฟิลิปปี ให้​ใคร่​ครวญ​ สิ่ง​ที่​เป็น​จริง สิ่ง​ที่​น่า​นับ​ถือ สิ่ง​ที่​ยุติ​ธรรม สิ่ง​ที่​บริ​สุทธิ์ สิ่ง​ที่​น่า​รัก สิ่ง​ที่​ควร​แก่​การ​สรร​เสริญ ​สิ่ง​ใด​ที่​ยอด​เยี่ยม สิ่ง​ใด​ที่​น่า​ยก​ย่อง

นั่นคือ ใคร่ครวญสิ่งที่ดี สิ่งที่เป็นของฝ่ายวิญญาณ แทน ใคร่ครวญสิ่งสารพัดที่ทำให้เครียด ทำให้วิตกกังวล

4.@ วันนี้ เราใช้เวลาคิดถึงสารพัดปัญหา มากกว่า คิดสิ่งที่ดี สิ่งที่เป็นพระพร รวมทั้งพระคำของพระเจ้า หรือเปล่า?

5.# อ.เปาโล บอกเคล็ดลับในการเผชิญกับความอุดมสมบูรณ์และความอดอยาก ไว้ใน ฟป. 4:13 ว่า “ข้าพ​เจ้า​เผชิญ​ได้​ทุก​อย่าง​โดย​พระ​องค์​ผู้​ทรง​เสริม​กำ​ลัง​ข้าพ​เจ้า”

นั่นคือ ไม่ว่าจะเผชิญอะไร ก็เผชิญโดยการพึ่งพาพระเจ้า แล้วทุกอย่างจะเป็นพระพร

5.@ วันนี้ เราพึ่งพาพระเจ้าในการกระทำสิ่งต่างๆในชีวิตของเรามากเพียงใด?

6.# อ.เปาโล กล่าวใน ฟป. 4:17 ว่า เขาไม่​ได้​เสาะ​หา​เงินหรือของฝากจากคริสเตียนฟิลิปปี แต่​เขาดีใจที่คริสเตียนฟิลิปปีสนับสนุนเขา ก็เพราะว่าเขาดีใจที่คริสเตียนฟิลิปปีได้รับ​ผล​กำ​ไร​ใน​บัญชี​ของ​พวกเขา​ในสวรรค์​ทวี​มาก​ขึ้น

6.@ วันนี้ เมื่อเรามีโอกาสสนับสนุนงานรับใช้พระเจ้าใดๆ ไม่ว่าด้วยทางหนึ่งทางใด เช่น โดยคำอธิษฐาน การช่วยเหลือ หรือการถวาย
ดูเหมือนเราได้ให้แก่คนทำงานให้งานรับใช้เหล่านั้น แต่ความความจริงแล้ว พวกเขากำลังให้โอกาสแก่เรา ได้มีโอกาสสะสมบำเหน็จถาวรไว้ในสวรรคสถาน
และ​พระ​เจ้า​​จะ​ประ​ทาน​ทุก​สิ่ง​ที่​จำเป็น​แก่​เรา​จาก​ทรัพย์​อัน​รุ่ง​โรจน์​ของ​พระ​องค์​ (ฟป. 4:19)

คำคม

“ การได้เป็นส่วนหนึ่งของการรับใช้
เป็นโอกาสยิ่งใหญ่สำหรับการสะสมบำเหน็จในสวรรค์ ”

ขุมทรัพย์ ฟิลิปปี 3

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโล สอนให้คริสเตียนฟิลิปปี ยึดมั่นในข่าวประเสริฐ และทำตัวให้สมกับข่าวประเสริฐ ด้วยการมีส่วนร่วมในการทนทุกข์ร่วมกับพระคริสต์ และปรารถนาที่จะรู้จักกับพระองค์มากยิ่งๆขึ้นทุกวัน

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ฟป. 3:2 อ.เปาโลเตือนว่า “จง​ระวัง​พวก​สุนัข จง​ระวัง​พวก​ที่​ทำ​ชั่ว จง​ระวัง​พวก​เชือด​เนื้อ​เถือ​หนัง”
ซึ่งหมายถึงคนยิวที่สอนว่าจะรอดได้นอกจากเชื่อวางใจในพระเยซูแล้ว ยังต้องทำตามธรรมบัญญัติด้วย

พวกสุนัข หมายถึง คนยิวที่บิดเบือนข่าวประเสริฐ ตามปกติคนยิวมักเรียกตนต่างชาติว่า สุนัข แต่ในข้อนี้ อ.เปาโล พูดกับคนต่างชาติโดยเรียกพวกยิวเหล่านั้นว่า สุนัข

พวกที่ทำชั่ว หมายถึง พวกที่สอนเท็จ พวกต่อต้านความจริงแห่งข่าวประเสริฐ พวกที่ทำตัวเป็นศัตรูต่อกางเขนของพระคริสต์ (ฟป. 3:18)

พวกเชือดเนื้อเถือหนัง หมายถึง พวกสอนเท็จที่เน้นการเข้าสุหนัต แต่ละทิ้งความหมายฝ่ายวิญญาณของการเข้าสุหนัตเสีย

1.@ ใครก็ตามที่บิดเบือนข่าวประเสริฐ ถือว่ากำลังทำสิ่งชั่วร้าย เราไม่สมควรไปร่วมกับพวกเขา หรือเกี่ยวข้องกับการกระทำของพวกเขา
เราควรรังเกียจ และ ไม่สมาคม กับพวกลัทธิเทียมเท็จทั้งหลายในปัจจุบัน

2.# ใน ฟป. 3:7 อ.เปาโลกล่าวว่า ​อะไร​ที่​เคย​เป็น​ประโยชน์หรือเป็นความภาคภูมิใจ​ของ​เขา
บัดนี้เพราะเห็นแก่พระคริสต์ เขา​ได้​ถือ​ว่า​สิ่ง​นั้น​เป็น​ไร้ประโยชน์และไม่ใช่สิ่งที่น่าภาคภูมิใจอีกต่อไป

เพราะการได้รู้จักพระคริสต์มีค่ามากเหลือเกิน
ดังนั้นต่อให้ต้องสูญเสียอะไรก็ตามเพื่อจะได้รู้จักพระองค์ ก็ไม่น่าเสียดายเลย ถือเสมือนว่า ก็แค่สูญเสียเศษขยะไปเท่านั้นเอง (ข้อ 8)

2.@ วันนี้ เราเสียอะไรบ้าง เพื่อจะได้รู้จักพระคริสต์มากขึ้น?
สำหรับเราแล้วการยอมสูญเสียสิ่งเหล่านั้น เพื่อได้รู้จักพระคริสต์มากขึ้น มันคุ้มหรือไม่?

3.# ใน ฟป. 3:10 อ.เปาโล กล่าวว่า เขา​ต้อง​การ​จะ​รู้​จัก​พระ​เยซูมากยิ่งขึ้น 2 ด้าน คือ​
1. รู้​จัก​ฤทธิ์​เดช​แห่ง​การ​คืน​พระ​ชนม์​ของ​พระ​องค์​
2. รู้จัก​การ​มีส่วน​ร่วม​ใน​ความ​ทุกข์​ของ​พระ​องค์
เพื่อเขาจะได้ เป็น​เหมือน​กับ​พระ​องค์​ใน​ความ​ตาย​นั้น
และ จะ​ได้​เป็น​ขึ้น​จาก​ความ​ตายเหมือนกับพระองค์​ด้วย

นั่นคือ อยากรู้จักฤทธิ์เดช และอยากได้ทนทุกข์เพื่อพระองค์
เพื่อจะได้ตายเพราะเชื่อฟังพระเจ้าเหมือนพระองค์ และจะได้เป็นขึ้นมาเหมือนพระองค์

3.@ การรู้จักพระเจ้า ไม่ใช่สนใจแต่ฤทธิ์เดช แต่ ควรแสวงหาที่จะได้ทนทุกข์เพื่อพระองค์ด้วย

วันนี้ เมื่อเรายอมทำอะไร หรือยอมไม่ทำอะไรเพื่อพระองค์ เราก็จะยิ่งเห็นการอัศจรรย์ของพระองค์ในชีวิตของเรามากยิ่งขึ้น

4.# ใน ฟป. 3:12-13 อ.เปาโล กล่าวว่า เพราะว่าพระเยซูได้ทรงฉวยเขาเข้ามาอยู่ในพระองค์แล้ว ดังนั้น เขาจึงทุ่มเท บากบั่น ไม่หยุดหย่อน เพื่อจะฉวยการ​ได้​รับการรู้จักกับพระองค์มากยิ่งๆขึ้นไปอีก ตราบเท่าที่เขายังมีลมหายใจอยู่

4.@ วันนี้ เรายังคงหิวกระหายที่อยากจะรู้จักพระเยซู มากยิ่งขึ้น อยู่หรือไม่?

5.# ฟป. 3:15 ชี้ให้เห็นว่า ​ผู้​ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ จะปรารถนาที่จะรู้จักพระเยซูคริสต์มากขึ้นเสมอ ไม่คิดว่าตนเองรู้จักมากเพียงพอแล้ว
แต่เด็กฝ่ายวิญญาณจะสนใจอย่างอื่น มากกว่า การจะได้รู้จักกับพระเยซูคริสต์มากยิ่งขึ้น

5.@ วันนี้ ความเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณของเรา มีมากเพียงใด?

6.# ฟป. 3:19-20 กล่าวว่า ​พล​เมือง​แห่ง​สวรรค์จะเอาใจใส่และอวด พระเยซูคริสต์
ส่วนพลเมืองของโลกนี้ จะอวดของในโลกนี้ จะอวดสิ่งอนิจจังในโลกนี้ จะอวดเก่ง จะอวดยศศักดิ์ จะอวดเงินทอง จะอวดความสำเร็จอย่างโลก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าอับอาย

6.@ เราผู้เป็นพลเมืองของสวรรค์ วันนี้ เราทำตัวสมกับเป็นพลเมืองแห่งสวรรค์ หรือกำลังทำตัวแบบพลเมืองของโลกนี้

คำคม

“ ความเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ
ดูได้จากความสนใจเรื่องฝ่ายวิญญาณในแต่ละวันของชีวิต ”

ขุมทรัพย์ ฟิลิปปี 2

ภาพรวม

  • ในบทนี้พูดถึงการดำเนินชีวิตคริสเตียนว่าควรดำเนินตามแบบอย่างของพระคริสต์ในความถ่อมใจและการเสียสละ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ฟป.2:1-2 กล่าวว่า ในเมื่อเราได้รับความชูใจ ได้รับกำลังใจ เมื่อมีความสัมพันธ์กับพระคริสต์ เราก็ควรมีความสัมพันธ์อันดีกับพี่น้องด้วย เพื่อให้ความชูใจและกำลังใจนั้นหลั่งไหลไปสู่กันและกัน ด้วยความรักในพระคริสต์

1.@ การสัมพันธ์กับพระเจ้าเป็นสิ่งประเสริฐ
ขณะเดียวกันการสัมพันธ์กับพี่น้อง ก็เป็นสิ่งที่พระเจ้าประสงค์ให้เรากระทำด้วย
เป็นการไม่ถูกต้อง หากใครที่คิดว่าจะสัมพันธ์กับพระเจ้าเท่านั้น ไม่ต้องการสัมพันธ์กับพี่น้อง

2.# ใน ฟป. 2:3 สอนว่า คนที่ถ่อมใจนั้น จะไม่​ชิง​ดีชิงเด่นกับคนอื่น แต่​จง​ถือ​ว่า​คน​อื่น​ดี​กว่า​ตัว​

2.@ ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์สอนเราและเตือนเรา ให้ถ่อมใจ ในทุกวัน

3.# เราผู้อยู่ในพระคริสต์ สมควรที่จะมีจิตใจเหมือนพระคริสต์ คือไม่เห็นแก่ตัว แต่เสียสละเพื่อประโยชน์ของคนอื่น (ข้อ4-5)

3.@ ทุกวันนี้้ เมื่อเราเสียประโยชน์ เราเดือดเนื้อร้อนใจ มากกว่า เมื่อคนอื่นเสียประโยชน์ มากมายสักเพียงใด?

4.# พระเยซูเสียสละ ถ่อมพระทัยลง ยอมเชื่อฟังจนถึงความตายที่กางเขน
จึงเป็นเหตุให้ พระองค์ได้รับการยกขึ้นสูงสุด (ข้อ 8-9)

4.@ เมื่อเราถ่อมใจลง ยอมเชื่อฟังพระเจ้า ไม่ทำตามใจปรารถนาของตนเอง แล้ว พระเจ้าจะยกเราขึ้นในเวลาของพระองค์

5.# ใน ฟป. 2:13 กล่าวว่า พระ​เจ้า​เป็น​ผู้​ทำให้เรา​มี​ความ​ประ​สงค์​และ​มี​ความ​สา​มารถ​ทำ​ตาม​ชอบ​พระ​ทัย​ของ​พระ​องค์ได้

5.@ หากอยากจะทำตามประสงค์ของพระเจ้า อย่างเต็มใจ เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพึ่งพาการช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในเรา

6.# ฟป. 2:14 “จง​ทำ​ทุกสิ่ง​โดย​ปราศ​จาก​การ​บ่น​และ​การ​ทุ่ม​เถียง​กัน”

6.@ พระเจ้าไม่ชอบให้ เราบ่น แต่ชอบให้ขอบพระคุณ
วันนี้ จำนวนการบ่น และ จำนวนการขอบพระคุณของเรา มีปริมาณเท่าใด?

7.# ใน ฟป. 2:16 บอกเคล็ดลับว่า หากต้องการจะรักษาความเชื่อจนวันสุดท้าย จง​ยึด​มั่น​ใน​พระ​วจนะ​ของพระเจ้า

7.@ วันนี้ เราให้ความสำคัญและให้เวลา กับพระวจนะของพระเจ้ามากเพียงใด?
การยึดพระวจนะไว้มั่น นำมาใช้ในชีวิตเสมอ จะเป็นหลักประกันว่า เราจะสามารถยึดความเชื่อไปได้ตลอดรอดฝั่ง จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต

8.# ใน ฟป. 2:29 สอนว่า เราควร ดูแลเอาใจใส่ และ ​นับ​ถือ​คนที่ทุ่มเท เสียสละเพื่อข่าวประเสริฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ต้องพบกับความเสี่ยงตายเพื่อข่าวประเสริฐ

8.@ เป็นการดีที่เราจะ ระลึกถึง อธิษฐานเผื่อ และถวายสนับสนุน บรรดามิชชันนารีทั้งหลาย ผู้เสียสละเพื่อนำข่าวประเสริฐไปยังผู้คนในดินแดนที่ห่างไกล

คำคม

“ ยิ่งถ่อมลงมากเท่าใด ก็จะยิ่งถูกยกสูงขึ้นเท่านั้น ”

ขุมทรัพย์ ฟิลิปปี 1

ภาพรวม

  • พระธรรมฟิลิปปี เป็นจดหมายที่อ.เปาโล เขียนถึงคริสตจักรในเมืองฟิลิปปี ในขณะที่ อ.เปาโลกำลังติดคุกอยู่ในกรุงโรม
  • เปาโลขอบ​คุณคริสตจักร​ฟีลิปปี​ที่ได้​ส่ง​สิ่ง​ของ​ไป​ช่วย และ​ส่ง​เอปาโฟรดิทัส​ไป​เยี่ยม​และ​ช่วยเหลือ​อ.เปาโล​ อยู่​หลาย​เดือน ต่อ​เอปาโฟรดิทัส​ป่วย​หนักทำ​ให้​พี่น้อง​ชาว​ฟีลิปปี​เป็น​ห่วง อ.เปาโลจึง​เขียนมาบอกว่า ​เอปาโฟรดิทัส​หาย​ดี​แล้ว​ไม่​ต้อง​เป็น​ห่วง (2:25-30)
  • ในจดหมายฉบับนี้ อ.เปาโล​ได้ตัก​เตือน​​ให้​ระวัง​พวก​ที่​สอน​ผิดและ​​เตือน​พวกเขา​ไม่​ให้​เสีย​กำลังใจ ​ที่ อ.​เปาโล​ถูก​ขัง​คุก​มาเกือบ 2 ปี​แล้ว เพราะว่า​ท่าน​มี​ความสุข เนื่องจากได้โอกาสการ​ประกาศ​ข่าว​ประเสริฐ​แก่​ชาวโรมันเป็น​จำนวน​มาก​
  • ในบทที่ 1 นี้ อ.เปาโลกล่าวขอบคุณพี่น้องฟิลิปปีที่มีส่วนช่วยเหลืออ.เปาโลในยามที่ทุกข์ยากลำบาก อ.เปาโลหนุนใจให้พวกเขายึดมั่นในข่าวประเสริฐไว้ตลอดไป

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# อ.เปาโล กล่าวหนุนคริสตจักรฟิลิปปี ใน ฟป. 1:6 ว่า พระเจ้า​ผู้​ทรง​เริ่ม​ต้น​การ​ดี​ไว้​ใน​พวก​เขา จะ​ทรง​ทำ​ให้​สำ​เร็จ​จน​ถึง​วัน​แห่ง​พระ​เยซู​คริสต์
พระเจ้าผู้ทรงนำให้พวกเขามาอยู่ในครอบครัวของพระเจ้า พระองค์จะทรงทำให้พวกเขามั่นคงจนถึงวันที่พระองค์เสด็จมา
ที่อ.เปาโลมั่นใจเช่นนั้น ก็เพราะรู้ว่าพวกเขาเชื่อจริงๆ จนแสดงออกมาเป็นการเต็มใจมีส่วนร่วมกับอ.เปาโลในการปกป้องข่าวประเสริฐ(ข้อ7)

1.@ การที่เรามาเชื่อพระเจ้า ก็เพราะพระเจ้าทรงเป็นผู้ริเริ่ม เป็นผู้เรียกเรา ให้มาเข้าส่วนในพระองค์ ดังนั้นพระเจ้าจึงทรงทำทุกวิถีทางที่จะช่วยเราให้เดินในทางของพระองค์ได้อย่างตลอดรอดฝั่ง จนถึงวันสุดท้าย

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราในวันนี้ อยู่ในการควบคุมของพระองค์เพื่อช่วยเรา เพื่อปกป้องเรา และเพื่อพัฒนาชีวิตของเราให้จำเริญขึ้นในทางของพระองค์

2.# ใน ฟป. 1:9 อ.เปาโล อธิษ​ฐาน​ว่า​ ขอ​ให้​ความ​รัก​ของคริสเตียนฟิลิปปี​ทวี​ยิ่งๆ ขึ้น​พร้อม​กับ​ความ​รู้​และ​วิจารณ​ญาณ​ทุก​ด้าน
โดยความรู้และวิจารณญาณนี้ พวกเขา​จะ​สัง​เกต​เห็น​ได้​ว่า​สิ่ง​ใด​ประ​เสริฐ​ที่​สุด และสามารถเป็น​คน​บริ​สุทธิ์ เป็น​คน​ไม่​มี​ที่​ติ​ได้​ใน​วัน​แห่ง​พระ​คริสต์ โดยการช่วยเหลือจากพระเจ้า

2.@ ความรู้ จำเป็น แต่ความรัก ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
โดยการเปิดเผยจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราสามารถรู้ได้ว่าสิ่งใดเป็นสิ่งประเสริฐที่เราสมควรทำ และเมื่อเราเชื่อฟังทำตามการสอนของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราจะรับการเปลี่ยนแปลงให้ไร้ที่ติขึ้นเรื่อยๆทุกๆวัน

จงรับการสอนจากพระวิญญาณบริสุทธิ์และตอบสนองด้วยการเชื่อฟังพระองค์เถิด

3.# ใน ฟป. 1:12 อ.เปาโล ชี้ให้พี่​น้อง​ฟิลิปปี เห็นว่า การที่อ.เปาโลถูกจับขังคุกนั้น ได้ทำ​ให้​ข่าว​ประ​เสริฐ​แผ่​ขยาย​ออก​ไปยิ่งขึ้นอีก และ ​พี่​น้อง​ส่วน​มาก​ก็​เกิด​ความ​กล้า​มาก​ขึ้น​ที่​จะ​กล่าว​พระ​วจนะ​โดย​ปราศ​จาก​ความ​กลัว

3.@ สิ่งที่ดูเหมือนไม่ดีที่เกิดขึ้นกับเรา พระเจ้าทรงสามารถใช้ให้กลายเป็นพระพรแก่ผู้คนมากมายได้
หากเราเผชิญเหตุการณ์นั้นด้วยความยำเกรงพระเจ้า

4.# ใน ฟป. 1:20 อ.เปาโล กล่าวว่า ไม่ว่าเขาจะรอดชีวิต หรือ ต้องถูกฆ่าตาย พระ​คริสต์​จะ​ทรง​ได้​รับ​การ​ยกย่อง​สรร​เสริญ​ใน​ร่าง​กาย​ของ​เขาอยู่ดี

4.@ หากเรามอบให้เป็นสิทธิขาดของพระเจ้า ที่จะกำหนดสิ่งที่จะเกิดขึ้นในชีวิตของเราจริงๆ
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเราก็ตาม สิ่งนั้นจะถวายเกียรติแด่พระเจ้า ทั้งสิ้น
วันนี้ จงยอมจำนนต่อพระเจ้า ในทุกเหตุการณ์ที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้เกิดขึ้นกับเรา

5.# ใน ฟป. 1:21 ท่าทีของอ.เปาโล ต่อการมีชีวิต คือ หาก​มี​ชีวิต​อยู่​ก็​ขออยู่เพื่อ​พระ​คริสต์ และ​หากต้อง​ตาย​ก็ยินดี เพราะรู้ว่าจะ​ได้​กำ​ไรในสวรรค์

5.@ ไม่ว่าจะเป็น หรือ จะตาย จงใช้มันเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า
อยู่อย่างถวายเกียรติ หากต้องตายขอตายอย่างถวายเกียรติ

6.# ใน ฟป. 1:27 อ.เปาโล หนุนใจให้ พี่น้องฟิลิปปีให้​ดำ​เนิน​ชีวิต​สม​กับ​ข่าว​ประ​เสริฐ​ของ​พระ​คริสต์ โดยยืนหยัดต่อ​สู้​เพื่อ​ความ​เชื่อ​ที่​มา​จาก​ข่าว​ประ​เสริฐ
ไม่ว่าจะถูกข่มเหง ถูกดูถูกดูหมิ่น ถูกเยาะเย้ยถากถาง ก็จงยึดมั่นในข่าวประเสริฐต่อไป

6.@ วันนี้ เราดำเนินชีวิตสมกับที่เราเชื่อในข่าวประเสริฐแล้วหรือยัง โดยการไม่อายที่จะบอกข่าวประเสริฐนี้แก่ผู้อื่น แม้จะต้องถูกเยาะเย้ยหรือถูกข่มเหงก็ตาม

คำคม

“ อย่าอยู่แบบหวังกำไรในโลกนี้ แต่จงอยู่แบบหวังกำไรในสวรรค์ ”

ขุมทรัพย์ เอเฟซัส 6

ภาพรวม

  • ในบทนี้พูดถึงท่าทีที่ถูกต้องของพ่อแม่กับลูก และ เจ้านายกับลูกน้อง และ เราทั้งหลายต่อศัตรูฝ่ายวิญญาณ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# พระคัมภีร์สั่งให้ลูก เชื่อฟังและให้เกียรติบิดามารดาของตน เพราะจะเป็นผลดีต่อตัวลูกเอง จะไปดีมาดี ชีวิตยืนยาว

1.@ พ่อแม่ที่รักลูกจริงๆ ต้องไม่ยอมอย่างเด็ดขาด ต้องพยายามสุดความสามารถทุกวิถีทาง ให้ลูกของตน เชื่อฟังและให้เกียรติพ่อแม่
ไม่ใช่อยากได้รับเกียรติ แต่เพราะไม่อยากให้ลูกไปร้ายมาร้าย ทำอะไรก็ไม่เจริญ และอายุสั้น

2.# เราผู้เป็นลูก หากพ่อแม่สั่งสอนหรือเตือนสติเรา เราไม่ควรโกรธหรือไม่พอใจท่าน เพราะท่านกำลังทำตามคำสั่งของพระเจ้า

2.@ ลูกมีแนวโน้มที่จะโกรธได้ง่ายเมื่อพ่อแม่ สอนหรือเตือนแบบไม่ค่อยเข้าท่าในสายตาของลูก
แต่เราผู้มีพระวิญญษณของพระเจ้าสถิตอยู่ภายในเรา ควรขอพระองค์ทรงช่วยเราที่เราจะไม่โกรธ แต่มีท่าทีที่ถ่อมใจ อย่างอ่อนสุภาพต่อคำเตือนสอนที่ไม่ค่อยเข้าท่าของพ่อแม่

3.# พระคัมภีร์สอนให้ ผู้เป็นลูกน้องให้ปรนนิบัติเจ้านายอย่างเต็มใจ
ไม่ใช่เพื่อประจบสอพลอ แต่เพื่อจะรับการอวยพรจากพระเจ้า
ส่วนเจ้านายก็สมควรฏิบัติต่อทาสอย่างมีเมตตา ไม่ใช่วางอำนาจบาตรใหญ่

พระคัมภีร์สรุปเอาไว้ใน อฟ. 6:8 ว่า “เพราะ​พวก​ท่าน​รู้​ว่า​ใคร​ทำ​ความ​ดี​อะไร​ไว้ ก็​จะ​ได้​รับ​อย่าง​นั้น​จาก​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า ไม่​ว่า​ทาส​หรือ​ไท”
ไม่ว่าเจ้านายดีหรือไม่ดี แต่เราก็ยังทำดีอย่างเต็มใจแก่เขา เราจะได้รับพระพรจากพระเจ้า
ไม่ว่าลูกน้องดีหรือไม่ดี แต่เรายังคงทำดีต่อเขา เพราะยำเกรงพระเจ้า เราจะได้รับพระพรจากพระองค์

3.@ ไม่ว่า เจ้านาย หรือ ลูกน้องของเรา จะมีลักษณะเป็นเช่นไร เราก็สามารถได้รับพระพรจากพระเจ้าได้ทั้งสิ้น หากเรายังคงเชื่อฟังพระคำของพระเจ้าต่อไป

4.# ใน อฟ. 6:10-11 กล่าวว่า วิธีที่จะ​เข้ม​แข็ง​ขึ้น​ใน​พระเจ้าได้ โดยสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้า
เนื่องจากศัตรูที่จ้องจะขัดขวางและทำลายเรานั้นมีอำนาจมากกว่าเรามาก
เราจึงไม่อาจต้อสู้ได้โดยกำลังของตนเอง
เราต้องพึ่งพากำลังอันทรงอานุภาพของพระเจ้า จึงจะสามารถยืนหยัดได้ และมีชัยชนะได้

4.@ ในการดำเนินชีวิตคริสเตียนของเราในทุกวันนี้ เราไม่อาจมีชัยชนะเหนือการโจมตี เหนือการล่อลวงของศัตรูได้ โดยปราศจากการช่วยเหลือของพระเจ้า
ดังนั้นสมควรเหลือเกินที่คริสเตียนจะดำเนินชีวิตใกล้ชิดติดสนิทกับพระเจ้า ใช้เวลากับพระเจ้าและเอาใจใส่ที่จะทำตามพระคำของพระองค์

5.# ยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าที่เราต้องยึดไว้มั่น ได้แก่
– ความจริงแห่งพระคำของพระเจ้า ,
– ความชอบธรรมที่พระเจ้าประทานให้ ,
– ข่าวประเสริฐที่ทำให้เราพ้นการกล่าวโทษรับสันติสุข ,
– ความเชื่อที่จะสามารถสยบทุกคำโกหกของศัตรูได้ ,
– ความมั่นใจในรอดที่เราจะได้รับตามที่พระเจ้าสัญญา ,
– พระวจนะของพระเจ้าที่สามารถเอาชนะศัตรูทุกรูปแบบได้ ,
– คำอธิษฐานที่จะสามารถปกป้องคุ้มครองและทำให้งานสำเร็จลงได้ด้วยดี

5.@ พกติดตัวไว้บ้างก็ดีนะครับ

6.# ใน อฟ. 6:23 (ฉบับ1971) กล่าวว่า เราได้​รับ​ความ​รักโดย​ความ​เชื่อ จาก​พระ​เจ้า​
ความรักที่พระเจ้าทรงรักเรานั้นมากเหลือล้น แต่เรารับรู้ได้โดยความเชื่อ

6.@ วันนี้ เราเชื่อมากเพียงใดว่า เราได้รับความรักอย่างเหลือล้นจากพระบิดา เราเป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรของพระองค์แล้ว

คำคม

“ เราสู้มารไม่ได้ หากเราปราศจากพระเจ้า
มารสู้เราไม่ได้ หากเรามีพระเจ้า ”

ขุมทรัพย์ เอเฟซัส 5

ภาพรวม

  • ในบทนี้พูดถึงการดำเนินชีวิตให้สมกับเป็นลูกของพระเจ้า ว่าไม่ควรทำตามอย่างคนที่ไม่มีพระเจ้า และพูดถึงความสัมพันธ์ของสามีภรรยา

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ในฐานะที่เราเป็นลูกที่รักของพระเจ้า เราสมควรเลียนแบบพระบิดาของเรา ในความรัก ในการให้อภัย(อฟ. 5:1)

1.@ วันนี้ เราเลียนแบบของพระเจ้า ในความรัก และ ในการอภัย บ้างแล้วหรือยัง?

2.# ในฐานะที่เราเป็นธรรมิกชน ไม่สมควรที่จะพูด หรือกระทำตามอย่างคนที่ดำเนินชีวิตในบาป เช่น ล่วงประเวณี ทำการโสโครกลามก ละโมบโลภมาก พูดลามก พูดเล่นไม่เป็นเรื่อง พูดหยาบคาย
แต่เราควรใช้ปากของเราขอบพระคุณพระเจ้าดีกว่า

2.@ วันนี้ เราใช้ปากของเรา ใช้ชีวิตของเรา แบบธรรมิกชน หรือ แบบคนอธรรม?

3.# ใน อฟ. 5:8 กล่าวว่า เมื่อ​ก่อน​เรา​เป็น​ความ​มืด แต่​บัด​นี้​เราเป็น​ความ​สว่าง​ในพระ​เจ้าแล้ว ดังนั้น เราควร​ดำ​เนิน​ชีวิต​อย่าง​คน​ของ​ความ​สว่าง ไม่ใช่อย่างคนของความมืด

วิถึของความสว่าง คือ การกระทำใดที่ส่งผลออกมาเป็น​​ความ​ดี ความ​ชอบ​ธรรม และ​ความ​จริง (อฟ. 5:9)

3.@ วันนี้ สิ่งที่เราทำ สะท้อนออกมาเป็น ความดี ความชอบธรรม ความจริง หรือไม่?
หรือสะท้อนออกมาเป็น ความเห็นแก่ตัว ความโลภ ความลามก ความเท็จ

4.# ใน อฟ. 5:10 กล่าวว่า ” จง​ค้น​ดู​ว่า​อะไร​เป็น​สิ่ง​ที่​พอ​พระทัย​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า”
การที่จะรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่พอพระทัยของพระเจ้านั้น เป็นสิ่งที่เราสามารถรู้ได้ หากเราตั้งใจจะรู้จริงๆ

4.@ วันนี้ เราปรารถนาจริงๆ ที่จะรู้และทำสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัยหรือไม่?

5.# อฟ. 5:15 เราควรระมัด​ระวัง​ใน​การ​ดำ​เนิน​ชีวิต​ อย่า​งเหมือน​คน​มี​ปัญ​ญา ที่ใช้​ทุกโอ​กาส​ให้​เป็น​ประ​โยชน์ ​และแสวงหาเพื่อจะ​เข้า​ใจ​ว่า​อะไร​คือ​พระ​ประ​สงค์​ของ​พระเจ้า

5.@ วันนี้ เรากำลังเลือกดำเนินชีวิตอย่างคนมีปัญญา หรือ ไร้ปัญญา?

6.# อฟ. 5:18 “…อย่า​เมา​เหล้า​องุ่น​ซึ่ง​จะ​ทำ​ให้​เสีย​คน แต่​จง​เต็ม​เปี่ยม​ด้วย​พระ​วิญ​ญาณ”
อย่าให้เหล้าควบคุมชีวิตของเรา แต่จงให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ควบคุมชีวิตของเรา

6.@ เมื่อเหล้าคุมชีวิต จะกล้าทำสิ่งชั่ว
แต่ เมื่อพระวิญญาณควบคุมชีวิต จะกล้าทำสิ่งดี

7.# พระคำของพระเจ้า สอนหลักการให้ครอบครัวมีความสุขอย่างยั่งยืน คือ
สามีภรรยาควรรับฟังกันและกันอย่างให้เกียรติ
สามีควรรักภรรยายิ่งกว่ารักชีวิตของตัวเอง
ภรรยาควรเชื่อฟังสามีเหมือนเชื่อฟังพระเจ้า

7.@ ถ้าสามีไม่ยอมทำตัวเป็นสามีที่ดี ภรรยาจงเริ่มทำก่อน
ถ้าภรรยาไม่ยอมทำตัวเป็นภรรยาที่ดี สามีจงเริ่มทำก่อน
เพราะใครก็ตามที่เชื่อฟังพระคำของพระเจ้าจะได้รับพร และพระพรนั้นจะหลั่งไหลไปสู่ครอบครัว

8.# พระคริสต์จะทรงทะนุถนอมคริสตจักร กระทำแก่คริสตจักรอย่างดี เพราะพระคริสต์และคริสตจักรจะได้ผูกพันเป็นเนื้ออันเดียวกันแล้ว(ข้อ 29-32)
เราเป็นส่วนหนึ่งในคริสตจักรนั้น

8.@ พระเยซูผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด จะดูแล ทะนุถนอม ปกป้อง เอาใจใส่ ชีวิตของเราอย่างแน่นอน

คำคม

“ ควรหรือที่ลูกของพระเจ้า จะเลียนแบบมาร ?”

ขุมทรัพย์ เอเฟซัส 4

ภาพรวม

  • ในบทนี้พูดถึงชีวิตใหม่ในพระเยซูคริสต์ว่า ควรเป็นชีวิตที่มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รักกัน และดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เมื่อพระเจ้าประทานพระคุณแก่เรามากมาย ทรงประทานให้มาเป็นบุตรของพระองค์
เราก็สมควรที่จะดำเนินชีวิตให้สมกับเกียรติที่พระเจ้าประทานให้
โดยดำเนินชีวิตให้สมกับเกียรติที่เป็นลูกของพระเจ้า ไม่ใช่ลูกพระเจ้าที่ดำเนินชีวิตดังลูกมาร

1.@ วันนี้ เมื่อคนเห็นการดำเนินชีวิตของเรา คนเขายกย่องสรรเสริญพระเจ้า หรือ ดูถูกพระเจ้า ของเรา

2.# ลักษณะการดำเนินชีวิตของลูกพระเจ้า คือ ถ่อมใจ สุภาพอ่อนโยน อดทน เต็มด้วยความรัก

2.@ พระวิญญาณบริสุทธิ์พร้อมที่จะช่วยเรา ให้เราดำเนินชีวิตอย่างลูกของพระเจ้า
เพียงแค่เราปรารถนาจริงๆที่อยากให้ลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้น และร่วมมือกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ทรงสอนเรา

3.# ใน อฟ. 4:3 กล่าวว่า ความ​เป็น​น้ำ​หนึ่ง​ใจ​เดียว​กัน​ท่ามกลางพี่น้องคริสเตียน ​มา​จาก​พระ​วิญ​ญาณบริสุทธิ์ เป็นผู้ทำให้เราผูก​พันกัน
เราไม่ได้สร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันขึ้นมาเอง แต่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสร้างให้
หน้าที่ของเราคือ ถนอมรักษาเอาไว้ อย่าทำมันพังก็พอแล้ว

3.@ หากวันนี้ บุคลลิก นิสัย ของเรา อย่างหนึ่งอย่างใด มีแนวโน้มที่จะทำลายความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ที่พระวิญญาณบริสุทธิ์อุตส่าห์สร้างให้แก่คริสตจักร
เราควร กลับใจเสียใหม่ จาก บุคลลิก นิสัย เหล่านั้น
วันนี้ มีบุคคลิก นิสัย อะไรบ้างที่เราควรกลับใจ?

4.# ใน อฟ. 4:6 กล่าวว่า พระ​เจ้า​ทรง​มี​อำ​นาจ​เหนือ​สรรพ​สิ่ง ทรง​ทำ​การ​ผ่าน​สรรพ​สิ่ง​และ​ทรง​อยู่​ในเรา​ทุกคน
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น พระเจ้าทรงมีอำนาจเหนือทุกสิ่ง และทรงใช้ทุกสิ่งเพื่อให้แผนการแห่งน้ำพระทัยของพระองค์สำเร็จ

4.@ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเราในวันนี้ ยังอยู่ในอำนาจการควบคุมของพระเจ้า ผู้ทรงรักเราอย่างที่สุด ผู้ไม่หวงแม้กระทั่งพระบุตรองค์เดียว แต่ทรงประทานพระบุตรนั้นมาตายเพื่อเรา
ดังนั้น เราไม่จำเป็นต้องหวาดหวั่น หรือหวั่นไหว ต่อสถานการณ์ใดๆเลยรอบตัวเรา

5.# ใน อฟ. 4:7 กล่าว​ว่า​ “…พระ​คุณ​นั้น​ประ​ทาน​แก่​เรา​แต่​ละ​คน​ตาม​ขนาด​ที่​พระ​คริสต์​ประ​ทาน”

พระเยซูคริสต์เป็นผู้ตัดสินใจเองว่า ใครควรจะได้รับอะไรอย่างไร
หากใครได้บางอย่างมากกว่าเรา หรือเราได้บางสิ่งมากกว่าบางคน
ทั้งหมดเป็นการตัดสินใจของพระเยซูผู้ทรงรักเราอย่างที่สุดและผู้ทรงสัพพัญญู

5.@ ได้ดีกว่าคนอื่นก็อย่าโอ้อวด ได้น้อยกว่าคนอื่นก็อย่าอิจฉา
เพราะพระคุณที่ประทานแก่แต่ละคนนั้น เหมาะและดีที่สุดสำหรับเราแต่ละคนแล้ว

เช่น อย่าอิจฉาหรือน้อยใจ ว่า ทำไมเราไม่ได้เกิดมาในครอบครัวแบบคนนั้นนะ เป็นต้น

6.# ของประทานทั้งหลายที่พระเจ้าประทานแก่ผู้เชื่อ ไม่ใช่มีไว้สำหรับตนเอง แต่เพื่อ​เตรียม​ผู้เชื่อคนอื่นใน​การ​ปรน​นิ​บัติ​รับใช้ และ​เพื่อการ​เสริม​สร้างพี่น้องในคริสตจักรทั้งหลายให้เติบโตขึ้น (อฟ. 4:12)

โดยมีเป้าหมายว่า อยากจะเห็นทุกคนประสานเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระคริสต์ ทั้งความเชื่อและความรู้ และนั่นคือการบรรลุถึงความเป็นผู้ใหญ่ในฝ่ายวิญญาณนั่นเอง(อฟ.4:13)

ซึ่งความเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณนี้ สังเกตได้จากการมีจิตใจที่หนักแน่นมั่นคง ไม่โอนไปเอนมา ตามคำพูดของคนหรือตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป (อฟ.4:14)

ผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณจะยึดมั่นในข่าวประเสริฐอย่างไม่หวั่นไหว และประกาศข่าวประเสริฐนั้นแก่ผู้อื่นด้วยความรักที่มีต่อพวกเขา(อฟ.4:15)

6.@ จงใช้ความสามารถทั้งหมดที่พระเจ้าประทานให้ เพื่อทำให้พี่น้องคนอื่น จำเริญขึ้นในความเชื่อและการรู้จักพระเยซูมากยิ่งๆขึ้น ทำทุกวิถีทางให้พวกเขาเป็นเหมือนพระคริสต์มากขึ้น มากขึ้นทุกๆวัน

วันนี้ เราใช้สิ่งที่เรามีมากน้อยเพียงใด เพื่อทำให้พี่น้องมีความเชื่อมากขึ้นและรู้จักพระเยซูมากยิ่งขึ้น?

7.# ใน อฟ. 4:17 ชี้ให้เห็นว่า การ​ดำ​เนิน​ชีวิต​โดยมี​ใจ​จด​จ่อ​อยู่​กับ​สิ่ง​ไร้​สาระ ทำให้ความคิดมืดมนไป ทำให้ขาดจากชีวิตที่มาจากพระเจ้า ทำให้ปราศจากการเหนี่ยวรั้งตน
ดังนั้นเราผู้เป็นลูกของพระเจ้าแล้ว ไม่ควรดำเนินชีวิตจดจ่ออยู่กับสิ่งไร้สาระของโลกนี้
เราควรทิ้ง​ตัว​เก่า​ ลักษณะการดำเนินชีวิตแบบเก่า ​ที่​คู่​กับ​การ​ประ​พฤติ​แบบ​เดิม เสีย (อฟ. 4:22) แล้ว​ยอมให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เปลี่ยนแปลง​วิญ​ญาณ​และ​จิตใจ​ของ​เรา และ​​สอน​เรา ในการดำเนินชีวิตเป็นคนใหม่ในพระเจ้า (อฟ. 4:23-24)

7.@ วันนี้จิตใจของเราจดจ่ออยู่กับสิ่งใด สิ่งถาวรในสวรรค์สถาน หรือสิ่งไร้สาระในโลกนี้?

เราเป็นคนใหม่ในพระคริสต์แล้ว เราพร้อมที่จะเริ่มต้นวิถีชีวิตใหม่ โดยการสอนและการนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์แล้วหรือยัง?

8.# อฟ. 4:27 “อย่า​ให้​โอ​กาส​แก่​มาร”
1ปต. 5:8 “จง​ควบ​คุม​ตัว​เอง จง​ระวัง​ระไว​ให้​ดี ศัตรู​ของ​พวก​ท่าน​คือ​มาร ดุจ​สิงโต​คำ​ราม​เดิน​วน​เวียน​เที่ยว​เสาะ​หา​คน​ที่​มัน​จะ​กัด​กิน​ได้”

8.@ มารหาโอกาสโจมตีเรา แต่ถ้าเราไม่ให้โอกาสมัน มันก็โจมตีเราไม่ได้
วิธีไม่ให้โอกาสมาร คือ ให้โอกาสพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่จะสอนเรา นำเรา ในทุกสถานการณ์และทุกการตัดสินใจของชีวิต

9.# ​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์​เป็นผู้ประ​ทับ​ตราเรา​ไว้​ สำ​หรับ​วัน​ที่​จะ​ได้​รับความรอดเข้าสู่สวรรค์ พระองค์ทรงคอยสอนเรา เตือนเรา เราจึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะทำให้พระองค์เสียพระทัย โดยมีใจดื้อดึง ไม่เชื่อฟังคำสอนและคำเตือน จากพระองค์

9.@ วันนี้ เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเตือนสอนเรา เราตอบสนองอย่างไร?

10.# ​พระเจ้าทรง​กรุ​ณา ทรงสง​สาร และ​ทรง​ให้​อภัย​แก่​เรา ดังนั้นเราควรทำเช่นนั้นต่อกัน​และ​กันด้วย

10.@ วันนี้เรามีน้ำใจต่อผู้อื่น แสดงความเมตตาสงสารต่อผู้อื่น และให้อภัยผู้อื่น ใกล้เคียงพระเยซู มากยิ่งขึ้นกว่าเมื่อวานแล้วหรือยัง?

คำคม

“ ผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ ไม่ได้วัดกันที่คำพูด แต่วัดกันที่ความมั่นคงของจิตใจ ”

ขุมทรัพย์ เอเฟซัส 3

ภาพรวม

  • ในบทนี้ได้กล่าวถึงความล้ำลึกที่พระเจ้าบิดปังซ่อนเอาไว้จนถึงเวลากำหนด คือพระเจ้าให้มนุษย์สามารถเข้าส่วนในพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุดได้

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ความล้ำลึกที่พระเจ้าปิดบังไว้ จนกระทั่งพระเยซูคริสต์เสด็จมา คือ คนต่างชาติสามารถมีส่วนในพันธสัญญาของพระเจ้าได้ โดยทางพระเยซูคริสต์ (ข้อ 6)

1.@ พระเจ้าให้เราสามารถมีส่วนในพระสัญญาของพระเจ้าได้ โดยทางพระเยซูคริสต์ ทั้งที่เราไม่สมควรที่จะมีส่วนเลย
ขอบคุณพระเยซู

2.# พระเจ้าทรงปิดบัง ความล้ำลึกนี้ไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อให้เหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ จะ​ได้​รู้จัก​พระ​ปัญญา​อัน​มาก​ซับซ้อน​ของ​พระ​เจ้า​โดย​ทาง​คริสต​จักร​ใน​เวลา​นี้ (อฟ. 3:10)
นั่นคือ มนุษย์ธรรมดาสามารถเข้าส่วนร่วมกับพระเจ้า ในฤทธานุภาพของพระองค์ จนสามารถมีอำนาจในฝ่ายวิญญาณเหนือเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศทั้งสิ้นได้

2.@ คริสตจักร หรือผู้เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ สามารถมีสิทธิอำนาจเหนือเหล่าวิญญาณชั่วได้ เมื่อเราพึ่งพาฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าผู้ทรงสถิตในเรา

ได้เวลาแล้ว ที่เราจะใช้สิทธิอำนาจฝ่ายวิญญาณ ผ่านคำอธิษฐานของเรา
เพื่อไม่อนุญาตให้เหล่าวิญญาณชั่วทำลายครอบครัวของเรา คนที่เรารัก และบ้านเมืองที่เรารัก

3.# ใน อฟ. 3:12 กล่าวว่า โดยทางพระเยซูคริสต์นั้น ​เรา​จึง​มี​ความ​กล้า​และ​ความ​มั่นใจ​ที่​จะ​เข้า​เฝ้า​พระ​เจ้าได้ แม้ว่าตัวเราเองยังไม่ดี ยังผิดพลาดพลั้งไปในแต่ละวันของชีวิต

3.@ วันนี้ โดยพระเยซูคริสต์ผู้ทรงชำระบาปของเรา เราสามารถเข้าเฝ้าพระเจ้าได้ โดยปราศจากความกลัว
พระเจ้าจะไม่ลงโทษเรา พระองค์จะไม่ซ้ำเติมเรา พระองค์จะให้อภัยแก่เรา และจะทรงช่วยเราให้กลับเริ่มต้นชีวิตใหม่เสมอ
จงเข้ามาเฝ้าพระเจ้าเถิด

4.# ใน อฟ. 3:16 ชี้ให้เห็นว่า ​​ความ​เข้ม​แข็ง​ภาย​ใน​จิตใจของเรานั้น มาจาก​ฤทธา​นุภาพ​ของ​พระ​วิญ​ญาณ​บริสุทธิ์ ผู้ทรงสถิตอยู่ในเรา
ยิ่งคริสเตียนที่พึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์มากเท่าใด เขาก็ยิ่งมีจิตใจที่เข้มแข็งมากขึ้นเท่านั้น

4.@ วันนี้ หากจิตใจของเรา อ่อนแอเกินไป พ่ายแพ้ต่อบาปง่ายเหลือเกิน
เป็นไปได้ว่า เราละเลยการพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์ในการดำเนินชีวิตและการตัดสินใจต่างๆ หรือไม่ก็เราพึ่งพาพระองค์น้อยเกินไป

5.# อฟ. 3:17 “…พระ​คริสต์​ประ​ทับ​ใน​ใจ​ของ​ท่าน​โดย​ทาง​ความ​เชื่อ…”

ฤทธิ์อำนาจแห่งการทรงสถิตของพระเจ้าอยู่กับเราเสมอ เมื่อเรายังคงเชื่อมั่นว่าพระองค์ทรงอยู่กับเรา
หากเราสงสัยในการทรงสถิต พระเจ้ายังคงสถิตกับเรา แต่เราจะขาดฤทธิ์เดช อ่อนแอ หวาดกลัว พ่ายแพ้การทดลอง

5.@ ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นกัราก็ตาม จงยึดความเชื่อเอาไว้ให้มั่น
เชื่อมั่นว่า “ใช่แล้ว พระเจ้ายังคงสถิตอยู่กับฉัน”

6.# ใน อฟ. 3:19 สอนเราว่า ยิ่งเรา​ซาบ​ซึ้ง​ใน​ความ​รัก​ของ​พระ​คริสต์​ที่มีต่อเรามากเท่าใด เราก็จะได้​รับ​ความ​บริ​บูรณ์​ของ​พระ​เจ้า​อย่าง​เต็ม​เปี่ยมมากขึ้นเท่านั้น

6.@ ยิ่งซาบซึ้งความรักของพระเจ้า ยิ่งรักพระเจ้ามาก และยิ่งพบกับความบริบูรณ์ของพระคริสต์ที่ประทานให้แก่เราแล้วมากยิ่งขึ้น

พระเจ้าทรงประทานความรักยิ่งใหญ่และความบริบูรณ์เหลือล้นแก่เราแล้ว
แต่ถ้าเรายังไม่ซาบซึ้งความรักของพระองค์ เราก็จะไม่อาจรับรู้หรือเข้าใจสิ่งที่พระเจ้าประทานให้แก่เราแล้วนี้ได้

7.# ใน อฟ. 3:20 กล่าวว่า พระเจ้า​ทรง​สา​มารถ​ทำ​ทุก​สิ่ง​ได้​มาก​ยิ่ง​กว่า​ที่​เรา​ทูล​ขอ​หรือ​คิด โดย​ฤทธา​นุภาพ​ที่​ทำ​กิจ​อยู่​ภาย​ใน​เรา

บางครั้ง ยังไม่ทันขอ แค่คิด พระเจ้าก็ประทานให้แก่เราแล้ว
และฤทธิ์อำนาจที่ทำให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น ไม่ได้อยู่ห่างไกลเลย อยู่ภายในเราแล้ว

7.@ จงคิดสิ่งที่ดีสอดคล้องหัวใจของเพระเจ้า
จงขอสิ่งที่ปรารถนา
จงเชื่อว่าโดยพระเจ้าทุกอย่างจะสำเร็จเป็นจริงได้

คำคม

“ ยิ่งซาบซึ้งรักพระเจ้า กลับยิ่งรู้ว่าพระเจ้ารักมากกว่านั้นอีก ”

ขุมทรัพย์ เอเฟซัส 2

ภาพรวม

  • ในบทนี้กล่าวถึงชีวิตใหม่ที่เราได้รับในพระเยซูคริสต์ เป็นพระคุณของพระเจ้าที่ทรงประทานแก่เรา ดังนั้นเราสมควรดำเนินชีวตให้สมกับที่ได้รับพระคุณของพระเจ้า

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เมื่อ​ก่อนเราดำ​เนิน​ชีวิต​ใน​การ​บาป​ ตาม​วิถี​ของ​โลก​ ที่ใครๆเขาก็ทำกัน ซึ่งเบื้องหลังนั้นมาจากอิทธิพลของวิญญาณชั่ว​ใน​ฟ้า​อา​กาศ (อฟ. 2:2 )
การดำเนินชีวิตเช่นนี้ เราจึงอยู่ในความตาย และสมควรถูกลงโทษ

แต่โดยพระเมตตาของพระเจ้า เราผู้อยู่ในความตายและสมควรตาย จึงได้ถูกย้ายเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในพระเยซูคริสต์ และมีชีวิตร่วมกับพระองค์

1.@ เราสมควรตาย แต่วันนี้กลับได้ชีวิตใหม่ ไม่ใช่เพราะความดีของเรา แต่เพราะพระคุณของพระเจ้า ที่ประทานแก่เรา ทางพระเยซูคริสต์
เราควรใช้ชีวิตอย่างสำนึกพระคุณของพระเจ้า ไม่ทำให้พระองค์เสียพระทัย

2.# ใน อฟ. 2:7 กล่าว​ว่า “…​ใน​ยุค​ต่อๆ ไป พระ​องค์​จะ​ทรง​สำ​แดง​พระ​คุณ​อัน​อุดม​เหลือ​ล้น​ของ​พระ​องค์ ด้วย​พระ​กรุณา​ที่​มี​ต่อ​เรา​ใน​พระ​เยซู​คริสต์”
ในยุคนี้ เราก็ได้รับพระคุณมากมายจากพระเจ้าแล้ว
ปรากฏว่าสิ่งเหล่านั้น ยังเล็กน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับพระคุณที่เราจะได้รับในยุคต่อไป
พระคุัมภีร์ไม่ได้อธิบายรายละเอียดเอาไว้ แต่ต้องยิ่งใหญ่ อลังการ และสุดยอดมากอย่างแน่นอน

2.@ ขอบคุณพระเจ้า ผู้ประทานพระคุณแก่เราในวันนี้ และในอนาคตข้างหน้า

เราสมควรดำเนินชีวิตเต็มไปด้วยการขอบพระคุณของพระองค์

3.# เราได้รับความรอดโดยพระคุณของพระเจ้าเพราะความเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์
เป็นของขวัญจากพระเจ้า จึงไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์คนใดอาจจะอวดในความดีของตนได้เลย

3.@ วันนี้ ที่เราได้รับความรอดไม่ใช่เพราะว่าเราดี แต่เพราะพระเจ้าทรงแสนดี

4.# พระเจ้าทรงช่วยเราให้รอดพ้นบาป ไม่ใช่เพื่อเราจะได้ไปทำบาปตามใจชอบ แต่เพื่อให้เราทำความดี ให้สมกับเป็นผู้พ้นจากอิทธิพลของบาปแล้ว

4.@ เรารอดพ้นบาป เพื่อทำดี
ดังนั้น วันนี้สมควรที่เราจะทำทุกอย่างที่เป็นสิ่งดี

5.# ก่อนที่เราจะมาเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ เราไม่ใช่พลเมืองของพระเจ้าและไม่มีส่วนในพระสัญญาของพระเจ้า (อฟ. 2:12 )
แต่​บัด​นี้​โดย​พระ​เยซู​คริสต์ เราได้กลายมาเป็นพลเมืองของพระเจ้าแล้ว และมีส่วนในพระสัญญาทั้งสิ้นของพระองค์ เป็นคนในครอบครัวของพระเจ้าแล้ว(อฟ. 2:19)

5.@ คนอิสราเอลผู้เป็นคนบาป ได้รับการอภัย เข้าสู่ความสัมพันธ์กับพระเจ้าอีกครั้ง นั่นก็นับว่าเป็นพระคุณยิ่งใหญ่ของพระเจ้าแล้ว
แต่ยิ่งกว่านั้น เราผู้เป็นคนต่างชาติผู้เป็นคนบาป กลับได้รับการอภัย เข้าเป็นครอบครัวของพระเจ้า นับว่าเป็นพระคุณซ้อนพระคุณอันใหญ่หลวง ของพระเจ้าโดยแท้

6.# อฟ. 2:22 กล่าวว่า พระวิญญาณบริสุทธิ์กำ​ลัง​ก่อ​ร่าง​สร้าง​เราขึ้น​ ให้​เป็น​ที่​สถิต​ของ​พระ​เจ้า​

วันนี้พระเจ้าทรงสถิตกับเราแล้ว แต่เราเองก็ยังทำตัวไม่สมกับที่พระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย
ดังนั้นพระวิญญาณบริสุทธิ์ จึงช่วยเรา ก่อร่าง สร้าง จิตใจใหม่ นิสัยใหม่ ขึ้นในเรา เพื่อให้ชีวิตของเรา สมกับเป็นที่สถิตของพระเจ้า

6.@ พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงใช้ทุกเหตุการณ์ เพื่อพัฒนาชีวิตของเราให้เจริญเติบโตขึ้นในฝ่ายวิญญาณ
ดังนั้นไม่ว่าเราจะเผชิญกับเหตุการณ์อะไร จงพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์ ให้พระองค์เป็นผู้นำเรา สอนเรา ในการจัดการกับสถานการณ์นั้นๆเสมอ

คำคม

“ เมื่อรับพระคุณแล้ว จงดำเนินชีวิตโดยพึ่งพระคุณและขอบพระคุณ ”

ขุมทรัพย์ เอเฟซัส 1

ภาพรวม

  • พระธรรมเอเฟซัส เขียนโดย อ.เปาโล เขียนถึงคริสตจักรในเมืองเอเฟซัส ซึ่ง อ.เปาโล เป็นผู้ก่อตั้งขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อ​​​ให้​​​คริสเตียนที่นั่นเข้าใจ​​​พระ​ประสงค์​​​นิรันดร์​​​ของ​​​พระเจ้า เข้าใจเรื่อง​​​พระคุณ ​และแผนการ​​​แห่ง​​​ความ​รอด​ รวมถึงเข้าใจการ​​​ดำเนิน​​​ชีวิต​​​ใหม่​​​ใน​​​พระคริสต์​​​
  • บทนี้กล่าวถึงการทรงเรียกของพระเจ้า สำหรับเราทั้งหลาย ว่าเป็นพระคุณอันยิ่งใหญ่สำหรับเรา และพระเจ้ายังคงประทานพระคุณและพระพรอีกมากมายแก่เราทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# พระ​เจ้า​​ทรง​​ประทาน​พระ​พร​ฝ่าย​วิญญาณ​แก่​เรา​มากมาย ​โดยทางการเชื่อวางใจในพระเยซูพระ​คริสต์​

1.@ เมื่อเราเชื่อในพระคริสต์ มีพระพรเกิดขึ้นมากมายในชีวิตของเรา ทั้งที่เรามองเห็นและที่เราไม่สังเกตเห็น รวมทั้งพระพรที่จะมาถึงเราในอนาคตอีกด้วย

เราควรใช้ชีวิตด้วยการสรรเสริญ ขอบพระคุณพระเจ้า ในสารพัดพระพรที่มาสู่ชีวิตของเรา

2.# พระเจ้าทรงรักเราก่อนที่จะเริ่มสร้างโลกเสียอีก นั่นชี้ให้เห็นว่า พระองค์รักเรา ไม่ใช่เพราะการกระทำใดๆของเราเลย เพราะก่อนที่เราจะมีตัวตน ก่อนที่เราจะได้ทำอะไร พระองค์ก็ทรงรักเราแล้ว

2.@ วันนี้ ไม่ว่าเราจะเป็นเช่นไร พระบิดายังคงรักเรา
หากแม้ว่าเรากำลังเดินถอยห่างจากพระองค์ ความรักของพระองค์ที่มีต่อเราก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงเลย
พระองค์ปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเห็นเรา กลับมาหาพระองค์อีกครั้ง

วันนี้ ไม่ว่าเราเป็นเช่นไร จงเชื่อมั่นในความรักของพระบิดาว่า พระองค์ยังคงรักเราอย่างไม่เสื่อมคลาย

3.# อฟ. 1:7 “​ใน​พระ​เยซู​นั้น เรา​ได้รับ​การ​ไถ่​บาป​โดย​พระ​โลหิต​ของ​พระ​องค์ คือ​ได้รับ​การ​อภัย​โทษ​บาปของ​เรา​โดย​พระ​กรุณา​อัน​อุดม​ของ​พระ​องค์​”

3.@ โดยทางพระเยซูคริสต์ บาปทั้งสิ้นที่เราเคยทำมาได้รับการอภัยอย่างสิ้นเชิงแล้ว
สิ่งนี้สำหรับผู้เชื่อวางใจในพระเยซู

ถ้าคริสเตียนคนใด ไม่มั่นใจว่า บาปของเขาได้รับการอภัยแล้วอย่างสิ้นเชิง
ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ เขายังไม่ได้เป็นผู้เชื่อวางใจในพระเยซูจริงๆ เขาเป็นเพียงแค่คริสตศาสนิกชน เท่านั้นเอง

4.# อฟ. 1:9 ​”พระ​เจ้า​ได้​ทรง​โปรด​ให้​เรา​รู้​ความ​ล้ำ​ลึก​ใน​พระ​ทัย​ของ​พระ​องค์ ตาม​พระ​เจตนารมณ์​ของ​พระ​องค์ ซึ่ง​พระ​องค์​ทรง​ดำริ​ไว้​ใน​พระ​คริสต์​”

4.@ โดยการเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ พระเจ้าได้ทำให้เราสามารถเข้าใจความล้ำลึกของพระทัยของพระเจ้าได้ โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ทำงานในใจของเราผ่านพระคำของพระเจ้า

ใครก็ตามไม่ได้เชื่อวางใจในพระเยซูจริงๆ ไม่ว่าเขาจะอ่านพระคัมภีร์สักกี่รอบ ก็ไม่มีทางเห็นความล้ำลึกของพระทัยของพระเจ้าได้เลย

วันนี้ เราเห็นความล้ำลึกของพระทัยพระเจ้า ผ่านพระคัมภีร์ บ้างแล้วหรือยัง?

5.# เมื่อเราเชื่อ​วางใจ​ใน​พระ​เยซูคริสต์ พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​ได้เข้ามาในชีวิตของเรา เป็นดังมัดจำแห่งสวรรค์ว่า เราจะเข้าในแผ่นดินสวรรค์ได้อย่างแน่นอน

5.@ คนที่เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์จริงๆ เขาจะมั่นใจอย่างไม่สงสัยเลยว่า เขาจะได้เข้าในแผ่นดินสวรรค์อย่างแน่นอน
คนที่ไม่มั่นใจว่า เขาจะได้เข้าสวรรค์หรือไม่ สรุปได้เลยว่า เขายังไม่ได้เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์จริงๆ
แต่ก็มีบางคนที่เชื่อมั่นว่า เขาจะได้เข้าสวรรค์อย่างแน่นอน แต่เขาเองจะไม่ได้เข้าสวรรค์ (มธ. 7:22) เพราะเขาไม่เชื่อวางใจในพระเยซูจริงๆ แต่คิดไปเองว่า พวกเขาจะได้เข้าสวรรค์เพราะเหตุผลอื่นๆ

วันนี้ เราเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ จริงๆ สำหรับการรอดพ้นบาปของเรา แล้วหรือยัง?

6.# ใน อฟ.1:17-18 อ.เปาโล อธิษฐาน​ว่า ขอ​ให้พระเจ้า​ให้​คริสตจักรเอเฟซัส มี​จิตใจ​อัน​ประกอบด้วย​สติปัญญา และ​ความ​ประจักษ์​แจ้ง​ใน​เรื่อง​ความ​รู้​ถึง​พระ​องค์​ และ​ขอ​ให้​ตา​ใจ​​สว่าง​ขึ้น เพื่อ​​จะ​ได้​รู้​ ความหวังแห่งการ​ทรง​เรียก​ว่า มี​สง่า​ราศี​อัน​อุดม​บริบูรณ์​เพียงไร​

6.@ ยิ่งเรารู้ว่า สิ่งที่พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมให้แก่เรานั้น เต็,ด้วยสง่าราศีมากเพียงใด
เราก็จะยิ่งรักพระองค์ และ ยิ่งดำเนินชีวิตในโลกนี้เพื่อถวายพระเกียรติแด่พระองค์

เราสามารถรับรู้สง่าราศีนั้นได้ จากการอ่านพระคัมภีร์ด้วยความเชื่อ โดยความช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์

7.# ​ฤท​ธา​นุ​ภาพ​ของ​พระเจ้าสำ​หรับ​เรา​ที่​เชื่อ​นั้น มีมากยิ่งนัก เป็นฤทธิิ์เดชเดียวกันกับที่ทรงชุบพระเยซูให้เป็นขึ้นมาจากความตาย (ข้อ 19-20)

7.@ ฤทธานุภาพของพระเจ้าทรงสถิตกับเราทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งเราสามารถใช้ฤทธิ์อำนาจนี้ได้ โดยความเชื่อ ตามการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์

8.# ใน อฟ. 1:22 กล่าวว่า พระ​เจ้า​ทรง​ปราบ​ทุก​สิ่ง​ รวมทั้งภูตผีต่างๆ ลง​ไว้​ใต้​พระ​บาท​ของ​พระ​คริสต์ และ​พระ​คริสต์​ทรงเป็นศรีษะของคริสต​จักร​
ดังนั้นคริสตจักรจึงมีอำนาจเหนือภูตผีทั้งสิ้น โดยฤทธิ์อำนาจของพระเยซู

8.@ คริสตจักร และผู้เชื่อทั้งหลาย สมควรใช้สิทธิอำนาจ ที่พระเยซูทรงประทานให้ ปลดปล่อยผู้คนจากการถูกผูกมัดของวิญญาณชั่ว นำพาพวกเขาให้มาถึงความรอดในพระเยซูคริสต์

คำคม

“ ชีวิตในพระคริสต์ เต็มไปด้วยพระพรฝ่ายวิญญาณทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ”

ขุมทรัพย์ กาลาเทีย 6

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโล ลักษณะการดำเนินชีวิตคริสเตียน ว่า ควรทำสิ่งดีแก่ผู้อื่น โดยเฉพาะกับพี่น้องคริสเตียนด้วยกัน และเน้นย้ำว่า สิ่งที่เราควรภาคภูมิใจคือข่าวประเสริฐ และสิ่งสำคัญที่สุดคือ การถูกสร้างใหม่โดยพระเจ้า

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# กท. 6:1 กล่าวว่า ถ้า​จับ​คนที่ทำผิด​ประ​การ​ใด​ได้ ไม่ควรซ้ำเติม แต่ควร​ช่วย​คน​นั้นอย่างอ่อนสุภาพ ให้สามารถกลับตัวกลับใจ เริ่มต้นชีวิตใหม่ ​
แต่ขณะเดียวกันก็ต้องคอยระวังตัวเอง ไม่ให้ถูกชักจูงเข้าไปสู่ความผิดนั้นเสียเอง​ด้วย

1.@ เมื่อพบคนทำผิด ควรให้โอกาสเขา พยายามช่วยเขาให้กลับใจ
แต่ก็ต้องระวังไม่ให้ตนเองตกเข้าไปในการทดลอง

2.# กท. 6:2 บอกให้ “จง​ช่วย​รับ​ภาระ​ของ​กัน​และ​กัน” แต่ขณะเดียวกัน กท. 6:5 กล่าว่า “…​แต่​ละ​คน​ต้อง​รับ​ภาระ​ของ​ตัว​เอง”

2.@ เราสมควรช่วยแบกภาระของพี่น้องตามสมควร
แต่ในขณะเดียวกันต้องให้เขาเรียนรู้ที่จะต้องแบกภาระของตนเองด้วย

เราช่วยเท่าที่ช่วยได้ ที่เหลือ เขาต้องรับผิดชอบตัวเอง

3.# คนที่หลงตัวเอง คือ คนที่คิดว่าตนเองสำคัญกว่าที่เป็นจริงๆ
บางคนอาจจะเก่งหรือดีกว่าผู้อื่นในบางด้าน
พอเอาตัวเองไปเปรียบกับผู้อื่นจึงเข้าใจผิดคิดว่าตนดีเลิศแล้ว
ความจริงแล้ว เราไม่ควรเอาตัวเองไปเปรียบกับผู้อื่น เพราะแต่ละคนถูกสร้างมาไม่เหมือนกัน
แต่ควร​สำ​รวจ​การ​กระ​ทำ​ของ​ตน​เอง ว่าได้ทำอย่างสัตย์ซื่อ ได้ทำอย่างเต็มที่แล้วหรือยัง และมีสิ่งใดที่ต้องพัฒนาขึ้นไปอีก

3.@ คนที่ชอบเอาตัวไปเปรียบกับคนอื่น จะประเมินการกระทำของตนผิดพลาดไป
เราควรสำรวจการกระทำของตัวเอง ว่า เราควรจะทำอย่างไรเพื่อให้ทำได้ดียิ่งกว่าปัจจุบันนี้

4.# กท. 6:6 “ส่วน​คน​ที่​รับ​การ​สอน​พระ​วจนะ จง​แบ่ง​สิ่ง​ดี​ทุก​อย่าง​ให้​แก่​คน​ที่​สอน​ตน​เถิด”

พระเจ้าชอบให้เรากตัญญู ดังนั้นเราสมควรทำสิ่งดี มอบสิ่งดี แก่ผู้ที่สอนเรา หรือดูแลเอาใจใส่จิตวิญญาณของเรา เช่น ศิษยาภิบาลของเรา

4.@ วันนี้ เราทำอะไรให้แก่ศิษยาภิบาลของเรา เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณพวกเขาแล้วหรือยัง?

5.# ใน กท. 6:7 กล่าวว่า “…ใคร​หว่าน​อะไร​ลง ก็​จะ​เก็บ​เกี่ยว​สิ่ง​นั้น”
พระเจ้าผู้ทรงทราบทุกสิ่ง จะเป็นผู้ประทานแก่เรา ตามที่เราได้หว่านลงไปนั้น

คนที่ทุ่มเทเวลา พลัง ลงไปกับบาปหรือการทำตามใจปรารถนาของตนเอง จะพบความสูญเปล่า ไร้ค่า
คนที่ทุ่มเทเวลา พลัง ลงไปกับเรื่องฝ่ายวิญญาณ และการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า จะพบกับชีวิตนิรันดร์ และบำเหน็จนิรันดร์

5.@ วันนี้ เรากำลังใช้เวลา พลัง ความสามารถ และสิ่งที่เรามี ทุ่มเทให้กับสิ่งใด?
สิ่งนั้นจะมั่นคง ถาวรมากแค่ไหน?

6.# กท. 6:9 “อย่า​ให้​เรา​เมื่อย​ล้า​ใน​การ​ทำ​ดี เพราะ​ว่า​ถ้า​เรา​ไม่​ท้อ​ใจ​แล้ว เรา​ก็​จะ​เก็บ​เกี่ยว​ใน​เวลา​อัน​สม​ควร”

ในการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ให้เรารู้ว่าในเวลาอันสมควร พระเจ้าผู้ทรงสัตย์ซื่อจะประทานการเกิดผลดีอย่างน่าชื่นใจเพราะการกระทำนั้น แก่เรา อย่างแน่นอน

6.@ สัตย์ซื่อต่อไป อย่ายอมแพ้ รางวัลกำลังออกเดินทางมาแล้ว

7.# กท. 6:10 “…​เมื่อ​เรา​มี​โอ​กาส ให้​เรา​ทำ​ดี​ต่อ​ทุก​คน และ​เฉพาะ​อย่าง​ยิ่ง ต่อ​คน​ที่​เป็น​สมา​ชิก​ของ​ครอบ​ครัว​แห่ง​ความ​เชื่อ”

พระเจ้าประสงค์ให้เราทำการดีอยู่เสมอ และพระองค์ชื่นใจเป็นพิเศษเมื่อเราทำการดีต่อลูกของพระองค์

7.@ จงทำสิ่งดี แก่ทุกคน และขยันทำดีต่อลูกของพระองค์

8.# ใน กท. 6:14 อ.เปาโล กล่าวว่า เรื่องเดียวที่เขาปรารถนาจะอวด คือ
เรื่อง​กาง​เขน​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​ ซึ่งโดยกางเขนนั้นทำให้ อ.เปาโล ตัดสัมพันธ์กับค่านิยมของโลก เข้ามาสัมพันธ์สนิทกับพระเจ้า

8.@ เรื่องข่าวประเสริฐ เรื่องไม้กางเขน เป็นเรื่องที่คริสเตียนทุกคนควรภาคภูมิใจ ควรประกาศออกไป
คนอื่นจะคิดอย่างไรก็ช่างก็ฉันเชื่อแบบนี้ และภูมิใจที่ได้เชื่อในข่าวประเสริฐนี้

9.# ใน กท. 6:15 อ.เปาโล กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิตคริสเตียน ไม่ใช่การได้รับความยอมรับจากมนุษย์เนื่องจากการทำศาสนพิธีใดๆ แต่เป็นการ​ที่​เราได้รับการ​สร้าง​ใหม่​

9.@ วันนี้ เราเป็นคริสเตียนที่ถูกสร้างใหม่ โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์แล้วหรือยัง?

คำคม

“ในพระคริสต์ ถ้าเราไม่ยอมแพ้เสียก่อน เราจะรับชัยชนะแน่นอน”

ขุมทรัพย์ กาลาเทีย 5

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโลพูดถึงผู้เชื่อว่ามีเสรีภาพในพระวิญญาณ ไม่ได้อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ และมีสิทธิเลือกไม่อยู่ใต้เนื้อหนัง แต่อยู่ใต้พระวิญญาณ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# โดยพระเยซูคริสต์ เราได้รับการไถ่ พ้นทาส เป็นไทแล้ว
เราควรจะตั้งมั่นในเสรีภาพนั้น ไม่ถอยหลังกลับไปดำเนินชีวิตเป็นทาสของบาปหรือของธรรมบัญญัติอีก

1.@ วันนี้ เราไม่จำเป็นต้องดิ้นรน หรือพยายามทำอะไร เพื่อให้เราพ้นบาป เพื่อให้เราเป็นคนชอบธรรมอีกต่อไป เพราะพระเยซูทำให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว
เพียงแต่เราจะยึดมั่นในความเชื่อว่าเราได้รับแล้วจริงๆ โดยความเชื่อนี้จะนำให้เราดำเนินชีวิตสมกับเป็นคนที่เป็นคนชอบธรรมแล้ว

2.# ใน กท. 5:4 อ.เปาโล หากเราพยายามจะ​ถูก​ชำระ​ให้​ชอบ​ธรรม​โดยการพยายามทำตาม​ธรรม​บัญ​ญัติ เราก็​หล่น​จาก​พระ​คุณ​ไป​เสีย​แล้ว และถูก​ตัด​ขาด​จาก​พระ​คริสต์

ถ้าพยายามด้วยตนเอง จะหล่นจากพระคุณ
ต้องถ่อมตัวลง ยอมรับความจริงว่าเราไม่อาจทำได้ด้วยตนเอง แล้วรับพระคุณของพระเจ้าด้วยความเชื่อ

2.@ คริสเตียนไม่ควรพยายามทำตัวเป็นคนดี
แต่ควรขอพระเจ้าเปลี่ยนจิตใจภายในของเราให้เป็นคนดี แล้วจะสะท้อนออกมาเป็นการทำดี

3.# กท. 5:5 “…​โดย​พระ​วิญ​ญาณ​และ​ความ​เชื่อ เรา​ก็​รอ​คอย​ความ​ชอบ​ธรรม​ที่​เรา​หวัง​ว่า​จะ​ได้​รับ”

ชึ้ให้เห็นว่า ความชอบธรรมอย่างสมบูรณ์ยังไม่ได้เกิดขึ้นกัยเราในวันนี้
วันนี้เราชอบธรรมทางกฏหมายเรียบร้อยแล้ว(ทางนิตินัย)
แต่การดำเนินชีวิตของเรา(ทางพฤตินัย)ยังไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงให้ชอบธรรมอย่างสมบูรณ์ทั้งหมด
เรากำลังรอคอยวันนั้น วันที่เราเป็นขึ้นมาจากความตาย แล้วเราจะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่โดยสมบูรณ์
การรอคอยนี้ อาศัย พระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้สถิตในเรา สอนเรา นำเรา เราจึงมั่นใจว่า ในวันสุดท้ายพระองค์จะเปลี่ยนแปลงเราใหม่ เป็นกายใหม่เหมือนที่พระองค์ทรงกระทำกับพระเยซูคริสต์
และการรอคอยนี้ อาศัย ความเชื่อ แม้เรายังไม่เห็น แต่โดยความเชื่อเราก็มั่นใจในความหวังว่าจะรับการเปลี่ยนแปลงนี้

3.@ วันนี้ เราเป็นคนชอบธรรมแล้วในสายพระเนตรของพระเจ้า โดยทางพระเยซูคริสต์
แต่พฤติกรรมของเรา หลายอย่าง ยังห่างไกลกับสิ่งที่คนชอบธรรมเขาประพฤติกัน
ดังนั้นพระวิญญาณบริสุทธิ์ จึงประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงเรา ในวันนี้
เพื่อให้ชีวิตของเราสมกับเป็นคนชอบธรรมมากยิ่งขึ้น
(อย่างน้อยก็ใกล้เคียงขึ้นอีกหน่อย)

เราผู้เป็นผู้ชอบธรรมแล้ว จึงสมควรดำเนินชีวิตตามการสอนและการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่ตลอดเวลา

4.# ใน กท. 5:6 ชี้ให้เห็นว่า สำหรับคนที่ผู้อยู่​ใน​พระ​เยซู​คริสต์​นั้น การกระทำตามพิธีกรรมของศาสนาไม่สำคัญอะไรเลย แต่​ความ​เชื่อ​ซึ่ง​แสดง​ออก​เป็น​การ​กระ​ทำ​ด้วย​ความ​รัก​นั้น​สำ​คัญ

4.@ สิ่งที่สำคัญในสายพระเนตรของพระเจ้า คือ ความเชื่อ ซึ่งความเชื่อแท้จะแสดงออกเป็นการกระทำที่เต็มไปด้วยความรัก

5.# ใน กท. 5:8 ชี้ให้เห็นว่า การ​ชัก​ชวน​ใดๆก็ตาม ที่ชวนให้เราละทิ้งความจริงแห่งข่าวประเสริฐ การชักชวนนั้นไม่​ได้​มา​จาก​พระ​เจ้า

5.@ วิธีแยกแยะวิธีหนึ่ง เพื่อให้รู้ว่า คำสอนใดไม่ได้มาจากพระเจ้าแน่ๆก็คือ ถ้าคำสอนใดบิดเบือนความจริงในข่าวประเสริฐ มั่นใจได้เลยว่าคำสอนนั้นไม่ได้มาจากพระเจ้า แต่มาจากมาร

6.# กท. 5:9 “เชื้อ​เพียง​เล็ก​น้อย​ย่อม​ทำ​ให้​แป้ง​ดิบ​ฟู​ขึ้น​ได้​ทั้ง​ก้อน”
หากเราปล่อยปละละเลย บาปโดยไม่จัดการใดๆกับมัน แม้มันจะเป็นบาปเพียงเล็กน้อย
ในที่สุดมันจะนำปัญหาใหญ่มาสู่ชีวิตได้

6.@ เมื่อรู้ตัวแล้ว อย่ารอช้า จงรีบกลับใจในทันที

7.# ใน กท. 5:13 อธิบายว่า เราได้รับเสรี​ภาพโดยทางพระเยซูคริสต์
เราไม่ควรใช้เสรีภาพ​เพื่อทำสิ่งที่พระเยซูเกลียด คือ ทำบาป
แต่ควร​ใช้​เสรี​ภาพ​นั้นเพื่อ​ทำ​สิ่งที่พระเยซูชื่นใจ คือ ​รับ​ใช้​กัน​และ​กัน​ด้วย​ความ​รัก​

7.@ วันนี้ พระเยซูประทานเสรีภาพให้แก่เราแล้ว ที่จะไม่ต้องถูกฟ้องผิดเมื่อผิดพลาดพลั้งบาป
เราสมควรสมนึกพระคุณของพระองค์ ใช้พลังที่ได้จากการมีเสรีภาพนี้ ทำเพื่อพระเจ้า
โดยการปรนนิบัติลูกของพระองค์ด้วยความรัก

8.# กท. 5:14 “…​ธรรม​บัญ​ญัติ​ทั้ง​สิ้น​นั้น​สรุป​ได้​เป็น​คำ​เดียว คือ​ว่า จง​รัก​เพื่อน​บ้าน​เหมือน​รัก​ตน​เอง”
ถ้าเรารักเพื่อนบ้านจริงๆ เราก็จะไม่ทำผิดธรรมบัญญัติเลย เราจะไม่ทำร้ายเพื่อนบ้าน และ เราจะไม่ทำสิ่งใดให้เพื่อนบ้านสะดุด

8.@ คนที่เชื่อวางใจในพระเยซู ก็มีเสรีภาพ พ้นจากกฏของบาปและธรรมบัญญัติ และเขาจะมีพระวิญญาณบริสุทธิ์สถิตในเขา
ดังนั้นโดยการช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระองค์จะทรงช่วยให้เขารักเพื่อนบ้านได้อย่างจริงใจ จึงเป็นผลให้ เขาสามารถทำตามธรรมบัญญัติได้อย่างครบถ้วน

9.# กท. 5:15 “…​ถ้า​ท่าน​กัด​และ​กิน​เนื้อ​กัน​และ​กัน จง​ระวัง​ให้​ดี ท่าน​จะ​ย่อย​ยับ​ไป​ด้วย​กัน”

9.@ หากเรารักกัน เราจะได้รับพระพรร่วมกัน
หากเรามัวแค่หาช่อง กล่าวโทษ โจมตีกันและกัน เกรงว่าจะตกที่นั่งลำบากไปตามๆกัน

ถ้าเขาทำผิดกับเรา แล้วไม่ยอมกลับใจ เขาจะโดนจัดการ แต่เราจะได้รับพระพร
แต่ ถ้าเขาทำผิดกับเรา แล้วไม่ยอมกลับใจ เราก็เลยทำผิดกับเขาบ้าง แบบนี้จะโดนทั้งคู่

10.# กท. 5:17 “…​ความ​ต้อง​การ​ของ​เนื้อ​หนัง​ขัด​แย้ง​พระ​วิญ​ญาณ และ​พระ​วิญ​ญาณ​ก็​ขัด​แย้ง​เนื้อ​หนัง เพราะ​ทั้ง​สอง​ฝ่าย​ต่อ​สู้​กัน …”

ในชีวิตของผู้เชื่อมีพระวิญญาณบริสุทธิ์ และ เนื้อหนัง อยู่ภายใน
ทั้งสองต่อสู้กัน ไม่ได้หมายความว่า เนื้อหนังเก่งเท่าพระวิญญาณ จึงสู้พระวิญญาณได้
แต่หมายถึง ในแต่ละสถานการณ์ของชีวิตนั้น เราจะเลือกเชื่อฟังใครมากกว่ากัน

เมื่อเราเลือกเชื่อฟังพระวิญญาณ เราก็ไม่อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ(ข้อ18) และจะไม่ทำตามเนื้อหนัง(ข้อ16)
และเมื่อเราเชื่อฟังพระวิญญาณ ผลของพระวิญญาณก็จะปรากฏในชีวิตของเรา ซึ่งผลเหล่านั้น ไม่ผิดธรรมบัญญัติเลย(ข้อ23)
แต่ถ้าเราเลือกเชื่อฟังเนื้อหนัง เราก็กลับไปอยู่ใต้ธรรมบัญญัติ และไม่เดินทางพระวิญญาณ
ผลของเนื้อหนังก็จะปรากฏในชีวิตของเรา ซึ่งผลเหล่านั้นทั้งหมดล้วนผิดธรรมบัญญัติ(ข้อ19-21)

แต่เราทั้งหลายผู้เชื่อวางใจในพระเยซู พระเยซูได้เป็นตัวแทนของเรารับโทษบาปถูกตรึงตายที่กางเขนแล้ว นั่นแสดงว่า เนื้อหนังของเราก็ได้ถูกตรึงไว้ที่กางเขนร่วมกับพระคริสต์แล้ว เนื้อหนังหมดฤทธิ์แล้ว เราไม่จำเป็นต้องทำตามเนื้อหนังอีกต่อไป

เรามีชีวิตใหม่แล้วโดยพระวิญญาณ ดังนั้น “ถ้า​เรา​มี​ชีวิต​อยู่​โดย​พระ​วิญ​ญาณ ก็​จง​ดำ​เนิน​ชีวิต​ตาม​พระ​วิญ​ญาณ​ด้วย” กท. 5:25

10.@ เราผู้อยู่ในพระคริสต์ บางครั้งเนื้อหนังหรือตัวเก่าของเรา อาจเรียกร้องให้เราทำบางอย่างตามประสงค์ของมัน แต่เราไม่จำเป็นต้องเชื่อฟังมันอีกต่อไป
เรามีชีวิตใหม่โดยพระวิญญาณแล้ว ดังนั้นเราจะดำเนินชีวิตใหม่ตามการสอน การนำของพระวิญญาณ และเมื่อเป็นเช่นนั้นการงานของเนื้อหนังก็จะไม่มีอิทธิพลต่อชีวิตของเราอีกต่อไป

สรุปง่ายๆ “จะทำอะไรปรึกษาพระวิญญาณก่อนเสมอ”

คำคม

“เกาะติดพระวิญญาณ การงานเนื้อหนังจะถูกขจัดออกไป”

ขุมทรัพย์ กาลาเทีย 4

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโลชี้ให้คริสตจักรกาลาเทียเห็นว่า พวกเขาเป็นไทแล้วโดยพระเยซูคริสต์ ไม่สมควรที่จะดำเนินชีวิตเป็นทาสของบาปหรือภูตผีอีกต่อไป

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เมื่อก่อนมนุษย์ตก​เป็น​ทาส​อยู่​ใต้​บัง​คับ​ของ​ภูต​ผี​ที่​ครอบงำ​ของ​จักร​วาล (ข้อ 3)
แต่เมื่อถึงเวลากำหนด พระเยซูเสด็จมาช่วยเรา ให้พ้นทาส กลายมาเป็นบุตรของพระเจ้า (ข้อ4,5)
เมื่อเราเป็นบุตรของพระเจ้าแล้ว พระ​เจ้าจึง​ทรง​ใช้​พระ​วิญ​ญาณ​แห่ง​พระ​บุตร​ของ​พระ​องค์ เข้า​มา​ใน​ใจ​ของ​เรา (ข้อ6)
เป็นการยืนยัน รับรองว่า เราเป็นบุตรของพระเจ้าแล้วจริงๆ

1.@ ทุกคนที่มีพระวิญญาณของพระเจ้า ในชีวิตของเขา
คนนั้นเป็นบุตรของพระเจ้าอย่างแน่นอน
และ เขาพ้นจากการเป็นทาสของธรรมบัญญัติ ,ทาสของวิญญาณชั่ว และทาสของบาปแล้ว อย่างแน่นอน

วันนี้ เราเป็นลูกของพระเจ้าแล้ว
วันนี้ เราเป็นครนชอบธรรมแล้ว
จงชื่นชมยินดีอย่างยิ่งเถิด

2.# อ.เปาโล เตือนคริสตจักรกาลาเทียว่า พวกเขาได้เป็นลูกของพระเจ้าแล้ว พ้นจากการเป็นทาสแล้ว
ทำไมพวกเขาจึงกลับไปสมัครเป็นทาสของวิญญาณชั่วอีก โดยการไปตามอย่างพวกที่นับถือวิญญาณชั่วเหล่านั้น(ข้อ 9 )

2.@ วันนี้ เราพ้นทาส เป็นไทในพระเยซูคริสต์แล้ว
อย่าให้เราหันกลับไป ทำในสิ่งที่คนที่เป็นทาสของสิ่งเหล่านั้น ทำกันอีกเลย

3.# ใน กท. 4:10-11 อ.เปาโล เตือนว่า หากคริสตจักรกาลาเทีย ยังคง​ถือ​วัน เดือน ฤดู และ​ปี ถือว่าวันนี้ สำคัญกว่าวันนั้น เกรงว่าสิ่งที่ อ.เปาโลทำมาเพื่อพวกเขาจะสูญเปล่าไป โดยพวกเขาจะหันกลับไปทำตามทางเดิมที่เคยทำมานั้น

3.@ ทุกวัน สำหรับผู้เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ เป็นวันที่ดี
เราจึงไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องฤกษ์ยาม และไม่จำเป็นต้องยกย่องวันใดให้สำคัญกว่าวันอื่นๆ

วันคริสตมาส หรือ วันศุกร์ประเสริฐ หรือ วันฟื้นคืนพระชนม์ โดยตัวของวันเองนั้นไม่สำคัญอะไรเลย แต่สิ่งที่สำคัญคือ ความหมายและสิ่งที่เกิดขึ้นในวันเหล่านั้นต่างหากที่สำคัญ

ดังนั้น ในการจัดพิธีในวันเหล่านี้ เราไม่ได้จัดเพราะเป็นวันสำคัญ แต่จัดเพื่อระลึกถึงสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่ได้เกิดขึ้นในวันเหล่านี้

4.# อ.เปาโล เตือนคริสตจักรกาลาเทียว่า บางคนเอาอกเอาใจพวกเขา ไม่ใช่เพราะหวังดี แต่เพื่อหวังผลประโยชน์จากพวกเขา โดยอยากจะชักนำพวกเขาออกจากข่าวประเสริฐแท้

4.@ บางคนอาจจะดูเหมือนหวังดีต่อเรา แต่หากการกระทำของเขาพยายามชักนำออกจากความสัมพันธ์กับพระเจ้า หรือออกจากความเชื่อในข่าวประเสริฐ
ฟันธงได้เลย นั่นไม่ใช่การหวังดีที่แท้จริง

5.# กท. 4:21-31 อ.เปาโล เปรียบเทียบว่า อิชมาเอล ลูกของอับราฮัมที่เกิดจากนางฮาการ์หญิงทาสนั้น เป็นลูกที่ได้มาตามปกติ
แต่อิสอัค ลูกของอับราฮัมที่เกิดจากนางซาราห์หญิงที่เป็นไทนั้น เป็นลูกที่ได้มาตามพระสัญญา
และลูกที่เกิดมาตามพระสัญญานั้นเป็นผู้ได้รับพระพร

5.@ หากเรายังเป็นทาสของธรรมบัญญัติ เราไม่อาจเป็นผู้รับพระพรได้
แต่บัดนี้เราเป็นไทโดยพระเยซูคริสต์แล้ว เราจึงเป็นผู้ที่จะได้รับพระพรจากพระเจ้า

แม้เราเป็นคริสเตียนแล้ว แต่ยังถูกฟ้องผิดโดยธรรมบัญญัติ เกี่ยวกับความผิดในอดีตที่เราเคยทำผ่านมา เราไม่อาจจะรับพระพรจากพระเจ้าได้อย่างเต็มที่
วันนี้ สมควรที่เราจะเชื่ออย่างสุดใจว่า บาปของเราทั้งสิ้นได้รับการอภัยแล้ว เราเป็นไทแล้ว เพื่อเราจะได้รับพระพรจากพระเจ้าอย่างบริบูรณ์

คำคม

“ไม่มีวันเป็นไท จนกว่าจะเชื่ออย่างสุดใจ ว่าได้รับการอภัยแล้ว”

ขุมทรัพย์ กาลาเทีย 3

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโล อธิบายให้คริสตจักรกาลาเทีย เข้าใจว่า โดยความเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ เราทั้งหลายได้พ้นจากการอยู่ใต้กฏของธรรมบัญญัติแล้ว

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# อ.เปาโล เตือน คริสตจักรกาลาเทีย ว่า
พระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาในชีวิตของเรา เมื่อเราเชื่อข่าวประเสริฐแล้วต้อนรับพระเยซูเข้ามาในชีวิตของเรา
ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการทำตามธรรมบัญญัติเลย
บัดนี้ เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตในเราแล้ว
ทำไมเราถึงจะละทิ้งการพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์
แล้วย้อนกลับไปพึ่งพาการทำตามธรรมบัญญัติ เพื่อให้พระเจ้าทรงพอพระทัยอีกเล่า?

1.@ วันนี้ เราเป็นคนชอบธรรมแล้ว โดยการเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ และพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตกับเรา
ดังนั้นการดำเนินชีวิตเพื่อให้เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า จึงไม่ใช่การพยายามทำตามกฏเกณฑ์ต่างๆ แต่เป็นการดำเนินชีวิตตามการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์

2.# ใน กท. 3:9 “คน​ที่​เชื่อ​จึง​ได้​รับ​พร​ร่วม​กับ​อับ​รา​ฮัม​ผู้​ซึ่ง​เชื่อ”
เมื่ออับราฮัมเชื่อวางใจในพระเจ้าผู้ทรงเปิดเผยพระองค์เองแก่อับราฮัม เขาจึงได้รับพระพร
เมื่อเราเชื่อวางใจในพระเยซูผู้ทรงสำแดงพระบิดาแก่เรา เราจึงได้รับพระพร เช่นเดียวกับอับราฮัม

2.@ วันนี้ เราสามารถได้รับพระพรได้ ไม่ขึ้นอยู่กับการกระทำ แต่ขึ้นอยู่กับความเชื่อว่า โดยพระเยซูเราจึงเป็นผู้ชอบธรรมแล้ว และโดยความเชื่อเช่นนั้นเอง จะสะท้อนออกมาเป็นการกระทำที่ชอบธรรมสมกับที่เชื่อ

3.# ใน กท. 3:12 กล่าวว่า “​ธรรม​บัญ​ญัติ​ไม่​ได้​อาศัย​ความ​เชื่อ เพราะผู้​ที่​ประพฤติ​ตาม ธรรม​บัญ​ญัติ ก็​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​โดย​ธรรม​บัญ​ญัติ​นั้น”
หมายถึง การทำตามธรรมบัญญัติไม่ต้องอาศัยความเชื่อวางใจในพระเจ้าว่าจะทรงเมตตาเขา เพราะเขาจะได้รับเมตตาและพ้นการลงโทษแน่ หากเขาทำตามธรรมบัญญัติได้ครบถ้วน

ด้วยเหตุนี้ การพยายามทำตามกฏกติกาของศาสนา ในมุมหนึ่งดูเหมือนเป็นสิ่งที่ดีมาก
แต่ในอีกมุมหนึ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความเย่อหยิ่งยโสอย่างยิ่ง ที่คิดว่า ตนเองจะสามารถทำตามธรรมบัญญัติได้

3.@ เราควรถ่อมใจลง ยอมรับความจริงว่า
เราไม่มีปัญญาทำตามกฏเกณฑ์ของธรรมบัญญัติได้ เราตายแน่ เราต้องถูกพิพากษาลงโทษแน่ หากไม่ได้รับพระคุณของพระเจ้า
จากนั้นเราก็หันมาเชื่อวางใจในพระเยซูผู้ทรงสัญญาว่า ใครก็ตามวางใจในพระองค์จะรอดพ้นการพิพากษาลงโทษ

4.# กท. 3:15 “…ถึง​แม้​เป็น​พันธ​สัญ​ญา​ของ​มนุษย์ เมื่อ​ได้​รับ​รอง​กัน​แล้ว ไม่​มี​ใคร​จะ​ล้ม​เลิก​หรือ​เพิ่ม​เติม​ขึ้น​อีก” ยิ่งกว่านั้น สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาแล้วจะเป็นจริงอย่างแน่นอน

พระเจ้าทรงสัญญาว่า พระ​เจ้า​ประ​ทาน​มรดก​นั้น​ให้​แก่​อับ​รา​ฮัม​และเชื้อสายของเขา
ซึ่งเชื้อสายของอับราฮัม หมายถึงผู้เชื่อวางใจในพระเจ้าเหมือนอับราฮัม

4.@ เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซูจะได้รับพระพรอย่างแน่นอน
วันนี้ เราวางใจในพระเยซูหรือไม่ว่า สิ่งที่กำลังเกิดกับเราวันนี้ อยู่ในขั้นตอนแห่งพระพรที่พระเจ้ากำลังจะประทานให้แก่เรา

5.# กท. 3:21 กล่าวว่า “…​ธรรม​บัญ​ญัติ​ที่​ถูก​ตั้ง​ไว้​นั้น​สา​มารถ​ให้​ชีวิต ความ​ชอบ​ธรรม​ก็​จะ​มี​ได้​โดย​ธรรม​บัญ​ญัติ​นั้น​จริง”
หากมนุษย์ทำตามธรรมบัญญัติได้ทั้งหมด ก็จะรอดตายได้จริง จะได้รับพระพรจากทำตามธรรมบัญญัติได้จริง

เนื่องจากมนุษย์ทุกคนเป็นคนบาป จึงไม่ได้รับพระพรจากธรรมบัญญัติ แต่ได้รับคำแช่งสาปและความตาย จากการละเมิดธรรมบัญญัติ แทน

บัดนี้พระเยซูเสด็จมาเพื่อช่วยมนุษย์ ประทานพระคุณให้แก่ทุกคนที่เชื่อวางใจในพระองค์ ได้พ้นจากกฏกติกาแห่งธรรมบัญญัติ เข้าสู่กติกาใหม่ กติกาแห่งความเชื่อ
กติกาแห่งธรรมบัญญัติ : ใครทำตามได้รับพระพร ใครละเมิดถูกแช่งสาป
กติกาแห่งความเชื่อ : ใครเชื่อวางใจได้รับพระพรและพ้นจากกติกาธรรมบัญญัติ ใครไม่เชื่อก็อยู่ในกติกาเดิมต่อไป

5.@ โดยความเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ เราได้พ้นจากกติกาของธรรมบัญญัติแล้ว เราถกนับว่าเป็นคนชอบธรรมแล้ว เราได้เป็นทายาทของพระเจ้าแล้ว
ใครก็ตามที่เชื่อเช่นนี้จริงๆใน ต่อให้เขาต้องสูญเสียทุกอย่างที่เขามีไปในวันนี้
แน่นอนเขาก็ยังจะมีความชื่นชมยินดีและสันติสุขในพระเจ้าอยู่ดี

วันนี้คุณมีความชื่นชมยินดีและสันติสุขในพระเจ้าหรือไม่????

คำคม

“ ถ้าเลือกอยู่ในกติกาของธรรมบัญญัติ เราจะถูกแช่งสาป
ถ้าเลือกอยู่ในกติกาของความเชื่อ เราจะได้รับพระพร ”

ขุมทรัพย์ กาลาเทีย 2

ภาพรวม

  • ในบทนี้ กล่าวถึง ข่าวประเสริฐแท้ที่เน้นย้ำว่า การเป็นคนชอบธรรมได้นั้น ไม่ใช่โดยการกระทำแต่โดยความเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์เท่านั้น

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน กท. 2:2 อ.เปาโล กล่าวว่า อ.เปาโล ไม่ได้อวดเรื่องการรับใช้ของตนให้คนอื่นฟัง เพื่อ​จะได้ไม่ดูเหมือนเป็นการรับใช้แข่งกัน ​หรือรับใช้เพื่ออวด อันเป็นการรับใช้​อย่าง​ไร้​ประ​โยชน์

1.@ หากใครรับใช้เพื่อแข่งกับคนอื่น หรือ เพื่ออวดคนอื่น การรับใช้เช่นนั้น ไร้ประโยชน์ เพราะจะไม่ได้รับบำเหน็จ
พระเยซูพูดถึงคนเช่นนี้ว่า ” พวก​เขา​ได้​รับ​บำ​เหน็จ​ของ​พวก​เขา​แล้ว ” มธ. 6:2 “

2.# อ.เปาโล​ไม่​ได้​ยอม​อ่อน​ข้อ​ให้​กับ​พวกที่พยายามบิดเบือนข่าวประเสริฐ (ข้อ 5) ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะเคยเป็นใครมาก่อน จะมีตำแหน่งใหญ่โตเพียงใดก็ตาม (ข้อ 6)
เพื่อผู้เชื่อที่ติดตาม อ.เปาโล จะสามารถตั้งมั่นคง อยู่บน​ความ​จริง​ของ​ข่าว​ประ​เสริฐ​​แท้เท่านั้น

2.@ หากใครก็ตามพยายามสอนลูกแกะของเรา ด้วยเนื้อหาที่บิดเบือนจากข่าวประเสริฐ
เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง ปกป้องลูกแกะของเรา โดยยืนยันบนจุดยืนของข่าวประเสริฐแท้

3.# ใน กท. 2:9 พูดถึงเปโตรว่า เป็นที่​นับ​ถือ​ว่า​เป็น​เสา​หลักของคริสตจักรในเยรูซาเล็ม
ต่อมาในข้อที่ 11 เมื่อเปโตรทำสิ่งที่ขัดแย้งกับข่าวประเสริฐ อ.เปาโล ก็ไม่เกรงใจเปโตรเลย แต่กล้าต่อว่าเปโตรซึ่งๆหน้า
เป็นแบบอย่างให้แก่เรา ในการกล้ายืนหยัดเพื่อข่าวประเสริฐที่ถูกต้อง

3.@ จงกล้ายืนกราน ยืนหยัด ในข่าวประเสริฐแท้ คือ เรารอดได้โดยความเชื่อวางใจในพระเยซู
ซึ่งความเชื่อแท้ จะสะท้อนออกมาเป็นการกระทำที่สอดคล้องกับความเชื่อนั้นเสมอ

4.# ไม่​มี​ใคร​ถูก​ชำระ​ให้​ชอบ​ธรรม​ได้ โดย​การ​ประ​พฤติ​ตาม​ธรรม​บัญ​ญัติ
แต่​โดย​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​เยซู​คริสต์​เท่า​นั้น
เมื่อเรา​เชื่อ​ใน​พระ​เยซู​คริสต์แล้ว เราก็จะถูก​นับ​ว่า​ชอบ​ธรรม​โดย​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​คริสต์

4.@ วันนี้ เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์จริงๆ เราได้ถูกนับว่าเป็นคนชอบธรรมในสายพระเนตรของพระเจ้าแล้ว
ด้วยความมั่นใจนี้ จะทำให้เราปรารถนาดำเนินชีวิตอย่างที่คนชอบธรรมเขาดำเนินกัน
แต่หาก ใครที่ไม่ได้ปรารถนาเช่นนั้น พอเดาได้ว่า เขายังไม่ได้เชื่ออย่างแท้จริงว่า เขาเป็นคนชอบธรรมแล้วโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์

5.# เราได้​ตาย​ต่อ​ธรรม​บัญ​ญัติ​แล้ว เพื่อ​จะ​ได้​มี​ชีวิต​อยู่​ใน​พระ​เจ้า
เราได้ตายแล้ว เพราะพระคริสต์ถูกตรึงแทนเรา ก็กล่าวได้ว่า เราได้​ถูก​ตรึง​ร่วม​กับ​พระ​คริสต์​แล้ว
ด้วยเหตุนี้ คนตายอย่างพวกเราจึงพ้นจากกฏเกณฑ์แห่งธรรมบัญญัติแล้ว

5.@ วันนี้ เราได้พ้นจากกฏของการลงโทษ เมื่อทำผิดธรรมบัญญัติแล้ว
จิตวิญญาณของเราจะไม่ต้องถูกลงโทษในวันพิพากษา เพราะว่า เรารับการพิพากษาเรียบร้อยแล้วโดยทางพระเยซูคริสต์

6.# เรา​ไม่​มี​ชีวิต​ของตัวเองอีกต่อ​ไปเพราะเราได้ตายแล้วร่วมกับพระคริสต์บนไม้กางเขนนั้น
แต่​เนื่องจากพระ​คริสต์ได้เป็นขึ้นมาจากความตาย
ดังนั้นชีวิตของเราในวันนี้ ​พระคริสต์ต่าง​หาก​ที่​ทรง​มี​ชีวิต​อยู่​ใน​เรา ไม่ใช่ตัวเราเอง
ชีวิตที่เราดำ​เนิน​อยู่​ใน​ร่าง​กาย​ขณะ​นี้ เราจึงควรดำ​เนิน​อยู่​โดย​ความ​เชื่อ​ว่าพระเยซูรักเรา และพระองค์ตายเพื่อเรา เราขอวางใจในพระองค์ในการดำเนินชีวิตและในการอดพ้นบาปทั้งสิ้น

6.@ ผู้ที่เชื่อจริงๆว่า พระเยซูรักเขาอย่างที่สุด และพระองค์ได้ตายแทนความผิดบาปของเขาแล้ว
จะดำเนินชีวิตในโลกนี้ อย่างปราศจากความกังวล เพราะเขารู้ว่า พระเยซูจะทรงช่วยเขาแน่
และจะดำเนินชีวิตในโลกนี้ อย่างปราศจากการฟ้องผิด เพราะเขารู้ว่า พระเยซูทรงรับโทษแทนความผิดบาปของเขาทั้งหมดแล้ว
วันนี้ คุณเชื่อจริงๆ แล้วหรือยัง?

คำคม

“ เมื่อเราอยู่ในพระคริสต์
พระคริสต์เป็นตัวแทนเรา ตายเพื่อเรา
เราเป็นตัวแทนพระองค์ อยู่เพื่อพระองค์ ”

ขุมทรัพย์ กาลาเทีย 1

ภาพรวม

  • อ.เปาโลได้ประกาศข่าวประเสริฐและก่อตั้งคริสตจักรในแคว้นกาลาเทียขึ้น ต่อมามีบางคนมาสอนบิดเบือนข่าวประเสริฐนั้น โดยสอนว่า หากจะได้รับความรอด นอกจากเชื่อวางใจในพระเยซูแล้ว ต้องทำตามธรรมบัญญัติของพวกยิวด้วย
    อ.เปาโล จึงเขียนจดหมายพระธรรมกาลาเทียนี้ ส่งมาเพื่ออธิบายให้คริสตจักรในกาลาเทีย ถึงความเชื่อที่ถูกต้องในข่าวประเสริฐ
  • ในบทนี้ อ.เปาโลกล่าวย้ำแก่คริสตจักรกาลาเทียว่า ไม่มีข่าวประเสริฐอื่น นอกเหนือจากข่าวประเสริฐที่เคยประกาศแก่พวกเขาไปแล้ว

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน ​กท. 1:4 ​​กล่าวว่า พระ​เยซู​ทรง​สละ​พระ​องค์​เอง​ เพื่อ​ช่วย​เรา​ให้​พ้น​จาก​ยุค​ปัจจุบัน​อัน​ชั่ว​ร้าย

1.@ พระเยซูจ่ายราคาแสนแพง คือชีวิตของพระองค์เองเพื่อให้เราพ้นจากความชั่ว
บัดนี้เราพ้นจากอิทธิพลของบาปแล้ว อย่าให้เราสมัครเข้าไปเป็นทาสของบาปอีกต่อไปเลย

2.# ข่าวประเสริฐมีข่าวประเสริฐเดียว ไม่มีข่าวประเสริฐอื่น
คือ พระเยซูทรงเสด็จมารับสภาพเป็นมนุษย์ รับบาปแทนเรา โดยการตายบนไม้กางเขน และในวันที่3 ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย คนที่เชื่อวางใจในพระองค์จะได้รับการอภัยบาปทั้งหมดและมีชีวิตใหม่ในพระยซู และจะเป็นขึ้นมาจากความตายเมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จมาอีกครั้ง

2.@ โดยการเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์อย่างแท้จริง เท่านั้นก็เพียงพอที่จะให้เรารอดพ้นบาป ได้เป็นคนชอบธรรม แล้ว
และโดยการเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์อย่างแท้จริง การดำเนินชีวิตของเราจะรับการเปลี่ยนแปลงใหม่โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ให้ดำเนินตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

3.# คนที่พูด​เอา​ใจ​มนุษย์​ โดยไม่สนใจว่าพระเจ้าจะพอ​พระ​ทัย​ หรือไม่ ​ไม่ใช่​ผู้รับ​ใช้​ของ​พระ​คริสต์ที่แท้จริง

3.@ เราต้องเกรงใจพระเจ้า มากกว่า เกรงใจมนุษย์

4.# เนื่องจาก เปาโลเคยกระตือรือร้นอย่างยิ่งในการข่มเหงคริสตจักร
ดังนั้นเมื่อเขากลับใจมาเชื่อในพระเยซูคริสต์ และการเป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูนั้น จึงทำให้เกิดการสรรเสริญพระเจ้าอย่างมาก

4.@ เหตุการณ์ไม่น่าชื่นใจ หรือนิสัยไม่ดีของใครบางคน รอบๆเรา พระเจ้ามีวัตถุประสงค์พิเศษสำหรับสิ่งเหล่านี้ เพื่อในที่สุดแล้วจะถวายเกียรติแก่พระเจ้า
จงอดทน รอคอย เวลาของพระเจ้าเถิด

คำคม

“ โดยพระโลหิตของพระคริสต์ เท่านั้น
ก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนที่เชื่อวางใจในพระองค์จริงๆ ไปสวรรค์ได้ ”

ขุมทรัพย์ 2โครินธ์ 13

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโลได้ตักเตือนคริสตจักรโครินธ์ให้ยึดความเชื่อไว้ให้มั่น และรักษาความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันซึ่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ประทานแก่คริสตจักรเอาไว้ให้มั่น

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เพราะพระเยซูทรงยอมอ่อนแอ จึงถูกตรึงตายบนไม้กางเขน
บัดนี้พระเยซูทรงกลับสู่ฤทธานุภาพสูงสุด จึงมีชัยเหนือความตาย และทรงพระชนม์อยู่ (ข้อ 4)

1.@ พระเยซูทรงยอมอ่อนแอเพื่อจะสามารถเข้าส่วนในเรา
เพื่อพระองค์จะทรงรับโทษแทนเราและเพื่อเราจะเข้าส่วนในในฤทธานุภาพแห่งการเป็นขึ้นมาจากความตาย ร่วมกันกับพระองค์ด้วย

พระเยซูทรงยอมอ่อนแอ เพื่อเราจะได้รับฤทธานุภาพ
จึงถือว่าเป็นสิ่งเล็กน้อยเหลือเกินหากเราจะถูก ดูถูก ดูหมิ่น เยาะเย้ย เพื่อพระองค์

2.# 2คร. 13:5 “จง​พิจาร​ณา​ตัว​เอง​ดู​ว่า​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ดำ​รง​อยู่​ใน​ความ​เชื่อ​หรือ​ไม่”

2.@ นี่เป็นคำถามที่เราควรสอบถามตนเองอยู่เสมอ
ไม่ใช่คำถามว่า “เราคิดว่าเราเชื่อหรือไม่?”
แต่เป็นคำถามว่า “วันนี้ เรายังคงดำรงอยู่ในความเชื่อ จนสะท้อนออกมาเป็นการกระทำที่สอดคล้องกับความเชื่ออยู่หรือไม่?”

3.# เรายังคง​ตระ​หนัก​ว่า​ พระ​เยซู​คริสต์​สถิต​อยู่​ในเรา​หรือไม่?

3.@ หากเราตระหนักจริงๆ ว่าพระคริสต์สถิตกับเรา
เราจะไม่กลัว เราจะไม่เครียด เราจะไม่กังวล เราจะไม่หวั่นไหว เราจะไม่อยากดำเนินชีวิตในบาปต่อไป
หากลักษณะข้างต้นไม่ปรากฏชัดในเรา เป็นไปได้ว่า เราไม่ได้ตระหนักอย่างแท้จริงว่า พระคริสต์ทรงสถิตกับเรา

4.# ใน 2คร. 13:10 กล่าวว่า สิทธิ​อำ​นาจ​ที่​พระ​เจ้า​ประทาน​ให้​นั้น มีเอาไว้เพื่อ​การ​เสริม​สร้าง ไม่​ใช่​เพื่อ​การ​ทำ​ลาย
ดังนัน้ในการใช้สิทธิอำนาจของผู้มีอำนาจ จำเป็นต้องระมัดระวังในการใช้ ว่าเป็นประโยชน์ในการเสริมสร้างผู้อยู่ใต้สิทธิอำนาจ จริงหรือไม่
มิฉะนั้น ผู้นั้นต้องรับผิดชอบต่อพระเจ้าผู้ประทานสิทธิอำนาจนั้นแก่เขา

4.@ การใช้สิทธิอำนาจของเรา ทำให้ผู้อื่นจำเริญ เติบโตขึ้นในฝ่ายวิญญาณหรือไม่?

5.# โดย​พระ​คุณ​ทาง​พระ​เยซู​คริสต์​ ทำให้เราสัมผัสความ​รัก​แห่ง​พระ​เจ้า และ​เกิดความ​สนิท​สนม​กันโดยทาง​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์

5.@ พระคุณของพระเจ้าที่ประทานให้แก่เรานั้นก็เพื่อให้เราสัมพันธ์สนิทกับพระเจ้าได้ และสัมพันธ์สนิทซึ่งกันและกัน

อย่ายอมให้อะไรมาทำลายความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า และกับพี่น้องในพระคริสต์ได้เลย

คำคม

“การซาบซึ้งพระคุณของพระเจ้า ทำให้เรารักพระองค์และรักซึ่งกันและกัน”

ขุมทรัพย์ 2โครินธ์ 12

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโล กล่าวถึงนิมิตที่ตนเองได้รับ และ ความห่วงใยที่เขามีต่อคริสตจักรโครินธ์

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เรื่องชายที่ถูกรับขึ้นไปบนสวรรค์ (ข้อ 2) อ.เปาโล น่าจะหมายถึงตัวของเขาเอง แต่เหตุที่เขาไม่ได้บอกอย่างเจาะจงว่าเป็นเขาเอง เพื่อไม่ให้เป็นการโอ้อวดเกินไป
เขาพูดถึง “สวรรค์ชั้น 3” ไม่ได้หมายความว่า สวรรค์มีหลายชั้น
แต่ชาวยิว​แบ่งสวรรค์​ออกเป็น​ชั้น ​
ชั้น​ที่ 1 หมายถึง ท้องฟ้าที่เรามองเห็น
ชั้นที่ 2 หมายถึง ย่านฟ้าอากาศ หรือ ย่านฝ่ายวิญญาณต่างๆ
ชั้นที่ 3 หมายถึง สวรรค์จริงๆ ที่เป็นที่ประทับของพระเจ้า

1.@ สิ่งดีที่พระเจ้าประทานแก่เรา ไม่ได้มีเอาไว้ยกตัวเองให้คนอื่นเห็นว่าเราดี แต่มีเอาไว้อวดพระเจ้าว่า พระเจ้าทรงแสนดี

2.# แง่มุมหนึ่งของการถ่อมตน คือ การพยายาม​ไม่​มี​ใคร​ประ​เมิน​เราสูง​กว่า​สิ่ง​ที่​เราเป็นจริงๆ

2.@ การโอ้อวด ตรงข้ามกับการถ่อมตน เพราะการโอ้อวด จงใจให้คนอื่นคิดว่าเราเป็นมากกว่าที่เขาเห็นจริงๆ

3.# พระเจ้าปรารถนาให้เราดำเนินชีวิตอย่างถ่อมใจ ดังนั้นในบางครั้งพระเจ้าจำเป็นต้องอนุญาตให้บางอย่างเกิดขึ้นกับเรา เพราะนั่นเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เราถ่อมใจลงอย่างแท้จริงได้ (2คร. 12:7)

3.@ วันนี้ หากมีบางอย่างไม่น่าชื่นใจเกิดขึ้นกับเรา จงถ่อมใจลง พึ่งพาพระเจ้า เพื่อให้เราผ่านพ้นสถานการณ์นั้นไปได้

4.# 2คร. 12:9 “… การ​มี​พระ​คุณ​ของ​เรา​ก็​เพียง​พอ​กับ​เจ้า “
พระคุณของพระเจ้ามีมากเพียงพอ สำหรับอย่างแน่นอน
พระเจ้าทรงทราบดีว่า เราควรได้รับพระคุณในเรื่องใด อย่างไร จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา

4.@ เราผ่านพ้นเหตุการณ์วันนี้ไปได้แน่นอน เพราะพระคุณพระเจ้ามีมากเพียงพอสำหรับเราในครั้งนี้

5.# ​ความ​อ่อน​แอ​มี​ที่​ไหน ฤทธา​นุ​ภาพ​ของ​เรา​ก็​ปรา​กฏ​เต็ม​ที่​ที่​นั่น
ดังนั้น เมื่อบางอย่างทำให้เราอ่อนแอลง จงชื่นชมยินดีเถิด ​
เพราะเรากำลังจะได้เห็น​ฤทธา​นุ​ภาพ​ของ​พระ​เจ้า หากเราเผชิญความอ่อนแอนั้นโดยการพึ่งพาพระองค์

5.@ วันนี้ หากเรากำลังอ่อนแอ สิ่งที่เราควรทำมากกว่าสิ่งใด คือ รีบมาหาพระองค์พึ่งพาพระองค์ผู้ทรงฤทธิ์เข้มแข็ง

6.# 2คร. 12:19 “ทุก​สิ่ง​ที่​เรา​ทำ​นั้น​ก็​เพื่อ​ความ​เจริญ​ของ​พวก​ท่าน”
ท่าทีของผู้เลี้ยงที่ดี คือ การกระทำทุกอย่างนั้น เขาจะทำเพื่อให้ลูกแกะของเขาเติบโตขึ้นในฝ่ายวิญญาณ

6.@ วันนี้ ในการเลือกทำอะไร หรือ ไม่ทำอะไร ควรจะคำนึงคนอื่นที่กำลังมองเรา หรือกำลังตามเรา ว่า การกระทำนั้นมีผลทำให้พวกเขาเติบโตขึ้นในฝ่ายวิญญาณหรือไม่

7.#

7.@

8.#

8.@

9.#

9.@

คำคม

“ คนอ่อนแอที่พึ่งพาพระเจ้า เป็นคนเข้มแข็งที่แท้จริง ”

ขุมทรัพย์ 2โครินธ์ 11

ภาพรวม

  • ในบทนี้กล่าวถึง อ.เปาโล กล่าวถึงอัครทูตปลอมและการทนทุกข์ยากลำบากต่างๆของเขาในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เราถูก​หมั้น​ท่าน​ไว้​แล้วกับ​พระคริสต์ เพื่อรอเข้าร่วมครอบครองกับพระองค์
ดังนั้นเราสมควรดำเนินชีวิตดัง​พรหม​จารี​บริ​สุทธิ์​แด่​พระ​คริสต์ ไม่นอกใจพระคริสต์ไปเอาใจใส่พระอื่น หรือ สิ่งยั่วยวนแห่งโลกนี้

1.@ พระเจ้าทรงรักเราและทรงหวงแหนเรา ดังคู่หมั้นที่หวงแหนคู่หมั้นของตน
เราไม่สมควร เอาใจออกห่างจากพระเจ้า ไปรักหรือสนใจสิ่งอื่นมากกว่าพระองค์

2.# ใน 2คร. 11:15 กล่าว่ามีบางคนเป็นผู้ปรนนิบัติซาตาน แต่ปลอมตัวมาเป็นผู้ปรนนิบัติพระเจ้า ​ซึ่งเราจะสังเกตได้จากบั้น​ปลาย​ของ​พวก​เขา​ จะไม่จำเริญขึ้น จะไม่เกิดผล

2.@ เราควรสำรวจตัวเองอยู่เสมอว่า การรับใช้ของเราวันนี้ เราปรนนิบัติพระเจ้า หรือ กำลังทำเพื่อตนเอง หรือ กำลังปรนนิบัติค่านิยมของโลกนี้ หรือแม้กระทั่งกำลังปรนนิบัติซาตานโดยไม่รู้ตัว

3.# ใน 2คร. 11:21 กล่าวว่า การพูดโอ้อวด เป็็นการ​พูด​อย่าง​คน​โง่​เขลา

3.@ วันนี้ หากเราเห็นคนที่กำลังโอ้อวดตนเองต่อผู้อื่น ไม่จำเป็นต้องไปหมั่นไส้หรือเดือดเนื้อร้อนใจ เพราะเขาก็แค่กำลังสำแดงความโง่เขลาของเขาให้คนอื่นดูเท่านั้นเอง

แต่ที่สำคัญคือ เราอย่าไปสำแดงความโง่เหมือนกับเขาก็แล้วกัน

4.# สิ่งที่ อ.เปาโล ประสบในการรับใช้พระเจ้าอย่างสัตย์ซื่อ ได้แก่
– ตราก​ตรำ​ลำบาก
– ​ติด​คุก​หลายครั้ง
– หวิด​ตาย​บ่อยๆ
– ถูกพวก​เดียวกันเองอย่างพวกยิว​เฆี่ยน​ 5 ​ครั้ง ครั้ง​ละ 39 ​ที รวมเป็น 195 ครั้ง
– ​ถูก​ตี​ด้วย​ไม้​ตะบอง ตามการลงโทษของทหารโรม 3 ครั้ง
– ถูก​ก้อน​หิน​ขว้าง​ 1 ครั้ง
– ​เรือ​แตก​ 3 ครั้ง
– ลอย​อยู่​ใน​ทะเล​ 1 วัน​ 1 ​คืน​
– เดิน​ทาง​บ่อยๆ
– เผชิญ​ภัย​ใน​แม่​น้ำ
– เผชิญ​โจร​ภัย
– เผชิญ​ภัย​จาก​ชน​ชาติตนเอง
– เผชิญ​ภัย​จาก​คน​ต่าง​ชาติ
– เผชิญ​ภัย​ใน​เมือง
– เผชิญ​ภัย​ใน​ป่า
– เผชิญ​ภัย​ใน​ทะเล
– เผชิญ​ภัย​จาก​พี่​น้อง​จอม​ปลอม
– ต้อง​ตราก​ตรำ​และ​ลำ​บาก
– ต้อง​อด​หลับ​อด​นอน​บ่อยๆ
– ต้อง​หิว​และ​กระ​หาย
– ต้อง​อด​ข้าว​บ่อยๆ
– ต้อง​ทน​หนาว​และ​เปลือย​กาย
ถึงกระนั้น อ.เปาโล ยังคงสัตยซ์่อในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าจนวันตาย

4.@ การรับใช้พระเจ้า ไม่จำเป็นต้องพบแต่ความสะดวกสบาย รายรื่น หรือความสุขสำราญเสมอไป
บางครั้งพระเจ้าอนุญาตให้เรา พบกับความทุกข์ยาก ปัญหา อุปสรรค บางอย่าง เพื่อเป็นบทพิสูจน์ความรักและความสัตย์ซื่อที่เรามีต่อพระองค์ ให้เป็นที่ประจักษ์แก่คนทั้งปวงว่า “ฉันรักพระเยซูจริงๆ”

คำคม

“ รับใช้พระเจ้า หรือ รับใช้ตัวเอง แยกแยะได้
โดยดูจากแรงจูงใจในการรับใช้นั้น”

ขุมทรัพย์ 2โครินธ์ 10

ภาพรวม

  • บทนี้กล่าวถึงคนฝ่ายวิญญาณ ไม่ควรดำเนินชีวิตตามอย่างคนในโลกนี้ ไม่ควรใส่ใจคำยกย่องชมเชยจากโลกนี้ แต่ควรดำเนินชีวิตเพื่อให้เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# แม้​ว่า​เรา​ดำ​เนิน​ชีวิต​อยู่​ใน​ร่าง​กาย​มนุษย์ แต่​เรา​ก็​ไม่​ได้​สู้​รบ​ตาม​แบบ​มนุษย์​ทั่วๆ ไป
เราสู้รบด้วยอาวุธฝ่ายวิญญาณซึ่งสามารถทำลายป้อม​ปรา​การ​ของศัตรูได้

1.@ ในการเผชิญกับปัญหา หรือสถานการณ์ต่างๆ เมื่อเราเป็นฝ่ายวิญญาณ ก็ควรใช้อาวุธฝ่ายวิญญาณ มากกว่า อาวุธแบบมนุษย์ทั่วไป

อาวุธที่เป็นฝ่ายวิญญาณ ได้แก่ พระคำของพระเจ้า การอธิษฐาน ของประทานจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นต้น
อาวุธแบบมนุษย์ทั่วไป ได้แก่ เล่ห์เหลี่ยมต่างๆ การพึ่งพาสติปัญญาความสามารถของตนเองโดยไม่พึ่งพระเจ้า เป็นต้น

2.# เหตุผลจอมปลอม และ​ความ​เย่อ​หยิ่ง​ ​ขัด​ขวางทำให้เราไม่อาจเข้าถึง​ความ​รู้​ของ​พระ​เจ้า

2.@ เราควรถ่อมใจลงและโยนเหตุผลต่างๆนานา ที่ทำให้เราสงสัยพระคำของพระเจ้าทิ้งไปเสีย แล้วเราจะมีประสบการณ์กับพระคำของพระเจ้า และพบว่าพระคำของพระเจ้าเป็นความจริงทุกคำ

3.# ​เมื่อ​ใคร​เอา​ตัว​เอง​เปรียบ​เทียบ​กัน​และ​กัน กับคนอื่น​แล้ว แสดงว่าพวก​เขา​​ปราศจาก​ความ​เข้า​ใจ
เพราะว่าพระเจ้าสร้างแต่ละคนมาไม่เหมือนกัน และมีวัตถุประสงค์สำหรับชีวิตของเขาแต่ละคนไม่เหมือนกัน

3.@ เราอาจทำอะไรบางอย่างได้ไม่ดีเท่าคนอื่น แต่ก็ไม่เห็นจะสำคัญอะไร เพราะพระเจ้ามีแผนการสำหรับชีวิตของเรา ไม่เหมือนกันกับของคนอื่นนี่นา

4.# 2คร. 10:17 “ถ้า​ใคร​จะ​อวด ก็​จง​อวด​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​เถิด”

การโอ้อวดอย่างเดียวที่สมควรทำ คือ อวดว่าพระเจ้าทรงเมตตาเขาอย่างไรบ้าง

4.@ เป็นการดีที่เราจะเล่าให้คนอื่นฟัง ว่าพระเจ้าทรงกระทำสิ่งดีประการใดแก่ชีวิตของเราบ้าง

5.# 2คร. 10:18 “…​คน​ที่​ยก​ย่อง​ตัว​เอง​จะ​ไม่​ได้​รับ​การ​รับ​รอง แต่​คน​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​ยก​ย่อง​ต่าง​หาก​จะ​ได้​รับ”

5.@ หากเราทำดีเอาหน้า ก็คือ เราแสวงหาการยกย่องจากมนุษย์
แต่หากเราทำดีเพราะเรารักพระเยซู แม้คนไม่เห็น คนไม่ชม ก็ไม่เป็นไร นั่นก็คือ เราแสวงหาการยกย่องจากพระเจ้า นั่นเอง

คำคม

“ การยกย่องที่คงอยู่อย่างแท้จริง ต้องมาจากสวรรค์เท่านั้น ”

ขุมทรัพย์ 2โครินธ์ 9

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโล พูดถึงการบริจาคเพื่อพี่น้องที่กำลังทุกข์ยากนั้น จะทำให้เกิดพระพรหลั่งไหลมาสู่ผู้บริจาค และจะทำให้เกิดการขอบพระคุณพระเจ้าแผ่กว้างออกไป

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ความกระตือรือร้นของคริสตจักรในแคว้น​อา​คา​ยา​ อย่างคริสตจักรโครินธ์ ได้ทำให้คริสตจักรในแคว้นมาซิโดเนียกระตือรือร้นขึ้น (ข้อ1)
และ ความกระตือรือร้นของคริสตจักรในแคว้น​มาซิโดเนียที่เพิ่มขึ้นนั้น ได้ท้าทายให้คริสตจักรในแคว้นอาคายากระตือรือร้นยิ่งขึ้นอีก (2คร. 8:8 )

1.@ ความกระตือรือร้นในฝ่ายวิญญาณของเรา เมื่อถูกสำแดงออกอย่างถูกต้อง ในที่สุดจะวกกลับมา ทำให้เรากระตือรือร้นเพิ่มยิ่งขึ้นอีก

ตัวอย่างเช่น คนที่ทุ่มเทเอาใจใส่จิตวิญญาณของลูกแกะ ตนเองจะกลับมีความกระตือรือร้นฝ่ายวิญญาณเพิ่มมากยิ่งขึ้น

2.# 2คร. 9:5 “…การ​เตรียม​พร้อม​…​จะ​แสดง​ถึง​การ​ให้​ด้วย​ความ​สมัคร​ใจ ไม่​ใช่​ด้วย​ความ​ฝืน​ใจ”

การทำอย่างดี หรือเตรียมพร้อมอย่างดี ในการถวายแด่พระเจ้า สะท้อนให้เห็นถึงความเต็มใจของผู้นั้นในการถวายแด่พระองค์

2.@ วันนี้ เมื่อเรากำลังจะทำอะไรเพื่อพระเจ้า เราเตรียมพร้อมอย่างดี และทำอย่างดี มากเพียงใด?

3.# 2คร. 9:6 “นี่​แหละ​คน​ที่​หว่าน​เพียง​เล็ก​น้อย​ก็​จะ​เก็บ​เกี่ยว​ได้​เพียง​เล็ก​น้อย คน​ที่​หว่าน​มาก​ก็​จะ​เก็บ​เกี่ยว​ได้​มาก”

กฏเหล็กที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง ของการหว่านและการเก็บเกี่ยว คือ
“หว่านมาก เก็บเกี่ยวมาก หว่านน้อย เก็บเกี่ยวน้อย”

3.@ คนที่แบ่งปันพระพรแก่ผู้อื่นเพียงเล็กน้อย ไม่คู่ควรที่จะเป็นผู้รับพระพรมากมาย

4.# 2คร. 9:7 “แต่​ละ​คน​จง​ให้​ตาม​ที่​เขา​คิด​หมาย​ไว้​ใน​ใจ ไม่​ใช่​ให้​ด้วย​ความ​เสีย​ดาย ไม่​ใช่​ให้​ด้วย​ความ​จำ​ใจ เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​รัก​คน​ที่​ให้​ด้วย​ใจ​ยินดี”

ในการถวายสิ่งใด หรือ ทำสิ่งใด แด่พระเจ้า
ดูเหมือนพระองค์ไม่ได้ดูที่ปริมาณ แต่ดูที่ท่าทีในใจว่า ได้ทำอย่างเต็มที่ ทำอย่างเต็มใจ ทำอย่างไม่นึกเสียดาย หรือไม่?

4.@ เมื่อจะถวายสิ่งใดแด่พระเจ้า จงถวายอย่างเต็มกำลังเท่าที่เรายังไม่นึกเสียดายกับสิ่งที่ถวายไปนั้น

5.# 2คร. 9:8 “…​พระ​เจ้า​สา​มารถ​ประ​ทาน​พร​ทุก​อย่าง​แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​อย่าง​เหลือ​ล้น เพื่อ​ว่า​เมื่อ​มี​ทุก​อย่าง​เพียง​พอ​อยู่​เสมอ ท่าน​ยัง​จะ​มี​เหลือ​ล้น​สำหรับ​การ​ดี​ทุก​อย่าง​ด้วย”

5.@ พระเจ้าประทานสิ่งต่างๆแก่เราอย่างเพียงพอ เพื่อเราจะมีเหลือพอที่จะแบ่งปันสิ่งดีนั้นแก่ผู้อื่น

6.# 2คร. 9:11 “โดย​ทรง​ให้​ท่าน​ทั้ง​หลาย​มั่ง​คั่ง​ขึ้น​ใน​ทุก​สิ่ง เพื่อ​บริ​จาค​ด้วย​ใจ​กว้าง​ขวาง​อยู่​เสมอ และ​จะ​ทำ​ให้​เกิด​การ​ขอบ​พระ​คุณ​พระ​เจ้า​ผ่าน​เรา”

เหตุผลที่พระเจ้าให้ใครมั่งคั่งขึ้น ความจริงแล้วก็เพื่อเขาจะบริจาคแก่ผู้อื่นด้วยใจกว้างอยู่เสมอ และทำให้เกิดการขอบพระคุณพระเจ้า

แต่มีคนมากมาย ที่ละเลยวัตถุประสงค์ที่แท้จริงนี้ไป

2คร. 9:12 “เพราะ​การ​ปรน​นิบัติ​ใน​งาน​รับ​ใช้​นี้ ไม่​เพียง​เป็น​การ​จัด​หา​ให้​กับ​ธรร​มิก​ชน​ที่​ขัด​สน​เท่า​นั้น แต่​ยัง​ทำ​ให้​มี​การ​ขอบ​พระ​คุณ​พระ​เจ้า​อย่าง​มาก​มาย​เหลือ​ล้น​ด้วย”

6.@ พระเจ้าให้เรามี เพื่อเราจะได้ให้ออกไป เพื่อพระองค์จะอวยพรให้เรามีมากยิ่งขึ้นอีก เพื่อจะให้ออกไปมากยิ่งขึ้นอีก ซึ่งจะทำให้เกิดการขอบพระคุณพระเจ้าขยายออกไปยิ่งๆขึ้น

คำคม

“ ยิ่งเก็บยิ่งหาย ยิ่งให้ยิ่งทวี ”

ขุมทรัพย์ 2โครินธ์ 8

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโล กล่าวถึงความกระตือรือร้นของคริสตจักรในแคว้นมาซิโดเนีย ให้คริสตจักรโครินธ์ได้ฟัง เพื่อกระตุ้นพวกเขาให้กระตือรือร้นเพื่อช่วยพี่น้องที่ประสบความทุกข์ยากลำบาก

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน​ขณะ​ที่​​เผชิญ​​ความ​ยาก​ลำ​บาก​นั้น เป็นโอกาสทองที่จะสำแดงความรักของพระคริสต์แก่ผู้อื่น
เมื่อพบกับ​ความ​ยาก​จน​อย่าง​ที่​สุด ความ​ยินดี​ที่​จะทำเพื่อผู้อื่น ​ ​ล้น​ออก​มา​ได้ง่ายกว่าช่วงเวลาปกติ
ทั้งที่ตนเองยังยากลำบากบาง ก็ยัง​ใจ​กว้าง​ขวาง​ช่วยเหลือคนอื่นอีก

1.@ หากวันนี้เรากำลังพบกับความทุกข์อย่างหนึ่งอย่างใด เป็นโอกาสทองที่เราจะให้ความรักของเราที่มีต่อพี่น้อง ล้นออกมา เพราะช่วงนี้ขอบกำแพงต่ำ ล้นง่าย
โดยการช่วยเหลือพี่น้องทั้งที่เราเองก็กำลังยังมีความทุกข์ยากอยู่นั่นเอง

2.# 2คร. 8:5 “…พวก​เขา​ถวาย​ตัว​เอง​แด่​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ก่อน แล้ว​จึง​มอบ​ตัว​ให้​กับ​เรา​ตาม​พระ​ประ​สงค์​ของ​พระ​เจ้า”

2.@ ในการถวายเพื่องานของพระเจ้า หรือการทำสิ่งใดๆเพื่อพระเจ้า
ก่อนสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง คือ การถวายตัวแด่พระเจ้า

ยอมจำนนต่อพระเจ้า ที่จะใช้ตัวของเรา ความสามารถของเรา และสิ่งที่เรามีนั้น ตามแผนการ ตามวิธีการ ตามพระประสงค์ ของพระองค์

3.# 2คร. 8:7 “ดัง​นั้น​เมื่อ​พวก​ท่าน​มี​ทุก​สิ่ง​อย่าง​เหลือ​ล้น คือ​ความ​เชื่อ ฝี​ปาก ความ​รู้ ความ​กระ​ตือ​รือ​ร้น และ​ความ​รัก​ที่​เรา​มี​ต่อ​พวก​ท่าน ท่าน​ทั้ง​หลาย​ก็​จง​มี​คุณ​ความ​ดี​นี้​อย่าง​เหลือ​ล้น​ด้วย”

3.@ เป็นการดีที่จะได้รับพระพรจากพระเจ้ามากมายหลากหลายด้าน แต่ทั้งหมดที่เราได้รับมา ก็เพื่อเราจะสามารถใช้สิ่งเหล่านั้น เพื่อเป็นพระพรแก่ผู้อื่นต่อไป ไม่ใช่เพื่อเก็บเอาไว้เพื่อตนเองคนเดียว

4.# 2คร. 8:8 “ข้าพ​เจ้า​…นำ​เรื่อง​ความ​กระ​ตือ​รือ​ร้น​ของ​คน​อื่นๆ มา​ทด​สอบ​ความ​รัก​ของ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า​มี​ความ​จริง​ใจ​หรือ​ไม่”

ความกระตือรือร้นของคริสตจักรในแคว้นมาซิโดเนีย ในการสำแดงความรักด้วยการช่วยพี่น้องที่ทุกข์ยากนั้น
ได้กลายมาเป็นไม้บรรทัดเพื่อวัดว่า ความรักที่คริสตจักรโครินธ์ มีต่อพี่น้องที่ทุกข์ยากนั้น เป็นเพียงแค่คำพูดหรือเป็นความรักอย่างจริงใจที่จะสำแดงออกมาเป็นการกระทำเหมือนคริสตจักรในแคว้นมาซิโดเนีย

4.@ เมื่อเราเห็นใครบางคนกระตือรือร้นเพื่อพระเจ้า ไม่ควรจะไปหมั่นไส้ หรืออิจฉาเขา
แต่ควรใช้ความกระตือรือร้นของเขานั้น เป็นตัวช่วยยกมาตรฐานของเราในการกระตือรือร้นเพื่อพระเจ้า

5.# 2คร. 8:9 “..พระ​เยซู…แม้​พระ​องค์​ทรง​มั่งคั่ง ก็​ยัง​ทรง​ยอม​เป็น​คน​ยาก​จน​…เพื่อ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้​เป็น​คน​มั่งคั่ง…”

5.@ พระเยซูยอมเสียทุกสิ่ง เพื่อเราจะได้ทุกสิ่งอย่างที่เป็นอยู่ในวันนี้
ดังนั้นสมควรเหลือเกินที่เราจะใช้ทุกสิ่งที่เราได้รับมาในวันนี้ เพื่อพระเยซู ผู้ยอมเสียทุกสิ่งเพื่อเรา

6.# 2คร. 8:12 “…พระ​เจ้า​ก็​จะ​ทรง​รับ​ตาม​ที่​เขา​มี​อยู่ ไม่​ใช่​ตาม​ที่​เขา​ไม่​มี”

6.@ สิ่งที่พระเจ้าเรียกร้องให้เราถวายแด่พระองค์ ไม่เคยเกินความสามารถหรือเกินกำลังที่เราจะทำได้เลย

7.# 2คร. 8:14 “คือ​ที่​พวก​ท่าน​มี​อยู่​อย่าง​เหลือ​ล้น​ใน​เวลา​นี้ ก็​เพื่อ​ช่วย​เขา​ทั้ง​หลาย​ที่​ขัด​สน และ​ใน​ยาม​ที่​เขา​ทั้ง​หลาย​มี​อย่าง​เหลือ​ล้น เขา​ก็​จะ​ได้​ช่วย​พวก​ท่าน​เมื่อ​ขัด​สน ซึ่ง​จะ​ทำ​ให้​มี​ความ​เสมอ​ภาค​กัน”

7.@ การช่วยเหลือคนที่ลำบากกว่าเราในเวลานี้ เป็นการสะสมความช่วยเหลือสำหรับตัวเราเองในอนาคต

8.# 2คร. 8:21 “เพราะ​เรา​มุ่ง​จะ​เป็น​คน​ซื่อ​สัตย์ ไม่​เฉพาะ​ใน​สาย​พระ​เนตร​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​เท่า​นั้น แต่​ใน​สาย​ตา​ของ​คน​ทั้ง​หลาย​ด้วย”

อ.เปาโล พยายามจัดการเรื่องเงินบริจาคอย่างรอบคอบ และหลีกเลี่ยงคำครหา หรือความเข้าใจผิด โดยให้มีบางคนที่คริสตจักรทั้งหลายนับถือ ไปร่วมในการรับบริจาคเพื่อพี่น้องที่ลำบาก

8.@ สำหรับบางคนที่กล่าวว่า “ฉันไม่แคร์ว่าคนอื่นจะคิดว่าฉันซื่อสัตย์หรือไม่ พระเจ้ารู้ก็เพียงพอแล้ว”
คำกล่าวแบบนี้ ในบางบริบทอาจจะไม่สอดคล้องกับพระคัมภีร์ตอนนี้

เราควรทำอย่างรอบคอบและโปร่งใส ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อน
จากนั้น หากยังจะมีคนเข้าใจผิด หรือสงสัยเรา ค่อยมาพูดประโยคข้างต้นก็ยังไม่สาย

คำคม

“ เพียงแค่เราใช้เฉพาะสิ่งที่เราได้รับมาจากพระเจ้า
เพื่อปรนนิบัติพระองค์ นั่นก็เพียงพอแล้ว ”

ขุมทรัพย์ 2โครินธ์ 7

ภาพรวม

  • ในบทนี้ความน่ายินดีที่คริสตจักรได้กลับใจใหม่ แม้จะเสียใจในตอนต้น แต่ได้นำความชื่นชมยินดีอย่างยิ่งมาถึงในที่สุด

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# พระเจ้าทรงสัญญาว่า หากเราแยกตัวออกจากวิถีบาปแห่งโลกนี้ พระเจ้า​จะ​เป็น​ดัง​บิดา ของเรา เรา​จะ​เป็น บุตร​ชาย บุตร​หญิงของพระองค์ (2คร. 6:17 -18)

ใน 2คร. 7:1 จึงกล่าว่า ใน​เมื่อ​เรา​มี​พระ​สัญ​ญา​เช่น​นี้ ​เรา​ก็ควรชำระ​ตัว​เอง​ให้​ปราศ​จาก​มล​ทิน​ทุก​อย่าง​ของ​เนื้อ​หนัง​และ​วิญ​ญาณ

ซึ่งสิ่งนี้เกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเรา​เกรง​กลัว​พระ​เจ้า

1.@ โดยการช่วยเหลือและการสอนของพระวิญญาณบริสุทธิ์ จะทำให้เรายำเกรงพระเจ้า
ซึ่งจะนำไปสู่การดำเนินชีวิตที่แยกตัวออกจากมลทินของโลกนี้ แยกตัวออกจากบาปที่ใครๆเขาก็ทำกัน

2.# 2คร. 7:6 “…​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​หนุน​ใจ​คน​ที่​ท้อ​ใจ…”

2.@ หากเรากำลังท้อ ผู้ที่จะหนุนใจเราได้ดีที่สุด ไม่ใช่มนุษย์คนใด แต่เป็นพระเจ้าผู้ทรงรักเราและทรงรู้ทุกสิ่ง

3.# ​ใครก็ตามที่​เสีย​ใจ​ตาม​พระ​ประ​สงค์​ของ​พระ​เจ้านั้น จะไม่มีผลร้ายใดๆเลย แต่จะ​เกิด​การ​กลับ​ใจ นำไปสู่การเอาจริงเอาจัง ความกระตือรือร้น
แต่คนที่​เสีย​ใจ​อย่าง​โลก​ ​ย่อม​นำ​สู่ความท้อแท้ สิ้นหวัง หมดกำลังใจ และนำไปสู่​ความ​ตาย

3.@ ความเสียใจในสิ่งที่ได้ทำลงไป แล้วปรารถนาที่จะกลับใจ จะนำไปสู่ชีวิตที่จำเริญขึ้น
แต่ ความเสียใจในสิ่งที่ได้ทำลงไป แล้ว ท้อแท้ สิ้นหวัง กล่าวโทษตัวเอง กล่าวโทษคนอื่น จะนำไปสู่การตกต่ำลงและหายนะ

คำคม

“การกลับใจ ไม่ใช่แค่การเสียใจ
แต่เป็นการเสียใจ แล้วลุกขึ้นมาดำเนินชีวิตใหม่อีกครั้ง”

ขุมทรัพย์ 2โครินธ์ 6

ภาพรวม

  • ในบทนี้พูดถึงการดำเนินชีวิตให้สมกับผู้ที่ได้รับพระคุณของพระเจ้า คือดำเนินชีวิตถวายเกียรติแด่พระเจ้าและไม่เกี่ยวข้องกับการกราบไหว้รูปเคารพ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# “อย่า​รับ​พระ​คุณ​ของ​พระ​เจ้า​โดย​ไม่​เกิด​ประ​โยชน์”

เมื่อได้รับพระคุณจากพระเจ้า ได้​คืน​ดี​กับ​พระ​เจ้าแล้ว
เราก็ควรใช้พระคุณนั้นเป้นแรงผลักดันให้เรา แสดง​ตัว​เป็น​คน​ปรน​นิบัติ​ของ​พระ​เจ้า​ใน​ทุก​ทาง

แม้จะต้องใช้ความ​ทรหด​อด​ทน​เป็น​อย่าง​มาก ​ในการเผชิญกับ​ความ​ยาก​ลำ​บาก หรือ ​การข่มเหงต่างๆก็ตาม
ซึ่งการแสดงตัวนี้เกิดขึ้นได้ โดยสำแดงออกมาเป็น​ความ​บริ​สุทธิ์ ความ​รู้ ความ​อดทน และ​ความ​กรุณา

ซึ่งหากจะให้เกิดขึ้น เราต้องอาศัย​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์ ผู้ซึ่งจะทำให้เรามี​ความ​รัก​อย่าง​จริง​ใจ มี​ถ้อย​คำ​สัตย์​จริง มี​ฤทธิ์​เดช​ของ​พระ​เจ้า และสามารถ​ดำเนินชีวิตอย่าง​ชอบ​ธรรมอย่างชำนาญ

การสำแดงออกนี้จะเกิดขึ้น ในทุกสถานการณ์ของชีวิต ทั้ง​ใน​ขณะ​มี​เกียรติ​และ​ขณะ​ไร้​เกียรติ ขณะ​ถูก​ดู​หมิ่น​และ​ขณะ​ได้​รับ​การ​ยก​ย่อง

1.@ พระเยซูประทานพระคุณเหลือล้นให้แก่เรา เราสมควรอย่างยิ่งที่จะสำแดงชีวิตของเราให้เป็นที่ถวายเกียรติแด่พระองค์ ในทุกการกระทำของชีวิต

2.# 2คร. 6:14 “อย่า​เข้า​เทียม​แอก​กับ​คน​ที่​ไม่​เชื่อ เพราะ​ว่า​ความ​ชอบ​ธรรม​จะ​มี​ส่วน​อะไร​กับ​ความ​อธรรม? และ​ความ​สว่าง​จะ​มีส่วน​กับ​ความ​มืด​ได้​อย่าง​ไร?”

ในข้อนี้ตามบริบทหมายถึง ไม่​ควร​เข้า​ไป​มี​ส่วน​ร่วม​ใน​พิธีกรรม​ทางศาสนาของคนไม่เชื่อ ​เพื่อ​จะไม่​​ให้​ตนเอง​ตก​อยู่​ภายใต้​อิทธิพล​ของ​การกราบไหว้รูป​เคารพ

2.@ เราไม่ควรเข้าร่วมหรือสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกราบไหว้รูปเคารพใดๆ

ประยุกต์สำหรับชีวิตแต่งงาน คือ ไม่ควรแต่งงานกับคนที่ไม่เชื่อ เพราะเมื่อเอาม้ากับโค มาเทียมแอกกัน จะเป็นผลเสียต่อทั้งสองฝ่ายมากกว่าผลดี
เนื่องจากความแตกต่างกันของความเชื่อ จะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี

คำคม

“ อย่าสักแต่รับพระคุณ แต่จงให้พระคุณนั้นเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา ”

ขุมทรัพย์ 2โครินธ์ 5

ภาพรวม

  • บทนี้กล่าวถึงชีวิตในโลกนี้ว่าเป็นเพียงชั่วคราว แต่ชีวิตหน้าถาวรนิรันดร์ ดังนั้นเราควรใช้ชีวิตในโลกนี้ให้เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า โดยที่สิ่งที่พระเจ้าพอพระทัยที่สุด คือให้มนุษย์กลับมาคืนดีกับพระเจ้า เราจึงสมควรประกาศเรื่องนี้ออกไปให้คนทั้งหลายได้รับรู้

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# สำหรับผู้เชื่อ เราแน่ใจว่า จิตวิญญาณของวันในวันนี้อาศัยอยู่ในร่างกาย ที่สักวันหนึ่งต้องถูกทำลายไป
แต่ถึงกระนั้น จิตวิญญาณของเราก็จะมีที่อาศัยใหม่ คือกายใหม่ที่พระเจ้าทรงประทานให้ ซึ่งจะคงอยู่ถาวรชั่วนิรันดร์
เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว เราจึงไม่ควรจะทุ่มเททั้งหมดของชีวิตอันแสนสั้นนี้ เพื่อสิ่งที่ต้องถูกทำลายไป
แต่ควรทุ่มเทเพื่อสิ่งซึ่งดำรงอยู่นิรันดร์

1.@ วันนี้ ชีวิตของเราอยู่เพื่อตระเตรียมสำหรับร่างายในโลกนี้ หรือในโลกหน้า มากกว่ากัน

2.# เมื่อเราอยู่ในโลกนี้ เราไม่อาจเห็นพระเจ้า แต่เราามารถดำเนินไปกับพระเจ้าด้วยความเชื่อทั้งที่ยังมองไม่เห็น
และเรารู้ว่าสักวันหนึ่งเราต้องไปปรากฏตัวต่อหน้าบัลลังก์ของพระคริสต์ เพื่อจะรับรางวัลตามการกระทำของเรา
ดังนั้นเราควรใช้ชีวิตขณะที่อยู่ในโลกนี้เพื่อให้เป็นที่พระพระทัยของพระเจ้า ไม่ใช่ตามความพอใจของตัวเราเอง

2.@ ชีวิตคริสเตียนดำเนินอย่างมั่นใจไปกับพระเจ้าทั้งที่มองไม่เห็นพระเจ้า เพราะเราดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ
วันนี้ เราใช้ความเชื่อในการดำเนินชีวิตมากเพียงใด
เราเชื่อจริงๆหรือไม่ว่า “เราต้องไปปรากฏตัวต่อหน้าบัลลังก์ของพระคริสต์”
วิธีสังเกตว่าเราเชื่อแบบนี้มากแค่ไหน สังเกตได้จากการใช้ชีวิตของเราในวันนี้

3.# พระเยซูคริสต์สิ้นชีวิต เพื่อเราจะได้มีชีวิต
ดังนั้น เราก็สมควรที่จะมีชีวิตเพื่อพระเยซู ผู้ทรงสิ้นชีวิตเพื่อเรา

3.@ ในการตัดสินใจ ทำหรือไม่ทำอะไรต่างๆในชีวิตของเรา เราเห็นแก่ประโยชน์ของใครมากกว่ากัน พระคริสต์ หรือ ตัวเราเอง?

4.# 2คร. 5:17 “ฉะนั้น​ถ้า​ใคร​อยู่​ใน​พระ​คริสต์ เขา​ก็​เป็น​คน​ที่​ถูก​สร้าง​ใหม่​แล้ว สิ่ง​สาร​พัด​ที่​เก่าๆ ก็​ล่วง​ไป นี่​แน่ะ​กลาย​เป็น​สิ่ง​ใหม่​ทั้ง​นั้น”

4.@ เมื่อเรามีความสัมพันธ์กับพระคริสต์ เข้าส่วนร่วมในพระคริสต์แล้ว
ลักษณะชีวิตแบบเก่าก็ล่วงไป กลายเป็นลักษณะชีวิตแบบใหม่ในพระเยซูคริสต์

วันนี้ ลักษณะชีวิตของเราได้รับการเปลี่ยนแปลงใหม่ ไปจากเดิมแล้วหรือยัง?

5.# พระเจ้าได้เชิญชวนมนุษย์ทั้งหลายให้กลับคืนดีกับพระองค์ เพื่อพวกเขาจะได้กลับสู่สภาพดี พระเจ้าไม่ทรงถือโทษพวกเขาแล้วให้พวกเขากลับมาหาพระองค์เถิด
พระเจ้าทรงมอบหมายเรื่องนี้ ให้เราประกาศออกไปให้มนุษย์ทั้งหลายได้รับทราบโดยทั่วกัน
เราจึงทูตของพระเจ้าที่จะนำข่าวดีนี้ไปสู่ผู้คน

5.@ วันนี้ เราเป็นทูตที่สัตย์ซื่อ หรือ เป็นทูตที่เกียจคร้าน เป็นทูตที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย?

หากวันนี้เราผิดพลาดไป เริ่มต้นใหม่ยังไม่สาย จงลุกขึ้นทำหน้าที่ทูตที่สัตย์ซื่อเถิด

คำคม

“จงยอมสละความสุขชั่วคราวในโลกนี้ เพื่อจะมีความสุขในโลกหน้าชั่วนิรันดร์”

ขุมทรัพย์ 2โครินธ์ 4

ภาพรวม

  • ในบทนี้พูดถึงความล้ำค่าของข่าวประเสริฐที่เราได้รับมา สมควรเหลือเกินที่เราจะแบ่งปันข่าวประเสริฐนี้แก่ผู้อื่น ถึงแม้จะต้องพบกับความยากลำบากมากเพียงใดก็ตาม

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ในการประกาศข่าวประเสริฐ เรา​ไม่ควร​ใช้​อุบายหรือบิด​เบือน​พระ​วจนะ​ของ​พระ​เจ้า แต่​ควร​เปิด​เผย​ความ​จริง ตามเนื้อหาของข่าวประเสริฐ

1.@ การประกาศข่าวประเสริฐนั้น การสื่อสารข่าวให้ครบสำคัญยิ่งกว่าการใช้เทคนิคใดๆเพราะข่าวประเสริฐเป็นฤทธิ์เดช และพระวิญญาณบริสุทธิ์จะทำงานในจิตใจของผู้ได้ยินข่าวประเสริฐนั้น

2.# 2คร. 4:4 “…พระ​ของ​ยุค​นี้​ได้​ทำ​ให้​ความ​คิด​ของ​คน​ที่​ไม่​เชื่อ​มืด​มน​ไป เพื่อ​ไม่​ให้​เห็น​ความ​สว่าง​ของ​ข่าว​ประ​เสริฐ คือ​เรื่อง​พระ​สิริ​ของ​พระ​คริสต์​…”

2.@ ค่านิยมต่างๆของโลก และวิญญาณชั่วในสถานฟ้าอากาศ ได้ปิดบังตาใจของผู้คน ไม่ให้เห็นความสว่างแห่งข่าวประเสริฐ

ดังนั้นในการประกาศข่าวประเสริฐจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องอธิษฐานเผื่อคนเหล่านั้นที่เราประกาศแก่เขา เพื่อเปิดตาใจของเขาให้เห็นความสว่างของข่าวประเสริฐ

3.# 2คร. 4:7 “…เรา​มี​ของ​ล้ำ​ค่า​นี้​อยู่​ใน​ภา​ชนะ​ดิน …”
ของล้ำค่า คือ ข่าวประเสริฐ
ภาชนะดิน คือ ชีวิตของเรา
ตัวเราไม่มีได้ล้ำค่า แต่เพราะเรามีข่าวประเสริฐ เราจึงเป็นภาชนะที่ล้ำค่า

3.@ เราไม่ควรเก็บสิ่งล้ำค่าไว้แต่เพียงลำพัง
แต่ควรแจกจ่ายออกไปแก่ทุกคน ด้วยการประกาศข่าวประเสริฐให้พวกเขาได้รับรู้

4.# 2คร. 4:10 “เรา​แบก​ความ​ตาย​ของ​พระ​เยซู​ไว้​ใน​ร่าง​กาย​เสมอ เพื่อ​ว่า​ชีวิต​ของ​พระ​เยซู​จะ​ปรา​กฏ​ใน​ร่าง​กาย​ของ​เรา​ด้วย”
อ.เปาโล ได้ทนความ​ทุกข์​ยากลำบาก ​ใน​การ​ถูก​ข่ม​เหง​ ใน​การ​เสี่ยง​ตาย เพราะการประกาศ​ข่าว​ประเสริฐ ​
​เพื่อ​ชีวิต​ของ​พระเยซู​คริสต์​จะ​สำแดง​ออก​ใน​ชีวิต​ของอ.เปาโล

4.@ เมื่อเราทนทุกข์เพื่อพระคริสต์ ในการถูกดูถูก ในการถูกข่มเหง ในความทุกข์ยากใดๆ นั่นเป็นการสำแดงลักษณะของพระคริสต์ให้ปรากฏชัดเขนยิ่งขึ้นในชีวิตของเรา

5.# 2คร. 4:16 “ฉะนั้น​เรา​จึง​ไม่​ย่อ​ท้อ ถึง​แม้​ว่า​สภาพ​ภาย​นอก​ของ​เรา​กำ​ลัง​ทรุด​โทรม​ไป แต่​สภาพ​ภาย​ใน​นั้น​ก็​ได้​รับ​การ​เปลี่ยน​ใหม่​ทุกๆ วัน”

พระวิญญาณบริสุทธิ์กำลังเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราขึ้นเสมอทุกวัน โดยผ่านเหตุการณ์และสถานการณ์ต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา

5.@ วันนี้ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับเรา พระเจ้ากำลังทรงใช้สิ่งเหล่านั้นเพื่อพัฒนาชีวิตภายในของเรา

6.# 2คร. 4:17 “..​ความ​ยาก​ลำ​บาก​ชั่ว​คราว​และ​เล็ก​น้อย​ของ​เรา จะ​ทำ​ให้​เรา​มี​ศักดิ์​ศรี​นิรันดร์​มาก​มาย​อย่าง​ไม่​มี​ที่​เปรียบ”

ความทุกข์ของเราวันนี้ กำลังพัฒนาชีวิตฝ่ายวิญญาณของเรา ให้เต็มไปด้วยสง่าราศีในอนาคต

6.@ เมื่อพบความทุกข์ หากเรามองถึงอนาคตในสวรรคสถาน ไม่จดจ่อกับสิ่งของชั่วคราวในโลกนี้ จะทำให้เราเข้าใจว่า ความทุกข์วันนี้ มันเล็กน้อยเหลือเกิน และไม่สำคัญเลยเมื่อเทียบกับสิ่งที่กำลังจะได้รับ

คำคม

“ทุกข์ชั่วคราว เพื่อได้ศักดิ์ศรีชั่วนิรันดร์ คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม”

ขุมทรัพย์ 2โครินธ์ 3

ภาพรวม

  • บทนี้กล่าวถึงความน่าภาคภูมิใจของข่าวประเสริฐ ซึ่งนำสง่าราศีมาสู่ชีวิตของผู้เชื่อยิ่งกว่าสง่าราศีเมื่อโมเสสได้รับธรรมบัญญัติจากพระเจ้าเสียอีก

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ผู้เชื่อ เป็น ​จด​หมาย​ของ​พระ​คริสต์
ซึ่งจดหมายนี้ถูก​เขียนบนแผ่นดวงใจของผู้เชื่อ โดย​พระ​วิญ​ญาณ​ของ​พระเจ้า

ดังนั้นคนทั้งหลายจะรู้ได้ว่าพระคริสต์อยากจะสื่อสารอะไรกับพวกเขา ก็ดูได้จากจิตใจของผู้เชื่อ ซึ่งส่งผลออกมาเป็นการกระทำ

1.@ คนจะรู้ว่าพระเยซูทรงรักเขา เมื่อผู้เชื่อได้สำแดงความรักของพระเยซูไปสู่เขา
คนจะรู้ว่าพระเยซูทรงฤทธานุภาพมากเพียงใด เมื่อผู้เชื่ออธิษฐานต่อพระเยซูเพื่อพวกเขา

2.# ความสามารถในการรับใช้พระเจ้า ไม่ใช่ความสามารถของเราเอง แต่พระเจ้าทรงโปรดประทานความสามารถนั้นให้แก่เรา

2.@ เมื่อเรารับใช้เกิดผล เราควรถ่อมใจลง แล้วขอบพระคุณพระเจ้า
เมื่อเราผิดพลาดในการรับใช้พระเจ้า เราควรถ่อมใจลง ขอพระเจ้าทรงสอน ทรงนำเรามากขึ้นอีก

3.# เมื่อโมเสสรับธรรมบัญญัติจากพระเจ้าแล้วลงมาจากภูเขายังเต็มไปด้วยสง่าราศี ทั้งที่ราศีนั้นชั่วคราว และไม่สามารถนำให้มนุษย์รอดพ้นความตายได้

แต่บัดนี้เรานำข่าวประเสริฐจากพระเจ้า มายังคนทั้งหลายจะยิ่งเต็มไปด้วยสง่าราศียิ่งกว่านั้นสักเท่าใด เพราะว่าเป็นสง่าราศีที่จะคงอยู่ชั่วนิรันดร์และสามารถนำมนุษย์ให้รอดพ้นความตาย ได้รับชีวิตนิรันดร์

3.@ เราควรภาคภูมิใจในข่าวประเสริฐ เพราะข่าวประเสริฐสามารถนำความรอด ชีวิต และสง่าราศีมาสู่มนุษย์ทุกคนที่เชื่อได้

4.# พระ​วิญ​ญาณ​ของ​พระเจ้า​ทรง​อยู่​ที่​ไหน เสรี​ภาพ​ก็​มี​อยู่​ที่​นั่น

4.@ พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตในเรา
เราจึงสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีเสรีภาพ ไม่ได้อยู่ใต้กฏของธรรมบัญญัติ
แต่อยู่ใต้พระวิญญาณ ตามการทรงนำของพระองค์

5.# เรา​เมื่อ​มอง​ดู​พระ​รัศมี​ของ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า แล้ว​เรา​ก็​ได้​รับ​การ​เปลี่ยน​แปลง​ให้​เป็น​เหมือน​พระ​ฉายา​ของ​พระ​องค์​โดย​มี​ศักดิ์​ศรี​เป็น​ลำ​ดับ​ขึ้น​ไป

นั่นคือ ยิ่งเราใกล้ชิดกับพระเจ้า ติดสนิทกับพระเจ้า จดจ่ออยู่กับพระองค์
เราก็จะยิ่งเปลี่ยนไปเต็มไปด้วยสง่าราศีของพระองค์มากยิ่งขึ้น

5.@ การใกล้ชิดสนิทสนมกับพระเจ้า เป็นกุญแจที่จะนำเราไปสู่สง่าราศีของพระองค์

คำคม

“คนที่เชื่อในข่าวประเสริฐจริงๆ จะภาคภูมิใจในข่าวประเสริฐ”

ขุมทรัพย์ 2โครินธ์ 2

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโลพูดถึงเหตุที่ต้องเขียนจดหมายมาตำหนิคริสตจักรโครินธ์อย่างรุนแรงใน 1 โครินธ์ และแนะนำให้คริสตจักรยกโทษให้แก่ผู้ที่ทำผิดที่ได้กลับใจใหม่แล้ว
  • และกล่าวถึงข่าวประเสริฐว่าเป็นพระพรสำหรับคนที่เชื่อ และเป็นคำพิพากษาสำหรับคนที่ไม่เชื่อ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# อ.เปาโลกล่าวว่า เขาไม่อยากทำให้คริสตจักรโครินธ์เป็นทุกข์ เพราะว่าคนที่จะทำให้อ.เปาโลมีความสุขคือคริสตจักรโครินธ์

อ.เปาโลจำเป็นต้องเตือนพวกเขาอย่างรุนแรง
แม้คำเตือนนั้นจะทำให้พวกเขาเกิดความทุกข์ชั่วขณะ
แต่เมื่อพวกเขากลับใจแล้ว พวกเขาจะพบกับความชื่นชมยินดี

และนั่นเองจะทำให้อ.เปาโลพบกับความชื่นชมยินดีด้วย

1.@ เมื่อเราพบพี่น้องที่ทำผิดต่อพระเจ้า เราควรเตือนเขา
ไม่ใช่เพราะไม่รักเราจึงอยากซ้ำเติมเขา แต่เพราะรักมากจึงอยากจะช่วยเขา

คำเตือนด้วยความรัก แตกต่างจาก คำเตือนด้วยความสะใจ
ผู้รับคำเตือนจะสัมผัสได้
แม้สำหรับบางคนต้องใช้เวลานานสักหน่อยจึงจะสัมผัสได้
แต่ในที่สุดเขาจะสัมผัสได้ ถ้าเรายังคงรักเขาต่อไป

2.# อ.เปาโลกล่าวถึงคนที่ทำผิดล่วงประเวณี ที่อ.เปาโลพูดไว้ใน 1คร. 5:1 โดยอ.เปาโลแนะนำคริสตจักรโครินธ์ให้ยกโทษให้คนนั้นและปลอบประโลมเขา ด้วยการ​ยืนยัน​ความ​รัก​ต่อ​คน​นั้น​ใหม่ เพราะคริสตจักรลงโทษเขามากพอแล้ว

ทั้งนี้เพื่อ​ไม่​ให้​ซา​ตาน​ได้​เปรียบคริสตจักร
เพราะ​เรา​รู้​กล​อุบาย​ของ​มัน​แล้ว
มันอยากทำลายชีวิตของคน
ดังนั้น เราจะไม่ยอม เราจะช่วยชีวิตคนให้กลับเริ่มต้นชีวิตใหม่ให้ได้

2.@ เมื่อมีพี่น้องที่ทำผิด คริสตจักรสมควรลงวินัยคนนั้น ด้วยความรัก ด้วยความปรารถนาให้เขากลับใจเสียใหม่
และเมื่อเขากลับใจแล้ว คริสตจักรควรช่วยเขา ให้สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ และไม่หลงกลับไปในทางเก่าอีก

3.# ใน 2คร. 2:14-16 อ.เปาโลใช้ภาพของขบวน​ฉลอง​ชัย​ของโรมในการเปรียบเทียบ ในสมัยนั้นเมื่อกองทัพโรมมีชัยชนะแล้วเดินทางกลับเข้าเมือง จะมีขบวนทหารนำหน้า แล้วมีเชลยที่จับตัวมาเพื่อประหาร เดินตามหลัง และจะมีการจุดเครื่องหอมรอบล้อมรล้อมรอบขบวนเหล่านี้
กลิ่นหอมนี้สำหรับทหารที่ชนะจึงเป็นกลิ่นแห่งชีวิต กลิ่นแห่งชัยชนะ อีกไม่นานเขากำลังจะได้รับรางวัล
แต่สำหรับพวกเชลยเป็นกลิ่นแห่งความตาย อีกไม่นานเขากำลังจะพบกับความตาย

3.@ สำหรับเราผู้เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ ได้รู้จักกับพระเจ้า กลิ่นหอมแห่งข่าวประเสริฐเป็นกลิ่นที่ประกาศว่า อีกไม่นานเราจะได้ครอบครองร่วมกันกับพระคริสต์
แต่สำหรับผู้ที่ไม่เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์นั้น กลิ่นหอมของข่าวประเสริฐเป็นกลิ่นที่ประกาศว่า อีกไม่นานพวกเขาจะพบกับการพิพากษาอันเข้มงวดของพระเจ้า

คำคม

“ คนที่กำลังจะพินาศ รอดพ้นได้โดยการวางใจในพระเยซู”

ขุมทรัพย์ 2โครินธ์ 1

ภาพรวม

  • หลังจากที่ อ.เปาโลได้เขียนพระธรรม 1โครินธ์ ส่งไป ให้คริสตจักรโครินธ์แล้ว อ.เปาโลก็ได้ออกจากเมืองเอเฟซัส ไปยังแคว้นมาซิโดเนีย (กจ.20:1)
  • พอทิตัสกลับมาหาท่านพร้อมกับแจ้งข่าวดี ว่าจดหมายฝากฉบับแรกของท่านได้บังเกิดผลเป็นอันมาก ท่านจึงรีบเขียนจดหมาย 2โครินธ์ฉบับที่สองนี้ขึ้น แล้วมอบให้ทิตัสนำไปส่งแก่คริสตจักรในเมืองนั้นอีกครั้งหนึ่ง
  • ในบทที่ 1 นี้ พูดถึงการเผชิญความทุกข์ยาก สามารถเปลี่ยนเป็นพระพรได้เมื่อได้รับการหนุนใจจากพระเจ้า และพูดถึงการเลื่อนกำหนดการมาเยี่ยมคริสตจักรโครินธ์ ของอ.เปาโล

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เมื่อเราประสบความยากลำบาก ​พระเจ้าจะทรง​หนุนใจ​เรา​ เพื่อต่อไปภายในหน้า ​เรา​จะ​สา​มารถ​หนุน​ใจ​คน​อื่นๆที่​มี​ความ​ยาก​ลำ​บาก​ได้​ด้วย​

การหนุนใจจากพระเจ้า เกิดจากการที่เราซาบซึิ้งในความรักที่พระองค์ทรงมีต่อเรา (ข้อ 5) ยิ่งซาบซึ้งมากก็ยิ่งรับการหนุนใจมาก

1.@ ความทุกข์ที่เรากำลังพบอยู่ในวันนี้ เราสามารถผ่านมันไปได้ ด้วยการระลึกถึงความรักของพระเจ้าที่มีต่อเรา แล้วเราจะไม่กลัว เราจะมีความเชื่อมากพอที่จะผ่านพ้นมันไปได้อย่างสง่างาม
และเมื่อเราผ่านพ้นไปได้แล้ว เราก็จะสามารถหนุนใจคนอื่นๆ ให้ทำแบบเดียวกับเราได้ด้วย
ดังนั้นความทุกข์ที่เรากำลังพบในวันนี้ สามารถนำไปสู่พระพรต่อตัวเราและผู้อื่นได้ เมื่อเราเผชิญมันด้วยการซาบซึ้งในความรักของพระคริสต์

2.# อ.เปาโล กล่าวว่า พระ​เจ้า​ทรง​ช่วย​เขา​ให้​พ้น​จาก​มรณ​ภัย​มา​แล้ว และ​พระ​องค์​จะ​ทรง​ช่วย​เขา​อีก เขา​หวัง​ใน​พระ​องค์​ว่า ​พระ​องค์​จะ​ทรง​ช่วย​เขา​ต่อ​ไป​อีก (2คร. 1:10)

2.@ ในอดีตพระเจ้าเคยช่วยเราผ่านพ้นสถานการณ์ที่ยากๆในชีวิตของเรามาแล้วอย่างไร
พระองค์ก็จะทรงช่วยเราอีกเป็นแน่ในวันนี้
และต่อไปภายหน้า เราก็ยังคงสามารถหวังใจในพระองค์ได้ว่า พระองค์ก็จะทรงช่วยเราอีก
อาเมน

3.# ใน 2คร. 1:11 ชี้ให้เห็นหลักการสำคัญในฝ่ายวิญญาณ ว่า
เมื่อคนจำนวนมากอธิษฐานเผื่อเรา
เราก็จะได้รับพระคุณ(ได้รับในสิ่งที่ไม่สมควรได้รับ)มากยิ่งขึ้น
ซึ่งนั่นจะทำให้เกิดการขอบพระคุณพระเจ้าของคนจำนวนมากยิ่งขึ้นไปอีก

3.@ เราควรอธิษฐานเผื่อกันและกัน เพื่อพระเจ้าจะประทานพระคุณของพระเจ้าแก่เขามากยิ่งขึ้นอีก แล้วนั่นจะเป็นการเพิ่มพูนความเชื่อของเราเพิ่มขึ้นอีก

“ขอขอบคุณทุกท่านที่อธิษฐานเผื่อผม ที่ผ่านมาพระคุณของพระเจ้าจึงมีมากล้นสำหรับชีวิตของผม ผมได้รับในสิ่งที่ไม่สมควรจะได้รับมากมาย ขอบคุณพระเจ้า”

4.# 2คร. 1:20 “…พระ​สัญ​ญา​ต่างๆ ของ​พระ​เจ้า​ล้วน​แต่​เป็น​จริง​โดย​พระ​เยซู “

4.@ คำสัญญาที่พระเจ้าเคยสัญญาไว้ เกิดขึ้นเป็นจริงทุกข้อ โดยทางการเสด็จมาบังเกิดของพระเยซูคริสต์ โดยการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ และโดยการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระองค์ พระสัญญาของพระเจ้าก็สำเร็จเป็นจริงแล้วสำหรับมนุษย์ทุกคนที่เชื่อพระสัญญานั้น
พระเจ้าจะทรงรักษาสัญญาอย่างแน่นอน

5.# พระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ทรงสถิตภายในเรา เป็นดั่งตราประทับว่าเราเป็นบุตรของพระเจ้าแล้ว และพระองค์ทรงเป็นดั่งมัดจำว่าเราจะรอดพ้นการพิพากษา เข้าสู่ชีวิตนิรันดร์อย่างแน่นอน (2คร. 1:22)

5.@ วันนี้ พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตกับเราแล้ว
เราจึงมั่นใจได้ว่า เราเป็นบุตรแท้ของพระเจ้า
และเราจะได้เข้าสู่แผ่นดินสวรรค์อย่างแน่นอน

คนที่มีการเตือนสอนจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ในจิตใจของเขา
เมื่อเขากำลังเดินผิดจากน้ำพระทัยของพระเจ้า
แสดงว่า คนนั้นมีพระวิญญาณบริสุทธิ์ประทับอยู่ในใจของเขาแล้ว

คำคม

“การเผชิญความทุกข์แบบมีพระเจ้าทรงสถิต
มีความสุขยิ่งกว่า
การเริงสำราญในบาปโดยปราศจากพระองค์”

ขุมทรัพย์ 1โครินธ์ 16

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโลพูดถึงการเรี่ยไรเงินเพื่อช่วยพี่น้องที่ลำบาก และการเดินทางของเขาที่จะมาที่โครินธ์ แล้วจบด้วยคำทักทายจากเขาเองและเพื่อนร่วมรับใช้

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# การเรี่ยไรเงินเพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่ขัดสนเป็นสิ่งที่ดี แต่ควรทำโดยวิธีการที่รัดกุมและโปร่งใส มิฉะนั้นมารซาตานอาจจะใช้เป็นช่องโจมตี เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของเราได้

1.@ การเรี่ยไรเงินนั้น เสี่ยงต่อการเสียชื่อเสียงหรือถูกเข้าใจผิด แต่อ.เปาโลก็เต็มใจเข้าสู่ความเสี่ยงนั้น แต่ขณะเดียวกันก็ทำด้วยความระมัดระวัง

เราควรกล้าหาญ แต่ก็ไม่ควรโง่

2.# อ.เปาโล บอกคริสตจักรโครินธ์ว่า จะค้างอยู่ที่เมืองเอเฟซัสนานสักหน่อยหนึ่ง เพราะ​ว่า​ที่​นั่น​ประตู​เปิด​อย่าง​กว้าง​ขวาง​ที่​จะ​ทำ​งาน​เกิด​ผล ถึงแม้จะมี​คน​ขัด​ขวาง​​มาก​ด้วยก็ตาม

2.@ อ.เปาโล เต็มใจที่จะเสี่ยงอันตรายอยู่ที่เมืองเอเฟซัสเป็นเวลานาน แม้จะรู้ว่าที่นั่นมีคนเกลียดอ.เปาโลมากก็ตาม แต่เพราะว่าที่นั่นโอกาสในการประกาศข่าวประสเริฐมีมาก ดังนั้นต่อให้เสี่ยงก็คุ้มที่จะอยู่รับใช้ที่นั่นนานขึ้น

วันนี้ ประตูเปิดกว้างอย่างมากในประเทศไทย ขณะเดียวกันการข่มเหงก็ถือว่าเล็กน้อยเหลือเกิน
ดังนั้น เราจึงสมควรอย่างยิ่งที่จะใช้โอกาสที่ประตูเปิดกว้างนี้ ประกาศข่าวประเสริฐไปให้ทั่วแผ่นดินไทย

3.# ในข้อ 12 นั้น เห็นได้ว่า อ.เปาโล และ อปอลโล นั้นสนิทสนมกันมาก และเป็นเพื่อนร่วมงานกัน
แต่ปรากฏว่า คริสตจักรโครินธ์ กลับพยายามแยกกลุ่มออกเป็นศิษย์เปาโล ศิษย์อปอลโล(1คร. 1:12)
สังเกตได้ว่า ผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณจะเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
แต่เด็กฝ่ายวิญญาณหรือคริสเตียนเนื้อหนัง จะพยายามแตกแยกกัน

3.@ วันนี้ ในการรับใช้พระเจ้า เราเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับเพื่อนร่วมรับใช้ หรือ เกิดการแตกแยกกันขึ้นท่ามกลางเพื่อนร่วมรับใช้

ความเข้มแข็งของคริสตจักรไม่ได้วัดกัยที่ทำผลงานสำเร็จมากแค่ไหน
แต่วัดที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในพระคริสต์มากเพียงใด

4.# ​อ.เปาโล แนะนำว่า
– จง​ระมัด​ระวังในการดำเนินชีวิต
– จง​มั่น​คง​ใน​ความ​เชื่อ
– จง​เป็น​คน​กล้า​หาญ
– ​จง​เข้ม​แข็ง
– จง​ทำ​ทุก​สิ่ง​ด้วย​ความ​รัก

4.@ ให้เราดำเนินชีวิตอย่างระมัดวังให้อยู่ใน ความเชื่อ ความหวัง และความรัก
– ความเชื่อ ทำให้กล้าหาญ
– ความหวัง ทำให้เข้มแข็ง ไม่ย้อท้อง่ายๆ
– ความรัก ทำให้ทุกสิ่งที่ทำนั้นมีคุณค่าอย่างแท้จริง

5.# คำว่า “ขอ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​เสด็จ​มา​เถิด” ในข้อ 22 มาจากภาษาซีรีแอก(ภาษาอารเมคสำเนียงตะวันออก) ว่า Maranatha มารานาธา เป็นวลีที่นิยมกล่าวกันในสมัยนั้นเพื่อเตือนกันและกันว่า พระเยซูคริสต์ใกล้จะเสด็จกลับมาแล้ว

5.@ “มารานาธา”

คำคม

“จงกล้าหาญ จงเข้มแข็ง และเต็มไปด้วยความรัก”

ขุมทรัพย์ 1โครินธ์ 15

ภาพรวม

  • บทนี้การเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซู ว่าเป็นผลแรก และเราทั้งหลายผู้เชื่อวางใจในพระองค์จะเป็นผลที่ตามมา จะมีสภาพเป็นเหมือนพระองค์

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ข่าวประเสริฐ คือ ข่าวที่บอกว่า “พระ​เยซูคริสต์​วาย​พระ​ชนม์​เพราะ​บาป​ของ​เรา และ​ทรง​ถูก​ฝัง​ไว้ แล้ว​วัน​ที่​สาม​พระ​องค์​ทรง​ถูก​ทำ​ให้​เป็น​ขึ้น​มา ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นไปตามคำสัญญาของพระเจ้าที่พยากรณ์ไว้ในพระคัมภีร์”

1.@ พระเยซูตายเพื่อบาปของเราเรียบร้อยแล้ว และ พระเยซูทรงเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว ด้วยเหตุนี้เราสามารถรับสิทธิพ้นบาปและมีชีวิตใหม่ได้แล้ว

ใครเชื่อข่าวนี้ จริงๆ คนนั้นจะปรารถนาที่จะได้รับสิทธินี้อย่างแน่นอน
เมื่อเขาวางใจว่า “ใช่แล้ว ข่าวนี้เป็นความจริง พระเยซูสามารถทำให้ฉันพ้นบาปและมีชีวิตใหม่ได้”
เขาก็จะยื่นมือออกไปรับสิทธินั้น ด้วยการต้อนรับพระเยซูเข้ามาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดและเป็นเจ้านายในชีวิตของเขา
และนั่นเอง เขาได้รับความรอดแล้ว

2.# เมื่อเราเชื่อในข่าวประเสริฐแล้ว เราจำเป็นต้องยึดมั่นในความเชื่อนั้นจนถึงวันสุดท้ายในชีวิตของเรา(ข้อ2) เพราะว่าเราได้รอดความรอดโดยความเชื่อในข่าวประเสริฐ
หากเราโยนความเชื่อนั้นทิ้งไป เราจะรอดได้อย่างไร?

2.@ การเชื่อในข่าวประเสริฐเป็นสิ่งสำคัญมาก แต่การยึดมั่นในข่าวประเสริฐจนวันตายก็สำคัญไม่แพ้กัน

3.# อ.เปาโล กล่าวว่า พระ​คุณ​ของ​พระเจ้าที่ อ.เปาโลได้รับ ​ไม่​ไร้​ประ​โยชน์ เพราะเป็นเหตุให้ อ.เปาโล​ตราก​ตรำ​อย่างสุดกำลังเพื่อข่าวประเสริฐ ซึ่งไม่​ใช่​เพราะตัว​เขา​เองดีหรือเก่ง แต่เพราะ​พระ​คุณ​ของ​พระ​เจ้า​นั้นแสนประเสริฐ

3.@ ยิ่งเราทราบซึ้งในพระคุณของพระเจ้า มากเท่าใด เราก็ยิ่งจะทุ่มเทในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้ามากขึ้นเท่านั้น

วิธีวัดว่า เราซาบซึ้งพระคุณของพระเจ้ามากเพียงใด ไม่ได้วัดที่คำพูดหรือการร้องเพลง แต่วัดที่เราได้ทุ่มเทชีวิตในการปรนนิบัติพระองค์มากเพียงใด

4.# ข่าวประเสริฐ กล่าวว่า พระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตาย ซึ่งเรื่องนี้ ทำให้ผู้เชื่อมีความหวังว่าจะได้เป็นขึ้นมาจากความตายเหมือนพระองค์

4.@ การไม่เชื่อว่า การเป็นขึ้นมาจากความตายมีอยู่จริง ก็เท่ากับไม่เชื่อข่าวประเสริฐนั้นเอง
ดังนั้น ผู้เชื่อที่ไม่เชื่อว่าการเป็นขึ้นมาจากความตายมีจริง ก็คือผู้ไม่เชื่อนั่นเอง

ผู้ที่เชื่อจริงๆว่าเขาจะเป็นขึ้นมาจากความตาย ย่อมดำเนินชีวิตโดยรู้ตัวว่า ความตายไม่น่ากลัวเลยสำหรับเขา และ เขาจะรู้ตัวว่าสิ่งของในโลกนี้ทั้งหมดเป็นสิ่งชั่วคราวสำหรับเขา

5.# เพราะพระเยซูคริสต์เป็นขึ้นมาจากความตายเป็นผลแรก เราทั้งหลายที่เชื่อวางใจในพระองค์จะเป็นผลที่ตามมา ซึ่งจะมีลักษณะแบบเดียวกับผลแรกนั้น

5.@ เราจะมีกายทิพย์(กายวิญญาณ)เหมือนพระเยซู เมื่อเราเป็นขึ้นมาจากความตาย
แต่ร่าง​กาย​สำ​หรับ​สวรรค์ และ​​ร่าง​กาย​สำ​หรับ​โลก​ คนละอย่างกัน แตกต่างกัน (1คร. 15:40)
เรายังไม่ทราบรายละเอียดมากนัก คงต้องรอพบของจริงด้วยตนเองในเวลาอีกไม่นาน

6.# วันที่พระเยซูคริสต์เสด็จกลับมา เมื่อ​เป่า​แตร​ครั้ง​สุด​ท้าย หากเรายังมีชีวิตอยู่ในวันนั้น เรา​จะ​​ถูก​เปลี่ยน​ใหม่​ ใน​พริบ​ตา​เดียว แต่หากเรา​ตาย​ไปก่อนหน้านั้นแล้ว เรา​จะ​ถูก​ทำ​ให้​เป็น​ขึ้น แล้ว​เรา​จะ​ถูก​เปลี่ยน​ใหม่ รับสภาพใหม่ สภาพอมตะชั่วนิรันดร์ (ข้อ 51-52)
แล้วความตายก็จะไม่มีอิทธพลต่อเราอีกเลย ตลอดกาล (ข้อ54)

6.@ ในไม่ช้า เราจะรับสภาพอมตะชั่วนิรันดร์
อย่าให้เราสนใจ ใส่ใจ กับสิ่งของชั่วคราวในโลกนี้ จนละเลยตระเตรียมสำหรับโลกหน้า

7.# 1คร. 15:58 “…จง​มั่นคง​อยู่ อย่า​หวั่น​ไหว จง​ทำ​งาน​ของ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ให้​บริ​บูรณ์​ทุก​เวลา ท่าน​ทั้ง​หลาย​พึง​รู้​ว่า ใน​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า การ​ตราก​ตรำ​ของ​ท่าน​จะ​ไม่​ไร้​ประ​โยชน์”

7.@ พระเจ้าทรงสัญญาว่า ทุกสิ่งที่เราทำเพื่อพระเจ้าจะไม่ไร้ผล

คำคม

“โดยความเชื่อ
อนาคตในสวรรค์เป็นสิ่งที่แน่นอนยิ่งกว่าสิ่งที่จะเกิดกับเราในวันพรุ่งนี้เสียอีก”

ขุมทรัพย์ 1โครินธ์ 14

ภาพรวม

  • ในบทนี้ กล่าวถึงการใช้ของประทานในคริสตจักรว่า ควรคำนึงถึงประโยชน์ที่สมาชิกโดยรวมของคริสตจักรจะได้รับ และคำนึงถึงความเป็นระเบียบในคริสตจักร

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# อ.เปาโล ชี้ให้เห็นว่า การใช้ของประทานในคริสตจักรนั้น สิ่งสำคัญคือใช้เพื่อทำให้คริสตจักรจำเริญขึ้น
ในคริสตจักร อ.เปาโลจึงอยากให้ใช้ของประทานการเผยพระวจนะ มากกว่าการใช้ของประทานการพูดภาษาแปลกๆแบบไม่มีการแปล

1.@ การใช้ของประทานที่เรามี จงใช้เพื่อทำให้พี่น้องในคริสตจักรจำเริญขึ้น

2.# อ.เปาโล กล่าวว่า ใน 1คร. 14:4 ว่า “คน​ที่​พูด​ภา​ษา​แปลกๆ นั้น​ก็​ทำ​ให้​ตัว​เอง​เจริญ​ขึ้น” และ ใน 1คร. 14:18 ว่า “…ข้าพ​เจ้า​พูด​ภา​ษา​แปลกๆ มาก​กว่า​ท่าน​ทั้ง​หลาย​อีก”

อ.เปาโล ชี้ให้เห็นว่า การพูดภาษาแปลกๆเป็นประโยชน์มากต่อจิตวิญญาณของตนเอง และตัวอ.เปาโลเอง ก็ทำเช่นนั้นอย่างมากด้วย

2.@ การพูดภาษาแปลกๆเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อจิตวิญญาณ ดังนั้นคนที่พูดภาษาแปลกๆได้ ควรใช้การอธิษฐานภาษาแปลกๆเป็นประจำอยู่เสมอ

3.# ในการใช้ของประทานในคริสตจักร ควรใช้อย่างเป็นระเบียบ เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ไม่​ใช่​พระ​เจ้า​แห่ง​ความ​วุ่น​วาย แต่​ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​แห่ง​สันติ

3.@ พระเจ้าของเรามีระเบียบแบบแผนในการทรงสร้างสิ่งต่างๆ ด้วยเหตุนี้การสำแดงของพระเจ้า ผ่านของประทานในคริสตจักร ควรสะท้อนถึงพระลักษณะของพระองค์เสมอ

4.# อ.เปาโล ห้ามไม่ให้ผู้หญิงสอนหรือถามในคริสตจักร เนื่องจากในสมัยนั้นผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่รู้หนังสือ ไม่มีความรู้ในพระคำของพระเจ้า จึงไม่เหมาะที่จะเป็นผู้สอนในคริสตจักร และเนื่องจากผู้หญิงเหล่านั้นไม่มีความรู้ในพระคัมภีร์คำถามของพวกเธอจึงมักจะชักใบให้เรือเสียมากกว่า จะถามคำถามที่เป็นประโยชน์ ดังนั้นถ้ามีอะไรอยากจะถาม อ.เปาโล จึงบอกให้พวกเธอไปถามสามีที่บ้าน แทนที่จะถามผู้ที่กำลังสอนในคริสตจักร

4.@ เราไม่ควรให้ผู้ไม่มีความรู้ในพระคำของพระเจ้า สอนพระคำของพระเจ้า ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร มีตำแหน่งใหญ่โตเพียงใดในสังคมภายนอกก็ตาม

คำคม

“พระเจ้าประทานความสามารถให้แก่เรา เพื่อเราจะปรนนิบัติผู้อื่น”

ขุมทรัพย์ 1โครินธ์ 13

ภาพรวม

  • บทนี้ กล่าวถึงของประทานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่พระเจ้าประทานแก่เรา และพระองค์ประสงค์ให้เราใช้ของประทานนี้อย่างเต็มที่ นั่นคือ ความรัก

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน ไม่ว่าจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เพียงใด แต่ถ้าปราศจากความรัก ก็ไม่มีค่าอะไรเลย

1.@ สำหรับพระเจ้า งานรับใช้ที่เราทำนั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่ผลของงานที่ทำ แต่เป็นความรักที่มีอยู่ขณะที่ทำงานเหล่านั้น

หากความรักไม่ใช่แรงบันดาลใจในการรับใช้ ไม่ต้องรับใช้จะดีเสียกว่า

2.# ความ​รัก​
– ​อดทน​นาน​
– กระทำ​คุณ​ให้
– ไม่​อิจฉา
– ไม่​อวด​ตัว
– ไม่​หยิ่ง​ผยอง​
– ไม่​หยาบ​คาย
– ไม่​คิดเห็น​แก่​ตนเอง​ฝ่าย​เดียว
– ไม่​ฉุนเฉียว
– ไม่​ช่าง​จดจำ​ความ​ผิด​
– ไม่​ชื่น​ชม​ยินดี​เมื่อ​มี​การ​ประพฤติ​ผิด
– ​ชื่น​ชม​ยินดี​เมื่อ​ประพฤติ​ชอบ​
– ​ทน​ได้​ทุก​อย่าง​แม้​ความ​ผิด​ของ​คน​อื่น
– ​เชื่อ​ใน​ส่วน​ดี​ของ​เขา​อยู่​เสมอ
– ​มี​ความ​หวัง​อยู่​เสมอ
– ​ทน​ต่อ​ทุก​อย่าง
– ไม่​มี​วัน​สูญ​สิ้น

2.@ เราถูกพระเจ้ารักด้วยความรักเช่นนี้
และ พระองค์ประสงค์ให้เราส่งต่อความรักที่เราได้รับมานี้แก่ผู้อื่นด้วย

3.# 1คร. 13:13 “ดังนั้น​ยัง​ตั้งอยู่​สาม​สิ่ง คือ​ความ​เชื่อ ความ​หวัง​ใจ และ​ความ​รัก แต่​ความ​รัก​ใหญ่​ที่สุด​”

3.@ ความเชื่อ ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้
ความหวัง ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น
ความรัก ทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์

คำคม

“ทำทุกสิ่ง โดยไร้รัก นั้นไร้ค่า”

ขุมทรัพย์ 1โครินธ์ 12

ภาพรวม

  • บทนี้กล่าวว่า เราทุกคนเป็นอวัยวะในพระกายของพระคริสต์ ซึ่งทุกคนได้รับของประทานที่แตกต่างกัน จากพระวิญญาณองค์เดียวกัน เราต้องการกันและกัน ทุกคนสำคัญ จะขาดคนใดคนหนึ่งไปไม่ได้

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ไม่มีใครสามารถต้อนรับพระเยซูเข้ามาเป็นพระเจ้าเป็นเจ้านายในชีวิตของเขาอย่างจริงใจได้ โดยปราศจากการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในชีวิตของเขา

1.@ วันนี้ ที่เราต้อนรับพระเยซูเข้ามาในใจของเรา ไม่ใช่เพราะความดี ความถ่อม หรือความฉลาดใดๆของเราเลย แต่เป็นพระคุณของพระเจ้า ที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทำให้เราเปิดใจต้อนรับพระองค์เข้ามาในชีวิต

การที่จะให้ใครสักคน ต้อนรับพระเยซูเข้ามาในชีวิตของเขาอย่างแท้จริง จำเป็นหรือเกินที่ต้องมีใครบางคนอธิษฐานเผื่อเขา

2.# พระ​วิญญาณ​องค์​เดียว​กัน​ทรง​ประทาน​ ของประทาน ความสามารถ ให้แก่​แต่​ละ​คน แตกต่างกัน ​ตาม​ชอบ​พระ​ทัย​พระ​องค์

2.@ ความสามารถทุกอย่างที่เรามี ความจริงแล้วพระเจ้าทรงประทานให้
เราควรขอบคุณพระเจ้า ถ่อมใจลง และใช้สิ่งเหล่านั้นเพื่อพระเจ้า

พระเจ้าทรงประทานตามชอบพระทัยของพระองค์
พระองค์ตัดสินเองว่า ใครควรจะมีความสามารถอะไรอย่างไร
เราจึงไม่ควรอิจฉา หรือ น้อยเนื้อต่ำใจ หากเราไม่ได้มีความสามารถบางอย่างเหมือนบางคน
เพราะพระเจ้าผู้ทรงสรรพัญญู ทรงทราบดีว่าจะประทานความสามารถอะไรที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเรา

พระวิญญาณองค์เดียวกันเป็นผู้ประทาน ดังนั้นเราควรเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
และควรภาคภูมิใจ แม้ว่าของประทานของเราไม่เหมือนกบของอีกคน เพราะของประทานที่เราและของคนอื่นๆที่ได้รับมานั้น ก็เป็นของประทานจากพระวิญญาณผู้เดียวกันนั่นเอง เพียงแค่พระองค์ประทานในลักษณะที่แตกต่างกันเท่านั้นเอง

3.# 1คร. 12:7 “การ​สำ​แดง​ของ​พระ​วิญ​ญาณ​นั้น พระ​องค์​ประ​ทาน​แก่​แต่​ละ​คน​เพื่อ​ประ​โยชน์​ร่วม​กัน”

3.@ สิ่งที่พระเจ้าประทานให้แก่เรานั้น เพื่อเราจะใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น
การนำเอาของประทานความสามารถ มาใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองเท่านั้น จึงถือว่าเป็นการใช้งานผิดประเภท
เหมือนเอาน้ำจากสายดับเพลิงมาอาบน้ำตัวเอง ขณะไฟกำลังไหม้บ้านเพื่อนบ้านอยู่

4.# แม้เราแต่ละคนจะมีความสามารถที่แตกต่างกัน
แต่ก็มาจากพระวิญญาณองค์เดียวกัน
เราอยู่ในพระวิญญาณองค์เดียวกัน
เราจึงเป็นกายเดียวกันโดยทางพระวิญญาณ

แม้จะแตกต่างกัน แต่ทุกคนล้วนสำคัญ เป็นเหมือนอวัยวะในร่างกายที่ทุกส่วนล้วนสำหรับ ประกอบกันเข้าเป็นร่างกายที่สมบูรณ์ หากขาดอวัยวะใดไป ก็เรียกได้ว่าเป็นร่างกายพิการ

4.@ เราต้องการกันและกัน ทุกคนสำคัญ ไม่ว่าเขาจะรู้สึกว่าเขาไม่สำคัญสักเพียงใดก็ตาม
หากขาดใครไป หรือคนใดไม่ได้ทำหน้าที่ของตน คริสตจักรจะไม่สมบูรณ์ เปรียบเสมือนกับคริสตจักรพิการ

น่าเศร้าที่ ทุกวันนี้ หลายคริสตจักร ไม่ได้พิการแค่อวัยวะอย่างเดียวด้วยซ้ำ
แต่พิการซ้ำซ้อนหลายอวัยวะ
คริสตจักรซึ่งเป็นพระกายของพระคริสต์ ที่ควรเต็มไปด้วยฤทธานุภาพของพระเจ้า
จึงกลายเป็นคริสตจักรที่อ่อนแอ ไม่อาจมีอิทธิพลต่อสังคมได้
เพราะอวัยวะจำนวนมาก ไม่ได้ทำงานตามหน้าที่ของตน

คำคม

“ จำนวนสมาชิกที่ไม่มีส่วนร่วมในการรับใช้ตามของประทาน
เป็นตัวชี้วัดความพิการของคริสตจักร”

ขุมทรัพย์ 1โครินธ์ 11

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโล สอนคริสตจักรโครินธ์ ในเรื่องการปฏิบัติอย่างถวายเกียรติแด่พระเจ้าในคริสตจักร ในเรื่องการแต่งกายและเรื่องพิธีมหาสนิท

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# อ.เปาโล บอกให้คริสตจักรโครินธ์​ทำ​ตาม​แบบ​อย่าง​ของเขา เหมือน​กับ​ที่​เขา​ทำ​ตาม​แบบ​อย่าง​ของ​พระ​คริสต์

คนที่สอนว่า อย่าทำตามอย่างผม แต่ให้ทำตามอย่างพระคริสต์ จึงเป็นคำสอนที่ขัดกับพระคำตอนนี้

ผู้สอนเรื่องพระคริสต์ ควรดำเนินชีวิตตามอย่างพระคริสต์ เพื่อให้ผู้รับคำสอนดำเนินตาม
หากเขาไม่พร้อมที่ดำเนินตามอย่างพระคริสต์ สรุปได้เลยว่า ไม่ว่าเขาจะมีความรู้มากเพียงใด เขายังไม่พร้อมสอน

1.@ เราต้องเอาใจใส่การดำเนินชีวิตของเรา ให้สอดคล้องกับสิ่งที่เราสอนผู้อื่น
ถึงแม้ว่ายังไม่สามารถทำได้ 100% แต่อย่างน้อยก็ควรดำเนินไปในทิศทางนั้น

2.# อ.เปาโลสอนว่า การมาร่วมประชุมของคริสตจักร ร่วมประชุมอธิษฐาน ทั้งชายและหญิง ควรแต่งตัวให้ถวายเกียรติแด่พระเจ้า สอดคล้องกับวัฒนธรรมของสังคมนั้นๆ
เช่น สังคมผู้เชื่อในสมัยนั้น ผู้ชายไม่ควรไว้ผมยาว และไม่ควรคลุมผม
ส่วนผู้หญิงไม่ควรตัดผมสั้นหรือโกนผม และควรคลุมผม เมื่อออกจากบ้าน และเมื่อร่วมประชุมในคริสตจักร
(เพราะผู้หญิงไม่คลุมผม เมื่ออกจากบ้าน ถือเป็นการแต่งกายไม่สุภาพของสังคมในเวลานั้น และพวกผู้หญิงขายบริการทางเพศแก่พวกกะลาสีเรือสมัยนั้น ก็ไม่คลุมผมแบบนั้นด้วย)

2.@ การกระทำใดๆของเรา ควรคำนึงการถวายเกียรติแด่พระเจ้าเสมอ

บางครั้งอาจจะเป็นสิทธิของเราที่จะทำเช่นนั้น
แต่หากการทำเช่นนั้น ทำให้พระนามของพระเจ้าเป็นที่ดูถูกดูหมิ่น
จงเลิกการกระทำนั้นเสีย

3.# ใน 1คร. 6:7 อ.เปาโลบอกให้อดทนต่อกันและกัน หากพี่น้องโกงเรา เรายอมให้เขาโกงโดยไม่ฟ้องก็เป็นการดี
แต่ใน 1คร. 11:19 อ.เปาโล กลับบอกว่า จำเป็น​ต้อง​มี​การ​ขัด​แย้ง​กัน​ใน​พวก​เขา เพื่อ​ฝ่าย​ถูก​ใน​พวก​เขา​จะ​ปรา​กฏ

นั่นคือ ถ้าเป็นความขัดแย้งเรื่องทรัพย์สิน เงินทอง สิ่งของในโลกนี้ ดูเหมือน อ.เปาโล บอกยอมๆกันไปเถอะ
แต่ถ้าเป็นความไม่ถูกต้องในคริสตจักรของพระเจ้า อ.เปาโล ย้ำว่ายอมไม่ได้ ต้องยืนยันความถูกต้องเอาไว้ให้ได้ แม้จะต้องขัดแย้งกับบางคนก็ตาม

3.@ เมื่อมีสิ่งที่ขัดแย้งกับพระคำของพระเจ้า เกิดขึ้นในคริสตจักร
เราควรยืนหยัด เพื่อสิ่งที่ถูกต้องตามพระคำของพระเจ้า
ถึงแม้อาจจะต้องขัดแย้งกับบางคนในคริสตจักรก็ตาม

4.# พิธีมหาสนิทที่พระเยซูทรงตั้งขึ้นและสั่งให้เราทำเรื่อยไปนั้น เพื่อให้เราระลึกถึงพระสัญญาของพระองค์เสมอ และระลึกว่าเราเป็นที่รักของพระองค์มากเพียงใด และระลึกว่าเราเป็นกายเดียวกันในพระคริสต์ และย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าอีกไม่นานพระเยซูจะเสด็จกลับมาแล้ว

4.@ ความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีมหาสนิท ไม่ได้อยู่ที่พิธี แต่อยู่ความหมายของพิธีนั้นต่างหาก
การร่วมพิธีมหาสนิท โดยไม่ซาบซึ้งความรักของพระเยซู และ ไม่รักกันและกัน เป็นการร่วมศาสนพิธีเท่านั้น
แต่การร่วมด้วยหัวใจที่รักพระเยซู และ รักกันและกัน พิธีนี้จะเป็นประโยชน์ยิ่งต่อชีวิตฝ่ายวิญญาณของเรา

5.# การเข้าร่วมพิธีมหาสนิทอย่างถูกต้องหรือไม่นั้น พระคำของพระเจ้าบอกให้เรา “​จง​สำ​รวจ​ตัว​เอง” (1คร. 11:28) ไม่ใช่มัวแต่คอยสำรวจคนอื่น

ตรวจสอบดูใจของเราว่า เราเข้าร่วมพิธีนี้​โดย​ตระ​หนัก​ถึง​พระ​กาย​ของพระคริสต์หรือไม่?
ถ้าใช่ การร่วมพิธีนี้จะนำพระพรมากมายมาสู่ชีวิต
ถ้าไม่ การร่วมพิธีนี้จะเป็น​เหตุ​ให้​ตน​เอง​ถูก​ลง​โทษ

ตระหนักถึงพระกาย หมายถึง คิดถึงสิ่งที่พระเยซูได้กระทำเพื่อเรา และ คิดถึงพี่น้องในพระคริสต์ว่าเราเป็นกายเดียวกัน

5.@ การร่วมพิธีมหาสนิท จะนำพระพร หรือ การตีสอน มาสู่ตัวเรา ขึ้นอยู่กับท่าทีในใจของเราต่อพระกายของพระคริสต์

6.# พระเจ้า​ทรง​ตี​สอน​เรา เพื่อ​ไม่​ให้​เรา​ถูก​พิพาก​ษา​ด้วย​กัน​กับ​โลก

6.@ พระเจ้าทรงรักเราอย่างที่เราเป็น และ พระองค์ทรงรักเราจนไม่ยอมให้เราเป็นอย่างที่เราเป็น

เมื่อพระเจ้าทรงตีสอนเรานั้น เพราะพระองค์ทรงรักเรา พระองค์ปรารถนาให้เรากลับใจใหม่
หันออกจากทางหายนะ กลับมาสู่หนทางแห่งพระพร

คำคม

“ พระเจ้าตีสอนเรา เพราะรักเรา ”

ขุมทรัพย์ 1โครินธ์ 10

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโล ตักเตือนให้พี่น้องในคริสตจักรโครินธ์ไม่ให้นับถือรูปเคารพ และควรถวายเกียรติแด่พระเจ้าด้วยการกระทำของตน และทำทุกวิถีทางเพื่อให้คนทั้งหลายได้รับความรอด

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# บรรพบุรุษของคนอิสราเอล ได้มีประสบการณ์กับพระเจ้ามากมาย ได้เดินผ่านทะเลแดงที่แหวกออก , ได้อยู่ใต้เสาเมฆและเสาไฟ , ได้กินมานาอาหารจากสวรรค์ , ได้ดื่มน้ำที่ไหลออกมาจากหิน
ถึง​กระ​นั้น​ก็​ดี​ พวกเขา​ส่วน​มากก็ได้ทำให้​พระ​เจ้า​ไม่​พอ​พระ​ทัย

พวกเขาละทิ้งพระเจ้าหันไปกราบไหว้รูปเคารพ
พวกเขาล่วงประเวณี
พวกเขาลองดีกับพระเจ้า
พวกเขาบ่นต่อว่าพระเจ้า

สิ่งเหล่านี้ทำให้พวกเขาล้มตายมากมายในถิ่นทุรกันดารนั้น
สิ่งเหล่านี้จึงเป็นสิ่งเตือนสติเรา ผู้อยู่ในยุคสุดท้าย ที่จะไม่ลบหลู่พระเจ้า ไม่ละทิ้งความยำเกรงพระองค์

1.@ เราได้รับประสบการณ์การช่วยกู้มากมายในอดีตที่ผ่านมา
วันนี้ให้สิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกอิสราเอลเตือนสติเราว่า
การช่วยกู้ที่ผ่านทั้งหมดจะสูญเปล่าไป หากวันนี้เราละทิ้งพระองค์ ผู้เป็นแหล่งแห่งการช่วยกู้ไปเสีย

เหมือนคนอิสราเอลบางคน อุตส่าห์รอดตายจากกองทัพฟาโรห์ และจากการอดตาย แต่แล้วก็ตายอยู่ดี เพราะพวกเขาละทิ้งพระเจ้า

2.# ความจริง 3 อย่างเกี่ยวกับการทดลอง
1. ไม่​มี​การ​ทด​ลอง​ใดๆ เกิด​ขึ้น​กับ​เรา ที่ไม่​เคย​เกิด​กับ​มนุษย์คนอื่นมาก่อน
ดังนั้น เราไม่ได้พบเจอสิ่งนี้แต่คนเดียว มีคนอื่นเคยเจอมาเหมือนกัน

2. พระ​เจ้า​จะ​ไม่​ทรง​ให้​เราต้อง​ถูก​ทด​ลอง​เกิน​กว่า​ที่​เราจะ​ทน​ได้
ดังนั้น การทดลองนี้ เราผ่านมันได้แน่

3. ทุกการ​ทด​ลอง​มี​ทาง​ออก​
ดังนั้น หาให้ดีๆ พึ่งพาพระเจ้าแล้วเราจะพบทางออกเสมอ

2.@ เมื่อพบกับการทดลอง หรือความทุกข์ยากลำบาก ใดๆก็ตาม จงมั่นใจเถิดว่า เราทนได้และมีทางออกเสมอ เมื่อเราหันมาพึ่งพาพระเจ้าอย่างสุดกำลัง

3.# การละทิ้งพระเจ้า หันไปพึ่งพาสิ่งอื่น อย่างเช่นอิสราเอลหันไปนับถือรูปเคารพ เป็นเหมือนการยั่วยุพระเจ้า
เพราะทั้งที่พวกเขาก็รู้แล้วว่า พระเจ้ารักพวกเขามากมาย ทรงช่วยพวกเขามากมาย
แต่ก็ยังละทิ้งพระองค์ แล้วยกการนับถือที่พวกเขาสมควรมีต่อพระเจ้า
นำไปยกให้รูปเคารพ ซึ่งไม่ได้รักพวกเขาเลยเพราะรักไม่ได้ และไม่ได้ช่วยอะไรพวกเขาเลยเพราะช่วยไม่ได้

3.@ การวางใจสิ่งอื่นมากกว่าวางใจพระเจ้า เป็นการยั่วยุพระเจ้า เพราะกำลังบอกว่า พระเจ้าสู้สิ่งนั้นไม่ได้หรอก สิ่งนั้นช่วยฉันได้มากกว่าพระเจ้า

วันนี้ ในการเผชิญกับปัญหาของเราในวันนี้ เราวางใจในสิ่งใด?

4.# เรา​ทำ​ทุก​สิ่ง​ได้ แต่​ไม่​ใช่​ทุก​สิ่ง​นั้น​จะ​เป็น​ประ​โยชน์
เรา​ทำ​ทุก​สิ่ง​ได้ แต่​ไม่​ใช่​ทุก​สิ่ง​นั้น​ทำ​ให้​เจริญ​ขึ้น
อย่า​ให้​ใคร​เห็น​แก่​ประ​โยชน์​ส่วน​ตัว แต่​จง​เห็น​แก่​ประ​โยชน์​ของ​คน​อื่นๆ

ดังนั้น ในการตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำอะไร มีหลักการง่ายๆก็คือ
1. สิ่งนั้นเป็นประโยชน์และทำให้จำเริญขึ้นในฝ่ายวิญญาณหรือไม่?
2. การทำสิ่งนั้น คนอื่นจะได้ประโยชน์หรือจำเริญขึ้นในฝ่ายวิญญาณมากกว่ายิ่งกว่าตัวเราเองหรือไม่?
ถ้าทั้ง 2 ข้อ ตอบว่าใช่ โดยทั่วไปแล้วสามารถทำได้
(อย่างไรก็ดีคงต้องพิจารณาบริบทของเรื่อง ตามแต่ละกรณีด้วย ว่าพระคำของพระเจ้า สอนอย่างไรในเรื่องนั้นๆ)

4.@ เราจะทำอะไร หรือ ไม่ทำอะไร ควรพิจารณาประโยชน์ของคนอื่นเป็นสำคัญ
เพราะว่า ยังไงๆเราก็จะได้รับพระพรจากพระเจ้ามากมายอยู่แล้ว ดังนั้นประโยชน์ของตนเองไม่ต้องห่วงมากก็ได้
ยิ่งทำเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น โดยเฉพาะพี่น้องในพระคริสต์ ยิ่งทำให้พระบิดาชื่นใจ

5.# ไม่ว่าเราจะ​ทำ​อะไร​ก็​ตาม จง​ทำ​เพื่อ​ถวาย​พระ​เกียรติ​แด่​พระ​เจ้า
อย่า​เป็น​ต้น​เหตุ​ที่​ทำ​ให้​ผู้อื่นสะดุดหรือ​หลง​ผิด​ไป
ควรพยา​ยาม​ทำ​ทุก​สิ่ง โดยไม่​ได้​เห็น​แก่​ประ​โยชน์​ส่วน​ตัว แต่​เห็น​แก่​ประ​โยชน์​ของ​คนอื่น ว่าทำอย่างไรพวกเขาจึงจะได้​รับ​ความ​รอด

5.@ พระคำของพระเจ้า สอนว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกทำสิ่งใดๆ ควรคำนึงถึงการถวายเกียรติแด่พระเจ้า และคำนึงว่าจะช่วยคนอื่นให้ได้รับความรอดได้อย่างไร

คำคม

“การยอมไม่ทำ ทั้งที่มีสิทธิทำ เพราะเห็นแก่พี่น้อง
นั่นเป็นการสำแดงความรักแท้ต่อพระเจ้า”

ขุมทรัพย์ 1โครินธ์ 9

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโล กล่าวยืนยันความเป็นอัครทูตของเขา และหนุนใจให้คริสตจักรโครินธ์ทุ่มเทรับใช้พระเจ้า อย่างเดียวกับที่เขาได้ทำมา

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# มีคนกล่าวหาว่า อ.เปาโลไม่ใช่อัครทูต แต่มาประกาศข่าวประเสริฐเพื่อหวังเงินทอง อ.เปาโลจึงยืนยันความเป็นอัครทูตของเขาในบทนี้ ว่า สิ่งที่พิสูจน์ได้ดีที่สุดว่า อ.เปาโลเป็นอัครทูตก็คือ คริสตจักรโครินธ์ซึ่งเป็นผลมาจากการประกาศข่าวประเสริฐของอ.เปาโล
ดังนั้นในเมื่อ อ.เปาโลนำพระพรฝ่ายวิญญาณมาให้พี่น้องที่โครินธ์ ต่อให้อ.เปาโลจะได้รับเงินถวายจากพี่น้องที่โครินธ์ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ
ถึงกระนั้น อ.เปาโลก็ยืนยันว่า เขาไม่ขอรับการถวายจากพวกเขา เพื่อจะไม่ทำให้ใครเข้าใจผิดว่า อ.เปาโลมาประกาศข่าวประเสริฐที่นี่เพื่อเงิน

1.@ ตำแหน่งในการรับใช้พระเจ้า ไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่เราได้กระทำในการรับใช้พระเจ้า

เป็นการสมควรที่จะสนับสนุน ผู้ที่มีส่วนดูแลชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของเรา
การที่สมาชิกถวายทรัพย์หรือดูแลสนับสนุนศิษยาภิบาลของตน จึงเป็นการดีที่สมควรทำอย่างยิ่ง

2.# อ.เปาโล อธิบายว่า การที่เขาทุ่มเทในการประกาศข่าวประเสริฐอย่างสุดกำลังนั้น เขาไม่อาจโอ้อวดอะไรได้เลย เพราะว่าที่เขาทำนั้นเขาก็แค่ทำตามคำสั่งของพระเจ้าเท่านั้นเอง

ถ้าจะขอบคุณ ผู้ที่สมควรรับคำขอบคุณไม่ใช่อ.เปาโล แต่เป็นผู้ทรงใช้อ.เปาโลมาประกาศต่างหาก

2.@ วันนี้ พระเยซูทรงบัญชาให้ออกไปประกาศสั่งสอนชนทุกชาติให้เป็นสาวกของพระองค์
หากเราไม่ทำ ก็คือ เราจงใจขัดคำสั่ง ต้องกลับใจโดยด่วน
หากเราทำ ก็คือ เราเพียงทำตามคำสั่ง ไม่มีอะไรที่เราจะโอ้อวดได้เลย

3.# อ.เปาโล อธิบายว่า เขายอมปรับตัวให้เข้ากับคนทุกประเภท แต่ก็จะไม่ยอมเสียจุดยืนแห่งพระคำของพระเจ้า
การยอมปรับตัวและยอมทำ​ทุก​อย่างนั้น อ.เปาโลทำเพราะ​เห็น​แก่​ข่าว​ประ​เสริฐ​ เพื่อ​ช่วย​บาง​คน​ให้​รอด​โดย​ทุก​วิถี​ทางให้มากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

3.@ วันนี้ เรายอมปรับตัว เปลี่ยนแปลง หรือเสียสิทธิบางอย่าง เพื่อเห็นแก่ข่าวประเสริฐ เพื่อให้คนบางคนมีโอกาสได้ยินข่าวประเสริฐ บ้างหรือไม่?

4.# ในการรับใช้พระเจ้า ต้องทำตัวเหมือนนักกีฬาที่ทุ่มเทอย่างสุดกำลัง อย่างมีเป้าหมาย ระมัดระวังดูแลรักษาตัวเองอยู่เสมอให้พร้อมสำหรับการแข่งขัน

4.@ การได้มีส่วนในการรับใช้พระเจ้า เป็นสิ่งที่มีเกียรติ
เมื่อเราได้รับเกียรตินั้น ควรทำอย่างเต็มที่เต็มกำลัง ทำอย่างปราณีตแบบมืออาชีพ ไม่ใช่แบบมือสมัครเล่นที่ทำแบบขอไปที
เพราะรางวัลที่จะได้รับ สำหรับการรับใช้พระเจ้านั้นยิ่งใหญ่กว่ารางวัลทั้งหมดในโลกนี้รวมกันเสียอีก

5.# อ.เปาโล เอาจริงเอาจังในการฝึกฝนตนเอง ที่จะดำเนินตามพระคำของพระเจ้า เพราะเขา​เกรง​ว่า​เมื่อเขา​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ​แก่​คน​อื่น​แล้ว ตัว​เขาเอง​จะกลับ​เป็น​คน​ที่​ใช้​การ​ไม่​ได้ไป

5.@ คนที่พูด แต่ไม่ทำตามอย่างที่พูด ในที่สุดจะกลายเป็นใช้การไม่ได้สำหรับเรื่องที่พูดนั้น

คนที่ประกาศข่าวประเสริฐ แต่ไม่ดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับข่าวประเสริฐ
เขาจะเป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐที่ใช้การไม่ได้
ไม่เป็นประโยชน์ต่อข่าวประเสริฐ
แต่กลับเป็นหินสะดุด ขวางกั้นข่าวประเสริฐเสียมากกว่า
และตนเองก็จะไม่มีส่วนได้รับพระคุณ ตามที่เขาได้ประกาศนั้นอีกด้วย

คำคม

“ไม่มีคำว่า มากเกินไป สำหรับการทุ่มเทเพื่อพระเจ้า”

ขุมทรัพย์ 1โครินธ์ 8

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโล สอนให้ผู้มีความรู้มากกว่า มีความเชื่อเข้มแข็งกว่าคนอื่น ไม่ว่าจะทำอะไร ควรคำนึงถึงผู้ที่มีความรู้น้อยกว่า หรือผู้มีความเชื่อน้อยกว่า อยู่เสมอ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# “ความ​รู้​นั้น​ทำ​ให้​ลำ​พอง แต่​ความ​รัก​เสริม​สร้าง​ขึ้น”
ถ้า​ใครคิด​ว่า​ตัว​รู้​สิ่ง​ใด​แล้ว แสดงว่าคน​นั้น​ยัง​ไม่​รู้สิ่งนั้น​จริงๆ เพราะมีเรื่องให้รู้มากกว่านั้นอีก มนุษย์ไม่มีทางรู้ได้หมด
แต่ถ้าใครมีความรัก กลับนำไปสู่ความรู้จัก ซึ่งเป็นขั้นที่สูงกว่าการรู้เรื่อง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าใครมีความรักต่อพระเจ้า จะทำให้คนนั้นกับพระเจ้ารู้จักกัน
คือ เมื่อก่อนเป็นศัตรูกัน หรือ เป็นเหมือนคนแปลกหน้า แต่พอเขารักพระเจ้า เขากลับได้มาเป็นบุตรของพระเจ้า เรียกได้ว่า เขากับพระเจ้ารู้จักกัน

1.@ ความรู้หาเท่าไหร่ก็ไม่หมด ไม่พบความรู้จริงๆสักที
แต่ความรัก เพียงแต่รักก็จะพบกับการรู้จัก อันเป็นความรู้เหนือความรู้ใดๆ

เหมือน รู้เรื่องของกษัตริย์ไม่ว่ารู้มากเพียงใด หรือจะเท่ากับได้รู้จักกษัตริย์องค์นั้นเป็นส่วนตัว

ตลอดปีที่ผ่านมา ความรักที่มีต่อพระเจ้า กับ ความรู้ที่เรามีเรื่องของพระเจ้า อันไหนที่พัฒนาเติบโตมากกว่ากัน?

2.# อ.เปาโล สอนว่า สำหรับคนที่มีความรู้ความเข้าใจแล้วว่า รูปเคารพไม่มีอำนาจใดๆ พระเจ้าต่างหากมีฤทธิ์อำนาจสูงสุด
ดังนั้นเมื่อพวกเขากินอาหารที่ใช้บูชารูปเคารพมาแล้ว พวกเขาจึงไม่รู้สึกอะไร ถือว่าก็แค่อาหารเท่านั้นเอง

แต่ขณะเดียวกันก็มีพี่น้องบางคนที่ไม่มีความรู้เช่นนี้ หรือไม่ได้มีความเชื่อเข้มแข็งเท่านี้
เมื่อพี่น้องเหล่านั้นเห็นคนมีความเชื่อเข้มแข็งยังทำได้ พี่น้องเหล่านั้นจึงทำบ้าง แต่ทำด้วยใจหวาดกลัวอำนาจของรูปเคารพนั้น และรู้สึกว่าพระเจ้าคงไม่ชอบแต่ก็ยังฝืนกินไปตามพวกความเชื่อเข้มแข็ง
ดังนั้น พวกเขาจึงกำลังยำเกรงรูปเคารพ และ กำลังจงใจทำสิ่งที่เขาคิดว่าพระเจ้าไม่ชอบแต่ก็ยังจะทำ
ซึ่งจะเป็นผลร้ายต่อพวกเขาเอง

ด้วยเหตุนี้ อ.เปาโล จึงแนะนำพวกมีความเชื่อเข้มแข็งว่า ไม่ว่าจะกินอะไร หรือ ทำอะไร แม้จะมีเสรีภาพที่จะทำได้ ก็ควรจะทำด้วยการคำนึงถึงพี่น้องที่มีความเชื่อน้อยด้วย และถ้าจำเป็นจริงๆที่จะต้องงดทำบางอย่างก็ควรงดเพราะเห็นแก่พวกเขา

2.@ ตัวอย่างเปรียบเทียบ สมมติว่าคริสเตียนทุกคนมีปีก และคนที่มีปีกแข็งแรงจะสามารถบินได้ แต่คนที่ปีกยังไม่แข็งแรงจะบินไม่ได้
อ.เปาโล แนะนำว่า พวกที่มีปีกแข็งแรงว่า หากต้องการลงจากชั้น10 ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริงๆ
“ลงลิฟต์เถอะ อย่ากระโดดลงทางหน้าต่าง”

คำคม

“ ถ้าบินแล้ว ทำให้พี่น้องสะดุด จงเดินไปเถิด”

ขุมทรัพย์ 1โครินธ์ 7

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโล สอนคริสตจักรโครินธ์เกี่ยวกับเรื่องการสมรส การอยู่เป็นโสดและการหย่าร้าง ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การถวายเกียรติแด่พระเจ้าในทุกการกระทำและทุกสถานะของเรา

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# สามี​มี​อำนาจ​เหนือ​ร่างกาย​ของ​ภรรยา และภรรยา​มี​อำนาจ​เหนือ​ร่างกาย​ของ​สามี​ ดังนั้นทั้งสองจึงควรปฏิบัติต่อกันอย่างเหมาะสม
ให้เกียรติกัน ทะนุถนอมกัน ดูแลอีกฝ่ายหนึ่งดังดูแลเอาใจใส่ตัวเอง

1.@ พระเจ้าได้วางแนวทางของครอบครัวไว้อย่างสวยงาม
เพียงแต่เราจะเชื่อฟังและทำตาม เราก็พบกับครอบครัวที่เต็มไปด้วยความสุขและพระพรมากมาย

2.# ทุก​คน​ก็​ได้รับ​ของ​ประทาน​จาก​พระ​เจ้า​เหมาะ​กับ​ตัว ซึ่งไม่เหมือนกัน
การอยู่เป็นโสดก็เช่นกัน สำหรับบางคนสามารถทำได้ แต่บางคนก็ทำไม่ได้

2.@ คนที่อยู่เป็นโสดไม่ได้นั้น พระเจ้าทรงรู้จักเขาดี
พระองค์จะทรงเตรียมคู่พระพรที่เหมาะสมไว้สำหรับเขาอย่างแน่นอน

3.# พระคัมภีร์ ห้ามการหย่าร้างอย่างชัดเจน
ยกเว้น คู่สมรสที่ไม่เชื่อในพระเจ้า ต้องการหย่าเพราะเหตุผลว่าอีกฝ่ายมาเป็นคริสเตียน ก็สามารถหย่าได้ แต่ห้ามแต่งงานใหม่
จนกว่าอีกฝ่ายหนึ่งนั้นแต่งงานใหม่หรือจากโลกนี้ไป

3.@ จงพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะรักษาครอบครัวเอาไว้ ไม่ให้เกิดการหย่าร้าง

4.# 1คร. 7:24 “… ท่าน​ทุก​คน​ดำรง​อยู่​ใน​ฐานะ​อัน​ใด เมื่อ​พระ​เจ้า​ทรง​เรียก ​ก็​ให้​ผู้​นั้น​อยู่​กับ​พระ​เจ้า​ใน​ฐานะ​นั้น​”
ไม่ว่าเป็นทาส หรือไม่ใช่ทาส ไม่ว่าเข้าสุหนัตแล้ว หรือไม่ได้เข้าสุหนัต
สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดไม่สำคัญ เพราะสิ่งที่สำคัญอย่างแท้จริงคือ ในฐานะที่เราเป็นอยู่นี้ เราจะถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้อย่างไร?

4.@ วันนี้ ไม่ว่าเราอยู่ในฐานะเช่นใดก็ตาม ร่ำรวยหรือยากจน มีการศึกษาสูงหรือไม่มีการศึกษา มีความสามารถมากมายหรือแทบจะไม่เก่งอะไรเลย โสดหรือแต่งงานแล้ว
เราสามารถถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้ ในฐานะที่เราเป็นอยู่นั้น ด้วยการเชื่อฟังทำตามพระคำของพระเจ้า

คำคม

“ไม่ว่าเราอยู่ในสถานะใด
เราสามารถถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้เสมอ ถ้าเราต้องการ”

ขุมทรัพย์ 1โครินธ์ 6

ภาพรวม

  • บทนี้ อ.เปาโล ตำหนิคริสตจักรโครินธ์ที่ปล่อยให้สมาชิกฟ้องร้องกันในศาลและปล่อยให้สมาชิกดำเนินชีวิตในทางที่ไม่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# อ.เปาโล ตำหนิคริสตจักรโครินธ์ว่า ทำไมปล่อยให้มีการฟ้องศาลระหว่างกัน เกิดขึ้นท่ามกลางสมาชิก พวกเขาควรจะให้ตัดสินกันเองภายในคริสตจักร

1.@ เมื่อเกิดความขัดแย้ง หรือปัญหาต่างๆเกิดขึ้นในชีวิตของเรา
เราควรใช้มาตรฐานของพระคำของพระเจ้า ในการตัดสินใจว่า ควรหรือไม่ควรทำอะไร

เราไม่ควรใช้มาตรฐานของโลกมาตัดสิน เพราะ มาตรฐานของพระเจ้าและมาตรฐานของโลกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

2.# อ.เปาโล แนะนำว่า เมื่อมีการร้ายเกิดขึ้น ท่าทีที่ดีที่สุดที่เราควรทำคือ อดทนต่อการร้ายนั้น โดยไม่ตอบโต้

2.@ วันนี้ หากเราถูกเอาเปรียบ ถูกทำร้าย ถูกทรยศ เราไม่ควรแก้แค้น
เราควรมอบการแก้แค้นนั้นให้เป็นของพระเจ้า ไม่ใช่ลงมือแก้แค้นเสียเอง

3.# พระคัมภีร์สอนอย่างชัดเจนว่า “พวก​ที่​ล่วง​ประ​เวณี พวก​ไหว้​รูป​เคารพ พวก​ผิด​ผัว​ผิดเมีย พวก​โส​เภ​ณี​ชาย พวก​รัก​ร่วม​เพศ พวก​ขโมย พวก​ที่​โลภ พวก​ขี้​เมา พวก​ชอบ​กล่าว​ร้าย พวก​ฉ้อ​โกง จะ​ไม่​มี​ส่วน​ใน​แผ่น​ดิน​ของ​พระเจ้า”

3.@ หากเราเคยเป็นเช่นนั้นในอดีต ไม่สำคัญเลย เพราะพระเยซูทรงอภัยบาปผิดทั้งสิ้นแก่เราแล้ว

แต่หากเรายังคงเป็นเช่นนี้ ในปัจจุบัน โดยไม่รู้สึกว่าผิด ไม่คิดจะกลับใจออกจากพฤติกรรมเหล่านี้
เรากำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างที่สุด

จงรีบหนีออกมาจากหายนะนั้น
จงกลับใจเสียใหม่ก่อนที่จะสายเกินไป

4.# เรามีเสรีภาพที่จะทำอะไรก็​ได้ แต่​ไม่​ใช่​ทุก​สิ่ง​นั้น​เป็น​ประ​โยชน์

เนื่องจาก ร่าง​กาย​ของ​เรา​เป็น​อวัยวะ​ของ​พระ​คริสต์? (ข้อ 15) พระเจ้าทรงซื้อเราไว้แล้วด้วราคาสูง(ข้อ 20)

ดังนั้น เราควรใช้เสรีภาพในพระเจ้าที่เรามีนั้น เลือกทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อแผ่นดินของพระเจ้า เลือกทำสิ่งที่ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า

4.@ วันนี้ในการเลือกทำหรือไม่ทำสิ่งใด เราเลือกโดยคำนึงถึงประโยชน์ของใคร มากกว่ากัน ? ประโยชน์ของตัวเราเอง หรือ ประโยชน์ของพระเจ้า?

คำคม

“ เราผู้เป็นของพระคริสต์ ควรใช้ทั้งชีวิตถวายเกียรติแด่พระองค์”

ขุมทรัพย์ 1โครินธ์ 5

ภาพรวม

  • บทนี้ อ.เปาโล ตำหนิคริสตจักรโครินธ์ที่ปล่อยปละละเลย ไม่จัดการกับสมาชิกของคริสตจักรที่ทำบาปอย่างร้ายแรง โดยอ.เปาโลแนะนำให้ขับเขาออกจากการปกป้องดูแลฝ่ายวิญญาณของคริสตจักรเสีย

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# อ.เปาโลทราบข่าวว่ามีคนทำผิดประเวณีร้ายแรง แม้แต่คนต่างชาติก็ยังไม่ทำเช่นนั้นกันเลย

อ.เปาโล แนะนำว่า คริสตจักรควรจะโศกเศร้าเสียใจที่มีการทำผิดเช่นั้นเกิดขึ้น และคริสตจักรควรขับคนนั้นออกจากคริสตจักร

ซึ่งเป็นเหมือนการให้คนนั้นออกไปนอกการปกคลุมฝ่ายวิญญาณของคริสตจักร และเมื่อซาตานโจมตีเขา โดยเขาไม่มีการปกคลุมฝ่ายวิญญาณ เขาก็จะพบความจริงว่า การอยู่นอกการปกคลุมของคริสตจักรนั้น อันตรายมากเพียงใด
เขาจะได้กลับใจใหม่ก่อนที่จะสายเกิน เพื่อจิตวิญญาณเขาจะสามารถรอดได้เมื่อเขากลับใจนั้น

1.@ เมื่อเราพบความผิดในพี่น้องของเรา ซึ่งเป็นความผิดที่ขัดแย้งกับพระคัมภีร์ชัดเจน เราไม่ควรจะอยู่เฉย เราควรทำอะไรบางอย่าง เพื่อช่วยให้เขากลับใจเสียใหม่ก่อนที่จะสายเกินไป

คนที่อยู่เฉย เมื่อเห็นพี่น้องกำลังเดินไปสู่ความพินาศ
เขาก็กำลังดำเนินชีวิตขัดกับกฏแห่งความรักเสียแล้ว

2.# 1คร. 5:6 …”เชื้อ​ขนม​เพียง​นิด​เดียว ย่อม​ทำ​ให้​แป้ง​ดิบ​ฟู​ขึ้น​ทั้ง​ก้อน”

ความบาปของคนๆเดียว ที่คริสตจักรปล่อยปละละเลย จะทำให้บาปนั้นแพร่กระจายไปทั่วในคริสตจักรได้

2.@ เมื่อพบการทำบาปที่ร้ายแรง ในคริสตจักร ต้องรีบจัดการทันทีอย่าปล่อยทิ้งเอาไว้

เมื่อพบความบาปก่อตัวขึ้นในชีวิตของเรา เราก็ควรรีบจัดการทันทีเช่นกัน ด้วยการสารภาพบาป กลับใจใหม่ ก่อนที่มันจะลุกลามยิ่งขึ้น

3.# ขนมปังที่มีเชื้อ​เก่า​ ได้แก่ ชีวิตที่เต็มไปด้วย​ความ​ชั่ว​และ​ความ​เลว
​ขนม​ปัง​ที่​ไม่​มี​เชื้อ ได้แก่ ชีวิตที่เดินทางแห่งความ​จริง​ใจ​และ​ความจริงของพระคำของพระเจ้า

3.@ วันนี้ เราได้รับการชำระเชื้อเก่าไปหมดแล้ว กลายเป็นขนมปังไร้เชื้อที่บริสุทธิ์แล้ว
เราควรดำเนินชีวิตในทางแห่งความจริงใจต่อพระเจ้า และดำเนินตามทางแห่งพระคำของพระเจ้า
หากวันใดที่ผิดพลาดพลั้งเผลอไป เกี่ยวข้องกับเชื้อเก่าอีก
ก็จงรีบกลับใจ สารภาพบาปต่อพระเยซู แล้วรับการอภัยด้วยความเชื่อ
จากนั้นก็กลับมาดำเนินชีวิตในความจริงใจและความจริง อีกครั้ง ในทันที

4.# 1คร. 5:11 อ.เปาโลสั่งว่า ​”อย่า​คบ​คน​ที่​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​พี่​น้อง​แล้ว แต่​ยัง​ล่วง​ประ​เวณี โลภ ไหว้​รูป​เคารพ ชอบ​กล่าว​ร้าย เป็น​คน​ขี้​เมา และ​เป็น​คน​ฉ้อ​โกง แม้​จะ​กิน​ด้วย​ก็​อย่า​เลย”

หมายถึง เราควรแสดงออกอย่างชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วยการกระทำของพี่น้องที่ทำบาป
ไม่ใช่เพื่อตำหนิเขา แต่เพื่อให้เขาคิดได้ รู้สึกตัว เพื่อเขาจะกลับใจจากบาปนั้น

ดังนั้นท่าทีของการแสดงออกเช่นนั้นสำคัญมาก
ไม่ใช่ไม่คบเขาเพราะรังเกียจเขา แต่ไม่คบกับเขาเพราะรักเขาเหลือเกิน

4.@ วันนี้ หากเราพบพี่น้องที่กำลังจมดิ่งลงในบาป
เราควรสำรวจตัวเราเองว่า
เราได้กระทำอะไรเพื่อยั้บยั้งเขาบ้างแล้วหรือยัง?
และ เราได้กระทำอะไรที่กำลังเป็นการสนับสนุนเขาให้ทำบาปอยู่หรือเปล่า?

คำคม

“บาปนิดเดียวที่เรากอดมันไว้แน่น อาจจะทำลายทั้งชีวิตของเราได้”

ขุมทรัพย์ 1โครินธ์ 4

ภาพรวม

  • ในบทนี้กล่าวถึงการรับใช้ของอ.เปาโลว่า ท่านทำโดยเห็นแก่น้ำพระทัยของพระเจ้าเป็นหลัก แม้จะทำให้มนุษย์ไม่พอใจก็ตามเ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เรา​รู้ตัวว่าเราเป็น​ผู้​รับ​มอบ​ภารกิจ​ให้​ดู​แล​สิ่ง​ล้ำ​ลึก​ของ​พระ​เจ้า นั่นคือ เราเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าผู้มีหน้าที่ดูแลข่าวประเสริฐนั่นเอง

บ่าวที่ดี เมื่อนายมอบเงินให้บริหารให้รับผิดชอบ ย่อมนำเงินนั้นไปลงทุนที่มั่นใจว่าจะเกิดผลทวีมากยิ่งขึ้น ไม่นำเอาเงินนั้นไปฝังดิน

เราได้รับข่าวประเสริฐมาแล้ว ไม่ควรเก็บเงียบไว้คนเดียว ควรบอกต่อไป เพื่อความรอดทางพระเยซูคริสต์ จะได้ไปถึงผู้คนมากมาย

1.@ วันนี้ เรากำลังเป็นบ่าวที่สัตย์ซื่อ อยู่หรือเปล่า?

พระเจ้าทรงไว้ใจเรา จึงมอบข่าวประเสริฐให้แก่เราก่อนคนอื่น เพื่อเราจะไปบอกคนอื่นต่อๆไป

2.# อ.เปาโลกล่าวว่า สำ​หรับเขาแล้ว การ​ที่​​มนุษย์​คน​ใด​จะ​วิพากษ์วิจารณ์หรือตำหนิติเตียนเขา เขาถือ​ว่า​เป็น​เรื่อง​เล็ก​น้อย​ที่​สุด
เพราะคนที่เขาแคร์ คือพระเจ้า
ถ้าพระเจ้าพอพระทัย คนจะพอใจหรือไม่ ก็ไม่ใช่สาระสำคัญอะไรเลย

2.@ วันนี้ เราแคร์พระเจ้า หรือ แคร์มนุษย์มากกว่ากัน?
หากการทำตามพระทัยของพระเจ้า จะทำให้มนุษย์บางคนไม่พอใจ เรายังคงเต็มใจทำหรือไม่?

3.# “อย่า​ตัด​สิน​สิ่ง​ใด​ก่อน​ถึง​เวลา” จง​คอยพระเจ้าเป็นผู้ตัดสิน เพราะว่าเราเห็นไม่หมด เราเข้าใจได้แค่บางส่วน แต่พระเจ้าทรงทราบ​ความ​มุ่ง​หมาย​ของ​จิต​ใจของทุกคน

3.@ วันนี้ เมื่อเห็นบางคนทำสิ่งที่ขัดใจเรา แต่ก็ไม่ได้ขัดกับพระคำของพระเจ้า
อย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่า เขาทำผิด
เพราะเราไม่รู้เรื่องราวของเขาทั้งหมด
พระเจ้าเองจะเป็นผู้ตัดสิน อย่างยุติธรรม ในเวลาของพระองค์

4.# 1คร. 4:6 …“อย่า​ออก​นอก​ขอบ​เขต​ของ​พระ​คัม​ภีร์”…
พระคัมภีร์เป็นแนวทางแก่เรา ในการดำเนินชีวิตและการตัดสินใจในเรื่องต่างๆในชีวิต
แต่การใช้พระคัมภีร์เป็นแนวทางนี้ เราต้องทำความเข้าใจพระคัมภีร์ตอนนั้น โดยดูบริบทรอบข้างของตอนนั้นด้วยว่า พระคัมภีร์กำลังกล่าวถึงเรื่องอะไร

4.@ การใช้พระคัมภีร์ในการตัดสินใจเรื่องต่างๆเป็นสิ่งที่ดีเลิศ
แต่การใช้พระคัมภีร์อย่างไม่ดูบริบท เป็นการบิดเบือนออกนอกขอบเขตของพระคัมภีร์ ซึ่งจะนำปัญหามาสู่ผู้ที่กระทำเช่นนั้น

5.# 1คร. 4:7 “…ท่าน​มี​อะไร​ที่​ไม่​ได้​รับ​มา? ถ้า​ท่านได้​รับ​มา ทำไม​จึง​โอ้​อวด​เหมือน​กับ​ว่า​ท่าน​ไม่​ได้​รับ​มา?”

ทุกอย่างที่เรามีพระเจ้าทรงโปรดประทานให้ เราไม่ได้ดีกว่าคนอื่นๆเลย เพราะทุกคนเป็นคนบาปเหมือนกัน ทุกคนไม่ต่างกัน

5.@ เป็นพระคุณของพระเจ้าที่ประทานสิ่งที่เรามีแก่เรา ดังนั้นเราไม่ควรโอ้อวดในสิ่งที่เรามีหรือเราเป็น แต่ควรถวายเกียรติแด่พระเจ้า ด้วยสิ่งที่เรามีและสิ่งที่เราเป็น

6.# 1คร. 4:20 “เพราะ​ว่า​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​เจ้า​ไม่​ใช่​เรื่อง​ของ​ถ้อย​คำ แต่​เป็น​เรื่อง​ฤทธิ์​เดช”

เรื่องของพระเจ้า ไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรู แต่เป็นฤทธานุภาพที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนได้จริงๆ

6.@ บางคนพูดเรื่องของพระเจ้าอย่างคล่องแคล่วแต่ชีวิตไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งตนเองและผู้ที่ฟังตน

สิ่งที่เป็นมาจากพระเจ้าจะนำการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงมาสู่ทั้งผู้พูดและผู้ฟัง

คำคม

“พระเจ้าทรงรู้สึกกับเราอย่างไร ย่อมสำคัญกว่า มนุษย์รู้สึกกับเราเช่นไร”

ขุมทรัพย์ 1โครินธ์ 3

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโล ตำหนิ คริสตจักรที่โครินธ์ในเรื่องการแตกแยกแบ่งพรรคแบ่งพวก เหมือนคนที่อยู่ฝ่ายเนื้อหนัง ทั้งที่พวกเขาได้เป็นคนฝ่ายวิญญาณแล้ว

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# อ.เปาโลพูดกับคริสตจักรที่โครินธ์ว่า พวกเขามีพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ด้วยสามารถเข้าใจความล้ำลึกฝ่ายวิญญาณได้(1คร.2:10)
แต่พวกเขากลับไม่สามารถเข้าใจเรื่องฝ่ายวิญญาณได้ เพราะพวกเขาทำตัวเป็นทารกฝ่ายวิญญาณ ด้วยการดำเนินชีวิตอยู่ฝ่ายเนื้อหนัง สนใจแต่เรื่องกายภาพ ไม่สนใจในเรื่องฝ่ายวิญญาณ

1.@ วันนี้ เรามีพระวิญญาณบริสุทธิ์สถิตอยู่กับเราแล้ว
หากเราสนใจจอจ่อแต่ของในโลกนี้ เราจะไม่เข้าใจสิ่งฝ่ายวิญญาณที่พระวิญญาณบริสุทธิ์พยายามสื่อสารกับเราได้

วันนี้ ไม่ว่าเรากำลังเผชิญกับสิ่งใด จงทูลขอพระวิญญาณบริสุทธิ์เปิดเผยแก่เราว่า ในสถานการณ์นี้ เราจะมองด้วยมุมมองฝ่ายวิญญาณได้อย่างไร

2.# 1คร. 3:7 “​คน​ที่​ปลูก​และ​คน​ที่​รด​น้ำ​ไม่​สำ​คัญ​อะไร แต่​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​ให้​เติบ​โต​นั้น​ต่าง​หาก​ที่​สำ​คัญ”

ในการรับใช้พระเจ้า การเกิดผลมาจากพระเจ้า
หากพระจ้าประสงค์ให้เกิดผล ยังไงมันก็จะเกิดผล แต่ถ้าไม่ ยังไงมันก็จะไม่

ดังนั้นความสำเร็จในการรับใช้พระเจ้า จึงไม่ได้วัดที่เกิดผลมากมายเพียงใด
แต่วัดที่เราได้สัตย์ซื่อในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายนั้นเพียงใด

2.@ วันนี้ เราสัตย์ซื่อในสิ่งที่พระเจ้ามอบหมายให้เราทำมากน่้อยเพียงใด?
เราได้ใช้ เวลา ความสามารถ เงินทอง และสิ่งที่เรามี มกาเพียงใด เพื่อทำให้พระมหาบัญชาของพระเยซูคริสต์ ที่พระองค์ทรงสั่งเราไว้นั้น สำเร็จ?

3.# ในวันสุดท้าย การ​งาน​ของ​แต่​ละ​คน​​จะ​ถูก​เผย​ให้​เห็น​ด้วย​ไฟ การงานของใครทนอยู่ได้ก็จะได้รับบำเหน็จ

ในเมื่อพระเจ้าไม่ได้ดูที่ความสำเร็จ แต่ดูที่ความสัตย์ซื่อ
ดังนั้นการงานที่ทนไฟได้นั้น จึงไม่ได้ดูที่ความยิ่งใหญ่ของงาน
แต่ดูที่ท่าทีในใจของเรา ในการทำงานนั้นๆว่า
เราได้ทำอย่างสัตย์ซื่อ ด้วยความรักที่มีต่อพระองค์ มากน้อยเพียงใด

3.@ วันนี้ ไม่สำคัญว่า สิ่งที่เราทำเพื่อพระเจ้านั้นจะใหญ่โต หรือเล็กน้อย
สิ่งสำคัญที่แท้จริงคือ แรงจูงใจที่เราทำนั้น เราทำเพราะอะไร?
เราทำเพราะความรักที่มีต่อพระเยซู หรือ เพราะเหตุผลอื่นๆ

4.# เราเป็น​วิ​หาร​ของพระ​วิญ​ญาณบริสุทธิ์
ดังนั้นเราควรดูแล เอาใจใส่ วิหารนี้ ให้บริสุทธิ์ สง่างาม ถวายเกียรติแด่พระเจ้าอยู่เสมอ
ทุกครั้งที่ทำเปื้อน ควรรีบล้างใหม่ให้สะอาดโดยพระโลหิตประเสริฐของพระเยซูคริสต์

4.@ วันนี้ เราทำตัวให้สมกับเป็นพระวิหารที่พระเจ้าใหญ่ยิ่งสูงสุดทรงสถิตอยู่ด้วย มากเพียงใด?

5.# ปัญ​ญา​ของ​โลก​นี้ เป็น​ความ​โง่​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระ​เจ้า เพราะ​ปัญญาแห่งโลกนี้ มองแค่มิติที่มองเห็น ไม่อาจเข้าใจมิติในฝ่ายวิญญาณได้
ดังนั้น เมื่อเราดำเนินชีวิตอย่างคนฝ่ายวิญญาณ เมื่อวัดด้วยมาตรฐานปัญญาของโลกแล้ว เราจะถูกนับว่าเป็นคนโง่เขลา
ซึ่งความจริงแล้ว คนที่ดำเนินชีวิตในฝ่ายวิญญาณ เป็นคนมีปัญญาที่แท้จริงในสายพระเนตรของพระเจ้า

5.@ การเชื่อฟังพระเจ้า อาจถูกคนอื่นมองว่า โง่เขลา
แต่สำหรับพระเจ้าผู้ทรงสร้างทุกสิ่ง และผู้จะทรงพิพากษาทุกคนนั้น พระองค์มองว่ามีปัญญายิ่งนัก

คำคม

“ มนุษย์ดูที่ผลงานภายนอก แต่พระเจ้าดูที่ท่าทีในจิตใจ”

ขุมทรัพย์ 1โครินธ์ 2

ภาพรวม

  • บทนี้กล่าวถึงความล้ำลึกของพระเจ้าว่า ไม่สามารถเข้าใจได้ด้วยปัญญาของมนุษย์ ต้องอาศัยการเปิดเผยจากพระวิญญาณบริสุทธิ์เท่านั้น จึงจะสามารถเข้าใจไ้ด้

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# การประกาศข้อล้ำลึกของพระเจ้านั้น ไม่อาจใช้สติปัญญาของมนุษย์
เพราะสติปัญญาของมนุษย์มีไม่มากพอที่จะสื่อสารความล้ำลึกของพระเจ้าได้
ดังนั้นจึงต้องอาศัยฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทำงานในจิตใจของผู้เชื่อ
เพื่อทำให้เขาสามารถเข้าใจความล้ำลึกนั้นได้ ผ่านทางความเชื่อ

1.@ ความล้ำลึกของพระเจ้า ไม่อาจเข้าใจได้ด้วยปัญญาของมนุษย์ แต่เข้าใจได้โดยความเชื่อ
ยิ่งเราเชื่อในพระคำของพระเจ้ามากเท่าใด พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็จะยิ่งเปิดเผยให้เราเข้าใจพระคำของพระเจ้ามากขึ้นเท่านั้น

2.# 1คร. 2:9 “สิ่ง​ที่​ตา​ไม่​เห็น หู​ไม่​ได้​ยิน และ​สิ่ง​ที่​ใจ​มนุษย์​คิด​ไม่​ถึง
คือ​สิ่ง​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​จัด​เตรียม​ไว้​สำ​หรับ​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​รัก​พระ​องค์”

พระเจ้าทรงจัดเตรียมศักดิ์ศรีไว้ในแก่เรา ตั้งแต่ในปฐมกาลแล้ว(ข้อ7) แต่ในเวลาต่อมาเราเพิ่งจะมองเห็นแล้วเข้าใจ

2.@ พระเจ้าผู้ทรงรักเรา ได้จัดเตรียมสิ่งดีทุกอย่างไว้สำหรับเราแล้ว เพียงแต่วันนี้ในหลายอย่างเราอาจจะมองไม่เห็น ยังไม่ได้ยิน หรือยังไม่เข้าใจ
แต่โดยความเชื่อ เราจึงมั่นใจว่า สิ่งที่เรากำลังประสบอยู่นี้จะนำเกียรติ ศักดิ์ศรี และพระพรมากมาย มาสู่ชีวิตของเราอย่างแน่นอน

3.# 1คร. 2:11 “อัน​ความ​คิด​ของ​มนุษย์​นั้น จะ​มี​ใคร​หยั่ง​รู้​ได้​
ถ้า​ไม่​ใช่​จิต​วิญ​ญาณ​ของ​มนุษย์​คน​นั้น​เอง
พระ​ดำริ​ของ​พระ​เจ้า​ก็​ไม่​มี​ใคร​หยั่ง​รู้​ได้
​เว้น​แต่​พระ​วิญ​ญาณ​ของ​พระ​เจ้า​เช่น​กัน”

เราไม่มีทางหยั่งรู้พระทัยของพระบิดาได้ด้วยสติปัญญา แต่โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ทรงสถิตในเรา
พระองค์ทรงเปิดเผยพระทัยของพระเจ้า ให้เรารับรู้ได้

ดังนั้น ​คน​ทั่ว​ไปเมื่อรับฟังเรื่องฝ่ายวิญญาณ พวกเขาจะไม่สามารถเข้าใจได้และเห็น​ว่า​เป็น​เรื่อง​โง่เขลา (ข้อ14)
แต่สำหรับผู้มีพระวิญญาณบริสุทธิ์ประทานความเข้าใจให้ จะเข้าใจและเห็นว่าเป็นความล้ำลึกของพระเจ้า

3.@ พระวิญญาณบริสุทธิ์พร้อมที่จะสอนเราเพื่อให้เข้าใจเรื่องฝ่ายวิญญาณ
ดังนั้นในการอ่านพระคัมภีร์และการมองสถานการณ์ต่างๆ ให้เข้าใจความล้ำลึกในฝ่ายวิญญาณนั้น เราต้องคอยถามและรับฟังการสอนจากพระวิญญาณบริสทธิ์อยู่เสมอ

คำคม

“ความเข้าใจฝ่ายวิญญาณ จะเกิดขึ้นได้
ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากพระวิญญาณเท่านั้น”

ขุมทรัพย์ 1โครินธ์ 1

ภาพรวม

  • พระธรรม 1 โครินธ์ เป็นจดหมายที่อ.เปาโลเขียนถึงคริสตจักรในเมืองโครินธ์ เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆของคริสตจักรที่นั่น และ แนะนำพวกเขาในการดำเนินชีวิตติดตามพระเจ้า
  • ในบทนี้กล่าวถึง ข่าวประเสริฐว่าเป็นฤทธานุภาพและสติปัญญาของพระเจ้า ซึ่งจะรับรู้ได้ด้วยความเชื่อในคำตรัสของพระเจ้า

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# 1คร. 1:9 พระ​เจ้า​ทรง​เรียกเรา​ให้​สัม​พันธ์​สนิท​กับ​พระ​เยซู​คริสต์​

1.@ ภารกิจที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดของเรา ขณะอยู่ในโลกนี้ คือ สนิทสนมกับพระเยซู

วันนี้ เราใช้เวลาและการทุ่มเทมากเพียงใด เพื่อภารกิจที่สำคัญที่สุดนี้

2.# การประกาศข่าวประเสริฐ ไม่จำเป็นต้องอาศัยเทคนิคอันชาญฉลาด เพียงประกาศได้ครบถ้วน ให้ผู้ฟังเข้าใจ ที่เหลือเป็นงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่จะทำงานในจิตใจของผู้ฟังเอง

2.@ พยานไม่จำเป็นต้องพูดเก่ง แค่เพียงพูดความจริงก็พอแล้ว
ในการประกาศข่าวประเสริฐ ไม่จำเป็นต้องพูดเก่ง เพียงพูดความจริงแห่งข่าวประเสริฐของพระเจ้าก็เพียงพอแล้ว

3.# คน​​ที่​กำ​ลัง​จะ​พินาศ​ จะ​เห็น​ว่า​เรื่อง​กาง​เขน​เป็น​เรื่อง​โง่
แต่​คน​ที่​กำ​ลัง​จะ​รอด​ จะเห็น​ว่า​เป็น​ฤท​ธา​นุภาพ​ของ​พระ​เจ้า

พวก​ยิว​เสาะหาหมาย​สำ​คัญ พวก​กรีก​เสาะ​หา​ปัญ​ญา
ดังนั้น​เรื่อง​พระเยซูถูกตรึงตายที่กางเขน
สำหรับยิวช่างไม่เป็นอัศจรรย์ ช่างเป็นความพ่ายแพ้อย่างน่าอาย
สำหรับพวกรีกช่างเป็นเรื่อง​โง่เขลา ที่จะนับถือคนที่ตายอย่างไร้เกียรติเช่นนั้น
แต่สำหรับผู้เชื่อนั้น เรื่องนี้เป็นฤทธานุภาพของพระเจ้า ที่จะช่วยพวกเขาพ้นอำนาจบาปและทรงปราบมารซาตานลงอย่างราบคาบ และเป็นพระปัญญาอันสูงส่งซับซ้อนของพระเจ้า ที่ทำให้คนบาปกลายเป็นคนชอบธรรมและเข้าส่วนในพระสิริของพระเจ้าได้

นั่นก็เพราะว่าฤทธานุภาพและพระปัญญาของพระเจ้า สูงส่งกว่าของมนุษย์มากมายนัก จนเขาไม่สามารถมองเห็นหรือเข้าใจได้เอง นอกจากพวกเขาจะเชื่อในสิ่งที่พระเจ้าบอกแก่พวกเขา

3.@ เรื่องข่าวประเสริฐ สำหรับคนไม่เชื่ออาจถือว่าช่างอ่อนแอ ที่ต้องพึ่งพระเจ้าตลอดเวลา และช่างโง่เขลา ที่การตายของผู้หนึ่งช่วยอีกคนหนึ่งได้ทั้งที่อยู่คนละที่คนละเวลากัน

แต่สำหรับเราผู้เชื่อในสิ่งที่พระเจ้าบอกนั้น เรื่องข่าวประเสริฐจึงเป็นฤทธิ์เดชยิ่งใหญ่ที่ช่วยเราได้ ตามพระปัญญาอันซับซ้อนของพระเจ้า

4.# พระเจ้าทรงใช้คนที่อ่อนแอ คนที่โลกถือว่าโง่เขลา คนที่ต่ำต้อยไม่สำคัญอะไรเลย เพื่อสำแดงพระปัญญาและฤทธานุภาพของพระเจ้า
เพราะว่าพระเจ้าไม่จำเป็นต้องพึ่งพากำลัง ปัญญา หรือความสูงศักดิ์ ของมนุษย์เลย

ดังนั้นไม่ว่า เรามีฐานะเช่นใด หรือจะฉลาดเพียงใด หากเรามีโอกาสทำอะไรแด่พระเจ้าได้สำเร็จ
เราไม่มีหน้าจะอวดตัวเองเลย เพราะที่เราทำได้นั้นไม่ใช่เพระาเราเอง แต่เพราะพระปัญญาและฤทธานุภาพของพระเจ้า

4.@ เมื่อทำสิ่งใดสำเร็จ จงถ่อมตัวลงแล้วขอบพระคุณพระเจ้าที่ทรงโปรดประทานความสำเร็จนั้นให้แก่เรา

คำคม

“ปัญญาอันล้ำเลิศและพลังอันยิ่งใหญ่ อาจถูกมองว่าเป็นสิ่งโง่เขลาและอ่อนแอก็ได้
สำหรับคนที่โง่เขลา ที่แสนดื้อรั้น

ขุมทรัพย์ โรม 16

ภาพรวม

  • บทนี้กล่าวระลึกถึงคนต่างๆในกรุงโรมที่เปาโลรู้จักและรู้จักเปาโล แล้วจบพระธรรมโรม เน้นว่า พระเจ้าได้เปิดเผยความล้ำลึกให้แก่มนุษย์ได้รับรู้แล้ว

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# – เฟปี ผู้ได้​ช่วย​อุป​ถัมภ์​คน​มาก​มาย​รวม​ทั้ง​ข้าพ​เจ้า​ด้วย
– ปริส​คา​และ​อาค​วิล​ลา ผู้​เสี่ยง​ชีวิต​เพื่อ​ช่วย​ชีวิต​ของ​เปาโล
– ​มา​รีย์ ผู้​ที่​ตราก​ตรำ​เพื่อ​พี่น้อง
– ​อัน​โดร​นิ​คัส​กับ​ยู​นี​อัส ผู้เคยถูก​จำ​จอง​ร่วม​กับเปาโล
– ​อูร​บา​นัส ผู้​ร่วม​งาน​กับ​เปาโล​ใน​พระ​คริสต์
– ​อา​เป็ล​เลส​ ผู้​เคย​พิ​สูจน์​ความ​ภักดี​ต่อ​พระ​คริสต์
– ​ตรี​เฟ​นา​และ​ตรี​โฟ​สา ผู้​ตราก​ตรำ​ใน​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า
– ​นาง​เปอร์​ซีส​ ผู้​​ปฏิ​บัติ​งาน​มาก​มาย​ใน​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า

1.@ เราปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าได้โดยการอุปถัมภ์ผู้อื่นในการรับใช้พระเจ้า , โดยเสี่ยงชีวิตเพื่อพระเจ้า , โดยตรากตำเพื่อพี่น้อง , โดยถูกจองจำหรือทำร้ายด้วยการกระทำ ด้วยคำพูด เนื่องจากข่าวประเสริฐ , โดยร่วมงานกับผู้ที่รับใช้พระเจ้า , โดยพิสูจน์ความจงรักภักดีต่อพระเยซูออกมาเป็นการกระทำ , โดยปฏิบัติงานรับใช้พระเจ้า

2.# คนที่รับใช้พระคริสต์ กับ คนที่รับใช้ตัวเอง แตกต่างกันที่แรงจูงใจในการทำ ว่า ทำเพื่อประโยชน์ของพระคริสต์ หรือ ทำเพื่อประโยชน์ของตนเอง

2.@ วันนี้ หากการรับใช้พระเจ้า ทำให้เราต้องเสียประโยชน์บางอย่าง เรายังจะรับใช้ต่อไปหรือไม่?

3.# จง​เชี่ยว​ชาญ​ใน​การ​ดี และ​ทึ่ม​ใน​การ​ชั่ว

3.@ เราควรฝึกฝนตนเองในการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าอยู่เสมอ และควรเลิกที่จะฝึกฝนตนเองในการกระทำสิ่งที่ขัดกับน้ำพระทัยของพระเจ้า

4.# ​ข้อ​ล้ำ​ลึก ซึ่ง​ได้​ปิด​บัง​ไว้​ตั้ง​แต่​โบ​ราณ​กาลนั้น ได้ถูกเปิดเผยออกแล้ว โดยทางพระเยซูคริสต์ ผู้ที่เชื่อวางใจในพระองค์ก็จะพบกับข้อล้ำลึกนั้น คือ มนุษย์กลับคืนดีกับพระเจ้าได้

4.@ วันนี้เรากลับคืนดีกับพระเจ้าได้แล้ว แล้วเรากลับคืนดีแล้วหรือยัง?

คำคม

“ การรับใช้ที่แท้จริง คือ การกระทำเพื่อให้พระเจ้าได้รับประโยชน์สูงสุด”

ขุมทรัพย์ โรม 15

ภาพรวม

  • ในบทนี้กล่าวถึงการดำเนินชีวิตคริสเตียนโดยการคำนึงถึงพี่น้องที่อ่อนแอกว่าและระลึกถึงคนทั้งหลายที่ยังไม่เคยได้ยินข่าวประเสริฐ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# คนที่เข้มแข็งควรอดทนต่อคนที่อ่อนแอกว่า เพื่อเสริมสร้างพวกเขาให้จำเริญขึ้น

1.@ หากเราเห็นความบกพร่องของพี่น้อง เราควรอดทนต่อพวกเขา รักเขา ช่วยพวกเขาให้สามารถปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องของตน

2.# เมื่อเราบริ​บูรณ์​ด้วย​ความ​ชื่น​ชม​ยินดี และ​สันติ​สุข​ใน​ความ​เชื่อแล้ว เราจะ​ได้​เปี่ยม​ด้วย​ความ​หวัง​โดย​ฤทธิ์​เดช​แห่ง​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์

2.@ โดยความเชื่อ ทำให้เราสามารถชื่นชมยินดีได้เสมอ และมีสันติสุขในพระเจ้าได้ตลอดเวลา
หากสูญเสียความเชื่อ จะทำให้เราขาดความชื่นชมยินดีและสันติสุข

และโดยความชื่นชมยินดีและสันติสุขที่เรามี จะทำให้เรามีความหวังเต็มเปี่ยม สำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตว่าจะนำความชื่นชมยินดีและสันติสุขมากยิ่งกว่าปัจจุบันที่ได้รับแล้วเสียอีก

3.# เปาโลตั้ง​เป้า​ไว้​ว่า​จะ​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ​ใน​ที่​ซึ่ง​ไม่​เคย​รู้จักพระเยซูมาก่อน

3.@ วันนี้ มีบางคนที่ไม่มีเพื่อนคริสเตียนคนอื่นเลยที่ใกล้ชิดกับเขาเท่ากับเรา
ถ้าเราไม่ประกาศกับเขาแล้วใครเล่าจะไปประกาศกับเขา

4.# เปาโลขอให้พี่น้องที่โรม ให้​ร่วม​อธิษ​ฐาน​ต่อ​พระ​เจ้า​ด้วย​ใจ​กระ​ตือ​รือ​ร้น​เพื่อ​งานรับใช้ของเปาโล เป็นการทำให้พี่น้องเหล่านั้นเติบโตขึ้นและกลายเป็นผู้มีส่วนร่วมในการรับใช้พระเจ้า

4.@ วันนี้ เราสามารถมีส่วนร่วมในการรับใช้พระเจ้าได้ ด้วยการอธิษฐานเผื่องานรับใช้ของคนที่กำลังรับใช้พระเจ้าในด้านต่างๆ

คำคม

“คนที่เข้มแข็งกว่า ควรช่วยคนที่อ่อนแอกว่า ไม่ใช่ตำหนิ”

ขุมทรัพย์ โรม 14

ภาพรวม

  • บทนี้กล่าวถึง ชีวิตคริสเตียนแท้จะดำเนินชีวิตด้วยความรักของพระเจ้า ด้วยการคำนึงถึงผู้อื่นอยู่เสมอ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ไม่ควรกล่าวโทษหรือดูหมิ่น ผู้ที่มีมุมมอง ต่อผู้ที่มีมุมมองต่อพิธีกรรมทางศาสนาที่แตกต่างจากเรา
หากพวกเขายังคงเชื่อในข่าวประเสริฐแท้และเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์จริงๆ พวกเขาก็เป็นลูกของพระเจ้าเช่นเดียวกับเรา
พระเจ้าจะเป็นผู้ตัดสินเองว่า มุมมองของใครถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ในวันพิพากษา

1.@ วันนี้หากมีพี่น้องบางคน มีมุมมองแตกต่างจากเรา ในบางเรื่อง ที่ไม่เกี่ยวกับความรอด หรือข่าวประเสริฐ เราควรมองข้าม ไม่ตำหนิ หรือ ดูหมิ่นเขา แต่หาทางที่จะทำงานร่วมกัน รับใช้พระเจ้าร่วมกัน ท่ามกลางมุมมองที่แตกต่างนั้น

2.# ถ้า​เรา​มี​ชีวิต​อยู่​ ก็จงอยู่​เพื่อพระ​เจ้า และ​ถ้า​เราจะ​ต้องตาย ​ก็​จงตายเพื่อ​พระ​เจ้า

ไม่ใช่อยู่เพื่อ หาเงิน หาชื่อเสียง หาความสำเร็จ
ไม่ใช่จะตายอยู่แล้ว เพราะมัวแต่หาเงิน หาชื่อเสียง หาความสำเร็จ

2.@ เราควรใช้สิ่งที่เรามีอยู่ในวันนี้เพื่อพระเจ้า
และถ้าทำเพื่อพระเจ้าแล้วต้องเผชิญภยันตรายถึงตาย ก็ยังคงเต็มใจทำเพื่อพระเจ้า

3.# รม. 14:13 “…จง​ตัด​สิน​ใจ​ดี​กว่า​ว่า​จะ​ไม่​วาง​สิ่ง​ซึ่ง​ทำ​ให้​พี่​น้อง​สะดุด หรือ​สิ่ง​กีด​ขวาง​ทาง​ของ​เขา”

อย่าทำให้พี่น้องสะดุด เพราะการกระทำหรือคำพูดของเรา
เพราะว่าพระเยซูตายเพื่อเขาจะได้เข้าในแผ่นดินของพระเจ้า
ไฉนจะมาทำให้เขาต้องพลาดไปจากแผ่นดินของพระเจ้า เพราะการกระทำหรือคำพูดของเราเล่า
เราผู้รักพระเยซู ย่อมไม่ปรารถนาที่จะทำเช่นนั้น อย่างแน่นอน

ดังนั้น จงยอมงดใช้สิทธิบางอย่าง ทั้งที่เรามีสิทธิจะทำได้ ถ้าการงดใช้สิทธินั้นจะช่วยให้พี่น้องของเราไม่สะดุด

3.@ เรามีเสรีภาพที่จะทำบางอย่างได้ แต่เราเลือกที่จะไม่ทำ เพราะความรักที่เรามีต่อพระเยซู

คำคม

“ผู้ที่รักพระเยซู จะไม่ทำร้ายคนที่พระเยซูทรงรัก”

ขุมทรัพย์ โรม 13

ภาพรวม

  • ในบทนี้กล่าวถึงการดำเนินชีวิตให้สมกับเป็นคนที่มีชีวิตใหม่แล้ว ด้วยการเชื่อฟังผู้นำที่พระเจ้าทรงแต่งตั้งขึ้น และรักเพื่อนบ้านโดยสำแดงออกเป็นการกระทำ และดำเนินชีวิตอย่างคนที่รู้ตัวว่า วันที่พระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมานั้นใกล้เข้ามาแล้ว

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ​ผู้​ที่​ถือ​อำนาจหั้งหลาย​นั้น พระ​เจ้า​ทรง​แต่ง​ตั้ง​ขึ้น ไม่​มี​อำนาจ​ใด​เลย​ที่​ไม่​ได้​มา​จาก​พระ​เจ้า
ดังนั้น เราจำเป็นต้องให้เกียรติและเชื่อฟังผู้มีอำนาจ ไม่ใช่เพราะกลัวพวกเขา แต่เพราะยำเกรงพระเจ้าผู้ทรงแต่งตั้งพวกเขาไว้
ในเมื่อพระเจ้าทรงเห็นแล้วว่า เวลานี้คนๆนี้สมควรมีอำนาจ ก็ไม่ใช่ธุระอะไรของเรา ที่จะบอกว่า ไม่ดี ไม่เหมาะ วันนี้คนนี้ไม่ควรมีอำนาจ

1.@ การเชื่อฟังผู้มีอำนาจ เป็นการให้เกียรติพระเจ้า
คนที่ไม่เชื่อฟัง ไม่ให้เกียรติ ผู้มีอำนาจ เขากำลังลบหลู่พระเจ้า

2.# จงให้เกียรติแก่ทุกคน ที่สมควรให้เกียรติ

2.@ เราสมควรให้เกียรติและเคารพ ผู้ที่สมควรได้รับเกียรติ เช่น พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ผู้รับใช้พระเจ้า ญาติผู้ใหญ่ ผู้นำทั้งหลาย ฯลฯ
ยิ่งกว่าสักเท่าใด เราสมควรปฏิบิติต่อพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุดและทรงพระคุณเหลือล้นแก่เรา ด้วยความเคารพ ยำเกรงและให้เกียรติ ด้วยสิ้นสุดจิตสุดใจของเรา

3.# อย่า​เป็น​หนี้​อะไร​ใคร​เลย นอก​จาก​ความ​รัก​ซึ่ง​มี​ต่อ​กัน

3.@ พระคัมภีร์ สอนชัดเจนว่าไม่ควรเป็นหนี้ ดังนั้น คนที่เป็นหนี้อยู่ อย่าพยายามสร้างหนี้เพิ่ม แต่ให้พยายามปลดหนี้นั้น โดยอธิษฐานขอหนทางออกจากพระเจ้า ด้วยความเชื่อ
พระเจ้าเป็นผู้บอกเองว่า อย่าเป็นหนี้

บัดนี้เราผิดพลาดพลั้งไปจนเป็นหนี้ แล้วถ้าเราร้องทูลต่อพระเจ้าด้วยจริงใจ ด้วยความเชื่อ เพื่อให้พระองค์ประทานหนทางให้แก่เรา ในปลดหนี้
พระองค์จะทรงโปรดทรงฟังเราอย่างแน่นอน จงทูลขอด้วยความเชื่อเถิด

ในขณะเดียวกัน พระคัมภีร์สอนให้เราสำแดงความรักต่อผู้อื่น และไม่ลืมหนี้บุญคุณที่ผู้อื่นได้สำแดงความรักแก่เรา

4.# ผู้ที่รักเพื่อนบ้าน จะ​ไม่​ทำ​อัน​ตราย​ต่อ​เพื่อน​บ้าน​เลย ดังนั้นเมื่อเรา​รักเพื่อนบ้านเช่นนี้ เรา​จึง​ทำตาม​ธรรม​บัญ​ญัติ​สำเร็จ​​อย่าง​ครบ​ถ้วน

4.@ วันนี้ คำพูด การกระทำ สายตา หรือ ความคิดของเรา กำลังทำร้ายผู้อื่นอยู่หรือไม่?
หากเป็นเช่นนั้น จงกลับใจเสียใหม่ เพราะเรากำลังเดินในหนทางที่สวนทางกับ การรักเพื่อนบ้านเสียแล้ว

5.# เวลานี้ ​เป็น​เวลา​ที่​ควร​ตื่น​จาก​หลับ​แล้ว เพราะ​ว่า​เราเข้าใกล้วันที่พระเยซูจะเสด็จกลับ เข้าไปทุกทีแล้ว เข้าใกล้มากกว่าวันที่เรารับเชื่อ มากมายแล้ว

ดังนั้น ให้​เรา​เลิกบรร​ดา​กิจ​การ​แห่ง​ความ​มืดเสีย แล้ว​สวม​เครื่อง​อา​วุธ​แห่ง​ความ​สว่าง
เลิกทำตามอย่างคนของโลกนี้ แต่หันมาทำตามพระคำของพระเจ้าอย่างจริงจัง

เลิกจัดเตรียมสิ่งของที่จะมาบำรุงบำเรอเนื้อหนังหรือความอยากทั้งหลายแห่งโลกนี้
แต่หันมาจัดเตรียมเพื่อสิ่งที่คงอยู่ถาวรนิรันดร์ในสวรรค์ ด้วยการดำเนินชีวิตถวายเกียรติพระเจ้า ดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัยของพระเจ้า และด้วยการปรนนิบัติรับใช้พระองค์

5.@ วันนี้ เราตื่นหรือยัง?

คำคม

“ ความรักที่มีต่อพระเจ้า สะท้อนออกมาเป็นการให้เกียรติพระเจ้าและรักเพื่อนบ้านเสมอ”

ขุมทรัพย์ โรม 12

ภาพรวม

  • บทนี้กล่าวถึงการดำเนินชีวิตใหม่ในพระคริสต์ ว่าเริ่มต้นด้วยการถวายตัวอย่างจริงใจแก่พระเจ้า แล้วให้พระองค์เปลี่ยนชีวิตจิตใจ จากนั้นก็ดำเนินตามพระคำของพระองค์

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ​เครื่อง​บูชาที่​พระ​เจ้าพอพระทัย ไม่ใช่การทำอะไรยิ่งใหญ่เพื่อพระเจ้า แต่เป็นการถวายกายใจของเราแด่พระองค์ อย่างเต็มใจ

1.@ วันนี้ สิ่งที่พระเจ้าปรารถนาจากเรา ไม่ใช่การทำงานรับใช้อย่างทุ่มเทมากมายสุดกำลัง แต่เป็นการทำทุกอย่างด้วยความรักที่มีต่อพระองค์อย่างหมดหัวใจ

2.# อุปนิสัยของเราจะเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ไม่ใช่โดยการทุ่มเทบังคับตนเองอย่างเต็มกำลัง แต่โดยการยอมให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาเปลี่ยนแปลงจิตใจของเรา

2.@ การเปลี่ยนแปลงจิตใจนี้เกิดผ่านพระคำของพระเจ้า
โดยที่เราต้องเห็นด้วยกับค่านิยมจากพระคำของพระเจ้า และไม่เห็นด้วยกับค่านิยมจากโลกนี้

3.# เราเป็นอวัยวะในพระกายเดียวกันในพระคริสต์ เราไม่ได้สำคัญกว่าคนอื่น แม้เราจะทำงานที่ดูเหมือนสำคัญกว่า
ทุกอวัยวะในพระกายล้วนสำคัญ และเราต้องการกันและกัน

3.@ เมื่อพระเจ้าให้ของประทาน ความสามารถใดๆให้แก่เรา เราก็ควรใช้สิ่งนั้นอย่างสัตย์ซื่อ ตามพระคุณที่พระเจ้าประทานให้แก่เรา
คนที่ได้มามาก ก็ใช้ออกไปมาก คนที่ได้มาน้อย ก็ให้ตามเท่าที่มี

4.# จง​รักจาก​ใจ​จริง
จง​เกลียด​ชัง​สิ่ง​ที่​ชั่ว
จง​ยึด​มั่น​ใน​สิ่ง​ที่​ดี
จง​รัก​กัน​ฉัน​พี่​น้อง
จง​ขวน​ขวาย​ใน​การ​ให้​เกียรติ​กัน​และ​กัน
อย่า​อ่อน​ระอา
จง​มี​จิต​ใจ​กระ​ตือ​รือ​ร้น​ด้วย​พระ​วิญ​ญาณ
จง​ปรน​นิบัติ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า
จง​ชื่น​ชม​ยินดี​ใน​ความ​หวัง
จง​สู้​ทน​ต่อ​ความ​ยาก​ลำ​บาก
จง​ขะ​มัก​เขม้น​อธิษ​ฐาน
จง​เห็น​อก​เห็น​ใจ​ช่วย​ธรร​มิก​ชน​เมื่อ​เขา​ขัด​สน
จง​อุต​ส่าห์​ต้อน​รับ​แขก​แปลก​หน้า
จง​อวย​พร​แก่​คน​ที่​เคี่ยว​เข็ญ​ท่าน
จง​อวย​พร อย่า​แช่ง​ด่า​เลย
จง​ชื่น​ชม​ยินดี​กับ​ผู้​ที่​มี​ความ​ชื่น​ชม​ยินดี
จง​ร้อง​ไห้​กับ​ผู้​ที่​ร้อง​ไห้
จง​เป็น​น้ำ​หนึ่ง​ใจ​เดียว​กัน
อย่า​ใฝ่​สูง แต่​ยอม​สมา​คม​กับ​คน​ต่ำ​ต้อย
อย่า​ถือ​ว่า​ตัว​ฉลาด
อย่า​ทำ​ชั่ว​ตอบ​แทน​ชั่ว​แก่​ใคร​เลย
​จง​มุ่ง​ทำ​สิ่ง​ที่​ใครๆ ก็​เห็น​ว่า​ดี
จง​อยู่​อย่าง​สงบ​สุข​กับ​ทุก​คน
อย่า​แก้​แค้น แต่​จง​มอบ​การ​นั้น​ไว้ แล้ว​แต่​พระ​เจ้า​
อย่า​ให้​ความ​ชั่ว​ชนะ​เรา​ได้
​จง​ชนะ​ความ​ชั่ว​ด้วย​ความ​ดี

4.@ จงเลือกทำอย่างน้อยสักอย่างในสัปดาห์นี้

คำคม

“ พระเจ้าเปลี่ยนชีวิตของเราได้ หากเรายอมให้พระองค์เปลี่ยน”

ขุมทรัพย์ โรม 11

ภาพรวม

  • บทนี้กล่าวถึงคนยิวว่า การที่พวกเขาปฏิเสธพระเยซู ทำให้ข่าวประเสริฐแพร่ออกไปทั่วโลก แต่ในที่สุดแล้ว สักวันหนึ่งพระเจ้าจะทรงนำพวกเขาให้กลับมาเชื่อวางใจในพระเยซู

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ในท่ามกลางคนยิวที่ส่วนใหญ่ปฏิเสธพระเยซูนั้น มียิวบางคนที่เชื่อวางใจในพระเยซู แล้วได้รับความรอด

1.@ ท่ามกลางคนที่ดูเหมือนจะไม่ยอมเชื่อนั้น มีบางคนที่พร้อมที่จะเชื่ออยู่
ดังนั้นถ้าเราคิดว่า คนกลุ่มนี้พวกเขาคงไม่เชื่อหรอก จึงไม่บอกเรื่องความรอดแก่เขา จะทำให้คนที่จะเชื่อนั้นพลาดโอกาสของการได้ยินข่าวประเสริฐนั้นไป

จงประกาศข่าวประเสริฐแก่ทุกคนที่เราสามารถทำได้ เพราะเราไม่รู้หรอกว่า เขาเป็นกลุ่มที่จะเชื่อหรือจะไม่เชื่อ

2.# ​การ​ที่​พวก​ยิวไม่เชื่อ และปฏิเสธพระเยซูนั้น เป็น​เหตุ​ให้ความรอดแพร่ไปถึง​คน​ทั้ง​โลก ทำให้คนมากมาย​ได้มีโอกาสกลับ​คืน​ดี​กับ​พระ​เจ้า

2.@ การที่พวกยิวเลือกปฏิเสธพระเยซู เป็นสิ่งผิดพลาดใหญ่หลวงของพวกเขา
แต่พระเจ้าก็ทรงสามารถใช้ความผิดพลาดนั้นกลายเป็นพระพรแก่ผู้คนมากมายได้

วันนี้ ความผิดพลาดพลั้งไปของเรานั้น พระเจ้าทรงสามารถใช้ให้กลายเป็นพระพรได้
โดยที่ ถ้าเรากลับมาหาพระเจ้า พระองค์จะทรงใช้ความผิดพลาดนั้นเป็นพระพรต่อทั้งตัวเราเองและผู้อื่น
แต่ถ้าเราไม่ยอมกลับมาหาพระองค์ ความผิดพลาดนั้นจะเป็นพระพรแก่ผู้อื่นเท่านั้น

จงกลับมาหาพระเจ้าเถิด

3.# รม. 11:22 “…​จง​พิจาร​ณา​ดู​ทั้ง​พระ​กรุณา​และ​ความ​เข้ม​งวด​ของ​พระ​เจ้า …”

พระเจ้าทรงพระกรุณาแก่คนหลงผิด ที่กลับใจ
พระเจ้าทรงเข้มงวดต่อคนหลงผิดที่ไม่ยอมกลับใจ

3.@ คนยิวพลาดไปจากพระสัญญาของพระเจ้า เพราะเขาไม่เชื่อ
เราได้รับตามพระสัญญา เพราะเราเชื่อ
ดังนั้น จนยึดมั่นความเชื่อเอาไว้ อย่าปล่อยให้หลุดมือไป

4.# ความไม่เชื่อฟังของพวกยิว ทำให้ข่าวประเสริฐมาถึงคนต่างชาติที่ไม่เชื่อฟัง
แล้ว คนต่างชาติก็เชื่อ ทำให้พวกเขาได้รับพระเมตตา
โดยพระเมตตานั้น ทำให้พวกยิวที่ไม่เชื่อฟังนั้น ได้รับพระเมตตาด้วย
จนพวกยิวกลายมาเป็นผู้ที่เชื่อ

ดังนั้นในที่สุดแล้วพระเจ้าได้​ทรง​พระ​เมต​ตา​แก่​เขา​ทุก​คน ที่ไม่เชื่อฟังนั้น

4.@ พระ​ปัญ​ญา​และ​ความ​รอบ​รู้​ของ​พระเจ้า​นั้น ช่างล้ำ​ลึก​เกินกว่าจะเข้าใจได้
ข้อ​ตัดสิน​ของ​พระ​องค์​นั้น​ ลึกซึ้งเกินกว่าที่จะเข้าใจได้หมด
​ทาง​ของ​พระ​องค์​นั้น ซับซ้อนเกินกว่าที่จะค้นพบได้ด้วยตนเอง

5.# รม. 11:35 “…ใคร​ได้​ถวาย​สิ่ง​หนึ่ง​สิ่ง​ใด​แก่​พระ​องค์ ที่​พระ​องค์​จะ​ต้อง​ตอบ​แทน​เขา? ”
ในเมื่อทุกสิ่งเป็นของพระองค์ มาจากพระองค์

5.@ สิ่งใดๆที่เราถวายแด่พระเจ้านั้น ความจริงแล้วเราก็แค่ถวายของพระองค์ กลับคืนแด่พระองค์
ดังนั้นเราไม่ได้มีบุญคุณอะไรกับพระองค์เลย
เป็นพระคุณของพระเจ้าต่างหากที่ประทานให้เรามีสิ่งเหล่านั้น เพื่อเราจะได้รับเกียรติได้ถวายแด่พระองค์

คำคม

“เราได้รับพระเมตตา เพื่อพระเจ้าจะทรงสำแดงพระเมตตาผ่านเราไปสู่ผู้อื่น”

ขุมทรัพย์ โรม 10

ภาพรวม

  • ในบทนี้กล่าวถึงความรอดที่มาถึงมนุษย์ทุกคน ที่เชื่อข่าวประเสริฐและต้อนรับพระเยซูเป็นเจ้านายในชีวิตของเขา ซึ่งน่าเสียดายที่พวกยิวจำนวนมากที่ข่าวประเสริฐมาถึงพวกเขาแล้ว แต่พวกเขาไม่เชื่อจึงไม่มีส่วนในความรอดที่พระเจ้าทรงโปรดประทานให้

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# คนยิวกระตือรือร้นที่จะปรนนิบัติพระเจ้า แต่ทำแบบไร้ปัญญา เพราะพวกเขาปรนนิบัติพระเจ้าแบบไม่ฟังพระเจ้า พวกเขาทำตามความคิดของพวกเขาเอง
แล้วพอพระเจ้าเปิดเผยว่า ไม่ใช่แบบนั้น พวกเขาก็ไม่ฟังพระเจ้า แต่ยังคงทำเหมือนเดิมต่อไป

1.@ หากเราพยายามรับใช้พระเจ้า โดยไม่สนใจว่าพระคำของพระเจ้าสอนให้เราทำอย่างไร การรับใช้นั้นเป็นการรับใช้แบบไร้ปัญญา
เช่น รับใช้พระเจ้าเพิ่อให้งานรับใช้สำเร็จอย่างดี โดยไม่คำนึงถึงความรักที่มีต่อพี่น้อง จัดงานคริสตมาสจนทะเลาะกัน เป็นต้น

2.# หลักความชอบธรรมที่มาจากการประพฤติ คือ ใครประพฤติได้ ก็จะได้ความชอบธรรม
หลักความชอบธรรมที่มาจากความเชื่อ คือ ใครเชื่อจริงๆ ก็จะได้ความชอบธรรม

2.@ ความชอบธรรมโดยการประพฤตินั้น ไม่มีใครสามารถทำสำเร็จได้ นอกจากพระเยซู พระองค์ประพฤติอย่างสมบูรณ์
ดังนั้น คนที่เชื่อวางใจในพระเยซู พระเยซูจึงประทานความชอบธรรมแก่เขา เป็นความชอบธรรมที่ได้มาโดยความเชื่อ

เราชอบธรรมได้ เพราะเราเชื่อวางใจในพระเยซู ผู้ได้รับความชอบธรรมมาด้วยการประพฤติ

3.# รม. 10:9 “…​ถ้า​ท่าน​จะ​ยอม​รับ​ด้วย​ปาก​ของ​ท่าน​ว่า พระ​เยซู​ทรง​เป็น​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า และ​เชื่อ​ใน​ใจ​ว่า พระ​เจ้า​ได้​ทรง​ให้​พระ​องค์​เป็น​ขึ้น​มา​จาก​ความ​ตาย ท่าน​จะ​รอด”

ยอมรับพระเยซู ว่าเป็นเจ้านายในชีวิตของเรา สิ่งที่ออกจากปากก็ออกมาจากใจ(มธ. 15:18) นั่นคือ ผู้นั้นต้องให้พระเยซูคริสต์ครองบัลลังก์ใจ เป็นเจ้านายในชีวิตของเขา

เชื่อในใจ ไม่ใช่เชื่อแค่ปาก
ไม่ใช่พูดดีแต่ปาก แต่เชื่อจริงๆลึกเข้าไปในใจ
เชื่อ ว่า พระเจ้าทรงให้พระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตาย
– ก่อนฟื้นจากตาย แน่นอนต้องตายก่อน นั่นคือเชื่อว่าพระเยซูตายบนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปเรา
– แล้วพระเยซูถูกทำให้เป็นขึ้นมาจากความตาย นั่นคือเชื่อว่า พระองค์พิชิตความตายแล้ว เราเองผู้อยู่ในพระองค์ย่อมมีชีวิตใหม่แล้วเช่นกัน
– เชื่อว่า พระเจ้าเป็นผู้กระทำให้พระเยซูฟื้นจากความตาย ดังนั้น เราผู้อยู่ในพระองค์จะถูกทำให้เป็นขึ้นมาจากความตายในวันสุดท้ายด้วยเช่นกัน

3.@ ผู้เชื่อแท้ คือ ผู้ให้พระเยซูคริสต์เป็นเจ้านายของเขา และเชื่อว่าโดยการสิ้นพระชนม์และการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูคริสต์บาปของเขาได้รับการอภัยแล้ว เขาเป็นคนใหม่ในพระคริสต์แล้ว

4.# รม. 10:10 “เพราะ​ว่า​การ​เชื่อ​ด้วย​ใจ​ก็​นำ​ไป​สู่​ความ​ชอบ​ธรรม และ​การ​ยอม​รับ​ด้วย​ปาก​ก็​นำ​ไป​สู่​ความ​รอด”

การเชื่อว่า การบาปของเขาได้รับการชำระแล้ว เขาเป็นคนใหม่แล้วโดยพระเยซูคริสต์ ความเชื่อเช่นนี้แหละที่ทำให้คนนั้นเป็นคนชอบธรรม
และ การยอมให้พระเยซูทรงเป็นเจ้านาย เจ้าของชีวิตของเขา เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ สำหรับผู้ที่จะรอดพ้นนรกเข้าสู่สวรรค์

4.@ วันนี้ เรามั่นใจจริงๆหรือเปล่าว่า บาปของเราได้รับการอภัยแล้ว เราเป็นคนใหม่แล้ว โดยพระเยซูคริสต์
และ วันนี้ พระเยซูทรงเป็นเจ้านายเจ้าของชีวิตของเรา จริงๆหรือเปล่า?

5.# รม. 10:17 “…​ความ​เชื่อ​เกิด​ขึ้น​ได้​ก็​เพราะ​การ​ได้​ยิน และ​การ​ได้​ยิน​เกิด​ขึ้น​ได้​ก็​เพราะ​การ​ประ​กาศ​พระ​คริสต์”

น่าเสียดายที่คนยิวจำนวนมาก ได้ยินการประกาศพระคริสต์แล้ว
แต่พวกเขาก็ยังไม่เชื่อ พวกเขาจึงพลาดจากความรอดที่พระเจ้าประทานให้

5.@ หน้าที่ของเราผู้ได้รับความรอดแล้ว คือ ประกาศเรื่องความรอดนี้ออกไปให้ผู้อื่นได้ยิน
เพราะถ้าพวกเขาไม่ได้ยินการประกาศพระคริสต์ พวกเขาก้ไม่สามารถเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ได้
ครั้งเมื่อเราประกาศออกไปแล้ว พวกเขาจะเชื่อหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของพวกเขาที่จะต้องเลือกเอง และได้รับผลแห่งการเลือกนั้นเอง

คำคม

“ความรอดมาถึงทุกคน แต่เฉพาะคนที่เชื่อเท่านั้นจึงจะได้้รับ”

ขุมทรัพย์ โรม 9

ภาพรวม

  • ในบทนี้พูดถึงอิสราเอล ชนชาติที่พระเจ้าทรงเลือก เพื่อจะประทานความรอดผ่านทางพวกเขาไปยังประชาชาติ แต่พวกเขาเองกลับปฏิเสธความรอดจากพระเจ้า ด้วยการไม่เชื่อวางใจในพระเยซู ดังนั้นพวกเขาเองจึงมีคนได้รับความรอดนั้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# รม. 9:6 “…​ไม่​ใช่​ทุก​คน​ที่​เกิด​มา​จาก​อิส​รา​เอล​นั้น เป็น​คน​อิส​รา​เอล​แท้”
เฉพาะผู้เชื่อวางใจในพระเจ้า เหมือนอย่างอับราฮัมเท่านั้น ถึงจะนับว่าเป็นอิสราเอลแท้ เป็นผู้มีสิทธิมีส่วนในพระสัญาของพระเจ้า

1.@ วันนี้ โดยความเชื่อเราจึงมีสิทธิในพระสัญญาของพระเจ้า
นั่นคือ หากเราไม่เชื่อพระคำของพระเจ้า เราจะไม่ได้รับตามพระสัญญาในพระคำของพระองค์

วันนี้ เราเชื่อจริงๆหรือไม่ว่า สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้กับเราในพระคัมภีร์นั้น จะเกิดขึ้นเป็นจริงอย่างแน่นอน

2.# รม. 9:15-16 … พระเจ้าตรัสว่า “เรา​ประ​สงค์​จะ​กรุณา​ใคร เรา​ก็​จะ​กรุณา​คน​นั้น และ​เรา​จะ​เมต​ตา​ใคร เรา​ก็​จะ​เมต​ตา​คน​นั้น เพราะ​ฉะนั้น ทุก​สิ่ง​จึง​ไม่​ขึ้น​กับ​ความ​ตั้ง​ใจ​หรือ​ความ​มานะ​ของ​มนุษย์ แต่​ขึ้น​อยู่​กับ​พระ​เมต​ตา​ของ​พระ​เจ้า”

พระเมตตาจากพระเจ้า ที่เราได้รับในวันนี้ ไม่เกี่ยวกับ คุณสมบัติของเรา หรือ ความพยายามของเรา แต่เป็นพระคุณของพระเจ้าล้วนๆที่ทรงเลือกและเรียกเรา

2.@ เรามีวันนี้ได้ เพราะพระคุณของพระเจ้า อย่าเย่อหยิ่งไปเลย
เรามีเพราะเราได้รับมา เพราะพระเมตตาของพระเจ้าที่ประทานแก่เรา

3.# พระเจ้าทรงเมตตาแก่ทุกคน แต่คนจำนวนหนึ่งไม่รับพระเมตตาจากพระองค์ พระองค์ก็ยังคงอดทนต่อพวกเขา(ข้อ22) จนกระทั่งหมดเวลา พวกเขาจะได้รับ พระพิโรธจากพระเจ้า ผู้ทรงพิพากษาอย่างยุติธรรมแทน
แต่คนอีกจำนวนหนึ่ง ตอบรับพระเมตตา จึงได้รับพระเมตตา แล้วพบพระคุณมากมาย ที่ทรงมีต่อพวกเขา ประทานเกียรติและศักดิ์ศรียิ่งใหญ่แก่พวกเขา

จึงกล่าวได้ว่า
ฝ่ายหนึ่งเกิดมาเพื่อรับพระพิโรธ
อีกฝ่ายหนึ่งเกิดมาเพื่อรับพระเมตตา

3.@ วันนี้ พระเจ้าทรงสำแดงพระเมตตาของพระองค์แก่เราแล้ว โดยการส่งพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ ลงมาตายแทนเรา
เราจะตอบสนองต่อพระเมตตาที่พระเจ้าประทานให้นี้อย่างไร?
เชื่อ และวางใจในพระองค์ แล้วดำเนินชีวิตตามที่เชื่อนั้น
หรือ
บอกว่าเชื่อวางใจ แต่ดำเนินชีวิตสวนทางกับที่พูดว่าเชื่อนั้น
หรือ
ปฏิเสธ ไม่ต้องการรับพระเมตตานั้น

4.# ลูกหลานของอับราฮัมทางสายเลือดมีมากมาย แต่เพราะความไม่เชื่อในพระเจ้า พวกเขาพ่ายแพ้ศัตรู บ้านเมืองถูกทำลาย ประชาชนจากหลายล้านคน เหลือเพียงแค่ไม่กี่หมื่นคน แล้วถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยในบาบิโลน (586 ก.คศ.)
ต่อมาพระเจ้าเมตตาให้พวกเขากลับมายังบ้านเมืองของตนอีกครั้ง แล้วทวีประชากรมากขึ้น
แต่เมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จมาเพื่อช่วยพวกเขาให้รอด พวกเขากลับปฏิเสธพระองค์และจับพระองค์ไปตรึงเสียที่กางเขน (คศ.33)

ลูกหลานของอับราฮัมทางสายเลือด มีมากมาย ความรอดจากพระเจ้ามาถึงพวกเขาแล้ว
แต่น่าเสียดายที่มีเพียงเล็กน้อยในพวกเขาเท่านั้นที่ได้ความรอดที่พระเจ้าประทานให้ เพราะว่ามีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่เชื่อวางใจในพระเยซู

4.@ วันนี้ ความรอดมาถึงเราแล้ว เราตอบสนองอย่างไร?
ลูกหลานของอับราฮัมทางสายเลือดไม่ได้รับความรอดเพราะพวกเขาไม่เชื่อฉันใด
หากเราไม่เชื่อวางใจในพระเยซูจริงๆ เราก็จะไม่มีส่วนในความรอดที่มาจากพระเจ้าฉันนั้น

วันนี้ หากเราเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์แล้ว ความรอดจากพระเจ้าเป็นของเราแล้ว
เราควรจะทำอย่างไรต่อความรอดนี้?
ควรหรือที่เราจะเก็บเรื่องที่แสนดีนี้ไว้แต่ลำพัง แทนที่จะบอกเรื่องนี้ออกไปยังผู้คนอีกมากมายที่ยังไม่ได้รับความรอดจากพระเจ้า

คำคม

“พระเจ้าได้ทรงประทานพระเมตตาแก่เราแล้ว
เราสามารถยื่นมือรับเอาได้เลยด้วยความเชื่อ”

ขุมทรัพย์ โรม 8

ภาพรวม

  • บทนี้กล่าวถึงฐานะของเราเป็นลูกรักของพระเจ้า พระองค์จะปกป้อง คุ้มครอง ดูแล รักษาเราอย่างดีอย่างแน่นอน และพระองค์จะไม่มีวันทอดทิ้งเรา

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# รม. 8:1) “…​การ​ลง​โทษไม่มี แก่​คน​ที่​อยู่​ใน​พระ​เยซู​คริสต์” เพราะว่าพระเยซูคริสต์ทรงรับโทษแทนเขาเรียบร้อยแล้ว

ไม่ได้หมายความว่า คนที่อยู่ในพระคริสต์จะทำบาปอย่างไร พระเจ้าก็ไม่ว่าอะไร
1คร. 13:6 “ความรักไม่​ชื่น​ชม​ยินดี​เมื่อ​มี​การ​ประพฤติ​ผิด แต่​ชื่น​ชม​ยินดี​เมื่อ​ประพฤติ​ชอบ​”
และ ใน ฮบ. 12:6 กล่าวไว้ว่า “เพราะ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทรง​ตี​สอน​ผู้​ที่​พระ​องค์​ทรง​รัก และ​เมื่อ​พระ​องค์​ทรง​รับ​ผู้ใด​เป็น​บุตร ​พระ​องค์​ก็​ทรง​ตี​สอน​ผู้​นั้น”

ดังนั้น จึงหมายความว่า คนที่อยู่พระคริสต์ จะไม่ต้องถูกพิพากษา ให้ตกลงในบึงไฟนรก
แต่หากเขาดำเนินชีวิตในบาป พระบิดาผู้ทรงรักเขาก็จะทรงตีสอนเขาเพื่อให้เขากลับใจ ละทิ้งบาปนั้นเสีย

1.@ เมื่อเราอยู่ในพระคริสต์ เราได้รอดพ้นการพิพากษาลงโทษจากพระเจ้าแล้ว
เราเป็นคนชอบธรรมแล้ว เราจึงควรดำเนินชีวิตให้สมกับเป็นคนชอบธรรมด้วย

2.# การจดจ่อสนใจ​สิ่ง​ซึ่ง​เป็น​ของ​โลกนี้ จะนำไปสู่ความตาย
แต่​การจดจ่อ​สนใจ​ใน​สิ่ง​ซึ่ง​เป็น​ของ​พระ​วิญญาณ​ จะนำไปสู่ชีวิตและสันติสุข

เพราะคนที่จดจ่อแต่การแสวงหาของในโลกนี้ เขาจะไม่สามารถทำในสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัยได้เลย ความสุขที่เขาพยายามไขว่คว้านั้นนอกจากจะสูญไปแล้ว มันยังทำลายชีวิตและเวลาอันล้ำค่าของเขาไปอีกด้วย
แต่สำหรับคนที่จดจ่อแสวงหาการทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า เขาจะได้พบกับความสุขแท้ พบสันติสุขที่ยั่งยืนในพระเจ้า

2.@ วันนี้ เรากำลัง ทุ่มเทเวลา ควาสามารถ และพลังที่เรามีอยู่ไปเพื่อแสวงหาสิ่งใด
สิ่งของอนิจจังแห่งโลกนี้ หรือ ศักดิ์ศรีถาวรในสวรรคสถาน?

3.# ต่อไปนี้เป็นคำอธิบายง่ายๆ ของข้อ 9-11
เมื่อเราเกิดมา จิตวิญญาณของเราบาป จึงทำให้ร่างกายของเรานี้ต้องพบกับความตาย แล้วจิตวิญญาณก็จะพบกับความตายชั่วนิรันดร์

ต่อมาเมื่อต้อนรับเชื่อพระเยซูคริสต์ พระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาในจิตวิญญาณของเรา จิตวิญญาณของเราจึงกลับมีชีวิต

แต่เนื่องจากเรายังอยู่ในร่างกายเดิม ซึ่งเป็นร่างกายของจิตวิญญาณเดิม(จิตวิญญาณบาป)
ดังนั้นร่างกายนี้ในที่สุดต้องตาย
แต่จิตวิญญาณของเราจะไม่ต้องพบกับความตาย จะพบกับชีวิตชั่วนิรันดร์
แล้วพระวิญญาณบริสุทธิ์จะประทานร่างกายใหม่ให้แก่เราอันเป็นร่างกายที่สมกับจิตวิญญาณที่มีชีวิตของเรานี้

3.@ เรารู้ว่า สักวันหนึ่งร่างกายของเราต้องตายไปเหมือนกับคนอื่นๆ และจิตวิญญาณของเราจะมีชีวิตชั่วนิรันดร์ ในร่างกายใหม่
ด้วยเหตุนี้ เป็นการไม่ฉลาดสักเพียงใดที่เรากลับพยายาม ไล่จับสิ่งของในโลกนี้ ที่อีกไม่นานก็จะสิ้นสูญไป ไล่จับสิ่งของเพื่อบำรุงบำเรอร่างกายชั่วคราวที่อีกไม่นานเราก็ต้องทิ้งไปเสียแล้ว
จงตื่นขึ้น รู้ตัว แล้วใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างมีปัญญา

4.# การที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้สถิตในเรานั้น เป็นสิ่งยืนยันว่า เราชอบธรรมแล้ว เราบริสุทธิ์แล้ว พระเจ้าผู้บริสุทธิ์ผู้ชอบธรรมจึงสามารถประสานเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับเราได้

และยังเป็นการยืนยันว่า เราเป็นบุตรของพระเจ้า เป็นทายาทของพระเจ้า เพราะพระคัมภีร์เรียกพระองค์ว่า “พระ​วิญญาณ​ผู้​ทรง​ให้​เป็น​บุตร​ของ​พระ​เจ้า”(ข้อ 15)

4.@ วันนี้ เราเป็นลูกของพระเจ้าแล้ว เราเป็นทายาทผู้จะได้รับมรดกด้วยกันกับพระคริสต์
อย่ายอมให้มารซาตาน หลอกลวงเรา ให้เราทิ้งเกียรติและศักดิ์ศรี ไปไล่จับสิ่งของไร้ค่าแห่งโลกนี้ อันต้องถูกเผาไหม้ไปสิ้น
เราควรดำเนินชีวิต ให้สมกับเป็นลูกของพระเจ้า ขณะอยู่ในโลกนี้ ด้วยการเชื่อฟัง กระทำตามใจพระบิดา ไม่ใช่ตามการเย้ายวนแห่งโลกนี้

5.# พระเจ้าประสงค์ที่จะใช้ เหตุ​การณ์​ทุก​อย่างที่เกิดขึ้นกับเรา มาประสานรวม​กัน​ เพื่อก่อ​ให้เกิดผล​ดี​แก่​เรา

5.@ พระเจ้าทรงรักเรา เราเป็นลูกของพระองค์ พระองค์ใหญ่ยิ่งครอบครองและควบคุมทุกสิ่ง
ดังนั้น ให้เราเชื่อใจพระองค์ว่า เหตุการณ์ในวันนี้ ในที่สุดจะเกิดผลดีต่อชีวิตของเราอย่างแน่นอน

6.# พระเจ้าทรงรักเราอย่างที่สุด จนกระทั่งยอมประทานพระบุตรสุดที่รักองค์เดียวของพระองค์ มาตายเพื่อช่วยเรา ในขณะที่เรายังไม่รู้จักพระองค์ อาจจะกำลังทำตัวเป็นศัตรูของพระองค์ด้วยซ้ำไป
บัดนี้เราเป็นลูกของพระองค์ แน่นอนอย่างที่สุด พระองค์จะประทานสิ่งที่ดีเลิศให้แก่เราอย่างแน่นอน และจะไม่มีวันมีอะไรมาทำให้พระเจ้าหมดรักเราได้

6.@ ความเชื่อใจในความรักของพระเจ้า จะเป็นแรงผลักดันให้เราดำเนินชีวิตในโลกนี้อย่างสง่างามสมกับเป็นลูกของพระองค์

คำคม

“เราสมควรรักตอบพระองค์ ผู้ทรงรักเราอย่างที่สุด อย่างไร?”