ขุมทรัพย์ ลูกา 8

ภาพรวม

  • บทนี้ชี้ให้เห็นว่าทุกคนที่มาหาพระเยซูด้วยความปรารถนาอยากจะเข้าใจ ได้พบความเช้าใจ มาหาพระเยซูด้วยความปรารถนาการช่วยกู้จะได้รับการช่วยกู้

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1.#  ในสมัยของพระเยซู ผู้หญิงมีความสำคัญน้อยกว่าผู้ชายมาก แต่โดยคนไม่สำคัญเหล่านั้นเป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญสำหรับพระราชกิจของพระเยซู

1.@  สิ่งที่สำคัญกว่า “เราเป็นใคร” ก็คือ “เรากำลังทำเพื่อใคร”

ผู้เล็กน้อยที่กำลังทำเพื่อพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด ก็เป็นผู้เล็กน้อยที่ยิ่งใหญ่

2.# พระเยซูทรงใช้คำอุปมาในการสอน ไม่ใช่เพื่อให้คนฟังเข้าใจง่ายขึ้น แต่เพื่อให้คนฟังไม่เข้าใจ
“…​ทรง​ให้​เป็น​อุป​มา​สำ​หรับ​คน​อื่น เพื่อ​ว่า เมื่อ​พวก​เขา​ดู ก็​จะ​ไม่​เห็น และ​เมื่อ​พวก​เขา​ฟัง ก็จะ​ไม่​เข้า​ใจ”

คำอุปมาถูกใช้เพื่อ แยกผู้ฟังออกเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มที่ไม่สนใจฟังเท่าไหร่ก็จะไม่เข้าใจ
กลุ่มที่สนใจ(มีหู) ฟังแล้วก็จะไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่พวกเขาจะมาถามพระเยซู เหมือนพวกสาวก แล้วพระเยซูจึงทรงอธิบายความล้ำลึกแห่งสวรรค์ให้พวกเขาฟัง

2.@ วันนี้เราไม่สามารถเข้าใจความล้ำลึกแห่งพระคำของพระเจ้าได้โดยปราศจากการช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์

ทุกครั้งที่เราอ่านหรือฟังพระคำของพระเจ้า จำเป็นเหลือเกินที่เราจะรับฟังการสอนจากพระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อให้เข้าใจสิ่งที่พระบิดาประสงค์จะบอกแก่เรา

3.# คำอุปมาเรื่องผู้หว่านพืชนั้น ชี้ให้เห็นว่าคนที่จะเกิดผลในแผ่นดินของพระเจ้านั้น การได้ยินพระคำเป็นสิ่งจำเป็น แต่การได้ยินนั้นจะไร้ค่า หากไม่ได้เชื่อแล้วลงมือกระทำตามด้วยความสัตย์ซื่อ

3.@ วันนี้ เราเป็นเพียงผู้ได้ยินพระคำของพระเจ้า หรือเป็นผู้ได้ยินแล้วยึดมั่นที่จะกระทำตามพระคำของพระองค์?

ผู้ทำตามพระคำของพระเจ้า จะใช้พระคำของพระเจ้า ในการตัดสินใจทำหรือไม่ทำอะไรๆก็ตามในชีวิตของเขา

4.# พระเยซูทรงสอนให้เรา ​เอา​ใจ​จด​จ่อ​ต่อ​สิ่ง​ที่​เราได้​ยิน​ได้​ฟังจากพระคำของพระเจ้า
เพราะยิ่งจดจ่อพระเจ้าจะทรงเพิ่มเติมความเข้าใจให้อีก
แต่หากไม่สนใจก็จะไม่เข้าใจ และที่คิดว่าเข้าใจกลับยิ่งกลายเป็นไม่เข้าใจ

4.@ วันนี้ เรารับฟังพระวจนะของพระเจ้าด้วยท่าทีอย่างไร?
หากเอาใจใส่และจดจ่อ พระคำของพระเจ้า พระองค์จะทรงเพิ่มเติมความเข้าใจให้เราอีก
แต่หากฟังแบบขอไปที ความเข้าใจที่มีก็จะถูกนำออกไป

5.# พระเยซูทรงสอนว่า คนที่จะเป็นคนในครอบครัวของพระเจ้านั้น ต้องเป็นผู้ที่รับฟังพระวจนะและกระทำตาม เท่านั้น

5.@ วันนี้ เราทำตัวสมกับคนในครอบครัวของพระเจ้าแล้วหรือยัง?

เราเต็มใจจะเชื่อฟังพระคำ เมื่อพระคำสั่งให้ทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับความปรารถนาของเราหรือไม่?

6.# เมื่อพวกสาวกเจอกับพายุในทะเล พระเยซูบอกพวกเขาว่า สิ่งที่พวกเขาทำหายไป จนทำให้ไม่สามารถยืนหยัดต่อพายุนั้นได้ ก็คือ ความเชื่อ
พระเยซูถามว่า “ความ​เชื่อ​ของ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​อยู่​ที่​ไหน?”

6.@ ท่ามกลางสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญวันนี้ สิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ ที่เราต้องมีเพื่อจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปอย่างสง่างาม ก็คือ ความเชื่อ
จงกล้าเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ท่ามกลางเหตุการณ์นี้เถิด

7.# ชาว​เมือง​เก-รา​ซา​และ​ทุก​คน​ที่​อยู่​ตาม​ชน​บท​โดย​รอบ​เมื่อเห็นสิ่งยิ่งใหญ่ที่พระเยซูทรงกระทำ พวกเขากลัวมาก
แล้วแทนที่พวกเขาจะยิ่งยำเกรงพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดช่วยพวกเขาด้วย
แต่พวกเขากลับขอให้พระเยซูไปเสียจากพวกเขา

7.@ เมื่อเราเห็นสิ่งที่พระเยซูทรงกระทำในชีวิตของเรา ในอดีตที่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้แล้ว เราจะตอบสนองอย่างไร?
แบบชาว​เมือง​เก-รา​ซา ยิ่งถอยห่างจากพระองค์
หรือ แบบชายที่เคยถูกผีสิงที่ยิ่งอยากใกล้พระองค์ อยากรับใช้พระองค์

8.# ชาว​เมือง​เก-รา​ซา ไม่ต้อนรับพระเยซู พวกเขาจึงไม่ได้เห็นการอัศจรรย์ในชีวิตของพวกเขา
แต่ไยรัส และ หญิงโลหิตตก พวกเขาแสวงหาที่จะพบและรับการช่วยเหลือจากพระเยซู พวกเขามาหาพระเยซูด้วยความเชื่อ และพวกเขาก็ไม่ผิดหวัง

8.@ ทุกคนที่มาหาพระเยซูด้วยความเชื่อ เขาจะได้รับการช่วยกู้อย่างแน่นอน

คำคม

“ผู้ยึดมั่นในความเชื่อ จะพบการอัศจรรย์ ”