สรุป สดุดี 10

ภาพรวม

  • ดาวิดอธิษฐานขอพระเจ้าทรงช่วยให้พ้นจากศัตรูและขอทรงจัดการกับคนอธรรม

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

สดุดี บทที่ 10 พระเจ้าจะทรงช่วยคนอ่อนแอให้พ้นจากเงื้อมมือของคนอธรรม

ดาวิดอธิษฐานต่อพระเจ้า ว่า

ข้า​แต่พระเจ้า ​ทำไมพระองค์จึง​ยังไม่ได้ทำอะไร ในยามยากลำบากเช่นนี้?

ขอ​ให้คนอธรรม​ติด​กับ​ที่​เขา​คิด​ขึ้น​นั้น
เขา​ข่ม​เหง​คน​ยาก​จน เย่อหยิ่งยโส และ โอ้อวด
ไม่แสวงหาพระเจ้า แต่กลับดูหมิ่นพระเจ้า และคิดว่า “ไม่​มี​พระ​เจ้า”

บัดนี้ทาง​ของ​คน​อธรรม​เจริญ​ขึ้น เขารอดพ้นการ​พิพาก​ษา​ของ​พระองค์
​เขา​เต็ม​ไป​ด้วย​การ​แช่ง​ด่า การ​ล่อ​ลวง ​การ​ขู่​เข็ญ ​ความ​ชั่ว​ช้า​และ​ความ​เลว​ทราม
เขา​ทำ​ร้าย​คน​บริ​สุทธิ์ ข่มเหง​คน​อนาถาและคน​ยาก​จน
เขา​พูด​กับ​ตัวเอง​ว่า “พระ​เจ้า​​จะ​ไม่​ทรง​เห็น​เลย”

ขอ​พระองค์ทรง​ลุก​ขึ้น ช่วย​ผู้​ถูก​ข่ม​เหง
พระ​องค์​ทรง​เห็น​ความ​ลำ​บาก​และ​ความ​เดือด​ร้อน​ ที่คนอธรรมทำแล้ว
พระ​องค์​ทรง​เป็น​ผู้​อุป​ถัมภ์​ลูก​กำ​พร้าและคน​อนาถา​
ขอ​พระ​องค์​ทรง​จัดการกับ​คน​ชั่ว
บรร​ดา​ประ​ชา​ชาติ​จะ​พินาศ​ไป
แต่พระองค์​ทรง​เป็น​พระ​มหา​กษัตริย์​อยู่​เป็น​นิตย์​นิ​รันดร์

พระ​องค์​จะ​ทรง​ฟัง​ความ​ปรารถ​นา​ของ​ผู้​ถูก​ข่ม​เหง
พระ​องค์​จะ​ทรง​เสริม​กำ​ลัง​ใจ​เขา
เพื่อ​ประ​ทาน​ความ​ยุติ​ธรรม​แก่อ่อนแอและ​​คน​ที่​ถูก​บีบ​บัง​คับ
เพื่อ​​จะไม่มีใคร​ทำ​ให้​เขา​หวาด​กลัว​อีก​ต่อ​ไป

1. เมื่อดาวิดอธิษฐานต่อพระเจ้า เขาระบายความรู้สึกต่อพระเจ้าอย่างเปิดเผย
เขาบอกพระเจ้า เขาไม่เข้าใจทำไมพระเจ้าไม่จัดการคนชั่วสักที?
ขณะเดียวกันเขาก็ไม่ได้ตำหนิต่อว่าพระเจ้า
เขาเพียงแต่ฟ้องพระเจ้า ในสิ่งที่คนชั่วได้กระทำ
อธิษฐานต่อไปด้วยความเชื่อ ว่า
พระเจ้าจะจัดการคนชั่ว และเมตตาผู้อ่อนแออย่างแน่นอน

เมื่อเราเผชิญกับความทุกข์ เราสามารถระบายความในใจของเราต่อพระเจ้า อย่างเปิดเผย อย่างจริงใจ
สามารถฟ้องพระเจ้าในสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน ต้องระวังที่ยังคงยำเกรงพระเจ้า ไม่บังอาจตำหนิ ต่อว่าพระเจ้า
แต่อธฺษฐานต่อพระองค์ด้วยความมั่นใจ ในความยุติธรรมและพระเมตตาของพระองค์

2. ลักษณะของคนอธรรม ได้แก่
– ​ข่ม​เหง​คน​ที่อ่อนแอกว่า
– เย่อหยิ่งยโส
– โอ้อวด
– ไม่แสวงหาพระเจ้า
– ดูหมิ่นพระเจ้า
– คิดว่า “ไม่​มี​พระ​เจ้า”
– แช่ง​ด่า ล่อ​ลวง และ​ขู่​เข็ญ ผู้อื่น
– ทำ​ร้าย​คน​บริ​สุทธิ์
– ทำอะไรก็คิดว่า พระ​เจ้า​​จะ​ไม่​ทรง​เห็น​

เราควรพิจารณาตนเองอยู่เสมอ ที่จะไม่ดำเนินตามทางของคนอธรรม

3. คนที่อ่อนแอ ไม่ว่าเขาจะอ่อนแอสักเพียงใดก็ตาม
ถ้าเขาร้องทูลต่อพระเจ้า พระองค์จะทรงฟังเขา
และจะทรงช่วยเขาให้ไม่ต้องหวาดกลัวอีกต่อไป

หากวันนี้เรากำลังหวาดกลัว
เชิญรีบเข้ามาทูลต่อพระองค์เถิด

คำคม

“ พระเจ้าทรงเมตตาต่อทุกคนที่ร้องทูลต่อพระองค์อย่างจริงใจ ”

สรุป สดุดี 9

ภาพรวม

  • ดาวิดอธิษฐานยกย่องพระเจ้าในการพิพากษาอันยุติธรรมของพระองค์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

สดุดี บทที่ 9 พระเจ้าทรงเป็นผู้พิพากษาผู้ทรงยุติธรรมและเปี่ยมด้วยพระเมตตา

ดาวิดอธิษฐานต่อพระเจ้า ว่า

ข้า​พระ​องค์​
– จะ​ขอบ​พระ​คุณ​พระเจ้า
– ​จะ​เล่า​ถึง​การ​อัศ​จรรย์​ทั้ง​สิ้น​ของ​พระ​องค์
– จะ​ยินดี​​ใน​พระ​องค์
– ​จะ​ร้อง​เพลง​สดุดี​แด่​พระ​องค์

พระเจ้าทรง​ให้​ความ​ยุติ​ธรรม​​แก่​ข้า​พระ​องค์
ดังนั้น​พวก​ศัตรู​ของ​ข้า​พระ​องค์ จะ​สะดุด​และ​พินาศ​ไป

พระเจ้า​ทรง​ทำ​ลาย​คน​อธรรม
แล้ว​ทรง​ลบ​ชื่อ​พวก​เขา​ออก​ไป​เป็น​นิตย์​

พระเจ้าทรง​ครอบ​ครอง​อยู่​เป็น​นิตย์
พระ​องค์​จะ​ทรง​พิ​พาก​ษา​โลก​ด้วย​ความ​ชอบ​ธรรม

พระเจ้า​ทรง​เป็น​ที่​กำ​บัง​​แก่​คน​ที่​ถูก​กด​ขี่ ​ใน​ยาม​ลำ​บาก
ผู้​ที่​รู้​จัก​​พระ​องค์​ก็​วาง​ใจ​ใน​พระ​องค์ เพราะ​พระ​องค์​จะไม่​ทรง​ทอด​ทิ้ง​พวกเขา

พระเจ้า​​ไม่​ทรง​ลืม​คำ​ร้อง​ทุกข์​ของ​ผู้​ถูก​ข่ม​เหง และ ทรง​แก้​แค้น​แทน​พวกเขา
ดังนั้น จง​ร้อง​เพลง​สดุดี​แด่พระเจ้า และ​ประ​กาศ​กิจ​การ​ของ​พระ​องค์ แก่​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย

ขอ​ทรง​พระ​กรุ​ณา ใน​ความ​ทุกข์​ซึ่ง​ข้า​พระ​องค์​ได้​รับ​
เพื่อ​ข้า​พระ​องค์​จะ​​สรร​เสริญ​แด่​พระ​องค์​และ​จะ​เปรม​ปรีดิ์​ใน​พระ​องค์

พระเจ้าทรง​สำแดง​พระ​องค์​ให้​เป็น​ที่​รู้จัก
โดยการ​พิ​พาก​ษาคน​อธรรม​ ด้วย​กับ​ดัก​ของ​เขา​เอง

คน​อธรรม​ลืม​พระ​เจ้า แล้วจะ​หัน​ไป​สู่​แดน​คน​ตาย
พระเจ้า​จะ​ไม่​ทรง​ละลืม​คน​ขัด​สน​เสมอ​ไป และ​ทรงให้พวกเขามีความหวัง

ขอ​ทรง​ลุก​ขึ้น พิพากษา​บรร​ดา​ประ​ชา​ชาติ​
ขอ​ทรง​ทำ​ให้​พวก​เขา​เกรง​กลัว และ​ทราบ​ว่า พวก​เขา​เป็น​เพียง​มนุษย์

1. พระเจ้าทรงยุติธรรมและเมตตา
ดังนั้นพระเจ้าจึงทรงเมตตาคนยากจนเป็นพิเศษ แล้วคนที่ไปข่มเหงคนที่พระเจ้าเมตตา
พระเจ้าผู้พิพากษาผู้ยุติธรรม จะจัดการกับคนนั้นอย่างสาสมแน่นอน

หากวันนี้ เราถูกเอาเปรียบ ถูกข่มเหง ให้รู้เถิดว่า
พระเจ้าจะทรงเมตตาเราเป็นแน่ และพระองค์จะจัดการคนเหล่านั้นที่ข่มเหงเราอย่างแน่นอน

2. คนที่รู้จักพระเจ้า เขาจะวางใจในพระเจ้า
เพราะเขารู้และมั่นใจว่า พระเจ้าไม่มีวันทอดทิ้งเขา

3. วิธีหนึ่งที่พระเจ้าทรงสำแดงการพิพากษาอันยุติธรรมของพระองค์
คือ พระองค์ทรงให้สิ่งที่คนอธรรมทำนั้น ตกกลับมาเป็นผลร้ายต่อตัวเขาเอง

ไม่ว่าเราคิดจะทำอะไรกับคนอื่น จงระลึกถึงความจริงในเรื่องนี้ ว่า
พระเจ้าผู้ยุติธรรม จะให้สิ่งนั้น กลับมาตกใส่เราเอง ทั้งสิ่งดี และสิ่งร้าย

4. คนที่ลืมพระเจ้า จะเดินไปสู่ทางอธรรม และพบกับจุดจบอย่างสิ้นหวัง
แต่คนที่ระลึกถึงพระเจ้า กลับมาร้องทูลต่อพระองค์ ท่ามกลางความสิ้นหวังนั้น เขาจะพบกับความหวัง

เมื่อพบกับความทุกข์ อย่าลืมพระเจ้า จงระลึกถึงพระองค์
เพราะนั่นจะทำให้เราพบทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเรา

คำคม

“ ยิ่งรู้จักพระเจ้า ยิ่งวางใจในพระองค์ ”

สรุป สดุดี 8

ภาพรวม

  • คำอธิษฐานของดาวิดยกย่องสรรเสริญพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด ที่ทรงเมตตามนุษย์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

สดุดี บทที่ 8 พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่ แต่ก็ยังคงเมตตามนูษย์ผู้ต่ำต้อย

ดาวิดอธิษฐานยกย่องพระเจ้า ว่า

ข้า​แต่​พระเจ้า องค์​เจ้า​นาย​ของ​ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย
พระ​องค์​สูง​ส่ง​ยิ่ง​นัก​ทั่ว​ทั้ง​แผ่น​ดิน​โลก และในฟ้า​สวรรค์
ทรงเป็นที่สรรเสริญโดย​ปาก​ของ​เด็ก​อ่อน​และ​ทารก

พระ​องค์​ทรง​ตั้ง​ป้อม​ปรา​การ​ เพื่อ​ยับ​ยั้ง​ศัตรู​และ​ผู้​แก้​แค้น

เมื่อ​ข้า​พระ​องค์​มอง​ดู​ท้องฟ้า​ อัน​เป็น​ฝี​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​องค์
มนุษย์​เป็น​ผู้​ใด​เล่า ที่​พระ​องค์​ทรง​ระลึก​ถึง​เขา?
และ​บุตร​ของ​มนุษย์​เป็น​ใคร​เล่า ที่​พระ​องค์​ทรง​ห่วง​ใย​เขา และ​ทรง​สวม​ศักดิ์​ศรี​​ให้​เขา ?
พระ​องค์​ทรง​ให้​เขา​ปก​ครอง​ผล​งาน​แห่ง​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​องค์

ข้า​แต่​พระเจ้า​องค์​เจ้า​นาย​ของ​ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย
พระ​นาม​ของ​พระ​องค์​สูง​ส่ง​ยิ่ง​นัก​ทั่ว​ทั้ง​แผ่น​ดิน​โลก

1. ในบทนี้พระเยซูได้อ้างอิงถึง ใน มธ. 21:16 เรื่อง “​คำ​สรร​เสริญ ออก​มา​จาก​ปาก​เด็ก และ​ทา​รก” และใน ฮบ.2 ก็ได้อ้างถึงบทนี้ด้วย ในเรื่อง พระเจ้าเมตตามนุษย์

เป็นบทที่เปิดเผยให้เห็นพระลักษณะของพระเจ้า ว่า
พระเจ้าทรงใหญ่ยิ่งสูงสุด ทรงสร้างสรรพสิ่ง
แต่ก็ยังคงประทานพระเมตตาเหลือล้นแก่มนุษย์ผู้เป็นสิ่งทรงสร้าง
ให้มนุษย์มีสิทธิอำนาจเหนือบรรดาสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างนั้น

บทนี้จึงสะท้อนให้เห็นความรักและพระเมตตาที่พระเจ้าทรงมีต่อมนุษย์อย่างเรา อย่างชัดเจน

เรารู้ตัวหรือไม่ว่า เราเป็นที่รักของพระเจ้า ผู้ทรงสร้างทุกสิ่ง?

2. ท่าทีของดาวิด ที่มีต่อพระเจ้า คือ เขาให้พระเจ้าเป็นองค์เจ้านายของเขา
และด้วยท่าทีที่ยำเกรงพระเจ้านี้ ทำให้เขามองเห็นพระเมตตาของพระเจ้าสำหรับชีวิตของเขาได้
พระเจ้าทรงกระทำเช่นนี้แก่คนอื่นด้วย แต่คนเหล่านั้นจำนวนมาก มองไม่เห็นและไม่เข้าใจ

ยิ่งเรายำเกรงพระเจ้า ให้พระเจ้าเป็นองค์เจ้านายของเราอย่างจริงใจ มากขึ้นเท่าใด
เราก็จะยิ่ง เข้าใจพระลักษณะของพระเจ้า และสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำต่อเรามากขึ้นเท่านั้น

คำคม

“ พระเจ้าประทานพระคุณมากมายแก่เรา เราจะเห็นได้เมื่อมองดูรอบๆด้วยความยำเกรงพระองค์ ”

สรุป สดุดี 7

ภาพรวม

  • ดาวิดอธิษฐานขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าให้รอดพ้นศัตรูและขอประทานความยุติธรรมให้แก่ตัวเขา

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

สดุดี บทที่ 7 พระเจ้าผู้ชอบธรรมจะทรงประทานความยุติธรรม แก่ผู้เดินอย่างเที่ยงธรรม

ดาวิดอธิษฐานขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า ว่า

ข้า​แต่​พระ​เจ้า​ของ​ข้า​พระ​องค์
ข้า​พระ​องค์​ลี้​ภัย​ใน​พระ​องค์
ขอ​ทรง​ช่วย​ข้า​พระ​องค์ ​ให้​พ้น​จาก​บรร​ดา​ผู้​ตาม​ล่า
เพราะ​ไม่​มี​ผู้​ใด​ช่วยกู้​ข้าพระองค์ได้

ถ้า​ข้า​พระ​องค์​ได้​ทำ​​ความ​ผิด หรือ​ทำ​ความ​ชั่ว​แก่​เพื่อน หรือ​ปล้น​คู่​อริ​โดย​ไม่​มี​เหตุ
ก็​ขอ​ให้​ศัตรู​เหยียบ​ย่ำ​ชีวิต​ข้า​พระ​องค์​ลง​ถึง​ดิน

ขอ​ทรง​ลุก​ขึ้น​ด้วย​ความ​กริ้ว ต่อ​สู้​ความ​เกรี้ยว​กราด​ของ​คู่​อริ​ข้า​พระ​องค์
ขอ​ทรง​​กำ​หนด​การ​พิพาก​ษา
ขอ​ประ​ทาน​ความ​เป็น​ธรรม​แก่​ข้า​พระ​องค์ ​ตาม​ความ​สัตย์​สุจริต​ซึ่ง​มี​อยู่​ใน​ข้า​พระ​องค์

ข้า​แต่​พระ​เจ้า​ผู้​ชอบ​ธรรม ผู้​ทรง​ทด​ลอง​ความ​คิด​และ​จิต​ใจ
ขอ​ให้​ความ​ชั่ว​ของ​คน​อธรรม​มา​ถึง​ที่​สิ้น​สุด
แต่​ขอ​ทรง​สถา​ปนา​คน​ชอบ​ธรรม​ขึ้น

พระ​เจ้า​ทรง​เป็น​โล่​ของ​ข้าพ​เจ้า
พระ​เจ้า​ทรง​ลง​โทษ​คน​อธรรม​ทุก​วัน
ถ้า​คน​ไม่​กลับ​ใจ พระ​องค์​จะ​ทรง​ลับ​ดาบ​ของ​พระ​องค์​ให้​คม ​เตรียม​พร้อม
เขา​ก่อ​กรรม​ชั่ว​ขึ้น​แล้ว กำ​ลัง​ตั้ง​ครรภ์​ความ​ชั่ว​ช้า
เขา​ขุด​หลุม​ไว้ และ​ตก​ลง​ไป​ใน​หลุมนั้น
ความ​ชั่ว​ช้าและ​ความ​ทา​รุณ​​ของ​เขา​ จะ​​ลง​มา​บน​หัว​ของ​เขา​เอง

ข้าพ​เจ้า​จะ​ขอบ​พระ​คุณ​พระเจ้า​ และ​​จะ​ร้อง​เพลง​สดุดี​พระ​นาม​ของพระเจ้า

1. ดาวิดอธิษฐานขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าด้วยท่าทีว่า นอกจากพระเจ้าแล้ว ไม่มีใครช่วยเราได้
ดังนั้นถ้าพระเจ้าไม่ช่วย เขาต้องพินาศแน่ๆ

ท่าทีของการอธิษฐานเช่นนี้ จะทำให้เราอธิษฐานต่อพระเจ้า ด้วยสุดจิตสุดใจ
ซึ่งจะทำให้เราได้รับคำตอบจากพระเจ้าอย่างแน่นอน

2. ดาวิดฟ้องพระเจ้าว่า
ดาวิดไม่ได้ทำผิดต่อคู่อริ แต่พวกเขากลับหาทางมาทำร้ายดาวิด
พวกเขาเกรี้ยวกราดใส่ดาวิด ดังนั้นขอพระเจ้าทรงกริ้วใส่พวกเขา
ถ้าพวกเขา​ไม่​กลับ​ใจ ขอพระเจ้า​ทรงให้ความ​ชั่ว​ช้า​​ของพวก​เขา​ จะ​​ลง​มา​บน​หัว​ของ​พวกเขา​เอง

เมื่อมีคนมาคิดจะทำร้ายดาวิดด้วยความโกรธแค้น
ดาวิดไม่ได้ตอบโต้ แต่มาฟ้องพระเจ้า แล้วให้พระเจ้าทรงเป็นผู้ตอบโต้เอง
การทำเช่นนี้ นอกจากคนเหล่านั้นจะถูกจัดการอย่างสาสมแล้ว
ตัวดาวิดเองก็จะยิ่ง ผูกพันกับพระเจ้ามากยิ่งขึ้นไปอีก
แล้ว ดาวิดก็จบเรื่องนี้ลงด้วยการ​ขอบ​พระ​คุณ​พระเจ้า​ และ​ร้อง​เพลง​สดุดี​พระ​นาม​ของพระองค์

วันนี้เมื่อคนทำไม่ดีแก่เรา
หากเราไปโกรธแค้นเคืองเขา ก็มีแต่จะทำให้เราอารมณ์เสีย จิตใจขุ่นมัว จิตวิญญาณเหี่ยวเฉา
แต่ถ้าเราเลือกวิธีของดาวิด
นำเรื่องนั้นมาทูลต่อพระเจ้า นอกจากเรื่องนั้นจะได้รับการจัดการแล้ว
เราเองก็ไม่ต้อง หงุดหงิดให้เสียอารมณ์ หนำซ้ำยังเติบโตขึ้นในฝ่ายวิญญาณ ในความสัมพันธ์กับพระเจ้าอีกด้วย

ดังนั้นเหตุการณ์นี้ แทนที่จะเป็นผลร้ายต่อเรา
กลับกลายเป็นช่องทางนำพระพรมาสู่ชีวิตของเราแทน
แล้ว เราก็จบเรื่องนี้ลงด้วยการ​ขอบ​พระ​คุณ​พระเจ้า​ และ​ร้อง​เพลง​สดุดี​พระ​นาม​ของพระองค์

คำคม

“ ปัญหาเปลี่ยนเป็นพระพรได้ เมื่อนำมาร้องทูลต่อพระเจ้า ”

สรุป สดุดี 6

ภาพรวม

  • ดาวิดอธิษฐานด้วยความเชื่อและไว้วางใจ ขอพระเจ้าทรงรักษาโรคของเขา และปกป้องเขาจากศัตรู

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

สดุดี บทที่ 6: คำอธิษฐานของดาวิดยามเจ็บปวดและเต็มไปด้วยศัตรู

ข้า​แต่​พระเจ้า ขอ​อย่า​ทรง​ดุ​ว่า​ หรือ ตี​สอน​ข้า​พระ​องค์​ด้วย​พระ​พิ​โรธ
ขอ​ทรง​พระ​กรุ​ณา​ข้า​พระ​องค์ ​ เพราะ​ข้า​พระ​องค์​อ่อน​ระ​โหย​โรย​แรง
ขอ​ทรง​รัก​ษา​ข้า​พระ​องค์​ เพราะทั้ง​จิต​ใจและร่างกายของ​ข้า​พระ​องค์​​กำลังทุกข์​ยาก​
ขอ​ทรง​ช่วย​ข้า​พระ​องค์​ให้​รอด เพราะ​เห็น​แก่​ความ​รัก​มั่น​คง​ของ​พระ​องค์

ข้า​พระ​องค์​อ่อน​เปลี้ย​ด้วย​การร้องไห้​ทุก​คืน เต็มไป​ด้วย​ความ​ระทม
เพราะ​คู่​อริ​ทั้ง​ปวง​ของ​ข้า​พระ​องค์

คนที่ทำ​ความ​ชั่ว จง​พราก​ไป​จาก​ข้า
เพราะพระเจ้า​ทรง​สดับ​เสียง​ร้อง​ไห้​ของ​ข้า​แล้ว
พระเจ้าทรง​รับ​คำ​อธิษ​ฐาน​ของ​ข้า
ดังนั้นศัตรู​ทั้ง​สิ้น​ของ​ข้า​จะ​หวาด​กลัวและ​หัน​กลับ ​และ​จะ​อับ​อาย​ใน​ชั่วพริบ​ตา​

1. ดาวิดอธิษฐานต่อพระเจ้าอย่างรู้จักและเชื่อในพระองค์
เขาขอทูล พระกรุณา เพราะ เขาแย่แล้ว
เขาขอทูล การรักษา เพราะ เขาป่วยหนัก

เขารู้แน่ว่า เมื่อเขาตกที่นั่งลำบาก พระเจ้าของเขาจะรีบมาช่วยเขาแน่ๆ
เขาจึงทูลพระเจ้าว่า ตอนนี้แหละพระองค?เจ้าข้า ตกที่นั่งลำบากแล้ว

เขามั่นใจพระเจ้าจะทรงช่วยเขาแน่ ไม่ใช่เพราะเขาอธิษฐานได้ดี
แต่เพราะเขารู้ว่า พระเจ้า​ทรงเต็มไปด้วยความ​รัก​มั่น​คง​

วันนี้ หากเรากำลังทุกข์ กำลังตกอยู่ที่นั่งลำบาก
ได้เวลาแล้วที่พระเจ้าจะทรงเสด็จมาช่วยเรา
จงร้องทูลต่อพระองค์ด้วยความเชื่อเถิด

2. ดาวิดเชื่อว่าพระเจ้าจะทรงช่วยกู้เขาแน่
เขาจึงกล่าวอย่างมั่นใจว่า
ศัตรู​ของเขา​จะ​หวาด​กลัวและ​​จะ​อับ​อายแน่นอน

เมื่ออธิษฐานด้วยความเชื่อ จะเปลี่ยนจากความหวาดกลัวศัตรู
เป็นเห็นด้วยความเชื่อ ว่า
คนที่ควรกลัวไม่ใช่เรา แต่เป็นศัตรูของเราต่างหาก

หากเรากำลังกลัว จงอธิษฐานจนกว่าจะไม่กลัวอีกต่อไป

คำคม

“ เมื่อเราเดือดร้อน เราอธิษฐาน พระเจ้าจะทรงตอบเราแน่ เพราะพระองค์รักเราอย่างที่สุด ”

สรุป สดุดี 5

ภาพรวม

  • ดาวิดอธิษฐานขอพระเจ้าทรงปกป้องคุ้มครองจากศัตรู

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

สดุดี บทที่ 5 ผู้ลี้ภัยในพระเจ้าจะปลอดภัย

บทนี้เป็นคำอธิษฐานของดาวิด ที่แต่งออกมาเป็นบทเพลง

ข้า​แต่​พระเจ้า ขอสดับฟัง​เสียง​คร่ำ​ครวญ​ของข้าพระองค์
ข้า​แต่​พระ​เจ้า ข้าพระองค์ร้องทูลต่อพระ​มหา​กษัตริย์​ของ​ข้า​พระ​องค์
ข้า​แต่​พระเจ้า ข้า​พระ​องค์​เตรียม​คำ​อธิษ​ฐาน​แด่​พระ​องค์ และ​เฝ้า​คอย​รับฟังคำอธิษฐานนั้นอยู่เสมอ

พระ​องค์​ทรงไม่พอพระทัยในความ​ชั่ว​ร้าย
​พระองค์ทรงไม่พอพระทัยคน​โอ้​อวด​และคนที่​ทำ​ความ​ชั่ว​
พระ​องค์​ทรง​ทำ​ลาย​ผู้​ที่​พูด​มุสา ผู้​กระ​หาย​เลือด​และ​คน​หลอก​ลวง

แต่​โดย​ความ​รัก​มั่น​คง​ของ​พระ​องค์
ข้า​พระ​องค์​จะ​เข้า​มาหา​พระ​องค์ ด้วย​ความ​ยำ​เกรง

ข้า​แต่​พระเจ้า ขอ​ทรง​นำ​ข้า​พระ​องค์​ไป​โดย​ความ​ชอบ​ธรรม​ของ​พระ​องค์
ให้รอดพ้นจากพวกศัตรู
​พวก​เขา​จ้องที่​จะทำ​ลายข้าพระองค์ ด้วยความเท็จและด้วยคำพูดประ​จบ​สอ​พลอ​

ข้า​แต่​พระ​เจ้า ขอ​ให้​พวก​เขา​ล้ม​ลง​ด้วย​แผนชั่ว​ของ​ตน​เอง
เพราะ​พวก​เขา​ได้​กบฏ​ต่อ​พระ​องค์

แต่ขอทรง​ให้​ทุก​คน​ที่​ลี้​ภัย​อยู่​ใน​พระ​องค์​ยินดี
ให้​พวก​เขา​ร้อง​เพลง​ด้วย​ความ​ยินดี​เป็น​นิตย์
และ​ขอ​ทรง​ป้อง​กัน​พวก​เขา​ไว้
ขอทรง​อวย​พร​คน​ชอบ​ธรรม ​คุ้ม​ครอง​พวก​เขา​ไว้​ด้วย​ความ​โปรด​ปราน

1. บทนี้ดาวิดอธิษฐานขอสิ่งเหล่านี้จากพระเจ้า
– ขอพระเจ้าฟัง
– ขอพระเจ้านำ
– ขอพระเจ้าช่วย
ซึ่งเป็นสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัย ให้มนุษย์ขอเช่นนั้น
และเขาอธิษฐานด้วยท่าทีที่ ยำเกรงพระเจ้า และไว้วางใจในพระองค์
ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้ เรารู้เลยว่า เขาจะได้รับสิ่งที่ทูลเป็นแน่

เมื่อเราประสบกับปัญหา ให้รีบเข้ามาหาพระเจ้า
ขอความช่วยเหลือและขอการนำ จากพระองค์
ด้วยความยำเกรงและไว้วางใจพระเจ้า
แล้วเราจะได้รับการช่วยกู้เป็นแน่

2. เมื่อเราเตรียม​ที่จะอธิษ​ฐาน​ ยังไม่ทันลงมืออธิษฐานเลย
พระเจ้าก็ทรง​เฝ้า​คอย​รับฟังคำอธิษฐานของเราแล้ว

ความจริงนี้ทำให้เรารู้ว่า
พระเจ้าปรารถนาที่จะตอบคำอธิษฐานของลูกของพระองค์
ที่อธิษฐานต่อพระองค์อย่างจริงใจ
มากเพียงไร

3. ทุก​คน​ที่​ลี้​ภัย​อยู่​ใน​พระเจ้า แสดงว่าเขากำลังเผชิญภัย
แต่พวกเขาจะ​ร้อง​เพลง​ด้วย​ความ​ยินดี​เสมอไป
เพราะพระเจ้าทรงช่วยกู้เขาจากภัยนั้น

เมื่อมีปัญหา จงรีบเข้ามาลี้ภัยอยู่ในพระเจ้า

คำคม

“ พระเจ้าทรงพร้อมและเต็มใจที่จะตอบคำอธิษฐาน ของผู้ร้องทูลต่อพระองค์ด้วยจริงใจ ”

สรุป สดุดี 4

ภาพรวม

  • ดาวิดวางใจในพระเจ้าว่าท่ามกลางศัตรูที่อยู่รอบด้านนั้น เขายังคงจะปลอดภัยโดยการปกป้องของพระเจ้า

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

สดุดี บทที่ 4 ผู้ที่วางใจในพระเจ้าจะนอนหลับอย่างปลอดภัย

บทนี้ดาวิดนำคำอธิษฐานของเขามาแต่งเป็นบทเพลง

ดาวิดอธิษฐานว่า

“ข้า​แต่​พระ​เจ้า​ พระองค์ทรง​ให้ดาวิดเป็น​ฝ่าย​ชอบ​ธรรม
ขอ​ทรง​ตอบ​คำร้อง​ทูลของดาวิด
ขอประทานทางออก เมื่อดาวิด​จน​ตรอก”

ดาวิดพูดกับคนที่คิดทำร้ายดาวิด ว่า

คนที่มีตำแหน่งสูง ที่ดูหมิ่น กล่าวร้ายดาวิด
จง​รู้​เถิด​ว่าพระเจ้าจะทรงปกป้อง​ผู้​จง​รัก​ภัก​ดี​ไว้​
และ​ทรง​สดับ​ฟังเสียงร้องทูลของเขา
ดังนั้นพวกเขา จง​ตรึก​ตรอง​ให้ดีๆ อย่า​ทำ​บาปต่อคนของพระองค์
จง​ถวาย​เครื่อง​สัตว​บู​ชา​ให้​ถูก​ต้อง และจง​วาง​ใจ​ใน​พระเจ้า
เพื่อพวกเขาจะพบ​สิ่ง​ดีๆ ในชีวิต

ดาวิดอธิษฐานอีก ว่า
พระเจ้า​ประ​ทาน​ความ​ยินดี​มากมายแก่​จิต​ใจ​ของดาวิด
เขาจึง​นอน​หลับ​อย่าง​เป็น​สุข
เพราะ​พระเจ้าเท่า​นั้น​ที่​ทรง​ทำ​ให้เขา​อา​ศัย​อยู่​อย่าง​ปลอด​ภัยได้

1. เมื่อดาวิดจนตรอก หาทางออกของชีวิตไม่พบ
เขาร้องทูลต่อพระเจ้า ด้วยความมั่นใจว่า พระเจ้าจะทรงสดับฟังและช่วยกู้เขา
และตลอดชีวิตของเขาพิสูจน์แล้วว่า
พระเจ้าไม่ทำให้คนที่ไว้วางใจในพระองค์อย่างสุดหัวใจต้องผิดหวัง

วันนี้ เมื่อเราหาทางออกของชีวิตไม่พบ เราวางใจในสิ่งใด?

2. ดาวิดแนะนำวิธีที่จะพบสิ่ง​ดีๆ ในชีวิต คือ
– อย่า​ทำ​บาปต่อคนของพระองค์
– จงเชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้า
– จง​วาง​ใจ​ใน​พระเจ้า

เป็นการดีที่เราจะทบทวนชีวิตของตนอยู่เสมอว่า เรากำลังทำสิ่งเหล่านี้อยู่หรือไม่

คำคม

คนที่วางใจในพระเจ้า จะปลอดภัย

สรุป สดุดี 3

ภาพรวม

  • ท่ามกลางวิกฤตของชีวิต ดาวิดยังคงอธิษฐานอย่างไว้วางใจต่อพระเจ้าของเขา

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

สดุดี บทที่ 3 คำอธิษฐานอย่างวางใจ

บทนี้เป็นเพลง​สดุดี​ของ​ดา​วิด เมื่อ​หนี​จาก​อับ​ซา​โลม ​โอรส​ของ​พระ​องค์ที่กบฏต่อพระองค์ และมีคนสนิทของดาวิดหลายคนร่วมก่อการด้วย

ดาวิดอธิษฐาน ว่า
“ข้า​แต่พระเจ้า คู่​อริ​ของ​ข้า​พระ​องค์​​มาก​เหลือ​เกิน
พวกเขากล่าว​ถึง​ข้า​พระ​องค์​ว่า
‘ ไม่​มี​การ​ช่วย​กู้​จาก​พระ​เจ้า​สำ​หรับ​ดาวิด ‘

ข้า​แต่พระเจ้า พระ​องค์​ทรง​เป็น​โล่​และเป็น​ศักดิ์​ศรี​ของ​ข้า​พระ​องค์​
ข้า​พระ​องค์​ร้อง​ทูล และ​พระ​องค์ทรง​ตอบ​ข้า​พระ​องค์”

ดาวิดกล่าว ว่า
ข้าพ​เจ้ายังคง​นอน​หลับ​
เพราะ​พระเจ้าทรง​อุป​ถัมภ์​ข้าพ​เจ้า
ข้าพ​เจ้า​จึงไม่​กลัวศัตรูนับ​หมื่นๆ

ดาวิดอธิษฐานอีก ว่า
ข้า​แต่พระเจ้า ขอ​ทรง​ลุก​ขึ้น ​ช่วย​ข้า​พระ​องค์​ให้​รอด
ขอ​ทรง​ตบ​หน้า​ศัตรู​ทั้ง​หลาย​ของ​ข้า​พระ​องค์
ขอ​พระพร​ของ​พระ​องค์​อยู่​เหนือ​ประ​ชา​กร​ของ​พระ​องค์

1. ดาวิดกำลังตกอยู่ในอันตราย มีศัตรูรายล้อมมากมายที่หมายจะเอาชีวิต
แต่ดาวิดยังคงนอนหลับได้ เพราะเขาไว้วางใจในพระเจ้า

การไว้วางใจในพระเจ้า ใครๆก็พูดได้
แต่จะถูกพิสูจน์ด้วยความยากลำบากต่างๆที่ผ่านเข้ามาจริงๆในชีวิตของเรา

2. ในช่วงเวลาที่หลายคนกำลังพูดว่า พระเจ้าไม่ช่วยดาวิดแล้ว
สำหรับดาวิด ไม่ว่าคนอื่นจะพูดอย่างไรก็ช่างพวกเขา
ดาวิดยังคงมั่นใจในพระเจ้า ว่าพระเจ้าจะทรงตอบคำอธิาฐานของเขา
พระเจ้าจะทรงปกป้องเขาและประทานศักดิ์ศรีให้แก่เขา

ในสถานการณ์ของเราวันนี้ คนอื่นจะพูดเกี่ยวกับเราอย่างไร ไม่สำคัญเท่ากับ
เราเชื่ออย่างไรในพระเจ้าของเรา

เราเชื่อไหมว่า พระเจ้าจะทรงช่วยกู้และปกป้องเราให้ปลอดภัยในสถานการณ์นี้ได้?

3. ดาวิดไม่พอใจคนเหล่านั้นมาก ที่พวกเขาทรยศดาวิด ทั้งที่ดาวิดไว้ใจพวกเขา
สิ่งที่ดาวิดทำเมื่อไม่พอใจ ดาวิดไม่ได้ไปแก้แค้นคนเหล่านั้น
แม้แต่ภายหลังดาวิดกลับเป็นกษัตริย์อีกครั้ง ก็ไม่ได้ตามฆ่าคนเหล่านั้น
แต่สิ่งที่ดาวิดทำคือ ฟ้องพระเจ้า ระบายความคับแค้นในใจต่อพระเจ้าอย่างจริงใจ

วันนี้ หากเราถูกทรยศ ถูกทำให้เจ็บปวด
เราสามารถทำเหมือนดาวิด เข้ามาฟ้องพระเจ้า ระบายความในใจต่อพระองค์
และมอบการแก้แค้นให้เป็นของพระเจ้า
เมื่อมอบแล้วก็ไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ ให้ขุ่นเคืองใจอีกต่อไป

4. หมายเหตุ :
ในพระคัมภีร์บทนี้มีคำว่า “เส-ลาห์” ซึ่ง เป็น​เครื่อง​หมาย​ทาง​ดนตรี อย่างหนึ่ง

คำคม

“ ความวางใจในพระเจ้า จะไล่ความกลัวออกไปจากชีวิตของเรา ”

สรุป สดุดี 2

ภาพรวม

  • ผู้ที่ต่อต้านผู้ที่พระเจ้าทรงเจิมไว้ ก็กำลังต่อสู้กับพระเจ้า

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

สดุดี บทที่ 2 กษัตริย์ผู้ได้รับการเจิม

เมื่อผู้นำในโลกนี้ ​คิด​กบฏ ต่อ​สู้​พระเจ้า​และผู้​รับ​การ​เจิม
โดยไม่ต้องทำตามกฏกติกาที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้

พระเจ้าทรง​หัวเราะเยาะพวก​เขา​

แล้ว​ตรัส​กับพวก​เขา​ด้วย​ความ​กริ้ว ​ว่า
“พระเจ้า​ได้​ตั้ง​กษัตริย์​ของพระองค์​ไว้​แล้ว บน​ศิโยน”

พระ​องค์​ตรัส​กับ​กษัตริย์ที่ทรงเจิมไว้​ว่า
“เจ้า​เป็น​บุตร​ของ​เรา วัน​นี้​เรา​ให้​กำ​เนิด​เจ้า​แล้ว
จง​ขอ​จาก​เรา​เถิด และ​เรา​จะ​มอบ​บรร​ดา​ประ​ชา​ชาติ​ให้​เป็น​มร​ดก​ของ​เจ้า
เจ้า​จะ​ตี​พวก​เขา​ให้​แตก​ด้วย​คทา​เหล็ก และ​ฟาด​ให้​แหลก​เป็น​ชิ้นๆ”

ดังนั้น กษัตริย์​และผู้นำทั้ง​หลาย​เอ๋ย จง​ฉลาด​เถิด จง​รับ​คำ​เตือน​เถิด
จง​ปรน​นิบัติ​พระเจ้าด้วย​ความ​ยำ​เกรง และด้วยใจยินดี
จง​ยอมจำนนต่อพระ​องค์​ เพื่อจะ​ไม่ต้อง​พิ​นาศ
ทุก​คน​ที่​เข้า​มา​ลี้​ภัย​ใน​พระ​องค์​ก็​เป็น​สุข

1. บทนี้หมายถึงดาวิด กษัตริย์ที่พระเจ้าเจิมไว้ หากใครคิดจะต่อสู้กับดาวิด ก็กำลังต่อสู้กับพระเจ้า
และจะต้องพ่ายแพ้ไปอย่างแน่นอน

ขณะเดียวกันในพระคัมภีร์ใหม่หลายตอนอ้างถึงบทนี้ ชี้ให้เห็นว่า
มีความหมายฝ่ายวิญญาณเล็งถึง พระเยซูคริสต์ ผู้เป็นเชื้อสายของดาวิด
(​กจ.​13:33​; รม. ​1:4 และ ฮบ. 1:5​; 5:5​ เป็นต้น)

พระเยซูเป็นกษัตริย์เหนือบรรดาประชาชาติ
ใครที่พยายามต่อสู้ขัดขวางพระองค์ ในที่สุดจะพบกับความอับอาย
แต่เราทั้งหลายที่ยอมรับพระองค์เป็นกษัตริย์อย่างจริงใจ
เข้ามาลี้ภัยในพระองค์
สุดท้ายแล้วจะได้รับความรอด ปลอดภัย

2. ท่าทีที่เรา ผู้เป็นประชากรของพระเจ้า ควรมีต่อพระเจ้า คือ
– ​รับ​คำ​เตือน​จากพระองค์
– ปรน​นิบัติพระองค์ด้วย​ความ​ยำ​เกรง และด้วยใจยินดี
– ​ยอมจำนนต่อพระ​องค์​

วันนี้ เราฟังคำเตือนจากพระวจนะของพระเจ้าหรือไม่?
วันนี้ สิ่งที่เราทำแด่พระเจ้า เราทำด้วยความยำเกรงพระองค์ และ ด้วยเต็มใจจริงๆ หรือไม่?
วันนี้ เรายอมจำนนต่อพระองค์ ผู้เป็นเจ้าของชีวิตของเรา อย่างแท้จริงแล้วหรือยัง?

คำคม

“ ผู้ที่เข้ามาลี้ภัยในพระเยซู จะปลอดภัย ”

สรุป สดุดี 1

ภาพรวม

  • สดุดี เป็นพระธรรมที่เขียนขึ้นเพื่อแสดงท่าทีของมนุษย์ต่อพระเจ้า เป็นคำอธิษฐานหรือคำสรรเสริญของมนุษย์ต่อพระเจ้า
  • สดุดี บทที่ 1 ผู้ที่รักและทำตามพระคำของพระเจ้า จะได้รับพระพร

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

สดุดี บทที่ 1 บุค​คล​ผู้ได้รับพระพรจากพระเจ้า ​

เขาจะไม่ทำ 3 สิ่งนี้
1. ไม่​ทำ​ตาม​คำ​แนะ​นำ ​ของ​คน​อธรรม
2. ไม่ทำตามอย่าง​ ที่คน​บาปทำกัน
3. ไม่ร่วมกับ คนชอบ​เยาะ​เย้ย ทำร้ายคนอื่น

เขาจะทำ 2 อย่าง นี้
1. ​ปีติ​ยินดี​ ใน​ธรรม​บัญ​ญัติ​ของ​พระเจ้า
2. ​ใคร่​ครวญ​ธรรม​บัญ​ญัติ​ของ​พระเจ้า อยู่เสมอ

ซึ่งชีวิตของเขา จะได้รับพระพรเสมอ
ทุก​อย่าง​ที่​เขา​ทำ​ก็​จำ​เริญ​ขึ้น
เกิดผลอันดีในเวลาที่เหมาะสม

แต่คน​อธรรมจะไม่รับพระพรจากพระเจ้า
สิ่งที่เขาทำจะสูญสิ้นไป
และตัวเขาเองจะพบกับความ​พิ​นาศ​

1. สิ่งที่จะชี้ว่าเราเป็นผู้รับพระพรหรือไม่ คือ การรักพระคำ จนอ่านและนำพระคำมาใช้ในชีวิต

ด้วยเหตุนี้ พระเจ้าจึงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ มาช่วยเรา ให้เรารักพระคำของพระเจ้า และนำพระคำของพระเจ้าให้เกิดขึ้นในชีวิตของเรา เพื่อเราจะเป็นผู้รับพระพร

ทุกคนที่ทำตามพระคำของพระเจ้า โดยพึ่งพากำลังจากพระองค์ จะเป็นผู้รับพระพร
แต่ใครก็ตาม แม้ได้ชื่อว่าเป็นประชากรของพระเจ้า แต่ไม่ทำตามพระคำของพระองค์
เขาคงเป็นได้แค่ประชากรของพระเจ้าแต่ในนาม
ไม่สามารถเป็นประชากรของพระเจ้า ผู้ได้รับพระพรได้

2. เมื่อเราดำเนินชีวิตในโลกนี้ เราเห็นด้วยและทำตามคำแนะนำของใคร?

ของโลกนี้ แบบที่คนส่วนใหญ่ทำกัน
หรือ
ของพระคำของพระเจ้า ซึ่งสวนทางกับทางของโลกนี้

คำคม

“ เราเชื่อถือผู้ใด เราก็ทำตามคำของผู้นั้น ”

สรุป โยบ 42

ภาพรวม

  • โยบรู้ตัวในความผิดของตนและกลับใจ ที่มีท่าทีไม่เหมาะสมต่อพระเจ้า พระเจ้าทรงให้โยบกลับสู่สภาพดีและดียิ่งกว่าเดิม

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 42 เมื่อพระเจ้าพูดถึงเลวีอาธานที่พระองค์ทรงสร้างให้โยบฟัง เพื่อโยบจะรู้ว่า พระเจ้าสมควรได้รับความยำเกรงมากเพียงใดแล้ว

​โยบ​จึงทูลพระเจ้า ​ว่า
เขาทราบแล้วว่า “พระเจ้า​ทรง​ทำ​ทุก​สิ่ง​ได้ และ​พระ​ประ​สงค์​ของ​พระ​องค์​จะ​สำ​เร็จ”
โยบเคย​ได้​ยิน​ถึง​พระ​องค์​ด้วย​หู แต่​บัด​นี้​​ตาของเขาได้​เห็น​พระ​องค์
ดังนั้นเขาจึงสำนึกผิดและ​กลับ​ใจ​อย่างโศกเศร้า

แล้วพระเจ้า​ตรัส​กับ​ เอลี​ฟัส ​ชาว​เท​มาน ​ว่า
พระเจ้าทรง​โกรธเขา​และ​สหาย​ทั้ง​สอง​
เพราะพวกเขา​ไม่​ได้​พูด​ถึงพระเจ้า​อย่าง​ถูก​ต้อง
ไม่เหมือน​โยบ​ได้​พูด
ดังนั้นจง​ไป​หา​โยบ​ และ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​สำ​หรับ​ตน
แล้ว​โยบ​จะ​อธิษ​ฐาน​เพื่อ​พวก​เขา
แล้วพระเจ้า​จะ​ไม่​ทำ​แก่​เขา​ตาม​ความ​โง่​ของ​เขา

เอลี​ฟัส​ บิล​ดัด​ และ​โศ​ฟาร์ จึงได้​ไป​ทำ​ตาม​ที่​พระเจ้าสั่ง
และ​พระเจ้าทรง​รับ​คำ​อธิษ​ฐาน​ของ​โยบ

เมื่อ​โยบ​อธิษ​ฐาน​เผื่อ​สหาย​ของเขาแล้ว
พระเจ้าทรง​ให้​โยบ​กลับ​สู่​สภาพ​ดี
และทรง​ประ​ทาน​ให้​โยบ​มี​มาก​เป็น​สอง​เท่า​ของ​ที่​มี​อยู่​ก่อน
และ​พี่​น้อง​และ​เพื่อนฝูงก็​มา​หาโยบ ​แสดง​ความ​เห็น​ใจ​และ​ปลอบ​โยน​
และ​ต่าง​ก็​ให้​เงิน​แผ่น​หนึ่ง​กับ​แหวน​ทอง​คำ​วง​หนึ่ง​แก่​โยบ
และ​พระเจ้าทรง​อวย​พร​ชีวิต​ตอน​ปลาย​ของ​โยบ​มาก​ยิ่ง​กว่า​ตอน​ต้น​ของเขา
และเขา​มี​บุตร​ชาย 7 คน​และ​บุตร​หญิง 3 คน​
ทั่ว​ทั้ง​แผ่น​ดิน ไม่​มี​หญิง​ใด​งด​งาม​เท่า​บุตร​สาว​ของ​โยบ

โยบ​มี​ชีวิต​อยู่​อีก 140 ปี และ​ได้​เห็นลูก​หลาน​เหลน​ของเขา 4 ​ชั่ว​อายุ
และ​โยบ​ก็​สิ้น​ชีวิต​เป็น​คน​แก่​หง่อม​ที​เดียว

1. เมื่อโยบรู้จักพระเจ้า เขายิ่งถ่อมใจลง และยิ่งรู้จักความผิดของตนมากยิ่งขึ้น
วันนี้หากเรารู้สึกว่า ตัวเราไม่มีอะไรต้องกลับใจ หรือเปลี่ยนแปลงอะไรเลย
เป็นไปได้ว่า เรายังไม่รู้จักพระเจ้าดีพอ
เมื่อเรารู้ตัว และถ่อมใจลงต่อพระเจ้า พระองค์จะทรงช่วยเรา เปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา

2. พระเจ้าทรงโกรธเพื่อน 3 คนของโยบ เพราะพวกเขา​ไม่​ได้​พูด​ถึงพระเจ้า​อย่าง​ถูก​ต้อง

การบิดเบือน ภาพของพระลักษณะของพระเจ้า ไปตามความคิดของตนเอง
จนทำให้คนเข้าใจผิดพระเจ้า
เป็นสิ่งที่พระเจ้าไม่ทรงพอพระทัย

คนที่คิดไปเองว่า พระเจ้าต้องเป็นแบบนั้น แบบนี้ โดยไม่พิจารณาดูว่าพระคำของพระเจ้า พูดถึงพระองค์ว่าอย่างไร
แล้วคนนั้นไปบอกหรือสอนคนอื่นเช่นนั้น
การสอนของเขาแทนที่จะนำพระพรมาสู่ชีวิต
แต่กลับนำผลร้ายมาสู่ชีวิตของเขาแทน

3. เมื่อพระเจ้าทรง​ให้​โยบ​กลับ​สู่​สภาพ​ดี
ชีวิตของเขาดียิ่งกว่าตอนต้น และรับพระพรจนจากโลกนี้ไป

วันนี้แม้เรากำลังเผชิญกับความทุกข์ยากลำบาก เราก็ยังสามารถหวังใจในพระเจ้าได้
เพราะเมื่อถึงเวลาของพระองค์ พระองค์จะให้เรากลับสูสภาพดีและดียิ่งกว่าเดิม

คำคม

“ ผู้ที่ตั้งความหวังของเขาไว้ในพระเจ้า จะไม่ผิดหวัง ”

สรุป โยบ 41

ภาพรวม

  • พระเจ้าพูดถึงเลวีอาธานที่พระองค์ทรงสร้างให้โยบฟัง เพื่อโยบจะรู้ว่า พระเจ้าสมควรได้รับความยำเกรงมากเพียงใด

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 42 เมื่อพระเจ้าตรัสกับโยบว่า ถ้าโยบไม่ได้มีฤทธานุภาพเหมือนพระเจ้า แล้วโยบจะมาพูดได้อย่างไรว่า สิ่งที่พระเจ้าทำนั้นผิด

พระเจ้าตรัสต่อไป ว่า
โยบจับและควบคุม ​เลวี​อา​ธาน สิ่งมีชีวิตที่พระเจ้าได้สร้างไว้ได้หรือไม่?
มันเกรงกลัวโยบจนมาวิงวอนขอ​เป็น​ทาสรับใช้โยบ ​ตลอด​ไป​หรือเปล่า?
โยบต่อสู้กับมันได้หรือเปล่า?
ถ้าโยบ​นึก​ถึง​การ​ต่อ​สู้​กับ​มัน​แล้ว โยบคง​จะ​ไม่​คิด​ทำ​อีก

ไม่มีใคร​จับเลวีอาธานได้
ไม่​มี​ใครกล้าพอ​ที่​จะ​ไป​ยั่ว​เย้า​มัน
แล้ว​ใครเล่า​จะ​ยืน​มั่น​ต่อ​หน้าพระเจ้าผู้ทรงสร้างมัน​ได้?

ไม่มีใครที่ถวายอะไรแด่พระเจ้า แล้วจะเป็นประโยชน์ต่อพระองค์ จนพระองค์จะ​ต้อง​ตอบ​แทน​เขา
เพราะทุก​สิ่ง​ที่​อยู่​ใต้​ฟ้า​สวรรค์​เป็น​ของ​พระเจ้า

เลวีอาธานที่พระเจ้าทรงสร้างนั้น
มันมีพลัง​อัน​แข็ง​กล้า​
เกล็ดของมัน อาวุธใดๆก็​แทงไม่​เข้า​
มันมีขา​กรร​ไกรที่แข็งแรง ฟัน​ของ​มันก็​น่า​สยด​สยอง
ตา​ของ​มัน ​เหมือน​อย่าง​แสง​อรุณ
ปาก​ของ​มัน มีเปลว​เพลิงพุ่ง​ออก​มา
​รู​จมูก​ของ​มัน มีควัน​ออก​มา​ อย่าง​กับ​มา​จาก​หม้อ​เดือด​
ลม​หาย​ใจ​ของ​มัน​ จุด​ไฟ​ให้​ถ่าน​ได้
หัว​ใจ​ของ​มัน​ แข็ง​อย่าง​กับ​หิน

เมื่อ​มัน​ลุก​ขึ้น​มา ผู้​มีกำลังมาก​ก็ยังหวาด​กลัว​มัน
อาวุธทั้งลาย ไม่อาจทำอันตรายอะไรแก่มันได้

เบื้อง​ล่าง​ของ​มัน ​คม​อย่าง​กับ​เศษ​หม้อ​แตก
เมื่อมันผ่านไป​ทะเลก็​เหมือน​หม้อ​น้ำ​มันที่กำลังเดือด

บน​แผ่น​ดิน​โลก​ไม่​มี​อะไร​เหมือน​มัน
เป็น​สิ่ง​ถูก​สร้าง​ที่​ไม่​ให้​รู้​จัก​ความ​กลัว
มัน​เป็น​ราชา​เหนือ​บรร​ดา​สัตว์​ที่​สง่า

1. ถ้าเลวีอาธานแข็งแกร่งเพียงนี้
แล้วพระองค์ผู้ทรงสร้างมันจะยิ่งใหญ่ ทรงฤทธานุภาพมากเพียงใด?

มนุษย์หลายคนหวาดกลัวสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง
เช่น แผ่นดินไหว โรคระบาด การกันดารอาหาร สัตว์ร้าย ฯลฯ
แต่ไม่เกรงกลัวพระองค์ผู้ทรงสร้างสิ่งเหล่านั้น

วันนี้เมื่อเราเห็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวเกิดขึ้นทั่วโลก
เรายิ่งสมควรเกรงกลัวพระเจ้ามากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีก

2. พระเจ้าเป็นเจ้าของทุกสิ่ง เราจึงไม่สามารถทำอะไร หรือถวายอะไรแด่พระเจ้าได้
ทุกสิ่งที่เราทำแด่พระเจ้านั้น พระเจ้าไม่จำเป็นต้องตอบแทนอะไรแก่เราเลย

การที่เรามีส่วนได้ถวายหรือได้ทำสิ่งใดแด่พระเจ้านั้น เป็นเกียรติที่พระเจ้าเปิดโอกาสให้เราทำสิ่งเหล่านั้นเพื่อพระเจ้า
ดังนั้นเราทำด้วยท่าทีถ่อมใจและภาคภูมิใจที่ได้ทำ

คำคม

“ ยิ่งเราพิจาณาสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง เรายิ่งรู้ตัวว่า เรายำเกรงพระเจ้าน้อยเกินไป ”

สรุป โยบ 40

ภาพรวม

  • พระเจ้าตรัสกับโยบว่า ถ้าโยบไม่ได้มีฤทธานุภาพเหมือนพระเจ้า แล้วโยบจะมาพูดได้อย่างไรว่า สิ่งที่พระเจ้าทำนั้นผิด

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 40 เมื่อพระเจ้าตรัสถามโยบถึง สิ่งที่เกินเข้าใจ ที่เกิดกับสัตว์บางชนิด ซึ่งโยบเองก็ไม่เข้าใจว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

แล้ว​พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​โยบ​ ว่า
โยบยัง​จะ​โต้แย้ง​กับ​องค์​ผู้​ทรง​มหิทธิ​ฤทธิ์​อีกหรือ?

แล้ว​โยบ​ทูล​ตอบ​พระ​เจ้า​ ว่า
ตัวเขา​ก็​กระจิริด จะ​ทูล​พระ​องค์​อะไร​ได้
เขาได้ทูลไปแล้ว เขา​ไม่กล้า​ทูล​ต่ออีกแล้ว

แล้ว​พระ​เจ้า​ทรง​ตอบ​โยบ ออกมา​จาก​พายุ​ ว่า
​ยัง​จะบอกว่า ตนเป็นฝ่ายถูก และ​ พระเจ้าเป็น​ฝ่าย​ผิด​อีกหรือ?

โยบมีพลัง​เหมือน​พระ​เจ้า​หรือ?
โยบทำ​เสียงฟ้าผ่าเหมือน​เสียง​ของ​พระ​องค์​ได้​หรือ?
โยบเต็มไปด้วย​ความ​สง่างามและศักดิ์ศรี​และ​ความ​สง่า​งาม​ห่ม​ตัวหรือ?

โยบสามารถเท​ความ​กริ้ว​ ใส่ทุก​คน​ที่​เย่อหยิ่ง และ​ทำ​ให้​เขา​ตกต่ำ​ลง ได้ไหม?
โยบสามารถเหยียบ​คน​อธรรม ใน​ที่​เขา​ยืน​อยู่​ และมัดเขาไว้ในโลกบาดาล ได้ไหม?

ถ้าทำได้ แล้วพระเจ้า​จะ​ยอม​รับ​ว่า โยบสามารถช่วย​ตนเอง​ให้​รอด​ได้

ให้โยบลองดู เบ​เฮ​โมท ซึ่ง​เป็นสิ่งทรงสร้างของพระเจ้า เหมือนโยบที่เป็นสิ่งทรง​สร้าง​
มันมีกำลังมหาศาล และแข็งแกร่งอย่างยิ่ง
จนไม่มีมนุษย์คนใดสามารถจับมันได้

1. การที่เราไม่เชื่อฟังพระเจ้า ไม่ทำตามสิ่งที่พระองค์สอน
เรากำลังบอกว่า ความคิดของพระเจ้านั้นผิด แต่เราต่างหากเป็นคนที่คิดถูก

เช่น พระเจ้าบอกว่า ในเหตุการณ์นี้ จงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้าก่อน
เราก็คิดในใจว่า มันคงไม่ได้ผลแน่
เราจึงเลือกทำสิ่งอื่นแทนที่จะแสวงหาพระเจ้าก่อน เป็นต้น

2. หากเรามีพลัง​และฤทธานุภาพเหมือน​พระ​เจ้า​
เราก็จะสามารถช่วย​ตนเอง​ให้​รอด​ได้

แต่เพราะเราไม่ได้เป็นเช่นนั้น
ทางรอดของเรามีทางเดียว ต้องพึ่งพาผู้ที่มีพลังและฤทธานุภาพเหมือนพระเจ้า
ซึ่งมีผู้เดียว ก็คือ พระเจ้า นั่นเอง

3. แม้มนุษย์เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง
แต่มนุษย์ก็ไม่ใช่สิ่งทรงสร้างที่แข็งแกร่งที่สุด
ดังนั้นท่าทีของมนุษย์ผู้อ่อนแอ ต่อพระเจ้าผู้ทรงสร้างเขานั้น
มนุษย์สมควรที่จะยำเกรงและเกรงกลัวพระองค์ ในทุกวันเวลาของชีวิต

คำคม

“ ผู้ที่มีพระเจ้าเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเขา เขาจะรอดปลอดภัย ”

สรุป โยบ 39

ภาพรวม

  • พระเจ้าตรัสถามโยบถึง สิ่งที่เกินเข้าใจ ที่เกิดกับสัตว์บางชนิด ซึ่งโยบเองก็ไม่เข้าใจว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 39 เมื่อพระเจ้าตรัสถามโยบ ว่าเขาทำอะไรได้บ้างในสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำ และรับรู้อะไรบ้างในสิ่งที่พระองค์ทรงทราบ ซึ่งแน่นอนโยบทำอะไรไม่ได้เลย และไม่รู้อะไรเลย

พระเจ้าทรงถามโยบต่อไป ว่า

โยบรู้​เรื่อง การตกลูกของ​เลียง​ผา​ หรือ ​กวาง​ตัว​เมีย​ ​หรือไม่?
โยบ​รู้​เวลา​เมื่อ​มัน​ตก​ลูก​ไหม?

ใครเป็นผู้​​ปล่อย​ให้​ลา​ป่า​วิ่ง​กระ​เจิง​ไป ให้มันสำ​รวจ​ภูเขา​อัน​เป็น​ลาน​หญ้า​ของ​มัน?
​กระ​ทิง​ยอม​รับ​ใช้​โยบ​หรือเปล่า?

โยบรู้ไหมว่า ทำไมปีก​ของ​นก​กระ​จอก​เทศ​ จึงไม่​เหมือน​ปีกของ​นก​กระ​สา​ดำ?
โยบรู้ไหมว่า ​ทำไมพระ​เจ้า​ทรง​ทำ​ให้​นกกระจอกเทศ​ลืม​ปัญ​ญา และไม่มี​ความ​เข้า​ใจ ทั้งที่มันวิ่งได้เร็วกว่าม้า?

โยบได้​ให้​พลัง​แก่​ม้า​หรือเปล่า?
โยบเป็นผู้​ทำให้ม้ามีขนที่​คอ​ของ​มัน​หรือเปล่า?
โยบได้ทำให้ม้า เป็นสัตว์ที่เหมาะแก่การใช้ใน​สง​ครามหรือเปล่า?
โดย​สติ​ปัญ​ญา​ของ​โยบ เหยี่ยว​นก​เขา​จึงโผ​บินไป​มาหรือ?

นก​อิน​ทรี ทำตาม​คำสั่งของ​โยบ​หรือ มันจึงทะ​ยาน​ขึ้น และ​ทำ​รัง​บน​ที่​สูง?
และใครทำให้ตา​ของ​มัน​เห็น​เหยื่อ​ได้​แต่​ไกล

1. พระเจ้าพูดถึงสิ่งต่างๆที่พระองค์ทรงกระทำ ที่โยบรู้จักหรือเห็นได้ แต่โยบสามารถทำได้เลยสักอย่างเดียว
สิ่งต่างๆที่เราเห็นพระเจ้าทรงกระทำในธรรมชาติเกินกว่าที่เราจะเข้าใจได้
แล้วในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ ที่พระเจ้าทรงกระทำตามแผนการนิรันดร์ของพระองค์นั้น
เราจะยิ่งเข้าใจน้อยมากสักเพียงใด

ในเมื่อเราไม่มีทางเข้าใจได้
วิธีที่ดีที่สุดสำหรับเราคือ ไว้วางใจในพระเจ้า เชื่อใจในความรักของพระองค์ที่มีต่อเรา
แล้วขอบคุณพระเจ้าด้วยความเชื่อ สำหรับเหตุการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่นี้

2. โยบไม่ได้ให้ปัญญาแก่สรรพสัตว์(ซึ่งฉลาดน้อยกว่ามนุษย์)
แต่พวกมันก็ยังมีสติปัญญาทำบางอย่าง ที่โยบเองก็ไม่มีทางเข้าใจได้
แล้วพระองค์ผู้ประทานปัญญานั้นแก่สรรพสัตว์
จะมีพระสติปัญญาสูงยิ่งกว่าโยบมากมายสักเพียงใด

สัตว์ที่ฉลาดน้อยกว่ามนุษย์
เมื่อรับปัญญาจากพระเจ้าก็สามารถทำในสิ่งที่มนุษย์ไม่อาจเข้าใจได้

พระสติปัญญาของพระเจ้าสูงเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้
การเชื่อฟังคำแนะนำของพระองค์ ที่ปรากฏในพระคำของพระองค์
จึงทำให้เราได้รับปัญญา สูงยิ่งกว่าปัญญาที่เราจะจินตนาการได้เสียอีก

คำคม

“ สิ่งที่มนุษย์คิดไม่ถึง ก็ไม่ได้หมายความว่า พระเจ้าจะทำสิ่งนั้นไม่ได้ ”

สรุป โยบ 38

ภาพรวม

  • พระเจ้าตรัสถามโยบ ว่าเขาทำอะไรได้บ้างในสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำ และรับรู้อะไรบ้างในสิ่งที่พระองค์ทรงทราบ ซึ่งแน่นอนโยบทำอะไรไม่ได้เลย และไม่รู้อะไรเลย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 38 เมื่อเอลีฮูบอกโยบว่า สิ่งที่พระเจ้าทรงทำ โยบไม่มีทางเข้าใจได้ ดังนั้นโยบจะมีสิทธิอะไรไปโต้แย้งพระเจ้าในสิ่งที่พระองค์ทรงทำ

แล้ว​พระเจ้าทรง​ตอบ​โยบ​ จาก​พายุ​ ว่า

ต่อไปนี้พระเจ้า​จะ​ถามโยบ แบบโยบเป็นลูกผู้ชาย แล้วขอให้โยบ​ตอบ​มา

– ตอนพระเจ้าสร้าง​โลก โยบอยู่ที่ไหน?
– ใครเป็น​กำ​หนด​ขนาด ​ให้​โลก?
– ราก​ฐาน​ของ​โลก​ตั้งอยู่​บน​อะไร?
– โยบรู้ไหมว่า ตอนเมื่อโลกถูกสร้าง เหล่าดวง​ดาวและ​บรร​ดา​ทูตสวรรค์​โห่​ร้อง​ด้วย​ความ​ชื่น​บาน?
– ใครสร้าง​ทะเล แล้ว​กำ​หนด​เขต​ให้​มัน และมันเกิดขึ้นได้อย่างไร?
– โยบได้​บัง​คับ​บัญ​ชาดวงอาทิตย์ และกำหนด​ที่ให้​​มันหรือเปล่า?
– โยบได้ใช้ดวงอาทิตย์เพื่อสลัด​คน​ชั่ว​ออก​ไป​เสีย​จาก​โลก​หรือเปล่า?
– โยบได้เข้า​ไป​ใน​ ตาน้ำที่เป็น​แหล่งกำเนิดน้ำ​แห่ง​ทะเล​แล้ว​หรือ?
– โยบได้​เดิน​ลง​ไป​ใน​ที่​ลึก​ที่​สุด​ของมหาสมุทรแล้วหรือยัง?
– โยบเคยเห็นประ​ตู​แห่ง​ความ​ตาย​ และ​ประ​ตู​เงา​มัจ​จุ​ราช​แล้ว​หรือยัง?
– โยบ​หยั่ง​รู้​ความ​กว้าง​ใหญ่​ของ​แผ่น​ดิน​โลก​แล้วหรือยัง?
– โยบรู้ไหมว่า ทาง​ไป​สู่​บ้าน​พัก​ของ​ความ​สว่าง​อยู่​ที่​ไหน?
– โยบรู้ไหมว่า บ้านของ​ความ​มืด​นั้น​อยู่​ที่​ไหน?
– โยบสามารถ​พาความสว่างและความมืด ไปบ้านของพวกมันได้ไหม?
– โยบได้เข้า​ไป​ใน​คลัง​ที่เก็บหิมะ​แล้ว​หรือยัง?
– โยบเคย​เห็น​คลัง​เก็บลูก​เห็บ ซึ่ง​พระเจ้าได้เก็บเอาไว้ เพื่อใช้สำหรับ​เวลา​ยาก​ลำ​บาก ​และ​สง​คราม​แล้วหรือยัง?
– โยบรู้จักทาง​ที่​จะ​ไป​สู่​ที่​ซึ่ง​ความ​สว่าง​แจก​จ่าย​ออก​ไปหรือไม่?
– โยบรู้ไหมว่า แหล่งกำเนิดลม อยู่​ที่​ไหน?
– ใครเป็นผู้ทำให้​เกิด​ฝน และ​กำหนดลักษณะของ​ฟ้า​ผ่า
– ใครทำให้พืชผักงอก ด้วยการรับน้ำฝน?
– โยบรู้ไหมว่า ฝน​มี​พ่อ​หรือไม่?
– ใครเป็นผู้ทำ​ให้​เกิดน้ำ​ค้าง?
– โยบรู้ไหมน้ำ​แข็ง​คลอดมา​จากไหน?
– โยบทำให้​ดาว​ลูก​ไก่​อยู่กัน​เป็น​กลุ่ม​ได้ไหม?
– โยบขยับ​ดาว​ไถ​ได้​ไหม?
– โยบทำให้​ดาว​เคลื่อน​ออก​มา​ตาม​กำหนดได้ไหม?
– โยบกำหนดทิศ​ทาง​ให้​ดาว​จระ​เข้​และบริวารได้ไหม?
– โยบ​รู้​กฎ​ของ​ฟ้า​สวรรค์​หรือ?
– โยบได้​ตั้ง​กฎ​ของแผ่น​ดิน​โลก​หรือเปล่า?
– โยบพูดกับเมฆแล้วมันก็ให้ฝนมากมายตกลงมา​ได้​ไหม​?
– โยบบังคับบัญชา​สาย​ฟ้า​ได้​ไหม?
– ใครเป็นผู้​ให้​ปัญ​ญา​แก่​เมฆ หมอก เพื่อให้พวกมันรู้ว่าควรทำอะไร?
– ใครสามารถ​จะ​นับ​เมฆ​ด้วย​ปัญ​ญา​ได้?
– ใครเปลี่ยนแปลงเมฆบน​ท้อง​ฟ้า​ได้?
– โยบล่า​เหยื่อ​เพื่อให้​สิงห์ที่​หมอบ​อยู่​ใน​ถ้ำ​ของ​มัน ได้กิน​อิ่มได้ไหม?
– ใครผู้​ใด​จัด​หา​เหยื่อ​ให้​กา?

1. พระเจ้าทรงฤทธานุภาพใหญ่ยิ่ง เมื่อเทียบสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำกับสิ่งที่มนุษย์ทำได้แล้ว
พูดได้เลยว่า มนุษย์ทำอะไรไม่ได้เลย

ปัญหาที่เราเผชิญวันนี้ เราจะพยายามแก้ด้วยตนเอง ผู้เป็นมนุษย์ซึ่งทำอะไรไม่ได้เลย
หรือจะทูลอ้อนวอนขอให้พระเจ้าทรงทรงกระทำได้ทุกสิ่ง ให้พระองค์เป็นผู้ช่วยเราในเรื่องราวในวันนี้

2. ที่พระเจ้าทรงยกขึ้นมาถามโยบ เป็นเพียงเสี้ยวของตัวอย่างเพียงเล็กน้อย ที่พระเจ้าทรงกระทำ
ยกมาถามแค่เรื่องที่โยบพอรู้จักคร่าวๆเท่านั้นเอง
ยังไม่ได้ถามถึง เรื่องของแกแล๊คซี่ และ ดวงดาวมากมายมหาศาลในเอกภพ และเรื่องอิเลคตรอนที่อยู่ในอะตอมของสรรพสิ่งทั้งหลาย และเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาตร์อันลึกซึ้งในสาขาต่างๆ และอีกมากมายที่พระองค์ทรงสร้างไว้และยังคงกระทำพระราชกิจของพระองค์จนทุกวันนี้

ดังนั้นโยบและมนุษย์ทั้งหลาย ช่างเล็กน้อยและไม่รู้อะไรเลย เมื่อเทียบกับพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด
ควรหรือที่โยบหรือเราทั้งหลาย จะแย้งพระเจ้า ในสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำ
ในเมื่อเราไม่รู้อะไรเลย และไม่ได้เป็นผู้สร้างหรือกำหนดอะไรขึ้นมาเลย เมื่อเทียบกับพระองค์
เราควรที่จะยำเกรงพระเจ้า ถวายพระเกียรติแด่พระองค์
ให้สมกับสิ่งดีมากมายที่พระองค์ทรงประทานแก่เรา รอบกายเรา
ทั้งที่เรารู้และไม่เคยรับรู้เลย

คำคม

“ เมฆหมอกยังมีปัญญาเมื่อมันทำตามคำสั่งของพระเจ้า

มนุษย์ที่ทำตามพระวจนะของพระองค์ ย่อมจะพบกับปัญญาเป็นแน่ ”

สรุป โยบ 37

ภาพรวม

  • เอลีฮูบอกโยบว่า สิ่งที่พระเจ้าทรงทำ โยบไม่มีทางเข้าใจได้ ดังนั้นโยบจะมีสิทธิอะไรไปโต้แย้งพระเจ้าในสิ่งที่พระองค์ทรงทำ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 37 เมื่อเอลีฮูบอกโยบว่า พระเจ้าทรงใหญ่ยิ่งสูงสุด และพระองค์ทรงกระทำแก่มนุษย์แต่ละคนอย่างยุติธรรมเสมอ

แล้วเอลีฮูก็กล่าวต่อไป ว่า

​เสียงฟ้าร้อง​กระ​หึ่ม ออก​มา​จาก​พระ​โอษฐ์​ของ​พระเจ้า
พระ​องค์​ทรง​ทำ​การ​ใหญ่​โต​ ซึ่ง​เรา​เข้า​ใจ​ไม่​ได้
พระองค์ทรงกำหนด ที่ให้ หิมะ​ และ​ฝน ตก
พระ​องค์​ทรงทำให้มนุษย์​ทุก​คนทำอะไรไม่ได้เลย
เพื่อ​ทุก​คน​จะ​รู้​พระ​ราช​กิจ​ของ​พระ​องค์

พระเจ้าทรงกำหนดที่ให้​สัตว์​ป่า
พระเจ้าทรงกำหนดทิศทางให้พายุและ​ความ​หนาว​มา​จาก​ลม​เหนือ
พระ​เจ้า​ทรงหนดขอบเขตให้น้ำ​แข็ง
พระเจ้าทรง​ที่ของ​เมฆ​
พระเจ้าทรงกำหนดทุกสิ่ง แล้วก็​สำ​เร็จ​ทั้ง​สิ้นตามนั้น
และ​มนุษย์​จึงอา​ศัย​อยู่​บนแผ่นดินได้

พระ​องค์​ทรง​ทำ​ให้​สิ่ง​เหล่า​นี้​เกิด​ขึ้น ก็เพื่อ​การ​ตี​สอน เพื่อ​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​องค์ หรือ​เพื่อ​ความ​รัก​มั่น​คง

ดังนั้นขอโยบ ลอง​พิจาร​ณา​พระ​ราช​กิจ​อัน​อัศ​จรรย์​ของ​พระ​เจ้า
สิ่งเหล่านั้นเกินกว่าที่โยบจะ​ทราบได้
โยบสามารถทำสิ่งเหล่านั้น เหมือนอย่าง​พระ​องค์ได้หรือ?
แล้วโยบคิดหรือว่า ตนมีสิทธิพูดว่า “ข้า​พระ​องค์​อยาก​จะ​ทูล”
ที่พูดเช่นนั้น​อยาก​จะ​ตายหรือ?

​มนุษย์​นั้นเพ่ง​ดู​ดวงอาทิตย์ยัง​ไม่​ได้เลย
พระ​เจ้า​ทรง​ฉลอง​พระ​องค์​ด้วย​ความ​โอ่​อ่า​ตระ​การ​อย่าง​น่า​เกรง​ขาม
มนุษย์ยิ่งไม่อาจทนได้ มากกว่านั้นสักเพียงใด
มนุษย์ไม่​อาจ​ค้น​พบ​พระ​องค์​ได้
พระเจ้าใหญ่​ยิ่ง​ใน​เรื่อง​ฤท​ธา​นุ​ภาพ และทรงความ​ยุติ​ธรรม​และ​ความ​ชอบ​ธรรม​เป็น​อัน​มาก​ยิ่ง
พระ​องค์​ไม่​ทรง​นับ​ถือ​ผู้​ใด​ที่​ถือ​ตัว​ว่า​มี​ปัญ​ญา

สิ่งที่มนุษย์ควรทำคือ ยำ​เกรง​พระ​องค์

1. พระเจ้าทรงใหญ่ยิ่งสูงสุด พระองค์ทรงกำหนดสิ่งใด ก็จะเป็นไปตามนั้น
พระ​องค์​ทรง​ทำ​​สิ่ง​เหล่า​นั้น
– เพื่อ​การ​ตี​สอน [เพื่อมนุษย์]
– เพื่อ​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​องค์ [เพื่อพระเจ้า]
– เพื่อ​ความ​รัก​มั่น​คง [เพื่อสำแดงพระเจ้าแก่มนุษย์]
สิ่งที่พระเจ้าทรงกำหนดให้เกิดขึ้น วันนี้เราอาจจะไม่สามารถเข้าใจพระประสงค์ของพระองค์ได้
แต่เรารู้ได้ว่า พระองค์มีแผนการที่ดีเลิศสำหรับเหตุการณ์เหล่านั้น

เมื่อมีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้นกับเรา
เราควรถามตนเองว่า
– สิ่งนี้พระเจ้ากำลังจะสอนอะไรแก่เรา?
– สิ่งนี้จะถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้อย่างไร?
– เราเห็นความรักของพระเจ้าอย่างไรบ้างท่ามกลางสิ่งนี้?

2. สิ่งที่พระ​เจ้าทรงทำนั้น
เกินกว่าที่มนุษย์จะ​ทราบได้
เกินกว่าที่มนุษย์จะทำได้
เกินกว่าที่มนุษย์ค้นพบได้

สิ่งเดียวที่มนุษย์สมควรทำ คือ ยำเกรงพระเจ้า

คำคม

“ ยิ่งเรารู้จักพระเจ้า เราจะยิ่งยำเกรงพระองค์ ”

สรุป โยบ 36

ภาพรวม

  • เอลีฮูบอกโยบว่า พระเจ้าทรงใหญ่ยิ่งสูงสุด และพระองค์ทรงกระทำแก่มนุษย์แต่ละคนอย่างยุติธรรมเสมอ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 36 เมื่อเอลีฮูตำหนิโยบว่า พูดอย่างไม่ยุติธรรม เพราะว่าพระเจ้าไม่ได้เป็นหนี้อะไรโยบเลย เมื่อเขาทำสิ่งดี ดังนั้นพระองค์จึงมีสิทธิจะอวยพระพรโยบหรือไม่ก็ได้แล้วแต่พระองค์

เอ​ลี​ฮู​ ก็พูด​ต่อ​ไป ​ว่า
เอลีฮู​จะ​เอา​ความ​รู้​มา​ถวาย​ความ​ชอบ​ธรรม​แด่พระเจ้า
เพราะโยบกล่าวถึงพระเจ้าแบบไม่ยุติธรรม

พระ​เจ้า​ทรง​อา​นุ​ภาพ และเต็มด้วย​ความ​เข้า​ใจ
พระเจ้า​ไม่​ทรง​ไว้​ชีวิต​คน​อธรรม แต่​ประ​ทาน​ความ​ยุติ​ธรรม​แก่​ผู้​ทุกข์​ยาก
พระเจ้า​มิ​ได้​ละ​พระ​เนตร​จาก​คน​ชอบ​ธรรม และ​เขา​ได้​รับ​การ​ยก​ย่อง

​ถ้าคนชอบธรรมนั้น​ถูก​ล่าม​โซ่​ตรวนแห่ง​ความ​ทุกข์​ใจ
พระเจ้าก็​จะทรง​สำ​แดงให้เขา รู้ว่าเขามีการ​ละ​เมิดใด
พระเจ้าจะทรงทำ​ให้เขา ยอม​ฟัง​คำ​เตือน​สอน เพื่อ​ให้​เขา​หัน​จาก​ความ​ชั่ว​
ถ้า​เขา​เชื่อ​ฟัง​และ​ปรน​นิบัติ​พระ​องค์ เขา​จะ​เจริญ​รุ่ง​เรือง

แต่​ถ้า​เขา​ไม่​เชื่อ​ฟัง ก็​จะ​พินาศ​

คน​ที่​ใจ​ไม่​นับถือ​พระ​เจ้า​ ​ไม่​ร้อง​ให้​ช่วย
ชีวิต​ของ​เขา​สิ้น​สุด​ลง​ท่าม​กลางสิ่งไม่บริสุทธิ์

พระเจ้า​ทรง​ช่วย​กู้​ผู้​ทุกข์​ยาก​ และ​ทรง​ให้​ความ​ลำ​เค็ญ​ทำให้เขาคิดได้

พระเจ้า​ทรง​ชวนโยบ​ให้​ออก​มา​จาก​ความ​ทุกข์​ใจ มารับพระพร
อย่ายอมให้สิ่งร้ายที่เกิดขึ้นกับโยบ ​ล่อ​ชวนโยบ​ให้​​หลง​ไป

ตอนนี้โยบถูก​ทด​สอบ​ด้วย​ความ​ทุกข์​ใจ
จึงควรระวัง​ให้​ดี อย่า​หัน​ไป​หา​ความ​ชั่ว

พระ​เจ้า​ทรง​เป็น​ที่​ยก​ย่อง​ด้วย​พลา​นุ​ภาพ​ของ​พระ​องค์
พระเจ้าทรง​สั่ง​สอนอย่างไม่มีใครเหมือน
สิ่งที่พระเจ้าทำ ไม่มีใครสามารถ​พูด​ได้​ว่า “ผิด​”
พระ​เจ้าทรง​ใหญ่​ยิ่ง และมนุษย์ไม่สามารถ​หยั่ง​รู้​ถึง​พระ​องค์ได้
อายุ​ของ​พระเจ้า​เป็น​สิ่ง​ที่​มนุษย์​ไม่สามารถหาคำตอบ​ได้
พระเจ้าทรงให้เมฆส่งฝนลงมา และให้ฟ้า​คะ​นอง​ ​ฟ้า​แลบ และ​ทรงคลุม​ก้น​บึ้ง​ทะเล
ซึ่งมนุษย์ไม่สามารถเข้าใจได้

พระเจ้า​ประ​ทาน​อา​หาร​อย่าง​อุดม​สม​บูรณ์แก่มนุษย์
พระเจ้า​ทรง​บัญ​ชา​ให้​ฟ้า​ผ่า​จุด​ที่​ทรงกำหนด​ไว้
พระเจ้าทำให้​สัตว์รู้เกี่ยว​กับ​พายุ​ที่กำลังจะ​มา​

1. แม้ว่าพระเจ้าไม่จำเป็นต้องสนใจมนุษย์ แต่พระองค์ก็ยังทรงเอาพระทัยใส่มนุษย์
พระเจ้าทรงประทานความยุติธรรมให้แก่มนุษย์ ทั้งคนชั่วและคนดี
และพระเจ้าทรงเมตตามนุษย์ เมื่อมนุษย์คนไหนถ่อมใจลง ร้องทูลต่อพระเจ้าด้วยจริงใจ
พระองค์จะทรงฟัง และจะทรงช่วยกู้เขา
ถึงกระนั้นก็มีมนุษย์มากมาย ไม่ยอมร้องทูลต่อพระองค์ แม้พวกเขากำลังจะพินาศก็ตาม

วันนี้หากเราร้องทูลต่อพระเจ้าอย่างจริงใจ
พระองค์จะทรงโปรดฟังเรา และจะทรงช่วยกู้เราอย่างแน่นอน

2. หากเรากำลังถูก​ทดลอง​ด้วย​ความ​ทุกข์​ใจ
อย่ายอมให้สิ่งร้ายที่เกิดขึ้นกับเรา ​ล่อ​ชวนให้​​หลง​ไปทำสิ่งชั่วร้าย
จงยึดมั่นในทำตามพระคำของพระเจ้าอย่างความสัตย์ซื่อต่อไป

3. ความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า เกินความสามารถของมนุษย์ที่จะรู้หรือข้าใจได้
พระองค์จะทรงทำอะไรก็ได้ แล้วแต่พระองค์
พระองค์ประทานความรู้เกี่ยวกับพายุให้สัตว์ ซึ่งมนุษย์ที่ฉลาดกว่าสัตว์ก็ยังไม่อาจรับรู้ได้

เมื่อพระเจ้าทรงทำสิ่งใด ไม่มีผู้ใดขัดขวางได้
และไม่มีผู้ใดเข้าใจได้ นอกจากผู้ที่พระเจ้าจงใจเปิดเผยให้รับรู้
ทุกวันนี้พระเจ้าทรงเปิดเผยพระองค์เอง และ พระราชกิจของพระองค์ และแผนการของพระองค์
ในพระวจนะของพระเจ้า
ด้วยเหตุนี้ คนที่เอาจริงเอาจัง ใส่ใจ สนใจในพระวจนะของพระเจ้า
จะพบกับความเข้าใจอันล้ำลึกมากกว่ามนุษย์ธรรมดาจะเข้าใจได้

คำคม

“ พระเจ้าไม่เคยทำผิดหรือทำพลาด ในพระราชกิจทั้งสิ้นของพระองค์ ”

สรุป โยบ 35

ภาพรวม

  • เอลีฮูตำหนิโยบว่า พูดอย่างไม่ยุติธรรม เพราะว่าพระเจ้าไม่ได้เป็นหนี้อะไรโยบเลย เมื่อเขาทำสิ่งดี ดังนั้นพระองค์จึงมีสิทธิจะอวยพระพรโยบหรือไม่ก็ได้แล้วแต่พระองค์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 35 เมื่อเอลีฮูตำหนิว่าโยบพูดไม่ถูกต้องที่หาว่า พระเจ้าทรงเอาความยุติธรรมของโยบไปเสีย

เอ​ลี​ฮูก็​พูด​ต่อ​ไป​ว่า

โยบพูดแบบไม่​ยุติ​ธรรม​ ที่กล่าว​ว่า
เขาชอบ​ธรรม​ต่อ​พระ​เจ้า
เขาไม่เห็นจะ​ได้​ประ​โยชน์​อะไรเลย ​จาก​การ​ไม่​ทำ​บาป

เอลีฮูกล่าวว่า
จง​มอง​ดู​ท้อง​ฟ้า​และเมฆ​ซึ่ง​อยู่​สูง​กว่า​โยบ
ถ้า​โยบ​ทำ​บาป ก็ไม่​กระ​ทบ​กระ​เทือนพระเจ้า หรือไม่ได้ทำ​ให้เกิดอะไรขึ้นกับ​พระ​องค์​
ถ้าโยบ​เป็น​คน​ชอบ​ธรรม พระเจ้าก็ไม่ได้​รับ​อะไร​จากการกระทำของโยบ

ความ​อธรรม​ของโยบ ​เป็น​อัน​ตราย​แก่โยบเอง
​ความ​ชอบ​ธรรม​ของ​โยบ ​ก็​เป็น​ประ​โยชน์​แก่​มนุษย์

เพราะคนที่ข่มเหงผู้อื่น หากคนเหล่านั้น​ร้อง​ทุกข์ ขอ​ความ​ช่วย​เหลือ​จากพระเจ้า
คนอธรรมจะเดือดร้อนแน่ๆ

แต่​ปรากฏว่าไม่​มี​ผู้ถูกข่มเหงสัก​คน ที่ถ่อมใจลงร้องทูลต่อพระเจ้า
ดังนั้นเมื่อพวกเขา​ร้อง​ทุกข์ ​พระ​องค์​จึงมิ​ได้​ทรง​ตอบ
คำร้องของคนที่ไม่ถ่อมใจลง เป็น​เสียง​ลมๆ แล้งๆ และพระเจ้าก็​มิ​ได้​ใส่​พระ​ทัย​เสียง​นั้น

แล้วการที่โยบกล่าวว่า
เขาคอยพระองค์อยู่ ไม่เห็นพระองค์เลย
จะยิ่งเป็นเสียงลมๆแล้งๆ​สัก​เท่า​ใด

และบัดนี้พระเจ้าทรงเมตตา โยบ​จึงมิ​ได้ถูก​ลง​โทษ
เพราะ​พูด​คำ​ลมๆ แล้งๆ ของเขา

1. บางคนพูดว่า “ฉันอุตส่าห์ไม่ทำชั่วเหมือนคนอื่น แล้วทำไมพระเจ้าไม่อวยพรฉัน?”
เอลีฮูบอกว่า นั่นเป็นคำพูดที่ไม่ยุติธรรม
เพราะว่า ไม่ว่ามนุษย์จะทำสิ่งดี หรือ ทำสิ่งชั่ว มนุษย์ก็ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้แก่พระเจ้าเลย
ถ้ามนุษย์ ทำชั่ว ​เป็น​อัน​ตราย​แก่ตัวเขาเอง
ถ้ามนุษย์ ทำดี ​ก็​เป็น​ประ​โยชน์​แก่​เพื่อนมนุษย์

พระเจ้าไม่จำเป็นต้องอวยพรมนุษย์ เมื่อเขาทำสิ่งชอบธรรม
ดังนั้นการที่พระเจ้าอวยพระพรเรานั้น เป็นพระคุณของพระเจ้าที่มีต่อเรา

เมื่อเราทำดี เราไม่ได้มีบุญคุณอะไรต่อพระเจ้าเลย
แต่เมื่อพระเจ้าอวยพระพรเรา นั่นต่างหากที่เป็นพระคุณสำหรับเรา

2. คนที่กระทำชั่ว กำลังตกอยู่ในอันตราย
เพราะว่าถ้าคนที่เขาทำร้าย เกิดถ่อมตัวลงอธิษฐานร้องขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า
พระเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา จะทรงช่วยพวกเขาแน่
และเมื่อนั้นคนทำชั่วจะเดือดร้อนอย่างยิ่ง

หากวันนี้เราทำชั่ว จงรีบกลับใจ
หากวันนี้ เราถูกรังแก จงถ่อมใจลง แล้วร้องทูลต่อพระเจ้า

คำคม

“ พระเจ้าไม่จำเป็นต้องอวยพรเรา เมื่อเราทำดี และถ้าเราทำชั่ว เราก็กำลังทำร้ายตนเอง ”

สรุป โยบ 34

ภาพรวม

  • เอลีฮูตำหนิว่าโยบพูดไม่ถูกต้องที่หาว่า พระเจ้าทรงเอาความยุติธรรมของโยบไปเสีย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 34 เมื่อ เอลีฮูตำหนิโยบว่า แม้โยบจะทำสิ่งที่ชอบธรรมเสมอมา ก็ไม่สิทธิสู้คดีกับพระเจ้า เพราะโยบไม่มีทางรู้และเข้าใจสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำทั้งหมดได้

แล้วเอ​ลี​ฮู​พูด​ต่อ​ไป​ว่า
เพราะ​หู​มีเพื่อตรวจ​สอบ​ถ้อย​คำ ดังนั้นขอ​ฟัง​ถ้อย​คำ​ของ​เขา แล้วตรวจดูว่า​ถูก​ต้องหรือไม่

เพราะ​โยบ​กล่าว​ว่า
โยบ​เป็น​คน​ชอบ​ธรรม แต่​พระ​เจ้า​ทรง​เอา​ความ​ยุติ​ธรรม​ของโยบ​ไป
ไม่​เป็น​ประ​โยชน์​อะไร​แก่​มนุษย์ ที่​จะ​ปีติ​ยินดี​ใน​พระ​เจ้า

นั่นช่างเป็นคำพูดที่น่า​เหยียด​หยาม​
เป็นคำพูดแบบ​คน​อธรรม (ทั้งที่โยบชอบธรรม)

เมิน​เสีย​เถิด​ที่​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ทำ​การ​อธรรม หรือจะ​ทรง​ทำ​ผิด
พระเจ้า​จะ​ไม่​ทรง​บิด​เบือน​ความ​ยุติ​ธรรม
เพราะ​พระ​เจ้า​ทรง​สนอง​มนุษย์​ตาม​การ​กระ​ทำ​ของ​เขา

พระเจ้าไม่จำเป็นต้องให้ใครมาแต่ง​ตั้ง​​พระ​องค์​ ให้ปก​ครอง​​ทั้ง​พิภพ
ถ้า​พระ​องค์​ทรง​เรียก​วิญ​ญาณ​กับ​ลม​หายใจ​​กลับ​สู่​พระ​องค์
สิ่งมีชีวิต​ทั้ง​สิ้น รวมทั้ง​มนุษย์​ทุกคน ก็​จะ​กลับ​ไป​เป็น​ผง​คลี​ดิน

สำหรับพระเจ้า พระ​ราชา ก็เป็น​ผู้​ไร้​ค่า และ​เจ้า​นาย​ทั้ง​หลาย ก็เป็นผู้อธรรม
พระเจ้าไม่​ทรง​มี​อคติ​เข้า​ข้าง​เจ้า​นาย หรือ​คน​มั่ง​คั่ง​ มาก​กว่า​คน​ยาก​จน
เพราะ​เขา​ทุก​คน​เป็น​ผล​งาน​แห่ง​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​องค์​
และสักครู่เดียวพวกเขา​ก็​ตาย

​พระ​เนตร​ของ​พระเจ้า​เฝ้า​ดู​ทาง​ของ​คน
ไม่มีสิ่งใดซ่อนจากพระองค์ได้
พระ​องค์​ไม่​จำเป็นต้องนัดหมายผู้ใด เพื่อ​รับ​การ​พิพาก​ษา
พระองค์จะทรงทำเมื่อใดก็ได้

พระ​องค์​ทรง​สัง​หาร​ผู้​มี​อำ​นาจ​โดย​ไม่​ต้อง​สอบ​สวน
และ​ทรง​ตั้ง​คน​อื่น​ไว้​แทน ตามแต่พระองค์พอพระทัย

พระ​องค์​ทรง​ตีคนอธรรม​
เพราะ​ว่า​พวกเขา​หัน​จาก​การ​ติด​ตาม​พระ​องค์
และ​ไม่​ใส่​ใจ​พระ​มรร​คา​ของ​พระ​องค์​เลย
พวกเขาข่มเหง​คน​ยาก​จน​
และ​พระ​องค์​ทรง​ฟัง​เสียง​ร้อง​ของ​ผู้​ทุกข์​ยากเหล่านั้น

เมื่อ​พระ​องค์​ทรง​นิ่ง ผู้​ใด​จะ​กล่าว​โทษ​พระ​องค์​ได้?
เมื่อ​พระ​องค์​ซ่อน​พระ​พักตร์ ผู้​ใด​จะ​เห็น​พระ​องค์​ได้?

พระเจ้าทรงตี​สอน​ มนุษย์จะ​ไม่​ทำ​ผิด​อีก

ดังนั้นคน​มี​ปัญ​ญา จะ​พูด​ว่า
โยบ​พูด​อย่าง​ไม่​มี​ความ​รู้ ถ้อย​คำ​ของ​เขา​ไม่​มี​ความ​เข้า​ใจ​ลึกซึ้ง​เลย
เพราะ​ว่า​โยบ​ตอบ​เหมือน​อย่าง​คน​อธรรม
เพราะ​เขา​เพิ่ม​การ​ละ​เมิดด้วย​ถ้อย​คำ​ ที่กล่าว​ร้าย​พระ​เจ้า

1. หูมีไว้เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
นั่นคือ เราควรฟังอย่างตั้งใจ แล้วนำไปพิจารณาว่า เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่
ถ้าถูกต้องก็นำมาใช้ ถ้าไม่ถูกต้องก็ไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ

2. โยบเป็นคนที่ทำสิ่งชอบธรรมตลอดชีวิต
แต่เมื่อโยบ เริ่มพูดถึงพระเจ้าในมุมของตนเอง
เขาก็กลายเป็นคนชอบธรรม ที่พูดแบบคนอธรรม

วันนี้เราเป็นคนชอบธรรมแล้วโดยทางพระเยซูคริสต์
ดังนั้นมุมมองของเราที่มีต่อพระเจ้า ไม่ควรให้การคิดเอาเองจากมุมมองของเรา
แต่ควรใช้พระคำของพระเจ้า เป็นมุมมองที่เราจะเข้าใจและรู้จักน้ำพระทัยของพระเจ้า

3. พระเจ้าทรงสิทธิอำนาจสูงสุด พระองค์จะทำอะไรก็ไม่ต้องเห็นแก่หน้าใคร
พระองค์จะพิพากษาใคร เมื่อใด ก็ได้ สุดแล้วแต่พระองค์
พระ​องค์​มีสิทธิ​สัง​หาร​ใครก็ได้ ​โดย​ไม่​ต้อง​สอบ​สวนก่อน

แต่ทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงทำนั้น ยุติธรรม และทำเพื่อให้มนุษย์หันเสียจากทางบาป

วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา เป็นสิทธิของพระเจ้า เราไม่มีสิทธิโวยวายอะไรได้เลย
แต่เราควรตระหนักว่า ทุกสิ่งที่พระเจ้าอนุญาตให้เกิดขึ้น ก็เพื่อเราจะไม่เดินหลงไปในทางบาป
แล้วพบกับความพินาศชั่วนิรันดร์

คำคม

“ พระเจ้ามีสิทธิทำได้ทุกสิ่ง แต่ทุกสิ่งที่พระองค์ทรงทำก็เพราะทรงรักเรา ”

สรุป โยบ 33

ภาพรวม

  • เอลีฮูตำหนิโยบว่า แม้โยบจะทำสิ่งที่ชอบธรรมเสมอมา ก็ไม่สิทธิสู้คดีกับพระเจ้า เพราะโยบไม่มีทางรู้และเข้าใจสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำทั้งหมดได้

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 33 หลังจากที่เอลีฮูพูดตำหนิเพื่อนๆของโยบ ที่กล่าวหาโยบว่าอธรรมทั้งที่ไม่มีหลักฐานหรือเหตุผลเพียงพอแล้ว

เอลีฮูก็เริ่มพูดกับโยบ ว่า
ขอโยบฟัง​ถ้อยคำ​ของเขา
ซึ่งจะกล่าวจาก​ความ​ซื่อ​ตรง​ ​อย่าง​จริง​ใจ

และถ้าโยบ​ตอบ​ได้ ก็​เชิญตอบ​มาเถิด

ทั้งเอลีฮูและโยบก็​ไม่​ต่าง​กัน​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า
พระ​องค์​ทรง​ปั้นทั้งสองขึ้นมาจาก​ดิน​เช่น​กัน

เอลีฮูจะ​ไม่​กด​ดัน​โยบ​หนัก​ไป
เอลีฮู​ได้​ยิน​ถ้อย​คำ​ของ​โยบทั้งหมดแล้ว

ที่โยบ กล่าวว่า
ตนเองสะ​อาด ปราศ​จาก​การ​ละ​เมิด บริ​สุทธิ์ ไม่​มี​ความ​ผิด​​เลย
และกล่าวว่า
พระเจ้า​ทรง​หา​เรื่องโยบ และทรง​นับ​โยบ​เป็น​ศัตรู​

ใน​เรื่อง​นี้​โยบ​ผิด เพราะ
โยบจะ​สู้​คดี​กับพระเจ้าได้อย่างไร?
เนื่องจาก เมื่อ​พระ​เจ้า​ตรัส​ มนุษย์​ไม่สามารถ​รับ​รู้

ใน​ความ​ฝัน พระ​องค์​ทรง​เตือน​พวก​เขาได้
ให้หัน​มนุษย์​กลับ​จาก​กิจ​การ​ชั่ว และ​ตัด​ความ​เย่อ​หยิ่ง​ออก​เสีย
พระ​องค์​ทรงป้องกัน​ตัว​เขา ​จากความ​พินาศ​

บางครั้งพระองค์​ตี​สอน​มนุษย์ด้วย​โรคภัยไข้เจ็บ
จนเขา​ใกล้​จะถึงความ​ตาย​
แล้วพระองค์ทรง​ช่วย​เขา​ให้​พ้น​จาก​ความตาย
แล้วสุขภาพของเขาก็กลับดี เหมือน​เมื่อ​ครั้ง​ยัง​หนุ่ม

แล้วเขาจะ​อธิษ​ฐาน​ต่อ​พระ​เจ้า
และ​พระ​องค์​พอ​พระ​ทัย​เขา
เขา​เข้า​เฝ้า​พระ​องค์​ด้วย​ความ​ชื่น​บาน
แล้ว​พระ​องค์​ทรง​ให้​มนุษย์​กลับ​สู่​สภาพ​ความ​ชอบ​ธรรม
แล้วเขาจะกล่าวว่า
ข้า​ได้​ทำ​บาป และ​เห็น​ผิด​เป็น​ชอบ แต่​ข้า​มิ​ได้​ถูก​พระ​องค์​ลง​โทษ
พระ​องค์​ทรง​ไถ่​ชีวิต​ของ​ข้า

พระ​เจ้า​ทรง​ทำ​สิ่ง​เหล่า​นี้​ทั้ง​สิ้น กับ​มนุษย์​ครั้งแล้ว ครั้งเล่า
เพื่อ​จะ​นำ​วิญ​ญาณ​เขา​กลับ​มาสู่​ความ​สว่าง​แห่ง​ชีวิต

1. คำพูดของเอลีฮูต่างกับของเพื่อนทั้งสามของโยบ
เพราะเขาตั้งใจฟังสิ่งที่โยบพูด จนสามารถจับประเด็นสิ่งที่โยบกล่าวได้อย่างถูกต้อง
และเขาก็เตือนโยบ จากสิ่งที่เขาได้ยินอย่างตั้งใจฟัง
ด้วยเหตุนี้ คำพูดของเขา จึงเป็นประโยชน์ต่อโยบมาก

การเสนอแนะสิ่งใดๆแก่คนหนึ่งคนใด
ควรมาจากการที่เราได้ตั้งใจฟัง สิ่งที่เขาพยายามตั้งใจจะบอกก่อน

2. เอลีฮูตำหนิโยบ ที่บอกว่าตนเองชอบธรรม และขอสู้คดีกับพระเจ้าว่า
เขาไม่มีความผิด พระเจ้ามาหาเรื่องเขา

เอลีฮูไม่ได้บอกว่าโยบ ไม่ชอบธรรม
แต่บอกว่า ต่อให้โยบจะชอบธรรมสักเพียงใด
ก็ไม่มีสิทธิ ขัดขืนสิ่งที่พระเจ้าให้เกิดขึ้น
เพราะพระเจ้าทรงบอกมนุษย์มากมายหลายอย่าง
แต่มนุษย์เองต่างหากที่ไม่สามารถรับรู้

สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา บางครั้งเราคิดว่า
ทำไมพระเจ้าให้สิ่งนี้เกิดขึ้น? มันไม่ยุติธรรมเลย
แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้เกิดขึ้นนั้น
ถูกต้อง เที่ยงธรรม ยุติธรรม เสมอ
เพียงแต่เรายังไม่อาจเข้าใจได้เท่านั้นเอง

3. พระเจ้าตรัสกับมนุษย์ หลากหลายวิธี
บางครั้งในความฝัน บางครั้งด้วยความเจ็บป่วย หรือวิธีอื่นๆ
ทุกวิธีเหล่านั้นก็เพื่อให้มนุษย์ สำนึกบาป กลับมาหาพระเจ้า ร้องทูลต่อพระองค์
แล้วพระองค์จะทรงโปรดสำแดงความเมตตาและการช่วยกู้แก่เขา
แล้วเขาจะสรรเสริญพระเจ้าด้วยความชื่นบาน

นั่นคือ การตรัสจากพระเจ้า จะนำมาซึ่ง การกลับใจใหม่ นำใจของเราให้เข้าใกล้พระเจ้า และถวายเกียรติแด่พระเจ้า เสมอ
หากการสำแดงใดๆปราศจากสิ่งเหล่านี้ ก็ไม่น่าจะเป็นการสำแดงจากพระเจ้า

คำคม

“ เสียงจากพระเจ้า จะเรียกมนุษย์ให้กลับใจ และเรียกให้เข้ามาใกล้พระองค์ เสมอ ”

สรุป โยบ 32

ภาพรวม

  • เอลีฮูเริ่มพูดตำหนิเพื่อนๆของโยบ ที่กล่าวหาโยบว่าอธรรมทั้งที่ไม่มีหลักฐานหรือเหตุผลเพียงพอ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 32 เมื่อโยบกล่าวถึงสิ่งชอบธรรมที่ตนกระทำเนื่องจากความยำเกรงพระเจ้า และเขาก็ทูลเสนอสิ่งเหล่านี้ต่อพระเจ้าให้พระองค์ทรงโปรดพิจารณา

แล้วเพื่อน​ทั้ง​สาม​ของโยบ ​ก็​เลิก​โต้​ตอบ​โยบ
เพราะ​พวกเขาหมดคำพูดที่จะโต้ตอบโยบแล้ว

แล้ว​เอ​ลี​ฮู​ บุตร​บา​รา​เคล คน​บุซี ก็​โกรธ​โยบ
เพราะ​โยบ​อ้าง​ว่า​ตัว​เอง​ชอบ​ธรรม ทั้งที่ควรกล่าวว่าพระเจ้าทรงชอบธรรม
และโกรธ​เพื่อน 3 คน​ของ​โยบ​
เพราะพวกเขา​กล่าว​หา​ว่า ​โยบ​ผิด

เอ​ลี​ฮู​ อายุน้อยกว่าพวกเขา จึงคอยฟังและปล่อยให้พวกเขาพูดก่อน
เอลีฮูกล่าวว่า
พระวิญญาณของพระเจ้า เป็นผู้​ทำ​ให้​มนุษย์​เข้า​ใจ

แม้เขาได้​ตั้ง​ใจ​ฟัง​เพื่อนๆของโยบพูดแล้ว
แต่ก็ไม่​เห็นมี​ผู้​ใด​ให้​เหตุ​ผล​อัน​ควร​แก่​โยบได้

ดังนั้นเอลีฮูจึงขอ​ให้​คำ​ตอบ​และแสดง​ความ​คิด​เห็น​ของตนบ้าง
เพราะรู้สึกอัดอั้นตันใจมาก หากไม่ได้พูดออกมา

เขาพูดอย่างจะ​ไม่​มี​อคติ​ หรือ​ประ​จบ​สอ​พลอ ใคร
เพราะว่าถ้าขืนทำเช่นนั้น พระเจ้า​ก็​จะ​กำ​จัด​เขาเสีย​ใน​ไม่​ช้า

1. เอลีฮูเป็นผู้มีปัญญา และฉลาดพอที่จะให้เกียรติแก่ผู้อวุโสให้พูดก่อน
แต่ขณะเดียวกันก็กล้าหาญที่จะเตือนสติ เมื่อท่านเหล่านั้นพูดหรือทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

คนฝ่ายวิญญาณจะเป็นคนที่กล้าหาญอย่างถ่อมใจ

2. เอลีฮูโกรธโยบ ที่อ้างถึงความ​ชอบ​ธรรมของตน
แทนที่จะยอมรับว่าสิ่งที่พระเจ้าทำนั้นชอบธรรมแล้ว

เอลีฮูไม่ได้บอกว่า โยบไม่ได้ทำสิ่งชอบธรรมเหล่านั้น
แต่บอกว่า ต่อให้ทำก็ไม่สามารถนำมาอ้างได้ เพราะว่าทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำหรืออนุญาตให้เกิดขึ้น
ย่อมเป็นสิ่งที่ถูกต้องและชอบธรรมที่สุดแล้ว

วันนี้เราควรยอมรับอย่างถ่อมใจว่า ทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้เกิดขึ้นกับเรานั้น
ถูกต้องและชอบธรรมแล้ว ตามที่พระเจ้าทรงอนุญาตนั้น

คำคม

“ สิ่งที่พระเจ้าอนุญาตให้เกิดขึ้นนั้น ถูกต้องและยุติธรรมแล้ว ”

สรุป โยบ 31

ภาพรวม

  • โยบกล่าวถึงสิ่งชอบธรรมที่ตนกระทำเนื่องจากความยำเกรงพระเจ้า และเขาก็ทูลเสนอสิ่งเหล่านี้ต่อพระเจ้าให้พระองค์ทรงโปรดพิจารณา

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 31 เมื่อโยบบรรยายถึงความตกต่ำของตนเอง ซึ่งทำให้เขาทุกข์โศกเศร้าและร้องไห้

โยบจึงกล่าวต่อไป ว่า
โยบไม่ยอม​มอง​หญิง​สาว​ด้วย​ใจ​กำ​หนัด
เพราะเขารู้ว่า พระเจ้าทรงทราบทุกสิ่ง
พระองค์จะให้​ความ​พินาศ และ​หาย​นะ​ เกิดขึ้นแก่​คน​ประ​พฤติ​ชั่ว​

โยบไม่ยอมพูด​เท็จ หรือ​หลอก​ลวงคนอื่น
เพราะเขารู้ว่า พระ​เจ้า​ทรง​ทราบ​ความ​ซื่อ​สัตย์​ของคน
สำหรับคนอยุติธรรม สิ่งที่ผู้นั้น​หว่าน ก็จะถูก​คน​อื่นเอาไปเสีย

โยบไม่ยอมล่วงประเวณี
เพราะเขารู้ว่า คนที่ทำ​เรื่อง​ชั่ว​ช้า​น่า​อาย จะได้รับความ​​พินาศ
และ​จะสูญเสียทุก​สิ่ง​

โยบไม่ยอมเมินเฉย ต่อคำร้องทุกข์​ของ​ทาส​ของเขา
เพราะเขารู้ว่า พระ​เจ้าจะทรง​สอบ​ถามเขาในเรื่องนั้น
เพราะเขาและทาสของเขา ล้วนเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นมา

โยบไม่ยอม​รอรีที่จะช่วยเหลือ คน​ยาก​จน​ หรือ​​หญิง​ม่าย และ​เด็ก​กำ​พร้า​
โยบเลี้ยง​ดู​เด็ก​กำ​พร้า​ และ​เมตตาหญิง​ม่าย มาตั้ง​แต่​เขายังเป็นเด็กแล้ว

โยบได้ให้เสื้อผ้าอย่างดีแก่​คน​ขัด​สน​

โยบไม่กล้า​ข่ม​เหง​เด็ก​กำ​พร้า
เพราะเขากลัว​ภัย​พิบัติ​จาก​พระ​เจ้า

โยบไม่ยอมไว้ใจเงิน​ทอง​คำ หรือนมัสการดวงดาว
เพราะ​นั่นเป็นการ​ปฏิ​เสธ​พระ​เจ้า​

โยบไม่ยอมเปรม​ปรีดิ์​เมื่อ​ศัตรู​พินาศ หรือ​แช่ง​สาปพวกเขา

โยบไม่ยอมละเลยไม่ให้การต้อนรับแก่คน​ต่าง​ถิ่น​ที่ไม่มีที่พัก
โยบช่วยพวกเขาโดยไม่​กลัว​มวล​ชน หรือคำ​เหยียด​หยาม

โยบไม่ยอมโกงที่ดินของใคร หรือแย่งชิงที่ดินของคนอื่น

โยบกล่าวต่อไปว่า
สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คือ สำนวนที่เขาขอทูลเสนอต่อพระเจ้า ให้พระองค์พิจารณา

แล้วก็จบ​ถ้อย​คำ​ของ​โยบ

1. เพราะความยำเกรงพระเจ้า โยบจึงทำสิ่งต่อไปนี้
– ไม่เจ้าชู้ ไม่โกหก ไม่หลอกลวงคนอื่น ไม่ล่วงประเวณี
– เมตตาและช่วยเหลือผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ยากไร้
– ไม่รังแกคนที่อ่อนแอกว่า
– ไม่วางใจในเงินทอง แทน การวางใจพระเจ้า
– ไม่นมัสการพระอื่น
– ไม่ทำร้ายหรือซ้ำเติมศัตรู
– ช่วยเหลือคนเดินทาง
– ไม่โกงทรัพย์สินของคนอื่น

มนุษย์ ยิ่งยำเกรงพระเจ้า ก็จะยิ่งปฏิบัติต่อพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น
ยิ่งเราพิจารณาพระลักษณะของพระเจ้า จะทำให้เรายิ่งยำเกรงพระองค์

2. เมื่อเราไว้วางใจสิ่งอื่นใด มากกว่า ไว้วางใจในพระเจ้า
นั่นเป็นเรากำลังเดินไปสู่หนทางแห่งการปฏิเสธพระเจ้า

เราควรคอยสำรวจตนเองอยู่เสมอ ที่จะไม่ไว้วางใจสิ่งใดมากกว่าวางใจในพระเจ้า
เพื่อชีวิตฝ่ายวิญญาณของเราจะจำเริญขึ้น
และรักษาความเชื่อในพระเจ้าได้ไปจนถึงวันสุดท้ายในชีวิต

คำคม

“ ความยำเกรงพระเจ้าจะผลักดันเรา ให้ทำสิ่งที่ถูกต้อง ”

สรุป โยบ 30

ภาพรวม

  • โยบบรรยายถึงความการตกต่ำของตนเอง ซึ่งทำให้เขาทุกข์โศกเศร้าและร้องไห้

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 30 เมื่อโยบพูดถึงชีวิตของตนเองในสมัยก่อนที่จะพบกับภัยพิบัติในชีวิตแล้ว

โยบก็กล่าวต่อไปว่า

แต่เมื่อมาถึงเวลา​นี้ แม้แต่พวก​คนที่อายุน้อย​กว่าโยบ ก็​ยังเยาะ​เย้ย​โยบ
ซึ่งคนพวกนี้ เมื่อก่อนแม้แต่​พ่อ​ของพวก​เขา
ยังไม่เหมาะที่​จะ​ให้​อยู่​กับ​สุนัข​เ​ของโยบด้วยซ้ำไป
ดังนั้นพวกเขาเหล่านั้น ยิ่งมีค่าน้อยกว่านั้นสักเท่าใด

พวกเขาไม่มีประโยชน์อะไรเลย
เมื่อ​หิว​โหย พวกเขา​ก็แทะ​ดิน ​ใบ​ไม้ และ​ราก​ไม้ ​มา​เป็น​อา​หาร
พวกเขา​ถูก​ขับ​ไล่​ออก​ไป เพราะผู้คนรังเกียจ
พวกเขาไปอยู่ใน​โพรง​ดิน​ ใน​ซอก​หิน และ​พุ่ม​ไม้
พวกเขาเป็น​คน​โง่​เขลา และไม่มีใครต้อนรับ

แต่​บัด​นี้ ขนาดคนเหล่านั้นก็ยังร้อง​เพลง​ล้อ​เลียน​ของ​โยบ
พวกเขา​สะอิด​สะ​เอียน และ​เหิน​ห่าง​จาก​โยบ
(ซึ่งโดยปกคิคนทั้งหลายจะสะอิดสะเอียนพวกเขา)
พวกเขา​​ถ่ม​น้ำ​ลาย​ใส่​หน้า​โยบ

เพราะ​พระเจ้าทรง​ให้​โยบตก​ต่ำ
จนพวกเขาทำแก่โยบอย่างไม่​ยั้ง​คิด​

พวกคนหนุ่มๆก็จู่​โจม​โยบ
พวกเขาบุกเข้ามาทำลายสิ่งที่เป็นของโยบ
เกียรติและความเจริญของโยบก็หมดไป เหลือไว้แต่ความสยดสยอง

บัด​นี้ โยบเต็มไป​ความ​ทุกข์​ใจ และ​ความ​เจ็บ​ปวด ไม่​หยุด​หย่อน​เลย
เขา​กลาย​เป็น​เหมือน​ผง​คลี​และ​ขี้​เถ้า

เมื่อโยบ​ร้อง​ทูล​พระ​องค์ แต่​พระ​องค์​ไม่​ทรง​ตอบ​ พระ​องค์​แค่ก็​เพียง​ทอด​พระ​เนตร​เฉยๆ
พระ​องค์​กลับ​ทรง​โหด​ร้าย​ต่อโยบ และ​ทรงข่ม​เหง​โยบ

แม้แต่คน​ยังไม่​ยื่น​มือ​ออก​ตี​ผู้​ที่​บอบ​ช้ำ
เมื่อ​เขา​ร้อง​ขอ​ความ​ช่วย​เหลือ​ ใน​ยาม​หายนะ
ดังนั้นพระเจ้าคงไม่ทำเช่นนั้นเป็นแน่

โยบได้​ร้อง​ไห้​เพื่อ​ผู้​ทุกข์​ยาก​และผู้​ขัด​สน​
แต่​เมื่อ​มาถึงคราวของโยบ เขา​มอง​หา​สิ่ง​ดี สิ่ง​ร้าย​ก็​มา​ถึง
เขา​ยืน​ร้อง​ขอ​ความ​ช่วย​เหลือ ​ใน​ที่​ชุม​นุม​ชน
แต่ไม่มีใครช่วยได้
เพราะ​ฉะนั้นเขาจึงเต็มไปด้วยการ​ร้อง​ไห้

1. โยบผู้เคยมีเกียรติและได้รับการยกย่องอย่างยิ่ง
บัดนี้แม้แต่พวกคนที่สังคมรังเกียจ ก็ยังรังเกียจและสะอิดสะเอียนโยบ
โยบจึงรู้สึกตก​ต่ำอย่างที่สุด

ทั้งหมดนี้โยบรู้ว่าเกิดขึ้นเพราะพระเจ้าทรงอนุญาตให้เกิดขึ้น
โยบจึงรู้สึกไม่เข้าใจว่า ทำไมพระเจ้าทรงโหดร้ายต่อเขาเช่นนี้

ถึงกระนั้นเขาก็ยังร้องทูล ขอพระเมตตาจากพระเจ้า
ซึ่งต่อมาในที่สุดเขาก็เข้าใจและรับพระเมตตา

วันนี้ แม้ว่าเรายังไม่เข้าใจว่า
ทำไมเหตุการณ์เช่นนี้ถึงเกิดขึ้นกับเรา มากมายขนาดนี้ได้?
แต่ขอให้เรายังคงไว้วางใจในพระเจ้า และพึ่งพระเมตตาของพระองค์
ซึ่งในที่สุดแล้วเราจะไม่ผิดหวังเลย

2. ยามที่โยบทุกข์ใจ โยบก็ร้องไห้
แต่อีกไม่นานนัก การร้องไห้นั้นก็จะกลับกลายเป็นความชื่นชมยินดี

วันนี้เราอาจจะกำลังร้องไห้
แต่ถ้าเรายังคงไว้วางใจในพระเจ้าต่อไป
อีกไม่นานเราก็จะพบกับเสียงหัวเราะแห่งความชื่นบาน

คำคม

“ ไม่ว่าจะตกต่ำเพียงใด หากยังไว้วางใจในพระเจ้า อีกไม่นานจะถูกยกชูขึ้น ”

สรุป โยบ 29

ภาพรวม

  • โยบพูดถึงชีวิตของตนเองในสมัยก่อนที่จะพบกับภัยพิบัติในชีวิต

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 29 เมื่อโยบอธิบายให้เพื่อนๆของเขาฟังว่า มนุษย์ไม่สามารถเข้าใจพระปัญญาของพระเจ้าได้ นอกจากเขาจะยำเกรงพระเจ้าและหันจากสิ่งชั่วร้าย

แล้ว​โยบ​จึง​กล่าว​ต่อไปอีก​ ว่า

โยบนึกถึงความเป็นอยู่​ของเขา ในสมัย​ก่อน
สมัยที่​​พระ​เจ้า​ทรง​พิทักษ์​เขาไว้
สมัยที่พระเจ้า​ผู้​ทรง​มหิท​ธิ​ฤทธิ์​ยัง​อยู่​กับเขา

– เขา​เดิน​ฝ่า​ความ​มืด​ไป​ด้วย​ความ​สว่าง​ของ​พระ​องค์ ทรงนำทาง
– เขามีลูก​หลาน​ห้อม​ล้อม​มากมาย
– เขาเต็มไปด้วยความมั่งคั่ง
– เขาเป็นที่นับถือของทั้งคน​หนุ่มๆ และคน​สูง​อายุ
– เขาได้รับการให้เกียรติจากเจ้า​นาย​ทั้งหลาย
– เขาได้รับการยกย่องจากผู้คน
– เขา​ช่วย​คน​ยาก​จน​ที่​ร้อง​ขอความช่วยเหลือ
– เขาอุป​ถัมภ์​เด็ก​กำ​พร้า​
– เขา​ช่วยเหลือคน​ที่​กำลัง​จะ​ตาย จนพรมากมายมาถึงเขา
– เขาช่วยเหลือ​หญิง​ม่าย​ จนพวกเธอเต็มไป​ด้วย​ความ​ชื่น​บาน
– เขาดำเนินในทาง​ความ​ชอบ​ธรรม และ ความ​ยุติ​ธรรม​
– เขาช่วยเหลือคน​ตา​บอด และ​​คน​ง่อย
– เขาเมตตา​คน​ขัด​สน แม้ว่าจะ​ไม่​รู้​จักพวกเขาก็ตาม
– เขาจัดการกับ​คน​อ​ธรรม และ​ได้​ดึง​เอา​เหยื่อ​ให้พ้นจากเงื้อมมือของพวกเขา

ดังนั้นโยบจึง​คิด​ว่า
– เขาคงอายุยืนยาว และจะ​ตายอย่างสงบ
– ลูกหลานของเขาจะเต็มไปด้วยพระพร
– ศักดิ์​ศรี​ และสิทธิอำนาจ​ของ​เขา จะอยู่กับเขาจนวันตาย
– เป็นผู้ให้คำ​ปรึก​ษาที่ยอดเยี่ยม แก่ผู้คน
– เป็นผู้ชี้แนะหน​ทาง​ให้คนทั้งหลาย
– และ​เป็น​หัว​หน้าท่ามกลางชุมชน

1. เมื่อได้อ่านโยบบทนี้ ทำให้เข้าใจโยบมากยิ่งขึ้นไปอีก
โยบได้ทำสิ่งที่ดีมากมายต่อผู้อื่น ด้วยความยำเกรงพระเจ้า
จนพระเจ้าอวยพระพรเขา ให้เป็นที่รัก เป็นที่เคารพ เป็นที่นับถือ ของคนทั้งหลาย

เขาจึงมั่นใจว่า ตราบเท่าที่เขาดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องกับพระเจ้าเช่นนี้ต่อไป
ชีวิตของเขาคงพบความสงบสุขตลอดชีวิต และจากโลกนี้ไปอย่างสงบ

แต่ดูเหมือน พระเจ้าทรงทำให้เขาผิดคาด แบบคนละเรื่องกับที่คิดเลย
ดังนั้นโยบคงทั้งช็อค ทั้งงงงวย ทั้งโศกเศร้ากับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับเขา

เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นกับเรา แบบที่เราไม่คาดฝันมาก่อน
ให้เรารู้เถิดว่า พระเจ้ากำลังมีแผนการที่ดีบางอย่างสำหรับเรา ที่เรายังไม่เข้าใจ

2. เราสามารถเรียนรู้พฤติกรรมที่พระเจ้าทรงเรียกว่า ” ​ดี​พร้อม​และ​เที่ยง​ธรรม ” (โยบ 1:8) ได้ จากการกระทำของโยบ ดังนี้
– ช่วย​คน​ยาก​จน​ที่​ร้อง​ขอความช่วยเหลือ ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จักกัน
– ช่วยเหลือ​เด็ก​กำ​พร้า​ หญิง​ม่าย​ และคนพิการ
– ดำเนินชีวิตอย่าง​ชอบ​ธรรม และ ยุติ​ธรรม​
– ช่วยคน​ให้พ้นจากเงื้อมมือของคนชั่วร้าย

ชีวิตที่พระเจ้าพอพระทัย คือ ชีวิตที่ไม่ได้สนใจแต่เรื่องของตนเอง แต่สำแดงความรักเมตตาต่อผู้อื่นอยู่เสมอด้วย

คำคม

“ แม้ชีวิตไม่เป็นอย่างที่คิด แต่ก็ยังอยู่ในพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระเจ้า ”

สรุป โยบ 28

ภาพรวม

  • โยบอธิบายให้เพื่อนๆของเขาฟังว่า มนุษย์ไม่สามารถเข้าใจพระปัญญาของพระเจ้าได้ นอกจากเขาจะยำเกรงพระเจ้าและหันจากสิ่งชั่วร้าย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 28 เมื่อโยบยังคงยึดมั่นในความชอบธรรมที่ตนได้ทำต่อพระเจ้า และเขาเตือนเพื่อนๆของเขาว่า การที่พวกเขากำลังกล่าวหาโยบนั้น เป็นเหมือนการกระทำของคนอธรรม

แล้วโยบก็กล่าวต่อไปว่า

มนุษย์สามารถขุดหา​แร่​เงิน และ​ทอง​คำ​ มาได้
แม้พวกมันจะอยู่ที่แสน​ไกล​ สุดมืด​มิด
แม้แต่เหยี่ยว​ที่มีสายตาเฉียบคม ก็ยังไม่​รู้​จักที่นั่น
แม้แต่สิงห์​ที่สง่างามก็ยังผ่าน​ไป​ที่​นั่นไม่ได้
แต่แล้วมนุษย์ก็ยังหาพบ

แต่​​ปัญ​ญาและ​ความ​เข้า​ใจ ไม่มีใครหาพบ
มนุษย์​ไม่​รู้​จัก​คุณ​ค่า​ของ​ปัญ​ญา เพราะ​หา​ไม่​พบ
ไม่ว่าจะหาจากที่ใดก็ไม่พบ
จะ​เอา​ทอง​ซื้อ​ก็​ไม่​ได้ เพราะมันแพงยิ่งกว่า​ทอง​คำ​เนื้อดีที่สุด
ค่า​ของ​ปัญ​ญา​สูง​กว่า​สิ่งล้ำค่าใดๆ

ปัญ​ญา และ​ ความ​เข้า​ใจ ​อยู่​ในที่​ที่ดวง​ตา​ของ​สิ่ง​มี​ชีวิต​ทั้ง​ปวง ไม่อาจเห็นได้
แดน​มัจ​จุ​ราช ก็ยังไม่เคยเห็นปัญญา

แต่พระ​เจ้า​​ทรง​ทราบ​ที่​อยู่​ของ​ปัญ​ญา​ และทรง​ทราบ​ทาง​ไป​หา​ปัญ​ญา​นั้น
เมื่อ​พระ​องค์​ทรงสร้างสิ่งสารพัด และเมื่อ​​ทรง​สร้าง​กฎ​ให้แก่สรรพสิ่ง
พระ​องค์​ทอด​พระ​เนตร​ปัญ​ญา​และ​ทรง​สถา​ปนาปัญญา​ไว้​

และ​พระ​องค์ทรง​ตรัส​กับ​มนุษย์​ว่า
“ความ​ยำ​เกรง​องค์​เจ้า​นาย นั่น​แหละ​คือ​ปัญ​ญา
และ​การ​หัน​เสีย​จาก​ความ​ชั่ว​ร้าย คือ​ความ​เข้า​ใจ”

1. มนุษย์ฉลาดพอที่จะค้นหาของล้ำค่าออกมาจากแผ่นดินโลกได้
แต่ไม่ฉลาดพอที่จะค้นหาปัญญาและความเข้าใจ
แม้มีบางคนฉลาดพอที่จะค้นหาปัญญาและความเข้าใจ
แต่ก็ไม่สามารถค้นพบได้อยู่ดี
เพราะมันเกินกำลังของมนุษย์และของสรรพสิ่งที่ทรงสร้าง

มีทางเดียวที่จะพบปัญญาและความเข้าใจที่แท้จริง ก็คือ
พระเจ้าผู้ทรงใหญ่ยิ่งสูงสุด จะประทานให้แก่เขา

และวิธีที่จะได้รับจากพระองค์ก็คือ
“ยำเกรงพระองค์ และหันจากความชั่วร้าย”

2. ปัญญาอันล้ำค่า พระเจ้าทรงเปิดเผยไว้แล้วในพระวจนะของพระองค์
ขอพระเจ้าช่วยให้เราทั้งหลาย ฉลาดพอที่จะค้นหาปัญญาเหล่านั้น
โดยการอ่านและศึกษาพระวจนะของพระเจ้าด้วยใจร้อนรน

คำคม

“ ปัญญาที่มีค่ายิ่งกว่าทองคำ มีอยู่พระวจนะของพระเจ้า ”

สรุป โยบ 27

ภาพรวม

  • โยบยังคงยึดมั่นในความชอบธรรมที่ตนได้ทำต่อพระเจ้า และเขาเตือนเพื่อนๆของเขาว่า การที่พวกเขากำลังกล่าวหาโยบนั้น เป็นเหมือนการกระทำของคนอธรรม

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 27 เมื่อโยบตอบบิลดัดว่า พระเจ้าทรงฤทธานุภาพยิ่งใหญ่มากยิ่งกว่าที่เขาพูดมามากมายนัก

​โยบ​​กล่าว​ต่อไปอีก​ว่า
พระ​เจ้า​ผู้ทรง​พระ​ชนม์​อยู่​ พระองค์ไม่ยอมตัดสินเขาเสียที
​พระ​องค์​จึง​ทรง​ทำ​ให้​ใจ​ของโยบ​ขม​ขื่น

พระองค์รู้ดีว่า โยบไม่ได้พูด​ความ​เท็จ หรือ​คำ​หลอก​ลวง

โยบไม่มีวันยอมรับว่า เพื่อนๆของเขาพูดความจริง
ที่พวกเขาพูดว่า โยบเป็นคนอธรรมชั่วช้า
โยบ​จะ​ไม่​ยอม​ทิ้ง​ความ​ซื่อ​สัตย์​ของตน ไปเข้าข้างพวกเขาเด็ดขาด

โยบขอ​ยึด​ความ​ชอบ​ธรรม​ของเขา​ไว้​มั่น​ ไม่​ยอม​ปล่อย​ไป
โยบจะไม่ยอมให้จิต​ใจ​ของ​เขา​ ​ตำ​หนิเขา ในสิ่งชอบธรรมที่เขาได้ทำไป

โยบกล่าวว่า
ขอ​ให้​ศัตรู​ของเขา​เป็น​เหมือน​คน​อธรรม และ​ขอ​ให้​ผู้​ที่​ลุก​ขึ้น​ต่อ​สู้เขาเป็น​เหมือน​คน​ชั่ว
(เขาไม่ได้แช่งสาปศัตรู หรือ ผู้ลุกขึ้นต่อสู้เขา แต่ขอให้คนเหล่านั้นรู้ตัวว่า พวกเขากำลังทำตัวเหมือนคนชั่ว)

เพราะ​คน​ที่​ไม่​นับ​ถือ​พระ​เจ้า​จะ​มี​ความ​หวัง​อะไร
และจะถูกตัดออกไป เมื่อ​พระ​เจ้า​​ทรง​เอา​ชีวิต​ของ​เขา​ไป
พระ​เจ้า​จะไม่​ทรง​ฟัง​เสียง​ร้อง​ของ​เขา ในยาม​ยาก​ลำ​บาก​
พวกเขา​จะไม่​ปีติ​ยินดี​ใน​พระเจ้า
พวกเขา​จะ​ไม่กราบ​ทูล​พระ​เจ้า​ทุก​เวลา​

สิ่งที่คน​อธรรมจะได้รับ​จาก​พระ​เจ้า คือ
– ​ลูก​หลาน​ของ​เขา​เพิ่ม​ขึ้น ก็​เพื่อ​ถูก​ทำลาย
– ​พงศ์​พันธุ์​ของ​เขา​จะ​หา​ไม่​พอ​กิน พบโรค​ระบาด​
– ​เมีย​ม่าย​ของ​เขา​จะ​ไม่​อาลัยอาวรณ์เขา
– ​เงินที่เขาสะสม​ไว้ แต่​คน​ชอบ​ธรรม​จะเอาไปเสีย
– ทรัพย์​สมบัติ​ของ​เขา จะหายไปในฉับพลัน​
– ความ​สยด​สยองจะเกิดกับ​เขารอบด้าน
– เขาจะตายอย่างน่าสลด

1. แม้เพื่อนของโยบจะพยายาม กล่าวหาว่า โยบเป็นคนอธรรมชั่วร้าย
แต่โยบก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้พวกเขา ยังคงยึดมั่นในสิ่งที่ตนทำตามพระคำของพระเจ้า
ย่อมเป็นสิ่งที่ถูกต้องอย่างแน่นอน
เขายึดความชอบธรรมที่เขาทำตามพระคำของพระเจ้า โดยยึดไว้อย่างเหนียวแน่น

วันนี้ เราเป็นคนชอบธรรมแล้วโดยทางพระเยซูคริสต์
มารซาตานพยายามจะกล่าวหาเรา โจมตีเรา จากความผิดพลาดที่เราทำในแต่ละวัน
เพื่อให้เราละทิ้งความเชื่อว่า โดยทางพระเยซูคริสต์เราเป้นคนชอบธรรมแล้ว

อย่าให้เรายอมอ่อนข้อให้มันเลย แม้แต่ชั่วขณะเดียว
ให้เรายึดความชอบธรรมโดยความเชื่อในพระเยซูเอาไว้ให้มั่นเสมอไป

2. แม้โยบจะถูกเพื่อนๆใส่ร้าย แต่เขาก็ไม่ได้แช่งสาปเพื่อนของตน
เขาเพียงแต่เตือนให้พวกเขารู้ว่า พวกเขากำลังทำตัวเหมือนคนอธรรม
ซึ่งคนอธรรมจะได้รับผลร้ายมากมาย

เมื่อคนอื่นทำไม่ดีต่อเรา เราก็ไม่จำเป็นต้องทำไม่ดีกับเขาก็ได้
พระเจ้าผู้ทรงยุติธรรม จะเป็นผู้ประทานความยุติธรรมให้แก่เราเอง

3. การดำเนินตามวิถีทางของคนชั่ว จะได้รับผลแบบที่คนชั่วจะได้รับ คือ
– ทั้งตัวเขาและครอบครัวจะพบสิ่งเลวร้าย
– สิ่งที่เขาทำมาทั้งหมดจะสูญเปล่า
– เขาจะพบแต่ความสยดสยอง จนวันตาย

คำคม

“ หากเดินในทางชอบธรรม จะได้รับพระพรของผู้ชอบธรรม ”

สรุป โยบ 26

ภาพรวม

  • โยบตอบบิลดัดว่า พระเจ้าทรงฤทธานุภาพยิ่งใหญ่มากยิ่งกว่าที่เขาพูดมามากมายนัก

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 26 เมื่อบิลดัดพยายามสอนโยบให้รู้ว่า ไม่มีใครชอบธรรมได้ในสายพระเนตรของพระเจ้า ซึ่งเรื่องนี้โยบก็รู้ดีอยู่แล้ว

แล้ว​โยบจึง​ตอบเขา ​ว่า

คำพูดของเขาไม่ได้​ช่วยอะไรเลย
คำแนะนำ ก็ไม่ได้ช่วยให้เกิด​ปัญ​ญา

โยบกล่าวว่า
พระเจ้าไม่เพียงแต่มีอำนาจและน่าเกรงกลัวบนแผ่นดินโลก อย่างที่บิลดัดกล่าวใน โยบ 25:2 เท่านั้น
แม้แต่วิญญาณของคนตายก็กลัวจนตัวสั่น ต่อพระพักตร์พระเจ้า
แม้แดน​คน​ตายก็ไม่อาจปิดบังสิ่งใดจากพระองค์

พระเจ้า​ทรง​กางสวรรค์ออก และ​แขวน​โลก​ไว้​เหนือ​ที่​ว่าง​เปล่า
พระ​องค์​ทรงมัด​น้ำ​ไว้​ใน​เมฆ​
พระ​องค์​ทรง​กำหนดขอบเขตไว้​บน​พื้น​น้ำ
ภูเขา​ก็​หวั่น​ไหว ด้วย​พลา​นุ​ภาพของพระ​องค์​
พระองค์ทรง​ปราบ​ทะเล​ให้​สงบ ด้วย​ความ​เข้า​พระ​ทัย
พระ​องค์​ทรง​ทำ​ให้​ฟ้า​สวรรค์​สด​ใส​ด้วย​กระ​แส​ลม​ของ​พระ​องค์

สิ่งเหล่า​นี้​เป็น​เพียง​เศษ​เสี้ยว​พระ​ราช​กิจ​ของ​พระ​องค์
ที่​เรา​ได้​ยิน​ถึง​พระ​องค์​ก็​เป็น​เพียง​เสียง​กระ​ซิบ
ผู้​ใด​จะ​เข้า​ใจ​ถึง​ฤทธานุภาพอัน​เกรียง​ไกร​ของ​พระ​องค์​ได้

1. พระเจ้าทรงฤทธานุภาพใหญ่ยิ่ง จนทุกสรรพสิ่งต้องเกรงกลัวพระองค์
แล้วมนุษย์ผู้แสนเล็กน้อยเป็นผู้ใดเล่า ที่จะไม่เกรงกลัวพระองค์?

2. ใน โยบ 26:7 พระเจ้าทรง​แขวน​โลก​ไว้​เหนือ​ที่​ว่าง​เปล่า
พระคัมภีร์เขียนไว้นานแล้ว ว่า โลกลอยอยู่ในอวกาศ

3. ​พระ​ราช​กิจ​ของ​พระเจ้ามากมาย ใหญ่ยิ่ง เกินกว่าที่จะเข้าใจได้
สิ่งที่​เรา​ได้​ยิน​ถึง​พระ​องค์ ​ก็​เป็น​เพียง​เศษเสี้ยวบางส่วนเท่านั้นเอง
ดังนั้น​จะมีใครสามารถ​เข้า​ใจ​ถึงพระเจ้า และสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำได้

เราไม่อาจเข้าใจได้ว่า ทำไมพระเจ้าจึงให้สิ่งนั้นสิ่งนี้เกิดขึ้น?
แต่เราสามารถเชื่อใจพระเจ้าได้ ด้วยความเชื่อว่า
พระองค์ทรงรักเรา และทุกสิ่งที่พระเจ้าอนุญาตให้เกิดขึ้นนั้น ก็เพราะพระองค์ทรงรักเรา

คำคม

“ พระราชกิจของพระเจ้าเกินเข้าใจ ดังนั้นไม่ต้องเข้าใจก็ได้ แค่เชื่อใจพระองค์ก็พอ ”

สรุป โยบ 25

ภาพรวม

  • บิลดัดพยายามสอนโยบให้รู้ว่า ไม่มีใครชอบธรรมได้ในสายพระเนตรของพระเจ้า ซึ่งเรื่องนี้โยบก็รู้ดีอยู่แล้ว

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 25 เมื่อโยบทูลพระเจ้าถึงปัญหาคาใจของเขา เรื่องคนอธรรมและคนทุกข์ยาก ที่เวลาแห่งจัดการของพระเจ้าช่างเนิ่นนานเหลือเกิน

​บิล​ดัด ​ชาว​ชู​อาห์​ เพื่อนของโยบ ที่เคยพูดแล้วในบทที่ 8 และ 18 ก็ตอบโยบ ​ว่า

พระเจ้า​ทรง​อำ​นาจ​ครอบ​ครอง​และ​น่า​เกรง​กลัว
กอง​ทัพ​ของ​พระ​องค์ก็มากมายเกินที่​จะ​นับ​ได้
ความ​สว่าง​ของ​พระ​องค์​ส่อง​ไปถึงทุกคน

แล้ว​มนุษย์ผู้ต่ำต้อย ​จะ​ชอบ​ธรรม​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า​ได้​อย่าง​ไร?
แม้​ดวง​ดาว​ ซึ่งอยู่ระหว่างพื้นโลกกับฟ้าสวรรค์ ก็ยัง​ไม่​สะ​อาด​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระ​องค์
มนุษย์​จะ​สะ​อาด​น้อย​ยิ่ง​กว่า​นั้น​สัก​เท่า​ใด

1. บิลดัด พูดสิ่งที่เป็นความจริงและถูกต้อง
แต่ดูเหมือนไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรต่อโยบเลย
เขาพูดสอนโยบ ราวกับว่าโยบไม่ทราบความจริงเหล่านี้
ซึ่งแท้จริงโยบได้พูดไปก่อนหน้านี้แล้ว
ใน โยบ 9:2 “จริง​ที​เดียว ข้า​ทราบ​ว่า​เป็น​อย่าง​นั้น แต่​มนุษย์​จะ​ชอบ​ธรรม​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า​ได้​อย่าง​ไร?”

หากเราไม่ฟังคนอื่น
แม้คำพูดของเราจะถูกต้องและเป็นความจริง แต่ก็หาได้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นไม่

2. ความจริงฝ่ายวิญญาณที่บิลดัด พูดถึง คือ
– พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามยิ่งนัก
– พระเจ้าทรงกระทำได้ทุกสิ่ง
– ไม่มีใครรอดพ้นสายพระเนตรของพระเจ้าได้
– มนุษย์สุดแสนเล็กน้อยและไม่สะอาด เมื่อเทียบกับพระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์

ดังนั้นเราทั้งหลายสมควรยำเกรงพระเจ้าให้มากยิ่งๆขึ้นอีก

คำคม

“ ไม่มีความคิดหรือการกระทำใดๆ รอดพ้นสายพระเนตรของพระเจ้าไปได้ ”

สรุป โยบ 24

ภาพรวม

  • โยบทูลพระเจ้าถึงปัญหาคาใจของเขา เรื่องคนอธรรมและคนทุกข์ยาก ที่เวลาแห่งจัดการของพระเจ้าช่างเนิ่นนานเหลือเกิน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 24 เมื่อโยบตอบเพื่อนๆของเขาว่า เขาเป็นทุกข์อย่างยิ่ง แต่เขามั่นใจว่าถ้าเขาได้พบพระเจ้า พระเจ้าจะทรงช่วยเขาอย่างแน่นอน

โยบก็ทูลพระเจ้า ว่า
ทำไม​ผู้​ที่​รู้​จัก​พระ​องค์​ กลับไม่​เห็น​วัน​กำ​หนด​ของ​พระ​องค์ ที่จะจัดการกับคนอธรรมเสียที?

คน​อธรรม ทำชั่วมากมาย
ทั้งโกงผู้อื่น ข่มเหงคน​ขัด​สน​
บีบบังคับคนยากจนให้ทำงานเพื่อเขา
แต่ก็ไม่ได้อะไรตอบแทน ต้องอยู่อย่างทุกข์ยากลำบาก
ลูกๆของ​คน​ยาก​จนก็ถูกเอา​ไป​เป็น​ประ​กัน
คนชั่วร้าย ผู้เดินตามทางของความมืด ได้ปล้น ​ฆ่า ​คน​ยาก​จน และเต็มไปด้วยการล่วง​ประ​เวณี
พวกเขา​ทำชั่วจนติดเป็นนิสัย
พวกเขา​ข่มเหง​หญิง​หมัน​ที่​ไม่​มี​ลูก
และ​ไม่เมตตาต่อ​หญิง​ม่าย

คนทุกข์ยากเหล่านั้น ​กำ​ลัง​จะ​ตาย ​คร่ำ​ครวญ​​ร้อง​ขอ​ความ​ช่วย​เหลือ
แต่ทำไม​พระ​เจ้า​มิ​ได้​สน​พระ​ทัย​คำ​อธิษ​ฐาน​ของ​เขา?

โยบกล่าวต่อไปว่า เขารู้ว่า
คนชั่วร้ายจะ​ถูก​สาป​ใน​แผ่น​ดิน พวกเขาจะล่มสลายในฉับพลัน
พวกเขาจะพบกับความตาย และไม่​มี​ผู้​ใด​จำ​ชื่อ​ของพวกเขา​ได้​อีกต่อ​ไป
พระเจ้าจะกำจัดผู้มีอำนาจ ด้วยพระกำลังของพระองค์
พวกเขาจะไม่มีหวังในชีวิตอีกต่อไป
แม้พระ​องค์​จะประ​ทาน​ความ​ปลอด​ภัย​แก่​เขา ​แต่พระ​องค์​ก็จับตาดู​เขาอยู่
พวก​เขาถูก​ยก​ย่อง​ขึ้น​ครู่​หนึ่ง​แล้ว​ก็​สิ้น​ไป
พวกเขาจะ​เหี่ยว​แห้ง​และ​สิ้น​ไป​เหมือน​คน​อื่นๆ

1. แม้โยบจะเชื่อว่า พระเจ้าไว้วางใจได้และยุติธรรม
แต่เขายังคงมีคำถามคาใจว่า
ทำไมพระเจ้าจัดการกับคนอธรรมช้าเหลือเกิน?
และ ทำไมพระเจ้าไม่ตอบคำอธิษฐานของคนทุกข์ยากเสียที?

เราอาจจะไม่เข้าใจ สิ่งที่พระเจ้าอนุญาตให้เกิดขึ้นในวันนี้
แต่ให้เรายังคงเชื่อมั่น ในความยุติธรรมและพระเมตตาของพระเจ้าต่อไป
เพราะสุดท้ายแล้ว เราจะไม่ผิดหวังแน่นอน

2. คน​อธรรม ได้แก่ คนที่โกงผู้อื่น หรือ ข่มเหงคน​ขัด​สน​ หรือ เอาเปรียบผู้อ่อนแอกว่า หรือ ทำร้ายผู้อื่น หรือ ใช้ชีวิตในการล่วง​ประ​เวณี หรือ ​ไม่เมตตาต่อ​ผู้เดือดร้อน

เราควรสำรวจดูการดำเนินชีวิตของเราในแต่ละวัน อยู่เสมอ
เพื่อเราจะไม่เผลอเดินไปในทางแห่งคนอธรรม ซึ่งจะนำตนเองไปสู่อันตราย

3. เมื่อถึงเวลาของพระเจ้า คนชั่วร้าย ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่หรือมีอำนาจมากสักเพียงใด
เขาก็จะถูกทำลายลงอย่างฉับพลัน แบบไม่ทันตั้งตัว
แม้พระ​องค์​จะประ​ทาน​ความ​ปลอด​ภัย​แก่​เขา
​แต่ก็เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง และพระ​องค์กำลังจับตาดู​เขาอยู่

อย่าอิจฉา คนทำชั่ว เพราะอีกไม่นานพวกเขาจะถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว
อย่าเดินตามทางของคนชั่ว เพื่อเราจะได้ไม่ต้องพบเหตุร้ายเช่นเดียวกับเขา

คำคม

“ พระเจ้าทรงมีเวลาที่ดีที่สุด สำหรับการจัดการกับแต่ละสิ่ง ”

สรุป โยบ 23

ภาพรวม

  • โยบตอบเพื่อนๆของเขาว่า เขาเป็นทุกข์อย่างยิ่ง แต่เขามั่นใจว่าถ้าเขาได้พบพระเจ้า พระเจ้าจะทรงช่วยเขาอย่างแน่นอน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 23 เมื่อเอลีฟัสกล่าวหาว่าโยบเป็นคนอธรรมชั่วช้า ต้องกลับใจใหม่ จึงจะสามารถรอดพ้นภัยพิบัติในครั้งนี้ไปได้

​โยบจึง​ตอบ​ว่า
โยบกำลัง​ทุกข์ระทมขม​ขื่นอย่างยิ่ง​
เขา​อยาก​จะ​พบ​พระเจ้า เพื่อจะ​ยื่น​คดี​ของเขาต่อพระ​องค์
เพราะเขา​ทราบ​ว่า
พระ​องค์​จะ​ทรง​ฟัง​เขา และเขา​จะ​รับ​การ​ช่วย​กู้​ให้​พ้น​จากความทุกข์ระทมนี้

เพราะโยบเห็นแต่สิ่งที่พระเจ้าทรงทำ แต่ไม่อาจพบพระเจ้าเลย
โยบพบแต่การทด​สอบ​ของพระองค์ ซึ่ง​จะ​ทำให้โยบเป็น​อย่าง​ทอง​คำ

แม้โยบ​ถือ​รักษา​​พระ​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​องค์ และ​สะ​สม​พระ​วจนะ​​ของ​พระ​องค์​ไว้​มาก​กว่า​กฎ​เกณฑ์​ของ​เขาเอง

แต่​เมื่อพระ​องค์​ตั้งพระทัยแล้ว ​ใคร​จะ​ห้าม​พระ​องค์​ได้?
พระ​องค์จะทำสิ่งใดก็ได้ ตามแต่​พระ​ประ​สงค์ของพระ​องค์​

​พระ​องค์​จึง​ทรง​ทำ​สิ่ง​ที่​ทรง​กำ​หนด​ให้​โยบ​นั้น​อย่างครบ​ถ้วน
โยบจึงพบเจอสิ่งที่เกิดขึ้บกับเขานี้

โยบจึง​หวาด​กลัว​และสะทก​สะ​ท้าน ต่อพระ​องค์
ถึง​กระ​นั้น โยบก็ไม่ตาย แม้​ความ​ทุกข์อย่างยิ่งจะ​ปก​คลุม​เขา​ไว้

1. แม้โยบกำลังทุกข์หนักอย่างมาก และเขาเชื่อว่าทั้งหมดนี้เป็นมาจากพระเจ้า
เขาก็ไม่ได้บ่น ตำหนิ ต่อว่าพระเจ้า
เขาปรารถนาเพียงอยากเข้าเฝ้าพระเจ้า เพื่อร้องทูลต่อพระองค์
โดยเขาเชื่อมั่นว่า แค่เพียงเขาได้ทูลต่อพระเจ้า
พระเจ้าจะทรงเมตตาเขาอย่างแน่นอน

ยามทุกข์ที่สุด โยบปรารถนาอยากจะพบกับพระเจ้า
เพราะเขารู้ดีว่า ที่นั่นเขาจะได้รับการปลอบประโลม

สิ่งใดคือสิ่งที่เราปรารถนาที่สุด ยามที่เราเผชิญหน้ากับความทุกข์ ?

2. โยบรู้แน่ว่า การทดสอบต่างๆที่พระเจ้าให้ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขานั้น
จะสร้างชีวิตของเขา ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

แต่สำหรับเขารู้สึกมันหนักเหลือเกิน
เพราะว่าแม้เขาจะรักษาพระบัญญัติของพระเจ้าอย่างดีที่สุดแล้ว
พระองค์ก็ยังให้เขาได้พบเจอกับความทุกข์เช่นนี้อีก

ถึงกระนั้นโยบก็ยังคงยอมรับว่า ทั้งหมดนี้ถูกกำหนดโดยสิทธิอำนาจของพระเจ้า
ซึ่งไม่มีใครสามารถขัดขวางสิ่งที่พระองค์ประสงค์จะทำได้

ท่าทีของโยบในการเผชิญความทุกข์ คือ
รู้ตัวว่า มันเป็นประโยชน์สำหรับตน
และตระหนักว่า ถ้าพระเจ้าจะให้อะไรเกิดขึ้น ถึงยังไงมันก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

คำคม

“ สิ่งที่พระเจ้าตั้งพระทัยจะทำ ​ใคร​จะ​ห้าม​พระ​องค์​ได้ ? ”

สรุป โยบ 22

ภาพรวม

  • เอลีฟัสกล่าวหาว่าโยบเป็นคนอธรรมชั่วช้า ต้องกลับใจใหม่ จึงจะสามารถรอดพ้นภัยพิบัติในครั้งนี้ไปได้

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 22 เมื่อโยบชี้ให้เพื่อนๆของเขาเห็นว่า ในบางกรณีคนอธรรมก็เจริญขึ้น และพบกับความสุขสบายจนวันตาย พระเจ้าทรงมีแผนการสำหรับแต่ละคนไม่เหมือนกัน

​เอลี​ฟัส​ ชาว​เท​มาน​ เพื่อนของโยบที่พูดมา 2 ครั้งแล้ว ในบทที่ 4-5 และ 15 ตอบ​ว่า

การกระทำใดๆของมนุษย์ ก็ไม่สามารถ​เป็น​ประ​โยชน์แด่​พระ​เจ้า​ได้
ไม่ว่ามนุษย์จะ​ฉลาด หรือจะชอบธรรม หรือจะเป็นคนดี ​ก็ตาม

เอลีฟัสกล่าวว่า
เขาไม่เชื่อว่าเพราะโยบ​ยำ​เกรงพระเจ้า พระ​องค์​จึง​ทรง​กล่าว​โทษ​ และ​ทำให้ภัยพิบัติเกิดขึ้นกับโยบ
โยบต้องทำความ​ชั่ว​​ใหญ่​โตแน่นอน
โยบคงจะเอาเปรียบ​พี่​น้อง และคนยากจน
โยบคงไม่ยอมช่วยเหลือ คนที่​หิวโหย
โยบคงเอาเปรียบและโกงที่ดินของหญิงม่าย และลูกกำพร้า
โยบคงคิดว่า พระเจ้าทรงไม่ทราบสิ่งที่โยบทำ โยบจึงดำเนินในทางของคนชั่ว

ดังนั้น​กับ​ดัก​และความหวาดกลัว จึงอยู่​รอบโยบเต็มไปหมด และ​ความ​กลัว​อย่าง​ฉับ​พลัน​ก็​ท่วม​ทับ​ท่าน
คนชั่วย่อมตายก่อน​เวลา​กำ​หนด ทุกสิ่งที่เป็นของ​เขา​ก็ถูก​กวาด​ล้าง​ไป

คน​ชอบ​ธรรม​จะเห็น​และ​ยินดี

หากโยบกลับใจมา คืนดีกับพระเจ้า แล้ว​สิ่ง​ดี​จะ​มา​ถึงโยบ
และชีวิตของโยบจะได้รับการซ่อมแซม

โยบควรยอมรับคำ​สั่ง​สอน​ของพระเจ้า และ​เก็บรักษา​ไว้​ใน​ใจ​

ถ้าโยบ​ถือ​ว่าทรัพย์สินเงินทอง​เป็น​เหมือน​ผง​คลี​ดิน
และ​ถ้า​ถือว่า พระเจ้า​เป็น​สิ่ง​ล้ำค่าของ​โยบ แล้วแสวงหาพระองค์ด้วยเต็มใจ
แล้ว​พระ​องค์​จะ​ทรง​ฟัง​คำอธิษฐานของโยบ
และสิ่งต่างๆที่ทำก็​จะ​สำ​เร็จ​สม​ประ​สงค์
และ​จะ​มี​​ทาง​ในชีวิตสำหรับโยบ

เพราะ​พระ​เจ้า​ทรง​กด​ผู้​เย่อ​หยิ่ง​ลง​ต่ำ
แต่​พระ​องค์​ทรง​ช่วย​คน​ถ่อม​ใจ​ให้​รอด

1. เอลีฟัสยังคงพูดในแนวคิดเดิม คือเขาคิดว่าโยบคงเป็นคนอธรรม จึงพบเจอเหตุร้ายถึงเพียงนี้
แต่ในบทนี้ เขาพูดอย่างมั่นใจในแนวคิดของเขาว่า
โยบต้องเป็นคนชั่วช้าแน่ๆ คงจะรังแกคนยากจน ไม่เมตตาผู้เดือดร้อน และเอาเปรียบคนไม่มีทางสู้ แน่ๆ
เขาจึงบอกโยบว่าต้องกลับใจใหม่ ที่บาปชั่วเสีย กลับมาหาพระเจ้า
ชีวิตโยบจึงจะดีขึ้นได้

เอลีฟัสไม่เคยเห็นหรือได้ยินข่าวว่า โยบทำชั่วช้า เลย
แต่เขากลับกล่าวอย่างมั่นใจ
ที่เป็นเช่นนั้น อาจจะเป็นเพราะว่า เขายึดแนวคิดของเขาที่เคยรู้มาเป็นใหญ่
ไม่เชื่อว่า พระเจ้าจะทำอะไรนอกเหนือจาก สิ่งที่เขาเคยรู้ เคยเข้าใจมาได้
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงตัดสินโยบอย่างคลาดเคลื่อนอย่างยิ่ง

สิ่งที่เรารู้และเคยเข้าใจมานั้น ไม่มีทางมากพอที่จะเข้าใจแผนการของพระเจ้าได้
ดังนั้นเราไม่ควรตัดสินผู้อื่นก่อนถึงเวลาอันสมควร คือเวลาที่พระเยซูคริสต์เสด็จกลับมา

1คร. 4:5 “ฉะนั้น​อย่า​ตัด​สิน​สิ่ง​ใด​ก่อน​ถึง​เวลา จง​คอย​จน​กว่า​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​เสด็จ​มา พระ​องค์​จะ​ทรง​เปิด​เผย​สิ่ง​ที่​ซ่อน​อยู่​ใน​ความ​มืด และ​จะ​ทรง​เผย​ความ​มุ่ง​หมาย​ของ​จิต​ใจ​ทั้ง​หลาย เมื่อ​นั้น​แต่​ละ​คน​จะ​ได้​รับ​คำ​ชม​เชย​จาก​พระ​เจ้า”

2. แม้เอลีฟัสจะเข้าใจผิด จึงกล่าวหาโยบแบบผิดๆ แต่ในคำพูดของเขาก็มีความจริงฝ่ายวิญญาณอยู่ด้วย
– ไม่ว่ามนุษย์จะทำอะไรก็ตาม ก็ไม่ได้ทำให้สิ่งนั้นเป็น​ประ​โยชน์ต่อพระ​เจ้า​ได้เลย
บางคนเข้าใจผิดว่า ที่เขาทำโน่นนี่นั่น ที่เรียกกันว่ารับใช้พระเจ้านั้น
เขาได้ทำคุณประโยชน์ต่อพระเจ้ามากมายนักหนา
เขาหารู้ไม่ว่า พระเจ้าทรงทำให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นได้ ดีกว่าที่เขาทำเป็นล้านเท่า โดยไม่ต้องพึ่งเขาเลย

– การเอาเปรียบผู้อื่น การไม่เมตตาผู้ขัดสน การข่มเหงคนที่อ่อนแอกว่า สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พระเจ้าไม่พอพระทัย

– คนบาปที่กลับใจ จะได้รับการซ่อมแซมชีวิตขึ้นมาใหม่

– ผู้ที่แสวงหาพระเจ้าอย่างสุดใจ จะถือว่า พระเจ้า​เป็น​สิ่ง​ล้ำค่ากว่า ทรัพย์สินเงินทอง และสิ่งใดๆ

– พระ​เจ้า​ทรง​ช่วยผู้ที่ถ่อมใจ แต่จะกด​ผู้​เย่อ​หยิ่ง​ให้​ต่ำลง

คำคม

“ ผู้แสวงหาพระเจ้าอย่างสุดใจ จะใช้เวลาและพลัง
ในการแสวงหาพระเจ้า มากกว่า แสวงหาเงินทองและสิ่งใดๆ ”

สรุป โยบ 21

ภาพรวม

  • โยบชี้ให้เพื่อนๆของเขาเห็นว่า ในบางกรณีคนอธรรมก็เจริญขึ้น และพบกับความสุขสบายจนวันตาย พระเจ้าทรงมีแผนการสำหรับแต่ละคนไม่เหมือนกัน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 21 เมื่อโศฟาร์ เข้าใจว่าโยบเป็นคนอธรรมชั่วร้าย เขาจึงเตือนโยบให้รู้ถึงหายนะของคนอธรรม

​โยบ จึง​ตอบ​ว่า
ขอฟังโยบพูดสักหน่อย ​แล้วถ้าจะเยาะเย้ยโยบ ก็​เยาะ​เย้ย​ต่อ​ไป​เถอะ
มอง​ดู​โยบสิ ว่าสิ่งเกิดขึ้นกับโยบน่าตก​ตะ​ลึงเพียงใด

โยบกล่าวต่อไปว่า
ทำไม​พวก​คน​อธรรม​จึง​มี​ชีวิต​อยู่จน​แก่​เฒ่า และ​เจริญ​​ขึ้น?
ลูก​หลาน​ของ​เขา​ก็ เจริญอยู่​ต่อ​หน้า​เขา
ครอบครัว​ของ​เขา​ก็​ปลอด​จาก​ความ​กลัว และ​ไม่พบการลงโทษจากพระ​เจ้า​
กิจการก็เจริญก้าวหน้า ครอบครัวล้วนมีความสุข
เขา​มั่งมี​ศรีสุข​ตลอด​วัน​เวลา​ของ​เขา และตาย​อย่าง​สงบ

แม้เขาปฏิเสธพระเจ้า ไม่ใส่ใจพระองค์ ไม่​อธิษ​ฐาน​ต่อ​พระ​องค์
เขาก็ยังพบกับความ​เจริญ
ความ​ยาก​ลำ​บาก​ ความเจ็บปวด และการลงโทษจากพระเจ้า ก็มา​เหนือ​เขา​น้อยครั้งเหลือเกิน

ถ้าเพื่อนๆของโยบคิด​ว่า
‘พระ​เจ้า​ทรง​สะสม​ความ​บาป​ชั่ว​ของ​เขา​ไว้​ให้​ลูก​หลาน​ของ​เขา’

​เขา​จะ​สน​ใจ​อะไร​เกี่ยว​กับลูกหลาน​ที่​เกิด​มา​ภาย​หลัง
ในเมื่อ​ตอนนั้น เขาก็จากโลกนี้ไป​แล้ว

พระเจ้าเป็นผู้กำหนดให้
คนหนึ่ง​ตาย​ เมื่อ​ยัง​แข็ง​แรง​เต็ม​ที่ สบาย​และ​ปลอด​ภัย​ทั้ง​สิ้น
อีก​คน​หนึ่ง​ตาย​ ด้วย​ใจ​ขม​ขื่น ไม่​เคย​ได้​ชิม​ของ​ดี

ถ้าเพื่อนๆของโยบจะพูดว่า
มีคนอธรรมที่พบแบบนี้ที่ไหน?
ก็ลองไปถามนักเดินทาง ที่เดินทางไปทั่วดูสิ ก็จะพบว่า
​ใน​คราว​ที่​เกิด​ภัย​พิบัติ​นั้น คน​อธรรม​มัก​รอด​ได้
ใน​วัน​แห่ง​พระ​พิโรธ เขา​ก็​ได้​รับ​การ​ช่วย​ให้​พ้น
แม้เมื่อเขาจากโลกนี้ไป ​หลุม​ศพของเขาก็ยัง​มี​ยาม​เฝ้า​ที่​อุโมงค์
สำ​หรับ​เขา ความตายก็เบา​สบาย และ​มีคนตายก่อนหน้าเขานับ​ไม่​ถ้วน

โยบจึงถามเพื่อนว่า
แล้ว​ ทำไมพวกเขายัง​จะ​มา​ปลอบ​ใจ​โยบ​ด้วย​สิ่ง​ว่าง​เปล่า ว่า คนอธรรมจะพบหายนะอีกเล่า?

1. โศฟาร์ บอกว่า คนอธรรมจะพบหายนะ โยบจึงชี้ให้เขาคิดดูดีๆ
วันนี้โยบกับพบกับความทุกข์ระทมแสนเข็น ซึ่งมีแต่พระเจ้าอนุญาตมันจึงจะเกิดขึ้นได้
แล้วจะสรุปได้จริงๆหรือว่า โยบเป็นคนอธรรม

เพราะว่ามีตัวอย่างของคนอธรรมชั่วร้ายบางคนที่
เจริญก้าวหน้าตลอดชีวิต พบแต่ความสุขสบาย
แทบไม่เจอสิ่งร้ายใดๆเลย
มีอายุยืนยาวนานจนแก่เฒ่า แล้วจากโลกนี้ไปอย่างสงบ

ดังนั้น ถ้ามีคนอธรรมบางคน พบแต่สิ่งดี
แล้วจะสรุปได้ยังไงว่า
โยบซึ่งพบแต่สิ่งร้าย เป็นคนอธรรมหรือคนชอบธรรม

เป็นไปได้ไหมว่า โยบเป็นคนชอบธรรมบางคน ที่พบแต่สิ่งเลวร้าย

จากมุมมองที่แคบเกินไปของโศฟาร์ ทำให้เขาประเมินโยบผิดพลาดไป
สิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำ เกินกว่าที่มนุษย์จะเข้าใจ
การพยายามตัดสินใคร ด้วยมุมมองของเราเพียงด้านเดียว
มีแนวโน้มที่จะตัดสินเขาผิด กลายเป็นการปรักปรำเขาได้

2. ในบทนี้ถ้าอ่านเผินๆ จะงง และผิดคาดมาก
ที่โยบชี้ให้เห็นว่า คนชั่วร้ายบางคน พบแต่สิ่งดีจนวันตาย

แต่ถ้าพิจารณาให้ดี ก็จะพบว่า
โยบชี้ให้เห็นว่า พระเจ้ามีแผนการบางอย่างสำหรับบางคน
ซึ่งเกินความเข้าใจของเรา
ใช่แล้ว โดยปกติแล้ว คนอธรรมจะพบกับสิ่งร้ายในที่สุด และคนชอบธรรมจะพบกับสิ่งดีในที่สุด
แต่ก็มีกรณีพิเศษบางกรณีที่
คนอธรรมบางคนพบแต่สิ่งดี และคนชอบธรรมบางคนพบแต่สิ่งร้าย

สำหรับเรา เรารู้ดีว่า สิ่งที่มนุษย์พบเจอในโลกนี้เป็นเพียงแค่ชั่วคราว
แต่สิ่งที่ต้องพบเจอหลังจากโลกนี้ไปต่างหากที่เป็นของจริงและถาวรนิรันดร์

อย่างไรก็ดี ก็ยังคงมีอีกหลายกรณีที่เราพบเห็นสำหรับคนชั่วและคนดีในโลกนี้
ที่เราไม่เข้าใจ ทำไมจึงออกมาเป็นเช่นนั้น
แต่เรารู้แน่ว่า พระเจ้ามีแผนการบางอย่าง เกินกว่าที่เราจะเข้าใจได้ ที่อนุญาตให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นพิเศษในบางกรณี

เช่นกรณีของโยบผู้ชอบธรรม สิ่งร้ายที่เกิดขึ้นกับเขา มีผลทำให้มีพระธรรมโยบ อันลึกซึ้ง หนุนใจประชากรของพระเจ้าหลายพันล้านคนตลอดประวัติศาสตร์ ให้ดำเนินชีวิตอย่างอดทน ในการยำเกรงพระเจ้าและถวายเกียรติแด่พระองค์

คำคม

“ แม้คนชั่วบางคนจะเจริญขึ้น นั่นก็ยังอยู่ในแผนการของพระเจ้า ”

สรุป โยบ 20

ภาพรวม

  • โศฟาร์ เข้าใจว่าโยบเป็นคนอธรรมชั่วร้าย เขาจึงเตือนโยบให้รู้ถึงหายนะของคนอธรรม

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 20 เมื่อโยบบอกกับพวกเพื่อนๆว่า แม้เขาทุกข์ระทมเช่นนี้ เขาก็ยังหวังในพระเจ้า และถ้าพวกเพื่อนๆคอยซ้ำเติมเขา พวกเขาต้องระวังพระพิโรธจากพระเจ้าที่จะมาถึงพวกเขา

​โศ​ฟาร์ ​ชาว​นา​อา​เมห์​ จึงตอบ ​ว่า
เขาได้​ยิน​คำของโยบ ที่​ตำ​หนิ​และ​สบ​ประ​มาท​เขา เขาจึงขอพูดสักหน่อย
(ความจริงไม่ได้สบประมาทเขา เพียงแต่ขอให้อย่ามาพูดซ้ำเติมโยบ)

ตั้ง​แต่​ดึก​ดำ​บรรพ์​มา ชัยชนะและความ​ชื่น​บาน​ ​ของ​คน​อธรรม​นั้น​ สั้นแค่ครู่​เดียว
ไม่ว่าเขาจะ​สูง​ส่งเพียงใด
เขา​จะ​พินาศ​เป็น​นิตย์​อย่างน่าอับอาย
ลูก​หลาน​ของ​เขา​จะเป็นคนยากจนของ​คน​ยาก​จน
กำลังและเรี่ยวแรงของเขาจะสูญไป
ความ​ชั่ว​ร้าย​​ของ​เขา กลับ​กลาย​เป็นอันตรายต่อ​ตัว​เขาเอง
เขา​จะ​ไม่​ได้​ชื่น​ชม​ ผลงานที่เขาทุ่มเททำ หรือผลจากจาก​กำ​ไร​ของ​เขา
ความ​เจริญ​ของ​เขา​จะ​ไม่​ถา​วร
ความ​ทุกข์​ยาก​และความขัดสน จะ​มา​ถึง​เขา อย่างปัจจุบันทันด่วน
​พระเจ้าจะ​ทรง​ส่ง​พระ​พิโรธ​อัน​ดุ​เดือด​มา​ยัง​เขา
เมื่อหนีจากอันตรายอย่างหนึ่ง จะไปพบอันตรายอีกอย่างหนึ่ง
ทุกสิ่ง​ที่​เหลือ​อยู่​ในบ้าน​ของ​เขา​จะ​ถูก​เผา​ผลาญ
ฟ้า​สวรรค์​และ​แผ่น​ดิน​โลก สำ​แดง​ความ​บาป​ชั่ว​ของ​เขาให้ปรากฏ

นี่​เป็น​ส่วน​ของ​คน​อธรรม​ ​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​กำ​หนด​ให้​แก่เขา

เพราะ​เขา​ได้​เอาเปรียบ​และ​ทอด​ทิ้ง​คน​จน
เพราะ​เขา​โลภ​​ไม่​รู้​จัก​พอ
เพราะเขา​ปล่อยตัวไปตามความปรา​รถ​นา​ของตน

1. โศ​ฟาร์ ได้พูดกับโยบ ในบทที่ 11 เขาเข้าใจผิดว่า โยบเยาะเย้ยพระเจ้า เขาจึงตำหนิโยบ และเรียกร้องให้โยบกลับใจใหม่
บทนี้ เขาก็เข้าใจผิดอีกว่า โยบสบประมาทเขา และด้วยสมมติฐานเดิม เขาจึงยิ่งมั่นใจว่า โยบเป็นคนอธรรมแน่นอน

ด้วยข้อสรุปในใจของเขา เขาจึงคิดว่า โยบคงเอาเปรียบ​และ​ทอด​ทิ้ง​คน​จน ​โลภ​​ไม่​รู้​จัก​พอ และ​ปล่อยตัวไปตามความปรา​รถ​นา​ของตนเอง

การสรุปด้วยการคิดในใจแบบไม่ได้เห็นด้วยตนเอง ว่า คนอื่นมีนิสัยไม่ดี ชั่วร้าย อย่างนั้นแน่ๆ
เป็นการใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น
ไม่ว่าคนนั้น จะเป็นคนที่มีนิสัย เราไม่ชอบสักเพียงใดก็ตาม
เราเองไม่ควรรีบตำหนิหรือตัดสินเขา โดยไม่ได้รับรู้ข้อความที่แท้จริงอย่างรอบด้านเสียก่อน

2. แม้ว่าโศฟาร์จะตำหนิผิดคน แต่ในคำพูดของเขา ก็เป็นความจริงในฝ่ายวิญญาณเกี่ยวกับคนอธรรม

– คนอธรรม อาจจะพบความเจริญ ชัยชนะและความ​ชื่น​บาน​ แต่ก็ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น
แล้วก็จะพบกับความพินาศอันน่าอับอายและโศกเศร้า
– ลูก​หลาน​ของ​คนอธรรม ที่ไม่กลับใจ จะไม่เจริญ
– ความ​ชั่ว​ร้าย​​ของคนอธรรม จะทำร้าย​ตัว​เขาเอง
– พระเจ้าจะ​ทรง​ส่งภัยอันน่ากลัว​มา​ยัง​เขา และเขาจะหนีไม่พ้น
– ในที่สุดความชั่วร้ายของเขาจะถูกเปิดเผยให้ปรากฏ

เมื่อเราทราบผลปลายทางของคนอธรรมเช่นนี้แล้ว
ก็อย่าให้เรา ริษยาคนชั่ว เพราะอีกไม่นานเขาจะได้รับสิ่งที่พวกเขาหว่านเอาไว้

แต่เราควรที่จะสงสารพวกเขา และพยายามช่วยพวกเขาให้กลับใจ
ก่อนที่หายนะ อันน่าสะพรึงกลัวจะมาถึงเขา

คำคม

“ ความเจริญของคนชั่วร้าย ไม่น่าอิจฉา แต่เราน่าจะสงสารเขา ”

สรุป โยบ 19

ภาพรวม

  • โยบบอกกับพวกเพื่อนๆว่า แม้เขาทุกข์ระทมเช่นนี้ เขาก็ยังหวังในพระเจ้า และถ้าพวกเพื่อนๆคอยซ้ำเติมเขา พวกเขาต้องระวังพระพิโรธจากพระเจ้าที่จะมาถึงพวกเขา

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 19 เมื่อบิลดัด ซึ่งคิดว่าโยบเป็นคนอธรรม เขาจึงพูดให้โยบฟังว่า คนอธรรมจะพบกับเหตุร้ายอะไรบ้าง

โยบ​จึงตอบพวกเขา ว่า

พวก​เขากำลัง​ทร​มาน และ​บด​ขยี้โยบ ​ด้วย​ถ้อย​คำ​ของพวกเขา
ทำไมพวกเขา​ไม่รู้สึกละ​อาย​บ้างเลย?

ถ้าโยบ​ทำ​ผิด​จริง ก็เป็นความ​ผิด​ของ​โยบ
แล้วพวกเขาก็ถือโอกาส ​ยก​ตัว​ข่มโยบ และ​ใช้​ความ​ต่ำ​ต้อย​ของโยบ​ปรัก​ปรำ​เขา
นั่นเป็นงานของพระเจ้า ไม่ใช่งานของพวกเขา

พระเจ้า​ทรงทำให้ไม่มีใครมาช่วยโยบได้
พระเจ้าทรงขวาง​กั้น​ทางไม่​ให้​โยบผ่านทางมืดมิด​ของเขา​ไปได้
พระเจ้า​ทรง​ปลด​ศักดิ์​ศรี​ไป​จากโยบ
พระเจ้า​ทรง​​ถอน​ความ​หวัง​ทั้งหมดของโยบออกไปเสีย
พระเจ้าทรงพระ​พิโรธ​ใส่​โยบ ราวกับเขาเป็นศัตรู​ของ​พระ​องค์
พระเจ้าทรง​ให้ญาติ ​พี่​น้อง​ หรือแม้แต่คนใช้ ​หมาง​เมิน​ ทอดทิ้ง และรังเกียจโยบ
พระเจ้าทรงทำให้โยบ เป็นที่น่า​ขยะ​แขยง​สำหรับ​ภรร​ยา​ของเขา
พระเจ้าทรงทำให้ แม้​เด็กๆ ก็​ยังดู​หมิ่น ​เย้ย​หยัน​โยบ
พระเจ้าทรงทำให้เพื่อนสนิทและบรรดาคนที่​โยบรัก ​รัง​เกียจเขา
พระเจ้าทรงทำให้เขาป่วยจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก

โยบจึงบอกเพื่อนของเขาว่า
สง​สาร​เขาเถิด เพราะถูก​พระ​เจ้า​จัดการก็หนักหนาสาหัสแล้ว
อย่า​โจมตีโยบ เหมือนอย่างที่พระเจ้าที่ทรงกระทำแล้วเลย

แต่​ในท่ามกลางเหตุการณ์เหล่านี้ โยบก็ยัง​ทราบ​ว่า
พระเจ้าทรงเป็นพระ​ผู้​ไถ่​ของ​เขา
และ​ใน​ที่​สุดเขา​จะได้พบกับ​พระ​เจ้าด้วยตัวของเขาเอง

ดังนั้นพวกเขา จงเกรงกลัวพระเจ้า มิฉะนั้นพระ​พิโรธจะมาถึงพวกเขา

1. เพื่อนของโยบคิดว่าสิ่งที่พวกเขาพูดกำลังช่วยโยบ
แต่ความจริงแล้วกลับกำลังทำร้ายโยบ
พวกเขาคิดว่าจะได้รับพระพร
แต่ความจริงแล้วพวกเขากำลังจะได้รับพระพิโรธ

การกระทำบางอย่างที่ดูเหมือนเป็นสิ่งดีในสายตาของเรา
อาจเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องก็ได้
ดังนั้นเราควรใช้พระคำของพระเจ้าเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินใจกระทำหรือไม่กระทำสิ่งต่างๆ

2. โยบเชื่อว่าสิ่งสารพัดที่เกิดขึ้นกับเขา เป็นการกระทำโดยสิทธิอำนาจของพระเจ้า
ไม่ว่าจะเป็น ความอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว การถูกทอดทิ้ง การถูกรังเกียจ การถูกดู​หมิ่น การพบภัยพิบัติต่างๆ และการเจ็บป่วยจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก

ถึงกระนั้นโยบยังคงยำเกรงพระเจ้า หวังใจในพระเจ้า และเชื่อว่าพระเจ้ายังคงเป็นผู้ไถ่ที่จะทรงช่วยเขา

วันนี้ ท่ามกลางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเรา
เรายังคงเลือกที่จะ ยำเกรงพระเจ้า หวังใจในพระเจ้า และเชื่อไว้วางใจในพระองค์อยู่หรือไม่?

3. โยบเตือนเพื่อนของเขาว่า แม้ต่อให้โยบจะทำผิด หน้าที่การลงโทษก็เป็นของพระเจ้า ไม่ใช่ของพวกเขา
การที่พวกเขามาซ้ำเติมโยบเช่นนี้ พระพิโรธของพระเจ้าจะตกมาสู่พวกเขา

ให้เรารู้ตัวอยู่เสมอว่า หน้าที่ของการพิพากษานั้น เป็นของพระเจ้า
อย่าทำตัวเป็นผู้พิพากษาเสียเอง แต่ให้มอบการตัดสินนั้นแก่พระเจ้าผู้ทรงยุติธรรม
หน้าที่ของเรา เพียงแต่เชื่อฟังและทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า นั่นก็เพียงพอแล้ว

คำคม

“ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเรา จงยังคงหวังใจในพระเจ้าต่อไปให้ถึงที่สุด ”

สรุป โยบ 18

ภาพรวม

  • บิลดัด คิดว่าโยบเป็นคนอธรรม เขาจึงพูดให้โยบฟังว่า คนอธรรมจะพบกับเหตุร้ายอะไรบ้าง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 18 เมื่อโยบระบายถึงความสิ้นหวังของตน แต่ตัวเขาก็ยังหวังในพระเจ้า

แล้ว​บิล​ดัด ​ชาว​ชูอาห์ (เพื่อนที่พูดกับโยบ เป็นคนที่ 2 ในบทที่ 8 )​ ก็ตอบโยบ​ว่า

ทำไมโยบหาว่าพวกเขา​เป็น​สัตว์หรือเป็น​คน​โฉด​?
ด้วย​ความ​โกรธของโยบ โยบคิดจะ​ให้​แผ่น​ดิน​โลก​ถูก​ทอด​ทิ้ง​และ​ให้​ก้อน​หิน​โยก​ย้าย​จาก​ที่​ เพราะเห็นแก่โยบหรือ?
(เนื่องจาก ในโยบ 14:18 โยบกล่าวว่า “แต่​ภูเขา​ก็​ทลาย​ลง​และ​ผุ​พัง​ไป ก้อน​หิน​ก็​ถูก​ย้าย​ไป​จาก​ที่​ของ​มัน” ซึ่งความหมายคนละเรื่องกับที่บิลดัดเข้าใจเลย)

คน​อธรรม​
– จะพบกับชีวิตที่มืดมิด
– ครอบครัวของเขาก็จะมืดมิด
– ความเจริญก้าวหน้าของเขา จะไม่ยั่งยืน
– ​แผน​การ​ของ​เขาจะทำร้าย​เขา​เอง
– ตัวเขา​เองจะ​ตก​หลุม​พรางของคนอื่น
– เขาจะพบกับสิ่ง​น่า​กลัว​รอบ​ด้าน ที่ทำ​ให้​เขาหวาดกลัว
– เขาจะอดอยาก จนหมดเรี่ยวแรง
– ​เขาจะพบกับภัย​พิบัติ​
– เขาจะพบกับโรคร้าย
– เขาจะพบกับ​ความ​สยด​สยอง
– เขาจะสูญเสียทรัพย์สมบัติของ​เขา ​ไปจนหมด
– เขาจะพบกับความพินาศ
– แล้วจะไม่มีใครจดจำเขาอีกต่อไป
– ลูกหลานของเขาเองก็จะพบกับสิ่งเลวร้าย
– คนทั้งหลายก็จะ​ตก​ตะ​ลึงและหวาด​กลัว ​ด้วยเรื่องที่เกิดขึ้นกับ​เขา

1. ตั้งแต่บิลดัดพูดกับโยบครั้งแรกในบทที่ 8 เขามีความคิดว่า
โยบเป็นคนอธรรม จึงถูกพระเจ้าทำลาย
ดังนั้นไม่ว่าโยบพูดอะไรมา เขาจึงฟังไม่เข้าใจ
ทั้งหมดที่เขาได้ยิน เขาล้วนแต่นำมาสนับสนุนแนวคิดของเขา ว่า โยบเป็นคนอธรรม

การตั้งธงไว้ก่อนแล้วว่า “คนๆนั้นต้องเป็นเช่นนี้แน่ๆ”
จะทำให้เราไม่สามารถเข้าใจเขาได้ ตามที่เขาเป็นจริงๆ

ในการรับฟังคนอื่น จึงควรลดอคติลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

2. บิลดัด เข้าใจผิดโยบ จึงตำหนิโยบ แต่สิ่งที่เขาพูดก็ยังคงเป็นความจริงในฝ่ายวิญญาณ
– พระเจ้าผู้ทรงยุติธรรม จะจัดการกับคนชั่วร้าย
เขาจะไม่เจริญยั่งยืน ภัยจะมาถึงเขาและครอบครัว
ไม่ว่าเขาวางแผนอะไร ต่อให้ดูเหมือนจะสำเร็จ แต่สุดท้ายจะนำภัยมาสู่ตัวเขาเอง
ชีวิตของเขาจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัว และพบกับความพินาศ
ลูกหลานของเขาจะขาดพระพร
และ เรื่องราวของเขาจะทำให้คนทั้งหลายก็จะ​ตก​ตะ​ลึงและหวาด​กลัว

ในทางตรงกันข้าม
– พระเจ้าผู้ทรงยุติธรรม จะอวยพระพรคนที่เดินทางในของพระองค์
เขาจะเจริญขึ้นอย่างยั่งยืน แม้ภัยดูเหมือนจะเกิดกับเขาแต่ในที่สุดมันจะกลายเป็นพระพร
แผนการที่เขาวางไว้ จะเกิดผลสำเร็จ และนำพระพรมาสู่ตนเองและคนมากมาย
ชีวิตของเขาจะมีชัยเหนือความหวาดกลัว และไม่พินาศ
ลูกหลานของเขาก็จะได้รับพระพร
และ เรื่องราวของเขาจะทำให้คนทั้งหลายยำเกรงและสรรเสริญพระเจ้า

คำคม

“ คนอธรรมที่ไม่ยอมกลับใจ จะไม่มีวันรอดพ้นการลงโทษจากพระเจ้าได้ ”

สรุป โยบ 17

ภาพรวม

  • โยบระบายถึงความสิ้นหวังของตน แต่เขาก็ยังหวังในพระเจ้า

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 17 เมื่อโยบบอกเพื่อนทั้งสาม ว่าคำพูดของพวกเขาไม่ช่วยอะไรโยบเลย ตอนนี้เขาทุกข์หนัก ขอพระเจ้าทรงให้ความทุกข์ของเขา ทำให้พระเจ้าทรงเมตตาเขาด้วยเถิด

โยบกล่าวต่อไปว่า
ชีวิตของเขาก็ใกล้จะถึงจุดจบแล้ว
พวกคนที่ชอบ​เยาะ​เย้ย​ก็​อยู่​รอบๆ​เขา

ขอพระเจ้า​ทรงอยู่ข้างเขาด้วยเถิด
เพราะไม่มีใครอยู่ฝ่ายเขาเลย

โยบตก​เป็น​ขี้​ปากของ​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย
และพวก​เขาก็เยาะเย้ย ถากถางโยบ

ดวง​ตา​ของ​โยบ ก็​มืด​มัว​ไป ด้วย​ความ​โศก​สลด
และ​แขน​ขา​ของ​ข้า​ก็​ไม่มีเรี่ยวแรง

แต่โยบก็ยังจะยึดมั่นในทาง​ชอบ​ธรรม​ของ​เขาต่อไป

ความ​ปรา​รถ​นา​ใน​ใจ​ของ​โยบ​นั้น ไม่เกิดขึ้น
บัดนี้โยบสิ้นความ​หวัง​
และกำลัง​จะ​ลง​ไป​สู่​แดน​คน​ตาย​

1. ในยามที่โยบรู้สึกท้อแท้ หมดหวัง อ้างว้างและเดียวดาย
ไม่มีใครอยู่ข้างเขาเลย เพื่อนๆก็ได้แต่ซ้ำเติมเขา
แม้แต่พระเจ้าก็ดูเหมือน ทำราวกับว่ากำลังทรงโจมตีเขา ด้วยพระพิโรธ

แล้วสิ่งที่โยบทำก็คือ
ร้องขอให้พระเจ้าทรงอยู่ข้างเขา

โยบรู้สึกหมดหวัง แต่เขาก็ไม่ยอมหมดหวังในพระเมตตาของพระเจ้า
และในที่สุดพระเจ้าก็ไม่ได้ทำให้เขาผิดหวัง

2. แม้โยบกำลังตรอมตรมด้วยความทุกข์ กำลังสิ้นหวัง
รู้ว่าความตายคงอยู่อีกไม่ไกล
ถึงกระนั้นเขายังยึดมั่นในความชอบธรรม

ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นกับเรา ก็ไม่สามารถมาใช้เป็นข้ออ้าง
ในการเลิกดำเนินตามทางแห่งความชอบธรรมได้

คำคม

“ พระเจ้ายังคงเป็นความหวัง ท่ามกลางความสิ้นหวัง ”

สรุป โยบ 16

ภาพรวม

  • โยบบอกว่าคำพูดของเพื่อนๆไม่ช่วยอะไรเขาเลย ตอนนี้เขาทุกข์หนัก ขอพระเจ้าทรงให้ความทุกข์ของเขา ทำให้พระเจ้าทรงเมตตาเขาด้วยเถิด

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 16 เมื่อเอลีฟัสตำหนิโยบว่าเป็นคนอธรรม จึงได้รับผลร้ายเกิดขึ้นในชีวิตของโยบ

โยบ 16:1 แล้ว​โยบ​จึงตอบ​ว่า

พวกเขา ช่าง​เป็น​ผู้​ปลอบ​โยน​ ที่​ทำ​ให้คนทุกข์ใจ ​ยิ่ง​ทุกข์​ใจเพิ่มขึ้นอีก
เมื่อไรจะหยุดพูดเสียที?
ถ้าเขามาลองเป็นโยบดู โยบก็พูด​เยาะเย้ยแบบเขาได้เหมือน​กัน

โยบกล่าวต่อไปว่า
ถ้าโยบ​พูด ความ​เจ็บ​ปวด​​ก็​ไม่​บรร​เทา
แต่​ถ้า​ไม่พูดอะไรเลย ก็จะยิ่งทุกข์เข้าไปอีก

พระ​เจ้า​ทรง​ให้​โยบเหนื่อย​ยาก และหด​หู่​ลง
ซึ่ง​สภาพ​เช่นนี้ และ​ความ​ผ่าย​ผอม​ของเขา
​เป็น​พยาน​ใส่เขา ว่า
เขาเป็นผู้ที่พระเจ้า​ทรง​พิโรธ​และ​เกลียด​ชัง​

ศัตรูก็มาโจมตีเขาด้วยคำพูด และ​ตบ​แก้ม​ประ​จานเ​ขา และ​สุม​หัว​กัน​เล่น​งาน​เขา
พระ​เจ้าก็​ทรง​มอบ​โยบ​ให้​แก่​พวกเขา

เหมือนพระเจ้ากำลัง ฟาด​เขาให้​แหลก​เป็น​ชิ้นๆ
และ​ไม่​เพลา​พระ​หัตถ์​เลย
พระ​องค์​ทรง​ถล่ม​เขา​ครั้ง​แล้ว​ครั้ง​เล่า

โยบจึงเต็มไปด้วยความทุกข์ และ​ศักดิ์​ศรีก็หมดไป
เต็มไป​ด้วย​การ​ร่ำ​ไห้

แม้​ว่าโยบไม่ได้ทำการ​ทา​รุณต่อผู้ใด​เลย
และ​คำ​อธิษ​ฐาน​ของโยบก็ทำอย่างจริงใจ ไม่หน้าซื่อใจคต

บัดนี้โล​หิต​และเสียง​ร้อง​ของโยบ
ได้เป็นพยานว่า โยบทุกข์ระทมเพียงใด
ขอ​ให้​พยาน​นั้น​ร้อง​ทูล​พระ​เจ้า​เพื่อเขา
เพราะ​ว่า​อีกไม่นานเขาก็จะต้องตายแล้ว

1. โยบบอกเพื่อนเขาว่า ยิ่งพวกเขาปลอบใจโยบ โยบก็ยิ่งทุกข์ใจ
คำพูดของพวกเขาไม่เป็นประโยชน์ต่อโยบเลย
และที่พวกเขาห้ามไม่ให้โยบพูดกลับยิ่งเพิ่มความทุกข์ใจให้กับโยบ

สำหรับผู้ที่ทุกข์ใจ บางครั้งการไม่ต้องพูดอะไรเลย เพียงอยู่กับเขา และฟังที่เขาพูด
อาจจะเป็นประโยชน์ยิ่งกว่า คำพูดมากมายที่เราพยายามพูดกับเขา

2. โยบกำลังพบกับทุกข์อย่างหนักหน่วง
ราวกับว่า พระเจ้ากำลังโกรธ และ​เกลียด​ชัง​เขา
ราวกับว่าพระเจ้ากำลังโจมตีเขาอย่างไม่ยั้งมือ

แต่แทนที่เขาจะต่อว่าพระเจ้า หรือสาปแช่งพระองค์
เขากลับกล่าวว่า
ขอให้เลือดและน้ำตาของเขา เป็นเสียงร้องทูลขอความเมตตาจากพระเจ้า

คือ ขอให้สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา ช่วยทำให้พระเจ้าเมตตาเขาด้วยเถิด

สำหรับความเข้าใจของโยบ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเป็นการกระทำของพระเจ้า
แทนที่เขาจะต่อต้านพระเจ้า เขากลับถ่อมใจลงขอพระเมตตาจากพระองค์

วันนี้เมื่อเราเผชิญหน้ากับความทุกข์ยากลำบากอย่างหนึ่งอย่างใด
ให้เราถ่อมใจลงขอพระเมตตาจากพระเจ้า
แล้วเราจะพบว่าพระเมตตาของพระเจ้ามีมากมายเพียงพอสำหรับเรา

คำคม

“ ผู้ที่ขอพระเมตตา จะพบพระเมตตา ในเวลาแห่งพระเมตตา ”

สรุป โยบ 15

ภาพรวม

  • เอลีฟัสตำหนิโยบว่าเป็นคนอธรรม จึงได้รับผลร้ายเกิดขึ้นในชีวิตของโยบ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 15 หลังจากที่โยบพูดกับเพื่อนทั้งสามว่า บางครั้งพระเจ้าก็ทรงให้คนอธรรมจำเริญขึ้นชั่วคราว และ โยบทูลต่อพระเจ้าว่า ชีวิตมนุษย์แสนสั้นและอ่อนแอ ขอพระเจ้าอย่าทรงเอาโทษมนุษย์เลย

แล้ว​เอลี​ฟัส ​ชาว​เท​มาน​ (ซึ่งเริ่มโต้แย้งโยบเป็นคนแรก ในบทที่ 4) จึงตอบ​ว่า

คำพูดของโยบไร้ปัญญา ไร้​ประ​โยชน์ และไม่​เป็น​แก่น​สาร​

โยบกำลังเลิก​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า​ และ​ขัด​ขวางการอธิษฐานต่อ​พระ​เจ้า

ความ​ชั่ว​ของโยบ ​สอน​ปาก​ของโยบให้พูดจา​เจ้า​เล่ห์
ปาก​ของโยบ กำลัง​กล่าว​โทษ​ตัวโยบเอง

โยบไม่ได้เข้า​ใจ​อะไร​ไปมากกว่าพวกเขาดอก
เพราะใน​พวก​เขา​มี​บางคนแก่​ยิ่ง​กว่า​บิดา​ของ​โยบเสียอีก

โยบ​เห็น​คำ​ปลอบ​โยน​ของ​พระ​เจ้า​เป็น​สิ่งไม่สำคัญ
ด้วยการไม่รับฟังคำพูดของเพื่อนทั้งสาม
การทำเช่นนั้น เป็นการหัน​จิต​ใจ​ต่อ​สู้​พระ​เจ้า

มนุษย์​ไม่สามารถ​เป็นคนชอบ​ธรรม​ได้ด้วยตนเอง
(อันนี้ โยบก็พูดไว้ก่อนแล้ว)
เพราะแม้แต่ทูต​สวรรค์​ก็​ถือว่ามัวหมองเมื่อเทียบกับพระเจ้า
แล้ว​โยบผู้​ที่​น่า​เกลียด​น่า​ชัง​และ​เสื่อม​ทราม
ผู้​ทำ​ความ​อธรรม​อยู่เสมอ จะ​สะ​อาด​น้อย​ยิ่ง​กว่า​นั้น​สัก​เท่า​ใด

คน​อธรรม​จะทน​ทุกข์​ทร​มาน​ตลอดชีวิต
เสียง​น่า​กลัว​อยู่​ใน​หู​ของ​เขา
ผู้​ทำ​ลาย​จะ​มา​หา​เขา​ใน​ยาม​มั่งมี​ศรี​สุข
เขาจะอดอยาก
​เขา​จะไม่อาจ​กลับ​ออก​มา​จาก​ความ​มืด
วัน​แห่ง​ความ​มืด​อยู่ใกล้แค่​เอื้อม สำหรับเขา
เขาจะหวาดกลัว ด้วยความ​ทุกข์​ใจ​ ​แสน​ระทม​
มัน​ชนะ​เขา​

เพราะ​เขา​ได้​เหยียด​มือ​ของ​เขา​ออก​สู้​พระ​เจ้า และ​​ท้า​ทาย​พระองค์​
เพราะเขา​ดื้อ​ดึงต่อพระองค์

ดังนั้นความมั่ง​มี และ​ทรัพย์​สม​บัติ​ของ​เขา​จะ​ไม่​ทน​ทาน
และ​มัน​จะ​ไม่​เพิ่ม​พูน​ขึ้น​
เขา​จะ​หนี​ความ​มืด​ไม่​พ้น
สิ่ง​อนิจ​จัง ซึ่ง​เขาวางใจ จะเป็น​สิ่งหลอก​ลวง​เขา
สิ่งที่​คน​อธรรมทำจะไม่เกิดผล

พวกเขาตั้ง​ท้อง​ความ​ชั่ว​และ​คลอด​ความ​ร้าย​ออก​มา
และ​จิต​ใจ​ของ​เขา​ตระ​เตรียม​การ​ล่อ​ลวง

1. เอลีฟัส พูดหลายสิ่งที่ถูกต้อง แต่เขาประเมินโยบผิด
เขาไม่ได้ฟังสิ่งที่โยบพูดให้ดี แล้วมาตัดสินว่า
โยบเป็นคนอธรรม เป็นคนที่ไม่ยำเกรงพระเจ้า
ซึ่งเมื่อเราพิจารณาคำพูดของโยบดีๆ เขาพูดด้วยความยำเกรงพระเจ้าเรื่อยมา

การที่เรามีความเข้าใจในเรื่องฝ่ายวิญญาณในหลายอย่าง
ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะสามารถสรุปตัวตนของคนอื่นได้อย่างถูกต้องเสมอไป
ดังนั้นไม่ควรตัดสิน(หรือด่วนตัดสินคนอื่น)

2. ถึงแม้ว่าเอลี​ฟัส จะเข้าใจโยบผิด แต่เขาก็พูดสิ่งที่เป็นความจริงฝ่ายวิญญาณหลายประการ
– ความ​ชั่ว​ในใจ จะสะท้อนออกเป็นคำพูดหลอกลวง ซึ่งคำพูดเหล่านั้นกำลัง​กล่าว​โทษ​ตนเอง ให้คนรู้ว่า ตนเป็นคนชั่วร้าย
– การไม่ฟังคำเตือนจากพระเจ้า เป็นการหัน​จิต​ใจ​ต่อ​สู้​พระ​เจ้า
(แต่ในกรณีนี้ เอลีฟัส เข้าใจผิด ว่า คำพูดของตน เป็นคำเตือนมาจากพระเจ้า)
– มนุษย์ไม่สามารถชอบธรรมด้วยตัวเองได้
– คน​อธรรม​จะพบทุกข์​ ต่อให้เขา​มั่งมี​ศรี​สุข อีกไม่นานก็จะถูกทำลาย
ความ​ทุกข์ที่มาถึงเขา ​เขาจะทำให้เขาหวาดกลัว และมันจะ​ชนะ​เขา​
นั่นคือ คนชอบธรรมจะพบความสุข แม้ยามที่มีทุกข์อีกไม่นานก็จะถูกเปลี่ยนเป็นความสุข
ความทุกข์จะไม่ทำให้เขาหวาดกลัว เขาจะผ่านมันไปได้อย่างมีชัยชนะ
– คนที่วางใจในสิ่งอนิจจัง กำลังถูกสิ่งอนิจจังหลอกลวง

คำคม

“ ความทุกข์จะชนะคนอธรรมและมันจะทำให้เขาหวาดกลัว ”

สรุป โยบ 14

ภาพรวม

  • โยบทูลต่อพระเจ้าว่า ชีวิตมนุษย์แสนสั้นและอ่อนแอ ขอพระเจ้าอย่าทรงเอาโทษพวกเขาเลย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 14 โยบบอกเพื่อทั้งสามว่า พวกเขาไม่ควรพูดใส่ร้ายป้ายสีโยบ แล้วก็หันไปอธิษฐานร้องทูลต่อพระเจ้า ว่าขออย่าถือสาเขาเลย

โยบทูลพระเจ้าต่อไป ว่า
มนุษย์มีชีวิตแค่​น้อย​วัน และ​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​ยุ่ง​ยาก​ใจ
ไม่นานเขาก็จะ​หาย​ไป​อย่าง​เงา
แล้ว​พระ​องค์​จะไปใส่ใจเขาทำไม?

สิ่ง​สะ​อาดไม่สามารถ​ออก​มา​จาก​สิ่ง​มลทิน​ได้
(หมายถึง มนุษย์ผู้เต็มด้วยมลทินจะสะอาดในสายพระเนตรของพระเจ้าได้อย่างไร?)

วัน​เวลา​ของ​มนุษย์ก็​ถูก​กำ​หนด​ไว้​เสีย​แล้ว โดยพระเจ้า
พระ​องค์​ทรง​จำกัด​ขอบ​เขต​ไว้ ไม่​ให้​เขา​ผ่าน​ไป​ได้

ดังนั้น ขอ​พระเจ้าอย่า​ไปใส่ใจ​จาก​เขาเลย เพื่อ​เขา​จะ​ได้​พัก
(หมายถึง ถ้าพระเจ้าทรงตรวจสอบเขา ยังไงเขาก็คงจะต้องถูกลงโทษ)

ต้น​ไม้​ที่​ถูก​ตัด​ลง ยังงอกขึ้นมาใหม่ได้
แต่​มนุษย์​เมื่อตายแล้ว ก็​ไม่​ลุก​ขึ้น​อีก​
โยบเองก็กำลังรอ​คอย​ วันที่ความตาย​จะ​มา​ถึงเขา
เพื่อวันนั้น พระเจ้าจะมิ​ได้​จ้อง​จับ​ผิด​เขาอีกต่อไป
และความบาปของเขาจะถูกปิดทับไว้ ไม่ถูกจดจำอีกต่อไป
โดยความตายความหวังของมนุษย์ก็หมดสิ้น
มนุษย์ไม่มีวันชนะ​พระเจ้าได้ เพราะในที่สุดเขา่ก็​ล่วง​ลับ​ไป

แล้วบรร​ดา​บุตร​ของ​เขา​จะเป็นเช่นไร เขา​ก็จะ​ไม่​ทราบ

1. โยบทูลอย่างถ่อมใจต่อพระเจ้าว่า
มนุษย์ช่างเล็กน้อย ชีวิตแสนสั้น และเต็มด้วยมลทิน
ถ้าพระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่ จะเอาเรื่องพวกเขา
คงไม่มีใครจะสามารถอยู่สงบสุขได้ ตลอดเวลาอันแสนสั้นของพวกเขา

หากเรารู้ตัวว่า เราเล็กน้อยสักเพียงใด สมควรถูกลงโทษมากเพียงใด
เราก็จะยิ่งยำเกรงพระเจ้า และตระหนักในพระเมตตาของพระองค์

หลายคนเข้าใจผิดว่า ตนสำคัญนักหนา
พระเจ้าต้องมาง้อเขา ถ้าพระเจ้าอยากให้เขาเชื่อพระองค์
พระองค์ต้องทำโน่นนี่นั่น ให้เขาก่อน
ช่างไม่รู้ตัวเองเลย ว่าเล็กน้อยสักเพียงใด

2. พระเจ้าทรงกำหนดวัน​เวลา​ของ​มนุษย์แต่ละคนไว้​แล้ว
ไม่ว่ามนุษย์คนนั้นจะพยายามมากสักเพียงใดก็ตาม
เขาก็ไม่สามารถผ่าน​ขอบ​เขตเวลาชีวิต ที่กำหนด​ไว้แล้ว สำหรับเขาได้

วันที่เราต้องตาย ไม่ว่าเราดิ้นรนแค่ไหน เราก็ต้องตายวันนั้นอยู่ดี

วันที่คนที่เรารักต้องจากโลกนี้ไป พระเจ้าทรงกำหนดไว้แล้ว
ไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถ ความพยายาม หรือการทุ่มเทของเรา
ขอเพียงเราทำอย่างดีที่สุดนั่นก็เพียงพอแล้ว
เมื่อพวกเขายังต้องจากไป ก็ให้รู้เถิดว่า
นั่นเป็นเวลาของพระเจ้า ที่กำหนดไว้สำหรับพวกเขา
มนุษยไม่มีวัน ชนะพระเจ้าได้

คำคม

“ พระเจ้าทรงกำหนดวันเวลาของเราแต่ละคนไว้แล้ว ”

สรุป โยบ 13

ภาพรวม

  • โยบบอกเพื่อทั้งสามว่า พวกเขาไม่ควรพูดใส่ร้ายป้ายสีโยบ แล้ว๋ก็หันไปอธิษฐานร้องทูลต่อพระเจ้า

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 13 เมื่อโยบโต้แย้งเพื่อนทั้งสามของเขาว่า คนอธรรมอาจไม่พบกับความทุกข์เสมอไป บางครั้งพระเจ้าก็ทรงให้คนอธรรมจำเริญขึ้นชั่วคราวด้วยพระประสงค์พิเศษของพระองค์

โยบก็กล่าวต่อไปว่า
สิ่ง​ที่เพื่อนทั้งสาม​รู้ โยบ​ก็​รู้​ด้วยเหมือนกัน
แต่​ตอนนี้ โยบ​จะ​ทูลพระเจ้าอยู่ดี ว่า
เขาปรารถ​นา​จะ​สู้​ความ​กับ​พระ​เจ้า

ส่วน​พวกเขา​นั้น เต็มไป​ด้วย​การ​โกหก ​เป็นเหมือน​แพทย์​ที่​ใช้​ไม่​ได้

ดังนั้นพวกเขาน่า​จะ​นิ่ง​เสีย และ​ความ​นิ่ง​นั้น​จะ​เป็น​ปัญ​ญา​ของ​พวกเขา

พวก​เขาไม่ควร​พูด​เท็จ หรือพูดหลอกลวง ​หรือลำเอียง เพื่อ​พระ​เจ้า
เพราะนั่นจะทำให้พระเจ้าไม่พอพระทัย
แล้วคำพูดและการกระทำของพวกเขาก็จะไร้ค่า

พวกเขาอาจหลอกมนุษย์ได้ แต่ไม่มีทาง​หลอก​ลวงพระเจ้าได้

โยบขอ​เสี่ยง​ชีวิตพูดสิ่งต่อไปนี้
คือ เขาขอ​สู้​ความ​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระเจ้า
นี่​จะ​เป็น​ความ​รอด​ของเขา คือ​คน​ที่​ไม่​นับ​ถือ​พระ​เจ้า​จะ​ไม่​ได้​เข้า​มา​อยู่​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​องค์
วันนี้เขามาสู้ความ เฉพาะ​พระ​พักตร์​ ก็เพราะว่าเขานับถือพระองค์

โยบขอ​พระเจ้า​ทรง​เรียก​เถิด แล้ว​เขาจะ​ทูล​ตอบ
หรือ​ขอให้​เขาร้อง​ทูล และ​ขอ​พระ​องค์​ทรง​ตอบ​เขา​เถิด

โยบทูลว่า
ขอ​พระเจ้าทรง​ให้​ข้า​พระ​องค์​ทราบ​ถึง​ความผิดความบาป​ของเขาด้วยเถิด
ขออย่าทรงซ่อน​พระ​พักตร์ เหมือน​ทรง​ถือ​ว่า​เขาเป็น​ศัตรู
เพราะเขาช่างเล็กน้อยเมื่อเทียบกับพระองค์ อย่าถือสาเขาเลย
อย่าถือสาความ​ผิด​ที่​ทำ​เมื่อ​เยาว์​วัยเลย
เพราะเขากำลัง​โทรม​ไป​เหมือน​ไม้​ผุ หรือเหมือน​เครื่อง​แต่ง​กาย​ที่​ตัว​แมลง​กิน

1. เพื่อนของโยบ พยายามช่วยพระเจ้า ด้วยการกล่าวหาโยบในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง
โยบจึงเตือนพวกเขาว่า การกล่าวหาเช่นนั้นไม่เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า
อีกทั้งพระเจ้าไม่จำเป็นต้องให้พวกเขาช่วย

เราไม่สามารถรับใช้พระเจ้า ด้วยวิธีของมารได้

มีบางคนพยายามบิดเบือนคำพยาน เพื่อให้ดูสิ่งที่พระเจ้าทำนั้นยิ่งใหญ่กว่าที่เกิดขึ้นจริง
การกระทำเช่นนั้น นอกจากจะไม่เป็นพระพรแล้ว ยังเป็นสิ่งที่พระเจ้าไม่พอพระทัยอีกด้วย

2. คนโง่เขลาที่ยับยั้งไม่ให้พูดอะไรเลย ให้อยู่นิ่งๆ
ก็นับว่าเขามีปัญญาอยู่พอสมควร
สภษ. 17:28 “แม้​คน​โง่​หาก​นิ่ง​เสีย​ก็​นับ​ว่า​มี​ปัญ​ญา เมื่อ​เขา​ปิด​ปาก​ของ​ตน​ก็​นับ​ว่า​มี​ความ​คิด”

หากเราไม่รู้หรือเข้าใจสิ่งนั้นดีพอ จะเป็นการฉลาดมากที่เราจะนิ่งไว้
แทนที่จะพูดสำแดงความโง่ออกมา

3. บางคนอาจหลอกมนุษย์ได้ แต่พวกเขาไม่มีทาง​หลอกพระเจ้าได้
และพระเจ้าจะตอบแทนการกระทำของพวกเขา อย่างยุติธรรมเสมอ

4. เมื่อโยบจะขอสู้คดีกับพระเจ้า ว่า เขาไม่ได้ทำบาป
เขารู้ดีว่า นั่นเขากำลังทำสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง
ที่เขารู้ตัวเช่นนั้น ก็เพราะเขายำเกรงพระเจ้า รู้ว่าพระเจ้าทรงใหญ่ยิ่งสูงส่งสักเพียงใด เมื่อเทียบกับเขา

และเพราะเขาทำสิ่งอันตรายนี้ ด้วยความเกรงกลัวพระเจ้า
สิ่งที่เขาทำจึงไม่เป้นอันตรายต่อเขา

การกระทำใดๆที่ทำด้วยความยำเกรงพระเจ้า
จะพบพระเมตตาของพระเจ้าในการกระทำนั้นเสมอ

5. ในการสนทนากับพระเจ้า โยบร้อง​ทูลต่อพระองค์ ขณะเดียวกันก็พร้อมฟังสิ่งที่พระองค์จะตรัส
ในการอธิษฐานของเรา เราควรทั้งทูลต่อพระเจ้า และ เปิดใจรับฟังสิ่งที่พระองค์จะบอกกับเรา

6. พระเจ้าทรงซ่อน​พระ​พักตร์พระองค์ จากคำร้องทูลของ​ศัตรู ของพระองค์

นั่นคือ คนที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับพระเจ้า คำอธิษฐานของเขาจะไม่ได้รับคำตอบ

ยก. 4:4 “คน​ไม่​ซื่อ​สัตย์​ต่อ​พระ​เจ้า ท่าน​ทั้ง​หลาย​รู้​ว่า​การ​เป็น​มิตร​กับ​โลก​นั้น​คือ​การ​เป็น​ศัตรูกับ​พระ​เจ้า​ไม่​ใช่​หรือ? เพราะ​ฉะนั้น ใคร​ก็​ตาม​ที่​ต้อง​การ​เป็น​มิตร​กับ​โลก ก็​ตั้ง​ตัว​เป็น​ศัตรู​กับ​พระ​เจ้า “

คำคม

“ คนที่ยำเกรงพระเจ้า จะได้รับพระเมตตาเสมอ ”

สรุป โยบ 12

ภาพรวม

  • โยบโต้แย้งเพื่อนทั้งสามของเขาว่า คนอธรรมอาจไม่พบกับความทุกข์เสมอไป บางครั้งพระเจ้าก็ทรงให้คนอธรรมจำเริญขึ้นชั่วคราวด้วยพระประสงค์พิเศษของพระองค์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 12 เมื่อโศฟาร์เข้าใจผิดโยบ ว่าโยบเยาะเย้ยพระเจ้า เขาจึงตำหนิโยบ และเรียกร้องให้โยบกลับใจใหม่

​โยบจึง​ตอบพวกเขา ​ว่า
พวกเขาพูดอย่างกับ​ว่า ปัญ​ญาทั้งโลกอยู่กับพวกเขา
แต่โยบ​ก็คิดว่า ปัญญาของโยบก็​มิ​ได้​ด้อย​กว่า​พวกเขา

บัดนี้โยบ​ที่​หัว​เราะ​เยาะ​ของ​เพื่อนๆ
คนที่อยู่​สบาย​ ก็​มักเยาะ​หยัน​คนเคราะห์​ร้าย

บางครั้งโจร​และผู้ทำชั่ว ก็​พบความสงบ​สุข และ​​ปลอด​ภัย
(โยบ โต้แย้งข้อสรุปของโศฟาร์ ที่บอกว่า คนชอบธรรมเท่านั้นที่ สงบสุขและปลอดภัย โยบ 11:17-20)

แต่ ถ้าพวกเขาถาม​สัตว์​ทั้ง​หลาย ​ถาม​นก​บน​ฟ้า ถาม​แผ่น​ดิน​โลก และ​ถาม​ปลา​ใน​ทะเล
แล้วพวกมันจะสอนพวกเขา ว่า
พวกมัน​ทั้ง​หมด​ก็ยัง​ทราบเลย​ว่า
“พระ​หัตถ์​พระ​ยาห์​เวห์​ได้​ทำ​สิ่ง​นี้​ขึ้น?”
(หมายถึง ในคนชั่วเจริญในบางครั้ง)

ชีวิต​ของ​สิ่ง​มี​ชีวิต​ทุก​อย่าง​อยู่​ใน​พระ​หัตถ์​พระ​องค์
ปัญ​ญา​และ​พลัง​อยู่​กับ​พระ​องค์
คำ​ปรึก​ษา​และ​ความ​เข้า​ใจ​เป็น​ของ​พระ​องค์
ไม่ว่าพระองค์จะทำอะไร มันก็จะสำเร็จ และไม่มีใครขัดขวางได้

ผู้​ถูก​หลอก​ลวง​และ​ผู้​หลอก​ลวง​ ก็อยู่ในพระหัตถ์​ของ​พระ​องค์

พระ​องค์​ทรง​ให้​ที่​ปรึก​ษาที่ชาญฉลาด กลาย​เป็น​คน​โง่ไป
พระ​องค์​ทรง​​โซ่​ตรวน​ของ​บรร​ดา​พระ​ราชา ไร้ความหมาย
พระองค์​ทรง​คว่ำ​ผู้​มี​กำ​ลัง​เสีย
พระ​องค์​ทรง​เท​ความ​เหยียด​หยาม​ลง​บน​เจ้า​นายผู้มีเกียรติ
พระ​องค์​ทรง​เผย​สิ่ง​ล้ำ​ลึก​จาก​ความ​มืด
พระองค์ทรง​นำ​ความ​มืด​ทึบ​มา​สู่​ความ​สว่าง
พระ​องค์​ทรง​ทำ​ให้​ประ​ชา​ชาติ​ทั้ง​หลาย​ใหญ่​โต หรือ​ทรง​ทำ​ลาย​พวกเขาเสีย
พระ​องค์​ทรง​เอา​ความ​เข้า​ใจ​ไป​จาก​ผู้​นำ​ประ​ชา​ชน และ​ทรง​ทำ​ให้​พวก​เขา​พเน​จร​ไป​อย่างเดียวดาย

1. โยบตอบโศฟาร์และเพื่อนๆ ว่า สิ่งที่พวกเขาสรุป ไม่ถูกต้องเสมอไป ถ้ามองในสายตาของมนุษย์
คือ ถ้าบอกว่า คนชอบธรรมเท่านั้นที่จะพบแต่สิ่งที่ดี
มีคนอธรรมจำนวนไม่น้อยที่พบชีวิตที่ดีเช่นกัน

ที่เป็นเช่นนั้น ไม่ใช่เพราะพวกเขารอดพ้นสายตาของพระเจ้าไปได้
แต่เพราะพระเจ้ามีแผนการบางอย่าง ตามพระสติปัญญาของพระองค์
ซึ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโลก ล้วนแต่อยู่ภายใต้การควบคุมของพระเจ้า

วันนี้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเรา พระเจ้าควบคุมสถานการณ์ไว้อยู่
อย่ากลัวเลย

2. บ่อยครั้งคนที่อยู่​สุขสบาย​ ก็​มักตำหนิคนที่กำลังพบกับความทุกข์
ว่า ทำไมอ่อนแอขนาดนี้? ทำไมไม่อดทน? ทำไมไม่ฉลาดเลย? ทำไม…ฯลฯ

ขอให้เราระมัดระวังที่จะไม่ตำหนิคนอื่นมากเกินไปนัก
เพราะเราเองไม่ได้อยู่ในสภาพเดียวกับเขา เราไม่มีทางเข้าใจเขาได้อย่างแท้จริง

3. การเรียนรู้ความเข้าใจฝ่ายวิญญาณ เราสามารถเรียนรู้
จากสรรพสัตว์ จากสิ่งต่างๆ และจากแผ่นดินโลก
หากเราสังเกตให้ดีพอเราก็จะเรียนรู้

4. พละกำลัง สติปัญญา อำนาจปกครอง กำลังทหาร หรืออะไรก็ตามที่มนุษย์มีนั้น
พระเจ้าจะทำให้มันหมดไป หรือไร้ประโยชน์ไปสำหรับเขา เมื่อไหร่ก็ได้
วันนี้ เหตุผลเดียวที่มันยังมีอยู่กับพวกเขา ก็เพราะว่า พระเจ้ายังให้มันยังคงมีอยู่

อย่าวางใจในมนุษย์ ซึ่งถูกเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
แต่จงไว้วางใจในพระเจ้า ผู้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

คำคม

“ ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ก็เพราะพระเจ้าทรงมีพระประสงค์บางอย่าง ”

สรุป โยบ 11

ภาพรวม

  • โศฟาร์เข้าใจผิดโยบ ว่าโยบเยาะเย้ยพระเจ้า เขาจึงตำหนิโยบ และเรียกร้องให้โยบกลับใจใหม่

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 11 เมื่อโยบทูลพระเจ้าว่า เขาไม่น่าเกิดมาเลย และเมื่อเกิดมาแล้วเขาก็อยากจากโลกไปเหลือเกิน เพราะชีวิตเต็มไปด้วยความทุกข์ ซึ่งความทุกข์ที่เกิดกับเขา เขาก็ไม่สามารถโต้แย้งอะไรต่อพระเจ้าได้เลยเพราะพระองค์ทำถูกต้องเสมอ

แล้ว​โศ​ฟาร์​ ชาว​นา​อา​เมห์ จึง​ตอบ​โยบ ว่า

แม้เขาจะรู้ว่าคนชอบธรรมจะไม่พูดมาก
แต่เขาได้ฟังโยบแล้ว จะเงียบอยู่ก็ไม่ได้

โศฟาร์ ตำหนิว่า
คำพูดของโยบ​ไร้​สาระ​ และ​เป็นคำเยาะ​เย้ย
เพราะ​บอกว่าเขาบริสุทธิ์ และ​​สะอาด​ใน​สาย​พระ​เนตร​พระ​เจ้า
(ซึ่งโยบไม่ได้พูดเช่นนั้น)

โศฟาร์ บอกว่า
อยากให้พระเจ้าบอก​เคล็ด​ลับ​แห่ง​ปัญ​ญา​แก่โยบ จะได้หายโง่
เพราะ​สติ​ปัญญา​มี​ 2 ​ด้าน

พระ​เจ้า​ทรง​เอา​โทษ​โยบ ​น้อย​กว่า​ที่​โยบ​ควร​ได้​รับ

โยบไม่สามารถ​หยั่ง​รู้หรือวัด ​ความ​ลี้ลับ​และความ​ไพ​บูลย์ของ​พระ​เจ้า​ได้หมด​สิ้น​

พระเจ้า​ทรง​ทำอะไรก็ได้ตามแต่พระองค์ประสงค์ ไม่มีใครห้ามได้
ไม่ว่าจะเสด็จไปที่ไหน จะ​คุม​ขังใคร จะ​พิพาก​ษาใคร

​พระ​องค์​ทรง​รู้​จัก​คน​หลอก​ลวง และพระ​องค์​จะ​จัดการเขาแน่นอน

​คน​โง่​(คนที่ไม่ยำเกรงพระเจ้า)จะไม่มีวัน​ได้​ความ​เข้า​ใจ

ถ้า​โยบ​เตรียม​ใจกลับมาหาพระเจ้า ทิ้ง​ความชั่วเสีย​
แล้ว​เขาจะได้รับการอภัย ​จะ​ปลอด​ภัย และ​ไม่​ต้อง​กลัวอีกต่อไป
แล้ว​ชีวิต​ของ​เขา​จะ​สุก​ใส และ​มี​ความ​หวัง
และจะเป็นพระพรต่อคนจำนวนมาก

แต่​คน​อธรรมที่ไม่กลับใจ จะพบกับอันตราย และ​ความ​หวัง​ของ​เขา​ ก็​คือ ความตาย

1. ​โศฟาร์เข้าใจผิดว่า โยบพูดเยาะ​เย้ยพระเจ้า
และบอกว่าตนบริสุทธิ์ และ​​สะอาด​ใน​สาย​พระ​เนตร​พระ​เจ้า
ซึ่งถ้าอ่านดูดีๆ โยบพูดว่า ไม่มีใครชอบธรรมต่อจำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้าได้

เอลีฟัส สรุปผิดจึงตำหนิโยบ(บทที่ 4-5)
บิลดัด ไม่ฟังให้ดีจึงตำหนิโยบ(บทที่ 8)
​โศ​ฟาร์​ เข้าใจผิดจึงตำหนิโยบ(บทที่ 11)

เพื่อนของโยบแทนที่จะช่วย เล้าโลมใจโยบกลับมาซ้ำเติมโยบ

จึงเป็นความทุกข์ซ้อนทุกข์ของโยบ ที่นอกจากพบพิภิบัติแล้ว
ยังถูกเพื่อนสนิทเข้าใจผิดและซ้ำเติมอีกด้วย

สำหรับมนุษย์ที่เราหวังพึ่งพา บางครั้งอาจทำให้เราผิดหวังหรือซ้ำเติมเราให้เจ็บปวด
แต่คนที่หวังใจในพระเจ้าจะไม่มีวันผิดหวัง

2. แม้โศฟาร์จะตำหนิโยบ เพราะตนเข้าใจผิดโยบ แต่ในสิ่งที่เขาพูดกับโยบนั้นก็เป็นความจริงในฝ่ายวิญญาณ
– คนชอบธรรมจะไม่พูดมาก
สภษ. 10:19 “พูด​มาก​คำ​ย่อม​ทำ​บาป​ได้ แต่​คน​ที่​ยับ​ยั้ง​ปาก​ของ​ตนก็​เป็น​คน​ฉลาด”

– เมื่อเราเข้าใจ​เคล็ด​ลับ​แห่ง​ปัญ​ญา​ จะก็หายโง่
เคล็ดลับนั้น อยู่พระคำของพระเจ้า
สภษ. 2:6 “เพราะ​พระ​ยาห์​เวห์​ประ​ทาน​ปัญ​ญา และ​จาก​พระโอษฐ์​ของ​พระองค์ ความ​รู้​กับ​ความ​เข้า​ใจ​ก็​ออก​มา”

– สติ​ปัญญา​มี​ 2 ​ด้าน สำหรับมนุษย์เห็นได้เพียงด้านเดียว ตามที่ตาของเรามองเห็น
แต่สำหรับพระเจ้า เมื่อพระองค์ทรงกระทำตามพระสติปัญญาของพระองค์นั้น
เรามองไม่เห็น และเกินกว่าที่เราจะเข้าใจได้
เราจะพอเข้าใจหรือรู้ได้ เมื่อมันได้เกิดขึ้นแล้วเท่านั้น
อสย. 55:9 “เพราะ​ฟ้า​สวรรค์​สูง​กว่า​แผ่น​ดิน​โลก​อย่างไร ทาง​ของ​เรา​ก็​สูง​กว่า​ทาง​ของ​พวกเจ้า
และ​ความ​คิด​ของ​เรา​ก็​สูง​กว่า​ความ​คิด​ของ​เจ้า​อย่าง​นั้น

– สิ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ทุกวันนี้ แท้จริงแล้วพวกเขาได้รับโทษน้อยกว่าที่ควรจะเป็นมาก

– ​ความ​ลี้ลับ​และความ​ไพ​บูลย์ของ​พระ​เจ้า​ มนุษย์ไม่สามารถเข้าใจหรือรับรู้ได้หมด​สิ้น​

– พระเจ้าจะไม่ปล่อยให้คนชั่วร้ายที่ไม่ยอมกลับใจ ลอยนวลไปได้

– ใครก็ตามที่ ​กลับใจ กลับมาหาพระเจ้า และละทิ้ง​ความชั่วเสีย​
​เขาจะได้รับการอภัย ​และกลายเป็นพระพรต่อคนมากมาย

คำคม

“ ความคิดและวิธีการของพระเจ้า เกินความเข้าใจของมนุษย์เสมอ ”

สรุป โยบ 10

ภาพรวม

  • โยบทูลพระเจ้าว่า เขาไม่น่าเกิดมาเลย และเมื่อเกิดมาแล้วเขาก็อยากจากโลกไปเหลือเกิน เพราะชีวิตเต็มไปด้วยความทุกข์ ซึ่งความทุกข์ที่เกิดกับเขา เขาก็ไม่สามารถโต้แย้งอะไรต่อพระเจ้าได้เลยเพราะพระองค์ทำถูกต้องเสมอ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 10 เมื่อโยบตอบบิลดัดว่า เขาไม่ได้โต้แย้งพระเจ้า จากนั้นเขาก็ทูลต่อพระเจ้า ถึงความชอบธรรมของพระองค์ในการทำทุกสิ่ง และขอให้พระองค์ทำให้ความทุกข์ของเขาจบลงเสียที

แล้วโยบก็ทูลต่อไปอีกว่า

เขา​เบื่อ​ชีวิต​ของเขาเหลือเกิน ที่เต็มไปด้วยความทุกข์และ​ใจ​ขม​ขื่น
ขอพระองค์ ​อย่า​ทรง​กล่าว​โทษเขาเลย เพราะถึงยังไงเขาก็ไม่มีทางแก้ตัวได้
ขอพระองค์ ​อย่าดู​หมิ่นตัวเขา ซึ่งเป็น​ผล​งาน​แห่ง​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​องค์

พระเจ้าทอดพระ​เนตร​ ไม่เหมือน​อย่าง​มนุษย์​เห็น​
วัน​ ปี ของ​พระเจ้า​ก็ไม่เหมือน​ของ​มนุษย์

แม้​พระเจ้า​ทรง​ทราบ​ว่า โยบมิ​ได้​เป็น​คน​อธรรม
แต่โยบก็ไม่อาจพ้นผิดและ​ไม่​มีใคร​ช่วย​กู้​เขาออก​จาก​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​องค์​ได้

พระเจ้าทรง​สร้างโยบขึ้นมา และ​บัด​นี้​ทำไมพระ​องค์​ทรง​หัน​มา​ทำ​ลายเขาเล่า?
พระเจ้า​ทรง​สร้าง​เขาขึ้นมา ประ​ทาน​ชีวิต​และ​ความ​รัก​มั่น​คง​แก่​เขา และ​ทรง​ปกป้อง​ชีวิตของเขา​ไว้

ถ้า​เขา​ทำ​บาป พระ​องค์​ทรง​ทราบ และจะทรงจัดการ
ถ้า​เขาชอบ​ธรรม เขาก็พูดไม่ออกอยู่ดี และ​เต็ม​ด้วย​ความ​ทุกข์​ใจ​
เนื่องจากถ้าพระเจ้าให้​เหล่า​พยาน​มากล่าวโทษเขา เขาก็ไม่อาจโต้แย้งได้
(เพราะไม่มีใครชอบธรรมถึงมาตรฐานของพระองค์ได้)

โยบกล่าวว่า พระเจ้าไม่น่าให้เขาเกิดมาเลย
วันคืนของชีวิตของเขาก็สั้นนัก
พระเจ้าไม่น่ามาใส่ใจตรวจสอบเขาเลย
เพื่อ​เขา​จะ​ได้​ชื่น​ใจ​สัก​หน่อย
จากนั้นเขาก็จะจากโลกนี้ไปอย่างไม่กลับแล้ว

1. โยบช่างเป็นแบบอย่างของการดำเนินชีวิตชอบธรรมต่อจำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้า
ยามที่เขาทุกข์ระทมอย่างแสนสาหัส เขาก็ไม่ได้บ่นต่อว่าพระเจ้า
เขายังคงถ่อมใจต่อพระเจ้า

รู้ตัวเองว่าตนเองต่ำต้อยเพียงใด
และรู้ตัวว่าพระเจ้าทรงใหญ่ยิ่งสักเพียงใด

เขายอมรับว่าไม่ว่าเขาเป็นคนดีสักเพียงใด ก็ไม่พ้นโทษอยู่ดีเพราะมนุษย์ไม่มีวันดีอย่างสมบูรณ์
เขายอมรับว่า ไม่ว่าพระเจ้า ทำอะไรมันก็ถูกต้องไปหมด มนุษย์อย่างเขาไม่อาจโต้แย้งได้เลย

อย่างไรก็ดี เขาก็ได้ระบายความในใจ ทูลความปรารถนาต่อพระเจ้า ว่า
พระเจ้าไม่น่าให้เขาเกิดมาเลย
และเมื่อให้เกิดมาแล้ว ก็น่าจะให้เขาตายไปโดยเร็ว
เพราะชีวิตนี้มันทุกข์เหลือเกิน

เมื่อความทุกข์ระทมใจเกิดขึ้นกับเรา
เราสามารถระบายต่อพระเจ้าได้ แต่ต้องทำด้วยท่าทีที่ยำเกรงพระองค์
แบบยังคงรู้ตัวว่า ใครเป็นใคร

2. พระเจ้าทอดพระ​เนตร​ ไม่เหมือน​อย่าง​มนุษย์​เห็น​
สิ่งที่พระเจ้าทรงให้เกิดขึ้น เราอาจจะไม่เข้าใจ ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
ขอเพียงเราเชื่อใจในความรักของพระเจ้าที่มีต่อเรา
และรอคอย สิ่งที่พระองค์จะกระทำต่อไป
เราจะเห็นพระคุณของพระเจ้า มีอย่างเหลือล้นสำหรับเรา
รวมทั้งเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับเราในวันนี้ด้วย

เนื่องจากวัน​ ปี ของ​พระเจ้า​ก็ไม่เหมือน​ของ​มนุษย์
ดังนั้น อาจจะมาช้าในสายตาของเรา แต่ไม่เคยสาย
การช่วยเหลือจากพระเจ้า จะมาในเวลาที่เหมาะสมที่สุด ในเวลาของพระองค์

3. โยบทูลพระเจ้าว่า
เขาเล็กนิดเดียว ไม่สำคัญอะไรเลย เกิดมาแป๊บเดียวก็ตายไป
พระองค์ไม่น่าจะมาสนใจเขา มาตรวจสอบเขาเลย
เพราะตรวจสอบยังไงเขาก็ไม่มีทางสอบผ่าน
ปล่อยๆให้เขา มีความสุขตามประสาของเขา สักประเดี๋ยวเดียวเถิด

เมื่ออ่านแล้ว ทำให้รู้ตัวว่า
มนุษย์ผู้เล็กน้อย ช่างเข้าใจผิดคิดว่าตนเองสำคัญและยิ่งใหญ่นักหนา
พระเจ้าไม่จำเป็นต้องสนใจมนุษย์เลย เพียงแป๊บเดียว พวกเขาก็จากไปแบบไม่มีใครจดจำอีกเลยแล้ว

และมนุษย์ไม่สามารถผ่านมาตรฐานของพระเจ้าได้เลย
ดังนั้น ถ้าพระองค์จะเอาเรื่องกับพวกเขา ไม่มีใครสักคนจะรอดพ้นได้เลย

โดยพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงทำให้มนุษย์ผู้เล็กน้อย กลายเป็นบุตรของพระเจ้าที่สำคัญอย่างยิ่ง
โดยพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงทำให้มนุษย์ผู้เป็นคนบาป ได้เป็นผู้ชอบธรรมพ้นการลงโทษ กลายเป็นผู้ได้รับพระพร
ขอบคุณพระเยซู

คำคม

“ มนุษย์สุดแสนจะเล็กน้อย เมื่อเทียบกับพระเจ้า ผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด ”

สรุป โยบ 9

ภาพรวม

  • โยบตอบบิลดัดว่า เขาไม่ได้โต้แย้งพระเจ้า จากนั้นเขาก็ทูลต่อพระเจ้า ถึงความชอบธรรมของพระองค์ในการทำทุกสิ่ง และขอให้พระองค์ทำให้ความทุกข์ของเขาจบลงเสียที

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 9 เมื่อบิลดัด ฟังโยบพูดแล้วเข้าใจผิด จึงตำหนิโยบและยกความจริงมากมายมาสนับสนุนคำตำหนิของเขา และสรุปว่าพระ​เจ้า​จะ​ไม่​ทรง​ทอด​ทิ้ง​คน​ชอบธรรม

​โยบจึง​ตอบ​ว่า

โยบก็รู้เรื่องนี้ดี แต่​มนุษย์​จะ​ชอบ​ธรรม​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า​ได้​อย่าง​ไร?
ใครจะ​สู้​คดี​กับ​พระ​องค์ได้
เพราะพระ​องค์​ทรง​พระ​ปัญญา​และ​พลา​นุ​ภาพ ผู้​ใด​แข็ง​ข้อ​ต่อ​พระ​องค์​และ​ชนะ​ได้​เล่า?
– พระ​องค์​ผู้​ทรง​เคลื่อนหรือคว่ำ​ภูเขาได้ โดย​มันไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ
– พระองค์สั่ง​ดวง​ตะวัน ไม่ให้มันขึ้น ​มัน​ก็จะ​ไม่​ขึ้น
– พระองค์​ทรง​กาง​ฟ้า​สวรรค์​ออก​​โดยพระ​องค์เอง
– พระองค์ทรง​สร้าง​ดวงดาวทั้งหลาย
– พระองค์​ทรง​ทำ​การ​ใหญ่​เหลือ​ที่​จะ​เข้า​ใจ​ได้ มากมาย​นับ​ไม่​ถ้วน
– พระ​องค์​ทรง​ผ่าน​ไป มนุษย์ก็​สัง​เกต​ไม่ได้

ดังนั้นใครจะไปคัดค้านในสิ่งที่พระเจ้าทรงทำได้?

ด้วยเหตุนี้โยบย่อมไม่​โต้แย้งพระเจ้าแน่
เพราะต่อให้โยบ เป็น​ฝ่าย​ชอบ​ธรรม เขาก็ยังโต้แย้งไม่​ได้อยู่ดี
(บิลดัด หาว่าโยบโต้แย้งพระเจ้า ว่า พระองค์ไม่ยุติธรรม โยบ 8:3)

และโยบคิดว่า ต่อให้​ร้อง​ทูลอะไร ​พระ​องค์ก็คงไม่​ฟัง​เสียง​ของ​เขา
เพราะ​พระ​องค์​ทรง​ทำให้ชีวิตของเขา​เต็ม​ด้วย​ความ​ขม​ขื่นถึงเพียงนี้

ไม่ว่า โยบจะ​ชอบ​ธรรม หรือ ​ดี​พร้อม สักเพียงใด
เมื่อเข้าสู่การทดสอบจากพระเจ้า ก็​จะ​พบว่าโยบ​ผิดอยู่ดี

ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ล้วนแต่พระเจ้าทรงควบคุมอยู่

แล้วโยบก็ทูลพระเจ้า ว่า
วัน​คืน​ของเขาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และ​ไม่​เห็น​สิ่ง​ดี​อะไรเลย
ถ้าเขาจะ​ลืม​ความ​ทุกข์​ แล้วกลับมา​เบิก​บาน ราวกับว่าไม่ได้ทำอะไรผิด
เขา​ก็​กลัว​บรร​ดา​ความ​ทุกข์จะกลับมาซ้ำเติมอีก
เพราะเขาไม่สามารถกล่าวได้ว่า เขา​ไร้​ผิดต่อพระพักตร์พระเจ้า

ไม่​มี​คน​กลาง ผู้​ซึ่ง​จะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับพระเจ้าได้

ขอ​พระ​องค์​ทรง​นำ​ไม้​เรียว​ไป​จาก​เขา​เสีย​ที

1. พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่สูงสุด ทรงชอบธรรม และทรงมีอำนาจเด็ดขาดเหนือทุกสิ่ง
มนุษย์ไม่ว่าชอบธรรมสักเพียงใด ก็ไม่สามารถพูดได้ว่าตนไร้ความผิด เมื่ออยู่ต่อจำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้า
แม้แต่โยบเองก็ไม่ยกเว้น

แล้วคนบาปชั่วอย่างเรา ยิ่งไม่มีทางรอดพ้นการลงโทษจากพระเจ้า อย่างแน่นอนสักเพียงใด

แต่โดยพระคุณ พระเมตตาของพระเจ้า เรารอดพ้นบาปโดยทางพระเยซูคริสต์
แล้วยังได้กลายเป็นผู้บริสุทธิ์ชอบธรรม
และยังได้รับสิทธิเป็นบุตรของพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด

ช่างเป็นพระคุณใหญ่ยิ่งเหลือล้นสำหรับเราอย่างแท้จริง
สรรเสริญพระเจ้า

2. โยบรู้ดีว่าพระเจ้าทรงยิ่งใหญ่สูงสุด มนุษย์ไม่สามารถคัดค้านในสิ่งที่พระเจ้าทรงทำได้

มีคนมากมาย ไม่รู้ตัวเองว่าเล็กน้อยสักเพียงใด
บังอาจ ต่อว่า ตำหนิ บ่นว่า พระเจ้า
ว่า ทำไมพระองค์ทำให้สิ่งนั้น สิ่งนี้เกิดขึ้นกับเขา?

ช่างไม่รู้ตัวเองว่า เล็กน้อยเพียงใด เต็มไปด้วยความอธรรมมากเพียงใด

เราควรทำเหมือนโยบที่ ไม่ได้บ่นต่อว่าพระเจ้า
แต่อ้อนวอนทูลขอพระเมตตาจากพระองค์
ขอ​พระ​องค์​ทรง​นำ​ไม้​เรียว​นี้ไป​จาก​ข้าพระองค์ด้วยเถิด

คำคม

“ เรื่องระหว่างเรากับพระเจ้า ไม่มีใครเข้าใจได้นอกจาก เรากับพระองค์ ”

สรุป โยบ 8

ภาพรวม

  • บิลดัด ฟังโยบพูดแล้วเข้าใจผิด จึงตำหนิโยบและยกความจริงมากมายมาสนับสนุนคำตำหนิของเขา

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 8 เมื่อโยบทักท้วงพระเจ้าว่า เขาไม่ได้ทำบาป และเขาเองก็เล็กน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับพระองค์ พระองค์ไม่น่าจะมาใส่ใจกับเขาเลย ปล่อยให้เขาตายไปเร็วๆน่าจะดีกว่า

แล้ว​บิล​ดัด​ชาว​ชูอาห์​ จึงตอบ​ว่า

โยบ​จะ​พูด​ต่อต้านพระเจ้าอีกนานแค่ไหน?

พระ​เจ้า​ไม่ทรง​บิด​เบือน​ความ​ยุติ​ธรรม​ หรือ ความ​ชอบ​ธรรม​

ถ้า​​ใครทำ​บาป​ พระ​องค์​ก็​ทรง​มอบ​พวก​เขา​ไว้​ใน​อำ​นาจ​การ​ละ​เมิด​ของ​เขา

ถ้า​โยบแสวง​หา​พระ​เจ้า วิง​วอน​ต่อพระองค์ และดำเนินขีวิต​บริ​สุทธิ์​ ​เที่ยง​ธรรม
พระเจ้าจะ​ทรงปกป้องโยบไว้

แม้​เบื้อง​ต้น​ของโยบ​จะ​เล็ก​น้อย
แต่​ต่อ​ไป​เบื้อง​ปลาย​ ​จะ​ใหญ่​โต​อย่าง​ยิ่ง

ชีวิต​เรา​สั้น​เหมือน​วัน​วาน วัน​คืน​ของ​เรา​บน​โลก​ก็เหมือน​เงา

ต้น​กก​ และต้น​อ้อ​ จะเหี่ยวไปอย่างรวดเร็ว เมื่อขาดน้ำ ฉันใด
​ทาง​ของ​ทุก​คน​ที่​ลืม​พระ​เจ้า​ก็​เป็น​ฉัน​นั้น
สิ่ง​ที่​เขา​ไว้​ใจ​จะ​หัก​สะบั้น
และ​สิ่ง​ที่​เขา​วาง​ใจ​จะ​บอบ​บาง​อย่าง​ใย​แมง​มุม

คน​อธรรมที่ดูเหมือนเจริญขึ้น จะถูก​ทำ​ลาย
แล้ว​คนก็จะไม่จดจำเขาอีก
และ​ผู้​อื่น​จะ​มา​แทน​ที่​เขา

พระ​เจ้า​จะ​ไม่​ทรง​ทอด​ทิ้ง​คน​ดี​พร้อม
เขาจะเต็มไปด้วยการ​หัว​เราะ และการ​โห่​ร้อง​ยินดี
คนที่​เกลียด​ชังเขา​จะ​​อับ​อาย และ​พินาศไป

1. ในบทที่ 4 และ 5 เอลีฟัส พูดความจริงหลายประการแต่สรุปผิด โดยสรุปว่าโยบคงทำบาปแน่

ในบททนี้ บิลดัด ไม่ฟังให้ดีว่าโยบพูดอะไร จึงเข้าใจผิดว่า
โยบพูดต่อต้านพระเจ้า ทั้งที่โยบแค่พูดตัดพ้อเพราะความทุกข์
แล้วบิลดัดก็ยกความจริงหลายประการมาสนับสนุนคำตำหนิของตน

เอลีฟัส สรุปผิดจึงตำหนิโยบ
บิลดัด ไม่ฟังให้ดีจึงตำหนิโยบ

ข้อ3 บิลดัดตำหนิโยบว่า ไม่ควรบอกว่าพระเจ้าไม่ยุติธรรม (ทั้งที่ในบทที่ 6 และ 7 โยบไม่ได้พูดเช่นนั้นเลย )
ข้อ9 บิลดัดเตือนให้โยบรับรู้เสียทีว่า โลกนี้สั้นนัก (ทั้งที่โยบเพิ่งพูดเรื่องนี้ไปในโยบ 7:7)

ดังนั้นเห็นได้ชัดว่า คำตำหนิซ้ำเติมของบิลดัด เกิดจากการสนใจแต่เพียงว่า
ตนเองอยากพูดอะไร โดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายเขาได้พูดอะไร

การที่เราจะมีสิทธิเตือนสติผู้อื่นนั้น เราจำเป็นต้องตั้งใจ เพื่อเข้าใจตัวเขาเสียก่อน

2. ถึงแม้ว่าบิลดัด จะพูดด้วยท่าทีที่ไม่ถูกต้อง แต่ก็พูดความจริงในฝ่ายวิญญาณหลายประการดังนี้
– พระ​เจ้า​ยุติ​ธรรม​เสมอ
– คนที่ปล่อยตัวในการบาป จะตกอยู่ใต้อำนาจของบาปมากขึ้นไปทุกที
– คนที่แสวง​หาและพึ่งพา​พระ​เจ้า จะ​ได้รับการปกป้องจากพระเจ้า
– การเริ่มต้นทำในสิ่งเล็กๆน้อยๆอย่างสัตย์ซื่อ ในที่สุดจะกลายเป็นสิ่ง​ใหญ่​โต​อย่าง​ยิ่ง
– ชีวิต​เรา​สั้น​นัก และพอผ่านไปก็ไม่เหลืออะไรเลย เป็นเหมือน​เงา
– ​คน​ที่​ละทิ้ง​พระ​เจ้า​ ไปวางใจสิ่งอื่น จะพบว่าสิ่ง​นั้น​จะ​หัก​สะบั้น
เพราะสิ่งเหล่านั้น​บอบ​บางเหมือน​อย่าง​ใย​แมง​มุม
– คน​อธรรมเจริญได้ไม่นาน ในที่สุดสิ่งที่เขาทำมาจะตกเป็นของคน​อื่น​
– พระ​เจ้า​จะ​ไม่​ทรง​ทอด​ทิ้ง​คนชอบธรรม

3. บิลดัด พูดความจริงว่า พระเจ้าไม่ทอดทิ้งคนชอบธรรม
เพียงแต่เขา มองผิดเนื่องจากมองด้วยมุมมองของโลกนี้
เขาคิดว่า การที่โยบเกิดภัยพิบัติและความทุกข์ยากมากมายนี้
เป็นการที่พระเจ้าทอดทิ้งโยบ

ซึ่งความจริงแล้ว ณ วินาทีนั้น พระเจ้าก็ยังไม่เคยละสายตาของพระองค์จากโยบเลย

เหตุการณ์ที่กำลังเกิดกับโยบนี้ ไม่ใช่การทอดทิ้ง
แต่เป็นกระบวนการนำพระพรยิ่งใหญ่มาสู่โยบที่พระองค์ทรงโปรดปราน

หากเราจะเข้าใจพระคำของพระเจ้า ซึ่งเป็นเรื่องฝ่ายวิญญาณ
เราไม่สามารถใช้มุมมองของโลก หรือมาตรฐานของโลกมาวัดได้
มิฉะนั้นเราจะเข้าใจผิด
เราต้องใช้มาตรฐานฝ่ายวิญญาณ มุมมองที่พระเจ้าทรงเปิดเผยแก่เราผ่านพระคำของพระองค์
จึงจะเข้าใจได้อย่างถูกต้อง

คำคม

“ เริ่มต้นแม้เล็กน้อย แต่ถ้าทำต่อไปอย่างสัตย์ซื่อ จะกลายเป็นสิ่งใหญ่โตยิ่งนัก ”

สรุป โยบ 7

ภาพรวม

  • โยบทักท้วงพระเจ้าว่า เขาไม่ได้ทำบาป และเขาเองก็เล็กน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับพระองค์ พระองค์ไม่น่าจะมาใส่ใจกับเขาเลย ปล่อยให้เขาตายไปเร็วๆน่าจะดีกว่า

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 7 เมื่อโยบตอบเอลีฟัสว่า ตนเองไม่ได้ทำผิดอะไร ก็เพียงแค่พูดตัดพ้อ ในฐานะคนที่ทุกข์ระทมใจแสนสาหัสเท่านั้นเอง

แล้วโยบก็กล่าวต่อไปว่า
มนุษย์​ทำงานบน​แผ่นดิน​โลก เหมือน​อย่าง​ลูกจ้าง​ผู้​มอง​หา​ค่าจ้าง
แล้วก็​ได้รับ​ส่วน​ความ​อนิจจัง​เป็น​เดือนๆ

สำหรับโยบ วัน​คืนที่ได้รับ กลับเต็มไปด้วยความ​น่า​สังเวช​
กลางคืนก็นอนไม่หลับ
วัน​คืน​ก็ผ่านไปอย่าง​ไร้​ความ​หวัง
แม้ยามที่หลับได้ ก็ยังฝันร้ายอีก

ขอพระเจ้า​ทรง​ระลึก​ว่า
ชีวิต​ของโยบ​เป็นเหมือน​ลม​หายใจ ที่อยู่เพียงประเดี๋ยวเดียวก็หายไป
แล้วคนทั้งหลายก็จะไม่เห็นเขาอีก

ดังนั้น โยบ​จึงขอ​พูด​ด้วย​ความ​แสน​ระทม​แห่ง​จิตใจ​

โยบเบื่อ​ชีวิตเหลือเกิน
โยบอยากตาย ดีกว่าอยู่แบบเหลือแต่กระดูกอย่างในเวลานี้

มนุษย์​ไม่ได้สำคัญ​อะไรเลย ​ที่​พระ​องค์​ใส่​พระ​ทัย​เขา
ทรง​เยี่ยม​เขา​ทุก​เช้า ทรง​ลอง​ดู​เขา​ทุก​ขณะ
เมื่อไหร่พระเจ้าจะเลิก จับจ้องโยบ และปล่อยโยบไปตามลำพัง

โยบไม่ได้​ทำ​บาปอะไร
ทำไม​พระ​องค์​จึง​ทรง​ทำ​ให้เขา​เป็น​เป้าหมาย​ของ​พระ​องค์?
โยบไม่มีอะไรน่าสนใจ ถึงขนาดพระเจ้าต้องเอาเรื่องของเขานำมา​เป็น​ภาระ​ของ​พระ​องค์เลย

แม้โยบทำผิด ทำไม​พระ​องค์​ไม่​ทรง​ประทาน​อภัย​แก่โยบ เพราะ​อีกประเดี๋ยวเดียวก็ตายแล้ว?

1. โยบรู้ว่าทุกอย่างในโลกล้วนอนิจจัง เป็นเพียงสิ่งชั่วคราว ประเดี๋ยวเดียวก็ต้องจากไป
โยบรู้ว่ามนุษย์นั้นแสนเล็กน้อยและไร้ค่า เมื่อเทียบกับพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด
โยบรู้ว่าพระเจ้าทรงควบคุมทุกอย่างอยู่
และโยบรู้ว่าตนเองไม่ได้ทำผิด

ถึงกระนั้นท่ามกลางความทุกข์นี้ โยบก็ยังอยากตายอยู่ดี

อะไรคือสิ่งที่หายไป ที่ทำให้โยบท้อแท้สิ้นหวังหมดกำลังใจจนอยากตาย?
นั่นก็คือ ความมั่นใจในความรักของพระเจ้าที่ทรงมีต่อเขา

ในเมื่อเขามั่นใจว่าพระเจ้าควบคุมทุกอย่าง และเขาไม่ได้ทำผิด
และสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในโลกเล็กน้อยเหลือเกินสำหรับพระเจ้า
ดังนั้นถ้าเพียงแต่เขามั่นใจในความรักของพระเจ้า
เขาน่าจะเผชิญกับสถานการณ์นี้ ได้ดีกว่านี้

วันนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเราก็ตาม
ขอให้เรายังคงยึดมั่นในความเชื่อมั่นในความรักของพระเจ้าที่ทรงมีต่อเรา ตลอดไป
แล้วสิ่งนี้จะช่วยให้เรายืนหยัดมั่นคง ท่ามกลางสถานการณ์เหล่านี้ได้อย่างสง่างาม

2. โยบพูดถูกต้อง “มนุษย์​เป็น​ผู้​ใด​เล่า พระ​องค์​จึง​ทรง​ถือ​ว่า​เขา​สำ​คัญ​นัก และ​เป็น​ผู้​พระ​องค์​ใส่​พระ​ทัย” โยบ 7:17

พระเจ้าไม่จำเป็นต้องสนใจ ใส่ใจต่อมนุษย์เลย

แต่โดยพระคุณ ความรัก พระเมตตาอย่างเหลือล้นของพระเจ้า
พระองค์เอาพระทัยใส่เราอย่างที่สุด
รักเราอย่างที่สุด จนประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์เสด็จมาตายเพื่อช่วยเรา

คำคม

“ สิ่งที่เรารู้ทั้งหมด ไม่เพียงพอที่จะช่วยเรา หากเราไม่รู้จักความรักของพระเจ้า ”

สรุป โยบ 6

ภาพรวม

  • โยบตอบเอลีฟัสว่า ตนเองไม่ได้ทำผิดอะไร ก็เพียงแค่พูดตัดพ้อ ในฐานะคนที่ทุกข์ระทมใจแสนสาหัสเท่านั้นเอง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 6 เมื่อเอลีฟัสกล่าวหาโยบว่า เหตุที่โยบต้องพบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ก็เพราะโยบทำบาปต่อพระเจ้า

​โยบจึง​ตอบ​ว่า
​ความ​ทุกข์​ใจ​ของ​เขามากมายมหาศาล เขาจึง​พูด​ไม่​ยั้ง​คิด
เพราะบรร​ดา​สิ่ง​น่า​กลัว​จาก​พระ​เจ้า​ ถาโถม​เข้ามา​หาเ​ขา

ธรรมชาติของ ลา​ป่าหรือวัว ​เมื่อ​มันหิว ​มันก็ร้อง
เหมืนโยบที่พูดเช่นนั้น(บทที่ 3) ก็เพราะทุกข์หนัก

คำพูดของเอลีฟัส เหมือนอาหารที่ไม่​มี​รส​ชาติ​
โยบจึงรังเกียจ ไม่​ยอมกิน ไม่ยอมรับ

โยบปรารถนาให้​พระ​เจ้านำชีวิตออกไปจากเขา ในวันที่พระองค์ทรงเหยียด​พระ​หัตถ์เหนือเขา
ไม่น่าหยุดแค่นี้เลย
โยบไม่เหลือกำลังที่จะรอคอยจนถึง​ปลาย​ทางแล้ว
สติ​ปัญ​ญา​ก็​พราก​ไป​จาก​เขาแล้ว

โยบกล่าวต่อไปว่า
ผู้​ใด​หน่วง​เหนี่ยว​ความ​เมต​ตา​ไว้​จาก​เพื่อน
ก็​ทอด​ทิ้ง​ความ​ยำ​เกรง​องค์​ผู้​ทรง​มหิทธิ​ฤทธิ์

บัดนี้พี่​น้อง​ของเขา ก็​เชื่อ​ถือ​ไม่​ได้​
ดูเหมือนจะมีคำหนุนใจ เหมือนน้ำให้ชื่นใจ แต่ก็ไม่มี

ทั้งที่โยบไม่เคยขอทรัพย์​หรือขอความช่วยเหลือจากพวกเขา
เขาก็ยังมาซ้ำเติม หาว่าโยบ​ผิดอยู่ได้

คำพูดตรงๆ ​มี​ประโยชน์มาก
แต่​คำ​ตำหนิ​ของเขานั้น ไร้ประโยชน์
การที่เขา​ตำหนิ​ถ้อย​คำของ​คน​สิ้น​หวัง​ เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วหรือ?

ดังนั้นโปรด​หัน​มา​คิด​ใหม่เถิด อย่า​ทำ​ผิด​เลย

1. โยบเตือนเอลีฟัสให้คิดใหม่ เพราะท่าทีและคำพูดของเขานั้นไม่ถูกต้องเลย
ช่างไม่มีเมตตาต่อเพื่อนผู้ทุกข์ระทมเลย
เขาไม่ควรจะไปถือสาคำพูดตัดพ้อของโยบ ขณะที่โยบกำลังทุกข์ใจแสนสาหัส

การใช้หลักการที่เรารู้มา เพื่อตำหนิคนอื่น โดยไม่ได้เข้าใจสภาพของเขาอย่างแท้จริง
เป็นการกระทำที่ไร้เมตตา และเป็นการกระทำที่ไม่ยำเกรงพระเจ้า

เมื่อเราเห็นคนอื่นพูดหรือทำในสิ่งที่เราคิดว่าไม่เหมาะสม
การเตือนสติเขานั้น ควรทำด้วยความรักและความเห็นอกเห็นใจเขา
เพราะการกระทำอย่างนั้น เป็นการยำเกรงพระเจ้า

2. แม้โยบจะสิ้นเนื้อประดาตัว แต่เขาก็ไม่ได้ขอยืมเงินหรือขอความช่วยเหลือจากเพื่อน
เขารอคอยว่า พระเจ้าจะทรงกระทำกับเขาต่อไปอย่างไร สุดแล้วแต่พระองค์
แต่ถ้าเขาเลือกได้ อยากให้พระองค์ทำให้เขาตายไปเลยคงจะดีที่สุดสำหรับความคิดของเขา

ปัญหาที่เราพบวันนี้ จงพึ่งพาพระเจ้า และรอคอยพระองค์
พระองค์มีทางออกที่ดีที่สุดเตรียมไว้สำหรับผู้ที่รอคอยพระองค์เสมอ

คำคม

“ คำเตือนสติที่ปราศจากความรัก ไร้ค่าในสายพระเนตรของพระเจ้า ”

สรุป โยบ 5

ภาพรวม

  • เอลีฟัสกล่าวหาโยบว่า เหตุที่โยบต้องพบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ก็เพราะโยบทำบาปต่อพระเจ้า

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 5 หลังจากที่เอลีฟัสพูดกับโยบว่า โยบเคยเป็นคนดี บัดนี้พบความทุกข์ยาก ซึ่งก็แปลกเพราะคนดีน่าจะพบแต่สิ่งดีๆ

เขาก็พูดต่อไปอีกว่า
– ความ​ขุ่น​เคือง​ใจ​ฆ่า​คน​โง่
– ความ​ริษยา​ฆ่า​คน​รู้​น้อย
– ​คน​โง่​ผู้ทำชั่ว แม้จำเริญขึ้น ต่อมาไม่นานก็จะรับคำแช่งสาป โดยปราศจากความช่วยเหลือ
เพราะ​ความ​ทุกข์​ของเขา มาจากการกระทำชั่วของเขา

เขากล่าวถึงพระเจ้าว่า
– ​พระ​เจ้าทรง​ทำ​การอัศจรรย์​เหลือ​ที่​จะ​หยั่ง​รู้​ได้ และ​นับ​ไม่​ถ้วน
– พระเจ้า​ทรง​ตั้ง​คน​ต่ำ​ต้อย​ขึ้น
– พระเจ้าทรงช่วย​คน​ที่​ไว้​ทุกข์ ให้​ปลอด​ภัย
– พระเจ้าทรง​ขัด​ขวาง​อุบาย​ของ​คน​เจ้า​เล่ห์
– พระเจ้า​ทรง​จับ​คน​มี​ปัญญา​ด้วย​เล่ห์​กล​ของ​เขา​เอง
– พระเจ้าทรงทำให้​แผน​การ​ของ​คน​หลอก​ลวง​ พังลง
– พระเจ้าทรงทำให้คนชั่ว ​พบ​ความ​มืด​มิด
– พระเจ้า​ทรง​ช่วย​คน​ขัด​สน​ให้​พ้น​ ​จาก​มือ​ของ​คน​มี​กำ​ลัง

เอลีฟัสจึงสรุปว่า
การตีสอนจากพระเจ้าเป็นสิ่งดี ไม่ควร​ดู​หมิ่น​การ​ตี​สอน​ของ​พระเจ้า
เพราะ​พระ​องค์​ทรง​ให้​บาด​เจ็บ แต่​พระ​องค์​ทรง​พัน​แผล​ให้
พระ​องค์​ทรง​โบย​ตี แต่​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​องค์​ก็​รักษา

ดังนั้นถ้าโยบยอมรับการตีสอนจากพระเจ้า
พระ​องค์​จะ​ทรง​ช่วย​กู้โยบ ​จาก​ความ​ทุกข์​ยาก​ และจากอันตรายทั้งสิ้น
เพื่อโยบจะพบกับความสงบสุขและความปลอด​ภัยในชีวิต
และ​ลูก​หลาน​ของ​โยบ​จะ​ได้รับพระพร
และโยบจะมีอายุยืนยาวนาน

1. สิ่งที่เอลีฟัสพูด ในตอนต้นเป็นความจริง
– การขุ่น​เคือง​ใจ​ การ​ริษยา​ และการทำชั่วอย่างโง่เขลา จะนำผลร้ายมาสู่คนที่ทำเช่นนั้น
– ​พระ​เจ้าทรง​ทำ​การอัศจรรย์มากมาย และทรงช่วย​คน​ต่ำ​ต้อย​ คนทุกข์ใจ
– พระเจ้า​ทรงจัดการกับคนชั่วร้าย อย่างยุติธรรม
– คนที่ถ่อมใจลงต่อพระเจ้า จะพบความสุขและพระพรมากมาย

แต่ปรากฏว่า ข้อสรุปตอนท้ายของเขากลับผิด
เมื่อพูดข้างต้นแล้ว เขาจึงสรุปว่า
ที่โยบพบเหตุการณ์ร้ายนี้ เพราะทำบาป และยังไม่ยอมรับตีสอนจากพระเจ้าอีก

ในเรื่องนี้เราเห็นได้ว่า
วิธีการของพระเจ้านั้นซับซ้อน เหนือชั้น เกินกว่าที่มนุษย์จะเข้าใจได้ครบถ้วน
การด่วนสรุป ด่วนตัดสินผู้อื่น
โดยมองความจริงเพียงด้านเดียว
ไม่พิจารณาให้รอบด้าน ย่อมมีโอกาสทำให้เราสรุปอย่างผิดพลาดได้ง่ายๆ

2. “พระ​องค์​ทรง​โบย​ตี แต่​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​องค์​ก็​รักษา”
หากสิ่งที่เราพบเจอ เป็นการตีสอนจากพระเจ้า เพื่อให้เรากลับใจ
ทันทีที่เรากลับใจ พระองค์จะทรงรักษาเราให้หายจากแรงกดดันของปัญหาเหล่านั้น

คำคม

“ คนที่คิดว่าตนเข้าใจแผนการพระเจ้าแล้ว โดยไม่ถามพระองค์ เขายังไม่เข้าใจอะไรเลย ”

สรุป โยบ 4

ภาพรวม

  • เอลีฟัสพูดกับโยบว่า โยบเคยเป็นคนดี บัดนี้พบความทุกข์ยาก ซึ่งก็แปลกเพราะคนดีน่าจะพบแต่สิ่งดีๆ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 4 เมื่อโยบทุกข์ระทมใจมาก จนแช่งวันเกิด และคืนที่ปฏิสนธิ ของตนเอง

แล้ว​เอลี​ฟัส​ ชาว​เท​มาน เพื่อนของโยบ ก็​ตอบ​ว่า

โยบ เป็นคนเช่นนี้
– ​สั่ง​สอน​คน​จำ​นวน​มาก
– ทำ​ให้​มือ​ที่​อ่อน​แรง​มี​กำลัง
– หนุน​ใจ​คน​ที่​กำ​ลัง​สะดุด
– ทำ​ให้​เข่า​ที่​อ่อน​ล้า​นั้น​มั่น​คง
– ความ​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า​ คือ​ ความ​ไว้​วาง​ใจ​ของเขา
– ​การ​ดำ​เนิน​ชีวิต​ที่​ซื่อ​สัตย์​คือ​ความ​หวัง​ของ​เขา

แต่​บัด​นี้​ความ​ทุกข์​มา​ถึง​โยบ​แล้ว
และโยบ​ก็​ทน​ไม่​ไหว

เอลีฟัสกล่าวต่อไปว่า
– ผู้​ที่​ไร้​ความ​ผิด จะไม่​​พินาศ
– ​คน​เที่ยง​ธรรม ​จะไม่ถูก​ทำ​ลาย​
– ผู้​ไถ​ความ​บาป​ผิด ก็​จะ​ได้​เกี่ยว​สิ่ง​นั้น
– มนุษย์ไม่สามารถ​ชอบ​ธรรม​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า​ได้
– คน​เรา​ไม่สามารถพูดได้ว่า ตนบริ​สุทธิ์​ต่อ​หน้า​ผู้​สร้าง​เขา​
– แม้แต่​ทูต​สวรรค์​ ​ก็ยังผิดพลาดและทรง​กล่าว​โทษ

1. จากบทนี้ทำให้รู้จักโยบมากขึ้นว่า
เขาเป็นคนที่มีน้ำใจ คอยช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ
และดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องต่อพระเจ้า

ซึ่งในมุมหนึ่งเอลีฟัสก็พูดถูก
คนที่ดำเนินชีวิตถูกต้องกับพระเจ้า จะไม่พินาศ หรือถูกทำลายอย่างแน่นอน
ดังนั้นไม่ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นเลวร้ายสักเพียงใด โยบจะไม่พินาศแน่นอน

เมื่อเราดำเนินถูกต้องกับพระเจ้า
ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นกับเรา เราก็สามารถคาดหวังพระพรท่ามกลางเหตุการณ์นั้นได้เสมอ

2. เอลีฟัส แม้ท่าทีและเจตนาที่เขาพูดอาจจะไม่ถูกต้อง
แต่ขณะเดียวกันก็ยังเป็นความจริงฝ่ายวิญญาณหลายประการที่เราเรียนรู้ได้
เช่น คนชอบธรรมจะปลอดภัย คนชั่วร้ายจะได้รับโทษ
และ ไม่มีใครดีพร้อมในสายพระเนตรของพระเจ้าได้ด้วยกำลังของตนเอง

แม้คำพูดของคนที่ไม่ได้หวังดีกับเรา
พระเจ้าก็ทรงสามารถใช้สอนเรา ใช้พัฒนาเราให้เติบโตขึ้นในฝ่ายวิญญาณได้

ดังนั้นเมื่อคนอื่นทำอะไรต่อเราก็ตาม
จงเรียนรู้และเติบโตขึ้นในฝ่ายวิญญาณเสมอ

คำคม

“ ความทุกข์ยากของคนชอบธรรม จะไม่ทำลายเขา แต่จะพัฒนาเขา ”

สรุป โยบ 3

ภาพรวม

  • โยบทุกข์ระทมใจมาก จนแช่งวันเกิด และคืนที่ปฏิสนธิ์ ของตนเอง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 3 เมื่อพระเจ้าทรงอนุญาตให้ซาตานทำให้โยบเป็นฝีทั้งตัว ถึงกระนั้นโยบก็​ไม่​ได้​ทำ​บาป​ด้วย​ริม​ฝี​ปาก​ของ​ตน และสหาย 3 คนของโยบก็เดินทางมาร่วมไว้ทุกข์กับโยบ โดยไม่มีใครพูดแะไรเลย 7 วัน 7 คืน

แล้วโยบก็เริ่มพูด ​แช่ง​วัน​เกิด​ของ​ตน ​กล่าว​ว่า

ขอ​ให้ “​วัน​” ที่​โยบ​เกิด​มา​นั้น
– ​ให้มัน พินาศ
– ให้มัน เป็น​ความ​มืด
– ให้มัน ถูกพระเจ้าไม่​ใส่​พระทัย
– ให้มัน ไม่มี​แสง​สว่าง​ส่อง​ในมัน
– ให้มัน ถูกความ​มืด​และ​เงา​มัจ​จุ​ราช​ยึดไว้
– ให้มัน ถูก​เมฆปก​คลุม​
– ให้มัน ถูกความ​ดำ​มืดทำ​ให้​มัน​หวาด​กลัว

ขอให้ “คืน” ที่โยบเริ่มถือกำเนิดในครรภ์ นั้น
– ​ให้มัน พินาศ
– ​ให้มัน ถูกความ​มืด​ทึบ​ฉวย​ไว้
– ​ให้มัน ไม่ถูกนับว่าเป็น​วัน​ของ​ปี หรือ เดือน​เลย
– ​ให้มัน ​เป็น​หมัน
– ให้มัน ไม่พบ​เสียง​ร้อง​อัน​ชื่น​บาน​
– ให้​มัน ไม่​เห็น​แสง​อรุณ

ที่มันสมควรพบสิ่งเหล่านี้ เพราะ
– ​มัน​มิ​ได้​ปิด​ครรภ์​มาร​ดา​ของโยบ เอาไว้

โยบกล่าวว่า
เขาน่าจะตายทันที ตั้งแต่ที่คลอดออกมา
เขาจะ​ล่วง​หลับ แล้ว​จะ​ได้​หยุด​พัก

เพราะความตาย
– ทำให้​คน​อธรรม​หยุด​ดิ้น​รน
– ​ผู้​เหนื่อย​อ่อน​ได้​หยุด​พัก
– ผู้​ถูก​จอง​จำ​ก็ไม่​ได้​ยิน​เสียง​ของ​นาย​งานอีกต่อไป
– ทุกคน​ก็​เป็น​อิสระ​พ้น​จาก​นาย​ของ​เขา

เขาไม่ควรได้รับชีวิตเลย เพราะเขาเป็น
– ​ผู้​ทน​ทุกข​เวท​นา
– ผู้มี​ใจ​ระทม​ทุกข์
– ผู้​คอย​ความ​ตาย แต่​มัน​ก็​ไม่​มา
– ผู้​เปรม​ปรีดิ์​อย่าง​ยิ่ง และ​ยินดี หากได้ตาย
– ผู้​หลงทาง​ หาทางออกไม่เจอ

บัดนี้ เขาเต็มไปด้วยการ​ถอน​หาย​ใจ​และ​การ​ครวญ​คราง​
เพราะ​สิ่ง​ที่​เขากลัว​ก็​มา​เหนือ​เขา
เขา​ไม่​สบาย​ใจ​เลย และ​​ไม่​สงบ ​ไม่​ได้​หยุด​พัก
แต่เต็มไปด้วย​ความ​วุ่น​วาย​

1. โยบรู้สึกทุกข์ใจแสนสาหัส แต่ก็ไม่ยอมแช่งพระเจ้าตามที่ภรรยาแนะนำ (โยบ 2:9)
และไม่ได้ทำผิดโดยการแช่งคนอื่น

สิ่งที่เขาทำคือ แช่ง วันเกิดของตน และคืนที่ตนก่อร่างขึ้นในครรภ์มารดา
ซึ่ง เยเรมีย์ ก็พูดทำนองเดียวกันนี้ ใน ยรม. 20:14
“ขอ​ให้​วัน​ที่​ข้าพ​เจ้า​เกิด​มา​นั้น​ถูก​แช่ง​สาป อย่า​ให้​วัน​ที่​มาร​ดา​ของ​ข้าพ​เจ้า​คลอด​ข้าพ​เจ้า​ได้​รับ​พร”

ความหมายโดยรวม หมายถึง เขากำลัง ​ทุกข์​ระทม​ใจเหลือเกิน
จนรู้สึกว่า เขาไม่น่าเกิดมาเลย จะได้ไม่ต้องเจอความทุกข์ใจขนาดนี้

แม้โยบจะทุกข์มากขนาดนี้ จนไม่อยากมีชีวิตอยู่
แต่เขาก็ไม่ฆ่าตัวตาย (โยบ 3:21)
เพราะเขารู้ว่า สิทธิการมีชีวิตอยู่หรือตายไป เขาไม่มีสิทธิกำหนด
นั่นเป็นสิทธิของพระเจ้า
เขาไม่บังอาจไปแย่งสิทธินั้นมาจากพระองค์

และตลอดพระธรรมโยบ ทั้ง 42 บท
ดูเหมือนว่าพระเจ้าไม่ได้ตำหนิโยบ ที่แช่งวันเกิดของตนเองเลย
แสดงว่าการกระทำเช่นนี้ โยบไม่ได้ทำบาปต่อพระเจ้า

แม้โยบจะระทมทุกข์อย่างที่สุด เขาก็ยัง
– ไม่แช่งพระเจ้า
– ไม่แช่งมนุษย์
– ไม่ฆ่าตัวตาย
– ไม่ทำร้ายตนเอง

แม้เราจะพบกับความทุกข์ยากลำบากมากเพียงใด
นั่นก็ไม่สามารถใช้เป็นสิทธิพิเศษที่จะทำบาปได้
อย่ายอมให้ความทุกข์ยาก ล่อลวงให้เราทำบาป
ให้เรายังคงดำเนินในทางแห่งความชอบธรรมต่อไป

คำคม

“ แม้จะทุกข์มาก แต่ก็ไม่จำเป็นต้องทำบาป ”

สรุป โยบ 2

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงอนุญาตให้ซาตานทำให้โยบเป็นฝีทั้งตัว ถึงกระนั้นโยบก็​ไม่​ได้​ทำ​บาป​ด้วย​ริม​ฝี​ปาก​ของ​ตน และสหาย 3 คนของโยบก็เดินทางมาร่วมไว้ทุกข์กับโยบ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 2 เมื่อพระเจ้าทรงอนุญาตให้ซาตานนำทุกสิ่งที่โยบมีไปจากเขา ถึงกระนั้นโยบก็ไม่ทำบาปหรือกล่าวโทษพระเจ้า

ต่อมาเมื่อซาตานมา​ราย​งาน​ตัว​ต่อ​พระเจ้าอีก
พระเจ้าตรัส​กับ​ซา​ตาน​ว่า
โยบ​ เป็น​คน​ดี​พร้อม​และ​เที่ยง​ธรรม เป็น​ผู้​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า​และ​หัน​จาก​ความ​ชั่ว​ร้าย
เขา​ยัง​ยึด​มั่น​ใน​ความ​ซื่อ​สัตย์​ของ​เขา​อยู่ ถึงแม้ว่าสิ่งที่เขามีถูกทำ​ลาย​โดย​ไม่​มี​เหตุ

แล้ว​ซา​ตาน​ทูล​พระเจ้า​ว่า
ร่างกายของโยบเจ็บป่วย แล้ว​เขา​จะ​แช่ง​พระเจ้า

พระเจ้าจึงอนุญาตให้ซา​ตาน​ โจมตีร่างกายของโยบได้ แต่ห้ามฆ่าโยบ

ซา​ตาน​จึงทำ​ให้​โยบ​เป็น​ฝี​ร้าย ตั้ง​แต่​ฝ่า​เท้า​จน​ถึง​กระ​หม่อม
จน​โยบต้อง​เอา​ชิ้น​หม้อ​แตก​มา​ขูด​ตัว

ภรร​ยาของโยบ กล่าว​ว่า
“เธอ​ยัง​จะ​ยึด​มั่น​ใน​ความ​ซื่อ​สัตย์​อยู่​อีก​หรือ?
จง​แช่ง​พระ​เจ้า​และ​ตาย​เสีย​เถอะ”

แต่โยบ​ตอบ​นาง​ว่า
เรา​จะ​รับ​สิ่ง​ดี​จาก​พระ​เจ้า และ​จะ​ไม่​รับ​สิ่ง​ไม่​ดี​บ้าง​หรือ?

ใน​เหตุ​การณ์​นี้​ทั้ง​สิ้น โยบ​ไม่​ได้​ทำ​บาป​ด้วย​ริม​ฝี​ปาก​ของ​ตน

เมื่อ​สหาย​ทั้ง​สาม​ของ​โยบ​ได้​ยิน​เรื่อง​ของโยบ
พวก​เขา​ก็มา​เพื่อ​ร่วม​ใน​ความ​ทุกข์​ใจ​และ​ปลอบ​โยนโยบ
พวกเขา​เปล่ง​เสียง​ร้อง​ไห้ ฉีก​เสื้อ​คลุม​ของ​ตน และ​ซัด​ผง​คลี​ดินเหนือ​ศีรษะ
พวก​เขา​นั่ง​บน​พื้น​ดิน​กับ​โยบ 7 ​วัน 7 ​คืน ไม่​มี​ใคร​พูด​กับ​โยบ​สัก​คำ
เพราะ​เห็น​ว่า​ความ​ทุกข์​ระทม​ของ​โยบ​นั้น​ใหญ่​ยิ่ง​นัก

1. ซาตานใส่ร้ายโยบ และพระเจ้าทรงทราบว่าโยบเป็นเช่นไร
พระเจ้าจึงทรงอนุญาตให้ซาตาน ทำให้เกิดความทุกข์ยากกับโยบ
เพื่อจะทำให้ความชอบธรรมและความสัตย์ซื่อของโยบ
ได้ฉายแสงออกมาอย่างชัดเจน จนเป็นที่ประจักษ์ไม่เพียงต่อซาตาน
แต่ต่อคนอีกหลายพันล้านคนในยุคต่อๆมาที่ได้อ่านเรื่องของโยบ

เปรียบเสมือนกับ สมมติว่า ตัวโยบคำด้วยทองคำบริสุทธิ์
มองเผินอาจจะพอเห็นทองคำในตัวโยบบ้าง
แต่ก็มีเศษไม้ ตะไคร่ และอีกบางอย่างปิดบังไว้อยู่
พระเจ้าทรงอนุญาตให้เอาไปเผาโยบได้
เพราะพระองค์ทรงทราบว่า ไฟนั้นจะไม่สามารถทำลายโยบได้
แต่ตรงกันข้ามจะทำให้ความเป็นทองคำบริสุทธิ์ในตัวโยบ
ฉายแสงงออกมา เป็นที่ประจักษ์แก่ทุกคน
ซึ่งจะนำศักดิ์ศรีมาสู่โยบ ให้สมกับที่เขาเป็นจริงๆ

ในอีกมุมหนึ่งการที่พระเจ้าอนุญาตให้ซาตานทำเช่นนั้นแก่โยบ
นอกจากจะเป็นผลดี ไม่เป็นผลร้ายต่อโยบแล้ว
กลับเป็นผลร้ายต่อซาตานเอง
ซึ่งพระเจ้าจะลงโทษมันในวันแห่งการพิพากษา
เพราะมันบังอาจใส่ร้ายผู้ชอบธรรม ว่า เขาจะแช่งพระเจ้า
ทั้งที่เขาไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย
ผู้ใส่ร้ายป้ายสีผู้ชอบธรรม ย่อมต้องพบกับการพิพากษาของพระเจ้าผู้ทรงยุติธรรม

เหตุการณ์นี้นอกจากจะแสดงให้เห็นความชอบธรรมของโยบแล้ว
ยังแสดงให้เห็น ความชั่วร้ายของซาตาน ที่ถูกเปิดเผยให้ประจักษ์ แก่ผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลกอีกด้วย

ดังนั้นที่พระเจ้าอนุญาตให้ซาตานทำสิ่งนั้นกับโยบ
ช่างเป็นพระสติปัญญาอันล้ำเลิศของพระเจ้ายิ่งนัก

2. เมื่อความทุกข์ยากเกิดขึ้น
สำหรับภรรยาของโยบ มองอย่างโง่เขลาว่า ไม่ควรสัตย์ซื่อต่อพระเจ้าอีกต่อไป
เพราะดูเหมือนพระเจ้าหมดประโยชน์แล้ว ที่จะทำให้ชีวิตพบสิ่งดีๆ

สำหรับโยบ มองอย่างมีปัญญาว่า ควรสัตย์ซื่อต่อพระเจ้าต่อไป
เพราะเขาไม่ได้สัตย์ซื่อตราบเท่าที่พระเจ้าทำประโยชน์ให้แก่เขาได้
แต่เขาสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า ผู้ที่เขาควรยำเกรงและสัตย์ซื่อ

3. เพื่อน 3 คนของโยบ มีน้ำใจมาก เดินทางมาจากเมืองของตน
มาร่วมไว้ทุกข์ ร้องไห้ และอยู่เคียงข้างโยบ แบบไม่พูดอะไรเลย ถึง 7 วัน
น่าเสียดายที่เมื่อเขาเริ่มพูด พวกเขากลับทำร้ายโยบ แทนที่จะปลอบโยน

การให้ความคิดของตนเป็นใหญ่ โดยไม่ใส่ใจว่าพระเจ้าทรงรู้สึกเช่นไรในเหตุการณ์นั้นๆ
จะทำลายสิ่งดีทั้งหมดที่ เราพยายามทำในเหตุการณ์นั้นๆ

คำคม

“ พระเจ้าจะอนุญาตให้เฉพาะสิ่งที่เป็นประโยชน์เท่านั้น เกิดขึ้นกับลูกของพระองค์ ”

สรุป โยบ 1

ภาพรวม

  • พระธรรมโยบ เป็นเรื่องราวของชายผู้ดำเนินชีวิตอย่างชอบธรรม แต่ก็ยังพบเจอกับปัญหาที่รุมเข้ามาในชีวิตอย่างมากมาย ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงยำเกรงพระเจ้า
  • บทที่ 1 พระเจ้าทรงอนุญาตให้ซาตานนำทุกสิ่งที่โยบมีไปจากเขา ถึงกระนั้นโยบก็ไม่ทำบาปหรือกล่าวโทษพระเจ้า

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

โยบ บทที่ 1 มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ ชื่อ​โยบ อาศัยอยู่ใน​แผ่น​ดิน​อูส
เขา​เป็น​คน​ดี​พร้อม​ เที่ยง​ธรรม ​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า ​และ​หัน​จาก​ความ​ชั่ว​ร้าย

เขา​มี​บุตร​ชาย 7 คน​และ​บุตร​หญิง 3 คน
มี​ทรัพย์​สมบัติ​และ​คน​ใช้ ​มาก​มาย
เขา​มั่ง​คั่ง​ที่​สุด​ใน​บรร​ดา​ชาว​ตะวัน​ออก

โยบมัก​จะ​ทำ​พิธี​ชำระ​ตัว​ลูกๆให้​บริ​สุทธิ์ ด้วยการถวาย​เครื่อง​บูชา แต่เช้าตรู่
เพราะเกรงว่า ลูกๆของเขาได้​ทำ​บาป​และ​แช่ง​พระ​เจ้า​ใน​ใจ

​วัน​หนึ่ง เมื่อ​เหล่า​ทูต​สวรรค์​มา​ราย​งาน​ตัว​ต่อ​พระเจ้า
ซา​ตาน​ได้​มา​ใน​หมู่​เขา​ด้วย

พระเจ้า​ตรัส​กับ​ซา​ตาน​ว่า
​โยบ​ เป็น​คน​ดี​พร้อม​และ​เที่ยง​ธรรม เป็น​ผู้​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า​และ​หัน​จาก​ความ​ชั่ว​ร้าย

ซา​ตาน​ทูล​ตอบ​ ​ว่า
เพราะว่าพระเจ้าอวยพรโยบ เขาจึงยำเกรงพระองค์
ถ้าเขาสูญเสียสิ่งที่​เขา​มี​อยู่
แล้ว​เขา​จะ​แช่ง​พระ​องค์​

พระเจ้าจึงทรงอนุญาตให้ซาตาน ทำอะไรกับสิ่งที่โยบมีก็ได้
​แต่​ห้ามยื่น​มือ​แตะ​ต้อง​ตัว​โยบ

วัน​หนึ่ง มีคนมาแจ้งโยบว่า
– ฝูง​วัว​ 500 ตัวและ​ฝูง​ลา​ตัว​เมีย 500 ตัว ของโยบ ถูกคน​เส​บา​ ​มาปล้นเอาไปหมด
– แกะ​ 7,000 ตัว ของโยบเสีย ถูกไฟ​ตก​ลงมาจากฟ้า มา​เผาไหม้​หมด
– อูฐ 3,000 ตัว ของโยบ ถูกชาว​เคล​เดีย​มาปล้น​​ไปหมด
– ลูก​ชาย​กับ​ลูก​สาว​ของ​โยบ ถูก​บ้าน​​พัง​ลง​ทับ ตายจนหมด

แล้ว​โยบ​ก็​ลุก​ขึ้น ฉีก​เสื้อ​คลุม​ของ​ตน โกน​ศีรษะ
กราบ​ลง​ถึง​ดิน​นมัส​การ
กล่าว​ว่า
“ข้า​มา​จาก​ครรภ์​มาร​ดา​ตัว​เปล่า และ​ข้า​จะ​กลับ​ไป​ตัว​เปล่า
พระเจ้า​ประ​ทาน และ​พระเจ้าทรง​เอา​ไป​เสีย สาธุ​การ​แด่​พระเจ้า”

ใน​เหตุ​การณ์​นี้​ทั้ง​สิ้น โยบ​ไม่​ได้​ทำ​บาป​หรือ​กล่าว​โทษ​พระ​เจ้า

1. จากเรื่องนี้ทำให้เห็นชัดเจนว่า ซาตานไม่ใช่คู่ต่อสู้กับพระเจ้า
มันเกลียดพระเจ้า แต่มันก็ยังคงต้องมารายงานตัวต่อพระเจ้าอยู่ดี
ซาตานเป็นเพียงสิ่งที่ถูกสร้าง จึงยังคงอยู่ใต้สิทธิอำนาจพระเจ้าพระผู้สร้าง ผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด

ทุกอย่างที่ซาตานทำนั้น ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของพระเจ้า
โดยการกระทำที่ดื้อรั้น และชั่วร้ายของเรา จะเปิดช่องให้ซาตานโจมตีชีวิตของเราได้
แต่ไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นจะเลวร้ายสักเพียงใด
พระเจ้าทรงฤทธิ์สามารถเปลี่ยนให้มันกลับกลายเป็นผลดีสำหรับชีวิตของเราได้เสมอ

2.โยบเกรงว่าลูกๆของตน จะทำ​บาป​และ​แช่ง​พระ​เจ้า​ใน​ใจ
อาจเป็นไปได้ว่า พวกเขามีแนวโน้มที่มักจะทำเช่นนั้น
โยบจึงถวายเครื่องบูชาแทนเขา
และสังเกตว่า ทำไมพวกเขาไม่ถวายเครื่องบูชาเอง ต้องให้พ่อตื่นแต่เช้าตรู่มาทำให้
ทั้งที่เป็นบาปของตนเอง

ข้อสังเกตข้างต้น อาจจะเป็นไปได้ว่า
เหตุพวกเขาต้องเสียชีวิตในอุบัติเหตุครั้งนี้ ก็เพราะบาปของพวกเขาก็เป็นได้

แต่ขณะเดียวกัน การที่พระเจ้าอนุญาตให้อุบัติเหตุนี้เกิดขึ้น
ในที่สุดก็กลับนำพระพรยิ่งใหญ่มาสู่โยบ
และมาสู่คนหลายพันล้านคนทั่วโลก ที่ได้อ่านเรื่องของโยบในเวลาต่อๆมา

สิ่งที่พระเจ้าอนุญาตให้เกิดขึ้นกับเรา ในวันนี้
แม้เราไม่เข้าใจ แต่เราก็มั่นใจได้ว่า
จะนำผลดีและพระพรมาสู่ชีวิตของเราในอนาคต
หากเรายังคงดำเนินตามทางของพระองค์

3. แม้เหตุการณ์เลวร้ายมากมายเกิดขึ้นกัยโยบ ภายในวันเดียว
เขาก็ยังสรรเสริญพระเจ้า
และถ่อมใจลงยอมรับว่า ทุกอย่างที่เขามีมานั้น เป็นเพราะพระเจ้าเป็นผู้ประทานให้

หากเราพบเจอกับความทุกข์ยากลำบากอย่างหนึ่งอย่างใด
ให้เรายังคงสรรเสริญพระเจ้า และถ่อมใจลง มองด้วยสายตาฝ่ายวิญญาณว่า
แท้จริงพระเจ้าทรงเป็นเจ้าของทุกสิ่งที่เรามี
พระองค์มีสิทธิอนุญาตให้อะไรเกิดขึ้นก็ได้กับทุกสิ่งที่เรามี

คำคม

“ สิ่งร้ายที่ประสบจะกลายเป็นสิ่งดีเสมอ สำหรับผู้ที่ยำเกรงพระเจ้า ”

สรุป เอสเธอร์ 10

ภาพรวม

  • โมรเดคัยได้เป็นใหญ่รองจากกษัตริย์อาหสุเอรัสแห่งเปอร์เซีย ได้รับเกียรติและชื่อเสียงมากมาย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอสเธอร์ บทที่ 10 เมื่อพวกยิวได้ทำลายล้างศัตรู ในวันที่ 13 เดือน 12 และโมรเดคัยจึงเสนอให้คนยิวถือเทศกาลปูริม เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์นี้ ตลอดไป

กษัตริย์​อา​หสุ​เอ​รัส มี​รับ​สั่ง​ให้​เก็บ​ส่วย​ทั่ว​แผ่น​ดิน และ​หมู่​เกาะ​ใน​ทะเล
กษัตริย์ได้ยกโมร​เด​คัย​คน​ยิว ขึ้น มี​ตำ​แหน่ง​รอง​จาก​กษัตริย์​อา​หสุ​เอ​รัส

เขาจึง​เป็น​ใหญ่​ท่าม​กลาง​พวก​ยิว และ​เป็น​ที่​นิยม​ชม​ชอบ​ของญาติ​พี่​น้อง
เพราะเขา​แสวง​หา​สิ่ง​ดี​ให้​ชน​ชาติ​ของ​เขา
และ​พูด​ให้​เกิด​สันติ​สุข​แก่​พงศ์​พันธุ์​ทั้ง​สิ้น​ของ​เขา

1. ในบทนี้พูดถึงความยิ่งใหญ่ของกษัตริย์อาหสุเอรัส ที่ปกครองไปทั่วทั้งบนแผ่นดินใหญ่ และหมู่เกาะในทะเล
แล้วชี้ให้เห็นว่า คนที่เป็นรองจากกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ คือ โมรเดคัย
ที่เป็นเช่นนั้น เพราะโมรเดคัยทำสิ่งที่ดีเพื่อประชากรของพระเจ้า

เมื่อเราทำเพื่อพระเจ้าและเพื่อคนของพระองค์
พระเจ้าเองจะเป็นผู้ตอบแทนเรา อย่างเหลือล้น

ฮามาน ผู้จะทำลายประชากรของพระเจ้า
จากจุดสูงสุด ลงมาต่ำสุดและพบกับความพินาศ

โมรเดคัย ผู้ปกป้องประชากรของพระเจ้า
จากจุดต่ำสุด เชลยในสุสา ขึ้นสู่จุดสูงสุด เป็นรองกษัตริย์เปอร์เซีย มหาอำนาจที่มีอำนาจมากที่สุดในเวลานั้น และพบกับเกียรติ ศักดิ์ศรีมากมาย

การทำเพื่อคนของพระเจ้า จึงเป็นการทำสิ่งที่ดีให้แก่ตนเอง

คำคม

“ พระเจ้าเองจะเป็นผู้ตอบแทนการกระทำของเรา ”

สรุป เอสเธอร์ 9

ภาพรวม

  • พวกยิวได้ทำลายล้างศัตรู ในวันที่ 13 เเดือน 12 และโมรเดคัยจึงเสนอให้คนยิวถือเทศกาลปูริม เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์นี้ ตลอดไป

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอสเธอร์ บทที่ 9 เมื่อกษัตริย์ได้ออกกฤษฏีกาตามข้อเสนอของโมรเดคัย ให้คนยิวสามารถรวมตัวกันเพื่อทำลายล้างศัตรูของพวกเขาได้ ในวันที่เคยประกาศว่าให้ฆ่าคนยิวได้

ใน​วัน​ที่ 13 ​เดือน 12 ​คือ​เดือน​อา​ดาร์ ใน​วัน​นั้นเดิมทีพวกศัตรู​ของ​พวก​ยิว​หวัง​จะ​มี​อำ​นาจ​เหนือ​พวก​ยิว
แต่​กลับ​กลาย​เป็น​วัน​ที่​พวก​ยิว​ได้​มี​อำ​นาจ​เหนือพวก​เขา

พวก​ยิว​ได้​ชุม​นุม​กัน​ตาม​เมือง​ต่างๆ ใน​ทุก​มณฑล
เพื่อ​จะ​ฆ่า​บรรดา​คน​ที่​หา​ทาง​ทำ​ร้าย​พวก​เขา
เจ้า​นาย​ทั้ง​ปวง​ของ​มณ​ฑลก็​ช่วย​พวก​ยิว​ด้วย
เพราะ​ความ​กลัว​โมร​เด​คัย​ครอบ​งำ​พวก​เขา

พวก​ยิว​จึง​โจม​ตี​ศัตรู​ทั้ง​หมด​ของ​พวกเขา​และ​ทำลายเสีย
ใน​พระ​ราช​วังสุสา พวก​ยิว​ได้​ฆ่า​​เสีย 500 คน
รวมทั้งฆ่า​บุตร​ชาย​ทั้ง​ 10 คน ของ​ฮามาน​ด้วย

เมื่อกษัตริย์ทราบมีคนถูกฆ่า 500 คน ​ใน​พระ​ราช​วังสุสา​
ก็ถามพระนางเอสเธอร์ว่า ยังต้องการอะไรอีกหรือไม่?

พระ​นาง​เอส​เธอร์​ทูล​ว่า
ใน​วัน​พรุ่ง​นี้ ขอ​ให้​พวก​ยิว​ที่​อยู่​ใน​สุสา ได้​ทำ​ตาม​กฤษ​ฎีกาอีก 1 วัน
และ​ขอ​ให้​แขวน​คอ​บุตร​​ทั้ง​ 10 คน ​ของ​ฮา​มาน บน​ตะแลง​แกง

กษัตริย์​จึง​ทรง​บัญชา​ให้​ทำ​เช่น​นั้น

พวก​ยิว​ที่​อยู่​ใน​สุสา​ชุม​นุม​กัน​ใน​วัน​ที่​ 14 เดือน​อา​ดาร์​ด้วย และ​ได้​ฆ่า 300 คน​ใน​สุสา

ส่วน​พวก​ยิว​ใน​มณฑล​อื่นๆ ได้ฆ่า​ผู้​ที่​เกลียด​ชัง​พวก​เขา​เสีย 75,000 คน ในวันที่ 13
และ​ใน​วัน​ที่​ 14 ​พวก​เขา​หยุด​พัก
และ​ทำ​วัน​นั้น​ให้​เป็น​วัน​กิน​เลี้ยง​และ​วัน​ยินดี

แต่​พวก​ยิว​ที่​อยู่​ใน​สุสา​ นั้น ​หยุด​พัก​และฉลองใน​วัน​ที่​ 15

โมร​เด​คัย​ ​ส่ง​จด​หมาย​ไป​ยัง​พวก​ยิว​ใน​มณฑล​ทั้ง​ปวง​
ชัก​ชวน​พวก​เขา​ให้​ถือ​วัน​ที่ 14 และ 15 เดือน​อา​ดาร์ ​ทุกๆ ปี
เป็น​วัน​ที่​พวก​ยิว​พ้น​จาก​ศัตรู และ​เป็น​เดือน​ที่​เปลี่ยน​ความ​โศก​เศร้า​เป็น​ความ​ยินดี
ให้​พวก​เขา​ถือ​เป็น​วัน​เลี้ยง​ฉลอง​และ​วัน​ยินดี และ​ให้​ของ​ขวัญ​แก่​คน​จน

พวก​ยิว​จึง​ตก​ลง​ทำ​ตาม​นั้น

พวก​เขา​จึง​เรียก​วัน​เหล่า​นี้​ว่า​ปูริม ตาม​คำว่า “ปูร์” ที่แปลว่า สลาก
เพราะฮามานทอดสลาก แล้วสลากก็ออกเป็นวันนั้น(อสธ. 3:7)

พวก​ยิว​​สัญญา​ว่า​จะ​จด​จำ​วัน​ดัง​กล่าว​นี้ และ​ถือ​ตลอด​ทุก​ชั่ว​อายุ​คน

1. เมื่อพวกยิวแก้ปัญหาด้วยการอดอาหารอธิษฐาน พึ่งพาพระเจ้า
วันแห่งการถูกทำลาย กลับกลายเป็นวันแห่งชัยชนะ

หากเราแก้ปัญหาโดยการพึ่งพาพระเจ้าอย่างสุดใจ
เราจะเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ท่ามกลางปัญหาเหล่านั้น

2. เมื่อฮามานทอดสลาก ได้วันที่ 13 เดือน 12
ดูเหมือนเหตุการณ์จะออกมาเลวร้าย สำหรับประชากรของพระเจ้า
แต่เมื่อวันนั้นมาถึงจริงๆ พระเจ้ามีวิธีทำให้กลับกลายเป็นวันแห่งความชื่นชมยินดี

เมื่อสถานการณ์ดูเหมือนจะเลว และเหมืนจะหนักขึ้นไปทุกที
ให้รู้เถิดว่า พระเจ้ามีเวลาของพระองค์ที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์
ให้เหตุการณ์นี้ ถวายเกียรติแด่พระเจ้า และเป็นพระพรแก่ประชากรของพระองค์

คำคม

“ พระเจ้ามีเวลาและวิธีของพระองค์ เพื่อจะช่วยผู้ที่พึ่งพาพระองค์ ”

สรุป เอสเธอร์ 8

ภาพรวม

  • กษัตริย์ได้ออกกฤษฏีกาตามข้อเสนอของโมรเดคัย ให้คนยิวสามารถรวมตัวกันเพื่อทำลายล้างศัตรูของพวกเขาได้ ในวันที่เคยประกาศว่าให้ฆ่าคนยิวได้

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอสเธอร์ บทที่ 8 เมื่อเอสเธอร์ทูลกษัตริย์ว่า ฮามานคิดจะฆ่าพระนางและชนชาติของพระนางให้หมด และเมื่อความโกรธของกษัตริย์พลุ่งขึ้น จึงสั่งให้ฆ่าฮามานด้วยตะแลงแกงในบ้านของเขาเอง

ใน​วัน​นั้นเอง กษัตริย์​อา​หสุ​เอ​รัส​ประ​ทาน บ้าน​ของ​ฮา​มาน​แก่​พระ​ราชินี​เอส​เธอร์
และ​พระ​นาง​ได้​ทูล​ว่า​โมรเดคัย​เป็น​อะไร​กับ​พระ​นาง

กษัตริย์​จึง​ถอด​แหวน​ตราของ​ฮา​มาน​และ​ประทาน​แก่​โมร​เด​คัย
​พระ​นาง​เอสเธอร์​ก็​ทรง​ตั้ง​โมร​เด​คัย​เป็น​ใหญ่​เหนือ​บ้าน​ของ​ฮามาน

แล้ว​พระ​นาง​เอส​เธอร์​ทูล​กษัตริย์​อีก
ขอ​ทรง​ให้​มีจดหมาย​สั่ง​ให้​กลับ​ความ​ใน​จด​หมาย​ซึ่ง​ฮา​มาน ​เขียน​ขึ้น
​เพื่อ​ทำ​ลาย​พวก​ยิว​ที่​อยู่​ใน​มณฑล​ทั้ง​สิ้น

กษัตริย์​จึง​ตรัส​กับ​พระนาง​และ​กับ​โมร​เด​คัย​ ว่า
ให้​เขียน​เกี่ยว​กับ​พวก​ยิว​ตาม​ที่​เห็น​ว่า​ดี ใน​นาม​ของ​กษัตริย์​
และ​ประ​ทับ​ตรา​ด้วย​แหวน​ตรา​ของ​กษัตริย์
เพราะ​ว่า​กฤษ​ฎีกา​ใน​นาม​ของ​กษัตริย์ จะ​เปลี่ยน​กลับ​ไม่​ได้

ใน​วันที่ 23 เดือน​ที่ 3 คือ​เดือน​สิวัน
โมรเดคัยได้​ให้​เขียน​กฤษ​ฎีกาในนามของกษัตริย์
ส่ง​ถึง​พวก​ยิว และถึง​เจ้า​นาย​ในทุก​มณฑล ความว่า
กษัตริย์​ทรง​อนุ​ญาต​ให้​พวก​ยิว​ มา​ชุม​นุม​กัน​เพื่อ​ป้อง​กัน​ชีวิต​ของ​ตน
เพื่อ​ทำ​ลาย เพื่อ​สัง​หาร​และ​เพื่อ​ล้าง​ผลาญ​ ใครก็ตามซึ่ง​จะ​มา​ทำ​ร้าย​พวก​เขา​
ภาย​ใน​วัน​เดียว​ในทุก​มณฑล​ ​คือ วัน​ที่​ 13 ​เดือน12 คือ​เดือน​อา​ดาร์

จากนั้นโมร​เด​คัย​ออกจากวัง สวม​ฉลอง​พระ​องค์ พร้อม​กับ​มง​กุฎ​ทอง​คำ​
​ชาว​เมือง​สุสา​ก็​โห่​ร้อง​ยิน​ดี
พวก​ยิว​มี​ความ​สุข ความ​ยินดี ความ​ชื่น​บาน​และ​เกียรติ
ใน​ทุก​มณฑล​ทุก​เมือง มี​การ​เลี้ยง​และ​วัน​รื่น​เริง
คน​จำนวน​มาก​ ​ก็​เข้า​เป็น​ยิว เพราะ​ความ​กลัว​พวก​ยิว​ครอบ​งำ​พวก​เขา

1. กฤษฏีกาของกษัตริย์ซึ่งไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ถูกประกาศแล้ว ว่า
ให้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิว ใน​วัน​ที่ ​13 ​เดือน 12 (อสธ. 3:13)
ดูเหมือนไม่มีทางแก้ไขอะไรได้แล้ว เพราะแม้แต่กษัตริย์ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

แต่เมื่อพระเจ้าเปิดหนทาง ก็มีทางออก
มีกฤษฏีกาอีกฉบับ ตามข้อเสนอของโมรเดคัย
ให้ในวันเดียวกันนั้น คนยิวทุกแห่งสามารถรวมตัวกัน พร้อมอาวุธครบมือ
และอนุญาตให้พวกเขาทำลาย ล้างผลาญศัตรู ทุกคนของยิวได้

เมื่อชีวิตของเราอับจนหนทาง ดูเหมือนไม่มีทางออกที่เป็นไปได้อีกแล้ว
หากเราพึ่งพาพระเจ้าด้วยสุดใจ
พระเจ้าสามารถประทานทางออกที่เราคาดไม่ถึงให้แก่เราได้

2. เมื่อประชากรของพระเจ้าพบกับปัญหาใหญ่
โมรเดคัยได้พยายามทุกวิถีทางเพื่อช่วยพวกเขาให้รอด
ด้วยการอดอาหารอธิษฐานต่อพระเจ้า และใช้ช่องทางเท่าที่เขามีเพื่อช่วยพวกเขา

ผลที่เกิดขึ้นคือ นอกจากโมรเดคัยจะช่วยทั้งตนเองและประชากรของพระเจ้าให้พ้นภัยได้แล้ว
ตัวเขาเองกลับได้รับเกียรติอย่างมากมาย
กษัตริย์ได้รู้ความดีที่เขาได้ทำเพื่อพระองค์ และยังได้รู้ว่า โมรเดคัยเป็นลุงของพระราชินีอีกด้วย

เมื่อเราปรารถนาที่จะทำสิ่งใดๆเพื่อพระเจ้าอย่างจริงใจ
สุดท้ายคนที่จะได้รับประโยชน์ ได้รับพระพรมากที่สุด ก็คือเราเอง

คำคม

“ พระเจ้ามีทางออกให้เสมอ แก่ผู้ที่พึ่งพาพระองค์อย่างสุดใจ ”

สรุป เอสเธอร์ 7

ภาพรวม

  • เอสเธอร์ทูลกษัตริย์ว่า ฮามานคิดจะฆ่าพระนางและชนชาติของพระนางให้หมด และเมื่อความโกรธของกษัตริย์พลุ่งขึ้น จึงสั่งให้ฆ่าฮามานด้วยตะแลงแกงในบ้านของเขาเอง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอสเธอร์ บทที่ 7 เมื่อกษัตริย์อาห​สุ​เอ​รัสได้สั่งให้ฮามานไปยกย่องให้เกียรติแก่โมรเดคัย ให้ทุกคนได้รับรู้ ซึ่งทำให้ฮามานอับอายอย่างยิ่ง แล้วขันทีก็มาเชิญฮามานให้ไปร่วมงานเลี้ยงของเอสเธอร์

กษัตริย์​จึง​เสด็จ​ไปพร้อม​กับ​ฮา​มาน เพื่อร่วมงานเลี้ยงใน​วัน​ที่​สอง​
ขณะ​กำ​ลัง​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​อยู่ กษัตริย์​ถามพระนาง​เอส​เธอร์​ ถึงสิ่งที่พระนางต้องการ

พระนาง​ตอบ​ว่า
ขอ​ไว้​ชีวิต​พระนางและชน​ชาติ​ของ​พระนางด้วยเถิด
เพราะ​พระนางและ​ชน​ชาติ​ของ​พระนาง ถูกขายเพื่อให้​ถูก​ทำ​ลายสิ้น

กษัตริย์​​จึง​ถาม​ว่า
“คน​ที่​บัง​อาจ​คิด​ทำ​​เช่น​นั้น​คือ​ใคร?”

​พระ​นาง​เอส​เธอร์​ทูลว่า
คือ​ ฮา​มาน​คน​ชั่ว​ช้า​ผู้​นี้

ฮา​มาน​ก็​ตก​ใจ​กลัว​
กษัตริย์​ก็ทรง​ลุก​ขึ้น​จาก​งาน​เลี้ยง​ด้วย​พระ​พิโรธ
แต่​ฮา​มาน​ยัง​อยู่​เพื่อ​ทูล​ขอ​ชีวิต​จาก​พระ​ราชินี​เอส​เธอร์ ต่อไป

เมื่อ​กษัตริย์​​กลับ​เข้า​มาอีก
เห็นฮามาน​ยัง​กราบ​อยู่​ที่​แท่น​ซึ่ง​พระ​นาง​เอส​เธอร์​นั่ง​อยู่​นั้น
กษัตริย์​จึงคิดว่า ฮามานจะ​ข่ม​ขืน​เอสเธอร์

​ขันที​คน​หนึ่ง​ ทูล​ว่า
ฮามานได้ทำตะแลง​แกง​สูง​ 22 เมตร เตรียม​ไว้​สำหรับ​โมร​เด​คัย

กษัตริย์​จึงตรัส​ว่า “แขวน​คอมัน​บน​นั้น​แหละ”

​ฮา​มาน​จึงถูกแขวนคอบน​ตะแลง​แกง​นั้น

1. ฮามาน ผู้มีตำแหน่งสูงส่ง ร่วงหล่นลงสู่ดินในวันเดียว และถูกฆ่าด้วยเครื่องมือที่เขาเตรียมไว้ฆ่าคนอื่น
เหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะเขาทำผิดพลาดใหญ่อย่างน้อย 3 ประการ คือ 1.เย่อหยิ่งยโส 2. เคียดแค้นชิงชัง 3.ไม่ดูตาม้าตาเรือ บังอาจคิดจะมาทำร้ายประชากรของพระเจ้า

ขอให้ความผิดพลาดของฮามานนี้จะเตือนสติเรา ที่จะถ่อมใจลงต่อพระเจ้า , ยกโทษให้อภัยผู้อื่นเหมือนอย่างที่พระเจ้าทรงอภัยแก่เรา และไม่ทำร้ายคนของพระเจ้า ไม่ว่าด้วยการกระทำ คำพูด หรือการคิดร้ายต่อพวกเขา

2. เอสเธอร์ , โมรเดคัย และคนยิวในเมืองสุสา ร่วมกันอดอาหารอธิษฐาน
เพื่อให้เอสเธอร์สามารถอ้อนวอนกษัตริย์ ให้ยกเลิกการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิว
เพราะดูเหมือนเป็นการยากมากๆ
ตั้งแต่การหาโอกาสที่จะเข้าเฝ้า
จังหวะที่จะทูลเรื่องนี้
และยังมีเรื่องของกฤษฏีกาของเปอร์เซียที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้อีกด้วย

แต่เมื่อถึงเวลาเผชิญกับสถานการณ์นั้นเข้าจริงๆ
เอสเธอร์พูดเพียงนิดเดียว
ที่เหลือเป็นเพราะ
– กษัตริย์เข้าใจผิดคิดว่าฮามานจะข่มขืนเอสเธอร์
– และเพราะฮามานดันไปทำตะแลงแกง เพื่อเตรียมฆ่าคน ที่กษัตริย์เพิ่งทราบโดยบังเอิญ เมื่อเช้านี้ ว่าเป็นผู้มีบุญคุณต่อกษัตริย์

ขอเพียงเราพึ่งพาพระเจ้าอย่างสุดกำลัง
ทำส่วนของเราอย่างสัตย์ซื่อ ให้ดีที่สุด
ที่เหลือเมื่อถึงเวลาที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้
พระเจ้าเองจะเป็นผู้จัดการกับสถานการณ์ยากลำบากที่เราเผชิญนั้น

คำคม

“ จงสัตย์ซื่อต่