ขุมทรัพย์ มัทธิว 10

ภาพรวม

  • ในบทนี้พูดถึงการเป็นสาวกของพระเยซูว่า ได้รับสิทธิพิเศษมากมาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่พบกับปัญหา อุปสรรค และความยากลำบากในชีวิต

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1.#  พระเยซูทรงเลือกและเรียกสาวก ไม่ใช่สาวกเลือกติดตามพระองค์ สาวกเพียงแต่ตอบสนองการเรียกของพระองค์

1.@  พระเจ้าทรงเป็นผู้ริเริ่มเลือกที่จะรักเรา และยังคงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราเป็นของใหม่ทุกเวลาเช้า ขึ้นกับว่าเราจะตอบสนองต่อความรักของพระองค์อย่างไร ในแต่ละวัน?

2.# สาวกที่พระเยซูทรงเรียก เป็นเพียงคนธรรมดา บางคนเป็นที่รังเกียจของสังคม(มัทธิว) บางคนเป็นที่ศัตรูต่อรัฐบาล(ซีโมนพรรคชาตินิยม ซึ่งเกลียดพวกเก็บภาษีมาก)  และบางคนเป็นคนขี้โกง(ยูดาส อิสคาริโอท) แต่คุณสมบัติเหล่านั้นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคที่จะขวางกั้น ไม่ให้พระเยซูเลือกพวกเขาเป็นสาวก

2.@ แม้ในอดีตที่ผ่านมา เราทำตัวไม่เหมาะที่จะเป็นสาวกของพระเยซู แต่วันนี้พระองค์ได้ทรงเลือกเรา ไม่ว่าเราเป็นใคร จะเคยทำอะไรมาก็ตาม วันนี้พระเยซูทรงเลือกที่จะรักเรา และปรารถนาใช้ชีวิตของเราเป็นพระพรต่อผู้คนมากมาย

3.# เมื่อพระเยซูทรงเรียกคนเหล่านั้นเป็นสาวกของพระองค์แล้ว พระองค์ได้ประทานสิทธิพิเศษให้แก่พวกเขาด้วย คือ สิทธิในการใช้ในสิทธิอำนาจในนามของพระองค์

3.@   วันนี้ เราถูกเลือกและเรียกมาเป็นสาวกของพระเยซูแล้ว เราสามารถใช้สิทธิอำนาจในนามพระเยซู จัดการกับความกลัว ความกังวล ความเครียด ความบาป วิญญาณชั่ว และโรคภัยไข้เจ็บได้แล้ว

4.# เมื่อพระเยซูทรงใช้สาวกออกไป พระองค์เน้นให้พวกเขาทำตามคำสั่งของพระองค์และพึ่งพาการทรงนำของพระเจ้า มากกว่าพึ่งพาการตระเตรียมอุปกรณ์และเตรียมแผนการเดินทางอย่างรอบคอบของพวกเขา

4.@ วันนี้ เมื่อเรารับใช้พระเจ้า สิ่งสำคัญที่สุดคือ เรายังคงเชื่อฟังพระคำของพระองค์อยู่หรือไม่ หากเรายังคงเชื่อฟังทำตามพระคำ แม้หนทางข้างหน้าเรายังไม่รู้ว่าจะพบเจอกับอะไร ก็ไม่น่าเป็นห่วงเพราะพระเจ้าจะทรงจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าให้กับเราเอง

5.# ในการรับใช้พระเยซูไม่ได้สัญญาว่า เราจะไม่พบกับความยากลำบาก ปัญหา หรืออุปสรรค แต่ตรงกันข้ามพระเยซูบอกให้เรารู้ว่าจะถูกต่อต้านและถูกข่มเหง และเราไม่ต้องกลัวการข่มเหงเหล่านั้น เพราะถ้าพระเจ้าไม่อนุญาตจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ เหมือนนกกระจาบที่จะไม่มีวันตกถึงดิน ถ้าพระเจ้าไม่อนุญาต
แต่ถ้าพระเจ้าอนุญาตให้สิ่งใดเกิดขึ้นกับเรา แสดงว่าสิ่งนั้นในที่สุดจะกลับกลายเป็นผลดีต่อเรา ถึงแม้ว่าในวันนี้เรายังไม่เข้าใจก็ตาม

5.@ วันนี้ หากเราเผชิญปัญหาในการรับใช้พระเจ้า ไม่ต้องตกใจ เป็นเรื่องธรรมดา พระเยซูบอกไว้แล้ว พระองค์จะช่วยเราผ่านพ้นปัญหานั้นไปได้อย่างถวายเกียรติแด่พระเจ้า ขอเพียงแต่ให้เรายืนหยัดอย่างสัตย์ซื่อในการรับใช้พระเจ้าต่อไป

6.# ผู้ที่เกรงกลัวพระเจ้า เขาจะไม่ต้องกลัวสิ่งใดเลย เพราะมนุษย์ทำลายได้แต่ร่างกาย แต่พระเจ้าทำลายได้ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ ดังนั้นถ้าพระเจ้าไม่อนุญาตก็ไม่มีใครทำร้ายเราได้ และเพราะพระเจ้าทรงรักเรา เอาใจใส่เรา แม้แต่เส้นผมของเรา ด้วยเหตุนี้เราจะปลอดภัยอย่างแน่นอน
นอกเสียจากไม่มีทางอื่น จำเป็นต้องมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกับเรา พระองค์จะอนุญาตให้เกิดขึ้น แต่นั่นก็เพื่อประโยชน์ของเรา ที่เกินกว่าเราจะเข้าใจได้
เหมือนกับ การที่ไม่มีทางอื่นนอกจากพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า ต้องมาตายอย่างทรมานบนกางเขนเท่านั้น จึงจะช่วยเราให้รอดได้ พระบิดาจึงจำเป็นต้องให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น

6.@ ไม่ต้องกลัว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเราวันนี้ พระบิดาทรงรักเราอย่างที่สุด ทุกอย่างที่พระองค์อนุญาตให้เกิดขึ้น ในที่สุดจะกลับกลายเป็นผลดีต่อเรา

7.# คนที่ละอายที่จะรับพระคริสต์ต่อหน้าคนอื่น พระคริสต์จะละอายที่จะรับเขาต่อพระพักตร์พระบิดา

7.@ วันนี้เรากระตือรือร้นและภาคภูมิใจแค่ไหน เพื่อให้คนอื่นรู้ว่าเรารักพระเยซู?

8.# การเป็นสาวกของพระเยซูต้องรักพระเยซูมากกว่าทุกสิ่งและทุกคน และเมื่อเรารักพระเยซูจริงๆเราจะรักทุกคนด้วยความรักยิ่งใหญ่ของพระเจ้า

8.@ วันนี้ 
– มีใครไหม ที่เราอยากอยู่ใกล้เขา มากกว่าอยู่ใกล้พระเยซู ?
– มีใครไหม ที่เรายอมทำให้พระเยซูเสียใจ ดีกว่าจะทำให้เขาเสียใจ ?
– มีใครไหม ที่เราทุ่มเทเพื่อให้เขามีความสุข มากกว่าทุ่มเทเพื่อให้พระเยซูชื่นใจ?
– มีใครไหม ที่เรายินดี งดเชื่อฟังพระเยซูไว้ก่อน เพื่อทำสิ่งที่ทำให้เขาพอใจ?
– มีใครไหม ที่เราเต็มใจใช้เงินก้อนโตของเราเพื่อเขาแบบไม่นึกเสียดาย แต่เงินก้อนโตขนาดนั้น ถ้านำมาถวายพระเยซูคงจะทำใจได้ยาก?
– มีใครไหม ที่เรายอมสละสิ่งของมากมายเพื่อเขา มากกว่ายอมสละเพื่อพระเยซู?
– มีใครไหม ที่เรามักคิดถึงเขา บ่อยยิ่งกว่าคิดถึงพระเยซู?
– มีใครไหมหรือสิ่งใดไหม ที่เรามักคิดถึงทันทีเมื่อตื่นนอน แทนที่จะคิดถึงพระเยซู?
– มีใครไหมหรือสิ่งใดไหม ที่เรามักคิดถึงเป็นอย่างสุดท้ายก่อนเข้านอน แทนที่จะคิดถึงพระเยซู?

9.# ผู้ที่ทำสิ่งดีกับใครก็ตามเพราะเห็นแก่พระเยซู ก็เหมือนทำกับพระเยซูด้วย ดังนั้นคนนั้นพระเยซูผู้ทรงสัตย์ซื่อจะตอบแทนเขาอย่างแน่นอน

9.@ วันนี้ เราสามารถทำสิ่งดีแด่พระเยซูที่เรารักได้ ด้วยการทำสิ่งดีให้แก่คนรอบข้างของเรา ด้วยเห็นแก่ความรักที่เรามีต่อพระเยซู

คำคม

“ รักแท้ จะสะท้อนออกมาเป็นการกระทำที่สอดคล้องกับความรักนั้นเสมอ ”