ขุมทรัพย์ มัทธิว 28

ภาพรวม

  • ในวันที่ 3 หลังจากที่พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์ พระองค์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย แล้วพระองค์ปรากฏพระองค์ต่อเหล่าสาวก และทรงใช้พวกเขาออกไปประกาศข่าวประเสิฐเรื่องของพระเยซู ในทุกแห่งหน

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1.#  มา​รีย์​ชาว​มัก​ดา​ลา​กับ​มา​รีย์​อีก​คน​หนึ่ง​ได้มาที่​อุโมงค์ ในเช้าวันอาทิตย์
และพบกับทูตสวรรค์ซึ่งบอกกับพวกเธอว่า

พระเยซูทรงเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว
และบอกพวกเธอให้ ​มา​ดู​ที่​ซึ่ง​เขา​วาง​พระ​องค์​ไว้​นั้น

แล้วจงไปบอกพวกสาวก ซึ่งต่อมาพวกเธอจึงได้พบพระเยซูหน้าต่อหน้าในที่สุด

1.@  ก่อนที่เราจะไปบอกคนอื่นเรื่องพระเยซู
เราต้องมีประสบการณ์กับพระองค์ก่อน
แต่ไม่จำเป็นต้องรอให้ความเชื่อเต็มร้อยก่อนแล้วจึงไปบอกคนอื่น

เหมือนพวกผู้หญิงที่ยังพบพระเยซูกับตา
แต่ได้ยินคำบอกจากทูตสวรรค์
และเห็นว่าที่วางพระศพไม่มีพระศพแล้ว
พวกนางก็เชื่อแล้วไปบอกพวกสาวก

วันนี้ เรามีประสบการณ์กับพระเจ้าจริงๆแล้วหรือยัง?

ถ้ายัง จงอธิษฐานแล้วเชื่ออย่างสุดจิตสุดใจสักครั้ง จะพบการอัศจรรย์ที่มาจากพระองค์

2.# พวกทหารยามที่เฝ้าอุโมงค์ปล่อยข่าวลือ ตามคำสั่งของพวกมหาปุโรหิตเพื่อบิดเบือนข่าวการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซู
โดยปล่อยข่าวว่า พวกสาวกได้มาขโมยพระศพพระเยซูไปขณะที่พวกเขาหลับ

ซึ่งเรื่องนี้ ยิ่งเป็นการยืนยันว่าพระเยซูทรงเป็นขึ้นมาจากความตายจริงๆ
เพราะ ข่าวนั้นสำแดงอย่างชัดเจนว่าไม่เป็นความจริง

– สาวกผู้หวาดกลัว ที่ละทิ้งพระเยซูไปหมด ขนาดพี่ใหญ่อย่างเปโตรเอง ยังขี้ขลาดจนปฏิเสธพระเยซูถึง 3 ครั้ง มีหรือจะกล้ามาขโมยพระศพ
– ทหารโรม ได้ชื่อว่าเคร่งครัดวินัยมาก มีหรือจะหลับยาม ต่อให้หลับจริง มีหรือจะหลับกันหมดทุกคน
– การที่ทหารหลับยาม จนเป็นเหตุการณ์สิ่งที่เฝ้านั้นถูกขโมยไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งนั้นถูกประทับตราปิดผนึกไว้โดยเจ้าเมืองแล้ว โทษของทหารเหล่านั้นคือ ประหารชีวิต แล้วมีหรือเขากล้าเที่ยวป่าวประกาศว่า พวกเขาหลับยามกันหมดจนสิ่งที่เฝ้าไว้หายไป นอกจากจะได้รับคำยืนยันจากพวกมหาปุโรหิตว่าจะช่วยเคลียร์ให้

ในเมื่อเห็นได้ชัดว่าข่าวจากพวกทหารยาม เป็นความเท็จ
ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า
ข่าวที่เหล่าสาวกของพระเยซูประกาศนั้นเป็นความจริง

2.@ พระเจ้าทรงสามารถใช้แผนการต่อต้านข่าวประเสริฐของคนชั่วร้าย
ทำให้เป็นการสนับสนุนข่าวประเสริฐได้

วันนี้ เมื่อเราประกาศข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูคริสต์
แล้วมีคนต่อต้าน ขัดขวาง ขัดแย้ง

เราไม่จำเป็นต้องตกใจหรือหวั่นไหว
เพราะพระเจ้าทรงฤทธิ์สามารถเปลี่ยนการกระทำของเขาให้กลับกลายเป็นพระพร
เป็นประโยชน์ต่อแผ่นดินของพระเจ้าได้อยู่ดี

3.# เหล่าสาวกได้พบกับพระเยซู เมื่อเขามาที่กาลิลี และไปยังภูเขาที่พระองค์กำหนด บอก พวกเขาไว้

3.@ เราจะพบกับพระเจ้า และมีประสบการณ์กับพระองค์มากยิ่งขึ้น เมื่อเราเชื่อฟัง กระทำตาม พระคำของพระองค์

4.# พระ​เยซูตรัส​กับ​พวก​สาวก​ว่า สิทธิ​อำนาจ​ทั้ง​หมด​ใน​สวรรค์​ก็​ดี ใน​แผ่น​ดิน​โลก​ก็​ดี​ทรง​มอบ​ไว้​แก่พระเยซูแล้ว

ไม่ได้หมายความว่า ก่อนหน้านี้พระองค์ไม่มีสิทธิอำนาจ
พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า พระองค์มีสิทธิอำนาจสูงสุดตั้งแต่แรกแล้ว
ก่อนเริ่มต้นของสรรพสิ่งเสียอีก

แต่ความหมายคือ พระองค์ตรัสนี้ ในฐานะพระองค์ทรงเป็นคนกลางระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์

บัดนี้ในฐานะคนกลางพระองค์ได้รับสิทธิอำนาจอย่างเต็มที่
ที่จะประทานสิทธิอำนาจนั้นแก่มนุษย์ผู้เชื่อวางใจในพระองค์

4.@ วันนี้ เรามีพระเยซูคริสต์แล้ว
พระองค์มีสิทธิที่จะประทานฤทธานุภาพของพระเจ้าใหญ่ยิ่งสูงสุดแก่เราผู้เชื่อวางใจในพระองค์

เพื่อให้เราเป็นตัวแทนของพระองค์กระทำสิ่งต่างๆในโลกนี้ด้วยสิทธิอำนาจนั้น

วันนี้ เรามีสิทธิอำนาจแล้ว
จงเรียนรู้ที่จะใช้อย่างผู้มีสิทธิอำนาจ เพื่อกระทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

สามารถรับฟังเรื่องการใช้สิทธิอำนาจเพิ่มเติมได้ที่นี่ ครับ
https://www.youtube.com/watch?v=oxT3ps0h7Gc

5.# ก่อนที่จะเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ พระเยซูได้มอบหมายภารกิจที่สำคัญที่สุด ให้เหล่าสาวกของพระองค์

ที่เรียกว่า “พระมหาบัญชา”

คือ จงสร้างสาวก โดยการออกไป โดยการประกาศ โดยการให้บัพติศมา โดยสอนคนทั้งหลายให้ถือรักษาสิ่งสารพัดที่พระเยซูสั่งเอาไว้

5.@ เราผู้เป็นสาวกของพระเยซู สิ่งที่เราต้องถือเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นชีวิตจิตใจ คือ สร้างผู้อื่นให้เป็นสาวกของพระคริสต์

วันนี้ 100% ของกิจการต่างๆที่เราทำ มีกี่เปอร์เซนต์ ที่เราใช้สำหรับการสร้างสาวกของพระคริสต์

พระเยซูทรงสถิตกับเราเสมอไป
เพื่อช่วยเราให้ทำภารกิจนี้ ให้เกิดผลดีมากที่สุดเท่าที่เราจะสามารถทำได้ในชั่วชีวิตอันแสนสั้นของเราในโลกนี้ 

จงสร้างสาวกของพระคริสต์

คำคม

“ผู้เชื่อผู้ไม่ใช้ชีวิตของเขาสร้างสาวกของพระคริสต์
เขาจะแก้ตัวอย่างไร

เมื่อต้องยืนอยู่ต่อหน้าพระองค์? ”