แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:1) { เพื่อไม่ให้ท้อถอย }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิบายให้สาวกฟังว่า เหตุนี้พระเยซูบอกสิ่งต่างๆแก่พวกสาวก ใน บทที่ 14 และ 15 ทั้งการเตือน และการหนุนใจ ก็เพื่อให้พวกเขาสามารถยืนหยัดได้เมื่อเวลาแห่งความยากลำบาก เวลาแห่งการทดลองมาถึง

– พวกเขาจะได้ไม่ติดกับของความยากลำบาก จนละทิ้งความเชื่อไป

การประยุกต์ใช้ :

– สิ่งต่างๆที่พระเจ้าบอกไว้ ในพระวจนะของพระองค์ ก็เพื่อช่วยเราให้เราสามารถดำเนินชีวิตในฝ่ายวิญญาณ ขณะอยู่ในโลกนี้ ได้อย่างมีชัยชนะและจำเริญขึ้น

– พระเจ้าได้ให้แนวทาง วิธีการ ในการแก้ปัญหาที่เรากำลังพบในปัจจุบันไว้ในพระวจนะของพระเจ้าแล้ว

– คนที่ต้องการพบทางออก จงเอาใจใส่พระวจนะของพระองค์

โฆษณา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:2) { ราคาที่ต้องจ่าย }

แนวคิด :

– พระเยซูบอกกับพวกสาวกล่วงหน้าว่า ต่อไปพวกเขาจะถูกข่มเหง

– พวกเขาจะถูกขับออกจากธรรมศาลา และจะถูกฆ่า

– การขับไล่ออกจากธรรมศาลานั้น พวกฟาริสี​และ​พวก​ธรร​มา​จารย์​มี​อำนาจ​ขับ​ไล่​ชาวยิว​คน​ใดก็ได้ ​ไม่่ให้​ร่วม​พิธี​ศาสนกิจ​ใน​พระวิหาร​ก็​ได้ ​ถ้า​เห็น​ว่า​ผู้​นั้น​ฝ่า​ฝืน​กฎ​วัน​สะบาโต​หรือ​กฎ​พระวิหาร ซึ่งคนที่ถูกทำเช่นนั้นจะเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับเขา เพราะเป็นเหมือนกับการถูกตัดออกจากสังคม

– พวกสาวกจะถูกข่มเหง โดยที่ผู้ข่มเหงนั้นจะ​​เข้าใจ​ผิด​ ​คิด​ว่า​การ​ขับ​ไล่​จาก​ธรรม​ศาลา ​และ​การ​ประหาร​ชีวิต​นั้น​เป็น​การ​ถวาย​สักการะบูชา​แด่​พระเจ้า หรือแด่พระของพวกเขา

การประยุกต์ใช้ :

– พระเยซูบอกชัดเจนถึงราคาที่ต้องจ่ายของการติดตามพระเยซู พวกสาวกมีสิทธิเลือกจะติดตามพระเยซูต่อไป หรือจะละทิ้งพระองค์ไป

– วันนี้ การติดตามพระเยซูของเรา อาจต้องจ่ายราคาบางอย่าง แต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน แต่คำถามเหมือนกันที่เราต้องตอบก็คือ เรายินดีที่จะจ่ายราคานั้นในการติดตามพระเยซูหรือไม่?

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:3) { ไม่คุ้นเคยกับพระเจ้า }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิบายให้พวกสาวกฟังว่า สาเหตุที่คนทั้งหลายจะข่มเหงพวกเขา จะขับพวกเขาออกจากธรรมศาลา จะฆ่าพวกเขา ก็เพราะว่า คนเหล่านั้นไม่รู้จักพระเยซู และไม่รู้จักพระบิดา ซึ่งพระเยซูเคยกล่าวเช่นนี้แล้วใน ยน. 15:21

– พวกเขาคิดว่า คุ้นเคยกับพระบิดา รู้จักกับพระบิดา ความจริงแล้วเขาไม่รู้อะไรเลย พระเยซูเป็นผู้ที่พระบิดาส่งมาเพื่อสำแดงพระบิดาให้มนุษย์ได้รู้จัก เมื่อคนเหล่านั้นไม่รู้จักพระเยซู จึงไม่รู้จักพระบิดาด้วย

– และเพราะคนเหล่านั้นไม่รู้จัก พวกเขาจึงกระทำสิ่งที่ต่อต้านพระราชกิจของพระเจ้า โดยเข้าใจผิดว่ากำลังทำสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัย

การประยุกต์ใช้ :

– หากเราไม่รู้จักพระเจ้า ไม่คุ้นเคยกับพระเจ้า สิ่งที่เราทำเพื่อพระเจ้าอาจเป็นการกระทำที่กำลังต่อต้านน้ำพระทัยของพระเจ้าอยู่ก็เป็นไปได้

– เรารู้จักพระเจ้าได้ ผ่านทางการรู้จักพระเยซู

– เรารู้จักกับพระเยซูได้ โดยการติดสนิทในพระองค์ ด้วยการอธิษฐาน และการอ่านพระคำแล้วประพฤติตามพระคำของพระองค์

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:4) { เมื่อถึงเวลานั้น }

แนวคิด :

– พระเยซูบอกกับพวกสาวกว่า เหตุที่พระองค์ไม่ได้บอกเรื่องการข่มเหงแก่เขาตั้งแต่แรก ก็เพราะก่อนหน้านี้พระองค์อยู่กับเขา เขาไม่จำเป็นต้องรับมืออะไรกับการข่มเหงเหล่านั้น

– แต่ “​เมื่อ​ถึง​เวลา​ของ​พวก​เขา” หมายถึง เวลาของพวกผู้ที่ข่มเหง

– เวลานั้น พระเยซูจำต้องจากเหล่าสาวกไปสู่พระบิดา เพื่อประโยชน์ของเหล่าสาวกเองเพราะพระวิญญาณบริสุทธิ์จะได้เสด็จลงมาสถิตอยู่กับเหล่าสาวก(ข้อ7)

– เมื่อเวลานั้นมาถึง เขาต้องรับมือกับการข่มเหงเอง โดยการช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระเจ้าใหญ่ยิ่งสูงสุดผู้ทรงสถิตกับเขา

– เวลานั้นพวกเขาจะได้ระลึกได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา ไม่ได้อยู่เหนือการคาดหมายหรือนอกเหนือแผนการของพระเจ้า เพราะพระเยซูได้บอกเขาล่วงหน้าแล้ว

– และเมื่อเขาระลึกได้เช่นนั้น เขาจะไม่กลัว เพราะรู้ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับเขานี้อยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้ เมื่อเราต้องเผชิญกับสถานการร์ยากลำบากในโลกนี้ คนที่ต้องรับมือกับสถานการณ์นั้นก็คือ ตัวเราเอง

– ซึ่งโดยปกติแล้วเราไม่อาจเผชิญสถานการณ์นั้นได้อย่าง สง่างาม มีชัยชนะและเกิดผลดีที่ตามมาอย่างรอบด้านได้

– แต่โดยการพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์ และการตระหนักว่าเหตุการณ์นี้ยังอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า จะทำให้เราสามารถเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบากได้ อย่างสง่างาม มีชัยชนะและเกิดผลเป็นพระพรรอบด้าน

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:5) { ขอบอก }

แนวคิด :

– พระเยซูบอกกับเหล่าสาวกว่า พระองค์กำลังจะกลับไปหาพระบิดาแล้ว

– พระเยซูบอกว่า “ไม่​มี​ใคร​ใน​พวก​ท่าน​ถาม​เรา​ว่า ‘จะ​ไป​ที่​ไหน?’” ไม่ได้หมายความว่าก่อนหน้านี้ไม่มีใครถาม เพราะว่า ซีโมน​เป​โตร ได้เคยถามแล้วใน (ยน. 13:36) และโธมัสก็ถามทำนองเดียวกันใน ​(ยน. 14:5 ) และพระเยซูก็ตอยพวกเขาแล้วทั้ง2 ครั้ง

– แต่หมายความว่า เวลานี้พระองค์กำลังรู้สึกโศกเศร้า และปรารถนาที่จะกล่าวย้ำเรื่องสำคัญนี้ แต่ช่วงเวลานี้ไม่มีใครถาม แต่พระองค์เองก็ขอบอก

การประยุกต์ใช้ :

– ทุกครั้งเมื่อเราทูลถามพระเจ้า พระองค์พร้อมที่จะตอบเราเสมอ

– เมื่อพระเจ้าประสงค์จะพูดกับเรา จงตั้งใจฟัง

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:6) { จำเป็นต้องเกิด }

แนวคิด :

– พระเยซูพูดกับพวกสาวกว่า พระองค์ทรงทราบว่าตอนนี้จิตใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความทุกข์ เนื่องด้วยสิ่งที่พระเยซูได้บอกกับพวกเขา

– กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ขณะนี้พวกสาวกต้องพบความทุกข์ใจก็เพราะคำพูดของพระเยซู

– ถึงแม้พระเยซูจะทรงทราบเช่นนั้นก็ตาม พระองค์ก็ยังจงใจบอกเรื่องเหล่านั้นแก่พวกเขา เพื่อประโยชน์ของพวกเขาเอง เพื่อพวกเขาจะสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่กำลังจะมาถึงได้

การประยุกต์ใช้ :

– บางครั้งพระเจ้าจำเป็นต้องอนุญาตให้เราเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่ใช่สิ่งที่เราปรารถนา เพื่อประโยชน์ต่อตัวเราเองในอนาคต

– เนื่องจากพระเจ้าผู้ทรงรักเราอย่างที่สุด ทรงทราบอนาคต ดังนั้นสิ่งที่พระองค์อนุญาตให้เกิดขึ้นกับเราในปัจจุบัน ย่อมเป็นที่ดีสำหรับเราอย่างแน่นอน

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:7) { ดูเหมือนเสียแต่ได้ }

แนวคิด :

– พระเยซูทรงบอกกับเหล่าสาวกว่า แม้การจากไปสู่พระบิดาของพระเยซูจะทำให้พวกเขาโศกเศร้าในเวลานี้(ข้อ 26) แต่การจากไปนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อพวกเขา

– เพราะว่า เมื่อพระองค์จากไปแล้ว พระองค์จะทรงใช้พระวิญญาณบริสุทธิ์ มาสถิตกับพวกเขาตลอดไป ซึ่งจะทำให้พวกเขาสนิทสนมกับพระองค์มากยิ่งขึ้น และมีประสบการณ์ในฤทธานุภาพของพระองค์มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

การประยุกต์ใช้ :

– ดูเหมือนการจากไปของพระเยซูจะทำให้สาวกต้องสูญเสียอะไรบางอย่าง แต่กลับเป็นเหตุให้พวกเขาได้รับประโยชน์ยิ่งขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

– บางครั้งจำเป็นที่พระเจ้าต้องนำบางอย่างออกไปจากชีวิตของเรา เพื่อจะสามารถประทานสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อเรามากยิ่งกว่าเก่าแก่เรา

– วันนี้ แม้เราไม่ได้เห็นพระเยซูด้วยตา แบบหน้าต่อหน้า เหมือนเหล่าสาวกของพระเยซูในอดีต แต่เราก็มีพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตกับเราเสมอไป ซึ่งพระเยซูตรัสว่า สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเรายิ่งกว่า

– นั่นคือ เราสามารถมีประสบการณ์กับพระเยซูมากยิ่งกว่าในสมัยที่พระเยซูมาบังเกิดในโลกนี้ ด้วยการมีประสบการณ์กับพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ทรงสถิตในเรา โดยการดำเนินชีวิตตามการทรงนำของพระองค์อยู่เสมอ

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:8) { ทำให้โลกรู้แจ้ง }

แนวคิด :

– พระเยซูตรัสถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้จะเสด็จมาอยู่กับเหล่าสาวกว่า พระวิญญาณบริสุทธิ์จะทำให้โลกนี้ คือมนุษย์ผู้เป็นคนบาปทั้งโลกนี้ ได้รู้แจ้ง ถึงความบาปผิด ความชอบธรรม และการพิพากษา ตามมาตรฐานฝ่ายวิญญาณซึ่งก่อนหน้านี้โลกไม่รู้จักและไม่เข้าใจ

– พระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จอยู่กับเหล่าสาวก ไม่ใช่เพื่อเหล่าสาวกจะมีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วยเท่านั้น แต่เพื่อให้สาวกทำให้โลกนี้รู้แจ้งถึงสิ่งที่พระเจ้าประสงค์จะสำแดง ผ่านชีวิตของพวกเขาด้วย

การประยุกต์ใช้ :

– การทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในโลกปัจจุบันนี้ พระองค์มักสำแดงผ่านทางชีวิตของผู้เชื่อ

– ในเมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์มาเพื่อสำแดงให้โลกนี้ รู้สิ่งที่พระเจ้าประสงค์จะเปิดเผยกับพวกเขา

– นั่นก็หมายความว่า พระเจ้าต้องการใช้เราทั้งหลาย สำแดงให้โลกได้รู้ถึง สิ่งที่พระองค์ประสงค์จะเปิดเผยแก่โลก

– วันนี้ เมื่อเราทำตามการทรงนำ ทรงสอนของพระวิญญาณบริสุทธิ์ นั่นจะเป็นการเปิดเผยความล้ำลึกของพระเจ้าให้โลกได้รู้จักและเข้าใจ

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:9) { รู้แจ้งเรื่องความบาป }

แนวคิด :

– พระวิญญาณบริสุทธิ์จะมาทำให้โลกรู้แจ้ง ว่าพระเยซูทรงเป็นพระมาซีฮา เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของโลก

– ดังนั้นเมื่อโลกรู้แล้ว ก็ยังปฏิเสธพระองค์ ตามบริบทในข้อนี้จะหมายถึงพวกยิวที่ปฏิเสธพระเยซู ไม่วางใจในพระเยซู พวกเขาจึงจะรู้แจ้งอย่างชัดเจนในบาปของพวกเขาในวันพิพากษา

การประยุกต์ใช้ :

– พระวิญญาณบริสุทธิ์จะมาสำแดงให้โลกนี้รู้ว่า พระเยซูทรงเป็นพระเจ้า เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของโลกนี้

– ซึ่งการสำแดงนี้ พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสำแดงผ่านทางผู้เชื่อ ผู้ที่มีพระองค์สถิตอยู่ด้วย

– วันนี้พระวิญญาณประสงค์ที่จะสำแดงผ่านชีวิตของเรา ให้โลกรู้ว่า พระเยซูทรงเป็นพระเจ้า พระผู้ช่วยให้รอดของโลก จงร่วมมือกับพระองค์เถิด ด้วยการเชื่อฟังและทำตามการทรงนำของพระองค์

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:10) { ความชอบธรรม }

แนวคิด :

– เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมา พระองค์จะทำให้โลกรู้แจ้งเรื่องความชอบธรรม คือ จะทำให้โลกรู้ว่า พระเยซู คือองค์ผู้ชอบธรรม โดยการเป็นขึ้นมาจากความตาย(กจ.17:31) และเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ไปอยู่กับพระบิดา

– ซึ่งเป็นการยืนยันว่า พระเยซูทรงเป็นผู้ชอบธรรม เป็นผู้ได้รับการรับรองจากพระบิดา เป็นผู้ที่พระบิดาส่งมาเพื่อประทานความชอบธรรมแก่โลก

– ใครก็ตามที่เชื่อวางใจในพระเยซูก็จะได้รับความชอบธรรม โดยทางพระเยซู

การประยุกต์ใช้ :

– พระวิญญาณบริสุทธิ์มาสำแดงแก่โลกให้รู้จัก ความชอบธรรมในมิติใหม่ ซึ่งไม่ได้เกิดจากการกระทำ แต่เกิดจากการวางใจในพระเยซู ผู้ได้รับการรับรองจากพระบิดา

– วันนี้ หากเราพยายามทำตัวให้เป็นผู้ชอบธรรม เราก็จะกลับเข้าสู่ความชอบธรรมในมิติเดิมๆของศาสนา ซึ่งไม่มีใครสามารถได้รับความชอบธรรมได้ด้วยวิถีนั้น

– แต่หากเราหันมาวางใจในพระเยซูสำหรับการได้รับความชอบธรรม โดยเชื่อว่าพระเยซูประทานความชอบธรรมให้แก่เราได้ แล้วเราก็ปรารถนาที่จะได้รับและขอความชอบธรรมนั้นจากพระองค์ เราก็จะกลายเป็นคนชอบธรรมในสายพระเยตรของพระเจ้า

– และเมื่อภายในของเราเป็นคนชอบธรรมจริงๆแล้ว ก็จะสะท้อนออกมาเป็นพฤติกรรมภายนอกที่ชอบธรรม ซึ่งสอดคล้องกับภายใน

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:11) { การพิพากษา }

แนวคิด :

– พระวิญญาณบริสุทธิ์จะทำให้โลกรู้แจ้งเรื่องการพิพากษาว่า ผู้ครองโลกนี้ถูกพิพากษาแล้ว มารซาตานได้พ่ายแพ้แล้ว โดยการสิ้นพระชนม์และการเป็นขึ้นมาของพระเยซูคริสต์โดยฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์

– ฮบ. 2:14-15 “…เพื่อ​โดย​ทาง​ความ​ตาย​นั้น พระ​องค์​จะ​ทรง​ทำ​ลาย​มาร​ผู้​มี​อำ​นาจ​แห่ง​ความ​ตาย และ​จะ​ทรง​ปลด​ปล่อย​บรร​ดา​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ตก​เป็น​ทาส​มา​ตลอด​ชีวิต​เนื่อง​จาก​ความ​กลัว​ตาย”

– คส. 2:15 “พระ​องค์​ทรง​ปลด​พวก​ภูต​ผี​ที่​ครอบ​ครอง​และ​พวก​ภูต​ผี​ที่​มี​อำ​นาจ พระ​องค์​ทรง​ประ​จาน​พวก​มัน​อย่าง​เปิด​เผย และ​มี​ชัยชนะ​เหนือ​พวก​มัน​โดย​ทาง​กาง​เขน​นั้น”

– ยน. 12:31 “เดี๋ยว​นี้​การ​พิ​พาก​ษา​มา​ถึง​โลก​นี้​แล้ว เดี๋ยว​นี้​ผู้​ครอง​โลก​นี้​จะ​ถูก​กำ​จัด​ออก​ไป”

– โดยการที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ ทรงทำให้พระเยซูคริสต์ เป็นขึ้นมาจากความตาย เป็นการประกาศให้โลกนี้รู้ว่า เจ้าแห่งโลกนี้คือมารพ่ายแพ้แล้วและกำลังจะเข้าสู่การพิพากษา

– ดังนั้น แม้แต่เจ้าแห่งโลกนี้ยังต้องถูกพิพากษา ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด คนทั้งหลายที่เป็นของโลกนี้จะไม่มีทางรอดพ้นการพิพากษาอย่างแน่นอน

การประยุกต์ใช้ :

– การพิพากษาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ผลการพิพากษาออกมาแล้ว มารซาตานรู้ตัวแล้วว่าจะต้องถูกลงโทษในบึงไฟนรก

– บัลลังก์แห่งการพิพากษาได้ถูกจัดเตรียมแล้ว บึงไฟกำมะถันในนรกได้ถูกจุดแล้ว

– ทุกอย่างพร้อมแล้ว สำหรับการพิพากษาอันเข้มงวดของพระเจ้า

– มารซาตานและสมุนของมัน และคนเหล่านั้นที่เป็นของโลกนี้ กำลังเตรียมเข้ารับการพิพากษาเพื่อจะถูกโยนลงในบึงไฟนรก

– เราผู้ไม่ได้เป็นของโลก แต่เป็นคนของแผ่นดินสวรรค์ สมควรจะรู้ตัว ตื่นตัว กระตือรือร้นอย่างเต็มที่ ที่จะช่วยฉุดคนให้พ้นนรก เข้าสู่แผ่นดินของพระเจ้า

– บอกพวกเขาให้รู้ถึงข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูคริสต์ ที่สามารถเปลี่ยนสถานะของทุกคนที่เชื่อ จากคนของโลกนี้มาเป็นคนของแผ่นดินสวรรค์ได้

– มารมันรู้ตัวแล้วว่า เวลาของมันเหลือน้อยเต็มที มันจะเร่งทำลายชีวิตของผู้คน เราก็ควรรู้ตัวเช่นกัน แล้วเร่งทำการของพระเจ้าช่วยคนพ้นนรก เข้าสู่สวรรค์

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:12) { คุณสมบัติไม่เพียงพอ }

แนวคิด :
– พระเยซูบอกกับเหล่าสาวกว่า พระองค์มีเรื่องราวอีกมากมายที่อยากจะบอก อยากจะสอนพวกเขา แต่เหตุที่พระองค์ไม่บอกในเวลานี้ เพราะว่า พวกเขายังไม่พร้อมที่จะรับรู้และเข้าใจ
– ตอนนี้พระองค์บอกเพียงหลักการคร่าวๆ กว้างๆ แก่พวกสาวกเท่านั้น เพราะพวกเขายังมีคุณสมบัติไม่เพียงพอที่จะรับรู้เรื่องรายละเอียดทั้งหมด
– ขนาดพระเยซู พระอาจารย์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกยัง ไม่สามารถอธิบายให้พวกเขาเข้าใจได้ในเวลานั้น ไม่ใช่เพราะอาจารย์ไม่เก่งพอ แต่เพราะผู้รับฟังยังคุณสมบัติไม่พอ
– นั่นคือ แสดงว่า จะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับพวกเขา ทำให้พวกเขามีคุณสมบัติเข้าใจความล้ำลึกฝ่ายวิญญาณ ที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจรับรู้ได้ แม้พระเยซูจะเป็นผู้อธิบายเองก็ตาม
– และบางอย่างที่เกิดขึ้นนั้นก็คือ การที่พระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาสถิตกับพวกเขา และสอนพวกเขาจากภายใน(ข้อ 13)
– กล่าวได้อีกอย่างว่า การสอนจากพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้น เป็นกุญแจเปิดความลับสวรรค์ให้มนุษย์ธรรมดาสามารถเข้าใจความล้ำลึกฝ่ายวิญญาณได้

การประยุกต์ใช้ :
– วันนั้นเหล่าสาวกไม่อาจเข้าใจความล้ำลึกฝ่ายวิญญาณ เพราะพระวิญญาณบริสุทธิ์ยังไม่ได้เสด็จมาสถิตกับพวกเขา
– แต่วันนี้พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เสด็จมาสถิตกับเราแล้ว หมายความว่า เรามีคุณสมบัติเพียงพอแล้วที่จะเข้าใจ ความล้ำลึกในฝ่ายวิญญาณ
– ดังนั้นเมื่อเราอ่านพระคำของพระเจ้า ให้เราพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงสถิตในเรา ให้พระองค์ทรงช่วยเปิดเผยความล้ำลึกฝ่ายวิญญาณจากพระคำของพระเจ้า ที่ไม่มีมนุษย์ธรรมดาคนใดๆสามารถเข้าใจได้ด้วยตัวเขาเอง ให้แก่เราเถิด

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:13) { พระวิญญาณแห่งความจริง }

แนวคิด :
– พระเยซูบอกกับเหล่าสาวกว่า แม้ตอนนี้พวกเขายังไม่อาจเข้าใจความจริงได้(ข้อ12) แต่เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาสถิตกับพวกเขาแล้ว พระวิญญาณบริสุทธิ์จะทำให้พวกเขารู้จัก พบ และเข้าใจ ความจริงฝ่ายวิญญาณทั้งสิ้น ที่พระบิดาและพระเยซูตรัสปรารถนาจะตรัสกับพวกเขา รวมถึงเข้าใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย
– พระวิญญาณเป็นตัวแทนของพระบิดาและพระเยซู ที่จะสำแดงความล้ำลึกจากพระเจ้า ให้แก่มนุษย์

การประยุกต์ใช้ :
– วันนี้เรามีพระวิญญาณบริสุทธิ์สถิตกับเราแล้ว หากเราเอาใจใส่ ใส่ใจต่อการสอน การนำของพระองค์ เราก็จะสามารถเดินไปในทางแห่งความจริง ตลอดวันคืนชีวิตของเราได้
– สิ่งที่เห็นในโลกนี้ เป็นของชั่วคราว ระบบของโลกสร้างภาพลวงตาให้คนทั้งหลายไม่อาจเห็นความจริงฝ่ายวิญญาณ หลงคิดว่าสิ่งของในโลกเป็นสิ่งถาวร นิรันดร์ และคู่ควรที่คนทั้งหลายจะทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อให้ได้ครอบครองมัน
– พระวิญญาณแห่งความจริง จะช่วยให้เราตาสว่าง เข้าใจความจริงของชีวิตที่แท้จริง ดังนั้นเราควรเอาใส่ใจต่อการเตือน การสอน การนำจากพระองค์


แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:14) { พระเยซูได้รับเกียรติ }

แนวคิด :
– พระเยซูบอกกับเหล่าสาวกว่า เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาสถิตกับพวกเขา พระวิญญาณบริสุทธิ์จะทำให้พระเยซูได้รับเกียรติ โดยการที่พระวิญญาณบริสุทธิ์จะนำเอาสิ่งที่เป็นของพระเยซู มาสำแดงแก่พวกเขา
– เมื่อสังเกตจากบริบทในข้อก่อนหน้านี้ สิ่งที่พระเยซูพูดถึงนั้น น่าจะหมายถึง ความจริงฝ่ายวิญญาณ อันความล้ำลึกในฝ่ายวิญญาณ ซึ่งก่อนหน้านั้นพวกเขาไม่อาจรับไว้ได้

การประยุกต์ใช้ :
– พระวิญญาณบริสุทธิ์จะช่วยให้เชื่อเข้าใจ รับรู้ และมีประสบการณ์กับพระวจนะของพระเจ้า
– วิธีสังเกตว่า การสอน หรือการสำแดงใดๆนั้นมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์หรือไม่ ดูได้จากผลของมัน คือ ถ้าเป็นมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ต้องทำให้พระเยซูได้รับเกียรติ ไม่ใช่ตัวเราเอง

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:15) { ตัวแทนพระเจ้า }

แนวคิด :

– พระเยซูบอกกับพวกสาวกว่า พระเยซูเป็นตัวแทนของพระบิดาได้รับสิทธิอำนาจทั้งสิ้นจากพระบิดา และพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นตัวแทนของพระเยซูบนโลกนี้ พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้รับสิทธิอำนาจทั้งสิ้นจากพระเยซู

– ดังนั้นสิ่งที่เป็นของพระเจ้า ได้สำแดงแก่มนุษย์ได้โดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้สถิตอยู่ภายในผู้เชื่อ ทั้งความจริงในฝ่ายวิญญาณ พระลักษณะของพระเจ้า พระประสงค์ของพระเจ้า และฤทธานุภาพของพระเจ้า

การประยุกต์ใช้ :

– เราสามารถสำแดงสิ่งที่เป็นของพระเจ้าให้คนในโลกนี้ได้รู้จักได้ โดยการร่วมมือกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ ตามการทรงนำ ตามการสอนของพระองค์

– วันนี้ ให้เราเชื่อฟังและทำตามการทรงนำในชีวิตของเรา เพื่อโลกนี้จะได้รู้จักพระองค์ผู้ทรงสถิตภายในเรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:16) { อีกหน่อยหนึ่ง }

แนวคิด :

– พระเยซูบอกให้พวกสาวกรู้ว่า อีกไม่นานพระเยซูจะถูกจับและถูกตรึงที่บนไม้กางเขน แล้วทรงสิ้นพระชนม์ พวกเขาจะไม่ได้เห็นพระองค์ช่วงเวลาหนึ่ง

– และต่อมาอีกไม่นาน คือ วันที่ 3 หลังจากสิ้นพระชนม์ พวกเขาก็จะได้เห็นพระองค์อีก เมื่อพระองค์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย

การประยุกต์ใช้ :

– พระเจ้าทรงมีวาระ และจังหวะสำหรับทุกสิ่งที่สวยงามตามแผนการแห่งน้ำพระทัยของพระองค์

– วันนี้ ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาที่เราไม่อาจเห็นพระเยซูแบบหน้าต่อหน้า แต่อีกไม่นานเราจะได้พบพระองค์หน้าต่อหน้าในวันที่พระองค์เสด็จกลับมา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:17) { ไม่เข้าใจ }

แนวคิด :

– สาวกบางคนเริ่มสนใจในคำตรัสของพระเยซู พวกเขาจึงเริ่มสงสัยว่า คำตรัสของพระเยซู หมายความว่าอย่างไร ส่วนคนอื่นๆนั้นยังคงไม่สนใจอยู่เหมือนเดิม จึงยังไม่สงสัย

– ทั้งที่พระเยซู ตรัสหลายต่อหลายครั้งแก่พวกเขาว่า พระองค์จะสิ้นพระชนม์ และจะเป็นขึ้นมา และจะเสด็จกลับไปหาพระบิดา แต่ดูเหมือนพวกเขาไม่ใส่ใจต่อคำพูดเหล่านั้น จึงทำให้พวกเขาไม่เข้าใจว่า ‘อีก​หน่อย​พวก​ท่าน​จะ​ไม่​เห็น​เรา และ​ต่อ​ไป​อีก​หน่อย​พวก​ท่าน​ก็​จะ​เห็น​เรา’ และ ‘เพราะ​เรา​ไป​ถึง​พระ​บิดา’ ประโยคเหล่านี้หมายความว่าอย่างไร

การประยุกต์ใช้ :

– หากเราไม่เอาใจใส่ต่อพระคำของพระเจ้า เราจะไม่สามารถเข้าใจการเปิดเผยของพระเจ้าที่พระองค์ทรงเปิดเผยแก่เราได้

– วันนี้ ถ้าเราอยากจะเข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้า จงเอาใจใส่ต่อพระคำของพระองค์

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:18) { เริ่มสนใจ }

แนวคิด :

– หลังจากที่สาวกบางคนเริ่มพูดกัน ถึงความสงสัยในความหมายที่พระเยซูพูด (ข้อ 17) สาวกคนอื่นๆที่เหลือก็เริ่ม สนใจคำพูดของพระเยซูมากขึ้น จนพวกเขาเริ่มสงสัยว่า “อีกหน่อย” หมายความว่าอย่างไร?

– พระเยซูอธิบายมากมาย เกี่ยวกับการสิ้นพระชนม์ การฟื้นคืนพระชนม์ และการกลับไปหาพระบิดา แต่พวกเขาข้องใจเพียง วลีเล็กๆ “อีกหน่อย” ว่าหมายความว่าอย่างไร

การประยุกต์ใช้ :

– การสนใจในพระคำของพระเจ้า ของสาวกบางคน เป็นเหตุให้สาวกคนอื่นๆเริ่มสนใจในพระคำของพระเจ้าด้วย

– การที่เราสนใจพระคำของพระเจ้า และพูดออกไป จะทำให้คนรอบข้างเริ่มสนใจพระคำของพระเจ้าด้วย

– ถึงแม้ว่า สาวกคนอื่นๆจะสนใจแค่คำว่า “อีกหน่อย” แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีที่ทำให้พวกเขาสนใจในคำตรัสของพระเยซู ในข้อต่อๆมา

– วันนี้ การเอาใจใส่พระคำของพระเจ้าของเรา จะส่งผลต่อคนรอบข้าง ไม่มากก็น้อย

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:19) { พร้อมที่จะอธิบาย }

แนวคิด :

– พระเยซูไม่เพียงแต่ทราบข้อความที่พวกสาวกกระซิบกัน แต่พระองค์ทรงทราบความในใจของพวกเขาด้วย ทรงทราบว่า พวกเขาอยากจะถามพระองค์ อยากจะเข้าใจความหมายของสิ่งที่พระองค์ได้ทรงตรัส

– พวกเขาไม่กล้า ที่จะถามพระเยซู เพราะดูเหมือนพระเยซูอธิบายอะไรให้เขาฟังมากมายแล้ว แต่พวกเขากลับไม่เข้าใจอะไรเลย

– แต่พระเยซูกับตรัสกับเขา เพื่อแสดงความพร้อมและความเต็มใจของพระองค์ที่จะอธิบายเพิ่มเติมให้แก่พวกเขา

การประยุกต์ใช้ :

– พระเยซูทรงรู้จักเราเป็นอย่างดี ทั้งสิ่งที่เราพูดออกมา สิ่งที่ทำ หรือ สิ่งที่ยังไม่ได้พูดหรือทำ

– พระเยซูทรงพร้อมและเต็มใจเสมอที่จะเปิดเผย ความล้ำลึกแห่งน้ำพระทัยของพระองค์ให้เราได้รู้จักและเข้าใจ ขอเพียงแค่เราหิวกระหายปรารถนาจะเข้าใจจริงๆ

– วันนี้ หากเราปรารถนาที่จะรู้จักน้ำพระทัยของพระองค์จริงๆ พระองค์ทรงพร้อมที่จะเปิดเผยน้ำพระทัยนั้นแก่เรา ผ่านทางพระคำของพระองค์

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:20) { โศกเศร้าจะกลายเป็นยินดี }

แนวคิด :

– พระเยซูกล่าวเน้นเพื่อให้พวกสาวกรู้ว่า ประโยคที่จะกล่าวต่อไปนี้สำคัญมาก ด้วยการตรัสว่า “เราบอกความจริงกับพวกท่านว่า”

– พระเยซูตรัสว่า พวกสาวกจะเป็นทุกข์โศกเศร้าเพราะการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู

– แต่คนอื่น ได้แก่พวกหัวหน้าปุโรหิต พวกฟาริสี และพวกยิวหลายคน จะชื่นชมยินดี คือคนเหล่านั้นที่อยากให้พระเยซูสิ้นพระชนท์ คนเหล่านั้นที่เยาะเย้ยพระเยซูขณะที่พระองค์ถูกตรึงบนไม้กางเขน

– แต่ต่อมาพวกสาวกจะเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดี เมื่อพระเยซูทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย

– คำตรัสของพระเยซูในข้อนี้ จึงเป็นการพยากรณ์ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับพระเยซูในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

การประยุกต์ใช้ :

– เมื่อพวกสาวกอยากเข้าใจ คำตรัสของพระเยซู พระเยซูอธิบายให้พวกเขาฟังอย่างเต็มใจ

– จำเป็นที่ต้องมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น ซึ่งเหตุการณ์นั้นจะเป็นเหตุให้พวกสาวกโศกเศร้า ร้องไห้ แต่อย่างไรก็ดีสุดท้ายแล้วเหตุการณ์นั้น จะกลับกลายเป็นพระพรยิ่งใหญ่และนำความชื่นชมยินดีมากล้นมาถึงพวกเขา

– วันนี้ อาจจำเป็นต้องมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกับเรา เพื่อให้แผนการภาพรวมของพระเจ้าสำเร็จ ซึ่งเหตุการณ์นั้นอาจจะนำความโศกเศร้าเสียใจมาถึงเรา แต่อย่างไรก็ดีในที่สุดแล้วพระเจ้าจะทรงทำให้สิ่งนี้นำพระพรและความชื่นชมยินดีใหญ่ยิ่งมาสู่ชีวิตของเรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:21) { ลืมความทุกข์ไปเลย }

แนวคิด :

– พระเยซูเปรียบเทียบให้พวกสาวกฟังว่า หญิงที่ตั้งครรภ์เมื่อกำหนดคลอดมาถึง เธอจะพบกับความเจ็บปวดแสนระทม แต่หลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านไป เมื่อเธอคลอดบุตรออกมา เธอจะมีความชื่นชมยินดีอย่างยิ่ง จนความทุกข์ระทมที่ผ่านมานั้น ไม่สำคัญอะไรอีกต่อไป จำไม่ได้ด้วยซ้ำไป

– เปรียบเหมือนกับ จำเป็นที่พระเยซูต้องสิ้นพระชนม์ ซึ่งจะนำความโศกเศร้าเสียใจมาสู่พวกสาวก แต่ต่อมาเมื่อพระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตาย จะนำความชื่นชมยินดียิ่งใหญ่มาสู่พวกเขา จนพวกเขาลืมความทุกข์โศกเศร้าของการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูไปเลย

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้ หากถึงเวลากำหนดที่ต้องมีความโศกเศร้าเกิดขึ้นกับชีวิตของเรา จงรู้เถิดว่าอีกไม่นานเกินรอ พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์จะทรงทำให้เกิดความชื่นชมยินดียิ่งใหญ่เกิดขึ้นกับเรา จนเราลืมความทุกข์โศกเศร้าครั้งนี้ไปเลย

– สดด. 126:1 “เมื่อ​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​ให้​ศิโยน​กลับ​สู่​สภาพ​ดี เรา​ก็​เป็น​เหมือน​คน​ที่​ฝัน​ไป”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:22) { ไม่มีใครช่วงชิงไปได้ }

แนวคิด :

– พระเยซูบอกกับพวกสาวกว่า เวลานี้แม้พวกเขากำลังเป็นทุกข์โศกเศร้า เพราะพระเยซูกำลังจะจากไป (ทรงสิ้นพระชนม์) แต่อีกไม่นานพระเยซูจะกลับมาหาพวกเขาอีก (ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย) แล้วเมื่อนั้นพวกเขาจะมีความชื่นชมยินดีอย่างยิ่ง จนลืมความทุกข์โศกเศร้าในขณะนี้ไปเลย

– และยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพวกเขาได้รับความชื่นชมยินดีเพราะได้พบพระเยซูผู้เป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว ความชื่นชมยินดีนั้นจะอยู่กับพวกเขาตลอดไป ไม่มีวันที่จะมีใครช่วงชิงความชื่นชมยินดีนั้นไปจากเขาได้

การประยุกต์ใช้ :

– เมื่อเรามีประสบการณ์กับการทรงสถิตของพระเยซูในชีวิตของเรา เราจะพบสันติสุขแท้ในพระเจ้า และสันติสุขนี้จะอยู่กับเราตลอดไป ไม่มีใครช่วงชิงไปจากเราได้ เพราะพระเยซูจะทรงสถิตกับเราตลอดไป

– แต่ที่บางครั้งเรารู้สึกว่า สันติสุขแท้นั้นหายไปจากชีวิตของเรา ความจริงแล้วไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่เราลืมไปว่าพระเยซูคริสต์ทรงสถิตกับเราเท่านั้นเอง

– เพราะว่าสันติสุขแท้ที่ไม่มีใครชิงไปได้นี้ เกิดจากการที่พระเยซูคริสต์สถิตกับเรา ดังนั้นการลืมไปว่าพระคริสต์สถิตกับเรา จีงเป็นเหตุให้เราเข้าใจผิดคิดว่า สันติสุขแท้นั้นได้หายไปจากเราแล้ว

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:23) { ขอสิ่งใด ได้สิ่งนั้น }

แนวคิด :

– พระเยซูบอกกับพวกสาวกว่า “ในวันนั้น” พวกเขาจะขออะไร ก็จะได้สิ่งนั้น

– “วันนั้น” หมายถึง วันที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เสด็จลงมาสถิตกับพวกเขาแล้ว

– “วันนั้น” คือ วันที่พวกเขากับพระเยซูเป็นหนึ่งเดียวกัน ดังใน ยน. 14:20 “ใน​วัน​นั้น​ท่าน​จะ​รู้​ว่า​เรา​อยู่​ใน​พระ​บิดา และ​พวก​ท่าน​อยู่​ใน​เรา​และ​เรา​อยู่​ใน​ท่าน”

– เพราะว่าเมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตในพวกเขาแล้ว พระองค์จะทรงสอนน้ำพระทัยของพระเจ้าแก่พวกเขา พวกเขาจะรู้ว่าอะไรเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า ดังนั้นทุกสิ่งที่พวกเขาขอจะสอดคล้องกับน้ำพระทัยของพระเจ้า ด้วยเหตุนี้เขาจะได้รับทุกสิ่งที่ขอ

การประยุกต์ใช้ :

– “วันนั้น” ก็คือ วันนี้ สำหรับเราทั้งหลายที่เชื่อวางใจในพระเยซู เพราะว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตกับเราแล้ว

– ดังนั้น หากเราขอสิ่งในนามของพระเยซู ตามการสอนของพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระบิดาจะประทานสิ่งนั้นแก่เรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:24) { จงขอเถิด }

แนวคิด :

– พระเยซูบอกกับพวกสาวกว่า เวลานี้พระเยซูกำลังอยู่กับพวกเขา พระองค์ประสงค์ที่จะสอนเขาอธิษฐาน พวกเขาสามารถขอต่อพระเยซูได้ แล้วพระองค์จะสอนว่าควรขออะไร เช่นขอเพิ่มความเชื่อ ขอให้กล้าหาญ ขอให้อดทนได้ เป็นต้น แล้วพวกเขาก็จะได้รับสิ่งที่ทูลขออย่างแน่นอน

การประยุกต์ใช้ :

– ในทำนองเดียวกัน วันนี้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตกับเราแล้ว เหมือนกับที่พระเยซูอยู่กับสาวกในวันนั้น

– พระวิญญาณบริสุทธิ์พร้อมที่จะสอนเราในการอธิษฐานทูลขอสิ่งที่เป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า และเมื่อเราขอตามการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราก็จะได้รับสิ่งที่ทูลขอทั้งสิ้น

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:25) { รู้จักพระบิดา }

แนวคิด :

– พระเยซูบอกพวกสาวกว่า วันนี้พระองค์พูดกับพวกเขาแบบใช้คำเปรียบเทียบ เพราะพวกเขายังไม่สามารถเข้าใจความหมายได้จริงๆ

– แต่เมื่อวันที่พระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จลงมาสถิตกับพวกเขามาถึง(ข้อ13) วันนั้นพระองค์จะทรงสำแดงให้พวกเขาอย่างแจ่มแจ้ง

– เพราะว่าพระวิญญาณสถิตกับพวกเขา ก็เพื่อช่วยพวกเขาให้เข้าใจอย่างพระเจ้าได้อย่างชัดเจน

การประยุกต์ใช้ :

– ตามที่พระเยซูทรงสัญญา ในวันที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตอยู่กับเรา เราจะรับการสำแดงเรื่องพระบิดาอย่างแจ่มแจ้ง

– วันนี้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตกับเราแล้ว นั่นหมายความว่า วันนี้เราสามารถรู้จักกับพระเจ้าได้มากขึ้นๆทุกวัน แจ่มชัดขึ้นทุกวันๆ ผ่านการสอนและการสำแดงของพระวิญาณบริสุทธิ์ผู้ทรงสถิตในเรา

– “ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสอนข้าพระองค์ให้รู้จักกับพระเจ้ามากขึ้นในทุกๆวันเถิด”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:26) { ไม่ต้องบอกแล้ว }

แนวคิด :

– พระเยซูบอกกับพวกสาวกว่า “ในวันนั้น”(วันที่พระวิญญาณบริสุทธิ์มาสถิตกับพวกเขา) พวกเขาจะอธิษฐานแล้วพระบิดาจะฟัง และพระเยซูจะไม่จำเป็นต้องบอกพวกเขาอีกว่า พระองค์จะอธิษฐานเพื่อพวกเขา

– พระเยซู บอกกับพวกเขา ใน ยน. 14:16  เรา​จะ​ทูล​ขอ​พระ​บิดา และ​พระ​องค์​จะ​ประ​ทาน​ผู้​ช่วย​อีก​ผู้​หนึ่ง​ให้​กับ​พวก​ท่าน เพื่อ​จะ​อยู่​กับ​ท่าน​ตลอด​ไป

– เมื่อถึงวันนั้น พระองค์ไม่ต้องพูดอย่างนั้นแล้ว เพราะว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ลงมาสถิตกับพวกเขาแล้ว

– แต่ไม่ได้หมายความว่า พระเยซูจะไม่อธิษฐานเผื่อพวกเขาแล้ว เพราะใน ฮบ. 7:25 กล่าวว่า “เพราะ​เหตุ​นี้ พระ​องค์​จึง​ทรง​สา​มารถ​ช่วย​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​เข้า​มา​ใกล้​พระ​เจ้า​โดย​ทาง​พระ​องค์​นั้น​อย่าง​เต็ม​ที่ เพราะ​ว่า​พระ​องค์​ทรง​พระ​ชนม์​อยู่​ทุก​เวลา เพื่อ​ทูล​ขอ​เผื่อ​คน​เหล่า​นั้น”

– แต่หมายความว่า พระเยซูไม่ต้องบอกกับพวกเขาแล้ว เพราะพวกเขาจะรู้และมั่นใจว่าพระองค์อธิษฐานเผื่อพวกเขาแน่นอน เนื่องจากพระวิญญาณบริสุทธิ์จะทำให้เขามั่นใจ

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตกับเราแล้ว ดังนั้น เราสามารถมั่นใจได้เลยว่า ทุกสิ่งที่เราขอต่อพระบิดา ตามการสอนของพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้น เราจะได้รับอย่างแน่นอน

– แต่สำหรับคนเหล่านั้นที่มีพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่กับเขา แต่ไม่ฟังพระองค์ ไม่พึงพาพระองค์ ก็ไม่แตกต่างอะไรกับคนที่ไม่มีพระวิญญาณบริสุทธิ์ ด้วยเหตุนี้ คำอธิษฐานของพวกเขา จึงเป็นแค่การสวดมนต์ และไม่อาจได้รับคำตอบจากพระเจ้าได้

– พระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงสอนเรา ให้เรามั่นใจในทุกสิ่งที่พระคำของพระเจ้าได้กล่าวไว้ และจะทรงช่วยเราให้สามารถทำตามพระคำของพระเจ้าได้ หากเรามีใจปรารถนาที่จะทำจริงๆ

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:27) { พระบิดาทรงรักเรา }

แนวคิด :

– พระเยซูบอกให้พวกสาวกฟังว่า พระบิดาทรงรักพวกเขา ซึ่งความรักนี้พระบิดาทรงรักพวกเขาก่อน จนประทานพระบุตรองค์เดียวมาให้แก่พวกเขา

– พระเจ้าทรงรักโลก (ยน.3:16) พระบิดาทรงรักทุกคน แต่ไม่ทุกคนที่ตอบสนองต่อความรักที่พระบิดาประทานให้นั้น

– พวกสาวกตอบรับความรักของพระบิดา โดยการเชื่อว่า พระเยซูเป็นของขวัญจากพระบิดาที่ประทานแก่พวกเขา พวกเขาจึงรักพระเยซู

– ดังนั้นใครก็ตามที่รักพระเยซู และเชื่อวางใจในพระองค์ จึงสามารถรับรู้และตอบสนองต่อความรักของพระบิดาได้

– สามารถดูเพิ่มเติมได้จาก แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ยน. 14:21 และ ยน. 14:23

– ยน. 14:21 “ใคร​ที่​มี​บัญ​ญัติ​ของ​เรา​และ​ประ​พฤติ​ตาม​บัญ​ญัติ​เหล่า​นั้น คน​นั้น​เป็น​คน​ที่​รัก​เรา และ​คน​ที่​รัก​เรา​นั้น​พระ​บิดา​ของ​เรา​จะ​ทรง​รัก​เขา และ​เรา​จะ​รัก​เขา​และ​จะ​สำ​แดง​ตัว​ให้​ปรา​กฏ​แก่​เขา”

– ยน. 14:23 พระ​องค์​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า “ถ้า​ใคร​รัก​เรา คน​นั้น​จะ​ประ​พฤติ​ตาม​คำ​ของ​เรา และ​พระ​บิดา​จะ​ทรง​รัก​เขา แล้ว​เรา​ทั้ง​สอง​จะ​มา​หา​เขา​และ​จะ​อยู่​กับ​เขา”

การประยุกต์ใช้ :

– เมื่อเรารักพระเยซูและเชื่อวางใจในพระเยซู ก็ทำให้เราตอบรับความรักของพระบิดาอย่างเหมาะสม เราจึงสัมผัสความรักที่พระบิดาประทานมาให้แก่เราแล้วได้อย่างแจ่มชัด

– ด้วยเหตุนี้ เมื่อเรารู้ว่าพระบิดารักเราจนประทานพระเยซูแก่เรา เราจึงมีใจกล้าที่จะอธิษฐานต่อพระบิดาในนามของพระเยซู(ข้อ26)

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:28) { สรุปข่าวประเสริฐ }

แนวคิด :

– ข้อสั้นๆนี้ พระเยซูสรุป ข่าวประเสริฐเรื่องความรอด ไว้ในข้อนี้

– พระเยซูมาจากพระบิดา เพราะพระบิดาทรงรักมนุษย์จึงส่งพระเยซูมาช่วยมนุษย์ที่พระองค์ทรงรักให้รอด(ยน.3:16)

– พระเยซูเข้ามาในโลก พระบุตรของพระเจ้าได้มาบังเกิดเป็นมนุษย์ รับสภาพเหมือนกับมนุษย์ทุกประการ เพื่อจะเป้นตัวแทนของมนุษย์ได้ เพื่อแผนการที่จะช่วยมนุษย์ให้รอดจะสำเร็จ (ยน. 1:14)

– พระเยซูจะจากโลกนี้ไปหาพระบิดาอีก พระเยซูจะสิ้นพระชนม์เพราะเหตุรับโทษแทนความผิดบาปของมนุษย์ และจะทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย และจะเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ไปหาพระบิดา ซึ่งเป็นการยืนยันว่า ภารกิจที่พระบิดาส่งพระเยซูมาเพื่อช่วยมนุษย์ให้รอดนั้นสำเร็จสมบูรณ์แล้ว

การประยุกต์ใช้ :

– พระเจ้าทรงรักเรา พระเยซูมาเพื่อช่วยเราที่พระองค์ทรงรักนั้น บัดนี้ภารกิจแห่งการช่วยให้รอดนั้น เสร็จสมบูรณ์แล้ว เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ ได้รับความรอดพ้นจากโทษบาปแล้ว ชีวิตนิรันดร์ในสวรรค์สถานได้เตรียมไว้พร้อมแล้ว เพื่อให้เราไปรับ เมื่อถึงเวลากำหนด

– เราผู้พ้นโทษบาปแล้ว ผู้เป็นคนของสวรรค์แล้ว ผู้มีชีวิตนิรันดร์แล้ว จากนี้ไปตราบชั่วนิรันดร์ จิตวิญญาณของเราจะไม่มีวันต้องพบกับความตายเลย สมควรเหลือเกินที่เราจะดำเนินชีวิตขณะที่เรากำลังอยู่ในโลกชั่วคราวนี้ เพื่อสิ่งที่เป็นของถาวรนิรันดร์ แทนที่จะอยู่เพื่อของแห่งโลกนี้ที่จะต้องถูกเผาไหม้ไป

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:29) { รับฟังอย่างเปิดใจ }

แนวคิด :

– ในข้อ 25 พระเยซูบอกกับพวกสาวกว่า จำเป็นที่พระองค์ต้องพูดกับพวกเขาเป็นคำเปรียบเทียบ เพราะพวกเขายังไม่สามารถเข้าใจได้ในช่วงเวลานี้

– แต่ในข้อนี้ พวกสาวกกลับ บอกพระเยซูว่า ที่พระองค์พูดมาไม่ใช่คำเปรียบเทียบอันซับซ้อนเลย พวกเขาเข้าใจทั้งหมดที่พระเยซูกล่าวแล้ว

– พวกเขาคิดว่าพวกเขารู้แล้ว ทั้งที่พวกเขายังไม่รู้อะไรเลย จึงทำให้พวกเขาไม่เข้าใจข้อความที่พระองค์ทรงพยายามกล่าวกับพวกเขา

การประยุกต์ใช้ :

– การที่เราคิดเกี่ยวกับพระคำของพระเจ้าว่า เรารู้แล้ว เคยได้ยินแล้ว เคยอ่านแล้ว จะเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขวางกั้น ไม่ให้เราสามารถเข้าใจความหมายที่แท้จริงของพระคำของพระเจ้าได้

– เมื่อเราอ่านหรือรับฟังพระคำของพระเจ้า เราต้องถ่อมใจลงและเปิดใจออก ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ประทานความเข้าใจที่สดใหม่แก่เรา ในการเข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้าผ่านพระคำของพระเจ้าตอนนั้น

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:30) { คิดว่าเชื่อแล้วซะอีก }

แนวคิด :

– พวกสาวกบอกกับพระเยซูว่า พวกเขารู้แล้วว่า…

– พระเยซูทรงทราบทุกสิ่งรวมทั้งความคิดในใจของพวกเขาด้วย พระองค์จึงได้บอก อธิบายทุกสิ่งที่พวกเขาอยากรู้ทั้งหมดแล้ว พวกเขาไม่จำเป็นต้องถามอะไรพระองค์อีกแล้ว

– ดังนั้นเมื่อพวกเขาเห็นว่าพระองค์ทรงทราบทุกสิ่งแม้แต่ความคิดของพวกเขาเช่นนี้ พวกเขาจึงเชื่อแล้วว่า พระเยซูมาจากพระเจ้า

การประยุกต์ใช้ :

– พวกเขาคิดว่า การที่พวกเขาได้รู้แล้วว่า พระเยซูสามารถล่วงรู้ทุกสิ่ง ทำให้พวกเขามีความเชื่อวางใจในพระเยซู อย่างเต็มที่แล้ว แต่ความจริงแล้ว พวกเขายังห่างไกลกับคำว่า เชื่อวางใจในพระเยซู อยู่อีกมาก

– เพราะในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า พวกเขาก็จะละทิ้งพระเยซูกันไปหมด

– การคิดว่า เราเชื่อ ก็ไม่ได้หมายความว่า เรามีความเชื่อจริงๆ แต่สิ่งที่จะพิสูจน์ความเชื่อของเรา ว่ามีความเชื่อจริงๆหรือไม่ ก็คือ สถานการณ์ยากลำบาก ที่เราเผชิญ

– ช่วงเวลาแห่งการทดสอบความเชื่อที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา นั่นแหละจะเป็นตัวบอกว่า เรามีความเชื่อจริงๆมากน้อยเพียงใด

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:31) { เข้าใจผิด }

แนวคิด :

– เมื่อพวกสาวกบอกพระเยซูว่า พวกเขาเชื่อแล้วว่าพระเยซูมาจากพระเจ้า(ข้อ 30) พระเยซูจึงถามพวกเขากลับ เพื่อให้พวกเขาไตร่ตรองเพื่อจะรู้ความจริง ว่า “พวกเขาเชื่อจริงๆแล้วหรือยัง”

– ตอนนี้พวกเขาเข้าใจผิด คิดว่า พวกเขาเชื่ออย่างสุดใจแล้ว

– เป็นไปได้ว่า ณ วินาทีนั้น เขาเชื่อจริงๆว่าพระเยซูมาจากพระเจ้า แต่ความเชื่อนั้นยังจริงไม่พอ ที่จะทำให้พวกเขายังคงเชื่อเช่นนั้นต่อไป เมื่อเวลาแห่งการทดสอบมาถึง

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้ เราอาจจะมีความเชื่อน้อยกว่า ที่ตัวเราเองคิด อยู่มากก็เป็นไปได้

– “การคิดว่า เราเชื่อ” กับ “การที่เรามีความเชื่อ” เป็นคนละเรื่องกัน

– แบบแรก อาจแค่ทำให้เราสบายใจ แต่แบบหลัง จะทำให้เรายืนหยัดอยู่ได้ ท่ามกลางการทดสอบความเชื่อที่จะมาถึง

– ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงช่วยเรา ให้เหตุการณ์และสถานการณ์ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเราในวันนี้ ทำให้เรามีความเชื่อวางใจในพระเยซูมากยิ่งขึ้น เพื่อเราจะมีความเชื่อแท้ สามารถยืนหยัดอยู่ได้ ท่ามกลางการทดสอบที่จะมาถึงในอนาคต

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:32) { แสนอ่อนโยน }

แนวคิด :

– พวกสาวกคิดว่า เขามีความเชื่อเข้มแข้ง ไม่หวั่นไหวในทุกสถานการณ์(ข้อ 30) แต่พระเยซูบอกให้พวกเขารู้ล่วงหน้าว่า อีกสักครู่ พวกเขาจะละทิ้งพระองค์ไปกันหมด ทิ้งพระองค์ไว้แต่ลำพังในเงื้อมมือของศัตรู

– พระเยซูกล่าวต่อไปว่า แต่พระเยซูไม่ได้อยู่ลำพังหรอกนะ แม้พวกเขาจะทิ้งพระองค์ไป พระบิดายังสถิตอยู่กับพระเยซู

– ช่างเป็นคำพูดที่แสนอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความเมตตา

– ข้อนี้เป็นเหมือนกับว่า…

– พวกสาวกบอกกับพระเยซู รับรองพวกเขาไม่มีวันทิ้งพระองค์ แต่แล้วเขาก็ละทิ้งพระองค์ไปกันหมด พระเยซูบอกพวกเขาว่า ไม่เป็นไรนะ แม้พวกเขายืนหยัดในความเชื่อไม่ไหว จนทิ้งพระองค์ไปหมด พระองค์ไม่ได้อยู่ลำพังหรอกนะ ยังมีพระบิดาอยู่ด้วย อย่ารู้สึกตำหนิตัวเองมากมายเลย

การประยุกต์ใช้ :

– เมื่อเราคิดว่าเรามีความเชื่อ บางทีเราอาจมีความเชื่อน้อยกว่าที่เราคิด

– ในความอ่อนแอของเรา พระเยซูทรงปฏิบัติต่อเราอย่างอ่อนโยนและเมตตาเสมอ

ดังนั้นเมื่อเราผิดพลาดพลั้งไป เพราะความอ่อนแอของเรา ขอให้เรามีใจกล้าที่จะกลับมาหาพระเยซู ผู้ทรงพร้อมปฏิบัติต่อเรา ด้วยความอ่อนโยนและพระเมตตา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:33) { คริสเตียนจะทุกข์ยาก }

แนวคิด :

– พระเยซูสรุปสิ่งที่พระองค์ได้พูดกับพวกสาวกทั้งหมด ตั้งแต่ช่วงล้างเท้า ในบทที่ 13 เรื่อยมา จนถึงข้อนี้ ว่า ทั้งหมดที่บอกก็เพื่อพวกเขาจะมีสันติสุข ในท่ามกลางทุกเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับพวกเขา

– พระเยซูบอกพวกสาวกว่า ต่อไปขณะที่เขาอยู่ในโลกนี้ พวกเขาจะประสบความทุกข์ยากลำบาก แต่อย่ากลัว จงกล้าหาญ ยึดมั่นความเชื่อวางใจในพระเยซูเอาไว้ เพราะว่าพระเยซูได้ชนะโลกนี้แล้ว ด้วยสิ่งที่พระองค์กำลังจะกระทำ คือสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อรับบาปแทนมนุษย์ทุกคน และพระองค์ประกาศชัยชนะเหนือความตาย โดยการเป็นขึ้นมาจากความตายในวันที่3

– ดังนั้นไม่ว่าพวกเขาจะต้องเผชิญความทุกข์ยากลำบากมากเพียง จิตวิญญาณของเขาก็จะไม่มีวันพบกับความตายเลยชั่วนิจนิรันดร์

– (ในช่วงเวลาต่อๆมา อัครสาวกทุกคน ยกเว้นยอห์น ถูกฆ่าตายเพราะข่าวประเสริฐ ทั้งสิ้น)

การประยุกต์ใช้ :

– หากเชื่อและยึดมั่นในคำสอนของพระเยซู อยู่ตลอดเวลา สันติสุขในพระเยซูคริสต์ จะไม่มีวันจางหายไปจากชีวิตของเราเลย แม้ชั่วขณะเดียว

– พระเยซูไม่เคยพูดว่า “คริสเตียนจะไม่ประสบความทุกข์ยากลำบาก” คนที่สอนเช่นนั้น ผมมองว่า เขากำลังบิดเบือนคำสอนของพระเยซู

– พระเยซูพูดอย่างชัดเจนว่า เราจะประสบความทุกข์ยากลำบาก แต่ท่ามกลางความทุกข์ยากลำบากเหล่านั้น หากเราพึ่งพาพระองค์ เราจะผ่านมันไปได้อย่างสง่างามและผลลัพท์ที่ออกมาจะถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า

– 2ทธ. 3:12 “แท้​จริง​ทุก​คน​ที่​ตั้ง​ใจ​จะ​ดำ​เนิน​ชีวิต​ตาม​ทาง​พระ​เจ้า​ใน​พระ​เยซู​คริสต์​จะ​ถูก​ข่มเหง”