สรุป กันดารวิถี 20

ภาพรวม

  • คนอิสราเอลบ่นต่อว่าโมเสส เพราะไม่มีน้ำดื่ม พระเจ้าให้โมเสสสั่งหินให้น้ำออกมา แต่โมเสสกลับตีหินแทน
    ต่อมาอาโรนก็เสียชีวิต ใกล้เขตแดนของเอโดม

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers20-84772

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 20 เมื่อพระเจ้าทรงสั่งโมเสสและอาโรน เรื่องพิธีน้ำชำระมลทินแล้ว

หลายปีต่อมา (น่าจะเป็นปีที่ 40 หลังออกจากอียิปต์)​ ใน​เดือน​ที่​ 1
คน​อิส​รา​เอลก็เดินทางมาถึง​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ศิน ​พัก​อยู่​ที่​คา​เดช
และ​มิเรียม​สิ้น​ชีวิต แล้ว​ถูก​ฝัง​ไว้​ที่​นั่น

ที่นั่นประชา​ชน​ไม่​มี​น้ำ พวกเขา​จึง​ประ​ชุม​กัน​ต่อ​ต้าน​โมเสส​และ​อาโรน
กล่าว​ว่า ถ้าพวกเขาตาย​ไปพร้อมกับคนที่กบฏ ใน กดว.16 ​ก็น่าจะ​ดี
​ทำ​ไมโมเสส​จึง​พวกเขา​ออก​จาก​อียิปต์ และ​นำ​มา​ยัง​ที่​เลว​ทราม​นี้?

แล้ว​โมเสส​และ​อาโรน​จึงไป​ที่​ประตู​พลับพลา​แล้ว​ซบ​หน้า​ลง
และ​พระ​สิริ​ของ​พระเจ้า​ปรา​กฏ​แก่​เขา​ทั้ง​หลาย

พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ให้ถือ​ไม้​เท้า​และ​​เรียก​ประ​ชุม​ประชาชน
แล้วให้โมเสสและอาโรน บอก​หิน​ต่อ​หน้า​​ประ​ชา​ชน​ให้​มัน​หลั่ง​น้ำ​ออก​มา

โมเสส​กับ​อาโรน​ก็​เรียก​ชุม​นุม​ชน​ให้​ไป​พร้อม​กัน​ที่​หิน
โมเสสพูด​กับ​พวก​เขา​ว่า
“เจ้า​พวก​กบฏ​จง​ฟัง จะ​ให้​เรา​เอา​น้ำ​ออก​จาก​หิน​นี้​ให้​พวก​เจ้า​ดื่ม​หรือ?”

โมเสส​ก็​ยก​มือ​ขึ้น​ตี​หิน​นั้น 2 ครั้ง​ด้วย​ไม้​เท้า
และ​น้ำ​ก็​ไหล​ออก​มา​อย่าง​มาก​มาย
ชุมนุม​ชน​และ​สัตว์​เลี้ยง​ของ​เขา​ก็​ได้​ดื่ม​กัน
น้ำ​นั้นจึงถูกเรียกว่า ​น้ำ​แห่ง​เมรี​บาห์

พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​และ​อาโรน​ว่า
เพราะพวกเขาทั้ง​สอง​ไม่​ได้​เชื่อ​มั่น​ในพระเจ้า ที่​จะ​ถวาย​ความ​ศักดิ์​สิทธิ์​แด่พระเจ้า​ต่อ​หน้า​คน​อิส​รา​เอล
เพราะ​ฉะนั้นพวกเขาทั้ง​สอง​จะ​ไม่​ได้​นำ​คน​ในที่​ประ​ชุม​นี้​ เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดินคานาอัน

ต่อมาขณะที่ยังอยู่ที่​คา​เดช ​โมเสส​ส่ง​ผู้​สื่อ​สารไป​ยัง​กษัตริย์​ของ​เอโดม เพื่อขอผ่าน​เขต​แดน​ของ​เอโดม ไปยังคานาอัน โดยสัญญาว่า​จะ​เดิน​ไป​ตาม​ทาง​หลวงเท่านั้น จะ​ไม่​ผ่าน​ไร่​นา​หรือ​สวน​องุ่น จะ​ไม่​ดื่ม​น้ำ​จาก​บ่อของเอโดมเลย
แต่​เอโดมไม่ยอมให้ผ่าน
แล้ว​เอโดม​ก็​ออก​มา​ต่อ​สู้​กับ​คนอิสราเอลด้วย​คน​มาก​มาย​
คน​อิส​รา​เอล​จึง​ยก​ออก​จาก​คาเดช​มา​ถึง​ภูเขา​โฮร์

แล้วพระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​และ​อาโรน​ที่​ภูเขา​โฮร์​ ที่​ริม​พรม​แดน​แผ่น​ดิน​เอ​โดม ​ว่า
อาโรน​จะเสียชีวิตและจะ​ไม่​ได้​เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดินคานาอัน เพราะพวกเขาทั้ง​สอง​กบฏ​ต่อ​คำ​สั่ง​ของพระเจ้า​ที่​น้ำ​แห่ง​เมรี​บาห์

พระเจ้าให้​อาโรน​และ​เอ​เล​อา​ซาร์ ลูกของเขา ​ขึ้น​ไปบน​ภูเขา​โฮร์
แล้วให้อาโรน​ถอด​ชุด​เสื้อ​ตำแหน่ง​ออก
​แล้ว​สวม​ให้​แก่​เอ​เล​อา​ซาร์​
อาโรน​ก็สิ้น​ชีวิต​ที่​นั่น

คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ก็​ร้อง​ไห้​ไว้​ทุกข์​ให้​อาโรน​อยู่ 30 วัน

1. ในบทนี้ น่าจะเป็นปีที่ 40 นับตั้งแต่ออกจากอียิปต์ เพราะเปรียบกับ กดว. 33:38 ที่กล่าวว่า
“และ​อาโรน​ปุโร​หิต​ขึ้น​ไป​ยัง​ภูเขา​โฮร์​ตาม​พระ​บัญ​ชา​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​และ​สิ้น​ชีวิต​ที่​นั่น ใน​วัน​ที่​ 1 เดือน​ที่​ 5 ปี​ที่​40 นับ​ตั้ง​แต่​วัน​ที่​คน​อิส​รา​เอล​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์”
ดังนั้น กดว.19 และ กดว.20 น่าจะห่างกันราว 37 ปี
37ปีผ่านไป คนอิสราเอลก็ยังคงบ่นต่อว่าโมเสสเหมือนเดิม

ทั้งที่พระเจ้าทรงเลี้ยงดูพวกเขามาตลอด 40 ปี
แต่สิ่งเหล่านั้นกลับไม่ได้ทำให้เขาเชื่อวางใจในพระเจ้า
สำหรับการกันดารน้ำที่กำลังประสบในคราวนี้ ได้เลย

วันนี้ ประสบการณ์ที่พระเจ้าช่วยเราในอดีตตลอดเวลาที่ผ่านมาก
เพียงพอหรือยัง ที่จะทำให้เรา ไว้วางใจในพระเจ้า สำหรับเหตุการณ์ในวันนี้

2.คาเดช คือ คาเดช​บาร​เนีย (กดว. 32:8) ที่ที่โมเสสส่งคนให้​ไป​สอด​แนม​ดู​แผ่น​ดิน​คานาอัน
เมื่อ 38 ปีก่อน ณ ที่นี่ คนอิสราเอลเคยคิดว่า โมเสสไม่น่าพาพวกเขาออกมาจากอียิปต์เลย
บัดนี้ พวกเขาก็ยังพูดเหมือนเดิม คิดเหมือนเดิม

เวลาที่พระเจ้าทรงใช้ เพื่อนำคนอิสราเอลออกจากอียิปต์ ประมาณ 40 วัน
แต่เวลาที่ใช้ เพื่อนำอียิปต์ออกจากใจคนอิสราเอล นานกว่า 40 ปี

วันนี้ ในเมื่อเราตัดสินใจเดินติดตามพระเจ้าอย่างหมดหัวใจแล้ว
ใจของเรายังเอนเอียง ปรารถนาตามค่านิยมของโลกนี้อยู่หรือเปล่า?

3. เมื่อคนอิสราเอลบ่นต่อว่าโมเสสและอาโรน เรื่องไม่มีน้ำดื่ม และใส่ร้ายป้ายสีโมเสสว่า หลอกพวกเขา นำพวกเขามาที่เลวร้ายเช่นนี้
ท่ามกลางการคิดกบฏของคนอิสราเอล พระเจ้าประสงค์ที่จะสำแดงพระเมตตาแก่เขา
จึงบอกให้โมเสส สั่งหินเพื่อให้น้ำออกมา ต่อหน้าพวกเขา
แต่โมเสสซึ่งกระทำในฐานะตัวแทนของพระเจ้า
กลับ ต่อว่าพวกเขา แล้วใช้ไม้เท้าตีหิน แทนที่จะสั่งหิน
ซึ่งเรื่องนี้ ดูเหมือนอาโรนจะเห็นชอบหรือมีส่วนร่วมด้วย
สังเกตจากการที่พระเจ้าทรงลงโทษ ทั้งโมเสสและอาโรน

เมื่อเราทำสิ่งใดในฐานะตัวแทนของพระเจ้า
การกระทำของเราเป็นการสำแดงพระลักษณะของพระเจ้าให้ผู้อื่นได้เห็น
เราจึงสมควรอย่างยิ่งที่จะกระทำตามการทรงนำของพระเจ้า

วันนี้ ขณะที่เราอยู่ในโลกนี้ เราเป็นตัวแทนของพระเจ้า ที่จะสำแดงพระลักษณะของพระเจ้าแก่คนในโลกนี้
ดังนั้นพระเยซูจึงสั่งให้เราเป็นผู้ดีรอบคอบเหมือนอย่างพระบิดาของเราเป็นผู้ดีรอบคอบ(มธ. 5:48)

วันนี้ จะพูดอะไร จะทำอะไร จงระลึกอยู่เสมอว่า เรากำลังเป็นตัวแทนของพระเจ้า บนโลกนี้

4. เอโดม เป็นเชื้อสายของเอซาว ซึ่งเป็นพี่ชายของยาโคบ(อิสราเอล)
ดังนั้น คนอิสราเอล และ คนเอโดม จึงถือว่า เป็นพี่น้องกันก็ว่าได้
การที่คนเอโดมไม่ยอมให้คนอิสราเอล เดินผ่านประเทศของตน
ทำให้คนอิสราเอลต้องอ้อมไปอีกทางหนึ่ง เพราะไม่อยากสู้รบกับคนเอโดมที่เป็นพี่น้องกัน

การไม่ยอมช่วยเหลือคนอิสราเอลในครั้งนี้ ได้นำการพิพากษามาถึงเอโดมในอนาคต

การไม่มีน้ำใจต่อพี่น้อง ดูเหมือนพระเจ้าทรงถือว่า เป็นเรื่องใหญ่มาก

วันนี้ เราได้สำแดงความรัก ความมีน้ำใจต่อพี่น้อง มากน้อยเพียงใด?

คำคม

“ การเชื่อฟังเพียงบางส่วน เป็นเหมือนการไม่เชื่อฟัง ”

สรุป กันดารวิถี 19

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้คนอิสราเอลเผาโคสีแดงเป็นเครื่องบูชา แล้วนำขี้เถ้าจากการเผามาทำเป็นน้ำชำระมลทินจากการแตะต้องศพคนตาย

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers19-84639

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 19 เมื่อพระเจ้าตรัสกับอาโรนเรื่องหน้าที่และส่วนแบ่งของปุโรหิตและคนเลวีแล้ว

พระ​เจ้าก็​ตรัส​กับ​โมเสส​และ​อาโรน ​ว่า
ให้คน​อิส​รา​เอล​นำ​โค​​ ไปฆ่าที่นอกค่าย ต่อหน้า​เอ​เล​อา​ซาร์​ปุโร​หิต(บุตรของอาโรน) โดยโคนั้นต้อง
– เป็นตัว​เมีย​
– มีสี​แดง
– ไม่​พิการ​
– ​ไม่​มี​ตำหนิ
– ยัง​ไม่​เคย​เข้า​เทียม​แอก​มาก่อน

แล้วเอ​เล​อา​ซาร์​ ​จะ​เอา​นิ้ว​มือ​จุ่ม​เลือด​โค แล้ว​พรม​ที่​ข้าง​หน้า​พลับพลา 7 ​ครั้ง
แล้ว​ให้​เผา​โค​​นั้น​ ทั้ง​หนัง เนื้อ และ​เลือด กับ​มูล​ของ​มัน
แล้ว​ปุโร​หิต​จะ​เอา​ไม้​สน​สีดาร์ ไม้​หุสบ​กับ​ด้าย​สี​แดง​โยน​เข้า​ไป​ใน​ไฟ​ ​นั้น

แล้ว​ปุโร​หิต​และคนที่เผาโค จะ​ซัก​เสื้อ​ผ้าและ​ชำระ​ร่าง​กาย​ของ​พวกเขา​ใน​น้ำ
หลัง​จาก​นั้น​จึง​เข้า​ไป​ใน​ค่าย
และจะ​เป็น​มล​ทิน​อยู่​จน​ถึง​เวลา​เย็น

ให้​ผู้​ชาย​ที่​สะอาด​เก็บ​ขี้​เถ้า​ และ​นำ​ไป​ไว้​ใน​ที่​สะอาด​นอก​ค่าย
ขี้​เถ้า​นั้น​จะเป็น​เหมือน​น้ำ​ชำระ​มล​ทิน​สำหรับ​คน​อิส​รา​เอล

คน​ที่​เก็บ​ขี้​เถ้า​ของ​โค​ตัว​เมียนั้น​ต้อง​ซัก​เสื้อ​ผ้า​ของ​ตน
และ​เขา​จะ​เป็น​มล​ทิน​อยู่​จน​ถึง​เวลา​เย็น

ใคร​ที่​แตะ​ต้อง​ศพ​ ต้อง​เป็น​มล​ทิน​อยู่ 7 ​วัน
​คน​ที่​เป็น​มล​ทิน​ต้อง​เอา​ขี้​เถ้า​จาก​การ​เผา​โคสีแดงนั้นและ​เอา​น้ำ​จากแหล่งน้ำที่ไหล ​เติม​เข้า​ไป​ใน​ภาชนะ
แล้ว​ให้​คน​สะอาด​เอา​กิ่ง​หุสบ​จุ่ม​น้ำ​นั้น
แล้ว​ประ​พรม​ที่​เต็นท์ เครื่อง​ใช้​ทั้ง​หมด ในเต็นท์ที่มีคนตาย และบน​​คน​ที่​เป็นมลทิน
ต้อง​ชำระ​ตัว​ด้วย​น้ำนี้​ใน​วัน​ที่​ 3 และ​วัน​ที่ 7
แล้ว​ใน​วัน​ที่​ 7 ต้อง​ซัก​เสื้อ​ผ้า​และ​อาบ​น้ำ
แล้ว​เขา​จะ​สะอาด​ใน​เวลา​เย็น

​คน​ที่​เป็น​มล​ทิน​และ​ไม่​ชำระ​ตัว เขา​ต้อง​ถูก​ตัด​ออก​จาก​ท่าม​กลางคนอิสราเอล

1. พิธี​ถวาย​โค​สีแดง ในบทนี้ค่อน​ข้าง​แตก​ต่าง​จาก​การ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​​อื่นๆ
การ​ถวาย​เครื่อง​บูชาอื่นๆ จะทำ​ภาย​ใน​ค่าย​และ​ไม่​มี​การ​เผา​หนังและจะ​มี​การ​นำ​เลือด​ไป​ประ​พรม​ที่​แท่น​บูชา
แต่​ใน​บทนี้ ฆ่า​โค​ที่​นอก​ค่าย​และ​เผา​ทุก​อย่าง​ของ​โค​และ​นำ​เลือด​ไป​ประพรม​ข้าง​หน้า​พลับพลา
ยิ่งกว่านั้น ปุโรหิต​ผู้​ทำ​พิธี​จะ​เป็น​มลทิน​ หลัง​ทำ​พิธีเสร็จ อีกด้วย

ผลของพิธีนี้ทำให้ได้ขี้เถ้าจากซากของโค ซึ่งจะนำมาผสมน้ำใช้ชำระมลทินของผู้ที่แตะต้องศพ

เนื่องจากใน กดว. 16:49 คน​ที่​ตาย​ด้วย​ภัย​พิบัติ​มี 14,700 คน ไม่​นับ​คน​ที่​ตาย​ด้วย​เรื่อง​ของ​โค​ราห์
สังเกตว่ามีคนตายเป็นจำนวนมาก และคนอิสราเอลจำเป็นต้องแตะต้องศพเหล่านั้น
จึงมีพิธีนี้ขึ้น และสามารถใช้เป็นกฏเกณฑ์สำหรับกรณีอื่นๆต่อไปอีกได้ด้วย

เมื่อมีคนตายจำนวนมาก คนอิสราเอลจำเป็นต้องจัดการเรื่องศพ ซึ่งการจัดการนั้นจะทำให้พวกเขาเป็นมลทิน
พระเจ้าไม่ได้ลดมาตรฐานเรื่องความบริสุทธิ์ลง เมื่อมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น
แต่พระองค์ให้มีขั้นตอนบางอย่าง เพื่อให้คนอิสราเอลยังคงรักษามาตรฐานเรื่องความบริสุทธิ์เอาไว้

เราไม่สามารถใช้เหตุผลใดๆมาอ้าง เพื่อลดมาตรฐานการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าได้
หากมีอุปสรรคใดๆ ทำให้การทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้านั้น เป็นไปได้ยากหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
เป็นการดีที่เราจะเข้าหาพระเจ้า พึ่งพาพระองค์
ขอพระองค์ทรงประทานทางออกให้แก่เรา ที่เรายังคงจะสามารถทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าได้ในสถานการณ์นั้นๆ

2. คนที่เป็นมลทิน แต่ไม่ยอมชำระตัว จะถูกขับออกจากชนชาติอิสราเอล

เมื่อพระเจ้าเปิดหนทางแห่งการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าให้
หากใครยังคงเลือกไม่ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
เขาเองต้องรับผิดชอบต่อการเลือกของเขา

คำคม

“ ไม่มีข้ออ้างใดๆมีน้ำหนักมากพอ ที่จะให้เราไม่ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ”

สรุป กันดารวิถี 18

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงกำหนดส่วนแบ่งให้สำหรับปุโรหิตและคนเลวี

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers18-84516

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 18 เมื่อพระเจ้าทรงให้ไม้เท้าของอาโรนออกดอก เพื่อบอกคนอิสราเอลให้รู้ว่า พระเจ้าทรงเลือกอาโรนและเผ่าเลวี เท่านั้นสำหรับการปรนนิบัติที่พลับพลา แล้ว

พระเจ้าก็​ตรัส​กับ​อาโรน​ว่า หากอาโรนและ​บุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา และคนในเผ่าเลวีทำผิดคำสั่งของพระเจ้าเกี่ยวกับสถานนมัสการ พวกเขาจะ​ต้อง​รับ​โทษ

คน​เผ่า​เลวี​จะมีหน้าที่​ช่วย​เหลืออาโรน ขณะ​ที่​อาโรนและ​บรรดา​บุตร​ของ​เขา ปรนนิบัติในงานที่เกี่ยวกับพลับพลา
แต่​ห้าม​พวก​เขา​เข้า​ใกล้​​เครื่อง​ใช้​ของ​สถาน​นมัส​การ​หรือ​แท่น​บูชา มิฉะนั้น​ทั้ง​พวก​เขา​และ​อาโรน​จะ​ต้อง​ตาย
และ​ห้ามคนอื่น​เข้ามา​ใกล้​พวกเขา ขณะที่พวกเขากำลังปรนนิบัติพระเจ้าที่พลับพลา

อาโรนต้อง​คอย​ทำ​หน้า​ที่​ของ​สถาน​นมัส​การ เพื่อ​พระ​พิโรธ​จะ​ไม่​เกิด​ขึ้น​กับ​คน​อิส​รา​เอล​อีก

อาโรนและ​บรรดา​บุตร​ชาย​นั้น จะทำ​หน้า​ที่​ของ​ปุโร​หิต​ด้วย​กัน เพื่อ​การ​ปรน​นิบัติ​​เกี่ยว​ข้อง​กับ​แท่น​บูชา และ​ที่​อยู่​ภาย​ใน​ม่าน แต่​คน​นอก​ที่​เข้า​มา​ใกล้​จะ​ต้อง​ตาย

อาโรน​และ​บุตร​หลาน​ของ​เขา​เป็น​ส่วน​แบ่ง​ของสิ่งที่คนนำมาถวาย ​ดัง​นี้
ของ​ถวาย​ทั้ง​หมด​ของ​พวก​เขา ธัญ​บูชา​ เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป และ​เครื่อง​บูชา​ชด​ใช้​บาป​ ที่เหลือจากการนำไปเผา เป็นของอาโรนและ​แก่​บุตร​หลาน​ของ​เขา
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เป็น​ของ​บริ​สุทธิ์​ที่​สุด ผู้​ชาย​ทุก​คน​รับ​ประ​ทาน​ได้

เครื่อง​ถวาย​อื่นๆ และ​เครื่อง​โบก​ถวาย​ เป็นของอาโรน​และ​บุตร​ชาย​หญิง​ซึ่ง​อยู่​กับ​เขา​​ ทุก​คน​ที่​สะอาด​ซึ่ง​อยู่​ใน​ครัว​เรือน​ของ​เขา​รับ​ประ​ทาน​ได้

น้ำ​มัน เหล้า​องุ่น ​เมล็ด​พืช​ ผล​รุ่น​แรก และของ​มอบ​ถวาย​ทุก​อย่าง ​ที่​คนอิสราเอล​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า​นั้น​ พระเจ้า​ให้​แก่​อาโรน
ทุก​คน​ใน​ครัวเรือน​ของ​เจ้า​ที่สะอาด​รับ​ประ​ทาน​ได้

ลูก​หัว​ปี​ของ​สัตว์ที่นำมาถวาย ให้เอา​ไขมัน​ของ​มัน​เผา​เป็น​เครื่อง​บูชา​ด้วย​ไฟ​ แต่​เนื้อ​ของ​มัน​จะ​เป็น​ของอาโรน

พระเจ้าตรัส​กับ​อาโรน​ว่า เขา​และบุตรหลาน รวมทั้งคนเลวี จะ​ไม่​ได้​รับ​มร​ดก​ใน​แผ่น​ดิน​ของคนอิสราเอล และ​จะ​ไม่​มี​ส่วน​แบ่ง​ใดๆ ท่าม​กลาง​คนอิสราเอลเลย แต่พระเจ้าเอง​จะเป็น​ส่วน​แบ่ง​ของ​เขา​และ​เป็น​มร​ดก​ของ​เขา​

ทศางค์​ทั้ง​หมด ใน​อิส​รา​เอล​ พระเจ้าประทานแก่​คน​เลวี​เป็น​มร​ดก เป็น​ค่า​ตอบ​แทน​งาน​ที่​พวกเขา​​ทำ​งาน​ที่​พลับพลา
และให้คนเลวี นำ​ร้อย​ละ​สิบ​จาก​ทศางค์​นั้น​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า ​โดยนำไปมอบให้​แก่​อาโรน​ปุโร​หิต
ตั้ง​แต่​นี้​ไป​คน​อิส​รา​เอล​จะ​ไม่​เข้า​มา​ใกล้​พลับพลา มิฉะนั้นจะ​รับ​โทษ​บาป​ถึง​ตาย

เมื่อคนเลวีได้รับของถวายแล้ว อย่า​ทำ​สิ่ง​บริ​สุทธิ์​ของ​คน​อิส​รา​เอลเหล่านั้น​ให้​มล​ทิน​ มิฉะนั้นจะต้อง​ตาย

1. เมื่ออาโรนและบุตรของเขา กับคนเลวี มีหน้าที่ดูแลพลับพลา ดังนั้นพวกเขาจะต้องรับโทษ หากทำผิดเกี่ยวกับเรื่องของพลับพลา
แต่ขณะเดียวกัน พวกเขาก็จะได้รับประโยชน์ คือ ของถวายต่างๆ จากการทำงานในพลับพลานั้น

การรับใช้พระเจ้า จะนำพระพรมากมายมาสู่ชีวิตและครอบครัว เมื่อเรารับใช้พระเจ้าด้วยท่าทีที่ถูกต้อง
ขณะเดียวกัน จะนำปัญหามากมายมาสู่ชีวิต หากเรารับใช้ด้วยท่าทีที่ไม่เหมาะสม

2. คนเลวี แม้ไม่ได้ เพาะปลูก หรือ เลี้ยงสัตว์ แต่ก็ยังมีพืชและเนื้อสัตว์ รับประทานอยู่เสมอ
เพราะได้รับจากของที่คนอิสราเอลมาถวายแด่พระเจ้า
สิ่งเหล่านั้น ไม่ใช่ คนอิสราเอลให้เลวี แต่คนอิสราเอลถวายแด่พระเจ้า แล้วพระเจ้าให้คนเลวี

การถวายสิ่งใดแด่ผู้มีส่วนในการรับใช้พระเจ้า
คนที่คิดว่า เขาถวายแด่พระเจ้า คนนั้นจะไม่รู้สึกว่าเป็นบุญคุณต่อผู้รับใดๆเลย
เพระสิ่งที่ผู้รับได้รับนั้น ไม่ใช่ของผู้ถวาย แต่เป็นของที่พระเจ้าประทานให้แก่ผู้รับ
คนที่คิดเช่นนี้ จะได้รับพระพร สมกับผู้ที่ถวายแด่พระเจ้าพึงจะได้รับ

แต่คนที่คิดว่า เขาเป็นผู้ให้แก่ผู้รับ คนนั้นก็จะรู้สึกว่าเขามีบุญคุณต่อผู้รับ
คนที่คิดเช่นนั้น จะได้รับพระพร สมกับผู้ที่มีเมตตาบริจาคของแก่เพื่อนบ้าน

3. คนเลวี ต้องถวายสิบลดแด่พระเจ้าด้วย
เป็นการดีที่ผู้รับใช้พระเจ้า จะถวายสิบลดเช่นกัน

4. ใน กดว. 18:20 น่าสนใจมาก ที่ กล่าวไว้ว่า
และ​พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​กับ​อาโรน​ว่า “เจ้า​จะ​ไม่​ได้​รับ​มร​ดก​ใน​แผ่น​ดิน​ของ​พวก​เขา และ​จะ​ไม่​มี​ส่วน​แบ่ง​ใดๆ ท่าม​กลาง​พวก​เขา​เลย เรา​เอง​จะเป็น​ส่วน​แบ่ง​ของ​เจ้า​และ​เป็น​มร​ดก​ของ​เจ้า​ท่าม​กลาง​คน​อิส​รา​เอล”

อาโรนจะไม่มีส่วนในมรดกหรือส่วนแบ่งใดๆท่ามกลางคนอิสราเอลเลย
รวมถึงพระพรต่างๆ ที่พระเจ้าจะอวยพระพรคนอิสราเอล เช่น ปลูกพืชเกิดผลมากมาย หรือ เลี้ยงสัตว์ได้ลูกดกมากมาย
ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ พระเจ้าทรงเป็นส่วนแบ่งและเป็นมรดกของเขา

ก.หากประยุกต์แบบเบื้องต้น ก็คือ
ผู้รับใช้พระเจ้า จะไม่ได้รับสิทธิ รับพระพรเจริญก้าวหน้าในการประกอบธุรกิจ เพราะพระเจ้าจะทรงเลี้ยงดูเขาเอง
เขาไม่ควรดิ้นรนด้วยตนเอง แต่ควรมุ่งเน้นในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าเป็นหลัก
ทำให้นึกถึงคนฉลาดและขยันอย่าง อ.เปาโล ในยามที่อยู่เมืองโครินธ์ (กจ. 18:1-4)
ขณะที่เขากำลังรอเงินบริจาคจากมาซิโดเนียซึ่งทิโมธีกำลังจะนำมา
เขาจึงทำอาชีพเย็บเต็นท์ ในช่วงสั้นๆ ดูเหมือนธุรกิจเขาไม่ได้ประสบความสำเร็จมากมายนักในช่วงนั้น

ผู้รับใช้เต็มเวลาสามารถทำธุรกิจไปด้วยได้ แต่คงไม่รุ่งเท่ากับการทำธุรกิจของฆราวาสคริสเตียน
ขณะเดียวกัน งานรับใช้ก็คงไม่เกิดผลมากเท่ากับ เมื่อตัวเขาเองทุ่มเทพลังทั้งหมดสำหรับการรับใช้พระเจ้าเพียงอย่างเดียว

ข. หากจะประยุกต์ในฝ่ายวิญญาณ ก็คือ
ไม่ว่าเราจะต้องสูญเสียอะไรก็ตามในการปรนนิบัติพระเจ้า
นั่นก็คุ้มค่า เพราะว่า สิ่งที่ได้รับมามีค่ามากกว่าสิ่งที่สูญเสียไปมากนัก
ปุโรหิตสูญเสียมรดกในแผ่นดิน แต่ได้พระเจ้าเป็นส่วนแบ่งมรดกของเขา

คนที่ต้องสูญเสียทุกสิ่ง เพราะเหตุการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า
แท้จริงแล้ว เขาไม่ได้สูญเสียอะไรเลย

คำคม

“ เสียบางสิ่ง แต่ได้พระเจ้า ก็เท่ากับได้ทุกสิ่ง ”

สรุป กันดารวิถี 17

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้ผู้นำแต่ละเผ่าของอิสราเอลนำไม้เท้ามาวางหน้าหีบพันธสัญญา เพื่อจะดูว่าไม้เท้าของใครจะงอก เพื่อจะให้รู้ว่าใครคือคนที่พระเจ้าทรงเลือกให้เป็นผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers17-84363

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 17 หลังจากเรื่องของกบฏโคราห์ที่ต่อต้านโมเสสและอาโรนจบลงแล้ว

พระเจ้าทรงสั่ง คนอิสราเอลให้​เอา​ไม้​เท้า​มาจากผู้นำเผ่าต่างๆ เผ่าละ 1 อัน
แล้ว​เขียน​ชื่อ​ผู้นำแต่​ละ​คน​ไว้​บน​ไม้เท้า​ของ​เขา
และเขียน​ชื่อ​ของ​อาโรน​ไว้​บน​ไม้​เท้า​ของ​คน​เลวี
แล้วให้​วาง​ไม้​เท้า​เหล่า​นั้น​ไว้​ในพลับพลาหน้า​หีบ​พันธสัญญา
ถ้า​ไม้​เท้า​ของ​ใครงอก คนนั้นก็คือ คนที่พระเจ้าทรงเลือก​สรร​ไว้

คนอิสราเอลก็ทำตาม

วัน​รุ่ง​ขึ้น​โมเสส​เข้า​ไป​ใน​พลับพลา ก็พบว่า ไม้​เท้า​ของ​อาโรนนั้น​ งอก​ขึ้น
ทั้ง​มี​ดอก​ตูม​และ​ดอก​บาน และ​เกิด​ผล​อัล​มอนด์​สุก​
แล้ว​โมเสส​ก็นำ​ไม้​เท้า​ทั้ง​หมด​ ​มาให้คน​อิส​รา​เอล​ตรวจ​ดู

พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า ให้นำ​ไม้​เท้า​ของ​อาโรน​กลับ​ไป​วาง​ไว้​ต่อ​หน้า​หีบ​พันธสัญญา
เพื่อ​เก็บ​ไว้​เป็น​สัญลักษณ์​เตือน​พวก​กบฏ
เพื่อ​จะ​ให้​เขา​ทั้ง​หลาย​ยุติ​การ​บ่น​ว่าพระเจ้า เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ไม่​ต้อง​ตาย

โมเสส​ก็​ทำตาม

คน​อิส​รา​เอล​ก็ตระหนักว่าพวกเขาได้ทำผิด มีโทษถึงตาย พวกเขาก็เริ่มหวาดกลัว
และร้องขอความช่วยเหลือจากโมเสส

1. คนอิสราเอลข้องใจในสิทธิอำนาจที่พระเจ้าประทานแก่อาโรน
อาโรนไม่ได้ทำอะไรเพื่อปกป้องสิทธินั้น แต่พระเจ้าทรงกระทำให้เอง
เพราะว่า เมื่อใครก็ตามต่อต้านสิทธิอำนาจที่เราได้รับจากพระเจ้า
เขาไม่ได้กำลังต่อต้านเรา แต่กำลังต่อต้านพระเจ้าผู้ประทานสิทธิอำนาจนั้นแก่เรา
ดังนั้นพระเจ้าจะจัดการเขาเอง

วันนี้ หากใครต่อต้านสิ่งที่พระเจ้ามอบหมายให้เราทำ
เราไม่จำเป็นต้องทำอะไร
พระเจ้าจะเป็นผู้จัดการเรื่องนี้เอง

2. เหตุการณ์นี้ ดูเผินๆ เหมือนกับเพื่อช่วยอาโรนเท่านั้น
แต่ความจริงแล้วเพื่อช่วยคนอิสราเอล เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้พวกเขาทำสิ่งผิดพลาด จนนำเหตุร้ายมาสู่ตนเอง

เมื่อพระเจ้าทรงเตือนสอนเรา ผ่านเหตุการณ์ต่างๆนั้น พระองค์ทรงกระทำเพื่อผลดีต่อเราทั้งสิ้น
เพื่อเราจะไม่ถลำลึก จนสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตของตน

3. เมื่อคนอิสราเอลตระหนักว่าพวกเขาทำผิดมหันต์เสียแล้ว
พวกเขาหวาดกลัว และเปลี่ยนพฤติกรรมชั่วคราว แต่ไม่ใช่กลับใจจริงๆ
ต่อมาใน กดว.20 พวกเขาก็กลับมาบ่นต่อว่าโมเสสอีก

การเกรงกลัวการตีสอนของพระเจ้า ไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันว่า
เรากลับใจจริงๆ เพราะอาจเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมชั่วคราว
และพร้อมที่จะกลับไปทางเดิม เมื่อโอกาสมาถึงอีกครั้ง

การกลับใจจริงๆ จึงไม่ใช่การเกรงการลงโทษ
แต่เป็นการเห็นพ้องต้องกันกับพระเจ้า ว่า สิ่งที่ทำนั้นไม่ถูกต้อง ซึ่งนำไปสู่การปรารถนาอย่างยิ่งที่จะไม่ทำมันอีกแล้ว

คำคม

“ เมื่อเราทำตามคำสั่งของพระเจ้า พระเจ้าจะทรงดูแลเราเอง ”

สรุป กันดารวิถี 16

ภาพรวม

  • โคราห์และพรรคพวก ต่อต้านโมเสส พระเจ้าจึงให้ธรณีสูบพวกเขา ต่อหน้าคนอิสราเอล แต่แทนที่คนอิสราเอลจะเกรงกลัว แต่กลับต่อต้านโมเสสแบบเดียวกับโคราห์ จนเกิดภัยพิบัติใหญ่ขึ้น

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers16-84257

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 16 เมื่อพระเจ้าสั่งพวกเขาถึงสิ่งที่ต้องทำเมื่อเข้าแผ่นดินคานาอันแล้ว ก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้น

โค​ราห์ ผู้เป็นเลวีวงศ์วาน​โค​ฮาท กับ ​ดาธาน , อา​บี​รัม​ และ​โอน พร้อม​คน 250 คน ซึ่ง​เป็น​ผู้​นำ​ของ​ประชา​ชน​ ได้ร่วมกัน​ต่อ​ต้าน​โมเสส และ​อาโรน

พวกเขา​กล่าว​หา​โมเสส​และ​อาโรน ​ว่า ทำ​ตัว​เหนือ​กว่า​คน​อื่น​และ​ถือ​อภิ​สิทธิ์​เหนือ​คน​อิสราเอลทั้งหลาย ​
พวก​เขา​​ต้อง​การ​ได้​รับ​สิทธิ​พิเศษ​ เข้าเฝ้าพระเจ้า และทำ​หน้า​ที่​ปุโรหิต เหมือนโมเสส และอาโรน

เมื่อ​โมเสส​ได้​ยิน​แล้ว​ก็​ซบ​หน้า​ลง
โมเสส​จึง​พูด​กับ​โค​ราห์​และ​พรรค​พวก​ของ​เขา​ว่า
ให้พระเจ้าตัดสินก็แล้วกัน
พรุ่ง​นี้​เช้า​ ให้​โค​ราห์​และ​พรรค​พวก​ของ​เขา​นำ​กระ​ถาง​ไฟ​มา
แล้ว​เอา​ไฟ​ใส่​ลง​ไป​พร้อม​กับ​เครื่อง​หอม​
แล้วให้พระเจ้าทรงตัดสิน

โมเสส​พูด​กับ​โค​ราห์​ว่า
การ​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​แยก​พวกเขา​ออก​จาก​ชุม​นุม​ชน​อิส​รา​เอล
เพื่อ​นำ​พวก​เขา​ให้​มา​ใกล้​พระ​องค์ ให้​ทำ​หน้า​ที่​ใน​พลับ​พลา​ ยังไม่พออีกหรือ?
จึงยัง​แสวง​หา​ตำ​แหน่ง​ปุโร​หิต​ด้วยอีก​หรือ?
การต่อต้านการเลือกของพระเจ้า ก็​เป็น​การ​ต่อ​สู้​พระ​เจ้า

โมเสส​ส่ง​คน​ไป​เรียก​ดา​ธาน​และ​อา​บี​รัม​ มาพบ แต่​เขา​ทั้ง​สอง​ไม่ยอมมา จงใจปฏิเสธสิทธิอำนาจของโมเสส
และได้กล่าวว่า แผ่น​ดิน​ที่​มี​น้ำ​นม​และ​น้ำ​ผึ้ง​ไหล​บริ​บูรณ์ นั้น คืออียิปต์ โมเสสดันพาคนอิสราเอลออกมาตายในถิ่นทุรกันดาร ไม่ได้พาเข้าสู่คานาอัน

โมเสส​โกรธ​มาก​ จึงไป​ทูล​พระ​เจ้า​

วันรุ่งขึ้น โค​ราห์​ กับพรรคพวก ก็มาที่หน้าพลับพลา พร้อมด้วยกระถางไฟ พบกับโมเสสและอาโรน และประชาชนทั้งหมดก็มาด้วย

พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​และ​อาโรน​ว่า
พระองค์​จะ​ผลาญ​คนอิสราเอล​เสีย​ใน​พริบ​ตา​เดียว
แต่เขาทั้งสองได้อ้อนวอนต่อพระเจ้าเพื่อประชาชนอิสราเอล

พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ให้บอก​กับ​ประชา​ชน​ว่า ให้​ออก​ห่าง​จาก​ที่​อยู่​ของ​โค​ราห์ ดา​ธาน และ​อาบีรัม

แล้ว​โมเสส​ก็​​ไป​หา​ดา​ธาน​และ​อา​บี​รัม และ​พวก​ผู้​ใหญ่​ของ​อิส​รา​เอล​ก็​ตาม​ไป
แล้วประชาชน​ก็​ออก​ห่าง​จาก​รอบๆ ที่​อยู่​ของ​โค​ราห์ ดา​ธาน และ​อา​บี​รัม

แล้วแผ่น​ดิน​ใต้​ที่​พวก​เขา​ยืน​อยู่​ก็​แยก​ออก
และ​​กลืน​เขา​ทั้ง​หลาย​กับ​ครัว​เรือน และ​คน​ทั้ง​หมด​ของ​โค​ราห์​กับ​ข้าว​ของ​ทั้ง​หมด​ของ​เขา
และ​แผ่น​ดิน​ก็​ปิดกลับเหมือนเดิม

และ​ไฟ​ออก​มา​จาก​พระ​เจ้า เผา​ผลาญ​คน​ทั้ง 250 คน ที่​ถวาย​เครื่อง​หอม​นั้น

แล้ว​พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ให้ปุโร​หิต นำ​กระ​ถาง​ไฟ​ออก​จาก​กองไฟ เพราะ​กระ​ถาง​ไฟ​เหล่า​นั้น​เป็น​ของ​บริ​สุทธิ์
แล้วนำมา​ตี​แผ่​ออก​เป็น​แผ่น​คลุม​แท่น​บูชา เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์​แก่​คน​อิส​รา​เอล

พอ​รุ่ง​ขึ้น​ประชา​ชน​​ก็​บ่น​ว่า​และ​ต่อต้าน​ โมเสสกับอาโรน ​ว่า ทำ​ให้​คน​ของ​พระ​เจ้าเสีย​ชีวิต
แล้วเมฆก็​มา​ปก​คลุมพลับพลา และ​พระ​สิริ​ของ​พระเจ้า​ก็​ปรา​กฏ
พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ว่า พระองค์​จะ​ผลาญ​เขา​ทั้ง​หลาย​เสีย​ใน​พริบ​ตา​เดียว
โมเสสและอาโรน ก็ทูลวิงวอนพระเจ้าเพื่อประชาชนเหล่านั้น

แล้วก็เกิดภัยพิบัติขึ้นท่ามกลางประชาชน
โมเสส​พูด​กับ​อาโรน​ว่า ให้รีบเอา​กระ​ถาง​ไฟ ใส่​ไฟ​จาก​แท่น​บูชาและ​ใส่​เครื่อง​หอม​ และ​รีบ​นำ​ไป​ที่​ประชา​ชน เพื่อ​ลบ​มล​ทิน​บาป​ของ​ประชาชนนั้น

อาโรนก็ทำตาม
อาโรน​ยืน​อยู่​ระหว่าง​คน​ตาย​กับ​คน​เป็น แล้ว​ภัย​พิบัติ​ก็​ถูก​ระงับ​ไป
มีคน​ที่​ตาย​ด้วย​ภัย​พิบัติ​ 14,700 คน ไม่​นับ​คน​ที่​ตาย​ด้วย​เรื่อง​ของ​โค​ราห์

1. การบ่นหรือต่อต้าน การทรงเลือกของพระเจ้า เป็นการต่อต้านพระเจ้า
เหมือนกับกำลังบอกว่า พระเจ้าเลือกผิด

วันนี้ บุคคลที่เราพบเจอ และสถานการณ์ที่เรากำลังประสบ ทั้งหมดอยู่ในการควบคุมของพระเจ้า
แทนที่จะบ่นหรือต่อต้าน สิ่งเหล่านี้
เราควรที่จะถามพระเจ้ามากกว่า ว่า พระองค์ประสงค์ให้เราทำอย่างไรกับเหตุการณ์ครั้งนี้

2. โมเสสถูกลบหลู่ ถูกใส่ร้าย ถูกต่อต้านอย่างอกตัญญู โมเสสโกรธมาก
โมเสสจึงทูลต่อพระเจ้า

วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับปัญหาและแรงกดดันทุกชนิดที่เข้ามาสู่ชีวิตของเรา คือ อธิษฐาน

3. โคราห์ เป็นเลวี วงศ์วานโคฮาท ซึ่งเป็นกลุ่มเลวีที่ได้ทำงานสำคัญที่สุด คือ ทำหน้าที่ หาม ขนย้าย สิ่งบริสุทธิ์ที่สุด รวมทั้งหีบพันธสัญญา ด้วย
แต่ดูเหมือนนั่นยังไม่เพียงพอสำหรับโคราห์ เขาต้องการมากกว่าที่พระเจ้าประทานให้แก่เขา
และเมื่อเขาปล่อยให้ความโลภ เข้าครอบงำจิตใจ จึงนำภัยมหันต์มาสู่ชีวิตของเขาและครอบครัว

วันนี้ สิ่งที่พระเจ้าเห็นสมควรว่า เราควรจะได้รับ พระองค์ก็ได้ประทานแก่เราแล้ว
เราควรชื่นชม และขอบพระคุณสำหรับสิ่งที่ได้ประทานให้แก่เราแล้ว
แทนที่จะ บ่น ตำหนิ ต่อว่า หรือ ทำสิ่งใดๆทำนองนี้ เพื่อให้ได้สิ่งที่พระเจ้าเห็นว่าเรายังไม่สมควรจะได้รับในเวลานี้

4. เหตุที่มีประชาชนเสียชีวิตเพราะภัย​พิบัติ​ ถึง 14,700 คน ก็เพราะว่า เมื่อพวกเขาเห็นการลงโทษของพระเจ้า เหนือโคราห์และพรรคพวก ผู้ต่อต้านสิทธิอำนาจจากพระเจ้า
แทนที่พวกเขาจะสำนึก กลับใจ แต่กลับทำเหมือนอย่างเดียวกับโคราห์

เมื่อการลงทัณฑ์จากพระเจ้ามาถึง แทนที่จะยำเกรง แต่กลับไม่เกรงกลัว
นั่นเป็นการเร่งให้การลงทัณฑ์ที่หนักขึ้นอีกมาสู่ชีวิต

วันนี้ หากพระเจ้าเตือนสติเราด้วยสถานการณ์ที่ไม่น่าชื่นใจบางอย่าง
นั่นเพราะพระองค์ทรงรักเรา จึงตีสอนเรา
ฮบ. 12:6 เพราะ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทรง​ตี​สอน​ผู้​ที่​พระ​องค์​ทรง​รัก …
อย่าให้เรามีใจแข็งกระด้าง ดื้อดึงต่อไป

ดังนั้นให้เราถ่อมใจลง และกลับใจใหม่
เพื่อพระเจ้าจะทรงเปลี่ยนการตีสอน ให้กลายเป็นพระพรสำหรับเรา

5. เมื่อภัยพิบัติกำลังเกิดขึ้น สิ่งที่อาโรนปุโรหิตทำ คือ
วิ่งเข้าไปอยู่ท่ามกลางประชาชน และถือกระถางไฟเผาเครื่องหอม เพื่อให้ภัยพิบัตินั้นหยุดลง

กระถางไฟเผาเครื่องหอม นั่นใน วว. 8:3-4 อธิบายชัดเจนว่า คือ คำอธิษฐาน
วว. 8:3-4 “และ​ทูต​สวรรค์​อีก​องค์​หนึ่ง​ถือ​กระ​ถาง​ไฟ​ทอง​คำ​ออก​มา​และ​ยืน​อยู่​ที่​แท่น​บู​ชา พระ​เจ้า​ประ​ทาน​เครื่อง​หอม​มาก​มาย​แก่​ทูต​องค์​นั้น เพื่อ​ให้​ถวาย​ร่วม​กับ​คำ​อธิษ​ฐาน​ของ​ธรร​มิก​ชน​ทั้ง​หมด​บน​แท่น​บูชา​ทอง​คำ ที่​อยู่​หน้า​พระ​ที่​นั่ง​นั้น และ​ควัน​เครื่อง​หอม​นั้น​ก็​ลอย​ขึ้น​ไป​พร้อม​กับ​คำ​อธิษ​ฐาน​ของ​ธรร​มิก​ชน​ทั้ง​หลาย จาก​มือ​ทูต​สวรรค์​สู่​เบื้อง​พระ​พักตร์​ของ​พระ​เจ้า”

ท่ามกลางภัยพิบัติที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก หรือเกิดขึ้นในครอบครัวของเรา
สิ่งที่เราสมควรทำอย่างที่สุด เพื่อจะระงับ หรือทุเลาภัยพิบัตินั้น ก็คือ
อธิษฐานวิงวอนต่อพระเจ้าอย่างสุดใจ เพื่อประเทศของเรา สังคมของเรา และครอบครัวของเรา

คำคม

“ การต่อต้านการตั้งแต่งของพระเจ้า เป็นการลบหลู่พระเจ้า ”

สรุป กันดารวิถี 15

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาต้องทำเมื่อเข้าไปในแผ่นดินคานาอันแล้ว

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers15-84097

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 15 เมื่อคนอิสราเอลกบฎต่อพระเจ้า พระองค์จึงบอกพวกเขาว่ายังไม่ต้องเข้าคานาอันก่อน จนกว่าจะวนเวียนในถิ่นทุรกันดารครบ 40 ปี

แล้วพระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส เกี่ยวกับเรื่องสิ่งที่คนอิสราเอลต้องทำเมื่อเข้าไปในแผ่นดินคานาอันแล้ว
1.เรื่องเครื่องถวายบูชา
– ​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว หรือ​เป็น​เครื่อง​สัตว​บูชา หรือ​เครื่อง​บูชา​ถวาย​ด้วย​ความ​สมัคร​ใจ หรือ​ เครื่องบูชาถวาย​ใน​เทศ​กาลเลี้ยง​ต่างๆ
ให้ถวายพร้อม​ธัญ​บูชา​ ดังนี้
>> เมื่อถวายลูก​แกะ​ ให้ถวายพร้อม แป้ง​อย่าง​ดี 1 กิโล​กรัม​เคล้า​น้ำ​มัน 1 ​ลิตร และ เหล้า​องุ่น 1 ลิตร
>> ​เมื่อถวายแกะ​ผู้​ ให้ถวายพร้อม แป้ง​อย่าง​ดี 2 กิโล​กรัม​เคล้า​น้ำ​มัน 1.5 ​ลิตร และ เหล้า​องุ่น 1.5 ลิตร
>> ​เมื่อถวาย​ลูก​โค ให้ถวายพร้อม แป้ง​อย่าง​ดี 3 กิโล​กรัม​เคล้า​น้ำ​มัน 2 ​ลิตร และ เหล้า​องุ่น 2 ลิตร
– คน​พื้น​เมือง​หรือคนต่างด้าว ที่มาอาศัยกับคนอิสราเอลก็จะ​ต้อง​ทำตามกฏเดียวกันนี้​ทุก​คน
– เมื่อเก็บเกี่ยว ให้เอาข้าวผลแรกมาบดเป็นแป้ง ​มา​ทำ​ขนม​ก้อน​หนึ่ง​ถวาย​เป็น​เครื่อง​ถวาย แด่พระเจ้า

2.เรื่องคนที่ทำผิดโดยไม่เจตนา
– หากประชาชนอิสราเอลทำ​ผิด​โดย​ไม่​เจตนา โดย​ไม่​ได้​ทำ​ตาม​พระ​บัญ​ญัติของพระเจ้า
ให้​ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด​ถวาย​โค​หนุ่ม 1 ​ตัว​ ​เป็น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว พร้อม​กับ​ธัญ​บูชา​และ​เครื่อง​ดื่ม​บูชา​ และถวาย​แพะ​ผู้ 1 ​ตัว​ เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบล้าง​บาป
– หากคนอิสราเอลคนหนึ่งคน​ใด​ ทำ​บาป​​โดย​ไม่​เจต​นา
ให้​คน​นั้น​ถวาย​แพะ​เมีย​อายุ​ 1 ​ปี​ เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป
– คน​พื้น​เมือง​หรือคนต่างด้าว ที่มาอาศัยกับคนอิสราเอลก็จะ​ต้อง​ทำตามกฏเดียวกันนี้​ทุก​คน

3.เรื่องคนที่ทำ​ผิด​อย่าง​จง​ใจ
– ผู้ที่จงใจทำผิด คน​นั้น​ได้​หมิ่น​ประ​มาท​พระ​เจ้า เขา​จะ​ต้อง​ถูก​ตัด​ออก​จาก​ท่าม​กลาง​ชน​ชาติ​ของ​ตน

ในช่วง​ที่​คน​อิส​รา​เอล​อยู่​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร
มีชาย​คน​หนึ่ง​ไป​เก็บ​ฟืน​ใน​วัน​สะบา​โต
จึงถูกพา​มา​หา​โมเสส อาโรน และ​ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด
แล้ว​พระเจ้าสั่งโมเสส​ ให้ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด​ต้อง​เอา​หิน​ขว้าง​เขา​ให้​ตาย​ที่​นอก​ค่าย
ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด​ก็ทำตามนั้น

แล้ว​พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ให้​คน​อิส​รา​เอล​ทำ​พู่​ที่​มุม​ของ​ชาย​เสื้อ​คลุม และ​ให้​เอา​ด้าย​สี​ฟ้า​ติด​ที่​พู่​ของ​แต่​ละ​มุม
เพื่อจะระลึกถึงและ​จด​จำ​พระ​บัญ​ญัติ​ทั้ง​หมด​ของ​พระเจ้าแล้ว​ปฏิ​บัติ​ตาม และ​เป็น​คน​บริ​สุทธิ์​แด่​พระ​เจ้า​

1. หลังจากพระเจ้าบอกคนอิสราเอลว่า ไม่ต้องเข้าคานาอันก่อนในช่วงนี้ ในบทที่ 14 พอมาถึงบทที่ 15 พระเจ้าสั่งโมเสสเกี่ยวกับเรื่องกฏเกณฑ์ต่างๆ เมื่อคนอิสราเอลเข้าไปในแผ่นดินคานาอัน

พระเจ้าทรงทราบทุกสิ่ง พระองค์ทรงรู้แล้วว่า คนอิสราเอลจะได้เข้าไปในแผ่นดินคานาอันอย่างแน่นอน
จึงได้สั่งโมเสสอย่างเจาะจงเเกี่ยวกับสิ่งที่คนอิสราเอลต้องทำเมื่อพวกเขาเข้าแผ่นดินคานาอันแล้ว

จากประเด็นนี้ทำให้เราเข้าใจชัดเจนว่า สำหรับพระเจ้าแล้ว ปัจจุบันและอนาคต ไม่แตกต่างกันเลย
พระองค์ทรงรู้ตอนจบตั้งแต่เริ่มต้น
ดังนั้นการฝากชีวิตของเราไว้กับพระองค์ ไว้วางใจในพระองค์ จึงเป็นการกระทำที่ฉลาดและมีปัญญาอย่างยิ่ง

2. ผู้ที่ทำผิดโดยไม่เจตนา อาจเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือเพราะความอ่อนแอของตน
พระเจ้าทรงพร้อมที่จะให้อภัยแก่เขา ช่วยให้เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ เมื่อเราสำนึกบาปและกลับใจใหม่

แต่ผู้ที่จงใจทำผิด จงใจลบหลู่พระเจ้า ไม่สามารถได้รับการอภัย
เปรียบเสมือนกับ คนที่ได้รับรู้แล้วว่า
โดยทางพระเยซูคริสต์บาปของเขาสามารถได้รับการอภัยได้
เพียงแค่เขากลับใจใหม่ และสารภาพบาปต่อพระองค์
แต่เขายังไม่คิดจะกลับใจ จงใจไม่เชื่อว่าจะเป็นจริง จงใจหาว่าพระเยซูพูดโกหก
แล้วคนเช่นนี้จะได้รับการอภัยได้อย่างไร?

3. การระลึกถึงและ​จด​จำ​พระ​คำของ​พระเจ้าแล้ว​ปฏิ​บัติ​ตาม นั่นจะนำพระพรยิ่งใหญ่มาสู่ชีวิตของเรา
การอ่านพระคัมภีร์อย่างสม่ำเสมอ
การท่องจำพระคัมภีร์
และการฝึกปฏิบัติตามพระคำของพระเจ้าอยู่เสมอ
เป็นสิ่งที่ผู้เชื่อทุกคนควรกระทำให้เป็นวิถีชีวิตของเรา

คำคม

“ พระเจ้าทรงสามารถรู้และควบคุม อดีต ปัจจุบบัน และอนาคต ”

สรุป กันดารวิถี 14

ภาพรวม

  • คนอิสราเอลคิดกบฎต่อพระเจ้า โดยคิดจะตั้งคนหนึ่งมาเป็นผู้นำแทนโมเสส เพื่อนำพวกเขากลับอียิปต์

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers14-83990

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 14 เมื่อผู้สอดแนมผู้เข้าไปสำรวจดินแดนคะนาอัน กลับมารายงานผลการสำรวจให้ประชาชนทราบ ประชาชนก็เริ่มกบฏต่อพระเจ้า

หลังจากได้ยินความยากของการบุกเข้าคานาอัน ประชาชนก็​ร้อง​ไห้​ทั้งคืน​
แล้วพวกเขา ก็บ่น​ต่อว่า​โมเสส​และ​อาโรน ว่า ไม่ควรพาพวกเขามาตาย และ ลูก​เมีย​ของ​พวกเขาคง​ต้อง​ถูก​ปล้น​เอา​ไป

พวกเขาจึง​คิดที่จะ​ตั้ง​คน​หนึ่ง​ขึ้น​เป็น​หัว​หน้าแทนโมเสส แล้ว​กลับ​ไป​อียิปต์กันดีกว่า

โมเสส​กับ​อาโรน​ จึงซบ​หน้า​ลงอธิษฐานต่อพระเจ้า
ส่วนโย​ชู​วา​ ​กับ ​คา​เลบ ก็พูด​ว่า
แผ่น​ดิน​ที่ไป​สอด​แนม​ดู​มา​​นั้น​ เป็น​แผ่น​ดิน​ที่​ดี​เหลือ​เกิน
พระเจ้าจะ​ประ​ทาน​แผ่น​ดิน​นี้​แก่คนอิสราเอล
ขอ​เพียง​คนอิสราเอลไม่​กบฏ​ต่อ​พระเจ้า และไม่กลัว​ชาว​แผ่น​ดิน​นั้น
เพราะพระเจ้าสถิตกับคนอิสราเอล ดังนั้นศัตรูเหล่านี้จึง​เป็น​เหมือน​ขนม​ปัง

แต่​ประชาชนไม่ฟัง แลัวคิดจะ​เอา​หิน​ขว้าง​เขา​ทั้ง​สอง
แล้วพระ​สิริ​ของ​พระเจ้าก็​ปรา​กฏขึ้นที่พลับพลา
และ​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า คนอิสราเอล​สบ​ประ​มาทพระเจ้า ที่​ไม่​เชื่อ​คำพูดของพระองค์
ดังนั้น​จะทรงประ​หารพวกเขาเสีย แล้วจะ​ทำ​ให้​โมเสส​เป็น​ประ​เทศ​ใหญ่​แทน

แต่​โมเสส​​ทูล​วิง​วอนเพื่อให้พระเจ้าจะทรงอภัยประชาชนเหล่านี้
แล้วพระเจ้าก็ทรงให้​อภัย​ตาม​คำ​ของ​โมเสส

พระเจ้าตรัสว่า
พรุ่ง​นี้​ให้คนอิสราเอล​กลับ​ไป​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ตาม​ทาง​ไป​ยัง​ทะเล​แดง
ทุกคนที่​มี​อายุ​ตั้ง​แต่ 20 ​ปี​ขึ้น​ไป​ผู้​ซึ่ง​สบ​ประ​มาท​พระเจ้า จะ​ไม่​ได้​เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดิน​นั้น แต่ ​คา​เลบและโยชูวา จะได้เข้า
แต่​บรรดา​ลูก​น้อย​ที่​คนเหล่านั้นว่า​จะ​ถูก​ปล้น​เอา​ไป​นั้น
พระเจ้า​จะ​ให้​พวก​เขา​เข้า​ไป
คนอิสราเอลจะ​เป็น​ผู้​เลี้ยง​แกะ​อยู่​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ถึง 40 ​ปี จน​กว่าซาก​ศพ​ของคนอิสราเอล​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​นี้​จะ​ครบ​ถ้วน
และผู้สอด​แนม​ 10 คน นั้น จะ​ตาย​ด้วย​โรค​ภัย​

เมื่อ​โมเสส​บอก​เรื่อง​นี้​ให้​คน​อิส​รา​เอล​ฟังแล้ว
ประ​ชา​ชน​ก็​ร้อง​ไห้​โศก​เศร้า​อย่าง​ยิ่ง

และ​เขา​ทั้ง​หลาย​ลุก​ขึ้น​แต่​เช้า​แล้ว​ขึ้น​ไป​ที่​ยอด​เขา เพื่อต่อสู้กับคนคานาอัน
แต่​โมเสสห้าม ไม่ให้ไป เพราะจะ​พ่ายแพ้ศัตรู
แต่​เขา​ทั้ง​หลาย​ยัง​บัง​อาจ​ขึ้น​ไป​
แล้ว​คน​อา​มา​เลข​และ​คน​คา​นา​อัน ​โจม​ตี​และ​ขับ​ไล่​พวก​เขา​ไป​ถึง​ตำ​บล​โฮร​มาห์

1. คนอิสราเอลเชื่ออย่างไม่สงสัยว่า พระเจ้าจะไม่สามารถรักษาสัญญาได้อย่างแน่นอน พวกเขาจึงร้องไห้ และอยากจะกลับไปอียิปต์
ซึ่งการกระทำเช่นนี้ พระเจ้าทรงถือว่าเป็นการสบ​ประ​มาทพระเจ้า

เมื่อเราเริ่มเชื่ออย่างไม่สงสัยเลยว่า พระเจ้าคงจะไม่รักษาสัญญาแน่นอน
เราก็จะเริ่มกลัวต่อสถานการณ์ที่เราเจอ และคิดจะทำอะไรบางอย่างแบบ ไม่ต้องพึ่งพาพระเจ้า หรือไม่ต้องรอคอยพระองค์

วันนี้ เรากำลังกระทำสิ่งที่สบประมาทพระเจ้าอยู่หรือเปล่า?

2. เป็นที่น่าสังเกตว่า ใน กดว. 11 เมื่อคนอิสราเอลบ่นเรื่องไม่มีเนื้อกิน จนโมเสสอยากจะตายด้วยซ้ำไป(กดว.11:15) พระเจ้าก็เต็มด้วยพระเมตตาและอดทนนาน ยังคงประทานนกคุ่มให้แก่พวกเขา

นั่นคือ โมเสสหมดความอดทนแล้ว พระเจ้ายังทรงอดทนได้

แต่ครั้งนี้ ดูเผินๆเหมือนพระเจ้าหมดความอดทนแล้ว และพอโมเสสมาช่วยทูลขอการอภัย พระองค์จึงทรงอดทนต่อไป

นั่นคือ พระเจ้ายังคงอดทนต่อคนอิสราเอลต่อไป แต่ที่ทรงกระทำเช่นนั้น เพื่อให้ความเมตตาที่มีในตัวของโมเสส ผู้รับใช้ของพระองค์ปรากฏ และเพื่อพระองค์จะทรงสำแดงความโปรดปรานต่อผู้รับใช้ของพระองค์

วันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราก็เพื่อจะให้ความดีของเราปรากฏ หรือได้พัฒนาขึ้น และเพื่อพระเจ้าจะทรงสำแดงความเมตตาแก่เราผู้ที่พระเจ้าทรงโปรดปราน
เราได้รับความโปรดปรานจากพระเจ้า โดยทางพระเยซูคริสต์

3. การตัดสินของพระเจ้านั้นยุติธรรมเสมอ
พวกผู้ใหญ่สบประมาทพระเจ้า แต่เด็กๆไม่ได้ทำ
พระเจ้าจึงให้คนอิสราเอล วนเวียนในถิ่นทุรกันดาร 40 ปี
เพื่อเป็นการลงโทษผู้ใหญ่ ไม่ให้เข้าคานาอัน
และเพื่อเป็นการเตรียมเด็กๆให้พร้อมสำหรับการทำตามกฏเกณฑ์ของพระเจ้า
เตรียมให้พร้อมสำหรับการเข้าคานาอัน

ผู้สอดแนม 12 คน พระเจ้าไม่ได้เหมารวมแล้วลงโทษทั้งหมด
พระเจ้าลงโทษ 10 คนที่สบประมาทพระเจ้า
และอวยพระพรแก่ 2 คน ที่ยำเกรงพระเจ้า

สิ่งที่เกิดกับเรา พระเจ้าจะประทานความยุติธรรมให้แก่เราอย่างแน่นอน

4. เมื่อพระเจ้าบอกว่า คนอิสราเอลไม่ต้องเข้าไปคานาอันแล้ว ในช่วงนี้
แต่คนอิสราเอลยังดื้อรั้นบุกเข้าไปอยู่ดี จึงพบกับความพ่ายแพ้

การมองโลกในแง่ดี กับ ความเชื่อ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
การมองโลกนี้แง่ดี คิดไปเองว่า พวกเขาชนะคนคานาอันได้ แต่ในที่สุดก็พ่ายแพ้
ความเชื่อ จะเชื่อมั่นในสิ่งที่พระเจ้า ถ้าพระเจ้าบอกว่าชนะได้ ก็มั่นใจได้เลยว่า ชนะแน่

การดำเนินชีวิตของเรา การมองโลกในแง่ดี ย่อมดีกว่า มองโลกในแง่ร้าย
แต่ย่อมเทียบไม่ได้กับ การเชื่อมั่นในคำสัญญาที่พระเจ้าได้ตรัสไว้

วันนี้ เราอ่านพระคำของพระเจ้ามากเพียงใด?
วันนี้ เราเชื่อในคำสัญญาจากพระคำของพระเจ้ามากเพียงใด?

คำคม

“ การไม่เชื่อคำสัญญาของพระเจ้า เป็นการสบประมาทพระองค์ ”

สรุป กันดารวิถี 13

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งให้โมเสสส่งผู้สอดแนมไปสอดแนมดูดินแดนคานาอันที่พระเจ้าทรงสัญญาที่จะยกให้แก่คนอิสราเอล

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers13-83876

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 13 หลังจากที่คนอิสราเอลยก​ออก​เดิน​ทาง​จาก​ ตำบล​ฮา​เซ​โรท ไป​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ที่​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ปา​ราน แล้ว
พระเจ้า​ตรัส​สั่ง​โมเสส​ ให้​ส่ง​คนจากแต่ละเผ่า​ไป​สอด​แนม​แผ่น​ดิน​คา​นา​อัน​ที่​พระเจ้าทรง​ให้​แก่​คน​อิส​รา​เอล
โดยผู้ที่จะถูกส่งไปต้องเป็นคนหนึ่งใน​ผู้​นำ​ของ​เผ่านั้นๆ

โมเสส​จึงเลือกผู้นำมา 12 คน แล้วส่งคนเหล่านั้น​ไป​สอด​แนม​แผ่น​ดิน​คา​นา​อัน
เพื่อตรวจ​ดู​ว่า​แผ่น​ดิน​นั้น​และคนในแผ่นดินนั้นเป็น​อย่าง​ไร และ​ให้นำ​ผล​ไม้​ของ​แผ่น​ดิน​นั้น​กลับ​มาด้วย

คนเหล่านั้น​จึง​ขึ้น​ไป​สอด​แนมทั่ว​แผ่น​ดินนั้น อยู่ 40 วัน และ​พวก​เขา​ตัดองุ่น​พวง​หนึ่ง​จาก​ที่​นั่น ต้อง​ใช้​สอง​คน​หาม​ด้วย​ไม้​คาน และเก็บ​ลูก​ทับ​ทิม​และ​มะเดื่อ​มาด้วย

เมื่อพวกเขา​กลับ​มา​ยัง​โมเสส อาโรน และ​ชุม​นุม​ชน​อิส​รา​เอล ก็รายงานว่า ราย​งาน​ต่อ​ท่าน​ทั้ง​สอง​และ​ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด ทั้ง​ให้​ดู​ผล​ไม้​ของ​แผ่น​ดิน​นั้น
พวกเขาเล่าว่า แผ่นดินนั้นมี​น้ำ​นม​และ​น้ำ​ผึ้ง​ไหล​บริ​บูรณ์​จริง
แต่​​คน​ที่​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​นั้น​มี​กำลัง​มาก ​เมืองมีกำแพง​ป้อง​กัน​ที่​ใหญ่​โต​มาก และมีคนยักษ์อยู่ด้วย

แต่​คา​เลบ หนึ่งในคนที่ไปสอดแนม ​ได้​กล่าว​ว่า
ให้​เรา​ขึ้น​ไป​ยึดเมืองเหล่านั้นทัน​ที​เพราะ​เรา​จะ​ชนะ​แน่​นอน
แต่ผู้สอดแนมคนอื่น​กล่าว​ว่า
คนอิสราเอลไม่​สา​มารถ​เข้า​ไป​และ​ชนะ​คน​เหล่า​นั้น​ได้ เพราะ​พวก​เขา​มี​กำ​ลัง​มาก​กว่า​เรา
และบอกว่า แผ่นดินนั้นเป็น​แผ่น​ดิน​กิน​คน​
และชาว​เมือง​ทั้ง​หมด​รูป​ร่าง​ใหญ่​โต
เรา​เป็น​เหมือน​ตั๊ก​แตน ในสายของพวกเรา
และ​เรา​ก็​เป็น​เช่น​นั้น​ใน​สาย​ตา​ของ​พวก​เขา

1. ผู้สอดแนมทั้ง 12 คน ได้พบสิ่งเดียวกัน ได้มองดูสิ่งเดียวกัน ได้เจอสถานการณ์อย่างเดียวกัน
แต่เมื่อ 10 คนมองที่ปัญหาอุปสรรค พวกเขาจึงเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะยึดเมืองเหล่านั้น
แต่คาเลบและโยชูวา มองที่พระสัญญาของพระเจ้า เขาทั้งสองจึงมั่นใจว่า
คนอิสราเอลสามารถเข้าไปยึดครองได้แน่นอน

สถานการณ์ที่เราเผชิญวันนี้
หากเรามองที่สถานการณ์ เราจะพบแต่ปัญหามากมายเต็มไปหมด
แต่หากเรามองไปที่พระสัญญาของพระเจ้า ด้วยสายตาแห่งความเชื่อ
เราจะเห็นพระพรมากมายท่ามกลางสถานการณ์เหล่านี้

2. เมื่อความกลัวเกิดขึ้น ปัญหาที่เห็นจะใหญ่โตมากเกินกว่าความเป็นจริงเสมอ
เหมือน ผู้สอดแนม 10 คน ที่รายงานว่า แผ่นดินคานาอันกินคนได้ และชาวเมืองทุกคนเป็นคนยักษ์หมดเลย
ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย

หากเราปล่อยให้ความหวาดกลัว เข้ามาครอบงำชีวิตของเรา
เราจะมองสถานการณ์ผิดพลาดไปจากความเป็นจริง
ซึ่งจะทำให้การแก้ปัญหานั้นไม่สามารถกระทำได้อย่างถูกต้อง

คำคม

“ พระเจ้าของเรา กับ ปัญหาของเรา ใครใหญ่กว่ากัน? ”

สรุป กันดารวิถี 12

ภาพรวม

  • อาโรนและมิเรียมต่อต้านโมเสส พระเจ้าจึงทำให้มิเรียมเป็นโรคเรื้อน จนพวกเขากลับใจ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers12-83757

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 12 เมื่อคนอิสราเอล​ออก​เดิน​จาก ขิบ​โรท​หัท​ธา​อา​วาห์ มาหยุดที่​ฮา​เซ​โรท แล้ว

​มิเรียม​กับ​อาโรน​ ผู้เป็นพี่สาวและพี่ชายของโมเสส ก็พูด​ต่อ​ต้าน​โมเสส​ใน​เรื่อง​ที่​โมเสสแต่ง​งาน​กับ​หญิง​ชาว​คูช ซึ่งอาจหมายถึงนางศิโปราห์ หรืออาจหมายถึงผู้หญิงอีกคนหนึ่ง พระคัมภีร์ไม่ได้ระบุชัดเจน

แล้วก็ต่อต้านก็ลามไปถึง เรื่องที่ว่า พระ​เจ้า​ตรัส​ผ่าน​โมเสส​คน​เดียว​เท่า​นั้น​จริง​หรือ?
ใน​ทันใด​นั้น​พระ​เจ้าจึงตรัสสั่ง​โมเสส อาโรน และ​มิเรียม ​ให้​ออก​มา​ที่​พลับพลา
แล้วพระ​องค์​ทรง​เรียก​อาโรน​และ​มิเรียม ออก​มา​ข้าง​หน้า

พระ​องค์​ตรัส​ว่า พระองค์ตรัสกับ​โมเสส​เป็นพิเศษ ​แบบซึ่งๆ หน้า​อย่าง​ชัด​เจน​โดย​ไม่​พูด​เป็น​ปริศนา ไม่เหมือนสำแดงแก่คนอื่น เพราะโมเสส​ซื่อ​สัตย์
และ​พระเจ้ายังได้สำแดงให้โมเสส​เห็น​สัณ​ฐาน​ของ​พระเจ้าอีกด้วย
แล้ว ทำไม​อาโรนและมิเรียม จึง​กล้า​พูด​ต่อ​ต้าน​โมเสส​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระเจ้า เช่นนี้

แล้วมิเรียม​ก็​เป็น​โรค​เรื้อน​ขาว​เหมือน​หิมะ
อาโรน​จึงอ้อนวอน​โมเสส​ ให้ช่วยมิเรียมด้วย พวกเขาทำผิดไปแล้ว
แล้ว​โมเสส​ร้อง​ทูล​พระเจ้า

พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า ให้​กัก​มิเรียมไว้​นอก​ค่าย 7 ​วัน แล้วก็จะหาย
ต่อมาเมื่อมิเรียมหายแล้ว ​ประ​ชา​ชน​ก็​ยก​ออก​เดิน​ทาง​จาก​ตำบล​ฮา​เซ​โรท
ไป​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ที่​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ปา​ราน

1. การทักท้วงของอาโรนและมิเรียม ตอนแรกก็เป็นเรื่องการแต่งงานของโมเสส แต่ต่อมาพัฒนาลุกลามไปถึงเรื่องสิทธิอำนาจของโมเสส
คงเป็นเพราะว่าพวกเขาทั้งสอง เห็นผู้ใหญ่ 70 คนเผยพระวจนะได้
จึงตั้งข้อสังเกตว่า พระเจ้าไม่จำเป็นต้องตรัสกับโมเสสคนเดียวนี่นา

ดูเหมือนพระเจ้าไม่ได้ตำหนิพวกเขา ที่ทักท้วงเรื่องการแต่งงานของโมเสส
แต่พระเจ้ากริ้วพวกเขา เมื่อก้าวล่วง สิทธิอำนาจที่พระเจ้าประทานให้แก่โมเสส

การกระทำที่ถูกต้องอันหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าการกระทำครั้งต่อมาจะถูกต้องเสมอไป
สิ่งที่พระเจ้าไม่อนุญาตให้มนุษย์ก้าวล่วงล้ำ คือ เรื่องสิทธิอำนาจ
เมื่อพระเจ้าจะประทานสิทธิอำนาจให้แก่ใคร เป็นสิทธิขาดของพระองค์
มนุษย์หน้าไหน ก็ไม่มีสิทธิเข้ามาก้าวก่าย ไม่ว่าจะมีเหตุผลที่ดีสักเพียงใดก็ตาม

2. พระคัมภีร์กล่าวว่า โมเสส​เป็น​คน​ถ่อม​ใจ​ยิ่ง​กว่า​คน​ทั้ง​หมด​บน​พื้น​แผ่น​ดิน
โมเสส จัดการกับการต่อต้านสิทธิอำนาจที่พระเจ้าประทานให้ ด้วยการไม่ทำอะไรเลย
เพียงแต่รอคอยพระเจ้าจัดการ
และพระเจ้าก็จัดการจริงๆ
จนในที่สุด คนเหล่านั้นก็เลิกต่อต้านและกลับยิ่งยำเกรงโมเสส

เราไม่ควรต่อต้านสิทธิอำนาจที่พระเจ้าเจิมตั้งเอาไว้
และถ้าหากใครมาต่อต้านสิทธิอำนาจที่พระเจ้าประทานแก่เรา
เราก็ควรอธิษฐานเผื่อพวกเขา ให้รีบกลับใจก่อนจะสายเกินไป

3. อาโรนกับมิเรียม ร่วมกันต่อต้านโมเสส
ปรากฏว่า มิเรียมเป็นโรคเรื้อนคนเดียว อาโรนรอด
ซึ่งน่าจะเป็นเพราะอาโรนทำหน้าที่มหาปุโรหิต ถ้าเป็นมลทินด้วยโรคเรื้อนจะยุ่งกันใหญ่
และพระองค์รู้ว่า แค่ให้มิเรียมเป็นโรคเรื้อนคนเดียว ก็เพียงพอให้ทั้งสองคนกลับใจใหม่แล้ว

การตัดสินลงโทษใคร อย่างไรนั้น เป็นสิทธิขาดของพระเจ้า
ไม่ใช่ธุระของเรา
ขอให้เราเพียงแต่รู้ก็พอแล้วว่า พระเจ้าเลือกวิธีที่ดีที่สุด ด้วยพระสติปัญญาอันล้ำเลิศของพระองค์

คำคม

“ การให้เกียรติสิทธิอำนาจ เป็นการให้เกียรติพระเจ้า ”

สรุป กันดารวิถี 11

ภาพรวม

  • คนอิสราเอลบ่นว่าไม่มีเนื้อกิน พระเจ้าทรงเมตตาพวกเขาสัญญาว่าจะประทานเนื้อให้ตลอด 1 เดือน แต่พวกเขาก็ยังไม่เชื่อในคำสัญญาของพระเจ้าอยู่ดี

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers11-83466

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 11 เมื่อประชาชนอิสราเอลเริ่มเดินทางออกจากถิ่นทุรกันดารซีนาย พวกเขาก็เริ่มบ่น

ประ​ชา​ชน​บ่นว่า​เรื่อง​ความ​ลำบากของพวกเขา
พระเจ้าจึงทรง​กริ้ว มี​ไฟ​จาก​พระ​เจ้ามา​​เผา​รอบ​นอก​ค่าย​ไป​บาง​ส่วน
พวกเขาก็​ร้อง​ต่อ​โมเสส
โมเสส​จึงอธิษ​ฐาน​ต่อ​พระ​เจ้า แล้ว​ไฟ​ก็​ดับ

ต่อมา มีคนชาติอื่น​ที่ติดตามมาด้วย (อพย. 12:38 มี​คน​ชาติ​อื่น​จำ​นวน​มาก​ติด​ตาม​ไป​ด้วย …) เป็นคนตะกละ​เห็น​แก่​กิน​ ​จึงมีผลทำให้คนอิสราเอลเริ่ม​ร้อง​ไห้​คร่ำ​ครวญ​อยากกินเนื้อ
บอกว่า คิด​ถึง​ปลา ​แตง​กวา แตง​โม กระ​เทียม​จีน หอม​ใหญ่ หัว​กระ​เทียม ในอียิปต์
เพราะกินแต่มานาจนเบื่อแล้ว

ประ​ชา​ชน​ร้อง​ไห้​กัน​ไป​ทั่ว​ ที่​ประตู​เต็นท์​ของ​ตน
และ​พระเจ้าทรงกริ้ว​อย่าง​ยิ่ง โมเสส​ก็​ไม่​พอ​ใจ​ด้วย

โมเสส​จึง​​ทูล​พระ​เจ้าว่า ทนไม่ไหวแล้วที่จะต้องคอยดูแลเอาใจคนที่นิสัยเหมือนเด็กทารกพวกนี้
​เป็น​ภาระ​หนัก​เกิน​ไป​สำหรับ​โมเสส

พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ว่า ให้​รวบ​รวม​พวก​ผู้​ใหญ่​ใน​อิส​รา​เอล​มาที่พลับพลา 70 คน
แล้วพระเจ้า​จะ​​ให้พระวิญญาณเจิม​​คนเหล่านั้น เพื่อ​พวกเขาจะช่วยโมเสสแบกภาระของคนอิสราเอล

และพระเจ้า​จะ​ประ​ทาน​เนื้อ​ให้​แก่คนอิสราเอล กินไป 1 เดือนเต็มๆ จน​​เอือม​ระอาไปเลย
แต่​โมเสสทูลพระเจ้า​ว่า ถ้าจะเลี้ยง​ผู้​ชาย 600,000 ​คน ยังไม่รวมผู้หญิงและเด็ก ​ให้พวกเขากิน​เนื้อ​จน​ครบ​ 1 เดือน ต้องใช้เนื้อมากมายมหาศาล ซึ่งจะเป็นไปได้ยังไง

พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
“พระ​หัตถ์​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​สั้น​ไป​หรือ? บัด​นี้​เจ้า​จะ​เห็น​ว่า​คำ​ของ​เรา​จะ​สำเร็จ​เพื่อ​เจ้า​จริง​หรือ​ไม่”

โมเสส​จึงออก​ไป​บอก​ประ​ชา​ชน ตามที่พระเจ้าตรัส และ​ท่าน​รวบ​รวม​พวก​ผู้​ใหญ่​ 70 คน แล้ว​ให้​มา​ยืน​รอบๆ พลับพลา

​พระเจ้าก็​เสด็จ​ลง​มา​ใน​เมฆ​ และ​ตรัส​กับ​โมเสส แล้ว​พระวิญ​ญาณ​ก็เจิม​พวก​ผู้​ใหญ่​เหล่านั้น​ แล้วเขา​ทั้ง​หลาย​ก็​เผย​พระ​วจนะ แต่​ก็​ทำแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว

แต่มีผู้ใหญ่ 2 คน​ที่​ยัง​อยู่​ใน​ค่าย คือ ​เอล​ดาด และ ​เม​ดาด
แล้ว​พระวิญ​ญาณ​ก็เจิมเขา​ทั้ง​สองด้วย
และ​เขา​ทั้ง​สอง​ก็​เผย​พระ​วจนะ​ใน​ค่าย

เมื่อ​โย​ชู​วาทราบ ก็บอก โมเสส​ให้ไปห้าม​เขา​ทั้ง​สอง
แต่​โมเสส​ตอบว่า โมเสสอยากให้ประชาชนทุกคนเผยพระวจนะและมีการเจิมของพระวิญญาณด้วยซ้ำไป

แล้ว​มี​ลม​พัด​​ฝูง​นก​คุ่ม​จาก​ทะเล​มา​ตก​อยู่​ที่​ข้าง​ค่าย​โดย​อยู่​รอบๆ
อยู่​ห่าง​ออก​ไป​จาก​ค่าย​เป็น​ระยะ​ทาง​เดิน 1 ​วัน
และ​อยู่​สูง​จาก​พื้น​ดิน​ประ​มาณ 1 เมตร

วัน​นั้น​ประ​ชา​ชน​ก็​เที่ยว​จับ​นก​คุ่ม​กัน​ทั้ง​วัน​ทั้ง​คืน และ​ตลอด​วัน​ถัด​มา​ด้วย
คน​ที่​จับ​ได้​น้อย​ที่​สุด​ก็​ได้​ไม่​ต่ำ​กว่า​ 1,000 กิโล​กรัม
แล้ว​เขา​ทั้ง​หลาย​ก็​เอา​มา​กาง​ตาก​กัน​ทั่ว​โดย​อยู่​รอบๆ ค่าย

และขณะที่นกอยู่ในปาก ยัง​ไม่​ทัน​ได้​เคี้ยว
พระเจ้า​ก็​ทรงกริ้วและ​ประ​หาร​ประ​ชา​ชนเหล่านั้น​ด้วย​ภัย​พิบัติ​ร้าย​แรง
เขา​จึง​เรียก​ชื่อ​ตำบล​นั้น​ว่า​ ขิบ​โรท​หัท​ธา​อา​วาห์
แล้วประ​ชา​ชน​ยก​ออก​เดิน​จาก​ที่นั่น มาหยุดที่​ฮา​เซ​โรท

1. พระเจ้าทรงไม่พอพระทัยอย่างยิ่ง ต่อการบ่นของประชากรของพระองค์
เพราะการบ่น เป็นการใส่ร้ายป้ายสีต่อพระเจ้า
เป็นการหาว่า พระเจ้าไม่รักษาสัญญา ทั้งที่พระองค์ไม่เคยผิดสัญญาเลย

สำหรับเหตุการณ์ในวันนี้ เราบ่น หรือ ขอบพระคุณพระเจ้า?

2. คนชาติอื่น​ที่ติดตามมาด้วย ที่ตะกละ​เห็น​แก่​กิน​ ​ส่งผลทำให้คนอิสราเอลเกิดความคิดที่ไม่เหมาะสมตามมา
พวกเขาคิดว่า อียิปต์ดีกว่า ออกเดินทางตามพระเจ้ามา

สิ่งที่เราต้องระมัดระวังในการดำเนินชีวิตคริสเตียนคือ ค่านิยมของโลก ของคนรอบข้างที่อยู่ฝ่ายโลกนี้
ถ้าค่านิยมเหล่านั้นเริ่มมีอิทธิพลต่อเรามากเท่าใด ชีวิตของเราก็จะเริ่มออกห่างจากชีวิตที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้าเท่านั้น

3. เอล​ดาด และ ​เม​ดาด ไม่ยอมเชื่อฟังโมเสส ไม่ได้มาที่พลับพลาในวันนั้น
ด้วยเหตุผลใด ก็ไม่ทราบ
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พระเจ้ายังคงให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เจิมเหนือพวกเขา เหมือน ผู้ใหญ่คนอื่นๆ

การเจิมนี้เป็นสิทธิขาดของพระเจ้า ว่าพระองค์จะเลือกเจิมใคร
คนนั้นอาจดูไม่น่าจะได้รับการเจิม เหมือนอย่างที่โยชูวาคิด

แต่พระเจ้าย่อมรู้ดีกว่ามนุษย์ และพระองค์เป็นผู้เลือกเอง
และเมื่อพระเจ้าทรงเลือกเช่นนั้น
โมเสสผู้รู้หัวใจของพระเจ้า ก็ยินดีที่พระเจ้าทรงเลือกเช่นนั้นตามที่พระองค์เห็นชอบ

วันนี้ เรายินดีในสิ่งที่พระเจ้าทรงเลือกให้เกิดขึ้น ตามอำนาจอธิปไตยของพระองค์หรือไม่?

4. เหตุที่พระเจ้าทรงกริ้วและประหารคนเหล่านั้นที่ออกไปเก็บนกคุ่ม
น่าจะเป็นเพราะพวกเขา โลภมากและไม่เชื่อสิ่งที่พระเจ้าตรัสสัญญาไว้ ซึ่งถือว่าเป็นการดูถูกพระเจ้า

ทั้งที่พระเจ้าตรัสสัญญาว่า จะมีนกคุ่มมาทุกวันตลอด 1 เดือน
แล้วในวันนั้น พวกเขาก็เริ่มเห็นแล้วว่าพระเจ้าทรงรักษาสัญญาจริงๆ
พวกเขาไปเก็บกักตุนมากมาย คนที่จับนกมาน้อยที่สุดจับมา 1 ตัน
ซึ่งแน่นอน ไม่มีใครสามารถกินนก 1 ตันได้หมดใน 1 วัน
พวกเขาไม่เชื่อว่า พรุ่งนี้พระเจ้าจะส่งนกมาอีกตามสัญญา
ทั้งที่ วันนี้เขาเห็นกับตาแล้วว่า พระเจ้าทรงรักษาสัญญา

ที่ผ่านมาเราเห็นแล้วหรือยังว่า พระเจ้าทรงรักษาสัญญาเสมอ
แล้วในวันนี้ เรายังคิดจะดูถูกพระเจ้า ด้วยการสงสัยในพระสัญญาของพระเจ้าหรือ?

คำคม

“ บ่น = ดูถูกพระเจ้า ”

สรุป กันดารวิถี 10

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงกำหนดรูปแบบและวิธีการ ให้แก่คนอิสราเอล ในการเคลื่อนพลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers10-83273

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 10 หลังจากที่คนอิสราเอลถือเทศกาลปัสกาในเดือนที่ 1 ปีที่ 2 แล้ว ในวันที่ 20 เดือนที่ 2 ปีเดียวกัน พระเจ้าก็มีบัญชาให้คนอิสราเอล เคลื่อนออกจากถิ่นทุรกันดารซีนาย

พระเจ้าสั่ง​โมเสส​ ให้​ทำ​แตร​เงิน​สอง​คัน​​โดย​​ใช้​ค้อน​ทุบ เพื่อ​ใช้​​เป็นสัญญาณเรียก​ชุม​ชน​ และ​เป็นสัญญาณ​รื้อ​ย้าย​ค่าย​ออก​เดิน
– เมื่อ​เป่า​แตร​ 2 คัน ให้ประชาชนมา​ประ​ชุม หน้าพลับพลา
– เมื่อ​เป่า​แตร​คัน​เดียว ​ให้​บรรดา​ผู้​นำ​มา​ประ​ชุม​กับ​โมเสส
– เมื่อ​​เป่า​สัญ​ญาณ​แตร​ปลุก ให้ย้าย​ค่ายออกเดินทาง โดยให้ค่าย​ด้าน​ตะวัน​ออก​ ​ออก​เดิน​ทางก่อน
– เมื่อ​เป่า​สัญ​ญาณ​แตร​ปลุก​ครั้ง​ที่ 2 ให้​​ค่าย​ที่​อยู่​ด้าน​ใต้ ​​ออก​เดิน​ทาง
โดยให้​ลูกๆ ของ​อาโรน​ ​เป็น​คน​เป่า​แตร
– ​เมื่อ​​จะ​ไป​ทำ​สงคราม​กับ​ศัตรู​ที่มา​รุกราน ก็​ให้​เป่า​แตร​ทำ​เสียง​สัญ​ญาณ​ปลุก เพื่อ​พระ​เจ้าจะ​ทรง​ระลึก​ถึง​พวก​เขา และ​ช่วย​ให้​พ้น​จาก​ศัตรู​ของ​เจ้า
– ใน​วัน​ที่​มี​ความ​ยิน​ดี​ใน​งาน​เทศ​กาลต่างๆ ก็ให้เป่า​แตร​เหนือ​เครื่อง​บูชา

ใน​วัน​ที่​ 20 เดือน​ที่ 2 ปี​ที่​ 2
เมฆที่ปกคลุมพลับพลาก็ลอยขึ้น​
คน​อิส​รา​เอล​จึงเริ่ม​ออก​เดิน​ทาง​เป็นครั้งแรก โดยเดินทางเป็น​ระยะๆ จาก​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ซีนาย ไปถึง​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ปา​ราน
– ธง​ค่าย​ของ​ยู​ดาห์​ (กลุ่มทิศตะวันออก) จะออก​เดิน​ทาง​เป็น​กองๆ ไป​ก่อน
– จาก​นั้น​พลับ​พลา​จึงถูก​รื้อ แล้ว​คนเกอร์​โชน และคน​​เมรารี​ ผู้​แบก​หาม​พลับ​พลา​นั้น​จะ​​ออก​เดิน​ทาง
– แล้ว​ธง​ค่าย​ของ​​รูเบน ​(กลุ่มทิศใต้) จะ​ออก​เดิน​ทาง​เป็น​กองๆ
– แล้ว​คน​โค​ฮาท​จะ​หาม​สิ่ง​บริ​สุทธิ์​ต่างๆ และ​ยก​ออก​เดิน​ทาง
– คนเกอร์โชนและคนเมรารี ​จะ​ต้อง​ตั้ง​พลับ​พลา​ให้​เสร็จ​ก่อน​ที่​คนโคฮาทจะ​ไป​ถึง
– แล้ว​ธง​ค่าย​ของเ​อฟ​รา​อิม (กลุ่มทิศตะวันตก)​ จะ​ออก​เดิน​ทาง​เป็น​กองๆ
– ตามด้วยธง​ค่าย​ของ​​ดาน​ (กลุ่มทิศเหนือ) จะ​ยก​ออก​เดิน​เป็น​กองๆ เป็น​พวก​ระวัง​หลัง​

เมื่อกำลังจะออกเดินทาง โมเสส​ได้เชิญให้​โฮ​บับ​ พี่เขย (หรืออาจเป็นน้องเขย) ของตน ไปด้วยกัน
เพื่อจะเป็นเหมือนตา ที่จะคอยให้คำแนะนำในการเดินทางผ่านถิ่นทุรกันดาร

เมื่อคนอิสราเอลออก​เดิน​จาก​ภูเขา​ซีนาย หีบ​พันธ​สัญ​ญาจะ​นำ​หน้า​ท้ายขบวนอยู่ 3 ​วัน
เมื่อ​หีบ​ยก​ออก​เดิน​ โมเสส​​จะทูล​พระเจ้าว่า ขอ​ทรง​ลุก​ขึ้น​เถิด ขอ​ให้​พวก​ศัตรู​ของ​พระ​องค์​กระ​จัด​กระ​จาย​ไป
​เมื่อ​หีบ​หยุด โมเสส​​ก็จะทูล​พระเจ้าว่า ขอ​เสด็จ​กลับ​มา​ยัง​คน​อิส​รา​เอล​ที่​นับ​เป็น​พันๆ หมื่นๆ นี้​เถิด

1. คำสั่งของพระเจ้าทั้งเรื่องสัญญาณแตร และขั้นตอนการเคลื่อนพล รูปแบบการเดินทาง
ทุกอย่างดูเป็นระบบ และเป็นระเบียบแบบแผนอย่างมาก
คนอิสราเอลเป็นทาสมาราว 400 ปี ตั้งแต่รุ่นทวด
ไม่เคยฝึกทหาร ไม่เคยฝึกออกรบ
แต่ก็ไม่สำคัญเลย เพียงแต่พวกเขาเชื่อฟังพระเจ้าอย่างเคร่งครัด สิ่งที่พวกเขาทำออกมายิ่งกว่ากองทัพทหารมืออาชีพเสียอีก

เราไม่ต้องเก่งก็ได้ ขอเพียงแค่ผู้สั่งการของเราเก่ง และเราเชื่อฟังผู้สั่งการของเราอย่างเคร่งครัด เพียงเท่านี้ก็มากเพียงพอในการมีชัยชนะในสถานการณ์ในวันนี้

เราให้พระเจ้าทรงเป็นผู้บัญชาในชีวิตของเราแล้วหรือยัง?

2. ฟังตัวอย่างเสียงแตรของคนอิสราเอล กดที่นี่ https://youtu.be/RsMAX7j1B2s

3. พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอลเป่าแตร เมื่อข้าศึกมารุกราน เพื่อพระเจ้าจะได้มาช่วยพวกเขา
ไม่ใช่เพราะพระเจ้าไม่รู้ว่ามีข้าศึกมา ไม่ใช่การเป่าเพื่อให้พระเจ้าได้ยินเสียงเตือน

แต่เมื่อเป่าแตร แสดงให้เห็นว่า พวกเขาทำตามคำสั่งของพระเจ้า เพราะพระเจ้าสั่งให้เป่าแตร
พระเจ้าจะทรงช่วยประชากรของพระองค์ ผู้เชื่อฟังพระองค์

4. โมเสสแม้จะเป็นผู้นำคนอิสราเอล กว่า 3 ล้าน คน และเป็นผู้สนทนากับพระเจ้าได้ แต่ก็ยังถ่อมใจเชิญให้​โฮ​บับ​ ไปช่วยให้คำแนะนำแก่เขา ในระหว่างการเดินทางอีกด้วย

บทบาทการรับใช้ที่เราได้รับ และความสัมพันธ์อันดีที่เรามีกับพระเจ้า ไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการไม่ยอมรับคำแนะนำจากใครๆ

คำคม

“ การเชื่อฟังพระเจ้า จะทำให้เราปลอดภัย ”

สรุป กันดารวิถี 9

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งให้คนอิสราเอลถือเทศกาลปัสกา ในวันที่ 14 เดือนที่ 1 ปีที่ 2 นับตั้งแต่ออกจากอียิปต์

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers09-83156

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 9 เมื่อพระคัมภีร์บรรยายถึงการทำสำมะโนประชากร ในวันที่ 1 เดือนที่ 2 ปีที่ 2 นับตั้งแต่คนอิสราเอลออก​จาก​อียิปต์ และบรรยายถึงกฏเกณฑ์ต่างๆที่พระเจ้าตรัสแล้ว
ในบทนี้ พระคัมภีร์บรรยายย้อนกลับไป ในเหตุการณ์ 1 เดือนก่อนหน้านั้น คือใน​เดือน​ที่ 1 ปี​ที่​ 2

พระเจ้าทรงสั่งให้คนอิสราเอลถือเทศกาลปัสกา ในเย็นวันที่ 14 เดือนนั้น
ณ ถิ่นทุรกันดารซีนายนั้น คน​อิส​รา​เอล​ก็​ทำ​ทุก​อย่าง​ตาม​ที่​พระเจ้าตรัส​สั่ง​

แต่​มี​​ชาย​บาง​คน​เป็น​มล​ทิน​เพราะ​แตะ​ต้อง​ศพ จึง​ถือ​ปัสกา​ใน​วัน​นั้นไม่​ได้
พวก​เขา​จึง​มา​หา​โมเสส​และ​อาโรน​ใน​วัน​นั้น
โมเสสจึงนำเรื่องไปทูลถามพระเจ้า
พระ​เจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
– ให้พวกเขา​ถือ​ปัสกา​ใน​เวลา​เย็น​ของ​วัน​ที่ 14 เดือน​ที่ 2 แทน
– แต่ส่วน​คน​ที่​สะอาด​ แต่​ไม่​ยอม​ถือ​เทศ​กาล​ปัสกา ​ให้​คน​นั้น​ถูก​ตัด​ออก​จาก​ท่าม​กลาง​ชน​ชาติ​อิสราเอล
– คน​ต่าง​ด้าว​ที่​อยู่​ท่าม​กลางคนอิสราเอล​จะต้อง​ถือ​เทศ​กาล​ปัสกา​แด่​พระ​เจ้าด้วย

ตั้งแต่ใน​วัน​ที่​จัด​ตั้ง​พลับ​พลา ก็มี​เมฆ​มา​ปก​คลุม​พลับ​พลา​ไว้
เมฆ​ปก​คลุม​ตอน​กลาง​วัน ส่วน​กลาง​คืน​ก็​ปรา​กฏ​เหมือน​เปลว​ไฟ​จน​รุ่ง​เช้า
เมื่อ​ไร​ที่​เมฆ​ลอย​ขึ้น​จาก​เต็นท์ คน​อิส​รา​เอล​ก็​จะ​ยก​ออก​เดิน​ทาง​ไป
และ​เมื่อ​เมฆ​นั้น​หยุด​อยู่​ที่​ไหน คน​อิส​รา​เอล​ก็​จะ​ตั้ง​ค่าย​ที่​นั่น
ไม่​ว่า​เมฆ​จะ​หยุด​อยู่​เหนือ​พลับ​พลา​ 2 ​วัน หรือ 1 ​เดือน หรือ​ 1​ปี คน​อิส​รา​เอล​ก็​จะ​อยู่​ใน​ค่าย​นาน​เท่า​นั้น​
โดย​ไม่​ยก​ออก​เดิน​ทาง

1. คนที่อยากถือปัสกา แต่ถือไม่ได้เป็นมลทินนั้น พระเจ้าไม่ได้ตำหนิ แต่ให้เลื่อนออกไปถือในอีก 1 เดือนต่อมาแทน

คนที่มีมลทิน ที่ปรารถนาจะทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้านั้น พระเจ้าไม่ปฏิเสธเขา
แต่พระองค์ก็ไม่ได้ให้เขาทำขณะที่มีมลทิน

คนบาป ไม่ว่าบาปสักเพียงใด หากปรารถนาจะแสวงหาพระเจ้า พระองค์ไม่ทรงปฏิเสธ
แต่ก็ต้องทำให้เขาพ้นบาปก่อน โดยทางพระเยวูคริสต์ เพื่อเขาสามารถมาเฝ้าเข้าพระเจ้าได้

2. คนที่ไม่ปรารถนาที่จะแสวงหาพระเจ้า ไม่สมควรที่จะเป็นประชากรของพระเจ้า

3. การเดินทางของอิสราเอล ใช้เสาเมฆเสาไฟ เป็นตัวชี้นำ
บางครั้งอาจจะไม่เข้าใจ ทำไมต้องอยู่นานขนาดนี้ หรือ ไม่เข้าใจทำไมอยู่แค่ประเดี๋ยวเดียว
แต่พวกเขายังคงตามการทรงนำของพระเจ้า
ดังนั้นพวกเขาจึงปลอดภัยตลอด 40 ปี ในถิ่นทุรกันดารนี้

วันนี้ ถ้าเราเชื่อฟังการทรงนำของพระคำของพระเจ้า ผ่านการช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์
เราจะปลอดภัย ในทุกสถานการณ์

คำคม

“ คนที่จริงใจมาหาพระเจ้า พระองค์เต็มใจที่จะให้เขาพบพระองค์ ”

สรุป กันดารวิถี 8

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งให้ชำระตัวของคนเลวีให้บริสุทธิ์เพื่อพร้อมในการปรนนิบัติงานที่พลับพลา

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers08-83010

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 8 หลังจากที่บรรดาผู้นำของคนอิสราเอลนำของมาถวายแด่พระเจ้า เนื่องในโอกาสพิธรีถวายแท่นบูชาแล้ว
พระเจ้าก็​ตรัส​กับ​โมเสส​ เกี่ยวกับเรื่องว่าตะเกียง และการชำระคนเลวีดังนี้

การตั้งตะเกียง
​- ให้อาโรน​ตั้ง​ตะเกียง ทั้ง 7 ที่อยู่บนคันประทีป ให้​ส่อง​แสง​ไป​ด้าน​หน้า​คัน​ประ​ทีป

การชำระตัวเลวี
– ให้นำน้ำ​ชำระ​มา​ประ​พรม​คนเลวี​และ​ให้​พวก​เขา​โกน​ทั่ว​ทั้ง​ตัว ทั้ง​ให้​ซัก​เสื้อ​ผ้า
– ให้​พวกเขา​นำ​เครื่อง​ธัญ​บูชา และ ​ลูก​โค​ผู้​ 1 ตัวมาเป็นเครื่องบูชาเผาทั้งตัว และ​ลูก​โค​ผู้​อีก​ตัว​หนึ่ง​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป นำมาให้ปุโรหิต
– ให้​พวก​คน​เลวี​ และ​ให้​ชุม​ชน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ มา​ชุม​นุม​กัน ที่หน้าพลับพลา
– ​ให้​คน​อิส​รา​เอล​เอา​มือ​ของ​พวก​เขา​วาง​บน​คน​เลวี
– ​ให้​อาโรน​ถวาย​คน​เลวี​แด่​พระ​เจ้า​ เพื่อจะ​ทำ​งาน​ปรน​นิบัติ​พระ​เจ้าแทนคนอิสราเอลทั้งหมด
– แล้ว​คน​เลวี​จะ​เอา​มือ​ของ​ตน​วาง​บน​หัว​โค​ผู้​ทั้ง​สอง​ตัว
– แล้วจากนั้นก็ให้ปุโรหิตถวายวัวทั้งสองเป็นเครื่องบูชาแด่พระเจ้า
– หลัง​จาก​นั้น คน​เลวี​จะ​เข้า​ไป​รับ​ใช้​ที่​พลับพลาได้ เป็นผู้ช่วยของปุโรหิตในงานยด้านต่างๆ

เพราะ​คนเลวีถูก​แยก​จาก​คน​อิส​รา​เอล​และ​มอบ​ให้​แก่​พระเจ้าอย่าง​สิ้น​เชิง
ดังนั้นพระเจ้าจึง​รับ​พวกเขา ​เป็น​ของ​พระองค์ เพื่อ​แทน​ที่​​บุตร​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ของ​ประ​ชา​ชน​อิส​รา​เอล
เพราะ​ว่า​ลูก​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ได้​แยกไว้​เป็น​ของ​พระเจ้า

พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
– ให้​คน​เลวี​ที่​มี​อายุ​ตั้ง​แต่ 25-50 ปี​ เข้า​ไป​ทำ​หน้า​ที่​ใน​งาน​รับ​ใช้​ที่พลับพลา
– พอ​อายุ 50 ปี​ก็​ให้​เขา​หยุด​ทำ​หน้า​ที่ แต่​อาจ​จะ​ช่วย​เหลือ​พี่​น้อง​ที่พลับพลาได้ แต่​ไม่​ต้อง​ลง​มือ​ทำ​เอง

1. บุตรหัวปีทุกคนของคนอิสราเอลต้องถวายขาดแด่พระเจ้า
แต่คนเลวีเป็นตัวแทนของบุตรหัวปีเหล่านั้น ทำหน้าที่ปรนนิบัตbพระเจ้าในพลับพลาแทนบุตรหัวปีเหล่านั้น
ดังนั้นคนเลวีจึงถือว่าเป็นคนที่ถูกแยกออกเพื่อพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง

เมื่อเรามีโอกาสรับใช้พระเจ้าในด้านใดก็ตาม เราได้รับเกียรติเป็นตัวแทนของพี่น้องในการรับใช้พระเจ้า
ดังนั้นเราสมควรทำอย่างเต็มกำลังของเรา ให้สมกับเกียรติที่ได้รับนี้

คำคม

“ การรับใช้พระเจ้า คือ เกียรติที่ยิ่งใหญ่ ”

สรุป กันดารวิถี 7

ภาพรวม

  • ในพิธีมอบถวาย​​แท่น​บูชา​นั้น ผู้นำของคนอิสราเอล 12 คน ได้นำของมากมายมาถวายแด่พระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers07-82799

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 7 หลังจากพระคัมภีร์บันทึกเรื่อง การอวยพรของปุโรหิตต่อชุมชนอิสราเอลแล้ว ในบทที่ 7 นี้ พระคัมภีร์ได้บรรยายถึงสิ่งของที่ บรรดาผู้นำได้นำถวายแด่พระเจ้า ใน​วัน​ที่​จัด​ตั้ง​พลับ​พลา​เสร็จ​

เมื่อโมเสสได้ตั้ง​พลับ​พลา​เสร็จแล้ว ก็​เจิม​และ​ถวาย​พลับ​พลา​กับ​เครื่อง​ใช้​ทุก​อย่าง​ ​ให้​เป็น​ของ​บริ​สุทธิ์
แล้ว​บรรดา​ผู้​นำ 12 คน ​ของ​คน​อิส​รา​เอลที่พระเจ้าได้เลือกไว้สำหรับการทำสำมะโนประชากร ใน กันดารวิถี บทที่ 1

พวก​เขา​ได้นำ​ เกวียนและโค มา​ถวาย​แด่​พระ​เจ้าในวันนั้น โดย ผู้​นำ​สอง​คน​นำ​เกวียน​มา​ด้วย​กัน​ 1เล่ม​และ​นำ​โค​มา​คน​ละ​ตัว

พระเจ้าสั่งให้โมเสส​รับ​ของ​เหล่า​นี้​จาก​พวกเขา​ และ​จง​มอบ​ให้​แก่​เลวี​ตาม​งาน​ปรน​นิบัติ​ของ​เขา

โมเสส​จึง​นำ​เกวียน​และ​โค​ไป​มอบ​ให้​แก่​คน​เลวี โดย
– สิ่งที่มอบให้วงศ์วานเกอร์​โชน ที่รับผิดชอบขนม่านและเต็นท์พลับพลา ได้แก่ ​เกวียน 2 ​เล่ม​กับ​โค​ 2 ​คู่​
– สิ่งที่มอบให้วงศ์วานเมรารี​ ที่รับผิดชอบเสาและฐานพลับพลา ได้แก่ ​เกวียน 4 ​เล่ม​กับ​โค​ 4 ​คู่​
– แต่​ท่าน​ไม่​ได้​มอบ​อะไร​ให้​แก่​วงศ์วานโคฮาท เพราะ​งาน​ของ​พวก​เขา​เป็น​การ​หาม​สิ่ง​ของ​บริ​สุทธิ์

จากนั้น​​ผู้​นำ​ทั้ง 12 คนก็นำของมา​ถวาย​ เนื่อง​ใน​โอกาสการ​มอบ​ถวาย​แท่น​บูชา
แต่พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า ให้​ผู้​นำ​เอา​ของ​ถวาย​ของ​เขา​มา​วัน​ละ 1 ​คน​
พวกเขาก็ทำตาม
พวกเขาแต่ละคนนำของมาถวายดังนี้
1. ​จาน​เงิน​ 1 ใบ​ ​หนัก 1.5 กิโล​กรัม และ ​ชาม​เงิน 1 ​ใบ ​หนัก 800 กรัม บรรจุแป้ง​อย่าง​ดี​เคล้า​น้ำ​มัน​​อยู่​เต็ม เพื่อเป็นธัญบูชา
2. ชาม​ทอง​คำ​ 1 ​ใบ ​หนัก 110 กรัม มี​เครื่อง​หอม​บรรจุ​เต็ม
3. ลูก​โค​ผู้ 1 ​ตัว​ แกะ​ผู้ 1​ตัว​หนึ่ง และ​ลูก​แกะ​ผู้​อายุ​ 1 ​ปี​ 1ตัว​ ​เพื่อ​เป็น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว
4. ​​แพะ​ผู้​ 1 ตัว​ เพื่อเป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป
5. ​โค​ผู้​ 2 ตัว แกะ​ผู้​ 5 ​ตัว แพะ​ผู้​ 5 ​ตัว และ​ลูก​แกะผู้​อายุ 1 ​ปี​ 5 ตัว​ เป็น​ศานติ​บูชา

เมื่อครบ 12 วัน ​ของ​ถวาย​ใน​งาน​มอบ​ถวาย​แท่น​บูชา​จาก​ผู้​นำ​ของ​คน​อิส​รา​เอล​ รวมทั้งสิ้น คือ
– เงิน​ที่​ใช้​ทำ​ภาช​นะ​ทั้ง​หมด​หนัก 27.6 กิโล​กรัม
– ทอง​คำ​ที่​ใช้​ทำ​ถ้วย​ทั้ง​หมด​หนัก 1.32 กิโล​กรัม
– สัตว์​สำหรับ​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว มี​ โค​ผู้​ 12 ​ตัว แกะ​ผู้​ 12 ​ตัว ลูก​แกะ​ผู้​อายุ​ 1 ​ปี​ 12 ​ตัว​ พร้อม​กับ​ธัญ​บูชา
– สัตว์สำหรับ​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป มี แพะ​ผู้​ 12 ตัว​
– สัตว์สำหรับศานติ​บูชา ​มี​โค​ผู้ 24 ตัว แกะ​ผู้ 60 ​ตัว แพะ​ผู้ 60 ตัว และ​ลูก​แกะ​ผู้​อายุ 1 ​ปี​ 60 ​ตัว

เมื่อ​โมเสส​เข้า​ไป​ใน​พลับพลา​เพื่อ​จะ​กราบ​ทูล​พระ​เจ้า
โมเสสก็​ได้​ยิน​พระ​สุรเสียง​ของพระเจ้าตรัสจาก​พระ​ที่​นั่ง​กรุณา ซึ่ง​อยู่​บน​หีบพันธสัญญา
และ​พระ​เจ้าทรง​สนทนา​กับ​โมเสส

1. เมื่อโมเสสได้รับของถวายจากผู้นำ 12 คน เป็น เกวียน 6 เล่ม และ โค 12 ตัว แล้ว
โมเสสไม่ได้มอบให้แก่คนโคฮาท เพราะในการเคลื่อนย้ายหีบพันธสัญญา และเครื่องใช้ในพลับพลานั้น ห้ามใส่เกวียนขน แต่ให้ใช้คนหามไป

เรื่องนี้เป็นคำอธิบาย สำหรับกรณีที่ดาวิดใช้คนไปนำหีบพันธสัญญามาจากบ้าน​อา​บี​นา​ดับ เพื่อนำไปยังเยรูซาเล็ม(1ซมอ.6) แต่ไม่สำเร็จ
เพราะว่าในครั้งแรกนั้น ดาวิดใช้เกวียนไปขนมา
และครั้งที่ 2 สำเร็จ เพราะดาวิดไปด้วยตนเอง และให้คนหามหีบพันธสัญญา มาเยรูซาเล็ม

2. ผู้นำ 12 คนนี้ พระเจ้าเป็นผู้เลือกมาเอง สังเกตได้ว่า เป็นคนที่มีหัวใจรักพระเจ้า ถวายของมากมายแด่พระเจ้า ซึ่งต่างจากผู้นำ 12 คน ใน กดว.13 ที่ส่งไปเป็นผู้สอดแนม ซึ่งพวกนั้นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้เรื่องในฝ่ายวิญญาณ

การเลือกสิ่งใดๆก็ตาม หากเราให้พระเจ้าทรงนำ ทีละขั้นทีละตอน ทีละย่างก้าว เราย่อมสามารถเลือกได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมที่สุดเสมอ

3. ของที่ผู้นำแต่ละคนนำมาถวายนั้น ในพระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่า พระเจ้าระบุให้พวกเขาถวายอะไร แต่ดูเหมือนพวกเขาถวายเหมือนกันหมดเลย ทุกคน
ซึ่งอาจจะเป็นเพราะพวกเขาสอบถามกัน หรือเป็นการดลใจจากพระเจ้า ให้พวกเขาเลือกเหมือนกันหมด

ภาพนี้ชี้ให้เห็นถึงคุณภาพของผู้นำกลุ่มนี้ ว่ามีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และทำตามการทรงนำของพระเจ้า

4. ของที่ผู้นำแต่ละคนนำมาถวาย พระคัมภีร์บอกว่า เป็นของพวกเขาเอง ซึ่งดูจากรายการแล้ว ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับคน 1 คน แสดงให้เห็นถึงหัวใจของการถวายด้วยใจกว้างขวางของพวกเขา

ผู้นำที่ดีต้องมีหัวใจในการถวายสิ่งต่างๆแด่พระเจ้า ด้วยเต็มใจ

5. สัตว์ถวายที่ผู้นำ 12 คนนี้ นำมาถวาย น่าสนใจมาก
เป็น สัตว์สำหรับ ลบล้างบาป 1 ตัว (เครื่องบูชาลบล้างบาป)
เป็น สัตว์สำหรับ ขอบพระคุณ 3 ตัว (เครื่องบูชาเผาทั้งตัว)
เป็น สัตว์สำหรับ ถวายด้วยใจสมัคร 17 ตัว (เครื่องศานติบูชา)

น่าจะใช้เป็นแนวทางในการอธิษฐานกับพระเจ้า หรือทำสิ่งใดๆถวายแด่พระเจ้า
การอธิษฐานสารภาพเป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็ไม่ต้องมากเหทือนอย่างอื่น เพราะพระเยซูชำระบาปของเราแล้ว
การขอบคุณพระเจ้า ควรมีมากๆในชีวิตของเรา มากกว่าสารภาพ 3เท่าไปเลย
การทำสิ่งใดแด่พระเจ้าสิ่งที่ควรเน้นมากที่สุด คือ ท่าทีในใจของเรา ทำอย่างเต็มใจ ทำแด่พระเจ้าที่เรารัก

6. ของถวาย จาก คน 12 คน คือ
เงิน​ 27.6 กิโล​กรัม , ทอง​คำ 1.32 กิโล​กรัม และ สัตว์​ 252 ​ตัว
ซึ่งมากเพียงพอ สำหรับการถวายเครื่องบูชา ตลอด 12 วัน ในพิธี​มอบ​ถวาย​แท่น​บูชา​

พระเจ้าไม่จำเป็นต้องใช้คนมาก ขอเพียงเป็นคนที่เต็มใจถวายทั้งสิ้นแด่พระเจ้า แม้จำนวนไม่มาก ก็มากเพียงพอสำหรับการทำให้พระราชกิจของพระองค์นั้นสำเร็จ

7. ลำดับของการถวายในครั้งนี้ หัวหน้าเผ่ายูดาห์ถวายเป็นคนแรก
น่าจะเป็นภาพเล็งถึง เครื่องบูชาที่ถวาย ที่ได้รับการยอมรับอันแรกมาจากเผ่ายูดาห์ แล้วการยอมรับของถวายจากเผ่าอื่นๆตามมา
เชื้อสายของพระเยซูคริสต์ ถ้านับจากลำดับพงศ์พันธุ์ ทรงมาจากเผ่ายูดาห์

8. ทั้งที่ผู้นำทั้ง 12 คน เป็นผู้ถวายสิ่งของมากมาย แต่ปรากฏว่า โมเสสกลับเป็นคนเดียวที่ได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า ได้สนทนากับพระเจ้า

การถวายของผู้นำเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ดี ที่พระเจ้าพอพระทัย
แต่ก็เป็นอำนาจอธิปไตยของพระเจ้า ที่จะให้ใครเข้าเฝ้าพระองค์ ไม่ได้ขึ้นกับปริมาณของถวายหรือคุณงามความดีที่เขาทำ

วันนี้ เราได้รับพระคุณของพระเจ้า ทำให้เราสามารถมีสิทธิเข้าเฝ้าพระเจ้าได้ ไม่ใช่เพราะความดีของเรา แต่เป็นพระคุณของพระองค์

คำคม

“ การใช้สิ่งที่มีอย่างฉลาดที่สุด คือ ใช้เพื่อพระเจ้า ”

สรุป กันดารวิถี 6

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งเกี่ยวกับการปฏิญาณตนเป็นนาศีร์ และทรงสั่งให้ปุโรหิตอวยพรประชาชน

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers06-82391

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 6 นอกจากพระเจ้าจะตรัสสั่งเกี่ยวกับกฏเกณฑ์ของผู้มีมลทิน และภรรยาที่นอกใจแล้ว พระองค์ยังตรัสเกี่ยวกับการเป็นนาศีร์ และการอวยพรประชาชน ไว้ดังนี้

การปฏิ​ญาณเป็นนาศีร์
– เมื่อชาย​หรือหญิง​คนใด ​ได้​ปฏิ​ญาณ​ตนเป็น​นา​ศีร์ ​​ถวาย​แด่​พระเจ้า ตลอด​เวลา​ที่​ปฏิ​ญาณไว้นั้น
– ​ให้​คน​นั้น งด​รับ​ประ​ทาน​สิ่ง​ใด​ที่​ได้​จาก​ต้น​องุ่น
– ห้าม​มิให้ตัดผม หรือให้มีด​โกน​ถูก​ศีรษะ​ของ​เขา​
– เขา​ต้อง​ไม่​เข้า​ใกล้​ซาก​ศพ​
– ถ้า​มี​คน​มา​ตาย​อยู่​ชิด​ตัว​เขา​อย่าง​ปัจจุ​บัน​ทัน​ด่วน เขา​ต้อง​โกน​ศีรษะ​ของ​เขา​ ใน​วัน​ที่7 และ​ใน​วัน​ที่​ 8 เขา​ต้อง​นำ​นก​เขา หรือ​ลูก​นก​พิราบ​ 2 ​ตัว มาเป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป และ​เป็น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​เพื่อ​ลบ​มล​ทิน​ให้​เขา และ​เขา​ต้อง​ชำระ​ศีรษะ​ให้​บริ​สุทธิ์​ใน​วัน​นั้น
แล้วเขา​จะ​ต้อง​ปลีก​ตัว​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า เป็น​นาศีร์​ ใหม่​อีก​ครั้ง​หนึ่ง
ส่วน​ช่วง​เวลา​​ก่อน​หน้า​นี้​ให้​ถือ​ว่า​เป็น​โมฆะ
– เมื่อ​​ครบ​กำหนด​แล้ว ให้เขานำ ลูก​แกะผู้​อายุ 1 ​ปี 1ตัว , ลูก​แกะเมีย​อายุ​ 1 ​ปี ​1ตัว และแกะผู้ 1 ตัว และ​ขนม​ไร้​เชื้อ​ 1 กระ​จาด​ พร้อม​กับ​ธัญ​บูชา​และ​เครื่อง​ดื่ม​บูชา มาให้ปุโรหิต​
– แล้ว​ปุโร​หิต​จะ​ถวาย​ของ​เหล่า​นี้​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า ทั้ง​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป​และ​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว ​ศานติ​บูชา ​ธัญ​บูชา​และ​เครื่อง​ดื่ม​บูชา แด่พระเจ้า
– แล้ว​ผู้​เป็น​นาศีร์​จะ​โกน​ศีรษะ​ และ​นำ​เอา​ผม​​ใส่​ใน​ไฟ​ที่​อยู่​ใต้​ศานติ​บูชา
– แล้ว​ปุโร​หิต​จะโบก​ถวาย​เครื่องบูชา แด่​พระ​เจ้า
– หลัง​จาก​นี้​ผู้​เป็น​นาศีร์​ก็​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​ได้

คำอวยพรของปุโรหิต
พระเจ้าสั่งให้ อาโรน​และ​บุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา​ อวย​พร​คน​อิส​รา​เอล ดังนี้ แล้วพระเจ้าจะทรงอวยพรคนอิสราเอล
“ขอ​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​อวย​พร​ท่าน และ​พิทักษ์​รักษา​ท่าน
ขอ​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​ให้​พระ​พักตร์​ของ​พระ​องค์​ทอ​แสง​แก่​ท่าน และ​ทรง​พระ​กรุ​ณา​ท่าน
ขอ​พระ​ยาห์​เวห์​เงย​พระ​พักตร์​ของ​พระ​องค์​ต่อ​ท่าน และ​ประ​ทาน​สวัสดิ​ภาพ​แก่​ท่าน”

1. คนที่ปฏิ​ญาณ​ตนแด่พระเจ้า พระเจ้าทรงถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่พวกเขาจะทำตามสิ่งที่ได้ปฏิ​ญาณ​เอาไว้
พระเจ้าไม่ประสงค์ให้ประชากรของพระเจ้าเป็นผู้ที่รักษาคำสัญญา

เราเคยสัญญาที่จะถวายชีวิตของเราแด่พระเจ้า เชื่อฟังพระองค์ ทำตามน้ำพระทัยของพระองค์
วันนี้ พระองค์ประสงค์ให้เรายังคงรักษาสัญญานั้นอย่างมั่นคง

2. นาศีร์ที่โดดเด่นในพระคัมภีร์ คือ แซมสัน
วนฉ. 13:5 เพราะ​นี่​แน่ะ เจ้า​จะ​ตั้ง​ครรภ์​และ​คลอด​บุตร​ชาย อย่า​ให้​มีด​โกน​ถูก​ศีรษะ​ของ​เขา เพราะ​เด็ก​นั้น​จะ​เป็น​นา​ศีร์​แด่​พระ​เจ้า​ตั้ง​แต่​เกิด และ​เขา​จะ​เริ่ม​ช่วย​กู้​คน​อิส​รา​เอล​ให้​พ้น​จาก​มือ​ของ​คน​ฟี​ลิส​เตีย

3. พระเจ้าทรงสั่งให้ปุโรหิตอวยพรประชาชน แล้วประชาชนจะได้รับพระพร
เราเป็นปุโรหิตหลวงของพระเจ้า
1ปต. 2:9 “แต่​พวก​ท่าน​เป็นพงศ์​พันธุ์​ที่​ทรง​เลือก​สรร เป็น​พวก​ปุโร​หิต​หลวง…”
ดังนั้นสมควรอย่างยิ่งที่เราจะอธิษฐานอวยพระพรแก่ผู้อื่น เพราะนั่นจะเป็นการนำพระพรจากพระเจ้าไปสู่ชีวิตของเขา

คำคม

“ ขอ​พระ​เจ้าทรง​อวย​พร​ และ​พิทักษ์​รักษา​ท่าน
ขอ​พระเจ้าสถิตกับท่าน และ​ทรง​พระ​กรุ​ณา​ท่าน
ขอ​พระ​เจ้าสดับคำอธิษฐาน และ​ประ​ทาน​สวัสดิ​ภาพ​แก่​ท่าน ”

สรุป กันดารวิถี 5

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอลเรื่องกฏเกณฑ์เกี่ยวกับสิ่งมลทิน การกระทำผิด และภรรยาที่นอกใจสามี

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers05-82139

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 5 เมื่อพระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับหน้าที่ของคนเลวีแล้ว พระองค์ก็ทรงสั่งเกี่ยวกับเรื่องกฏเกณฑ์ของมลทินและความผิดต่างๆดังนี้

คนที่เป็นมลทิน
– ให้​ย้าย​​คน​โรค​เรื้อน ​ และ​คน​ที่​เป็น​มล​ทิน​เพราะ​ถูก​ต้อง​ซาก​ศพ ​ ทุกคนไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ออก​ไป​นอก​ค่าย

คนที่ทำผิดต่อผู้อื่น
– ให้​คน​นั้น​สาร​ภาพ​ความ​บาป​ที่​ได้​ทำ และ​ให้ชด​ใช้ค่าเสียหายและ​เพิ่ม​อีก​20% แล้ว​มอบ​ให้​แก่​คน​ที่เขา​ได้​ล่วง​ละเมิดนั้น
– ถ้า​คน​นั้นตายไปและ​ไม่​มี​ญาติ​สนิท​ที่​จะ​รับ​ค่า​ชด​ใช้ ก็​ให้​ถวาย​ค่า​ชด​ใช้​นั้น​แด่​พระเจ้า พร้อม​ทั้ง​แกะ​ผู้​สำหรับ​ลบ​มล​ทิน​บาป

สิ่งของที่ถวายแด่พระเจ้า
– เครื่อง​ถวาย​ที่​นำ​มา​ให้​แก่​ปุโร​หิต​ทำพิธีต่างๆ จะตกเป็น​ของ​ปุโร​หิต

ภรรยาที่นอกใจ
– ถ้าใครสงสัยว่า ​ภรรยา​ของตนหลง​ผิด​และประ​พฤติ​นอก​ใจ​สามี แต่ไม่มีหลักฐาน
และความสงสัยนั้น รบกวนจิตใจของ​สามี
– ให้​ชาย​นั้น​พา​ภรรยา​ของ​เขาและ​แป้ง​บาร์​เลย์​ 1 ​กิโล​กรัม​​ไป​หา​ปุโร​หิต
– ปุโร​หิต​จะนำภาชนะ​ดิน ​ใส่น้ำ​ศักดิ์​สิทธิ์​ โรยด้วย​ผง​คลี​จาก​พื้น​พลับ​พลา​ ลงไป
– ให้หญิงนั้นแก้​มวย​ผม​​ออก
– แล้ว​​ให้​นาง​ถือธัญบูชา​ไว้
– ปุโร​หิต​จะ​ให้​นาง​สาบาน​ ​ว่า ถ้า​นางไม่ได้ล่วงประเวณีกับชายอื่น ก็ขอ​ให้​พ้น​จาก​น้ำ​แห่ง​ความ​ขม​ขื่น​นี้
แต่​ถ้านางได้ล่วงประเวณีกับชายอื่น ก็ขอ​พระ​เจ้าทรง​ทำ​ให้​นาง​เป็น​คำ​แช่งและ​คำ​สาป​ โดย​การ​ที่​พระเจ้า​ทรง​ทำ​ให้​มดลูก​ของนางลีบ และ​ท้อง​​ป่อง
– และ​หญิง​นั้น​จะ​ต้อง​พูด​ว่า ‘อาเมน อาเมน’
– แล้ว​ปุโร​หิต​จะ​เขียน​คำ​สาป​นี้​ลง​ใน​หนัง​สือ​ม้วน แล้ว​ลบ​ข้อ​ความ​นั้น​ออก​ใน​น้ำ​แห่ง​ความ​ขม​ขื่น
– จาก​นั้น​ให้​หญิง​นั้น​ดื่ม​น้ำ​แห่ง​ความ​ขม​ขื่น​นั้น
– ถ้า​นาง​ประ​พฤติ​นอก​ใจ​สามี น้ำ​นั้นจะ​ทำ​ให้​เจ็บ​ปวด​มาก ท้อง​ของ​นาง​จะ​ป่อง​และ​มดลูก​จะ​ลีบ​ไป และ​นาง​จะ​เป็น​ที่​แช่ง​สาป​ท่าม​กลาง​ชน​ชาติ​ของ​นาง
– แต่ถ้า​หญิง​นั้น​ไม่​ได้​มี​มล​ทิน​และ​นาง​บริ​สุทธิ์ นาง​ก็​จะ​พ้น​ความ​ผิด​และ​ตั้ง​ครรภ์

1. คนที่เป็นมลทินนั้น จำเป็นต้องให้แยกออกไปอยู่นอกค่าย ยังเคลื่อนไปพร้อมกับชุมชนได้ แต่ต้องอาศัยอยู่รอบนอกของค่าย

คนที่อยู่นอกค่ายยังมีสิทธิได้รับอาหาร ได้รับมานาจากสวรรค์ ได้รับพระเมตตาจากพระเจ้า
แต่ก็ไม่สามารถเข้ามาอยู่ท่ามกลางชุมชนของพระเจ้าได้
เพื่อไม่ให้มลทินนั้นแพร่กระจายไปทั่วชุมชน

คนที่ได้ชื่อว่าเป็นประชากรของพระเจ้า แต่ยังดำเนินชีวิตอยู่ในบาป ไม่ยอมกลับใจ
เรายังสมควรรัก และให้โอกาสแก่พวกเขา
แต่ขณะเดียวกันต้องระวังตนเอง ไม่ให้ไปติดเชื้อนิสัยบาปของพวกเขา

เหมือนใน กท. 6:1 ที่กล่าวว่า “พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย แม้​จับ​ใคร​ที่​ละเมิด​ประ​การ​ใด​ได้ พวก​ท่าน​ซึ่ง​อยู่​ฝ่าย​พระ​วิญ​ญาณ จง​ช่วย​คน​นั้น​ด้วย​ใจ​สุภาพ​อ่อน​โยน​ให้​เขา​กลับ​ตั้ง​ตัว​ใหม่ โดย​คิด​ถึง​ตัว​เอง เกรง​ว่า​ท่าน​จะ​ถูก​ทด​ลอง​ด้วย”

2. คนที่ทำผิดบาปต่อผู้อื่นนั้น ไม่ใช่แค่มาสารภาพบาปต่อพระเจ้าเท่านั้น
พระเจ้าประสงค์ให้ เขาทำอะไรบางอย่างเพื่อเป็นการแก้ไขความเสียหายที่เกิดจากการกระทำของเขาด้วย

หากเราทำผิดต่อพี่น้อง การสารภาพบาปต่อพระเจ้าเป็นสิ่งที่ดีมาก
แต่พระเจ้ายังประสงค์ให้เราทำอะไรบางอย่าง เพื่อแก้ไขความเสียหายที่เราก่อเอาไว้ด้วย
ซึ่งเป็นการแสดงการกลับใจอย่างแท้จริง

3. กฏเกณฑ์เรื่องภรรยาที่นอกใจสามี เป็น​กฎ​เกณฑ์​ที่​ช่วย​ป้อง​กัน​ไม่​ให้​มี​การล่วงประเวณี เพราะผู้หญิงจะตระหนักว่า ต่อให้ไม่มีใครรู้ แต่พระเจ้าผู้ทรงทราบทุกสิ่งจะเป็นผู้ตัดสินเอง
​ขณะเดียวกันก็เป็นกฏที่เต็มไปด้วยความเมตตาและเข้าใจ หัวอกผู้หญิง
กฏนี้เป็นการ​ป้อง​กัน​ไม่​ให้​ผู้​ชาย​ทำ​ร้าย​ภรรยา​ หรือ​ใช้​การระแวงเป็น​ข้อ​อ้าง​ในการหย่า​ภรรยา​
และป้องกันไม่ให้สามีภรรยาต้องอยู่ด้วยกันด้วยความระแวงสงสัย

กฏเกณฑ์ของพระเจ้ายุติธรรมและดีรอบคอบเสมอ
เมื่อเราเชื่อฟังทำตามพระคำของพระเจ้า เราจะพบสิ่งดีและได้รับพระพรเสมอ

คำคม

“ พระเจ้าทรงทราบทุกสิ่ง ไม่มีสิ่งใดปิดบังไว้จากพระเจ้าได้

สรุป กันดารวิถี 4

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงกำหนดหน้าที่ของคนเลวี ในการรับใช้พระเจ้าและในการขนย้ายพลับพลา

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers04-81917

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 4 เมื่อพระเจ้าสั่งโมเสสให้กำหนดคนเลวีเป็นส่วนของพระเจ้า เพื่อเป็นตัวแทนคนอิสราเอลทั้งหมดในการรับใช้พระเจ้าเกี่ยวกับพลับพลาแล้ว
พระองค์ได้ตรัสสั่งเกี่ยวกับรายละเอียดงานรับใช้ของพวกคนเลวีดังนี้

พระ​เจ้าให้​โมเสส​และ​อาโรน​ ทำ​สำ​มะ​โน​ครัว​ของคนเลวี ​ที่​มี​อายุ 30-50 ปี
คือ​ทุก​คน​ที่​ทำ​หน้า​ที่​ได้ เพื่อ​ทำ​งาน​ใน​เต็นท์​นัด​พบ

วงศ์​วาน​โคฮาท​ นับได้ 2,750 คน
รับผิดชอบ​ในการเคลื่อนย้าย​สิ่ง​บริ​สุทธิ์​ที่​สุดทั้งหลาย ภายในพลับพลา
เมื่อ​จะ​เคลื่อน​ย้าย​ค่าย ให้ทำดังนี้
1. หีบพันธสัญญา
– ให้​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา​ปลด​ม่านกั้นอภิสุทธิสถาน​ออก
– แล้ว​นำ​มา​คลุม​หีบพันธสัญญาไว้
– แล้วคลุมด้วย​หนัง​อย่าง​ดี​ และผ้า​สี​ฟ้า​ล้วน​
– แล้ว​สอด​คาน​หาม
2. โต๊ะขนมปัง
– ให้​​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา ​เอา​ผ้า​สี​ฟ้า​ปู​ลง​บน​โต๊ะ​ขนม​ปัง​
– แล้ว​วาง​จาน ชาม​เล็ก อ่าง ​คนโท​ และขนมปัง ลง​บน​นั้น
– แล้วคลุมด้วย​ผ้า​สี​แดง และ​​หนัง​อย่าง​ดี​
– แล้ว​สอด​คาน​หาม
3. คันประทีป
– ให้​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา เอา​ผ้า​สี​ฟ้า​คลุม​คัน​ประ​ทีป และอุปกรณ์​ทุก​ชิ้น​ที่​ใช้​กับ​คัน​ประ​ทีป
– แล้วคลุมด้วย​หนัง​อย่าง​ดี​
– แล้ว​ใส่​ไว้​บน​โครง​หาม
4. แท่นเผาเครื่องหอม
– ให้​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา เอา​ผ้า​สี​ฟ้า​ปู​บน​แท่น​บูชา​ทอง​คำ
– แล้วคลุมด้วย​หนัง​อย่าง​ดี​
– แล้ว​สอด​คาน​หาม
5.​ ภาช​นะ​อื่นๆที่ใช้ในพลับพลา​
– ให้​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา เอาภาช​นะ​อื่นๆที่ใช้ในพลับพลาไป​วาง​บน​ผ้า​สี​ฟ้า
– แล้ว​คลุม​ด้วย​หนัง​อย่าง​ดี
– ​แล้ว​ใส่​ไว้​บน​โครง​หาม
6. แท่นเผาบูชา
– ให้​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา เอา​ขี้​เถ้า​ออก​จาก​แท่น​บูชา
– แล้ว​เอา​ผ้า​สี​ม่วง​ปู​บน​แท่น​นั้น
– แล้ว​เอา​ภาช​นะ​ทั้ง​หมด​ของ​แท่น ​วาง​ไว้​บน​แท่น
– แล้ว​เอา​หนัง​อย่าง​ดี​คลุม
– แล้ว​สอด​คาน​หาม
7. เมื่อ​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา คลุม​ทุกอย่างเสร็จแล้ว หลัง​จาก​นั้น​วงศ์​วาน​โค​ฮาท​จึง​เข้า​มา​หาม
แต่​ห้าม​พวก​เขา​แตะ​ต้องของ​บริ​สุทธิ์เหล่านั้น หรือมอง​ของ​บริ​สุทธิ์​แม้​แต่​แวบ​เดียว ​​เพื่อ​จะ​ไม่​ต้อง​ตาย
8. เอ​เล​อา​ซาร์​บุตร​ชาย​ของ​อาโรน ​จะเป็นผู้​ดู​แล​น้ำ​มัน​สำหรับ​จุด​ตะ​เกียง เครื่อง​หอม เครื่อง​ธัญ​บูชา​เนือง​นิตย์ และ​น้ำ​มัน​เจิม และดูแลการเคลื่อนย้ายสิ่งของในพลับพลาทั้งหมด

วงศ์​วาน​เกอร์​โชน นับได้ 2,630 คน
รับผิดชอบ​ในการเคลื่อนย้าย​ม่านและเต็นท์พลับพลา
เมื่อ​จะ​เคลื่อน​ย้าย​ค่าย ให้ทำดังนี้
1. ให้พวกเขาถอดม่าน​และเต็นท์ของ​พลับ​พลา แล้วคลุมด้วย​ผ้า​คลุม​และ​หนัง​อย่าง​ดี​
2. ให้พวกเขาคลุมอุปกรณ์​เครื่อง​ใช้​ทั้ง​หมด ด้วย​ผ้า​คลุม​และ​หนัง​อย่าง​ดี​
3. งานทั้งหมดนี้ให้อยู่​ภาย​ใต้​อิธา​มาร์​บุตร​ชาย​ของ​​อาโรน

วงศ์​วาน​ของ​เม​รา​รี​ นับได้ 3,200 คน
รับผิดชอบ​ในการเคลื่อนย้าย​ไม้และฐานรองต่างๆของพลับพลา
เมื่อ​จะ​เคลื่อน​ย้าย​ค่าย ให้ทำดังนี้
1. ให้พวกเขาทำหน้าที่รื้อและขน กรอบ​ไม้​พลับ​พลา ไม้​กลอน ไม้​เสา ​ฐาน​รอง หลัก​หมุด​และ​เชือก​โยง รวม​ทั้ง​อุป​กรณ์​ทั้ง​หมด​และ​ทุก​สิ่ง​ที่​เกี่ยว​กับ​การ​ใช้​งาน​ของ​เสา
2. สิ่งของเหล่านี้จะถูก​ระบุ​ชื่อ​​สิ่ง​ของเอาไว้ เพื่อป้องกันการซ้ำซ้อนกับงานของวงศ์วานเกอร์โชม ​พวก​เขา​ต้อง​หามเฉพาะสิ่งที่ได้ระบุชื่อไว้
3. งานของพวกเขาจะอยู่ภาย​ใต้​การ​ดู​แล​ของ​อิธา​มาร์​บุตร​ชาย​ของ​ปุโร​หิต​อาโรน”

รวมจำนวนคนเลวี ที่​เข้า​ไป​ทำ​งาน​ใน​งาน​ปรน​นิบัติ​และ​ทำ​งาน​ขน​สัม​ภาระ​ได้​ มี 8,580 คน

1. การเคลื่อนย้ายพลับพลาขนาดเพียง 30 x 15 เมตร และเครื่องใช้ต่างๆของพลับพลา เพียงไม่กี่อย่าง
แต่ใช้คนทำงานถึง 8,580 คน
ช่างเป็นงานที่อลังการจริงๆ

การทำสิ่งใดถวายแด่พระเจ้า ต้องทำอย่างดีที่สุด

2. วงศ์วานโคฮาท มี 8,600 คน เข้าเกณฑ์รับใช้ได้มี 2,750 คน อายุน้อยไปหรือมากไป 5,850 คน
วงศ์วานเกอร์โชม มี 7,500 คน เข้าเกณฑ์รับใช้ได้มี 2,630 คน อายุน้อยไปหรือมากไป 4,870 คน
วงศ์วานเมรารี มี 6,200 คน เข้าเกณฑ์รับใช้ได้มี 3,200 คน อายุน้อยไปหรือมากไป 3,000 คน
มีผู้ชาย เลวีอยู่ 22,000 คน ที่เป็นตัวแทนคนอิสราเอลทั้งหมด
แต่มีเพียง 8,580 คน เท่านั้นที่จะมีส่วนรับใช้พระเจ้าได้ในช่วงเวลานั้น

พระเจ้ามีเวลาสำหรับแต่ละคนในการรับใช้พระเจ้าในบทบาทหน้าที่ต่างๆ
วันนี้ ถ้าเป็นเวลาที่เราจะรับใช้อะไรได้ จงทำอย่างสุดกำลัง
วันนี้ ถ้าเป็นเวลาที่เราต้องรอคอย จงเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันเวลาที่จะมาถึง

3. พระเจ้าสั่งโมเสสให้เตือนวงศ์วานโคฮาท ผู้มีหน้าที่ขนสิ่งของในพลับพลา ซึ่งถือว่าบริสุทธิ์ที่สุด
ว่า อย่าแตะต้องหรือจ้องมองของบริสุทธิ์เหล่านั้น มิฉะนั้นจะตาย
เรื่องนี้น่าสนใจมาก ใน
อพย. 29:37 “…แท่น​นั้น​จะ​บริสุทธิ์​ที่​สุด สิ่ง​ใดๆ ที่​ถูก​ต้อง​แท่น​นั้น​ก็​จะ​บริ​สุทธิ์​ด้วย”

ถ้าคนโคฮาทไปแตะต้องแท่น ก็น่าจะดีนี่นา น่าจะทำให้พวกเขาบริสุทธิ์ แต่ทำไมกลับจะทำให้พวกเขาตาย?
แล้วทำไมพวกปุโรหิตอย่างลูกหลานของอาโรน จึงแตะได้แล้วไม่ตาย?

ที่คนโคฮาทแตะไม่ได้ เพราะพวกเขาไม่บริสุทธิ์ พอแตะของบริสุทธิ์ พวกเขาจึงต้องตาย เพราะบริสุทธิ์ไม่พอที่จะรับความบริสุทธิ์ที่สุดเข้ามาในตัวได้
พวกปุโรหิตแตะได้ เพราะพวกเขาบริสุทธิ์ ไม่ใช่เพราะพวกเขานิสัยดีกว่าคนเลวี แต่เพราะว่าพระเจ้าเจิมพวกเขาให้พวกเขาบริสุทธิ์

วันนี้ เราอาจจะยังคงมีนิสัยที่ไม่ดีอีกหลายอย่างที่ต้องเปลี่ยนแปลง
แต่โดยการเจิมโดยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ในจิตวิญญาณของเรา
เราจึงกลายเป็นผู้มีจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์แล้ว
สามารถเข้าใกล้พระเจ้า สามารถสัมผัสความบริสุทธิ์ของพระองค์ได้
ด้วยการอธิษฐานต่อพระองค์ รับฟังถ้อยคำของพระองค์ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดติดสนิทกับพระองค์ได้

คำคม

“ โอกาสในการรับใช้พระเจ้า ไม่ได้มีตลอดไป ”

สรุป กันดารวิถี 3

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งให้โมเสสแยกคนเลวีออกมาเป็นพิเศษ เพื่อเป็นตัวแทนของคนอิสราเอลทั้งหมดในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers03-81815

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 3 เมื่อพระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอลเรื่องการตั้งค่ายแล้ว พระองค์ทรงสั่งเกี่ยวกับเรื่องของคนเลวี ดังนี้

คนเลวีที่เป็นเชื้อสายของ​อาโรน ให้ทำหน้าที่เป็นปุโรหิต
– ​อาโรนมีบุตรชาย 4 คน ​คือ นา​ดับ อา​บีฮู เอ​เล​อา​ซาร์ และ​อิธา​มาร์
– แต่​นา​ดับ​และ​อา​บีฮู​ ตายเพราะนำ​ไฟ​ที่​ต้อง​ห้าม​มา​ถวาย​พระเจ้า
– ดัง​นั้น​จึงเหลือแต่ เอ​เล​อา​ซาร์​และ​อิธา​มาร์ ​​ทำ​หน้า​ที่​ปุ​โร​หิต​ ใน​ความ​ดูแล​ของ​อาโรน

คนเลวีคนอื่นๆ
– ให้​เป็น​ผู้​ช่วย​อาโรน และบุตรของอาโรน
– ​​ทำงาน​รับ​ใช้​ที่​พลับ​พลา
– ดู​แล​เครื่อง​ใช้​ทุก​อย่าง​ของพลับพลา

​คน​เลวีถูกเลือกจาก​ท่าม​กลาง​คน​อิส​รา​เอล เพื่อ​แทน​บรรดา​บุตร​หัว​ปี​ของ​คน​อิส​รา​เอลทั้งหมด
คน​เลวี​จึง​เป็น​ของ​พระเจ้า

พระเจ้าสั่งให้นับ​พงศ์​พันธุ์​เลวี​ ​ทุก​คน​ที่เป็นผู้​ชาย ​อายุ​ตั้ง​แต่​ 1 ​เดือน​ขึ้น​ไป ได้ผลออกมาดังนี้
เลวี มีบุตรชาย 3 คน คือ เกอร์​โชน โค​ฮาท และ​เม​รา​รี
– บุตรของ​เกอร์​โชน​​ คือ ลิบนี และ​ชิ​เม​อี
– บุตรของ​โค​ฮาท​ คือ อัม​ราม อิส​ฮาร์ เฮ​โบรน และ​อุส​ซี​เอล
– บุตรของ​เม​รา​รี​ ​คือ มาลี และ​มูชี

คนใน​ตระ​กูล​เกอร์​โชน
– นับได้ 7,500 คน
– ให้​ตั้ง​ค่าย​พัก​อยู่​​ ด้าน​ตะวัน​ตกของพลับ​พลา ​
– ผู้นำ คือ ​เอ​ลี​ยา​สาฟ
– งาน​ได้แก่ งาน​พลับ​พลา , งาน​เต็นท์ , เครื่อง​คลุม​เต็นท์ และ​ม่าน​ต่างๆโดยรอบ รวม​ทั้ง​งาน​รับ​ใช้​ทุก​อย่าง​ที่​เกี่ยว​กับ​ส่วน​นี้

คนใน​ตระ​กูลโค​ฮาท​
– นับได้ 8,600 คน
– ให้​ตั้ง​ค่าย​พัก​อยู่​ ด้าน​ใต้​ของ​พลับ​พลา
– ผู้นำ คือ เอลี​ซา​ฟาน​
– งานได้แก่ ​ดูแล​หีบ​พระ​บัญ​ญัติ และสิ่งของต่างๆในสถานนมัสการ รวม​ทั้ง​งาน​รับ​ใช้​ทุก​อย่าง​ที่​เกี่ยว​กับ​ส่วน​นี้
– ให้เอ​เล​อา​ซาร์​บุตร​ของ​อาโรน ​เป็น​ผู้​นำ​สูง​สุด​อยู่​เหนือ​
​คน​เลวี​และ​เป็น​ผู้​กำกับ​การ​ปฏิ​บัติ​งาน​ใน​สถาน​นมัส​การ

คนใน​ตระ​กูล​เม​รา​รี​
– นับได้ 6,200 คน
– ให้​ตั้ง​ค่าย​พัก​อยู่​ ด้านเหนือ​ของ​พลับ​พลา
– ผู้นำ คือ ​ศุ​รี​เอล​
– งานได้แก่ งาน​ดู​แล​ไม้​และฐานต่างๆ​ของ​พลับ​พลา รวม​ทั้ง​งาน​รับ​ใช้​ทุก​อย่าง​ที่​เกี่ยว​กับ​ส่วน​นี้

โมเสส​ และ​ อาโรน​กับ​​บุตร​หลาน​ของ​อาโรน
– ให้​ตั้ง​ค่าย​พัก​อยู่​หน้า​พลับ​พลา​ ด้าน​ตะวัน​ออก​
– งานได้แก่ การปฏิ​บัติงาน​ภาย​ใน​สถาน​นมัส​การ​ ส่วน​คน​อื่น​ที่​เข้า​มา​ใกล้​จะ​ต้อง​ถูก​ลง​โทษ​ถึง​ตาย

รวมผู้​ชาย​ทั้ง​หมดที่ถูกนับเป็นคนเลวี ​ที่​มี​อายุ​ตั้ง​แต่​ 1 เดือน​ขึ้น​ไป​มี 22,000 คน

เมื่อ​โมเสส​​นับ​บุตร​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ของ​คน​อิส​รา​เอล ตั้ง​แต่​ 1 ​เดือน​ขึ้น​ไป ได้ 22,273 คน
​พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ให้​เอา​คน​เลวี​แทน​บุตร​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ของ​คน​อิส​รา​เอล
และ​เอา​สัตว์​ของ​คน​เลวี​แทนสัตว์​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ของ​คน​อิส​รา​เอล
ส่วนคน​เลวี​จะ​เป็น​ของพระเจ้า

​ค่า​ไถ่​บุตร​หัวปี​ของ​คน​อิส​รา​เอล​จำนวน 273 คน ที่​เกิน​จาก​จำนวน​ผู้​ชาย​คน​เลวี​นั้น
ให้​เก็บ​เงิน​คน​ละ​ 5 ​เชเขล แล้ว​มอบให้​แก่​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา
โมเสส​จึง​เก็บ​เงิน​ค่า​ไถ่​จาก​คน​เหล่า​นั้น​ได้เป็น​เงิน 1,365 เชเขล
แล้ว​มอบเงินนั้น​แก่​อาโรน​และ​บุตร​ของ​เขา

1. พระเจ้าทรงให้การถวายตัวรับใช้พระเจ้าตลอดชีวิตของคนเลวี เป็นตัวแทนของการถวายบุตรหัวปีของคนอิสราเอลทั้งหมด
นั่นคือ คนเลวีรับใช้พระเจ้าเต็มเวลา แทนบุตรหัวปีของคนเผ่าอื่นๆ
ดังนั้น คนเผ่าอื่นๆ สมควรอย่างยิ่งที่จะดูแลเอาใจใส่ คนเลวีเหล่านั้น

เมื่อเราไม่สามารถทำงานรับใช้บางอย่างได้ แต่ก็ปรารถนาอยากจะรับใช้ในด้านนั้น
เราสามารถทำได้ โดยการสนับสนุนคนเหล่านั้นที่กำลังรับใช้พระเจ้าในด้านนั้นๆ ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง เช่น การถวาย , การอธิษฐานเผื่อ หรือการสนับสนุนด้านอื่นๆ

ในเมื่อเราไม่อาจไปเป็นมิชชันนารีได้ในเวลานี้ เป็นโอกาสดีอย่างยิ่งที่เราจะสนับสนุนการรับใช้ของมิชชันนารีเหล่านั้น ในฐานะที่พวกเขาเป็นตัวแทนของเรา นำข่าวประเสริฐไปยังกลุ่มที่เราเองไม่อาจเข้าถึงได้

2. จำนวนคนเลวี จากตระกูลเกอร์​โชน +โค​ฮาท + ​เม​รา​รี ที่นับได้ = 7,500+8,600+6,200 = 22,300 คน
แต่พระคัมภีร์บอกว่า คนที่ถูกนับเป็นคนเลวี ที่เป็นตัวแทนของคนอิสราเอลทั้งหมดนั้นมี 22,000 คน
น่าจะเป็นเพราะว่า ไม่นับบุตรหัวปีของคนเลวีเอง 300 คน
เพราะเลวีเอง ก็ต้องถวายบุตรหัวปีแด่พระเจ้าด้วยเช่นกัน
การนับจำนวนตัวแทนบุตรหัวปี จึงไม่นับบุตรหัวปีของคนเลวีเอง

แม้ว่าเรากำลังรับใช้พระเจ้าก็ตาม นั่นก็ไม่สามารถใช้มาเป็นข้ออ้างที่จะไม่ต้องทำตามกฏกติกาที่พระเจ้ากำหนดไว้สำหรับประชากรของพระองค์ได้ เพราะเราเองก็เป้นประชากรของพระองค์เหมือนกัน

คนที่ถือว่าตนเองได้รับใช้พระเจ้า ทำโน่นทำนี่ มากมาย
แล้วคิดว่าตนเองมีสิทธิพิเศษ ไม่จำเป็นต้องทำตามกฏเกณฑ์ของพระเจ้าได้นั้น
เขากำลังเข้าใจผิดอย่างยิ่ง

3. บุตรหัวปีของคนอิสราเอลมี 22,273 คน และคนเลวีที่จะเป็นตัวแทนบุตรหัวปี มีแค่ 22,000 คน
ช่างเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกันมากจริงๆ
(ความจริงถ้านับรวมบุตรหัวปีของคนเลวีด้วย จำนวนคนเลวีคือ 22,300 คน ซึ่งต่างจากบุตรหัวปีของคนอิสราเอลทั้งหมดแค่ 27 คน เท่านั้นเอง)
พระเจ้าทรงกำหนดทุกสิ่ง อย่างลงตัว ในแผนการของพระองค์
คนอิสราเอลทั้ง 3 ล้านกว่าคน มีบุตรชายหัวปีรวมกัน พอๆกับ บุตรชายของคนเลวี พอดี

การเกิด เวลาเกิด เพศที่เกิด และทุกอย่าง สำหรับชีวิตของเรา อยู่ในแผนการอันดีเลิศของพระเจ้าสำหรับชีวิตของเรา
วันนี้ ไม่ว่าเราเกิดมาเป็นเช่นไร อย่างไร พระเจ้ามีแผนการที่ดีเลิศเตรียมไว้สำหรับเรา

4. คนเลวีที่เป็นตัวแทนของคนอิสราเอล ขาดไปแค่ 273 คน จาก 22,273 คน คิดเป็นเพียง 1.23 % เท่านั้นเอง
ซึ่งเรื่องนี้ ผมเชื่อว่าเป็นการจงใจของพระเจ้า
เพื่อจะสอนคนอิสราเอลให้เข้าใจว่า การทำตามกฏเกณฑ์ของพระเจ้านั้น ต้องทำอย่างครบถ้วน
จะขาดๆ เกินๆ นิดหน่อย ก็ไม่ได้

เมื่อไม่ครบ พระเจ้าสั่งคนอิสราเอล ให้ทำอะไรบางอย่างเพื่อให้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามกฏเกณฑ์ของพระเจ้า

วันนี้ หากเป็นเหตุสุดวิสัย ที่เราไม่สามารถทำอะไรบางอย่าง ตามที่พระเจ้าบอกได้จริงๆ
สมควรอย่างยิ่งที่เราจะทูลถามพระองค์ว่า
แล้วพระองค์ประสงค์ให้เราทำเช่นไรต่อไป?
ไม่คิดไปเองว่า โอ้!!! สุดวิสัย ทำไม่ได้ จึงไม่ทำอะไรเลยก็แล้วกัน

คำคม

“ พระเจ้าทรงกำหนดเราไว้ เพื่องานพิเศษบางอย่าง ”

สรุป กันดารวิถี 2

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งคนอิสราเอลตั้งค่าย ตามที่พระเจ้ากำหนดเอาไว้อย่างเจาะจง

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers02-81711

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 2 หลังจากที่พระเจ้าทรงให้โมเสสทำสำมะโนประชากรแล้ว พระเจ้าทรงสั่งให้โมเสส​และ​อาโรน กำหนดการตั้งค่ายของเผ่าต่างๆในอิสราเอลดังนี้

ให้แต่​ละ​คน​ให้​อยู่​ตาม​ธง​ของ​ตัว​เอง ตาม​ธง​ตรา​สกุล​ของ​ตน ให้​ตั้ง​ค่าย​พัก​หัน​หน้า​เข้า​หาพลับพลา ตามกำหนดดังนี้

​ด้านทิศ​ตะวัน​ออก​ เรียกว่า ค่ายยูดาห์ ประกอบด้วย
– เผ่ายูดาห์​ มี นาโชน ​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 74,600 คน
– ​เผ่า​อิส​สา​คาร์​ มี นา​ธัน​เอล ​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 54,400 คน
– เผ่า​เศ​บู​ลุน มี เอ​ลี​อับ ​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 57,400 คน
รวมทหารทั้งสิ้น 186,400 คน

ด้านทิศใต้​ เรียกว่า ค่ายรูเบน ประกอบด้วย
– เผ่า​รูเบน มี เอลี​ซูร์ ​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 46,500 คน
– ​เผ่า​สิ​เม​โอน มี เช​ลู​มิ​เอล​​​ เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 59,300 คน
– เผ่า​กาด มี เอ​ลี​ยา​สาฟ ​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 45,650 คน
รวมทหารทั้งสิ้น 151,450 คน

เผ่า​เลวี​อยู่​ตรงกลาง ​ค่าย​ต่างๆ

ด้านทิศ​ตะวัน​ตก​ เรียกว่า ค่าย​เอฟ​รา​อิม​ ประกอบด้วย
– ​เผ่าเอฟ​รา​อิม​ มี เอ​ลี​ชา​มา ​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 40,500 คน
– เผ่า​มนัส​เสห์ มี กา​มา​ลิ​เอล ​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 32,200 คน
– ​เผ่า​เบน​ยา​มิน มี อา​บี​ดัน​ ​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 35,400 คน
รวมทหารทั้งสิ้น 108,100 คน

ด้านทิศ​เหนือ เรียกว่า ค่ายดาน​ ประกอบด้วย
– เผ่า​ดาน​ มี อา​หิ​เย​เซอร์​ ​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 62,700 คน
– ​เผ่า​อา​เชอร์ มี ปากี​เอล ​​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 41,500 คน
– ​เผ่า​นัฟ​ทา​ลี มี อา​หิ​รา​ ​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 53,400 คน
รวมทหารทั้งสิ้น 157,600 คน

ตามการตั้งค่ายที่พระเจ้ากำหนด เมื่อเขียนออกมาคร่าวๆตามจำนวนทหาร ได้แผนภาพดังนี้

และเมื่อลองหมุนภาพดู จะได้ภาพดังนี้

คำคม

“ พระคัมภีร์ ซ่อนความลึกซึ้งในฝ่ายวิญญาณไว้มากมาย ”

สรุป กันดารวิถี 1

ภาพรวม

  • กันดารวิถี เป็นเรื่องราว ต่อมาจากพระธรรมอพยพ พระเจ้าทรงนำคนอิสราเอล ออกจากภูเขาซีนายเดินทางต่อไปยังแผ่นดินคะนาอัน แต่พวกเขาเต็มไปด้วยความท้อใจ การไม่เชื่อฟังพระเจ้า และเกิดเรื่องราวมากมายในช่วงของพระธรรมเล่มนี้
  • ในบทนี้พระเจ้าให้โมเสสทำสำมะโนประชากร ซึ่งสามารถออกรบได้ ประชาชนอิสราเอลตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers01-81591

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 1 ในวัน​ที่ 1 เดือน​ที่​ 2 ​ปี​ที่​ 2 นับ​ตั้ง​แต่​คนอิสราเอล​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์
พระเจ้า​สั่ง​โมเสส​ ณ ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ซีนาย​ ว่า
ให้​ทำ​สำ​มะ​โนครัว​ชุม​นุม​ชน​คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ตาม​ตระ​กูล ตาม​สกุล โดยนับเฉพาะคน​อายุ​ตั้ง​แต่​ 20 ​ปี​ขึ้น​ไป​

พระเจ้าได้กำหนดรายชื่อ คน 12 คนให้เป็น​หัว​หน้า​สกุล​ของ​ตน ในแต่ละเผ่า เพื่อจะช่วยโมเสสทำสำมะโนครัว

แล้วโมเสสก็ทำตาม ​นับจำนวนประชากรได้ผล​ดัง​นี้
– เผ่า​รูเบน 46,500 คน
– เผ่า​สิ​เม​โอน 59,300 คน
– ​เผ่ากาด 45,650 คน
– ​เผ่า​ยูดาห์​ 74,600 คน
– ​เผ่า​อิส​สา​คาร์ 54,400 คน
– ​เผ่า​เศ​บู​ลุน​ 57,400 คน
– ​เผ่า​เอฟ​รา​อิม​ 40,500 คน
– ​เผ่า​มนัส​เสห์​ 32,200 คน
– ​เผ่า​เบน​ยา​มิน 35,400 คน
– เผ่า​ดาน​ 62,700 คน
– เผ่า​อา​เชอร์ 41,500 คน
– ​เผ่า​นัฟ​ทาลี 53,400 คน
รวม​ทั้ง​สิ้น 603,550 คน

แต่​ไม่​ได้​นับ​คน​เลวี​ เพราะคนเลวี ไม่ได้มีหน้าที่ออกรบ แต่มีหน้าที่ดูแล​พลับ​พลา​และ​ขนย้าย​พลับ​พลา
เมื่อ​จะ​ยก​พลับ​พลา​เคลื่อน​ไป หรือ เมื่อ​จะ​ตั้ง​พลับ​พลา​ขึ้น ก็​ให้​คน​เลวี​เป็น​ผู้​ตั้ง​ขึ้นเท่านั้น
คน​อื่น​ที่เข้า​มา​ใกล้​จะ​ต้อง​ถูก​ลง​โทษ​ถึง​ตาย

ให้​คน​เลวี​ตั้ง​ค่าย​พัก​รอบ​พลับ​พลา​
ให้​คน​เลวี​ปฏิ​บัติ​งาน​รักษา​พลับ​พลา​

1. คนอิสราเอลนับแต่ผู้ชาย อายุ 20 ปีขึ้นไป มีประมาณ 600,000 คน
ถ้านับผู้หญิงด้วย คงจะประมาณ 600,000 คน
ซึ่งแต่ละครอบครัว มีลูกดก จนคนอียิปต์หวาดกลัว
อพย. 1:7 “แต่​พงศ์​พันธุ์​อิส​รา​เอล​มี​ลูก​ดก​ทวี​มาก​ขึ้น​และ​มี​กำลัง​มาก​ยิ่ง พวก​เขา​แพร่​หลาย​ไป​จน​เต็ม​แผ่น​ดิน​นั้น”
ดังนั้น คำนวณคร่าวๆ ถ้ารวมผู้หญิงและเด็กแล้ว คนอิสราเอลที่ออกมาจากอียิปต์น่าจะประมาณ 3 ล้านคน

2. พระเจ้าบอกรายชื่อชาย 12 คน แก่โมเสส เพื่อช่วยโมเสส ทำการสำมะโนครัวของคนจำนวนมากมาย

พระเจ้ามีคนของพระองค์เตรียมไว้เสมอ สำหรับเรา เมื่อเรากระทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

3. งานเก็บเต็นท์และตั้งเต็นท์พลับพลานั้น เป็นงานที่พระเจ้า กำหนดให้คนเลวีเป็นคนทำ
แม้คนเผ่าอื่นจะเก่งเพียงใดก็ตาม หรือจะชำนาญงานมากเพียงใดก็ตาม
แต่ก็ไม่มีสิทธิ เข้ามายุ่งงานที่พระเจ้าทรงมอบไว้แก่เลวี

วันนี้ มีบางงานที่พระเจ้าทรงกำหนดให้บางคนรับผิดชอบ เราควรให้เกียรติการแต่งตั้งของพระเจ้านั้น
วันนี้ เมื่อเราได้รับมอบหมายจากพระเจ้าให้ทำอะไรบางอย่าง ไม่ว่างานนั้นจะเล็กน้อยสักเพียงใด
ให้เราทำงานนั้นอย่างเต็มที่และอย่างภาคภูมิใจ เพราะไม่มีใครเหมาะที่จะทำงานนี้ นอกจากเราผู้ที่ได้รับมอบหมายจากพระเจ้า

คำคม

“ พระเจ้าไม่เคยขาดคนทำงานของพระองค์ ”

สรุป เลวีนิติ 27

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอล ให้รักษาสัญญาทั้งสิ้นที่พวกเขาได้สัญญากับพระเจ้าเอาไว้

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev27-81444

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 27 เมื่อพระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอลเรื่องกฏเกณฑ์ต่างๆ และบอกถึงพระพรของการเชื่อฟัง กับ โทษของการไม่เชื่อฟังแล้ว ในเลวีนิติบทสุดท้ายนี้ พระองค์ก็พูดถึงการที่พวกเขาต้องรักษาคำสัญญาที่มีไว้กับพระเจ้าเสมอ ดังนี้

– ถ้าใคร​สัญญา ​ที่​จะ​ถวาย​มนุษย์​แด่​พระเจ้า
ก็ให้นำเงินมาให้ปุโรหิตเป็นการทำตามสัญญา โดยกำหนดราคาดังนี้
1. คนอายุ 20-60 ปี​ ผู้ชาย = ​เงิน 50 ​เชเขล ​ผู้​หญิง ​ = ​เงิน 30 ​เชเขล
(1​เชเขล​ ​เงิน​หนัก​ประมาณ 12 กรัม)
2. คนอายุ​ 5-20 ปี ​ ผู้ชาย = ​เงิน 20 ​เชเขล ผู้​หญิง ​ = ​เงิน 10 ​เชเขล
3. คนอายุ​ 1 เดือน​ – 5 ​ขวบ ผู้ชาย = ​เงิน 5 ​เชเขล ผู้​หญิง ​ = ​เงิน 3 ​เชเขล
4. คน​อายุ​ตั้ง​แต่​ 60 ​ปี​ขึ้น​ไป ผู้ชาย = ​เงิน 15 ​เชเขล ผู้​หญิง ​ = ​เงิน 10 ​เชเขล
แต่ถ้าใครยาก​จน​เกิน​กว่า​จะ​ชำระ​ตาม​ที่​​กำหนด​ราคา​ได้
ก็​ให้​ไป​หา​ปุโร​หิต เพื่อให้​ปุโร​หิต​กำหนด​ราคา​ตาม​กำ​ลัง​คน​นั้น

– ถ้าใครสัญญาถวาย​สัตว์​แด่พระเจ้า
ห้าม​​นำ​อะไร​มา​แทน หรือ​เปลี่ยน​ตัว​ที่​ดี​
แต่ถ้า​​สัตว์​นั้นมี​มลทิน​ซึ่ง​ไม่เหมาะ​นำ​มา​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า
ก็ให้​ปุโร​หิต​จะ​ตี​ราคาสำหรับสัตว์นั้นแทน

– ถ้าใครสัญญา​ถวาย​บ้าน​หรือที่ดินแด่พระเจ้า
ปุโร​หิต​ต้อง​กำหนด​ราคา​ตาม​สภาพ​บ้านหรือที่ดินนั้น
ถ้า​ผู้​ที่​ถวาย​​ประ​สงค์​จะ​ไถ่​บ้านหรือที่ดิน​ของ​เขาคืน
ก็​ให้​ผู้​นั้น​เพิ่ม​เงิน​อีก​ 1 ใน 5 ของ​ราคา​บ้าน​หรือที่ดินที่​ตี​ค่า​ไว้

– ​ห้าม​ผู้​ใด​สัญญาว่าจะนำ​ลูก​สัตว์​หัว​ปี​มา​ถวาย เพราะ​​สัตว์​หัว​ปีเป็นของพระเจ้าอยู่​แล้ว
– ​สิ่ง​ใด​ที่​ถวาย​ขาด​แด่​พระ​เจ้า จะ​ขาย​หรือ​ไถ่​ไม่​ได้​เลย เพราะ​สิ่ง​ที่​มอบ​ถวาย​แล้ว
แม้​แต่​มนุษย์​ที่​ถูก​มอบ​ถวาย​แล้ว ก็​ไถ่​ถอน​ไม่​ได้
– ทศางค์​หรือสิบลดหนึ่ง ทั้ง​สิ้น​ เป็น​ของ​พระ​เจ้า เป็น​ของ​ถวาย​ที่​บริ​สุทธิ์​แด่​พระเจ้า
– ถ้า​ใคร​ประ​สงค์​จะ​ไถ่​ทศางค์ของ​เขา ก็ทำได้โดยเขา​ต้อง​เพิ่ม​อีก 1 ​ใน 5 ​ของ​ทศางค์​นั้น

เนื้อหาทั้งหมดในพระธรรมเลวีนิตินี้ ​เป็น​พระ​บัญ​ญัติ​ที่​พระเจ้า​ทรง​บัญ​ญัติ​ไว้​กับ​โมเสส​ สำหรับ​คน​อิส​รา​เอล ​บน​ภูเขา​ซีนาย

1. เมื่อสัญญาอะไรกับพระเจ้าแล้ว พระเจ้าประสงค์ให้เรารักษาสัญญานั้น
เราเคยสัญญาว่า
– จะรักภักดี ต่อพระองค์ผู้เดียว
– จะมีชีวิต อยู่เพื่อพระองค์
– จะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ เพื่อพระองค์
หรืออะไรทำนองนี้
วันนี้ พระเจ้าประสงค์ให้เรารักษาสัญญานั้น

2. บุตรหัวปี หรือ ผลแรก หรือสิบลด เมื่อนำมาถวายแด่พระเจ้า ไม่ถือว่า เราทำตามสัญญา
เพราะว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ของเรา เป็นของพระเจ้าตั้งแต่แรกแล้ว
แต่เมื่อเรานำมาถวาย ก็เพียงแค่ นำของที่เป็นของของพระเจ้า
ที่ฝากไว้กับเรา มาคืนพระองค์ ตามที่พระองค์สั่งไว้
และที่พระองค์สั่งเช่นนั้น เพื่อพระเจ้าจะได้อวยพระพรแก่เรา นั่นเอง

เมื่อเราถวายสิบลด เราจึงไม่ได้ถวายสิ่งใดแด่พระเจ้าเลย
เพียงแค่นำส่วนของพระองค์ มาคืนแด่พระองค์ แล้วพระองค์ก็ทรงอวยพระพรเรา
ดังนั้น การถวายสิบลด ไม่ใช่สิ่งที่น่าภาคภูมิใจนักหนา แต่ถ้าไม่ถวาย อันนี้ต่างหากที่น่าละอายนักหนา

3. ​สิ่ง​ที่​ถวาย​ขาด​แด่​พระ​เจ้าแล้ว ไม่สามารถเอาคืนได้
เมื่อเราถวายชีวิตของเราแด่พระเจ้าแล้ว
ไม่สมควรอย่างยิ่งที่เราจะดำเนินชีวิต แบบตนเองเป็นเจ้านายตนเอง ไม่ใช่พระเจ้าเป็นเจ้านายและเจ้าของชีวิตของเราทั้งหมด

วันนี้ เรายอมให้พระเจ้าอนุญาตให้สิ่งใดก็ได้ เกิดขึ้นกับเรา ตามแต่พระทัยของพระองค์แล้วหรือยัง?
อะไรจะเกิดขึ้นกับสิ่งนี้ก็ได้ แล้วแต่พระองค์ ผู้เป็นเจ้าของชีวิตของฉัน

คำคม

“ สิ่งที่มอบถวายแด่พระเจ้าอย่างจริงใจ พระองค์จะดูแลสิ่งนั้นอย่างดีที่สุด ”

สรุป เลวีนิติ 26

ภาพรวม

  • พระเจ้าบอกคนอิสราเอล เรื่องพระพรของการเชื่อฟัง และ โทษของการไม่เชื่อฟัง

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev26-81140

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 26 เมื่อพระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอลเรื่องปีสะบาโต และ กฎ​เกณฑ์​และ​กฎ​หมาย​และ​ธรรม​บัญ​ญัติ แล้ว พระองค์จึงบอกถึงพระพรแห่งการเชื่อฟัง และ โทษของการไม่เชื่อฟังดังต่อไปนี้

พระพรแห่งการเชื่อฟัง
เมื่อดำ​เนิน​ตาม​กฎ​เกณฑ์ รักษา​บัญ​ญัติ​ของพระเจ้า และ​ทำ​ตาม
– ​ฝน​ตกตาม​ฤดู​ แผ่น​ดิน​จะ​เกิด​พืช​ผลมากมาย ต้น​ไม้​ใน​ทุ่ง​จะ​บังเกิด​ผล
– จะมีอาหารรับ​ประ​ทาน​​อย่าง​อิ่ม​หนำ
– จะ​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​​อย่าง​ปลอด​ภัย
– จะ​ให้​เกิด​สันติ​ภาพ​ใน​แผ่นดิน ​ไม่​มี​ใคร​ทำ​ให้กลัว
– จะไม่มี​สัตว์​ร้าย​ และ​ดาบ​ ​มาโจมตี​เลย
– ​จะสามารถ​ขับ​ไล่​ศัตรู​ไปได้หมด
– คนแค่ 5 ​คน​จะ​ขับ​ไล่​ศัตรู 100 คน ได้
– จะ​มี​พงศ์​พันธุ์​มาก​มาย
– ​จะ​มีทรัพย์สมบัติมากมาย
– พระเจ้าจะสถิตอยู่ด้วย
– พระองค์จะ​เป็น​พระ​เจ้า​ของ​พวกเขา และพวก​เขา​จะ​เป็น​ประ​ชา​กร​ของ​พระเจ้า

โทษของการไม่เชื่อฟัง
เมื่อไม่​เชื่อ​ฟังพระเจ้า และ​ไม่​ทำ​ตาม​บัญ​ญัติ​ของพระเจ้า ​เบื่อ​หน่าย​กฎ​เกณฑ์​ของพระเจ้า ​และ​ใจเกลียด​ชัง​กฎ​หมาย​ของพระเจ้า จึง​ไม่​ทำ​ตาม​บัญ​ญัติ​ทั้ง​สิ้น แต่​ทำ​ลาย​พันธ​สัญ​ญา​ของ​เรา
– จะมี​ภัย​พิบัติ​เกิด​ขึ้น​ เป็นความ​พินาศ​และ​ความ​เจ็บ​ไข้ ซึ่ง​ทำ​ให้​นัยน์​ตา​ชำ​รุด และ​ทำ​ให้​ชีวิต​ทรุด​โทรม
– ​จะ​หว่าน​พืชแล้ว ​ศัตรู​​จะ​มา​กิน
– ​จะ​แพ้​ศัตรู​
– คน​ที่​เกลียด​ชังพวก​เขา​จะ​ปก​ครอง​อยู่​เหนือพวก​เขา
– จะ​หลบ​หนี​ไป​ ทั้ง​ที่​ไม่​มี​ใคร​ไล่​ติด​ตาม

แล้วถ้า​ยัง​ไม่​ฟัง​พระเจ้าอีก
– จะ​ถูกลง​โทษ 7 ​เท่า​ของ​ความ​ผิด​บาป
– จะ​ปลูกพืชไม่ขึ้น และฝนจะไม่ตก ต้นไม้​ใน​แผ่น​ดิน​ก็​จะ​ไม่​บัง​เกิด​ผล

แล้วถ้า​ยัง​ดำ​เนิน​ขัด​แย้ง​กับพระเจ้า​อยู่ต่อไป​และ​ไม่​ยอม​ฟัง​พระองค์
– ​จะมี​ภัย​พิบัติ​เกิดมาก​ยิ่ง​ขึ้น เป็น​ 7 ​เท่า​ของ​บาป​ของพวก​เขา
– จะมี​สัตว์​ป่า​มา​ทำ​ลายลูกหลานและ​สัตว์​เลี้ยง​ของพวก​เขา
– พวกเขาจะมีคนเหลือรอดเพียงเล็ก​น้อย

​แล้วถ้าแม้ว่าพบ​การ​ตี​สอน​นี้แล้ว ​ก็ยัง​ไม่​หัน​มา​หาพระเจ้า และ​ยัง​ประ​พฤติ​ขัด​แย้ง​พระเจ้าต่อไป
– พระเจ้า​จะ​เฆี่ยน​ตี​เขา​เพราะ​บาป​ของเขา ​ถึง ​7 ​เท่า
– สงครามจะ​มา​เหนือพวกเขา
– โรค​ร้ายจะ​มาถึงพวกเขา
– พวกเขาจะ​ตก​อยู่​ใน​มือ​ของ​ศัตรู
– การกันดารอาหารจะเกิดขึ้นท่ามกลางพวกเขา

​และ​ถ้า​เป็น​อย่าง​นี้​แล้ว​ ​ยัง​ไม่​ยอม​ฟัง​พระเจ้า และ​ยัง​ประ​พฤติ​ขัด​แย้ง​กับพระเจ้าต่อไป
– พระเจ้า​จะ​ลงโทษพวกเขา​เพราะ​บาป​ของพวกเขา ​ถึง ​7 ​เท่า
– การกันดารอาหารจะรุนแรงถึงขนาดต้องกินลูกของตนเอง
– ศพของพวกเขา จะถูกโยน​ศพ​​ลง​เหนือ​ซาก​รูป​เคา​รพ​ของ​พวก​เขา
– และพระเจ้า​จะ​เกลียด​ชัง​พวกเขา
– ​เมือง​ต่างๆ ของ​พวก​เขา​จะพัง​พินาศ​ไป
– สถาน​นมัส​การ​ของ​พวกเขาจะเป็น​ที่​ร้าง
– ​แผ่น​ดิน​ของ​พวก​เขา​จะเป็น​ที่​ร้าง จน​ศัตรู​ตก​ใจ
– พวก​เขาจะ​กระจัด​กระจาย​ไป​อยู่​ท่าม​กลาง​บรรดา​ประ​ชา​ชาติ
แล้ว​แผ่น​ดิน​จะ​ได้​โอ​กาส​มี​สะ​บา​โต​ตลอด​เวลา​ที่​ร้าง​อยู่
และ​พวก​เขา​จะ​เข้า​ไป​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​ของ​ศัตรู
– ท่ามกลางดินแดนของศัตรูนั้น พวกเขาจะล้มตายที่นั่น

แต่​ถ้า​พวกเขาจะ ถ่อมใจลง ยอมรับและ​สาร​ภาพ​ความ​ชั่ว​ของพวก​เขา และ​​ของ​บรรพ​บุรุษ ซึ่ง​​ทร​ยศ​ต่อพระเจ้า และ​ที่​ได้​ประ​พฤติ​ขัด​แย้ง​กับพระองค์
– พระเจ้า​จะ​ระลึก​ถึง​พันธ​สัญญา​ที่มีกับบรรพบุรุษของพวกเขา
– พระเจ้าจะ​ไม่​เบื่อ​หน่าย​พวก​เขา
– พระเจ้าจะ​ไม่​เกลียด​ชัง​พวก​เขา​
– พระเจ้าจะทำตามสัญญาที่เคยสัญญาไว้กับพวกเขา คือ ให้อภัยและช่วยกู้พวกเขา

ในการทำตามกฏเกณฑ์ของพระเจ้านั้น พระเจ้าทรงย้ำเป็นพิเศษในเรื่อง การไม่​กราบ​ไหว้รูปเคารพ , การ​รักษา​สะบาโต​ และการ​เคารพ​ต่อ​สถาน​นมัส​การ​

1. เมื่อเราเชื่อฟังพระเจ้า เราจะได้รับพระพรมากมาย
แต่การไม่เชื่อฟังพระเจ้านั้น จะนำความยากลำบากมากมายเข้ามาสู่ชีวิต

ซึ่งการไม่เชื่อฟังนี้ แสดงออกเป็น การ​ไม่​ทำ​ตาม​พระคำของพระเจ้า ​เบื่อ​หน่ายต่อพระคำของพระเจ้า ​และไม่เห็นด้วยกับพระคำของพระเจ้า

วันนี้ เรามีท่าทีเช่นไร ต่อ พระคำของพระเจ้า?

2. ถ้าสังเกตดูให้ดีในบทนี้ จะเห็นว่าการลงโทษของพระเจ้านั้น พระองค์ให้โอกาสกลับใจตลอดเวลา ไม่ว่าอยู่ในขั้นตอนไหนของการลงโทษ ก็สามารถกลับใจได้ทันที
แม้แต่สุดท้ายตกเป็นเชลยในดินแดนของศัตรูแล้ว บ้านเมืองพังพินาศหมดแล้ว
แต่ถ้ากลับใจ พระองค์ก็พร้อมที่จะอภัย และช่วยให้กลับสู่สภาพดี

วันนี้ ไม่ว่าเราจะผิดพลาดพลั้งไปมากมายสักเพียงใด
โอกาสของการกลับใจยังมีอยู่สำหรับเรา
ถ่อมใจลง ยอมรับผิด สารภาพต่อพระองค์
พระเจ้าพร้อมที่จะอภัยแลัจะทรงช่วยให้เรากลับคืนสู่สภาพดี

3. พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอล รักษาปีสะบาโต โดยให้แผ่นดินหยุดพัก 1 ปี ทุก 7 ปี
แต่ว่าตั้งแต่พวกเขาเข้าในแผ่นดินคะนาอัน พวกเขาไม่เคยรักษาปีสะบาโตเลย
คำนวณได้เป็นเวลา 70 ครั้ง ที่เขาไม่ได้รักษาปีสะบาโต

เมื่อเขาไม่เชื่อฟังพระเจ้า ไม่ยอมให้แผ่นดินหยุดพัก
พระเจ้าจึงให้แผ่นดินหยุดพักเสียเอง
สมัยต่อมา พวกเขาต้องตกเป็นเชลยในบาบิโลน ถึง 70 ปี

หากเราไม่ยอมหยุดพัก ตามพระเจ้าสั่ง
พระเจ้าก็มีวิธีทำให้เราได้หยุดพัก โดยวิธีการของพระองค์
ผมเสนอว่า เราพักเองดีกว่า

หากเราไม่ยอมเชื่อฟังพระเจ้า
พระเจ้าจะมีวิธีที่จะทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นเอง
แต่เราจะขาดพระพร หรืออาจต้องพบกับผลแห่งการไม่เชื่อฟังเสียเอง

วันนี้ จงเลือกทางแห่งการเชื่อฟัง ยำเกรงพระเจ้า เถิด

คำคม

“ ทุกครั้งที่เชื่อฟัง จะได้พระพรเสมอ ”

สรุป เลวีนิติ 25

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอล กำหนดปีสะบาโต และปีแห่งอิสรภาพ เมื่อพวกเขาเข้าไปในดินแดนคะนาอันแล้ว

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev25-80786

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 25 นอกจากพระเจ้าจะสั่งเกี่ยวกับเรื่องการดูแลของใช้ในพลับพลาแล้ว พระองค์ยังสั่งเกี่ยวกับเรื่องปีสะบาโต ดังนี้

เมื่อคนอิสราเอล​เข้า​แผ่น​ดิน​คะนาอันแล้ว จงให้​แผ่น​ดิน​นั้น​ถือ​สะ​บา​โต​แด่​พระ​เจ้า โดย
– จง​หว่าน​พืช​ ​ลิด​แขนง​สวน​องุ่น​ และ​เก็บ​ผล​ 6 ​ปี
– แต่​ใน​ปี​ที่​7 นั้น​ ให้เป็น​ปี​สะ​บา​โต จง​ให้​แผ่น​ดิน​หยุด​พัก​สงบ ห้าม​ทำการเกษตร
– สิ่ง​ใด​ที่​งอก​ขึ้น​มา​เอง​นั้น​จะ​เป็น​อาหาร​ของ​ใคร​ก็​ได้ ไม่​เฉพาะ​แต่​เจ้า​ของ​ที่​ดิน​เท่านั้น

ทุก 7 ​ปี​สะ​บา​โต พอถึงปีที่ 50 ให้ถือเป็น ​ปี​บริ​สุทธิ์ และ​ปีประ​กาศ​อิสร​ภาพ
– ให้​เป่า​เขา​สัตว์​ดัง​สนั่น​ใน​วัน​ที่​ 10 ​เดือน​ที่ 7 ซึ่งเป็น​วัน​ลบ​มลทิน ประจำปี
– ใน​ปี​นั้น​ให้งดทำการเกษตร เพราะ​เป็น​ปี​อิสร​ภาพ ​เป็น​ปี​บริ​สุทธิ์​ ให้​รับ​ประ​ทาน​พืช​ผล​ที่​งอก​ขึ้น​เอง​ใน​ปี​นั้น
– ใน​ปีนั้นให้​ทุก​คน​กลับ​ไป​สู่​ภูมิ​ลำเนา​อัน​เป็น​ทรัพย์​สิน​ของ​ตน
– เมื่อมีการ​ซื้อ​ขาย​ที่​ดิน​กัน ให้ถือ​เป็น​การ​ซื้อ​ขาย​กัน​ชั่ว​คราว ไม่​ใช่​ถาวร พอ​ถึง​ปี​อิสรภาพ​ก็ให้คืนที่ดินนั้นแก่เจ้าของเดิมเสีย

พระเจ้าทรงสัญญาว่า หากพวกเขา​ทำ​ตาม​กฎ​เกณฑ์ และ​รักษา​กฎ​หมาย​ของ​พระองค์ และ​ปฏิ​บัติ​ตาม​ทุก​อย่าง พวกเขาจะ​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​นั้น​อย่าง​ปลอด​ภัย แผ่น​ดิน​จะ​อำ​นวย​ผล​ให้พวกเขา​ได้​รับ​ประ​ทาน​อย่าง​อิ่ม​หนำ

ใน​ปี​ที่7 ซึ่งเป็นปีสะบาโต​ ไม่ต้องห่วงว่า​จะ​เอา​อะไร​รับ​ประ​ทาน เพราะพระเจ้า​จะ​บัญชา​พร​ให้​มา​เหนือพวกเขา​ใน​ปี​ที่​6 เพื่อ​จะ​มี​พืช​ผล​พอ​สำหรับ​ 3 ​ปี
เมื่อ​​หว่าน​ใน​ปี​ที่​8 เจ้า​จะ​รับ​ประ​ทาน​ของ​เก่า​ของ​เจ้า​จน​ปี​ที่​9
เมื่อ​เจ้า​ได้​พืช​ผล​ใหม่​เข้า​มา ​ก็​ยัง​รับ​ประ​ทาน​พืช​ผล​เก่า​ไม่หมดเลย

ที่ดินที่ซื้อขายกัน เจ้าของเดิมสามารถนำเงินมาซื้อคืนได้
แต่ถ้าไม่ซื้อคืน พอถึงปีอิสรภาพ ที่ดินนั้นก็จะตกเป็นของเขาอีกครั้งหนึ่ง
การซื้อขายทาส ก็เช่นเดียวกัน ญาติของเขามีสิทธิ์ไถ่ถอนได้
แต่ถ้าไม่มีการไถ่ถอน เมื่อถึงปีอิสรภาพ เขาก็จะกลับการเป็นอิสระ

1. การให้แผ่นดินหยุดพักในปีที่ 7 ปีสะบาโต พระคัมภีร์ใช้คำว่า หยุดพักแด่พระเจ้า
มองในมุมหนึ่ง การหยุดพักแผ่นดินนั้นเป็นประโยชน์ต่อแผ่นดินเอง เป็นการฟื้นฟูดิน ทำให้ ปีต่อมา เพาะปลูกพืชผลงดงามยิ่งขึ้น เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์เองมากกว่า

แต่พระคัมภีร์ใช้คำว่า ถวายแด่พระเจ้า เพราะพระเจ้าทรงสั่งให้ทำเช่นนั้น แม้การสั่งนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์เองก็ตาม
แต่การเชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้า ถือว่านั่นเป็นการทำถวายพระเจ้า
ทำให้ผู้ที่กระทำได้ทั้งประโยชน์และยังได้รับพระพรอีกด้วย
พระเจ้าทรงแสนดี

2. เมื่อคนอิสราเอลเชื่อฟังพระเจ้า เขาไม่จำเป็นต้องกังวลกับปัญหาที่จะตามหลังจากการเชื่อฟังเลย เพราะพระเจ้าจะเป็นผู้จัดการปัญหานั้นให้เอง

พวกเขาคิดว่า ถ้า ปีที่ 7 หยุดทำเกษตรแล้วจะเอาอะไรกิน?
แต่พระเจ้าทรงทำให้ปีที่6 ของพวกเขาเกิดผลเป็น 3 เท่า มากเกินพอจนกระทั่งปีที่ 9 ได้พืชผลใหม่มาแล้ว อันเก่าที่เหลือตั้งแต่ปีที่ 6 ยังไม่หมดเลย

วันนี้ เมื่อเราเชื่อฟังพระเจ้า ไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่ตามมา เพราะพระเจ้าจะรับผิดชอบเอง

3. ปีที่ 50 ปีประ​กาศ​อิสร​ภาพ เป็นปีที่เล็งถึงการเสด็จมาของพระเยซู
พระเยซูเองก็อ้างอิงถึงปีนี้ เมื่อพูดถึงพระราชกิจของพระองค์ ใน ลก. 4:18-19
“พระ​วิญ​ญาณ​ของ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​สถิต​กับ​ข้าพ​เจ้า
เพราะ​ว่า​พระ​องค์​ทรง​เจิม​ตั้ง​ข้าพ​เจ้า​ไว้
เพื่อ​นำ​ข่าว​ดี​มา​ยัง​คน​ยาก​จน
พระ​องค์​ทรง​ใช้​ข้าพ​เจ้า​มา​ประ​กาศ​อิสร​ภาพ​แก่​พวก​เชลย
ประ​กาศ​แก่​คน​ตา​บอด​ว่า​จะ​ได้​เห็น​อีก
ปล่อย​ผู้​ถูก​บีบ​บัง​คับ​ให้​เป็น​อิสระ
และ​ประ​กาศ​ปีแห่ง​ความ​โปรด​ปราน​ของ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า”

พระเยซูมาประกาศอิสรภาพแก่มนุษย์ทั้งหลายที่ตกเป็นทาสของบาป
ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยทางพระเยซูคริสต์ เขาไม่จำเป็นต้องตกเป็นทาสของความบาป
ทาสของความทุกข์ระทมอีกต่อไป
ปัแห่งความโปรดปรานของพระเจ้ามาถึงเราทุกคนแล้ว
ขอบคุณพระเจ้า

คำคม

“ พระเยซูมาปลดปล่อยเราเป็นอิสระแล้ว เราไม่จำเป็นต้องตกเป็นทาสอีกต่อไป ”

สรุป เลวีนิติ 24

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งให้ปุโรหิตคอยดูแลคันประทีปและขนมปังในวิทธิสุทธิสถาน ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยตลอดเวลา

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev24-80609

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 24 หลังจากที่พระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอลเรื่องการถือเทศกาลต่างๆแล้ว พระองค์ได้ตรัสเกี่ยวกับ การดูแลพลับพลาดังนี้

ในห้องวิสุทธิสถานในพลับพลานั้น
– ให้เติม​ตะเกียงด้วยน้ำมัน​มะกอก​ เพื่อ​​ประทีป​ส่อง​แสง​อยู่​เสมอ
– ทุกๆ วัน​สะ​บา​โต​ ให้​เอา​ขนม​ปังปิ้งก้อนละ 2 กิโลกรัม 12 ​ก้อน วาง​บน​โต๊ะ​ทอง​คำ​บริ​สุทธิ์ เป็น 2 ​แถว แถว​ละ​ 6 ​ก้อน​
– ให้เอา​กำยาน​บริ​สุทธิ์​ใส่​ไว้​ทุก​แถว ​คู่​กับ​ขนม​ปัง

ครั้ง​นั้น​มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ได้​เหยียด​หยาม​พระ​นาม​และ​ได้​แช่ง​ด่า
เขา​จึง​นำ​ตัว​เขา​มา​ให้​โมเสส
พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
จง​นำ​ผู้​ที่​แช่ง​ด่า​นั้น​ออก​มา​จาก​ค่าย ให้​บรรดา​ผู้​ที่​ได้​ยิน​คำ​แช่ง​ด่า เอา​มือ​ของ​ตน​วาง​ไว้​บน​ศีรษะ​ของ​เขา
และ​ให้​ชุม​นุม​ชน​เอา​หิน​ขว้าง​เขา​ให้​ตาย
โมเสสก็ทำตามนั้น

พระเจ้ายังตรัสสั่งอีกว่า
ผู้​ที่​ฆ่า​คน​ตาย​จะ​ต้อง​ถูก​ลง​โทษ​ถึง​ตาย
ชีวิต​แทน​ชีวิต
กระดูก​หัก​แทน​กระ​ดูก​หัก
ตา​แทน​ตา
ฟัน​แทน​ฟัน
ซึ่งไม่ได้หมายถึงสั่งให้แก้แค้น
แต่หมายถึง ห้ามลงโทษเกินกว่าความผิดที่เขาได้ทำ
เช่น เขาทำให้เราฟันหัก ก็เลยฆ่าเขาเสียเลย แบบนี้ทำเกินกว่าความผิดของเขา

1. ปุโรหิตมีหน้าที่ดูแลให้ตะเกียงในพลับพลาของพระเจ้า ส่องสว่างอยู่ตลอดเวลา
เหมือนเราทั้งหลายที่เป็นปุโรหิตของพระเจ้า มีหน้าที่ให้แสงสว่างของพระคริสต์ ส่องสว่างในชีวิตของเราตลอดเวลา

2. โทษของการหมิ่นประมาทพระเจ้า หรือเหยียดหยามพระเจ้า มีโทษถึงตาย ขณะอยู่ในโลกนี้
แล้วคนเหล่านั้นที่หมิ่นประมาทพระเจ้า ในปัจจุบันนี้
เขาจะต้องเผชิญกับความน่าสะพรึงกลัวเพียงใด ในวันที่เขาต้องยืนอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้าผู้ทรงพิพากษาในวันพิพากษา

คำคม

“ พระเจ้าทรงเข้มงวดและปราณีต ผู้ยำเกรงพระเจ้าจะเข้าใจสิ่งนี้ ”

สรุป เลวีนิติ 23

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงกำหนดให้คนอิสราเอลถือเทศกาล 7 เทศกาล ได้แก่ 1) เทศกาล​ปัสกา 2) เทศกาล​กิน​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ 3) วัน​ถวาย​ผล​แรก 4) เทศกาล​สัปดาห์ 5) เทศกาล​เสียง​แตร 6) วัน​ลบ​มลทิน 7) เทศกาล​อยู่​เพิง

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev23-80386

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 23 นอกจากพระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​เรื่องการใช้ของถวายที่บริสุทธิ์แล้ว พระองค์ยังตรัสเกี่ยวกับเรื่องเทศกาลต่างๆดังนี้

เทศ​กาล​เลี้ยง​ตาม​กำหนด​แด่​พระ​เจ้านั้น​ คนอิสราเอลจะ​ต้อง​ประ​กาศ​ว่า​เป็น​ การ​ประ​ชุม​บริ​สุทธิ์ โดยทำ​ดัง​ต่อไปนี้

วันสะบาโต
– จง​ทำ​การ​งาน​ใน​ 6 ​วัน แต่​วัน​ที่ 7 นั้น ​เป็น​สะ​บา​โต​แห่ง​การ​หยุด​พัก​สงบ
– เป็น​วัน​ประ​ชุม​บริ​สุทธิ์
– ห้าม​ทำ​การ​งาน​ใดๆ

​วันประ​ชุม​บริ​สุทธิ์
– วันใดที่ประกาศว่าเป็น วันประชุมบริสุทธิ์ ให้เพื่อ​ถวาย​สิ่ง​​แด่​พระเจ้า คือ​เครื่อง​บูชา​ด้วย​ไฟ เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​และ​ธัญ​บูชา ทั้ง​เครื่อง​สัตว​บูชา​และ​เครื่อง​ดื่ม​บูชา

​เทศ​กาล​ปัส​กา
– ใน​เวลา​เย็น​วัน​ที่ 14 ​เดือน​ที่​ 1 ให้ถือ​เป็น ​วัน​​ปัส​กา​

เทศ​กาล​กิน​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ
– ​ใน​วัน​ที่​15 ​เดือน​ที่​ 1 ให้ถือเป็น วัน​เทศ​กาล​กิน​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ
-​ ให้​​รับ​ประ​ทาน​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ​ และถวาย​เครื่อง​บูชา​ด้วย​ไฟ​แด่​พระ​เจ้า ทั้ง 7 วัน
– ใน​วัน​แรก​ และวันที่ 7 จง​มี​การ​ประ​ชุม​บริ​สุทธิ์ ห้าม​ทำ​งาน​ประจำ
(วันที่ 2 คนอิสราเอลจะเริ่มเก็บเกี่ยวพืชผล)

วัน​ถวาย​ผล​แรก
– ​เมื่อเก็บเกี่ยว​พืช​ผลได้เมื่อใด จง​เอา​พืช​ผล​ส่วน​หนึ่ง​ที่​เก็บ​เกี่ยว​ใน​รุ่น​แรก​นำ​ไป​ให้​ปุโร​หิต
– ปุโร​หิต​จะ​ทำ​พิธี​โบก​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า ใน​วัน​รุ่ง​ขึ้น​หลัง​วัน​สะ​บา​โต (หรือก็คือวันอาทิตย์หลังปัสกา นั่นเอง)
– แล้วในวันนั้นจง​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​ ด้วยลูก​แกะ​ผู้​อายุ​ 1 ​ปี​ และถวาย​เครื่อง​ธัญ​บูชา​ ​และ​เครื่อง​ดื่ม​บูชา​ แด่​พระ​เจ้า
– ห้าม​รับ​ประ​ทาน​ผลที่เก็บเกี่ยวมา จน​กว่า​จะ​มีพิธีถวายผลแรกแด่พระ​เจ้า​

เทศกาลสัปดาห์ หรือ เทศกาล​ฉลอง​การ​เก็บ​เกี่ยว หรือ ​เทศกาลเพ็นเทคอสต์​
​- หลังจากถวายผลแรกแล้ว นับ​ไป​ให้​ได้​ 50 ​วัน ​จง​นำ​เมล็ด​ใหม่​มา​ถวาย​แด่​พระเจ้า
– จง​นำ​ขนม​ปัง​ 2 ​ก้อน ​มา​ทำ​พิธี​โบก​ถวาย เป็น​ผล​รุ่น​แรก​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า
– จง​นำ​ลูก​แกะ​อายุ 1 ปี 7 ​ตัว​ โค​หนุ่ม 1 ​ตัว​ แกะ​ผู้​ 2 ​ตัว ธัญ​บูชา​และ​เครื่อง​ดื่ม​บูชา มา​เป็น​เครื่อง​บูชา​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า
– จง​ถวาย​แพะ​ผู้​ 1 ตัว​ ถวาย​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป และ​ลูก​แกะ​ผู้​อายุ​ 1 ​ปี​ 2 ​ตัว​ ถวายเป็น​เครื่อง​ศานติ​บูชา
– ​ใน​วัน​​นั้น ​จง​ประ​กาศ​ให้​มี​การ​ประ​ชุม​บริ​สุทธิ์ ห้าม​ทำ​งาน​ประจำ​ใดๆ

เทศกาลเสียงแตร
– ใน​วัน​ที่​ 1 ​ของ​เดือน​ที่​7 ​จง​ถือ​เป็น​วัน​หยุด​พัก​สงบ​ 1 วัน
-​ เป็น​วัน​ประ​ชุม​บริ​สุทธิ์ เป็นวันประ​กาศ​เป็น​ที่​ระลึก​ด้วย​เสียง​แตร
– ​จง​นำ​เครื่อง​บูชา​ด้วย​ไฟ​ถวาย​แด่​พระเจ้า

วันลบมลทินบาป
– ใน​วัน​ที่​ 10 ​ของ​เดือน​ที่ 7 ​นี้​ ให้ถือเป็น​ วัน​ลบ​มลทิน
– ​เป็น​วัน​ประ​ชุม​บริ​สุทธิ์​ และ​จง​ปฏิ​เสธ​ความ​ปรารถ​นา​ของ​ตน และ​นำ​เครื่อง​บูชา​ด้วย​ไฟ​ถวาย​แด่​พระเจ้า
– ห้าม​ทำ​งาน​ทุก​อย่าง
– เริ่มตั้ง​แต่ เย็น​ใน​วัน​ที่​ 9 ถึง เย็น​ใน​วัน​ที่​ 10 ​
– วันนั้น ถ้าใคร​ไม่​ปฏิ​เสธ​ความ​ปรารถ​นา​ของ​ตน​เอง ​ให้​ไล่​ผู้​นั้น​ออก​จาก​ชน​ชาติ​ของ​ตน
– วันนั้น ถ้าใครทำ​งาน​ใดๆ พระเจ้า​จะ​ทำ​ลาย​ผู้​นั้น​เสีย​

เทศกาลอยู่เพิง
– ใน​วัน​ที่​ 15​ เดือน​ที่​ 7 เป็น​วัน​เทศ​กาล​อยู่​เพิง​ถวาย เป็นเวลา 7 ​วัน
– เป็นวันประชุม​บริ​สุทธิ์​ใน​วัน​แรก และวันที่ 8 ห้าม​ทำ​งาน​ประจำ​ใดๆ
– จง​นำ​เครื่อง​บูชา​ด้วย​ไฟ​ถวาย​แด่​พระเจ้า ทั้ง 8 ​วัน
– ​จง​มี​เทศ​กาล​เลี้ยง​แด่​พระ​เจ้า 7 วัน โดยใน​วัน​แรก​ และ​ใน​วัน​ที่​ 8 ​ก็​ให้​หยุด​พัก​สงบ
– จง​อยู่​ใน​เพิง​ 7 วัน ทุก​คน​ให้​เข้า​อยู่​ใน​เพิง เพื่อระลึกถึงตอนที่พระเจ้าทรงพา​คน​อิส​รา​เอล​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์​

1. วันปัสกา คือ วันที่ 14 เดือน 1 ซึ่งแต่ละปี จะเป็นวันจันทร์,วันอังคาร,หรืออื่นๆ แล้วแต่ปี
และวันถัดมา จะเป็นวันแรกของเทศกาลขนมปังไร้เชื้อ (วันใหญ่)
แล้ววันต่อมา คนอิสราเอลจะเริ่มเก็บเกี่ยว และนำมาให้ปุโรหิต
หากปีใด วันเริ่มเก็บเกี่ยวไม่ตรงกับวันอาทิตย์ ปุโรหิตก็จะรอจนถึงวันอาทิตย์ แล้วถวายผลแรกแด่พระเจ้า

ยิ่งกว่าพอดี
ในปีที่พระเยซูถูกตรึงตายบนไม้กางเขนนั้น
วันปัสกา เป็นวันศุกร์พอดี พระเยซูสิ้นพระชนม์วันศุกร์ พระองค์เป็นลูกแกะปัสกา
วันใหญ่ เป็นวันเสาร์พอดี
วันถวายผลแรก จึงเป็นวันอาทิตย์พอดี พระเยซูทรงฟื้นพระชนม์วันอาทิตย์ เป็นผลแรกแห่งการเป็นขึ้นมาจากความตาย

ขยับปีแค่นิดเดียว พระเยซู จะไม่ได้ ฟื้นคืนพระชนม์ใน วันถวายผลแรก

พระเจ้าทรงกำหนดไว้ในแผนการของพระองค์ก่อนแล้ว ล่วงหน้า 1,500 ปี

สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราวันนี้ ทั้งหมดอยู่ในแผนการอันลึกซึ้งและซับซ้อนของพระเจ้า ผู้ทรงรักเราอย่างที่สุด

คำคม

“ เราวางใจในแผนการอันไม่ผิดพลาดของพระเจ้า สำหรับเราได้เสมอ ”

สรุป เลวีนิติ 22

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งปุโรหิตทั้งหลายเกี่ยวกับเรื่องของที่ประชาชนนำมาถวายแด่พระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev22-80222

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 22 นอกจากพระเจ้าจะสั่งเรื่องความบริสุทธิ์ของปุโรหิตแล้ว พระเจ้ายังบอกให้โมเสสสั่งอาโรนและบุตรหลานของเขา ในเรื่องการใช้ของถวายที่บริสุทธิ์ดังนี้

– ถ้าคนในตระกูลของปุโรหิตคนใด ​เข้า​ใกล้​ของ​ถวายบริสุทธิ์​ ขณะ​ที่​เขา​มี​มลทิน​ คนนั้นจะตาย
​- ห้ามคนในตระกูลของปุโรหิต ที่​เป็น​โรค​เรื้อน​หรือ​มี​สิ่ง​ไหล​ออก​ มา​รับ​ประ​ทาน​ของ​ถวาย​ที่​บริ​สุทธิ์ จน​กว่า​เขา​จะ​สะอาด
– คนในตระกูลของปุโรหิตที่แตะต้องสิ่งมลทิน ต้อง​เป็น​มลทิน​ไป​จน​ถึง​เวลา​เย็น และ​จะ​รับ​ประ​ทาน​ของ​ถวาย​บริ​สุทธิ์​ไม่​ได้ นอก​จาก​เขา​จะ​อาบ​น้ำ​ชำระ​ตัว​เสีย​ก่อน
– ห้าม​คน​ภาย​นอกตระกูลของปุโรหิต ​รับ​ประ​ทาน​ของ​ถวาย​ที่​บริ​สุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็น​ผู้​มา​อาศัยหรือ​ลูก​จ้าง​ ของครอบครัวก็ตาม แต่​ถ้าเป็น​ทาสที่ซื้อ​มา​ด้วย​เงิน หรือเป็น​ผู้​เกิด​ใน​ครัว​เรือน​ของ​ปุโร​หิต​ สามารถรับ​ประ​ทาน​อาหาร​นั้น​ได้
– บุตร​สาว​ของ​ปุโร​หิตที่แต่ง​งาน​ไปแล้ว จะ​รับ​ประ​ทาน​เครื่อง​ถวาย​ที่​บริ​สุทธิ์​นั้น​ไม่​ได้
ยกเว้นเธอจะเป็น​แม่​ม่าย​ ​และ​ไม่​มี​บุตร และ​กลับ​มา​อยู่​บ้าน​บิดา​
– ถ้า​คน​ใด​รับ​ประ​ทาน​ของ​ถวาย​บริ​สุทธิ์​โดย​ไม่​เจต​นา เขา​จะ​ต้อง​เพิ่ม​ค่า​ของ​นั้น​ 1 ​ใน​ 5 และ​มอบ​ของ​ถวาย​บริ​สุทธิ์​นั้น​แก่​ปุโร​หิต
– ห้าม​ปุโร​หิต​ทำให้​ของ​ถวาย​ที่​บริ​สุทธิ์​ เป็น​มลทิน

– เมื่อ​คน​ใด​ถวาย​เครื่อง​บูชา แด่พระเจ้า ​สัตว์ที่ถวายต้อง​ปราศ​จาก​ตำหนิ
มิฉะนั้น​เครื่อง​บูชาที่ถวาย​จะ​ไม่​เป็น​ที่​โปรด​ปรานแด่พระเจ้า

– ​เมื่อจะนำลูกแรกเกิดของ ​โค หรือ​แกะ หรือ​แพะ​ มาถวาย ให้มัน​อยู่​กับ​แม่ 7 วัน ก่อน
แล้วค่อยนำมาถวายในวันที่ 8
– ห้าม​ฆ่า​มัน​พร้อม​กับ​ลูก​ของ​มัน​ใน​วัน​เดียว​กัน
– ห้าม​ทำ​ให้​พระนาม​บริ​สุทธิ์​ของพระเจ้า​เป็น​ที่​เหยียด​หยาม โดยไม่ยอมรักษา​บัญ​ญัติ​ของ​พระเจ้า​และ​ไม่ยอมทำ​ตาม

1. ของที่คนอิสราเอลนำมาถวายพระเจ้าถือว่าเป็นของบริสุทธิ์ ปุโรหิตต้องปฏิบัติต่อของเหล่านั้นอย่างระมัดระวัง

ของธรรมดาๆ เมื่อเราถวายแด่พระเจ้าแล้ว สิ่งนั้นกลายเป็นสิ่งมีค่ายิ่งในสายพระเนตรของพระเจ้า
เมื่อเราถวายชีวิตของเรา เวลาของเรา ความสามารถของเรา แด่พระเจ้า ไม่ว่ามันจะเล็กน้อยสักเพียงใด
ถ้าเราถวายด้วยจริงใจ สิ่งเหล่านั้นมีค่ายิ่งในสายพระเนตรของพระเจ้า

2. ดูเหมือนกฏเกณฑ์เรื่องการถวายลูกสัตว์แรกเกิดและการฆ่าแม่พร้อมลูกของมันนั้น
เป็นกฏแห่งความรักและเมตตา
จำเป็นที่จะต้องมีการถวายเครื่องบูชา
ขณะเดียวกันก็มีพระเมตตาอยู่กฏเหล่านั้น

3. คนอิสราเอลทำ​ให้​พระนาม​บริ​สุทธิ์​ของพระเจ้า​เป็น​ที่​เหยียด​หยาม เมื่อพวกเขาไม่ยอมรักษา​บัญ​ญัติ​ของ​พระเจ้า​และ​ไม่ยอมทำ​ตามคำสั่งของพระองค์
ในทางตรงกันข้าม พวกเขาถวายเกียรติแด่พระเจ้า เมื่อพวกเขารักษากฏเกณฑ์ของพระเจ้าและเชื่อฟังคำสั่งของพระองค์

วันนี้ ชีวิตของเราทำให้พระนามของพระเจ้าเป็นที่ยกย่อง หรือ ถูกเหยียดหยาม

คำคม

“ เราถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้ ด้วยการเชื่อฟังพระองค์ ”

สรุป เลวีนิติ 21

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งเกี่ยวกับกฏเกณฑ์เรื่องความบริสุทธิ์ของปุโรหิต

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev21-79986

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 21 เมื่อพระเจ้าสั่งเรื่องการลงโทษผู้ละเมิดกฏของความบริสุทธิ์แล้ว พระองค์ยังสั่งเรื่องความบริสุทธิ์ของปุโรหิตดังนี้

ปุโรหิตทุกคน
– ห้ามทำ​ตัว​เป็น​มลทิน​ด้วย​เรื่อง​ศพ​ใน​หมู่​ญาติ​ของ​ตน
ยกเว้นเป็น มารดา บิดา บุตร​ชาย​หญิง พี่​ชาย​น้อง​ชาย หรือ​พี่​สาว​น้อง​สาว​พรหม​จารี(ที่ยังไม่ได้แต่งงาน)
– ห้าม​โกน​ศีรษะ​หรือ​กัน​เครา หรือ​เชือด​เนื้อ​ตัว​เอง
– ห้ามแต่ง​งาน​กับ​หญิง​โส​เภณี​ หรือ​หญิง​มี​มลทิน​ หรือ​​หญิง​ที่​หย่า​จาก​สามี จะ​ต้อง​แต่ง​งาน​กับ​หญิง​พรหม​จารี​เท่า​นั้น
– บุตร​สาว​ของ​ปุโร​หิต​คน​ใด ​ไป​เป็น​หญิง​โส​เภ​ณี จะ​ต้อง​เผา​เธอ​เสีย​ด้วย​ไฟ

มหาปุโร​หิต​ ผู้​ถูก​เจิม​ศีรษะ​ด้วย​น้ำ​มัน
– ห้าม​ปล่อย​ผม​หรือ​ฉีก​เสื้อ​ตำแหน่ง​ของ​ตน
– ห้าม​เข้า​ไป​ถูก​ต้อง​ศพ​ แม้​ว่า​ศพ​นั้น​เป็น​บิดา​หรือ​มารดา
– ห้าม​ออก​ไป​จาก​สถาน​นมัส​การ หรือ​ทำ​สถาน​นมัส​การ​ให้​เป็น​มลทิน

ห้าม​คนในตระกูลของปุโรหิตที่พิการ​เข้า​ไป​ถวาย​เครื่องบูชาแด่พระ​เจ้า​ ไม่​ว่า​เป็น​คน​ตา​บอด ​หรือ​เป็น​คน​เขยก หรือ​ที่​หน้า​มี​แผลเป็น​หรือ​แขน​ขา​ยาว​เกิน หรือ​มี​เท้า​พิการ​ หรือ​มือ​พิการ หรือ​หลัง​ค่อม หรือเป็นคน​แคระ หรือ​ตา​พิการ หรือ​เป็น​ขี้​กลาก​ หรือเป็น​หิด หรือ​​มี​ลูก​อัณฑะ​ฝ่อ
คนที่พิการเหล่านี้​จะ​รับ​ประ​ทานของถวาย ที่เป็นส่วนของ​ปุโรหิต​ได้ ทั้ง​ของ​ที่​บริ​สุทธิ์​ที่​สุด​และ​ของ​บริ​สุทธิ์
แต่​ห้าม​เขา​เข้า​มา​ใกล้​ม่าน​หรือ​ใกล้​แท่น​บูชา

1. ใน ข้อที่ 6 กล่าวว่า การ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​แด่พระเจ้า เป็น​เหมือนการถวายอาหารแด่​พระ​เจ้า​
ไม่ได้หมายความว่าพระเจ้าต้องการอาหารจากคนอิสราเอล
แต่หมายความว่า พวกเขาต้องทำอย่างบริสุทธิ์ ปราศจากมลทิน เหมือนกับการถวายอาหารแด่จอมกษัตริย์

เพราะพระเจ้าของเราเป็นพระเจ้าผู้บริสุทธิ์ การกระทำใดๆที่กระทำถวายแด่พระเจ้าต้องบริสุทธิ์
ซึ่งมนุษย์ผู้เป็นคนบาปไม่สามารถทำสิ่งที่บริสุทธิ์อย่างแท้จริงได้
แต่โดยทางพระเยซูคริสต์ เราได้รับการชำระให้บริสุทธิ์แล้ว
ดังนั้นคำอธิษฐานของเรา ในนามของพระเยซู จึงเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์ที่พระบิดาจะทรงรับฟังและตอบคำอธิษฐานของเรา

2. ปุโรหิตเป็นผู้นำฝ่ายวิญญาณของชุมชน ดังนั้นปุโรหิตจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาความบริสุทธิ์เพื่อเป็นแบบอย่างแก่ประชาชน

ผู้นำฝ่ายวิญญาณจำเป็นต้องเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สมาชิกในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านฝ่ายวิญญาณ

3. คนในตระกูลของปุโรหิตที่พิการ ไม่ได้ถูกลงโทษ เพราะไม่ใช่ความผิดของพวกเขาที่พิการ
พวกเขาจึงสามารถรับประทานของถวายในส่วนที่เป็นของปุโรหิตได้ตามปกติ
แต่ขณะเดียวกัน การถวายแด่พระเจ้าต้องบริสุทธิ์ ไร้ตำหนิ
ดังนั้นพวกเขาจึงถูกห้ามไม่ให้ เข้ามาทำหน้าที่ต่างๆของปุโรหิต

พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา แต่ขณะเดียวกันก็เข้มงวดในมาตรฐานของพระองค์

คำคม

“ เราต้องดำเนินชีวิตในความบริสุทธิ์ เพราะพระเจ้าของเราบริสุทธิ์ ”

สรุป เลวีนิติ 20

ภาพรวม

  • พระเจ้ากำหนดบทลงโทษแก่คนอิสราเอลที่ไม่เชื่อฟังกฏเกณฑ์ของพระองค์

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev20-79881

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 20 เมื่อพระเจ้าบอกคนอิสราเอลเกี่ยวกับกฏเกณฑ์ต่างๆแล้ว พระองค์ทรงตรัสกับพวกเขาถึงโทษของการไม่เชื่อฟังกฏเหล่าน้้นดังนี้

ผู้ต้องรับโทษ​ถึง​ตาย โดยให้​ราษฎร​เอา​หิน​ขว้าง​เขา​เสีย​ให้​ตาย​ ได้แก่
1. ผู้เอาลูก​ลูกหลาน​ของ​ตน​ ไปเผาบูชายันต์ให้แก่​พระ​โมเลค
แต่​ถ้าประชาชน​หลับ​หู​หลับตา เรื่องนี้เสีย ไม่​ขว้าง​เขา​ให้​ตาย​
พระเจ้าจะจัดการกับเขา และ​ครอบครัว​ของ​เขาเอง
2. ผู้​ที่​แช่ง​บิดา​หรือ​มารดา​ของ​ตน
3. ผู้ที่เป็นชู้กับภรรยาของเพื่อนบ้าน
4. ผู้ที่เป็นชู้กับภรรยาของบิดา หรือกับลูกสะใภ้​
5. ชายผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย
6. ผู้สม​สู่​กับ​สัตว์​เดียรัจฉาน
7. ผู้​ที่​เป็น​คน​ทรง​หรือ​พ่อ​มด​แม่​มด

ผู้ต้องรับโทษ​ถึง​ตาย โดยเผาเสียด้วยไฟ ได้แก่
ชาย​ที่​รับทั้งแม่และลูกมาเป็น​ภรรยา​ของตน ให้​เผา​ทั้ง​ชาย​นั้น​และ​หญิง​ทั้ง​สอง​นั้น​เสีย​ด้วย​ไฟ

ผู้ต้องรับโทษ​ ด้วยการอเปหิ​เขา​เสีย​จาก​ชน​ชาติ​ของ​ตน​ ได้แก่
1. ผู้​ใฝ่หา​คน​ทรง​ผี​หรือ​พ่อ​มด​แม่​มด เล่น​ชู้​กับ​เขา
2. ผู้กระทำล่วงละเมิดทางเพศกับพี่สาว​หรือ​น้องสาว​ของ​ตน
3. ชายและหญิงผู้มีเพศสัมพันธ์กันขณะที่ฝ่ายหญิง​มี​ประจำเดือน

ผู้ต้องรับโทษ โดยพระเจ้าจะทรงให้เขาเป็นหมัน ได้แก่
1. ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์​กับป้าของตน
2. ผู้ล่วงละเมิดทางเพศต่อพี่สะใภ้หรือน้องสะใภ้ของตน

คนอิสราเอลต้องไม่​ประพฤติ​ตาม​ธรรม​เนียม​ของ​คนคะนาอัน
แล้วพระเจ้าจะ​ให้ เป็น​แผ่นดิน​ที่​มี​น้ำนม​และ​น้ำผึ้ง​ไหล​บริบูรณ์ แก่พวกเขาเป็นกรรมสิทธิ์

1. พระเจ้าทรงขับไล่คนคะนาอันออกจากดินแดนคะนาอัน เพราะพวกเขากระทำสิ่งชั่วร้ายและน่าเกลียดน่าชัง
ดังนั้นพระเจ้าจึงสั่งคนอิสราเอลว่า อย่าทำตามธรรมเนียมของพวกเขา เพราะการกระทำเหล่านั้นเป็นสิ่งที่พระเจ้าไม่พอพระทัย

คนอิสราเอล เป็นประชากรของพระเจ้า สมควรกระทำสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัย ไม่ใช่ทำตามอย่างประชาชาติอื่น
เราทั้งหลายผู้เป็นประชากรของพระเจ้า ก็สมควรกระทำสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัย ไม่ใช่ทำตามอย่างค่านิยมในโลกนี้

2. พระเจ้าทรงกำหนดโทษสำหรับการไม่เชื่อฟังแต่ละอย่างเอาไว้แล้ว
แต่หากประชาชนอิสราเอลไม่ลงโทษตามที่พระเจ้าสั่งไว้
พระเจ้าเองจะเป็นผู้ลงโทษผู้กระทำผิดเหล่านั้น

วันนี้ หากมีคนชั่วร้ายบางคนที่ยังลอยนวล
เป็นเพราะพระเจ้ายังให้โอกาสแก่พวกเขาเพื่อที่จะกลับใจ
แต่เมื่อเวลามาถึงหากพวกเขายังไม่กลับใจ
พวกเขาจะต้องรับโทษอย่างยุติธรรมจากพระเจ้าผู้ทรงยุติธรรม

ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องเดือดเนื้อร้อนใจไป
แต่หากเราเองกำลังดำเนินไปในทางแห่งการไม่เชื่อฟัง
จงรีบกลับใจ ขณะที่ยังมีโอกาส

3. ถ้าสังเกตดูให้ดี จะเห็นว่าการพิพากษาของพระเจ้า ช่างเด็ดขาดและรุนแรง
ขนาดการพิพากษาเกี่ยวกับเรื่องบนโลกนี้ ยังน่าสะพรึงกลัวเพียงนี้
แล้วคิดดูสิ การพิพากษาในวันพิพากษานั้นจะน่าสะพรึงกลัวมากสักเพียงใด
คนบาปที่ต้องไปยืนต่อหน้าพระเจ้า ผู้ทรงพิพากษานั้น น่าหวาดเสียวจริงๆ

คำคม

“ การพิพากษาของพระเจ้าน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก สำหรับคนบาปทั้งหลาย ”

สรุป เลวีนิติ 19

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับกฏเรื่องความบริสุทธิ์ต่างๆ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev19-79737

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 19 นอกจากพระเจ้าจะสั่งคนอิสราเอลเรื่องเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์แล้ว พระองค์ยังสั่งเกี่ยวกับเรื่องความบริสุทธิ์ต่างๆ ดังนี้


คน​อิส​รา​เอล​ต้อง​บริ​สุทธิ์ เพราะ​พวกเขาเป็นประชากรของ​พระ​เจ้า​ผู้​บริ​สุทธิ์ ดังนั้น
– พวกเขา​ต้อง​เคารพ​มารดา​และ​บิดา​ของ​ตน
– ​ต้อง​รักษา​บรรดา​สะ​บา​โต​
– ต้องไม่​หัน​ไป​นับ​ถือ​รูป​เคา​รพ
– ต้องถวาย​ศานติ​บูชา​แด่​พระ​เจ้า และทำตามกฏแห่งการถวายเครื่องบูชาที่พระเจ้าได้สั่งเอาไว้
– ต้องไม่เก็บเกี่ยวพืชผลจนหมด ต้องเหลือ​ไว้​ให้​คน​ยาก​จน​และ​คน​ต่าง​ด้าว​บ้าง
– ต้องไม่​ลัก​ทรัพย์ ไม่​โกง ไม่​มุสา​ต่อ​กัน
– ต้องไม่​สาบาน​เท็จ
– ต้องไม่บีบ​คั้น​เพื่อน​บ้าน​หรือ​ปล้น​เขา
– ต้อง​ไม่ประวิงเวลาจ่ายค่าแรง​ลูก​จ้าง​
– ต้องไม่​แช่ง​คน​หู​หนวก
– ต้องไม่​วาง​ของ​ให้​คน​ตา​บอด​สะดุด
– ต้องไม่​พิพาก​ษาอย่างไม่ยุติ​ธรรม
– ต้องไม่​ลำ​เอียง​เข้า​ข้าง​คน​จน​หรือ​เห็น​แก่​หน้า​ผู้​เป็น​ใหญ่
– ต้องไม่​ปอง​ร้าย​ต่อ​ชีวิต​ของ​เพื่อน​บ้าน
– ต้องไม่​เกลียด​ชัง​พี่​น้อง ​อยู่​ใน​ใจ
– ต้องช่วย​ตัก​เตือน​เพื่อน​บ้าน​เมื่อเขาทำผิด
– ต้องไม่แก้​แค้น​หรือ​ผูก​พยา​บาท
– ต้อง​รัก​เพื่อน​บ้าน​เหมือน​รัก​ตน​เอง
– ต้อง​รักษา​กฎ​เกณฑ์​ของ​พระเจ้า
– ต้องไม่​ผสม​พันธุ์​สัตว์​ต่าง​ชนิด​กัน
– ต้องไม่​หว่าน​พืช​สอง​ชนิด​ปน​กัน​
– ต้อง​ไม่ใช้​เครื่อง​แต่ง​กาย​ที่​ทำ​ด้วย​ผ้า​สอง​ชนิด​ปน​กัน
​- ต้อง​ไม่รับ​ประ​ทานผลของต้นไม้ที่ปลูกไว้ 3 ปีแรก
– ต้องถวายผลที่เก็บได้ในปีที่ 4 แด่พระเจ้า พอ​ปี​ที่​ 5 ก็​รับ​ประ​ทาน​ผล​ไม้​นั้น​ได้
– ต้อง​ไม่รับ​ประ​ทาน​เนื้อ​สัตว์​ที่​มี​เลือด​ใน​เนื้อ​นั้น
– ต้องไม่เป็น​หมอดู​หรือ​เป็น​หมอ​ผี
– ต้องไม่กัน​ผม​ที่​จอน​หู​หรือ​กัน​เครา เหมือนคนต่างชาติ
– ต้องไม่​เชือด​เนื้อ​ของ​เจ้า​เพราะ​เหตุ​มี​คน​ตาย
– ต้องไม่สัก​เป็น​เครื่อง​หมาย​ใดๆ ลง​ที่​ตัว​เจ้า
– ต้องไม่ทำ​ให้​บุตร​สาว​ของ​ตน​เป็น​​หญิง​โส​เภ​ณี
– ต้อง​เคา​รพ​ต่อ​สถาน​นมัส​การ​ของพระเจ้า
– ต้องไม่ไป​หา​คน​ทรง​หรือ​พ่อ​มด​แม่​มด
– ต้องให้เกียรติและ​เคารพ​ผู้​อา​วุ​โส
– ต้อง​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า​
– ต้องไม่​ข่ม​เหงคนต่างด้าว
– ต้องไม่​พิ​พาก​ษา แบบไม่​เที่ยง​ตรง

จง​รักษา​กฎ​เกณฑ์​ทั้ง​หมด​ของ​พระเจ้า และ​ทำ​ตาม​เรา

1. กฏเกณฑ์ของพระเจ้า เป็นกฏเกณฑ์แห่งความรัก
พระองค์ประสงค์ให้เราผูกพันกับพระองค์ด้วยความรัก เหมือนภรรยาที่สัตย์ซื่อต่อสามีผู้รักเธอสุดหัวใจ
พระองค์ประสงค์ให้เรารักเพื่อนบ้าน สำแดงความรักที่เราได้รับจากพระองค์ออกมาเป็นการกระทำด้วยความรักต่อเพื่อนบ้าน

วันนี้ เราสนิทกับพระเจ้ามากขึ้นกว่าเมื่อวานหรือไม่?
วันนี้ เรารักเพื่อนบ้านมากขึ้นกว่าเมื่อวานแล้วหรือยัง?

คำคม

“ กฎของพระเจ้าทั้งหมด สรุปได้คำเดียว คือ รัก ”

สรุป เลวีนิติ 18

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับกฎเรื่องการมีเพศสัมพันธ์

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev18-79498

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 18 หลังจากที่พระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอลเรื่องการฆ่าสัตว์เพื่อถวายบูชาแล้ว พระองค์ทรงตรัสสั่งเกี่ยวกับกฏเรื่องเพศสัมพันธ์ไว้ดังนี้

ห้ามคนอิสราเอล​ทำ​เหมือน​ที่​ทำ​กัน​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์ หรือที่​ทำ​กัน​ใน​แผ่น​ดิน​คา​นา​อัน
แต่ให้พวกเขาทำตามกฏเกณฑ์ของพระเจ้า ดังต่อไปนี้
ห้ามมีเพศสัมพันธ์กับคนต่อไปนี้
1. ญาติ​สนิท​ของ​ตน​
2. แม่ของตน
3. ภรรยาของพ่อ
4. ​พี่สาว​หรือ​น้อง​สาว​ของ​ตน
5. ​หลานของตน
6. ลูกพี่ลูกน้องของตน
7. ​อา​ หรือ​ ​ป้า หรือ น้า ของตน
8. ป้า​สะใภ้​หรือ​อา​สะใภ้​ ของ​ตน
9. ลูก​สะใภ้​ ของ​ตน
10. พี่สะใภ้ หรือ น้องสะใภ้ของตน
11. ลูกสาวหรือหลานสาว ของ​สตรี​คน​ใด​ที่​ตนเคยมีเพศสัมพันธ์ด้วย
12. พี่สาว​หรือ​น้อง​สาว​ของ​ภรรยา​ ใน​ขณะ​ที่​ภรรยา​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่
13. ​สตรี​คน​ใด​ที่กำ​ลัง​มี​ประจำ​เดือน
14. ภรรยา​ของ​เพื่อน​บ้าน​ของ​ตน

นอกจากนี้ห้ามทำตามคนต่างชาติในเรื่องต่อไปนี้
1. ห้าม​ถวาย​ลูก​หลาน​ ​ให้​พระ​โมเลค​โดย​ให้​ลุย​ไฟ
2. ห้าม​ผู้​ชายมีเพศสัมพันธ์​กับ​ผู้​ชาย​ด้วย​กัน
3. ห้าม​สม​สู่​กับ​สัตว์

คนต่างชาติทำสิ่งที่น่ารังเกียจเหล่านี้ พวกเขาจึงต้องถูกขจัดออกไปจากแผ่นดิน
ดังนั้น คนอิสราเอลไม่ควรทำตามอย่างพวกเขา เพื่อจะไม่ต้องถูกขจัดออกไปจากแผ่นดินที่พระเจ้าทรงประทานให้นั้น

1. พระเจ้าทรงเรียกอิสราเอลให้เป็นชนชาติบริสุทธิ์ แยกออกจากคนต่างชาติ
พระองค์ประสงค์ให้พฤติกรรมของพวกเขาแตกต่างจากคนต่างชาติ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการประพฤติอันน่ารังเกียจในสายพระเนตรของพระเจ้า

วันนี้เราเป็นประชากรของพระเจ้าแล้วเราไม่สมควรดำเนินชีวิตตามอย่างคนในโลกนี้อีกต่อไปแต่ควรดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

2. เรื่องเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องสวยงามงดงามเป็นพระพรที่พระเจ้าประทานให้แก่มนุษย์
แต่มารซาตานพยายามหลอกลวงผู้คนบิดเบือนความงดงามเหล่านั้น
โดยล่อลวงให้มนุษย์ใช้เพศสัมพันธ์อย่างน่ารังเกียจอย่างวิปลาส
ผิดแผกไปจากที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้แต่เดิม

เราทั้งหลายผู้เป็นประชากรของพระเจ้าสมควรที่จะใช้เรื่องเพศสัมพันธ์อย่างถูกต้อง
เพื่อเป็นการถวายเกียรติแด่พระเจ้าและเพื่อให้เรื่องเพศสัมพันธ์ของเรานั้น
เป็นพระพรต่อตัวเราและคนในครอบครัว

3. ในพระคัมภีร์ตอนนี้ชี้ให้เห็นว่าเรื่อง ​เผาบูชายันต์​ลูก​หลาน ​ให้​แก่รูปเคารพ , การมีเพศสัมพันธ์​กับ​เพศเดียวกัน และการ​สม​สู่​กับ​สัตว์ นั้น ล้วนแต่เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจอย่างยิ่งในสายพระเนตรของพระเจ้าทั้งสิ้น

เราควรหลีกหนีให้ห่างไกลจากการกระทำเหล่านี้ และควรเตือนสติคนที่เรารักหากพวกเขากำลังเดินไปในหนทางเหล่านี้

คำคม

“ เรื่องเพศเป็นเรื่องที่งดงามและเป็นพระพร เมื่อเราใช้มันอย่างถูกต้อง ”

สรุป เลวีนิติ 17

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสอนคนอิสราเอลเกี่ยวกับการฆ่าสัตว์เพื่อถวายเป็นเครื่องบูชา

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev17-79346

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 17 หลังจากที่พระเจ้าสั่งคนอิสราเอลเรื่องวันลบล้างบาปแล้ว พระองค์ก็ทรงตรัสเกี่ยวกับการฆ่าสัตว์เพื่อถวายบูชาดังนี้

คน​​ใด​ผู้​อาศัย​อยู่​ท่าม​กลางคนอิสราเอล
– ฆ่า​โค​ หรือ​ลูก​แกะ หรือ​แพะ​ เพื่อถวายบูชา แต่ไม่​ได้​นำ​มา​ที่​ประตู​พลับพลา​
– ถวาย​เครื่อง​บูชาและ​ไม่​ได้​นำ​เครื่อง​สัตว​บูชา​นั้น​มา​ที่​ประตูพลับพลา
– ​รับ​ประ​ทาน​เลือด
ก็​ให้​ไล่​คน​ผู้​นั้น​ออก​จาก​ชน​ชาติ​อิสราเอล

ส่วนคนใด
– รับ​ประ​ทาน​สัตว์​ที่​ตาย​เอง หรือ​ที่​ถูก​สัตว์​อื่น​กัด​ตาย
ต้อง​ซัก​เสื้อ​ผ้า​และ​อาบ​น้ำ และ​เป็น​มลทิน​อยู่​จน​ถึง​เวลา​เย็น

1. การถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้า ต้องทำด้วยวิธีการของพระเจ้าเท่านั้น ไม่ใช่กระทำตามใจปรารถนาของตนเอง

ในการรับใช้พระเจ้า เราต้องทำตามคำสั่งของพระเจ้า ไม่ใช่ทำตามอำเภอใจของตนเอง

2. พระเจ้าสงวนเลือดเอาไว้ สำหรับให้คนอิสราเอลใช้ในการลบล้างบาป
จึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่คนอิสราเอล จะนำมาใช้เป็นอาหาร
พระเจ้าประทานเนื้อมากมายให้รับประทานอยู่แล้ว

แยกออกเพื่อพระเจ้า คือ สิ่งนั้นใช้เพื่อพระเจ้าเท่านั้น ไม่สมควรใช้เพื่อการอื่นๆ
ชีวิตของเราถูกแยกออกมา เพื่อจะใช้ถวายเกียรติแด่พระเจ้าเท่านั้น
เราสมควรใช้ทุกการกระทำและคำพูดของเราถวายพระเกียรติแด่พระองค์

3. คำว่า “ถวายปีศาจแพะ” ซึ่งหมายถึง การถวายเครื่องบูชาแก่วิญญาณชั่วในทะเลทราย ตามธรรมเนียมของคนต่างชาติในสมัยนั้น
ปรากฏคำนี้อีกครั้ง ใน 2พศด. 11:15 “และ​เย​โร​โบ​อัม​ทรง​แต่ง​ตั้ง​ปุ​โร​หิต​ของ​พระ​องค์​ขึ้น​สำ​หรับ​ปูช​นีย​สถาน​สูง​ทั้ง​หลาย สำ​หรับ​ปีศาจ​แพะ และ​สำ​หรับ​รูป​ลูก​วัว​ที่​พระ​องค์​ทรง​สร้าง​ขึ้น”

เราไม่ควรทำตามอย่างคนในโลกนี้ หากสิ่งนั้นขัดกับพระคำของพระเจ้า

คำคม

“ รับใช้พระเจ้า ต้องทำตามวิธีของพระเจ้า ”

สรุป เลวีนิติ 16

ภาพรวม

  • พระเจ้ากำหนดวันที่ 10 ​เดือน​ที่​ 7 ของทุกปี เป็นวันลบล้างบาป ที่มาหปุโรหิตจะสามารถเข้าเฝ้าพระเจ้าในอภิสุทธิสถานได้ในวันนั้น เพื่อลบล้างบาปของชุมชนอิสราเอล

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev16-79114

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 16 นอกจากพระเจ้าจะสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับเรื่องการดำเนินการสำหรับผู้ที่มีสิ่งไหลออกจากร่างกายแล้ว พระองค์ตรัสเกี่ยวกับเรื่องวันลบล้างบาป ดังนี้

ห้าม​เข้า​ไป​ใน​อภิสุทธิสถาน ไม่งั้นจะต้อง​ตาย
แต่ปุโรหิตจะเข้าไปได้ปีละ 1 ครั้ง ในวันที่ 10 ​เดือน​ที่​ 7 โดยต้องทำดังนี้
– ให้​เอา​วัว​หนุ่ม 1​ตัว​ ถวาย​เป็น​เครื่องบูชา​ไถ่​บาปสำหรับปุโรหิต
– ให้เอาแกะ​ผู้​ 1 ตัว​ ถวายเป็น​เครื่อง​เผา​บูชาสำหรับปุโรหิต
– ​ให้​นำ​แพะ​ผู้​ 2 ​ตัว ​ถวายเป็น​เครื่องบูชา​ไถ่​บาป​แก่ชุมนุม​ชน​อิสราเอล
– ให้นำ​แกะ​ผู้​ 1 ตัว​ ถวายเป็น​เครื่อง​เผา​บูชา​แก่​ชุมนุม​ชน​อิสราเอล
– ให้​ปุโรหิตอาบน้ำแล้ว​สวม​เสื้อ​ประจำตำแหน่ง
– แล้ว​นำ​แพะ​ 2 ตัว​นั้น​ไป​ถวาย​พระ​เจ้า​ที่​ประตู​พลับพลา
– แล้วจับฉลาก ตัวหนึ่งจะตก​เป็นเครื่องบูชาแด่​พระ​เจ้า และ​อีก​ตัวหนึ่ง​จะถูกปล่อยเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร
– ให้ปุโรหิตถวายเครื่องบูชาทั้งของคนและของชุมชนอิสราเอล แด่พระเจ้า
– แล้วใช้เลือด​ประพรม​ที่​หน้า​พระ​ที่​นั่ง​กรุณา​​และ​ที่​ข้างหน้า​พระ​ที่​นั่ง​กรุณา​

ในวันนั้น เมื่อปุโรหิตเข้าไปในพลับพลา อย่า​ให้​มี​ผู้ใด​อยู่​ใน​พลับพลา จนกว่า​เขา​จะ​ออกมา​
วันนั้นให้เป็นวันสะบาโต ​ชุมชนทั้งหมด​ต้อง​บังคับ​ใจ​ตนเอง​ไม่​กระทำ​การ​งาน​สิ่ง​ใด ทั้งคน​ต่างด้าว​ที่​อาศัย​อยู่​คนอิสราเอลด้วย
ให้​ทำ​การ​ลบ​มลทิน​บาป​เช่นนี้เพื่อ​คน​อิสราเอล​ปี​ละ​ครั้ง เพราะ​บาป​ทั้งสิ้น​ของ​พวกเขา

1. พระเจ้าทรงกำหนดวันลบล้างบาป ให้แก่คนอิสราเอล ปีละ 1 ครั้ง เป็นวันเดียวที่จะมีคนเข้าไปในห้องอภิสุทธิสถานได้ ในยามที่พระสิริของพระเจ้าอยู่เหนือพลับพลา คนนั้้นคือ มหาปุโรหิต
(ไม่รวมช่วงเวลาที่เมฆแห่งพระสิริลอยขึ้นเพื่อให้เดินทางต่อ เพราะช่วงเวลาขนย้าย คนเลวีและปุโรหิต เข้าไปได้เพื่อขนย้ายสิ่งของ)

มหาปุโรหิตที่จะเข้าไป ปีละครั้งนั้น ต้องชำระตัวให้สะอาด ต้องถวายเครื่องบูชาชำระบาปทั้งสิ้นของตนและของครอบครัว
เห็นได้ชัดว่า การที่จะเข้าเป้าต่อจำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้า แบบไม่ตายนั้น ยากเย็นเหลือเกิน

ขอบคุณพระเจ้า โดยการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์เพื่อเราทั้งหลาย ม่านที่กั้นในพระวิหารนั้นได้ขาดออกแล้ว บัดนี้เราสามารถเข้าเฝ้าพระเจ้าได้ เสมอทุกที่ ทุกเวลา

พระเจ้าไม่ได้ลดมาตรฐานการเข้าเฝ้าพระองค์ลงเลยแม้แต่น้อย
ผู้ที่จะเข้าเฝ้าพระเจ้าได้นั้น ต้องเป็นผู้บริสุทธิ์ หมดจดปราศจากตำหนิ
วันนี้ที่เรา เข้าเฝ้าพระเจ้าได้ ไม่ใช่เพราะเราทำความดีใดๆ
แต่โดยทางพระเยซูคริสต์ เราจึงบริสุทธิ์ปราศจากตำหนิ ริ้วรอยมลทินใดๆแล้ว
เราจึงสามารถเข้าเฝ้าพระเจ้าผู้บริสุทธิ์ได้

วันนี้ ให้เราเห็นคุณค่าสิ่งที่เราได้รับมา ด้วยการใช้สิทธิในการเข้าเฝ้าพระเจ้าได้นี้
เข้าเฝ้าพระองค์บ่อยที่สุดเท่าที่เราจะทำได้เถิด

คำคม

“ เราได้สิทธิพิเศษในการเข้าเฝ้าพระเจ้าแล้ว จงใช้สิทธินั้นเถิด ”

สรุป เลวีนิติ 15

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับ ​ผู้​มี​สิ่ง​ไหล​ออก​ และ​ชาย​ที่​มี​น้ำ​กาม​ไหล​ออก และ​หญิง​ที่​มี​ประ​จำ​เดือนไหลออก

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev15-78780

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 15 เมื่อพระเจ้าสั่งโมเสสเรื่องการชำระให้พ้นมลทินของโรคเรื้อนแล้ว พระเจ้าก็สั่งโมเสสและอาโรน เกี่ยวกับเรื่องการดำเนินการกับคนที่มีสิ่งไหลออกจากร่างกาย ดังนี้

ถ้าใครมี​สิ่ง​ไหล​ออก​จาก​ร่าง​กาย ซึ่งหมายถึง มีของเหลวไหลออกจากอวัยวะสืบพันธุ์อย่างผิดปกติ สิ่ง​นี้ถือว่า​เป็น​มลทิน​ของ​เขา
– ใคร​ที่​แตะ​ต้อง​เตียง​ของ​เขา​
– ใครแตะต้องสิ่ง​ที่เขาได้​นั่งมา​ก่อน
– ใครที่​แตะ​ต้อง​ร่าง​กาย​ของ​เขา
– ใครที่โดนน้ำลายของเขา
ต้อง​ซัก​เสื้อ​ผ้า​ของ​ตน​และ​อาบ​น้ำ และ​จะ​เป็น​มลทิน​ไป​จน​ถึง​เวลา​เย็น

– ภาชนะ​ดิน​ทุก​ใบ​ซึ่งคนที่มี​สิ่ง​ไหล​ออก​จาก​ร่าง​กายแตะ​ต้อง​ให้​ทุบ​เสีย
– ​ภาชนะ​ไม้​ทุก​อย่าง​ซึ่ง​เขาแตะ​ต้อง​ให้​ชำระ​เสีย​ด้วย​น้ำ

หลังจากสิ่งไหลออกหมดแล้ว
ให้​นับไปอีก​ 7​วัน
จากนั้นเมื่อ​เขา ซัก​เสื้อ​ผ้า และ​อาบ​น้ำ​ด้วย​น้ำ​สะอาดแล้ว
เขา​จึง​จะ​สะอาด

ใน​วัน​ที่​ 8 ​ให้​เขา​นำ​นก​เขา​ 2 ​ตัว หรือ​นก​พิราบ​ 2 ​ตัว ​มา​​ให้​แก่​ปุโร​หิตที่​ประตูพลับพลา
ให้​ปุโร​หิต​ ใช้​นก​ตัว​หนึ่ง​เป็น​เครื่อง​ถวาย​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป
และ​นก​อีก​ตัว​หนึ่ง​เป็น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว
แล้วเขาจึงรับการลบมลทิน

ซึ่งกฏนี้ใช้กับหญิงที่มีประจำเดือนไหลออกแบบผิดปกติด้วยเช่นกัน

สำหรับผู้หญิงที่มีประจำเดือน ตามปกติ ทุกเดือนที่มีประจำเดือน เธอจะเป็นมลทินไป 7 วัน

ส่วนชายที่มีน้ำกามไหลออก ไม่ว่าระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงหรือไม่ก็ตาม
ให้​เขา​อาบ​น้ำ และ​เป็น​มลทิน​ไป​จน​ถึง​เวลา​เย็น

1. คนที่​มีสิ่ง​ไหล​ออก​จาก​อวัยวะสืบพันธุ์อย่างผิดปกติ นั้น น่าจะเป็นอาการติดเชื้อ คล้ายๆกับหนองใน
กฎที่กำหนดขึ้นมาว่าเขาเป็นมลทินนั้น จึงกำหนดเพื่อรักษาสุขอนามัยของคนในชุมชน
ไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อ
แต่พระเจ้าไม่จำเป็นต้องอธิบายให้คนอิสราเอลฟัง
เพียงพวกเขาเชื่อฟังเท่านั้น ก็จะได้รับพระพร แม้จะไม่เข้าใจก็ตามว่า ทำไมมันถึงเรียกว่าเป็นมลทิน

กฎเกณฑ์ของพระเจ้านั้นดีเลิศ เพื่อประโยชน์แก่เรา ทั้งที่เราเข้าใจแล้ว และยังไม่เข้าใจ
แต่ไม่ว่าเราเข้าใจแล้วหรือยัง ทุกข้อเมื่อเราเชื่อฟังทำตาม จะนำประโยชน์และพระพรมาสู่เราอย่างแน่นอน

2. จากบทนี้ทำให้เราเข้าใจหัวอกของ หญิงที่โลหิตตก 12 ปี ใน มก. 5:25 มากยิ่งขึ้น
ว่านางดำเนินชีวิตยากลำบากเพียงใด เมื่อทุกคนในเมืองถือว่า นางเป็นคนที่เป็นมลทินไม่อยากเข้าใกล้

คนที่เป็นมลทิน มา นานแสนนาน เมื่อได้มาพบกับพระเยซูคริสต์ เธอก็สะอาด

3. เหตุที่พระเจ้ากำหนดให้ผู้หญิงที่มีประจำเดือน เป็นมลทินไป 7 วัน เพื่อให้เธอได้รับการพักผ่อน หลังจากเสียเลือดไปมาก
เมื่อเป็นมลทิน จะหยิบจับอะไรก็ไม่สะดวก ดังนั้นจะเป็นหน้าที่ของคนอื่นๆในบ้านช่วยงนเธอ
ส่วนเธอก็จะได้รับการพักผ่อน เพื่อฟื้นฟูร่างกาย
และสามีก็ไม่อาจบังคับให้เธอหลับนอนกับเขาได้ อีกด้วย
ช่างเป็นกฏเกณฑ์ที่อ่อนโยน มีเมตตา และเข้าอกเข้าใจผู้หญิงเหลือเกิน

คำคม

“ กฎเกณฑ์ของพระเจ้านั้นดีรอบคอบ เป็นพระพรแก่ทุกคนที่ปฎิบัติตาม ”

สรุป เลวีนิติ 14

ภาพรวม

  • พระเจ้าตรัสสั่งโมเสสให้สอนคนอิสราเอลเกี่ยวกับการชำระตนเองหรือบ้านเรือน ให้พ้นจากมลทินของโรคเรื้อน

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev14-78343

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 14 เมื่อพระเจ้าบอกกับโมเสสและอาโรนเรื่องการตรวจอาการของโรคเรื้อนแล้ว
พระองค์ก็ตรัสกับโมเสสเรื่อง การชำระโรคเรื้อน ดังนี้

สำหรับการชำระคน​เป็น​โรค​เรื้อน
เมื่อเขาหายแล้ว ให้​พา​เขา​มา​พบปุโร​หิต
โดย​ให้​ปุโร​หิต​ออก​ไป​นอก​ค่าย แล้ว​ตรวจให้
ถ้า​ผู้​ป่วย​หาย​จาก​โรค​เรื้อน​แล้วจริงๆ

ก็​ให้เขา​ให้​นำ​นก​ที่​สะอาด 2 ​ตัว ไม้​สน​สีดาร์​กับ​ด้าย​สี​แดง และ​ต้น​หุสบ​ ​มาให้​ปุโร​หิต​
​แล้วให้เขา​ฆ่า​นก​ตัว​หนึ่ง​บน​น้ำ​สะอาด​ที่​บรรจุ​ใน​ภาชนะ​ดิน
จากนั้นก็ให้​ปุโร​หิต​เอา​นกอีก​ตัวหนึ่ง ​กับ​ไม้​สน​สีดาร์ ด้าย​สี​แดง ต้น​หุสบ
จุ่ม​ใน​เลือด​ของ​นก​ที่​ถูก​ฆ่า​บน​น้ำ​สะอาด​นั้น
แล้วให้​ปุโร​หิต​ประ​พรม​คน​นั้น​ 7 ครั้ง
แล้ว​ประ​กาศ​ว่า “เขา​สะอาด”
จากนั้นให้​ปล่อย​นก​ตัว​ที่​ยัง​มี​ชีวิต​นั้น​ ไป​เสีย

ให้คนนั้น​ซัก​เสื้อ​ผ้า​ของ​ตน โกน​ผม​กับ​ขน​ทั้ง​หมด​เสีย แล้วอาบ​น้ำ
เขา​ก็​จะ​สะอาด

แล้วก็​ให้​เขา​เข้า​ค่าย​ได้ แต่​ให้​นอน​อยู่​นอก​เต็นท์​ 7 วัน
พอ​วัน​ที่​ 7 ก็​ให้​เขา​โกน​ผม​ ​โกน​เครา​และ​โกน​ขน​คิ้ว ให้​หมด
แล้ว​ให้​ซัก​เสื้อ​ผ้า และ​อาบ​น้ำ
แล้ว​เขา​ก็​จะ​สะอาด

ใน​วัน​ที่ 8 ​ให้​เขา​เอา​ลูก​แกะ​ผู้ ปราศ​จาก​ตำหนิ​ 2 ​ตัว​ และ​ลูก​แกะ​เมีย​อายุ​ 1 ​ปี​ ​ปราศ​จาก​ตำหนิ 1 ตัว และ​แป้ง​อย่าง​ดี​เคล้า​น้ำ​มัน​ 3 กิโล​กรัม กับ​น้ำ​มัน 1/3 ​ลิตร
มาให้​ปุโร​หิต​ ที่​ประตู​พลับพลา
เพื่อให้​ปุโร​หิต​ ใช้ลูก​แกะ​ผู้​นั้น​ 1 ตัว​ และ น้ำ​มัน 1/3 ​ลิตร ถวาย​เป็น​เครื่อง​บูชา​ชด​ใช้​บาป
และลูก​แกะ​ผู้อีกตัวนั้น ใช้เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป
​และลูกแกะตัวเมีย​เป็น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว

ให้ปุโร​หิต​​นำ​เลือด​ของ​เครื่อง​บูชา​ชด​ใช้​บาป​ มา​เจิม​ปลาย​หู​ข้าง​ขวา​ และ​​นิ้ว​หัว​แม่​มือ​ขวา​และ​นิ้ว​หัว​แม่​เท้า​ขวา​ของคนนั้น
และนำ​​น้ำ​มัน​บางส่วน ประ​พรม​ ตัวปุโรหิตเอง 7 ​ครั้ง​
แล้วเอา​มา​เจิม​ที่​ปลาย​หู​ข้าง​ขวา​ ที่​นิ้ว​หัว​แม่​มือ​ขวา​ ​นิ้ว​หัว​แม่​เท้า​ขวา และศรีษะ ของคนนั้น

แล้วปุโร​หิต​จะ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป
ภาย​หลัง​ปุโร​หิตก็ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว ​ธัญ​บูชา
และ​เขา​ก็​จะ​สะอาด

แต่ถ้า​ผู้​นั้น​เป็น​คน​ยาก​จน​และ​ไม่​สา​มารถ​ถวาย​ได้​ตาม​นั้น
ก็ให้ใช้ ​นก​เขา2 ​ตัว หรือ​นก​พิราบ 2 ตัว มาแทน ลูก​แกะ​ผู้ 1 ​ตัว​ และ​ลูก​แกะ​เมีย​ 1 ตัว​ ได้

เรื่องการชำระบ้านเรือน
เมื่อคนอิสราเอลเข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดิน​คา​นา​อันแล้ว
ถ้าบ้านหลังใด มี​เชื้อ​เรื้อน​เกิดขึ้น
ให้เจ้าของ​บ้าน​นั้น​มา​บอก​แก่​ปุโร​หิต​
แล้ว​ปุโร​หิต​จะ​​ให้​เขา​ขน​ของ​ออก​จาก​บ้าน​ให้​หมด
แล้วจะ​เข้าไป​ตรวจ​เชื้อ

ถ้า​เชื้อ​นั้น​อยู่​ที่​ผนัง​บ้าน ลึก​กว่า​ผิว​ผนัง
ให้​ปิด​บ้านนั้น 7 ​วัน
แล้วให้​ปุโร​หิต​จะ​กลับ​มา​ตรวจ​ดู​อีก
ถ้า​เชื้อ​นั้น​ลาม​ไป​ใน​ผนัง​บ้าน
​ให้​เอา​หิน​ก้อน​ที่​ติด​เชื้อ​นั้น​ออก​เสีย นำ​ไป​โยน​ทิ้ง​ภาย​นอก​เมือง
และ​สั่ง​ให้​ขูด​ข้าง​ใน​บ้าน​ให้ทั่ว แล้วเอาผง​ที่​ขูด​ออก​มา ​ไป​ทิ้ง​เสีย​​ภาย​นอก​เมือง
แล้ว​ให้​หา​หิน​อื่น​มา​ใส่แทน และ​เอา​ปูน​อื่น​มา​โบก​ผนัง​บ้าน​นั้น

แต่ถ้าต่อมา ยัง​เกิด​เชื้อ​ขึ้น​ใน​บ้าน​นั้น​อีก
ให้ปุโร​หิต​ไป​ตรวจ​ดู หาก​พบว่า​เชื้อ​ยัง​ลาม​ไป​ใน​บ้าน​อีก
ให้​เขา​พัง​บ้าน​นั้น​เสีย แล้วนำ​หิน ไม้ และ​ปูน​ของ​บ้าน​นั้น​ ไปทิ้ง​ภาย​นอก​เมือง

ถ้าใครที่​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ ขณะที่ปิด​อยู่
ผู้​นั้น​จะ​เป็น​มลทิน​จน​ถึง​เวลา​เย็น
ผู้​ที่​นอน หรือรับประทาน​ใน​บ้าน​นั้น ต้อง​ซัก​เสื้อ​ผ้า​ของ​เขา

แต่​ถ้า​ปุโร​หิต​มา​ตรวจ แล้วพบว่าเชื้อ​นั้น​ไม่​ได้​ลาม​ไป​ใน​บ้าน
ปุโร​หิต​ก็​จะ​ประ​กาศ​ว่า​บ้าน​นั้น​สะอาด
และเพื่อ​จะ​ชำระ​บ้าน​นั้น
ให้​เขา​นำ​นก 2 ​ตัว กับ​ไม้​สน​สีดาร์ ด้าย​สี​แดง และ​ต้น​หุสบ​มา
มาให้ปุโรหิตทำพิธี​ประ​พรม​บ้าน​นั้น

1. การชำระให้สะอาดพ้นจากมลทินของโรคเรื้อนนั้น จะมีนกตัวหนึ่งตาย และนกอีกตัวหนึ่งมีชีวิตใหม่

เป็นภาพของการชำระเราให้พ้นบาป แล้วกลายเป็นคนใหม่นั้น
พระคริสต์จำเป็นต้องสิ้นพระชนม์
และจำเป็นต้องเป็นขึ้นมาจากความตาย
เพื่อเราผู้อยู่ในพระองค์จะตายจากบาปเหมือนพระองค์สิ้นพระชนม์
และจะเป็นขึ้นมามีชีวิตใหม่ เหมือนพระองค์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย

แต่เนื่องจากไม่สามารถทำให้นกที่ตายฟื้นได้ จึงใช้นก 2 ตัวเป็นสัญลักษณ์แทนสิ่งที่กล่าวไปข้างต้น

2. ถ้าสังเกตดูจะพบว่า การชำระต้องให้พ้นจากมลทินของโรคเรื้อนนี่ช่างยุ่งยาก มากมายหลายขั้นตอนเหลือเกิน
นี่ขนาดว่า พิธีกรรมเหล่านี้เป็นเพียงเงาของของจริง คือการชำระมนุษย์ให้พ้นมลทินบาป
ขนาดเงา ยังยุ่งยากขนาดนี้ แล้วคิดดูสิ ของจริงจะยุ่งยากขนาดไหน

แต่ขอบคุณพระเจ้า ที่ขั้นตอนยุ่งยาก หรือพูดอีกอย่างว่าเป็นไปไม่ได้เลยนั้น
พระเยซูทรงกระทำให้เราเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เหลือเพียงแต่เราเชื่อวางใจในพระเยซูเท่านั้น บาปของเราก็จะได้รับการอภัย
ชีวิตของเราก็จะได้รับการชำระพ้นจากมลทินบาปทั้งสิ้นได้

3. การจัดการกับบ้านที่มีเชื้อนั้น หากพบว่ามีเชื้อเรื้อน ต้องทำลายทิ้ง แล้วขนซากไปทิ้งนอกค่าย
ชี้ให้เห็นว่า การจัดการกับบาปนั้น ต้องให้สิ้นซาก ไม่ให้โอกาสมันที่จะกลับมาลุกลามได้อีก

หากเราต้องการกลับใจจากบาปใดๆ ต้องหันหลังให้กับโอกาสทั้งหลายที่ อาจจะชักจูงเราให้กลับไปทำบาปนั้นได้

คำคม

“ พระเยซูตายและเป็นขึ้นมาจากความตาย เพื่อเราจะพ้นบาปและมีชีวิตใหม่ ”

สรุป เลวีนิติ 13

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งโมเสสและอาโรนเกี่ยวกับเรื่องวิธีจัดการกับอาการของโรคเรื้อนต่างๆ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev13-77964

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 13 หลังจากพระเจ้าสั่งโมเสสเรื่องหญิงหลังคลอดบุตรแล้ว พระองค์ได้ตรัสสั่งโมเสสและอาโรน เรื่องอาการของโรคเรื้อนไว้ดังนี้

ใครที่มีอา​การ​บวม​หรือ​ผื่น​หรือ​ด่าง​ขึ้น​ที่​ผิว​หนัง หรือมีอาการผื่นคัน ​ให้​พา​ผู้​นั้น​มา​หา​​ปุโร​หิต เพื่อตรวจดู

ถ้าคนนั้นมีขนงอกออกมาบนรอยนั้น ​และโรค​นั้น​อยู่​ลึก​กว่า​ผิว​หนัง​ลง​ไป แสดงว่าเขาเป็นโรคเรื้อน

ถ้าไม่เข้าข่ายข้างต้น ให้​ปุโร​หิต​กัก​ตัว​ผู้​ป่วย​ไว้​ 7 ​วัน
แล้วถ้าโรค​นั้น​ทรง​อยู่ ​ไม่​ลาม​ออก​ไป​ตาม​ผิว​หนัง
ก็​ให้​ปุโร​หิต​กัก​ตัว​เขา​ต่อ​ไป​อีก 7 ​วัน
ถ้า​บริ​เวณ​ที่​เป็น​โรค​นั้น​จาง​ลง และ​โรค​ไม่​ได้​ลาม​ออก​ไป​ตาม​ผิว​หนัง
แสดงว่าไม่ใช่โรคเรื้อน

ถ้าใครที่ถูกตรวจแล้วพบว่ามีลักษณะดังกล่าว ให้​ปุโร​หิต​ประ​กาศ​ว่า เขา​เป็น​มลทิน เขาเป็นโรคเรื้อน

ถ้าใครที่ถูกตรวจแล้วพบว่าไม่ใช่โรคเรื้อน ให้​ปุโร​หิต​ประ​กาศ​ว่า เขา​สะอาด​แล้ว ให้​เขา​ซัก​เสื้อ​ผ้า แล้ว​เขา​ก็​จะ​สะอาด
แต่ถ้าคนที่ถูกประกาศว่าสะอาดแล้ว โรคกลับเป็นลุกลามขึ้นมาอีก ก็ต้องกลับมาหาปุโรหิตให้ตรวจดูใหม่อีกครั้ง

คน​ที่​เป็น​โรค​เรื้อน​ ให้สวม​เสื้อ​ผ้า​ที่​ขาด ให้​ปล่อย​ผม
และ​ให้​เขา​ปิด​ริม​ฝี​ปาก​บน​ไว้​แล้ว​ร้อง​ว่า ‘มลทิน มลทิน’
เขา​จะ​เป็น​มลทิน​อยู่​ตลอด​เวลา​ที่​เขา​เป็น​โรค
เขา​จะ​ต้อง​อยู่​แต่​ลำพัง​ภาย​นอก​ค่าย

สำหรับเครื่อง​แต่ง​กาย​ต่างๆ ที่มี​รอย​เหมือน​เชื้อ​เรื้อน จะ​ต้อง​นำ​ไป​แสดง​ต่อ​ปุโร​หิต
ให้​ปุโร​หิต​ตรวจ​เชื้อ​นั้น และ​ให้​กัก​สิ่ง​ที่​มี​เชื้อ​นั้น​ไว้​ 7 ​วัน
พอ​ครบ 7 วัน ก็​ให้​ตรวจ​ดู​เชื้อ​นั้น​อีก ถ้า​เชื้อ​นั้น​ลุกลาม​
ให้​เขา​เผา​เครื่อง​แต่ง​กาย​นั้น​เสีย ไม่​ว่า​มันจะแพงแค่ไหนก็ตาม

ถ้าเชื้อ​นั้น​ไม่​ได้ลุก​ลาม ก็​ให้​ปุโร​หิต​บัญชา​ให้​เขา​ซัก​สิ่ง​ที่​มี​เชื้อ​นั้น​เสีย และ​ให้​กัก​ไว้​อีก 7 ​วัน
เมื่อครบ 7 วัน ถ้า​บริ​เวณ​ที่​มี​เชื้อ​ไม่​เปลี่ยน​สี ให้เอา​ไฟ​เผาเครื่องแต่งกายนั้นเสีย
แต่ถ้าสี​จาง​ลง​หลัง​จาก​ซัก​แล้ว ก็​ให้​ฉีก​บริ​เวณ​นั้น​ออก​เสีย​จาก​เครื่อง​แต่ง​กาย​
แต่ถ้าฉีกออกแล้วยัง​ปรา​กฏ​ขึ้น​อีก​ ให้เอา​ไฟเผา​เครื่องแต่งกายนั้นเสีย

ถ้า​ซัก​แล้ว​เชื้อ​นั้น​หมด​ไป ก็​ให้​ซัก​อีก​เป็น​ครั้ง​ที่​ 2 แล้ว​จะ​สะอาด

1. โรคเรื้อน เปรียบเสมือนบาป ยิ่งเก็บไว้ยิ่งลุกลาม และจะทำลายชีวิตของคนที่มีมัน
มีแต่ปุโรหิตเท่านั้นมีสิทธิประกาศว่า ใครเป็นโรคเรื้อน หรือใครสะอาดแล้ว
แม้แต่โมเสสเอง ก็ไม่ได้สิทธินี้
ดังนั้นเมื่อปุโรหิตประกาศแล้ว ก็ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลง หรือคัดค้านได้

พระเยซูทรงเป็นมหาปุโรหิตของเรา
เมื่อพระเยซูประกาศว่า เราสะอาดแล้ว บริสุทธิ์แล้ว ชอบธรรมแล้ว พ้นจากบาปแล้ว
ก็ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงคำประกาศนั้นได้

2. เมื่อปุโรหิตประกาศว่า คนนั้นสะอาดแล้ว หรือ เสื้อผ้านี้สะอาด
ก็ยังคงต้องให้คนนั้นอาบน้ำ หรือ ซักเสื้อผ้า นั้นอีกรอบ

เหมือนเราผู้ได้รับการประกาศแล้วว่า สะอาดแล้ว พ้นมลทินบาปแล้ว
ควรดำเนินชีวิตใหม่ในทางชอบธรรม ให้สมกับที่พระเยซูได้ประกาศแล้วว่า เราเป็นคนชอบธรรมแล้ว

3. คนที่เป็นโรคเรื้อน ต้องถูกอัปเปหิออกไปนอกค่าย
เหมือนกับในวันพิพากษา
ใครก็ตามที่สะอาดแล้ว ชอบธรรมแล้ว จะได้อยู่ในแผ่นดินของพระเจ้า
แต่ใครก็ตามที่มีบาป จะต้องถูกขับออกไปยังที่ที่มีการร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

4. คนที่สะอาด แม้จะรอไปอีก 7 วัน หรือ 14 วัน แผลนั้นก็จะไม่ลุกลาม แต่จะค่อยๆลดลง
แต่คนที่มีเชื้อ ยิ่งนานวัน แผลจะยิ่งลุกลาม หนักขึ้น

คนที่ได้รับการชำระให้สะอาดแล้วจริงๆ โดยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์
ยิ่งวันเวลาผ่านไป เขาจะยิ่งทำบาปลดน้อยลงไปเรื่อยๆ
เพราะพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเปลี่ยนแปลงเขาใหม่ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

แต่คนที่ไม่ได้รับการชำระจริงๆ เขาแค่คิดไปเองว่าเขาได้รับการชำระแล้ว
ในช่วงต้นๆ อาจดูเหมือน เชื้อบาปไม่ได้ลุกลามมากขึ้น
แต่พอวันเวลาผ่านไปสักพัก ลายชักออก
จะหวนกลับไปทำบาปเดิมๆ และนับวันจะยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ
หากใครที่เป็นเช่นนั้น
ไม่ต้องพยายามทำตัวให้เป็นคนดีขึ้น เพราะไม่มีทางทำได้หรอก
แต่ที่ต้องทำคือ รีบเข้ามาหาพระเยซู ต้อนรับพระองค์เป็นเจ้านายในชีวิตอย่างแท้จริง
สารภาพบาปกับพระองค์ แล้วเชื่ออย่างไม่สงสัยเลยว่า
โดยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ บาปของเราได้รับการชำระแล้ว
เพียงเท่านี้ หากทำอย่างจริงใจจริงๆ การเปลี่ยนแปลงจากภายในจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

คำคม

“ เมื่อพระเยซูประกาศว่า เราสะอาดแล้ว เราก็สะอาดแล้วอย่างสมบูรณ์ ”

สรุป เลวีนิติ 12

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งโมเสสให้สอนคนอิสราเอลเกี่ยวกับกฎของหญิงที่คลอดบุตร

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev12-77540

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 12 หลังจากที่พระเจ้าสั่งโมเสสและอาโรนให้สอนประชาชนเกี่ยวกับสัตว์สะอาดและสัตว์มลทินแล้ว พระเจ้าก็​ตรัส​กับ​โมเสส ให้สอนประชาชนเกี่ยวกับหญิงที่คลอดบุตรดังนี้

ถ้า​หญิง​​คลอด​บุตร​เป็น​ชาย นาง​จะ​เป็น​มลทินไป 7 ​วัน
ใน​วัน​ที่​ 8 ให้​ตัด​หนัง​ปลาย​องค​ชาต​ของ​เด็ก​นั้น เพื่อ​เข้า​สุหนัต
แล้วให้​นางพัก​อีก​ 33 ​วัน​ เพื่อ​ชำระ​โล​หิต​ของ​นาง

​ถ้า​นาง​คลอด​บุตร​เป็น​หญิง นาง​จะ​เป็น​มลทินไป 14 วัน
แล้วให้​นาง​พัก​อีก​ 66 ​วัน​ เพื่อ​ชำระ​โล​หิต​ของ​นาง

และ​เมื่อ​​ครบ​กำหนดแล้ว
ให้หญิงที่คลอดบุตร​ไป​หา​ปุโร​หิต​ที่​พลับพลา
นำ​ลูก​แกะ​อายุ 1 ​ปี​ 1 ตัว ไป​เป็น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว
และ​นก​พิราบ​ 1 ตัว​ หรือ​นก​เขา​ 1 ตัว​ ​เป็น​เครื่อง​บู​ชา​ลบ​ล้าง​บาป

ให้​ปุโร​หิต​นำ​ถวาย​แด่​พระ​เจ้าและ​ลบ​มลทิน​ให้​นาง
แล้ว​นาง​จะ​สะอาด​ใน​เรื่อง​โลหิต​ตก​ของ​นาง

แต่ถ้า​นาง​ไม่​สามารถ​ถวาย​ลูก​แกะ​​ได้
ก็​ให้​นาง​นำ​นก​เขา​ 2 ​ตัว​หรือ​นก​พิราบ​ 2 ​ตัว มาแทน
ตัว​หนึ่ง​เป็น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว
และ​อีก​ตัว​หนึ่ง​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป

กฎเรื่องหญิงที่คลอดบุตรนั้นเป็นกฏที่เต็มไปด้วยพระเมตตา และเต็มไปด้วยความเข้าใจ
1. หญิงที่คลอดบุตร ถูกประกาศว่าเป็นมลทิน ดังนั้น พวกเธอจึงไม่สามารถจับต้องหรือทำงานใดๆ ได้พักอย่างเต็มที่
ไม่ว่าแม่สามี หรือสามี จะไม่อยากให้พัก ก็ทำอะไรไม่ได้
รวมทั้ง สามีก็เข้าหลับนอนกับเธอไม่ได้ เพราะสมัยนั้นภรรยาถือเป็นสมบัติของสามี สามีจะทำอะไรก็ได้
แต่เพราะเธอเป็นมลทิน จึงเข้าหลับนอนกับเธอไม่ได้

2. หญิงที่คลอดบุตรเป็นชาย คงได้รับการเอาอกเอาใจ มากกว่า หญิงที่คลอดบุตรเป็นหญิง
เพราะสมัยนั้นให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว
พระเจ้าทรงเห็นใจหญิงที่คลอดบุตรเป็นหญิง จึงทรงกำหนดให้ได้พักนานกว่า

3. การถวายเครื่องบูชา เพื่อการประกาศอย่างเป็นทางการว่าเธอพ้นมลทินเรื่องการคลอดบุตรแล้วนั้น
ปกติต้องใช้ลูกแกะ 1 ตัวและนก 1 ตัว
แต่กฏของพระเจ้า เห็นใจคนยากจนสามารถนำนกมา 2 ตัวแทนก็ได้
จำเป็นต้องทำ แต่ถ้าทำไม่ไหวก็ลดต้นทุนได้ แต่ยังไงก็ต้องทำ

คำคม

“ พระเจ้าทรงเข้มงวด แต่เต็มเปี่ยมด้วยพระเมตตา และความเห็นใจ ”

สรุป เลวีนิติ 11

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งโมเสสและอาโรน ให้สอนประชาชนอิสราเอลเกี่ยวกับสัตว์ที่รับประทานได้และรับประทานไม่ได้

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev11-77119

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 11 หลังจากที่นาดับกับอาบีฮู บุตรของอาโรนเสียชีวิตแล้ว

พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​และ​อาโรน​ ให้สอนคนอิสราเอล เกี่ยวกับ สัตว์ที่รับประทานได้ และรับประทานไม่ได้ สิ่งสะอาดและสิ่งมลทิน ดังนี้
สัตว์ที่รับ​ประ​ทาน​ได้​ ได้แก่
– สัตว์​ที่​แยก​กีบ มี​กีบ​ผ่า และ​เคี้ยว​เอื้อง​ด้วย
– สัตว์​น้ำ​ที่​มี​ครีบ​และ​มี​เกล็ด
-แมลงที่มี​ขา​พับ​ใช้​กระ​โดด

สัตว์ที่รับ​ประ​ทานไม่​ได้​ ได้แก่
– สัตว์​ที่​เคี้ยว​เอื้อง ​หรือ ​แยก​กีบ​อย่าง​เดียวเช่น อูฐ, ตัว​กระ​จง​ผา, กระ​ต่าย, หมู
– สัตว์น้ำที่​ไม่​มี​ครีบ​และ​เกล็ด
– สัตว์ปีกบางชนิด ได้แก่ นก​อิน​ทรี นก​แร้ง นก​ออก นก​เหยี่ยว​หาง​ยาว เหยี่ยว​ดำ​ นก​กา​ นก​กระ​จอก​เทศ นก​เค้าโมง นก​นาง​นวล เหยี่ยว​นก​เขา​ นก​เค้าแมว​เล็ก นก​อ้าย​งั่ว นก​ทึด​ทือ นก​อีโก้ง นก​กระ​ทุง แร้ง​เล็ก นก​กระ​สา​ดำ นก​กระ​สา นก​หัว​ขวาน และ​ค้าง​คาว
– แมลง​มี​ปีก​ที่​คลาน​สี่​ขา เช่น ตั๊ก​แตน​ปา​ทัง​ก้า​ จิ้ง​หรีด​ จัก​จั่น และ​ตั๊ก​แตนต่างๆ
– สัตว์เล็ก​ที่​เคลื่อน​ไป​เป็น​ฝูงๆ บน​แผ่น​ดิน​ชนิด เช่น อี​เห็น หนู ตัว​เงิน​ตัว​ทอง ตุ๊ก​แก ตะกวด แย้ จิ้ง​เหลน และ​กิ้ง​ก่า
– สัตว์​เหล่า​นี้ นอกจากห้าม​รับ​ประทาน​เนื้อ​ของมันแล้ว ยัง​ห้าม​แตะ​ต้อง​ซาก​ของ​มันด้วย
– คน​ที่รับประทานสัตว์เหล่านี้ หรือ​แตะ​ต้อง​ซาก​ของ​มัน​จะต้อง​ซัก​เสื้อ​ผ้า​ของ​ตน และ​เป็น​มลทิน​ไป​จน​ถึง​เวลา​เย็น
– ​ถ้าซากของ​มัน​ตก​ลง​ไป​ใน​ภาชนะ​ดิน หรือ เตา​อบ​หรือ​ฐาน​เตา สิ่ง​นั้น​จะ​เป็น​มลทิน จง​ทุบ​สิ่งนั้น​เสีย
– ถ้า​ซาก​สัตว์​ตก​ใส่​เมล็ด​พืช​ที่​ใช้​หว่าน เมล็ด​พืช​นั้น​นับ​ว่า​สะอาด
แต่ถ้า​เท​น้ำ​ใส่​เมล็ด​พืช​นั้น แล้ว​ซาก​สัตว์​​ตก​ใส่​เมล็ด​พืช​นั้น ก็​เป็น​มลทิน​

อย่าให้คนอิสราเอล​ทำ​ให้​ตัว​เอง​เป็น​ที่​พึง​รัง​เกียจ​ด้วย​บรรดา​สัตว์เหล่านี้
คนอิสราเอลควร​ชำระ​ตัว​ให้​บริ​สุทธิ์​เพื่อ​พวกเขา​จะ​บริ​สุทธิ์ เพราะ​พระเจ้า​บริ​สุทธิ์

1. ในการแยกสัตว์สะอาดที่รับประทานได้ กับ สัตว์มลทิน ห้ามรับประทานนั้น
ถ้าดูในแง่ของสุขอนามัย จะเห็นได้ว่า พระเจ้าห้ามกินสัตว์ที่มีโอกาสแพร่เชื้อโรคหรือติดเชื้อโรคได้ง่าย
เช่น หมู แร้ง หนู ฯลฯ
ตอนนั้น คนอิสราเอลกำลังอยู่ในถิ่นทุรกันดาร น้ำก็ไม่มีมากนัก ระบบสาธารณสุข และสุขอนามัย ก็ยังไม่ทันสมัยเหมือนในปัจจุบัน
ดังนั้น การสั่งห้ามกินสัตว์เหล่านี้ล้วนแต่เพื่อความปลอดภัยของพวกเขา
แต่ดูเหมือนพระเจ้าไม่ได้อธิบายเหตุผลให้พวกเขาฟัง เพราะไม่จำเป็นต้องอธิบาย
พระองค์เพียงสั่งเท่านั้น เพื่อให้โอกาสพวกเขา ได้รับพระพรแห่งการเชื่อฟัง แม้ว่ายังไม่เข้าใจก็ตาม

วันนี้ อาจมีบางอย่างที่เราไม่เข้าใจ แต่เรารู้ว่าพระเจ้าประสงค์ให้เราทำเช่นนั้น
พระองค์จงใจเปิดโอกาสให้เราได้รับพระพรแห่งการเชื่อฟัง ทั้งที่ไม่เข้าใจ
จงไว้ใจในพระเจ้า เชื่อฟังพระองค์ ถึงแม้ว่าเรายังไม่เข้าใจก็ตาม แล้วเราจะพบว่าพระเจ้าไว้ใจได้ การเชื่อฟังนั้นเป็นผลดีต่อเราเองและยังนำพระพรยิ่งใหญ่มาสู่ชีวิตของเราอีกด้วย

2. พระเจ้าของเราเป็นพระเจ้าผู้บริสุทธิ์ เราผู้เป็นประชากรของพระองค์ สมควรอย่างยิ่งที่จะดำเนินชีวิตในทางบริสุทธิ์
ประชากรของพระเจ้า ผู้จงใจไม่ดำเนินชีวิตในทางบริสุทธิ์ พวกเขากำลังดูหมิ่นพระเจ้า

คำคม

“ ทุกคำสั่งของพระเจ้า ก็เพื่อประโยชน์แก่เรา ”

สรุป เลวีนิติ 10

ภาพรวม

  • นาดับกับอาบีฮู บุตรของอาโรน นำไฟที่พระเจ้าห้าม มาใช้เผาเครื่องบูชา จึงถูกไฟคลอกตาย

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev10-76912

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 10 เมื่ออาโรนและบุตรของเขา พร้อมแล้วสำหรับการปฎิบัติหน้าที่ โมเสสจึงมอบหมายให้เขาเริ่มถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้า

ปรากฏว่านา​ดับ​กับ​อา​บีฮู​บุตร​ของ​อาโรน ได้​นำ​กระ​ถาง​ไฟ​ของ​ตน​มา จุดไฟเองแล้วใส่​เครื่อง​หอม​ลง​ไป
ซึ่งเป็นการนำ​ไฟ​ที่​พระเจ้า​ห้าม ​มา​เผา​ถวาย​บูชา​แด่​พระเจ้า
ไฟ​ก็​พุ่ง​ขึ้น​มา​จาก​ที่​พระเจ้าทรง​ประ​ทับ​ เผา​ผลาญ​เขา​ทั้ง​สองจน​ตาย​

โมเสส​จึง​บอก​อาโรน​ว่า
พระเจ้า​ตรัสแล้ว​ว่า ท่าม​กลาง​ผู้​ที่​อยู่​ใกล้พระองค์ พระองค์​จะ​สำ​แดง​ความ​บริ​สุทธิ์​ของพระองค์
เมื่อ​อาโรนได้ยิน​ก็​นิ่ง​อยู่

โมเสส​เรียก​มิ​ชา​เอล​และ​เอล​ซา​ฟาน​ ลูกพี่ลูกน้องของ​อาโรน
ให้หาม​ศพของทั้งสองออก​ไป​นอก​ค่าย​

โมเสส​พูดกับ อาโรน เอ​เล​อา​ซาร์​และ​อิธา​มาร์​บุตร​ของ​อาโรน​ ว่า
อย่าไว้ทุกข์ และอย่า​ออก​นอก​ประตู​พลับพลา เพื่อพวกเขา​จะ​ไม่​ต้อง​ตาย
แต่​วงศ์​วาน​อิส​รา​เอลจะ​ไว้​ทุกข์ เนื่องจาก​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​เผา​ผลาญ​ก็​ได้
พวก​เขา​ก็​ทำ​ตาม​คำ​ของ​โมเสส

พระ​เจ้าตรัส​กับ​อาโรน​ว่า
เมื่ออาโรน​หรือ​บุตร​ของเขา​จะ​เข้า​ไป​ใน​พลับพลา ห้าม​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​หรือ​สุรา เพื่อ​เจ้า​จะ​ไม่​ต้อง​ตาย
จง​แยก​แยะ​ระหว่าง​ของ​บริ​สุทธิ์​กับ​ของ​สามัญ ของ​ที่​เป็น​มลทิน​กับ​ของ​ที่​ไม่​เป็น​มลทิน
และ​สอน​คน​อิส​รา​เอล​ให้​รู้​กฎ​เกณฑ์​ทั้ง​หมดที่พระเจ้าทรงบัญชา

โมเสส​กล่าว​แก่​ อาโรน เอ​เล​อา​ซาร์​และ​อิธา​มาร์ บุตร​ของ​อาโรน​ ว่า
เมื่อมีการถวายธัญบูชา ให้​เอา​ธัญ​บูชา​ซึ่ง​เหลือ​จาก​การ​บูชา​ด้วย​ไฟ​
มา​รับ​ประ​ทาน​ที่​ริม​แท่น​บูชา​โดย​ไม่​ใส่​เชื้อ
ให้รับ​ประ​ทาน​ใน​วิสุทธิ​สถาน

ส่วน​เนื้อ​อก​ที่​โบก​ถวาย​และ​เนื้อ​ขา​ที่​มอบ​ถวาย​แล้ว​นั้น
ให้รับ​ประ​ทาน​ใน​ที่​สะอาด ทั้ง​อาโรนและคนในครอบครัวของอาโรนก็​รับ​ประ​ทาน​ได้

เนื้อ​ขา​และ​เนื้อ​อก​ที่​โบก​ถวาย​มา​ และ​ไขมัน​ของ​เครื่อง​บูชา​ด้วย​ไฟให้ตก​เป็น​ของอาโรน​และ​บุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา

​ต่อมามีการถวายแพะตัวหนึ่ง​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป
ปรากฏว่า​เอ​เล​อา​ซาร์​และ​อิธา​มาร์ บุตร​ชาย​ของ​อาโรน ไม่กินส่วนที่เป็นของพวกเขา แต่เผาแพะ​ตัว​นั้น​​เสีย​
โมเสสจึง​โกรธพวกเขา

อาโรน​จึง​กล่าว​แก่​โมเสส​ว่า
แพะตัวนั้น ซึ่งเป็นส่วนของเขา​
เขาได้​ถวาย​เป็นเครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป​และ​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​ของ​เขา​​แล้ว
ดังนั้นจึงไม่สามารถ​รับ​ประ​ทาน​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาปของตนเองได้
เมื่อ​โมเสส​ได้​ฟัง​ ก็​พอใจ

1. นาดับกับอาบีฮู ได้รับการฝึกฝน เตรียมพร้อม ถึง 7 วัน 7 คืน แล้ว เพื่อจะสามารถปรนนิบัติพระเจ้าอย่างถูกต้อง
ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาทำ โดยนำไฟมาเอง ไม่ใช้ไฟที่จุดแล้วในพลับพลานั้น แสดงว่า จงใจขัดขืน จงใจไม่เชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้าอย่างชัดเจน

การจงใจลบหลู่ในเรื่องความบริสุทธิ์ของพระองค์นั้น เป็นเรื่องที่ไม่อาจประนีประนอมได้
เมื่อเราได้รับการชำระให้บริสุทธิ์แล้วโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์
อย่าให้เราลบหลู่ความบริสุทธิ์นั้น โดยการละทิ้งความเชื่อในพระองค์

2. โมเสสสั่งให้อาโรน ,เอ​เล​อา​ซาร์ ​และ​อิธา​มาร์ ไม่ต้องไว้ทุกข์ให้กับ นาดับกับอาบีฮู เพราะพวกเขากำลังปฎิบัติหน้าที่ในพลับพลาอยู่ และเพราะว่าการกระทำของนาดับกับอาบีฮู เป็นดูหมิ่นพระเจ้า ดังนั้นการไว้ทุกขให้พวกเขา เป็นการกล่าวโทษพระเจ้าผู้ทรงให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ทั้งที่เหตุการณ์นี้เกิดเพราะการกระทำของนาดับกับอาบีฮูเป็นต้นเหตุเอง

ทุกการกระทำของผู้รับใช้พระเจ้า จุดศูนย์กลางจะอยู่ที่พระเจ้า
แม้การไว้ทุกข์หรือไม่ไว้ทุกข์นั้น ก็เพื่อที่จะถวายพระเกียรติแด่พระองค์

3. ของถวายต่างๆที่เหลือจากการถวาย พระเจ้าทรงมอบให้แก่อาโรนและครอบครัวของเขา
พระเจ้าทรงเลี้ยงดูผู้รับใช้พระเจ้า ด้วยงานที่เขาปรนนิบัติรับใช้พระองค์

4. เรื่องของแพะที่ถวายนั้น ชี้ให้เห็นว่า เรื่องการปรนนิบัติพระเจ้านั้น
เป็นงานที่ละเอียดอ่อน และต้องกระทำอย่างปราณีตเป็นอย่างมาก

ในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า เราไม่ควรทำแบบลวกๆ
แต่ความทำอย่างปราณีต เต็มกำลัง เต็มความสามารถเท่าที่เราจะทำได้

คำคม

“ การรับใช้พระเจ้า ไม่ใช่งานอดิเรก ที่จะทำเล่นๆ แต่ต้องทำอย่างสุดกำลัง ”

สรุป เลวีนิติ 9

ภาพรวม

  • โมเสสให้อาโรนเริ่มทำหน้าที่ถวายเครื่องบูชา​ลบ​ล้าง​บาป เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​และ​ศานติ​บูชา แด่พระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev09-76778

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 9 หลังจากที่โมเสสได้เจิมตั้งอาโรนและบุตรของอาโรนเป็นปุโรหิตแล้ว ก็ให้พวกเขาอยู่ในบริเวณพลับพลาต่อจนครบ 7 วัน

เมื่อถึงวัน​ที่ 8 โมเสส​ก็​สั่งให้อาโรน​ไป​นำ​
– ลูก​โคไร้ตำหนิ​มา 1 ตัว มาเป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป
– แกะ​ผู้​ไร้ตำหนิ 1 ตัว มาเป็น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว
และให้คน​อิส​รา​เอลนำ
– ​แพะ​ผู้ไร้ตำหนิ​ 1 ตัว มาเป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป
– ลูก​โคไร้ตำหนิ​ 1 ตัว​​กับ​ลูก​แกะไร้ตำหนิ​ 1 ตัว​ มาเป็น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว
– ​โค​ผู้​ไร้ตำหนิ 1 ตัว​​และ​แกะ​ผู้ไร้ตำหนิ 1 ​ตัว​ มา​เป็น​ศานติ​บูชา
– พืช​เคล้า​น้ำ​มัน มาเป็นเครื่องธัญบูชา

เมื่อพวกเขานำมาแล้ว โมเสส​จึง​สั่ง​อาโรน
ถวาย​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป และ​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​ของ​อาโรนและประชาชน รวมทั้งถวายศานติบูชาด้วย
เมื่อถวายเสร็จแล้ว​อาโรน ก็​ยก​มือ​ขึ้น​อวย​พร​ประ​ชา​ชน
และ​ก็ลง​มา​จาก​การ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​

โมเสส​กับ​อาโรนก็​เข้า​ไป​ใน​พลับพลา
และเมื่อ​เขา​ทั้ง​สอง​ออก​มาจากพลับพลา ก็​อวย​พร​ประ​ชา​ชน
แล้วพระ​รัศมี​ของ​พระ​เจ้า ก็​ปรา​กฏ​แก่​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​หมด
เปลว​เพลิง​จาก​พระ​เจ้าพลุ่ง​ออก​มา​เผา​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​และ​ไขมัน​ซึ่ง​อยู่​บน​แท่น
เมื่อ​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​หลาย​เห็น​ก็​โห่​ร้อง​และ​ซบ​หน้า​ลง

1. ในบทที่ 8 ก่อนที่การสถาปนาปุโรหิตสำเร็จเสร็จสิ้นลง คนที่ถวายเครื่องบูชาคือโมเสส
แต่เมื่อการสถาปนาเสร็จแล้ว โมเสสก็ไม่ถวายเครื่องบูชาเองอีก แต่มอบให้เป็นหน้าที่ของอาโรนทั้งหมด

ผู้นำที่ดีจะเข้ามาทำ เมื่อทีมงานยังไม่พร้อมที่จะทำ
ผู้นำที่ดีจะยินดี ปล่อยให้ทีมงานทำเอง โดยไม่ก้าวก่าย เมื่อพวกเขาพร้อมแล้วที่จะทำ

2. สิ่งที่โมเสสทำได้ คือเจิมอาโรน และอวยพรประชาชน
สิ่งที่อาโรนทำได้ คือ ถวายเครื่องบูชา และอวยพรประชาชน
แต่สิ่งที่พวกเขาทำไม่ได้ คือ ให้พระรัศมีของพระเจ้ามาปรากฎ และให้เปลว​เพลิง​จาก​พระ​เจ้าพลุ่ง​ออก​มา​เผา​เครื่อง​บูชา
ซึ่งสิ่งที่พวกเขาทำไม่ได้นี้ พระเจ้าทรงกระทำเอง

ในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า เพียงแต่เราทำอย่างเต็มที่ในส่วนที่พระเจ้ามอบหมายให้เราทำ เท่าที่เราทำได้
ที่เหลือพระเจ้าจะทรงเป็นผู้กระทำเองเพื่อให้งานรับใช้นั้นเกิดผลเป็นพระพรมากมายและถวายเกียรติแด่พระองค์

คำคม

“ เมื่อเราทำส่วนของเราอย่างเต็มที่แล้ว ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพระองค์ ”

สรุป เลวีนิติ 8

ภาพรวม

  • โมเสสได้ทำการเจิมตั้งอาโรนและบุตรของอาโรน ให้เป็นปุโรหิต ตามที่พระเจ้าทรงบัญชา

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev08-76682

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 8 หลังจากที่พระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับกฎเรื่องเครื่องบูชาและกฏอื่นๆแล้ว จึงทรงสั่งให้โมเสสทำการเจิมตั้งปุโรหิต ซึ่งสอดคล้องกับใน อพย. 29:1-37 โมเสสก็ทำตามดังนี้

– ให้​อาโรน​และ​บรรดา​บุตร​ของ​เขา​ เตรียมสิ่งต่อไปนี้ มาที่ประตูพลับพลา
1. เสื้อ​ตำแหน่ง
2. น้ำ​มัน​เจิม
3. โค​ซึ่ง​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป 1 ตัว
4. แกะ​ผู้ 2 ​ตัว
5. ​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ​ 1 ตะกร้า

– ​ให้ชุมนุม​ชน​ทั้ง​หมด​ให้​ประ​ชุม​กัน​ที่นั่น
– ให้​อาโรน​และ​บุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา​มา​ชำระ​กาย​ด้วย​น้ำ แล้ว​สวม​เสื้อ​ตำแหน่งให้พวกเขา
– แล้วโมเสส​นำ​น้ำ​มัน​เจิม​ มา​เจิม​พลับ​พลา​และ​ทุก​สิ่ง​ที่​อยู่​ใน​นั้น ชำระ​ให้​บริ​สุทธิ์
– แล้วโมเสสก็​เท​น้ำ​มัน​เจิม​บาง​ส่วน​ลง​บน​ศีรษะ​ของ​อาโรน แล้ว​เจิม​เขา เพื่อ​ชำระ​ให้​บริ​สุทธิ์

– จากนั้นก็ ให้อาโรน​และ​บุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา​​เอา​มือ​ วาง​บน​หัว​ของ​โค
– แล้วโมเสส​ก็​ฆ่า​โค​ตัว​นั้น​เสีย
– จากนั้นก็เอา​นิ้ว​จุ่ม​เลือด​ไป​เจิม​เชิง​งอน​ทุก​ด้าน​ของ​แท่นบูชา แล้ว​เท​เลือด​ที่​ฐาน​ของ​แท่น
– แล้วโมเสสก็​นำ​ไขมัน​ของเครื่อง​ใน​และไต​สอง​ไต เผา​​บน​แท่น
– แต่​หนัง , เนื้อ ​และ​มูล​ของ​ของ​โค ได้นำไป​เผา​เสีย​ด้วย​ไฟ​ภาย​นอก​ค่าย

– จากนั้นก็ให้ อาโรน​กับ​บุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา​เอา​มือ​ ​วาง​บน​หัว​ของ​แกะ​
– แล้วโมเสส​ก็ฆ่า​แกะ​นั้น
– แล้วเอา​เลือด​ประ​พรม​ที่​ทุก​ด้าน​ของแท่น​บูชา
– แล้ว​เผา​แกะนั้น​ทั้ง​ตัว​ ตามกฎของการถวายเครื่อง​บูชาเผาทั้งตัว(ลนต.1)

– จากนั้น ให้อาโรน​และ​บุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา​เอา​มือ​​วาง​บน​หัว​แกะอีกตัวหนึ่ง
– แล้วโมเสสก็​ฆ่า​แกะ​นั้น
– เอา​เลือด​เจิม​ปลาย​หู​ข้าง​ขวา นิ้ว​หัว​แม่​มือ​ขวา และ​ที่​นิ้ว​หัว​แม่​เท้า​ขวา​ของ​อาโรน และบุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​อาโรน​- แล้วโมเสสก็​เอา​เลือด​ประ​พรม​​ทุก​ด้าน​ของ​แท่น
– แล้วโมเสส​จึง​นำ​ไขมันของ​เครื่อง​ใน, ไต​สอง​ไต,​ ​ขา​ข้าง​ขวาของแกะนั้น และ​​ขนม​ไร้​เชื้อ 1 ก้อน​, ​ขนม​ปัง​เคล้า​น้ำ​มัน​ 1 ก้อน, ขนม​แผ่น​ 1​หนึ่ง ​นำมา​วาง​ใน​มือ​ของ​อาโรน แล​บุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา แล้วให้พวกเขาโบก​ถวาย​​แด่​พระ​เจ้า
– แล้ว​โมเสส​ก็​นำ​ของ​เหล่า​นั้น ​เผา​เสีย​บน​แท่นบูชา พร้อม​กับ​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว เป็น​เครื่อง​บูชา​เพื่อ​การ​สถาปนา

– แล้วโมเสส​เอา​เนื้อ​อก​โบก​ถวาย​แด่​พระเจ้า เนื้อแกะ​ส่วนนี้เป็น​ของ​โมเสส
– แล้ว​โมเสส​นำ​น้ำ​มัน​เจิม​และ​เลือด​ซึ่ง​อยู่​บน​แท่น ประ​พรม​อาโรนกับบุตรของเขา ​และ​ประพรมเสื้อ​ตำแหน่ง​ของ​พวกเขา

– โม​เสส​สั่ง​อา​โรน​และ​บุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา​ว่า ให้​ต้ม​เนื้อ​ที่​ประตู​พลับพลา และ​รับ​ประ​ทาน​​ที่​นั่น​กับ​ขนม​ปัง​ซึ่ง​อยู่​ใน​ตะกร้าที่นำมา และเนื้อ​และ​ขนม​ปัง​ที่​เหลือ​นั้น ให้​เผาเสีย​ด้วย​ไฟ
– โมเสสให้พวกเขาอยู่ในบริเวณพลับพลา ตลอด​ 7 ​วัน ห้ามออกไปไหน เพราะการ​สถา​ปนา​ ​กิน​เวลา​ 7 วัน

1. ก่อนที่ปุโรหิตจะเป็นตัวแทนของประชาชน ทำพิธีลบล้างบาปของประชาชน
ตัวปุโรหิตเอง ต้องรับการลบล้างบาปก่อน เพราะตัวแทนต้องบริสุทธิ์

เนื่องจากมนุษย์ทุกคนเป็นคนบาป จึงไม่มีมนุษย์คนใด สามารถเป็นตัวแทนผู้อื่น เพื่อขอลบล้างมลทินบาปของเขาได้เลย
พิธีลบล้างบาปในพระคัมภีร์เดิม จึงเป็นเพียงเงาของสิ่งที่จะมาภายหลัง
เหมือนใน ฮบ. 10:1 ที่กล่าวไว้ว่า “เพราะ​เหตุ​ที่​ธรรม​บัญ​ญัติ​เป็น​เพียง​เงา​ของ​สิ่ง​ประ​เสริฐ​ทั้ง​หลาย​ที่​จะ​มา​ใน​ภาย​หลัง ไม่​ใช่​ตัว​จริง …”
และใน คส. 2:17 ที่กล่าวว่า “สิ่ง​เหล่า​นี้​เป็น​เพียง​เงา​ของ​สิ่ง​ที่​มา​ใน​ภาย​หลัง แต่​ตัว​จริง​คือ​พระ​คริสต์”

ตัวจริงคือ พระเยซูคริสต์ผู้ปราศจากบาป พระองค์ผู้เดียวเท่านั้น สามารถเป็นตัวแทนของเรา เพื่อขอลบล้างบาปของเราได้

2. พระเจ้าสั่งให้อาโรนและบุตรของเขา อยู่บริเวณพลับพลา ถึง 7 วัน เป็นการติวเข้ม ซักซ้อม ให้คุ้นเคยกับเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆในพลับพลา และพิธีกรรมต่างๆ เพราะหลังจากนี้ไป พวกเขาจะต้องเป็นผู้ปรนนิบัติจำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้า

เมื่อพระเจ้าจะใช้ใครทำอะไร พระองค์จะติวเข้ม จัดเตรียมเขาให้พร้อมสำหรับงานที่พระเจ้าทรงให้เขาทำเสมอ

เหมือนโมเสส ถูกส่งไปซ้อมเลี้ยงแกะแสนดื้อ ในถิ่นทุรกันดารมาแล้วถึง 40 ปี ก่อนจะพร้อมนำคนอิสราเอลผู้แสนดื้อ

วันนี้พระเจ้ากำลังเตรียมชีวิตของเรา เพื่อในอนาคตพระเจ้าจะทรงใช้เราทำบางสิ่งบางอย่าง อย่างถวายเกียรติแด่พระเจ้าและเป็นพระพรมากมาย

คำคม

“ พระเจ้ากำลังเตรียมเราวันนี้ เพื่อเป็นพระพรยิ่งใหญ่ในวันข้างหน้า ”

สรุป เลวีนิติ 7

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับ กฎเรื่อง​เครื่อง​บูชา​ชด​ใช้​บาป , ​กฎ​เรื่อง​เครื่อง​ศานติ​บูชา​ และกฎเรื่องส่วนแบ่งของปุโรหิต

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev07-76593

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 7
นอกจากที่พระเจ้าได้สั่งคนอิสราเอล และปุโรหิต เกี่ยวกับกฎเกณฑ์เรื่อง การชดใช้คืน ธัญบูชา และเครื่องบูชาลบล้างบาป แล้ว พระองค์ยังสั่งเรื่องกฎอื่นๆดังนี้

​กฎ​เรื่อง​เครื่อง​บูชา​ชด​ใช้​บาป
– ให้​พวก​เขา​ฆ่า​สัตว์​ที่​เป็น​เครื่อง​บูชา​ชด​ใช้​บาป​ใน​ที่​สำหรับ​ฆ่า​สัตว์
– และ​ให้​นำ​เลือด​สัตว์​นั้น​ประ​พรม​​ทุก​ด้าน​ของ​แท่นบูชา
– และ​ให้​เอา​ไขมันหุ้มเครื่องใน​และไตของ​สัตว์​นั้น เผา​ถวาย​บูชา​เสีย​ทั้ง​หมด
– ให้​ผู้​ชาย​ทุก​คน​ที่​เป็น​ปุโร​หิต​รับ​ประ​ทาน ของถวาย​ใน​วิสุทธิ​สถาน

กฎเรื่องส่วนแบ่งของปุโรหิต
– ปุโรหิตที่ถวายเครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป หรือเครื่องบูชาชดใช้บาป ปุโร​หิต​ผู้​นั้นจะ​ได้​เครื่อง​บูชา​นั้น
– ปุโร​หิตที่​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​ของ​ผู้​ใด ปุโร​หิต​ผู้​นั้น​จะ​ได้​หนัง​ของ​เครื่อง​บูชานั้น
– ปุโรหิตผู้ถวาย​ธัญ​บูชา​ ปุโร​หิต​ผู้​นั้น​จะ​ได้เครื่องธัญบูชา​ทั้ง​หมด​ซึ่ง​เตรียม​ใน​กระทะ​หรือ​ที่​เหล็ก​
– ปุโรหิตผู้ถวายศานติบูชา ​ปุโร​หิต​ผู้​นั้น​จะ​ได้เนื้อ​อก​และขา​ขวา​ของ​สัตว์​นั้น

​กฎ​เรื่อง​เครื่อง​ศานติ​บูชา​
– ถ้านำ​ถวาย​เพื่อ​ขอบ​พระ​คุณ นอกจากสัตว์ที่นำมาแล้ว ให้​เขา​ถวาย​ขนม​ไร้​เชื้อที่ทำจากแป้งอย่างดี ​เคล้า​น้ำ​มัน และ ขนม​ปัง​ใส่​เชื้อ ​มา​ถวาย​พร้อมกันด้วย
– แป้งเหล่านี้​จะ​เป็น​ส่วน​ของ​ปุโร​หิต​ผู้​ทำพิธี
– ส่วน​เนื้อ​สัตว์ นอกเหนือจากส่วนของปุโรหิต ​ จะเป็นของเขา เขา​จะ​ต้อง​รับ​ประ​ทาน​เสีย​ใน​วัน​ถวาย​บูชา ไม่​ให้​เหลือ​ไว้​จน​ถึง​วัน​รุ่ง​ขึ้น
– ถ้า​นำถวายเพื่อ​แก้​บน หรือ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ตาม​ใจ​สมัคร ให้​เขา​รับ​ประ​ทาน​ใน​วัน​ถวาย​บูชา และ​ใน​วัน​รุ่ง​ขึ้น​เขา​ยัง​รับ​ประ​ทาน​ส่วน​ที่​เหลือ​ได้
– แต่ถ้ายังเหลือ​ถึง​วัน​ที่​สาม ให้​เผา​เสีย​ด้วย​ไฟ

การกระทำที่จะถูกลงโทษขับออกจากชุมชน ได้แก่
– การ​รับ​ประ​ทาน​เนื้อ​สัตว​บูชา​ซึ่ง​เป็น​ศานติ​บูชา​ โดย​ที่​ตน​ยัง​มี​มลทิน​ติด​ตัว​อยู่
– การ​แตะ​ต้อง​สิ่ง​ที่​เป็น​มลทิน​ แล้ว​มา​รับ​ประ​ทาน​เนื้อ​ของ​ศานติ​บูชา​
– การรับ​ประ​ทาน​ไขมัน​ของ​สัตว์​ซึ่ง​เป็น​เครื่อง​บูชา​
– การรับ​ประ​ทาน​เลือด​

– พระเจ้าทรงสั่งไม่ให้ปุโรหิตทำงานอะไร นอกจากงานปรนนิบัติในพลับพลา
ขณะเดียวกัน พระเจ้าก็วางกฎเพื่อเลี้ยงดูปุโรหิตเหล่านั้นและครอบครัวของพวกเขา ด้วยเครื่องบูชาที่ประชาชนนำมาถวาย

เมื่อพระเจ้าสั่งให้เราทำอะไรบางอย่าง พระเจ้าจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นสำหรับเราไว้เสมอ
เราไว้วางใจในพระองค์ได้ พระเจ้าวางแผนไว้อย่างรอบคอบเสมอ

– การทำผิดบางอย่างโทษรุนแรงถึงขั้นขับออกจากชุมชนอิสราเอล
ซึ่งความผิดเหล่านั้น เป็นความผิดเกี่ยวกับการจงใจละเมิดกฎแห่งความบริสุทธิ์ที่พระเจ้าได้บัญชาไว้

สิ่งที่พระเจ้าถือว่าสำคัญมากสำหรับประชากรของพระเจ้า คือเรื่องความบริสุทธิ์
ความบริสุทธิ์ หมายถึง แยกออกเพื่อพระเจ้า

เราผู้เป็นของพระเจ้า ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด ในการดำเนินแยกออกจากค่านิยมแห่งโลกนี้ มาดำเนินในทางของพระเจ้า

คำคม

“ เมื่อเราทำตามที่พระเจ้าสั่ง พระองค์จะรับผิดชอบเราเอง ”

สรุป เลวีนิติ 6

ภาพรวม

  • พระเจ้าได้สั่งคนอิสราเอล และปุโรหิต เกี่ยวกฎเกณฑ์ต่างๆเรื่อง การชดใช้คืน และการถวายเครื่องบูชา

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev06-76410

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 6
ก่อนหน้านี้พระเจ้าสั่งอิสราเอลเกี่ยวกับเรื่องเครื่องบูชาต่างๆ และในบทนี้พระเจ้าได้สั่งเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ต่างๆดังนี้

กฎเรื่องการชดใช้คืน
ใคร​ทำ​บาป​ ต่อ​เพื่อน​บ้าน​ใน​เรื่อง​ต่างๆเช่น ​การโกงของ​ฝากหรือของ​ประ​กัน, โจร​กรรม, การ​บีบ​บัง​คับ, ​การพบ​สิ่ง​ที่​หาย​ไป​แล้ว​แต่​ไม่​ยอม​รับ, การสาบาน​​เท็จ หรือ​ทำ​ความผิด​ใดๆ ทำนองนี้
หากคนนั้น​สำนึก​ผิด​แล้ว ก็​ให้​ผู้​นั้น​คืน​ของ​ที่​ได้​มาอย่างไม่ถูกต้อง โดย​คืน​ให้​เต็ม​ตาม​จำนวน และ​ให้​เพิ่ม​อีก​20%
แล้วก็ให้​ผู้​นั้น​นำ​แกะ​ตัว​ผู้​ มามอบแก่ปุโรหิต เพื่อถวายเป็น​เครื่อง​บูชา​ชด​ใช้​บาป​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า หรือ​นำ​เงิน​ที่​มี​ค่า​เท่า​กับ​แกะ​ตัว​ผู้​ตาม​การ​ประ​เมิน​ราคาก็ได้
ปุโร​หิต​จะ​ลบ​ล้าง​บาป​ของ​เขา​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า
แล้ว​เขา​จะ​ได้​รับ​การ​อภัย​ใน​สิ่ง​ที่​เขา​ได้​ทำ​ไป

กฎ​เรื่อง​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว
– ​ต้อง​เผาเครื่องบูชา​บน​แท่น​ตลอด​คืน​จน​รุ่ง​เช้า
– ​​ไฟ​บน​แท่น​เผา​เครื่อง​บูชา​ลุก​อยู่​ตลอด​เวลา ห้าม​ให้​ไฟ​ดับ​เป็น​อัน​ขาด โดยปุโร​หิตต้องคอย​ใส่​ฟืน​ทุก​เช้า
– มูล​เถ้า​ของการเผา ให้ออก​ไป​ทิ้งนอก​ค่าย​

​กฎ​ของ​การ​ถวาย​ธัญ​บูชา
– ให้​ปุโร​หิต​คน​หนึ่ง​หยิบ​แป้ง​อย่าง​ดี​กำมือ​หนึ่ง​จาก​ธัญ​บูชากับ​น้ำ​มัน​ที่​วาง​ไว้​และ​เครื่อง​กำยาน​ทั้ง​หมด​ซึ่ง​อยู่​บน​ธัญ​บูชา และ​เผา​ส่วน​นี้​บน​แท่น​เป็น​ส่วน​อนุ​สรณ์
– ส่วน​ที่​เหลือ​ให้​อาโรน​และ​บรรดา​บุตร​ของ​เขา​รับ​ประ​ทาน โดยให้​ทำเป็น​ขนม​ปังไร้​เชื้อ​รับ​ประ​ทาน​ใน​วิสุทธิ​สถาน หรือ​ใน​ลาน​พลับพลา

​เครื่อง​บูชาสำหรับการเจิมปุโรหิต
– ในวันที่จะ​เจิมปุโรหิตนั้น ให้ปุโรหิตนำแป้ง​อย่าง​ดี​ 1 กิโล​กรัม ​เคล้า​กับ​น้ำมัน​จน​เข้า​กัน​ดีแล้ว​ทอด​บน​เหล็ก เป็น​ธัญ​บูชา​แด่พระเจ้า ​ให้​ถวาย​ตอน​เช้า​ครึ่ง​หนึ่ง ตอน​เย็น​ครึ่ง​หนึ่ง
– ธัญ​บูชา​ของ​ปุโร​หิต​ทุก​อย่าง​ให้​เผา​จน​หมด ห้าม​รับ​ประ​ทาน

​กฎ​การ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้างบาป
– ​ให้​ฆ่า​สัตว์​ที่​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป​ใน​ที่​สำหรับ​ฆ่า​สัตว์​
– ให้​ปุโร​หิต​ผู้​ถวาย​เครื่อง​บูชา จะ​รับ​ประ​ทาน​สัตว์​นั้น ​ใน​วิสุทธิ​สถาน หรือใน​ลานพลับพลา
– ผู้​ใด​แตะ​ต้อง​เนื้อ​สัตว์​นั้น​จะ​บริ​สุทธิ์
– แต่​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป​ของปุโรหิตเอง หรือของชุมนุมชนอิสราเอล ซึ่ง​ปุโร​หิต​นำ​เลือด​เข้า​ไป​ใน​วิสุทธิ​สถาน​นั้น(ลนต. 4:6 ,17) เนื้อของเครื่องบูชาเหล่านี้ ห้าม​รับ​ประ​ทาน แต่​ให้​เผา​ไฟ​เสีย

กฎการทำความสะอาด
– เมื่อ​ประ​พรม​และ​มี​เลือด​ติด​เสื้อของปุโรหิต ก็​ให้​ซัก​เสื้อ​ตำแหน่ง​ส่วน​ที่​มี​เลือด​ติด​นั้น​ใน​วิสุทธิ​สถาน
– ​ภาชนะ​ที่ใช้​ต้ม​เนื้อ​นั้น ถ้าเป็นดิน เมื่อใช้เสร็จก็ให้ทุบให้​แตก ถ้าเป็น​ทอง​สัม​ฤทธิ์​ก็​ให้​ขัด​และ​ล้าง​เสีย​ด้วย​น้ำ

– เมื่อทำผิดต่อผู้อื่น การเพียงแค่สำนึกผิดเท่านั้นไม่เพียงพอ ต้องแก้ไขในความผิดพลาด ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายด้วย และเราไม่ได้ทำผิดต่อมนุษย์เท่านั้น แต่ได้ทำผิดต่อพระเจ้าด้วย

ดังนั้นวันนี้ หากเราทำผิดต่อผู้ใด นอกจากรู้สึกผิดหรือเสียใจแล้ว เราควรรีบเข้ามาหาพระเจ้าสารภาพต่อพระองค์ แล้วเราควรแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นด้วยการทำอะไรบางอย่างต่อคนที่เราทำให้เขาเดือดร้อนด้วย

– หน้าที่ประการหนึ่งของปุโรหิต คือ ต้องคอยเติมฟืนในแท่นเผาบูชาทุกเช้า และคอยดูแลไม่ให้ไฟบนแท่นดับไป
เล็งถึงการพร้อมอยู่เสมอที่จะให้ประชาชน มาหาพระเจ้าและได้รับการอภัย

พระเยซูทรงกระทำเช่นนั้นแก่เราทั้งหลาย พระองค์พร้อมเสมอที่จะให้เราเข้ามาหาพระองค์ เพื่อสารภาพบาปแล้วรับการอภัยจากพระเจ้า

วันนี้ หากเราผิดพลาดพลั้งบาปไป อย่ารอช้า รีบกลับมาหาพระเจ้า สารภาพบาปต่อพระองค์แล้วรับการอภัย เริ่มต้นชีวิตใหม่เถิด

– เครื่องถวายบูชาสำหรับการเจิมปุโรหิต และสำหรับการลบล้างบาปของปุโรหิตนั้น
ปุโรหิต ไม่มีสิทธิรับประทาน ต้องเผาเสียทั้งหมด

การถวายแด่พระเจ้าอย่างจริงใจนั้น เราเองต้องไม่ทำเพื่อเราจะรับประโยชน์ใดๆ จากการถวายนั้น
แต่พระเจ้าจะนำประโยชน์และพระพรมหาศาลมาสู่เราในภายหลัง

บางคนรับใช้พระเจ้า เพื่อนอกจากจะได้รับใช้แล้ว ยังเพื่อได้รับการชื่นชมจากคนอื่นด้วย จึงทำอย่างเต็มที่
บางคน เมื่อเขานมัสการพระเจ้าบนเวที หรือในคริสตจักร จะดูเหมือนกับว่า เขาช่างรักพระองค์สุดจิตสุดใจ
แต่เมื่อกลับมาที่บ้าน ยามไม่มีใครเห็น เขาแทบจะไม่ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าเลยด้วยซ้ำไป

วันนี้ ขอให้เราถวายเครื่องบูชาอย่างจริงใจแด่พระเจ้า ไม่ใช่เพื่อสิ่งใดแอบแฝง
แล้วพระเจ้าผู้ทรงเห็นในที่ลี้ลับ จะเป็นผู้ประทานบำเหน็จรางวัลแก่เราเอง

คำคม

“ บางคนชูมือร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าอย่างสุดใจ เฉพาะยามที่มีคนเห็นเท่านั้น ”

สรุป เลวีนิติ 5

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับเครื่องบูชาลบล้างบาป และเครื่องบูชาชดใช้บาป

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev05-76171

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 5
ก่อนหน้านี้พระเจ้าได้สั่งคนอิสราเอลเรื่องเครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป​ ในบทที่ 4 และได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป​และอื่นๆดังนี้

ถ้า​ใคร​ทำ​บาป เพราะ​ไม่​ยอม​ให้​การเพื่อรักษาความยุติธรรม หรือ เพราะแตะ​ต้อง​สิ่ง​ที่​เป็น​มลทิน หรือ เพราะ​เผลอ​​กล่าว​คำ​สาบาน​ โดย​ไม่​ยั้ง​คิด
ก็​ให้​เขา​สาร​ภาพ​บาป​ที่​เขา​ได้​ทำ
และ​ให้​เขา​นำ​เครื่อง​บูชา​เป็น​ค่า​ปรับ​สำหรับ​บาป​ ​มา​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า
จะ​เป็น​ลูก​แกะ​หรือ​แพะ ​ตัวเมียจากฝูงก็ได้
ถ้า​เขา​ไม่​สา​มารถ​ถวาย​ลูก​แกะ​​ได้ ก็​ให้​เขา​นำ​นก​เขา​หรือ​นก​พิราบ​สอง​ตัว​มา​ถวาย​ก็ได้
โดยนก​ตัว​หนึ่ง​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป และ​นก​อีก​ตัว​หนึ่ง​เป็น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว

แต่​ถ้า​เขา​ยัง​ไม่​สา​มารถ​นำ​นก​เขา​หรือ​นก​พิราบมาได้
ก็​ให้​เขา​นำ​แป้ง​อย่าง​ดี​มา 1 ​กิโล​กรัม​ มา​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป​
แต่ห้าม​เขา​ใส่​น้ำมัน หรือ​วาง​เครื่อง​กำยาน​บน​แป้ง
เพราะ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป ไม่ใช่เครื่องธัญบูชา

พระเจ้าตรัส​เกี่ยวกับเครื่อง​บูชา​ชด​ใช้​บาป ​ว่า
ถ้าใครที่ทำ​การ​ไม่​ซื่อ​ตรงต่อพระเจ้า ในเรื่อง​บรรดา​สิ่ง​บริ​สุทธิ์​ที่ต้องถวายแด่พระเจ้า
ให้​ผู้​นั้น​นำ​แกะ​ตัว​ผู้​ปราศ​จาก​ตำหนิ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ชด​ใช้​บาป​
ผู้​นั้น​ต้อง​ชด​ใช้​ความ​ผิด​ที่​เขา​ทำ​ต่อ​สิ่ง​บริ​สุทธิ์ และ​เพิ่ม​อีก 20% ​ของ​ราคา​ของ​สิ่ง​บริ​สุทธิ์​นั้น
นำ​มา​มอบ​ให้​แก่​ปุโร​หิต
และ​ปุโร​หิต​จะ​ลบ​ล้าง​บาป​ของ​เขา​ด้วย​แกะ​ตัว​ผู้ ที่​ถวาย​เป็น​เครื่อง​บูชา​ชด​ใช้​บาป
และ​เขา​จะ​ได้​รับ​การ​อภัย

1. ในการลบล้างบาปนั้น แม้สารภาพบาปแล้วก็ยังไม่เพียงพอที่จะลบบาปได้
ต้องจ่ายค่า​ปรับ​สำหรับ​บาป จึงจะลบล้างบาปได้
เนื่องจาก ค่าจ้างของบาปคือความตาย
ดังนั้นแม้เราจะสารภาพบาปจนหมดเปลือก
แต่ถ้าปราศจากการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ เพื่อจ่ายค่าปรับโทษบาปแทนเรา
เราก็ไม่สามารถได้รับการลบล้างบาปได้

ขอบคุณพระเยซู

2. ในการถวายเครื่องบูชาลบล้างบาปนั้น
ถ้าไม่มีแพะหรือแกะ ก็ให้ใช้นกเขาหรือนกพิราบ
ถ้าไม่มีนกเขาหรือนกพิราบ ก็ให้ใช้แป้ง​อย่าง​ดี

สังเกตว่า ไม่มีอย่างหนึ่งก็ใช้อีกอย่างแทนได้ แต่ไม่มีไม่ได้
ในเมื่อเราไม่สามารถใช้แกะมากมายมหาศาล เพื่อลบล้างบาปอันมากมายนับไม่ถ้วนของเรา
เราสามารถใช้เครื่องถวายอื่นแทนได้ คือเครื่องถวายที่ประเสริฐกว่า แกะทั้งโลกรวมกัน
คือ พระเยซูคริสต์ ผู้ทรงเป็นพระเมษโปดก ลูกแกะของพระเจ้า
โดยการถวายพระองค์เองของพระเยซูคริสต์เพียงครั้งเดียว มากเพียงพอที่จะลบล้างบาปของเราได้ชั่วนิรันดร์

ขอบคุณพระเยซู

3. บรรดา​สิ่ง​บริสุทธิ์​ของ​พระ​เจ้า คือ ​บรรดา​สิ่ง​ที่​ พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอล​ นำ​มา​ถวาย​แด่​พระเจ้า ซึ่ง​เป็น​สิ่ง​ที่​ใช้​ดูแล​ปุโรหิต ​ได้​แก่
1) ผลิตผล​แรก​จาก​ไร่นา (ลวต.23:9-14)
2) ของ​ถวาย​ตาม​คำ​สาบาน (ลวต.27:1-25)
3) ลูก​หัว​ปีของ​สัตว์​เลี้ยง (ลวต.27:26)
4) สิ่ง​ที่​ถวาย​ขาด​แด่​พระเจ้า (ลวต.27:28-29)
5) ทศางค์ หรือ สิบ​ลด (ลวต.27:30-33)
ซึ่งความบาปเรื่องการโกงพระเจ้านี้ ต้องใช้เครื่อง​บูชา​ชด​ใช้​บาป
โดย​การ​นำ​เครื่อง​บูชา​ที่​มี​ค่า​เท่า​กับ​สิ่ง​ที่​โกง​ไป​นั้น​มา​ถวาย​
และ​ปรับ​เพิ่ม อีก 20% ของ​ราคา​ของ​สิ่ง​บริ​สุทธิ์​นั้น

ใครโกงพระเจ้า แค่สารภาพไม่เพียงพอ ต้องกลับใจโดยนำสิ่งที่โกงไปมาคืนด้วย
เพื่อชีวิตจะได้ไม่ขาดพระพร

คำคม

“ พระเยซูทรงจ่ายโทษบาปแทนเราแล้ว ใครเชื่อก็จะได้รับ ”

สรุป เลวีนิติ 4

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับเรื่องเครื่องบูชาลบล้างบาป เมื่อทำแล้วบาปจะได้รับการอภัย

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev04-76005

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 4 บทก่อนหน้านี้ พระเจ้าตรัสเกี่ยวกับเครื่องบูชาเผาทั้งตัว , เครื่องธัญบูชา และ เครื่องศานติบูชา ในบทที่ 4 นี้ ทรงตรัสเกี่ยวกับเครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป ดังนี้

ถ้าใคร​ทำ​บาป​โดย​ไม่​เจตนา​ต่อ​พระ​บัญ​ญัติ​​ของ​พระ​เจ้า ให้ทำการลบล้างบาปดังนี้

ถ้า​ปุโร​หิต​ ทำ​บาป ย่อม​นำ​ความ​ผิด​มา​สู่​ประชา​ชน ให้​เขา​นำ​โค​หนุ่ม​ไร้​ตำหนิ​มา​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป
โดย​นำ​โค​นั้น​มา​ที่​ประตู​พลับพลา และ​ให้​เขา​เอา​มือ​วาง​บน​หัว​โค​ตัว​นั้น
และ​ให้​เขา​ฆ่า​โค​
แล้วปุโร​หิต​จะ​เอา​นิ้ว​จุ่ม​เลือด และ​ประ​พรม​หน้า​ม่าน​วิสุทธิ​สถาน​ 7 ครั้ง​
และ​​นำ​เลือด​เล็ก​น้อย​เจิม​เชิง​งอนของ​แท่น​เผา​เครื่อง​หอม
ส่วน​เลือด​โค​ที่​เหลือ​นั้น ​ให้เท​ลง​ที่​ฐาน​ของ​แท่น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​
และให้​เอาไตทั้งสองข้าง และ​ไขมัน​ทั้ง​หมด​ที่​อยู่​บน​เครื่อง​ใน ออก​จาก​โค​นั้น​​
และ​​เผา​สิ่ง​เหล่า​นี้​บน​แท่น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว
แต่​หนัง​ของ​โค​พร้อม​กับ​เนื้อ​โค หัว ขา เครื่อง​ใน​และ​มูล​ของ​มัน
ให้​เขา​นำ​ออก​ไป​นอก​ค่าย​ยัง​ที่​ทิ้ง​มูล​เถ้า
และ​ให้​ใส่​ฟืน​สุม​ไฟ​ เผา​เครื่อง​บูชา​บน​ฟืน​บน​มูล​เถ้า

ถ้า​ชุม​นุม​ชน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ ทำบาปโดย​ไม่​เจตนา หากจะลบล้างบาปก็ทำแบบเดียวกัน

ถ้า​ผู้​นำ​ ทำ​บาป​โดย​ไม่​เจตนา หากจะลบล้างบาปก็ทำแบบเดียวกันกับของปุโรหิต
แต่ไม่ต้องประ​พรม​หน้า​ม่าน
และไม่ต้อง​​นำ​เลือดไปเจิม​เชิง​งอนของ​แท่น​เผา​เครื่อง​หอม
และให้ใช้​แพะ​หนุ่ม​ที่​ไร้​ตำหนิ​ ​มา​ถวายเป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป

ถ้า​สามัญ​ชน​ ทำ​บาป​โดย​ไม่​เจตนา หากจะลบล้างบาปก็ทำแบบเดียวกันผู้นำ
แต่ให้ใช้​​แพะ​สาว​ที่​ไร้​ตำหนิ หรือลูกแกะตัวเมียไร้ตำหนิ​ ​มา​ถวายเป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป

​ซึ่ง​เมื่อ​ได้​ทำเช่นนี้แล้ว ​จะ​ได้​รับ​การ​อภัย

1. เมื่อทำบาป จะได้รับการอภัยบาปก็ต่อเมื่อ มีการตาย และมีเลือดหลั่งออก
รม.6:23 “ค่าจ้างของความบาป คือ ความตาย”
พิธีกรรมนี้เล็งถึง การที่พระเจ้าจะช่วยมนุษย์พ้นบาป ที่มนุษย์ทำได้แบบชั่วนิรันดร์
ต้องใช้การตายของพระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระเจ้าใหญ่ยิ่งสูงสุด
และโดยพระโลหิตของพระองค์ที่หลั่งออกเพื่อเรา เราจึงได้รับการลบล้างบาปชั่วนิรันดร์

2. การลบล้างบาปของ ปุโรหิต ผู้นำ และสามัญชน มีบางอบ่างที่แตกต่างกัน
ชี้ให้เห็นว่า ผู้นำ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้รับใช้พระเจ้า
ควรมีมาตรฐานในการดำเนินชีวิตฝ่ายวิญญาณ สูงกว่าคนทั่วๆไป
คือ ทำผิดแล้วโทษหนักกว่าประมาณนั้น
เหมือนใน ยก. 3:1 ที่กล่าวว่า “…​เรา​ที่​เป็น​คน​สอน​นั้น จะ​ต้อง​ถูก​พิ​พาก​ษา​ที่​เข้ม​งวด​ยิ่ง​ขึ้น”

คำคม

“ ความตายของพระเยซูคริสต์ นำชีวิตมาสู่เราทั้งหลาย ”

สรุป เลวีนิติ 3

ภาพรวม

  • เครื่องศานติบูชา เป็นเครื่องบูชาถวายขอบพระคุณพระเจ้า และสร้างสัมพันธ์ท่ามกลางมิตรสหาย

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev03-75754

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 3 นอกจากพระเจ้าจะสั่งคนอิสราเอลเรื่องเครื่องบูชาเผาทั้งตัวและธัญบูชาแล้ว พระองค์ยังสั่งเรื่องเครื่องศานติบูชาดังนี้

ถ้า​ใครจะ​ถวาย​เครื่องบูชา​เป็น​ศานติ​บูชา ให้นำโค​ ​หรือ​ แกะ หรือ แพะ ตัวผู้หรือตัว​เมียก็ได้ ​แต่ต้องปราศจากตำหนิ และให้นำมาจาก​ฝูง
ให้​เขา​เอา​มือ​วาง​บน​หัว​ของ​สัตว์​ตัว​ที่​จะ​ถวาย
แล้วฆ่าสัตว์นั้น​ที่​ประตูพลับพลา
บุตร​ของ​อาโรน​ จะ​เอา​เลือด​ประพรม​ที่​แท่น​และ​รอบ​แท่น​บูชา​
ให้นำเครื่องในและไขมันหุ้มเครื่องใน ออกมาจากสัตว์ แล้วเผาบนแท่นบูชา
นั่นจะ​เป็น​ศานติ​บูชา เป็น​เครื่องบูชา​ด้วย​ไฟ​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า
เป็น​กลิ่น​ที่​พอ​พระ​ทัย​แด่​พระ​เจ้า

1. ศานติบูชาเป็นเครื่องบูชาแห่ง​มิตร​ภาพ หรือ เครื่อง​บูชา​แห่ง​สวัสดิภาพ ใช้ถวายเพื่อขอบพระคุณพระเจ้าหรือแก้บนตามที่ได้ปฎิญาณไว้
สัตว์ที่ถวาย เครื่องในและไขมันหุ้มเครื่องใน จะถูกเผาบนแท่นบูชา ส่วนเนื้อจะตกเป็นของปุโรหิต และของผู้ถวายใช้จัดงานเลี้ยงเพื่อมิตรภาพ (ลวต.7:31-34)

เมื่อเราถวายสิ่งใดก็ตามแด่พระเจ้า ความจริงแล้วดูเหมือนพระองค์จะไม่ได้อะไรเลย เพราะพระองคืเป็นเจ้าของทุกสิ่งอยู่แล้ว
แต่คนที่ได้รับประโยชน์และได้รับพระพร ก็คือตัวเราเอง

​2. ใน ลนต. 3:17 กล่าวว่า “…ห้าม​ท่าน​ทั้ง​หลาย​รับ​ประ​ทาน​ไขมัน​หรือ​เลือด” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง ห้ามกินไขมันใดๆเลย แต่ ถ้าดูตามบริบทก็จะเข้าใจ คือ
หมายถึง ไขมันที่ห่อหุ้มเครื่องในของสัตว์ที่ถวายนั้น ให้นำไปเผา ห้ามนำมารับประทาน ให้รับประทานส่วนอื่นๆแทน

ตอนนี้ อาจจะนำมาประยุกต์ว่า ไขมันที่ติดเครื่องในต่างๆ อาจจะไม่ควรรับประทานก็เป็นได้

อย่างไรก็ดี บทเรียนสำคัญจากข้อนี้คือ ขณะเราศึกษาพระคัมภีร์ เมื่ออ่านพบประโยคใดๆ
ก่อนจะสรุปว่า พระคัมภีร์หมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ ควรสังเกตบริบทอย่างรอบคอบก่อนทุกครั้ง

คำคม

“ ยิ่งถวาย ยิ่งได้รับพระพร ”

สรุป เลวีนิติ 2

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงบัญชาคนอิสราเอลเกี่ยวกับเรื่องการถวายธัญบูชาแด่พระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/lev02-75550

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เลวีนิติ บทที่ 2 นอกจากเรื่องการเครื่องบูชาเผาทั้งตัวแล้ว พระเจ้ายังสั่งคนอิสราเอลเรื่องการถวายธัญบูชาไว้ดังนี้ด้วย

ถ้าใครจะนำ​ธัญ​บูชา​ มา​เป็น​เครื่อง​บูชา​ถวาย​แด่​พระเจ้า ก็​ให้​นำ​แป้ง​อย่าง​ดี​มา​ถวาย
ให้​เขา​เท​น้ำ​มัน​ลง​บน​แป้ง​และ​วาง​กำยาน​บน​แป้ง​ด้วย
แล้ว​นำ​มา​ให้​บรรดา​บุตร​ของ​อาโรน
ผู้​ถวาย​บูชา​จะ​หยิบ​แป้งนั้น ​กำมือ​หนึ่ง​กับ​กำยาน​ทั้ง​หมด​ออก​มา
และ​ปุโร​หิต​จะ​เผา​เครื่อง​บูชา​ส่วน​นี้​เป็น​ส่วน​อนุ​สรณ์​บน​แท่น
ซึ่งจะ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ด้วย​ไฟ
อันเป็น​กลิ่นที่​พอ​พระทัย​แด่​พระ​เจ้า
ส่วน​ธัญ​บูชา​ที่​เหลือ​นั้น​จะ​เป็น​ของ​อาโรน​และ​ของ​บรรดา​บุตร​ของเขา

หาก​ธัญ​บูชา​ที่นำมาถวาย ​เป็น​ขนม​อบ​ หรือปิ้ง หรือ ทอด ให้​เป็น​ขนม​ไร้​เชื้อ​ทำ​ด้วย​แป้ง​อย่าง​ดี​เคล้า​น้ำ​มัน แล้วทำเช่นเดียวกัน

บรรดา​ธัญ​บูชา​ซึ่ง​นำ​มา​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า​นั้น ห้าม​มี​เชื้อ​ ห้าม​เผา​เชื้อ​หรือ​น้ำ​ผึ้ง ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ด้วย​ไฟ​ถวาย​แด่​พระ​ยาห์​เวห์
แต่ถ้า​จะ​นำ​มา​เป็น​ผล​รุ่น​แรก​มา​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า​ก็​ได้ แต่​ห้าม​เผา​ถวาย​บน​แท่น

ห้าม​ให้​เกลือ​แห่ง​พันธ​สัญ​ญา​กับ​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ขาด​เสีย​จาก​ธัญ​บูชา​ของ​ท่าน
จง​ถวาย​เกลือ​พร้อม​กับ​บรรดา​เครื่อง​บูชา​ของ​ท่าน

หาก​นำ​ธัญ​บูชา​ที่​เป็น​ผล​รุ่น​แรก​มา​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า
​จง​ถวาย​รวง​ใหม่ๆ ย่าง​ไฟ​ให้​แห้ง บด​เมล็ด​ให้​ละเอียด​เป็น​ธัญ​บูชา​ที่​เป็น​ผล​รุ่น​แรก
แล้วให้ปุโร​หิตทำเช่นเดียวกันกับธัญบูชาอื่นๆ

1. สิ่งถวายแด่พระเจ้า แม้เป็นเพียงพืชพันธุ์ธัญญาหาร ก็สามารถเป็นกลิ่นหอมที่พระเจ้าพอพระทัยได้
หากสิ่งนั้นเป็นพืชพันธุ์ที่ดีที่สุดของเขา และปราศจากเชื้อ

การถวายชีวิต เวลา ความสามารถ หรือ ทรัพย์สิน ที่เรามีแด่พระเจ้า
ต้องถวายส่วนที่ดีที่สุดแด่พระองค์ ผู้เป็นเจ้าของชีวิตของเรา เพราะพระองค์สมควรที่จะได้รับเช่นนั้น

และสิ่งที่ถวายต้องบริสุทธิ์ปราศจากเชื้อบาป ซึ่งอันนี้เราไม่สามารถทำได้ แต่โดยทางพระเยซูคริสต์เราได้รับการลบล้างบาปแล้ว
ดังนั้นการถวายสิ่งใดๆแด่พระเจ้าด้วยสุดใจของเรา ในวันนี้จึงสามารถเป็นสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัยได้

วันนี้ เราได้ถวายส่วนที่ดีที่สุดของเราแด่พระเจ้ามากน้อยเพียงใด?

2. จากเรื่องนี้ ทำให้เรา พอคาดเดาเรื่องของ คาอิน อาเบล ได้ว่า
การที่พระเจ้าไม่พอพระทัยเครื่องถวายของคาอินนั้น ย่อมไม่ใช่เพราะตัวเครื่องถวายที่เป็นพืช
แต่น่าจะเป็นเพราะท่าทีของเขาในการถวาย ซึ่งไม่ว่าจะถวายอะไร มากแค่ไหน ถ้าท่าทีไม่ถูกต้อง เครื่องถวายบูชานั้นก็ไม่อาจเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าได้

หากใครถวาย เพราะเกรงใจคนอื่น เพราะอยากอวดคนอื่น เพราะถุงผ่านมาพอดีไม่ถวายก็อายเขา ฯลฯ
การถวายเช่นนั้น ไม่ได้เป็นการถวายด้วยเต็มใจ ก็ยากนักที่ของถวายนั้นจะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าได้

3. เกลือ​แห่ง​พันธ​สัญญา ที่กล่าวถึงในข้อ 13 นั้น คือ เกลือที่ถวายพร้อมกับเครื่องบูชา ต้องถวายเสมอ
เกลือ หมายถึง ชีวิต เกลือช่วยทำ​ให้​สิ่ง​ที่​ปรุง​นั้น​​อยู่​ได้​นาน ไม่เน่าเสียง่ายๆ

ใน กดว. 18:19 และ 2พศด. 13:5 อธิบาย​ความ​หมาย​เพิ่มเติมว่า เกลือแห่งพันธสัญญานั้น เล็งถึง พันธ​สัญญา​ถาวร หรือ พันธ​สัญญา​นิรันดร์

พระเจ้ากำชับคนอิสราเอลว่า เกลือที่จะถวายนั้นอย่าให้ขาดไป
เพื่อให้พวกเขาระลึกถึงอยู่เสมอว่า พระเจ้าทรงกระทำพันธสัญญานิรันดร์กับพวกเขา

วันนี้ ขอให้เราระลึกอยู่เสมอว่า พระเจ้าทรงกระทำพันธสัญญานิรันดร์แก่เรา
ยรม. 31:3 ​ ​​​​​พระ​เจ้า​ทรง​ปรากฏ​แก่​เขา​จาก​ที่​ไกล ตรัส​ว่า
“เรา​ได้​รัก​เจ้า​ด้วย​ความ​รัก​นิรันดร์ เพราะ​ฉะนั้น​เรา​จึง​มี​ความ​รัก​มั่นคง​ต่อ​เจ้า​สืบไป”

4. การถวายเครื่องบูชานั้น จะเผาเครื่องบูชาเสียบางส่วน แล้วที่เหลือจะยกให้เป็นของปุโรหิต
ด้วยเหตุนี้ คริสตจักรจึงสมควร ดูแลเอาใจใส่ คนของพระเจ้าผู้ที่กำลังปรนนิบัติรับใช้พระองค์อยู่ เพราะการทำเช่นนั้น เป็นการถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้าวิธีหนึ่งนั่นเอง

คำคม

“ ของถวายเล็กน้อยอย่างเต็มใจ มีค่ายิ่งใหญ่สำหรับพระเจ้า ”

สรุป เลวีนิติ 1

ภาพรวม

  • พระเจ้าบอกกับคนอิสราเอลถึงวิธีที่จะถวายเครื่องบูชาเผาทั้งตัวแด่พระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/leviticus01-75360

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

พระธรรมเลวีนิติ เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์และพิธีกรรมต่างที่ปุโรหิตและคนอิสราเอลต้องปฎิบัติ

เลวีนิติ บทที่ 1 เมื่อคนอิสราเอลสร้างพลับพลาตามที่พระเจ้าทรงบัญชาเสร็จแล้ว
พระเจ้าจึงทรงสั่ง​โมเสส ให้บอกกับคนอิสราเอลว่า

เมื่อ​ใคร​จะ​นำ​เครื่อง​บูชา​มา​ถวาย​พระ​เจ้า ให้​นำ​​มา​จาก​ฝูง​โค​หรือ​ฝูง​แพะ​แกะ ไม่ใช่ไปจับมาจากที่อื่น

ถ้าจะถวายเป็น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว ​ก็​ให้​เขา​นำ​โคหรือแพะหรือแกะ ​ตัว​ผู้​ที่​ไม่​มี​ตำหนิ​มา​ที่หน้าพลับพลา
แล้วให้​เขา​เอา​มือ​วาง​บน​หัว​สัตว์​นั้น
แล้ว​ให้​เขา​ฆ่า​สัตว์นั้น​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า
ส่วน​บรรดา​บุตร​ของ​อาโรน​ผู้​เป็น​ปุโร​หิต​ จะ​​เอา​เลือด​มา​ประ​พรม​แท่น​บูชา​ทุก​ด้าน
หลังจาก​ถลก​หนัง​เครื่อง​บูชา​​นั้นแล้ว ให้​สับ​เป็น​ท่อนๆ
แล้ว​บรรดา​บุตร​ของ​อาโรน​ จะ​ก่อ​ไฟ​ที่​แท่น และ​เรียง​ฟืน​บน​ไฟ
แล้ว​​วาง​เครื่องบูชานั้น​บน​ฟืน
ให้​ผู้​นำ​สัตว์​มา​ถวาย​ เอา​น้ำ​ล้าง​เครื่อง​ใน​และ​ขา​สัตว์​ให้​เรียบ​ร้อย
แล้ว​ปุโร​หิต​จึง​เผา​ของ​ทั้ง​หมด​บน​แท่น​

แต่ถ้า​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​แด่​พระเจ้า ​เป็น​นก
ก็​ให้​ผู้​นั้น​นำ​นก​เขา​หรือ​นก​พิราบ​มา​ถวาย
ให้​ปุโร​หิต​นำ​นก​นั้น​มา​ที่​แท่น​บูชา บิด​หัว​แล้ว​เผา​บูชา​บน​แท่น
ให้​เลือด​ไหล​ออก​มา​ข้างๆ แท่น
​ให้​ฉีก​เอา​อาหาร​ใน​กระ​เพาะ​ออก​ทิ้ง​ลง​ริม​แท่น​ด้าน​ตะวัน​ออก​ ใน​ที่​ที่​ทิ้ง​มูล​เถ้า
ให้​ฉีก​ตัว​นก โดย​ไม่​ให้​ขาด​เป็น​สอง​ท่อน
แล้ว​ปุโร​หิต​จะ​เผา​นก​นั้น​ที่​แท่น​บน​กอง​ฟืน​เหนือ​ไฟ

ซึ่งการถวายเครื่องบูชาแบบนี้ เรียกว่า ​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว
​เครื่อง​บูชา​ด้วย​ไฟ ซึ่งเป็น​กลิ่น​พอ​พระ​ทัย​แด่​พระ​เจ้า

1. พระเจ้าทรงยุติธรรม แม้แต่ในเรื่องการถวายเครื่องบูชา ถ้าคนจนไม่มีโค ก็เอาแกะแพะมาถวายก็ได้ ไม่มีแกะแพะก็ยังสามารถไปจับนกมาถวายได้ และการถวายนั้นก็ยังถือว่าเป็นกลิ่นที่พระเจ้าพอพระทัยอยู่ดี

สิ่งที่พระเจ้าพอพระทัย ไม่ใช่เครื่องถวายเหล่านั้น เพราะพระองค์ทรงสร้างและทรงเป็นเจ้าของทุกสิ่ง
สิ่งที่เป็นกลิ่นหอมที่พระเจ้าพอพระทัยนั้น ก็คือ ท่าทีอันเต็มใจถวายเครื่องบูชานั้นแด่พระเจ้า

วันนี้ เราเต็มใจถวายสิ่งที่เรามี แม้ไม่มากนั้นแด่พระเจ้า มากเพียงใด?

2. การถวายเครื่องบูชานี้ พระเจ้ากำหนดขึ้นให้ทำ เพื่อจะเป็นเงาให้กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นจริงในช่วงต่อมา คือ การที่พระเยซูถวายพระองค์เองเป็นเครื่องบูชา สำหรับการลบล้างบาปทั้งสิ้นของมนุษย์

สังเกตดีๆจะพบว่า สิ่งสำคัญของการถวายนี้ คือ ความตายของสิ่งที่ถวาย และเลือดของสิ่งที่ถวาย
นั่นคือ โดยการตายของพระเยซูคริสต์ และพระโลหิตของพระเยซูคริสต์นี่เอง ที่ทำให้บาปของเราได้รับการลบล้างอย่างสมบูรณ์
ขอบคุณพระเยซู

คำคม

“ สิ่งที่ถวายด้วยสุดใจ เป็นสิ่งถวายที่ล้ำค่าในสายพระเนตรของพระเจ้า

สรุป อพยพ 40

ภาพรวม

  • เมื่อการสร้างพลับพลาและอุปกรณ์ต่างๆเสร็จแล้ว พระเจ้าจึงให้โมเสสเจิมสิ่งเหล่านั้นด้วยน้ำมัน แล้วสิ่งเหล่านั้นจึงกลายเป็นสิ่งบริสุทธิ์ แล้วพระสิริของพระเจ้าก็ลงมาปกคลุมเหนือพลับพลานั้น

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus40-75229

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 40 หลังจากที่คนอิสราเอลสร้างพลับพลาและสิ่งของในพลับพลาสำเร็จแล้ว ก็นำมาให้โมเสส

แล้วพระ​เจ้าจึง​สั่งกับ​โม​เสส​ว่า
ใน​วัน​ที่ 1 ​เดือน​ที่ 1 จง​ตั้ง​พลับ​พลา คือ​เต็นท์​นัด​พบ​ ขึ้น
แล้ววางสิ่งของต่างๆตามตำแหน่งที่พระเจ้าสั่ง
แล้ว​เอา​น้ำ​มัน​เจิม​มา​เจิม​พลับ​พลา​กับ​ทุก​สิ่ง​ที่ใช้กับใน​พลับ​พลา​นั้น
แล้ว​พลับ​พลา​นั้น​กับสิ่งเหล่านั้นก็จะ​บริ​สุทธิ์
แล้ว​ให้อา​โรน​กับ​บุตร​ของ​เขา​มา​ที่​ประ​ตู​เต็นท์​นัด​พบ
แล้ว​ใช้​น้ำ​ล้าง​ชำระ​ตัว​พวก​เขา​เสีย
แล้วให้พวกเขา​สวม​เสื้อ​ตำ​แหน่ง​ปุโรหิต และเจิม​พวกเขา​ให้​บริ​สุทธิ์
รูปจาก https://menorah-bible.jimdofree.com/english/structure-of-the-menorah/

รูปจาก https://hoshanarabbah.org/blog/2019/02/04/the-tabernacle-of-moses-an-overview/

โม​เสส​ก็ทำ​ทุก​สิ่ง​ตาม​ที่​พระเจ้าทรง​บัญชา​
ใน​วัน​ที่ 1 เดือน​ 1 ​ปี​ที่ 2 นับตั้งแต่วันที่พวกเขาออกจากอียิปต์
โมเสส​ก็​ทำ​งาน​ทุกอย่างเสร็จ​สมบูรณ์

แล้วก็​มี​เมฆ​มา​ปก​คลุม​เต็นท์​นัด​พบ​ไว้
และ​พระ​รัศมี​ของ​พระ​เจ้า​ก็​ปรา​กฏ​อยู่​เต็ม​พลับ​พลา​
จนโม​เสสเอง​เข้า​ไป​ใน​เต็นท์​นัด​พบ​ไม่​ได้

ตลอด​การ​เดิน​ทาง​ของ​คน​อิส​รา​เอล เมื่อ​ไร​ที่​เมฆ​นั้น​ลอย​ขึ้น​จาก​พลับพลา
พวก​เขา​ก็​จะออก​เดิน​ทาง​ต่อ​ไป​ทุก​ครั้ง
แต่ถ้า​เมฆ​นั้น​ไม่​ได้​ลอย​ขึ้น​ไป พวก​เขา​ก็จะ​ไม่​ออก​เดิน​ทาง​
ตลอด​ทางของ​พวก​เขา​ ใน​ตอนกลาง​วัน​เมฆ​ของ​พระ​เจ้า​อยู่​เหนือ​พลับ​พลา
และ​ใน​ตอน​กลาง​คืน​มี​ไฟ​ใน​เมฆ​นั้น ก็ส่องสว่าง​คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด

1. เมื่อพลับพลาและอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ สร้างเสร็จแล้ว ของเหล่านั้นยังไม่ถือว่าเป็นของบริสุทธิ์
จนกระทั่งเมื่อสิ่งเหล่านั้นถูกเจิม สิ่งเหล่านั้นก็กลายเป็นสิ่งบริสุทธิ์ทันที

สังเกตได้ว่า ความสะอาดยังเท่าเดิม แต่หลังจากถูกเจิม สิ่งนั้นก็กลายเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์
ในทำนองเดียวกัน ชีวิตของเราบริสุทธิ์ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับความสะอาดในชีวิตของเรา
แต่ขึ้นอยู่การถูกเจิมให้บริสุทธิ์โดยพระเยซูคริสต์

วันนี้ โดยทางพระเยซูคริสต์ เราได้รับการเจิมให้บริสุทธิ์แล้ว ไม่ใช่ด้วยการกระทำที่ดีงามของเราเอง
แต่โดยการเจิมของพระเยซูคริสต์ ทำให้เราบริสุทธิ์ต่อจำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้า

2. เมื่องานสร้างพลับพลาและอุปกรณ์ต่างๆเสร็จแล้ว ยังถือว่า ยังไม่สมบูรณ์
จนกระทั่งสิ่งของเหล่านั้น ถูกเจิมให้บริสุทธิ์
พระคัมภีร์บันทึกว่า งานเสร็จสมบูรณ์ (ข้อ 33)
แล้วหลังจากนั้น เมฆของพระเจ้าและพระสิริของพระเจ้าก็มาปกคลุมพลับพลานั้น
แล้วที่นั่นก็เป็นที่แห่งการทรงสถิตของพระเจ้า

หลังจากที่เรารับการเจิมให้บริสุทธิ์โดยทางพระเยซูคริสต์แล้ว
งานเสร็จสมบูรณ์แล้ว ร่างกายของเราพร้อมที่จะเป็นพระวิหารของพระเจ้าแล้ว (1คร.3:16)
วันนี้ พระเจ้าทรงสถิตกับเราแล้ว ขอบคุณพระเจ้า
จากนี้ไป เราเองก็สมควรดำเนินชีวิตให้สมกับเป็นที่ที่พระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย
ตลอดวันเวลาที่เรามีชีวิตอยู่บนโลกนี้

3. พลับพลา , เต็นท์นัดพบ และ พระวิหาร
– ก่อนที่คนอิสราเอลจะสร้างพลับพลา ตามที่พระเจ้าสั่ง ใน อพย. 33:7 กล่าวเกี่ยวกับ “เต็นท์นัดพบ” ว่า “โมเสส​เคย​ตั้ง​เต็นท์​หลัง​หนึ่ง​ไว้​ข้าง​นอก​ไกล​จาก​ค่าย และ​เรียก​ว่า เต็นท์​นัด​พบ ต่อ​มา​ทุก​คน​ที่​ปรารถ​นา​จะ​เข้า​เฝ้า​พระ​ยาห์​เวห์ ก็​มัก​จะ​ออก​ไป​ยัง​เต็นท์​นัด​พบ​ซึ่ง​ตั้ง​อยู่​นอก​ค่าย”
– ต่อมาใน อพย 40 เมื่อพลับพลาสร้างเสร็จแล้ว การเข้าเฝ้าพระเจ้า จึงใช้ที่พลับพลาแทน เพราะวัตถุประสงค์เดียวกัน คือเป็นที่นัดพบกับพระเจ้า ดังนั้น บางครั้งจึงเรียกพลับพลาว่า เต็นท์นัดพบ
– ต่อมา เมื่อกษัตริย์ซาโลมอนขึ้นครองราช ก็ได้สร้างพระวิหารอันงดงามขึ้นในกรุงเยรูซาเล็ม โดยเลียนแบบโครงสร้างต่างๆ มาจากพลับพลาที่สร้างขึ้นในสมัยของโมเสสนี้

คำคม

“ โดยพระเยซู เราจึงบริสุทธิ์ และเป็นที่ทรงสถิตของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ”

สรุป อพยพ 39

ภาพรวม

  • เมื่อพวกช่างฝีมือทำเสื้อสำหรับปุโรหิตเสร็จ งานสำหรับการสร้างพลับพลาและอุปกรณ์ต่างๆก็สำเร็จ พวกเขาจึงมอบพลับพลาและของต่างๆนั้นแก่โมเสส

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus39-75119

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 39 หลังจากพวกช่างฝีมือสร้างแท่น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​, อ่าง​ทอง​สัม​ฤทธิ์ และลาน​พลับพลา แล้ว

พวกเขาก็เย็บเสื้อสำหรับปุโรหิต ตามแบบที่พระเจ้าได้สั่งไว้ทุกประการ
รูปจาก http://www.timewarpwife.com

แล้ว​งาน​ทุก​อย่าง​สำหรับ​พลับ​พลา ก็เสร็จสมบูรณ์ตามที่พระเจ้าได้ทรง​บัญชา​ไว้ทุกประการ

พวก​เขา​จึง​นำ​พลับ​พลาและอุปกรณ์ทุกอย่าง​มา​มอบ​ให้​โมเสส

โมเสส​ก็​ตรวจ​ดู​งาน​ทั้ง​สิ้น​และ​เห็น​ว่า ทุก​สิ่ง​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​บัญชา​โม​เสส​นั้น คน​อิส​รา​เอล​ก็​ทำ​ตามเสร็จ​สิ้น​ทุก​อย่าง โมเสส​จึง​อวย​พร​พวก​เขา

1. ปุโรหิต เป็นภาพเล็งถึง พระเยซูคริสต์ เครื่องแต่งกายต่างๆของปุโรหิต จึงล้วนแต่มีความหมายในฝ่ายวิญญาณสอดคล้องกับสิ่งที่พระเยซูทรงกระทำทั้งสิ้น

พระเยซูทรงเป็นปุโรหิตของเรา เป็นตัวแทนร้องทูลต่อพระเจ้าเพื่อเราอยู่เสมอ
วันนี้ พระเยซูยังคงอธิษฐานเพื่อเรา เรายังอยู่ในพระทัยของพระองค์เสมอ

2. สิ่งที่พระเจ้าสั่งผ่านโมเสส มาบอกให้คนอิสราเอลทำ
พวกเขาทำตามทุกประการ จนสำเร็จ
ช่างเป็นเรื่องน่าชื่นใจ และเป็นการรำพระพรมหาศาลมาสู่คนอิสราเอล

แต่น่าเสียดายที่อีกไม่นานพวกเขาก็เลิกทำตามที่พระเจ้าสั่ง
หันหลังให้พระพร แล้วเดินทางไปสู่อันตราย

ตราบใดที่เราเชื่อฟัง ทำตามที่พระเจ้าสั่ง เราก็กำลังเดินไปในเส้นทางแห่งพระพร

คำคม

“ เมื่อเชื่อฟัง จะสำเร็จ และได้รับพระพร ”

สรุป อพยพ 38

ภาพรวม

  • ช่างฝีมือร่วมกันสร้าง ​แท่น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​, อ่าง​ทอง​สัม​ฤทธิ์ และลาน​พลับพลา ด้วยวัสดุอุปกรณืที่ประชาชนถวายมา ซึ่งเพียงพอสำหรับการสร้างพลับพลาและเครื่องใช้ต่างๆ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus38-74966

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 38 นอกจากเบซาเลลและโอโฮลีอับ กับพวกช่างฝีมือจะทำ หีบ​พันธสัญญา , โต๊ะ​ขนม​ปัง​เฉพาะ​พระ​พักตร์ , คัน​ประ​ทีปทองคำ และ​แท่น​เผา​เครื่อง​หอม แล้ว พวกเขายังทำสิ่งอื่นอีกด้วยได้แก่

​แท่น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​ ด้วย ไม้​กระ​ถิน​เทศหุ้มด้วยทองสัมฤทธิ์
รูปจาก https://rootedandgrounded.me/2018/05/21/leviticus-chapter-4/

​อ่าง​ทอง​สัม​ฤทธิ์
รูปจาก http://www.behappyinjesus.org/brazen-laver.html

ลาน​พลับพลา
รูปจาก https://crossroadsbible.net/2019/05/14/samuel-and-the-tabernacle/

ในการสร้าง​พลับ​พลานี้ ใช้วัสดุต่างๆเป็นจำนวนมาก ได้แก่
– ทอง​คำ​ที่​มา​จาก​การ​ถวาย มี​น้ำ​หนัก 1,000 กิโล​กรัม

– เงิน​ที่​ได้​จาก​ชุม​นุม​ชน​โดย​เก็บ​เงิน​คน​ละ 6 กรัม(คือ​ครึ่ง​เชเขล) จาก​ทุก​คน​ที่​ไป​จด​ทะเบียน​สำมะโน​ครัว ซึ่งมี​อายุ​ตั้ง​แต่ 20 ​ปี​ขึ้น​ไป รวม 603,550 คน รวม​เป็นเงิน 3,430 กิโล​กรัม
>>> ใช้เงิน​หนัก 3,400 กิโล​กรัม​ หล่อ​ทำ​ฐาน​รอง​รับ​เสา​ของ​สถาน​นมัส​การ​และ​ฐาน​ของ​ม่าน
จำนวน 100 ​ฐาน ​​ฐาน​ละ 34 กิโล​กรัม
>>> ใช้​เงินหนัก 30 กิโล​กรัม​ ทำ​ขอ​สำ​หรับ​เสา​และ​หุ้ม​หัว​เสา​นั้น และ​ทำ​ราว​ยึด​เสา​

-ทอง​สัม​ฤทธิ์​ที่​​มาจากการ​ถวาย​หนัก 2,425 กิโล​กรัม
>>> ​ใช้​ทำ​ฐาน​ประ​ตู​เต็นท์​นัด​พบ​และ​ทำ​แท่น​ทอง​สัม​ฤทธิ์ และ​ตะ​แกรง​ประจำ​แท่น​และ​ทำ​เครื่อง​ใช้​ทั้ง​หมด​ของ​แท่น​ ทำหลัก​หมุด​ทุก​ตัว​ของ​พลับ​พลา และ​หลัก​หมุด​รอบ​ลาน​พลับพลา

1. การสร้างพลับพลาและเครื่องใช้ต่างๆ ต้องใช้วัสดุอุปกรณ์ต่างๆเยอะมาก
แต่เมื่อพระเจ้าทรงสั่งให้ทำ พวกเขาก็มีวัสดุเพียงพอสำหรับการทำตามคำสั่งของพระเจ้าได้ทุกประการ

เมื่อพระเจ้าสั่งให้เราทำสิ่งใดก็ตาม ไม่ต้องห่วงเรื่องสิ่งที่จำเป็นต้องใช้เลยเพราะพระเจ้าจะทรงจัดเตรียมให้เราอย่างเพียงพอแน่นอน

2. พระเจ้าทรงสั่งให้ชายอายุตั้งแต่ 20 ปี ทุกคน นำเงิน 6 กรัม มาถวายแด่พระเจ้า เพื่อพวกเขาจะได้รับเกียรติมีส่วนถวายเพื่อสร้างพลับพลาของพระเจ้า
มีชาย รวม 603,550 คน คนละ 6 กรัม ควรจะได้ 3,621 กิโลกรัม
แต่ได้รับจริงๆเพียง 3,430 กิโล​กรัม
แสดงว่า น่าจะมีบางคน เบี้ยวไม่ยอมจ่าย

ปรากฏว่า 3,430 กิโลกรัมนั้น พอดีเป๊ะ ไม่ขาดไม่เกิน สำหรับการสร้างพลับพลา

ต่อให้ใครไม่ถวายแด่พระเจ้า งานของพระเจ้าก็จะไม่ขาดสิ่งดีใดๆเลยสำหรับการทำให้พระราชกิจของพระองค์สำเร็จ
แต่คนที่เสียหายกลับเป็น คนนั้นเองที่ขาดโอกาสได้ชื่อว่า มีส่วนถวายแด่พระเจ้า เพื่อให้น้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จ

การถวายแด่พระเจ้า จึงเป็นการที่เราได้รับประโยชน์ ไม่ใช่พระเจ้าได้รับประโยชน์

3. ใน อพย. 30:15 พระเจ้าห้ามไม่ให้คนถวายเงินเกินครึ่ง​เชเขล ซึ่งทำให้ได้เงินพอดิบพอดี สำหรับการสร้าพลับพลา
แต่ถึงกระนั้น คนที่อยากจะถวาย ก็สามารถถวายเป็นสิ่งอื่นแทน ได้แก่ ทองคำ และ ทองสัมฤทธิ์ ซึ่งทำให้ได้รับทองคำ และทองสัมฤทธิ์ มากเพียงพอสำหรับการสร้างพลับพลา
ตอนแรก โมเสสน่าจะยังไม่เข้าใจว่า ทำไมพระเจ้า ห้ามไม่ให้ถวายเงินเกินกว่าคนละ 6 กรัม
แต่หลังจากเขาได้รับทองคำและทองสัมฤทธิ์อย่างเพียงพอสำหรับการสร้างพลับพลา
เขาคงจะเข้าใจแล้วว่า คำสั่งของพระเจ้า ช่างประเสริฐและดีรอบคอบ

วันนี้ เราอาจจะยังไม่เข้าใจว่า ทำไมพระเจ้าสั่งให้เราทำเช่นนั้น? ทำไมพระคำของพระเจ้าสอนให้เราทำเช่นนั้น?
แต่โดยการเชื่อฟังพระคำของพระเจ้าในวันนี้ ในเวลาอีกไม่นานนัก เราจะเข้าใจสิ่งที่พระเจ้าทรงสั่งให้เราทำนั้นช่างประเสริฐและแสนดีต่อเรา

คำคม

“ ต่อให้เราไม่ถวาย งานของพระเจ้าก็จะไม่ขาดแคลน แต่เราต่างหากที่จะขาดพระพร ”

สรุป อพยพ 37

ภาพรวม

  • เบซาเลลและโอโฮลีอับ กับทีมช่างฝีมือร่วมกัน สร้างหีบพันธสัญญา , ​โต๊ะ​ขนม​ปัง​เฉพาะ​พระ​พักตร์ , คัน​ประ​ทีปทองคำ และ แท่น​เผา​เครื่อง​หอม ถวายแด่พระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus37-74874

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 37 เมื่อโมเสสแต่งตั้งให้เบซาเลลและโอโฮลีอับ ดูแลช่างฝีมือในการสร้างพลับพลาและข้าวของเครื่องใช้ในพลับพลาแล้ว พวกเขาก็ลงมือสร้างพลับพลา

แล้วก็ลงมือสร้างหีบพันธสัญญา ด้วยไม้กระถินเทศหุ้มด้วยทองคำ ตามแบบที่พระเจ้าสั่งไว้ทุกประการใน อพย. 25:10-22

รูปจาก https://www.oneforisrael.org/bible-based-teaching-from-israel/why-is-it-called-an-ark/

และ​ทำ​โต๊ะ​ขนม​ปัง​เฉพาะ​พระ​พักตร์ ด้วยไม้กระถินเทศหุ้มด้วยทองคำ ตามแบบที่พระเจ้าสั่งไว้ทุกประการ ใน อพย. 25:23-30
รูปจาก https://www.slideshare.net/joymundukottackal/tabernacle-1506924

และทำ​คัน​ประ​ทีป ด้วย​ทอง​คำ​บริ​สุทธิ์ ตามแบบที่พระเจ้าสั่งไว้ทุกประการ ใน อพย. 25:31-40
รูปจาก https://www.sickleoftruthblog.com/2019/01/20/revelation-chapter-1-part-12/

และ​ทำ​แท่น​เผา​เครื่อง​หอม ด้วยไม้กระถินเทศหุ้มด้วยทองคำ ตามแบบที่พระเจ้าสั่งไว้ทุกประการ ในอพย. 37:25-28
และปรุง​น้ำ​มัน​เจิม​และ​เครื่อง​หอม ตามแบบที่พระเจ้าสั่งไว้ทุกประการ ใน อพย. 30:23-36
รูปจาก https://www.slideshare.net/joymundukottackal/tabernacle-1506924

1. พระเจ้าทรงสั่งให้คนอิสราเอล สร้างพลับพลาและสิ่งของในพลับพลา อย่างดี อย่างงดงาม ก็เพื่อประโยชน์สำหรับพวกเขาเอง
เพราะจะว่าไปแล้ว สิ่งที่พวกเขาสร้างแม้งดงามเพียงใด ก็ไม่งามเท่าดอกไม้สักดอกหนึ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง
แต่พระเจ้า ให้โอกาสพวกเขาได้กระทำอะไรบางอย่างแด่พระเจ้าของพวกเขา
ซึ่งสิ่งที่พระเจ้าสมควรจะได้รับจากพวกเขา ก็คือ การทำอย่างดีที่สุด สุดกำลัง สุดความสามารถถวายแด่พระองค์
พระเจ้าจึงทรงบอกเขาอย่างละเอียดและเน้นให้ทำอย่างปราณึต
เพื่อพระเจ้าจะอวยพระพรแก่พวกเขา ผู้ทำอย่างสุดกำลังถวายแด่พระเจ้า

วันนี้ ในสิ่งที่เราทำเพื่อพระเจ้า ความจริงแล้ว ผู้ที่ได้รับประโยชน์จริงๆคือตัวเราเอง
และการที่จะทำอะไรถวายแด่พระเจ้านั้น เราสมควรอย่างยิ่งที่จะทำอย่างสุดกำลัง สุดความสามารถของเรา

คำคม

“ พระเจ้าสมควรได้รับส่วนที่ดีที่สุดจากเรา ”

สรุป อพยพ 36

ภาพรวม

  • คนอิสราเอลนำของมากมายมาถวายเพื่อสร้างพลับพลา แล้วโมเสสก็มอบของถวายเหล่านั้นให้พวกช่างฝึมือลงมือสร้างพลับพลา

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus36-74695

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 36 เมื่อคนอิสราเอลหลายคนได้ยินว่า พระเจ้าให้พวกเขาถวายสิ่งของเพื่อจะทำพลับพลาของพระเจ้า พวกเขาก็ได้นำสิ่งของมาถวายแด่พระเจ้า ด้วยสมัครใจ

โมเสส​จึง​เรียก ​เบ​ซา​เลล​และ​โอ​โฮ​ลี​อับ​กับ​ช่าง​ฝี​มือ​ทุก​คน ที่พระ​เจ้า​ประ​ทาน​สติ​ปัญ​ญา
ซึ่งคนเหล่านั้นทุกคนมีหัว​ใจ​ปรารถนาอยากทำงานนี้
พวกเขาทุกคน​ต่าง​ก็​ผละ​จาก​งาน​ของ​ตน มาทุ่มเทงานสร้างพลับพลาแทน
โมเสสก็ได้มอบของ​ถวาย​ทั้งหมดที่​คน​อิส​รา​เอล​นำ​มา​ถวาย​เพื่อ​สร้าง​พลับพลา ให้แก่พวกเขา

พวก​เขา​พา​กัน​มา​บอก​โมเสส​ว่า ประชา​ชน​นำ​ของ​มา​ถวาย​มาก​เกิน​ความ​ต้อง​การ​แล้ว
โมเสส​จึง​สั่ง​ให้​ประ​กาศ​​ว่า
อย่า​นำ​ของมาถวาย​สำหรับ​สร้าง​พลับพลาแล้ว เพราะได้มากเกินพอแล้ว

ช่าง​ฝี​มือ​ทุก​คน​ก็ได้ร่วมกัน​สร้าง​พลับ​พลาตามแบบที่พระเจ้าทรงบัญชาไว้ทุกประการ ใน อพยพบทที่ 26

1. พระคัมภีร์บรรยายว่า ช่างฝีมือที่มารับใช้พระเจ้าในการทำพลับพลานั้น
– พวกเขาทุกคนมีหัวใจเรียกร้องให้มาทำงานนี้
– พระเจ้าประทานความสามารถให้แก่พวกเขา
– พวกเขาทุกคน​ผละ​จาก​งาน​ของ​ตน มาทุ่มเทในการสร้างพลับพลา

คนที่มีใจปรารถนาจะรับใช้พระเจ้า พระองค์จะประทานความสามารถที่จำเป็นนั้นๆแก่เขา
และคนที่มีใจปรารานาจะรับใช้พระเจ้าจริงๆ
เขาจะทุ่มเทให้กับงานรับใช้นั้น มากยิ่งกว่าหน้าที่การงานของตนเอง

2. คนอิสราเอลใน อพยพ บทที่ 32 ได้ละทิ้งพระเจ้า ไปนมัสการโคทองคำ
บทที่ 33 พวกเขาเสียใจที่พระเจ้า จะไม่ไปกับพวกเขา
ในบทนี้ แสดงถึงการกลับใจของพวกเขา พวกเขานำของมาถวายแด่พระเจ้า มากมายเหลือล้น
จนโมเสสต้องถึงกับประกาศว่า ไม่ต้องเอามาถวายอีกแล้วเยอะเกินไปแล้ว

การกลับใจที่แท้จริง จะมีการแสดงออกที่สอดคล้องกับการกลับใจเสมอ

แต่ที่น่าสนใจก็คือ แม้ตอนนี้พวกเขาจะกลับใจแล้วจริงๆ
แต่อีกไม่นาน พวกเขาก็ละทิ้งพระเจ้าอีกครั้ง
บาปในอดีตของเรา แก้ไขได้โดยการกลับใจในวันนี้
แต่การกลับใจในวันนี้ ก็ไม่ได้เป็นหลักประกันว่า
ในวันหน้าเรายังจะเดินในหนทางที่ถูกต้องนี้ต่อไป
ดังนั้น ควรสำรวจตนเองอยู่เสมอ เพื่อกลับใจอย่างทันท่วงทีที่เดินออกนอกทางไป

3. เมื่อพวกช่างฝีมือร่วมกันสร้างพลับพลานั้น
แม้ว่าพวกเขาจะเต็มไปด้วยสติปัญญามากมาย
ถึงกระนั้นพวกเขาก็ไม่ได้สร้างด้วยสติปัญญาที่ตนเองคิดเอง
แต่พวกเขาทำตามอย่างที่พระเจ้าบัญชาทุกประการ
พวกเขาใช้ความคิดสร้างสรร แค่ใช้ตามแบบที่พระเจ้าทรงบัญชาไว้

วันนี้ ไม่ว่าเราเก่งหรือฉลาดมากเพียงใดก็ตาม
การรับใช้ของเรา ก็ไม่ควรทำตามความคิดของตนเอง
แต่ควรทำตามแนวทางที่พระเจ้าบอกไว้ในพระคำของพระองค์

คำคม

“ คนที่มีหัวใจในการรับใช้พระเจ้า พระเจ้าจะประทานความสามารถในการรับใช้ให้แก่เขา ”

สรุป อพยพ 35

ภาพรวม

  • เมื่อโมเสสบอกให้ประชาชนทราบว่า พระเจ้าต้องการให้สร้างพลับพลา คนอิสราเอลหลายคนก็ได้นำของมาถวายแด่พระเจ้าอย่างเต็มใจ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus35-74618

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 35 หลังจากที่โมเสสลงมาจากภูเขาซีนาย พร้อมกับศิลาที่จารึกบัญญัติสิบประการแล้ว

โม​เสสก็​เรียกประชุม​คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ แล้วบอกถึงสิ่ง​ที่​พระเจ้าทรง​บัญชา​ให้​พวกเขา​ทำ ดังนี้
– ให้ทำ​งาน​ 6 ​วัน แต่​วัน​ที่ 7 จะ​เป็น​วัน​​สะ​บา​โต​แด่​พระเจ้า ให้หยุดพัก ใครฝ่าฝืนต้อง​ถูก​ลง​โทษ​ถึง​ตาย
– คนอิสราเอลสามารถ​ถวาย​แด่​พระเจ้าได้ตาม​สมัคร​ใจ​ โดยของที่นำมาถวายได้แก่ ​ทอง​คำ เงิน และ​ทอง​สัม​ฤทธิ์ ด้าย​สี​ฟ้า สี​ม่วง สี​แดง​เข้ม ผ้า​ป่าน​เนื้อ​ดี ขน​แพะ หนัง​แกะ​ตัว​ผู้​ย้อม​สี​แดง หนัง​อย่าง​ดี​และ​ไม้​กระ​ถิน​เทศ น้ำ​มัน​ตะเกียง เครื่อง​เทศ​สำหรับ​ปรุง​น้ำ​มันไว้​เจิม และ​สำหรับ​ปรุง​เครื่อง​หอม พลอย​ต่างๆ สำหรับ​ฝัง​ใน​เอโฟด​และ​ทับ​ทรวง
– ให้​ทุก​คน​ที่​มี​ความ​สา​มารถ​พา​กัน​มา​ทำ​ทุก​สิ่ง​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​บัญชา​ให้​ทำ​นั้น ได้แก่
1 พลับพลา
2 เต็นท์
3 ผ้าคลุมเต็นท์
4 ขอเกี่ยว
5 กรอบไม้
6 กลอน
7 เสา
8 ฐานรองรับเสา
9 หีบ
10 ไม้คานสำหรับหามหีบ
11 พระที่นั่งกรุณา
12 ม่านบังตา
13 โต๊ะขนมปัง
14 ไม้คานสำหรับหามโต๊ะ
15 เครื่องใช้ทุกอย่างสำหรับโต๊ะ
16 ขนมปังเฉพาะพระพักตร์
17 คันประทีป
18 เครื่องใช้สำหรับคันประทีป
19 ตะเกียง
20 น้ำมันตะเกียง
21 แท่นเผาเครื่องหอม
22 ไม้คานสำหรับหามแท่น
23 น้ำมันเจิม
24 เครื่องหอม
25 ม่านบังตาสำหรับประตูพลับพลา
26 แท่นเครื่องบูชาเผาทั้งตัว
27 ตาข่ายทองสัมฤทธิ์
28 ไม้คานหาม
29 เครื่องใช้ของแท่น
30 อ่าง
31 ฐานรองอ่าง
32 ผ้าม่านสำหรับกั้นลานพลับพลา
33 เสา
34 ฐานรองรับเสา
35 ม่านบังตาสำหรับประตูเข้าลาน
36 หลักหมุดสำหรับพลับพลา
37 หลักหมุดสำหรับลานพลับพลา
38 เชือก
39 เสื้อตำแหน่งบริสุทธิ์สำหรับอาโรนปุโรหิต
40 เสื้อตำแหน่งสำหรับบุตรของอาโรนเพื่อใช้ปฏิบัติงานในตำแหน่งปุโรหิต

แล้ว​ชุม​นุม​ชน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ก็​แยก​ย้าย​กัน​ไป
ทุก​คน​ที่​หัว​ใจ​ของ​เขา​เรียก​ร้อง​ ทั้งชายและหญิงก็​นำ​สิ่ง​ของ​มา​ถวาย​พระ​เจ้า อย่าง​สมัคร​ใจ​
ใครมีอะไรก็นำสิ่งนั้นมาถวาย ใครที่ทำอะไรได้ก็ช่วยกันทำสิ่งนั้น

โมเสส​จึง​กล่าว​กับ​คน​อิส​รา​เอล​ว่า
พระเจ้า​ทรง​เลือก​เบ​ซา​เลล​ หลานชายของ​เฮอร์ ให้เป็นผู้ดูแลงาน
พระเจ้าได้​โปรด​ให้​เขา​เต็ม​เปี่ยม​ด้วย​พระ​วิญ​ญาณ​ ​มี​สติ​ปัญญา ทักษะ และ​ความ​รู้​ใน​งาน​ช่าง​ทุก​อย่าง
และพระ​องค์​ทรง​ดล​ใจ​ให้​​โอ​โฮ​ลี​อับ เป็นผู้ช่วย และมี​น้ำ​ใจ​ที่​จะ​สอน​คน​อื่น​ด้วย
คน​ทั้ง​สอง​นี้​พระ​องค์​ประ​ทาน​ทักษะ​ใน​การ​ทำ​งาน​ทุก​อย่างให้แก่พวกเขา

1. สิ่งที่พระเจ้าบอกให้คนอิสราเอลถวายแด่พระองค์ ด้วยใจสมัคร มีตั้งแต่ทองคำ จนถึงด้ายสีต่างๆ
ชี้ให้เห็นว่า คุณค่าของสิ่งที่ถวายแด่พระเจ้า ไม่ได้ขึ้นกับมูลค่าของสิ่งนั้น
แต่ขึ้นกับความเต็มใจในการถวายอย่างนั้นแด่พระเจ้า

วันนี้ สิ่งที่เราถวายแด่พระเจ้า ไม่ว่าจะเป็น เวลา ความสามารถ รวมทั้งสิ่งต่างๆที่เรามี
เราถวายอย่างเต็มใจมากน้อยเพียงใด?

2. สิ่งที่พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอลทำ กล่าวถึงแค่คร่าวๆก็มีถึง 40 อย่าง
ดูเหมือนเป็นงานใหญ่งานยาก สำหรับผู้เป็นทาสมากว่า 400 ปี

ไม่ว่ายากแค่ไหนก็เป็นไปได้ พระเจ้าทรงจัดเตรียมเบซาเลลและโอโฮลีอับ ไว้แล้ว
เพื่อทำให้งานที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้นั้นสำเร็จ

วันนี้ แม้หนทางข้างหน้าจะยาก และดูเหมือนเป็นไปไม่ได้
แต่พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นสำหรับเราไว้แล้ว เพื่อให้น้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จในชีวิตของเรา

คำคม

“ ของถวายแด่พระเจ้า มีค่าตามปริมาณความจริงใจที่เรามีต่อพระองค์ ”

สรุป อพยพ 34

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงเรียกโมเสสให้ขึ้นไปเข้าเฝ้าบนภูเขาอีกครั้ง แล้วให้เขาจารึกพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงทำกับคนอิสราเอลไว้ในศิลา 2 แผ่น

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus34-74362

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 34 เมื่อพระเจ้าทรงบัญชาให้โมเสสนำคนอิสราเอลไปยังคานาอัน
โดยจะส่งทูตสวรรค์ไปช่วย แต่พระองค์จะไม่ไปด้วย
โมเสสจึงเข้าเฝ้าพระเจ้าในเต็นท์นัดพบ และอ้อนวอนขอพระเจ้าให้ไปด้วย

พระ​เจ้า​ตรัสเรียกโมเสสให้ขึ้นภูเขาซีนายอีกครั้งเพื่อรับศิลาชุดใหม่ แทนชุดที่โมเสสทำแตกไปนั้น
โดยพระเจ้าให้โมเสส เตรียม​ศิลา​สอง​แผ่น​ขึ้นไปด้วย

โมเสสจึงตื่น​แต่​เช้า ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​ซี​นาย
พระ​ยาห์​เวห์​เสด็จ​ลง​มา​ใน​เมฆ
แล้ว​พระเจ้าทรงเสด็จ​ผ่าน​ไป​ข้าง​หน้า​โมเสส แล้วตรัส​ว่า
พระ​ยาห์​เวห์ ทรงเป็น
– ​พระ​เจ้า​ผู้​เปี่ยม​ด้วย​พระ​กรุณา​และ​พระ​คุณ
– พระเจ้าผู้ทรงกริ้ว​ช้า
– พระเจ้าผู้ทรง​บริบูรณ์​ด้วย​ความ​รัก​มั่น​คง และ​ความ​สัตย์​จริง
– พระเจ้าผู้ทรง​สำแดง​ความ​รัก​มั่น​คง​จนถึง​พันๆ ชั่ว​อายุ​คน
– พระเจ้าผู้ทรง​ประ​ทาน​อภัย​การ​ล่วง​ละเมิด การ​ทรยศ​และ​บาป
– แต่ก็ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงจะ​ไม่​ทรง​ละเว้น​การ​ลง​โทษ​อย่าง​แน่​นอน

โมเสส​จึง​รีบ​กราบ​ลง​ถึง​ดิน​นมัส​การพระเจ้า แล้ว​ทูล​ว่า
– ขอ​พระเจ้าทรง​เสด็จ​ไป​กับ​เขาและคนอิสราเอล
– ขอพระเจ้า​ประ​ทาน​อภัย​การ​ล่วง​ละเมิด​และ​บาป​ ของ​เขาและคนอิสราเอล
– ​ขอ​พระเจ้าทรง​รับ​เขาและคนอิสราเอลเป็น​มรดก​ของ​พระ​องค์​ด้วยเถิด

พระเจ้าจึงตรัสพันธ​สัญ​ญา ว่า
– พระองค์​จะ​ทำ​การ​อัศ​จรรย์​อย่างน่าเกรงขาม ต่อ​หน้าคนอิสราเอล อย่างที่​ไม่​เคย​มี​ใคร​ทำ​ใน​ทั่ว​พิภพ​
– พระองค์จะขับไล่​คน​อา​โม​ไรต์ คน​คา​นา​อัน คน​ฮิต​ไทต์ คน​เป​ริส​ซี คน​ฮีไวต์ และ​คน​เย​บุส ไป​ให้​พ้น​หน้า​คนอิสราเอล

ดังนั้น คนอิสราเอลต้องรักษาพันธสัญญานี้ โดยทำดังนี้
– ให้รักษา​คำ​บัญ​ชา​ที่พระเจ้าได้สั่งเอาไว้
– ต้องไม่​ทำ​พันธ​สัญ​ญา​กับ​ชาวแผ่นดินคานาอันเหล่านั้น ไม่​อย่าง​นั้น​มัน​จะ​เป็น​กับดัก จับคนอิสราเอล
– ให้ทำ​ลาย​แท่น​บูชา​และ​ทุบ​เสา​ศักดิ์​สิทธิ์​ของ​เขา​ให้​แหลก​ละเอียด
– ห้าม​นมัส​การ​พระ​อื่น เพราะ​พระ​เจ้า เป็น​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​หวง​แหน
– ห้าม​หล่อ​รูป​พระ​ไว้​สำ​หรับ​ตัว​เอง
– ให้ถือ​เทศ​กาล​กิน​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ , เทศ​กาล​สัป​ดาห์​ด้วย​พืช​ผล​แรก และ​ถือ​เทศ​กาล​เก็บ​ผลิต​ผล​ใน​ปลาย​ปี ทุกปี
– ให้​ผู้​ชาย​ทุก​คน​เข้า​เฝ้า​ ​ปี​ละ​ 3 ​ครั้งซึ่งถ้าทำเช่นนั้นแล้วจะ​ไม่​มี​ใคร​อยาก​ได้​แผ่น​ดิน​ของพวกเขาเลย
– ให้ถวายทุก​สิ่ง​ซึ่ง​ออก​จาก​ครรภ์​ครั้ง​แรกแด่พระเจ้า รวมทั้ง​พืช​ผล​แรก​ที่​ดี​ที่​สุด​จาก​ผืน​ดิน​
– ห้าม​ผู้​ใด​มา​เข้า​เฝ้าพระเจ้า​มือ​เปล่า
– ให้ทำ​งาน​ 6 วัน แต่​วัน​ที่ 7 ​จง​หยุด​พัก แม้​แต่​ใน​ฤดู​ไถ​นา​และ​ฤดู​เกี่ยว​ข้าว​ก็​จง​หยุด​พัก
– อย่า​ต้ม​เนื้อ​ลูก​แพะ​ด้วย​น้ำ​นม​แม่​ของ​มัน​เลย (ผมเคยอธิบายแล้วใน บทที่ 23 ครับ)

พระ​เจ้าสั่งให้​โม​เสส​ ​เขียน​คำ​พันธสัญญาเหล่า​นี้​ไว้
โมเสส​เข้า​เฝ้า​พระเจ้า 40 ​วัน 40 ​คืน ไม่​ได้​รับ​ประ​ทาน​อาหาร​หรือ​ดื่ม​น้ำ​เลย
เขา​จารึก​ถ้อย​คำ​แห่ง​พันธ​สัญ​ญา​ไว้​บน​แผ่น​ศิลา คือ​ พระ​บัญ​ญัติ​สิบ​ประ​การ

โม​เสส​ลง​มา​จาก​ภูเขา​ซีนาย พร้อมกับแผ่น​พระ​โอวาท​ 2 ​แผ่น​
​ผิว​หน้า​ของโมเสส​ทอ​แสง​ เพราะเขาได้​สนทนา​กับ​พระ​เจ้า
เมื่อ​อาโรน​และ​คน​อิส​รา​เอล​ เห็น​ว่า​ผิว​หน้า​ของโมเสส​ทอ​แสง
​พวก​เขา​ก็​กลัว​ไม่​กล้า​เข้า​มา​ใกล้​ท่าน

โมเสส​จึง​เรียกพวก​เขา​มา แล้ว​​ก็กล่าว​บัญ​ญัติ​ทุกข้อแก่พวกเขา
เมื่อโมเสส​พูด​จบ​แล้ว ก็​ใช้​ผ้า​คลุม​หน้า​ไว้

​เมื่อ​โม​เสสจะไป​เข้า​เฝ้า​พระเจ้า เขา​ก็จะ​ปลด​ผ้า​นั้น​ออก
จน​กว่า​จะ​กลับ​ออก​มา
เมื่อ​​ออก​มา​ก็​จะบอกสิ่งที่พระเจ้าสั่ง​ให้​คน​อิส​รา​เอล​ฟัง​

1. โมเสสทำศิลาที่พระเจ้าประทานให้ แตก เพราะความโกรธคนอิสราเอลที่ละทิ้งพระเจ้า
พระเจ้าไม่ได้ตำหนิหรือโกรธโมเสสที่ทำศิลานั้นแตก
แต่ขณะเดียวกัน พระเจ้าก็ให้โมเสสมีส่วนรับผิดชอบในความผิดพลาดของเขา ด้วยการจารึกขึ้นมาใหม่ ด้วยมือของเขาเอง โดยการกำกับของพระเจ้า

พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยเมตตา และยุติธรรม
วิธีปฎิบัติของพระองค์ต่อเราเมื่อเราผิดพลาดไปนั้น
ช่างอ่อนโยน และเต็มไปด้วยพระสติปัญญา
เมื่อเราผิดพลาดพลั้งไป อย่ากลัวที่จะเข้ามาหาพระองค์
พระองค์จะทรงช่วยเราให้เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ

2. ​พระ​เจ้า​ทรง​เปี่ยม​ด้วย​พระ​กรุณา​ พระ​คุณ และความ​รัก​มั่น​คง ทรง​ประ​ทาน​อภัย​การ​ล่วง​ละเมิด การ​ทรยศ​และ​บาป แต่ขณะเดียวกันเมื่อมีการทำผิดต้องมีการ​ลง​โทษ​อย่าง​แน่​นอน (ข้อ 7)

ใน รม. 8:1 กล่าวว่า “เพราะ​ฉะ​นั้น​ไม่​มี​การ​ลง​โทษ​คน​ที่​อยู่​ใน​พระ​เยซู​คริสต์”

เมื่อเราทำผิดบาป จำเป็นต้องมีการลงโทษ
และพระเจ้าผู้ทรงยุติธรรมก็ทรงลงโทษอย่างสาสม
แต่พระเยซูคริสต์ทรงมารับโทษบาปเหล่านั้นทั้งหมดแทนเรา
ขอบคุณพระเยซู

นี่แหละคือ ทรง​เปี่ยม​ด้วย​พระ​กรุณา​ พระ​คุณ และความ​รัก​มั่น​คง ทรง​อภัย​การ​ล่วง​ละเมิด การ​ทรยศ​และ​บาป แต่ก็ทรงยุติธรรมในการ​ลง​โทษ​

3. จากประวัติศาสตร์เราเห็นได้ว่า พันธสัญญาที่พระเจ้าทรงกระทำกับคนอิสราเอลนั้น
พระเจ้าทำตามทั้งหมด
ขณะเดียวกัน อิสราเอล ละเมิดหมดทุกข้อ
ถึงกระนั้น พระเจ้ายังทรงพระเมตตา ประทานพระเยซูคริสต์มาบังเกิดในชนชาติของพวกเขา
เพื่อช่วยพวกเขาและบรรดาประชาชาติให้รอดพ้นจากการพิพากษาของพระเจ้า

นี่คือ พระคุณพระเมตตา อันไม่มีสิ้นสุดของพระเจ้า

4. พระเจ้าห้ามไม่ให้คนอิสราเอลทำพันธสัญญากับคนแผ่นดินคานาอัน เพราะจะติดกับดัก
แต่พวกเขาไม่เชื่อฟัง เริ่มจากไปร่วมงานพิธีของพระของคนเหล่านั้น แล้วก็เริ่มกินอาหารไหว้รูปเคารพของคนเหล่านั้น จากนั้นเริ่มสัมพันธ์ยกลูกชายลูกสาวให้แต่งงานกับคนเหล่านั้น และในที่สุดคนอิสราเอลก็ละทิ้งพระเจ้า แล้วหันไปทำสิ่งชั่วร้ายอย่างคนเหล่านั้น เช่นเอาลูกเล็กเด็กแดงของตน ไปเผาบูชายันต์แด่รูปเคารพเหล่านั้น

บาป มันไม่ขอเยอะ มันขอแค่เราเข้าไปเกี่ยวข้องนิดเดียวก็พอ
เพราะอีกไม่นานเราก็จะติดกับ และถูกดึงถลำลึกเข้าไปทั้งตัว

เมื่อรู้ตัว จงรีบกลับใจ ขอพระเจ้าทรงช่วยเราให้สามารถหลุดพ้นจากกับดักของบาปเหล่านั้น
รีบหนีออกมาก่อนที่มันจะทำลายเราไปมากกว่านี้

5. พระเจ้าสั่งว่า ห้าม​ผู้​ใด​มา​เข้า​เฝ้าพระเจ้า​มือ​เปล่า ไม่ใช่เพราะพระเจ้าอยากได้ของถวาย
เพราะพระเจ้าเป็นเจ้าของทุกสิ่ง คงไม่ปรารถนาของถวายเล็กๆน้อยๆของพวกเขาหรอก
แต่ที่พระเจ้าสั่งเช่นนั้น เพื่อแสดงให้เห็นว่า
พระเจ้าปรารถนาให้ประชากรของพระองค์ สำนึกพระคุณของพระองค์อยู่เสมอ
เพราะยิ่งทำเช่นนั้น ก็ยิ่งทำให้พระพรหลั่งไหลมาสู่ประชากรที่พระองค์ทรงรักเหล่านี้

วันนี้ อย่าให้เราขี้เหนียวต่อพระเจ้า
ให้เราเต็มใจถวายแด่พระองค์
เพราะการทำเช่นนั้น เป็นการเปิดประตูพระพรสำหรับเราและครอบครัวของเรานั่นเอง

6. โมเสสยิ่งเข้าเฝ้าพระเจ้า ใบหน้ายิ่งทอแสง
เราก็เช่นกัน ยิ่งเข้าใกล้ชิดสนิทพระเจ้า ก็ยิ่งเต็มไปด้วยสง่าราศีของพระเจ้า
วันนี้ เราใช้เวลาเข้าเฝ้าพระเจ้ามากน้อยเพียงใด?

7. ในบทนี้มีเรื่องที่น่าสนใจมาก ในบทที่ 33 บอกว่า โมเสสสนทนากับพระเจ้าสองต่อสอง อย่างมิตรสหาย
แสดงว่า คุยกันประจำอยู่แล้ว ตามปกติ
แต่ครั้งนี้ พระเจ้าทรงเรียกโมเสส ให้แยกตัวออกเป็นพิเศษ เพื่อเข้าเฝ้าพระองค์บนภูเขา

แสดงว่า การเข้าเฝ้าปกติเป็นประจำของเราเป็นสิ่งที่ดีและสำคัญมาก
แต่ก็เป็นการดีที่ เราจะปลีกตัวเป็นพิเศษ โมเสสอดอาหาร 40 วันด้วยซ้ำไป
เพื่อใช้เวลากับพระเจ้าเป็นพิเศษ
และรับประสบการณ์ใหม่สดจากพระองค์เป็นระยะ

คำคม

“ ยิ่งใกล้ชิดพระเจ้า ยิ่งมีสง่าราศีของพระองค์ ”

สรุป อพยพ 33

ภาพรวม

  • โมเสสสนทนากับพระเจ้าแบบสองต่อสอง ร้องทูลต่อพระองค์ให้เมตตาต่อคนอิสราเอล และพระองค์ก็ตอบตามที่เขาร้องทูล

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus33-74098

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 33 หลังจากเรื่องการกราบไหว้โคทองคำ จบลงแล้ว โมเสสก็ขึ้นไปเฝ้าพระเจ้าอีก

พระเจ้า​ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า ให้โมเสสนำคนอิสราเอล ไป​ยัง​แผ่น​ดินคะนาอัน
และพระเจ้าจะทรงใช้ทูต​องค์​หนึ่ง​นำ​หน้า​พวกเขาไป​ และ​จะ​ไล่​คน​ในแผ่นดินคา​นา​อัน ออก​ไป​เสีย
แต่​พระเจ้าจะ​ไม่ไป​กับ​พวก​เขา

เมื่อคนอิสราเอล​ได้​ยิน​ข่าว​ร้าย​นี้ พวก​เขา​ก็​เป็น​ทุกข์​ยิ่ง​นัก และ​ถอด​เครื่อง​ประ​ดับ​ออกแสดงความโศกเศร้าเสียใจ

โมเสส​ตั้ง​เต็นท์​หลัง​หนึ่ง​ไว้​ข้าง​นอก​​ค่าย เรียก​ว่า “เต็นท์​นัด​พบ”
เมื่อใคร​ปรารถ​นา​จะ​เข้า​เฝ้า​พระ​เจ้า ก็​มัก​จะ​ออก​ไป​ยัง​เต็นท์​นัด​พบนั้น

เมื่อ​โมเสส​เข้า​ไป​ใน​เต็นท์​ เสา​เมฆ​ก็​ลอย​ลง​มา​ตั้ง​อยู่​ที่​ประ​ตู​เต็นท์
แล้ว​พระ​องค์​ก็​ตรัส​กับ​โม​เสส
ส่วนประชาชน​ก็​จะ​ลุก​ขึ้น​และ​นมัส​การ​อยู่​ที่​ประตู​เต็นท์​ของ​ตน

พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​สอง​ต่อ​สอง เหมือน​มิตร​สหายคุยกัน
แล้ว​โม​เสส​ก็​กลับ​ไป​ยัง​ค่าย
แต่​โย​ชู​วา​บุตร​นูน ยังคงอยู่ในเต็นท์ต่อไป

โมเสสทูล​พระเจ้า​ว่า
ขอพระเจ้า​โปรด​สำแดง​​ทางของ​พระ​องค์​แก่​เขา เพื่อเขาจะ​รู้​จัก​พระ​องค์ แล้วเขา​จะได้​เป็น​ที่​โปรด​ปราน​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระ​องค์
และ​ขอ​ทรง​นับ​ชน​ชาติ​อิสราเอลเป็น​ประชา​กร​ของ​พระ​องค์
ขอพระเจ้าเสด็จ​ไป​กับ​โมเสสและคนอิสราเอล เพื่อพวกเขาจะ​แตก​ต่าง​จาก​ชน​ชาติ​อื่นๆ ทั่ว​โลก เพราะมีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย
แต่ถ้าพระเจ้าไม่ไปด้วย เขาก็จะไม่ยอมไปไหน
และขอว่า ให้พระเจ้าทรง​สำแดง​พระ​สิริ​ของ​พระ​องค์​แก่​เขา

พระ​องค์ก็ทรง​ตอบ​อนุญาต ตามที่โมเสสทูลขอนั้น
เพราะพระเจ้าทรงเมตตาโมเสส และทรงตรัสว่า
“เรา​ประ​สงค์​จะ​โปรด​ปราน​ผู้​ใด​ก็​จะ​โปรด​ปราน​ผู้​นั้น และ​เรา​ประ​สงค์​จะ​เมตตา​ผู้​ใด เรา​ก็​จะ​เมตตา​ผู้​นั้น”

แต่พระ​เจ้า​ตรัส​ว่า
โมเสส​จะ​เห็น​หน้า​ของ​พระเจ้า​ไม่​ได้ เพราะ​มนุษย์​เห็น​หน้าพระเจ้าแล้ว​จะตาย
พระเจ้าจึงสั่งให้โมเสสไป​ยืน​อยู่​ใน​ซอก​หิน แล้วพระเจ้า​จะ​เอาพระหัตถ์บัง​เอา​ไว้​
เมื่อพระเจ้าผ่านไปก็จะเอาพระหัตถ์ออก แล้วโมเสสก็​จะ​เห็น​หลัง​ของพระเจ้า

1. สิ่งที่ทำให้ชนชาติอิสราเอลแตกต่างจากชนชาติอื่นๆ ไม่ใช่เพราะทรัพย์สมบัติมากมายที่นำมาจากอียิปต์ หรือเหล่านักรบผู้กล้าหาญ แต่เพราะการที่มีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย
ดังนั้นเมื่อพระเจ้าบอกว่าจะไม่ไปกับพวกเขาแล้ว จะแค่ส่งทูตสวรรค์ไปช่วย คนอิสราเอลจึงโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก

วันนี้ พระเจ้าทรงสถิตกับเราตลอดเวลา เราเห็นคุณค่าของการทรงสถิตของพระองค์มากเพียงใด?
เราให้เวลาที่จะเข้าเฝ้าพระเจ้า ในแต่ละวันของชีวิตมากเพียงใด?

2. ​โมเสส​สนทนากับพระเจ้า แบบสอง​ต่อ​สอง เหมือน​เพื่อนคุยกัน
ซึ่งถ้าสังเกตดีๆ การสนทนานี้ โมเสส ไม่ได้เห็นพระเจ้า
แต่ก็ยังสามารถสนทนากันแบบมิตรสหายได้

เหมือนอย่างเราในปัจจุบัน แม้เรายังไม่สามารถเห็นพระเจ้าได้
แต่เราก็สามารถทำเหมือนโมเสส สนทนากับพระเจ้าสองต่อสองได้ทุกวัน
ดังนั้น อย่าให้เราละเลยที่จะใช้สิทธิพิเศษนี้

3. จากคำพูดของโมเสสในข้อ 13 ทำให้เรารู้เคล็ดลับของการเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า ว่า
ยิ่งเรารู้จักพระองค์ เราก็จะยิ่งเป็นที่โปรดปราน
และยิ่งเรารู้ทางของพระองค์ เราก็ยิ่งรู้จักพระองค์

ดังนั้น การอ่านพระคำของพระเจ้า จะทำให้เรารู้จักทางของพระองค์
และการอธิษฐาน การสังเกตเรียนรู้ และการฝึกฝนทำตามพระคำของพระองค์
ก็จะทำให้เรารู้จักกับพระองค์มากยิ่งขึ้น
ซึ่งจะนำเราไปสู่การเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า

4. พระเจ้าตรัสว่า พระองค์​ประ​สงค์​จะ​โปรด​ปราน​หรือเมตตา​ผู้​ใด ก็​เป็นสิทธิ์ขาดของพระองค์

วันนี้ พระเจ้าทรงเลือกที่จะโปรดปรานและเมตตาเรา
เป็นพระคุณของพระองค์ที่ทรงเลือกเราให้มาอยู่ใต้ร่มพระคุณของพระเจ้า
ได้มาเป็นบุตรของพระเจ้า
เราสมควรอย่างยิ่งที่จะภาคภูมิใจและทำตัวให้สมกับพระเมตตาที่พระเจ้ามอบให้นี้
โดยการดำเนินชีวิตเป็นที่ถวายพระเกียรติแด่พระองค์

คำคม

“ ใกล้ชิดสนิทพระเจ้า เป็นสิทธิพิเศษของผู้เชื่อวางใจในพระองค์ ”

สรุป อพยพ 32

ภาพรวม

  • คนอิสราเอลให้อาโรนทำรูปโคทองคำขึ้นมา แล้วนมัสการแทนการนมัสการพระเจ้า
    โมเสสโกรธมาก ให้คนเลวีฆ่าคนเหล่านั้นเสีย 3,000 คน

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus32-74031

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 32 เมื่อพระเจ้าสั่งโมเสสเกี่ยวกับบัญญัติต่างๆ บนภูเขาซีนายแล้ว ก็ทรงประทานศิลา 2 แผ่นที่บันทึกคำตรัสของพระองค์ ด้วยลายพระหัตถ์ของพระเจ้า ให้แก่โมเสส

ส่วน​ประ​ชา​ชน​ที่อยู่ข้างล่าง เห็น​โม​เสส​หายไปนาน ไม่​ลง​มา​จาก​ภูเขาสักที
จึง​พา​กัน​มา​หา​อา​โรน ขอให้อาโรนช่วย​สร้าง​พระ​ให้พวกเขา เพื่อจะเป็น​ศูนย์รวมจิตใจให้แก่พวกเขาแทนโมเสสที่หายไม่ได้กลับมาเสียที

อา​โรน​จึงให้​พวก​เขา​ เอา​ตุ้ม​หู​ทอง​จาก​หู​ภรรยา​และลูกๆของพวกเขา ​มา​ให้อาโรน
เมื่อ​อา​โรน​ได้​ทอง​คำ​จาก​พวก​เขา​แล้ว จึง​นำ​ทอง​คำมาหล่อ​เป็น​รูป​โค​หนุ่ม

จากนั้น พวกเขาก็​ประ​กาศ​ว่า
“โอ อิส​รา​เอล สิ่ง​เหล่า​นี้​แหละ​เป็น​พระ​ของ​เจ้า ซึ่ง​นำ​เจ้า​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์”

เมื่อ​อา​โรน​เห็น​เห็นว่า คนอิสราเอลศรัทธารูปนั้น อาโรนจึง​สร้าง​แท่น​บูชา​ไว้ ตรง​หน้า​รูป​โค​นั้น แล้ว​​ประ​กาศ​ว่า
“พรุ่ง​นี้​จะ​เป็น​วัน​เทศ​กาล​เลี้ยง​ถวาย​เกียรติ​พระ​ยาห์​เวห์”

วันรุ่ง​ขึ้น​พวก​เขา​ก็​ลุก​ขึ้น​แต่​เช้า ​ถวาย​เครื่อง​บูชาแด่รูปโคทองคำนั้น
แล้วพวกเขา ​ก็​นั่ง​ลง กิน​และ​ดื่ม แล้ว​ก็​​ทำ​สิ่ง​ที่​น่า​บัดสี​ต่อ​กัน (คือทำการกิจกรรมทางเพศต่อหน้ารูปโคทองคำนั้น เพื่อเป็นการนมัสการรูปเคารพ ตามธรรมเนียมของคนต่างชาติในช่วงเวลานั้น)

พระ​เจ้าจึงตรัสกับโม​เสส​ว่า ให้โมเสสรีบ​ลง​ไป​ทัน​ที เพราะ​ว่าคนอิสราเอลได้​หล่อ​รูป​โค​ขึ้น​ แล้ว​ถวาย​สัตว​บูชา​แก่​รูป​นั้น และ​กล่าว​ว่า โคนั้นคือ พระที่นำพวกเขา​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์

​พระ​เจ้า​ตรัส​กับโมเสส อีกว่า ความโกรธของพระเจ้ากำลัง​จะ​เดือด​พลุ่ง​ขึ้น​ต่อ​พวก​เขาแล้ว และ​จะ​ทำ​ลาย​พวกเขา​เสีย ส่วน​โมเสสเอง พระเจ้าจะ​ให้​เป็น​ชน​ชาติ​ใหญ่แทนพวกเขา

แต่​โม​เสส​​วิง​วอน​​พระ​เจ้า ​ว่า
ขออย่าทำเช่นนั้นเลย มิฉะนั้นคนอียิปต์จะกล่าวได้ว่า
พระ​องค์​ทรง​นำ​พวก​เขา​ออก​มา​เพื่อ​จะ​ทรง​ทำลายพวก​เขา
ขอพระเจ้าทรง​เปลี่ยน​พระ​ทัย​ อย่า​ทำ​อัน​ตราย​ประ​ชา​กร​ของ​พระ​องค์เลย
ขอ​ทรง​ระลึก​ถึง อับ​รา​ฮัม อิส​อัค และ​อิส​รา​เอล ที่พระองค์​ทรง​ปฏิ​ญาณ​กับ​เขา​เหล่า​นั้น​ ​จะ​ยก​แผ่น​ดิน​นี้​ทั้ง​หมด​ที่​ทรง​สัญ​ญา​ไว้ให้​แก่​เชื้อ​สาย​ของ​พวก​เขาตลอด​ไป

แล้ว​พระ​เจ้า​จึง​เปลี่ยน​พระ​ทัย ไม่​ทรง​ทำ​อัน​ตราย​ประ​ชา​กร​ของ​พระ​องค์

โม​เสส​ก็​กลับ​ลง​มา​จาก​ภูเขา พร้อมกับแผ่น​ศิลา​พระ​โอ​วาท​ 2 ​แผ่น​ซึ่ง​มีคำจา​รึก​ลายพระหัตถ์ของพระเจ้าไว้ทั้ง​สอง​ด้าน

เมื่อ​โมเสสพบโย​ชู​วาซึ่งรออยู่กลางภูเขา ทั้งสองก็ลงมาจากภูเขา
พอโยชูวา​ได้​ยิน​เสียง​ประ​ชา​ชน​ดังมาก จึงคิดว่าเป็น​เสียง​สง​คราม​ใน​ค่าย
แต่​โมเสส​ตอบ​ว่า ไม่ใช่เสียงสงครามแต่เป็น​เสียง​ร้อง​เพลง​กัน​

เมื่อโม​เสส​เข้า​มา​ใกล้​ค่าย ได้​เห็น​รูป​โคทองคำ​และ​เห็นคน​เต้น​รำนมัสการรูปนั้น
​โม​เสส​ก็โกรธ​เดือดดาน เขา​โยน​แผ่น​ศิลา​ใน​มือ​ทิ้ง​ตก​แตก​เสีย​ที่​เชิง​ภูเขา​นั่น​เอง

แล้ว​โมเสสก็เอา​รูป​โค​ที่​พวก​เขา​ทำ​ไว้​ไป​เผา​เสีย
และ​บด​เป็น​ผง​โรย​ลง​ใน​น้ำ และ​บัง​คับ​ให้​คน​อิส​รา​เอล​ดื่ม

โม​เสส​​ถาม​อา​โรน​ว่า ทำไมอาโรน​จึง​นำ​บาป​ใหญ่นี้​มา​สู่​พวก​เขา
อา​โรน​ตอบ​ว่า พวก​เขา​เองเป็นคนมาขอให้​สร้าง​พระ​ให้​พวกเขา

แล้ว​โมเสส​ยืน​อยู่​ที่​ประ​ตู​ค่าย​ร้อง​ว่า
“ใคร​อยู่​ฝ่าย​พระ​เจ้า? จง​มา​หา​เรา​เถิด”
แล้วคน​เลวี​ทั้ง​หมด​ก็​มา​หา​โม​เสส​

โมเสส​จึง​กล่าว​กับ​พวก​เขา​ว่า ให้​เหน็บ​ดาบ​แนบ​กาย​ แล้ว​ไปฆ่าคนเหล่านั้นที่กำลังสิ่งที่น่าบัดสีอยู่นั้น
คน​เลวี​ก็​ทำ​ตาม และ​มีคนประมาณ​ 3,000 ​คน​ ถูกฆ่าตาย​ใน​วัน​นั้น

วัน​รุ่ง​ขึ้น โม​เสส​พูด​กับ​ประชา​ชน​ว่า พวกเขาได้​ทำ​บาป​ใหญ่​หลวง ดังนั้นโมเสสจะ​ขึ้น​ไป​เข้า​เฝ้า​พระ​เจ้าอีกครั้ง เพื่อจะขอให้พระเจ้า​​ลบ​มล​ทิน​บาป​ของ​พวกเขา

โมเสส​จึง​กลับ​ไป​เข้าเฝ้า​พระ​เจ้า ​ทูล​ว่า
ขอ​พระ​องค์​โปรด​ยก​โทษ​บาป​ของ​คนอิสราเอล มิ​ฉะนั้น ขอ​พระ​องค์​ทรง​ลบ​ชื่อ​ของ​โมเสส ออก​จาก​หนัง​สือ​ที่​พระ​องค์​ทรง​จดไว้เสีย

พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ใคร​ทำ​บาป​ต่อ​พระเจ้า พระองค์​ก็จะ​ลบ​ชื่อ​ผู้​นั้น​จาก​หนังสือ​ของ​พระองค์
พระเจ้าสั่งให้โมเสสนำ​คนอิสราเอล เดินทางต่อ​ไป​ยัง​คะนาอันได้
บาปครั้งนี้จะไม่ถึงกับทำให้คนอิสราเอลทั้งหมดถูกทำลายไป
แล้วพระ​เจ้าทรง​บัน​ดาล​ให้​ภัย​พิบัติ​บางอย่างเกิด​ขึ้น​กับ​คนอิสราเอล เพราะ​พวก​เขา​ทำ​รูป​โค​หนุ่ม​นั้น

1. ทั้งที่พระเจ้าเป็นผู้นำคนอิสราเอลออกจากอียิปต์อย่างชัดเจน แต่พอเวลาผ่านไปไม่นานพวกเขาก็ลืมพระองค์ แล้วหันไปทำตามอย่างที่คนต่างชาติทำกัน

วันนี้ เรามีวันนี้ได้ เพราะพระเจ้าทรงอวยพระพรเราอย่างชัดเจน
อย่าให้เราลืมพระคุณของพระองค์
ให้เราถวายเกียรติแด่พระเจ้า ด้วยการยังคงแสวงหาที่จะรู้จักกับพระองค์มากขึ้น
ไม่หันหลังให้พระองค์ แล้วไปแสวงหาสิ่งอื่นที่ไม่ใช่พระองค์แทน

2. ใน อพย. 32:10 เมื่อเราอ่านดูจะเห็นพระลักษณะของพระเจ้าของเรา
พระองค์บอกกับโมเสสว่า อย่าห้ามนะ อย่าห้ามนะ เรากำลังจะโกรธแล้วนะ
ก็เพื่อให้โมเสส ทูลขอ แล้วพระองค์ก็จะได้ตอบคำร้องทูล แล้วจึงไม่ทำลายอิสราเอลให้สิ้นไป
– พระเจ้าทรงกริ้วช้า
– พระเจ้าประสงค์ที่จะตอบคำอธิษฐานของเรา ที่สอดคล้องกับพระลักษณะของพระองค์
– พระเจ้าเปี่ยมด้วยเมตตา พร้อมที่จะให้อภัยเสมอ

3. โมเสสทูลขอให้พระเจ้าไม่โกรธคนอิสราเอล
แต่ปรากฏว่า เมื่อโมเสสเห็นจริงๆว่า พวกเขาทำอะไรลงไป โมเสสกลับโกรธพวกเขาเสียเอง
– พระเมตตาของพระเจ้า ยิ่งใหญ่กว่าของมนุษย์มากมายนัก
– เหตุที่โมเสสโกรธมากเพราะโมเสส รู้จักและผูกพันกับพระเจ้ามาก
ยิ่งเราผูกพันกับพระเจ้ามากเท่าใด เราก็ยิ่ง เกลียดสิ่งที่พระเจ้าเกลียดและรักสิ่งที่พระเจ้ารัก มากขึ้นเท่านั้น

4. โมเสส ทูลต่อพระเจ้าว่า ให้ลบชื่อเขาออก ถ้าพระองค์จะทำลายคนอิสราเอล
หมายความว่า ให้ลบชื่อเขาออกจากแผ่นดินโลกก่อน คือขอเอาชีวิตของเขาไป ก่อนที่เหตุการณ์เลวร้ายนั้นจะเกิดขึ้น
แต่พระเจ้าตอบว่า จะลบชื่อใคร พระองค์ตัดสินใจเอง
– โมเสสเป็นผู้นำที่ดี เป็นผู้สละแม้ชีวิตของตนเพื่อผู้ตาม
– การกำหนดว่า ใครจะได้รับโทษอะไรหรือไม่ อย่างไร เป็นสิทธิ์ขาดของพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว
เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซู จึงมั่นใจได้เลยว่า เราจะรอดพ้นการพิพากษาอย่างแน่นอน
ดังใน รม. 8:33 ที่กล่าวว่า “ใคร​จะ​ฟ้อง​คน​ที่​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​เลือก​ไว้? พระ​เจ้า​ทรง​ถือ​ว่า​พวก​เขา​เป็น​คน​ชอบ​ธรรม​แล้ว”

คำคม

“ การหันหลังให้กับพระเจ้า เป็นการหันหน้าไปสู่หายนะ ”

สรุป อพยพ 31

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งโมเสสให้ตั้งเบซาเลลและโอโฮลีอับ ให้เป็นผู้ดูแลการสร้างอุปกรณ์ต่างๆตามที่พระเจ้าสั่งโมเสสไว้ และพระเจ้ากำหนดให้คนอิสราเอลพักในวันสะบาโต เพื่อประกาศว่าพวกเขาเป็นประขากรของพระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus31-73919

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 31 หลังจากพระเจ้าทรงสั่งโมเสสเรื่อง แท่นเผาเครื่องหอม และการถวายเงินของประชาชนแล้ว

​พระ​เจ้าก็​ตรัส​กับ​โมเสส​ เกี่ยวกับเรื่องคนที่จะมาทำสิ่งที่พระเจ้าบัญชาให้สำเร็จ ว่า​
ให้โมเสส เลือก เบ​ซาเลล ซึ่งเป็นผู้ที่​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์ ทรง​ให้​เขา​มี​สติปัญญา ความ​เข้าใจ​และ​ความ​รู้​ใน​วิชาการ​ทุก​อย่าง​
ให้เขา​คิด​ออก​แบบอย่าง​ประณีต​ใน​การ​ทำ​สิ่งต่างๆที่พระเจ้าได้บัญชาไว้
และให้ตั้ง ​โอ​โฮ​ลี​อับ ผู้มีสมรรถภาพ​ในงาน​ฝีมือ เป็นผู้ช่วยของเขา

แล้วพระ​เจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส เกี่ยวกับวันสะบาโต ​ว่า​
ให้​ชน​ชาติ​อิสราเอล​ ​รักษา​วันสะบาโต​ของพระเจ้า​ไว้
เพราะ​นั่น​จะ​เป็น​หมาย​สำคัญ​ระหว่าง​พระเจ้ากับ​ประชากรของพระเจ้า ตลอดไป
เพื่อพวกเขา​จะ​ได้​รู้​ว่า ​พระ​เจ้าทรงเป็นผู้ทำ​ให้พวกเขา​บริสุทธิ์​

ใครทำ​ให้​วัน​นั้น​เป็น​มลทิน​จะต้อง​ถูก​ลงโทษ​ถึง​ตาย
ใคร​ทำ​การ​งาน​ใน​วัน​นั้น จะถูก​กำจัด​ออก​เสีย​จากชุมชนอิสราเอล

ดังนั้นให้​ทำงาน​ 6 ​วัน แต่​ใน​วันที่​ 7 ​เป็น​วันสะบาโต
เป็น​วันหยุด​พัก​สงบ เป็น​วัน​บริสุทธิ์​แด่​พระ​เจ้า

วันสะบาโต เป็น​หมาย​สำคัญ​ระหว่างพระเจ้า​กับ​ชน​ชาติ​อิสราเอล​
ใน 6 ​วัน​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​สร้าง​ฟ้า​สวรรค์ และ​แผ่นดิน​โลก
แต่​ใน​วันที่​ 7 ​พระ​องค์​ได้​ทรง​งด​การ​งาน​ไว้
และ​ได้​ทรง​หย่อน​พระ​ทัย​ใน​วัน​นั้น’

เมื่อพระเจ้าตรัสกับโมเสสแล้ว ​พระ​องค์​ได้​ประทาน​แผ่น​พระ​โอวาท​ 2 ​แผ่น ​จารึก​ด้วย​นิ้ว​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​เจ้า​ ให้แก่โมเสส

1. สิ่งที่พระเจ้าทรงสั่งให้โมเสส ชายอายุ 80 ปี อดีตคนเลี้ยงแกะแห่งดินแดนมีเดียน นำให้ประชาชนทำนั้น ดูเหมือนเป็นสิ่งที่ยากมาก หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาด้วยซ้ำไป

แต่เมื่อพระเจ้าทรงสั่งให้ทำ พระองค์ก็ทรงเตรียม เบซาเลล และ โอโฮลีอับ สองสุดยอดฝีมืองานช่าง ไว้ให้แล้วด้วย ทำให้สิ่งที่พระเจ้าทรงสั่งโมเสส ให้นำประชาชนให้ทำนั้น จึงเกิดขึ้นสำเร็จเป็นจริงได้

วันนี้ เมื่อพระเจ้าทรงนำให้เราทำสิ่งใด อย่าลังเลที่จะทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ
เพราะพระเจ้าได้เตรียม เบซาเลลและโอโฮลีอับ ไว้ให้เราแล้ว
และพวกเขาจะปรากฏตัวในเวลาที่เหมาะสม

ขอบคุณพระเจ้า

2. พระเจ้าตรัสว่า วันสะบาโตเป็นหมายสำคัญ ระหว่างพระเจ้าและประชากรของพระองค์
เมื่อประชากรของพระเจ้า แยกวันหนึ่งออกเพื่อพระเจ้า (บริสุทธิ์ แปลว่า แยกออกเพื่อพระเจ้า)
จึงเป็นการประกาศว่าพวกเขาเป็นประชาชาติบริสุทธิ์ เพราะเขาแยก 1 วันออกเพื่อพระเจ้า

และในทำนองเดียวกัน พระเจ้าก็ทำเช่นนั้นเหมือนกัน เมื่อพระองค์ทรงสร้างโลก
พระองค์ทรงสร้างใน 6 วัน แล้ววันที่ 7 ทรงหยุดพักการงาน
ไม่ใช่เพราะพระเจ้าทรงเหนื่อย พระเจ้าไม่เคยเหนื่อย
อสย. 40:28 ท่าน​ไม่​เคย​รู้​หรือ ท่าน​ไม่​เคย​ได้​ยิน​หรือ ​
พระ​เจ้า​ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​เนืองนิตย์ คือ​
พระ​ผู้สร้าง​ที่สุด​ปลาย​แผ่นดิน​โลก
​พระ​องค์​มิได้​ทรง​อ่อน​เปลี้ย​หรือ​เหน็ด​เหนื่อย
ความ​เข้า​พระ​ทัย​ของ​พระ​องค์​ก็​เหลือ​ที่​จะ​หยั่ง​รู้​ได้

แต่เหตุที่พระองค์ทรงหยุดพักการงานในวันที่ 7 ก็เพื่อเตรียมไว้
เป็นหมายสำคัญระหว่างพระองค์กับประชากรของพระองค์
ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาต่อมานั่นเอง

เพื่อจะเป็นหมายสำคัญของทั้งสองฝ่าย
คือพระเจ้าก็ทำ และ ประชากรของพระองค์ก็ทำ
แสดงว่า เป็นพวกเดียวกัน

การรักษาวันสะบาโต พระเจ้าทรงกำหนดเพราะรักเรา
คือ เมื่อพระเจ้าจะกำหนดวิธีที่จะประกาศว่า คนคนนี้เป็นประชากรของพระองค์
พระองค์สามารถเลือก ร้อยแปดพันเก้า วิธี เช่น
ต้องทำทุกอย่างให้สำเร็จเหมือนพระองค์ทำทุกอย่างสำเร็จ
หรือ ต้องอดทนต่อคนชั่วได้แบบสุดๆ เหมือนพระองค์ทรงอดกลั้นพระทัยไว้นานต่อคนบาป
แต่ขอบคุณพระเจ้า พระองค์เลือกวิธีที่น่ารักมาก สำหรับประชากรของพระองค์ที่พระองค์ทรงรัก
คือให้พวกเขา พักเหมือนพระองค์
และเพื่อให้หมายสำคัญนี้สำเร็จ พระองค์จึงต้องพักการงานในวันที่ 7 ทั้งที่ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยอะไรเลย

สะบาโต พระองค์กำหนดไว้ เพราะรักเรา
เราไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะเหยียบย่ำวันสะบาโต ของขวัญจากสวรรค์

คำคม

“ จงเรียนที่จะหยุดพัก เมื่อพระเจ้าให้พัก ”

สรุป อพยพ 30

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งให้โมเสส บอกคนอิสราเอลให้ทำแท่นเผาเครื่องหอม และผสมน้ำมันเจิมกับเครื่องหอม รวมทั้งบอกให้คนอิสราเอลทุกคนถวายเงินครึ่งเชเขลแด่พระเจ้าด้วย

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/exodus30-73918

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 30 หลังจากที่พระเจ้าสั่งโมเสสเรื่องการแต่งต