แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:1) { 5 วันก่อนสิ้นพระชนม์ }

แนวคิด :

– เมื่อใกล้จะถึงเวลาของพระเยซู ที่จะตายเพื่อความบาปผิดของมนุษย์ทุกคน พระองค์เสด็จออกจากเมืองเอฟราอิม(ข้อ54) มายังเบธานี ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเยรูซาเล็มเพียง 3 ก.ม.

– ที่เบธานีนี้ ก่อนหน้านี้พระเยซูทรงทำให้ลาซารัส ผู้ตายไป 4 วันแล้ว เป็นขึ้นมาจากความตาย

– การมาเบธานีครั้งนี้ แตกต่างจากครั้งก่อน ครั้งก่อนมาเพื่อสำแดงว่าพระองค์ทรงเป็นพระมาซีฮา แต่ครั้งนี้ มาเพื่อสำแดงว่าพระองค์ทรงเป็นลูกแกะของพระเจ้า ที่จะถวายเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปคนเป็นอันมาก

การประยุกต์ใช้ :

– พระเยซูทรงรู้เวลากำหนดของพระบิดา และพระองค์ทำตามจังหวะเวลาของพระบิดา ผลที่ออกมาจึงทรงถวายพระเกียรติแด่พระบิดา และแผนการอันดีเลิศของพระบิดาสำเร็จ

– ในการจะทำสิ่งใด ในวันนี้ เราควรถามพระเจ้า ฟังพระเจ้า สังเกตการทรงนำจากพระเจ้า แล้วเชื่อฟังพระองค์ เพื่อเราจะอยู่ในศูนย์กลางแห่งน้ำพระทัยของพระบิดาเสมอ

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:2) { คนอื่นไม่รู้ }

แนวคิด :

– ที่หมู่บ้านเบธานี ก่อนหน้านี้หลายวัน ครอบครัวของมารธาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า แต่บัดนี้เต็มไปด้วยความยินดี มีงานเลี้ยง

– พวกเขาต้อนรับการมาของพระเยซูด้วยยินดีและเต็มใจอย่างยิ่ง

– ลาซารัสละงานทุกอย่างมาร่วมรับประทานอาหารกับพระเยซู

– มารธาทำสุดฝีมือในการปรนนิบัติพระองค์ ผู้ทรงเมตตาต่อครอบครัวของเธอ

– ในข้อต่อมา มารีย์ก็เช่นกัน ทำสุดหัวใจแด่พระองค์ที่เธอรัก

– เหล่าสาวกของพระเยซู ก็คงอยู่ในงานเลี้ยงนี้เช่นกัน

– ข้อนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า นอกจากพระเยซูแล้ว ไม่มีใครหรือหรือเดาออกเลยว่า อีกไม่กี่วันพระเยซูจะถูกจับกุมและถูกประหารชีวิต

การประยุกต์ใช้ :

– เมื่อเรารับใช้พระเจ้า ให้เราทำอย่างเต็มกำลังตามความสามารถและบุคลิกลักษณะของเรา ที่พระเจ้าทรงประทานให้ เหมือนมารธาที่ปรนนิบัติพระเยซู และมารีย์มอบถวายของล้ำค่าแด่พระเยซู

– พระเยซูวางแบบอย่างในการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าเอาไว้ในเรื่องนี้ คือ บ่อยครั้งเมื่อเราทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า คนอื่นอาจไม่รู้ อาจไม่เข้าใจ ถึงกระนั้นก็ให้เรายังดำเนินไปในทางแห่งน้ำพระทัยของพระเจ้าต่อไป

– คนอื่นมาร่วมงานเลี้ยงเพื่อรื่นเริงยินดีต้อนรับพระเยซู แต่พระเยซูมาร่วมงานเพื่อรับการชโลมสำหรับพระศพของพระองค์

– พระเยซูกำลังเผชิญกับความทุกข์อย่างแสนสาหัสแต่ลำพัง คนรอบข้างไม่มีใครร่วมทุกข์กับพระองค์เลย

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:2) { คนอื่นไม่รู้ }

แนวคิด :

– ที่หมู่บ้านเบธานี ก่อนหน้านี้หลายวัน ครอบครัวของมารธาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า แต่บัดนี้เต็มไปด้วยความยินดี มีงานเลี้ยง

– พวกเขาต้อนรับการมาของพระเยซูด้วยยินดีและเต็มใจอย่างยิ่ง

– ลาซารัสละงานทุกอย่างมาร่วมรับประทานอาหารกับพระเยซู

– มารธาทำสุดฝีมือในการปรนนิบัติพระองค์ ผู้ทรงเมตตาต่อครอบครัวของเธอ

– ในข้อต่อมา มารีย์ก็เช่นกัน ทำสุดหัวใจแด่พระองค์ที่เธอรัก

– เหล่าสาวกของพระเยซู ก็คงอยู่ในงานเลี้ยงนี้เช่นกัน

– ข้อนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า นอกจากพระเยซูแล้ว ไม่มีใครหรือหรือเดาออกเลยว่า อีกไม่กี่วันพระเยซูจะถูกจับกุมและถูกประหารชีวิต

การประยุกต์ใช้ :

– เมื่อเรารับใช้พระเจ้า ให้เราทำอย่างเต็มกำลังตามความสามารถและบุคลิกลักษณะของเรา ที่พระเจ้าทรงประทานให้ เหมือนมารธาที่ปรนนิบัติพระเยซู และมารีย์มอบถวายของล้ำค่าแด่พระเยซู

– พระเยซูวางแบบอย่างในการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าเอาไว้ในเรื่องนี้ คือ บ่อยครั้งเมื่อเราทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า คนอื่นอาจไม่รู้ อาจไม่เข้าใจ ถึงกระนั้นก็ให้เรายังดำเนินไปในทางแห่งน้ำพระทัยของพระเจ้าต่อไป

– คนอื่นมาร่วมงานเลี้ยงเพื่อรื่นเริงยินดีต้อนรับพระเยซู แต่พระเยซูมาร่วมงานเพื่อรับการชโลมสำหรับพระศพของพระองค์

– พระเยซูกำลังเผชิญกับความทุกข์อย่างแสนสาหัสแต่ลำพัง คนรอบข้างไม่มีใครร่วมทุกข์กับพระองค์เลย

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:3) { แด่พระเยซูด้วยสุดหัวใจ }

แนวคิด :

– ขณะที่แขกในงานเลี้ยงต้อนรับพระเยซูกำลังรับประทานอาหารอยู่ มารีย์ได้นำเอาน้ำมัน​หอม​นาร​ดา ​​มี​ราคา​แพง​มาก ราคาประมาณ 300 เหรียญเดรานิอัน(ข้อ5) ซึ่งเป็นค่าแรงคนทำงาน 300 วัน คิดตามค่าแรงขั้นต่ำในปัจจุบัน 300 กว่าบาท น้ำหอมนี้ราคาประมาณ 100,000 บาท

– เธอชโลมน้ำหอมนั้นที่พระเศียร(มธ. 26:7; มก. 14:3) และ ​​พระ​บาทของพระเยซู​

– การชโลมเท้าเป็น​การ​กระทำ​ดังทาส​ที่​ทำ​ต่อ​นายของตน

– ​การ​ใช้ผม​เช็ด​เป็น​การ​แสดง​ความ​จงรักภักดี​และ​ความ​เคารพ​อย่าง​สูงสุด

– สำหรับผู้หญิงผมเป็นสิ่งสำคัญมากและต้องดูแลให้ดูดีและสะอาดอยู่เสมอ และแน่นอนเมื่อเธอใช้ผมเช็ดเท้าเสร็จแล้ว ผมคงยุ่งและดูไม่สวยงาม แต่เธอไม่สนใจเพียงได้ทำให้แด่พระเยซูอย่างดีที่สุด นั่นก็พอใจของเธอแล้ว คนจะคิดอย่างไรไม่ใช่สิ่งสำคัญ

– สิ่งที่เธอทำนั้น ทำให้ทั้งเรือนหอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นหอมนั้น

การประยุกต์ใช้ :

– สิ่งที่มารีย์ทำสุดกำลัง สุดหัวใจ  แด่พระเยซูนั้น เธอไม่สนใจว่าผลออกมา ภาพลักษณ์ของเธอจะดูดีหรือไม่ ขอเพียงได้ทำแด่พระเยซูที่รักนั่นก็เพียงพอแล้ว

– สิ่งที่เธอทำนั้น ทำให้ทั้งเรือนหอมฟุ้งไปทั่ว และความหอมนั้นยังคงหอมฟุ้งมาตลอดทุกยุคทุกสมัย ในทุกแห่งที่ข่าวประเสริฐถูกประกาศออกไป

– (มก. 14:9 “เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า สิ่ง​ที่​หญิง​คน​นี้​ทำ​จะ​ถูก​กล่าว​ขวัญ​ถึง​ไป​ทุก​หน​แห่ง​ทั่ว​โลก​ที่​มี​การ​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ​เพื่อ​เป็น​การ​ระลึก​ถึง​นาง”)

– การทำสิ่งใดๆเพื่อพระเยซู อย่างสุดหัวใจ ไม่มีคำว่ามากเกิน และสิ่งนั้นจะไม่มีวันสูญเปล่า

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:4) { ยูดาสอิสคาริโอท }

แนวคิด :

– ​ยูดาส​อิส​คา​ริ​โอท เป็นคนหนึ่งในอัครสาวก 12 คนของพระเยซู

– เขาเป็นคนที่อยู่กับพระเยซูตลอด 3 ปี กินอาหารร่วมกัน นอนด้วยกัน เดินทางไปไหนมาไหนด้วยกัน

– เขาเห็นการอัศจรรย์มากมายที่พระเยซูทรงกระทำ ด้วยตาของเขาเอง และเขาเองก็ได้เห็นการอัศจรรย์ผ่านชีวิตของเขาเมื่อพระเยซูส่งสาวกออกไปประกาศเป็นคู่ๆ

– แต่เขาเอง ก็ยัง​ทรยศ​พระ​เยซู ด้วยเห็นแก่เงิน 30 เหรียญเงิน

– พระเยซูพูดถึงเขา ใน มธ. 26:24 “…​วิบัติ​มี​แก่​คน​ที่​ทรยศ​บุตร​มนุษย์ ถ้า​คน​นั้น​ไม่​ได้​เกิด​มา​ก็​จะ​ดี​กว่า”

– ในเรื่องที่มารีย์เอาน้ำหอมมาชโลมพระเยซูนี้ พระเยซูทรงคัดค้านคำพูดของยูดาสอย่างชัดเจน ซึ่งอาจเป็นการทำให้เขาตัดสินใจทรยศพระเยซู เพราะเห็นว่าอยู่กับพระเยซูต่อไปคงไม่ได้กำไร แต่เขามีช่องทางที่จะได้กำไรมากกว่าจากพวกมหาปุโรหิต

การประยุกต์ใช้ :

– ยูดาส อิสคาริโอท เลิกติดตามพระเยซู เลิกวางใจในพระเยซู เพราะเห็นแก่เงิน 30 เหรียญเงิน ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่เล็กน้อยมาก สามารถใช้ซื้อทาสได้คนหนึ่ง เขาขายพระเยซูด้วยราคาทาสคนหนึ่งเท่านั้นเอง

– มีบางคน เลิกติดตามพระเยซู เลิกเชื่อฟังพระเยซู เลิกวางใจในพระเยซู เพื่อเขาจะได้ไม่ต้องสูญเสียอะไรบางอย่างไป หรือเพื่อเขาจะได้อะไรบางอย่าง

– วันนี้ เราจะขายพระเยซูด้วยราคาเท่าไหร่?

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:5) { คุ้มหรือเปล่า? }

แนวคิด :

– ​ยูดาส อิสคาริโอท ตำหนิมารีย์ที่นำน้ำหอมราคาแพงมาก มาชโลมพระเยซู

– เพราะดูเหมือนเป็นการกระทำที่แพงเกินความจำเป็น

– สำหรับมุมมองของเขา ถ้านำน้ำหอมนั้นไปแปลงเป็นเงิน น่าจะคุ้มค่ากว่า เอามาชโลมพระเยซู แล้วประเดี๋ยวเดียวก็จางหายไปหมด

– หน่ำซ้ำ ถ้านำเงินนั้น เอาไปแจกจ่ายคนจน ก็จะยิ่งคุ้มค่ามากกว่ามาชโลมให้พระเยซู

– สำหรับยูดาสแล้ว การกระทำของมารีย์ช่างไม่คุ้มทุนเอาเสียเลย เพราะเขาให้ความสำคัญแก่เงิน มากกว่าพระเยซู

– แต่สำหรับมารีย์แล้ว เธอคิดว่าที่ทำแบบนั้น คุ้มค่าที่สุดแล้ว เพราะสำหรับเธอเงินมากเพียงใดก็ตามก็ไร้ค่าเมื่อเปรียบกับพระเยซู

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้ มีอะไรบ้าง ที่เราตีคุณค่าสูงกว่า การสำแดงความรักต่อพระเยซู?

– วันนี้ การต้องสูญเสียอะไร ที่สามารถหยุดเราไม่ให้สำแดงความรักต่อพระเยซูได้?

– สำหรับบางคนอาจเป็น การเสียหน้า การถูกดูถูก การเสียโอกาส การเสียเงินทอง การเสียรายได้ การเสียคนรัก หรือของที่รัก หรือกิจกรรมที่รัก

– “ไม่ว่าจะสูญเสียอะไรก็ตาม ฉันก็จะไม่หยุดสำแดงความรักต่อพระเยซู”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:6) { ยักยอกจนหายนะ }

แนวคิด :

– ​ยอห์นได้อธิบายเพิ่มเติม เกี่ยวกับการกระทำของ ยูดาส อิสคาริโอท ว่า

– ที่เขาตำหนิมารีย์ ที่นางจะเอาน้ำหอมราคาแพงมากมาชโลมพระเยซู แทนที่จะเอาไปขายเอาเงินมาแจกคนจน

– ไม่ใช่เพราะเขาสงสารคนจน แต่เพราะเขาคิดจะยักยอกเงินนั้น

– เขาได้รับความไว้วางใจให้เป็นคนดูแลกระเป๋าเงินกองกลาง ซึ่งปรากฏว่า เขากลับไม่ซื่อสัตย์ยักยอกเงินเหล่านั้น

– แน่นอนในเวลานั้น เหล่าสาวกคนอื่นไม่รู้เรื่องนี้ แต่มารู้ภายหลัง

– แต่พระเยซูทรงทราบเรื่องนี้แน่นอน ถึงกระนั้นพระองค์ก็ไม่เปิดโปงเขา พระองค์ให้โอกาสเขากลับใจ สำหรับพระองค์เงินที่เขายักยอกไปนั้นไม่สำคัญอะไรเลย แต่การให้โอกาสเขากลับใจต่างหากที่สำคัญ

– แต่เขาไม่กลับใจ ปล่อยให้บาปแห่งความโลภเงินทอง ครอบงำ จนในที่สุดความโลภนั้น นำเขาไปสู่การกระทำที่น่าโศกสลดที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้ คือ ทรยศผู้ที่รักเขาอย่างที่สุด

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้บาปที่ล่อลวงเรานั้น อาจยังไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาใหญ่โตอะไรมากนักในชีวิตของเรา

– แต่ถ้าเรายังคงดำเนินอยู่ในหนทางนั้นต่อไป ปล่อยให้มันเข้าครอบงำเรามากขึ้นๆทุกๆวัน ในที่สุดมันจะนำเราไปสู่หายนะ

– อย่าประนีประนอมกับบาปเล็กๆน้อยๆ จงกลับใจก่อนที่มันจะสร้างปัญหาใหญ่โต

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:7) { การกระทำที่ล้ำค่า }

แนวคิด :

– ​พระเยซูบอกกับยูดาสอิสคาริโอทว่า อย่าห้ามมารีย์ที่จะชโลมพระเยซูด้วยน้ำหอมราคาแพงเลย เพราะการกระทำของเธอเป็นการชโลมศพของพระองค์ก่อนการฝัง

– ตามธรรมเนียมยิวจะมีการชโลมศพด้วยเครื่องหอมก่อนการฝัง

– สิ่งนี้เล็งถึงอีกไม่กี่วันข้างหน้าพระเยซูจะเสียชีวิต และจะถูกฝังไว้

– แน่นอนมารีย์ คงไม่ทราบเรื่องนี้ว่าการกระทำของเธอนั้นสำคัญมากเพียงใด แต่เพราะเหตุการกระทำด้วยความรักของเธอที่มีต่อพระเยซู พระเจ้าทรงใช้สิ่งนั้นให้กลายเป็นพระพรยิ่งใหญ่สำหรับชีวิตของเธอ

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้ การกระทำใดๆที่เราทำด้วยความรักที่มีต่อพระเยซู ถึงแม้เรารู้สึกว่ามันไม่ได้ยิ่งใหญ่หรือสำคัญอะไรมากมายนักในสายตาของคนอื่น แต่มันมีค่ายิ่งในสายพระเนตรของพระเจ้า

– พระเจ้าจะทรงทำให้การกระของเราที่ทำด้วยความรักที่มีต่อพระองค์เกิดผลเป็นพระพรมากมาย

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:8) { โอกาส }

แนวคิด :

– ​พระเยซูบอกกับยูดาสอิสคาริโอทว่า มารีย์ทำดีแล้ว เหมาะสมแล้วที่เอาน้ำหอมราคาแพงมาชโลมพระองค์ ดีกว่าเอาไปขายเพื่อเอาเงินนั้นไปแจกคนยากจน

– เพราะโอกาสที่จะช่วยเหลือคนยากจนนั้นมีโอกาสอยู่เสมอ แต่โอกาสที่จะทำเพื่อชโลมพระองค์นั้นมีเพียงโอกาสนี้เท่านั้น

– พระเยซูตรัสว่า “​เรา​จะ​ไม่​อยู่​กับ​ท่าน​เสมอ” ไม่ได้หมายความว่า ต่อไปพระเจ้าจะไม่สถิตอยู่กับพวกเขา แต่หมายความว่า พระเยซูพระบุตรของพระเจ้าจะเสด็จกลับไปอยู่กับพระบิดาในสวรรค์ แต่พระเจ้ายังคงสถิตกับพวกเขาตลอดไปโดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์

การประยุกต์ใช้ :

– มีวาระสำหรับทุกสิ่ง โอกาสไม่ได้มีสำหรับเราเสมอไป

– เมื่อโอกาสที่เราจะทำอะไรเพื่อพระเจ้า ผ่านเข้ามาในชีวิต จงรีบฉวยมันไว้ ทำอย่างสุดหัวใจแด่พระองค์ เหมือนที่มารีย์ได้ฉวยไว้แล้วทำอย่างสุดหัวใจ

– เพราะโอกาสนั้น จะไม่ได้มีสำหรับเราเสมอไป

– จงฉวยโอกาสที่มีในวันนี้ เพื่อทำบางสิ่งแด่พระเยซูที่รัก เพื่อว่าเราจะไม่เสียใจเมื่อมันผ่านไป

– วันนี้ เมื่อเราฉวยโอกาสนั้น ทำอะไรบางอย่างเพื่อพระองค์ เราจะได้บางสิ่งที่สุดคุ้มค่า แต่ ถ้าเราปล่อยมันผ่านไป เราจะเสียบางสิ่งที่แสนมีคุณค่าไปเสีย

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:9) { ยิวมุง }

แนวคิด :

– ​พวกยิวจำนวนมากได้ยินข่าวว่าพระเยซูอยู่ที่เบธานี ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเยรูซาเล็มเพียง 3 ก.ม. พวกเขาจึงเดินมา เพื่อฟังและสังเกตดูพระเยซู

– ยอห์น ผู้เขียนพระธรรมยอห์นนี้ เป็นชาวกาลิลี เขาจึงมักใช้คำว่า “พวกยิว” เพื่อหมายถึง ชาวยิวที่อาศัยอยู่ในเยรูซาเล็ม

– เหตุนี้พวกเขามากันมากมายก็เพราะแผนการชั่วร้ายของสภาแซนฮีดริน ที่จะจับและฆ่าพระเยซู

– ก่อนหน้านี้คงมีชาวยิวในเยรูซาเล็มมากมาย ที่ไม่รู้เรื่องราว ไม่รู้จัก กับ เยซู ชาวนาซาเร็ธ

– จนกระทั่งสภาแซนฮีดริน (ยน.11:57) ออกคำสั่งให้ใครก็ตามที่พบเยซูชาวนาซาเร็ธ ให้รีบมาแจ้งเพื่อจะได้ไปจับ

– หลังจากนั้นคงมีการพูดคุย วิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานา เกี่ยวกับเรื่องของพระเยซู รวมทั้งเรื่องที่เมื่อเร็วๆนี้ พระองค์ทำให้ลาซารัสที่ตายไปแล้ว 4 วันเป็นขึ้นมาจากความตายด้วย

– พวกเขาจึงพากันมา ดูพระเยซู และ ดูลาซารัสผู้กำลังเป็นข่าวดังในเยรูซาเล็ม

การประยุกต์ใช้ :

– สิ่งที่ช่วยทำให้คนมากมายเข้ามาหาพระเยซูในครั้งนี้ ก็คือ แผนการชั่วร้ายของสภาแซนฮีดริน และ ลาซารัสผู้ที่พระเจ้าทรงกระทำกิจในชีวิตของเขา

– ไม่ว่าคนอื่นๆเขาจะวางแผนร้ายอย่างไรต่อเราก็ตาม พระเจ้าทรงสามารถใช้แผนการนั้นเป็นพระพรได้

– พระเจ้าทรงใช้ชีวิตของเรานำคนมาหาพระเยซูได้ เมื่อเราให้พระเจ้าทรงกระทำกิจของพระองค์ในชีวิตของเรา

– ไม่เกี่ยวกับว่าเราทำอะไรได้เก่งแค่ไหน แต่ขึ้นอยู่กับพระเจ้าทรงกระทำกิจในชีวิตของเรามากเพียงใด

– สถานการณ์ที่เราเผชิญในวันนี้ เมื่อพยายามแก้ด้วยตนเอง หากสำเร็จคนก็จะเห็นว่าเราเก่ง แต่ถ้าเราพึ่งพาพระเจ้าด้วยสุดใจในการแก้ไขมัน เมื่อสำเร็จคนจะเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า และจะเป็นเหตุที่จะนำคนมากมายมาหาพระองค์ ผ่านชีวิตของเรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:10) { ฆ่าลาซารัสด้วย }

แนวคิด :

– ​พวกมหาปุโรหิตจึงคิดจะฆ่าลาซารัส ด้วยข้อหา ดันเป็นขึ้นมาจากความตาย (เป็นงั้นไป 555)

– ฆ่าลาซารัส “ด้วย” นั่นคือ พวกเขาคิดจะฆ่าพระเยซู และ ลาซารัส

– นับเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่สำหรับลาซารัส ชายธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่ได้ร่วมถูกปองร้ายร่วมกันกับพระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้า

การประยุกต์ใช้ :

– เมื่อพระเจ้าทรงกระทำกิจในชีวิตของเรา เราไม่อาจคาดหวังว่า ทุกคนจะยินดีกับเรา อาจมีบางคนเริ่มคิดมุ่งร้ายต่อเรา เพราะเหตุที่พระเจ้าทรงกระทำในชีวิตของเราก็เป็นได้

– การพบกับความยากลำบาก หรือแม้แต่อันตราย เพราะเหตุได้ติดตามหรือทำตามพระเยซู เป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่ ให้เรายืดอกขึ้นรับกางเขนนี้อย่างภาคภูมิใจเถิด

– จงภาคภูมิใจ หากเราได้รับความทุกข์ยาก เพราะเห็นแก่พระเยซู

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:11) { ลาซารัสเป็นเหตุ }

แนวคิด :

– ​การที่พระเยซูทำให้ลาซารัสเป็นขึ้นมาจากความตาย เป็นเหตุทำให้พวกยิวหลายคนหันมาวางใจในพระองค์ (ยน. 11:45)

– พวกเขาเริ่มแยกตัวออก ความนิยมในพวกมหาปุโรหิตและฟาริสีเริ่มลดลง จึงเป็นเหตุให้พวกมหาปุโรหิตและฟาริสีทนไม่ได้กับเรื่องนี้

– ลาซารัสตายไปแล้ว แต่กลับมีชีวิตอยู่ ตัวเป็นๆให้คนเห็น เป็นพยานหลักฐานที่มีชีวิต จนไม่อาจเถียงได้ว่า พระเยซูทรงเป็นพระมาซีฮา

– เรื่องนี้ลาซารัสเป็นเหตุก็จริง แต่ลาซารัสไม่ได้เป็นคนกระทำ พระเยซูต่างหากเป็นผู้ทรงกระทำในชีวิตของลาซารัส

การประยุกต์ใช้ :

– เมื่อพระเจ้าทรงทำกิจในชีวิตของเรา ชีวิตของเราจะนำคนมากมายมาหาพระเยซู

– วันนี้เรายอมให้พระเจ้าทรงทำกิจในชีวิตของเรามากเพียงใด?

– วันนี้เราจะยอมให้พระเจ้าจัดการ กับสถานการณ์ที่เรากำลังอยู่นี้ ด้วยพระองค์เองหรือยัง?

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:12) { การจัดเตรียมของพระเจ้า }

แนวคิด :

– ​วันรุ่งขึ้นหลังจากมารีย์เอาน้ำหอมชโลมพระเยซู ก็ถึงวันที่พระเยซูจะเสด็จเข้าเยรูซาเล็มอย่างผู้พิชิต ด้วยเสียงโห่ร้องยินดีของฝูงชนมากมาย(ข้อ13)

– เพื่อให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ มีองค์ประกอบสำคัญคือ

– ต้องมีฝูงชน ซึ่งฝูงชนนี้มาในงานเทศกาลที่พระเจ้ากำหนดไว้ก่อนล่วงหน้า 1,500 ปี

– ต้องมีฝูงชนที่ได้ยิน ซึ่งเกิดจากฝูงชนสนใจเรื่องของพระเยซู อันเนื่องมาจากแผนการตามจับพระเยซูของพวกมหาปุโรหิต

– ต้องมีฝูงชนที่ได้ยินว่าพระเยซูทรงทำให้ลาซารัสเป็นขึ้นมาจากความตาย จนพวกเขาเริ่มเชื่อว่าพระเยซูคือพระมาซีฮาที่พวกเขารอคอย

– ทั้งหมดนี้เป็นการจัดฉากที่สวยงามล่วงหน้านับพันปีของพระเจ้า

การประยุกต์ใช้ :

– ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวตของเราไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่เป็นการทรงจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าของพระเจ้า เพื่อในที่สุดแล้วแผนการอันดีเลิศของพระเจ้าก็จะสำเร็จเสมอ

– ถ้าเราสังเกตดีพอ เราจะเห็นการจัดเตรียมของพระเจ้าในชีวิตของเราเสมอ

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:13) { โฮซันนา }

แนวคิด :

– พวกมหาชนที่มีร่วมงานเทศกาล เมื่อรู้ว่าพระเยซูเสด็จมา ก็ถือใบอินทผลัม ออกไปโบกต้อนรับเยซู แล้วร้องว่า โฮซันนา

– โฮซัน​นา ​ใน​ภาษา​ฮีบรู​แปลว่า ​“​ช่วย​ให้​รอด​”​ พบในพระธรรม​สดุดี​ ​เป็น​เพลง​ที่​พูด​ถึง​ชัย​ชนะ​ของ​กษัตริย์​ของอิสราเอล และ​พระเจ้า​ผู้​ทรง​ประทาน​ชัย​ชนะ​และ​ช่วย​พวก​เขา​ให้​รอด (โฮซัน​นา​) ​แล้ว ทุก​คน​ที่​ร่วม​ใน​พิธี ก็​จะ​ถือ​ใบตาล​ ​มาโบก ​เพื่อ​ต้อนรับ​การ​เสด็จ​กลับมา​ของ​กษัตริย์ (สดด. ​118:25-27​)

– พวกเขาร้องประกาศว่าพระเยซูเป็นกษัตริย์ของพวกเขา พวกเขาร้องประกาศว่าพระเยซูคือ พระมาซีฮา ที่พวกเขากำลังรอคอย

– แต่อีกไม่นานจากนี้ เมื่อพวกเขาเหล่านี้หลายคนเมื่อถูกยุแหย่โดยพวกมหาปุโรหิต พวก​เขา​ร้อง​อื้อ​อึง​ว่า “เอา​มัน​ไป เอา​มัน​ไป เอา​ไป​ตรึง​ที่​กาง​เขน” (ยน. 19:15)

– แผนการของพระเจ้าจำเป็นต้องสำเร็จ พวกยิวประกาศยอมรับว่า พระเยซูทรงเป็นพระมาซีฮา เป็นกษัตริย์ของพวกเขา

– แล้วต่อมาพวกเขาจะปฏิเสธพระองค์ผู้เป็นกษัตริย์ของพวกเขา แล้วขอให้ปีลาตตรึงพระองค์ผู้เป็นกษัตริย์ของพวกเขาที่ไม้กางเขน

การประยุกต์ใช้ :

– แผนการของพระเจ้า ถีงอย่างไรก็จะสำเร็จอยู่ดี

– ถึงกระนั้น เราไม่ควรใส่ใจ หรือให้ความสำคัญแก่คำยกย่องสรรเสริญจากมนุษย์ เพราะว่าวันนี้พวกเขาสรรเสริญเรา แต่วันพรุ่งนี้ก็อาจตะโกนบอกว่า เอาเราไปตรึงที่กางเขนก็ได้

– อย่าแสวงหาคำยกย่องชมเชยจากมนุษย์ แต่จะจงหาที่จะได้รับคำชมเชยจากพระเจ้า

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:14) { ลูกลาที่ไร้เกียรติ }

แนวคิด :

– พระเยซูได้พบลูกลาตัวหนึ่ง ซึ่งใน มก.11:2-6 อธิบายเพิ่มเติมว่า ลูกลาตัวนี้ พระเยซูส่งสาวกของคนเข้าไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เพื่อยืมมันมา

– ลาเป็นสัตว์ใช้งาน สำหรับบรรทุกของ

– ลาไม่มีเกียรติใดๆ ยิ่งลูกลาด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย เพราะมันขนของได้เพียงแค่นิดเดียว ไม่ค่อยมีประโยชน์

– แต่ลูกลาตัวนี้ เพื่อพระเยซูพบมันเข้า และพระองค์ทรงใช้มัน ใน มก. 11:8 บอกว่า “มี​คน​จำ​นวน​มาก​เอา​เสื้อ​ผ้า​ของ​ตน​ปู​ตาม​ถนน…” แล้วให้มันเดินเหยียบบนเสื้อผ้าของตนเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็ม

การประยุกต์ใช้ :

– ไม่ว่าเราจะเล็กน้อย ไร้เกียรติ ไม่สำคัญสักเพียงใดก็ตาม แต่ถ้าพระเยซูทรงใช้เรา เราจะถวายเกียรติแด่พระเจ้า และจะได้รับเกียรติยิ่งใหญ่

– ลูกลาที่ไร้เกียรติ กลับได้เกียรติสูงส่ง เพราะพระเยซูประทับอยู่บนมัน

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:15) { ทรงเสด็จมาตามคำพยากรณ์ }

แนวคิด :

– ศิโยน หมายถึง กรุงเยรูซาเล็ม เนื่องจากเยรูซาเล็มตั้งอยู่บนเทือกเขาศิโยน ดังนั้นบ่อยครั้งที่พระคัมภีร์เรียกเยรูซาเล็มว่า ศิโยน

– ลา​เป็น​สัญลักษณ์​ของ​ความ​ถ่อม​ใจ​และ​สันติภาพ

– เหตุการณ์ที่พระเยซู ผู้ทรงเป็นพระมาซีฮา กษัตริย์ผู้เสด็จมาช่วยให้รอด จะเสด็จเข้ามายังกรุงเยรูซาเล็ม ด้วยการนั่งลูกลา แล้วชาวเมืองจะเห็นและโห่ร้อง ร่าเริงยินดี ได้ถูกพยากรณ์ไว้ล่วงหน้า ราว 500 ปีก่อนหน้านี้ โดยผู้เผยพระวจนะเศคาริยาห์

– ศคย. 9:9 ธิดา​แห่ง​ศิโยน​เอ๋ย จง​ร่า​เริง​อย่าง​ยิ่ง​เถิด โอ บุตรี​แห่ง​เย​รู​ซา​เล็ม​เอ๋ย จง​โห่​ร้อง นี่​แน่ะ กษัตริย์​ของ​เธอ​เสด็จ​มา​หา​เธอ ทรง​ความ​ยุติ​ธรรม​และ​ความ​รอด พระ​องค์​ทรง​อ่อน​สุภาพ​และ​ทรง​ลา ทรง​ลูก​ลา

– แผนการของพระเจ้าจะสำเร็จเสมอ

– แต่แผนการนั้นจะสำเร็จพระเจ้ามีเวลาของพระองค์ พระองค์จะเป็นผู้ทรงเตรียทุกอย่างให้พร้อมอย่าลงตัว

– อย่างเช่น เหตุการณ์ใน ศคย.9:9 นี้จะสำเร็จ ต้องมีลาซารัสผู้ต้องตาย ต้องมีมารธาผู้ใช้คนไปบอกพระเยซู พระเยซูต้องมาช้า 4วัน ต้องมีพวกยิวที่มาจากเยรูซาเล็ม เพื่อปลอบใจมารธา มารีย์ และบ้านของนางต้องไม่ไกลเยรูซาเล็ม ต้องมีพวกฟาริสีที่ขี้อิจฉา ต้องมีมหาปุโรหิตที่ห่วงอำนาจมากกว่ายำเกรงพระเจ้าอย่างคายาฟาสและเขาต้องเข้าประจำการช่วงนั้นพอดี ต้องมีเทศกาลที่โมเสสระบุไว้ล่วงหน้า 1,500 ปี ให้ประชาชนมารวมตัวกันที่เยรูซาเล็ม…โอ้ย!!!และอีกเยอะแยะมากมายบรรยายไม่ไหว อ้อแล้วก็เจ้าลูกลาน้อยไร้เกียรติตัวนั้นด้วย

การประยุกต์ใช้ :

– แผนการของพระเจ้าจะสำเร็จเสมอ เพราะพระเจ้าทรงฤทธิ์สามารถทำให้ทุกคำสัญญาของพระองค์เกิดขึ้นเป็นจริงได้เสมอ

– เมื่อเราอธิษฐาน ด้วยความเชื่ออย่างไม่สงสัย พระองค์จะทรงตอบอย่างแน่นอน แต่เวลาเป็นของพระเจ้า เพราะพระองค์จะรอบางอย่างที่ต้องเกิดขึ้นพร้อมกันนั้น ให้พร้อมก่อนเพื่อแผนการของพระองค์จะสำเร็จทั้งสิ้น

– คำสัญญาของพระเจ้า เป็นจริงเสมอ

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:16) { ยังไม่เข้าใจ }

แนวคิด :

– เหตุการณ์พระเยซูเสด็จเข้าเยรูซาเล็มอย่างผู้พิชิตนั้น ในช่วงเวลานั้นเหล่าสาวกยังไม่เข้าใจ จนกระทั่งพระเยซูสิ้นพระชนม์ และเป็นขึ้นมาจากความตาย แล้วเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ พวกเขาจึงระลึกได้ว่า เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ เป็นไปตามคำพยากรณ์เกี่ยวกับพระมาซีฮา

– สิ่งที่พวกเขาทำแด่พระเยซูในเวลานั้นพวกเขาไม่เข้าใจ แต่ก็เป็นเหตุให้แผนการของพระเจ้าสำเร็จผ่านชีวิตของเขาได้อยู่ดี

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้ อาจมีหลายสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา เรายังไม่เข้าใจ แต่สักวันหนึ่งเราจะเข้าใจได้ว่า เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับเรานี้ เพราะพระเจ้าทรงรักเรา

– พระเจ้าทรงมีแผนการดีเลิศสำหรับเรา แต่เรายังไม่อาจรับได้หรือเข้าใจได้ แต่เมื่อเวลาเหมาะสมมาถึงพระองค์จะทรงเปิดเผยให้เราเข้าใจได้ในที่สุด

– วันนี้แม้ยังไม่เข้าใจ แต่ฉันขอเชื่อใจในพระเยซู

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:17) { ประจักษ์พยาน }

แนวคิด :

– ขณะที่ฝูงชนมากมายออกมาต้อนรับพระเยซูเข้าเยรูซาเล็ม

– เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลปัสกา จึงมียิวทางเมืองต่างๆมากมายมาที่นั่น

– บางคนก็รู้เรื่องพระเยซู บางคนก็ไม่ค่อยรู้มากนัก

– แต่มีคนยิวกลุ่มหนึ่งที่รู้เรื่องของพระเยซูอย่างดี ได้แก่พวกยิวที่ไปบ้านมารธาเมื่อลาซารัสเสียชีวิต และได้เห็นพระเยซูทรงทำให้ลาซารัสเป็นขึ้นมาจากความตาย

– ยน. 11:45 “ดัง​นั้น​เมื่อ​พวก​ยิว​หลาย​คน​ที่​มา​หา​มา​รีย์​เห็น​การ​กระ​ทำ​ของ​พระ​เยซู​ก็​วาง​ใจ​ใน​พระ​องค์”

– คนเหล่านี้กลายเป็นประจักษ์พยานสำคัญ ที่ทำพระเยซูยิ่งมีชื่อเสียงขึ้นไปอีก เมื่อพวกเขาเล่าสิ่งที่เห็นให้คนอื่นๆฟัง และเป็นการเพิ่มความอิจฉาให้แก่พวกมหาปุโรหิตและพวกฟาริสีเข้าไปอีก

การประยุกต์ใช้ :

– ไม่ใช่บังเอิญที่พวกยิวเหล่านั้นอยู่ที่บ้านมารธา เมื่อพระเยซูไปเรียกลาซารัสให้เป็นขึ้นมาจากความตายฉันใด

– ก็ไม่ใช่บังเอิญเช่นกัน ที่เรา พบเจอเหตุการณ์ของวันนี้ และ อยู่ในสถานที่ที่เราอยู่นี้ ในเวลานี้

– พระเจ้าทรงมีพระประสงค์บางอย่าง ในชีวิตของเรา จึงทรงอนุญาตให้เราตกเข้ามาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ในวันนี้

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:18) { แค่เล่าออกไป }

แนวคิด :

– ฝูงชนในข้อนี้ คนละฝูงชนกับในข้อ 17

– ในตอนนี้มีฝูงชน 2 กลุ่ม

– ฝูงชน1 (ข้อ17)ได้เห็นพระเยซูทำให้ลาซารัสเป็นขึ้นมาจากความตาย

– ฝูงชน2 (ข้อ18) ได้ยินจาก ฝูงชน1 ว่า พระเยซูทรงทำให้ลาซารัสเป็นขึ้นมาจากความตาย

– ฝูงชน2 ได้มาหาพระเยซู เพราะฝูงชน1 ผู้เห็นเหตุการณ์ได้เล่าสิ่งที่ตนเห็นให้ฝูงชน2 ฟัง

– จึงกล่าวได้ว่า ฝูงชน1 นำคนมากมายมาหาพระเยซู ไม่ใช่เพราะพวกเขาทำอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ แต่เพียงแค่พวกเขาเล่าสิ่งที่ตนได้เห็นหรือได้เกิดขึ้นกับตนเอง ให้ผู้อื่นฟัง

การประยุกต์ใช้ :

– เราสามารถนำผู้คนมาถึงความรอดในพระเยซูได้ เพียงแค่เราเล่าสิ่งที่เราเห็น หรือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา ที่พระเยซูทรงกระทำให้พวกเขาฟัง

– เราไม่จำเป็นต้องเก่งกาจ ฉลาดมากมาย มีความรู้พระคัมภีร์ดีเลิศ เพียงแค่เล่าออกไป แล้วพระวิญญาณบริสุทธิ์จะทำงานในใจของพวกเขา นำพวกเขาให้มาหาพระเยซู

– วันนี้ เรารับใช้พระเจ้าได้ ด้วยการเล่าออกไป ในไลน์ ในFacebook ในสื่อต่างๆ ว่าเราเห็นพระเยซูทรงกระทำอะไร และพระเยซูทรงกระทำอะไรในชีวิตของเรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:19) { เห็นไหม? }

แนวคิด :

– เมื่อพวกฟาริสี เห็นฝูงชนมากมายต้อนรับพระเยซูและมาหาพระเยซู ยิ่งทำให้พวกเขาอิจฉายิ่งขึ้นไปอีก

– พวกเขาพูดกันว่า แผนทำลายความน่าเชื่อของพระเยซู ด้วยการออกคำสั่งให้ประชาชนมาแจ้งเพื่อสภาแซนฮีดรินจะส่งคนไปจับพระองค์ ไม่ได้ผล แต่ปรากฏว่า ประชาชนทุกคนต่างตามพระเยซูและนิยมชมชอบพระองค์ขึ้นไปอีก

– พวกฟาริสีผู้มีความรู้ในพระคัมภีร์อย่างดี ได้เห็นพระเยซูทรงลูกลา เข้าสู่เยรูซาเล็ม แล้วประชาชนโห่ร้องยินดี พวกเขาน่าจะนึกได้ถึงคำพยากรณ์ถึงพระมาซีฮา ว่าเมื่อพระมาซีฮาเสด็จมาจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้

– แต่พวกเขาไม่เห็น พวกเขาเห็นแต่ ศัตรูที่เขาอิจฉานั้น ได้รับความนิยมชมชอบมากกว่าพวกเขา และเห็นว่าแผนการของพวกเขาไม่ได้ผล

– เพราะพวกฟาริสี ไม่สนใจว่าพระเจ้ากำลังทรงทำอะไร พวกเขาสนใจเพียงแต่ว่าพวกเขาอยากจะทำอะไร

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้ พระเจ้าทรงกำลังทำอะไรบางอย่าง ผ่านสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับเรา ถ้าเรามัวแต่สนใจว่าเราจะทำอะไร อยากให้อะไรเกิดขึ้นกับเรา แผนการของเราเป็นอย่างไร อาจทำให้เรามองไม่เห็นสิ่งที่พระเจ้าทรงกำลังกระทำนั้น เหมือนอย่างที่พวกฟาริสีไม่เห็น ก็เป็นได้

– อย่ามัวแต่มองว่าแผนการของเรา ผลจะเป็นอย่างไร จงเปิดตาออกมองดูให้เห็นว่า วันนี้พระเจ้าทรงกำลังทำอะไร

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:20) { คนกรีกผู้แสวงหาพระเจ้า }

แนวคิด :

– ในท่ามกลางคนที่มาเทศกาลปัสกานั้น มีพวกกรีกมานมัสการพระเจ้าด้วย

– เราไม่ทราบว่าพวกเขามาจากที่ไหนบ้าง และน่าจะไม่ใช่พวกยิวที่พูดภาษากรีก(กจ. 6:1) แต่น่าจะเป็นคนกรีกที่นับถือพระเจ้า(กจ. 17:4)

– คนกรีกเหล่านี้ มาเยรูซาเล็มเพื่อแสวงหาพระเจ้า และปรารถนาที่จะพบกับพระมาซีฮา(ข้อ21) แต่พวกฟาริสีทั้งที่เป็นคนยิว และรู้คำพยากรณ์ชัดเจนเกี่ยวพระมาซีฮา กลับไม่สนใจการเสด็จมาของพระมาซีฮา แต่สนใจเพียงชื่อเสียงของตนเอง

การประยุกต์ใช้ :

– พระคัมภีร์ข้อนี้ชี้ให้เห็นว่าคนต่างชาติ แม้ไม่มีส่วนในพันธสัญญาของพระเจ้า ก็ยังแสวงหาพระเจ้า แต่พวกยิวผู้มีส่วนในพระสัญญากลับไม่แสวงหาพระองค์

– วันนี้ มีคนมากมายแสวงหาพระ(เจ้า) ที่เขาไม่รู้จัก และไม่มีทางเข้าถึงพระองค์ได้ แล้วเราผู้เป็นประชากรของพระเจ้า มีสิทธิพิเศษที่จะเข้าใกล้ชิดสนิทพระองค์ เราเห็นคุณค่าสิทธิพิเศษนี้มากเพียงใด

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:21) { ฟีลิปแห่งเบธไซดา }

แนวคิด :

– พวกกรีกที่มานมัสการพระเจ้าในเทศกาลปัสกา ที่เยรูซาเล็ม ได้มาหาฟี​ลิป ​เพื่อขอให้ฟีลิปพาพวกเขาไปหาพระเยซู

– เหตุผล​ที่​พวก​เขามา​หาฟี​ลิป​ อาจ​เป็น​เพราะว่า ​ชื่อ​ของ​ฟีลิป​เป็น​ภาษา​กรีก และฟีลิปมาจากเบธไซดา แคว้นกาลิลี ซึ่งคนกาลิลีส่วนใหญ่​สามารถ​พูด​กรีก​ได้​

– พวกเขาคงไม่ได้เพียงแค่อยากเห็นพระเยซู เพราะพวกเขาเห็นพระเยซูอยู่แล้วเมื่อพระเยซูเสด็จเข้ามาในเยรูซาเล็มอย่างผู้พิชิต แต่พวกเขาอยากพูดคุย สนทนากับพระเยซู

 ​- สืบเนื่องมาจาก ฟีลิปมีชื่อเป็นภาษากรีก ซึ่งน่าจะเพราะว่าพ่อแม่ของฟิลิปแม้เป็นยิวแต่ใช้ชีวิตท่ามกลางคนกรีก และ เขามาจากเบธไซดา เขาจึงเป็นสะพานเชื่อม ให้คนกรีกผู้ปรารถนาจะพบกับพระเยซู ได้ทูลความปรารถนานั้นต่อพระองค์

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้ในสถานะที่เราเป็นอยู่ รวมทั้งเหตุการณ์ในอดีตทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับเรา พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมเรา ให้เหมาะสมกับคนบางคน หรือ บางกลุ่ม เพื่อเราจะเป็นสะพานเชื่อมให้พวกเขาได้พบกับพระเยซูได้

– น่าจะได้เวลาเลิกมองแต่ตัวเอง แล้วเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ เราจะเห็นผู้คนรอบๆตัวเราที่พวกเขาปรารถนาผู้ช่วยให้รอด แต่พวกเขาหาไม่พบ

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:22) { ฟีลิป-อันดรูว์ }

แนวคิด :

– เมื่อพวกกรีกที่มานมัสการพระเจ้าที่เยรูซาเล็ม(ข้อ20) มาขอให้ฟีลิปพาพวกเขาไปหาพระเยซู(ข้อ 21) ฟีลิปลังเลใจที่จะทำเช่นนั้น เพราะพวกเขาเป็นคนต่างชาติ จึงไม่แน่ใจว่าเหมาะที่จะนำพวกเขามาพบพระเยซูหรือไม่

– ฟีลิปจึงไปปรึกษากับอันดรูว์ เพราะนอกจากอันดรูว์จะเป็นสาวกก่อนเขาแล้ว อันดรูว์ยังมาจากเมืองเดียวกับฟีลิปอีกด้วย (ยน. 1:44)

– หลังจากปรึกษาหารือกันแล้ว อันดรูว์จึงไปเป็นเพื่อนฟีลิป ไปหาพระเยซู

การประยุกต์ใช้ :

– หากเราเป็นเหมือนฟีลิป ที่สามารถเข้าถึงคนบางกลุ่ม แต่ไม่รู้จะนำพวกเขามาถึงพระเยซูอย่างไร จงมองหาอันดรูว์ ผู้สามารถแนะนำและช่วยเราให้นำคนมาหาพระเยซูได้

– หากเราเป็นเหมือนอันดรูว์ ที่คุ้นเคยกับการนำคนมาหาพระเยซู จงมองหาฟีลิป ผู้จะนำเราไปเชื่อมต่อกับกลุ่มคนที่เราเข้าไม่ถึงได้

– พระเจ้าทรงประทานความสามารถหรือโอกาสบางอย่างให้แก่เรา ก็เพื่อให้เรานำคนมาหาพระเจ้า จงสัตย์ซื่อในสิ่งที่ได้รับมอบไว้แล้วนั้นเถิด

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:23) { ถึงเวลาแล้ว }

แนวคิด :

– ก่อนหน้านี้ยอห์นได้บันทึกว่า “ยังไม่ถึงเวลากำหนด” จึงไม่มีใครจับกุมพระเยซู (ยน. 7:30 , ยน. 8:20)

– ในข้อนี้ พระเยซูตรัสว่า “ถึงเวลาแล้ว…”  เวลาที่พระเยซูจะถูกจับกุม และถูกตรึงตายที่กางเขน แล้วเป็นขึ้นมาจากความตาย เพื่อจะประสบเกียรติกิจ

– ข้อก่อนหน้านี้ ฟีลิปและอันดูรว์ มาหาพระเยซู เพื่อแจ้งว่า พวกกรีกอยากเข้าพบพระองค์

– แต่พระเยซูตอบว่า การตรึงกางเขนจะเกิดขึ้นก่อน แล้วคนกรีกและคนต่างชาติทั้งหลายจึงจะมาถึงพระองค์ได้

– การสิ้นพระชนม์จะเกิดขึ้นก่อน แล้วข่าวประเสริฐจะถูกประกาศไปแก่ชนทุกชาติ

การประยุกต์ใช้ :

– พระเจ้าทรงมีเวลา และมีขั้นตอนวิธีการของพระองค์

– เมื่อถึงเวลาของพระองค์ พวกกรีกจะได้พบกับพระเยซู

– ด้วยขั้นตอนวิธีการของพระองค์ พวกกรีกจะได้พบกับพระเยซู

– วันนี้ เมื่อเราทูลขอสิ่งใดต่อพระเจ้า หน้าที่ของเราก็เพียงแค่ยึดความเชื่อไว้มั่น ที่เหลือยกเวลาและวิธีการให้เป็นของพระองค์

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:24) { เมล็ดพืชที่เปื่อยเน่า }

แนวคิด :

– เมื่อพระเยซูกล่าวว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านว่า…” เป็นเหมือนการขีดเส้นใต้ประโยคที่กำลังตามมาว่า มันสำคัญมาก ตั้งใจฟังใดดีๆ

– พระเยซูพูดกับฟีลิปและอันดูวร์ ว่า เวลาของพระองค์ที่จะทำตามน้ำพระทัยของพระบิดามาถึงแล้ว(ข้อ 23) พระเยซูจำเป็นต้องตายเพื่อให้แผนการแห่งการเกิดผลทวีคูณของพระบิดานั้นสำเร็จ

– เปรียบเหมือน ถ้าเมล็ดมะเดื่อที่ถูกเก็บไว้ถนอมรักษาอย่างดี ต่อให้ผ่านไป 1,000 ปี ถ้ามันยังอยู่มันก็เป็นแค่เมล็ดพืชเมล็ดเดียวอยู่ดี

– แต่ถ้าเมล็ดนั้นยอมตกลงในดิน แล้วถูกดินทำให้เปื่อยเน่าไป จะงอกขึ้นมาใหม่ 1,000 ปีผ่านไป คงกลายเป็นป่าใหญ่ปกคลุมไปทั้งประเทศ

– พระเยซูบอกกับพวกเขาว่า พระองค์ต้องตายก่อน แล้วจะเป็นขึ้นมาเกิดผลเป็นพรมากมายแก่คนทั่วทั้งโลก

การประยุกต์ใช้ :

– เมล็ดพืชที่ยอมตาย กลับเกิดชีวิตมากมาย

– ยอมเสีย แต่กลับได้

– เราจำเป็นต้องยอมจำนนอย่างสิ้นเชิง ยอมให้พระองค์เอาบางอย่างไปจากชีวิตของเรา แต่การสูญเสียนั้นจะกลับนำการได้รับที่ยิ่งใหญ่มาสู่ชีวิตของเรา

– ดูเหมือนในฝ่ายวิญญาณ ไม่มีการเกิดผล หากปราศจากการเสียสละ

– วันนี้หากเรายังคงอยู่ในถุงย่ามที่แสนสะดวกและปลอดภัย 10 ปีผ่านไป เราก็คงเป็นได้แค่เมล็ดพืชเมล็ดเดียวเหมือนเดิม แต่หากเรายอมสูญเสีย ยอมเสียสละ ยอมเจ็บปวด เพื่อกระทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ในเวลาไม่นานเกินไปนัก ชีวิตของเราจะเกิดผลเป็นพระพรสู่พวกคนมากมาย 10ปีผ่านไป จะกลายเป็นป่าใหญ่ที่นกในอากาศทั้งฝูงยังต้องมาขออาศัยพักพิง

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:25) { จงเกลียดชีวิตของตนในโลกนี้ }

แนวคิด :

– พระเยซู ตรัสกับ ฟีลิปและอันดูรว์ ว่า พระองค์กำลังจะมอบชีวิตของพระองค์เอง เพื่อความรอดของมนุษย์ และในที่สุดพระองค์จะได้รับชีวิตนั้นกลับคืนมา ด้วยการเป็นขึ้นมาจากความตาย

– พระเยซูประสงค์ให้เหล่าสาวกของพระองค์ เลียนแบบพระองค์ ที่จะวางชีวิตลงเพื่อเห็นแก่ความจริง และในที่สุดพวกเขาจะได้รับชีวิตนั้นกลับคืนมาอย่างเต็มไปด้วยศักดิ์ศรีชั่วนิรันดร์

– พระเยซูตรัสว่า ถ้าใครรักชีวิตจะเสียชีวิตนิรันดร์

– เมื่อเวลาแห่งการทดลองมาถึง เมื่อต้องเลือกระหว่าง ความทุกข์ยากลำบาก กับ การละทิ้งความเชื่อ

– ผู้ที่รักผูกพันกับสิ่งของในโลกนี้ ความเริงสำราญในโลกนี้ จะเลือกละทิ้งความเชื่อ ซึ่งจะทำให้เขาสูญเสียชีวิตนิรันดร์ ซึ่งเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา

– ผู้ที่เกลียดชีวิตในโลกนี้ ซึ่งหมายถึงไม่ให้ความสำคัญกับชีวิตในโลกนี้ แต่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับชีวิตนิรันดร์ เขาจะได้ชีวิตนิรันดร์

– พระเยซูเคยตรัสอธิบายเกี่ยวกับการเกลียดชีวิตในโลกนี้ ใน ลก. 14:26 ว่า “ถ้า​ใคร​มา​หา​เรา​และ​ไม่​ชัง​บิดา​มารดา บุตร​ภรรยา และ​พี่​น้อง​ชาย​หญิง แม้​แต่​ชีวิต​ของ​ตน​เอง คน​นั้น​จะ​เป็น​สา​วก​ของ​เรา​ไม่​ได้”

– หมายความว่า ให้ความสำคัญกับการเชื่อฟัง ติดตามพระเจ้า มากกว่าทรัพย์สิ่งของทุกอย่าง มากกว่าชื่อเสียงทั้งสิ้น มากกว่าบุคลใดๆทั้งสิ้นในโลกนี้

– พระเยซูตรัสไว้ชัดเจน ว่า การเกลียด(ไม่ให้ความสำคัญ)ชีวิตของตนในโลกนี้ จะทำให้เราสามารถรักษาชีวิตนิรันดร์ไว้ได้

การประยุกต์ใช้ :

– หากเราไม่เริ่มฝึกที่เกลียดชีวิตของตนในโลก ด้วยการฝึกให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของพระเจ้ามากกว่าเรื่องของโลกนี้ตั้งแต่วันนี้ เมื่อเวลาแห่งการทดลองมาถึง เราจะไม่สามารถยึดความเชื่อในพระเจ้าเอาไว้ได้ แล้วการสูญเสียนั้นจะยิ่งใหญ่มาก แล้วนำความโศกเศร้าเสียใจชั่วนิรันดร์มาสู่เรา

– วันนี้ เราให้ความสำคัญ ให้ความสนใจ เรื่องชีวิตในโลกนี้ หรือ เรื่องของชีวิตนิรันดร์ มากกว่ากัน?

– เมื่อเรารักสิ่งใดมาก เราก็จะให้เวลากับสิ่งนั้นมาก วันนี้ เราให้กับเรื่องของชีวิตในโลกนี้ กับ เรื่องชีวิตนิรันดร์ เรื่องไหนมากกว่ากัน?

– พระเยซูทรงเตือนไว้อย่างชัดเจน ว่า …

– ถ้าเราไม่ยอมเกลียดชีวิตในโลกนี้ เราจะไม่สามารถรักษาชีวิตนิรันดร์ไว้ได้

– ถ้าเรารักชีวิตในโลกนี้ เรากำลังตกอยู่ในอันตราย เรากำลังอยู่ในความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตนิรันดร์ไป

– หากเราไม่ยอมเกลียดชีวิตในโลกนี้ในวันนี้ เราจะไม่สามารถรักษาชีวิตนิรันดร์ไว้ได้

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:26) { ผู้ปรนนิบัติพระเยซู }

แนวคิด :

– พระเยซูตรัสกับสาวกว่า พระบิดาจะทรงประทานเกียรติให้แก่ผู้ที่ปรนนิบัติพระเยซู

– ผู้ปรนนิบัติพระเยซูนั้น จะเดินตามหนทางที่พระองค์ทรงดำเนินนั้น และ เขาจะอยู่ในที่ที่พระองค์ทรงอยู่นั้น

– หนทางที่พระเยซูดำเนินไป คือ การเชื่อฟัง เชื่อฟังจนกระทั่งความตายที่ไม้กางเขน

– ผู้ที่คิดจะปรนนิบัติพระเยซู ต้องเดินไปในเส้นทางนี้ เส้นทางที่โลกดูถูก แต่พระเจ้ายกย่อง

– เส้นทางนี้ที่พระเยซูวางแบบไว้ เป็นเส้นทางแห่งความถ่อมใจ การเชื่อฟัง และการเสียสละ

ผู้ที่ประพฤติเช่นนี้ คือ ผู้ที่ปรนนัติพระเยซู ที่แท้จริง

– พระเยซูอยู่ที่ไหน ผู้ที่ปรนนิบัติพระเยซูจะอยู่ที่นั่นด้วย

– พระเยซู เชื่อฟังจนอยู่บนกางเขน ผู้ที่คิดจะปรนนิบัติพระเยซู ต้องตัดสินใจยอมเชื่อฟัง ไม่ว่าจะต้องสูญเสียมากเพียงใดก็ตาม

– หลังจากสิ้นพระชนม์ พระบิดาทรงทำให้พระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตาย และเข้าสู่สง่าราศี และรับพระเกียรติสูงสุด

– พระเยซูอยู่ที่นั่นอันมีเกียรติสูงสุด ผู้ที่ปรนนิบัติพระองค์ ก็จะได้อยู่ที่นั่นร่วมกันกับพระองค์ด้วย

การประยุกต์ใช้ :

– ผู้ที่คิดจะปรนนิบัติพระเยซู จำเป็นต้องเดินไปในเส้นทางที่พระเยซูเดินนั้น

– การเชื่อฟัง การถ่อมใจ การเสียสละ นั่นคือการรับใช้พระเจ้าที่แท้จริง

– การรับใช้ใดๆที่ปราศจากสิ่งเหล่านี้ ไม่อาจเรียกได้ว่า การรับใช้พระเจ้า

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:27) { เพราะพระองค์ทรงรักเรา }

แนวคิด :

– พระเยซูตรัสให้สาวกฟังว่า เวลานี้ใจของพระองค์เป็นทุกข์ เมื่อคิดถึงความตายอย่างทุกข์ทรมานในความบาปชั่วของมนุษย์ทุกคน

– ใจหนึ่งของพระองค์ด้วยความเป็นมนุษย์ของพระองค์ ก็อยากอธิษฐานให้​เวลา​แห่ง​การ​ทดลอง ​การ​ทดสอบ ​และ​การ​ทน​ทุกข์นี้ ผ่านพ้นไป

– แต่พระองค์ทรงทราบดีว่าพระองค์ทรงเสด็จมาอยู่ในโลกนี้ และดำเนินมาถึงช่วงเวลานี้ ก็เพื่อวัตถุประสงค์นี้ คือ เพื่อตายอย่างทุกข์ทรมาน อย่างน่าสยดสยอง ให้สาสมกับความบาปชั่วของมนุษย์ทุกคน

– ดังนั้นพระองค์จึงจะไม่อธิษฐานให้การทุกข์ทรมานนี้เลื่อนผ่านพ้นไปอย่างแน่นอน

การประยุกต์ใช้ :

– พระเยซูทรงเป็นพระเจ้าใหญ่ยิ่งสูงสุด เต็มด้วยสง่าราศี บรรดาเหล่าทูตสวรรค์ที่มีฤทธิ์ทั้งสิ้นก้มกราบพระองค์ ปรนนิติพระองค์

– ถาม : “เหตุใดหนอ พระองค์ผู้นี้ จึงมีช่วงเวลาเช่นนี้ด้วย?”  คือเวลาแห่งความทุกข์ใจแสนสาหัส กับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับพระองค์ในอีก ไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

– ตอบ : “เพราะพระองค์ทรงรักเรา”   สรรเสริญพระเยซู!!!

– ที่พระเยซูต้องเผชิญกับช่วงเวลาเช่นนี้ เพราะว่าพระเยซูทรงรักฉัน

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:28) { ถวายเกียรติแด่พระเจ้า }

แนวคิด :

– พระเยซูไม่ได้อธิษฐานให้เหตุการณ์แห่งการ​ทดลอง ​การ​ทดสอบ ​และ​การ​ทน​ทุกข์นี้ผ่านพ้นไป แต่ทรงอธิษฐานว่า ในเหตุการณ์ที่พระองค์กำลังจะเผชิญนี้ ขอพระบิดาได้รับพระเกียรติ

– แล้วพระบิดาก็ตรัสมาจากฟ้าสวรรค์ว่า พระองค์ได้รับเกียรติแล้ว นั่นคือเมื่อพระเยซูตั้งใจจะถวายเกียรติแด่พระบิดา นั่นก็ทำให้พระบิดาได้รับเกียรติแล้ว

– พระบิดาตรัสต่อไปว่า พระองค์จะได้รับเกียรติอีก นั่นคือ เมื่อพระเยซูกระทำสิ่งที่เป็นไปตามพระทัยพระบิดา นั่นจะทำให้พระบิดาได้รับเกียรติ

การประยุกต์ใช้ :

– พระเยซูวางแบบอย่างให้แก่เราไว้ คือ ไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆที่เราเผชิญ จงถวายเกียรติแด่พระเจ้าด้วยเหตุการณ์นั้น

– คำถามที่เราควรถาม ไม่ใช่คำถามว่า “เราจะพ้นจากสถานการณ์นี้ไปได้อย่างไร?” แต่ เป็นคำถามที่ว่า “เราจะถวายเกียรติแด่พระเจ้าในสถานการณ์นี้ได้อย่างไร?”

– วันนี้ เพียงแค่เราตัดสินใจว่า เราจะทำสิ่งที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า นั่นก็เริ่มเป็นการถวายเกียรติแด่พระเจ้าแล้ว

– และเมื่อเราลงมือทำตามที่ตัดสินใจนั้น จะเป็นการถวายเกียรติแด่พระเจ้ามากยิ่งขึ้นไปอีก

– ให้เราตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในวันนี้ว่า  เราจะขอถวายเกียรติแด่พระเจ้า ในสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:29) { ไม่เข้าใจ }

แนวคิด :

– ขณะที่พระบิดาตรัสกับพระเยซู จากฟ้าสวรรค์ มีฝูงชนอยู่ที่นั่นด้วย

– พวกเขาได้ยินแต่ไม่เข้าใจ บางคนบอกว่า เป็นเสียงฟ้าร้อง บางคนบอกว่าเป็นเสียงของทูตสวรรค์ซึ่งฟังไม่เข้าใจ

– ทั้งที่เสียงนั้นเกิดขึ้นเพื่อพวกเขา(ข้อ30) แต่พวกเขาไม่อาจรับรู้ และไม่เข้าใจ จนกระทั่งพระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตาย บางคนจึงเริ่มระลึกได้ อย่างน้อยก็มี ยอห์นผู้เขียนพระธรรมยอห์นนี้ที่ระลึกได้

การประยุกต์ใช้ :

– เมื่อพระเจ้าทรงสำแดงบางอย่างแก่เรา ในขณะนั้นเราอาจจะยังไม่สามารถเข้าใจได้ แต่เมื่อเวลามาถึงเราจะเข้าใจได้ในที่สุด

– เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเราในวันนี้ เราอาจจะยังไม่เข้าใจว่า ถ้าพระเจ้าทรงรักเรา แล้วทำไมเหตุการณ์เช่นนี้จึงเกิดขึ้นกับเรา แต่วันเวลาจะมาถึงที่เราจะสามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่า เหตุการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่ในวันนี้ เพราะพระเจ้าทรงรักเรา

– วันนี้เราอาจจะยังไม่เข้าใจ สิ่งที่พระเจ้าอนุญาตให้เกิดขึ้นกับเรา เพราะยังไม่ถึงเวลาเข้าใจ แต่เมื่อถึงเวลาเราจะเข้าใจได้

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:30) { เพื่อเรา }

แนวคิด :

– พระเยซูพูดถึงพระสุรเสียงของพระบิดาจากฟ้าสวรรค์ ที่ฝูงชนได้ยินว่า เสียงนั้นไม่ได้เพื่อที่จะหนุนใจพระองค์ หรือยืนยันแก่พระองค์ให้พระองค์เกิดความมั่นใจ

– แต่เพื่อพวกเขา ให้พวกเขารู้ว่าพระเยซูคือพระมาซีฮา และเพื่อพวกเขาจะระลึกถึงเหตุการณ์นี้ได้หลังจากพระองค์จากไป แล้วพวกเขาจะได้รับการเล้าโลมใจ ได้รับความมั่นใจ และได้รับความรอด

การประยุกต์ใช้ :

– บ่อยครั้งที่พระเจ้าทรงกระทำบางอย่างนั้น ก็เพื่อเรา แต่เราไม่รับรู้

– เหตุการณ์ที่พระองค์อนุญาตให้เกิดกับเราในวันนี้ เราอาจมองว่านั้นเป็นประโยขน์แก่คนอื่น แต่ความจริงแล้วพระองค์ทรงกระทำเพื่อเรา

– ให้เรามองโลกด้วยสายตาฝ่ายวิญญาณ : สิ่งที่พระองค์อนุญาตให้เกิดกับเราในวันนี้ พระองค์ทรงกระทำเพื่อเรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:31) { การพิพากษาเริ่มต้นขึ้นแล้ว }

แนวคิด :

– พระเยซูตรัสกับฝูงชนว่า การพิพากษาของพระเจ้าได้เริ่มขึ้นแล้ว

– โดยเริ่มจากการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู(ข้อ32)

– การพิพากษาเริ่มจาก ค่าจ้างของบาปคือความตาย คนรุ่นแรกที่เข้าสู่การพิพากษา คือ คนที่เชื่อวางใจในพระเยซู พวกเขามีบาป คำพิพากษาคือ โทษนี้สมควรตาย พวกเขาจึงถูกพิพากษาให้เข้าสู่ความตาย แต่พระเยซูมาเป็นตัวแทนของพวกเขา รับโทษแห่งการพิพากษานี้แทนพวกเขา

– ด้วยเหตุนี้พระเยซูจึงต้องสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เพื่อรับโทษจากการพิพากษานั้น

– แต่นี่แค่การเริ่มต้นของการพิพากษารอบแรก ในรอบสองในวันสุดท้ายนั้น คนที่ยังไม่ได้รับการพิพากษาในรอบแรก(คนที่ไม่ได้ให้พระเยซูเป็นตัวแทนของพวกเขา) ต้องรับการพิพากษาในวันนั้น

– และพระเยซูตรัสอีกว่า ถึงเวลาแล้วที่ มารซาตานเจ้าแห่งโลกนี้ จะถูกเพิกถอนสิทธิครอบครองโลกนี้ออกไป

– เพราะมันทำให้พระองค์ผู้ไม่มีบาปต้องตาย มันจึงสูญเสียสิทธิการเป็นเจ้าแห่งโลกนี้ สิทธินั้นกลับคืนสู่พระเจ้า แล้วพระบิดาก็ประทานสิทธินั้นแก่พระเยซู เมื่อพระองค์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย

การประยุกต์ใช้ :

– การพิพากษาของพระเจ้าได้เริ่มขึ้นแล้ว วันนี้ใครยังไม่เข้าสู่การพิพากษารอบแรก รีบเข้าด่วน ด้วยการต้อนรับพระเยซูเป็นเจ้านายและเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของตน

– ยังมีเพื่อนและญาติของเรา ที่ยังมีโอกาส สิทธิแห่งการให้พระเยซูตัวแทน ยังไม่หมดเวลา พวกเขาสมควรต้องรู้เรื่องนี้ เพื่อจะไม่ต้องเข้าสู่การพิพากษาในวันสุดท้าย

– มารซาตานถูกถอนสิทธิการเป็นเจ้าแห่งโลกนี้แล้ว แต่มันยังถือวิสาสะ เพราะคนยังไม่รู้ความจริงนี้ ครอยครองโลกต่อไป ได้เวลาที่พวกเราผู้รู้ความจริงแล้ว ยึดโลกนี้กลับคืนจากมารซาตาน โดยนำพระเยซูเข้าไปครอบครองในหัวใจของผู้คน

การพิพากษาของพระเจ้า

เริ่มต้นขึ้นแล้ว

วันนี้ยังเป็นโอกาสแห่งการกลับใจ

จงกลับใจก่อนที่จะสายเกินไป

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:32) { ถูกยกขึ้น }

แนวคิด :

– พระเยซูตรัสกับประชาชนว่า พระองค์จะถูกยกขึ้น ซึ่งหมายถึง การถูกตรึงตายที่กางเขน(ข้อ33) ซึ่งเรื่องนี้พระองค์เคยตรัสไว้ก่อนแล้ว ใน ยน. 3:14 ว่า “โม​เสส​ยก​งู​ขึ้น​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​อย่าง​ไร บุตร​มนุษย์​จะ​ต้อง​ถูก​ยก​ขึ้น​อย่าง​นั้น”

– และพระองค์ตรัสว่า เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว พระองค์จะนำคนทั้งหลายมาหาพระองค์ ซึ่งคนที่มาหาพระองค์ พระองค์จะทำให้เขาเป็นขึ้นมาในวันสุดท้าย

– ยน. 6:44 ไม่​มี​ใคร​มา​ถึง​เรา​ได้​นอก​จาก​พระ​บิดา​ผู้​ทรง​ใช้​เรา​มา​จะ​ทรง​ชักนำ​ให้​เขา​มา และ​เรา​จะ​ให้​คน​นั้น​เป็น​ขึ้น​มา​ใน​วัน​สุดท้าย

การประยุกต์ใช้ :

– คริสเตียนน่าจะเป็นคนกลุ่มเดียวในโลกที่ ภูมิใจและเที่ยวบอกใครต่อใครว่า จอมเจ้านายที่รักของตน ถูกศัตรูฆ่าตายอย่างทรมานบนไม้กางเขน

– การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูบนไม้กางเขน ในสายตาของโลกอาจดูเป็นความพ่ายแพ้ แต่สำหรับผู้เชื่อแล้ว นั่นเป็นชัยชนะที่ยิ่งให้ที่พระเจ้าทรงช่วยมนุษย์ที่พระองค์ทรงรัก ให้รอดพ้นจากนรกได้

– วันนี้ พระเยซูทรงถูกยกจากโลกนี้ พระองค์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนแล้ว พระองค์ทรงถูกขึ้นมาจากความตายแล้ว พระองค์ทรงถูกยกขึ้นสูงสุดบนบัลลังก์ของพระองค์ในสวรรค์แล้ว

– ได้เวลาแล้วที่พระองค์จะชักนำคนทั้งหลายมาหาพระองค์ ให้เรายอมเป็นอุปกรณ์ที่พระองค์จะใช้ ชักนำคนทั้งหลายที่พระองค์ทรงรักให้มาหาพระองค์กันเถิด

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:33) { เต็มใจตายเพื่อเรา }

แนวคิด :

– การที่พระเยซูบอกว่า พระองค์จะถูกยกขึ้นนั้น(ข้อ32) เป็นการบอกว่า พระเยซูจะสิ้นพระชนม์โดยการถูกแขวนไว้ ถูกตอกตรึงที่กางเขน

– คำตรัสของพระองค์นี้เป็นจริงในเวลาต่อมา ใน ยน. 18:32 “ทั้ง​นี้​เพื่อ​ให้​เป็น​จริง​ตาม​พระ​ดำ​รัส​ของ​พระ​เยซู​ที่​ตรัส​ไว้​ว่า​พระ​องค์​จะ​สิ้น​พระ​ชนม์​อย่าง​ไร”

– คำกล่าวเช่นนี้ พระเยซูเคยตรัสไว้ก่อนแล้วใน ยน. 8:28 พระ​เยซู​จึง​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “เมื่อ​พวก​ท่าน​ยก​บุตร​มนุษย์​ขึ้น ท่าน​ก็​จะ​รู้​ว่า​เรา​เป็น​ผู้​นั้น และ​รู้​ว่า​เรา​ไม่​ได้​ทำ​อะไร​ตาม​ใจ​ชอบ พระ​บิดา​ทรง​สอน​เรา​อย่าง​ไร เรา​ก็​กล่าว​อย่าง​นั้น”

– ดังนั้นการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู จึงไม่ใช่การพลาดท่าเสียที หรือ การตกกระไดพลอยโจรไหนๆก็ถูกจับแล้ว ก็ตายเลยละกันจะได้ไถ่บาปได้

– แต่การสิ้นพระชนม์ของพระเยซู เป็นการตระเตรียมการไว้ล่วงหน้าอย่างเจาะจง และพระเยซูก็ทราบถึงสิ่งที่พระองค์กำลังต้องเผชิญเป็นอย่างดี

– พระเยซูไม่อยากสิ้นพระชนม์เช่นนั้น (ข้อ27) แต่พระเยซูเต็มใจที่จะถูกฆ่าตายเช่นนั้นเพื่อเราทั้งหลาย….ขอบคุณพระเยซู

การประยุกต์ใช้ :

– ความตายที่แสนอัปยศและสุดทรมานบนไม้กางเขนนี้

– พระเยซูรู้ล่วงหน้าว่าทรมานเพียงใด แต่ก็ทรงเต็มใจตายเพื่อเรา

– พระเยซู มีสิทธิปฏิเสธได้ แต่ทรงเต็มใจตายเพื่อเรา

– พระเยซู สามารถหลีกหนีได้ แต่ทรงเต็มใจตายเพื่อเรา

– พระเยซูทรงทิ้งทุกสิ่งจากสูงสุด ลงมาตายอย่างต่ำที่สุด เพื่อเราทั้งหลาย เราสมควรอย่างยิ่งที่จะให้ชีวิตที่เหลืออยู่ของเรานี้ อยู่เพื่อพระองค์ เพราะพระองค์สมควรได้รับมากยิ่งกว่านั้นอีกจากเรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:34) { พระองค์พูดผิดหรือเปล่า? }

แนวคิด :

– ประชาชนสงสัยว่า ในเมื่อพระเยซูบอกว่า ตนเองเป็นพระมาซีฮา แล้วทำไมบอกว่าพระองค์จะถูกยกขึ้น ซึ่งหมายถึง  ต้องตาย และตายอย่างน่าอนาจด้วย สิ่งนี้ดูเหมือนกับจะขัดแย้งกับ พระมาซีฮา ที่พวกเขาเข้าใจ เพราะพวกเขาเข้าใจว่าพระมาซีฮา จะไม่มีวันตาย

– ดังใน สดด. 110:4 พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​ปฏิ​ญาณ​แล้ว และ​จะ​ไม่​เปลี่ยน​พระ​ทัย​ของ​พระ​องค์ “เจ้า​เป็น​ปุโร​หิต​เป็น​นิตย์ ตาม​อย่าง​เมล​คี​เซ​เดค”

– พระคัมภีร์ไม่เคยบอกว่าพระมาซีฮาจะไม่ตาย เพียงแต่บอกว่า พระองค์จะดำรงอยู่เป็นนิตย์

– ประชาชนสงสัยในคำพูดของพระเยซู ดังนั้นเมื่อคำพูดของพระเยซูขัดแย้ง กับความรู้เดิมๆที่เขามี(ซึ่งเขาเองเข้าใจไม่สมบูรณ์) พวกเขาจึงสรุปว่า พระเยซูพูดไม่จริง

การประยุกต์ใช้ :

– เมื่อพระคำของพระเจ้า ดูเหมือนขัดแย้งกับ ความคิด ความรู้ ความเข้าใจของเรา อย่าให้เราสงสัยพระคำของพระเจ้า แต่ให้สำรวจดูว่า ความเข้าใจของเรานั้น มีส่วนใดที่เราเข้าใจไม่ถูกต้อง

– เมื่อพระคำของพระเจ้า ไม่สอดคล้องกับความคิดของเรา จงเลือกที่จะเชื่อพระคำของพระเจ้า

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:35) { เดินในความสว่าง }

แนวคิด :

– พระเยซูพูดกับประชาชน (ดูเหมือนไม่ใช่การตอบคำถามในข้อ34 โดยตรง) ว่า พระเยซูยังอยู่กับพวกเขา เป็นโอกาสที่พวกเขาจะเชื่อวางใจในพระเยซู เพื่อความมืดจะไม่ได้ครอบงำชีวิตของพวกเขา

– เพราะหากความมืดครอบงำชีวิตของพวกเขา เขาจะเดินผิดทาง ออกไปไกลจากทางแห่งความรอดทุกทีๆ

– เหมือนที่พระเยซูตรัสใน ยน. 8:12 “เรา​เป็น​ความ​สว่าง​ของ​โลก คน​ที่​ตาม​เรา​มา​จะ​ไม่​ต้อง​เดิน​ใน​ความ​มืด แต่​จะ​มี​ความ​สว่าง​แห่ง​ชีวิต”

การประยุกต์ใช้ :

– มีวาระแห่งการกลับใจ บัดนี้เป็นวาระแห่งการกลับใจ วาระแห่งพระคุณ จงรีบกลับใจในขณะที่ยังมีโอกาส

– หากเราไม่ให้ความสว่างครอบครองจิตใจ ความมืดทึบจะเข้ามาครอบครองจิตใจแทน

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:36) { เป็นลูกโดยการวางใจ }

แนวคิด :

– พระเยซูตรัสกับประชาชนว่า พวกเขาควรวางใจในพระเยซูเพื่อพวกเขาจะได้เป็นลูกของความสว่าง ไม่ต้องอยู่ในความมืด

– เมื่อตรัสแล้ว พระองค์ก็หลบออกไป เพื่อให้พ้นการจับกุมของพวกฟาริสี

– พระเยซูเรียกร้องให้วางใจ แต่พระองค์กลับไม่อยู่ให้พวกเขาเห็น แสดงว่าคำเรียกร้องของพระเยซูนี้สามารถเกิดขึ้นได้ โดยไม่ต้องเห็นพระเยซู

– พวกเขาสามารถวางใจในพระเยซูได้ แม้ไม่เห็นพระองค์ก็ตาม

การประยุกต์ใช้ :

– เราจะเป็นลูกของพระเจ้า ก็ต่อเมื่อเราวางใจในพระองค์

– ยน. 1:12 แต่​ทุก​คน​ที่​ยอม​รับ​พระ​องค์ คือ​คน​ที่​เชื่อ​ใน​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์​นั้น พระ​องค์​ก็​จะ​ประ​ทาน​สิทธิ​ให้เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า

– เมื่อเราเป็นลูกของพระองค์แล้ว เราก็สมควรทำตัวให้สมกับเป็นลูกของพระองค์ ด้วยการไว้วางใจในพระองค์

– การวางใจไม่จำเป็นต้องมองเห็น เราสามารถวางใจในพระเจ้าได้ แม้วันนี้เรายังไม่เห็นพระองค์ก็ตาม

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:37) { ไม่ยอมวางใจ }

แนวคิด :

– พระเยซูทรงทำการอัศจรรย์หลายอย่าง ในเยรูซาเล็ม (ยน. 2:23) จนกระทั่งนิโคเดมัสสนใจพระองค์อย่างมากจนต้องแอบมาหาตอนกลางคืน(ยน. 3)

– เวลาต่อมา ที่เยรูซาเล็มนี้ พระเยซูรักษาคนที่ป่วยมา 38 ปี ที่สระเบธซาธา (ยน.5) ทรงรักษาชายตาบอดแต่กำเนิด(ยน.9)

– เบธานี ไม่กี่กิโลเมตรจากเยรูซาเล็ม พระเยซูทรงทำให้ลาซารัสเป็นขึ้นมาจากความตาย มีพวกยิวเป็นพยานรู้เห็นมากมาย(ยน.11)

– แม้ว่าพวกยิวจะได้ยินและได้เห็นการอัศจรรย์เหล่านี้แล้วก็ตาม และพวกเขาไม่อาจเถียงได้ว่าพระเยซูไม่ได้เป็นผู้ทำการอัศรรย์เหล่านี้ ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังไม่วางใจในพระเยซูอยู่ดี

การประยุกต์ใช้ :

– สิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำในชีวิตของเรา และคนที่เรารู้จักในอดีตที่ผ่านมา มากพอหรือยังที่จะให้เรา สามารถวางใจในพระเยซูอย่างสุดใจในวันนี้?

– ถ้าเพียงพอแล้ว เหตุฉะนั้นเราจึงยังไม่วางใจในพระองค์ สำหรับเหตุการณ์ในวันนี้เล่า?

– อย่าให้เราทำใจให้แข็งกระด้างเหมือนพวกยิวในเยรูซาเล็ม ที่ถึงอย่างไรก็ยังจะไม่ยอมวางใจในพระเยซูอยู่ดี

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:38) { ไม่เชื่อ }

แนวคิด :

– อิสยาห์พยากรณ์ไว้ 500 ปีก่อนเหตุการณ์นี้ ว่า ยังไงพวกเขาก็ยังจะไม่เชื่ออยู่ดี แต่ถึงกระนั้นการไม่เชื่อของพวกเขา ก็ทำให้พระวจนะของพระเจ้าที่อิสยาห์กล่าวไว้สำเร็จในที่สุด (อสย. 53:1)

– เมื่อข่าวประเสริฐจากพระเจ้า มาถึงพวกเขา พวกเขาก็ไม่เชื่อ

– แม้เมื่อพระกรของพระเจ้า ซึ่งหมายถึงฤทธานุภาพของพระเจ้า ได้สำแดงออกต่อหน้าต่อตาพวกเขา ผ่านการอัศจรรย์ที่พระเยซูทรงกระทำ พวกเขาก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี

การประยุกต์ใช้ :

– ถึงแม้เราจะ ไม่ยอมเชื่อเหมือนพวกยิวเหล่านั้น แผนการของพระเจ้าก็จะสำเร็จอยู่ดี แต่เราจะไม่มีส่วนแผนพระพรอันยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าทรงประทานมานั้น

– วันนี้เมื่อพระกรของพระเจ้า ได้ทรงสำแดงแก่เราแล้ว อย่าให้เรามีใจแข็งกระด้าง ต่อการสำแดงหรือการเตือนของพระเจ้า มิฉะนั้นเราจะพลาดจากสิ่งประเสริฐที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้ให้เรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:39) { สาเหตุที่ไม่อาจวางใจ }

แนวคิด :

– เหตุที่พวกยิวไม่เชื่อวางใจในพระเยซู เพราะว่า พวกเขาไม่ยอมเชื่อถ้อยคำของผู้เผยพระวจนะที่กล่าวไว้เกี่ยวกับพระเยซู

– พวกเขากล่าวว่า พวกเขานับถืออิสยาห์ แต่พวกเขากลับไม่เชื่อสิ่งที่อิสยาห์ได้กล่าวเอาไว้เกี่ยวกับพระเยซู ด้วยเหตุนี้เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นตามที่อิสยาห์กล่าวไว้ล่วงหน้า 500 ปี พวกเขาจึงไม่เชื่อวางใจในพระเยซูอยู่ดี

การประยุกต์ใช้ :

– ถ้าเราไม่เชื่อถ้อยคำในพระวจนะของพระเจ้า เราก็ไม่สามารถเชื่อวางใจในพระเยซูได้

– การเพียงแค่พูดถึงพระคำของพระเจ้า กับ การเชื่อในพระคำของพระเจ้า ดูคล้ายกันแต่ผลที่เกิดขึ้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

– วันนี้ เราเชื่อในสิ่งที่พระคำของพระเจ้าบอกไว้จริงๆหรือไม่? เราไม่อาจวาใจในพระเยซูได้หากไม่ยอมเชื่อสิ่งที่กล่าวไว้ในพระคำของพระเจ้า

– เช่น เชื่อไหมว่า “…​เหตุ​การณ์​ทุก​อย่าง​ร่วม​กัน​ก่อ​ผล​ดี​แก่​คน​ที่​รัก​พระ​เจ้า…”รม. 8:28

– เชื่อไหมว่า “ จง​ทูล​เรา และ​เรา​จะ​ตอบ​เจ้า และ​จะ​บอก​สิ่ง​ยิ่ง​ใหญ่​ที่​ซ่อน​อยู่ ซึ่ง​เจ้า​ไม่​รู้​นั้น​แก่​เจ้า” ยรม. 33:3

– จงเชื่อในพระคำของพระเจ้า แล้วเราจะสามารถวางใจในพระเยซูได้อย่างแท้จริง

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:40) { ใจแข็งกระด้าง }

แนวคิด :

– ข้อนี้หมายความว่า พระเจ้าไม่อยากให้บางคนกลับใจ อย่างนั้นหรือ?

– ไม่สามารถตีความเช่นนั้นได้เพราะจะขัดแย้งกับพระลักษณะของพระเจ้าที่ปรากฏในตอนอื่นๆของพระคัมภีร์

– แต่ในข้อนี้หมายถึง พระเจ้าทรงทราบล่วงหน้าแล้วว่า พวกเขาถึงยังไงก็จะไม่เชื่อ แต่ถึงกระนั้นพระเจ้ายังให้อิสยาห์ประกาศออกไปอยู่ดี

– ​พระเจ้าตรัสกับอิสยาห์ ใน ​ อสย. 6:9 ว่า “ไป​เถอะ​และ​กล่าว​แก่​ชน​ชาติ​นี้​ว่า ‘ฟัง​แล้ว​ฟัง​อีก แต่​อย่า​เข้า​ใจ ดู​แล้ว​ดู​อีก แต่​อย่า​มอง​เห็น’”  คือแม้อิสยาห์ประกาศพวกเขาก็จะไม่ฟัง แต่ก็จงไปประกาศ

– ดังนั้น การที่พระเจ้ารู้ล่วงหน้าว่า พวกเขาจะไม่ฟัง ยังไงพวกเขาก็จะไม่เชื่ออยู่ดี แต่ยังให้อิสยาห์ประกาศออกไป จึงเป็นเหมือนการทำให้ใจของเขาแข็งกระด้าง หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ให้ใจที่แข็งกระด้างของเขาปรากฏออกมาชัดเจนนั่นเอง

– เรื่องนี้สอดคล้องกับแนวคิดของยิวด้วย คนยิวเชื่อว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ว่าอะไรก็ตามเป็นการกระทำของพระเจ้า ดังนั้นการที่พระคัมภีร์พูดเช่นนั้น ผู้เชื่อชาวยิวจึงสามารถเข้าใจได้เป็นอย่างดี

การประยุกต์ใช้ :

– พระเจ้าไม่ได้ทรงกระทำให้ใครคนใดคนหนึ่งไม่เชื่อ แต่พระเจ้าทรงสามารถใช้ความไม่เชื่อของคน เพื่อทำให้แผนการแห่งน้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จอยู่ดี

– วันนี้ การที่เรา เชื่อ หรือ ไม่เชื่อ เป็นสิ่งที่เราต้องเลือกตัดสินใจเอง แต่ไม่ว่าเราตัดสินใจอย่างไร แผนการของพระเจ้าก็จะสำเร็จอยู่ เพียงแต่ว่าเราจะได้มีส่วนในพระพรแห่งแผนการของพระเจ้านั้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเราเอง

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:41) { ได้เห็นพระสิริ }

แนวคิด :

– อิสยาห์ได้เห็นพระสิริของพระเจ้า ใน อสย. 6:1-10 แล้วเขาก็ตกใจ และกล่าว​ว่า “วิบัติ​แก่​ข้าพ​เจ้า เพราะ​ว่า​ข้าพ​เจ้า​พินาศ​แล้ว เพราะ​ข้าพ​เจ้า​เป็น​คน​ริม​ฝี​ปาก​ไม่​สะอาด​และ​ข้าพ​เจ้า​อยู่​ท่าม​กลาง​ชน​ชาติ​ที่​ริม​ฝี​ปาก​ไม่​สะอาด แต่​ดวงตา​ของ​ข้าพ​เจ้า​ได้​เห็น​กษัตริย์ คือ​พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ” (อสย. 6:5)

– อิสยาห์มีประสบการณ์ว่า ผู้ได้เห็นการสำแดงพระสิริของพระเจ้าจะเกรงกลัวและยำเกรงพระเจ้ามากเพียงใด

– แต่อิสยาห์ได้พยากรณ์ว่า เมื่อพระมาซีฮาเสด็จมา แม้พวกเขาเห็นการสำแดงแห่งพระสิริของพระเจ้าแล้ว พวกเขาก็ยังจะไม่เกรงกลัว และไม่เชื่ออยู่ดี

– แล้วก็เป็นจริงดังคำพยากรณ์ของอิสยาห์

การประยุกต์ใช้ :

– สำหรับผู้เชื่อ เมื่อพระเจ้าทรงสำแดงพระหัตถกิจของพระองค์ พวกเขาจะยำเกรงพระเจ้า

– สำหรับผู้ใจแข็งกระด้าง ต่อให้พระเจ้าจะสำแดงพระหัตถกิจของพระองค์ พวกเขาก็ยังจะไม่ยำเกรงพระองค์อยู่ดี

– จนมาถึงวันนี้ พระเจ้าได้ทรงสำแดงพระหัตถกิจของพระองค์ มากมายในชีวิตของเรา วันนี้ความยำเกรงพระเจ้าในชีวิตของเรา จะเป็นสิ่งชี้วัด ความแข็งกระด้างแห่งจิตใจของเรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:42) { แพงเกินไป }

แนวคิด :

– พวกเจ้าหน้าที่ในข้อนี้ หมายถึง สมาชิกของสภาแซนฮีดริน สภาสูงสุดของยิว ซึ่งสมาชิกจำนวนมากเป็นพวกฟาริสี

– เนื่องจากพวก​ยิว​ตก​ลง​กัน​แล้ว​ว่า ถ้า​ผู้ใด​ยอมรับ​ว่า​ผู้​นั้น​เป็น​พระ​คริสต์​ จะต้อง​อเปหิ​ผู้​นั้น​เสีย​จาก​ธรรม​ศาลา​ (ยน. 9:22) ดังนั้นคนเหล่านั้น แม้เชื่อวางใจในพระเยซู แต่ก็ไม่กล้ายอมรับพระเยซู

– ​พวกฟาริสี​​มีสิทธิ​ขับ​ไล่​คนยิว​คน​ใดๆก็ได้ ​ไม่่ให้​ร่วม​พิธี​ศาสนกิจ​ใน​พระวิหาร​ ​ถ้า​เห็น​ว่า​ผู้​นั้น​ฝ่า​ฝืน​กฎ​วัน​สะบาโต​หรือ​กฎของ​พระวิหาร

– คนเหล่านั้น เชื่อวางใจ แต่ไม่มากพอที่จะทำให้เขายอมรับพระเยซูต่อหน้าธารกำนัล เพราะว่า ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับพวกเขานั้น มันแพงเกินไป

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้ การเชื่อฟังพระเจ้า อาจมีราคาที่เราต้องจ่าย

– สำหรับ ราคานั้นมันแพงเกินไป เกินกว่าที่จะยอมจ่ายหรือไม่?

– วันนี้ราคาสูงที่สุดเท่าที่เรายอมจ่าย เพื่อจะเชื่อฟัง และทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า นั้นคือเท่าไหร่?

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:43) { พระเจ้าชม }

แนวคิด :

– พวกสมาชิกสภาแซนฮีดรินที่เชื่อวางใจในพระเยซู แต่ไม่กล้าเปิดเผยตัวเอง เพราะพวกเขาแคร์ว่ามนุษย์จะคิดอย่างไร มากกว่า แคร์ว่าพระเจ้าจะรู้สึกอย่างไร

– พวกเขายอมทำให้พระเจ้าไม่พอพระทัย ดีกว่า ทำให้มนุษย์ผู้มีอิทธิพลบางคนไม่พอใจ

– พวกเขารักการชมจากมนุษย์ มากกว่า การชมจากพระเจ้า

การประยุกต์ใช้ :

– มนุษย์ชม : เมื่อเราหาเงินได้มากๆ

>>> พระเจ้าชม : เมื่อเราเสียเงินเพื่อทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

– มนุษย์ชม : เมื่อเราทำสิ่งที่ใครๆเขาก็ทำกัน

>>> พระเจ้าชม : เมื่อเราทำสิ่งที่เป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า แม้ว่าคนอื่นเขาจะไม่ทำแบบนี้กันก็ตาม

– มนุษย์ชม : เมื่อเราประสบความสำเร็จตามมาตรฐานอนิจจังของโลกนี้

>>> พระเจ้าชม : เมื่อเราประสบความสำเร็จในการเชื่อฟัง ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

– โลกนี้จะเกลียดเรา เมื่อเราทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

– ยน. 15:19 ถ้า​พวก​ท่าน​เป็น​ของ​โลก โลก​ก็​ย่อม​จะ​รัก​คน​ที่​เป็น​ของ​โลก​เอง แต่​เพราะ​ท่าน​ไม่​ได้​เป็น​ของ​โลก คือ​เรา​เลือก​ท่าน​ออก​จาก​โลก เพราะ​เหตุ​นี้ โลก​จึง​เกลียด​ชัง​ท่าน

– โลกจะเกลียดเราหรือไม่ ก็ช่างโลกปะไร ใครจะไปสน ฉันขอสนแต่เพียงว่า พระเจ้าพอพระทัยในสิ่งที่ฉันทำหรือไม่ นั่นก็เพียงพอแล้ว

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:44) { พระบิดารับรอง }

แนวคิด :

– พระเยซูร้องประกาศด้วยเสียงดัง เพราะพระองค์กระตือรือร้นและปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้พวกเขากลับใจใหม่ หันมาวางใจในพระองค์

– พระเยซูประกาศว่า วางใจในพระเยซู ก็เท่ากับวางใจในพระเจ้าพระบิดานั้นเอง

– เหตุที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะว่า

– พระเยซูทำตามพระประสงค์ของพระบิดา

ยน. 5:30 “…​เรา​ไม่​ได้​มุ่ง​ที่​จะ​ทำ​ตาม​ใจ​ของ​เรา​เอง แต่​ตาม​พระ​ประ​สงค์​ของ​ผู้​ทรง​ใช้​เรา​มา”

– พระเยซูมาในนามของพระบิดา

ยน. 5:43 “เรา​มา​ใน​พระ​นาม​พระ​บิดา​ของ​เรา​…”

– พระเยซูสอนคำสอนของพระบิดา

ยน. 7:16 …“คำ​สอน​ของ​เรา​ไม่​ใช่​ของ​เรา​เอง แต่​เป็น​ของ​ผู้​ทรง​ใช้​เรา​มา”

– พระเยซูถูกใช้มาโดยพระบิดา

ยน. 8:42 “…​พระ​องค์​ทรง​ใช้​เรา​มา”

– ดังนั้น สิ่งที่พวกเขาทำกับพระเยซูจึงเหมือนทำกับพระบิดาด้วย

ยน. 13:20 “…ใคร​รับ​เรา คน​นั้น​ก็​รับ​พระ​องค์​ผู้​ทรง​ใช้​เรา​มา”

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้ หากสิ่งที่เราทำ เราทำตามน้ำพระทัยของพระบิดา เราสอนคำสอนของพระบิดา เราทำสิ่งต่างๆในนามของพระบิดา พระบิดาจะเป็นผู้รับรองชีวิตของเราและสิ่งที่เราได้กระทำ

– เราควรดำเนินชีวิตตามอย่างพระเยซู โดยใช้ชีวิตไม่ใช่เพื่อประโยชน์ใดๆของตนเองเลย แต่เพื่อทำตามน้ำพระทัยของพระบิดา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:45) { เห็นพระเจ้า }

แนวคิด :

– พระเยซูประกาศแก่ฝูงชนว่า ใครเห็นพระเยซู ก็เห็นพระบิดา

– พระเยซูเคยกล่าวทำนองนี้ กับฟีลิป ใน ยน. 14:9 “…คน​ที่​ได้​เห็น​เรา​ก็​ได้​เห็น​พระ​บิดา”

– คนมากมายมายเห็นพระเยซู แต่พวกเขาไม่เห็นพระบิดา  เพราะเขามองพระเยซูด้วยสายตาธรรมดา

– คนที่มองพระเยซูด้วยความเชื่อ เชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า พวกเขาจะเห็นพระลักษณะของพระบิดา ผ่านพระเยซูที่เขาเชื่อนั้น

– ดังใน คส. 2:9 ที่กล่าวว่า “เพราะ​ว่า​ความ​เป็น​พระ​เจ้า​ที่​ครบ​บริ​บูรณ์​ทั้ง​สิ้น​ดำ​รง​อยู่​ใน​พระ​กาย​ของ​พระ​องค์”

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้ เรามองไม่เห็นพระเยซูด้วยตา แต่เราสามารถเห็นชีวิตของพระองค์ได้ ผ่านทางพระคัมภีร์

– เมื่อเราอ่านพระคัมภีร์ ให้เราสังเกตและค้นดูว่า พระลักษณะของพระเยซูเป็นเช่นไร ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เราสามารถเห็นพระเจ้าผู้ทรงมองไม่เห็นได้ว่า พระองค์มีลักษณะอย่างไร

– พระบิดาในสวรรค์ทรงรักเราอย่างไร ดูได้จากชีวิตของพระเยซู

– ขอให้ชีวิตของเราได้เรียนรู้จักพระเจ้ามากขึ้น ในแต่ละวันของชีวิตเถิด

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:46) { ทางสว่าง }

แนวคิด :

– พระเยซูเป็นความสว่างที่ฉายเข้ามาในโลกที่มืดมิด(ยน. 8:12) แต่ไม่ใช่ทุกคนที่อยู่ในความมืดจะได้พบกับความสว่างที่ฉายเข้ามานั้น

– เฉพาะคนที่วางใจในพระเยซู ผู้ที่เดินติดตามพระองค์เท่านั้น พวกเขาถึงจะหลุดพ้นจากความมืด ไม่ต้องอยู่ในความมืดอีกต่อไป

– เพราะว่าความสว่างจะนำหน้าพวกเขา เหมือนอย่างเสาไฟที่นำประชากรของพระเจ้า ในถิ่นทุรกันดารอันมืดมิดในยามค่ำคืน

การประยุกต์ใช้ :

– หากเราดำเนินชีวิตติดตามพระเยซู เราจะไม่มีวันพบกับความมืดมิด เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะพบกับความมืดในขณะที่ความสว่างนำหน้า

– วันนี้ หากชีวิตของเราเดินไปในทางมืดแห่งบาป หรือมืดมิดแห่งความเครียด ความวิตกกังวลแห่งโลกนี้ เป็นไปได้ว่า เราเป็นลูกของพระเจ้า ผู้เดินผิดทาง พระเยซูไม่ได้อยู่ข้างหน้าเราเสียแล้ว เราถอยห่างจากความวางใจในพระเยซูไปเสียแล้ว

– หากเส้นทางข้างหน้าของเรามืดมิด เป็นไปได้ว่า พระเยซูผู้เป็นความสว่างไม่ได้อยู่ข้างหน้าเรา เพราะเราละทิ้งความไว้วางใจในพระองค์ สำหรับเหตุการณ์ที่อยู่ข้างหน้านั้น ด้วยสายตาแห่งความเชื่อไว้วางใจ ทางที่มืดนั้นก็สว่างชัดเจน

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:47) { รีบกลับใจ }

แนวคิด :

– พระเยซูตรัสว่า การเสด็จมาครั้งนี้ของพระองค์ ไม่ได้มาเพื่อพิพากษา แม้บางคนยังคงจะไม่เชื่อ ไม่ทำตามถ้อยคำของพระองค์ พระองค์ยังคงพูดกับพวกเขาต่อไป ยังคงให้โอกาสพวกเขากลับใจ

– เพราะการมาครั้งนี้ของพระองค์ มาเพื่อช่วยพวกเขาให้รอด ดังนั้นพวกเขายังมีโอกาสกลับใจเสียใหม่

– แต่ในอนาคตเมื่อพระองค์เสด็จมาเพื่อพิพากษา เมื่อนั้นจะหมดโอกาสกลับใจเสียแล้ว

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้เมื่อพระเจ้าตรัสกับเรา เตือนเรา ให้กลับใจใหม่ จงรีบกลับใจในขณะที่ยังมีโอกาส

– วันนี้ พระเยซูยังให้โอกาสเรากลับใจ จากการไม่ยอมทำตามถ้อยคำของพระองค์ “จงรีบกลับใจ”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:48) { ปฏิเสธคำของพระองค์ }

แนวคิด :

– พระเยซูเตือนว่า ใครก็ตามที่ปฏิเสธพระเยซู ไม่ยอมรับถ้อยคำของพระเยซู ถ้อยคำที่เขาปฏิเสธนั้น จะทำให้เขาถูกพิพากษาอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้

– ดังนั้นใครก็ตามที่ยอมรับพระเยซู เชื่อในถ้อยคำของพระองค์ จะรอดพ้นการพิพากษาได้ในวันแห่งการพิพากษาของพระเจ้า

การประยุกต์ใช้ :

– การเชื่อวางใจ ในพระเยซูและถ้อยคำของพระองค์ จะข่วยเราผ่านพ้นวิกฤตของสถานการณ์ในวันนี้

– แต่ไม่ยอมวางใจในพระเยซูและถ้อยคำของพระองค์ จะนำเราจมดิ่งสู่ ความเครียด ความกังวล และผลกระทบที่ไม่ดีอื่นๆของสถานกาณ์นั้น

– วันนี้ สมควรอย่างยิ่งที่เราจะเลือกวางใจในพระเยซู และเชื่อถ้อยคำของพระองค์

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:49) { ทำตามคำบัญชา }

แนวคิด :

– พระเยซูตรัสยืนยันว่า สิ่งที่พระองค์กล่าวนั้นมาจากคำสั่งของพระบิดา

– ใน ยน. 7:17 พระเยซูตรัสว่า คนใดที่ตั้งใจ​ประ​พฤติ​ตาม​พระบิดา คน​นั้น​ก็​จะ​รู้​ว่า​คำ​สอน​​ของพระเยซูนี้​มาจาก​พระ​เจ้า​

– เนื่องจากคำตรัสของพระเยซู เป็นคำสั่งของพระบิดา ดังนั้นคนที่ไม่เชื่อคำตรัสของพระเยซู(ข้อ48) จะถูกพิพากษาลงโทษ เนื่องจากพวกเขาปฏิเสธคำสั่งของพระบิดา พระผู้ทรงพิพากษาสูงสุด

การประยุกต์ใช้ :

– พระเยซูวางแบบอย่างแก่เราในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า โดยการไม่ทำสิ่งใด หรือไม่กล่าวสิ่งใด โดยปราศจากคำสั่งของพระบิดา

– หากเราคิดจะปรนนิบัติพระเจ้า เราต้องไม่กระทำสิ่งใด หรือสอนสิ่งใดๆที่ขัดแย้งกับพระคำของพระเจ้า

– เพราะการทำตามพระคำของพระเจ้านั้นคือการปรนนิบัติพระเจ้าอย่างแท้จริง

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.12:50) { วางใจในพระคำ }

แนวคิด :

– ​เป​โตรเคยกล่าวประโยคนี้ใน ยน. 6:68 “พระ​องค์​ทรง​มี​ถ้อย​คำ​แห่ง​ชีวิต​นิรันดร์”

– พระเยซูกล่าวในข้อนี้ว่า “พระ​บัญ​ญัติ​ของ​พระบิดา​นั้น​เป็น​ชีวิต​นิรันดร์”

– พระบัญญัติในที่นี้ไม่ได้หมายถึง ถ้อยคำของพระเจ้าที่สำแดงทางโมเสส แต่หมายถึง ถ้อยคำของพระเจ้าที่สำแดงผ่านพระเยซู

– เพราะพระเยซูพูดตามคำสั่งของพระบิดา ถ้อยคำของพระเยซูจึงเป็นพระบัญญัติของพระบิดา

– นั่นก็คือ คำตรัสของพระเยซูนั้นเป็นชีวิตนิรันดร์ ใครวางใจในคำตรัสของพระเยซูก็จะได้รับชีวิตนิรันดร์

การประยุกต์ใช้ :

– ผู้ที่วางใจในคำตรัสของพระเยซู ก็คือ ผู้ที่วางใจในพระเยซูนั่นเอง และผู้นั้นจะได้ชีวิตนิรันดร์

– วันนี้เราเชื่อวางใจในพระวจนะของพระเจ้า มากเพียงใด?

– เราต้องการข้อพิสูจน์อะไรมากกว่าปัจจุบันนี้อีกหรือ เพื่อเราจะยอมวางใจในพระวจนะของพระเจ้าจริงๆ?