ขุมทรัพย์ มัทธิว 9

ภาพรวม

  • ในบทนี้ชี้ให้เห็นถึง มุมมองของพระเยซู และมุมมองของคนที่ไม่เชื่อ ต่อบุคคลและสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1.#  เมื่อพระเยซูทรงรักษาคนง่อย โดยตรัสว่า “บาปของเจ้ารับการอภัยแล้ว” เป็นการบอกให้รู้ว่าเหตุที่ความเจ็บป่วยมีอิทธิพลต่อมนุษย์เพราะบาป พระองค์ไม่เพียงแต่จะรักษาโรคได้เท่านั้น ยังสามารถกำจัดต้นตอของโรค โดยการให้อภัยบาปได้อีกด้วย

1.@  วันนี้ พระเยซูไม่เพียงแต่สามารถแก้ปัญหาชีวิตของเราได้เท่านั้น แต่ยังสามารถขจัดต้นตอของปัญหา คือบาปในชีวิตของเราได้อีกด้วย

2.# พระเยซู ตรัสว่า “บาปได้รับการอภัย” เป็นการถวายเกียรติแด่พระเจ้า แต่สำหรับพวกธรรมาจารย์ ถือว่าเป็นการหมิ่นประมาทพระเจ้า

2.@ เมื่อเรามองด้วยสายแห่งความไม่เชื่อ สิ่งที่ดี เราอาจเห็นเป็นสิ่งเลวร้ายได้

3.# พระเยซู ทรงเรียกมัทธิว ให้เป็นสาวกของพระองค์ เขาเป็นคนเก็บภาษี ซึ่งในเวลานั้นคนถือว่า เป็นอาชีพที่ขายชาติ ทรยศพวกพ้อง น่ารังเกียจอย่างยิ่ง

3.@  แม้คนจะดูถูกเราเพียงใด แต่ถ้าพระเจ้าทรงใช้เรา เราจะเป็นพระพรแก่ผู้คนมากมาย ดังท่านมัทธิวที่เขียนพระธรรมมัทธิวนี้

4.# พระเยซูทานอาหารร่วมกับคนเก็บภาษีและคนบาป เพื่อสำแดงว่าเขาได้รับการยินดีต้อนรับสู่แผ่นดินของพระเจ้า แต่พวกฟาริสีมองว่า นั่นเป็นสิ่งที่ผิด พวกนั้นสมควรถูกรังเกียจ

4.@ เมื่อเรามองผู้อื่นด้วยสายตาแห่งโลกนี้ เราจะพบบางคนมีพฤติกรรมน่ารังเกียจ แต่ถ้าเรามองในมุมฝ่ายวิญญาณ เราจะเห็นความจริงว่า ทั้งเราและพวกเขาเป็นผู้น่ารังเกียจก็จริง แต่ก็เป็นผู้ที่พระเจ้ามิได้ทรงรังเกียจเลย หากปรารถนาที่จะเข้ามาหาพระองค์

5.# พระเยซูทรงสอนเรื่อง ผ้าใหม่ผ้าเก่า และ ถุงหนังใหม่ถุงหนังเก่า ว่า เมื่อถึงวาระใหม่แล้ว ไม่สามารถใช้วิธีการหรือมาตรฐานแบบเก่าได้ พวกสาวกของยอห์นมองว่าการอดอาหารเป็นเรื่องสำคัญมาก แต่พระเยซูสอนว่าการมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระเจ้า สำคัญมากยิ่งกว่า

5.@ วันนี้ เราให้ความสำคัญเรื่องการใช้เวลาสัมพันธ์กับพระเจ้า เป็นอันดับที่เท่าไหร่ในชีวิต?
(ลองตอบตามการใช้เวลาจริงๆนะครับ ไม่ใช่ตามทฤษฎี หรือความคิดที่คิดว่าควรจะเป็นเช่นนั่น)

6.# หญิงโลหิตตก 12 ปี เชื่อว่า ถ้าแตะชายฉลองก็จะหายโรค เมื่อนางแตะนางก็หายโรค ส่วนไยรัส เชื่อว่าถ้าพระเยซูเอามือวางบนลูกสาวของเขาที่ อายุ 12 ปี เธอจะรอดตาย เมื่อพระเยซูไปจับมือเธอ เธอก็ฟื้นขึ้นมาจากความตาย

6.@ ความเชื่อ เป็นตัวกำหนดว่า พระเจ้าจะสำแดงการอัศจรรย์ในชีวิตของเราได้มากเพียงใด  วันนี้เราเชื่อหรือไม่ว่า พระเยซูสามารถช่วยเราให้พ้นจากปัญหาได้?

7.# เมื่อพระเยซูตรัสว่า “​เด็ก​ผู้​หญิง​คน​นี้​ยัง​ไม่​ตาย แต่​นอน​หลับ​อยู่” เป็นประโยคที่ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า แต่สำหรับคนที่ชุมนุมที่บ้านไยรัส เป็นประโยคน่าหัวร่อ 

7.@ ถ้อยคำจากพระคำของพระเจ้า เมื่อมองด้วยความเชื่อ ทำให้เราเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า แต่เมื่อมองด้วยความไม่เชื่อ กลับมองเป็นข้อความที่ไร้สาระ  วันนี้เราเชื่อในถ้อยคำที่พระเจ้าตรัสมากเพียงใด?

8.# เมื่อคนตาบอดสองคนมาหาพระเยซู พระองค์ทรงแตะต้องตาของเขา แล้วตรัสว่า “ให้​เป็น​ไป​ตาม​ความ​เชื่อ​ของ​พวก​ท่าน​เถิด” แล้วตาของพวกเขาก็หายเป็นปกติ แสดงว่าพวกเขาเชื่อว่าหาย เพราะถ้าพวกเขาเชื่อว่าไม่หาย พวกเขาก็คงไม่หาย

8.@ หากเราอธิษฐานด้วยความไม่เชื่อ ผลที่จะได้รับจะเป็นไปตามความไม่เชื่อของเรา

9.# พระเยซูทรงรักษาคนใบ้ที่มีผีสิง เป็นการถวายเกียรติแด่พระเจ้า แต่พวกฟาริสี ลบหลู่พระองค์ว่าใช้อำนาจของนายผี

9.@ สิ่งที่เรากระทำด้วยไม่มีความเชื่อ อาจนำไปสู่การที่เราลบหลู่พระเจ้าได้  จงเชื่อวางใจในพระเยซูในทุกการกระทำของเราเถิด

10.# พระเยซูมองดูประชาชนด้วยความสงสาร เพราะไร้คนนำทางพวกเขาไปสู่ทางของพระเจ้า  พระเยซูจึงสั่งให้พวกสาวกอธิษฐานต่อพระบิดาผู้เป็นเจ้าของทุกชีวิตในโลกนี้ ให้ส่งคนของพระองค์มามากยิ่งขึ้นเพื่อช่วยคนเหล่านั้นให้กลับมาหาพระองค์

10.@ วันนี้ เมื่อเรามองดูคนมากมายในประเทศของเรา ในเมืองของเรา เรารู้สึกอย่างไร เรามองด้วยสายตาเดียวกับพระเยซูหรือไม่ มีคนมากมายชีวิตมืดมน ไร้ที่พึ่ง พวกเขาไม่รู้ว่า พระเจ้าผู้ทรงรักเขาเป็นที่พึ่งของเขาได้
ขอให้เราร่วมกัน อธิษฐานวิงวอนต่อพระบิดา ให้ส่งวีรบุรุษและวีรสตรีแห่งความเชื่อ มามากขึ้นเพื่อช่วยกันนำคนไทยเหล่านี้เขามาสู่ที่สงบสุขและปลอดภัยในแผ่นดินของพระเจ้า

คำคม

“ ขอพระเจ้าผู้เป็นเจ้าของนา ส่งคนมาเก็บเกี่ยวพืชผลของพระองค์ด้วยเถิด ”