ขุมทรัพย์ ลูกา 11

ภาพรวม

  • ในบทนี้พระเยซูสอนว่า คนที่แสวงหาพระเจ้าอย่างร้อนรนและด้วยความเชื่อจริงใจจะได้พบกับพระเมตตาของพระองค์ แต่คนที่ไม่เชื่อหรือไม่จริงใจต่อพระเจ้า จะพบกับการพิพากษาของพระองค์

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1.#  พระเยซูทรงสอนให้พวกสาวกอธิษฐาน ด้วยการจดจ่อที่พระประสงค์พระบิดา แล้วทูลขอสิ่งที่ตนปรารถนา แล้วทูลขอสิ่งที่พระบิดาปรารถนาให้เขาทำ

1.@  การอธิษฐานควรจดจ่อที่พระประสงค์ของพระเจ้า มากกว่าความปรารถนาของตัวเราเอง

2.# พระเยซูยกตัวอย่างคำเปรียบเทียบเพื่อจะสอนว่า หากเราทูลขอด้วยความเชื่อ และด้วยความเพียร เราจะได้รับคำตอบอย่างแน่นอน

2.@ พระบิดาจะประทานสิ่งดีที่สุดแก่เราผู้เป็นลูกของพระองค์ ผู้ทูลขอต่อพระองค์ด้วยความเชื่อ โดยไม่อ่อนระอาใจทั้งกลางวันและกลางคืน อย่างแน่นอน
จงทูลขอเถิด!!!

3.# มีบางคนกล่าวหาพระเยซูว่า ที่พระเยซูขับผีออกด้วยฤทธิ์เดชพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้น เป็นการขับผีออกด้วยฤทธิ์เดชของนายผี
พระเยซูจึงสอนพวกเขาว่า ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเพราะการที่จะจัดการกับวิญญาณชั่วนั้น ต้องใช้การต่อสู้ด้วยกำลังที่เหนือกว่า
จึงไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยพวกเดียวกันกับผี
แต่เป็นฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด

3.@ วันนี้ การจัดการกับการโจมตีของวิญญาณชั่ว ไม่สามารถใข้การประนีประนอมได้ แต่ต้องใข้การต่อสู้ ต่อต้านมันด้วยฤทธิ์อำนาจที่เหนือกว่า คือฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า
เราทั้งหลายมีฤทธิ์อำนาจนั้น ดังนั้นอย่าอ่อนข้อให้มัน ต่อสู่กับมันในพระนามพระเยซู และเราจะมีชัยชนะอย่างแน่นอน

4.# คนที่ได้รับความช่วยเหลือจากพระเจ้าจัดการกับมารในชีวิต แล้วก็ละทิ้งพระเจ้าไปอย่างไม่สำนึกพระคุณ ในที่สุดแล้วมารจะกลับมาโจมตีเขาอีกและโจมตีหนักยิ่งกว่าเดิม เพราะเขาหนีจากการปกป้องของพระเจ้า จึงทำให้เหตุการณ์ในชีวิตของเขาตกที่นั่งลำบากยิ่งกว่าเดิม

4.@ วันนี้ เราลืมพระคุณของพระเจ้าที่ทรงช่วยกู้เราในอดีตที่ผ่านมา โดยไม่สนใจใยดีต่อพระองค์อยู่หรือเปล่า?

5.# พระเยซูทรงสอนว่า ผู้ที่มีความสุขแท้ ยิ่งกว่าได้เป็นมารดาของพระเยซู ก็คือ ผู้ที่ฟังและกระทำตามพระคำของพระเจ้า

5.@ วันนี้ เมื่อเราได้ยินพระคำของพระเจ้าแล้ว เราตอบสนองอย่างไร?

เราพบความสุขแท้แล้วหรือยัง? ความสุขที่ได้ทำตามพระคำของพระเจ้า ถึงแม้ว่าจะขัดแย้งกับความปรารถนาในใจของเราก็ตาม

6.# พระเยซูทรงสอนว่า คนที่ชั่วร้าย ได้แก่คนที่แสวงหาหมายสำคัญตามที่ตนต้องการเท่านั้น ทั้งที่พระเยซูทำอัศจรรย์มากมายให้พวกเขาเห็น พวกเขาก็ไม่เชื่ออยู่ดี

6.@ พระเยซูทรงทำการอัศจรรย์มากมายในชีวิตของเราและชีวิตของคนทั้งหลาย นั่นเพียงพอหรือยังที่เราจะเชื่อวางใจในพระองค์สำหรับเหตุการณ์ในวันนี้

7.# พระเยซูทรงเตือนว่า “ระวัง​ให้​ดี อย่า​ให้​ความ​สว่าง​ที่​อยู่​ใน​ตัว​ท่าน​กลาย​เป็น​ความ​มืด” แสดงว่า ความสว่างในชีวิตของเราสามารถกลายเป็นความมืดได้
เราสว่างได้ด้วยการมีความสัมพันธ์กับพระคริสต์ ดังนั้นต่อให้เราได้เชื่อว่าเป็นคริสเตียนแต่ไม่มีความสัมพันธ์กับพระคริสต์ ความสว่างในเราก็กลายเป็นความมืดได้
เหมือนหลอดไฟสว่างได้เพราะเสียบปลั๊ก หากดึงปลั๊กออกหลอดไฟนั้นก็หมดความสว่าง

7.@ เราควรระมัดระวังตัว คอยตรวจสอบตนเองอยู่เสมอว่า วันนี้ชีวิตของเรายังเป็นแสงสว่างท่ามกลางสังคมที่มืดมนอยู่หรือไม่?
ถ้าไม่ จงรีบกลับมามีความสัมพันธ์กับพระเยซูโดยด่วน

8.# พระเยซูทรงกล่าวโทษพวกฟาริสีและพวกธรรมาจารย์ เพราะว่าพวกเขาหน้าซื่อใจคต คำพูดและการดำเนินชีวิตของพวกเขาสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง

8.@ วันนี้ เราผู้ได้ชื่อว่าลูกของพระเจ้า เราดำเนินชีวิตเหมือนลูกของพระเจ้า หรือ เหมือนลูกของมาร?

คำคม

“ จงระวังตัวอยู่เสมอ อย่าให้ชีวิตที่เคยสว่างของเรามืดไป”