สรุป โยชูวา 22

ภาพรวม

  • คน​รูเบน คน​กาด คน​มนัส​เสห์​ครึ่ง​เผ่า กลับไปยังฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน แต่เกิดการเข้าใจผิดเกี่ยวกับแท่นที่พวกเขาสร้างขึ้นริมแม่น้ำจอร์แดน จนเกือบจะเกิดสงครามขึ้น

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/joshua22-110664

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยชูวา บทที่ 22 หลังจากที่คนอิสราเอลแบ่ง 48 เมืองให้แก่คนเลวี แล้ว

โย​ชู​วา​ได้​เรียก​คน​รูเบน คน​กาด คน​มนัส​เสห์​ครึ่ง​เผ่า​มา แล้วกล่าว​ว่า
พวกเขา​ได้​ทำ​ทุก​อย่างตามที่โมเสสได้สั่งไว้แล้ว
ที่ได้ช่วยญาติ​พี่​น้อง​ ยึดครองแผ่นดินคานาอัน
บัดนี้เป็นเวลาหยุด​พัก​แล้ว
ให้กลับ​บ้าน​ของตนที่​ฟาก​ตะวัน​ออก​ของ​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​ ได้แล้ว

แต่​จง​ระวัง​​ที่​จะ​ปฏิ​บัติ​ตาม​พระ​บัญ​ญัติของพระเจ้า คือ
– ​ให้​รัก​พระเจ้า
– ​ดำ​เนิน​ใน​พระ​มรรคา​ทั้ง​สิ้น​ของ​พระ​องค์
– ​รัก​ษา​พระ​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​องค์
– ยึด​มั่น​อยู่​กับ​พระ​องค์
– ปรน​นิบัติ​พระ​องค์​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​

โย​ชู​วา​จึง​ได้​อวย​พร​พวก​เขา​และ​ส่ง​เขา​กลับ​ไปบ้าน​ของ​ตน
และโยชูวาได้อวยพรคน​มนัส​เสห์​ครึ่ง​เผ่า​ เป็นพิเศษ

เมื่อคน​รูเบน คน​กาด และ​คน​มนัส​เสห์​ครึ่ง​เผ่า ​มา​ถึง​ใกล้​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​ใน​แผ่น​ดิน​คา​นา​อัน
พวกเขาได้​สร้าง​แท่น​บูชา​ขนาด​ใหญ่ ​แท่น​หนึ่ง​ที่​นั่น

เมื่อคนเผ่าอื่นๆได้ทราบเรื่องนี้
จึงมา​รวม​กัน​ที่​เมือง​ชิโลห์ เพื่อ​จะ​ขึ้น​ไป​ทำ​สงคราม​กับ​พวก​เขา

แล้วจึง​ใช้​ฟี​เน​หัส​ บุตรของปุโรหิต​ ​ไป​หา​คน​รูเบน คน​กาด และ​คน​มนัส​เสห์​ครึ่ง​เผ่า​ใน​แผ่น​ดิน​กิเล​อาด
พร้อม​กับ​ผู้​นำ​ 10 คน ​จาก​แต่​ละ​เผ่า​ใน​อิส​รา​เอล

พวกที่ถูกส่งมานั้น พูดกับคนอิสราเอลในกิเลอาด ว่า
ถ้า​พวกเขา​กบฏ​ต่อ​พระเจ้า​ใน​วัน​นี้
พระ​องค์​จะ​ทรง​กริ้ว​ต่อ​ชุม​นุม​ชน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ใน​วัน​พรุ่ง​นี้
แต่​ถ้า​แผ่น​ดิน​ในกิเลอาด​ไม่​สะอาด ก็​จง​ข้าม​ไป​ยัง​แผ่น​ดิน​คานาอัน ​มา​ถือ​กรรม​สิทธิ์​อยู่​ท่าม​กลาง​เผ่าอื่นๆ​เถิด ขอ​แต่​เพียง​อย่า​กบฏ​ต่อ​พระเจ้าหรือ​กบฏ​ต่อ​เรา
โดย​การ​ที่​พวก​ท่าน​สร้าง​แท่น​บูชา​สำ​หรับ​ตัว​

​คน​รูเบน คน​กาด และ​คน​มนัส​เสห์​ครึ่ง​เผ่า จึง​ตอบ​ว่า
พวกเขาได้​สร้าง​แท่นบูชานี้ไว้ เพื่อเป็นเพียงสัญลักษณ์
​เพราะ​เกรง​ว่า​ในอนาคต ลูก​หลาน​ของ​คนอิสราเอลในคานาอัน ​
อาจ​จะ​ปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับ​ลูก​หลาน​ของคนอิสราเอลในกิเลอาด
แล้วก็​อาจ​จะ​ทำ​ให้​ลูก​หลาน​ของคนอิสราเอลในกิเลอาด​หยุด​เกรง​กลัว​พระเจ้าได้

ดังนั้น​จึง​ ​สร้าง​แท่น​​นี้ ไม่​ใช่​สำ​หรับ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​
แต่​เพื่อ​เป็น​พยาน​ระหว่าง​คนอิสราเอลทั้งสองฟากของแม่น้ำจอร์แดน

เมื่อพวกที่ถูกส่งมาได้​ยิน​ถ้อย​คำ​ที่​คน​รูเบน คน​กาด และ​คน​มนัส​เสห์​กล่าวแล้ว ก็​เห็น​ชอบ
พวกเขาจึงกลับไป​หา​ประ​ชา​ชน​อิส​รา​เอล​และแจ้ง​ข่าว​ให้​​ทราบ
แล้ว​ประ​ชา​ชน​อิส​รา​เอล​ก็​สรร​เสริญ​พระ​เจ้า และ​ไม่​พูด​ถึง​เรื่อง​ที่​จะ​ทำ​สง​คราม​กับ​พวก​เขาอีก

พวกเขา​เรียก​แท่น​นั้น​ว่า แท่น​พยาน ​เป็น​พยาน​ใน​ระหว่างคนอิสราเอลทั้งสองฟากของแม่น้ำจอร์แดน ​ว่า
พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​เป็น​พระ​เจ้า

1. สิ่งที่โยชูวาเน้นย้ำสำหรับคนอิสราเอลฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน คือ
​รัก​พระเจ้า , ​ดำ​เนินตามพระ​องค์ , ทำตามพระคำ , ยึด​มั่น​ และปรน​นิบัติ​พระ​องค์

สิ่งที่น่าจะเป็นเป้าหมายในการดำเนินชีวิตของเรา แต่ละคน ในทุกๆวันด้วยเช่นกัน

2. คนอิสราเอลทั้งสองฟากของแม่น้ำจอร์แดน ล้วนยำเกรงพระเจ้า
– ฝ่ายหนึ่งทำแท่นเพื่อไม่ให้ลืมพระเจ้า
– อีกฝ่ายหนึ่งพร้อมที่จะทำลายพี่น้องของตน เพื่อทำตามคำสั่งของพระเจ้า

เหตุที่เป็นเช่นนี้ ในบทนี้อธิบายชัดเจน ว่า
เนื่องจากพวกเขาจดจำได้ถึงผลเสียหายของการไม่เชื่อฟังพระเจ้า ไม่รักพระเจ้า
พวกเขาจึงไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก

หากเราเรียนรู้และจดจำ ประสบการณ์ในอดีตของเรา
ในยามที่เราไม่มีพระเจ้า เราละทิ้งพระเจ้า
ผลที่เกิดขึ้นชีวิตของเราเป็นเช่นไร
เราคงไม่ยอมปล่อยให้พระเจ้าคลาดสายตาของเรา ในทุกวันนี้อย่างแน่นอน

คำคม

“ ความผิดพลาดในอดีต สามารถเป็นบทเรียนเพื่อให้เราเดินอย่างถูกต้องในปัจจุบัน ”

สรุป โยชูวา 21

ภาพรวม

  • คนอิสราเอลแบ่ง 48 เมืองให้แก่คนเลวี ตามที่พระเจ้าทรงบัญชาไว้ผ่านโมเสส

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/joshua21-102973

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยชูวา บทที่ 21 หลังจากที่คนอิสราเอลแบ่ง 6 เมือง เป็นเมืองลี้ภัยเพื่อให้คนที่ฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาสามารถหนีไปหลบที่นั่น แล้ว

พวก​หัว​หน้า​​ของ​คน​เลวี ก็​มา​หา​เอ​เล​อา​ซาร์​ ปุโร​หิต​ และ​ โย​ชู​วา​ และ​หัว​หน้า​​เผ่า​ต่างๆ ของคน​อิส​รา​เอล
​กล่าว​ว่า พระเจ้าได้​เคย​บัญชา​โดย​ทาง​โมเสส ให้​มอบ​เมือง​ต่างๆ แก่​พวกเขา​เพื่อ​จะ​ได้​อาศัย​อยู่ พร้อม​ทั้ง​ทุ่ง​หญ้า​สำ​หรับ​ฝูง​สัตว์​เลี้ยง​

ดัง​นั้น​คน​อิส​รา​เอล​จึง​ได้​มอบ​เมือง​และ​ทุ่ง​หญ้า​​ให้​แก่​คน​เลวี โดยการจับฉลากได้ผลออกมาดังต่อ​ไป​นี้​

ตระ​กูล​โค​ฮาท ได้​รับ​ 23 เมือง
ได้​รับ​จากเผ่ายูดาห์ และเผ่าสิเมโอน 9 เมือง​
ได้​รับ​จากเผ่าเบน​ยา​มิน 4 เมือง​
ได้​รับ​จากเผ่า​เอฟ​รา​อิม 4 เมือง​
ได้​รับ​จากเผ่า​เดาน 4 เมือง​
ได้​รับ​จากเผ่า​ครึ่ง​เผ่า​มนัส​เสห์ 2 เมือง​

ตระกูล​เกอร์​โชน​ ได้​รับ​ 13 เมือง
– ​จากเผ่า​ครึ่ง​เผ่า​มนัส​เสห์ 2 เมือง​
– ​จากเผ่าอิส​สา​คาร์ 4 เมือง​
– จากเผ่าอา​เชอร์ 4 เมือง​
– ​จากเผ่านัฟ​ทาลี 3 เมือง​

ตระกูล​เม​รา​รี ได้​รับ​ 12 เมือง
– ​จากเผ่า​​เศ​บู​ลุน 4 เมือง​
– ​จากเผ่ารูเบน 4 เมือง​
– จากเผ่ากาด 4 เมือง​

รวม​เมืองที่ให้แก่คนเลวีทั้ง​หมด​ 48 เมือง​

ดัง​นั้นพระเจ้าประ​ทาน​แผ่น​ดิน​ทั้ง​สิ้น​แก่​คน​อิส​รา​เอล
และประ​ทาน​ให้​พวก​เขา​มี​ความ​สงบ​อยู่​ทุก​ด้าน
ตามที่พระ​องค์​ทรง​ปฏิ​ญาณ​ไว้​ทุก​ประการ
ไม่​มี​ศัตรู​สัก​คน​เดียว​ยืน​หยัด​ต่อ​สู้​พวก​เขา​ได้
สิ่ง​ดี​ทุก​อย่าง​ซึ่ง​พระเจ้า​ทรง​สัญ​ญา​ต่อ​คน​อิส​รา​เอล​นั้น​ ก็​ไม่​ขาด​สัก​สิ่ง​เดียว สำเร็จ​ทั้ง​สิ้น

1. แม้คนเลวี จะไม่ได้รับดินแดนเป็นมรดก เหมือนเผ่าอื่นๆ เพราะพระเจ้าทรงเป็นมรดกของพวกเขา
แต่ก็ยังได้รับ 48 เมือง ทั่วแผ่นดินคานาอันเพื่อ​จะ​ได้​อาศัย​อยู่ พร้อม​ทั้ง​ทุ่ง​หญ้า​สำ​หรับ​ฝูง​สัตว์​เลี้ยง​

แน่นอนพระเจ้าจะดูแลผู้รับใช้ของพระองค์เป็นอย่างดี
แต่การดูแลผู้รับใช้ของพระเจ้า ก็เป็นประตูแห่งพระพร สำหรับชีวิตของเรา

2. พระเจ้าทรงรักษาสัญญาเสมอ สิ่งที่พระเจ้าปฏิญาณไว้ พระองค์ทำให้เกิดขึ้นสำเร็จทุกประการ
น่าเสียดายที่ ในเวลาต่อมา เป็นคนอิสราเอลที่หักสัญญาที่มีต่อพระเจ้าเสียเอง โดยหันไปพึ่งพาสิ่งอื่นที่ไม่ใช่พระเจ้า

สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญากับเรา ผ่านพระคำของพระเจ้า จะสำเร็จแน่นอน
ขอเพียงแต่เรายังยึดมั่นในคำสัญญานั้นด้วยความเชื่อ
ไม่ละทิ้งความไว้วางใจที่มีต่อพระองค์ตลอดไป

คำคม

“ พระเจ้าไม่เคยผิดสัญญา ”

สรุป โยชูวา 20

ภาพรวม

  • พระเจ้าให้คนอิสราเอลกำหนดเมือง 6 เมือง เป็นเมืองลี้ภัยเพื่อให้คนที่ฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาสามารถหนีไปหลบที่นั่นได้

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/joshua20-98574

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยชูวา บทที่ 20 หลังจากที่โยชูวาแบ่งดินแดนเป็นมรดกแก่เผ่าต่างๆของอิสราเอลแล้ว

แล้ว​พระเจ้า​ตรัส​กับ​โย​ชู​วา​ ว่า
ให้สั่งคน​อิส​รา​เอล ให้​กำหนด​เมือง​ลี้​ภัย​ไว้
เพื่อ​ให้​ผู้​ฆ่า​คน โดย​ไม่​เจต​นา​ จะ​ได้​หนี​ไป​อยู่​ที่​นั่น
​ให้​พ้น​จาก​ผู้​แก้​แค้น​

เมื่อหนีมาให้​ผู้​นั้น ยืน​อยู่​ที่​ทาง​เข้า​ประ​ตู​เมือง​ และ​อธิ​บาย​เรื่องราว​ให้​พวก​ผู้ใหญ่​ใน​เมือง​นั้น​ทราบ
แล้ว​พวก​เขา​จะ​นำ​ผู้​นั้น​เข้า​ไป​ใน​เมือง
กำหนด​ที่​ให้​อยู่ในเมืองนั้น
และ​ถ้า​ผู้​แก้​แค้น​ไล่​ตาม​มา พวกผู้ใหญ่​ก็จะ​ไม่​มอบ​ผู้​ฆ่า​คน​นั้น​ให้เขา

ให้​ผู้​นั้น​​อยู่​ใน​เมือง​นั้น​จน​กว่า จะ​รับ​การ​พิพาก​ษา
และเมื่อ​มหา​ปุโร​หิต​ใน​เวลา​นั้น​สิ้น​ชีวิต
แล้วผู้นั้น​จึง​จะ​กลับ​ไป​ยัง​เมือง​ของ​ตน​ที่จาก​มา​นั้น​ได้

ดัง​นั้น​คนอิสราเอล​จึง​กำหนด​เมืองลี้ภัยไว้ดังนี้
– เมือง​เค​เดช​ ใน​กา​ลิลี ​ใน​ นัฟ​ทาลี
– ​เมืองเช​เคม​ ใน เอฟ​รา​อิม
– เมืองคีริ​ยาท​อารบา (คือ​เฮ​โบรน) ใน ​ยู​ดาห์
– ​เมือง​เบ​เซอร์​ ใน​ ​รูเบน
– เมือง​รา​โมท​ ​กิ​เล​อาด ใน ​กาด
– ​เมือง​โก​ลาน​ ใน ​มนัส​เสห์

1. เมื่อคนอิสราเอลฆ่าคนตายแบบไม่เจตนา สามารถหนีจากญาติๆของผู้ตายที่จะตามมาฆ่า มาหลบในเมืองลี้ภัยได้ จนกว่าจะได้รับการพิพากษา และจะอยู่ที่นั่นจนกว่ามหาปุโรหิตจะเสียชีวิต ก็จะสามารถพ้นโทษเป็นอิสระอย่างสมบูรณ์

มีภาพในฝ่ายวิญญาณซึ่งคล้ายๆกับเรื่องนี้ คือ
คนที่เชื่อพระเจ้าในพระคัมภีร์เดิม เมื่อจากโลกนี้ไป ก็ไปอยู่ที่เมืองบรมสุขเกษม(ที่คนยิวเรียกว่า อ้อมอกของอับราฮัม) เพื่อรอการพิพากษา
แต่เมื่อพระเยซู มหาปุโรหิตที่ยิ่งใหญ่เสด็จมา แล้วสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อพวกเขา
พวกเขาจึงพ้นโทษ เป็นอิสระอย่างสมบูรณ์

เหมือนกับเราทั้งหลายผู้เชื่อวางใจในพระเยซู พระองค์จึงเป็นมหาปุโรหิตของเรา
เราพ้นโทษเป็นไทแล้ว เพราะมหาปุโรหิตของเราสิ้นพระชนม์เพื่อเราแล้ว

2. ในการกำหนดเมืองลี้ภัยนั้น พระเจ้าให้กำหนดให้กระจายให้ทั่ว ทั้งเหนือ ใต้ ทั้งฟากตะวันออกและตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน
เพื่อให้คนที่ฆ่าคนโดยไม่เจตนา หนีมาได้ทัน ก่อนที่จะถูกฆ่า
ไม่งั้นอาจถูกฆ่าก่อนมีการพิพากษาคดี

กฏหมายของพระเจ้านั้นยุติธรรมและดีรอบคอบ
เมื่อเราใช้พระคำของพระเจ้าเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต
เราจะเดินไปในทางที่ถูกต้อง อย่างดีเลิศ

คำคม

“ กฏเกณฑ์ของพระเจ้านั้น ดีรอบคอบ ผู้ที่ดำเนินตามย่อมปลอดภัยและเจริญขึ้น ”

สรุป โยชูวา 19

ภาพรวม

  • โยชูวาแบ่งดินแดนเป็นมรดกแก่ 6 เผ่าที่เหลือ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/joshua19-98379

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยชูวา บทที่ 19 เมื่อโยชูวา แบ่งดินแดนเป็น 7 ส่วน แล้วมอบให้แก่ 7 เผ่า ที่ยังไม่ได้รับดินแดนเป็นมรดก
ผลการจับฉลากเป็นดังนี้ คือ ฉลากที่ 1 เผ่าเบนยามินได้ดินแดนที่ติดกับเผ่ายูดาห์

ฉลาก​ที่​ 2 เผ่า​สิ​เม​โอน ได้ดินแดนทางใต้สุดของแผ่นดินคานาอัน ได้เมือง 19 เมือง และหมู่​บ้าน​โดยรอบ
ฉลาก​ที่​ 3 เผ่าเศ​บู​ลุน ได้ดินแดนทางเหนือของเผ่ามนัสเสห์ ได้เมือง 12 เมือง​กับ​หมู่​บ้าน​โดย​รอบ​
ฉลาก​ที่​ 4 เผ่า​อิส​สา​คาร์ ได้ดินแดนทางเหนือของเผ่ามนัสเสห์ ติดกับทางตะวันออกของเผ่าเศบูลูน ไปจรดแม่​น้ำ​จอร์​แดน ได้เมือง 16 เมือง​กับ​หมู่​บ้าน​โดย​รอบ​
ฉลาก​ที่​ 5 เผ่า​อา​เชอร์ ได้ดินแดนเหนือเผ่ามนัสเสห์ ทางตะวันตกของเผ่าเศบูลูน ตลอดแนวชายฝั่งทะเลใหญ่ ขึ้นไปจนสุดดินแดนคานาอัน ได้เมือง 22 เมือง​กับ​หมู่​บ้าน​โดย​รอบ​เมือง
ฉลาก​ที่​ 6 เผ่านัฟ​ทาลี ได้ดินแดนทางเหนือของเผ่าเศ​บู​ลุน​ ทาง​​ตะวัน​ตกของเผ่าอา​เชอร์​ ไปจรดแม่​น้ำ​จอร์​แดน และทะเลสาบกาลิลี ได้เมือง 19 เมือง​กับ​หมู่​บ้าน​โดย​รอบ
ฉลาก​ที่​ 7 เผ่าดาน​ ได้ดินแดนทางตอนใต้ของเผ่าเอฟราอิม ทางเหนือของเผ่ายูดาห์ ทางตะวันตกของเผ่าเบนยามินไปจรดทะเลใหญ่
แต่เผ่า​ดาน สูญเสียดินแดนเหล่านี้ไป จึงขึ้นไปยึดเมือง​เล​เชม ทางตอนเหนือสุดของดินแดนคานาอันแทน

คน​อิส​รา​เอล​ก็​ได้​มอบ​ส่วน​มรดกของพวก​เขา​ให้​แก่​โย​ชู​วา​ ด้วย
คือ​เมือง​ทิม​นาท​เส​ราห์ ใน​แดน​เทือก​เขา​แห่ง​เอฟ​รา​อิม

แล้วการแบ่งมรดกดินแดนคานาอันก็​เสร็จ​สิ้น

1. คนอิสราเอลได้รับมรดกแบ่งสันปันส่วนดินแดนคานาอันเรียบร้อยแล้ว
แต่ปรากฏว่า ตามประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ทุกเผ่าจะได้รับตามมรดกเหล่านี้
เช่น เผ่าดาน ไม่สู้หรือสู้ไม่ได้ จึงไม่สามารถได้รับดินแดนตามมรดกนั้น
วนฉ. 1:34 “คน​อา​โม​ไรต์​ได้​บีบ​คน​ดาน​เข้า​ไป​ใน​แดน​เทือก​เขา และ​ไม่​ยอม​ให้​ลง​มา​ยัง​หุบเขา”
วนฉ. 18:1 “…​ใน​สมัย​นั้น​คน​เผ่า​ดาน​ยัง​แสวง​หา​ที่​ดิน​อัน​จะ​เป็น​มรดก​ของ​ตน​เพื่อ​จะ​ได้​พัก​อาศัย เพราะ​จน​บัด​นั้น​แล้ว​มรดก​ใน​เผ่า​อิส​รา​เอล​ยัง​ไม่​ตก​แก่​เขา”

คนอิสราเอลไม่สามารถเอาชนะศัตรูได้ ไม่ใช่เพราะศัตรูเก่งกาจ เนื่องจากเก่งกว่านี้ แบบคนอานาค คนอิสราเอลก็ปราบราบคาบมาแล้ว
แต่เพราะพวกเขาละทิ้งพระเจ้า หักพระสัญญาของพระองค์ จึงไม่ได้รับตามพระสัญญา

วันนี้ พระเจ้ามีคำสัญญาแห่งพระพรนานาประการสำหรับชีวิตของเรา
หากเรายังคงสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า ยึดมั่นในพระสัญญาเหล่านั้นไว้ด้วยความเชื่อและการเชื่อฟังพระคำของพระเจ้า
บรรดาพระสัญญาเหล่านั้นจะเกิดขึ้นเป็นจริงในชีวิตของเราอย่างแน่นอน

2. โยชูวา ได้รับเมืองทิม​นาท​เส​ราห์ (หรือ ทิม​นาท​เฮ​เรส) เป็นมรดก
และต่อมาได้สิ้นชีวิตลงอย่างสง่างามที่นั่น
วนฉ. 2:8-9 “โย​ชู​วา​บุตร​นูน​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​ยาห์​เวห์ สิ้น​ชีวิต​เมื่อ​อายุ​ได้ 110 ปี
เขา​ทั้ง​หลาย​ก็​ฝัง​ท่าน​ไว้​ใน​เขต​ที่​ดิน​มรดก​ของ​ท่าน​ที่​เมือง​ทิม​นาท​เฮ​เรส …”

สำหรับผู้รับใช้พระเจ้าผู้สัตย์ซื่อจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต จะจบชีวิตลงอย่างสง่างามเสมอ เพียงแค่ในลักษณะที่แตกต่างกันออกไป
โมเสส จากไปอย่างอลังการ
โยชูวา จากไปอย่างสงบ

ขอให้เราสัตย์ซื่อจนวันตาย

คำคม

“ สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาให้แก่เรานั้น เราจะได้รับก็โดยความเชื่อ ”

สรุป โยชูวา 18

ภาพรวม

  • โยชูวาส่งคนไปสำรวจดินแดน แล้วแบ่งเป็น 7 ส่วน แล้วมอบให้แก่ 7 เผ่า ที่ยังไม่ได้รับดินแดนเป็นมรดก เผ่าเบนยามินได้ดินแดนที่ติดกับเผ่ายูดาห์

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/joshua18-98071

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยชูวา บทที่ 18 นอกจากจะมีการแบ่งดินแดนให้คนเผ่ายูดาห์ , เผ่าเอฟราอิม และเผ่ามนัสเสห์แล้ว ก็ได้มีการแบ่งดินแดนสำหรับเผ่าอื่นที่เหลืออีก 7 เผ่าด้วย

ที่​ชิโลห์ ได้มีการ​ประ​ชุม​กัน และ​ตั้ง​เต็นท์​นัด​พบ​ขึ้น​ที่​นั่น
แล้วโย​ชู​วา​จึง​บอกให้คน​อิส​รา​เอล​ 7 เผ่า ที่ยังไม่ได้รับการแบ่งดินแดน
​เลือก​คน​มาเผ่า​ละ​ 3 ​คน แล้ว​ใช้​พวก​เขาไปสำรวจดินแดนที่เหลือ เพื่อ​เขียน​แนว​เขต​ที่​ดิน​ แล้ว แบ่งเป็น 7 ​ส่วน
แล้วพวกเขาก็นำเขตที่ดินนั้น มาให้โยชูวาจะ​จับ​ฉลาก​ให้​พวกเขา ที่ชิโลห์

ผลการจับ​​ฉลาก​นั้น เผ่า​เบน​ยา​มิน ได้ดินแดนดังนี้
ทาง​ด้าน​เหนือ​ ​ติดเผ่าเอฟราอิม
ทางด้านใต้ ติดเผ่ายูดาห์
ทางด้านตะวันตก ติดเผ่าดาน
ทางด้านตะวันออก ติดแม่น้ำจอร์แดน

เมือง​ต่างๆ ของ​เผ่า​​เบน​ยา​มิน​ ได้แก่
เย​รี​โค เบธ​ฮก​ลาห์ เอ​เมค​เค​ซีส
เบธ​อรา​บาห์ เศ​มา​รา​อิม เบธ​เอล
อัฟ​วิม ปา​ราห์ โอฟ​ราห์
เค​ฟา​รัม​โม​นี โอฟนี เก​บา
กิเบ​โอน รา​มาห์ เบ​เอ​โรท
มิส​ปาห์ เค​ฟี​ราห์ โม​ซาห์
เร​เคม อิร​เป​เอล ทา​ระ​ลาห์
เศ​ลา หะ​เอ​เลฟ เย​บุส (คือ​เย​รู​ซา​เล็ม)
กิเบ​อาห์​และ​คีริ​ยาท

1. คนอิสราเอลเข้มแข็งกว่าชาวแผ่นดินคานาอัน แต่การยึดครองยังไม่เกิดขึ้น จนกว่าจะได้รับมอบจากพระเจ้า ผ่านการจัดสรรของโยชูวา

สิ่งที่เราจะได้รับไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำลัง ความสามารถของเรา
แต่ขึ้นกับการทรงนำของพระเจ้า
แล้วจากนั้นเราก็ใช้กำลังความสามารถของเราที่พระเจ้าประทานแก่เรานั้น
เพื่อรับเอาสิ่งที่พระเจ้าประทานให้นั้น

รับการทรงนำจากพระเจ้า แล้วค่อยให้ความสามารถ ทำตามการทรงนำนั้น
อย่าสลับลำดับกัน

2. ครั้งนี้โยชูวาส่งคนไปสำรวจดินแดน เผ่าละ 3 คน
น่าจะเป็นเพราะเกรงจะเกิดปัญหาเดียวกับคราวที่โมเสสส่งไป เผ่าละ 2 คน
แล้วพวกที่กลับมารายงานกลับทำให้ประชาชนใจเสีย

คราวนี้เมื่อผู้สำรวจกลับมา ได้แจ้งแต่ข้อมูลเท่านั้น
ไม่ได้แสดงความคิดเห็น
แล้วคนอิสราเอลก็เข้ายึดครองดินแดนตามที่สำรวจมานั้น ตามส่วนแบ่งของเผ่าของตน

การรับรู้ข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์และสำคัญ ในการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
แต่การรับสิ่งที่มากกว่าข้อมูล ที่ทำลายความเชื่อนั้น เป็นอันตรายต่อการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

เมื่อเรารับฟังข่าวสาร ควรรับแต่ข้อมูล อย่ารับเอาความเชื่อที่ขัดแย้งกับพระคำของพระเจ้าเข้ามาด้วย

3. เยบุส หรือ เยรูซาเล็มนั้น บางส่วนเป็นของเผ่าเบนยามิน และ บางส่วนเป็นของเผ่ายูดาห์
ซึ่งน่าจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญ ที่ตอนอิสราเอลส่วนใหญ่กบฏแยกตัวออกจากยูดาห์นั้น (1พกษ.12)
ยังเหลือเบนยามิน อยู่ฝ่ายยูดาห์ต่อไป

การจับฉลากนี้ อยู่ในแผนการของพระเจ้า

วันนี้มีเรื่องมากมายที่เกิดขึ้น ซึ่งเรายังไม่เข้าใจว่ามันเป็นแผนการอันดีเลิศของพระเจ้าสำหรับเรา
แต่ก็ยังไม่จำเป็นต้องเข้าใจก่อนก็ได้
ขอเพียงเชื่อใจว่า ทุกอย่างที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้เกิดขึ้นนั้น พระองค์ทรงมีแผนการที่ดีเลิศสำหรับเรา

คำคม

“ ความสามารถของเราจะเกิดผลเป็นพระพร ก็ต่อเมื่อเราได้รับการทรงนำจากพระเจ้า ”

สรุป โยชูวา 17

ภาพรวม

  • คนเผ่ามนัสเสห์ได้รับดินแดนทางตอนเหนือของเอฟราอิม

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/joshua17-97851

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยชูวา บทที่ 17 นอกจากคนเอฟราอิมซึ่งจับฉลากได้ดินแดนที่ติดกับทางตอนเหนือของเผ่ายูดาห์แล้ว
เผ่านมัสเสห์ก็ได้ดินแดนที่ติดกับตอนเหนือของเผ่ายูดาห์เช่นกัน

เนื่องจาก​​มา​คีร์​บุตร​หัว​ปี​ของ​มนัส​เสห์ ได้​กิ​เล​อาด​และ​บา​ชาน ซึ่งอยู่ทางฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน​เป็น​ส่วน​แบ่งไปแล้ว

ดังนั้น ในฟากตะวันตกนี้ จึงแบ่งเฉพาะคน​เผ่า​มนัส​เสห์​ที่​เหลือ​
คือ​พงศ์​พันธุ์​ของ​อา​บี​เย​เซอร์ เฮ​เลค อัส​รี​เอล เช​เคม เฮ​เฟอร์​และ​เช​มี​ดา

ส่วน​เศ​โล​เฟ​หัด​ เชื้อสายของ​มา​คีร์​ ไม่​มี​บุตร​ผู้​ชาย มี​แต่​บุตรี คือ มา​ลาห์ โน​อาห์ ฮก​ลาห์ มิล​คาห์ และ​ทีร​ซาห์
ดัง​นั้น​โยชูวาจึง​ให้​มรดก​​ใน​หมู่​พี่​น้อง​ของ​บิดา​ ให้แก่พวกเธอ ​ตาม​พระเจ้าเคยพระ​บัญชา​โมเสสไว้ (กดว.27)
ดัง​นั้น​ส่วน​ที่​ตก​แก่​คน​มนัส​เสห์​ในแผ่นดินคานาอันจึง​มี​ 10 ​ส่วน

เขต​แดน​ของ​มนัส​เสห์​
ทางใต้จดดินแดนเอฟราอิม
ทาง​เหนือ​จด​ดิน​แดน​อา​เชอร์
​ทาง​ทิศ​ตะวัน​ออก​จด​อิส​สา​คาร์
ทางตะวันตกติดทะเล

มนัส​เสห์​ยัง​มี​เมือง​เบธ​ชาน​ เมือง​อิบ​เล​อัม​ เมือง​โดร์ ​เมือง​เอน​โดร์ เมือง​ทา​อา​นาค​ และ​ เมือง​เม​กิด​โด​
แต่​คน​มนัส​เสห์​ยัง​ไม่​สา​มารถ​ยึด​ครอง​เมือง​เหล่า​นั้น​ได้
และ​คน​คา​นา​อัน​ยัง​คง​อา​ศัย​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​นั้น

เมื่อ​​อิส​รา​เอล​เข้ม​แข็ง​ขึ้น​แล้ว ก็​ได้​เกณฑ์​คน​คา​นา​อัน​ให้​ทำ​งาน​โย​ธา
แต่​ไม่​ได้​ขับ​ไล่​พวก​เขา​ออก​ไป​เสีย​ทั้ง​หมด

ต่อมาคน​เผ่า​โย​เซฟ​ คือ เผ่าเอฟ​รา​อิม​และ​เผ่ามนัส​เสห์​ ได้มาขอดินแดนเพิ่มเนื่องจากพวกเขามีคนมาก
​โย​ชู​วา​จึง บอกให้พวกเขาไปยึด​แผ่น​ดิน​ของ​คน​เป​ริส​ซี​และ​คน​เร​ฟา​อิม เพิ่มเอาเอง

คน​เผ่า​โย​เซฟ​พูด​ว่า ยึดไม่ไหวเพราะ​คน​คา​นา​อัน​ ​ใน​ที่​ราบ​มี​รถ​รบ​ทำ​ด้วย​เหล็ก
แล้ว​โย​ชู​วา​จึง​กล่าว​แก่​พวกเขา ว่า พวกเขา​เป็น​พวก​ที่​มี​คน​มาก​และ​มี​กำ​ลัง​มหา​ศาล
ให้เข้าไปยึด​ครอง​ไป​จน​สุด​เขต​เถิด
แม้​ว่า​คน​คา​นา​อัน​จะ​มี​รถ​รบ​ทำ​ด้วย​เหล็ก และ​เป็น​คน​เข้ม​แข็ง
แต่พวกเขา​ก็​จะ​ขับ​ไล่​คนคานาอัน​ออก​ไป​ได้

1. สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาแก่เหล่าบุตรสาวของเศ​โล​เฟ​หัด เกิดขึ้นเป็นจริง
พวกเธอได้รับดินแดนครอบครอง ในส่วนของบิดาที่ตายไป

เมื่อพระเจ้าทรงสัญญา มันจะเกิดขึ้น

2. มนัสเสห์ แม้จะเป็นเผ่าที่มีกำลังมาก แต่ก็ไม่ขับไล่คนคานาอันออกไปทั้งหมด
โดยข้ออ้างว่า เอาชนะพวกเขาเหล่านั้นไม่ไหว คนเหล่านั้นมีรถรบเหล็ก
ซึ่งความจริงแล้ว เมื่อคนมนัสเสห์ลงมือขับไล่จริงๆ สามารถทำสำเร็จได้อย่างแน่นอน

วันนี้เราอาจมีเหตุผลมากมาย ที่จะไม่ทำตามพระคำของพระเจ้า
แต่เหตุผลเดียวที่จะหักล้างเหตุผลอื่นๆเหล่านั้นทั้งหมดคือ
เมื่อพระเจ้าสั่ง แล้วเราเชื่อฟัง มันจะสำเร็จ

คำคม

“ เมื่อเราลงมือเชื่อฟัง พระเจ้าจะทรงทำให้เราทำได้สำเร็จ ”

สรุป โยชูวา 16

ภาพรวม

  • คนเอฟราอิมจับฉลากได้ดินแดนที่ติดกับทางตอนเหนือของเผ่ายูดาห์

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/joshua16-97623

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยชูวา บทที่ 16 นอกจากดินแดนที่ยกให้แก่เผ่ายูดาห์แล้ว

พงศ์​พันธุ์​โย​เซฟ คือ เผ่า​​มนัส​เสห์ และ​เผ่าเอฟ​รา​อิม ก็จับฉลากได้ดินแดนที่อยู่ใกล้กับเผ่ายูดาห์
เริ่ม​จาก​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​ใกล้ๆ เมือง​เย​รี​โค ไปถึง ​แดน​เทือก​เขา​เบธ​เอล
ผ่านมาถึง​ใน​เขต​ของ​คน​อารคี ​คน​ยา​เฟล​ที​ ไป​สิ้น​สุด​ลง​ที่​ทะเล

เขต​ของ​คน​เอฟ​รา​อิม ​เป็น​ดัง​นี้
ด้าน​ตะวัน​ออก​ จากเมือง​อา​ทา​โรท​อัด​ดาร์​ ไป​ถึง​ทะเล
ด้าน​เหนือ​ จาก​เมือง​มิค​เม​ธัท ถึง​แม่​น้ำ​จอร์​แดน
ด้าน​​ตะวัน​ตก​ ถึง​ลำ​ธาร​คา​นาห์​ไป​สิ้น​สุด​ลง​ที่​ทะเล
ด้านใต้ จากเมืองยาโนอาห์ ถึงแม่น้ำจอร์แดน

แต่พวก​เขา​ไม่​ได้​ขับ​ไล่​คน​คา​นา​อัน​ ​ใน​เมือง​เก​เซอร์​ออก​ไป
คน​คา​นา​อัน​จึง​อา​ศัย​อยู่​ท่าม​กลาง​คน​เอฟ​รา​อิมเรื่อยมา
แต่​ก็​ถูก​เกณฑ์​ให้​ทำ​งาน​โย​ธา

1. เผ่าเอฟราอิมได้ฉลากดินแดนติดกับทางตอนเหนือของเผ่ายูดาห์
ซึ่งในเวลาต่อมา การกบฏของเยโรโบอัม ชาวเอฟราอิม จึงเกิดขึ้นได้อย่างสะดวก
ในสมัยกษัตริย์เรโหโบอัม(1 พกษ.12) ตามที่พระเจ้าได้บอกแก่ซาโลมอนไว้

ดินแดนของแต่ละเผ่า ที่พวกเขาได้รับจากการจับฉลากนั้น
แท้จริงทั้งหมดยังคงอยู่ในแผนการของพระเจ้า

พระเจ้ามีแผนการสำหรับชีวิตของเรา จึงทำให้เราต้องมาอยู่ที่นี่ และพบกับเหตุการณ์นี้

2. คนเอฟราอิม ไม่ได้ขับไล่คนคานาอันออกไปจากดินแดนของพวกเขา
แต่บังคับให้คนเหล่านั้นเป็นแรงงาน คอยปรนนิบัติคนเอฟราอิม

ซึ่งดูเหมือนเป็นการจัดการที่ฉลาด และได้ประโยชน์มากกว่าขับไล่ไปเสีย
แถมยังไม่มีพิษมีภัยอีกด้วย แต่ในเวลาต่อมาก็ไม่พบข้อมูลทางประวัติศาสตร์เลยว่า
คนคานาอันพวกนี้ ลุกฮือขึ้นมาต่อต้านคนเอฟราอิม (1พกษ. 9:16, 1พกษ. 9:21​​)

แต่ความจริงแล้วคนคานาอันเหล่านั้น เป็นต้นเหตุสำคัญให้คนเอฟราอิมถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง
เมื่อเยโรโบอัมกบฏต่อ กษัตริย์เรโหโบอัม ในเวลาอย่างรวดเร็วเยโรโบอัมก็ได้ชักชวนให้คนอิสราเอลละทิ้งพระเจ้าไปกราบไหว้รูปเคารพ (1 พกษ.12)
ซึ่งแน่นอนสิ่งเหล่านี้ ย่อมได้รับอิทธิพลและคำแนะนำจากชาวต่างชาติอย่างคนคานาอันที่กระจายอยู่ทั่วไปในเอฟราอิม

การอะลุ่มอล่วยกับความบาปเพียงเล็กน้อย เก็บมันเอาไว้โดยไม่ยอมกลับใจ
ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่า นั่นเป็นการไม่เชื่อฟังพระเจ้า
ในที่สุดแล้ว บาปนั้นจะนำปัญหาใหญ่โตมาสู่ชีวิต

คำคม

“ บาปจะทำลายทุกคน ที่พยายามเป็นเพื่อนกับมัน ”

สรุป โยชูวา 15

ภาพรวม

  • คนยูดาห์จับฉลากได้มรดกเป็นดินแดนทางตอนใต้ของแผ่นดินคานาอัน

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/joshua15-97394

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยชูวา บทที่ 15 เมื่อโยชูวาให้คนอิสราเอลจับฉลากแบ่งดินแดนกันแล้ว

เผ่ายูดาห์จับฉลากได้ดินแดนทางตอนใต้ของแผ่นดินคานาอัน

พรมแดนด้านใต้ ติดเอโดม
พรมแดนด้านตะวันออก จากทะเลตายขึ้นไปถึงปากแม่น้ำจอร์แดน
พรมแดนด้านเหนือ จากปากแม่น้ำจอร์แดน มาสิ้นสุดลงที่ทะเล
พรมแดนด้านตะวันตก คือทะเลใหญ่ตามฝั่งทะเล

ส่วนคาเลบ ได้บุกยึดคีริยาทอารบา(เมืองเฮโบรน)
แล้วก็ขึ้นไปต่อสู้คีริยาทเสเฟอร์(เมืองเดบีร์)
และคาเลบกล่าวว่า
ถ้าใครยึดเมืองนี้ได้ จะยกอัคสาห์บุตรสาวของเขาให้เป็นภรรยา
และโอทนีเอล ก็ตีเมืองนั้นได้ จึงได้อัคสาห์มาเป็นภรรยา
ต่อมานางจึงชวนสามีให้ขอแผ่นดินทางใต้จากคาเลบ
คาเลบก็ยกดินแดน รวมทั้ง น้ำพุบนและน้ำพุล่างให้แก่นาง

มรดกของเผ่าคนยูดาห์
– ทางทิศใต้สุด ทางพรมแดนเอโดม มี 29 เมืองกับหมู่บ้านโดยรอบเมืองนั้นๆ
– ในที่ลุ่มมี 14 เมืองกับหมู่บ้านโดยรอบเมืองนั้นๆ
– กลุ่มเมืองเศนัน 16 เมืองกับหมู่บ้านโดยรอบเมืองนั้นๆ
– กลุ่มเมืองลิบนาห์ 9 เมือง กับหมู่บ้านโดยรอบเมืองนั้นๆ
– เมืองเอโครน อัชโดด กาซา กับเมืองต่างๆ และหมู่บ้านโดยรอบเมืองนั้นๆ
– ในแดนเทือกเขา 11 เมือง กับหมู่บ้านโดยรอบเมืองนั้นๆ
– กลุ่มเมืองอาหรับ 9 เมืองกับหมู่บ้านโดยรอบเมืองนั้นๆ
– กลุ่มเมืองมาโอน 10 เมืองกับหมู่บ้านโดยรอบเมืองนั้นๆ
– กลุ่มเมืองฮัลฮูล 6 เมืองกับหมู่บ้านโดยรอบเมืองนั้นๆ
– เมืองคีริยาทบาอัล (คือเมืองคีริยาทเยอาริม) และรับบาห์ กับหมู่บ้านโดยรอบเมืองนั้นๆ
– เมืองที่ในถิ่นทุรกันดาร 6 เมืองกับหมู่บ้านโดยรอบเมืองนั้นๆ

แต่คนเยบุสซึ่งเป็นชาวเมืองเยรูซาเล็มนั้น
คนยูดาห์ไม่สามารถขับไล่ไปได้
คนเยบุสจึงอาศัยอยู่กับคนยูดาห์เรื่อยมา

1. การจับฉลากแบ่งดินแดน เผ่ายูดาห์ได้ดินแดนทางใต้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเยรูซาเล็ม
ต่อมาเป็นที่ตั้งของพระวิหารของพระเจ้า ณ ที่นั่น

การจับฉลาก ผลที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นไปตามการสุ่มเสมอไป แต่เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้าเสมอไป

วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราไม่ใช่บังเอิญ แต่อยู่ในแผนการของพระเจ้า

2. เมืองที่เผ่ายูดาห์ได้เป็นมรดก มีมากกว่า 105 เมือง
ใน กดว. 26:22 บอกว่า ชาย​เผ่ายูดาห์ อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ​มี​จำนวน 76,500 คน
ดังนั้นถ้ารวมผู้หญิงและเด็ก น่าจะประมาณ 200,000 คน
ซึ่งจำนวนเมืองที่เผ่ายูดาห์ได้รับ น่าจะเพียงพอสำหรับพวกเขาทั้งหมด

การอวยพรของพระเจ้า จะมากเพียงพอสำหรับเราเสมอ

3. คนยูดาห์ขับไล่ชาวเยบุสไปไม่ได้ ไม่ใช่เพราะสู้ไม่ได้
ใน วนฉ. 1:8 กล่าวว่า คน​ยู​ดาห์​ได้​โจม​ตี​เมือง​เย​รู​ซา​เล็ม​(ชาวเยบุส)และ​ยึด​เมือง​ได้ จึง​ฆ่า​ฟัน​ชาว​เมือง​เสีย​ด้วย​คม​ดาบ และ​เอา​ไฟ​เผา​เมือง​เสีย
แต่คนอิสราเอล ไม่ได้ขับไล่พวกเยบุสออกไปทั้งหมด วนฉ. 1:21
ในช่วงเวลาต่อมา ชาวเยบุสจึงกลับเข้ามาครอบครองเยรูซาเล็มอีกครั้ง (2ซมอ. 5:6)

การเก็บบาปแห่งการไม่เชื่อฟังเอาไว้ ในที่สุดจะลุกลามสร้างปัญหาใหญ่มาสู่ชีวิต

คำคม

“ เฉพาะสิ่งที่พระเจ้าอนุญาตเท่านั้น จึงเกิดขึ้นได้ ”

สรุป โยชูวา 14

ภาพรวม

  • โยชูวาให้จับสลากแบ่งดินแดนทาง​ฟาก​ตะวัน​ออก​ของ​แม่​น้ำ​จอร์​แดน ให้แก่คนอิสราเอล 9 เผ่าครึ่ง และคาเลบก็ได้รับส่วนแบ่งของตนตามที่โมเสสสัญญา

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/joshua14-96955

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยชูวา บทที่ 14 เมื่อพระเจ้าสั่งให้โยชูวาแบ่งดินแดนคานาอันให้กับ 9เผ่าครึ่ง เพื่อพวกเขาจะเข้ายึดครองต่อกันเองแล้ว

​เอ​เล​อา​ซาร์​ปุโร​หิต​ และ​ โย​ชู​วา​ ​และ​ หัว​หน้า​เผ่าของ​คน​อิส​รา​เอล​ ก็ได้​แจก​จ่าย​ให้​แก่พวก​เขา
โดยพวก​เขา​จับ​ฉลาก​แบ่ง​มรดก​กัน ​ใน​ระหว่าง​คน 9 ​เผ่า​ครึ่ง​
เพราะ 2 เผ่า​ครึ่ง​ ได้รับดินแดนทาง​ฟาก​ตะวัน​ออก​ของ​แม่​น้ำ​จอร์​แดนไป​แล้ว
แต่​​พวก​เลวีไม่ได้ส่วนแบ่ง เพราะ​ว่า​พงศ์​พันธุ์​ของ​โย​เซฟ​มี​ 2 ​เผ่า คือ ​มนัส​เสห์​และ​เอฟ​รา​อิม
พวก​เลวี​ไม่​มี​ส่วน​แบ่ง​ใน​แผ่น​ดิน​นั้น
ได้​แต่​เมือง​ต่างๆ ที่​จะ​เข้า​อา​ศัย​อยู่ กับ​ทุ่ง​หญ้า​รอบ​เมือง​และ​ทรัพย์​สิน​ของ​พวกเขา​เท่า​นั้น

แล้ว​คน​ยู​ดาห์​และ​คา​เลบ ได้มา​หา​โย​ชู​วา ณ เมือง​กิล​กาล​ กล่าว​ว่า
เมื่อ 45 ปีก่อน ที่ คา​เดช​บาร​เนีย โมเสสได้ส่งคนไป​สอด​แนม​ดู​แผ่น​ดิน
คาเลบได้นำข้อมูลกลับมาแจ้ง อย่างยำเกรงพระ​เจ้า ​สุด​ใจ
แต่​ผู้สอดแนมคนอื่น กลับพูด​ทำ​ให้​ประ​ชา​ชน​ใจ​เสีย

ใน​วัน​นั้น​โมเสส​จึง​สา​บาน​ว่า
แผ่น​ดิน​ซึ่ง​เท้า​ของ​คาเลบได้​เหยียบ​ย่ำ​ไป​นั้น จะ​ตก​เป็น​มรดก​ของ​คาเลบ​และ​ของ​บุตร​หลาน​ ​สืบ​ไป​เป็น​นิตย์

บัด​นี้ คาเลบมี​อายุ​ 85 ​ปี​แล้ว
​ยัง​มี​กำ​ลัง​แข็ง​แรง เหมือนเมื่อ 45 ปีก่อน
ด้วยเหตุนี้​ขอ​มอบ​แดน​เทือก​เขาอันเป็นที่ตั้งของเมืองเฮโบรน และเมืองเดบีร์ ให้​แก่​คาเลบ
เพราะ​โยชูวาได้​ยิน​ใน​วัน​นั้น​แล้ว​ว่า​
ที่นั่น มีคน​อา​นาค​อยู่​ มี​เมือง​ใหญ่​ที่​มี​กำแพง​ล้อม​อย่าง​เข้ม​แข็ง
ดังนั้นถ้าพระเจ้า​สถิต​กับคาเลบ เขา​ก็​จะ​ขับ​ไล่​เขา​ออก​ไป​ได้

แล้ว​โย​ชู​วา​ก็​อวย​พร​คาเลบ​และ​ยก​เมือง​เฮ​โบรน​ให้แก่เขา​เป็น​มรดก

เฮ​โบรน​จึง​ตก​เป็น​มรดก​แก่​คา​เลบ​เรื่อยมา
เพราะ​ว่าเขา​ติด​ตามพระเจ้าอย่าง​สุด​ใจ
เมือง​เฮ​โบรน​นั้น​ แต่​เดิม​มี​ชื่อ​ว่า​คีริ​ยาท​อาร​บา
อาร​บา ​เป็น​คน​ใหญ่​โต​ที่​สุด​ใน​คน​อานาค
เมื่อถูกปราบลงแผ่น​ดิน​จึง​ได้​สงบ​จาก​การ​ศึก​สง​คราม

1. พระคัมภีร์บันทึกว่า เหตุผลหนึ่งที่พวก​เลวีไม่ได้ส่วนแบ่ง เพราะ​ว่า​พงศ์​พันธุ์​ของ​โย​เซฟ​มี​ 2 ​เผ่า
ถ้ารวมเลวีด้วยจะเป็น 13 เกินจำนวนที่ควรจะเป็น

ดูคล้ายๆกับว่า ของพงศ์พันธ์ุของโยเซฟ มาแย่งมรดกของเผ่าเลวีไป
แต่ความจริงแล้ว พวกเขา เปิดประตูให้เผ่าเลวีได้รับพระพรยิ่งใหญ่มากกว่า
คือ ได้พระเจ้าเป็นมรดก

วันนี้ อาจเป็นเพราะบางคน เราจึงพลาดบางสิ่ง หรือสูญเสียบางอย่างไป
แต่หากเรายังคงดำเนินตามพระคำของพระเจ้า
สิ่งที่เสียนั้น ไม่ใช่การสูญเสีย แต่เป็นการเปิดประตูเพื่อจะได้รับสิ่งที่ดียิ่งกว่าเดิม

2. เพราะคาเลบติดตามพระเจ้าอย่างสุดใจ
จึงเกือบจะถูกประชาชนเอาหินขว้างตาย
บัดนี้ประชาชนเหล่านั้นตายไปหมดแล้ว
แต่คาเลบยังอยู่และได้รับพระพรไปชั่วลูกชั่วหลาน

หากเรายำเกรงพระเจ้า แล้วเกิดปัญหาขึ้นในชีวิต
ให้เราอดทนรอคอยเวลาของพระเจ้า
พระเจ้าทรงยุติธรรมและสัตย์ซื่อ
พระองค์จะไม่ทรงลืมการกระทำของเรา ที่ทำแด่พระองค์ด้วยความรักที่มีต่อพระองค์

3. คาเลบบอกว่า เมื่อ 45 ปีก่อน เขาบอกว่าโดยพระเจ้าคนอิสราเอลสู้คนแผ่นดินคานาอันได้
แต่คนอื่นๆบอกสู้ไม่ได้ มีคนอานาคร่างยักษ์ที่นั่น เมืองก็ใหญ่โต กำแพงก็สูง
บัดนี้ เขาอายุ 85 ปี แล้ว
และเมืองเฮโบรน มีหัวหน้าของคนอานาคอยู่ที่นั่น เมืองก็ใหญ่ อยู่บนภูเขา กำแพงก็สูง
เหมาะเหลือเกินที่เขาจะเข้ายึด โดยการพึ่งพาพระเจ้า

มุมมองของคนฝ่ายวิญญาณ ช่างแตกต่างจากคนแห่งโลกนี้
คาเลบมองว่า
– อายุที่แก่ชราขึ้น ไม่มีผลต่อความสำเร็จหรือล้มเหลว หากเราพึ่งพาพระเจ้า
– ข้าศึกหรือปัญหาใหญ่โตเพียงใด ก็ไม่มีผลเช่นกัน
– ยิ่งอายุมาก ยิ่งศัตรูเข้มแข็ง ก็ยิ่งถวายเกียรติแด่พระเจ้า

วันนี้ ชัยชนะของเราเหนือปัญหา ไม่ขึ้นกับขนาดกำลังของเรา หรือขนาดความน่ากลัวของปัญหา
แต่ขึ้นอยู่กับพระเจ้าผู้ที่เราพึ่งพานั้น

4. ใน ยชว. 14:14 กล่าวว่า “เฮ​โบรน​จึง​ตก​เป็น​มรดก​แก่​คา​เลบ”​ ตั้งแต่เมื่อพระเจ้าทรงยกให้เขา ทั้งที่คาเลบยังไม่ทันไปบุกเลย
เขาเริ่มบุกจริงๆใน ยชว. 15:14

วันนี้สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาให้แก่เรานั้น เป็นของเราแล้ว
เพียงแค่ยังไม่ถึงเวลาที่จะได้ครอบครองเท่านั้นเอง
ให้เราชื่นชมยินดีและขอบคุณพระเจ้าสำหรับที่พระองค์ทรงประทานให้นั้นเถิด

คำคม

“ แม้เราจะอ่อนแอลง หรือ ศัตรูเข้มแข็งขึ้น พระสัญญาของพระเจ้าก็จะสำเร็จอยู่ดี ”

สรุป โยชูวา 13

ภาพรวม

  • โยชูวาแบ่งดินแดนคานาอันให้กับ 9เผ่าครึ่ง เพื่อพวกเขาจะเข้ายึดครองต่อกันเอง เนื่องจากโยชูวาอายุมากแล้ว

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/joshua13-96725

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยชูวา บทที่ 13 นอกจากโยชูวาบันทึกรายชื่อกษัตริย์ที่พ่ายแพ้ต่อโมเสสและโยชูวา ในบทที่แล้ว

เมื่อ​โย​ชู​วา​ชรา​ลง​มี​อายุ​มาก​แล้ว
พระเจ้า​ตรัส​กับ​โยชูวา ว่า
ให้โยชูวาแบ่ง​แผ่น​ดิน​นี้​ให้​เป็น​มรดก​แก่​คน​ 9 ​เผ่า ​และ​คน​มนัส​เสห์​ครึ่ง​เผ่า​ ให้ไปยึดครองกันต่อไป
เพราะโยชูวา​ชรา​ลง​มี​อายุ​มาก​แล้ว แต่​แผ่น​ดิน​ที่​จะ​ต้อง​ยึด​ครอง​นั้น​ยัง​มี​อีก​มาก

​แผ่น​ดิน​คานาอันที่​ยังไม่ได้ยึดครอง ได้แก่
– ​ท้อง​ถิ่น​ฟี​ลิส​เตีย​ทั้ง​หมด
– ท้อง​ถิ่น​ของ​คน​เก​ชูร์​ทั้ง​หมด
– แผ่น​ดิน​​ของ​คน​คา​นา​อันทั้ง​หมด
– แผ่นดินของ​ชาว​ไซ​ดอน​ ถึง​ เขต​แดน​ของ​คน​อา​โม​ไรต์
– แผ่น​ดิน​ของ​ชาว​เก​บาล​และ​เล​บา​นอน​ทั้ง​หมด
– แผ่นดินของชาว​แดน​เทือก​เขา​ทั้ง​หมด​

พระเจ้าทรงสัญญาว่า พระองค์เอง​จะ​ขับ​ไล่​พวก​เขา​ออก​ไป​ให้​พ้น​หน้า​คน​อิส​รา​เอล

ส่วนดินแดนฟาก​ตะวัน​ออก​ของ​แม่​น้ำ​จอร์​แดน ก็ให้แบ่งให้ เผ่า​มนัส​เสห์​อีก​ครึ่ง​เผ่า เผ่า​รูเบน และ​เผ่า​กาด​ เป็นมรดก ตามที่​โมเสส​ได้​มอบ​ให้​พวก​เขา​ คือ
ดินแดนทั้งสิ้นที่ยึดมาจาก ​กษัตริย์​สิโหน​ และ กษัตริย์​​โอก​ใน​บา​ชานและพันธมิตรของพวกเขา
แต่​ประ​ชา​ชน​อิส​รา​เอล​ไม่​ได้​ขับ​ไล่ ​คน​เก​ชูร์​ หรือ ​คน​มา​อา​คาห์​ ออก​ไป จากดินแดนนั้น

ส่วน​เผ่า​เลวี​เผ่า​เดียว​ที่​​ไม่​ได้​มอบ​มรดก​ให้
เพราะเครื่อง​บูชา​ด้วย​ไฟ​ที่​ถวาย​แด่​พระเจ้านั้น ​เป็น​มรดก​ของพวก​เขา​

ในระหว่างการเข้ายึดครองดินแดนนี้
คน​อิส​รา​เอล​ได้​ฆ่า​บา​ลา​อัม​บุตร​เบ​โอร์​ ผู้​เป็น​คน​ทำ​นาย​ เสีย​ด้วย​ดาบ

1. เมื่อโยชูวาชราแล้ว แต่ดินแดนที่ต้องต่อสู้ยึดครองมานั้น ยังเหลืออีกมาก
พระเจ้าให้โยชูวาแบ่งดินแดนให้คนอิสราเอลเลย ทั้งที่ยังไม่ได้ยึดครอง

นั่นหมายความว่า พวกเขาต้องเข้าไปยึดครองต่อเอาเองโดยปราศจากการนำของโยชูวา

สำหรับสายตาของมนุษย์นั้น นี่เป็นภาระอันใหญ่หลวง
สำหรับสายตาฝ่ายวิญญาณนั้น การมีโยชูวาอยู่หรือไม่ มีค่าเท่ากัน เพราะพระเจ้าทรงสัญญายกให้คนอิสราเอลแล้ว ยังไงๆก็ยึดได้แน่นอน หากเชื่อฟังพระเจ้า

วันนี้ให้เรายึดมั่นในพระสัญญาของพระเจ้าเอาไว้
แม้สถานการณ์เปลี่ยนไป บุคคลรอบข้างจะเปลี่ยนไป
แต่อย่างไรก็ดี พระสัญญาของพระเจ้าก็จะสำเร็จอย่างแน่นอน
ขอเพียงเรายังคงเชื่อและยึดมั่นในพระสัญญาของพระเจ้าเอาไว้

2. ตอนข้ามแม่น้ำจอร์แดนอย่างอัศจรรย์ คนเลวีผู้หามหีบก็เดินลงน้ำก่อนใครเลย และขึ้นจากน้ำเป็นกลุ่มสุดท้าย
ตอนถล่มเมืองเยรีโค คนเลวีผู้หามหีบและเป่าแตร ก็เดินรอบเมืองเป็นทัพหน้าเลย

ปรากฏว่าตอนแบ่งดินแดนมากมายกว้างใหญ่ไพศาล คนเลวีกลับไม่ได้รับเลย
เพราะเหตุผลเดียว เขาได้พระเจ้าเป็นมรดกของเขาแล้ว

ดูเหมือนไม่คุ้มเลย
แต่ความจริงคือ คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
เพราะว่าได้พระเจ้า ก็ได้ทุกสิ่ง และจะไม่ขาดสิ่งดีใดๆชั่วชีวิต

วันนี้ เรามีพระเจ้าเป็นส่วนของเราแล้ว
อย่าให้เราหันหลังให้กับพระองค์
ยึดพระองค์ไว้ให้มั่น มีความสัมพันธ์สนิทกับพระองค์
เพราะพระองค์เป็นส่วนของเรา

คำคม

“ เมื่อพระเจ้าทรงสัญญาว่าเราจะได้รับ เราก็ได้รับสิ่งนั้นแล้ว ”

สรุป โยชูวา 12

ภาพรวม

  • โยชูวาบันทึกรายชื่อกษัตริย์ที่พ่ายแพ้ต่อโมเสสและโยชูวา

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/joshua12-96111

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยชูวา บทที่ 12 หลังจากที่โยชูวา ทำลายคนแผ่นดินคานาอันตอนเหนือทั้งหมด ที่ยกมาบุกโจมตีคนอิสราเอลแล้ว

โยชูวาก็บันทึกรายชื่อ​กษัตริย์​ที่​พ่าย​แพ้​โมเสสและโยชูวา ไว้ดังนี้

กษัตริย์ฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน ที่พ่าย​แพ้​โมเสส ได้แก่
– สิโหน​กษัตริย์​คน​อา​โม​ไรต์​ ผู้​อยู่​ที่​เฮช​โบน ซึ่งปกครองราวครึ่งหนึ่งของดินแดนฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน
– ​โอก​กษัตริย์​แห่ง​บา​ชาน​ ผู้​อยู่​ที่​อัช​ทา​โรท​และ​เอ​เดร​อี ​ปก​ครองอีกครึ่งหนึ่งของดินแดนฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน

แล้วโมเสสได้​มอบ​แผ่น​ดินเหล่า​นี้​ให้​แก่​คน​รูเบน คน​กาด​และ​คน​ครึ่ง​เผ่า​มนัส​เสห์​เป็น​กรรม​สิทธิ์

กษัตริย์ฟากตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน ที่พ่าย​แพ้​โยชูวา
ซึ่งเป็นกษัตริย์ของคน​ฮิต​ไทต์ คน​อา​โม​ไรต์ คน​คา​นา​อัน คน​เป​ริสซี คน​ฮีไวต์ และ​คน​เยบุส
ได้แก่กษัตริย์ของเมืองดังต่อไปนี้
1. ​เย​รี​โค​
2. ​อัย​
3. ​เย​รู​ซา​เล็ม
4. ​เฮ​โบรน​
5. ​ยาร​มูท
6. ลาคีช​
7. เอก​โลน
8. ​เก​เซอร์
9. ​เด​บีร์
10. ​เก​เดอร์​
11. ​โฮร​มาห์​
12. ​อา​ราด​
13. ​ลิบ​นาห์
14. ​อดุล​ลัม​
15. ​มัก​เค​ดาห์​
16. ​เบธ​เอล​
17. ทัป​ปู​วาห์​
18. เฮ​เฟอร์​
19. ​อา​เฟก​
20. ลา​ชา​โรน
21. ​มา​โดน
22. ​ฮาโซร์​
23. ​ชิม​โรน​เม​โรน​
24. ​อัค​ชาฟ
25. ทา​อา​นาค​
26. ​เม​กิด​โด​
27. ​เค​เดช​
28. ​โยก​เน​อัม​
29. ​โดร์​ใน​ที่​สูง​โดร์​
30. โก​ยิม​ใน​กิล​กาล
31. ​ทีร​ซาห์​
และ​โย​ชู​วา​มอบ​แผ่น​ดิน​เหล่า​นี้​ให้​เผ่า​ต่างๆ ของ​อิส​รา​เอล​ ถือ​เป็น​กรรม​สิทธิ์​ตาม​ส่วน​แบ่ง​ของ​เขา

1. โมเสสผู้นำที่ยิ่งใหญ่ นำคนอิสราเอลรบชนะ 2 กษัตริย์ที่มีอำนาจมาก
โยชูวา ผู้นำรุ่นใหม่ ซึ่งตอนแรกก็หวาดกลัวและอ่อนแอ จนพูดว่าพระเจ้าไม่น่าจะให้พวกเขาข้ามแม่น้ำจอร์แดนมาเลย (ยชว. 7:7) แต่เมื่อเขายังคงเชื่อฟังและยำเกรงพระเจ้า ในที่สุดเขาได้นำชัยชนะในการรบที่ยิ่งใหญ่กว่าที่โมเสสได้ทำเสียอีก คือ รบชนะกษัตริย์ถึง 31 องค์

ซึ่งความสำเร็จนี้ไม่ใช่เพราะโยชูวาเก่งกว่าโมเสส
แต่เพราะภารกิจที่พระเจ้ามอบให้แตกต่างกัน
ภารกิจของโมเสสพาคนอิสราเอลมาถึงคานาอัน
แต่ภารกิจของโยชูวา คือ นำคนอิสราเอลเข้ายึดครองคานาอัน

ความยิ่งใหญ่ของงานรับใช้ จึงไม่ใช่เราทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากแค่ไหน
แต่อยู่ที่เราได้ทำภารกิจที่พระเจ้ามอบหมายให้เราทำ ได้สำเร็จมากน้อยเพียงใด

2. เมื่อโยชูวานำคนอิสราเอลยึดครองดินแดนคานาอันตอนเหนือทั้งหมดแล้ว
ไม่ได้ตั้งต้นเป็นใหญ่ปกครองดินแดนทั้งหมด
แต่แบ่งดินแดนต่างๆ ตามเผ่า ตามส่วน

ผู้รับใช้ที่แท้จริง จะทำเพื่อให้ภารกิจของพระเจ้าสำเร็จผ่านชีวิตของเขา
ไม่ใช่เพื่อความยิ่งใหญ่หรือการเป็นที่ยอมรับของตนเอง

คำคม

“ เมื่อเราทำตามพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ จะเกิดผลที่ยิ่งใหญ่ในสิ่งที่เราทำ ”

สรุป โยชูวา 11

ภาพรวม

  • คนแผ่นดินคานาอันตอนเหนือทั้งหมดรวมตัวกันเป็นกองทัพมหึมา บุกมาโจมตีคนอิสราเอล แต่ต้องพ่ายแพ้ไปอย่างราบคาบ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/joshua11-95720

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยชูวา บทที่ 11 เมื่อโยชูวายกทัพไปช่วยเมืองกิเบโอนปราบกษัตริย์อาโมไรต์ทั้ง 5 ที่บุกมาโจมตี จนศัตรูเหล่านั้นถูกกำจัดอย่างราบคาบแล้ว

​เมื่อ​ยา​บิน​กษัตริย์​แห่ง​ฮา​โซร์​ ได้​ยิน​ข่าว​นี้ จึง​ติดต่อ​ไป​ยังกษัตริย์ทั้งหลาย ให้ร่วมกันมาโจมตีคนอิสราเอล ได้แก่
– ​โย​บับ​กษัตริย์​แห่ง​มา​โดน
– ​กษัตริย์​แห่ง​ชิม​โรน
– กษัตริย์​แห่ง​อัค​ชาฟ
– ​บรรดา​กษัตริย์​ ​ใน​แดน​เทือก​เขา​ตอน​เหนือ
– ​บรรดา​กษัตริย์​ ​ใน​ที่​ราบ​ทาง​ใต้​ของ​คิน​เน​เรท
– ​บรรดา​กษัตริย์​ ​​ใน​ที่​ลุ่ม
– ​บรรดา​กษัตริย์​ ​​ใน​ที่​สูง​โดร์​ทาง​ทิศ​ตะวัน​ตก
และ​ยังชวนชนชาติต่างๆได้แก่
– ​คน​คา​นา​อัน​ทาง​ทิศ​ตะวัน​ออก​และ​ทิศ​ตะวัน​ตก
– คน​อา​โม​ไรต์
– คน​ฮิต​ไทต์
– คน​เป​ริสซี
– คน​เยบุส​ใน​แดน​เทือก​เขา
– คน​ฮีไวต์​ที่​อยู่​เชิง​เขา​เฮอร์​โมน​ใน​แผ่น​ดิน​มิส​ปาห์

พวก​เขาได้​ผนึก​กำลัง​กัน ยก​กอง​ทัพ​ทั้ง​หมด​ออกมา มี​จำนวน​ทหาร และ ​ม้า​และ​รถ​รบ​ มาก​มาย​
​มา​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ด้วย​กัน​ที่​ลำ​น้ำ​เม​โรม เพื่อ​จะ​สู้​รบ​กับ​อิส​รา​เอล

พระเจ้า​ตรัส​กับ​โย​ชู​วา​ว่า
“อย่า​กลัว​พวก​เขา​เลย เพราะ​ว่า​พรุ่ง​นี้​ใน​เวลา​เดียว​กัน​นี้
เรา​จะ​มอบ​พวก​เขา​ทั้ง​หมด​ไว้​ต่อ​อิส​รา​เอล​ให้​ถูก​ประ​หาร
เอ็น​น่อง​ม้า​ของ​เขา​ให้​เจ้า​ตัด​เสีย
และ​รถ​รบ​ของ​เขา เจ้า​จง​เผา​ไฟ​เสีย”

โย​ชู​วา​จึง​ยก​พล​เข้า​โจม​ตี​พวก​เขา​ทัน​ที​ ที่​ลำ​น้ำ​เม​โรม
พระเจ้า​ทรง​มอบ​พวก​เขา​ไว้​ใน​มือ​คนอิส​รา​เอล
คนอิสราเอลจึงไล่​ฆ่าพวกเขา​ไป​จน​ถึง​มหา​นคร​ไซดอน​ และ​ถึง​หุบ​เขา​มิส​ปาห์​ด้าน​ตะวัน​ออก
จนพวก​เขา​ไม่​เหลือ​สัก​คน​เดียว

โย​ชู​วา​ ​ได้​ตัด​เอ็น​น่อง​ม้า​และ​เผา​รถ​รบ ของพวกเขาเสีย

แล้ว​โย​ชู​วา​ก็​กลับ​มา​​ยึด​บรรดา​เมือง​ของ​กษัตริย์​เหล่า​นั้น
คนอิสราเอลได้ริบ​สิ่งของและฝูงสัตว์ทั้ง​หมด​ที่​ได้​จาก​เมือง​เหล่า​นี้ มา​เป็น​สม​บัติ​ของ​ตน
แต่​เขา​ได้​ประ​หาร​มนุษย์​ทุก​คน​เสีย​ด้วย​คม​ดาบ
ตามที่พระเจ้าได้ทรงบัญชาโมเสสเอาไว้

โย​ชู​วา​ยึด​แผ่น​ดิน​นั้น​ทั้ง​หมด คือ​แดน​เทือก​เขา เน​เกบ​ทั้ง​หมด แผ่น​ดิน​โก​เชน​ทั้ง​หมด ที่​ลุ่ม ที่​ราบ และ​แดน​เทือก​เขา​ของ​อิส​รา​เอล​กับ​ที่​ลุ่ม​ของ​มัน
โย​ชู​วา​ทำ​ศึก​สง​คราม​กับ​กษัตริย์​เหล่า​นี้​อยู่​เป็น​เวลา​นาน
ไม่​มี​สัก​เมือง​ ​ที่​ทำ​สัญ​ญา​สันติ​ภาพ​กับ​อิส​รา​เอล นอก​จาก​ ​ชาว​เมือง​กิเบ​โอน
พวก​เขา​เหล่านั้นจึงถูกทำลาย​ล้าง​​โดย​ไม่​ได้​รับ​พระ​กรุณา

​คน​อา​นาค​ตามเมืองต่างๆก็ถูกฆ่าตายหมด เหลือ​แต่​ในเมือง​กาซา เมืองกัท​และ​เมืองอัช​โดด​ที่​ยัง​มี​เหลือ​อยู่​บ้าง

โย​ชู​วา​ได้​ยึด​แผ่น​ดิน​ทั้ง​หมด​ตาม​ที่​พระเจ้าได้​ตรัส​ไว้​กับ​โมเสส​ทุก​ประ​การ
​โย​ชู​วา​จึงมอบ​ให้​เป็น​มรดก​แก่​อิส​รา​เอล​ ตาม​ส่วน​แบ่ง ​ของ​เผ่า
แล้วแผ่น​ดิน​นั้น​ก็​สงบ​จาก​สง​คราม

1. เมื่อกษัตริย์หลายสิบเมือง รวมตัวกับอีก 6 ชนชาติ กรีฑาทัพมาพร้อมกัน โจมตีคนอิสราเอล
เรื่องนี้ เป็นปัญหาขนาดมหึมา
คราวนี้อิสราเอลอาจถึงกับสิ้นเผ่าพันธุ์ได้ในคราเดียว

แต่โดยพระเจ้า คราวนี้กลับเป็นเหตุให้คนอิสราเอลปราบและเข้ายึดครองแผ่นดินคานาอันส่วนใหญ่ได้ ในคราเดียว

ปัญหาที่กำลังโจมตีเรา
หากเราเผชิญกับมันโดยการพึ่งพาพระเจ้า
เราจะพบกับพระพรยิ่งใหญ่ ที่มาจากปัญหาใหญ่โตเหล่านั้น

2. คนอานาค หรือคนยักษ์ ที่คนอิสราเอลรุ่นพ่อกลัวนักหนา ว่าไม่มีทางสู้ได้แน่
ปรากฏว่า เมื่อสู้กันเข้าจริงๆ
คนอิสราเอลที่มีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย
ฆ่าคนอานาคจนแทบจะไม่มีเหลืออยู่เลย

ปัญหาไม่น่ากลัวอย่างที่คิด หากพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับเรา

3. เนื่องจากข้าศึกยกทัพมาเป็นจำนวนมหาศาล
ดังนั้นต้องมีม้าและรถรบจำนวนมากมาย มาด้วยแน่ๆ
แต่พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอล ตัดเอ็นน่องของม้าและเผารถรบทิ้งทั้งหมด
ช่างเป็นเรื่องที่น่าเสียดายนัก
น่าจะเก็บเอาไว้ใช้ออกศึกในวันข้างหน้าได้สบายๆ

แต่คนอิสราเอลก็เชื่อฟังตามที่โยชูวาสั่งแม้จะไม่เข้าใจก็ตาม
ซึ่งสิ่งนี้ ทำให้พวกเขาได้รับพระพรมากมายและได้ยึดครองแผ่นดินคานาอันอย่างสงบสุข

ในเรื่องถ้ามองในมุมความคิดของคนทั่วๆไปอาจน่าเสียดาย อาวุธยุทโธปกรณ์ในการรบเหล่านั้น
แต่ถ้ามองให้ดี ด้วยสายตาแห่งความเชื่อ
คือว่า ครั้งนี้ กองทัพที่ยกมาน่าจะมากกว่าทหารอิสราเอลเกือบ 100 เท่า
แต่ด้วยอาวุธเล็กน้อยที่คนอิสราเอลมี บวกกับมีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย
ก็สามารถปราบกองทัพเหล่านั้นอย่างราบคาบ
แล้วต่อไป จะมีกองทัพของใครหน้าไหน สามารถมาต่อต้าน
กองทัพอิสราเอลที่มีอาวุธเพียงเล็กน้อย บวกกับมีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วยได้อีกเล่า

สรุปคือ แค่นี้ก็ชนะกองทัพที่ใหญ่กว่าตัวเป็น 100 เท่าแล้ว แล้วจะไปสะสมอาวุธเพิ่มอีกทำไม?

แต่น่าเสียดาย สมัยต่อๆมา กองทัพอิสราเอลมีอาวุธมากกว่าสมัยโยชูวาเป็น 100 เท่า แต่ไม่มีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย
พวกเขาจึงต้องพ่ายแพ้ต่อศัตรู และถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย

วันนี้ เสียอะไรก็เสียไป แต่อย่ายอมถอยห่างจากการติดสนิทกับพระเจ้า

คำคม

“ มีพระเจ้า ปลอดภัยยิ่งกว่า มีศาสตราวุธใดๆ ”

สรุป โยชูวา 10

ภาพรวม

  • โยชูวายกทัพไปช่วยเมืองกิเบโอนปราบกษัตริย์อาโมไรต์ทั้ง 5 ที่บุกมาโจมตี และโดยการช่วยเหลือจากพระเจ้าอย่างอัศจรรย์คนอิสราเอลจึงมีชัยชนะเหลือศัตรูอย่างเด็ดขาด

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/joshua10-95451

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยชูวา บทที่ 10 หลังจากที่ชาวกิเบโอนออกอุบาย จนสามารถทำสัญญาสันติภาพกับคนอิสราเอลสำเร็จแล้ว

พอ อา​โด​นี​เซ​เดก​กษัตริย์​แห่ง​เย​รู​ซา​เล็ม​ ทรง​ทราบเรื่อง ​ก็​กลัว​มาก
เพราะ​ว่า​กิเบ​โอน​เป็น​เมือง​ใหญ่​เสมอ​เมือง​หลวง และ​เป็น​นัก​รบ​กล้า​หาญ

ดังนั้น อา​โด​นี​เซ​เดก ​จึง​เชิญ ​
โฮ​ฮัม​กษัตริย์​แห่ง​เฮโบรน
​ปิราม​กษัตริย์​แห่ง​ยาร​มูท
ยาเฟีย​กษัตริย์​แห่ง​ลา​คีช
​เด​บีร์​กษัตริย์​แห่ง​เอก​โลน
ให้ไป​ช่วย​กันตี​เมือง​กิเบ​โอน

กษัตริย์​คน​อา​โม​ไรต์​ทั้ง​ 5 ก็​รวบ​รวม​กำลัง​พล และ​ทรง​ยก​ขึ้น​ไป​​ตั้ง​ค่าย​ต่อ​สู้​เมือง​กิเบ​โอน
ชาว​เมือง​กิ​เบ​โอน​จึง​ไปขอความช่วยเหลือจาก​โย​ชู​วา​

โย​ชู​วาและทหารอิสราเอล ​จึง​ออกจาก​กิล​กาล
พระเจ้าตรัส​กับ​โย​ชู​วา​ว่า
“อย่า​กลัว​เขา​เลย​เพราะ​เรา​ได้​มอบ​เขา​ไว้​ใน​มือ​เจ้า​แล้ว
จะ​ไม่​มี​ใคร​ใน​พวก​เขา​สัก​คน​เดียว​ที่​จะ​ยืน​หยัด​ต่อ​สู้​เจ้า​ได้”

โย​ชู​วา​จึง​ยก​เข้า​โจม​ตี​พวก​นั้น​ทันที
โดย​เดิน​ทาง​ตลอด​คืน​จาก​กิล​กาล

พระเจ้าทรง​ทำ​ให้​พวก​เขา​สะดุ้ง​แตก​ตื่น​ต่อ​คน​อิส​รา​เอล​
คนอิสราเอลจึงไล่​ฆ่า​พวก​เขา​เสีย​มาก​มาย​ที่​กิเบ​โอน ไป​จน​ถึง​เมือง​อา​เซ​คาห์ และ​เมือง​มัก​เค​ดาห์

ขณะ​เมื่อ​พวก​เขา​หนี​นั้น พระเจ้า​ทรง​โยน​หิน​ใหญ่ๆ ลง​มา​จาก​ฟ้า
จนผู้​ที่​ตาย​ด้วย​ลูก​เห็บ​นั้น​ก็​มาก​กว่า​ที่ถูกฆ่า​ด้วย​ดาบ

แล้ว​โย​ชู​วา​ก็​ทูล​พระเจ้าว่า
“ดวง​อา​ทิตย์​เอ๋ย จง​หยุด​นิ่ง​ตรง​เมือง​กิ​เบ​โอน และ​ดวง​จันทร์​เอ๋ย ตรง​หุบ​เขา​อัย​ยา​โลน”

ดวง​อา​ทิตย์​และ​ดวง​จันทร์​ก็​หยุดนิ่ง ประ​มาณ​ 1 วัน​เต็ม ​จน​คนอิสราเอลได้​แก้​แค้น​ศัตรู​ของ​เขา​เสร็จ
แล้ว​โย​ชู​วา​กับ​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ก็​กลับ​มา​สู่​ค่าย​ที่​กิล​กาล

กษัตริย์​ทั้ง 5 ​หนี​ไป​ซ่อน​ตัว​อยู่​ใน​ถ้ำ​มัก​เค​ดาห์
โย​ชู​วา​จึง​ให้คนกลิ้ง​หิน​ใหญ่ๆ ปิด​ปาก​ถ้ำ​เสีย
แล้วให้คนอิสราเอลไล่​ติด​ตาม​ศัตรู​ต่อไป
หลังจากที่เสร็จ​จาก​การ​ฆ่า​คน​เหล่า​นั้น​เสีย​เป็น​อัน​มาก​แล้ว
ประ​ชา​ชน​ก็​กลับ​มา​หา​โย​ชู​วา ณ ค่าย​ที่​มัก​เค​ดาห์​โดย​สวัสดิ​ภาพ​ทุก​คน

แล้ว​โย​ชู​วา​จึง​ให้คน​เปิด​ปาก​ถ้ำ​นำ​กษัตริย์​ทั้ง​ 5 ​ออก​มา​
โย​ชู​วา​จึงสั่ง​หัว​หน้า​ของ​ทหาร​ที่​ออก​ไป​รบ​ ให้เอา​เท้า​เหยียบ​คอ​กษัตริย์​เหล่า​นั้น
และ​โย​ชู​วา​กล่าว​​ว่า
“อย่า​กลัว​หรือ​ตก​ใจ​เลย จง​เข้ม​แข็ง​และ​กล้า​หาญ​เถิด
เพราะ​ว่า​พระ​ยาห์​เวห์​จะ​ทรง​ทำ​ต่อ​ศัตรู​ทั้ง​หมด​ของ​ท่าน​ซึ่ง​ท่าน​สู้​รบ​ด้วย​อย่าง​นี้​แหละ”

แล้วโย​ชู​วา​ได้​ประ​หาร​ชีวิต​กษัตริย์​ทั้ง​ 5 ​เสีย
แล้ว​แขวน​ไว้​ที่​ต้น​ไม้​ 5 ​ต้น ​จน​เวลา​เย็น ​ก็​ปลด​​ศพ​ลงนำไป​ทิ้ง​ไว้​ใน​ถ้ำ และ​เอา​หิน​ใหญ่ๆ ปิด​ปาก​ถ้ำ​นั้น​ไว้

แล้ว​โย​ชู​วา​และคนอิสราเอล ก็เข้ายึด​เมือง​มัก​เค​ดาห์​ , เมือง​ลิบ​นาห์ , เมือง​ลา​คีช ,​ เมือง​เอก​โลน , เมือง​เฮ​โบรน และ ​เมือง​เด​บีร์ แล้ว​ประ​หาร​ทั้ง​กษัตริย์​และชาว​เมือง​ด้วยดาบ ทำลาย​พวก​เขา​เสีย​อย่าง​สิ้น​เชิง

แล้วโย​ชู​วา​ก็​โจม​ตี​แผ่น​ดิน​นั้น​ได้​ทั้ง​หมด คือ​แดน​เทือก​เขา เน​เกบ ที่​ลุ่ม และ​ที่​ลาด ​ตั้ง​แต่​เมือง​คา​เดช​บาร​เนีย​จน​ถึง​เมือง​กา​ซา และ​ทั่ว​แผ่น​ดิน​โก​เชน​จน​ถึง​เมือง​กิเบ​โอน
แล้ว​ได้​ทำลาย​ทุก​สิ่ง​ที่​หาย​ใจ​เสีย ดัง​ที่พระเจ้าได้​ทรง​บัญชา​ไว้

​แผ่น​ดิน​ทั้งหมดนี้ โย​ชู​วา​ยึด​ได้​ใน​คราว​เดียว เพราะ​พระเจ้าได้​ทรง​สู้​รบ​เพื่อ​อิส​รา​เอล
แล้ว​โย​ชู​วา​และคน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ก็​กลับ​มา​ยัง​ค่าย​ที่​กิล​กาล

1. การบุกยึดดินแดนคานาอัน สู้กับนักรบชำนาญศึก เมืองที่แข็งแกร่ง และคนยักษ์
เหมือนเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็น จนแทบเป็นไปไม่ได้เลย
จนทำให้คนอิสราเอลในอดีตไม่เชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้า ไม่ยอมบุกเข้ายึดครอง

แต่เมื่อถึงเวลาที่คนอิสราเอล บุกเข้าไปยึดจริงๆ ตามคำสั่งของพระเจ้า
กลับกลายเป็นเรื่องแสนง่าย
และไม่สูญเสียไพร่พลเลย
เพราะพระเจ้าเอง ทรงสู้รบกับพวกเขาแทนคนอิสราเอล

เรามักจะจินตนาการปัญหาจนมันใหญ่เกินจริง
แล้วกลัวจนไม่กล้าเชื่อฟังพระเจ้า
หากเราลงมือเชื่อฟังด้วยความเชื่อ เราจะพบว่าปัญหามันไม่ใหญ่อย่างที่คิด
และสิ่งที่คิดว่ายากนั้น พระเจ้าทรงช่วยทำให้มันกลายเป็นสิ่งที่ไม่เกินกำลังที่เราจะทำได้

จงกล้าที่จะเชื่อฟังพระเจ้า

2. โยชูวารู้ว่าพระเจ้าทรงให้คนอิสราเอล กำจัดศัตรูให้หมด
แต่เวลาเป็นอุปสรรค หากดวงอาทิตย์ตกแล้ว ศัตรูก็จะอาศัยความมืดหลบหนีจนกลับถึงเมืองของตนได้

เขาจึงกล้าขอต่อพระเจ้า จัดการกับอุปสรรคที่ขัดขวางแผนการของพระเจ้า
และพระเจ้าก็ตอบคำอธิษฐานของเขา ให้ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์หยุดยิ่ง 1 วันเต็ม

เมื่อเรารู้ว่าพระเจ้าทรงให้เราทำอะไร ตามพระคำของพระเจ้า
และเราพบอุปสรรคที่จะทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้านั้น
ให้เรารีบทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า
ที่จะช่วยให้เราสามารถผ่าฟันอุปสรรคนั้นไปได้
แล้วในเวลาของพระองค์ เราจะเห็นว่า
เราสามารถผ่านอุปสรรคนั้นไปได้อย่างสง่างาม โดยวิธีของพระองค์

คำคม

“ กล้าเชื่อฟังและกล้าขอ ด้วยความ เชื่อ จะได้เห็นการอัศจรรย์ ”

สรุป โยชูวา 9

ภาพรวม

  • ชาวกิเบโอนเกรงกลัวคนอิสราเอลเพราะพระเจ้าทรงสถิตกับคนอิสราเอล จึงออกอุบายเพื่อมาทำสัญญาสันติภาพกับคนอิสราเอล

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/joshua09-95117

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยชูวา บทที่ 9 หลังจากที่พระเจ้าทรงช่วยให้โยชูวาและคนอิสราเอลรบชนะเมืองอัยแล้ว

พวก​กษัตริย์​ที่​อยู่​ฟาก​ตะวัน​ตก​ของ​แม่​น้ำ​จอร์​แดน คือ​ คน​ฮิต​ไทต์ คน​อา​โม​ไรต์ คน​คา​นา​อัน คน​เป​ริสซี คน​ฮีไวต์ และ​คน​เย​บุส​ได้​ยิน​ข่าว​นี้
จึง​พร้อม​ใจ​ร่วม​กำลัง​กัน​จะ​ต่อ​สู้​โย​ชู​วา​และ​อิส​รา​เอล

แต่​เมื่อ​ชาว​กิเบ​โอน​ได้​ยิน​ข่าวเดียวกันนี้
พวก​เขา​จึงใช้​กล​อุบาย ส่งคนปลอมตัวเป็นทูตที่มาจากแดนไกล
แล้ว​เดิน​ทาง​มา​หา​โย​ชู​วา​ที่​ค่าย ณ เมือง​กิล​กาล
เพื่อขอ​ทำ​พันธ​สัญ​ญา​กับคนอิสราเอล

แต่​คน​อิส​รา​เอล​ก็ยังสงสัยว่าพวกเขามาจากแผ่นดินคานาอันหรือเปล่า?
พวกเขา​จึงกล่าว​ว่า
พวกเขาเป็นผู้​รับ​ใช้​ของ​โยชูวา​มา​จาก​ประ​เทศ​ที่​ไกล​มาก เพราะพวกเขาได้ยิน​ถึง​กิตติ​ศัพท์​ของ​พระเจ้า
คนในดินแดนของเขาจึงส่ง​​พวก​เขา มาเพื่อขอ​ทำ​พันธ​สัญ​ญา​ เป็น​ผู้​รับ​ใช้​ของโยชูวา

พวกเขาจึงให้ดู ขนม​ปังของพวกเขาที่แห้ง​และ​รา​ขึ้น​แล้ว
ถุง​​เหล้า​องุ่น​ก็​ขาด​แล้ว เสื้อ​ผ้า​และ​รอง​เท้า​​ก็​เก่าแล้ว
นั่นเพราะ​พวกเขาเดินทางมาไกล​มาก

ดังนั้นคนอิสราเอล​ก็​รับ​เสบียง​ของ​พวกเขา​มา
แต่​ไม่​ได้​ทูล​ขอ​การ​แนะ​นำ​จาก​พระเจ้า
แล้วโย​ชู​วาและพวกผู้นำคนอิสราเอล​ก็​ทำ​สัญ​ญา​สัน​ติ​ภาพ​กับ​พวก​เขา

พอ​ผ่านไป 3 วัน ​คน​อิส​รา​เอล​ก็ทราบความจริงว่าพวกนั้นเป็นคนในแผ่นดินคานาอัน
ต่อมาเมื่อคนอิสราเอลเดินทางมา​ถึง​เมือง​ของ​พวกเขา
​คน​อิส​รา​เอล​ไม่​ได้​ฆ่าพวก​เขา เพราะ​ว่า​พวก​ผู้นำ​ของ​ชุม​นุม​ชน ได้​สา​บานไว้ใน​พระ​นามพระเจ้า
ชุม​นุม​ชน​ก็​บ่น​ต่อ​ว่า​พวก​ผู้นำ
แต่​พวก​ผู้นำ​ก็ยืนกรานว่า ฆ่าพวกเขาไม่ได้ ต้องทำตามสิ่งที่สาบานในพระนามพระเจ้า

โย​ชู​วา​จึง​เรียก​คน​เหล่า​นั้น​มา​ กล่าวว่า
ทำไมพวกเขาจึงหลอกลวงโยชูวา?
พวกเขาจะ​ถูก​สาป​แช่ง​ และ​ ​เป็น​ทาส คือ​ เป็น​คน​ตัด​ฟืน​และ​เป็น​คน​ตัก​น้ำ​ สำ​หรับ​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า​

พวกเขา​ตอบ​โย​ชู​วา​ ว่า
เพราะพวกเขาได้​ทราบ​มา​อย่าง​แน่​นอน​ว่า พระเจ้าได้​มอบ​แผ่น​ดิน​นี้​ทั้ง​หมด​แก่​โยชูวา
และ​ให้​ทำลาย​ชาว​แผ่น​ดิน​ให้หมด ดัง​นั้น พวกเขา​จึง​กลัว​มาก​ จึง​ทำ​อย่าง​นี้
บัด​นี้​พวกเขา​อยู่​ใน​มือ​ของ​โยชูวา
ขอเชิญ​ทำ​ต่อพวกเขา​ตาม​ที่โยชูวา​เห็น​ดี​เห็น​ชอบ​เถิด

โย​ชู​วา​จึง​ให้​พวก​เขา​รอด​จาก​มือ​ประ​ชา​ชน​อิส​รา​เอล
​ตั้ง​พวก​เขา​ให้​เป็น​คน​ตัด​ฟืน​และ​คน​ตัก​น้ำ​สำ​หรับ​ชุม​นุม​ชน และ​สำ​หรับพระนิเวศน์ของพระเจ้า

1. เมื่อพระเจ้าช่วยให้คนอิสราเอลชนะเมืองเยรีโคและเมืองอัย
ชาวแผ่นดินคานาอันซึ่งล้วนแต่ชั่วร้าย ก็หวาดกลัว แล้วแบ่งเป็น 2 พวก
พวกแรก ร่วมกันยกทัพมาสู้กับคนอิสราเอล
พวกสอง หาทางมายอมจำนนต่อคนอิสราเอล เพราะเกรงกลัวฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า

ผลคือ
พวกแรก พินาศ
พวกสอง รอด

วันนี้เมื่อเราได้เห็นฤทธานุภาพของพระเจ้า ในสิ่งสารพัดที่พระองค์ทรงสร้างแล้ว
เราจะตอบสนองอย่างไร ดื้อดึงต่อต้านพระองค์ หรือ ยอมจำนนต่อพระองค์อย่างสิ้นเชิง

2. เนื่องจากความชั่วร้ายของชาวแผ่นดินคานาอัน
พระเจ้าจึงบัญชาให้ ทำลายพวกเขาเสียอย่างสิ้นเชิง (ฉธบ. 20:16-17)
ขณะเดียวกัน ทรงบัญชาให้สามารถ ทำสัญญาสันติภาพกับเมืองที่ไม่อยู่ในแผ่นดินคานาอันได้(ฉธบ. 20:10-11)
และใน ลนต. 19:12 กล่าวว่า “ห้าม​สาบาน​ออก​นาม​ของ​เรา​เป็น​ความ​เท็จ ทำ​ให้​พระ​นาม​พระ​เจ้า​ของ​เจ้า​เป็น​ที่​เหยียด​หยาม เรา​คือ​ยาห์​เวห์”
จึงเป็นช่องทางให้คนกิเบโอน ออกอุบายมาทำสัญญาสันติภาพกับคนอิสราเอลได้

เรื่องนี้น่าจะเป็นมาจากพระเจ้าด้วย
แม้คนกิเบโอนสมควรถูกพิพากษาลงโทษ แต่เพราะความเกรงกลัวพระเจ้า
พวกเขาจึงได้รอดปลอดภัย

ไม่ว่าเราจะผิดพลาดบาปสักเพียงใด หากกลับมาหาพระเจ้าอย่างถ่อมใจ ย่อมได้รับการอภัย

คำคม

“ ท่ามกลางความผิดพลาดของเรา ก็ยังอยู่ในแผนการของพระเจ้า ”

สรุป โยชูวา 8

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงช่วยให้โยชูวาและคนอิสราเอลรบชนะเมืองอัย

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/joshua08-94877

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยชูวา บทที่ 8 หลังจากที่คนอิสราเอลได้ประหารอาคาน ผู้ยักยอกของที่ต้องถวายแด่พระเจ้าแล้ว

พระเจ้า​ตรัส​กับ​โย​ชู​วา​ว่า
อย่า​กลัว​หรือ​ตก​ใจ​เลย ให้โยชูวา​นำ​ทหาร​ทั้ง​หมด​ไป​ยัง​เมือง​อัย​
พระเจ้า​ได้​มอบ​กษัตริย์​แห่ง​อัย​และประ​ชา​ชน​ของ​เขาไว้​ใน​มือโยชูวาแล้ว
ให้โยชูวา​ทำ​ต่อ​เมือง​อัย​และ​กษัตริย์​ของ​เมือง​นั้น เหมือนกับ​ที่​ทำ​ต่อ​เมือง​เย​รี​โค​
แต่​ข้าว​ของ​และ​สัตว์​เลี้ยง​ที่​ริบ​มา​นั้น​ตก​เป็น​ของ​คนอิสราเอล​ได้
ในการรบให้​ตั้ง​กอง​ซุ่ม​ไว้​ที่​ข้าง​หลัง​เมือง

โย​ชู​วา​จึง​คัด​นัก​รบ​กล้า​หาญ 30,000 คน ยก​ไป​ใน​เวลา​กลาง​คืน
แล้วให้ทหาร​ซุ่ม​อยู่​ข้าง​หลัง​เมือง

ส่วน​โย​ชู​วา​อยู่​กับ​ประ​ชา​ชน
​โย​ชู​วา​ไป​อยู่​กลาง​หุบ​เขา
​เมื่อ​กษัตริย์​แห่ง​อัย​ทรง​เห็น​ดัง​นั้น จึงออก​ไป​สู้​รบ​กับ​อิส​รา​เอล ณ ที่​ปะทะ​กัน​ตรง​หน้า​ที่​ราบ

โย​ชู​วา​และ​คนอิส​รา​เอล​​ทำ​ที​เหมือน​ถูก​ตี​พ่าย แล้ว​หนี​ไป​ทาง​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร
ทุก​คน​ใน​เมืองอัย​ก็​ถูก​เรียก​ให้​ตาม​ออก​ไปไล่​ตาม​โย​ชู​วา​ไป

แล้ว​พระเจ้า​ตรัส​สั่ง​โย​ชู​วา​ว่า
ให้ยื่น​หอก​ซึ่ง​อยู่​ใน​มือ​ ออก​ตรง​ไป​ยัง​เมือง​อัย เพราะ​เรา​จะ​มอบ​เมือง​นั้น​ไว้​ใน​มือ​ของ​โยชูวา

พอ​โย​ชู​วา​​ยื่น​หอก
ทหาร​ที่​ซุ่ม​อยู่​ก็​ลุก​ออก​จาก​ที่​ซ่อน​อย่าง​รวด​เร็ว
ตรง​เข้า​ไป​ใน​เมือง​และ​ยึด​เมือง​ไว้
แล้ว​พวก​เขา​ก็​รีบ​จุด​ไฟ​เผา​เมือง

เมื่อ​ชาว​เมือง​อัย​เหลียว​หลัง​มา​ดู
เห็น​ไฟ​ไหม้​เมือง พวกเขา​ก็​หมด​แรง​ที่​จะ​หนี​ไป​ทาง​ไหน​ได้

โย​ชู​วา​กับ​คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ก็​หัน​กลับ​มา​โจม​ตี​ชาว​เมือง​อัย
และคน​อื่นๆ ก็​ออก​มา​จาก​เมือง​สู้​รบ​กับ​พวก​เขา
​คน​อิส​รา​เอล​ก็​โจม​ตี​พวกเขา​จน​ไม่​มี​สัก​คน​หนึ่ง​รอด​ชีวิต​หรือ​หนี​ไป​ได้

เมื่ออิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​​กลับ​เข้า​เมือง​อัย ก็โจม​ตี​คน​ใน​เมือง​ด้วย​คม​ดาบ
แล้ว​ชาว​เมือง​อัย​ทั้ง​หมดก็ล้มตาย
อิส​รา​เอล​ได้​ริบ​เอา​ฝูง​สัตว์​เลี้ยง​และ​ข้าว​ของ​ของ​เมือง​นั้น​เป็น​ของ​ตน

แล้ว​โย​ชู​วา​ได้​สร้าง​แท่น​บูชา​ที่​ภูเขา​เอบาล​ถวาย​แด่​พระเจ้า
และ​เขียน​ธรรม​บัญ​ญัติ​ของ​โมเสส​บน​หิน
ดัง​ที่​โมเสส​​ได้​บัญชา​ไว้​ใน​ครั้ง​แรก​

หลัง​จาก​นั้นโยชูวาจึง​อ่าน​ถ้อย​คำ​ใน​ธรรม​บัญ​ญัติ​เป็น​คำ​อวย​พร​และ​คำ​แช่ง​สาป ตามที่​โมเสส​ได้​บัญชา​ไว้​

1. ในการรบกับเมืองเล็กๆอย่างเมืองอัย โยชูวาก็จำเป็นต้องพึ่งพาวิธีการของพระเจ้า เพื่อให้ได้ชัยชนะ

วันนี้ ไม่ว่าปัญหาเราจะเล็กหรือใหญ่ การฝ่าฟันปัญหานี้ไปอย่างมีชัยชนะ
ทำได้โดยเชื่อฟังทำตามพระคำของพระเจ้า

2. หลังจากชนะเมืองอัย พระเจ้าให้คนอิสราเอลสามารถริบข้าวของของชาวเมืองมาเป็นของตนได้

หากเพียงแต่อาคาน จะอดทน รอคอยเวลาของพระเจ้า
เขาเองคงได้ของมากมาย และไม่ต้องถูกประหารชีวิตอย่างน่าอนาจ

พระเจ้ามีเวลาของพระองค์ จงรอคอยพระเจ้าอย่างไว้ใจ

3. ลักษณะโดดเด่นอย่างหนึ่งของโยชูวา ที่ทำให้เขาได้รับชัยชนะ คือ
เขาเชื่อฟังพระเจ้าอย่างเคร่งครัด และเชื่อฟังผู้นำที่ได้รับการเจิมของพระเจ้า

วันนี้เรามีชัยเหนือปัญหาได้โดยการเชื่อฟังพระเจ้า

คำคม

“ การเอาชนะใจตนเอง หันมาเชื่อฟังพระเจ้า จะนำชัยชนะมาสู่เรื่องอื่นๆในชีวิต ”

สรุป โยชูวา 7

ภาพรวม

  • อาคานเก็บของที่ต้องถวายแด่พระเจ้า และของที่ต้องถูกทำลายไว้ จึงทำให้คนอิสราเอลพ่ายแพ้ต่อเมืองอัย

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/joshua07-94743

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยชูวา บทที่ 7 พระเจ้าทรงทำให้โยชูวาสามารถนำคนอิสราเอลบุกทำลายเมืองเยรีโคลงอย่างสิ้นเชิง

แต่​ประ​ชา​ชน​อิส​รา​เอล​ได้​ละเมิด​ใน​เรื่อง​สิ่ง​ที่​ต้อง​ทำลาย​ถวาย​แด่พระเจ้า
เพราะ​อา​คาน​ เผ่า​ยู​ดาห์ ได้​นำของ​บาง​ส่วน​ไป​เป็น​ของ​ตน
พระ​พิโรธ​ของพระเจ้าจึง​พลุ่ง​ขึ้น​ต่อ​ประ​ชา​ชน​อิส​รา​เอล

โย​ชู​วาซึ่งยังไม่ทราบเรื่องนี้ ได้​ให้​คน​ออก​จาก​เย​รี​โค​ไป​ยัง​เมือง​อัย
แล้วส่งคนไปสอดแนมดูเมืองนั้น
และ​เขา​กลับ​มา​ราย​งาน​ ​ว่า ไม่​ต้อง​ให้​ประ​ชา​ชนขึ้น​ไป​ทั้ง​หมดก็ได้​ ให้​สัก​ 2,000 – 3,000 ​คน​ขึ้น​ไป​ตี​เมือง​อัย​ก็​พอ เพราะ​เมืองนั้น​มี​คน​น้อย

ดังนั้น​ประ​ชา​ชน​จึงขึ้น​ไป​ที่​นั่น​เพียง 3,000 คน
แต่​ต้อง​แตก​หนี​จาก​ชาว​เมือง​อัย ตายไป 36 คน
แล้ว​ประ​ชา​ชน​ก็​หมดกำลังใจ

​โย​ชู​วา​ก็​ฉีก​เสื้อ​ผ้า​ของ​ตน​ซบ​หน้า​ลง​ถึง​ดิน ต่อหน้า​หีบ​พันธสัญญาจน​ถึง​เวลา​เย็น
โย​ชู​วา​ทูล​พระเจ้า ว่า
ทำไม​พระ​องค์​จึง​ทรง​นำ​คนอิสราเอลมา เพื่อ​จะ​มอบ​​ไว้​ใน​มือ​ของ​คน​อา​โม​ไรต์​ให้​ทำลาย​เสีย?
พวกเขาไม่น่าข้ามแม่น้ำจอร์​แดนมาเลย
เขาเองไม่รู้​จะ​อธิษฐานอะไร​แล้ว เพราะคนอิส​รา​เอล​หัน​หลัง​หนี​ศัตรู​เสีย​แล้ว
และพวกชาวแผ่นดินคานาอันคงจะยกมาทำลายคนอิสราเอลเสียแน่

พระเจ้าตรัส​กับ​โย​ชู​วา​ว่า
ให้​ลุก​ขึ้น​เถิด นี่ไม่ใช่เวลามา​ซบ​หน้า​
อิส​รา​เอล​ได้​​ละเมิด​พันธ​สัญ​ญา​ของพระเจ้า โดย​ยัก​ยอก​สิ่ง​ที่​ต้อง​ทำลาย​ถวาย
ดังนั้นคน​อิส​รา​เอล​จึง​ต่อ​สู้​ศัตรู​ไม่​ได้

พระเจ้าจะ​ไม่​อยู่​กับ​คนอิสราเอล​อีก​ต่อ​ไป
เว้น​แต่​โยชูวา​จะ​ทำลาย​สิ่ง​ที่​ต้อง​ทำลาย​ถวาย​เหล่า​นั้น​เสีย​

ดังนั้นให้​ชำระ​ประ​ชา​ชน​ให้​บริ​สุทธิ์​และ​กล่าว​แก่พวกเขา ว่า
ให้​ชำระ​ตัว​เสีย เพื่อ​วัน​พรุ่ง​นี้ ​จะ​นำ​สิ่ง​ที่​ต้อง​ทำลาย​ถวาย​นั้น ออก​เสีย​จาก​ท่ามกลางคนอิสราเอล
พรุ่งนี้เช้าจะมี​การเรียก​เข้า​มา​ที​ละ​เผ่า ​ที​ละ​ตระ​กูล ​ที​ละ​ครอบ​ครัว และ​ที​ละ​คน เพราะพระเจ้าจะสำแดงว่า
ใคร​มี​สิ่ง​ที่​ต้อง​ทำลาย​ถวาย
แล้วผู้นั้น​และ​ทุก​สิ่ง​ที่​เป็น​ของ​เขา จะ​ต้อง​ถูก​เผา​เสีย​ด้วย​ไฟ

วันรุ่งขึ้นโย​ชู​วาทำตามที่พระเจ้าสั่ง
ในที่สุด​คน​ที่​ถูก​จับ​ไว้ ​คือ ​อา​คาน​ เผ่า​ยู​ดาห์

เมื่อโย​ชู​วา​ซักไซร้ไล่เรียง
อาคานจึงยอมรับว่า ​ได้​ทำ​บาป​ต่อ​พระเจ้า โดย เก็บ​เสื้อ​คลุม​งาม​ตัว​หนึ่ง​ ​เงิน 2 กิโล​กรัม และ​ทอง​คำแท่ง ครึ่ง​กิโล​กรัม เอาไว้
แล้วนำมาซ่อนอยู่​ใต้​ดิน​ใน​เต็นท์​ของตน

โย​ชู​วา​ใช้คนไปดูที่​เต็นท์ ก็พบของเหล่านั้นจริงๆ

​โย​ชู​วา​กับ​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​จึง​พา​อา​คาน พร้อม​กับของเหล่านั้น ​บุตร​ชาย​หญิง​ของ​เขา ทั้ง​วัว ลา แพะ แกะ และ​เต็นท์​ของ​เขา ทุก​สิ่ง​ที่​เขา​มี​อยู่ ​ไป​ยัง​หุบ​เขา​อา​โคร์

แล้ว​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​จึง​เอา​หิน​ขว้าง​เขา​ให้​ตาย
แล้วเผา​พวก​เขา​ด้วย​ไฟ
แล้ว​เอา​หิน​ถม​ทับ​เขา​ไว้​เป็น​กอง​ใหญ่​

แล้วพระเจ้า​ก็​ทรง​หัน​กลับ​จาก​พระ​พิโรธ​อัน​แรง​กล้า​ของ​พระ​องค์

1. เมื่ออาคานทำผิด ดูเหมือนครอบครัวของเขาก็รู้เห็นด้วย การซ่อนของเหล่านั้นใต้เต็นท์เล็กๆ โดยที่คนในครอบครัวไม่รู้ไม่น่าจะเป็นไปได้

เมื่ออาคานทำผิด พระเจ้าให้โยชูวาประกาศขั้นตอนชัดเจนว่า
พรุ่งนี้ พระเจ้าจะเปิดเผย
แม้อาคานจะรู้แล้วแต่ก็ไม่ยอมกลับใจสารภาพผิด
แม้เมื่อพระเจ้าเริ่มเปิดเผยทีละขั้น ทีละขั้น เขาเองก็มีโอกาสสารภาพกลับใจตลอดเวลา
ซึ่งในตลอดพระคัมภีร์ เห็นได้ชัดว่า
ใครก็ตามกลับใจก่อนการพิพากษาของพระเจ้าจะมาถึงเขา
จะได้รับพระเมตตาจากพระเจ้าเสมอ

แต่อาคานยังคงไม่กลับใจ จนในที่สุดถูกจับได้
แล้วค่อยมาสารภาพตอนนั้น
แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว

วันนี้ ไม่ว่าเราจะทำผิดพลาดพลั้งไปมากมายสักเพียงใด
หากเรากลับใจ สารภาพต่อพระองค์
พระองค์พร้อมที่จะให้อภัย
ดังนั้นเราควรรีบกลับใจ ก่อนที่จะสายเกินไป

2. เพราะอาคานเก็บของที่ต้องถวาย กับที่ต้องถูกทำลายไว้
ตัวเขาเอง จึงกลายเป็นสิ่งที่ต้องถูกทำลาย

หากเรามัวแต่ไล่จับสิ่งอนิจจัง ซึ่งสักวันต้องถูกทำลาย
ในที่สุดเราอาจจะหลงไปจากทางของพระเจ้า แล้วกลายเป็นสิ่งที่ต้องถูกทำลายไปด้วย ก็เป็นไปได้

คำคม

“ พระเมตตามีมากพอ สำหรับผู้ที่กลับใจ ก่อนที่การพิพากษาจะมาถึง ”

สรุป โยชูวา 6

ภาพรวม

  • โยชูวานำคนอิสราเอลบุกทำลายเมืองเยรีโคลงอย่างสิ้นเชิง โดยการช่วยเหลืออย่างอัศจรรย์ของพระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/joshua06-94422

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยชูวา บทที่ 6 หลังจากที่พระเจ้าทรงให้ผู้ชายอิสราเอลทั้งหมดเข้าสุหนัตที่กิลกาลแล้ว

คน​อิส​รา​เอล ก็เริ่มปิดล้อมเมือง​เยรี​โค​
​พระเจ้าตรัส​กับ​โย​ชู​วา ​ว่า
พระองค์​ได้​มอบ​เมือง​เย​รี​โค​ไว้​ใน​มือ​โยชูวา​แล้ว

ดังนั้นให้คนอิสราเอล​เดิน​ขบวน​รอบ​เมือง วันละ 1 รอบ
ให้​ปุโร​หิต 7 ​คน​ ถือ​แตร​เขา​แกะ 7 ​คัน ​นำ​หน้า​หีบ
และ​ใน​วัน​ที่​ 7 ​นั้น ให้​เดิน 7 รอบ
และ​เมื่อปุโรหิตเป่า​เขา​แกะ​เป็น​เสียง​ยาว
ก็​ให้​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​ปวง​โห่​ร้อง​ขึ้น​ด้วย​เสียง​ดัง
กำแพง​เมือง​นั้น​ก็​จะ​พัง​ลง​ราบ
และ​ประ​ชา​ชน​จะ​ขึ้น​ไปบุกเข้าเมือง ​ตรง​ไป​ข้าง​หน้า​ของตน

โยชูวา​จึง​สั่งให้ปุโร​หิต​และ​ประ​ชา​ชน ทำตามที่พระเจ้าบัญชานั้น
โดยให้ทหาร​ถือ​อา​วุธ​เดิน​อยู่​หน้า​ปุโร​หิต​ผู้​เป่า​แตร และ​กอง​ระวัง​หลัง​ก็​เดิน​ตาม​หีบ
ส่วน​แตร​นั้น​ก็​เป่า​อยู่​เรื่อย​ไป
แต่โยชูวาห้ามประ​ชา​ชนไม่ให้โห่​ร้อง หรือมีเสียงพูดใดๆ จน​กว่า​จะ​ถึง​วัน​ที่​โยชูวาบอก​ให้​โห่​ร้อง ​จึง​โห่​ร้อง​กัน

เมื่อหีบพันธสัญญา​เวียน​ไป​รอบ​เมือง 1 ​รอบ​​แล้ว​
พวก​เขา​ก็​กลับ​เข้า​ค่าย
นอน​ค้าง​คืน​อยู่​ใน​ค่าย​นั้น
แล้ววันรุ่งขึ้นก็ทำเหมือนอีก พวกเขา​ทำ​เช่น​นี้​อยู่​หก​วัน

ใน​วัน​ที่​ 7 หลังจากพวกเขาเดิน​รอบ​เมือง​ 7 รอบแล้ว
ปุโร​หิตก็​เป่า​แตรเสียงยาว
แล้วโยชูวาก็​บอกให้​ประ​ชา​ชนโห่​ร้อง
และ​ให้บุกเข้าทำลายทุก​สิ่ง​ใน​เมือง​นั้น เว้น​แต่​รา​หับ​หญิง​โสเภ​ณี​กับ​ทุก​คน​ที่​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​นาง​
ให้ทุกคน​ตี​ตัว​ออก​ห่าง​จาก​สิ่ง​ที่​ต้อง​ทำลาย​ถวาย​นั้น
มิฉะนั้นตน​เอง​จะ​ถูก​ทำลาย และ​จะ​ทำ​ให้​ค่าย​ของ​อิส​รา​เอล​เป็น​สิ่ง​ที่​ต้อง​ทำลาย​ถวาย​ไป​ด้วย
แต่​เงิน​และ​ทอง​ทั้ง​หมด กับ​เครื่อง​ใช้​ที่​ทำ​ด้วย​ทอง​สัม​ฤทธิ์​และ​เหล็ก ​ให้​นำ​เข้า​ไป​ไว้​ใน​คลัง​ของ​พระ​องค์

แล้ว​ประ​ชา​ชน​ก็​โห่​ร้อง
และ​มี​การ​เป่า​แตร
และ​กำแพง​ก็​พัง​ลง​ราบ
ประ​ชา​ชน​จึง​ขึ้น​ไป​ใน​เมือง
แล้ว​พวก​เขา​ก็​ทำลาย​ทุก​สิ่ง​ที่​อยู่​ใน​เมือง​นั้น​เสีย​สิ้น​ด้วย​คม​ดาบ
พวก​เขา​ก็​จุด​ไฟ​เผาเมือง และ​ทุก​สิ่ง​ที่​อยู่​ใน​เมือง​นั้น นอก​จาก​เงิน ​ทอง เครื่องใช้ทอง​สัม​ฤทธิ์​และ​​เหล็ก​นั้น
พวกเขา​นำ​มา​ไว้​ใน​คลัง​ใน​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า

ส่วน​ราหับ​หญิง​โส​เภ​ณี และ​ครอบ​ครัว​บิดา​ของ​นาง และ​ทุก​สิ่ง​ซึ่ง​เป็น​ของ​นาง
โย​ชู​วา​ได้​ไว้​ชีวิต และ​นาง​ก็​อา​ศัย​อยู่​ใน​อิส​รา​เอล​

​โย​ชู​วา​ให้​สา​บาน​ว่า
ใคร​ที่​พยา​ยาม​สร้าง​เมือง​นี้​คือ​เย​รี​โค​ขึ้น​ใหม่ ก็​ให้​ผู้​นั้น​ถูก​สาป​
ผู้​ใด​วาง​ราก​ลง​ก็​ให้​ผู้​นั้น​เสีย​บุตร​หัว​ปี
ผู้​ใด​ตั้ง​ประ​ตู​เมือง​ขึ้น​ก็​ให้​เสีย​บุตร​สุด​ท้อง

ดัง​นั้น​ชื่อ​เสียง​ของ​โยชูวาเลื่อง​ลือ​ไป​ตลอด​แผ่น​ดินคานาอันนั้น

1. เมื่อคนอิสราเอล 2 คนเข้าไปในเมืองเยรีโค กษัตริย์และชาวเมืองพยายามจะฆ่าเสีย
แต่ราหับ รู้ว่าโดยอิสราเอลของคนอิสราเอล เยรีโคไม่มีทางต่อสู้ได้
เธอจึงยอมแปรพักตร์มาช่วยคนอิสราเอล 2 คนนั้น

ด้วยเหตุนี้ คนอิสราเอลจึงชอบธรรมที่จะทำลายเยรีโค เพราะพยายามฆ่าพวกเขาก่อน
ราหับจึงชอบธรรมที่จะพ้นการถูกทำลาย เพราะเกรงกลัวพระเจ้าจนยอมจำนน

สมมติว่าถ้าชาวเมืองเยรีโคทั้งหมดเกรงกลัวพระเจ้า จนยอมจำนน
เมืองเยรีโค ทั้งเมืองอาจจะเป็นเหมือนราหับและครอบครัวก็ได้

แต่เนื่องจากเพราะความบาปชั่วของชาวเมืองนั้น
ที่ถึงคราวที่จะต้องพบกับการพิพากษาของพระเจ้า
ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ยอมจำนน

พระเจ้าสั่งคนอิสราเอลว่า หลังจากเข้าเมืองเยรีโคได้แล้ว ให้ฆ่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมดและเผาเมืองเสีย
ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เกิดความหวาดกลัวพระเจ้าและโยชูวาไปทั่วแผ่นดินคานาอัน
ดูเหมือนพระเจ้าจงใจให้ทำเช่นนั้น เพื่อให้เกิดความหวาดกลัวนี้

ซึ่งถ้าพวกเขาหวาดกลัวและเกรงกลัวพระเจ้า
รู้ตัวว่าเพราะพระเจ้า ทรงอยู่กับคนอิสราเอล
พวกเขาคงไม่มีทางต่อสู้ได้แน่
แล้วยอมจำนนต่อกองทัพของพระเจ้า
ก็อาจจะไม่ต้องมีการล้มตายมากมายในแผ่นดินคานาอันในคราวนี้ก็เป็นไปได้

ดังนั้นการฆ่าและทำลายเมืองเยรีโคให้สิ้นซาก
นอกจากเป็นการพิพากษาอันเข้มงวดของพระเจ้าที่มาถึงเมืองที่ชั่วร้ายอย่างเยรีโคแล้ว
ยังเป็นพระเมตตาของพระเจ้า ที่ให้โอกาสให้เมืองที่เหลือหวาดกลัวพระเจ้า
จนยอมจำนนเพื่อไม่ต้องพินาศอย่างเช่นเดียวกันกับเยรีโคอีกด้วย

2. โยชูวาเตือนประชาชนให้​ตี​ตัว​ออก​ห่าง​จาก​สิ่ง​ที่​ต้อง​ทำลาย​ถวาย​ มิฉะนั้นตน​เอง​จะ​ถูก​ทำลาย แล้วยังจะนำผลร้ายมาสู่ผู้อื่นอีกด้วย
การนำตัวเข้าไปผูกพันกับสิ่งที่จะถูกทำลาย ได้แก่ ระบบแห่งโลกนี้ ค่านิยมแห่งโลกนี้ ซึ่งจะต้องถูกทำลาย
จะนำผลร้ายมาสู่ชีวิตของเราได้
การยอมไม่เชื่อฟังพระเจ้า เพื่อจะได้มาซึ่งสิ่งเหล่านั้น ย่อมนำปัญหาใหญ่โตกว่าที่คิดมาสู่ชีวิต

3. โยชูวาได้ประกาศว่า
ใคร​​วาง​รากเพื่อสร้างเมืองเยรีโคขึ้นใหม่​ผู้​นั้น​เสีย​บุตร​หัว​ปี
ใคร​ตั้ง​ประ​ตู​เมือง​ขึ้น​ก็​ให้​เสีย​บุตร​สุด​ท้อง
ซึ่งเกิดเป็นจริงในสมัยของกษัตริย์อาหับ ใน 1พกษ. 16:34
ฮี​เอล​ชาว​เบธ​เอล​ได้​สร้าง​เมือง​เย​รี​โค เมื่อวาง​ราก​ฐาน​เมือง​นั้น ​อา​บี​รัม​ บุตร​หัว​ปี​ของเขาก็ตาย
และ​เมื่อตั้ง​ประ​ตู​เมือง​ เส​กุบ​ บุตร​สุด​ท้อง​ของ​เขาก็ตาย

การพยายามทำลายสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง
และการสร้างสิ่งที่พระเจ้าทรงทำลาย
ล้วนแต่เป็นความผิดมหันต์

4. คำเทศนาเกี่ยวข้องกับบทนี้ รับชมได้ที่นี่ครับ
https://youtu.be/lwI9M0RuJdo

คำคม

“ เราพบพระเมตตาของพระเจ้าได้ ในทุกพระราชกิจของพระองค์ ”

สรุป โยชูวา 5

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้ชายอิสราเอลทั้งหมดเข้าสุหนัตที่กิลกาล

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/joshua05-94173

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยชูวา บทที่ 5 โยชูวาได้นำคนอิสราเอลข้ามแม่น้ำจอร์แดน มา​ตั้ง​ค่าย​ที่​กิล​กาล แล้ว

​กษัตริย์​ทั้ง​หมด​ของ​คน​อา​โม​ไรต์​และคนคานาอัน ซึ่ง​อยู่​ฟาก​ตะวัน​ตก​ของ​จอร์​แดน ที่ได้​ยิน​ว่า
พระเจ้าทรง​บัน​ดาล​ให้​น้ำ​ใน​จอร์​แดน​แห้ง​ไป ให้คนอิสราเอล​ข้าม​ฟาก​ไป​ได้
พวก​เขา​ก็​ใจ​เสีย​ หมดกำลัง​ใจ​

แล้วพระเจ้าตรัส​กับ​โย​ชู​วา​ว่า
ให้​ประ​ชา​ชน​อิส​รา​เอล​เข้า​สุหนัต​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง

โย​ชู​วา​จึง​​ให้​ประ​ชา​ชน​อิส​รา​เอล​เข้า​สุหนัต​ที่​กิเบ​อัธ​หะ​อา​รา​โลท

เนื่องจากเมื่อคนอิสราเอลออก​มา​จาก​อียิปต์ ผู้​ชาย​ทุก​คน​เข้าสุหนัตแล้ว
แต่บัดนี้พวกเขาก็สิ้น​ชีวิต​เสีย​ตาม​ทาง​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดารจนหมดแล้ว
เพราะ​พวก​เขา​ไม่​ได้​เชื่อ​ฟังพระเจ้า
เหลือแต่คนรุ่นใหม่ที่ยัง​ไม่​ได้​เข้า​สุหนัต

เมื่อ​ชายอิสราเอล​ทั้ง​หมด​เข้า​สุหนัต​แล้ว
พวก​เขา​ก็​พัก​อยู่​ใน​ค่าย​จน​กว่า​จะ​หาย​เป็น​ปกติ

พระเจ้าตรัส​กับ​โย​ชู​วา​ว่า
วัน​นี้พระองค์​ได้​กลิ้ง​ความ​อดสู​เพราะ​อียิปต์​ไป​ให้​พ้นจากคนอิสราเอล​แล้ว

ผู้คนจึง​เรียก​ชื่อ​ตำ​บล​นั้น​ว่า​ กิล​กาล​ แปลว่า กลิ้งออกไป

ที่​กิล​กาลนั้น คนอิสราเอลได้​ถือ​เทศ​กาล​ปัส​กา​ใน​วัน​ที่​ 14 เวลา​เย็น ณ ที่​ราบ​เมือง​เย​รี​โค

วัน​รุ่ง​ขึ้น​หลัง​วัน​เทศ​กาล​ปัส​กา
​พวก​เขา​ก็​รับ​ประ​ทาน​ผล​จาก​แผ่น​ดิน คือ​ขนม​ไร้​เชื้อ​และ​ข้าว​คั่ว
ตั้ง​แต่วันนั้น ​มานา​ก็​ขาด​ไป และไม่​มี​มานา​อีก​เลย

เมื่อ​โย​ชู​วา​อยู่​ข้าง​เมือง​เย​รี​โค
เขา​ได้​เห็น ชาย​คน​หนึ่ง​ชัก​ดาบ​ออก​มา​ถือ​ยืน​อยู่​ตรง​หน้า​เขา

โย​ชู​วา​จึงถามเขา​ว่า
“ท่าน​อยู่​ฝ่าย​เรา​หรือ​อยู่​ฝ่าย​ศัตรู?”

ผู้​นั้น​จึง​ตอบ​ว่า
“ไม่​ใช่ เรา​มา​ใน​ฐานะ​จอม​ทัพ​ของ​พระ​ยาห์​เวห์”

​โย​ชู​วา​ก็​กราบ​ลง​ถึง​ดิน​นมัส​การ​
พระเจ้าจึง​สั่ง​โย​ชู​วา​ว่า ให้ถอด​รอง​เท้า​ออก​ เพราะ​ว่า​ที่​ซึ่ง​เขา​ยืน​อยู่​นี้​เป็น​ที่​ศักดิ์​สิทธิ์
โย​ชู​วา​ก็​ทำ​ตาม

1. เมื่อพระเจ้าทรงสั่งให้ชายอิสราเอลทั้งหมดเข้าสุหนัดพร้อมกันนั้น
พวกเขาจะออกรบไม่ได้เพราะต้องพักฟื้นอย่างน้อย 3 วัน
ซึ่งถ้าช่วงเวลานั้น คนในแผ่นดินคานาอัน มาบุกโจมตีพวกเขา
พวกเขาคงถูกทำลายหมดแน่

แต่เพราะว่าพระเจ้าทรงทำให้แม่น้ำจอร์แดนแห้งไป เพื่อให้คนอิสราเอลเดินผ่าน
จึงทำให้พวกคนแผ่นดินคานาอัน พากันใจเสีย หมดกำลังใจ ไม่คิดจะต่อสู้กับคนอิสราเอล อย่างน้อยในชั่วระยะอันใกล้นี้

ทั้งหมดเป็นแผนการอันงดงามของพระเจ้า
เมื่อพระเจ้าสั่งให้เราทำอะไร พระเจ้าจจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นสำหรับเราในการทำตามคำสั่งนั้นเสมอ

และแผนของพระเจ้าลุกซึ้งเกินกว่าจะเข้าใจได้
การที่พระเจ้าทรงกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด
จะนำผลดีเกิดขึ้นตามมามากมายหลายสิ่งจนนับไม่ไหวเสมอ

เหมือนพระองค์ทำให้แม่น้ำจอร์แดนแห้งไป
นอกจากเพื่อให้โยชูวาได้รับการยอมรับ ให้อิสราเอลเกิดความเชื่อ ให้คนคานาอันเกิดความกลัว
ยังทำให้คนอิสราเอลสามารถเข้าสุหนัตได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย

2. ที่กิลกาล พระเจ้าได้กลิ้งความอดสูของการเป็นทาสของคนอิสราเอลออกไปอย่างสิ้นเชิง
ก่อนหน้านี้ แม้พวกเขาจะออกจากอียิปต์แล้ว แต่ก็ไม่มีดินแดนของตนเอง
บัดนี้พวกเขาได้มาถึงดินแดนที่พระเจ้าทรงมอบให้แก่พวกเขาแล้ว

เหมือนชีวิตของเราที่เมื่อก่อนเคยเป็นทาสของบาป
สักวันหนึ่งเราจะได้เข้าสู่แผ่นดินสวรรค์ตามที่พระเจ้าทรงสัญญา
และเมื่อนั้นความน่าอับอายของเราทั้งสิ้น จะหมดสิ้นไป

3. เมื่อคนอิสราเอลได้รับประทานผลในแผ่นดินแห่งพระสัญญาแล้ว
มานาก็ไม่มีปรากฏให้พวกเขากินอีกเลย

เมื่อพระพรอย่างหนึ่งหายไปจากชีวิตของเรา
แสดงว่ามีพระพรใหม่ ที่ดีกว่าได้ปรากฏแห่ชีวิตของเราแล้ว
เพียงให้เราสังเกตให้ดีพอก็จะพบมัน

4. เมื่อพระเจ้าทรงปรากฏแก่โยชูวา แล้วโยชูวาภามว่า เป็นฝ่ายใคร
พระเจ้าทรงตอบว่า ไม่ใช่ อยู่ฝ่ายไหน
แต่พระองค์ทรงเป็นผู้ควบคุมเกมส์ทั้งสองฝ่าย ต่างหาก

วันนี้ ไม่ว่าจะคนดีหรือคนชั่วร้าย ก็ล้วนแต่อยู่ในแผนการของพระเจ้า
เพื่อให้น้ำพระทัยอันดีเลิศของพระเจ้าสำเร็จ

คำคม

“ เมื่อพบกับพระคริสต์ สิ่งน่าอับอายทั้งหมดก็ถูกยกออกไป ”

สรุป โยชูวา 4

ภาพรวม

  • โยชูวาให้คนอิสราเอลนำศิลา​ 12 ​ก้อน​ จากกลางแม่น้ำจอร์แดน มา​ตั้ง​ไว้​ที่​กิล​กาล เพื่อเป็นการระลึกถึงสิ่งอัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อคนอิสราเอล

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/joshua04-93849

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยชูวา บทที่ 4 เมื่อโยชูวาได้นำคนอิสราเอลข้ามแม่น้ำจอร์แดน อย่างอัศจรรย์ เข้าสู่ดินแดนคานาอันแล้ว

พระเจ้า​ตรัส​สั่ง​โย​ชู​วา​ว่า
ให้​เลือก คนเผ่าละ 1 คน จาก 12 เผ่า
ให้พวกเขาเอา​ศิลา 12 ​ก้อน​จาก​​กลาง​แม่​น้ำ​จอร์​แดน ตรง​ที่​เท้า​ของ​ปุโร​หิต​ยืน​มั่น​อยู่​
ขน​มา​วาง​ไว้​ใน​ที่​ซึ่งคนอิสราเอล​จะ​นอน​ใน​คืน​นั้น
โย​ชู​วา​ก็ทำตาม

แล้วโยชูวาบอกคนอิสราเอล ว่า
เมื่อ​ลูก​หลาน​ของ​พวกเขา ​จะ​ถาม​ว่า
“ศิลา​เหล่า​นี้​มี​ความ​หมาย​อะไร​?”

ก็จง​ตอบ​ว่า
“น้ำ​ที่​จอร์​แดน​แยก​จาก​กัน เมื่อ​​​หีบ​พันธ​สัญ​ญา​​ข้าม​แม่น้ำจอร์​แดน”

และ​โย​ชู​วา​ได้​ตั้ง​ศิลา​ อีก 12 ​ก้อน​ไว้​กลาง​แม่​น้ำ​จอร์​แดนด้วย
ตรง​ที่​เท้า​ของ​ปุโร​หิต​ผู้​หาม​หีบ​พันธ​สัญ​ญา​ยืน​อยู่

คน​รูเบน คน​กาด และ​คน​มนัส​เสห์​ครึ่ง​เผ่า​ถือ​อา​วุธ​ข้าม​ไป​กับประ​ชา​ชน​อิส​รา​เอลด้วย
​ประ​มาณ 40,000 คน

​วัน​นั้นพระเจ้า​ทรง​ยก​ย่อง​โย​ชู​วา​ต่อ​หน้า​อิส​รา​เอล​ทั้ง​ปวง
พวกเขา​​ก็​ยำ​เกรงโยชูวา ตลอด​ชีวิต​ของ​เขา

แล้วเมื่อพระเจ้าสั่งให้​พวก​ปุโร​หิต​ผู้​หาม​หีบ​พันธ​สัญ​ญา​ ขึ้น​มา​จาก​กลาง​จอร์​แดน
พอฝ่า​เท้า​ของ​ปุโร​หิต​ยก​ขึ้น​เหยียบ​แผ่น​ดิน​แห้ง
น้ำ​ใน​จอร์​แดน​ก็​ไหล​กลับ​มา​ยัง​ที่​เก่า​จน​ท่วม​ฝั่ง​ทั้ง​หมด​อย่าง​เดิม

ใน​วัน​ที่​ 10 เดือน​ที่ 1 คนอิสราเอล ก็มา​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ที่​กิล​กาล​ริม​เขต​เมือง​เย​รี​โค​
และ​ตั้งศิลา​ 12 ​ก้อน​ซึ่ง​นำ​ออก​มา​จาก​จอร์​แดน​ไว้​ที่​กิล​กาล

โยชูวากล่าวแก่ประชาชนว่า
การอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นนี้
เพื่อ​ชน​ชาติ​ทั้ง​สิ้น​ทั่ว​พิภพ​จะ​ได้​ทราบ​ว่า พระ​หัตถ์ของพระเจ้า​นั้น​ทรง​ฤทธิ์
เพื่อคนอิสราเอล​จะ​ยำ​เกรงพระ​เจ้าสืบไป​เป็น​นิตย์

1. พระเจ้าให้คนอิสราเอลนำก้อนหินจากกลางแม่น้ำจอร์แดนขึ้นมาวางไว้ที่กิลกาล
เพื่อให้พวกเขาและลูกหลาน ไม่ลืมสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงกระทำเพื่อพวกเขา

พระเจ้าปรารถนาให้เราจดจำและระลึกถึง สิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำให้แก่เราในอดีตที่ผ่านมา
เพื่อว่าเราจะได้เชื่อวางใจในพระองค์ในปัจจุบัน
ซึ่งจะนำพระพรมาสู่เราในอนาคต

2. เมื่อคนอิสราเอลข้ามแม่น้ำจอร์แดนหมดแล้ว พระเจ้าจึงสั่งให้ปุโรหิตผู้หามหีบขึ้นมาจากกลางแม่น้ำ
จากนั้นน้ำก็ไหลกลับท่วมฝั่งตามเดิม

หากปุโรหิตคิดไปเองว่า อยู่กลางแม่น้ำนี่เท่ห์ดี ขออยู่ต่ออีกหน่อย
ก็เป็นไปได้ว่า อาจถูกน้ำท่วมตายได้

พระเจ้ามีเวลาของพระองค์
การรับใช้พระเจ้าต้องคอยสังเกตและรับสัญญาณจากพระเจ้าอยู่เสมอ
เพื่อเราจะอยู่ในที่ที่เหมาะสม ในเวลาที่เหมาะสม ที่สุดเสมอ

3. การอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นนี้ เพื่อ​คนทั้งหลายเห็นจะฤทธานุภาพของพระเจ้า และเพื่อคนของพระเจ้า​จะ​ยำ​เกรงพระ​เจ้าสืบไป

วันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา พระเจ้าประสงค์ที่จะทำการอัศจรรย์ท่ามกลางสถานการณ์นี้ด้วยเช่นกัน
เพื่อถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า และเพื่อเราจะยำเกรงพระองค์
เราจึงควรกล้าคาดหวังการอัศจรรย์จากพระเจ้า ท่ามกลางสถานการณ์ในวันนี้

คำคม

“ การขอบคุณพระเจ้าสำหรับการอัศจรรย์ในอดีต จะนำเราพบการอัศจรรย์ในอนาคต ”

สรุป โยชูวา 3

ภาพรวม

  • โยชูวานำคนอิสราเอลข้ามแม่น้ำจอร์แดน อย่างอัศจรรย์ เข้าสู่ดินแดนคานาอัน

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/joshua03-93639

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยชูวา บทที่ 3 หลังจากที่โยชูวาได้ส่งผู้สอดแนมไปสำรวจเมืองเยรีโคแล้ว

โย​ชู​วา​ก็นำประ​ชา​ชน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ ยก​ออก​จาก​ชิท​ธีม ​มา​ถึง​แม่​น้ำ​จอร์​แดน แล้วตั้งค่ายที่นั่น
3 วันต่อ​มา พวก​เจ้า​หน้า​ที่​ก็​ไป​ทั่ว​ค่าย เพื่อประกาศว่า
เมื่อคนอิสราเอล​เห็น​​ปุโร​หิต​หาม​หีบ​พันธ​สัญ​ญาออกเดินไป ก็​ให้​ยก​ออก​จาก​ที่​ของตน​ตาม​หีบ​นั้น​ไป
โดยทิ้ง​ระยะ​ห่างจาก​หีบ ​ประ​มาณ​ 1 กิโล​เมตร ห้ามเข้า​ไป​ใกล้​กว่านั้น

โย​ชู​วาให้ประ​ชา​ชน​ ชำระ​ตัว​ให้​บริ​สุทธิ์ เพื่อเตรียมพบ​การ​อัศ​จรรย์​ที่พระเจ้ากำลังจะทำแก่พวกเขา

แล้วโย​ชู​วา​ก็สั่ง​พวก​ปุโร​หิต ให้​หาม​หีบ​พันธ​สัญ​ญา​ไป​ข้าง​หน้า​ประ​ชา​ชน
พระเจ้าตรัส​กับ​โย​ชู​วา​ว่า
วัน​นี้พระเจ้า​จะ​เริ่ม​ให้โยชูวา​เป็น​ใหญ่ ใน​สาย​ตา​ของคน​อิส​รา​เอล​
ให้พวกเขาได้รู้ว่า พระเจ้าทรงสถิตกับโยชูวา

ดังนั้นให้โยชูวา​สั่ง​ปุโร​หิต​ผู้​หาม​หีบ​พันธ​สัญ​ญา​ว่า
ให้เดินไปหยุดอยู่​ริม​แม่​น้ำ​จอร์​แดน

จากนั้นให้​โย​ชู​วา​กล่าว​แก่​ประ​ชา​ชน​ ว่า
หีบ​พันธ​สัญ​ญา​ของ​พระเจ้า จะ​ผ่าน​ไป​ข้าง​หน้า​พวกเขา ลง​ไป​ใน​แม่​น้ำ​จอร์​แดน
และ​เมื่อ​ฝ่า​เท้า​ของ​ปุโร​หิต​ผู้​หาม​หีบ​จะ​ลง​ไป​ยืน​อยู่​ใน​แม่​น้ำ​จอร์​แดน
น้ำ​ใน​จอร์​แดน​จะ​แยก​ออก คือ​น้ำ​ที่​ไหล​มา​จาก​ข้าง​บน​จะ​ตั้ง​ขึ้น​เป็น​กอง​เดียว

เวลานั้นแม่​น้ำ​จอร์​แดน​นั้น​ขึ้น​ท่วม​ฝั่ง​ทั้ง​สาย​ตลอด​ฤดู​เกี่ยว​ข้าว
แต่เมื่อปุโรหิตผู้​หาม​หีบ​มา​ถึง​จอร์​แดน​
และ​เท้า​ของ​เขาจุ่ม​ลง​ที่​ริม​น้ำ​แล้ว
น้ำ​ที่​ไหล​มา​จาก​ข้าง​บน​ก็​หยุด และ​ตั้ง​สูง​ขึ้น​เป็น​กอง​เดียว​ไกล​ออก​ไป​ถึง​เมือง​อาดัม
แล้ว​ประ​ชา​ชน​ก็​ข้าม​ไป​ที่​ฝั่ง​ตรงข้าม​เมือง​เย​รี​โค
และ​ปุโร​หิต​ผู้​หาม​หีบ​พันธ​สัญ​ญา​ของ​พระ​ยาห์​เวห์ ก็ยืน​มั่น​อยู่​บน​ดิน​แห้ง​กลาง​แม่​น้ำ​จอร์​แดน
จนคน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ก็​เดิน​ข้าม​ไปจนหมด

1. การที่ประ​ชา​ชน​ ต้องชำระ​ตัว​ให้​บริ​สุทธิ์ เพื่อเตรียมพบ​การ​อัศ​จรรย์​จากพระเจ้า
ไม่ได้หมายความว่า ถ้าประชาชนไม่บริสุทธิ์พอพระเจ้าจะไม่ทำการอัศจรรย์
แต่เป็นการทำตัวให้เหมาะสม กับผู้ที่พระเจ้าทรงสำแดงอัศจรรย์ต่อพวกเขา

วันนี้เมื่อเราเป็นประชากรของพระเจ้าแล้ว
เราสมควรทำตัวให้บริสุทธิ์ ไม่ใช่เพื่อจะเป็นประชากรของพระองค์ แต่เพราะเราเป็นประชากรของพระองค์

2. เมื่อพระเจ้าแต่งตั้งโยชูวาทำหน้าที่แทนโมเสส
โยชูวาจำเป็นต้องได้รับการยอมรับจากประชาชน
แต่ดูเหมือนนี่ไม่ใช่ธุระของโยชูวา แต่เป็นธุระของพระเจ้าผู้ทรงแต่งตั้งเขา
แล้วในที่สุดพระเจ้าเองเป็นผู้ทำให้ประชาชนยอมรับนับถือโยชูวา โดยการอัศจรรย์ที่พระองคืทรงกระทำ

เมื่อพระเจ้าทรงนำให้เราทำสิ่งใด
พระเจ้าเองจะเป็นผู้จัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นทั้งหมด ที่เกินกำลังของเรา ให้แก่เรา
ขอเพียงแต่เราจะสัตย์ซื่อและเชื่อฟัง กระทำตามคำสั่งของพระองค์เท่านั้น

3. แม่น้ำจอร์แดน แยกออกให้คนอิสราเอลเดินข้ามไปได้บนดินแห้ง
เมื่อปุโรหิตผู้หามหีบพันธสัญญาเริ่มก้าวขาลงไปในน้ำก่อน

การอัศจรรย์เกิดขึ้น เมื่อเราเริ่มเชื่อฟังพระคำของพระเจ้า
แม้ในสายตาของเราดูเหมือนจะไม่ค่อยเข้าท่าก็ตาม

คำคม

“ ก้าวแห่งการเชื่อฟัง เป็นก้าวแรกของการอัศจรรย์ ”

สรุป โยชูวา 2

ภาพรวม

  • โยชูวาส่งผู้สอดแนม 2 คนไปสำรวจเมืองเยรีโค พวกเขาได้รับการช่วยเหลือจากราหับ จึงรอดชีวิตกลับมารายงานแก่โยชูวาได้

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/joshua02-93478

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยชูวา บทที่ 2 เมื่อพระเจ้าสั่งให้โยชูวานำคนอิสราเอลข้ามแม่น้ำจอร์แดน บุกเข้ายึดดินแดนคานาอัน แล้ว

โย​ชู​วา​จึงส่ง​ชาย​ 2 ​คน ​จาก​เมือง​ชิท​ธีม ​ไป​สอด​แนม​แผ่น​ดินคานาอัน โดย​เฉพาะ​เมือง​เย​รี​โค
แล้วเขา​ทั้ง​สอง​ก็​ไป และเข้า​ไป​พักใน​บ้าน​ของ​หญิง​โสเภ​ณี​คน​หนึ่ง​ชื่อ​รา​หับ

เมื่อ​กษัตริย์​แห่ง​เย​รี​โค ทราบข่าว จึง​ใช้​คน​ไป​สั่ง​รา​หับ​ ให้ส่ง​คน​เหล่า​นั้น​ออก​มา​
แต่​หญิง​นั้น​ได้​ซ่อน​ชาย​ทั้ง​สองบน​ดาด​ฟ้า ใต้​ต้น​ป่าน​ซึ่ง​วาง​เรียง​กัน​ตากไว้
แล้ว​บอก​ว่า ชายทั้งสองได้​ไป​แล้ว ถ้า​รีบ​ตาม​พวกเขา​ไป​ คงจะทัน

พวกที่ไล่​ตาม​ก็ออก​ไปตามหา ​ทาง​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​จน​ถึง​ท่า​ข้าม

ฝ่ายราหับก็มาพูดกับชายทั้งสองว่า
เธอ​ทราบ​แล้ว​ว่า พระ​ยาห์​เวห์​ประ​ทาน​แผ่น​ดิน​นี้​แก่​คนอิสราเอล
บรรดา​ชาว​แผ่น​ดิน​ก็​หวาด​กลัว​คนอิสราเอล
เพราะ​พวก​เขา​ได้​ยิน​เรื่อง​ที่​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​ทำ​ให้​ทะเล​แดง​แห้ง​ไป​
และ​เรื่อง​การพ่ายแพ้ของ​กษัตริย์​สิโหน​และ​โอก ของ​คน​อา​โม​ไรต์
ทุกคนก็หวาดกลัวเพราะ​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​คน​อิสราเอล
เป็น​พระ​เจ้า​ของ​สวรรค์​เบื้อง​บน​และ​โลก​เบื้อง​ล่าง

ดังนั้นเมื่อเธอได้​แสดง​ความ​เมต​ตา​ต่อ​พวกเขาทั้งสอง​แล้ว
ขอพวกเขา​แสดง​ความ​เมต​ตา​ต่อ​ครอบ​ครัว​ของ​เธอด้วย

ชาย​นั้นก็รับปากเธอ
พวกเขา​จึง​พูด​กับ​เธอ​ว่า
เมื่อคนอิสราเอล​ยก​เข้า​มา​ใน​เมืองเยรีโค
ให้เธอ​เอา​เชือก​ด้าย​แดง​ ผูก​ไว้​ที่​หน้า​ต่าง ซึ่ง​เธอจะหย่อนพวกเขา​ลง​ไป​นั้น
ทุก​คน​ใน​ครอบ​ครัว​ของ​บิดาของเธอ ที่อยู่ใน​บ้าน จะปลอดภัย
แต่ใคร​ก็​ตาม​ที่​ออก​ไป​​นอก​ประ​ตู​บ้าน ถ้าตัวเขาถูกฆ่าตาย ก็ช่วยไม่ได้
และ​ถ้า​เธอเปิด​เผย​ภาร​กิจ​ของ​ชายทั้งสองนี้ คำ​สา​บานนี้ก็เป็นอันยกเลิก

แล้วเธอ​จึง​เอา​เชือก​หย่อน​เขา​ทั้ง​สอง​ลง​ทาง​หน้า​ต่าง
เพราะ​บ้าน​ของ​เธอ​ตั้ง​อยู่​ที่​กำแพง​เมือง
เธอ​บอก​พวก​เขา ให้หนี​ไป​ที่​ภูเขา แล้ว​ซ่อน​ตัว​อยู่​ที่​นั่น 3 ​วัน​จน​กว่า​ผู้​ไล่​ตาม​จะ​กลับเข้าเมือง
แล้วเธอจึง​เอา​เชือก​ด้าย​แดง​ผูก​ไว้​ที่​หน้า​ต่าง

ชาย​ทั้ง​สองทำตามที่ราหับบอก จากนั้นก็ข้าม​ไป​หา​โย​ชู​วา
แล้ว​เล่า​ทุก​สิ่ง​ซึ่ง​เกิด​แก่​ตน​ให้​ฟัง

1. ราหับ ได้ยินข่าวถึงการอัศจรรย์ที่พระเจ้าแหวกทะเลแดง และข่าวพระเจ้าช่วยให้คนอิสราเอลรบชนะ​กษัตริย์​อา​โม​ไรต์ทั้งสอง
เธอจึงเชื่อมั่นอย่างไม่สงสัยเลยว่า พระเจ้าจะช่วยให้คนอิสราเอลบุกเข้าเมืองเยรีโคได้และจะเป็นฝ่ายชนะในการรบ

ดูเหมือนว่าราหับจะได้ยินข่าวเดียวกันกับเราเลย
แต่เรามีโอกาสดียิ่งกว่าราหับเสียอีก เพราะเราได้ยินข่าวอื่นๆจากพระคำของพระเจ้า อีกมากมายด้วย

วันนี้ข่าวและเรื่องราวที่เราได้ยินจากพระคำของพระเจ้า
เพียงพอหรือยังสำหรับการที่จะทำให้เราเชื่อมั่นอย่างไม่สงสัยว่า
พระเจ้าของเรา ทรงฤทธิ์สามารถช่วยเราให้ผ่านพ้นสถานการณ์วันนี้ไปได้อย่างมีชัยชนะ

2. หน้าต่างที่ราหับใช้ช่วยคนของพระเจ้า
กลับกลายเป็นหน้าต่างที่ช่วยให้เธอและครอบครัว รอดพ้นการถูกทำลาย

สิ่งที่เราทำเพื่อพระเจ้า จะนำพระพรยิ่งใหญ่มาสู่ชีวิตของเรา

3. ตามคำสัญญา คนที่เข้ามาซ่อนตัวในบ้านราหับทุกคนจะรอด
แต่คนที่ไม่เชื่อว่าบ้านนี้จะปลอดภัย แล้วออกไปที่อื่น จะถูกฆ่าตาย
และที่เขาตายนั้น เขาต้องรับผิดชอบเอง

เหมือนพระสัญญาว่า คนที่เข้ามาซ่อนตัวอยู่ในพระเยซูคริสต์ จะได้รับความรอด
แต่คนที่ไม่เข้ามา จะต้องรับผิดชอบชีวิตของตนเอง ในวันแห่งการพิพากษาของพระเจ้า

คำคม

“ เมื่อเรากำลังทำสิ่งใดเพื่อพระเจ้า เราก็กำลังเปิดประตูรับพระพรจากสวรรค์ ”

สรุป โยชูวา 1

ภาพรวม

  • พระธรรม​โยชูวา​ กล่าวถึงการที่คน​อิสราเอล​เข้า​ยึด​ครอง​ดินแดนคานาอัน​ โดย​การ​นำ​ของ​โยชูวา​ จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของโยชูวา
  • ในบทนี้พระเจ้าทรงแต่งตั้งโยชูวา ให้ทำหน้าที่ผู้นำแทนโมเสส และสั่งให้โยชูวานำคนอิสราเอลข้ามแม่น้ำจอร์แดน บุกเข้ายึดดินแดนคานาอัน

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/joshua01-93266

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยชูวา บทที่ 1 หลังจากที่โมเสสเสียชีวิตแล้ว พระเจ้าทรงตั้งโยชูวาให้เป็นผู้นำของคนอิสราเอลแทนโมเสส
พระเจ้าสั่งให้โยชูวานำชน​ชาติอิสราเอล ​ข้าม​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​ เข้าสู่ดินแดนคานาอัน

โดยพระเจ้าทรงสัญญาว่า
– ทุกๆ แห่ง​ที่​ฝ่า​เท้า​ของ​คนอิสราเอล​เหยียบ​ลง พระเจ้า​จะยก​ให้​พวก​เขา
– ไม่​มี​ใคร​จะ​ยืน​หยัด​ต่อ​หน้า​โยชูวาได้​ตลอด​ชีวิต​ของ​เขา
– พระเจ้าจะอยู่กับโยชูวา เหมือนที่อยู่กับโมเสส
– พระเจ้า​จะ​ไม่​ละเลย​หรือ​ทอด​ทิ้งเขาเลย

พระเจ้าทรงสั่งให้โยชูวา
– ​เข้ม​แข็ง​และ​กล้า​หาญ ไม่ต้องครั่น​คร้าม​หรือ​ตก​ใจ​เลย เพราะพระ​เจ้า​จะสถิต​กับ​เขา​ทุก​แห่ง​ที่​เขา​ไป
– ให้​ตรึก​ตรอง​และระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตามธรรมบัญญัติ ตลอดเวลา แล้วจะ​มี​ความ​เจริญ และ​ประ​สบ​ความ​สำเร็จอย่าง​ดี​ใน​ทุก​แห่ง​ที่​ไป

แล้ว​โย​ชู​วา​จึงสั่งให้ประ​ชา​ชน​
เตรียม​เสบียง​อาหาร​ไว้ เพราะ​ว่า​ภาย​ใน 3 ​วัน​ จะ​ต้อง​ข้าม​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​เพื่อ​เข้า​ไป​ยึด​ครอง​แผ่น​ดินคานาอัน

แล้ว​โย​ชู​วา​พูด​กับ​คน​รูเบน คน​กาด และ​คน​มนัส​เสห์​ครึ่ง​เผ่า​
ให้ระลึกถึงคำสัญญาของพวกเขา ว่า ​พวก​นัก​รบ​ของพวกเขา จะ​ถือ​อาวุธ​ข้าม​ไป​เป็น​ทัพ​หน้า​
เพื่อ​ช่วย​พี่​น้อง​ของ​ตนยึดครองแผ่นดินคานาอัน ให้สำเร็จ
แล้วค่อย​กลับ​ไป​ยัง​แผ่น​ดิน​ที่​ตน​ยึด​ครอง คือ​แผ่น​ดิน​​ฟาก​ตะวันออกของแม่​น้ำ​จอร์​แดน​

เขา​ทั้ง​หลาย​จึง​ตอบ​โย​ชู​วา​ว่า
ทุก​สิ่งที่โยชูวา​บัญชา พวกเขา​จะ​ทำ​ตาม และ​ทุก​แห่ง​ที่​​จะ​ส่ง​พวก​เขา​ไป พวกเขาจะ​ไป
พวกเขาพร้อมที่จะเชื่อฟังโยชูวา เหมือนเชื่อฟังโมเสส
ขอ​เพียง​ว่าพระเจ้าทรงสถิต​กับ​โยชูวา ​ดัง​ที่​พระ​องค์​ได้​สถิต​กับ​โมเสส ก็พอแล้ว

1. โยชูวา ผู้นำมือใหม่ เข้มแข็งและกล้าหาญ กล้านำคนอิสราเอล ยกข้ามแม่น้ำจอร์แดน เพื่อจะบุกเข้าไปยึดดินแดนคานาอัน ซึ่งเป็นภารกิจยิ่งใหญ่ถึงขนาดว่า โมเสสเองก็ยังไม่เคยทำภารกิจนี้มาก่อนเลย

สิ่งที่ทำให้โยชูวากล้าหาญขนาดนั้น ก็คือ คำสัญญาของพระเจ้า
เพราะแค่พระเจ้าสัญญา นั่นก็มากเพียงพอสำหรับโยชูวา ที่จะทำสิ่งที่ท้าทายนั้นได้

วันนี้ มีพระสัญญามากมายในพระคำของพระเจ้า ที่ทรงสัญญาไว้กับเรา
ให้เราค้นดู รับเอา และจดจำไว้
เพราะนั่นจะทำให้เราสามารถเข้มแข็ง กล้าหาญ และฝ่าฟันทุกปัญหาไปได้อย่างมีชัยชนะ

2. เคล็ดลับความ​เจริญ และ​การประ​สบ​ความ​สำเร็จในชีวิต ก็คือ การตรึก​ตรอง​และระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตามทำตามพระคำของพระเจ้าตลอดเวลา

วันนี้เราให้ความสำคัญต่อการจดจำและทำตามพระคำของพระเจ้า ในชีวิตประจำวัน มากเพียงใด?
เราใช้พระคำของพระเจ้า เป็นหลักในการตัดสินใจทุกเรื่องในชีวิตของเราแล้วหรือยัง?

3. เมื่อพระเจ้าทรงสถิตกับโยชูวา คนทั้งหลายจึงเต็มใจติดตามเขา
คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดการเป็นผู้นำฝ่ายวิญญาณ คือ ชีวิตที่มีความสัมพันธ์สนิทกับพระเจ้า

คำคม

“ ขอเพียงเราตระหนักว่าพระเจ้าสถิตกับเรา เราก็ไม่ต้องกลัวสิ่งใด ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 34

ภาพรวม

  • โมเสสขึ้นได้บนภูเขาเนโบ แล้วสิ้นชีวิตลงที่นั้น เป็นการปิดฉากของผู้รับใช้ที่ยิ่งใหญ่ ผู้สัตย์ซื่อในการรับใช้พระเจ้าตลอดชั่วชีวิตของท่าน

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy34-93004

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 34 เมื่อโมเสสอวยพรคนอิสราเอลเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว

โมเสส​ก็​ขึ้น​ไป​จาก​ที่​ราบ​โมอับ ถึง​ภูเขา​เนโบ​ถึง​ยอด​ปิส​กาห์ ซึ่ง​อยู่​ตรงข้าม​เมือง​เย​รี​โค
และ​พระเจ้าทรง​สำแดง​ให้​ท่าน​เห็น​แผ่น​ดิน​นั้น​ทั้ง​หมด
ดังที่พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส ว่า
พระเจ้าจะให้โมเสส​เห็น​กับ​ตา แต่​โมเสส​จะ​ไม่​ได้​เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดิน​นั้น

แล้วโมเสสก็สิ้นชีวิตที่นั่น
เมื่อ​โมเสส​สิ้น​ชีวิต​นั้น​ มี​อายุ​ 120 ​ปี นัยน์​ตา​ไม่​ได้​มัว​ไป หรือ​กำลัง​ก็​ไม่​ถด​ถอยและ​พระ​องค์​ทรง​ฝัง​ท่าน​ไว้​ใน​หุบ​เขา​ใน​แผ่น​ดิน​โม​อับ​ ​จน​ถึง​ทุก​วัน​นี้​ไม่​มี​ใคร​รู้​จัก​ที่​ฝัง​ศพ​ของ​ท่าน

คน​อิส​รา​เอล​คร่ำ​ครวญ​ถึง​โมเสส ณ ที่​ราบ​โมอับ​ 30 วัน
และ​โย​ชู​วา​บุตร​นูน​ก็​ประ​กอบ​ด้วย​สติ​ปัญ​ญา
เพราะ​โมเสส​ได้​วาง​มือ​บน​เขา
ดัง​นั้น​คน​อิส​รา​เอล​จึง​เชื่อ​ฟัง​เขา

ตั้ง​แต่​นั้น​มา​ก็​ไม่​มี​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​คน​ใด​ใน​อิส​รา​เอล​เสมอ​โมเสส
ผู้​ซึ่งพบกับพระเจ้าอย่างใกล้ชิดหน้า​ต่อ​หน้า
ผู้ทำหมาย​สำคัญ​และ​การ​อัศ​จรรย์มากมาย ด้วย​อำ​นาจ​ยิ่ง​ใหญ่ และ​กิจ​การ​อัน​น่า​กลัว​และ​ใหญ่​โต​

1. โมเสสผู้รับใช้ที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาล
รับใช้พระเจ้าตลอดชีวิต อย่างอดทนและถ่อมใจ
รับใช้พระเจ้าอย่างเต็มไปด้วยหมายสำคัญและการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ เพื่อให้ประชาชาติทั้งหลายรู้จักความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า
เขาได้นำคนอิสราเอลมาถึงแผ่นดินคานาอันแล้ว ตามจุดประสงค์ของพระเจ้าในชีวิตของเขา

กุญแจสำคัญที่ทำให้เขาสามารถรับใช้พระเจ้าได้อย่างสง่างาม จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต ก็คือ
เขามีความสัมพันธ์ที่เขามีต่อพระเจ้าอย่างใกล้ชิดสนิทสนมยิ่งกว่าใครๆ

วันนี้ กุญแจสำคัญของการดำเนินชีวิตอย่างสง่างามและเกิดผลถวายเกียรติแด่พระเจ้า คือ
ความสัมพันธ์ที่เรามีต่อพระองค์

วันนี้เราให้ความสำคัญและให้เวลา กับเรื่องที่สำคัญที่สุดนี้อย่างไร?

คำคม

“ กุญแจความสำเร็จของโมเสส คือ ความถ่อมใจ และ ความสัมพันธ์กับพระเจ้า ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 33

ภาพรวม

  • โมเสสอวยพรแก่คนอิสราเอลครั้งสุดท้าย ก่อนที่เขาจะจากโลกนี้ไป

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy33-92781

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 33 หลังจากโมเสสได้แต่งบทเพลง ให้คนอิสราเอลร้อง เพื่อพวกเขาจะจดจำพระคำของพระเจ้าและไม่ทอดทิ้งพระองค์แล้ว

โมเสสก็กล่าวอวยพรประชาชนเป็นครั้งสุดท้ายก่อน​ที่​ท่าน​สิ้น​ชีวิต ว่า

พระเจ้า​เสด็จ​​มา​ยัง​คนอิสราเอล
พระ​องค์​ทรง​รัก​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย
และคนอิสราเอลก็​อยู่​ใน​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​องค์
พระเจ้าประทานพระบัญญัติ ให้เป็น​กรรม​สิทธิ์​ของคนอิสราเอล

ขอให้ เผ่ารูเบน​
ดำรง​ชีวิต​อยู่ และทวี​จำนวน​มากขึ้น

​ขอให้ เผ่ายู​ดาห์​
มีชัยชนะในการ​ต่อ​สู้​ และ​​พ้น​จาก​เหล่า​ศัตรู​

ขอให้ เผ่าเลวี
มีความจง​รัก​ภักดี​ ​ปฏิ​บัติ​ตาม​พระ​วจนะ​ของ​พระ​องค์ และ​รักษา​พันธ​สัญ​ญา​ของ​พระ​องค์
และจะ​สอน​กฎ​หมาย​ของ​พระ​องค์​แก่​คน​อิส​รา​เอล
และจะ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​แด่พระเจ้า
ทรัพย์​สิน​ของ​เขา และ​การ​งาน​ที่เขา​ทำ ได้รับพระพร
ขอทรงจัดการกับศัตรู​ ผู้​ที่​เกลียด​ชัง​เขา

ขอให้ เผ่า​เบน​ยา​มิน
​อาศัย​อยู่​กับ​พระ​องค์​อย่าง​ปลอด​ภัย

ขอ​ให้ เผ่าโย​เซฟ
ได้​รับ​พระ​พร​จาก​พระเจ้า ให้​ได้​รับ​ของ​ล้ำ​ค่า​จาก​ฟ้า​สวรรค์ และ​จาก​พิภพ​
​พระ​กรุ​ณา​คุณ​ของ​พระเจ้า​ลง​มา​เหนือ​เขา
เขา​จะเพิ่มพูน​จน​สุด​ปลาย​พิภพ ทั้ง​คน​เอฟ​รา​อิม และ​คน​มนัส​เสห์

ขอให้ ​เผ่าเศ​บู​ลุน
ยินดี​เมื่อ​ออก​ไป

ขอให้ เผ่า​อิส​สา​คา
ยิน​ดี​ใน​เต็นท์​ของ​ตน
จะ​ได้​​ความ​อุดม​จาก​ทะเล และ​ได้​ขุม​ทรัพย์​ที่​ซ่อน​อยู่​ใน​ทราย

ขอให้ เผ่า​กาด
ขยาย​เพิ่มพูน ได้ครอบครองดินแดนที่​ดี​ที่​สุด

ขอให้ เผ่า​ดาน
ได้ปกครองเมือง​บา​ชานที่อุดมสมบูรณ์

ขอให้ เผ่า​นัฟ​ทาลี
อิ่ม​ด้วย​พระ​กรุณา และ​เต็ม​ด้วย​พระ​พร​ของ​พระเจ้า
ได้​ยึด​ครอง​ทาง​ตะวัน​ตก​และ​ทาง​ใต้

ขอให้ เผ่าอา​เชอร์​
ได้​รับ​พระ​พร​จาก​บุตร​ทั้ง​หลาย
เป็น​ที่​โปรด​ปราน​ของ​พี่​น้อง​ของ​เขา
และ​มั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ มั่น​คง​ และปลอดภัย

พระเจ้าจะทรง​ช่วย​คนอิสราเอล
พระองค์จะทรงสถิตกับพวกเขา และปกป้องพวกเขา
พระ​องค์​ทรง​กำจัดศัตรู​ของพวกเขา
ดัง​นั้น อิส​รา​เอล​จึง​จะอยู่​อย่าง​ปลอด​ภัย ใน​แผ่น​ดิน​ที่​อุดมสมบูรณ์ ​

คนอิสราเอลจึงเป็นผู้​ได้​รับ​พระ​พร
เป็น​ชน​ชาติ​ที่​พระเจ้า ทรงเป็น​โล่​ เป็น​ดาบ​ ของเขา
ศัตรู​จึงจะ​สยบ​ต่อ​เขา

1. พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าของคนอิสราเอล ช่างเป็นพระพรยิ่งใหญ่ที่สุด
วันนี้ เราได้มาเป็นประชากรของพระเจ้าแล้ว
เป็นพระพรยิ่งใหญ่ที่สุดมากกว่าได้รับทรัพย์สมบัติทั้งโลกรวมกันเสียอีก
เราจึงควรดำเนินชีวิตเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดี ชื่นบาน ให้สมกับเป็นผู้ได้รับพระพรยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้

2. โมเสสกำลังจะจากโลกนี้ไป สิ่งที่โมเสสเหลือไว้สำหรับคนอิสราเอล คือ
การสอนให้คนอิสราเอลรักษาพระบัญญัติ และ การอวยพรแก่คนอิสราเอล

มรดกที่เราสามารถเหลือให้แก่อนุชนรุ่นหลัง คือ การเตือนสติให้พวกเขาดำเนินชีวิตตามพระคำพระเจ้า และ การอวยพระพรด้วยคำอธิษฐานเผื่อพวกเขา เพราะว่า แม้เราจะจากโลกนี้ไปแล้ว พระเจ้าก็ยังคงจะตอบคำอธิษฐานของเราต่อไป

คำคม

“ การมีพระเจ้า เป็นพระพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเรา ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 32

ภาพรวม

  • โมเสสได้แต่งบทเพลง ให้คนอิสราเอลร้อง เพื่อพวกเขาจะจดจำพระคำของพระเจ้าและไม่ทอดทิ้งพระองค์

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy32-92640

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 32 เมื่อพระเจ้าได้บอกโมเสสและโยชูวาล่วงหน้าถึงการที่คนอิสราเอลจะละทิ้งพระเจ้าแล้ว พระองค์ก็ให้โมเสสแต่งบทเพลงเพื่อเตือนใจคนอิสราเอล ซึ่งมีเนื้อหาโดยสรุปดังนี้

หยาด​ฝน และน้ำ​ค้าง สามารถ​ช่วย​ให้​พืช​เจริญ​งอก​งาม​ได้​อย่างไร
พระ​คำของ​พระเจ้า​ก็​เป็น​อย่าง​นั้น ​สามารถ​ทำ​ให้​จิตใจ​ของ​คนอิสราเอล​เจริญ​งด​งาม​ได้

พระ​ราช​กิจ​ของพระเจ้าก็​สม​บูรณ์
พระ​มรรคา​ของ​พระ​องค์​ก็​ยุติ​ธรรม
พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​​ยุติ​ธรรม​​และ​ปราศ​จาก​ความ​อธรรม

แต่คนอิสราเอลประ​พฤติ​ชั่ว​ช้า​ต่อ​พระเจ้า ​
พวกเขา​เป็น​พงศ์​พันธุ์​ที่​วิปริต​และ​คด​โกง
เป็นชน​ชาติ​โง่​เขลา​และ​เบา​ปัญญา

พระเจ้าทรงเป็นพระ​บิดา ​ทรงเป็นผู้​สร้างและ​สถา​ปนา​พวกเขาไว้
พวกเขาควร​ระลึก​ถึง​อดีตที่ผ่านมา
เมื่อ​พระเจ้าประ​ทาน​มรดก​แก่ประชาชาติ
พระ​องค์​ทรง​พบ​คนอิสราเอล​ใน​แผ่น​ดิน​ทุร​กัน​ดาร ใน​ที่​ร้าง​เปล่า​วัง​เวง
พระ​องค์​ทรง​โอบ​ล้อมพวก​เขา และ​ทรง​ดูแลพวก​เขา
ทรง​รักษา​พวกเขา​ไว้​ดัง​แก้ว​พระ​เนตร​ของ​พระ​องค์

เหมือน​นก​อิน​ทรี​ที่​กวน​รัง​ของ​มัน
กระ​พือ​ปีก​เหนือ​ลูก​นก
กาง​ปีก​ออก​รอง​รับ​ลูก​ไว้​ให้​เกาะ​อยู่​บน​ปีก

พระเจ้า​องค์​เดียว​ทรง​นำ​พวกเขา
ไม่​มี​พระ​ต่าง​ด้าว​องค์​ใด​อยู่​กับพวก​เขา
พระองค์อวยพระพรพวกเขา ประทานอาหารอุดมให้แก่พวกเขา

แต่เมื่อพวกเขาเจริญ​ขึ้น​แล้ว​
ก็​ได้​ทอด​ทิ้งและ​ดู​หมิ่น​​พระ​เจ้า​
พวกเขายั่ว​ยุ​ให้​พระ​องค์​กริ้ว​ด้วย​สิ่ง​น่า​รัง​เกียจ​ทั้ง​หลาย
พวกเขา​บูชา​พวก​ปี​ศาจ​ซึ่ง​ไม่​ใช่​พระ​เจ้า
แต่​ไม่​ใส่​ใจ​ใน​พระเจ้าผู้ทรงให้​กำ​เนิดพวกเขา

พระ​องค์จึงทรงซ่อน​พระพักตร์​จาก​พวก​เขา
ไฟ​จึงถูกก่อ​ขึ้น ไหม้​ลุก​ลาม​ไป​ทั่ว สิ่ง​ร้ายจึงเกิดขึ้นกับพวกเขา
ความ​หิว ความ​ร้อน​อัน​แรง​กล้า​ ​โรค​ร้าย​ ​สัตว์​ร้าย​ และ ​ดาบ​ จะมาทำลายพวกเขา

โอ ถ้าพวก​เขา​ฉลาด​แล้ว พวก​เขา​จะ​เข้า​ใจ​เรื่อง​นี้ คือ
คน​เดียว​จะ​ไล่​พัน​คน​ได้​อย่าง​ไร สอง​คน​จะ​ทำ​ให้​หมื่น​คน​หนี​ได้​อย่าง​ไร
นอก​จาก​พระ​ศิลา​ของ​พวกเขา ​ได้​ทรง​ทอด​ทิ้ง​พวกเขา​เสียแล้ว

เพราะ​พระเจ้าจะ​ทรง​พิพาก​ษา​ประ​ชา​กร​ของ​พระ​องค์
และ​ทรง​เมต​ตา​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์
เมื่อ​ทอด​พระ​เนตร​ว่า​กำลัง​ของพวก​เขา​สิ้น​ลง ไม่​มี​ใคร​เหลือ​แล้ว ไม่มี​พระใดๆปกป้องพวกเขาได้

นอก​จากพระยาเวห์​ไม่​มี​พระ​เจ้า​อื่น​ใด
พระองค์​ฆ่า​ให้​ตาย​และ​​ก็​ให้​มี​ชีวิต​อยู่
พระองค์​ทำ​ให้​บาด​เจ็บ และ​ก็​รักษา​ให้​หาย
ไม่​มี​ผู้​ใด​จะ​ช่วย​ให้​พ้น​มือของพระองค์ได้

พระเจ้าทรง​ยึด​การ​พิ​พาก​ษา​ไว้ ​
ทรง​แก้​แค้น​ศัตรู​ของ​พระองค์
และ​ตอบ​แทน​ผู้​ที่​เกลียด​ชัง​พระองค์
​พระ​องค์​จะ​ทรง​แก้​แค้น​แทน​โลหิต​ของ​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์
และ​จะ​ทรง​ลบ​มลทิน​แผ่น​ดิน​แห่ง​ประ​ชา​กร​ของ​พระ​องค์

แล้วโมเสส​ก็ได้​บอก​เนื้อ​เพลง​บท​นี้​ทั้ง​หมด​ให้คนอิสราเอล​ฟัง
แล้วกล่าวต่อไปว่า
ให้​คนอิสราเอล​ระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตาม​ถ้อย​คำ​ทั้งหมด​ของ​ธรรม​บัญ​ญัติ​
เรื่อง​นี้​ไม่​ใช่​เรื่อง​เล็ก​น้อย​ แต่​เป็น​เรื่อง​ชีวิต
เพราะพวกเขาจะมี​ชีวิต​ยืน​นาน​ใน​แผ่น​ดินคานาอันหรือไม่ ขึ้นกับเรื่องนี้

แล้วพระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ ใน​วัน​นั้น​ว่า
ให้เขาขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​อา​บา​ริม​ถึง​ยอด​เขา​เนโบ ซึ่ง​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​โม​อับ ​ตรง​ข้าม​เมือง​เย​รี​โค
และ​ดู​แผ่น​ดิน​คา​นา​อัน​ซึ่ง​พระเจ้า​ให้​แก่​คน​อิส​รา​เอล​
แล้วเขาจะสิ้น​ชีวิต​เสีย​บน​ภูเขา​​นั้น

1. การร้องบทเพลง เป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้จดจำเรื่องสำคัญๆที่ควรจะจำ
เช่นพระคุณ พระเมตตาของพระเจ้า
ดังนั้นการร้องเพลงนมัสการพระเจ้าอยู่เสมอ นอกจากเป็นการสรรเสริญพระเจ้าแล้ว
ยังเป็นการย้ำเตือนตัวเรา ให้ระลึกถึงความเลิศประเสริฐของพระเจ้าที่มีต่อเรา อยู่เสมออีกด้วย

2. ​พืชที่ขาดน้ำไม่สามารถ​เจริญ​งอก​งาม​ได้​อย่างไร
จิตใจของผู้เชื่อที่ขาดพระ​คำของ​พระเจ้า​ก็​เป็น​อย่าง​นั้น

3. นก​อิน​ทรี​ที่​กวน​รัง​ของ​มัน โดยการกระ​พือ​ปีก​เหนือรังที่​ลูก​นกอยู่
เพื่อให้ขนนุ่มๆในรังปลิวออกจนหมด เหลือแต่กิ่งไม้แข็งๆ
เพื่อบังคับให้ลูกของมันฝึกบิน

แต่ถ้าลูกของมันยังไม่ยอมออกฝึกบิน
มันก็จะโยนลูกของมันลงจากรัง ให้ฝึกบิน
แต่ถ้าดูเหมือนลูกของมัน บินไม่ไหวจริงๆ
มันก็จะกาง​ปีก​ออก​รอง​รับ​ลูก​ไว้​ให้​เกาะ​อยู่​บน​ปีกของมัน
แล้วนำกลับมาที่รัง

บางครั้งพระเจ้าจำเป็นต้องเอาความสะดวกสบายบางอย่างออกไปจากเรา เพื่อให้ชีวิตฝ่ายวิญญาณของเราพัฒนาสูงขึ้นอีก
แต่ถ้าเราไม่ไหว ในที่สุดพระองค์ก็จะปกป้องเราไว้ ไม่ให้มีอันตรายเกิดขึ้นกับเรา

4. หากศัตรูแค่คน​เดียว​ สามารถไล่คนอิสราเอลนับ​พัน​คน​ได้​ แสดงว่าพวกเขากำลังมีปัญหาในความสัมพันธ์กับพระเจ้า

วันนี้ หากปัญหาเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำให้เรา หวาดกลัว เครียด กินไม่ได้นอนไม่หลับ ไม่มีความสุข หรืออะไรทำนองนี้
น่าจะเป็นสิ่งสะท้อนได้ว่า ความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้ากำลังมีปัญหา

5. เรื่องการทำตามพระคำของพระเจ้า ไม่​ใช่​เรื่อง​เล็ก​น้อย​
แต่​เป็น​เรื่อง​ความเป็นความตายของชีวิต

วันนี้เราให้ความสำคัญกับการทำตามพระคำของพระเจ้ามากเพียงใด

คำคม

“ การทำตามพระคำของพระเจ้า เป็นตัวกำหนดความสำเร็จของชีวิต ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 31

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงเลือกโยชูวาที่จะให้มารับหน้าที่แทนโมเสสเมื่อโมเสสจากโลกนี้ไป และพระองค์ได้บอกโมเสสและโยชูวาล่วงหน้าถึงการที่คนอิสราเอลจะละทิ้งพระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy31-92433

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 31 หลังจากที่โมเสสหนุนใจคนอิสราเอลให้เลือกติดตามพระเจ้าแต่ผู้เดียว และหากผิดพลาดพลั้งไปก็ให้กลับมาหาพระองค์เสมอ แล้ว

โมเสสก็​กล่าว​ต่อไปว่า
วัน​นี้​โมเสส​มี​อายุ 120 ​ปี แล้ว และพระเจ้า​ตรัส​กับโมเสส​ว่า ​จะ​ไม่​ได้​ข้าม​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​นี้

แต่พระเจ้ายังคงจะ​ทรง​ข้าม​ไปกับ​คนอิสราเอล และ​จะ​ทรง​ทำลาย​ประ​ชา​ชาติ​เหล่า​นี้​ เพื่อ​คนอิสราเอลจะ​ขับ​ไล่​คนเหล่านั้น​ไป และโย​ชู​วา​จะเป็นผู้นำของพวกเขา

พระเจ้าจะ​ทรง​มอบ​ประชาชาติเหล่านั้น​แก่คนอิสราเอล และให้คนอิสราเอลทำ​ต่อพวก​เขา​ตาม​พระ​บัญ​ญัติ​ทั้ง​สิ้นของพระเจ้า

ดังนั้น ขอให้คนอิสราเอล
จง​เข้ม​แข็ง​และ​กล้า​หาญ​เถิด
อย่า​กลัว​หรือ​ครั่น​คร้ามศัตรู​เลย
เพราะ​ว่า​พระเจ้าทรงไปกับคนอิสราเอล
พระ​องค์​จะ​ไม่​ทรง​ปล่อย​พวกเขาให้​ล้ม​เหลว​หรือ​ทอด​ทิ้ง​พวกเขา

แล้ว​โมเสส​เรียก​โย​ชู​วา​เข้า​มา และ​กล่าว​แก่โยชูวา​ต่อ​หน้า​คน​อิส​รา​เอล​
ด้วยคำพูดเดียวกับที่บอกกับประชาชนนั้น

โมเสส​ได้​เขียน​ธรรม​บัญ​ญัติ​ แล้ว​มอบ​ให้​ปุโร​หิต​ และ​แก่​พวก​ผู้ใหญ่​ทั้ง​สิ้น​ของ​คน​อิส​รา​เอล
และกล่าว​ว่า
เมื่อ​ครบ​ทุก​ 7 ​ปี ซึ่งเป็น​ปี​ปลด​ปล่อย ​ใน​เทศ​กาล​อยู่​เพิงนั้น
ให้​อ่าน​ธรรม​บัญ​ญัติ​นี้​ให้​คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ฟัง
เพื่อ​ให้​พวกเขา​ได้​ยิน​และ​เรียน​รู้​ที่​จะ​ยำเกรง​พระเจ้า และ​ระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตามธรรม​บัญ​ญัติ​นี้

พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า วัน​ซึ่ง​เขา​ต้อง​ตาย​ก็​ใกล้​เข้า​มา​แล้ว
ดังนั้นให้เขากับโย​ชู​วา​ ​มา​เข้า​เฝ้าพระเจ้า​ใน​เต็นท์​นัด​พบ
โมเสส​และ​โย​ชู​วา​จึง​เข้า​ไป​ใน​เต็นท์​นัด​พบ
และพระเจ้า​ทรง​ปรา​กฏ​ใน​เสา​เมฆ​ใน​เต็นท์​นัด​พบ
และตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
เมื่อโมเสสจากโลกนี้ไปแล้ว และ​คนอิสราเอลจะ​เล่น​ชู้​กับ​พระ​ของ​คน​ต่าง​ชาติ​ใน​แผ่น​ดิน​คานาอัน แล้วจะ​ทอด​ทิ้งพระเจ้า​และ​หัก​พันธ​สัญ​ญาที่มีไว้กับพระองค์

แล้ว​ใน​วัน​นั้น​พระเจ้า​จะ​กริ้ว​ต่อ​พวกเขา และ​จะ​ทอด​ทิ้งพวก​เขา​ และ​ซ่อน​หน้า​ของ​พระองค์​จาก​พวกเขา
พวก​เขา​จะ​ถูก​กลืน และ​เผชิญ​สิ่ง​ร้าย​และ​ความ​ลำบาก​มาก​มาย
เนื่อง​จาก​ความ​ชั่ว​ที่​พวกเขา​ทำ​

ดัง​นั้นให้โมเสสและโยชูวา ​เขียน​บท​เพลง และ​สอน​คน​อิส​รา​เอล​ให้​ร้อง​จน​ติด​ปาก
เพื่อ​บท​เพลง​นี้​จะ​เป็น​พยาน​ของพระเจ้าปรัก​ปรำ​คน​อิส​รา​เอล ผู้ไม่รักษาสัญญา
ผู้หัน​ไป​ปรน​นิบัติ​พระ​อื่น และ​หมิ่น​ประ​มาท​พระเจ้า

และ​เมื่อ​เขา​เผชิญ​สิ่ง​ร้าย​และ​ความ​ลำ​บาก​มาก​มาย​แล้ว
เพลง​บท​นี้​จะ​เป็น​พยาน​ต่อ​พวกเขา

ในวันนั้น โมเสส​จึง​เขียน​บท​เพลงนั้น และ​สอน​แก่​คน​อิส​รา​เอล

พระเจ้า​ตรัส​สั่ง​โย​ชู​วา ​ว่า
ให้เข้ม​แข็ง​และ​กล้า​หาญ​ เพราะเขา​จะ​นำ​คน​อิส​รา​เอล​เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดิน​คานาอัน และพระเจ้าจะ​อยู่​กับ​เขา

เมื่อ​โมเสส​เขียน​ถ้อย​คำ​ของ​ธรรม​บัญ​ญัติ​นี้​ลง​ใน​หนัง​สือ​จน​จบ​แล้ว
ก็​บัญชา​คน​เลวี​ผู้​หาม​หีบ​พันธ​สัญญา ว่า
ให้​วาง​หนังสือนี้ไว้​ข้าง​หีบ​พันธ​สัญ​ญา​ ให้​อยู่​ที่​นั่น​เพื่อ​เป็น​พยาน​ปรัก​ปรำคนอิสราเอล
เพราะพวกเขา​เป็น​คน​มัก​กบฏ​และ​หัวแข็ง
เมื่อโมเสสตายไป​แล้ว​ พวกเขาคงจะกบฏ​ยิ่ง​กว่าในปัจจุบันนี้อีก

แล้วโมเสสได้กล่าวต่อ​พวก​ผู้​ใหญ่​ของ​ทุก​เผ่า และ​เจ้า​หน้า​ที่​ทั้ง​หมด
​อัญ​เชิญ​สวรรค์​และ​โลก​ให้​เป็น​พยาน​ปรัก​ปรำ​พวกเขา ว่า
เมื่อ​โมเสสตายไป​แล้ว พวกเขา​จะ​ประ​พฤติ​หลง​ผิด​ไป​เป็น​แน่ และ​หัน​เห​ไป​จาก​ทาง​ของพระเจ้า และ​จะ​เผชิญ​ความ​ทุกข์​ลำ​บาก​ใน​เวลา​ต่อ​มา เพราะ​พวกเขา​จะ​ทำ​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย ทำ​ให้​พระเจ้ากริ้ว​ด้วย​สิ่ง​ที่​มือ​พวกเขาทำ

โมเสส​จึง​กล่าว​ถ้อย​คำ​ เป็น​บท​เพลง ​ให้​ ​ชุม​นุม​ชน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด ฟัง​จน​จบ

1. วิธีที่จะทำให้เราเรียนรู้ที่จะยำเกรงพระเจ้า คือ การได้ยิน ได้ฟัง หรือได้อ่านพระคำของพระเจ้าอยู่เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ

2. พระเจ้าทรงทราบล่วงหน้า ว่า ถึงอย่างไรก็ตามคนอิสราเอลก็จะละทิ้งพระองค์ ไปปรนนิบัติพระอื่น อยู่ดี
ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยังคงรักพวกเขา อวยพระพรพวกเขา เตือนพวกเขา และเตรียมหนทางให้พวกเขาสามารถกลับมาหาพระองค์ได้ อยู่ดี

ไม่ว่าเราจะเป็นเช่นไร อ่อนแอสักเพียงใด ความรักของพระเจ้าที่มีต่อเรานั้นก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงเลย
พระองค์พร้อมเสมอที่จะต้อนรับเรากลับมาสู่อ้อมกอดของพระองค์

คำคม

“ ถึงอย่างไรก็ตาม พระเจ้ายังคงรักเราอยู่ดี และปรารถนาให้เรากลับมาหาพระองค์ ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 30

ภาพรวม

  • โมเสสหนุนใจคนอิสราเอลให้เลือกติดตามพระเจ้าแต่ผู้เดียว และหากผิดพลาดพลั้งไปก็ให้กลับมาพระองค์เสมอ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy30-92209

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 30 เมื่อโมเสสกล่าวถึงพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงทำกับคนอิสราเอล ณ ที่ราบโมอับ แล้ว ก็กล่าวต่อไปว่า

หาก​เหตุ​การณ์​คำ​สาป​แช่ง​เหล่านี้​มา​ถึงคนอิสราเอลจริงๆ
จนพวกเขาถูก​ขับ​ไล่ไปอยู่ท่ามกลางประชาชาติ

ถ้าพวกเขา​หัน​กลับ​มา​หาพระ​เจ้า​ และ​เชื่อ​ฟัง​พระ​สุร​เสียง​ของ​พระ​องค์​ใน​ทุก​อย่าง ​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​
แล้ว​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ให้​พวกเขา​กลับ​จาก​การ​เป็น​เชลย
และ​ทรง​พระ​กรุ​ณา​ต่อ​พวกเขา และ​จะ​ทรง​รวบ​รวม​พวกเขาจาก​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย​ที่​กระ​จาย​ไป​อยู่​นั้น
แม้ที่นั่นมันจะไกลแสนไกลสักเพียงใด
พวกเขาจะ​ได้​ยึด​ครองแผ่นดินอีกครั้ง และ​จะ​จำเริญ​มั่ง​คั่ง​และ​ทวี​มาก​ขึ้น​ยิ่ง​กว่า​บรรพ​บุรุษ​ของพวกเขา

แล้ว​พระเจ้า​จะ​ประ​ทาน​ใจ​เชื่อ​ฟัง​แก่​พวกเขาและบุตร​หลาน​
เพื่อพวกเขา​จะ​ได้​รักพระเจ้า​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ เพื่อ​พวกเขาจะ​มี​ชีวิต​อยู่​ได้
และ​พระเจ้า​จะ​ทรง​ให้​คำ​สาป​แช่ง​เหล่า​นี้​ตก​บน​ศัตรู​และ​ผู้​ที่​เกลียด​ชัง​พวกเขา ​ซึ่ง​​ข่มเหงพวกเขา
และ​พวกเขาจะ​ฟัง​พระ​สุร​เสียง ​และ​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ทั้ง​สิ้น​ของ​พระเจ้า
พวกเขาจะจำ​เริญ​มั่ง​คั่ง​อย่าง​ยิ่ง​ใน​กิจ​การ​ที่​มือ​พวกเขา​ทำ
เพราะ​พระเจ้า​จะ​พอ​พระทัย​ที่​จะ​ให้​พวกเขาจำ​เริญ​มั่ง​คั่ง

สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น
ถ้าพวกเขา​ฟัง​พระ​สุร​เสียง​ของ​พระเจ้า โดย​รักษา​พระ​บัญ​ญัติของ​พระ​องค์
ถ้าพวกเขา​หัน​กลับ​มา​หา​พระเจ้าด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ

พระ​บัญ​ญัติ​นี้ ​ไม่​ยาก​เกิน​ไป และ​ไม่​ไกล​เกิน​ไป​ด้วย
ไม่​ใช่​อยู่​บน​สวรรค์ ซึ่งจะ​ต้องขึ้น​ไป​เอา​มา
ไม่​ใช่​อยู่​โพ้น​ทะเล ซึ่ง​​จะ​ต้องข้าม​ทะเล​ไปเอามา
แต่​ถ้อย​คำ​นั้น​อยู่​ใกล้​มาก อยู่​ใน​ปาก และ​อยู่​ใน​ใจ ฉะนั้น​​จึง​ทำ​ตาม​ได้

โมเสสเตือนว่า วันนี้โมเสส ได้​วาง​
ชีวิตและสิ่ง​ดี กับ ความ​ตาย​และ​สิ่ง​ร้าย​
ไว้​ต่อ​หน้าคนอิสราเอล

คือ ให้​รัก​พระเจ้า ให้​ดำเนิน​ใน​พระ​มรรคา​ของ​พระ​องค์ ​และ​ให้​รักษา​พระ​บัญ​ญัติของ​พระ​องค์
แล้ว​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​และ​ทวี​มาก​ขึ้น และ​พระเจ้าจะ​ทรง​อวย​พร​แก่​พวกเขาในทุกสิ่ง

แต่​ถ้า​ใจหัน​เห​ไป​และ​​ไม่​ได้​เชื่อ​ฟัง ไป​นมัส​กา​รและ​ปรน​นิบัติ​พระอื่น
พวกเขา​จะ​พินาศ​เป็น​แน่
พวกเขาจะ​ไม่​มี​ชีวิต​อยู่​นาน​ใน​แผ่น​ดินที่​ยึด​ครอง​นั้น

โมเสสได้​อัญ​เชิญ​สวรรค์​และ​โลก​ให้​เป็น​พยาน​ต่อคนอิสราเอล ​ว่า
โมเสสได้​ตั้ง​ชีวิต​และ​ความ​ตาย พระ​พร​และ​คำ​สาป​แช่ง​ ไว้​ต่อ​หน้า​คนอิสราเอลแล้ว
เพราะ​ฉะนั้น​ จง​เลือก​เอา​ข้าง​ชีวิต ​เพื่อ​จะ​ได้​มี​ชีวิต​อยู่
โดยรัก​พระ​เจ้า​ เชื่อ​ฟัง​พระ​สุร​เสียง​ของ​พระ​องค์ และ​ผูก​พัน​กับ​พระ​องค์ แล้ว​จะ​ได้​ชีวิต​และอายุ​​จะ​ยืน​นานอย่างเต็มด้วยพระพร

1. วิธีแก้ไขทุกสถานการณ์ร้ายในชีวิตก็คือ
​หัน​กลับ​มา​หาพระ​เจ้า​ และ​เชื่อ​ฟัง​พระคำ​ของ​พระ​องค์​ใน​ทุก​อย่าง ​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​

2. เมื่อกลับใจจริงๆ พระเจ้าสัญญาว่าต่อให้ถูกจับไปเป็นเชลยไกลสุดปลายขอบฟ้า(ข้อ4)
พระองค์ก็ยังจะทรงนำกลับมา

นั่นคือ วันนี้ถ้าเรากลับใจอย่างแท้จริง ต่อให้ปัญหามันจะหนักหนาสาหัสสักเพียงใด
พระเจ้าก็จะสามารถแก้ไข เปลี่ยนแปลง ให้มันกลับสู่สภาพดีได้อยู่ดี

3. พระเจ้ากำหนดไว้แล้วว่า ถ้าเรารักพระเจ้าและเชื่อฟังพระองค์
พระเจ้า​จะ​ทรง​ให้​คำ​สาป​แช่ง ​ตก​บน​ศัตรู​และ​ผู้​ที่​เกลียด​ชัง​เรา ​คนที่​​ข่มเหงเรา

ดังนั้นหากเรารู้ว่าใครเกลียดเรา หรือเขาพยายามข่มเหงเรา
ต้องอธิษฐานเผื่อพวกเขาเยอะๆ ไม่งั้นพวกเขาจะน่าสงสารมาก

4. พระบัญญัติของพระเจ้าไม่ได้ยาก​เกิน​ไปสำหรับเรา ผู้เชื่อวางใจในพระเยซู
เพราะพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้สถิตในเรา จะคอยสอนเรา เตือนให้เราระลึกได้ และรู้ลึกๆในใจได้ว่า พระเจ้าประสงค์ให้เราทำอย่างไรในเหตุการณ์นั้นๆ
และถ้าเราทูลขอต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้ช่วยเรา พระองค์เองก็จะประทานกำลังให้เราทำได้อีกด้วย

ดังนั้นวันนี้เหลือขั้นตอนเดียว ที่จะทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า คือ ตัดสินใจลงมือทำอย่างจริงจัง

5. วันนี้ พระพร และ วิบัติ วางไว้ให้เราเลือก
ให้เราเลือกพระพร ด้วยการรัก​พระ​เจ้า​ เชื่อ​ฟัง​พระคำของ​พระ​องค์ และ​ผูก​พัน​กับ​พระ​องค์

คำคม

“ ไม่ว่าหลงไปไกลสักเพียงใด หากกลับใจก็จะกลับสู่สภาพดีได้ ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 29

ภาพรวม

  • โมเสสกล่าวถึงพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงทำกับคนอิสราเอล ณ ที่ราบโมอับ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy29-92092

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 29 หลังจากที่โมเสสสั่งให้คนเลวีประกาศคำอวยพรและคำแช่งสาป เมื่อเข้าแผ่นดินคานาอันแล้ว โมเสสก็เริ่มกล่าวถึงถ้อย​คำ​ใน​พันธ​สัญญาของพระเจ้า ซึ่งพระองค์ตรัสเมื่อคนอิสราเอลอยู่ใน​แผ่น​ดิน​โม​อับ ดังนี้

คนอิสราเอลได้​เห็น​ทุก​สิ่ง​ที่พระเจ้าทรง​ทำ​ตั้งแต่ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์ ทั้ง​หมาย​สำคัญ​และ​การ​อัศ​จรรย์​ยิ่ง​ใหญ่ต่างๆมาแล้ว
และตลอด 40 ปี ​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร เสื้อ​ผ้า​และรองเท้าของพวกเขาไม่​ได้​ขาด
และ​เมื่อ​ท่าน​มา​ถึง​ที่​นี้ พระเจ้าก็ทรงทำให้พวกเขาชนะ สิโหน​กษัตริย์​แห่ง​เฮช​โบน และ​โอก​กษัตริย์​แห่ง​บา​ชาน​ได้​ริบ​แผ่น​ดิน​ของ​กษัตริย์เหล่านั้น และ​มอบ​ให้​เป็น​มรดก​แก่​คน​เผ่า​รูเบน คน​เผ่า​กาด และ​คน​ครึ่ง​เผ่า​มนัส​เสห์

เพราะ​ฉะนั้น​ ขอให้พวกเขาระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตาม​ถ้อย​คำ​แห่ง​พันธ​สัญ​ญาของพระเจ้า
เพื่อ​พวกเขาจะ​จำ​เริญขึ้น​ใน​บรรดา​กิจ​การ​ซึ่ง​พวกเขากระ​ทำ

ใน​วัน​นี้ให้พวกเขาทุกคนเข้า​มา​ใน​พันธ​สัญ​ญา​แห่ง​พระ​เจ้า
เพื่อ​พระ​องค์​จะ​ทรง​แต่ง​ตั้งพวกเขา ​ให้​เป็น​ประ​ชา​กร​ของ​พระ​องค์ และพระ​องค์​จะ​เป็น​พระ​เจ้า​ของ​พวกเขา

​พันธ​สัญญา​และ​คำ​ปฏิ​ญาณ​นี้ ไม่ใช่เฉพาะกับคนที่อยู่ที่นั่นเท่านั้น
แต่​กับ​ผู้​ที่​ไม่​ได้​อยู่​ที่​นั่นด้วย

อย่าให้คน​ใด มี​จิต​ใจ​ของ​เขา​หัน​จาก​​พระ​เจ้า​ ไป​ปรน​นิบัติ​บรรดา​พระ​อื่น
มิฉะนั้นจะ​มี​ราก​ซึ่ง​เกิด​เป็น​พืช​ที่​เป็น​พิษ​และ​บอ​ระ​เพ็ดเกิดขึ้น

ใครที่ได้ยิน​คำ​ปฏิ​ญาณ​นี้ แล้วคิดใน​ใจ​ว่า
“แม้​ข้า​จะ​เดิน​ด้วย​ความ​ดื้อ​ดึง​ตาม​ใจ​ของ​ข้า ข้า​ก็​จะ​เป็น​สุข”
ความ​คิด​เช่น​นี้​ก็​นำ​การ​กวาด​ทำลาย​มาสู่เขา
– พระ​พิโรธ​และ​ความ​หวง​แหน​ของ​พระ​เจ้า ​จะ​ทรง​พลุ่ง​ขึ้น​ต่อ​เขา
– คำ​สาป​แช่งจะ​ตก​เหนือ​เขา
– พระเจ้าจะ​ทรง​ลบ​ชื่อ​ของ​เขา​เสีย​จาก​ใต้​ฟ้า
– พระเจ้า​​จะ​ทรง​แยก​เขา​ออก​จาก​​คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​ปวง ให้​ประ​สบ​หายนะ​ตาม​คำ​สาป​แช่ง​ทั้ง​สิ้น​ของ​พันธ​สัญ​ญา
– คน​ชั่ว​อายุ​ต่อ​มา จะ​อุทาน​เมื่อ​เขา​เห็น​ความ​ทุกข์​ใจ​​และ​โรค​ภัย​ซึ่งพระเจ้าทรง​บัน​ดาล​ให้​เกิดแก่เขา และแผ่นดินของเขา

แล้ว​ประ​ชา​ชาติ​ทั้ง​ปวง​จะ​กล่าว​ว่า
“ทำไม​พระ​เจ้า​ทรง​ทำ​เช่น​นี้​แก่​แผ่น​ดิน​นี้ พระ​พิโรธ​มาก​มาย​ขนาด​นี้​หมาย​ความ​ว่า​กระ​ไร?”

แล้ว​คน​จะ​พูด​กัน​ว่า
“เพราะ​เขา​ทอด​ทิ้ง​พันธ​สัญ​ญา​ของ​พระ​เจ้า​ แล้ว​ไป​ปรน​นิบัติ​นมัส​การ​พระ​อื่น ​พระเจ้าจึง​ทรง​ถอน​ราก​​เขา​เสีย​จาก​แผ่น​ดิน ด้วย​ความ​กริ้ว​และ​พระ​พิโรธ​อัน​แรง​กล้า และ​ทรง​ทิ้ง​เขา​ไป​ใน​อีก​แผ่น​ดิน​หนึ่ง”

สิ่ง​ลี้​ลับ​ทั้ง​ปวง​เป็น​ของ​​พระ​เจ้า
แต่​สิ่ง​ที่​ทรง​สำแดง​นั้น​เป็น​ของ​เรา​ทั้ง​หลาย​ ​เป็น​นิตย์
เพื่อ​เรา​จะ​ทำ​ตาม​ถ้อย​คำ​ทั้ง​สิ้น​ของ​ธรรม​บัญ​ญัติ​นี้

1. พระเจ้าได้ทำพันธสัญญากับคนอิสราเอล คือ ถ้าเขาติดตามพระองค์ เชื่อฟังพระองค์ พระองค์จะทรงอวยพระพรพวกเขา แต่ถ้าพวกเขาทอดทิ้งพระองค์ ไม่เชื่อฟังพระองค์ พระองค์ก็จะนำพระพรเหล่านั้นไปเสีย เหลือไว้แต่คำแช่งสาป

วันนี้ ประตูแห่งพระพรของพระเจ้า เปิดออกสำหรับเราที่อยู่ในพระเยซูคริสต์
เพียงแต่เราจะเดินติดตามพระองค์ ทำตามคำแนะนำในพระคำของพระองค์ เราก็จะได้พบกับพระพรมากมาย

แต่หากใครที่หันหลังให้พระองค์ ไม่เชื่อฟังพระคำของพระองค์
คนนั้นเอง กำลังตัดสินใจเดินออกจากทางแห่งพระพร
เมื่อเขาเดินออกแล้ว เขาจะพบกับพระพรได้อย่างไร

2. ในข้อ 15 กล่าวว่า พันธสัญญานี้ไม่ใช่สำหรับเฉพาะคนอิสราเอลที่ยืนอยู่ที่นั่นเท่านั้น แต่สำหรับคนอื่นๆด้วย
ใครก็ตามที่ดำเนินชีวิตตามพระคำของพระเจ้าจะได้รับพระพร
ใครก็ตามที่ดำเนินชีวิตสวนทางกับพระคำของพระเจ้า ก็กำลังทำให้ตนเองเจ็บ

3. ข้อ 19-28 ชี้ให้เห็นว่า คนที่ได้รับรู้พันธสัญญานี้แล้ว
แต่ยังจงใจคิดว่า “ไม่เป็นไรหรอก ฉันจะไม่โดนอะไรหรอก ฉันจะไม่ทำตามซะอย่าง จะมีอะไรไหม?”
แบบนี้ โดนหนัก จัดเต็มไปเลย

คนที่รู้ทั้งรู้ แต่ยังจงใจดื้อดึง ไม่เชื่อฟังพระเจ้า
ควรรีบกลับใจ ก่อนจะสายเกินไป

4. สิ่ง​ลี้​ลับ​เป็น​ของ​​พระ​เจ้า แต่​สิ่ง​ที่​ทรง​สำแดง​​เป็น​ของ​เรา​
เราไม่อาจเข้าใจสิ่งต่างๆได้ทั้งหมด แต่เท่าที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เราแล้วในพระคำของพระเจ้าว่า เราควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร
แล้วเราก็เชื่อฟังทำตาม เพียงเท่านี้ ชีวิตของเราก็จะเต็มไปด้วยพระพร แม้ยังไม่สามารถเข้าใจได้ทั้งหมดก็ตาม

คำคม

“ เชื่อฟังพระเจ้า แม้ยังไม่เข้าใจ ก็ได้รับพระพร ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 28

ภาพรวม

  • โมเสสให้คนเลวีประกาศผลดีของการเชื่อฟังและโทษของการไม่เชื่อฟัง ให้คนอิสราเอลฟัง เมื่อพวกเขาเข้าไปในแผ่นดินคานาอันแล้ว

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy28-92029

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 28 เมื่อโมเสสให้คนอิสราเอลตั้งศิลาจารึกพระบัญญัติไว้บนภูเขาเอบาล และให้คนเลวีประกาศคำแช่งสาปสำหรับผู้ฝ่าฝืนพระบัญญัติของพระเจ้าแล้ว คนเลวีประกาศผลดีของการเชื่อฟังและโทษของการไม่เชื่อฟัง ดังนี้ต่อไปนี้

ผลดีของการเชื่อฟังพระ​สุร​เสียง​ และทำ​ตาม​พระ​บัญ​ญัติ​ ได้แก่
1. จะรับการยกชูให้สูง​กว่า​บรรดา​ประ​ชา​ชาติ​ทั่ว​โลก
2. จะ​รับ​พระ​พร​ทั้งใน​เมืองและนอกเมือง
3. จะรับพระพร ทั้งพงศ์​พันธุ์​ พืชผล​ ​สัตว์ และ​ผลผลิตต่าง​ๆของ​ตน
4. จะ​รับ​พระพร​เมื่อ​ท่าน​เข้า​มา และ​​ออก​ไป
5. ​ศัตรูจะ​พ่าย​แพ้​แก่​ท่าน พวกเขา​จะ​ออก​มา​ต่อ​สู้​ท่าน​ทาง​เดียว และ​หนี​จาก​ท่าน​ 7 ทาง
6. ยุ้งฉาง​ และ​ทุก​สิ่ง​ที่​ทำจะได้รับพระพร
7. จะ​​เป็น​ชน​ชาติ​บริ​สุทธิ์​แด่​พระเจ้า
8. ชนชาติ​ทั้ง​หลาย​ จะ​​เรียก​ท่าน​ตาม​พระ​นาม​พระ​เจ้า และ​เขา​ทั้ง​หลาย​จะ​เกรง​กลัว​ท่าน
9. จะมี​พงศ์​พันธุ์​ของตน พันธุ์​ของ​ฝูง​สัตว์​ และ​ผล​แห่ง​พื้น​ดิน​ มากมาย
10. แผ่นดินจะมีฝนตก​ตาม​ฤดู​กาล
11. งานทุกอย่างที่ทำจะได้รับพระพร
12. ​จะ​ให้​หลาย​ประ​ชา​ชาติ​ยืม แต่​ท่าน​จะ​ไม่​ขอ​ยืม
13. จะ​เป็น​หัว​ไม่​ใช่​เป็น​หาง
14. จะ​สูง​ขึ้น​เท่า​นั้น​ไม่​ใช่​ให้​ต่ำ​ลง

โทษของการไม่เชื่อฟัง ได้แก่
1. จะ​ถูก​สาป​แช่ง​ทั้งใน​เมืองและนอกเมือง
2. ผลผลิตต่างๆ​ พงศ์​พันธุ์​ของตน ​พืชผล​และสัตว์ของตน จะ​ถูก​สาป​แช่ง
3. จะ​ถูก​สาป​แช่ง​เมื่อ​ท่าน​เข้า​มา และ​​ออก​ไป
4. ​กิจ​การ​ทั้ง​สิ้น​ จะถูกสาป​แช่ง เกิดความ​วุ่น​วาย และ​การ​ตำหนิ​ จน​​จะ​ถูก​ทำลาย​และ​พินาศ​อย่าง​รวด​เร็ว
5. จะเกิด​โรค​ร้าย​ติด​พัน​ จน​ซูบ​ผอม และ​​ป่วย​ไข้ ​อัก​เสบ เกิดความ​ร้อน​อย่าง​รุน​แรง การฆ่า แผล​พุ​พอง ​เชื้อ​รา และ​สิ่ง​เหล่า​นี้​จะ​ติด​ตาม​ท่าน​ไป​จน​ท่าน​พินาศ
6. ​ฟ้า​สวรรค์ จะ​เป็น​ทอง​เหลือง และ​แผ่น​ดิน ​จะ​เป็น​เหล็ก ฝนไม่ตก ปลูกพืชอะไรก็ไม่ขึ้น
7. ​ฝุ่น​และ​ละออง​ลง​มา​จาก​ท้อง​ฟ้า
8. จะ​พ่าย​แพ้​ต่อ​ศัตรู เมื่อออก​ไป​ต่อ​สู้​พวก​เขา​ทาง​เดียว แต่​จะ​หนี​จาก​พวกเขา​ 7 ​ทาง
9. ​ท่าน​จะ​เป็น​ที่​น่า​สยด​สยอง​ยิ่ง​แก่​ราช​อา​ณา​จักร​ทั้ง​สิ้น​ทั่ว​โลก
10. ซาก​ศพ​ของ​ท่าน​จะ​เป็น​อาหาร​ของ​บรรดา​นก​ ​และ​ของ​สัตว์​ป่า​ใน​โลก และ​ไม่​มี​ผู้​ใด​ขับ​ไล่​ฝูง​สัตว์​เหล่า​นั้น​ไป​ได้
11. จะถูกโจมตีด้วย​ฝี​อียิปต์ ด้วย​แผล​ร้าย ด้วย​โรค​กลาก ​ด้วย​โรค​คัน ด้วยฝี​ร้าย​ที่​หัว​เข่า​และ​ที่​ขา ​ตั้ง​แต่​ฝ่า​เท้า​จน​ถึง​กระ​หม่อม​ ซึ่ง​จะ​รักษา​ไม่​ได้
12. จะถูกโจมตี​ด้วย​ความ​วิกล​จริต ตา​บอด และ​ให้​จิต​ใจ​ยุ่ง​เหยิง
13. ​จะ​ไม่​มี​ความ​เจริญ​ใน​ทาง​ของ​ตน
14. ​จะ​ถูก​บีบ​คั้น​และ​ถูก​ปล้น​อยู่​เสมอ และ​จะ​ไม่​มี​ใคร​ช่วย​เลย
15. หญิงที่​หมั้นไว้ จะไปนอนกับชายอื่น
16. ​จะ​สร้าง​บ้าน และ​ปลูก​สวน​องุ่น แต่​ท่าน​จะ​ไม่​ได้ใช้ประโยชน์จากมัน
17. สัตว์ที่เลี้ยงไว้จะถูกแย่งชิงไป
18. ​ลูกๆของ​ท่าน​ จะถูกนำไป​เป็นเชลยของชน​ชาติ​อื่น
19. ชน​ชาติ​อื่น ​จะ​มา​รับ​ประ​ทาน​พืช​ผล​แห่ง​พื้น​ดิน​ของ​ท่าน พวกเขา​จะ​บีบ​คั้น​และ​เหยียบ​ย่ำ​ท่าน​เสมอ​ไป
20. สิ่งที่เห็น​จะ​ทำ​ให้​ท่าน​บ้า​คลั่ง​ไป
21. ​ท่าน​และ​กษัตริย์​ของท่าน จะถูกนำไป​ยัง​ที่​ไม่​รู้​จัก​มา​ก่อน
22. ท่าน​จะ​เป็น​ที่​น่า​กลัว เป็น​ภา​ษิต เป็น​ที่​โจษจัน​กัน​ท่าม​กลาง​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย​
23. จะ​หว่าน​มาก​มาย​ไว้ แต่​เก็บ​ผล​เข้า​มา​เพียงเล็ก​น้อย
24. จะมีแมลงและหนอนมากินพืชผลเสียหายมากมาย
25. คน​ต่าง​ด้าว​ซึ่ง​อยู่​ท่าม​กลาง​ท่าน​จะ​สูง​ขึ้น​เหนือ​ท่าน​ทุก​ทีๆ และ​ท่าน​จะ​ต่ำ​ลง​ทุก​ทีๆ
26. คนต่างด้าว​จะ​ให้​ท่าน​​ยืม และ​ท่าน​จะ​ไม่​มี​ให้​เขา​ยืม เขา​จะ​เป็น​หัว และ​ท่าน​จะ​เป็น​หาง
27. จะ​ต้อง​ปรน​นิบัติ​ศัตรู​ของ​ท่าน
28. จะต้องเผชิญกับ​ความ​หิว​และ​กระ​หาย เปลือย​กาย​และ​ขัด​สน​ทุก​อย่าง
29. จะถูกรุกรานโดยศัตรูจากแดนไกล จนไม่​เหลือ​อะไรเลย
30. เมืองของท่านทุกเมืองจะถูก​พัง​ทลาย​ลง​
31. ​จะ​ต้องกินเนื้อลูกของตนเอง
32. จะพบกับ​ความ​ทุกข์​ใจ​อย่าง​ผิด​ธรรม​ดา ความ​ทุกข์​ใจ​ร้าย​แรง​และ​เนิ่น​นาน และ​ความ​เจ็บ​ป่วย​ต่างๆ ที่​ร้าย​แรง​และ​เรื้อ​รัง
33. โรค​ทั้ง​หลาย​ซึ่ง​ท่าน​กลัว​นั้น​มา​สู่​ท่าน​ และ​มัน​จะ​ติด​พัน​ท่าน​อยู่ รวมทั้งโรค​ทุก​อย่าง​และ​ความ​ทุกข์​ใจ​ทุก​อย่าง ซึ่ง​ไม่​ได้​ระบุ​ไว้​ใน​หนัง​สือ​แห่ง​ธรรม​บัญ​ญัติด้วย
34. ท่าน​จะ​เหลือ​แต่​จำนวน​น้อย
35. ท่าน​จะ​ต้อง​ถูก​ถอน​ออก​ ​จาก​แผ่น​ดิน​ซึ่งครอบครอง​
36. จะ​กระจัด​กระจาย​ไป​ท่าม​กลาง​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย
37. เมื่อ​ท่าน​อยู่​ท่าม​กลาง​ประ​ชา​ชาติ​ต่างๆ นั้น ท่าน​จะ​ไม่​พบ​ความ​สบาย​เลย ​จะ​ไม่​มี​ที่​หยุด​พัก เพราะ​ ​จิต​ใจ​จะ​หวาด​หวั่น มี​ตา​ที่​มืด​มัว​ลง และ​มี​ชีวิต​ที่​ค่อยๆ วอด​ลง
38. ​ชีวิต​ของ​ท่าน​ก็​จะ​แขวน​อยู่​ใน​ความ​สง​สัย​ ครั่น​คร้าม​อยู่​ทั้ง​กลาง​คืน​และ​กลาง​วัน ไม่​มี​ความ​แน่​ใจ​ใน​ชีวิต​ของ​ตน​เลย
39. ท่าน​จะ​ต้อง​มอบ​ตัว​ขาย​ให้​ศัตรู​เป็น​ทาส​ชาย​และ​ทาส​หญิง แต่​จะ​ไม่​มี​ผู้​ใด​ซื้อ​ท่าน

1. เชื่อฟัง ทำตามพระเจ้า ทำอะไรก็เจริญยาวนาน
ไม่เชื่อฟังพระเจ้า ทำตามใจปรารถนาของตนเอง ทำอะไรก็ไม่เจริญแบบยั่งยืน

2. สังคมของเราอาจมีหลายอย่างที่สอดคล้องกับโทษของการไม่เชื่อฟังนี้
ขอพระเจ้าทรงทำงานในจิตใจของคนของพระเจ้าในประเทศไทย ช่วยกันประกาศข่าวประเสริฐ
เพื่อพระพรจากพระเจ้าจะทวีมากขึ้นในประเทศไทย

คำคม

“ พระพร หรือ คำแช่งสาป เป็นสิ่งที่เราเลือกได้ ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 27

ภาพรวม

  • โมเสสให้คนอิสราเอลตั้งศิลาจารึกพระบัญญัติไว้บนภูเขาเอบาล พร้อมกับให้ประกาศคำแช่งสาปสำหรับผู้ฝ่าฝืนพระบัญญัติของพระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy27-91788

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 27 เมื่อโมเสสย้ำเรื่องการถวายของคนอิสราเอล และหนุนใจพวกเขาให้รักษาพระบัญญัติของพระเจ้าอย่างสุดใจแล้ว

โมเสส​และ​พวก​ผู้​ใหญ่​ ก็ได้สั่ง​ประ​ชา​ชน​ว่า
ให้​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ทั้ง​สิ้น
และเมื่อ​ข้าม​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​เข้า​สู่​แผ่น​ดิน​คานาอันแล้ว
ให้​ตั้ง​ศิลา​ก้อน​ใหญ่​หลาย​ก้อน และ​โบกด้วยปูน​
แล้ว​​เขียน​ทุก​ถ้อย​คำ​ของ​ธรรม​บัญ​ญัติ​นี้​ไว้​บน​นั้น อย่างชัดเจน
แล้วนำไปไว้​บน​ภูเขา​เอ​บาล​
และ​สร้าง​แท่น​บูชา​แด่​​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ที่​นั่น
แล้ว​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​และศานติบูชา ที่นั่น
แล้ว​รับ​ประ​ทาน​​ที่​นั่น และ​ยิน​ดี​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน

โมเสส​และ​ปุ​โร​หิต​ ได้​กล่าว​แก่​คน​อิส​รา​เอล ​ว่า
วัน​นี้​คนอิสราเอลได้​มา​เป็น​ประ​ชา​กร​ของ​​พระ​เจ้า​ แล้ว
ดังนั้น จง​เชื่อ​ฟัง​พระ​สุร​เสียง​ของ​พระ​เจ้า​ และ​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ของพระองค์

แล้ว​โมเสส​ก็กำ​ชับ​ประ​ชา​ชน​ว่า
เมื่อ​คนอิสราเอลยก​ข้าม​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​นั้น​แล้ว
ให้​คน​เผ่า ​สิ​เม​โอน เลวี ยูดาห์ อิส​สา​คาร์ โย​เซฟ และ​เบน​ยา​มิน ยืน​บน​ภูเขา​เกริ​ซิม กล่าว​คำ​อวย​พร​แก่​ประ​ชา​ชน และ​ให้​คนเผ่า รูเบน กาด อาเชอร์ เศ​บู​ลุน ดาน และ​นัฟ​ทาลี ​ยืน​แช่ง​อยู่​บน​ภูเขา​เอ​บาล

แล้ว​ให้​คน​เลวี​กล่าว​ประ​กาศ​แก่​อิส​รา​เอล​ด้วย​เสียง​ดัง​ บุคลต่อไปนี้จะถูกแช่งสาป
1. ผู้​ที่​ทำ​รูป​เคา​รพ
2. ผู้​ที่​หมิ่น​ประ​มาท​บิดา​ ​มารดา​
3. ผู้​ที่​ย้าย​เสา​เขต​ของ​เพื่อน​บ้าน
4. ผู้​ที่​ทำ​ให้​คน​ตา​บอด​หลง​ทาง​
5. ผู้​ที่​ทำ​ให้​เสีย​ความ​ยุติ​ธรรม​อัน​ควร​ได้​ แก่​คน​ต่าง​ด้าว ลูก​กำพร้า และ​แม่​ม่าย​
6. ผู้​ที่​นอน​กับ​ภรรยา​ของ​บิดา​
7. ผู้​ที่​สม​สู่​กับ​สัตว์​เดีย​รัจ​ฉาน​
8. ผู้​ที่​นอน​กับ​พี่สาว​หรือ​น้อง​สาว
9. ผู้​ที่​นอน​กับ​แม่​ยาย​
10. ผู้​ที่​ฆ่า​เพื่อน​บ้าน​ของ​ตน​อย่าง​ลับๆ
11. ผู้​ที่​รับ​สิน​บน​ให้​ฆ่า​บุค​คล​ที่​ไม่​ได้​ทำ​ผิด​
12. ผู้​ที่​ไม่​รักษา​ถ้อย​คำ​แห่ง​ธรรม​บัญ​ญัติ​นี้​โดย​การ​ทำ​ตาม

1. เป็นการดีและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ในการจดจำและระลึกถึงพระคำของพระเจ้าอยู่เสมอ

2. เมื่อเราได้มา​เป็น​ประ​ชา​กร​ของ​​พระ​เจ้า​ แล้ว
เราก็ควรจะ​เชื่อ​ฟัง​พระ​สุร​เสียง​ของ​พระ​เจ้า​ และ​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ของพระองค์

3. คนที่ดำเนินชีวิตขัดกับพระคำของพระเจ้า กำลังเดินสวนทางกับเส้นทางแห่งพระพร

คำคม

“ คนที่ไม่เชื่อฟังพระคำของพระเจ้า กำลังทำร้ายตนเอง ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 26

ภาพรวม

  • โมเสสย้ำเรื่องการถวายของคนอิสราเอล และหนุนใจพวกเขาให้รักษาพระบัญญัติของพระเจ้าอย่างสุดใจ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy26-91639

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 26 เมื่อโมเสสสอนคนอิสราเอลเกี่ยวกับกฏเกณฑ์ของพระเจ้า ในการปฏิบัติตนในสังคมแล้ว ก็สอนต่อไปในเรื่องของการถวายดังนี้

เมื่อคน​อิสราเอล​เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดินคานาอัน​แล้ว
ให้​เอา​ผล​แรก​ของ​พื้น​ดิน​ทั้ง​หมด​ นำ​ไป​หา​ปุ​โร​หิต​ผู้​ประ​จำ​การ ณ สถานนมัสการพระเจ้า
และ​กล่าว​ว่า
“ข้าพ​เจ้า​ยอม​รับ​ใน​วัน​นี้​ต่อพระ​เจ้า ว่า ข้าพ​เจ้า​ได้​เข้า​มา​ใน​แผ่น​ดิน​ซึ่ง​พระเจ้าทรงสัญญาแล้ว”
แล้ว​ปุโร​หิต​จะ​นำของถวายมา​วาง​ไว้​ที่​หน้า​แท่น​บูชา​
แล้วให้คนนั้นอธิษฐานสรรเสริญพระเจ้าและถวายของนั้นแด่พระเจ้า

แล้วให้เขายิน​ดี​ด้วย​ของ​ดี​ทุก​สิ่ง​ซึ่ง​พระ​เจ้า​​ประ​ทาน​ให้แก่เขา และ​แก่​ครอบ​ครัว​ของเขา แก่คน​เลวี และแก่คน​ต่าง​ด้าว​ที่​อาศัย​อยู่​ท่าม​กลาง​เขา

เมื่อครบทุก 3 ​ปี​ ให้​นำ​ทศางค์​ทั้ง​หมด​จาก​พืช​ผล​ที่​ได้​ใน​ปี​นั้น​มา​ ให้​​แก่​คน​เลวี และ​คน​ต่าง​ด้าว ลูก​กำพร้า และ​แม่​ม่าย เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​รับ​ประ​ทาน​ให้​อิ่ม​หนำ​ (เหมือน ฉธบ. 14:28-29)
แล้ว​ทูล​พระ​เจ้า​ ​ว่า
“ข้า​พระ​องค์​ยก​ส่วน​ศักดิ์​สิทธิ์​ออก​จาก​บ้าน​ของ​ข้า​พระ​องค์​แล้ว และ​​ได้​ให้​แก่​คน​เลวี คน​ต่าง​ด้าว ลูก​กำพร้า และ​แม่​ม่าย แล้ว และได้ทำตามพระบัญชาของพระเจ้าทุกประการเรื่องทศางค์
​ขอ​ทรง​อวย​พร​แก่​อิส​รา​เอล​ประ​ชา​กร​ของ​พระ​องค์”

เมื่อโมเสสกล่าวย้ำพระบัญญัติต่างๆเสร็จแล้ว ก็กล่าวคำหนุนใจสุดท้ายว่า

วัน​นี้​​พระ​เจ้า​​ทรง​บัญชา​ให้​ทำ​ตาม​กฎ​เกณฑ์​​เหล่า​นี้
ฉะนั้นให้ระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตาม​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​
ใน​วัน​นี้ ในเมื่อคนอิสราเอล​ได้​ยอม​รับ​แล้ว​ว่า
พระ​ยาห์​เวห์​เป็น​พระ​เจ้า​ของ​พวกเขา
ดังนั้น ให้พวกเขา​ดำเนิน​ตาม​พระ​มรรคา​ของ​พระ​องค์
และ​รักษา​กฎ​เกณฑ์ พระ​บัญ​ญัติ​และ​กฎ​หมาย​ของ​พระ​องค์
และ​จะ​เชื่อ​ฟัง​พระ​สุร​เสียง​ของ​พระ​องค์

และ​ใน​วัน​นี้พระเจ้าทรง​รับ​ว่าพวกเขา​เป็น​ชน​ชาติ​ที่​เป็น​ของ​ล้ำ​ค่า​ของ​พระ​องค์
และ​พระ​องค์​จะ​ทรง​ตั้งพวกเขา​ให้​สูง​เหนือ​บรรดา​ประ​ชา​ชาติ
ใน​เรื่อง​การ​สรร​เสริญ ชื่อ​เสียง​และ​เกียรติ​ยศ
และ​ให้​ท่าน​เป็น​ชน​ชาติ​บริ​สุทธิ์​แด่​พระ​เจ้า​

1. พระเจ้าให้คนอิสราเอลถวายสิบลดแด่พระเจ้า ไม่ใช่เพราะพระองค์ต้องการของถวายเหล่านั้น
เพราะว่าพระองค์ทรงสร้างทุกสิ่งและเป็นเจ้าของสรรพสิ่ง
แต่พระองค์ประสงค์ให้คนอิสราเอลระลึกถึงพระคุณของพระองค์อยู่เสมอ
นั่นจะทำให้พวกเขาจะได้รับพระพรและจะไม่ถดถอยไปจากความสัมพันธ์ที่มีต่อพระองค์

วันนี้ การถวายของเรา ก็เพื่อเปิดประตูพระพรมาสู่ชีวิตของเราเอง และยังเป็นการทำให้เราเติบโตขึ้นในความเชื่อเนื่องจากการระลึกถึงพระคุณของพระเจ้าที่ทรงมีต่อเรา อีกด้วย

2. ในข้อ 11 มีสิ่งที่น่าสนใจมากก็คือ พระคำของพระเจ้าบอกว่า สิ่งดีต่างๆที่พระเจ้าประทานให้แก่เรานั้น แท้จริงไม่ใช่สำหรับเราเท่านั้น แต่สำหรับครอบครัวของเรา คน​เลวี(งานของพระเจ้า) และ​คน​ต่าง​ด้าว ลูก​กำพร้า และ​แม่​ม่าย อีกด้วย

นั่นคือการอวยพระพรของพระเจ้าที่มาถึงเรานั้น ก็เพื่อให้เราใช้สิ่งเหล่านั้นให้เป็นพระพรแก่ครอบครัว แก่งานรับใช้พระเจ้า และแก่ผู้ขัดสนยากไร้ ด้วย

3. เมื่อเราต้อนรับพระเยซูมาเป็นพระเจ้าของเราแล้ว
ดังนั้นเราก็ควรที่จะ​ดำเนิน​ตาม​ทาง​ของ​พระ​องค์ และ​​เชื่อ​ฟัง​พระ​องค์
ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​สุดกำลังของเรา
ให้สมกับที่เราเป็นประชากรของพระเจ้า เป็นสิ่งล้ำค่าของพระองค์

คำคม

“ คนของพระเจ้า ย่อมเดินในทางของพระเจ้า ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 25

ภาพรวม

  • โมเสสสอนคนอิสราเอลเกี่ยวกับกฏเกณฑ์ของพระเจ้า ในการปฏิบัติตนในสังคม

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy25-91357

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 25 เมื่อโมเสสสอนคนอิสราเอลเรื่องการหย่าร้างและการเมตตาต่อผู้เดือดร้อนแล้ว จึงกล่าวต่อไปว่า

– ถ้า​คน​มี​เรื่อง​ขัด​แย้ง​กัน​และ​มา​ถึง​ศาล เมื่อ​มี​การ​พิ​พาก​ษา​คดี​แล้ว
ถ้า​ผู้​ผิด​สม​ควร​ถูก​โบย ก็​ให้​โบยมาก​น้อย​ตาม​ความ​ผิด​ของ​ผู้​นั้น
แต่​อย่า​ให้​เกิน​ 40 ที เกรง​ว่าเขาจะเป็น​ที่​ดู​ถูก​ใน​สาย​ตา​ของผู้คน

– ห้าม​เอา​ตะกร้อ​ครอบ​ปาก​โค ​เมื่อ​มัน​กำลัง​นวด​ข้าว​อยู่

– ถ้า​พี่​น้อง​อยู่​ด้วย​กัน​และ​คน​หนึ่ง​ตาย​ลง​โดย​ไม่​มี​บุตร​ชาย ให้​พี่​น้อง​ของ​เขา​รับ​ภรรยา​ของ​ผู้​ที่​ตาย​นั้น​มา​เป็น​ภรรยา และบุตร​หัว​ปี​ที่​เกิด​มา​ให้​สืบ​ชื่อ​พี่​น้อง​คน​ที่​ตาย​ไป​นั้น
แต่ถ้า​ชาย​คน​นั้น​ไม่​ประ​สงค์​จะ​ทำเช่นนั้น
ก็​ให้​ผู้หญิงนั้นไป​ฟ้อง​พวก​ผู้​ใหญ่ในเมือง
แล้ว​พวก​ผู้​ใหญ่​นั้น​จะ​เรียก​ชาย​คน​นั้น​มา​​ยืน​ยัน
หากเป็นความจริง ให้หญิงนั้นถอด​เอา​รอง​เท้า​ของ​เขา​ออก​ข้าง​หนึ่ง และ​ถ่ม​น้ำ​ลาย​รด​หน้า​เขา​
แล้ว​กล่าว​ว่า “ต้อง​ทำ​อย่าง​นี้​แหละ​กับ​ผู้​ชาย​ที่​ไม่​ยอม​สร้าง​ครอบ​ครัว​ของ​พี่​น้อง​ของ​ตน”
แล้วชื่อ​ของ​เขา​จะ​ถูก​เรียก​ว่า​ ครอบ​ครัว​ที่​ถูก​ถอด​รอง​เท้า

– ถ้า​ชาย​สอง​คน​วิวาท​ทุบ​ตี​กัน และ​ภรรยา​ของ​​คน​หนึ่ง​ช่วย​สามี​ และ​นาง​ยื่น​มือ​ออก​ไป​จับ​ของ​ลับ​ของ​ผู้​ชาย​คน​นั้น
ให้​ตัด​มือ​ของ​นาง​ทิ้ง​เสีย โดยไม่ต้อง​สง​สาร​นาง

– ห้ามใช้เครื่องชั่งหรือเครื่องตวง ที่ไม่เที่ยงตรง เพื่อ​วัน​คืน​ของ​ท่าน​จะ​ยืน​นาน​ใน​แผ่น​ดิน
เพราะ​ว่า​​ทุก​คน​ที่​คด​โกง​เป็น​ผู้​ที่​น่า​รัง​เกียจ แด่​พระ​เจ้า​

– เมื่ออิสราเอล​ ได้หยุด​พัก​จาก​ศัตรู​ทั้ง​สิ้น​ที่​อยู่​รอบ​ข้างแล้ว ให้บุกไปทำลาย​คน​อา​มา​เลข​ให้หมดไป
เพราะพวกเขา​ได้​ออก​โจม​ตี​อิสราเอล​ตาม​ทาง และ​โจมตีพวก​ที่​อ่อน​แอ​อยู่​รั้ง​ท้าย ในยามที่คนอิสราเอลกำลังอ่อน​เพลีย​เมื่อย​ล้า
ทั้งที่พวกเขาได้รับรู้ข่าวแล้วว่า พระเจ้าทรงทำอัศจรรย์มากมายในอียิปต์และนำชนชาติของพระองค์ออกมา พวกเขายังกล้าทำเช่นนั้นอีก พวก​เขา​ช่างไม่​ยำ​เกรงหรือเกรงกลัว​พระ​เจ้าเลย

1. พระเจ้าตั้งกฏการลงโทษที่มีโทษไม่ถึงตาย โดยให้โบย และกำหนดให้ไม่เกิน 40 ครั้ง เพื่อไม่ให้ผู้รับโทษต้องตายหรือพิการ

ด้วยเหตุนี้ เมื่อพวกยิวลงโทษให้โดยการเฆี่ยน พวกเขาจะเฆี่ยน มากที่สุด 39 ที เผื่อกันนับพลาดไว้ 1 ที เหมือนใน 2คร. 11:24 ที่ อ.เปาโลกล่าว่า “พวก​ยิว​เฆี่ยน​ข้าพ​เจ้า​ห้า​ครั้ง ครั้ง​ละ​สาม​สิบ​เก้า​ที”

การพิพากษาของพระเจ้านั้นเข้มงวด แต่ก็เต็มด้วยพระเมตตา

2. วลีที่ว่า “อย่าเอาตระกร้าครอบปากวัว” อ.เปาโลเคยนำมาใช้เพื่ออธิบายว่า ที่พระเจ้ากำหนดกฏนี้ เพื่อจะใช้สอนประชากรของพระองค์ในเรื่องการไม่ยึดสิ่งที่สมควร แก่ผู้ที่สมควรจะได้รับ
ใน 1คร. 9:9 อ.เปาโลกล่าวว่า
“เพราะ​ว่า​ใน​ธรรม​บัญ​ญัติ​ของ​โมเสส​มี​เขียน​ไว้​ว่า อย่า​เอา​ตะกร้อ​ครอบ​ปาก​วัว​เมื่อ​มัน​กำ​ลัง​นวด​ข้าว​อยู่  พระ​เจ้า​ทรง​เป็น​ห่วง​วัว​หรือ?”

3. การให้พี่หรือน้องชายมีผู้สืบสกุลให้แก่ผู้ตายนั้น มีไว้เพื่อให้ตระกูลของคนอิสราเอลทุกตระกูล จะไม่สาบสูญไป
พวกสะดูสี เคยนำบัญญัติตอนนี้ มาถามเพื่อทดลองพระเยซูด้วย ใน มธ. 22:23-33

4. การซื่อตรง ไม่คดโกง จะทำให้ชีวิตยืนยาว อย่างมีความสุข

5. คนอามาเลขลบหลู่พระเจ้า โดยการโจมตีคนอิสราเอลเมื่ออกจากอียิปต์
ดังนั้นการพิพากษาของพระเจ้าจึงมาถึงเขา ผ่านคนอิสราเอล
ด้วยเหตุนี้คนอิสราเอลจึงไม่มีสิทธิไว้ชีวิตพวกเขา เพราะเป็นคำพิพากษาจากพระเจ้า

แต่กษัตริย์ซาอูลกลับไว้ชีวิตกษัตริย์อากักของอามาเลข
จึงถูกพระเจ้าถอดออกจากการเป็นกษัตริย์ (1ซมอ.15)

เมื่อพระเจ้าตัดสินแล้ว เราเป็นใครบังอาจไปเปลี่ยนแปลง
ในเมื่อพระเจ้าทรงเห็นชอบว่า สิ่งนี้สมควรเกิดขึ้นกับเรา
เราเป็นใครเล่าที่บังอาจไปขัดขืนต่อการตัดสินพระทัยของพระองค์

คำคม

“ คนที่ซื่อตรง จะมีชีวิตยืนยาว อย่างมีความสุข ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 24

ภาพรวม

  • โมเสสสอนคนอิสราเอลเรื่องการหย่าร้างและการเมตตาต่อผู้เดือดร้อน

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy24-91213

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 24 เมื่อโมเสสสอนกฏหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้อื่นแก่คนอิสราเอลแล้ว ก็กล่าวต่อไปอีกว่า

– เมื่อ​ชาย​คน​ใด​เพิ่ง​มี​ภรรยา และ​ต่อ​มา​นาง​ไม่​เป็น​ที่​โปรด​ปราน​ของ​เขา หากต้องการหย่าเธอจริงๆ ให้เขา​ทำ​หนัง​สือ​หย่า​ใส่​มือ​ของ​นาง แล้ว​ไล่​ออก​จาก​บ้าน​ของ​ตน​ไป
และ​ถ้าต่อมาไป​เป็น​ภรรยา​ของ​ชาย​อีก​คน​หนึ่ง
แม้เธอจะถูกหย่าอีกครั้งหรือสามีเธอตายลง
สามี​คน​เดิม​จะ​รับ​นาง​มา​เป็น​ภรรยา​อีก​ไม่​ได้

– เมื่อ​ชายที่​เพิ่ง​มี​ภรรยา อย่า​ให้​ผู้​นั้น​ออก​ไป​กับ​กอง​ทัพ หรือ​มอบ​งาน​อย่าง​ใด​แก่​เขา ให้​เขา​อยู่​บ้าน​ 1 ปี​ ​เพื่อ​เขา​จะ​ให้​ภรรยา​ซึ่ง​เขา​ได้​มา​นั้น​มี​ความ​สุข

– ห้าม​ผู้​ใด​ยึดอุปกรณ์เลี้ยงชีพของคนอื่น​ไว้​เป็น​ประ​กัน

– ใครจับพี่น้องร่วมชาติ ไป​ใช้​เป็น​ทาส​หรือ​ขาย​เสีย ​คน​นั้น​จะ​ต้อง​ตาย

– ให้คอย​ระวัง​เรื่อง​โรค​เรื้อน และ​ทำ​ทุก​สิ่ง​ตาม​คำ​ชี้​แจง​ของ​พวก​ปุโร​หิต​

– การ​ยึด​ของ​ประ​กัน​ของ​ผู้ที่ยืมเงินหรือสิ่งของไป ให้​คน​ที่​ยืม​นั้น​นำ​ของ​ประ​กัน​ออก​มา​ให้​เอง ห้ามเข้าไปยึดจากในบ้าน

– ห้าม​เอา​ของ​ประ​กันของ​คน​ยาก​จน​เก็บ​ไว้​จน​ข้าม​คืน
เพื่อคนยากจนนั้นจะ​อวย​พร​แก่ผู้เมตตาเขา และ​จะ​เป็น​ความ​ชอบ​ธรรม​แก่​ผู้นั้น

– ห้าม​กด​ขี่​ลูก​จ้าง​ที่​เป็น​คน​ยาก​จน​และ​ขัด​สน ต้อง​จ่าย​เงิน​ค่า​จ้าง​วัน​นั้น​ให้​แก่​เขา​ก่อน​ดวง​อาทิตย์​ตก
เกรง​ว่า​เขา​จะ​นำไปฟ้องพระเจ้า และ​จะ​เป็น​ความ​บาป​แก่​เจ้านายคนนั้น

– ให้​ทุก​คน​รับ​โทษ​ถึง​ตาย​ด้วย​บาป​ของ​ตน​เอง ไม่ใช่พ่อหรือลูกของเขา

– ห้าม​บิด​เบือน​ความ​ยุติ​ธรรม​ของ​คน​ต่าง​ด้าว​หรือ​ของ​ลูก​กำพร้า และ​ห้าม​รับ​เสื้อ​ผ้า​ของ​หญิง​ม่าย​ไว้​เป็น​ประ​กัน

– เมื่อ​ท่าน​เกี่ยว​ข้าว และ​ลืม​ฟ่อน​ข้าว​ไว้​ใน​นา​ฟ่อน​หนึ่ง ห้าม​กลับ​ไป​เอา​มา
ให้​เป็น​ของ​คน​ต่าง​ด้าว ลูก​กำพร้า และ​แม่​ม่าย เพื่อพระ​เจ้า​จะ​ทรง​อวย​พร​แก่​กิจ​การ​ทั้ง​สิ้น​แห่ง​มือ​ที่ทำ

– เมื่อ​เก็บผลจากต้นมะกอกหรือสวนองุ่น อย่าเก็บหมด ให้​เหลือ​ไว้​สำหรับ​คน​ต่าง​ด้าว ลูก​กำพร้า และ​แม่​ม่าย บ้าง

1. จากบทนี้เราเรียนรู้จักพระลักษณะของพระเจ้าดังนี้
– พระเจ้าไม่ประสงค์ให้มีการหย่าร้าง แต่ขณะเดียวกันก็มีกฏให้ปฏิบัติหากต้องการหย่าจริงๆ
เนื่องจากถ้าสามีเกลียดชังภรรยาแล้วหย่าไม่ได้ ในที่สุด ฝ่ายหญิงจะถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ
กฏของการหย่า ต้องทำหนังสือหย่า เป็นการเพิ่มขั้นตอนการหย่าให้ยุ่งยากและซับซ้อนขึ้น เพื่อให้สามีมีเวลาคิดไตร่ตรอง ขณะเดียวกันเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงที่ถูกทอดทิ้งได้แต่งงานใหม่
และกฏอีกข้อคือ ถ้าหย่าแล้ว เธอไปแต่งงานใหม่แล้ว จะรับกลับมาอีกไม่ได้แล้วนะ ดังนั้นคิดดูให้ดีเสียก่อนที่จะหย่า
กฏเกณฑ์ของพระเจ้าดีเลิศ รอบคอบและยุติธรรม เต็มไปด้วยความเมตตาต่อผู้อ่อนแอ

– พระเจ้าชอบให้สามีภรรยาพัฒนาความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกัน

– พระเจ้าชอบให้เรามีน้ำใจต่อผู้ที่ด้อยโอกาสกว่าเรา

– พระเจ้าไม่ชอบให้เรากดขี่ ข่มเหง หรือเอาเปรียบ คนยากจน คนขัดสน

– พระเจ้าชอบให้เรารักษาความยุติธรรมเสมอ

– พระเจ้าให้เราแบ่งปัน จุนเจือแก่คน​ต่าง​ด้าว ลูก​กำพร้า และ​แม่​ม่าย รวมทั้งคนด้อยโอกาสทั้งหลาย

2. ในบทนี้เน้นย้ำว่า การเมตตาต่อคนยากไร้ คนขัดสน คนไร้ที่พึ่ง เป็นการเปิดประตูพระพรแห่งสวรรค์ สำหรับชีวิตของเรา

วันนี้ประตูของเราเปิดอยู่กว้างเพียงใด?

คำคม

“ คนที่เมตตาผู้อื่น จะได้รับพระเมตตา ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 23

ภาพรวม

  • โมเสสสอนกฏหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้อื่นแก่คนอิสราเอล

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy23-91058

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 23 หลังจากที่โมเสสสอนคนอิสราเอลเกี่ยวกับกฏหมายต่างๆบางอย่างแล้ว ก็สอนต่อไปอีกว่า

– คนบางประเภทห้ามเข้ามาในการประชุมของพระเจ้า ได้แก่ ชาย​ใด​มี​ลูก​อัณฑะ​ฝ่อ หรือ​อวัยวะ​สืบ​พันธุ์​ด้วน , ลูก​นอก​กฎ​หมาย​ , ​คน​อัม​โมน และคน​โม​อับ

– ห้าม​เสริม​สวัสดิ​ภาพ​หรือ​ความ​เจริญ​ให้​คน​อัม​โมน และคน​โม​อับ เพราะพวกเขาไม่ต้อนรับคนอิสราเอลตอนออกจากอียิปต์ แล้วยังหาคนมาสาปแช่งคนอิสราเอลอีกด้วย

– ​อย่า​เกลียด​คน​เอ​โดม เพราะ​เขา​เป็น​พี่​น้อง​ของ​คนอิสราเอล

– อย่า​เกลียด​คน​อียิปต์ เพราะคนอิสราเอล​เคย​เป็น​คน​ต่าง​ด้าว​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​ของ​เขา

– ลูก​หลานของคนเอโดมและคนอียิปต์ จากนี้ไป​ชั่ว​อายุ​ที่ 3 จะ​เข้า​ใน​การ​ประ​ชุม​ของ​พระ​เจ้าก็​ได้

เมื่อออก​ไป​ตั้ง​ค่าย​สู้​รบ​กับ​ศัตรู
– ให้ระวัง​ตัว​ให้​พ้น​จาก​สิ่ง​ชั่ว​ทุก​อย่าง
– ให้คนที่​ไม่​สะอาด​ด้วย​อุบัติ​เหตุ​ ​อยู่​นอก​ค่าย ​เมื่อ​ถึง​เวลา​เย็น​ ​ให้​เขา​อาบ​น้ำ​ชำระ​ตัว และ​เมื่อ​ดวง​อาทิตย์​ตก​แล้ว​ก็​กลับ​เข้า​มา​ใน​ค่าย​ได้
– ​เมื่อ​ท่าน​นั่ง​ถ่าย​ข้าง​นอกค่าย ให้​กลบ​สิ่ง​ปฏิ​กูลด้วยทุกครั้ง
เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​สถิตอยู่​ท่าม​กลาง​ค่าย​ของคนอิสราเอล
เพื่อ​จะ​ทรง​ช่วย​กู้​พวกเขา

– ถ้า​มี​ทาส​หนี​จาก​นาย​มา​อยู่​กับใคร ห้าม​จับ​ทาส​นั้น​ไป​ส่ง​นาย​ของ​เขา
แต่ให้ทาสนั้น​เลือก​อยู่ใน​เมือง​หนึ่ง​เมือง​ใด​ตาม​ความ​พอ​ใจ​ของ​เขา
ห้าม​กด​ขี่​เขา​เลย

– ห้ามคน​อิส​รา​เอลคน​ใด ​เป็น​เทว​ทาสี(หญิง) ​เทว​ทาส(ชาย) คือ โสเภณีที่ร่วมประเวณีถวายพระต่างๆ

– ห้าม​นำ​ค่า​จ้าง​ของ​​เทว​ทาสี ​เทว​ทาส ​มา​ใน​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า เพราะ​​เป็น​สิ่ง​พึง​รังเกียจ​แด่​พระ​เจ้า​

– ห้าม​ให้​พี่​น้อง​ยืม​เงินแบบ​เอา​ดอก​เบี้ย เพื่อพระ​เจ้า​​จะ​ทรง​อวย​พร​​ใน​ทุก​สิ่ง​ที่ทำ แต่จะ​ให้​คน​ต่าง​ชาติ​ยืม​เพื่อ​เอา​ดอก​เบี้ย​ก็​ได้

– เมื่อ​​บน​ต่อ​พระ​เจ้า​แล้ว ​อย่า​ล่า​ช้า​ใน​การ​แก้​บน ถ้ารู้ว่าทำไม่ได้ ​ไม่​บนจะดีกว่า
ดังนั้นให้ระวังการ​สัญญา​ด้วย​ปาก​ของ​ตน

– เมื่อเข้า​ไป​ใน​สวน​องุ่น สามารถ​รับ​ประ​ทาน​ผล​องุ่น​ให้​อิ่มได้
แต่​ห้าม​นำภาชนะไปใส่กลับบ้าน

– เมื่อ​เข้า​ไป​ใน​นา​ของ​เพื่อน​บ้าน​ สามารถ​เอา​มือ​เด็ด​รวง​ข้าว​มา​ก็​ได้ แต่​ห้าม​ใช้​เคียว​เกี่ยว​

1. ไม่ใช่คนทุกประเภทจะมีสิทธิเข้ามาที่พระนิเวศน์ของพระเจ้า
แต่ต้องเป็นคนที่ไร้มลทิน สมบูรณ์ไม่พิการ และเป็นประชากรของพระเจ้า

เราทั้งหลายแท้จริงแล้ว ไม่สมควรที่จะเข้าเฝ้าพระเจ้าได้
แต่โดยทางการเชื่อวางใจในพระเยซู
พระเยซูทรงทำให้เราสมบูรณ์และมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเข้าเฝ้าพระเจ้าได้เสมอทุกเวลา

2. ในข้อ 8 บอกว่าลูก​หลานของคนเอโดมรุ่นต่อๆมา จะ​เข้า​ใน​การ​ประ​ชุม​ของ​พระ​เจ้าก็​ได้
เป็นเหตุให้ เฮโรดมหาราช(คนที่ตามฆ่าพระกุมารเยซู) ซึ่งเป็นคนเอโดม ได้รับการยอมรับจากคนยิวในระดับหนึ่งเมื่อเขาปกครองปาเลสไตน์ในช่วงเวลานั้น

พระเจ้าทรงมีแผนการทั้งสำหรับคนชอบธรรมและคนอธรรม เพื่อให้น้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จ

3. เมื่อออกไปรบ พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะทรงสถิตกับคนอิสราเอล
ดังนั้นคนอิสราเอลสมควรที่จะแสดงออกถึงความยำเกรงพระเจ้า
ด้วยการถ่ายอุจจาระแล้วต้องกลบด้วย เพื่อให้เป็นค่ายที่สง่างาม สมกับพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย

เพราะพระเจ้าทรงสถิตกับเรา เราจึงสมควรดำเนินชีวิตอย่างสง่างาม
เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า ผู้ทรงสถิตกับเรา

4. จากบทนี้เราเห็นความประสงค์ของพระเจ้าว่า
– พระเจ้าชอบให้เราเมตตาต่อผู้เดือดร้อน หรือขัดสน และไม่ชอบให้เราซ้ำเติมพวกเขา
– พระเจ้ารังเกียจพิธีกรรมอันชั่วร้ายของศาสนาต่างชาติ
– พระเจ้าชอบให้เรารักษาคำพูดที่สัญญาไว้กับพระเจ้า
-พระเจ้าชอบให้เราเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่สิ่งที่ได้รับการอวยพรมา แก่ผู้อื่น และไม่ชอบให้เราฉวยโอกาสเมื่อผู้อื่นเอื้อเฟื้อต่อเรา

คำคม

“ เพราะพระเจ้าสถิตกับเราเสมอ เราจึงสมควรทำตัวให้สมกับที่พระเจ้าทรงสถิตกับเราเสมอ ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 22

ภาพรวม

  • โมเสสสอนคนอิสราเอลเกี่ยวกับกฏหมายต่างๆที่พวกเขาจะใช้เมื่อเขาไปสู่ดินแดนคานาอันแล้ว

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy22-90815

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 22 หลังจากที่โมเสสสอนคนอิสราเอลเรื่อง ฆาต​กรรมที่​ไม่​รู้​ตัว​ผู้​ทำ​ผิด เชลยหญิง สิทธิบุตรหัวปี ลูกที่ดื้อรั้น และศพที่ถูกแขวนบนต้นไม้ แล้ว ก็กล่าวต่อไปว่า

– หากใคร​เห็น​โค​,แกะ หรือ ลา ​ของ​พี่​น้อง ​หลง​ทางมา ก็อย่า​นิ่ง​เฉย​เสีย
ให้​พา​สัตว์​เหล่า​นั้น​กลับ​ไป​ให้​เจ้าของ
แต่ถ้ายังไม่สามารถพาไปได้ ให้เลี้ยง​สัตว์​นั้น​มา​ไว้​ จน​พี่​น้อง​มา​เที่ยว​หา แล้ว​ก็​จง​มอบ​คืน​ให้​เขา​ไป
และ​ถ้าเป็นสิ่งของเสื้อ​ผ้า​ ก็ให้ทำ​เหมือน​กัน

– หากใครเห็นสัตว์​ของ​พี่​น้อง​ล้ม​ลง​ตาม​ทาง อย่า​นิ่ง​เฉย ​จง​ช่วย​เขา​พยุง​สัตว์​เหล่า​นั้น​ขึ้น

– ห้าม​ผู้​หญิง​​แต่งตัวเป็น​ผู้​ชาย และ​ห้าม​ผู้​ชาย​แต่งตัวเป็น​ผู้​หญิง เพราะ​​เป็น​ที่​พึง​รัง​เกียจ​แด่​พระ​เจ้า​

– หากใคร​เผอิญ​ไป​พบ​รัง​นก และแม่​นก ​กก​ลูก​นก​หรือ​ไข่​อยู่ ห้าม​เอา​แม่​นก​ไป​พร้อม​กับ​ลูก​นก
ให้​ปล่อย​แม่​นก​ไป​เสีย แต่​ลูก​นก​นั้น​จะเอาไปก็ได้

– เมื่อ​สร้าง​บ้าน​ใหม่ ให้​ก่อ​ขอบ​ขึ้น​กัน​ไว้​ที่​ดาด​ฟ้า​หลัง​คา เพื่อ​ไม่​ให้​มี​คน​ตก​ลง​มา​จาก​หลัง​คา

– ห้าม​เอา​เมล็ด​พืช​ 2 ​ชนิด​หว่าน​ลง​ใน​สวน​องุ่น​ของ​ท่าน มิฉะนั้น​จะ​ต้อง​มอบ​ถวาย​ผล​​ ทั้ง​พืช​ และ​ผล​องุ่น​ของ​สวน​นั้นแด่พระเจ้า

– ห้าม​เอา​โค​และ​ลา​เข้า​เทียม​ไถ​ด้วย​กัน

– ห้าม​สวม​เครื่อง​แต่ง​กาย​ที่​ทอ​ด้วย​ขน​สัตว์​ปน​ด้าย​ป่าน

– ให้ทุกคน​ทำ​พู่​ห้อย​ไว้​ที่​มุม​ทั้ง​สี่​ของ​ชาย​เสื้อ​คลุม​ของ​ตน

– หากคนใด​ได้​ภรรยา แล้ว​ต่อมาเกิด​เกลียด​ชัง​นาง จึง​กล่าว​หา​นาง​ว่า ​นาง​ไม่​ได้​เป็น​พรหม​จารี
ถ้าเรื่องนั้นไม่จริง พ่อแม่​ของ​หญิง​นั้น​ สามารถนำ​หลัก​ฐาน​ที่​แสดง​ว่า​ หญิง​นั้น​เป็น​พรหม​จารี​ มา​ให้​​ดูได้
ให้​พวก​ผู้​ใหญ่​ของ​เมือง​นั้น​จับ​ชาย​คน​นั้น​มา​เฆี่ยน และ​ปรับ​เงิน​ 100 เช​เขล มอบให้​แก่​พ่อ​ของ​หญิง​นั้น​
และเธอจะ​เป็น​ภรรยา​ของ​เขา​ต่อ​ไป เขา​จะ​หย่า​เธอ​ไม่​ได้​เลย​ตลอด​ชีวิต​ของ​เขา

แต่​ถ้า​เรื่อง​นั้น​เป็น​ความ​จริง​ ให้​พา​หญิง​สาว​นั้น​ออก​มา​นอก​ประตู​บ้าน​พ่อ​ของ​เธอ
แล้ว​พวก​ผู้​ชาย​ของ​เมือง​นั้น​จะ​เอา​หิน​ขว้าง​เธอ​ให้​ตาย

– ถ้า​พบ​ชาย​คน​หนึ่ง​ไป​นอน​กับ​ภรรยา​ของ​คน​อื่น ทั้ง​สอง​คนจะ​ต้อง​มี​โทษ​ถึง​ตาย

– ถ้า​มี​หญิง​พรหม​จารี​คน​หนึ่ง​หมั้น​ไว้​แล้ว และ​มี​ชาย​คน​หนึ่ง​เข้าไปนอน​กับ​เธอในเมือง และเธอ​ไม่​ได้​ร้อง​ขอ​ความ​ช่วย​เหลือ ให้เอา​หิน​ขว้าง​เขา​ทั้ง​สอง​ให้​ตาย​เสีย

– ​ถ้า​ชาย​คนใด พบหญิง​สาว​ที่​คน​อื่น​หมั้น​ไว้​แล้ว​ที่​กลาง​ทุ่ง แล้ว​จับ​ตัว​หญิง​คน​นั้น​และ​ได้​นอน​กับ​เธอ เฉพาะ​ผู้​ชายเท่า​นั้น​ ที่จะ​ต้อง​มี​โทษ​ถึง​ตาย หญิง​สาว​นั้น​ไม่​มี​ความ​ผิด เพราะ​แม้เธอจะ​ร้อง​ขอ​ความ​ช่วย​เหลือ​ก็​ไม่​มี​ผู้​ใด​มา​ช่วย​ได้

– แต่ถ้า​ชาย​คน​หนึ่ง​พบ​หญิง​พรหม​จารี​ที่​ยัง​ไม่​ได้​หมั้น และ​เขา​จับ​ตัว​เธอ​ไว้​และ​นอน​กับ​เธอ และ​มี​ผู้​รู้​เห็น
ชาย​คนนั้น​จะ​ต้อง​มอบ​เงิน​ 50เช​เขล​ให้​แก่​พ่อของเธอ และ​รับ​เธอ​เป็น​ภรรยา​ และ​เขา​จะ​หย่า​ร้าง​เธอ​ไม่​ได้​ตลอด​ชีวิต​ของ​เขา

– ห้าม​ผู้​ชาย​คน​ใด​เอา​ภรรยา​ของ​บิดา ​มา​เป็น​ภรรยา​ของ​ตน และ​ห้าม​มีเพศสัมพันธ์กับภรรยาของ​บิดา​

1. ในบทนี้เราเห็นถึงพระประสงค์ของพระเจ้า หลายประการ
– พระเจ้าชอบให้เราช่วยเหลือพี่น้อง
– พระเจ้าชอบให้เราพอใจสำหรับลักษณะที่พระเจ้าทรงสร้างเรามา
– พระเจ้าชอบให้เรามีเมตตา
– พระเจ้าชอบให้เราคำนึงถึงชีวิตและความปลอดภัยของคนอื่น
– พระเจ้าไม่ชอบให้เราทำสิ่งที่ผิดแปลกไปจากหลักการธรรมชาติที่ควรทำ
– พระเจ้าไม่ชอบให้เราทิ้งภรรยาหรือสามีของเรา
– พระเจ้าไม่ชอบให้เราล่วงประเวณี
– พระเจ้าชอบให้เรารับผิดชอบต่อความผิดที่เราได้ทำไป
– พระเจ้าชอบให้เราให้เกียรติพ่อแม่เสมอ

2. ในพระคัมภีร์สถานะของหญิงที่หมั้นแล้ว เทียบเท่ากับเป็นภรรยาของชายที่หมั้นเรียบร้อยแล้ว
เพียงแต่ยังไม่ได้อยู่กินด้วยกันเท่านั้น
ดังนั้นการทำผิดต่อเธอหรือการทำผิดของเธอ จึงใช้มาตรฐานของหญิงที่แต่งงานแล้ว

เราได้หมั้นไว้แล้วกับพระคริสต์ เหมือนที่ อ.เปาโลกล่าวกับคริสตจักรโครินธ์ ใน 2คร. 11:2ว่า​ “…ข้าพ​เจ้า​หมั้น​ท่าน​ไว้​กับ​สามี​คน​เดียว เพื่อ​ถวาย​พวก​ท่าน​ให้​เป็น​หญิง​พรหม​จารี​บริ​สุทธิ์​แด่​พระ​คริสต์”

ด้วยหลักการเดียวกันนี้ พระคริสต์จึงปฏิบัติต่อเรา เป็นดังเจ้าสาวของพระองค์
ถึงแม้ว่าวันนี้ เรายังไม่ได้ไปอยู่กับพระองค์ในสวรรค์ก็ตาม

ในทำนองเดียวกัน เราเองก็สมควรทำตัวให้สมกับเป็นเจ้าสาวของพระคริสต์
ดำเนินชีวิตในความบริสุทธิ์ อย่างถวายเกียรติแด่พระเจ้า

คำคม

“ เราสมควรดำเนินชีวิต ให้สมกับเป็นของพระคริสต์ ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 21

ภาพรวม

  • โมเสสสอนคนอิสราเอลเรื่อง ฆาต​กรรมที่​ไม่​รู้​ตัว​ผู้​ทำ​ผิด การรับเชลยหญิงมาเป็นภรรยา สิทธิบุตรหัวปี การจัดการกับลูกที่ดื้อรั้น และศพที่ถูกแขวนบนต้นไม้

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy21-90734

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 21 เมื่อโมเสสสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับกฏของการทำสงครามกับชนชาติต่างๆแล้ว ก็กล่าวต่อไปว่า

ถ้า​พบ​ศพ​คน​ที่​ถูก​ฆ่า​ทิ้ง​อยู่​กลาง​ทุ่ง​นา ​โดย​ไม่​ทราบ​ว่า​ใคร​ฆ่า​เขา​ตาย
​ให้​พวก​ผู้ใหญ่​ของ​เมือง​ที่​อยู่​ใกล้​ศพ​ผู้​ตาย​นั้น
นำ​โค​ตัว​เมีย​ 1 ตัว​ ซึ่ง​ยัง​ไม่​เคย​ใช้​งาน​ ลง​ไป​ที่​หุบ​เขา​ซึ่ง​มี​น้ำ​ไหล ซึ่ง​ไม่​มี​ใคร​ไถ​หรือ​หว่าน​เลย
และ​หัก​คอ​โค​ตัวนั้น ที่นั่น
แล้วพวก​ปุโร​หิต​​จะ​ต้อง​เข้า​มา​ใกล้ ​อวย​พร​ใน​พระ​นามพระเจ้า ให้​การ​วิวาท​และ​การ​ทำ​ร้าย​ทุก​เรื่อง​สิ้น​สุด​ลง​
และ​พวก​ผู้​ใหญ่​ของ​เมือง​​นั้น จะ​ล้าง​มือ​ของ​พวก​เขา​เหนือ​โค​ตัวนั้น
และ​เขา​จะ​เป็น​พยาน​ว่า พวกเขาไม่รู้​ไม่​เห็นในฆาตกรรมครั้งนี้
นั่นจะเป็นการ​กำจัด​ความ​ผิด​เรื่อง​โลหิต​ของ​ผู้​บริ​สุทธิ์​นั้น​เสีย​จาก​ท่าม​กลางพวกเขา

เมื่อคนอิสราเอล​ออก​ไป​ทำ​สง​คราม​กับ​พวก​ศัตรู​ แล้วจับ​เชลยมา
และ​มีเชลยหญิงที่เขา​ปรารถนา​จะ​ได้​มา​เป็น​ภรรยา​
ให้​พา​นาง​มา​ไว้​ที่​บ้าน​ ให้​นาง​โกน​ศีรษะ​และ​ตัด​เล็บ​มือ​เสีย
และ​ให้นาง​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​เขา ​ไว้​ทุกข์​ถึง​บิดา​มารดา​ของ​นาง 1 ​เดือน​เต็ม
หลัง​จาก​นั้น​คนอิสราเอลคนนั้น​จึง​จะ​​เป็น​สามี​ของ​นาง​ได้
ภาย​หลัง​ถ้า​ชายคนนั้น​ไม่​พอ​ใจ​นาง​นั้น
จง​ปล่อย​นาง​ไป​ตาม​แต่​นาง​จะ​พอ​ใจ​ไป​ไหน
ห้าม​ขาย​นาง​เอา​เงิน
ห้าม​ทำ​กับ​นาง​เยี่ยง​ทาส

ถ้า​ชาย​คน​หนึ่ง​มี​ภรรยา​สอง​คน รัก​คน​หนึ่ง ไม่​ชอบ​อีก​คน​หนึ่ง
แล้ว​ภรรยา​คน​ที่​ตน​ไม่​ชอบ คลอดบุตร​หัว​ปี​ ห้ามยกสิทธิ​ของ​บุตร​หัว​ปี​ให้แก่บุตรคนอื่น

ถ้าคน​ใด​มี​บุตร​ที่​ดื้อ​และ​ไม่​อยู่​ใน​โอวาท ไม่​เชื่อ​ฟัง​เสียง​ของ​บิดา​มารดา​ของ​ตน แม้​ว่า​บิดา​มารดา​จะ​ได้​ตี​สอน เขา​ก็​ไม่​ยอม​ฟัง
ให้​บิดา​มารดา​จับ​ตัว​เขา​ออก​มา​หา​พวก​ผู้​ใหญ่​ของ​เมือง​นั้น
แล้ว​ให้ผู้​ชาย​ทุก​คน​ใน​เมือง​นั้น​เอา​หิน​ขว้าง​เขา​ให้​ตาย
ดัง​นั้นจะ​ได้​กำจัด​ความ​ชั่ว​เสีย​จาก​ท่าม​กลางคน​อิส​รา​เอล​

ถ้า​คน​ใด​ทำ​ความ​ผิด​ถูก​ประ​หาร​ชีวิต โดยแขวน​เขา​ไว้​ที่​ต้น​ไม้
ห้าม​ปล่อย​ให้​ศพ​ของ​เขา​ค้าง​อยู่​ที่​ต้น​ไม้ ​จง​ฝัง​เขา​เสีย​ใน​วัน​เดียว​กัน​นั้น
เพราะ​ผู้​ที่​ต้อง​ถูก​แขวน​ไว้​บน​ต้น​ไม้​ก็​ถูก​สาป​แช่ง​โดย​พระ​เจ้า

1. เมื่อพบคนถูกฆ่าตาย คนทั้งเมืองต้องรับผิดชอบต่อพระเจ้า
โดยการขอพระเจ้าทรงอภัยบาปแห่งการทำให้โลหิตตกนี้

เมื่อคนทำบาปในบ้านเมืองของเรา เราควรอ้อนวอนขอการอภัยจากพระเจ้า สำหรับบาปเหล่านั้น
เพื่อไม่ใช่เหตุร้ายมาสู่บ้านเมืองของเรา

วันนี้เราอธิษฐานเผื่อชุมชนและประเทศชาติของเรามากเพียงใด?

2. เมื่อรับเชลยมาเป็นภรรยา ต้องปฏิบัติต่อเธออย่างภรรยา
แม้เป็นเชลย พระเจ้าก็ห้ามมิให้เอาเปรียบ
ถ้ามีภรรยา 2 คน ต้องปฏิบัติต่อลูกที่รักน้อยกว่า อย่างยุติธรรม

พระเจ้าประสงค์ให้เราปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเป็นธรรม

3. บุตรที่ดื้อไม่เชื่อฟังบิดามารดา ถือเป็นความชั่วร้าย
เพราะการกระทำเช่นนั้นเป็นการแสดงตัวว่า เขาจงใจไม่เชื่อฟังพระเจ้า ผู้ทรงสั่งให้เขาเชื่อฟังบิดามารดา

การเชื่อฟังและให้เกียรติ พ่อแม่ เป็นการทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า และเป็นการถวายเกียรติแด่พระเจ้า

4. ผู้ถูกแขวนบนต้นไม้จนตายก็ถูกแช่งสาป
พระเยซูทรงรับคำแช่งสาปที่บนไม้กางเขนเพื่อเรา
ขอบคุณพระเยซู

คำคม

“ พระเจ้าผู้เที่ยงธรรม ประสงค์ให้ประชากรของพระองค์ มีความเป็นธรรม ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 20

ภาพรวม

  • โมเสสสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับกฏของการทำสงครามกับชนชาติต่างๆ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy20-90334

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 20

เมื่อโมเสสย้ำคนอิสราเอลเกี่ยวกับเรื่องเมืองลี้ภัยและการตัดสินคดีแล้ว ก็กล่าวถึงเรื่องการทำสงครามว่า

เมื่อ​คนอิสราเอลออก​ไป​ทำ​สง​คราม​กับ​พวก​ศัตรู​
แล้วเห็นศัตรู​จำนวน​มาก​กว่า​ อย่า​กลัว​พวก​ศัตรูเลย
เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​สถิต​กับ​คนอิสราเอล

​เมื่อ​ใกล้​จะ​รบ​กัน ให้ปุโร​หิต​​กล่าว​แก่​ประ​ชา​ชน ว่า
“โอ อิส​รา​เอล จง​ฟัง​เถิด
วัน​นี้​พวก​ท่าน​มา​ใกล้​จะ​สู้​รบ​กับ​ศัตรู​ของ​ท่าน
อย่า​ให้​ใจ​ของ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​วิตก
อย่า​กลัว​หรือ​หวาด​หวั่น หรือ​ครั่น​คร้าม​ต่อ​พวก​เขา​เลย
เพราะ​ว่า​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​เสด็จ​ไป​กับ​ท่าน
ทรง​ต่อ​สู้​ศัตรู​ของ​ท่าน​เพื่อ​ท่าน จะ​ทรง​ช่วย​กู้​ท่าน”

แล้ว​พวก​นาย​ทหาร​จะ​พูด​กับ​ประ​ชา​ชน​ว่า
ใคร​ที่ยังห่วงกังวลเรื่อง​สร้าง​บ้าน​ใหม่ เรื่องสวน​องุ่นปลูก เรื่องคู่หมั้นของตน
หรือ ใคร​ที่​กลัว​และ​มี​ใจ​วิตก
ให้​ผู้​นั้น​กลับ​ไป​บ้าน​ของ​ตน​เสีย
เพื่อจะไม่ทำให้คนอื่นใจเสีย​เหมือน​กับ​ใจ​ของ​เขา

จากนั้นก็ให้​แต่ง​ตั้ง​ผู้​บัง​คับ​บัญชา​กอง​ทัพ​ต่างๆ ขึ้น​เป็น​หัว​หน้า​ประ​ชา​ชนที่เหลือ

เมื่อ​จะ​สู้​รบกับเมืองใด ให้เจรจา​กับ​เมือง​นั้นให้ยอมแพ้โดยดี
ถ้าเมืองนั้นยินยอม ก็​ให้​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​หมด​ใน​เมือง​นั้น​เป็น​แรง​งาน​​และ​ปรน​นิบัติ​คนอิสราเอล
ถ้า​เมือง​นั้น​ไม่ยอม ก็​ให้​เข้า​ล้อม​ตี​เมือง​นั้น และเมื่อ​​พระ​เจ้า​ประ​ทาน​เมือง​นั้น​ให้​แล้ว
​จง​ฆ่า​ชาย​ทุก​คน​เสีย​ด้วย​คม​ดาบ แต่ไว้ชีวิต​พวก​ผู้หญิง​และ​เด็ก ฝูง​สัตว์​
และ​ทุก​สิ่ง​ใน​เมือง​นั้น ให้​ยึด​เอา​เป็น​ของ​ตน

ให้​ทำ​เช่น​นี้​แก่​เมือง​ที่​​ไม่​ใช่​เมือง​ของ​ชน​ชาติ​เหล่า​นี้
คือ​ คน​ฮิต​ไทต์ คน​อา​โม​ไรต์ คน​คา​นา​อัน คน​เป​ริส​ซี คน​ฮีไวต์ และ​คน​เยบุส

เพราะเมืองของชนชาติเหล่านี้ พระเจ้าทรงพิพากษาพวกเขาแล้ว
ให้ทำลาย​เขา​เสีย​ให้​สิ้น​เชิง ห้าม​ไว้​ชีวิต​สิ่ง​ใด​ที่​หาย​ใจ​ได้
เพื่อ​​เขา​จะ​ไม่​สอน​คนอิสราเอล​ให้​ทำ​สิ่ง​พึง​รัง​เกียจ ซึ่ง​เขา​ได้​ทำ​ต่อ​พระ​ของ​เขา

เมื่อ​คนอิสราเอล​ล้อม​เมืองใดอยู่​หลาย​วัน
อย่าทำลาย​ต้น​ไม้​ของ​เมือง​นั้น เพราะ​​จะ​ได้รับ​ประ​ทาน​ผล​จาก​ต้น​ไม้​นั้น
แต่เฉพาะ​ต้น​ไม้​ที่​​ไม่​ใช้​เป็น​อาหาร จะโค่น​ลง​ก็​ได้ เพื่อ​จะ​ใช้​สร้าง​เครื่อง​ล้อม​เมือง​ซึ่ง​กำลัง​ทำ​สง​ครามก็ได้

1. หลักการสำคัญของการทำสงครามของคนอิสราเอลคือ
ต้องไม่กลัวศัตรูไม่ว่าศัตรูจะมีมากมายสักเพียงใด
ไม่ใช่เพราะเชื่อมั่นในตนเองว่าตนเก่งกาจ
แต่เพราะมั่นใจในพระเจ้าผู้ทรงสถิตอยู่ด้วย
พระองค์จะทรงช่วยประชากรของพระองค์ ผู้ทำตามน้ำพระทัยของพระองค์ อย่างแน่นอน

เราสามารถใช้หลักนี้ในการเผชิญกับปัญหาในปัจจุบันได้ โดย
ไม่ต้องไปกลัวปัญหาเหล่านั้น
ไม่ใช่เพราะเราเก่งหรือฉลาด
แต่เพราะมั่นใจในพระเจ้าผู้ทรงสถิตกับเรา
ตราบเท่าที่เราเชื่อฟังทำตามพระคำของพระองค์ พระองค์จะทรงช่วยกู้เราอย่างแน่นอน

2. พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอลที่พะวักพะวงและหวาดกลัว ให้กลับบ้านไปเสีย
เพราะการที่พวกเขาอยู่ในกองทัพ จะสร้างผลเสียต่อกองทัพมากกว่าผลดี
เนื่องจากปัจจัยของการรบชนะ ไม่ใช่จำนวนทหารที่มีมาก
แต่ทหารที่มีความเชื่อไว้วางใจในพระเจ้า ไม่ว่าจะมีจำนวนเพียงเล็กน้อยก็ตาม

การผ่านพ้นปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าตอนนี้เรามีเงินเท่าใด
แต่ขึ้นอยู่กับว่า ตอนนี้เรามีความเชื่อไว้วางใจในพระเจ้ามากเพียงใด
จงสลัดความกลัวความกังวลทิ้งไป หันเข้ามายึดความเชื่อไว้มั่น
การอ่านพระคำของพระเจ้า เป็นวิธีที่ดีเยี่ยมวิธีหนึ่ง ในการเพิ่มพูนความเชื่อ

3. ในการทำสงครามของคนอิสราเอล พระเจ้าระบุชนชาติที่ชั่วร้ายที่ต้องถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิงไว้
นอกนั้นให้เจรจาให้พวกเขายอมแพ้ก่อน ถ้าไม่ยอมก็ค่อยบุก และให้ฆ่าเฉพาะผู้ชาย ห้ามฆ่าผู้หญิงและเด็ก

การพิพากษาของพระเจ้า เมื่อมาถึง 6 ชนชาตินั้นไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะหมดเวลาสำหรับพวกเขา
แต่สำหรับคนชาติอื่นๆ เมื่อการพิพากษามาถึงพวกเขา ยังมีทางที่จะหลีกเลี่ยงการถูกทำลายได้

วันนี้ สำหรับคนทั้งหลายที่ยังมีชีวิตอยู่
ยังมีโอกาสที่จะรอดพ้นการพิพากษาจากพระเจ้า
ด้วยการเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์

เป็นหน้าที่ของเราผู้เชื่อที่จะแจ้งข่าวนี้ให้คนทั้งหลายได้รับรู้
เพื่อเขาจะตัดสินใจเองว่า จะเชื่อข่าวประเสริฐนี้หรือไม่

คำคม

“ ถ้าจะวางใจ ก็จงอย่ากลัว
ถ้าจะกลัว ก็คือ ไม่วางใจ ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 19

ภาพรวม

  • โมเสสย้ำคนอิสราเอลเกี่ยวกับเรื่องเมืองลี้ภัยและการตัดสินคดี

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy19-90096

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 19 หลังจากที่โมเสสบอกคนอิสราเอลถึงสิทธิที่ปุโรหิตและคนเลวีพึงจะได้รับ และผู้เผยพระวจนะที่จะมาในอนาคต โมเสสก็กล่าวต่อไปว่า

เมื่อพระ​เจ้า​ทรงทำให้คนอิสราเอลสามารถเข้ายึดครองแผ่นดินคานาอันได้แล้ว
ให้แยก​เมือง​ไว้​ 3 เมือง​ เพื่อ​ให้​ผู้​ฆ่า​คน​ทุก​คน​หนี​ไป​อยู่​ที่​นั่น​ได้
ถ้าเขาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา ก็ให้อยู่ที่นั่นได้
แต่ถ้าเขาฆ่าคนตายโดยเจตนา ให้พวก​ผู้ใหญ่​ใน​เมือง​นั้น ​ส่ง​คน​นั้น​มอบ​​ไว้​ใน​มือ​ของ​ผู้​แก้​แค้น​แทน​


และ​เมื่อคนอิสราเอลรักพระ​เจ้า​ และ​ดำเนิน​อยู่​ใน​พระ​มรรคา​ของ​พระ​องค์​เสมอ
​พระ​เจ้า​จะทรง​ขยาย​อาณา​เขต​ของ​อิสราเอล และ​ประ​ทาน​แผ่น​ดิน​ทั้ง​หมด​ที่​พระ​องค์​ทรง​สัญญา​จะ​ประ​ทาน​​ให้​แก่​พวกเขา
แล้วเมื่อนั้น ให้พวกเขา เพิ่ม​เมือง​ลี้ภัยอีก 3 เมือง

ห้าม​ย้าย​เสา​เขต​ของ​เพื่อน​บ้าน​ ซึ่งเป็นตาม​มรดก​ที่เขาควรครอบ​ครอง​ใน​แผ่น​ดิน​คานาอัน

ห้ามกล่าว​โทษ​ใคร โดยพยานคนเดียว แต่​ต้อง​มี​พยาน​สอง​หรือ​สามคน คำ​พยาน​นั้น​จึง​จะ​เป็น​ที่​เชื่อ​ถือ​ได้

ถ้าสงสัยว่า ​ใครเป็นพยาน​เท็จ​กล่าว​ปรัก​ปรำ​ผู้อื่น
​ให้​ทั้ง​สอง​ฝ่าย​ที่​ต่อ​สู้​คดี​กัน​นั้น​ยืน​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระเจ้า ต่อ​หน้า​พวก​ปุโร​หิต​และ​พวก​ผู้​พิ​พาก​ษา​
ให้ผู้​พิ​พาก​ษา​ต้อง​ไต่​สวน​อย่าง​ถี่​ถ้วน
ถ้า​พบว่าพยาน​นั้น​เป็น​พยาน​เท็จ คนนั้นต้องรับโทษดัง​ที่​เขา​ตั้ง​ใจ​จะ​ทำ​ต่อ​คนที่เขาปรักปรำนั้น

1. การตัดสินลงโทษ กรณีฆ่าคนตาย ดูเหมือนว่าพระเจ้าจะให้ใช้เจตนา เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินลงโทษ

ในทำนองเดียวกัน การทำบาปของเราในทุกวันนี้
สิ่งที่สำคัญมากๆ ก็คือ เจตนา
เราทุกคนล้วนผิดพลาดไปในแต่ละวัน
สิ่งที่พระเจ้ากำลังมองหาในเรา คือ เจตนาที่จะกลับใจใหม่อย่างแท้จริง
วันนี้เมื่อเราผิดพลาดพลั้งไป เรากลับใจใหม่อย่างแท้จริงแล้วหรือยัง?
ซึ่งการกลับใจใหม่ จะสะท้อนออกมาเป็นพฤติกรรมที่สอดคล้องกับการกลับใจใหม่เสมอ

2. การย้ายเสาเขตเพื่อโกงเพื่อนบ้าน ถูกยกขึ้นมากล่าวเป็นพิเศษ แสดงว่าสำคัญมากทีเดียว
เมื่อพระเจ้าทรงประทานสิ่งใดแก่ผู้ใดแล้ว
ดังนั้น เป็นการลบหลู่พระเจ้า หากคนใดพยายามแย่งสิ่งนั้นไปจากผู้ที่พระเจ้าประทานให้นั้น

เรื่องนี้ลึกซึ้งมากๆและประยุกต์ได้หลากหลายมาก ขอผู้อ่านเข้าใจเอาเองเถิด

3. การตัดสินคดีต่างๆ พระเจ้ากำหนดให้ใช้ พยานเป็นหลักฐานสำคัญ
ดังนั้นพยานจึงสำคัญมาก หากใครบังอาจเป็นพยานเท็จจะต้องถูกลงโทษอย่างรุนแรง

พระเจ้าเองก็มีหลักฐานสำหรับยืนยันว่า
พระเยซูเสด็จมาเพื่อเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา
ใน 1ยน. 5:7-9
“มี​พยาน​อยู่​สาม​ประการ​ด้วย​กัน​
คือ​พระ​วิญญาณ น้ำ และ​พระ​โลหิต และ​พยาน​ทั้ง​สาม​นี้​สอดคล้อง​กัน​
ถ้า​เรา​ยัง​รับ​พยานหลักฐาน​ของ​มนุษย์ พยานหลักฐาน​ของ​พระ​เจ้า​ก็​ยิ่งใหญ่​กว่า
เพราะ​ว่า​พยานหลักฐาน​ของ​พระ​เจ้า​นั้น
คือ​พระ​องค์​ได้​ทรง​เป็น​พยาน​อ้าง​ถึง​พระ​บุตร​ของ​พระ​องค์​”
( คำอธิบายเพิ่มเติม ดูได้จาก ขุมทรัพย์ 1 ยอห์น 5 http://bit.ly/3cxBdOl )

คำคม

“ สิ่งที่พระเจ้าประสงค์จะประทานแก่เรา จะไม่มีใครช่วงชิงเอาไปจากเราได้ ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 18

ภาพรวม

  • โมเสสบอกคนอิสราเอลถึงสิทธิที่ปุโรหิตและคนเลวีจะได้รับ และผู้เผยพระวจนะที่จะมาในอนาคต

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy18-89955

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 18 เมื่อโมเสส สอนคนอิสราเอล เรื่องการสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า การตัดสินคดี และการแต่งตั้งกษัตริย์ แล้ว ก็กล่าวต่อไปว่า

เนื่องจากคน​เผ่า​เลวี​ทั้ง​หมด จะ​ไม่​มี​ส่วน​แบ่ง​หรือ​มรดก​ร่วม​กับ​คน​อิส​รา​เอล
ดังนั้นพวก​เขา​จะ​รับ​ประ​ทาน​ของ​ถวาย​ที่คนอิสราเอลนำมาถวายแด่พระเจ้า
แม้พวก​เขา​จะ​ไม่​มี​มรดก แต่พระเจ้า​เอง​ทรง​เป็น​มรดก​ของ​พวกเขา

ส่วน​ที่​ปุ​โร​หิต​ได้​จาก​ประ​ชา​ชน คือ
– ​เนื้อ​สัน​ขา​หน้า เนื้อ​แก้ม​ทั้ง​สอง​ข้าง และ​เนื้อ​ท้อง​ ของสัตว์ที่นำมาถวายพระเจ้า
– ผล​รุ่น​แรก​ของ​ข้าว เหล้า​องุ่น น้ำ​มัน​
– ​ขน​แกะ​รุ่น​แรก​

สำหรับ​คน​เลวี​ ที่มา​ยัง​สถาน​นมัสการ​ด้วย​สุด​ใจ​ปรารถ​นา​ของ​เขา
​เขาก็สามารถ​ปรน​นิบัติ​ใน​พระ​เจ้า​​ได้ และได้​ส่วน​แบ่ง​ที่​จะ​รับ​ประ​ทาน​เท่าๆ กัน

เมื่อ​คนอิสราเอล​เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดิน​คานาอันแล้ว
อย่า​เรียน​รู้​ที่​จะ​ทำ​สิ่ง​พึง​รัง​เกียจ​ตาม​ชน​ชาติ​เหล่า​นั้น
เช่น เอา​ลูกของ​ตนไป​ลุย​ไฟ เป็น​คน​ทำนาย เป็น​หมอดู เป็น​โหร หรือ​เป็น​นัก​วิท​ยา​คม
เป็น​หมอ​ผี เป็น​คน​ทรง เป็น​พ่อ​มด แม่​มด หรือ​เป็น​หมอ​พราย
ทุก​คน​ที่​ทำ​สิ่ง​เหล่า​นี้​จะต้อง​ขับ​ไล่ออกไป

อย่าเชื่อ​ฟัง​หมอดู​และ​คน​ทำนาย
ต่อไปภายหน้าพระ​เจ้า​ จะ​โปรด​ให้​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​เช่น​เดียว​กับ​โมเสส​เกิด​ขึ้น​ ​จง​เชื่อ​ฟัง​เขา
พระเจ้า​จะ​ใส่​ถ้อย​คำ​ของ​พระองค์ใน​ปาก​ของ​เขา
และ​คน​ที่​ไม่​เชื่อ​ฟัง​ถ้อย​คำ​นั้น จะ​ถูกลง​โทษ​

แต่​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ที่​บัง​อาจ​กล่าว​คำ​ใน​นาม​ของ​พระเจ้า ทั้งที่พระเจ้า​ไม่​ได้​บัญชา​ให้​กล่าว
หรือ​กล่าว​ใน​นาม​ของ​พระ​อื่น
ผู้​เผย​พระ​วจนะ​นั้น​ต้อง​มี​โทษ​ถึง​ตาย

เมื่อ​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​กล่าว​คำ​ใน​นามของพระเจ้า
ถ้า​ไม่​เป็น​จริง​ตาม​ถ้อย​คำ​นั้น​และ​สิ่ง​นั้น​ไม่​เกิด​ขึ้น
แสดงว่า ถ้อย​คำ​นั้น​ไม่​ได้​มาจากพระเจ้า
ผู้​เผย​พระ​วจนะ​นั้น​บัง​อาจ​กล่าว​เอง
ไม่ต้องไป​เกรง​กลัว​เขาเลย

1. คนเลวีไม่ได้รับมรดกแบบเผ่าอื่นๆ แต่ได้พระเจ้าเป็นมรดก
ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ขาดสิ่งดีใดๆเลย

วันนี้เราอาจจะไม่ได้รับบางอย่างเหมือนกับคนอื่น
แต่ถ้าเราให้พระเจ้าเป็นส่วนของเราที่เราจะยึดเอาไว้ เราจะไม่ขาดของดีใดๆเลย

2. พระเจ้าไม่เพียงแต่ห้ามไม่ให้คนอิสราเอล ทำตามอย่างพิธีกรรมของคนต่างชาติ
แม้แต่จะเรียนรู้ พระเจ้าก็ห้ามว่า อย่า​เรียน​รู้
​เพราะพิธีกรรมเหล่านั้นเป็น​สิ่ง​พึง​รัง​เกียจ​สำหรับพระเจ้า

พระเจ้าทรงไม่ประสงค์ให้เราเกี่ยวข้องใดๆ กับการบาปทั้งหลายที่พระเจ้าทรงรังเกียจ

3. วิธีสังเกตว่า คำเผยพระวจนะใด ไม่ได้มาจากพระเจ้า คือ
ถ้าไม่เกิดขึ้นเป็นจริง แสดงว่าไม่ได้มาจากพระเจ้า
แต่ถ้าเกิดขึ้นจริง
ใน ฉธบ. 13:1-3 ได้เตือนไว้ว่า หาก​เขา​กล่าว​ว่า “ให้​เรา​ติด​ตาม​พระ​อื่นๆ กัน​เถิด”
นั่นก็ไม่ได้มาจากพระเจ้า อย่าเชื่อเขาเลย

ถ้อยคำที่มาจากพระเจ้า จะเกิดขึ้นเป็นจริงเสมอ และจะสอดคล้องกับพระคำของพระเจ้าเสมอ

คำคม

“ คนที่ได้พระเจ้า แม้จะเสียทุกสิ่ง ก็จะไม่เสียสิ่งดีใดๆเลย ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 17

ภาพรวม

  • โมเสสสอนกฏเกณฑ์ของพระเจ้าแก่คนอิสราเอล เรื่องการสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า การตัดสินคดี และการแต่งตั้งกษัตริย์

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy17-89748

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 17 หลังจากที่โมเสสย้ำคนอิสราเอลให้ถือรักษา 3 เทศกาลที่พระเจ้าทรงบัญชาไว้ และย้ำเรื่องความยุติธรรมแล้ว จึงกล่าวต่อไปว่า

– ห้าม​นำ​สัตว์ที่​มี​ตำหนิ​ มา​ถวาย​เป็น​เครื่อง​บูชา​แด่​​พระ​เจ้า เพราะ​เป็น​สิ่ง​พึง​รัง​เกียจ​แด่​​พระ​เจ้า​
– ถ้า​พบ​ว่า​ มีคน​ใด​ทำ​สิ่ง​ที่​ชั่ว​ใน​สาย​พระเนตรของพระ​เจ้า​ ​ไป​ปรน​นิบัติ​และนมัสการพระ​อื่น ให้​สืบ​สวน​ความ​จริงดู
ถ้าเป็นจริงโดย​มี​พยาน​สอง​หรือ​สาม​ปาก ยืนยัน
ให้​เอา​หิน​ขว้าง​คนนั้น​ ให้​ตาย ที่ประตูเมือง
โดย ให้​พวก​พยาน​ลง​มือ​ก่อน ต่อ​ไป​คน​ทั้ง​ปวง​จึง​ร่วม​มือ​ด้วย

– ถ้า​มีคดี​ที่​ยาก​ที่​จะ​ตัด​สิน ให้​พา​กัน​ไป​ยัง​สถาน​นมัสการพระ​เจ้า​
เพื่อไป​หา​พวก​ปุ​โร​หิต​คน​เลวี และ​ไป​หา​ผู้​พิ​พาก​ษา​ประจำ​การ​ใน​สมัย​นั้น
แล้วให้​พวก​เขาช่วยตัด​สิน
แล้ว​ท่าน​จง​ทำ​ตาม​ทุกสิ่งที่​พวก​เขาแนะนำ อย่างเคร่งครัด
ใคร​ขัด​ขืน​ไม่​ทำ​ตาม คน​นั้น​ต้อง​ตาย
และ​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​สิ้น​จะ​ได้​ยิน​และ​ยำ​เกรง และ​ไม่​ขัด​ขืน​ต่อ​ไป​อีก

– ในอนาคต​หากจะ​ตั้ง​กษัตริย์​ ก็​จง​ตั้ง​ผู้​ซึ่ง​พระ​เจ้า​ทรง​เลือก​ไว้​ ​จากคนอิสราเอล
ห้าม​ตั้ง​คน​ต่าง​ชาติเป็นกษัตริย์
​อย่า​ให้กษัตริย์ ​มี​ม้า​มาก​เกิน​ไป เพื่อ​จะไม่อยากกลับอียิปต์เพราะอยากได้​ม้า​มากๆ
อย่า​ให้กษัตริย์ ​มี​ภรรยา​มาก เพื่อ​จิต​ใจ​ของ​เขา​จะ​ไม่​หัน​เห​ไป
อย่า​ให้กษัตริย์ ​มี​เงิน​มี​ทอง​อย่างมาก​มาย
ให้กษัตริย์​คัด​ลอก​ธรรม​บัญ​ญัติ​นี้​ไว้​​เพื่อ​ตน​เอง และ​ให้​เขา​อ่าน​ตลอด​ชีวิต​ของ​ตน เพื่อ​เขา​จะ​ได้​เรียน​รู้​ที่​จะ​ยำ​เกรง​​พระ​เจ้า​ ​และ​ทำ​ตามพระบัญญัติ
เพื่อ​ว่า​จิต​ใจ​ของ​เขา​จะ​ไม่​ได้​ยก​ขึ้น​สูง​กว่า​พี่​น้อง​ของ​ตน เพื่อ​เขา​จะ​ได้​ปก​ครอง​อยู่​ได้​นาน ทั้ง​ตน​เอง​และ​ลูก​หลาน​ของ​เขา

1. การนำสัตว์พิการหรือมีตำหนิมาถวายพระเจ้า เป็นสิ่งที่พึงรังเกียจสำหรับพระเจ้า
เพราะเป็นการลบหลู่พระเจ้า ว่า พระองค์ไม่สมควรได้รับสิ่งดีที่สุดจากตน
เหมือนกับการกล่าวว่า “สำหรับพระเจ้า ให้แค่นั้นก็ดีนักหนาแล้ว”

เมื่อเราจะทำสิ่งใดเพื่อพระเจ้า จงทำอย่างสุดจิตสุดใจสุดกำลัง
เพราะพระองค์สมควรได้รับ มากยิ่งกว่านั้นเสียอีก

2. หากมีใครละทิ้งพระเจ้า ไปปรนนิบัติพระต่างชาติ พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอลรีบจัดการขั้นเด็ดขาดกับคนนั้นทันที
เพราะถ้าไม่จัดการบาปนั้นจะลุกลาม ให้คนทั้งชาติต้องตาย
แต่ตามประวัติศาสตร์ คนอิสราเอลละเลยสิ่งนี้ แล้วบาปนั้นก็ลุกลาม
จนมีการเอาเด็กทารกมาเผาบูชายันต์ตามศาสนาต่างชาติกันทั่วบ้านทั่วเมือง
จนนำการพิพากษาอันเด็ดขาดของพระเจ้ามาสู่คนอิสราเอลทั้งชาติ

อย่าประนีประนอมกับความบาป เพราะบาปที่เราเก็บซ่อนไว้ ในที่สุดจะลุกลามสร้างปัญหาใหญ่โตของชีวิต

3. การตัดสินคดีที่ทำโดยปุโรหิตและผู้พิพากษานั้น ถือเป็นเด็ดขาด ขัดขืนไม่ได้
แล้วถ้าปุโรหิตลำเอียง ประชาชนบางคนอาจไม่ได้รับความเป็นธรรม
เรื่องนี้ธรรมบัญญัติมิได้บอกไว้ ว่าจะให้ทำอย่างไรต่อไป
ก็เพราะว่า พระเจ้าจะเป็นผู้ประทานความยุติธรรมให้แก่ประชาชน ผู้เชื่อฟังพระองค์อย่างแน่นอน
และพระองค์จะทรงจัดการกับผู้นำที่ไม่ยุติธรรมนั้นอย่างแน่นอนเช่นกัน

วันนี้ ให้เราเชื่อฟังพระเจ้า และไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร พระเจ้าจะทรงรับผิดชอบสิ่งเหล่านั้นเองเป็นแน่

4. การให้กษัตริย์​ คัด​ลอก และอ่าน​พระบัญญัติของพระเจ้า ตลอด​ชีวิต
จะทำให้เขา​​ยำ​เกรง​​พระ​เจ้า​ ​และ​ทำ​ตามพระบัญญัติ และถ่อมใจอยู่เสมอ
ซึ่งนั่นจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาเอง

การอ่าน จดจำ และใคร่ครวญพระคำของพระเจ้าอยู่เสมอ
จะช่วยให้เรา ปฏิบัติต่อพระเจ้าและต่อผู้อื่น อย่างเหมาะสมอยู่เสมอ

คำคม

“ บาปที่ไม่ถูกจัดการ จะสร้างปัญหาใหญ่กว่าที่เราคิด ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 16

ภาพรวม

  • โมเสสย้ำคนอิสราเอลให้ถือเทศกาล 3 เทศกาลที่พระเจ้าทรงบัญชาไว้ แล้วย้ำให้พวกเขารักษาความยุติธรรมให้สมกับเป็นประชากรของพระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy16-89555

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 16 เมื่อโมเสสย้ำคนอิสราเอลเกี่ยวกับเรื่องปีสะบาโตและการถวายสัตว์หัวปีแล้ว ก็กล่าวต่อไปว่า

ให้คนอิสราเอล​ถือเทศกาลต่อไปนี้ ตลอดไป
1. เทศกาลปัสกา ใน​เดือน​อาบีบ
เพื่อระลึกถึงการที่พระ​เจ้าทรง​นำ​พวกเขาออก​จาก​อียิปต์​ใน​เวลา​กลาง​คืน
ให้ถวาย​สัตว์ปัสกา​เป็น​เครื่อง​บูชา​แด่​พระ​เจ้า ณ สถานนมัสการพระเจ้า เท่านั้น
แล้วรับประทานสัตว์นั้นที่นั่น
และให้​รับ​ประ​ทาน​ขนม​ปังไร้เชื้อ ตลอด 7 วัน ซึ่งเป็น​ขนม​ปัง​แห่ง​ความ​ทุกข์​ใจ
ให้รับประทานสัตว์ปัสกา​ใน​เวลา​เย็น​เมื่อ​ดวง​อาทิตย์​ตก​แล้ว
คือ​เวลา​เดียว​กับ​ที่พวกเขาออก​จาก​อียิปต์
และ​ใน​วัน​ที่ 7 ของเทศกาล ​เป็น​วัน​ประ​ชุม​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า ​ห้าม​ทำ​การ​งาน​ใดๆ

2. เทศกาลสัปดาห์
หลังจาก 7 สัปดาห์ ของการเก็บเกี่ยวครั้งแรกของปี (ดูรายละเอียดได้จาก ลวต.23)
ให้ถือ​เทศ​กาล​สัป​ดาห์​ถวาย​แด่​​พระ​เจ้า​ โดย​ถวายเครื่องบูชา​ตาม​ใจ​สมัคร ​ถวาย​ตาม​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​อวย​พร​แก่​แต่ละคน
ให้​ยิน​ดี​เฉพาะ​พระ​พักตร์​​พระ​เจ้า​ร่วมกัน ณ สถานนมัสการ
เพื่อ​ระ​ลึก​ว่า​พวกเขา​เคย​เป็น​ทาส​ใน​อียิปต์ แต่เดี่๋ยวนี้เป็นไทแล้ว

3. เทศกาลอยู่เพิง
เมื่อ​ท่าน​เก็บ​รวบ​รวม​พืช​ผล​แล้ว
ให้​ถือ​เทศ​กาล​เลี้ยง​นั้น​แด่​พระ​เจ้า​ 7 ​วัน ณ สถานนมัสการ เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​อวยพร​แก่​พืช​ผล​และ​แก่​งาน​ทั้งสิ้นของพวกเขา เพื่อ​พวกเขาจะ​มี​แต่​ความ​ยิน​ดี

ผู้​ชาย​อิสราเอลทุก​คน​จะ​ต้อง​เข้า​มา​เฝ้า​​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ปี​ละ​ 3 ​ครั้ง ในเทศกาลทั้ง 3 นี้ ณ สถาน​นมัสการ
และอย่า​ให้​เขา​ไป​เข้า​เฝ้า​พระเจ้า​มือ​เปล่า ให้​แต่​ละ​คน​ถวาย​ตาม​ความ​สามารถ​ของ​ตน ตาม​พระ​พร​ที่​พระ​เจ้าประ​ทาน​แก่​เขา

โมเสสกล่าวต่อไปว่า
ให้แต่ง​ตั้ง​ผู้​พิพาก​ษา​และ​เจ้า​หน้า​ที่​ตาม​เมือง​ต่างๆ เพื่อพิพาก​ษา​ประ​ชา​ชน​ตาม​ความ​ยุติ​ธรรม
ห้าม​เสีย​ความ​ยุติ​ธรรม ห้าม​ลำ​เอียง ห้าม​รับ​สินบน เพื่อ​คนอิสราเอลจะ​มี​ชีวิต​และ​ได้​ยึด​ครอง​แผ่น​ดิน​ซึ่ง​พระ​เจ้า​​ประ​ทาน​ให้

ห้ามคนอิสราเอล​ปลูก​ต้น​ไม้​ใดๆ ใช้​เป็น​เสา​อา​เช-ราห์ และ​ห้าม​ตั้ง​เสา​ศักดิ์​สิทธิ์​สำหรับ​ตน​เอง ซึ่งพระ​เจ้าทรง​รังเกียจ

1. พระเจ้าทรงสั่งให้คนอิสราเอลถือเทศกาลปีละ 3 เทศกาล เพื่อให้พวกเขาระลึกถึงการช่วยกู้และพระพรจากพระเจ้า

พระเจ้าทรงประสงค์ให้เราระลึกถึงพระคุณและพระพรที่พระองค์ทรงประทานให้แก่เรา
เพราะว่าการทำเช่นนั้น จะยิ่งนำให้เราใกล้ชิดติดสนิทกับพระองค์มากยิ่งขึ้น และทำให้เราได้รับพระคุณและพระพรมากยิ่งขึ้นไปอีก

วันนี้เราสรรเสริญพระเจ้าและขอบคุณพระเจ้า สำหรับสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อเราและทรงประทานแก่เราแล้วหรือยัง?

2. พระเจ้าทรงประทานพระคุณแก่เรา ทรงอวยพระพรเรา ทั้งที่เราไม่สมควรจะได้รับ
ดังนั้นเราสมควรอย่างยิ่งที่จะไม่เอาเปรียบคนอื่น รักษาความยุติธรรม
เพราะนั่น เป็นสิ่ง ผู้ที่ได้รับพระเมตตาจากพระเจ้า ควรจะกระทำ

คำคม

“ พระเจ้าประสงค์ให้เราระลึกถึงพระพรที่ทรงประทานแก่เราแล้ว
เพื่อพระองค์จะทรงประทานพระพรแก่เรามากยิ่งขึ้นอีก ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 15

ภาพรวม

  • โมเสสย้ำคนอิสราเอล ให้เมตตาต่อคนยากจน และสัตย์ซื่อในการถวายสัตว์หัวปีแด่พระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy15-89283

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 15 เมื่อโมเสสย้ำคนอิสราเอลเรื่องไม่ให้ทำตามพิธีกรรมของคนต่างชาติ และเรื่องการถวายทศางค์แล้ว ก็กล่าวต่อไปว่า

เมื่อ​ครบทุก 7 ปี ให้​ทำ​การ​ปลด​ปล่อย​ดัง​นี้
– เจ้า​หนี้​ทุก​คน​จง​ยก​หนี้​ให้​เพื่อน​บ้าน​ของ​ตน ที่เป็นคนอิสราเอล
เพื่อ​จะ​ไม่​มี​คน​ยาก​จน​ท่าม​กลางคนอิสราเอล
ถ้าพวกเขา​ตั้งใจ​จะ​เชื่อ​ฟัง​​พระ​เจ้า​ ระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตาม​พระ​บัญ​ญัติ​ของพระองค์
​พระเจ้า​จะ​ทรง​อวย​พร​พวกเขา​อย่าง​มาก​มาย​
พวกเขา​จะ​ให้​หลาย​ประ​ชา​ชาติ​ยืม​ แต่​จะ​ไม่​ต้อง​ขอ​ยืม​เลย
พวกเขา​จะ​ปก​ครอง​เหนือ​ชน​ชาติ​มาก​มาย แต่​​จะ​ไม่มีชนชาติใด​ปก​ครอง​เหนือ​พวกเขา

ถ้า​มีคนอิสราเอล​ใน​เมือง​ใดๆ ยากจนลง
ให้คนอิสราเอล​ยื่น​มือ​ช่วย​เขา และ​ให้​เขา​ยืม​จน​พอ​แก่​ความ​ต้อง​การ​ของ​เขา​ที่​เขา​ขาด​อยู่​นั้น

อย่าคิด​ร้าย​ใน​ใจ​ของ​ท่าน​ว่า
“ปี​ที่7 ปี​ที่​จะ​ต้อง​ปลด​ปล่อย​มา​ถึง​แล้ว ดังนั้นไม่ให้เขายืมดีกว่า เพราะเขาคงไม่คืนเราแน่”
การคิดเช่นนั้น เป็นการ​มอง​พี่​น้อง​ยาก​จน​ใน​แง่​ร้าย จน​ไม่​ยอม​ให้​อะไร​เขา​เลย
ระวังให้ดี เพราะ​เขา​จะ​ฟ้อง​ร้อง​ท่าน​ต่อ​พระเจ้า แล้ว บาป​ก็​จะ​ตก​แก่คนอิสราเอล
ดังนั้นจง​ให้​เขา​ด้วย​เต็ม​ใจ ไม่​คิด​เสีย​ดาย
แล้วพระเจ้าจะ​ทรง​อวย​พรพวกเขา ใน​กิจ​การ​ทั้งสิ้น ​ไม่​ว่า​​จะ​ทำ​สิ่ง​ใด
เพราะ​ว่า​คน​จน​จะ​ไม่​หมด​ไป​จาก​แผ่น​ดิน

หากมีพี่​น้องคนอิสราเอลที่ถูก​ขาย​ไว้​ เมื่อ​ถึง​ปี​ที่​ 7 ให้​ปล่อย​เขา​เป็น​อิสระ​
และ​มี​ใจ​กว้าง​ขวาง​จัด​ของบางอย่าง​ให้​เขาไปด้วย ตาม​ขนาดที่ตนได้รับพระพรจากพระ​เจ้า​

แต่​ถ้า​ทาส​นั้น​ไม่อยากจากไป เพราะ​เขา​รัก​นาย
ให้​เอา​เหล็ก​แทง​ใบ​หู​ของ​เขา​ให้​ทะลุ​ไป​ติด​กับ​ประตู
แล้ว​เขา​จะ​เป็น​ทาส​ของนายนั้นตลอด​ไป

สัตว์​ตัว​ผู้​หัว​ปี​นั้น ให้ถวาย​ไว้​ให้บริ​สุทธิ์​แด่​พระ​เจ้า
ห้าม​ใช้​มันทำ​งาน​หรือ​ตัด​ขน​จาก​มัน
แต่ให้รับ​ประ​ทาน​สัตว์​หัว​ปี​นั้น​เฉพาะ​พระ​พักตร์​​พระ​เจ้า​​ทุกๆ ปี ใน​สถานนมัสการ
แต่​ถ้า​สัตว์​นั้น​มี​ตำหนิ​ใดๆ ห้าม​ถวาย​บูชา​แด่​​พระ​เจ้า
ให้​รับ​ประ​ทาน​สัตว์​นั้น​ภาย​ใน​เมือง​ของ​ตน คน​มลทิน​และ​คน​สะอาด​ก็​รับ​ประ​ทาน​ได้​เช่น​เดียว​กัน
เพียง​แต่​ห้าม​รับ​ประ​ทาน​เลือด​ของ​มัน​เท่า​นั้น

1. พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอล เมตตาต่อคนยากจน เพื่อพระเจ้าจะเทพระเมตตาอย่างเหลือล้น เป็นพระพรมากมายมาสู่ชีวิตของพวกเขา

วันนี้ เมื่อเรามีโอกาสทำดีแก่คนยากจน เป็นประตูแห่งพระพรที่เปิดออกสำหรับเรา

2. หากเราคิดว่า พี่น้องคงจะโกงเราเป็นแน่ ทั้งที่เขาไม่ได้จะทำเช่นนั้น
ถือเป็นการคิดร้ายในใจ
เราก็กำลังทำผิดต่อพี่น้องคนนั้น

ให้เราระวังความคิดของเรา การรอบคอบเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ควรระวังที่จะไม่คิดร้ายต่อคนผู้อื่น

3. ทาสที่ได้รับอิสระแล้ว แต่สมัครใจเป็นทาสของนายต่อไป เขาก็จะเป็นทาสของนายนั้นตลอดไป
เหมือนเราทั้งหลายที่พระเยซูทรงไถ่เราพ้นจากการเป็นทาสบาปแล้ว
และเราสมัครใจเป็นทาสของพระคริสต์
ดังนั้นเราจึงเป็นผู้รับใช้ของพระคริสต์ตลอดไป

4. สัตว์ผู้หัวปีนั้น เป็นของที่ต้องถวายแด่พระเจ้า ด้วยการกินฉลองร่วมกันกับครอบครัวที่พลับพลาหรือพระวิหาร
แต่ถ้าสัตว์นั้นมีตำหนิ ไม่สามารถถวายได้ ก็ไม่ได้หมายความว่า ไม่ต้องทำอะไรแก่สัตว์นั้น
ยังคงใช้สัตว์นั้นถวายแด่พระเจ้า ด้วยการเลี้ยงฉลองร่วมกันในเมืองของตนไม่ต้องนำมาที่พลับพลาเท่านั้นเอง

แม้วันนี้ มีเหตุบางอย่างที่เราไม่อาจถวายตัวของเราในการรับใช้พระเจ้า อย่างที่ควรจะทำได้
นั่นก็ไม่สามารถเป็นข้ออ้างที่เราจะไม่ถวายตัวของเรารับใช้พระเจ้า
แต่ให้เราถวายตัวรับใช้พระเจ้าอย่างเต็มที่เต็มกำลัง ตามสถานะ ตามสภาพที่เราทำได้ในเวลานี้
นั่นก็ทำให้เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าเช่นกัน

คำคม

“ คนที่เมตตาผู้อื่น เขาจะได้รับพระเมตตาตอบ ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 14

ภาพรวม

  • โมเสสย้ำเตือนให้คนอิสราเอล อย่าทำตามอย่างพิธีกรรมของคนต่างชาติ แต่ให้ทำตามทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงบัญชาไว้

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy14-89098

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 14 เมื่อโมเสสเตือนคนอิสราเอล ไม่ให้ละทิ้งพระเจ้า ไปกราบไหว้รูปเคารพแล้ว ก็กล่าวต่อไปว่า

เนื่องจากคนอิสราเอลเป็นบุตรของพระเจ้า ​เป็น​ชน​ชาติ​บริ​สุทธิ์​ของพระเจ้า จึงห้าม​ทำตามอย่างพิธีกรรมของศาสนาต่างชาติ เช่น
– เชือด​เนื้อ​ตัว​เอง
– ​ทำ​หน้า​ผาก​ให้​โล้น​เพื่อ​คน​ตาย
– ​รับ​ประ​ทาน​สิ่ง​พึง​รัง​เกียจ คือสัตว์ประเภทที่เป็นมลทินทั้งหลาย
– ​รับ​ประ​ทาน​สัตว์​​ที่​ตาย​เอง
– ต้ม​ลูก​แพะ​ด้วย​น้ำ​นม​แม่​ของ​มัน ซึ่งเป็นการกระทำที่โหดร้าย

แต่ให้คนอิสราเอลทำตามที่พระเจ้าทรงบัญชาไว้ ได้แก่
– ​ถวาย​ทศางค์ของ​ผลิต​ผล​จาก​พืช​พันธุ์ แต่​ละ​ปี
– ​รับ​ประ​ทาน​ทศางค์​ และ​ผล​รุ่น​แรก​ เฉพาะ​พระ​พักตร์​​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ใน​สถาน​ที่​ซึ่ง​พระ​องค์​ทรง​เลือก​ไว้ ​เพื่อ​​จะ​ได้​เรียน​รู้​ที่​จะ​ยำ​เกรง​พระ​เจ้าเสมอ
หรือถ้า​ระยะ​ทาง​ไกล​เกิน​ไป ก็ให้​ขาย​ของ​นั้น​เอา​เงิน​ และ​ใช้​เงิน​นั้น​ซื้อ​สิ่ง​ใดๆ ที่​อยาก​รับ​ประ​ทาน และ​ท่าน​จง​รับ​ประ​ทาน​ที่​นั่น​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า​ และ​จง​ยิน​ดีกัน​ทั้ง​ครอบ​ครัว​
– ไม่​ทอด​ทิ้ง​คน​เลวี​ซึ่ง​อยู่​ใน​เมือง​
– ทุก 3 ​ปี​ ให้นำ​ทศางค์​ทั้ง​หมด​จาก​พืช​ผล​ที่​ได้​ใน​ปี​นั้น​ มา​สะสม​ไว้​ใน​เมือง​ของ​ตน แล้วให้คน​เลวี และ​คน​ต่าง​ด้าว​และ​ลูก​กำพร้า และ​แม่​ม่าย ผู้​ซึ่ง​อยู่​ภาย​ใน​เมือง​ ​ได้​มา​รับ​ประ​ทาน​อย่าง​อิ่ม​หนำ เพื่อ​ว่า​​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​อวย​พร​แก่​บรรดา​กิจ​การ​ซึ่ง​มือ​ของ​คนอิสราเอล​ได้​ทำ​นั้น

1. เพราะว่าเราเป็นประชากรของพระเจ้า จึงควรทำตัวอย่างที่ประชากรของพระเจ้าควรทำ
และไม่ควรทำตัวเหมือนอย่างคนเหล่านั้นที่ไม่มีพระเจ้าในชีวิตของพวกเขา

โลกและสิ่งยั่วยวนของโลก พยายามชักจูงเราให้หันออกจากการดำเนินชีวิตตามพระคำของพระเจ้า

อย่ายอมติดกับแห่งการยั่วยวนเหล่านั้น
ดำเนินชีวิตตรงต่อไปตามพระคำของพระเจ้า แม้คนในสังคมเขาไม่ทำแบบนี้ แต่เราก็จะทำและดำเนินตามพระคำของพระเจ้าต่อไป

2. ในการทำตามคำสั่งของพระเจ้า เรื่องการรับประทานทศางค์(สิบลด) ต่อพระพักตร์พระเจ้า ที่พลับพลา(หรือพระวิหาร)นั้น
ถ้าระยะทางไกล ทำได้ยาก พระเจ้าไม่ได้บอกว่า ไม่ต้องทำ แต่ให้หาทางทำด้วยวิธีที่สะดวกขึ้นแทน คือแลกเป็นเงิน แล้วนำเงินมาซื้ออาหารใกล้พลับพลา แล้วมารับประทานต่อพระพักตร์พระเจ้า

หากการทำตามคำสั่งของพระเจ้า บางเรื่องเป็นไปได้ยากหรือเป็นไปไม่ได้สำหรับ สถานการณ์ของเราในเวลานั้นๆ
ไม่ควรที่จะยกเลิกการคำตามคำสั่งนั้น แต่ควรจะใช้สติปัญญาที่พระเจ้าประทานให้ปรับรูปแบบ เพื่อให้ยังคงสามารถทำตามคำสั่งของพระเจ้าได้ต่อไป

3. ในบทนี้สอนว่า เมื่อเราระลึกถึงพระคุณพระเจ้า ด้วยการขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งที่พระเจ้าประทาน จะทำให้เราเรียนรู้ที่จะยำเกรงพระเจ้าอยู่เสมอ

4. เมื่อเราดูแลผู้รับใช้พระเจ้า คน​ต่าง​ด้าว​ ลูก​กำพร้า และ​แม่​ม่าย พระเจ้าทรงสัญญาว่า ​​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​อวย​พร​แก่​บรรดา​กิจ​การ​ซึ่ง​มือ​ของ​เราได้​ทำ​นั้น

การสำแดงความรักต่อผู้อื่น จึงเป็นการชักนำพระพรมาสู่ชีวิตของเราเอง

คำคม

“ การเดินตามพระเจ้า ย่อมเป็นประโยชน์แก่ตนเอง ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 13

ภาพรวม

  • โมเสสเตือนคนอิสราเอล มิให้ประนีประนอมกับคนที่พยายามชักชวนพวกเขาให้ละทิ้งพระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy13-88946

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 13 หลังจากที่โมเสสเตือนให้คนอิสราเอลทำลายพระของคนต่างชาติให้หมดแล้ว โมเสสกล่าวต่อไปว่า

ถ้า​​มี​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​หรือ​ผู้​ฝัน​เห็น​เหตุ​การณ์ ปรากฏขึ้น และ​สำแดงการ​อัศ​จรรย์​แก่​พวกเขา
แล้วคนเหล่านั้นชักชวนให้พวกเขา​ติด​ตามและปรนนิบัติ​พระ​อื่นๆ

คนอิสราเอล ​ต้องไม่เชื่อ​ฟัง​คำ​ของ​​คนเหล่า​นั้น
เพราะพระ​เจ้า​​ทรง​ลอง​ใจคนอิสราเอล​ดู​ว่า
​พวก​เขารัก​พระ​เจ้า​ ​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​ของพวกเขา​หรือ​ไม่?

ดังนั้นให้พวกเขา
– ​ดำเนิน​ตามพระ​เจ้า
– ยำเกรง​พระ​องค์
– ​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​องค์
– ​เชื่อ​ฟัง​พระ​สุร​เสียง​ของ​พระ​องค์
– ปรน​นิบัติ​พระ​องค์​
– ​ติด​สนิท​อยู่​กับ​พระ​องค์

​คน​นั้นที่มาชักชวนให้ไปติดตามพระอื่นๆ ​ต้อง​มี​โทษ​ถึง​ตาย เพื่อขจัดความชั่วไปจากท่ามกลางคนอิสราเอล
เพราะ​เขา​ได้​พูด​ให้​กบฏ​ต่อ​พระ​เจ้า​ เขาพยายามผลัก​ดันคนอิสราเอล​ออก​ไป​จาก​ทาง​ซึ่ง​​พระ​เจ้า​​ทรง​บัญชา​

โมเสสย้ำต่อไปว่า
ถ้าญาติพี่น้องคนใดของท่านชัก​ชวน​ให้ไป​ปรน​นิบัติ​พระ​อื่นๆ
​อย่า​ยอม​ตาม​หรือ​เชื่อ​ฟัง​เขา
อย่า​​สงสาร​เขา ให้​เอา​หิน​ขว้าง​เขา​ให้​ตาย โดยท่าน​ควร​ลง​มือ​เป็น​คน​แรก​ และ​ต่อ​ไป​ให้​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​หมด​ลง​มือ​ด้วย

ถ้า​เมือง​ใดในอิสราเอล มี​คน​เลว​บาง​คน​ ​ชัก​ชวน​ชาว​เมือง ให้​เรา​ไป​ปรน​นิบัติ​พระ​อื่นๆ แล้วชาวเมืองก็ทำตาม
หลังจากที่คนอิสราเอลทั้งหลายตรวจสอบดูแล้วว่า เป็นเช่นนั้นจริงๆ
ให้คนอิสราเอลฆ่า​ชาว​เมือง​นั้นรวมทั้งฝูงสัตว์ของพวกเขา​เสีย​ด้วย​คม​ดาบ และเผา​เมือง​นั้น​กับ​ของ​ริบ​ทั้ง​หมด​ใน​เมือง​นั้น​เสีย​ด้วย​ไฟ​ ให้​เป็น​เมือง​ร้าง​อยู่​เป็น​นิตย์ ห้าม​สร้าง​ขึ้น​มา​ใหม่

เมื่อคนอิสราเอลเชื่อ​ฟัง​พระ​สุรเสียง​ของ​พระ​เจ้า​ คือ​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ทั้ง​สิ้น​ของ​พระ​องค์ และ​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูก​ต้อง​ใน​สาย​พระ​เนตร​พระ​เจ้า​
พระองค์จะ​ทรง​หัน​จาก​พระ​พิโรธ​ยิ่ง​ของ​พระ​องค์
จะ​ทรง​สำแดง​พระ​กรุณา​ต่อพวกเขา
จะทรง​รัก​เอ็น​ดูพวกเขา
และ​จะให้พวกเขา​ทวี​มาก​ขึ้น

1. พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอล ตัดไฟเสียแต่ต้นลม เมื่อมีใครที่มาชักชวนพวกเขา ให้ไปปรนนิบัติพระอื่น
คนนั้นกำลังจะนำความชั่วร้ายและการทำลายมาสู่คนอิสราเอล
ดังนั้นคนอิสราเอลต้องจริงจัง และเด็ดขาดในการจัดการกับคนเหล่านั้น
ก่อนที่บาปนั้นจะลุกลามจนทำลายชนชาติอิสราเอล

น่าเสียดายที่ คนอิสราเอลไม่เชื่อฟังคำสั่งนี้
ในที่สุดคนอิสราเอลได้ละทิ้งพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง
จนพวกเขาทั้งประเทศทำสิ่งที่ชั่วช้ามากมาย เช่น
การล่วงประเวณีถวายรูปเคารพ หรือการนำลูกเล็กเด็กแดงมาเผาบูชายันต์แก่รูปเคารพ
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้พระพิโรธและการลงโทษจากพระเจ้าตกลงมาบนพวกเขา

วันนี้ เราต้องไม่ประนีประนอมกับบาป
เพราะบาปเพียงเล็กน้อยที่เราอนุญาตให้มันครอบครองใจของเรา จะนำความผิดร้ายแรงมาสู่ชีวิตของเราได้

เราผิดพลาดพลั้งบาปกันได้ แต่เมื่อผิดแล้ว ต้องรีบกลับมาหาพระเจ้า
สารภาพบาป กลับใจใหม่ แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งกับพระเจ้า

2. บทพิสูจน์ความรักที่เรามีต่อพระเจ้า จะสำแดงออกมาเป็น
การ​ดำเนินชีวิต​ตามอย่างพระ​เจ้า , ยำเกรง , ​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ , ​เชื่อ​ฟัง​ , ปรน​นิบัติ​ และ สัมพันธ์​สนิท​ ​พระ​องค์
นั่นคือ มีพระเจ้าเป็นศูนย์กลางในการดำเนินชีวิต ทั้งความคิด จิตใจ และการกระทำ

คำคม

“ เมื่อพระเจ้าเป็นศูนย์กลางของชีวิต ชีวิตก็กำลังอยู่ท่ามกลางพระพร ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 12

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงบัญชาให้คนอิสราเอล อย่าทำตามอย่างศาสนาของคนคานาอันที่ชั่วร้าย ที่มีการทำเด็กมาเผาบูชายันต์ และให้ทำลายรูปเคารพของพวกเขาให้หมด

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy12-88809

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 12 หลังจากที่โมเสสบอกคนอิสราเอลเกี่ยวกับผลดีของการเชื่อฟังพระเจ้าแล้ว โมเสสจึงกล่าวต่อไปว่า

เมื่อคนอิสราเอลเข้ายึดครองแผ่นดินคานาอันแล้ว
ให้ทำลาย​สถาน​ที่​ทุก​แห่ง​ซึ่ง​คนคานาอัน ​ใช้​เป็น​ที่​ปรน​นิบัติ​พระ​ของ​เขา
ให้ทำลาย​แท่น​บูชา เสา​ศักดิ์​สิทธิ์​ และ รูป​แกะ​สลัก​ซึ่ง​เป็น​รูป​พระ​ของ​พวกเขา​เสีย
และ​ลบ​ชื่อ​ของ​พระ​เหล่า​นั้น​ออก​จาก​ที่​นั่น

แต่ห้าม​ทำ​อย่าง​นั้น​ต่อ​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​พวกเขา

ให้พวกเขาไป​ยัง​สถาน​ที่​ซึ่ง​พระ​เจ้า​ทรง​เลือก​ เพื่อ​สถา​ปนา​ ​ให้​เป็น​ที่​ประ​ทับ​ของ​พระ​องค์
และ​จง​นำ​เครื่อง​บูชา​ไป​ที่​นั่น เพื่อถวายแด่พระเจ้า
ให้​ยิน​ดี​ใน​กิจ​การ​ทั้ง​สิ้น ซึ่งพระ​เจ้า​ทรง​อวย​พร​พวกเขา
แล้ว​นำ​เครื่อง​บูชามาถวายแด่พระเจ้า
ให้​ถวาย​ใน​สถาน​ที่​ซึ่ง​พระ​เจ้า​ทรง​เลือกเท่านั้น และ ณ ที่​นั่น​ ให้​ทำ​ทุก​สิ่ง​ที่​โมเสสได้สั่ง​ไว้

ส่วนการฆ่า​สัตว์​เพื่อ​รับ​ประ​ทานนั้น ทำใน​เมือง​ใดๆก็​ได้
แต่​ห้าม​รับ​ประ​ทาน​เลือด เพราะ​เลือด​เป็น​ชีวิต
เพื่อ​จะ​เป็น​การ​ดี​ต่อ​พวกเขา​และ​บุตร​หลาน​ต่อ​ไป
เมื่อ​พวกเขา​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูก​ต้อง​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระ​เจ้า

อย่า​ทอด​ทิ้ง​คน​เลวี

ให้​ระวัง​ที่​จะ​เชื่อ​ฟัง​ถ้อย​คำ​เหล่า​นี้​ เพื่อ​จะ​เป็น​การ​ดี​ต่อพวกเขา​และ​ลูก​หลาน​เป็น​นิตย์
เพราะ​พวกเขาทำ​สิ่ง​ที่​ดี​และ​ถูก​ต้อง​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​​พระ​เจ้า​

ห้าม​ปรนนิบัติ​พระ​เจ้า โดยใช้พิธีกรรมเลียนแบบคนต่างชาติ
เพราะนั่นเป็นสิ่ง​ที่พระเจ้าทรง​รัง​เกียจ​
แม้​แต่​บุตร​ชาย​และ​บุตร​สาว​ของ​พวก​เขา
พวก​เขา​ก็​เผา​ด้วย​ไฟ​บูชา​แด่​พระ​ของ​เขา

ทุก​สิ่ง​ที่​โมเสส​บัญชาไว้​นั้น ให้​ระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตาม ห้าม​เพิ่ม​อะไร​เข้า​หรือ​ตัด​อะไร​ออก​ไป

1. เราไม่สามารถเป็น ข้าสองเจ้า บ่าวสองนาย ได้
หากจะติดตามพระเจ้า ก็ต้องปรนนิบัติพระเจ้าแต่ผู้เดียว ไม่สามารถแบ่งใจให้แก่รูปเคารพใดๆได้

เพราะการติดตามพระเจ้า เปรียบเสมือนความสัมพันธ์ของสามีภรรยา
สามีที่รักภรรยาอย่างสุดใจ ย่อมไม่ปรารถนาให้เธอแบ่งใจไปให้แก่ชายอื่น

พระเจ้าไม่ต้องการให้เราเก็บความสัมพันธ์กับรูปเคารพใดๆไว้ในชีวิตของเรา

2. เมื่อเราทำสิ่งที่ถูกต้องในสายพระเนตรของพระเจ้า
ความจริงแล้วเรากำลังทำสิ่งดีสำหรับตัวเราเอง
เพราะพระเจ้าทรงรักเรา ทุกสิ่งที่พระเจ้าปรารถนาให้เราทำ
ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เป็นผลดีของเราอย่างแท้จริง

คำคม

“ ผู้ที่จะติดตามพระเจ้า ต้องดำเนินตามทางของพระเจ้า ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 11

ภาพรวม

  • โมเสสได้ย้ำกับคนอิสราเอลถึงผลดีแห่งการเชื่อฟังพระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy11-88653

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 11 เมื่อโมเสสเล่าเรื่องการได้รับศิลาชุดที่สองให้คนอิสราเอลฟัง พร้อมกับย้ำให้พวกเขารักและยำเกรงพระเจ้าแล้ว โมเสสจึงกล่าวต่อไปว่า

คนอิสราเอล
– จง​รัก​​พระ​เจ้า​
– จง​รักษา​​พระ​บัญ​ญัติ​ของ​พระเจ้าเสมอ
– จง​ตระ​หนัก​ว่า พวกเขาได้เห็น​การ​ตี​สอน​ของ​พระ​เจ้า​ ความ​ยิ่ง​ใหญ่และพระ​หัตถ์​อัน​ทรง​ฤทธิ์ของ​พระ​องค์ รวม​ทั้ง​หมาย​สำคัญ​และ​พระ​ราช​กิจ​ของ​พระ​องค์
ทั้งต่อ​ฟาโรห์​กษัตริย์​อียิปต์ ​ต่อ​ดา​ธาน​และ​อา​บี​รัม​ผู้ก่อกบฏ

ดังนั้นพวกเขาต้อง​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ของพระองค์ เพื่อพวกเขา​จะ​เข้ม​แข็ง และ​ได้เข้า​ยึด​ครอง​แผ่น​ดิน​ และ​เพื่อ​​จะมี​ชีวิต​ยืน​นาน​ใน​แผ่น​ดินที่​มี​น้ำ​นม​และ​น้ำ​ผึ้ง​ไหล​บริ​บูรณ์

แผ่น​ดิน​​นั้น ไม่​เหมือน​แผ่น​ดิน​อียิปต์ ซึ่งรดน้ำผักด้วยความยากลำบาก ต้องเอา​เท้าไปเหยียบระหัดทดน้ำ เพื่อ​รด​น้ำ​​สวน​ผัก
แต่​แผ่น​ดิน​​นั้น มี​น้ำ​ฝน​จาก​ฟ้า​รด​อยู่ ​พระ​เจ้า​ทรง​ดู​แล ให้มีฝน ตั้ง​แต่​ต้น​ปี​จน​ถึง​สิ้น​ปี

ดังนั้นถ้า​พวกเขาจะ​ตั้งใจ​เชื่อ​ฟัง​ตาม​บัญ​ญัติ​ของพระเจ้า ที่บอกให้​ รักพระ​เจ้าและ​ปรน​นิบัติ​พระ​องค์​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​
พระเจ้าจะ​ให้​ฝน​ตก​บน​แผ่น​ดิน​ของ​พวก​เจ้า​ตาม​ฤดู​กาล
แต่ถ้าพวกเขา​ให้​จิต​ใจ​​ลุ่ม​หลง​และ​หัน​เห​ไป​ปรน​นิบัติ​นมัส​การ​พระ​อื่นๆ
แล้วพระเจ้าจะทรง​ปิด​ฟ้า​สวรรค์​ไม่​ให้​ฝน​ตก และพวกเขาจะ​พินาศ​​อย่าง​รวด​เร็ว

ด้วยเหตุนี้ พวกเขาต้องเอาใจใส่ในพระคำของพระเจ้า และ​สอนแก่​บุตร​หลาน
เพื่อ​​พวกเขาและ​บุตร​หลาน​ จะ​ได้อายุ​ยืน​นาน​

ถ้าพวกเขา จะรักษาพระบัญญัติของพระเจ้า คือ
– ​รัก​​พระ​เจ้า
-​ ดำเนิน​ใน​ทาง​ทั้ง​สิ้น​ของ​พระ​องค์
– ​ติด​สนิท​กับ​พระ​องค์
>>> พระเจ้าจะ​ทรง​ขับ​ไล่​ประ​ชา​ชาติ​ทั้ง​สิ้นให้พวกเขา
>>> ​พวกจะ​เข้า​ยึด​ครอง​แผ่น​ดิน​ของ​ประ​ชา​ชาติ​ที่​ใหญ่​กว่า​และ​มี​กำลัง​มาก​กว่า​พวกเขา
>>> ทุก​ที่​ที่​ฝ่า​เท้า​ของ​พวก​เขาเหยียบ​ลง​จะ​เป็น​ของ​พวกเขา
>>> จะ​ไม่​มี​ใคร​สามารถ​ยืน​หยัด​ต่อ​สู้​พวก​เขาได้
>>> พวกเขาจะ​เป็น​ที่​เกรง​ขาม​และ​ตก​ใจ​กลัว​ของ​แผ่น​ดิน​ที่​พวกเขา​เหยียบ​ย่ำ​ไป

วัน​นี้​ มีคำ​อวย​พร​และ​คำ​สาป​แช่ง ​มา​ไว้​ตรง​หน้า​พวกเขา
– เป็น​คำ​อวย​พร ถ้า​พวก​ท่าน​เชื่อฟัง​พระ​บัญ​ญัติ​พระ​เจ้า
– เป็น​คำ​สาป​แช่ง ถ้า​ท่าน​ไม่​เชื่อฟัง​ แต่​หัน​เห​ไป​​ติด​ตาม​พระ​อื่น​

โมเสสสั่งว่า เมื่อเข้าไปในแผ่นดินคานาอันแล้ว
ให้​ตั้ง​คำ​อวย​พร​ไว้​บน​ภูเขา​เกริ​ซิม
และ​ตั้ง​คำ​สาป​แช่ง​ไว้​บน​ภูเขา​เอ​บาล
เพื่อจะเตือนพวกเขาให้​ระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตาม​กฎ​เกณฑ์​และ​กฎ​หมาย​ทั้ง​สิ้น ของพระเจ้า

1. สิ่งที่พระเจ้าเรียกร้องให้ประชากรของพระองค์ทำ คือ
​รัก​​พระ​เจ้า ทำตามพระคำ และ ติด​สนิท​กับ​พระ​องค์

วันนี้เราใช้เวลาในการสัมพันธ์กับพระเจ้ามากเพียงใด?
เราใช้พระคำของพระเจ้าเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินใจต่างๆของชีวิตมากเพียงใด?

2. พระเจ้าทรงสัญญาว่า คนที่ทำตามพระคำของพระเจ้า จะเข้มแข็งและอายุยืนยาวอย่างมีความสุข

เราเชื่อเช่นนั้นจริงๆไหม? เราปรารถนาเช่นนั้นจริงๆหรือเปล่า?

3. พระเจ้าทรงให้เสรีภาพแห่เรา ที่จะเป็นผู้เลือกพระพร หรือคำแช่งสาปด้วยตัวเราเอง
ใครก็ตามที่เลือกทำตามใจของตนเอง เลือกไม่เชื่อฟังพระคำของพระเจ้า
ผู้นั้นกำลังเลือกคำแช่งสาป แทนที่จะเลือกพระพร

คำคม

“ เชื่อฟัง ได้รับพระพร ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 10

ภาพรวม

  • โมเสสเล่าถึงการได้รับศิลาบัญญัติสิบประการชุดที่สอง ให้คนอิสราเอลฟัง และโมเสสสอนคนอิสราเอลถึงสิ่งที่พระเจ้าปรารถนา

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy10-88459

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 10 เมื่อโมเสสย้ำเตือนคนอิสราเอลมิให้กบฏต่อพระเจ้า และพูดถึงการที่โมเสสโมโหคนอิสราเอลที่ละทิ้งพระเจ้าจนโมเสสทุ่มศิลาบัญญัติสิบประการจนแตกแล้ว โมเสสก็กล่าวต่อไปว่า

พระเจ้าก็สั่งให้โมเสส สกัด​ศิลา​สอง​แผ่น​ให้​เหมือน​อย่าง​เดิม แล้ว​ให้ขึ้นไป​หาพระเจ้าบน​ภูเขา​และ​ให้ทำ​หีบ​ไม้​ไว้​ด้วยเพื่อใช้เก็บศิลาชุดใหม่

เมื่อโมเสสทำตามแล้ว ​พระ​องค์​จึง​ทรง​จารึก​พระ​บัญ​ญัติ​สิบ​ประ​การ​ลง​บน​ศิลา​นั้น
แล้วโมเสสก็​กลับ​ลง​มา​จาก​ภูเขา และ​เก็บ​ศิลา​นั้น​ไว้​ใน​หีบ​

หลังจากที่ อาโรน​สิ้น​ชีวิตที่​โม​เส​ราห์ แล้ว เอ​เล​อา​ซาร์​บุตร​ของ​เขา​จึง​ปฏิ​บัติ​หน้า​ที่​ปุโร​หิต​แทน​เขา

โมเสสบอกคนอิสราเอลว่า สิ่งที่พระ​เจ้า​มี​พระ​ประ​สงค์​จากพวกเขา คือ
– ​ให้​ยำ​เกรง​​พระ​เจ้า
– ให้​ดำเนิน​ตาม​ทาง​ทั้ง​สิ้น​ของ​พระ​องค์
– ให้​รัก​พระ​องค์
– ให้​ปรน​นิบัติ​พระ​องค์​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​
– ให้​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ และ​กฎ​เกณฑ์​ของ​พระ​องค์

โมเสสบอกกับคนอิสราเอลว่า
ทั้งที่พระเจ้าทรงใหญ่ยิ่งสูงสุด ทั้งฟ้า​สวรรค์​และ​โลก​กับ​ทุก​สิ่ง​ที่​อยู่​ใน​โลก​เป็น​ของ​​พระ​เจ้า​
แต่​ถึงกระนั้นพระ​องค์ยังทรง​รัก​พวก​เขา

ดังนั้นพวกเขาควร​มี​ใจ​เชื่อ​ฟัง อย่า​หัวแข็ง​ต่อพระองค์อีก​ต่อ​ไป

โมเสสกล่าวถึงพระเจ้าว่า
– พระองค์​ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​ของ​พระ​ทั้ง​ปวง
– พระองค์​ทรง​เป็น​จอม​เจ้า​นาย
– พระองค์ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​ที่​ยิ่ง​ใหญ่
– พระองค์ทรง​ฤทธิ์​และ​น่า​เกรง​กลัว
– พระองค์ทรง​ปราศ​จาก​อคติ และ​ไม่​ทรง​รับ​สิน​บนใดๆ
– พระ​องค์​ประ​ทาน​ความ​ยุติ​ธรรม​แก่​ลูก​กำพร้า​และ​แม่​ม่าย และ​ทรง​รัก​คน​ต่าง​ด้าว

ด้วยเหตุนี้คนอิสราเอลควร​รัก​คน​ต่าง​ด้าว ยำเกรงพระเจ้า ปรน​นิบัติ​พระ​องค์ ​และ​ติด​สนิท​กับ​พระ​องค์

โดยพระเจ้า บรรพ​บุรุษ​ของพวกเขา​ลง​ไป​อียิปต์ 70 ​คน และ​บัด​นี้​ทรง​ทำ​ให้​​มี​จำนวน​มาก​มาย

1. สิ่งพระ​เจ้า​ปรารถนาให้เราทำ ได้แก่
– ​ยำ​เกรง​​พระ​เจ้า เกรงพระเจ้ามากกว่าเกรงใจมนุษย์
– เดิน​ตาม​ทางพระเจ้า ตามการสอนของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในใจของเรา
– รัก​พระเจ้า มากกว่าสิ่งใดๆ หรือ คนใดๆ
– ปรน​นิบัติ​พระ​เจ้า อย่างเต็ม​ใจ​สุดกำลังของเรา
– รักษา​พระ​บัญ​ญัติพระเจ้า ทำตามทุกสิ่งที่พระคำของพระเจ้าสั่งไว้

คนที่ปรารถนาจะทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า สมควรที่จะฝึกฝนและพัฒนาการทำสิ่งเหล่านี้ให้ได้ดียิ่งขึ้นในทุกๆวัน อย่างน้อยให้วันนี้ดีกว่าเมื่อวาน

2. สิ่งที่ผู้ที่พระเจ้าทรงรักสมควรกระทำ คือ รักผู้อื่น และรักพระเจ้า ซึ่งสำแดงออกเป็นการรับใช้พระเจ้าและสัมพันธ์​กับ​พระ​องค์

วันนี้ เราสำแดงความรักต่อผู้อื่นและรักพระเจ้า เป็นการกระทำมากเพียงใด?

คำคม

“ ยิ่งติดสนิทกับพระเจ้า จะยิ่งรักและเชื่อฟังพระองค์ ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 9

ภาพรวม

  • โมเสสเตือนคนอิสราเอลว่า เมื่อเข้ายึดครองแผ่นดินคานาอันแล้ว อย่าลืมตัว คิดไปว่าที่ยึดได้เพราะความดีของตนเอง ซึ่งความจริงแล้วเป็นเพราะความชั่วของชาวแผ่นดินและเพราะพระเมตตาของพระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy09-88352

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 9 เมื่อโมเสสย้ำคนอิสราเอลไม่ให้พวกเขาลืมพระเจ้า เมื่อเข้าสู่แผ่นดินคานาอันแล้ว โมเสสจึงเตือนพวกเขาไม่ให้กบฏต่อพระเจ้า ว่า

คน​อิส​รา​เอล​กำลัง​จะ​ข้าม​แม่​น้ำ​จอร์​แดน เพื่อ​จะ​เข้า​ยึด​ครอง​ประ​ชา​ชาติ​ที่​
– ใหญ่​กว่า​
– มี​กำลัง
– ​เมือง​เหล่านั้นก็​ใหญ่​และ​มี​กำแพง​สูง​มาก
– ประ​ชา​ชน​ก็​สูง​ใหญ่ เป็น​ลูก​หลาน​ของ​อา​นาค​ ซึ่งผู้คนกล่าวกัน​ว่า ‘ใคร​จะ​ยืน​หยัด​ต่อ​สู้​กับ​ลูก​หลาน​ของ​อา​นาค​ได้?’

แต่จงรู้เถิดว่า พระเจ้าจะไป​ข้าง​หน้า​คนอิสราเอล และจะ​ทรง​ทำ​ให้ชาวแผ่นดินคานาอัน​พ่าย​แพ้​ต่อ​คนอิสราเอล และคนอิสราเอลจะขับไล่และทำ​ลาย​เขาเหล่านั้น​อย่าง​รวด​เร็ว

เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น คนอิสราเอล อย่า​นึก​ใน​ใจ​ว่า
‘เพราะ​ความ​ชอบ​ธรรม​ของ​ข้า พระเจ้า​จึง​ทรง​นำ​ข้า​ให้​มา​ยึด​ครอง​แผ่น​ดิน​นี้’

เพราะความจริงแล้ว เนื่องจาก​ความ​ชั่ว​ของ​ประ​ชา​ชาติ​เหล่า​นี้ พระเจ้าจึง​ทรง​ขับ​ไล่​เขาเหล่านั้น​ออก​ไป

เพราะ​ฉะนั้น​ ให้จำ​ไว้​และ​อย่า​ลืม​ว่า
คนอิสราเอล​ได้​ทำ​ให้​​พระ​เจ้า ​ทรง​พระ​พิโรธ​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร ตั้ง​แต่​วัน​ที่​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์ จน​กระ​ทั่ง​​มา​ถึง​สถาน​ที่​นี้
พวก​เขา​มัก​กบฏ​ต่อ​พระเจ้าอยู่​เรื่อย​มา

ที่​โฮเรบ พระเจ้าทรง​พระ​พิโรธ ถึง​กับ​จะ​ทรง​ทำลายพวกเขา​เสีย
ตอนที่พวกเขาละทิ้งพระเจ้า แล้วสร้างรูปวัวทองคำขึ้นมานมัสการแทนพระเจ้า
และพระเจ้า​ทรง​พระ​พิโรธ​อาโรน​มากด้วย
ถ้าโมเสสไม่ได้อ้อนวอนเพื่อคนอิสราเอลและอาโรนแล้ว พวกเขาคงถูกทำลายเสียสิ้นไปแล้ว

นอกจากนี้พวกเขายังทำให้พระเจ้า​ทรง​พระ​พิโรธ
– ​ที่​ทา​เบ-ราห์ เมื่อพวกเขาบ่นต่อว่าพระเจ้า (กดว. 11:1-3)
-​ที่​มัส​สาห์ เมื่อพวกเขาบ่นต่อว่าพระเจ้าและโมเสส เรื่องไม่มีน้ำ จนโมเสสโมโหเอาไม้เท้าตีหิน แล้วมีน้ำไหลออกมา (อพย. 17:1-7)
– ที่​ขิบ​โรท​หัท​ธา​อา​วาห์ เมื่อพวกเขาไม่เชื่อฟังพระเจ้า เรื่องการจับนกคุ่มกิน (กดว. 11:34-35)
– ที่คา​เดช​บาร​เนีย เมื่อพวกเขาไม่​ยอม​เชื่อ​ฟัง​พระเจ้า ไม่ยอมเข้ายึดแผ่นดินคานาอัน

โมเสสย้ำว่าพวกเขากบฏ​ต่อ​พระเจ้าเสมอมา​ตั้ง​แต่​วัน​ที่​โมเสสรู้​จักพวกเขา

1. สิ่งที่เราได้รับ ได้เป็น และได้มี ในวันนี้
ความจริงแล้วไม่ใช่เพราะความสามารถ หรือความดีของเราเองเลย
แต่เป็นเพราะพระคุณของพระเจ้าที่ทรงโปรดเมตตาเรา ทั้งที่เราเองไม่สมควรจะได้รับสิ่งดีถึงขนาดนี้เลย

การสำนึกตัวเองอยู่เสมอในเรื่องนี้
จะทำให้เราดำเนินชีวิตถ่อมใจไปกับพระเจ้า และพึ่งพาพระองค์เสมอในทุกวิถีของชีวิต

2. แม้คนอิสราเอลจะกบฏต่อพระเจ้ามากมายถึงเพียงนี้ พระเจ้ายังอดทนและให้อภัยแก่พวกเขาเสมอมา
ดังนั้น เราจึงมั่นใจได้เลยว่า
เมื่อเราผิดพลาดพลั้งไป ทุกครั้งที่เรากลับมาหาพระองค์ด้วยจริงใจ
พระองค์จะทรงโปรดอภัยให้แก่เรา และจะทรงช่วยเราให้พ้นจากความทุกข์ยากลำบากทั้งสิ้นของเรา

3. เพราะคำอธิษฐานของโมเสส จึงช่วยชีวิตอาโรนและคนอิสราเอล เอาไว้ได้
วันนี้ โดยคำอธิษฐานของเราเผื่อผู้อื่น ก็จะสามารถช่วยพวกเขาไว้ได้เช่นกัน โดยพึ่งพาพระคุณพระเมตตาของพระเจ้าที่มีต่อพวกเขา

คำคม

“ ฉันมีวันนี้ได้ เพราะพระคุณ ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 8

ภาพรวม

  • โมเสสเตือนคนอิสราเอล ไม่ให้พวกเขาลืมพระเจ้า เมื่อพระเจ้าทรงทำให้พวกเขาได้ครอบครองดินแดนคานาอันแล้ว

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy08-88263

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 8 เมื่อโมเสสย้ำเตือนคนอิสราเอล ไม่ให้ไปเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับพระของคนต่างชาติแล้ว โมเสสก็ย้ำต่อไปว่า

ให้คนอิสราเอลระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตามพระบัญญัติของพระเจ้า เพื่อ​จะ​มี​ชีวิต​และ​ทวี​จำนวน​มาก​ขึ้น และ​เข้า​ไป​ยึด​ครอง​แผ่น​ดิน​คานาอันได้สำเร็จ

ให้คนอิสราเอล​ระลึก​ว่า พระ​เจ้าทรง​นำ​พวกเขา​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ถึง​ 40 ปี นั้น
ก็เพื่อ​จะ​ทรง​ทำ​ให้​พวกเขาถ่อม​ใจ และ​ทรง​ทด​สอบ​จิต​ใจ​ของ​พวกเขา ว่า​พวกเขา​จะ​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​องค์​หรือ​ไม่
ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์แด่พวกเขาเอง ในบั้นปลาย

เมื่อพระเจ้าทรง​ปล่อย​พวกเขา​หิว แล้วก็​ทรง​เลี้ยง​พวกเขา​ด้วย​มานา
ซึ่ง​จนบัดนี้ก็ยัง​ไม่​รู้​ว่า​เป็น​อะไร
เพื่อ​พวกเขาจะเข้า​ใจ​ว่า
มนุษย์​ไม่​ได้​ดำรง​ชีวิต​อยู่​ด้วย​อาหาร​เพียง​สิ่ง​เดียว
แต่​มนุษย์​จะ​ดำรง​ชีวิต​อยู่​ได้​ด้วย​ทุก​สิ่ง​ที่​ออก​มา​จาก​พระ​โอษฐ์​ของ​พระเจ้า

ตลอด 40 ​ปี​นั้น เสื้อ​ผ้า​ของ​พวกเขา​ก็​ไม่​ขาด และ​เท้า​​ก็​ไม่​บวม

ให้พวกเขา​ตระ​หนัก​ ​ว่า พระ​เจ้า​​ทรง​ตี​สอนพวกเขา เหมือน​กับ​บิดา​ตี​สอน​บุตร​
ดังนั้น พวกเขาต้อง​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​เจ้า​ โดย​การดำเนิน​ตาม​ทาง​ของ​พระ​องค์​และ​ยำ​เกรง​พระ​องค์

​พระ​เจ้า​​จะ​ทรง​พา​พวกเขา​เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดิน​ที่​ดี ​จะ​มีอาหารรับ​ประ​ทาน​อย่าง​อุดม​สม​บูรณ์ และ​จะ​ไม่​ขาด​อะไร​เลย ด้วยเหตุนี้ ให้​ระวัง​ตัวให้ดี เมื่อพวกเขาอิ่มหนำ ได้อยู่ในบ้านดีๆ แล้ว
อย่า​ลืมพระ​เจ้า​โดย​ไม่​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ กฎ​หมาย​และ​กฎ​เกณฑ์​ของ​พระ​องค์

เพราะเมื่อสบายแล้ว เกรงว่า​ใจ​ของ​พวกเขาจะ​ผยอง​ขึ้น
และ​ลืมพระ​เจ้า
​แล้วนึก​ใน​ใจ​ว่า “กำลัง​และ​เรี่ยว​แรง​ของ​ข้า​นำ​ทรัพย์​มี​ค่า​นี้​มา​ให้​ข้า”

ถ้าพวกเขา​ลืม​​พระ​เจ้า​ และ​ไป​ติด​ตาม​และปรนนิบัติพระ​อื่น
โมเสสย้ำเตือนพวกเขาว่า พวกเขาจะ​ต้อง​พินาศ​แน่​นอน
เช่น​เดียว​กับ​ประ​ชา​ชาติในคานาอัน​ซึ่ง​พระเจ้าทรง​ทำ​ให้​พินาศ​ไป​นั้น

1. เหตุที่พระเจ้าคนอิสราเอลต้องวนเวียนในถิ่นทุรกันดารถึง 40 ปีนั้น
ก็เพราะว่า ใจของพวกเขาเย่อหยิ่งเกินไป พระเจ้าจำเป็นต้องใช้ถิ่นทุรกันดาร 40 ปี ถึงจะทำให้พวกเขายอมถ่อมใจลงได้
และยังเป็นการทดสอลจิตใจของพวกเขา ว่าพวกเขาจะเชื่อฟังพระคำของพระเจ้าหรือไม่
ซึ่งการทดสอบนี้ ไม่ใช่เพราะพระเจ้าไม่รู้ แต่เพื่อให้พวกเขารู้ตัวเองว่าต้องถ่อมใจลงยอมเชื่อฟังพระคำของพระเจ้า และเพื่อพวกเขาจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า การเชื่อฟังพระคำของพระเจ้านั้น คุ้มค่าจริงๆ
สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดก็เพื่อประโยชน์ของพวกเขาเองในอนาคต เมื่อเข้าไปในดินแดนคานาอันแล้ว

วันนี้ การที่พระเจ้าอนุญาตให้บางสิ่งเกิดขึ้นกับเรา เพราะพระเจ้ากำลังพัฒนาชีวิตของเรา
เพื่อประโยชน์สำหรับเราเองในอนาคต
จำเป็นต้องมีบางอย่างเหล่านี้เกิดขึ้น เพื่อเราจะถ่อมใจลง และเพื่อเราจะมีประสบการณ์ว่า การเชื่อฟังพระเจ้านั้นได้ผลคุ้มค่าจริงๆ

2. พระเจ้าทรงตีสอนคนอิสราเอล เหมือนบิดาที่ตีสอนบุตรที่รัก
แน่นอน หากบุตรที่รักไม่ทำสิ่งที่จะเป็นโทษต่อตัวเขาเองในอนาคต บิดาย่อมไม่ตีเขาเป็นแน่
แต่หากบุตรกำลังทำเช่นนั้น บิดาที่ดีที่รักบุตร ย่อมไม่ละเลยการตีสอนบุตรเป็นแน่

เมื่อพระเจ้าทรงตีสอนคนอิสราเอล 40 ปี ในถิ่นทุรกันดารนั้น
พระองค์ก็ทรงปกป้องพวกเขาไปในตัวด้วย
เสื้อผ้าของเขาไม่ขาด เท้าก็ไม่บวม

เราเป็นบุตรที่รักของพระเจ้า พระเจ้าจึงทรงตีสอนเราเพื่อประโยชน์ของเราเองในอนาคต
ฮบ. 12:6 “เพราะ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทรง​ตี​สอน​ผู้​ที่​พระ​องค์​ทรง​รัก และ​เมื่อ​พระ​องค์​ทรง​รับ​ใคร​เป็น​บุตร พระ​องค์​ก็​ทรง​เฆี่ยน​ตี​คน​นั้น”
แต่เมื่อพระองค์ทรงตีสอนเรานั้น
พระองค์จะทรงปกป้องเรา ไม่ให้มีภยันตรายเกิดขึ้นกับเราได้

3. พระคำของพระเจ้าเตือนว่า เมื่อสบายแล้ว อย่าลืมพระเจ้า
เมื่อมีทุกอย่างในทุกวันนี้ อย่านึกในใจว่า ที่ได้มาเพราะความเก่ง ความฉลาด หรือความขยันขันแข็งของเราเอง
แต่ควรรู้ตัวอยู่เสมอว่า ที่เรามีวันนี้ได้ ก็เพราะพระเจ้าทรงเมตตาเรา

วิธีที่จะสังเกตว่า เราลืมพระเจ้าหรือไม่ก็คือ
เมื่อใครก็ตามที่ลืมพระเจ้า เขาจะเริ่มไม่ทำตามพระคำของพระองค์

วันนี้ เรายังเต็มใจเชื่อฟัง ทำตามพระคำของพระเจ้าอยู่หรือไม่?

คำคม

“ พระเจ้าทรงใช้เหตุการณ์ต่างๆที่เราประสบ เพื่อให้เราถ่อมใจและเติบโต ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 7

ภาพรวม

  • โมเสสตอกย้ำคนอิสราเอลให้เชื่อฟังพระเจ้า และอย่าเกี่ยวข้องหรือเลียนแบบพฤติกรรมอันชั่วร้ายของคนในแผ่นดินคานาอัน

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy07-88089

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 7 เมื่อโมเสสย้ำคนอิสราเอลให้รักพระเจ้าสุดจิตสุดใจสุดกำลังแล้ว ก็กล่าวย้ำต่อไปว่า

เมื่อ​​คนอิสราเอลเข้า​​ยึด​ครองแผ่นดินคานาอัน และ​ขับ​ไล่​ชน​ชาติทั้งหลาย ที่ใหญ่​โต​กว่า​และ​มี​กำลัง​มาก​กว่า​คนอิสราเอลไปแล้ว
คนอิสราเอลต้อง​ทำลายพวก​เขา​ให้​หมด​สิ้น และอย่า​ทำ​พันธ​สัญญา​ใดๆ หรือ​มี​ความ​เมต​ตา​ต่อ​พวกเขา​ เลย
เพราะพวก​เขา​จะ​ทำ​ให้​คนอิสราเอล ​หัน​จาก​การ​ติด​ตามพระเจ้า​ไป​ปรน​นิบัติ​พระ​อื่นๆ
ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น คนอิสราเอลจะถูก​ทำลาย​อย่าง​รวด​เร็ว

พระ​เจ้า​ทรง​เลือกคนอิสราเอลออก​จาก​ชน​ชาติ​ทั้ง​สิ้น​
ให้​มา​เป็น​ชน​ชาติ​ของ​พระ​องค์
เป็น​ของ​ล้ำ​ค่า​ของ​พระ​องค์ ที่พระเจ้า​ทรง​รัก​

ซึ่งการ​เลือก​นี้ ไม่​ใช่​เพราะ​คนอิสราเอลมีจำนวนมาก​กว่า​ชน​ชาติ​อื่น
แต่​เพราะ​พระ​เจ้า​ทรง​รัก​คนอิสราเอล และ​พระ​องค์​ทรง​รักษา​คำ​ปฏิ​ญาณของพระ​องค์​

พระ​เจ้า​ทรง​รักษา​พันธ​สัญ​ญา​และ​ความ​รัก​มั่น​คง ต่อ​บรรดา​ผู้​ที่​รัก​พระ​องค์​และ​รักษา​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​องค์​ถึง​พัน​ชั่ว​อายุ​คน
และ​ทรง​ตอบ​แทน​ผู้​ที่​เกลียด​ชัง​พระ​องค์​ โดย​ทรง​ทำลาย​เขา​เสีย

ดัง​นั้น​จง​ระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตาม​บัญ​ญัติ กฎ​เกณฑ์ และ​กฎ​หมาย ของพระเจ้า
พระ​องค์​จะ​ทรง​รักพวกเขา ทรง​อวย​พร​พวกเขาและ​ทรง​ทำ​ให้​พวกเขา​ทวี​จำนวน​ขึ้น
แล้วพวกเขาจะ​ได้​รับ​พระ​พร​เหนือ​ชน​ทุก​ชาติ
พระองค์​จะ​ทรง​เอา​ความ​เจ็บ​ไข้​ไป​จาก​พวกเขา ​ให้ไป​เกิด​กับ​ผู้​ที่​เกลียด​ชังพวกเขา

​อย่า​กลัวชนชาติทั้งหลายในคานาอันเลย
แต่​จง​ระลึก​ถึง​การ​ที่​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ทรง​ทำ​หมาย​สำคัญ การ​อัศ​จรรย์ พระ​หัตถ์​อัน​ทรง​ฤทธิ์ และ​พระ​กร​ที่​เหยียด​ออก มากมายเพียงใด เมื่อพระองค์​ทรง​นำพวกเขา​ออก​มาจากอียิปต์

และพระ​เจ้าจะ​ทรง​ใช้​ฝูง​แตน​มา​ท่าม​กลาง​คนในแผ่นดินคานาอัน เพื่อทำลาย​คนเหล่านั้นอีกด้วย

ดังนั้น ท่าน​อย่า​กลัว​คนในแผ่นดินคานาอัน เพราะ​พระ​เจ้า​ผู้ทรงสถิต​ท่าม​กลาง​คนอิสราเอล ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​ยิ่ง​ใหญ่​และ​น่า​เกรง​กลัว

​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ขับ​ไล่​ประชา​ชาติ​เหล่า​นี้​ ไป​ที​ละ​เล็ก​ที​ละ​น้อย เพื่อไม่ให้สัตว์​ป่า​​ทวี​จำนวน​แก่​คนอิสราเอล​มาก​เกินไป

จะ​ไม่​มี​ใคร​ยืน​หยัด​ต่อ​สู้​คนอิสราเอล​ได้ จน​กว่า​คนอิสราเอล​จะ​ทำลาย​คนแผ่นดินคานาอัน​เสียสิ้น

ด้วยเหตุนี้ ​จงทำลายรูปเคารพเสีย เพื่อไม่ให้คนอิสราเอล​เป็น​เหมือน​สิ่ง​เหล่านั้น
​จง​รัง​เกียจ​และ​เกลียด​มัน​อย่าง​ที่​สุด เพราะ​มัน​เป็น​สิ่ง​ที่​ต้อง​ทำ​ลาย​ถวายแด่พระเจ้า

1. พระเจ้าให้โมเสสย้ำคนอิสราเอล ไม่ให้เกี่ยวข้องหรือประนีประนอมกับค่านิยมอย่างโลก เพราะจะนำอันตรายมาสู่พวกเขา
ดังที่ยากอบกล่าวไว้ ใน ยก. 4:4 ว่า
คน​ไม่​ซื่อ​สัตย์​ต่อ​พระ​เจ้า ท่าน​ทั้ง​หลาย​รู้​ว่า​การ​เป็น​มิตร​กับ​โลก​นั้น​คือ​การ​เป็น​ศัตรูกับ​พระ​เจ้า​ไม่​ใช่​หรือ?
เพราะ​ฉะนั้น ใคร​ก็​ตาม​ที่​ต้อง​การ​เป็น​มิตร​กับ​โลก ก็​ตั้ง​ตัว​เป็น​ศัตรู​กับ​พระ​เจ้า

ขอให้เราตัดสินใจเสียแต่วันนี้ว่า
จะไม่เดินตามอย่างโลกนี้ แต่จะดำเนินตามทางแห่งพระวจนะของพระเจ้า

2. เหตุที่พระเจ้าทรงเลือกเราให้เป็นประชากรของพระองค์ เป็นดังสิ่งล้ำค่าที่พระองค์ทรงรัก
ไม่ใช่เพราะคุณสมบัติใดๆของเรา แต่เพราะพระองค์ทรงเลือกที่จะรักเรา

ดังนั้นเราสมควรตอบสนองความรักของพระองค์นี้
ด้วยการรักตอบพระองค์ เชื่อฟังและปฏิบัติตามพระคำของพระองค์

3. วิธีที่จะเอาชนะความกลัวคนในแผ่นดินคานาอันที่อยู่ตรงหน้า ก็คือ
มองย้อนกลับไปข้างหลัง ระลึกว่าในอดีตที่ผ่านมาพระเจ้าทรงช่วยพวกเขาอย่างไรบ้าง

วิธีเอาชนะความกลัวในวันนี้ คือ มองย้อนกลับไปในอดีตที่ผ่านมาด้วยใจขอบพระคุณพระเจ้าที่ทรงช่วยกู้เราเสมอมา

4. พระเจ้าจะทรงขับไล่คนแผ่นดินคานาอันออกไปทีละน้อย เพื่อไม่ให้แผ่นดินรกร้างและเต็มไปด้วยสัตว์ป่าดุร้ายมากเกินไป

เมื่อพระเจ้าทรงช่วยเรา ขจัดปัญหาออกไป หากมันยังไม่หมดไปในทันที ก็เพราะพระองค์มีเหตุผลบางอย่างที่หวังดีต่อเรา ให้เรายังคงเชื่อและไว้วางใจในพระองค์ต่อไป
พระองค์กำลังทำในวิธีการและเวลาของพระองค์

5. พระเจ้าทรงเกลียดชังศาสนาของชาวคานาอัน ที่มีการเอาเด็กทารกมาเผาบูชายันต์รูปเคารพ
ดังนั้นการที่คนอิสราเอลรัง​เกียจ​และ​เกลียด​มัน​อย่าง​ที่​สุด ​ทำ​ลาย​มัน จึงถือว่าเป็นการถวายแด่พระเจ้า

พระเจ้าทรงเกลียดชังความบาป
ดังนั้นการที่เราละทิ้งบาป ทำลายความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับบาป
จึงเป็นดังการถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้า

คำคม

“ การหันหลังให้บาป เป็นการหันหน้าเข้าหาพระเจ้า ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 6

ภาพรวม

  • โมเสสย้ำกับคนอิสราเอลรุ่นใหม่ว่า สิ่งสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดคือ การรักพระเจ้า สุดจิตสุดใจสุดกำลังของเรา

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 6 เมื่อโมเสสได้กำชับให้คนอิสราเอลรุ่นใหม่ เชื่อฟังและปฏิบัติตามบัญญัติ 10 ประการแล้ว โมเสสก็ย้ำต่อไปว่า

การที่คนอิสราเอลยำเกรงพระเจ้า รักษา​พระ​บัญ​ญัติ กฎ​เกณฑ์​และ​กฎ​หมายของพระองค์นั้น จะ​เป็น​การ​ดี​ต่อพวกเขาเอง จะทำให้พวกเขามีชีวิตยืนยาวแบบเต็มด้วยพระพร​ และ​จะเพิ่ม​ทวี​ยิ่ง​ขึ้น​ใน​แผ่น​ดิน​ที่​มี​น้ำ​นม​และ​น้ำ​ผึ้ง​ไหล​บริ​บูรณ์

โมเสสย้ำว่า
พระ​ยาห์​เวห์​เท่า​นั้น​ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​
​จง​รัก​พระองค์​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​และ​สุด​กำลัง
และ​จง​ให้​ถ้อย​คำ​เหล่า​นี้​ที่​พระเจ้าทรง​บัญชา​นี้​อยู่​ใน​ใจ​เสมอ
และจง​สั่งสอน​แก่​บุตร​หลาน​ด้วย
จง​เอาใจใส่คำสั่งของพระเจ้านี้ ตลอดเวลา

พระเจ้าจะนำพวกเขา ได้ครอบครอง​
– เมือง​ใหญ่​และ​ดี​ซึ่ง​พวกเขา​ไม่​ได้​สร้าง
– บ้าน​ที่​เต็ม​ไป​ด้วย​ของ​ดี​ซึ่ง​พวกเขาไม่​ได้​สะสม​ไว้
– บ่อ​น้ำ​ซึ่ง​พวกเขา​ไม่​ได้​ขุด
– ​สวน​องุ่น​กับ​สวน​มะ​กอก​ซึ่ง​พวกเขา​ไม่​ได้​ปลูก​ไว้

ดังนั้นจง​ระวัง​ตัว อย่า​ลืม​พระ​เจ้า ​จง​ยำ​เกรง​และ​ปรน​นิบัติ​พระ​องค์
อย่า​ติด​ตาม​พระ​อื่น เพราะ​ว่า​ พระ​เจ้า​ เป็น​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​หวง​แหน
อย่า​ทด​ลอง​​พระ​เจ้า​ เหมือน​ที่​​มัส​สาห์
จง​ตั้ง​ใจ​รักษา​บัญ​ญัติ​ ​พระ​โอวาท​ ​และ​กฎ​เกณฑ์​ของ​พระ​องค์

ใน​อนา​คต ถ้าลูกหลาน​ถาม​​ว่า
“พระ​โอวาท กฎ​เกณฑ์​และ​กฎ​หมาย​ซึ่ง​พระ​เจ้า​ทรง​บัญชานั้น ​ความ​หมาย​ว่า​อะไร?”
ให้​ตอบ​​ว่า
“เมื่อก่อนเรา​เป็น​ทาส​ของ​ฟาโรห์​ใน​อียิปต์ และพระเจ้าทรง​ช่วยเราออกมาด้วย​พระ​หัตถ์​อัน​ทรง​ฤทธิ์
​ทรง​ประ​ทาน​แผ่น​ดิน​คานาอันนี้​แก่เรา
พระองค์ทรง​บัญชา​ให้​เรา ยำ​เกรง​​พระ​เจ้า​และทำตามกฏเกณฑ์ของพระองค์ ​เพื่อ​เป็น​ผล​ดี​แก่​เรา​เสมอ เพื่อ​จะ​ทรง​รักษา​ชีวิต​ของ​เรา​ไว้​ให้​คง​อยู่​
ถ้า​เรา​ทั้ง​หลาย​จะ​ระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตาม​พระ​บัญ​ญัติ​ทั้ง​หมด​นี้​ ก็​จะ​เป็น​ความ​ชอบ​ธรรม​แก่​เรา​ทั้ง​หลาย”

1. การยำเกรงพระเจ้า และทำตามพระคำของพระเจ้า จะเป็นพระพรต่อตัวเราเอง และลูกหลานสืบไป

2. เป็นการดีที่จะจดจำ ประพฤติตาม และสอนลูกหลาน ในข้อความนี้
“ท่าน​จง​รัก​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​และ​สุด​กำลัง​ของ​ท่าน”

3. เมื่อพระเจ้าทรงอวยพระพรเรา จะทำให้เราได้รับมากยิ่งกว่า ดียิ่งกว่า ที่เราสมควรจะได้รับเสมอ

4. การปลูกฝังลูกหลาน ให้รักและปฏิบัติตามพระคำของพระเจ้า เป็นมรดกยิ่งใหญ่ที่เราสามารถมอบแก่ลูกหลานของเราได้

คำคม

“ จงรักพระองค์ ผู้เป็นพระเจ้าของเรา อย่างสุดจิตสุดใจสุดกำลังของเรา ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 5

ภาพรวม

  • โมเสสทบทวนบัญญัติ 10 ประการ ให้คนอิสราเอลรุ่นใหม่ได้รับรู้อีกครั้ง

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy05-87821

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 5 เมื่อโมเสสกำชับคนอิสราเอลรุ่นใหม่ให้เชื่อฟังพระบัญญัติของพระเจ้าแล้ว

โมเสสก็​ได้​เรียก​คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​เข้า​มา แล้ว​สั่ง​พวกเขา ​ว่า
​ให้พวกเขาตั้งใจฟัง​กฎ​เกณฑ์​และ​กฎ​หมายของพระเจ้า เพื่อพวกเขา​จะ​ได้​เรียน​รู้​ที่​จะ​รัก​ษา​และ​ทำ​ตาม​ข้อ​ความ​เหล่า​นั้น

ที่ภูเขาโฮเรบ พระเจ้าตรัสจาก​ท่าม​กลาง​เพลิง ​ว่า
– ห้าม​มี​พระ​เจ้า​อื่น​ใด​นอก​เหนือ​จาก​พระองค์
– ห้าม​ทำ​รูป​เคารพ​สำหรับ​ตน ห้าม​กราบ​ไหว้​หรือ​ปรน​นิบัติ​รูปเคารพ เพราะพระเจ้าทรงรักและหวงแหนคนอิสราเอล
– ห้าม​ใช้​พระ​นาม​พระ​เจ้า​ของ​เจ้า​ไป​ใน​ทาง​ที่​ผิด มิฉะนั้น​จะ​ถูกลง​โทษ
– จง​รักษา​วัน​สะ​บา​โต ถือ​เป็น​วัน​บริ​สุทธิ์ ทั้งตัว​เจ้า​เอง รวมทั้ง​ บุตร​ หรือ​ทาส​ หรือ​สัตว์​ใช้​งาน หรือ​แขก​ ​ของ​เจ้า
เพราะพระเจ้าได้นำพวกเจ้าออกจากการเป็นทาสในอียิปต์แล้ว
– จง​ให้​เกียรติ​แก่​บิดา​มารดา​ของ​เจ้า เพื่อ​เจ้า​จะ​มี​ชีวิต​ยืน​นาน และ​จะ​เป็น​การ​ดี​ต่อ​เจ้า​
– ห้าม​ฆ่า​คน
– ห้าม​ล่วง​ประ​เวณี​ผัว​เมีย​เขา
– ห้าม​ลัก​ขโมย
– ห้าม​เป็น​พยาน​เท็จ​ใส่​ร้าย​เพื่อน​บ้าน
– ห้าม​โลภ​ คนหรือสิ่งของ ของ​เพื่อน​บ้าน

ซึ่งเมื่อคนอิสราเอล​ได้​ยิน​พระ​สุร​เสียง​ ก็กลัวยิ่งนัก
พวกเขาจึงมาขอให้​ โมเสสเป็นผู้เข้า​ไป​ใกล้ และ​ฟัง​ทุก​สิ่ง​ซึ่ง​พระ​เจ้า​ตรัส แล้วค่อย​นำ​พระ​วจนะ​ มาบอกแก่พวกเขาดีกว่า และพวกเขา​จะ​ฟัง​และ​ทำ​ตาม
ซึ่งพระเจ้าก็ทรงอนุญาตตามคำของพวกเขา

และพระเจ้าตรัสว่า
“โอ อยาก​ให้​พวก​เขา​มี​ใจ​เช่น​นี้​อยู่​เสมอ คือ​ใจ​ที่​ยำ​เกรง​เรา​และ​รักษา​บัญ​ญัติ​ทั้ง​สิ้น​ของ​เรา เพื่อ​จะ​เป็น​การ​ดี​ต่อ​พวก​เขา​ตลอด​ชั่ว​ลูก​หลาน​ของ​เขา​เป็น​นิตย์”

ดังนั้น วันนี้เมื่อโมเสสนำถ้อยคำของพระเจ้ามาบอกแก่พวกเขา
ก็ขอให้พวกเขาระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตาม​ อย่า​หัน​ไป​ทาง​ขวา​หรือ​ทาง​ซ้าย​เลย
แต่​ดำเนิน​ตาม​วิถี​ทาง​ทั้ง​สิ้น​ซึ่ง​พระ​​เจ้า​ ​ได้​ทรง​บัญชาไว้
เพื่อ​พวกเขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​ยืน​นานและ​เพื่อ​จะ​เป็น​การ​ดี​ต่อ​พวกเขาเอง

1. โมเสสแนะนำคนอิสราเอลว่า วิธีที่จะสามารถรักษาและทำตามพระคำของพระเจ้าได้ นั้น ก็คือ ให้เอาใจใส่ จดจ่อต่อพระคำของพระเจ้าอยู่เสมอ

วันนี้ เราเอาใจใส่ ให้ความสำคัญกับการศึกษาพระวจนะของพระเจ้ามากเพียงใด

2. เหตุผลสำคัญที่พระเจ้าให้คนอิสราเอลถือวันสะบาโต ถูกกล่าวไว้ในบทนี้ นั่นก็คือ เพื่อพวกเขาจะระลึกถึงการที่พระเจ้าทรงช่วยเขาพ้นจากการเป็นทาสในอียิปต์
ตอนอยู่อียิปต์ พวกเขาเป็นทาส และไม่มีโอกาสได้พักเลย ต้องทำงานทุกวันตามที่เจ้านายบีบบังคับ
บัดนี้พระเจ้าช่วยเขาให้เป็นไทแล้ว และสิ่งที่สำแดงความเป็นไท คือ การได้หยุดพัก

วันนี้ พระเจ้าทรงช่วยเราพ้นจากการเป็นทาสของโลกนี้ ทาสของความกังวลตามธรรมดาของโลกนี้ ทาสของการต้องพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่าเราเป็นคนที่มีประสิทธิภาพ
เราพ้นทาสเป็นไทในพระคริสต์แล้ว
และสัญลักษณ์ของการเป็นไท คือ การได้หยุดพักจากการงานหรือแรงกดดันแห่งโลกนี้

จงประกาศเสรีภาพในพระคริสต์ โดยการหยุดพักสัปดาห์ละ 1 วันเถิด

3. การให้เกียรติพ่อแม่ จะเป็นผลดีต่อเราเอง
วันนี้ เราให้เกียรติพ่อแม่ ด้วย คำพูดและการกระทำมากน้อยเพียงใด?
วันนี้ มีอะไรไหมที่เราต้องกลับใจใหม่ ในคำพูด หรือ การกระทำ ที่เป็นการดูแคลน หรือไม่ให้เกียรติ พ่อแม่ของเรา?

4. บัญญัติ 10 ประการ ใน 6 ข้อหลัง ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของเรากับมนุษย์
ดูเหมือน ข้อ สุดท้าย จะเป็นข้อยากที่สุด (ถ้าไม่นับว่าสมัยต่อมาพระเยซูมาอธิบายอย่างสมบูรณ์ว่า ยากที่สุดทุกข้อ)
เพราะว่า ข้ออื่นนั้น เป็นบาปที่ต้องมีการแสดงออกเป็นการกระทำบางอย่าง
แต่ข้อสุดท้าย แค่คิดโลภ ภรรยาหรือสามีหรือสิ่งของ ของเพื่อนบ้าน นั่นก็ทำบาปในข้อนี้เสียแล้ว

กฏหมายของพระเจ้าสูงส่ง เกินกว่าที่จะมีมนุษย์คนใดทำได้อย่างสมบูรณ์
เราทั้งหลายต้องการพระเยซูทรงช่วยเรา พ้นจากโทษของบาปทั้งหลาย

5. ใน ฉธบ. 5:29 เราได้เห็นความปรารถนาของพระเจ้าอย่างชัดเจน
สิ่งที่พระเจ้าอยากได้ คือ จิต​ใจของประชากรของพระองค์ที่​จะยำ​เกรง​พระองค์และ​รักษา​บัญ​ญัติ​ทั้ง​สิ้น​ของพระองค์ อยู่เสมอเรื่อยไป

วันนี้ หากเราอยากรู้น้ำพระทัยของพระเจ้า อยากทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
สิ่งหนึ่งที่เรารู้ได้อย่างชัดเจนและแน่นอนจากพระคำตอนนี้ คือ
พระเจ้าอยากให้เรายำเกรงพระองค์และทำตามพระวจนะของพระองค์

หากเรากำลังจะแสวงหาน้ำพระทัยพระเจ้า เพื่อเลือกตัดสินใจทำหรือไม่ทำอะไร
จงเลือกการกระทำที่ ยำเกรงพระเจ้า และสอดคล้องกับพระคำของพระองค์ เถิด

6. ​การดำเนิน​ตาม​วิถี​ทาง​ในพระคำของพระเจ้า ​จะ​ทำให้เรามี​ชีวิตยืน​นานและ​​จะ​เป็น​การ​ดี​ต่อ​เราเองเสมอ
จงเลือกเชื่อฟังพระคำของพระเจ้าเถิด

คำคม

“ เชื่อฟัง ทำตามพระคำ จะไม่มีวันผิดหวัง ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 4

ภาพรวม

  • โมเสสกำชับให้คนอิสราเอลรุ่นใหม่ รักษาและเชื่อฟังพระบัญญัติของพระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy04-87677

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 4 หลังจากที่โมเสสได้ทบทวนเรื่องการรบชนะสิโหนและกษัตริย์โอก ให้คนอิสราเอลรุ่นใหม่ฟังแล้ว โมเสสจึงสั่งว่า

ให้คน​อิส​รา​เอล ฟัง​และปฏิบัติตามกฎ​เกณฑ์​และ​กฎ​หมายของพระเจ้า
​เพื่อพวกเขาจะ​มี​ชีวิต​อยู่ และ​เข้า​ยึด​ครอง​แผ่น​ดิน​คานาอันได้สำเร็จ

อย่าให้พวกเขา​แต่ง​เติม​หรือตัดออก ถ้อย​คำจากพระเจ้า
เพื่อ​พวกเขา​จะ​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ของพระ​เจ้า​ไว้ได้อย่างครบถ้วน

พวกเขาได้​เห็น ​สิ่ง​ที่​พระเจ้าทรง​ทำลาย​คนเหล่านั้น​ที่​ติด​ตาม​พระ​บา​อัล​เป​โอร์แล้ว
แต่เพราะพวกเขา​ยึด​​พระ​เจ้า​ไว้​อย่าง​มั่น​คง จึงยัง​มี​ชีวิต​อยู่​ถึง​วัน​นี้

ดังนั้นให้พวกเขา​รักษา​และ​ทำ​ตาม​ กฎ​เกณฑ์​และ​กฎ​หมาย​ ที่พระเจ้าทรง​บัญ​ชา​ไว้
เพราะ​การ​ทำเช่น​นั้น​ จะ​แสดง​ถึง​สติ​ปัญ​ญา​และ​ความ​เข้า​ใจ​ของ​พวกเขาต่อ​หน้า​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย

เพราะ​ไม่มี​ชน​ชาติ​ใด​ที่​มี​พระ​เจ้าสถิต​อยู่​ใกล้ และทรงสดับฟังใน​ทุก​สิ่ง​ที่​พวกเขาร้อง​ทูล​
และ​มี​กฎ​เกณฑ์​และ​กฎ​หมาย​อัน​ชอบ​ธรรม​ดัง​ธรรม​บัญ​ญัติ​ของพระเจ้า

ดังนั้นพวกเขาต้อง​ระวัง​ตัว และ​รักษา​จิต​วิญ​ญาณ​ของ​ตน​ให้​ดี
ไม่​​ลืม​พระราชกิจของพระเจ้าที่พวกเขา​ได้​เห็น​นั้น และให้สอน​ลูก​​หลาน ให้ทราบ​เรื่อง​เหล่า​นี้ด้วย

​ที่​โฮเรบ นั้น พวกเขาได้​ยิน​เสียง​พระ​ดำรัส​แต่​ไม่​เห็น​รูป​สัณ​ฐานของพระเจ้า
​พระ​องค์​ทรง​บัญชา​​ให้​พวกปฏิ​บัติ​ตาม​ พระ​บัญ​ญัติ​ของพระองค์
เมื่อพวกเขาเข้าไป​ยึด​ครอง​แผ่นดินคานาอันแล้ว

ดังนั้นพวกเขาต้องระวัง​ ไม่หลง​ทำ​รูป​เคารพ​ หรือนมัสการ กราบไหว้ ดวงดาวบน​ท้อง​ฟ้า
ให้ระวัง​ตัว​ให้​ดี อย่าลืม​พันธ​สัญ​ญา​ของ​พระ​เจ้า
เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​เป็น​เพลิง​ที่​เผา​ผลาญ ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​ที่​หวง​แหน

ต่อไปภายหน้า เมื่อเข้าใน​แผ่น​ดิน​คานาอัน​เป็น​เวลา​นานแล้ว
พวกเขาหลง​ทำ​รูป​เคา​รพ และ​ทำ​ชั่ว​ใน​สาย​พระ​เนตร​พระ​เจ้า​
พวกเขาจะ​พินาศ​อย่าง​สิ้น​เชิง​จาก​แผ่น​ดิน​​นั้น
พวกเขา​จะถูกทำ​ให้​กระ​จัด​กระ​จาย​ไป​อยู่​ท่าม​กลาง​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย
และ​​จะ​เหลือ​จำนวน​น้อย

แต่ ณ ที่​นั่น​พวกเขา​จะ​แสวง​หา​พระ​เจ้า ด้วย​สุด​จิต​และ​สุด​ใจ แล้วพวกเขาจะ​พบ​พระ​องค์
พวกเขาจะ​กลับ​มา​หา​​พระ​เจ้า​ และ​เชื่อ​ฟัง​พระ​สุรเสียง​ของ​พระ​องค์
เพราะ​ว่า​​พระ​เจ้า​​ทรง​พระ​กรุณา พระ​องค์​จะ​ไม่​ทรง​ละ​ทิ้ง​​หรือ​ทำลาย​พวก​เขาหรือ​ลืม​พันธ​สัญ​ญาของพระองค์

ไม่เคยมี​ชน​ชาติ​ใด​ได้​ยิน​พระ​สุร​เสียง​ของ​พระ​เจ้า ​ตรัส​ออก​มา​จาก​กลาง​เพลิง
ดัง​ที่​พวกเขา​ได้​ยิน​และ​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่​ได้
ไม่เคย​มี​พระ​เจ้า​องค์​ใด​ได้​ทรง​​ไป​นำ​ชน​ชาติ​หนึ่ง​จาก​ท่าม​กลาง​อีก​ชน​ชาติ​หนึ่ง​
ด้วย​การ​ลอง​ใจ ด้วย​หมาย​สำคัญ ด้วย​การ​อัศ​จรรย์ ด้วย​สงคราม ด้วย​พระ​หัตถ์​ทรง​ฤทธิ์​และ​ด้วย​พระ​กร​ที่​เหยียด​ออก​และ​ด้วย​เหตุ​น่า​กลัว​อย่าง​ยิ่ง ดังพระเจ้าทรง​ทำ​เพื่อ​พวกเขา

พระ​องค์​ทรง​ให้​พวก​เขาได้​ยิน​พระ​สุรเสียง​และเห็น​เพลิง​ใหญ่​ของ​พระ​องค์​จาก​ฟ้า เพื่อ​ให้​พวกเขา​มี​วินัย

พระเจ้าทรง​ขับ​ไล่​ประ​ชา​ชาติ​ที่​ใหญ่​กว่า​และ​มี​กำลัง​มาก​กว่าพวกเขา และ​ประ​ทาน​แผ่น​ดินให้​แก่พวกเขา
ดังนั้นพวกเขาต้องรักษา​กฎ​เกณฑ์​และ​พระ​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​องค์
เพื่อพวกเขาและ​ลูก​หลาน​ ​จะ​ไป​ดี​มา​ดี และ​วัน​คืนจะ​ยืน​นาน​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​นั้นตลอด​ไป

แล้ว​โมเสส​แยก​เมือง​ทาง​ทิศ​ตะวัน​ออก​ฟาก​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​ ​ไว้​ 3 เมือง ให้เป็นเมืองลี้ภัย
ได้แก่ เมือง​เบ​เซอร์​ ​เผ่า​รูเบน และ​เมือง​รา​โมท​ใน​กิ​เล​อาด เผ่า​กาด และ​เมือง​โก​ลาน​ใน​บา​ชาน เผ่า​มนัส​เสห์

โมเสส​ก็ย้ำต่อ​คน​อิส​รา​เอล ถึง พระ​โอวาท กฎ​เกณฑ์​และ​กฎ​หมาย ของพระเจ้า

1. เรา​รักษา​พระโอวาทของพระเจ้า โดย ไม่บิดเบือนหรือตัดทอนพระคำของพระเจ้า และ​ทำ​ตามพระคำของพระเจ้า
ซึ่งการทำเช่นนั้น จะทำให้เรามี​สติ​ปัญ​ญา​และ​ความ​เข้า​ใจ จากพระเจ้าในการดำเนินชีวิต

วันนี้ เรานำพระคำของพระเจ้ามาใช้ในการดำเนินชีวิตของเรามากน้อยเพียงใด?

2. ​พระ​เจ้า​ ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​ที่​หวง​แหน
พระองค์ทรงหวงแหนเรา เพราะ​ว่าพระองค์ทรงรักเรา
เหมือนสามีที่รักภรรยาสุดหัวใจ ย่อมหวงแหนไม่ยอมให้ ภรรยานอกใจไปหลับนอนกับชายอื่น

ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย หากเราผู้ที่พระเจ้าทรงรักสุดหัวใจ
ปันใจไปให้กับสิ่งอื่น นอกจากพระองค์

3. โมเสสเตือนว่า คนอิสราเอลได้รับสิทธิพิเศษที่มีพระเจ้าทรงสถิตอยู่ใกล้ คอยช่วยเหลือ คอยปกป้อง คอยตอบคำร้องทูลของพวกเขา
ดังนั้นพวกเขาสมควรจะปฏิบัติต่อพระองค์อย่างเหมาะสม ด้วยการเชื่อฟังทำตามสิ่งที่พระองค์ทรงบัญชา

วันนี้พระเจ้าทรงประทานพระคุณแก่เรา ให้สิทธิพิเศษแก่เราอย่างมากมาย เราสมควรที่จะสำนึกพระคุณของพระเจ้า ด้วยการดำเนินชีวิตที่เชื่อฟังและถวายพระเกียรติแด่พระองค์

4. ไม่ว่าเราผิดพลาดพลั้งไปมากเพียงใด จะหลงไปจากพระเจ้าไกลแค่ไหนก็ตาม
ถ้าเรากลับ​มา​หา​​พระ​เจ้า และ​เชื่อ​ฟัง​พระ​สุรเสียง​ของ​พระ​องค์ แสวง​หา​พระ​องค์ด้วย​สุด​จิต​และ​สุด​ใจ
แล้วเราจะ​พบ​พระ​องค์
เพราะ​ว่า​​พระ​เจ้า​​ทรง​พระ​กรุณา และไม่ลืม​พันธ​สัญ​ญาของพระองค์

ถ้าวันนี้ เราหลงไปไกลห่างจากพระเจ้า จงรีบกลับมาหาพระองค์เถิด พระองค์กำลังรอคอยเราอยู่

คำคม

“ เรากลับมาหาพระเจ้าได้ทุกเวลา ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 3

ภาพรวม

  • โมเสสทบทวนให้คนอิสราเอลรุ่นใหม่ฟัง เกี่ยวกับการที่พระเจ้าทรงทำให้คนอิสราเอลรบชนะกษัตริย์โอกแห่งบาชาน และเมืองทั้งหลายที่เขาปกครองอยู่

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy03-87524

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 3 นอกจากโมเสสจะทบทวนให้คนอิสราเอลรุ่นใหม่ฟัง เรื่องการรบชนะกษัตริย์สิโหน แล้ว โมเสสยังกล่าวถึงเรื่องอื่นอีกดังนี้

เมื่อคนอิสราเอลกำลัง​ไป​ยัง​ทาง​สู่​บา​ชาน แล้ว​โอก​กษัตริย์​แห่ง​บา​ชาน​ก็ยกกองทัพออก​มา​สู้​รบ​กับคนอิสราเอล ที่​เอ​เดร​อี

​พระ​เจ้า​จึง​ทรง​มอบ​พวกเขาไว้​ใน​มือ​ของคนอิสราเอล ​พวก​เขาจึงพ่ายแพ้และถูกฆ่าตาย​จนหมด
คนอิสราเอลจึงเข้า​ยึด​เอา​เมือง​ทั้ง​หมด​ของ​พวกเขา​ รวม​ 60 ​เมือง
เมือง​เหล่า​นี้ ​มี​กำแพง​สูง มี​ประตู มี​ดาล​ประตู และ​ยัง​มี​หมู่​บ้าน​อีก​มาก​ที่​ไม่​มี​กำแพง

คนอิสราเอลได้ทำลายพวกเขา​อย่าง​สิ้น​เชิง ทั้ง​ผู้​ชาย ผู้​หญิง​และ​เด็ก​ใน​ทุก​เมือง
แล้วได้ยึดฝูง​สัตว์​​และ​ของมีค่า​ทั้งหมดจาก​เมือง​เหล่า​นั้น มาเป็นของตน

ดังนั้นคนอิสราเอลจึงได้ยึดดินแดนของ​กษัตริย์​ทั้ง​สอง​ของ​คน​อา​โม​ไรต์
ตั้ง​แต่​แม่​น้ำ​อาร​โนน​ถึง​ภูเขา​เฮอร์​โมน

โมเสสได้ยกดินแดน ​ตั้ง​แต่​อา​โร​เออร์​ซึ่ง​อยู่​ริม​แม่​น้ำ​อาร​โนน และ​แดน​เทือก​เขา​กิ​เล​อาด​ครึ่ง​หนึ่ง​กับ​เมือง​ใน​พื้น​ที่​นั้น ให้​แก่​เผ่า​รูเบน​และ​เผ่า​กาด
ส่วน​กิ​เล​อาด​ที่​ยัง​เหลือ​อยู่​กับ​บา​ชาน​ทั้ง​หมด ยกให้แก่​เผ่า​มนัส​เสห์​ครึ่ง​เผ่า

และโมเสสได้สั่งคนอิสราเอล 2 เผ่า ครึ่งนี้ ว่า
พระ​เจ้า​​ทรง​ให้​พวก​เขา​ยึด​ครอง​แผ่น​ดิน​นี้ แต่​ทหาร​พร้อม​รบ​ทั้ง​สิ้น​ของ​พวกเขา ต้อง​ยก​ข้าม​แม่น้ำจอร์แดนไป​กับคน​อิส​รา​เอล​เผ่าอื่นๆ
ส่วน​ภรรยา บุตร​เล็กๆ กับ​ฝูง​ปศุ​สัตว์​ของ​พวกเขา ให้อยู่​ใน​เขต​เมือง​ที่ได้รับไปนี้ก่อน
จน​กว่า​พระเจ้า​จะ​ประ​ทาน​การ​หยุด​พัก คือเมื่อคนอิสราเอลเข้า​ยึด​ครอง​แผ่น​ดิน​ฟาก​ตะวัน​ตก​ของ​แม่​น้ำ​จอร์​แดน แล้ว ​พวก​เขา​จึง​จะ​กลับ​มา​ยัง​ที่​อยู่​ของ​ตน

เวลานั้นโมเสสสั่ง​โย​ชู​วา​ว่า
เขา​ได้​เห็น​ทุก​อย่าง​ที่​​พระ​เจ้า​ทรง​ทำ​กับ​กษัตริย์​ทั้ง​สอง​นั้น​แล้ว
​พระ​เจ้าจะ​ทรง​ทำ​กับ​ดินแดนคานาอัน​เช่น​เดียว​กัน
ดังนั้นอย่า​กลัว​พวก​เขา​เลย เพราะ​​พระ​เจ้า​​จะ​ทรง​สู้​รบ​เพื่อ​คนอิสราเอล

เมื่อพระเจ้าตรัสว่า จะไม่ให้โมเสสเข้าในแผ่นดินคานาอัน
โมเสสได้​อ้อน​วอน​พระเจ้า​ ว่า ขอ​ทรง​อนุ​ญาต​ให้​เขา​ข้าม​ไป​ดู​แผ่น​ดินคานาอัน สักนิดเถิด
แต่พระเจ้าทรงไม่ยอม และ​​ตรัส​ว่า
“พอ​แล้ว เจ้า​อย่า​พูด​เรื่อง​นี้​กับ​เรา​อีก​ต่อ​ไป”

ถึงกระนั้น พระเจ้าทรงให้โมเสส​ขึ้น​ไป​ถึง​ยอด​ปิส​กาห์​และ​มอง​ดู​แผ่นดินคานาอัน ทั้งทิศ​ตะวัน​ตก ทิศ​เหนือ ทิศ​ใต้ และ​ทิศ​ตะวัน​ออก แทน

และทรงบอกให้โมเสส กำชับ ​หนุน​ใจ ​เสริม​กำลัง​ โยชูวา ​ให้​เข้ม​แข็ง
เพราะ​เขา​จะ​ต้อง​นำคนอิสราเอลเข้า​ยึด​ครอง​แผ่น​ดิน​คานาอัน

แล้วคนอิสราเอลจึงมา​อยู่​ใน​หุบ​เขา​ตรง​ข้าม​กับ​เบธ​เปโอร์

1. เมื่อกษัตริย์บาชานแห่งโอก ยกกองทัพออกมาต่อสู้กับคนอิสราเอล
คนอิสราเอลสามารถเอาชนะพวกเขา และเข้า​ยึด​เอา​เมือง​ทั้ง​หมด​ของ​พวกเขา​ที่มี​กำแพง​สูง มี​ประตูเมืองแน่นหนา ได้ถึง​ 60 ​เมือง

แม้กำแพงเมืองเหล่านั้นจะไม่แข็งแรง ใหญ่โตเท่ากับกำแพงเมืองเยรีโค
แต่การที่คนอิสราเอลได้มีโอกาสรบชนะเมืองเหล่านี้
เป็นการเตรียมความพร้อมที่จะให้คนอิสราเอล สามารถเอาชนะเมืองที่มีกำแพงใหญ่โตอย่างเมืองเยรีโคได้ ในเวลาต่อมา

ประสบการณ์ที่เรามีกับพระเจ้าในวันนี้ ทั้งเล็กและใหญ่ กำลังเตรียมชีวิตของเรา
เพื่อเราจะได้มีประสบการณ์กับพระเจ้าในสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากยิ่งขึ้นในภายภาคหน้า

2. ในการทำสงครามกับกษัตริย์สิโหนและกษัตริย์โอก สองกษัตริย์แห่งอาโมไรต์นี้
พระเจ้าสั่งคนอิสราเอลให้ฆ่าให้หมดทั้งผู้ชาย ผู้หญิงและเด็ก (เรื่องนี้ผมเคยอธิบายไว้ในแล้วใน กดว.31)

ดังนั้นเมื่อคนอิสราเอลเข้าในแผ่นดินคานาอัน การที่ต้องกำจัดคนในบางเมืองให้หมดสิ้น (ไม่ใช่ทุกเมือง)
จึงไม่ใช่สิ่งใหม่สำหรับพวกเขา
ซึ่งสิ่งนี้พระเจ้าเรียกร้องให้พวกเขาเชื่อฟังพระองค์
แม้พวกเขาได้เห็นผลดีของการเชื่อฟังพระเจ้า ในทั้งสองกรณีแล้ว
แต่เมื่อเข้าไปในแผ่นดินคานาอัน พวกเขาก็ยังไม่เชื่อฟังพระองค์อยู่ดี

การเชื่อฟังพระเจ้าในปัจจุบัน พัฒนาให้เราสามารถเชื่อฟังพระเจ้าในอนาคตได้ง่ายขึ้น
หากเราจดจำและไตร่ตรอง อยู่เสมอ เกี่ยวกับ ผลของการที่เราได้เชื่อฟังพระเจ้า

3. เมื่อพระเจ้าบอกโมเสสว่า เขาจะไม่ได้เข้าแผ่นดินคานาอัน โมเสสผิดหวังมาก
และพยายามอ้อนวอนพระเจ้า เพื่อขอเข้าไปดูสักนิดก็ยังดี
จนพระเจ้าบอกกับโมเสสว่า ไม่ต้องพูดเรื่องนี้อีกแล้ว
ดูเหมือนพระเจ้า ยืนกรานไม่ยอมให้โมเสส เข้าไปในแผ่นดินคานาอัน
เพราะพระเจ้ามีแผนการที่ลึกซึ้งเกินกว่าความเข้าใจ
อย่างน้อยก็ทำให้โยชูวาต้อง ใช้ความเชื่อ และความเข้มแข็งกล้าหาญอย่างมาก ในการนำคนอิสราเอลเข้ายึดเมืองเยรีโค

แต่แม้พระเจ้าไม่ยอมให้โมเสสเข้าคานาอัน แต่พระเจ้าก็ยังตอบคำอธิษฐานของโมเสส
คือให้เขาขึ้นไปบนภูเขาแล้วมองเห็นแผ่นดินคานาอันทั้ง 4 ทิศ

พระเจ้าเข้มงวด แต่ใจดี เสมอ

คำคม

“ ประสบการณ์เพิ่มความเชื่อ และ ความเชื่อเพิ่มประสบการณ์ ”

สรุป เฉลยธรรมบัญญัติ 2

ภาพรวม

  • โมเสสทบทวนให้คนอิสราเอลรุ่นใหม่ฟัง เรื่องพระเจ้าทรงนำคนอิสราเอลตลอด 40 ปีในถิ่นทุกรกันดาร และพาพวกเขามาถึงชายแดนแผ่นดินคานาอัน และช่วยให้พวกเขาชนะกษัตริย์สิโหน

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/deuteronomy02-87408

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 2 เมื่อโมเสสทบทวนเหตุการณ์ ให้คนอิสราเอลรุ่นใหม่ฟัง ตั้งแต่การออกจากภูเขาโฮเรบ จนถึงการที่คนอิสราเอลไม่ยอมเข้าแผ่นดินคานาอันแล้ว โมเสสจึงกล่าวต่อไปว่า

คนอิสราเอล​ได้​เดิน​กลับ​เข้า​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ตาม​ทาง​สู่​ทะเล​แดง ตาม​ที่​พระเจ้าตรัส
และ​​ได้​เดิน​วน​เวียนในถิ่นทุรกันดารเกือบ 38 ปี

แล้วพระเจ้าก็ให้เดินทางขึ้นเหนือ มุ่งสู่แผ่นดินคานาอัน
แต่เส้นทางนั้นต้องผ่าน ประเทศเอโดม ซึ่งอยู่ในภูเขาเสอีร์ พวกเขาเป็นลูก​หลานของ​เอ​ซาว
พระเจ้าสั่ง ไม่ให้​คนอิสราเอลต่อ​สู้พวก​เขา เพราะพระเจ้า​ได้​ให้​ภูเขา​เส​อีร์​แก่​เอ​ซาว​เป็น​กรรม​สิทธิ์
เมื่อ​ก่อน​พวก​โฮรี​อยู่​ที่​เส​อีร์​ แต่​ลูก​หลาน​ของ​เอ​ซาว​ได้​มา​ทำลาย​เขา​เสีย และ​เข้า​อาศัย​แทน​ที่​เขา
พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอล ใช้เงิน​ซื้อ​เสบียง​อาหาร​จาก​พวก​เขา
เพราะ​พระ​เจ้าได้​ทรง​อวย​พร​คนอิสราเอล​ใน​งาน​ทุก​อย่าง​ที่​มือ​ของพวกเขาทำ ตลอด 40 ปี คนอิสราเอล​ไม่​ขาด​สิ่ง​ใด​เลย ดังนั้นอย่าไปยึดประเทศของเอโดม

แต่เมื่อเอโดมไม่ยอมให้อิสราเอลผ่านทาง
แล้วคนอิสราเอลไม่อยากต่อสู้กับพวกเขา ​จึง​เดิน​เลี้ยว​ไป​เดิน​ตาม​ทาง​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​โม​อับ

แล้วพระเจ้าตรัสสั่งคนอิสราเอล ไม่ให้เป็น​ศัตรูและอย่าสู้รบ​กับ​พวก​โมอับ​
เพราะพระเจ้า​ได้​ให้​เมือง​อาร์​แก่​ คนโมอับลูก​หลาน​ของ​โลท​เป็น​กรรม​สิทธิ์​แล้ว
เมื่อ​ก่อน​คน​เอ​มิม​อยู่​ที่​นั่น เป็น​ชน​ชาติ​ใหญ่​และ​มี​จำนวน​มาก และ​สูง​อย่าง​คน​อา​นาค
แต่​พระ​เจ้า​ทรง​ทำลาย​พวก​เขา​เสีย และ​พวกโมอับได้​ยึด​ครอง​และ​เข้า​อยู่​แทน​ที่​เขา

พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอล​ยก​เดิน​ข้าม​แม่​น้ำ​เศ​เรด
เมื่อถึงที่นั่น ​พวก​ผู้​ชาย​ใน​ค่าย​ที่​ออก​รบ​ได้​สมัยที่ไม่ยอมเข้าคานาอันนั้น ​ก็ตาย​หมดแล้ว
พระเจ้าจึงสั่งให้คนอิสราเอล​เดิน​ทาง​ข้าม​ลุ่ม​แม่​น้ำ​อาร​โนน

และ​เมื่อ​เข้า​ใกล้​ชาย​แดน​ของ​คน​อัม​โมน
แล้วพระเจ้าตรัสสั่งคนอิสราเอล ไม่ให้เป็น​ศัตรูและอย่าสู้รับ​กับ​พวกอัมโมน
เพราะพระเจ้า​ได้​ให้​เมืองเหล่านั้น คนอัมโมนแก่​ลูก​หลาน​ของ​โลท​เป็น​กรรม​สิทธิ์​แล้ว
เมื่อ​ก่อน​คน​เร​ฟา​อิม​เคย​อยู่​ที่​นั่น เป็นคนสูง​ใหญ่​เหมือน​คน​อา​นาคและ​มี​จำนวน​มาก แต่​พระ​เจ้า​ทรง​ทำลาย​พวก​เขา​เสีย และ​พวก​อัม​โมน​ได้​ยึด​ครอง​และ​เข้า​อยู่​แทน​ที่​เขา

แล้วพระเจ้าทรงสัญญาว่าจะ​มอบ​สิโหน​ชาว​อา​โม​ไรต์​ผู้​เป็น​กษัตริย์​แห่ง​เฮช​โบน และ​ดิน​แดน​ของ​เขา​ให้แก่อิสราเอล
พระเจ้าจะ​ให้​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย​​ครั่น​คร้าม​และ​กลัวคน​อิสราเอล จนตัวสั่น

ดังนั้นโมเสส​จึง​ใช้​ผู้​สื่อ​สาร​ ไป​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์สิโหน​ ว่า
ขอ​เดิน​ผ่าน​เมืองของเขาเพื่อไป​ยังคานาอัน โดยขอสัญญาว่าจะไม่เดินออกนอกทางเลย และยินดีใช้เงินซื้ออาหารและน้ำจากคนอาโมไรต์

แต่​กษัตริย์สิโหน​​ ไม่​ยอม​ กลับยกกองทัพ​ออก​มา​ต่อ​สู้​กับ​คนอิสราเอล​ที่​ยา​ฮาส
พระ​เจ้า​ทรง​ให้คนอิสราเอล​ตี​ทำลาย​พวกเขา​จนหมดสิ้น
แล้วยึด​เมือง​ทั้ง​หมด​ของพวก​เขา ตั้ง​แต่​อา​โร​เออร์​ที่​อยู่​ริม​ลุ่ม​แม่​น้ำ​อาร​โนน จน​ถึง​เมือง​กิ​เล​อาด
และ​ได้​ทำลาย​ผู้​ชาย​ผู้​หญิง​และ​เด็ก​ใน​ทุก​เมือง​ไม่​มี​ผู้​เหลือ​รอด​ชีวิต​เลยสักคนเดียว
เหลือ​แต่​ฝูง​สัตว์และ​ของ​ริบ​ใน​เมือง​ต่างๆเท่านั้น

​แต่​พระเจ้าห้ามไม่ให้คนอิสราเอลเข้า​ใกล้​แผ่น​ดิน​คน​อัม​โมน
คือ​ฝั่ง​แม่​น้ำ​ยับบอก​และ​เมือง​ที่​อยู่​บน​ภูเขา เพราะเป็นดินแดนลูกหลานของโลท

1. ดินแดนที่คนเอโดม ลูกหลานของเอซาว , โมอับและอัมโมน ลูกหลานของโลท ได้อาศัยอยู่ในเวลานั้น ก่อนหน้านี้ล้วนเป็นของชนชาติใหญ่ ที่มีกำลังพลมากมาย และรูปร่างสูงใหญ่
แต่เมื่อพระเจ้าทรงมอบให้แก่ลูกหลานของ เอซาว และของโลท
พวกเขาได้เข้ายึดดินแดนเหล่านั้นได้ทั้งหมด

โมเสสอธิบายสิ่งเหล่านี้ ให้คนอิสราเอลรุ่นใหม่ได้รับฟัง
เพื่อพวกเขาจะมีความเชื่อ และมั่นใจว่า
พวกเขาสามารถเข้ายึดครองดินแดนคานาอัน ที่พระเจ้าประทานให้แก่พวกเขา ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าได้อย่างแน่นอน

เราสามารถเพิ่มพูนความเชื่อของเราได้ โดยการเรียนรู้จากประสบการณ์กับพระเจ้า ของผู้อื่น
และตัวอย่างที่ดีที่สุด และหนักแน่นที่สุด คงไม่ม