ขุมทรัพย์ เอเฟซัส 6

ภาพรวม

  • ในบทนี้พูดถึงท่าทีที่ถูกต้องของพ่อแม่กับลูก และ เจ้านายกับลูกน้อง และ เราทั้งหลายต่อศัตรูฝ่ายวิญญาณ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# พระคัมภีร์สั่งให้ลูก เชื่อฟังและให้เกียรติบิดามารดาของตน เพราะจะเป็นผลดีต่อตัวลูกเอง จะไปดีมาดี ชีวิตยืนยาว

1.@ พ่อแม่ที่รักลูกจริงๆ ต้องไม่ยอมอย่างเด็ดขาด ต้องพยายามสุดความสามารถทุกวิถีทาง ให้ลูกของตน เชื่อฟังและให้เกียรติพ่อแม่
ไม่ใช่อยากได้รับเกียรติ แต่เพราะไม่อยากให้ลูกไปร้ายมาร้าย ทำอะไรก็ไม่เจริญ และอายุสั้น

2.# เราผู้เป็นลูก หากพ่อแม่สั่งสอนหรือเตือนสติเรา เราไม่ควรโกรธหรือไม่พอใจท่าน เพราะท่านกำลังทำตามคำสั่งของพระเจ้า

2.@ ลูกมีแนวโน้มที่จะโกรธได้ง่ายเมื่อพ่อแม่ สอนหรือเตือนแบบไม่ค่อยเข้าท่าในสายตาของลูก
แต่เราผู้มีพระวิญญษณของพระเจ้าสถิตอยู่ภายในเรา ควรขอพระองค์ทรงช่วยเราที่เราจะไม่โกรธ แต่มีท่าทีที่ถ่อมใจ อย่างอ่อนสุภาพต่อคำเตือนสอนที่ไม่ค่อยเข้าท่าของพ่อแม่

3.# พระคัมภีร์สอนให้ ผู้เป็นลูกน้องให้ปรนนิบัติเจ้านายอย่างเต็มใจ
ไม่ใช่เพื่อประจบสอพลอ แต่เพื่อจะรับการอวยพรจากพระเจ้า
ส่วนเจ้านายก็สมควรฏิบัติต่อทาสอย่างมีเมตตา ไม่ใช่วางอำนาจบาตรใหญ่

พระคัมภีร์สรุปเอาไว้ใน อฟ. 6:8 ว่า “เพราะ​พวก​ท่าน​รู้​ว่า​ใคร​ทำ​ความ​ดี​อะไร​ไว้ ก็​จะ​ได้​รับ​อย่าง​นั้น​จาก​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า ไม่​ว่า​ทาส​หรือ​ไท”
ไม่ว่าเจ้านายดีหรือไม่ดี แต่เราก็ยังทำดีอย่างเต็มใจแก่เขา เราจะได้รับพระพรจากพระเจ้า
ไม่ว่าลูกน้องดีหรือไม่ดี แต่เรายังคงทำดีต่อเขา เพราะยำเกรงพระเจ้า เราจะได้รับพระพรจากพระองค์

3.@ ไม่ว่า เจ้านาย หรือ ลูกน้องของเรา จะมีลักษณะเป็นเช่นไร เราก็สามารถได้รับพระพรจากพระเจ้าได้ทั้งสิ้น หากเรายังคงเชื่อฟังพระคำของพระเจ้าต่อไป

4.# ใน อฟ. 6:10-11 กล่าวว่า วิธีที่จะ​เข้ม​แข็ง​ขึ้น​ใน​พระเจ้าได้ โดยสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้า
เนื่องจากศัตรูที่จ้องจะขัดขวางและทำลายเรานั้นมีอำนาจมากกว่าเรามาก
เราจึงไม่อาจต้อสู้ได้โดยกำลังของตนเอง
เราต้องพึ่งพากำลังอันทรงอานุภาพของพระเจ้า จึงจะสามารถยืนหยัดได้ และมีชัยชนะได้

4.@ ในการดำเนินชีวิตคริสเตียนของเราในทุกวันนี้ เราไม่อาจมีชัยชนะเหนือการโจมตี เหนือการล่อลวงของศัตรูได้ โดยปราศจากการช่วยเหลือของพระเจ้า
ดังนั้นสมควรเหลือเกินที่คริสเตียนจะดำเนินชีวิตใกล้ชิดติดสนิทกับพระเจ้า ใช้เวลากับพระเจ้าและเอาใจใส่ที่จะทำตามพระคำของพระองค์

5.# ยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าที่เราต้องยึดไว้มั่น ได้แก่
– ความจริงแห่งพระคำของพระเจ้า ,
– ความชอบธรรมที่พระเจ้าประทานให้ ,
– ข่าวประเสริฐที่ทำให้เราพ้นการกล่าวโทษรับสันติสุข ,
– ความเชื่อที่จะสามารถสยบทุกคำโกหกของศัตรูได้ ,
– ความมั่นใจในรอดที่เราจะได้รับตามที่พระเจ้าสัญญา ,
– พระวจนะของพระเจ้าที่สามารถเอาชนะศัตรูทุกรูปแบบได้ ,
– คำอธิษฐานที่จะสามารถปกป้องคุ้มครองและทำให้งานสำเร็จลงได้ด้วยดี

5.@ พกติดตัวไว้บ้างก็ดีนะครับ

6.# ใน อฟ. 6:23 (ฉบับ1971) กล่าวว่า เราได้​รับ​ความ​รักโดย​ความ​เชื่อ จาก​พระ​เจ้า​
ความรักที่พระเจ้าทรงรักเรานั้นมากเหลือล้น แต่เรารับรู้ได้โดยความเชื่อ

6.@ วันนี้ เราเชื่อมากเพียงใดว่า เราได้รับความรักอย่างเหลือล้นจากพระบิดา เราเป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรของพระองค์แล้ว

คำคม

“ เราสู้มารไม่ได้ หากเราปราศจากพระเจ้า
มารสู้เราไม่ได้ หากเรามีพระเจ้า ”

ขุมทรัพย์ เอเฟซัส 5

ภาพรวม

  • ในบทนี้พูดถึงการดำเนินชีวิตให้สมกับเป็นลูกของพระเจ้า ว่าไม่ควรทำตามอย่างคนที่ไม่มีพระเจ้า และพูดถึงความสัมพันธ์ของสามีภรรยา

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ในฐานะที่เราเป็นลูกที่รักของพระเจ้า เราสมควรเลียนแบบพระบิดาของเรา ในความรัก ในการให้อภัย(อฟ. 5:1)

1.@ วันนี้ เราเลียนแบบของพระเจ้า ในความรัก และ ในการอภัย บ้างแล้วหรือยัง?

2.# ในฐานะที่เราเป็นธรรมิกชน ไม่สมควรที่จะพูด หรือกระทำตามอย่างคนที่ดำเนินชีวิตในบาป เช่น ล่วงประเวณี ทำการโสโครกลามก ละโมบโลภมาก พูดลามก พูดเล่นไม่เป็นเรื่อง พูดหยาบคาย
แต่เราควรใช้ปากของเราขอบพระคุณพระเจ้าดีกว่า

2.@ วันนี้ เราใช้ปากของเรา ใช้ชีวิตของเรา แบบธรรมิกชน หรือ แบบคนอธรรม?

3.# ใน อฟ. 5:8 กล่าวว่า เมื่อ​ก่อน​เรา​เป็น​ความ​มืด แต่​บัด​นี้​เราเป็น​ความ​สว่าง​ในพระ​เจ้าแล้ว ดังนั้น เราควร​ดำ​เนิน​ชีวิต​อย่าง​คน​ของ​ความ​สว่าง ไม่ใช่อย่างคนของความมืด

วิถึของความสว่าง คือ การกระทำใดที่ส่งผลออกมาเป็น​​ความ​ดี ความ​ชอบ​ธรรม และ​ความ​จริง (อฟ. 5:9)

3.@ วันนี้ สิ่งที่เราทำ สะท้อนออกมาเป็น ความดี ความชอบธรรม ความจริง หรือไม่?
หรือสะท้อนออกมาเป็น ความเห็นแก่ตัว ความโลภ ความลามก ความเท็จ

4.# ใน อฟ. 5:10 กล่าวว่า ” จง​ค้น​ดู​ว่า​อะไร​เป็น​สิ่ง​ที่​พอ​พระทัย​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า”
การที่จะรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่พอพระทัยของพระเจ้านั้น เป็นสิ่งที่เราสามารถรู้ได้ หากเราตั้งใจจะรู้จริงๆ

4.@ วันนี้ เราปรารถนาจริงๆ ที่จะรู้และทำสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัยหรือไม่?

5.# อฟ. 5:15 เราควรระมัด​ระวัง​ใน​การ​ดำ​เนิน​ชีวิต​ อย่า​งเหมือน​คน​มี​ปัญ​ญา ที่ใช้​ทุกโอ​กาส​ให้​เป็น​ประ​โยชน์ ​และแสวงหาเพื่อจะ​เข้า​ใจ​ว่า​อะไร​คือ​พระ​ประ​สงค์​ของ​พระเจ้า

5.@ วันนี้ เรากำลังเลือกดำเนินชีวิตอย่างคนมีปัญญา หรือ ไร้ปัญญา?

6.# อฟ. 5:18 “…อย่า​เมา​เหล้า​องุ่น​ซึ่ง​จะ​ทำ​ให้​เสีย​คน แต่​จง​เต็ม​เปี่ยม​ด้วย​พระ​วิญ​ญาณ”
อย่าให้เหล้าควบคุมชีวิตของเรา แต่จงให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ควบคุมชีวิตของเรา

6.@ เมื่อเหล้าคุมชีวิต จะกล้าทำสิ่งชั่ว
แต่ เมื่อพระวิญญาณควบคุมชีวิต จะกล้าทำสิ่งดี

7.# พระคำของพระเจ้า สอนหลักการให้ครอบครัวมีความสุขอย่างยั่งยืน คือ
สามีภรรยาควรรับฟังกันและกันอย่างให้เกียรติ
สามีควรรักภรรยายิ่งกว่ารักชีวิตของตัวเอง
ภรรยาควรเชื่อฟังสามีเหมือนเชื่อฟังพระเจ้า

7.@ ถ้าสามีไม่ยอมทำตัวเป็นสามีที่ดี ภรรยาจงเริ่มทำก่อน
ถ้าภรรยาไม่ยอมทำตัวเป็นภรรยาที่ดี สามีจงเริ่มทำก่อน
เพราะใครก็ตามที่เชื่อฟังพระคำของพระเจ้าจะได้รับพร และพระพรนั้นจะหลั่งไหลไปสู่ครอบครัว

8.# พระคริสต์จะทรงทะนุถนอมคริสตจักร กระทำแก่คริสตจักรอย่างดี เพราะพระคริสต์และคริสตจักรจะได้ผูกพันเป็นเนื้ออันเดียวกันแล้ว(ข้อ 29-32)
เราเป็นส่วนหนึ่งในคริสตจักรนั้น

8.@ พระเยซูผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด จะดูแล ทะนุถนอม ปกป้อง เอาใจใส่ ชีวิตของเราอย่างแน่นอน

คำคม

“ ควรหรือที่ลูกของพระเจ้า จะเลียนแบบมาร ?”

ขุมทรัพย์ เอเฟซัส 4

ภาพรวม

  • ในบทนี้พูดถึงชีวิตใหม่ในพระเยซูคริสต์ว่า ควรเป็นชีวิตที่มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รักกัน และดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เมื่อพระเจ้าประทานพระคุณแก่เรามากมาย ทรงประทานให้มาเป็นบุตรของพระองค์
เราก็สมควรที่จะดำเนินชีวิตให้สมกับเกียรติที่พระเจ้าประทานให้
โดยดำเนินชีวิตให้สมกับเกียรติที่เป็นลูกของพระเจ้า ไม่ใช่ลูกพระเจ้าที่ดำเนินชีวิตดังลูกมาร

1.@ วันนี้ เมื่อคนเห็นการดำเนินชีวิตของเรา คนเขายกย่องสรรเสริญพระเจ้า หรือ ดูถูกพระเจ้า ของเรา

2.# ลักษณะการดำเนินชีวิตของลูกพระเจ้า คือ ถ่อมใจ สุภาพอ่อนโยน อดทน เต็มด้วยความรัก

2.@ พระวิญญาณบริสุทธิ์พร้อมที่จะช่วยเรา ให้เราดำเนินชีวิตอย่างลูกของพระเจ้า
เพียงแค่เราปรารถนาจริงๆที่อยากให้ลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้น และร่วมมือกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ทรงสอนเรา

3.# ใน อฟ. 4:3 กล่าวว่า ความ​เป็น​น้ำ​หนึ่ง​ใจ​เดียว​กัน​ท่ามกลางพี่น้องคริสเตียน ​มา​จาก​พระ​วิญ​ญาณบริสุทธิ์ เป็นผู้ทำให้เราผูก​พันกัน
เราไม่ได้สร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันขึ้นมาเอง แต่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสร้างให้
หน้าที่ของเราคือ ถนอมรักษาเอาไว้ อย่าทำมันพังก็พอแล้ว

3.@ หากวันนี้ บุคลลิก นิสัย ของเรา อย่างหนึ่งอย่างใด มีแนวโน้มที่จะทำลายความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ที่พระวิญญาณบริสุทธิ์อุตส่าห์สร้างให้แก่คริสตจักร
เราควร กลับใจเสียใหม่ จาก บุคลลิก นิสัย เหล่านั้น
วันนี้ มีบุคคลิก นิสัย อะไรบ้างที่เราควรกลับใจ?

4.# ใน อฟ. 4:6 กล่าวว่า พระ​เจ้า​ทรง​มี​อำ​นาจ​เหนือ​สรรพ​สิ่ง ทรง​ทำ​การ​ผ่าน​สรรพ​สิ่ง​และ​ทรง​อยู่​ในเรา​ทุกคน
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น พระเจ้าทรงมีอำนาจเหนือทุกสิ่ง และทรงใช้ทุกสิ่งเพื่อให้แผนการแห่งน้ำพระทัยของพระองค์สำเร็จ

4.@ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเราในวันนี้ ยังอยู่ในอำนาจการควบคุมของพระเจ้า ผู้ทรงรักเราอย่างที่สุด ผู้ไม่หวงแม้กระทั่งพระบุตรองค์เดียว แต่ทรงประทานพระบุตรนั้นมาตายเพื่อเรา
ดังนั้น เราไม่จำเป็นต้องหวาดหวั่น หรือหวั่นไหว ต่อสถานการณ์ใดๆเลยรอบตัวเรา

5.# ใน อฟ. 4:7 กล่าว​ว่า​ “…พระ​คุณ​นั้น​ประ​ทาน​แก่​เรา​แต่​ละ​คน​ตาม​ขนาด​ที่​พระ​คริสต์​ประ​ทาน”

พระเยซูคริสต์เป็นผู้ตัดสินใจเองว่า ใครควรจะได้รับอะไรอย่างไร
หากใครได้บางอย่างมากกว่าเรา หรือเราได้บางสิ่งมากกว่าบางคน
ทั้งหมดเป็นการตัดสินใจของพระเยซูผู้ทรงรักเราอย่างที่สุดและผู้ทรงสัพพัญญู

5.@ ได้ดีกว่าคนอื่นก็อย่าโอ้อวด ได้น้อยกว่าคนอื่นก็อย่าอิจฉา
เพราะพระคุณที่ประทานแก่แต่ละคนนั้น เหมาะและดีที่สุดสำหรับเราแต่ละคนแล้ว

เช่น อย่าอิจฉาหรือน้อยใจ ว่า ทำไมเราไม่ได้เกิดมาในครอบครัวแบบคนนั้นนะ เป็นต้น

6.# ของประทานทั้งหลายที่พระเจ้าประทานแก่ผู้เชื่อ ไม่ใช่มีไว้สำหรับตนเอง แต่เพื่อ​เตรียม​ผู้เชื่อคนอื่นใน​การ​ปรน​นิ​บัติ​รับใช้ และ​เพื่อการ​เสริม​สร้างพี่น้องในคริสตจักรทั้งหลายให้เติบโตขึ้น (อฟ. 4:12)

โดยมีเป้าหมายว่า อยากจะเห็นทุกคนประสานเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระคริสต์ ทั้งความเชื่อและความรู้ และนั่นคือการบรรลุถึงความเป็นผู้ใหญ่ในฝ่ายวิญญาณนั่นเอง(อฟ.4:13)

ซึ่งความเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณนี้ สังเกตได้จากการมีจิตใจที่หนักแน่นมั่นคง ไม่โอนไปเอนมา ตามคำพูดของคนหรือตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป (อฟ.4:14)

ผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณจะยึดมั่นในข่าวประเสริฐอย่างไม่หวั่นไหว และประกาศข่าวประเสริฐนั้นแก่ผู้อื่นด้วยความรักที่มีต่อพวกเขา(อฟ.4:15)

6.@ จงใช้ความสามารถทั้งหมดที่พระเจ้าประทานให้ เพื่อทำให้พี่น้องคนอื่น จำเริญขึ้นในความเชื่อและการรู้จักพระเยซูมากยิ่งๆขึ้น ทำทุกวิถีทางให้พวกเขาเป็นเหมือนพระคริสต์มากขึ้น มากขึ้นทุกๆวัน

วันนี้ เราใช้สิ่งที่เรามีมากน้อยเพียงใด เพื่อทำให้พี่น้องมีความเชื่อมากขึ้นและรู้จักพระเยซูมากยิ่งขึ้น?

7.# ใน อฟ. 4:17 ชี้ให้เห็นว่า การ​ดำ​เนิน​ชีวิต​โดยมี​ใจ​จด​จ่อ​อยู่​กับ​สิ่ง​ไร้​สาระ ทำให้ความคิดมืดมนไป ทำให้ขาดจากชีวิตที่มาจากพระเจ้า ทำให้ปราศจากการเหนี่ยวรั้งตน
ดังนั้นเราผู้เป็นลูกของพระเจ้าแล้ว ไม่ควรดำเนินชีวิตจดจ่ออยู่กับสิ่งไร้สาระของโลกนี้
เราควรทิ้ง​ตัว​เก่า​ ลักษณะการดำเนินชีวิตแบบเก่า ​ที่​คู่​กับ​การ​ประ​พฤติ​แบบ​เดิม เสีย (อฟ. 4:22) แล้ว​ยอมให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เปลี่ยนแปลง​วิญ​ญาณ​และ​จิตใจ​ของ​เรา และ​​สอน​เรา ในการดำเนินชีวิตเป็นคนใหม่ในพระเจ้า (อฟ. 4:23-24)

7.@ วันนี้จิตใจของเราจดจ่ออยู่กับสิ่งใด สิ่งถาวรในสวรรค์สถาน หรือสิ่งไร้สาระในโลกนี้?

เราเป็นคนใหม่ในพระคริสต์แล้ว เราพร้อมที่จะเริ่มต้นวิถีชีวิตใหม่ โดยการสอนและการนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์แล้วหรือยัง?

8.# อฟ. 4:27 “อย่า​ให้​โอ​กาส​แก่​มาร”
1ปต. 5:8 “จง​ควบ​คุม​ตัว​เอง จง​ระวัง​ระไว​ให้​ดี ศัตรู​ของ​พวก​ท่าน​คือ​มาร ดุจ​สิงโต​คำ​ราม​เดิน​วน​เวียน​เที่ยว​เสาะ​หา​คน​ที่​มัน​จะ​กัด​กิน​ได้”

8.@ มารหาโอกาสโจมตีเรา แต่ถ้าเราไม่ให้โอกาสมัน มันก็โจมตีเราไม่ได้
วิธีไม่ให้โอกาสมาร คือ ให้โอกาสพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่จะสอนเรา นำเรา ในทุกสถานการณ์และทุกการตัดสินใจของชีวิต

9.# ​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์​เป็นผู้ประ​ทับ​ตราเรา​ไว้​ สำ​หรับ​วัน​ที่​จะ​ได้​รับความรอดเข้าสู่สวรรค์ พระองค์ทรงคอยสอนเรา เตือนเรา เราจึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะทำให้พระองค์เสียพระทัย โดยมีใจดื้อดึง ไม่เชื่อฟังคำสอนและคำเตือน จากพระองค์

9.@ วันนี้ เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเตือนสอนเรา เราตอบสนองอย่างไร?

10.# ​พระเจ้าทรง​กรุ​ณา ทรงสง​สาร และ​ทรง​ให้​อภัย​แก่​เรา ดังนั้นเราควรทำเช่นนั้นต่อกัน​และ​กันด้วย

10.@ วันนี้เรามีน้ำใจต่อผู้อื่น แสดงความเมตตาสงสารต่อผู้อื่น และให้อภัยผู้อื่น ใกล้เคียงพระเยซู มากยิ่งขึ้นกว่าเมื่อวานแล้วหรือยัง?

คำคม

“ ผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ ไม่ได้วัดกันที่คำพูด แต่วัดกันที่ความมั่นคงของจิตใจ ”

ขุมทรัพย์ เอเฟซัส 3

ภาพรวม

  • ในบทนี้ได้กล่าวถึงความล้ำลึกที่พระเจ้าบิดปังซ่อนเอาไว้จนถึงเวลากำหนด คือพระเจ้าให้มนุษย์สามารถเข้าส่วนในพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุดได้

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ความล้ำลึกที่พระเจ้าปิดบังไว้ จนกระทั่งพระเยซูคริสต์เสด็จมา คือ คนต่างชาติสามารถมีส่วนในพันธสัญญาของพระเจ้าได้ โดยทางพระเยซูคริสต์ (ข้อ 6)

1.@ พระเจ้าให้เราสามารถมีส่วนในพระสัญญาของพระเจ้าได้ โดยทางพระเยซูคริสต์ ทั้งที่เราไม่สมควรที่จะมีส่วนเลย
ขอบคุณพระเยซู

2.# พระเจ้าทรงปิดบัง ความล้ำลึกนี้ไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อให้เหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ จะ​ได้​รู้จัก​พระ​ปัญญา​อัน​มาก​ซับซ้อน​ของ​พระ​เจ้า​โดย​ทาง​คริสต​จักร​ใน​เวลา​นี้ (อฟ. 3:10)
นั่นคือ มนุษย์ธรรมดาสามารถเข้าส่วนร่วมกับพระเจ้า ในฤทธานุภาพของพระองค์ จนสามารถมีอำนาจในฝ่ายวิญญาณเหนือเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศทั้งสิ้นได้

2.@ คริสตจักร หรือผู้เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ สามารถมีสิทธิอำนาจเหนือเหล่าวิญญาณชั่วได้ เมื่อเราพึ่งพาฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าผู้ทรงสถิตในเรา

ได้เวลาแล้ว ที่เราจะใช้สิทธิอำนาจฝ่ายวิญญาณ ผ่านคำอธิษฐานของเรา
เพื่อไม่อนุญาตให้เหล่าวิญญาณชั่วทำลายครอบครัวของเรา คนที่เรารัก และบ้านเมืองที่เรารัก

3.# ใน อฟ. 3:12 กล่าวว่า โดยทางพระเยซูคริสต์นั้น ​เรา​จึง​มี​ความ​กล้า​และ​ความ​มั่นใจ​ที่​จะ​เข้า​เฝ้า​พระ​เจ้าได้ แม้ว่าตัวเราเองยังไม่ดี ยังผิดพลาดพลั้งไปในแต่ละวันของชีวิต

3.@ วันนี้ โดยพระเยซูคริสต์ผู้ทรงชำระบาปของเรา เราสามารถเข้าเฝ้าพระเจ้าได้ โดยปราศจากความกลัว
พระเจ้าจะไม่ลงโทษเรา พระองค์จะไม่ซ้ำเติมเรา พระองค์จะให้อภัยแก่เรา และจะทรงช่วยเราให้กลับเริ่มต้นชีวิตใหม่เสมอ
จงเข้ามาเฝ้าพระเจ้าเถิด

4.# ใน อฟ. 3:16 ชี้ให้เห็นว่า ​​ความ​เข้ม​แข็ง​ภาย​ใน​จิตใจของเรานั้น มาจาก​ฤทธา​นุภาพ​ของ​พระ​วิญ​ญาณ​บริสุทธิ์ ผู้ทรงสถิตอยู่ในเรา
ยิ่งคริสเตียนที่พึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์มากเท่าใด เขาก็ยิ่งมีจิตใจที่เข้มแข็งมากขึ้นเท่านั้น

4.@ วันนี้ หากจิตใจของเรา อ่อนแอเกินไป พ่ายแพ้ต่อบาปง่ายเหลือเกิน
เป็นไปได้ว่า เราละเลยการพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์ในการดำเนินชีวิตและการตัดสินใจต่างๆ หรือไม่ก็เราพึ่งพาพระองค์น้อยเกินไป

5.# อฟ. 3:17 “…พระ​คริสต์​ประ​ทับ​ใน​ใจ​ของ​ท่าน​โดย​ทาง​ความ​เชื่อ…”

ฤทธิ์อำนาจแห่งการทรงสถิตของพระเจ้าอยู่กับเราเสมอ เมื่อเรายังคงเชื่อมั่นว่าพระองค์ทรงอยู่กับเรา
หากเราสงสัยในการทรงสถิต พระเจ้ายังคงสถิตกับเรา แต่เราจะขาดฤทธิ์เดช อ่อนแอ หวาดกลัว พ่ายแพ้การทดลอง

5.@ ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นกัราก็ตาม จงยึดความเชื่อเอาไว้ให้มั่น
เชื่อมั่นว่า “ใช่แล้ว พระเจ้ายังคงสถิตอยู่กับฉัน”

6.# ใน อฟ. 3:19 สอนเราว่า ยิ่งเรา​ซาบ​ซึ้ง​ใน​ความ​รัก​ของ​พระ​คริสต์​ที่มีต่อเรามากเท่าใด เราก็จะได้​รับ​ความ​บริ​บูรณ์​ของ​พระ​เจ้า​อย่าง​เต็ม​เปี่ยมมากขึ้นเท่านั้น

6.@ ยิ่งซาบซึ้งความรักของพระเจ้า ยิ่งรักพระเจ้ามาก และยิ่งพบกับความบริบูรณ์ของพระคริสต์ที่ประทานให้แก่เราแล้วมากยิ่งขึ้น

พระเจ้าทรงประทานความรักยิ่งใหญ่และความบริบูรณ์เหลือล้นแก่เราแล้ว
แต่ถ้าเรายังไม่ซาบซึ้งความรักของพระองค์ เราก็จะไม่อาจรับรู้หรือเข้าใจสิ่งที่พระเจ้าประทานให้แก่เราแล้วนี้ได้

7.# ใน อฟ. 3:20 กล่าวว่า พระเจ้า​ทรง​สา​มารถ​ทำ​ทุก​สิ่ง​ได้​มาก​ยิ่ง​กว่า​ที่​เรา​ทูล​ขอ​หรือ​คิด โดย​ฤทธา​นุภาพ​ที่​ทำ​กิจ​อยู่​ภาย​ใน​เรา

บางครั้ง ยังไม่ทันขอ แค่คิด พระเจ้าก็ประทานให้แก่เราแล้ว
และฤทธิ์อำนาจที่ทำให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น ไม่ได้อยู่ห่างไกลเลย อยู่ภายในเราแล้ว

7.@ จงคิดสิ่งที่ดีสอดคล้องหัวใจของเพระเจ้า
จงขอสิ่งที่ปรารถนา
จงเชื่อว่าโดยพระเจ้าทุกอย่างจะสำเร็จเป็นจริงได้

คำคม

“ ยิ่งซาบซึ้งรักพระเจ้า กลับยิ่งรู้ว่าพระเจ้ารักมากกว่านั้นอีก ”

ขุมทรัพย์ เอเฟซัส 2

ภาพรวม

  • ในบทนี้กล่าวถึงชีวิตใหม่ที่เราได้รับในพระเยซูคริสต์ เป็นพระคุณของพระเจ้าที่ทรงประทานแก่เรา ดังนั้นเราสมควรดำเนินชีวตให้สมกับที่ได้รับพระคุณของพระเจ้า

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# เมื่อ​ก่อนเราดำ​เนิน​ชีวิต​ใน​การ​บาป​ ตาม​วิถี​ของ​โลก​ ที่ใครๆเขาก็ทำกัน ซึ่งเบื้องหลังนั้นมาจากอิทธิพลของวิญญาณชั่ว​ใน​ฟ้า​อา​กาศ (อฟ. 2:2 )
การดำเนินชีวิตเช่นนี้ เราจึงอยู่ในความตาย และสมควรถูกลงโทษ

แต่โดยพระเมตตาของพระเจ้า เราผู้อยู่ในความตายและสมควรตาย จึงได้ถูกย้ายเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในพระเยซูคริสต์ และมีชีวิตร่วมกับพระองค์

1.@ เราสมควรตาย แต่วันนี้กลับได้ชีวิตใหม่ ไม่ใช่เพราะความดีของเรา แต่เพราะพระคุณของพระเจ้า ที่ประทานแก่เรา ทางพระเยซูคริสต์
เราควรใช้ชีวิตอย่างสำนึกพระคุณของพระเจ้า ไม่ทำให้พระองค์เสียพระทัย

2.# ใน อฟ. 2:7 กล่าว​ว่า “…​ใน​ยุค​ต่อๆ ไป พระ​องค์​จะ​ทรง​สำ​แดง​พระ​คุณ​อัน​อุดม​เหลือ​ล้น​ของ​พระ​องค์ ด้วย​พระ​กรุณา​ที่​มี​ต่อ​เรา​ใน​พระ​เยซู​คริสต์”
ในยุคนี้ เราก็ได้รับพระคุณมากมายจากพระเจ้าแล้ว
ปรากฏว่าสิ่งเหล่านั้น ยังเล็กน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับพระคุณที่เราจะได้รับในยุคต่อไป
พระคุัมภีร์ไม่ได้อธิบายรายละเอียดเอาไว้ แต่ต้องยิ่งใหญ่ อลังการ และสุดยอดมากอย่างแน่นอน

2.@ ขอบคุณพระเจ้า ผู้ประทานพระคุณแก่เราในวันนี้ และในอนาคตข้างหน้า

เราสมควรดำเนินชีวิตเต็มไปด้วยการขอบพระคุณของพระองค์

3.# เราได้รับความรอดโดยพระคุณของพระเจ้าเพราะความเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์
เป็นของขวัญจากพระเจ้า จึงไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์คนใดอาจจะอวดในความดีของตนได้เลย

3.@ วันนี้ ที่เราได้รับความรอดไม่ใช่เพราะว่าเราดี แต่เพราะพระเจ้าทรงแสนดี

4.# พระเจ้าทรงช่วยเราให้รอดพ้นบาป ไม่ใช่เพื่อเราจะได้ไปทำบาปตามใจชอบ แต่เพื่อให้เราทำความดี ให้สมกับเป็นผู้พ้นจากอิทธิพลของบาปแล้ว

4.@ เรารอดพ้นบาป เพื่อทำดี
ดังนั้น วันนี้สมควรที่เราจะทำทุกอย่างที่เป็นสิ่งดี

5.# ก่อนที่เราจะมาเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ เราไม่ใช่พลเมืองของพระเจ้าและไม่มีส่วนในพระสัญญาของพระเจ้า (อฟ. 2:12 )
แต่​บัด​นี้​โดย​พระ​เยซู​คริสต์ เราได้กลายมาเป็นพลเมืองของพระเจ้าแล้ว และมีส่วนในพระสัญญาทั้งสิ้นของพระองค์ เป็นคนในครอบครัวของพระเจ้าแล้ว(อฟ. 2:19)

5.@ คนอิสราเอลผู้เป็นคนบาป ได้รับการอภัย เข้าสู่ความสัมพันธ์กับพระเจ้าอีกครั้ง นั่นก็นับว่าเป็นพระคุณยิ่งใหญ่ของพระเจ้าแล้ว
แต่ยิ่งกว่านั้น เราผู้เป็นคนต่างชาติผู้เป็นคนบาป กลับได้รับการอภัย เข้าเป็นครอบครัวของพระเจ้า นับว่าเป็นพระคุณซ้อนพระคุณอันใหญ่หลวง ของพระเจ้าโดยแท้

6.# อฟ. 2:22 กล่าวว่า พระวิญญาณบริสุทธิ์กำ​ลัง​ก่อ​ร่าง​สร้าง​เราขึ้น​ ให้​เป็น​ที่​สถิต​ของ​พระ​เจ้า​

วันนี้พระเจ้าทรงสถิตกับเราแล้ว แต่เราเองก็ยังทำตัวไม่สมกับที่พระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย
ดังนั้นพระวิญญาณบริสุทธิ์ จึงช่วยเรา ก่อร่าง สร้าง จิตใจใหม่ นิสัยใหม่ ขึ้นในเรา เพื่อให้ชีวิตของเรา สมกับเป็นที่สถิตของพระเจ้า

6.@ พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงใช้ทุกเหตุการณ์ เพื่อพัฒนาชีวิตของเราให้เจริญเติบโตขึ้นในฝ่ายวิญญาณ
ดังนั้นไม่ว่าเราจะเผชิญกับเหตุการณ์อะไร จงพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์ ให้พระองค์เป็นผู้นำเรา สอนเรา ในการจัดการกับสถานการณ์นั้นๆเสมอ

คำคม

“ เมื่อรับพระคุณแล้ว จงดำเนินชีวิตโดยพึ่งพระคุณและขอบพระคุณ ”

ขุมทรัพย์ เอเฟซัส 1

ภาพรวม

  • พระธรรมเอเฟซัส เขียนโดย อ.เปาโล เขียนถึงคริสตจักรในเมืองเอเฟซัส ซึ่ง อ.เปาโล เป็นผู้ก่อตั้งขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อ​​​ให้​​​คริสเตียนที่นั่นเข้าใจ​​​พระ​ประสงค์​​​นิรันดร์​​​ของ​​​พระเจ้า เข้าใจเรื่อง​​​พระคุณ ​และแผนการ​​​แห่ง​​​ความ​รอด​ รวมถึงเข้าใจการ​​​ดำเนิน​​​ชีวิต​​​ใหม่​​​ใน​​​พระคริสต์​​​
  • บทนี้กล่าวถึงการทรงเรียกของพระเจ้า สำหรับเราทั้งหลาย ว่าเป็นพระคุณอันยิ่งใหญ่สำหรับเรา และพระเจ้ายังคงประทานพระคุณและพระพรอีกมากมายแก่เราทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# พระ​เจ้า​​ทรง​​ประทาน​พระ​พร​ฝ่าย​วิญญาณ​แก่​เรา​มากมาย ​โดยทางการเชื่อวางใจในพระเยซูพระ​คริสต์​

1.@ เมื่อเราเชื่อในพระคริสต์ มีพระพรเกิดขึ้นมากมายในชีวิตของเรา ทั้งที่เรามองเห็นและที่เราไม่สังเกตเห็น รวมทั้งพระพรที่จะมาถึงเราในอนาคตอีกด้วย

เราควรใช้ชีวิตด้วยการสรรเสริญ ขอบพระคุณพระเจ้า ในสารพัดพระพรที่มาสู่ชีวิตของเรา

2.# พระเจ้าทรงรักเราก่อนที่จะเริ่มสร้างโลกเสียอีก นั่นชี้ให้เห็นว่า พระองค์รักเรา ไม่ใช่เพราะการกระทำใดๆของเราเลย เพราะก่อนที่เราจะมีตัวตน ก่อนที่เราจะได้ทำอะไร พระองค์ก็ทรงรักเราแล้ว

2.@ วันนี้ ไม่ว่าเราจะเป็นเช่นไร พระบิดายังคงรักเรา
หากแม้ว่าเรากำลังเดินถอยห่างจากพระองค์ ความรักของพระองค์ที่มีต่อเราก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงเลย
พระองค์ปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเห็นเรา กลับมาหาพระองค์อีกครั้ง

วันนี้ ไม่ว่าเราเป็นเช่นไร จงเชื่อมั่นในความรักของพระบิดาว่า พระองค์ยังคงรักเราอย่างไม่เสื่อมคลาย

3.# อฟ. 1:7 “​ใน​พระ​เยซู​นั้น เรา​ได้รับ​การ​ไถ่​บาป​โดย​พระ​โลหิต​ของ​พระ​องค์ คือ​ได้รับ​การ​อภัย​โทษ​บาปของ​เรา​โดย​พระ​กรุณา​อัน​อุดม​ของ​พระ​องค์​”

3.@ โดยทางพระเยซูคริสต์ บาปทั้งสิ้นที่เราเคยทำมาได้รับการอภัยอย่างสิ้นเชิงแล้ว
สิ่งนี้สำหรับผู้เชื่อวางใจในพระเยซู

ถ้าคริสเตียนคนใด ไม่มั่นใจว่า บาปของเขาได้รับการอภัยแล้วอย่างสิ้นเชิง
ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ เขายังไม่ได้เป็นผู้เชื่อวางใจในพระเยซูจริงๆ เขาเป็นเพียงแค่คริสตศาสนิกชน เท่านั้นเอง

4.# อฟ. 1:9 ​”พระ​เจ้า​ได้​ทรง​โปรด​ให้​เรา​รู้​ความ​ล้ำ​ลึก​ใน​พระ​ทัย​ของ​พระ​องค์ ตาม​พระ​เจตนารมณ์​ของ​พระ​องค์ ซึ่ง​พระ​องค์​ทรง​ดำริ​ไว้​ใน​พระ​คริสต์​”

4.@ โดยการเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ พระเจ้าได้ทำให้เราสามารถเข้าใจความล้ำลึกของพระทัยของพระเจ้าได้ โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ทำงานในใจของเราผ่านพระคำของพระเจ้า

ใครก็ตามไม่ได้เชื่อวางใจในพระเยซูจริงๆ ไม่ว่าเขาจะอ่านพระคัมภีร์สักกี่รอบ ก็ไม่มีทางเห็นความล้ำลึกของพระทัยของพระเจ้าได้เลย

วันนี้ เราเห็นความล้ำลึกของพระทัยพระเจ้า ผ่านพระคัมภีร์ บ้างแล้วหรือยัง?

5.# เมื่อเราเชื่อ​วางใจ​ใน​พระ​เยซูคริสต์ พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​ได้เข้ามาในชีวิตของเรา เป็นดังมัดจำแห่งสวรรค์ว่า เราจะเข้าในแผ่นดินสวรรค์ได้อย่างแน่นอน

5.@ คนที่เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์จริงๆ เขาจะมั่นใจอย่างไม่สงสัยเลยว่า เขาจะได้เข้าในแผ่นดินสวรรค์อย่างแน่นอน
คนที่ไม่มั่นใจว่า เขาจะได้เข้าสวรรค์หรือไม่ สรุปได้เลยว่า เขายังไม่ได้เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์จริงๆ
แต่ก็มีบางคนที่เชื่อมั่นว่า เขาจะได้เข้าสวรรค์อย่างแน่นอน แต่เขาเองจะไม่ได้เข้าสวรรค์ (มธ. 7:22) เพราะเขาไม่เชื่อวางใจในพระเยซูจริงๆ แต่คิดไปเองว่า พวกเขาจะได้เข้าสวรรค์เพราะเหตุผลอื่นๆ

วันนี้ เราเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ จริงๆ สำหรับการรอดพ้นบาปของเรา แล้วหรือยัง?

6.# ใน อฟ.1:17-18 อ.เปาโล อธิษฐาน​ว่า ขอ​ให้พระเจ้า​ให้​คริสตจักรเอเฟซัส มี​จิตใจ​อัน​ประกอบด้วย​สติปัญญา และ​ความ​ประจักษ์​แจ้ง​ใน​เรื่อง​ความ​รู้​ถึง​พระ​องค์​ และ​ขอ​ให้​ตา​ใจ​​สว่าง​ขึ้น เพื่อ​​จะ​ได้​รู้​ ความหวังแห่งการ​ทรง​เรียก​ว่า มี​สง่า​ราศี​อัน​อุดม​บริบูรณ์​เพียงไร​

6.@ ยิ่งเรารู้ว่า สิ่งที่พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมให้แก่เรานั้น เต็,ด้วยสง่าราศีมากเพียงใด
เราก็จะยิ่งรักพระองค์ และ ยิ่งดำเนินชีวิตในโลกนี้เพื่อถวายพระเกียรติแด่พระองค์

เราสามารถรับรู้สง่าราศีนั้นได้ จากการอ่านพระคัมภีร์ด้วยความเชื่อ โดยความช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์

7.# ​ฤท​ธา​นุ​ภาพ​ของ​พระเจ้าสำ​หรับ​เรา​ที่​เชื่อ​นั้น มีมากยิ่งนัก เป็นฤทธิิ์เดชเดียวกันกับที่ทรงชุบพระเยซูให้เป็นขึ้นมาจากความตาย (ข้อ 19-20)

7.@ ฤทธานุภาพของพระเจ้าทรงสถิตกับเราทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งเราสามารถใช้ฤทธิ์อำนาจนี้ได้ โดยความเชื่อ ตามการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์

8.# ใน อฟ. 1:22 กล่าวว่า พระ​เจ้า​ทรง​ปราบ​ทุก​สิ่ง​ รวมทั้งภูตผีต่างๆ ลง​ไว้​ใต้​พระ​บาท​ของ​พระ​คริสต์ และ​พระ​คริสต์​ทรงเป็นศรีษะของคริสต​จักร​
ดังนั้นคริสตจักรจึงมีอำนาจเหนือภูตผีทั้งสิ้น โดยฤทธิ์อำนาจของพระเยซู

8.@ คริสตจักร และผู้เชื่อทั้งหลาย สมควรใช้สิทธิอำนาจ ที่พระเยซูทรงประทานให้ ปลดปล่อยผู้คนจากการถูกผูกมัดของวิญญาณชั่ว นำพาพวกเขาให้มาถึงความรอดในพระเยซูคริสต์

คำคม

“ ชีวิตในพระคริสต์ เต็มไปด้วยพระพรฝ่ายวิญญาณทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ”