ขุมทรัพย์ มัทธิว 13

ภาพรวม

  • พวกยิวปฏิเสธพระเยซูและยอมรับในสิทธิอำนาจของพระองค์ พระองค์จึงตรัสกับพวกเขาเป็นคำอุปมา ไม่ใช่เพื่อให้เขาเข้าใจได้ง่ายขึ้น แต่เพื่อให้พวกเขาไม่เข้าใจ เพื่อจะได้ไม่เป็นการเพิ่มโทษให้แก่พวกเขาอันเนื่องจากไม่เชื่อถ้อยคำของพระองค์

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1.#  พระเยซูตรัสเป็นคำอุปมา เพื่อให้คนที่ไม่เชื่อ ฟังแล้วก็ไม่เข้าใจ และเพื่อให้คนที่เชื่อ ฟังแล้วก็ไม่เข้าใจเช่นกันแต่พวกเขาจะมาถามพระเยซู แล้วพระเยซูก็จะอธิบายให้เขาฟัง

1.@  พระคุณ พระเมตตาของพระเจ้า มีสำหรับทุกคน แต่เฉพาะคนที่เชื่อและปรารถนาได้รับเท่านั้น จึงจะได้รับ ความรอดเช่นเดียวกัน พระองค์ประสงค์ให้มนุษย์ทุกคนรอดพ้นการพิพากษา แต่เฉพาะผู้ที่เชื่อและต้อนรับพระเยซูเข้ามาในชีวิตเท่านั้น จึงจะได้รับความรอดนั้น

2.# เรื่องราวและประสบการณ์ส่วนตัวกับพระคริสต์นั้น ผู้​เผย​พระ​วจนะ​และ​ผู้​ชอบ​ธรรมในอดีต​จำนวน​มากมาย ปรารถ​นา​จะ​ได้ยิน ได้เห็น และได้มีประสบการณ์ เหมือนอย่างที่เราได้มีในพระเยซูทุกวันนี้ แต่ท่านเหล่านั้นไม่มีโอกาส​ 

2.@ ขอบคุณพระเจ้า วันนี้ เราสามารถสัมพันธ์กับพระเจ้าได้มากยิ่งกว่าบรรดาคนของพระเจ้าในอดีตมากมาย คงน่าเสียดายอย่างที่สุด หากเราไม่เลือกใช้ชีวิตบนโลกนี้ แบบมีความสัมพันธ์กับพระองค์ โดยผ่านพระคำและการอธิษฐาน

3.# ดิน 4 ประเภท 1: ดินริมทาง นกมากินเสีย คือ ผู้ได้ยินพระคำ แต่ไม่เชื่อ มารจึงฉวยออกไป พระคำนั้นไม่มีอะไรต่อชีวิตของเขาเลย

3.@ วันนี้ เมื่อเราได้ยินพระคำของพระเจ้าในแต่ละวัน พระคำเหล่านี้พอจะมีผลเปลี่ยนแปลงเราอะไรบ้างสักเล็กน้อยหรือไม่?

4.# ดิน 4 ประเภท 2: ดินหินมาก งอกไม่นานก็เหี่ยว คือ ผู้ได้ยินพระคำ แล้วเชื่อ แต่ไม่ยืนหยัดที่จะทำตามพระคำนั้น พระคำจึงเปลี่ยนชีวิตของเขาได้แป๊บเดียว ไม่นานเขาก็เลิกทำ แล้วกลับไปเป็นเหมือนเดิม

4.@ วันนี้ ชีวิตของเราที่เคยเชื่อฟังทำตามพระคำของพระเจ้าอย่างสัตย์ซื่อนั้น ทุกวันนี้เราเลิกสัตย์ซื่อในการทำตามพระคำแล้วหรือยัง?

5.# ดิน 4 ประเภท 3: ดินหนามเยอะ งอกขึ้น ไม่ตายแต่ไม่โต คือ ผู้ได้ยินพระคำ แล้วเชื่อ ยังคงยืนหยัดทำตามพระคำอยู่พอสมควร แต่ไม่ได้ทุ่มเทอย่างสุดกำลังที่จะทำตามพระคำ เพราะมีเรื่องมากมายที่ต้องทำ ต้องกังวล ต้องดิ้นรน ต้องทำตามที่คนในโลกนี้ใครๆเขาก็ทำกัน ชีวิตจึงเปลี่ยนแปลงระดับหนึ่งแต่พอมาถึงวันนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมานานโขแล้ว

5.@ วันนี้ เมื่อเราได้ยินพระคำของพระเจ้า พระคำเป็นสิ่งน่าเบื่อ รู้หมดแล้ว สำหรับเรา หรือเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นอยากเรียนรู้และอยากประพฤติตาม สำหรับเรา?

6.# ดิน 4 ประเภท 4: ดินดี เกิดผล 100เท่า 60 เท่า 30 เท่า คือ ผู้ได้ยินพระคำ แล้วเชื่อ แล้วนำพระคำนั้นมาใช้ในชีวิตแต่ละวันๆ ชีวิตของเขาจึงรับการเปลี่ยนแปลง พัฒนา จำเริญขึ้นทุกวันๆ พระคำของพระเจ้าจึงนำการเปลี่ยนแปลง ร้อยเท่า พันทวี มาสู่ชีวิตของเขา

6.@ วันนี้ เราได้ยินพระคำตอนนี้ที่พระเยซูเตือนแล้ว เราตัดสินใจว่า เราจะเป็นดินแบบไหนดี เมื่อพระคำตอนนี้ตกมาถึงเรา ณ บัดนี้?

7.# ข้าวละมาน ท่ามกลางข้าวสาลี : มีผู้เชื่อปลอม ปนอยู่ท่ามกลางผู้เชื่อแท้ ตอนนี้ยังดูไม่ค่อยออก แต่ใจเย็นๆเมื่อถึงเวลาพระองค์เองจะใช้ทูตสวรรค์ของพระองค์เป็นผู้แยกแยะ เราไม่ต้องลงมือเอง

7.@ วันนี้ การที่คนอื่นเป็นผู้เชื่อแท้หรือไม่? นั้น ไม่สำคัญเท่ากับ เราเป็นผู้เชื่อแท้แล้วหรือยัง?

8.# เมล็ด​มัส​ตาร์ด : เริ่มต้นเล็กกว่าใคร แต่เมื่อถึงเวลาของพระเจ้า จะเติบใหญ่และเป็นพระพรมากมาย แม้แต่นกที่บินได้ ยังต้องมาขอพึ่งอาศัย

8.@ วันนี้ สิ่งที่เรากำลังทำแม้เป็นเพียงสิ่งเล็กน้อย ขอให้เราสัตย์ซื่อต่อไป เมื่อถึงเวลาของพระองค์ พระองค์จะทำให้สิ่งนั้นเกิดผลเป็นพรมากมาย

9.# ​เชื้อ​ขนม : แม้เชื่อเพียงนิดเดียวก็ส่งผลต่อแป้งมากมายได้ เหมือนเรื่องฝ่ายวิญญาณ แม้เรากระทำเพียงเล็กน้อยในสายตาของคนในโลกนี้ แต่สิ่งที่ทำนั้นจะส่งผลกระทบยิ่งใหญ่

9.@ สัตย์ซื่อต่อไปในสิ่งเล็กน้อยที่ได้ทำเพื่อพระเจ้า

10.# ขุม​ทรัพย์​ที่​ซ่อน​ไว้​ : คนอื่นอาจคิดว่า ชายคนนั้นแสนโง่ ที่ขายทุกสิ่งไปซื้อนาไร้ค่า แต่เขารู้ดีว่านานั้นมีขุมทรัพย์มีค่ามหาศาล

10.@ วันนี้ บางคนอาจเห็นว่าเราโง่ที่ติดตามพระเยซู แต่เรารู้และเชื่อมั่นว่า การติดตามพระเยซูและเชื่อฟังพระองค์ในทุกสิ่งนั้นคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

11.# ไข่​มุก​อย่าง​ดี : ไข่มุกนั้นมีค่าสูงยิ่ง ในสายตาพ่อค้า จนเขาเห็นว่าคุ้มค่าที่จะแลกด้วยทุกสิ่งที่มี เพื่อให้ได้ไข่มุกนั้นมา

11.@ วันนี้ การติดตามพระเยซูและการเชื่อฟังพระองค์ มีค่ามากเพียงใดในสายตาของเรา มากพอที่จะยอมเสียอะไรก็ได้ เพื่อจะเชื่อฟังพระองค์หรือไม่?

12.# อวน​ : ในวันสุดท้าย คนอธรรมจะถูกแยกออกจากคนชอบธรรม เพื่อจะถูกโยนทิ้งลงในบึงไฟนรก

12.@ วันนี้ ข่าวประเสริฐสามารถเปลี่ยนคนอธรรมให้กลายเป็นคนชอบธรรมได้ การที่เราเก็บงำข่าวประเสริฐนี้ไว้ลำพัง ไม่บอกแก่ผู้อื่น เพราะความอาย ความเกรงใจ หรืออื่นๆ มันเป็นการกระทำที่สมควรแล้วหรือ?

13.# ทรัพย์​​ใหม่และเก่า : พวกธรรมจารย์ไม่ยอมรับพระเยซูที่มาสอนบัญญัติของพระบิดาในรูปแบบใหม่(มธ. 5:17) ขณะเดียวกันก็ไม่ทำตามบัญญัติเดิมที่พระบิดาให้ไว้ก่อนหน้านี้ จึงเป็นเหมือน เอาสมบัติทั้งใหม่ทั้งเก่า ทิ้งหมดเลย

13.@ พระเยซูไม่ได้มาเพื่อสอนให้เราเลิกทำดี แต่มาเพื่อช่วยเราให้สามารถทำดีได้ออกมาจากภายใน

14.# ชาวเมืองนาซาเร็ธไม่เชื่อและไม่ต้อนรับพระเยซู พระเยซูจึงไม่ได้ทำการอัศจรรย์อะไรนักที่เมืองนี้ ทั้งที่เมืองนี้น่าจะเป็นเมืองที่พระเยซูทำอัศจรรย์มากที่สุดด้วยซ้ำไป เพราะเป็นเมืองที่พระองค์ใช้เวลาด้วยนานที่สุด ตลอด 33 ปี ของพระองค์บนโลกนี้

14.@ หากเราไม่เชื่อ ไม่ต้อนรับพระเยซูเป็นเจ้านายในชีวิต เราไม่อาจเห็นการอัศจรรย์ของพระองค์ในชีวิตของเราได้ น่าเสียดายที่คริสเตียนบางคนอยู่ใกล้พระเยซูมาก รู้เรื่องพระเยซูมากมาย แต่เพราะในใจของเขาไม่กล้าเชื่อ ไม่กล้าวางใจในพระองค์ จึงไม่อาจเห็นการอัศจรรย์ในชีวิตของเขาอย่างที่ควรจะเป็น

คำคม

“ เชื่อฟังพระคริสต์ ตลอดชีวิตจะไม่ผิดหวัง ”