ขุมทรัพย์ มาระโก 14

ภาพรวม

  • ในบทนี้กล่าวถึงช่วงเวลาก่อนและหลังพระเยซูถูกจับกุม ว่าทั้งหมดเป็นไปตามคำพยากรณ์ที่บอกไว้แล้วล่วงหน้า เป็นไปตามแผนการของพระเจ้า

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1.#  พวกผู้นำศาสนาวางแผนฆ่าพระเยซู แล้วรอสบโอกาสที่จะลงมือ
มารีย์วางแผนชโลมน้ำหอมให้แด่พระเยซู แล้วเมื่อสบโอกาสเธอก็ลงมือทำ

1.@  ไม่ว่าแผนชั่วร้าย หรือ แผนที่ดี ของมนุษย์ พระเจ้าก็สามารถใช้แผนเหล่านั้นทำให้แผนการของพระองค์สำเร็จได้

ไม่ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้้นกับเรา เรารู้ได้ว่า นั่นกำลังอยู่ในแผนการของพระเจ้าผู้ทรงรักเรา

2.# มารีย์ทำสิ่งที่ดีอย่างสุดกำลังแด่พระเยซู แต่เธอก็ถูกเข้าใจผิด และถูกรุมตำหนิจากหลายต่อหลายคน
พระเยซูทรงปกป้องเธอและอวยพรเธอ

2.@ เมื่อเราทำสิ่งดีเพื่อพระเจ้าอย่างจริงใจ แม้คนจะเข้าใจผิด แต่พระเจ้าเองจะเป็นผู้ที่ปกป้องและอวยพรเรา

3.# พระเยซูให้สาวก 2 คนไปเตรียมปัสกา ซึ่งพระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว พวกเขาเพียงไปหาชายทูนหม้อน้ำไว้บนหัวเท่านั้นเอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะหาพบ เพราะปกติผู้ชายจะไม่ทูนหม้อน้ำไว้บนหัว เพราะงานขนน้ำไม่ใช่งานของผู้ชาย แต่เป็นงานของผู้หญิง

3.@ งานที่พระเจ้าทรงใช้ให้เราไปทำนั้น พระเจ้าจะทรงจัดเตรียมสิ่งจำเป็นสำหรับงานนั้นไว้อย่างเพียงพอเสมอ

4.# พระเยซูทรงตั้งพิธีมหาสนิท ก็เพราะรักเรา ประสงค์ให้เราจดจำอยู่เสมอถึงคำสัญญาที่พระเจ้าทรงมีต่อเราโดยพระกายและพระโลหิตของพระองค์

4.@ ยื่งเราระลึกถึงคำสัญญาของพระเจ้าได้บ่อยเท่าไหร่ เราก็ยิ่งดำเนินชีวิตติดสนิทกับพระองค์มากเท่านั้น

5.# พระเยซูบอกว่าเหล่าสาวกจะทิ้งพระองค์หนีไป แต่เหล่าสาวกต่างยืนยันว่า ไม่มีวันทอดทิ้งพระเยซู ต่อมาอีกไม่นานนัก พวกเขาก็ทิ้งพระองค์ไปหมด

5.@ คำของมนุษย์ไม่อาจไว้ใจ คำของพระเจ้าไม่อาจเปลี่ยนแปลง

6.# ในยามที่พระเยซูทุกข์ใจที่สุด ที่สวนเกทเสมเนนั้น พระองค์ยังคงสอนพวกสาวกด้วยความรัก ความห่วงใย ว่า “ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​เฝ้า​ระวัง​และ​อธิษ​ฐาน เพื่อ​จะ​ไม่​ถูก​การ​ทด​ลอง จิต​วิญ​ญาณ​พร้อม​แล้ว​ก็​จริง แต่​กาย​ยัง​อ่อน​กำ​ลัง”

6.@ ในยามที่พระเยซูทรงรับสภาพมนุษย์ในช่วงที่อ่อนแอที่สุด พระองค์ยังคงรักและห่วงในพวกสาวก
บัดนี้พระองค์ทรงเต็มไปด้วยฤทธานุภาพสูงสุดอีกครั้ง พระองค์จะไม่ยิ่งรักและห่วงใยเราทั้งหลายผู้เป็นสาวกของพระองค์อย่างนั้นหรือ?

7.# ถ้าจะจับพระเยซูข้อหาสอนผิด ควรจับพระองค์ขณะสอนในพระวิหาร แต่พวกของมหาปุโรหิตถือดาบถือตะบองมาจับพระเยซูในเวลากลางคืน ทำเหมือนกับการจับโจร
ที่เป็นเช่นนั้น ในมุมมองทั่วๆไป ก็เพราะเป็นแผนการชั่วร้ายของพวกมหาปุโรหิต
แต่ความจริงก็เพราะ เพื่อเป็นไปตามคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์

7.@ พระเยซูถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรม ตามแผนชั่วของพวกมหาปุโรหิต ก็เพื่อให้แผนการดีเลิศของพระเจ้าสำเร็จ
วันนี้ หากไม่ได้รับความยุติธรรม แสดงว่าพระเจ้าผู้ทรงยุติธรรมมีแผนการพิเศษบางอย่างสำหรับชีวิตของเรา

8.# พวกมหาปุโรหิตจับพระเยซูมาก่อน หลังจากนั้นค่อยมาช่วยกันหาข้อหาว่าจับพระองค์ข้อหาอะไรดี ซึ่งปรากฏว่าก็หาข้อหาไม่ได้อีกอยู่ดี
จนพระเยซูบอกว่า พระองค์เป็นพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้า
พวกเขาจึงตัดสินใจเอาข้อหานี้ละกัน
ไม่ใช่ข้อหาที่ พิสูจน์ได้ว่า พระเยซูพูดผิด เพราะเขาพิสูจน์ไม่ได้
แต่เป็นข้อหา ดันพูดในสิ่งที่พวกเขาไม่เชื่อ

8.@ คนที่ไม่เชื่อ แม้เขาจะพิสูจน์ไม่ได้ว่า การไม่เชื่อของเขาถูกต้อง ถึงกระนั้นเขาก็ไม่เชื่ออยู่ดี

9.# เปโตรไม่ได้เสียใจ เมื่อเขาปฏิเสธพระเยซูครั้งที่ 1 และ 2
เมื่อเขาปฏิเสธพระเยซูครั้งที่ 3 เขาก็ยังไม่เสียใจ
จนกระทั่งเมื่อไก่ขัน เขาก็ระลึกคำตรัสของพระเยซูได้ เขาจึงเสียใจในสิ่งที่ได้ทำไป

9.@ พระคำของพระเจ้า จะนำเราไปสู่การเสียใจที่พระเจ้าพอพระทัย คือ เสียใจที่นำไปสู่การกลับใจใหม่

วันนี้ พระคำของพระเจ้า ทำให้เราเสียใจในสิ่งที่ได้ทำผิดพลาดไป แล้วนำให้เราปรารถนาจะกลับใจใหม่แล้วหรือยัง?

คำคม

“ พระเยซูถูกจับ เพื่อให้เรารอด ”