ขุมทรัพย์ มัทธิว 16

ภาพรวม

  • ในบทนี้พูดถึงมุมมองแบบมนุษย์และมุมมองแบบพระเจ้า ของพวก​ฟา​ริ​สี​และ​พวก​สะ​ดู​สี  รวมทั้งพวกสาวก โดยเฉพาะเปโตร

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1.#  พวก​ฟา​ริ​สี​และ​พวก​สะ​ดู​สี มาหาพระเยซู เพื่อขอให้พระเยซูสำแดงหมายสำคัญบนท้องฟ้าให้พวกเขาดู เพื่อว่าบางทีเขาอาจจะยอมเชื่อพระองค์ก็ได้
พระเยซูตอบพวกเขาว่า ขนาดพวกเขาสังเกตท้องฟ้ายังคาดเดาอากาศได้
แต่พวกเขาเห็นอัศจรรย์มากมายที่พระเยซูทำแล้ว กลับไม่สังเกต ไม่ยอมเชื่อ พระองค์ทรงสำแดงแล้วแต่ไม่ใช่ตามวิธีที่เขาต้องการ แต่ตามวิธีการของพระองค์เอง

1.@  พระเยซูทรงกระทำอะไรมากมายกับชีวิตของเราในอดีตที่ผ่านมา จนเรามีวันนี้ได้ สิ่งรอบตัวในชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีมากมายจนทุกวันนี้ นั่นน่าจะเพียงพอแล้ว ที่จะทำให้เราไว้วางใจในพระองค์ได้ สำหรับเหตุการณ์ที่เรากำลังพบเจอในวันนี้

2.# คนที่แสวงหาการอัศจรรย์ จะไม่ได้พบการอัศจรรย์ แต่ผู้ที่แสวงหาพระเยซู จะพบพระองค์ พร้อมกับพบการอัศจรรย์ในชีวิต

2.@ วันนี้ หากเราปรารถนาจะเห็นการช่วยกู้อย่างอัศจรรย์ในชีวิตของเรา จงแสวงหาที่จะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระเยซู

3.# การอัศจรรย์ เลี้ยงคน 5,000 คน และ 4,000 คน ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เหล่าสาวกวางใจในพระเยซูเรื่องอาหารการกินของเขาได้ เพราะเขาไม่ยอมเชื่อมโยงประสบการณ์กับพระเจ้าในอดีต เข้ากับเหตุการณ์ในปัจจุบัน

3.@ วิธีเผชิญเหตุการณ์ในวันนี้อย่างสง่างาม คือ ระลึกถึงว่าในอดีตพระองค์ทรงเคยกระทำกับเราอย่างไร
พระองค์เคยอภัยบาปแก่เราอย่างไร วันนี้พระองค์ก็พร้อมอภัยเช่นกัน
พระองค์เคยช่วยกู้เรามาแล้วอย่างไร วันนี้พระองค์ก็ทรงพร้อมช่วยกู้เราเช่นกัน

4.# พระเยซูเตือนเหล่าสาวกให้ระวัง คำสอนของพวก​ฟา​ริ​สี​และ​พวก​สะ​ดู​สี  ที่สนใจแต่สิ่งของในโลกนี้และการยอมรับจากมนุษย์

4.@ วันนี้ เราแคร์มนุษย์หรือแคร์พระเจ้ามากกว่ากัน?
วันนี้ เราทุ่มเทเพื่อสิ่งของและความเป็นไป ในโลกนี้ หรือ ในสวรรค์ มากกว่ากัน?

5.# ที่ซี​ซา​รี​ยา​ฟี​ลิป​ปี เปโตรกล่าวคำยอมรับว่า “พระเยซูเป็น​พระ​คริสต์ ​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​พระ​ชนม์​อยู่” ซึ่งคำกล่าวนี้ พระเยซูชี้ให้เห็นว่า เป็นการเปิดเผย สำแดงจากพระเจ้า แก่เปโตร

5.@ การเชื่อและยอมรับพระเยซู เข้ามาเป็นพระเจ้าในชีวิตของใครสักคน เป็นการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในชีวิตของคนนั้น
ดังนั้นการที่คนที่เรารักจะเปิดใจต้อนรับพระคริสต์นั้น จำเป็นเหลือเกินที่ต้องมีคนอธิษฐานเพื่อเขา
โดยส่วนตัวผมเชื่อว่า ไม่มีผู้เชื่อสักคนเดียวที่ต้อนรับพระคริสต์ โดยไม่มีใครอธิษฐานเผื่อเขามาก่อน

วันนี้ เราอธิษฐานเผื่อคนที่เรารัก ให้มารู้จักพระคริสต์แล้วหรือยัง?

6.# หลังจากที่เปโตรยอมรับพระเยซูเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเยซูตรัสกับเขาว่า ท่านคือเปโตร(แปลว่า ก้อนหินก้อนเล็กๆ) บนศิลา(เปตรา-แปลว่า ศิลาก้อนใหญ่) นี้ พระองค์จะสร้างคริสตจักรที่มีพลังเหนือความตายขึ้น เป็นคริสตจักรที่มีสิทธิอำนาจห้ามหรืออนุญาต สิ่งต่างๆในฝ่ายวิญญาณได้

ศิลานี้ หมายถึง คำยอมรับของเปโตร ตลอดประวัติศาสตร์พระเยซูทรงสร้างคริสตจักรของพระองค์ จากผู้เชื่อผู้ต้อนรับพระองค์เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และไม่มีสิ่งใดต่อต้าน ขัดขวาง หยุดยั้ง การเจริญเติบโตและขยายออกไปของคริสตจักรได้
แม้ผู้มีอำนาจมากมาย พยายามจะหยุดยั้งด้วยการลงโทษถึงตาย ก็ไม่อาจหยุดยั้งคริสตจักรของพระองค์ได้

6.@ การไปร่วมนมัสการที่โบสถ์ และร่วมกิจกรรมต่างๆของคริสตจักร เป็นสิ่งดีและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง แต่สิ่งเหล่านั้นก็ไม่ได้ที่เป็นสิ่งยืนยันว่า เราเป็นส่วนหนึ่งในพระกายของพระคริสต์แล้ว
เพราะ การเป็นส่วนหนึ่งในพระกายของพระคริสต์ เกิดขึ้นโดยการต้อนรับพระเยซูเข้ามาเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างแท้จริงในชีวิตของเรา

เมื่อเราเป็นส่วนหนึ่งในพระกายของพระคริสต์ เรามีสิทธิอำนาจที่จะห้ามหรืออนุญาต สิ่งต่างๆในฝ่ายวิญญาณได้ โดยผ่านคำอธิษฐานด้วยความเชื่อ

วันนี้ เราได้ใช้สืทธิพิเศษนี้มากน้อยเพียงใด?

7.# เมื่อพระเยซูพยากรณ์ถึงการที่พระองค์จะต้องสิ้นพระชนม์ เป็นสิ่งที่เปโตรรับไม่ได้ ที่เขาติดตามพระเยซูมาหลายปี ก็เพราะเชื่อว่าพระองค์เป็นพระมาซีฮาและหวังว่าในอนาคตเขาจะได้เป็นใหญ่เป็นโตเมื่อพระองค์ทรงครอบครองในโลกนี้

ดังนั้นถ้าพระองค์ตาย ความหวังของเขาทั้งหมดก็จะสูญเปล่านะสิ
เขาจึงกล่าวห้ามว่า “จะ​ให้​เหตุ​การณ์​เช่น​นี้​เกิด​กับ​พระ​องค์​ไม่​ได้”

แล้วพระเยซูก็ตำหนิเขา ว่าเขากำลังคิดแบบคน ซึ่งไม่เหมือนกับความคิดแบบพระเจ้า ความคิดเขานั้นเป็นการล่อลวงจากมาร

7.@ เปโตรรับการสำแดงจากพระเจ้า จึงคิดแบบพระเจ้า ต่อมาเปโตรคนเดียวกันนี้ถูกล่อลวงโดยมาร จึงหลงไปคิดแบบมาร การดำเนินชีวิตในทางของพระเจ้า ต้องคอยระมัดระวังความคิดของเราอยู่เสมอ

ให้พระคำของพระเจ้านำความคิดของเราตามการสอนของพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่เสมอ

แม้ว่าชั่วโมงนี้ เราคิดสอดคล้องกับน้ำพระทัยของพระเจ้า ก็ไม่ได้หมายความว่า ชั่วโมงต่อมาเรายังคงคิดสอดคล้องกับพระเจ้าอยู่
จึงต้องคอยระมัดระวังความคิดให้สอดคล้องกับพระคำของพระเจ้าอยู่ตลอดเวลา

8.# ผู้ใดใคร่จะเอาชีวิตรอดในโลกนี้ จะเสียชีวิตนิรันดร์
ผู้ใดใคร่เสียชีวิตในโลกนี้ เพราะเห็นแก่พระเยซู จะได้ชีวิตนิรันดร์
แม้ได้สิ่งของสิ้นทั้งโลก แต่ต้องสูญเสียชีวิตนิรันดร์ มันไม่คุ้มเลย

8.@ วิธีสูญเสียชีวิตนิรันดร์ ก็คือ ดำเนินชีวิตตามวิถีแห่งโลกนี้ กอบโกยความสุขสำหรับชีวิตในโลกนี้ให้มากที่สุด

วิธีได้ชีวิตนิรันดร์ ก็คือ ยอมทิ้งวิถีชีวิตแห่งโลกนี้ ดำเนินชีวิตโดยแบกกางเขนแห่งการเชื่อฟัง ทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า ตลอดวันคืนของชีวิต

คำคม

“ คิดอย่างคน คิดสั้นๆ สนใจสิ่งของชั่วคราวในโลกนี้
คิดอย่างพระเจ้า คิดไกลๆ สนใจสิ่งถาวรในสวรรคสถาน ”

โฆษณา