ขุมทรัพย์ มาระโก 2

ภาพรวม

  • ในบทนี้บรรยายถึงสิ่งที่พระเยซูทรงกระทำ ที่มีมุมมองแตกต่างจากความเข้าใจเดิมของพวกนักศาสนาของยิว ทั้งการอภัยบาป การให้โอกาสคนบาปคนชั่ว การอดอาหาร และธรรมเนียมในวันสะบาโต

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1.#  คนง่อยที่ถูกหย่อนจากหลังคามาให้พระเยซูรักษา พระองค์พูดกับเขาว่า “บาปของเจ้าได้รับการอภัยแล้ว”

อะไรเป็นเหตุให้บาปของเขารับการอภัย?

ก็คือ ความเชื่อของเขา เขาเชื่อวางใจในพระเยซูว่าทรงช่วยเขาได้แน่ๆ

เขามาเพื่อให้พระเยซูรักษาความเจ็บป่วยทางร่างกายของเขา
แต่พระองค์ทำมากยิ่งกว่านั้นนั้นอีก

พระองค์ทรงเยียวยารักษาความเจ็บป่วยทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณของเขา

1.@ เมื่อเรามาหาพระเยซูด้วยความเชื่อวางใจอย่างสุดใจ
เราจะพบการช่วยกู้จากพระองค์ อย่างดีเลิศมากยิ่งกว่าที่เราคาดหมายไว้เสียอีก

วันนี้ จงนำปัญหาของเรา มาหาพระเยซู ด้วยความเชื่ออย่างสุดใจว่า
พระเยซูช่วยฉันได้แน่ๆ

คลิปคำเทศนา พระเยซู ช่วยด้วย
https://www.youtube.com/watch?v=pGFRpmpPT8c

2.# พระเยซูถามพวกธรรมาจารย์ผู้คิดว่า พระเยซูกำลังหมิ่นประมาทพระเจ้า ว่า
แบบ​ไหน​จะ​ง่าย​กว่า​กัน ระหว่าง
‘การอภัยบาป​ต่างๆ’ กับ ​‘การทำให้คนคนง่อย​ลุกขึ้น​ยก​แคร่​เดิน​ไป​เถิด’

สำหรับมนุษย์แล้ว ยากมาก จนทั้งสองอย่างเป็นไม่ได้
แต่สำหรับพระเยซูแล้ว ทำให้เกิดขึ้นได้ทั้งสองอย่าง

2.@ พระเยซูไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาที่เรามองเห็นได้เท่านั้น
พระองค์ทรงฤทธิ์สามารถแก้ปัญหาที่เรามองไม่เห็นหรือแม้กระทั่งเรายังไม่รู้เลย ได้อีกด้วย

เมื่อเรามาหาพระเยซู ปรารถนาให้พระองค์แก้ไขปัญหาในชีวิตของเรา
จงยอมให้พระองค์แก้ไขด้วยวิธีการของพระองค์

แม้สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะดูไม่ถูกใจเราเท่าใดนัก
แต่ผลสุดท้ายจะเป็นสิ่งดี พระพรซ้อนพระพรในชีวิตของเรา

3.# พระเยซูมีสิทธิอำนาจที่จะยกโทษอภัยบาปของเราทั้งสิ้นได้

3.@ วันนี้ ไม่ว่า เราจะผิดพลาดพลั้งบาปไปแล้ว มากสักเพียงใด

จงรีบกลับมาหาพระเยซู

มาหาพระองค์ตามความอ่อนแอของเรา
สารภาพบาปต่อพระองค์
แล้วรับการอภัยอย่างสิ้นเชิง
และรับการรักษาให้หาย

4.# พระเยซูทรงเรียก เลวี (มัทธิว) ให้ติดตามพระองค์ เขาตอบสนองทันที
ละทุกสิ่งติดตามพระองค์ไป

หลังจากนั้นชีวิตของคนเก็บภาษี คนขายชาติ ผู้เห็นแก่ตัว ผู้เห็นแก่เงิน อย่างมัทธิว
ก็กลายเป็นพระพรนำพระเยซูไปสู่คนเก็บภาษีและคนบาปอื่นๆอีกมากมาย

4.@ เพราะมัทธิวเป็นคนชั่ว เมื่อเขาต้อนรับพระเยซูเข้ามาในชีวิต
พระเยซูจึงใช้สถานะคนชั่วที่เขาเคยเป็นนั้น
เป็นสะพานทอดนำความรักและพระเมตตาของพระเจ้า
ไปสู่คนชั่วอย่างเขาอีกมากมาย

ไม่สำคัญว่า เราเคยชั่วขนาดไหน
แต่ถ้าวันนี้ เรามอบถวายชีวิตให้พระเยซูจริงๆ
ให้พระองค์เข้ามาครอบครองในชีวิตของเราจริงๆ

พระเยซูสามารถใช้ชีวิตของเราเป็นเกลือและแสงสว่าง
เป็นพระพรสำหรับผู้คนมากมายได้

5.# พระเยซูตรัสว่า พระองค์มาไม่ใช่เพื่อช่วยคนที่หลงตัวเองคิดว่าตนเองชอบธรรม ทั้งที่จริงๆแล้วเป็นคนชั่ว

แต่มาเพื่อช่วยคนชั่วที่รู้ตัวเองและยอมรับว่าตนเองชั่ว ผู้ปรารถนาความช่วยเหลือจากพระองค์

ในโลกนี้มีคนแค่ 2 ประเภท
1.คนชั่วผู้ไม่ยอมรับว่าตนเองชั่ว 
2. คนชั่วผู้ยอมรับว่าตนเองชั่ว

พระเยซูมาเพื่อช่วยคนประเภทที่ 2 นี้

5.@ วันนี้ หากเราไม่ยอมรับความจริงว่า เราทำผิดบาปใด
เราจะไม่มีวันกลับใจจากการทำผิดบาปนั้น

ขอให้เราถ่อมใจลง สำรวจตัวเราเอง
ขอพระเจ้าทรงช่วยเราค้นดู ตรวจสอบดูว่า
มีทางชั่วใดๆในเราอะไรบ้าง ที่เราต้องสารภาพและกลับใจในวันนี้

เมื่อพบแล้ว จงกลับใจเสียใหม่ สารภาพบาป แล้วรับการอภัยจากพระองค์

สดด. 139:23-24
ข้า​แต่​พระ​เจ้า ขอ​ทรง​ตรวจ​ค้น​ข้า​พระ​องค์​และ​ทรง​รู้จัก​จิต​ใจ​ของ​ข้า​พระ​องค์
ขอ​ทรง​ทด​สอบ​ข้า​พระ​องค์​และ​ทรง​รู้จัก​ความ​คิด​ของ​ข้า​พระ​องค์
และ​ขอ​ทอด​พระ​เนตร​ว่า​มี​ทาง​ชั่ว​ใดๆ ใน​ข้า​พระ​องค์​หรือ​ไม่
และ​ขอ​ทรง​นำ​ข้า​พระ​องค์​ไป​ใน​ทาง​นิ​รันดร์

6.# พระเยซูทรงสอนพวกศิษย์ของยอห์นและพวกฟาริสี ว่า
“เหล้า​องุ่น​หมัก​ใหม่​จะ​ต้อง​ใส่​ไว้​ใน​ถุง​หนัง​ใหม่”

พระเยซูเสด็จมาเพื่อช่วยมนุษย์ ตามพระสัญญาของพระเจ้า เป็นสิ่งใหม่
ซึ่งไม่สามารถใช้กฏเกณฑ์ รูปแบบ และธรรมเนียมเก่าซึ่งพวกเขายึดถือกันมาได้

6.@ วันนี้ เราอยู่ในพระเยซูคริสต์แล้ว เราเป็นคนใหม่แล้ว
เราเข้ามาอยู่ในร่มพระคุณของพระเจ้าแล้ว
เราไม่ได้อยู่ภายใต้กฏแห่งธรรมบัญญัติอีกต่อไป
เราจึงสมควรดำเนินชีวิตด้วยวิถีใหม่

ไม่ใช่ตามกฏเกณฑ์ของศาสนา
แต่ตามพระวิญญาณ ซึ่งสอนเราและตรัสกับเรา ผ่านทางพระคำของพระองค์

ในศาสนา เราพยายามทำสิ่งดี ไม่ทำชั่ว เพราะกฏเกณฑ์สั่งเอาไว้
ในพระเยซูคริสต์ เราทำอะไร หรือไม่ทำอะไร ก็เพราะความรักที่มีต่อพระองค์

7.# พระเยซูสอนว่า “วัน​สะ​บา​โต​นั้น​ทรง​ตั้ง​ไว้​เพื่อ​มนุษย์ ไม่​ได้​ทรง​สร้าง​มนุษย์​ไว้​เพื่อ​วัน​สะ​บา​โต”

กฏเกณฑ์ต่างๆที่บัญญัติไว้ในพระคำของพระเจ้า
ก็เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่มนุษย์ที่พระองค์ทรงรัก

ดังนั้นการทำตามกฏเกณฑ์เหล่านั้น
ตามปกติแล้วจะนำประโยชน์มหาศาลมาสู่มนุษย์

แต่หากบางคนตีความหมายของกฏเกณฑ์เหล่านั้นผิดไป
แล้วนำมาสร้างเป็นกติกาทำให้เกิดโทษแก่มนุษย์ที่พระเจ้าทรงรัก
การไม่ทำตามกติกาเหล่านั้น
เป็นสิ่งถูกต้องแล้ว

7.@ การตีความหมายพระคำของพระเจ้าที่ถูกต้อง
เมื่อคนนำไปทำตามจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้กระทำตาม
โดยจะทำให้เขาเข้าใกล้พระเจ้ามากขึ้น เชื่อฟังพระองค์มากยิ่งขึ้น

แต่หากเมื่อเราทำตามการตีความใดๆแล้ว
ผลออกมาตรงกันข้ามกับข้างต้น
สัญนิฐานไว้ก่อนได้เลยว่า น่าจะเป็นการตีความที่ผิดพลาดไป

คำคม

“ ฉันมีสิทธิทำได้ แต่ฉันไม่ทำ เพราะฉันรักพระเยซู ”

โฆษณา