แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:1 ) { ขโมยหรือโจร}

แนวคิด :

– พระเยซูตรัสกับพวกฟาริสี ว่า คนที่เข้าหาฝูงแกะของพระเจ้า แต่ไม่ได้เข้าตามกติกาของพระเจ้า ตามวิธีที่สมควรจะทำ คนเหล่านั้นเป็นขโมยและโจร

– ขโมย แอบย่องมาเงียบๆแล้วนำสมบัติของคนอื่นไป เหมือนคนที่แอบมาชักจูงลูกแกะของพระเจ้าให้ออกจากคอกของพระเจ้า เหมือนฟาริสีที่สอนบิดเบือนพระคำของพระเจ้าจนลูกแกะของพระเจ้าออกไปจากทางของพระองค์

– โจร ใช้กำลังและความรุนแรงเพื่อนำลูกแกะออกไปจากคอกของพระเจ้า เหมือนพวกฟาริสีที่ขับไล่ไสส่ง ชายที่พระเยซูรักษาให้หายจากตาบอดแต่กำเนิดออกจากธรรมศาลา เพียงเพราะว่าพวกเขาเถียงชายคนนั้นไม่ได้ ที่ชายคนนั้นยืนยันว่าพระเยซูทรงเป็นพระมาซีฮา

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้เราทำอย่างไรกับฝูงแกะของพระเจ้า คือ บรรดาผู้เชื่อที่เราเกี่ยวข้องกับพวกเขา

– การกระทำของเราทำให้พวกเขาเติบโตขึ้นในคอกแกะของพระเจ้า หรือการกระทำของเราขับไล่ไสส่งพวกเขา ทำให้ไม่อยากมาโบสถ์ ไม่อยากร่วมสามัคคีธรรมกับพี่น้อง

– ระมัดระวังการดำเนินชีวิตของเราอยู่เสมอ อย่าให้เหมือนขโมยหรือโจร แต่จงดำเนินชีวิตเป็นผู้เลี้ยงที่ดีตามอย่างพระอาจารย์ของเรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:2 ) { ผู้เลี้ยงแกะแท้ }

แนวคิด :

– พระเยซูตรัสกับพวกฟาริสี ว่า วิธีสังเกตว่าใครเป็นผู้เลี้ยงแกะที่แท้จริง ก็คือ ดูว่าเขาเข้าสู่คอกแกะทางไหน

– ผู้ที่เข้าไปหาฝูงแกะของพระเจ้า ตามวิธีของพระเจ้า นั่นแหละคือ ผู้เลี้ยงแกะที่แท้จริง

– ใน ฮบ. 13:20 กล่าวว่า “…​พระ​ผู้​เลี้ยง​แกะ​ยิ่ง​ใหญ่​ คือ​ พระ​เยซู​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​พวก​เรา​…”

– พระเยซู คือ ผู้เลี้ยงแกะที่แท้จริงเพราะพระองค์ประพฤติตามพระทัยของพระบิดา แต่พวกฟาริสียึดถือคำสอนที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษจนละเลยพระบัญญัติของพระเจ้า

– มก. 7:7 “พวก​เขา​นมัส​การ​เรา​โดย​เปล่า​ประ​โยชน์ เพราะ​เอา​กฎ​เกณฑ์​ของ​มนุษย์​มา​สอน​ว่า​เป็น​พระ​ดำรัส​สอน”

การประยุกต์ใช้ :

– ใน ยน. 10:7 พระ​เยซู​ตรัส​ว่า “เรา​เป็น​ประตู​ของ​แกะ​ทั้ง​หลาย” การรับใช้พระเจ้าที่แท้จริง ต้องผ่านทางพระเยซูเท่านั้น

– รับใช้ โดยพึ่งพระเยซู ไม่ได้พึ่งกำลังของตนเอง

– รับใช้ เพื่อนำคนมาติดตามพระเยซู ไม่ใช่ติดตามตนเอง

– รับใช้ เพื่อถวายเกียรติแด่พระเยซู ไม่สนใจเกียรติของตนเอง

– รับใช้ ตามค่านิยมของพระเยซู ไม่ใช่ค่านิยมของตนเองหรือองค์กร

– รับใช้บนคำสอนของพระเยซู ไม่ใช่กฏเกณฑ์ที่มนุษย์ตั้งขึ้น

– การรับใช้ที่แท้จริง คือ รับใช้โดยพึ่งพระเยซู เพื่อพระเยซู

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:3 ) { พระเยซูทรงเป็นผู้เลี้ยงของฉัน }

แนวคิด :

– ในสมัยนั้น คนที่ร่ำรวยเขาจะจ้างคนบางคน มาเป็นคนเฝ้าประตูคอกแกะ ซึ่งจะเปิดประตูให้แก่ผู้เลี้ยงแกะ(จาก Albert Barnes’ Notes on the Bible) ไม่เปิดให้ขโมยหรือโจร อย่างแน่นอน

– โดยปกติแล้ว​แกะ​จะ​จำ​เสียง​ของ​ผู้​เลี้ยง​ได้ ​และ​ยอม​ตาม​เฉพาะ​ผู้​เลี้ยง​ของ​มัน​เท่านั้น (ข้อ 5)

– ผู้เลี้ยง​จะ​ตั้ง​ชื่อ​ให้​แกะ​ทุก​ตัว ​มักจะ​ตั้ง​ชื่อ​​ตาม​ ลักษณะ​หรือ​นิสัย​ของ​มัน ​หรือ​ตามใจ​ชอบ​ของ​ผู้​เลี้ยง การตั้งชื่อแสดงถึงความผูกพันและเอาใจใส่แกะแต่ละตัวเป็นพิเศษ เหมือนกับเราจะตั้งชื่อให้สุนัข ถึงแม้เราจะมีสุนัขถึง 20 ตัวก็ตาม แต่เรามักไม่ตั้งชื่อให้ปลาหางนกยูง 20 ตัว ในบ่อปลาของเรา

– ผู้เลี้ยงจะนำแกะออกไปจากคอก เพื่อพาไปหาแหล่งน้ำสะอาดและทุ่งหญ้าเขียวสด

การประยุกต์ใช้ :

– พระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้เลี้ยงของเรา พระเจ้าจะเปิดประตูโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ให้พระเยซูเข้ามาสู่ชีวิตของเรา

– เมื่อพระเยซูตรัสกับเรา เราจะรู้ได้ เรารู้ได้ว่า สิ่งนี้มาจากพระเจ้า ใช่แล้วถ้อยคำนี้มาจากพระเจ้า เพราะถ้อยคำเหล่านั้นจะนำสันติสุข การปลอบโยน การเตือนสติ และการกลับใจ มาสู่ชีวิตของเรา เราสัมผัสได้

– พระเยซูทรงรู้จักเราแต่ละคนเป็นอย่างดี พระองค์เรียกชื่อของเรา พระองค์เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเรา และปรารถนาที่จะสัมพันธ์สนิทสนมกับเรามากขึ้นทุกวัน

– พระเยซูจะนำเราไปยังที่แห่งพระพร เมื่อเราเดินตามพระองค์ ตามการนำ ตามการสอนของพระองค์ เราจะปลอดภัยและจะพบกับพระพรยิ่งใหญ่

– พระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้เลี่ยงที่แสนดีของเรา ขอให้เราเดินติดตามพระองค์ไปอย่างใกล้ชิดทุกวันคืนเถิด

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:4 ) { แกะของพระเยซู }

แนวคิด :

– ผู้เลี้ยงแกะจะนำแกะออกไปทั้งหมด พระเยซูจะทรงนำทุกคน ไม่ว่าเราอ่อนแอ หรือเข้มแข็ง ไม่ว่าเราจะทำตัวดีหรือไม่เอาไหน

– ผู้​เลี้ยง​แกะ​จะ​เดิน​นำหน้า​ แล้ว​ฝูง​แกะจะ​เดิน​ตามหลัง ​ต่างจาก ​วัว​ควาย​ที่​มี​ผู้​เลี้ยง​ต้อน​จาก​ข้าง​หลัง พระเยซูวางแบบอย่างในการดำเนินชีวิตให้แก่เราแล้ว ให้เราเดินตามพระองค์ไป

– แกะจะรู้จักเสียงของผู้เลี้ยง แกะของพระเยซูจะจำเสียงของพระเยซูได้ เขาจะแยกแยะได้ว่า การสอนการเตือน แบบไหนเป็นมาจากพระเยซู

การประยุกต์ใช้ :

ความสัมพันธ์ระหว่างพระเยซูกับเราทั้งหลาย

– พระเยซูสนใจเราทุกคน แต่ละคนเป็นพิเศษ ว่าเราจะเป็นเช่นไร

– พระเยซูได้วางแบบอย่างในการดำเนินชีวิตให้แก่เราแล้ว ในพระคำของพระองค์ เราผู้เป็นแกะของพระองค์ควรเต็มใจเดินตามพระคำของพระองค์ ไม่ต้องให้พระองค์ต้อนเราจากข้างหลัง

– เราสามารถรับรู้และแยกแยะ สิ่งที่มาจากพระเยซูได้ โดยการช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ทรงสถิตภายในเรา ดังใน ยรม. 31:33 … พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​ดัง​นี้​แหละ “เรา​จะ​บรรจุ​ธรรม​บัญ​ญัติ​ไว้​ใน​เขา​ทั้ง​หลาย และ​เรา​จะ​จา​รึก​มัน​ไว้​บน​ดวง​ใจ​ของ​เขา และ​เรา​จะ​เป็น​พระ​เจ้า​ของ​เขา และ​เขา​จะ​เป็น​ประ​ชา​กร​ของ​เรา”

– เราผู้เป็นแกะของพระเยซู ควรทำตัวเหมือนแกะ ไม่เหมือนวัวควาย

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:5 ) { ดูคล้ายๆผู้เลี้ยง แต่ไม่ใช่ }

แนวคิด :

– ผู้อื่นซึ่งไม่ใช่ผู้เลี้ยงแกะ แกะจะไม่ตาม แต่แกะจะหนีจากเขาไปหมด

– ผู้อื่นอาจจะเป็นขโมย หรือโจร(ข้อ1) หรือเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ผู้เลี้ยงแกะ

– ผู้ที่ไม่ได้เข้าหาแกะทางประตู คือผู้อื่นทั้งสิ้น 

– พระเยซู“เป็น​ประตู​ของ​แกะ​ทั้ง​หลาย” ​(ยน. 10:7)

– ใครก็ตามเข้าหาแกะ ไม่ใช่โดยทางพระเยซู ไม่ได้รู้จักพระเยซู ไม่ได้สอนคำสอนของพระเยซู  ไม่ได้นำแกะมาหาพระเยซู ไม่ได้เป็นผู้ที่พระเยซูส่งมา คนเหล่านั้นแม้จะมีแกะตามอยู่สักพักหนึ่งแต่ในที่สุดแกะจะหนีไปจากเขาจนหมด

– เพราะว่าแกะไม่คุ้นเคยเสียงของเขา พระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้อยู่ในผู้เชื่อจะทำให้ผู้เชื่อ ที่เปิดใจฟังพระองค์ สามารถรับรู้และสังเกตได้ว่า คำสอนใดมาจากพระเจ้า และคำสอนใดไม่ได้มาจากพระเจ้า

การประยุกต์ใช้ :

– คนที่ ทำเหมือนรับใช้พระเจ้า ทำเหมือนดูแลแกะของพระเจ้า แต่ไม่ใช่ผู้เลี้ยงแกะที่แท้จริง

– เขาจะแสวงหาชื่อเสียง และการยอมรับให้แก่ตนเอง

– เขาจะห่วงชื่อเสียงของตนเอง มากกว่า ห่วงลูกแกะของพระเจ้า

– เขาสอนเรื่องพระเยซู ก็เพียงเพื่อใช้พระเยซูเป็นเครื่องมือ นำชื่อเสียงและการยอมรับมาสู่ตัวเขาเอง

– คนเหล่านั้น ในที่สุด ธาตุแท้ของเขาจะถูกเปิดเผย วันนี้ที่ยังไม่ถูกเปิดเผยก็เพราะพระเจ้าทรงเมตตาเขา ยังให้โอกาสเขา เพื่อกลับใจใหม่ แต่ถ้าไม่กลับใจ ในที่สุดบรรดาแกะทั้งหลายจะสังเกตได้ และจะหนีจากเขาไปจนหมด

– ขอเราอย่าเพิ่งไปนึกถึงคนอื่น แต่สำรวจดูตัวเราเองว่า วันนี้เรารักดูแลเอาใจใส่ลูกแกะของพระเยซูที่พระองค์มอบไว้ในความดูแลของเรา ด้วยความรัก ความจริงใจมากเพียงใด หากมีสิ่งใดซึ่งพระวิญญาณเตือนเราในวันนี้ นี่เป็นเวลาแห่งการกลับใจ ก่อนจะสายเกินไป

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:6 ) { ไม่คิด จึงไม่เข้าใจ }

แนวคิด :

– พระเยซูตรัสคำอุปมาเกี่ยวกับผู้เลี้ยงที่ดี กับพวกฟาริสี (ต่อเนื่องจาก ยน. 9:40) แต่พวกเขาไม่เข้าใจเลย เพราะจิตใจของพวกเขาแข็งกระด้าง

– พวกเขาไม่คิดว่าพวกเขาเป็นโจรหรือเป็นขโมย

– พวกเขาไม่คิดว่า ควรจะเป็นผู้เลี้ยงแกะอันต่ำต้อย อาชีพเลี้ยงแกะถือว่าต่ำต้อยในสังคม แต่พวกเขาเป็นถึงอาจารย์สอนพระคัมภีร์เชียวนะ จะลดตัวไปเปรียบเป็นคนเลี้ยงแกะได้อย่างไร

– พวกเขาไม่คิดว่าคนที่ติดตามฟังเขาจะหนีจากเขาไป

– หากเพียงแต่เขาคิดอย่างใดอย่างหนึ่งข้างต้น เขาคงพอที่จะเข้าใจคำอุปมาของพระเยซูได้

การประยุกต์ใช้ :

– จิตใจที่แข็งกระด้าง จะทำให้เราไม่สามารถเข้าใจ ถ้อยคำที่พระเจ้าตรัสกับเราได้ ไม่ว่าเราจะอ่าน หรือฟังมากสักเพียงใดก็ตาม

– ระวังเชื้อของพวกฟาริสี ที่คิดว่า

>> “ฉันไม่ผิด เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉัน” แต่จงถ่อมใจลงสำรวจตนเองด้วยพระคำนั้นๆ

>> “เรื่องนี้ ไม่ใช่สำหรับคนอย่างฉันหรอก” แต่จงถ่อมตนลง รับฟังพระคำของพระเจ้า ด้วยท่าทีว่า พระองค์กำลังสอนเราผ่านพระคำตอนนี้

>> “ทุกอย่างยังเรียบร้อยดีนี่นา” แต่จงเปิดตาเปิดใจ พิจารณาดูชีวิตของเราวันนี้ว่ามีอะไรที่กำลังเกิดขึ้นจากการเชื่อฟังพระคำของพระเจ้าบ้างหรือไม่

– อย่ายอมให้จิตใจที่แข็งกระด้าง ขวางกั้นเราจากการเข้าใจในพระคำของพระเจ้าที่กำลังตรัสกับเรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:7) { ประตูแห่งแกะทั้งหลาย }

แนวคิด :

– พระเยซูทรงเป็นประตูคอกแกะ ซึ่งแกะใดที่ผ่านเข้าออกทางพระเยซู จะเป็นแกะของพระองค์ และ ผู้เลี้ยงคนใดที่เข้าหาแกะโดยทางพระเยซูเป็นผู้เลี้ยงแกะตัวจริง

– คนที่ไปคริสตจักร แต่ไม่ได้มาหาพระเยซู เขาทำตัวไม่เหมือนเป็นแกะของพระเยซู

– คนที่ดูแลผู้เชื่อคนอื่น โดยไม่พยายามนำพวกเขาให้มาถึงพระเยซู เขาทำตัวไม่เหมือนผู้เลี้ยงแกะที่แท้จริง

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้แรงบันดาลใจ ในการมาคริสตจักรของเรา หรือ การมาเป็นคริสเตียนของเรา คืออะไร?

– ถ้าไม่ใช่ เพื่อมาหาพระเยซู เพื่อรู้จักพระเยซูมากยิ่งขึ้น เพื่อจะได้ปรนนิบัติรับใช้พระเยซู….เรากำลังหลงทาง ออกไปจากคอกของพระเยซู จงกลับหา หันกลับมาสู่พระเยซู

– วันนี้เราทำให้คนที่รับคำสอน หรือรับการดูแลจากเรา ชื่นชมใครมากกว่ากัน?

– ถ้าพวกเขาชื่นชมเรามากกว่าชื่นชมพระเยซู  ถ้าพวกเขาอยากคุยกับเรามากกว่าอยากคุยกับพระเยซู….เรากำลังนำเขาไปผิดทางแล้ว จงนำพวกเขากลับมาที่ประตูแห่งแกะทั้งหลาย คือ พระเยซู

– พระเยซู ผู้เป็นประตูแห่งแกะทั้งหลาย โดยพระเยซู เราจะสามารถรับรู้ได้ว่า แกะตัวใดเป็นแกะของพระองค์ และผู้เลี้ยงคนใดมาจากพระองค์

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:8) { แกะหนีหมด }

แนวคิด :

– ​พระเยซูบอกว่า ผู้ที่มาก่อนพระองค์ เป็นขโมยและโจร มาเพื่อดึงลูกแกะของพระเจ้า ออกไปจากคอก แต่พวกเขาทำไม่สำเร็จ

– ผู้ที่มาก่อนพระเยซู ในที่นี้ หมายถึง พวก​ผู้​เผย​พระ​วจนะ พวก​ปุโรหิต ​พวกกษัตริย์ ​พวกฟาริสี ​พวกสะ​ดู​สี ​และ​พวก​ผู้นำ​ศาสนา ​ที่​ชอบ​ทำเพื่อประโยชน์ของ​ตนเอง ​และชักจูงประชาชนให้ออกห่างจากพระเจ้า

– พวกเขาจะทำไม่สำเร็จ แม้ตอนแรกดูเหมือนแกะจะตามไป แต่ในที่สุด แกะจะไม่ฟังเขา และหนีหายจากพวกเขาไป

การประยุกต์ใช้ :

– ผู้เลี้ยงที่ไม่ได้มาจากพระเจ้า ทำเพื่อประโยชน์ของตนเอง เขาจะทำได้ไม่นาน เขาจะไปไม่รอด เขาจะทำการไม่สำเร็จ

– การเลี้งดูลูกแกะของพระเจ้า ถ้าไม่ทำตามวิธีของพระเจ้า ตอนแรกอาจดูเหมือนได้ผล แต่ในที่สุดแล้วจะไม่สำเร็จ

– การเลี้ยงดูลูกแกะของพระเจ้า ต้องทำด้วยวิธีของพระเจ้า

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:9) { พระเยซูเป็นประตู }

แนวคิด :

– ​พระเยซูเป็นประตูแห่งแกะทั้งหลาย แกะที่เข้ามาในคอกทางพระเยซู จะพบทางเข้า เขาจะรอดปลอดภัยในคอกของพระเจ้า

– แกะที่เข้าออก ทางประตูพระเยซูนี้ จะพบอาหารสำหรับชีวิตฝ่ายวิญญาณอยู่เสมอ

– ใครมาเชื่อในพระเยซู ก็จะสามารถเข้ามาเป็นประชากรของพระเจ้าได้

– และประชากรของพระเจ้า คนใดที่มีความสัมพันธ์กับพระเจ้าอยู่เสมอ เขาก็จะพบอาหารสำหรับจิตวิญญาณของเขา ไม่ขาดเลย

การประยุกต์ใช้ :

– ทางเดียวที่เราจะรอดได้ ไม่ใช่ด้วยการทำตัวเป็นคนดี หรือการับใช้ หรือการกระทำใดๆ แต่คือการให้พระเยซู เป็นความหวังเดียวของเราสำหรับความรอดของเรา ด้วยการเชื่อวางใจในพระองค์

– บางคนรอดแล้ว เข้าคอกแล้ว ไม่ยอมเข้าออกทางประตู ไม่ยอมมีความสัมพันธ์กับพระเยซู จิตวิญญาณของเขาจึงไม่เติบโต และอาจตายในที่สุด

– ไม่ว่าเราจะทำอะไร จงให้พระเยซูมีส่วนในการตัดสินใจในทุกสิ่งที่เราทำอยู่เสมอ แล้วชีวิตจิตวิญญาณของเราจะพบการเจริญเติบโต ไม่มีหยุดยั้ง

– หากวันนี้ เราหาทางออกของชีวิตไม่เจอ จงรีบมาหาพระเยซู พระเยซูเป็นประตูทางออกสำหรับปัญหาของเรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:10) { ชีวิตบริบูรณ์ }

แนวคิด :

– ​ขโมย ซึ่งหมายถึง คนที่เข้ามาในคอกแกะทางอื่น ไม่ใช่ทางพระเยซู ผู้เป็นประตู

– ขโมยนั้น เข้ามาเพื่อเอาไปจากเรา เข้ามาเพื่อเขาเองจะได้รับ

– แต่พระเยซูเข้ามาเพื่อให้แก่เรา  เข้ามาเพื่อให้เราจะได้รับ

– พระเยซูมาเพื่อให้เราได้รับชีวิต แต่ขโมยนั้นเข้ามาเพื่อเอาชีวิตนั้นไปจากเรา ให้เราอยู่แบบไร้ชีวิตเหมือนเดิม

– และชีวิตที่พระเยซูให้นั้น เป็นชีวิตที่มีความชื่นชมยินดี มีสันติสุข มีการอวยพรจากพระเจ้า ตลอดไป

การประยุกต์ใช้ :

– พบพระเยซู จะพบชีวิตที่มีสันติสุข มีความชื่นชมยินดี รัยพระพรและเป็นพระพร

– พบขโมย สันติสุข ชื่นชมยินดี และการเป็นพระพร จะหายไปจากชีวิต

– วันนี้ หากสิ่งข้างต้นจางหายไปจากชีวิตของเรา แสดงว่า เราอยู่ผิดที่เสียแล้ว เรากำลังถอยห่างจากพระเยซูผู้ทรงรักเราอย่างที่สุด และกำลังอยู่ใกล้หรือสนิทสนมกับ ขโมยผู้เกลียดชังเรา

– เข้าใกล้พระคริสต์ ชีวิตจะครบบริบูรณ์ วันนี้ชีวิตบริบูรณ์ใครหายไป โปรดกลับมาเข้าใกล้พระคริสต์โดยด่วน

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:11) { ผู้เลี้ยงที่แสนดี }

แนวคิด :

– ​พระเยซูทรงเป็นผู้เลี้ยงที่ดี

– ผู้เลี้ยงที่ดี จะเสียสละเพื่อแกะ

>> สละความสะดวกสบายของตน มาดูแลแกะ

>> สละเวลาของตน มาเอาใจใส่แกะ

>> พระเยซูเป็นผู้เลี้ยงที่ดีเลิศ ถึงขนาด สละชีวิตของตนเพื่อช่วยชีวิตแกะ

– ถ้าฝูงหมาป่าเข้ามาเพื่อจะทำร้ายแกะ ผู้เลี้ยงที่ดีจะยืนขวางเอาไว้ แล้วทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยชีวิตของแกะ ราวกับประกาศกับเจ้าฝูงหมาป่าว่า “ถ้าคิดจะทำร้ายแกะ ต้องข้ามศพฉันไปก่อน”

– พระเยซูเป็นผู้เลี้ยงของเรา พระองค์จะปกป้องเราไว้ ใครหรืออะไรเล่าจะสามารถทำร้ายเราได้

# มนุษย์ทุกคนทำบาป(รม.3:23) และค่าจ้างของความบาป คือ ความตาย(รม.6:23)

# เพราะเราทำบาป เราเองจึงเป็นผู้ชักนำศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดมาสู่ชีวิตของเรา คือ “ความตาย”

# ความตายเป็นศัตรูของมนุษย์ทุกคน

# พระเยซู พระผู้เลี้ยงที่แสนดีของเรา เอาชีวิตของพระองค์เข้าแลกเพื่อช่วยชีวิตของเรา จากศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดนี้ จนในที่สุดเพื่อต้องการปกป้องเราไว้ พระองค์จึงพบกับความตายที่บนไม้กางเขน

# ผู้เลี้ยงที่ดีสละชีวิตของตนเพื่อแกะ

# แต่ที่สุดแล้วเพราะก็มีชัยชนะเหนือศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของเรานั้น

# “ศัตรู​ตัว​สุด​ท้าย​ที่​จะ​ถูก​ทำ​ลาย​คือ​ความ​ตาย”(1คร. 15:26)

# พระคริสต์ทรงพิชิตความตาย พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตาย

# ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงทรงสามารถช่วยแกะของพระองค์พ้นจากศัตรูตัวนี้แล้ว ความตายจึงไม่สามารถมีชัยต่อเราอีกต่อไป ต่อให้สักวันหนึ่งเราต้องตาย แต่แล้วเราก็จะเป็นขึ้นมาจากความตายอยู่ดี เพราะพระเยซูคริสต์ทรงมีชัยชนะต่อศัตรูตัวนี้เรา เราจึงปลอดภัยจากศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของมนุษย์ตัวนี้

การประยุกต์ใช้ :

– พระเยซูเป็นผู้เลี้ยงที่แสนดีของเรา ขอเพียงให้เราอยู่ใกล้พระองค์ อย่าถอยห่างจากพระองค์ อย่าทิ้งพระองค์ไปหาสิ่งไร้ค่าที่ไม่สามารถปกป้องเราได้ เพียงเท่านี้เราก็จะปลอดภัยในพระหัตถ์ของพระองค์อย่างแน่นอน

– ซ่อนตัวในพระผู้เลี้ยงที่ยิ่งใหญ่ จะปลอดภัยตลอดกาล

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:12) { ไม่ใช่ผู้เลี้ยงรับจ้าง }

แนวคิด :

– ​ผู้รับจ้างที่ดูแลแกะ

>> จะไม่คิดว่าแกะเป็นของเขา

>> จะละทิ้งแกะเมื่อหมาป่ามา

>> หมาป่าจะชิงแกะไปได้

>> แกะจะกระจัดกระจายไป

– แต่ สรรเสริญพระเจ้า พระเยซูไม่ใช่ผู้รับจ้าง ดังนั้น

>> พระองค์ปฎิบัติต่อแกะดังแกะเป็นของพระองค์

>>  พระเยซูจะไม่มีวันทอดทิ้งแกะเลย แม้ในยามที่แกะอย่างเราต้องเผชิญหน้ากับภยันตราย

>>  หมาป่าจะไม่สามารถชิงแกะไปได้ เพราะแกะรับการปกป้องโดยพระเยซูผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด

>> แกะจะไม่ต้องกระจัดกระจายไป เพราะพระเยซูทรงปกป้องและรวบรวมพวกเขาไว้

การประยุกต์ใช้ :

– เราเป็นแกะของพระเยซู พระเยซูทรงรักห่วงใยและจะปกป้องเรา เราไม่จำเป็นต้องหวั่นกลัวต่อศัตรู หรือปัญหาใดๆ เพราะพระองค์เป็นผู้พิทักษ์รักษาเรา

– เมื่อเรารู้และมั่นใจว่า เราเป็นของพระเยซู พระองค์ทรงเป็นเจ้าของเรา เราก็จะรู้แน่ว่า พระองค์จะปกป้องของที่เป็นของพระองค์อย่างแน่นอน

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:13) { ทรงห่วงใยเรา }

แนวคิด :

– ผู้เลี้ยงรับจ้าง ไม่ใช่เจ้าของแกะ ดังนั้นเขาจึงห่วงแต่ค่าจ้างของตน แต่ไม่ห่วงใยแกะจริงๆ

– แต่พระเยซูเป็นผู้เลี้ยงแท้ พระองค์เป็นเจ้าของแกะ พระองค์ไม่ห่วง ไม่หวง แม้แต่ชีวิตของพระองค์เอง พระองค์ทรงห่วงใยแกะของพระองค์อย่างแท้จริง

– เมื่อเราผู้เป็นแกะของพระองค์ ได้รู้เช่นนี้ เราก็ไม่จำเป็นต้องกังวลในเรื่องใดๆอีกแล้ว ดังใน 1ปต. 5:7 “จง​ละ​ความ​กระวน​กระวาย​ของ​ท่าน​ไว้​กับ​พระ​องค์ เพราะ​ว่า​พระ​องค์​ทรง​ห่วงใย​ท่าน​ทั้ง​หลาย​”

การประยุกต์ใช้ :

– ในมุมของผู้เลี้ยง หากเราเลี้ยงดูแกะของพระเจ้า ด้วยเห็นแก่ค่าจ้าง เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนที่จะได้รับในโลกนี้ เราก็ยังห่างไกลจากคำว่า ผู้เลี้ยง อยู่พอสมควรเลยทีเดียว

– ในมุมของ แกะของพระเจ้า เราเป็นของพระองค์ พระองค์ทรงห่วงใยเรา ดังนั้น เราไม่จำเป็นต้องกลัวหรือกังวลสิ่งใด

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:14) { รู้จักกัน }

แนวคิด :

– พระเยซูเป็นผู้เลี้ยงที่ดี พระองค์ทรงรู้จักแกะของพระองค์ รู้บุคลิกของเรา รู้จักความอ่อนแอของเรา รู้อันตรายก็กำลังจะเกิดขึ้นกับเรา รู้ความต้องการจริงๆของเรา

– พระเยซูเป็นผู้เลี้ยงที่ดี พระองค์ทำให้แกะของพระองค์รู้จักพระองค์ เรารับรู้ได้ว่าพระองค์เป็นเพื่อนของเรา พระองค์เปิดพระองค์เองเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา

การประยุกต์ใช้ :

– พระเยซูพร้อมที่จะคอยช่วยเหลือเราทุกเวลา ให้เราร้องทูลต่อพระองค์เถิด

– พระเยซูพร้อมที่เปิดเผยพระองค์เองแก่เราเพื่อให้เรารู้จักพระองค์ เพียงแค่เราเปิดใจแสวงหาพระองค์ เราจะรู้จักพระองค์มากขึ้นทุกวันๆ

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:15) { ความสัมพันธ์แนบแน่น }

แนวคิด :

– พระเยซูเป็นผู้เลี่ยงที่ดี พระองค์อธิบายความสัมพันธ์ของผู้เลี้ยงที่ดีกับลูกแกะของพระองค์ โดยเปรียบเหมือน ความสัมพันธ์ของพระเยซูกับพระบิดา

– พระเยซูรู้จักแกะของพระองค์ เหมือน พระบิดารู้จักพระเยซู

>> พระบิดารู้จักพระเยซู รู้จักแบบบิดารู้จักบุตรของตน รักบุตรของตนอย่างไม่มีเงื่อนไข

>>>> พระเยซูทรงรู้จักเรา เหมือนบิดารู้จักบุตรที่ตนรัก พระองค์รู้จักความอ่อนแอของเราและยังคงรักเราท่ามกลางความอ่อนแอของเรานั้น

– แกะของพระเยซูรู้จักพระองค์ เหมือน พระเยซูรู้จักพระบิดา

>> พระเยซูรู้จักพระบิดา รู้น้ำพระทัยของพระบิดา รู้สิ่งที่พระบิดาประสงค์ให้พระเยซูทรงกระทำในโลกนี้

>>>> เราผู้เป็นแกะของพระองค์ รู้น้ำพระทัยของพระเยซูสำหรับเราในโลกได้ โดยการเปิดเผยของพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ทรงสถิตในเรา

การประยุกต์ใช้ :

– ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเยซู แท้จริงแล้วเป็นความสัมพันธ์สนิทสนมลึกซึ้ง เหมือนดังความสัมพันธ์อันแนบแน่นของพระเจ้า ผู้ทรงเป็นตรีเอกานุภาพ พระบิดา พระบุตร พระวิญญาณบริสุทธิ์

– เราควรคาดหวังและพัฒนาความสัมพันธ์ของเรากับพระเยซู ให้มากขึ้น ให้สนิทแนบแน่นขึ้นทุกวันๆ อย่าพอใจแค่ในระดับความสัมพันธ์ในปัจจุบันที่มีอยู่เท่านั้น ความสัมพันธ์นี้สามารถพัฒนาไปได้มากกว่านี้อีกมาก และพระเยซูเองก็ปรารถนาให้เกิดการพัฒนาความสัมพันธ์ให้สนิทแนบแน่นมากยิ่งขึ้นกว่านี้เช่นกัน

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:16) { แกะคอกอื่น }

แนวคิด :

– พระเยซูเป็นผู้เลี้ยงที่ดี ยอมสละแม้แต่ชีวิตของตนเองเพื่อช่วยแกะ(ข้อ 15)

– พระเยซูสละชีวิตไม่เพียงเพื่อช่วยแกะแห่งวงศ์วานอิสราเอลเท่านั้น ยังเพื่อช่วยเราทั้งหลายผู้เป็นคนต่างชาติด้วย

– “แกะ​อื่น​ที่​ไม่​ได้​เป็น​ของ​คอก​นี้​เรา​ก็​มี​อยู่” พระเยซูใช้คำว่า “เราก็มีอยู่” หมายความว่า แกะเหล่านั้น ถึงแม้ไม่ได้อยู่ในคอกของอิสราเอล ก็เป็นของพระองค์ พวกเขามีพระเยซูเป็นเจ้าของ

– แกะทั้งหมดทั้งคอกนี้และคอกอื่น ที่เป็นของพระเยซู จะมีลักษณะเหมือนกัน คือ จะฟังเสียงของพระองค์ จะเป็นหนึ่งเดียวกัน และจะมีพระเยซูเป็นผู้เลี้ยงแต่เพียงผู้เดียว

การประยุกต์ใช้ :

– เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซู แม้ว่าไม่ได้เป็นอิสราเอลทางสายเลือด แต่เราเป็นอิสราเอลในฝ่ายวิญญาณ เราเป็นของพระองค์และพระเยซูทรงรักเราจนยอมตายเพื่อช่วยเราพ้นความตาย

– เราเป็นผู้เป็นแกะต่างชาติ พระเยซูจะเป็นผู้พาเรามาร่วมรับพันธสัญญาแห่งพระพร ที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้กับคนอิสราเอล ตั้งแต่ในพระคัมภีร์เดิม ด้วยเหตุนี้คำสัญญาทั้งสิ้นในพระคัมภีร์เดิมจึงเป็นคำสัญญาสำหรับเราด้วย

– เราผู้เป็นแกะของพระองค์ จะฟังเสียงของพระองค์ คือ เรารับรู้การสอนของพระเยซูได้ และ เราจะเชื่อฟังทำตามเสียงของพระองค์  วันนี้ขออย่าให้เราจงใจไม่ฟังพระองค์ ไม่แคร์พระองค์ หรือจงใจไม่เชื่อฟังพระองค์

– เราผู้เป็นแกะของพระองค์ เป็นแกะคอกเดียวกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และให้พระเยซูเป็นเจ้นายของเราแต่เพียงผู้เดียว

– แกะของพระเยซู สมควรทำตัว สมกับเป็นแกะของพระองค์

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:17) { ความรักอันสุดหวานซึ้ง }

แนวคิด :

– พระเยซูตรัสว่า “เพราะ​เหตุ​นี้​พระ​บิดา​จึง​ทรง​รัก​เรา” คือก็เหตุที่พระเยซูสละชีวิตของพระองค์เพื่อแกะของพระเจ้า

– ไม่ได้หมายความว่า เมื่อก่อนพระบิดาไม่ได้รักพระเยซู แล้วพอพระเยซูทำเช่นนั้น พระบิดาจึงหันมารักพระเยซู

– แต่หมายถึง การที่พระเยซูสละชีวิตของพระองค์เองเพื่อแกะ ตามคำสั่งของพระบิดานั้น เป็นการสำแดงออกถึงความรักอันหวานซึ้งอันสูงส่งที่สุดที่พระองค์มีต่อพระบิดา คือ ยอมเชื่อฟังแม้จนกระทั่งถึงความมรณาเพราะเหตุความรักที่มีต่อพระบิดา

– และด้วยการแสดงออกของความรักอันหวานซึ้งที่สุดนี้ พระบิดาจึงตอบรับด้วยความรักอันหวานซึ้งที่สุด ต่อพระบุตรเช่นเดียวกัน

– และเพราะเหตุที่พระเยซูเชื่อฟังพระบิดาจนถึงที่สุดกระทั่งความมรณา พระเยซูจึงเป็นผู้เดียวผู้สมควรได้รับเกียรติอันสูงสุดจากพระบิดา ด้วยการรับชีวิตที่เสียไปเพราะเชื่อฟังพระบิดานั้นกลับคืนมา แล้วรับการยกชูขึ้นสูงสุดเหนือนามทั้งปวง

การประยุกต์ใช้ :

– เราสามารถสำแดงความรักที่เรามีต่อพระเจ้าได้ โดยการเชื่อฟังพระองค์ และโดยการเชื่อฟังนั้น แม้ดูเหมือนว่าเราจะต้องสูญเสียสิ่งใดไปก็ตาม พระเจ้าจะประทานสิ่งที่ดีกว่า ประเสริฐกว่าที่เราสูญเสียไปเพราะเหตุเชื่อฟังพระองค์นั้น กลับให้แก่เรา อย่างมากมายจนเทียบกันไม่ได้เลย

– จงพิสูจน์ความรักที่มีต่อพระเจ้า ด้วยการยอมเชื่อฟังพระองค์เถิด

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:18) { เต็มใจตาย }

แนวคิด :

– พระเยซูตรัสว่า การที่พระเยซูจะสิ้นพระชนม์นั้น เพราะพระบิดาทรงใช้พระองค์มาเพื่อสิ้นพระชนม์ และ เป็นการเต็มใจของพระองค์เองไม่มีใครบังคับ

– พระเยซูมีสิทธิอำนาจที่จะสละชีวิต เพราะพระองค์เป็นเจ้าของชีวิต แต่มนุษย์ไม่ใช่เจ้าของชีวิตของตนเอง จึงไม่มีสิทธิที่จะสละชีวิต

– พระเยซูมีสิทธิอำนาจที่จะรับชีวิตกลับคืนมา ไม่ได้หมายความว่าพระองค์จะเป็นขึ้นมาจากความตายด้วยพระองค์เอง การเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูนั้นเกิดโดยพระบิดา ผ่านทางฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ (รม. 8:11) แต่หมายถึงพระเยซูมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะได้รับชีวิตกลับคืนมา เพราะพระองค์เชื่อฟังพระบิดาจนถึงที่สุด

การประยุกต์ใช้ :

– พระเยซูเต็มใจตายเพื่อเรา

– พระเยซู พระบุตรของพระเจ้าผู้บังเกิดมาเป็นมนุษย์ พระองค์ทรงเป็นเจ้าของชีวิต พระองค์จึงเป็นผู้เดียวผู้สามารถสละชีวิตที่พระองค์เป็นเจ้าของได้

– ทั้งสิ้นนี้เป็นแผนการของพระเจ้า ผู้ทรงรักเราอย่างที่สุด เสด็จมาเพื่อช่วยเราพ้นนรก

– เพราะพระเยซูทำเช่นนั้นจึงมีสิทธิอำนาจที่จะรับการชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตาย เพื่อเราทั้งหลายผู้อยู่ในพระเยซู จะมีสิทธิเป็นขึ้นมาจากความตายเหมือนอย่างพระเยซูด้วย

– พระเจ้าทรงรักเราอย่างที่สุด ทรงมีแผนเพื่อช่วยเรา ให้ได้พ้นนรกและเข้าในสง่าราศีชั่วนิรันดร์ โดยพระองค์ยอมจ่ายราคาที่แสนแพงนั้นเพื่อเรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:19) { แยกฝั่งกัน }

แนวคิด :

– คำสอนเหล่านี้ หมายถึง คำสอนว่าพระเยซูเป็นผู้เลี้ยงที่ดี พระเยซูสละชีวิตเพื่อแกะ พระเยซูมีสิทธิอำนาจในการสละชีวิตและในการได้รับชีวิตกลับคืนมา

– พวกเขาขัดแย้งทางความคิดกัน ว่า จะรับพระเยซู หรือ จะต่อต้านพระเยซู

– ขัดแย้งทางความคิดนี้ เคยเกิดขึ้นแล้ว ในเรื่องพระเยซูเป็นผู้ใด (ยน. 7:43) และขัดแย้งกันเรื่อง ชายตาบอด (ยน. 9:16)

การประยุกต์ใช้ :

– คำสอนของพระเยซู แยกพวกของความมืด ออกจากพวกของความสว่าง   แยกผู้ที่เชื่อและผู้ที่ดื้อรั้นไม่ยอมเชื่อ ออกจากกัน

– เมื่อความจริงแห่งพระคำของพระเจ้าถูกกล่าวออกไป จะมีผลต่อผู้ที่ได้ยินได้ฟังเสมอ คือ จะแยกผู้เชื่อ และ ผู้ไม่เชื่อออกจากกัน

– เราไม่ควรคาดหวังว่า ทุกคนจะเห็นด้วยกับเรา เมื่อเรานำพระคำของพระเจ้ามาใช้ในชีวิตของเรา

– เมื่อเราเชื่อฟัง ทำตามพระคำของพระเจ้า แน่นอนจะมีบางคน ขัดแย้งกับเรา

– วันนี้เมื่อเราฟังพระคำของพระเจ้า เราจะแยกไปอยู่ฝั่งใด ฝั่งเชื่อจึงทำตามพระคำ หรือ ฝั่งได้ยินแต่ไม่เชื่อจึงไม่ทำตาม

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:20) { พระเยซูเป็นคนอย่างไร? }

แนวคิด :

– พวกยิวหลายคน กล่าวหาพระเยซูว่า มีผีสิง และ เป็นบ้า

– มีผีสิง คือ ถูกลูกน้องของมาร เข้าควบคุมชีวิต เป็นพวกมาร ไม่ได้มาจากพระเจ้า

– เป็นบ้า ไม่ได้หมายถึง ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ แต่หมายถึงทำสิ่งประหลาดที่คนทั่วไปเขาไม่ทำกัน

– ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงไม่เชื่อสิ่งที่พระเยซูพูด และยังบอกคนอื่นไม่ให้เชื่อด้วย

การประยุกต์ใช้ :

– พระเยซูประกาศว่า พระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้า มาเพื่อช่วยโลก ทางเดียวที่มนุษย์จะรอดพ้นนรกได้ คือ เชื่อวางใจในพระองค์

– เราคิดว่าพระองค์เป็นคนเช่นใด?

>>> เป็นคนหลอกลวงพูดโกหกอุปโลกน์เรื่องขึ้นมาเอง

>>> เป็นคนบ้า พูดเพ้อเจ้อ ไม่มีมูลความจริง

>>> เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า จริงตามที่พระองค์ตรัสนั้น

– สำหรับข้าพเจ้า พระเยซู ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า จอมเจ้านายที่รักของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอเชื่อในทุกถ้อยคำที่พระองค์ทรงตรัสนั้น

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:21) { ไตร่ตรองอย่างเป็นธรรม }

แนวคิด :

– พวกยิวบางคน โต้แย้งพวกยิวที่ใส่ร้ายพระเยซูว่า มีผีสิง

– โดยโต้แย้งว่า ผีไม่อาจทำสิ่งดีอย่างที่พระเยซูทำได้หรอก

– เมื่อใครก็ตาม สังเกต มองดู ไตร่ตรอง สิ่งที่พระเยซูพูดและสิ่งที่พระเยซูทรงกระทำ เขาจะพบความจริงว่า พระเยซู ทรงพูดความจริง และพระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดที่แท้จริง

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้หากเราไตร่ตรอง สิ่งที่พระเยซูทรงกระทำในชีวิตของเราในอดีตที่ผ่านมา เราจะรู้แน่ว่า พระเยซูเท่านั้นเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ไม่มีทางอื่นที่จะช่วยเราได้อย่างแท้จริง

– สิ่งที่พระเยซูได้ทรงกระทำ ได้ทรงเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราในอดีตที่ผ่านมา เป็นสิ่งยืนยันได้ว่า วันนี้พระองค์เป็นผู้นั้นที่เราสามารถไว้วางใจในพระองค์ได้

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:22) { ยังคงประกาศต่อไป }

แนวคิด :

– เทศกาล​ฉลอง​พระวิหาร ปัจจุบันเรียกว่า ​“เทศกาล​ฮา​นุค​คาห์” ​​เป็น​เทศกาล​ฉลอง​เพื่อ​ระลึก​ถึง​การ​ซ่อมแซม ​และการ​ชำระ​พระวิหาร​ ใน​ปี ​164 ​ก่อน ​ค.ศ. เนื่องจากก่อนหน้านั้น​​กษัตริย์อันทิ​โอคัส ​เอพิ​ฟาเนส ​แห่ง​ซีเรีย​ บุกเข้ามา​ยึดครองและทำ​ให้พระวิหาร​เป็น​มลทิน​ด้วย​สัตว์​สกปรก ​และ​รูป​เคารพ​ต่างๆ ​ต่อในผู้นำ​​ชาวยิว​ ชื่อ ​ยูดาส ​มัค​คาเบียส ​ได้เข้ามายึดคืน และทำการชำระพระวิหารเสียใหม่ เทศกาลฉลองนี้จะกินเวลา 8 วัน

– เทศกาลนี้ ห่างจากเทศกาลอยู่เพิง ในข้อก่อนหน้านี้ ประมาณ 2 เดือน

– ดูเหมือนว่า แม้พวกยิวจะต่อต้าน ดูถูก หมิ่นประมาท พระเยซู แต่พระองค์ยังคงอยู่ในบริเวณเยรูซาเล็มต่อไป เพื่อจะทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าให้สำเร็จ

การประยุกต์ใช้ :

– การต่อต้าน หรือการไม่ยอมรับ การประกาศข่าวประเสริฐของเรา ไม่ได้เป็นเหตุที่จะทำให้เราหยุดประกาศ ณ ที่นั่น

– เพราะว่าในที่ที่มีคนต่อต้านข่าวประเสริฐนั้น มีบางคนที่กำลังเปิดใจต่อข่าวประเสริฐอยู่ที่นั่นเช่นกัน (เช่นใน ยน.10:42)

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:23) { ใช้โอกาสเพื่อรับใช้ }

แนวคิด :

– เฉลียง​ของ​ซา​โลมอน ​เป็น​เฉลียง​ด้าน​ตะวันออก​ของ​พระ​วิหาร มีกำแพงล้อมรอบ เหมาะที่ประชาชนมารวมตัวกัน ในทุกฤดู (กจ. 3:11; กจ. 5:12) รวมทั้งในฤดูหนาวเช่นนี้ด้วย เพราะไม่หนาวเกินไป

– ในเทศกาลฉลองพระวิหาร ถึงแม้ไม่ใช่เทศกาลที่พระเจ้ากำหนด แต่มนุษย์กำหนดขึ้นเองภายหลัง แต่ถึงกระนั้นพระเยซูยังคงใช้โอกาสของเทศกาลนี้ ปรากฏตัวในพระวิหารบริเวณที่มีผู้คนอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อทำให้แผนการของพระบิดาสำเร็จ

การประยุกต์ใช้ :

– พระเยซูทรงใช้ทุกโอกาส เพื่อทำให้น้ำพระทัยของพระบิดาสำเร็จ

– พระองค์จงใจปรากฏตัวในที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก เพื่อให้แผนการของพระบิดาสำเร็จ

– เราเองก็ควรมองหาและใช้ทุกโอกาสที่เปิดออกเพื่อประกาศข่าวประเสริฐ โดยไม่ต้องรอว่า ต้องเป็นวันคริสตมาส เท่านั้น

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:24) { ยังสงสัยอยู่ }

แนวคิด :

– ที่ในพระวิหารบริเวณเฉลียงของซาโลมอน พวกยิวมารุมล้อมพระเยซู แล้วบอกพระเยซูว่า ทำไมทำให้พวกเขาสงสัยอยู่ได้ ถ้าพระเยซูเป็นพระคริสต์ก็บอกมาตรงๆเลย

– พวกเขาหาว่า พระเยซูทำให้พวกเขาสงสัยเพราะไม่ยอมบอก แต่ความจริงแล้ว พวกเขาเองต่างหากที่สงสัย ทั้งที่พระเยซูบอกไปตั้งหลายครั้งแล้ว พวกเขาเลือกที่จะไม่เชื่อเอง

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้ หากเรายังสงสัยอยู่ ไม่ใช่เพราะพระเยซูยังไม่ได้ทำอะไรบางอย่าง แต่เป็นเพราะเราเลือกที่จะยังไม่เชื่ออยู่เท่านั้นเอง

– ชีวิตของเราจะเปลี่ยนแปลงไป เมื่อเราเริ่มตัดสินใจเชื่ออย่างจริงจังมากขึ้นอีก ว่า สิ่งที่พระเยซูตรัสนั้นเป็นความจริง และจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:25) { สิ่งที่ทรงทำเป็นพยานยืนยัน }

แนวคิด :

– พระเยซูทรงตอบพวกยิว ที่เขาคิดว่าพระองค์ไม่ได้บอกพวกเขาว่า พระองค์เป็นใคร

– พระเยซูตอบว่า พระองค์บอกแล้ว ซึ่งพระเยซูบอกมาหลายครั้งแล้ว เช่น ยน. 5:19, 8:36, 8:56, 8:58, 9:36 แต่พวกเขาไม่ยอมเชื่อ

– พระเยซูอธิบายว่า การอัศจรรย์ที่พระเยซูทำโดยฤทธิ์อำนาจของพระบิดา ก็ยังยืนยันด้วยว่า พระองค์เป็นใคร

– สิ่งที่พระเยซูทำ เช่น รักษาคนป่วย , ขับผีออก, รักษาคนโรคเรื้อน, ทำให้คนตาบอดมองเห็น , ทำให้คนหูหนวกกลับได้ยิน , ทำให้คนใบ้พูดได้ ,  ทำให้คนง่อยเดินได้ และทำให้คนตายเป็นขึ้นมาจากความตาย

การประยุกต์ใช้ :

– สิ่งที่พระเยซูทรงกระทำในชีวิตของเรา ในอดีตที่ผ่านมาเป็นสิ่งยืนยันว่า พระองค์เป็นใครสำหรับชีวิตของเรา

– พวกยิวแม้ได้ยิน ได้เห็น สิ่งที่พระเยซูทรงกระทำแล้ว แต่พวกเขาก็ยังไม่ยอมรับพระองค์อยู่ดี ขออย่าให้เรามีจิตใจที่แข็งกระด้างเหมือนอย่างพวกยิวเหล่านั้น

– วันนี้ พระเยซูทรงเป็นใครในชีวิตของเรา?

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:26) { เชื่อจริง? }

แนวคิด :
– พระเยซูบอกพวกยิว ที่ไม่ยอมเชื่อพระองค์ว่า เหตุที่พวกเขาไม่เชื่อเพราะพวกเขาไม่ใช่แกะของพระองค์
– วิธีดูว่า ใครเป็นแกะของพระองค์หรือไม่ ดูได้จาก เขาเชื่อสิ่งที่พระเยซูตรัสหรือไม่

การประยุกต์ใช้ :
– เราเป็นแกะของพระเยซู เราจะเชื่อ คำตรัสของพระเยซู
– คนที่เชื่อจริง จะสำแดงผลแห่งความเชื่อจริงออกมาเสมอ
– เมื่อเชื่อจริง ความคิด และค่านิยม จะถูกเปลี่ยนไปให้สอดคล้องกับความเชื่อนั้น
– เช่น คนที่เชื่อว่า อธิษฐานแล้วสถานการณ์จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีกว่าใช้วิธีใดๆ คนๆนั้นจะอธิษฐาน
– คนที่เชื่อว่า แสวงหาพระเจ้าก่อนแล้วสิ่งทั้งปวงจะตามมา เขาจะเลิกทุ่มเทหาสิ่งทั้งปวงแต่จะหันมาทุ่มเท หาพระเจ้า
– ยิ่งคิดยิ่งไตร่ตรอง ก็ทำให้พบความจริงว่า เรายังห่างไกลกับคำว่า “เชื่อจริง” อยู่อีกมากโขเลยทีเดียว
– แกะของพระเยซู ต้องพัฒนาในการเชื่อพระเยซู ให้มากขึ้น เข้มข้นขึ้นทุกๆวัน

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:27) { แกะของพระเยซู }

แนวคิด :

– พระเยซูบอกกับพวกยิวว่า ถ้าเป็นแกะของพระเยซูจะเชื่อและเชื่อฟังสิ่งที่พระเยซูตรัส แต่พวกเขาไม่เชื่อและไม่เชื่อฟัง

– ถ้าเป็นแกะของพระเยซู จะดำเนินตามสิ่งที่พระเยซูทรงดำเนินนั้น แต่พวกเขาไม่ตาม

– พระเยซูทรงรู้จักผู้ที่เป็นแกะของพระองค์ พระองค์ทรงรู้ว่าใครที่เชื่อพระองค์จริงๆ หรือ ใครเพียงแค่พูดว่าเขาเชื่อพระองค์ แต่ไม่ได้เชื่อพระองค์จริงๆ

การประยุกต์ใช้ :

– เราเป็นแกะของพระองค์ พระองค์ทรงรู้จักเรา พระองค์รู้ว่าเราทำได้แค่ไหน พระองค์รู้ความตั้งใจของเรา

– เราเป็นแกะของพระองค์ สิ่งที่ควรเกิดขึ้นในใจของเรา คือ ความปรารถนาอยากจะเชื่อพระองค์ อยากจะเชื่อฟังพระองค์ อยากดำเนินชีวิตในทางที่พระองค์ปรารถนาให้เราดำเนินไป

– หากความปรารถนาเช่นนี้ ไม่ได้เกิดขึ้น สิ่งที่ควรตั้งข้อสงสัยกับตนเองคือ เราเป็นแกะของพระองค์จริงๆหรือเปล่า

– แต่หากเรามีความปรารถนาเช่นนี้ และยังทำได้ไม่ดีนัก พระองค์ทรงรู้จักและเข้าใจเรา ขอเพียงเราถ่อมใจลง ขอความช่วยเหลือจากพระองค์ พระองค์จะทรงช่วยเราให้ เชื่อ เชื่อฟัง และ ดำเนินตามทางของพระองค์ เป็นแน่ เพราะว่าเราเป็นแกะของพระองค์

– แกะของพระเยซู จะยินดี เต็มใจที่จะร่วมมือกับพระองค์ ในการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้เป็นอย่างที่พระองค์พอพระทัย

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:28) { แกะของพระเยซูจะปลอดภัย }

แนวคิด :

– พระเยซูตรัสว่า สำหรับแกะของพระองค์นั้น จะได้รับชีวิตนิรันดร์ คือ “ไม่​ถูก​พิ​พาก​ษา แต่​ผ่าน​พ้น​ความ​ตาย​ไป​สู่​ชีวิต​แล้ว” (ยน. 5:24)

– แกะเหล่านั้นจะไม่พินาศ ไม่ถูกลงโทษในบึงไฟนรก

– ไม่มีพลังอำนาจใดๆ ไม่ว่าของมนุษย์หรือของวิญญาณชั่ว จะสามารถมาขโมยแกะนั้นไปจากพระเยซูได้

“เพราะ​ว่า​ท่าน​ตาย​แล้ว และ​ชีวิต​ของ​พวก​ท่าน​ซ่อน​ไว้​กับ​พระ​คริสต์​ใน​พระ​เจ้า” (คส. 3:3)

การประยุกต์ใช้ :

– ผู้ที่เป็นแกะของพระเยซูจะปลอดภัย พ้นการพิพากษา และ ไม่มีอำนาจใดๆมาพรากเขาไปจากพระเยซูได้ แม้แต่อำนาจความตาย

– ผู้ที่ไม่ฟังเสียงของพระเยซู ผู้ที่ไม่เชื่อคำของพระเยซู ก็ไม่ใช่แกะของพระเยซู ก็จะไม่ได้อยู่ในการปกป้องของพระเยซู

– เมื่อเราเชื่อคำตรัสของพระเยซู และตั้งใจอย่างจริงใจที่จะเชื่อฟัง ไม่ว่าเราทำได้ดีมากน้อยแค่ไหน เราก็เป็นแกะของพระองค์ ตราบที่เราตั้งใจจะเดินตามพระองค์ ขอความช่วยเหลือจากพระองค์ พระองค์ก็พร้อมที่จะช่วยเราให้เดินไปตามทางนั้น

– เราเป็นแกะของพระองค์ ก็เพราะเราเชื่อ ตราบเท่าที่เราเชื่อ ไม่มีใครพรากเราไปจากพระองค์ได้ แต่ถ้าเราเลิกเชื่อ ก็คือเราเลือกที่จะไม่ต้องการเป็นแกะของพระองค์อีกต่อไป เมื่อเราไม่เชื่อเราจึงไม่ใช่แกะของพระองค์

– แกะของพระเยซูจะปลอดภัยอยู่ในอ้อมแขนของพระองค์

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:29) { ปลอดภัย 2 เท่า }

แนวคิด :

– พระเยซูตรัสว่า แกะของพระองค์จะได้รับการปกป้องทั้งจากพระองค์และจากพระบิดา

– พระบิดาทรงเป็นใหญ่กว่าทุกสิ่ง ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีทางที่มีผู้ใดหรือสิ่งใด สามารถช่วงชิงแกะนั้นไปจากพระบิดาได้ ไม่ว่าจะเป็น วิญญาณชั่วหรือมนุษย์คนใดๆ แกะนั้นจะปลอดภัยอย่างแน่นอน

การประยุกต์ใช้ :

– ผู้ที่วางใจในพระเยซู จะเป็นแกะของพระองค์ ผู้นั้นจะปลอดภัย

– ผู้ที่เกรงกลัวพระเจ้า จะไม่ต้องกลัวสิ่งใดเลย

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:30) { พระเยซูทรงเป็นพระเจ้า }

แนวคิด :

– ข้อนี้สั้นๆ แต่มีความหมายลึกซึ้งมาก ในภาษาอังกฤษ(และภาษากรีก) ใช้ประโยคสั้นๆว่า I and the Father are one.

– เป็นอันหนึ่งอันดียวกันในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แต่หมายถึง เป็นหนึ่งเดียวกัน

– “ เรา​กับ​พระ​บิดา​เป็น​หนึ่ง​เดียวกัน”

– นี่เป็นคำประกาศว่า “พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้า”

– ข้อก่อนหน้านี้ พระเยซูตรัสว่า “…พระบิดาเป็นใหญ่กว่าทุกสิ่ง…” (ข้อ29) เหนือกว่าเหล่าทูตสวรรค์และทุกสรรพสิ่ง ไม่มีผู้ใดยิ่งใหญ่กว่าพระองค์อีกแล้ว พระบิดาทรงเป็นพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด

– ในข้อนี้ พระเยซูตรัสต่อว่า พระองค์และพระบิดา เป็นหนึ่งเดียวกัน นั่นก็คือ การประกาศว่า พระเยซูทรงเป็นพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด นั่นเอง

การประยุกต์ใช้ :

– มาถึงข้อนี้ พระเยซูประกาศตัวแล้วว่า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าใหญ่ยิ่งสูงสุด

– พวกยิวไม่เชื่อ หาว่าพระเยซูเป็นจอมหลอกลวง เป็นผู้โกหก พวกเขาจึงไม่มีส่วนใดๆสำหรับการเสด็จมาของพระเยซู เพื่อช่วยพวกเขาให้รอด

– วันนี้ เราเชื่อไหมว่า พระเยซู ชายผู้ที่เกิดในประเทศอิสราเอลเมื่อ 2,000 ปีก่อน พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าใหญ่ยิ่งสูงสุด?

– วันนี้ เราเชื่อไหมว่า ที่พระเยซูผู้นี้ประกาศไว้ เมื่อ 2,000 ปีก่อน ว่าใครต้อนรับพระองค์ วางใจในพระองค์ จะไม่พินาศ แต่จะได้รับชีวิตนิรันดร์?

– วันนี้ เราจะตอบสนองต่อคำประกาศของพระเยซูนี้อย่างไร?

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:31) { ผิดถลำลึก }

แนวคิด :

– พวกยิวเคยหยิบก้อนหินจะขว้างพระองค์ให้ตายมาแล้วครั้งหนึ่ง (ยน. 8:59)

– ตามบัญญัติของโมเสส หากใครที่พูดเหยียดหยามพระเจ้า จะถูกลงโทษด้วยการให้ประชาชนเอาหินขว้างเขาจนตาย (ลนต. 24:14-16)

– ครั้งนี้พระเยซู นำข่าวแสนประเสริฐมาสู้พวกเขา คือ ถ้าเขาเป็นแกะของพระเยซู พวกเขาจะปลอดภัย พ้นการพิพากษา

– แต่เพราะพวกเขาไม่เชื่อ ในสิ่งที่พระเยซูทรงตรัส ถ้อยคำที่เขาได้ยินกลับทำให้เขาถลำลึกเข้าไปในความผิดมากยิ่งกว่าเดิม ด้วยการพยายามฆ่าพระเยซู

การประยุกต์ใช้ :

– เมื่อเราได้ยินถ้อยคำจากพระคำของพระเจ้า

– หากเราเชื่อแล้วนำไปปฏิบัติด้วยความเชื่อฟัง ถ้อยคำนั้นจะเป็นพระพรมากมายสำหรับชีวิตของเรา

– หากเราไม่เชื่อ จึงปฏิบัติตรงกันข้ามกับสิ่งที่พระคำของบอกนั้น (เช่น พระคำบอกว่า “อย่ากลัวเลย”  เราก็ “กลัวจังเลย”) สิ่งนั้นจะนำความเสียหายมาสู่ชีวิตของเรา

– อย่าเป็นเหมือนพวกยิวที่ไม่เชื่อคำตรัสของพระเยซู จนทำผิดยิ่งขึ้นไปอีก แต่จงเชื่อฟังและทำตามพระคำของพระองค์เถิด

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:32) { อกตัญญูต่อพระเยซู }

แนวคิด :

– พระเยซูทรงกระทำหมายสำคัญที่ดีมากมาย รวมทั้งในเยรูซาเล็มด้วย

– (ยน. 2:23) “ขณะ​พระ​องค์​ประ​ทับ​ที่​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม​ใน​เทศ​กาล​ปัส​กา​นั้น มี​คน​จำ​นวน​มาก​วางใจ​ใน​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์ เพราะ​พวก​เขา​เห็น​หมาย​สำ​คัญ​ที่​พระ​องค์​ทรง​ทำ”

– และที่มีบันทึกในพระธรรมยอห์น ได้แก่ พระเยซูทรงรักษาชายที่ป่วยมา 38 ปี(ยน.5) และรักษาชายตาบอดแต่กำเนิด(ยน.9)

– พระเยซูทรงทำสิ่งดีมากมายในพระนามพระบิดา ซึ่งเป็นการยืนยันว่าพระองค์มาจากพระบิดา

– พระเยซูจึงถามพวกยิวที่จะเอาหินขว้างพระองค์ให้ตายว่า มีความดีใดๆหรือที่พวกเขาไม่พอใจ จนถึงกับจะฆ่าพระองค์ให้ตาย

การประยุกต์ใช้ :

– ทั้งที่พระเยซูทรงทำสิ่งดีแก่ชนชาติยิว แทนที่พวกยิวจะขอบคุณ หรือ ซาบซึ้งในพระคุณของพระเยซู แต่พวกเขากลับอกตัญญู ตอบสนองพระองค์ด้วยความเกลียดชัง เพราะว่าพวกเขาไม่ยอมเชื่อ ในคำตรัสของพระเยซู ว่า พระองค์มาจากพระบิดา

– การไม่เชื่อ จะทำให้เราตอบสนอง อย่างอกตัญญูต่อพระเยซู

– อย่ายอมประณีประนอมต่อการไม่เชื่ออีกต่อไป เพราะมันจะนำพาให้เรา อกตัญญูต่อพระเยซู

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:33) { เลือกเชื่อสิ่งที่ผิด }

แนวคิด :

– พวกยิวไม่อาจปฎิเสธได้ว่า พระเยซูทำสิ่งดี ทำสิ่งอัศจรรย์มากมายในฐานะตัวแทนของพระเจ้า พวกเขาจึงเบี่ยงประเด็นไปพูดว่า ฉันไม่สนหรอกว่าแกทำสิ่งดีมากแค่ไหน แต่แกพูดหมิ่นประมาทพระเจ้า แกต้องตาย

– (ลนต. 24:16) ผู้​ใด​เหยียด​หยาม​พระ​นาม​พระ​ยาห์​เวห์​จะ​ต้อง​ถูก​ลง​โทษ​ถึง​ตาย ให้​ชุม​นุม​ชน​ขว้าง​เขา​เสีย​ให้​ตาย คน​ต่าง​ด้าว​หรือ​ชาว​เมือง​ก็​ดี เมื่อ​เขา​เหยียด​หยาม​พระ​นาม จะ​ต้อง​ถูก​ลง​โทษ​ถึง​ตาย

– พวกยิวบอกว่า พระเยซูหมิ่นประมาทพระเจ้า เพราะพระเยซูเป็นมนุษย์แต่ตั้งตัวเป็นพระเจ้า  ที่พระเยซูตรัสใน  ยน. 10:30 “เรา​กับ​พระ​บิดา​เป็น​อัน​หนึ่ง​อัน​เดียว​กัน”

การประยุกต์ใช้ :

– พวกยิวไม่เชื่อ ว่าพระเยซูมาจากพระเจ้า ทั้งที่พระเยซูสำแดงให้พวกเขาเห็นอย่างชัดเจน ด้วยหมายสำคัญและการอัศจรรย์ต่างๆ

– พวกยิวเลือกเชื่อว่า พระเยซูไม่ได้มาจากพระเจ้า พระองค์เป็นเพียงมนุษย์ เขาเลือกเชื่อสิ่งที่ผิดเพราะเพียงสิ่งที่พระเยซูทรงสอน ขัดแย้งกับความคิดของพวกเขา

– เมื่อพวกยิวเชื่อผิด ดังนั้น สิ่งดีงามที่พระเยซูทรงกระทำ และทรงสั่งสอน แทนที่จะทำให้พวกเขาคุกเข่าลงสรรเสริญพระเจ้า กลับทำให้พวกเขาก้มตัวลงหยิบก้อนหินขึ้นมาขว้างพระเยซูให้ตาย

– วันนี้หากถ้อยคำในพระคำของพระเจ้า ขัดแย้งกับความคิดของเรา อย่าให้เรามีใจแข็งกระด้างเหมือนอย่างพวกยิว แต่ถ่อมใจลง ยอมเชื่อฟังตามพระคำของพระเจ้า แล้วสิ่งที่เรากำลังเผชิญนี้จะนำมาซึ่งการสรรเสริญพระเจ้าในชีวิตของเรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:34) { เลือกเชื่อบางข้อ }

แนวคิด :

– พระเยซูทรงตอบพวกยิว ด้วยข้อความในพระคัมภีร์เดิม ที่พวกเขานับถือ โดยอ้าง สดด. 82:6 ว่า ขนาดบรรดาผู้วินิจฉัย ​ผู้นำ ​ผู้​ครอบครอง​ใน​สมัย​ของ​พระคัมภีร์​เดิม ยังเรียกว่า “พระ” (elohim) เลย

– ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด พระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า ทรงกระทำหมายสำคัญ ยืนยันว่าพระองค์เป็นมาจากพระเจ้า แล้วพระเยซูบอกว่าทรงเป็นพระเจ้า มันจะผิดได้อย่างไร

การประยุกต์ใช้ :

– สาเหตุที่พวกยิว ไม่เชื่อและต่อต้านพระเยซู ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่เชื่อพระคัมภีร์ แต่เพราะเขาเชื่อพระคัมภีร์แค่บางข้อ เชื่อเฉพาะข้อที่ถูกใจพวกเขาเท่านั้น ส่วนข้อใดที่ขัดแย้งกับความคิดของเขา พวกเขาไม่เชื่อ

– (2ทธ. 3:16) พระ​คัม​ภีร์​ทุก​ตอน​ได้​รับ​การ​ดลใจ​จาก​พระ​เจ้า และ​เป็น​ประ​โยชน์​ใน​การ​สอน การ​ตัก​เตือน​ว่า​กล่าว การ​แก้ไข​สิ่ง​ผิด และ​การ​อบ​รม​ใน​ความ​ชอบ​ธรรม

– เราจำเป็นต้องเชื่อและเชื่อฟัง พระคัมภีร์ทุกตอน ไม่ใช่เลือกเชื่อและเชื่อฟังเฉพาะข้อที่เราสบายใจเท่านั้น

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:35) { พระวจนะอันน่าเกรงขาม }

แนวคิด :

– พระเยซูตรัสโดยอ้างถึง สดด.82:6 ว่า ผู้ที่รับคำสั่งจากพระเจ้า เป็นเพียงผู้รับใช้ของพระเจ้า ก็ยังถูกเรียกว่าเป็นพระ ก็เพราะว่า พระวจนะของพระเจ้านั้นสำคัญ และสมควรให้เกียรติอย่างสูงยิ่ง

– พระเยซูตรัสอีกว่า พระวจนะของพระเจ้าเป็นสิ่งเด็ดขาด จะฝ่าฝืน หรือ จะเปลี่ยนแปลงไม่ได้เลย

– ทุกคน รวมทั้งพวกยิวด้วย ต้องยำเกรงและเชื่อฟังพระวจนะของพระเจ้า อย่างเคร่งครัด

การประยุกต์ใช้ :

– พระวจนะของพระเจ้านั้น สูงส่ง และ น่าเกรงขาม สมควรที่เราจะเคารพ ยำเกรง และให้เกียรติพระวจนะของพระเจ้า

– ขนาดแค่ ผู้ส่งสาร ยังได้รับเกียรติมากมายขนาดนั้น แล้ว ตัวพระวจนะเอง สมควรที่เราจะยำเกรงและเชื่อฟัง มากยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด

– วันนี้ เราให้เกียรติพระวจนะของพระเจ้า ด้วยการรักที่จะอ่าน รักที่จะฟัง รักที่จะเชื่อฟัง กระทำตาม พระวจนะของพระเจ้ามากเพียงใด?

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:36) { เหตุผลจอมปลอม }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิบายให้พวกยิวฟังว่า ในสดด.82 ยังเรียกผู้วินิจฉัย และผู้ส่งสารของพระเจ้าว่าเป็นพระ แล้วทำไมพระเยซูจึงถูกกล่าวหาว่า หมิ่นประมาทพระเจ้า เพราะเรียกตนเองว่าเป็นบุตรของพระเจ้า ทั้งที่พระเจ้าทรงยืนยันการเสด็จมาของพระเยซู ด้วยหมายสำคัญและการอัศจรรย์มากมาย

– พวกยิวกล่าวหาพระเยซู ผู้ที่พระบิดาทรงแต่งตั้งมา และทรงใช้มา โดยกล่าวหาว่า พระเยซูพูดผิดร้ายแรง ทั้งที่พระเยซูตรัสอย่างถูกต้องที่สุด

– เหตุที่พวกยิว ทำผิดพลาดมากถึงเพียงนี้ ก็เพราะพวกเขามีทิฐิ ถือว่าความคิดของตนเองถูกต้อง โดยไม่เอาใจใส่ดูว่า จริงๆแล้วพระคำของพระเจ้าพูดไว้ว่าอย่างไร เขาจึงกล่าวหาคนที่ควรจะยกย่อง

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้ ขอพระเจ้าช่วยเรา ที่พระคำของพระเจ้า จะมีชัยเหนือความคิดและเหตุผลจอมปลอมของเรา ที่มันตั้งตัวขึ้นต่อต้าน พระคำของพระเจ้าที่มาถึงเราในแต่ละวัน

– พระคำของพระเจ้าพูดอย่างไรเกี่ยวกับสถานการณ์ของเราในวันนี้?

– พระคำของพระเจ้าเรียกร้องให้เราทำอะไร กับคนรอบข้างเราในวันนี้

– อย่ายอมให้เหตุผลจอมปลอมในความคิดของเรา มีชัยต่อพระวจนะของพระเจ้า

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:37) { ถ้าไว้ใจไม่ได้ ก็อย่าวางใจ }

แนวคิด :

– พระเยซูตรัสกับพวกยิวว่า ถ้าพวกเขาสังเกตได้ ยืนยันได้ พิสูจน์ได้ ว่า การอัศจรรย์ต่างๆที่พระเยซู ทรงกระทำ ไม่ได้เป็นพระราชกิจของพระเจ้า พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องเชื่อวางใจในพระองค์เลย

– แต่ความจริงคือ พวกเขาสังเกตได้ รับรู้ได้ เห็นอย่างชัดเจนว่า สิ่งที่พระเยซูทำนั้นเป็นพระราชกิจของพระเจ้า ด้วยเหตุนี้พวกเขาสมควรอย่างยิ่งที่จะเชื่อวางใจในพระเยซู

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้ สิ่งที่พระเยซูทรงกระทำแก่เรา ในอดีตที่ผ่านมา สมควรหรือไม่ที่เราจะวางใจในพระองค์

– กี่ครั้งแล้ว ที่พระเยซูช่วยเราผ่านมาได้อย่างอัศจรรย์? เมื่อมองย้อนกลับไปอาจไม่รู้ว่าผ่านมาได้อย่างไร รู้แต่ว่ามันผ่านมาแล้ว และทุกอย่างก็กลายเป็นพร

– ถ้าพระเยซูไว้ใจไม่ได้ก็อย่าวางใจในพระองค์ แต่ถ้าพระองค์ไว้ใจได้ ได้เวลาแล้วที่เราจะวางใจในพระองค์อย่างสุดหัวใจ

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:38) { อยากให้รู้และเข้าใจ }

แนวคิด :

– ทั้งที่พวกยิวพยายามจะฆ่าพระเยซู พระองค์ยังคงอยากให้พวกเขา รู้จักและเข้าใจความจริง

– ความจริงที่ว่า พระบิดาอยู่ในพระเยซู และ พระเยซูอยู่ในพระบิดา ซึ่งหมายความว่า พระเยซูและพระบิดามีฤทธิ์อำนาจเดียวกัน

– โดยพระเยซูบอกพวกเขาว่า เอาเถอะ!!! แม้ไม่อยากเชื่อคำพูดของเรา ก็ขอพิจารณาดูสิ่งที่เราทำก็ได้ สิ่งเหล่านั้นยืนยันได้ว่าพระบิดาทรงอยู่ในเราและเราอยู่ในพระบิดา

– ประโยคนี้ช่างเป็นประโยคที่เต็มไปด้วยความรักและเมตตาจริงๆ ต่อผู้ที่อยากจะฆ่าพระองค์ พระองค์อยากช่วยพวกเขาให้รู้และเข้าใจความจริง

การประยุกต์ใช้ :

– ขนาดคนเหล่านั้นที่เกลียดพระองค์ กล่าวหาใส่ร้ายพระองค์ และจะฆ่าพระเยซู พระองค์ยังคงเมตตาต่อพวกเขา และปรารถนาให้พวกเขารู้และเข้าใจความจริง พยายามช่วยพวกเขาอย่างเต็มที่

– ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด เราผู้เป็นลูกของพระองค์ พระองค์จะยิ่งกว่ายินดีและเต็มใจที่จะช่วยเราให้ได้รู้และเข้าใจความจริงในพระวจนะของพระองค์ รู้และเข้าใจน้ำพระทัยของพระองค์ อย่างแน่นอน

– ขอเพียงเราปรารถนาอย่างจริงใจ แสวงหาพระองค์จากใจจริง พระองค์จะทรงช่วยเรารู้และเข้าใจความจริงในพระคำของพระองค์ เป็นแน่

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:39) { จะตอบสนองอย่างไร? }

แนวคิด :

– พวกยิวพยายามหาโอกาสที่จะจับพระองค์มาแล้วหลายครั้ง (ยน. 7:1; ยน. 7:30; ยน. 7:44; ยน. 8:20) แต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะยังไม่ถึงเวลาของพระองค์

– ครั้งนี้ก็เช่นกันหลังจากพระเยซูพยายามอธิบายให้พวกเขาฟัง เพื่อพวกเขารู้และเข้าใจความจริงของพระเจ้า แทนที่พวกเขาจะซาบซึ้งหรือขอบคุณพระคุณ แต่พวกเขากลับจิตใจแข็งกระด้างไม่ฟัง ไม่เชื่อในสิ่งที่พระเยซูพูด พวกเขากลับจะจับตัวพระเยซูแทน

– มาถึงตอนนี้ พวกยิวยอมแพ้เกี่ยวกับแผนการเอาหินขว้างพระองค์ให้ตายแล้ว เพราะมันไม่ได้ผล พวกเขาไม่สามารถตอบข้อโต้แย้งของพระเยซูได้เลย พวกเขาจึงพยายามหาทางจับพระเยซูแทน

– ตั้งแต่เหตุการณ์นี้จนถึงการจับกุมพระองค์ในสวนเกทเสมเนพวกเขาไม่ใช้แผนขว้างพระองค์ด้วยก้อนหินให้ตายอีกเลย

การประยุกต์ใช้ :

– พระเยซูทรงรักพวกยิว ทรงให้เกียรติพวกเขา พระองค์เสด็จมาบังเกิดในชนชาติของเขา พระองค์เสด็จมาเพื่อสอนเขานำทางพวกเขามาถึงพระบิดา พระองค์เสด็จมาเพื่อตายแทนเขา

– แต่สิ่งที่พวกเขาทำกับพระองค์ คือ ดื้อดึง ดื้อรั้น ไม่ฟัง ไม่เชื่อฟัง รวมทั้งพยายามทำร้ายพระองค์

– วันนี้ พระเยซูทรงรักเรา ทรงตายเพื่อเรา ทรงปรารถนาสอนเราและนำเราไปในทางที่ถูกต้อง วันนี้เราตอบสนองต่อพระองค์อย่างไร?

– ดื้อรั้น หรือ ยอมจำนน  ,  เชื่อฟังทำตามพระทัยของพระองค์ หรือ ไม่ฟังพระองค์แต่ดำเนินตามใจปรารถนาของตนเอง

– วันนี้ เราตอบสนองต่อความรักและพระเมตตาของพระเยซู ด้วยการทำให้พระองค์ชื่นใจ หรือ ทำให้พระองค์เสียใจ

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:40) { ยังอยู่ในแผนการของพระเจ้า }

แนวคิด :

– หลังจากที่พระเยซูหลบเลี่ยงจากการจับของพวกยิวในเยรูซาเล็มแล้ว พระองค์ก็ไปยัง เบธานี อยู่ทิศตะวันออกห่างจากเยรูซาเล็มประมาณ 5 กม. ที่ซึ่งยอห์นเคยให้บัพติศมา (ยน. 1:28) แล้วอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นฐานปฏิบัติการสำคัญ ก่อนเหตุการณ์ใหญ่ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

– ที่นี่ ยอห์นผู้ให้บัพติศมาได้กล่าวเป็นพยานถึงพระเยซู ว่า พระองค์คือพระมาซีฮา

– ในข้อต่อมาจะเห็นได้ว่า มีคนมาเชื่อวางใจในพระเยซูมากมาย เพราะระลึกได้ ถึงคำที่ยอห์นได้กล่าวถึงพระองค์นั้น

– พระเจ้าทรงเตรียมการล่วงหน้าให้ยอห์นเป็นพยานถึงพระองค์ที่นี่ ซึ่งไม่ไกลจากเยรูซาเล็มมากนัก

– เพราะเมื่อพวกยิวในเยรูซาเล็มจะจับพระองค์ พระองค์จึงหลบมาที่นี่ ที่ซึ่งคนในบริเวณนั้นถูกเตรียมใจพร้อมแล้วสำหรับการเชื่อวางใจในพระองค์ ที่นี่พวกยิวไม่ตามมาจับพระองค์แน่เพราะคนที่ศรัทธาในพระเยซูมีมาก

– และเนื่องจากไม่ไกลมากนัก จึงเหมาะแก่การกลับเข้าเยรูซาเล็มอีกครั้งเมื่อเวลาของพระองค์มาถึง

การประยุกต์ใช้ :

– พระเจ้าทรงจัดเตรียมทุกอย่างไว้ล่วงหน้าเพื่อให้แผนการแห่งพระประสงค์ของพระองค์สำเร็จ

– วันนี้ ทุกสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับเรา สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับเรา สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเรา ทั้งหมดอยู่ในแผนการแห่งน้ำพระทัยของพระเจ้า ผู้ทรงรักเราและปรารถนาดีต่อเรา

– แม้เราไม่เข้าใจในสถานการณ์ในวันนี้ แต่เรารู้ได้ด้วยความเชื่อว่า ทั้งหมดยังอยู่ในการควบคุมของพระเจ้า

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:41) { สิ่งยิ่งใหญ่ที่ยอห์นได้ทำ }

แนวคิด :

– เมื่อพระเยซูมาที่ซึ่งยอห์นเคยให้บัพติศมา คนจำนวนมากระลึกถึงคำของยอห์นได้ว่า ทุกสิ่งที่ยอห์นเป็นพยานถึงพระเยซูเป็นความจริง ยอห์นเป็นพยานเพื่อจะบอกว่าพระเยซูคือพระมาซีฮา ที่คนยิวทั้งหลายรอคอยมานาน

– ตลอดการรับใช้พระเจ้าของยอห์น เขาไม่เคยทำการอัศจรรย์เลย เขาทำอย่างเดียวคือ เป็นพยานเรื่องของพระเยซู

– ยอห์นไม่เคยทำให้คนตายฟื้นจากความตายเลยสักคนเดียว แต่คำประกาศของเขาทำให้อิสราเอลทั้งชาติฟื้นขึ้นมาจากความตายฝ่ายวิญญาณหันมาสนใจเรื่องของพระมาซีฮาอีกครั้ง

– พระคัมภีร์ข้อนี้ชี้ให้เห็นว่า คนจำนวนมากตระหนักแล้วว่า พระเยซูทรงเป็นพระมาซีฮา

การประยุกต์ใช้ :

– การรับใช้ที่เราทำไม่ว่าจะเล็กน้อยสักเพียงใดก็ตาม ถ้าทำเพื่อถวายเกียรติแด่พระเยซู งานนั้นจะเป็นพระพรยิ่งใหญ่สำหรับผู้คนมากมายในอนาคต

– (ฮบ. 6:10) “เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ไม่​ทรง​อธรรม​ที่​จะ​ทรง​ลืม​การ​งาน​ของ​พวก​ท่าน​และ​ความ​รัก​ที่​พวก​ท่าน​แสดง​ต่อ​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์…”

– ยอห์นไม่ได้ทำการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ แล้วตอนนี้ยอห์นก็ตายไปแล้วด้วย แต่บัดนี้สิ่งที่ยอห์นได้ทำไป ทำให้คนจำนวนมากยอมรับว่าพระเยซูทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเขา

– เมื่อเราสัตย์ซื่อในสิ่งเล็กน้อยที่พระเจ้ามอบให้เราทำในวันนี้ เมื่อถึงเวลากำหนดของพระเจ้า พระองค์เองจะเป็นผู้ทรงกระทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดผลมากมาย

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.10:42) { ไม่ใช่ทุกคนที่วางใจ }

แนวคิด :

– มีคนจำนวนมากมาหาพระเยซูและพวกเขายอมรับว่า ที่ยอห์นเป็นพยานว่าพระเยซูเป็นพระมาซีฮานั้น เป็นความจริง (ข้อ 41) เพราะสิ่งที่ยอห์นกล่าวไว้ และหมายสำคัญการอัศจรรย์ที่พระเยซูทรงกระทำ

– และหลายคนก็ได้เชื่อวางใจในพระเยซู

– แต่ก็ไม่ใช่คนจำนวนมากทั้งหมดนั้นเชื่อวางใจในพระเยซู

– ในข้อนี้ชี้ให้เห็นว่า ก่อนถึงเวลาที่พระเยซูจะถูกจับกุมและถูกตรึงนั้น ช่วงเวลานั้นมีคนยิวนอกเยรูซาเล็มจำนวนมากมากได้เชื่อวางใจในพระเยซูแล้ว

– ซึ่งต่อมาเมื่อพระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตายและเหล่าสาวกออกประกาศข่าวประเสริฐ จึงพบหลายคนที่เชื่อวางใจในพระเยซูอยู่ก่อนแล้ว แต่อาจยังไม่เข้าใจในข่าวประเสริฐทั้งหมด เช่น อาจรวมถึง 12 คนที่ อ.เปาโลพบที่เอเฟซัส ใน กจ.19

การประยุกต์ใช้ :

– แม้คนมากมายเป็นการอัศจรรย์และได้ยินสิ่งที่ยอห์นพูดไว้เป็นจริง ก็ไม่ใช่ทุกคนที่เชื่อวางใจ ถึงแม้ว่าเราได้ประกาศและสำแดงพระเยซูแก่คนอื่นแล้วอย่างเหมาะสม ครบถ้วนแล้วก็ตาม ก็ไม่ใช่หลักประกันว่า เขาจะหันมาเชื่อวางใจในพระเยซู

– ทั้งหมดไม่ขึ้นกับการตะเกียกตะกายของเรา แต่ขึ้นกับพระประสงค์ของพระเจ้า

– ทำส่วนของเราอย่างสัตย์ซื่อ แต่ผลจะเป็นอย่างไร ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพระเจ้า