ขุมทรัพย์ 1เธสะโลนิกา 5

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโล เน้นย้ำให้คริสเตียนเธสะโลนิกา รู้ตัวและตื่นตัวอยู่เสมอว่า พระเยซูคริสต์ใกล้จะเสด็จกลับมาแล้ว พวกเขาควรดำเนินชีวิตอย่างถวายเกียรติแด่พระเจ้าอยู่เสมอ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# 1ธส. 5:1-3 บอกเราว่า วัน​และ​เวลา​ที่​พระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมานั้น จะมาถึงอย่างแน่นอน แต่จะมาถึงแบบไม่มีใครรู้ตัว

พระเยซูจะอย่างแน่นอน เหมือน หญิงที่ตั้งครรภ์แล้ว แน่นอนที่สุดอีกไม่นานเด็กจะคลอดออกมา
พระเยซูจะมาอย่างคนไม่รู้ตัว เหมือน ขโมยที่มาโดยคนไม่รู้ตัว

1.@ ในเมื่อเรารู้ว่า พระเยซูจะเสด็จมาอย่างแน่นอน แต่จะมาในเวลาที่เราไม่รู้ตัว
ดังนั้นเราควรดำเนินชีวิตอย่างตื่นตัวอยู่เสมอ ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าในฝ่ายวิญญาณ ด้วยการดำเนินชีวิตทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

2.# ข้อ 4-7 ชี้ให้เห็นว่า คนที่ไม่รู้จักพระเจ้า พวกเขาเป็นคนของกลางคืน และไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับการเสด็จกลับมา
พวกเขาจึงนอนหลับต่อความจริง ไม่สนใจ ไม่เตรียมตัว ไม่ตอบสนองใดๆต่อความจริงนี้
แต่เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซู เป็นคนของกลางวันและรู้ความจริงว่า พระเยซูจะเสด็จมาในเวลาที่เราไม่รู้ตัว
ดังนั้นเราไม่ควรดำเนินชีวิตเหมือนคนในโลกนี้ที่หลับไหลไม่สนใจต่อความจริงนี้
แต่เราควรตื่นตัว เฝ้าระวังในการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า เพราะเรารู้ว่า เวลาที่พระเยซูตะเสด็จกลับมานั้นใกล้เข้ามาเต็มทีแล้ว

2.@ เราผู้รู้ความจริง เหตุใดจึงดำเนินชีวิตราวกับว่าไม่รู้ความความจริง?
เราผู้เป็นคนของกลางวัน เหตุใดจึงดำเนินชีวิตใกล้เคียงกับคนของกลางคืนเล่า?

3.# 1ธส. 5:8 สอนเราให้ใช้ชีวิตตอบสนองความจริงที่ว่า พระเยซูใกล้จะเสด็จกลับมาแล้ว โดยเราควรดำเนินชีวิตอย่างมี​สติ ยึด​ความ​เชื่อ​ ​ความ​รัก​ และ​​ความ​หวัง​ ไว้ให้มั่น

3.@ หากเรากำลังมัวเมา สิ่งยั่วยวนของโลก ได้เวลาสร่างเมา มีสติได้แล้ว
ให้เราใช้ทุกวันในชีวิตของเรา เพื่อพัฒนาความเชื่อ ความรัก และ ความหวัง ในชีวิตของเรา อยู่เสมอ

4.# 1ธส. 5:11 สอนว่า ในวาระสุดท้ายเช่นนี้ สิ่งที่จำเป็นอย่างมาก คือ การรักกัน ​หนุน​ใจ​กัน และ​ต่าง​คน​ต่าง​จง​เสริม​สร้าง​กัน​ขึ้น

4.@ ยิ่งใกล้สิ้นยุค ยิ่งควรรักกัน ช่วยกันและกัน
ปีนี้ เข้าใกล้วันที่พระเยซูเสด็จกลับมา ยิ่งขึ้น อีก 1 ปีแล้ว
ดังนั้น ปีนี้ เราควรรักกันและกัน มากยิ่งขึ้นกว่าปีที่แล้ว

5.# ใน 1ธส. 5:12-13 สอนว่า เราควรให้เกียรติ นับถือ และรัก ผู้นำที่ดูแลจิตวิญญาณของเราและผู้สอนที่สอนเรื่องฝ่ายวิญญาณแก่เรา เพราะคนเหล่านั้นกำลังรับใช้พระเจ้าอยู่

5.@ วันนี้ เราได้ทำสิ่งดีใดๆแก่ผู้ดูแลฝ่ายวิญญาณของเราบ้างหรือยัง?
เราอธิษฐานเผื่อพวกเขาบ้างหรือเปล่า?
เรารักและให้เกียรติ พวกเขาอย่างจริงใจหรือไม่?

6.# ใน 1ธส. 5:14 สอนว่า เราควรอดทนต่อทุกคน
แม้เขาจะเป็นคนเกียจคร้าน​ ก็ควรรักเขาด้วยการตัก​เตือนเขา
แม้เขาเป็นคนขาด​ความ​กล้า​หาญ ก็ควรรักเขา ด้วยการหนุนใจเขา
หากเขาเป็นอ่อนแอ ​อ่อน​กำ​ลัง ก็ควรรักเขา ด้วยการช่วยเหลือเขา

6.@ ไม่ว่าพี่น้องในพระคริสต์ของเรา จะนิสัยอย่างไรก็ตาม เราก็ควรรักเขาอยู่ดี โดยปฏิบัติต่อเขาอย่างเหมาะสม

7.# 1ธส. 5:15-22 สอนเราให้ถวายเกียรติแด่พระเจ้า ด้วยการดำเนินชีวิตดังนี้
– ไม่​ทำ​ชั่ว​ตอบ​แทน​การ​ชั่ว
– หา​ทาง​ทำ​ดี​เสมอ​ต่อ​ทุกคน
– ​ชื่น​บาน​อยู่​เสมอ
– ​อธิษ​ฐาน​อย่าง​สม่ำ​เสมอ
– ​ขอบ​พระ​คุณ​ใน​ทุก​กรณี
– ตอบสนองต่อการสอนของพระ​วิญ​ญาณบริสุทธิ์
– ไม่​ดู​หมิ่น​ถ้อย​คำ​ของ​ผู้​เผย​พระ​วจนะ แต่ก็ไม่ได้เชื่อไปทั้งหมด โดย​ตรวจสอบ​ถ้อยคำเหล่านั้นด้วยพระคำของพระเจ้า หากพบว่าเป็นความจริง​ ​ก็จง​ยึด​ถือ​ไว้​ให้​มั่น
– ​เว้น​เสีย​จาก​สิ่ง​ที่​ชั่ว​ทุก​อย่าง

7.@ เมื่อเราเป็นลูกของพระเจ้าแล้ว ก็ควรดำเนินชีวิตอย่างลูกของพระเจ้า ด้วยการดำเนินถวายเกียรติแด่พระเจ้าของเราอยู่เสมอ

8.# ใน 1ธส. 5:23 ชี้ให้เห็นว่า เราควร​ดำเนินชีวิตให้​ปราศ​จาก​การ​ติเตียนทั้ง​วิญ​ญาณ จิต​ใจ และ​ร่าง​กาย​ของเรา

8.@ เราควรระมัดระวังในการดำเนินชีวิต ให้มีการกระทำที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า มีจิตใจที่เป็นที่พอพระทัยของพระองค์ และมีจิตวิญญาณที่รับการชำระสะอาดด้วยความเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์

9.# 1ธส. 5:24 “พระ​องค์​ผู้​ทรง​เรียก​ท่าน​นั้น​ซื่อ​สัตย์ และ​พระ​องค์​จะ​ทรง​ทำ​ให้​สำ​เร็จ”

9.@ พระเจ้าจะทรงรักษาสัญญาเสมอ

คำคม

“ คุณพร้อมหรือยัง หากพระคริสต์เสด็จกลับมาในวันนี้? ”

ขุมทรัพย์ 1เธสะโลนิกา 4

ภาพรวม

  • ในบทนีี้ อ.เปาโล สอนคริสเตียนเธสะโลนิกา เรื่องการดำเนินชีวิตที่เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า และเรื่องความจริงเกี่ยวกับการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 1ธส. 4:1 ถึงแม้ว่าในขณะนั้นพี่น้องเธสะโลนิกาได้​ดำ​เนิน​ชีวิต​ซึ่ง​จะ​เป็น​ที่​พอ​พระ​ทัย​พระ​เจ้าอยู่​แล้ว แต่ อ.เปาโล ก็​วิง​วอน​และ​เตือน​สติ​พวกเขา ​ว่าให้ จง​ดำ​เนิน​ให้​ดี​ยิ่ง​ขึ้น​อีก

1.@ ถึงแม้ว่าวันนี้ เราพบว่าตนเองได้ดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัยของพระเจ้าบ้างแล้ว
อย่าให้เราพอใจเพียงเท่านี้ แต่เราควรพัฒนาชีวิตของเราให้ดำเนินตามน้ำพระทัยพระเจ้ามากยิ่งๆขึ้นไปอีกอยู่เสมอ

2.# ใน 1ธส. 4:3-6 ได้กล่าวถึง พระ​ประ​สงค์​ของ​พระ​เจ้า​ ไว้ว่า ​คือ
– ให้เรา​เป็น​คน​บริ​สุทธิ์
– ให้​เว้น​จาก​การ​ล่วง​ประ​เวณี
– ให้​รู้​จัก​บัง​คับ​ร่างกาย​ของ​ตน​ใน​ทาง​บริ​สุทธิ์
– ให้ใช้ร่างกายของตนใน​ทาง​ที่​มี​เกียรติ
– ไม่​ใช่ปล่อยตัวปล่อยใจไปตาม​รา​คะ​ตัณ​หา​เหมือน​คน​​ที่​ไม่​รู้​จัก​พระ​เจ้า

2.@ เรากำลังอยู่ในโลกที่มาตรฐานทางศีลธรรม โดยเฉพาะเรื่องเพศ ต่ำกว่ามาตรฐานของพระเจ้าอย่างมาก
ดังนั้นเราไม่ควรทำตามอย่างที่คนในโลกนี้ทำกัน ถึงแม้คนในโลกนี้มองว่าไม่ผิด หรือไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับพระคำของพระเจ้า เราก็ไม่สมควรทำหรือเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมแบบนั้นเลย

3.# ใน 1ธส. 4:6 เตือนว่า คนที่​ล่วง​เกิน​และ​ทำ​ผิด​ต่อ​พี่​น้อง​ใน​เรื่อง​เพศ แล้วยังไม่ยอมกลับใจ พระเจ้าจะทรงเป็น​ผู้​ทรง​ลง​โทษ​คน​นั้น

3.@ คนเราผิดพลาดกันได้ แต่ถ้าผิดพลาดแล้ว ไม่ยอมกลับใจ หันออกจากทางนั้น
คนนั้นก็กำลังตกอยู่ในอันตรายอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

4.# ใน 1ธส. 4:8 เตือนว่า ​คน​ที่​ปฏิ​เสธ​คำ​สอน​เรื่องการรักษาชีวิตให้บริสุทธิ์นี้​ เขากำลัง​ปฏิ​เสธ​พระ​เจ้า

4.@ อย่าให้ศัตรูล่อหลอกเรา จนเราปฏิเสธพระเจ้า ด้วยการไม่เอาใจใส่เรื่องการดำเนินชีวิตที่บริสุทธิ์

5.# ใน 1ธส. 4:11 สอนว่า ให้เรา​พยายามอย่างเต็มที่ ที่จะ​ดำเนินชีวิต​อย่าง​สงบ และ​ทำ​ธุรกิจการงานของตนไปอย่างสงบ หลีกเลี่ยงการมีเรื่องกับผู้อื่น
เพื่อจะได้มีชีวิตที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้าต่อคนภายนอกที่ยังไม่รู้จักกับพระเจ้าด้วย

คริสเตียนเธสะโลนิกาบางคนขี้เกียจ ไม่ยอมทำงาน (1ธส. 5:14 , 2ธส. 3:6 ,10)
อ.เปาโล จึงบอกให้คนเหล่านั้นทำงาน เพื่อจะได้ไม่ขัดสนและสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้อีกด้วย

5.@ ถ้าเลี่ยงการมีเรื่องได้ ก็จงเลี่ยงเถิด แม้จะต้องขาดทุนบ้าง เสียเปรียบไปบ้าง หรือเสียหน้าไปนิด ก็คุ้มที่ได้เชื่อฟังพระคำของพระเจ้า

6.# ใน 1ธส. 4:13 สอนว่า หากเรา​เข้า​ใจจริงๆ​เรื่อง​พี่น้องคริสเตียนที่จากโลกนี้ไป​แล้ว เราก็​จะ​ไม่​เป็น​ทุกข์​โศก​เศร้า อย่าง​คน​ที่ไม่เชื่อพระเจ้า เพราะคนเหล่านั้น​ไม่​มี​ความ​หวัง
แต่เราผู้เชื่อในพระเยซูมีความหวัง ในเรื่องการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์ และการเป็นขึ้นมาจากความตายของคริสเตียนที่ตายไปแล้ว และการถูกรับขึ้นไปทันทีสำหรับคริสเตียนที่ยังมีชีวิตอยู่
ความหวังของเรา เป็นดังนี้
– ผู้เชื่อที่ตายไปแล้ว แค่หลับไป อีกไม่นานจะตื่นขึ้นอีก
– พวกเขาจะเสด็จมาพร้อมกลับพระเยซู ในวันที่พระเยซูคริสต์เสด็จกลับมา
– ผู้เชื่อที่ยังไม่ตาย ในวันนั้น ก็จะถูกรับขึ้นไปบนเมฆในพริบตา
– แล้วผู้เชื่อทั้งหลายก็จะได้อยู่ด้วยกันและอยู่กับพระเยซูสืบๆไปเป็นนิตย์…อาเมน

6.@ ผู้ที่มีความหวังในข่าวประเสริฐจริงๆ เขาจะดำเนินชีวิตอย่างมีหวัง ท่ามกลางโลกที่สิ้นหวังนี้
วันนี้ ความหวังของเราอยู่ที่ใด?
อยู่ที่สิ่งของที่จะมี ที่จะได้รับ ในโลกนี้ หรือ อยู่ที่สิ่งที่จะได้รับในวันที่พระเยซูคริสต์เสด็จกลับมา?

คำคม

“ ผู้เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ สามารถเผชิญหน้ากับความตายได้อย่างมีความหวัง ”

ขุมทรัพย์ 1เธสะโลนิกา 3

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโลแสดงความความห่วงใยต่อพี่น้องเธสะโลนิกา เนื่องจากมีผู้สอนเท็จเข้ามาสอนสิ่งที่บิดเบือนไปจากข่าวประเสริฐ

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 1ธส. 3:3 แสดงให้เราเห็นว่า ความทุกข์​ยาก​ลำ​บาก​ที่เกิดขึ้น เมื่อเราดำเนินชีวิตตามพระทัยของพระเจ้า​นั้น สิ่งเหล่านั้น​ยัง​อยู่​ใน​พระ​ประ​สงค์​ของ​พระ​เจ้า​สำ​หรับ​เรา เพื่อผลดีบางอย่างที่จะเกิดขึ้นในอนาคตซึ่งวันนี้เรายังคงไม่อาจเข้าใจได้

1.@ วันนี้ เราอาจจะไม่เข้าใจว่า ทำไมเหตุการณ์เช่นนี้ต้องเกิดขึ้นกับเรา
แต่เราสามารถใช้ความเชื่อ เลือกเชื่อใจในพระเจ้าว่า สิ่งเหล่านี้ พระเจ้ามีพระประสงค์ที่ดีสำหรับชีวิตของเรา ในอนาคต

2.# ใน 1ธส. 3:5 กล่าวว่า อ.เปาโลทุ่มเทอย่างหนัก เพื่อให้คริสเตียนเธสะโลนิกา ยึดมั่นในความเชื่ออย่างถูกต้อง จนตลอดชีวิต แต่หากพวกเขาหลงไปเชื่อผู้ที่มาสอนผิดที่บิดเบือนข่าวประเสริฐนั้น
อ.เปาโล เกรง​ว่า​สิ่ง​ที่อ.เปาโลอุตส่าห์​ตราก​ตรำ​ทำมา เพื่อช่วยพี่น้องเธสะโลนิกาให้ได้รับความรอด ​จะ​เป็น​งาน​เปล่า​ประ​โยชน์​ไป หากพวกเขาละทิ้งความเชื่อเสีย

2.@ เมื่อเราเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ เราได้เข้าส่วนในพระสัญญาของพระเจ้า และกำลังรอคอยวันที่เราจะได้รับครบถ้วนสมบูรณ์ตามพระสัญญานั้น
ดังนั้นเราจำเป็นต้องยึดมั่นในความเชื่อวางใจในพระเยซู ตลอดวันคืนแห่งชีวิตของเรา

3.# ใน 1ธส. 3:7-8 บอกเราให้รู้ว่า วิธีที่จะทำให้ความ​ทุกข์​ยาก และ​ความ​ลำ​บาก ​เบา​บาง​ลงนั้น ก็คือ รับเอาความชื่นชมยินดีเข้ามาในชีวิต
พระคริสต์เป็นแหล่งแห่งความชื่นชมยินดีและความชูใจทั้งสิ้น ยามที่เราเผชิญหน้ากับความทุกข์ยากลำบาก สมควรอย่างยิ่งที่จะเป็นเวลาที่เรารีบเข้ามาหาพระเยซู

3.@ หากเรากำลังเผชิญทุกข์ รีบวิ่งเข้ามารับสุข จากพระเยซู ด้วยการร้องทูลทุกสิ่งต่อพระองค์แล้วมอบทั้งสิ้นแด่พระองค์

4.# ใน 1ธส. 3:10 อ.เปาโลปรารถนาที่จะเพิ่ม​พูน​ความ​เชื่อ​ของพี่น้องเธสะโลนิกา​ใน​ส่วน​ที่​ยัง​ขาด​อยู่​ให้​บริ​บูรณ์
นั่นคือ แม้เชื่อแล้วก็จริง แต่ก็เป็นไปได้ว่าความเชื่อนั้น ยังไม่บริบูรณ์ หรือยังเชื่อไม่ 100% ยังจำเป็นต้องพัฒนาในบริบูรณ์

4.@ วันนี้ ความเชื่อของเรา มีด้านใดบ้างที่จำเป้นต้องได้รับการพัฒนามากยิ่งขึ้น?
ให้เราทูลขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงช่วยเรา พัฒนาความเชื่อของเราในด้านนั้นๆให้เจริญเติบโตยิ่งขึ้นจนสมบูรณ์

5.# ใน 1ธส. 3:12 ชี้ให้เห็นว่า การเจริญเติบโตฝ่ายวิญญาณนั้น วัดกันที่ ความ​รัก​ซึ่ง​กัน​และ​กัน และ​ความ​รัก​ที่มีต่อผู้อื่น

5.@ วันนี้ เราได้สำแดงความรักต่อผู้อื่น บางอย่าง บ้างแล้วหรือยัง?

คำคม

“ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราวันนี้ เพราะพระเจ้าหวังดีต่อเรา ”

ขุมทรัพย์ 1เธสะโลนิกา 2

ภาพรวม

  • ในบทนี้ อ.เปาโลกล่าวถึงท่าทีในการรับใช้พระเจ้าของเขา และหัวใจรักที่อ.เปาโลมีต่อคริสเตียนเธสะโลนิกา ผู้เป็นความหวังและความภาคภูมิใจของเขา

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# 1ธส. 2:2-7 ได้กล่าวถึงท่าทีแห่งการรับใช้ที่ถูกต้องไว้ว่า ผู้ที่รับใช้พระเจ้า ควรจะ
– อดทน รับใช้อย่างสัตย์ซื่อต่อไป แม้ต้องพบกับอุปสรรค ความยากลำบาก หรือแม้แต่การถูกข่มเหง (ข้อ2)
– มี​ใจ​กล้า​ใน​พระ​เจ้าที่​ได้​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ​ (ข้อ2)
– รับใช้ด้วย​เจตนา​บริ​สุทธิ์​ ไม่ใช้​อุบาย​ใดๆ (ข้อ3)
– รับใช้ ไม่​ใช่​เพื่อ​ให้​พอ​ใจ​ของ​มนุษย์ แต่​ให้​พระเจ้า​พอ​พระ​ทัย​ (ข้อ4)
– ไม่​ใช้​คำ​ยก​ยอ​ใดๆเพื่อเอาใจคน (ข้อ5)
– ไม่เป็นคนโลภ แล้วใช้​คำ​พูด​บอกเป็นนัยๆ​เพื่อให้​คนมอบบางอย่างแก่ตน (ข้อ5)
– ไม่แสวงหา​ศักดิ์​ศรี​จาก​มนุษย์ (ข้อ6)
– ดำเนินชีวิตอย่าง​สุภาพ​อ่อน​โยน (ข้อ6)
– เมตตาลูกแกะเหมือน​มาร​ดา​ทำต่อ​ลูก​ของ​ตน(ข้อ7)

1.@ ในสายพระเนตรของพระเจ้า ท่าทีในการรับใช้ สำคัญกว่า ผลงานของการรับใช้
วันนี้ มีท่าทีในการรับใช้ใดบ้าง ที่เราควรกลับใจใหม่?
(ถ้าตอบว่า “ไม่มี” นั่น สมควรกลับใจอย่างเร่งด่วนเลย)

2.# ใน 1ธส. 2:8 ชี้ให้เห็นว่า ท่าทีของอ.เปาโลที่มีต่อลูกแกะนั้น ไม่​ใช่​เพียงแต่​ให้เรื่องข่าว​ประ​เสริฐ​แก่พวกเขา​เท่า​นั้น แต่​ให้ความรักอย่างจริงใจแก่พวกเขาอีกด้วย

2.@ วันนี้ เรารักผู้ที่อยู่ในความดูแลฝ่ายวิญญาณ ของเรา อย่างจริงใจ มากเพียงใด?
เรายอมเสียสละอะไรเพื่อพวกเขาบ้าง?

3.# ใน 1ธส. 2:11-12 ชี้ให้เราเห็นว่า สิ่งที่พี่เลี้ยง ควรกระทำแก่น้องเลี้ยงคือ กระทำเหมือนกับพวกเขาเป็นลูกที่รักของเรา โดยการเตือน​สติ หนุน​ใจ​และ​กำชับ​ให้​พวกเขา​ดำ​เนิน​ชีวิต​อย่าง​เหมาะ​สม​ต่อ​พระ​เจ้า

3.@ เราได้ทำหน้าที่ ที่พี่เลี้ยงควรกระทำแล้วหรือยัง?
มีอะไรบ้างที่เราควรปรับปรุงตัว หรือพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น?

4.# ใน 1ธส. 2:13 ทำให้เราเห็นว่า ท่าทีที่ถูกต้องในการรับพระวจนะของพระเจ้านั้น ควรน้อมรับด้วยความยำเกรง และเชื่อมั่นว่า​ความ​เป็น​จริง แล้วพระวจนะนั้นก็จะ​กำ​ลัง​ทำ​งาน​อยู่​ภาย​ใน​ผู้รับ​ที่​เชื่ออย่างแท้จริงนั้น

4.@ ความจริงที่เที่ยงแท้ที่สุด มากยิ่งกว่าสิ่งที่เราเห็นกับตา ก็คือ ความจริงแห่งพระวจนะของพระเจ้า
หากเรารับพระวจนะของพระเจ้า เข้ามาในชีวิตด้วยความเชื่ออย่างไม่สงสัยว่า นี่คือ ความจริงแท้
พระวจนะของพระเจ้านั้นจะทำงานในชีวิตของเรา และจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราไปอย่างสิ้นเชิง

5.# ใน 1ธส. 2:16 กล่าวว่า บาปที่ร้ายแรงมากก็คือ บาปแห่งการ​ขัด​ขวาง​ไม่​ให้คนอื่นได้รับความรอด ซึ่ง​ใน​ที่​สุด​จะทำให้พระ​พิโรธ​ของ​พระ​เจ้า​ก็​ตก​อยู่​เหนือ​คนที่ทำเช่นนั้น

5.@ วันนี้ หากมีคนที่ขัดขวางการประกาสข่าวประเสริบของเรา เราควรอธิษฐานเผื่อเขาเป็นพิเศษ ให้เขากลับใจใหม่ก่อนที่จะสายเกินไป

วันนี้ การดำเนินชีวิตของเรา เป็นสิ่งขัดขวางไม่ให้คนมาถึงความรอดในพระเยซูหรือไม่?
สำหรับบางคน เมื่อคนอื่นเห็นชีวิตของเขาแล้ว ไม่อยากจะมาเชื่อพระเยซูเลยชั่วชีวิต
คนดำเนินชีวอตเช่นนั้น สมควรที่จะต้องกลับใจโดยด่วน

6.# ความรู้สึกของ อ.เปาโล ต่อคริสเตียนเธสะโลนิกา คือ พวกเขาเป็น ความหวัง เป็นความชื่นชมยินดี เป็นความภาคภูมิใจ เป็นศักดิ์ศรี ของอ.เปาโล ต่อจำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้า
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไม อ.เปาโล จึงยอมทุ่มเท เหนื่อยยาก อดทนต่อความทุกข์และการข่มเหง เพื่อให้คริสเตียนเธสะโลนิกา เติบโตและมั่นคงในพระเจ้า

6.@ หากเรามีท่าทีต่อลูกแกะของเรา ตามความจริงของพระวจนะของพระเจ้า
เราจะทุ่มเทสุดหัวใจ สุดกำลัง ที่จะปกป้องพวกเขาไว้ ให้มั่นคงในความเชื่อตลอดชีวิตและจำเริญเติบโตขึ้นในฝ่ายวิญญาณ

คำคม

“ การกระทำของเราในวันนี้ พระเจ้าหรือมนุษย์ พอใจมากกว่ากัน? ”

ขุมทรัพย์ 1เธสะโลนิกา 1

ภาพรวม

  • เธสะโลนิกา​เป็น​เมือง​หลวง​ของ​แคว้น​มาซิโดเนีย เมื่อ อ.เปาโล​ไป​ประกาศ​ข่าว​ประเสริฐและก่อต้งคริสเตจักรขึ้นที่นั่น
  • อ.​เปาโล ​ห่วงใย​กลุ่มผู้เชื่อ​ใหม่​ใน​เมืองเธสะโลนิกา แต่​ไม่​สามารถ​เดิน​ทาง​ไป​เยี่ยมได้ จึง​เขียน​จดหมาย​ฉบับ​นี้​ไป​หนุน​ใจ​พวก​เขา ​ให้​เข้มแข็ง​แม้ถูก​ข่มเหง โดยอ.เปาโลเน้นย้ำคำ​สอน​เรื่อง​การ​ประพฤติ​ที่​พอพระทัย​พระเจ้า และตอบ​ปัญหา​ซึ่ง​กำลัง​โต้เถียง​กัน​ โดยเฉพาะ ​เรื่อง​การ​เสด็จ​กลับมา​ของ​พระเยซู
  • ในบทนี้ อ.เปาโลได้หนุนใจคริสเตียนเธสะโลนิกาว่า การที่พวกเขาเผชิญความทุกข์ยากโดยพึ่งพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้น ได้ทำให้เกิดการหนุนนใจแก่คริสเตียนในที่อื่นๆเป็นจำนวนมาก

# แนวคิด

@ การประยุกต์ใช้

1# ใน 1ธส. 1:3 อธิบายว่า
ผู้ที่มีความเชื่อ จะ​แสดง​ออกมา ​เป็น​การ​กระ​ทำที่สอดคล้องความเชื่อ
ผู้ที่มี​ความ​รัก​ที่​ จะแสดงออกมา เป็นการ​เต็ม​ใจ​ทำ​งาน​หนัก เพื่อผู้อื่น
ผู้ที่มีความหวัง จะแสดงออกมา เป็น​ความ​ทรหด​อดทน​ต่อความยากลำบากทั้งหลาย

1.@ วันนี้ เราอาจคิดว่า เรามี ความเชื่อ ความหรัก และความหวัง อยู่มากพอสมควรแล้ว
ลองตรวจสอบด้วยมาตรฐานข้างต้น ก็จะพบความจริงว่า เราเป็นเช่นไร

2.# ใน 1ธส. 1:5 ชี้ให้เห็นว่า ​ข่าว​ประ​เสริฐ​แท้ ที่เกิดผลอย่างยั่งยืนนั้น ​ไม่​ได้แค่พูดเท่า​นั้น แต่​ต้องเต็มด้วย​ฤทธิ์​เดชเปลี่ยนแปลงชีวิต เต็มด้วยการทรงนำจาก​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์ และ​เต็มด้วย​ความ​มั่น​ใจ​ในข่าวประเสริฐที่ประกาศนั้น

2.@ ในการประกาศข่าวประเสริฐ เราควรพูดข่าวประเสริฐ โดยการพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์ ด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม แล้วเชิญชวนให้เขามีประสบการณ์ ให้พระเจ้าเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขา

3.# ใน 1ธส. 1:6-8 ชี้ให้เราเห็นว่า อ.เปาโลถูกข่มเหงเพราะข่าวประเสริฐ เมื่อคริสเตียนเธสะโลนิกา ถูกข่มเหง พวกเขาสามารถดูแบบอย่างจาก อ.เปาโล ทำให้พวกเขาเผชิญ​ความ​ยาก​ลำ​บาก​ด้วย​ความ​ชื่น​ชม​ยินดี​ซึ่ง​เกิด​จาก​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์ได้
และด้วยท่าทีของเขาเช่นนี้ ได้กลายเป็นสิ่งที่หนุนใจพี่น้องใน​แคว้น​มา​ซิ​โด​เนีย​และ​แคว้น​อา​คา​ยาและที่อื่นๆอย่างมากมาย

3.@ ความทุกข์ยากลำบากที่เกิดกับเราในวันนี้ หากเราเผชิญมัน โดยการพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราจะสามารถเผชิญกับมันได้อย่างชื่นชมยินดี และสิ่งเหล่านี้จะทำให้ชีวิตของเราเป็นพระพรแก่ผู้คนอีกมากมาย

4.# ใน 1ธส. 1:9 ได้พูดถึงการกลับใจอย่างแท้จริงของคริสเตียนเธสะโลนิกา ว่าพวกเขาได้​ละ​ทิ้ง​รูป​เคารพ หัน​มา​หา​พระ​เจ้า และ​รับ​ใช้​พระ​เจ้า​

4.@ คริสเตียนแท้ ต้องละทิ้งความไว้วางใจเดิม แล้วหันมาไว้วางใจในพระเจ้าแต่ผู้เดียว และปรนนิบัติพระองค์แต่ผู้เดียว

คำคม

“ เผชิญทุกข์อย่างเป็นพระพร โดยการพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์ ”