ขุมทรัพย์ ลูกา 2

ภาพรวม

  • บทนี้พูดถึงการประสูติของพระเยซูคริสต์ ซึ่งเป็นไปตามคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์ พระผู้ช่วยให้รอดมาบังเกิดเพื่อช่วยมนุษย์ให้พ้นจากความพินาศเพราะบาป
  • พระเยซูทรงเตรียมตัวเองให้พร้อม สำหรับภารกิจที่พระบิดามอบหมายให้มาทำ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1.#  ออกัสตัสได้เป็นซีซาร์ ด้วยเหตุผลหลายอย่างแต่หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ เพื่อเขาจะประกาศให้มีการจดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน เพื่อให้คำพยากรณ์ว่าพระคริสต์จะบังเกิดที่เบ็ธเลเฮ็ม เกิดขึ้นเป็นจริง

1.@  ไม่ว่าใครจะได้รับอะไร หรือสูญเสียอะไรก็ตาม สิ่งเหล่านั้นอยู่ในแผนการของพระเจ้า และพระเจ้าทรงฤทธิ์สามารถใช้สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นกับเรา เพื่อให้ถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้

2.# ในวันที่พระเยซูประสูติ ไม่มีที่ว่างในโรงแรมสำหรับพระองค์ เพราะโรงแรมยุ่งมากเกินไปสำหรับธุรกิจที่กำลังวุ่นวายมีผู้คนมากมายเข้ามา เนื่องด้วยคำสั่งจดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วแผ่นดิน

2.@ วันนี้ ห้องในหัวใจของเรามีที่ว่างสำหรับพระเยซูหรือไม่? หรือว่ามันวุ่นวายเกินไป เต็มไปด้วยความปรารถนาของตนเอง และความวิตกกังวลเรื่องปัญหาสารพัด จนไม่มีที่ว่างแม้เพียงเล็กน้อยสำหรับพระองค์

3.# พระเจ้าทรงเลือกที่จะให้ทูตสวรรค์มาแจ้งข่าวเรื่องการประสูติของพระเยซู แก่คนเลี้ยงแกะผู้ต่ำต้อย

หนำซ้ำพระองค์ยังจงใจให้พระเยซูบังเกิดในคอกสัตว์ ไม่ใช่ในโรงแรม เพื่อให้บรรดาผู้เลี้ยงแกะผู้ต่ำต้อยนี้ สามารถมาเข้าเฝ้าพระกุมารได้

3.@ พระเยซูเสด็จมาบังเกิดในที่ต่ำต้อย เพื่อให้คนมาเฝ้าพระองค์ได้ ไม่ว่าเขาจะต่ำต้อยเพียงใดก็ตาม

วันนี้ ไม่ว่าเราจะต่ำต้อย หรือ ชั่วช้าเลวทรามเพียงใดก็ตาม เราสามารถเข้ามาหาพระเยซูได้ พระเยซูเสด็จมาเพื่อมาหาและมาช่วยคนบาปผู้ต่ำต้อยเช่นเรา

4.# ในวันที่พระเยซูประสูติ ทูตสวรรค์ผู้ไม่อาจรู้อนาคต ก็ยังไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พวกเขารู้เพียงพระเจ้าใหญ่ยิ่งสูงสุดทรงโปรดพระมหากรุณาธิคุณต่อมนุษย์ผู้เป็นเพียงแต่ผงคลี
พวกเขารู้เพียงเท่านี้ ก็มากเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาโห่ร้องสรรเสริญพระเจ้า อย่างเปรมปรีดิ์ยิ่ง

4.@ วันนี้ เรารู้มากกว่าเหล่าทูตสวรรค์ในวันนั้นเสียเอง เรารู้ว่าพระเยซูเสด็จมาเพื่อตายอย่างทุกข์ทรมานเพื่อรับโทษแทนความผิดบาปทั้งสิ้นของเรา และทรงเป็นขึ้นมาจากความตายทำให้เราผู้อยู่ในพระองค์ จะเป็นขึ้นมาเป็นเหมือนพระองค์ในวันสุดท้าย

เรื่องนี้ น่าจะมากเพียงพอที่จะทำให้เราโห่ร้องสรรเสริญพระเจ้าด้วยความเปรมปรีดิ์อย่างที่สุด
และมากพอที่จะทำให้เราตัดสินใจไม่ใช้ชีวิตอยู่เพื่อตนเองอีกต่อไป แต่อยู่เพื่อพระเองค์ผู้ทรงวายพระชนม์และทรงเป็นขึ้นมาเพื่อเราทั้งหลาย

5.# สิเมโอน ชายชราผู้รอคอยพระคริสต์มาเป็นเวลานาน เขาได้สรรเสริญพระเจ้าเมื่อเขาได้พบพระกุมารเยซู สิ่งที่เขารอคอยมานานบัดนี้เขาได้สมหวังแล้ว พระคริสต์มาบังเกิดแล้ว

5.@ วันนี้ เราได้พบพระคริสต์แล้ว ยิ่งกว่านั้นอีก พระคริสต์ได้เข้ามาสถิตในเราแล้ว
วันนี้ เราชื่นชมยินดีมากเพียงใดที่ได้พบพระองค์และมีพระองค์สถิตในเรา?

ความชื่นชมยินดีนี้ควรจะมีมากล้น ท่วมท้น จนไม่อาจมีความทุกข์ชนิดใดในโลกสามารถมาดับความชื่มยินดีนี้ไปจากเราได้เลย ตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ของเราบนโลกนี้

6.# ตั้งแต่ยังสาวจนกระทั่งอายุ 84 ปี อันนาเฝ้ารอคอยที่จะพบพระคริสต์ เธอรออยู่ในพระวิหารไม่ออกไปนอกบริเวณพระวิหารเลย
และแล้วการรอคอยของนางก็มาถึงที่สิ้นสุด นางได้พบกับพระกุมารเยซู
เราคงไม่อาจเข้าใจถึงความชื่นชมยินดีของนางว่ามีมากขนาดไหนในวันนั้น

6.@ เรื่องชวนให้คิดถึง วันที่เราได้พบพระคริสต์หน้าต่อหน้า เราจะมีความชื่นชมยินดีมากมายสุกเพียงใดหนอ?

วันนี้เรากำลังรอคอยที่จะได้พบพระเยซูหน้าต่อหน้า ตาต่อตา และเมื่อวันนั้นมาถึงคงเป็นความชื่นชมยินดีอย่างที่สุดที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเรามากเท่านั้นมาก่อนตลอดชั่วชีวิต

เราจะพระเยซูในท่าทีอย่างไร ด้วยชื่นชมยินดีและภูมิใจที่ได้ทำสิ่งต่างๆแด่พระองค์ด้วยความรักที่มีต่อพระองค์
หรือ
เราจะพบพระเยซู ด้วยความชื่นชมยินดี แต่ละอายใจต่อการใช้ชีวิตของเราขณะที่เรามีชีวิตอยู่บนโลกนี้

7.# พระเยซูทรงเติบโตขึ้น ทั้งมีร่างกายแข็งแรง และมีสติปัญญา พระองค์เอาใจใส่ในการศึกษาพระคำของพระเจ้า สังเกตได้จากตอนที่พระองค์อายุ 12 ปี ก็มีความรู้พระคัมภีร์เป็นอย่างดี สามารถถามตอบพวกผู้เชี่ยวชาญในพระคัมภีร์ได้อย่างยอดเยี่ยมจนคนทั้งหลายประหลาดใจ

7.@ พระเยซูทรงเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการใหญ่ที่พระบิดามอบหมายให้ทำเมื่อถึงเวลา ทรงเตรียมตัวทั้งร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณ
พระเยซูเอาใจใส่ในการศึกษาพระคัมภีร์อย่างจริงจังและทุ่มเท
วันนี้ เราเตรียมตัวของเราให้พร้อมสำหรับการใหญ่ที่พระเจ้าจะทรงใช้ให้เราทำในอนาคตแล้วหรือยัง?
เราเตรียมตัวได้โดยการลงมือศึกษาพระคำของพระเจ้าอย่างจริงจัง และลงมือทำตามพระคำของพระเจ้าอย่างจริงใจ

คำคม

“ พระเจ้าเสด็จมาช่วยเราแล้ว ไม่ต้องกลัวอีกต่อไปแล้ว จงชื่นชมยินดีอย่างยิ่งเถิด ”

ขุมทรัพย์ มาระโก 10

ภาพรวม

  • บทนี้พูดถึงความเข้าใจของพวกสาวกหลายประการ สาวกไม่เข้าใจเรื่องการหย่า ไม่เข้าใจเรื่องเด็กเล็กๆ ไม่เข้าใจเรื่องเศรษฐีเข้าสวรรค์ไม่ได้ ไม่เข้าใจเรื่องคำพยากรณ์ถึงการสิ้นพระชนม์และคืนพระชนม์ ไม่เข้าใจเรื่องการเป็นใหญ่ที่แท้จริง
  • แล้วจบลงด้วยเรื่องบารทิเมอัส ซึ่งก็คงไม่เข้าใจเรื่องข้างต้นทั้งหมดด้วยเช่นกัน แต่มีประสบการณ์กับฤทธิ์อำนาจของพระเยซู เขาจึงติดตามพระเยซูไป

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1.#  สิ่งที่พระเยซูทรงทำอยู่เสมอ(ข้อ1) คือ สั่งสอนคนทั้งหลายที่มาหาพระองค์

1.@  วันนี้ ก็เช่นกัน พระเจ้าทรงปรารถนาที่จะสอนเรา ในการดำเนินชีวิต โดยการสอนของพระวิญญาณบริสุทธิ์ผ่านพระคำของพระองค์

ให้เราเอาใจใส่และจดจ่อต่อการสอนที่มาจากพระเจ้าเบื้องบนเถิด ด้วยการเอาใจใส่พระคำของพระองค์

2.# พระเจ้าผูกพันสามีภรรยาเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่ต้องการให้พรากจากกัน แต่คนอิสราเอลยังคงดื้อดึง ต้องการจะแยกจากกัน โมเสสจึงบัญญัติไว้ว่า หากอยากจะหย่าจริงๆ ต้องทำหนังสือหย่า ซึ่งเป็นการเพิ่มขั้นตอนให้ยุ่งยากมากขึ้น จะได้มีเวลาคิดพิจารณาใหม่ เผื่อจะเปลี่ยนใจไม่หย่า

2.@ เมื่อเราจงใจทำขัดขืนน้ำพระทัยพระเจ้า ไม่เชื่อฟังพระเจ้า พระองค์จะส่งหลายสิ่งมาขัดขวางเรา เพื่อไม่ให้เราทำเช่นนั้นได้ง่ายๆ
แต่ถ้าจิตใจของเราแข็งกระด้าง ยังไงก็จะไม่เชื่อฟังพระเจ้า พระองค์ก็จะปล่อยให้เราทำตามใจปรารถนาอันดื้อดึงของเรานั้น ซึ่งในที่สุดจะเป็นผลร้ายต่อตัวเราเอง

จงกลับใจ ขณะที่ยังมีโอกาสกลับใจ

3.# ในสมัยนั้น มีผู้ชายบางคนเมื่อแต่งงานได้สักพัก เริ่มเบื่อภรรยา ก็เลยทำหนังสือหย่าตามช่องทางที่โมเสสเปิดไว้ให้ แล้วก็ไปแต่งงานกับหญิงคนใหม่ ที่สาวกว่า สดใสกว่า
พระเยซูจึงสอนว่า การทำเช่นนั้นเป็นการผิดประเวณี

3.@ การใช้ช่องของกฏระเบียบต่างๆ ทำตามใจปรารถนาของตนเอง ที่ขัดแย้งกับน้ำพระทัยของพระเจ้า แม้ไม่ผิดกฏระเบียบ แต่เป็นการทำผิดต่อพระเจ้า
เพราะเป็นการทำโดยไม่คำนึงถึงว่าพระเจ้าจะรู้สึกเช่นไร

เช่น “ฉันเล่นเกมส์ในโทรศัพท์ ขณะอาจารย์เทศนา ก็ไม่ผิดอะไรนี่นา ไม่ได้ไปรบกวนใคร” ซึ่งเป็นความจริง แต่เขาลืมคิดไปว่า แล้วพระเจ้าจะรู้สึกอย่างไร

4.# พระเยซูไม่พอพระทัยพวกสาวกที่ห้ามไม่ให้เด็กเล็กๆเข้ามาหาพระองค์

4.@ วันนี้ เรากำลังทำให้พระเยซูไม่พอใจอยู่หรือเปล่า ด้วยการกีดกันเด็กออกจากเรื่องของพระเจ้า เพราะคิดว่าพวกเขาคงไม่รู้เรื่องอะไรหรอก

วันนี้ เรากำลังทำให้พระเยซูชื่นใจอยู่หรือเปล่า ด้วยการพยายามอย่างเต็มที่ที่จะให้เด็กๆได้มีโอกาสเข้ามารู้จักกัยพระเยซูมากยิ่งขึ้น

5.# พระเยซูสอนว่า ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ถ้าเขาไม่ยอมรับแผ่นดินของพระเจ้า เหมือนเด็กเล็กๆ เขาจะไม่มีทางเข้าแผ่นดินของพระเจ้าได้

5.@ การยอมรับแผ่นดินสวรรค์เหมือนเด็กเล็กๆ คือ รับด้วยความเชื่ออย่างจริงใจ และไว้วางใจ

ทุกวันนี้ บางคนต้อนรับเชื่อพระเจ้าแล้ว แต่จิตใจยังเต็มไปด้วยความทุกข์ระทม ไม่เหมือนได้อยู่ในแผ่นดินของพระเจ้า เพราะพวกเขาไม่ยอมรับแผ่นดินของพระเจ้าแบบเด็กเล็กๆ ด้วยการวางใจพระเยซูอย่างสุดใจ

เนื้อหาเกี่ยวกับ รับแผ่นดินสวรรค์เหมือนเด็กเล็กๆ รับฟังได้จากคลิปนี้ครับ
https://www.youtube.com/watch?v=6F5ufnp80lA

6.# เพราะว่าเศรษฐีหนุ่มวางใจในทรัพย์สมบัติ(ข้อ24) เขาจึงไม่มีใจเหลือที่จะวางใจในพระเยซูสุดใจได้

6.@ วิธีตรวจดูว่าเราวางใจในอะไรจริง ดูง่ายๆจาก
มีอะไรบ้าง หากเราต้องสูญเสียมันไปแล้ว เราคงไม่เครียด กังวล และคิดว่าเราคงไม่มีทางผ่านวิกฤตชีวิตไปได้แน่
มีพระเจ้าอยู่ด้วยก็ไม่พอ ต้องมีสิ่งนี้ด้วย จึงหายกังวล

เช่น มีพระเจ้าอย่างเดียว เครียด กังวล คิดว่าไปไม่รอดแน่
แต่ถ้ามีเงินสิบล้านบาทในกระเป๋า โอ้ว..หายเครียดเลย คนเช่นนี้ วางใจในเงิน 10 ล้านบาทมากกว่าพระเจ้า

7.# สำหรับคนยิวถือว่า คนรวยคือคนที่พระเจ้าอวยพร ดังนั้นเมื่อพระเยซูตรัสว่าคนรวยเข้าสวรรค์ ยากกว่าอูฐรอดรูเข็ม ดังนั้นพวกสาวกจึงประหลาดใจ แล้วพูดกันว่า แล้วจะมีใครสักคนไหมนี่ที่เข้าได้
พระเยซูจึงบอกพวกว่าเขา ไม่มีมนุษย์สักคนทำด้วยตนเองได้ แต่โดยพระเจ้า พระองค์สามารถทำให้ผู้ที่วางใจในพระองค์ ติดตามพระองค์ เข้าไปได้

7.@ การรอดพ้นนรกเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับมนุษย์
แต่โดยพระเจ้า พระองค์ทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เกิดขึ้น
บัดนี้ใครก็ตามที่เชื่อวางใจในพระเยซูอย่างจริงใจ สามารถพ้นนรก เข้าสู่สวรรค์ได้

คลิปแนะนำ “พ้นนรก สู่สวรรค์”
https://www.youtube.com/watch?v=3p_LlcYExcA

8.# พระเยซูทรงสัญญาว่า ผู้ที่สละสิ่งต่างๆเพื่อเห็นแก่พระองค์และข่าวประเสริฐของพระองค์ เขาจะเกิดผลดีทั้งในโลกนี้และในโลกหน้า
แต่บางคนเริ่มต้นสละสิ่งต่างๆเพื่อพระองค์ แต่พอเวลาผ่านไปเขากลับสละพระองค์ไปหาสิ่งต่างๆ

8.@ การติดตามพระเยซูอย่างสุดใจ มีกำไรอย่างแน่นอน
แต่การติดตามพระองค์จำเป็นต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะเรื่องการติดตามพระเจ้าเป็นเรื่องของวันนี้
การที่เราเคยเต็มใจเชื่อฟังพระองค์มาแล้วนั้น ย่อมสำคัญน้อยกว่า วันนี้เรายังเต็มใจเชื่อฟังติดตามพระองค์ต่อไปหรือไม่

9.# ขณะที่พระเยซูกำลังไปเยรูซาเล็ม พวกสาวกก็ประหลาดใจในคำพยากรณ์ที่พระเยซูตรัสเกี่ยวกับการสิ้นพระชนม์และฟื้นคืนพระชนม์ ทั้งที่พระองค์ตรัสกับพวกเขาเป็นครั้งที่สามแล้ว พวกเขาก็ยังไม่เข้าใจ
ส่วนประชาชนที่ติดตามพระเยซูไปก็เริ่มหวาดกลัวพวกฟาริสี เพราะพอเดาได้ว่าพวกนั้นคงกำลังจะหาทางทำลายพระองค์เป็นแน่ แล้วพวกเขาตามมาแบบนี้จะโดน ทำร้ายไปด้วยหรือเปล่า

9.@ วันนี้ อาจมีหลายอย่างที่เรายังไม่เข้าใจในพระคำของพระเจ้า และในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับเราในอนาคต เรายังคงติดตามพระเยซูเต็มใจติดตามพระเยซูต่อไปหรือไม่?

เราอาจไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร แต่เรารู้แน่ว่าเรื่องวันพรุ่งนี้อยู่ในการควบคุมของใคร

10.# ขณะที่พระเยซูเน้นย้ำนักหนาว่าพระองค์กำลังจะไปตายที่เยรูซาเล็ม แต่พวกสาวกก็ยังคงแย่งกันเป็นใหญ่อยู่ดี ก็เพราะพวกเขาไม่เข้าใจ หลักการของสวรรค์ที่แตกต่างจากหลักการของโลกอย่างสิ้นเชิง
หลักการแห่งโลกนี้ ผู้น้อยปรนนิบัติผู้ใหญ่
หลักการแห่งสวรรค์ ผู้ใหญ่ปรนนิบัติผู้น้อย

10.@ หากอยากเป็นผู้ต่ำต้อยในสวรรค์ จงเรียกร้องให้คนปรนนิบัติเราในโลกนี้

9.# ก่อนพบพระเยซู บารทิเมอัส ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่า ให้ตามองเห็นได้
หลังจากพบพระเยซู เขาไม่ต้องการอะไรมากไปกว่า ได้ติดตามพระองค์ไป

9.@ วันนี้ เราพบพระเยซูแล้ว อะไรเป็นสิ่งที่เราปรารถนามากที่สุด?
ถ้าไม่ใช่ติดตามพระองค์ไป เป็นไปได้ว่าเรายังไม่ได้พบกับพระองค์อย่างแท้จริง

คำคม

“ ติดตามพระคริสต์ คุ้มทั้งชีวิตนี้ และชีวิตหน้า ”