แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:1-2) { ผู้ทำหมายสำคัญ }

[แนวคิด]  :

– นิโคเดมัสฟาริสีระดับหัวหน้า แอบมาหาพระเยซูตอนกลางคืน เพื่อสนทนาธรรมกับพระองค์

– พระเยซูไม่ได้ตำหนิเขาที่ยังไม่พร้อมเปิดเผยว่าศรัทธาในพระองค์ เขาพร้อมในอีกราว 3 ปีต่อมา(ยน.19:39)

– เขายอมรับว่า ไม่มีใครทำหมายสำคัญเหล่านี้(ยน.2:23)ได้ นอกจากพระเจ้าจะสถิตอยู่ด้วย

[ประยุกต์ใช้] :

– “ทองแท้ ไม่กลัวไฟพิสูจน์” ดูเหมือนว่า พระเยซูไม่ได้ตำหนิคนที่อยากจะเชื่อพระองค์แต่ก็ยังกล้าๆกลัวๆ พระองค์เต็มใจให้เขาเรียนรู้จักกับพระองค์มากขึ้น เพื่อเขาจะมาถึงจุดที่มีความเชื่อซึ่งสำแดงออกเป็นการกระทำ

>>> วันนี้หากท่านยังไม่กล้าเชื่อวางใจในพระองค์ แต่ลึกๆในใจท่านรู้ว่าพระองค์ทรงพระชนม์อยู่จริงๆ เชิญเข้ามาเรียนรู้จักกับพระองค์ผ่านพระคำของพระองค์ แล้วในเวลาไม่ช้าไม่นาน ท่านจะพบกับพระองค์อย่างแท้จริง

– ผู้ที่ทำหมายสำคัญเหมือนพระเยซู ต้องมีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วยเท่านั้น….เอ…ใครน้ามีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย?

“โอ้ว!!! ขอบคุณพระเจ้า ก็เราทั้งหลายที่เชื่อวางใจในพระองค์ไงละ”

หมายความว่า เราจะสามารถทำหมายสำคัญเช่นเดียวกับที่พระเยซูทรงกระทำได้ สรรเสริญพระเจ้า

โฆษณา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:3) { เกิดใหม่ }

[แนวคิด]  :

– ถ้าพระเยซูพูดจริง (ซึ่งจริงแน่ๆ) แสดงว่า ไม่เกิดใหม่ หมดสิทธิเห็นสวรรค์

– การเกิดใหม่ จึงเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

– ในโลกนี้เราไม่ได้ทำอะไรบางอย่างอาจน่าเสียดายมาก แต่ถ้าไม่เกิดใหม่เราจะต้องไปลงนรก

– การเกิดใหม่ ไม่เกี่ยวกับจำนวนครั้งที่เราไปโบสถ์ , ไม่เกี่ยวกับจำนวนเงินที่เราถวายทรัพย์ ,ไม่เกี่ยวกับจำนวนงานรับใช้ที่เราได้ทำลงไป

– จะเกิดใหม่ได้ ต้องตายก่อน(ฝ่ายวิญญาณ) แล้วจึงเกิดใหม่มีชีวิตใหม่ในพระวิญญาณ

[ประยุกต์ใช้] :

– วันนี้ คุณแน่ใจหรือยังว่า คุณเกิดใหม่แล้ว?

เรื่องอะไรไม่แน่ใจ ก็ไม่หนักหนาสาหัสเท่าไม่แน่ใจในเรื่องนี้ เพราะพระเยซูยืนยันว่า ไม่เกิดใหม่ไปนรกแน่นอน

หมายเหตุ : เรื่องการเกิดใหม่ หากสนใจฟังอธิบายเพิ่มเติม รับชมได้ที่นี่ครับ

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน.3:4-5) { น้ำและพระวิญญาณ }

แนวคิด :

– นิโคเดมัส คิดว่าการเกิดใหม่เป็นเรื่องของกายภาพ แต่พระเยซูเฉลยว่า ไม่ใช่กายภาพ

– การเกิดใหม่  เป็นเรื่องของการตาย แล้วเกิดใหม่ฝ่ายวิญญาณ

– ตายด้วยน้ำ คือบัพติศมาในน้ำ(ฝัง จุ่ม ดำให้มิดในน้ำ) แสดงถึงการกลับใจ(มธ.3:11) ตัวเก่าตายไป

[ไม่ได้หมายความว่า ไม่รับบัพติศมา จะเข้าสวรรค์ไม่ได้ เพราะโจรบนกางเขนก็ยังไม่ได้รับบัพติศมาเลย]

– เกิดจากพระวิญญาณ คือมีชีวิตใหม่โดยพระวิญญาณ

– สรุป การเกิดใหม่ เป็นเรื่องของการตายต่อตัวบาปแล้วมีชีวิตใหม่ในพระวิญญาณ

การประยุกต์ใช้ :

– การเกิดใหม่เป็นเรื่องฝ่ายวิญญาณ มีแต่พระวิญญาณเท่านั้น จึงจะทำให้มีการเกิดใหม่ขึ้นได้

– พระวิญญาณจะเข้ามาในเราเพื่อทำให้มีการเกิดใหม่ ก็ต่อเมื่อ เราวางใจในพระเยซูสำหรับการรอดพ้นบาปของเรา(ยน.7:38-39)

หมายเหตุ : สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาอย่างกระจ่าง เรื่อง การวางใจในพระเยซูสำหรับการรอดพ้นบาปของเรา

สามารถรับชมเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ http://youtu.be/-fMGohMA28M

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:6) { เกิดจากพระวิญญาณ }

[แนวคิด]  :

– พระเยซูอธิบายว่า การเกิดใหม่ฝ่ายวิญญาณ ไม่ใช่เรื่องของการเกิดใหม่ทางกายภาพ แต่เป็นเรื่องของการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์

– เมื่อแม่ให้กำเนิดเรามา เราก็จะมีลักษณะเหมือนแม่(เป็นมนุษย์เหมือนแม่) และเราเองก็สมควรอย่างยิ่ง ที่จะเคารพ ให้เกียรติ และเชื่อฟัง แม่ผู้ให้กำเนิดเรามา

– ในทำนองเดียวกัน เมื่อเราเกิดใหม่โดยพระวิญญาณแล้ว เราก็จะมีลักษณะเหมือนพระวิญญาณบริสุทธิ์ คือ มีความบริสุทธิ์ มีวิถีชีวิตที่ดำเนินตามพระวิญญาณ และ เราสมควรอย่างยิ่งที่จะเคารพ ให้เกียรติ และเชื่อฟัง พระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ทำให้เราเกิดใหม่

[ประยุกต์ใช้] :

– วันนี้ เราผู้เกิดใหม่โดยพระวิญญาณแล้ว เรายอมให้พระวิญญาณนำชีวิตของเราด้วยการดำเนินตามการสอนและเตือนสติของพระองค์หรือเปล่า?

– วันนี้ เราเคารพ ให้เกียรติ และเชื่อฟังพระวิญญาณ มากแค่ไหน?

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:7) { ต้องเกิดใหม่ }

[แนวคิด]  :

– นิโคเดมัสประหลาดใจ เพราะพระเยซู บอกให้พวกเขาผู้ซึ่งรู้ธรรมบัญญัติเป็นอย่างดี สอนคนอื่นได้ด้วย และปฏิบัติตามกฏเหณฑ์ของฟาริสีอย่างเคร่งครัด ว่า “ต้องเกิดใหม่”

– เป็นคำสอนใหม่ อาจารย์ยิวอย่างเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน และไม่เข้าใจ

[ประยุกต์ใช้] :

– ไม่สำคัญว่า เรารู้พระคัมภีร์ดีแค่ไหน หรือทำอะไรยิ่งใหญ่ขนาดไหน

– ไม่ว่าเราจะเป็นใคร เราต้องเกิดใหม่

– การเกิดใหม่ ไม่อาจเข้าใจด้วยสติปัญญาหรือความเฉลียวฉลาด แต่เป็นเรื่องของประสบการณ์กับพระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่พระองค์เปลี่ยนแปลงเราจากภายใน จนสำแดงออกเป็นการดำเนินชีวิตใหม่ จนคนอื่นสามารถสังเกตเห็นได้

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:8) { การทำงานของพระวิญญาณ }

[แนวคิด]  :

– เราไม่เห็นลมแต่รู้ว่ามีลมเพราะเห็นผลของลม คือใบไม้ไหว

– เราไม่สามารถคาดคะเนได้ว่า ลมจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะพัดไปทางไหนบ้าง (หมายถึงลมในธรรมชาติ ไม่เกี่ยวกับพัดลมนะ)

– การทำงานของพระวิญญาณ ในชีวิตของผู้เชื่อ ก็เป็นเช่นนั้น

– เรามองไม่เห็นว่า คนนั้นเกิดใหม่โดยพระวิญญาณหรือยัง แต่เราสามารถเห็นผลแห่งชีวิตของเขาได้…ถ้าลมพัดใบไม้จะไหวแน่นอน(มากน้อยแล้วแต่ชนิดของต้นไม้) ถ้ามีการเกิดใหม่โดยพระวิญญาณ ชีวิตจะเกิดผลพระวิญญาณแน่นอน(มากน้อยแล้วแต่การยอมจำนนของแต่ละคน)

– ทิศทางลมไม่อาจคาดคะเนได้ฉันใด การทำงานของพระวิญญาณในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา ก็ไม่อาจคาดคะเนได้ฉันนั้น พระวิญญาณบริสุทธิ์จะแผนเหนือชั้นในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราเสมอ

[ประยุกต์ใช้] :

– วันนี้ ใบไม้ในชีวิตของเราไหวมากน้อยเพียงใด?

– วันนี้ เราใส่ใจ สนใจ การสอน,การเตือนของพระวิญญาณมากน้อยเพียงใด?

– พระวิญญาณบริสุทธิ์มีแผนที่เกินคาดคะเน ในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา จงยอมจำนนต่อการสอนของพระองค์เถิด

หมายเหตุ : เรื่องการสอนของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในชีวิตประจำวัน สามารถรับชมได้ที่นี่ครับ

https://goo.gl/wRdfft

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:9-10) { ข้าพเจ้าเชื่อ }

[แนวคิด]  :

– เมื่อพระเยซู พูดถึงการเกิดใหม่ นิ​โค​เด​มัส​พูดว่า “เหตุ​การณ์​อย่าง​นี้​จะ​เป็น​ไป​ได้​อย่าง​ไร​?”

– อ่านแล้วทำให้นึกถึง มธ.9:28 ชายตาบอดสองคน เมื่อพระเยซูถามเขาว่า  “ท่าน​เชื่อ​หรือ​ไม่​ว่า​เรา​มี​ฤทธิ์​เดช​ทำ​การ​นี้​ได้?” เขาตอบ​ว่า “องค์พระ​ผู้​เป็น​เจ้า ข้า​พระ​องค์​เชื่อ”…แล้วเขาก็รับการรักษาให้หาย

>>> นิโคเดมัส อาจารย์ของพวกยิว ผู้มีความรู้ภาษาฮีบรูเหนือกว่าผม มากกว่า 100,000 เท่า แต่ก็ไม่อาจเข้าใจการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ เพราะว่า จะเข้าใจต้องใช้ใจ มากกว่าสมอง

>>> ชายตาบอด ไร้คนนับถือ แต่กลับได้เข้าใจและมีประสบการณ์กับฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ไม่ใช่ด้วยการอ่านหนังสือ แต่ ด้วย “ความเชื่อ”

[ประยุกต์ใช้] :

– วันนี้ เราผู้มีพระเยซูคริสต์อยู่เคียงข้าง เราจะเผชิญเหตุการณ์ที่เรากำลังประสบอยู่นี้ อย่างไร?

โดยพูดว่า “เหตุการณ์อย่างนี้จะเป็นไปได้อย่างไร?”

หรือ

โดยกล่าวว่า “ข้าพเจ้าเชื่อ”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:11) { หาว่าพระเยซูโกหก }

[แนวคิด]  :

– อุปสรรคสำคัญที่สุด ที่ทำให้อาจารย์อย่างนิโคเดมัส ไม่สามารถเข้าใจถึงการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ คือ “ไม่เชื่อ” เขาไม่ยอมรับคำที่พระเยซูกล่าวว่า เป็นความจริง

– เมื่อพยานผู้รู้และเห็นในเหตุการณ์ เป็นพยาน แล้วปรากฏว่า มีบางคนไม่เชื่อ นั่นก็คือ กำลังหาว่า พยานคนนั้นโกหก นั่นเอง

[ประยุกต์ใช้] :

– คนที่กล่าวหาว่า พระเยซูโกหก ยังมีหน้ามาคาดหวังว่าพระเยซูจะอวยพรเขาอีกหรือ?

– วันนี้ เราเชื่อสิ่งที่พระเยซูกล่าวไว้หรือเปล่า? หรือเราร่วมกล่าวหาว่า พระเยซูพูดโกหก

ตัวอย่างเช่น พระเยซูกล่าวว่า “จงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้าและความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้” (มธ.6:33)

เราเชื่อจริงๆ หรือเปล่า?

ความเชื่อมองไม่เห็น แต่สังเกตได้ชัดด้วยการกระทำที่สอดคล้องความเชื่อ

“อ่านพระคำของพระเจ้า แล้วเชื่อตามนั้น แล้วเราจะพบว่าพระสัญญาของพระเจ้า จะเป็นจริงในชีวิตของเรา”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:12) { เชื่อได้อย่างไร? }

[แนวคิด]  :

– พระเยซูบอกกับนิโคเดมัส ในเรื่องที่เขารู้จักดีในโลกนี้(การเกิด) ในแบบเหนือธรรมชาติ เขายังไม่เชื่อเลย ดังนั้น ถ้าพระเยซูบอกเขา ในเรื่องเหนือธรรมชาติในสิ่งที่ไม่เคยรู้ ไม่เคยได้เห็น มาก่อนเลย ในฝ่ายวิญญาณ เขาจะเชื่อได้อย่างไร

– เช่น “พวกท่านอยู่ในโลก จะกล่าวห้ามสิ่งต่างๆในสวรรค์ได้”(มธ.18:18)…เขาจะเชื่อได้อย่างไร?

– เช่น “ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่มากมาย…เราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับพวกท่าน” … เขาจะเชื่อได้อย่างไร (ยน.14:2)

[ประยุกต์ใช้] :

– เมื่อเราสามารถเริ่มเชื่อ ในเรื่องง่ายๆ จะเป็นบันไดนำเราไปสู่การสามารถเชื่อในสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ

– สิ่งที่เราพบเจอวันนี้ พระเจ้าส่งเข้ามาเพื่อพัฒนาความเชื่อของเรา เพื่อเราจะสามารถเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าได้มากยิ่งๆขึ้นในชีวิตของเราในอนาคต

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:13) { ผู้มาจากสวรรค์ }

[แนวคิด]  :

– เพราะว่าไม่มีมนุษย์คนใดเลย เคยขึ้นไปสวรรค์ด้วยกำลังของเขาเอง (เอโนค และเอลียาห์ ก็ถูกรับขึ้นไปโดยพระเจ้า) ดังนั้นมนุษย์จึงไม่มีทางรู้เรื่องของสวรรค์ด้วยกำลังของตนเองได้ แต่บัดนี้บุตรมนุษย์(พระเยซู) ผู้มาจากสวรรค์ ผู้ทรงรู้จักสวรรค์เป็นอย่างดี ได้นำความจริงของสวรรค์มาสำแดงแก่มนุษย์แล้ว

[ประยุกต์ใช้] :

– เราไม่มีทางเรียนรู้เรื่องของสวรรค์ เรื่องของพระเจ้า ด้วยกำลังของเราเองได้

– แต่ เราสามารถเรียนรู้จักกับพระเจ้า และเรื่องของสวรรค์ได้ โดยทางพระเยซู และโดยคำสอนของพระองค์

“เรายอมจ่ายราคามากมายเพื่อเรียนรู้ความรู้ความเข้าใจหลายต่อหลายอย่าง

บัดนี้ความรู้ล้ำลึกที่สุดในโลกวางอยู่ต่อหน้าเราแล้ว เชิญพระคำของพระเจ้าขึ้นมาอ่าน เพื่อเรียนรู้ความล้ำลึกนั้นกัน ฟรีๆได้เลย”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:14) { ถูกยกขึ้นเพื่อช่วยเรา }

[แนวคิด]  :

– ขณะที่โมเสสนำคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์ พบหนทางลำบากพวกเขาจึงบ่นต่อว่าพระเจ้าและว่าโมเสส พระเจ้าจึงให้มีงูออกมากัดคนตายจำนวนมาก

– แต่เมื่อประชาชนสำนึกผิดแล้ว พระเจ้าจึงให้โมเสส ทำงูทองสัมฤทธิ์ตัว​หนึ่ง และ​ติด​ไว้​บน​เสา และ​เมื่อ​งู​กัด​ใคร ถ้า​คน​นั้น​มอง​ดู​งู​ทอง​สัม​ฤทธิ์​นั้น เขา​ก็​มี​ชีวิต​อยู่​ได้(กดว.21:4-9)

– พระเยซูเปรียบเทียบพระองค์เป็นงูทองสัมฤทธิ์อันนั้น จะถูกยกขึ้น(ตรึงที่กางเขน) เมื่อใครก็ตามที่มาหาพระองค์(เชื่อวางใจในพระองค์) จะรอดพ้นความตายนิรันดร์ได้

[ประยุกต์ใช้] :

– พระเยซูมาตายเพื่อช่วยเราให้รอดตาย

“ขอบคุณพระเยซู”

– เมื่อเราสำนึกผิด แล้วมาหาพระเยซู ทุกครั้งเราจะได้รับการอภัยเสมอ

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:15) { มีชีวิตนิรันดร์ }

 [แนวคิด]  :

– นาย ก. ทำอะไรบางอย่าง เพื่อ นาย ข. จะได้รับบางสิ่ง

– การที่ นาย ข. จะได้รับบางสิ่งนั้นหรือไม่  ไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถของนาย ข. แต่ขึ้นกับความสามารถของ นาย ก.

– การที่ เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซู จะได้รับชีวิตนิรันดร์หรือไม่ ไม่ขึ้นกับคุณงามความดีหรือความสามารถของเรา แต่ขึ้นกับความสามารถของพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงฤทธิ์ผู้ ที่กัลปจักรวาลทั้งสิ้นถูกสร้างขึ้นมาโดยพระองค์

[ประยุกต์ใช้] :

– เราผู้วางใจในพระเยซูสำหรับการรอดพ้นบาปของเรา จะพ้นบาป พ้นความตายนิรันดร์ แล้วได้รับชีวิตนิรันดร์อย่างแน่นอน

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:16) { ข่าวประเสริฐ }

[แนวคิด]  :

พระเจ้าทรงรักโลก ดังนี้

  • เพราะรัก จึง ไม่ปรารถนาให้มนุษย์ (ผู้ชั่วช้า ดื้อดึง กบฏ ไม่ยำเกรงพระองค์) ต้องตายชั่วนิรันดร์ในบึงไฟนรก
  • เพราะรัก จึง ปรารถนาให้มนุษย์(ผู้สมควรตาย) ได้รับชีวิตที่มีเกียรติ มีสง่าราศี มีความสุขชั่วนิจนิรันดร์
  • เพราะรัก จึง ยอมเสียอะไรก็ได้ในกัลปจักรวาล เพื่อช่วยมนุษย์
  • เพราะรัก จึง ยอมสละสิ่งที่มีค่าที่สุดในกัลปจักรวาล เพื่อช่วยมนุษย์ คือ ยอมประทานพระบุตรสุดที่รักองค์เดียวของพระองค์ (สำหรับพ่อผู้รักลูก ยอมให้ตัวเองตายเสียดีกว่า ให้ลูกตาย ดังนั้นความเจ็บปวดของพระบิดาที่ต้องให้พระบุตรองค์เดียวมาตาย เป็นความปวดร้าวเกินจะบรรยายได้)
  • เพราะรัก จึง ทรงวิธีที่ง่ายและยุติธรรมที่สุด เพื่อให้มนุษย์มีสิทธิเลือกเองว่า จะรับความรักอันสุดแสนประเสริฐนี้จากพระเจ้าหรือไม่ ด้วยการกำหนดว่า เพียง “วางใจในพระบุตร” ก็จะได้รับ

(การวางใจ ไม่ว่า ยากดีมีจน ฉลาดโง่ เก่งไม่เก่ง คนแก่หรือเด็ก ฯลฯ ล้วนมีสิทธิที่จะทำได้เท่าๆกัน)

[ประยุกต์ใช้] :

– พระเจ้าทรงรักเรา โดยการรักษาความยุติธรรม และ ให้เสรีภาพในการเลือกแก่เรา จึงเป็นที่มาของข่าวประเสริฐแห่งความรักของพระเจ้า

– พระเยซูมาตายเพื่อเรา(ยุติธรรม-ค่าจ้างของบาปคือความตาย) ผู้ที่วางใจในพระเยซู(เรามีสิทธิต้องเลือกเอง) ก็จะได้ชีวิตนิรันดร์

“ข่าวแสนประเสริฐนี้ เมื่อเราได้รับแล้ว อย่าแอบเก็บเอาไว้คนเดียว รีบเอาไปแบ่งให้คนอื่นด้วย”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:17) { พระผู้ช่วย }

[แนวคิด]  :

– พระเจ้าไม่ได้ส่งพระเยซูมาเพื่อพิพากษามนุษย์ แต่ส่งมาเพื่อช่วยกู้มนุษย์

– พระเยซูไม่ใช่ผู้พิพากษา พระเยซูเป็นผู้ช่วยกู้

– เมื่อเรามาพบผู้พิพากษา เราต้องปราศจากความผิด

– เมื่อเรามาพบผู้ช่วยกู้ เราก็แค่ร้องขอความช่วยเหลือแล้วเต็มใจให้เขาช่วยเท่านั้นเอง

 [ประยุกต์ใช้] :

– วันนี้เป็น วันแห่งพระเมตตา เป็นเวลาแห่งการช่วยกู้ เชิญร้องขอความช่วยเหลือจากพระองค์และจำนนให้พระองค์เป็นผู้ช่วยกู้เราเถิด

– แต่ในวันนั้น วันแห่งการพิพากษา จะไม่พบความเมตตาในวันนั้น เพราะหมดเวลาสำหรับพระเมตตา แต่เป็นเวลาแห่งความยุติธรรม

– เชิญรับพระเมตตา ก่อนที่สายเกินไป ด้วยการต้อนรับพระเยซูเข้ามาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดในชีวิต

– และสำหรับคนที่เคยต้อนรับแล้ว บัดนี้ลืมใช้บริการพระผู้ช่วย อย่ารอช้ารีบมาเร็วไว ร้องทูลต่อพระองค์ ด้วยความเชื่อไว้วางใจในพระองค์อย่างเต็มเปี่ยมกันเถิด

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:18) { ไม่ถูกพิพากษา }

[แนวคิด]  :

– นาย ก. เซนต์มอบอำนาจให้ นาย ข. เป็นตัวแทนของเขาในการทำธุรกรรมทุกอย่างในชีวิต(ยกชีวิตให้นาย ข.)

– วันหนึ่ง นาย ก. ติดหนี้จำนวนมหาศาล จนตกเป็นจำเลย ต้องขึ้นศาล

– ปรากฏว่า นาย ก. มาสาย แต่พอมาถึง ศาลปิดการพิจารณาคดีแล้ว เนื่องจาก นาย ข. ยอมจ่ายเงินชดใช้หนี้ทั้งหมด มากเป็น4เท่าของหนี้นั้น แทนนาย ก. เรียบร้อยแล้ว

– ดังนั้น นาย ก. ไม่จำเป็นต้องเข้าสู่การพิพากษาแล้ว นาย ก.จึงไม่มีอะไรที่ต้องเกี่ยวข้องกับศาลนี้แล้ว

– คนที่วางใจในพระเยซู ยกชีวิตให้พระเยซู ก็เป็นเช่นนั้นแหละ

– ส่วนคนที่ไม่วางใจ ก็เป็นเหมือนนาย ง. ผู้ไม่ยอมให้นาย ข. ช่วยเหลือ ดังนั้น นาย ง. ต้องเข้าสู่การพิพากษา ตามการกระทำของของนาย ง. เอง แล้วแต่จะดีหรือชั่ว

– มาตรฐานของพระเจ้า คือ “​ใคร​ที่​รัก​ษา​ธรรม​บัญ​ญัติ​ทั้ง​หมด แต่​ผิด​อยู่​ข้อ​เดียว คน​นั้น​ก็​ทำ​ผิด​ธรรม​บัญ​ญัติ​ทั้ง​หมด” ยก. 2:10

 [ประยุกต์ใช้] :

– พระเยซูยอมลงทุนมหาศาล(ด้วยชีวิตของพระองค์) เพื่อช่วยเรา ให้รอดพ้นจากความตายนิรันดร์ในนรก สิ่งเดียวที่พระองค์เรียกให้เราทำคือ เชื่อใจพระองค์(วางใจพระองค์)

– หากใคร เลือกไม่เชื่อใจพระองค์ ก็เหมาะสมแล้ว ที่จะปล่อยให้เขา เดินเข้าไปสู่การพิพากษาอันเข้มงวดจากพระเจ้า ตามการกระทำที่เขาได้ทำมา

– หากเรื่องคอขาดบาดตาย อย่างพ้นนรกสู่สวรรค์ เรายังเลือกวางใจในพระเยซู ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใดเรื่องเล็กๆอย่างปัญหาชีวิตของเราในวันนี้ สมควรอย่างยิ่งที่เราจะไว้วางใจในพระเยซูอย่างสุดหัวใจเช่นกัน

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:19-21) { หลักการพิพากษา }

[แนวคิด]  :

หลักการพิพากษาของพระเจ้า เป็นดังนี้

– มนุษย์ทุกคนบาป สอบตกทุกคน ดังนั้น สรุปได้เลย อนาคตมืดมิด ไปนรกหมด

– แต่พระเจ้าเมตตา ให้ความสว่าง(พระเยซูคริสต์) เข้ามาเพื่อช่วยมนุษย์

– ถึงกระนั้น มีบางคนชั่วซ้ำซ้อน ไม่ยอมรับความจริงว่าตนบาป จึงไม่มาหาความสว่าง หน่ำซ้ำยังเกลียดความสว่างอีกด้วย(พวกยิวเกลียดพระเยซู)

– ส่วนบางคน ยอมรับความจริงว่า “ตนเป็นคนบาป ไม่สามารถช่วยตนเองให้พ้นจากความมืดนี้ได้” ก็จะมาหาความสว่าง แล้วโดยการพึ่งความสว่างนั้น เขาจึงสามารถกระทำทางแห่งความสว่างได้

 [ประยุกต์ใช้] :

หลักการพิพากษาของพระเจ้า แบ่งมนุษย์ออกเป็น 2 กลุ่ม

ไม่ใช่ กลุ่มคนดี กับ กลุ่มคนชั่ว

แต่เป็น

– กลุ่มคนชั่วที่ไม่ยอมรับความจริง จึงไม่ยอมรับการช่วยกู้จากพระเจ้า

กับ

– กลุ่มคนชั่วที่ยอมรับความจริง จึงมาหาพระเยซูคริสต์ เพื่อรับการช่วยเหลือ

# วันนี้เราอยู่กลุ่มไหน?

# ขอให้เราอยู่ในกลุ่มที่ยอมรับความจริงว่า “เราไม่สามารถช่วยตัวเองได้” แล้ว มาหาพระเยซู เพื่อรับการช่วยเหลือจากพระองค์

“จะรอช้าอยู่ใย รีบถ่อมใจ มาหาพระองค์ ร้องขอความช่วยเหลือจากพระองค์กันเถิด”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:22-23) { ใช้สิ่งที่ทรงเตรียมให้ }

[แนวคิด]  :

– ทำไมพระเยซูจึงให้บัพติศมา เลียนแบบยอห์น? ไม่เห็นต้องเลียนแบบเลย ยอห์นยังบอกเลยเขาให้บัพติศมาด้วยน้ำ แต่พระเยซูจะบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และด้วยไฟ

(ความ​จริง​พระ​เยซู​ไม่​ได้​ทรง​ให้​บัพ​ติศ​มา​เอง แต่​สา​วก​ของ​พระ​องค์​เป็น​ผู้​ให้) ยน. 4:2

– พระเยซูทรงใช้สิ่งที่พระเจ้าเตรียมไว้ให้(คือการปูทางโดยยอห์น) เพื่อให้พระราชกิจของพระเจ้าสำเร็จ ผ่านทางพระองค์

 [ประยุกต์ใช้] :

– มองดีๆ สังเกตดีๆ พระเจ้าได้เตรียมอะไรบางอย่างให้แก่เราแล้ว เพื่อการรับใช้พระเจ้า เพื่อให้พระราชกิจของพระเจ้าสำเร็จในชีวิตของเรา

“ใช้สิ่งที่พระเจ้าจัดเตรียมให้แก่เราแล้ว เพื่อทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้ากันเถิด”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:24) { ภารกิจ }

[แนวคิด]  :

– แม้ว่าพระมาซีฮา(พระเยซู)จะมาแล้ว แต่ยอห์นก็ยังคงทำภารกิจที่พระเจ้ามอบหมายให้เขาทำต่อไป

– เขาอย่างสัตย์ซื่อจนกระทั่งวันที่ไม่อาจทำได้อีกต่อไป ถูกขังคุก และถูกตัดศรีษะในที่สุด จึงเรียกได้ว่า “เขาสัตย์ซื่อในภารกิจที่ได้รับมอบหมายจนวันตาย”

 [ประยุกต์ใช้] :

– เมื่อพระเจ้ามอบหมายภารกิจให้เราทำ และเราเริ่มทำมาได้ระยะหนึ่งแล้ว อาจมีความคิดขึ้นมาว่า “น่าจะพอแล้วนะ” “ไม่น่าจะมีประโยชน์แล้วนะ”

– จงระลึกถึงยอห์น เขาไม่คิดเช่นนั้น เขายังคงสัตย์ซื่อในภารกิจของเขาต่อไป จนกว่าจะพระองค์จะมอบภารกิจใหม่ให้แก่เขา คือ ”ถูกตัดหัว”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:25) { กองเชียร์ }

[แนวคิด]  :

– เมื่อทุกอย่างกำลังไปได้สวย กองเชียร์ก็เริ่มทำงาน

– เกิดการโต้เถียงเรื่องการชำระมลทิน(ดูจากบริบทน่าจะหมายถึง เรื่องการบัพติศมาในน้ำ ของยอห์นหรือของพระเยซู ของใครเจ๋งกว่ากัน)

– การขัดแย้งที่ดูเหมือนจะสร้างปัญหา แต่ในข้อต่อมา สิ่งนี้กลับนำการถวายพระเกียรติมาแด่พระเยซู(ยน.3:27-30)

 [ประยุกต์ใช้] :

– ระวังกองเชียร์

– พระเจ้าทรงสามารถ ใช้สถานการณ์ที่ดูเหมือนจะไม่ดี เพื่อให้เป็นที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้เสมอ

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:26) { ผู้หวังดี }

[แนวคิด]  :

– ศิษย์ผู้หวังดี รีบมาฟ้องยอห์นว่า “ดูสิ ท่านเยซูคนนั้น อาจารย์อุตส่าห์ช่วยเชียร์เขา ปรากฏว่า เขามาให้บัพติศมาเลียนแบบอาจารย์ หน่ำซ้ำ ทุกคนพาไปหาเขากันหมดเลย”

– ศิษย์ของยอห์น มองตามมาตรฐานของโลก จึงเห็นผลเสียว่า อาจารย์เสียคะแนนนิยมไปให้ท่านเยซู เยอะเลย แต่ยอห์นกลับไม่คิดเช่นนั้น (ยน.3:27-30)

– บ่อยครั้งคำแนะนำของผู้หวังดี มักเกินความเป็นจริง “ทุกคนพากันไป” ความจริงไม่ใช่ทุกคน เพราะยังมีหลายคนมารับบัพติศมาจากยอห์น(ยน.3:23)

 [ประยุกต์ใช้] :

– งานรับใช้ถ้ามองด้วยสายตาอย่างโลก

“ความสำเร็จ จะดูที่ปริมาณหรือการเป็นที่ยอมรับของสังคม”

– แต่ถ้ามองด้วยสายตาฝ่ายวิญญาณ

“ความสำเร็จ จะดูที่ การได้ทำสิ่งที่พระเจ้าสั่งมาให้เราทำ ตรงตามใจของพระเจ้า มากน้อยเพียงใด”

– อย่าฟังผู้หวังดี มากกว่า ฟังพระเจ้า

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:27) { ล้วนมาจากพระเจ้า }

[แนวคิด]  :

– ยอห์นตอบสาวก ด้วยประโยคฝ่ายวิญญาณว่า “ความสำเร็จทั้งสิ้นมาจากสวรรค์” ทั้งความสำเร็จของยอห์น หรือ ของพระเยซู ก็ล้วนแต่มาจากพระเจ้าอนุญาต ดังนั้น เราไม่ควรอิจฉา แต่ควรชื่นชมยินดี

 [ประยุกต์ใช้] :

– ความสำเร็จของเรา อยู่ที่พระเจ้า ดังนั้น เราสมควรอย่างยิ่งที่จะพึ่งพาพระเจ้าในการกระทำสิ่งใดๆก็ตาม

– เมื่อพระเจ้าอนุญาตให้คนใดประสบความสำเร็จ ก็เป็นสิทธิขาดของพระองค์ เราไม่ควรอิจฉา แต่ควรสังเกตและเรียนรู้ว่าพระเจ้ากับจะบอกอะไรแก่เรา ผ่านความสำเร็จของเขา เหมือนที่พระเจ้าบอกยอห์น ให้รู้ชัดว่า พระเยซูนี่แหละคือผู้ที่พระมาซีฮา ผ่านความสำเร็จของพระเยซูในครั้งนี้

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:28) { ยึดมั่นภารกิจ }

[แนวคิด]  :

– แม้ดูเหมือนจะถูกยุ โดยกองเชียร์หรือผู้หวังดี แต่ยอห์นยังคง ยึดมั่นภารกิจของตนที่พระเจ้าบัญชาให้เขาทำ อย่างไม่หวั่นไหว

– ด้วยเหตุนี้ ตัวชี้วัดความสำเร็จของภารกิจของเขา ก็คือ เมื่อพระเยซูประสบความสำเร็จนั่นเอง

 [ประยุกต์ใช้] :

– จงยึดมั่นในภารกิจที่พระเจ้ามอบหมายให้เราทำให้มั่น ตลอดทางจะมีผู้คนและสถานการณ์มากมายพยายาม ดึงเราหันเหออกจากภารกิจนั้น อย่าหวั่นไหว เดินต่อไป ทำภารกิจที่พระเจ้ามอบหมายให้เราทำนั้นให้สำเร็จ

– ตัวชี้วัด ต้องสอดคล้องภารกิจ

วันนี้ อะไรเป็นตัวชี้วัดความสุขของเรา? อะไรทำให้เรามีความสุขมากที่สุด? (นำคนมาหาพระเจ้า,เลี้ยงดูลูกแกะของพระเจ้า,ฯลฯ)

– หากตัวชี้วัดผิด เป็นไปได้ว่า วันนี้เราได้หลงลืมภารกิจที่แท้จริงที่พระเจ้ามอบหมายให้เราทำ ไปเสียแล้ว

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (ยน. 3:29) { เพื่อนเจ้าบ่าว }

[แนวคิด]  :

– ยอห์นดีใจอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่ามีคนติดตามพระเยซูเพิ่มมากขึ้น เพราะเขารู้ว่าหน้าที่ของเขาคือเพื่อนเจ้าบ่าว ผู้อยู่ในงานเพิ่มสนับสนุนเจ้าบ่าว(พระเยซูคริสต์)

 [ประยุกต์ใช้] :

– การรับใช้พระเจ้า คือ การทำให้คนติดตามและเชื่อฟังพระเยซูคริสต์

– วันนี้ เมื่อคนเข้าใกล้เราแล้ว เขาอยากจะติดตามและเชื่อฟังพระเยซูคริสต์มากขึ้นหรือเปล่า?

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.3:30) { ถวายเกียรติ }

แนวคิด :

– ยอห์น ชายผู้ไม่ให้ความสำคัญความยิ่งใหญ่ของตัวเองเลย แต่ใส่ใจอย่างเดียวคือความยื่งใหญ่ของพระเยซู

– เขากลับเป็นชายผู้ที่พระเยซูกล่าวถึงว่า “เป็นมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดประวัติศาสตร์โลก”(มธ.11:11)

การประยุกต์ใช้ :

– ผู้ใดถวายเกียรติแด่พระเจ้า พระเจ้าจะประทานเกียรติให้แก่ผู้นั้น

– ผู้ใดพยายามแย่งเกียรติพระเจ้า มีเกียรติที่เขาพึงจะได้ก็จะถูกเอาไปเสีย

“วันนี้สิ่งที่เราทำ คนตบมือให้ใคร?”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.3:31) { พระเยซูทรงยิ่งใหญ่ }



แนวคิด :
– ผู้เขียนพระธรรมยอห์นให้เหตุผลที่พระเยซู สมควรได้รับเกียรติทั้งสิ้น เพราะพระเยซูมาจากสวรรค์ ย่อมเหนือกว่าผู้ที่ไม่ได้มาจากสวรรค์ ได้แก่บรรดาผู้เผยพระวจนะในพระคัมภีร์เดิม รวมทั้งยอห์นด้วย

การประยุกต์ใช้ :
– ตามปกติผู้มาจากสวรรค์(ระดับที่สูงกว่าโลก) จะเป็นใหญ่กว่าผู้ที่อยู่ในโลก เช่นทูตสวรรค์เป็นใหญ่กว่ามนุษย์

– แต่ยิ่งกว่านั้น พระเยซูเป็นเจ้าแห่งสวรรค์ พระองค์สูงยิ่งมากสักเพียงใด

– พระองค์สูงยิ่งถึงเพียงนั้น ยังลงมาเพื่อช่วยเรา ทรงสละทุกสิ่งเพื่อช่วยเราพ้นตาย สรรเสริญพระองค์

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.3:32) { ไม่ยอมเชื่อ }



แนวคิด :
– พระเยซูทรงเป็นพยานถึง พระทัยพระบิดา , พระประสงค์ของพระบิดา และพระสัญญาของพระบิดา แต่ผู้คนไม่รับสิ่งที่พระองค์เป็นพยานนั้น เพราะพวกเขาผู้อยู่ในโลก ไม่เห็นและไม่ได้ยินด้วยตัวเอง

การประยุกต์ใช้ :
– เราไม่มีทางรับรู้สิ่งที่เป็นฝ่ายวิญญาณได้ หากเราพึงอาศัยตาที่มองเห็นหรือหูที่ได้ยิน

– แต่เราสามารถรู้จักและเข้าใจเรื่องฝ่ายวิญญาณได้ ด้วยความเชื่อ เชื่อในสิ่งที่พระเยซูได้ทรงบอกและทรงสัญญากับเรา

“วันนี้ เรากล้าเชื่อไหมว่า พระเยซูพูดจริง?”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.3:33) { พระเจ้าสัตย์จริง }



[แนวคิด] :
– ใครที่เชื่อสิ่งที่พระเยซูบอก ก็แปลว่า เขากำลังบอกว่า พระเจ้าสัตย์จริง ไม่โกหก พระองค์ทำตามสัญญาของพระองค์เรื่องพระมาซีฮา

[การประยุกต์ใช้] :
– การเชื่อและวางใจในพระเยซู เป็นการถวายเกียรติแด่พระองค์ ว่า “พระองค์ไว้ใจได้”

– การไม่เชื่อวางใจในพระเยซู เป็นการดูถูกพระองค์ ว่า “พระองค์ตอแหล”

“วันนี้การแสดงออกของเรา กำลังถวายเกียรติแด่พระองค์ หรือ กำลังดูถูกพระองค์”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.3:34) { พระวิญญาณอย่างไร้ขีดจำกัด }



[แนวคิด] :
– เมื่อพระบิดาทรงใช้พระเยซู มากล่าวความจริง จึงประทานให้พระวิญญาณอย่างไร้ขีดจำกัดให้มาสนับสนุนพระเยซู คือให้พระวิญญาณสนับสนุนพระเยซูอย่างเต็มที่ ในการกล่าวความจริงนี้

[การประยุกต์ใช้] :
– เมื่อพระเยซูทรงใช้เราให้ไปกล่าวความจริงแห่งข่าวประเสริฐ (ยน. 20:21 “… พระ​บิดา​ทรง​ใช้​เรา​มา​อย่าง​ไร เรา​ก็​ใช้​พวก​ท่าน​ไป​อย่าง​นั้น”) พระองค์จึงประทานพระวิญญาณให้มาอยู่กับเราและสนับสนุนเราอย่างเต็มที่ ในการกล่าวความจริงแห่งข่าวประเสริฐนั้น

“เมื่อเรากล่าวความจริงของพระเจ้า พระเจ้าเองจะเป็นผู้สนับสนุนเรา และเมื่อพระเจ้าทรงสนับสนุนเรา ใครเล่าจะขัดขวางเราได้”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.3:35) { บุตรของพระเจ้า }



[แนวคิด] :
– พระบิดาทรงรักพระบุตรมากกว่าบรรดาผู้เผยพระวจนะทั้งสิ้นและบรรดาทูตสวรรค์ผู้ส่งสารของพระเจ้าทั้งสิ้น พระองค์จึงทรงมอบทุกสิ่งไว้ในพระหัตถ์ของพระบุตร

[การประยุกต์ใช้] :
– แหม !!! ใครได้เป็นพระบุตรของพระเจ้าช่างวิเศษจริงๆ

– โอ้ว !!! ฉันเองนี่นาที่เป็นบุตรของพระเจ้า  ขอบคุณพระเจ้า

(1ยน. 3:1 จง​ดู​เถิด ​พระ​บิดา​ทรง​โปรด​ประทาน​ความ​รัก​แก่​เรา​ทั้ง​หลาย​เพียงไร ที่​เรา​จะ​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​บุตร​ของ​พระ​เจ้า …)

– ฉันรู้แน่ พระเจ้าทรงรักบุตรของพระองค์ และจะทรงประทานสิ่งดีให้แก่บุตรที่รักของพระองค์อย่างแน่นอน

“แล้วฉันยังจะต้องกลัวอะไรอีกเล่า”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.3:36) { วางใจ }



[แนวคิด] :
– คนที่วางใจพระบุตร จะได้สิทธิรับชีวิตนิรันดร์ และ ได้สิทธิงดเว้นการพิพากษา

– คนที่ปฏิเสธพระบุตร ไม่เชื่อฟังพระบุตร  จะอดสิทธิรับชีวิตนิรันดร์ และ อดสิทธิงดเว้นการพิพากษา จึงจะต้องพบการพิพากษาด้วยความเข้มงวดของพระเจ้า ด้วยพระพิโรธที่มีต่อบาป

– น่าสนใจมาก ที่พระคัมภีร์ข้อนี้ ใช้ การวางใจ และ การเชื่อฟัง คู่ขนานกันไป แสดงว่า

หากวางใจก็จะเชื่อฟัง หากเชื่อฟังก็แสดงว่าวางใจ

หากไม่วางใจก็จะไม่เชื่อฟัง  หากไม่เชื่อฟังก็แสดงว่าไม่วางใจ

[การประยุกต์ใช้] :
– “วางใจ” พูดง่าย แต่ วางใจจริงๆหรือไม่ ไม่อาจดูด้วยตาได้ แต่เราสังเกตได้ ด้วยการเชื่อฟัง เช่น

มธ. 10:31 “เพราะ​ฉะนั้น​อย่า​กลัว​เลย พวก​ท่าน​ก็​ประ​เสริฐ​กว่า​นก​กระ​จาบ​หลาย​ตัว”…เราก็ยังกลัวต่อไป

มธ. 6:34 “เพราะ​ฉะนั้น อย่า​กระ​วน​กระ​วาย​ถึง​วัน​พรุ่งนี้ เพราะ​ว่า​พรุ่ง​นี้​ก็​มี​เรื่อง​กระ​วน​กระ​วาย​ของ​มัน​เอง แต่​ละ​วัน​ก็​มี​ทุกข์​พอ​อยู่​แล้ว”…เราก็ยังกระวนกระวายต่อไป

มธ. 6:33 “แต่​พวก​ท่าน​จง​แสวง​หา​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​เจ้า และ​ความ​ชอบ​ธรรม​ของ​พระ​องค์​ก่อน แล้ว​พระ​องค์​จะ​ทรง​เพิ่ม​เติม​สิ่ง​ทั้งปวง​นี้​ให้”….เราก็ยังทุ่มเทไขว่คว้าหาสิ่งทั้งปวงต่อไป

“วันนี้ เราวางใจ จนแสดงออกมาเป็นการเชื่อฟังพระเยซูแล้วหรือยัง?”