ขุมทรัพย์ มาระโก 9

ภาพรวม

  • พระเยซูทรงเปิดเผยแก่พวกสาวกว่า พระองค์เป็นพระมาซีฮา และพระองค์จะต้องถูกประหารแล้วจะเป็นขึ้นมาใหม่ พระองค์ได้วางแบบอย่างแก่พวกเขา คือพระเจ้าเสด็จมาเพื่อช่วยมนุษย์ผู้แสนเล็กน้อย เมื่อพวกเขาเชื่อวางใจในพระองค์ พวกเขาก็สมควรกระทำแบบเดียวกับพระองค์ ด้วยการปรนนิบัติผู้เล็กน้อยทั้งหลาย

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1.#  พระเยซูตรัส​​ว่า “มี​บาง​คน​ที่​ยืน​อยู่​ที่​นี่ จะ​ไม่​พบ​กับ​ความ​ตาย จน​กว่า​จะ​ได้​เห็น​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​เจ้า​มา​ด้วย​ฤทธิ์​เดช”
น่าจะหมายถึง แผ่นดินของพระเจ้าเริ่มต้นขึ้นด้วยฤทธิ์เดชเมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จลงมาในวันเพ็นเทคอส

1.@  แผ่นดินของพระเจ้า ถูกสถาปนาและขยายออกไปด้วยฤทธิ์เดชของพระเจ้า
ดังนั้นในการรับใช้พระเจ้าเราจำเป็นต้องพึ่งพาพระเจ้าในทุกขั้นตอน

2.# พระเยซูทรงจำแลงพระกายให้ สาวก 3 คนเห็น เพื่อว่าพวกเขาจะเป็นพยานเพื่อพระองค์เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม
ดังนั้นพระองค์จึงทรงห้ามพวกเขาว่า อย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ก่อน

2.@ พระเจ้าทรงมีเวลา และวิธีการของพระองค์ การทำสิ่งที่ดูเหมือนดีบางอย่าง
อาจกำลังขัดขวางน้้ำพระทัยของพระเจ้าก็เป็นได้
หากเราไม่เชื่อพระคำของพระองค์

3.# คำพยากรณ์ว่า เอลียาห์ต้องมาก่อนพระคริสต์นั้น ได้เกิดขึ้นแล้วและสำเร็จแล้ว คือยอห์น ผู้ให้บัพติศมามา และจบชีวิตลงเรียบร้อยแล้ว
ถึงกระนั้นพวกสาวกก็ยังไม่เข้าใจ จนกระทั่งพระเยซูอธิบายให้พวกเขาฟัง

3.@ หลายอย่างเมื่อเกิดขึ้นแล้ว เราก็เข้าใจพระคำของพระเจ้าตอนนั้น
แต่ขณะเดียวกันมีอีกหลายอย่าง แม้เกิดขึ้นแล้วเราก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
จนกระทั่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสอนเรา เปิดตาฝ่ายวิญญาณ
ให้เราเข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้าในเหตุการณ์นั้น

วันนี้ ให้เราอธิษฐานขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงช่วยเรา เปิดตาฝ่ายวิญญาณของเรา ให้เราเข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้าสำหรับเหตุการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้กันเถิด

4.# พวกสาวกขับผีที่สิงในเด็กไม่ออก เพราะพวกเขาขาดความเชื่อ
แล้วพระเยซูจึงแนะนำเขาว่า วิธีที่จะขับออกได้ โดยการอธิษฐาน

นั่นคือ โดยการอธิษฐานเป็นการเพิ่มพูนความเชื่อของเรานั่นเอง

4.@ วันนี้ เหตุการณ์ที่เรากำลังเผชิญนี้ เราสามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยความเชื่อ
แต่ถ้าเรายังขาดความเชื่อ ยังหวาดกลัว ยังกังวล ยังสงสัย
วิธีที่ดีที่สุดที่เราควรทำ คือ อธิษฐานต่อพระเจ้าเผื่อเหตุการณ์นั้นให้มากยิ่งขึ้น จนกว่าความเชื่อของเราจะเพิ่มพูน จนเราไม่กลัวหรือกังวลกับเรื่องนั้นอีกต่อไป

5.# พระเยซูตรัสว่า “ใคร​เชื่อ​ก็​ทำ​ให้​ได้​ทุก​สิ่ง”

5.@ วันนี้ หากเราเชื่อวางใจว่า พระเยซูทรงแก้ไขปัญหาในชีวิตของเราได้
แล้วทูลขอพระองค์ช่วยเราในปัญหานั้น
ไม่ว่าปัญหานั้นจะใหญ่โตสักเพียงใด ก็จะถูกแก้ไขได้ โดยฤทธิ์อำนาจของพระเยซู

6.# พระเยซูทรงบอกพวกสาวกอีกครั้ง ว่า พระองค์จะถูกจับ ถูกฆ่า แล้วสามวันจะเป็นขึ้นมาใหม่
พระองค์บอกตรงๆ ชัดเจน ง่ายๆ ไม่ได้ใช้คำยากอะไรเลย
แต่พวกสาวกไม่เข้าใจ เพราะสิ่งที่พระองค์บอกนั้น ขัดแย้งกับความคิดของพวกเขา
พวกเขาเชื่อว่า พระเยซูเป็นพระมาซีฮา และจะมาช่วยกู้อิสราเอล และมาเป็นกษัตริย์ครอบครอง
แล้วพระมาซีฮาจะถูกฆ่าตายได้อย่างไร เป็นไปไม่ได้ ก็เลย งงยิ่งนัก

6.@ เมื่อพระคำของพระเจ้า ขัดแย้งกับ ความคิด ความเข้าใจ และความรู้ของเรา
จงเลือกเชื่อฟังพระคำของพระเจ้า

7.# พระเยซูสอนว่า ผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริงในฝ่ายวิญญาณ คือผู้ที่ปรนนิบัติผู้อื่น

เพราะการปรนนิบัติผู้อื่น ไม่ว่าเขาจะเล็กน้อยสักเพียงใด
หรือแม้แต่เป็นเด็กเล็กๆที่ไม่สำคัญอะไรก็ตาม
นั่นก็เป็นการปรนนัติพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่นั่นเอง

7.@ หากวันนี้ เราอยากจะรับใช้พระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด จงปรนนิบัติรับใช้ มนุษย์ผู้แสนต่ำต้อยที่พระองค์ทรงรักเถิด

8.# พระเยซูสอนว่า คนที่กระทำสิ่งใดก็ตามเพื่อพระคริสต์ ไม่ว่าคนจะรู้หรือไม่ก็ตามว่า เขาได้ทำเพื่อพระองค์
แต่พระเจ้าทรงทราบ และจะเป็นผู้ประทานบำเหน็จแก่เขา

8.@ วันนี้ สิ่งที่เราทำเพื่อพระเจ้า ไม่สำคัญเลยว่า มันจะเล็กน้อยเพียงใด และจะมีคนเห็น จะมีคนรับรู้หรือไม่
เพราะพระเจ้าผู้ทรงทราบทุกสิ่งจะเป็นผู้ประทานบำเหน็จแก่เราในทุกการกระทำที่เราทำเพราะความรักที่มีต่อพระองค์

9.# ใครก็ตามที่วางใจในพระเยซู ไม่ว่าเขาจะต่ำต้อยสักเพียงใดก็ตาม เขามีค่ายิ่งในสายพระเนตรของพระเจ้า
ใครก็ตามที่ทำร้าย หรือก่อให้เกิดสิ่งร้ายแก่เขา คนนั้นจะต้องรับผิดชอบต่อจำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้า

9.@ ไม่ว่าจะต้องเสียอะไรก็ตาม อย่ายอมทำร้ายผู้วางใจในพระเยซู ที่พระองค์ทรงรักนั้น

คำคม

“ ความเชื่อเพิ่มพูนได้ด้วยการอธิษฐาน จงอธิษฐานจนความกลัวหมดไป ”