แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:1) { ไว้ใจได้ }

แนวคิด :

– สาวกเริ่มเป็นทุกข์ และวิตก เกี่ยวกับเรื่องที่พระเยซูตรัสกับพวกเขาก่อนหน้านี้ ว่าพระองค์จะถูกทรยศ ถูกจับกุม และถูกฆ่าตาย

– พระเยซูหนุนใจพวกเขาว่า อย่าเป็นทุกข์วิตกไปเลย

– พระเยซูไม่ได้ปลอบใจว่า ไม่ต้องกลัว มันจะไม่เกิดขึ้นหรอก

– แต่พระเยซูบอกว่า มันจะเกิดขึ้นแน่ แต่ไม่ต้องกลัว

– เพราะพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ที่พวกเขาเชื่อนั้นไว้ใจได้

– และเพราะพระเยซูที่เขาสนิทสนม คุ้นเคย และรักพวกเขานั้น ไว้ใจได้เช่นกัน

การประยุกต์ใช้ :

– ข้อนี้ สรุปสั้นๆง่ายๆได้ว่า “อย่ากลัวไปเลย พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ทรงรักเรานั้น ไว้วางใจได้”

โฆษณา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:2) { มีที่อยู่ในสวรรค์ }

แนวคิด :

– พระเยซูบอกกับเหล่าสาวกว่า อย่าวิตกไปเลยสำหรับการจากไปของพระเยซูที่พระองค์ได้ตรัสไว้ก่อนหน้านี้ เพราะว่า พระเยซูไปเพื่อเตรียมที่ในสวรรคสถานให้แก่พวกเขา

– พระองค์เตรียมการเพื่อให้พวกเขามีที่ในสวรรค์ ด้วยการรับโทษบาปแทนพวกเขา

– ด้วยพระโลหิตของพระองค์ ด้วยความชอบธรรมของพระองค์ ด้วยการเสียสละพระชนม์ชีพของพระองค์ และด้วยการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระองค์ ทำให้พวกเขามีสิทธิเข้าสู่สวรรค์และมีที่ในสวรรค์

การประยุกต์ใช้ :

– โดยพระเยซูคริสต์เราทั้งหลายผู้ไม่มีสิทธิในสวรรค์ แต่มีสิทธิอย่างสมบูรณ์ที่จะได้ไปนรก กลับได้สิทธิพ้นนรกและมีสิทธิเข้าสวรรค์ และมีที่อยู่ในสวรรค์

– วันนี้เราจึงเป็นทายาทของพระคริสต์ ผู้มีสิทธิเข้าสู่สวรรค์และมีที่ที่พระเยซูเตรียมไว้ให้แล้วในสวรรค์ เราจึงสมควรดำเนินชีวิตให้สมกับเป็นคนของสวรรค์

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:3) { ความหวังในพระสัญญา }

แนวคิด :

– พระเยซูทรงปลอบประโลมใจพวกสาวก ว่า การจากไปของพระองค์นั้น เป็นการจากเพียงชั่วคราว เพื่อไปเตรียมที่ให้กับพวกเขา และไม่ช้าไม่นานพระองค์จะกลับมารับพวกเขาไปอยู่กับพระองค์ในสวรรคสถาน

– พระเยซูทรงสัญญาว่า พระองค์อยู่ที่ไหน พวกเขาก็จะได้ไปอยู่ที่นั่นด้วยกันกับพระองค์

– วันนี้เหล่าสาวกจากโลกนี้ไปหมดแล้ว แต่พระเยซูคริสต์ก็ยังไม่ได้เสด็จกลับมา บัดนี้จิตวิญญาณของพวกเขาอยู่กับพระเยซูในสวรรค์ แต่พวกเขาก็ยังคงรอเวลาการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์ แล้วในวันนั้นพวกเขาทุกคนจะได้รับกายใหม่ และจะอยู่กับพระองค์ในฟ้าสวรรค์ใหม่ สืบๆไปเป็นนิตย์

การประยุกต์ใช้ :

– นี่คือความหวังของคริสเตียน คือ พระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมา รับเราทั้งหลายไปอยู่กับพระองค์ แล้วเราจะอยู่กับพระองค์สืบๆไปเป็นนิตย์

– ในยามที่เหล่าสาวกกำลังเป็นทุกข์และวิตกอย่างยิ่ง พระเยซูทรงปลอบโยนพวกเขา ด้วยความหวัง และโดยความหวังนี้ ต่อมาภายหลังพวกเขาจึงยืนหยัดในความเชื่อตราบเท่าวันตาย

– ในยามที่เรากำลังเผชิญสถานการณ์ยากลำบากใดๆ สิ่งที่จะปลอบโยนเราและช่วยให้เราผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ ก็คือ ความหวังในพระสัญญาของพระเจ้า ซึ่งจะเกิดขึ้นเป็นจริงอย่างแน่นอน

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:4) { รู้จักทาง }

แนวคิด :

– พระเยซูสัญญากับเหล่าสาวกว่าจะพาพวกเขาไปสู่สวรรค์(ข้อ3) และไม่ต้องห่วงพวกเขารู้จักทางที่จะสามารถเข้าไปสู่สวรรค์แล้ว

– ทางนั้น คือ พระเยซู (ข้อ6)

– พวกเขารู้จักพระเยซูแล้ว พวกเขาจะไม่หลงทางแน่นอน พวกเขาจะสามารถไปถึงพระบิดาได้อย่างแน่นอน

การประยุกต์ใช้ :

– การพ้นนรก เข้าสู่สวรรค์ ไม่ใช่การพยายามสร้างหนทางใดๆ ด้วยตัวเราเอง เพื่อจะไปให้ถึง

– แต่เป็นการรู้จักพระเยซู ผู้เป็นทางเดียวที่จะนำมนุษย์สู่สวรรค์ได้

– คนที่รู้จักพระเยซู ก็พบทางไปสวรรค์ และตราบใดที่เขาเดินไปในทางของพระองค์ พวกเขาจะไม่มีวันหลงทาง ปลายทางของเขาเหล่านั้นคือ สวรรคสถานอย่างแน่นอน

– วันนี้ เรารู้จักพระเยซู หรือ เพียงรู้เรื่องเกี่ยวกับพระองค์

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:5) { ข้าพระองค์ไม่ทราบ }

แนวคิด :

– โธมัส ถามคำถามที่เปโตรเพิ่งถามไปเมื่อสักครู่ (ยน. 13:36) และพระเยซูก็เพิ่งตอบเปโตรไปแล้ว ว่า พระเยซูกำลังจะไปหาพระบิดา ไปเพื่อเตรียมที่สำหรับพวกเขา

– แต่ดูเหมือนโธมัส สาวกขี้สงสัย ยังคงไม่พอใจกับคำตอบของพระเยซู เพราะดูเหมือนเป็นนามธรรมเกินไป จับต้องไม่ได้ มองไม่เห็น

– โธมัส คนเดียวกันนี้เอง ที่กล่าวว่า  “ถ้าข้าไม่​เห็น​รอย​ตะปู​ที่​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​องค์ และ​ไม่​ได้​เอา​นิ้ว​ของ​ข้า​แยง​เข้า​ไป​ที่​รอย​ตะปู​นั้น และ​ไม่​ได้​เอา​มือ​ของ​ข้า​แยง​เข้า​ไป​ที่​สี​ข้าง​ของ​พระ​องค์​แล้ว ข้า​จะ​ไม่​เชื่อ​เลย” (ยน. 20:25)

การประยุกต์ใช้ :

– เราไม่อาจเข้าใจคำตรัสของพระเจ้าได้ หากเราใช้มาตรฐานของโลก หรือมุมมองของโลกในการทำความเข้าใจถ้อยคำเหล่านั้น

– การเข้าใจพระคำของพระเจ้า ไม่อาจใช้เพียงสิ่งที่ตามองเห็นได้เท่านั้น แต่ต้องใช้สายตาแห่งความเชื่อ

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:6) { พระเยซูทรงเป็นทางเดียว }

แนวคิด :

– พระเยซูตรัสตอบ คำถามของโธมัส ว่า พระเยซูทรงเป็นทางเดียวที่จะไปสู่การมีความสัมพันธ์กับพระบิดาได้

– พระเยซูเป็นทางนั้น ทางที่จะทำให้มนุษย์รู้จักสำแดงพระบิดา

ยน. 1:18 ไม่​มี​ใคร​เคย​เห็น​พระ​เจ้า​เลย แต่​พระ​บุตร​องค์​เดียว​ผู้​สถิต​ใน​พระ​ทรวง​ของ​พระ​บิดา ทรง​สำ​แดง​พระ​เจ้า​แล้ว

– พระเยซูเป็นความจริง ความจริงที่จะทำให้มนุษย์เป็นไท

ยน. 8:32 และ​พวก​ท่าน​จะ​รู้​จัก​สัจ​จะ และ​สัจจะ​จะ​ทำ​ให้​ท่าน​เป็น​ไท

– พระเยซูเป็นชีวิต ชีวิตที่ครบบริบูรณ์ชั่วนิรันดร์

ยน. 3:15 เพื่อ​ทุก​คน​ที่​วาง​ใจ​พระ​องค์​จะ​ได้​ชีวิต​นิรันดร์”

การประยุกต์ใช้ :

–  พระเยซูเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ชีวิตของเรา ครบบริบูรณ์อย่างแท้จริงทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

– ผู้หันหลังให้กับการมีความสัมพันธ์กับพระเยซู แล้ววิ่งไล่จับสิ่งของอนิจจังในโลกนี้ เขากำลังหันออกจากชีวิต มุ่งสู่ความตาย

– ยิ่งเข้าใกล้ชิดพระเยซู เราก็ยิ่งกลับเข้าใกล้พระสิริของพระเจ้าที่เราล่วงหล่นมานั้น

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:7) { รู้จักพระบิดา }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิบายให้โธมัสฟังว่า ถ้ามาถีงพระเยซูก็จะถึงพระบิดา ถ้ารู้จักกับพระเยซูก็จะรู้จักพระบิดา ถ้ารู้ว่าพระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้าเสด็จลงมาก็จะรู้จักพระประสงค์ของพระบิดา

– เพราะพระเยซูกับพระบิดาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (ยน. 10:30)

– และตั้งแต่นี้ไปพวกเขาจะเข้าใจความรักและพระประสงค์อันดีเลิศของพระบิดาแล้ว ด้วยการตายของพระเยซูบนไม้กางเขน และการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระองค์

การประยุกต์ใช้ :

–  พระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ เราไม่สามารถเข้าใจพระองค์ได้ เช่นไม่อาจเข้าใจความรักของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์

– แต่โดยทางพระเยซู ด้วยสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำเราสามารถเข้าใจพระเจ้าได้ เข้าใจความรักของพระเจ้าที่มีต่อเราได้

– ยิ่งเราไตร่ตรอง ระลึกถึงสิ่งที่พระเยซูทรงกระทำเพื่อเรามากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งเข้าใจความรักของพระเจ้าที่มีต่อเรามากขึ้นเท่านั้น

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:8) { แค่นี้ก็พอใจแล้ว }

แนวคิด :

– ฟีลิป ได้ยินสิ่งที่พระเยซู ว่า พระองค์จะจากไปเพื่อเตรียมที่สำหรับพวกเขา พระองค์จะกลับมารับพวกเขา (ข้อ 2-3) และพระองค์เป็นทางไปสู่พระบิดา(ข้อ 6) และจะทำให้พวกเขารู้จักกับพระเจ้าพระบิดา(ข้อ 7)

– เขาจึงกล่าวกับพระเยซูว่า ถ้าเพียงแต่พระเยซู ช่วยทำให้พวกเขาเห็นพระเจ้า ด้วยตาของเขา แบบที่โมเสสได้เห็นพระเจ้าบนภูเขาซีนาย นั่นก็จะทำให้เขา หมดกังวลเรื่องการจากไปของพระองค์ หมดความสงสัยเรื่องที่ในพระนิเวศพระบิดา และเชื่อมั่นได้อย่างเต็มที่ว่าพระองค์จะนำพวกเขาให้ไปถึงและรู้จักพระบิดาได้

การประยุกต์ใช้ :

–  ฟีลิป จำกัดวิธีการที่พระเจ้าจะสำแดงแก่เขา ดังนั้นแม้พระเจ้าจะสำแดงแก่เขาอย่างชัดเจนแล้วผ่านทางพระเยซูคริสต์ แต่เขาก็ยังไม่สามารถเห็นหรือสังเกตได้อยู่ดี

– เขาตั้งมาตรฐานความพอใจของเขาขึ้นมาเอง แล้วขอให้พระเจ้าทำกับเขาให้ตรงกับมาตรฐานนั้น ซึ่งดูเหมือนพระองค์จะไม่ทรงกระทำเช่นนั้น

– การที่เราจะรับรู้น้ำพระทัยของพระเจ้า หรือการสำแดงของพระเจ้า เราต้องรับรู้โดยวิธีการที่พระเจ้าทรงกำหนดในพระคำของพระเจ้า ไม่ใช่ด้วยวิธีที่เรากำหนดเอง

– พระคำของพระเจ้า สอนเราว่า เรารู้จักพระเจ้าได้ด้วยความเชื่อ ไม่ใช่ตามที่ตามองเห็น

– อฟ. 3:12 ใน​พระ​องค์​นั้น​เรา​จึง​มี​ความ​กล้า​และ​ความ​มั่นใจ​ที่​จะ​เข้า​เฝ้า​พระ​เจ้า​โดย​ทาง​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​คริสต์

– อฟ. 3:17 ให้​พระ​คริสต์​ประ​ทับ​ใน​ใจ​ของ​ท่าน​โดย​ทาง​ความ​เชื่อ…

– วันนี้เรารู้จักกับพระเจ้าได้ โดยการเชื่อถ้อยคำในพระวจนะของพระเจ้าที่กล่าวเกี่ยวกับพระองค์

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:9) { ยังไม่รู้จักเราอีกหรือ? }

แนวคิด :

– เมื่อฟีลิปขอให้พระเยซูสำแดงพระบิดาให้เขาเห็นสักหน่อย(ข้อ8) พระเยซูจึงตอบเขาว่า เขาช่างไม่รู้จักพระองค์เอาเสียเลย

– ทั้งที่เขาอยู่กับพระเยซู เกือบตลอดเวลา มามากกว่า 3 ปีแล้ว เขาเห็นพระองค์ทำให้คนตายฟื้นจากความตาย เห็นพระองค์ขับผีออก เห็นพระองค์รักษาคนเจ็บป่วยมากมายให้หาย เห็นพระเยซูห้ามพายุ เห็นพระองค์เดินบนทะเล และอื่นๆอีกมากมาย

– สิ่งที่พระเยซูทรงกระทำเหล่านั้น นั่นแหละเป็นการสำแดงพระลักษณะของพระเจ้าให้มนุษย์เห็น

การประยุกต์ใช้ :

–  ฟีลิป อยู่กับพระเยซูมามากกว่า 3 ปี เขาคิดว่าเขารู้จักพระองค์ แต่เขาช่างไม่รู้จักพระองค์เสียเลย

– เหตุที่เขาไม่รู้จักก็เพราะเขาขาดความเชื่อในถ้อยคำของพระเยซู

– ทั้งที่ พระเยซูเคยบอกเขาแล้วหลายครั้ง เช่น ใน ยน. 10:38 “…ท่าน​จะ​ได้​รู้​และ​เข้า​ใจ​ว่า​พระ​บิดา​ทรง​อยู่​ใน​เรา​และ​เรา​อยู่​ใน​พระ​บิดา”

– วันนี้ เราเชื่อในสิ่งที่พระเยซูบอกกับเรา จริงๆหรือเปล่า?

– หากเราคิดในใจว่า “ถ้าพระเจ้าทรงสถิตกับเรา สถานการณ์ครั้งนี้เราคงผ่านไปได้อย่างสง่างามแน่” เราไม่เชื่อคำพูดของพระองค์หรือว่า “พระองค์จะอยู่กับเราเสมอไป”

– ยิ่งเราเชื่อวางใจในถ้อยคำของพระเจ้ามากเท่าใด เราก็ยิ่งจะรู้จักพระองค์มากขึ้นเท่านั้น

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:10) { ทำตามใจพระบิดา }

แนวคิด :

– เนื่องจากฟีลิปอยากให้พระเยซูสำแดงพระบิดาให้เขาเห็น(ข้อ8)

– พระเยซูจึงถามเขาว่า เขาไม่เชื่อหรือว่า พระบิดาอยู่ในพระเยซู และ พระเยซูอยู่ในพระบิดา

– ถ้าเขาเชื่อเช่นนั้น ก็น่าจะรู้แล้วว่า สิ่งที่พระเยซูกล่าวนั้นย่อมมาจากพระทัยพระบิดา

– สิ่งที่พระเยซูทรงกระทำ ย่อมเหมือนพระบิดาทรงกระทำ

– นั่นคือ พบเห็นพระเยซู ก็เหมือนได้พบเห็นพระเจ้าพระบิดานั่นเอง

การประยุกต์ใช้ :

–  เพราะฟีลิปไม่เชื่อจึงไม่เข้าใจสิ่งที่พระเยซูตรัส เราต้องเชื่อก่อนจึงจะเข้าใจพระคำของพระเจ้าได้

– เมื่อพระเยซูอยู่ในพระบิดา และ พระบิดาอยู่ในพระเยซู สิ่งที่พระเยซูทำจึงทำตามพระทัยพระบิดา

– หากพระเยซูทรงอยู่ในเราและเราอยู่ในพระเยซู เราก็จะทำตามใจของพระเยซู

– วันนี้เราทำตามใจของใคร? ตนเอง หรือ พระเยซู

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:11) { จงเชื่อเถิด }

แนวคิด :

– พระเยซูบอกกับฟีลิป ว่าให้เขาเชื่อเถิดว่า พระเยซูอยู่​ใน​พระ​บิดา​และ​พระ​บิดา​ทรง​อยู่​ใน​พระเยซู

– แต่หากยากเกินไปสำหรับที่เชื่อ ก็ให้ระลึกถึงสิ่งที่พระเยซูได้ทำให้เขาเห็นในอดีตที่ผ่านมาทั้งสิ้น แล้วก็จงเชื่อเถิด

– น่าสนใจมาก คือ พระเยซูต้องการให้ฟีลิปเชื่อ แต่ถ้าไม่สามารถเชื่อได้ ก็จงทำให้ตัวเองเชื่อให้ได้

– พระองค์ไม่ได้กล่าวว่า จงเชื่อแต่ถ้าเชื่อไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรนะ แต่บอกว่า จงเชื่อถ้าเชื่อไม่ได้ก็จงทำทุกวิถีทางที่จะเชื่อให้ได้

– ที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะความเชื่อสำคัญมากในการดำเนินชีวิตเป็นสาวกของพระองค์

การประยุกต์ใช้ :

–  ความเชื่อเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญมากในชีวิตคริสเตียน มากจนพระองค์ยอมให้เราต้องเผชิญกับบางอย่างเพื่อพัฒนาความเชื่อในชีวิตของเรา

– เมื่อดูเหมือน เรามีความเชื่อไม่พอ ที่จะวางใจในพระเจ้าอย่างสุดใจในเหตุการณ์นี้ ให้เรามองย้อนกลับไปในอดีตถึงสิ่งที่พระเยซูทรงกระทำแก่เรา แล้วใช้สิ่งเหล่านั้นมาเพิ่มพูนความเชื่อในปัจจุบัน

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:12) {ทำกิจที่ยิ่งใหญ่กว่า}

แนวคิด :

– พระเยซูตรัสกับฟีลิปและสาวกอีก 10 คน ว่า ถ้าพวกเขาวางใจในพระเยซู ก็จะสามารถทำกิจการอย่างที่พระองค์ได้ทรงกระทำด้วย

-และพวกเขาจะทำมากกว่าที่พระเยซูทำเสียอีก ซึ่งไม่ได้หมายถึงอัศจรรย์ยิ่งใหญ่กว่า แต่หมายถึงทำได้ในปริมาณมากกว่า เพราะทำไปทั่วโลก

– และพวกเขาจะทำได้สำเร็จแน่ เพราะพระเยซูจะกลับไปหาพระบิดาเพื่อคอยร้องทูลเพื่อพวกเขา

การประยุกต์ใช้ :

–  กุญแจสำคัญในการทำกิจการอย่างเดียวกับที่พระเยซูทรงกระทำก็คือ การวางใจในพระองค์

– ยิ่งเราวางใจในพระเยซู เราก็จะยิ่งทำตัวเหมือนพระเยซู

– เมื่อเราวางใจในพระเยซู พระเยซูเองจะเป็นผู้ทรงช่วยให้เราสามารถทำเหมือนอย่างที่พระองค์ทรงกระทำได้

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:13) { พระเยซูจะทำตามที่ขอ }

แนวคิด :

– พระเยซูทรงสัญญากับเหล่าสาวกว่า เมื่อพระองค์เป็นขึ้นมาจากความตาย กลับไปหาพระบิดาแล้ว(ข้อ12) พระองค์จะถวายพระเกียรติแด่พระบิดา ด้วยการตอบคำร้องทูลทั้งสิ้นที่พวกเขาทูลต่อพระเยซู

– ในข้อนี้พระเยซูไม่ได้บอกว่า พระองค์จะทูลขอให้พระบิดาทำ แต่บอกว่าพระองค์จะเป็นผู้ทรงทำให้เอง ซึ่งเป็นการประกาศอย่างชัดเจนถึงความเป็นพระเจ้าของพระองค์

– ใน มธ. 28:18 เมื่อพระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว ก่อนเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ พระ​เยซู​ ตรัส​กับ​พวก​สาวกว่า “สิทธิ​อำนาจ​ทั้ง​หมด​ใน​สวรรค์​ก็​ดี ใน​แผ่น​ดิน​โลก​ก็​ดี​ทรง​มอบ​ไว้​แก่​เรา​แล้ว”

– คือ ณ บัดนี้ พระบิดามอบสิทธิอำนาจทั้งสิ้น ทั้งในสวรรค์และในแผ่นดินโลกแด่พระเยซูแล้ว

– ดังนั้น การที่พระเยซูทำสิ่งใดๆ ตามที่เหล่าสาวกของพระองค์ ได้ร้องทูลต่อพระองค์ จึงเป็นการถวายเกียรติแด่พระบิดา ผู้ประทานสิทธิอำนาจนั้นแก่พระองค์

– 1ยน. 5:14 “และ​นี่​เป็น​ความ​มั่น​ใจ​ที่​เรา​มี​ต่อ​พระ​องค์ คือ​ถ้า​เรา​ทูล​ขอ​สิ่ง​ใด​ที่​เป็น​พระ​ประ​สงค์​ของ​พระ​องค์ พระ​องค์​ก็​ทรง​ฟัง”

– 1ยน. 5:15 “และ​ถ้า​เรา​รู้​ว่า​พระ​องค์​ทรง​ฟัง​เมื่อ​เรา​ทูล​ขอ​สิ่ง​ใด เรา​ก็​รู้​ว่า​เรา​ได้​รับ​สิ่ง​ที่​ทูล​ขอ​นั้น​จาก​พระ​องค์”

การประยุกต์ใช้ :

–  เรามั่นใจได้เลยว่า ทุกสิ่งที่เราทูลขอต่อพระเยซู ด้วยความเชื่อ(ความเชื่อแท้จะไม่ขัดกับการสอนของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ตรัสในจิตใจของเรา) เราจะได้รับสิ่งนั้นอย่างแน่นอน

– เพราะเมื่อเราอธิษฐานตามการสอนของพระวิญญาณบริสุทธิ์ คำอธิษฐานของเราจะเพื่อถวายเกียรติแด่พระบิดา(มธ.6:9-10) การที่พระเยซูตอบคำอธิษฐานของเรานั้น จึงเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระบิดา ซึ่งพระเยซูทรงปรารถนาอย่างยิ่งที่จะทำเช่นนั้น

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:14) { ในพระนามพระเยซู }

แนวคิด :

– พระเยซูตรัสย้ำอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหมายความว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก ก็คือ ถ้าขอในนามของพระเยซู พระองค์สัญญาว่าจะทำสิ่งนั้นให้

– เมื่อเทียบกับ ยน. 16:23 “… ถ้า​ท่าน​ขอ​สิ่ง​ใด​จาก​พระ​บิดา​ใน​นาม​ของ​เรา พระ​องค์​จะ​ประ​ทาน​สิ่ง​นั้น​แก่​ท่าน”

– ชี้ให้เห็นถึงความเท่าเทียมกับพระบิดา ของพระเยซูคริสต์

– และชี้ให้เห็นว่า การที่คำอธิษฐานของมนุษย์ผู้เป็นคนบาป จะได้รับการยอมรับจากพระเจ้าผู้บริสุทธิ์ได้นั้น ต้องผ่านทางพระเยซูเท่านั้น(ในนามพระเยซู)

การประยุกต์ใช้ :

–  เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซู มีสิทธิอธิษฐานในนามพระเยซู

– และคำอธิษฐานของผู้วางใจในพระเยซู จะได้รับคำตอบตามที่พระเยซูทรงสัญญาไว้อย่างแน่นอน

– แต่เราไม่อาจอธิษฐานในนามพระเยซูอย่างจริงใจได้ หากเราไม่วางใจในพระเยซู

– การอธิษฐานแบบไม่วางใจ เป็นเพียงการสวดมนต์ที่ไร้ชีวิต และจะไม่มีวันได้รับคำตอบ

– วันนี้คำอธิษฐานของเรา ถูกปกคลุมไว้ด้วยความไว้วางใจในพระเยซูแล้วหรือยัง?

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:15) { รักพระเยซู }

แนวคิด :

– พระเยซูบอกกับพวกสาวกว่า ไม่ต้องสำแดงความรักของพวกเขาโดยการแสดงความโศกเศร้าเสียใจเมื่อรู้ว่าพระองค์ต้องจากไป แต่ให้สำแดงความรักที่พวกเขามีต่อพระองค์ ด้วยการเชื่อฟังคำสั่งของพระองค์

การประยุกต์ใช้ :

–  การทำกิจกรรมทางคริสตศาสนาใดๆ ก็ไม่ได้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความรักที่เรามีต่อพระเจ้า หากปราศจากการเชื่อฟังพระคำของพระองค์

– ขนาดการเชื่อฟังพระคำ สะท้อนให้รู้ ขนาดความรักที่เรามีต่อพระเยซู

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:16) { องค์พระผู้ช่วย }

แนวคิด :

– ในข้อนี้ เป็นอีกข้อหนึ่งซึ่งแสดงให้เห็น พระลักษณะของตรีเอกานุภาพ ว่า พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นคนละบุคคลกัน

– พระวิญญาณบริสุทธิ์ คือ องค์ผู้ช่วยอีกผู้หนึ่ง พระองค์ทรงเป็นบุคคล ที่เราต้องสัมพันธ์ด้วย

– แม้ว่าพระเยซูจะไม่ได้อยู่กับพวกสาวกในช่วงเวลาที่กำลังจะมาถึง แต่พระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้ทรงเป็นตัวแทนของพระเยซูในโลกนี้จะทรงสถิตกับพวกเขาตลอดไป

การประยุกต์ใช้ :

–  พระวิญญาณบริสุทธิ์ ทรงเป็นผู้ช่วย เป็นผู้ปลอบประโลมของเรา เป็นผู้ที่สถิตอยู่กับเราตลอดเวลาและตลอดไป

– ผู้เชื่อที่จงใจทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ เสียพระทัย ด้วยการดื้อรั้น ไม่เชื่อฟัง ไม่สนใจไม่ใส่ใจ ต่อพระองค์ เรียกได้ว่า เขากำลังทำสิ่งผิดพลาดครั้งใหญ่

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน14:17) { พระวิญญาณแห่งความจริง }

แนวคิด :

– พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตกับเรา ทรงประทับภายในเรา ทำให้เราสามารถรู้จักพระองค์ได้

– คนในโลกนี้ไม่เห็นพระองค์ และไม่รู้จักพระองค์ ดังนั้นคนในโลกนี้จึงรับไม่ได้เรื่องของพระองค์

– เราก็ไม่เห็นพระองค์ แต่เรารู้จักพระองค์ ดังนั้นพระองค์จึงสอน นำพา และเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราได้

– พระองค์ทรงเป็นพระวิญญาณแห่งความจริง โดยการสอน และการนำของพระองค์ จะนำเราสู่ความจริงทั้งมวล และโดยความจริงที่เราเข้าใจนั้น จะนำเราสู่เสรีภาพที่แท้จริงในพระเยซูคริสต์

การประยุกต์ใช้ :

–  โลกไม่รู้จักพระวิญญาณ พวกเขาจึงไม่ยอมให้พระวิญญาณนำและสอนชีวิตของเขา พวกเขาจึงไม่พบความจริงของชีวิต

– เรารู้จักพระองค์ และสามารถให้พระองค์ทรงนำและสอนในชีวิตของเราได้

– แต่หากเราไม่ยอมให้พระวิญญาณทรงสอน ทรงนำชีวิตของเรา เราเองก็จะเหมือนกับคนทั้งหลายที่ไม่รู้จักพระเจ้า ไม่สามารถพบความจริงของชีวิตได้นั่นเอง

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:18) { ไม่ทอดทิ้งเรา }

แนวคิด :

– พระเยซูทรงสัญญากับพวกสาวกว่า จะไม่ทอดทิ้งพวกเขาให้เปล่าเปลี่ยว ไร้ที่พึ่ง พระองค์จะมาหาพวกเขาอีก

– เมื่อพระองค์เป็นขึ้นมาจากความตาย พระองค์จะเสด็จมาหาพวกเขา และเมื่อพระองค์เสด็จขึ้นสู่สวรรค์แล้ว พระองค์จะยังคงสถิตกับพวกเขาโดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่เป็นตัวแทนของพระองค์ในโลกนี้

การประยุกต์ใช้ :

–  พระเยซูไม่มีวันทอดทิ้งเรา

– แม้บางครั้งเราอาจรู้สึกว่า พระเจ้าอยู่ที่ไหน? ทำไมพระองค์เงียบไป?

– ความจริงแล้วพระองค์ไม่เคยทอดทิ้งเราไปไหนเลย ยังคงอยู่เคียงข้างเราเสมอ เพียงแต่บางครั้งเรายุ่งเกินไป จนไม่ใส่ใจกับพระองค์อย่างที่เราสมควรทำ

– แล้วเมื่อยามที่เราเดือดร้อน เราก็หันมามองหาพระองค์ แต่เราไม่คุ้นเคยกับการทรงสถิตของพระองค์เสียแล้ว จนเราเองไม่อาจรับรู้ถึงการทรงสถิต การสอน การนำจากพระองค์ ทั้งที่พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งเราไปไหนเลย

– วันนี้ ให้เราหันกลับมาหาพระองค์ แล้วรับรู้การทรงสถิตของพระองค์ ผู้ไม่เคยทอดทิ้งเราไปไหนเลย

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:19) { เห็นพระเยซู }

แนวคิด :

– พระเยซูบอกกับพวกสาวกว่า อีกไม่นานพระองค์ก็จะเสด็จสู่สวรรค์ และคนในโลกนี้จะไม่ได้เห็นพระองค์อีก เพราะพวกเขาไม่มีสายตาแห่งความเชื่อ

– แต่พวกสาวกยังจะสามารถเห็นพระองค์ ได้ด้วยสายตาแห่งความเชื่อ พวกเขายังเห็นพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดและเป็นเพื่อนของพวกเขา ที่อยู่กับเขาตลอดไป

– แม้พระเยซูตรัสว่าพระองค์ต้องตาย แต่พระองค์ก็จะกลับมีชีวิต เมื่อพระองค์เป็นขึ้นมาจากความตาย

– และเพราะพระองค์มีชีวิต ดังนั้นพวกสาวกผู้ที่พระเยซูอยู่ในพวกเขา จึงเป็นผู้มีชีวิต

– นั่นคือชีวิตอย่างพระเยซูจะปรากฏในพวกเขา ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

การประยุกต์ใช้ :

–  โลกนี้ไม่เห็นพระเยซู เพราะพวกเขาไม่เชื่อ

– เราเห็นพระเยซูได้ ก็โดยความเชื่อ คนที่มีความเชื่อแท้จะดำเนินชีวิตประหนึ่งว่า เขาเห็นกับตาว่า พระเยซูกำลังดำเนินอยู่เคียงข้างเขา

– ผู้ที่เชื่อ ว่าพระเยซูอยู่ในเขา ก็จะมีชีวิตอย่างพระเยซู ขณะที่เขาดำเนินชีวิตในโลกนี้ และแน่นอนเขาจะมีชีวิตร่วมกันกับพระเยซูในโลกหน้าด้วย

– ผู้ที่ไม่ดำเนินชีวิตกับพระเยซูในโลกนี้ จะไม่มีสิทธิมีชีวิตร่วมกับพระองค์ในโลกหน้า

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:20) { เราอยู่ในพระเยซู }

แนวคิด :

– พระเยซูบอกกับพวกสาวกว่า ในวันนั้นเมื่อพระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตายและพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาอยู่กับพวกเขาแล้ว พวกเขาก็จะรู้ว่าพระเยซูและพระบิดาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

– เพราะพระบิดาอยู่ในพระเยซู และพระเยซูอยู่ในพระบิดา ฉันใด พระเยซูจะอยู่ในพวกเขา และพวกเขาจะอยู่ในพระเยซู ฉันนั้น

– พระเยซูเคยบอกพวกเขาไว้ก่อนแล้วใน ยน. 10:38 เมื่อพวกเขาวางใจในพระเยซู พวกเขาก็​จะ​ได้​รู้​และ​เข้า​ใจ​ว่า​ พระ​บิดา​ทรง​อยู่​ใน​พระเยซูและพระเยซู​อยู่​ใน​พระ​บิดา

– นั่นคือ การรู้ว่าพระเยซูอยู่ในพระบิดานั้น เกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้นั้นเชื่อวางใจในพระเยซูก่อน เท่านั้น

– เรื่องพระเยซูอยู่ในเรา และ เราอยู่ในพระเยซูนั้น ลึกซึ้งมาก จนไม่อาจบรรยายได้ด้วยถ้วนถี่ ณ  ที่นี้ สรุปย่อได้ว่า

– เพราะเราอยู่ในพระเยซู ด้วยเหตุนี้ เมื่อพระเยซูตายเพราะบาป จึงเรียกได้ว่า เรารับโทษตายเพราะบาปแล้ว และ เมื่อพระเยซูเป็นขึ้นมา จึงเรียกได้ว่า เราได้มีชีวิตในแล้วในพระเยซูคริสต์

– เพราะพระเยซูอยู่ในเรา เราจึงมีลักษณะของพระเยซู รวมถึงฤทธานุภาพของพระองค์ในตัวเรา และเราจะเป็นขึ้นมาจากความตายเหมือนกับพระองค์ด้วย

การประยุกต์ใช้ :

–  พระเยซูทรงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระบิดา

– เป็นเกียรติและศักดิ์ศรียิ่งใหญ่ จนไม่มีสิ่งล้ำค่าในโลกนี้ใดๆมาเทียบได้ เมื่อมนุษย์ผู้เป็นแต่ผงคลีผู้เต็มไปด้วยบาปอย่างเรา ได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระเยซู

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:21) { คนที่รักพระเยซู }

แนวคิด :

– คนที่มีบัญญัติของพระเยซู ไม่ได้หมายถึงคนที่รู้ คนที่ได้ยิน หรือได้อ่านคำสอนของพระองค์ แต่หมายถึงการมีบัญญัติของพระเยซูจารึกในหัวใจของเขา(ยรม.31:33) โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และคนจะประพฤติตามบัญญัตินั้น

– คนที่มีลักษณะเช่นนี้แหละ คือคนที่รักพระเยซู

– ซึ่งพระเยซูได้กล่าวถึงเรื่องนี้ก่อนแล้ว ใน ยน. 14:15 “ถ้า​พวก​ท่าน​รัก​เรา ท่าน​ก็​จะ​ประ​พฤติ​ตาม​บัญ​ญัติ​ของ​เรา”

– พระเยซูกล่าวต่อไปว่า คนที่มีลักษณะเช่นนี้ พระบิดาและพระเยซูจะทรงรักเขา

– ซึ่งไม่ได้หมายความว่า พระเยซูจะเริ่มรักเขา เมื่อเขาเริ่มเชื่อฟังบัญญัติของพระองค์และรักพระองค์ เพราะการเชื่อฟังพระเยซูและความรักที่มีต่อพระเยซูนั้น เป็นผลสะท้อนออกมาจากความรักที่เราได้รับจากพระเยซู

– ใน 1ยน. 4:19 บอกไว้อย่างชัดเจนว่า “เรา​รัก ก็​เพราะ​พระ​องค์​ทรง​รัก​เรา​ก่อน”

– รม. 5:8 แต่​พระ​เจ้า​ทรง​สำ​แดง​ความ​รัก​ของ​พระ​องค์​แก่​เรา คือ​ขณะ​ที่​เรา​ยัง​เป็น​คน​บาป​อยู่​นั้น พระ​คริสต์​สิ้น​พระ​ชนม์​เพื่อ​เรา

– พระเยซูทรงรักเราก่อนที่เราจะทำอะไรทั้งสิ้น ขณะที่เรายังไม่กลับใจใหม่พระเยซูก็ตายเพื่อเราแล้ว

– ดังนั้น วลีที่บอกว่า “​คน​ที่​รัก​เรา​นั้น​พระ​บิดา​ของ​เรา​จะ​ทรง​รัก​เขา และ​เรา​จะ​รัก​เขา​” จึงหมายถึง พระเจ้าทรงรักเขาอยู่ก่อนแล้ว และทันทีที่เขาเริ่มรักตอบพระองค์ เขาจึงเริ่มเข้าใจกระจ่างชัดถึงความรักที่พระเจ้าได้ประทานแก่เขาแล้วนั้น

– และพระองค์จะสำแดงพระองค์เองแก่เขา ไม่ได้หมายถึงพระเยซูจะปรากฏให้เขาเห็นเมื่อทรงเป็นขึ้นมาจากความตายเท่านั้น แต่หมายถึง เขาจะประจักษ์ในความงดงาม สง่าราศี ฤทธานุภาพ ความชอบธรรม ความบริสุทธิ์ และพระลักษณะอื่นๆของพระองค์

การประยุกต์ใช้ :

–  เมื่อเราเชื่อวางใจในพระเยซู พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จมาประทับในเรา

– พระองค์จะจารึกพระธรรมไว้ในใจของเรา และจะทรงช่วยเราให้ปรารถนาและสามารถที่จะทำตามพระธรรมนั้น

– และเมื่อเราร่วมมือกับพระองค์ ยอมให้พระองค์นำในชีวิตของเรา ดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณ เราก็จะยิ่งรับรู้และตระหนัก ในความรักที่พระเยซูมีต่อเรามากยิ่งขึ้นเท่านั้น

– และเราจะรู้จักกับพระเยซูมากขึ้นเรื่อยๆ ตามขนาดที่เราตอบสนองต่อความรักของพระองค์ ด้วยการเชื่อฟังพระองค์

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:22) { รับแค่บางส่วน }

แนวคิด :

– ยูดาส(ไม่ใช่อิสคาริโอท) หมายถึง ​เลบ​เบ​อัส ผู้​ที่​มี​ชื่อ​อีก​ว่า​ธัด​เด​อัส (มธ. 10:3) เขาเป็นผู้เขียนพระธรรมยูดา นั่นเอง

–  ยูดาสคงเข้าใจผิดว่า “การสำแดง” ที่พระเยซูพูดถึงใน ข้อ21 นั้น หมายถึง การปรากฏตัวให้เห็นด้วยตา แล้วแสดงตัวว่าพระองค์ทรงเป็นพระมาซีฮา

– เขาจึงถามพระเยซูว่า แล้วทำไมถึงสำแดงแบบนั้นเฉพาะพวกเขาเล่า?

– การสนใจคำพูดของพระเยซูเพียงบางส่วนโดยเฉพาะที่ชอบ แล้วละเลยบางส่วนไม่ที่ไม่ชอบ จะทำให้ไม่สามารถเข้าใจในสิ่งที่ พระเยซูพยายามจะสื่อสารได้

– เขาสนใจเพียงแต่ว่า พระเยซูจะสำแดงตัวว่าเป็นพระมาซีฮาให้โลกนี้ได้ประจักษ์ เขาจะได้มีตำแหน่งใหญ่โตไปด้วย แต่เขาละเลยประโยคที่พระเยซูเพิ่งกล่าวไปในข้อ 20,21 ว่า โลกจะไม่เห็นพระองค์ แต่พระองค์จะอยู่ในเขา เขาจะอยู่ในพระองค์ การสำแดงพระมาซีฮาให้โลกประจักษ์ จะเกิดขึ้นผ่านทางชีวิตของพวกเขา

การประยุกต์ใช้ :

–  เมื่อเรารับพระวจนะของพระเจ้า เข้ามาในชีวิต ต้องรับทั้งหมด ทั้งส่วนที่ตรงใจของเรา และส่วนที่ขัดใจของเรา และเมื่อเราเชื่อฟังทำตามพระวจนะนั้น พระวจนะนั้นจะเกิดผลเป็นพระพรผ่านชีวิตของเราไปสู่ผู้คนมากมาย

– ให้เรายินดีต้อนรับพระวจนะทุกตอนเข้ามาในชีวิต แล้วขอการช่วยเหลือจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพื่อให้พระวจนะนั้นเป็นจริงในชีวิตของเรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:23) { รักตอบพระเยซู }

แนวคิด :

– พระเยซูตอบคำถามของยูดาส เกี่ยวกับการสำแดง(ข้อ22) ว่า ถ้าใครที่รักตอบรักที่พระเยซูทรงรักเขา คนนั้นก็จะเข้าถึงรักที่พระบิดาทรงรักเขาได้ และยิ่งกว่านั้น พระบิดาและพระเยซูจะมาสถิตกับเขา…..ว้าว!!!!

–  “ถ้าใครรักเรา คน​นั้น​จะ​ประ​พฤติ​ตาม​คำ​ของ​เรา”  ใครรักพระเยซูนั้น พระเยซูรู้เมื่อใด? แน่นอนย่อมไม่ใช่เมื่อเขาเริ่มประพฤติตามคำของพระองค์ดอก พระเจ้าผู้ทรงสัพพัญญู ทรงทราบทุกสิ่งก่อนตั้งแต่ก่อนวางรากสร้างโลกแล้ว

– คนที่ไม่รู้ ก็คือตัวมนุษย์เอง เขาคิดว่าเขารักพระเยซู แต่ความจริงอาจหาเป็นเช่นนั้นไม่ วิธีที่ตัวเขาเองจะรู้ได้ว่าเขารักพระเยซูจริงหรือไม่ เขาสังเกตได้จากพฤติกรรมของเขาว่า เขาประพฤติตามคำของพระเยซูหรือไม่

– สำหรับคนที่รักพระเยซู ไม่ใช่เขาเริ่มรักพระเยซูก่อน เขาเพียงแค่ตอบสนองความรักอันหาที่เปรียบมิได้ที่พระองค์ทรงรักเขา ก็เท่านั้นเอง และเมื่อเขารักตอบพระเยซูแล้ว เขาจะเริ่มรับรู้ได้ว่าพระบิดาทรงรักเขามากเพียงใด พระบิดาทรงรักเขาตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นของกาลเวลาเสียอีก แต่เขาไม่รู้เท่านั้นเอง บัดนี้เขารับรู้รักนั้นได้แล้วและสามารถเรียกพระเจ้าได้ว่า อับบา(พ่อ) (รม. 8:15)

– และสำหรับคนที่รักตอบพระเยซูนั้น ทั้งพระบิดาและพระเยซู จะมาหาเขา และจะสถิตอยู่กับเขาโดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งหมายความว่า พระเจ้าผู้เป็นตรีเอกานุภาพทรงสถิตกับเขา ณ ที่นั่นเขาพบสวรรค์อย่างสมบูรณ์แล้ว ขณะที่เขายังอยู่ในโลกนี้

การประยุกต์ใช้ :

– พระเยซูทรงรักเราอย่างที่สุด จนยอมสิ้นพระชนม์อย่างทุกข์ทรมานบนไม้กางเขนเพื่อรับโทษบาปแทนเรา สมควรอย่างที่สุดที่เราจะรักตอบพระองค์

– และโดยการรักตอบพระเยซู จะนำเราไปพบและเข้าใจ ความรักของพระบิดา และการทรงสถิตของพระเจ้าใหญ่ยิ่งสูงสุดอยู่ภายในเรา

– วันนี้เรารักตอบพระเยซูมากแค่ไหน สังเกตได้จากการประพฤติของเราว่า เชื่อฟังพระคำของพระองค์มากเพียงใด

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:24) { ลบหลู่พระบิดา }

แนวคิด :

– พระเยซูตอบคำถามของยูดาส (ข้อ22) ว่า เหตุที่พระองค์ไม่สำแดงพระองค์เองแก่โลกหรือคนที่ไม่เชื่อ เพราะพวกเขาปฏิเสธไม่รับความรักที่พระเยซูมอบให้แก่เขา เขาไม่รักพระองค์ ซึ่งสังเกตได้จากพวกเขาไม่วางใจในถ้อยคำของพระองค์ ซึ่งเท่ากับพวกเขากำลังลบหลู่พระบิดานั่นเอง เนื่องจากถ้อยคำที่พระเยซูกล่าวนั้น เป็นถ้อยคำมาจากพระบิดา

– ซึ่งพระเยซูเคยกล่าวเรื่องนี้แล้ว ใน ยน. 7:16 พระ​เยซู​จึง​ตรัส​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “คำ​สอน​ของ​เรา​ไม่​ใช่​ของ​เรา​เอง แต่​เป็น​ของ​ผู้​ทรง​ใช้​เรา​มา”

– และทรงอธิบายเรื่องการวางใจในพระองค์ไว้ ใน ยน. 12:44 ว่า “คน​ที่​วาง​ใจ​เรา​นั้น​ไม่​ได้​วางใจ​ใน​เรา​เอง แต่​วางใจ​ใน​พระ​องค์​ผู้​ทรง​ใช้​เรา​มา”

การประยุกต์ใช้ :

– คนที่ลบหลู่พระบิดา ได้แก่ คนเหล่านั้นที่ไม่วางใจในพระวจนะของพระองค์

– คนที่ไม่วางใจ สังเกตได้ง่ายๆคือ เขาจะไม่ประพฤติตามพระวจนะของพระองค์

– ซึ่งคนเช่นนี้ พระเยซูเรียกว่า คนที่ไม่รักพระเยซู

– และคนเช่นนี้จะไม่ได้รับการสำแดงจากพระเจ้า

– วันนี้ ให้เรารักพระเยซู ด้วยการไม่ลบหลู่พระบิดา ซึ่งสำแดงออกเป็นการประพฤติตามพระวจนะของพระองค์

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:25) { ทรงตรัสคำเหล่านี้ }

แนวคิด :

– พระเยซูกล่าวคำเหล่านั้นแก่เหล่าสาวก คือ กล่าวเกี่ยวกับ พระนิเวศของพระบิดา , พระบิดาผู้ในพระองค์และพระองค์อยู่ในพระบิดา , การประพฤติตามพระคำของพระองค์ , การตอบสนองต่อรักของพระองค์ และผลที่เกิดขึ้น

– ทั้งหมดนี้ พระเยซูกล่าวเพียงย่อๆ เนื่องจากเวลาอันจำกัด และความเข้าใจของพวกเขาจำกัด แต่ถึงกระนั้นพระเยซูก็จงใจกล่าวแก่พวกเขา เพื่อเป็นแนวทางแห่งชีวิตของพวกเขา ซึ่งต่อไปในอนาคตเมื่อเหตุการณ์การสิ้นพระชนม์และการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูได้เกิดขึ้นแล้ว และพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จลงมาอยู่กับพวกเขา เขาก็จะเริ่มเข้าใจมากขึ้นในที่สุด

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้แม้จะมีหลายอย่างในพระคำของพระเจ้า ที่เราไม่เข้าใจ เกินความเข้าใจของเรา แต่ถึงกระนั้นก็ยังเป็นน้ำพระทัยพระเจ้าที่จะให้เราอ่าน ให้เราฟัง ให้เราได้ยินพระคำของพระองค์

– เพื่อว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม พระองค์จะทรงเดเผยความล้ำลึกเหล่านั้นให้เราเข้าใจได้

– วันนี้ อย่าให้การไม่เข้าใจเนื้อหาในพระคำของพระเจ้า มาเป็นอุปสรรคขวางกั้น การอ่าน หรือ การฟัง พระคำของพระเจ้า ในชีวิตประจำวันของเรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:26) { องค์พระผู้ช่วย }

แนวคิด :

– พระเยซูทรงกล่าวถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ องค์พระผู้ช่วย ว่า พระวิญญาณมาโดยการทรงใช้ของพระบิดา มาเป็นตัวแทนของพระเยซูอยู่กับสาวกในโลกนี้

– สิ่งที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงกระทำ คือ สอนสาวกทุกสิ่ง และ ทำให้สาวกระลึกถึง เข้าใจ ซาบซึ้ง สิ่งต่างๆที่พระเยซูได้ทรงสอนพวกเขาไว้

การประยุกต์ใช้ :

– พระวิญญาณบริสุทธิ์สามารถสอนเราได้ในทุกสิ่ง และพระองค์ยินดี เต็มใจที่จะสอนเรา เพราะนั่นเป็นวัตถุประสงค์ที่พระองค์เสด็จมาสถิตกับพวกเรา

– ไม่ว่าเราจะทำอะไร คิดอะไร พูดอะไร หรือตัดสินใจอะไรก็ตาม เราควรถาม ปรึกษา ที่ปรึกษามหัศจรรย์ คือ พระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ทรงสถิตกับเรา

– เราควรฝึกที่จะพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์ ให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ในทุกๆกรณี

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:27) { สันติสุข }

แนวคิด :

– พระเยซูทรงสัญญาจะให้สันติสุขแก่พวกสาวก เป็นสันติสุขแบบที่โลกไม่เข้าใจ โลกไม่อาจมอบให้ได้

– สันติสุขนี้จะช่วยพวกเขาให้พ้นจากความวิตกและความหวาดกลัวทั้งหลาย

การประยุกต์ใช้ :

– สันติสุขเป็นของขวัญจากพระเยซู ไม่ได้เกิดจากความพยายามใดๆของเรา

– เพียงแค่มาหาพระองค์ วางใจในพระองค์ ก็จะเต็มไปด้วยสันติสุข

– วันนี้ หากเราทำสันติสุขตกหล่นไปกลางทาง รีบกลับมาหาพระเยซูโดยด่วน

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:28) { พระบิดาเป็นใหญ่กว่าเรา }

แนวคิด :

– พระเยซูตรัสกับพวกสาวกว่า พวกเขาควรดีใจที่พระเยซูจะจากเขาไปหาพระบิดาและจะกลับมาหาเขาอีก เพราะนั่นหมายความว่าแผนการของพระบิดาที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว

– พระเยซู ตรัสว่า พระบิดาทรงเป็นใหญ่กว่าพระองค์ แต่ต่อมา ในมธ.28:18 พระบิดาได้ประทานสิทธิอำนาจทั้งสิ้นทั้งในสวรรค์และแผ่นดินโลกไว้กับพระเยซู ซึ่งพระเยซูทรงใช้สิทธิอำนาจนั้นทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งพระราชกิจของพระวิญญาณนั้นเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระบิดา

– ช่างเป็นความงดงาม สวยงาม ของความเป็นหนึ่งเดียวกันของพระเจ้าตรีเอกานุภาพ

การประยุกต์ใช้ :

– พระเยซูสอนเราว่า เหตุที่น่าจะทำให้เราชื่นชมยินดี  ไม่ใช่เมื่อแผนการของเราสำเร็จ แต่เมื่อแผนการของพระเจ้าสำเร็จผ่านชีวิตของเรา

– พระเยซูวางแบบอย่างแก่เรา คือ ชีวิตของพระองค์อยู่เพื่อถวายเกียรติแด่พระบิดา พระองค์จึงได้รับพระเกียรติจากพระบิดา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:29) { ท่านจะได้เชื่อ }

แนวคิด :

– พระเยซูได้บอกเหล่าสาวกล่วงหน้า เกี่ยวกับเรื่อง การสิ้นพระชนม์ การฟื้นคืนพระชนม์ และการเสด็จกลับขึ้นสู่สวรรค์ เพื่อว่า เมื่อเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น จะส่งผลต่อสิ่งหนึ่ง คือ ความเชื่อเขาจะเพิ่มพูนขึ้น

การประยุกต์ใช้ :

– หากเรารับรู้พระคำของพระเจ้าไว้ก่อนแล้ว เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น สิ่งที่ตามมาคือ ความเชื่อของเราจะเพิ่มขึ้น

– ตัวอย่างเช่น สภษ. 29:25 “…​คน​ที่​วาง​ใจ​ใน​พระ​ยาห์​เวห์​ก็​ปลอด​ภัย”  เมื่อเราลงมือวางใจในพระเจ้า แล้วในที่สุดเราก็จะปลอดภัย  ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ จะทำให้เรามีความเชื่อเพิ่มยิ่งขึ้นอีกว่า พระวจนะของพระเจ้าเป็นจริงเสมอ  เป็นต้น

– วิธีเพิ่มความเชื่อ คือ ให้เราอ่านพระคำของพระเจ้า แล้วลงมือทำตาม จากนั้นคอยสังเกตผลที่เกิดขึ้น เมื่อเราเห็นว่าผลเป็นจริงตามที่พระคำของพระเจ้าบอกไว้ ความเชื่อของเราก็จะเพิ่มขึ้น

– ในอีกมุมหนึ่ง หากเราไม่สนใจพระคำของพระเจ้า เมื่อเราเผชิญสถานการณ์บางอย่าง ในที่สุดพระเจ้าก็ทรงช่วยเราผ่านไปอยู่ดี เพราะพระองค์ทรงรักเรา สถานการณ์นั้นอย่างมากก็ทำให้เรา “ขอบคุณพระเจ้า” เท่านั้นเอง แต่จะส่งผลน้อยมากต่อความเชื่อของเราหรืออาจไม่ส่งผลอะไรเลย เนื่องจากเราไม่ได้เอาเหตุการณ์นั้นมาเชื่อมโยงกับพระคำของพระเจ้า นั่นเอง

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:30) { มารไม่มีสิทธิ }

แนวคิด :

– พระเยซูบอกกับพวกสาวกว่า เวลาแห่งความตายของพระองค์เข้ามาใกล้เต็มทีแล้ว วันรุ่งขึ้นนั่นเอง

– พระเยซูบอกว่า มารร้ายกำลังจะมา เพื่อที่จะทรมานและประหารพระองค์ ดังที่ ตอนมารละพระองค์ไปหลังจากมันพ่ายแพในการทดลองพระเยซู ลก. 4:13 กล่าวว่า “เมื่อ​มาร​ทด​ลอง​ทุก​อย่าง​จน​หมด​แล้ว จึง​จาก​พระ​องค์​ไป​จน​กว่า​จะ​ถึง​โอ​กาส​เหมาะ”

– และบัดนี้เป็น “โอกาสเหมาะสม” นั้น

– แต่พระเยซูอธิบายให้พวกสาวกฟังว่า ที่มารเป็นเหตุให้พระเยซูต้องตายนั้น ไม่ใช่เพราะมารมีอำนาจเหนือพระเยซู แต่เพราะเป็นความประสงค์ของพระเยซูเองที่เต็มใจจะตายบนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปมนุษย์ ตามภารกิจที่พระบิดาได้ส่งพระองค์มา

การประยุกต์ใช้ :

– เมื่อสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นกับเรา เป็นการโจมตีจากศัตรู คือ มาร

– แต่อย่างไรก็ดี นั่นไม่ได้หมายความว่า มารสามารถทำลายแผนการอันดีเลิศของพระเจ้าสำหรับชีวิตของเราได้

– เพราะพระเจ้าทรงฤทธิ์สามารถทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นพระพรแก่เราได้ในที่สุด

– วันนี้ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นกับเรา แม้จะเป็นการโจมตีจากมาร แต่ให้เราไว้วางใจในพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงฤทธิ์สามารถทำให้สิ่งนั้นกลายเป็นผลดีแก่เราได้อย่างแน่นอน

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.14:31) { เชื่อฟังเพราะรัก }

แนวคิด :

– พระเยซูบอกกับพวกสาวกว่า เหตุที่พระองค์กำลังจะถูกจับกุมและต้องสิ้นพระชนม์นั้น ไม่ใช่เพราะว่าพระองค์พ่ายแพ้แก่ซาตาน แต่เพราะว่าพระองค์จงใจเชื่อฟังทำตามที่พระบิดาสั่ง เพื่อว่าโลกจะได้รู้ว่าพระองค์รักพระบิดา จึงยอมเชื่อฟังแม้กระทั่งความตาย

– เมื่อตรัสแล้ว พระองค์ก็เรียกสาวกให้ลุกขึ้นไปยัง สวนเกท​เสมนี เพื่อให้ถูกจับกุมและจะถูกตรึงตายบนไม้กางเขน ตามคำสั่งของพระบิดา

การประยุกต์ใช้ :

– พระเยซูสำแดงความรักต่อพระบิดาอย่างสุดหัวใจด้วยการยอมเชื่อฟังพระบิดาอย่างสิ้นเชิง

– และเพราะการกระทำของพระเยซูนี้ ทำให้เราทั้งหลายผู้อยู่ในพระเยซู คือผู้เชื่อวางใจในพระเยซูนั้น ได้รับสิทธิของพระพรแห่งการเชื่อฟังพระเจ้าอย่างสุดใจของพระเยซู ที่โอนถ่ายมายังเราแต่ละคนด้วย

– พระเยซูไม่ได้แค่พูด หรือสอน แต่พระองค์ลงมือทำตามที่พูดหรือสอนนั้นด้วยเสมอ

– ให้เราเลียนแบบพระองค์ ไม่ใช่เป็นเพียงผู้พูดว่า เรารักพระเจ้า แต่เป็นเชื่อฟังพระองค์ เพราะนั่นแหละเป็นการสำแดงความรักของเราที่มีต่อพระองค์