แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:1){ พระวาทะ }

แนวคิด  :

  • พระเยซู(พระวาทะ)ทรงเป็นพระเจ้า ทรงดำรงอยู่ก่อนแล้ว ก่อนเริ่มต้นของกาลเวลา(อยู่ในมิติที่สูงส่งกว่ากาลเวลา)และก่อนที่สรรพสิ่งที่เรารู้จัก(นอกจากพระองค์)ถูกสร้างขึ้น

ประยุกต์ใช้ :

  • ไม่ว่าจะมีเราหรือไม่ ไม่ว่าเราจะทำอะไรหรือไม่ทำอะไร พระองค์ก็ทรงเป็นพระเจ้าอยู่ดี
  • โดยพระเมตตาที่เกินเข้าใจ(วันนี้เรายังไม่อาจเข้าใจได้) พระองค์สร้างสรรพสิ่งขึ้นแล้วเลือกก้าวเข้ามาในมิติของเวลา เริ่มแผนการนิรันดร์ของพระองค์ แล้วบางสิ่งก็เปลี่ยนไปตลอดนิรันดร์กาล
โฆษณา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:2){ ตรีเอกานุภาพ }

แนวคิด  :

  • พระเยซูทรงเป็นพระเจ้า ขณะเดียวกัน พระเยซูทรงอยู่กับพระเจ้า เป็นเรื่องของตรีเอกานุภาพ อันซับซ้อนเกินที่จะอธิบายได้ด้วยความเข้าใจอันจำกัดของมนุษย์

ประยุกต์ใช้ :

  • พระเยซูทรงเป็นพระเจ้า
  • พระบิดาทรงเป็นพระเจ้า
  • ขณะเดียวกัน พระเยซู ไม่ใช่ พระบิดา
  • คล้ายกับ ร่างกายของคุณสมชาย ก็คือ คุณสมชาย
  • จิตวิญญาณของคุณสมชาย ก็คือ คุณสมชาย
  • ขณะเดียวกัน ร่างกาย ไม่ใช่ จิตวิญญาณ

[หมายเหตุ : ปัจจุบันยังไม่มีตัวอย่างใดๆของมนุษย์ที่สามารถอธิบายตรีเอกานุภาพได้อย่างสมบูรณ์ได้]

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:3){ ทรงสร้างสรรพสิ่ง }

แนวคิด  :

  • พระเจ้าผู้ทรงอยู่ในมิติที่สูงส่งกว่ามิติของเวลา ทรงสร้างสรรพสิ่งโดยทางพระเยซู ทั้งสิ่งที่เรารู้จักและไม่รู้จัก ทุกสิ่งที่เราให้นิยามมันได้และไม่ได้ ไม่มีสักสิ่งเดียวที่พระเยซูไม่ได้สร้าง

ประยุกต์ใช้ :

  • โลกเปรียบดั่ง “น้ำหยดหนึ่งในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล” เมื่อเทียบกับดวงดาวทั้งหมดที่พระเยซูทรงสร้าง
  • เหตุที่วันนี้ดาวยูเรนัสไม่วิ่งไปชนดาวเสาร์ เพราะพระเยซูสร้างมันอย่างนั้น
  • เหตุที่วันนี้เจ้าแบคทีเรียตัวหนึ่งในท่ามกลางแบคทีเรียอีก 4พันล้านตัว บนเศษขนมชิ้นหนึ่ง ในถังขยะ ยังคงย่อยสลายเศษเสี้ยวขนมนั้นต่อไป เพราะพระเยซูสร้างมันอย่างนั้น

>>> “เมื่อรู้ความจริงนี้แล้ว เราจะกลัวอะไรอีกต่อไปทำไมเล่า?”

  • พระเยซูผู้ทรงสร้างทุกสิ่งนี้เอง เมื่อ 2,000 ปีก่อน พระองค์เสด็จเข้ามาในโลกที่แสนจะเล็กกระจิดริด เพื่อมายอมตายอย่างทุกข์ทรมานและน่าเหยียดหยาม เพื่อช่วยสิ่งมีชีวิตเล็กๆๆๆที่เรียกว่า “ผม” ให้รอดพ้นความตายนิรันดร์และเข้าสู่ศักดิ์ศรีนิรันดร์ร่วมกับพระองค์

“โอ้ว!!! จะหาคำพรรณาใดๆของมนุษย์ที่จะสามารถบรรยายถึงความรักพระเมตตาอย่างสุดอัศจรรย์แสนประเสริฐของพระองค์ได้ครบถ้วน”

“สรรเสริญพระเยซู”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:4) { แหล่งชีวิต }

[[ แนวคิด ]]  :

  • วิธีเดียวที่จะพ้นจากความมืดมน มืดมิด มืดบาป คือ “ต้องมีความสว่าง”
  • วิธีเดียวที่จะมีความสว่าง คือ “ต้องมีชีวิต”
  • วิธีเดียวที่จะมีชีวิต คือ “ต้องมีพระเยซูผู้เป็นแหล่งชีวิต”

[[ ประยุกต์ใช้ ]] :

  • มนุษย์เกิดมาในความตาย มนุษย์จึงไม่มีชีวิต ดังนั้น มนุษย์จึงไม่มีความสว่าง มนุษย์จึงเต็มไปด้วยความมืดมน
  • เมื่อเราเข้ามาอยู่ในพระเยซู ผู้เป็นแหล่งชีวิตเรา เราจึงกลับมีชีวิต ชีวิตนั้นนำความสว่างมาสู่เรา ความมืดมนจึงหายไป
  • วันนี้ คริสเตียน ที่ไม่ได้เข้ามาหาพระเยซู ชีวิตจึงมืดมนต่อไป กิจกรรมใดๆทางศาสนา(การรับใช้,การอดอาหาร,ฯลฯ)ไม่อาจทำให้เรามีชีวิตได้เลย นอกเสียจากว่าเราจะเข้ามาใกล้พระเยซูผู้เป็นแหล่งแห่งชีวิต

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:5) { สว่าง VS มืด }

[[ แนวคิด ]]  :

  • มนุษย์พยายามสุดกำลัง ดิ้นรนให้พ้นความมืดมิด แต่ไม่ว่าเขาจะออกแรงฟันมันด้วยดาบมากเท่าใด เจ้าความมืดมิด มืดมน ก็ไม่มีทีท่าว่าจะจางหายไปเลย
  • อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่ความมืดกำลังอยู่กันอย่างแน่นขนัดในบ้าน ในทันใดนั้น ความสว่างก็ปรากฏตัวขึ้น ความมืดเกลียดชังความสว่างจึงพยายามสุดกำลังต่อสู้ความสว่างนั้น แต่ไม่อาจสู้ได้เลย ความมืดทั้งหลายเผ่นหนีออกทางหน้าต่างแทบไม่ทัน
  • วันต่อมา ขณะที่ความสว่างกำลังอยู่ในบ้าน ในทันใดนั้น ความมืดก็ปรากฏตัวขึ้นมา แล้วความมืดอันตธานหายไปในพริบตาเสียเอง
  • “ความมืดช่างไม่ใช่คู่ต่อสู้ของความสว่างเอาเสียเลย”

[[ ประยุกต์ใช้ ]] :

  • ความมืดนำไปสู่หายนะและความตาย  ความสว่างนำมาซึ่งชีวิต
  • ความสว่างชนะความมืดเสมอ
  • ตราบใดที่เราอยู่กับพระคริสต์ ผู้เป็นแหล่งแห่งความสว่าง ความมืดมิด มืดมน มืดบาป ไม่มีวันมีอิทธิพลต่อชีวิตของเราได้เลย
  • วันนี้ หากชีวิตเรามืดมน หรือความมืดมีอิทธิพลต่อชีวิตของเรา พอเดาได้ว่า เราออกห่างจากความสว่างมากเกินไปแล้ว “กลับบ้านด่วน”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:6) { ยอห์น }

[[ แนวคิด ]]  :

– ขณะที่กำลังกล่าวถึงพระเยซูผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด…อยู่ดีๆ ก็โผล่ชื่อของมนุษย์ผู้หนึ่งขึ้นมา “ยอห์น” คนผู้นี้ต่ำต้อยยิ่งกว่าคนธรรมดาเสียอีก เขาแทบจะไม่มีแม้กระทั่งปัจจัย4 ด้วยซ้ำไป

(อาหาร-ตั๊กแตน , เสื้อผ้า-ขนอูฐเก่าๆ , ที่อยู่-ถิ่นทุรกันดาร , ยารักษาโรค-หาเอาแถวๆนั้นละกัน)

– ชายผู้ต่ำต้อยผู้นี้ กลับเป็นคน ที่พระเยซู ถึงกับชมว่า “ในบรรดาผู้ที่เกิดจากสตรี ไม่มีใครยิ่งใหญ่กว่ายอห์นอีกแล้ว” (ลก. 7:28)

– สิ่งที่เขาทำสำคัญมาก เตรียมใจของผู้คน ก่อนที่พระเยซูจะเสด็จมาตายเพื่อมนุษย์

– ปัจจัยที่ทำให้ชายผู้นี้ สำคัญมากและได้ทำสิ่งยิ่งใหญ่ ก็คือ

1. ชายคนหนึ่ง…เป็นคน….อันนี้เราก็ทำได้

2. พระเจ้าทรงใช้มา….พระเจ้าทรงใช้เราเช่นกัน

3. แล้วเขาก็มา…..อันนี้เราแต่ละคนต้องตัดสินใจเอง

[[ ประยุกต์ใช้ ]] :

– วันนี้ พระเจ้ามีพระประสงค์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับชีวิตของเรา พระองค์ทรงใช้เรามาอยู่ที่นี่แล้ว เหลือขั้นตอนสุดท้าย ลงมือทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าในที่ที่เราอยู่ในวันนี้อย่างสุดกำลัง

“มีคนหนึ่งที่พระเจ้าทรงใช้มา ชื่อ ………” [กรุณาเติมคำลงในช่องว่าง]

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:7) { สักขีพยาน }

[[ แนวคิด ]]  :

– มนุษย์ธรรมดาจะทำอะไรเพื่อพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุดได้เล่า?

– เด็กขอทานก็สามารถทำอะไรมหาเศรษฐีได้ หากเขาอยู่ในเหตุการณ์ที่เศรษฐีกระโดดลงน้ำเพื่อช่วยชีวิตเด็กคนหนึ่ง…เขาเป็นสักขีพยานได้

– ยอห์น เป็นหนึ่งในไม่กี่คนในช่วงเวลานั้นที่พระเจ้าเปิดเผยให้รู้ว่าผู้ใดคือพระคริสต์(ยน.1:33)

– ภารกิจเดียวในชีวิตของเขา คือ “บอกเท่าที่รู้ เท่าที่เห็น เท่าที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับพระคริสต์ แก่ทุกคนเพื่อพวกเขาจะได้เชื่อ”

[[ ประยุกต์ใช้ ]] :

– เรารู้ได้อย่างไรว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้า? รู้ได้ยังไงว่าพระเยซูช่วยได้แน่ๆ ?

– รู้ได้เพราะเราเจอมาเองกับตัว…ดังนั้น เราสมควรที่จะเป็นสักขีพยานฝ่ายพระองค์บอกให้คนทั้งหลายรอบตัวเราได้รู้ เพื่อเขาได้มีโอกาส เลือกที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อ

### ประกาศตามหาพยาน ###

“ ในวันนี้มีใครบ้างไหม? ที่รู้ความจริงว่า พระเยซูช่วยได้จริงๆ และยินดีจะเป็นพยานให้พระองค์ เพื่อบางคนที่ยังไม่รู้หรือเข้าใจผิด จะได้รู้ความจริงสักทีว่า พระเยซูช่วยเขาได้!!! ”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:8) { เป็นความสว่าง }

[[ แนวคิด ]]  :

– ยอห์นไม่ใช่ความสว่าง พระคริสต์ต่างหากเป็นความสว่าง

– แม้ยอห์นไม่ใช่ความสว่างยังสำคัญถึงเพียงนี้ แล้วคนที่เป็นความสว่างจะสำคัญขนาดไป

– พระเยซู เป็นความสว่างของโลก(ยน.8:12)

– พระเยซู ตรัสว่าพวกเราเป็นความสว่างของโลกด้วย (มธ.5:14)

– ขนาดท่านยอห์น ยังไม่ใช่ความสว่างเลย เราเป็นใครมาจากไหน กลับได้เป็นความสว่างของโลก…เป็นพระคุณยิ่งใหญ่ของพระเจ้า เมื่อพระคริสต์อยู่ในเรา เราจึงกลายเป็นความสว่างของโลก

[[ ประยุกต์ใช้ ]] :

– เราควรซาบซึ้งและภาคภูมิใจ ในการที่พระเจ้าให้เกียรติเราได้เป็นความสว่างของโลก ดังนั้นเราสมควรดำเนินชีวิตให้สมกับเป็นความสว่างของโลก

– และเหมือนกับท่านยอห์น ที่เข้าดึงความสนใจของผู้คนไปที่พระคริสต์ผู้เป็นแหล่งแห่งความสว่าง เราก็เช่นกัน ควรดึงความสนใจของผู้เห็นความสว่างในเรา ไปที่พระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นแหล่งแห่งความสว่างของเรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:9) { ความสว่างสำหรับทุกคน }

[[ แนวคิด ]]  :

– พระคริสต์ทรงเป็นความสว่างแท้ สำหรับมนุษย์ทุกคน

– ความสว่างนี้เข้ามาในโลกแล้ว และยังคงเข้ามาสู่มนุษย์ทุกคนอยู่จนถึงทุกวันนี้

[[ ประยุกต์ใช้ ]] :

– พระคริสต์สามารถช่วยทุกคนได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ยินดีรับความช่วยเหลือจากพระองค์

– วันนี้ เรายินดีให้พระเยซูคริสต์เป็นความสว่างส่องนำทางชีวิตของเรา หรือ เราจะยังคงคลำทางของชีวิตด้วยตัวเองต่อไป

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:10) { ไม่รู้จักพระองค์ }

[[ แนวคิด ]]  :

– พระเยซูคริสต์ทรงดำรงอยู่ในโลกที่พระองค์ทรงสร้าง แต่มนุษย์โลกไม่รู้จักพระองค์ เพราะ 2 สาเหตุ

1. มนุษย์ไม่มีทางรู้จักกับพระเจ้าได้ ถ้าพระองค์ไม่เปิดเผยให้เขารู้

2. แม้พระเจ้าเปิดเผยแล้ว(รม.1:19-20) มนุษย์ก็ไม่ใส่ใจที่จะรู้จักกับพระองค์

[[ ประยุกต์ใช้ ]] :

– โลกไม่รู้จักกับพระองค์ นั่นก็พอเข้าใจได้ แต่ว่า เรารู้จักกับพระองค์หรือเปล่า? เรารู้จักกับพระองค์มากแค่ไหน?

– การรู้เรื่องกับการรู้จัก มันคนละเรื่องกัน

– การรู้จักเกิดจากการใช้เวลาด้วยกัน ฟังพระองค์พูด และ พูดให้พระองค์ฟัง

“วันนี้ คุณลงทุนเวลามากเพียงใด เพื่อรู้จักกับพระองค์มากขึ้นอีกนิด?”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:11) { ต้อนรับพระเยซู }

[[ แนวคิด ]]  :

– ท่ามประชาชาติพระเจ้าเลือกอิสราเอลเป็นชนชาติของพระองค์ พวกเขาเองก็เรียกตัวเองว่าประชากรของพระเจ้า

– แต่ปรากฏว่า เขาไม่ต้อนรับพระองค์ซะงั้น เมื่อพระองค์เสด็จมาหาพวกเขา

[[ ประยุกต์ใช้ ]] :

– พระเจ้าเมตตาเลือกและเรียกเรามาเป็นประชากรของพระองค์ และพระองค์เสด็จเข้ามาในใจของเราแล้ว

– วันนี้ เราต้อนรับพระองค์หรือไม่?
– การต้อนรับกษัตริย์ ไม่ใช่แค่การเชิญกษัตริย์เข้ามาในบ้าน แต่หมายถึงการยกสิทธิให้กษัตริย์มีสิทธิเข้ามาควบคุมทุกอย่างในบ้านของเรา

“วันนี้ เราต้อนรับพระเยซูจอมกษัตริย์ในหัวใจของเราหรือเปล่า? หรือ รับพระองค์เข้ามาราวกับเป็นเพียงผู้มาขออาศัยในหัวใจของเรา”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:12) { ลูกของพระเจ้า }

[[ แนวคิด ]]  :

??? มนุษย์ผู้ต่ำต้อยและชั่วช้า จะต้องทำอย่างไร จึงได้สิทธิเป็นลูกของพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด ผู้ทรงสร้างกัลปจักรวาล ?

>>> เฉลย : ไม่มีทางเป็นไปได้เลย แค่มนุษย์จะหนีให้พ้น การลงโทษเพราะบาปชั่วของตน ก็ยังเป็นไปไม่ได้เลย

!!! ข่าวสุดช็อค !!!

​ทุก​คน​ ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหน หากเชื่อ​ใน​พระ​เยซูคริสต์>>> ได้รับสิทธิเป็นลูกของพระเจ้าได้ทันที

[[ ประยุกต์ใช้ ]] :

– เราสมควรภาคภูมิใจอย่างที่สุด และซาบซึ้งพระเมตตาอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ที่วันนี้ พระเจ้าได้ให้เรารับสิทธิเป็นลูกของพระเจ้าแล้ว

– เราควรรู้ตัวว่า เรามีพระเจ้าเป็นพ่อ ไม่ต้องกลัวหรือกังวลอะไรอีกแล้ว คุณพ่อดูแลเราแน่ๆ

– เราควรทำตัวให้สมกับที่เป็นลูกของพระเจ้า ให้พระเจ้าได้รับเกียรติในชีวิตของเรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:13) { เกิดจากพระเจ้า }

[[ แนวคิด ]]  :

>> ฐานะการเป็นลูกของพระเจ้า

  • ไม่ได้เป็นฝ่ายเนื้อหนังแต่เป็นฝ่ายวิญญาณ
  • ไม่ได้เกิดจาก การสืบสายเลือดทางกายภาพ แต่ เกิดจากสืบสายเลือดทางฝ่ายวิญญาณ
  • ไม่ได้เกิดจาก มนุษย์ตั้งใจ แต่ เป็นความตั้งใจของพระเจ้า

 [[ ประยุกต์ใช้ ]] :

  • เป็นฝ่ายวิญญาณ : มองไม่เห็นแต่มีจริง
  • เป็นการสืบสายเลือดฝ่ายวิญญาณ : เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว ไม่เปลี่ยนแปลงตลอดไป (เกิดมาเป็นลูกของแม่แล้ว เปลี่ยนไม่ได้อีกแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น)
  • เป็นความตั้งใจของพระเจ้า : พระองค์เมตตาเรา ทรงเลือกเรา ทรงกระทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้นี้เพื่อเรา เราไม่ต้องทำอะไร ก็แค่รับเอา

“เย้!!! พระเจ้าทรงทำให้ฉันเป็นลุกของพระเจ้าแล้ว และจะเป็นตลอดไป”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:14) { ขอบพระคุณพระเยซู }

[[ แนวคิด ]]  :

  • และแล้ววันเวลาก็มาถึง วันที่พระเจ้า จะทำให้เราได้รับสิทธิเป็นลูกของพระเจ้า ตามที่พระองค์ตั้งใจไว้
  • พระเยซูคริสต์ ผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด ผู้สร้างกัลปจักรวาล ผู้เป็นแหล่งแห่งชีวิตทั้งมวล เสด็จมาเป็นมนุษย์ที่แสนจะเล็กน้อย
  • [เมื่อผมนึกถึงพระเยซูผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด มาเป็นทารกผู้เดินเองไม่ได้ ต้องให้นางมารีย์คอยอุ้ม…โอ้ว!!! พระองค์ทรงถ่อมพระทัยอย่างที่สุด เพื่อมาช่วยผม]
  • สิ่งที่พระองค์นำมาด้วย คือ พระคุณ และ ความจริง

>> พระคุณ ที่ประทานของขวัญล้ำค่าสุดพรรณา แก่มนุษย์ผู้ชั่วช้าที่ไม่สมควรได้รับเลย

>> ความจริง ที่จะทำให้คนที่ตกเป็นทาสบาป ได้เป็นไทอย่างแท้จริง(ยน.8:32)

[[ ประยุกต์ใช้ ]] :

  • เราจะขอบคุณพระเยซูได้หมดได้อย่างไร ถึงพระเมตตาอันหาที่เปรียบมิได้ ที่พระองค์เสด็จมาเพื่อช่วยเรา…ขอบคุณพระเยซู
  • พระบุตรองค์เดียวของพระบิดา ผู้ทรงเต็มไปด้วยพระสิริ เอาชีวิตมาแลกกับเรา
  • พระเยซู ตาย เพื่อ เราได้ชีวิต
  • พระเยซู ถูกหลู่เกียรติ เพื่อ เราได้รับเกียรติ
  • พระเยซู ลดตัวลงมาต่ำสุด เพื่อ เราจะได้รับการยกขึ้นอย่างสูงสุด(เป็นบุตรของพระเจ้า)

“ขอบพระคุณพระเยซู”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:15) { พระเยซูเป็นใคร? }

[[ แนวคิด ]]  :

  • ยอห์น ได้เป็นพยานว่า พระเยซูคือพระผู้ช่วยให้รอดของโลก
  • พระเยซู เป็นญาติผู้น้องของยอห์น(อายุน้อยกว่าราว 6 เดือน) และยังไม่ได้ทำอัศจรรย์อะไรเลย (ยน.1:29)
  • แต่ยอห์นมองพระเยซู ด้วยสายตาที่พระเจ้าประทานให้ เขาจึงเห็นได้ว่า พระเยซู ทรงเป็นใหญ่กว่าเขา และ ทรงดำรงอยู่ก่อนเขา

[[ ประยุกต์ใช้ ]] :

  • วันนี้ ถ้าเราไม่ได้มองพระเยซูด้วยสายตาที่พระเจ้าประทานให้ เราจะไม่สามารถเห็นพระเยซูอย่างที่พระองค์เป็นจริงๆ และเรายิ่งไม่อาจจะเป็นพยานให้กับพระเยซูอย่างที่พระองค์เป็นจริงๆได้
  • สายตาของยอห์น มองจาก ถ้อยคำที่พระเจ้าตรัสไว้(ยน.1:33)
  • สายตาของเรา ถ้ามองจากพระคำของพระเจ้า แล้วเชื่อว่าพระเยซูเป็นอย่างที่พระคำของพระเจ้าบอกไว้ >>> เราจะสามารถเห็นพระเยซูอย่างที่พระองค์เป็นจริงๆ[หมายถึงมีประสบการณ์ของจริง] และสามารถเป็นพยานเพื่อพระองค์ได้
  • วันนี้ เราคิดว่าพระเยซูเป็นใคร?…..(ถามจริง…เชื่ออย่างนั้นจริงๆเหรอ?)

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:16) { พระคุณซ้อนพระคุณ }

[[ แนวคิด ]]  :

  • ได้รับพระคุณซ้อนพระคุณ คือ ได้รับพระคุณอย่างต่อเนื่อง ครั้งแล้วครั้งเล่า ทรงประทานให้แล้วและยังประทานให้แก่เราอีก
  • ให้พระเมตตาแก่เราเรียบร้อยแล้ว ยังมีแถม ให้เพิ่มอีก แล้วก็แถมอีก ฯลฯ

[[ ประยุกต์ใช้ ]] :

  • พระเยซูประทานแก่เรา ไม่มีสิ้นสุด จงยื่นมือออกโดยความเชื่อ รับพระคุณของพระองค์ (ได้รับในสิ่งที่ไม่สมควรจะได้รับ)
  • เมื่อได้รับแล้วโดยความเชื่อ จงขอบพระคุณ แล้ว ดำเนินชีวิตถวายพระเกียรติแด่พระองค์ ให้สมกับที่พระคุณประทานแก่เรามากมายนั้น

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:17) { พระคุณและความจริง }

แนวคิด  :

  • ธรรมบัญญัติ(ข้อสอบ) มาทางโมเสส ข้อสอบนั้นเป็นสิ่งดี
  • แต่มนุษย์ทุกคน ทำข้อสอบไม่ได้เลย สอบตกหมด
  • พระเจ้าประทานพระคุณแก่เราทางพระเยซูคริสต์
  • พระเยซู จึงมาแล้วใช้เลือดของพระองค์ ป้ายกระดาษคำตอบของเราทั้งหมด
  • พอคนตรวจข้อสอบ(พระบิดาผู้ทรงพิพากษา)เห็นเลือดพระเยซู จะถือว่าผ่าน ได้คะแนนเต็ม (อฟ.2:8-9)
  • แล้วพระเยซู ก็ทรงช่วยให้เราสามารถดำเนินชีวิตในทางของพระองค์ผู้ทรงเป็นความจริง (อฟ.2:10)

ประยุกต์ใช้ :

  • ขอบคุณพระเยซู ผู้นำพระคุณมาประทานแก่เรา และ นำความจริงมาสู่เรา ทำให้เรามีชีวิตที่เสรีภาพแท้จริง (สัจจะ​จะ​ทำ​ให้​ท่าน​เป็น​ไท)

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:18) { รู้จักพระเจ้า}

แนวคิด  :

  • มนุษย์ไม่อาจเห็นพระเจ้าได้
  • มนุษย์ผู้เล็กน้อยดั่งฝุ่นผงเม็ดหนึ่ง เมื่อเทียบกับสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างทั้งหมด
  • มนุษย์จึงไม่มีวันรู้จักและเข้าใจพระเจ้าได้เลย
  • แต่พระเยซูคือพระเจ้าผู้มาบังเกิดเป็นมนุษย์
  • ดังนั้นเราจึงพอเข้าใจพระลักษณะของพระเจ้าได้ จากชีวิตของพระเยซู

ประยุกต์ใช้ :

  • เรารู้จักนิสัยพระเจ้า รู้จักความคิดของพระเจ้า รู้จักพระลักษณะของพระเจ้า ได้บ้าง(เพราะไม่มีวันรู้ได้หมด) จากการสังเกตเรียรู้ คำสอนและการดำเนินชีวิตของพระเยซูขณะที่พระองค์ยังอยู่ในโลกนี้

[[แถมประยุกต์ แบบไม่เกี่ยวกับพระคัมภีร์ข้อนี้ แค่ได้ไอเดียขึ้นมา]]

>>> คนในสังคมไม่อาจจะรู้จักกับพระเจ้าได้ เพราะเข้าไม่เห็นไม่รู้จัก แต่โดยการดำเนินชีวิตของเราที่สอดคล้องกับพระเยซูคริสต์ คนในสังคมจะสามารถรู้จักพระเจ้าได้

(เช่น เมื่อเราสำแดงความรักเหมือนพระเยซูต่อเขา เขาก็จะเข้าใจแล้วว่า พระเจ้ารักเขาแปลว่าอะไร)

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:19-22) { พูดความจริง }

[แนวคิด]  :

  • โอกาสสร้างชื่อเสียงมาถึงยอห์นเพราะพวกยิวเริ่มคิดว่า ยอห์นอาจจะเป็นพระมาซีฮา ที่ยิวรอคอยมานาน

> แต่ยอห์น ยืนยันว่า เกียรตินั้นไม่ใช่ของเรา เขาไม่ใช่พระคริสต์

  • บางคนสงสัย อาจจะเป็นเอลียาห์ (ถ้ายอห์นบอกว่าเป็นคนนี้ อาจจะทำให้งานรับใช้ของยอห์นเกิดผลมากมายกว่านี้ก็ได้)

> แต่ยอห์น บอกว่า “ข้าพเจ้าไม่ใช่เอลียาห์”

– ยอห์น ไม่ได้แอบอ้างเป็นคนที่เขาไม่ได้เป็น ถึงแม้ดูเหมือนว่าการแอบอ้างเหล่านั้นอาจจะช่วยให้งานรับใช้ของเขาเกิดผลขึ้นอีกมากก็ตาม…แต่ยอห์นเลือกความซื่อสัตย์แทนการเกิดผล

[ประยุกต์ใช้] :

  • เมื่อการพูดความจริง ต้องมาเผชิญหน้ากับ ผลประโยชน์,ความเจริญก้าวหน้าหรือแม้แต่การเกิดผลในงานรับใข้…จงเลือกที่จะพูดความจริง

“เราไม่อาจรับใช้พระเจ้า ด้วยวิธีของมารได้”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:23) { เตรียมทาง }

[แนวคิด]  :

  • ก่อนหน้านี้ผมเข้าใจผิด คิดว่างานของยอห์น คือ ผู้เตรียมทาง ให้กับพระเยซู
  • แต่ โอ้ว…ไม่ใช่นี่นา งานของยอห์นง่ายกว่านั้น คือ เป็นเพียงผู้ร้องประกาศ ให้เตรียมทาง
  • (ก่อนที่กษัตริย์จะเสด็จมา จะมีผู้ส่งสารเดินทางไปล่วงหน้าเพื่อประกาศว่า กษัตริย์กำลังจะเสด็จมา ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเตรียมหนทางให้สะดวกเพื่อต้อนรับกษัตริย์)
  • ยอห์นเป็นแค่คนส่งสาร แต่คนที่ทำทางให้พร้อม คือพระเจ้า (น่าจะโดยเหล่าทูตสวรรค์ของพระองค์)…เตรียม ใจของประชาชนที่หิวกระหาย เตรียมชายตาบอด เตรียมคนพิการ เตรียมทุกอย่างให้พร้อมลงตัว สำหรับพระราชกิจของพระเยซู

 [ประยุกต์ใช้] :

  • งานรับใช้ที่ยิ่งใหญ่ ไม่ยากอย่างที่คิด เราแต่ประกาศออกไป แล้วหลบออกไปข้างทางซะ พระเจ้าเองจะเป็นผู้จัดเตรียมหนทาง(และจิตใจของผู้นั้น) ให้พร้อมที่จะต้อนรับพระเยซูคริสต์จอมกษัตริย์ของเขา
  • แต่ จำเป็นต้องมีผู้ส่งสารอย่างพวกเรา ที่ต้องประกาศให้คนทั้งหลายได้รับรู้ แล้วที่เหลือพระเจ้าจัดการเอง

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:24-25) { รับใช้ใคร? }

[แนวคิด]  :

  • พวกผู้ใหญ่ของฟาริสีส่งปุโรหิตและเลวี(ผู้รับใช้พระเจ้า) มาถามยอห์น
  • ทำไมทำพิธีกรรมทางศาสนาแบบใหม่ โดยพวกเขายังไม่อนุญาตเลย?
  • ปุโรหิตและเลวี(ผู้รับใช้พระเจ้า) เกรงกลัวพวกฟาริสี ยอมอยู่ใต้อำนาจของพวกเขา ซึ่งพระคำของพระเจ้าไม่เคยบอกให้ทำเช่นนั้นเลย
  • ยอห์น(ผู้รับใช้ตัวจริง) ผู้ไร้ตำแหน่ง ไร้สมัครพรรคพวก กลับไม่กลัว เขากล้าทำเมื่อพระเจ้าสั่งให้เขา แม้สิ่งนั้นดูเหมือนจะทำให้ฟาริสีผู้มีอำนาจไม่พอใจ ก็ตาม

*** หมายเหตุ ***

* การบัพติศมาด้วยน้ำ เป็นพิธีที่เล็งถึงการที่พระเจ้าให้อภัยคนบาป

** ในหนังสือทัลมุดของยิว(เขียนขึ้นในศตวรรษที่2-3) กล่าวถึงการที่คนต่างชาติเปลี่ยนมานับถือศาสนายิวจะมีการทำพิธีนี้ (แต่ก็ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าพิธีนี้เคยมีมาก่อนสมันของยอห์นหรือไม่…แม้แต่โจเฟซัสนักเขียนคนสำคัญในศตวรรษที่1 ก็ไม่ได้กล่าวถึงในเรื่องนี้)

 [ประยุกต์ใช้] :

  • บางครั้งเรารู้อยู่แก่ใจว่า พระเจ้าอยากให้เราทำสิ่งนี้ หรือ รู้แน่ว่าพระเจ้าสั่งให้เราทำอย่างนั้น แต่เนื่องจากสิ่งนั้นอาจทำให้บางคนไม่พอใจ (อาจเป็นคนที่เรารัก หรือ คนที่มีอำนาจเหนือเรา) จงระลึกถึงยอห์น ผู้ยำเกรงพระเจ้า มากกว่า เกรงใจมนุษย์

“การรับใช้พระเจ้า บางครั้งอาจทำให้มนุษย์ไม่พอใจ

การตามใจมนุษย์ บางครั้งอาจทำให้พระเจ้าไม่พอพระทัย”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:26-27) { ให้ทุกสถานการณ์เป็นพระพร }

[แนวคิด]  :

  • หลังจากที่ปุโรหิตและเลวีที่พวกฟาริสีส่งมา ตำหนิยอห์นว่า “เป็นใครมาจากไหน?ใหญ่มาจากไหน? ทำไมมาทำพิธีนี้ ซึ่งเล็งถึงพระเจ้าอภัยคนบาป?”
  • ยอห์นกลับตอบว่า “ข้าพเจ้าใหญ่หรือไม่ใหญ่ ไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญมีผู้ที่ใหญ่จริงอยู่ท่ามกลางพวกท่าน ผู้นี้ยิ่งใหญ่มาก ถึงขนาดว่าข้าพเจ้าไม่ควรคู่แม้แต่จะเป็นทาสรับใช้ของเขา”
  • เมื่อยอห์นถูกตำหนิ แทนที่จะแก้ตัว หรือแก้ข่าว เขากลับไม่สนใจ แต่กลับใช้การถูกตำหนินั้น เป็นบันไดทำให้ภารกิจที่เขาได้รับมอบหมายนั้นสำเร็จ คือ “โฆษณาพระคริสต์”

 [ประยุกต์ใช้] :

  • เมื่อถูกตำหนิ อย่ามัวแต่ท้อใจ เสียใจ หาทางแก้ตัว จงเรียนจากยอห์น ให้ทุกโอกาสที่พระเจ้าอนุญาตให้ผ่านเข้ามาในชีวิต เพื่อให้แผนการของพระเจ้าในชีวิตของเขาสำเร็จ

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:28) { วางแผนล่วงหน้า 1,500 ปี }

[แนวคิด]  :

  • หมู่​บ้าน​เบ​ธา​นี​ นี้ ไม่ใช่ที่ลาซารัส มารีย์ มารธา อาศัยอยู่(ซึ่งอยู่ใกล้เยรูซาเล็ม) แต่หมูบ้านนี้อยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน (ใกล้เมืองเยรีโค) มีอีกชื่อหนึ่งว่า “เบธาบารา”
  • ยอห์น ให้บัพติศมาอยู่ที่นี่
  • ก่อนอิสราเอลเข้าสู่แผ่นดินแห่งพระสัญญา พวกเขาอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน
  • หลังจากข้ามแม่น้ำจอร์แดนแล้ว พวกเขาก็เข้ายึดครองดินแดนตามที่พระเจ้าทรงสัญญา
  • ยอห์น รับใช้อยู่ฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน
  • พระเยซู หลังจากรับบัพติศมาจากยอห์นแล้ว พระราชกิจของพระองค์เกือบทั้งหมดอยู่ ฟากตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน

[ประยุกต์ใช้] :

  • แผนของพระเจ้า ลึกซึ้ง ซับซ้อน เตรียมการล่วงหน้า เป็นพันปี ใครจะเข้าใจได้เล่า
  • ไม่เห็นต้องเข้าใจเลย แค่รู้อย่างเดียว สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญา จะสำเร็จเป็นจริงแน่นอน

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:29) { เริ่มได้เลย }

[แนวคิด]  :

  • ยอห์น รู้เรื่องของพระเยซู มากแค่ไหน ก่อนที่เขาจะเริ่มเป็นพยานเพื่อพระองค์
  • ยอห์น ไม่น่าจะทราบว่า พระเยซูเข้ามาในโลกนี้เพื่อเป็นลูกแกะ(พระเมษโปดก)สำหรับตายเพื่อไถ่บาป มนุษย์ทั้งโลก เพราะขณะนั้นยังไม่มีผู้ใดเข้าใจแผนการไถ่อันลึกซึ้งของพระเจ้า แม้แต่มารซาตาน
  • ยอห์น เป็นพยานให้แก่พระเยซู เท่าที่เขาทราบ แม้ยังไม่มากนัก แต่ก็มากพอที่จะเป็นพยานเพื่อพระองค์

[ประยุกต์ใช้] :

  • วันนี้ สิ่งที่เรารู้จักกับพระเยซู แม้ไม่มากมายนัก แต่ก็มากเพียงพอแล้วที่เราจะเป็นพยานเพื่อพระองค์ได้

“เริ่มได้เลย”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:30) { มาทีหลัง }

[แนวคิด]  :

  • ยอห์น ชี้ชัดให้คนทั้งหลายรู้ว่า พระเยซูคือผู้นั้นแหละที่เขาเคยบอกไว้
  • พระองค์ผู้มาที่หลัง แต่ดำรงอยู่ก่อน
  • ยอห์นเป็นรุ่นพี่ มาก่อนพระเยซู อายุก็มากกว่า น่าจะได้รับเกียรติบ้างสิเนาะ
  • แต่ปรากฏว่า ยอห์น ไม่เอาเลย เอาแต่ยกย่องๆๆ พระเยซูอยู่นั่นแหละ ไม่พูดถึงงานยิ่งใหญ่ที่ตนเองทำเลย
  • แม้ยอห์นไม่เคยเรียกคนตายให้ฟื้น แต่ชายผู้นี้ทำให้ชนชาติที่ตายแล้วกลับฟื้นขึ้นมาสนใจเรื่องของพระผู้ช่วยให้รอดอีกครั้ง

[ประยุกต์ใช้] :

  • คนรับใช้ของพระเจ้าที่แท้จริง ไม่ใส่ใจกับคำชม หรือ เสียงด่าของผู้คน ไม่ใส่ใจกับเกียรติจอมปลอมที่มนุษย์จะมอบให้ สิ่งสนใจเพียงสิ่งเดียวคือ ทำตามสิ่งที่พระเจ้าสั่งให้เขาทำ
  • วันนี้ เรารู้ไหม พระเจ้าสั่งให้เราทำอะไร?

(ใครรู้แล้วจงลงมือทำ ใครยังไม่รู้จงไปอ่านพระคัมภีร์ในนั้นบอกไว้เพียบเลย)

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:31) { แนะนำให้รู้จัก }

[แนวคิด]  :

  • ยอห์นผู้อยู่ในถิ่นทุรกันดารแค้วนยูเดีย ไม่รู้จัก พระเยซูผู้มาจากนาซาเร็ธแคว้นกาลิลี(แม้จะเป็นญาติกันก็ตาม)
  • ยอห์นสามารถมีข้ออ้างเพื่อไม่ต้องแนะนำคนให้รู้จักพระเยซู
  • แต่ยอห์น ไม่สนใจเหตุผลไร้สาระเหล่านั้น ยังคงทุ่มเทในงานรับใช้ของตน เพื่อให้พระองค์เป็นที่รู้จัก

[ประยุกต์ใช้] :

  • วันนี้ เราอาจมีเหตุผลดีๆมากมายเพื่อไม่ต้องแนะนำให้เพื่อนหรือคนในครอบครัว ได้รู้จักพระเยซู
  • ก้าวข้ามเหตุผลไร้สาระนั้นไปเสีย แล้วลงมือทำอะไรบางอย่าง เพื่อแนะนำคนในครอบครัว เพื่อนที่ทำงาน เพื่อนที่สถาบัน และเพื่อนบ้านของเรา ให้รู้จักกับพระเยซู

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:32) { ข้าพเจ้าเห็น }

[แนวคิด]  :

  • ยอห์น ได้เห็นพระวิญญาณ(ซึ่งไม่มีทางเห็นได้ด้วยตา ถ้าพระองค์ทรงโปรดให้เห็น) เสด็จลงมาบนพระเยซู
  • แล้วเขาก็เป็นพยานในสิ่งที่ได้เห็นนั้น เพื่อให้คนอื่นที่ยังไม่อาจเห็น ได้รับรู้

[ประยุกต์ใช้] :

  • วันนี้ โดยพระคุณของพระเจ้า พระองค์สำแดงพระลักษณะของพระองค์ให้เราได้เห็น ในชีวิตของเรา (พระเจ้า รักเรา , เมตตาเรา , ช่วยกู้เรา , อวยพรเรา ,ปกป้องเรา ,เปลี่ยนแปลงเรา ,ฯลฯ)
  • ได้เวลาแล้วที่เราจะเป็นพยาน ในสิ่งที่ได้เห็น ได้ประสบ เพื่อให้คนอื่นที่ยังไม่อาจเห็นพระเจ้า จะสามารถรับรู้ความเป็นพระเจ้าของพระองค์ได้

“พระเจ้ามีจริง เพราะฉันได้เห็นพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของฉัน”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:33) { คนนี้แหละ }

[แนวคิด]  :

  • ยอห์นเป็นพยานว่า พระเยซูนี้แหละ ที่จะเป็นผู้ให้บัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์
  • ใครจะรับบัพติศมาด้วยน้ำก็ให้มาหายอห์น
  • ใครจะรับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ก็จงมาหาพระเยซู

[ประยุกต์ใช้] :

  • บัพติศมาด้วยน้ำ = จุ่มลงให้มิดน้ำ แล้วโผล่ขึ้นมามีชีวิตใหม่
  • บัพติศมาด้วพระวิญญาณบริสุทธิ์ = จุ่มล้อมรอบด้วยพระวิญญาณ แล้วมีชีวิตใหม่ดำเนินตามพระวิญญาณ
  • อยากจะมีชีวิตใหม่ เชิญมาหาพระเยซู(มีความสัมพันธ์กับพระองค์) ไม่ใช่มาหาแค่ยอห์น(ทำศาสนพิธีเท่านั้น)

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:34) { เห็นแล้วบอกต่อ }

[แนวคิด]  :

– ยอห์นเห็นแล้ว ว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จลงมาบนพระเยซู เขาจึงยืนยันว่า พระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า

[ประยุกต์ใช้] :

– หากเรายังไม่แน่ใจจริงๆว่า พระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้าสูงสุด อย่าเพิ่งไปบอกใครเรื่องของพระองค์

– หากเรามั่นใจจริงๆว่า พระเยซูคริสต์ ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าสูงสุด อย่ารอช้าที่จะบอกใครๆเรื่องของพระองค์

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:35-37) { เพื่อพระเยซู }

[แนวคิด]  :

– ยอห์น แนะนำพระเยซูให้สาวกของเขารู้จัก และยกย่องพระเยซู จนกระทั่งสาวกของเขาทิ้งเขาไปติดตามพระเยซูแทน

[ประยุกต์ใช้] :

– ผลสำเร็จของการรับใช้พระเจ้าที่แท้จริง ดูได้จากการทำให้มีคนติดตามพระเยซูมากขึ้น ไม่ได้ดูจากการมีคนติดตามเรามากขึ้น

– การมีคนเข้าในแผ่นดินของพระเจ้ามากขึ้น ย่อมสำคัญกว่า การมีคนเข้ามาในคริสตจักรของเรามากขึ้น

[ประยุกต์แถม]

– ในอดีตที่ผ่านมา บางคนไม่อยากประกาศในบางแห่งที่พวกเขาไป เพราะเกรงว่าไม่อาจจะดูแลคนนั้นได้หากเขารับเชื่อ

– ปัจจุบัน ปัญหานี้ถูกคลี่คลายลงไปมาก เราสามารถประกาศกับใครก็ตามที่เรา เจอในที่ใดๆ เมื่อเขารับเชื่อหรือสนใจ เราสามารถส่งคำสอน คำเทศนา ทาง youtube หรือ Facebook ให้แก่เขาได้

– ด้วยวิธีเช่นนี้ แม้สมาชิกในคริสตจักรของเราไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่แผ่นดินของพระเจ้าแผ่กว้างยิ่งขึ้นในประเทศไทยและทั่วโลก

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:38-39) { ยินดีต้อนรับ }

[แนวคิด]  :

– สาวก 2 คน ของยอห์นเดินตามพระเยซู แบบกล้าๆกลัวๆ ไม่ได้พูดอะไร จนพระเยซู ถามพวกเขา “ท่านหาอะไร?” เพื่อพวกเขาพูดความปรารถนาของตนออกมา

– พวกเขาตอบด้วยคำถามว่า “รับบี ท่านพักอยู่ที่ไหน?” ไม่ใช่เพราะอยากรู้อยากเห็นว่าที่พักพระเยซูเป็นอย่างไร แต่หมายถึงเพื่อจะไปหาพระองค์ ยามพระองค์สะดวก อาจจะพรุ่งนี้ มะรืนนี้ หรือวันไหนๆ

– พระเยซู ไม่ให้พวกเขาต้องรอเนิ่นนานถึงพรุ่งนี้ พระองค์ตอบว่า “มาดูเถิด” คือ มาคุยกันวันนี้ได้เลย

– แล้วพวกเขาก็ได้สิ่งดีเกินคาด ไม่เพียงแต่ได้มีโอกาสคุยกับพระเยซูเท่านั้น ได้พักกับพระเยซูเลยในคืนนั้น

[ประยุกต์ใช้] :

– เรา ผู้ที่มาหาพระเยซู พระองค์อยากให้เราไตร่ตรองให้เข้าใจตัวเองก่อนว่า เรามาหาพระเยซูทำไม?

– ผู้มาหาพระเยซู พระองค์ยินดีต้อนรับเสมอ และเขารับการยินดีต้อนรับมาก เกินยิ่งกว่าที่เขาคาดไว้เสียอีก

“เชิญมาหาพระเยซู วันนี้เลย อย่ารอเนิ่นช้าอีกต่อไปเลย พระองค์พร้อมที่จะต้อนรับเราด้วยความรักอันแสนอบอุ่นของพระองค์”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:40-41) { ฉันพบแล้ว }

[แนวคิด]  :

– แอนดรู เพิ่งได้คุยกับพระเยซูไม่นาน เขารู้จักพระเยซูเพียงเล็กน้อย แต่ที่เขารู้แน่ๆคือ พระเยซูคือ พระผู้ช่วยให้รอด(พระมาซีฮา) เขาไม่รอช้า รีบไปบอกกับเปโตรพี่ชายของเขา ทันที เท่าที่เขารู้

[ประยุกต์ใช้] :

– เราไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องพระเยซูมากมายก่อน จึงจะไปบอกคนอื่นเรื่องของพระองค์ได้ แค่บอกเท่าที่รู้ก็พอ แล้วพระวิญญาณบริสุทธิ์จะทำงานส่วนที่เหลือ ในจิตใจของคนนั้นเอง

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:42) { มองอนาคต }

[แนวคิด]  :

– แอนดูร พาซีโมนพี่ชายไปหาพระเยซู ที่เหลือเป็นหน้าที่ของพระเยซูเอง

– เมื่อซีโมนมาถึงพระเยซู พระอค์ไม่ได้มองเห็นแค่ ซีโมนชาวประมง แต่พระอวค์เห็นเปโตร(เคฟาส)ผู้นำของอัครทูต12คน ผู้พลิกโลก

[ประยุกต์ใช้] :

– วันนี้ เราจะพาใครมาหาพระเยซูบ้าง?
– วันนี้ เมื่อเราเองมาหาพระเยซู พระองค์ไม่ได้มองแค่ว่าวันนี้เราไม่เอาไหนแค่ไหน แต่พระองค์มองด้วยสายตาแห่งความรัก เห็นว่าอนาคตเราจะเป็นพระพรมากเพียงใด พระองค์มีความหวังในเรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:43-44) { นัดหมายแห่งสวรรค์ }

[แนวคิด]  :

– หลังจากพระเยซูรับบัพติศมาจากยอห์นในแคว้นยูเดียแล้ว ขณะที่กำลังจะกลับไปแคว้นกาลิลีทางตอนเหนือ พระองค์ทรงพบสาวกของพระองค์อย่างน้อย 4 คน ที่มาจากเมืองในแคว้นกาลิลีระหว่างทางนั้น

– ฟีลิป,แอนดรูและเปโตรจากเบธไซดา นาธานาเอลจากหมู่บ้านคานา ได้พบกับพระเยซูในแคว้นยูเดีย ในที่ที่พระองค์ไม่น่าจะได้พบกับสาวกชาวกาลิลี ถ้าพระองค์จะเรียกสาวกที่ชาวกาลิลี ควรจะไปตามหาที่กาลิลีนี่นา

[ประยุกต์ใช้] :

– แผนของพระเจ้า กับความคิดของมนุษย์บ่อยครั้ง สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง

– จงคอยฟังแล้วดำเนินตามการทรงนำของพระวิญญาณ เพื่อเราจะไม่พลาดนัดหมายแห่งสวรรค์

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:45) { พบแล้ว }

[แนวคิด]  :

– หลังจากพระเยซูทรงเรียกฟีลิป เขาก็รีบไปหานาธานาเอล เพื่อบอกว่าพระเยซูเป็นพระมาซีฮา

– ฟีลิปมั่นใจทันที ทั้งที่ไม่ได้ไปนอนคุยกับพระเยซู เหมือนแอนดรู น่าจะเป็นเพราะว่า ฟีลิปมีความรู้ความชำนาญในพระคัมภีร์พอสมควร(เขาได้อ้างถึงสิ่งที่โมเสสและผู้เผยพระวจนะสอน) จึงทำให้เขาสามารถทราบได้ทันทีว่า พระเยซูมีลักษณะของพระมาซีฮา ตามที่พระคัมภีร์ได้พยากรณ์ไว้

[ประยุกต์ใช้] :

– เราสามารถรับรู้สัญญาณจากพระเจ้าได้ไวขึ้น ถูกต้องแม่นยำมากขึ้น เมื่อเราเอาใจใส่กับพระคำของพระเจ้ามากขึ้น

– วันนี้เราให้เวลากับการศึกษาพระคำของพระเจ้ามากเพียงใด?

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:46) { มาดูเถอะ }

[แนวคิด]  :

– “เยซูชาวนาซาเร็ธเนี่ยนะ เป็นพระมาซีฮา!!!” นาธานาเอลประหลาดใจมาก เมื่อได้บิยฟีลิปบอกว่า พระมาซีฮา มาจากนาซาเร็ธ

– นาซาเร็ธเมืองบ้านนอกเล็กๆ ไร้ชื่อเสียง ไม่สำคัญขนาดฟีลิปผู้มาจากบ้านนอกอย่างเมืองคานา ซึ่งอยู่ใกล้กัน ยังดูแคลนเมืองนี้เลย

– แต่ฟีลิปไม่ได้อธิบายอะไรตอบมากมายนัก เพียงแต่ตอบด้วยคำตอบที่ทรงพลังที่สุดในการนำคนมาพบกับพระเยซู “มาดูเองเถอะ”

[ประยุกต์ใช้] :

– เมืองที่แสนต่ำต้อย เมื่อมีพระคริสต์ไปเกี่ยวที่นั่น กลับเป็นเมืองที่มีผู้คนรู้จักหลายพันล้านคนทั่วโลกตลอด 2000 ปีที่ผ่านมา

– ชีวิตของเราไม่ว่าจะต่ำต้อยมากเพียงใดก็ตาม เมื่อมีพระคริสต์สถิตอยู่ด้วย จะสามารถเป็นพระพรแก่ผู้คนมากมาย เกินกว่าที่เราจะคาดคิดได้

– วิธีที่จะนำคนมารู้จักกับพระเจ้าได้ดีที่สุด คือ ชวนเขามามีประสบการณ์กับพระเยซูด้วยตัวของเขาเอง

“สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:47-48) { รู้จักอย่างดี }

[แนวคิด]  :

– เมื่อนาธานาเอล มาหาพระเยซู ตามคำเชิญชวนของฟีลิป พระองค์ได้ตรัสกับเขาบางอย่าง ที่ทำให้เขา รู้ได้ทันทีว่าพระองค์รู้จักเขาเป็นอย่างดี

– เขาถามพระองค์รู้จักเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ พระองค์ตอบว่า พระองค์รู้จักเขา ก่อนที่เขาจะได้ยินเรื่องของพระองค์เสียอีก

[ประยุกต์ใช้] :

– พระเยซูทรงรู้จักเราเป็นอย่างดี ก่อนที่เราจะรู้จักกับพระองค์ ก่อนที่เราจะมาหาพระองค์เสียอีก

– ดังนั้นยิ่งกว่านั้น วันนี้เรามาเป็นลูกของพระองค์แล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่า พระเยซูทรงรู้จักเราเป็นอย่างดี พระองค์ทรงเข้าใจเรามากกว่าใครๆในโลกนี้หรือแม้แต่ตัวเราเอง

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:49) { พระเยซูทรงเป็นกษัตริย์ของฉัน }

[แนวคิด]  :

– เมื่อนาธานาเอล ได้มีประสบการณ์กับพระเยซู เพียงไม่นาน เขาก็ยอมรับว่าพระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้า และ เป็นกษัตริย์ของเขา

– ตรงข้ามกับพวกฟาริสี ที่พระเยซูเทศนาสั่งสอนเขากว่า 3 ปี แต่พวกเขาก็ยังไม่ยอมรับพระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้าหรือเป็นกษัตริย์ของพวกเขา

[ประยุกต์ใช้] :

– วันนี้ เรามีท่าทีเหมือนใคร?

– ประสบการณ์ที่เรามีกับพระเยซู เพียงพอหรือยังที่เราจะยอมให้พระองค์ เป็นกษัตริย์ เป็นเจ้านาย เป็นเจ้าของชีวิตของเราทั้งหมดจริงๆ (ไม่ใช่แค่เพียงลมปาก)

“พระเยซูทรงเป็นกษัตริย์ เป็นเจ้าของชีวิตทั้งหมดของฉัน”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:50) { จะเห็นได้มากกว่านี้อีก }

[แนวคิด]  :

– เมื่อนาธานาเอล ทราบว่าพระเยซูทรงรู้จักเขาก่อนที่เขาจะได้ยินเรื่องของพระองค์เสียอีก เขาจึงเชื่อว่าพระเยซูเป็นพระมาซีฮา

– แต่พระเยซูบอกเขาว่า ต่อไปภายหน้าเขาจะเห็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่านี้อีก

[ประยุกต์ใช้] :

– มาถึงวันนี้ เราแม้เรามีประสบการณ์พระเยซูมาระดับหนึ่งแล้วก็ตาม

– แต่ถ้าเรายังคงรักษาความเชื่อในพระเยซูเอาไว้ ต่อไปภายหน้าเราจะได้เห็นเหตุการณ์ใหญ่กว่าที่เจอมาแล้วอีก

– เรื่องแผ่นดินของพระเจ้า เป็นเหมือนเมล็ดพืช เวลาผ่านไปก็จะมีประสบการณ์ ยิ่งใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆในชีวิตของเรา เพียงแต่เราจะยึดความเชื่อไว้ให้มั่นไม่หวั่นไหว

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 1:51) { พบอัศจรรย์ }

[แนวคิด]  :

– พระเยซูบอกนาธานาเอล ว่า วันนี้ท่านอัศจรรย์ใจที่พระเยซูเห็นท่านอย่างอัศจรรย์ แต่ในอนาคต เขาจะเห็นด้วยตัวเขาเอง ถึงสิ่งที่อัศจรรย์ล้ำลึกกว่านี้มากมากนัก

– ท้องฟ้าเบิกออก และ ทูตสวรรค์ขึ้นลงเหนือบุตรมนุษย์ เล็งถึง พระเจ้าทรงรับรองพันธกิจของพระเยซู

[ประยุกต์ใช้] :

– เมื่อเราดำเนินชีวิตติดตามพระคริสต์ เราจะพบกับสิ่งอัศจรรย์ในชีวิต มากยิ่งกว่าที่เราคิดคาดหวังไว้เสียอีก

– เหมือน นาธานาเอล ผู้คาดหวังว่าจะได้ติดตามรับบี ผู้เห็นอย่างอัศจรรย์ แต่สิ่งที่เขาได้พบจริงๆคือ ได้เห็นอย่างอัศจรรย์ด้วยตาของเขาเอง

“พระเจ้าปรารถนาจะทำสิ่งยิ่งใหญ่ในชีวิตของเรา มากยิ่งกว่าที่เราคาดคิด”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 2:1-11) { คิดถูก }

[แนวคิด]  :

– เรื่องพระเยซูทรงเปลี่ยนน้ำเป็นเหล้าองุ่น มีคนคิดถูกอยู่ 4 กลุ่ม

1. เจ้าของงาน คิดถูกที่เชิญพระเยซู…จึงได้รับพร

2. มารดาพระเยซู คิดถูกที่นำปัญหามาทูลต่อพระเยซู…ปัญหาจึงได้รับการแก้ไข

3. คนใช้ คิดถูกที่เชื่อฟังพระเยซูทุกอย่าง…จึงเกิดการอัศจรรย์เกิดขึ้น

4. สาวก คิดถูกที่ติดตามพระเยซู…จึงได้เห็นการอัศจรรย์ จนวางใจพระเยซู

[ประยุกต์ใช้] :

– วันนี้ เรามาคิดถูกกันเถอะ

1. ใครยังไม่ได้เชิญพระเยซู เข้ามาในชีวิต…เชิญด่วนเลย แล้วจะได้พบกับพระพร

2. ใครยังไม่ได้นำปัญหามาทูลต่อพระเยซู…ทูลด่วนเลย แล้วมันจะได้รับการแก้ไข

3. ใครยังไม่ได้เชื่อฟังพระเยซู…เชื่อฟังด่วนเลย แล้วจะเกิดอัศขรรย์ขึ้นในชีวิต

4. ใครยังไม่ได้วางใจพระเยซู…ให้หันกลับไปดู การอัศจรรย์ที่ผ่านมาในชีวิต…แล้ววางใจด่วนเลย…แล้วจะได้พบการอัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยพบมา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 2:12) { จังหวะแห่งการรับใช้ }

[แนวคิด]  :

– หลังจากพระเยซูทำอัศจรรย์ครั้งแรกที่หมู่บ้านคานา แทนที่พระองค์จะรีบทำอะไรต่อไปเลย ให้กิตติศัพท์เลื่องลือไปเลย กลับเดินทางไปเมืองคาเปอรนาอูม ซึ่งห่างจากคานาราว 25 กม. อยู่ที่นั่น ไม่กี่วัน แล้วก็ออกเดินทางไปร่วมพิธีปัสกาที่กรุงเยรูซาเล็ม

– การรับใช้ของพระเยซู มีจังหวะ มีวาระที่เหมาะสมเสมอ ไม่เร่งรีบเกินไป และไม่ได้อืดอาดเฉื่อยช้า

– จบจากคานา พระองค์พักที่คารเปอรนาอูมสักพัก แล้วเริ่มต่อพระราชกิจที่เยรูซาเล็ม

[ประยุกต์ใช้] :

– วันนี้ การรับใช้ของเรา เร่งรีบเกินไปหรือเปล่า มีจังหวะผ่อน จังหวะพักบ้างหรือไม่?

– วันนี้ การรับใช้ของเรา อืดอาดไปหรือเปล่า พักนานไปแล้วหรือเปล่า?

“พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเป็นผู้สอนเรา ถึงจังหวะที่เหมาะสมของการรับใช้ กรุณาใช้บริการพระองค์ด้วยครับ”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 2:13-16) { ใช้งานผิดประเภท }

[แนวคิด]  :

– เมื่อพระเยซูเข้าไปในบริเวณพระวิหาร ในกรุงเยรูซาเล็ม ช่วงเทศกาลปัสกา พระองค์ไม่ยอมให้คนมาขายสัตว์และตั้งโต๊ะแลกเงินในบริเวณพระวิหาร จึงใช้เชือกทำเป็นแส้ไล่พวกเขาออกไป

– พระนิเวศของพระบิดา ใช้สำหรับอธิษฐาน อย่าเอามาทำเป็นตลาด

[ประยุกต์ใช้] :

– ตั้งแต่พระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตายจนถึงปัจจุบัน พระวิหารของพระเจ้าไม่ได้หมายถึงสิ่งก่อสร้างที่เยรูซาเล็มอีกต่อไป แต่หมายถึงชีวิตของเราทั้งหลายผู้เชื่อวางใจในพระเยซู(1คร.3:16)

– วันนี้ เราใช้พระนิเวศน์ของพระเจ้าทำอะไร?

– วันนี้ เราใช้พระนิเวศน์แห่งการอธิษฐาน เพื่อการอธิษฐานกี่นาที?

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 2:17) { พระนิเวศน์ที่รัก }

[แนวคิด]  :

– พระเยซูทรงห่วงใยเอาใจใส่ต่อพระนิเวศน์ของพระบิดามาก ถึงแม้นิเวศน์นั้นจะเป็นเพียงสิ่งก่อสร้างที่สร้างโดยน้ำมือของมนุษย์

[ประยุกต์ใช้] :

– ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด พระเยซูจะห่วงใย เอาใจใส่ ชีวิตของเราผู้เป็น พระวิหารของพระเจ้า ที่สร้างโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์

– พระเยซูปรารถนาให้นิเวศน์ของพระเจ้า เป็นที่ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า ฉันใด
พระองค์ก็ปรารถนาให้ชีวิตของเรา เป็นถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า ฉันนั้น

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 2:18-21) { ใส่ใจ }

[แนวคิด]  :

– พวกยิวถามพระเยซูว่า มีสิทธิอะไรมาชำระพระวิหารแบบนี้ เพราะต้องเป็นผู้มาจากพระเจ้าเท่านั้น จึงจะมีสิทธิชำระพระวิหาร

– แต่พระเยซูกลับไม่ใส่ใจที่จะตอบเพื่อให้พวกเขารู้ว่าพระองค์มีสิทธิ พระเยซูกลับพูดถึงภารกิจของพระองค์ ที่จะสิ้นพระชนม์และเป็นขึ้นมาในวันที่สาม

– ดูเหมือนพระเยซูไม่ใส่ใจว่าพวกยิวจะคิดว่าอย่างไรกับพระองค์(พวกเขาคิดว่าพระองค์ไม่มีสิทธิ) แต่ตลอดช่วงเวลาที่พระองค์รับสภาพมนุษย์ในโลกนี้ พระองค์ใส่ใจอยู่อย่างเดียว คือ ทำให้พระราชกิจที่พระบิดามอบหมายมานั้นสำเร็จ

[ประยุกต์ใช้] :

– ไม่ต้องใส่ใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรกับงานที่เราทำแด่พระเจ้า แต่จงใส่ใจว่า วันนี้เรากำลังเอาใจใส่กับภารกิจที่พระเจ้ามอบหมายให้เราทำหรือไม่?

– ใครไม่รู้ว่าภารกิจนั้นคืออะไร ดูได้จาก มธ.28:19-20

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 2:22) { เข้าใจ }

[แนวคิด]  :

– สิ่งที่พระเยซูตอบพวกยิวในวันนั้น(ข้อ19) อีกราว 3 ปีต่อมา พวกสาวกถึงเข้าใจ และเมื่อเข้าใจแล้วเขาก็เชื่อ

– เมื่อสาวกเข้าใจ แล้วพวกเขาจึงเชื่อ ดูเหมือนว่า ความเชื่อมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับความเข้าใจ

– เข้าใจในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงเข้าใจว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่หมายถึง เข้าใจว่ามันหมายความว่าอย่างไร

[ประยุกต์ใช้] :

– วันนี้ สิ่งที่พระเยซูทรงทำกับชีวิตของเรา เราอาจยังไม่เข้าใจ ใครจะไปรู้!!! อาจจะเพื่อเป็นประโยชน์ต่อเราในอีก 3 ปี(หรือ 1ปี)ข้างหน้าก็ได้

– การเข้าใจในพระวจนะ มีผลต่อความเชื่ออย่างมาก แม้เราจะไม่เข้าใจว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างไรก็ไม่เป็นไร แต่เราต้องเข้าใจว่าพระวจนะนั้นหมายความว่าอย่างไร เพราะจะทำให้เราเกิดความเชื่อที่ถูกต้องขึ้น

– ดังนั้น เราควรลงทุนลงแรง ในการศึกษาพระวจนะของพระเจ้าให้มากขึ้น เพื่อให้ความเชื่อของเราเพิ่มทวีมากยิ่งขึ้น

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 2:23-25) { รู้จักดี }

[แนวคิด]  :

– คนมากมายวางใจในพระเยซูแบบชั่วคราว เพราะเห็นหมายสำคัญ แต่พระเยซูก็รู้จักจิตใจของมนุษย์ดีว่า หวั่นไหวง่ายและเต็มไปด้วยการหลอกลวง

– พระเยซูรู้จักมนุษย์ จึงไม่จำเป็นต้องมีใครมาเป็นพยานเรื่องมนุษย์ แต่ มนุษย์ไม่รู้จักพระเยซูจึงจำเป็นต้องมียอห์นมาเป็นพยานเรื่องของพระองค์

[ประยุกต์ใช้] :

– แม้แต่พระเยซู ก็ยังไม่วางใจในคำชื่นชม คำยกย่อง คำชมเชย ของมนุษย์เลย ส่วนเราเองบ่อยครั้งกลับลืมตัว หลงคิดว่า คำชื่นชมของมนุษย์นั้นจะยั่งยืนถาวร หลายครั้งเราจึงหลงทำบางอย่างเพื่อเอาใจมนุษย์แทนที่จะทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

– ความเชื่อของใครที่ตั้งอยู่บนการอัศจรรย์ จะไม่ยั่งยืน เพราะวันใดที่ไม่เห็นการอัศจรรย์ความเชื่อจะสั่นคลอน ดังนั้น ความเชื่อของเราควรตั้งอยู่บนสิ่งที่มั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง คือ ตั้งอยู่บนพระคำของพระเจ้า

– พระเยซูทรงรู้จักมนุษย์ทุกคน รวมทั้งเราด้วย พระเยซูรู้จักเราเป็นอย่างดี รู้จักความอ่อนแอของเรา รู้จักความปวดร้าวของเรา ฯลฯ…พระเยซูทรงเข้าใจเรา

– ไม่จำเป็นต้องมีใครมาบอกพระเยซูเรื่องมนุษย์ แต่จำเป็นที่ต้องมีใครไปบอกมนุษย์เรื่องของพระเยซู…ใครจะไปบอกคนเหล่านั้นเรื่องของพระเยซู?

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:1-2) { ผู้ทำหมายสำคัญ }

[แนวคิด]  :

– นิโคเดมัสฟาริสีระดับหัวหน้า แอบมาหาพระเยซูตอนกลางคืน เพื่อสนทนาธรรมกับพระองค์

– พระเยซูไม่ได้ตำหนิเขาที่ยังไม่พร้อมเปิดเผยว่าศรัทธาในพระองค์ เขาพร้อมในอีกราว 3 ปีต่อมา(ยน.19:39)

– เขายอมรับว่า ไม่มีใครทำหมายสำคัญเหล่านี้(ยน.2:23)ได้ นอกจากพระเจ้าจะสถิตอยู่ด้วย

[ประยุกต์ใช้] :

– “ทองแท้ ไม่กลัวไฟพิสูจน์” ดูเหมือนว่า พระเยซูไม่ได้ตำหนิคนที่อยากจะเชื่อพระองค์แต่ก็ยังกล้าๆกลัวๆ พระองค์เต็มใจให้เขาเรียนรู้จักกับพระองค์มากขึ้น เพื่อเขาจะมาถึงจุดที่มีความเชื่อซึ่งสำแดงออกเป็นการกระทำ

>>> วันนี้หากท่านยังไม่กล้าเชื่อวางใจในพระองค์ แต่ลึกๆในใจท่านรู้ว่าพระองค์ทรงพระชนม์อยู่จริงๆ เชิญเข้ามาเรียนรู้จักกับพระองค์ผ่านพระคำของพระองค์ แล้วในเวลาไม่ช้าไม่นาน ท่านจะพบกับพระองค์อย่างแท้จริง

– ผู้ที่ทำหมายสำคัญเหมือนพระเยซู ต้องมีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วยเท่านั้น….เอ…ใครน้ามีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย?

“โอ้ว!!! ขอบคุณพระเจ้า ก็เราทั้งหลายที่เชื่อวางใจในพระองค์ไงละ”

หมายความว่า เราจะสามารถทำหมายสำคัญเช่นเดียวกับที่พระเยซูทรงกระทำได้ สรรเสริญพระเจ้า

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:3) { เกิดใหม่ }

[แนวคิด]  :

– ถ้าพระเยซูพูดจริง (ซึ่งจริงแน่ๆ) แสดงว่า ไม่เกิดใหม่ หมดสิทธิเห็นสวรรค์

– การเกิดใหม่ จึงเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

– ในโลกนี้เราไม่ได้ทำอะไรบางอย่างอาจน่าเสียดายมาก แต่ถ้าไม่เกิดใหม่เราจะต้องไปลงนรก

– การเกิดใหม่ ไม่เกี่ยวกับจำนวนครั้งที่เราไปโบสถ์ , ไม่เกี่ยวกับจำนวนเงินที่เราถวายทรัพย์ ,ไม่เกี่ยวกับจำนวนงานรับใช้ที่เราได้ทำลงไป

– จะเกิดใหม่ได้ ต้องตายก่อน(ฝ่ายวิญญาณ) แล้วจึงเกิดใหม่มีชีวิตใหม่ในพระวิญญาณ

[ประยุกต์ใช้] :

– วันนี้ คุณแน่ใจหรือยังว่า คุณเกิดใหม่แล้ว?

เรื่องอะไรไม่แน่ใจ ก็ไม่หนักหนาสาหัสเท่าไม่แน่ใจในเรื่องนี้ เพราะพระเยซูยืนยันว่า ไม่เกิดใหม่ไปนรกแน่นอน

หมายเหตุ : เรื่องการเกิดใหม่ หากสนใจฟังอธิบายเพิ่มเติม รับชมได้ที่นี่ครับ

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน.3:4-5) { น้ำและพระวิญญาณ }

แนวคิด :

– นิโคเดมัส คิดว่าการเกิดใหม่เป็นเรื่องของกายภาพ แต่พระเยซูเฉลยว่า ไม่ใช่กายภาพ

– การเกิดใหม่  เป็นเรื่องของการตาย แล้วเกิดใหม่ฝ่ายวิญญาณ

– ตายด้วยน้ำ คือบัพติศมาในน้ำ(ฝัง จุ่ม ดำให้มิดในน้ำ) แสดงถึงการกลับใจ(มธ.3:11) ตัวเก่าตายไป

[ไม่ได้หมายความว่า ไม่รับบัพติศมา จะเข้าสวรรค์ไม่ได้ เพราะโจรบนกางเขนก็ยังไม่ได้รับบัพติศมาเลย]

– เกิดจากพระวิญญาณ คือมีชีวิตใหม่โดยพระวิญญาณ

– สรุป การเกิดใหม่ เป็นเรื่องของการตายต่อตัวบาปแล้วมีชีวิตใหม่ในพระวิญญาณ

การประยุกต์ใช้ :

– การเกิดใหม่เป็นเรื่องฝ่ายวิญญาณ มีแต่พระวิญญาณเท่านั้น จึงจะทำให้มีการเกิดใหม่ขึ้นได้

– พระวิญญาณจะเข้ามาในเราเพื่อทำให้มีการเกิดใหม่ ก็ต่อเมื่อ เราวางใจในพระเยซูสำหรับการรอดพ้นบาปของเรา(ยน.7:38-39)

หมายเหตุ : สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาอย่างกระจ่าง เรื่อง การวางใจในพระเยซูสำหรับการรอดพ้นบาปของเรา

สามารถรับชมเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ http://youtu.be/-fMGohMA28M

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:6) { เกิดจากพระวิญญาณ }

[แนวคิด]  :

– พระเยซูอธิบายว่า การเกิดใหม่ฝ่ายวิญญาณ ไม่ใช่เรื่องของการเกิดใหม่ทางกายภาพ แต่เป็นเรื่องของการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์

– เมื่อแม่ให้กำเนิดเรามา เราก็จะมีลักษณะเหมือนแม่(เป็นมนุษย์เหมือนแม่) และเราเองก็สมควรอย่างยิ่ง ที่จะเคารพ ให้เกียรติ และเชื่อฟัง แม่ผู้ให้กำเนิดเรามา

– ในทำนองเดียวกัน เมื่อเราเกิดใหม่โดยพระวิญญาณแล้ว เราก็จะมีลักษณะเหมือนพระวิญญาณบริสุทธิ์ คือ มีความบริสุทธิ์ มีวิถีชีวิตที่ดำเนินตามพระวิญญาณ และ เราสมควรอย่างยิ่งที่จะเคารพ ให้เกียรติ และเชื่อฟัง พระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ทำให้เราเกิดใหม่

[ประยุกต์ใช้] :

– วันนี้ เราผู้เกิดใหม่โดยพระวิญญาณแล้ว เรายอมให้พระวิญญาณนำชีวิตของเราด้วยการดำเนินตามการสอนและเตือนสติของพระองค์หรือเปล่า?

– วันนี้ เราเคารพ ให้เกียรติ และเชื่อฟังพระวิญญาณ มากแค่ไหน?

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:7) { ต้องเกิดใหม่ }

[แนวคิด]  :

– นิโคเดมัสประหลาดใจ เพราะพระเยซู บอกให้พวกเขาผู้ซึ่งรู้ธรรมบัญญัติเป็นอย่างดี สอนคนอื่นได้ด้วย และปฏิบัติตามกฏเหณฑ์ของฟาริสีอย่างเคร่งครัด ว่า “ต้องเกิดใหม่”

– เป็นคำสอนใหม่ อาจารย์ยิวอย่างเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน และไม่เข้าใจ

[ประยุกต์ใช้] :

– ไม่สำคัญว่า เรารู้พระคัมภีร์ดีแค่ไหน หรือทำอะไรยิ่งใหญ่ขนาดไหน

– ไม่ว่าเราจะเป็นใคร เราต้องเกิดใหม่

– การเกิดใหม่ ไม่อาจเข้าใจด้วยสติปัญญาหรือความเฉลียวฉลาด แต่เป็นเรื่องของประสบการณ์กับพระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่พระองค์เปลี่ยนแปลงเราจากภายใน จนสำแดงออกเป็นการดำเนินชีวิตใหม่ จนคนอื่นสามารถสังเกตเห็นได้

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:8) { การทำงานของพระวิญญาณ }

[แนวคิด]  :

– เราไม่เห็นลมแต่รู้ว่ามีลมเพราะเห็นผลของลม คือใบไม้ไหว

– เราไม่สามารถคาดคะเนได้ว่า ลมจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะพัดไปทางไหนบ้าง (หมายถึงลมในธรรมชาติ ไม่เกี่ยวกับพัดลมนะ)

– การทำงานของพระวิญญาณ ในชีวิตของผู้เชื่อ ก็เป็นเช่นนั้น

– เรามองไม่เห็นว่า คนนั้นเกิดใหม่โดยพระวิญญาณหรือยัง แต่เราสามารถเห็นผลแห่งชีวิตของเขาได้…ถ้าลมพัดใบไม้จะไหวแน่นอน(มากน้อยแล้วแต่ชนิดของต้นไม้) ถ้ามีการเกิดใหม่โดยพระวิญญาณ ชีวิตจะเกิดผลพระวิญญาณแน่นอน(มากน้อยแล้วแต่การยอมจำนนของแต่ละคน)

– ทิศทางลมไม่อาจคาดคะเนได้ฉันใด การทำงานของพระวิญญาณในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา ก็ไม่อาจคาดคะเนได้ฉันนั้น พระวิญญาณบริสุทธิ์จะแผนเหนือชั้นในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราเสมอ

[ประยุกต์ใช้] :

– วันนี้ ใบไม้ในชีวิตของเราไหวมากน้อยเพียงใด?

– วันนี้ เราใส่ใจ สนใจ การสอน,การเตือนของพระวิญญาณมากน้อยเพียงใด?

– พระวิญญาณบริสุทธิ์มีแผนที่เกินคาดคะเน ในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา จงยอมจำนนต่อการสอนของพระองค์เถิด

หมายเหตุ : เรื่องการสอนของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในชีวิตประจำวัน สามารถรับชมได้ที่นี่ครับ

https://goo.gl/wRdfft

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:9-10) { ข้าพเจ้าเชื่อ }

[แนวคิด]  :

– เมื่อพระเยซู พูดถึงการเกิดใหม่ นิ​โค​เด​มัส​พูดว่า “เหตุ​การณ์​อย่าง​นี้​จะ​เป็น​ไป​ได้​อย่าง​ไร​?”

– อ่านแล้วทำให้นึกถึง มธ.9:28 ชายตาบอดสองคน เมื่อพระเยซูถามเขาว่า  “ท่าน​เชื่อ​หรือ​ไม่​ว่า​เรา​มี​ฤทธิ์​เดช​ทำ​การ​นี้​ได้?” เขาตอบ​ว่า “องค์พระ​ผู้​เป็น​เจ้า ข้า​พระ​องค์​เชื่อ”…แล้วเขาก็รับการรักษาให้หาย

>>> นิโคเดมัส อาจารย์ของพวกยิว ผู้มีความรู้ภาษาฮีบรูเหนือกว่าผม มากกว่า 100,000 เท่า แต่ก็ไม่อาจเข้าใจการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ เพราะว่า จะเข้าใจต้องใช้ใจ มากกว่าสมอง

>>> ชายตาบอด ไร้คนนับถือ แต่กลับได้เข้าใจและมีประสบการณ์กับฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ไม่ใช่ด้วยการอ่านหนังสือ แต่ ด้วย “ความเชื่อ”

[ประยุกต์ใช้] :

– วันนี้ เราผู้มีพระเยซูคริสต์อยู่เคียงข้าง เราจะเผชิญเหตุการณ์ที่เรากำลังประสบอยู่นี้ อย่างไร?

โดยพูดว่า “เหตุการณ์อย่างนี้จะเป็นไปได้อย่างไร?”

หรือ

โดยกล่าวว่า “ข้าพเจ้าเชื่อ”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:11) { หาว่าพระเยซูโกหก }

[แนวคิด]  :

– อุปสรรคสำคัญที่สุด ที่ทำให้อาจารย์อย่างนิโคเดมัส ไม่สามารถเข้าใจถึงการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ คือ “ไม่เชื่อ” เขาไม่ยอมรับคำที่พระเยซูกล่าวว่า เป็นความจริง

– เมื่อพยานผู้รู้และเห็นในเหตุการณ์ เป็นพยาน แล้วปรากฏว่า มีบางคนไม่เชื่อ นั่นก็คือ กำลังหาว่า พยานคนนั้นโกหก นั่นเอง

[ประยุกต์ใช้] :

– คนที่กล่าวหาว่า พระเยซูโกหก ยังมีหน้ามาคาดหวังว่าพระเยซูจะอวยพรเขาอีกหรือ?

– วันนี้ เราเชื่อสิ่งที่พระเยซูกล่าวไว้หรือเปล่า? หรือเราร่วมกล่าวหาว่า พระเยซูพูดโกหก

ตัวอย่างเช่น พระเยซูกล่าวว่า “จงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้าและความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้” (มธ.6:33)

เราเชื่อจริงๆ หรือเปล่า?

ความเชื่อมองไม่เห็น แต่สังเกตได้ชัดด้วยการกระทำที่สอดคล้องความเชื่อ

“อ่านพระคำของพระเจ้า แล้วเชื่อตามนั้น แล้วเราจะพบว่าพระสัญญาของพระเจ้า จะเป็นจริงในชีวิตของเรา”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:12) { เชื่อได้อย่างไร? }

[แนวคิด]  :

– พระเยซูบอกกับนิโคเดมัส ในเรื่องที่เขารู้จักดีในโลกนี้(การเกิด) ในแบบเหนือธรรมชาติ เขายังไม่เชื่อเลย ดังนั้น ถ้าพระเยซูบอกเขา ในเรื่องเหนือธรรมชาติในสิ่งที่ไม่เคยรู้ ไม่เคยได้เห็น มาก่อนเลย ในฝ่ายวิญญาณ เขาจะเชื่อได้อย่างไร

– เช่น “พวกท่านอยู่ในโลก จะกล่าวห้ามสิ่งต่างๆในสวรรค์ได้”(มธ.18:18)…เขาจะเชื่อได้อย่างไร?

– เช่น “ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่มากมาย…เราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับพวกท่าน” … เขาจะเชื่อได้อย่างไร (ยน.14:2)

[ประยุกต์ใช้] :

– เมื่อเราสามารถเริ่มเชื่อ ในเรื่องง่ายๆ จะเป็นบันไดนำเราไปสู่การสามารถเชื่อในสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ

– สิ่งที่เราพบเจอวันนี้ พระเจ้าส่งเข้ามาเพื่อพัฒนาความเชื่อของเรา เพื่อเราจะสามารถเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าได้มากยิ่งๆขึ้นในชีวิตของเราในอนาคต

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:13) { ผู้มาจากสวรรค์ }

[แนวคิด]  :

– เพราะว่าไม่มีมนุษย์คนใดเลย เคยขึ้นไปสวรรค์ด้วยกำลังของเขาเอง (เอโนค และเอลียาห์ ก็ถูกรับขึ้นไปโดยพระเจ้า) ดังนั้นมนุษย์จึงไม่มีทางรู้เรื่องของสวรรค์ด้วยกำลังของตนเองได้ แต่บัดนี้บุตรมนุษย์(พระเยซู) ผู้มาจากสวรรค์ ผู้ทรงรู้จักสวรรค์เป็นอย่างดี ได้นำความจริงของสวรรค์มาสำแดงแก่มนุษย์แล้ว

[ประยุกต์ใช้] :

– เราไม่มีทางเรียนรู้เรื่องของสวรรค์ เรื่องของพระเจ้า ด้วยกำลังของเราเองได้

– แต่ เราสามารถเรียนรู้จักกับพระเจ้า และเรื่องของสวรรค์ได้ โดยทางพระเยซู และโดยคำสอนของพระองค์

“เรายอมจ่ายราคามากมายเพื่อเรียนรู้ความรู้ความเข้าใจหลายต่อหลายอย่าง

บัดนี้ความรู้ล้ำลึกที่สุดในโลกวางอยู่ต่อหน้าเราแล้ว เชิญพระคำของพระเจ้าขึ้นมาอ่าน เพื่อเรียนรู้ความล้ำลึกนั้นกัน ฟรีๆได้เลย”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:14) { ถูกยกขึ้นเพื่อช่วยเรา }

[แนวคิด]  :

– ขณะที่โมเสสนำคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์ พบหนทางลำบากพวกเขาจึงบ่นต่อว่าพระเจ้าและว่าโมเสส พระเจ้าจึงให้มีงูออกมากัดคนตายจำนวนมาก

– แต่เมื่อประชาชนสำนึกผิดแล้ว พระเจ้าจึงให้โมเสส ทำงูทองสัมฤทธิ์ตัว​หนึ่ง และ​ติด​ไว้​บน​เสา และ​เมื่อ​งู​กัด​ใคร ถ้า​คน​นั้น​มอง​ดู​งู​ทอง​สัม​ฤทธิ์​นั้น เขา​ก็​มี​ชีวิต​อยู่​ได้(กดว.21:4-9)

– พระเยซูเปรียบเทียบพระองค์เป็นงูทองสัมฤทธิ์อันนั้น จะถูกยกขึ้น(ตรึงที่กางเขน) เมื่อใครก็ตามที่มาหาพระองค์(เชื่อวางใจในพระองค์) จะรอดพ้นความตายนิรันดร์ได้

[ประยุกต์ใช้] :

– พระเยซูมาตายเพื่อช่วยเราให้รอดตาย

“ขอบคุณพระเยซู”

– เมื่อเราสำนึกผิด แล้วมาหาพระเยซู ทุกครั้งเราจะได้รับการอภัยเสมอ

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:15) { มีชีวิตนิรันดร์ }

 [แนวคิด]  :

– นาย ก. ทำอะไรบางอย่าง เพื่อ นาย ข. จะได้รับบางสิ่ง

– การที่ นาย ข. จะได้รับบางสิ่งนั้นหรือไม่  ไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถของนาย ข. แต่ขึ้นกับความสามารถของ นาย ก.

– การที่ เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซู จะได้รับชีวิตนิรันดร์หรือไม่ ไม่ขึ้นกับคุณงามความดีหรือความสามารถของเรา แต่ขึ้นกับความสามารถของพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงฤทธิ์ผู้ ที่กัลปจักรวาลทั้งสิ้นถูกสร้างขึ้นมาโดยพระองค์

[ประยุกต์ใช้] :

– เราผู้วางใจในพระเยซูสำหรับการรอดพ้นบาปของเรา จะพ้นบาป พ้นความตายนิรันดร์ แล้วได้รับชีวิตนิรันดร์อย่างแน่นอน

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:16) { ข่าวประเสริฐ }

[แนวคิด]  :

พระเจ้าทรงรักโลก ดังนี้

  • เพราะรัก จึง ไม่ปรารถนาให้มนุษย์ (ผู้ชั่วช้า ดื้อดึง กบฏ ไม่ยำเกรงพระองค์) ต้องตายชั่วนิรันดร์ในบึงไฟนรก
  • เพราะรัก จึง ปรารถนาให้มนุษย์(ผู้สมควรตาย) ได้รับชีวิตที่มีเกียรติ มีสง่าราศี มีความสุขชั่วนิจนิรันดร์
  • เพราะรัก จึง ยอมเสียอะไรก็ได้ในกัลปจักรวาล เพื่อช่วยมนุษย์
  • เพราะรัก จึง ยอมสละสิ่งที่มีค่าที่สุดในกัลปจักรวาล เพื่อช่วยมนุษย์ คือ ยอมประทานพระบุตรสุดที่รักองค์เดียวของพระองค์ (สำหรับพ่อผู้รักลูก ยอมให้ตัวเองตายเสียดีกว่า ให้ลูกตาย ดังนั้นความเจ็บปวดของพระบิดาที่ต้องให้พระบุตรองค์เดียวมาตาย เป็นความปวดร้าวเกินจะบรรยายได้)
  • เพราะรัก จึง ทรงวิธีที่ง่ายและยุติธรรมที่สุด เพื่อให้มนุษย์มีสิทธิเลือกเองว่า จะรับความรักอันสุดแสนประเสริฐนี้จากพระเจ้าหรือไม่ ด้วยการกำหนดว่า เพียง “วางใจในพระบุตร” ก็จะได้รับ

(การวางใจ ไม่ว่า ยากดีมีจน ฉลาดโง่ เก่งไม่เก่ง คนแก่หรือเด็ก ฯลฯ ล้วนมีสิทธิที่จะทำได้เท่าๆกัน)

[ประยุกต์ใช้] :

– พระเจ้าทรงรักเรา โดยการรักษาความยุติธรรม และ ให้เสรีภาพในการเลือกแก่เรา จึงเป็นที่มาของข่าวประเสริฐแห่งความรักของพระเจ้า

– พระเยซูมาตายเพื่อเรา(ยุติธรรม-ค่าจ้างของบาปคือความตาย) ผู้ที่วางใจในพระเยซู(เรามีสิทธิต้องเลือกเอง) ก็จะได้ชีวิตนิรันดร์

“ข่าวแสนประเสริฐนี้ เมื่อเราได้รับแล้ว อย่าแอบเก็บเอาไว้คนเดียว รีบเอาไปแบ่งให้คนอื่นด้วย”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:17) { พระผู้ช่วย }

[แนวคิด]  :

– พระเจ้าไม่ได้ส่งพระเยซูมาเพื่อพิพากษามนุษย์ แต่ส่งมาเพื่อช่วยกู้มนุษย์

– พระเยซูไม่ใช่ผู้พิพากษา พระเยซูเป็นผู้ช่วยกู้

– เมื่อเรามาพบผู้พิพากษา เราต้องปราศจากความผิด

– เมื่อเรามาพบผู้ช่วยกู้ เราก็แค่ร้องขอความช่วยเหลือแล้วเต็มใจให้เขาช่วยเท่านั้นเอง

 [ประยุกต์ใช้] :

– วันนี้เป็น วันแห่งพระเมตตา เป็นเวลาแห่งการช่วยกู้ เชิญร้องขอความช่วยเหลือจากพระองค์และจำนนให้พระองค์เป็นผู้ช่วยกู้เราเถิด

– แต่ในวันนั้น วันแห่งการพิพากษา จะไม่พบความเมตตาในวันนั้น เพราะหมดเวลาสำหรับพระเมตตา แต่เป็นเวลาแห่งความยุติธรรม

– เชิญรับพระเมตตา ก่อนที่สายเกินไป ด้วยการต้อนรับพระเยซูเข้ามาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดในชีวิต

– และสำหรับคนที่เคยต้อนรับแล้ว บัดนี้ลืมใช้บริการพระผู้ช่วย อย่ารอช้ารีบมาเร็วไว ร้องทูลต่อพระองค์ ด้วยความเชื่อไว้วางใจในพระองค์อย่างเต็มเปี่ยมกันเถิด

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:18) { ไม่ถูกพิพากษา }

[แนวคิด]  :

– นาย ก. เซนต์มอบอำนาจให้ นาย ข. เป็นตัวแทนของเขาในการทำธุรกรรมทุกอย่างในชีวิต(ยกชีวิตให้นาย ข.)

– วันหนึ่ง นาย ก. ติดหนี้จำนวนมหาศาล จนตกเป็นจำเลย ต้องขึ้นศาล

– ปรากฏว่า นาย ก. มาสาย แต่พอมาถึง ศาลปิดการพิจารณาคดีแล้ว เนื่องจาก นาย ข. ยอมจ่ายเงินชดใช้หนี้ทั้งหมด มากเป็น4เท่าของหนี้นั้น แทนนาย ก. เรียบร้อยแล้ว

– ดังนั้น นาย ก. ไม่จำเป็นต้องเข้าสู่การพิพากษาแล้ว นาย ก.จึงไม่มีอะไรที่ต้องเกี่ยวข้องกับศาลนี้แล้ว

– คนที่วางใจในพระเยซู ยกชีวิตให้พระเยซู ก็เป็นเช่นนั้นแหละ

– ส่วนคนที่ไม่วางใจ ก็เป็นเหมือนนาย ง. ผู้ไม่ยอมให้นาย ข. ช่วยเหลือ ดังนั้น นาย ง. ต้องเข้าสู่การพิพากษา ตามการกระทำของของนาย ง. เอง แล้วแต่จะดีหรือชั่ว

– มาตรฐานของพระเจ้า คือ “​ใคร​ที่​รัก​ษา​ธรรม​บัญ​ญัติ​ทั้ง​หมด แต่​ผิด​อยู่​ข้อ​เดียว คน​นั้น​ก็​ทำ​ผิด​ธรรม​บัญ​ญัติ​ทั้ง​หมด” ยก. 2:10

 [ประยุกต์ใช้] :

– พระเยซูยอมลงทุนมหาศาล(ด้วยชีวิตของพระองค์) เพื่อช่วยเรา ให้รอดพ้นจากความตายนิรันดร์ในนรก สิ่งเดียวที่พระองค์เรียกให้เราทำคือ เชื่อใจพระองค์(วางใจพระองค์)

– หากใคร เลือกไม่เชื่อใจพระองค์ ก็เหมาะสมแล้ว ที่จะปล่อยให้เขา เดินเข้าไปสู่การพิพากษาอันเข้มงวดจากพระเจ้า ตามการกระทำที่เขาได้ทำมา

– หากเรื่องคอขาดบาดตาย อย่างพ้นนรกสู่สวรรค์ เรายังเลือกวางใจในพระเยซู ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใดเรื่องเล็กๆอย่างปัญหาชีวิตของเราในวันนี้ สมควรอย่างยิ่งที่เราจะไว้วางใจในพระเยซูอย่างสุดหัวใจเช่นกัน

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:19-21) { หลักการพิพากษา }

[แนวคิด]  :

หลักการพิพากษาของพระเจ้า เป็นดังนี้

– มนุษย์ทุกคนบาป สอบตกทุกคน ดังนั้น สรุปได้เลย อนาคตมืดมิด ไปนรกหมด

– แต่พระเจ้าเมตตา ให้ความสว่าง(พระเยซูคริสต์) เข้ามาเพื่อช่วยมนุษย์

– ถึงกระนั้น มีบางคนชั่วซ้ำซ้อน ไม่ยอมรับความจริงว่าตนบาป จึงไม่มาหาความสว่าง หน่ำซ้ำยังเกลียดความสว่างอีกด้วย(พวกยิวเกลียดพระเยซู)

– ส่วนบางคน ยอมรับความจริงว่า “ตนเป็นคนบาป ไม่สามารถช่วยตนเองให้พ้นจากความมืดนี้ได้” ก็จะมาหาความสว่าง แล้วโดยการพึ่งความสว่างนั้น เขาจึงสามารถกระทำทางแห่งความสว่างได้

 [ประยุกต์ใช้] :

หลักการพิพากษาของพระเจ้า แบ่งมนุษย์ออกเป็น 2 กลุ่ม

ไม่ใช่ กลุ่มคนดี กับ กลุ่มคนชั่ว

แต่เป็น

– กลุ่มคนชั่วที่ไม่ยอมรับความจริง จึงไม่ยอมรับการช่วยกู้จากพระเจ้า

กับ

– กลุ่มคนชั่วที่ยอมรับความจริง จึงมาหาพระเยซูคริสต์ เพื่อรับการช่วยเหลือ

# วันนี้เราอยู่กลุ่มไหน?

# ขอให้เราอยู่ในกลุ่มที่ยอมรับความจริงว่า “เราไม่สามารถช่วยตัวเองได้” แล้ว มาหาพระเยซู เพื่อรับการช่วยเหลือจากพระองค์

“จะรอช้าอยู่ใย รีบถ่อมใจ มาหาพระองค์ ร้องขอความช่วยเหลือจากพระองค์กันเถิด”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:22-23) { ใช้สิ่งที่ทรงเตรียมให้ }

[แนวคิด]  :

– ทำไมพระเยซูจึงให้บัพติศมา เลียนแบบยอห์น? ไม่เห็นต้องเลียนแบบเลย ยอห์นยังบอกเลยเขาให้บัพติศมาด้วยน้ำ แต่พระเยซูจะบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และด้วยไฟ

(ความ​จริง​พระ​เยซู​ไม่​ได้​ทรง​ให้​บัพ​ติศ​มา​เอง แต่​สา​วก​ของ​พระ​องค์​เป็น​ผู้​ให้) ยน. 4:2

– พระเยซูทรงใช้สิ่งที่พระเจ้าเตรียมไว้ให้(คือการปูทางโดยยอห์น) เพื่อให้พระราชกิจของพระเจ้าสำเร็จ ผ่านทางพระองค์

 [ประยุกต์ใช้] :

– มองดีๆ สังเกตดีๆ พระเจ้าได้เตรียมอะไรบางอย่างให้แก่เราแล้ว เพื่อการรับใช้พระเจ้า เพื่อให้พระราชกิจของพระเจ้าสำเร็จในชีวิตของเรา

“ใช้สิ่งที่พระเจ้าจัดเตรียมให้แก่เราแล้ว เพื่อทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้ากันเถิด”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:24) { ภารกิจ }

[แนวคิด]  :

– แม้ว่าพระมาซีฮา(พระเยซู)จะมาแล้ว แต่ยอห์นก็ยังคงทำภารกิจที่พระเจ้ามอบหมายให้เขาทำต่อไป

– เขาอย่างสัตย์ซื่อจนกระทั่งวันที่ไม่อาจทำได้อีกต่อไป ถูกขังคุก และถูกตัดศรีษะในที่สุด จึงเรียกได้ว่า “เขาสัตย์ซื่อในภารกิจที่ได้รับมอบหมายจนวันตาย”

 [ประยุกต์ใช้] :

– เมื่อพระเจ้ามอบหมายภารกิจให้เราทำ และเราเริ่มทำมาได้ระยะหนึ่งแล้ว อาจมีความคิดขึ้นมาว่า “น่าจะพอแล้วนะ” “ไม่น่าจะมีประโยชน์แล้วนะ”

– จงระลึกถึงยอห์น เขาไม่คิดเช่นนั้น เขายังคงสัตย์ซื่อในภารกิจของเขาต่อไป จนกว่าจะพระองค์จะมอบภารกิจใหม่ให้แก่เขา คือ ”ถูกตัดหัว”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:25) { กองเชียร์ }

[แนวคิด]  :

– เมื่อทุกอย่างกำลังไปได้สวย กองเชียร์ก็เริ่มทำงาน

– เกิดการโต้เถียงเรื่องการชำระมลทิน(ดูจากบริบทน่าจะหมายถึง เรื่องการบัพติศมาในน้ำ ของยอห์นหรือของพระเยซู ของใครเจ๋งกว่ากัน)

– การขัดแย้งที่ดูเหมือนจะสร้างปัญหา แต่ในข้อต่อมา สิ่งนี้กลับนำการถวายพระเกียรติมาแด่พระเยซู(ยน.3:27-30)

 [ประยุกต์ใช้] :

– ระวังกองเชียร์

– พระเจ้าทรงสามารถ ใช้สถานการณ์ที่ดูเหมือนจะไม่ดี เพื่อให้เป็นที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้เสมอ

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:26) { ผู้หวังดี }

[แนวคิด]  :

– ศิษย์ผู้หวังดี รีบมาฟ้องยอห์นว่า “ดูสิ ท่านเยซูคนนั้น อาจารย์อุตส่าห์ช่วยเชียร์เขา ปรากฏว่า เขามาให้บัพติศมาเลียนแบบอาจารย์ หน่ำซ้ำ ทุกคนพาไปหาเขากันหมดเลย”

– ศิษย์ของยอห์น มองตามมาตรฐานของโลก จึงเห็นผลเสียว่า อาจารย์เสียคะแนนนิยมไปให้ท่านเยซู เยอะเลย แต่ยอห์นกลับไม่คิดเช่นนั้น (ยน.3:27-30)

– บ่อยครั้งคำแนะนำของผู้หวังดี มักเกินความเป็นจริง “ทุกคนพากันไป” ความจริงไม่ใช่ทุกคน เพราะยังมีหลายคนมารับบัพติศมาจากยอห์น(ยน.3:23)

 [ประยุกต์ใช้] :

– งานรับใช้ถ้ามองด้วยสายตาอย่างโลก

“ความสำเร็จ จะดูที่ปริมาณหรือการเป็นที่ยอมรับของสังคม”

– แต่ถ้ามองด้วยสายตาฝ่ายวิญญาณ

“ความสำเร็จ จะดูที่ การได้ทำสิ่งที่พระเจ้าสั่งมาให้เราทำ ตรงตามใจของพระเจ้า มากน้อยเพียงใด”

– อย่าฟังผู้หวังดี มากกว่า ฟังพระเจ้า

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:27) { ล้วนมาจากพระเจ้า }

[แนวคิด]  :

– ยอห์นตอบสาวก ด้วยประโยคฝ่ายวิญญาณว่า “ความสำเร็จทั้งสิ้นมาจากสวรรค์” ทั้งความสำเร็จของยอห์น หรือ ของพระเยซู ก็ล้วนแต่มาจากพระเจ้าอนุญาต ดังนั้น เราไม่ควรอิจฉา แต่ควรชื่นชมยินดี

 [ประยุกต์ใช้] :

– ความสำเร็จของเรา อยู่ที่พระเจ้า ดังนั้น เราสมควรอย่างยิ่งที่จะพึ่งพาพระเจ้าในการกระทำสิ่งใดๆก็ตาม

– เมื่อพระเจ้าอนุญาตให้คนใดประสบความสำเร็จ ก็เป็นสิทธิขาดของพระองค์ เราไม่ควรอิจฉา แต่ควรสังเกตและเรียนรู้ว่าพระเจ้ากับจะบอกอะไรแก่เรา ผ่านความสำเร็จของเขา เหมือนที่พระเจ้าบอกยอห์น ให้รู้ชัดว่า พระเยซูนี่แหละคือผู้ที่พระมาซีฮา ผ่านความสำเร็จของพระเยซูในครั้งนี้

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:28) { ยึดมั่นภารกิจ }

[แนวคิด]  :

– แม้ดูเหมือนจะถูกยุ โดยกองเชียร์หรือผู้หวังดี แต่ยอห์นยังคง ยึดมั่นภารกิจของตนที่พระเจ้าบัญชาให้เขาทำ อย่างไม่หวั่นไหว

– ด้วยเหตุนี้ ตัวชี้วัดความสำเร็จของภารกิจของเขา ก็คือ เมื่อพระเยซูประสบความสำเร็จนั่นเอง

 [ประยุกต์ใช้] :

– จงยึดมั่นในภารกิจที่พระเจ้ามอบหมายให้เราทำให้มั่น ตลอดทางจะมีผู้คนและสถานการณ์มากมายพยายาม ดึงเราหันเหออกจากภารกิจนั้น อย่าหวั่นไหว เดินต่อไป ทำภารกิจที่พระเจ้ามอบหมายให้เราทำนั้นให้สำเร็จ

– ตัวชี้วัด ต้องสอดคล้องภารกิจ

วันนี้ อะไรเป็นตัวชี้วัดความสุขของเรา? อะไรทำให้เรามีความสุขมากที่สุด? (นำคนมาหาพระเจ้า,เลี้ยงดูลูกแกะของพระเจ้า,ฯลฯ)

– หากตัวชี้วัดผิด เป็นไปได้ว่า วันนี้เราได้หลงลืมภารกิจที่แท้จริงที่พระเจ้ามอบหมายให้เราทำ ไปเสียแล้ว

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:29) { เพื่อนเจ้าบ่าว }

[แนวคิด]  :

– ยอห์นดีใจอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่ามีคนติดตามพระเยซูเพิ่มมากขึ้น เพราะเขารู้ว่าหน้าที่ของเขาคือเพื่อนเจ้าบ่าว ผู้อยู่ในงานเพิ่มสนับสนุนเจ้าบ่าว(พระเยซูคริสต์)

 [ประยุกต์ใช้] :

– การรับใช้พระเจ้า คือ การทำให้คนติดตามและเชื่อฟังพระเยซูคริสต์

– วันนี้ เมื่อคนเข้าใกล้เราแล้ว เขาอยากจะติดตามและเชื่อฟังพระเยซูคริสต์มากขึ้นหรือเปล่า?

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.3:30) { ถวายเกียรติ }

แนวคิด :

– ยอห์น ชายผู้ไม่ให้ความสำคัญความยิ่งใหญ่ของตัวเองเลย แต่ใส่ใจอย่างเดียวคือความยื่งใหญ่ของพระเยซู

– เขากลับเป็นชายผู้ที่พระเยซูกล่าวถึงว่า “เป็นมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดประวัติศาสตร์โลก”(มธ.11:11)

การประยุกต์ใช้ :

– ผู้ใดถวายเกียรติแด่พระเจ้า พระเจ้าจะประทานเกียรติให้แก่ผู้นั้น

– ผู้ใดพยายามแย่งเกียรติพระเจ้า มีเกียรติที่เขาพึงจะได้ก็จะถูกเอาไปเสีย

“วันนี้สิ่งที่เราทำ คนตบมือให้ใคร?”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.3:31) { พระเยซูทรงยิ่งใหญ่ }



แนวคิด :
– ผู้เขียนพระธรรมยอห์นให้เหตุผลที่พระเยซู สมควรได้รับเกียรติทั้งสิ้น เพราะพระเยซูมาจากสวรรค์ ย่อมเหนือกว่าผู้ที่ไม่ได้มาจากสวรรค์ ได้แก่บรรดาผู้เผยพระวจนะในพระคัมภีร์เดิม รวมทั้งยอห์นด้วย

การประยุกต์ใช้ :
– ตามปกติผู้มาจากสวรรค์(ระดับที่สูงกว่าโลก) จะเป็นใหญ่กว่าผู้ที่อยู่ในโลก เช่นทูตสวรรค์เป็นใหญ่กว่ามนุษย์

– แต่ยิ่งกว่านั้น พระเยซูเป็นเจ้าแห่งสวรรค์ พระองค์สูงยิ่งมากสักเพียงใด

– พระองค์สูงยิ่งถึงเพียงนั้น ยังลงมาเพื่อช่วยเรา ทรงสละทุกสิ่งเพื่อช่วยเราพ้นตาย สรรเสริญพระองค์

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.3:32) { ไม่ยอมเชื่อ }



แนวคิด :
– พระเยซูทรงเป็นพยานถึง พระทัยพระบิดา , พระประสงค์ของพระบิดา และพระสัญญาของพระบิดา แต่ผู้คนไม่รับสิ่งที่พระองค์เป็นพยานนั้น เพราะพวกเขาผู้อยู่ในโลก ไม่เห็นและไม่ได้ยินด้วยตัวเอง

การประยุกต์ใช้ :
– เราไม่มีทางรับรู้สิ่งที่เป็นฝ่ายวิญญาณได้ หากเราพึงอาศัยตาที่มองเห็นหรือหูที่ได้ยิน

– แต่เราสามารถรู้จักและเข้าใจเรื่องฝ่ายวิญญาณได้ ด้วยความเชื่อ เชื่อในสิ่งที่พระเยซูได้ทรงบอกและทรงสัญญากับเรา

“วันนี้ เรากล้าเชื่อไหมว่า พระเยซูพูดจริง?”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.3:33) { พระเจ้าสัตย์จริง }



[แนวคิด] :
– ใครที่เชื่อสิ่งที่พระเยซูบอก ก็แปลว่า เขากำลังบอกว่า พระเจ้าสัตย์จริง ไม่โกหก พระองค์ทำตามสัญญาของพระองค์เรื่องพระมาซีฮา

[การประยุกต์ใช้] :
– การเชื่อและวางใจในพระเยซู เป็นการถวายเกียรติแด่พระองค์ ว่า “พระองค์ไว้ใจได้”

– การไม่เชื่อวางใจในพระเยซู เป็นการดูถูกพระองค์ ว่า “พระองค์ตอแหล”

“วันนี้การแสดงออกของเรา กำลังถวายเกียรติแด่พระองค์ หรือ กำลังดูถูกพระองค์”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.3:34) { พระวิญญาณอย่างไร้ขีดจำกัด }



[แนวคิด] :
– เมื่อพระบิดาทรงใช้พระเยซู มากล่าวความจริง จึงประทานให้พระวิญญาณอย่างไร้ขีดจำกัดให้มาสนับสนุนพระเยซู คือให้พระวิญญาณสนับสนุนพระเยซูอย่างเต็มที่ ในการกล่าวความจริงนี้

[การประยุกต์ใช้] :
– เมื่อพระเยซูทรงใช้เราให้ไปกล่าวความจริงแห่งข่าวประเสริฐ (ยน. 20:21 “… พระ​บิดา​ทรง​ใช้​เรา​มา​อย่าง​ไร เรา​ก็​ใช้​พวก​ท่าน​ไป​อย่าง​นั้น”) พระองค์จึงประทานพระวิญญาณให้มาอยู่กับเราและสนับสนุนเราอย่างเต็มที่ ในการกล่าวความจริงแห่งข่าวประเสริฐนั้น

“เมื่อเรากล่าวความจริงของพระเจ้า พระเจ้าเองจะเป็นผู้สนับสนุนเรา และเมื่อพระเจ้าทรงสนับสนุนเรา ใครเล่าจะขัดขวางเราได้”