ขุมทรัพย์ กิจการ 28

ภาพรวม

  • ภาพรวมบทสุดท้ายของพระธรรมกิจการ พูดถึงการเดินทางของเปาโล จนมาถึงกรุงโรม และได้มีโอกาสรับใช้พระเจ้า ประกาศข่าวประเสริฐ ตลอด 2 ปี ที่ถูกคุมตัวอยู่ในกรุงโรม

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เมื่อเรือที่เปาโลโดยสารมาแตก ทุกคนก็รอดขึ้นฝั่งที่เกาะมอลตาอย่างปลอดภัย ตามคำที่เปาโลกล่าวไว้
แต่เมื่อถึงเกาะปลอดภัยแล้ว เปาโลก็ถูกงูพิษกัดอีก
จนชาวเกาะมองว่า เปาโลต้องเป็นคนชั่วมากแน่ๆจึงโชคร้ายขนาดนี้
แต่ปรากฏว่าเปาโลไม่เป็นอะไรเลย
จึงกลายเป็นว่า การถูกงูกัดคราวนี้ กลับทำให้ชาวเกาะนับถือเปาโลอย่างมาก

1.@ เหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นกับเรา หลายครั้งเกินความเข้าใจของเรา แต่หากเรายังคงไว้วางใจในพระเจ้า
เราจะพบว่า แท้จริงแล้ว พระเจ้าผ้ทรงรักเรา ทรงใช้เหตุการณ์ร้ายนั้นให้กลับกลายเป็นพรสำหรับเรา

2.# เปาโลได้อธิษฐานวางมือรักษาโรคให้แก่ พ่อของ​ปู​บลิ​อัส หัว​หน้า​ของ​เกาะ​ จึงทำให้ทั้งเปาโลและคนที่มาพร้อมกับเปาโลได้รับความนับถืออย่างมากตลอดเวลาที่อยู่บนเกาะ และยังได้รับสิ่งของจำเป็นเมื่อออกจากเกาะอีกด้วย

2.@ พระเจ้าทรงจัดเตรียมสถานการณ์เอาไว้อย่างลงมือเสมอ สำหรับผู้ที่ดำเนินในการเชื่อฟังพระเจ้า
ทั้งตัวเขาเองและคนรอบข้างจะได้รับพระพร ผ่านทางชีวิตของเขาด้วย

วันนี้ จงเผชิญกับสถานการณ์ที่ประสบ ด้วยการเชื่อฟังพระเจ้า แล้ว ทั้งตัวเราเองและคนรอบข้างจะได้รับพระพรร่วมกัน

3.# ที่กรุงโรม เปาโลได้เข้าพักในบ้านหลังหนึ่ง ที่จ่ายเงินเช่าเอง(ข้อ 30) และมีทหารคอยเฝ้าเปาโล 1 คน แม้เปาโลไม่สามารถไปไหนมาไหนได้ แต่ก็ได้รับอนุญาตให้คนมาเยี่ยมมากเท่าใดก็ได้
ดังนั้น ตลอด 2 ปี ที่เปาโลอยู่ที่นั่น เขาจึงสามารถประกาศข่าวประเสริฐทั้งต่อพวกยิวและคนต่างชาติได้อย่างเต็ม แถมยังมีทหาร 1 คน คอยเฝ้าไว้ ยิ่งทำให้พวกยิวไม่สามารถทำอันตรายใดๆต่อเขาได้ขณะที่เขาอยู่ที่นั่น

หมายเหตุ : ตามประวัติศาสตร์ 2 ปี หลังจากนั้น เปาโลถูกปล่อยตัว และประกาศข่าวประเสริฐตามที่ต่างๆ ต่อไปอีกราว10 ปี แล้วจึงถูกจับขังคุกอีกครั้งในคุกใต้ดินที่กรุงโรม และถูกจักรพรรดิเนโร สั่งประหารชีวิตในที่สุด

3.@ เปาโลถูกจับมาที่กรุงโรมในครั้งนี้ ดูเหมือนเป็นสิ่งไม่ดี แต่กลับนำสิ่งดีมากมายมาสู่เขาและคนทั้งหลายในกรุงโรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องคริสเตียนที่นั่น

สิ่งที่ดูเหมือนไม่ดีที่กำลังเกิดขึ้นกับเรา ตราบใดก็ตามที่เราดำเนินในทางแห่งการเชื่อฟังพระเจ้า ในที่สุดแล้วสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งดีที่เป็นพระพรมากมาย

หมายเหตุ : ในที่สุดหลังจากเปาโลได้ประกาศข่าวประเสริฐจนสุดกำลังที่เขามีแล้ว เขาก็ได้พลีชีพเพื่อข่าวประเสริฐ อันเป็นการปิดฉากชีวิตการรับใช้ของเขาอย่างสวยงาม เป็นการยืนยันว่าข่าวประเสริฐที่เขาประกาศนั้นเป็นจริงและเขายึดไว้มั่นจนวันตาย
สำหรับมุมมองแห่งโลกนี้ เปาโลตายอย่างผู้พ่ายแพ้ ที่ถูกจับประหารชีวิต
แต่ในมุมมองฝ่ายวิญญาณแล้ว เปาโลตายอย่างยิ่งใหญ่ เขาได้พลีชีพเพื่อข่าวประเสริฐที่เขาเชื่อนั้น

คำคม

“ ผู้รับใช้ผู้สัตย์ซื่อ จะรับใช้ทุกที่ ทุกเวลา
ตราบเท่าที่เขายังมีลมหายใจ”

ขุมทรัพย์ กิจการ 27

ภาพรวม

  • ในบทนี้กล่างถึง เปาโลถูกควบคุมตัวในฐานะนักโทษ ไป​ยังกรุง​โรมโดย​สารทาง​เรือ​ แล้วเรือก็ประสบพายุจนเรือแตก แต่พระเจ้าทรงช่วยให้ทุกคนรอดปลอดภัย

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เปาโลจับคุมตัวไปโรมในฐานะนักโทษ ระหว่างการเดินทางเมื่อมาถึงที่​เมือง​ไซ​ดอน ​เปา​โลได้รับเมตตาจากนายร้อยที่คุมนักโทษ ยอม​ให้​เปา​โล​ไป​หา​บรรดา​มิตร​สหายที่เมืองนั้น​เพื่อ​รับ​การ​ดู​แล

1.@ เมื่อเราเชื่อฟังพระเจ้า จนต้องเผชิญกับปัญหาในชีวิต ท่ามกลางปัญหานั้นเราจะเห็นการอวยพรจากพระเจ้า

2.# เมื่อเรือเจอพายุมาหลายวัน คนในเรือกำลังสิ้นหวัง เปาโล​ยืน​อยู่​ท่าม​กลาง​เขา แล้วกล่าว​ว่า “…ท่าม​กลาง​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​ไม่​มี​ใคร​เสีย​ชีวิต จะ​เสีย​ก็​แต่​เรือ​เท่า​นั้น”

แต่หลายวันต่อมา เมื่อพวกกะลาสีกำลังจะหนีลงเรือเล็ก เปาโลกลับบอกนายร้อยและพวก​ทหาร​ว่า “ถ้า​คน​พวก​นี้​ไม่​อยู่​ใน​เรือ พวก​ท่าน​จะ​ไม่​มี​ทาง​รอด”

ดูเหมือน 2 ประโยคนี้ จะขัดแย้งกัน

2.@ เรื่องนี้ทำให้เห็นว่า เมื่อพระเจ้าเปิดเผยแผนการของพระเจ้าให้แก่เราแล้ว ขณะเดียวกันเราต้องลงกระทำตามที่พระเจ้าบอกด้วยเพื่อให้เรื่องที่พระเจ้าสำแดงแก่เรานั้นเกิดขึ้นเป็นจริง

3.# เมื่อเปาโลบอกคนในเรือว่า ทุกคนจะรอดตาย
ปรากฏว่า วันรุ่งขึ้นก็ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น
แต่หลังจากผ่านไปหลายวัน จึงค่อยมองเห็นฝั่ง
และในที่สุดทุกคนก็รอดตายจริงๆ

3.@ เมื่อพระเจ้าทรงสัญญา พระองค์จะทรงรักษาสัญญาในเวลาของพระองค์
เราจำเป็นต้องรอคอยพระองค์อย่างวางใจ
เวลาของพระเจ้านั้นดีที่สุด

4.# เมื่อเรือกำลังจะแตก พวกทหารจะฆ่านักโทษทั้งหมด เพราะตาม​กฎหมาย​โรมัน​ทหาร​จะ​ต้อง​รับผิด​ชอบ​หน้าที่​ด้วย​ชีวิต​ของ​ตน หาก​มี​นักโทษ​หนีไปได้ ​ทหาร​ที่​ดูแล​ต้อง​รับ​โทษ​แทน​ผู้​ที่​หนี​ไป​ ซึ่งอาจ​ถึง​ขั้น​ถูก​ประหาร​ชีวิตได้

แต่เพราะนายร้อยต้องการช่วยเปาโลผู้เป็นนักโทษคนหนึ่งด้วย นายร้อยจึงห้ามไม่ให้ทหารฆ่านักโทษ

4.@ การอวยพรของพระเจ้าเหนือชีวิตของเปาโล นำพระพรมาสู่คนรอบข้างของเขาด้วย

หากเราสัตย์ซื่อ เชื่อฟัง ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า พระพรที่จะมาถึง ไม่เพียงมาสู่ตัวเราเท่านั้น คนรอบข้างของเราก็จะได้รับพระพรด้วยเช่นกัน

คำคม

“หากพระเจ้าสัญญาว่า ‘เราจะรอด’ เราจะไม่ตาย”

ขุมทรัพย์ กิจการ 26

ภาพรวม

  • บทนี้พูดถึงการเป็นพยานของเปาโลต่อกษัตริย์อากริปปา ซึ่งเปาโลไม่ได้มุ่งเน้นเล่าเรื่องการอัศจรรย์ แต่เล่าข่าวประเสริฐเท่านั้น

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ในหนังสือ Antiquities of the Jews ของ โจเซฟัส นักประวัติศาสตร์ชาวยิว ในศตวรรษที่ 1 ได้กล่าวถึง กษัตริย์ เฮโรด ​อากริป​ปา​ที่ ​2 ไว้ว่า
“พระองค์ทรงเป็นประธานของพระวิหารในกรุงเยรูซาเล็ม ดูแลทรัพย์สมบัติต่างๆของพระวิหาร และมีหน้าที่แต่งตั้งมหาปุโรหิต”
ดังนั้นเมื่อเปาโล กล่าวถึงตนเองว่า เป็นยิวเคร่ง​ที่​สุด​ คือ​เป็น​พวก​ฟา​ริ​สี แต่ต่อมาได้เปลี่ยนมาประกาศพระเยซู จึงทำให้กษัตริย์อากริปปา สนพระทัยในคำพูดของเปาโลอย่างมาก

1.@ ภูมิหลังสำหรับชีวิตของเรา พระเจ้าทรงสามารถใช้ให้เป็นพระพรแก่ตัวเราในการรับใช้พระเจ้า และเป็นพระพรแก่ผู้อื่นได้

2.# พระเยซูทรงตรัสกับเปาโลว่า “การ​ที่​เจ้า​ถีบ​ประ​ตัก​ก็​เจ็บ​ตัว​เจ้า​เอง”
หมายถึง การที่เขาพยายามข่มเหงพระเยซู กลับทำให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บ

2.@ พระเจ้าทรงรักเรา หวังดีกับเรา
การที่เราพยายามต่อต้าน ดื้อดีง ไม่เชื่อฟังพระเจ้า ไม่เป็นผลดีต่อเราเลย เพราะสิ่งที่พระเจ้าสั่งให้เราทำนั้นล้วนแต่เพื่อประโยชน์แก่เราผู้ที่พระองค์ทรงรัก

3.# คำพยานของเปาโลต่อกษัตริย์อากริปปา น่าสนใจมาก เขาพูดเน้นอยู่เรื่องเดียวคือข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ เขาไม่ได้พูดถึงการอัศจรรย์ต่างๆที่เขาได้ทำในเมืองต่างๆเลย เช่น การทำให้เอลีมาสผู้ขัดขวางข่าวประเสริฐตาบอดไปที่เกาะไซปรัส , รักษาคนง่อยตั้งแต่เกิดที่​เมือง​ลิส​ตรา , การขับผีหมอดูและการอธิษฐานจนรากคุกสั่นสะเทือนที่เมืองฟิลิปปี และการอัศจรรย์อื่นๆอีกมากมาย
ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเปาโลรู้ดีว่านี่อาจจะเป็นโอกาสเดียวที่จะได้ประกาศกับกษัตริย์อากริปปา เขาจึงเลือกพูดเรื่องที่สำคัญที่สุดกว่าการอัศจรรย์ใดๆ นั่นคือ ข่าวประเสริฐ เพราะข่าวประเสริฐเป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้า

3.@ ในการประกาศข่าวประเสริฐ สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การอัศจรรย์ แต่เป็น เรื่องของข่าวประเสริฐ ที่โดยการตายของพระเยซูคริสต์สามารถช่วยคนที่วางใจในพระองค์พ้นนรก เข้าสู่สวรรค์ได้

การอัศจรรย์เป็นสิ่งที่ดี แต่อย่าเน้นการอัศจรรย์จนละเลยสิ่งที่สำคัญที่สุด คือข่าวประเสริฐ

4.# เมื่อมีโอกาสเชิญชวนกษัตริย์อากริปปาให้เชื่อ เปาโลไม่รอช้ารีบฉวยโอกาสนั้นไว้ทันที
และดูเหมือนว่า หลังจากนั้นตลอดชีวิตเปาโลคงไม่มีโอกาสเชิญชวนกษัตริย์ผู้นี้รับเชื่ออีกเลย
เราไม่รู้ว่า ในเวลาต่อมากษัตริย์อากริปปา ได้ตอ้นรับเชื่อพระเยซูหรือไม่
แต่เรารู้ได้อย่างชัดเจนว่า เปาโลได้ทำอย่างดีที่สุดแล้วที่จะนำให้พระองค์ได้รับความรอดในพระเยซูคริสต์

4.@ คนที่พระเจ้าทรงนำพาให้เราได้พบเจอในวันนี้ ไม่รู้ว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตที่เราจะได้พบกับเขาหรือไม่
จงฉวยโอกาส เท่าที่ยังมีอยู่ในวันนี้ นำความรอดไปถึงชีวิตของพวกเขา พยายามอย่างเต็มที่ที่จะฉุดพวกเขาออกจากการพิพากษา เข้าสู่แผ่นดินของพระเจ้า

แม้ถ้าไม่มีโอกาสพูดกับเขา แต่ไม่เสียหายเลยที่เราจะแจกใบปลิวเขาเพียงสักใบ

คำคม

พระเจ้าประสงค์ให้คนทั้งหลาย
หัน​จาก​ความ​มืด​มา​หา​ความ​สว่าง
จาก​อำ​นาจ​ของ​ซา​ตาน​มา​หา​พระ​เจ้า
เพื่อ​ให้​พวก​เขา​ได้​รับ​การ​อภัย​บาป

ขุมทรัพย์ กิจการ 25

ภาพรวม

  • ในบทนี้กล่าวถึงการที่เปาโลถวายกีฏาต่อซีซาร์ จนเป็นเหตุให้เขาได้มีโอกาสเป็นพยานชีวิตต่อหน้ากษัตริย์อากริปปาและเหล่าคนสำคัญในเมืองซีซารียา

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เมื่อเฟสทัสมาเป็นผู้ราชการเมืองซีซารียา พวกยิวมาฟ้องเปาโล จึงเป็นเหตุให้เปาโล ผู้ถูกทิ้งไว้ในคุกไม่มีใครสนใจ ได้รับความสนใจจากผู้ว่าราชการเมือง อีกครั้ง
แล้วเป็นประตูเปิดให้โอกาสแก่เปาโล ดำเนินการแผนการที่จะได้เดินทางไปโรม อย่างที่เขาปรารถนา และอย่างที่พระเจ้าได้บอกเขาไว้ (กจ. 23:11)

1.@ การเครียดแค้นชิงชัง และการวางแผนชั่วร้ายของพวกยิว ที่มีต่อเปาโล กลับกลายเป็นเหตุให้แผนการแห่งน้ำพระทัยของพระเจ้า สำเร็จในชีวิตของเปาโล

พูดอีกอย่างว่า “ต้องขอบใจพวกยิว ที่ทำให้เปาโลได้เดินทางไปกรุงโรม ตามแผนการของพระเจ้า”

วันนี้ ไม่ว่าคนอื่นจะมีแผนชั่วจะคิดร้ายต่อเราอย่างไร พระเจ้าทรงฤทธิ์สามารถทำให้สิ่งเหล่านั้นทำให้น้ำพระทัยของพระเจ้าในชีวิตของเราสำเร็จได้

2.# ช่วงเวลาที่เปาโลติดคุกอยู่ที่ซีซารียานั้น กลับเป็นช่วงเวลาที่เขาได้ทีโอกาสประกาศกับกษัตริย์​เฮโรด ​อากริป​ปา​ที่ ​2 ที่แวะมาเยี่ยมเฟสทัสผุ้ว่าราชการเมืองซีซารียา พอดี

ช่วงเวลาที่เปาโลตกต่ำที่สุดในสายตาของโลกนี้ คือติดคุก กลับเป็นช่วงที่พระเจ้าทรงใช้เขาอย่างมากกว่าครั้งใดๆที่ผ่านมา
ตลอดการรับใช้ของเขาที่ผ่านมา เขาประกาศกับคนมากมาย หลากหลายอาชีพ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้ประกาศข่าวประเสริฐให้แก่กษัตริย์องค์หนึ่ง และกับ​​คน​สำคัญๆ ทั้ง​หลาย​อีกมากมาย ในคราเดียว

2.@ ช่วงเวลาที่เรารู้สึกว่ากำลังตกต่ำที่สุดนั้น เป็นไปได้ว่า พระเจ้าทรงสามารถใช้เราอย่างมาก อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยในชีวิตก็เป็นได้
จงทูลถามพระเจ้าว่า ในสภาวะการเช่นนี้ พระองค์ประสงค์ให้ข้าพระองค์กระทำสิ่งใดเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์

คำคม

“ พระเจ้าทรงสามารถใช้เราเป็นพระพรได้ แม้ในยามที่เราตกต่ำที่สุด”

ขุมทรัพย์ กิจการ 24

ภาพรวม

  • บทนี้กล่าวถึงการกล่าวหาเปาโลโดยพวกผู้ใหญ่ของยิว และการแก้ข้อกล่าวหาของเปาโลต่อหน้าฟีลิกซ์ ผู้ว่าราชการเมืองซีซารียา

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เปาโลถูกเทอร์ทูลัสและพวกผู้ใหญ่ของยิว ใส่ร้ายป้ายสี เพื่อต้องการให้เปาโลถูกลงโทษ

1.@ ในการรับใช้พระเจ้าอย่างสัตย์ซื่อ การที่คนที่จะไม่ชอบ หรือแม้กระทั่งใส่ร้ายป้ายสีเรา เป็นเรื่องธรรมดา ไม่น่าประหลาดใจ
แต่จงภาคภูมิใจที่ถูกใส่ร้ายเหตุเพราะความสัตย์ซื่อของเราที่มีต่อพระเจ้า

2.# ถ้าเราสังเกตคำแก้คดีของเปาโล ต่อหน้าฟิลิกซ์ ให้ดีๆ จะพบว่า เขาพยายามแก้คดี ไม่ใช่เพื่อให้หลุดพ้นการลงโทษ เพราะเขาไม่ได้อ้างสิทธิพิเศษใดๆของการเป็นคนสัญชาติโรมเลย
แต่การแก้คดีของเขานั้น กลับเต็มไปด้วยการประกาศข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูคริสต์
เพราะสำหรับเขาการหลุดพ้นคดี ไม่สำคัญเท่ากับการได้ประกาศข่าวประเสริฐเรื่องความรอดให้คนที่ไม่น่าจะมีโอกาสได้ยิน(อย่างเช่นฟีนิกซ์และพวกของเขา) ให้ได้ยิน

2.@ สำหรับผู้รับใช้ที่แท้จริง การที่เราได้รับอะไรหรือสูญเสียอะไร ในเหตุการณ์นี้ ไม่สำคัญเท่ากับว่า พระเจ้าจะได้รับเกียรติอย่างไรในเหตุการณ์นี้

3.# ฟีลิกซ์มีโอกาสสนทนากับเปาโลถึง 2 ปี คงจะได้ยินข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูคริสต์นับครั้งไม่ถ้วน น่าเสียดายที่เขาเป็นเพียงแต่ผู้ได้ยินเท่านั้น แต่ไม่ได้เปิดใจต้อนรับเชื่อข่าวแสนประเสริฐนั้น เขาจึงไม่มีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า

ถ้าในเวลาต่อมาเขายังไม่ต้อนรับเชื่อพระเยซูคริสต์ (ไม่มีข้อมูลทางประวัติศาสตร์ในเรื่องนี้)
เขาจะเป็น ผู้ที่เกือบจะเข้าสวรรค์ได้แล้ว แต่กลับต้องไปนรก

3.@ การได้ยินพระคำของพระเจ้า กับ การได้ยินแล้วเชื่อและกระทำตามพระคำของพระเจ้า ผลรับที่ออกมาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดัง สวรรค์กับนรก

วันนี้เมื่อเราได้ยินพระคำของพระเจ้า อย่าพอใจเพียงแค่ได้ยิน แต่จงเป็นผู้เชื่อและประพฤติตามพระคำนั้นด้วย

คำคม

“ ผู้ที่มีหัวใจรับใช้พระเจ้า ไม่ว่าจะตกอยู้ในสภาวะแบบไหน
เขาก็ยังรับใช้พระเจ้าอยู่ดี ”

ขุมทรัพย์ กิจการ 23

ภาพรวม

  • ในบทนี้กล่าวถึงการแก้คดีของเปาโลต่อหน้าสภาแซนฮีดริน และการพยายามฆ่าเปาโล จนเป็นเหตุให้ นายพันต้องส่งเปาโลไปยังเมืองซีซารียา

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เมื่อเปาโลกำลังเริ่มพูดเพื่อแก้คดี ก็ถูกมหาปุโรหิตสั่งให้คนตบหน้าเปาโลแล้ว ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ยุติธรรม และผิดกฏหมายของยิว
ดังที่นิโคเดมัส ได้อ้างถึงกฏหมายของยิว ใน ยน. 7:51 ว่า “กฎ​หมาย​ของ​เรา​เคย​พิ​พาก​ษา​คน​โดย​ที่​ยัง​ไม่​ได้​ฟัง​เขา​หรือ​รู้​ว่า​เขา​ทำ​อะไร​ก่อน​หรือ?”
เพราะเหตุข่าวประเสริฐ เปาโลได้ทนทุกข์ร่วมกับพระคริสต์ ด้วยการรับการพิจารณาคดีแบบไม่เป็นธรรม

1.@ เมื่อเราได้รับความอยุติธรรม เพราะเหตุเราเชื่อฟังพระเจ้า นั่นเป็นการทนทุกข์ร่วมกับพระคริสต์ จงถือว่า นั่นเป็นเกียรติ ศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจของเรา

2.# พระเจ้า​ทรง​มา​ยืน​อยู่​ข้าง​เปา​โล​ตรัส​ว่า “เจ้า​จง​มี​ใจ​กล้า เพราะ​ว่า​เจ้า​เป็น​พยาน​ให้​เรา​ใน​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม​อย่าง​ไร เจ้า​จะ​ต้อง​เป็น​พยาน​ใน​กรุง​โรม​อย่าง​นั้น”

การที่เปาโลถูกจับ ถูกทำร้าย ถูกพิจารณาคดีอย่างไม่เป็นธรรม เพราะเขาเชื่อฟังพระเจ้า
เป็นเหตุให้ เปาโลได้พบกับพระเจ้าในมิติใหม่ และพระองค์ก็เปิดเผยแก่เขาว่า สิ่งร้ายที่กำลังเกิดขึ้นกับเขา จะนำให้ชีวิตของเขาเป็นพระพรมากยิ่งขึ้นอีก ไกลไปจนถึงกรุงโรม

2.@ ความทุกข์ยากลำบาก ที่เกิดขึ้นกับเรา เพราะเหตุเราเชื่อฟังพระเจ้า
พระเจ้าจะทรงใช้มันทำให้เรามีประสบการณ์กับพระเจ้ามากขึ้น และทำให้ชีวิตของเราเป็นพระพรมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

3.# พวกยิว 40 กว่าคน เตรียมปองร้ายเปาโล อย่างเอาเป็นเอาตาย โดยสาบานว่าจะฆ่าเปาโลให้ได้ ซึ่งแผนการชั่วร้ายของเขานี้ กลับเป็นตัวส่งเสริมให้ เปาโลได้ออกจากกรุงเยรูซาเล็ม แล้วเดินไปกรุงโรม ในช่วงเวลาต่อมา

3.@ แผนการชั่วร้ายของคนชั่ว จะถูกใช้ให้กลายเป็นพระพรสำหรับเรา เมื่อเราเดินในทางแห่งการเชื่อฟังและยำเกรงพระเจ้า

4.# หลานชายของเปาโล เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่บังเอิญไปอยู่ในที่ที่เหมาะสม ในเวลาที่เหมาะสมพอดี จึงทราบแผนการลอบสังหารเปาโล ของพวกยิว
จนเขากลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เปาโลรอดตาย และเตรียมตัวไปสู่การเดินทางไปกรุงโรมต่อไป

4.@ พระเจ้ามีคนของพระเจ้า ที่อยู่ในที่ที่เหมาะสม ในเวลาที่เหมาะสม เตรียมเอาไว้แล้ว เพื่อจะช่วยลูกของพระองค์ ผู้ดำเนินในความไว้วางใจในพระองค์

สังเกตจากเรื่องนี้ เปาโลไม่จำเป็นต้องส่งสายสืบไปสืบหรือทำสิ่งใดๆ พระเจ้าผู้ที่เขาไว้วางใจเป็นผู้จัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นสำหรับเขาไว้เอง

5.# นาย​พันคลาว​ดิ​อัส​ลี​เซียส​ ใช้ ​นาย​ร้อย​ 2 ​คน​ พล​ทหาร​ 200 คน ทหาร​ม้า​ 70 คน และ​ทหาร​หอก 200 คน ให้คุ้มกันเปาโลไป​ยัง​เมือง​ซี​ซา​รี​ยา
เหตุที่เขาต้องลงทุนมากขนาดนี้ เพื่อนักโทษแค่คนเดียว ก็เพราะว่าเปาโลคนนี้เป็นคนสัญชาติโรม ที่เขาดันไปสั่งเฆี่ยนก่อนที่จะพิจารณาความ ก่อนหน้านี้ ดังนั้นถ้าเปาโลมาตายในมือของเขา เขาคงต้องตกที่นั่งลำบากเป็นแน่

5.@ สิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้นกับเราในอดีตที่ผ่านมา พระเจ้าสามารถทรงใช้มันให้กลายเป็นพระพรแก่เราในปัจจุบันได้

อย่ามัวแต่โศกเศร้าเสียใจ ในความปวดร้าวที่เกิดขึ้นกับเราในอดีตที่ผ่านมา
แต่จงสังเกตดูให้ดีก็จะเข้าใจได้ว่า ใช่แล้ว พระเจ้าเริ่มทรงใช้มันให้กลายเป็นพระพรแก่เราแล้ว ในวันนี้

คำคม

จง​มี​ใจ​กล้า เพราะพระเจ้าจะเปลี่ยนร้าย ให้กลายเป็นดี

ขุมทรัพย์ กิจการ 22

ภาพรวม

  • ในบทนี้พูดถึงการที่เปาโลประกาศเรื่องของพระเยซูคริสต์แก่พวกยิวที่พยายามจะฆ่าเขา และพูดถึงการที่เปาโลถูกเฆี่ยนจากทหารโรม อันเป็นสะพานในการนำไปสู่การแก้คดีของเปาโลในบทที่จะตามมาต่อๆมา

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เปาโลประกาศเป็นพยานแก่พวกยิวที่พยายามฆ่าเขา ไม่ใช่เพื่อพวกเขาจะเลิกคิดฆ่าเปาโล แต่เพราะรักพวกเขา อยากให้พวกเขาได้รับความรอดทางพระเยซูคริสต์
สังเกตได้จากเนื้อหาที่เปาโลพูด
ถ้าเขาพูดเพียงว่า ตนเองเป็นยิว เป็นศิษย์กามาลิเอล เคยได้รับการยอมรับจากมหาปุโรหิตให้จับพวกคริสเตียน เล่าแค่ครึ่งเดียวก็พอ พวกยิวคงไม่คิดฆ่าเขาแน่
แต่เพราะเปาโลรักพวกเขา จนมองข้ามความเกลียดชังของพวกเขาและอันตรายที่กำลังเกิดกับตนเอง เปาโลจึงกล่าวต่อไปเพื่อเป็นพยานเรื่องข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ จนพวกยิวโมโหและพยายามจะฆ่าเปาโลอีกครั้ง

1.@ แรงบันดาลใจในการประกาศข่าวประเสริฐ ที่ สำคัญที่สุด คือ ความรัก
เพราะรักพระเยซู จึงอยากช่วยคนที่พระองค์ทรงรักให้ได้รับความรอด
เพราะรักผู้คน จึงอยากบอกเรื่องของพระเยซู ให้แก่พวกเขา

วันนี้ ความรักของเราที่มีต่อพระเยซูและที่มีต่อผู้คน มีมากพอที่จะผลักดันเรา ให้ก้าวข้ามความกลัว ความอาย แล้วลงมือบอกเรื่องความรอดในพระเยซูให้แก่คนทั้งหลายที่เราพบเจอแล้วหรือยัง?

2.# หลังจากนายพันสั่งให้นำเปาโลเข้ามาในกรมทหาร เพื่อช่วยเปาโลจากการถูกรุมประชาทัณฑ์โดยพวกยิวแล้ว
เนื่องจาก นายพันคงไม่เข้าใจภาษาที่เปาโลพูดกับพวกยิว จึงสั่งให้สอบสวนเปาโลโดยการเฆี่ยน เพื่อจะได้รู้ว่า พวก​ยิวร้อง​ปรัก​ปรำ​เปาโลเรื่องอะไร

การเฆี่ยนของ​พวก​โรมัน​ จะ​ใช้​แส้​ที่​ทำ​ขึ้นจากสาย​หนัง​หลายๆ​เส้น​ ที่​ปลาย​หนัง​แต่​ละ​เส้น​จะ​ติด​เศษ​กระดูก​​เอาไว้ ​เมื่อแส้ปะทะผิวของนักโทษเศษกระดูกจะแทงเข้าไปในเนื้อนักโทษ แล้วเมื่อแส้ถูกตวัดกลับเนื้อของนักโทษก็จะหลุดติดออกมา

เปาโล ไม่ยอมพูดว่า ตนเป็นคนสัญชาติโรมก่อนถูกเฆี่ยน ซึ่งถ้าบอกคงไม่ต้องพบกับความเจ็บปวดทรมานถึงขนาดนั้น

กฎ​มาย​โรมันมี​ให้​สิทธิ​พิเศษ​แก่​ผู้​ที่​ถือ​สัญชาติ​โรมัน ไว้ว่า ​ห้าม​การ​ลงโทษ​อย่าง​ทารุณ ​เช่น ​การ​ตรึง​กางเขน​หรือ​การเฆี่ยนอย่าง​รุนแรง ​และก่อนการ​ตัดสิน​ลงโทษ​จะต้อง​มี​การ​สอบ​สวน​เสียก่อนเสมอ

เหตุที่เปาโลยอมให้พวกทหารเฆี่ยนเขานั้น น่าจะเพราะว่า การถูกเฆี่ยนเพราะเหตุข่าวประเสริฐ ช่างเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของเปาโล ดังนั้นเรื่องอะไรจะยอมพลาดโอกาสแห่งเกียรติและศักดิ์ศรีอันนี้ไปเสียเล่า

2.@ การทนทุกข์ยากลำบาก หรือ ถูกใส่ร้าย หรือ ถูกเอาเปรียบ เพราะเหตุเชื่อฟังพระเจ้าเป็นเกียรติที่ยิ่งใหญ่
จงภาคภูมิใจ เมื่อต้องเผชิญกับมัน

3.# เปาโล บอกนายพันว่า เปาโล​เป็น​คน​สัญ​ชาติ​โรมัน​โดย​กำ​เนิด
เปาโลเป็นคนยิว นั่นคือ พ่อและแม่ของเปาโลเป็นยิว แต่พ่อของเปาโลน่าจะเป็นยิวที่ได้สัญชาติโรม เขาจึงเป็นคนสัญชาติโรมโดยกำเนิด
พ่อของเปาโลคงจะเคยทำคุณงามความดีอะไรบางอย่างแก่โรม จึงได้รับมอบสัญชาติโรมให้
เปาโลเคยบอกว่า ตนเป็นสัญชาติโรม ก่อนหน้านี้ครั้งหนึ่งที่ เมืองฟิลิปปี ใน กจ. 16:37-39
เพราะเปาโลเป็นคนสัญชาติโรมนี่เอง ทำให้เปาโลถูกปฏิบัติแตกต่างจากนักโทษคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการแก้คดีที่กำลังจะเกิดขึ้นในบทต่อๆมา

3.@ พระเจ้าทรงมีแผนการสำหรับชีวิตของเรา และพระองค์ทรงจัดเตรียมไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว
ด้วยเหตุนี้ เราจึงเกิดมาเป็นลูกของพ่อและแม่ของเรา เพราะพระเจ้ามีวัตถุประสงค์พิเศษบางอย่าง
ดังนั้น ไม่ว่าเราเกิดมาในสภาพครอบครัวแบบใด ในสถานะแบบใด จงรู้เถิดว่า พระเจ้าทรงมีแผนการพิเศษที่ดีเลิศสำหรับเรา ที่เราได้เกิดมาในลักษณะเช่นนั้น

คำคม

“การทนทุกข์เพื่อพระคริสต์ เป็นเกียรติและศักดิ์ศรี
ซึ่งเราจะสามารถสะสมได้เฉพาะช่วงเวลาที่เรายังอยู่ในโลกนี้เท่านั้น”

ขุมทรัพย์ กิจการ 21

ภาพรวม

  • ในบทนี้พูดถึงการเดินทางของเปาโลไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และที่นั่นเขาได้ถูกพวกยิวรุมทำร้ายแต่นายพันทหารโรมได้พาทหารมาช่วยชีวิตเขาไว้

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ระหว่างเดินทางไปกรุงเยรูซาเล็ม เปาโลได้รับการแจ้งเตือนผ่านพี่น้องที่ได้รับการสำแดงจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ว่า เปาโลจะถูกจับกุมที่นั่น
เปาโลก็เชื่อว่าเป็นความจริง ถึงกระนั้นเขาก็ยังเต็มใจไปยังกรุงเยรูซาเล็ม ตามการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์

1.@ ในการเชื่อฟังพระเจ้า ไม่จำเป็นว่าจะได้รับผลลัพท์ออกมาดีหรือถูกใจเราเสมอไป บ่อยครั้งได้ผลลัพท์ตรงกันข้ามด้วยซ้ำไป
แต่ในที่สุดแล้ว การเชื่อฟังนั้น จะนำผลดีใหญ่ยิ่งและพระพรยิ่งใหญ่มาสู่ชีวิตของเราและผู้คนมากมาย

2.# ที่เยรูซาเล็ม ยากอบให้คำแนะนำให้เปาโลทำบางอย่างเพื่อจะไม่ได้ต้องถูกพวกยิวจับ แต่ปรากฏว่าเพราะการที่เปาโลทำตามยากอบ กลับเป็นบันไดนำไปสู่การถูกพวกยิวจับ

2.@ วิธีการของมนุษย์เพื่อจะแก้ปัญหา หลายครั้งไม่ได้แก้ปัญหาแค่กลับนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่า

แต่การแก้ปัญหาโดยวิธีของพระเจ้า จะทำให้เราพบทางออกที่แท้จริงของปัญหานั้นๆ

3.# เปาโลถูกพวกยิวรุมประชาทัณฑ์ ถูกรุมทุบตีใกล้พระวิหาร จนกระทั่งนายพันกับพวกทหารมาห้ามปรามแล้วพยายามนำตัวเปาโลเข้าไปในกรมทหารเพื่อให้ปลอดภัย
เปาโลพูดกับนายพัน ขณะที่เลือดอาบ(น่าจะหัวแตกด้วย) ว่า อย่าเพิ่งเอาเขาเข้าไปในกรมทหาร แต่ขอให้เขาพูดกับประชาชนก่อน

3.@ ทั้งที่กำลังตกอยู่ในอันตราย เสี่ยงต่อชีวิตเปาโลกลับไม่สนใจ ทั้งที่พวกยิวเหล่านั้นเพิ่งรุมทำร้ายเปาโลและกำลังพยายามทำร้ายอีกให้ถึงตาย
แต่เปาโลกลับรักพวกเขาและพยายามประกาศข่าวประเสริฐแห่งความรอดให้แก่พวกเขา

เปาโล มองข้ามความปลอดภัยของตนเอง และความเจ็บช้ำที่ตนเองได้รับ แล้วมุ่งที่จะประกาศข่าวประเสริฐแก่พวกยิว
วันนี้ ขอให้ก้าวข้ามความหวาดกลัว ความอาย หรือความเจ็บช้ำต่างๆที่เรากำลังประสบอยู่ แล้วเริ่มต้นประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์แก่คนทั้งหลายที่พระองค์ทรงนำพวกเขาเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรา

คำคม

“ ผู้เต็มใจตายเพื่อพระเยซู ย่อมเต็มใจเชื่อฟังพระองค์ขณะที่เขามีชีวิตอยู่ ”

ขุมทรัพย์ กิจการ 20

ภาพรวม

  • ในบทนี้พูดถึงการเดินกลับจากการเดินทางไปประกาศข่าวประเสริฐของเปาโล ซึ่งผ่านเมืองต่างๆ และได้สั่งเสียแก่ผู้นำคริสตจักรเอเฟซัส ณ เมือง​มิ​เล​ทัส

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# หลังจากที่เปาโล แวะเยี่ยมเยียนคริสตจักรในในเมืองต่างๆของแคว้นมาซิโดเนีย แล้ว ก็มาประกาศที่ประเทศกรีก(เมืองหลวงคือกรุงเอเธนส์) จากนั้นเปาโลก็ตั้งใจ นั่งเรือแบบยาวๆคือ แวะแค่เมืองเอเฟซัสจุดเดียว แล้วกลับไปยังแคว้นซีเรีย
แต่ปรากฏว่า พวก​ยิว​ได้​วาง​แผน​ทำ​ร้ายเปาโล เปาโลจึงเดินทางย้อนกลับไปทางที่มานั้น คือทางแคว้นมาซิโดเนีย ทำให้เขาได้แวะเยี่ยมคริสตจักรต่างๆอีกครั้งหนึ่ง
การแวะเยี่ยมนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะหลังจากที่กลับไปกรุงเยรูซาเล็มในครั้งนี้ เปาโลจะถูกจับแล้วส่งตัวไปถูกขังคุกที่กรุงโรมเลย

1.@ แผนการชั่วร้ายของคนชั่วร้าย พระเจ้าทรงสามารถใช้เป็นเครื่องมือทำให้แผนการแห่งพระพรของพระเจ้าสำเร็จได้

วันนี้ หากเรากำลังถูกคนชั่วร้าย วางแผนทำร้ายเรา ให้เราพึ่งพาพระเจ้า และรับฟังสัญญาณจากพระองค์ ผ่านพระคำของพระองค์ แล้วเราจะเห็นว่า ในทีสุดแล้วพระเจ้าจะทรงทำให้แผนการร้ายนั้น กลับกลายเป็นพระพรสำหรับเรา

2.# ที่เมืองโตรอัส เมื่อยุทิกัสเผลอหลับขณะฟังเปาโลเทศนา จึงตกลงมาจากหน้าต่างชั้น3 เสียชีวิต
เปาโลจึงมากอดเขาไว้ แล้วพูดว่า “อย่า​ตกใจ​ไป​เลย เพราะ​ว่า​ชีวิต​ยัง​อยู่​ใน​ตัว​เขา” ต่อมาเขาก็กลับมีชีวิตอีกครั้ง
ดูเหมือนเปาโลไม่ได้อธิษฐาน ให้เขาฟื้นขึ้นมาจากความตาย แต่เปาโลฟังพระวิญญาณบริสุทธิ์ว่า พระองค์จะต้องการให้เขาทำอะไรในเรื่องนี้
เขาจึงบอกให้ทุกคนรู้ว่า ยุทิกัส จะกลับมีชีวิตอีก แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

2.@ เมื่อเหตุการณ์วิกฤตเกิดขึ้น สิ่งที่สำคัญมากที่เราควรทำ ไม่ใช่พยายามแก้ไขปัญหานั้น แต่เป็นการถามพระเจ้าว่า เราควรจะทำอย่างไรในเหตุการณ์นี้
แล้วพระองค์จะทรงสอนเรา ผ่านการตรัสของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในใจของเรา รวมทั้งพระองค์จะทรงทำให้เราระลึกถึงคำสั่งของพระเจ้าในพระคำของพระองค์ขึ้นมาได้
จงเชื่อฟัง ทำตาม แล้วเราจะผ่านพ้นวิกฤตนั้นไปได้อย่างสง่างาม

3.# เปาโลต้อง​การ​รีบ​ไป​ให้​ถึง​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม​ให้​ทัน​วัน​เพ็น​เท​คอสต์ ไม่น่าจะเพื่อไปร่วมพิธีต่างๆของงานเทศกาล แต่น่าจะเพราะว่าจะได้ถือโอกาสประกาศข่าวประเสริฐกับคนเป็นจำนวนมากที่มาร่วมในงานเทศกาลนั้น
ถ้าสังเกตงานรับใช้ของเปาโลจะพบว่า เขาให้ความสำคัญแก่บางอย่างมากกว่าพิธีกรรมของเทศกาลต่างๆ นั่นก็คือ เขาทุ่มเททั้งชีวิตที่มีเพื่อการประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์

3.@ วันนี้ อะไรเป็นแรงบันดาลใจของเรา ในการทุ่มเททำสิ่งต่างๆ?

แรงบันดาลใจที่เรามีนั้น สอดคล้องกับหัวใจของพระเจ้าหรือไม่?

4.# เปาโลได้อธิบายถึงลักษณะของการรับใช้พระเจ้า ว่า ต้อง
– รับใช้ด้วย​ความ​ถ่อม​ใจ​และ​ด้วย​น้ำ​ตา
– ​ทำทุกอย่างที่​เป็น​คุณ​ประ​โยชน์​ต่อ​ลูกแกะ
– ฉวยโอกาสประ​กาศ​​และ​สั่ง​สอนในทุกที่ที่มีโอกาส​ ทั้ง​ใน​ที่​ชุม​นุม​ชน​และ​ตาม​บ้าน​เรือน
– เป็น​พยาน​กับทุกคนที่มีโอกาส ​เรื่อง​การ​กลับ​ใจ​มา​หา​พระ​เจ้า​และ​เรื่อง​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​เยซู​
– รับใช้โดยไม่​ได้​ถือ​ว่า​ชีวิต​ของ​ตนเอง​เป็น​สิ่ง​มี​ค่า​สำ​หรับ​ตัว​เอง ขอ​แต่​เพียง​ให้​​ได้​ทำ​หน้า​ที่​ของ​ตน​และ​ทำ​พันธ​กิจ​ที่​ได้​รับ​จาก​พระ​เยซู​ให้​สำ​เร็จ นั่นก็เพียงพอแล้ว
– รู้ว่าภารกิจที่แท้ของผู้รับใช้ คือ​การ​เป็น​พยาน​ถึง​ข่าว​ประ​เสริฐ​ที่​สำ​แดง​พระ​คุณ​ของ​พระ​เจ้า
– ไม่​​หยุดหรือละเลยใน​การ​กล่าว​เรื่อง​พระ​ดำริ​ทั้ง​สิ้น​ของ​พระเจ้า​ให้​ลูกแกะฟัง
– ​เฝ้า​ระวัง​ทั้ง​ตัว​เอง​และ​ลูก​แกะ​ซึ่ง​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์​ทรง​ตั้ง​ให้​ดูแล
– ​สั่ง​สอน​เตือน​สติ​ลูกแกะทุกคน ด้วยใจรัก ​ด้วย​น้ำ​ตา ไม่หยุด​หย่อน
– ไม่โลภ​เงิน​หรือ​ทอง​ รับใช้โดยไม่คำนึงถึงเงินทอง หรือสิ่งของกำนัลใดๆ
– เป็น​แบบ​อย่าง​ให้​ลูกแกะใน​ทุก​เรื่อง
– ช่วย​พวก​ที่​มี​กำ​ลัง​น้อย ให้มีกำลังขึ้น

4.@ เราควรเรียนรู้ และฝึกฝนตนเอง ที่จะเป็นผู้รับใช้พระเจ้าที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า

5.# การยึดมั่นใน​คำ​แห่ง​พระ​คุณ​ของ​พระ​เจ้า(ข่าวประเสริฐ) ​สามา​รถ​ก่อ​สร้าง​เรา​ขึ้น​ได้​และ​ทำให้เรา​มี​มร​ดก​ด้วย​กัน​กับ​บรร​ดา​ธรรม​มิก​ชน

5.@ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม จงยึดความจริงแห่งข่าวประเสริฐไว้ให้มั่นด้วยความเชื่อตลอดชีวิตของเรา

6.# การ​ให้​เป็น​เหตุ​ให้​มี​ความ​สุข​ยิ่ง​กว่า​การ​รับ

6.@ อยากมีความสุขมากขึ้น ไม่ใช่แสวงหาเพื่อจะได้รับมากขึ้น
แต่จงแสวงหาโอกาสที่จะให้มากขึ้น

คำคม

การ​ให้​เป็น​เหตุ​ให้​มี​ความ​สุข​ยิ่ง​กว่า​การ​รับ

ขุมทรัพย์ กิจการ 19

ภาพรวม

  • ในบทนี้พูดถึงการประกาศข่าวประเสริฐของเปาโลที่เมืองเอเฟซัส ซึ่งเกิดผลอย่างมากมาย มีคนกลับใจเป็นจำนวนมาก จนมีคนก่อจลาจลเพื่อต่อต้านการรับใช้ของเปาโล

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ที่เมืองเอเฟซัส เปาโลพบกับสาวก 12 คน ที่รับบัพติศมาในน้ำแล้วแต่ยังไม่ได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ เมื่อเปาโลวางมืออธิษฐานบนพวกเขา พวกเขาก็รับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์
– กจ.8 เปโตร วางมือ คนเหล่านั้นรับบัพติศมาในน้ำแล้ว พวกเขารับพระวิญญาณบริสุทธิ์
– กจ.10 เปโตร ยังไม่วางมือ และคนเหล่านั้นยังไม่รับบัพติศมาในน้ำ พวกเขารับพระวิญญาณบริสุทธิ์
– กจ.19 เปาโล วางมือ คนเหล่านั้นรับบัพติศมาในน้ำแล้ว พวกเขารับพระวิญญาณบริสุทธิ์
>>> สรุปได้ว่า การรับพระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่ปรากฏในพระคัมภีร์ มีทั้งก่อนและหลังรับบัพติศมาในน้ำ มีทั้งเมื่อวางมือและยังไม่ทันวางมือ

1.@ การทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นอำนาจอธิปไตยของพระองค์เองที่จะเลือกวิธีการ หรือขั้นตอนแบบใด เราไม่อาจกำหนดกฏเกณฑ์ที่ตายตัวได้
แต่ที่รู้แน่ๆคือ พระเยซูสัญญาว่า เราจะได้รับพระราชทานฤทธิ์เดชเมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จลงมาบนเรา

2.# เปาโลกล่าวสั่งสอนพระคำของพระเจ้า ในห้องประชุมของทีรันนัส ในเมืองเอเฟซัสทุกวันติดต่อกัน นานถึง 2 ปี เป็นเหตุให้คริสตจักรที่เอเฟซัสเข้มแข็งอย่างมาก และข่าวประเสริฐก็ได้แพร่กระจายออกไปจากเมืองเอเฟซัส ไปทั่วแคว้นเอเชีย(เอเชียน้อย)

2.@ ยิ่งปลูกฝังพระวจนะของพระเจ้าให้แก่คริสตจักรมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้คริสตจักรเติบโตเข้มแข็งมากขึ้นเท่านั้น

3.# บุตรทั้งเจ็ดของเสวา เลียนแบบคำพูดและท่าทางของเปาโลในการขับผี นอกจากจะขับไม่สำเร็จแล้ว ยังโดนคนที่ผีเข้าเล่นงานจนบาดเจ็บอีกด้วย
เพราะในเรื่องฝ่ายวิญญาณนั้นเป็นเรื่องของภายใน ไม่ใช่รูปแบบภายนอก ดังนั้นการทำตามเพียงรูปแบบภายนอกจึงไม่ได้ผล

3.@ ในการเป็นคริสเตียน เป็นเรื่องฝ่ายวิญญาณ เป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงจากภายใน แล้วส่งผลออกมาเป็นพฤติกรรมภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไป
ดังนั้นคนที่ภายนอกเปลี่ยนแปลงไป คนนั้นอาจจะเป็นคริสเตียนแท้ หรืออาจจะไม่ใช่ก็เป็นไปได้
สิ่งที่ออกมาจากภายในจะยั่งยืน ส่วนการพยายามแสดงภายนอกให้เหมือนแต่ภายในไม่ใช่นั้น ทำได้ไม่นานก็จะหมดแรง

4.# การที่บุตรของเสวาพยายามเลียนแบบเปาโลนั้น น่าจะก่อความเสื่อมเสียให้เกิดขึ้น ปรากฏว่าแทนที่จะเป็นเช่นนั้น กลับทำให้เกิดความ​เกรง​กลัวพระเจ้า และ​พระ​นาม​ของ​พระ​เยซู​ได้​รับ​การ​ยก​ย่อง​สรร​เสริญ

4.@ แม้บางคนจะรับใช้พระเจ้า แบบจอมปลอม แบบไม่ถูกต้อง ถึงกระนั้นก็ดี พระเจ้าทรงฤทธิ์สามารถทำให้สิ่งนั้น ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าได้ในที่สุด

ดังนั้นเมื่อเราพบเจอคนเช่นนั้น ก็อย่าท้อใจ หรือ ตื่นตระหนกไป
ให้เรายังคงสัตย์ซื่อรับใช้พระเจ้าอย่างจริงใจ แล้วพระองค์จะเป็นผู้จัดการเรื่องนั้นเอง

5.# พระวจนะของพระเจ้าเกิดผลมากในเมืองเอเฟซัส เพราะว่าผู้เชื่อเมื่อฟังพระคำของพระเจ้าแล้ว กลับใจใหม่จริงๆ ด้วยการแสดงออกถึงการกลับใจออกมาเป็นการกระทำ โดยเอาตำราเวทย์มนต์มาเผาทิ้งเสีย อย่างไม่นึกเสียดาย แม้จะมีมูลค่ามากถึง ราว 15 ล้านบาท ก็ตาม

5.@ พระคำของพระเจ้าจะเกิดผลในชีวิตของเรา ก็ต่อเมื่อเราไม่เพียงแต่ฟังพระคำของพระเจ้าเท่านั้น แต่ประพฤติตามพระคำนั้นด้วย โดยการกลับใจจากสิ่งที่ไม่ถูกต้องที่เรากำลังทำอยู่นั้น

ฟังพระคำมากแค่ไหน แต่ถ้าไม่ยอมกลับใจ ก็ไร้ผล

6.# การจลาจลที่เมืองเอเฟซัสนั้น กาย​อัส​กับ​อา​ริส​ทาร​คัสเพื่อน​ร่วมเดิน​ทาง​ของ​เปา​โล​ ถูกจับลากเข้าไปท่ามกลางฝูงชน
เปาโลต้องการจะเข้าไปช่วย แม้รู้ว่าต้องเสี่ยงกับการถูกฆ่าตายก็ตาม
แต่พวกสาวกช่วยกันขัดวางเปาโลเอาไว้ ไม่ให้เข้าไป
สุดท้ายแล้ว เหตุการณ์ก็สงบลงเองด้วยดี

6.@ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ไม่จำเป็นที่เราต้องเป็นคนแก้ไข้เองทุกครั้งไป
บางครั้งดูเหมือนพระเจ้าจงใจทำให้เราไม่สามารถเข้าไปแก้่ไขได้
ถ้าเป็นเช่นนั้นไม่ต้องตกใจ เพราะว่าพระองค์มีวิธีการของพระองค์ที่จะแก้ไขเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเรา

คำคม

“ พระคำของพระเจ้าเกิดผลในเรา เมื่อเราเปิดใจ และลงมือแสดงการกลับใจ ”

ขุมทรัพย์ กิจการ 18

ภาพรวม

  • ในบทนี้กล่าวถึงการรับใช้พระเจ้าของเปาโลที่เมืองโครินธ์ซึ่งเปาโลอยู่ที่นั่นสั่งสอนพระวจนะของพระเจ้านานถึง 18 เดือน จึงทำให้คริสตจักรที่นั่นเติบโตเป็นอย่างมาก แล้วระหว่างทางที่เปาโลกลับไปที่เมืองอันทิโอก ได้เป็นเหตุทำให้ อปอลโล ได้พบกับผู้ที่พัฒนาชีวิตฝ่ายวิญญาณของเขา

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เมื่อออกจากกรุงเอเธนส์แล้ว เปาโลก็ไปยังเมืองโครินธ์ ที่นั่นเปาโลพบกับอาควิลลาและปริสสิลลา แล้วพักอยู่กับพวกเขา แล้วทำงานเย็บเต็นท์ไปด้วย ประกาศข่าวประเสริฐไปด้วย
จนกระทั่ง สิลาสและทิโมธีตามมาสมทบพร้อมกับนำเงินการรับใช้มา เปาโลก็เลิกเย็บเต็นท์ แล้วทุ่มเทในการประกาศเพียงอย่างเดียว(ข้อ 5)

1.@ ผู้รับใช้ที่ทำงานรับใช้ไปด้วย ประกอบอาชีพบางอย่างไปด้วยเพื่อให้เลี้ยงชีพแบบพออยู่ได้ สามารถทำได้
แต่เมื่อสังเกตจากชีวิตของเปาโล เขาก็เลิกประกอบอาชีพทันที เมื่อมีเงินสนับสนุนในการรับใช้ แล้วทุ่มเทชีวิตทั้งหมดเพื่อแก่การรับใช้พระเจ้า

ดังนั้น ผู้รับใช้พระเจ้าไม่จำเป็นต้องประกอบอาชีพจนร่ำรวยก่อนแล้วค่อยมาทุ่มทั้งหมดในการรับใช้พระเจ้า แค่เพียงพอสำหรับการรับใช้พระเจ้านั่นก็น่าจะพอแล้ว

2.# พระเจ้า​ตรัส​กับ​เปา​โล​ว่า “อย่า​กลัว​เลย แต่​จง​กล่าว​ต่อ​ไป อย่า​นิ่ง​เสีย เพราะ​ว่า​เรา​อยู่​กับ​เจ้า​และ​จะ​ไม่​มี​ใคร​ต่อ​สู้​ทำ​ร้าย​เจ้า เพราะ​ว่า​มี​คน​จำ​นวน​มาก​ใน​นคร​นี้​ที่​เป็น​ประ​ชา​กร​ของ​เรา”

พระวิญญาณบริสุทธิ์นำเปาโลมาประกาศที่เมืองโครินธ์ แต่เปาโลก็ยังพบการต่อต้านอย่างมากในเมืองนี้
ถึงกระนั้นพระเจ้าก็บอกให้เปาโลประกาศต่อไป อย่าหยุด เพราะมีคนของพระเจ้าที่อยู่ที่นี่ที่จำเป็นต้องได้ยินข่าวประเสริฐ และพระเจ้าจะสถิตกับเปาโล ไม่มีใครที่จะต่อสู้หรือทำร้ายเปาโลได้

2.@ เมื่อพระเจ้าทรงนำเราให้เข้าสู่การรับใช้พระเจ้าใดๆ ถึงแม้จะมีอุปสรรคและการขัดขวางมากมาย จงสัตย์ซื่อทำต่อไป อย่าหยุด เพราะพระเจ้าเองจะเป็นผู้ประทานความสำเร็จให้แก่เรา มากมายจนเราคิดไม่ถึง

ในเวลาต่อมา คริสตจักรโครินธ์กลายเป็นคริสตจักรขนาดใหญ่และผู้เชื่อเต็มไปด้วยของประทานมากมาย

3.# เมื่อเปาโลออกจากเมืองโครินธ์ เพื่อกลับไปยังอันทิโอก ปริส​สิล​ลา​กับ​อาค​วิล​ลาได้ขอตามไปด้วย
ปรากฏว่าระหว่างทาง เมื่อผ่านเมืองเอเฟซัส เปาโลกลับให้เขาทั้งสองอยู่ต่อที่เมืองเอเฟซัส
โถ…พวกเขาอุตส่าห์ตามออกจากเมืองมา แล้วทำไมไม่พวกเขาไปต่อด้วยกัน

แต่เหตุการณ์ต่อมา ทำให้เราเห็นการจัดเตรียมของพระเจ้า คือ อปอลโล ผู้ชำนาญในพระคัมภีร์ มาที่เมืองเอเฟซัส เขาสอนอย่างถูกต้อง แต่ยังไม่รู้เรื่องข่าวประเสริฐอย่างแท้จริง ปริส​สิล​ลา​กับ​อาค​วิล​ลาจึงรับอปอลโลมาสอนให้รู้ทรงของพระเจ้าให้ถูกต้องยิ่งขึ้น
หลังจากนั้น อปอลโลเป็นผู้นำคนสำคัญของผู้เชื่อ ในเวลาต่อมา

3.@ เมื่อเราตั้งใจที่จะรับใช้พระเจ้าอย่างจริงใจ แต่พระเจ้าทรงนำให้เราพบกับเหตุการณ์ ที่ผิดแผน หรือเราไม่ได้คาดหมายมาก่อน แสดงว่า อีกไม่นานพระองค์กำลังจะใช้เราให้เป็นพระพรในแผนการของพระองค์
ดังนั้นให้เรายังคงสัตย์ซื่อในการรับใช้พระเจ้าในที่นั่น หรือในสถานการณ์นั้นต่อไป จนถึงเวลาของพระองค์

คำคม

“ เพราะพระเจ้าอยู่ฝ่ายเรา จะไม่มีใครต่อสู้เราได้
ดังนั้นจงเลือกอยู่ฝ่ายพระเจ้าเข้าไว้

ขุมทรัพย์ กิจการ 17

ภาพรวม

  • ในบทนี้พูดถึงการประกาศของเปาโลที่เมืองเธสะโลนิกา เมืองเบโรอา และกรุงเอเธนส์ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเมืองที่มีคนข่มเหงมาก ขณะเดียวกันเป็นเมืองที่มีคนเชื่อมากด้วย แต่ที่กรุงเอเธนส์ไม่มีการข่มเหงที่รุนแรงอย่างเมืองอื่น กลับมีผู้เชื่อเพียงเล็กน้อย

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เมื่อเปาโลประกาศข่าวประเสริฐนั้น เนื้อหาสาระสำคัญของเขาไม่ใช่การสำแดงการอัศจรรย์ แต่เป็นการประกาศให้คนรู้ว่า พระเยซู ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของพวกเขา(ข้อ 3)

1.@ หัวใจของการประกาศข่าวประเสริฐคือการบอกให้คนทั้งหลายรู้ว่า พระเยซูทรงช่วยเขาให้รอดพ้นผลของบาปและอำนาจของบาปได้ และพระเยซูเสด็จมาช่วยเขาแล้ว

เพื่อนๆ และ ญาติๆ ของเรา พวกเขารู้หรือยังว่า “พระเยซูช่วยเขาได้”

พระเยซูช่วยได้
https://www.youtube.com/watch?v=aMnKQM-Y1zc&list=PLaCGMfK5N21hwsjV1eYkcvA_BSTh-rXIx&index=4

2.# เมื่อเปาโลและทีม มาประกาศข่าวประเสริฐตามการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ปรากฏว่ามีคนเชื่อมากมายและมีการต่อต้านมากมายด้วย ตามเมืองต่างๆที่พวกเขาไป สืบเนื่องมาจากความอิจฉาของพวกยิว

2.@ เมื่อเราทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า จะเกิดผลดีมากมาย แต่ขณะเดียวกันจะมีคนที่ไม่พอใจ ไม่ชอบเรา ด้วยเสมอ
พระเจ้าทรงอนุญาตให้การข่มเหงเกิดขึ้น เพราะพระองค์มีแผนการที่ดีเลิศบางอย่างสำหรับแต่ละกรณี แต่ที่แน่ๆในทุกกรณีพระองค์เปิดโอกาสให้คนของพระเจ้าได้สะสมบำเหน็จในสวรรค์เพราะเหตุการทนทุกข์เพื่อพระคริสต์ในโลกนี้

3.# ยิว​ใน​เมือง​เบโรอา​มี​ใจ​ยอมรับ​มาก​กว่า​ยิว​ใน​เมือง​เธสะ​โล​นิ​กา สังเกตได้จากการที่พวก​เขา​รับ​ฟัง​ด้วย​ความ​อยากรู้​ แล้วก็ไม่ได้เชื่อทันที แต่​ค้น​ดู​พระ​คัม​ภีร์​ทุก​วัน เพื่อจะ​รู้​ว่าสิ่งที่ได้ยินนั้น​จริง​ตามพระคำของพระเจ้าหรือ​ไม่

3.@ เมื่อเรารับฟังสิ่งใดก็ตาม สิ่งที่ควรทำคือ นำสิ่งนั้นไปตรวจสอบว่าสอดคล้องและถูกต้องตามพระวจนะของพระเจ้าหรือไม่
ถ้าไม่จริง ก็ทิ้งไปเสีย
ถ้าจริง จงยึดไว้ให้มั่น

4.# เมื่อเปาโลถูกข่มเหงจนทนไม่ไหวอีกต่อไป สิ่งที่เขาทำ ไม่ใช่การตอบโต้ให้สาสม แต่เป็นการหนีไปอีกเมืองหนึ่งแทน

4.@ เมื่อเรารับใช้พระเจ้า แล้วถูกเอาเปรียบ ถูกทำร้าย ถูกใส่ร้ายป้ายสี หรืออื่นๆ อย่าให้เราตอบโต้เขา
แต่จงใช้วิธีที่พระเยซูแนะนำ ใน มธ. 10:16 “นี่​แน่ะ เรา​ใช้​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ไป​ดุจ​แกะ​อยู่​ท่าม​กลาง​พวก​หมา​ป่า เพราะ​ฉะนั้น​จง​เฉลียว​ฉลาด​เหมือน​งู และ​ไม่​มี​พิษ​มี​ภัย​เหมือน​นก​พิราบ”
คือ ไม่ตอบโต้กลับ แต่ก็ไม่ซื่อจนเซ่อปล่อยให้เขาทำอยู่นั่น ควรหาทางหลีกเลี่ยงมากที่สุดเท่าที่ สถานะของเราพอที่จะทำได้ โดยไม่ทำร้ายเขากลับ

5.# ที่กรุงเอเธนส์ เมืองแห่งนักปรัชญา เปาโลถูกดูถูกว่า “คน​เก็บ​เศษเดนความ​รู้​เล็กๆ น้อยๆ นี้​กำ​ลัง​จะ​พูด​เรื่อง​อะไร”
แต่ถึงกระนั้น เปาโลก็ยังคงประกาศต่อไป

5.@ อย่ายอมให้การดูถูก ดูแคลน หรือการเหยียดหยาม มาหยุดเรา ไม่ให้พูดของของพระเยซู
จงพูดต่อไป

6.# ที่กรุงเอเธนส์ เปาโลพบแท่นบูชาอันหนึ่ง มี​คำ​จา​รึก​ว่า ‘แด่​พระ​เจ้า​ที่​ไม่​รู้​จัก’ ชี้ให้เห็นว่า ลึกๆในใจของมนุษย์รู้ว่า มีพระเจ้าใหญ่ยิ่งสูงสุด แต่เป็นใครก็ไม่รู้ รู้แต่ว่า น่าจะมีแน่ๆ

6.@ เพื่อนๆและญาติๆของเรา จำนวนมากมาย ลึกๆในจิตใจของพวกเขา รู้ว่ามีพระเจ้าใหญ่ยิ่งสูงสุด ที่พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับการพิพากษาหลังจากความตาย
แต่พวกเขาไม่รู้จักและมันน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าจะคิดถึงมัน
ดังนั้นวิธีที่จะช่วยพวกเขาได้คือ ลืมมันไปซะ อย่าไปคิดถึงมัน หรือพยายามคิดว่ามันไม่มีจริงหรอก แล้วยุ่งวุ่นวายกับสิ่งสารพันในโลกนี้ เพื่อจะได้ไม่ต้องคิดถึงมัน

แต่เรารู้ความจริง และเรารู้จักข่าวประเสริฐ เรารู้ว่า โดยการเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ พวกเขาจะรอดพ้นการพิพากษาหลังความตายได้
“เราจะบอกเขาดีไหม?”

7.# การประกาศของเปาโล ในกรุงเอเธนส์ดูเหมืนจะไม่เกิดผลอย่างมากมายเหมือนที่อื่น
แต่ก็มี​บาง​คน​เชื่อ เช่น ​ดิ​โอ​นิ​สิ​อัส​สมา​ชิก​สภา​อา​เร​โอ​ปา​กัส กับ​ ​ดา​มา​ริส และ​คน​อื่นๆ อีก​จำ​นวน​หนึ่ง
งานประกาศที่นี่ดูเหมือนไม่เกิดผลในมุมมองของมนุษย์ แต่เกิดผลสำคัญในการขยายแผ่นดินของพระเจ้า
ดิ​โอ​นิ​สิอัส ​เชื่อ​กัน​ว่า​ เขาเป็นผู้ปกครองคริสตจักร(ศิษยาภิบาล)​คน​แรก​​ของ​คริสตจักร​กรุง​เอเธนส์
ดา​มาริส ​ เธอน่า​เป็น​คน​ต่างชาติ​ที่​มี​การศึกษา​ดี​ เป็น​คน​ที่​เกรง​กลัว​พระ​เจ้า​ที่ไปฟังคำ​สอน​ของ​เปาโล​ที่​ธรรม​ศาลา ​(ข้อ 17) ซึ่งเธอน่าจะกลายเป็นสาวกคนสำคัญที่กรุงเอเธนส์ในช่วงเวลาต่อมา ลูกาจึงบันทึกชื่อนางไว้ในพระธรรมกิจการนี้

7.@ วันนี้เมื่อเรารับใช้พระเจ้า ดูเผินๆตามสายตาของมนุษย์ อาจจะดูเหมือนงานไม่ค่อยเกิดผล ขอให้เราสัตย์ซื่อต่อไป เพราะพระเจ้าผู้ทรงสัตย์ซื่อ จะทรงกระทำให้งานเล็กน้อยของเรานี้ เกิดผลกระทบอันยิ่งใหญ่เองในอนาคต

คำคม

“บำเหน็จอันยิ่งใหญ่เตรียมเอาไว้ สำหรับผู้ทนทุกข์เพื่อพระคริสต์”

ขุมทรัพย์ กิจการ 16

ภาพรวม

  • บทนี้พูดถึงการรับใช้พระเจ้าของเปาโลและทีม ซึ่งพวกเขาได้ทำตามการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ แต่ก็ยังถูกข่มเหงอย่างรุนแรง ถึงกระนั้น พระเจ้าก็ทรงกระทำให้การข่มเหงนั้นกลับกลายเป็นพระพรมากมาย

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เปาโลกลับไปประกาศที่เมืองลิสตราอีกครั้งแบบไม่กลัวตาย เพราะก่อนหน้านี้เขาถูกบางคนเอาหินขว้างจนเกือบตายมาแล้ว และที่นั่นเขาได้พบกับทิโมธี สาวกผู้ที่ทราบดีเกี่ยวกับเรื่องราวที่เปาโล ถูกทำร้ายจนเกือบตายเพราะข่าวประเสริฐ แน่นอนเรื่องนี้คงทำให้เขาศรัทธาเปาโลอย่างยิ่ง ทิโมธีนี้เองต่อได้กลายมาเป็นสาวกคนสำคัญของเปาโลตลอดการรับใช้ของเปาโล

1.@ เมื่อพระเจ้าทรงนำเราไปพบกับสถานการณ์บางอย่าง เราอาจจะไม่เข้าใจ ไม่สามารถหาเหตุผลอธิบายได้ แต่สุดท้ายแล้วพระเจ้าทรงมีแผนการที่ดีสำหรับชีวิตของเรา เพื่อให้เหตุการณ์นั้น กลับกลายเป็นพรสำหรับชีวิตของเรา

ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นกับเรา พระเจ้าสามารถเปลี่ยนให้กลายเป็นพระพรได้

2.# เมื่อเปาโลอยากจะประกาศในแคว้นเอเชีย(เอเชียน้อยในปัจจุบัน) พระวิญญาณบริสุทธิ์กลับไม่ให้ประกาศที่นั่น แต่ทรงนำให้ไปทางแคว้นมาซิโดเนีย(ยุโรปในปัจจุบัน)

หากเปาโลเดินทางประกาศมาทางตะวันออกเรื่อย ข่าวประเสริฐอาจไม่แพร่ไปทั่วโลก เหมือนในปัจจุบัน เพราะทางเอเชียนอกจากมีปราการธรรมชาติคือภูเขาสูงทั้งหลายอย่างภูเขาหิมาลัย ยังมีปราการศาสนาเก่าแก่มากมาย
แต่เพราะเปาโลไปตามตะวันตกตามการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ข่าวประเสริฐจึงไปทั่วยุโรปในเวลาต่อมา แล้วมิชชันนารีชาวยุโรปก็นำข่าวประเสริฐออกไปประกาศทั่วทุกมุมโลกในเวลาต่อมา

2.@ ในการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ บ่อยครั้งเราไม่เข้าใจ และขัดกับความตั้งใจของเราเอง แต่เรามั่นใจได้เลยว่า หากเราเชื่อฟังผลลัพธ์จะเกิดเป็นพระพรยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน

3.# เปาโลเห็นนิมิตว่า มีชายชาวมาซิโดเนียร้องเรียกให้มาช่วย แต่เมื่อมาถึงสาวกคนสำคัญที่เปาโลพบกลับไม่ใช่ผู้ชาย แต่เป็นผู้หญิง คือนางลิเดีย แล้วต่อมาจึงค่อยพบกับนายคุกซึ่งได้ต้อนรับเชื่อพระเยซูทั้งครอบครัว

3.@ การเปิดเผยสำแดงของพระเจ้า เมื่อเราเชื่อฟังและกระทำตามแล้ว ในตอนแรกๆอาจจะยังไม่เห็นชัดเจน แต่เมื่อยังคงเชื่อฟัง ดำเนินต่อไป เราก็จะเริ่มเข้าใจมากยิ่งๆขึ้นเสมอ

4.# เปาโลรำคาญใจที่ ทาสสาวที่มีผีหมอดูเข้าสิงมาประกาศสนับสนุนงานของเปาโล เพราะเปาโลไม่ต้องการให้วิญญาณชั่วมีส่วนใดๆในการประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์

4.@ ในการรับใช้พระเจ้า เราไม่อาจใช้วิธีการของมารเข้ามาปะปนในการรับใช้พระเจ้าได้

เราไม่อาจรับใช้พระเจ้า ด้วยวิธีของมารได้

อย่าพูดโกหกเพื่อประกาศความจริงของข่าวประเสริฐ

5.# เพราะเปาโลและสิลาสติดคุก นายคุกและครอบครัวจึงได้รับความรอด พระเจ้าทรงนำความรอดไปหานายคุกถึงในคุก
เพราะเปาโล(ผู้เป็นสัญชาติโรม)ถูกเฆี่ยน ​พวก​ผู้​ว่า​การ​เมืองจึงเกรงใจเปาโลและประนีประนอมกับเปาโล ซึ่งพอเดาได้ว่า การประนีประนอมนี้ เพื่อให้เปาโลไม่เอาเรื่องพวกเขา เปาโลคงขออะไรบางอย่างให้แก่พี่น้องในฟีลิปปีเป็นแน่ อาจจะเป็นห้ามข่มเหงรังแกพวกคริสเตียน เป็นต้น เปาโลคงไม่ได้เจรจาเพื่อประโยชน์ของตนในเมืองนี้แน่ เพราะหลังจากเจรจาเสร็จเปาโลก็ออกจากเมืองนี้ไป

5.@ สิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้นกับเรา เมื่อเราทำสิ่งที่ถูกต้องในสายพระเนตรของพระเจ้า จะนำบำเหน็จยิ่งใหญ่มาสู่เราและนำพระพรมากมายมาสู่คนทั้งหลาย

คำคม

“เมื่อพระเจ้าทรงนำ หาใช่จะไม่เจออุปสรรค
แต่พระเจ้าจะเปลี่ยนทุกอุปสรรคให้เป็นพระพร”

ขุมทรัพย์ กิจการ 15

ภาพรวม

  • บทนี้พูดถึงข้อสรุปในการประชุมที่เยรูซาเล็มของเหล่าสาวกเรื่องหลักการของข่าวประเสริฐ ที่สรุปว่า คนต่างชาติสามารถได้รับความรอดในพระเยซูคริสต์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าสุหนัต

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# พวกฟาริสีที่รับเชื่อพระเยซู ได้สอนว่าคนต่างชาติจะได้รับความรอดนั้น นอกจากเชื่อวางใจในพระเยซูแล้ว ต้อง​เข้าสุหนัต​และ​ถือ​ปฏิ​บัติ​ตาม​ธรรม​บัญ​ญัติ​ของ​โม​เสส ด้วย ถึงจะได้ความรอดโดยสมบูรณ์
ซึ่งเปาโลและบารนาบัส คัดค้านคำสอนนี้อย่างไม่ยอมอ่อนข้อ
จนมีการจัดการประชุมเพื่อหาข้อสรุปในเรื่องนี้
แล้วที่ประชุมจึงสรุปว่า ตามที่พระเยซูได้สำแดงไว้ ทั้งยิวและคนต่างชาติสามารถได้รับความรอดได้ โดยความเชื่อวางใจในพระเยซู เท่านั้น ไม่ขึ้นอยู่กับการทำตามธรรมบัญญัติ

1.@ ข่าวประเสริฐที่แท้จริง คือ ไม่ว่าเราจะเป็นใคร เราได้รับความรอดได้รับพระคุณของพระเจ้า ผ่านทางการเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์

วันนี้ ไม่ว่าเราเป็นใคร ถ้าเราเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ในการรอดพ้นบาปของเรา จริงๆ เราก็จะรอด
และไม่ว่าใครก็ตามจะทำคุณงามความดีมากเพียงใด แต่ไม่เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์สำหรับการรอดพ้นบาป ก็ไม่มีความรอดสำหรับคนนั้น

2.# เปโตรกล่าวว่า ​มนุษย์ได้รับการทรง​ชำระ​ใจ​​ให้​บริ​สุทธิ์​โดย​ความ​เชื่อ (กจ. 15:9)

2.@ โดยความเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ จิตใจของเราจะได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างอัศจรรย์ เกิดสภาพใหม่ เป็นจิตใจที่บริสุทธิ์ เป็นจิตใจที่รังเกียจบาป ไม่อยากทำบาปอีกเลย

3.# ข้อสรุปจากที่ประชุมที่เยรูซาเล็ม เสนอว่า ผู้เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ แม้เขาจะไม่ได้อยู่ใต้ธรรมบัญญัติก็จริง แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงจากบาปต่างๆ รวมทั้งการกระทำที่ทำให้พี่น้องสะดุด เช่น ​การ​ล่วง​ประ​เวณี และ การ​กิน​อาหาร​ที่​ถูก​นำ​ไป​บูชา​รูป​เคารพ การ​กิน​เลือด การ​กิน​เนื้อ​สัตว์​ที่​ถูก​รัด​คอ​ตาย

3.@ แม้เราผิดพลาดพลั้งบาปเราก็ยังเป้นคนชอบธรรมในสายพระเนตรของพระเจ้า เพราะเราชอบธรรมโดยความเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ ไม่เกี่ยวกับการกระทำของเรา แต่ถึงกระนั้น เราก็สมควรอย่างที่สุดที่จะไม่ทำบาป รวมทั้งไม่กระทำสิ่งใดๆที่จะทำให้พระเจ้าของเราเสื่อมเสียพระเกียรติ หรือทำให้พระนามของพระเจ้าเป็นที่ถูกดูถูกดูหมิ่น และไม่ทำในสิ่งที่จะทำให้พี่น้องสะดุด

4.# เปาโลและบารนาบัส มีความเห็นขัดแย้งกันในเรื่องการพามาระโก ผู้หนีกลับบ้านก่อนกลางครันในการเดินทางไปประกาศครั้งที่แล้ว ว่าสมควรพาไปด้วยในครั้งใหม่นี้หรือไม่
จนเป็นเหตุให้เปาโลกับบารนาบัสต้องแยกกัน เป็นคนละเส้นทางในการประกาศ
ความขัดแย้งที่ดูเหมือนจะไม่ดี กลับนำไปสู่พระพร ทำให้การแพร่ไปของข่าวประเสริฐเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

4.@ สิ่งที่ไม่น่าชื่นใจ หรือปัญหาที่เกิดขึ้นในการรับใช้พระเจ้า สักวันหนึ่งเราจะเข้าใจว่า ไม่ใช่ผลร้ายแต่จะเป็นผลดีต่อแผ่นดินของพระเจ้าเสมอ

คำคม

“ เรารอดได้โดยความเชื่อ ไม่เกี่ยวกับการกระทำ
แต่การกระทำจะสอดคล้องกับความเชื่อเสมอ”

ขุมทรัพย์ กิจการ 14

ภาพรวม

  • ในบทนี้กล่าวถึงการประกาศของเปาโลและบารนาบัส ซึ่งเกิดผลมากมายและมีการต่อต้านมากมายด้วย แต่การต่อต้านเหล่านั้นก็ไม่อาจขัดขวางการแพร่กระจายของข่าวประเสริฐได้

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ณ เมืองอีโคนียูม มีคนเชื่อในข่าวประเสริฐเป็นจำนวนมากและมีคนจำนวนไม่น้อยคิดร้ายต่อเปาโลกับบารนาบัสและพี่น้องคนอื่นๆด้วย
เมื่อเป็นเช่นนี้ สิ่งที่เปาโลกับบารนาบัสทำคือ อยู่ที่นั่นเป็นเวลานาน
จนกระทั่งพวกที่คิดร้ายเตรียมจะฆ่าเปาโลกับบารนาบัสให้ตาย พวกเขาทั้งสองจึงหนีไปเมืองอื่น
สังเกตได้ว่าเขาทั้งสอง ยังคงรับใช้พระเจ้าต่อไปท่ามกลางการต่อต้านและคิดร้ายนั้น จนกระทั่ง ถึงขีดสุดจริงๆ จึงหลบหนีไปที่อื่นต่อไป

1.@ ในการรับใช้พระเจ้าของเราในวันนี้ อาจจะพบกับสิ่งที่ไม่พึงประสงค์หลายอย่าง ขอให้เราเรียนรู้จากเปาโลและยารนาบัส คือ ยังคงอดทนต่อไปในการรับใช้แม้จะถูกข่มเหงก็ตาม (บางคนอาจถูกข่มเหงจากคริสเตียนบางคนก็มี) อดทนรับใช้อย่างสัตย์ซื่อต่อไป จนถึงขีดสุด ไม่ได้จริงๆแล้วค่อยจากไปที่อื่น

2.# ที่เมืองลิสตราหลังจากที่เปาโลรักษาชายง่อยตั้งแต่กำเนิดให้เดินได้ ฝูงชนก็พยายามยกย่องเทิดทูน ให้เปาโลและบารนาบัสเป็นดังพระของพวกเขา
แต่เปาโลกลับไม่ยอมรับเกียรตินั้น แต่ฉีกเสื้อผ้าของตนแสดงการต่อต้านคัดค้านการกระทำนั้นที่ถือว่าเป็นการกระทำที่หมิ่นประมาทพระเจ้า

2.@ ผู้รับใช้ที่แท้จริง ไม่มีวันแย่งเกียรติของพระเจ้าผู้ที่เขาปรนนิบัติ เกียรติทุกอย่างที่เขาได้รับมาจากมนุษย์ เขาจะถวายเกียรตินั้นแด่พระเจ้า แล้วพระเจ้าเองจะเป็นผู้ปนระทานเกียรติให้แก่เขา

ไม่ว่าเราจะเป็นใคร จงอย่าบังอาจแย่งเกียรติของพระเจ้า

3.# ก่อนที่เปาโลจะรักษาชายง่อยแต่กำเนิดนั้น เขาจ้องดูชายคนนั้น แล้วเห็นว่า “มีความเชื่อพอที่จะได้รับการรักษาโรค”
แสดงว่า ในบางกรณีการรักษาโรคจากพระเจ้า จำเป็นที่ผู้ที่รับการรักษาต้องมีความเชื่อที่มากพอสำหรับการรับการรักษานั้นด้วย

3.@ หากเราปรารถนาให้พระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของเรา เราต้องเชื่อด้วยว่า พระเจ้าจะทรงตอบอธิษฐานของเราได้และพระองค์จะตอบคำอธิษฐานของเรา

4.# ที่เมืองลิสตรา เปาโลถูกผู้คนเอาหินขว้างจนปางตาย (อาจตายไปแล้วจริงๆ แต่ฟื้นขึ้นอีก ใน 2คร. 12:2 เปาโลกล่าวว่า “ข้าพ​เจ้า​รู้จัก​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​อยู่​ใน​พระ​คริสต์ เมื่อ​สิบ​สี่​ปี​ที่​แล้ว​เขา​ถูก​รับ​ขึ้น​ไป​ยัง​สวรรค์​ชั้น​ที่​สาม จะ​ไป​ทั้ง​ร่าง​กาย​หรือ​ไป​โดย​ไม่​มี​ร่าง​กาย​ข้าพ​เจ้า​ไม่​รู้ พระ​เจ้า​ทรง​รู้” คนนี้น่าจะหมายถึงตัวเขาเอง)
พอฟื้นขึ้นมา ปรากฏว่า เปาโลไม่เข็ด เข้าไปในเมืองอีก และรับใช้พระเจ้าต่อไป จนอีกหลายปีต่อมา ถูกฆ่าตายจริงๆ จึงสิ้นสุดการรับใช้บนโลกนี้

4.@ จงเรียนจากชีวิตของเปาโล ผู้รับใช้ที่สัตย์ซื่อ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขายังคงรับใช้ต่อไป
เขาไม่ตัดพ้อต่อว่าหรือท้อแท้หมดกำลังใจ บ่นต่อพระเจ้าว่า เขาอุตส่าห์ทิ้งทุกสิ่งมารับใช้พระองค์ ไกลจนถึงที่นี่ ทำไมพระองค์ไม่ปกป้อง ปล่อยถูกหินขว้างเจ็บปวดสุดแสนสาหัสเช่นนี้
แทนที่เขาจะท้อถอย กลับยังคงสัตย์ซื่อรับใช้พระเจ้าตราบจนวันตาย
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเรา จงรับใช้พระเจ้าต่อไป

5.# เปาโลกับบารนาบัส สรุปถึงการออกประกาศในครั้งที่1 นี้ว่า เป็น​มห​กิจ​​ซึ่ง​พระ​เจ้า​ทรง​ทำ​ร่วม​กับ​เขา​ทั้ง​สอง และ​เกิดคนรับเชื่อมากมายเพราะพระเจ้าทรงเปิด​ประตู​ความ​เชื่อ​แก่​พวก​ต่าง​ชาติ

5.@ เมื่อเราออกประกาศข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูคริสต์ พระเจ้าจะทรงร่วมงานกับเราด้วยมหกิจของพระองค์ พระองค์พร้อมที่จะสนับสนุนเรา ด้วยการตอบคำอธิษฐานของเรา

และการที่ใครคนใดคนหนึ่งจะมาเชื่อพระเจ้า ไม่เกี่ยวข้องกับความสามารถของเราแต่เกี่ยวข้องกับนั่นเป็นเวลาที่พระเจ้าเปิดประตูแห่งความเชื่อในใจของเขาแล้วหรือยัง

หน้าที่ของเราคือประกาศข่าวประเสริฐ ส่วนพวกเขาจะเชื่อหรือไม่ ไม่ใช่ธุระของเราแต่เป็นงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงกระทำในจิตใจของพวกเขา

คำคม

“ เมื่อเราประกาศพระคุณของพระเจ้า
พระเจ้าจะเป็นผู้รับรองคำแห่งพระคุณของพระองค์เอง”

ขุมทรัพย์ กิจการ 13

ภาพรวม

  • บทนี้กล่าวถึงการเริ่มต้นการเดินทางไปประกาศข่าวประเสริฐเที่ยวแรกของเปาโล ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามีผู้คนมากมายหิวกระหายปรารถนาอยากจะรู้จักกับพระเจ้า

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# คริสตจักรที่อันทิโอกมีผู้นำคนสำคัญหลายคน เมื่อพระเจ้าประสงค์จะใช้ผู้นำดีที่สุด 2 คน บารนาบัสและเซาโล ออกไปเป็นพระพรแก่ที่อื่น พวกเขาไม่หวงไว้แต่กลับสนับสนุนและช่วยเหลืออย่างเต็มที่

1.@ คริสตจักรที่เจริญเติบโตในฝ่ายวิญญาณ คือ คริสตจักรที่ไม่ได้อยู๋เพื่อให้คริสตจักรของตนจำเริญขึ้น แต่อยู่เพื่อให้พระมหาบัญชาของพระเจ้าสำเร็จ อยู่เพื่อขยายแผ่นดินของพระเจ้า ไม่ใช่ขยายคริสตจักรของตน

เมื่อพระเจ้าประสงค์ที่จะใช้เรา เรายินดีที่จะให้สิ่งที่ดีที่สุดในการรับใช้พระองค์หรือไม่
เวลาที่ดีที่สุด และช่วงอายุที่ดีที่สุด ถวายแด่พระเจ้า

2.# เปาโลเรียก เอลีมาส ผู้ที่พยา​ยาม​ทำ​ทาง​ตรง​ของ​พระ​เจ้า​ให้​เขว​ไป​ ว่าเป็น​ลูก​ของ​มาร​ร้าย เป็น​ศัตรู​ต่อ​บรร​ดา​ความ​ชอบ​ธรรม

2.@ ใครก็ตามที่พยายามบิดเบือนพระคำของพระเจ้า เขากำลังเดินในวิถีของมาร เพราะเป็นความพยายามขวางกั้นคนไม่ให้มาถึงแผ่นดินของพระเจ้า

ให้เราระมัดระวังในคำพูดและการสอนของเรา ที่จะไม่บิดเบือนความหมายของพระคำของพระเจ้า แต่พูดตรงตามพระคำของพระองค์

3.# ตั้งแต่ กจ. 13:13 เป็นต้นไป พระคัมภีร์ใช้คำว่า “เปา​โล​กับบารนาบัส” ทั้งที่ก่อนหน้านี้ใช้คำว่า “บารนาบัสกับเปาโล(เซาโล)”​ น่าจะเป็นเพราะว่าบารนาบัสเปิดโอกาสให้เปาโลขึ้นมาเป็นผู้นำทีมแทนตน ซึ่งบารนาบัสสมกับเป็นผู้ใหญ่ในฝ่ายวิญญาณอย่างแท้จริง ที่สนับสนุนคนรุ่นใหม่อย่างเปาโล
ตั้งแต่พาเปาโลไปหาพวกอัครทูตเพื่อให้พี่น้องคนอื่นยอมรับ (กจ. 9:27)
หลายปีต่อมา บาร​นา​บัส​ไป​ยังเมือง​ทาร์​ซัส เพื่อชวน​เปา​โล​มาร่วมรับใช้ที่อันทิโอก(กจ. 11:25)
แล้วบารนาบัสก็ฝึกฝนเปาโลในการรับใช้ต่างๆ รวมทั้งการนำของบริจาคไปให้แก่คริสตจักรที่เยรูซาเล็ม (กจ. 11:30)
ล่าสุดบารนาบัส ก็นำทีมออกประกาศข่าวประเสริฐโดยมีเปาโลร่วมทีมด้วย
บัดนี้ เขากลับยอมยกตำแหน่งผุ้นำทีมพันธกิจให้แก่เปาโล อย่างถ่อมใจ

3.@ การพัฒนาการรับใช้ที่แท้จริง ไม่ได้ดูว่าเรารับใช้ได้มากที่สุดแล้วหรือยัง
แต่ดูที่ว่าเราได้ส่งเสริมให้มีการเกิดผลสูงสุดในแผ่นดินของพระเจ้าแล้วหรือยัง

4.# ในการประกาศ ที่เมือง​อัน​ทิ​โอก​ใน​ปิสิ​เดีย(คนละเมือง กับอันทิโอกในซีเรีย ที่ส่งพวกเขามา) เปาโลได้ประกาศในธรรมศาลาของยิวเพื่อให้คนยิวและคนต่างชาติที่เข้าจารีตยิวได้ฟัง เปาโลไม่ได้ทำการอัศจรรย์ใดๆ เขาเพียงแต่ประกาศข่าวประเสริฐเรื่องของพระเยซูคริสต์ ซึ่งนั่นก็มากพอที่จะทำให้ในวันสะบาโตถัดมา คนทั้งเมืองทั้งยิวและไม่ใช่ยิวพากันไปที่ธรรมศาลาเพื่อมาฟังเปาโล จนพวกยิวอิจฉา
พวกเขาอาจคิดในใจว่า “อะไรกันพวกข้าอยู่ในเมืองนี้ตั้งนานมีไม่กี่คนสนใจอยากมาธรรมศาลาของยิว เจ้าหมอนี่เป็นใครมาพูดแค่ครั้งเดียวคนตามมาฟังทั้งเมืองเลย”
พวกยิวอิจฉาจึงใช้แผนสกปรก ให้ผู้อิทธิพลในเมืองที่พวกเขารู้จัก ขับไล่เปาโลและทีมออกไปจากเมืองเสีย

4.@ ข่าวประเสริฐเป็นฤทธิ์เดช มากกว่าฤทธิ์เดชใดๆที่เราได้รับ เพราะการอัศจรรย์ทั้งหลายเปลี่ยนแปลงได้เพียงทางกายภาพหรืออย่างมากก็อาจเปลี่ยนจิตใจคนได้
แต่ข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์นั้น มีฤทธิ์เดชเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนได้ตลอดกาล

จงเปิดโอกาสให้คนทั้งหลายได้รับรู้ถึงฤทธิ์เดชแห่งข่าวประเสริฐด้วยการประกาศช่าวประเสริฐให้พวกเขาได้ยินเถิด

คำคม

“ เมื่อข่าวประเสริฐถูกประกาศออกไป
คนที่กำลังจะรอดจะได้พบกับฤทธิ์เดชของพระเจ้าเสมอ”

ขุมทรัพย์ กิจการ 12

ภาพรวม

  • ในบทนี้พูดถึงการข่มเหงที่เกิดขึ้นจากกษัตริย์เฮโรดจนยากอบต้องถูกฆ่าตาย แต่พระเจ้าก็ทรงช่วยเปโตรออกจากคุกอย่างอัศจรรย์
    และแล้วในที่สุดกษัตริย์เฮโรดนั้น ก็ต้องตายอย่างทุกข์ทรมาน

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# กษัตริย์​เฮโรด ​คือ ​เฮ​โร​ดอาก​ริป​ปา​ที่ ​1 ​เป็น​หลาน​ของ​กษัตริย์​เฮ​โรด​มหา​ราช ​(มธ. ​2) คนนี้เป็นคนละเฮโรดที่ตัดศรีษะยอห์นผู้ให้บัพติศมา กษัตริย์เฮโรดผู้นี้มี​แม่​เป็น​ชาวยิว​พ่อ​เป็น​ชาว​เอ​โดม เขาได้รับมอบหมายจากโรมให้ปกครองดูแลบริเวณปาเลสไตน์ในช่วงเวลานั้น เพื่อเอาใจพวกผู้ใหญ่ของยิว เขาได้สั่งประหารชีวิตยากอบน้องชายของยอห์น และจำคุกเปโตรเตรียมเอาไปลงโทษเป็นรายต่อไป

1.@ เพราะความชั่วร้ายของกษัตริย์เฮโรด ยากอบจึงถูกประหารชีวิต แต่พระเจ้าก็ทรงใช้เหตุการณ์นี้กลายเป็นพระพรยิ่งใหญ่
ทั้งที่ยากอบเป็น 1 ใน 3 อัครสาวกที่ได้เรียนรู้จากพระเยซูมากที่สุด ทำไมพระเจ้าปล่อยให้เขาถูกฆ่าตายคนแรกในบรรดาอัครสาวกทั้งหมด?
ก็เพราะ พระเยซูติวเข้มเขาเพื่อเหตุการณ์นี้ เขาสามารถเดินไปสู่ความตายอย่างกล้าหาญ และด้วยความตายของเขาจึงเป็นการวางแบบอย่างให้แก่ผู้เชื่อตลอดประวัติศาสตร์คริสตจักรตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ที่กล้ายืนหยัดเพื่อข่าวประเสริฐโดยไม่หวั่นกลัวแม้แต่ความตาย

2.# ขณะที่เปโตรถูกขังคุกเพื่อเตรียมนำไปลงโทษ มีทหาร 16 คน ควบคุมเขาไว้อย่างแน่นหนา ถึงขนาดเอา 2 คน ล่ามโซ่ติดกับเปโตรไว้เลย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่อาจหยุดยั้งการช่วยกู้จากพระเจ้าที่มีต่อเปโตรได้
เปโตรออกจากคุกมาได้อย่างปลอดภัยโดยไม่มีใครรู้ตัวด้วยซ้ำไป

2.@ การคุมขังที่แน่นหนา อาจเป็นปัญหาใหญ่สำหรับนักโทษที่คิดจะหลบหนี
แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าสำหรับนักโทษที่พระเจ้าทรงช่วยให้หลุดพ้น

ปัญหาของเราวันนี้ แม้มันจะใหญ่โตแต่ก็ไม่เกินกำลังของพระเจ้า หนำซ้ำมันกลับทำให้เราและคนทั้งหลายได้เห็นฤทธานุภาพของพระเจ้า ผู้ทรงช่วยเราให้ผ่านพ้นปัญหานี้ไปได้อย่างมีชัยชนะ

3.# ที่บ้านแม่ของมาระโก พวกสาวกกำลังอธิษฐานด้วยความเชื่อขอพระเจ้าทรงช่วยเปโตรออกจากคุก แต่ปรากฏว่าเมื่อพระเจ้าทรงช่วยเปโตรแล้ว พวกเขากลับไม่เชื่อว่าเปโตรออกจากคุกแล้ว

3.@ บางครั้งเราคิดว่าเราเชื่อ เราพูดว่าเราเชื่อ แต่ความเชื่อไม่ได้วัดกันที่คำพูด หรือความคิด
ความเชื่อวัดที่ เราจะตอบสนองอย่างไรต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

4.# กษัตริย์เฮโรดฆ่ายากอบและหมายจะฆ่าเปโตรด้วย ปรากฏว่าพวกสาวกไม่ได้คิดแก้แค้นหรือพยายามลอบสังหารเขา
เพราะว่าไม่จำเป็น การแก้แค้นเป็นของพระเจ้า พระเจ้าทรงจัดการเขาเอง

4.@ หากใครทำร้ายเรา ไม่ว่าทำร้ายจิตใจหรือร่างกายของเราก็ตาม เราไม่จำเป็นต้องแก้แค้นเขา เพราะพระเจ้าผู้ทรงยุติธรรมจะเป็นผู้แก้แค้นเอง
ฮบ. 10:30 เพราะ​ว่า​เรา​รู้จัก​พระ​องค์​ผู้​ตรัส​ว่า “การ​แก้​แค้น​เป็น​ของ​เรา เรา​จะ​ตอบ​สนอง” …

คำคม

“ยากอบสูญเสียชีวิต แต่ได้รับพระพรยิ่งใหญ่”

ขุมทรัพย์ กิจการ 11

ภาพรวม

  • บทนี้พูดถึงการรายงานของเปโตรต่อพี่น้องที่เยรูซาเล็มเกี่ยวกับความรอดที่ไปถึงคนต่างชาต แล้วข่าวประเสริฐก็เริ่มแพร่ไปในหมูคนต่างชาติเพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยมีอันทิโอกเป็นศูนย์กลาง

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เมื่อเปโตรกลับมาที่เยรูซาเล็ม พวกพี่น้องได้ทราบเรื่องว่าคนต่างชาติได้ต้อนรับเชื่อพระเยซูด้วย พี่น้องบางคนจึงตำหนิเปโตรว่า ทำไมไปหาพวกคนต่างชาติที่ไม่ได้เข้าสุหนัต (มีคนต่างชาติบางคนเข้าสุหนัดเพื่อเข้ามาในศาสนายิว แต่พวกที่เปโตรไปหายังไม่ได้เข้าสุหนัต) ซึ่งเป็นการทำผิดกฏเกณฑ์ ธรรมเนียมของยิวที่ได้ถือปฏิบัติกันมายาวนาน

1.@ กฏกติกา หรือธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ เป็นสิ่งที่ดี แต่หากสิ่งเหล่านั้นขัดแย้งกับน้ำพระทัยของพระเจ้าที่ปรากฏในพระคัมภีร์แล้ว การทำตามพระคำของพระเจ้าย่อมสำคัญกว่าแม้มันจะเป็นการกระทำที่ขัดแย้งกับกฏกติกาหรือธรรมเนียมต่างๆก็ตาม

2.# เปโตรตอบคนเหล่านั้นที่ตำหนิเขาว่า ถ้าพระเจ้าจะประทานให้ใคร เปโตรเป็นใครเล่าจึงกล้าจะไปขัดขืนพระเจ้าได้

2.@ เมื่อเราเห็นพระเจ้าอวยพรใคร หรือทรงกระทำสิ่งดีใดๆกับใครเป็นพิเศษ
ไม่ใช่ธุระของเราที่จะไปก้าวก่ายในเรื่องนี้
ขอให้เราสำรวจดูตัวเราเอง เราก็จะพบว่า พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อและอวยพระพรแก่เราเสมอ แม้เราเองจะไม่สมควรจะได้รับพระพรนั้นก็ตาม
และครั้งพระเจ้าจะอวยพระพรคนอื่นอย่างไร ก็จงรู้ว่า ไม่ใช่ธุระของเรา

3.# เมื่อข่าวประเสริฐมาถึงเมืองอันทิโอก อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการข่มเหงที่เกิดขึ้นในเยรูซาเล็ม บารนาบัสได้ไปชวนเซาโล มาร่วมกันรับใช้พระเจ้าที่เมืองนั้น เมื่อเขาทั้งสองสั่งสอนพระคำของพระเจ้ามากมายแก่ผู้เชื่อที่นั่น จึงทำให้คริสเตจักรที่อันทิโอกเข้มแข็งมาก จนกลายเป็นศูนย์กลางการส่งมิชชันนารีในช่วงเวลาต่อมา

3.@ การปลูกฝังพระคำของพระเจ้าแก่ผู้เชื่อ เป็นรากฐานสำคัญของการเจริญเติบโตของคริสตจักร
วันนี้ เราให้ความสำคัญแก่การปลูกฝังพระคำของพระเจ้าในชีวิตของเราและแก้ผู้เชื่อในคริสตจักรมากเพียงใด?

คำคม

“ถ้าพระเจ้าจะทำ เราเป็นใครจึงจะไปขัดขวางพระองค์”

ขุมทรัพย์ กิจการ 10

ภาพรวม

  • บทนี้พูดถึงข่าวประเสริฐที่ไปยังคนต่างชาติอย่างเป็นทางการ และพระวิญญาณบริสุทธิ์เองก็ยืนยันอย่างชัดเจนว่าเป็นพระประสงค์ของพระองค์ที่จะให้ความรอดไปถึงคนต่างชาติ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# โครเนริอัส นายร้อยของกองทหารโรม ผู้มีทหารภายใต้การปกครองกว่าร้อยคน ได้รับนิมิตจากพระเจ้าในขณะที่เขาอธิษฐาน(บ่ายสามโมง เป็นเวลาอธิษฐานตามธรรมเนียมยิว กจ.3:1) แล้วเขาก็เชื่อฟังและทำตามทันที จึงเป็นเหตุให้คนที่เขาส่งมาหาเปโตร มาถึงเวลาที่เปโตรเพิ่งรับการสำแดงจากพระเจ้าพอดิบพอดี

1.@ การเชื่อฟังพระเจ้านั้น เมื่อเราลงทำทำทันที เราจะพบกับนัดหมายแห่งสวรรค์ที่พระเจ้าเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
อย่ารอช้า ในการเชื่อฟังกระทำตาม พระคำของพระองค์

2.# ในนิมิตที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เปโตรที่เมืองยัฟฟานั้น เมื่อพระองค์สั่งให้เขาลุกขึ้นฆ่ากิน สัตว์มีมลทินทั้งหลายในนิมิตนั้น เปโตร เรียกพระเจ้าว่า องค์พระผู้เป็นเจ้า หมายถึงจอมเจ้านาย เจ้าชีวิตของข้าพเจ้า แต่ขณะเดียวกัน เขาก็ปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่งของพระองค์ “ไม่ องค์พระผู้เป็นเจ้า” ช่างเป็นสองคำ ที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง

2.@ วันนี้ เราให้พระเยซูเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า เป็นเจ้านายในชีวิตของเราแล้วหรือยัง?
หากเราให้พระองค์เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราแล้ว เราเชื่อฟังพระองค์สมกับที่พระองค์ทรงเป็นจอมเจ้านายในชีวิตของเราแล้วหรือยัง?

3.# การที่ข่าวประเสริฐจะมายังบ้านของโครเนริอัสซึ่งเป็นคนต่างชาตินั้น ดูเหมือนเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะคนยิวไม่คบหากับคนต่างชาติ คนยิวเกลียดคนต่างชาติ และ คนต่างขาติก็มักจะเกลียดยิว
แต่โดยการจัดเตรียมของพระเจ้า ทำให้ข่าวประเสริฐได้มาถึงบ้านของโครเนริอัส
กจ.8 การข่มเหงทำให้สาวกกระจัดกระจาย จนไปประกาศในสะมาเรีย
และเปโตรก็ได้วางมือคนสะมาเรียแล้วพวกเขาก็รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ ทำให้เปโตรเริ่มเข้าใจมากขึ้น ว่าข่าวประเสริฐไม่ใช่เฉพาะยิว
และฟีลิปได้ประกาศกับชาวต่างชาติ ขันทีขาวเอธิโอเปีย เปโตรถูกเตรียมใจไว้ก่อนแล้ว
กจ.9 เปโตร รักษาโรคที่ลิดดา แล้วถูกเชิญมาชุบชีวิตทา​บิธา ที่ยัฟฟา เตรียมพร้อมสำหรับการมาพบของคนของโครเนริอัส
ทุกอย่างถูกจัดเตรียมจัดฉากไว้อย่างสวยงาม

3.@ สำหรับบางคนอาจเป็นการยากมากหรือแม้กระทั่งเรียกว่าเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะนำเขามาถึงความรอดในพระเยซูคริสต์
แต่ทุกอย่างเป็นไปได้สำหรับพระเจ้า เพียงแค่เราสัตย์ซื่อในส่วนที่เราทำได้ แล้วส่วนที่เป็นไปไม่ได้นั้นพระเจ้าจะผู้ทรงกระทำเอง

4.# เมื่อเปโตรยังเทศนาอยู่นั้น ยังไม่ทันจบ คนในบ้านโคเนริอัสก็รับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ เรื่องนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า เราไม่สามารถกำหนดขั้นตอนหรือรูปแบบการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้
“ลม​จะ​พัด​ไป​ที่​ไหน​ก็​พัด​ไป​ที่​นั่น..” ยน. 3:8
ที่สะมาเรีย ใน กจ. 8:17 เป​โตร​กับ​ยอห์น​วาง​มือ​บนผู้เชื่อ แล้ว​พวก​เขา​ได้​รับ​บัพติศมาด้วยพระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์
แต่ที่บ้านโครเนลิอัส ยังไม่ทันวางมือก็รับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์แล้ว
ในเมืองเอเฟซัส ใน กจ.9 สาวกที่นั้น 12 คน รับบัพติศมาในน้ำก่อน หลังจากนั้นจึงรับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์
แต่ที่บ้านโครเนริอัส ยังไม่ทันรับบัพติศมาในน้ำก็รับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์แล้ว

4.@ เราไม่สามารถกำหนดรูปแบบหรือขั้นตอนที่ตายตัวให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทำตามได้
แต่เราต่างหากที่ต้องยอมให้พระวิญญาณบริสุทธิ์กำหนดรูปแบบหรือขั้นตอนให้แก่เรา ในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า

คำคม

“พระเจ้าไม่ทรงลำเอียง”

ขุมทรัพย์ กิจการ 9

ภาพรวม

  • ในบทนี้กล่าวถึงการกลับใจของเซาโล พระเจ้าเปลี่ยนเขาจากผู้ต่อต้านข่าวประเสริฐ กลายมาเป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐ
    และกล่าวถึงการอัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงกระทำผ่านชีวิตของเปโตร

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เซาโลได้พบกับพระเยซูขณะที่กำลังเดินทางไปข่มเหงสาวกของพระเยซูที่ดามัสกัส แทนที่พระเยซูจะลงโทษเขา แต่กลับประทานเกียรติยิ่งใหญ่ให้แก่เขา ทรงเรียกเขาให้เขามาเป็นผู้รับใช้ของพระองค์

พระเยซูทำให้เซาโลตาบอด นั่นไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นการสำแดงพระคุณแก่เขา เพราะการตาบอดนี้ เพื่อทำให้เขาถ่อมใจลง และเพื่อเขาจะรับการรักษาให้หาย เพื่อเขาจะสามารถรับพระคุณยิ่งใหญ่ของพระเจ้าได้รับการทรงเรียกให้เป็นอัครทูตของพระองค์

เรื่องนี้จึงทำให้เซาโล(เปาโล) ทุ่มเทชีวิตของเขาทั้งหมดเพื่อประกาศข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูคริสต์ จนวันตาย เพราะว่าเขาซาบซึ้งพระคุณของพระเยซูที่ทรงประทานแก่เขา

1.@ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา ผู้เป็นที่รักของพระองค์ในวันนี้ พระเจ้าไม่ได้แกล้งเรา พระองค์ทรงรักเรา แต่บางครั้งจำเป็นต้องมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น เราถึงจะยอมถ่อมใจลง และรับพระคุณพระเมตตาของพระเจ้าได้

และยิ่งเราซาบซึ้งพระคุณของพระเจ้ามากเท่าใด ก็ยิ่งเต็มใจปรนนิบัติพระองค์อย่างสุดหัวใจมากขึ้นเท่านั้น

2.# พระเจ้าทรงเรียกอานาเนีย ให้ทำสิ่งที่เสี่ยง และอันตรายอย่างมาก คือให้เขาไปหาเซาโล ที่มาจากเยรูซาเล็มเพื่อจะมาจับสาวกในเมืองดามัสกัส ลากไปลงโทษที่เยรูซาเล็ม
ซึ่งก่อนหน้านี้ เซาโลคนนี้ได้สร้างความเดือดร้อนอย่างมากให้แก่พี่น้องสาวกในเยรูซาเล็มมาแล้ว
ขอบคุณพระเจ้าที่อานาเนีย ก้าวข้ามความกลัว ไปสู่การยอมเชื่อฟังพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง จึงเป็นเหตุทำให้เซาโลได้ต้อนรับเชื่อพระเยซูคริสต์ และกลายเป็นอัครทูตเปาโลในเวลาต่อมา

2.@ วันนี้ หากการเชื่อฟังพระเจ้า อาจจะดูเหมือนเสี่ยงเกินไป อันตราายเกินไป
จงกล้าเชื่อฟังพระองค์ เพราะใครจะไปรู้ การเชื่อฟังครั้งนี้อาจทำให้เกิด อัครทูตเปาโลของไทยขึ้นมาก็เป็นไปได้

3.# เซาโลผู้มาที่เมืองดามัสกัสเพื่อทำลายคริสตจักร กลับมาเป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐในเมืองนั้นและทำให้คริสตจักรยิ่งได้รับการหนุนใจยิ่งขึ้นอีก

3.@ สิ่งที่ดูเหมือนไม่ดีที่กำลังเกิดขึ้นกับเราในวันนี้ พระเจ้าทรงฤทธิ์สามารถทำให้สิ่งนั้นกลายเป็นพระพรต่อชีวิตของเราได้

4.# เซาโลขี่ม้ามาเมืองดามัสกัสอย่างสง่างามเพื่อจะทำร้ายผู้เชื่อ แต่ต้องหนีออกจากเมืองอย่างน่าอับอาย นั่งกระบุงหย่อนลงมาจากกำแพงเมือง

4.@ เมื่อเซาโลมาเชื่อพระเจ้าแล้ว แทนที่เขาจะได้รับเกียรติมากขึ้น แต่ปรากฏว่าเขากลับต้องเสียเกียรติ เขาเสียเกียรติแห่งโลกนี้แต่ได้รับเกียรติในสายพระเนตรของพระเจ้า
เมื่อเราเชื่อฟังพระเจ้า เราอาจเสียเกียรติแห่งโลกนี้ แต่จะได้รับเกียรติแห่งสวรรค์

5.# เมื่อเซาโลมาที่เยรูซาเล็ม พี่น้องสาวกที่นั่นต่างไม่เชื่อใจเซาโล นึกว่าเป็นแผนเพื่อจะหลอกจับพวกเขา เพราะก่อนหน้านี้เซาโลข่มเหงพวกเขาเยอะมาก
แต่เพราะว่าบารนาบัส ให้โอกาสเซาโล พาเขาไปพบกับอัครสาวกจนเซาโลได้รับการยอมรับจากพี่น้องที่นั่น

5.@ หากไม่มีบารนาบัสผู้ให้โอกาสเซาโล คงไม่มีอัครทูตเปาโลผู้เป็นพระพรแก่คนมากมาย
วันนี้หากเราให้โอกาสใครบางคนกลับตัวกลับใจ ยกโทษให้เขา ให้โอกาสแก่เขา พระเจ้าจะทรงสามารถใช้เขาให้กลายเป็นพระพรได้

6.# ที่เมืองลิดดา เมื่อเป​โตร​รักษาไอเนอัสที่เป็นอัมพาตนั้น เปโตรกล่าวว่า “ไอ​เน​อัส พระ​เยซู​คริสต์​ทรงให้​ท่าน​หาย​โรค จง​ลุก​ขึ้น​เก็บ​ที่​นอน​ของ​ท่าน​เถิด”
แสดงว่าเปโตรได้รับรู้สัญญาณจากพระเยซูว่า พระองค์อยากจะให้ไอเนอัสหายโรคในครั้งนี้

6.@ ในการอธิษฐานเผื่อคนค่างๆ สิ่งที่จะช่วยให้คำอธิษฐานของเรามีพลัง คือการรับรู้สัญญาณจากพระเยซูว่า พระองค์ประสงค์ให้เราอธิษฐานเผื่อคนนั้นในเรื่องอะไร อย่างไร

7.# ที่เมืองยัฟฟา เปโตรทำการอัศจรรย์อธิษฐานให้ทา​บิธา ที่ตายไปแล้วฟื้นขึ้นมาจากความตาย
สังเกตได้ว่าการอัศจรรย์ที่เปโตรทำตั้งแต่ กจ.2 จนถึงบทนี้ ค่อยเพิ่มการอัศจรรย์ขึ้นเรื่อยๆ

7.@ พระเจ้าทรงให้เรามีประสบการณ์การอัศจรรย์อย่างหนึ่ง เพื่อเตรียมเราให้มีประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมในชีวิตของเรา
วันนี้ พระเจ้ากำลังเตรียมชีวิตของเรา ด้วยเหตุการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้

คำคม

“ พระเจ้าทรงเปลี่ยนเซาโลผู้ชั่วร้าย กลายเป็นอัครทูตเปาโลผู้เป็นพระพรได้ฉันใด พระองค์ก็สามารถเปลี่ยนชีวิตของเราให้กลายเป็นพระพรแก่คนมากมายฉันนั้น

ขุมทรัพย์ กิจการ 8

ภาพรวม

  • ในบทนี้ได้พูดถึงการข่มเหงที่เกิดขึ้นส่งผลให้ข่าวประเสริฐยิ่งแผ่กว้างออกไป ทั้งในสะมาเรียและในต่างประเทศอย่างเอธิโอเปีย

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เซาโลพยายามทำลายคริสตจักร โดยพรากสามีไปจากภรรยา พรากแม่ไปจากลูก จับผู้เชื่อวางใจในพระเยซูชายหญิง ไปให้มหาปุโรหิตลงโทษ
โดยที่เขาคิดว่าการทำเช่นนั้นเขากำลังรับใช้พระเจ้าอยู่

1.@ สำหรับบางคนสิ่งที่เขาคิดว่าเขากำลังทำเพื่อพระเจ้า แต่ความจริงอาจกำลังต่อต้านงานของพระเจ้าอยู่ก็เป็นไปได้
ดังนั้น ในการรับใช้พระเจ้า ควรถามพระเจ้าเสมอว่า ควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร ไม่งั้นต่อให้ไม่ใช่การขัดขวางพระเจ้า ก็อาจเป็นการเกะกะพระเจ้า ก็ได้

2.# หลังจากที่พระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จลงมาบนพวกสาวก พวกเขาก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข เต็มไปด้วยความรักซึ่งกันและกัน ไม่อยากจากกันไปไหนอีกแล้ว
แต่พระเจ้ามีพระประสงค์ให้พวกเขาออกไปประกาศจนสุดปลายแผ่นดินโลก
ดังนั้นเมื่อการข่มเหงเกิดขึ้น ซึ่งดูเหมือนเป็นสิ่งไม่ดีที่เกิดจากการกระทำของคนชั่วร้าย ที่อิจฉาริษยา เหล่าสาวกจึงต้องออกจากกรุงเยรูซาเล็มและกระจัดกระจายไปยังที่ต่างๆ ซึ่งกลับเป็นผลดีอย่างมากในการขยายแผ่นดินของพระเจ้า ตามพระมหาบัญชาของพระเยซู

2.@ พระเจ้าทรงฤทธิ์สามารถใช้ การกระทำที่เห็นแก่ตัวของคนชั่วร้าย ให้กลายเป็นพระพรได้
เมื่อสิ่งร้ายเกิดขึ้น พระเจ้าไม่เพียงแต่ทรงสามารถหยุดสิ่งร้ายได้เท่านั้น แต่พระองค์สามารถเปลี่ยนสิ่งร้ายให้กลายเป็นพระพรได้
ขณะเดียวกัน เราพึงสังเกตว่า หากพระเจ้าประสงค์ให้เราทำสิ่งใด และเราก็รู้ว่านั่นเป็นพระประสงค์ของพระองค์ แต่เราอาจมีเหตุผลมากมายที่ทำให้เราไม่เชื่อฟัง ทำตาม หรือ เฉื่อยช้าในการทำตาม พระเจ้าจำเป็นต้องใช้วิธีการบางอย่างเพื่อให้เราเชื่อฟัง เพื่อให้ตัวเรารับพระพรและเป็นพระพรแก่ผู้คนมากมาย

3.# ฟีลิปไปประกาศในเมืองหนึ่งของแคว้นสะมาเรียและทำหมายสำคัญต่างๆในเมืองนั้น มีผู้คนมากมายมาเชื่อในพระเยซูคริสต์ รวมทั้งซีโมนนักวิทยาคมชื่อดังของเมืองนั้นด้วย

3.@ เมื่อข่าวประเสริฐถูกประกาศออกไป และมีหมายสำคัญการอัศจรรย์รับรองข่าวประเสริฐนั้น ไม่มีอำนาจใดๆที่ต่อต้านข่าวประเสริฐนั้นได้ ข่าวประเสริฐจะนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่ผู้คนและสังคม
ให้เรากล้าประกาศข่าวประเสริฐ และกล้าที่จะอธิษฐานเผื่อคนเหล่านั้นที่เราประกาศกับเขา แล้วพระเจ้าเองจะเป็นผู้รับรองข่าวประเสริฐนั้นด้วยการอัศจรรย์ที่พระองค์ทรงกระทำ
พระเจ้าจะไม่ตอบคำอธิษฐาน ถ้าเราไม่อธิษฐาน

4.# ซีโมนอดีตคนทำวิทยาคม คิดว่าจะซื้อสิ่งที่พระเจ้าประทานให้ได้ด้วยเงิน เขาคิดว่าเงินมีอำนาจมากกว่าพระเจ้า สามารถสั่งการพระองค์ได้
เปโตรจึงเตือนเขาว่า เขากำลังไม่สัตย์ซื่อต่อพระเจ้า ซึ่งจะทำให้เขาได้รับความขมขื่น และติดกับแห่งความอธรรม

4.@ การใช้มุมมองของโลกนี้ มองดูสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำ จะทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย เพราะการเข้าใจสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำนั้นต้องเข้าใจด้วยความเข้าใจในฝ่ายวิญญาณ มองด้วยมุมมองฝ่ายวิญญาณ
เราเข้าใจมุมมองฝ่ายวิญญาณได้ ก็ต่อเมื่อให้พระคำของพระเจ้าเป็นบรรทัดฐานในการมองดูสิ่งต่างๆเหล่านั้น

สิ่งที่สำคัญมากในเรื่องฝ่ายวิญญาณ ไม่ใช่พฤติกรรมภายนอกแต่เป็นท่าทีในจิตใจ เหมือนซีโมนที่ใจของเขาไม่สัตย์ซื่อต่อพระเจ้า จึงทำให้การกระทำของเขานั้น แทนที่จะเกิดผลดี แต่กลับทำให้เขาตรอมตรมด้วยความทุกข์

วันนี้ สิ่งที่เราทำนั้นเราทำเพื่ออะไร?
หากทำเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนจากโลกนี้ เป็นคำชื่นชมว่าเราเก่ง เราดี หรือเป็นทรัพย์สินเงิน และชื่อเสียงจอมปลอมที่โลกจะหยิบยื่นให้ การกระทำเหล่านั้นแทนที่จะเป็นพระแต่กลับทำให้เราตกดิ่งลงในทางแห่งโลกนี้มากยิ่งขึ้น
หากทำเพราะเห็นแก่ความรักที่เรามีต่อพระเยซู สิ่งเหล่านั้นไม่ว่าจะเล็กน้อยสักเพียงใด ก็เป็นสิ่งล้ำค่าในสายพระเนตรของพระเจ้า

5.# ในขณะที่งานรับใช้ของฟีลิปกำลังเกิดผลอย่างมาก พระวิญญาณบริสุทธิ์กลับนำฟีลิปไปในทางเปลี่ยว ที่ไม่น่าจะมีคนผ่านมาทางนั้น
แต่แล้วบนทางนั้นเขาได้พบกับขันทีชาวเอธิโอเปีย ฟีลิปได้ประกาศแก่เขา และให้บัพติศมาในน้ำแก่เขา
นั่นเป็นครั้งเดียวตลอดชีวิตของทั้งสองคน ที่ทั้งคู่ได้พบกัน

5.@ บางครั้งพระเจ้าทรงนำให้เราทำอะไรบางอย่างที่เมื่อคิดตามหลักการและเหตุผลแล้ว ดูไม่เข้าท่าเอาเสียเลย แต่เมื่อเราเชื่อฟัง กระทำตาม เราจะพบพระพรยิ่งใหญ่
ถ้าฟีลิปไม่ไปทางเปลี่ยวในวันนั้น ตลอดชีวิตเขาอาจจะไม่มีโอกาสประกาศกับขันทีชาวเอธิโอเปียคนนั้นก็เป็นได้
เนื่องจากขันทีคนนั้น เป็นข้าราชการของพระนางคานดาสี
คำว่า “คาน​ดา​สี”​ ​เป็น​ตำแหน่ง​ที่​ใช้​เรียก​พระ​มารดา​ที่​ทำ​หน้าที่​บริหาร​ประเทศ​แทน​กษัตริย์
ดังนั้นขันทีคนนี้น่าจะคนที่มีอิทธิพลมากคนหนึ่งของเอธิโอเปียในช่วงเวลานั้น
เอธิโอเปีย​ใน​สมัยนั้น ​เป็น​คน​ละ​ที่กับ​เอธิโอเปีย​ใน​ปัจจุบัน ​
เอธิโอเปียในสมัยนั้น ​เป็น​อาณา​จักร​ใน​ทวีป​แอฟริกา​ที่​มี​อาณา​เขต​ครอบ​คลุม​ทั่ว​บริเวณ​ส่วน​เหนือ​ของ​ซูดาน​และ​ส่วน​ใต้​ของ​อียิปต์​ใน​ปัจจุบัน
ในช่วงเวลาต่อมา เมื่อมิชชันนารีจากยุโรปเข้าไปประกาศในทวีปแอฟริกา ต้องพบกับความประหลาดใจที่ มีหลายเมืองที่นั่นที่มีคนเชื่อในข่าวประเสริฐอยู่ก่อนแล้ว
นักวิชาการบางท่านเชื่อว่า ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลพวงของเหตุการณ์ในวันนั้น วันที่ฟีลิปได้พบกับขันทีชาวเอธิโอเปีย
ถ้าฟีลิปไม่เชื่อฟังพระวิญญาณบริสุทธิ์ในวันนั้น ประวัติศาสตร์ของแอฟริกาน่าจะเปลี่ยนแปลงไป
การเชื่อฟังเล็กน้อยๆของเราในวันนี้ อาจสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่บางอย่างให้เกิดขึ้นก็เป็นไปได้

คำคม

“เมื่อเชื่อฟัง กระทำตามพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราจะได้พบกับนัดหมายแห่งสวรรค์”

ขุมทรัพย์ กิจการ 7

ภาพรวม

  • ในบทนี้พูดถึงคำเทศนาของสเตเฟนและการพลีชีพเพื่อข่าวประเสริฐของสเตเฟนชายคนแรกที่พลีชีพเพื่อข่าวประเสริฐ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เมื่อสเตเฟนมีโอกาสได้แก้ข้อกล่าวหาต่อหน้าสภาของพวกยิว เขาได้อธิบายให้พวกเขาเห็นว่า เป็นแผนการของพระเจ้าที่ให้พระเยซูมาบังเกิดเพื่อช่วยมนุษย์ ตามพระสัญญาที่ได้ทรงสัญญาไว้กับอับราฮาม
แต่พวกยิวและบรรพบุรุษของพวกเขาได้ดื้อดึง ปฏิเสธ ไม่ยอมรับ บรรดาผู้เผยพระวจนะที่พระเจ้าได้ส่งมา และล่าสุดพวกเขาได้ฆ่าพระคริสต์ผู้ที่พระเจ้าส่งมา
มาถึงตรงนี้ แทนที่พวกเขาจะกลับใจเสียใหม่ แต่กลับทำสิ่งชั่วร้ายยิ่งไปกว่าเดิมโดยการฆ่าสเตเฟนผู้ที่มาเตือนพวกเขาเสีย

1.@ พระวจนะของพระเจ้า เป็นความจริงเสมอ และสามารถช่วยคนให้กลับเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่สำหรับทุกคน
เฉพาะคนที่เชื่อพระคำของพระเจ้า แลัวตอบสนองตามพระคำของพระเจ้าเท่านั้น จึงรับการเปลี่ยนแปลง
คนที่ใจแข็งกระด้าง ดื้อดึง ไม่เชื่อและไม่ทำตามพระคำของพระเจ้า พระคำของพระเจ้าที่พวกเขาได้ยินนั้นจะไม่ส่งผลดีใดๆต่อพวกเขาเลย
วันนี้ เมื่อเรารับฟังพระคำของพระเจ้า อย่าให้จิตใจของเราแข็งกระด้าง แต่จงถ่อมใจลง เชื่อฟังและกระทำตามพระคำของพระองค์

2.# เมื่อสเตเฟนเผชิญหน้ากับความเกลียดชัง ความอาฆาตแค้น เขาถูกรุมล้อมด้วยคนที่กำลังอยากจะฆ่าเขาให้ตาย และขณะที่ก้อนหินอันแหลมคมก้อนใหญ่ๆ แต่ละก้อนกำลังปลิวร่อนเข้ามาปะทำใบหน้า ลำตัว และ แขน ขา ของเขา ในที่หัวเขาเริ่มแตก และขาเริ่มหัก นิ้วมือถูกปะทะกับก้อนหินจนบิดเบี้ยวเสียรูปไป ขณะที่เขากำลังเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ราวกับต้องเผชิญหน้ากับนรก
เมื่อนั้น ตัวเขาราวกับอยู่ในสวรรค์ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยสง่าราศี จิตวิญญาณของเขาสงบเพราะรู้ว่ากำลังจะได้ไปพบกับพระองค์ที่เขารัก และจิตใจของเขาเต็มไปด้วยความเมตตาสงสารคนชั่วร้ายเหล่านั้น จนเขาต้องอธิษฐานอ้อนวอนต่อพระเจ้าเพื่อพวกเขา
เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า สเตเฟนเผชิญหน้าเหตุการณ์ครั้งด้วยการเต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์

2.@ เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เต็มล้นในชีวิตของเรา ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์เลวร้ายราวกับนรก ก็จะพบกับความสุขราวกับอยู่ในสวรรค์

จงเรียนรู้ที่จะให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ครอบครอง ความคิด จิตใจ และทุกส่วนในชีวิตของเรา ในแต่ละวัน เพื่อว่าเราจะสามารถเผชิญกับทุกเหตุการณ์ได้ ราวกับอยู่ในสวรรค์

3.# เมื่อสเตเฟนกำลังถูกฆ่าด้วยการเอาหินขว้างให้ตาย เขาเงยหน้าดูฟ้าสวรรค์แล้วเห็นพระเยซูทรงยืนอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระบิดา
ตามปกติในพระคัมภีร์ตอนอื่นๆ จะกล่าวว่า พระเยซูนั่งอยู่เบื้องขวาของพระบิดา เช่น
ลก. 22:69 “… ตั้ง​แต่​นี้​ไป บุตร​มนุษย์​จะ​นั่ง​ด้าน​ขวา​ของ​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​ฤท​ธา​นุ​ภาพ”
กจ. 2:34 …”‘พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​ข้าพ​เจ้า​ว่า จง​นั่ง​ที่​ขวา​มือ​ของ​เรา”
ฮบ. 1:13 …“จง​นั่ง​ที่​เบื้อง​ขวา​ของ​เรา จน​กว่า​เรา​จะ​ทำ​ให้​ศัตรู​ของ​ท่าน​เป็น​ที่​รอง​เท้า​ของ​ท่าน”
ฮบ. 8:1 “..ผู้​ประ​ทับ​เบื้อง​ขวา​พระ​ที่​นั่ง​ของ​พระ​เจ้า​ใน​สวรรค์”
ฮบ. 12:2 ” …​พระ​องค์​ประ​ทับ​เบื้อง​ขวา​พระ​ที่​นั่ง​ของ​พระ​เจ้า”

แต่ในตอนนี้พระเยซูไม่นั่ง แต่ทรงยืน เพราะพระองค์ทรงห่วงใยสเตเฟนที่พระองค์ทรงรัก ผู้กำลังจะถูกฆ่าตายเพราะเหตุความรักที่เขามีต่อพระองค์

3.@ เมื่อเราต้องเผชิญความทุกข์ เจ็บปวด ไม่ว่าร่างกายหรือจิตใจ พระเยซูทรงทราบ และพระองค์ทรงรักและห่วงใยเรา
ถ้ามีทางอื่นพระองค์คงจะไม่ยอมให้ความเจ็บปวดนั้นเกิดขึ้นกับเราเป็นแน่
แต่ในเมื่อมันได้เกิดกับเราแสดงว่า พระองค์มีพระประสงค์ที่ดีเลิศบางอย่างสำหรับเราเกินกว่าที่เราจะเข้าใจได้ แต่ในที่สุดแล้วเราจะเข้าใจ
ให้เราเผชิญกับเหตุการณ์วันนี้ ด้วยการยอมรับว่ามันจำต้องเกิดขึ้น และโดยพระคุณของพระเจ้าเราจะผ่านพ้นมันไปได้อย่างสง่างาม

คำคม

“การเผชิญความทุกข์ด้วยมีพระเยซูอยู่เคียงข้าง เป็นความสุขยิ่งกว่าการเริงสำราญในความชั่วร้าย”

ขุมทรัพย์ กิจการ 6

ภาพรวม

  • ในบทนี้พูดถึงการตั้งมัคนายกเพื่อช่วยงานอัครทูตในด้านพันธบริการ แต่ถึงกระนั้นพระเจ้าก็ทรงใช้มัคนายกบางคน อย่างเช่น สเตเฟนในการประกาศข่าวประเสริฐอย่างมากมาย

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เมื่อจำนวนสาวกทวีมากยิ่งขึ้น การสำแดงความรักด้วยการแจกอาหารให้แก่คนยากจนก็เพิ่มปริมาณมากขึ้นด้วย ซึ่งทำให้เกิดปัญหาจุกจิกต่างๆตามมาโดยปริยาย เช่น การแจกอาหารไม่ทั่วถึง ระหว่างแม่ม่ายที่พูดภาษากรีก และแม่ม่ายที่พูดภาษาฮีบรู
อัครทูตจึงจัดการปัญหาเหล่านี้โดย ตั้งมัคนายกขึ้นมา 7 คน (เป็นการตั้งมัคนายกครั้งแรก) เพื่อจัดการปัญหาเหล่านี้อย่างเหมาะสม
ส่วนพวกอัครทูตจะมุ่งเน้นในการอธิษ​ฐาน​และ​ในพันธ​กิจ​ด้าน​พระ​วจนะ

1.@ สิ่งที่ผู้รับใช้พระเจ้าควรมุ่งเน้น ไม่ใช่กิจกรรมต่างๆของคริสตจักร แต่เป็นการใช้เวลาและพลังงาน ในการอธิษฐานและการศีกษาพระคำของพระเจ้า แล้วเทศนา สั่งสอนพระคำของพระองค์

หากท่านเป็นผู้รับใช้พระเจ้า วันนี้ท่านใช้ กี่% ของเวลา 24 ชม. ในการอธิษฐานและการศึกษาพระคำของพระเจ้า?

หากอัครสาวกของพระคริสต์ยังให้ความสำคัญแก่การอธิษฐานและพระคำ ดังนั้นเราผู้เป็นสาวกของพระคริสต์ สมควรที่จะให้ความสำคัญแก่ทั้งสองสิ่งนี้เช่นกัน

2.# เมื่อมีการ​ประ​กาศ​พระ​วจนะ​ของ​พระ​เจ้า​มาก​ขึ้น จำ​นวน​สา​วก​ก็​เพิ่ม​ขึ้น​อย่าง​มาก​ จนแม้แต่พวก​ปุโร​หิต​จำ​นวน​มาก​ก็​มา​เชื่อ​

2.@ ผู้มาเชื่อในพระเยซูจะมากขึ้น ก็ต่อเมื่อมีการประกาศพระวจนะมากขึ้น

คริสตจักรไม่มีทางเติบโตอย่างแท้จริงได้ หากสมาชิกในคริสตจักรไม่ประกาศข่าวประเสริฐ

3.# เมื่อสเตเฟนเต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ จึงสามารถทำอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ได้ และสามารถอธิบายพระคำของพระเจ้าแบบไม่มีใครโต้แย้งได้ และบุคลิกลักษณะจะเต็มไปด้วยสง่าราศี

3.@ เมื่อเรายอมให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ครอบครองในชีวิตของเราอย่างเต็มที่ ชีวิตของเราจะมีการอัศจรรย์และเป็นพระพร และจะเต็มไปด้วยสติปัญญาในการประกาศข่าวประเสริฐ

วันนี้ เรายอมจำนนต่อการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในชีวิตของเรามากเพียงใด?

คำคม

“ยิ่งประกาศพระวจนะ ผู้เชื่อยิ่งเพิ่มมากขึ้นเสมอ”

ขุมทรัพย์ กิจการ 5

ภาพรวม

  • ในบทนี้กล่าวถึงฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงกระทำผ่านทางอัครทูต รวมถึงการที่อัตรทูตเผชิญหน้ากับการข่มเหงอย่างกล้าหาญและสง่างามด้วยความช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เรื่องของอา​นา​เนีย​กับ​สัป​ฟีรา ที่ล้มลงตายเมื่อพวกเขาพูดโกหกต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ คล้ายกับเรื่องของ​ชาย​อวดดีที่​ไป​เก็บ​ฟืน​ใน​วัน​สะบา​โตทั้งที่โมเสสเพิ่งประกาศบัญญัติของพระเจ้าไปไม่นาน โมเสสจึงให้ประชาชนเอาหินขว้างเขาจนตาย( กดว. 15:32-36 ) แล้วความเกรงกลัวที่จะทำตามบัญญัติของพระเจ้าก็เกิดขึ้นอย่างมากท่ามกลางประชาชน

เรื่องของอา​นา​เนีย​กับ​สัป​ฟีรา ก็เช่นกัน หลังจากเกิดขึ้นแล้วก็เกิดความเกรงกลัวพระเจ้าอย่างยิ่งท่ามกลางคนทั้งหลาย

1.@ พระเจ้ามีเวลาของพระองค์ในแผนการของพระองค์ ที่จะจัดการกับสิ่งที่ไม่ถูกต้องทันทีในบางกรณี และบางกรณีทรงชะลอการจัดการเอาไว้ก่อนจนถึงเวลาที่เหมาะสม

วันนี้ หากเราเดินในทางที่ไม่ถูกต้อง แล้วดูเหมือนพระเจ้าไม่ได้จัดการอะไรกับเราเลย ไม่ได้หมายความว่าพระบิดาผู้รักเราจะปล่อยปละละเลยเราในเรื่องนั้น เพราะความรักไม่ชื่มยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด พระบิดาจะไม่ปล่อยให้เรายังคงเดินต่อไปในทางที่ผิดโดยไม่จัดการอะไรเป็นปน่ เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลาที่พระองค์จะจัดการในบางเรื่อง
ดังนั้น วันนี้ยังมีเวลาที่จะกลับใจ ก่อนที่ไม้เรียวจะมาถึง

2.# เนื่องจากมีการต่อต้านจากผู้นำศาสนาทำให้หลายคนไม่กล้าเข้ามาร่วมฟังการเทศนาของพวกอัครทูต แต่ก็มีคนมากมายนำคนป่วยมาให้อัครทูตรักษา คนป่วยเหล่านั้นก็หายดีทุกคน และมีคนกลับใจมาเชื่อจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

2.@ การต่อต้านไม่อาจหยุดยั้งข่าวประเสริฐได้ แต่ตรงกันช้ามกลับทำให้เห็นฤทธิ์เดชของข่าวประเสริฐมากยิ่งขึ้นไปอีก

หากเราถูกต่อต้านเพราะข่าวประเสริฐ ไม่ต้องตกใจ พระเจ้ากำลังมีแผนการที่ดีเลิศที่มนุษย์คิดไม่ถึงเตรียมไว้ในเหตุการณ์เหล่านั้น

3.# อัครทูตถูกพวกผู้นำศาสนาจับไปขังคุก ด้วยข้อหา ดันมาทำให้พวกเขาอิจฉา(ข้อ17) แต่ทูตสวรรค์ก็มาปล่อยอัครทูตออกจากคุก
เมื่อออกจากคุกแทนที่จะหวาดกลัว แต่พวกเขากลับไปที่พระวิหารแล้วเทศนาสั่งสอนต่อไป
จนผู้นำศาสนาให้คนพาตัวพวกเขามาอีกครั้งแล้วเฆี่ยนตีพวกเขา แทนที่พวกเขาจะหลาบจำ แต่พวกเขากลับเต็มไปด้วยความยินดี เพราะถือว่าพวกเขาได้รับเกียรติยิ่งใหญ่ ได้สิทธิถูกเฆี่ยนเพื่อพระเยซู
จากนั้นพวกเขาก็กลับไปเทศนาสั่งสอนในพระวิหารอีก อย่างปราศจากความหวาดกลัว

3.@ สำหรับอัครสาวก ถือว่าการถูกต่อต้านหรือถูกทำร้าย ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หรือน่าอับอาย แต่เป็นความภาคภูมิใจที่ได้ทนทุกข์เพื่อพระคริสต์ อันเป็นศักดิ์ศรียิ่งใหญ่

วันนี้ หากเราถูกดูถูก ถูกใส่ร้าย ถูกประนาม หรือแม้แต่ถูกทำร้ายเพราะความเชื่อในพระเยซูคริสต์ จงภาคภูมิใจและยินดีเถิด เพราะเป็นเกียรติที่ยิ่งใหญ่และจะนำบำเหน็จใหญ่ยิ่งมาสู่ชีวิตของเราด้วย

4.# กามาลิเอล กล่าวเตือนผู้นำศาสนาว่า ​ถ้า​ความ​คิด​หรือ​กิจ​การ​ใดมา​จาก​มนุษย์ มัน​จะ​ล่ม​สลาย​ไป​เอง แต่ถ้ามาจากพระเจ้า จะไม่มีใครสามารถทำลายได้

4.@ อะไรที่มาจากพระเจ้ามันจะคงอยู่
บางอย่างเราไม่อาจสรุปได้ชัดเจนว่า สิ่งนี้มาจากพระเจ้าหรือไม่ แต่กาลเวลาและผลที่เกิดขึ้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์เอง
อย่าด่วนตัดสินก่อนเวลา จงรอคอยการเปิดเผย การสำแดงจากพระเจ้าเถิด

คำคม

“ การถูกดูถูกเหยียดหยามเพื่อพระคริสต์ เป็นเกียรติและศักดิ์ศรีอันยิ่งใหญ่”

ขุมทรัพย์ กิจการ 4

ภาพรวม

  • ในบทนี้กล่าวถึงการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่ทำให้เกิดความกล้าหาญของผู้เชื่อ และเกิดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างแท้จริงท่ามกลางพวกเขา

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เปโตรและยอห์นถูกจับ แทนที่ผู้คนจะหวาดกลัวหรือดูถูกว่าเรื่องพวกเขาพูดไม่เป็นความจริง แต่กลับมีคนเข้ามาเชื่อเพิ่มขึ้นหลายพันคน

1.@ เมื่อเรารับใช้พระเจ้า สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราอาจดูเหมือนเป็นสิ่งที่ไม่ดีในเบื้องต้น แต่ความจริงแล้วสิ่งนั้นจะเป็นพระพรมหาศาลต่อเราและเป็นพระพรแก่ผู้คนมากมาย

เราไม่สามารถวัดผลความสำเร็จในฝ่ายวิญญาณได้ด้วยมาตรฐานมุมมองแบบมนุษย์

2.# เปโตรกับยอห์นถูกจับกุมตัวมาต่อหน้าทั้ง​อัน​นาส​มหา​ปุโร​หิต​และ​คา​ยา​ฟาส และผู้นำศาสนายิวคนอื่นๆ ซึ่งคนเหล่านี้เองที่จับกุมและใส่ร้ายพระเยซูแล้วกดดันปีลาตให้ตรึงพระเยซู

เปโตรเคยเห็นการสอบสวนของคนพวกนี้แล้ว เมื่อพวกเขาสอบสวนพระเยซู เปโตรกลัวจับใจ จนยอมแม้กระทั่งปฏิเสธพระเยซูถึง 3 ครั้ง

แต่ครั้งนี้ต่างออกไป เปโตรไม่กลัวคำข่มขู่ของพวกเขาเลยแม้สักเล็กน้อย แต่กลับพูดอย่างกล้าหาญจนพวกเขาต้องประหลาดใจเมื่อรู้ว่าเปโตรเป็นใครและการศึกษาน้อยแค่ไหน

ผมมองว่า หนึ่งเหตุผลที่พระเจ้าอนุญาตให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก็เพื่อ ให้เปโตรมีโอกาสแก้ตัว ได้เยียวยาจิตใจของเปโตร พระเจ้าทรงให้เขาเผชิญหน้ากับสิ่งที่เขาเคยกลัว เพื่อประกาศชัยชนะเหนือสิ่งที่เขาเคยพ่ายแพ้นั้น เพราะครั้งนี้เขาเผชิญด้วยการทรงสถิตของพระวิญญาณบริสุทธิ์และด้วยการตระหนักว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่

2.@ สิ่งใดก็ตามที่เราเคยกลัวจนยอมแพ้ต่อมัน จนไม่อยากคิดถึงมันอีก สิ่งที่เราเคนพ่ายแพ้อย่างไม่เป็นท่าต่อมัน
วันนี้ ไม่ต้องกลัวแล้ว พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตกับเรา พระเยซูคริสต์ของเราเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว พระองค์ทรงพระชนม์อยู่
เผชิญหน้ากับมันอย่างกล้าหาญ ปฏิเสธมัน ไม่ยอมแพ้ต่อมัน แล้วเราจะพบว่าโดยฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ทรงสถิตอยู่ในเรา พระองค์ประทานชัยชนะอย่างเหลือล้นแก่เราทั้งหลาย…อาเมน

3.# เปโตรกล่าวแก่พวกผู้นำศาสนาว่า “ใน​ผู้อื่น​ความ​รอด​ไม่​มี​เลย เพราะ​ว่า​นาม​อื่น​ซึ่ง​ให้​เรา​ทั้ง​หลาย​รอด​ได้​นั้น ไม่​โปรด​ให้​มี​ท่าม​กลาง​มนุษย์​ทั่ว​ใต้​ฟ้า”
ข่วประเสริฐ คือ พระเจ้าประทานทางรอดพ้นบาปแก่มนุษย์ คือทางพระเยซูคริสต์ แต่เป็นทางเดียวเท่านั้นไม่มีทางอื่นอีกเลย ผู้ใดเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ก็ขะได้รับความรอด

3.@ เนื่องจากไม่มีทางอื่นที่จะรอดได้ นอกจากทางพระเยซูเท่านั้น ดังนั้นจำเป็นเหลือเกินที่คนที่เรารักและคนทั้งหลายต้องได้รู้จักกับพระเยซู หากเราปรารถนาให้พวกเขารอดพ้นบึงไฟนรก

4.# ​เป​โตร​กับ​ยอห์น​ตอบ​พวกผู้รำศาสนาที่ห้ามไม่ให้พวกเขาประกาศเรื่องของพระเยซู ว่า “เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า​เรา​ควร​เชื่อฟัง​พวก​ท่าน​หรือ​ควร​เชื่อฟัง​พระ​เจ้า ขอ​พวก​ท่าน​พิจาร​ณา​ดู?”
แน่นอนคำตอบที่ถูกต้องคือ เชื่อฟังพระเจ้า

4.@ วันนี้ เราเชื่อฟังพระเจ้า หรือ เชื่อฟังมนุษย์มากกว่ากัน?
วันนี้ เราเกรงใจพระเจ้า หรือ เกรงใจมนุษย์มากกว่ากัน?

5.# หลังจากเปโตรกับยอห์นถูกจับแต่ในที่สุดก็ถูกปล่อยตัว แทนที่พวกสาวกจะหวาดกลัวเพราะขนาดหัวหน้าอย่างเปโตรและยอห์นยังถูกจับ
แต่ปรากฏว่าพวกสาวกกลับ กล่าว​พระ​วจนะ​ของ​พระ​เจ้า​ด้วย​ใจ​กล้า​หาญ เพราะว่าพวก​เขา​เต็ม​เปี่ยม​ด้วย​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์​

5.@ โดยการพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในยามที่น่าหวาดกลัว เราจะกลับยิ่งกล้าหาญ
ในยามที่เราอ่อนแอ เราจะกลับยิ่งเข้มแข็งขึ้นอีก

จงเผชิญสถานการณ์วันนี้ ด้วยการพึ่งพาความช่วยเหลือจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ทรงสถิตในเราเถิด

6.# ​ความเป็น​น้ำ​หนึ่ง​ใจ​เดียว​กันของคน​ทั้ง​หลาย​ที่​เชื่อ​นั้น สำแดงออกมาเป็นการไม่หวงสิ่งดีต่อกันและกัน ช่วยเหลือกัน เสียสละให้แก่กันและกัน

6.@ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่ใช่เรื่องของคำพูด เป็นเรื่องของการกระทำที่เสียสละ

ไม่มีรักแท้ใดที่ไม่ต้องเสียสละ

คำคม

“ความยำเกรงพระเจ้า คือ การเกรงใจพระเจ้า มากกว่า เกรงใจมนุษย์”

ขุมทรัพย์ กิจการ 3

ภาพรวม

  • ในบทนี้กล่าวถึงการอัศจรรย์ที่เปโตรทำที่ประตูงาม จนเป็นเหตุให้เขาได้โอกาสเทศนาให้คนทั้งหลายได้ฟังข่าวประเสริฐเรื่องของพระเยซูคริสต์

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ชายขอทานง่อยที่ประตูงามได้ขอความเมตตาจากเปโตรและยอห์นที่กำลังเดินผ่านไป เปโตรจึงบอกความจริงแก่ชายคนนั้นว่า เขาไม่มีเงิน แต่เขามีสิ่งที่ดีกว่าเงินที่จะให้ คือ พวกเขามีฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าอยู่กับพวกเขา และโดยฤทธิ์อำนาจนั้นเปโตรจึงทำให้ชายคนนั้นลุกขึ้นเดินได้
ฤทธิ์อำนาจนั้นไม่ใช่เปโตรสร้างขึ้นมาเอง แต่เป็นฤทธิ์อำนาจเขาได้รับจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้สถิตในเขา และเขาใช้ฤทธิ์อำนาจนั้นในพระนามพระเยซู ด้วยความเชื่อ

1.@ เปโตรผู้อ่อนแอและขลาดกลัว ได้รับฤทธิ์เดชและความกล้าหาญ เมื่อเขามีแล้วเขาได้ใช้เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า

วันนี้ พระเจ้าประทานสิ่งต่างๆให้เรามากมาย เราใช้สิ่งนั้นเพื่ออะไร? เพื่อเราเอง หรือเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า

2.# เมื่อคนทั้งหลายเห็นเปโตรทำอัศจรรย์ทำให้คนง่อยแต่กำเนิดเดินได้ พวกเขาพากันมารุมล้อม จับจ้องที่เปโตร ราวกับเปโตรเป็นผู้วิเศษ
แต่เปโตรกลับกล่าวว่า “ทำไม​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จ้อง​ดู​เรา​ราว​กับ​ว่า​เรา​ทำ​ให้​คน​นี้​เดิน​ได้​โดย​ฤทธิ์​เดช​หรือ​ความ​ชอบ​ธรรม​ของ​เรา​เอง?”
เปโตรอธิบายให้คนทั้งหลายรู้ว่าการอัศจรรย์นี้ ไม่เกี่ยวกับความเก่งกาจของตัวเขา แต่เกิดขึ้นโดยพระเยซูคริสต์

ไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ เปโตรปฏิเสธว่าเขาไม่รู้จักพระเยซู เพราะเขารักตัวเขาเองมากกว่าพระเยซู
วันนี้ เปโตรปฏิเสธว่าเขาไม่ได้ทำการอัศจรรย์นี้ เพราะเขารักพระเยซูมากกว่าตัวเขาเอง

2.@ ผู้รับใช้พระเจ้าที่สัตย์ซื่อ เมื่อโอกาสที่จะได้รับเกียรติจากมนุษย์มาถึง เขาจะถวายเกียรตินั้นแก่พระเจ้า แล้วพระเจ้าเองจะเป็นผู้ประทานเกียรติให้แก่เขา

3.# เปโตรเทศนาว่า “​จง​กลับ​ใจ​และ​หัน​มา​หา​พระ​เจ้า” แล้วสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น คือความ​ผิด​บาป​​ของเขาจะ​ได้​รับ​การ​ลบ​ล้าง , วาระ​แห่ง​การ​ฟื้น​ชื่น​จะ​ได้มาถึงเขา และ​เขาจะได้รับ​พระ​เยซูคริสต์เขามาในชีวิตของเขา

3.@ เมื่อเรากลับใจและหันมาหาพระเจ้า สิ่งที่เกิดขึ้นคือ บาปของเรารับการอภัย ความฟื้นชื่นทั้งร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณ จะเกิดขึ้น และพระเยซูคริสต์จะเสด็จเข้ามาเป็นพระเจ้าในชีวิตของเรา

หากวันนี้ บาปที่เราฟ้องผิดในใจของเรา หรือ ความชื่นบานจางหายไปจากชีวิต หรือ พระเยซูไม่ใช่เจ้านายของเราแต่เราเป็นเจ้านายของตัวเอง
ถ้าเราเป็นเช่นนั้น จงรีบด่วนที่สุด กลับใจและหันมาหาพระเจ้า

4.# เปโตรเทศนาว่า ถ้า​ใคร​ไม่​เชื่อฟังพระเยซู เขา​จะ​ต้อง​ถูก​ตัด​ขาด​ให้​พินาศ​ไป​จาก​ชน​ชาติ​ของ​พระ​เจ้า

นั่นคือ ถ้าใครเชื่อวางใจในพระเยซู จะถูกนับเข้าเป็นชนขาติของพระเจ้า
ดังนั้นการเป็นชนชาติของพระเจ้าตั้งแต่พระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตาย ไม่ได้นับด้วยเชื้อชาติแต่นับด้วยความเชื่อวางใจในพระเยซู เพราะต่อให้เป็นเชื้อสายของอิสราเอลแต่ไม่เชื่อวางใจในพระเยซูก็จะถูกตัดออกจากการเป็นชนชาติของพระเจ้า

4.@ วันนี้ เราได้มาเป็นชนชาติของพระเจ้าแล้ว โดยพระคุณของพระเจ้า ผ่านทางความเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ ด้วยเหตุนี้พระสัญญาของพระเจ้าสำหรับชนชาติของพระองค์ในพระคัมภีร์นั้น จึงเป็นพระสัญญาสำหรับเรา

คำคม

​จง​กลับ​ใจ​และ​หัน​มา​หา​พระ​เจ้า ในขณะที่ยังมีโอกาส

ขุมทรัพย์ กิจการ 2

ภาพรวม

  • ในบทนี้กล่าวถึงการที่พระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จลงมาสถิตกับผู้เชื่อ แล้วพระองค์ก็ไม่เคยจากผู้เชื่อไปอีกเลย ตามที่พระเยซูทรงสัญญาไว้
  • เมื่อผู้เชื่อคนหนึ่งประกาศข่าวประเสริฐ แล้วมีอีกคนหนึ่งเชื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็จะเข้าไปในสถิตกับอีกคนที่เพิ่งเชื่อนั้นทันทีและอยู่กับเขาตลอดไป
  • เมื่อสาวกทำในส่วนของตนคือประกาศข่าวประเสริฐ พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็ทำให้ผู้คนมากมายมาเชื่อแล้ว พระองค์ก็ทำให้พวกเขาก็เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เมื่อพวกสาวก​เต็ม​เปี่ยม​ด้วย​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์ พวกเขาก็เริ่มพูดภาษาแปลกๆ แล้วการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงก็เกิดขึ้น เช่น
เปโตรผู้ขลาดกลัว แม้แต่คำถามของผู้หญิงคนใช้ในบ้านของมหาปุโรหิต
กลับกลายเป็นชายผู้กล้า ยืนขึ้นเทศนาอย่างไม่กลัวใคร จนมีคนรับเชื่อ 3,000 คน ในคราเดียว

1.@ เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เข้าครอบครองชีวิตของเรา ความกลัวจะถูกขจัดออกไปและความกล้าหาญอย่างยิ่งจะเกิดขึ้นกับเรา

วันนี้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตภายในเราแล้ว จงยอมให้พระองค์ครอบครองและควบคุมชีวิตของเราเถิด

2.# พระวิญญาณเสด็จมาในวันเทศกาลเพ็นเทคอส ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คนยิวจากทุกสารทิศมาร่วมงานเทศกาลที่กรุงเยรูซาเล็ม ดังนั้นเมื่อพวกเขากลับใจรับเชื่อหลังจากได้ยินคำเทศนาของเปโตรแล้ว
พอคนเหล่านี้กลับไปยังบ้นาเมืองของตน ก็จะนำข่าวประเสริฐเรื่องของพระเยซู ไปประกาศในที่ต่างๆเหล่านั้นด้วย
ช่างเป็นแผนการที่งดงาม ในเวลาของพระองค์

2.@ พระเจ้ามีเวลาที่ดีที่สุดสำหรับทุกสิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราผู้เป็นที่รักของพระองค์ พระองค์จงใจเลือกเวลาที่ดีที่สุด เหมาะสมที่สุด ของสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับเรา

วันนี้ หากสิ่งที่เราคาดหวังยังไม่เกิดขึ้น นั่นก็เพราะพระเจ้ามีเวลาที่ดีกว่าเวลานี้ เตรียมไว้สำหรับเรา

3.# พระเจ้าทรงสัญญาว่า “แน่​ที​เดียว​เว​ลา​นั้น เรา​จะ​เท​พระ​วิญ​ญาณ​ของ​เรา บน​ทาส​ทาสี​ของ​เรา และ​เขา​ทั้ง​หลาย​จะ​เผย​พระ​วจนะ”
เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จเหนือผู้เชื่อ พวกเขาจะเผยพระวจนะ

3.@ วันนี้ พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตกับเราแล้ว เราสามารถกล่าวถ้อยคำของพระเจ้าต่อผู้อื่นได้โดยการนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นดังถ้อยคำจากพระเจ้า เป็นการเผยพระวจนะ

โดยส่วนตัวผมเชื่อว่า ไม่ใช่ผู้เชื่อทุกคนเป็นผู้เผยพระวจนะ แต่ผู้เชื่อทุกคนเผยพระวจนะได้โดยการทรงนำจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้สถิตในเขา

ในการพูดกับใครสักคน ในครั้งต่อไป ลองพูดด้วยท่าทีอธิษฐานขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ประทานถ้อยคำให้แก่เราดูสิ แล้วคุณจะพบว่าคุณเผยพระวจนะได้

4.# “พระ​เจ้า​ทรง​แต่ง​ตั้ง​พระ​เยซู ให้​เป็น​ทั้ง​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​และ​พระ​คริสต์”
การต้อนรับพระเยซูเข้ามาในชีวิตต้องให้พระองค์เป็นทั้งผู้ช่วยให้รอดและเป็นทั้งเจ้านายในชีวิตของเรา
การต้อนรับเพียงแค่อย่างเดียว ไม่ใช่การต้อนรับอย่างแท้จริง

4.@ วันนี้ พระเยซูทรงยกโทษอภัยบาป ชำระบาปของเราทั้งสิ้นแล้วพระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา
แล้วเราให้พระองค์เป็นเจ้านายในชีวิตของเราด้วยหรือไม่ หรือเรายังคงเป็นเจ้านายของตนเอง ทำตามใจปรารถนาของตนเอง โดยไม่สนใจพระประสงค์ของพระเจ้า?

5.# โดยการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เมื่อพวกสาวกประกาศข่าวประเสริฐ พระเจ้าทรงทำให้มีคนมารับเชื่อมากมาย และทำให้พวกเขารักกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ปรารถนาจะช่วยเหลือกัน และร่วมกันนมัสการพระเจ้า ร่วมกันปรนนิบัติพระองค์

5.@ เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตกับเราแล้ว งานที่เราต้องทำคือ ประกาศข่าวประเสริฐ แล้วที่เหลือพระเจ้าจะเป็นผู้กระทำให้เกิดผลเอง ขอเพียงเราสัตย์ซื่อในสิ่งที่พระเจ้าทรงบัญชาก็พอ

คำคม

“ เราแค่เพียงทำในส่วนของเรา พระเจ้าผู้ทรงสัตย์ซื่อจะทำในส่วนที่เหลือเอง”

ขุมทรัพย์ กิจการ 1

ภาพรวม

  • พระธรรมกิจการ เขียนโดยนายแพทย์ลูกา เขียนถึงธีโอฟีลัส เป็นเรื่องราวต่อจากพระธรรมลูกา เพื่ออธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อพระเจ้าทรงรับพระเยซูขึ้นสู่สวรรค์ จนถึงการที่ข่าวประเสริฐได้ถูกประกาศไปทั่วโดยเหล่าสาวกของพระองค์
  • ในบทนี้กล่าวถึงการที่พระเยซูถูกรับขึ้นไปสู่สวรรค์ แล้วพวกสาวกก็รอคอยการเสด็จมาของพระวิญญาณบริสุทธิ์ตามที่พระเจ้าทรงสัญญานั้น

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# พระเยซูกำชับเหล่าสาวกไม่ให้ออกไปจากกรุงเยรูซาเล็ม แต่ให้รอจนกว่าจะได้รับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์
แสดงว่าการรับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นสิ่งสำคัญมาก ในการทำให้พระราชกิจของพระเจ้าที่มอบหมายให้พวกเขาทำนั้นสำเร็จ

1.@ การบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นการที่พระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาเต็มเติมในชีวิตของผู้เชื่อ เข้ามาครอบครองแล้วควบคุมทุกส่วนในชีวิตของเขา
รายละเอียดสามารถรับชมได้จากคลิปนี้ครับ
https://youtu.be/3iQ622YZjGw

2.# พระเยซูสอนเหล่าสาวกเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง คือ ไม่​ใช่​ธุระ​ของ​เรา​ที่​จะ​รู้​เวลา​และ​วาระ​ที่​พระ​บิดา​ทรง​กำหนด​ไว้​โดย​สิทธิ​อำ​นาจ​ของ​พระ​องค์
เรื่องเวลาเป็นสิทธิอำนาจของพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว พระองค์จะเป็นผู้ตัดสินพระทัยเองว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อใด

2.@ เมื่อเราอธิษฐานทูลขอสิ่งใดจากพระเจ้า หน้าที่ของเราก็คือเชื่อวางใจในพระองค์ว่าพระองค์จะตอบคำอธิษฐานของเราอย่างแน่นอน
ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพระเจ้า ที่จะกำหนดว่า คำตอบจะมาด้วยวิธีใด และจะมาในเวลาใด
ขอเพียงแค่เราเชื่อวางใจในพระองค์ นั่นก็เพียงพอแล้ว พระองค์จะไม่ทำให้ผู้ไว้ใจในพระองค์อย่างสุดหัวใจต้องผิดหวังแน่นอน

3.# พระเยซูตรัสว่า หลังจากที่เหล่าสาวกได้รับพระราชทานฤทธิ์เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาเหนือพวกเขาแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ เขาจะเป็นพยานเรื่องของพระเยซูไปจนสุดปลายแผ่นดินโลก

3.@ ก่อนที่เราจะเป็นพยานเรื่องของพระเยซู เราต้องมีประสบการณ์ที่พระองค์ทรงกระทำอะไรบางอย่างในชีวิตของเราเสียก่อน

วันนี้ ให้เราสำรวจดูว่าพระเยซูทรงกระทำอะไรในชีวิตของเราแล้วบ้าง แล้วก็ใช้สิ่งเหล่านั้นเป็นพยานให้คนทั้งหลายรู้ว่าพระเยซูทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดในชีวิตของเขาได้

4.# ในช่วงเวลาที่เหล่าสาวกกำลังรอคอยสิ่งพระเจ้าทรงสัญญานั้น พวกเขารอคอยด้วยการอธิษฐาน

4.@ วันนี้ หากเรากำลังรอคอยสิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาแก่เรา เราสมควรอย่างยิ่งที่จะรอคอยด้วยการอธิษฐาน
อธิษฐานอย่างไม่ลดละจนกว่าจะได้รับตามพระสัญญานั้น

5.# เนื่องจากยูดาสผู้ทรยศพระเยซู ได้ฆ่าตัวตายไปแล้ว อัครสาวกจึงเหลือ 11 คน ขาดไป 1 คน พวกสาวกจึงจับฉลากเพื่อเลือกคนที่มาแทนยูดาส ซึ่งฉลากก็ได้ชื่อของ มัท​ธีอัส เขาจึงถูกนับมาแทนยูดาส
แต่ดูเหมือนอัครสาวก 12 คน ที่จะได้นั่งบนบัลลังก์ 12 คน ร่วมกับพระคริสต์นั้น คนที่ 12 ไม่น่าจะใช่ มัทธีอัส แต่น่าจะเป็น เปาโล อัครสาวกทูตคนสุดท้ายที่พระเยซูทรงเรียกด้วยพระองค์เอง

5.@ วิธีของมนุษย์ก็แบบหนึ่ง แต่ของพระเจ้าก็เป็นอีกแบบหนึ่ง
หลายครั้งเราพยายามช่วยพระเจ้า ด้วยความพยายามอย่างเต็มที่ แต่เราก็พบว่าพระองค์มีวิธีที่ดีกว่า สูงส่งกว่าเพื่อให้แผนการของพระองค์สำเร็จ
เราควรเรียนรู้ที่จะรอคอยพระองค์ ด้วยวิธีการของพระองค์
(ความจริงแล้ว พระเยซูให้พวกสาวกแค่รอในเยรูซาเล็ม ไม่ได้บอกว่าให้เลือกสาวกอีกคนหนึ่งมาแทนยูดาส สักหน่อย)

คำคม

“ รอคอยพระเจ้า คือ การรอเวลาของพระเจ้า และ รอวิธีการของพระองค์ ”