ขุมทรัพย์ มัทธิว 27

ภาพรวม

  • พระเยซูถูกปีลาตตัดสินประหารชีวิต ทั้งที่ปีลาตไม่พบความผิดในพระเยซู เพราะปีลาตกลัวพวกยิว พระเยซูจึงถูกตรึงตายบนไม้กางเขน ตั้งแต่ 9:00-15:00 น. แล้วถูกฝังพระศพไว้ในอุโมงค์ ที่มีหินปิดปากอุโมงค์และมีทหารยามเฝ้าอยู่

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1.#  เมื่อพวกมหาปุโรหิตสอบสวนพระเยซูคืนยันรุ่งแต่ก็ยังหาความผิดในพระองค์ไม่ได้ จึงจับพระเยซูมัดไป ให้เจ้าเมืองปีลาตช่วยฆ่าพระองค์ให้หน่อย

1.@  พระเยซูกษัตริย์ผู้เสด็จมาช่วยชนชาติยิว แต่พวกเขากลับปฏิเสธพระองค์ แล้วจับพระองค์ส่งไปให้คนต่างชาติที่เขาเกลียดชังนั้น ให้ช่วยฆ่าพระองค์เสีย

พระเยซู ทรงถูกปฏิเสธ และใส่ร้ายป้ายสี ทั้งที่พระองค์ทรงรักและปรารถนาดีต่อพวกเขา

ผู้ที่ถูกปฏฺิเสธหรือถูกใส่ร้ายป้ายสี หรือถูกเกลียดชังแบบไม่มีสาเหตุ เพราะความรักที่เขามีต่อพระเยซู
คนๆนั้นกำลังร่วมทุกข์ด้วยกันกับพระองค์

2.# ยูดาสทำผิด ทรยศพระเยซู เมื่อเขานึกได้ เขาก็เสียใจ แต่น่าเสียใจ เขาแค่เสียใจแต่ไม่ได้กลับใจมาหาพระเจ้า

เขาจึงเลือกทางผิด เขาฆ่าตัวตาย

เขาหนีความโศกเศร้าในโลกนี้
เพื่อจะไปพบกับความโศกเศร้าสุดสลดและแสนน่าสะพรึงกลัวในบึงไฟนรก

2.@ เมื่อเราผิดพลาดพลั้งไป การเสียใจกับสิ่งที่ทำไปเป็นสิ่งที่ดี
แต่การเสียใจเท่านั้นไม่ช่วยแก้ไขหรือทำอะไรให้ดีขึ้นได้

ต้องนำความเสียใจนั้นมาหาพระเจ้า สารภาพ กลับใจเสียใหม่ รับการอภัยจากพระองค์
แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ราวกับไม่เคยเกิดเรื่องนั้นขึ้นมาก่อนเลย

แต่ขณะเดียวกันก็เรียนรู้จากความผิดพลาดนั้นเพื่อไม่ให้ผิดพลาดซ้ำอีก

3.# ยูดาสทำผิดด้วยการร่วมมือกับพวกหัวหน้าปุโรหิต จับกุมพระเยซู เมื่อยูดาสนึกได้และเสียใจ

พอมาหาพวกมหาปุโรหิต พวกเขากลับบอกว่า
“มัน​เกี่ยว​อะ​ไร​กับ​เรา? มัน​เป็น​เรื่อง​ของ​เจ้า​เอง”

พวกเขาไม่ได้ช่วยอะไร แต่เยาะเย้ย ซ้ำเติม และกล่าวโทษยูดาส

3.@ มารซาตานมันล่อลวงให้เราทำบาป ตอนมันล่อลวง มันกระทำอย่างอ่อนโยนและนุ่มนวล ทำให้บาปนั้นช่างยั่วยวนและหอมหวาน

แต่พอเราผิดพลาดพลั้งบาปนั้น มารที่แสนชั่วร้าย มันกลับซ้ำเติม และกล่าวโทษเรา

ซึ่งพระเยซูจะไม่ทำเช่นนั้น ทุกคนที่มาหาพระองค์ด้วยจริงใจ
พระองค์จะไม่ปฏิเสธเขาเลย พระองค์พร้อมอภัย ช่วยเขาให้เริ่มต้นชีวิตใหม่เสมอ

วันนี้ เมื่อเราผิดพลาดพลั้งไป เราจะทำอย่างไร
ฟังเสียงกล่าวโทษซ้ำเติมของมาร
หรือ
รีบมาหาพระเยซูเพื่อสารภาพแล้วรับการอภัย?

4.# เมื่อปีลาตสอบสวนพระเยซู ​พระองค์​ไม่ได้​ใช้​สิทธิ​ ​ใน​การ​สู้​คดี​ ตามกฏหมายของ​​โรมัน​ ที่​ผู้​ถูก​กล่าวหา​มี​โอกาส​แก้​ตัว ในการตัดสินคดีใดๆ

4.@ พระเยซูจงใจ ไม่ใช้สิทธิที่มนุษย์มอบให้ แต่ใช้สิทธิที่พระเจ้าประทานให้
คือสิทธิที่จะเชื่อฟังจนถึงความตายบนไม้กางเขนเพื่อรับโทษแทนความผิดบาปของมนุษย์ทุกคนวันนี้

หากสิทธิที่มนุษย์หรือกฏเกณฑ์ของมนุษย์เปิดโอกาสให้เราทำ
แต่สิทธินั้นขัดแย้งกับน้ำพระทัยของพระเจ้า
จงงดใช้สิทธินั้น แล้วเรื่องทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า

5.# บารับบัสผู้สมควรตายได้รับการปล่อยตัว แต่พระเยซูผู้บริสุทธิ์กลับได้รับโทษถึงตาย

5.@ เราผู้สมควรตายเพราะบาปของเรากลับได้รับการอภัย
เพราะว่า พระเยซูพระบุตรของพระเจ้าผู้ชอบธรรมรับโทษถึงตายแทนเรา

6.# ภรรยาปีลาตฝัน เพื่อให้ความชั่วร้ายของพวกยิวปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้เห็นว่าสมเหตุสมผลแล้วที่กรุงเยรูซาเล็มจะถูกทำลาย ในเวลาต่อมา ในค.ศ.70

ความฝันของภรรยาปีลาตช่วยตอกย้ำให้ปีชาตไม่อยากจะฆ่าพระเยซู และยิ่งทำให้ความอยากฆ่าพระเยซูของพวกพิวปรากฏเด่นชัดขึ้นอีก

จนพวกเขา ​ร้อง​ตะโกนว่า
“ให้​ความ​ผิด​เรื่อง​ความ​ตาย​ของ​เขา​ตก​อยู่​กับ​เรา​และ​ลูกๆ ของ​เรา”
ต่อให้พวกเราหรือลูกหลานของพวกเราจะโดนแช่งสาปอะไรยังไงก็ได้
ขอให้มันตาย พวกเราก็พอใจแล้ว

6.@ สิ่งที่พระเจ้ากระทำแก่คนหนึ่ง อาจส่งผลให้ความดีหรือความชั่วของอีกคนหนึ่งปรากฏเด่นชัดขึ้นมาได้ หรืออาจส่งผลต่อเหตุการณ์บางอย่างได้

วันนี้ ไม่ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นกับเรา หรือกับใครก็ตาม ทั้งหมดพระเจ้ากำลังเตรียมสิ่งนั้น เพื่อให้สิ่งที่จำเป็นบางอย่างเกิดขึ้นในอนาคต

ขณะเดียวกัน วันนี้ สิ่งเกิดขึ้นกับเรา กำลังเผยความดี หรือ ความชั่วของบางคนให้ปรากฏชัด

7.# พระเยซูถูกโบยตี ถูกเฆี่ยน ถูกทรมาน และถูกเยาะเย้ยอย่างน่าอับอาย ก่อนนำไปตรึงที่กางเขน

ทำไมต้องเป็นเช่นนั้น?
ทำไมพระเจ้าไม่ให้แค่จับไปตรึงทีเดียวเลยก็จบ?

ก็เพราะว่า การตายเท่านั้นยังไม่สาสมกับความชั่วร้าย เลวทรามที่เราได้กระทำ
พระเยซูต้องรับการทรมานและความอับอายขายหน้าอย่างที่สุด
เพื่อให้สมกับการกระทำอันชั่วช้าเลวทราม สกปรก ของเรา

7.@ พระเยซู ถูกเฆี่ยน และ ถูกเยาะเย้ยอย่างน่าอับอาย เพื่อฉัน

8.# ระหว่างการแบกท่อนกางเขนไปยังโกละโกธา ทหารต้องเกณฑ์ให้ซีโมนชาวไซรีน ช่วยแบกกางเขนแทนพระเยซู

ไม่ใช่เพราะทหารผู้ทรมานพระเยซูอย่างหนักมีใจเมตตาพระเยซู

แต่เพราะเวลานั้นพระเยซู พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด ผู้มารับสภาพเป็นมนุษย์ พระองค์หมดสิ้นเรี่ยวแรงแล้ว

พระองค์ไม่มีปญญาแบกไม้กางเขนนั้นไปถึงโกละโกธาได้แล้ว

เมื่อทหารเห็นดังนั้น ถ้าจะไม่ได้การ งานตรึงกางเขนคงไม่สำเร็จแน่
จึงต้องให้คนช่วยแบกกางเขนไปให้แทน

8.@ พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพใหญ่ยิ่งสูงสุด ทรงสละพระกำลังของพระองค์มารับสภาพที่อ่อนแอ และอ่อนแอจนถึงที่สุด
จนไม่มีปัญญาแบกแม้แต่ไม้กางเขน

ทั้งหมดนี้เพราะพระองค์ทรงรักเรา

9.# พวกหทหารจะเอา​เหล้า​องุ่น​ผสม​กับ​ของ​ขม​มา​ให้นักโทษดื่ม เพื่อให้เกิดอาการมึนก่อนการตรึง

เพราะว่าการตรึงกางเขนนั้นเหี้ยมโหดเกินไป
จึงต้องมีการลดความทรมานของนักโทษลงบ้าง
คล้ายๆกับที่หมอให้มอร์ฟีนเพื่อลดความเจ็บปวดของคนไข้

แต่พระเยซูไม่รับน้ำนั้น
เพราะพระองค์ต้องการจ่ายราคาให้สาสมกับความผิดบาปของเรา
โดยไม่ต้องลดราคาเลยแม้แต่นิดเดียว

9.@ ด้วยความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าใครก็คงเลือกสิ่งที่จะทำให้ตนเองเจ็บปวดทรมานลดน้อยลง พระเยซูทรงรับสภาพเป็นมนุษย์ 100% รับรู้ความเจ็บปวดเหมือนกับเราทุกประการ

ถึงกระนั้น พระเยซูเลือกเชื่อฟังพระบิดา
แม้การเชื่อฟังนี้ จะนำความเจ็บปวดแสนสาหัสมาสู่พระองค์ก็ตาม

พระเยซูสามารถให้เหตุผลว่า เชื่อฟังพระบิดามาตั้งมากมายถึงขนาดนี้แล้ว
ขอไม่เชื่อฟังแค่นิดเดียว เพื่อให้ความเจ็บปวดลดน้อยลง
น่าจะไม่เป็นไร

แต่พระเยซูไ่ม่ทำเช่นนั้น
พระองค์เชื่อฟังทุกประการจนถึงที่สุด

วันนี้ อาจมีการทดลองมาถึงเรา คือ
ถ้าเพียงแต่เราเลือกไม่เชื่อฟังพระเจ้าบ้างเล็กน้อย ความเจ็บปวดทรมานของเราจะลดลงได้

เรามีพระเยซูเป็นแบบอย่างให้แก่เราแล้ว
พระองค์ไม่ยอมประนีประนอม แม้แต่จะต้องแลกด้วยความเจ็บปวด
พระองค์ยังคงเชื่อฟังพระบิดาทุกประการ

10.# เมื่อพระเยซูถูกตรึงบนไม้กางเขนนั้น พวก​หัว​หน้า​ปุโร​หิต​กับ​พวก​ธรร​มา​จารย์​และ​พวก​ผู้​ใหญ่​ก็​เยาะ​เย้ย​

หาว่าพระองค์กระจอกเหลือเกิน
ไม่มีปัญญาช่วยตนเองลงจากกางเขนได้
ไหนบอกว่าแน่ไง!!!

คนเหล่านี้คือใคร?
ก็คือบรรดาคนที่มาจับผิดพระเยซู แต่เถียงสู้พระเยซูไม่ได้
เลยใช้วิชามาร ใส่ร้ายป้ายสี แล้วกดดันให้เจ้าเมืองปีลาต ตรึงพระองค์ที่กางเขน

10.@ เมื่อคนหาเรื่องเยาะเย้ยเรา ไม่ได้หมายความว่า เราเป็นเช่นนั้นเสมอไป
คนอื่นพูดอย่างไร คิดอย่างไรนั้นไม่สำคัญเลย

แต่พระเจ้าตรัสกับเราอย่างไร คิดกับเราอย่างไรนั่นต่างหากที่สำคัญ

11.# ก่อนที่พระเยซูจะสิ้นพระชนม์ พระองค์ทรงร้องว่า
“เอลี เอลี ลา​มา​สะ​บัก​ธานี”
แปล​ว่า “พระ​เจ้า​ของ​ข้า​พระ​องค์ พระ​เจ้า​ของ​ข้า​พระ​องค์ ทำไม​พระ​องค์​ทรง​ทอดทิ้ง​ข้า​พระ​องค์​เสีย?”

พระบุตรกับพระบิดา ผูกพันกันด้วยความรักใหญ่ยิ่งกว่าความรักใดๆของมนุษย์จะเทียบได้ และมนุษย์ไม่อาจเข้าใจรักที่สุดลึกซึ้งและสูงส่งนั้นได้

แต่วันนั้น พระบิดาต้องเมินพระพักตร์จากพระเยซูผู้อยู่บนกางเขน

ก็เพราะชายผู้อยู่บนกางเขนผู้นี้ช่างชั่วช้าเลวทราม สกปรกเหลือเกิน
เกินกว่าที่พระบิดาจะทนมองดูได้

เนื่องจากความบาปชั่วของบรรดามนุษย์ทุกคนตลอดทุกชั่วชาติมารวมไว้ที่พระเยซู

ในเวลานั้นความปวดร้าวของพระเยซู
เราคงไม่มีทางเข้าใจได้ตลอดชั่วนิรันดร์

ยามที่พระบิดาผู้รักพระองค์ด้วยรักยิ่งใหญ่
ยิ่งกว่าแม่ที่รักลูกน้อยในอกของนาง
พระบิดาได้หันหน้าหนีไปจากพระองค์
เพราะพระองค์ช่างน่ารังเกียจเหลือเกิน

และความปวดร้าวของพระองค์ ผู้ทรงเกลียดบาปอย่างที่สุด
ต้องรับแบกบาปที่สุดแสนสกปรกและน่ารังเกียจของมนุษย์ทั้งสิ้น ไว้ที่พระองค์

11.@ ราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้เราได้รับความชอบธรรมนั้นแพงเหลือเกิน

สมควรหรือที่เราจะไม่แยแสต่อความชอบธรรมที่พระองค์ซื้อมาให้เราด้วยราคาแสนแพงนี้
แล้วใช้ชีวิตในการอธรรมต่อไป

12.# เมื่อพระเยซูสิ้นพระชนม์ ม่านในพระวิหารซึ่งกั้นห้องวิสุทธิสถานกับห้องอภิสุทธิสถานก็ขาดออกจากบนลงล่าง

สิ่งที่ขวางกั้นมนุษย์กับพระเจ้า ได้ขาดออกแล้ว
มนุษย์จึงมีสิทธิเข้าหาพระเจ้าได้ โดยทางพระเยซูคริสต์

บนลงล่าง หมายถึง
สิ่งนี้เป็นการกระทำจากพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์เบื้องบน ไม่ใช่จากมนุษย์เบื้องล่าง

12.@ วันนี้ เรามีสิทธิเข้าเฝ้าพระเจ้าได้แล้ว โดยทางพระเยซูคริสต์ สิทธิพิเศษนี้ราคาแพงมาก
สมควรอย่างยิ่งที่เราจะใช้อย่างเต็มที่ ให้คุ้มค่า

13.# พระเจ้าทรงให้โยเซฟชาวอาริมาเธีย รู้จักกับปีลาต ก็เพื่อจะสามารถขอพระศพไปฝังไว้ในอุโมงค์ได้

พระเจ้าทรงให้มารีย์​ชาว​มัก​ดา​ลา​กับ​มารีย์​อีก​คน​หนึ่ง ได้เห็นอุโมงค์ที่เขาฝังพระศพ เพื่อว่าจะสามารถมาหาในเช้าวันฟื้นคืนพระชนม์ได้

13.@ ทุกอย่างที่เราเป็น ทุกอย่างที่เรามี ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเรา
เมื่อเรานำมาใช้เพื่อพระเยซูที่รัก
สิ่งเหล่านั้นพระเจ้าทรงสามารถใช้ให้เป็นพระพรได้

14.# เพราะความขี้ระแวงของพวก​หัว​หน้า​ปุโร​หิต​และ​พวก​ฟา​ริ​สี​
ที่กลัวว่าสาวกจะสร้างเรื่องว่าพระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตาย

กลับเป็นเหตุยืนยันว่าพระเยซูทรงเป็นขึ้นมาจากความตายจริงๆ

เพราะเมื่อพวกเขาไปขอปีลาตให้เอาทหารยามไปเฝ้าอุโมงค์ไว้
จึงเป็นการยืนยันชัดเจนว่า
พระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตายจริง ไม่ใช่พวกสาวกมาขโมยพระศพไป
แล้วกุเรื่องขึ้นมาเอง

14.@ แม้แต่แผนการของคนชั่วร้าย พระเจ้าก็ทรงสามารถใช้ให้เป็นพระพร
และเป็นประโยชน์ต่อแผนการของพระเจ้าได้

คำคม

“ ฉันมีสิทธิทำได้ แต่ฉันไม่ทำ เพราะฉันรักพระเยซู ”