สรุป 2พงศาวดาร 19

ภาพรวม

  • เยโฮซาฟัทรอดตาากลับมาจากการรบที่ราโมทกิเลอาด ทรงนำคนในแผ่นดินยูดาห์ให้กลับมาหาพระเจ้า และตั้งผู้พิพากษาในเมืองต่างๆ ให้ตัดสินประชาชนตามกฏเกณฑ์ในพระบัญญัติของพระเจ้า

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 19 เมื่อเยโฮซาฟัท ไปช่วยอาหับรบที่ราโมทกิเลอาด โดยทั้งของไม่ยอมฟังคำเตือนของมีคายาห์ผู้เผยพระวจนะ ในที่สุดอาหับก็ถูกธนูยิงจนเสียชีวิต

ส่วนเยโฮชาฟัท​ ก็กลับมายังกรุง​เยรูซาเล็ม​​โดย​สวัสดิภาพ

​เยฮู​ บุตร​ฮา​นานี​ ผู้​ทำนาย​ ได้มาทูล​ว่า
เยโฮชาฟัท​ ไม่ควร​​จะไป​ช่วย​คน​อธรรม ผู้​ที่​เกลียด​ชัง​พระ​เจ้า​ ซึ่งเรื่อง​นี้​ทำให้พระเจ้า​พิโรธ​
แต่เพราะพระเจ้าทรง​พบ​ความ​ดี​ในเยโฮชาฟัท​​บ้าง
ที่​ เยโฮชาฟัทได้​ทำลาย​บรรดา​อาเช-ราห์​เสีย​จาก​แผ่นดิน และ​ได้​มุ่ง​​แสวงหา​พระ​เจ้า
เยโฮชาฟัท จึงรอดตายกลับมาได้

เยโฮชาฟัท ได้ออกไป​หา​ประชาชน​ทั่งแผ่นดิน และ​นำ​เขา​ทั้ง​หลาย​กลับมา​หาพระเจ้า
​ทรง​ตั้ง​ผู้​วินิจฉัย​ ใน​หัว​เมือง​ที่​มี​ป้อม​ทั้งสิ้น ให้เป็นผู้พิพากษา​เพื่อ​พระ​เจ้า ​ให้ตัดสินอย่าง​ยุติธรรม ไม่​ลำเอียง และ​ไม่​​รับ​สินบน

ใน​เยรูซาเล็ม ทรง​ตั้ง​คน​เลวี​ ปุโรหิต​ และ​หัวหน้า​ตระกูล​แห่ง​อิสราเอล​ บางคน ให้เป็นผู้พิพากษา
คอยตัดสินคดี ด้วย​ความ​ยำเกรง​พระ​เจ้า และ​ความ​สัตย์​ซื่อ​ ตามกฎเกณฑ์​แห่งพระ​บัญญัติของพระเจ้า

ทรงให้ อา​มาริ​ยาห์ ​มหา​ปุโรหิต​ ดูแลพวกเขาเรื่องที่เกี่ยวกับพระเจ้า
เศ​บาดิ​ยาห์​ ​ ดูแลพวกเขาเรื่องที่เกี่ยวกับพระ​ราชา
คน​เลวี​ เป็น​เจ้าหน้าที่​คอยปรนนิบัติ​พวกเขา

1. ​เยฮู​ บุตร​ฮา​นานี​ มาตำหนิเยโฮซาฟัท ช่างเป็นการกระทำที่กล้าหาญ เพราะ
– การมากล่าวตำหนิซ้ำเติมกษัตริย์ที่พึ่งแพ้สงครามมา เป็นอันตรายอย่างยิ่ง
– ฮานานี พ่อของเยฮู เคยมาตำหนิอาสา พ่อของเยโฮซาฟัท แล้วผลที่ได้รับก็คือถูกจับไปติดคุก (2พศด. 16:7-10)

โดยการกระทำที่กล้าหาญของ เยฮู​ บุตร​ฮา​นานี​ ในครั้งนี้ จึงนำให้เกิดการฟื้นฟูฝ่ายวิญญาณครั้งใหญ่โดยเยโฮซาฟัท

การกระทำที่เชื่อฟังของเรา จะนำการเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่ เมื่อเวลาของพระเจ้ามาถึง

ตัวอย่างของฮานานี กับลูกชายของเขาเป็นตัวอย่างที่ดีมาก
ทั้งคู่ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าอย่างกล้าหาญ
คนหนึ่งถูกจับติดคุก และอีกคนหนึ่งนำการฟื้นฟูยิ่งใหญ่มาสู่แผ่นดิน

เมื่อเราทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกิดผลดีกับเราหรือกับสิ่งที่เราทำเสมอไป
แต่การกระทำนั้นจะทำให้แผนการอันดีเลิศแห่งน้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จ

2. เยโฮชาฟัทได้​ทำลาย​บรรดา​อาเช-ราห์​เสีย​จาก​แผ่นดิน และ​ได้​มุ่ง​​แสวงหา​พระ​เจ้า
ซึ่งดูเหมือนเป็นสิ่งที่น่าจะเรียกว่า ยิ่งใหญ่มาก และดีเยี่ยมมาก
แต่ พระเจ้าใช้คำว่า “​ทรง​พบ​ความ​ดี​ใน​เยโฮซาฟัทบ้าง”

สำหรับเราอาจจะดูเหมือนการกระทำที่เชื่อฟังพระเจ้า เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่
แต่ความจริงเป็นเพียงการกระทำในสิ่งที่เราพึงกระทำเท่านั้นเอง
เช่นไม่อาจอวดได้ว่า ผมไม่ขับรถฝ่าไฟแดงเชียวนะ หรือ ผมข้ามถนนตรงทางม้าลายทีเดียวเชียวแหละ
สิ่งเหล่านั้น เป็นเพียงสิ่งที่พึงกระทำเท่านั้น ไม่ใช่คุณงามความดีที่ยิ่งใหญ่อะไรเลย

แต่สิ่งที่ชั่วร้ายที่เรากระทำต่างหากที่ใหญ่โต
เพราะทั้งที่รู้ว่าพระเจ้าไม่ชอบ ไม่พอพระทัย แต่เราก็ยังจงใจทำมัน
เป็นการลบหลู่พระเจ้าอย่างชัดเจน

แล้วแบบนี้ คุณงามความดีจิ๊บจ๊อย ที่เราคิดว่าเราได้ทำ จะไปเทียบอะไรกับสิ่งชั่วใหญ่โต ที่เราได้ทำลงไป ได้เล่า?

ด้วยเหตุนี้ การที่วันนี้พระเจ้ายังคงอวยพระพรเรา ไม่ใช่เพราะสิ่งดีที่เราทำเลย
แต่เป็นพระคุณของพระเจ้า ทรงเมตตาเรา อวยพระพรเราอย่างเหลือล้น ถึงแม้เวลาเราได้ทำเพียงเศษความดีเล็กๆน้อยๆเท่านั้นเอง

3. เยโฮซาฟัทได้นำให้เกิดการฟื้นฟูด้านฝ่ายวิญญาณทั่วแผ่นดินยูดาห์
การฟื้นฟูที่พูดถึงนี้ ไม่ใช่การทำการอัศจรร์ยิ่งใหญ่ เหมือนสมัยของเอลียาห์ หรือเอลีชา
เพราะสมัยนั้นแม้มีการอัศจรรย์มากมาย ก็ไม่ถือว่ามีการฟื้นฟูในด้านจิตวิญญาณของประชาชนเกิดขึ้น

การฟื้นฟูนี้ คือ การที่ทำให้ประชาชนรู้พระบัญญัติของพระเจ้า และให้ใช้พระบัญญัติของพระเจ้าไปใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินเรื่องต่างๆในชีวิต

การฟื้นฟูที่แท้จริงในชีวิตของเรา ไม่ใช่เมื่อเราพบการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่
แต่เมื่อเรารู่จักพระคำของพระเจ้า และนำพระคำของพระเจ้าไปในการตัดสินใจเรื่องต่างๆในชีวิต

คำคม

“จิตวิญญาณของเราจะเกิดการฟื้นฟูอย่างแท้จริง เมื่อเรารู้และนำพระคำของพระเจ้าไปใช้ในชีวิตมากขึ้น”

สรุป 2พงศาวดาร 18

ภาพรวม

  • เยโฮซาฟัท ไปช่วยอาหับรบที่ราโมทกิเลอาด โดยทั้งของไม่ยอมฟังคำเตือนของมีคายาห์ผู้เผยพระวจนะ ในที่สุดอาหับก็ถูกธนูยิงจนเสียชีวิต

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 18 เมื่อเยโฮซาฟัทขึ้นครองราชแทนอาสา ผู้เป็นบิดา พระองค์ทรงแสวงหาพระเจ้าและดำเนินอย่างถูกต้องต่อพระเจ้า พระเจ้าจึงทรงอวยพระพรเขาทั้งด้านทรัพย์สิน เกียรติยศ และความมั่นคงของประเทศ

ต่อมาเยโฮชาฟัททรงสัมพันธ์กับอาหับ (โดยให้โยรัม โอรสของตน ไปแต่งงานกับอาธาลิยาห์ ธิดาของอาหับและนางเยเซเบล)

เมื่อผ่านไปหลายปี เยโฮชาฟัทไปเยี่ยมอาหับในสะมาเรีย
อาหับจึงต้อนรับอย่างดี แล้วทรงชักชวนเยโฮชาฟัท ให้ไปช่วยรบที่ราโมทกิเลอาด

เยโฮชาฟัทก็ตอบตกลง
แต่เยโฮชาฟัท เสนอว่า ขอทูลถามพระเจ้าก่อน

อาหับจึงเรียกประชุมพวกผู้เผยพระวจนะ 400 คน
พวกเขา ทูลว่า
การรบครั้งนี้ พระเจ้าจะทรงให้มีชัยชนะ

แต่เยโฮชาฟัท ก็ถามอาหับอีกว่า
มีผู้เผยพระวจนะของพระเจ้าที่จะถามได้อีกไหม?

อาหับจึงตอบว่า มีอีกคน ชื่อ มีคายาห์ แต่เขาพยากรณ์แต่เรื่องร้ายเสมอ
อาหับส่งคนไปเรียกมีคายาห์ ให้มาเฝ้า

เมื่อมีคายาห์มาเฝ้าพระราชา ก็ทูลว่า
ขอเชิญเสด็จขึ้นไป และมีชัยชนะ ตามที่พวกผู้เผยพระวจนะบอกเถิด

แต่อาหับ สังเกตว่า มีคายาห์ไม่ได้พูดในนามของพระเจ้า
จึงตรัสกับมีคายาห์ ให้พูดความจริงในพระนามของพระเจ้า

และมีคายาห์จึงทูลว่า
คนอิสราเอลทั้งหมดกระจัดกระจายอยู่บนภูเขา

และมีคายาห์ทูลต่อไปว่า
มีวิญญาณหนึ่งออกมายืนอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า ทูลพระเจ้าว่า
‘ข้าพระองค์จะเป็นวิญญาณมุสาอยู่ในปากของผู้เผยพระวจนะทุกคนของเขา
เพื่อชักนำอาหับให้ไปรบที่ราโมทกิเลอาด’

แล้วเศเดคียาห์ บุตรเคนาอะนาห์ ก็ตบแก้มมีคายาห์พูดว่า
“พระวิญญาณของพระเจ้าไปจากข้าพูดกับเจ้าด้วยทางใด”

มีคายาห์ตอบว่า
“เจ้าจะเห็นในวันนั้น เมื่อเจ้าเข้าไปในห้องชั้นในเพื่อซ่อนตัว”

อาหับจึงสั่งให้จับมีคายาห์ ไปจำคุกไว้ ให้อาหารกับน้ำอย่างจำกัด
จนกว่าอาหับจะกลับมาโดยสวัสดิภาพ

มีคายาห์ จึงทูลว่า อาหับจะไม่กลับมาโดยสวัสดิภาพดอก

อาหับกับเยโฮชาฟัท ไปรบที่ราโมทกิเลอาด
อาหับก็ปลอมตัวเป็นทหารธรรมดาเข้าทำศึก
พวกซีเรียเห็นเยโฮชาฟัท จึงไล่ตามพระองค์

เยโฮชาฟัททรงร้องขึ้น และพระเจ้าทรงช่วยพระองค์
พวกซีเรียก็หันกลับไม่ไล่ตามพระองค์

แต่มีชายคนหนึ่งโก่งธนูยิงสุ่มไป ถูกอาหับเข้าระหว่างเกล็ดเกราะและแผ่นบังอก
อาหับจึงพยายามหนีออกจากการรบ แต่การรบก็ดุเดือดขึ้นจนหนีออกไม่ได้
จนถึงเวลาเย็น อาหับก็สิ้นพระชนม์เมื่อดวงอาทิตย์ตก

1. พระเจ้าอวยพระพร เยโฮชฟัท มากมาย ทำทุกอย่างล้วนสำเร็จเป็นอย่างดี
จนกระทั่งเมื่อ เยโฮชาฟัท ไปร่วมมือกับอาหับ ผู้ชั่วร้าย
เยโฮชาฟัท ก็พบกับความปราชัยในสงครามเป็นครั้งแรก

เมื่อ เยโฮชาฟัท เริ่มร่วมมือกับคนชั่ว ตอนแรกเขาก็ยังทำสิ่งที่ถูกต้อง
คือ จะทำอะไรก็ขอถามพระเจ้าก่อน
แต่ต่อมาเขาเองกลับมีพฤติกรรมแบบเดียวกับคนชั่วนั้น
ทั้งที่ มีคายาห์ ผู้เผยพระวจนะของพระเจ้า บอกว่า
ครั้งนี้พ่ายแพ้แน่นอน
แน่นอนอาหับย่อมไม่ฟังคำเตือนของ มีคายาห์ เป็นธรรมดา
แต่เยโฮซาฟัทเอง กลับทำเหมือนอาหับด้วย
โดยไม่ฟังคำเตือน ไปเข้าร่วมสงคราม จนพ่ายแพ้เกือบเอาชีวิตไม่รอด

สิ่งที่เราต้องระมัดระวังในการทำงานร่วมกับคนที่ไม่มีความเชื่อ คือ
อย่าไปทำตามพฤติกรรมที่ไม่เชื่อของพวกเขา
มิฉะนั้นเราจะพลาดไปจากพระพรของผู้เชื่อ แล้วไปพบกับอันตรายของการไม่เชื่อแทน

2. ในบทนี้บันทึกว่า เมื่อพวกซีเรียกำลังไล่ตามเยโฮชาฟัท เขาก็ร้องขึ้น และ”
ซึ่งใน 1พกษ. 22:32 ไม่มีวลีว่า “พระเจ้าทรงช่วยเขา “

บทนี้จงใจชี้ให้เห็นว่า การที่เยโฮซาฟัท พ้นจากการไล่ตามนั้น ไม่ใช่บังเอิญ แต่พระเจ้าทรงเป็นผู้ช่วยเขา

แม้คนชอบธรรม จะเผลอทำตามคนอธรรม จนกระทั่งพบกับอันตราย
ถึงกระนั้นพระเจ้าก็ยังคงเฝ้าดู และคอยช่วยเหลือเขา

วันนี้ หากเราพลั้งเผลอ ผิดพลาดพลั้งไป จนเกิดปัญหาขึ้นในชีวิต เพราะการไม่เชื่อฟังพระเจ้า
ให้เราร้องทูลขอพระเมตตาจากพระเจ้า
เราจะได้พบว่า พระเมตตาของพระเจ้ามีมากเพียงพอสำหรับเราเสมอ

3. เมื่ออาหับได้ยินคำพยากรณ์ของ มีคายาห์ ก็เกิดความกลัว
จึงปลอมตัวเป็นทหารธรรมดาเข้าทำศึก
ถึงกระนั้น ยิ่งกว่าบังเอิญ ทหารคนหนึ่งยิงธนูสุ่ม
ยังปักเข้าช่องเล็กๆ ระหว่างเกล็ดเกราะและแผ่นบังอก พอดิบพอดี ซึ่งช่องนี้ ผู้ใส่เกราะต้องขยับบางมุมพอดีจึงเกิดช่องว่างเล็กๆนี้ขึ้นได้

เมื่อพระเจ้าประกาศแล้ว มันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ไม่ว่ามนุษย์จะใช้ความพยายาม ใช้สติปัญญา ใช้ความรอบคอบสักเพียงใดก็ตาม
สิ่งเหล่านั้นยังคงต้องเกิดขึ้นอยู่ดี

นั่นคือ ทุกคำตรัสของพระเจ้าจะเป็นจริง ไม่ว่ามนุษย์จะขัดขวางอย่างไรก็จะไม่สามารถขัดขวางได้

เช่น สภษ. 29:25 “..​บุคคล​ที่​วางใจ​ใน​พระ​เจ้า​ก็​ปลอดภัย”
คนที่วางใจในพระเจ้า ไม่ว่ามนุษย์คนอื่นจะพยายามทำอะไรต่อเขาก็ตาม เขาก็ยังจะปลอดภัยอยู่ดี เพราะทุกสิ่งที่พระเจ้าตรัสไว้จะต้องสำเร็จ เป็นต้น

คำคม

“ อย่าทำตามอย่างคนชั่ว หากไม่อยากจะรับผลร้ายเหมือนกับเขา ”

สรุป 2พงศาวดาร 17

ภาพรวม

  • เยโฮซาฟัทขึ้นครองราชแทนอาสา ผู้เป็นบิดา พระองค์ทรงแสวงหาพระเจ้าและดำเนินอย่างถูกต้องต่อพระเจ้า พระเจ้าจึงทรงอวยพระพรเขาทั้งด้านทรัพย์สิน เกียรติยศ และความมั่นคงของประเทศ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 17 เมื่อเกิดสงครามระหว่างยูดาห์และอิสราเอล อาสากษัตริย์แห่งยูดาห์ ไม่พึ่งพาพระเจ้าแต่ไปพึ่งพาซีเรีย ในที่สุดอาสาจึงป่วยเป็นโรคที่เท้าจนเสียชีวิต

เยโฮชาฟัท โอรสของอาสา ก็ขึ้นครองราชย์แทน
พระองค์วางกำลังพลไว้ในเมืองป้อมทั้งหมดของยูดาห์
พระเจ้าทรงสถิตกับเยโฮชาฟัท
เพราะพระองค์ทรงแสวงหาพระเจ้า และทรงดำเนินตามพระบัญญัติของพระเจ้า
ดังนั้นพระเจ้าทรงอวยพรเยโฮซาฟัท และทุกคนในยูดาห์ต่างนำบรรณาการมาถวายเยโฮชาฟัท
พระองค์จึงทรงมีทรัพย์สมบัติและเกียรติยศเป็นอันมาก

พระองค์จึงทรงรื้อปูชนียสถานสูงและบรรดาเสาอาเช-ราห์เสียจากยูดาห์

ในปีที่ 3 แห่งรัชกาลของพระองค์
พระองค์ทรงใช้พวกข้าราชการของพระองค์ พร้อมปุโรหิตและคนเลวี นำหนังสือธรรมบัญญัติของพระเจ้า ไปสั่งสอนในเมืองต่างๆ ของยูดาห์

ความหวาดกลัวพระเจ้าเกิดขึ้นกับบรรดาราชอาณาจักรที่อยู่รอบๆ ยูดาห์
และพวกเขาไม่ได้ทำสงครามกับเยโฮชาฟัท
แต่ได้นำของกำนัลมาถวายเยโฮชาฟัท ทั้งเงิน และแกะแพะ

เยโฮชาฟัททรงเจริญยิ่งใหญ่ขึ้นเป็นลำดับ
พระองค์ทรงสะสมเสบียงไว้มากมายในเมืองต่างๆ ของยูดาห์
พระองค์ทรงมีทหารเป็นนักรบกล้าหาญในกรุงเยรูซาเล็ม 1,160,000 คน
และยังมีทหารในเมืองป้อมต่างๆ ทั่วยูดาห์อีกด้วย

1. พระเจ้าทรงสถิตกับเยโฮซาฟัท
เขาก็มี เข้มแข็งขึ้น ทรัพย์สมบัติและเกียรติยศก็ทวีมากขึ้น ประเทศรอบข้างก็เกรงกลัว กำลังทหารก็ทวีขึ้นอย่างมากมาย

พระเจ้าไม่เคยทอดทิ้งประชากรของพระองค์
ทำไมในสมัยของอาสา อาบียาห์ เรโหโบอัม จึงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น?

สิ่งที่เยโฮซาฟัททำแตกต่างกับกษัตริย์เหล่านั้น ก็คือ
เยโฮซาฟัท
– แสวงหาพระเจ้า
– ทรงดำเนินตามพระบัญญัติของพระองค์
– รื้อทำลายรูปเคารพ
– จริงจังในการที่จะนำประชาชนให้ประพฤติตามพระบัญญัติของพระเจ้าโดยส่งข้าราชการออกไปสอนพระบัญญัติแก่ประชาชน

ผู้ที่ดำเนินติดตามพระเจ้าอย่างถูกต้องและจริงใจเค้าจะได้รับการอวยพรในทุกด้านของชีวิต

2. ในสมัยของอาสาพ่อของเยโฮซาฟัท เงินและทองคำในพระนิเวศของพระเจ้าและในพระราชวังถูกนำไปให้กษัตริย์ซีเรียจนหมด
เรียกได้ว่าเยโฮซาฟัทขึ้นครองราชขณะที่ประเทศกำลังหมดตัว เพราะความผิดพลาดของผู้เป็นพ่อ

แต่เมื่อเยโฮซาฟัทแสวงหาพระเจ้าและเดินติดตามพระองค์
พระเจ้าก็นำความเจริญรุ่งเรืองกลับมาสู่ยูดาห์อีกครั้งหนึ่ง

ไม่สำคัญว่าปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้เกิดจากความผิดพลาดของเราหรือของคนอื่น
เพียงแต่เราจะหันกลับมาแสวงหาพระเจ้าอย่างจริงใจและพึ่งพาพระองค์สุดหัวใจ
พระองค์ก็จะทรงเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ให้พระพรกลับมาสู่ชีวิตของเราอีกครั้งหนึ่งได้

คำคม

“ ผู้ที่แสวงหาพระเจ้าและพึ่งพาพระองค์ จะได้รับ สิ่งที่เขาแสวงหาและสิ่งที่เขาปรารถนา ”

สรุป 2พงศาวดาร 16

ภาพรวม

  • เกิดสงครามระหว่างยูดาห์และอิสราเอล อาสากษัตริย์แห่งยูดาห์ ไม่พึ่งพาพระเจ้าแต่ไปพึ่งพาซีเรีย ในที่สุดอาสาจึงป่วยเป็นโรคที่เท้าจนเสียชีวิต

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 16 เมื่ออาสาได้รื้อทำลายรูปเคารพต่างๆให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินยูดาห์ และนำประชาชนแสวงหาพระเจ้าอย่างสุดใจ พระเจ้าจึงประทานความสงบสุขรอบด้านแก่พวกเขา

ใน​ปี​ที่ 36 ​แห่ง​รัช​กาล​อา​สา หลังจาก 25 ปีแห่งความสงบสุขผ่านไป
บา​อา​ชา(ผู้ยึดอำนาจมาจากนาดับ ลูกของเยโรโบอัม)​ พระ​ราชา​ของ​อิส​รา​เอล​ ได้ยกทัพมาต่อ​สู้​กับ​ยู​ดาห์
บาอาชา​ได้​สร้าง​เมือง​รา​มาห์ เพื่อ​ไม่​ให้​ใคร​ไป​มา​หา​สู่​กับ​อา​สา​

​อา​สา​จึง​นำ​เงิน​และ​ทอง​คำ​จาก​คลัง​แห่ง​พระ​นิเวศ​ของพระเจ้าและ​จาก​พระ​ราช​วัง ส่ง​ไป​ให้​เบน​ฮา​ดัด​ พระ​ราชา​แห่ง​ซีเรีย
เพื่อขอ​ทำ​สนธิ​สัญ​ญา​กับเขา และขอให้เขายก​เลิก​สนธิ​สัญ​ญา​​กับ​บา​อา​ชา​

ดังนั้น​เบน​ฮา​ดัด​ จึงยกทัพ​ไป​สู้​กับ​เมือง​ต่างๆ ของ​อิส​รา​เอล
​เมื่อ​บา​อา​ชา​​ทราบ​เรื่อง จึง​หยุด​สร้าง​เมือง​รา​มาห์

แล้ว​​อา​สา​ ก็ได้ให้คน​ขน​หิน​และ​ไม้ของ​เมือง​รา​มาห์​​ ​เอา​มา​สร้าง​เมือง​เก​บา​และ​เมือง​มิส​ปาห์

แล้ว​ฮา​นา​นี​ ผู้​ทำ​นาย​ มา​ทูล​อา​สา​ ว่า

เพราะอาสา​พึ่ง​พระ​ราชา​ของ​ซีเรีย แต่​ไม่​พึ่ง​พระเจ้า
เพราะ​ฉะนั้น​อาสาจึงหมดโอกาสชนะกอง​ทัพ​ของ​ซีเรีย​
อาสาจำไม่ได้หรือ เมื่อกอง​ทัพ​มหึมา​ของคูชมาบุก
อาสาพึ่งพาพระเจ้า จึงได้ชัยชนะ
แต่ครั้งนี้อาสา​ทำ​อย่าง​โง่​เขลา
ดังนั้นตั้ง​แต่​นี้​ไป​​จะ​ทรง​มี​ศึก​สง​ครามเกิดขึ้นตลอดในสมัยของอาสา

เมื่อได้ฟังแล้ว อา​สา​ก็​กริ้ว​ผู้​ทำ​นาย​นั้น และ​สั่งให้จับ​เขา​ไปขัง​คุก
และ​อา​สา​ยัง​ข่ม​เหง​ประ​ชา​ชน​บาง​คน​​ด้วย

ใน​ปี​ที่ 39 แห่ง​รัช​กาล​ของอา​สา
อาสา​เป็น​โรคร้ายแรง​ที่​เท้า
แต่อาสาก็​ไม่​ได้​ทรง​แสวง​หา​พระเจ้า แต่​แสวง​หา​การ​ช่วย​เหลือ​จาก​แพทย์

อา​สา​ทรง​ล่วง​หลับ​ไป​ ​ใน​ปี​ที่​ 41 ​แห่ง​รัช​กาล​ของ​พระ​องค์
ประชาชนได้​เผาเครื่องหอมอย่าง​ใหญ่​โต​แด่​พระ​องค์

1. อาสาผู้ที่เคยพึ่งพาพระเจ้าอย่างสุดใจ จนได้รับชัยชนะอย่างอัศจรรย์ เหนือกองทัพมหึมาของคูช
ตลอด 25 ปี ที่ผ่านมา แผ่นดินเต็มไปด้วยความสงบสุข

ต่อมาเมื่อเกิดสงครามขึ้นกับอิสราเอลทางตอนเหนือ
ซึ่งนำโดยบาอาชา กษัตริย์ผู้ยึดอำนาจมาจากลูกของเยโรโบอัม ซึ่งครองราชมากว่า 33 ปีแล้ว
รากฐานทางการทหารก็มั่นคงแข็งแกร่งแล้ว
เรื่องนี้จึงทำให้อาสาหวั่นไหว
เพราะตนก็อายุมากขึ้นแล้ว ไม่มีพลังเหมือนสมัย 25 ปีก่อน
และหนำซ้ำอิสราเอลยังทำสนธิสัญญา กับซีเรีย ประเทศที่กำลังมีอำนาจมากในเวลานั้นอีกด้วย

เมื่อประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ในอดีต มาเผชิญหน้ากับ ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน
น่าเสียดายที่อาสา เลือกมองดูที่ปัญหาในปัจจุบัน แทนที่จะมองการช่วยกู้ในอดีต

เขาจึงนำเงินทองทั้งหมดจากพระวิหารและพระราชวัง ออกมาใช้แก้ปัญหานั้น แทนที่จะพึ่งพาพระเจ้า
ซึ่งก็ดูเหมือนจะได้ผล กองทัพอิสราเอลยกทัพกลับไป

ผลระยะสั้นดูเหมือนดี
แต่เกิดผลเสียระยะยาว
มีสงครามเกิดขึ้นกับอาสาเรื่อยมานับตั้งแต่วันนั้น
และสุดท้ายอาสาต้องป่วยตายด้วยโรคที่เท้า

การแก้ปัญหาด้วยการ โยนเรื่องการพึ่งพาพระเจ้าทิ้งไป แล้วหันไปพึ่งพาสิ่งอื่นแทน
ในเบื้องต้นอาจจะดูเหมือนแก้ปัญหาได้
แต่ความจริงแล้วกำลังก่อปัญหาใหม่ที่ใหญ่โตกว่าเดิมขึ้นมาในชีวิต

วันนี้เราจะแก้ปัญหาโดยการพึ่งพาพระเจ้า หรือพึ่งพาสิ่งอื่น?

2. พระเจ้าบอกว่า เพราะอาสาไม่พึ่งพาพระเจ้ากองทัพซีเรียจึงหลุดมือเขาไป
หมายความว่า ความจริงแล้วพระเจ้าจะทรงช่วยให้เขาชนะไม่เพียงอิสราเอลตอนเหนือเท่านั้น
และยังจะชนะต่อเนื่องเหนือซีเรีย ซึ่งเป็นพันธมิตรกับอิสราเอลตอนเหนืออีกด้วย

พระเจ้าทรงเตรียมชัยชนะและพระพรที่ยิ่งใหญ่มากกว่าที่เราคิด ท่ามกลางสถานการณ์ความยากลำบากในวันนี้
ขอเพียงแต่เราจะพึ่งพาพระเจ้าอย่างสุดใจ เราจะเห็นการอัศจรรย์ของพระองค์ท่ามกลางเหตุการณ์นี้

3. ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ของอาสา ไม่ใช่ที่เขาไม่พึ่งพาพระเจ้า
เพราะใครก็พลาดกันได้
แต่ความผิดพลาดยิ่งใหญ่นั้นคือ เมื่อพลาดไปแล้วพระเจ้าเตือน เขาไม่ฟัง ไม่หันกลับมาพึ่งพาพระเจ้า
ด้วยเหตุนี้ เขาก็ต้องพบกับจุดจบที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง

วันนี้ เราอาจผิดพลาดพลั้งไป
แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับ
เราจะตัดสินใจอย่างไร ในวันนี้ เมื่อเราได้ยินเสียงเรียกของพระเจ้าให้กลับมาหาพระองค์อีกครั้ง?

คำคม

“ การเลิกพึ่งพาพระเจ้า เป็นการหันหลังให้พระพร เดินไปสู่หายนะ ”

สรุป 2พงศาวดาร 15

ภาพรวม

  • อาสาได้รื้อทำลายรูปเคารพต่างๆให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินยูดาห์ และนำประชาชนแสวงหาพระเจ้าอย่างสุดใจ พระเจ้าจึงประทานความสงบสุขรอบด้านแก่พวกเขา

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 15 เมื่ออาสาขึ้นครองราชย์ แทนอาบียาห์ผู้เป็นบิดา พระองค์ทรงทำสิ่งที่ถูกต้องต่อพระเจ้า ดังนั้นเมื่อมีศัตรูมากมายจากคูชบุกมาโจมตี พระเจ้าจึงทรงช่วยพระองค์ให้มีชัยชนะ

พระ​วิญ​ญาณ​ของ​พระ​เจ้า​เสด็จ​มา​สถิต​กับ​อา​ซา​ริ​ยาห์​ ผู้เผยพระวจนะ
เขาจึง​ทูล​อาสา ​ว่า

พระเจ้าทรง​สถิต​กับอาสาและอาณาจักรยูดาห์ ต่อ​เมื่อ​พวกเขาอยู่​กับ​พระ​องค์
ถ้าพวกเขา​แสวง​หา​พระ​องค์ พวกเขาก็​จะ​พบ​พระ​องค์
แต่​ถ้า​พวกเขาละ​ทิ้ง​พระ​องค์ พระ​องค์​จะ​ทรง​ละ​ทิ้ง​พวก​เขา

เนื่องจากอิส​รา​เอล​อยู่​อย่าง​ปราศ​จาก​พระ​เจ้า​เที่ยง​แท้​เป็น​เวลา​นาน
และ​ไม่​มี​ปุโร​หิต​ผู้​สั่ง​สอน และ​ไม่​มี​ธรรม​บัญ​ญัติ
แต่​เมื่อ​พวก​เขา​ทุกข์​ยาก พวกเขา​หัน​มา​​แสวง​หาพระเจ้า พวกเขา​ก็​พบ​พระ​องค์

แม้ว่าใน​บัดนี้ แผ่นดินเต็มไปด้วยความ​วุ่น​วาย​มาก​มาย​ เกิด​แตก​แยก​กัน​เป็น​เสี่ยงๆ ผู้คนเต็มไปด้วย​ความ​ทุกข์​ยาก​ทุก​อย่าง
แต่อาสาและคนยูดาห์ จง​กล้า​หาญ ทำสิ่งที่ดีต่อไป
เพราะ​ว่า​พวก​เขา​จะ​ได้​รับ​บำ​เหน็จ​ใน​กิจ​การ​ที่พวกเขาทำ

เมื่อ​อา​สาได้ฟังแล้ว ก็มี​พระ​ทัย​กล้า​หาญ​ขึ้น
พระ​องค์​ทรง​ขจัด​สิ่ง​น่า​สะอิด​สะ​เอียนทั้ง​หมด ​จาก​แผ่น​ดิน​ยู​ดาห์​และ​เบน​ยา​มิน​ และ​จาก​เมือง​ต่างๆ ที่​พระ​องค์​ทรง​ยึด​มา
และ​พระ​องค์​ทรง​ซ่อม​แซม​แท่น​บูชา​ของ​พระเจ้า

คน​เป็น​อัน​มาก​จาก​เอฟ​รา​อิม มนัส​เสห์ และ​สิ​เม​โอน ได้​หนี​มา​หา​อาสา
เพราะ​เห็น​ว่า​พระเจ้าทรงสถิต​กับ​อาสา

​ใน​เดือน​ที่​ 3 ​ของ​ปี​ที่​ 15 ใน​รัช​กาล​ของ​อา​สา
ประชาชนได้​ถวาย​สัตว​บูชา​แด่​พระเจ้า และ​​ทำ​พันธ​สัญ​ญา​ที่​จะ​แสวง​หาพระเจ้า ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​ของ​พวก​เขา
และสาบานอย่างสุดใจของพวกเขา ต่อพระเจ้า ว่า
หาก​ใคร​ไม่​แสวง​หา​พระเจ้า​จะ​มี​โทษ​ถึง​ตาย

เมื่อพวกเขา​แสวง​หา​พระ​องค์​ด้วย​สุด​ความ​ปรารถ​นา​ของ​เขา พวกเขาก็​พบ​พระ​องค์
และพระเจ้า​ประ​ทาน​การ​หยุด​พัก​ให้​พวก​เขา​ใน​ทุก​ด้าน

พระ​ทัย​ของ​อา​สา​ก็​ซื่อ​ตรง​ตลอด​รัช​สมัย​ของ​พระ​องค์
และ​พระ​องค์​ทรง​นำ​ของถวาย ได้​แก่​เงิน ทอง​คำ และ​เครื่อง​ใช้​เข้า​ไป​ใน​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า
และ​ไม่​มี​สง​คราม​อีก​จน​ถึง​ปี​ที่​ 35 ใน​รัช​กาล​ของ​อา​สา

1. พระเจ้าทรงสัญญาว่า
ถ้าอาสาและประชาชนแสวงหาพระเจ้าอย่างสุดใจ พวกเขาจะได้พบกับพระองค์

ดังนั้นเมื่อพวกเขาทำเช่นนั้น เขาจึงพบพระเจ้าจริงๆ
และเมื่อพวกเขาพบพระเจ้า
พระเจ้า​ประ​ทาน​การ​หยุด​พัก​ให้​พวก​เขา​ใน​ทุก​ด้าน

หากเราแสวงหาพระเจ้าด้วยสุดใจ อย่างจริงใจ
เราจะรู้จักพระเจ้ามากขึ้น และพบกับพระพรในพระเจ้ามากยิ่งขึ้นเสมอ

2. พระเจ้าตรัสว่า “อิส​รา​เอล​อยู่​อย่าง​ปราศ​จาก​พระ​เจ้า​เที่ยง​แท้​เป็น​เวลา​นาน”
ทั้งที่ในสมัยของอาบียาห์(พ่อของอาสา)และเรโหโบอัม(ปู่ของอาสา) ก็ยังมีพระวิหาร
และมีการทำพิธีกรรมในพระวิหาร (2พศด.13:10)

แสดงให้เห็นว่า แม้จะมีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของอิสราเอลในพระวิหาร
แต่สำหรับพระเจ้าแล้ว พวกเขายังคงอยู่อย่าง​ปราศ​จาก​พระ​เจ้า​เที่ยง​แท้

การอยู่โดยมีพระเจ้าเที่ยงแท้
คือ การให้พระเจ้า เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าในชีวิตของเขา

การต้อนรับพระเจ้าเข้ามาในชีวิต ต้องต้อนรับให้พระองค์เป็นเจ้านายในชีวิต

คนที่ได้ชื่อว่าเป็นประชากรของพระเจ้า แต่ดำเนินชีวิตมีตนเองเป็นเจ้านายในชีวิต
อาจจะเรียกได้ว่า เขาเป็นคนที่อยู่อย่าง​ปราศ​จาก​พระ​เจ้า​เที่ยง​แท้ในชีวิตของเขา

เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตกับเรา พระองค์จะไม่ทอดทิ้งเรา
แม้เราจะเพิกเฉย ละเลยพระองค์
แต่การทำเช่นนั้น เรากำลังถอยห่างจากชีวิตที่ได้รับพระพรที่มีพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย
เป็นเหมือน ผู้ที่มีพระเจ้าแต่ดำเนินชีวิตโดยปราศจากพระเจ้า

3. ท่ามกลางแผ่นดินที่กำลังเต็มไปด้วยความวุ่นวาย และความทุกข์ยาก
พระเจ้าสั่งให้อาสาและประชาชน ยังคงทำสิ่งดีต่อไป

พวกเขาก็เชื่อฟัง
ปรากฏว่า สิ่งที่พวกเขาพบเจอ ท่ามกลางแผ่นดินที่วุ่นวายก็คือ
ความสงบสุขรอบด้าน

ท่ามกลางเหตุการณ์ที่วุ่นวายรอบตัวของเราในวันนี้
สิ่งที่เราสมควรทำที่สุดก็คือ
แสวงหาพระเจ้า และดำเนินตามพระองค์อย่างสัตย์ซื่อต่อไป
เพราะนั่นจะทำให้เราพบสันติสุขท่ามกลางความวุ่นวายนี้

คำคม

“ แสวงหาพระเจ้าอย่างสุดใจ เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในทุกสถานการณ์ ”

สรุป 2พงศาวดาร 14

ภาพรวม

  • อาสาขึ้นครองราชย์ แทนอาบียาห์ผู้เป็นบิดา พระองค์ทรงทำสิ่งที่ถูกต้องต่อพระเจ้า ดังนั้นเมื่อมีศัตรูมากมายจากคูชบุกมาโจมตี พระเจ้าจึงทรงช่วยพระองค์ให้มีชัยชนะ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 14 หลังจากที่อาบียาห์(หลานของซาโลมอน) กษัตริย์ของยูดาห์ ทำสงครามกับเยโรโบอัม กษัตริย์ของอิสราเอล 10 เผ่า อาบียาห์ร้องทูลต่อพระเจ้า จึงได้รับชัยชนะอย่างงดงาม

ต่อมาอา​บี​ยาห์ได้​ล่วง​หลับ​ไป และ​อา​สา​พระ​​โอรส​ของ​พระ​องค์​ก็​ขึ้น​ครอง​ราชย์​แทน
แผ่น​ดิน​สงบ​อยู่​ 10 ​ปี

อา​สา​ทรง​ทำ​สิ่ง​ที่​ดี​และ​ถูก​ต้อง​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของพระเจ้า
​ทรง​รื้อ​แท่น​บูชา​และรูปเคารพต่างๆ
และ​ทรง​บัญ​ชา​ให้​ยู​ดาห์ ​แสวง​หาพระเจ้าและ​ให้​รักษา​​พระ​บัญ​ญัติของพระองค์
และ​อา​ณา​จักร​ก็​มี​ความ​สงบ​สุข​ภาย​ใต้​พระ​องค์
เพราะ​พระเจ้าประ​ทาน​การ​หยุด​พัก​แก่​พระ​องค์

ทรง​สร้าง​เมือง​ป้อม​ใน​ยู​ดาห์ และ​ล้อม​ด้วย​กำ​แพง หอ​คอย​ประตู​และ​ดาล​ประตู
​ทรง​มี​กอง​ทัพ 580,000 คน

ต่อมา เศ-ราห์​ ชาว​คูช​ ยกทัพมาสู้กับอาสา ด้วย​ทหาร​ 1,000,000 ​คน และ​รถ​รบ 300 คัน​
และ​อา​สา​ทรง​ออก​ไป​ปะทะ​กับ​เขา

อา​สา​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระเจ้า ว่า
​ไม่​มี​ใคร​ช่วย​ได้​เหมือน​พระเจ้า ใน​การ​สู้​รบ​กัน​ระ​หว่าง​พวก​มี​กำลัง​กับ​พวก​ไม่​มี​กำลัง
ขอพระเจ้าทรง​ช่วย​พวก​เขา เพราะ​พวกเขา​พึ่ง​พระ​องค์
ขอ​อย่า​ทรง​ให้​มนุษย์​ชนะ​พระเจ้า

พระ​เจ้า​จึง​ทรง​โจม​ตี​ชาว​คูช​ แล้ว​ชาว​คูช​ก็​หลบ​หนี
อา​สา​และ​ทหารก็​ไล่​ตามฆ่า​พวก​เขา​ไป จน​ไม่​เหลือ​แม้​แต่​คน​เดียว
คน​ยู​ดาห์​จึง​เก็บ​ของ​ริบ​ได้​มาก​มาย
​พวก​เขา​เข้า​ตีพันธมิตรของคูช คือ​เมือง​ต่างๆ รอบๆ เมือง​เก-ราร์ และ เต็นท์​ของ​พวก​ที่​มี​ฝูง​ปศุ​สัตว์
และ​ยึด​เมือง​ทั้ง​หมด ​ริบของได้มากมาย​ รวมทั้งยึด​แกะ​และ​อูฐ​ไป​มาก​มาย
และ​พวก​เขา​ก็​กลับ​ไป​ยัง​เย​รู​ซา​เล็ม

1. อาสา ทำ​สิ่ง​ที่​ดี​และ​ถูก​ต้อง​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของพระเจ้า
จึงพบกับความสงบสุข และเจริญรุ่งเรือง
แต่ก็แค่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง
10 ปี ต่อมาก็มีกองทัพคูช 1,000,000 คน บุกมาโจมตี
นั่นไม่ใช่เหตุร้าย แต่เป็นพระพรที่พระเจ้าเพิ่มพูนให้แก่อาสา
เพราะคนคูชเหล่านั้นมาเพื่อพ่ายแพ้ เพื่อทิ้งทรัพย์สมบัติมากมายให้แก่อาสา

เมื่อเราดำเนินในความยำเกรงพระเจ้า สิ่งดีจะเกิดขึ้นกับเรา
และแม้มีสิ่งที่ดูเหมือนไม่ดีเกิดขึ้นกับเรา
ในที่สุดแล้วสิ่งนั้นก็ยังจะกลับกลายเป็นสิ่งดีอยู่ดี

2. อาสาได้ตระเตรียม ​เมือง​ป้อม​ใน​ยู​ดาห์ และ​ล้อม​ด้วย​กำ​แพง หอ​คอย​ประตู​และ​ดาล​ประตู
และ​กอง​ทัพ 580,000 คน เพื่อเอาไว้ป้องกันตนเอง จากศัตรู
ปรากฏว่า เมื่อศัตรูบุกมาจริงๆ ด้วยจำนวนมากมายมหาศาล
สิ่งที่อาสาเตรียมไว้นั้น ไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลย

แต่เมื่อเขาขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า พึ่งพาพระองค์
ปรากฏว่าพระเจ้าทรงโจมตีศัตรูเหล่านั้นเอง
ป้อมปราการ หอคอย ดาลประตู ที่อุตส่าห์เตรียมไว้ จึงไม่ได้ใช้สักอย่าง

เป็นการดีที่จะเตรียมตัวป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้น
แต่อย่าให้เราเอาความไว้วางใจของเราไปไว้ที่การเตรียมเหล่านั้น
เพราะว่าบางทีเมื่อเหตุร้ายเกิดขึ้น สิ่งที่เราอุตส่าห์เตรียมตัวไว้อาจใช้การไม่ได้เลยก็ได้

ให้เราเอาความไว้วางใจของเราไปไว้ที่พระเจ้า
เพราะเรารู้แน่ว่า
เมื่อเหตุร้ายเกิดขึ้น กับคนที่ไว้วางใจในพระเจ้า
พระองค์ไม่เพียงสามารถป้องกันเขาจากเหตุร้ายเท่านั้น
แต่พระองค์ผู้ทรงฤทธิ์ยังสามารถเปลี่ยนเหตุร้ายนั้นให้กลายเป็นพระพรมากมายได้อีกด้วย

3. เมื่ออา​สา​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระเจ้า พระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของเขา
เราเห็น ท่าทีที่โดดเด่นในคำอธิษฐานของเขา อย่างน้อย 2 อย่าง คือ
ความถ่อมใจ และ ความไว้วางใจในพระเจ้า

ความถ่อมใจ คือ การยอมรับตนเองอย่างที่ตนเองเป็นจริงๆ
อาสาเรียกพวกของตนว่า “พวก​ไม่​มี​กำลัง” ทั้งที่เขามีทหารอยู่ถึง 280,000 คน
​เพราะเขายอมรับความจริงว่า
ถ้าพระเจ้าไม่ช่วย ก็คงไม่มีใครช่วยเขาได้แล้ว
เขาไม่มีกำลังที่จะชนะศัตรูได้ด้วยตนเอง

ความไว้วางใจในพระเจ้า คือ การพึ่งพาพระเจ้าเท่านั้น ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
สิ่งเดียวที่อาสาทำ คืออธิษฐาน ขอพระเมตตาจากพระเจ้า พึ่งพา​พระ​องค์
“ขอ​อย่า​ทรง​ให้​มนุษย์​ชนะ​พระเจ้า”
ศัตรูพึ่งพากำลังมหาศาลของมนุษย์
แต่อาสาขอพึ่งพาพระเจ้า
ขอพระเจ้า อย่าทรงอนุญาตให้พวกพึ่งพามนุษย์ มีชัยชนะต่อพวกที่พึ่งพาพระเจ้าเถิด

วันนี้ ปัญหาของเราสามารถคลี่คลาย เปลี่ยนร้ายกลายเป็นดีได้
เมื่อเราถ่อมใจลงต่อพระเจ้า และอธิษฐานร้องทูลต่อพระองค์ พึ่งพาพระองค์ด้วยสุดใจ

คำคม่

“ การเตรียมตัวอย่างดีที่สุด ไม่สามารถมาแทนที่การพึ่งพาพระเจ้าอย่างสุดใจได้ ”

สรุป 2พงศาวดาร 13

ภาพรวม

  • อาบียาห์(หลานของซาโลมอน) กษัตริย์ของยูดาห์ ทำสงครามกับเยโรโบอัม กษัตริย์ของอิสราเอล 10 เผ่า อาบียาห์ร้องทูลต่อพระเจ้า จึงได้รับชัยชนะอย่างงดงาม

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 13 เมื่อเรโหโบอัมละทิ้งพระเจ้า จึงพ่ายแพ้ต่อชิชักแห่งอียิปต์ ทรัพย์สมบัติในพระนิเวศและในพระราชวังจึงถูกชิชักกวาดไปจนสิ้น เมื่อเรโหโบอัมล่วงหลับไป อาบียาห์ โอรสของพระองค์ก็ขึ้นครองราชย์แทน

อา​บี​ยาห์ได้​ขึ้น​ครอง​ราชย์​เหนือ​อา​ณา​จักร​ยู​ดาห์ ใน​ปี​ที่​ 18 ​แห่ง​รัช​กาล​เย​โร​โบ​อัม (กษัตริย์ของอาณาจักรอิสราเอล 10 เผ่า)
อา​บี​ยาห์ ​ครอง​ราชย์​ 3 ปี

มี​สง​คราม​ระ​หว่าง​อา​บี​ยาห์​และ​เย​โร​โบ​อัม
อา​บี​ยาห์​ มีทหาร 400,000 คน
​เย​โร​โบ​อัม มีทหาร 800,000 คน

อา​บี​ยาห์​ ​ยืน​อยู่​บน​ภูเขา พูดกับเย​โร​โบ​อัม และ​อิส​รา​เอล​ที่ยกทัพมา ว่า
พระ​เจ้าประ​ทาน​ตำ​แหน่ง​พระ​ราชา​เหนือ​อิส​รา​เอล ​แก่​ดาวิด และ​บุตร​หลาน​
​เย​โร​โบ​อัม​ ได้​กบฏ​ต่อ​เจ้า​นาย​ของ​ตน
บัดนี้​พวกเขาคิดว่า มี​​คน​มาก​กว่า และ​มี​รูป​ลูก​วัว​ทอง​คำ​ที่​เย​โร​โบ​อัม​สร้าง
จึงคิดจะมา​ ​ต่อ​ต้าน​อา​ณา​จักร​ของ​พระเจ้า

แต่​สำ​หรับคนอาณาจักรยูดาห์ ​ไม่​ได้​ละ​ทิ้ง​พระเจ้า
และ​ถวาย​เครื่อง​บูชาแด่พระเจ้า​ทุก​เช้า​ทุก​เย็น และ​รักษา​พระ​บัญ​ชา​ของพระเจ้า
ดังนั้นอย่า​ต่อ​สู้​กับ​พระเจ้า เพราะ​พวกเขาจะ​ทำ​ไม่​สำ​เร็จ

เย​โร​โบ​อัม​ทรง​ให้​กอง​ซุ่ม​อ้อม​มา​หา​ยูดาห์​ทาง​ด้าน​หลัง
แล้วโจมตีจากข้างหน้าและข้างหลัง

​เมื่อ​ยู​ดาห์​เห็นดังนั้น พวกเขา​ก็​ร้อง​ทูลพระเจ้า และ​พวก​ปุโร​หิต​ก็​เป่า​แตร
แล้ว​คน​ของ​ยู​ดาห์​ก็​โห่​ร้อง
แล้วพระ​เจ้า​ทรง​โจมตี​เย​โร​โบ​อัม​และ​อิส​รา​เอล จนพวกเขาต้อง​หลบ​หนี​ไป
ทหารของอา​บี​ยาห์​ ก็ฆ่าคน​อิส​รา​เอลไป 500,000 คน

​คน​ยู​ดาห์​ก็​ชนะ เพราะ​พวก​เขา​พึ่ง​พระเจ้าของพวก​เขา

เย​โร​โบ​อัม​ไม่​สา​มารถ​ฟื้น​กำลัง​ของ​พระ​องค์​ได้​อีก​ใน​รัช​สมัย​ของ​อา​บี​ยาห์
และพระเจ้าทรง​ประ​หาร​พระ​องค์เสีย

แต่​อา​บี​ยาห์​มี​อำ​นาจ​ยิ่ง​ขึ้น และ​มี​มเห​สี 14 องค์ มี​พระโอรส 22 องค์ และ​พระ​​ธิดา 16 องค์

1. อา​บี​ยาห์ (หรือ อาบียัม) ใน1พกษ. 15:3 บรรยายว่า
เป็นกษัตริย์ที่​ดำ​เนิน​ตาม​บาปและไม่​ภักดี​ต่อ​พระเจ้า

เมื่อสองกษัตริย์ชั่วร้ายอย่างอาบียาห์และเยโรโบอัม มาสู้รบกัน
ฝ่ายหนึ่งร้องทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า
แต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่สนใจพระเจ้า

ชัยชนะอย่างงดงามจึงเป็นของอาบียาห์กษัตริย์ชั่วร้าย ผู้ร้องทูลต่อพระเจ้า

ขนาดกษัตริย์ชั่วร้าย ผู้ร้องทูลต่อพระเจ้ายังได้รับพระเมตตาจากพระองค์
ยิ่งกว่านั้นสักเท่าไร เราผู้เป็นบุตรสุดที่รักของพระองค์
ผู้ที่พระองค์ส่งพระบุตรองค์เดียวของพระองค์มาตายเพื่อเรา
เมื่อเราร้องทูลต่อพระองค์ จะเป็นไปอย่างไรที่พระเจ้าจะไม่ทรงเมตตาเรา

2. อา​บี​ยาห์​ บอกกับเยโรโบอัมและคนอิสราเอล 10 เผ่า ว่า
ตัวเขาไม่ได้ละทิ้งพระเจ้า
แต่ใน 1พกษ. 15:3 บอกชัดเจนว่า เขาไม่ภักดีต่อพระเจ้า
เขาคิดไปเองว่า การที่เขาถวายเครื่องบูชาทุกเช้าเย็น และทำพิธีกรรมต่างๆเป็นประจำนั้น
แสดงว่าเขาไม่ได้ละทิ้งพระเจ้า และเขาได้รักษาพระบัญชาของพระเจ้า

แต่ดูเหมือนพระเจ้ามองแตกต่างออกไป
การที่เขาทำทั้งหมดนั้นไร้ค่า หากชีวิตของเขาไม่รักษาพระบัญญัติของพระเจ้า
เขาทำสิ่งชั่วร้ายต่างๆเหมือนอย่างที่เรโหโบอัมทำ
ดังนั้นแม้เขาจะทำพิธีกรรมไม่ขาดเลย
แต่สำหรับพระเจ้า เขาได้ละทิ้งพระองค์เสียแล้ว

การทำกิจกรรมของคริสตศาสนาเป็นสิ่งที่ดี
แต่เทียบไม่ได้กับการดำเนินชีวิตตามพระวจนะของพระองค์เสมอในทุกวิถีของชีวิต
อย่ายอมให้การร่วมกิจกรรมของศาสนาคริสต์ หลอกเราว่า
เราได้ทำในสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัยแล้ว
กิจกรรมเหล่านั้นเป็นสิ่งที่สมควรทำ
แต่ก็ไม่ควรละเลยสิ่งสำคัญกว่าคือการเชื่อฟังพระวจนะของพระองค์

คำคม

“ ผู้ร้องขอความเมตตาจากพระเจ้า จะพบพระเมตตา ในวันแห่งพระเมตตา ”

สรุป 2พงศาวดาร 12

ภาพรวม

  • เรโหโบอัมละทิ้งพระเจ้า จึงพ่ายแพ้ต่อชิชักแห่งอียิปต์ ทรัพย์สมบัติในพระนิเวศและในพระราชวังจึงถูกชิชักกวาดไปจนสิ้น เมื่อเรโหโบอัมล่วงหลับไป อาบียาห์ โอรสของพระองค์ก็ขึ้นครองราชย์แทน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 12 เมื่อเรโหโบอัมจะยกทัพไปสู้กับ 10 เผ่าของอิสราเอลที่กบฏต่อเขา แต่พระเจ้าทรงห้ามไว้ เขาจึงเชื่อฟัง ดังนั้นพระเจ้าจึงอวยพระพรให้อาณาจักรของเขามั่นคง

ต่อมาเมื่ออา​ณา​จักร​ของ​เขา​ตั้ง​มั่น​คง​และ​แข็ง​แรง​แล้ว
เรโหโบอัมและ​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด ก็​ละ​ทิ้ง​ธรรม​บัญ​ญัติ​ของ​พระเจ้า

ต่อ​มา​ชิชัก​ กษัตริย์​อียิปต์ ได้ยกทัพมา​รบ​กับ​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม

เช​ไม​อาห์​ผู้​เผย​พระ​วจนะ ​มา​เฝ้า​เร​โห​โบ​อัม​และ​พวก​เจ้า​นาย ​ประ​ชุม​กัน​อยู่​
เพื่อบอกพวกเขาว่า
เพราะพวกเขาได้​ละ​ทิ้ง​พระเจ้า พระเจ้าจึง​ละ​ทิ้ง​พวก​เจ้า​ให้​อยู่​ใน​มือ​ของ​ชิชัก

แล้ว​พวกเขาก็ถ่อม​ตน​ลง​
และ​กล่าว​ว่า “พระเจ้า​ทรง​ชอบ​ธรรม​แล้ว”

พระ​วจนะ​ของ​พระ​เจ้า​ได้​มา​ถึงพวกเขาอีกว่า
เพราะพวกเขา​ได้​ถ่อม​ตัว​ลง​แล้ว พระเจ้า​จะ​ไม่​ทำ​ลาย​เขา พระเจ้าจะ​ให้​การ​ช่วย​กู้​แก่​พวก​เขา​บ้าง
แต่พวกเขา​ต้อง​เป็น​ผู้​รับ​ใช้​ของ​ชิชัก
เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ทราบ​ความ​แตก​ต่าง​ระ​หว่าง​การ​รับ​ใช้พระเจ้า และ​การ​รับ​ใช้​ผู้อื่น

ชิชัก​ ได้บุกเข้ามาในกรุง​เย​รู​ซา​เล็ม
ทรง​เอา​ทรัพย์​สมบัติ​ทุก​อย่างแห่ง​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า​และ​ทรัพย์​สม​บัติ​แห่ง​พระ​ราช​วัง​ไป

จากนั้น​เร​โห​โบ​อัมก็ค่อยๆเข้ม​แข็ง​ขึ้น​อีกครั้ง เพราะเขาถ่อมใจลงต่อพระเจ้า
แต่ต่อมาพระ​องค์​ก็ทรง​ทำ​ความ​ชั่ว​ร้ายอีก เพราะ​พระ​องค์​ไม่​ได้​ตั้ง​พระ​ทัย​ที่​จะ​แสวง​หา​พระเจ้า

เร​โห​โบ​อัม​ก็​ทรง​ล่วง​หลับ​ไป และ​อา​บี​ยาห์​ พระโอรส​ก็​ขึ้น​ครอง​ราชย์​แทน

1. เมื่อเรโหโบอัมเข้มแข็งขึ้น เขาก็ลืมพระเจ้า จึงพ่ายแพ้ต่อศัตรู
เขาจึงถ่อมใจลงต่อพระเจ้า เขาจึงเข้มแข็งขึ้นอีกครั้ง
และเมื่อเขาเข้มแข็งขึ้นแล้ว เขาก็ละทิ้งพระเจ้า หันไปทำสิ่งชั่วร้าย

ที่เป็นเช่นนี้ พระคัมภีร์บอกว่า ” เพราะ​พระ​องค์​ไม่​ได้​ตั้ง​พระ​ทัย​ที่​จะ​แสวง​หา​พระเจ้า “

หากเราไม่ได้ตั้งใจของเราไว้ ให้แสวงหาพระเจ้าอยู่เสมอ
ในที่สุด บาปจะค่อยๆชักนำเราออกห่างจากพระเจ้า
ซึ่งนั่นคือ เรากำลังถูกดึงให้ออกห่างจากความเช้มแข็งและชัยชนะในพระเจ้านั่นเอง

หากวันนี้เราถอยห่างออกมาไกลแล้ว
จงรีบถ่อมใจลง กลับมาหาพระเจ้า
ขอพระเมตตาจากพระเจ้า ในสิ่งที่กำลังประสบ แล้วเราจะได้พบพระเมตตาของพระเจ้าเป็นแน่

2. สิ่งที่ซาโลมอนทุ่มเทสร้างขึ้นมา รวมทั้งทองคำที่สะสมไว้มากมายเต็มไปหมด
กลับหมดสิ้นไปภายในเวลาไม่กี่ปี ในสมัยของเรโหโบอัม ลูกของเขา

การที่ซาโลมอนมั่งคั่งและยิ่งใหญ่ได้นั้นก็เพราะพระเจ้าทรงอวยพระพรเขา
ดังนั้น แน่นอนที่สุด เมื่อเรโหโบอัมละทิ้งพระเจ้า
ความมั่งคั่งและความยิ่งใหญ่ที่มีอยู่ ย่อมสูญสิ้นไปอย่างรวดเร็ว

วันนี้ สิ่งที่เราเป็น สิ่งที่เรามี ก็เพราะพระเจ้าทรงอวยพระพรแก่เรา
อย่าให้เราลืม ความจริงนี้
อย่าให้เราละทิ้งหรือถอยห่างจากพระเจ้า เพื่อไปไล่จับพระพรที่พระเจ้าประทานให้
เพราะการกระทำเช่นนั้น จะทำให้เราสูญเสียทุกสิ่งไปในเวลาไม่ช้านาน

คำคม

“ ผู้ที่ละทิ้งพระเจ้า ไปไล่จับพระพร เขากำลังละทิ้งพระพรนั่นเอง ”

สรุป 2พงศาวดาร 11

ภาพรวม

  • เรโหโบอัม จะยกทัพไปสู้กับ 10 เผ่าของอิสราเอลที่กบฏต่อเขา แต่พระเจ้าทรงห้ามไว้ เขาจึงเชื่อฟัง ดังนั้นพระเจ้าจึงอวยพระพรให้อาณาจักรของเขามั่นคง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 11 เมื่อเรโหโบอัมขึ้นครองราชย์แต่ไม่ฟังข้อเรียกร้องของประชาชน เยโรโบอัมจึงนำประชาชนกบฏต่อเรโหโบอัม จนเรโหโบอัมต้องหนีกลับกรุงเยรูซาเล็ม

แล้วเร​โห​โบ​อัม​ ก็​ระดม​พล​จากเผ่ายู​ดาห์​และ​เบน​ยา​มิน เป็น​นัก​รบ​ที่​คัด​เลือก​แล้ว 180,000 คน
เพื่อ​จะ​สู้​รบ​กับ​อิส​รา​เอลอีก 10 เผ่า ซึ่งนำโดยเยโรโบอัม

แต่​พระเจ้าส่งเช​ไม​อาห์ มาห้ามไว้ โดยกล่าวว่า​สิ่งที่เกิดขึ้น​นี้​เป็น​มา​จาก​พระเจ้า
แล้ว​พวก​เขา​จึง​เชื่อ​ฟัง​ และ​กลับ​ไป​โดย​ไม่​ได้​สู้​รบ​กับ​เย​โร​โบ​อัม

เร​โห​โบ​อัม​ได้​เสริม​เมือง​ต่างๆ ให้แข็งแกร่ง เพื่อ​การ​ป้อง​กัน​​และ​ใน​เบน​ยา​มิน
และ​ตั้ง​ผู้​บัง​คับ​บัญ​ชา​ใน​ป้อมต่างๆ
และ​ทรง​สะสม​อา​หาร น้ำ​มัน และ​เหล้า​องุ่น

บรร​ดา​ปุโร​หิต​กับ​คน​เลวี​ ทั่ว​อิส​รา​เอล​ได้มา​หา​เรโหโบอัม
​พวก​เขา​ละ​ทิ้ง​ทุ่ง​หญ้า​และ​ที่​นา​ของพวก​เขา มา​ยัง​ยู​ดาห์​และ​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม
เพราะ​เย​โร​โบ​อัม​และ​บรร​ดา​​โอรส​ของ​พระ​องค์​ ทรง​ขับ​ไล่​พวกเขา​ ออก​จาก​ตำ​แหน่ง​ปุโร​หิต
และ​แต่ง​ตั้ง​ปุ​โร​หิต​​ขึ้นมาเอง ​สำ​หรับ​ปูช​นีย​สถาน​สูงและรูปเคารพ​ทั้ง​หลาย

และ​บรร​ดา​ผู้​ที่​ตั้ง​ใจ​แสวงหาพระ​เจ้า​ ​จาก​ทุก​เผ่า​ของ​อิส​รา​เอล
ก็​ติด​ตาม​พวกปุโรหิตและเลวี ​มา​ยัง​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม
พวกเขา​ได้​เสริม​กำลัง​ให้​อา​ณา​จักร​ยู​ดาห์
และ​ทำ​ให้​เร​โห​โบ​อัม เข้ม​แข็ง​อยู่ 3 ปี
เพราะ​พวก​เขา​ดำ​เนิน​อยู่​ใน​วิถี​ทาง​ของ​ดาวิด​และ​ซา​โล​มอน​

เร​โห​โบ​อัม มีมเหสี 18 องค์​และ​นาง​สนม 60 คน
แต่​มา​อา​คาห์​พระ​ธิดา​ของ​อับ​ซา​โลม เป็นมเหสีที่พระองค์ทรงรักมากที่สุด

เร​โห​โบ​อัม ​มีพระ​โอรส 28 องค์​และ​พระธิดา 60 องค์
​เร​โห​โบ​อัม​ทรง​แต่ง​ตั้ง​อา​บี​ยาห์​โอรส​ของ​มา​อา​คาห์ ​ให้​เป็น​พระ​ราช​โอรส​องค์​ใหญ่​ใน​พวก​พี่​น้อง​ของ​ตน เพราะ​จะ​ทรง​ให้​เป็น​กษัตริย์

พระ​องค์​ทรง​จัด​การ​อย่าง​ฉลาด
โดย​ส่ง​พระ​​โอรส​ทั้ง​หลาย​ของ​พระ​องค์​ไป​ทั่ว​แผ่น​ดิน​ของ​ยู​ดาห์​และ​เบน​ยา​มิน
ให้​อยู่​ใน​เมือง​ป้อม และ​ประ​ทาน​เสบียง​อา​หาร​ให้​อย่าง​บริ​บูรณ์​
รวม​ทั้ง​ทรง​หา​มเห​สี​หลายๆ องค์​ให้​พระ​โอรส​แต่​ละ​องค์

1. การที่อิสราเอลถูกแบ่งเป็น 2 อาณาจักรเหนือ 10 เผ่า อาณาจักรใต้(ยูดาห์) 2 เผ่า นั้น
เป็นการลงโทษจากพระเจ้าที่กษัตริย์และประชาชนอิสราเอล แบ่งใจไปกราบไว้พระของคนคะนาอัน

เมื่อเรโหโบอัม จะยกทัพไปยึดอาณาจักรคืนมา
แต่พระเจ้าได้ทรงห้ามเขาไว้ แล้วเขาเชื่อฟังยกทัพกลับไป

ปรากฏว่าพระเจ้าทรงอวยพระพรเขา ให้มีอาณาจักรที่มั่นคง
แม้จะเหลือแค่ 2 เผ่า แต่ก็เป็น 2 เผ่าที่เข้มแข็งมาก

ซึ่งถ้าเขาไม่เชื่อฟัง ออกไปรบ ก็คงพ่ายแพ้ และคงพบความเสียหายมากมาย

วันนี้เหตุการณ์ที่เรากำลังเผชิญ อาจจะเกิดจากความผิดพลาดของเราในอดีต หรือเกิดจากสาเหตุใดๆก็ตาม
ล้วนแต่ไม่สำคัญ เพียงแต่เราจะหันกลับมาหาพระเจ้า เชื่อฟังพระองค์
พระเจ้าสามารถทำให้เราได้รับพระพร ท่ามกลางสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่วันนี้ได้

2. เร​โห​โบ​อัม ​มีพระ​โอรส 28 องค์​ แต่ตั้งใจจะยกบัลลังก์ให้แก่​อา​บี​ยาห์
เขาจึงจัดการอย่างฉลาด โดย​ส่ง​​โอรส​ทั้ง​หลาย​ ​ไป​ปกครองตามเมืองต่างๆ และ​ประ​ทาน​เสบียง​อา​หาร​ให้​อย่าง​บริ​บูรณ์​ และ​หา​ภรรยาให้โอรส แต่ละคนให้มีภรรยา​หลายคน

การทำแบบนี้ นอกจากจะทำให้เมืองทั้งหลายมีผู้นำแล้ว
ยังป้องกันไม่ให้เกิดการแย่งชิงบัลลังก์ของโอรสทั้งหลาย
ยิ่งให้เสบียงอาหารและภรรยามากมายแก่พวกเขา
โอรสเหล่านั้น อยู่สบายอย่างมีสุขเช่นนั้น
ก็จะไม่มีคนใดอยากจะทิ้งความสำราญเหล่านี้ไป เสี่ยงแย่งชิงบัลลังก์จากอาบียาห์

เมื่อดูจากการตัดสินใจของเรโหโบอัมแล้ว จึงทำให้ทราบว่า
เขาไม่โง่เขลาเลย ออกจะมีปัญญามากด้วยซ้ำ

จึงทำให้เข้าใจ 2 พศด. 10 ดียิ่งขึ้นไปอีก
ทำไมคนฉลาดๆอย่างเรโหโบอัม จึงตัดสินใจโง่ๆ ไม่ยอมฟังคำเรียกร้องของประชาชน?

เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า ไม่ว่าฉลาดแค่ไหนก็พลาดได้
แล้วในการพลาดนั้น พระเจ้าทรงสามารถทำให้น้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จได้

คำคม

“ หากเราเลือกเชื่อฟัง เราจะได้รับพระพร ท่ามกลางสถานการณ์ในวันนี้

สรุป 2พงศาวดาร 10

ภาพรวม

  • เรโหโบอัมขึ้นครองราชย์แต่ไม่ฟังข้อเรียกร้องของประชาชน เยโรโบอัมจึงนำประชาชนกบฏต่อเรโหโบอัม

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 10 เมื่อพระเจ้าทรงอวยพระพรซาโลมอนมากมาย จนมั่งคั่งและเต็มไปด้วยสติปัญญา มากกว่าพระราชาองค์ใดๆในเวลานั้น ต่อมาซาโลมอนล่วงหลับไป แล้วเร​โห​โบ​อัมโอรสของพระองค์ก็ขึ้นครองราชย์แทน

เร​โห​โบ​อัม​ได้​ไป​ยัง​เมือง​เช​เคม ​เพื่อ​จะ​ตั้ง​พระ​องค์​ให้​เป็น​กษัตริย์
​เย​โร​โบ​อัม ซึ่งหนีการตามฆ่าของซาโลมอน ไปอยู่​ใน​อียิปต์​ ก็ได้กลับมาที่อิสราเอล
และเยโรโบอัม​กับ​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ได้​มา​ทูล​เร​โห​โบ​อัม​
เพื่อขอลด​ภาระงานที่พวกเขาต้องทำให้น้อยลง

บรร​ดา​ผู้​อา​วุ​โส ได้แนะนำให้เรโหโบอัม ​เมต​ตา​ต่อ​ประ​ชา​ชน​เหล่านี้
แต่​พวก​คน​หนุ่ม​ ได้แนะนำให้เพิ่มภาระงานให้แก่ประชาชนมากยิ่งขึ้นไปอีก
เร​โห​โบ​อัม​ ได้เชื่อคำแนะนำของพวกคนหนุ่ม

เรโหโบอัมจึงพูดกับประชาชนอย่าง​ดุดัน และ​ไม่​ฟังข้อเรียกร้องของ​ประ​ชา​ชน
เพราะ​เหตุ​การณ์​นี้​เป็น​มา​จาก​พระ​เจ้า เพื่อ​พระ​วจนะ​ของ​พระ​องค์​ได้​สำ​เร็จ

และคนอิส​รา​เอล​ทั้ง​สิ้น จึงละจากเรโหโบอัม กลับ​ไป​บ้าน​เรือน​ของ​พวก​เขา
แล้ว​พระ​ราชา​เร​โห​โบ​อัม​ทรง​ใช้​ฮา​โด​รัม​ผู้​ดูแล​คน​งาน​โยธา​ไป
แต่​คน​อิส​รา​เอล​ก็​เอา​หิน​ขว้างเขาจนตาย
แล้ว​พระ​ราชา​เร​โห​โบ​อัม​ก็​ทรง​รีบ​ขึ้น​รถ​รบ​หนี​ไป​ยัง​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม

1. เมื่อเรโหโบอัมได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ เขาไม่ยอมฟังคำแนะนำของพวกผู้อาวุโส
เพราะคำแนะนำนั้นไม่ถูกใจเขา
แต่เขากลับไปฟังคำแนะนำของเพื่อนๆ ที่ให้คำแนะนำแบบถูกใจเขา
จนในที่สุดก็นำมาซึ่งผลลัพท์อันแสนเศร้าสำหรับเขา

คำแนะนำที่ดี ไม่ใช่คำแนะนำที่ถูกใจเราเสมอไป

2. การที่เรโหโบอัมไม่​ฟังข้อเรียกร้องของ​ประ​ชา​ชน
แม้ว่าเป็นการเลือกตัดสินใจของเขาเอง
แต่ทั้งหมดก็ยังอยู่ในแผนการของพระเจ้า เพื่อสิ่งที่พระเจ้าตรัสไว้จะสำ​เร็จเป็นจริง

แม้คนจะตัดสินใจผิดพลาด แต่ก็ไม่ได้ทำให้แผนการของพระเจ้าผิดพลาดไป
วันนี้ แม้เราจะตัดสินใจผิดพลาด หากเรากลับมาหาพระเจ้า
พระองค์ได้ทรงเตรียมแผนการแห่งทางออกที่ดีเลิศไว้สำหรับเราแล้ว

คำคม

“ การกระทำที่โง่เขลาของคน ก็ยังอยู่ในแผนการของพระเจ้า ”

สรุป 2พงศาวดาร 9

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงอวยพระพรซาโลมอนมากมาย จนมั่งคั่งและเต็มไปด้วยสติปัญญา มากกว่าพระราชาองค์ใดๆในเวลานั้น และเมื่อซาโลมอนล่วงหลับไป เร​โห​โบ​อัมโอรสของพระองค์ก็ขึ้นครองราชย์แทน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 9 เมื่อพระเจ้าทรงอวยพระพรซาโลมอนมากมายทั้งด้านการปกครองและการค้า และซาโลมอนก็ติดตามพระเจ้าด้วยความยำเกรงพระองค์

ต่อมา​พระ​ราชินี​แห่ง​เช​บา ได้มา​ยัง​เย​รู​ซา​เล็ม เพื่อ​ทด​สอบ​สติปัญญาของซาโลมอน
พระนางมาพร้อม​ด้วย​ข้า​ราช​บริ​พาร​มาก​มาย กับ​ฝูง​อูฐ ​บรร​ทุก​เครื่อง​เทศ​ ทอง​คำ​ อัญ​มณี​ล้ำค่า เป็น​อัน​มาก
และ​ซา​โล​มอน​ตรัส​ตอบ​ปัญ​หา​ทุก​ข้อ​ของ​พระ​นาง

​เมื่อ​พระ​ราชินี​แห่ง​เช​บา​ทรง​เห็นสติ​ปัญ​ญา​ของ​ซา​โล​มอน และ​สิ่ง​ที่​พระ​องค์​ทรง​สร้าง
​พระ​นาง​ก็​ตื่น​ตะลึง​อย่าง​ยิ่ง และกล่าวว่า

บรร​ดา​คน​ของซาโลมอน​ก็​เป็น​สุข คือ ​ผู้​ที่​คอย​ปรน​นิ​บัติ​และ​ฟัง​พระ​สติ​ปัญ​ญา​ของ​ซาโลมอน

แล้ว​พระ​นาง​ก็​ถวาย​ทอง​คำ​หนัก 4,000 กิโล​กรัม ทั้ง​เครื่อง​เทศ​ และ​อัญ​มณี​ล้ำค่า มากมายแก่ซาโลมอน
และซา​โล​มอน​ประ​ทาน​แก่​พระนาง​ทุก​อย่าง​ที่​พระ​นางทูล​ขอ มาก​ยิ่ง​กว่า​สิ่ง​ที่​พระ​นาง​นำ​มา​ถวาย​เสียอีก

ข้า​ราช​การ​ของ​ฮีราม​และ​ของ​ซา​โล​มอน ได้​นำ​ทอง​คำ​มา​จาก​โอ​ฟีร์ และนำ​ไม้​ประ​ดู่​และ​อัญ​มณี​ล้ำ​ค่า​มา​ด้วย
ซาโลมอนทรง​ใช้​ไม้​ประ​ดู่​ทำ​ขั้น​บันได​ของพระ​นิเวศ​ และ​ของพระ​ราช​วัง​ของ​พระ​ราชา
ทั้ง​ทำ​พิณ​เขา​คู่​และ​พิณ​ใหญ่​สำ​หรับ​พวก​นัก​ร้อง

ใน​ปี​หนึ่ง​ มีผู้นำทองคำ ​มา​ส่ง​ซา​โล​มอน ​หนัก 23,000 กิโล​กรัม
ไม่รวม​ทอง​ซึ่ง​นัก​ธุรกิจ พ่อ​ค้า​ และ​กษัตริย์​ และ​บรร​ดา​เจ้า​เมือง​ ได้​นำ​ทอง​คำ มา​ยัง​ซา​โล​มอน

ซา​โล​มอน ​เอา​ทอง​คำ​มา​ทุบ​เป็น​โล่​ใหญ่ ขนาด 7 กิโล​กรัม 200 อัน
โล่ธรรมดา ขนาด 3.5 กิโล​กรัม 300 อัน

ทรง​ทำ​พระ​ที่​นั่ง​งา​ช้าง​ขนาด​ใหญ่ และ​ทรง​บุ​ด้วย​ทอง​คำ​บริ​สุทธิ์
ถ้วยและภาชนะ​ทั้ง​สิ้น​ของ​ซา​โล​มอน​ทำ​ด้วย​ทอง​คำบริสุทธิ์
เงิน​นั้น​ถือ​ว่า​เป็น​ของ​ไม่​มี​ค่า​อะไร​ เป็นเหมือน​ก้อน​หิน ใน​สมัย​ของ​ซา​โล​มอน
และ​ไม้​สน​สี​ดาร์​มี​มาก​มาย​เหมือน​ต้น​มะ​เดื่อ

ซา​โล​มอน​จึง​ทรง​ยิ่ง​ใหญ่​กว่า​กษัตริย์​อื่นๆ ใน​โลก​ใน​เรื่อง​สม​บัติ​และ​สติ​ปัญ​ญา
พระ​ราชา​ทั้งหลาย​ก็​แสวง​หา​ที่​จะ​เข้า​เฝ้า​ซา​โล​มอน เพื่อ​จะ​ฟัง​พระ​สติ​ปัญ​ญา​ของ​พระ​องค์
ทุก​คน​นำ​เครื่อง​บรร​ณา​การ​ของ​เขา​มาตาม​จำ​นวน​กำ​หนด​ทุกๆ ปี

พระ​องค์​ทรง​ครอบ​ครอง​เหนือ​พระ​ราชา​ทั้ง​หมด
​ตั้ง​แต่​แม่​น้ำ​ยู​เฟร​ติส​ถึง​แผ่น​ดิน​ของ​คน​ฟี​ลิส​เตีย และ​ถึง​พรม​แดน​ของ​อียิปต์

ซา​โล​มอน​ครอง​ราชย์​ 40 ปี
เมื่อ​ซา​โล​มอน​ทรง​ล่วง​หลับ​ไป​ เร​โห​โบ​อัม​ ​โอรส​ของ​พระ​องค์​ขึ้น​ครอง​ราชย์​แทน

1. ​พระ​รา​ชินี​แห่ง​เช​บาและพระราชาทั้งหลาย เดินทางแสนไกล เพื่อจะมาฟังสติปัญญาจากซาโลมอน
แต่สำหรับเรา วันนี้เพียงเราเปิดอ่านพระธรรมสุภาษิตและปัญญาจารย์
เราก็จะพบสติปัญญาของซาโลมอน

ยิ่งกว่านั้นถ้าเราเปิดอ่านพระวจนะของพระเจ้าเล่มอื่นๆด้วย
เราก็จะพบสติปัญญาจากพระเจ้า ผู้ทรงประทานสติปัญญาแก่ซาโลมอนอีกด้วย

2. พระราชินีแห่งเชบา กล่าวว่า
ความ​สุขเป็นของ ​ผู้​ที่​คอย​ปรน​นิ​บัติ​และ​ฟัง​พระ​สติ​ปัญ​ญา​ของ​ซาโลมอน

ซึ่งเรากล่าวได้อีกว่า
ความสุขยิ่งกว่า เป็นของผู้ที่ปรนนิบัติพระเจ้าและรับฟังถ้อยคำจากพระวจนะของพระองค์
เพราะพระเจ้าเป็นผู้ประทานสติปัญญาให้แก่ซาโลมอน

เราควรเห็นคุณค่าและชื่นชมยินดีที่ได้ รับใช้พระเจ้า และ อ่านหรือฟังพระวจนะของพระองค์

3. เมื่อพระราชินีแห่งเชบามาเยี่ยมซาโลมอน ได้นำของมาถวายมากมาย
ปรากฏว่าเมื่อพระนางจะกลับ ซาโลมอนได้มอบสิ่งของให้พระนาง มากยิ่งกว่าที่พระนางนำมาเสียอีก

ผู้มีสติปัญญาที่แท้จริง ไม่จำเป็นต้องได้รับประโยชน์จากคนอื่นมากกว่าที่ตนให้แก่ผู้อื่นเสมอไป
สติปํญญาที่แท้จริง ไม่ได้ช่วยทำให้ได้รับมากขึ้น แต่ช่วยให้สามารถให้แก่คนอื่นได้มากขึ้น

4. โล่ทองคำ และสิ่งของต่างๆมากมายที่ซาโลมอนได้สร้างไว้
หมดสิ้นไป ในเวลาเพียงไม่กี่ปีหลังจากนั้น เมื่อซาโลมอนไม่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า
หลังจากซาโลมอนจากไปไม่นานนัก (2พศด. 12:9) ชิชัก​กษัตริย์​อียิปต์​ ได้ยกทัพมาต่อสู้กับเรโหโบอัม ลูกของซาโลมอน แล้วได้ยึดสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดนำกลับไปอียิปต์

สิ่งที่เราได้รับมาเพราะความยำเกรงพระเจ้านั้น
การจะรักษาสิ่งเหล่านั้นเอาไว้ได้ ก็ด้วยความยำเกรงพระเจ้า

คำคม

“ การได้รับฟังสติปัญญาจากพระเจ้า ทางพระวจนะของพระองค์ มีค่ายิ่งกว่าสมบัติใดๆ ”

สรุป 2พงศาวดาร 8

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงอวยพระพรซาโลมอนมากมายทั้งด้านการปกครองและการค้า และซาโลมอนก็ติดตามพระเจ้าด้วยความยำเกรงพระองค์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 8 เมื่อซาโลมอนอธิษฐานถวายพระวิหารแด่พระเจ้า ไฟก็ตกลงมาจากสวรรค์เผาเครื่องบูชาที่ซาโลมอนถวาย หน้าพระวิหาร แล้วพระเจ้าทรงปรากฏแก่ซาโลมอน ทรงเตือนไม่ให้เขาละทิ้งพระองค์

ต่อ​มา​เมื่อ​สิ้น 20 ​ปี ที่​ซา​โล​มอน​ใช้​ทรง​สร้าง​พระ​นิเวศ​ของพระเจ้า และ​พระ​ราช​วัง​ของตน
ซา​โล​มอน​ก็​บูรณะ​เมือง 20 เมือง ​ซึ่ง​กษัตริย์​ฮีราม​ถวายคืน​แด่​ซาโลมอน (1พกษ. 9:11-12)
แล้ว​ให้​คน​อิส​รา​เอล​อาศัย​อยู่​ใน​นั้น

ซา​โล​มอน​ ทรงสร้างเมืองต่างๆอีกหลายเมือง ทั้งใน​เล​บา​นอน และ​ใน​แผ่น​ดิน​ทั้ง​หมด​ที่​พระ​องค์​ทรง​ครอบ​ครอง​อยู่

คนที่ไม่ใช่อิสราเอล คือ พวก​คน​ฮิต​ไทต์ คน​อา​โม​ไรต์ คน​เป​ริสซี คน​ฮีไวต์ และ​คน​เย​บุส
ซา​โล​มอน​ทรง​ให้​ประ​ชา​ชน​เหล่า​นี้​เป็น​ทาส​แรง​งาน​
แต่​ส่วน​คน​อิส​รา​เอล ให้เป็น​ทหาร​ ​เป็น​นาย​ทหาร​ เป็น​ผู้​บัง​คับ​บัญ​ชา​รถ​รบ ​เป็นทหาร​ม้า และ​เป็น​เจ้า​หน้า​ที่​ชั้น​ผู้​ใหญ่​

ซา​โล​มอน สร้างวังให้พระ​ราช​ธิดา​ของ​ฟา​โรห์ ซึ่งเป็นมเหสีของซาโลมอน เพื่อพระนางจะไม่ได้​อยู่​ใน​วัง​ของ​ดาวิด​ ซึ่ง​หีบ​ของ​พระเจ้าตั้งอยู่

​ซา​โล​มอน​ทรง​ถวาย​เครื่อง​บูชาแด่พระเจ้า ​ตาม​บัญ​ญัติ​ของ​โม​เสส
– ใน​วัน​สะ​บา​โต​
– ใน​วัน​ขึ้น​หนึ่ง​ค่ำ
– ใน​เทศ​กาล​เลี้ยง​ประ​จำ​ปี​ คือ​เทศ​กาล​กิน​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ เทศ​กาล​สัป​ดาห์ และ​เทศ​กาล​อยู่​เพิง

ซาโลมอน​แบ่ง​เวร​ของ​บรร​ดา​ปุโร​หิตและเลวี ​ใน​การ​ปรน​นิ​บัติในพระนิเวศของพระเจ้า ตามที่ดาวิดได้สั่งไว้

พระ​ราช​กิจ​ทั้ง​หมด​ของ​ซา​โล​มอน​ก็​สำเร็จลุ​ล่วง​ ตั้ง​แต่​วัน​ที่​วาง​ราก​ฐาน​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า จน​ถึง​วัน​ที่​งาน​เสร็จครบ​ถ้วน

แล้ว​ซา​โล​มอน​ได้ร่วมมือกับ​ฮีราม ส่งเรือไป​เมือง​โอ​ฟีร์ และ​นำ​เอา​ทอง​คำ​หนัก​ประมาณ 15,000 กิโล​กรัม​จาก​ที่​นั่น​มา​ยังให้แก่ซา​โล​มอน

1. เมื่อซาโลมอนยำเกรงพระเจ้า ด้วยการสร้างพระวิหารแด่พระองค์
พระเจ้าทรงอวยพระพรแก่เขา ให้ประสบความสำเร็จมากมาย สร้างเมืองขึ้นอีกหลายเมือง
และพระพรนั้นก็ไหลล้นไปสู่ประชาชนที่เขาปกครองด้วย

จากนั้นเขายิ่งยำเกรงพระเจ้า ด้วยการสร้างวังเพื่อย้ายมเหสีต่างชาติออกจาก เมืองที่หีบพันธสัญญาตั้งอยู่
รวมทั้งซาโลมอนได้​ถวาย​เครื่อง​บูชาแด่พระเจ้า ​ตาม​บัญ​ญัติ​ของ​โม​เสสสั่งไว้
พระเจ้าจึงทรงอวยพระพรเขามากยิ่งขึ้นอีก
ในการค้าขายได้ทองคำกลับมามากมาย

เมื่อเรายำเกรงพระเจ้า แล้วเราพบกับพระพรของพระเจ้า
ท่าทีที่เราควรมีก็คือ
ควรยิ่งยำเกรงพระเจ้ามากยิ่งขึ้นอีก

2. ซาโลมอนได้รับสติปัญญาจากพระเจ้า ทำให้เขาฉลาดกว่าดาวิดพ่อของเขา
ขณะเดียวกันซาโลมอนก็ฉลาดมากพอที่จะเชื่อฟังคำสั่งของดาวิดเกี่ยวกับเรื่อง ​การแบ่ง​เวร​ของ​​ปุโร​หิตและเลวี ​ใน​การ​ปรน​นิ​บัติพระเจ้า

คนที่มีปัญญาที่แท้จริง จะยอมรับฟังคำแนะนำจากผู้อื่น

คำคม

“ ยิ่งเราได้รับพระพรจากพระเจ้า เราก็ยิ่งสมควรยำเกรงพระองค์มากขึ้นอีก ”

สรุป 2พงศาวดาร 7

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้ไฟตกลงมาจากสวรรค์เผาเครื่องบูชาที่ซาโลมอนถวาย หน้าพระวิหาร แล้วพระเจ้าทรงปรากฏแก่ซาโลมอน ทรงเตือนไม่ให้เขาละทิ้งพระองค์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 7 หลังจากที่ซาโลมอนอธิษฐานถวายพระวิหารแด่พระเจ้า เพื่อให้เป็นสถานที่นัดพบกับพระเจ้า ของคนอิสราเอลและคนต่างชาติ ที่แสวงหาพระองค์แล้ว

ไฟ​ก็ลง​มา​จาก​ฟ้า​สวรรค์​ ไหม้​เครื่อง​บูชา และ​พระ​สิริ​ของ​พระเจ้า​ก็​เต็ม​พระ​นิเวศ
​คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด ​ก็​กราบ​ซบ​หน้า​ติดพื้น​ และ​สรร​เสริญ​พระ​เจ้า​

แล้ว​ซาโลมอน​และ​ประ​ชา​ชน​ก็​ถวาย​เครื่อง​สัตว​บูชา​แด่พระเจ้า
เป็น​วัว 22,000 ตัว และ​แกะ 120,000 ตัว
แล้ว​ซา​โล​มอน​และ​อิส​รา​เอล​ทั้ง​สิ้น ก็​ถือ​เทศ​กาล​เลี้ยง​อยู่​ 7 ​วัน​

เมื่อ​วัน​ที่ 23 ​ของ​เดือน​ที่7 ซาโลมอนก็​ให้​ประ​ชา​ชน​กลับ​บ้าน​ของ​ตน ด้วย​ใจ​ชื่น​บาน​และ​ยินดี
ซา​โล​มอน​ทรง​สร้าง​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้าและ​พระ​ราช​วัง ​สำ​เร็จ

พระเจ้าทรง​ปรา​กฏ​แก่​ซา​โล​มอน​ใน​เวลา​กลาง​คืน ​ตรัสว่า
พระองค์ทรง​ได้​ยิน​คำ​อธิษ​ฐาน​ของซาโลมอนแล้ว
ดังนั้น ถ้า​พระเจ้าทรงให้ภัยพิบัติเกิดขึ้นท่าม​กลางคนอิสราเอล
แล้วพวกเขา
– ​ถ่อม​ตัว​ลง
– อธิษ​ฐาน​และ​แสวง​หาพระเจ้า
– ​หัน​เสีย​จาก​ทาง​ชั่ว​ของ​พวก​เขา
แล้วพระเจ้า​ก็​จะ​ฟัง​ และ​จะ​ให้​อภัย​แก่​บาป​ของ​พวกเขา ​และ​จะ​รักษา​แผ่น​ดิน​ของพวก​เขา​ให้​หาย

ตั้งแต่นี้ไป พระเจ้าจะ​ฟัง​คำ​อธิษ​ฐาน​ซึ่ง​เขา​ทั้ง​หลาย​อธิษ​ฐาน ณ พระวิหาร​นี้

ส่วนซาโลมอน ถ้าซาโลมอนจะ​​ดำเนินตามและรักษา​กฎ​เกณฑ์ของพระเจ้า
พระเจ้าจะ​สถา​ปนา​บัล​ลังก์​ของ​ซาโลมอนไว้เป็นนิตย์

แต่​ถ้าซาโลมอนและคนอิสราเอล ​ละ​ทิ้ง​กฎ​เกณฑ์​ของพระเจ้า และ​ไป​ปรน​นิ​บัติ​พระ​อื่นๆ
พระเจ้า​จะ​ถอน​เขา​ทั้ง​หลาย​จาก​แผ่น​ดิน​ของ​พระเจ้า
​และ​พระเจ้า​จะ​เหวี่ยง​นิเวศ​ทิ้ง ให้เป็นที่เย้ยหยันของประชาชาติ

1. เมื่อซาโลมอนอธิษฐานถวายพระวิหารแด่พระเจ้า ถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้า
พระเจ้าทรงสดับฟังคำอธิษฐาน และให้ไฟจากสวรรค์ตกลงมาเผาเครื่องบูชา

เมื่อเราทำสิ่งใดถวายแด่พระเจ้าอย่างจริงใจ
พระองค์ก็พร้อมที่จะรับสิ่งที่เราถวายนั้นและจะตอบสนองต่อสิ่งที่เรากระทำถวายแด่พระองค์

2. เมื่อมีภัยพิบัติเกิดขึ้นเพราะบาปของคนอิสราเอล
แล้วพวกเขา
– ​ถ่อม​ตัว​ลง
– อธิษ​ฐาน​และ​แสวง​หาพระเจ้า
– ​หัน​เสีย​จาก​ทาง​ชั่ว​ของ​พวก​เขา
แล้วพระเจ้า​ก็​จะ​ให้​อภัย​แก่​บาป​ของ​พวกเขา ​และช่วยกู้พวก​เขา​

หากเราถ่อมตัวลงยอมจำนนต่อพระเจ้าในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
แล้วอธิษฐานแสวงหาพระเจ้าก่อน หาทางแก้ไขปัญหานั้น
และกลับใจจากสิ่งที่พระเจ้าเตือนให้เรากลับใจ
แล้วเราจะพบพระเมตตาของพระเจ้ามีมากเพียงพอสำหรับเรา
พระองค์จะทรงช่วยกู้เราออกจากสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้

3. พระเจ้าทรงบอกกับซาโลมอนว่า พระองค์ทรงเห็นคุณค่าในสิ่งที่ซาโลมอนและคนอิสราเอลทำถวายแด่พระองค์
และพระองค์จะทรงอวยพระพรพวกเขา
ขณะเดียวกัน พระองค์ทรงเตือนว่า
หากพวกเขาละทิ้งกฏเกณฑ์ของพระองค์ วิหารอันล้ำค่านี้ ก็จะไร้ค่าสายในพระเนตรของพระเจ้า
เพราะสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัยไม่ใช่ความงดงามของพระวิหาร
แต่เป็นความจริงใจที่พวกเขา ตั้งใจสร้างพระวิหารนี้ถวายแด่พระองค์

ทุกสิ่งที่เราทำถวายแด่พระเจ้า ด้วยความยำเกรงพระเจ้าอย่างจริงใจ มีค่ายิ่งในสายพระเนตรของพระเจ้า ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเล็กน้อยสักเพียงใดก็ตาม
แต่ทุกสิ่งที่เราทำ แม้จะดูเหมือนทำถวายพระเจ้า แต่เราไม่ยำเกรงพระองค์ ไม่ให้เกียรติพระองค์ ไม่ยอมเชื่อฟังพระองค์ สิ่งเหล่านั้นไร้ค่าในสายพระเนตรของพระเจ้า ไม่ว่าสิ่งนั้นจะใหญ่โตสักเพียงใดก็ตาม

คำคม

“ ถ่อมตัวลง แสวงหาพระเจ้า กลับใจจากบาป แล้วทุกสถานการณ์ก็เปลี่ยนเป็นดีได้ ”

สรุป 2พงศาวดาร 6

ภาพรวม

  • ซาโลมอนอธิษฐานถวายพระวิหารแด่พระเจ้า เพื่อให้เป็นสถานที่นัดพบกับพระเจ้า ของคนอิสราเอลและคนต่างชาติ ที่แสวงหาพระองค์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 6 เมื่อซาโลมอนนำหีบพันธสัญญาเข้าไปในพระวิหาร แล้วพระสิริของพระเจ้าก็ปกคลุมเต็มพระวิหาร

แล้ว​ซา​โล​มอน​ก็กล่าวแก่​คนอิส​รา​เอล​ ​ที่​​ยืนชุมนุม​อยู่ที่นั่น ​ว่า

พระเจ้าได้​เลือก​เย​รู​ซา​เล็ม ให้เป็นนครที่พระเจ้าทรงสถิต
และ​เลือก​ดาวิด​ให้​อยู่​เหนือคน​อิส​รา​เอล​ประ​ชา​กร​ของ​พระเจ้า
และเลือกซาโลมอนให้เป็นผู้​สร้าง​นิเวศของพระเจ้า

แล้ว​ซา​โล​มอน​ทรง​ยืน​อยู่​หน้า​แท่น​บูชา​ ต่อ​หน้าคนอิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด
ทรง​คุก​เข่า​ลง​ และกาง​พระ​หัตถ์​​ออก
แล้ว​​ทูล​พระเจ้าว่า

​ขอ​พระเจ้าทรง​รักษา​สิ่ง​ที่​ทรง​สัญญา​ไว้​กับ​​ดาวิด​ ที่ว่า
ถ้า​เพียง​แต่​ลูก​หลาน​ของ​ดาวิด จะ​รักษา​บัญ​ญัติ​ของพระเจ้า จะ​ไม่​ขาด​ชาย​ที่​จะ​นั่ง​บน​บัล​ลังก์​ของ​อิส​รา​เอล​

แต่​แท้​จริง ​ฟ้า​สวรรค์​อัน​สูง​สุด​ยัง​รอง​รับ​พระ​องค์​ไว้​ไม่​ได้
แล้ว​พระ​นิเวศ​นี้​ จะ​รอง​รับ​พระ​องค์​ได้​อย่าง​ไร

แต่​ขอ​พระ​องค์​สน​พระ​ทัย​ใน​คำ​อธิษ​ฐาน​ของ​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์
ขอพระ​เนตร​ของ​พระ​องค์​จะ​ทรง​เฝ้า​ดู​พระ​นิเวศ​นี้ ทั้ง​วัน​และ​คืน
เพื่อ​พระ​องค์​จะ​ทรง​สดับ​คำ​อธิษ​ฐาน ซึ่ง​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์​จะ​อธิษ​ฐาน​ต่อ​สถาน​ที่​นี้

– เมื่อ​อิส​รา​เอล ​อธิษ​ฐาน​ต่อ​สถาน​ที่​นี้ ขอ​พระ​องค์​เอง​ทรง​สดับ​ และ​ขอ​ทรง​อภัย
– เมื่อใคร​มา​สา​บาน​ต่อ​หน้า​แท่น​บูชาใน​พระ​นิเวศ​นี้ ​ขอ​ทรง​ดำ​เนิน​การ และ​​ทรง​พิ​พาก​ษา ตามความเป็นธรรม
– เมื่อ​มี​ภัยแล้ง การ​กัน​ดาร​อา​หาร ​โรค​ระบาด หรือภัยธรรมชาติต่างๆ หรือ ​ศัตรู​มาโจมตี แล้ว​คนใด หรือคน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ ​อธิษ​ฐานต่อพระ​นิเวศ​นี้ และ​หัน​กลับ​จาก​บาป​ ขอ​ทรง​สดับ​ และ​ขอ​ทรง​อภัย แล้ว​ประ​ทาน​แก่​แต่ละ​คน ตาม​การ​ประ​พฤติ​ทั้ง​สิ้น​ของ​เขา
– เมื่อคน​ต่าง​ด้าว ​มา​อธิษ​ฐาน​ต่อ​พระ​นิเวศ​นี้ ขอ​พระ​องค์​ทรง​สดับ​ และ​​ทรง​ทำ​ตาม​ทุก​สิ่ง​ซึ่ง​คน​ต่าง​ด้าว​ได้​ทูล​ขอ​
– เมื่อคนอิสราเอล ออก​ไป​ต่อ​สู้​กับ​ศัตรู​ของ​เขา และ​พวกเขา​อธิษ​ฐาน​ ​ตรง​ต่อ​พระ​นิเวศ​นี้ ​ขอ​ทรง​สดับ​ และ​ขอ​ประ​ทาน​ความ​ยุติ​ธรรม​แก่​พวก​เขา
– เมื่อคนอิสราเอล​ทำ​บาป​ต่อ​พระ​องค์ จนพวกเขาพ่ายแพ้ศัตรู พวกเขาถูก​ศัตรู​จับ​เขา​ไป​เป็น​เชลย​ ​ถ้า​เขา​สำนึก​ผิด​ ​และ​ได้​กลับ​ใจ แล้วกลับ​มา​หา​พระ​องค์​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​ของพวก​เขา และ​อธิษ​ฐาน​ต่อ​พระ​องค์​ตรง​ต่อ​พระ​นิเวศ​นี้ ขอ​​ทรง​สดับ​คำ​อธิษ​ฐาน ​และ​​ประ​ทาน​ความ​ยุติ​ธรรม​แก่​พวก​เขา และ​ทรง​อภัย​แก่พวกเขา

ข้า​แต่​พระ​เจ้า ขอ​พระ​เนตร​​และ​พระ​กรรณ​ของ​พระ​องค์ ​ทรง​เฝ้า​ดู​อยู่​เหนือ​สถาน​ที่​นี้

1. ด้วยสติปัญญาอันชาญฉลาดของซาโลมอน เขารู้ดีว่า พระวิหารที่เขาสร้างขึ้นนั้น ไม่เพียงพอที่จะรองรับพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุดได้
ถึงกระนั้นเขาก็ยังขอต่อพระเจ้าว่า ขอให้สถานที่นี้ เป็นที่นัดพบกับพระเจ้าแทนก็ยังดี
เมื่อคนใด อธิษฐานต่อพระเจ้า ตรงมายังสถานที่นี้ ขอพระเจ้าทรงโปรดสดับฟัง

แม้สิ่งที่เราทำแด่พระเจ้านั้นจะเล็กน้อยเหลือเกิน เมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของพระองค์
แต่สิ่งที่ทำนั้นสามารถเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงความจงรักภักดีที่มีต่อพระเจ้าได้เสมอ เมื่อเราทำอย่างสุดกำลัง หมดหัวใจ

2. ซาโลมอนขอต่อพระเจ้าว่า หากมีใครอธิษฐานต่อพระเจ้า ตรงมายังพระวิหารนี้ขอพระเจ้าทรงสดับฟัง
ซึ่งในบทต่อมา พระเจ้าทรงตอบรับคำขอนั้น

ดังนั้นคนอิสราเอล แม้ถูกจับไปยังแดนไกล เมื่อพวกเขาจะอธิษฐานก็จะหันหน้ามาทางเยรูซาเล็ม ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระวิหาร เหมือนอย่างที่ดาเนียลได้ทำ

วันนี้ เราเป็นพระวิหารของพระเจ้า
1คร. 3:16″ ท่าน​ทั้ง​หลาย​รู้​แล้ว​ไม่​ใช่​หรือ​ว่า​พวก​ท่าน​เป็น​วิ​หาร​ของ​พระ​เจ้า และ​พระ​วิญ​ญาณ​ของ​พระ​เจ้า​สถิต​อยู่​ใน​พวก​ท่าน? “
จิตวิญญาณของเรานั้น เป็นที่นัดพบกับพระเจ้า
ทุกครั้งที่เราให้จิตวิญญาณของเรา ร้องทูลต่อพระเจ้าอย่างจริงใจ พระองค์จะสดับฟัง
เมื่อเราทำผิด พระองค์จะทรงอภัย
เมื่อเราเผชิญโพยภัย พระองค์จะทรงช่วยกู้
เมื่อเราต้องพบกับความยากลำบากในสถานการณ์ของชีวิต พระองค์จะทรงนำเราให้ผ่านพ้นไปอย่างมีชัยชนะ
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ เมื่อเราร้องทูลต่อพระองค์อย่างจริงใจ ด้วยจิตวิญญาณของเรา

ยน. 4:23 “แต่​วาระ​นั้น​ใกล้​เข้า​มา​แล้ว และ​บัด​นี้​ก็​ถึง​แล้ว คือ​เมื่อ​คน​ที่​นมัส​การ​อย่าง​แท้​จริง​จะ​นมัส​การ​พระ​บิดา​ด้วย​จิต​วิญ​ญาณ​และ​ความ​จริง เพราะ​ว่า​พระ​บิดา​ทรง​แสวง​หา​คน​เช่น​นั้น​มา​นมัส​การ​พระ​องค์”

คำคม

“ จิตวิญญาณของเรา เป็นที่นัดพบกับพระเจ้า ที่นั่นพระองค์เฝ้ารอให้เรามาเข้าเฝ้าพระองค์อยู่เสมอ ”

สรุป 2พงศาวดาร 5

ภาพรวม

  • ซาโลมอนนำหีบพันธสัญญาเข้าไปในพระวิหาร แล้วพระสิริของพระเจ้าก็ปกคลุมเต็มพระวิหาร

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 5 หลังจากที่ซาโลมอนทรงสร้างสิ่งของและเครื่องใช้ต่างๆสำหรับพระวิหารของพระเจ้า โดยมีฮูรามเป็นผู้ควบคุมการสร้างสิ่งเหล่านั้นแล้ว

ซา​โล​มอน​ก็​นำ​บรร​ดา​สิ่ง​ของ​เครื่อง​ใช้ ที่​ดาวิด​ถวาย​ไว้เข้า​มา​เก็บ​ไว้​ใน​คลัง​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า

แล้ว​ซา​โล​มอน​เรียกบรร​ดาผู้นำของอิส​รา​เอล​ เพื่อ​จะ​นำ​หีบ​พันธ​สัญ​ญา​ของ​พระเจ้า มา​จาก​นคร​ดาวิด​คือ​เมือง​ศิโยน
​ซา​โล​มอน​กับ​ประชาชน ได้​ถวาย​แกะ​และ​วัว​มาก​มาย​จน​ไม่​สา​มารถ​นับ​​ได้
แล้ว​พวก​ปุโร​หิต​ก็​นำ​หีบ​พันธ​สัญ​ญา เข้าไป​ใน​ห้อง​ชั้น​ใน​ของ​พระ​นิเวศ คือ​ ห้องอภิ​สุทธิ​สถาน
ภาย​ใน​หีบ​ มีเพียง​ศิลา​ 2 ​แผ่น​ซึ่ง​โม​เสส​เก็บ​ไว้ ณ ภูเขา​โฮ​เรบ

​เมื่อ​บรร​ดา​ปุโร​หิต​ออก​มา​จาก​วิ​สุทธิ​สถาน
และ​พวก​เลวี​ที่​เป็น​นัก​ร้อง​ทั้ง​หมด และ​พวก​ปุโร​หิต​ 120 ​คน
ได้ร่วมกัน​ร้อง​สรร​เสริญ​และ​ขอบ​พระ​คุณ​พระเจ้า

แล้ว​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้าก็​เต็ม​ไป​ด้วย​เมฆ
จน​ปุโร​หิต​ยืน​ปรน​นิ​บัติ​ไม่​ได้ เพราะ​พระ​สิริ​ของ​พระเจ้า​เต็ม​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า

1. พระ​สิริ​ของ​พระเจ้า​เต็ม​พระ​วิหาร เมื่อ
– หีบพันธสัญญาเข้าไปในพระวิหาร
– ปุโรหิตออกจากพระวิหาร
– พวกเลวีและพวกปุโรหิตร้อง​สรร​เสริญ​และ​ขอบ​พระ​คุณ​พระเจ้า

ถ้ามองภาพรวมกว้างๆจะเห็นว่า การทรงสถิตของพระเจ้าเกิดขึ้น
เมื่อประชากรของพระเจ้า เชื่อฟังพระเจ้าและแสวงหาพระองค์อย่างจริงใจ

วันนี้ เมื่อเราดำเนินชีวิตเชื่อฟังพระองค์และแสวงหาพระเจ้าอย่างจริงใจ
บรรยากาศแห่งการทรงสถิตของพระเจ้า จะปรากฏชัดในวิถีชีวิตของเรา

2. ก่อนหน้าที่พระวิหารจะถูกปกคลุมด้วยพระสิริของพระเจ้า
คนงานก็เดินเข้าออกกันขวักไขว้
ปุโรหิตก็ทำหน้าที่ในพระวิหารตามปกติ

แต่เมื่อพระสิริปกคลุมสิ่งก่อสร้างนั้นแล้ว
ทุกอย่างที่เกี่ยวกับสิ่งก่อสร้างนั้นก็เปลี่ยนไป เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และบริสุทธิ์

ชีวิตของเราก็เช่นกัน เมื่อเรามีพระเจ้าทรงสถิตกับเราแล้ว โดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์
บรรยากาศในฝ่ายวิญญาณในชีวิตของเราก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
เราปรารถนาที่จะรู้จักพระเจ้ามากขึ้น อยากทำสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัยอยู่เสมอ
สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งยืนยันการทรงสถิตของพระเจ้าในชีวิตของเรา

วันนี้เราผู้มีพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย
สมควรให้พระองค์ครอบครองชีวิตของเรา เปลี่ยนแปลงจิตวิญญาณและชีวิตของเรา
ให้สมกับการที่มีพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย
คือ เป็นวิหารที่บริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ จำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้า

คำคม

“ ผู้ที่พระเจ้าทรงสถิต เป็นผู้บริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ เขาจึงสมควรดำเนินชีวิตในความบริสุทธิ์ ”

สรุป 2พงศาวดาร 4

ภาพรวม

  • ซาโลมอนทรงสร้างสิ่งของและเครื่องใช้ต่างๆสำหรับพระวิหารของพระเจ้า โดยมีฮูรามเป็นผู้ควบคุมการสร้างสิ่งเหล่านั้น

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 4 เมื่อซาโลมอนเริ่มสร้างพระนิเวศของพระเจ้า แล้วบุด้านในด้วยทองคำ และสร้างเครูบขนาดใหญ่ในห้องอภิสุทธิสถาน

แล้วพระ​องค์​ทรง​สร้าง​แท่น​บูชา​ด้วย​ทอง​สัม​ฤทธิ์
ยาว 9 เมตร และ​กว้าง 9 เมตร สูง 4.5 เมตร

แล้ว​พระ​องค์​ทรง​หล่อ​อ่าง​สาคร เส้นผ่าศูนย์กลาง 4.5 เมตร สูง 2.25 เมตร
อ่าง​สาคร​นี้​ตั้ง​อยู่​บน​รูปวัว 12 ตัว
อ่าง​นี้​บรร​จุ​ได้​ 60,000 ลิตร

ทรง​สร้าง​คัน​ประ​ทีป​ทอง​คำ 10 ​คัน​ ​ตั้ง​ไว้​ใน​พระ​วิหาร
​ทรง​สร้าง​โต๊ะ 10​ ตัว​ด้วย
​ทรง​สร้าง​ลาน​ของ​ปุโร​หิต ลาน​ใหญ่​และ​ประตู​ลาน และ​ทรง​บุ​ประตู​เหล่า​นั้น​ด้วย​ทอง​สัม​ฤทธิ์

​นอกจาก ฮูราม จะ​ช่วยซาโลมอนสร้างสิ่งเหล่านี้แล้ว
ฮูรามก็ได้​ทำ​เครื่อง​ใช้​ต่างๆ​จาก​ทอง​สัม​ฤทธิ์ สำ​หรับ​พระ​นิเวศ​ของพระเจ้า อีกด้วย
และประตู​ชั้น​ใน​ของ​อภิ​สุทธิ​สถาน ​และ​ประตู​พระ​นิเวศ​ ก็​ล้วนทำ​ด้วย​ทอง​คำ

1. สิ่งที่ซาโลมอนสร้างสำหรับพระวิหารนั้น ใหญ่โตและมีจำนวนมากกว่า สิ่งที่พระเจ้าทรงสั่งให้โมเสสสร้าง
เช่น แท่นบูชาสร้างใหญ่กว่าเดิมเกือบ 4 เท่า (อพย. 27:1) , อ่าง​​ทอง​สัม​ฤทธิ์ ก็ใหญ่กว่าเดิมมาก (อพย. 30:18) , คันประทีปทองคำ ก็เพิ่มจาก 1 อัน เป็น 10 อัน , โต๊ะขนมปัง ก็เช่นกัน

สิ่งที่ซาโลมอนทำนี้ ทำเกินกว่าที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้
ในเรื่องนี้ พระเจ้าไม่ได้ตำหนิเขา
ขณะเดียวกัน ก็ไม่ได้ชมเขาในเรื่องนี้เช่นกัน
เพราะเมื่อได้ทำตามที่พระเจ้าสั่ง นั่นก็ถือว่าเป็นการเชื่อฟังที่สมบูรณ์แล้ว
ครั้นจะทำอะไรไปมากกว่านั้น ก็ไม่ผิด แต่ก็ไม่ได้สำคัญอะไร

การเชื่อฟังพระเจ้าอย่างสมบูรณ์ เกิดขึ้นเมื่อเราทำตามคำสั่งอย่างครบถ้วน
ส่วนการกระทำนอกเหนือจากนั้น ไม่ได้ถือเป็นการเชื่อฟังหรือการไม่เชื่อฟัง

เมื่อพระเจ้าทรงเรียกให้เราทำอะไร เมื่อเราได้ทำอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ นั่นก็เพียงพอแล้ว

2. ดาวิดเป็นผู้ออกแบบการสร้างพระวิหารของพระเจ้า
ซาโลมอน เป็นผู้สั่งให้ฮูรามทำตามแบบที่ดาวิดบอก
ฮูรามเป็นคนให้ทำให้สิ่งที่ดาวิดออกแบบไว้ สำเร็จออกมาเป็นจริง

แต่เมื่อสร้างเสร็จแล้ว เขาเรียกพระวิหารนี้ว่า พระวิหารที่ซาโลมอนสร้าง

ไม่ว่าเราทำสิ่งใดแล้วคนเห็นว่าเราประสบความสำเร็จ
ความจริงแล้วมีบางคนที่อยู่ก่อนหน้าเรา เตรียมหนทางบางอย่างไว้
และมีใครบางคนที่เกี่ยวข้องกับเรา ช่วยทำให้สิ่งนั้นสำเร็จ
แต่ที่เราได้รับคำชื่นชมนั้น เป็นเพราะพระเจ้าทรงเมตตาประทานเกียรตินั้นให้แก่เราเท่านั้นเอง
เราไม่ได้เก่งกาจอย่างที่คนทั้งหลายเข้าใจกัน

คำคม

“ พระเจ้าจะประทานเกียรติให้แก่ใคร พระองค์ก็ประทานแก่ผู้นั้น ”

สรุป 2พงศาวดาร 3

ภาพรวม

  • ซาโลมอนเริ่มสร้างพระนิเวศของพระเจ้า แล้วบุด้านในด้วยทองคำ และสร้างเครูบขนาดใหญ่ในห้องอภิสุทธิสถาน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 3 เมื่อซาโลมอนได้ขอความช่วยเหลือจากกษัตริย์ฮีราม ด้านบุคคลากรและวัสดุอุปกรณ์ ในการสร้างพระนิเวศของพระเจ้า ซึ่งฮีรามก็ยินดีช่วยเหลืออย่างเต็มที่

แล้ว​ ในวัน​ที่​ 2 เดือน​ที่ ​2 ​ของ​ปี​ที่ 4 แห่ง​รัช​กาล​ของ​ซา​โล​มอน​
ซาโลมอนก็​เริ่ม​สร้าง​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า ที่​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม​ บน​ภูเขา​โม​ริ​ยาห์ ณ ​ลาน​นวด​ข้าว​ของ​โอร​นัน​คน​เย​บุส

พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า ​ยาว 27 เมตร ​กว้าง 9 เมตร และ​สูง 54 เมตร พระ​องค์​ทรง​บุ​ด้าน​ใน​ด้วย​ทอง​คำ​บริ​สุทธิ์
​ซาโลมอน ทรง​บุ​ห้อง ด้วย​ไม้​สน​สาม​ใบ ​บุ​ทับ​ด้วย​ทอง​คำ​เนื้อ​ดี

และ​พระ​องค์​ทรง​สร้าง​อภิ​สุทธิ​สถาน มี​ความ​ยาว​เท่า​ความ​กว้าง​ของ​พระ​นิเวศ คือ 9 เมตร และ​ความ​กว้าง​เท่า​กับ 9 เมตร พระ​องค์​ทรง​บุ​ด้วย​ทอง​คำ​เนื้อ​ดี​หนัก​ประ​มาณ 20 ตัน

ใน​อภิ​สุทธิ​สถาน​นั้น ซาโลมอน​ทรง​สร้าง​เครูบ​ไว้​สอง​รูป​ด้วย​ไม้​บุ​ทอง​คำ
ปีก​ของ​เครูบ​ทั้ง​สอง​นั้น​กาง​ออก​ยาว ​จรด​ผนัง​พระ​นิเวศ จากข้างหนึ่งไปถึง​อีก​ข้าง​หนึ่ง​
และ​​ทรง​ทำ​ม่าน​ด้วย​ด้าย​สี​ฟ้า สี​ม่วง สี​แดง​เข้ม และ​ด้วย​ผ้า​ป่าน แล้ว​ปัก​รูป​เครูบ​ไว้​บน​นั้น

หน้า​พระ​นิเวศ ​ทรง​สร้าง​เสา 2 ​ต้น
​ทรง​ขนาน​นาม​ ต้น​ข้าง​ขวา​นั้น​ว่า​ ยา​คีน และ​ต้น​ข้าง​ซ้าย​ว่า โบ​อาส

1. ซาโลมอนสร้างพระนิเวศของพระเจ้าอย่างอลังการ ด้วยทองคำมหาศาล
สิ่งเหล่านี้อาจจะดูมีค่ายิ่งในสายตาของมนุษย์
แต่ไม่ใช่ในสายพระเนตรของพระเจ้า

พระเจ้าทรงยอมให้สิ่งเหล่านี้ถูกทำลายทิ้งไป (ในเวลาต่อมา)
เพื่อให้ประชากรของพระเจ้ากลับใจใหม่ หันจากบาปกลับมาหาพระองค์

พระเจ้าพอพระทัยในพระนิเวศที่ซาโลมอนสร้าง
แต่ไม่ใช่เพราะความอลังการ งดงามตระการตาของทองคำในพระนิเวศ
แต่เพราะท่าทีของซาโลมอนและประชาชนอิสราเอลที่แสวงหาพระเจ้า และทำถวายแด่พระเจ้าอย่างสุดกำลัง

วันนี้ สิ่งที่เราทำเพื่อพระเจ้า เป็นสิ่งดี แต่ไม่มีความสำคัญเท่ากับท่าทีอันจริงใจที่เรามีต่อพระองค์

2. บนหีบพันธสัญญา พระเจ้าให้โมเสส สร้างเครูบ หันหน้าเข้าหากัน ปีกปกคลุมเหนือหีบพันธสัญญา(อพย. 25:18-20)
แต่ในพระนิเวศที่ซาโลมอนสร้างนั้น เขาสร้างรูปเครูบขนาดใหญ่ขึ้นมาอีก 2 อัน ปกคลุมเต็มห้องอภิสุทธิสถาน
และไม่ได้หันหน้าเข้าหากัน แต่หันหน้าออกไปยังห้องด้านนอก

เครูบเป็นสัญลักษณ์แห่งการทรงสถิตของพระเจ้า
ซาโลมอนคงปรารถนาให้ที่นั่นมีการทรงสถิตของพระเจ้า อย่างเต็มขนาด
ไม่เพียงที่หีบพันธสัญญาเท่านั้น แต่เต็มห้องอภิสุทธิสถานและล้นไปยังห้องวิสุทธิสถานที่อยู่ด้านนอกด้วย

อย่างไรก็ดีการทรงสถิตของพระเจ้า ไม่ขึ้นกับความยิ่งใหญ่ของสิ่งก่อสร้างเหล่านั้น
แต่ขึ้นอยู่กับจิตใจที่แสวงหาพระเจ้า เชื่อฟังพระองค์ ยำเกรงพระองค์
ที่ใดก็ตามที่มีจิตใจเช่นนั้น ย่อมมีการทรงสถิตของพระเจ้าที่นั่น

คำคม

“ ท่าทีในใจ ย่อมสำคัญกว่า การกระทำที่ยิ่งใหญ่ ”

สรุป 2พงศาวดาร 2

ภาพรวม

  • ซาโลมอนได้ขอความช่วยเหลือจากกษัตริย์ฮีราม ด้านบุคคลากรและวัสดุอุปกรณ์ ในการสร้างพระนิเวศของพระเจ้า ซึ่งฮีรามก็ยินดีช่วยเหลืออย่างเต็มที่

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 2 หลังจากที่ซาโลมอนทูลขอสติปัญญาจากพระเจ้า เพื่อดูแลประชากรของพระเจ้า พระเจ้าจึงอวยพระพรซาโลมอนอย่างมากมาย ทั้งในเรื่องสติปัญญา และด้านอื่นๆ แล้ว

ซา​โล​มอนก็​ตั้ง​พระ​ทัย​ที่​จะ​สร้าง​พระ​นิเวศ​ และ​สร้าง​ราช​วังของตนเอง
ซา​โล​มอน​จึงส่งสาร ​ไป​ยัง​ฮี​ราม ​กษัตริย์​เมือง​ไทระ ​ว่า
ขอส่ง​ไม้​สน​สีดาร์​มาให้ เหมือนที่เคยส่งมาให้ดาวิด
เพราะซาโลมอน​กำลัง​จะ​สร้าง​พระ​นิเวศของพระเจ้า
แต่เนื่องจากพระเจ้าทรงใหญ่ยิ่งสูงสุด
จึงไม่มีใคร​ที่​จะ​สร้าง​พระ​นิเวศ​สำ​หรับ​พระ​องค์ได้
คงทำได้เพียงเป็น​ที่​เผา​เครื่อง​หอม​ถวายแด่พระ​องค์​เท่า​นั้น

ดังนั้นขอฮีราม ​ส่ง​ช่างที่มีฝีมือ ชำนาญงาน ​คน​หนึ่ง​ มาให้แก่ซาโลมอน
เพื่อ​จะ​ทำ​งาน​กับ​บรร​ดา​ช่าง​ฝี​มือของซาโลมอน
และขอ​ส่ง​ไม้​สน​สีดาร์ ไม้​สน​สาม​ใบ และ​ไม้​ประ​ดู่ มาให้​ด้วย พร้อมกับข้าราชการของฮีราม

แล้วซาโลมอน​จะ​ให้​ข้าว​สาลี​นวด​แล้ว 2,000 ตัน ข้าว​บาร์​เลย์ 2,000 ตัน เหล้า​องุ่น 400,000 ลิตร และ​น้ำ​มัน 400,000 ลิตร​แก่​พวก​ข้า​ราช​การ​ของ​ฮีราม

แล้ว​ฮีราม ก็ตอบกลับมาว่า
สาธุ​การ​แด่​พระเจ้า พระ​องค์​ประ​ทาน​โอรส​ที่​ฉลาด​คน​หนึ่ง​แก่​ดาวิด ผู้​ซึ่ง​จะ​สร้าง​พระ​นิเวศ​ถวาย​พระเจ้า และ​จะ​สร้าง​พระ​ราช​วัง​เพื่อตน​เอง
และฮีรามยินดีส่ง​ช่าง​ฝี​มือ​คน​หนึ่ง ที่​กอปร​ด้วย​ความ​เข้า​ใจ มาให้ซาโลมอน เขาคือ​ ฮู​ราม​อับ​บี
ซึ่งแม่ของเขาเป็นคนเผ่า​ดาน พ่อ​ของ​เขา​เป็น​คน​ไทระ
และฮีรามยินดีที่จะส่งคนและสิ่งของตามที่ซาโลมอนขอมาให้

แล้ว​ซา​โล​มอนจึง​ทรง​ทำ​บัญชี​สำ​มะ​โน​ครัว​คน​ต่าง​ด้าว ​ใน​แผ่น​ดิน​อิส​รา​เอล
ซึ่งมี​จำ​นวน 153,600 คน
​ทรง​กำ​หนด​ให้
70,000 คน​ เป็น​แรง​งาน​ขน​ของ
80,000 คน​ เป็นสกัด​หิน
3,600 คน ​เป็น​ผู้​ควบ​คุมงาน

1. ซาโลมอนตั้งใจจะสร้างพระนิเวศของพระเจ้า
แต่ขณะเดียวกันซาโลมอนก็ฉลาดพอที่จะรู้ความจริง ว่า
เขาไม่มีทางสร้างพระนิเวศให้พระเจ้าได้
เพราะว่าพระองค์ทรงยิ่งใหญ่เกินกว่าจะมาอยู่ในสิ่งก่อสร้างเล็กๆที่มนุษย์สร้างขึ้น

ขณะเดียวกันซาโลมอนก็ไม่ยอมให้ความจริงนี้ ยับยั้งเขาไม่ให้สร้างพระนิเวศของพระเจ้า
แม้จะสร้างที่ประทับของพระเจ้าไม่ได้ อย่างน้อยก็ขอสร้างที่สำหรับถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้าก็ยังดี

วันนี้ อย่ายอมให้ความยาก หรือความเป็นไปไม่ได้ มาขัดขวางเรา
ไม่ให้เราทำบางสิ่งถวายแด่พระเจ้า
แม้เราจะไม่อาจบรรลุเป้าหมายอย่างที่ตั้งใจได้
แต่อย่างน้อยขอทำอย่างดีที่สุดถวายแด่พระเจ้าที่เรารัก

2. เพราะซาโลมอนตั้งใจสร้างนิเวศเพื่อพระเจ้า
พระองค์จึงทรงอวยพระพรเขา โดยให้ฮีราม ให้ความช่วยเหลือแก่เขาอย่างดีตามที่เขาร้องขอ

ปรากฏว่าเมื่อซาโลมอนตั้งใจทำอย่างดีที่สุดถวายแด่พระเจ้า
สิ่งที่ซาโลมอนได้รับคือ วัสดุอุปกรณ์ และช่างฝีมือ อย่างดีเลิศ ที่มีอย่างเพียงพอในการสร้างพระราชวังของตนเองด้วย

เมื่อเราตั้งใจทำเพื่อพระเจ้า เราเองมักจะได้รับพระพรจากความตั้งใจที่จริงใจนั้นด้วย

การสร้างพระราชวังของซาโลมอน กษัตริย์ฮีรามก็ทราบเรื่องนี้ และก็ยินดีสนับสนุน
และพระเจ้าเองก็ไม่ได้ทรงตำหนิซาโลมอนในเรื่องนี้เลย แต่กลับอวยพระพรให้สร้างได้สำเร็จอย่างงดงามอีกด้วย

3. แม่ของ ฮู​ราม​อับ​บี ยอดช่างฝีมือแห่งไทระ นางได้ทำผิดกฏเกณฑ์ของพระเจ้า
โดยไปแต่งงานกับคนต่างชาติ พ่อของฮู​ราม​อับ​บี
พระคัมภีร์ไม่ได้ระบุว่า สิ่งที่นางต้องพบเจอเป็นเช่นใดบ้าง

แต่ที่แน่ๆก็คือว่า ท่ามกลางความผิดพลาดของนาง
พระเจ้าสามารถทรงใช้เป็นพระพรได้
นางให้กำเนิดฮู​ราม​อับ​บี ผู้ซึ่งต่อมาเป็นบุคคลสำคัญในการสร้างพระนิเวศของพระเจ้า

และเพราะว่า ฮู​ราม​อับ​บี มีเชื้อสายครึ่งหนึ่งเป็นอิสราเอล ดังนั้นเมื่อเขามาช่วยสร้างพระนิเวศให้แก่คนอิสราเอล ตัวเขาเองย่อมทำอย่างเต็มที่และเต็มใจ
ขณะเดียวกันเขามีพ่อเป็นคนไทระ เขาย่อมได้รับการถวายทอดวิชาความรู้ด้านช่างฝึมือจากไทระมาตั้งแต่เป็นเด็ก จนเชี่ยวชาญชำนาญ

ความผิดพลาดของเราในวันนี้ หากเรานำมาหาพระเจ้า
พระองค์ทรงฤทธิ์สามารถเปลี่ยนความผิดพลาดนั้นให้กลายเป็นพระพรอันยิ่งใหญ่ได้

คำคม

“ การทำอย่างดีที่สุดแด่พระเจ้า จะนำพระพรมาสู่ตนเอง ”

สรุป 2พงศาวดาร 1

ภาพรวม

  • พระธรรม 2 พงศาวดาร เป็นเรื่องราวของกษัตริย์ที่ปกครองอิสราเอลตั้งแต่สมัยของซาโลมอน จนถึงเวลาที่กรุงเยรูซาเล็มแตก ในปี 586 ก่อนคริสตศักราช
  • บทที่ 1 ซาโลมอนทูลขอสติปัญญาจากพระเจ้า เพื่อดูแลประชากรของพระเจ้า พระเจ้าจึงอวยพระพรซาโลมอนอย่างมากมาย ทั้งในเรื่องสติปัญญา และด้านอื่นๆ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 1 ซา​โล​มอน ​โอรส​ของ​ดาวิด​ได้ขึ้นครองราชย์แทนดาวิด
และ​พระเจ้าทรง​สถิต​กับ​ซาโลมอน และ​ทรง​ทำ​ให้​ซาโลมอน​ยิ่ง​ใหญ่​มาก

ซา​โล​มอน​กับ​ชุม​นุม​ชน​​ที่​อยู่​กับ​พระ​องค์​ขึ้น​ไป แสวง​หา​พระ​เจ้า ​ที่​ปูช​นีย​สถาน​สูง ที่​กิเบ​โอน​ เพราะเต็นท์​นัด​พบ​ของ​พระ​เจ้า ซึ่ง​โม​เสสสร้าง​ขึ้น​ตั้งอยู่ที่นั่น
แต่​ดาวิด​ทรง​นำ​หีบ​ของ​พระ​เจ้ามาไว้ใน​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม ก่อนหน้านั้นแล้ว

แล้วซา​โล​มอนได้​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ 1,000 ตัวที่นั่น

ใน​คืน​นั้น พระ​เจ้า​ทรง​ปรา​กฏ​แก่​ซา​โล​มอน
แล้วถามว่า ซาโลมอนอยากได้สิ่งใด

ซา​โล​มอนตอบ​ว่า
ขอ​ประ​ทาน​สติ​ปัญ​ญา​และ​ความ​รู้​แก่​เขา เพื่อเขา​จะ​ปก​ครองประชากรของพระเจ้า​ได้

พระ​เจ้า​ตรัส​ตอบ​ซา​โล​มอน​ว่า
พระองค์​จะ​ให้​สติ​ปัญ​ญา​และ​ความ​รู้​แก่ซาโลมอน และ​จะ​ให้​ทรัพย์​สม​บัติ ความ​มั่ง​คั่ง และ​เกียรติ​แก่​เขา​ด้วย​ อย่าง​ที่​ไม่​มี​กษัตริย์​องค์​ใด จะ​มี​เหมือน

ซา​โล​มอน​จึงกลับ​มา​ที่กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม

ซา​โล​มอน​ทรง​สะสม​รถ​รบ และ​ทหาร​ม้า ไว้มากมาย
ทรง​ทำ​ให้​เงิน​และ​ทอง​คำ​ใน​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม​มี​มาก​ราว​กับ​ก้อน​หิน
รวมทั้ง​ไม้​สน​สีดาร์​มี​มาก​ราว​กับ​ไม้​มะ​เดื่อ​

1. สิ่งที่ทำให้ซาโลมอนยิ่งใหญ่ก็คือ พระเจ้าทรงสถิตกับซาโลมอน

วันนี้ การประสบความสำเร็จของเรา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเก่งกาจของเรา
แต่ขึ้นอยู่กับการทรงสถิตและการอวยพระพรของพระเจ้า เหนือสิ่งที่เราทำนั้น


2. สิ่งที่ซาโลมอนอยากได้จากพระเจ้า คือ ความสามารถที่จะทำในสิ่งที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้เขาทำ
ขอสติปัญญาในการปกครองประชากรของพระเจ้า
พระเจ้าทรงพอพระทัย และประทานให้ตามที่ขอ และประทานเพิ่มเติมในสิ่งที่ไม่ได้ขออีกด้วย

เมื่อเราปรารถนาจะทำเพื่อพระเจ้า พระเจ้าจะทรงอวยพระพรในสิ่งที่เราทำนั้นอย่างมากมายเหลือล้น

คำคม

“ ทำเพื่อพระเจ้า ไม่เคยขาดทุน ”

สรุป 1พงศาวดาร 29

ภาพรวม

  • ดาวิด ขอให้คนอิสราเอลร่วมมือกับซาโลมอนในการสร้างพระวิหารของพระเจ้า คนอิสราเอลก็ยินดีร่วมมืออย่างเต็มใจ พวกเขาจึงถวายของมากมายแด่พระเจ้า และตั้งซาโลมอนเป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอล แล้วจากนั้นดาวิดก็สิ้นพระชนม์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 29 เมื่อดาวิดเรียกประชุมบรรดาผู้นำในอิสราเอล สั่งให้พวกเขาสนับสนุนซาโลมอนในการสร้างพระวิหาร และดาวิดกำชับซาโลมอนให้ติดตามพระเจ้าอย่างสัตย์ซื่อและลงมือสร้างพระวิหารของพระเจ้าแล้ว

​ดาวิด​ก็​ตรัส​กับ​ชุม​นุม​อิสราเอล​ทั้ง​สิ้น​ว่า
พระ​เจ้า​ทรง​เลือก​ซา​โล​มอน​​ไว้​ แต่เขายัง​เป็น​คน​หนุ่ม​และ​ไม่​มี​ประ​สบ​การณ์
และสิ่งที่เขาต้องทำนั้นก็เป็นการ​งานใหญ่​โต
เพราะ​ว่า​พระ​วิหาร​นั้น​ไม่​ใช่​สำ​หรับ​คน แต่​สำ​หรับพระเจ้า

ดังนั้นดาวิด​จึง​จัด​เตรียม​สิ่งที่จำเป็นไว้ อย่างเต็ม​ความ​สา​มารถ​ของ​ดาวิด ​คือ
ทอง​คำ เงิน ทอง​สัม​ฤทธิ์​ เหล็ก ไม้​ แก้ว​โก​เมน พลวง หิน​ลาย เพชร​พลอย​ทุก​ชนิด​และ​หิน​อ่อน

และดาวิดเองก็ได้ถวายทอง​คำ 100 ตัน ​และ​เงิน 240 ตัน ซึ่ง​เป็น​สม​บัติ​ของดาวิด​เอง แก่พระนิเวศด้วย เพราะ​ความ​รัก​ของ​ดาวิด​ที่​มี​ต่อ​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า​
ด้วยเหตุนี้ คนอิสราเอลทั้งหลาย ใคร​บ้าง​ที่​เต็ม​ใจ​จะ​ถวาย​ตัว​แด่​พระเจ้า ในวันนี้?

แล้ว​ผู้นำ​และ​ข้า​ราชการของดาวิด​ก็​ถวาย​ด้วย​ความ​เต็ม​ใจ แด่​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า
เป็น​ทอง​คำ 170 ตันกว่าๆ เงิน 340 ตัน ทอง​สัม​ฤทธิ์ 620 ตัน และ​เหล็ก 3,400 ตัน
และ​เพชร​พลอย​ต่างๆ

แล้ว​ประ​ชา​ชน​ก็​เปรม​ปรีดิ์ เมื่อพวกเขาเห็นบรรดาผู้นำ​ถวาย​สิ่ง​เหล่า​นี้​ ​ด้วย​ความ​เต็ม​ใจ​แด่​พระเจ้า
ดาวิด​ก็​ทรง​เปรม​ปรีดิ์​เป็น​อย่าง​ยิ่ง​ด้วย

ดาวิด​จึง​สรร​เสริญ​พระเจ้า ​ว่า
พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่สูงสุด แต่​ดาวิดและ​​ชน​ชาติอิสราเอลเป็น​ใครเล่า
จึงมีสิทธิถวายแด่พระองค์ด้วยเต็มใจได้?
เพราะ​ว่า​สิ่ง​ของ​ทุก​อย่าง​มา​จาก​พระ​องค์
และพวกเขา​เป็น​คน​อาศัย​อยู่​ชั่ว​คราวบนโลกนี้เท่านั้น
พระเจ้าทรง​ตรวจ​ดู​จิต​ใจ และ​ทรง​พอ​พระ​ทัย​ใน​ความ​ซื่อ​ตรง
พวกเขาขอถวายด้วย​ความ​เต็ม​ใจ ​ด้วย​ความ​ชื่น​บาน​ แด่พระ​องค์

ดาวิดอธิษฐาน
– ขอพระเจ้า​ทรง​รักษา​ท่าที​ใน​ใจ​ที่ถูกต้องและมั่นคงต่อพระเจ้า ให้คงอยู่ในคนอิสราเอลเสมอ​ไป
– ขอ​พระเจ้าประ​ทาน​ความ​เต็ม​ใจ​ให้​ซา​โล​มอน ที่​จะ​รักษาพระบัญญัติ​ของ​พระ​องค์ และ​สร้าง​พระ​วิหาร​ตามดาวิดได้​เตรียม​ไว้​

ใน​วัน​รุ่ง​ขึ้น​ประชาชนได้ถวาย​เครื่อง​บูชาแด่พระเจ้า ​อย่าง​มาก​มาย
และร่วมฉลองด้วย​ความ​ยินดี​ยิ่งนัก
และ​พวกเขา​ตั้ง​ซา​โล​มอน ​เป็น​พระ​ราชา​เป็น​ครั้งที่​สอง
(ครั้งแรก ใน 1พกษ. 1:35 ช่วงที่อาโดนียาห์ก่อกบฏ ตอนนั้นเจิมตั้งต่อหน้าชาวเมืองเยรูซาเล็มเท่านั้น)
และ​ศา​โดก​ให้​เป็น​ปุโร​หิต

บรร​ดา​ผู้​บัญชา​การ​ทั้ง​ปวง และ​นักรบ​ทั้ง​หลาย ทั้ง​บรร​ดา​โอรส​ของ​กษัตริย์​ดาวิด​
ได้​สา​บาน​ตัว​ต่อ​กษัตริย์​ซา​โล​มอน

พระเจ้าทรง​ประ​ทาน​เกียรติ​ยศ​​แก่​ซาโลมอนมากมาย​อย่าง​ที่​ไม่​มี​พระ​ราชา​องค์​ใด​ใน​อิส​รา​เอล​ก่อน​พระ​องค์​ได้​รับ

ต่อมา ดาวิดก็สิ้น​พระ​ชนม์ ​เมื่อ​ทรง​ชรา​และ​แก่​หง่อม​มาก
ดาวิด ทรง​ครอง​ราชย์​เหนือ​อิส​รา​เอล​นั้น​เป็น 40 ปี
โดยทรง​ครอง​ราชย์​ใน​เฮ​โบรน 7 ปี และ​ใน​เย​รู​ซา​เล็ม 33 ปี

1. ดาวิดถือว่าสิ่งที่ซาโลมอนต้องทำนั้น เป็นการ​งานใหญ่​โต เพราะ​ว่า​เป็นการทำถวายแด่พระเจ้า

สิ่งใดก็ตามที่เราจะทำถวายแด่พระเจ้านั้น เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่
เราไม่มีทางทำได้อย่างสมบูรณ์หากปราศจากการช่วยเหลือของพระเจ้า

ดังนั้นไม่ว่าเราจะรับใช้พระเจ้าในด้านใดก็ตาม
การอธิษฐานทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด

2. เมื่อดาวิดเชิญชวนให้ผู้นำของอิสราเอล ถวายแด่พระเจ้า
พวกเขาถวายอย่างมากมาย อย่างเต็มใจ เพราะดาวิดเป็นแบบอย่างแก่พวกเขาในการถวาย
และเมื่อประชาชนเห็นพวกผู้นำถวายอย่างเต็มที่
พวกเขาเองก็ยินดีร่วมมืออย่างเต็มที่ในการสร้างพระวิหาร ถวายแด่พระเจ้า

พระเจ้าจะทรงใช้การอุทิศถวายอย่างเต็มใจของเรา ไม่ว่าจะเป็นความสามารถหรือทรัพย์สิน
ให้สิ่งเหล่านั้น เป็นพระพรทำให้ผู้อื่นดำเนินตามการอุทิศถวายอย่างจริงใจของเรา

สิ่งที่เราทำ แม้วันนี้เรายังไม่เห็นผล ว่าจะมีผลกระทบยิ่งใหญ่เพียงใด
แต่พระเจ้าผู้ทรงสัตย์ซื่อ จะทำให้มันเกิดผลมากมาย ตามขนาดความจริงใจที่เราถวายแด่พระองค์

3. ถึงแม้ว่าดาวิดจะได้ถวายทรัพย์สินเงินทองมากมายแด่พระเจ้า
แต่เขาก็รู้ตัวดีว่า การที่เขาได้มีโอกาสถวายแด่พระเจ้า ผู้เป็นเจ้าของทุกสิ่งนั้น
เป็นเกียรติยิ่งใหญ่ ที่เขาและคนอิสราเอล มีโอกาสได้รับเกียรติในการถวายแด่พระองค์
เขาจึงถวายด้วยความยินดีและเต็มใจอย่างยิ่ง

วันนี้ สิ่งใดๆก็ตามที่เราถวายหรือทำถวายแด่พระเจ้า
พระองค์ไม่จำเป็นต้องได้รับจากเราเลย เพราะพระองค์ทรงเป็นเจ้าของทุกสิ่ง
แต่พระองค์ประทานเกียรติให้แก่เราในการมีส่วนได้ถวายแด่พระองค์

ดังนั้นจงรู้ตัวว่า เมื่อเราถวายแด่พระเจ้า เราไม่ได้มีบุณคุณอะไรต่อพระองค์เลย ที่พระองค์จะต้องตอบแทน
แต่นั่นเป็นเกียรติของเราที่ได้มีโอกาสถวาย
ดังนั้นจงทำด้วยเต็มใจและด้วยใจยินดีเสมอไป

คำคม

“ เมื่อทำสิ่งใดถวายแด่พระเจ้า จงทำด้วยเต็มใจและด้วยใจยินดี ”

สรุป 1พงศาวดาร 28

ภาพรวม

  • ดาวิดเรียกประชุมบรรดาผู้นำในอิสราเอล สั่งให้พวกเขาสนับสนุนซาโลมอนในการสร้างพระวิหาร และดาวิดกำชับซาโลมอนให้ติดตามพระเจ้าอย่างสัตย์ซื่อและลงมือสร้างพระวิหารของพระเจ้า

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 28 เมื่อดาวิดแต่งตั้งผู้บัญชาการคอยดูแลทหารในแต่ละเดือน และแต่งตั้งผู้นำเหนือเผ่าต่างๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่ดูแลงานในด้านต่างๆแล้ว

ดาวิดทรงเรียกประชุมบรรดาข้าราชการทั้งสิ้น คือ
ผู้นำของเผ่า ผู้บัญชาการกองเวร นายพัน นายร้อยเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ และนักรบทั้งหมด และบรรดาโอรสของดาวิด

แล้วตรัสว่า
ดาวิดตั้งใจที่จะสร้างพระนิเวศ สำหรับเก็บหีบพันธสัญญาของพระเจ้า
แต่พระเจ้าไม่อนุญาต เพราะดาวิดเป็นนักรบและฆ่าคนมามาก
พระเจ้าจึงทรงเลือกซาโลมอน ให้เป็นผู้สร้างนิเวศของพระเจ้าและลานนิเวศ แทนดาวิด
และพระเจ้าจะสถาปนาราชอาณาจักรของซาโลมอนให้อยู่เป็นนิตย์
ถ้าซาโลมอนจะแน่วแน่ ในการทำตามพระบัญญัติของพระเจ้า
ดังนั้น คนอิสราเอลทั้งสิ้น จงรักษาและแสวงหาพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระเจ้าตลอดไป

ดาวิดกำชับซาโลมอนว่า
ให้รู้จักพระเจ้า และปรนนิบัติพระองค์ด้วยความเต็มใจและด้วยใจยินดี
เพราะพระเจ้าทรงตรวจจิตใจทั้งปวง และทรงเข้าใจในแผนงานและความคิดทั้งปวง
ถ้าซาโลมอนแสวงหาพระองค์ เขาจะพบพระองค์
แต่ถ้าเขาทอดทิ้งพระองค์ พระองค์จะทรงทิ้งเขาตลอดไป

พระเจ้าทรงเลือกซาโลมอนให้สร้างพระนิเวศ
ดังนั้นจงเข้มแข็งและทำงานนี้ให้สำเร็จ

แล้วดาวิดทรงมอบสิ่งที่จัดเตรียมไว้ ให้แก่ซาโลมอน ดังนี้
– แผนผังอย่างละเอียดของพระวิหารและของห้องต่างๆในพระวิหาร
– ผังสำหรับบรรดาเวรของปุโรหิต และคนเลวี
– น้ำหนักทองคำและเงิน ของภาชนะหรืออุปกรณ์ต่างๆ
– แผนผังสำหรับรถรบของเครูบทองคำ ซึ่งกางปีกออกปกหีบพันธสัญญา

โดยดาวิดตรัสว่า
แผนผังและข้อมูลทั้งหมดนี้ พระเจ้าเป็นผู้ประทานให้แก่ดาวิด

แล้วดาวิดตรัสกับซาโลมอน ว่า
ให้เข้มแข็งและกล้าหาญ และลงมือทำ อย่ากลัวเลย อย่าขยาด
เพราะว่าพระเจ้าทรงสถิตกับซาโลมอน
พระองค์จะทรงช่วยให้งานทั้งสิ้นนี้สำเร็จ

1. ดาวิดได้กำชับซาโลมอนให้สร้างพระวิหารของพระเจ้า
ทุกอย่างที่จำเป็นต่อการสร้างนั้น ทั้งแผนผัง วัสดุอุปกรณ์ และกำลังคน ดาวิดจัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว
เหลือเพียงแต่ ซาโลมอนจะดำเนินชีวิตตามทางของพระเจ้า เข้มแข็ง กล้าหาญ และลงมือทำ
แล้วพระเจ้าจะทรงช่วยให้สำเร็จอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่ามันจะยากสักเพียงใดก็ตาม

สถานการณ์ที่เรากำลังประสบในขณะนี้
พระเจ้าได้เตรียมอุปกรณ์ที่จะเป็นไว้สำหรับเราแล้ว
เพียงแต่เราจะดำเนินตามพระคำของพระเจ้า แล้วลงมือทำด้วยความเชื่อและเชื่อฟัง
เราก็จะสามารถผ่านสถานการณ์นี้ไปได้อย่างงดงาม

2. ดาวิดบอกเคล็ดลับของการทำงานให้ประสบความสำเร็จ คือ
ให้รู้จักพระเจ้า และปรนนิบัติพระเจ้าด้วยความเต็มใจและด้วยใจยินดี

เพราะพระเจ้าทรงทราบความคิดทั้งสิ้นของเรา
พระองค์ทรงทราบว่า เราแสวงหาพระองค์จริงๆหรือไม่ และ เราเต็มใจทำเพราะรักพระองค์จริงหรือไม่?

น่าจะเป็นแนวทางแก่เราในดำเนินชีวิตในวันนี้
วันนี้ เรารู้จักพระเจ้ามากขึ้นกว่าเมื่อวานนี้หรือเปล่า?
วันนี้ สิ่งที่เราทำเพื่อพระเจ้า เราทำอย่างเต็มใจ ด้วยใจยินดี หรือ ทำไปบ่นไป?

3. พระวิหารที่ซาโลมอนสร้างนั้น งดงามและปราณีตในทุกรายละเอียด
เบื้องหลังมาจากแผนผังต่างๆที่ดาวิดทำไว้ให้แก่ซาโลมอน
ซึ่งเป็นแผนผังที่พระเจ้าเอง เป็นผู้บอกแก่ดาวิด

เมื่อดูจากประวัติศาสตร์ดูเหมือนซาโลมอนสร้างได้อย่างงดงาม
แต่เบื้องหลังความสำเร็จเกิดจากการจัดเตรียมและการอวยพรของพระเจ้า

ไม่ว่าเราจะทำธุรกิจการงานสิ่งใดก็ตาม
กุญแจสำคัญของความสำเร็จ ก็คือ
การได้พบการจัดเตรียมและการอวยพระพรจากพระเจ้า ในกิจการงานนั้นๆ

คำคม

“ เมื่อจะทำสิ่งใดถวายแด่พระเจ้า จงทำอย่างเต็มใจด้วยใจยินดี เพราะพระเจ้าทรงชันสูตรใจ ”

สรุป 1พงศาวดาร 27

ภาพรวม

  • ดาวิดแต่งตั้งผู้บัญชาการคอยดูแลทหารในแต่ละเดือน และแต่งตั้งผู้นำเหนือเผ่าต่างๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่ดูแลงานในด้านต่างๆ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 27 นอกจากดาวิดได้ตั้งยามและคนดูแลคลัง สำหรับพระนิเวศ และตั้งเจ้าหน้าที่กับผู้พิพากษาคอยตัดสินและสั่งสอนประชาชนเรื่องของพระเจ้าอีกด้วยแล้ว

ดาวิดได้แต่งตั้ง ​บรร​ดา​หัว​หน้า​ตระ​กูล บรร​ดา​นาย​พัน บรร​ดา​นาย​ร้อย และ​บรร​ดา​เจ้า​หน้า​ที่​ ให้​รับ​ใช้​พระ​ราชา​ใน​ราช​การ​ทุก​อย่าง ​ที่​เกี่ยว​กับ​กอง​เวร​ที่​เข้า​ออก ในแต่ละ​เดือน​ ตลอด​ปี อีกด้วย

กอง​เวร​หนึ่งๆ มี​จำ​นวน 24,000 คน โดยมีผู้บัญชาการดังต่อไปนี้
กอง​เวร​ที่​ 1 ใน​เดือน​ที่ 1 ยา​โช​เบ​อัม​ ผู้​เป็น​เชื้อ​สาย​ของ​เป​เรศ และเขา​เป็น​ผู้​บัญชา​การ​สูง​สุด​เหนือ​ผู้​บัญชา​การ​กอง​ทัพ​ทั้ง​สิ้น​ด้วย
กอง​เวร​ที่​ 2 ใน​เดือน​ที่ 2 โด​ดัย​
กอง​เวร​ที่​ 3 ใน​เดือน​ที่ 3 เบ​ไน​ยาห์​ ผู้นำของ​ทหารเอกของดาวิด 30 ​คน
กอง​เวร​ที่​ 4 ใน​เดือน​ที่ 4 อาสา​เฮล​ น้องชาย​ของ​โยอาบ หลังจากเขาถูกอับเนอร์ฆ่าตาย ​เศ​บา​ดิ​ยาห์​บุตร​ของ​เขา จึง​ดูแล​ต่อ​จาก​เขา
กอง​เวร​ที่​ 5 ใน​เดือน​ที่ 5 ​ชัม​หุท
กอง​เวร​ที่ ​ 6 ใน​เดือน​ที่ 6 อิรา​ ชาว​เท​โค​อา
กอง​เวร​ที่​ 7 ใน​เดือน​ที่ 7 เฮ​เลส​ ​พงศ์​พันธุ์​เอฟ​รา​อิม
กอง​เวร​ที่​ 8 ใน​เดือน​ที่ 8 ​สิบ​เบ​คัย คน​เศ-ราห์
กอง​เวร​ที่​ 9 ใน​เดือน​ที่ 9 ​อา​บี​เอ​เซอร์ ชาว​อา​นา​โธท คน​เบน​ยา​มิน
กอง​เวร​ที่​ 10 ใน​เดือน​ที่ 10 ​มา​หะ​รัย คน​เศ-ราห์
กอง​เวร​ที่​ 11 ใน​เดือน​ที่ 11 ​เบ​ไน​ยาห์ ชาว​ปิ​รา​โธน จาก​พงศ์​พันธุ์​เอฟ​รา​อิม
กอง​เวร​ที่​ 12 ใน​เดือน​ที่ 12 เฮล​ดัย คน​โอท​นี​เอล

ผู้​นำ​เหนือ​เผ่า​ต่างๆ ของ​อิส​รา​เอล​มี​ดัง​นี้​
​รูเบน​ ผู้นำคือ ​ เอ​ลี​เอ​เซอร์​
สิ​เม​โอน ผู้นำคือ ​เช​ฟา​ทิ​ยาห์​บุตร​มาอา​คาห์
​เลวี ผู้นำคือ ​ ฮา​ชา​บิ​ยาห์​ ส่วนเชื้อสายของ​อา​โรน​ คือ ​ศา​โดก
ยู​ดาห์​ ผู้นำคือ เอ​ลี​ฮู พี่​ชาย​คน​หนึ่ง​ของ​ดาวิด สำ​หรับ​อิส​สา​คาร์​มี​อม-รี​บุตร​มี​คา​เอล
​เศ​บู​ลุน​ ผู้นำคือ ​อิช​มัย​อาห์​
​นัฟ​ทาลี​ ผู้นำคือ ​เย​รี​โมท​
​เอฟ​รา​อิม ผู้นำคือ ​โฮ​เช​ยา​
​มนัส​เสห์​ครึ่ง​เผ่า​ ผู้นำคือ ​โย​เอล
มนัส​เสห์​ครึ่ง​เผ่า​ใน​กิ​เล​อาด​ ผู้นำคือ ​อิด​โด​
​เบน​ยา​มิน​ ผู้นำคือ ​ยา​อา​ซี​เอล​
​ดาน​ ผู้นำคือ ​อา​ซา​เรล
[รายชื่อข้างต้น ไม่มี เผ่าอาเชอร์และกาด คาดว่า น่าจะไปรวมเข้ากับเผ่าที่อยู่ใกล้เคียง]

เจ้าหน้าที่อื่นๆ ได้กำหนดผู้ดูแลงานในด้านต่างๆ ได้แก่
พระ​คลัง​ของ​กษัตริย์ , คลัง​ใน​ชนบทและใน​เมือง​ต่างๆ , การเพาะ​ปลูก , การทำ​สวน​องุ่น , ผลิต​ผล​ของ​สวน​องุ่น​, การปลูกต้น​มะ​กอกและ​ต้น​มะเดื่อ​ , ห้อง​เก็บ​น้ำ​มัน , ​ฝูง​โค​​ใน​ชา​โรนและใน​หุบ​เขา , ฝูง​อูฐ , ฝูงลา , ฝูง​แพะ​แกะ และ​ทรัพย์​สม​บัติ​ต่างๆของ​กษัตริย์

นอกจากนี้ยังมี
โย​นา​ธาน​ เป็น​ที่​ปรึก​ษา​และ​เป็น​อา​ลักษณ์
​เย​ฮี​เอล เป็น​ผู้​ดูแล​บรร​ดา​โอรส
อา​หิ​โธ​เฟล​ เป็น​ที่​ปรึก​ษา​ของ​พระ​ราชา
​หุชัย​ เป็น​พระ​สหาย​ของ​พระ​ราชา
เย​โฮ​ยา​ดา​ และ​อา​บี​ยา​ธาร์​ เป็น​ผู้​ทำ​งาน​ต่อ​จาก​อา​หิ​โธ​เฟล
โย​อาบ ​เป็น​ผู้​บัญชา​การ​กอง​ทัพ​ของ​พระ​ราชา

1. เมื่อพระเจ้าทรงยกดาวิดขึ้นเป็นกษัตริย์ พระองค์ประทานผู้ช่วยในด้านต่างๆที่จำเป็นแก่ดาวิด อย่างมากมายด้วย
พูดได้ว่า เบื้องหลังความสำเร็จของดาวิด ในการเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่นั้น
ก็เพราะว่ามีคนเหล่านี้คอยสนับสนุนอยู่

เมื่อพระเจ้าทรงอวยพระพรเรา แล้วเราไม่ลืมพระองค์
แต่ดำเนินในทางแห่งความสัตย์ซื่อต่อพระองค์ต่อไป
พระองค์จะทรงประทานพระพรมากยิ่งๆขึ้นแก่ชีวิตของเรา

2. ท่ามกลางคนที่อยู่เคียงข้างดาวิด มีบางคนนำสิ่งร้ายมาสู่ดาวิด เมื่อดาวิดทำบาป ลบหลู่พระเจ้า
ได้แก่ อา​หิ​โธ​เฟล​ ​ที่​ปรึก​ษา​ของดาวิด ได้ทรยศดาวิด สนับสนุนให้อับซาโลมกบฏต่อดาวิด
โยอาบ แม่ทัพใหญ่ของดาวิด ได้ฆ่าอับซาโลมโอรสของดาวิด ทั้งที่ดาวิดได้สั่งห้ามเอาไว้

สิ่งที่เรามีอยู่จะเป็นพระพร เมื่อเราดำเนินตามทางของพระเจ้า
แต่หากเราละทิ้งพระเจ้า หันเดินไปในทางแห่งบาป สิ่งที่เคยเป็นพระพรแก่เรา อาจจะไม่เป็นพระพรอีกต่อไปก็เป็นได้

คำคม

“ พระเจ้าประทานพระพรอย่างเพียงพอแก่ ผู้ที่พระองค์จะอวยพร ”

สรุป 1พงศาวดาร 26

ภาพรวม

  • ดาวิดตั้งยามและคนดูแลคลัง สำหรับพระนิเวศ และตั้งเจ้าหน้าที่กับผู้พิพากษาคอยตัดสินและสั่งสอนประชาชนเรื่องของพระเจ้าอีกด้วย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 26 นอกจากดาวิดจัดแบ่งนักดนตรีออกเป็น 24 กลุ่ม เพื่อสลับเวรการเล่นดนตรีนมัสการพระเจ้าในพระนิเวศแล้ว

ดาวิดยังตั้งเจ้าหน้าที่อื่นๆดูแลงานในพระนิเวศอีกด้วย ได้แก่

[[คน​เฝ้า​ประ​ตู]]
แบ่งออกเป็นกอง​เวร​เฝ้า​ประ​ตู
จาก​คน​โค​ราห์ และ จาก​พวก​บุตร​ของ​อา​สาฟ

​เม​เช​เล​มิ​ยาห์ คนโคราห์ ​มี​บุตร​ชาย และ​พี่​น้อง​เป็น​คน​เข้ม​แข็ง 18 คน
​โอ​เบด​เอ​โดม​ มี​บุตร​ชาย และ​พี่​น้อง​เป็น​คน​เข้ม​แข็ง 62 คน
โฮ​สาห์ ​เชื้อสายของ​เม​รา​รี​ มีบุตร​ชาย และ​พี่​น้อง​ 13 คน

พวก​เขา​จับ​ฉลาก​กัน​ตาม​ตระ​กูล​ของ​เขา ทั้ง​ผู้​น้อย​และ​ผู้ใหญ่ เพื่อ​ประ​จำ​การ​ประตูต่างๆทุก​ประตู

ด้าน​ตะวัน​ออก​ มียาม 6 คน ฉลาก​เป็นของ ​​เช​เล​มิ​ยาห์
ด้านเหนือ​ มียาม 4 คน ฉลาก​เป็นของ ​เศ​คา​ริ​ยาห์​ บุตรหัวปีของเชเลมิยาห์
ด้านใต้​ มียาม 4 คน ฉลาก​เป็นของ โอ​เบด​เอ​โดม
ด้านตะวันตก​ มียาม 6 คน ฉลาก​เป็นของ ​​ชุป​ปิม​และ​โฮ​สาห์​
ส่วน​คลัง​พัสดุ​ มียาม 4 คน ฉลากเป็น​ของ ​บุตร​ของ​โอ​เบด​เอ​โดม

คน​เหล่า​นี้​เป็น​เวร​เฝ้า​ประ​ตู​จาก​บุตร​ของ​โค​ราห์ และ​บุตร​ของ​เม​รา​รี

[[ผู้​ดูแล​คลัง]]
ผู้​ดูแลคลัง​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า​ และ​คลัง​สิ่ง​ของ​ถวาย​อัน​บริ​สุทธิ์ อา​หิ​ยาห์ เป็นหัวหน้า โดยที่

คลัง​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า​ เก็บสิ่งของที่มอบ​ถวาย​เพื่อ​การ​ซ่อม​แซม​พระ​นิเวศ​
ผู้​ดูแล ได้แก่
– บุตร​ของ​ลา​ดาน ​เชื้อ​สาย​ของ​คน​เกอร์​โชน
– บุตรของ​คน​อัม​ราม คน​อิส​ฮาร์ คน​เฮ​โบรน และ​คน​อุส​ซี​เอล
– ​เช​บู​เอล​ เป็น​หัว​หน้า​ผู้​ดูแล​คลัง

คลัง​ของ​ถวาย​อัน​บริ​สุทธิ์ เก็บของที่ ​ซา​มู​เอล​ ​ซาอูล​ ​อับ​เนอร์​ และ​โย​อาบ​ ได้​ถวาย​แด่พระเจ้าไว้
​ผู้​ดูแล​ ได้แก่
– เช​โล​โมท​ และ​พี่​น้อง​ของ​เขา

[[เจ้า​หน้าที่และ​ผู้​พิ​พาก​ษา]]
ผู้ทำหน้าที่​เป็น​เจ้า​หน้า​ที่​และ​เป็น​ผู้​พิ​พาก​ษา ได้แก่
– ​เค​นา​นิ​ยาห์ ผู้เป็นเชื้อสายของคน​อิส​ฮาร์ และ​บุตร​ของ​เขา​

ผู้ทำหน้าที่ดูแลอิส​รา​เอล​ทาง​ฟาก​ตะวัน​ตก​ของ​แม่​น้ำ​จอร์​แดน ได้แก่
– ส่วน ฮา​ชา​บิ​ยาห์ ผู้เป็นเชื้อสายของ​คน​เฮ​โบรน​ ​และ​พี่​น้อง​ของ​เขา 1,700 คน

ผู้ทำหน้าที่ดูแล​ทาง​ฟาก​ตะวัน​ตก​ของ​แม่​น้ำ​จอร์​แดน ​ในเรื่องเกี่ยว​กับ​พระ​เจ้า และ​เรื่อง​เกี่ยว​กับ​พระ​ราชา ได้แก่
– เย​รี​ยาห์ ผู้​เป็น​ผู้นำ​ของ​คน​เฮ​โบรน และ​ญาติ​ของ​เขา จำ​นวน 2,700 คน

1. ยาม หน้าที่ที่ดูเหมือนต่ำต้อย เล็กน้อย กลับมีรายชื่อและรายละเอียดบันทึกไว้ในพระคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์
ซึ่งมีคนอ่านหลายพันล้านคนทั่วโลก

ยามแม้จะดูเหมือนเป็นผู้เล็กน้อย แต่ผู้เล็กน้อยที่ปรนนิบัติพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่
ก็ถือว่าเป็นคนที่สำคัญยิ่ง

วันนี้ ไม่ว่างานที่เรามีส่วนรับใช้อยู่นั้น จะเล็กน้อยหรือไม่สำคัญสักเพียงใดในสายตาของผู้คน
แต่สิ่งนั้นมีค่ายิ่งในสายพระเนตรของพระเจ้า เมื่อเราจงใจทำถวายแด่พระเจ้า

2. สิ่งที่ถวายแด่พระเจ้า ไม่ว่าจะมาจากซามูเอล ผู้เผยพระวจนะที่ยิ่งใหญ่ หรือซาอูล กษัตริย์ผู้ไม่เชื่อฟังพระเจ้า หรือ อับเนอร์ แม่ทัพผู้ทรยศลูกของนาย หรือ โยอาบ แม่ทัพแอบแทงคนที่ไว้ใจเขา
สิ่งของเหล่านั้นทั้งหมดเรียกว่า ​”ของ​ถวาย​อัน​บริ​สุทธิ์”

สิ่งที่ถวายแด่พระเจ้า ไม่ว่าจะมาจากคนที่ดีเลิศ หรือ คนที่เต็มไปด้วยความบกพร่องก็ตาม
หากสิ่งนั้นถูกถวายแด่พระเจ้าด้วยใจจริง ก็ถือว่าเป็นการถวายของอันบริสุทธิ์แด่พระเจ้า

วันนี้ ถึงแม้ว่าชีวิตของเราจะมีจุดบกพร่องมากมาย
แต่สิ่งที่เราทำหรือถวายแด่พระเจ้าด้วยจริงใจ สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่มีค่าในสายพระเนตรของพระเจ้า

3. ดาวิดได้ตั้งเจ้าหน้าดูแลเรื่องราวเกี่ยวกับพระเจ้าและเกี่ยวกับพระราชา ในดินแดนฟากตะวันออกของแม่จอร์แดน ซึ่งถูกแยกห่างออกจากเยรูซาเล็ม ด้วยแม่น้ำจอร์แดน
แสดงให้เห็นว่า นอกจากดาวิดจะไม่ต้องการให้พวกเขา ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องต่อพระราชาแล้ว
ดาวิดไม่ต้องการให้พวกเขาทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องต่อพระเจ้าด้วย

ความสนใจเรื่องของพระเจ้า สำหรับดาวิด ไม่ได้อยู่แค่ในเยรูซาเล็ม
แต่เขาปรารถนาให้ประชาชนทั้งหมดเอาใจใส่พระเจ้า และปฏิบัติต่อพระองค์อย่างถูกต้องอีกด้วย

ผู้นำที่ดีจะไม่สนใจแก่การที่สมาชิกมานมัสการในวันอาทิตย์พวกเขาเป็นอย่างไร
แต่จะสนใจด้วยว่า เมื่อพวกเขาออกจากโบสถ์กลับไปสู่ชีวิตประจำวันพวกเขาเป็นคนเช่นไร

คำคม

“ ทำสิ่งเล็กๆเพื่อพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ นั่นเป็นงานที่ใหญ่ยิ่ง ”

สรุป 1พงศาวดาร 25

ภาพรวม

  • ดาวิดจัดแบ่งนักดนตรีออกเป็น 24 กลุ่ม เพื่อสลับเวรการเล่นดนตรีนมัสการพระเจ้าในพระนิเวศ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 25 เมื่อดาวิดทรงกำหนดงานให้แก่ปุโรหิตเชื้อสายของอาโรน ในการปรนนิบัติพระเจ้าในพระนิเวศของพระองค์แล้ว

ดาวิด​และ​บรร​ดา​ผู้​บัญชา​การกอง​ทัพ ได้​จัด​แยก​บาง​คน​เพื่อ​การ​ปรน​นิบัติ​ในการนมัสการ
ตามต้นตระกูลของพวกเขา คือ ​บุตร​ของ​อา​สาฟ ของ​เฮ​มาน และ​ของ​เย​ดู​ธูน ผู้​ซึ่ง​จะ​เผย​พระ​วจนะ​ด้วย​พิณ​เขา​คู่ ด้วย​พิณ​ใหญ่​และ​ด้วย​ฉาบ
จำ​นวน​คน​ทำ​งาน​ตาม​การ​ปรน​นิบัติ​ของ​พวก​เขา​คือ
จาก​บุตร​ของ​ อา​สาฟ 4 คน
จาก​บุตรของ เย​ดู​ธูน​ 6 คน​
จากบุตรของ​ เฮ​มาน​ 14 คน
รวมเป็น 24 คน ที่เป็นหัวหน้าทีม

และ​พี่​น้อง​ของ​พวกเขา ผู้​รับ​การ​ฝึก​ใน​เรื่อง​เพลง​ถวายพระเจ้า จนมี​ความ​ชำ​นาญ อีก 288 คน
แบ่งออกเป็น 24 กลุ่ม กลุ่มละ 12 คน เพื่อร่วมงานกับหัวหน้าทีมแต่ละทีม
พวกเขา​จับ​ฉลาก​หน้า​ที่​ของ​เขา ทั้ง​ผู้​น้อย ผู้ใหญ่ ครู และ​ศิษย์​ก็​เหมือน​กัน

1. ดาวิดให้ความสำคัญต่อการจัดการนมัสการพระเจ้า โดยจัดหัวหน้าทีม 24 คน ดูแลคนในทีมของตนทีมละ 12 คน
และทุกคนต้องได้รับการฝึกจนมีความชำนาญ

แม้นักดนตรี จะดูเหมือนเป็นเพียงส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งของพิธีกรรมมากมายที่จะทำให้พระนิเวศ
แต่ดาวิดก็ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียด

การทำสิ่งใดถวายแด่พระเจ้า สมควรทำอย่างดีที่สุด ละเอียดรอบคอบที่สุดเท่าที่เราจะทำได้

2. การจับ​ฉลาก​หน้า​ที่​ของเหล่านักดนตรี ไม่ว่าจะเป็น​ผู้​น้อย ผู้ใหญ่ ครู หรือ​ศิษย์​ ก็​ให้ทำเหมือน​กัน
นั่นชี้ให้เห็นว่า การจัดหน้าที่เหล่านี้ ให้พระเจ้าเป็นผู้ตัดสินเองว่า ใครควรจะทำอะไร
สภษ. 16:33 “ฉลาก​นั้น​ถูก​ทอด​ลง​ที่​ตัก แต่​ผล​ที่​ออก​ทุก​อย่างมา​จาก​พระ​ยาห์​เวห์”

การรับใช้พระเจ้า ควรให้พระเจ้าเองเป็นผู้ตัดสินใจ ว่าจะออกมาในลักษณะใด
แม้ทุกวันนี้ เราไม่ต้องใช้วิธีจับฉลากเพื่อรู้น้ำพระทัยแล้ว
แต่เราเองก็ควรถามพระเจ้า ปรึกษาพระองค์เสมอในทุกการกระทำของเรา โดยดูจากพระวจนะของพระเจ้าเป็นบรรทัดฐาน และใช้การสอนของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในจิตใจของเรา เป็นสิ่งชี้นำทางในการตัดสินใจ

คำคม

“ เมื่อทำสิ่งใดถวายแด่พระเจ้า จะทำอย่างดีที่สุด ”

สรุป 1พงศาวดาร 24

ภาพรวม

  • ดาวิดทรงกำหนดงานให้แก่ปุโรหิตเชื้อสายของอาโรน ในการปรนนิบัติพระเจ้าในพระนิเวศของพระองค์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 24 นอกจากดาวิดในวัยชรา ได้กำหนดและมอบหมายงานให้แก่คนเลวีรับผิดชอบเกี่ยวกับการปรนนิบัติพระเจ้าในพระนิเวศของพระเจ้าแล้ว

ดาวิดยังกำหนดกอง​เวรของปุโรหิต ตาม​พงศ์​พันธุ์​อา​โรน​มี​ดัง​นี้
บุตร​อา​โรน ​คือ​ นา​ดับ อา​บีฮู เอ​เล​อา​ซาร์ และ​อิธา​มาร์
แต่​นา​ดับ​และ​อา​บีฮู​สิ้น​ชีวิต​ก่อนมี​บุตร
เอ​เล​อา​ซาร์​และ​อิธา​มาร์​ จึง​รับ​ใช้​ใน​หน้า​ที่​ปุโร​หิต

สมัยดาวิด มีหัวหน้า​ของปุโรหิต ได้แก่ ​ศา​โดก เชื้อสาย​ของ​เอ​เล​อา​ซาร์​ และ​ อา​หิ​เม​เลค​ เชื้อสายของอิธา​มาร์

บุตร​เอ​เล​อา​ซาร์​มี 16 คน
​บุตร​อิธา​มาร์ ​มี 8 คน
พวกเขาเป็นหัวหน้าของตระกูล

พวกเขา จับ​ฉลาก​กันเพื่อปรนนิบัติใน​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า​
และ​เช​ไม​อาห์ อา​ลักษณ์ ก็ได้จดชื่อ​พวก​เขา​ไว้ ตามฉลากที่จับได้ เพื่อให้คอยช่วยงานของ​เอ​เล​อา​ซาร์ และ​อิธา​มาร์ ในการปรนนิบัติงานในพระนิเวศของพระเจ้า

ส่วน​เชื้อ​สาย​ของ​เลวี​ที่​เหลือ​ ที่ไม่ได้เป็นปุโรหิต ก็​ได้​จับ​ฉลาก​เช่น​เดียว​กัน โดยครอบ​ครัว​ของ​บุตร​หัว​ปี​ต้อง​จับ​ฉลาก​เหมือน​ครอบ​ครัว​ของ​บุตร​สุด​ท้อง

1. เพราะพระเจ้าทรงเลือกอาโรน เพื่อให้เชื้อสายของเขาเป็นปุโรหิต
แม้เวลาจะผ่านมาเกือบ 500 ปีแล้ว มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย
เชื้อสายของอาโรนก็ยังได้เป็นปุโรหิตอยู่เรื่อยมา

เมื่อพระเจ้าทรงเลือก และทรงกำหนดไว้ ก็จะเกิดขึ้นเป็นจริงตามนั้น

2. สิทธิพิเศษสำหรับบุตรหัวปี เป็นสิ่งสำคัญมากในอิสราเอล
แต่ในการจับสลากเพื่อปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าของคนเลวี ถือว่าบุตรทุกคนเท่ากันหมด
จับสลากแบบเท่าเทียบกัน

พระเยซูทรงเป็นบุตรหัวปีท่ามกลางพี่น้อง
แต่การในปรนนิบัติรับใช้พระเจ้านั้น พระเยซูทรงทำเหมือนกับพี่น้อง
พระองค์ทรงทำเหมือนที่สาวกของพระองค์ทำ
ยิ่งกว่านั้นพระองค์ทรงถ่อมพระทัยลงล้างเท้าเหล่าสาวกของพระองค์ด้วย
ทรงเป็นแบบอย่างแก่เราในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า

ในการรับใช้พระเจ้า ไม่มีใครใหญ่กว่าใคร แต่ทุกคนเป็นผู้รับใช้พระเจ้าเหมือนกัน
เพียงแต่ทำหน้าที่ที่แตกต่างกันเท่านั้น

คำคม

“ เมื่อพระเจ้าทรงกำหนดไว้ ก็ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ”

สรุป 1พงศาวดาร 23

ภาพรวม

  • ดาวิดในวัยชรา ได้กำหนดและมอบหมายงานให้แก่คนเลวีรับผิดชอบเกี่ยวกับการปรนนิบัติพระเจ้าในพระนิเวศของพระเจ้า

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 23 เมื่อดาวิดได้ตระเตรียมสิ่งต่างๆให้พร้อม เพื่อให้ซาโลมอนใช้ในการสร้างพระนิเวศของพระเจ้าแล้ว

ต่อมาเมื่อ​ดาวิด​ทรง​ชรา​มากแล้ว พระ​องค์​ทรง​ตั้ง​ซา​โล​มอน ​ให้​เป็น​พระ​ราชา​เหนือ​อิส​รา​เอล

ดาวิดเรียก​ประ​ชุม​ผู้นำ​ทั้ง​สิ้น​ของ​อิส​รา​เอล และ​บรร​ดา​ปุโร​หิต​และ​คน​เลวี
ผู้ชายคน​เลวี​ ​อายุ​ตั้ง​แต่ 30 ปี​ขึ้น​ไป มีจำ​นวน​ 38,000 คน
ดาวิด จัดให้
24,000 คน​ ​ต้อง​ดูแล​การ​งาน​ใน​พระ​นิเวศ
6,000 คน ​เป็น​เจ้า​หน้า​ที่​และ​ผู้​วินิจ​ฉัย
4,000 คน​ เป็น​นาย​ประ​ตู
4,000 คน เป็นนักดนตรี​ ​ถวาย​สรร​เสริญ​แก่พระเจ้า

และ​แบ่ง​เป็น​กองๆ ตาม​บุตร​เลวี ​คือ​เกอร์​โชม โค​ฮาท และ​เม​รา​รี

– จากเชื้อสายของ​เกอร์​โชม ได้แก่ ลูกหลานของ​ ลา​ดาน และ ชิ​เม​อี
– จากเชื้อสายของ​โค​ฮาท​ ได้แก่ ลูกหลานของ อัม​ราม อิส​ฮาร์ เฮ​โบรน และ​อุส​ซี​เอล
บุตร​อัม​ราม​คือ​อา​โรน และ​โม​เสส
ซึ่งลูกหลานของอา​โรน​ถูก​แยก​ออก​ให้​ทำหน้าที่ปุโรหิต
– จากเชื้อสายของ​​เม​รา​รี ได้แก่ ลูกหลานของ ​​มาห์​ลี และ​มูชี

​ดาวิด​ตรัส​ว่า
พระเจ้าประ​ทาน​การ​หยุด​พัก​สงบ​แก่​ประ​ชา​กร​ของ​พระ​องค์แล้ว
​คน​เลวี​จึง​ไม่​ต้อง​หาม​พลับ​พลา หรือ​เครื่อง​ใช้​ทั้ง​หมด อีกต่อไป
ดังนั้นหน้า​ที่​ของพวก​เขา ให้​คอย​ช่วย​บุตร​อา​โรน​ใน​งาน​ปรน​นิบัติ​พระ​นิเวศของพระเจ้า มี​งาน​ดูแล​ลาน​และ​ห้อง​และ​งาน​ชำระ​ของ​ทุก​อย่าง​ที่​บริ​สุทธิ์ และ​งาน​อื่นๆในพระนิเวศ
และคอย​ยืน​ขอบ​พระ​คุณ​และ​สรร​เสริญ​แด่พระเจ้า ทุกเช้า และเย็น
และใน​วัน​สะ​บา​โต รวมถึงในวัน​เทศ​กาลต่างๆ

1. เมื่อดาวิดชรามากแล้ว สิ่งที่เขาห่วงไม่ใช่ใครจะปกครองต่อจากเขา จะปกครองดีไหมอย่างไร และไม่ใช่ลูกหลานเขาจะเป็นอย่างไร และไม่ใช่สิ่งอื่นๆใด
แต่เป็นพระนิเวศของพระเจ้า ที่กำลังจะถูกสร้างขึ้น ไม่ใช่โดยเขาเองด้วยซ้ำ

ดาวิดยังคงรักและภักดีต่อพระเจ้า จนถึงบั้นปลายของชีวิต
เมื่อสังเกตจากคำสั่งช่วงท้ายของชีวิตของเขา เขาแทบสนใจอยู่เรื่องเดียว
คือ การที่จะถวายเกียรติพระเจ้า ด้วยพระนิเวศของพระเจ้า ที่จะถูกสร้างในอนาคต

การที่เคยรักและภักดีต่อพระเจ้าเป็นสิ่งที่ดีมาก
แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ เมื่อวันเวลาผ่านไป ล่วงเลยมาถึงวันนี้
เรายังคงรักและภักดีต่อพระเจ้าอย่างจริงใจอยู่หรือไม่?

2. เมื่อแผ่นดินมั่นคงแล้ว พลับพลาของพระเจ้าไม่ต้องถูกขนย้ายอีกต่อไป
หน้าที่ของคนเลวี ที่จะรับใช้พระเจ้าด้วยการขนย้ายพลับพลาและสิ่งของในพลับพลา จึงหมดไป
คนเลวีเหล่านั้น ก็ไม่ได้ถูกให้เลิกรับใช้พระเจ้า
แต่พวกเขายังคงปฏิบัติรับใช้พระเจ้าต่อไป โดยเปลี่ยนไปทำงานอย่างอื่นแทน

หากวันนี้ เราไม่สามารถทำงานรับใช้พระเจ้า อย่างที่เคยทำในอดีตได้อีกต่อไป ด้วยเหตุผลบางประการ
อย่าให้เราเลิกรับใช้พระเจ้า
แต่ให้เราคงยังรับใช้พระเจ้าต่อไป ด้วยการทำหน้าที่อื่นๆที่เราพอทำได้ในวันนี้ แทน

คำคม

“ ผู้ที่รักพระเจ้าอย่างจริงใจ ในความคิดของเขาจะมีแต่เรื่องของพระเจ้าในทุกเรื่องของชีวิต ”

สรุป 1พงศาวดาร 22

ภาพรวม

  • ดาวิดได้ตระเตรียมสิ่งต่างๆให้พร้อม เพื่อให้ซาโลมอนใช้ในการสร้างพระนิเวศของพระเจ้า

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 22 เมื่อดาวิดทำบาปด้วยการนับประชากรอิสราเอล โดยที่พระเจ้าไม่ได้ทรงบัญชา จึงเกิดภัยพิบัติขึ้นในอิสราเอล และภัยพิบัติก็มาหยุดที่​ลาน​นวด​ข้าว​ของ​โอร​นัน ​คน​เย​บุส ดาวิดได้ถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้าที่นั่น

แล้ว​ดาวิด​จึงเลือก​ที่นั่นไว้ ​สำ​หรับสร้าง​พระ​นิเวศ​ของ​​พระ​เจ้า
ดาวิดจึงสั่ง​ให้​รวบ​รวม​คน​ต่าง​ด้าว​ที่​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​อิส​รา​เอล มาเป็น​คน​สกัด​หิน​เตรียม ​เพื่อ​สร้าง​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า
ดาวิด​ได้สะสม ​เหล็ก​ และ​ทอง​สัม​ฤทธิ์​เป็น​จำ​นวน​มาก​เหลือ​ที่​จะ​ชั่ง​ได้
และ​ไม้​สน​สีดาร์​นับ​ไม่​ถ้วน เตรียมไว้อีกด้วย
เพื่อให้ซา​โล​มอน​ สร้าง​พระ​นิเวศ​ถวาย​พระเจ้า ให้งด​งาม​อย่าง​ยิ่ง

ดาวิดสั่ง​ซา​โล​มอน ​ว่า
ให้​สร้าง​พระ​นิเวศ​ถวาย​พระเจ้า
เพราะพระเจ้าเลือกให้ซาโลมอนเป็นคนสร้าง
และพระเจ้าจะ​ให้​สวัสดิ​ภาพ​และ​ความ​สงบ​แก่​อิส​รา​เอล​ใน​สมัย​ของ​ซาโลมอน
พระเจ้าจะ​สถา​ปนา​บัล​ลังก์​แห่ง​ราช​อา​ณา​จักร​ของซาโลมอน​เหนือ​อิส​รา​เอล​ตลอด​นิ​รันดร์

ดาวิดแนะนำซาโลมอนว่า
ขอ​เพียง​พระเจ้า​ประ​ทาน ความ​เฉลียว​ฉลาด และ​ความ​เข้า​ใจ​และ​ให้ซาโลมอน​ปก​ครอง​อิส​รา​เอล
แล้ว​ซาโลมอน​จะ​ประ​สบ​ความ​สำ​เร็จ ถ้า​เขา​จะ​ระมัด​ระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตาม​กฎ​เกณฑ์​พระเจ้า

ดาวิดได้เตรียม ​ทอง​คำ​ 3,400 ตัน เงิน​ 34,000 ตัน ทอง​สัม​ฤทธิ์​และ​เหล็ก​เหลือ​ที่​จะ​ชั่ง ไม้​และ​หิน​มากมายให้แก่ซาโลมอน สำหรับการสร้างพระนิเวศของพระเจ้า
และได้เตรียมช่าง​สกัด​หิน ช่าง​ก่อ ช่าง​ไม้ และ​ช่าง​ทั้ง​หมด​ผู้​ชำ​นาญ​ใน​งาน​ทุก​ชนิด จำนวนมากมายไว้ด้วย

ดาวิดสั่ง​ผู้นำ​ทั้ง​ปวง​ของ​อิส​รา​เอล​ให้​ทุ่มเท​จิตใจ​และ​ชีวิต เพื่อ​ช่วย​ซา​โล​มอน​​ ในการสร้างพระนิเวศของพระเจ้า​ เพื่อ​จะ​ได้​นำ​หีบ​พันธ​สัญ​ญา​ของ​พระเจ้า และ​เครื่อง​ใช้​อัน​บริ​สุทธิ์​ของ​พระ​เจ้า มา​ไว้​ใน​พระ​นิเวศนี้

1. เมื่อดาวิดปรารถนาจะสร้างพระนิเวศแด่พระเจ้า แต่ไม่สามารถสร้างได้
สิ่งที่เขาทำคือ ตระเตรียมและสนับสนุนอย่างดีที่สุด ให้แก่คนที่พระเจ้าทรงเลือกให้เป็นผู้สร้างพระนิเวศนั้น

วันนี้ แม้เราจะไม่มีโอกาสทำบางอย่างเพื่อพระเจ้า เช่น เทศนา นำนมัสการ เล่นดนตรี ไปเป็นมิชชันนารี ออกไปบุกเบิกคริสตจักร หรืออื่นๆ
แต่เรายังคงสามารถตระเตรียมหรือสนับสนุน คนที่กำลังทำสิ่งเหล่านี้ได้
ด้วยการสนับสนุนเขาอย่างเต็มกำลัง ในด้านต่างๆ เช่นอธิษฐานเผื่อ หนุนใจ ให้กำลังใจ ถวายสนับสนุน ช่วยตระเตรียมบางอย่างที่เป็นประโยชน์ต่องานรับใช้ของพวกเขา ฯลฯ

2. ผมเคยอ่านตอนนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่สังเกตเห็นว่า
ดาวิดได้แอบบอกเคล็ดลับแก่ซาโลมอนไว้ก่อนแล้ว ว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการปกครอง คือ การที่พระเจ้าประทาน ​มี​ความ​เฉลียว​ฉลาด และ​ความ​เข้า​ใจ ในการปกครองประชากรของพระองค์ (1พศด. 22:12)

ด้วยเหตุนี้เอง ต่อมาเมื่อพระเจ้าปรากฏแก่ซาโลมอน ซึ่งตอนนั้นเขายังไม่ฉลาดมากมายนัก
เขากลับสามารถทูลขอพระเจ้าอย่างฉลาดยอดเยี่ยม คือ
ขอ​ประ​ทาน​สติ​ปัญ​ญา​และ​ความ​รู้​ ที่​จะ​ปก​ครอง​​ประ​ชา​กร​ของพระเจ้า (2พศด. 1:10)

การรับฟังคำแนะนำ จากผู้มีประสบการณ์กับพระเจ้า ผู้ใกล้ชิดติดสนิทกับพระเจ้า
ย่อมช่วยทำให้เรา สามารถทำสิ่งที่ชอบพระทัยของพระเจ้าได้มากยิ่งขึ้น
และคำแนะนำที่ยอดเยี่ยมที่สุดนั้น มีอยู่ในพระคำของพระเจ้า

3. ดาวิด ได้ใช้ทุกสิ่งที่เขามีซึ่งพระเจ้าประทานให้แก่เขานั้น
ทำสิ่งที่ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า
เขาใช้ ทรัพย์สินเงินทอง แรงงานของคนต่างด้าว ประสบการณ์ที่มี รวมทั้งอำนาจที่มีอยู่เหนือผู้นำของคนอิสราเอล และอื่นๆ
เพื่อที่จะให้เกิดการสร้างพระนิเวศของพระเจ้า เพื่อพระเจ้า

เราสมควรใช้กำลังความสามารถ และทุกสิ่งที่เรามี ซึ่งล้วนแต่พระเจ้าประทานให้แก่เรา
นำมาใช้ในการถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า

คำคม

“ แม้เราไม่มีโอกาสได้ทำงานบางอย่างเพื่อพระเจ้า

ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่มีโอกาสสนับสนุนให้ผู้อื่นได้ทำเพื่อพระเจ้า ”

สรุป 1พงศาวดาร 21

ภาพรวม

  • ดาวิดทำบาปด้วยการนับประชากรอิสราเอล โดยที่พระเจ้าไม่ได้ทรงบัญชา จึงเกิดภัยพิบัติขึ้นในอิสราเอล

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 21 หลังจากที่ดาวิดทำสงครามกับอัมโมนที่เหลืออยู่ และกับคนฟิลิสเตีย และสามารถเอาชนะพวกเขาได้ทั้งหมด จนประเทศสงบสุขรอบด้านแล้ว

ต่อมา ซา​ตานได้ดล​ใจ​ให้​ดาวิด​นับ​จำ​นวน​อิส​รา​เอล
ดาวิด สั่งให้​โย​อาบ​และ​บรร​ดา​ผู้นำ​ของ​กอง​ทัพ ​ไป​นับ​อิส​รา​เอล​ เพื่อ​จะ​ได้​ทราบ​จำ​นวน​รวม​ของ​พวกเขา

แม้​โย​อาบ จะคัดค้าน แต่ก็​ขัด​รับ​สั่ง​ไม่​ได้​ จึงไป​ทั่ว​ใน​อิส​รา​เอล​
นับ​ประ​ชา​ชนใน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​สิ้น​ ได้ 1,100,000 คน​ที่​ชัก​ดาบ และ​ใน​ยู​ดาห์​มี 470,000 คน​ที่​ชัก​ดาบ
แต่​ใน​การ​นับไม่รวมคน​​เลวี​และ​คนเบน​ยา​มิน

พระ​เจ้า​ไม่​ทรง​พอ​พระ​ทัยดาวิด​ใน​เรื่อง​นี้ และ​พระ​องค์​ทรง​ลง​โทษ​อิส​รา​เอล
พระเจ้าทรงใช้ กาด ผู้เผยพระวจนะ ให้ไป​บอก​ดาวิด​ว่า
พระเจ้า ให้ดาวิดเลือกการลงโทษ ระหว่าง
​กัน​ดาร​อา​หาร 3 ปี
หรือ​การ​กวาด​ล้าง​โดย​ศัตรู​ 3 เดือน​
หรือ​​โรค​ระบาด​บน​แผ่น​ดิน 3 วัน

ดาวิดเลือก ตก​อยู่​ใน​พระ​หัตถ์​ของพระเจ้า ดีกว่าตก​เข้า​ไป​ใน​มือ​ของ​มนุษย์​
ดัง​นั้น​พระเจ้าทรง​ให้​โรค​ระบาด​เกิด​ขึ้น​ และ​คน​อิส​รา​เอล​ล้ม​ตาย 70,000 คน

การทำลายมาหยุดที่ลาน​นวด​ข้าว​ของ​โอร​นัน​ คน​เย​บุส
และ​ดาวิด​ทูล​พระ​เจ้า​ว่า
เขาผิดเอง ขอ​อย่า​ให้​โรค​ร้าย​นั้น​อยู่​ท่าม​กลาง​ประ​ชา​กร​ของ​พระ​เจ้าเลย

แล้ว​ทูต​ของ​พระเจ้า​ให้​ดาวิด​ สร้าง​แท่น​บูชา​ถวาย​แด่​พระเจ้า​ที่​ลาน​นวด​ข้าว​ของ​โอร​นัน
ดาวิด​จึง​ต้องการซื้อที่ดินนั้นจากโอร​นัน
แต่โอรนันยินดียกให้ดาวิดเปล่าๆ
ดาวิดไม่ยอมรับเปล่าๆ จึงซื้อที่ดินนั้นด้วย​ทอง​คำ​ 7 กิโล​กรัม

แล้วดาวิด​ก็​สร้าง​แท่น​บูชา​ถวาย และ​​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​แด่พระเจ้า ที่นั่น
แล้วภัยพิบัติก็ยุติลง

1. การนับประชากรนอกจากไม่ใช่สิ่งชั่วร้ายแล้ว ยังเป็นประโยชน์อีกด้วย
พระเจ้าเองก็เคยบัญชาให้โมเสสนับประชากรอิสราเอล (อพย. 30:12)

แต่ครั้งนี้ดาวิดทำบาปเพราะว่าท่าทีในการนับนี้ เป็นท่าทีเย่อหยิ่งยโส เพื่อโอ้อวดว่าตนมีกำลังทหารมากมายเพียงใด และอาจจะมีรายละเอียดบางอย่างที่ไม่ได้บอกไว้ในพระคัมภีร์ซึ่งเป็นท่าทีที่ไม่ถูกต้องของดาวิด

ท่าทีของการกระทำ ย่อมสำคัญยิ่งกว่าการกระทำ
การกระทำด้วยท่าทีรักพระเจ้า แม้ได้ผลออกมาไม่มากนัก แต่นั่นก็ทำให้พระเจ้าพอพระทัย
แต่การกระทำที่ดูเหมือนดีและน่าจะเป็นประโยชน์ ที่ทำด้วยท่าทีที่ไม่ถูกต้องต่อพระเจ้า กลับจะทำให้ไม่เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า

2. การลงโทษที่ดาวิดเลือก เขาไม่ได้เลือกข้อที่ตนเองเดือดร้อน แต่เลือกที่ประชาชนเดือดร้อน
ต่อมาเมื่อเขาคิดได้ แล้วขอให้พระเจ้าลงโทษเฉพาะเขาและเชื้อสายของเขา
แล้วภัยพิบัติก็หยุดลง

โอรนัน เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา และเป็นคนต่างชาติชาวเยบุส
แต่กลับยินดีเสียสละที่ดินของตนให้เปล่าๆแก่ดาวิดเพื่อสร้างแท่นบูชา ยับยั้งภัยพิบัติ
พระเจ้าจึงอวยพระพรชื่อของเขา ได้บันทึกในพระคัมภีร์ว่า
ที่ดินของเขานี่เองที่ได้เป็นที่ตั้งของพระวิหารอันงดงาม ที่ซาโลมอนสร้างขึ้น

การเสียสละเพื่อผู้อื่น จะนำพระพรมาสู่ตนเองและผู้อื่น

คำคม

“ ท่าทีของการกระทำ สำคัญยิ่งกว่าการกระทำ ”

สรุป 1พงศาวดาร 20

ภาพรวม

  • ดาวิดทำสงครามกับอัมโมนที่เหลืออยู่ และกับคนฟิลิสเตีย และสามารถเอาชนะพวกเขาได้ทั้งหมด

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 20 หลังจากที่คนอัมโมน จ้างทหารซีเรียมาช่วยตน สู้รบกับดาวิด แต่พวกเขาก็พ่ายแพ้ไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว

พอ​ถึง​ฤดู​ใบไม้​ผลิ โย​อาบ​ก็​นำ​กอง​ทัพ​ไป​ทำ​ลาย​แผ่น​ดิน​ของ​คน​อัม​โมน
และ​โจม​ตี​เมือง​รับ​บาห์ และ​คว่ำ​เมือง​นั้น​เสีย
​ดาวิดจึงนำ​ของ​ที่ริบ​จาก​เมือง​นั้น​มา​มากมาย
และบังคับให้​ประ​ชา​ชนของอัมโมน มาทำ​งาน​หนัก​
แล้ว​ดาวิด​กับ​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​ปวง​ก็​กลับ​สู่​เย​รู​ซา​เล็ม

ต่อมาเกิด​สง​คราม​ขึ้น​กับ​คน​ฟีลิส​เตีย​ แล้วทหารของดาวิดก็ฆ่าทหารฟิลิสเตียที่เป็นเชื้อ​สาย​ของ​คน​ยักษ์​เสีย
ทหารดาวิดเหล่านั้น ได้แก่
​สิบ​เบ​คัย​ , ​เอล​ฮา​นัน​ , โย​นา​ธาน​(ลูกพี่ชายของดาวิด)

1. พระเจ้าทรงอวยพระพรดาวิด จึงทำให้ ทุกสงครามที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นพระพรแก่ดาวิด
และคนที่เป็นทีมของดาวิดก็ได้รับพระพรไปด้วย
ดาวิดผู้ฆ่ายักษ์ มีทหารเอกหลายคนที่ฆ่ายักษ์

เมื่อเราดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องกับพระเจ้า ทุกสถานการณ์และทุกส่วนชีวิตของเรา จะได้รับพระพร

คำคม

“ การอวยพรจากพระเจ้า จะไหลล้นจากเรา ไปสู่คนรอบข้าง ”

สรุป 1พงศาวดาร 19

ภาพรวม

  • คนอัมโมน จ้างทหารซีเรียมาช่วยตน สู้รบกับดาวิด แต่พวกเขาก็พ่ายแพ้ไปอย่างสิ้นเชิง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 19 พระเจ้าอวยพระพรดาวิด ทำให้เขาสามารถปราบประเทศโดยรอบลงได้อย่างสิ้นเชิง

​ต่อ​มาเมื่อนา​หาช​ พระ​ราชา​ของ​คน​อัม​โมน​สิ้น​พระ​ชนม์
ดาวิดจึง​ทรง​ส่ง​คณะ​ทูต​ไป​แสดงความเสียใจ

​ฮา​นูน โอรสของนาหาช ซึ่งขึ้นครองราชย์แทนพ่อ
​ใน​แผ่น​ดิน​ของ​คน​อัม​โมน เพื่อ​จะ​ปลอบ​โยน​ท่าน

แต่ฮานูน ฟังคำยุยงของพวก​เจ้า​นาย
จึง​จับทูตของ​ดาวิด​ โกน​เคราเสีย และ​ตัด​เครื่อง​แต่ง​กาย และ​​ปล่อย​​กลับ​ไป

เมื่อดาวิด​รู้ว่า ทูตเหล่านั้น​อาย​มาก จึงให้ไป​พัก​อยู่​ที่​เมือง​เย​รี​โค​จน​กว่า​เครา​จะ​ขึ้น แล้ว​ค่อย​กลับ​มา

​คน​อัม​โมน​ ไปจ้าง​ทหาร​จาก​เม​โส​โป​เต​เมีย จาก​อา​รัม​มา​อา​คาห์ และ​จาก​โศ​บาห์ และ​พระ​ราชา​แห่ง​เมือง​มา​อา​คาห์​ มาช่วย​ทำ​สง​คราม และ​คน​อัม​โมน​ก็​รวบ​รวม​กัน​มา​จาก​หัว​เมือง​ต่างๆ ของ​พวกเขา​ด้วย

ดาวิดจึง​ใช้​โย​อาบ และ​กอง​ทัพ​นักรบ​ทั้ง​สิ้น​ไปทำสงครามกับพวกเขา

โย​อาบ​ และ​อา​บี​ชัย ก็นำทัพไปต่อสู้พวกเขาจนได้ชัยชนะ
คน​ซีเรียที่ถูกจ้างมาก็หนีไป คน​อัม​โมน​ก็​หนี​​เข้า​ไป​ใน​เมือง
แล้ว​โย​อาบ​ก็​กลับ​ไป​เย​รู​ซา​เล็ม

​คน​ซีเรียที่พ่ายแพ้ไป​ ได้ไปขอความช่วยเหลือจาก​คน​ซีเรีย ซึ่ง​อยู่​ที่​ฟาก​ตะวัน​ออก​ของ​แม่​น้ำ​ยูเฟร​ติส​ ให้มาช่วยรบ
​ดาวิด​จึง​รวม​อิส​รา​เอล​ทั้ง​สิ้น ​จัด​ทัพเข้า​ปะทะ​กับ​คน​ซีเรีย
คน​ซีเรีย​ก็พ่ายแพ้ไป พวกเขาขอ​สงบ​ศึก​กับ​ดาวิด และ​รับ​ใช้​พระ​องค์
คน​ซีเรีย​จึง​ไม่​ยอม​ช่วย​คน​อัม​โมน​อีก​ต่อ​ไป

1. การที่ฮานูน กษัตริย์ของอาโมน เชื่อคำยุยงของข้าราชการ จนทำสงครามกับดาวิด
และได้ชักนำซีเรีย มาทำสงครามกลับดาวิดด้วย

สิ่งเหล่านี้ ในที่สุดนำพระพรมากมายมาสู่ดาวิด
นอกจากประเทศจะมั่นคงยิ่งขึ้นแล้ว ยังได้ทรัพย์สมบัติ ยุทโธปกรณ์ ทหารและผู้ปรนนิบัติรับใช้เพิ่มขึ้นอีกมากมาย

ปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันนั้น
สาเหตุเกิดจากใคร ไม่ใช่ประเด็นสำคัญนัก
ขอเพียงแต่เรายังดำเนินอย่างถูกต้องต่อพระเจ้า
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ในที่สุดแล้ว จะนำผลดีมากมายมาสู่เรา

2. คนอัมโมนและคนซีเรีย คิดว่า การไปขอความช่วยเหลือจากกองทัพอื่นๆ มาเสริมให้ตนมีกำลังมากยิ่งขึ้น จะทำให้พวกเขา มีชัยชนะในสงคราม
แต่ความจริงแล้วชัยชนะนั้น ไม่ขึ้นกับจำนวนทหารที่มีเลย
แต่ขึ้นอยู่กับว่า ศึกครั้งนี้พระเจ้าจะทรงให้ฝ่ายใดเป็นฝ่ายชนะ

วันนี้ ถ้าพระเจ้าทรงอยู่ฝ่ายเรา ใครเล่าจะต่อสู้เราได้

คำคม

“ ชัยชนะไม่ได้อยู่ที่กำลังของเรา แต่ขึ้นอยู่กับพระประสงค์ของพระเจ้า ”

สรุป 1พงศาวดาร 18

ภาพรวม

  • พระเจ้าอวยพระพรดาวิด ทำให้เขาสามารถปราบประเทศโดยรอบลงได้อย่างสิ้นเชิง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 18 เมื่อดาวิดปรารถนาจะสร้างพระนิเวศให้พระเจ้า แต่พระเจ้าจะให้เชื้อสายของดาวิดสร้างแทน ถึงกระนั้นพระเจ้าก็ทรงสัญญาที่จะอวยพระพรแก่ดาวิดและราชวงศ์ของเขา

พระเจ้าทรงอวยพร​ดาวิดในการศึก เขาสามารถปราบคน​ฟีลิฟีลิีย และ​คน​โม​อับ

ดาวิด​ทรง​โจม​ตี​ฮา​ดัด​เอ​เซอร์​ พระ​ราชา​ของ​เมือง​โศ​บาห์
​ทรง​ยึด​รถ​รบ​และ​ทหาร​ มามากมาย

เมื่อ​คน​ซีเรีย​แห่ง​เมือง​ดา​มัส​กัส​มา​ช่วย​ฮา​ดัด​เอ​เซอร์
ดาวิด​ทรงปราบพวกเขาด้วย

เมื่อ​โทอู​ พระ​ราชา​แห่ง​เมือง​ฮา​มัท ได้ทรราบว่า ดาวิดได้ปราบ​ฮา​ดัด​เอ​เซอร์ ​เคย​สู้​รบ​กับ​โทอู
​พระ​องค์​จึง​ส่ง​ภาช​นะ ​ทอง​คำ ​เงิน และ​ทอง​สัม​ฤทธิ์​ มา​ถวาย

ดาวิดจึงแบ่งบางส่วน​ถวาย​​แด่พระเจ้า พร้อม​กับ​เงิน และ​ทอง​คำ​ซึ่ง​ได้จาก​เอ​โดม โม​อับ คน​อัม​โมน คน​ฟีลิส​เตีย และ​อา​มา​เลข

ดาวิด​​ครอง​ราชย์ ด้วย​ความ​ยุติ​ธรรม​และ​ความ​เที่ยง​ธรรม​
โดยมี
​โย​อาบ เป็น​ผู้​บัญชา​การ​กอง​ทัพ
​เย​โฮ​ชา​ฟัท ​เป็น​เจ้า​กรม​สาร​บรรณ
ศา​โดก ​และ​ อา​หิ​เม​เลค​ เป็น​​ปุโร​หิต
ชา​วะ​ชา ​เป็น​ราช​เลขา
เบ​ไน​ยาห์​ ดูแล​คน​เค​เร​ธี​และ​คน​เป​เลธ
​บรร​ดา​โอรส​ของ​ดาวิด​ ​เป็น​บรร​ดา​ผู้​นำ​ใน​ราช​การ​ของ​พระ​ราชา

1. เมื่อพระเจ้าอวยพระพรดาวิด ไม่เพียงแต่เขาจะได้เป็นกษัตริย์เท่านั้น
แต่เป็นกษัตริย์ที่มีบัลลังก์ที่มั่นคงอีกด้วย
ศัตรูรอบข้างพ่ายแพ้แก่เขาเสียสิ้น
และยังมีบรรดาข้าราชการที่มีความสามารถมากมาย คอยสนับสนุนอีกด้วย

เมื่อเราดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องต่อพระเจ้า
พระเจ้าจะอวยพระพรแก่เราในทุกพื้นที่ของชีวิต

2. เมื่อดาวิดปราบ ฮา​ดัด​เอ​เซอร์ ได้ กลับทำให้ทูโอ ศัตรูของฮา​ดัด​เอ​เซอร์ ส่งของมากมายมาให้แก่ดาวิด
ซึ่งทำให้เป็นการเตรียมสำหรับพระวิหารที่ซาโลมอนจะสร้างในเวลาต่อมา

เมื่อพระเจ้าอวยพระพรเราในเรื่องหนึ่งเรื่องใด
จะนำพระพรไปสู่เรื่องอื่นในชีวิตแบบที่เราคาดไม่ถึงอีกด้วย

คำคม

“ เมื่อพระเจ้าทรงอวยพรผู้ใด ผู้นั้นจะรับพระพรในทุกด้านของชีวิต ”

สรุป 1พงศาวดาร 17

ภาพรวม

  • ดาวิดปรารถนาจะสร้างพระนิเวศให้พระเจ้า แต่พระเจ้าจะให้เชื้อสายของดาวิดสร้างแทน ถึงกระนั้นพระเจ้าก็ทรงสัญญาที่จะอวยพระพรแก่ดาวิดและราชวงศ์ของเขา

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 17 เมื่อดาวิดได้ตั้งคณะนักร้อง นักดนตรี ให้คอยปรนบัติพระเจ้าหน้าหีบพันธสัญญา และให้ปุโรหิตถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้าทุกเช้าเย็นแล้ว

ต่อมา​ดาวิด​ตรัส​กับ​นา​ธัน​ ผู้​เผย​พระ​วจนะ ​ว่า
เขาอยากสร้างนิเวศให้เป็นที่เก็บ ​หีบ​พันธ​สัญ​ญา​ของ​พระเจ้า

และ​นา​ธัน​ทูล​ ​ว่า
ขอทำ​ตาม​ที่ตั้งใจเถิด

แต่ใน​คืน​วัน​นั้น​เอง ​พระ​เจ้าตรัสกับ​นา​ธัน ​ว่า
ให้ไป​บอก​ดาวิด​ ​ว่า
เขาจะ​ไม่​เป็น​ผู้​สร้าง​นิเวศ​ของพระเจ้า
พระเจ้าไม่เคยบอกให้ใครสร้างพระนิเวศให้เลย
ถึงกระนั้นดาวิดก็ยังคิดจะสร้างพระนิเวศให้พระเจ้า

เพราะ​ฉะนั้นพระเจ้าจะอวยพระพร​ราช​วงศ์​ของดาวิด
และ​​เชื้อ​สาย​คน​หนึ่ง​ของดาวิด ที่สืบ​ต่อ​จาก​ดาวิด จะ​เป็น​ผู้​สร้าง​นิเวศ​ให้​พระเจ้า
และพระเจ้า​จะ​สถา​ปนา​บัล​ลังก์​ของ​เขา​ไว้​ตลอด​นิ​รันดร์
พระเจ้า​จะ​ไม่​นำ​ความ​รัก​มั่น​คง​ของ​พระองค์​ไป​จาก​เขา
พระเจ้า​จะ​ให้​เขา​ตั้ง​อยู่​ใน​นิเวศ​ของพระเจ้า และ​ใน​อา​ณา​จักร​ของ​พระองค์​ตลอด​นิ​รันดร์
พระเจ้า​จะ​สถา​ปนา​บัล​ลังก์​ของ​เขา​ไว้​นิ​รันดร์

นา​ธัน​ ​ทูล​ดาวิดดังนั้นแล้ว
ดาวิดก็​ทูลพระเจ้า​ ว่า
เขา​เป็น​ใครเล่า พระ​องค์​จึงทรง​นำ​เขา​มา​ไกล​เช่น​นี้?
ขอพระ​องค์​ทรง​กระ​ทำ​การ​ยิ่ง​ใหญ่​นี้​ทั้ง​สิ้น
ใคร​จะ​เหมือน​อิส​รา​เอล ​ประ​ชา​กร​ของ​พระ​องค์ ชน​ชาติ​เดียว​ใน​โลก​ที่​พระ​เจ้า​เสด็จ​ไป​ไถ่​ให้​เป็น​ประ​ชา​กร​ของ​พระ​องค์
​ขอ​เชิญพระองค์ทำตาม​พระ​องค์​ตรัสเถิด
เพราะ​ว่า​สิ่ง​ใด​ที่​พระ​องค์​ทรง​อวย​พร​ สิ่ง​นั้น​ก็​รับ​พระ​พร​ตลอด​นิ​รันดร์

1. เมื่อดาวิดอยากสร้างพระนิเวศ ซึ่งเป็นสิ่งดี นาธันจึงสนับสนุนความคิดนี้ทันที
แต่พระเจ้าทรงคิดแตกต่างออกไปจากนาธันและดาวิด

การทำสิ่งที่ดีเพื่อพระเจ้า สมควรที่จะปรึกษาและรับการทรงนำจากพระองค์
เพราะความคิดของพระเจ้าและวิธีการของพระองค์นั้นดีเลิศ สูงส่งเกินกว่าที่เราจะเข้าใจได้

2. ดาวิดคิดจะสร้างพระนิเวศให้แก่พระเจ้า ทั้งที่พระเจ้าไม่ได้สั่ง
เขาไม่จำเป็นต้องสร้างเลย หากเขาต้องการเพียงประโยชน์จากการทรงสถิตของพระเจ้า
เพราะว่าเมื่อหีบพันธสัญญาอยู่ในเยรูซาเล็มนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะให้มีการทรงสถิตของพระเจ้า

ดาวิดอยากจะสร้าง ไม่ใช่เพราะพระเจ้าสั่ง แต่เป็นความรักและการซาบซึ้งพระคุณ ที่เขามีต่อพระเจ้า

ด้วยท่าทีเช่นนี้ แม้ในที่สุดแล้ว มีเหตุทำให้เขาไม่ได้เป็นผู้สร้างพระนิเวศ
แต่พระเจ้าก็อวยพระพรเขาอย่างเต็มขนาด เพราะท่าทีเช่นนั้น
จนราวกับว่าเขาได้สร้างจนสำเร็จแล้วด้วยซ้ำไป

พระเจ้าทรงทอดพระเนตรจิตใจ
ทุกท่าทีและการกระทำที่ทำเพราะความรักที่มีต่อพระเจ้า
พระเจ้าทรงพอพระทัย และจะทรงอวยพระพรเหลือล้นแก่ผู้ที่มีท่าทีและการกระทำนั้นๆ

3.เมื่อพระเจ้าทรงสัญญาที่จะอวยพระพรดาวิดและราชวงศ์ของเขา
ดาวิดตอบรับอย่างถ่อมใจว่า
เขา​เป็น​ใครเล่า พระ​องค์​จึงทรงจะอวยพระพรเขา​เช่น​นี้ ทั้งที่เขาไม่สมควรเลย?

เมื่อพระเจ้าประทานพระคุณแก่เรา
ท่าทีที่เราควรตอบสนองคือ ถ่อมใจลง

4. พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะอวยพระพรให้เชื้อสายของดาวิด สร้างพระนิเวศและราชวงศ์ของดาวิดจะดำรงอยู่นิรันดร์
ในฝ่ายวัตถุก็คือ ซาโลมอน โอรสของดาวิด ได้เป็นผู้สร้างพระนิเวศของพระเจ้า

แต่ในฝ่ายวิญญาณคือ พระเยซูคริสต์ ผู้เป็นเชื้อสายของดาวิดเป็นผู้สร้างพระวิหารฝ่ายวิญญาณ และราชอาณาจักรของพระองค์ทรงดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์

สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้แก่เรานั้น
จะเกิดขึ้นเป็นจริงเสมอ
และพระพรที่ที่มาถึงนั้นจะมากมายเกินกว่าที่เราจะคิดหรือจินตนาการได้

คำคม

“ แค่ตั้งใจทำเพื่อพระเจ้าอย่างจริงใจ นั่นก็เริ่มได้รับพระพรแล้ว ”

สรุป 1พงศาวดาร 16

ภาพรวม

  • ดาวิดได้ตั้งคณะนักร้อง นักดนตรี ให้คอยปรนบัติพระเจ้าหน้าหีบพันธสัญญา และให้ปุโรหิตถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้าทุกเข้าเย็น

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 16 หลังจากที่ดาวิด ให้ปุโรหิตและเลวี ร่วมกันนำหีบพันธสัญญามาไว้ที่เยรูซาเล็ม และดาวิดพร้อมกับประชาชนก็ชื่นชมยินดียิ่งนัก

พวกเขา​ได้​นำ​หีบ​ของ​พระ​เจ้า​เข้า​มา วาง​ไว้​ภาย​ใน​เต็นท์​ซึ่ง​ดาวิด​ได้​ทรง​ตั้ง​ไว้​ให้
และพวก​เขา​ก็ถวาย​เครื่อง​บูชา​แด่​พระ​เจ้า
แล้วดาวิดก็​อวย​พร​แก่​ประ​ชา​ชน​ใน​พระ​นาม​พระเจ้า
และ​ทรง​แจก​ขนม​ปัง​ ขนม​อินท​ผลัม และ​ขนม​ลูก​เกด​ แก่​คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด

ดาวิด​ทรง​ตั้ง​คน​เลวี​บาง​คน​ให้​เป็น​ผู้​ปรน​นิบัติ​หน้า​หีบ​ของ​พระเจ้า
ให้​รำลึก​พระ​คุณ ให้​ขอบ​พระ​คุณ​และ​สรร​เสริญ​พระเจ้า โดยการร้องเพลงและดนตรีนมัสการ
โดยมี อา​สาฟ​เป็น​หัว​หน้าของพวกเขา
อา​สาฟ​เป็น​คน​ตี​ฉาบ

แล้ว​ใน​วัน​นั้น​ดาวิด​ กำ​หนด​เป็น​ครั้ง​แรก​ให้​มี​การ​ร้อง​เพลง​สดุดี​ขอบ​พระ​คุณ​ถวาย​แด่​พระเจ้า
บทเพลงสรรเสริญพระเจ้าของดาวิด มีเนื้อหาว่า

จง​ขอบ​พระ​คุณ​พระเจ้า
จง​ร้อง​เพลง​ถวาย​พระ​องค์
จง​เล่า​ถึง​และระลึกถึง การ​อัศ​จรรย์​ของ​พระ​องค์
จง​แสวง​หา​พระเจ้าเสมอ
จง​จดจำ​พันธ​สัญ​ญา​ของ​พระ​องค์​อยู่​เป็น​นิตย์
จง​ประ​กาศ​ความ​รอด​ของ​พระ​องค์​ทุกๆ วัน
จง​เล่า​ถึง​พระ​สิริ​ของ​พระ​องค์
จง​ถวาย​พระ​เกียรติ​แด่พระเจ้า
จงเปรม​ปรีดิ์ในการ​ครอบ​ครองของพระเจ้า
จง​ขอบ​พระ​คุณพระเจ้า

ดาวิด​จึง​ทรง​ให้​อา​สาฟ​และ​พี่​น้อง​ของ​เขา​อยู่​ที่​นั่น​ต่อ​หน้า​หีบ​พันธ​สัญ​ญา
ให้​ปรน​นิบัติ​อยู่​หน้า​หีบ​นั้น​เรื่อย​ไป​ตาม​งาน​ประ​จำ​วัน​ที่​ต้อง​ทำ
และทรง​ให้​ศา​โดก​ปุโร​หิต​กับ​พี่​น้อง​ของ​เขา​ ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​แด่พระเจ้า ​ใน​เวลา​เช้าและ​เวลา​เย็น​เสมอ
และ​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​ปวง​ต่าง​ก็​ไป​ยัง​บ้าน​ของ​ตน
และ​ดาวิด​เสด็จ​กลับ​เพื่อ​ทรง​อวย​พร​แด่​เชื้อ​พระ​วงศ์​ของ​พระ​องค์

1. เพราะดาวิดคิดว่า การที่หีบพันธสัญญาซึ่งเล็งถึงการทรงสถิตของพระเจ้า ได้มาอยู่ในเยรูซาเล็มนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก
เขาจึงมีการกระทำบางอย่างที่กระทำ ซึ่งแสดงออกมาสอดคล้องกับการให้ความสำคัญนั้น
ได้แก่การตั้งคณะนักร้องนักดนตรีนมัสการพระเจ้า การตั้งคนเฝ้าหีบ การกำหนดให้มีการถวายเครื่องบูชาทุกเช้าเย็น

วันนี้ หากเราคิดว่าการทรงสถิตของพระเจ้าในชีวิตของเราสำคัญจริงๆแล้ว
ตัวเราย่อมมีการแสดงออกบางอย่างที่สอดคล้องกับความสำคัญนั้น
เช่น แสวงหาพระเจ้าอย่างจริงจัง ดีใจชื่นชมในการที่พระเจ้าทรงสถิตทุกวัน ร้องเพลงนมัสการพระองค์เรื่อยไป เป็นต้น

2. ในบทเพลงของดาวิด พูดถึงสิ่งที่เราสมควรกระทำแด่พระเจ้า คือ
ขอบ​พระ​คุณ​ ​ระลึกถึงและเล่า​ถึงสิ่งพระองค์ทรงทำแก่เรา
​แสวง​หา​พระเจ้า ​จดจำ​พันธ​สัญ​ญา​ของ​พระ​องค์​
ถวาย​พระ​เกียรติ​แด่พระองค์ และเปรม​ปรีดิ์ในทุกสิ่งเพราะพระเจ้าทรงควบคุมอยู่

วันนี้ เราทำสิ่งเหล่านี้มากน้อยเพียงใด?
ถ้าคะแนนเต็ม 10 เราได้กี่คะแนน?
เป็นการดีที่จะทำสิ่งเหล่านี้มากขึ้นทุกวันเสมอไป

คำคม

“ พระเจ้าสมควรได้รับการยกย่องสรรเสริญจากเรา มากยิ่งกว่าที่เราทำอยู่นี้หรือไม่? ”

สรุป 1พงศาวดาร 15

ภาพรวม

  • ดาวิด ให้ปุโรหิตและเลวี ร่วมกันนำหีบพันธสัญญามาไว้ที่เยรูซาเล็ม และดาวิดพร้อมกับประชาชนก็ชื่นชมยินดียิ่งนัก

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 15 เมื่อพระเจ้าอวยพระพรดาวิดในทุกๆด้าน เพราะดาวิดเชื่อฟังและยำเกรงพระเจ้าแล้ว


ดาวิดจึงสร้าง​พระ​ราช​วัง​ต่างๆ เพื่อ​พระ​องค์​ใน​เยรูซาเล็ม
และ​ดาวิดทรง​ตั้ง​เต็นท์และเตรียม​ที่​ไว้​สำ​หรับ​หีบ​ของ​พระ​เจ้า​

แล้ว​ดาวิด​ตรัส​ว่า “นอก​จาก​คน​เลวี​แล้ว​ไม่​มี​ใคร​จะ​หาม​หีบ​ของ​พระ​เจ้า​ได้”
​ดาวิด​ทรง​ประ​ชุม​อิส​รา​เอล​ทั้ง​สิ้น​ที่​เย​รู​ซา​เล็ม เพื่อ​จะ​นำ​หีบ​ของพระเจ้ามาที่เยรูซาเล็ม

​ดาวิด​​รวบ​รวม​เชื้อ​สาย​ของ​อา​โรน​และ​คน​เลวี ดังนี้
– ​​เชื้อ​สาย​ของ​โค​ฮาท 120 คน มี อุรี​เอล​เป็น​หัว​หน้า
– ​เชื้อ​สาย​ของ​เม​รา​รี​ 220 คน มี ​อา​สา​ยาห์​เป็น​หัว​หน้า​
– ​เชื้อ​สาย​ของ​เกอร์​โชม 130 คน มี ​โย​เอล​เป็น​หัว​หน้า​
– เชื้อ​สาย​ของ​เอ​ลี​ชา​ฟาน​ 200 คน มี ​เช​ไม​ยาห์​เป็น​หัว​หน้า
– เชื้อ​สาย​ของ​เฮ​โบรน 80 คน มี ​เอ​ลี​เอล​เป็น​หัว​หน้า
– ​เชื้อ​สาย​ของ​อุส​ซี​เอล 112 คน มี ​อัม​มี​นา​ดับ​เป็น​หัว​หน้า​

​ดาวิด​ทรงสั่งให้​ศา​โดก​และ​อา​บี​ยา​ธาร์​ปุโร​หิต​ทั้ง​สอง และเหล่าหัวหน้าของ​คน​เลวี​
ชำระ​ตัว​ของ​พวกเขาให้​บริ​สุทธิ์ เพื่อ​จะ​นำ​หีบ​ของ​​พระ​เจ้า​มายังเยรูซาเล็ม

หลังจากชำระตัวแล้ว ​คน​เลวี​ก็ได้​หาม​หีบ​ของ​พระ​เจ้า​ด้วย​คาน​หาม ดัง​ที่​โม​เสส​ได้​บัญชา​ไว้​
ดาวิด​ทรง​บัญชา​บรร​ดา​หัว​หน้า​ของ​คน​เลวี​ให้​แต่ง​ตั้ง​ นัก​ร้อง​ นักดนตรี เพื่อ​ร้อง​เพลง​เสียง​ดัง​ด้วย​ความ​ชื่น​บาน

ดาวิด​และ​บรร​ดา​ผู้​ใหญ่​ของ​อิส​รา​เอล และ​ผู้​บัญชา​กอง​พัน​จึง​ไป​นำ​หีบ​พันธ​สัญ​ญา​ของ​พระเจ้า มา​จาก​บ้าน​ของ​โอ​เบด​เอ​โดม​ด้วย​ความ​เปรม​ปรีดิ์

ดาวิด​ทรง​ฉลอง​พระ​องค์​ผ้า​ป่าน​เนื้อ​ละ​เอียด และ​ดาวิด​ทรง​เอ​โฟด​ผ้า​ป่าน
ดัง​นั้น​คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​ปวง​ ก็ร่วมเสียง​โห่​ร้อง เสียง​เป่า​เขา​สัตว์ เสียง​แตร และ​ฉาบ และ​ทำ​เพลง​เสียง​ดัง​ด้วย​พิณ​ใหญ่​และ​พิณ​เขา​คู่

แต่เมื่อ​หีบ​พันธ​สัญ​ญา​ของพระเจ้า ​มา​ถึงเยรูซาเล็ม​แล้ว
มี​คาล​ราช​ธิดา​ของ​ซา​อูล ​ทรง​มองดู​ทาง​ช่อง​หน้า​ต่าง
ทรง​เห็น​กษัตริย์​ดาวิด​ทรง​เต้น​รำ​และ​ทรง​ร่า​เริง​อยู่
พระ​นาง​ก็​ทรง​ดู​หมิ่น​พระ​องค์​ใน​ใจ

1. หลังจากนำหีบพันธสัญญามาเยรูซาเล็มไม่สำเร็จ ในบทที่ 13
ดาวิดได้เรียนรู้จากความผิดพลาดในครั้งก่อน ที่ทำตามวิธีของตนเองที่คิดว่าดี
คราวนี้ดาวิดใช้วิธีของพระเจ้า
จึงทำได้สำเร็จลุล่วงไปได้อย่างสวยงาม

หากเราจะทำงานของพระเจ้า เราต้องใช้วิธีของพระเจ้า

หากเราจะรับใช้พระเจ้า เราต้องใช้วิธีแห่งความเชื่อ ความไว้วางใจ ความชอบธรรม ความสัตย์ซื่อ เป็นต้น

2. ดาวิดชื่นชมยินดีอย่างยิ่งที่หีบพันธสัญญา สัญลักษณ์ของการทรงสถิตของพระเจ้า มาอยู่ในเยรูซาเล็ม

วันนี้เราชื่นชมยินดี และเห็นคุณค่ามากเพียงสำหรับ สำหรับการทรงสถิตของพระเจ้าอยู่ภายในเรา

3. เมื่อหีบพันธสัญญามาถึงเยรูซาเล็ม มีคาลไม่เพียงแต่ไม่ลงมาต้อนรับ แต่ยังดูหมิ่นดาวิดที่สำแดงการต้อนรับอย่างสุดกำลังอีกด้วย

วันนี้เมื่อเราทำเพื่อพระเจ้าอย่างสุดกำลัง
เป็นไปได้ว่า อาจจะมีบางคนไม่เห็นด้วย ไม่พอใจ หรือแม้แต่มาตำหนิเรา
อย่าให้เราท้อถอย ให้ทำอย่างสุดกำลังต่อไป
เพราะเราไม่ได้ทำเพื่อให้ใครชื่นชม
แต่ทำเพื่อให้พระเจ้าพอพระทัย
ดังนั้นตราบเท่าที่พระเจ้าพอพระทัย นั่นก็เพียงพอแล้ว ใครจะคิดอย่างไรก็ช่างเขา

คำคม

“ การรับใช้พระเจ้า ต้องใช้วิธีของพระเจ้า ”

สรุป 1พงศาวดาร 14

ภาพรวม

  • พระเจ้าอวยพระพรดาวิดในทุกๆด้าน เพราะดาวิดเชื่อฟังและยำเกรงพระเจ้า

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 14 แม้ดาวิดและคนอิสราเอล พยายามนำหีบพันธสัญญาของพระเจ้า จาก​คีริ​ยาท​เย​อา​ริม มาเยรูซาเล็ม แต่ไม่สำเร็จ ถึงกระนั้นพระเจ้าก็ยังคงอวยพระพรดาวิด

ฮี​ราม​ พระ​ราชา​เมือง​ไทระ ได้​ส่ง​ไม้​สน​สีดาร์ ทั้ง​ช่าง​ก่อ​และ​ช่าง​ไม้​เพื่อ​ช่วย​สร้าง​วัง​ให้ดาวิด
ดาวิด​ทรง​ทราบ​ว่า​พระเจ้าทรง​ตั้ง​พระ​องค์​เป็น​พระ​ราชา​เหนือ​อิส​รา​เอล
เพราะ​อา​ณา​จักร​ของ​ดาวิดเจริญก้าวหน้าอย่างมาก

เมื่อย้ายมาที่กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม ดาวิด​ทรง​รับ​มเห​สี​เพิ่ม​ขึ้น​ และทรง​มี​โอรส​และ​พระ​ธิดา​อีกหลายองค์ ดังนี้
​ชัม​มุ​วา โช​บับ นา​ธัน ซา​โล​มอน อิบ​ฮาร์(พระเจ้าทรงเลือก) เอ​ลี​ชู​วา(พระเจ้าทรงเป็นความรอด) เอล​เป​เลท(พระเจ้าทรงเป็นผู้ปลดปล่อย) โน​กาห์ เน​เฟก ยา​เฟีย เอ​ลี​ชา​มา(พระเจ้าของข้าพเจ้าทรงสดับ) เบ​เอล​ยา​ดา (พระเจ้าทรงทราบ) และเอ​ลี​เฟ​เลท

ต่อมา​คน​ฟีลิส​เตีย​ได้ยกทัพมาต่อสู้​ดาวิด และเข้ามา​ปล้น​ใน​หุบ​เขา​เร​ฟา​อิม
ดาวิด​ก็​ทูล​ถาม​พระ​เจ้า​
พระเจ้าสั่งให้ ดาวิด​ขึ้น​ไปสู้
ดาวิดก็ทำตามและได้รับชัยชนะ
พวกฟิลิสเตียก็​ทิ้ง​บรร​ดา​รูป​เคา​รพ​ไว้แล้วหนีไป ดาวิด​ก็สั่งให้เผา​รูป​เคา​รพ​เหล่า​นั้น​ทิ้งเสีย

และ​คน​ฟีลิส​เตีย​ยัง​มา​ปล้น​ใน​หุบ​เขา​นั้น​อีก
​ดาวิด​ทูล​ถาม​พระ​เจ้า​อีก​ครั้ง​หนึ่ง
พระ​เจ้าสั่งไม่ให้ขึ้นไปสู้ แต่ให้ล้อม​พวก​เขา​ไว้ จนกว่าจะได้​ยิน​เสียง​กระ​บวน​ทัพ​อยู่​ที่​ยอด​หมู่​ต้น​ยาง​แล้ว ก็ค่อย​ออก​ไป​รบ
​ดาวิดก็​ทำ​ตาม​ และได้รับชัย​ชนะ

กิตติ​ศัพท์​ของ​ดาวิด​ก็​ลือ​ไป​สู่​ประ​เทศ​ทั้ง​ปวง
และ​พระเจ้าทรง​ให้​ประ​ชา​ชาติ​ทั้ง​ปวง​ครั่น​คร้าม​ดาวิด

1. พระเจ้าทรงตั้งดาวิดเป็นกษัตริย์ ดังนั้นอาณาจักรของดาวิดจึงเจริญอย่างยิ่ง
ท่าทีของดาวิดที่มีต่อพระเจ้า คือ เขารักพระเจ้า และพึ่งพาพระองค์อยู่เสมอ
สังเกตจากชื่อ ลูกของเขา หลายคนเป็นชื่อที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้า
และในการรบเขาพึ่งพาพระเจ้า ทูลถามพระองค์เสมอ
แม้แต่การรบกับฟิลิสเตียที่เขาเคยชนะมาแล้ว และรบกันในที่เดิม
เขาก็ยังถามพระเจ้า
ซึ่งปรากฏว่า ทั้งสองครั้ง พระเจ้าสั่งให้ดาวิดทำไม่เหมือนกัน
และเพราะดาวิดเชื่อฟังพระเจ้า เขาจึงได้รับชัยชนะทั้งสองครั้ง

ท่าทีที่เราสมควรมีต่อพระเจ้า คือ รักและผูกพันกับพระองค์อยู่เสมอ
ให้พระเจ้าเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรา ทุกส่วนในชีวิต
พึ่งพาพระเจ้า ด้วยการทูลถามขอการทรงนำจากพระองค์เสมอ
และเชื่อฟังการนำจากพระองค์

2. ทั้งที่ดาวิดรักพระเจ้า แต่กลับมีข้าศึกอย่างฟิลิสเตียมาบุก
ซึ่งดูเหมือนเป็นสิ่งไม่ดี แต่ความจริงเป็นพระพรจากพระเจ้า
เพราะชัยชนะที่ดาวิดมีเหนือฟิลิสเตียในครั้งนั้น
ทำให้กิตติ​ศัพท์​ของ​ดาวิด​ก็​ลือ​ไป​ทั่ว และ​ประ​ชา​ชาติ​ทั้งหลายจึงครั่น​คร้าม​ดาวิด

เมื่อเราดำเนินชีวิตถูกต้องกับพระเจ้า รักพระองค์ เชื่อฟังพระองค์
ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ไม่ว่าดูเหมือนจะไม่ดีสักเพียงใด
ในที่สุดก็จะกลับกลายเป็นพระพรยิ่งใหญ่สำหรับเรา

คำคม

“ ผู้ที่รักและผูกพันกับพระเจ้า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาล้วนแต่จะเป็นพระพร ”

สรุป 1พงศาวดาร 13

ภาพรวม

  • ดาวิดและคนอิสราเอล พยายามนำหีบพันธสัญญาของพระเจ้า จาก​คีริ​ยาท​เย​อา​ริม มาเยรูซาเล็ม แต่ไม่สำเร็จ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 13 เมื่อดาวิดได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แล้ว ต่อมาก็ย้ายเมืองหลวงมาที่เยรูซาเล็ม

ดาวิด​ทรง​หา​รือ​กับผู้นำประชาชน ให้​เรียกประชาชนทั้ง​หลาย​รวม​ตัว​กัน
และ​ให้​พวก​เรา​นำ​หีบ​แห่ง​พระ​เจ้า​มายังเยรูซาเล็ม
ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​สิ้น​นั้น​ก็​ตก​ลง​ที่​จะ​ทำ​ตาม​

ดาวิด​กับ​อิส​รา​เอล​ทั้ง​ปวง​ ​ไป​ยัง​บา​อา​ลาห์​ คือ​ คีริ​ยาท​เย​อา​ริม ในยู​ดาห์
เพื่อ​จะ​ได้​นำ​หีบ​ของ​พระ​เจ้า​มาที่เยรูซาเล็ม

พวกเขา​บรร​ทุก​หีบ​ของ​พระ​เจ้า​ไป​ใน​เกวียน​เล่ม​ใหม่
และ​ดาวิด​กับ​อิส​รา​เอล​ทั้ง​ปวง​ก็​ร่า​เริง​กัน​อยู่​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า​
เมื่อ​มา​ถึง​ลาน​นวด​ข้าว​ของ​คิโดน โค​ก็สะดุด
อุส​ซาได้​เหยียด​มือ​ออก​จับ​หีบ​ไว้​ พระเจ้าทรง​ประ​หาร​เขา

​ดาวิด​ไม่​พอ​พระ​ทัย​พระเจ้า และ​ทรง​เกรง​กลัว​พระ​เจ้า​ใน​วัน​นั้น
ดาวิด​จึง​ไม่​ได้​ทรง​ย้าย​หีบ​ไป​ถึง​พระ​องค์​ที่เยรูซาเล็ม
แต่​ทรง​นำ​หีบ​อ้อม​ไป​ที่​บ้าน​โอ​เบด​เอ​โดม คน​กัท
พระเจ้า​ทรง​อวย​พร​แก่​ครัว​เรือน​ของ​โอ​เบด​เอ​โดม​กับ​ทั้ง​สิ้น​ซึ่ง​เขา​มี​อยู่

1. ดาวิดปรารถนาที่จะทำถวายพระเจ้า แต่คำด้วยวิธีของตนเอง ซึ่งขัดกับวิธีของพระเจ้า เขาจึงทำไม่สำเร็จ
บัญญัติของโมเสสให้ใช้คนหาม แต่ดาวิดให้ขนด้วยเกวียนใหม่ ซึ่งดูดีกว่า
แม้วิธีของเราซึ่งดูดีกว่าวิธีของพระเจ้า
แต่วิธีของพระเจ้าย่อมได้รับพระพรมากกว่าเสมอ

2.บัญญัติของโมเสสห้ามแตะต้อง แต่อุสซาร์คิดว่ามีความจำเป็นจริงๆเขาจึงยื่นมือไปจับไม่ให้หีบตก
เขาจึงตาย
ไม่มีความจำเป็นใด ที่เป็นเหตุผลที่มากพอจนเราสามารถไม่เชื่อฟังพระเจ้าได้

3. เพราะความไม่พอใจและความกลัว ของดาวิด มีมากจนกลบผลดีของการนำหีบมายังเยรูซาเล็ม
ดังนั้นเขาจึงเลิกนำหีบมาที่เยรูซาเล็มอย่างที่ตั้งใจ
ซึ่งต่อมา เมื่อเขาเห็นผลดีมากมาย จนกลบความไม่พอใจและความกลัวของเขาได้
เขาจึงได้กลับมาเริ่มโครงการนี้อีกครั้ง ในบทที่ 15

จนกว่าเราจะเข้าใจผลดีอย่างแท้จริง ของการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
แล้วเราก็จะทำตามน้ำพระทัยแบบไม่ยอมให้มีอะไรเป็นอุปสรรคขัดขวางได้

คำคม

“ วิธีของพระเจ้า นำพระพรมาสู่ชีวิต มากกว่าวิธีของเราเสมอ ”

สรุป 1พงศาวดาร 12

ภาพรวม

  • บทนี้กล่าวถึง ทหารของดาวิด เมื่อดาวิดอยู่ที่ศิกลาก และเมื่อดาวิดอยู่ที่เฮโบรน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 12 อธิบายเพิ่มเติมจาก บทที่ 11 ที่พูดถึงเหล่านักรบที่เก่งกาจจำนวนมากที่อยู่ข้างกายของดาวิด ซึ่ง ทำให้แผ่นดินของดาวิดมั่นคง

ในบทนี้พูดเกี่ยวกับเหล่าทหารของดาวิด ตอนก่อนดาวิดจะเป็นกษัตริย์เมื่ออยู่ที่ศิกลาก และตอนที่ดาวิดเป็นกษัตริย์แล้วที่เฮโบรน ดังนี้

​คน​ที่​มา​หา​ดาวิด​ที่​ศิก​ลาก ตอนที่ดาวิด​ถูก​ขับ​ไล่​ไป​จาก​ซา​อูล ได้แก่
– คน​เบน​ยา​มิน​ญาติ​ของ​ซาอูล พวกเขาเหวี่ยง​หิน​ด้วย​สลิง​และ​ยิง​ธนู​ได้​ด้วย​มือ​ขวา​หรือ​มือ​ซ้าย ซึ่งมี อา​หิ​เย​เซอร์​เป็น​หัว​หน้า
– นักรบจากอีกหลายเมืองได้แก่ ​ชาวกิเบ​อาห์ ​ชาวอา​นา​โธท ชาว​กิเบ​โอน ชาวเก​เด​ราห์ ชาว​เก​โดร์
– นักรบ​กล้า​หาญ​พร้อม​ทำ​ศึก​สง​คราม​จาก​คน​กาด​ พวก​เขา​ชำ​นาญ​โล่​และ​หอก พวก​เขา​รวด​เร็ว​เหมือน​ละมั่ง​บน​ภูเขา ซึ่งมี เอ​เซอร์​เป็น​หัว​หน้า
– นักรบจากยู​ดาห์​ ซึ่งมี ​อา​มา​สัยเป็นหัว​หน้า
– นักรบจาก​เผ่า​มนัส​เสห์​ ซึ่งเป็นบรร​ดา​หัว​หน้า​กอง​พัน​ใน​เผ่า​มนัส​เสห์

ทุกๆ วัน​มี​คน​มา​เข้า​ฝ่าย​ดาวิด เพื่อ​จะ​ช่วย​เหลือ​พระ​องค์ จน​เป็น​กอง​ทัพ​ใหญ่​อย่าง​กอง​ทัพ​ของ​พระ​เจ้า

ต่อมาเมื่อ​ดาวิด​อยู่ที่​เมือง​เฮ​โบรน ทหารที่มาหาดาวิด เพื่อ​ตั้ง​ดาวิด​ให้​เป็น​พระ​ราชา​เหนือ​อิส​รา​เอล ได้แก่
– คน​ยู​ดาห์​ที่​ถือ​โล่​และ​หอก​มี 6,800 คน
– ​คน​สิ​เม​โอน มี​นักรบ​กล้า​หาญ 7,100 คน
– ​คน​เลวี 4,600 คน
– พงศ์​พันธุ์​อา​โรน นำโดย เย​โฮ​ยา​ดา​ 3,700 คน
– คน​จาก​ตระ​กูล​ของศา​โดก​ นัก​รบ​กล้า​หาญ​หนุ่ม 22 คน
– ​คน​เบน​ยา​มิน​ญาติ​ของ​ซาอูล 3,000 คน
– ​คน​เอฟ​รา​อิม ​นักรบ​กล้า​หาญ​ผู้​มี​ชื่อ​เสียง​ 20,800 คน
– ​คน​มนัส​เสห์​ครึ่ง​เผ่า 18,000 คน
– คน​อิส​สา​คาร์ หัว​หน้า 200 คน ซึ่งญาติ​ทั้ง​หมด​ของ​พวก​เขา​ที่​อยู่​ใต้​บัง​คับ​บัญชา​ของ​พวกเขา​
– ​คน​เศ​บู​ลุน ที่​เตรียม​พร้อม​ออก​รบ​ใน​สง​คราม 50,000 คน​
– ​คน​นัฟ​ทาลี ผู้​บัง​คับ​บัญชา 1,000 คน ซึ่ง​มี​คน​ถือ​โล่​และ​หอก​มา​ด้วย 37,000 คน
– คน​ดาน มี​คน​พร้อม​ทำ​สง​คราม 28,600 คน
– ​คน​อา​เชอร์ ที่​พร้อม​ออกรบ​ใน​สง​คราม 40,000 คน​
– ​คน​รูเบน และ​คน​กาด และ​คน​มนัส​เสห์​ครึ่ง​เผ่า ​จาก​ฟาก​ตะวัน​ออก​ของ​แม่​น้ำ​จอร์​แดน พร้อม​อาวุธ​สง​คราม​ทุก​อย่าง120,000 คน

​คน​อิส​รา​เอล​ที่​เหลือ​อยู่ ก็​เป็น​ใจ​เดียว​กัน​ที่​จะ​ตั้ง​ดาวิด​เป็น​พระ​ราชา

1. ตอนที่ดาวิดตกอับ หนีตายจากซาอูลไปพึ่งฟิลิสเตีย
พระเจ้ายังคงให้มีนักรบมากมาย จากหลายต่อหลายเมืองมาช่วยเสริมกำลังดาวิด
และคนที่มาล้วนเก่งกาจ สังเกตได้จาก ใน 1ซมอ.30 ดาวิดกับพรรคพวกแค่ 400 คน สามารถฆ่าฟันคนอามาเลขที่มาปล้นเมืองศิกลาก ได้อย่างมากมายมหาศาล

ไม่ว่าเราจะตกที่นั่งลำบากสักเพียงใด หากเรายังคงยึดมั่นในความเชื่อวางใจในพระเจ้า
พระองค์จะส่งคนที่พระองค์จัดเตรียมไว้ มาช่วยเราเสมอ

2. ตอนที่ดาวิดจะได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์ สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งของกษัตริย์ คือ กำลังทหารและการยอมรับจากประชาชน
ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้ ยากเกินกำลังที่ดาวิด ซึ่งมีผู้ติดตามเพียงหยิบมือจะสามารถทำได้

แต่พระเจ้าทรงจัดเตรียมให้แก่ดาวิด มียอดทหารมาสวามิภักดิ์เข้ากับดาวิดมากกว่า 340,000 คน
และประชาชนเองก็ชื่นชมและยอมรับดาวิดเป็นกษัตริย์

ตอนอยู่ศิกลาก ดาวิดจำเป็นต้องมีทหาร สัก 600 คน พระเจ้าก็เตรียมให้ 600 คน
แต่ตอนที่อยู่เฮโบรน พระเจ้าทรงทราบดีว่า 600 คน ไม่เพียงพอแน่สำหรับการเป็นกษัตริย์
พระเจ้าจึงทรงจัดเตรียมทหาร 340,000 คน ให้แก่ดาวิด

พระเจ้าทรงรู้ดีว่า ในสถานการณ์ใดๆของชีวิตของเรา
เราจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือเพียงใด
และพระองค์จะประทานอย่างเพียงพอ ในเวลาของพระองค์ สำหรับเราผู้ดำเนินในความยำเกรงพระองค์

คำคม

“ การจัดเตรียมของพระเจ้า เพียงพอสำหรับเราในทุกสถานการณ์ ”

สรุป 1พงศาวดาร 11

ภาพรวม

  • ดาวิดได้ถูกเชิญขึ้นเป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอล โดยมีเหล่านักรบที่เก่งกาจจำนวนมากที่อยู่ข้างกาย ทำให้แผ่นดินของดาวิดมั่นคง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 11 หลังจากที่ซาอูลและโอรสทั้ง 3 ตายในสงครามสู้รบกับพวกฟิลิสเตียแล้ว

อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมดก็​มาหา​ดาวิด​ที่​เมือง​เฮ​โบรน​
เพื่อทูลขอให้ดาวิดขึ้นเป็น​พระ​ราชาปกครองอิสราเอล
ดาวิด​ทรง​ทำ​พันธ​สัญ​ญา​กับพวก​เขา​ ​เฉพาะ​พระ​พักตร์พระเจ้า
และพวก​เขา​​ก็​เจิม​ตั้ง​ดาวิด​ให้​เป็น​พระ​ราชา​เหนือ​อิส​รา​เอล
ตาม​พระ​ดำรัส​ของ​พระเจ้าโดย​ซา​มู​เอล

ดาวิด​และ​คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​สิ้น​ไป​ยัง​เย​รู​ซา​เล็ม​(​เย​บุส)
ทรง​ยึด​ป้อม​ศิ​โยน​ได้ (ต่อมาเรียกว่า ​นคร​ดาวิด)

ดาวิด​รับ​สั่ง​ว่า ใครโจม​ตี​คน​เย​บุส​ก่อน​จะ​ได้​เป็น​หัว​หน้า และ​ผู้​บัง​คับ​บัญชา
และ​โย​อาบก็​ยก​ขึ้น​ไป​ก่อน เขา​จึง​ได้​เป็น​หัว​หน้า

ดาวิดทรง​ขยาย​เมือง​ให้​กว้าง​ออก​ไป
และ​ดาวิด​ทรง​จำ​เริญ​ยิ่งๆ ขึ้น เพราะ​ว่า​พระเจ้า​สถิต​กับ​พระ​องค์

​ผู้นำของนักรบ​ของ​ดาวิด ผู้​สนับ​สนุน​ดาวิดอย่าง​เข้ม​แข็ง​ใน​ราช​อา​ณา​จักร​ของ​พระ​องค์ มีดังนี้
​ยา​โช​เบ​อัม เป็น​หัว​หน้า
คน​ที่​ถัด​จากเขา​ไป​คือ​เอ​เล​อา​ซาร์
คนที่ 3 คือ ชัม​มาห์(ไม่ได้ถูกเอ่ย ในบทนี้ แต่มีกล่าวไว้ใน 2ซมอ. 23:11)

3 ​คนนี้ ได้บุกไปตักน้ำจากท่ามกลางค่ายของ​คน​ฟีลิส​เตีย​
เพียงเพราะดาวิดตรัสว่า
“ใคร​หนอ​จะ​นำ​น้ำ​จาก​บ่อ​ที่​ข้าง​ประตู​เมือง​เบธ​เล​เฮม​มา​ให้​เรา​ดื่ม​ได้?”
อย่างไรก็ดีดาวิดไม่​ดื่มน้ำนั้น แต่ทรง​เท​น้ำ​นั้น​ถวาย​แด่พระเจ้า

นอกจากนี้ ดาวิดยังมีนักรบที่เก่งกาจ ได้แก่
​อา​บี​ชัย​น้อง​ชาย​ของ​โย​อาบ
​เบ​ไน​ยาห์​
อา​สา​เฮล น้อง​ชาย​ของ​โย​อาบ
และอีกหลายคนรวมทั้ง นา​หะ​รัย ผู้​ถือ​อาวุธ​ของ​โย​อาบ
และ อุรี​ยาห์ คน​ฮิต​ไทต์ (สามีของบัทเชบา)

1. เนื้อหาใน ข้อที่ 1-3 เหมือนกับใน 2ซมอ. 5:1-3 แต่ต่างกันตรงวลีสุดท้ายของ 1พศด.11:3 มีวลีว่า
“ตาม​พระ​ดำรัส​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​โดย​ซา​มู​เอล”

ดังนั้นใน บทนี้ 3 ข้อแรก น่าจะเน้นว่า การที่ดาวิดได้เป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอลนั้น
เป็นเพราะพระเจ้าทรงกำหนดไว้แล้ว ทรงประกาศไว้แล้วโดยผู้เผยพระวจนะของพระองค์

ถึงแม้ในเวลานั้นที่พระเจ้าตรัสโดยซามูเอลนั้น มองไม่เห็นความเป็นไปได้เลยที่ดาวิดจะได้เป็นกษัตริย์ของอิสราเอล
แต่ในที่สุดเขาก็ได้เป็นกษัตริย์ของอิสราเอล
สิ่งที่พระเจ้าตรัสไว้ จะเกิดขึ้นเป็นจริงเสมอ

2. ทหารเอกของดาวิดล้วนแต่เก่งกาจ
โยอาบได้ขึ้นเป็นหัวหน้าของพวกเขาทั้งหมด ไม่ใช่เพราะเก่งกว่าพวกเขา
แต่เพราะว่าบุกขึ้นไปสู้กับเยบุสก่อนใคร
ซึ่งโยอาบนี่เอง ทำให้เกิดเรื่องราวขึ้นมากมาย รวมถึงการฆ่าอับซาโลม โอรสที่กบฏต่อดาวิดด้วย

การที่ใครสักคนหนึ่ง ได้มีบทบาทใดบทบาทหนึ่ง
ไม่จำเป็นว่าเพราะเขามีความสามารถเหมาะสมกับบทบาทนั้น
แต่เมื่อพระเจ้าประสงค์จะใช้บุคลิกของเขา สำหรับแผนการบางอย่างของพระองค์
คนนั้นก็จะได้รับบทบาทนั้น

วันนี้ ไม่ว่าเรามีบทบาทอะไรก็ตาม ไม่ใช่บังเอิญ
แต่พระเจ้าทรงมีแผนการพิเศษบางอย่างสำหรับชีวิตของเรา

และวันนี้ ใครบางคนที่เรารู้จักได้รับบทบาทบางอย่าง ที่เราดูแล้วเขาไม่คู่ควรเลย
พึงรู้เถิดว่า นั่นยังคงอยู่ในแผนการของพระเจ้า
พระองค์ทรงมีแผนการบางอย่างสำหรับบทบาทของเขาในครั้งนี้

คำคม

“ สิ่งที่พระเจ้าตรัส จะเกิดขึ้นเสมอ ”

สรุป 1พงศาวดาร 10

ภาพรวม

  • ซาอูลและโอรสทั้ง 3 ตายในสงครามสู้รบกับพวกฟิลิสเตีย สาเหตุเพราะซาอูลไม่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 10 ต่อเนื่องจาก บทที่ 9 ซึ่งพูดถึง ผู้​กลับ​มา​จาก​การเป็นเชลยในกรุง​บา​บิ​โลน และทบทวนถึงต้นตระกูลของกษัตริย์ซาอูลอีกครั้ง
จากนั้นในบทที่ 10 ก็เริ่มพูดถึงเรื่องของกษัตริย์ซาอูล ดังนี้

มีสงครามระหว่าง คน​ฟีลิส​เตีย​กับ​คน​อิส​รา​เอล
​และ​คน​อิส​รา​เอล​ก็พ่ายแพ้ ล้ม​ตาย​อยู่​ที่​บน​ภูเขา​กิล​โบ​อา
โย​นา​ธาน อา​บี​นา​ดับ และ​มัล​คี​ชู​วา พวกโอรส​ของ​ซา​อูล​ ก็ถูกฆ่าตาย

ซา​อูล ถูกธนูยิงบาด​เจ็บ​
​ซา​อูล​จึงสั่ง​ให้คน​ถือ​อาวุธ​ของ​พระ​องค์ ฆ่าพระองค์เสีย อย่าให้พวกฟิลิสเตียจับตัวได้
แต่เขากลัวมากจึง​ไม่​ยอม​ทำ​ตาม
ซา​อูล​จึง​ชัก​ดาบ​ออก ทรง​ล้ม​ทับ​ดาบ​นั้นจนตาย
แล้วผู้​ถือ​อาวุธ​นั้น​ก็​ล้ม​ทับ​ดาบ​ของ​เขา​ตาย​ด้วย

เมื่อ​คน​อิส​รา​เอล ผู้​อยู่​ใน​หุบ​เขา​ เห็น​ว่า​พวก​ทหาร​หนี​ไป และ​ซาอูล​กับ​พวก​โอรส​ตายแล้ว
พวก​เขา​ก็​ทิ้ง​เมือง​ ​และ​หลบ​หนี​ไป
คน​ฟีลิส​เตีย​ก็​เข้า​มา​อาศัย​อยู่​ใน​ที่​เหล่า​นั้น

วัน​รุ่ง​ขึ้น เมื่อ​คน​ฟี​ลิส​เตีย ​พบ​ศพ​ซา​อูล​และ​โอรส​ทั้ง​สาม​
จึงตัดเอา​ศรีษะของซาอูล​ไป​ไว้​ใน​วิหาร​ของ​พระ​ดา​โกน
และเอาศพแขวนไว้ที่​กำแพง​เมือง​เบธ​ชาน (1ซมอ. 31:10)

​เมื่อ​ชาว​ยา​เบช​กิ​เล​อาด​ ​ได้​ยิน​เรื่อง​ทั้ง​หมด​
นักรบ​เก่ง​กล้า​ทุก​คน​ก็​บุกไป เอา​ศพ​ของ​ซา​อูล และเหล่า​โอรส​ มาเผา (1ซมอ. 31:12) แล้วนำ​อัฐิมาฝังใน​ยา​เบช และ​อด​อา​หาร 7 วัน

ซา​อูล​ตายเพราะความ​ไม่​ซื่อ​สัตย์​ของ​เขา ไม่​ได้​ปฏิบัติ​ตาม​พระ​บัญชา​ของพระเจ้า และ​ยัง​ทรง​ไป​แสวง​หา​คำ​ทำ​นาย​จาก​คน​ทรง ​ไม่​ได้​ทรง​แแสวงหาพระเจ้า
พระเจ้า​จึง​ทรง​ประ​หารเขาเสีย และ​ทรง​ยก​ราช​อา​ณา​จักร​ให้​แก่​ ดาวิด​ บุตร​เจส​ซี

1. เนื้อหาในบทนี้ ข้อ 1-12 เป็นเนื้อหาซ้ำกับใน 1ซมอ. 31 มีรายละเอียดต่างกันบ้างเพียงเล็กน้อย
น่าจะเพื่อชี้ให้เห็นถึงข้อสรุปในข้อที่ 13-14 ที่สรุปว่า
สิ่งที่เกิดขึ้นกับซาอูลและครอบครัวนั้น ก็เพราะว่า
เขาไม่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า ไม่เชื่อฟังพระองค์ ละทิ้งพระเจ้า
จนมีเหตุร้ายเกิดขึ้น ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่แสวงหาความช่วยเหลือจากพระเจ้า
แต่ไปแสวงหาคนทรงแทน

เมื่อผู้ใดทำสิ่งที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า หรือไม่เชื่อฟังพระองค์ หรือหันหลังให้กับพระองค์
เขากำลังวิ่งออกไปจากที่กำบังเข้มแข็งที่คอยปกป้องเขามาโดยตลอด
เมื่อนั้นเขากำลังตกอยู่ในอันตราย
สิ่งที่เขาสมควรทำอย่างที่สุดคือ
หันกลับมาหาพระเจ้า แทนที่จะไปหาความช่วยเหลือจากสิ่งอื่น หรือพึ่งพาสิ่งอื่น
เมื่อเขาขอพระเมตตาและการช่วยเหลือจากพระเจ้า
เขาจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

2. ซาอูลพ่ายแพ้ฟิลิสเตีย และถูกสงครามกดดันจนฆ่าตัวตายเอง
แต่พระคัมภีร์กล่าวว่า พระเจ้าทรงประหารเขา
เพราะว่าแม้ซาอูลตายเพราะทำศึกพ่ายแพ้เอง แต่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น
ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของพระเจ้า
เพื่อให้คำตรัสของพระองค์และแผนการของพระองค์สำเร็จ
จนดาวิดที่พระองค์ทรงเจิมตั้งไว้ ได้เป็นกษัตริย์แทนซาอูล

วันนี้ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ไม่ว่าสาเหตุเกิดจากการกระทำของใครก็ตาม
ทั้งหมดยังอยู่ภายใต้การควบคุมของพระเจ้า ผู้ทรงรักเราอย่างที่สุด

คำคม

“ ผู้ทอดทิ้งพระเจ้า ก็กำลังวิ่งออกจากที่กำบังเข้มแข็งที่คอยปกป้องเขา ”

สรุป 1พงศาวดาร 9

ภาพรวม

  • ในบทที่ 9 นี้ พูดถึง ผู้​กลับ​มา​จาก​การเป็นเชลยในกรุง​บา​บิ​โลน และทบทวนถึงต้นตระกูลของกษัตริย์ซาอูลอีกครั้ง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 9 ต่อเนื่องจาก บทที่ 8 ซึ่งพูดถึงเชื้อสาย​ของเบนยามิน ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของซาอูล กษัตริย์องค์แรกของอิสราเอล

ในบทที่ 9 นี้ พูดถึง พงศ์พันธุ์​อิส​รา​เอลที่กลับมาจากการ​ถูก​จับ​ไป​เป็น​เชลย​ใน​บา​บิ​โลน ดังนี้
พวก​แรก​ที่​เข้า​มา​อาศัย​ใน​ที่​กรรม​สิทธิ์​ของ​เขา ใน​บรร​ดา​เมือง​ของ​เขา​ ​คือ พวก​ปุโร​หิต พวก​เลวี และ​พวก​คน​ใช้​ประ​จำ​พระ​วิหาร
และ​ใน​เย​รู​ซา​เล็ม​มี​บุตร​หลาน​ ของ​ยู​ดาห์ 690 คน
ของเบน​ยา​มิน 956 คน และบางส่วนจากเผ่า​เอฟ​รา​อิม และเผ่า​​มนัส​เสห์ อาศัย​อยู่

จาก​พวก​ปุโร​หิต มี​เย​ดา​ยาห์ , เย​โฮ​ยา​ริบ , ยา​คีน , อา​ซา​ริ​ยาห์(ผู้ซึ่งเป็นหัว​หน้า​ผู้​ดูแล​พระ​วิหาร​ของ​พระ​เจ้า) , อา​ดา​ยาห์ ​และ​มา​อา​สัย และ​บรร​ดา​ญาติ​ของ​พวก​เขา รวม​เป็น 1,760 คน
พวกเขาเป็น​คน​มีความ​สา​มารถ​มาก​สำ​หรับ​งาน​ปรน​นิบัติ​ใน​พระ​วิหาร​ของ​พระ​เจ้า

จาก​คน​เลวี มี​เช​ไม​อาห์​ , ​บัค​บัค​คาร์ , เฮ​เรช , กา​ลาล , มัท​ธา​นิ​ยาห์ , ​โอ​บา​ดีห์ และ​เบ​เรค​ยาห์​

บรร​ดา​ผู้​เฝ้า​ประ​ตู ​คือ ชัล​ลูม อัก​ขูบ ทัล​โมน อา​หิ​มาน และ​บรร​ดา​ญาติ​ของ​พวก​เขา (ชัล​ลูม​เป็น​ผู้นำ)
คน​โค​ราห์ เป็น​ผู้​ดูแล​การ​งาน​ปรน​นิบัติ เป็น​ผู้​เฝ้า​ธรณี​ประ​ตู​ของ​เต็นท์
เศ​คา​ริ​ยาห์ เป็น​ผู้​เฝ้า​ทาง​เข้า​ประ​ตู​เต็นท์​นัด​พบ
​ผู้​เฝ้า​ประ​ตู​ที่​ธรณี​ทั้ง​หมด​มี 212 คน
ผู้​เฝ้า​ประ​ตู​เหล่านี้ ต้อง​เข้า​มา​ทุกๆ 7 วัน​ตาม​เวลา​กำ​หนด
หัวหน้าของพวกเขา คือ นาย​ประ​ตู มี​ตำ​แหน่ง​รับ​ผิด​ชอบ เป็น​ผู้​ดูแล​ห้อง​และ​คลัง​ของ​พระ​วิหาร​ของ​พระ​เจ้า
​พวก​เขา​พัก​อาศัย​อยู่​รอบ​พระ​วิหาร​ของ​พระ​เจ้า
พวก​เขา​มี​หน้า​ที่​เปิด​ประ​ตู​ทุก​เช้า
บาง​คน​ในพวก​เขา​ เป็น​คน​ดูแล​เครื่อง​ใช้​ใน​การ​ปรน​นิบัติในพระวิหาร และจัดเตรียมอุปกรณ์สิ่งของต่างๆ

เหล่า​นัก​ร้อง ​คือ​ผู้​นำ​ตระ​กูล​คน​เลวี​ ผู้​อา​ศัย​อยู่​ใน​ห้อง​ใน​พระ​วิหาร ไม่​ต้อง​ทำ​การ​ปรน​นิบัติ​อย่าง​อื่น
เพราะ​พวก​เขา​อยู่​เวร​ทั้ง​กลาง​วัน​และ​กลาง​คืน

แล้วผู้เขียน 1 พงศาวดาร ย้อนกลับไปสรุปต้นตระกูลของกษัตริย์ซาอูลอีกครั้งในบทนี้ ข้อความเหมือนกับใน 1พศด. 9:35-44 ก่อนที่จะพูดถึงการ​สิ้น​พระ​ชนม์ของซา​อูลในบทถัดไป

1. ก่อนหน้าที่จะตกเป็นเชลยอาณาจักรอิสราเอลแตกแยกเป็น 2 อาณาจักร
แต่เมื่อกลับมาจากเป็นเชลย พวกเขาเข้ามาอาศัยอยู่ด้วยกัน
เฉพาะในเยรูซาเล็มมีเผ่ายูดาห์ เผ่าเบนยามิน เผ่าเลวี เผ่าเอฟราอิม และเผ่ามนัสเสห์ (ข้อ 3)

การที่กรุงสะมาเรียแตก และกรุงเยรูซาเล็มแตก สาเหตุจากการที่พวกเขาละทิ้งพระเจ้า
หันไปทำสิ่งชั่วร้าย เช่นเอาลูกมาเผาบูชายันต์แก่รูปเคารพ ฯลฯ
พระพิโรธของพระเจ้าจึงตกมาสู่พวกเขา

ท่ามกลางพระพิโรธนั้น เรายังเห็นพระเมตตาของพระเจ้า ต่อประชากรของพระองค์
ในที่สุดพระองค์ทรงนำพวกเขากลับมา
และในที่สุดพวกเขากลับเป็นชนชาติเดียวกันอีกครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดขึ้น

สถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญ สาเหตุอาจจะเกิดจากความผิดพลาดหรือความบาปของเราเอง
ถึงกระนั้นในท่ามกลางสถานการณ์นี้ เรายังสามารถเห็นพระคุณพระเมตตาของพระเจ้าที่มีต่อเราได้

2. คนกลุ่มแรกๆที่ได้กลับมาจากการเป็นเชลย ไม่ใช่เหล่านักรบผู้กล้าหาญ
แต่เป็นเหล่าปุโรหิตและเลวี ผู้ทำหน้าที่ปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า
เพื่อให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า
การได้กลับมาจากการเป็นเชลยนี้ เป็นมาจากพระเจ้าแน่นอน

พระเจ้าจะทรงดูแล ผู้ที่ปรนนิบัติรับใช้พระองค์เสมอ
ไม่ว่าคนนั้นจะทำสิ่งเล็กน้อยสักเพียงใดก็ตาม
เช่นเป็นเพียงคนเฝ้าธรณีประตู เป็นต้น

หากเราสัตย์ซื่อในการรับใช้พระเจ้า พระองค์จะทรงสำแดงความสัตย์ซื่อในพันธสัญญาของพระองค์แก่เรา

3. เหล่านักร้อง ต้องอาศัยในพระวิหาร และไม่ต้องทำงานรับใช้อื่นๆ เพราะงานของพวกเขามีการเข้ากะทั้งกลางวันและกลางคืน

เราไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่าง หรือรับใช้ทุกด้าน
เพียงแค่ทำด้านที่พระเจ้าเปิดโอกาสให้เราทำ อย่างเต็มกำลังนั่นก็เพียงพอแล้ว
มันอาจจะดูไม่หรูหรา ไม่ตื่นเต้น ไม่น่าท้าทายเหมือนของคนอื่น
ซึ่งนั่นก็ไม่สำคัญเลย
ขอเพียงเราได้ทำหน้าที่ของเราที่ได้รับมอบหมายอย่างสัตย์ซื่อ
แม้จะดูเหมือนเราไม่ทำมากมายหลายอย่างเหมือนคนอื่น
แต่เรายังคงเป็นผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ หากเราทำส่วนของเราอย่างสัตย์ซื่อ

คำคม

“ ผู้ที่สัตย์ซื่อในการรับใช้ จะได้รับพระพรตามพระสัญญาจากพระเจ้าผู้ทรงสัตย์ซื่อ ”

สรุป 1พงศาวดาร 8

ภาพรวม

  • ในบทที่ 8 นี้ พูดถึง เชื้อสาย​ของเบนยามิน ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของซาอูล กษัตริย์องค์แรกของอิสราเอล

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 8 ต่อเนื่องจาก บทที่ 7 ซึ่งพูดถึง เชื้อสาย​ของ​อิส​สา​คาร์​ เผ่า​เบน​ยา​มิน​ เผ่า​นัฟ​ทาลี​ เผ่ามนัส​เสห์ เผ่าเอฟ​รา​อิม​ และเผ่าอา​เชอร์​

ในบทที่ พูดถึงเชื้อสายของเบน​ยา​มินอีกครั้ง แต่เน้นให้เห็นว่า เบนยามินเป็นบรรพบุรุษของซาอูล
บุตรของเบนยามิน ได้แก่ ​เบ-ลา​ , อัช​เบล(​เย​ดี​ยา​เอล 1พศด. 7:6)​ , อา​หะ​ราห์(อา​หิ​รัม​ กดว.26:38 หรือ เอไฮ ปฐก. 46:21) , โน​ฮาห์(เบเคอร์ 1พศด. 7:6) , รา​ฟา(โรช ปฐก. 46:21)​
ซึ่งต่อมาเชื้อสายของ​เบ-ลา ​​เป็นผู้นำอาศัย​ใน​เย​รู​ซา​เล็มและ​ใน​กิเบ​โอน

ใน​กิเบ​โอน มีชายชื่อ​อา​บี​เอล(1ซมอ. 9:1) หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า ​เย​อี​เอล​(1พศด. 9:35) ​อาศัย​อยู่ มี​ภรร​ยา​ชื่อ​ มา​อา​คาห์
เขาบรรพบุรุษของ​คีช ซึ่งคีช​เป็น​บิดา​ของ​ซาอูล (กษัตริย์องค์แรกของอิสราเอล)
ซาอูล มีบุตรชื่อ โย​นา​ธาน มัล​คี​ชู​วา อา​บี​นา​ดับ และ​เอช​บา​อัล

1. พระเจ้าทรงจัดเตรียมให้ซาอูล เกิดในเผ่าเบนยามิน เผ่าที่เป็นนักรบที่เก่งกาจ โดยที่เผ่าเบนยามินเผ่าเดียว สามารถต่อกรกับเผ่าของอิสราเอลทั้ง 11 เผ่า รวมกันได้ (วนฉ.20)
เพื่อให้เขาเหมาะที่จะเป็นกษัตริย์องค์แรกของอิสราเอล

พระเจ้าทรงเตรียมซาอูลเป็นกษัตริย์ ก่อนที่เขาจะเกิดมาเสียอีก

พระเจ้าทรงมีแผนการสำหรับชีวิตของเรา ที่ให้เราเกิดมาในครอบครัวของเราในปัจจุบันนี้
เราควรให้พระเจ้าสอนและนำเราว่า
พระองค์มีพระประสงค์อะไรในชีวิตของเรา ที่ให้เราเกิดมาในครอบครัวของเรานี้

2. บุตรของเบนยามิน ในพระคัมภีร์ 1พศด.7 , กดว.26 , ปฐก.46 และ 1พศด.8 นี้ มีชื่อไม่เหมือนกัน
ซึ่งกรณีที่เราเห็นสิ่งที่ผิดปกติในพระคัมภีร์
สรุปได้เลยว่า ไม่ใช่พระคัมภีร์ผิดปกติ แต่เราคงเข้าใจหรือมีข้อมูลไม่มากพอ
และเมื่อเราศึกษาต่อไปเรื่อยๆ ก็จะพบความจริงว่า พระคัมภีร์ถูกต้องเสมอ
จากประเด็นข้างต้น หลังจากศึกษาเพิ่มเติมจากคู่มืออธิบายพระคัมภีร์อีกหลายเล่ม
ก็ทำให้เข้าใจว่า คนเหล่านั้นบางคนมีชื่อที่แตกต่างกัน มากกว่า 1 ชื่อ

พระคัมภีร์เป็นจริงเสมอ เพียงแต่เราอาจจะยังมีข้อมูลไม่พอที่จะเข้าใจบางประเด็นเท่านั้นเอง

คำคม

“ พระเจ้าทรงมีแผนการสำหรับชีวิตของเรา ตั้งแต่ก่อนที่เราจะเกิดมา ”

สรุป 1พงศาวดาร 7

ภาพรวม

  • ในบทที่ 7 นี้ พูดถึง เชื้อสาย​ของ​อิส​สา​คาร์​ เผ่า​เบน​ยา​มิน​ เผ่า​นัฟ​ทาลี​ เผ่ามนัส​เสห์ เผ่าเอฟ​รา​อิม​ และเผ่าอา​เชอร์​

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 7 ต่อเนื่องจาก บทที่ 6 ซึ่งพูดถึงเชื้อสายของของเลวี ซึ่งพระเจ้าทรงเลือกให้ปรนนิบัติรับใช้พระองค์ในพระนิเวศน์ของพระองค์

ในบทที่ 7 พูดถึง เชื้อสาย​ของเผ่าต่างๆดังนี้

เชื้อสาย​ของ​อิส​สา​คาร์​ คือ​ โท​ลา ปู​อาห์ ยา​ชูบ และ​ชิม​โรน
เฉพาะเชื้อสาย​ของ​โท​ลา มี​นัก​รบ​กล้า​หาญ​ใน​สมัย​​ของ​ดาวิด​คือ 58,600 คน
และญาติ​พี่​น้อง​ของ​พวก​เขา เป็น​นัก​รบ​กล้า​หาญ​ อีก 87,000 คน

เชื้อสายของ​เบน​ยา​มิน​ คือ ​เบ​ลา เบ​เคอร์ และ​เย​ดี​ยา​เอล
เฉพาะเชื้อสาย​ของ​เบ​ลา​ มีนัก​รบ​กล้า​หาญ 22,034 คน ตาม​ทะ​เบียน​ลำดับ​พงศ์
เชื้อสาย​ของ​เบ​เคอร์ มี​นัก​รบ​กล้า​หาญ​ 22,000 คน
เชื้อสาย​ของ​​เย​ดี​ยา​เอล​ มี​นัก​รบ​กล้า​หาญ​ 17,200 คน

เชื้อสาย​ของ​นัฟ​ทาลี​ (​บุตร​ของ​นาง​บิล​ฮาห์) คือ ​ยา​ซี​เอล กุนี เย​เซอร์ และ​ชัล​ลูม

เชื้อสายของ​มนัส​เสห์ ​คือ ​อัส​รี​เอล
ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของ​เศ​โล​เฟ​หัด ที่​เหล่าบุตรสาว​ของเขา ได้ไปขอกรรมสิทธิ์ที่ดินจากโมเสส(กดว. 27:1-11)

เชื้อสายของ​เอฟ​รา​อิม ​คือ​ ชูเธ​ลาห์ เบรี​ยาห์ ​เร​ฟาห์
ซึ่งเร​ฟาห์ เป็นบรรพบุรุษของ นูน ผู้เป็นพ่อของ โย​ชู​วา (ผู้นำต่อจากโมเสส)
เมืองในดินแดนของ​พวก​เขา​ คือ​ เบธ​เอล​ นา​อา​รัน​ด้าน​ตะวัน​ออก ​เก​เซอร์​ด้าน​ตะวัน​ตก​ ​เช​เคม​ อัย​ยาห์ เบธ​ชาน​ ทา​อา​นาค​ เม​กิด​โด และ โดร์​

เชื้อสายของ​อา​เชอร์​ คือ อิม​นาห์ อิช​วาห์ อิช​วี เบรี​ยาห์ และ​เส​ราห์​น้อง​สาว​ของ​เขา
เชื้อสายของพวกเขา เป็น​นักรบ​กล้า​หาญ​ที่​ถูก​คัด​เลือก​ไว้​เป็น​ผู้นำ​ 26,000 คน

1. สมัยโมเสส จำนวนนักรบ​ใน​เผ่า​อิส​สา​คาร์​คือ 54,400 คน(กดว. 1:29 ​) พอถึงสมัยดาวิดเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า เป็น 145,000 คน
​ส่วน​เผ่า​เบน​ยา​มิน เพิ่มขึ้นจาก 35,400 คน(กดว. 1:37) เป็น 61,234 คน
นี่เป็นเพียงตัวอย่างของบางเผ่า
เพราะพระเจ้าทรงสัญญากับอับราฮัมที่จะอวยพรลูกหลานของเขา
เมื่อวันเวลาผ่านไป จำนวนลูกหลานของเขา ก็เพิ่มทวีมากขึ้นจริงๆ ตามพระสัญญา
ถึงแม้ว่า ที่ผ่านมาลูกหลานของอับราฮัมหลายต่อหลายคน ทำตัวไม่เหมาะสม
พระเจ้าก็ยังคงรักษาสัญญากับอับราฮัมอยู่ดี

หมายเหตุ :
ส่วนเผ่า อา​เชอร์ แม้จำนวนนักรบจะลดลงจาก 41,500 คน (กดว. 1:41 ​) เหลือ 26,000 คน แต่คนเหล่านี้เป็น​นักรบ​ที่​ถูก​คัด​เลือก​ไว้​เป็น​ผู้นำ​ (ข้อ 40)ซึ่งแสดงว่ามีมากกว่านี้ แต่เผ่านี้คัดออกมาเฉพาะผู้นำ

2. ในบทนี้ พูดถึงเผ่าเอฟราอิม ด้วยการอ้างถึงว่า
โยชูวา ผู้นำคนสำคัญที่สุดรองจากโมเสส มาจากเผ่านี้
โมเสส มาจากเผ่าเลวี ซึ่งเป็นเผ่าที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกำลังทหารในการศึกสงคราม
จึงเรียกได้ว่า เผ่าของโยชูวาสำคัญที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดในการศึกสงคราม คือเผ่าเอฟราอิม
และในบทนี้ยังบอกถึงดินแดนอันกว้างใหญ่ ที่เผ่าเอฟราอิมครอบครองอีกด้วย

ที่บันทึกเรื่องนี้ ไว้บทต้นๆของหนังสือพงศาวดาร
คงเป็นเพราะ ต่อไปเผ่าเอฟราอิม จะเป็นเผ่าหลักในการทำให้อิสราเอลแบ่งเป็น 2 อาณาจักร
(เยโรโบอัม ก็มาจากเผ่านี้)
ผู้เขียนจึงบันทึกเพื่อให้เห็นความยิ่งใหญ่ และมีชื่อเสียงของเอฟราอิม

ความยิ่งใหญ่ของเอฟราอิม ถูกเตรียมไว้ เพื่อแผนการของพระเจ้าสำหรับอิสราเอลจะสำเร็จ

วันนี้ การที่ใครบางคนได้ดิบได้ดี เป็นใหญ่เป็นโต
ทั้งที่ดูแล้ว ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับเขาได้เลย
ให้เราพึงรู้เถิดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขานั้น ไม่ใช่เพราะเขาเก่งหรือดี
แต่เพราะว่าพระเจ้าทรงมีแผนการบางอย่าง สำหรับความสำเร็จของเขา

คำคม

“ พระสัญญา และ แผนการ ของพระเจ้า จะเกิดขึ้นเป็นจริงเสมอ ”

สรุป 1พงศาวดาร 6

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงเลือกเชื้อสายของเลวีให้ปรนนิบัติรับใช้พระองค์ในพระนิเวศน์ของพระองค์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 6 ต่อเนื่องจาก บทที่ 5 ซึ่งพูดถึงเชื้อสายของรูเบน และมนัสเสห์ครึ่งเผ่า ที่พระเจ้าทรงช่วยพวกเขาให้ชนะศัตรูเมื่อพวกเขาร้องทูลต่อพระองค์ แต่แล้วพวกเขาก็พ่ายแพ้ศัตรูเมื่อละทิ้งพระองค์

ในบทที่ 6 พูดถึง เชื้อสาย​ของ​เลวี ​คือ ​เกอร์​โชม โค​ฮาท และ​เม​รา​รี

บุตร​ของ​โค​ฮาท​ คือ ​อัม​ราม
อัม​ราม เป็นพ่อของ ​อา​โรน โม​เสส และ​นาง​มิ​เรียม
บุตร​อา​โรน​คือ​นา​ดับ อา​บีฮู (ลูก 2คนแรกของอาโรน ที่ตายเพราะนำไฟต้องห้ามมาถวายพระเจ้า) เอ​เล​อา​ซาร์ และ​อิ​ธา​มาร์
เชื้อสายเอ​เล​อา​ซาร์​ (ผู้ทำหน้าที่ปุโรหิตแทนอาโรน ฉธบ. 10:6) คือ
​ฟี​เน​หัส (ผู้ที่ช่วยยับยั้ง​ความ​กริ้ว​ของพระเจ้า​ต่อ​คน​อิส​รา​เอล กดว. 25:11)
อา​บี​ชู​วา
​บุค​คี
อุส​ซี
​เศ-รา​หิ​ยาห์
เม​รา​โยท​
อา​มา​ริ​ยาห์​
อา​หิ​ทูบ​
ศา​โดก​ (ผู้เป็นปุโรหิตสมัยดาวิด 1พกษ. 1:8)
อา​หิ​มา​อัส (ผู้คอยส่งข่าวให้ดาวิด หลังจากที่อับซาโลมยึดอำนาจจากดาวิด 2ซมอ. 15:36)
อา​ซา​ริ​ยาห์
โย​ฮา​นัน​ (ผู้​เป็น​ปุโร​หิต​อยู่​ใน​พระ​วิหาร ซึ่ง​ซา​โล​มอน​ทรง​สร้าง​ใน​เย​รู​ซา​เล็ม)
​อา​ซา​ริ​ยาห์
อา​มา​ริ​ยาห์
อา​หิ​ทูบ
ศา​โดก
ชัล​ลูม​
ฮิล​คี​ยาห์ (ผู้เป็นปุโรหิตสมัยโยสิยาห์ ผู้พบหนังสือธรรมบัญญัติในพระนิเวศน์ 2พกษ. 22:12)
อา​ซา​ริ​ยาห์​ (ผู้เมื่ออายุมากแล้วได้ เป็นหัวหน้าดูแลพระวิหารของพระเจ้า ช่วงกลับจากเป็นเชลยในบาบิโลน 1พศด. 9:11)
เส​ไร​อาห์ (ผู้เป็นปุโรหิตที่เยบูคัสเนศซาร์ฆ่าตาย เมื่อกรุงเยรูซาเล็มถูกทำลาย 2พกษ. 25:18)
เย​โฮ​ซา​ดัก​ (ผู้ถูก​จับ​ไป​เป็น​เชลย เมื่อเย​รู​ซา​เล็ม​ถูกทำลาย)

บุตรคนที่ 2 ​ของ​โค​ฮาท ​คือ ​อัม​มี​นา​ดับ (อิส​ฮาร์)
เชื้อสายของอัม​มี​นา​ดับ​ คือ​เอล​คา​นาห์ ผู้เป็นพ่อของ ผู้เผยพระวจนะซา​มู​เอล​

​ดาวิด​ทรง​แต่ง​ตั้ง​เชื้อสายของโคฮาทให้​ดูแล​เรื่อง​เพลง​ใน​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า
โดยมีเชื้อสายของ​เกอร์​โชมและของเม​รา​รี เป็นผู้ช่วย
พวกเขา​ปรน​นิบัติ​ด้วย​เพลง ​หน้า​พลับ​พลา จน​ซา​โล​มอน​ทรง​สร้าง​พระ​นิ​เวศ​ของ​พระเจ้าเสร็จ

ที่​อยู่​ที่​ตั้ง​ถิ่น​ฐาน​​ของบุตร​หลาน​ของ​อา​โรน​ ตระ​กูล​คน​โค​ฮาท ได้แก่
​เมือง​เฮ​โบรน เมือง​ลิบ​นาห์​ เมือง​ยาท​ทีร์ เมือง​เอช​เท​โม​อา​ เมืองฮี​เลน​ เมืองเด​บีร์​ เมืองอา​ชาน เมืองเบธ​เช​เมช​ เมือง​เก​บา​ ​เมืองอา​เล​เมท ​เมืองอา​นา​โธท​

ส่วน​บุตร​หลาน​ของ​โค​ฮาท​ที่​เหลือ ​ได้​รับ​ 35 เมือง

1. พระเจ้าทรงเลือกเชื้อสายเลวีให้ปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า
พวกเขาไม่ได้มรดกครอบครองดินแดน ยกเว้นเมืองบางเมืองที่เผ่าต่างๆยกให้
ถึงกระนั้นพวกเขาก็ไม่ขาดสิ่งดีใดๆ เพราะพระเจ้าทรงเลี้ยงดูพวกเขา
ยิ่งไปกว่านั้น เขาเป็นหนึ่งไม่กี่เผ่าที่เหลือกลับมา และยังมีบทบาทสำคัญในการรับใช้พระเจ้า เมื่ออิสราเอลกลับมาจากการเป็นเชลยในบาบิโลน

การปรนนิบัตรับใช้พระเจ้า ดูเหมือนจะขาดทุนหรือเสียสิทธิบางอย่างในสายตาของมนุษย์
แต่ความจริงแล้วกลับได้รับสิทธิพิเศษยิ่งกว่าใครๆ เมื่อเราปรนนิบัติรับใช้พระองค์

2. เชื้อสายของอาโรนบางคนก็เป็นปุโรหิตที่ดี บางคนก็ไม่ดี
อย่างไรก็ตามพระเจ้าก็ยังใช้เชื้อสายของอาโรนในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าอยู่ดี
เพียงแต่ ปุโรหิตที่ดีจะพบจุดจบที่ดี และปุโรหิตที่ไม่ดีจะพบจุดจบที่น่าเศร้า

วันนี้ ที่พระเจ้ายังคงใช้เราในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าอยู่นั้น
ไม่ใช่เพราะเราเป็นคนดี หรือทำได้ดี
แต่เป็นเพราะพระเจ้าทรงเมตตาเรา ทรงเลือกเราให้ปรนนิบัติรับใช้พระองค์
ดังนั้นเราควรทำอย่างดีที่สุดให้สมกับเกียรติที่พระเจ้าประทานให้นี้
เพื่อเราจะได้พบกับจุดจบที่ดีอย่างสง่างาม

คำคม

“ การรับใช้พระเจ้า เป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่ ”

สรุป 1พงศาวดาร 5

ภาพรวม

  • บทที่ 5 พูดถึงเชื้อสายของรูเบน และมนัสเสห์ครึ่งเผ่า ที่พระเจ้าทรงช่วยพวกเขาให้ชนะศัตรูเมื่อพวกเขาร้องทูลต่อพระองค์ แต่แล้วพวกเขาก็พ่ายแพ้ศัตรูเมื่อละทิ้งพระองค์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 5 ต่อเนื่องจาก บทที่ 4 ซึ่งพูดถึงเชื้อสายของยูดาห์และสิเมโอน ว่าเป็นต้นตระกูลของคนหลายกลุ่มและได้ครอบครองพื้นที่จำนวนมาก

ในบทที่ 5 พูดถึงเชื้อสายของรู​เบน​ และมนัสเสห์ดังนี้

รูเบน ​บุตร​หัว​ปี​ของ​อิส​รา​เอล แต่​เพราะ​เขาไปหลับนอนกับ​บิล​ฮาห์​ภรรยา​น้อย​ของ​พ่อ (ปฐก. 35:22) สิทธิ​บุตร​หัว​ปี​ของ​เขา​จึง​ถูก​มอบ​ให้​กับ​บุตร​ของโย​เซฟ

บุตรของ​รูเบน คือ​ ฮา​โนค ปัลลู เฮส​โรน และ​คาร​มี
เชื้อสายของรูเบน รุ่นต่อๆมา คือ ​เบ​เอ​ราห์ เป็นผู้ซึ่ง​ทิ​กลัท​ปิ​เล​เสอร์ กษัตริย์​อัส​ซี​เรีย​จับ​ไป​เป็น​เชลย
เชื้อสายของรูเบน​อา​ศัย​อยู่​ทาง​ทิศ​ตะวัน​ออกของแม่น้ำจอร์แดน
มี​ฝูง​ปศุ​สัตว์มาก​มาย​ใน​แผ่น​ดิน​กิ​เล​อาด ใน​บา​ชาน และ​ใน​บริ​เวณ​รอบ​ชา​โรน​ทั้ง​หมด

ใน​สมัย​ของ​เย​โร​โบ​อัม​ พระ​ราชา​แห่ง​อิส​รา​เอล
คน​รู​เบน คน​กาด และ​คน​เผ่า​มนัส​เสห์​กึ่ง​หนึ่ง ได้​รับ​การ​ฝึก​สำ​หรับ​สง​คราม​จนเก่งกล้า จำ​นวน 44,760 คน
​เข้า​​ทำ​สง​คราม​กับ​คน​ฮา​การ์ เย​ทูร์ นา​ฟิช และ​โน​ดับ
และ​พวก​เขา​ได้​รับ​ความ​ช่วย​เหลือจากพระเจ้า
เพราะ​พวก​เขา​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​เจ้า​ใน​สง​คราม
​พระ​องค์​ทรงประ​ทาน​ตาม​คำ​ทูล​ของ​พวก​เขา
เพราะ​พวก​เขา​วาง​ใจ​ใน​พระ​องค์
พวกเขาได้รับชัยชนะอย่างงดงาม
เพราะ​สง​คราม​นี้​มา​จาก​พระ​เจ้า
พวก​เขา​ยึด​เอา​ฝูง​​สัตว์​ของ​ศัตรู​มากมาย และ​จับเชลยได้ 100,000 คน

เชื้อสายของ​มนัส​เสห์​กึ่ง​หนึ่ง​อา​ศัย​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​นั้นเช่นกัน
พวก​เขา​มี​จำ​นวน​มาก ตั้ง​แต่​เมือง​บา​ชาน​ ถึง​​ ภู​เขา​เฮอร์​โมน

ต่อมา​คน​รู​เบน คน​กาด และ​คน​เผ่า​มนัส​เสห์​กึ่ง​หนึ่ง ​ทำผิด​ต่อ​พระ​เจ้า
และ​เล่น​ชู้​กับ​พระ​ของ​ชน​ชาติ​แห่ง​แผ่น​ดิน​นั้น
ดัง​นั้น พระ​เจ้า​​จึง​ทรง​เร้า​พระ​ทัย​ของ​ปูล(​ทิ​กลัท​ปิ​เล​เสอร์) พระ​ราชา​แห่ง​อัส​ซี​เรีย
และ​พระ​องค์​ทรง​ยกทัพมากวาด​พวก​เขา​เป็น​เชลย ที่ ฮา​ลาห์ ฮา​โบร์ ฮา​รา และ​แม่​น้ำ​เมือง​โก​ซาน

1. การทำผิดเรื่องเพศของรูเบน นำความเสียหายใหญ่โตมากกว่าที่เขาจะจินตนาการได้
เขาและเชื้อสาย สูญเสียสิทธิบุตรหัวปีไป

ความผิดบาปทางเพศ หากผิดพลาดไปแล้ว มักส่งผลกระทบที่รุนแรงตามมาเสมอ
ดังนั้นการรีบกลับใจให้เร็วที่สุด เมื่อผิดพลาดไปในเรื่องนี้
จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการลดความเสียหาย อันเกิดขึ้นมาจากบาปนี้

2. พระเจ้าทรงช่วยคน​รู​เบน คน​กาด และ​คน​เผ่า​มนัส​เสห์​กึ่ง​หนึ่ง ให้รบชนะอย่างงดงามทั้งที่มีกำลังน้อยกว่า
เพราะหลังจากศัตรูล้มตายลงไปเป็นจำนวนมากแล้ว เชลยที่จับมาได้ ก็ยังมีจำนวนมากถึง 100,000 คน
ส่วนพวกเขาเองมีนักรบเพียง 44,760 คน
แต่เพราะพวกเขาร้องทูลขอ​ความ​ช่วย​เหลือจากพระเจ้า อย่างวางใจ
พระเจ้าจึงทรงเมตตาพวกเขา

น่าเสียดายที่พวกเขา ไม่จดจำพระคุณพระเมตตาของพระเจ้า
กลับละทิ้งพระองค์ ไปทำสิ่งที่พระเจ้ารังเกียจและทรงห้ามไว้
พวกเขาจึงต้องพบจุดจบอย่างน่าเศร้า

เมื่อเราร้องทูลต่อพระเจ้าอย่างวางใจ พระเจ้าจะทรงช่วยเราอย่างแน่นอน
และวันนี้ อย่าให้ลืมพระคุณของพระเจ้า ที่เคยช่วยเราในอดีตที่ผ่านมา
ยิ่งวันเวลาผ่านไป เรารับประสบการณ์การช่วยกู้จากพระเจ้ามากขึ้น
เราสมควรที่จะยิ่งรักและยำเกรงพระองค์มากยิ่งขึ้น
อย่าหันกลับจากการติดตามพระเจ้าเหมือนอย่าง 2 เผ่าครึ่งของอิสราเอลนี้

คำคม

“ ผู้ที่ร้องทูลต่อพระเจ้า อย่างวางใจ จะได้รับการช่วยกู้ ”

สรุป 1พงศาวดาร 4

ภาพรวม

  • บทที่ 4 พูดถึงเชื้อสายของยูดาห์และสิเมโอน ว่าเป็นต้นตระกูลของคนหลายกลุ่มและได้ครอบครองพื้นที่จำนวนมาก

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 4 ต่อเนื่องจาก บทที่ 3 ซึ่งพูดถึงเชื้อสายของดาวิด ไล่ไปจนถึงกษัตริย์องค์สุดท้ายของอิสราเอล และไล่ต่อไปจนถึงช่วงที่พระเจ้าทรงนำคนอิสราเอลกลับมาจากการเป็นเชลยที่บาบิโลน

ในบทที่ 4 นี้ ได้ย้อนกลับไปพูดเชื้อ​สาย​ของ​ยู​ดาห์ และของสิเมโอน บุตรของอิสราเอล ดังนี้

เชื้อ​สาย​ของ​ยู​ดาห์ ​คือ ​เป​เรศ เฮส​โรน และลูกหลาน
ซึ่ง​เป็น​ตระ​กูล​ของ​ชาว​โศ​ราห์ ชาว​ยิส​เร​เอล ชาว​เป​นู​เอล​ ชาว​เอฟ​รา​ธาห์​ ชาวเบธ​เล​เฮม ชาว​เท​โค​อา ชาวเร​คาห์ ​ชาว​​เน​ทา​อิม​และชาว​เก​เด​ราห์
โอท​นี​เอล ผู้วินิจฉัยคนแรก(วนฉ. 3:9) และ คาเลบ ผู้ไปสำรวจดินแดนพร้อมโยชูวา ก็อยู่ในเชื้อสายของยูดาห์ด้วย

อีกคนหนึ่งในเชื้อสายของยูดาห์ คือ ยา​เบส ซึ่ง​เป็น​ผู้​มี​เกียรติ​กว่า​บรร​ดา​พี่​น้อง​ของ​เขา
แม่ของ​เขา​ ตั้ง​ชื่อ​เขา​ว่า ​ยา​เบส เพราะว่า นาง​คลอด​เขา​ด้วย​ความ​ทุกข์​ยาก​ลำ​บากมาก
ยา​เบส​อธิษฐานต่อพระ​เจ้า ว่า
– ขอ​พระเจ้าอวย​พร​แก่​เขา
– ​ขยาย​เขต​แดน​ของเขา
– ทรงสถิตกับ​เขา
– ขอ​​ให้​เขา​พ้น​จาก​สิ่ง​ชั่วร้าย
เพื่อ​เขาจะไม่​ทุกข์​ยาก​ลำ​บาก ตามชื่อของเขา
แล้ว​พระ​เจ้า​ทรงประ​ทาน​ตาม​ที่​เขา​ทูล​ขอ

เชื้อ​สาย​ของ​​สิ​เม​โอน คือ ​เนมู​เอล ยา​มีน ยา​รีบ เศ-ราห์ และ​ชา​อูล
ซึ่งตระกูลของเขา​ไม่​มี​บุตร​ชาย​จำ​นวน​มาก เหมือน​คน​เผ่า​ยู​ดาห์
พวก​อา​ศัย​อยู่​ใน​เมือง​เบ​เออร์​เช​บา บิล​ฮาห์ ศิก​ลาก และเมืองบริเวณใกล้เคียง
ต่อมาพวก​เขา​ก็​เพิ่ม​ขึ้น​มาก จึง​เดิน​ทาง​ไป​ถึง​ทาง​เข้า​เมือง​ที่​เก​โดร์
เพื่อ​หา​ทุ่ง​หญ้า​ให้​ฝูง​แพะ​แกะ​
พวกเขา​พบ​ทุ่ง​หญ้า​อุดม​ดี และ​แผ่น​ดิน​นั้น​ก็​กว้าง​ขวาง​เงียบ​สงบ​สุข ​เป็น​ของคน​เชื้อ​สาย​ฮาม
พวกเขาจึงเข้า​โจม​ตี​และเข้ายึดครองแผ่นดินนั้น

อีกส่วน​หนึ่ง​ของ​​คน​สิ​เม​โอน 500 คน​พา​กัน​ไป​ที่​ภูเขา​เส​อีร์
และ​พวก​เขา​โจม​ตี​คน​อา​มา​เลข​ที่นั่น แล้ว​เข้าอา​ศัย​อยู่​ที่​นั่น

1. ยาเบส มีชื่อที่เป็นคำแช่งสาป แต่ด้วยความเชื่อว่าพระเจ้าจะทรงเปลี่ยนคำแช่งสาปเป็นพระพรได้
เขาจึงอธิษฐานต่อพระเจ้า ขอให้พระเจ้าอวยพระพรเขา
เมื่อเขากล้าขอ พระเจ้าก็ทรงอวยพระพรเขา เขาไม่พบความทุกข์ยากลำบากเลย ชั่วชีวิต

แม้เขาไม่ได้เปลี่ยนชื่อ ชื่อเขายังคงเป็นคำแช่งสาป
แต่เขาได้รับพระพรตลอดชีวิต เพราะเขากล้าขอพระพรเช่นนั้นจากพระเจ้า

เราไม่ได้เพราะเราไม่ได้ขอ(ยก. 4:2)
เมื่อเราขอด้วยความเชื่อ และด้วยความเชื่อมั่นว่าพระเจ้าทรงรักเราและพระองค์พร้อมที่จะประทานสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่เราอย่างแน่นอน
แล้วเราก็จะพบว่าความรักของพระเจ้าที่มีต่อเรานั้นมากเหลือล้นจริงๆ

2. เผ่าสิเมโอน จับสลากได้รับแผ่นดินเป็นฉลากที่ 2 (ยชว. 19:1-9) ซึ่งกินบริเวณกว้างขวางมาก
แต่เพราะเขาคิดว่าเขามีกำลังน้อยเขาจึงไม่ได้บุกเข้าไปยึดเอา
ต่อมาเมื่อเขาคิดว่า เขาน่าจะต้องบุกแล้ว เขาก็ยึดได้จริงๆตามที่พระเจ้าบอกไว้

การที่เรามองดูตัวเองมากเกินไป แล้วคิดว่าเราทำไม่ได้
โดยไม่ได้คำนึงถึงพระสัญญาของพระเจ้าว่าพระองค์ทรงสัญญากับเราอย่างไร
จะทำให้เราไม่ได้รับพระพรที่พระเจ้าทรงเตรียมให้แก่เราแล้ว
ซึ่งเราต้องก้าวออกไปรับด้วยความเชื่อจึงจะได้รับ

คำคม

“ เพียงกล้าขอ ด้วยความเชื่อ ก็จะได้รับ ”

สรุป 1พงศาวดาร 3

ภาพรวม

  • บทที่ 3 พูดถึงเชื้อสายของดาวิด ไล่ไปจนถึงกษัตริย์องค์สุดท้ายของอิสราเอล และไล่ต่อไปจนถึงช่วงที่พระเจ้าทรงนำคนอิสราเอลกลับมาจากการเป็นเชลยที่บาบิโลน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 3 ต่อเนื่องจากบทที่ 2 ที่พูดถึงเชื้อสายของอิสราเอลแบบกว้างๆ โดยเน้นว่ายูดาห์ เป็นต้นตระกูลของดาวิด และยูดาห์เป็นต้นตระกูลของคนกลุ่มต่างๆอีกหลายกลุ่มอีกด้วย

ในบทที่ 3 ได้พูดถึงเชื้อสายของดาวิด ดังต่อ​ไป​นี้
ดาวิด​ ครอง​ราชย์ในเฮโบรน 7 ปี​กับ 6 เดือน มีโอรสที่นั่น ได้แก่
1. อัม​โนน​ (ผู้ข่มขืนทามาร์น้องอับซาโลม จึงถูกอับซาโลมฆ่าตาย)
2. ดา​เนียล
3. อับ​ซา​โลม ​ซึ่งเกิดจาก​พระ​นาง​มา​อา​คาห์​ เจ้าหญิงแห่ง​เมือง​เก​ชูร์
(ผู้แย่งชิงบัลลังก์จากดาวิด แต่ต่อมาถูกโยอาบแม่ทัพของดาวิดฆ่าตาย)
4. อา​โด​นี​ยาห์​ (ผู้พยายามแย่งชิงบัลลังก์จากซาโลมอนแต่ไม่สำเร็จ)
5. เช​ฟา​ทิ​ยาห์​
6. อิท​เร​อัม

ดาวิดครอง​ราชย์​ใน​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม 33 ปี มีโอรสที่เกิดที่นั่น ได้แก่
1. ชิ​เม​อา
2. โช​บับ
3. นา​ธัน
4. ซา​โล​มอน ผู้เป็นกษัตริย์ต่อจากดาวิด
โอรสทั้ง 4 ​องค์​นี้ เกิดจาก​พระ​นาง​บัท​ชู​วา​[บัทเชบา]
5. อิบ​ฮาร์
6. เอ​ลี​ชา​มา
7. เอ​ลี​เฟ​เลท
8. โน​กาห์
9. เน​เฟก
10. ยา​เฟีย
11. เอ​ลี​ชา​มา
12. เอ​ลี​ยา​ดา
13. เอ​ลี​เฟ​เลท
ซึ่งยังไม่รวม ​เหล่า​โอรส​ที่เกิดจาก​นาง​สนม​ทั้ง​หลาย ของดาวิด
และ​ทา​มาร์ผู้​เป็น​ธิดาของดาวิด

เชื้อสาย​ของ​ซา​โล​มอน​ เป็นดังนี้
– ​เร​โห​โบ​อัม ผู้ทำให้อาณาจักรถูกแบ่งเป็น 2
– อา​บี​ยาห์ ผู้ชั่วร้ายแต่ยังร้องทูลพระเจ้า
– อา​สา ผู้พึ่งพาพระเจ้าตอนต้น แต่บั้นปลายพึ่งพาสิ่งอื่น
– ​เย​โฮ​ชา​ฟัท ผู้รักพระเจ้า และพระองค์ช่วยเขารบชนะโดยไม่ต้องสู้แค่ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า
– ​โย​รัม ผู้ร่วมมือกับคนชั่วอย่างอาหับ พ่อตาของตน
– อา​หัส​ยาห์ ผู้ทำชั่วเหมือนพระราชาอิสราเอล แล้วถูกเยฮูฆ่าตาย
– ​โย​อาช ผู้รอดตายหวุดหวิดโดยความช่วยเหลือของเย​โฮ​ยา​ดา จึงรักพระเจ้าในตอนต้น แต่ต่อมาละทิ้งพระเจ้า
– ​อา​มา​ซิ​ยาห์ ผู้รักพระเจ้า แล้วพระเจ้าอวยพร แต่ลืมตัว ไปท้ารบกับพระราชาอิสราเอลด้วยความยโส จึงพ่ายแพ้
– ​อา​ซา​ริ​ยาห์ [อุสซียาห์] ผู้รักพระเจ้า จนได้รับพระพรขยายอาณาจักรออกไปอย่างยิ่งใหญ่ แต่ต่อมาเย่อหยิ่งจะถวายเครื่องบูชาเอง จนกลายเป็นโรคเรื้อน
– โย​ธาม ผู้ดำเนินมั่นคงกับพระเจ้าตั้งแต่ต้นจนจบ
– อา​หัส ผู้ชั่วร้าย ผู้รื้อแท่นบูชาพระเจ้า เพื่อสร้างแท่นบูชารูปเคารพ
– เฮ​เซ​คี​ยาห์ ผู้ยำเกรงพระเจ้า จนเซนนาเคอริบต้องพ่ายแพ้ และจนได้ต่ออายุอีก 15ปี
– ​มนัส​เสห์ ผู้ชั่วร้ายที่สุดในบรรดากษัตริย์ทั้งหมด
– อา​โมน ผู้ทำชั่วได้ไม่แพ้พ่อ
– โย​สิ​ยาห์ ผู้รักพระเจ้า และนำการฟื้นฟูเรื่องฝ่ายวิญญาณมาสู่ประชาชนมากที่สุดในบรรดากษัตริย์ทั้งหมด
โอรส​ของ​โย​สิ​ยาห์​ คือ
1. โย​ฮา​นัน ผู้ชั่วร้าย และถูกฟาโรห์เนโคจับไปอียิปต์
2. ​เย​โฮ​ยา​คิม ผู้ชั่วร้าย และฆ่าตายโดยเนบูคัสนสซาร์
3. ​เศ​เด​คี​ยาห์ ผู้ชั่วร้าย กษัตริย์องค์สุดท้ายของประวัติศาสตร์อิสราเอล
4. ชัล​ลูม

โอรส​ของ​เย​โฮ​ยา​คิม​ คือ ​เย​โค​นิ​ยาห์ ผู้เป็นกษัตริย์แค่ 3 เดือน แล้วถูกจับไปบาบิโลน
เชื้อสาย​ของ​เย​โค​นิ​ยาห์​ ​คือ​เศ​รุบ​บา​เบล ผู้นำคนอิสราเอลกลับมาสร้างเยรูซาเล็มและพระวิหารขึ้นใหม่อีกครั้ง

1. พระเจ้าทรงอวยพระพรให้ดาวิดมีลูกมากมาย
แต่เพราะความบาปที่ดาวิดกระทำ จึงทำให้เกิดเรื่องน่าเศร้าหลายอย่างเกิดขึ้น
ท่ามกลางลูกๆของเขา

เมื่อเราดำเนินในทางของพระเจ้า ทุกอย่างที่เราเกี่ยวข้องจะได้รับพระพร
แต่ถ้าเราหันออกจากพระเจ้า ทำสิ่งชั่วร้ายที่พระเจ้าทรงรังเกียจ
สิ่งเหล่านั้นจะไม่อาจเป็นพระพรแก่เราได้ จนกว่าเราจะกลับใจอย่างแท้จริง

2. เนื่องจากอับซาโลมเป็นลูกของเจ้าหญิง น่าจะหล่อหลอมบุคลิกของเขา
ให้กล้าฆ่าอัมโมนที่มาข่มขืนน้องสาวของตน และกล้ากบฏต่อดาวิด

แต่ละคนนั้นสถานะของเขา และสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา
อยู่ในแผนการของพระเจ้า
ให้อยู่สภาวะที่เหมาะสม ที่จะสำแดงลักษณะแท้ ตัวตนในใจออกมา

3. ซาโลมอน ไม่ใช่บุตรคนต้นๆของดาวิด และไม่ใช่แม้แต่บุตรคนต้นๆของนางบัทเชบา
แต่เพราะพระเจ้าทรงเลือกซาโลมอน ดังนั้นในที่สุดซาโลมอนก็ได้เป็นกษัตริย์ต่อจากดาวิดอยู่ดี

ไม่ว่าจะเป็นไปไม่ได้มากสักเพียงใด
แต่ถ้าพระเจ้าจะให้มันเกิดขึ้น มันก็จะเกิดขึ้น

4. กษัตริย์ที่เป็นเชื้อสายของดาวิดนั้น เห็นได้อย่างชัดเจนว่า
ผู้ที่รักและยำเกรงพระเจ้าจะได้รับพระพร ตราบเท่าที่เขายังรักและยำเกรงพระเจ้าอยู่
และผู้ที่ละทิ้งพระองค์ ก็จงใจละทิ้งพระพรที่พระเจ้าทรงเตรียมให้แก่เขา

วันนี้ เรายังดำเนินติดตามพระเจ้าอย่างจริงใจอยู่หรือไม่?

คำคม

“ พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ ในพระสัญญา ที่มีต่อผู้ยำเกรงพระองค์ ”

สรุป 1พงศาวดาร 2

ภาพรวม

  • บทที่ 2 พูดถึงเชื้อสายของอิสราเอลแบบกว้างๆ โดยเน้นว่ายูดาห์ เป็นต้นตระกูลของดาวิด และยูดาห์เป็นต้นตระกูลของคนกลุ่มต่างๆอีกหลายกลุ่มอีกด้วย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 2 ต่อจากบทที่ 1 ที่กล่าวถึงเชื้อสายของอาดัมไล่ไปจนถึงเชื้อสายของอับราฮัม คือ ลูกหลานของเอซาว

ในบทที่ 2 ได้พูดถึงเชื้อสายของอิสราเอล ดังนี้
​อิส​รา​เอล มีบุตรชาย 12 คน ​คือ​
รู​เบน สิ​เม​โอน เลวี ยู​ดาห์
อิส​สา​คาร์ เศ​บู​ลุน ดาน โย​เซฟ
เบน​ยา​มิน นัฟ​ทาลี กาด และ​อา​เชอร์

บุตร​ยู​ดาห์​ ที่เกิดจากนางทา​มาร์​บุตร​สะใภ้​ของ​เขา คือ ​เป​เรศ และ​เศ-ราห์
บุตร​เป​เรศ​ ชื่อ​ เฮส​โรน และ​ฮา​มูล
บุตร​ของ​เฮส​โรน ชื่อ ราม
ราม​เป็น​พ่อของทวดของ​โบ​อาส
โบ​อาส​เป็นพ่อ​ของ​โอ​เบด
โอ​เบด​เป็น​พ่อของ​เจสซี
เจสซี​ มี ลูกชาย 7 คน ได้แก่
​เอ​ลี​อับ​ อา​บี​นา​ดับ​ ชิ​เม​อา นา​ธัน​เอล​
รัด​ดัย​ โอ​เซม​ และดาวิด​
และ​เจสซีมีลูก 2 คนแรก เป็นลูกสาว คือ​ นาง​เศ​รุ​ยาห์ และ​นางอา​บี​กา​ยิล
บุตร​ของ​นาง​เศ​รุ​ยาห์​ คือ​ อา​บี​ชัย โย​อาบ และ​อา​สา​เฮล (เหล่าแม่ทัพของดาวิด)
บุตรของนาง​อา​บี​กา​ยิล​ ​คือ​ อา​มา​สา (ที่ถูกโยอาบฆ่าตายเพราะความอิจฉา)

เฮอร์(ผู้ช่วยยกมือโมเสสบนภูเขา)​ ก็เป็นเชื้อสายของ​เฮส​โรน บุตร​เป​เรศ​​ ด้วย
เฮอร์ เป็นปู่ของ​เบ​ซา​เลล(สุดยอดช่างฝีมือที่ช่วยโมเสสสร้างพลับพลา)

และเชื้อสายของเฮสโรน ต่อมาเป็นต้นตระกูลของคน​อิท​ไรต์ คน​ปุไท คน​ชุ​มัท คน​มิช​รา คนโศ​ราห์ คน​เอช​ทา​โอล​ คน​เน​โท​ฟาห์ คนอัท​โรท​เบธ​โย​อาบ ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​คน​เมนู​โหท คน​ทิรา​ไธต์ คน​ชิ​เม​อี ​คน​สุคา และคนตระ​กูล​เร​คาบ

1. เมื่อสังเกตชื่อบุคคลมากมายในบทนี้ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า คนทั้งหลายที่มีบทบาทในแผนการของพระเจ้า โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์นั้น ถูกจัดเตรียมไว้อย่างปราณีต อย่างมีวัตถุประสงค์ และในเวลาที่พอเหมาะพอดี เพื่อให้แผนการของพระเจ้า คำพยากรณ์ในพระคำของพระเจ้า สำเร็จเกิดขึ้นเป็นจริง
ตัวอย่างเช่น เฮอร์ บาซาเลล ทามาร์ โบอาส เจสซี นาง​เศ​รุ​ยาห์ ​นางอา​บี​กา​ยิล ​อา​สา​เฮล​ อา​มา​สา เป็นต้น

พระเจ้าให้เราเกิดมาในสมัยปัจจุบันนี้ พระองค์ทรงมีแผนการสำหรับชีวิตของเรา มีวัตถุประสงค์สำหรับเรา และมีเวลาที่เหมาะสมสำหรับเรา
และเพราะเรารู้ว่าพระเจ้าทรงรักเรา จนประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์เพื่อเรา
ดังนั้นแผนการทั้งหมดของพระเจ้า ย่อมเพื่อประโยชน์ที่ดีเลิศสำหรับเราอย่างแน่นอน

2. เมื่อได้พิจารณาดูรายชื่อลำดับเชื้อสายอันยาวเหยียดและละเอียดเหล่านี้
และเมื่อคิดถึงการคัดลอกพระคัมภีร์ด้วยมือ ต่อๆกันไปอีกหลายพันหลายหมื่นฉบับ
แล้วปรากฏว่า เมื่อนักโบราณคดีเอาต้นฉบับเหล่านั้นทั้งสิ้น มาเทียบกัน เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
ข้อความในฉบับต่างๆเหล่านั้น มีชื่อและลำดับเชื้อสายเหล่านี้ถูกต้องเหมือนกันอย่างแม่นยำ
สิ่งนี้ยิ่งทำให้เป็นสิ่งยืนยันว่า
คัมภีร์ที่ถูกคัดลอกและส่งต่อกันมาจนถึงปัจจุบันนั้น ถูกต้องแม่นยำทุกประการ
เพราะว่า ขนาดรายชื่อเชื้อสายอันยาวเหยียดเหล่านี้ยังถูกต้อง 100%
นับประสาอะไรกับเนื้อหาอื่นๆ ที่ง่ายต่อการคัดลอกยิ่งกว่านี้ ย่อมไม่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนอย่างแน่นอน

คำคม

“ พระเจ้าทรงมีแผนการและเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเรา ”

สรุป 1พงศาวดาร 1

ภาพรวม

  • เป็นเรื่องราวของประวัติศาสตร์ของอิสราเอล ตั้งแต่ซาอูลขึ้นเป็นกษัตริย์ จนถึงดาวิดเสียชีวิต
  • ใน 1 พวศาวดาร บทที่ 1 กล่าวถึงเชื้อสายของอาดัมไล่ไปจนถึงเชื้อสายของอับราฮัม คือ ลูกหลานของเอซาว

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1พงศาวดาร บทที่ 1 แสดงเชื้อสายของมนุษย์ ตั้งแต่ อา​ดัม ลงมาทาง เสท
เรื่อยมาจนถึงโน​อาห์ ซึ่งมีบุตรชาย คือ เชม ฮาม และ ยา​เฟท

เชื้อสายของ​ยา​เฟท​ เป็นต้นตระกูลของ ชาว​โก​เมอร์ มา​โกก ทูบัล และเม​เชค (อสค. 38:2)
เชื้อสาย​ของ​ฮาม เป็นต้นตระกูลของชาวคูช อียิปต์ พูต คา​นา​อัน และคัส​ลู​ฮิม (เป็น​ต้น​ตระ​กูล​คน​ฟีลิส​เตีย)
เชื้อสายของ​เชม เป็นต้นตระกูลของชาวเช​ลาห์ ​เอ​ลาม อัส​ชูร อาร​ปัค​ชาด ลูด อา​รัม ​เอ​เบอร์ โอ​ฟีร์ ฮา​วิ​ลาห์ และอิสราเอล

​อับ​รา​ฮัม ผู้เป็นเชื้อสายของเชม มีบุตร​ชื่อ​ อิส​อัค และ​ อิช​มา​เอล และบุตรชายอีก 6 คน ซึ่งเกิดจาก​เคทู​ราห์​ภรร​ยา​น้อย​ของ​อับ​รา​ฮัม

​อิช​มา​เอล​ เป็นต้นตระกูลของชาว​เน​บา​โยท เค​ดาร์ ดู​มาห์ ฮา​ดัด และเท​มา

บุตร​ของ​เคทู​ราห์​ ซึ่งได้แก่ ​มี​ศิม​ราน โยก​ชาน เม​ดาน มี​เดียน อิช​บาก และ​ชู​อาห์ นั้น
เป็นต้นตระกูลของชาว​มี​เดียน​ ​เช​บา เด​ดาน และ​เอ​ฟาห์

​อิส​อัค มีบุตร​ชื่อ​ เอ​ซาว และ​ อิส​รา​เอล

เอ​ซาว​ เป็นต้นตระกูลของชาวเท​มาน โอ​มาร์ เศโฟ เค​นัส ทิม​นา​ อา​มา​เลข เส​อีร์​ ​โฮรี และ​อูส
บรร​ดา​เจ้า​นาย​ที่ปกครองใน​เอ​โดม​ ได้แก่ ทิม​นา ​อา​ลี​ยาห์ ​เย​เธท โอ​โฮ​ลี​บา​มาห์ เอ​ลาห์ ​ปิ​โนน ​เค​นัส ​เท​มาน ​มิบ​ซาร์ ​มัก​ดี​เอล และ​อิราม

1. ต้นตระกูลของชนชาติทั้งหลาย ล้วนมาจากแหล่งเดียวกัน
และพระเจ้าทรงเป็นต้นกำเนิดของประชาชาติทั้งสิ้น
ดังนั้นทุกชนชาติเป็นของพระองค์ พระองค์จึงทรงรักพวกเขา
แต่เพราะพวกเขาหันออกจากพระเจ้า ไปทำสิ่งเลวร้าย
จนทำให้ชนชาติเหล่านี้ต้องหมดสิ้นไปในที่สุด

พระเจ้าไม่ประสงค์ให้ผู้ใดต้องพินาศ
อย่างไรก็ดีผู้ที่ดำเนินต่อไปในบาปอย่างไม่ยอมกลับใจจะพินาศ

2. พระเจ้าทรงรักษาสัญญากับอับราฮัม ถึงแม้เขาจากโลกนี้ไปแล้ว
ลูกหลานเหลนโหลนและเชื้อสายของเขา ก็กลายเป็นชนชาติใหญ่มากมาย
ตามที่พระเจ้าทรงสัญญา
ปฐก. 17:4 “นี่​พันธสัญญา​ของ​เรา​กับ​เจ้า เจ้า​จะ​เป็น​บิดา​ของ​ประชาชาติ​มาก​มาย​”

พระเจ้าทรงรักษาสัญญาเสมอ ถึงแม้ว่าคนที่เป็นคู่สัญญาจะจากโลกนี้ไปนานแล้วก็ตาม

คำคม

“ พระเจ้าทรงรักษาสัญญาเสมอ ”

สรุป 2พงศ์กษัตริย์ 25

ภาพรวม

  • เนบูคัสซาร์ได้บุกมาทำลายกรุงเยรูซาเล็มและพระวิหาร และจับเศเดคียาห์กับประชาชนทั้งหมดไปบาบิโลน และขนสิ่งของ เงิน ทอง และทองสัมฤทธิ์ทั้งหมด ไปยังบาบิโลน ปิดฉากยุคแห่งการมีมนุษย์เป็นกษัตริย์ของอิสราเอล

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 25 เพราะเยโฮยาคิม , ยาโฮยาคีน และ เศเดคียาห์ กษัตริย์ 3 องค์สุดท้ายของยูดาห์ ทำชั่วในสายพระเนตรของพระเจ้า จนนำหายนะมาสู่ยูดาห์

วัน​ที่ 10 เดือน 10 ปี​ที่ 9 แห่ง​รัชกาล​ของ​เศ​เด​คี​ยาห์
เนบู​คัด​เนส​ซาร์​พระ​ราชา​แห่ง​บา​บิ​โลน
​ได้​ทรง​ยก​ทัพ​มา​ล้อม​กรุง​เยรูซาเล็ม​ไว้ 2 ปี

เมื่อ​ถึง​วัน​ที่ 9 ​เดือน​ที่ 4 ​ปี​ที่ 11 แห่ง​รัช​กาล​กษัตริย์​เศ​เด​คี​ยาห์
กรุง​นั้น​ก็​แตก
เศเดคียาห์ถูก​จับ ​นำ​​มา​ยัง​เมือง​ริบ​ลาห์
เนบูคัสเนสซาร์​ได้​ประ​หาร​ชีวิต​บรร​ดา​พระ​โอรส​ของ​เศ​เด​คี​ยาห์ ต่อหน้า​เขา​แล้ว​ควัก​ตาของ​เขา​ออก และ​ตี​ตรวน​แล้ว​พา​ไป​ยัง​บา​บิ​โลน

​วัน​ที่ 7 เดือน​ที่ 5 ซึ่ง​เป็น​ปี​ที่ 19 ของ​รัช​กาล​กษัตริย์​เนบู​คัด​เนส​ซาร์
เน​บู​ซา​ระ​ดาน ​ผู้​บัญ​ชา​การ​ทหาร​รัก​ษา​พระ​องค์ ของเนบู​คัด​เนส​ซาร์ได้​มา​ยัง​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม
​ได้​เผา​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า พระ​ราช​วัง และ​บ้าน​เรือน​ทั้ง​หมด​
ได้​ทลาย​กำ​แพง​รอบ​เย​รู​ซา​เล็ม​ลง
และ​กวาดต้อนประ​ชา​ชน​ที่​เหลือ​อยู่​ใน​เมือง ไป​เป็น​เชลย
ได้ทุบทอง​สัม​ฤทธิ์ ใน​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า เป็น​ชิ้นๆ และ​ขน​เอา​​ไป​ยัง​บา​บิ​โลน

และ​ได้จับ​เส​ไร​อาห์​มหา​ปุ​โร​หิต และ​เศ​ฟัน​ยาห์​ปุ​โร​หิต​รอง กับ​ข้า​ราช​สำ​นัก ​พา​มา​เฝ้า​เนบู​คัด​เนส​ซาร์ ​ที่​ริบ​ลาห์
แล้วพวกเขาก็ถูกประ​หาร​ชีวิต​ที่นั่น

เนบู​คัด​เนส​ซาร์ทรง​ตั้ง​เก​ดา​ลิ​ยาห์​ ​ให้​เป็น​เจ้า​เมือง
ปก​ครอง​ประ​ชา​ชน​ผู้​เหลือ​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​ยู​ดาห์ ที่ได้​ทรง​เหลือ​ไว้

ต่อมา อิช​มา​เอล​ ผู้​เป็น​เชื้อ​พระ​วงศ์ ได้​ฆ่า​เก​ดา​ลิ​ยาห์
แล้ว​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​สิ้น จึง​ได้​​หนีไป​ยัง​อี​ยิปต์
เพราะ​เขา​กลัว​คน​เคล​เดีย

ต่อมา​ใน​​วัน​ที่ 27 เดือน​ที่ 12 ปี​ที่ 37 ที่​เย​โฮ​ยา​คีน ​พระ​ราชา​แห่ง​ยู​ดาห์​ถูก​จับไปบาบิโลน
เอ​วิล​เม​โร​ดัก​ ทรงเป็นพระ​ราชา​แห่ง​บา​บิ​โลน​
พระ​องค์​ทรง​ให้​เย​โฮ​ยา​คีน​ พ้น​จาก​เรือน​จำ
และ​ให้​ที่​นั่ง​ที่​มี​เกียรติ​กว่า​บรร​ดา​ที่​นั่ง​ของ​บรร​ดา​กษัตริย์อื่นๆ
และ​ให้ได้​รับ​ประ​ทานอย่างดีทุก​วัน​
และได้รับ​ค่า​ใช้​จ่าย​ ตาม​ความ​ต้อง​การ​ใน​แต่​ละ​วัน​ตลอด​ชีวิต​ของ​เขา

1. เศเดคียาห์ ทำสิ่งชั่วร้ายมากมายซึ่งเราพบรายละเอียดได้จากพระธรรมเยเรมีย์
สุดท้ายเขาก็พบกับจุดจบอย่าน่าอนาถ
เป็นการปิดฉากสมัยแห่งการมีกษัตริย์ปกครองอิสราเอล
ตั้งแต่ซาอูลกษัตริย์องค์แรก(1,050 ก.คศ.) ถึงกษัตริย์องค์สุดท้ายเศเดคียาห์(586 ก.คศ.)
เป็นเวลา 464 ปี

บทเรียนจากกษัตริย์เหล่านั้น คือ
เมื่อทำสิ่งที่ถูกต้องต่อพระเจ้า จะพบกับพระพร
เมื่อทำสิ่งชั่วร้าย จะพบเหตุร้าย
เมื่อพบเหตุร้าย แล้วกลับมาหาพระเจ้า จะพบการอภัยและการช่วยกู้
แต่ถ้าพบเหตุร้าย ก็ยังใจแข็งกระด้างทำชั่วต่อไปจะพบกับหายนะ

2. เมื่อคนอิสราเอลทำสิ่งชั่วร้าย(เช่นเอาลูกของตนไปเผาบูชายันต์แก่รูปเคารพ,ฯลฯ)
แล้วไม่ยอมกลับใจ
พระเจ้าทรงรักพวกเขาและจะทรงทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขากลับใจ
พระองค์ไม่สนใจ เงินหรือทองคำ หรือวิหารอันงดงาม
พระองค์เต็มใจให้คนมาปล้นมันไป และทำลายมัน
เพียงเพื่อจะช่วยให้ประชากรของพระองค์หันกลับจากบาปของตน หันมาหาพระเจ้า

สิ่งที่น่าสนใจ ก็คือ ตั้งแต่อิสราเอลกลับมาจากการเป็นเชลยในบาบิโลน
จนมาถึงสมัยของพระเยซู
ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
คนอิสราเอลไม่กราบไหว้รูปเคารพอีกเลย
(แม้ยังจะมีทำบาปประเภทอื่นๆอยู่ก็ตาม)

พระเจ้ายอมนำทุกอย่างไปจากชีวิตของเรา เพียงเพื่อให้เรากลับใจ
เพราะว่าไม่ว่าเราจะสูญเสียอะไรก็ตามในโลกนี้
เทียบความเสียหายไม่ได้กับ หากเราต้องสูญเสียชีวิตนิรันดร์ไป

วันนี้หากเราเดินถอยห่างไปจากทางของพระเจ้า
จงรีบกลับใจ ก่อนที่จะสายเกินไป

3. ในที่สุด หลังจากผ่านไป 37 ปี ​เย​โฮ​ยา​คีน ก็ได้รับความเมตตาอย่างประหลาดจากพระราชาบาบิโลน
เพื่อเป็นการปูทางให้เชื้อสายของเขา คือเศรุบบาเบล สามารถเป็นผู้นำในการนำคนอิสราเอลกลับมาสร้างพระวิหารขึ้นใหม่อีกครั้งในเวลาต่อมา

เมื่อพระเจ้าทรงอวยพระพร บางคนซึ่งเรายังไม่เข้าใจ
เมื่อเวลาผ่านไปในที่สุดก็จะพบว่า พระเจ้านั้นยุติธรรมและแผนการของพระองค์ก็เหลือที่จะหยั่งรู้หรือเข้าใจได้หมด

วันนี้ หากเราเจอสถานการณ์ที่ คนที่ไม่น่าจะได้รับพระพร กลับได้รับ
และคนที่ควรจะได้รับพระพร กลับไม่ได้
ให้พึงรู้เถิดว่า พระเจ้าทรงมีแผนการสำหรับเหตุการณ์เหล่านี้

คำคม

“ สำหรับพระเจ้า จิตวิญญาณของมนุษย์ สำคัญยิ่งกว่าสิ่งของใดๆในโลก ”

สรุป 2พงศ์กษัตริย์ 24

ภาพรวม

  • เยโฮยาคิม , ยาโฮยาคีน และ เศเดคียาห์ กษัตริย์ 3 องค์สุดท้ายของยูดาห์ ทำชั่วในสายพระเนตรของพระเจ้า จนนำหายนะมาสู่ยูดาห์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 24 เมื่อโยสิยาห์ทำการฟื้นฟูเรื่องของพระเจ้าในยูดาห์ และทำลายสิ่งที่เกี่ยวข้องกับรูปเคารพเสียสิ้น แต่ต่อมาเมื่อโยสิยาห์ตายไป เยโฮอาหาส และ เยโฮยาคิม ลูกของโยสิยาห์ ที่ขึ้นครองราชย์แทน ก็หันกลับไปทำสิ่งชั่วร้ายอีก

ใน​รัช​กาล​ของ​เย​โฮ​ยา​คิม เนบู​คัด​เนส​ซาร์ พระ​ราชา​แห่ง​บา​บิ​โลน ได้​ยกทัพ​ขึ้น​มายึดเยรูซาเล็ม
เย​โฮ​ยา​คิมจึง​เป็น​ข้า​รับ​ใช้​เนบู​คัด​เนส​ซาร์อยู่ 3 ปี แล้ว​ก็​กลับ​กบฏ​ต่อ​พระ​องค์

และ​พระเจ้าทรง​ใช้บาบิโลน และประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ​ซี​เรีย ​โม​อับ ​และอัม​โมน​ มา​ต่อ​สู้​กับ​เย​โฮ​ยา​คิม
ซึ่งเหตุ​การณ์เหล่า​นี้​ พระเจ้าได้ประกาศไว้ก่อนแล้ว เพราะ​บรร​ดา​บาป​ต่างๆของ​มนัส​เสห์​ได้​ทำในยูดาห์

และ​พระ​ราชา​แห่ง​อี​ยิปต์​ ที่ยูดาห์หวังจะพึ่งพานั้น ก็ไม่​ได้​ทรง​ยก​ทัพออก​มา​จากอียิปต์​อีก
เพราะ​พระ​ราชา​แห่ง​บา​บิ​โลน​ได้​ยึดดิน​แดน​ทั้ง​สิ้นไว้แล้ว

เย​โฮ​ยา​คิม​จึง​ทรง​ล่วง​หลับ​ไป
และ​เย​โฮ​ยา​คีน​ โอรส​ของ​พระ​องค์​ได้​ขึ้น​ครอง​ราชย์​แทน
เย​โฮ​ยา​คีนครองราช์เมื่ออายุ 18 ปี ทรงครองราชย์อยู่ 3 เดือน
ทรง​ทำ​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระเจ้า

เมื่อ​เนบู​คัด​เนส​ซาร์ บุกมาโจมตีเยรูซาเล็มอีกครั้ง
​เย​โฮ​ยา​คีน​ กับเชื้อพระวงศ์ และบรรดาข้า​ราช​การ รวมทั้งทหารและช่างฝีมือ 10,000 คน ก็ถูกจับ​ไปเป็น​เชลย​ ที่บาบิโลน
และ​เนบู​คัด​เนส​ซาร์ได้​​ขน​เอา​ทรัพย์​สิน​ใน​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า​และ​​ใน​พระ​ราช​วังไปด้วย

และ​เนบู​คัด​เนส​ซาร์ ​ตั้ง​มัท​ธา​นิ​ยาห์​ โอรสคนที่ 3 ของโยสิยาห์(1พศด. 3:15)ขึ้นเป็น​พระ​ราชา​แทน​พระ​องค์
และ​เปลี่ยน​ชื่อให้เป็น เศ​เด​คี​ยาห์

เศ​เด​คี​ยาห์​ ครองราชย์เมื่ออายุ 21 ปี ครอง​ราชย์​อยู่ 11 ปี
ทรง​ทำ​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระเจ้า
ต่อมาเศ​เด​คี​ยาห์​ก็ได้​กบฏ​ต่อ​​เนบู​คัด​เนส​ซาร์

1. พระเจ้าทรงลงโทษยูดาห์เพราะบาปของมนัสเสห์
โยสิยาห์ผู้ยำเกรงพระเจ้า แม้เป็นหลานของมนัสเสห์ แต่ก็ไม่มีการลงโทษเกิดขึ้น
แต่เย​โฮ​ยา​คิม​ เป็นเหลนของนมัสเสห์ ซึ่งดำเนินตามบาปของมนัสเสห์ การลงโทษเพราะบาปมนัสเสห์จึงมาถึงเขา

หากใครดำเนินตามทางของคนชั่วร้าย จะได้รับผลลัพท์แบบที่คนชั่วร้ายจะได้รับ

2. เย​โฮ​ยา​คิม และ เยโฮยาคีน ทำสิ่งชั่วร้าย จนพระเจ้าทรงลงโทษพวกเขา
​เมื่อเศเดคียาห์ ได้ขึ้นครองราชย์แทน ก็ไม่ยอมเรียนจากความผิดพลาดของกษัตริย์ก่อนหน้าเขา
แต่ยังคงทำสิ่งชั่วร้ายเหมือนพวกเขา
จนนำหายนะมาสู่ตนเองและเยรูซาเล็มในที่สุด

ความบาปของคนอื่นสามารถเป็นบทเรียนสำหรับเราได้ เมื่อเราเรียนรู้ที่จะไม่ทำตามอย่างพวกเขา
หรืออาจจะเป็นสิ่งที่เพิ่มการลงโทษสำหรับเราก็ได้ หากเราไม่ยอมเรียนรู้แต่ยังทำตามอย่างของพวกเขา

คำคม

“ เมื่อเห็นการลงโทษที่ตกลงบนคนชั่ว จงเกรงกลัวจนไม่กล้าทำตามพวกเขา ”

สรุป 2พงศ์กษัตริย์ 23

ภาพรวม

  • โยสิยาห์ทำการฟื้นฟูเรื่องของพระเจ้าในยูดาห์ และทำลายสิ่งที่เกี่ยวข้องกับรูปเคารพเสียสิ้น แต่เมื่อโยสิยาห์ตายไป เยโฮอาหาส และ เยโฮยาคิม ลูกของโยสิยาห์ ที่ขึ้นครองราชย์แทน ก็หันกลับไปทำสิ่งชั่วร้ายอีก

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 23 เมื่อโยสิยาห์พบหนังสือธรรมบัญญัติของโมเสส เขาจึงถ่อมใจลงต่อพระเจ้า พระองค์จึงไม่ให้การลงโทษตามที่ปรากฏในหนังสือนั้นเกิดขึ้นในสมัยของเขา

แล้ว​โยสิยาห์ให้เรียก ผู้​ใหญ่​ทั้ง​หมด พร้อม​กับ​คน​ยู​ดาห์​ทั้ง​หมด
ให้​มา​ยัง​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า
และ​พระ​องค์​ทรง​อ่าน​ถ้อย​คำ​ทั้ง​หมด​ใน​หนัง​สือ​พันธ​สัญญา ให้​พวก​เขา​ฟัง

และ​ทรง​ทำ​พันธ​สัญญา ว่า​จะ​ดำ​เนิน​ตาม​​พระ​บัญ​ญัติ ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ
แล้ว​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​หมด​ก็​เข้า​ร่วม​ใน​พันธ​สัญญา​นั้นด้วย

​โยสิยาห์​ทรง​บัญ​ชา​ ให้​นำ​เครื่อง​ใช้​ทั้ง​สิ้น ของรูปเคารพค่างๆ​ รวมทั้ง​รูปพระ​อา​เช-ราห์
ออก​จาก​พระ​วิหาร​ของ​พระเจ้า แล้วเอาไป​เผา​เสีย​
และ​ทรง​กำ​จัด​พวก​ปุ​โร​หิต​ของ​รูป​เคา​รพใน​เมือง​ต่างๆ ของ​ยู​ดาห์
และ​พระ​องค์​ทรง​รื้อ​ที่​พัก​ของ​เทว​ทาส ​ใน​พระ​นิเวศ​ของพระเจ้า
และ​ทรง​ทำ​ให้​ปูชนีย​สถาน​สูง​​ทั่วแผ่นดินยูดาห์เสีย​ความ​ศักดิ์​สิทธิ์
และ​ทรง​ทำ​ให้​โท​เฟท​ ใน​หุบ​เขา​เบน​ฮิน​โนม ซึ่งคนใช้เผาบูชายันต์ลูกของตน ​เสีย​ความ​ศักดิ์​สิทธิ์ ไป
และทรงทำลายแท่น​บูชา​ของรูปเคารพต่างๆซึ่ง​อา​หัส และมนัส​เสห์​ได้​สร้าง​ไว้​ใน​บริเวณ​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า
และ​ทรง​ทำ​ให้​ปูชนีย​สถาน​สูง​​ ซึ่งซา​โล​มอนได้สร้างไว้ เสีย​ความ​ศักดิ์​สิทธิ์
และทรงไปรื้อ​ปูชนีย​สถาน​สูง​ ที่เบธเอล ซึ่ง​ เย​โร​โบ​อัม ได้สร้างไว้ แล้ว​เอา​กระ​ดูก​ออก​มา​จาก​อุ​โมงค์ และ​เผา​เสีย​บน​แท่น​บูชา และ​ทรง​ทำ​ให้​เสีย​ความ​ศักดิ์​สิทธิ์ ตาม​พระ​วจนะ​ของ​พระเจ้า​ซึ่ง​คน​ของ​พระ​เจ้า​บอกไว้ เมื่อหลายร้อยปีก่อน(1พกษ. 13:2)

ใน​ปี​ที่ 18 ของรัชกาลโยสิยาห์ พระองค์ทรง​บัญ​ชา​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​หมด​ ถือ​เทศ​กาล​ปัส​กา​ถวาย​แด่พระเจ้า
ซึ่งเคยมีการถือเทศกาลปัสกาเหมือน​อย่าง​นี้​มาก่อนเลย ​ตั้ง​แต่​สมัย​ผู้​วิ​นิจ​ฉัย​

โย​สิ​ยาห์​ได้​กำ​จัด​คน​ทรง​และ​แม่​มด เท​รา​ฟิม และ​รูป​เคา​รพ และ​สิ่ง​น่า​เกลียด​น่า​ชัง​ จาก​แผ่น​ดิน​ยู​ดาห์
ก่อน​และหลัง พระ​องค์​ก็​ไม่​มี​พระ​ราชา​องค์​ใด​เหมือน​พระ​องค์
ผู้​หัน​กลับ​มา​หา​พระเจ้าด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​และ​ด้วย​สุด​กำ​ลัง​

ถึงกระนั้น ​พระ​พิโรธ​อัน​แรง​กล้า​และ​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​พระเจ้า​ได้​พลุ่ง​ขึ้น​ต่อ​ยู​ดาห์
เนื่อง​ด้วย​การ​กระ​ทำ​ของ​มนัส​เสห์​ที่​ทำ​ให้​พระ​องค์​กริ้ว
เพียงแต่ไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยของโยสิยาห์

ต่อมาฟา​โรห์​เน​โค​ พระ​ราชา​แห่ง​อี​ยิปต์​ กำลังจะไป​สู้รบกับ พระ​ราชา​แห่ง​อัส​ซี​เรีย​ ที่​แม่​น้ำ​ยู​เฟร​ติส
แต่​โย​สิ​ยาห์​ยกทัพ​ไป​ปะทะ​กับ​ฟา​โรห์
และพ่ายแพ้จนต้องเสียชีวิต​ที่​เมือง​เม​กิด​โด

แล้ว​ประ​ชา​ชนก็ตั้ง ​เย​โฮ​อา​หาส​ โอรส​ของ​โย​สิ​ยาห์​ ขึ้น​เป็น​พระ​ราชา​แทน​
เย​โฮ​อา​หาส ครองราชย์เมื่ออายุ 23 ปี
และ​ทรง​ครอง​ราชย์​ 3 เดือน
ทรง​ทำ​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระเจ้า

และ​ฟา​โรห์​เน​โค​ก็​ทรง​จับ​เย​โฮ​อา​หาสไปอี​ยิปต์​และ​สิ้น​ชีวิต​ที่​นั่น
และ​​ตั้ง​เอ​ลี​ยา​คิม​ ​โอรส​ของ​โย​สิ​ยาห์​เป็น​พระ​ราชา​แทน​
และเปลี่ยน​ชื่อ​ให้​เป็น ​เย​โฮ​ยา​คิม

เย​โฮ​ยา​คิม​ ทรง​มอบ​เงิน​และ​ทอง​คำ​แก่​ฟา​โรห์ โดย​เก็บ​ภาษี​จาก​ประ​ชา​ชน​
เย​โฮ​ยา​คิม ครองราชย์เมื่ออายุ 25 ปี
ทรง​ครอง​ราชย์​อยู่ 11 ปี
​พระ​องค์​ทรง​ทำ​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระเจ้า

1. ​โยสิยาห์ได้นำการฟื้นฟูด้านจิตวิญญาณมาสู่ยูดาห์ ด้วยการ
– ทำพันธสัญญากับพระเจ้า
– รื้อทำลายรูปเคารพ
– จัดการกับพวกปุโรหิตของรูปเคารพ และเหล่าคนทรง แม่มด
– ทำให้สถานที่สำหรับรูปเคารพที่ประชาชนเคยคิดว่าศักดิ์สิทธิ์ หมดความศักดิ์สิทธิ์ไป
– ​หัน​กลับ​มา​หา​พระเจ้าด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​และ​ด้วย​สุด​กำ​ลัง​

หากเราต้องการฟื้นฟูจิตวิญญาณของเรา ทำได้โดย
หันกลับไปยึดมั่นในพระสัญญาที่มีกับพระเจ้า
จัดการนำสิ่งที่ไม่ถูกต้องออกไปจากชีวิต
และแสวง​หา​พระเจ้าด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​และ​ด้วย​สุด​กำ​ลัง​

2. เยโฮอาหาสครองราชย์แค่ 3 เดือนก็สามารถรื้อฟื้นบาปต่างๆที่โยสิยาห์ ได้ทำลายไปแล้วให้กลับคืนมาได้
และประชาชนทั้งสิ้นก็หันกลับมาทำบาปชั่วได้อย่างรวดเร็ว

เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนไม่ได้กลับใจจริงๆ
พวกเขาแสดงการกลับใจเพราะเกรงกลัวโยสิยาห์เท่านั้นเอง
พอโยสิยาห์ตายไป พวกเขาก็นำลูกๆมาเผาบูชายันต์รูปเคารพเหมือนเดิม

ด้วยเหตุนี้ทำให้เข้าใจว่า ทำไมพระเจ้ายังทรงให้พระพิโรธของพระเจ้าตกมายังยูดาห์
ทั้งที่ในสมัยโยสิยาห์ดูเหมือนพวกเขาจะกลับใจแล้วก็ตาม

3. ทั้งเยโฮอาหาสและเยโฮยาคิม ล้วนเป็นลูกของโยสิยาห์ ผู้รักและยำเกรงพระเจ้า
แต่พวกเขากลับละทิ้งพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง
นี่อาจจะเป็นข้อผิดพลาดประการสำคัญของโยสิยาห์
ที่เขาทุ่มเทอย่างสุดกำลังที่จะนำการฟื้นฟูฝ่ายวิญญาณมาสู่ยูดาห์
แต่เขาล้มเหลวในการปลูกฝังความยำเกรงพระเจ้าแบบเดียวกับเขาให้แก่ลูกหลานของเขา

การฟื้นฟูที่แท้จริง อาจจะไม่ใช่เกี่ยวข้องกับคนในชั่วอายุของเราเท่านั้น
เราควรคำนึงถึงด้วยว่า
คนในรุ่นต่อๆไปจะเป็นอย่างไร?
เราได้เตรียมปูพื้นฐานให้พวกเขามากน้อยเพียงใด?

คำคม

“ การกลับมาหาพระเจ้าอย่างแท้จริง ต้องทิ้งสิ่งเก่า แล้วแสวงหาพระองค์ด้วยสุดใจ ”

สรุป 2พงศ์กษัตริย์ 22

ภาพรวม

  • โยสิยาห์พบหนังสือธรรมบัญญัติของโมเสส เขาจึงถ่อมใจลงต่อพระเจ้า พระองค์จึงไม่ให้การลงโทษตามที่ปรากฏในหนังสือนั้นเกิดขึ้นในสมัยของเขา

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 22 หลังจากที่นมัสเสห์ได้ครองราชย์ ก็ทำสิ่งชั่วร้ายยิ่งกว่าความชั่วของชาวแผ่นดินคานาอันเสียอีก และเมื่อนมัสเสห์ตาย อาโมนโอรสของเขาก็ขึ้นครองราชย์แทน อยู่ 2 ปี ก่อนถูกฆ่าตาย แล้วโยสิยาห์โอรสของอาโมนก็ขึ้นครองราชย์แทน

โย​สิ​ยาห์ขึ้นครองราชย์เมื่ออายุ 8 ปี
และ​ทรง​ครอง​ราชย์อยู่ 31 ปี พระ​มารดา​ของ​พระ​องค์​ คือ เย​ดี​ดาห์​
พระ​องค์​ทรง​ทำ​สิ่ง​ที่​ชอบ​ธรรม​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระเจ้า

เมื่อโย​สิ​ยาห์ อายุ 26 ปี ได้ใช้ ​ชา​ฟาน​ ราช​เลขา​ไป​ยัง​พระ​นิเวศ​ของพระเจ้า
เพื่อ​ให้​นำ​เงิน​ที่ประชาชนได้ถวายใน​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า
ไปมอบให้แก่ ​ผู้​ทำ​หน้า​ที่​ดู​แล​พระ​นิเวศ​ เพื่อใช้ในการ​ซ่อม​แซม​พระ​นิเวศ

และ​ฮิล​คี​ยาห์​ มหา​ปุ​โร​หิต ได้มอบหนัง​สือ​ธรรม​บัญ​ญัติของโมเสส ซึ่งเขาได้​ใน​พระ​นิเวศ​ ให้​ชา​ฟาน
แล้วชา​ฟาน​ก็​นำมาอ่าน​ถวาย​พระ​ราชา

​เมื่อโยสิยาห์ได้ฟัง ก็​ฉีก​ฉลอง​พระ​องค์
แล้ว​สั่งฮิล​คี​ยาห์​ปุ​โร​หิต ​อา​หิ​คัม​ ​อัค​โบร์​ และ​ชา​ฟาน​ราช​เลขา และ​อา​สา​ยาห์​คน​รับ​ใช้​ของ​พระ​ราชา
ให้​​ไป​ทูล​ถาม เกี่ยว​กับ​ถ้อย​คำ​ใน​หนัง​สือ​นี้​ที่​ได้​พบนั้น

พวกเขาจึง​ไป​หา ​ฮุล​ดาห์​ ผู้​เผย​พระ​วจนะ​หญิง
และ​นาง​บอก​พวก​เขา​ว่า
พระเจ้าตรัส​ว่า

พระองค์​จะ​นำ​เหตุ​ร้าย​มา​ยัง​สถาน​ที่​นี้ และ​มา​ยัง​ชาว​เมือง​นี้ ตาม​ถ้อย​คำ​ทั้ง​หมด​ใน​หนัง​สือนี้
เพราะ​พวก​เขา​ละ​ทิ้งพระเจ้า
ดัง​นั้น​ความ​โกรธ​ของพระเจ้าจะ​จุด​ขึ้น​ต่อ​สถาน​ที่​นี้ และ​จะ​ดับ​ไม่​ได้
แต่สำหรับโยสิยาห์เพราะ​ใจ​ของ​เขา​อ่อน​น้อม และ​ถ่อม​ตัว​ลง​ต่อพระเจ้า เมื่อ​เจ้า​ได้​ยิน​ถ้อยคำ​ซึ่ง​พระเจ้า​กล่าว​โทษ​นี้​ และ​ร้อง​ไห้​ต่อ​หน้าพระเจ้า พระองค์​เอง​ก็​ได้​ยิน​ด้วย
ดังนั้นโยสิยาห์จะล่วงหลับ​อย่าง​สงบ​สุข และ​ตา​ของ​เขา​จะ​ไม่​เห็น​เหตุ​ร้าย​ทั้ง​สิ้น​​นี้

และ​เขา​ทั้ง​หลาย​ได้​นำ​พระ​วจนะ​นั้น​มา​ทูลโยสิยาห์

1. โย​สิ​ยาห์เริ่มครองราชย์เมื่ออายุ 8 ปี แต่ก็ยัง​ทำ​สิ่ง​ที่​ชอบ​ธรรม​
น่าจะเป็นเพราะพระ​มารดา​ของ​พระ​องค์ สอนให้ยำเกรงพระเจ้า

เย​ดี​ดาห์​ สตรีผู้ยำเกรงพระเจ้า ต้องมาแต่งงานกับอาโมน กษัตริย์ผู้ชั่วร้าย
สำหรับเธอคงเป็นสิ่งเกินกว่าที่จะเข้าใจได้
แต่เพราะการแต่งงานนั้น จึงทำให้มีโยสิยาห์ กษัตริย์ที่แสนดี
และทำให้การลงโทษจากพระเจ้าสำหรับเยรูซาเล็ม ถูกเลื่อนออกไป

วันนี้เราอาจจะยังไม่เข้าใจว่า เหตุใดสถานการณ์เช่นนี้จึงต้องเกิดขึ้นกับเรา
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราก็จะเข้าใจว่า พระเจ้าทรงมีแผนการที่ดีเลิศสำหรับชีวิตของเรา ในสถานการณ์นี้

2. เมื่อโยสิยาห์ได้ยินคำพิพากษาจากพระเจ้า ด้วยการตอบสนองอย่างถูกต้อง
การพิพากษานั้น จึงไม่ใช่สำหรับเขา แต่ถูกเลื่อนผ่านเลยเขาไป

วันนี้ เมื่อเราได้ยินเรื่องการพิพากษาของพระเจ้า ที่จะมาถึงมนุษย์ทุกคน
หากเราตอบสนองอย่างถูกต้อง โดยการ ถ่อมใจลง กลับใจใหม่ เข้ามาหาพระเจ้า รับการอภัยและรับการชำระให้บริสุทธิ์โดยพระโลกิตของพระเยซูคริสต์
เราก็จะรอดะ้นคำพิพากษานั้นอย่างแน่นอน

คำคม

“ เมื่อกลับใจอย่างถ่อมใจ จะรับการอภัย ”