แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:1) { ถึงเวลาแล้ว }

แนวคิด :

– ในบทนี้ได้บันทึกคำอธิษฐานของพระเยซูอย่างละเอียดมากกว่าที่ใดๆในพระคัมภีร์

– คำอธิษฐานในบทนี้ เกิดก่อนที่พระองค์และพวกสาวกจะออกเดินทางไปยังสวนเกทเสมนี (ยน.18:1)

– หลังจากที่พระเยซูได้สอนและเตือนพวกสาวกในบทที่ 13-16 แล้ว พระองค์ก็เริ่มอธิษฐานต่อพระบิดา

– พระเยซูทรงอธิษฐานต่อพระบิดา ว่า ถึงเวลาแล้วสำหรับการที่พระเยซูจะเข้าสู่กระบวนการได้รับเกียรติ ด้วยการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อนรับโทษแทนความผิดบาปของมนุษย์ และเป็นขึ้นมาจากควา,ตายในวันที่3

– ซึ่งในกระบวนการทั้งหมดนี้ พระเยซูทรงกระทำเพื่อให้พระบิดาได้รับพระเกียรติ ในการสำแดงความรักเมตตาแก่มนุษย์ ช่วยมนุษย์ให้กลับคืนดีกับพระเจ้าได้

– พระเยซูตรัสว่า “ถึงเวลาแล้ว” ไม่ได้หมายถึง พระเยซูบอกให้พระบิดารู้เวลา เพราะพระบิดาต่างหากเป็นผู้กำหนดวันเวลาเหล่านั้น

– แต่หมายถึง พระเยซูบอกกับพระบิดาว่า พระเยซูทรงทราบเวลาของพระบิดา และเวลานั้นก็มาถึงแล้ว พระเยซูทรงพร้อมแล้วสำหรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป

การประยุกต์ใช้ :

– พระเยซูทรงรู้เวลาของพระบิดา เมื่อเวลานั้นมาถึง

– ในทำนองเดียวกันพระวิญญาณบริสุทธิ์ จะทรงสอนเราให้รู้เวลาของพระเจ้าเมื่อเวลานั้นมาถึง

– “ถึงเวลาแล้ว” มีความหมายลึกซึ้งอีกมุมหนึ่งคือ เวลาวันนั้นเป็นเวลาที่พระเยซูจะถูกจับกุม ถูกทรมาน และตรึงตายบนไม้กางเขน ต้องรอไปอีกถึง 3 วันกว่าจะพระเยซูจะเป็นขึ้นมาจากความตาย แล้วถึงได้รับพระเกียรติอย่างสมบูรณ์

– แต่พระเยซูกลับ เรียกเวลาในวันนั้นว่า “ถึงเวลาแล้ว”

– นั่นคือ ในมุมมองฝ่ายวิญญาณ กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่จับกุม สิ้นพระชนม์ และฟื้นคืนพระชนม์ เป็นเหตุการณ์เดียวกัน คือเหตุการณ์ที่พระบิดาทำให้พระเยซูได้รับพระเกียรติ

– หากเรามีความเชื่ออย่างไม่สงสัยว่า พระเจ้าจะทรงช่วยเราให้เกิดผลอันดีในทุกเหตุการณ์ วันนี้ ไม่ว่าเหตุการณ์อะไรกำลังเกิดขึ้นกับเรา เราสามารถมองด้วยสายตาแห่งความเชื่อได้ว่า นี่เป็นเหตุการณ์เดียวกันกับการที่พระเจ้าช่วยเราให้เกิดผลดีผ่านเหตุการณ์นี้

โฆษณา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:2) { ของขวัญจากพระเจ้า }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดาว่า ขอพระบิดาทรงประทานสิทธิอำนาจเหนือมนุษย์ทุกคนให้แก่พระเยซูคริสต์(มธ.28:18) เพื่อพระเยซูจะทำให้พระประสงค์ของพระบิดาให้สำเร็จ คือการประทานชีวิตนิรันดร์ แก่คนที่พระบิดาทรงมอบไว้แก่พระเยซู

– พระเยซูประทานชีวิตแก่มนุษย์ โดยผ่านทางการเชื่อวางใจในพระเยซู ดังใน ยน. 5:24 “เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​พวก​ท่าน​ว่า ถ้า​ใคร​ฟัง​คำ​ของ​เรา​และ​วาง​ใจ​ผู้​ทรง​ใช้​เรา​มา คน​นั้น​ก็​มี​ชีวิต​นิรันดร์​และ​ไม่​ถูก​พิ​พาก​ษา แต่​ผ่าน​พ้น​ความ​ตาย​ไป​สู่​ชีวิต​แล้ว”

– เรื่องนี้ลึกซึ้ง ดังนี้ครับ

– อาดัมทำบาป ไม่เชื่อฟังพระเจ้า จึงตัดจากพระเจ้าไม่สามารถสัมพันธ์กับพระเจ้าได้ มนุษย์ทุกคนเป็นเชื้อสายของอาดัม จึงเป็นเหมือนอาดัม และเพราะบาปนั้นจึงนำมนุษย์ไปสู่การพิพากาษา พบความตายชั่วนิรันดร์

– พระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระเจ้ามาบังเกิดเป็นมนุษย์ ปราศจากบาป และดำเนินชีวิตเชื่อฟังจนถึงที่สุด จนกระทั่งความตายบนไม้กางเขน พระเยซูในสภาพมนุษย์จึงได้รับความชอบธรรมเพราะการเชื่อฟังนั้น (พระเยซูในสภาพพระเจ้าทรงชอบธรรมอยู่แล้ว ไม่ต้องได้รับจากผู้ใด)

– ด้วยเหตุนี้ พระเยซูจึงมีสิทธิมอบความชอบธรรมนั้นให้แก่ผู้อื่น

– เมื่อพระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตาย พระบิดาทรงประทานสิทธิอำนาจเหนือทุกสิ่ง รวมทั้งเหนือมนุษย์ทุกคนให้แก่พระเยซู

– ดังนั้นพระเยซูผู้มีสิทธิอำนาจเหนือมนุษย์ทุกคน จึงมีสิทธิสามารถให้ความชอบธรรมนั้นแก่ใครก็ได้

– และใครคนนั้นก็คือ ใครก็ได้ที่เชื่อวางใจในพระเยซู

– เพราะคนที่ไม่เชื่อวางใจในพระเยซู ก็เท่ากับดูถูกพระเยซู แน่นอนคนเหล่านั้นย่อมไม่สมควรได้รับความชอบธรรมที่พระเยซูจะประทานให้

– แต่ใครก็ตามที่เชื่อวางใจในพระเยซู พระเยซูจะประทานชีวิตนิรันดร์ให้แก่เขา ชีวิตที่มีความสัมพันธ์กับพระเจ้าได้ชั่วนิรันดร์

การประยุกต์ใช้ :

– ขอบคุณพระเยซู

– วันนี้ เราได้รับชีวิตนิรันดร์แล้ว โดยการเชื่อวางใจในพระเยซู ขอให้เราภาคภูมิใจ ชื่นใจ ซาบซึ้งใจ ในของขวัญนี้ ยึดของขวัญนี้ให้มั่นด้วยความเชื่อ ตราบชั่วชีวิตของเรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:3) { ชีวิตนิรันดร์ คือ }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดา ว่า ชีวิตนิรันดร์ คืออะไร

– น่าสนใจมาก ทำไมพระเยซูต้องอธิษฐานเช่นนั้น?

– ไม่ใช่เพราะว่าพระบิดาไม่รู้ แล้วพระเยซูจึงบอกให้พระบิดารู้

– แต่เป็นประโยคที่แสดงถึงความสนิทสนมกันอย่างยิ่ง จึงพูดถึงประโยคที่รู้กันอย่างดีทั้งสองฝ่ายแล้ว

– เช่น เพื่อนนักเปียโน 2 คนคุยกัน “ผมจะซื้อเปียโนใหม่สักตัว” “เปียโนเป็นเครื่อดนตรีที่ให้สนุกจริงๆ” ประโยคที่ 2 ทั้งสองคนก็รู้ดีอยู่แล้ว แต่พูดเพราะรู้ว่าผู้ฟังรู้เรื่องนั้นเป็นอย่างดี

– ชีวิตนิรันดร์ คือ การรู้จักพระเจ้าพระบิดา ไม่ใช่แค่รู้เรื่องแต่หมายถึง การมีความสัมพันธ์กับพระองค์

– ชีวิตนิรันดร์ คือ การรู้จักพระเยซูคริสต์ ว่าเป็นผู้ที่พระบิดาทรงใช้มา เพื่อช่วยให้มนุษย์กลับมีความสัมพันธ์กับพระบิดาได้ ด้วยการเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์

– ดังนั้น ชีวิตนิรันดร์ คือ การมีความสัมพันธ์กับพระบิดา โดยผ่านทางการเชื่อวางใจในพระเยซู

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ เราได้รับชีวิตนิรันดร์แล้ว

– นั่นคือ เราได้รับของขวัญอันล้ำค่า เราสามารถมีความสัมพันธ์กับพระบิดาได้แล้ว

– วันนี้ เราทุ่มเทเวลาในการมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าบิดามากเพียงใด?

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:4) { ถวายเกียรติแด่พระบิดา }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดาว่า พระเยซูเสด็จมาในโลกนี้ เพื่อรับบาปแทนมนุษย์ทุกคน ตามน้ำพระทัยของพระบิดา ดังนั้นการกระทำของพระเยซูจึงเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระบิดา

– กระบวนการแห่งการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเพื่อรับบาปแทนมนุษย์ทุกคนได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และจะไม่มีใครหยุดได้ จึงเรียกได้ว่า พระเยซูทรงกระทำภารกิจสำเร็จแล้วนั่นเอง

การประยุกต์ใช้ :

– เมื่อเราทำตามใจของตนเอง ผลที่ออกมาคือ ความเห็นแก่ตัว

– แต่ถ้าเรากระทำตามพระทัยพระบิดา ผลที่ออกมาไม่ว่าจะเป็นเช่นไรก็ตาม นั่นเป็นการถวายเกียรติแด่พระบิดา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:5) { เกียรติที่มีก่อนโลกนี้มีมา }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดาว่า พระเยซูได้ทำตามพระประสงค์ของพระบิดาแล้ว คือ การเดินไปสู่ความตายบนไม้กางเขนเพื่อรับบาปของมนุษย์ทุกคน ซึ่งเป็นการถวายเกียรติแด่พระบิดา

– ขอพระบิดาประทานเกียรติแด่พระเยซู ด้วยเกียรติที่พระเยซู มีตั้งแต่ก่อนวางรากสร้างโลก ซึ่งเป็นเกียรติที่พระเยซูทรงสละ แล้วถ่อมพระทัยลงมารับสภาพมนุษย์ และถ่อมพระทัยเชื่อฟังพระบิดาจนกระทั่งความตายบนไม้กางเขน

– เกียรตินี้เดิมเป็นของพระเยซู เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า แต่เพราะความรักของพระเยซูที่มีต่อเราและเพราะการเชื่อฟังพระบิดา พระเยซูทรงสละเกียรตินี้ แล้วมารับสภาพมนุษย์ต่ำต้อย

– จนมาถึงบัดนี้ พระเยซูทรงเชื่อฟังพระบิดาจนถึงที่สุด ถึงความตายบนไม้กางเขน เพราะการเชื่อฟังนี้ พระเยซูจึงสมควรได้รับเกียรตินี้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า แต่เพราะการกระทำของพระองค์ในสภาพมนุษย์

– เกียรติที่ได้รับมาโดยมนุษย์ที่เชื่อฟัง(พระเยซู) ด้วยเหตุนี้พระเยซูจึงสามารถมอบเกียรตินี้แก่มนุษย์ได้ มนุษย์คนใดก็ตามที่เป็นผู้ชอบธรรมสมบูรณ์ 100%จะได้รับเกียรตินี้

– บัดนี้เราสามารถได้รับเกียรติยิ่งใหญ่นี้ ไม่เพราะการกระทำที่เชื่อฟังของเรา แต่โดยทางการกระทำของพระเยซูคริสต์ เมื่อเราเชื่อวางใจในพระองค์ พระองค์มอบความชอบธรรมนั้นแก่เรา

– มนุษย์ผู้เป็นคนบาปอย่างเราจึงสามารถมีส่วนร่วมในพระเกียรติของพระเจ้าใหญ่ยิ่งสูงสุด ซึ่งมีอยู่ก่อนเริ่มสร้างโลกนี้ได้

– สรรเสริญพระเยซู !!!

การประยุกต์ใช้ :

– โดยพระคุณ ความรัก พระเมตตาของพระเจ้า เราจึงได้เข้าส่วนในสง่าราศีของพระเจ้า

– พระองค์ทรงประทานมัดจำแห่งสง่าราศีนี้ให้แก่เราแล้ว คือประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ มาสถิตกับเรา

– วันนี้พระเจ้าทรงสถิตภายในเราแล้ว เรามีส่วนในสง่าราศีและฤทธิ์ของพระเจ้าแล้ว

อย่าให้เราตาบอดอีกต่อไป ที่มองไม่เห็นสง่าราศีอันหาที่เปรียบมิได้นี้ มัวแต่ไปไล่จับสง่าราศีจอมปลอมแห่งโลกนี้ แล้วละเลยที่จะใช้เวลาสัมพันธ์กับพระองค์ ผู้ทรงเป็นสง่าราศีที่แท้จริงของเรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:6) { แด่พระบิดา }


แนวคิด :
– พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดาว่า พระบิดาประทานคนบางคนในโลกให้แก่พระเยซู พระเยซูก็ได้สำแดงให้พวกเขารู้จักพระบิดาเรียบร้อยแล้ว พระเยซูได้มอบถวายพวกเขาให้เป็นของพระบิดาแล้ว
– แล้วพระบิดาก็ประทานพวกเขาแก่พระเยซูอีก แล้วพระเยซูก็ได้ทำให้พวกเขา ทำตามพระกำรัสของพระบิดา อันเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระบิดา
– พระบิดาประทานแก่พระเยซู พระเยซูทำให้พระประสงค์สำเร็จ แล้วพระเยซูถวายแด่พระบิดา แล้วพระบิดาประทานแก่พระเยซูอีก แล้วพระเยซูก็ทำให้พระประสงค์สำเร็จอีก เป็นถวายเกียรติแด่พระบิดา

การประยุกต์ใช้ :
– ช่างเป็นความสัมพันธ์ที่งดงามระหว่างพระเยซูกับพระบิดา
– สิ่งที่พระบิดาประทานมา พระเยซูใช้เพื่อถวายเกียรติแด่พระบิดาเสมอ
– วันนี้ สิ่งที่พระบิดาประทานมาให้แก่เรา เราใช้มันเพื่ออะไร?

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:7) { เลียนแบบบุตรหัวปี }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดาว่า พระเยซูทรงทำให้พวกสาวก ทราบความจริงว่า ทุกสิ่งที่พระเยซูพูดและกระทำ ทั้งคำสอนที่เต็มด้วยสิทธิอำนาจและหมายสำคัญการอัศจรรย์ต่างๆ ได้มาจากการประทานของพระบิดา

– ซึ่งเมื่อพวกสาวกรู้เช่นนั้น พวกเขาจะสรรเสริญพระบิดา ซึ่งเป็นการถวายเกียรติแด่พระบิดา

การประยุกต์ใช้ :

– การกระทำของพระเยซูทั้งสิ้น ทำเพื่อวัตถุประสงค์หลักเดียว คือ เพื่อถวายพระเกียรติพระบิดา

– นั่นเป็นท่าทีพระบุตรสมควรกระทำต่อพระบิดาในสวรรค์

– เราไม่เคยเป็นบุตรของพระเจ้ามาก่อน จนกระทั่งเราเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ เราจึงเป็นบุตรของพระเจ้า(ยน.1:12)

– ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่รู้ว่า เมื่อเป็นบุตรของพระเจ้า เราต้องทำตัวอย่างไร แต่พระเยซูทรงเป็นบุตรหัวปีท่ามกลางพี่น้องจำนวนมาก

– รม. 8:29 เพราะ​ว่า​ทุก​คน​ที่​พระ​องค์​ได้​ทรง​เลือก​ไว้​แล้ว พระ​องค์​ทรง​กำ​หนด​ไว้​ก่อน​ให้​เป็น​ตาม​พระ​ฉายา​แห่ง​พระ​บุตร​ของ​พระ​องค์ เพื่อ​พระ​บุตร​นั้น​จะ​ได้​เป็น​บุตร​หัว​ปี​ท่าม​กลาง​พี่​น้อง​จำ​นวน​มาก

– ดังนั้นเราสามารถรู้วิธีทำตัวเป็นบุตรของพระเจ้าได้ จากท่าทีที่พระเยซูคริสต์ทรงกระทำต่อพระบิดา

– พระเยซูกระทำทุกสิ่ง และตรัสทุกสิ่ง เพื่อถวายเกียรติแด่พระบิดา

– เราผู้เป็นบุตรของพระเจ้า สมควรที่เราจะกระทำเหมือนอย่างพระเยซูคริสต์ คือ ทุกสิ่งที่เราพูดหรือกระทำนั้น เราขอทำเพื่อถวายเกียรติแด่พระบิดา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:8) { รับไว้ }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดาว่า พระเยซูได้ทำภารกิจที่พระบิดามอบหมายมาให้สำเร็จแล้ว คือ มอบพระดำรัสของพระบิดาแก่พวกสาวก

– และเพราะว่าพวกสาวกรับพระดำรัสนั้น เข้ามาไว้ในชีวิตของพวกเขา ดังนั้น พวกเขาจึง รู้ว่า พระเยซูมาจากพระบิดา และเชื่อว่า พระบิดาทรงใช้พระเยซูมา

– ข้อน่าสังเกต คือ พระเยซูได้กล่าวพระดำรัสของพระบิดาแก่ประชาชน และพวกฟาริสี พวกธรรมจารย์ด้วย แต่เขาเหล่านั้นไม่ได้รับพระดำรัสนั้นเข้าไว้ในชีวิต จึงทำให้เขาเหล่านั้น ไม่รู้และไม่เชื่อ ว่าพระเยซูมาจากพระบิดาเพื่อทำพระราชกิจของพระบิดา

การประยุกต์ใช้ :

– หากเราต้องการจะรู้จักพระเยซูอย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น และต้องการเชื่ออย่างถูกต้องตามสิ่งที่พระเยซูทรงเป็นจริงๆ เราจำเป็นต้องรับพระคำของพระเจ้า เข้ามาในชีวิต

– การรับพระคำเข้ามาในชีวิต ไม่ใช่แค่การอ่านหรือฟังพระคำของพระเจ้าเท่านั้น เพราะพวกฟาริสีเองก็ได้ยินคำตรัสของพระเยซูเหมือนกัน แต่พวกเขาไม่ได้รับพระคำเข้าในชีวิต

– แต่การรับพระคำเข้ามาในชีวิต หมายถึง การรับฟังพระคำ แล้วเชื่อ แล้วประพฤติตามพระคำนั้น

– เหมือนพวกสาวก ที่ได้ฟังแล้วเชื่อ แล้วพวกเขาก็ละทิ้งทุกสิ่งติดตามพระเยซูไป

– วันนี้ เราเป็นแค่ผู้ฟังพระคำของพระเจ้า หรือเป็นผู้รับพระคำของพระเจ้าเข้ามามีส่วนในชีวิตของเรา?

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:9) { อธิษฐานต่อพระบิดาเพื่อพระบิดา }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดาว่า พระเยซูได้อธิษฐานเพื่อเหล่าสาวก เพราะพระบิดาทรงเป็นผู้ประทานเหล่าสาวกนี้แก่พระเยซู

– พระเยซูบอกพระบิดาว่าไม่ได้อธิษฐานเผื่อโลก หมายถึง พระองค์ไม่ได้อธิษฐานขอการปกป้องและการอวยพรแก่คนที่เป็นของโลกนี้ ซึ่งหมายถึงคนที่ไม่ยอมเชื่อวางใจในพระองค์

– พระเยซูไม่ได้อธิษฐานเผื่อคนที่ไม่ยอมเชื่อแต่พระเยซูยังอธิษฐานเผื่อคนของพระองค์ที่ยังไม่รู้จักพระองค์ ซึ่งต่อไปกำลังจะเชื่อด้วย ดังใน ยน. 17:20 “ข้า​พระ​องค์​ไม่​ได้​อธิษ​ฐาน​เพื่อ​คน​เหล่า​นี้​พวก​เดียว แต่​เพื่อ​ทุก​คน​ที่​วาง​ใจ​ใน​ข้า​พระ​องค์​เพราะ​ถ้อย​คำ​ของ​พวก​เขา”

– คนที่เป็นคนของพระเจ้า คือ คนเหล่านั้นที่เชื่อวางใจในพระเยซูนั่นเอง

การประยุกต์ใช้ :

– คำอธิษฐานของพระเยซูในข้อนี้ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงท่าทีที่พระบุตรมีต่อพระบิดา

– แม้แต่การอธิษฐาน พระเยซูก็ยังอธิษฐานต่อพระบิดา เพราะเห็นแก่พระบิดา

– เหตุที่พระเยซูอธิษฐานเพื่อเหล่าสาวกที่พระองค์ทรงรัก ก็เพราะพระบิดาประทานพวกเขาให้แก่พระเยซู

– เหตุที่พระเยซูอธิษฐานเพื่อพวกเขาก็เพราะพวกเขาเป็นของพระบิดา

– เหตุที่เขาเป็นของพระบิดา เพราะพวกเขาเชื่อวางใจในพระเยซู

– พระเยซูวางแบบอย่างในการอธิษฐานแก่เรา คือ ไม่ได้อธิษฐานเพื่อตนเอง หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตนเอง แต่อธิษฐานเพราะรักพระบิดา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:10) { เป็นของพระบิดา }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิษฐานกับพระบิดาว่า ทุกคนที่เป็นคนของพระเยซู พระเยซูถวายพวกเขาเป็นคนของพระบิดา และทุกคนที่เป็นคนของพระบิดา พระเยซูจะปฏิบัติต่อเขาเหมือนกับเป็นคนของพระเยซูเองเลย เพราะพระเยซูทรงรักพระบิดา

– และพระเยซูได้รับเกียรติในคนของพระบิดา นั่นคือพระเยซูกำลังบอกว่า เกียรติที่พระเยซูได้รับก็เพราะพระบิดาเป็นเหตุ นั่นเอง

– ข้อนี้อธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น ด้วยภาพของการถวายบุตร ในพิธีถวายบุตร

– ผู้ถวายบุตรยกบุตรนั้นให้เป็นสิทธิขาดของพระเจ้า บุตรนั้นเป็นของพระเจ้าแล้ว ขณะเดียวกันบุตรนั้นก็ยังอยู่กับเขา เขาจึงดูแลบุตรของพระเจ้า อย่างกับดูแลบุตรของเขาเอง เพราะเขารักพระเจ้า และทุกสิ่งที่บุตรผู้นี้ทำให้เขาชื่นใจ เขาก็ตระหนักว่า ความชื่นใจที่มาจากบุตรคนนั้น เป็นความชื่นใจที่มาจากพระเจ้า เพราะบุตรคนนี้เป็นของพระเจ้า

การประยุกต์ใช้ :

– ท่าทีของพระเยซูต่อพระบิดา คือ ทุกสิ่งที่พระเยซูมี พระองค์ถวายแด่พระบิดา และทุกสิ่งที่เป็นของพระบิดา พระเยซูจะดูแลอย่างดีที่สุด และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับพระเยซู พระองค์ตระหนักว่ามาจากพระบิดา

– วันนี้ สิ่งที่เรามีเรามอบให้เป็นสิทธิขาดของพระบิดาแล้วหรือยัง?

– วันนี้ เราดูแลสิ่งที่พระเจ้าประทานแก่เราแล้วนั้น อย่างดีที่สุดแล้วหรือยัง?

– วันนี้ เราตระหนักหรือไม่ว่า เรามีวันนี้ได้ก็เพราะการอวยพรจากพระบิดา?

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:11) { อันหนึ่งอันเดียวกัน }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดา ว่า พระเยซูกำลังเสร็จสิ้นภารกิจในโลกนี้แล้ว กำลังจะกลับไปหาพระบิดา แต่ภารกิจของพวกสาวกยังไม่เสร็จสิ้น

– ดังนั้นขอพระบิดาทรงพิทักษ์รักษาพวกสาวก ซึ่งเป็นของพระบิดาและพระบิดาได้มอบพวกเขาไว้แก่พระเยซู

– ทรงพิทักษรักษา ปกป้อง ช่วยเหลือพวกเขา ให้พ้นจากการทดลอง เพื่อให้พวกเขาสามารถเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้ อย่างสมบูรณ์ เหมือนอย่างพระบิดาและพระเยซูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

การประยุกต์ใช้ :

– โดยสังเกตจากคำอธิษฐานในข้อนี้ เมื่อพระเยซูกำลังจะจากพวกสาวกไป สิ่งสำคัญยิ่งยวดที่พระเยซู ปรารถนาให้เกิดขึ้นกับพวกสาวก คือ ให้พวกเขาเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แบบพระเยซูกับพระบิดา

– พระเยซูถวายเกียรติแด่พระบิดา และพระบิดาก็ประทานเกียรตินั้นแด่พระเยซู

โดยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างแท้จริงของเราทั้งหลาย จะทำให้น้ำพระทัยของพระบิดาในโลกนี้ เกิดขึ้นสำเร็จเป็นจริง

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:12) { พิทักษ์รักษา }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดาว่า พระเยซูได้ทำภารกิจที่พระบิดามอบหมายให้สำเร็จแล้ว คือ พิทักษ์รักษาพวกสาวกที่เป็นของพระบิดา และพระบิดามอบแก่พระเยซู

– พระเยซูทรงพิทักษ์รักษาพวกเขา ปกป้องพวกเขา ด้วยการสอน การสำแดงต่างๆ ทำให้พวกเขาไม่ให้หลงไปจากความเชื่อ จนถึงวันที่พระเยซูต้องจากโลกนี้ กลับไปพระบิดา

– เมื่อรวมข้อ 11-12 เข้าด้วยกัน ก็คือ พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดาว่า พระเยซูปกป้องพวกเขาจนจบภารกิจแล้ว ที่เหลือฝากพระบิดาปกป้องพวกเขาต่อด้วยนะครับ ซึ่งพระบิดาปกป้องพวกเขาต่อโดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์

การประยุกต์ใช้ :

– การปกป้องเรา ไม่ให้หลงไปจากทางของพระเจ้า เป็นงานของพระเจ้าตรีเอกานุภาพ พระองค์จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อพิทักษ์รักษา ปกป้อง เราผู้เป็นบุตรที่รักของพระองค์ ไม่ให้หลงไปจากทางของพระองค์ ไปสู่ความพินาศ

ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเรา เป็นความรักและพระเมตตาของพระเจ้าที่มีต่อเรา เพื่อปกป้อง พิทักษ์รักษาเราไม่ให้หลงจากทางของพระองค์ ไปสู่ความพินาศนิรันดร์

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:13) { ความยินดีอย่างเต็มเปี่ยม }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดาว่า พระเยซูกำลังกลับไปหาพระบิดา พระเยซูได้กล่าวสิ่งที่พวกสาวกจำเป็นต้องรับรู้แก่พวกเขาหมดแล้ว (ข้อ 14 “ข้าพระองค์มอบ​พระ​ดำ​รัส​ของ​พระ​องค์​ให้​แก่​พวก​เขา​แล้ว”)  

– ซึ่งสิ่งที่กล่าว หมายถึง สิ่งที่เกี่ยวข้องกับคำอธิษฐานข้างต้น เรื่องความรอดที่มาจากพระบิดาทางพระเยซูคริสต์

– เหตุที่พระเยซูกล่าวสิ่งเหล่านี้แก่พวกเขา ก็เพราะว่าการยอมรับสิ่งเหล่านี้จะทำให้ความชื่นชมยินดีของพระเยซู ปรากฏในพวกเขาอย่างเต็มเปี่ยม

การประยุกต์ใช้ :

– เราสามารถให้ความยินดีในพระเจ้า เต็มเปี่ยมในชีวิตของเราได้ โดยการรับฟังและเชื่อในพระคำของพระเจ้า

– ใครก็ตามที่รับ และเชื่อ และทำตาม พระคำของพระเจ้า เขาจะพบกับความยินดีอย่างเต็มเปี่ยม

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:14) { คนของสวรรค์ }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดา ว่า เนื่องจากพระเยซูมอบดำรัสของพระบิดาแก่พวกสาวก และพวกเขาได้รับเอาไว้ในชีวิต

– ดังนั้น พวกเขาจึงกลายเป็นคนของสวรรค์ เหมือนอย่างพระเยซู และไม่ใช่คนของโลกอีกต่อไป

– ด้วยเหตุนี้โลกจึงเกลียดชังพวกเขา

การประยุกต์ใช้ :

– การรับพระคำของพระเจ้าเข้ามาในชีวิต ด้วยการเชื่อและประพฤติตามนั้น ทำให้เราเป็นเหมือนพระเยซู คือ เป็นคนของสวรรค์

– สัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เราเป็นคนของสวรรค์แล้วจริงๆ คือ โลกจะเกลียดชังเรา

– ดังใน ยน. 15:19 “ถ้า​พวก​ท่าน​เป็น​ของ​โลก โลก​ก็​ย่อม​จะ​รัก​คน​ที่​เป็น​ของ​โลก​เอง แต่​เพราะ​ท่าน​ไม่​ได้​เป็น​ของ​โลก คือ​เรา​เลือก​ท่าน​ออก​จาก​โลก เพราะ​เหตุ​นี้ โลก​จึง​เกลียด​ชัง​ท่าน”

– เพราะว่าเมื่อเราเป็นคนของสวรรค์ เราจะประพฤติแบบคนของสวรรค์ ซึ่งการประพฤติแบบนั้นจะขัดแย้งกับค่านิยมของโลก ด้วยเหตุนี้โลกจะเกลียดชังเรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:15) { ขอให้พ้นจากความชั่วร้าย }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดาว่า ขอพระบิดาปกป้องพวกสาวกให้พ้นจากมารร้าย ขณะที่พวกเขายังอยู่ในโลกนี้

– จำเป็นที่พวกเขายังคงต้องอยู่ในโลกนี้ต่อไป เพื่อทำพระราชกิจของพระบิดาในการนำความรอดไปยังคนทั้งหลาย จนสุดปลายแผ่นดินโลก

– ขณะเดียวกันศัตรูก็จะพยายามหยุดยั้งพวกเขา ด้วยวิธีการต่างๆนานา ทั้งการล่อลวงและการข่มเหง พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดาเพื่อพวกเขาจะสามารถผ่านพ้นการทดลองต่างๆที่กำลังจะมาถึงพวกเขาได้

การประยุกต์ใช้ :

– ขณะที่เราอยู่ในโลกนี้ ศัตรูของเราคือมารและระบบของโลกนี้ จะพยายามทุกวิถีทาง ที่จะให้เรา หลงออกไปจากทางของพระเจ้า ละทิ้งพระเจ้า ล้มลงในการทดลอง

– วิธีที่พระเยซูทำเพื่อปกป้องเรา คือ การอธิษฐานต่อพระบิดา ขอการปกป้องให้พ้นจากการทดลอง

– พระเยซูก็สอนให้เรา อธิษฐานเช่นนั้นด้วย ใน มธ. 6:13 ​ “​​​​และ​ขอ​อย่า​ทรง​นำ​พวก​ข้า​พระ​องค์​เข้า​ไป​ใน​การ​ทด​ลอง แต่​ขอ​ให้​พวก​ข้า​พระ​องค์​พ้น​จาก​ความ​ชั่ว​ร้าย”

– เราเองควรอธิษฐาน เผื่อตัวเราเอง และคนที่เรารัก และพี่น้องคริสเตียน ตามอย่างของพระเยซู คือ อธิษฐานขอพระบิดาปกป้องให้พ้นจากการทดลอง  ให้มีชัยชนะเหนือการทดลอง เพราะการทำเช่นนั้น จะทำให้เราตระหนักถึงการทดลองที่อยู่รอบตัว และเป็นการถ่อมใจยอมรับว่า เราไม่อาจผ่านพ้นไปได้โดยปราศจากการช่วยเหลือของพระองค์

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:16) { เป็นเหมือนพระเยซู }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดาว่า เพราะพวกสาวกรับคำของพระเยซูไว้ เชื่อวางใจในถ้อยคำของพระองค์ พวกสาวกจึงเป็นเหมือนอย่างพระเยซู คือ เป็นคนของสวรรค์ ไม่ใช่คนของโลกนี้

การประยุกต์ใช้ :

– พระเยซูไม่ใช่ของโลก ทุกสิ่งที่พระเยซูทรงกระทำทรงกระทำเพื่อถวายเกียรติแด่พระบิดา ไม่ใช่เพื่อหาเกียรติแห่งโลกนี้

– ยน. 6:38 “เพราะ​ว่า​เรา​ลง​มา​จาก​สวรรค์ ไม่​ใช่​เพื่อ​ทำ​ตาม​ความ​ประสงค์​ของ​เรา​เอง แต่​เพื่อ​ทำ​ตาม​พระ​ประ​สงค์​ของ​ผู้​ทรง​ใช้​เรา​มา”

– เราเป็นเหมือนพระเยซู คือไม่ใช่ของโลก สิ่งที่เราสมควรทำ ก็คือ ทำเหมือนอย่างที่พระเยซูทำ ไม่ได้ทำเพื่อเกียรติแห่งโลกนี้ ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของตนเอง แต่เพื่อประโยชน์ของพระเจ้า

– คนของโลกนี้ เขาจะแสวงหาประโยชน์เพื่อเขาเอง ดังใน ฟป. 2:21 ที่กล่าวว่า “เพราะ​ว่า​คน​อื่นๆ แสวง​หา​ประ​โยชน์​ของ​พวก​เขา​เอง​ทุก​คน ไม่​ใช่​ประ​โยชน์​ของ​พระ​เยซู​คริสต์”

– แต่เราผู้เป็นคนของสวรรค์ ควรแสวงหาประโยชน์ของพระคริสต์ในทุกการกระทำของเรา

– 2คร. 5:15 “และ​พระ​องค์​สิ้น​พระ​ชนม์​เพื่อ​ทุก​คน เพื่อ​บรร​ดา​คน​ที่​มี​ชีวิต​อยู่​จะ​ไม่​อยู่​เพื่อ​ตัว​เอง​อีก​ต่อ​ไป แต่​จะ​อยู่​เพื่อ​พระ​องค์​ที่​สิ้น​พระ​ชนม์ และ​ทรง​เป็น​ขึ้น​มา​เพราะ​เห็น​แก่​เขา​ทั้ง​หลาย”

– วันนี้ เราผู้เป็นเหมือนพระเยซู สิ่งที่เราทำ เราแสวงหาประโยชน์ของตนเอง หรือแสวงหาประโยชน์ของพระเจ้าของเรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:17) { แยกออกเพื่อพระเจ้า }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดาว่า ขอพระบิดาทรงแยกพวกสาวกออกมาเพื่อพระเจ้า

– แยกพวกเขาออกจากโลกนี้ ด้วยความจริงแห่งพระวจนะของพระเจ้า

การประยุกต์ใช้ :

– สิ่งที่จะทำให้คริสเตียน แยกแยะออกได้ว่า อะไรเป็นวิถีแห่งโลกนี้ และอะไรเป็นวิถีของพระเจ้า ก็คือ พระวจนะแห่งความจริงของพระเจ้า

– พระวจนะจะแยกแยะคนของพระเจ้า ออกจากคนของโลกนี้

– คนของพระเจ้าจะเป็นผู้ประพฤติตามพระวจนะของพระเจ้า คนของโลกนี้จะประพฤติขัดแย้งกับพระวจนะของพระเจ้า ตามวิถีแห่งโลกนี้

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:18) { ภารกิจ }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิษฐาน ทูลต่อพระบิดาว่า พระบิดาได้ทรงใช้พระเยซูเข้ามาในโลก เพื่อให้โลกนี้จะได้รับความรอด ได้กลับมาคืนดีกับพระเจ้า ดังนั้น พระเยซูก็ทรงใช้พวกสาวก ออกไปที่ต่างๆทั่วโลกเพื่อให้วัตถุประสงค์นี้สำเร็จ คือ นำความรอดไปถึงคนทั่วโลกนำพวกเขาให้กลับคืนดีกับพระเจ้า

การประยุกต์ใช้ :

– สาเหตุที่พระเจ้ายังไม่ได้รับเราขึ้นไปสวรรค์ ในวันนี้ ก็เพราะพระองค์ทรงมีภารกิจที่สำคัญยิ่งยวดให้เรากระทำ

– ไม่ให้การหาเงินให้มากที่สุด ไม่ใช่การทำให้เรามีชื่อเสียงให้มากที่สุด

– แต่เป็นการทำให้วัตถุประสงค์แห่งน้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จ คือ ช่วยคนให้พ้นนรก ให้เขาได้รับความรอดในพระเจ้า กลับมาคืนดีกับพระเจ้า

วันนี้ เราใช้ศักยภาพของเราที่พระเจ้าประทานให้ เพื่อทำภารกิจของพระเจ้ามากเพียงใด?

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:19) { เพื่อเราจะบริสุทธิ์ }

แนวคิด :

– พระเยซูทรงอธิษฐานต่อพระบิดาว่า เหตุที่พระเยซูถวายตัวของพระองค์เอง เป็นเครื่องบูชา ก็เพื่อที่จะทำให้พวกสาวกรับการชำระให้บริสุทธิ์ ด้วยการเชื่อวางใจในความจริงแห่งคำตรัสของพระเจ้า

– พระเจ้าตรัสว่า ผู้ที่วางใจในพระเยซูก็จะมีชีวิตนิรันดร์ (ยน. 3:36)

– ดังนั้นโดยการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ ทำให้ใครก็ตามที่เชื่อวางใจในคำตรัสของพระเจ้า ผู้นั้นจะมีชีวิตนิรันดร์ เขาจะได้รับการชำระให้บริสุทธิ์

การประยุกต์ใช้ :

– พระเยซู ถวายชีวิตของพระองค์เองเป็นเครื่องบูชา เพื่อจะให้เราแยกตัวออกจากโลกนี้ เพื่อพระเจ้า

– (บริสุทธิ์ แปลว่า แยกออกเพื่อพระเจ้า)

พระเยซูจ่ายราคาแสนแพงเพื่อแยกเราออกจากบาปแห่งโลกนี้  อย่าให้เรายอมกลับไปเป็นทาสของบาปอีกเลย ให้เราทูลขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงช่วยเรา ประทานกำลังให้แก่เรา ในการเชื่อฟัง กระทำตามพระคำของพระเจ้า เพื่อ ให้มีชัยเหนือการทดลอง พ้นจากกับดักของบาป

– มธ. 6:13 “และขออย่านำข้าพระองค์เข้าไปในการทดลอง แต่ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากความชั่วร้าย…”

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:20) { ทรงอธิษฐานเพื่อเรา }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดาว่า การที่พระเยซูอธิษฐานขอการปกป้องและอวยพรเหนือพวกสาวกในครั้งนี้ พระเยซูไม่ได้อธิษฐานเพื่อเฉพาะพวกสาวก 11 คนนี้เท่านั้น แต่เพื่อคนทุกคนที่วางใจในพระเยซู ตามข่าวประเสริฐแห่งความรอดที่พวกสาวกเหล่านี้จะประกาศออกไป

– ใครก็ตามที่เชื่อวางใจในพระเยซู ตามข่าวประเสริฐที่บรรดาสาวกของพระเยซูได้ประกาศ คนเหล่านั้นก็จะเป็นคนของพระเยซู และจะเข้าส่วนในพันธสัญญาแห่งพระพรของพระเจ้าที่มีต่อพวกเขา

การประยุกต์ใช้ :

– เดิมทีเรื่องราวและคำสัญญาของพระเจ้า ในพระคัมภีร์นั้นเกี่ยวข้องกับประชากรของพระเจ้าเท่านั้น

– ต่อมาเมื่อเราทั้งหลาย ผู้ไม่ได้เป็นประชากรของพระเจ้า ได้ยินเรื่องข่าวประเสริฐของพระเยซู แล้วเราก็เชื่อวางใจในพระเยซู ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเราจึงเป็นประชากรของพระเจ้าในฝ่ายวิญญาณอย่างสมบูรณ์

– พระเยซูทรงรักคนของพระองค์ พระเยซูทรงอธิษฐานเผื่อและปกป้องคนของพระองค์เสมอ และบัดนี้ เราเป็นคนของพระเยซูแล้ว ด้วยการเชื่อวางใจในพระองค์

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:21) { ทำให้โลกรู้ }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดา ว่า พระเยซูอธิษฐานเผื่อผู้เชื่อทุกคน(ข้อ20) ขอให้พวกเขา เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แบบที่พระบิดากับพระเยซูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

– และอธิษฐาน ขอให้พวกเขาอยู่ในพระเยซูและพระเยซูอยุ่ในพวกเขา

– ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว คนทั้งหลายจะรู้และเชื่อว่า พระบิดาทรงใช้พระเยซูมาเพื่อช่วยโลกให้รอด

การประยุกต์ใช้ :

– เมื่อเรารักกัน คนทั้งปวงจะรู้ว่าเราเป็นสาวกของพระเยซู

– ยน. 13:35  “ถ้า​ท่าน​รัก​กัน​และ​กัน ดัง​นี้​แหละ​ทุก​คน​ก็​จะ​รู้​ว่าท่าน​เป็น​สา​วก​ของ​เรา”

– ไม่ใช่เมื่อเราทำสิ่งต่างๆได้สำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ แต่เมื่อเรารักกัน แบบพระบิดาและพระเยซูรักกัน

– และเมื่อเราอยู่ในพระเยซูด้วยการติดสนิทกับพระองค์ และพระองค์อยู่ในเราด้วยการทำตามพระคำของพระองค์ เราก็จะสามารถทำสิ่งยิ่งใหญ่เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้

– ยน. 15:7 ถ้า​พวก​ท่าน​ติด​สนิท​อยู่​กับ​เรา​และ​ถ้อย​คำ​ของ​เรา​ติด​สนิท​อยู่​กับ​ท่าน​แล้ว ท่าน​จะ​ขอ​สิ่ง​ใด​ที่​ท่าน​ปรารถ​นา​ก็​จะ​ได้​สิ่ง​นั้น

– ดังนั้น ถ้าเรารักกันและติดสนิทกับพระเยซู เราก็จะทำสิ่งยิ่งใหญ่เพื่อพระเจ้าได้แบบคนทั้งปวงรู้ว่า เราเป็นสาวกของพระเยซู

– แล้วคนทั้งปวง จึงรู้แน่ว่า พระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าจริงๆ ที่พระบิดาส่งมาช่วยโลกให้รอด

ด้วยเหตุนี้ หากจะให้คนทั้งปวงรู้ว่า เราเป็นสาวกของพระเยซู และพระเยซูทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ เราจำเป็นต้องรักกันและติดสนิทกับพระเยซู

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:22) { รับเกียรติเพื่อเป็นหนึ่ง }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดาว่า พระเยซูจะประทานเกียรติที่พระบิดาให้มานั้นแก่คนที่เชื่อวางใจในพระเยซู เพื่อพวกเขาจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

– เกียรตินี้ ไม่ใช่เกียรติแห่งการเป็นพระเจ้า เพราะพระเยซูทรงเป็นพระเจ้าโดยพระองค์เอง ไม่จำเป็นที่พระบิดาต้องประทานเกียรติน้ให้

– เกียรตินี้ หมายถึง เกียรติที่พระเยซูได้รับ เพราะเหตุที่พระเยซูในสภาพมนุษย์ยอมเชื่อฟังพระองค์ทุกอย่าง

– เมื่อพระเยซูเชื่อฟังถ่อมพระทัยลงรับบัพติศมาในน้ำจากยอก์น พระบิดาตรัสกับพระองค์ว่า “ท่าน​เป็น​บุตร​ที่​รัก​ของ​เรา เรา​ชอบ​ใจ​ท่าน​มาก” มก. 1:11

– และเกียรติที่ได้รับเมื่อพระเยซูยอมเชื่อฟังพระบิดาจนกระทั่งความมรณาที่กางเขน คือ เกียรติแห่งความชอบธรรม

– ดังนั้นเราผู้ที่เชื่อวางใจในพระเยซูจึงได้รับเกียรตินี้ คือเป็นบุตรที่รักของพระเจ้า และเป็นผู้ชอบธรรมในสายพระเนตรของพระเจ้า ซึ่งทั้งหมดนี้ได้มาเพราะพระคุณทางความเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์

– ด้วยเหตุนี้ เมื่อ เราต่างเป็นบุตรของพระเจ้า และเป็นผู้ชอบธรรมแล้ว พระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จเข้ามาสถิตภายในเรา เราทั้งหลายจึงเป็นหนึ่งเดียวกันในพระเยซูคริสต์

– เป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะเป็นพวกเดียวกันและเป็นพี่น้องกัน มีพระวิญญาณองค์เดียวกันสถิตภายในเรา

– เราจึงเป็นหนึ่งเดียวกัน แบบพระบิดาเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซูในความเป็นตรีเอกานุภาพของพระองค์  

– เราทั้งหลายก็เป็นหนึ่งเดียวกันในการทรงสถิตของพระวิญญาณบริสุทธิ์องค์เดียวกันภายในเรา

การประยุกต์ใช้ :

– โดยพระคุณของพระเจ้า เราจึงได้เข้าเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราอยู่ในพระองค์และพระองค์ทรงอยู่ในเรา

– ดังนั้นเราผู้เชื่อวางใจในพระเยซู เป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะพระวิญญาณบริสุทธิ์องค์เดียวกันนั้นสถิตอยู่ภายในเรา

– การตระหนักความจริงนี้ อย่างแท้จริงจะทำให้เราเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างแท้

เป็นไปได้ว่า วันนี้เรายังไม่สามารถรักพี่น้องได้อย่างจริงใจ อาจเป็นเพราะเรายังไม่ได้ตระหนักถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันในพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างแท้จริง

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:23) { บุตรที่รักของพระเจ้า }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดาว่า เพื่อให้ผู้ที่เชื่อวางใจในพระเยซู เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นพระเยซูจึงทรงสถิตอยู่ในพวกเขา ซึ่งในขณะเดียวกัน พระบิดาก็สถิตในพระเยซูด้วย

– พระบิดาสถิตในพระเยซู หมายถึง พระเยซูได้สำแดงพระลักษณะของพระบิดาให้ปรากฏแก่โลกนี้ ผ่านชีวิตของพระเยซู

– ด้วยเหตุนี้ โลกนี้จึงรู้ว่า พระบิดาทรงใช้พระเยซูมา

– และรู้ว่าพระบิดาทรงรักผู้ที่วางใจในพระเยซูมากมาย เพราะพระเยซูสถิตอยู่กับพวกเขา พระบิดาจึงรักพวกเขาด้วยความรักเดียวกับที่รักพระเยซู ผู้เป็นบุตรที่รักของพระเจ้า

– ดังนั้น ผู้ที่เชื่อวางใจในพระเยซู จึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างสมบูรณ์ เพราะเราทุกคนคือ ผู้เป็นบุตรที่รักของพระบิดาเหมือนกันหมด

การประยุกต์ใช้ :

– พระเยซูทรงสถิตในเรา เราจึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างสมบูรณ์ เพราะเราเป็นบุตรที่รักของพระเจ้าเหมือนกัน

– คนที่รักพระเจ้านั้น ก็จงรักบุตรที่รักขอพระเจ้าด้วยเถิด

– โลกจะรู้ว่าเราถูกรักด้วยความรักยิ่งใหญ่ของพระบิดา เมื่อเรารักกัน เพราะรับรักนั้นมา เราจึงให้รักนั้นต่อกันและกัน

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:24) { ทรงอยากให้เห็นกับตา }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดาว่า พระเยซูอยากจะให้คนที่เชื่อวางใจในพระเยซู ได้อยู่ในสวรรค์กับพระเยซู เพื่อพวกเขาจะได้เห็นและรู้ว่า พระบิดาทรงรักพระเยซูมากเพียงใด มากจนประทานศักดิ์ศรียิ่งใหญ่แก่พระเยซู

– อ่านเผินๆ ดูเหมือนพระเยซูอยากอวดศักดิ์ศรีและความรักที่พระบิดามีต่อพระเยซู ให้ผู้วางใจในพระเยซูได้รับรู้

– แต่เมื่อพิจารณาบริบทก่อนหน้านี้ ข้อนี้ช่างเป็นประโยคที่สุดแสนซาบซึ้งของความรักของพระเยซู ที่มีต่อเรา

– ข้อ 22 กล่าวว่า พระเยซูประทานเกียรติที่ได้รับมานั้นแก่เรา

– ข้อ 23 กล่าวว่า พระบิดาทรงรักเรา แบบเดียวกับรักที่พระบิดารักพระเยซู

– ดังนั้น เมื่อผนวก ทั้ง 3 ข้อเข้าด้วยกัน จึงหมายความว่า พระเยซูอยากให้เราอยู่ในสวรรค์ เพื่อจะได้เห็นกับตาว่า ศักดิ์ที่พระบิดาประทานแก่พระเยซู แล้วพระเยซูมอบแก่เรานั้นยิ่งใหญ่เพียงใด และจะได้รับรู้ว่า ความรักที่พระบิดารักพระเยซูนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด เพราะความรักแบบเดียวกันนั้นเอง คือ รักที่พระบิดาทรงรักเรา

การประยุกต์ใช้ :

– เมื่อเราเชื่อวางใจในพระเยซู เราจึงเป็นคนของพระองค์ สิ่งที่พระองค์ทรงมอบแก่เรานั้น ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะบรรยายได้

– พระเยซูประทานเกียรติและศักดิ์ศรี อันหาที่เปรียบไม่ได้แก่เรา

– พระบิดามอบความรัก ที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจินตนาการได้ให้แก่เรา

วันนี้ เราควรภาคภูมิใจอย่างที่สุดที่ได้เป็นคนของพระเยซู และเราสมควรอย่างยิ่งที่จะดำเนินชีวิตให้สมกับศักดิ์ศรีและความรักที่พระเยซูทรงโปรดประทานแก่เรา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:25) { รู้จักพระเจ้าได้ทางพระเยซู }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดาว่า โลกไม่สามารถรู้จักพระบิดาได้ด้วยตนเอง พระเยซูทรงรู้จักพระบิดาเป็นอย่างดี พระเยซูเสด็จมาเพื่อสำแดงพระบิดาให้โลกได้รู้จัก เพราะว่าการรู้จักพระบิดานั่นแหละคือการพบชีวิตนิรันดร์

– ยน. 17:3 และ​นี่​แหละ​คือ​ชีวิต​นิรันดร์ คือ​การ​ที่​พวก​เขา​รู้​จัก​พระ​องค์ ผู้​ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​เที่ยง​แท้​องค์​เดียว และ​รู้​จัก​พระ​เยซู​คริสต์​ที่​พระ​องค์​ทรง​ใช้​มา

– การที่จะรู้จักกับพระเจ้าได้นั้น ผ่านทางการเชื่อวางใจในพระเยซู ว่า พระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดที่พระบิดาส่งมาเพื่อช่วยโลกให้รอด

– ด้วยเหตุนี้ผู้ที่เชื่อวางใจในพระเยซู จึงสามารถรับการสำแดงพระบิดา ที่พระเยซูทรงสำแดงได้

การประยุกต์ใช้ :

– พระเจ้าทรงอยู่ในสภาพของฝ่ายวิญญาณ ดังนั้นมนุษย์ผู้เป็นเนื้อหนังจึงไม่สามารถรู้จักพระเจ้าได้

– แต่เมื่อพระบุตรของพระเจ้า เสด็จมารับสภาพมนุษย์ ก็เพื่อมนุษย์ผู้เนื้อหนังจะสามารถรับสิ่งที่พระบุตรสำแดงแก่พวกเขาได้ พระบุตรมาเพื่อสำแดงพระเจ้าให้พวกเขาได้รู้จัก

– หากใครไม่ยอมเชื่อว่า พระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้าลงมารับสภาพมนุษย์ มาเพื่อช่วยมนุษย์ให้รอด คนนั้นจึงไม่สามารถรู้จักพระเจ้าได้ เพราะเขาจะไม่ยอมรับคำที่พระเยซูได้ตรัสไว้

วันนี้ เรารู้จักกับพระเจ้าได้ มากยิ่งๆขึ้น เมื่อเราเชื่อวางใจในถ้อยคำที่พระเยซูได้ตรัสกับเรานั้น

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.17:26) { รู้แล้วรู้ขึ้นอีก }

แนวคิด :

– พระเยซูอธิษฐานกับพระบิดาว่า พระเยซูได้สำแดงพระบิดาให้คนที่วางใจในพระองค์ ได้รู้จักพระบิดาแล้ว และพระเยซูจะสำแดงมากขึ้นอีกหลังจากพระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตาย แล้วพระวิญาณบริสุทธิ์จะเสด็จมาอยู่กับทุกคนที่เชื่อวางใจในพระเยซู

– ซึ่งเมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์สถิตกับพวกเขาแล้ว เขาจะรับความรักยิ่งใหญ่ที่สุด คือรักที่พระบิดารักพระเยซูนั้นอย่างเต็มขนาด และพระเยซูจะสถิตกับพวกเขาโดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้น

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้ พระเยซูได้สำแดงพระบิดาให้เราสามารถรับรู้และรู้จักพระองค์ได้ ทางการสำแดงของพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้สถิตในเรา

– โดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้น เราสัมผัสความรักของพระเจ้าได้ และรับรู้ได้ว่าพระเยซูทรงสถิตกับเราเสมอ

เมื่อเรารู้ว่าพระเยซูทรงสถิตกับเราเสมอ และเราถูกรักด้วยความรักใหญ่ยิ่งจากพระเจ้าเช่นนี้ ก็ไม่มีสิ่งใดน่าสะพรึงกลัวสำหรับเราอีกต่อไป