ขุมทรัพย์ มัทธิว 14

ภาพรวม

  • เมื่อพระเยซูทรงทราบว่ายอห์นผู้ให้บัพติศมาถูกประหารแล้ว น่าจะทำให้พระองค์สะเทือนพระทัยมาก พระองค์ปรารถนาจะแยกตัวออกไปที่เปลี่ยวเพื่ออธิษฐาน แต่ประชาชนก็ตามมาหาพระองค์ พระองค์ทรงเมตตาพวกเขา สอน รักษาโรค แก่พวกเขา แถมยังเลี้ยงอาหารพวกเขาอีกด้วย จนเมื่อส่งพวกสาวกลงเรือข้ามฟากแล้ว พระองค์จึงปลีกตัวไปอธิษฐานต่อพระบิดาแต่ลำพัง ตั้งแต่เวลาเย็นจนถึงดึก

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1.#  เฮโรดทำผิดที่แย่งภรรยาน้องชายมาเป็นภรรยาของตน เขาไม่กลับใจ แต่กลับทำผิดหนักยิ่งกว่าเดิม โดยจับยอห์น ผู้มาเตือนเขา เข้าไปขังคุก แล้วเขาก็ยังไม่กลับใจ แต่ทำผิดยิ่งขึ้นอีก โดยสั่งตัดศรีษะของยอห์น เพราะกลัวเสียหน้า ต่อหน้าแขกหากเขาไม่ทำตามคำสัญญาที่มีต่อลูกสาว

(หมายเหตุ : เฮโรดนี้ คือ เฮโรด​อัน​ทิพาส​ 
เขาเป็น​ลูก​ของ​กษัตริย์เฮ​โร​ดม​หา​ราชผู้ซึ่งสั่งประหารเด็กทารกสมัยพระเยซูประสูติ
เขาไม่ได้เป็นกษัตริย์เหมือนพ่อ แต่เป็นเจ้าเมือง​ปกครอง​เขต​กา​ลิ​ลี​และ​เพอ​เรีย)

1.@  หากเราทำบาปแล้วไม่กลับใจ เวลาผ่านไปบาปนั้นจะส่งผลทำให้เราทำมากเพิ่มมากขึ้นเรื่อย จงกลับใจขณะที่ยังมีโอกาส

2.# เมื่อพระเยซูสะเทือนใจ จากการทราบข่าวเรื่องการตายของยอห์น พระเยซูทรงเสด็จไปที่เปลี่ยวเพื่ออธิษฐาน

2.@ สิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะทำได้ เมื่อเราเผชิญหน้ากับเหตุการณ์สะเทือนใจ คือ ทำเหมือนพระเยซู  ปลีกตัวออกไปเพื่ออธิษฐานต่อพระเจ้าแต่ลำพัง

3.# ขณะที่พระเยซูต้องการเวลาสงบแต่ลำพัง ฝูงชนกลับตามมารบกวนพระองค์ ขอให้พระองค์ สอนเขา รักษาโรคให้พวกเขา พระเยซูกลับไม่ตำหนิพวกเขาเลย พระองค์ยินดีต้อนรับพวกเขา และกระทำแก่พวกเขาอย่างดี

3.@ สำหรับพระเยซูแล้ว ไม่มีเวลาที่พระองค์ไม่สะดวกที่จะต้อนรับ ผู้ที่มาหาพระองค์ด้วยจริงใจ พระเยซูมีเวลาสำหรับเราเสมอ พระองค์พร้อมที่จะต้อนรับเราทุกเวลา

4.# สาวกมีเพียงขนมปัง 5 ก้อน ปลา 2 ตัว แต่นั่นก็เพียงพอที่จะเลี้ยงคนมากกว่า 5,000 คน (น่าจะประมาณ 10,000 คน) เมื่อนำสิ่งเหล่านั้นมอบไว้ในพระหัตถ์ของพระเยซู

4.@ วันนี้ สิ่งที่เรามี หากมอบไว้แด่พระเจ้า ให้พระองค์ทรงใช้ด้วยวิธีการของพระองค์ ตามน้ำพระทัยของพระองค์ สิ่งที่เรามีนั้นแม้เล็กน้อยสักเพียงใด ก็มากพอที่จะเป็นพระพรต่อผู้คนมากมาย

5.# เมื่อพระเยซูจะทำการอัศจรรย์ ทวีเพิ่มพูนอาหารนั้น พระองค์ไม่ได้ลงมือทำทันที แต่ทรงแหงนพระพักตร์ แล้วอธิษฐานขอพระพรจากพระบิดาในสวรรค์ ทำให้คนทั้งหลายทราบว่า การอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ที่พระองค์ทรงกระทำครั้งนี้ พระบิดาเป็นผู้ประทานให้ อันเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระบิดา

5.@  เมื่อเราจะทำสิ่งใดก็ตาม หากเราอธิษฐานก่อนลงมือกระทำสิ่งนั้น จะเป็นการถวายเกียรติแด่พระบิดา เมื่อผลที่ทำนั้นเกิดผลดีเป็นพรมากมาย

6.# พวกสาวกเชื่อฟังคำสั่งของพระเยซู ลงเรือข้ามฟากไปก่อน พวกเขาจึงเผชิญกับพายุกลางทะเล พระเยซูทรงทราบ พระองค์ไม่ทอดทิ้งพวกเขา แม้การไม่มีเรือจะเป็นอุปสรรคขวางกั้นไม่ให้พระเยซูมาหาพวกเขา แต่พระเยซูก้าวข้ามอุปสรรคมาหาเขาอยู่ดี

6.@ วันนี้ หากเรากำลังเผชิญปัญหา เพราะเหตุที่เราเชื่อฟัง ทำตามพระเยซู พระองค์ผู้ทรงสัตย์ซื่อพระองค์จะเสด็จมาช่วยเรา ในเวลาที่เหมาะสมอย่างแน่นอน ไม่มีอุปสรรคใดๆที่จะขวางกั้นพระองค์ ไม่ให้มาช่วยเราได้

7.# ขณะที่พวกสาวกกำลังพบปัญหาพายุที่โหมกระหน่ำเข้ามา ปรากฏว่ากลับเจอเหตุร้ายยิ่งขึ้นอีกเห็นผีกลางทะเลเข้าอีก แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ผี แต่เป็นพระเยซูเดินบนทะเลมาหาพวกเขา เพื่อช่วยพวกเขา พระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “ทำ​ใจ​ดี​ดี​เถิด นี่​เรา​เอง อย่า​กลัว​เลย” 

7.@ วันนี้ ขณะที่เรากำลังเผชิญปัญหาใดๆก็ตาม แล้วดูเหมือนสถานการณ์มันเลวร้ายลง แย่ลง อย่าตกใจ ทั้งหมดยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของพระเจ้าผู้ทรงรักเราอย่างที่สุด พระองคืกำลังตรัสกับเราว่า  “ทำ​ใจ​ดี​ไว้ นี่​เรา​เอง อย่า​กลัว​เลย”

8.# เปโตรเดินบนน้ำได้ เพราะเขาเชื่อตามสิ่งที่พระเยซูตรัส “มาเถิด” แต่เปโตรจมลงในน้ำ ก็เพราะเขาเชื่อตามที่ตามองเห็น

8.@ วันนี้ ไม่ว่าสถานการณ์รอบข้างที่เรามองเห็นอยู่จะเป็นอย่างไรก็ตามจงเชื่อในพระสัญญาของพระเจ้าที่ตรัสไว้ในพระคำของพระองค์ แล้วเราจะเห็นการอัศจรรย์ท่ามกลางสถานการณ์นี้

9.# ที่เยนเนซาเรท คนป่วยเชื่อว่า ถ้าได้แตะชายฉลองพระองค์ของพระเยซู ก็จะหายโรค และเมื่อเขาแตะก็หายป่วยทุกคน

9.@ การอัศจรรย์ที่พระเจ้าจะทำในชีวิตของเรา ขึ้นกับขนาดความเชื่อในชีวิตของเรา

คำคม

“ เมื่อทุกข์ใจ จงสงบใจอธิษฐาน ”