ขุมทรัพย์ มัทธิว 24

ภาพรวม

  • ในบทนี้พระเยซูบอกสาวกถึงการที่วิหารในเยรูซาเล็มจะถูกทำลาย และเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในยุคสุดท้าย เพื่อเตือนให้พวกเขาเตรียมพร้อม สำหรับสิ่งที่กำลังจะมาถึง

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1.#  พวกสาวกชี้ให้พระเยซูดูความสวยงามของพระวิหารในเยรูซาเล็ม ซึ่งเป็นวิหารที่บูรณะขึ้นใหม่โดยกษัตริย์เฮโรดมหาราช

ประวัติศาสตร์ของพระวิหารเป็นดังนี้
– วิหารหลังแรกสร้างไว้อย่างงดงามโดยกษัตริย์ซาโลมอน ราว 500 ปีต่อมาวิหารนี้ได้ถูกทำลายลงโดยกษัตริย์เนบูคัสเนสซาร์แห่งบาบิโลน ในปี 586 ก่อนคริสตศักราช
– หลังจากนั้นเมื่อบาบิโลนล่มสลาย มีเดีย-เปอร์เซียรุ่งเรืองขึ้น จึงมีการปล่อยเชลยชาวยิวกลับมายังอิสราเอล เป็นตามคำพยากรณ์ของผู้เผยพระวจนะที่บอกไว้ก่อนหน้านั้น
– จึงมีการสร้างพระวิหารหลังที่ 2 ขึ้นโดยเศรุบบาเบล แต่ก็ไม่งดงามนัก เพราะประชาชนเพิ่งกลับมาจากการเป็นเชลย ไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรมากนัก

– เมื่อมีเดีย-เปอร์เซียล่มสลาย กรีกที่นำโดยอเล็กซานเดอร์มหาราขก็เรืองอำนาจอยู่ระยะหนึ่ง จากนั้นโรมก็ขึ้นมาครอบครองอาณาจักรทั้งหมดแทน
– สมัยของโรมได้มีการแต่งตั้ง เฮโรดมหาราช ชาวเอโดม ขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองปาเลสไตน์ (เฮโรดคนนี้เองเอง ที่พยายามฆ่าพระกุมารเยซู) เขาต้องการเอาใจคนยิวที่เขาปกครอง เขาจึงได้บูรณะพระวิหารที่เศรุบบาเบลสร้างไว้ ให้สวยงามยิ่งขึ้น

– และวิหารนี้เองที่พวกสาวกชี้ให้พระเยซู ดูความงดงามของมัน
พระเยซูบอกพวกสาวกว่า สิ่งงดงามเหล่านี้ อีกไม่นานก็จะพังพินาศไป

1.@  สิ่งของในโลกนี้ ไม่ว่างดงามสักเพียงใด สักวันจะพังทลายไป แม้แต่พระวิหารที่มนุษย์สร้างเพื่อนมัสการพระเจ้ายังพังทลาย นับประสาอะไรกับสิ่งของต่างๆที่เรากำลังสะสมอยู่ในวันนี้ ไม่นานต้องเสื่อมสูญไปเช่นกัน

แต่วิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์ คือจิตวิญญาณของเรา จะคงอยู่ชั่วนิรันดร์

วันนี้ สิ่งที่เราทำ เราทำเพื่อ สิ่งที่ต้องเสื่อมสลาย หรือ สิ่งที่คงอยู่ถาวรนิรันดร์ ข้างไหนมากกว่ากัน?

2.# พวกสาวกถามพระเยซูว่า ยุคเก่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่? พระเยซูจึงบอกถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตไว้ดังนี้

เมื่อใกล้จะสิ้นยุค
– จะมีพระคริสต์ปลอมหลายคน ปรากฏตัวขึ้น อ้างตัวเป็นพระคริสต์
– จะมีข่าวเรื่องสงคราม และมีข่าวลือเรื่องสงคราม
– แล้วจะมีสงครามเกิดขึ้นมากมาย ประเทศต่างๆทั่วโลก หรือ สงครามโลก
– จะเกิดกันดารอาหาร
– จะเกิดแผ่นดินไหวในที่ต่างๆ

แล้วก็เริ่มต้นของการข่มเหง
– เกิดการข่มเหงคริสเตียนเกิดขึ้นทั่วโลก
– การข่มเหงจะรุนแรงขึ้น จนถึงกับตามฆ่าคริสตียน
– มีคริสเตียนจำนวนมาก ละทิ้งความเชื่อไปเสีย
– แล้วก็จะมีผู้รับใช้จอมปลอมเกิดขึ้น ล่อลวงคนมากมายให้หลงไปจากความจริง
– ความ​รัก​ของ​คน​จำ​นวน​มาก​จะ​เยือก​เย็น​ลง ไม่มีความรัก มีแต่รักจอมปลอม
– ​ความ​อธรรม​แผ่​กว้าง​ออก​ไป การทำชั่ว ทำบาปเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ใครๆก็ทำกัน อย่างหน้าตาเฉย
– และ ข่าว​ประ​เสริฐ​เรื่อง​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​เจ้า​นี้​จะ​ถูก​ประ​กาศ​ไป​ทั่ว​โลก ทุก​​ประ​ชา​ชาติ ทุกชนเผ่าได้ยินข่าวประเสริฐ

แล้ว​ที่​สุด​ปลาย​จะ​มา​ถึง

ในช่วงยุดสุดท้ายนั้น จะมีมหากลียุค ซึ่งมีลักษณะดังนี้
– จะมีสิ่งที่น่ารังเกียจอยู่ในวิหารของพระเจ้า
– จะมีความทุกข์ยากครั้งยิ่งใหญ่อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
– จะมีผู้อ้างตัวเป็นพระคริสต์เกิดขึ้น
– พระคริสต์เทียมเท็จจะสำแดงหมายสำคัญและอัศจรรย์ยิ่งใหญ่

พอความทุกข์ยากยิ่งใหญ่นั้นหมดแล้ว
– ดวง​อาทิตย์​จะ​มืด​ไป
– ​ดวง​จันทร์​จะ​ไม่​ส่อง​แสง
– ดวง​ดาว​ทั้ง​หลาย​จะ​หายไป
– วิญญาณชั่ว และ ทูตสวรรค์ทั้งหลาย จะถูกทำให้หวั่นไหว

แล้วจะมีหมายสำคัญบางอย่างเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์จะ​ปรา​กฏ​ขึ้น​ใน​ท้อง​ฟ้า
– มนุษย์​ทุก​ชาติ​ทั่ว​โลก​จะ​ทุกข์โศก 
– แล้ว​จะ​เห็น พระเยซูคริสต์เสด็จ​มา​บน​เมฆ​ใน​ท้องฟ้า เต็มด้วย​ฤทธา​นุภาพ​และ​​พระ​รัศมี​ยิ่งใหญ่
– ​จะมีเสียงเป่าแตรของ​ทูต​สวรรค์​ทั้ง​หลาย​​ที่​ดัง​มาก 
– แล้วผู้เชื่อวางใจในพระเยซูทั้งหมดจะถูกรวบรวมเข้าด้วยกัน

2.@ พระเยซูทรงเตือนสาวกไว้ล่วงหน้า เพื่อว่าเมื่อสัญญาณเหล่านี้เกิดขึ้นจะได้รู้ตัว และยังคงยืนหยัดมั่นคง

ทุกวันนี้สัญญาณเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้รู้ว่าวันที่พระเยซูคริสต์จะเสด็จมาด้วยสง่าราศีนั้นใกล้จะมาถึงเต็มทีแล้ว

จงตื่นตัว และเฝ้าระวังอยู่เถิด

3.# เมื่อเห็นมะเดื่อแตกใบ ยังเดาได้ว่าฤดูร้อนจะมาถึงแล้ว ยิ่งกว่านั้นเมื่อเห็นเหตุการณ์เหล่านี้ จงรู้ทันทีว่าพระเยซูใกล้เสด็จกลับมาแล้ว

3.@ มะเดื่อมักเล็งถึงอิสราเอล ประเทศอิสราเอลล่มสลาย หายไปจากแผนที่โลก ตั้งแต่ ค.ศ.70

หลังจากนั้น 1,878 ปีต่อมา ในปี ค.ศ.1948 อิสราเอลกลับมารวมกันเป็นประเทศอีกครั้ง

มะเดื่อที่สลัดใบทิ้งในฤดูใบไม้ร่วง ราวกับต้นไม้ที่ตายแล้ว บัดนี้เริ่มผลิใบแล้ว

พี่น้องทั้งหลาย ฤดูร้อนใกล้จะมาถึงเต็มทีแล้วครับ

4.# พระเยซูเตือนว่า เราไม่รู้วันเวลาที่พระองค์จะเสด็จกลับมา ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ เพราะสิ่งที่สำคัญก็คือ จงเตรียมพร้อมไว้เสมอ
เพื่อไม่ว่าพระเยซูมาเวลาใดก็ตาม เราสามารถยืนอย่างภาคภูมิใจได้ว่า เราเป็นบ่าวที่สัตย์ซื่อใช้สิ่งที่พระองค์ประทานให้นั้น ตามสุดกำลังความสามารถของเราเพื่อพระองค์

4.@ พระเยซูตรัสเองว่า ไม่มีใครรู้วันเวลาที่พระองค์เสด็จมา หากมีใครบอกว่า พระองค์จะมาเมื่อไหร่ ฟันธงได้เลย เทียมเท็จแน่นอน

ยิ่งไม่รู้ เราต้องยิ่งเตรียมตัว เฝ้าระวัง ใช้เวลาที่เหลือของเราอย่างมีคุณค่า มีความหมายเพื่อพระองค์

5.# มธ. 24:40-41 เวลา​นั้น​ชาย​สอง​คน​อยู่​ที่​ทุ่ง​นา จะ​ถูก​รับ​ไป​คน​หนึ่ง และ​ถูก​ละ​ทิ้ง​ไว้​คน​หนึ่ง หญิง​สอง​คน​โม่​แป้ง​อยู่​ด้วย​กัน จะ​ถูก​รับ​ไป​คน​หนึ่ง ถูก​ละ​ทิ้ง​ไว้​คน​หนึ่ง
เทียบเพิ่มเติมกับ
ลก. 17:34-36 เรา​บอก​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า ใน​คืน​วัน​นั้น​จะ​มี​สอง​คน​นอน​เตียง​เดียว​กัน จะ​ทรง​รับ​ไป​คน​หนึ่ง จะ​ทรง​ละ​ไว้​คน​หนึ่ง  ผู้หญิง​สอง​คน​จะ​โม่​แป้ง​ด้วย​กัน จะ​ทรง​รับไป​คน​หนึ่ง จะ​ทรง​ละ​ไว้​คน​หนึ่ง สอง​คน​จะ​อยู่​ใน​ทุ่ง​นา จะ​ทรง​รับ​ไป​คน​หนึ่ง จะ​ทรง​ละ​ไว้​คน​หนึ่ง

เรื่องนี้พระคัมภีร์บอกว่า โลกกลม ก่อน กาลิเลโอเกิด 1,500 ปี
ชายไปทุ่งนา เขาไปตอนเช้า-บ่าย
หญิงโม่แป้ง เธอจะโม่ตอนเย็น
คนนอน พวกเขานอนตอนกลางคืน

แต่พระเยซูเสด็จมาในพริบตา
แสดงว่า เป็นวินาทีเดียวกัน แต่ต่างเวลากัน เพราะอยู่กันคนละประเทศ

5.@ พระเยซูเสด็จมาได้ ทุกเวลา เช้า สาย บ่าย เย็น ค่ำ ดึก

จงเตรียมพร้อมอยู่เสมอ เพราะ​ใน​เวลา​ที่​ท่าน​ไม่​คิด​ไม่​ฝัน​นั้น บุตร​มนุษย์​จะ​เสด็จ​มา

6.# พระเยซูยกตัวอย่างคำอุปมา เรื่อง บ่าว​ที่​ซื่อ​สัตย์​กับ​ที่​ไม่​ซื่อ​สัตย์ เพื่อสอนว่า คนที่สัตย์ซื่ออยู่เสมอจะได้รับพระพร
แต่คนที่ไม่สัตย์ซื่อเพราะคิดว่าไม่เป็นไร รอก่อนก็ได้ยังมีเวลา จะพบกับความเสียใจอย่างที่สุด

6.@ อย่าทำตัว แบบคนที่คิดว่า พระเยซูไม่เสด็จกลับมาในวันนี้หรอก
แต่จงทำตัวแบบคนที่คิดว่า พระเยซูอาจกำลังจะเสด็จมาในวันนี้ก็เป็นได้

คำคม

“ มะเดื่อแตกใบแล้ว จงตื่นตัวขึ้นก่อนที่จะสายเกินไป ”