สรุป อพยพ 14

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงแหวกทะเลแดงเพื่อให้คนอิสราเอลเดินข้ามไป แต่เมื่อกองทัพของฟาโรห์ตามเข้าไปในทะเลแดง น้ำก็ไหลกลับเข้ามาท่วมกองทัพของฟาโรห์ตายจนหมด

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 14 เมื่อคนอิสราเอลออกจากอียิปต์ พระเจ้าทรงนำเขามาตั้ง​ค่าย​บริ​เวณ​ริม​ทะเล หน้า​ปิ​หะ​หิ​โรท
ระหว่าง​มิก​ดล​กับ​ทะเล หน้า​บา​อัล​เซ​โฟน

ส่วนฟาโรห์​ ทราบ​ว่าคนอิสราเอล​ไป​หมดแล้ว
ท่าที​ของ​ฟา​โรห์​และ​ของ​พวก​ข้า​ราช​การ​ ​ก็​เปลี่ยน​ไป
พวก​เขาเปลี่ยนใจไม่ต้องการให้คนอิสราเอลไป

​ฟาโรห์​จึงจัดทัพตามคนอิสราเอล​ไป
มีรถ​รบ​อย่าง​ดี 600 คัน​กับ​รถ​รบ​อื่น​ทั้ง​หมด​ของ​อียิปต์
มี​นาย​ทหาร​ประ​จำ​อยู่​ทุก​คัน

คน​อียิปต์​ที่ไล่​ตาม​มามี​ทั้ง​ม้า​และ​รถ​รบ​ทั้ง​สิ้น​ของ​ฟา​โรห์
พวกเขา​มา​ทัน​คน​อิส​รา​เอล​ที่​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ริม​ทะเล

เมื่อ​ฟา​โรห์​​เข้า​มา​ใกล้เต็มทีแล้ว คน​อิส​รา​เอล​ก็​​หวาด​กลัว​ยิ่ง​นัก
จึง​ร้อง​ทูล​พระ​เจ้า
และพวก​เขาตำหนิ​โมเสส​ว่า ทำไม​จึง​พา​พวก​เขา​ออก​มา​ตาย​ที่นี่
ควรปล่อยให้​พวก​เขา​รับ​ใช้​คน​อียิปต์​ดีกว่า มาตายที่นี่

โม​เสส​จึงบอกพวกเขา ​ว่า อย่า​กลัว​ ให้คอย​ดู​ความ​รอด​จาก​พระ​เจ้า
เพราะพระเจ้า​จะ​ทรง​รบ​แทนพวกเขา

พระ​เจ้า​จึงสั่งโมเสส​ ให้สั่ง​ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล​เดิน​หน้า​ต่อ​ไป
และให้โมเสส​ยก​ไม้​เท้า ​ยื่น​มือ​ออก​ไป​เหนือ​ทะเล ​แล้ว​ทะเล​นั้นจะ​แยก​ออก

เวลานั้นเสา​เมฆ​ซึ่ง​อยู่​ข้าง​หน้าคนอิสราเอล
ก็​กลับ​มา​ตั้ง​อยู่​ข้าง​หลัง​พวก​เขา
กั้น​ระหว่าง​กองทัพ​อียิปต์​และ​คน​อิส​รา​เอล ​ทั้ง​สอง​ฝ่าย​จึง ​เข้า​ใกล้​กัน​ไม่ได้ตลอด​คืน

โม​เสส​ทำตามที่พระเจ้าสั่ง ยื่น​มือ​ออก​เหนือ​ทะเล
แล้วก็มี​ลม​ตะวัน​ออก​พัด​โหม​ไล่​น้ำ​ทะเล​ตลอด​คืน ทำ​ให้​ทะเล​กลาย​เป็น​ดิน​แห้ง
และ​น้ำ​แยก​ออก​จาก​กัน ตั้ง​เป็น​เหมือน​กำแพง​ทั้ง​ทาง​ขวา​และ​ทาง​ซ้าย
คน​อิส​รา​เอล​ก็​เดิน​ผ่าน​กลาง​ทะเล​บน​ดิน​แห้ง

ส่วน​คน​อียิปต์​ก็​ไล่​ตาม​พวก​เขา​เข้า​ไป​กลาง​ทะเล
ปรากฏว่า​ล้อ​รถ​ฝืด​จน​แล่น​แทบ​ไม่​ไหว
คน​อียิปต์​จึง​พูด​กัน​ว่า ให้​หนี​จาก​คน​อิส​รา​เอล​กันเถิด เพราะ​พระเจ้า​ทรง​ต่อ​สู้​​เพื่อ​พวก​เขาแล้ว

พระเจ้าสั่ง​โม​เสส​ว่า ให้​ยื่น​มือ​ออก​เหนือ​ทะเล เพื่อ​ให้​น้ำ​ทะเล​ไหล​กลับ​คืน​มา​ท่วม​คน​อียิปต์
โม​เสส​ก็ทำตาม
ทะเล​ก็​ไหล​กลับ​ดัง​เดิม
น้ำ​ก็​ไหล​กลับ​ท่วม​กอง​กำลัง​ทั้ง​หมด​ของ​ฟา​โรห์​ตายหมด ไม่​เหลือ​สัก​คน​เดียว

คน​อิส​รา​เอล​เห็น​ศพ​คน​อียิปต์​อยู่​ที่​ชาย​ทะเล
คนอิส​รา​เอล​​ก็​เกรง​กลัว​พระ​เจ้า
พวก​เขา​เชื่อ​ถือ​พระ​เจ้าและ​เชื่อ​โม​เสส​

1. ทั้งที่คนอิสราเอลเดินตามทางที่พระเจ้าทรงนำ แต่พวกเขาก็ยังมาติดอยู่ริมทะเลแดงไปต่อไม่ได้
แล้วกองทัพของฟาโรห์ก็ไล่ตามพวกเขามาจนทัน

พวกเขาหวาดกลัวท้อแท้ ไม่อยากเดินตามทางของพระเจ้าอีกต่อไป
อยากกลับไปเป็นทาสเหมือนเดิมดีกว่า

แต่สุดท้ายพระเจ้าทรงทำให้พวกเขาเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า
และมีความเชื่อเพิ่มพูนยิ่งขึ้นจากเหตุการณ์นี้

วันนี้ ทั้งที่เราก็เดินติดตามพระเจ้าอย่างสัตย์ซื่อ แต่เราอาจก็กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่ในชีวิต
จนอาจกำลังรู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจ
แต่ให้เรารู้เถิดว่า โดยพระเจ้า พระองค์ทรงทำให้เหตุการณ์นี้ถวายเกียรติแด่พระเจ้า และกลายเป็นประโยชน์แก่เรา
ขอเพียงเราอยู่เฉยๆ รอคอยการช่วยกู้ซึ่งมาจากพระเจ้าของเรา

2. เพราะพระเจ้าทรงสู้รบแทนคนอิสราเอล
กองทัพอียิปต์ ผู้ไล่ตามล่าอิสราเอล
จึงไปเป็นฝ่ายวิ่งหนีคนอิสราเอล

เมื่อเราฝากปัญหาของเราไว้กับพระเจ้า
เราไม่ได้หนีปัญหา แต่อีกไม่นานปัญหามันจะหนีหายจากเราไป

3. โมเสส ชายอายุ 80ปี นำคนอิสราเอลเดินผ่านทะเลแดง และทำให้กองทัพของฟาโรห์จมน้ำตายกันหมด
โดย เพียงแค่ยกไม้เท้าขึ้นเท่านั้นเอง ซึ่งแค่นี้ใครๆก็ทำได้

เมื่อโมเสสเชื่อฟังพระเจ้า เขาเพียงทำในส่วนที่เขาทำได้
แล้วการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ก็เกิดขึ้น

วันนี้ เพียงแค่เราแสวงหาพระเจ้า แล้วกระทำตามน้ำพระทัยของพระองค์
ด้วยการกระทำที่เชื่อฟังของเรา ไม่ว่าจะเล็กน้อยสักเพียงใด
ก็สามารถนำการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ให้เกิดขึ้นได้
โดยพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด

คำคม

“ อย่า​กลัว​เลย จง​​นิ่ง​อยู่ คอย​ดู​ความ​รอด​จาก​พระ​เจ้า ซึ่ง​ทรง​ทำ​เพื่อ​ท่าน​ใน​วัน​นี้ ”

สรุป อพยพ 13

ภาพรวม

  • เมื่อคนอิสราเอลออกจากอียิปต์ พระเจ้าทรงให้พวกเขาจัดเทศกาลขนมปังไร้เชื้อ และพิธีถวายบุตร เพื่อระลึกถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อเขาในอียิปต์นั้น

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 13 เมื่อโมเสสนำคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์นั้น

พระ​เจ้าได้ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า
ให้คนอิสราเอลถวาย​ลูก​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​แด่พระเจ้า ทั้ง​มนุษย์และ​สัตว์

โม​เสส​จึงบอก​ประชา​ชน​ว่า
ให้พวกเขา​ระลึก​ถึง​วัน​นี้ ที่​พระเจ้าพาพวก​เขาออก​มา​จากการเป็นทาสใน​อียิปต์
นำพวกเขาไปยังดินแดนคานาอัน แผ่น​ดิน​ที่​มี​น้ำ​นม​และ​น้ำ​ผึ้ง​ไหล​บริ​บูรณ์
ดังนั้นพวกเขาจงระลึกถึง โดยการ​กิน​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ​เป็น​เวลา​ 7 ​วัน
และ​วัน​ที่ 7 ก็ให้ประกาศเป็น ​เทศ​กาล​เลี้ยง​ถวาย​เกียรติ​พระ​เจ้า
และ ใน​วัน​นั้น ให้บอก​ลูกหลาน​​ว่า
ที่​ทำ​อย่าง​นี้​ก็​เพื่อระลึกถึง​เหตุ​การณ์ที่พระเจ้า​ได้​ทรง​ทำ​เพื่อ​พวกเขา เมื่อออก​จาก​อียิปต์
ให้พวกเขา​รักษา​กฎ​เกณฑ์​นี้​ตาม​กำหนด​ทุกๆ ปี

ทุก​อย่าง​ที่​ออก​จาก​ครรภ์​ครั้ง​แรก​นั้น
​จง​แยก​ถวาย​แด่​พระเจ้า
ถ้าเป็นแกะ ก็ฆ่าถวายบูชา
ถ้าเป็นลา ก็​เอา​ลูก​แกะ​ไถ่​ลูก​ลา​หัว​ปี (คงเพราะลาฆ่าแล้วเอาไปกินต่อไม่ได้)
ถ้าเป็นบุตรชาย ก็จง​เอาแกะไถ่​บุตร​ชาย​หัวปี​
ที่ทำเช่นนี้เพื่อระลึกถึงว่า ทรง​ประ​หาร​ลูก​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์​
ทั้ง​ของ​มนุษย์​และ​ของ​สัตว์

เมื่อ​คนอิสราเอลออกจากอียิปต์แล้ว
พระ​เจ้า​ไม่​ได้​ทรง​นำ​พวก​เขา​ไป​ทาง​แผ่น​ดิน​ของ​คน​ฟี​ลิส​เตีย​
แม้​ว่า​จะ​เป็น​ทาง​ใกล้กว่า
เพราะ​เกรง​ว่า​เมื่อ​พวกเขาเผชิญ​สง​คราม พวก​เขา​จะ​เปลี่ยน​ใจ​และ​กลับ​ไป​ยัง​อียิปต์

พระ​เจ้า​จึง​ทรง​นำ​พวกเขา​อ้อม​ไป​ทาง​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ ไปยัง​ทะเล​แดง
โม​เสส​เอา​กระ​ดูก​ของ​โย​เซฟ​ไป​ด้วย เพราะ​โย​เซฟ​ได้สั่งเสียเอาไว้
พวก​เขา​ออก​จาก​เมือง​สุค​คท ไป​ตั้ง​ค่าย​ที่​เอ​ธาม​ซึ่ง​อยู่​ริม​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร
พระเจ้าทรงนำ​ทาง​พวก​เขา​ใน​เวลา​กลาง​วัน​ด้วย​เสา​เมฆ และ​ใน​เวลา​กลาง​คืน​ด้วย​เสา​เพลิง
​พวก​เขา​จีง​เดิน​ทาง​ได้​ทั้ง​กลาง​วัน​และ​กลาง​คืน
พระ​องค์​ไม่ได้​ทรง​ให้​เสา​เมฆ​​และ​เสา​เพลิง​​คลาด​จาก​เบื้อง​หน้า​พวกเขาเลย

1. พระเจ้าทรงให้ โมเสสกำหนดเทศกาลกินขนมปังไร้เชื้อ และพิธีถวายบุตรหัวปี ให้คนอิสราเอลทำตามตลอดไป เพื่อให้พวกเขาไม่ลืมสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำแก่เขาในวันที่พระองค์ทรงนำเขาออกจากการเป็นทาสในอียิปต์ และประหารบุตรหัวปีของชาวอียิปต์ แต่ให้บุตรหัวปีของพวกเขารอดชีวิต โดยเลือดของแกะปัสกา

ไม่ใช่เพราะพระเจ้าจะทวงบุณคุณ หรือ ชอบให้สรรเสริญในเรื่องอดีตที่ผ่านมามากๆ
เพราะทุกสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ล้วนเป็นที่สรรเสริญพระเจ้าอยู่แล้ว มากมายเต็มไปหมด ดังนั้นจะขาดคำสรรเสริญจากคนอิสราเอล มนุษย์ผู้เป็นแต่ผงคลีดินไปสักไม่กี่ล้านคน ไม่ใช่สาระสำคัญเลย

แต่ที่พระองค์ให้คนอิสราเอล คอยเตือนตนเองและระลึกถึงสิ่งที่พระองค์ทรงช่วยกู้เขา ก็เพราะพระองค์ทรงรักพวกเขา
ตราบเท่าที่เขาระลึกถึงการช่วยกู้ของพระเจ้า เขาก็จะหันมาหาพระเจ้าด้วยความเชื่อ เมื่อเขาเผชิญหน้ากับปัญหาหรือภัยต่างๆ
การระลึกถึงการช่วยกู้ของพระเจ้า ทำให้พวกเขารู้ตัวและมั่นใจว่า พวกเขาเป็นประชากรของพระเจ้า ดังนั้นจะทำให้พวกเขาแสวงหาพระเจ้า และติดตามพระองค์ไป แล้วได้รับพระพรตลอดไป

วันนี้ การที่เราระลึกถึงสิ่งที่พระเจ้าทำแก่เราในอดีตที่ผ่านมา จะช่วยให้เราเติบโตขึ้นในความเชื่อ และพร้อมที่จะเผชิญหากับปัญหาในปัจจุบันได้อย่างสง่างาม

2. พระเจ้าทรงนำอิสราเอล เลี่ยงไม่ไปทางดินแดนของฟิลิสเตีย ไม่ใช่เพราะพระเจ้าไม่สามารถช่วยเขาให้รบชนะพวกฟิลิสเตียได้
แต่เพราะความเชื่อของพวกเขา ยังไม่พร้อมสำหรับสงครามใหญ่เช่นนั้น
เกรงว่า ยังไม่ทันใช้ความเชื่อ ก็หนีกลับอียิปต์กันหมดเสียแล้ว
พวกเขาจำเป็นต้องมีประสบการณ์กับพระเจ้า มากยิ่งขึ้นก่อน
แล้วประสบการณ์นั้นจะเพิ่มความเชื่อ แล้วความเชื่อก็จะทำให้มีประสบการณ์มากยิ่งขึ้นอีก

พระเจ้าทรงรู้จักเราเป็นอย่างดี
พระองค์จะไม่ให้เราต้องเผชิญการทดลองที่เกินขนาดความเชื่อของเรา
นั่นหมายความว่า ความเชื่อเพียงเล็กน้อยที่เรามีในเวลานี้
ก็มากเพียงพอแล้วที่เราจะผ่านพ้นเหตุการณ์วันนี้ไปได้อย่างมีชัยชนะ

3. เสาเมฆและเสาเพลิง ได้นำคนอิสราเอลเสมอมา เมื่อพวกเขาอยู่ในถิ่นทุรกันดารนั้น
แดดไม่ร้อนเกินไปในกลางวัน
ความมืด ไม่มืดเกินไปในเวลากลางคืน
พระเจ้าจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นอย่างเพียงพอ สำหรับพวกเขาในถิ่นทุรกันดาร

เมื่อพระเจ้าทรงนำเราให้พบกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก
พระองค์จะจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นอย่างเพียงพอสำหรับเราในการดำเนินผ่านสถานการณ์นั้นไปได้

คำคม

“ โดยการจัดเตรียมของพระเจ้า เราจะผ่านมันไปได้ ”

สรุป อพยพ 12

ภาพรวม

  • พระเจ้าให้คนอิสราเอลทำพิธีปัสกาฆ่าลูกแกะเอาเลือดมาทาที่ประตู แล้วในคืนนั้นพระองค์ทรงประหารลูกหัวปีของชาวอียิปต์ทั้งหมด แต่คนอิสราเอลปลอดภัย ฟาโรห์และคนอียิปต์จึงขอให้คนอิสราเอลรีบออกไปจากอียิปต์โดยเร็วที่สุด

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 12 เมื่อพระเจ้าประกาศถึงภัยพิบัติสุดท้ายที่พระเจ้าจะลงโทษอียิปต์แล้ว

พรเจ้า​จึงตรัส​กับ​โม​เสส​และ​อาโรน ว่า
จากนี้ไปให้กำหนด​เดือน​นี้​เป็น​เดือนแรกของปี สำหรับคนอิสราเอล
ใน​วัน​ที่​ 10 ​เดือน​นี้ ให้​​เตรียม​ลูก​แกะตัวผู้ อายุ 1 ปี​ บ้านละ 1 ตัว​
ให้​เก็บแกะนั้น​ไว้​ให้​ดี​ จนถึง​วัน​ที่ 14 ​เดือน​นี้
แล้ว​ใน​เย็น​วัน​นั้น ให้ฆ่า​ลูก​แกะ​นั้น
แล้ว​เอา​เลือด​ทา​ที่​วง​กบ​ประตู​ ทั้ง​ด้าน​บน​และ​ด้าน​ข้าง​ทั้ง​สอง​ข้าง​ของ​บ้าน​ที่​​เลี้ยง​กัน​นั้น​
ใน​คืน​วัน​นั้น​ให้​ คนอิสราเอล​กิน​เนื้อแกะ​ปิ้ง​กับ​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ​และ​ผัก​รส​ขม
เนื้อแกะต้อง​กิน​ให้​หมด
แต่​ถ้า​ยัง​มี​เศษ​เหลือ​ถึง​เวลา​เช้า ก็​ให้​เผา​เสีย
คืนนั้น ให้​คาด​เอว สวม​รอง​เท้า และ​ถือ​ไม้เท้า​ไว้​ใน​มือ และ​รีบ​กิน​โดย​เร็ว
การ​เลี้ยง​แบบนี้ จะเรียกว่า “​ปัสกา​ของ​พระเจ้า”

พระเจ้าตรัสอีกว่า
ใน​คืน​วัน​นั้น พระเจ้า​จะ​ประ​หาร​ลูก​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์​ทั้ง​ของ​มนุษย์​และ​ของ​สัตว์
แต่บ้านใดมี​เลือด​ทาที่วงกบประตู​บ้าน​ จะปลอดภัย

พวก​เจ้า​จง​กิน​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ​ให้​ครบ​ 7 วัน คือวันที่ 14-21 ของเดือนแรกนี้
ใน​วัน​แรก และวันที่ 7 ของการกินขนมปังไร้เชื้อ ​ให้​มี​การ​ประ​ชุม​บริ​สุทธิ์
ห้าม​ทำ​งาน​ใดๆ นอก​จาก​การ​จัด​เตรียม​อาหาร​ให้​ทุก​คน​รับ​ประ​ทาน

แล้ว​โม​เสสก็ทำตามที่พระเจ้าตรัส คือ สั่งให้คนอิสราเอล ฆ่า​ลูก​แกะ​ปัส​กา
และ​เอา​ต้น​หุสบ​​จุ่ม​ลง​ใน​เลือด​แกะนั้น แล้ว​ป้าย​เลือด​นั้น​ที่​วง​กบ​ประตู​ทั้ง​ด้าน​บน​และ​ด้าน​ข้าง​ทั้ง​สอง​ข้าง
และห้าม​ผู้ใด​ออก​ไปพ้น​ประตู​บ้าน​ของ​ตน​จน​ถึง​รุ่ง​เช้า

แล้วคนอิส​รา​เอล​ก็​ไป​ทำ​ตาม

ใน​เวลา​เที่ยง​คืน พระเจ้า​ทรง​ประ​หาร​บุตร​หัว​ปี​ทุก​คน​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์
ตั้ง​แต่​​บุตร​หัว​ปี​ของ​ฟา​โรห์ จน​ถึง​บุตร​หัว​ปี​ของ​นัก​โทษ​ที่​อยู่​ใน​คุก​มืด
ทั้ง​ลูก​หัว​ปี​ของ​สัตว์​เลี้ยง​ทุก​ตัว

จึงมี​เสียง​ร้องไห้​คร่ำ​ครวญ​ดัง​มาก​ใน​อียิปต์
เพราะ​ไม่​มี​บ้าน​ไหน​เลย​ที่​ไม่​มี​คน​ตาย

ฟา​โรห์​จึง​รียก​โม​เสส​กับ​อา​โรน​ให้​มา​เข้า​เฝ้า​ใน​คืน​นั้น
แล้วบอกให้รีบพาคนอิสราเอลออกไปโดยเร็ว
เอา​ฝูง​แพะ​แกะ​และ​ฝูง​โค​ของ​พวก​เจ้า​ไป​ด้วย​ตาม​ที่​ขอ​ไว้​แล้ว
จง​ไป และขอ​อวย​พรให้ฟาโรห์​ด้วย

คน​อิส​รา​เอล​ทำ​ตาม​ที่​โม​เสส​สั่ง​ไว้ คือ​
ขอ​เครื่อง​เงิน เครื่อง​ทอง และ​เครื่อง​นุ่ง​ห่ม​จาก​คน​อียิปต์
พระเจ้าทรง​บัน​ดาล​ให้​คน​อียิปต์​ให้​สิ่ง​ของ​ตาม​ที่​ขอ

คน​อิส​รา​เอล​ออก​จาก​เมือง​ราเม​เสส​ไป​ถึง​เมือง​สุค​คท
มีผู้ชายประ​มาณ 600,000 คน ไม่​รวม​เด็ก
และมี​คน​ชาติ​อื่น​จำ​นวน​มาก​ติด​ตาม​ไป​ด้วย
พร้อม​ทั้ง​ฝูง​ปศุ​สัตว์​มากมาย

ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล​อยู่​ใน​อียิปต์​เป็น​เวลา 430 ปี
แล้วพระเจ้าก็ทรงนำ​พวก​เขา​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์
พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอล จัดเทศกาลปัสกาทุกปี ตลอดไป
เพื่อจะระลึกถึงการที่พระเจ้า​ทรง​นำคนอิส​รา​เอล​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์​

1. เดือนแรกของปฏิทิน​ของ​ชาว​ยิว ​คือ เดือน​อาบีบ หรือ นิสาน ซึ่ง​ตรง​กับ​กลาง​เดือน​มีนาคม
แต่คนยิวขะฉลองเทศกาลปี​ใหม่​ ใน ​เดือน​ที่ ​7 เดือนเอธานิม

2. พิธีปัสกา เป็นการระลึกถึงพระเจ้าทรงช่วยคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์
วันนั้น เพราะลูกแกะตัวหนึ่งตาย บุตรหัวปีของคนอิสราเอลจึงรอดตาย
โมเสสให้เอาไม้หุสบจุ่มเลือด มาทาที่วงกบ

เป็นภาพเล็งถึงพระเยซูคริสต์ ผู้เสด็จมาช่วยมนุษย์ให้พ้นจากการเป็นทาสของบาป
สิ้นพระชนม์ในช่วงวันปัสกา เพราะพระเยซูตาย เราจึงรอดพ้นความตายชั่วนิรันดร์
ตอนพระเยซูถูกตรึงบนไม้กางเขน ไม้หุสบก็ถูกใช้เช่นกัน ใน ยน. 19:29 “ที่​นั่น​มี​ภาชนะ​ใส่​เหล้า​องุ่น​เปรี้ยว​วาง​อยู่ พวก​เขา​จึง​เอา​ฟอง​น้ำ​ชุบ​เหล้า​องุ่น​เปรี้ยว​ใส่​ปลาย​ไม้​หุสบ ชู​ขึ้น​ให้​ถึง​พระ​โอษฐ์​ของ​พระ​องค์”

ขอบคุณพระเยซูทรงตายเพื่อเราจะได้ชีวิต และได้อย่างครบบริบูรณ์

3. สังเกตได้อย่างชัดเจน พระเจ้าชอบให้เราระลึกถึงสิ่งที่พระองค์ได้ทรงกระทำเพื่อเรา

เป็นการดีที่จะขอบพระคุณพระเจ้าเสมอ ทุกวัน ในสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำแก่เรา
วันนี้ คุณขอบคุณพระเจ้าแล้วหรือยัง?

4. ในเวลาแห่งการพิพากษาของพระเจ้า
คืนนั้น ท่ามกลางคนอียิปต์เต็มไปด้วยเสียงร้องไห้คร่ำครวญโศกเศร้า
แต่ท่ามกลางคนอิสราเอล เต็มไปด้วยงานปาร์ตี้ กินแกะปิ้งกันตลอดคืน

ในวันแห่งการพิพากษาที่กำลังจะมาถึงในอนาคต
สำหรับคนเหล่านั้นที่รับการประพรมโดยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ จะเป็นวันแห่งความชื่นชมยินดีอย่างยิ่ง
แต่สำหรับคนบาปทั้งหลาย วันนั้นจะเป็นวันที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดตั้งแต่เขาเกิดมา

คำคม

“ พระเจ้าทรงเสด็จมาช่วยเราให้พ้นจากการเป็นทาสบาปแล้ว ”

สรุป อพยพ 11

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้โมเสสเตือนฟาโรห์ถึงภัยพิบัติประการสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นในอียิปต์ จนฟาโรห์และคนอียิปต์ จะรีบไล่คนอิสราเอลออกจากอียิปต์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 11 เมื่อฟาโรห์ยังคงไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไป แม้อียิปต์จะพบภัยพิบัติถึง 9 ประการแล้วก็ตาม
ฟาโรห์จึงไล่โมเสสและอาโรนออกไปจากวัง แล้วบอกว่าถ้าเห็นหน้าอีกครั้งจะฆ๋าให้ตายเสีย

เวลานั้น​โม​เสส ​เป็น​ที่​นับ​ถือ​และเกรงกลัวมาก​ของชาวอียิปต์ทั้งปวง
โมเสส จึงประ​กาศ​แก่ฟาโรห์ ด้วยความโกรธ​อย่าง​ยิ่งว่า

พระเจ้าตรัส​ดัง​นี้​ว่า เวลา​ประ​มาณ​เที่ยง​คืน
พระเจ้าจะ​ประหาร​ลูก​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์​
ตั้ง​แต่​พระ​ราช​บุตร​หัว​ปี​ของ​ฟา​โรห์​ จน​ถึง​บุตร​หัว​ปี​ของ​ทาส​หญิง​ผู้​อยู่​หลัง​เครื่อง​โม่​แป้ง
ทั้ง​ลูก​หัว​ปี​ของ​สัตว์​ด้วย
แล้ว​จะ​มี​การ​ร้องไห้​เสียง​ดัง​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์​อย่าง​ที่​ไม่​เคย​มี​มา​ก่อน
ส่วน​คน​หรือ​สัตว์​ของคน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​สิ้น​จะปลอดภัย
แล้วข้า​ราช​การ​​ของ​ฟาโรห์จะ​​มา​กราบ​ลง​ต่อ​หน้าโมเสส
เพื่อขอ​ให้​โมเสสกับ​ประ​ชา​กร​ที่​ติด​ตาม​โมเสส ไป​เสีย​จากอียิปต์
​จาก​นั้นโมเสส​ก็​จะ​ออก​ไป

เหตุที่โมเสสประกาศกับฟาโรห์อย่างนั้น ก็เพราะว่า
พระ​เจ้าจึง​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
พระองค์​จะ​นำ​ภัย​พิบัติ​มา​สู่​ฟา​โรห์​และ​อียิปต์​อีก​อย่าง​เดียว
แล้ว​ฟา​โรห์​จะ​รีบ​ไล่คนอิสราเอลออก​จาก​อียิปต์​จน​หมด​อย่าง​แน่นอน
ดังนั้นโมเสส จง​บอก​ประชา​ชน​ทั้ง​ชาย​และ​หญิง​
ให้​ขอ​เครื่อง​เงิน​เครื่อง​ทอง​จาก​เพื่อน​บ้าน​ของ​ตน
พระ​เจ้าจะ​ทรง​ให้คนอิสราเอลเป็น​ที่​โปรด​ปราน​ใน​สาย​ตา​คน​อียิปต์

บทสรุปของเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ก็คือ
​พระเจ้าตรัส​กับ​โม​เสส​ไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่า
ฟา​โรห์​จะ​ไม่​ยอม​ฟัง​โมเสสและอาโรน
เพื่อ​การ​อัศ​จรรย์​ของพระองค์จะ​ทวี​ขึ้น​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์
ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นก็เพราะใจ​ของ​ฟาโรห์​กระ​ด้าง​
​ไม่​ทรง​ยอม​ปล่อย​ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล​ออก​ไป​จาก​แผ่น​ดิน​ของเขา

1. โมเสส ผู้ต้องหนีตายจากอียิปต์เมื่อ 40 ปีก่อน ซึ่งเวลานั้นเขาไม่เป็นที่ยอมรับนับถือแม้แต่จากชนชาติของเขาเอง
ตอนนี้ เขาอายุถึง 80 ปีแล้ว ความสามารถที่ได้เรียนรู้จากอียิปต์ก็ลืมไปแทบหมดสิ้นแล้ว กลายเป็นคนเลียงแพะแกะในต่างแดน
แต่เพราะเขายอมให้พระเจ้าทรงใช้
บัดนี้ เขากลับเป็นที่นับถือไม่เพียงแต่ในคนอิสราเอลเท่านั้น แม้แต่ข้าราชการและประชาชนของอียิปต์ก็ยังนับถือเขาอย่างมากอีกด้วย

เมื่อเรายอมให้พระเจ้าทรงใช้เรา ตามวิธีการของพระองค์
ไม่ว่าเราจะต่ำต้อยหรืออ่นแอสักเพียงใดก็ตาม
ชีวิตของเรา ก็สามารถเป็นพระพรและถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้

2. พระเจ้าประสงค์ให้คนอิสราเอลออกจากอียิปต์
แต่ฟาโรห์และพวกข้าราชการ ไม่ต้องการให้ไป
สุดท้ายแล้วทั้งฟาโรห์และพวกข้าราชการ ก็ต้องมาปราบขอร้องให้โมเสสช่วยพาคนอิสราเอลออกไปด้วยเถิด

ไม่ว่าความประสงค์ของมนุษย์จะเป็นอย่างไรก็ตาม
แต่ในที่สุดพระประสงค์ของพระเจ้า จะสำเร็จ

วิธีที่ฉลาดที่สุดสำหรับมนุษย์ในการเลือกตัดสินใจ
คือ เลือกที่จะกระทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
เพราะนั่นจะนำความสำเร็จ นำผลดีและพระพรมากมายมาสู่ชีวิตของเรา

3. โดยความช่วยเหลือของโยเซฟเมื่อ 400 ปีก่อน ทำให้อียิปต์มั่งคั่งด้วยทรัพย์สมบัติมากมาย
แต่ต่อมาคนอียิปต์จับคนอิสราเอลทั้งหมดไปเป็นทาส ยึดทรัพย์สมบัติของคนอิสราเอลไป
บัดนี้ พระเจ้าทรงดลใจให้คนอียิปต์ ยอมมอบ​เครื่อง​เงิน​เครื่อง​ทอง​มากมายแก่คนอิสราเอล

ในเรื่องนี้ นอกจากเราจะเห็นความยุติธรรมของพระเจ้าแล้ว
เรายังเห็นการจัดเตรียมของพระองค์ในเวลาของพระองค์
เพราะช่วงเวลาหลายร้อยปีที่เป็นทาสในอียิปต์ ​เครื่อง​เงิน​เครื่อง​ทอง​ย่อมไม่ใช่สิ่งสำคัญหรือจำเป็นอะไรเลย
แต่บัดนี้คนอิสราเอลกำลังจะอกไปสร้างประเทศใหม่
​เครื่อง​เงิน​เครื่อง​ทอง​ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนอิสราเอลแล้ว

พูดง่ายๆคือ พระเจ้าให้ฝากไว้ก่อนหลายร้อยปี
พอถึงเวลาจะเป็นต้องใช้ ก็เอากลับคืนมา

วันนี้ พระเจ้ามีเวลาที่เหมาะสมและดีที่สุด สำหรับสิ่งต่างๆในชีวิตของเรา
หากเรายังไม่ได้รับ หรือเราต้องสูญเสียมันไป
คำตอบง่ายๆก็คือว่า พระเจ้าทรงเห็นว่า ยังไม่ใบ่เวลาที่เราจำเป็นต้องมีสิ่งเหล่านั้น
วันใด ที่พระเจ้าทรงเห็นว่า เราจำเป็นแล้ว พระองค์จะประทานมาให้แก่เราอย่างแน่นอน

คำคม

“ ยิ่งไม่กลับใจ ยิ่งนำภัยมาสู่ตน ”

สรุป อพยพ 10

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้ฝูงตั๊กแตนมาทำลายพืชทั้งหมดในอียิปต์ และให้เกิดความมืดอย่างยิ่ง ถึงกระนั้นฟาโรห์ก็ยังไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไป
  • สามารถรับชมรายละเอียดคำอธิบายเพิ่มเติม ของ อพยพบทที่ 10 ที่นี่ครับ >>
    https://www.youtube.com/watch?v=Bdq91iF3Wsw&t=1286s

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 10 หลังจากภัยพิบัติ 7 อย่าง ผ่านพ้นไป ฟาโรห์ก็ยังไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไป

พระเจ้า​จึงให้​โม​เสส​และ​อา​โรน​ ไปบอกฟา​โรห์ ว่า
ถ้ายัง​จะ​ขัด​ขืน​ไม่​ยอม​อ่อน​น้อม​ต่อ​พระเจ้า โดยไม่ยอมปล่อยประชากรของพระเจ้าไป​นาน​สัก​เท่า​ไร?
พรุ่ง​นี้พระเจ้า​จะ​ให้​ตั๊ก​แตน​ปา​ทัง​ก้า​เข้า​มา​ในอียิปต์ มากมายจน​มอง​ไม่​เห็น​พื้น​ดิน

พวก​ข้า​ราช​การ​กราบ​ทูล​ฟา​โรห์​ว่า
ขอ​ทรง​ปล่อย​คนอิสราเอลเถิด ไม่งั้นอียิปต์​จะ​พินาศ​หมดแน่

ฟาโรห์จึงเรียกโม​เสส​และ​อา​โรน​มา​เข้า​เฝ้า​อีก
ฟาโรห์เริ่มใจอ่อน จึงถามว่า
ถ้าจะไป จะมีใครไปบ้าง?

โมเสสตอบว่า
ทั้ง​คน​หนุ่ม​ ทั้ง​ผู้​อา​วุ​โส ทั้ง​เด็กๆ และ​ฝูง​แพะ​แกะ​ ฝูง​โค

ได้ยินดังนั้น ฟาโรห์จึงไม่ยอมให้ไป
แล้วไล่โมเสสและอาโรนออกจากวังไป

พระ​เจ้า​จึงสั่ง​โม​เสส ให้​เหยียด​มือ​ออก​เหนือ​แผ่น​ดิน​อียิปต์
เมื่อโมเสสทำตาม
ก็มี​ลม​ตะวัน​ออก​พัด​มา​ ​ตลอด​วัน​และ​ตลอด​คืน ​หอบ​ฝูง​ตั๊ก​แตน​มามากมายมหาศาล
​ปก​คลุม​ทั่ว​พื้น​แผ่น​ดิน​จน​มืด​ไป​หมด
พวกมัน​กิน​พืช​ผัก​ ผลไม้ และต้นไม้ ทุก​อย่าง​ใน​แผ่น​ดิน

ฟา​โรห์​ทรง​รีบ​ให้​คน​ไป​ตาม​ตัว​โม​เสส​และ​อา​โรน​เข้า​เฝ้า​ทันที
แล้วกล่าวขอโทษ ต่อพระ​เจ้า​และ​ต่อโมเสสกับอาโรน
แล้วขอให้โมเสสช่วย​วิง​วอน​พระ​เจ้า​ ให้ฝูงตั๊กแตนไปเสีย

โม​เสส​ก็​​วิง​วอน​ต่อพระเจ้า
แล้วกระ​แส​ลมก็เปลี่ยนทิศ พัด​ฝูง​ตั๊ก​แตน​ไป​ตก​ใน​ทะเล​แดง​จน​ไม่​เหลือ​เลย​สัก​ตัว​เดียว​ ทั่ว​เขต​แดน​อียิปต์

แต่ฟา​โรห์ก็เปลี่ยนใจไม่​ยอม​ปล่อย​คน​อิส​รา​เอล​ไปอีก

พระเจ้าจึงสั่ง​โม​เสส​ ให้​ชู​มือ​ขึ้น​สู่​ท้อง​ฟ้า เพื่อ​ให้​มี​ความ​มืด​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์ เป็น​ความ​มืด​จน​สัม​ผัส​ได้
โม​เสสก็ทำตาม
แล้ว​ความ​มืด​ทึบ​ ก็​เกิด​ขึ้น​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์ 3 วัน
พวก​เขา​มอง​กัน​ไม่​เห็น ไม่​มี​ใคร​ลุก​ไป​จาก​ที่​อยู่​ของ​ตน​ 3 ​วัน
แต่​มี​แสง​สว่าง​อยู่​ใน​ที่​อาศัย​ของ​คนอิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด

ฟา​โรห์​จึง​บอกโม​เสส​ ว่า
ให้ไปนมัสการพระเจ้าได้ รวมทั้งเด็กๆด้วย แต่​ฝูง​แกะ​และ​ฝูง​โค​ไม่ต้องเอาไป

แต่โม​เสสตอบว่า
ต้องไปทั้งหมด ขาด​ไม่​ได้​สัก​ตัว​เดียว

ดังนั้นฟา​โรห์​จึง​ไม่​​ยอม​ ไม่อนุญาตให้คนอิสราเอลออกไป

ฟา​โรห์​​สั่ง​โม​เสส ​ว่า
ให้ไป​ให้​พ้น อย่า​มา​ให้​เรา​เห็น​หน้า​อีก​เลย ไม่งั้นโมเสสจะ​ต้องตายแน่

โม​เสส​จึง​ตอบว่า
ใช่​แล้ว เขา​จะ​ไม่​มา​ให้​ฟาโรห์​เห็น​หน้า​อีก​เลย

1. จากบุคลิกลักษณะของฟาโรห์องค์นี้ ทำให้เรารู้จักลักษณะของคนที่ใจแข็งกระด้าง ว่า เป็นดังนี้
– ไม่สนใจคำแนะนำของผู้อื่น(พวกข้าราชการ)
– เย่อหยิ่งยโส ต่อมนุษย์ หรือแม้แต่ต่อพระเจ้า (​ขัด​ขืน​ไม่​ยอม​อ่อน​น้อม​ต่อ​พระเจ้า)
– ไม่สนใจหลักการ จะทำตามใจตนเองซะอย่าง ใครจะทำไม? (กษัตริย์ควรรักษาคำพูด แต่ฟาโรห์กลับไม่มีสัจจะ)
– ได้เห็น ได้รับรู้ คำเตือนแล้ว ก็ยังไม่ยอมกลับใจจากทางที่ผิด

วันนี้ เราควรสำรวจตนเองดูว่า มีลักษณะของความแข็งกระด้างในจิตใจทำนองนี้ อญุ่ในจิตใจของเราบ้างหรือไม่?

2. มืดจน​สัม​ผัส​ได้ ในข้อ 21 หมายถึง มืดจน​รู้สึก​ได้ นั่นคือ ​มืด​สนิท​จริงๆ จน​มอง​อะไร​ไม่​เห็น​เลย ต้อง​นั่ง​ๆ ​นอน​ๆ อยู่​กับ​ที่​ เป็น​เวลา 3 วัน ชาว​อียิปต์​จึง​ต้อง​รู้​สึก​สลด​หด​หู่​ใน​เวลา​เช่นนี้

3. ในการเจรจาต่อรองของฟาโรห์ต่อโมเสส เจรจามาถึงขั้น ยอมให้คนอิสราเอลไปได้ทั้งหมด รวมทั้งเด็กๆด้วย ขอเพียงแค่อย่าเอาฝูงสัตว์ไปด้วย
ซึ่งโมเสส ก็ไม่ยอม
ดังนั้น ฟาโรห์ จึงไม่ยอมเหมือนกัน
น่าเสียดายที่ ฟาโรห์เสียดายฝูงสัตว์ จนกระทั่งนำความตายมาสู่บุตรชายมากมายของชาวอียิปต์ รวมทั้งบุตรของตนด้วย
ว่าไปแล้ว ไม่คุ้มเลย ที่เอาชีวิตลูกชายของตนไปแลกกับฝูงสัตว์เหล่านั้น

การไม่ยอมจำนนต่อพระเจ้า หรือ การหวงบางสิ่งไว้จากพระเจ้า
จะนำปัญหาใหญ้โตมากยิ่งกว่าที่คิดมาสู่ชีวิต

4. ในบทนี้ โมเสสต้องเผชิญหน้ากับการทดลองหลายครั้ง
เมื่อฟาโรห์ยื่นข้อเสนอให้คนอิสราเอลไปได้ แต่ต้องละบางคนหรือบางอย่างไว้
เพียงแค่ โมเสสยอมอ่อนข้อบ้าง บางอย่าง เขาก็จะสามารถนำคนอิสราเอลออกจากอียิปต์สำเร็จแล้ว

แต่โมเสสสอบผ่านการทดลองนี้ไปได้อย่างสง่างาม
เขาไม่ยอมอ่อนข้อต่อฟาโรห์ แม้แต่นิดเดียว
เขาทำตามคำสั่งของพระเจ้า 100%

ในทุกวันนี้ เราก็ต้องเผชิญการทดลองทำนองเดียวกับโมเสสอยู่เสมอ
เมื่อ การอ่อนข้อให้กับวิถีแห่งโลกนี้ หรือให้กับบาป นิดๆหน่อย ก็จะทำให้เราประสบความสำเร็จได้งดงาม
เราจะเลือกตัดสินใจอย่างไร?
ยอมอ่อนข้อ อลุ่มอล่วยบ้าง เล็กๆน้อยๆ
หรือ จะทำตามอย่างโมเสส ไม่ยอมอ่อนข้อหรือประนีประนอม สิ่งที่ขัดกับคำสั่งของพระเจ้าเลย แม้เพียงเล็กน้อย

คำคม

“ การไม่ยอมถ่อมใจลงต่อพระเจ้า เป็นการจงใจทำร้ายตนเอง ”

สรุป อพยพ 9

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้มีภัยพิบัติอย่างที่ 5 , 6 และ 7 เกิดขึ้นในอียิปต์ ได้แก่ โรคระบาดในสัตว์ ฝีพุพอง และไฟกับลูกเห็บ แต่ฟาโรห์ก็ยังใจแข็งกระด้างไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไป

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 9 หลังจากภัยพิบัติที่ 3 ฝูงเหลือบ ผ่านพ้นไป ฟาโรห์ก็ใจแข็งกระด้างอีก จึงกลับคำไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไป
พระเจ้าจึงทรงใช้​โม​เสส​ ไปบอกฟาโรห์​ว่า จง​ปล่อย​ประ​ชา​กร​ของ​พระเจ้าไป​นมัส​การพระองค์
​ถ้า​​ไม่​ยอม​ปล่อย พรุ่งนี้ พระเจ้าจะ​ทำ​ให้​ฝูง​​สัตว์​ใน​ทุ่ง​นา ฝูง​ม้า ฝูง​ลา ฝูง​อูฐ ฝูง​โค และ​ฝูง​แพะ​แกะ เป็น​โรค​ระบาด​ร้าย​แรง
แต่​​ฝูง​สัตว์​ของคน​อิส​รา​เอล​จะ​ไม่​ตาย

แล้ว​ฟาโรห์ก็ไม่ยอม พระเจ้าจึงทรง​ทำ​สิ่ง​ที่ทรงตรัสไว้นั้น
แต่​ใจ​ของ​ฟา​โรห์​ยัง​คงแข็ง​กระ​ด้าง
ไม่​ทรง​ยอม​ปล่อย​ให้​ประ​ชา​กร​ไป

พระเจ้าจึงสั่ง​โม​เสส​และ​อา​โรน ให้​กำ​เขม่า​จาก​เตา​ให้​เต็ม​กำมือ แล้ว​ให้​โม​เสส​ซัด​ขึ้น​ไป​ใน​อา​กาศ​ต่อ​หน้า​ฟาโรห์ แล้วเขม่า​นั้น​จะ​กลาย​เป็น​ฝุ่น​ปลิว​ไป​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์ แล้ว​ทำ​ให้​เกิด​เป็น​ฝี​พุ​พอง​​ทั้ง​ตัว​คน​และ​สัตว์​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์

โมเสสกับอาโรนก็ทำตาม แล้วก็เกิดขึ้นอย่างที่พระเจ้าตรัสไว้
แต่​พระ​เจ้า​ทรง​ให้​ใจ​ของ​ฟา​โรห์​กระ​ด้าง ไม่​ยอม​ฟัง​โม​เสส​และ​อาโรน

พระเจ้าสั่ง​โมเสส​ ให้ไปบอกฟาโรห์ ให้ปล่อยคนอิสราเอลไป
มิฉะนั้น พรุ่ง​นี้​พระเจ้า​จะ​ให้​ลูก​เห็บ​ตก​ลง​มา​อย่าง​หนัก อย่าง​ที่​ไม่​เคย​มีมาก่อน​ใน​อียิปต์
เพราะ​ฉะนั้น จง​สั่ง​ให้​ต้อน​ฝูง​สัตว์​และ​สาร​พัด​ที่​อยู่​ใน​ทุ่ง​นา​ให้​เข้า​ที่​กำบัง เพื่อจะไม่​โดน​ลูก​เห็บ​ตาย​

ปรากฏว่า มีข้า​ราช​การ​ของ​ฟา​โรห์​ที่​เกรง​กลัว​ คำตรัส​ของ​พระ​เจ้า ก็​ให้​ทาส​และ​ฝูง​​สัตว์​ของ​ตน​หลบ​เข้า​ไป​ใน​บ้าน
แต่​ผู้​ที่​ไม่​สน​ใจ​ ก็​ปล่อย​ให้​ทาส​และ​ฝูง​สัตว์​ของ​ตน​อยู่​ใน​ทุ่งนา

แล้วพระเจ้าให้โมเสส ​ชู​มือ​ขึ้น​ยัง​ท้อง​ฟ้า แล้ว​ ​มี​เสียง​ฟ้า​ร้อง มี​ลูก​เห็บ และ​ไฟ​ตก​บน​แผ่น​ดิน ​อย่าง​ต่อ​เนื่อง ​ทำ​ลาย​ทุก​อย่าง​ที่​อยู่​ใน​ทุ่ง​นา​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์​ทั้ง​คน​ ​สัตว์ ต้นไม้ และ​ผัก​หญ้า​ทุก​อย่าง​ใน​ทุ่ง​นา​
​แต่ที่​แผ่น​ดิน​โกเชน​ซึ่งคนอิส​รา​เอล​อยู่​นั้น ไม่​มี​ลูก​เห็บ​ตก​เลย

ฟา​โรห์​จึง​พูดกับโมเสส​และ​อา​โรน​ ว่า ครั้ง​นี้​เขา​ทำบาป เขา​กับ​พล​เมือง​ของ​เขา​ผิด พระเจ้า​เป็น​ฝ่าย​ถูก
ดังนั้นขอ​โมเสสช่วย​ทูลพระเจ้า ​ให้​ยุติ​เสียง​ฟ้า​ร้อง​และ​ลูก​เห็บ​ด้วยเถิด
แล้ว​เขา​จะ​ปล่อยคนอิสราเอลไป

โมเสสก็ร้องทูลพระเจ้า แล้ว เสียง​ฟ้า​ร้อง​กับ​ลูก​เห็บ​นั้น​ก็​หยุด
แต่พอ​ฟาโรห์​ทราบ​ว่า ฝน ลูก​เห็บ​และ​ฟ้า​ร้อง​นั้น​หยุด​แล้ว
ก็กลับคำ​อีก ทั้ง​ฟาโรห์​และ​พวก​ข้า​ราช​การก็มีใจ​แข็ง​กระ​ด้าง
​ไม่​ยอม​ปล่อยคน​อิส​รา​เอล​ไป

1. ภัยพิบัติที่ 5 เกิดโรคระบาดทำให้ฝูงสัตว์ในทุ่งนาตายหมด(อพย. 9:6) ไม่ใช่สัตว์ทั้งหมดในอียิปต์ แต่เฉพาะในทุ่งนา เพราะใน อพย.9:9 และ 9:20-21 ก็การกล่าวถึงฝูงสัตว์อีก และอพย.14 ก็มีกล่าวถึงม้าของทหารอียิปต์ตอนไล่ตามอิสราเอล
ท่ามกลางการพิพากษาอันรุนแรงของพระเจ้า ก็ยังพบพระเมตตาในนั้น
เหมือนใน อพย. 9:32 เมื่อลูกเห็บตกมาทำลายพืชเสียสิ้น ก็ยังทรงเหลือต้น​ข้าว​สาลี​และ​ต้น​ข้าว​สเปลต์ เอาไว้

2. เมื่อพระเจ้าทรงให้ภัยพิบัติจากลูกเห็บเกิดขึ้น
บางคนที่เชื่อและเกรงกลัวคำเตือนจากพระเจ้า พวกเขาไม่พบความเสียหายใดๆ
ส่วนคนที่ไม่เชื่อหรือไม่เกรงกลัวคำเตือนนั้น พวกเขาต้องพบการสูญเสียครั้งใหญ่

เมื่อพระเจ้าเตือน แล้วเราเกรงกลัวแล้วรีบกลับใจ เราจะปลอดภัย
ต่อให้มีเหตุการร้ายนั้นเกิดขึ้นจริงๆ แต่เราก็จะรอดปลอดภัย
แต่ถ้าไม่อย่างนั้น เราจะพบกับความเสียใจ

3. ใน อพย. 9:27 เป็นครั้งแรกที่ ฟา​โรห์​​เริ่ม​ตระหนัก​ว่า ภัย​พิบัติ​ต่างๆ นั้น ​เป็น​เพราะการที่เขา​ไม่​เชื่อ​ฟังพระเจ้า
ฟาโรห์ดูเหมือนจะกลับใจ แต่เป็นการกลับใจแค่ชั่วคราว ซึ่งเป็นการกลับใจจอมปลอม
ไม่อาจนำผลการเปลี่ยนที่แท้จริงให้เกิดขึ้นได้

วันนี้ เรารู้ตัวและสำนึก ในสิ่งเราทำผิดพลาดพลั้งบาปไป หรือยัง?
แล้วเราพร้อมที่จะตัดสินใจ กลับอย่างแท้จริง อย่างจริงใจ แล้วหรือยัง?

คำคม

“ การกลับใจชั่วคราว เป็นการกลับใจจอมปลอม ”

สรุป อพยพ 8

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้ภัยพิบัติเกิดขึ้นในอียิปต์ จาก ฝูงกบ ฝูงริ้น ฝูงเหลือบ แต่ฟาโรห์ก็ยังคงใจแข็งกระด้างไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไปอยู่ดี
  • สามารถรับชมรายละเอียดคำอธิบายเพิ่มเติม ของ อพยพบทที่ 8 ที่นี่ครับ >>
    https://www.youtube.com/watch?v=Bdq91iF3Wsw&t=921s

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 8 หลังจากพระเจ้าทำให้แม่น้ำไนล์กลายเป็นเลือดแล้ว 7 วัน
พระเจ้า​ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า ให้เขา​ไป​บอก​ฟา​โรห์​ว่า
พระเจ้าสั่งให้​ปล่อย​ประ​ชา​กร​ของ​พระเจ้าไป​นมัส​การ​พระองค์
ถ้า​ฟาโรห์​ไม่​ยอม​ พระเจ้า​จะ​ลงโทษอียิปต์ด้วย​ฝูงกบ
ฝูง​กบ​จะ​เต็ม​ทั้ง​แม่​น้ำ​ไนล์ ​ใน​วัง ใน​ห้อง​นอน และ​บน​ที่​นอน​ ใน​บ้าน ตาม​ตัวคน ใน​เตา​ปิ้ง​ขนม และ​ใน​อ่าง​ขยำ​แป้ง​ของ​พวกเขา

แล้ว​พระ​เจ้าให้โม​เสส​ ​บอก​อาโรน​ให้​เหยียด​มือ​ที่​ถือ​ไม้​เท้า​ออก​
เหนือ​แม่​น้ำ ลำ​คลอง หนอง บึง ให้​ฝูง​กบ​ขึ้น​มา​บน​แผ่น​ดิน​อียิปต์

เมื่ออา​โรน​ทำตาม กบ​ก็​ขึ้น​มา​เต็ม​แผ่น​ดิน​อียิปต์
พวก​ที่​ใช้​เวท​มนตร์​คา​ถา​ก็​ทำให้​มี​ฝูง​กบ​ขึ้น​มา​บน​แผ่น​ดิน​อียิปต์​เหมือน​กัน

ฟา​โรห์​จึงพูดกับ​โม​เสส​และ​อา​โรน ​ว่า
ให้พวกเขาช่วยอธิษฐานต่อพระเจ้า ให้ฝูง​กบ​ไป​เสีย​จาก​อียิปต์
แล้ว​ฟาโรห์​จะ​ยอม​ปล่อย​ให้​คน​อิส​รา​เอล​ไป​ถวาย​สัตว​บูชา​แด่​พระ​เจ้า

โม​เสส​จึงถาม​​ฟา​โรห์​ว่า อยากให้ฝูงกบไปเมื่อไร
ฟา​โรห์ตอบ​ว่า “พรุ่ง​นี้”
โม​เสส​จึงบอกว่า ฝูง​กบ​จะ​ไป​จาก​ฟาโรห์ และบ้านเมืองอียิปต์
เหลือ​อยู่​แต่​ใน​แม่​น้ำ​ไนล์ ในวันพรุ่งนี้

แล้ว​โม​เสส​ร้อง​ทูลต่อ​พระเจ้า​ เรื่อง​ฝูง​กบ​ที่​ทรง​ให้​มา​รบ​กวน​ฟา​โรห์
พระ​เจ้า​ทรง​ทำ​ตาม​คำ​ขอของ​โม​เสส
ฝูง​กบ​เหล่า​นั้น​ก็​ตาย​เกลื่อน​ไปหมด แผ่น​ดิน​ก็​เหม็น​ตลบ

เมื่อ​ฟา​โรห์​เห็นว่า​ความ​เดือด​ร้อน​บรรเทา​ลง​แล้ว ก็​มี​พระ​ทัย​กระ​ด้าง​อีก
และ​ไม่​ทรง​ยอม​เชื่อ​ฟัง​โม​เสส​กับ​อา​โรน

พระเจ้า​ให้​โม​เสสบอก​อา​โรน​ว่า
ให้ใช้​ไม้​เท้า​ตี​ผง​คลี​ดิน​ให้​กลาย​เป็น​ตัว​ริ้น​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์
อาโรนก็ทำตาม ริ้นจึง​มา​ตอม​มนุษย์​และ​สัตว์​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์

​พวก​ที่​ใช้​เวท​มนตร์​คาถา​ก็​พยา​ยาม​ทำ​ให้​เกิด​ริ้น แต่​ก็​ทำ​ไม่​ได้
พวกเขาจึง​ทูล​ฟา​โรห์​ว่า “นี่​เป็น​กิจ​การ​ของ​พระ​เจ้า”
แต่​ฟา​โรห์​มี​พระ​ทัย​กระ​ด้าง ไม่​ยอม​ฟัง​พวก​เขา

พระเจ้าใช้​โม​เสส​ ไปบอกฟาโรห์ว่า ​
ถ้า​ไม่​ปล่อย​ประ​ชา​กร​ของ​พระเจ้าไป
พระเจ้าจะ​ใช้​ฝูง​เหลือบ​มา​ตอมคน​อียิปต์​จะ​เต็ม​ไป​ทั่วแผ่นดินอียิปต์
ยกเว้นใน​โกเชน ซึ่งประ​ชา​กร​ของ​พระเจ้าอาศัย​อยู่​นั้น​

แล้ว​พระ​เจ้าก็​ทรง​ทำ​ดัง​นั้น เหลือบ​ฝูง​ใหญ่​มาก​เข้า​มาทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์ ทำให้แผ่น​ดิน​ก็​เสีย​หาย​ย่อย​ยับ​

ฟา​โรห์​จึง​เรียก​โม​เสส​กับ​อา​โรน​มา แล้ว​สั่ง​ว่า จง​ไป​ถวาย​สัตว​บูชา​แด่​พระ​เจ้า​ใน​เขต​แผ่น​ดิน​นี้ก็แล้วกัน
โม​เสสตอบว่า หากทำเช่นนั้น คนอียิปต์จะเอาหินขว้างพวกอิสราเอลจนตาย เพราะการถวายสัตวบูชาของคนอิสราเอล เป็น​สิ่ง​พึง​รังเกียจ​ของ​คน​อียิปต์ (เพราะโคที่จะเอามาถวายเป็นเครื่องบูชา คนอียิปต์ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์)
ดังนั้นคนอิสราเอล​ต้อง​เดิน​ทาง​ไป​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​เป็น​ระยะ​ทาง​ 3 ​วัน และ​ถวาย​สัตว​บูชา​ที่นั่น

ฟา​โรห์​จึง​ยอมตกลง แล้วบอกว่า​ อย่า​ไป​ไกล​นักและให้วิง​วอน​เพื่อ​ฟาโรห์​ด้วย

โม​เสส​จึงตอบว่า เขา​จะ​อธิษ​ฐาน​ทูล​พระ​เจ้า ขอ​ให้​ฝูง​เหลือบ​ไป​จาก​อียิปต์​ใน​วัน​พรุ่ง​นี้
แต่​ขอ​ฟาโรห์อย่า​กลับ​คำ​อีก

โมเสสจึงไปอธิษ​ฐาน​ต่อ​พระ​เจ้า
แล้วพระเจ้าทรง​ทำ​ตาม​คำ​ทูล​ของ​โม​เสส
ทรง​ให้​ฝูง​เหลือบ​ไป​จาก​ฟา​โรห์ จาก​ข้า​ราช​การ​และ​จาก​พล​เมืองอียิปต์
ไม่​เหลือ​อยู่​สัก​ตัว​เดียว

แต่​ฟา​โรห์​ก็​กลับคำ มี​พระ​ทัย​แข็ง​กระ​ด้าง​อีก ไม่​ยอม​ปล่อย​ประ​ชา​กร​ไป

1. ชาว​อียิปต์เชื่อว่า กบ​หรือ​คาง​คก​ คือ เทพ​สตรี​เฮคต์ ผู้​คอย​ช่วย​เหลือ​สตรี​เวลา​คลอด​ลูกออกมาได้
แต่พระเจ้าทรงสำแเดงให้เห็นว่า แม้แต่เทพเจ้าที่ชาวอียิปต์นับถือก็ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของพระเจ้า

พระเจ้าทรงสำแดงพระองค์เอง ให้มนุษย์ได้รับรู้ ตามความเข้าใจเพียงน้อยนิดที่มนุษย์มี
เหมือนชาวอียิปต์เข้าใจผิดว่า กบช่วยให้เขาคลอดลูกได้
พระเจ้าก็ใช้สิ่งนั้นสื่อสารให้พวกเขา เข้าใจและรู้จักพระเจ้า
แต่น่าเสียดายที่พวกเขา ไม่ใส่ใจที่จะรู้จักพระองค์

วันนี้ แม้เรามีความเข้าใจในเรื่องพระเจ้ายังไม่มากนัก
แต่ถ้าเราแสวงหาที่จะรู้จักกับพระองค์มากขึ้น อย่างจริงใจ
ความรู้ความเข้าใจเท่าที่เรามี ก็เพียงพอที่จะให้เรารู้พระองค์ได้มากขึ้นได้

2. ริ้น เป็น​แมลง​ขนาด​เล็ก​กว่า​แมลง​หวี่ กัด​เจ็บ
คำ​นี้​ใน​ภาษา​ฮีบรู แปล​ได้​อีกว่า เห็บ , เหา ,หมัด หรือ ไร

3. เหลือบ เป็น​แมลง​คล้าย​แมลง​วัน แต่​ตัว​โต​กว่า มี​ปีก​คู่​เดียว ​มี​อวัยวะ​เป็น​ท่อ​ดูด​ของ​เหลว​กิน
ตัว​เมีย​ดูด​เลือด​มนุษย์​และ​สัตว์​เป็น​อาหาร กัด​เจ็บมาก

4. ตั้งแต่ถัยพิบัติอย่างที่ 3 (ริ้น) เป็นต้นไป ​พวก​นัก​เวท​มนตร์​คาถา​ไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้เลย
จนพวกเขา​ทูล​ฟา​โรห์​ว่า “นี่​เป็น​กิจ​การ​ของ​พระ​เจ้า”
นั่นคือ พวกเขายอมรับว่า ไม่มีทางที่มนุษย์คนใดจะทำสิ่งนี้ได้

แม้ฟาโรห์จะได้รับการยืนยันชัดเจนว่า ภัยพิบัติที่กำลังเกิดขึ้นนี้ เป็นมาจากพระเจ้า
ถึงกระนั้น ฟาโรห์ก็ยังไม่ยอมจำนนต่อพระเจ้าอยู่ดี
จึงกลับนำภับพิบัติที่ใหญ่หลวงยิ่งขึ้นมาสู่ตนเองและประเทศ

วันนี้ หากเราสังเกตเห็น คำเตือนจากสวรรค์
อย่าให้เรานิ่งนอนใจ หรือทำใจแข็งกระด้างไม่สนใจคำเตือนนั้น
แต่ให้เรารีบกลับใจใหม่ หันกลับมาแสวงหาพระเจ้า กลับมาเดินในทางแห่งน้ำพระทัยของพระองค์

5. กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ แต่ฟาโรห์องต์นี้ตรัสแล้วกลับไปกลับมา ครั้งแล้วครั้งเล่า
ท่ามกลางลักษณะที่ไม่เอาไหนของใครบางคน พระเจ้ายังคงสามารถใช้ลักษณะนั้นทำให้แผนการของพระเจ้าสำเร็จ

วันนี้คนรอบข้างเราบางคน อาจมีลักษณะนิสัยบางอย่างที่ไม่น่าชื่นใจเอาเสียเลย
ขอให้เรารู้เถิดว่า พระเจ้ากำลังทรงใช้ลักษณะนิสัยของเขาแบบนี้แหละเพื่อให้แผนการอันดีเลิศของพระเจ้าสำเร็จ

คำคม

“ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในทุกวันนี้ เป็นกิจการของพระเจ้า ”

สรุป อพยพ 7

ภาพรวม

  • โมเสสและอาโรน มาบอกให้ฟาโรห์ปล่อยคนอิสราเอลไป และเขาทั้งสองได้ทำการอัศจรรย์ต่อหน้าฟาโรห์และพวกข้าราขการ ทำให้ไม้เท้ากลายเป็นงู ทำให้แม่น้ำไนล์กลายเป็นเลือด ถึงกระนั้นฟาโรห์ก็ยังไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไปอยู่ดี

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 7 พระเจ้าสั่งให้โมเสสไปแจ้งแก่ฟาโรห์อีกครั้ง ให้เขาปล่อยคนอิสราเอลไป
แล้วพระ​เจ้า​จึง​ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า พระองค์จะตั้ง​โมเสส ให้​เป็น​ดัง​พระ​เจ้า​ต่อ​ฟา​โรห์ และ​ให้อา​โรน​ ​เป็น​ดังผู้​เผย​พระ​วจนะ​ของ​โมเสส
โดยพระเจ้าให้โมเสสบอกข้อความให้อาโรนฟัง
แล้วให้​อา​โรนเป็นคน​บอกแก่​ฟา​โรห์​

พระเจ้าบอกกับโมเสสว่า
พระองค์​จะ​ทำ​ให้​ใจ​ของ​ฟาโรห์​แข็งกระด้าง
เพื่อพระองค์จะ​ทำ​หมาย​สำคัญ​และ​การ​อัศ​จรรย์​ ให้​ทวี​มาก​ขึ้น ​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์

ฟา​โรห์​จะ​ไม่​ฟังโมเสสและอาโรน
แล้วพระเจ้าเองจะจัดการกับ​อียิปต์
และ​จะ​พา​​ประ​ชา​กร​ของ​พระองค์​ออก​จาก​​อียิปต์
​ด้วย​การ​พิ​พาก​ษา​อัน​ใหญ่​หลวง

โม​เสส​และ​อา​โรน​ก็​ทำ​ตาม​ที่​พระเจ้าสั่ง
เวลานั้นโม​เสส​มี​อายุ 80 ปี และ​อา​โรน 83 ปี

พระ​เจ้าตรัส​กับ​โม​เสส​และ​อาโรน​ว่า
​ต่อ​หน้า​ฟาโรห์ ให้โมเสสสั่งอาโรน ​โยน​ไม้เท้าของอาโรนลงพื้น แล้ว​ไม้​เท้า​จะ​กลาย​เป็น​งู
โมเสสและอาโรนก็ทำตาม และเป็นจริงตามนั้น
ปรากฏว่าพวก​นัก​วิท​ยา​คม​ของอียิปต์ จึง​ทำ​ได้​เหมือน​กัน
แต่​ไม้​เท้า​ของ​อา​โรน​กลืน​ไม้​เท้า​ของ​พวก​เขา​เสีย​สิ้น
​ฟา​โรห์​ก็​ยัง​ใจแข็งกระ​ด้าง​ไม่​ยอม​ฟัง​เขา​ทั้ง​สอง

พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า
ให้โมเสส​ไป​เข้าเฝ้า​ฟา​โรห์​ใน​เวลา​เช้า ​โดยให้​ยืน​คอย​เขา​อยู่​ที่​ริม​ฝั่ง​แม่​น้ำ
แล้วบอกกับฟาโรห์ ว่า เพราะฟาโรห์ไม่ยอมเชื่อฟังพระเจ้า
ไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไปนมัสการพระองค์
ดังนั้นพระเจ้าจะทำให้แม่น้ำไนล์กลายเป็นเลือด

แล้วให้โมเสสเอาไม้เท้าของอาโรนฟาดลงไปที่แม่น้ำไนล์
แล้วให้โมเสส บอกอาโรนว่า ให้ถือ​ไม้​เท้า​นั้น และ​เหยียด​มือ​ออก​เหนือ​น้ำ​แห่ง​อียิปต์

โม​เสส​กับ​อา​โรน​ก็​ทำ​ตาม​ที่​พระ​เจ้าสั่ง
แล้วน้ำ​ใน​แม่​น้ำ​ไนล์​ก็กลายเป็นเลือด ต่อหน้าต่อตาฟา​โรห์​และ​พวก​ข้า​ราช​การ
ปลา​ใน​แม่​น้ำ​ไนล์​ก็​ตาย แม่​น้ำ​ไนล์​ก็​เหม็น
และ​คน​อียิปต์​ก็​ดื่ม​น้ำ​ใน​แม่​น้ำ​ไนล์​นั้น​ไม่​ได้
มี​เลือด​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์

แต่พวกใช้​เวท​มนตร์​คา​ถา​ก็​ทำ​ได้​เหมือน​กัน
แม้จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้
​พระ​ทัย​ของ​ฟา​โรห์​ยัง​กระ​ด้าง ไม่​ฟัง​โมเสสและอาโรน อยู่ดี
ฟา​โรห์​เสด็จ​กลับ​วัง ไม่​ได้​เอา​ใจ​ใส่ใน​เหตุ​การณ์​ครั้ง​นี้
ซึ่ง​ก็​เป็น​จริง​ดัง​ที่​พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​ไว้

คน​อียิปต์​ทั้ง​หมด​ ก็หาทางแก้ปัญหาโดยการ​ขุด​หลุม​ตาม​ริม​แม่​น้ำ​ไนล์​หา​น้ำ​ดื่ม
เพราะ​พวก​เขา​ดื่ม​น้ำ​ใน​แม่​น้ำ​ไนล์​ไม่​ได้

1. พระเจ้าทรงตั้ง​โมเสส ให้​เป็น​ดัง​พระ​เจ้า​ต่อ​ฟา​โรห์ คือ โมเสสจะทำการอัศจรรย์ในฐานะตัวแทนของพระเจ้า
ช่างเป็นเกียรติที่ยิ่งใหญ่ ที่มนุษย์คนหนึ่งได้เป็นตัวแทนของพระเจ้าทำกิจการของพระองค์

วันนี้ เราก็ได้รับเกียรติเดียวกับโมเสสนี้
พระเจ้าทรงใช้เราเป็นตัวแทนของพระเจ้า สำแดงความรักของพระองค์ ฤทธานุภาพของพระองค์ ผ่านข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ ที่พระองค์ทรงมอบให้แก่เราประกาศนั้น
เพราะโดยข่าวประเสริฐนี้ ความรักและฤทธานุภาพของพระเจ้าได้สำแดงออก มาเป็นการช่วยกู้และเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ สำหรับทุกคนที่เชื่อวางใจในข่าวประเสริฐนั้น

จงทำหน้าที่อันทรงเกียรตินี้ โดยถือเป็นชีวิตจิตใจ

2. หากสังเกตดูดีๆ เราจะเห็นว่า คนที่พูดกับฟาโรห์และคนที่เป็นเจ้าของไม้เท้าที่ทำการอัศจรรย์ได้นั้น คือ อาโรน
แต่พระเจ้า ทรงให้โมเสสเป้นคนบอกให้อาโรนทำ

เมื่อพระเจ้าเลือกใคร ให้มีสิทธิอำนาจ คนนั้นแหละเป็นคนที่มีสิทธิอำนาจที่แท้จริง
จริงอยู่ อาโรนอาจพูดเก่งกว่าโมเสส และไม้เท้าของเขาก็ดูเหมือนมีฤทธิ์มากกว่าในบทนี้
แต่ถ้าโมเสสไม่สั่ง ต่อให้อาโรนจะทำทั้งหมดนี้กล่าวในบทนี้ การอัศจรรย์ก็คงจะไม่เกิดขึ้น

ไม่สำคัญว่า เราเก่งกาจ มากกว่าผู้นำของเราสักเพียงใด
ถ้าพระเจ้าทรงเจิมตั้งเขาเป้นผู้นำฝ่ายวิญญาณ
เราก็สมควรที่จะเชื่อฟังและสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่
ตราบเท่าที่เขากำลังทำตามน้พระทัยของพระเจ้า

3. โมเสสและอาโรน ตอนนั้น สองคนอายุรวมกันก็ 163 ปี แล้ว
สองผู้เฒ่า ผู้ที่พระเจ้าทรงใช้ ก็มีกำลังมากยิ่งกว่าเหล่ากองทัพอันเกรียงไกรของฟาโรห์เสียอีก

คนที่คิดไปเองว่า ตนอายุมากไป หรือน้อยไป พระเจ้าคงใช้ไม่ได้
กำลังคิดผิด และกำลังดูแคลนพระเจ้า
พระเจ้าทรงฤทธิ์สามารถใช้ คนเฒ่าอายุ 80 ปี ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เพื่อพระเจ้าอย่างไร
พระเจ้าก็ทรงสามารถใช้เราได้เช่นกัน
เพียงแต่เราจะยอมให้พระเจ้าใช้ โดยการเริ่มต้นเชื่อฟัง คำสั่งในพระคำของพระเจ้า
เท่าที่เรารู้วันนี้ แล้วลงมือทำเท่าที่เราจะทำได้

4. พระเจ้าบอกโมเสสว่า พระองค์จะทำให้ใจฟาโรห์แข็งกระด้าง
เพื่อพระองค์จะ​ทำ​หมาย​สำคัญให้​​มาก​ยิ่งขึ้น ​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์

ถ้าสังเกตดูดีๆ จะพบว่า ในภัยพิบัติ 5 อย่างแรกนั้น
พระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่า พระเจ้าทำให้ใจฟาโรห์แข็งกระด้าง
ซึ่งหมายความว่า ฟาโรห์ใจแข็งกระด้างเอง

และในเมื่อเขาไม่ยอมกลับใจเสียที
ตั้งแต่ภับพิบัติที่ 6 เป็นต้นไป พระคัมภีร์ใช้คำว่า
“พระ​เจ้า​ทรง​ให้​พระ​ทัย​ของ​ฟาโรห์​แข็ง​กระด้าง” (อพย. 9:12)

นั่นคือ พระเจ้าให้โอกาส มนุษย์ที่จะกลับใจ
แต่ในเมื่อยังไงๆก็จะไม่กลับใจ
บางครั้งพระเจ้าทรงให้เขาเดินไปในทางนั้นให้สุดๆไปเลย
เพื่อให้แผนการของพระเจ้าสำเร็จ

วันนี้ เรายังมีโอกาสกลับใจ
แต่หากเรายังไม่ยอมกลับใจ
เมื่อหมดโอกาสกลับใจแล้ว
วันนั้นจะเป็นวันที่เราจะเสียใจอย่างที่สุด

5. นักวิทยาคมของอียิปต์ ใน 2ทธ. 3:8 ได้กล่าวถึงชื่อของเขาว่า ชื่อ “ยันเนส​กับยัมเบรส์​”
พวกเขาต่อต้านโมเสส เพื่อไม่ให้ฟาโรห์และพวกข้าราชการ เชื่อโมเสส
ถึงแม้ว่าพวกคนเหล่านั้นจะได้เห็นการอัศจรรย์ของพระเจ้าแล้วก็ตาม

วันนี้ มีคนแห่งโลกนี้ และ เหตุผลจอมปลอมแห่งโลกนี้มากมาย
พยายามบิดเบือนความจริง
พยายามทำให้ผู้เชื่อหลงไปจากความจริง
ทั้งที่ผู้เชื่อเหล่านั้น เคยพบการอัศจรรย์
เมื่อพวกเขา เชื่อฟังทำตามพระคำของพระเจ้ามาแล้วก็ตาม
แต่บัดนี้ นักวิทยาคมแห่งยุคนี้ ทำให้พวกเขาลืมหรือไม่สนใจ
ที่จะเชื่อและทำตามพระคำของพระเจ้าอีกต่อไป

อย่าให้เราติดกับดักให้โลกนี้
ที่พยายามหลอกลวงเรา ชักนำออกจากความจริงในพระคำของพระเจ้า
ที่พยายามดึงเราออกจากการเชื่อฟัง ทำตามพระคำ และใช้พระคำในการตัดสินใจเรื่องต่างๆในชีวิต

ให้เราคงยังยึดมั่นในความจริงต่อไป เชื่อและทำตามพระคำของพระองค์ตลอดไป

6. ภัยพิบัติอย่างแรกได้เกิดขึ้น แต่ฟาโรห์และชาวอียิปต์ ก็ไม่ได้สนใจเสียงเตือนจากพระเจ้า
เพราะพวกเขายังหาทางออกอื่นได้ เช่นขุดหลุมตามริมน้ำเพื่อหาน้ำ
น่าเสียดาย หากพวกเขารับรู้และเกรงกลัวสัญญาณจากพระเจ้าตั้งแต่ภัยพิบัติแรกนี้
หายนะอีก 9 อย่าง คงไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในอียิปต์
และบุตรหัวปีของเขาทุกคน คงจะไม่ต้องตาย

วันนี้ เมื่อพระเจ้าเตือนเราให้กลับใจใหม่ ด้วยสัญญาณบางอย่าง
อย่าให้เราใจแข็งกระด้าง ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ
แทนที่จะกลับใจ ร้องไห้เสียใจ เข้ามาหาพระเจ้า
แต่กลับหาทางแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ด้วยกำลังและสติปัญญาของตน
โดยไม่สนใจใยดีต่อสัญญาณเตือนจากพระเจ้านั้นเลย
ขออย่าให้เราเป็นเช่นนั้นเลย

จงรับรู้สัญญาณเตือนจากพระเจ้า
แล้วรีบกลับใจโดยไว

คำคม

“ ใจที่แข็งกระด้าง กำลังดึงไม้เรียวมาหาตน ”

สรุป อพยพ 6

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงย้ำกับโมเสสว่า พระองค์จะทรงช่วยคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์แน่นอน ดังนั้นพระองค์จึงใช้โมเสสให้ไปบอกกับประชาชนและฟาโรห์อีกครั้ง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 6 เมื่อโมเสสไปบอกให้ฟาโรห์ให้ปล่อยคนอิสราเอลไป ฟาโรห์ไม่ยอมแต่กลับใช้งานคนอิสราเอลให้หนักขึ้นอีก

พระเจ้าจึง​ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า พระเจ้าจะจัดการกับฟาโรห์ ด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระองค์
จนฟา​โรห์​จะ​ต้อง​ปล่อย​คนอิสราเอลไป

พระ​เจ้า​ตรัส​อีก​ว่า พระองค์ คือ “​ยาห์​เวห์”
เมื่อพระองค์​ปรา​กฏ​แก่​อับ​รา​ฮัม แก่​อิสอัค และ​แก่​ยา​โคบ​ นั้น
พระองค์ไม่ได้บอกพระนามของพระองค์ให้พวกเขาได้รู้
ถึงกระนั้นพระองค์ก็ได้ทรง​ทำ​พันธ​สัญ​ญา​ไว้​กับ​เขา​ทั้ง​หลาย​ ​ว่า
​จะ​ยก​แผ่น​ดิน​คา​นา​อัน​ให้​พวก​เขา
บัดนี้พระองค์ได้​ยิน​เสียง​คร่ำ​ครวญ​ของ​คน​อิส​รา​เอล
และ​ระลึก​ถึง​พันธ​สัญ​ญา​ของ​พระองค์

ดังนั้น ให้โมเสสบอกคนอิส​รา​เอล ให้มั่นใจได้เลย ​ว่า
พระ​ยาห์​เวห์ จะ​นำ​พวก​เขาออกจากการเป็นทาส อย่างแน่นอน
และพระองค์​จะ​รับ​พวก​เขา​เป็น​ประ​ชา​กร​ของ​พระองค์
และพระองค์​จะ​เป็น​พระ​เจ้า​ของ​พวก​เขา
พระองค์​จะ​นำ​พวก​เขา เข้า​ไป​ครอบครองแผ่น​ดิน​ซึ่ง​เรา​ได้ทรงสัญญาไว้

โม​เสส​จึง​นำเรื่องนี้ ไปบอก​กับคนอิส​รา​เอล แต่​พวก​เขา​ไม่​ฟัง​
​เพราะ​หมด​อาลัย​ตาย​อยาก​และ​ทน​งาน​ทาส​แทบ​ไม่​ไหว

พระเจ้าตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า
ให้ไป​บอก​ฟา​โรห์ ให้​ปล่อยคนอิส​รา​เอล​ไป​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์

​โม​เสสจึง​ทูล​พระเจ้า​ว่า
ขนาดคนอิส​รา​เอล​ก็​ไม่​ได้​ฟัง​เขาเลย แล้ว​ฟาโรห์​จะ​ฟัง​เขาได้​อย่าง​ไร?

พระเจ้าจึง​ตรัส​กับ​โม​เสส​และ​อา​โรน ให้​แจ้ง​แก่คนอิส​รา​เอล​และ​ฟา​โรห์​ ​ว่า
พระเจ้า​ทรง​บัญชา​ให้โมเสสและอาโรน ​พาคนอิส​รา​เอล​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์

พระคัมภีร์ตัดเรื่องมาพูดถึง พงศ์พันธุ์ของโมเสสและอาโรน ผู้ที่พระเจ้าใข้นำคนอิสราเอลออกจากอียิปต์
อิสราเอล(ยาโคบ) มีบุตรชาย 12 คน พงศ์พันธุ์ของบุตร 3 คนแรก เป็นดังนี้
1.รูเบน​ มีบุตร ​ชื่อ
–1.1. ฮาโนค
–1.2. ปัลล
–1.ู3. เฮส​โรน
–1.4 ​คาร​มี
2. ​สิ​เม​โอน มีบุตร​ชื่อ
–2.1. เยมู​เอล
–2.2. ยามีน
–2.3. โอหาด
–2.4. ยาคีน
–2.5. โศหาร์
–2.6. ​ชาอูล
3. เลวี มี​อายุ 137 ปี มีบุตรชื่อ
–3.1. เกอร์​โชน มีบุตรชื่อ
— 3.1.1.​ ลิบนี
— 3.1.2. ​ชิ​เม​อี
–3.2. โค​ฮาท มีอายุ 133 ปี มีบุตรชื่อ
— 3.2.1.​ อัม​ราม มีอายุ 137 ปี มีบุตร​ชื่อ
**** 3.2.1.​1. [[ อาโรน ]] มีบุตรชื่อ
———- 3.2.1.​1.1. นาดับ
———- 3.2.1.​1.2. อา​บีฮู
———- 3.2.1.​1.3. เอเล​อา​ซาร์ มีบุตรชื่อ
========= 3.2.1.​1.3.1. ฟีเนหัส
———- 3.2.1.​1.4. อิธา​มาร์
**** 3.2.1.​2. [[ โมเสส ]]
— 3.2.2.​ อิส​ฮาร์ มีบุตรชื่อ
**** 3.2.2.​1. โค​ราห์ มีบุตรชื่อ
———– 3.2.2.​1.1. อัส​สีร์
———– 3.2.2.​1.2. เอล​คา​นาห์
———– 3.2.2.1.​3. ​อาบี​ยา​สาฟ
**** 3.2.2.​2. เน​เฟก
**** 3.2.2.​3. ​ศิครี
— 3.2.3.​ เฮ​โบรน
— 3.2.4.​ ​อุส​ซี​เอล มีบุตรชื่อ
**** 3.2.4.​1. มิ​ชา​เอล
**** 3.2.4.​2. เอล​ซา​ฟาน
**** 3.2.4.​3. ​สิธรี
–3.3. ​เม​รา​รี มีบุตร​ชื่อ
— 3.2.1.​ มาห์ลี​
— 3.2.2.​ ​มูชี

อา​โรน​และ​โม​เสส​ สอง​คน​นี้ คือ​ผู้​ที่​พระ​ยาห์​เวห์​ได้ทรงใช้ให้​พา​คนอิส​รา​เอล​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์​
พวกเขา เป็น​ผู้​​ทูล​ฟาโรห์​ ​เรื่อง​พาคนอิส​รา​เอล​ออก​จาก​อียิปต์
และโมเสสคนนี้แหละที่ ​กราบ​ทูล​พระเจ้า​ว่า
“ข้า​พระ​องค์​เป็น​คน​พูด​ไม่​เก่ง ไฉน​ฟา​โรห์​จะ​ฟัง​ข้า​พระ​องค์เล่า?”

1. พระเจ้าไม่เคยบอกพระนามของพระองค์ แก่อับราฮัม หรือ อิสอัค หรือยาโคบ
พวกเขาแม้ยังไม่รู้แม้แต่ชื่อของพระเจ้า พวกเขาก็ยังเชื่อวางใจในพระองค์

วันนี้ เรารู้จักพระนามของพระองค์ และรู้เรื่องราวของพระเจ้ามากมาย
มากกว่าอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ มากมายนัก
สมควรอย่างยิ่งที่เราจะ เชื่อไว้วางใจในพระเจ้า ให้มากกว่าหรืออย่างน้อยก็เท่ากับพวกเขา

2. โมเสสทูลพระเจ้าว่า ขนาดคนอิสราเอล พวกเดียวกับเขายังไม่ฟังเขาเลย แล้วพระเจ้าให้ไปพูดกับฟาโรห์ ฟาโรห์จะฟังได้อย่างไร
แต่พระเจ้าตอบโมเสส น่าสนใจมาก
พระองค์บอกโมเสสว่า “ให้​แจ้ง​แก่คนอิส​รา​เอล​และ​ฟา​โรห์​…”
คือ พระเจ้าบอกว่า พวกเขาเชื่อหรือไม่เชื่อ ฟังหรือไม่ฟัง ก็ช่างพวกเขา
แค่แจ้งให้ทราบก็พอ ที่เหลือพระเจ้าจัดการเอง

เมื่อเราจะประกาศข่าวประเสริฐ หรือถ้อยคำของพระเจ้า
หน้าที่ของเราคือ ประกาศออกไปอย่างชัดเจน ให้ผู้ฟังเข้าใจเนื้อหาอย่างถูกต้อง
แต่พวกเขาจะฟังหรือไม่ฟัง จะเชื่อหรือไม่เชื่อ นั่นไม่เกี่ยวข้องกับเราแล้ว
ปล่อยให้เป็นงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่จะทำงานในจิตใจของเขาเองเถิด

3. ต้นตระกูลของโมเสสนั้น
เลวี ทวดของเขา และ โคฮาท ปู่ของเขา รวมทั้งตัวโมเสสเอง ไม่ใช่บุตรหัวปี
แต่ อัมราม พ่อของเขา เป็นบุตรหัวปี
เรื่องนี้ ชี้ให้เห็นว่า แม้เรื่องบุตรหัวปีจะสำคัญ
แต่ผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกและทรงใช้ได้นั้น
พระองค์ทรงเลือกตามพระประสงค์ของพระองค์เอง
เพราะพระเจ้าผู้ทรงชันสูตรใจ ทรงรู้จักจิตใจของเราแต่ละคนเป็นอย่างดี

วันนี้ แม้ในสายตาของคนทั่วไป เราอาจจะไม่น่าเป็นคนที่พระเจ้าใช้เป็นพระพรมากมายได้
แต่หากเราจริงใจต่อพระองค์ ปรารถนาที่จะให้ชีวิตของเราถวายพระเกียรติแด่พระองค์
พระเจ้าก็ทรงสามารถใช้เราเป็นพระพรยิ่งใหญ่ได้

4. โมเสส รู้สึกว่า ตนเอง​ขาดคุณสมบัติที่จะทำให้ภารกิจที่พระเจ้ามอบหมายให้สำเร็จ
คือ เขาเป็น​คน​พูด​ไม่​เก่ง จึงไม่คิดว่า ฟา​โรห์​จะ​ฟังเขา
แต่เพราะพระเจ้าทรงเลือกที่จะใช้เขา
คุณสมบัติที่เขาคิดว่า จำเป็นจึงไม่เป็น สำหรับการทำพระราชกิจของพระเจ้า

วันนี้ เราอาจจะคิดว่า เราไม่พร้อม อ่อนแอเกินไป ไม่เอาไหนเหลือเกิน
แต่พระเจ้าประสงค์ใช้สิ่งที่โลกถือว่าอ่อนแอ ไม่ได้เรื่อง
เพื่อจะถวายเกียรติแด่พระเจ้า ผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด
พระเจ้าทรงใช้เราได้ หากเรายอมให้พระองค์ทรงใช้

คำคม

“ ไม่ว่าคนจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม จงประกาศพระวจนะของพระเจ้าต่อไป ”

สรุป อพยพ 5

ภาพรวม

  • โมเสสและอาโรนเข้าเฝ้าฟาโรห์เพื่อจะขอให้ฟาโรห์หล่อยคนอิสราเอลไปนมัสการพระเจ้าในถิ่นทุรกันดาร สักชั่วระยะหนึ่ง แต่ฟาโรห์ไม่ยอม และหาว่าคนอิสราเอลขี้เกียจ หาเรื่องอู้งาน จึงให้พวกเขาทำงานหนักยิ่งขึ้นไปอีก

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 5 เมื่อโมเสสและอาโรนกลับมาที่อียิปต์แล้ว
พวกเขาก็ไปเข้า​เฝ้า​ฟา​โรห์ ทูล​ว่า
พระ​ยาห์​เวห์ พระ​เจ้า​ของ​อิส​รา​เอล สั่งให้​ปล่อย​ประชา​กร​ของพระองค์​ไป
เพื่อ​​ฉลอง​เทศ​กาล​เลี้ยงใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร
ฟา​โรห์​ตรัส​ว่า ไม่​รู้​จัก​พระ​ยาห์​เวห์ และ​จะ​ไม่​ปล่อย​คน​อิส​รา​เอล​ไป​เด็ดขาด

เขา​ทั้ง​สอง​จึง​ทูล​ว่า ขอไป​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​เป็น​ระยะ​ทาง​แค่ 3 ​วัน
เพราะถ้า​ไม่​ไป พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ลง​โทษ​พวก​อิสราเอล

ฟา​โรห์ก็ยังคงไม่ยอม แต่กลับให้​นาย​ทาส​และ​นาย​งาน​ของ​คนอิสราเอล
ไม่ต้องให้​ฟางเพื่อทำอิฐ​แก่คนอิสราเอล ให้คนอิสราเอลไปหาเอง
แต่​จำนวน​อิฐต้องทำให้ได้เท่าเดิม

ต่อมาเมื่อทำอิฐได้ไม่ครบตามจำนวน นาย​งาน​ของ​คน​อิส​รา​เอล
เขา​จึง​มา​ร้อง​ทูล​ฟา​โรห์ ว่าพวกเขาไม่ได้รับฟางในการทำอิฐ
ฟาโรห์​จึงตอบเขาว่า พวก​เจ้า​ขี้​เกียจ จึง​มา​ร้อง ขอ​ถวาย​สัตว​บูชา​แด่​พระ​ยาห์​เวห์
ดังนั้นจึงไม่ให้ฟาง แต่จำนวนอิฐต้องได้เท่าเดิม

นาย​งานคนอิส​รา​เอล​ ก็​เห็น​ว่า​พวก​ตน​ตก​ที่​นั่ง​ลำบาก​แล้ว
เมื่อ​ออก​มา​จาก​เข้า​เฝ้า​ฟาโรห์
พวก​เขา​พบ​โม​เสส​กับ​อา​โรน​ยืน​คอย​อยู่
จึง​ตำหนิว่า เขาทั้งสองมา​ทำ​ให้คนอิสราเอล​เป็น​ที่​เกลียด​ชัง​ใน​สาย​ตาของ​ฟา​โรห์ และ​ข้า​ราช​การ​ของ​พระ​องค์ เหมือน​หนึ่ง​เอา​ดาบ​ใส่​มือ​พวก​เขา​ให้​ฆ่า​คนอิสราเอล​เสีย

โม​เสส​จึง​กลับ​ไป​ทูล​พระเจ้าว่า
ทำไม​พระ​องค์​ทรง​นำ​ความ​เลว​ร้าย​มา​สู่​คนอิสราเอลเช่นนี้?
ทำ​ไม​พระ​องค์​จึง​ทรง​ใช้เขามา?
เขายิ่งทูลฟา​โรห์ ฟา​โรห์​ก็ยิ่ง​ทำ​การ​เลว​ร้าย​แก่​คนอิสราเอล
และโมเสส​ก็​ไม่​ได้​ทรง​ช่วย​อะไรคนอิสราเอลเลย

1. ตอนเริ่มต้น โมเสสและอาโรน ขอพาคนอิสราเอลไปนมัสการพระเจ้า เพียงไม่กี่วัน โดยให้เหตุผลว่าไม่งั้นพระเจ้าจะลงโทษพวกอิสราเอล

ฟังดูก็เป็นประโยคที่ อ่อนน้อมถ่อมตนและสมเหตุสมผลดี

แต่ไม่ตรงกับที่พระเจ้าบอกให้โมเสสพูด ใน อพยพ 4:23 ที่พระเจ้าสั่งให้บอกว่า “จงปล่อยบุตรของเราให้ไปนมัสการเรา ถ้าเจ้าไม่ยอม เราจะประหารบุตรหัวปีของเจ้าเสีย ”
ซึ่งดูดุดันไปหน่อย โมเสสและอาโรนจึงเลือกไม่ใช้ประโยคนี้

แต่ดูเหมือนว่า ประโยคที่โมเสสและอาโรนอุตส่าห์เรียบเรียงขึ้นมา จะไม่ได้ผล
หน่ำซ้ำ ทำให้เกิดปัญหาตามมาต่อทั้งพวกเขาและต่อคนอิสราเอลอีกด้วย

วิธีการของพระเจ้า อาจจะดูขัดแย้งกับหลักการและเหตุผลของเรา
แต่ถ้าเราเชื่อฟังและเชื่อใจพระคำของพระเจ้า ก็เกิดผลดีเป็นแน่
หากเราไม่เชื่อใจ แล้วหันมาทำตามวิธีการแห่งสติปัญญาของเรา
มักสร้างปัญหามากกว่าแก้ปัญหานั้นๆ

2. เมื่อผลของการเจรจากับฟาโรห์ ออกมาได้เป็นดังที่คาดไว้
โมเสสเริ่มหวั่นไหว เริ่มท้อใจ
เริ่มมีคำถามมากมายต่อพระเจ้า
เพราะเขาหารู้ไม่ทั้งหมดยังอยู่ในแผนการของพระเจ้า

หากเรารู้ตัวว่า ทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นกับเรา อยู่ในแผนการอันดีเลิศของพระเจ้า
เราก็จะไม่ตีโพยตีพายมากมาย เมื่อมีเหตุการร์ที่ไม่ได้คาดฝันเกิดขึ้นกับเรา

วันนี้ เราเชื่อหรือไม่ว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเรานั้น พระเจ้าทรงควบคุมอยู่?

คำคม

“ แม้ไม่เป็นไปตามแผนของเรา แต่ก็ยังอยู่ในแผนการของพระเจ้า ”

สรุป อพยพ 4

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสำแดงการอัศจรรย์แก่โมเสสและให้อาโรนมาช่วยโมเสส โมเสสและอาโรนจึงมาบอกคนอิสราเอลถึงการช่วยกู้ของพระเจ้าที่กำลังจะมาถึง
  • สามารถรับชมรายละเอียดคำอธิบายเพิ่มเติม ของ อพยพบทที่ 3 ที่นี่ครับ >>
    https://youtu.be/5cajcmgVziY

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 4 พระเจ้าทรงเรียกโมเสสให้ไปนำคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์
โมเสส​จึง​ทูลพระเจ้า​ว่า พวก​เขาคง​จะ​ไม่​เชื่อโมเสส
พระเจ้าจึงถาม​โม​เสส​ว่า อะไร​อยู่​ใน​มือ​ของ​เขา
โมเสสตอบ​ว่า “ไม้​เท้า”

พระเจ้าสั่งให้โมเสสโยน​ไม้เท้าลง​ที่​พื้น
พอเขาโยนลง ไม้​เท้า​นั้น​ก็​กลาย​เป็น​งู
โม​เสสตกใจ​ก็​หนี​ไป​จาก​งู​นั้น
พระเจ้าสั่งให้​โม​เสส เอื้อม​มือ​ไป​จับ​หาง​งูนั้น
พอโมเสสทำตาม ​งูก็​กลาย​เป็น​ไม้​เท้า

พระเจ้า​สั่งโม​เสส​อีก​ว่า ให้เอา​มือ​สอด​ไว้​ที่​อก​ของ​เขา
เมื่อเขาทำตาม พอ​ชัก​มือ​ออก
มือ​ของเขา​ก็​เป็น​โรค​เรื้อน​ ขาว​เหมือน​หิมะ
พระ​องค์สั่งให้เอา​มือ​สอด​ไว้​ที่​อก​อีก​ครั้ง​หนึ่ง
เมื่อเขาทำตาม พอ​ชักมือ​ออก​มา
มือ​นั้น​ก็​กลับ​เป็น​ปกติ​

พระ​เจ้า​ตรัส​ว่า ถ้า​พวก​อิสราเอลยังเขา​ไม่ยอม​เชื่อ​โมเสสอีก
ก็ให้โมเสส​ตัก​น้ำ​จาก​แม่​น้ำ​ไนล์​และ​เท​ลงบน​ดิน​แห้ง
แล้ว​น้ำ​นั้น​จะ​กลาย​เป็น​เลือด

แต่​โม​เสส​ทูล​พระเจ้า​ว่า เขาพูดไม่เก่งตั้งแต่อดีตแล้ว พอถึงตอนนี้ยิ่งหนักกว่าเดิมอีก เขา​พูด​ไม่​คล่องแล้วด้วย
พระเจ้าตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า พระเจ้าเป็นผู้สร้าง​มนุษย์ ​ทรงสามารถให้มนุษย์ พูดได้หรือ​เป็น​ใบ้ หู​หนวก ตา​ดี หรือ​ตา​บอด ตามแต่พระประสงค์ของพระองค์
ดังนั้น ถ้าพระเจ้าจะทรง​ช่วย​โมเสสให้​พูด เขาจะทำได้อย่างดีเป็นแน่

แต่​ท่าน​ทูล​ว่า “องค์​เจ้า​นาย โปรด​ใช้​คน​อื่น​ไป​เถิด”
พระเจ้า​จึง​กริ้ว​โม​เสส
แล้ว​ตรัส​ว่า ​อา​โรน​ พี่ชายของโมเสสเป็น​คน​พูด​เก่ง
พระเจ้าทรงให้เขาเดิน​ทาง​มา​พบโมเสส
ให้เขาไปกับโมเสส
แล้วพระเจ้า​จะ​ช่วย​เขาทั้งสอง​ใน​การ​พูด ​ว่า​ควร​ทำ​อย่าง​ไร
โมเสส ​จง​ถือ​ไม้​เท้า​นี้​ไว้​เพื่อ​ทำ​หมาย​สำคัญ​ต่างๆเถิด

โม​เสส​จึง​กลับ​ไปหา ​เย​โธร​พ่อ​ตา​ของ​ตน
แล้วพระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า ​กลับ​ไป​อียิปต์ได้แล้ว
เพราะ​คน​ทั้ง​หลาย​ที่จะฆ่าโมเสสนั้น​ตาย​หมด​แล้ว

โมเสส​จึง​พา​ภรรยา​และ​ลูกๆกลับ​ไป​ยัง​อียิปต์
พระเจ้า​ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า เมื่อ​​กลับ​ไป​ถึง​อียิปต์
ให้โมเสส​ทำ​การ​อัศ​จรรย์ต่างๆที่พระเจ้าประทานให้ ​ต่อ​หน้า​ฟา​โรห์
แต่​พระเจ้าจะ​ทำ​ให้​ใจ​ของ​ฟา​โรห์​กระ​ด้าง ไม่​ยอม​ให้​ประ​ชา​กร​ไป

ให้โมเสสบอก​ฟา​โรห์​ว่า พระเจ้าตรัสว่า
จง​ปล่อยอิสราเอล​บุตร​ของ​พระเจ้า​ให้​ไป​นมัส​การ​พระเจ้า
ถ้าฟาโรห์​ไม่​ยอม พระเจ้า​จะ​ประ​หาร​บุตร​หัว​ปี​ของ​ฟาโรห์​เสีย

ระหว่าง​ทาง พระ​เจ้าเสด็จ​มา​หา​โม​เสส และ​ทรง​ประ​สงค์​จะ​ประ​หาร​โมเสสเสีย
(น่าจะเป็นเพราะ ยังไงๆ โมเสสก็ไม่ยอมให้ลูกๆเข้าสุหนัตไม่ยอมให้กลายเป็นคนอิสราเอล)
นาง​ศิป​โปราห์​จึง​รีบเข้าสุหนัตให้ลูกๆของโมเสส
แล้ว​เอา​ไป​ปลายหนังองคชาติไปแตะ​เท้า​ของ​โม​เสส
โมเสสจึงรอดตาย

เมื่ออาโรนมาพบโมเสสตามที่พระเจ้าบอกแก่เขา
โมเสส​จึง​เล่า​เรื่องราวทั้งสิ้นให้​อาโรน​ฟัง

เมื่อกลับมาถึงอียิปต์ โม​เสส​กับ​อา​โรน​ก็เรียก​ประ​ชุม​บรรดา​ผู้​ใหญ่​ของคน​อิส​รา​เอล​
แล้ว​อาโรน​ก็เล่าทุกอย่างให้พวกเขาฟัง
แล้วโมเสสก็ทำการอัศจรรย์​ต่างๆ นั้น ให้ประชาชนได้เห็น
ประชา​ชน​ก็​เชื่อ พวก​เขา​ต่าง​กราบลง​นมัส​การพระเจ้า

1. เมื่อพระเจ้าทรงเรียกโมเสส สิ่งที่มีอยู่ในมือของเขา มีเพียงไม้เท้าอันเดียวเท่านั้น
แต่นั่นก็เพียงพอที่โมเสสจะใช้ทำการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่มากมาย และนำคนอิสราเอลกว่า 3 ล้านคน
ออกจากการเป็นทาสในอียิปต์

วันนี้ สิ่งเรามีเพียงพอ หากเรายอมให้พระเจ้าทรงใช้ เพื่อทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าให้สำเร็จได้

2. เมื่อไม้เท้ากลายเป็นงูแล้ว โมเสสตกใจจนวิ่งหนีงู
แต่พระเจ้ากลับบอกให้เขาจับหางงู
ซึ่งเป็นการจับที่ไม่ถูกต้อง เพราะงูจะหันมากัดแน่นอน
แต่โมเสสก็เชื่อฟัง จึงได้เห็นการอัศจรรย์

ตอนแรกพระเจ้าให้แค่โยนไม้ลงพื้น เมื่อเชื่อฟังเห็นอัศจรรย์
ต่อมาให้จับหางงู โจทย์ยากขึ้น เมื่อเชื่อฟังก็เห็นการอัศขรรย์

พระเยซูจะค่อยๆพัฒนาความเชื่อของเรา ด้วยการสั่งให้เราทำตามพระคำของพระองค์
โดยการเริ่มจากสิ่งง่ายๆ แล้วค่อยๆพัฒนามากขึ้นทีละน้อยๆ
เพื่อให้เรามีความเชื่อและมีประสบการณ์กับพระเจ้ามากขึ้นทุกวันๆ

3. พระเจ้าทรงเป็นผู้สร้างมนุษย์ และประทานความสามารถให้แก่มนุษย์
ดังนั้นต่อให้เราไม่มีความสามารถสักเพียงใดก้ตาม
ถ้าพระเจ้าทรงใช้ให้เราทำ พระองค์จะประทานให้เราสามารถทำสำเร็จได้แน่ๆ

4. โมเสสเรียกพระเจ้าว่า เจ้านาย (Lord) ไม่เชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้า
พระเจ้าจึงทรงกริ้ว
เมื่อพระเจ้าทรงกริ้วแล้ว ก็ช่วยโมเสสให้กล้าที่จะเชื่อฟัง โดยการส่งอาโรนมาช่วยโมเสส

นี่คือพระลักษณะของพระเจ้า พระองค์ไม่พอพระทัยเมื่อเราไม่เชื่อฟังพระองค์
ถึงกระนั้นพระองค์ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา
ทรงรู้จักความอ่อนแอของเรา
ทรงส่งตัวช่วยมาช่วยเราให้เชื่อฟังพระองค์

วันนี้ อย่าให้เราทำสิ่งที่พระเจ้าไม่พอพระทัยคือ ไม่เชื่อฟังพระองค์
พระองค์ทรงพร้อมที่จะช่วยเราเสมอ เพื่อให้เราเชื่อฟังพระองค์ได้สำเร็จ

5. พระเจ้าทรงใช้โมเสสไปทำภารกิจสำคัญ
และทรงทราบล่วงหน้าแล้วว่า จะมีอุปสรรค
คือฟาโรห์จะไม่ยอม
อย่างไรก็ดีพระเจ้า จะทรงช่วยให้โมเสสผ่านอุปสรรคนั้นไปได้

ในการเชื่อฟังพระเจ้า ไม่ได้หมายความว่าจะพบแต่ทางราบรื่นไม่มีขวากหนามใดๆเลย
ตรงกันข้ามมักจะมีอุปสรรคขวากหนาม
แต่พระเจ้าจะทรงนำให้เราผ่านสิ่งนั้นไปอย่างสง่างาม

เชื่อฟังพระเจ้า ไม่ต้องกลัวอุปสรรค

6. โมเสสเชื่อฟังพระเจ้า โดยยอมเดินทางเสี่ยงตายไปอียิปต์ แต่ ไม่ยอมให้ลูกเข้าสุหนัต
พระเจ้า ไม่ยอม ในเรื่องนี้
เราไม่อาจเชื่อฟังพระเจ้า ครึ่งๆกลางๆได้
หากจะเชื่อฟัง ต้องเชื่อฟัง ทั้งหมด

7. เมื่อโมเสสบอกข่าวดีแก่ประชาชนและทำอัศจรรย์ให้พวกเขาดู
พวกเขาก็เชื่อโมเสส และสรรเสริญพระเจ้า
แต่ในบทต่อมา พวกเขาก็ด่าว่าโมเสส

การยอมรับจากมนุษย์ เป็นเพียงสิ่งชั่วคราว
อย่าหลงยึดติดกับมัน หรือดิ้นรนแสวงหามัน
แต่จงแสวงหาที่จะการยอมรับจากพระเจ้า

คำคม

“ พระเจ้าทรงสามารถใช้สิ่งเท่าที่เรามี ทำสิ่งยิ่งใหญ่ถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้ ”

สรุป อพยพ 3

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสำแดงพระองค์เองกับโมเสสที่ภูเขาโฮเรบ และทรงใช้เขาไปนำคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์
  • สามารถรับชมรายละเอียดคำอธิบายเพิ่มเติม ของ อพยพบทที่ 3 ที่นี่ครับ >>
    https://www.youtube.com/watch?v=s70fzkv2Wcg&t=774s

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 3 หลังจากที่​โมเสสหนีไปอาศัยอยู่ในมีเดียน ราว 40 ปี
วันหนึ่ง ขณะที่เขากำ​ลัง​เลี้ยง​ฝูง​แพะ​แกะ​ของเยโธร (พ่อ​ตาของโมเสส)
เขาก็พาฝูงแพะแกะหาหญ้ากิน จนมา​ถึง​ภูเขา​โฮ​เรบ(ซีนาย)

ที่นั่น โม​เสส​มองเห็น​พุ่ม​ไม้ มี​ไฟ​ลุก​โชน​อยู่ แต่​มิได้​ไหม้
จึงแวะเข้าไปดู
พระเจ้าทรงตรัสกับโมเสสที่นั่น ว่า
พระองค์ทรง​เห็น​ความ​ทุกข์​ของ​คนอิสราเอลที่อยู่​ใน​อียิปต์
ทรง​ได้​ยิน​เสียง​ร้อง​ของ​พวก​เขา
พระองค์จึงจะ​มา​เพื่อ​จะ​ช่วย​เขา​ให้​รอด​จาก​มือ​ชาว​อียิปต์
และ​นำ​เขา​ออก​จาก​อียิปต์ ไปยัง​แผ่น​ดิน​ของ​
– คน​คา​นา​อัน
– คน​ฮิต​ไทต์
– คน​อา​โม​ไรต์
– คน​เปริส​ซี
– คน​ฮีไวต์
– ​คน​เย​บุส
ที่​มี​น้ำ​นม​และ​น้ำ​ผึ้ง​ไหล​บริ​บูรณ์

พระเจ้าทรงใช้โมสสให้​ไป​เข้าเฝ้า​ฟา​โรห์
เพื่อ​จะนำ​คน​อิส​รา​เอล​ออก​จาก​อียิปต์

แต่ โมเสส​จึง​ทูล​พระ​เจ้า​ว่า เขาเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งจะทำสิ่งนี้ได้อย่างไร
พระ​องค์​ตรัส​ว่า พระเจ้า​จะ​อยู่​กับโมเสส เขาจะทำสำเร็จแน่ แล้วจะ​นำคนอิสราเอล​ออก​จาก​อียิปต์​แล้วจะ​มา​นมัส​การ​พระ​เจ้า​บน​ภูเขา​นี้

โมเสส​จึงทูลถามพระนามของพระ​เจ้า
พระ​เจ้า​จึง​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า “เรา​เป็น​ผู้​ซึ่ง​เรา​เป็น” (“ยาห์เวห์”)
“นี่​เป็น​นาม​ของ​เรา​ตลอด​ไป​เป็น​นิตย์ เป็น​อนุ​สรณ์​ของ​เรา​ตลอด​ทุก​ชั่ว​ชาติ​พันธุ์”

พระเจ้าบอกกับโมเสสว่า ให้ไปบอกกับพวก​อิสราเอล พวกเขา​จะ​เชื่อ​ฟัง​คำ​ของ​โมเสส
แล้วให้โมเสสกับ​พวก​ผู้​ใหญ่​ของ​คน​อิส​รา​เอล​ พา​กัน​ไป​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์​อียิปต์​
เพื่อขอเดิน​ทาง​ไป​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​เป็น​ระยะ​ทาง 3 วัน เพื่อ​จะ​ถวาย​สัตว​บูชา​แด่​พระ​ยาห์​เวห์​

แล้ว​บอกว่า​กษัตริย์​อียิปต์​จะ​ไม่​ยอม
แต่​พระเจ้าจะ​บัง​คับเขา​ด้วย​มือ​อัน​เข้ม​แข็ง​ของพระองค์

แล้วก่อนออกมา พระเจ้า​จะ​ให้​คนอิสราเอลเป็น​ที่​โปรด​ปราน​ของ​คน​อียิปต์
ดังนั้นให้​ผู้​หญิง​ทุก​คน​ขอ​เครื่อง​เงิน​เครื่อง​ทอง​และ​เสื้อ​ผ้า​จาก​เพื่อน​บ้าน
แล้ว​เอา​เครื่อง​แต่ง​ตัว​นั้น​ไป​แต่ง​ให้​บุตร​ชาย​บุตร​หญิง
ด้วย​วิธี​นี้​แหละ คนอิสราเอลจะ​ได้​ริบ​เอา​สิ่ง​ของ​ของ​คน​อียิปต์
ที่พวกเขาได้ยึดไปจากคนอิสราเอลก่อนหน้านี้กลับคืนมา

1. เมื่อพระเจ้าจะทรงช่วยคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาส พระองค์ทรงเลือกที่จะช่วยผ่านโมเสส

เมื่อพระเจ้าจะทรงช่วยมนุษย์ออกจากการเป็นทาสบาป พระองค์ทรงเลือกที่จะช่วยผ่านพระเยซูคริสต์

เมื่อพระเจ้าจะทรงช่วยคนไทยให้ออกจากการพิพากษาด้วยข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงเลือกที่จะช่วยผ่านการประกาศของเราทั้งหลาย

2. แม้โมเสสจะเป็นเพียงคนเลี้ยงแพะแกะธรรมดาๆ คนหนึ่งในมีเดียน
แต่เพราะพระเจ้าทรงสถิตกับเขา
ดังนั้นสิ่งที่พระองค์ทรงใช้เขาไปทำ จะสำเร็จเป็นแน่

วันนี้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตกับเราตลอดเวลา
ดังนั้น สิ่งที่เรากำลังเชื่อฟัง ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้านั้น จะสำเร็จเป็นแน่

3. พระเจ้าให้โมเสสขอฟาโรห์ไปแค่ เดินทาง 3 วัน ไปกลับ คงประมาณ 1 สัปดาห์
เพื่อให้เห็นว่า ขนาด 3 วัน ยังไม่ให้เลย
แต่เมื่อพระเจ้าทรงกระทำการ ฟาโรห์กลับรีบไล่คนอิสราเอลให้ออกจากอียิปต์ไปเร็วด้วยซ้ำไป

เมื่อพระเจ้าทรงให้เราทำอะไร(ตามพระคำของพระเจ้า) อาจจะเป็นสิ่งที่เราไม่เข้าใจ
แต่เมื่อเราเริ่มทำตามในส่วนของเรา
เราจะเข้าใจได้เมื่อถีงเวลาที่พระเจ้าทรงทำส่วนของพระองค์

4. ก่อนหน้านี้ในสมัยของโยเซฟ คนอิสราเอลมั่งคั่งมากมาย
แต่ต่อมาเมื่อกษัตริย์องค์ใหม่ กำหนดให้คนอิสราเอสเป็นทาสใช้แรงงาน
แน่นอน ทรัพย์สินของพวกเขาทั้งหมด ย่อมถูกคนอียิปต์ยึดไปเสีย

เมื่อถึงเวลาของพระเจ้า พระเจ้าผู้ทรงยุติธรรม ทรงทำให้ทรัพย์สมบัติที่สมควรเป็นของพวกเขา
กลับคืนมาสู่พวกเขาอีกครั้ง และดูเหมือนมากยิ่งกว่าที่สูญเสียไปเสียอีก

วันนี้ หากเราไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกยึดสิ่งที่สมควรเป็นของเราไปจากเรา
ให้เราร้องทูลต่อพระเจ้า เหมือนที่อิสราเอลทำ
แล้วรอคอยเวลาของพระองค์
พระเจ้าผู้ทรงยุติธรรม จะประทานความยุติธรรมให้แก่เราอย่างแน่นอน

คำคม

“ เพราะพระเจ้าทรงสถิตกับเรา เราจะทำตามน้ำพระทัยสำเร็จ เป็นแน่ ”

สรุป อพยพ 2

ภาพรวม

  • โมเสสได้ถูกธิดาฟาโรห์รับเป็นลูก เมื่อเติบใหญ่คิดจะช่วยคนอิสราเอลจนฆ่าคนอียิปต์คนหนึ่งตาย จึงต้องหลบหนีไปอยู่ที่มีเดียนและมีครอบครัวที่นั่น
  • สามารถรับชมรายละเอียดคำอธิบายเพิ่มเติม ของ อพยพบทที่ 2 ที่นี่ครับ >>
    https://www.youtube.com/watch?v=aXBIsF1LgiM&t=1293s

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 2:1 ในช่วงเวลที่อิสราเอลตกเป็นทาสในอียิปต์ กษัตริย์แห่งอียิปต์สั่งให้ นำทารกชายชาวฮีบรูทุกคนไปโยนทิ้งในแม่น้ำไนล์
สามีภรรยา​เผ่า​เลวี​คู่​หนึ่ง​ ได้คลอด​บุตร​ชาย แต๋ก็ซ่อนไว้ ไม่เอาไปโยนทิ้งแม่น้ำไนล์
จนกระทั่ง 3 ​เดือน ผ่านไป ชาวบ้านเริ่มผิดสังเกต จึง​ซ่อน​ต่อ​ไป​ไม่​ได้​แล้ว

ผู้เป็นแม่จึงจำเป็นต้องนำลูกชายไปทิ้งแม่น้ำไนล์จริงๆ
แต่แทนที่จะโยนลงไปเลย
นางกลับเอา​ตะกร้า​มา ยา​ด้วย​ยาง​มะ​ตอย​และ​ชัน เพื่อให้กันน้ำ
แล้ววาง​ทารก​นั้น​ลง​ใน​ตะกร้า
แล้ว​นำ​ไป​ไว้​ที่​พงหญ้า​ริม​แม่​น้ำ​ไนล์
แล้วให้​พี่​สาว​ของ​เด็ก​นั้น​ยืน​อยู่​ห่างๆ

ปรากฏว่า ​ธิดา​ของ​ฟา​โรห์ มาพบเข้าก็​ทรง​สง​สาร
พี่​สาว​เด็ก​นั้น​จึง​มาทูล​ถาม​​ว่า “จะ​ให้​​ไป​หา​แม่​นม​​มา​เลี้ยง​ทารก​นี้​ให้​​ไหม?”
ธิดา​ของ​ฟาโรห์ก็เห็นชอบ
พี่​สาว​เด็ก​นั้นจึงไปตามแม่มา แล้วธิดาของฟาโรห์จึงจ้างนาง​ ให้รับ​ทารกนั้น​ไป​เลี้ยง
เมื่อ​ทารก​เติบ​โต​ขึ้น นาง​ก็​พา​มา​ถวาย​​ธิดา​ของ​ฟา​โรห์
พระ​นาง​​ให้ชื่อเด็กว่า โม​เสส (ฉุด​ขึ้น​มา)

เมื่อ​โม​เสส​โต​ขึ้น ขณะกำลัง​ไป​หา​พวก​พี่​น้องขาวฮีบรู
ก็​คน​อียิปต์​คน​หนึ่ง​กำ​ลัง​ตี​คน​ฮีบรู
โมเสสจึง​ฆ่า​คน​อียิปต์​นั้น แล้ว​ซ่อน​ศพ​ไว้​ใน​ทรายเสีย

ใน​วัน​รุ่ง​ขึ้น โมเสส​เห็น​คน​ฮีบรู​สอง​คน​ต่อ​สู้​กัน​อยู่ เข้าไปห้าม
เขา​จึงพูด​ว่า “ใคร​ตั้ง​เจ้า​ให้​เป็น​เจ้า​นาย​และ​เป็น​ตุลา​การ​ปก​ครอง​เรา? เจ้า​ตั้ง​ใจ​จะ​ฆ่า​ตัว​ข้า​เหมือน​ที่​ได้​ฆ่า​คน​อียิปต์​คน​นั้น​หรือ?”
โม​เสส​ก็​กลัว เพราะรู้ว่า เรื่องเขาฆ่าคนอียิปต์เพื่อช่วยคนฮีบรู ​คง​รู้​กัน​ทั่ว​แล้ว​

ต่อมาเมื่อ​ฟา​โรห์​ทรง​ทราบ​เรื่อง​ก็​หา​ช่อง​ทาง​ฆ่า​โม​เสสเสีย
แต่​โม​เสส​หนี​รอด​ไปได้
จึงหนีไป​ยังใน​แผ่น​ดิน​มี​เดียน

ที่นั่นเขาได้พบกับ ศิโปราห์ บุตรสาวของเร​อู​เอล(หรือ เยโธร)​ ปุโร​หิต​ของ​คน​มี​เดียน​
และเขาได้ช่วยนางไว้
และต่อมาโมเสสก็ได้แต่งงานกับนาง
แล้วได้บุตร​ชาย​ ​ชื่อ​ เกอร์​โชม (คน​ต่าง​ด้าวที่​นั่น)

หลาย​ปีต่อมา กษัตริย์​อียิปต์​ก็​สิ้น​พระ​ชนม์
คนอิส​รา​เอล​ทุกข์​ระทม​เพราะ​การ​เป็น​ทาส
จึง​ร้อง​คร่ำ​ครวญ ​ขอ​ความ​ช่วย​เหลือจาก​พระ​เจ้า
พระ​เจ้า​ทรง​ระลึก​ถึง​พันธ​สัญ​ญา​ที่​พระ​องค์​ได้​ทรง​ทำ​ไว้​กับ​อับ​รา​ฮัม อิส​อัค และ​ยา​โคบ
พระ​เจ้า​ทอด​พระ​เนตร​พวกเขา ​ทรง​ทราบ​ถึง​สภาพ​ความ​เป็น​ไป​ของ​พวก​เขา

1. ดูเหมือนแม่ของโมเสสทำอย่างมีปัญญา แต่แผนของเธอไม่มีทางเกิดผลดีได้เลย ถ้าพระเจ้าไม่ได้ทรงทำให้ธิดาฟาโรห์มาพบพอดี

พระเจ้าทรงประทานสติปัญญาแก่เราแล้ว เวลาแก้ไขปัญหาจึงสมควรทำโดยใช้ปัญญา
แต่ขณะเดียวกันก็รู้ตัวว่า ถ้าปราศจากการช่วยเหลือของพระเจ้า แผนการนั้นไม่อาจเกิดผลสำเร็จอย่างดีเลิศได้อย่างแน่นอน

สภษ. 16:1 แผน​งาน​ความ​คิด​เป็น​ของ​มนุษย์ แต่​คำ​ตอบ​ของ​ลิ้น​มา​จาก​พระ​ยาห์​เวห์

2. ใน ฮบ. 11:23 อธิบายเพิ่มเติมว่า การที่บิดา​มารดา​จึง​ซ่อน​โมเสสไว้​ถึง​ 3 ​เดือน เพราะ​พวกเขามีความ​เชื่อ จึงไม่​ได้​กลัว​คำ​สั่ง​ของ​กษัตริย์​

พวกเขาคงเชื่อว่า “เด็กคนนี้จะรอดชีวิตได้” จึงซ่อนไว้ และเมื่อซ่อนต่อไม่ได้แล้ว
พวกเขาก็เริ่มทำขั้นต่อไปของความเชื่อว่า “เด็กนี้จะรอดชีวิตได้”
โดยการนำเด็กนี้ไปใส่ในตะกร้า วางไว้ริมน้ำ แล้วให้ลูกสาวดูว่า พระเจ้าจะนำให้เกิดอะไรขึ้นต่อไป

เมื่อเรามีความเชื่อ ให้เราทำตามสิ่งที่เราเชื่อนั้น จนสุดทาง
แล้วจากนั้นก็ก้าวต่อไปตามความเชื่อนั้น ในทางเท่าที่มีอยู่ ณ เวลานั้นๆ

3. เมื่อพระเจ้าทรงจัดฉากให้โมเสส นอกจากแม่ไม่ต้องฆ่าลูกแล้ว ยังได้เงินจากธิดาฟาโรห์ เป็นค่าเลี้ยงดูลูกของตนเองอีกด้วย

เมื่อพระเจ้าเปิดประตู เราจะพบทางออกที่ดีเลิศเกินกว่าที่เราจะคาดคิดได้

จงพึ่งพาพระเจ้า แล้วรอคอยการช่วยกู้ซึ่งเกินคาดคิดที่มาจากพระองค์

4. โมเสสเมื่อายุ 40 ปี เก่งกล้าสามารถในทุกด้าน เขาคิดว่าเขาจะสามารถช่วยกู้คนอิสราเอลจากการข่มเหงของอียิปต์ด้วยกำลังความสามารถของเขาเอง
แต่เขาล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ไม่สามารถ นำคนอิสราเอลได้แม้แต่คนเดียว
แต่ต้องหนีตาย ไปอยู่ในมีเดียน

โมเสสเก่งในสายตาของตนเอง มากเกินไป จนเขาไม่พร้อมที่จะให้พระเจ้าใช้เขา
อีก 40 ปี ต่อมา เมื่อเขาอายุ 80ปี และลืมทั้งหมดที่เคยร่ำเรียนมา
เมื่อนั้นพระเจ้าเห็นว่า โมเสสพร้อมแล้ว ที่จะให้พระเจ้าได้

ความถ่อมใจ สำคัญยิ่งกว่า ความสามารถ

5. เมื่อคนอิสราเอลร้องทุกข์ต่อพระเจ้า พระองค์ทรงสดับฟังเขา พระองค์ทรงทราบดีว่าพวกเขากำลังเจออะไร พวกเขากำลังรู้สึกอย่างไร และพระองค์ส่งผู้ช่วยมาช่วยพวกเขา

วันนี้ เมื่อเราร้องทุกข์ต่อพระเจ้าอย่างจริงใจ พระองค์ทรงเข้าใจเรา แม้คนอื่นจะไม่เข้าใจ
และพระองค์จะเสด็จมาช่วยเราเป็นแน่

คำคม

“ คนที่คิดว่าตนเองเก่ง เขายังไม่พร้อมที่จะให้พระเจ้าใช้ ”

สรุป อพยพ 1

ภาพรวม

  • เมื่อโยเซฟและพวกพี่น้องได้เสียชีวิตลง หลังจากช่วงระยะหนึ่ง คนอียิปต์ก็จำเรื่องของโยเซฟไม่ได้แล้ว และเริ่มข่มเหงอิสราเอล บังคับให้เป็นทาสใช้แรงงานหนัก และพยายามกำจัดทารกเพศชายของอิสราเอลให้หมดไปด้วย
  • สามารถรับชมรายละเอียดคำอธิบายเพิ่มเติม ของ อพยพบทที่ 1 ที่นี่ครับ >> https://youtu.be/aXBIsF1LgiM

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 1 เริ่มต้นด้วยท้าวความ ถึงเชื้อสายของยา​โคบ(อิสราเอล) ที่เข้ามาอยู่ในอียิปต์ ได้แก่
1.รูเบน 2.สิ​เม​โอน 3.เลวี 4.ยู​ดาห์
5.อิส​สา​คาร์ 6.เศ​บู​ลุน 7.​เบน​ยา​มิน 8.ดาน​
9.​นัฟ​ทา​ลี 10.กาด 11.​อา​เชอร์ 12.​โย​เซฟ (ลูกของเขา คือ นัมสเสห์ และ เอฟราอิม)

ต่อ​มา​เมื่อโย​เซฟ​กับ​พี่​น้อง​ ตาย​​หมด​แล้ว
พงศ์​พันธุ์​อิส​รา​เอล​มี​ลูก​ดก​ทวี​มาก​ขึ้น​ ​จน​เต็ม​แผ่น​ดิน​ไปหมด

ต่อมากษัตริย์​​อียิปต์ องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ พระ​องค์​ไม่​ทรง​รู้​จัก​โย​เซฟ
(น่าจะหมายถึง มีการเปลี่ยนราชวงศ์ใหม่ในอียิปต์ ใน ปี 1570 ก.คศ. )

กษัตริย์องค์นั้น เห็นว่า คน​อิส​รา​เอล​มี​มาก​เกิน​ไป ​และ​มี​กำลัง​ยิ่ง​กว่า​พวกอียิปต์เสีย​อีก
พระองค์กลัวว่า เมื่อเกิด​สง​คราม​ขึ้น​อิสราเอล ซึ่งไม่ใช่เชื้อสายของอียิปต์แต่อยู่ในอียิปต์
อาจจะทรยศอียิปต์ได้ และกลัวว่าอิสราเอล​จะ​​ออก​ไป​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์
ซึ่งจะทำให้ความมั่นคงและระบบเศรษฐกิจของอียิปต์ รับความเสียหายร้ายแรงได้

ดังนั้นคน​อียิปต์ บีบ​บัง​คับ​คน​อิส​รา​เอล​ให้​เป็นทาส และให้ทำ​งาน​หนัก
แต่​ยิ่ง​ถูก​บีบ​บัง​คับ ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล​ก็​ยิ่ง​ทวี​มาก​ขึ้น
(อาจเพราะว่า ทำงานหนักทั้งวัน กลับมาบ้านเครียด จึงคลายเครียดมาหลับนอนกับภรรยา จนมีลูกมากมาย)

ชาว​อียิปต์จึง​ทั้ง​เกลียด​ ทั้ง​กลัว​ ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล
จึง​บังคับคน​อิส​รา​เอล​ให้​ทำ​งานอย่าง​หนัก
คนอิสราเอล​จึงขม​ขื่นมาก

กษัตริย์​อียิปต์​ยังสั่ง ชิฟราห์ และ ​ปูอาห์ หมอตำแย​ชาว​ฮีบรู​
เวาทำคลอดให้ฆ่า​ทารกเพศ​ชาย​​เสีย ​และไว้ชีวิตทารกเพศหญิง
แต่​นางทั้งสองยำ​เกรง​พระ​เจ้า
จึง​ไม่​ได้​ทำ​ตาม​คำสั่งของ​กษัตริย์​อียิปต์
กษัตริย์​อียิปต์​จึงถามว่า ทำไม​พวก​เจ้า​จึง​ทำ​อย่าง​นี้?
พวกนาง​ ตอบว่า ​หญิง​ฮีบรู​​แข็ง​แรงกว่าหญิงอียิปต์
ยังไม่ทันทำคลอด ก็คลอดแล้ว
พระ​เจ้า​จึง​ทรง​อวยพร​นางทั้งสอง โปรด​ให้​พวก​นาง​มี​ครอบ​ครัว

ฟา​โรห์​จึงมีคำสั่งใหม่ ให้​ราษ​ฎร​ทุกคน
ถ้าใครเห็นคน​ฮีบรูคนไหน คลอดลูกเป็นลูกชาย
ก็ให้เอาทารกนั้น​ไป​ทิ้ง​เสีย​ใน​แม่​น้ำ​ไนล์ได้เลย

– เชื้อสายอิสราเอลรุ่นลูกหลาน ของยาโคบ คงคิดว่า อยู่อียิปต์ ปลอดภัย สบายใจ มีความสุขที่สุดแล้ว
เพราะคุณงามความดีและบารมีของโยเซฟ คงทำให้พวกเขาอยู่อย่างสบายตลอดไป
แต่เมื่อถึงเวลาของพระเจ้า การเปลี่ยนแปลงที่มนุษย์คิดไม่ถึงก็เกิดขึ้น
เพื่อให้แผนการแห่งพระสัญญาของพระเจ้าสำเร็จเป็นจริง

เราไม่อาจไว้ใจในความมั่งคั่ง ความมั่นคงที่เรามีในปัจจุบันได้เลย
เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
แต่เราไว้ใจในพระสัญญาของพระเจ้าได้ว่า
ไม่ว่า วันเวลาหรือสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไป
พระสัญญาของพระเจ้า ยังคงอยู่และจะสำเร็จเป็นจริงเสมอ

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆอะไรในชีวิตของเรา หรือในสังคมที่เราอยู่
เราควรรู้ตัวว่า นั่น พระเจ้ากำลังจะทำอะไรบางอย่าง
เพื่อแผนการแห่งสัญญาของพระเจ้าจะเกิดขึ้น และสำเร็จเป็นจริง

– ใน อพย. 1:10 น่าสังเกตว่าที่กษัตริย์อียิปต์และคนอียิปต์กลัว
นอกจากจะ​กลัวคนอิสราเอลทรยศ ยามศึกสงครามแล้ว
ยังกลัว คนอิสราเอล​ออก​ไป​จาก​แผ่น​ดิน​อีกด้วย

อาจจะเป็นเพราะคนอิสราเอลมีจำนวนมาก หลายล้านคน
ซึ่งเกี่ยวพันกับระบบเศรษฐกิจ,การก่อสร้าง และอื่นๆ

ด้วยเหตุนี้ เมื่อโมเสส มาขอฟาโรห์ให้นำอิสราเอลออกจากอียิปต์ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อาจเรียกได้ว่า เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ ที่ฟาโรห์จะอนุญาต

– ชิฟราห์ และ ​ปูอาห์ หมอตำแย​ชาว​ฮีบรู​ ยำเกรงพระเจ้า มากกว่า เกรงกลัวฟาโรห์
พระเจ้าจึงทรงปกป้องพวกเธอให้ปลอดภัย และยังทรงอวยพระพรให้พวกเธอได้มีครอบครัวอีกด้วย

เมื่อเราเกรงกลัวพระเจ้าจริงๆ ในโลกนี้ก็ไม่มีอะไรที่น่ากลัวอีกต่อไปแล้ว

– คำสั่งของฟาโรห์คือให้คนทั้งอียิปต์ ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ช่วยกันจับทารกชายของพวกฮีบรู โยนลงแม่น้ำไนล์กันเถิด
คนอียิปต์ ร่วมกันทำสิ่งโหดร้าย ต่อบุตรชายชาวฮีบรู
ซึ่งต่อมา พวกอียิปต์เอง จึงต้องสูญเสียบุตรหัวปีกันทุกครัวเรือน

เมื่อทำผิด ดูเหมือน พระเจ้าจะทรงมีเวลาของพระองค์ ให้โอกาสเขาได้กลับใจ
หากเขายังคงไม่กลับใจ เมื่อเวลาแห่งการพิพากษามาถึง เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอาจหลีกได้พ้น

การกลับใจของเรา วันนี้ยังทัน จงกลับใจก่อนจะสายเกินไป

คำคม

“ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง แสดงว่าพระเจ้ากำลังเริ่มขั้นตอนต่อไปของแผนการของพระองค์แล้ว ”

สรุป ปฐมกาล 50

ภาพรวม

  • เมื่อยาโคบเสียชีวิต โยเซฟจึงนำศพของยาโคบกลับมาฝังที่เดียวกับ อับราฮัมและอิสอัค ในคะนาอัน โยเซฟมีอายุต่อไปจนถึง 110 ปี ก่อนจากไป เขาสั่งลูกหลานของอิสราเอลว่า ให้นำกระดูกของเขากลับไปฝังในคะนาอันด้วย ในอนาคต

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 50 เมื่อยาโคบเสียชีวิตลง โยเซฟ​ก็สั่ง​พวก​หมอ​ที่​เป็น​ข้า​ราช​การ​ของเขาให้​อาบ​ยา​รักษา​ศพ​ยาโคบ​ไว้ ซึ่ง​ใช้​เวลาดำเนินการตามขั้นตอนนาน 40 ​วัน แล้วชาว​อียิปต์​ก็​ไว้​ทุกข์​ให้ยาโคบ​ถึง 70 ​วัน

หลังจากไว้​ทุกข์​​แล้ว โยเซฟ​ก็ขอฟาโรห์ ให้เขา​เอา​ศพ​พ่อ​ไป​ฝัง​ไว้
​ใน​สุสาน​ ณ ดิน​แดน​คา​นา​อัน ตามคำสั่งเสียของพ่อ
ฟา​โรห์​ก็​อนุญาต

โยเซฟ​จึง​ไป​ฝัง​ศพ​ยาโคบ โดยไปพร้อมกับ​ข้า​ราช​การ​ของ​ฟา​โรห์ ผู้ใหญ่​ใน​ราช​สำนัก​และ​บรรดา​ผู้​ใหญ่​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์ และ​ครอบ​ครัว​ทั้ง​หมด​ของ​โยเซฟ ​กับ​ครอบ​ครัว​ของ​ยาโคบทั้งหมด
ยกเว้น​​เด็ก​เล็กๆ และ​ฝูง​แพะ​แกะ​ฝูง​โค​เท่า​นั้น ที่ไม่ต้องไป ​อยู่​ใน​ดิน​แดน​โกเชนต่อไป
ขบวนส่งศพมี​ขบวน​รถ​รบ ขบวน​ม้า​ไป​ ​เป็น​ขบวน​ใหญ่โต​มาก

เมื่อพวก​เขามา​ใกล้​แม่​น้ำ​จอร์​แดน พวก​เขา​ก็คร่ำ​ครวญ​ะ​ร้อง​ไห้​อย่างมาก​
โยเซฟ​เองก็​ไว้​ทุกข์​ให้​ยาโคบ 7 ​วัน ที่นั่น

เมื่อ​ชาว​​คา​นา​อัน​เห็น​การ​ไว้​ทุกข์นั้น จึง​พูด​กัน​ว่า
“นี่​เป็น​การ​ไว้​ทุกข์​ใหญ่​ของ​ชาว​อียิปต์”
​พวก​เขา​จึง​เรียก​ชื่อ​ที่​นั่น​ว่า “อา​เบล​มิส​รา​อิม”

พวก​ลูกๆ​ของ​ยา​โคบ​ก็​​ฝัง​ศพของยาโคบไว้​ใน​ถ้ำ​
ที่​อยู่​ใน​นา​ชื่อ มัค​เป-ลาห์ ที่อยู่​หน้า​มัมเร
แล้วโยเซฟ​ กับ​พวก​พี่​น้อง​และ​คน​ทั้ง​หมดก็กลับไปอียิปต์

พวก​พี่ๆ เริ่มกังวลว่า ​โยเซฟ​จะแก้​แค้น​พวก​เขา​ เนื่องจากพ่อไม่อยู่แล้ว
พวก​พี่ๆ​จึง​​ให้​คน​ไป​หา​โยเซฟ​ เพื่อบอกว่ายาโคบสั่งไว้​ก่อน​ตาย​สั่ง​ไว้​ ว่า ​ขอ​ให้โยเซฟ​ยก​โทษให้แก่​พวก​พี่​ๆ​
เมื่อโยเซฟ​ได้ยินก็ร้อง​ไห้​
โยเซฟ​จึง​บอก​พวก​เขา​ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้
เพื่อช่วย​ชีวิต​คน​เป็น​อัน​มาก
แม้พวก​เขา​คิด​ร้าย​ต่อ​โยเซฟ แต่ในที่สุดพระเจ้าก็ทรง​ให้​เกิด​ผล​ดี​อย่างที่เห็นนี้

โยเซฟ​จึงพูด​ปลอบ​โยน​พวก​พี่ๆ​และ​ให้สัญญาว่าจะดูแลพวกเขาและครอบครัวอย่างดี

โยเซฟ​มี​อายุยืนยาวถึง 110 ปี จนได้เห็น​พวก​ลูกๆ ของ​เอฟ​รา​อิม​จน​ถึง​ชน​รุ่น​ที่​ 3 (ได้เป็นปู่ทวด) ก่อนตายโยเซฟ​ได้บอก​พวก​พี่​น้อง​ของเขา (ที่ยังไม่ตาย) ว่า
​พระ​เจ้า​จะ​เสด็จ​มา​เยี่ยม​เยียน​ลูกหลานของพวกเขา
และ​จะ​พา​พวกเขาเหล่านั้นออกจากอียิปต์ ไป​สู่​ดิน​แดนแห่งพระสัญญา
ดังนั้น จึงขอให้พวกเขาสาบานว่า
จะให้ลูกหลานนำ​กระ​ดูก​ของโยเซฟไป​ฝังที่คานาอัน

แล้วโยเซฟก็เสียชีวิต คนอียิปต์​ก็​อาบ​ยา​รักษา​ศพไว้ แล้ว​บรรจุ​โลง​ไว้​ใน​อียิปต์

– การตายของยาโคบ คนเลี้ยงแพะแกะแห่งคานาอัน กลับทำให้คนทั้งอียิปต์ไว้ทุกข์ถึง 70 วัน และบรรดาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มากมายต้องเดินทางมาร่วมฝังศพของเขาไกลถึงคานาอัน
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า พระเจ้าทรงสัญญาที่จะอวยพระพรแก่ชายผู้นี้

เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซู ได้รับพระสัญญาแห่งพระพรเช่นกัน
และพระพรที่จะได้รับนี้ไม่เพียงแต่ในโลกนี้เท่านั้น
แต่เราจะรับพระพรใหญ่ยิ่งในสวรรค์ได้ครอบครองร่วมกับพระคริสต์ชั่วนิรันดร์

จงยึดความเชื่อวางใจในพระเยซูไว้ให้มั่น
เพราะผลที่จะได้รับนั้นทรงคุณค่ามหาศาล
มากกว่าทุกสิ่งที่เรามีหรือที่เราสูญเสียได้ในโลกนี้

– ทั้งยาโคบและโยเซฟ ต้องการให้ฝังศพของเขาในแผ่นดินคานาอัน
ก็เพราะพวกเขาเชื่อมั่นว่า พระเจ้าจะทรงรักษาสัญญา
เชื้อสายของอิสราเอลจะได้ครอบครองดินแแดนนั้น

จนวันตาย พวกเขาทั้งสอง ก็ยังไม่ได้เห็นสิ่งนี้
หรือแม่แต่เห็นวี่แววว่าสิ่งที่ทรงสัญญานี้จะเกิดขี้น
แต่พวกเขาก็ยังคงยึดมั่นในความเชื่อในพระสัญญาของพระเจ้า จนวันตาย

ให้เรายึดมั่นในคำสัญญาของพระเจ้าไว้ จนวันตาย

– พี่ๆของโยเซฟ เข้าใจผิดคิดว่า โยเซฟเห็นแก่พ่อ
จึงเคยพูดก่อนหน้านี้ ใน ปฐก. 45:5-8 ว่า
โยเซฟรู้ว่าที่เขาต้องถูกขายมาที่นี่
เพราะพระเจ้าประสงค์ให้เขาช่วยคนมากมาย

พวกเขาไม่คิดว่าโยเซฟหมายความอย่างที่พูดนั้นจริงๆ
พวกเขายากนักที่จะเข้าใจโยเซฟได้
เพราะโยเซฟคิดด้วยมุมมองฝ่ายวิญญาณ ด้วยความยำเกรงพระเจ้า
แต่พวกเขามองตามสายตาแบบคนในโลกนี้เขามองกัน

มุมมองของคนฝ่ายวิญญาณ ยากนักที่คนทั่วไปจะเข้าใจได้
หากเราปฏิบัติตามพระคำของพระเจ้า ซึ่งเป็นเรื่องฝ่ายวิญญาณ
แน่นอนย่อมมีคนไม่เข้าใจหรือแม้แต่เข้าใจผิดเรา ไม่มากก็น้อย
ถึงกระนั้นก็ให้เรายืนหยัดเดินหน้าต่อไป
แบบคนฝ่ายวิญญาณ ผู้ดำเนินชีวิตตามพระคำของพระเจ้า

คำคม

“ พระสัญญาของพระเจ้า จะเกิดขึ้นเป็นจริงอย่างแน่นอน ”

สรุป ปฐมกาล 49

ภาพรวม

  • ช่วงวาระสุดท้ายของยาโคบ เขาเรียกลูกๆมาอวยพรและพยากรณ์ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเชื้อสายของพวกเขาในอนาคต แล้วก็นอนลง แล้วจากโลกนี้ไปอย่างสงบ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 49 เมื่อยา​โคบใกล้จะจากโลกนี้ไป เขาจึง​เรียก​บรรดา​บุตร​ชาย​ของเขา​มา
แล้วอวยพรและพยากรณ์ ถึง​สิ่ง​ที่​จะ​บัง​เกิด​แก่​พวก​เขาและเชื้อสายของพวกเขาในอนาคต ดังนี้

1. รูเบน​เอ๋ย ​
– ​เป็นบุตร​หัวปี ความจริงแล้ว สมควรได้รับเกียรติ​สูง​สุด​ของ​เกียรติ​และสิทธิอำนาจสูงสุด แต่เพราะเขาไปแอบนอนกับบิลฮาห์ ภรรยาน้อยของยาโคบ(ปฐก. 35:22) ดังนั้นเขาจึงไม่อาจได้รับเกียรติและสิทธิอำนาจสูงสุดนั้น
> ทั้งที่รูเบนเป็นบุตรหัวปีของยาโคบ แต่ตลอดประวัติศาสตร์ของชนชาติอิสราเอล เผ่ารูเบนกลับไม่มีบทบาทโดดเด่นอะไรมากนัก

2. สิ​เม​โอน​ และ 3.​เลวี​
– สองพี่​น้อง ​เป็นดัง​อา​วุธ​ร้าย​แรงและเกรี้ยวกราด (ปฐก. 34:25-29 พวกเขาทั้งสอง แก้แค้นที่ดีนาห์น้องสาวถูกขมขื่น ด้วยฆ่า​ผู้​ชาย​ทั้ง​เมือง แล้ว​จับ​เอา​ลูกเมีย​ของ​คน​เหล่า​นั้น​ไป​เป็น​เชลย และ​ยัง​ริบ​ทรัพย์สิน​ทั้ง​หมดของคนเหล่านั้น) ดังนั้น เพราะ​พวก​เขา​ฆ่า​คน​ด้วย​ความ​โกรธ และ​ตาม​อำ​เภอ​ใจ​ในอนาคตพวก​เขา​จะพบความแตก​แยก​ และ​พลัด​พราก​กัน​
> เผ่า​สิเมโอน​ถูก​แยก​เข้า​ไป​อาศัย​อยู่​ใน​เขตแดน​ของ​เผ่า​ยูดาห์ (ยชว. 19:1) และเมื่อ 10 เผ่าทางตอนเหนือแยกตัวออกจาก ยูดาห์ เผ่าสิเมโอนก็แยกตามไปด้วย คือ ไปอยู่ฝังเหนือ แต่ดินแดนของตน ดันอยู่ฝั่งใต้
> ส่วนเผ่า​เลวี​ต้อง​กระจาย​ไป​อยู่ตามเมืองต่างๆ 48 หัวเมือง​(กดว. 35:2,7 , ยชว. 14:4; 21:41)

4. ยู​ดาห์
– ​จะได้รับเกียรติและ​สรร​เสริญ​จากพี่น้อง จะมีชัยชนะเหนือเหล่า​ศัตรู​ ​เป็น​ลูก​สิงห์
– เชื้อสายของยูดาห์จะได้เป็น​ผู้​ปก​ครอง​ จน​กว่า​ชีโลห์​(หมายถึง พระคริสต์)จะ​มา
– แล้วชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย​จะ​เชื่อ​ฟังพระคริสต์ ผู้มาจากเชื้อสายของยูดาห์ แล้วพระพรและความอุดมสมบูรณ์ที่แท้จริงก็จะมาถึง
> พระคริสต์มาจากเผ่ายูดาห์

5. เศ​บู​ลุน​
– จะ​อา​ศัย​อยู่​ที่​ท่า​เรือ​ริม​ทะเล ดินแดนของเขาจะ​เป็น​ท่า​จอด​เรือ ไกลไป​ถึง​ไซ​ดอน
> มธ. 4:15 ‘แคว้น​เศ​บู​ลุน​และ​แคว้น​นัฟ​ทา​ลี ที่​อยู่​บน​ทาง​ไป​ยัง​ทะเล และ​ฝั่ง​แม่น้ำ​จอร์​แดน​ข้าง​โน้น กา​ลิ​ลี​ของ​พวก​ต่าง​ชาติ”

6. ​อิส​สา​คาร์
– ​เป็น​เหมือน​ลา​มี​กำ​ลัง​มาก
> เชื้อสายของเขาจะเป็นเกษตรกรและทำปศุสัตว์ และเป็นแรง​งาน

7. ​ดาน​
– จะ​มีผู้วินิจฉัยมาจากเชื้อสายของเขา
> แซมสัน มาจากเผ่าดาน
– เชื้อสายของดาน​จะ​เป็น​งู​พิษ​
> ซึ่งในเวลาต่อมา รูปวัวทองคำที่เยโรโบอัมสร้างขึ้น เพื่อให้คนอิสราเอลละทิ้งพระเจ้า ตั้งอยู่ในเผ่าดานนี่เอง (1พกษ. 12:28-29)

8. ​กาด​
– จะ​ถูก​พวก​ปล้น แต่​​จะ​กลับ​ไล่​ปล้น​พวกที่มาปล้นนั้น
> ​คน​โมอับ​ซึ่ง​อาศัย​อยู่​ทาง​ใต้​ของ​เผ่า​กาด มักบุกมาปล้นกาด

9. ​อา​เชอร์​
– จะ​บริ​บูรณ์ด้วยอาหารสำ​หรับ​กษัตริย์
> อาเชอร์อยู่​บริเวณ​ชาย​ฝั่ง​ทะเล​เมดิเตอร์เรเนียน จึง​ได้​ทั้ง​อาหาร​จาก​ทะเล​และ​จาก​บน​บก จึงมีอาหารมากมาย

10. นัฟ​ทาลี​
– เป็นเหมือน​กวาง​ตัว​เมีย​ที่​ถูก​ปล่อย ผู้​ให้​กำ​เนิด​ลูก​กวาง​งด​งาม
> เผ่า​นัฟทาลี​ ​อยู่​ทางตอน​เหนือ​ของ​ทะเลสาบ​กาลิลี เป็น​แนวเขา​ทาง​ชาย​แดน​ภาค​เหนือของอิสราเอล จึง​มี​ความ​เป็น​อยู่​แบบค่อน​ข้าง​อิสระ

11. โยเซฟ​
– เป็นเหมือน​กิ่ง​ที่​เกิด​ผลมาก
> หมายถึง จะมีลูกหลานมากมาย
> เผ่าลูกของโยเซฟ คือ เผ่าเอฟราอิมและเผ่ามนัสเสห์ รวมกันมีพื้นที่และจำนวนคนเกือบ 50 % ของเผ่าทั้งหมด
– พวก​ทหาร​ธนู​โจม​ตี​เขา​อย่าง​โหด​ร้าย แต่​ธนู​ของ​เขา​เอง​ยืน​หยัด ​แขน​ของ​เขา​มี​กำ​ลัง​ขึ้น โดย​พระ​หัตถ์​ของพระเจ้า พระเจ้าจะอวยพรแก่เขา ด้วย​พร​ที่​มา​จาก​ฟ้า​เบื้อง​บน พร​ที่​มา​จาก​ที่​ลึก​เบื้อง​ล่าง พร​ที่​มา​จาก​นม​และ​ครรภ์ และพร​จาก​บิดา​
> เผ่าเอฟราอิมเต็มไปด้วยนักรบผู้กล้าหาญ และถูกโจมตีหลายต่อหลายครั้งจากชนชาติอื่น

12. ​เบน​ยา​มิน
​เป็น​เหมือนสุนัข​ป่า​ที่​ล่า​เหยื่อ
– เบนยามินเป็นเผ่านักรบผู้เก่งกาจที่สุดในบรรดาเผ่าทั้งหมด ใน วนฉ. 20 เผ่าเบนยามินเผ่าเดียว สามารถต่อกรกับอีก 11 เผ่ารวมกันได้อย่างสูสี

เมื่อยา​โคบ​ให้​พร​แก่​พวก​เขา​แล้ว ก็สั่งว่า ถ้าเขาตาย ให้นำเขาไปฝังที่เดียวกับอับราอัมและอิสอัค ที่​มัคเป-ลาห์ หน้า​มัม​เร​ใน​ดินแดน​คา​นา​อัน

เมื่อ​ยา​โคบ​สั่ง​​เสร็จ​แล้ว ก็​ยก​เท้า​ขึ้น​บน​ที่​นอน แล้ว​ก็​สิ้น​ใจ

– สังเกตจากคำพยากรณ์ของยาโคบ เห็นได้ชัดว่า
ชีวิตของเรา มีผลกระทบมาจากการกระทำของบรรพบุรุษของเรา
และการกระทำของเรา จะส่งผลกระทนต่อลูกหลานที่ตามมา

เพราะเราอยู่ใน DNA ของบรรพบุรุษของเรา และลูกหลานของเราอยู่ใน DNA ของเรา

หากที่ผ่านมาบรรพบุรุษของเรา เคยผิดพลาดพลั้งไปในเรื่องใด ขอให้เรากลับใจแทนตระกูลของเราโดยการเลิกทำสิ่งนั้น แล้วทำในสิ่งตรงกันข้าม

เราควรระมัดระวังการดำเนินชีวิตของเราในวันนี้ เพราะจะไม่ได้ส่งผลต่อเพียงแค่ตัวเราเท่านั้น แต่จะส่งผลกระทบต่อลูกหลานของเราในอนาคตอีกด้วย

– ใน ปฐก. 49:25-26 ได้พูดถึงพระพร จากพระเจ้า จาก 4 แหล่ง คือ
1. ​พร​ที่​มา​จาก​ฟ้า​เบื้อง​บน หมายถึง ฝนตกแก่พืชและสัตว์ มีเสมอไม่ขาดแคลน
2. พร​ที่​มา​จาก​ที่​ลึก​เบื้อง​ล่าง หมายถึง น้ำพุและบ่อน้ำทั้งหลาย มีมากมาย
3. พร​ที่​มา​จาก​นม​และ​ครรภ์ หมายถึง มีลูกหลานมากมาย
4. พรจากบิดา หมายถึง การอวยพรตามเชื้อสาย ดังใน อพย. 20:6 “แต่​แสดง​ความ​รัก​มั่น​คง​ต่อ​คน​ที่​รัก​เรา และ​รักษา​บัญ​ญัติ​ของ​เรา​จน​ถึง​นับ​พัน​ชั่ว​อายุ​คน”

จากการอธิบายความหมายเชิงวิชาการข้างต้น
ผมมองว่าอาจมีความหมายลึกซึ้งแฝงอยู่
คือ พระพรของพระเจ้ามาถึงเรา ผ่านทาง พ่อ แม่ ของเรา
เมื่อเราเชื่อฟังและให้เกียรติพ่อแม่ของเรา เราจะไปดีมาดี มีชีวิตยืนยาว และจำเริญขึ้น(อฟ. 6:3)

ดังนั้น สิ่งที่เราควรทำก็คือ
สภษ. 1:8 “บุตร​ชาย​ของ​เรา​เอ๋ย จง​ฟัง​คำ​เตือน​ของ​พ่อ​เจ้า และ​อย่า​ทิ้ง​คำ​สั่ง​สอน​ของ​แม่​เจ้า”
เพราะคนฉลาดและคนโง่ เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติของเราต่อพ่อแม่
สภษ. 15:20 “บุตร​ชาย​ที่​ฉลาด​กระทำ​ให้​บิดา​ยินดี แต่​คน​โง่​ดู​หมิ่น​มารดา​ของ​ตน”

ถึงกระนั้นก็ยังมีบางคนดำเนินชีวิตอย่างโง่เขา เหมือน สภษ. 30:11 “มี​คน​ที่​แช่ง​บิดา และ​ไม่​อวย​พร​มาร​ดา​ของ​ตน”

– ยาโคบ ผู้ได้รับพระพรจากพระเจ้า จากโลกนี้ไปอย่างสง่างาม ไม่กลัวแม้กระทั่งความตาย
อวยพรลูกๆเสร็จ ก็ยกขาขึ้นเตียง นอนลง แล้วก็จากไป

พระเจ้าประทานพระพรแก่เราผู้เชื่อวางใจในพระองค์มากมายในโลกนี้
และพระพรที่ยิ่งใหญ่อันหนึ่งที่พระองค์ประทานแก่เราก็คือ
การเผชิญหน้าความตายได้โดยปราศจากความกลัว เพราะเรารู้ว่าเมื่อผ่านประตูแห่งความตายแล้ว เราก็จะเข้าสู่ประตูแห่งสวรรค์ซึ่งพระเยซูคอยต้อนรับเราอยู่

คำคม

“ พระพรจากพระเจ้า จะมาสู่ผู้ยำเกรงพระองค์ แล้วไหลล้นไปสู่ลูกหลาน ”

สรุป ปฐมกาล 48

ภาพรวม

  • ยาโคบไม่สบาย โยเซฟจึงพาลูกทั้งสอง คือ นมัสเสห์และเอฟราอิม มาเยี่ยม ยาโคบจึงอวยพรแก่หลานทั้งสองแล้วยกสิทธิให้แก่พวกเขาให้ได้รับพรเท่ากับลูกๆของยาโคบ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 48 หลัง​จากยาโคบได้สั่งเสียโยเซฟเรื่องการฝังศพของตนแล้ว
ไม่นานหลังจากนั้น ยาโคบก็ล้ม​ป่วย
โยเซฟ​จึงพา​มนัส​เสห์​และ​เอฟ​รา​อิม ​บุตร​ทั้ง​สอง​ของ​เขามาเยี่ยมยาโคบ

ยาโคบ​จึง​พูด​กับ​โยเซฟ ถึงพระพรที่พระเจ้าทรงสัญญาแก่ยาโคบ ว่าเชื้อสายของยาโคบจะป็น​ชน​ชาติ​หลาย​ชาติ และ​จะ​ได้ดิน​แดน​คานาอันเป็น​กรรม​สิทธิ์​

ยาโคบบอกว่า จะยกสิทธิให้ลูก​ทั้ง​สอง​ของ​โยเซฟ เป็น​บุตร​ของยาโคบ
ส่วน​บุตร​ของโยเซฟ​ที่​จะเกิด​มา​ภาย​หลัง ก็ให้​นับ​เป็น​บุตร​ของ​โยเซฟ

ยาโคบจึงเรียกบุตรทั้งสอง ของโยเซฟเข้ามาใกล้ เพื่อจะอวยพรแก่พวกเขา
ยาโคบก็ยื่น​มือ​ออก​ไขว้​กัน โดยยื่น​มือ​ขวา​ออก​วาง​บน​ศีรษะ​เอฟ​รา​อิม​ผู้​เป็น​น้อง และ​มือ​ซ้าย​วาง​ไว้​บน​ศีรษะ​มนัส​เสห์ผู้เป็น​บุตร​หัวปี

​โยเซฟจึงทักท้วงยาโคบ ว่า​ วาง​ไม่​ถูกคน
แต่ยาโคบ ตอบ​ว่า ถูกแล้ว เพราะน้อง​จะ​เป็น​ใหญ่​กว่า​พี่ และ​พงศ์​พันธุ์​ของ​น้อง​นั้น​จะ​เป็น​ชน​หลาย​หมู่​รวม​กัน

แล้วยาโคบก็​บอก​โยเซฟ​ว่า เขากำลัง​จะ​ตาย แต่​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​อยู่​กับ​ชนอิสราเอล และจะ​พา​พวก​เขากลับ​ไป​ดิน​แดน​ของ​บรรพ​บุรุษ​ของ​พวก​เขา
และยาโคบได้​ยก​เชเคม​ที่​เขา​ยึด​จาก​มือ​คน​อา​โม​ไรต์ ให้แก่ลูกหลานของโยเซฟ

– เมื่อโยเซฟพาลูกทั้งสองมาเยี่ยมปู่อย่างยาโคบ จึงมอบของขวัญแก่หลานทั้งสองให้ได้รับพระพร แบบเดียวกับลูกของยาโคบ
มองเผินๆ ดูตลกมาก เพราะยาโคบเพิ่งหนีตายจากคานาอัน มีทรัพย์สมบัติมากก็จริง แต่จะเทียบอะไรได้กับทรัพย์สมบัติมหาศาลที่โยเซฟผู้มีอำนาจล้นฟ้าในอียิปต์มีนั้น
โยเซฟมีสมบัติมากมายในอียิปต์ แต่ ยาโคบมีคำสัญญาแห่งพระพรอันเหลือล้นจากพระเจ้า
โยเซฟรู้ดีว่า พระพรจากยาโคบนั้นมีค่ามหาศาลเพียงใด จึงดีใจอย่างยิ่งที่ลูกทั้งสองของตนได้รับพระพรนี้
และรู้สึกไม่พอใจ เมื่อพระพรใหญ่ที่สุดไม่ได้ตกแก่บุตรหัวปีอย่างมนัสเสห์

พรจากมนุษย์หรือจะสู้พระพรจากพระเจ้า
วันนี้ พระเจ้าทรงสัญญาไว้ในพระคำของพระองค์ ที่จะอวยพระพรแก่เรา ผู้เชื่อวางใจในพระองค์
คำสัญญานี้มีค่ายิ่งกว่าทรัพย์สมบัติทั้งโลกรวมกันเสียอีก
จงชื่นชมยินดีเถิด จะตื่นเต้นดีใจเถิด
และจงค้นดูพระสัญญาแห่งพระพรนั้นในพระคำของพระเจ้าเถิด
แล้วจงรับเอาด้วยความเชื่อเถิด

– โยเซฟมองตามสายตาของมนุษย์จึงเห็นว่า นมัสเสห์บุตรคนโต น่าจะได้รับพระพรมากกว่าบุตรคนรอง
แต่พระเจ้าทรงเปิดเผยแก่ยาโคบ เห็นถึงเหตุการณ์ในอนาคต ยาโคบจึงอวยพรเอฟราอิมให้เป็นใหญ่กว่า ตามเหตุการณ์ที่กำลังขะเกิดขึ้นในเวลาต่อมา
เอฟราอิม กลายเป็นเผ่าใหญ่และเผ่าสำคัญของอิสราเอล และเป็นผู้นำในการนำอิสราเอล 10 เผ่าแยกตัวออกจากราชวงศ์ของดาวิด(ยูดาห์) แล้วตั้งเมืองหลวงใหม่ที่เชเคม ใน 1พกษ. 12:25
เป็นจริงดังคำกล่าวของยาโคบ

การอวยพรของยาโคบ ดูเหมือนไม่ใช่ตามใจของเขาเอง หรือของโยเซฟลูกรัก แต่ตามการเปิดเผยสำแดงของพระเจ้า
การรับใช้ที่แท้จริง คือ การทำสิ่งใดๆที่สอดคล้องพระประสงค์ของพระเจ้า
วันนี้ จงแสวงหาพระเจ้าเพื่อจะรู้ได้ว่า พระองค์ประสงค์ให้เราทำสิ่งใดในสถานการณ์วันนี้

คำคม

“ พระพรจากพระเจ้า ล้ำค่า มากกว่าพรจากมนุษย์มากมายนัก ”

สรุป ปฐมกาล 47

ภาพรวม

  • เมื่อยาโคบและครอบครัวมาที่อียิปต์แล้ว ฟาโรห์ก็มอบดินแดนที่ดีที่สุดในอียิปต์หคือ โกเชน ให้พวกเขาพักอาศัย
    การกันดารอาหารทวีความรุนแรงขึ้น แล้วฟาโรห์ก็ได้ทรัพย์สมบัติและที่ดินมากมายที่ผู้คนนำมาแลกกับอาหาร

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 47 เมื่อยาโคบและและครอบครับ ย้ายเข้ามาอยู่ในอียิปต์แล้ว
โยเซฟ​จึงเข้า​ไป​ทูล​ฟาโรห์​ว่า บิดา​และ​พี่​น้อง​ของโยเซฟ กับ​ฝูง​แพะ​แกะ​ฝูง​โค​ เวลา​นี้​อยู่​ใน​เมือง​โก​เชน (หรือ ราเมเสส)
เนื่องจากเมืองโกเชน เป็น​ดินแดน​ดี​ที่สุดในอียิปต์ ฟาโรห์จึงให้ยาโคบและครอบครัว อยู่​ใน​เมือง​โก​เชนนั้น เพราะเห็นแก่โยเซฟ

ส่วนการ​กันดาร​อาหาร​นั้นยังคงร้ายแรงต่อไป
จน​คน​อียิปต์​และ​คานาอัน ขาดแคลน​อาหาร ​ถึง​ขนาด
​ใช้​ทรัพย์สิน​แลก​ซื้อ​จน​หมด​ตัว
แล้วก็เอา​ฝูง​สัตว์​ไป​แลก​ซื้อ​อาหาร
แล้วก็​เอา​ที่​ดิน​ไร่นา​ไป​แลกอาหาร
จน​ใน​ที่​สุด​ต้อง​ขาย​ตัว​เอง​เป็น​ทาส​เพื่อ​แลก​กับ​อาหาร

โยเซฟ​ก็​ซื้อ​ที่ดิน​ทั้งหมด​ใน​อียิปต์​ให้แก่​ฟาโรห์
​ประชาชน​อียิปต์​นั้น​โยเซฟ​ก็ได้ซื้อให้​เป็น​ทาส​มากมายทั่วทั้งอียิปต์

โยเซฟ จึงบอกกับ​ประ​ชา​ชน​ ว่า วัน​นี้​ พวกเขาและ​ที่​ดิน​ของ​พวกเขา​เป็น​ของ​ฟาโรห์​แล้ว
ถึงกระนั้นโยเซฟ ก็​จะ​ให้​เมล็ด​ข้าว​แก่​พวก​เขา จง​เอา​ไป​หว่าน​ใน​ที่​ดินนั้น
เมื่อ​ได้​ผล​แล้ว ​จง​ถวาย 1 ใน 5 ​ส่วน​แก่​ฟาโรห์
เก็บ 4 ​ส่วน​ไว้​เป็น​ของ​พวก​เขา
เพื่อเป็น​พันธุ์​ข้าว​และ เป็น​อาหาร​

โยเซฟ​ตั้ง​เป็น​กฎ​หมาย​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์​ ที่ใช้กันเรื่อยมา ว่า
ให้​ฟาโรห์​ได้​ส่วน​ 1 ​ใน​ 5 ​ส่วน

ส่วนคน​อิสรา​เอล​อาศัย​อยู่​ใน ดิน​แดน​โกเชน​
พวก​เขา​ได้​กรรม​สิทธิ์​ที่​ดิน​เป็น​ของ​พวก​เขา
และ​มี​ลูก​หลาน​ทวี​ขึ้น​มาก​มาย

ยา​โคบ​มี​ชีวิต​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์ 17 ปี
และจากไปเมื่ออายุได้ 147 ปี

ตอนยาโคบจะ​สิ้นใจ เขาขอให้​โยเซฟ​ สาบานว่า
เมื่อยาโคบจากไป ให้นำศพของเขาไปฝังในดินแดนคานาอัน
โยเซฟ​ก็​สาบาน​ตามนั้น

– พระเจ้าทรงนำยาโคบและครอบครัวมาอยู่ในอียิปต์ และโดยการจัดฉากทั้งหมดของพระองค์จึงทำให้ฟาโรห์ ให้ดินแดนที่สุดในอียิปต์แก่อิสราเอล

เมื่อพระเจ้าประทานสิ่งใดแก่เรา พระองค์ไตร่ตรองอย่างดีแล้วว่า นั่นเป็นสิ่งดีที่สุดสำหรับเรา

– เพราะการกันดารอาหารรุนแรงมาก จนเป็นเหตุให้คนอียิปต์และคนคานาอัน มากมาย ต้องสิ้นเนื้อประดาตัว และขายตัวเป็นทาสของฟาโรห์

และเพราะการกันดารอาหารรุนแรงมาก จึงเป็นเหตุให้ยาโคบ ผู้ที่พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะอวยพระพร ได้ย้ายครอบครัวมาอยู่ในโกเชนดินแดนที่ดีที่สุดในอียิปต์

สำหรับผู้ที่เดินในทางของพระเจ้า ท่ามกลางมหันตภัยก็ยังจะได้รับพระพร

– ขณะที่โยเซฟกำลังเป็นใหญ่ ประชาชนเกือบทั้งหมดตกเป็นทาสของฟาโรห์
แทนที่โยเซฟจะฉวยโอกาส เอาเปรียบ แต่กลับฉวยโอกาสนี้สำแดงความเมตตาต่อพวกเขา
ให้พวกเขามีเมล็ดพันธุ์ที่จะปลูกเลี้ยงชีพของตนและครอบครัว และแบ่งบางส่วนถวายแด่ฟาโรห์
การสำแดงความเมตตาของโยเซฟนี้ ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอียิปต์ในช่วงเวลานั้นเท่านั้น
แต่ยังได้กลายเป้นกฏหมายของอียิปต์ในเวลาต่อมา เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอีกมากมายในช่วงเวลาต่อๆมาอีกด้วย

เมื่อพระเจ้าอวยพระพรเรา และทรงใช้เราเป็นพระพร
การเป็นพรนั้น จะเกิดผลมากมาย ใหญ่โต ยิ่งกว่าที่เราคาดคิดมากมายนัก

– พระพรจากพระเจ้า ผ่านมาทางโยเซฟ จึงทำให้อียิปต์ร่ำรวยและมั่งคั่งขึ้นมหาศาล
ทรัพย์สินเงินทองจากปรเทศรอบข้าง หลั่งไหลสู่อียิปต์มากมายในช่วงเวลานั้น
จึงเรียกได้ว่า ชาวอียิปต์ ร่ำรวยได้เพราะขาวอิสราเอล

ด้วยเหตุนี้ อีก 400 ปี ต่อมา เมื่ออิสราเอลออกจากอียิปต์ ได้ไปขอทรัพย์สินจากชาวอียิปต์ และพระเจ้าก็ทรงดลใจให้ชาวอียิปต์จำนวนมาก ให้ทรัพย์สินเงินทองแก่คนอิสราเอลมากมาย
เหตุการณ์นี้ เมื่อมองในภาพใหญ่ จึงเห็นได้ว่า สมควรและยุติธรรมแล้ว

เมื่อพระเจ้าอวยพระพรเรา ก็เพื่อเราจะเป็นพระพรแก่ผู้อื่น เพื่อพระพรที่มากยิ่งขึ้นจะมาสู่เราเพิ่มขึ้นไปอีก

“ พระเจ้าอวยพระพรเรา เพื่อเราจะเป็นพระพร ”

คำคม

สรุป ปฐมกาล 46

ภาพรวม

  • ยาโคบพาครอบครัว ย้ายเข้าไปอยู่ในอียิปต์ โดยไปอาศัยอยู่ที่ โกเชน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 46 เมื่อฟาโรห์ส่งรถมารับยาโคบและครอบครัวไปยังอียิปต์
ยาโคบก็ออกเดิน​ทาง​ไป​พร้อม​กับ​ทรัพย์​สมบัติ​ทั้ง​หมด
เมื่อ​ถึง​เบ​เออร์​เช​บา ยาโคบก็​ถวาย​เครื่อง​บูชา​แด่​พระ​เจ้า​ที่นั่น
ที่เบเออร์เชบานี้ อับราฮัม(ปฐก. 21:33) และอิสอัค (ปฐก. 26:25) เคยสร้างแท่นบูชาพระเจ้า ณ ที่นี่

พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​ยาโคบ ​โดย​นิมิต​ใน​เวลา​กลาง​คืน ​ว่า
อย่า​กลัว​ที่​จะ​ลง​ไป​อียิปต์ เพราะ​พระเจ้า​จะทรง​ตั้ง​เขา​ให้​เป็น​ประชา​ชาติ​ใหญ่​ที่​นั่น
และ​พระเจ้า​จะ​นำ​เขา​กลับ​มา​อีก​แน่​นอน [ประเด็นนี้ลึกซึ้งมาก โปรดอ่านต่อในส่วนสิ่งที่เรียนรู้]
และ​โยเซฟ​จะ​อยู่กับเขา ยามที่เขาต้องจากโลกนี้ไป

แล้วยาโคบก็เดินทางต่อไปยังอียิปต์ไปอาศัยที่เมืองโกเชน

เชื้อ​สาย​ของ​อิสรา​เอล(ยาโคบ)​ที่​เข้า​ไป​ใน​อียิปต์ มีดังนี้
# บุตรของเลอาห์ ลูกหลาน​ทั้ง​หมด​มี 33 คน
1. ​รูเบน​
– ​บุตร​ของเขาคือ ฮา​โนค ปัลลู เฮส​โรน และ​คารมี
2. สิ​เม​โอน​
– ​บุตร​ของเขาคือ เย​มู​เอล ยา​มีน โอ​หาด ยา​คีน และ​โศ​หาร์ กับ​ชา​อูล (บุตร​ของ​หญิง​คา​นา​อัน)
3. เลวี​
– ​บุตร​ของเขาคือ เกอร์​โชน โค​ฮาท และ​เม​รา​รี (ทั้ง 3 คนนี้ เป็นต้นตระกูลของคนเลวีผู้ปรนนิบัติในพลับพลา หรือในพระวิหาร ในเวลาต่อมา)
4. ยู​ดาห์​
– ​บุตร​ของเขาคือ เอร์ โอ​นัน เชลาห์ เป​เรศ เศ-ราห์ (แต่​เอร์​และ​โอ​นัน​ได้​ถึง​แก่​กรรม​ใน​ดิน​แดน​คา​นา​อัน)
—- บุตร​เป​เรศ​คือ เฮสโรน และ​ฮามูล
5. อิส​สา​คาร์​
– ​บุตร​ของเขาคือ โทลา ปูวาห์ โยบ และ​ชิมโรน
6. ​เศ​บู​ลุน
​- บุตร​ของเขาคือ เส​เรด เอ​โลน และ​ยา​เล​เอล
7. ดีนาห์ (บุตรสาว)

# ​บุตรของ​ศิล​ปาห์ (สาวใช้ของเลอาห์)
8. ​กาด
– ​บุตร​ของเขาคือ ศิ​ฟี​โยน ฮักกี ชูนี เอส​โบน เอรี อาโรดี และ​อา​เร​ลี
9. อา​เชอร์​
– ​บุตร​ของเขาคือ อิม​นาห์ อิช​วาห์ และ​เบ​รี​อาห์ กับ​เส​ราห์​น้อง​สาว
—- บุตร​เบ​รี​อาห์​คือ เฮ​เบอร์ และ​มัล​คี​เอล

# บุตรของรา​เชล​
10 . โยเซฟ​
​บุตร​ของเขาคือ มนัส​เสห์​กับ​เอฟ​รา​อิม​เกิด​แก่​โยเซฟ​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์
11. เบน​ยา​มิน
​- บุตร​ของเขาคือ ​เบ​ลา เบ​เคอร์ อัช​เบล เก-รา นา​อา​มาน เอไฮ โรช มัป​ปิม หุป​ปิม และ​อาร์ด

# บุตรของ​บิลฮาห์​ (สาวใข้ของราเชล)
12. ​ดาน​
– ​บุตร​ของเขาคือ หุชิม
13. ​นัฟ​ทาลี​
– ​บุตร​ของเขาคือ ยา​เซ​เอล กูนี เย​เซอร์ และ​ชิล​เลม

รวมคนอิสราเอล​ทั้ง​หมด​ที่​เข้า​มา​ใน​อียิปต์​คือ 70 คน
(ไม่​นับ​บุตร​สะใภ้​หรือหลานสะใภ้ของยาโคบ)

เมื่อโยเซฟมาพบยาโคบที่โกเชน เขาก็​กอด​คอยาโคบ ร้อง​ไห้​เป็น​เวลา​นาน
ต่อมาเมื่อฟาโรห์ถามถึงอาชีพของครอบครัวยาโคบ ก็ได้ทราบว่า เป็นอาชีพเลี้ยงแพะแกะ
ฟาโรห์จึงให้พวกเขาอาศัยอยู่ที่โก​เชน เพราะ​ชาว​อียิปต์​เกลียด​ชัง​คน​ที่​เลี้ยง​แพะ​แกะ​

– ที่​เบ​เออร์​เช​บา ยาโคบ ระลึกถึงพระสัญญาของพระเจ้า ที่ทรงกระทำกับอับราฮัม และอิสอัค แล้วทำตามสิ่งที่ปู่กับพ่อของเขาเคยทำ คือถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้า

เป็นการดีที่จะระลึกถึงพระสัญญาของพระเจ้า ที่ทรงกระทำไว้กับบรรบุรุษของเรา แล้วทำตามแบบอย่างที่ดีของบรพบุรุษของเรานั้น

เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซู เป็นลูกหลานของอับราฮัมในฝ่ายวิญญาณ
สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญากับอับราฮัมและแก่อิสราเอล จึงสำหรับเราด้วย
เป็นการดีที่จะระลึกถึงบรรดาพระสัญญาของพระเจ้า ในพระคำของพระองค์
ดังนั้นสมควรอย่างยิ่งที่เราจะเอาใจใส่ในการอ่านพระคำของพระเจ้า
และเราสมควรทำตามแบบอย่างของอับราฮัมบิดาแห่งความเชื่อ
โดยการเชื่อวางใจในพระเจ้า เหมือนอย่างที่อับราฮัมเชื่อวางใจนั้น

– ใน ปฐก. 46:3-4 พระเจ้าตรัส​ว่า พระองค์​จะทรง​ตั้งยาโคบ​ให้​เป็น​ประชา​ชาติ​ใหญ่​ที่​นั่น
และพระองค์​จะ​นำยาโคบ​กลับ​มา​อีก​แน่​นอน
ปรากฏยาโคบไม่เคยได้กลับมาที่คานาอันอีกเลย จนวันตาย
แค่ 400 ปี ต่อมา เชื้อสายของยาโคบได้กลับมา แลล้วครอบครองดินแดนคานาอัน

เรื่องนี้ชี้ให้เห็นความล้ำลึกในฝ่ายวิญญาณว่า
ในฝ่ายวิญญาณ สิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกหลาน ก็เหมือนเกิดขึ้นกับเจ้าตัวด้วย

สิ่งที่พระเจ้าสัญญาว่าจะเกิดขึ้นกับเรา อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นในขณะที่เราอยู่ในโลกนี้ก็ได้
เพราะว่าชีวิตมนุษย์นั้นสั้นนัก
แต่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในเวลาที่พระเจ้าทรงเห็นชอบนั้น
[เรื่องนี้ ลึกซึ้งเกินไป จนไม่สามารถบรรยายรายละเอียดทั้งหมดได้ ณ ที่นี้ ถ้าเป็นไปได้คงจะได้มีโอกาสอธิบายเพิ่มเติมในโอกาสต่อไปครับ]

– ครอบครัวของยาโคบ เข้ามาในอียิปต์เพียง 70 คน แต่ออกจากอียิปต์ในอีก 400 ปี ข้างหน้า กว่า 3 ล้านคน
จำนวนเพียงหยิบมือเดียวเท่านี้ คงยากลำบากมาก หากจะขยายจำนวน ท่ามกลางศัตรูรอบด้านอย่างในคานาอัน
พระเจ้าส่งพวกเขาเข้ามาในอียิปต์เพื่อขยายจำนวน ให้มากเพียงพอสำหรับการยึดครองคานาอันทั้งหมด
อยู่อียิปต์ ช่างปลอดภัยจากศึกสงครามอย่างสิ้นเชิง เหมาะอย่างยิ่งในการผลิดลูกหลานให้มากมายในเวลาอันรวดเร็ว

สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา มองเผินๆในสายตาของมนุษย์ อาจดูเหมือนเป็นสิ่งไม่ดี
แต่ถ้ามองด้วยสายตาฝ่ายวิญญาณ สายตาแห่งความเชื่อ
เราก็จะสังเกตได้ว่า ใช่แล้ว พระเจ้าทรงกำลังจัดเตรียมสิ่งดีเลิศสำหรับอยู่นั่นเอง

– เพราะอาชีพของยาโคบเป็นคนเลี้ยงแพะแกะ จึงเป็นที่รังเกียจของขาวอียิปต์
ดังนั้นพวกเขาจึงได้แยกตัวออกจากชาวอียิปต์ มาอาศัยที่โกเชน

ณ ที่นั่น พวกเขาห่างไกลจากการแต่งงานกับพวกอียิปต์และชนชาติอื่นๆ
ทำให้ 400 ปี ผ่านไป พวกเขาเกือบทั้งหมด ยังคงเป็นเชื้อสายของยาโคบ
และ ณ ที่นั่น อีก 400 ปีต่อมา เมื่อโมเสส ทำให้เกิดภัยพิบัติขึ้นในอียิปต์ พวกเขาจึงปลอดภัย
ทำให้เกิดการแยกอย่างชัดเจนว่า ภัยพิบัติเหล่านั้นเป็นฝีมือของพระเจ้าของอิสราเอล โดยแท้

วันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา อาจทำให้เราดูแย่ ดูต่ำต้อยในสายตาของคนทั่วไป
แต่ทั้งหมดนั้น พระเจ้ากำลังจัดเตรียมพระพรอันยิ่งใหญ่เอาไว้สำหรับเรา
มากเกินกว่าที่เราจะเข้าใจหรือคิดได้

คำคม

“ สิ่งที่พระเจ้าสัญญา จะเป็นจริงในเวลาของพระองค์ ”

สรุป ปฐมกาล 45

ภาพรวม

  • โยเซฟเปิดเผยตนเองให้พี่น้องได้รับรู้ แล้วยกโทษให้แก่พวกพี่ๆที่ขายเขามาเป็นทาสในอียิปต์ แล้วฟาโรห์ก็ส่งรถไปรับครอบครัวของยาโคบเข้ามาอาศัยในอียิปต์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 45 เมื่อโยเซฟเห็นพวกพี่ๆ ยอมรับผิดเพื่อช่วยเบนยามิน
โยเซฟจึง​กลั้นน้ำตาไม่​ได้​อีกต่อไป
จึง​สั่ง ให้​ทุก​คน​ออก​ไปให้หมด นอกจากพวก​พี่​น้อง​

แล้วโยเซฟก็ร้อง​ไห้​เสียง​ดัง
จากนั้นก็เปิดเผยตัวเองให้พวกพี่น้องได้รู้
พวกเขา​ตก​ใจ​กลัว​มาก

โยเซฟ​จึง​ปลอบใจพวกพี่ๆว่า ​อย่า​เสีย​ใจ​ไป​เลย อย่า​โกรธ​ตัว​เอง​ที่​ขาย​โยเซฟ​มา​ที่​อียิปต์
เพราะ​ว่านี่เป็นแผนการของ​พระ​เจ้า​ เพื่อ​จะ​ได้​ช่วย​ชีวิตของคนในครอบครัว และผู้คนมากมาย
ดังนั้น ​พวกพี่​ๆไม่​ใช่เป็น​ผู้​ให้​โยเซฟ​มา​ที่​นี่ แต่​พระ​เจ้า​ทรง​ให้​มา

โยเซฟจึงบอกให้พวกพี่ๆรีบกลับ​ไป​หายาโคบ ​
เล่า​ให้เขา​ฟัง​ถึง​ยศ​ศักดิ์​ทั้ง​หมด​ที่​โยเซฟ​มี​อยู่​ใน​อียิปต์
แล้วรีบรับยาโคบและครอบครัวมาที่อียิปต์
เพราะกันดารอาหาร ผ่านมา 2 ปีแล้วก็จริง
ต่จะเป็นต่อไปอีก 5 ปี

โยเซฟ​และเบนยามิน ก็กอด​คอกันร้องไห้
โยเซฟ​จึง​จูบ​พี่​ชาย​ทั้ง​หมด​และ​ร้อง​ไห้
แล้ว​พี่​น้อง​ก็​พูด​คุย​กับ​โยเซฟ

ต่อมาเมื่อฟา​โรห์​กับ​ข้า​ราช​การ​ ทราบว่าพี่น้องของโยเซฟมาที่อียิปต์ก็​พา​กัน​ยิน​ดี
ฟา​โรห์จึง​สั่งให้​ นำของมากมาย​เอา​ของ​บรร​ทุก​บน​หลัง​สัตว์​กลับ​ไป​ดิน​แดน​คา​นา​อัน
พร้อมกับรถม้าไป เพื่อให้ไปพาพ่อของโยเซฟ​และ​ครอบ​ครัว มาที่​อียิปต์
ฟาโรห์จะดูแลพวกเขาอย่างดี

โยเซฟ​ให้​เสื้อ​แก่พี่ๆคน​ละ​ชุด แต่​ให้​เงิน​แก่​เบน​ยา​มิน 300 แผ่น​กับ​เสื้อ 5 ​ชุด
โยเซฟ​ฝาก​ของ​ต่อ​ไป​นี้​ให้ยาโคบ
– ​ลา 10 ​ตัว​บรร​ทุก​ของ​ดี​ที่​สุด​ใน​อียิปต์
– ​ลา​ตัว​เมีย​ 10 ​ตัว​บรร​ทุก​ข้าว ขนม​ปัง และ​เสบียง​อาหาร​

เมื่อพวกลูกๆของ​ยา​โคบ​กลับมาถึงบิดา
ก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ยาโคยฟัง
ยา​โคบ​งง​งัน​เพราะ​ไม่​เชื่อ​พวก​เขา
แต่ยาโคบเมื่อ​เห็นสิ่ง​ที่​โยเซฟ​ส่ง​มา
เขาก็เชื่อและจิตใจของเขาก็​ฟื้น​แช่ม​ชื่น​ขึ้น

– โยเซฟมองว่า ความทุกข์ยากลำบากต่างๆที่เขาพบเจอ เมื่อถูกพี่ๆขายมาเป็นทาสในอียิปต์นั้น เป็นไปตามแผนการอันดีเลิศของพระเจ้า
ด้วยท่าทีเช่นนี้ ทำให้เขาไม่มีความขมขื่นกับสถานการณ์ หรือผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา

วันนี้ หากเรายอมจำนนต่ออำนาจอธิปไตยของพระเจ้า
ยอมเชื่อใจว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นหรือกำลังเกิดขึ้น กับเรานั้น
อยู่ภายใต้การควบคุมของพระเจ้า
จะทำให้เราหลุดพ้นจากความเคียดแค้น ขมขื่นใจ กับบุคคลใดๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเราได้

– โยเซฟตั้งใจจะรับพ่อและครอบครัวมาอียิปต์อยู่แล้ว
แต่ปรากฏว่า ก่อนที่โยเซฟจะทำอะไร
ฟาโรห์ก็สั่งการเสียแล้ว ให้พาพ่อและครอบครัวของโยเซฟมาอยู่ที่อียิปต์

เมื่อชีวิตของเราดำเนินอย่างถูกต้องตามทางของพระเจ้า
สิ่งที่เราปรารถนานั้น พระเจ้าจะทรงดลใจให้มีคนนำมาให้เราเอง

– ก่อนหน้านี้ยาโคบ อาจจะหมดหวังกับพระสัญญาของพระเจ้าไปแล้วก็เป็นได้
ที่พระเจ้าเคยสํญญาว่า เขาจะได้รับพระพรมากมาย และเชื้อสายของเขาจะได้ครอบครองดินแดนคานาอัน
อาจคิดว่า
“นี่หรือได้รับพระพร ลูกสุดที่รักก็มาตายไปก่อนเวลาอันควร”
“ครอบครองดินอุดมด้วยน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์เนี่ยนะ ดูสิ ผึ้งสักตัวยังไม่มีเลย มีแต่ความแห้งแล้งกันดาร เหมือนถูกสาป”

แต่บัดนี้ เมื่อถึงเวลาของพระเจ้า ความหวังอันแช่มชื่นกลับมาสู่เขาอีกครั้ง
ลูกสุดที่รักของเขายังไม่ตาย และได้เป็นใหญ่เป็นโต และจะนำสมบัติมาให้มากมาย

สำหรับสายตาของมนุษบ์ บางครั้งดูเหมือน จะสิ้นหวังแล้ว พระสัญญาของพระเจ้าคงไม่เป็นจริงแล้ว
แต่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน พระเจ้าก็ยังคงจะรักษาสัญญาอยู่ดี
สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ จะเกิดขึ้นเป็นจริง

– พระเจ้าทรงอวยพระพรอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ ให้ร่ำรวย มีทรัพย์สมบัติและฝูงสัตว์มากมาย
คิดแบบผิวเผิน ดูเหมือนว่า ใช่แล้ว สิ่งเหล่านี้แหละที่จะเพิ่มพูนมากขึ้นกว่านี้อีกแล้วพระสัญญาของพระเจ้าจะเป็นจริง
แต่ความจริงแตกต่างจากนั้นไปอย่างสิ้นเชิง
ยาโคบและครอบครัวและทรัพย์สมบัติทั้งหมด กำลังเข้าไปในอียิปต์
แล้วจากนี้ไปอีก 400 ปี ของที่เป็นของเขาทั้งหมดจะถูกพวกอียิปต์ยึดไปทั้งหมด
แล้วพวกเขาเอง จะตกเป็นทาสรับใช้คนอียิปต์ถึง 400 ปี
สิ้นเนื้อประดาตัว
แล้ว เมื่อนั้นแหละพร้อมแล้ว ที่พระสัญญาของพระเจ้าจะสำเร็จเป็นจริงสำหรับเชื้อสายของอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ
พระเจ้าทรงทำ ในยามที่มนุษย์บอกว่า เวลานั้นเป็นไปไม่ได้เลย และเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะที่สุด

คำคม

“ ทุกสิ่งที่เกิดกับเรานั้น พระเจ้าทรงมีแผนดีเลิศเกินความเข้าใจของเรา ”

สรุป ปฐมกาล 44

ภาพรวม

  • โยเซฟให้คนแอบใส่จอกเงินในกระสอบของเบนยามิน พวกพี่ๆจึงช่วยกันปกป้องน้องจากการลงโทษของโยเซฟ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 44 หลังจากที่โยเซฟได้เลี้ยงอาหารพวกพี่น้องแล้ว
ก็สั่งให้คนจัดเตรียมข้าวใส่กระสอบจนเต็มและเอาเงินใส่กลับไปในกระสอบ
และให้เอาจอกเงินใส่ไว้ในกระสอบของเบนยามิน

พวกพี่น้องเดินทางกลับไปจากอียิปต์
โยเซฟก็สั่งให้ผู้ดูแลไล่ติดตามพี่น้องไป
แล้วให้บอกพวกเขาว่ามีคนขโมยจอกเงินของโยเซฟมา

พวกพี่ๆก็ยืนยันว่า ไม่มีใครขโมยมาแน่นอน
ลองค้นดูได้หากพบว่าใครขโมยมาก็ฆ่าคนนั้นได้เลย

เมื่อคนของโยเซฟค้นดูก็พบจอกเงินในกระสอบของเบนยามิน
พวกพี่ๆ ตกใจและโศกเศร้าเสียใจมากจึงฉีกเสื้อของตน
จากนั้นก็ให้คนอื่นๆกลับไปยังคะนาอันก่อน
แต่พวกเขากลับไปหาโยเซฟพร้อมกับเบนยามิน

เมื่อมาพบกับโยเซฟ พวกเขาก็ก้มกราบโยเซฟ (อีกละ)
แล้วยูดาห์กินพูดกับโยเซฟว่า
พวกเขาไม่มีอะไรจะแก้ตัวพวกเขาและเบนยามินพร้อมที่จะเป็นทาสรับใช้ของโยเซฟ

แต่โยเซฟบอกว่าแค่เบนยามินเท่านั้นที่ต้องเป็นทาส
คนอื่นๆกลับไปยังบ้านเรือนของตนได้

ยูดาห์จึงขอร้องเพื่อเบนยามิน
โดยให้เหตุผลว่า ถ้าเบนยามินไม่ได้กลับไปหาพ่อ
พ่อคงต้องตาย เพราะความทุกข์ใจอย่างยิ่งเป็นแน่
ดังนั้นเขาขอเป็นทาสรับใช้โยเซฟแทนเบนยามิน

– โยเซฟ จงใจสร้างสถานการณ์ ให้พี่ๆ พิสูจน์การกลับใจของพวกเขา เพื่อดูว่าเมื่อเบนยามินตกอยู่ในอันตราย พวกเขาจะทำอย่างไร

แล้วพวกพี่ๆก็สำแดงการกลับใจจริงๆ พวกเขามีสิทธิกลับไปยังคะนาอันได้ แต่ก็ยังตามเบนยามิน มาพบโยเซฟ
และเสนอตัวเป็นทาสพร้อมกับน้อง
แต่เมื่อโยเซฟยืนกราน จะลงโทษแค่เบนยามินคนเดียว
ยูดาห์ ต้นตระกูลของพระคริสต์ ก็เสนอตัว ยอมรับการลงโทษแทนน้อง เพื่อน้องจะได้กลับบ้านอย่างปลอดถัย

โยเซฟ ผู้เต็มไปด้วยการทรงสถิต และสติปัญญาจากพระเจ้า ยังรู้จักสร้างสถานการณ์เพื่อให้การกลับใจของพวกพี่ๆสำแดงออกมา
ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด พระเจ้าผู้ทรงรักเรา ย่อมจะกำหนดสถานการณ์บางอย่างให้เกิดขึ้นกับเรา
ไม่ใช่เพื่อทำร้ายเรา แต่เพื่อให้ความเชื่อของเราสำแดงออกมาเป็นการกระทำ ให้ความรักของเราปรากฏออกมาในภาคปฏิบัติ

สถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่ในวันนี้ จงใช้มันพัฒนาความเชื่อและสำแดงความรักของพระเจ้าออกมา

– ยูดาห์ ยอมถูกลงโทษ เพื่อให้เบนยามินรอดพ้นการลงโทษ
เหมือนกับพระคริสต์ ที่ทรงยอมรับโทษบาปแทนเรา เพื่อเราจะรอดพ้นการลงโทษนั้น

คำคม

“ การกลับใจที่แท้จริง จะแสดงออกมาเป็นการกระทำที่ตรงข้ามกับวิถีเดิม ”

สรุป ปฐมกาล 43

ภาพรวม

  • พวกพี่ๆกลับมาซื้อข้าวที่อียิปต์อีกครั้ง คราวนี้นำเบนยามินมาด้วย ตามคำสั่งของโยเซฟ โยเซฟก็ต้อนรับพวกเขาอย่างดี

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 43 สิเมโอนถูกกักตัวไว้ที่อียิปต์ แต่ยาโคบก็ไม่ยอมให้นำเบนยามินไปอียิปต์เพื่อช่วยสิเมโอนกลับมา
ต่อมาการ​กัน​ดาร​อา​หาร​ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
และเมื่อเสบียงอาหารในครอบ​ครัว​ของยา​โคบ​​หมด​แล้ว
ยาโคบ​จึง​บอก​ให้พวกลูกๆ ให้ไป​ซื้อ​อา​หารจากอียิปต์มาอีก
แต่​ยู​ดาห์​ตอบ​ยาโคบ​ว่า ถ้าจะกลับไปอีกต้องนำเบนยามินไปด้วยเท่านั้น
เพราะเจ้านายของอียิปต์(โยเซฟ) ได้สั่งกำชับเอาไว้

ยาโคบก็มีท่าทีไม่ยินยอม
แต่เมื่อยูดาห์ยืนกรานหนักแน่น ว่า
จะรับผิดชอบนำเบนยามินกลับมาอย่างปลอดภัยให้ได้

ในที่สุดยาโคบก็ยอม
และแนะนำให้ลูกๆเอาของกำนัลไปด้วยและนำเงินไป 2 เท่า เพื่อคืนเงินที่ติดกลับมาทั้งก่อน

เมื่อพวกเขามาถึงอียิปต์
​โยเซฟ​เห็น​เบน​ยา​มิน​มา​กับ​พวก​เขา
จึง​สั่งต้อนรับพวกเขาอย่างดี แล้วเชิญมาทานอาหารเที่ยงด้วยกันในบ้านของโยเซฟ

พวกพี่ๆก็กลัว คิดว่า คง​เป็น​เพราะ​เงิน​ที่​ติด​มา​ใน​กระ​สอบ​ครั้ง​ก่อน
โยเซฟจึงมาพวกเขามาจัดการที่บ้าน

พวก​เขา​จึงพยายามอธิบายกับ​ผู้​ดู​แล​บ้าน​ของ​โยเซฟ
ว่าเงินที่ติดกลับไปในกระสอบนั้น พวกเขาไม่ได้เป็นคนทำ
และพวกเขาได้​นำ​เงิน​นั้น​ กลับ​มาด้วยเพื่อคืน​ให้
แต่ผู้​ดู​แล​ ​ตอบ​ว่า พระ​เจ้า​ทรง​ประทาน​​ทรัพย์นั้นให้​อยู่​ใน​กระ​สอบ​ของ​พวกเขา
ทางอียิปต์ได้รับเงิน​ของ​พวกเขา​แล้ว

แล้วเขา​ก็​พา​สิ​เม​โอน​ออก​มา​หา​พวก​เขา

เมื่อ​โยเซฟ​กลับ​มา​บ้าน
พวก​เขา​ก็​เอา​ของ​กำ​นัล​ ให้​โยเซฟ​ แล้ว​โน้มตัว​ถึง​ดิน​คำนับ​โยเซฟ
โยเซฟ​ก็ถาม​ถึง​ทุกข์​สุข​ของบิดา​ของพวกเขา

โยเซฟ​มอง​ดู​เบน​ยา​มิน​น้อง​ชาย​แม่​เดียว​กัน
ก็รู้สึก​สงสาร​น้อง
โยเซฟจึง​เข้า​ไป​ใน​ห้อง แล้วร้อง​ไห้​

เมื่อโยเซฟออกมาอีกครั้ง
ก็ให้จัดอาหารแก่พวกพี่​น้อง​ พวกเขาก็​ประ​หลาด​ใจมาก
อาหารที่จัดให้นั้น โยเซฟให้จัดให้เบนยามินเป็น 5 ​เท่า ของพวกพี่ๆ

– โยเซฟได้กำชับพวกพี่ๆว่า พวกเขา​จะ​ไม่สามารถซื้อขายกับอียิปต์ได้อีก ​ถ้า​เบนยามิน​ไม่​ได้​มา​ด้วย
เป็นการปกป้องเบนยามิน ไปในตัว เพราะหมายความว่า ถ้าเบนยามินเป็นอะไรไป พวกเขาจะอดตายแน่

– ผู้ดูแลบ้านของโยเซฟ ยังยำเกรงและให้เกียรติพระเจ้า น่าจะเป็นเพราะเขาเห็นชีวิตที่ยำเกรงพระเจ้าของโยเซฟ
เมื่อเราดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องต่อพระเจ้า จะส่งผลให้คนรอบข้างได้มีโอกาสรู้จักับพระเจ้าด้วย

– เหตุที่โยเซฟยังไม่เปิดเผยตัวต่อพวกพี่ๆ น่าจะเป็นเพราะเขาให้โอกาสพวกพี่ๆ สำแดงการกลับใจให้เป็นที่ประจักษ์
หากโยเซฟเปิดเผยตัวในบทนี้ จะไม่มีโอกาสได้เห็นการกลับใจจริงๆของพวกพี่ๆในบทต่อมา
พระเจ้าทรงรู้ดีที่สุด ว่า เมื่อไหร่ที่ ควรจะอนุญาตให้สิ่งใดเกิดขึ้นกับเรา เพื่อประโยชน์สูงสุดของเรา

คำคม

“ มีเวลาที่ดีที่สุด สำหรับทุกสิ่งเสมอ และ พระเจ้าทรงทราบเวลานั้น ”

สรุป ปฐมกาล 42

ภาพรวม

  • พวกพี่ชายของโยเซฟ มาซื้อข้าวที่อียิปต์ พวกเขาจำโยเซฟไม่ได้ โยเซฟจับตัวสิเมโอนไว้ แล้วบอกให้พวกเขาไปพาเบนยามินมาให้ดูหน้า แล้วจะปล่อยสิเมโอนกลับไป

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 42 หลังจากเกิดกันดารอาหารไปทั่ว รวมทั้งในคะนาอันด้วย
เมื่อ​ยา​โคบ​รู้​ว่า​มี​ข้าว​ใน​อียิปต์ จึง​ส่ง​พี่​ชาย​ของ​โยเซฟ​ทั้ง​ 10 ​คน​​ไป​ซื้อ​ข้าว​ที่​อียิปต์

เวลานั้นโยเซฟ​เป็น​ผู้​สำเร็จ​ราช​การ​แผ่น​ดิน
เมื่อพวก​พี่​ชาย​ของ​โยเซฟ ​มาถึง ​โน้ม​ตัว​ลง​ซบ​หน้า​ถึง​ดิน​คำนับโยเซฟ
ทำให้โยเซฟ​ระลึก​ถึง​ความ​ฝัน​ที่​เคย​ฝัน​ถึง​พวก​เขา

โยเซฟ​จำพวกพี่ๆได้ แต่​ทำ​เป็น​ไม่​รู้จัก ส่วน​พวก​พี่ๆ​จำ​โยเซฟ​ไม่​ได้
โยเซฟแสร้งทำเป็นกล่าว​แก่​พวก​พี่​ๆ​ว่า เป็น​สายลับ

พวก​เขา​จึง​อธิบายว่า พวกเขามี​พี่​น้อง​ 12 คน
น้อง​สุด​ท้อง​ยัง​อยู่​กับ​บิดา แต่​น้อง​อีก​คน​หนึ่ง​เสีย​ชีวิต​แล้ว

โยเซฟ​จับพวกเขาไปขังในคุก แล้วบอกว่า ให้ส่งคนหนึ่งไปรับน้องมา แล้วจะปล่อยทุกคนไป
ผ่านไป 3 ​วัน
โยเซฟมา​บอก​พวก​เขาใหม่ ​ว่า ​ให้​คน​หนึ่ง​ใน​พวกเขา​ถูก​ขัง​อยู่​ใน​คุก คน​อื่น​นำ​ข้าว​ไป​
แล้ว​พา​น้อง​สุด​ท้อง​มา​หา​โยเซฟ|

พวก​พี่ๆก็ตกลงทำ​ตาม
พวก​พี่เขา​พูด​กัน​ว่า พวกเขาสม​ควร​เจอเรื่องแบบนี้แล้ว เพราะพวกเขา​มี​ความ​ผิด​เรื่อง​ที่ทำกับโยเซฟ
ตอนนั้นโยเซฟ ทุกข์​ใจ​และ​อ้อน​วอนพวกเขา แต่พวกเขาก็​ไม่​ฟัง

พวก​พี่​ชาย​ไม่​รู้ว่า​โยเซฟ​ฟัง​ออก
โยเซฟ​ได้ยินดังนั้นก็​ออก​ไป​ร้องไห้ แล้ว​กลับ​มา​พูด​กับ​พวกเขา​อีก

โยเซฟจับ​สิ​เม​โอน​ ​มัด​ไว้​ต่อ​หน้า​พวก​เขา
โยเซฟ​บัญ​ชา​ให้​ใส่​ข้าว​ใน​ถุง​ของ​พี่​ชาย​ให้​เต็ม
และ​ให้ใส่คืน​เงิน​ของ​แต่​ละ​คน​ ไว้​ใน​กระ​สอบ​ของ​ทุก​คน​ด้วย
และ​ให้​อาหาร​ไป​กิน​กลาง​ทางด้วย

ระหว่างที่พวกพี่ๆเดินทางกลับ
พวกเขาก็พบ​เงิน​ของ​เขา​อยู่​ที่​ปาก​กระ​สอบ​นั้น
พวกเขา​ตก​ใจมาก ตัว​สั่น หัน​หน้า​เข้า​หา​กัน​พูด​กัน​ว่า
“พระ​เจ้า​ทรง​ทำ​อะไร​อย่าง​นี้​แก่​เรา”

เมื่อ​พวก​เขา​กลับ​ถึงบ้าน ก็เล่าให้​ยา​โคบ​ฟังทั้งหมด
พวก​เขา​กับ​บิดา ก็ทุกข์ใจ เรื่อง​ห่อ​เงิน​ที่ติดกลับมานั้น
ยา​โคบไม่ยอมให้เบน​ยา​มิน​ไป​ยังอียิปต์
แม้ว่า รูเบน จะยอมให้ฆ่าลูกทั้งสองของเขาทิ้งก็ได้ หากไม่สามารถนำเบนยามินกลับมายังคะนาอันได้
ถึงกระนั้นยาโคบก็ไม่ยอม

– เมื่อโยเซฟเห็นพี่ๆก้มคำนับเขา เขาก็นึกได้ถึงสิ่งที่พระเจ้าเคยบอกกับเขาทางความฝัน

มีหลายสิ่งที่เราลืมไปแล้วว่าพระเจ้าเคยบอกเรา หรือ เราเคยขอต่อพระเจ้าด้วยความเชื่อ แต่พระเจ้าไม่เคยลืม
และพระองค์เองจะเป็นผู้ทำให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น

– โยเซฟขังพี่ๆไว้ 3 วัน และ 3 วันนั้นเอง ที่พวกเขาสำนึกตัวได้ และกลับใจใหม่

บางครั้งพระเจ้าจำเป็นต้องอนุญาตให้บางสิ่งเกิดขึ้นกับเรา เพื่อให้เราคิดได้ แล้วนำไปสู่การกลับใจใหม่
วันนี้ มีเรื่องอะไรบ้างไหม ที่พระเจ้าทรงให้สะกิดเรา เพื่อให้เรากลับใจใหม่?
หากมีจงรีบกลับใจ แล้วสิ่งนั้นจะคลี่คลาย

– การกลับใจของพี่ๆ เริ่มแสดงออกเป็นการกระทำ โยเซฟให้พี่ๆเลือก 1 คน ที่จะติดคุกต่อในอียิปต์ ดูเหมือนสิเมโอน(ลูกคนที่ 2 ของเลอาห์) จะเสียสละยอมถูกจับแทนน้องๆ
และ รูเบน ยอมเสียสละแม้แต่ลูกของตนทั้งสองคน เพื่อจะช่วยสิเมโอน กลับมายังคะนาอัน
พี่ยอมเสียสละ เพื่อน้องๆ

การกลับใจ ไม่ใช่แค่คำพูด หรือ แค่เสียใจ แต่จะแสดงออกเป็นการกระทำที่สอดคล้องกับการกลับใจเสมอ

– พระเจ้าทรงส่งโยเซฟ มาเตรียมทางให้แก่อิสราเอล เพื่อจะย้ายเข้าไปอยู่ในอียิปต์
ดีนะที่เป็นโยเซฟถูกส่งมา ถ้าเป็นพี่ๆคนอื่นๆบางคนถูกส่งมาแบบนี้
วันนั้นที่พบกันอีกครั้ง พี่ๆน้องๆที่เหลือ อาจถูกฆ่าตายหมดเลยก็ได้

พระเจ้าทารงเลือกไม่ผิด พระองค์ทรงรู้จักความคิดจิตใจ และตัวตนที่แท้จริงของเราแต่ละคน
ดังนั้นเมื่อพระองค์ทรงเลือก ให้เราพบเจออะไรนั้น นั่นเป็นการเลือกที่เหมาะสมที่สุด
ตามพระสติปัญญาอันล้ำเลิศของพระเจ้า ผู้ทรงรักเราอย่างที่สุด

คำคม

“ สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ จะเกิดขึ้นแน่นอน ไม่ว่าเราจะจำได้หรือไม่ก็ตาม ”

สรุป ปฐมกาล 41

ภาพรวม

  • โยเซฟ แก้ฝันให้ฟาโรห์ เขาจึงได้รับการแต่งตั้งให้มีอำนาจสูงสุดในอียิปต์ รองจากฟาโรห์ เพื่อเตรียมรับมือกับภัยแล้งที่จะมาถึงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 41 หลังจากโยเซฟได้อธิบายฝันให้ข้าราขการของฟาโรห์แล้ว เขาก็ลืมโยเซฟไปเสีย
2 ปี ต่อมา ฟาโรห์​ฝัน​ว่า ​ทรง​ยืน​อยู่​ที่​ริม​ฝั่ง​แม่น้ำ​ไนล์​
มี​โค​อ้วน 7 ตัว​ กิน​ใบ​อ้อ​อยู่​
แล้ว​มี​โค​​ซูบ​ผอม​น่า​เกลียด 7 ตัว มากิน​โค​อ้วน​เหล่านั้น
และฝันว่า ต้น​ข้าว​ต้นหนึ่ง ​มี​รวง​เต่งงามดี 7 ​รวง​
แล้ว​มี​รวง​ข้าวลีบและเกรียม 7 ​รวง ​งอก​ขึ้น​มา​ กลืน​กิน​รวง​ข้าว​งาม​ดี​นั้น​เสีย

​รุ่ง​เช้า ​จึงสั่ง​ให้​ ​โหร​และ​ปราชญ์​ทั้ง​ปวง​ของ​อียิปต์​มา​เฝ้า
แล้ว​ทรง​เล่า​ความฝัน​ให้​เขา​ฟัง
แต่​ไม่​มี​ผู้ใด​ทูล​แก้​พระ​สุบิน​นั้น​ถวาย​แก่​ฟาโรห์​ได้

​หัวหน้า​พนักงาน​น้ำ​องุ่น​จึง​ทูล​ให้ฟาโรห์ เกี่ยวกับการอธิบายฝันของโยเซฟ ตอนที่เขาถูกขังคุกที่บ้านโปทิฟาร์
ฟาโรห์​จึง​สั่ง​ให้​เรียก​โยเซฟ​มาเข้า​เฝ้า​
และถามโยเซฟว่า โยเซฟแก้ฝันได้ใช่หรือไม่?
โยเซฟ​​ตอบ​ ​ว่า ​พระ​เจ้า​​จะ​ประทาน​คำตอบ​อัน​ควร​แก่​ฟาโรห์ได้

ฟาโรห์​จึง​เล่าความฝันให้โยเซฟฟัง
แล้วโยเซฟจึงอธิบายฝันว่า
โค​อ้วน​พี​ 7 ตัว​ และ​ รวง​ข้าว​ดี​ 7 ​รวง​นั้น ​คือ จะ​มี​อาหาร​บริบูรณ์​ทั่ว​ประเทศ​อียิปต์ 7 ปี
โค​เจ็ด​ตัว​ซูบ​ผอม​น่า​เกลียด ​7 ตัว​ และ ​รวง​ข้าว​​ลีบ​เกรียม 7 ​รวง​นั้น ​คือ ​จะมีการกันดาร​อาหาร​​ทั่ว​ประเทศ​อียิปต์ 7 ปี
การ​กันดาร​อาหารนั้น จะรุนแรงมาก ​จะ​ล้าง​ผลาญ​แผ่นดิน​ จนประชาชน​จำ​ความ​อุดม​สมบูรณ์​ใน​แผ่นดิน​ไม่ได้

โยเซฟจึงแนะนำว่า ขอ​ฟาโรห์​เลือก​คน​ที่​มี​ปัญญา ​ดูแล​เก็บ​ผล 1 ​ใน​ 5 ​ส่วน​แห่ง​ประเทศ​อียิปต์​ไว้ ตลอด​ 7 ปี​ที่​อุดม​สมบูรณ์​นั้น​
เพื่อ​จะ​ได้​เป็น​เสบียง​สำรอง​ใน​แผ่นดิน​ระหว่าง​ 7 ​ปี​ที่​กันดาร​อาหารนั้น

ฟาโรห์​และ​ข้าราชการ​ทั้ง​ปวง​ก็​เห็นด้วยกับข้อเสนอ​นี้​
ฟาโรห์​จึงตั้ง​โยเซฟ​ให้​ดูแล​ราช​สำนัก และ​ให้​ประชาชน​ทั้งหมดในอียิปต์
ให้เป็นใหญ่เหนือคนทั้งแผ่นดิน อยู่ใต้ฟาโรห์แค่คนเดียว
ฟาโรห์​ทรง​ถอดแหวนตรา​ สวม​ให้​โยเซฟ พร้อมกับ​​สวม​เสื้อผ้า​ป่าน​เนื้อ​ละเอียด และ​สวม​สร้อย​ทองคำ​ให้​ที่​คอ​
ให้​โยเซฟ​ใช้​รถ​หลวง​คัน​ที่ 2 มี​คน​ร้อง​ประกาศ​ข้างหน้า​ว่า “คุกเข่า​ลง​เถิด”

ฟาโรห์ตั้งชื่อใหม่ให้​โยเซฟ​ ว่า “ศาเฟ​นาท​ปาเน​อาห์”
และ​ประทาน​อา​เสนัท​ ​ให้​เป็น​ภรรยา
โยเซฟ​ก็​ออกไป​สำรวจ​ทั่ว​ประเทศ​อียิปต์
ใน 7 ​ปี​ที่​อุดม​สมบูรณ์​นั้น โยเซฟ​เก็บ​อาหาร สะสม​ไว้​ใน​หัว​เมือง​ต่างๆ
โยเซฟ​สะสม​ข้าวมาก​มาย​จน​ต้อง​หยุด​คิด​บัญชี เพราะ​นับ​ไม่​ถ้วน

ก่อน​ถึง​ปี​กันดาร​อาหาร โยเซฟ​มี​บุตร​ชาย 2 คน ชื่อ มนัส​เสห์(การ​ทำ​ให้​ลืม) และ เอฟราอิม (มี​ลูกดก)
หลัง 7 ปี​ที่​อุดม​สมบูรณ์​ผ่านไป​
ก็​เกิด​กันดาร​อาหาร​ 7 ​ปี ทั่ว​แคว้น​ทั้ง​หลาย
​แต่​ทั่ว​ประเทศ​อียิปต์​ยัง​มี​อาหาร​อยู่​
โยเซฟ​ก็​เปิดยุ้ง​ฉาง​ออก​ขาย​ข้าว​แก่​ชาว​อียิปต์ และแก่ชนชาติอื่นๆ เพราะการกันดารอาหารนั้นเกิดไปทั่ว

– เหตุที่​หัวหน้า​พนักงาน​น้ำ​องุ่น​ของฟาโรห์ ลืมบุญคุณของโยเซฟ จึงไม่ได้ช่วยเขาออกจากคุก เพื่อให้กลับไปคะนาอัน เมื่อ 2 ปีก่อน จึงเป็นปัจจัยสำคัญให้ 2 ปีต่อมาแผนการอันดีเลิศของพระเจ้า สำหรับโยเซฟสำเร็จ

สิ่งไม่ดีที่กำลังเกิดขึ้นกับเราในเวลานี้ พระเจ้าผู้ทรงรักเรามีแผนการที่ดีเลิศสำหรับเรา ในเหตุการณ์นี้ในอนาคต

– พระเจ้าทรงใช้เพียงความฝันในคืนเดียว ทำให้นักโทษในคุกหลวง กลายเป็นมหาอุปราชที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอียิปต์ ภายในวันเดียว

พระเจ้าทรงสามารถให้อะไรก็ได้ เพื่อนำพระพรมาสู่ชีวิตของเรา
พระเจ้าทรงสามารถใช้อะไรก็ได้ เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในชีวิตของเราในวันนี้
ไม่มีสิ่งใดที่พระเจ้าทรงกระทำไม่ได้

– ตอนพี่ชายขายโยเซฟ เขาอายุ 17 ปี(ปฐก. 37:2) เมื่อเขาได้เป็นมหาอุปราชของอิยิปต์ เขาอายุ 30 ปี ดังนั้น เขาพบกับความยากลำบากที่อยู่เหมือนแสนจะยาวนานถึง 13 ปี
แต่ถ้าคิดดูดีๆ การที่เด็กเลี้ยงแกะคนหนึ่งในดินแดนคะนาอัน จะไต่เต้าจนกลายมาเป็นมหาอุปราช ข้าราชการผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่ที่สุดในอียิปต์ ในเวลาเพียง 13 ปี ถือว่า เร็วมากๆ
พระเจ้าทรงมีทางลัดให้กับโยเซฟ ตลอดทางดูเหมือนจะขลุกขลักไปหน่อย แต่เป็นหนทางที่รวดเร็วและสง่างาม เพื่อจะไปถึงจุดหมายแห่งพระพรที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ให้

วันนี้ ถ้าหนทางชีวิตของเรา เริ่มขละขลัก ไม่ราบรื่น แสดงว่าพระเจ้ากำลังนำเราไปทางลัด เพื่อจะไปถึงจุดแห่งพระพรที่พระเจ้าเตรียมไว้ให้แก่เราเร็วยิ่งขึ้น

– ก่อนถึงเวลาที่พระเจ้าจะยกชูโยเซฟนั้น เขาเป็นนักโทษในคุกหลวง ไร้เกียรติไร้ศักดิ์ศรี ไม่มีอนาคต
แต่เมื่อถึงเวลาของพระเจ้า ชุดนักโทษของเขาถูกถอดออกสวมด้วยเสื้อผ้า​ป่าน​เนื้อ​ละเอียดอันสง่างาม และ​สวม​สร้อย​ทองคำ​ให้​ที่​คออันแสดงถึงศักดิ์ศรี และสวมแหวนตรา อันเป็นตัวแทนของกษัตริย์ และยังได้ตำแหน่งสูงสุด , ราช​รถ​คัน​ที่​ 2 ​รอง​จาก​ฟาโรห์ , คน​นำหน้า​ร้อง​ประกาศ​ให้​ทุก​คน​คุกเข่า​ลง​เพื่อ​ให้​เกียรติ​โยเซฟ , ชื่อ​ใหม่ ที่ตั้งโดยกษัตริย์ และ ​ภรรยา

ไม่ว่าเราจะสูญเสียอะไรไปก็ตาม หากเรายังคงยำเกรงพระเจ้า เดินตามทางของพระองค์ต่อไป
เมื่อถึงเวลาของพระองค์ พระเจ้าจะทรงอวยพระพรเราอย่างเหลือล้น และคืนทุกสิ่งที่เราสูญเสียไปนั้นให้แก่เรามากมายเหลือล้นยิ่งกว่าที่เราได้สูญเสียไปมากมายนัก

– ความอุดมสมบูรณ์ 7 ปี มีเพื่อเก็บสะสมสำหรับ 7 ปี ที่ขาดแคลน
ความขาดแคลน 7 ปี มีเพื่อนำความมั่งคั่งมาสู่อียิปต์ และนำอิสราเอลมาสู่ขั้นต่อไปของแผนการของพระเจ้า

ไม่ว่าจะเป็นความอุดมสมบูรณ์ หรือ ความขาดแคลน หากเรายังคงติดตามพระเจ้าด้วยความยำเกรงพระองค์ ทั้งสองสถานการณ์นี้ ล้วนแต่จะนำผลดีมาสู่ชีวิตของเรา

คำคม

“ ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ยำเกรงพระเจ้า กำลังนำผลดีมาสู่ชีวิตของเขา ”

สรุป ปฐมกาล 40

ภาพรวม

  • ข้าราชการของฟาโรห์ 2 คน ถูกจับมาขังคุกเดียวกับโยเซฟ โยเซฟได้อธิบายฝันให้พวกเขาฟังและก็เป็นจริงตามนั้น แต่คนที่ได้ดีแล้วนั้น ก็ลืมโยเซฟไปเสีย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 40 เมื่อโยเซฟถูกภรรยาโปทิฟาร์ใส่ร้าย จนต้องถูก​คุก ​ที่​ขัง​นัก​โทษ​หลวง ที่อยู่ในบ้านของโปทิฟาร์
ต่อ​มา​หัวหน้าพนัก​งาน​เชิญ​ถ้วย​เสวยและ​หัวหน้าพนัก​งาน​ขนม​ของฟาโรห์ ได้​ทำ​ผิด​บางอย่างต่อ​ฟา​โรห์​
พวกเขาจึง​ถูกส่งมาจำ​คุก​ ใน​คุก​เดียวกับโยเซฟ​
โปทิฟาร์จึง​สั่ง​โยเซฟ​ให้​ดูแล​สอง​คน​นี้เป็นพิเศษ

คืน​หนึ่ง​พวก​เขา​ทั้ง​สอง​ฝัน​ไป
พอรุ่งเช้าพวกเขาจึงโศกเศร้า กังวล เพราะไม่เข้าใจความฝันนั้น ว่าจะเป็นลางดี หรือ ลางร้ายกันแน่
โยเซฟ​ จึงถามพวกเขาว่า ทำไม​วัน​นี้จึง​หน้า​ตาโศกเศร้านัก

พวก​เขาจึงอธิบายให้ฟัง
โยเซฟ​บอก​พวกเขา​ว่า พระ​เจ้า​ทรง​อธิบาย​ได้​
พวกเขาจึงเล่าความฝันให้โยเซฟฟัง

หัว​หน้า​พนัก​งาน​เชิญ​ถ้วย​เสวย​ ​เล่า​ว่า
เขา​ฝัน​เห็น​เถา​องุ่น​ ​มี 3 ​กิ่ง ออก​ลูก​องุ่น​สุก
แล้ว​เขาก็​​บีบ​องุ่นนั้นให้​น้ำ​ลง​ใน​ถ้วย​ และ​นำไปวาง​ในมือ​ของ​ฟา​โรห์

โยเซฟ อธิบายว่า
กิ่ง​ 3 ​กิ่ง​คือ​ 3 ​วัน
ภาย​ใน 3 ​วัน เขาจะได้คืน​ตำแหน่ง​เดิมอีกครั้ง
โยเซฟจึงบอกเขาว่า เมื่อ​เขา​มี​ความ​สุข​แล้ว ขอ​อย่าลืมมาช่วยโยเซฟพ้นคุกนี้ด้วย

หัว​หน้า​พนัก​งาน​ขนม​ ก็เล่าด้วย ว่า
เขา​ฝัน​เห็น​มี​กระ​จาด​ขนม​ 3 ​ใบ ตั้ง​ซ้อนกันอยู่​บน​ศีรษะ​เขา
ใน​กระ​จาด​บน​สุด​ มี​ขนม​สาร​พัด​ แล้ว​ก็มี​นก​มา​กิน​ของ​ใน​กระ​จาดนั้น

โยเซฟ​ อธิบาย​ว่า
กระ​จาด 3 ​ใบ​ คือ 3 ​วัน
ภาย​ใน​ 3 ​วัน​ เขาจะถูก​แขวนคอ​ไว้​ที่​เสา แล้วฝูง​นก​จะ​มา​กิน​เนื้อ​ของเขา

เมื่อ​ถึง​วัน​ที่ 3 เหตุการณ์ก็เกิดขึ้นเป็นจริง ดัง​ที่​โยเซฟ​อธิ​บาย​แก่​พวก​เขา
แต่​หัว​หน้า​พนัก​งาน​เชิญ​ถ้วย​เสวย​นั้น​ ก็ได้ลืมโยเซฟ ไปเสีย

– พระเจ้าทรงสามารถใช้ทุกอย่างสื่อสารกับมนุษย์ได้ รวมทั้งความฝันด้วย
แม้ไม่ใช่ทุกความฝันเป็นข้อความจากสวรรค์ แต่ก็มีบ่อยครั้งที่พระเจ้าตรัสกับบางคนผ่านทางความฝัน
แล้วถ้าคนนั้น สนใจใส่ใจก็จะรับรู้ได้ แต่ถ้าไม่ใส่ใจมันก็จะผ่านเลยไป

วันนี้ พระเจ้าตรัสกับเราด้วยสารพัดวิธี ผ่านเหตุการณ์ต่างๆที่เราพบเจอในแต่ละวัน
หากเราเอาใจใส่ สนใจว่า พระเจ้ากำลังจะตรัสกับเราอะไร อย่างไรในเหตุการณ์วันนี้
เราจะพบข้อความมากมายจากพระเจ้ามาถึงเรา ในทุกวันของชีวิต

– (ข้อสังเกตเพิ่มเติม สำหรับคนที่มีของประทาน อธิบายความฝัน จำนวนของสิ่งต่างๆที่เหมือนกัน ที่พบในความฝัน มักเกี่ยวข้องกับ เวลา เช่น กิ่ง 3 กิ่ง , กระ​จาด 3 ​ใบ , โค7 คัว , ข้าว 7 รวง , เป็นต้น)

– สำหรับข้าราชการทั้งสอง พวกเขาคิดว่า ​ไม่​มี​ใคร​สามารถอธิ​บาย​ความฝันของพวกเขาได้
พวกเขาจึงเศร้าหมอง
แต่ โยเซฟ​บอก​พวกเขา​ว่า พระ​เจ้า​ทรง​อธิบาย​ได้
แล้วพวกเขาเชื่อ จึงได้พบกัยคำเฉลย

วันนี้ สำหรับบางคนกำลังอยู่ในสภาพที่คิดว่า ไม่มีทางออกแล้ว
วันนี้ พระคำของพระเจ้าชี้ให้เห็นว่า พระเจ้าทรงช่วยได้
ร้องทูลต่อพระองค์ เล่าให้พระองค์ฟัง
แล้วเชื่อในคำสัญญาในพระคำของพระองค์
พระองค์จะทรงทำให้ถ้อยคำของพระองค์สำเร็จในชีวิตของเรา

– เมื่อโยเซฟอธิบายฝัน และทำทุกอย่าง อย่างดี และออกมาถวายเกียรติแก่พระเจ้าแล้ว
เขาก็ถูกลืม

การทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องได้เห็นผลดี ทันตาเห็น
แต่เรามั่นใจได้เลยว่า ในที่สุดแล้วมันจะเกิดผลดีเลิศ เกินกว่าที่เราคาดคิดได้ด้วยซ้ำไป

คำคม

“ พระเจ้าทรงตรัสกับเราด้วยสารพัดวิธี หากเราสังเกตให้ดีก็จะรับรู้ได้ ”

สรุป ปฐมกาล 39

ภาพรวม

  • โยเซฟถูกโปทิฟาร์ซื้อมาเป็นทาสในบ้าน แต่เพราะพระเจ้าสถิตกับโยเซฟจึงเจริญก้าวหน้า ต่อมาถูกใส่ร้ายจึงถูกจับไปขังคุก แต่แม้ในคุกเขาก็ยังจำเริญขึ้นอยู่ดี

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 39 เมื่อโยเซฟ​ถูกพวกพี่ๆขายไปเป็นทาสใน​อียิปต์แล้ว
​โป​ทิ​ฟาร์​ ผู้​บัญ​ชา​การ​ทหาร​รักษา​พระ​องค์ของฟาโรห์ ได้ซื้อโยเซฟไว้

พระเจ้าทรง​สถิตอยู่​กับ​โยเซฟ
เขา​จึง​ประ​สบ​ความ​สำเร็จในการทำงานทุกอย่าง
โยเซฟ​จึงเป็น​ที่​โปรด​ปรานและไว้ใจ​ของ​โป​ทิ​ฟาร์อย่างมาก
และตั้งโยเซฟ​ให้​เป็น​ผู้​ดู​แล​บ้านและ​​ทุก​สิ่ง​ที่โป​ทิ​ฟาร์ครอบครอง

ตั้ง​แต่​โป​ทิ​ฟาร์​ตั้ง​โยเซฟ​ให้​เป็น​ผู้​ดู​แล​ทุก​สิ่ง​ที่​เขา​มี​แล้ว
พระเจ้า​ก็​ทรง​อวย​พร​แก่​ครอบ​ครัว​ของโป​ทิ​ฟาร์​และทุกสิ่งที่เขามี เพราะ​ทรงเห็น​แก่​โยเซฟ

โยเซฟ​ ​รูป​ร่าง​หน้า​ตา​ดี
ภรรยา​ของ​โป​ทิ​ฟาร์ จึงหลงใหล​โยเซฟ
และ​ชวน​โยเซฟมาหลับนอนกับนาง
แต่โยเซฟ​ปฏิ​เสธ เพราะไม่ต้องการทำความ​ชั่วร้าย​แก่โป​ทิ​ฟาร์​ และ​ทำ​บาป​ต่อ​พระ​เจ้า​

อยู่มาวัน​หนึ่ง​ ไม่​มี​ชาย​ประจำ​บ้าน​คน​ใด​อยู่​ใน​บ้านเลย
โยเซฟก็เข้าไปทำงานในบ้าน
ภรรยาของโป​ทิ​ฟาร์​จึงพยายามเข้ามาชวนเขาไปหลับนอนด้วย
​โยเซฟ จึงรีบหนี​ออก​ไป​ข้าง​นอก แต่นางได้ฉวยผ้าพันตัวของเขาเอาไว้
จากนั้นนาง​ จึงแสร้ง​ร้องให้คนช่วย แล้วกล่าวหาว่าโยเซฟจะข่มขืนนาง

เมื่อ​โป​ทิ​ฟาร์​​ทราบเรื่องตามที่นางบอก ก็​โกรธ​มาก
จึง​เอา​โยเซฟ​ไป​ไว้​ใน​คุก ​ที่​ขัง​นัก​โทษ​หลวง
แต่​ว่า​พระเจ้าทรงสถิตกับ​โยเซฟ
ทรง​สำแดง​ความ​รัก​มั่น​คง​ต่อโยเซฟ
​ทรง​ให้​พัศดี​โปรด​ปราน​โยเซฟ
พัศดี​ก็​มอบ​นัก​โทษ​ทั้ง​หมด​ใน​เรือน​จำ​ไว้​ใน​ความ​ดู​แล​ของ​โยเซฟ
พัศดี​ไม่​ต้อง​ดู​การ​งาน​ทุก​อย่าง​ที่​โยเซฟ​ดู​แลเลย
เพราะ​พระ​เจ้า​ทรงสถิต​อยู่​กับ​โยเซฟ
และ​พระ​องค์ก็​ทรง​ทำ​ให้​สิ่ง​ที่โยเซฟทำ​นั้น​สำเร็จ

– วลีว่า “พระเจ้าทรงสถิตกับโยเซฟ” เพิ่งเริ่มถูกใช้ตั้งแต่บทนี้ และปรากฏ​หลาย​ครั้ง​ใน​บท​นี้ คือ ข้อ 3, 21 และ 23
บทก่อนหน้านี้ ชีวิตของโยเซฟดูเหมือนมีแต่ขาลง
พอมาถึงบทนี้ กลับขาลงหนักยิ่งกว่าเดิม แต่เพราะพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับโยเซฟ ขาลงของเขาทั้งนี้ล้วนแต่ลงแบบได้รับพระพร และเป็นการเตรียมการไปสู่ ขาขึ้นครั้งใหญ่

วันนี้ หากชีวิตของเรากำลังเป็นขาลง วลีสำคัญยิ่งยวดสำหรับชีวิตของเรา คือ “พระเจ้าทรงสถิตกับเรา”
แน่นอน พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งเราไปไหน แต่บ่อยครั้งเรายุ่งวุ่นวายกับสิ่งรอบกาย จนลืมพระองค์เสียสนิท
ได้เวลาที่เราจะกลับมา เอาใจใส่พระองค์ จดจ่ออยู่กับการทรงสถิตของพระองค์
และไม่ลืมพระองค์อีกต่อไป

– ไม่ว่าโยเซฟ ผู้ที่พระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วยไปอยู่ที่ไหน ที่นั้นก็ล้วนแต่ได้รับพระพร ทุกคนที่ต้อนรับเขาไว้ก็ได้รับพระพรด้วย

วันนี้ พระเจ้าปรารถนาใช้ให้เราเป็นท่อพระพรไปสู่คนรอบข้าง
และสิ่งสำคัญที่เราต้องมีเพื่อจะเป็นพระพรคือ การตระหนักถึงการทรงสถิตกับพระเจ้าในชีวิตของเรา
ผู้ที่ยิ่งติดสนิทกับพระเจ้า ก็จะยิ่งตระหนักถึงการทรงสถิตของพระองค์ในชีวิตของเขา

วันนี้ ยิ่งเราทำดีต่อพี่น้องในพระคริสต์ ก็ยิ่งเป็นการเปิดประตูพระพรมาสู่ชีวิตของเราเอง

– แรงบันดาลใจที่ช่วยให้โยเซฟ ไม่ทำผิดบาปในเรื่องเพศ เพราะ ไม่ต้องการทำความ​ชั่วร้าย​แก่โป​ทิ​ฟาร์​ และ​ไม่ต้องการทำ​บาป​ต่อ​พระ​เจ้า​
นั่นคือ “รักเพื่อนบ้าน” และ “รักพระเจ้า”
ขอให้ความรักที่เรามีต่อพระเจ้า และต่อผู้อื่น เป็นแรงบันดาลใจให้เรา วิ่งหนีโอกาสทำบาป ไม่เข้าไปใกล้หรือไม่ให้โอกาสแก่มันเลย

– ​”พระเจ้าทรง​ทำ​ให้​สิ่ง​ที่โยเซฟทำ​นั้น​สำเร็จ”
ความสำเร็จของโยเซฟ ไม่ขึ้นอยู่กับความเก่ง ความฉลาด หรือความสามารถใดๆของโยเซฟเลย
แต่เกิดจากพระเจ้าผู้ทรงประทานให้

ความสำเร็จของสิ่งที่ทำหรือคาดหวังในวันนี้ ไม่ได้ขึ้นกับการตะเกียกตะกายของเราเอง
แต่ขึ้นอยู่กับพระประสงค์ของพระเจ้าเท่านั้น
รม. 9:16 “เพราะ​ฉะนั้น​ทุก​สิ่ง​จึง​ไม่​ขึ้น​แก่​ความ​ตั้งใจ​หรือ​การ​ตะเกียกตะกาย แต่​ขึ้นอยู่​กับ​พระ​กรุณา​ของ​พระ​เจ้า​”

คำคม

“ ขอเพียงพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย แม้คุกอันมืดมิด ก็ยังเต็มไปด้วยพระพร ”

สรุป ปฐมกาล 38

ภาพรวม

  • ยูดาห์แต่งงานกับหญิงคะนาอัน มีลูกชาย 3 คน ลูกชายคนโตตาย ยูดาห์ได้ผิดสัญญาเรื่องการสืบสกุลของลูกชายคนโต จนภรรยาของลูกชายคนโตต้องทำบางอย่างเพื่อรักษาการสืบสกุลนั้นไว้

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 38 หลังจากที่โยเซฟถูกขายไปเป็นทาสในอียิปต์ ผู้เขียนพระคัมภีร์ก็ เปลี่ยนเรื่องมาอธิบายถึงเรื่องของยูดาห์ ซึ่งเกี่ยวกับต้นตระกูลของพระคริสต์ เพื่อชี้ให้เห็นว่า การที่โยเซฟถูกขายไปเป็นทาสที่อียิปต์นั้นเกี่ยวข้องกับแผนการของพระเจ้า ในการส่งพระคริสต์มาช่วยโลกให้รอด

คราว​นั้น​ยู​ดาห์​ได้แยกตัวจาก​พวก​พี่น้อง ไป​อา​ศัย​อยู่​กับ​คน​อดุล​ลาม​ ​ชื่อ​ฮีราห์
ยู​ดาห์​ได้แต่งงานกับ หญิงชาว​คา​นา​อัน คนหนึ่ง​ชื่อ​ชูวา
และมีบุตรชาย 3 คน ​ชื่อ​ว่า​ เอร์ , ​โอ​นัน และเช-ลาห์
ยู​ดาห์​​ได้​หา​​ภรรยา​ให้แก่ ​เอร์​บุตร​หัวปี นางชื่อว่า ​ทา​มาร์

เอร์ ​เป็น​คน​ชั่ว​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระเจ้า พระ​เจ้า​จึง​ทรง​ประ​หาร​เขา​เสีย
ยู​ดาห์​จึง​บอก​โอ​นัน​ ไปหลับนอนกับทามาร์ เพื่อ​จะ​ได้​มีลูกสืบ​เชื้อ​สาย​ของ​เอร์
โอ​นัน ก็ไปหลับนอนกับทามาร์ แต่จงใจ​ทำ​ให้​น้ำ​กาม​ตก​ดิน​เสีย เพราะ​ไม่อยาก​จะ​มี​เชื้อ​สาย​ให้​แก่​พี่​ชาย
ให้มีเซกส์เอา แต่ให้มีลูกสืบสกุลให้พี่ชาย ไม่เอา
พระเจ้าทรงถือว่า สิ่ง​ที่​โอนัน​ทำ​นั้น​ชั่ว​ร้าย พระ​องค์​จึง​ทรง​ประ​หาร​ชีวิต​เขา​เสีย

ยูดาห์​จึง​บอก​ทามาร์​ ให้กลับ​ไป​อยู่​อย่าง​หญิง​ม่าย​ที่​บ้าน​พ่อของนางก่อน
เมื่อเช-ลาห์​โตแล้ว ค่อยให้ไปหลับนอนกับนาง
แต่ความจริง ที่ยูดาห์พูดเช่นนั้นเป็นเพียงข้ออ้าง เพราะ​ยูดาห์​คิด​ว่าเช-ลาห์จะ​ตาย​เสีย​เหมือน​พี่​ชาย​ทั้ง​สอง
ทา​มาร์​จึง​ไป​อา​ศัย​อยู่​กับ​พ่อ​ของ​นาง

ผ่านไปเป็นเวลานาน
​เช-ลาห์​โต​ขึ้น​แล้ว แต่​ยูดาห์ก็ไม่ได้มอบนางทามาร์ให้เป็นภรรยาของเขาสักที
ต่อมา ภรรยา​ของ​ยูดาห์ก็เสียชีวิตลง

แล้ว​วันหนึ่งยู​ดาห์​ก็ได้ไปที่​บ้าน​ทิม​นาห์
เมื่อเทมาร์ทราบเรื่อง จึง​ผลัด​เสื้อ​สำหรับ​หญิงม่าย​ออก
เอา​ผ้า​คลุม​หน้า​และ​ห่ม​ตัว​เอง
แล้ว​นั่ง​อยู่​ที่ริม​ทาง​เข้าไป​บ้าน​ทิม​นาห์

เมื่อ​ยู​ดาห์​เห็น​นาง​ก็​คิด​ว่า​เป็น​หญิง​โส​เภ​ณี
จึง​เข้า​ไปขอหลับนอน​ด้วย โดยสัญญาว่า​จะ​ส่ง​ลูกแพะ​จาก​ฝูง​มา​ให้​นาง 1 ตัว
ทามาร์จึงขอมัดจำ เป็น แหวน​ตรา​กับ​เชือก และ​ไม้​เท้าที่ยูดาห์ถือ”
ยู​ดาห์​ก็​ให้ และ​เข้า​หลับนอนกับนาง
จากนั้นนาง​จึง​ลุกขึ้น​ไป​และ​เอา​ผ้า​คลุม​หน้า​ออก ใส่​เสื้อ​ผ้า​สำหรับ​หญิงม่าย​อีก
ต่อมานาง​ก็​ตั้ง​ครรภ์​

ส่วน​ยู​ดาห์ ได้​ฝาก​ลูกแพะ​มา​กับ​เพื่อน​ เพื่อให้แก่นาง แต่​เขา​ก็หา​นาง​ไม่​พบ

3 ​เดือน ต่อมา ยูดาห์ทราบข่าวว่า ทามาร์ตั้งครรภ์
ยู​ดาห์​จึง​สั่ง​ให้ พา​นาง​​มา​ เพื่อจะเผา​นาง​เป็นการลงโทษ

เมื่อ​นาง​ถูก​นำ​มา นาง​ก็​บอก​ว่า คนที่เป็นพ่อของเด็ก ก็คือ เจ้าของแหวน​ตรา เชือก และ​ไม้​เท้า เหล่า​นี้​
ยู​ดาห์​จำ​ได้
ยูดาห์ จึงยกย่องนาง​ว่า นางชอบ​ธรรม​ยิ่ง​กว่ายูดาห์
เพราะ​ว่า​ความปรารถนาที่จะสืบสกุลของสามี นางจึงทำเช่นนี้
แต่ยูดาห์ต่างหากที่เห็นแก่ตัว ไม่ยอมยกลูกชายให้นาง เพื่อสืบสกุลของลูกชายคนโต
หลังจากนั้น​ยู​ดาห์​ก็​ไม่​ได้​มี​เพศ​สัม​พันธ์​กับ​นาง​ต่อ​ไป​อีก

ต่อมาเมื่อนางกำลังจะ​คลอด​ลูก​แฝด​
ขณะ​จะ​คลอด​นั้น เด็ก​คน​หนึ่ง​ยื่น​มือ​ออก​มา​ก่อน
นาง​ผดุง​ครรภ์​จึง​เอา​ด้าย​แดง​ผูก​ไว้​ที่​มือ
แต่เมื่อ​บุตร​นั้น​หด​มือ​เข้า​ไป
ปรากฏว่า เด็ก​อีก​คน​หนึ่ง​ก็​คลอด​ออก​มา​ก่อน
เขาจึง​ให้​ชื่อ​บุตร​หัวปีนั้น​ว่า เป​เรศ (ช่องแหวก)
และตั้งชื่อบุตร​ที่​มี​ด้าย​แดง​ผูก​มือ​นั้น​ ​ว่า เศ-ราห์ (แดงเข้ม)

– ลูกหลานของยาโคบ(อิสราเอล) เริ่มตกอยู่ในอันตราย พวกเขาเริ่มแต่งงานกับคนต่างชาติชาวคะนาอัน นี่น่าจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่พระเจ้าส่งโยเซฟไปอียิปต์ เพื่อเตรียมการล่วงหน้าสำหรับการย้ายอิสราเอลทั้งหมดเข้าไปเก็บไว้ในอียิปต์ก่อน จนกว่าจะถึงเวลา

สายพระเนตรของพระเจ้า ยาวไกลกว่ามนุษย์มากนัก
แม้เราไม่เข้าใจ แต่ถ้าเราเชื่อใจพระองค์ เราก็สามารถวางใจอย่างสงบในวันนี้ได้

– นางทามาร์เป็นหญิงชาวคะนาอัน แต่กลับได้รับเกียรติให้เป็นต้นตระกูลของพระคริสต์ เพราะ
>>> นางสัตย์ซื่อภักดี ต่อสามี พยายามทุกวิถีทางเพื่อสืบสกุลของสามี แม้จะต้องเสี่ยงถึงชีวิตก็ตาม
>>> เชื่อฟังพ่อสามี ให้กลับไปบ้านพ่อของนางแล้วไว้ทุกข์ นางก็ทำตามอยู่เป็นเวลาช้านาน

คุณสมบัติที่พระเจ้าอวยพระพร คือ สัตย์ซื่อ และ เชื่อฟัง
วันนี้ เราสัตย์ซื่อต่อพระเจ้ามากเพียงใด เมื่อเทียบกับทามาร์สัตย์ซื่อต่อสามี?
วันนี้ เราเชื่อฟังพระเจ้ามากเพียงใด เมื่อเทียบกับทามาร์เชื่อฟังพ่อสามี?

– ยูดาห์ คิดว่าตนเองชอบธรรมนักหนา ที่กล้าตัดสินลงโทษลูกสะใภ้อย่างเฉียบขาด เมื่อนางทำผิด
โดยไม่นึกถึงความผิดของตนเองเลย ที่ ไม่ซื่อสัตย์ต่อลูกชายคนโตของตน และยังไม่รวมถึงเรื่องที่ เสนอให้ขายโยเซฟไปเป็นทาสในอียิปต์อีกด้วย (ปฐก. 37:26-27)

เรามักจะเห็นความผิดของคนอื่นอย่างชัดเจน และพร้อมที่จะขยายมันให้ใหญ่โต ให้ทุกคนมองเห็น
แต่มักลืม จำไม่ได้ มองไม่เห็น มองข้าม ความผิดที่ตนได้กระทำนั้น
มธ. 7:5 “คน​หน้า​ซื่อ​ใจ​คด จง​ชัก​ไม้​ทั้ง​ท่อน​ออก​จาก​ตา​ของ​ท่าน​ก่อน แล้ว​ท่าน​จะ​เห็น​ได้​ถนัด จึง​จะ​เขี่ย​ผง​ออก​จาก​ตา​พี่​น้อง​ของ​ท่าน​ได้”

– DNA ของโยเซฟ สามีของมารีย์ อยู่ใน เปเรศ ไม่ได้อยู่ในเศราห์
แต่เศราห์เป็นเด็กที่จะคลอดออกมาก่อน
ซึ่งถ้าเศราห์คลอดออกมาก่อนจริง จะทำให้ลำดับพงศ์ของพระคริสต์คลาดเคลื่อนไปหมด
พระเจ้าทรงแทรกแซงการคลอดครั้งนี้
ทำให้เด็กที่ต้องคลอดออกมาก่อน กลับคลอดออกมาทีหลัง

ทุกอย่างที่เกิดขึ้น อยู่ภายใต้การควบคุมของพระเจ้า
เพื่อให้แผนการช่วยกู้มนุษย์ให้รอดสำเร็จอย่างสมบูรณ์

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเรา วันนี้ก็เช่นกัน
ยังคงอยู่ในแผนการของพระเจ้าผู้ทรงรักเราอย่างที่สุด

คำคม

“ ความสัตย์ซื่อและภักดี มีค่ายิ่งในสายพระเนตรของพระเจ้า ”

สรุป ปฐมกาล 37

ภาพรวม

  • พวกพี่ชายของโยเซฟอิจฉาโยเซฟ จึงขายโยเซฟไปเป็นทาสในอียิปต์ ซึ่งยาโคบคิดว่าโยเซฟถูกสัตว์ร้ายกัดตาย จึงโศกเศร้าเสียใจอย่างมาก

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 37 เมื่อยา​โคบ​มา​อยู่​ใน​ดิน​แดน​คา​นา​อัน มีลูกชาย 12 คน
โยเซฟ ลูกของราเชล ภรรยาที่เสียชีวิตลง เป็นลูกที่เขารักมากที่สุด

เมื่อ​โยเซฟ​อายุ 17 ปี ไป​เลี้ยง​สัตว์​อยู่​กับ​พวก​พี่ชาย ที่เป็นลูกของสาวใช้(นาง​บิล​ฮาห์​และ​นาง​ศิล​ปาห์)
​โยเซฟ​เอา​ความ​ผิด​ของ​พวก​พี่​ชาย​เหล่านั้น มา​เล่า​ให้​ยาโคบ​ฟัง

พวกพี่ชาย โดยเฉพาะกลุ่มลูกของสาวใข้ จึงเกลียดโยเซฟ และไม่​พูด​ดี​กับโยเซฟ
ประกอบกับ เมื่อ​พวก​พี่​ชาย​เห็น​ว่ายาโคบ​รัก​โยเซฟ​มาก​กว่า​พวก​เขา จึงยิ่ง​เกลียด​โยเซฟขึ้นไปอีก
ยาโคบได่ทำ​เสื้อ​คลุม​ยาว​มี​แขน​ให้​แก่​โยเซฟคนเดียว ไม่ได้ให้บุตรคนอื่น
จึงยิ่งทวีความอิจฉาและเกลียดชัง จากพวกพี่ชายขึ้นอีก

เมื่อ​โยเซฟ​ฝัน แล้ว​เล่า​ให้​พวก​พี่​ชาย​ฟัง
ที่มีนัยว่า พ่อ แม่ พี่น้อง จะก้มกราบโยเซฟ
พวก​พี่​ชาย​ยิ่ง​เกลียด​โยเซฟ​มาก​ขึ้น

วันหนึ่ง​พวก​พี่​ชาย​พา​กัน​ไป​เลี้ยง​แพะ​แกะ​ของ​บิดา​ที่​เช​เคม ซึ่งห่างจากบ้านราว 130 กม.
ยาโคบจึงใช้โยเซฟ ไป​ดู​พวก​พี่​ชาย​และ​ฝูง​สัตว์​ ​ว่า​สบาย​ดี​หรือ​ไม่
เมื่อโยเซฟมาถึงเชเคม ก็พบชายคนหนึ่ง บอกกับโยเซฟว่า ได้ยินพวกพี่ชายของโยเซฟ​พูดว่า จะไป​เมือง​โด​ธาน​ ซึ่งห่างออกไป ราว 10 กม.
โยเซฟ​จึงตามไปที่นั่น

เมื่อ​พวก​พี่​ชาย​เห็น​โยเซฟ​ ก็​พา​กัน​คิด​ปอง​ร้าย​ จะ​ฆ่า​เสีย
แต่ดูเหมือนเสียงจะแตก
– รูเบน และ ยูดาห์ ลูกของเลอาห์ ไม่อยากให้ฆ่า
– ส่วนคนอื่นๆ อยากให้ฆ่า

สรุปว่า พวก​เขา​ก็​ไม่ได้ฆ่า แต่จับ​โยเซฟ​ถอด​เสื้อ​ออก​
แล้ว​เอา​โยเซฟ​ไป​ทิ้ง​ลง​ใน​บ่อที่​ไม่​มี​น้ำ

ขณะ​ที่โยเซฟกำลังทั้งหิว ทั้งกลัว
​พวก​พี่ๆก็​นั่ง​รับ​ประ​ทาน​อาหารกัน
ขณะนั้นมี​คา​รา​วาน​พวก​อิช​มา​เอล​มา​จาก​กิ​เล​อาด กำลังเดิน​ทาง​ไป​ยัง​อียิปต์

ยู​ดาห์​จึงเสนอให้ขายโยเซฟ​แก่​พวก​อิช​มา​เอล
พวกพี่​น้อง​ทั้ง​ปวง​ก็​เห็นด้วย
พวก​เขา​ขาย​โยเซฟ​ ​เป็น​เงิน​ยี่​สิบ​แผ่น
พวก​อิช​มา​เอล​ก็​พา​โยเซฟ​ไป​ยัง​อียิปต์

พวกพี่ๆ​ก็​เอา​เสื้อ​คลุม​ของ​โยเซฟ​มา จุ่มลง​ใน​เลือดลูกแพะ
แล้ว​ก็​ส่ง​เสื้อ​คลุม​นั้น​ไป​ยัง​ยาโคบ บอก​ว่า ไม่รู้ว่าใช่​เสื้อของโยเซฟ​หรือ​ไม่
ยาโคบ​จำเสื้อได้ จึงคิดว่าโยเซฟถูกสัตว์ร้ายฆ่าตายเสียแล้ว
เขาร้องไห้คร่ำ​ครวญอยู่​หลาย​วัน

ใน​ระหว่าง​นั้น​ คน​มี​เดียน​ก็​ขาย​โยเซฟ​ใน​อียิปต์​ไว้​กับ​โป​ทิ​ฟาร์
ผู้เป็น​ผู้​บัญ​ชา​การ​ทหาร​รักษา​พระ​องค์ของฟาโรห์

– โยเซฟ ถูกพี่ชายเกลียดชัง ด้วยหลายสาเหตุ อันเกิดจากจุดอ่อนของมนุษย์
>>> ความลำเอียงของยาโคบ
>>> ความอิจฉาริษยาของพวกพี่ชาย
>>> ความไร้เดียงสาของโยเซฟ
อย่างไรก็ดี ทุกบุคลิกลักษณะของมนุษบ์ พระเจ้าทรงฤทธิ์สามารถทำให้แผนการอันดีเลิศของพระเจ้าสำเร็จได้

วันนี้ ไม่ว่าคนรอบข้างของเราจะเป็นอย่างไรก็ตาม ให้เรายังคงไว้วางใจในพระเจ้าต่อไป
พระเจ้าทรงฤทธิ์สามารถทำให้แผนการอันดีเลิศสำหรับชีวิตของเราสำเร็จได้

– โยเซฟอุตส่าห์เดินทาง นับ 100 กม. เพื่อมาหาพวกพี่ๆ แต่พวกพี่ๆกลับตอบแทน ความหวังดีของโยเซฟด้วยการขายเขาไปเป็นทาสชั่วชีวิต
แต่โยเซฟกลับไม่ได้คิดแก้แค้นกลับ เมื่อมีโอกาสในอนาคต

ไม่ว่าคนอื่นจะทำกับเราอย่างไร เราก็เป็นตัดสินเองว่า เราจะตอบสนองต่อเขาอย่างไร
อย่าให้การกระทำของคนอื่นมากำหนดชีวิตของเรา
แต่ให้พระคำของพระเจ้าเป็นสิ่งที่กำหนดชีวิตของเรา

ไม่ว่าคนอื่นจะทำกับเราอย่างไร ก็ให้เรายังคงตอบสนองด้วยวิธีของพระเจ้าเสมอ

– การที่โยเซฟจะถูกขายเป็นทาสในอิยิปต์ มีความลงตัวอยู่หลายอย่าง
>>> ชายที่โยเซฟพบ บังเอิญได้ยินพวกพี่ชายคุยกันว่าจะไปโดธาน พอดี และถ้าไม่เจอชายคนนี้ โยเซฟคงกลับบ้านไปหาพ่อแล้ว
>>> คาราวานอิชมาเอล ผ่านมาทางนั้นพอดี และ กำลังไปอียิปต์พอดี ไม่ใช่กำลังกลับจากอียิปต์ ไม่งั้น โยเซฟคงไปเป็นทาสในมีเดียน ไม่ใช่ในอียิปต์
>>> คนมีเดียนขายโยเซฟให้แก่โปทิฟาร์ ผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ของฟาโรห์พอดี ถ้าขายให้แก่คนอื่น ซึ่งมีคนมากมายในอียิปต์ที่สามารถซื้อโยเซฟได้ ถ้าพวกเขาซื้อโยเซฟไป เรื่องราวคงออกมาแตกต่างอย่างสิ้นเชิง
ทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา ไม่ใช่บังเอิญ แต่พระเจ้ามีพระประสงค์อันดีเลิศสำหรับชีวิตของเรา

คำคม

“ ไม่ว่าคนรอบข้างจะเป็นอย่างไร หากเราไว้วางใจในพระเจ้า เราจะพบกับพระพรในที่สุด ”

สรุป ปฐมกาล 36

ภาพรวม

  • พระคัมภีร์บรรยายถึงเชื้อสายของเอซาวว่า ต่อมาได้กลายเป็นเจ้านายคนสำคัญๆในแคว้นเอโดม

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 36 พูดถึง​เชื้อ​สาย​ของ​เอซาว เชื้อสายของชาวเสอีร์ ดังนี้
เอซาวและยาโคบมีทรัพย์สมบัติและฝูงสัตว์มากมาย จนไม่ทุ่งหญ้าไม่พอจะเลี้ยงฝูงสัตว์ของพวกเขา
เอซาวจึงได้แยกจากยาโคบ ย้ายไปอยู่ที่ภูเขาเสอีร์ ซึ่งกลายเป็นดินแดนของเอโดม ในเวลาต่อมา
(เอซาว คือ ต้นตระกูลของเอโดม)

เอซาว​ มี​ภรรยา 3 คน คือ​
1. อา​ดาห์ บุตร​เอ​โลน ​คน​ฮิตไทต์
2. โอ​โฮ​ลี​บา​มาห์​ บุตร​อา​นาห์​ คนฮี​ไวต์​
3. บา​เสมัท บุตร​อิชมาเอล​(ลูกอับราฮัม)

1. อา​ดาห์​ มี​บุตร​​ชื่อ​
— 1.1.เอ​ลี​ฟัส มีบุตรชื่อ
—— 1.1.1. เท​มาน
—— 1.1.2. โอ​มาห์
—— 1.1.3. เศโฟ
—— 1.1.4. กา​ทาม
—— 1.1.5. เคนัส​
—— 1.1.6. อามาเลข (ลูกภรรยาน้อย)
2. โอ​โฮ​ลี​บา​มาห์ ​มี​บุตร​​ชื่อ
— 2.1. เย​อูช
— 2.2. ยา​ลาม
— 2.3. โค​ราห์
3. ​บา​เสมัท​ มี​บุตร​ชาย​ ชื่อ
— 3.1. เร​อู​เอล​
—— 3.1.1. ​นา​หาท
—— 3.1.2. เศ-ราห์
—— 3.1.3. ชัม​มาห์
—— 3.4. ​มิสซาห์

เส​อีร์ คน​โฮ​รี มีบุตรชื่อ
— 1. โล​ทาน มีบุตรชื่อ
—— 1.1. ​โฮ​รี
—— 1.2. เฮ​มาน
— 2. โช​บาล
—— 2.1. อัล​วาน
—— 2.2. มา​นา​ฮาท
—— 2.3. เอ​บาล
—— 2.4. เชโฟ
—— 2.5. โอนัม​
— 3. ศิ​เบโอน
—— 3.1. อัย​ยาห์
—— 3.2. ​อา​นาห์ ผู้​ที่​ได้​พบ​น้ำพุ​ร้อน​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร
— 4. อา​นาห์​
—— 4.1. ดี​โชน
—— 4.2. โอ​โฮ​ลี​บา​มาห์(บุตรสาว)
— 5. ดี​โชน
—— 5.1. เฮมดาน
—— 5.2. เอ​ชบาน
—— 5.3. อิ​ธราน
—— 5.4. ​เคราน​
— 6. เอ​เซอร์
—— 6.1. บิล​ฮาน
—— 6.2. ศา​วาน
—— 6.3. อา​ขาน​
— 7. ​ดี​ชาน
—— 7.1. ​อูศ
—— 7.2. ​อา​รัน​
— 8. ​ทิม​นา (บุตรสาว)
ลูกหลานของเอซาว​เหล่า​นี้​ ต่อมาก็กลายเป็น​เจ้านาย​ของ​เขา​ของเอโดม

เชื้อสายของเอซาวและเชื้อสายของเสอีร์ ได้แต่งงานระหว่างกัน จนเกิดเป็นชนชาติเอโดม แห่งภูเขาเสอีร์ ในที่สุด

ต่อไปนี้​เป็น​กษัตริย์​ที่​ครอบ​ครอง​ใน​แคว้น​เอ​โดม
– ​เบลา​บุตร​ชายเบ​โอร์​
– โยบับ​บุตร​ชาย​เศ-ราห์​
– ​หุ​ชาม​ชาว​​เท​มาน
– ฮา​ดัด​บุตร​ชาย​ของเบ​ดัด​ ผู้​รบ​ชนะ​คน​มีเดียน​ใน​ประเทศ​โม​อับ​
– ​สัม​ลาห์​ชาว​เมือง​มัสเร​คาห์
– ชาอูล​ชาว​เมือง​เรโห​โบ​ท
– บาอัล​ฮานัน บุตร​ชายอัค​โบร์​
– ฮา​ดาร์

ต่อไปนี้​เป็น​ชื่อ​ตระกูลเจ้านาย​ของ​เอโดม ​
– ​ทิม​นา
– อัล​วาห์
– ​เยเธท​
– โอ​โฮ​ลี​บา​มาห์
– ​เอลาห์
– ปิ​โนน​
– ​เคนัส
– ​เท​มาน
– ​มิบ​ซาร์​
– ​มัก​ดี​เอล
– อิ​ราม

– ถึงแม้ว่าเอซาวไม่ได้รับพระพรของสิทธิบุตรหัวปี แต่เพราะเขาเป็นลูกชายของอิสอัค ผู้ที่พระเจ้าอวยพร และเป็นหลานชองอับราฮัม ผู้เชื่อวางใจในพระเจ้า
เขาจึงยังคงได้รับพระพรมากมาย จนต้องหาที่เลี้ยงสัตว์ใหม่

และต่อมาลูกหลานของเขาก็มีมากมาย และได้รับพระพรกลายเป็นใหญ่เป็นโต กลายเป็นต้นกำเนิดของชนชาติใหญ่อย่างเอโดม ที่มีเมืองหลวงคือเทมาน เมืองแห่งผู้มีสติปัญญา
แต่น่าเสียดายที่ เชื้อสายของเอซาว ไม่เลือกทางที่อับราฮัมเดิน
อับราฮัม ไม่ยอมให้ลูกของเขาแต่งานกับคนคะนาอัน
แต่เอซาวและลูกหลานของเขา ไปแต่งงานกับคนคะนาอัน และสุดท้ายพวกเขาก็ละทิ้งพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง
และสุดท้ายอีก 1,000 กว่าปี ต่อมา พวกเขาก็ถูกศัตรูทำลายเสียสิ้น

สำหรับผู้ที่ยำเกรงพระเจ้า พระพรจะไปสู่คนในครัวเรือนของเขา และลูกหลานของเขา
และหากลูกหลานของเขา ยังคงยึดมั่นในความยำเกรงพระเจ้าต่อไป พระพรจากพระเจ้าก้จะอยู่กับพวกเขาสืบๆไปเ็นนิตย์

วันนี้ เราจงยำเกรงพระเจ้า และ สอนลูกหลานของเราให้ยำเกรงพระเจ้า เพราะนั่นเป็นมรดกที่ดีที่สุดที่เราจะสามารถมอบให้แก่พวกเขาได้

คำคม

“ พระพรของพระเจ้ามีเหลือล้นสำหรับผู้ยำเกรงพระเจ้าและคนรอบข้างเขา ”

สรุป ปฐมกาล 35

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งให้ยาโคบย้ายออกจากเชเคมไปอยู่ที่เบธเอล ยาโคบก็เชื่อฟัง แล้วต่อมาราเชลก็เสียชีวิตขณะคลอดเบนจามิน และต่อมาอิสอัคก็เสียชีวิตด้วยวัย 180 ปี

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ ปฐก. 35 หลังจากที่ลูกๆของยาโคบได้แก้แค้นคนของเชเคม ผู้ทำร้ายดีนาห์ แล้ว
พระ​เจ้า​ตรัส​แก่​ยา​โคบ ให้ย้ายไปอาศัยที่​เบธเอล และ​ให้ทำ​แท่น​บูชา​ที่​นั่น​แด่​พระ​เจ้า​
ดัง​นั้น​ยา​โคบ​จึง​บอก​ครอบ​ครัว และ​คน​ทั้งหมด​ที่​อยู่​กับ​เขา ให้ทิ้ง​พวก​พระ​ต่าง​ด้าว​ที่เก็บไว้เสีย แล้วย้ายกัน​ไป​เบธ​เอล ซึ่งอยู่ห่างจากเชเคม ​ประมาณ 130 กม.

คน​ทั้ง​หลายจึง​เอา​พระ​ต่าง​ด้าว​ทั้ง​หมด​ที่​มี​อยู่ กับ​ตุ้ม​หู​(เครื่องลาง) ​มา​ให้​ยา​โคบ
ยา​โคบ​ก็​ฝัง​ไว้​ใต้​ต้น​โอ๊ก​ ​ใกล้​เมือง​เช​เคม

ยาโคบ​ก็มา​ถึง​เมืองลูส (คือ​เบธ​เอล) อย่างปลอดภัย
ที่​นั่น​ยา​โคบ​สร้าง​แท่น​บูชา​ไว้ และ​เรียก​​ที่​นั่น​ว่า​ “เอล​เบธ​เอล” (พระเจ้า​แห่ง​เบธเอล)

ช่วงเวลานั้นเอง เด​โบ​ราห์​พี่​เลี้ยง​ของ​นาง​เร​เบ​คาห์​(ปฐก. 24:59) ก็เสียชีวิต
เขา​ฝัง​ศพ​ไว้​ใต้​ต้น​โอ๊ก​ซึ่ง​อยู่​ทาง​ตอน​ใต้​ของ​เบธ​เอล
เขา​เรียก​ต้น​ไม้​นั้น​ว่า​ “อัล​โลน​บา​คูท” (ต้น​ก่อ​แห่ง​การ​คร่ำ​ครวญ)

ที่เบธเอลนี่เอง ที่​ยา​โคบได้พบกับพระเจ้า ตอนที่เขากำลังออกจากคะนาอันไปหาลาบัน และพระเจ้า​ทรงสัญญาที่จะ​อวย​พร​เขา

ยาโคบ​เดิน​ทาง​ต่อ จาก​เบธ​เอล​เกือบ​ถึง​เอฟ​รา​ธาห์ (เบธเลเฮม)
แล้วรา​เชล​ก็​เจ็บ​ครรภ์​มาก แล้ว​คลอด​บุตร
เมื่อนางกำลังตกเลือด ใกล้​เสียชีวิต นางจึงตั้งชื่อลูก​ว่า “เบน​โอนี” (บุตร​ชาย​แห่ง​ความ​ระทม)
แต่ยาโคบ​เรียก​ว่า “เบน​ยา​มิน” (บุตร​ชาย​แห่ง​มือ​ขวา​ของ​ข้าพเจ้า)
เมื่อราเชล​เสีย​ชีวิต เขา​ฝัง​ศพ​ไว้​ ริม​ทาง​ที่​จะ​ไป​เอฟ​รา​ธาห์

อิสรา​เอล​ก็​เดิน​ทาง​ต่อ​ไป​อีก ไป​ตั้ง​เต็นท์​อาศัยอยู่ ​ใกล้หอ​คอย​ชื่อ​ เอเดอร์ (​อยู่ระหว่าง เมือง​เบธเลเฮม ​และ ​เมือง​เฮโบรน)
ช่วงเวลา​นั้น รูเบน​ไป​นอน​กับ ​บิล​ฮาห์​ (สาวใช้ของราเชล)ภรรยา​น้อย​ของยาโคบ
ยาโคบก็​รู้​เรื่อง​นี้ แต่ก็ไม่ได้จัดการอะไร

ฝ่าย​บุตร​ชาย​ของ​ยา​โคบ​มี​สิบ​สอง​คน ดังนี้
– เกิดจาก เลอาห์​ ชื่อ​ รูเบน สิ​เม​โอน เลวี ยูดาห์ อิส​สา​คาร์ และ​เศ​บู​ลุน
– เกิดจาก ​ราเชล​ ชื่อ​ โยเซฟ และ​เบน​ยา​มิน
– เกิดจาก ​บิล​ฮาห์ สาวใช้​ของ​ราเชล​ ชื่อ​ ดาน และ​นัฟ​ทาลี
– เกิดจาก ศิล​ปาห์​ สาว​ใช้​ของ​เล​อาห์​ ชื่อ​ กาด​ และ​อาเชอร์

​ยา​โคบ​กลับ​มาเยี่ยม​อิส​อัค​ พ่อของเขา ​ที่​มัมเร คือ​ ที่​คีริ​ยาท​อาร​บา(คือ​เฮ​โบรน)
อิสอัค​แก่​หง่อม​มาก และจากไปอย่างสงบ เมื่ออายุ 180 ปี
เอซาว​และ​ยา​โคบ​ ก็​ร่วมกันนำ​เขา​ไป​ฝัง

– บทที่ 34 ลูกๆของยาโคบสร้างปัญหาขึ้นมา บทที่ 35 พระเจ้าทรงชี้ทางแก้ปัญหาให้แก่ยาโคบ แล้วยาโคบก็เชื่อฟัง ปัญหาก็คลี่คลาย ระหว่างเดินทางชาวเมืองต่างๆก็ไม่ได้ทำร้ายครอบครัวของยาโคบ

เมื่อปัญหาเกิดขึ้น ลูกๆยาโคบแก้ปัญหาด้วยตนเอง กลับก่อปัญหาใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม
แต่เมื่อยาโคบ แก้ปัญหาด้วยการฟังพระจ้า และเชื่อฟังพระองค์ ปัญหาทั้งหมดก็คลี่คลาย แล้วเกิดผลดีมากมาย คนทั้งหลายของยาโคบละทิ้งรูปเคารพ และ ยาโคบกับคนของเขาได้ไปนมัสการพระเจ้า ที่เบธเอล (บ้านของพระเจ้า)

– ก่อนที่ยาโคบจะเดินทางไปเบธเอล เพื่อสร้างแท่นบูชานมัสการพระเจ้า
เขาให้คนที่จะไปกับเขา ละทิ้งรูปเคารพเสียก่อน

เราไม่สามารถติดตามพระเจ้า โดยพึ่งพาสิ่งอื่นที่ไม่ใช่พระองค์ ไปพร้อมๆกันได้

– ที่เบธเอล ยาโคบได้สร้างแท่นบูชาถวายพระเจ้า
นี่เป็นครั้งที่ 2 ตั้งแต่กลับมาจากบ้านลาบัน ที่เขาสร้างแท่นบูชา
ส่วนครั้งแรก อยู่ใน ปฐก. 33:20 ที่นั่นยา​โคบ เรียก​แท่น​นั้น​ว่า “เอล​เอ​โล​เฮ​อิสรา​เอล” (พระเจ้า​คือ​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล) นั่นเป็นครั้งแรกที่ยาโคบเรียกพระเจ้า ว่า เป็นพระเจ้าของตน ก่อนหน้านี้ เขาจะเรียกว่า พระเจ้าของอับราฮัม ของอิสอัค (ปฐก. 31:42 , ปฐก. 32:9)

เมื่อยาโคบเริ่มสร้างแท่นนมัสการพระเจ้าครั้งแรก ก็เป็นง่ายขึ้นในการสร้างแท่นบูชาครั้งต่อๆมา

เมื่อเราเริ่มสรรเสริญพระเจ้า เราจะมีเรื่องให้สรรเสริญพระเจ้ามากยิ่งขึ้นอีก

– เด​โบ​ราห์​พี่​เลี้ยง​ที่ติดตามรับใช้เรเบคาห์ ตั้งแต่ก่อนยาโคบจะเกิดเสียอีก ยังคงติดตามรับใช้ครอบครัวของนาย จนถึงแก่เฒ่า
เธออาจจะไม่เป็นคนสำคัญอะไรในประวัติศาสตร์ แต่เป็นคนรับใช้ผู้สัตย์ซื่อยาวนาน
แต่ชื่อและการเสียชีวิตของเธอ ก็ถูกจารึกไว้ใน หนังสือเล่มแรกของพระคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ ด้วย
เราไม่รู้ว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
แต่เราสังเกตได้อย่างหนึ่งคือ ผู้เล็กน้อยผู้สัตย์ซื่อยาวนาน สมควรได้รับเกียรติ

วันนี้เราสัตย์ซื่อในสิ่งเล็กน้อยที่พระเจ้าทรงมอบหมายแก่เรามากเพียงใด?

– มีเรื่องน่าสนใจ คือ ใน ปฐก. 35:1 พระ​เจ้า​ตรัส​สั่งยา​โคบ​ให้ไปอาศัยที่​เบธเอล และสร้างแท่นบูชาที่นั่น
แต่เมื่อยาโคบมาถึงเบธเอลและสร้างแท่นบูชาแล้ว ก็เดินทางต่อไปยัง​เอฟ​รา​ธาห์(เบธเลเฮ็ม) ซึ่งเมื่อเดินทางออกจากเบธเอล ราเชลก็เสียชีวิตเพราะคลอดบุตร และ รูเบนก็ไปหลับนอนกับศิลปาร์เมียน้อยของยาโคบ

ถ้าพิจารณาคร่าวๆ แบบไม่ทราบรายละเอียด(เพราะเราไม่อาจรู้ครบถ้วน) ดูเหมือนว่า การเชื่อฟังพระเจ้า ต้องเชื่อฟังอย่างครบถ้วน เชื่อฟังครึ่งๆกลางๆ อาจจะนำปัญหามาสู่ชีวิตได้

– อิสอัค จากไปอย่างสงบด้วยวัย 180 ปี ช่างเป็นชายที่เต็มไปด้วยพระพร ชีวิตที่เรียบง่าย ไม่มีอะไรผาดโผนมากมาย ตอนหนุ่มๆปลูกพืชก็เกิดผล 100 เท่า ตอนชราก็อยู่จนแก่เฒ่า แล้วจากไปอบ่างสงบ
เขาช่างเป็นผู้หนึ่งที่เรียกได้ว่า ผู้ที่พระเจ้าอวยพระพรมากมายจริงๆ

คำคม

“ เราไม่อาจติดตามพระเจ้า แบบพึ่งพารูปเคารพได้ ”

สรุป ปฐมกาล 34

ภาพรวม

  • ดีนาห์ของลูกสาวของยาโคบถูกเชเคมข่มขืน พวกพี่ชายของดีนาห์จึงหลอกให้พวกของเชเคมเข้าสุหนัต แล้วขณะที่พวกนั้นยังเจ็บแผล สิเมโอนและเลวี ก็บุกเข้าไปฆ่าพวกเขาเสีย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 34 เมื่อยาโคบและครอบครัว ย้ายกลับมาที่คะนาอัน ก็มาอาศัยที่เมืองเชเคม
หลายปีต่อมา ดีนาห์ลูกสาว​ของ​ยาโคบ ​ออก​ไป​หา​ผู้​หญิง​ใน​บริเวณนั้น
เมื่อ​เชเคม ​บุตร​ชาย​ฮาโมร์​ คน​ฮีไวต์ ​เห็น​ดีนาห์ ก็​ฉุดเธอไป​ข่ม​ขืน​
แล้วเชเคม​ก็​ตกหลุมรัก​ดีนาห์​
เชเคม​จึง​ขอให้​กับ​ฮาโมร์พ่อของเขา​ ไปสู่ขอดีนาห์ให้มา​เป็น​ภรรยา​
ฮาโมร์ได้มาหา​ยาโคบ​เพื่อ​สู่ขอดีนาห์

ยาโคบ​ได้​ข่าว ที่​ดีนาห์ถูกข่มขืน
ยาโคบ​ก็นิ่ง​เงียบ คอย​ให้​พวก​ลูกชายของเขากลับ​มาจากการเลี้ยงสัตว์ก่อน

เมื่อ​พวกลูกชาย​ของ​ยาโคบ​ได้​ทราบ​ข่าวนี้
​ก็​​ทุกข์​ใจ​และ​โกรธ​มาก​

ฮาโมร์​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า อยากจะมาสู่ขอดีนาห์ไปเป็นภรรยาของเชเคม โดยจะเรียกสินสอดเท่าใดก็ได้ และ​เชิญ​ให้ทั้งสองฝ่ายยกลูกชาย ลูกสาว ให้แต่งงานกัน

บุตร​ชาย​ของ​ยาโคบ​จึง​หลอก​เชเคม และ​ฮาโมร์​ ว่า
ยกให้ได้ แต่งงานระหว่างกันได้ เพียงแต่ผู้ชายทุกคนของพวกเขาต้องเข้าสุหนัดก่อน
​ฮาโมร์​และ​เชเคม ก็เห็นชอบในข้อตกลงนี้

เนื่องจากเชเคม ​เป็น​คน​มี​เกียรติ​มาก​กว่า​ใครๆ ใน​ครอบ​ครัว
เขา จึง​ออก​ไป​ที่​ประตู​เมือง​บอก​ชาว​เมือง ให้เข้าสุหนัต แล้วจะได้แต่งงานกับครอบครัวยาโคบ
แล้วก็จะสามารถยึดฝูง​ปศุ​สัตว์​และ​ทรัพย์​สมบัติ​ของ​ยาโคบ ได้ทั้งหมด

ทุก​คน​ที่​ออก​ไป​ที่​ประตู​เมือง(หมายถึง ชายที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว)​ก็​เห็น​ชอบ​
พวกเขาทุกคน ก็​เข้า​สุหนัต

พอถึง​วัน​ที่​ 3 ขณะที่คน​เหล่า​นั้น​กำลัง​เจ็บ​อยู่
สิ​เม​โอน​และ​เลวี เป็น​พี่​ชาย​ของ​ดีนาห์ ก็​ถือ​ดาบ​เข้า​ไป​ใน​เมือง ฆ่า​ผู้​ชาย​ทุกคนใน​เมือง​
รวมทั้ง​ฮาโมร์​และ​เชเคม​ และ​พา​ดีนาห์​ออก​จาก​บ้าน​เชเคม​

จากนั้นลูกชาย​คน​อื่น​ของ​ยาโคบ​ ก็เข้า​ไป​ใน​เมือง​นั้น
พวก​เขา​เอา​ฝูง​แพะ​แกะ ฝูง​โค ฝูง​ลา และ​ข้าว​ของ​ใน​เมือง​และ​ใน​นา​ไป
เอา​ทรัพย์​สม​บัติ​ทั้ง​หมด​ไป และ​จับ​บุตร​ภรรยา​ของ​คน​เหล่า​นั้น​ทั้ง​หมด​ไป​เป็น​เชลย

เมื่อยาโคบ​ทราบเรื่อง จึง​พูด​กับ​สิ​เม​โอน​และ​เลวี​ว่า พวกเขาสร้าง​เดือด​ร้อนเสียแล้ว
เพราะกำลังทำให้พวกเรา​เป็น​ที่​เกลียด​ชัง​ของ​คน​ดิน​แดน​นี้
ตอนนี้พวกเรามี​ผู้​คน​น้อย​
ถ้า​พวก​นั้น​รุม​โจม​ตี​ ก็​จะ​ทำ​ให้​ครอบ​ครัว​ของเราถูก​ทำลาย
แต่​พวก​เขา​ตอบ​ว่า
“มัน​จะ​ทำ​กับ​น้อง​สาว​เรา​เหมือน​หญิง​โสเภณี​ได้​หรือ?”

– เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับดีนาห์ สะท้อนให้เห็นความชั่วร้ายของคนในแผ่นดินคะนาอัน
ความชั่วร้ายเริ่มทวีมากขึ้น ตั้งแต่คาอินฆ่าอาเบล และทวีความบาปมากขึ้นเรื่อยๆ
เราคงไม่อาจตอบได้ว่า ทำไมเหตุการณ์เช่นนี้ต้องเกิดขึ้นกับดีนาห์ พระเจ้าเท่านั้นทรงทราบ
แต่ที่แน่ๆก็คือ เพราะเหตุการณ์กระทำของคนชั่วร้ายในครั้งนี้ ทำให้ยาโคบจำเป็นต้องย้ายออกจากเชเคม ไปที่เบธเอง ที่ที่เขาพบกับพระเจ้าตอนก่อนออกจากคะนาอัน

– สิเมโอน​และ​เลวีถูก​ยาโคบ​ตำหนิ​และ​กล่าว​โทษ​ เมื่อ​ยาโคบ​ใกล้​จะเสีย​ชีวิต ใน ปฐก.49:5-7 เพราะพวกเขา​กระทำ​การ​รุนแรง​เกิน​เหตุ​ ในเหตุการณ์ครั้งนี้

– การแก้ปัญหาด้วยวิธีการของมนุษย์ มักจะไม่ได้แก้ปัญหาจริงๆ แต่กำลังก่อปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิมเสียมากกว่า
เมื่อเราพบความไม่เป็นธรรม วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คงไม่ใช่ลงมือทำอะไรบางอย่าง แต่เป็นการรีบเข้ามาร้องทูลต่อพระเจ้าผู้ยุติธรรม ให้พระองค์ผู้ทรงยุติธรรมเป็นผู้จัดการในเรื่องนั้น

คำคม

“ ท่ามกลางการกระทำของคนชั่วร้าย ก็ยังทำให้แผนการของพระเจ้าสำเร็จอยู่ดี ”

สรุป ปฐมกาล 33

ภาพรวม

  • ยาโคบเดินทางกลับมาคะนาอันอย่างปลอดภัย และเมื่อพบเอซาว เอซาวก็ไม่ได้ทำร้ายใดๆยาโคบ แต่ต้อนรับอย่างดี

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 33 หลังจากที่ยา​โคบได้พบพระเจ้าที่เปนีเอลแล้ว ​เขาก็ข้ามแม่น้ำยับบอก มาสบทบกับเหล่าภรรยาและลูก
แล้ว​เอ​ซาวก็​มา​พร้อม​กับ​ชาย 400 คน

ยา​โคบ​จึง​แบ่ง​ครอบครัวออกเป็นกลุ่มๆ
– สาว​ใช้​กับ​ลูกๆ อยู่​ข้าง​หน้า
– ถัด​มา​เล​อาห์​กับ​ลูกๆ
– รา​เชล​กับ​โยเซฟ ​อยู่​ท้าย​สุด
ส่วนตัว​เขา​เอง​เดิน​ออก​หน้า​ไป​ก่อน

ยาโคบเดินไป ก็โน้ม​ตัว​ลง​ถึง​ดินไป ทำอย่างนี้ 7 ​ครั้ง จน​เข้า​มา​ใกล้​เอซาว
แต่​เอ​ซาว​วิ่ง​ออก​ไป​ต้อน​รับ กอด​และ​ซบ​หน้า​ลง​ที่​คอ​จูบ​เขา
ต่าง​ก็​ร้อง​ไห้

​เอ​ซาว ​ถาม​ว่า คนที่ตามมาเป็นใคร
ยา​โคบ​ ตอบ​ว่า เป็นลูกๆ ของเขาเอง
เมื่อครอบครัวยาโคบ​แต่ละคนเข้า​มา​ใกล้​ ก็​โน้ม​ตัว​ลง​ถึง​ดิน คำนับเอซาว

เอ​ซาว​จึงถาม​ เกี่ยวกับ ผู้​คน​และ​ฝูง​สัตว์​เหล่า​นี้​ทั้ง​หมด​ที่​เขา​พบก่อนหน้านี้
ยา​โคบจึง​ตอบ​ว่า นั่นเป็นของขวัญที่เขามอบให้เอซาว
ทีแรกเอซาวไม่ต้องการรับของเหล่านั้น แต่เมื่อยาโคบคะยั้นคะยอมากเข้า เขาจึงรับไว้

เอ​ซาวชวนยาโคบให้​ออก​เดิน​ทาง​ไปพร้อมกัน​
แต่​ยา​โคบ​ให้เหตุผลว่า มีสัตว์ลูกอ่อนอยู่มาก และลูกๆก็ยังเล็ก​ คงต้องเดินทางไปอย่างช้าๆ ขอให้เอซาวไปก่อนเถิด แล้วยาโคบจะตามไบพบ​ที่​เสอีร์

ใน​วัน​นั้น เอ​ซาว​ก็​กลับ​ไป​ถึง​เส​อีร์
ส่วน​ยาโคบ​เดิน​ทาง​ไป​ถึง​สุค​คท เขา​สร้าง​บ้าน​อยู่​ที่​นั่น และ​สร้าง​เพิง​ให้​ฝูง​ปศุ​สัตว์​ของ​เขา
ฉะนั้น​เขา​จึง​เรียก​ที่​นั้น​ว่า สุค​คท

ยา​โคบ​เดิน​ทาง​จาก ​ปัด​ดาน​อา​รัม​ ​ถึง​ เมือง​เช​เคม ใน​​คา​นา​อัน​อย่าง​ปลอด​ภัย
เขา​ตั้ง​เต็นท์​อยู่​หน้า​เมือง​นั้น และ​ซื้อ​ที่​ดิน​แปลง​ที่​ตั้ง​เต็นท์​อยู่​นั้น
จาก​บุตร​ชาย​ของ​ฮา​โมร์​ บิดา​ของ​เช​เคม เป็น​เงิน​ 100 แผ่น
ยา​โคบ​สร้าง​แท่น​บูชา​ที่​นั่น เรียก​แท่น​นั้น​ว่า เอล​เอ​โล​เฮ​อิสรา​เอล

– ก่อนยาโคบจะได้พบกับพระเจ้าเป็นพิเศษ เขาส่งคนใช้และครอบครัวไปตายก่อน มีอะไรเกิดขึ้นเขาจะหนีได้ทัน
แต่หลังจากที่เขาพบพระเจ้า เขาเปลี่ยนไป เอาเดินออกนำหน้า แล้วให้ครอบครัวค่อยเดินตามมา

ทุกครั้งที่มนุษย์มีประสบการณ์กับพระเจ้า ชีวิตของเขาจะได้รับการเปลี่ยนแปลงเสมอ

– ยาโคบมาหาเอซาวอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน น่าสังเกตว่า ทั้งที่เขารู้แน่ว่า พระเจ้าจะทรงช่วยเขาให้รอดพ้นการทำร้ายจากเอซาวเป็นแน่ ถึงกระนั้น เขาก็ทำในส่วนของเขาอย่างดีที่สุดด้วย

แม้เรามั่นใจ ในพระสัญญาของพระเจ้า ว่า จะปกป้องเรา จะเลี้ยงดูเรา แต่นั่นก็ไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้าง เพื่อเราไม่ต้องทำในส่วนของเราอย่างดีที่สุด
พระเจ้าจะทรงอวยพระพรเราแน่ ถึงกระนั้นเราก็สมควรทำในส่วนของเราอย่างดีที่สุด

– ยาโคบเดินทางกลับมาถึงคะนาอันอย่างปลอดภัย แล้วก็เริ่มครอบครองที่ดินในแผ่นดินคะนาอัน
ดูเหมือนจะจบลงด้วยดี ถ้าเขารวยขึ้น คงจะซื้อที่ดินมากขึ้น ในที่สุดอาจจะซื้อที่ดินได้มากมาย
แต่ดูเหมือน แผนของพระเจ้า ลึกซึ้งกว่านั้นมาก
อีกไม่นาน เขาต้องละทิ้งที่ดินที่ซื้อนี้ไปเสีย
เพื่อในอนาคตเชื้อสายของเขาจะครอบครองแผ่นดินคะนาอันทั้งดินแดน

วิธีของพระเจ้า เกินกว่าที่มนุษย์จะเข้าใจได้
แต่มนุษย์สามารถเชื่อใจพระเจ้าได้ว่า โดยวิธีของพระองค์นั้น พระสัญญาของพระองค์จะสำเร็จในที่สุด

คำคม

“ เมื่อพระเจ้าทรงสัญญาว่าจะปกป้องเรา ก็จะไม่มีอันตรายใดๆมาถึงเราได้ ”

สรุป ปฐมกาล 32

ภาพรวม

  • ยาโคบส่งคนใช้และครอบครัวไปพบเอซาวก่อน ส่วนตัวเขาอยู่ที่เปนูเอล และที่นั่นเขาได้ปล้ำสู้กับทูตสวรรค์และได้รับการอวยพร

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 32 ขณะที่ ​ยา​โคบ​กำลังเดิน​ทางกลับไปยังคะนาอัน ก็มีเหล่า​ทูต​สวรรค์​มาพบ​เขา
​ยา​โคบ​​จึง​เรียก​ที่​นั่น​ว่า “มา​หะ​นา​อิม” (กอง​ทัพ​สอง​กอง​ทัพ)

จากนั้นยา​โคบ​ส่ง​​หลาย​คน​​ไป​หา​เอ​ซาว​ เพื่อบอกเขาว่า ยา​โคบ​ผู้​รับ​ใช้​ของเขา ได้กลับมาจาก​ การอยู่กับลาบัน​ มาหาเขาแล้ว

คนเหล่านั้นกลับมารายงานยาโคบ ​ว่า ​เอ​ซาวกำ​ลัง​จะ​มา​พบยาโคบ พร้อม​กับ​ผู้​ชาย​ 400 ​คน
ยา​โคบจึง​กลัว​และ​ทุกข์​ใจ​ยิ่ง​นัก
ยาโคบ​อธิษ​ฐาน ต่อ​พระ​เจ้า​ของ​อับ​รา​ฮัม​ และ​พระ​เจ้า​ของ​อิส​อัค​ ว่า
– เขาได้ทำตามที่พระองค์ทรงสั่ง คือกลับมาที่คะนาอัน
– เขารู้ตัวดี ไม่​สม​ควร​จะ​รับ​ความ​รัก​มั่น​คง​และ​ความ​ซื่อ​สัตย์​แม้​เล็ก​น้อย​ที่​สุด
– เขาสำนึกพระคุณพระเจ้า ที่พระ​องค์​ทรงอวยพระพรแก่เขามากมาย ตอนไปเขามี​แต่​ไม้​เท้า และเดี๋ยวนี้​เขามี​มากมาย
– เขาขอ​พระ​องค์​ทรง​ช่วย​กู้​เขา​ให้​พ้น​จาก​เงื้อม​มือ​​ของ​เอซาว
– เขาบอกความกลัว​ของเขาต่อพระเจ้า
– เขาระลึกถึงพระสัญญาของพระเจ้า ​ว่า พระองค์จะอวยพรเขา

ยาโคบ​แบ่ง​คน​​ที่​มา​ด้วย และ​ฝูง​แพะ​แกะ ฝูง​โค ฝูง​อูฐ ออก​เป็น​กลุ่มๆ
แล้วทยอยส่งไปพบกับเอซาว เพื่อว่าถ้าเอซาวโกรธแล้วเริ่มฆ่าพวกของยาโคบ กลุ่มที่ตามมาจะได้หนีทัน
ยาโคบได้ส่งของขวัญไปให้เอซาว คือ
– แพะ​ตัว​เมีย 200 ตัว
– แพะ​ตัว​ผู้ 20 ตัว
– แกะ​ตัว​เมีย 200 ตัว
– แกะ​ตัว​ผู้ 20 ตัว
– อูฐ​แม่​ลูก​อ่อน 30 ตัว
– ​ลูก​โค​ตัว​เมีย 40 ตัว
– โค​ตัว​ผู้ 10 ตัว
– ลา​ตัว​เมีย 20 ตัว
– ลา​ตัว​ผู้ 10 ตัว
รวมเป็น 550 ตัว
แล้วในตอนกลางคืน ยาโคบก็ส่งภรรยาและลูกๆ ​พร้อมทรัพย์​สมบัติ​ทั้ง​หมดข้าม​แม่​น้ำ​ยับ​บอกไป​
​ยา​โคบ​พัก​อยู่​ที่​เดิม

​คืน​นั้น​เอง มี​บุรุษ​ผู้​หนึ่ง​มา​ปล้ำ​กับ​เขา​จน​รุ่ง​สาง
เมื่อ​บุรุษ​ผู้​นั้น​ ​แตะ​ที่​ข้อ​ต่อ​สะโพก​ของ​ยา​โคบ​ ขณะ​ที่​ปล้ำ​สู้​กัน
ข้อ​ต่อ​สะโพก​ของ​ยาโคบ​ก็​เคลื่อน
บุรุษ​นั้น​จึง​ว่า
“ปล่อย​เรา​ไป​เถิด​เพราะ​ใกล้​สว่าง​แล้ว”
แต่​ยา​โคบ​ตอบ​ว่า
“ข้าพ​เจ้า​ไม่​ยอม​ให้​ท่าน​ไป นอก​จาก​ท่าน​จะ​อวย​พร​แก่​ข้าพ​เจ้า”

บุรุษ​ผู้​นั้น​จึง​อวยพร​ยาโคบ​ ด้วยการเปลี่ยนชื่อให้เขา จาก ยาโคบ(ผู้จับส้นเท้า) เป็น อิสรา​เอล(ผู้​ปล้ำ​สู้​กับ​พระเจ้า) แล้ว​ก็​อวย​พร​เขา

ยา​โคบ​จึง​เรียก​สถาน​ที่​นั้น​ว่า เป​นี​เอล (พระพักตร์พระเจ้า)
เมื่อออกจากที่นั้นมา ​ยา​โคบ​ก็​เดิน​โขยก​เขยก​เพราะ​เจ็บ​สะโพก
ดัง​นั้น​คน​อิส​รา​เอล​จึง​ไม่​กิน​เส้น​เอ็น​ที่​สะ​โพก ​จน​ทุก​วัน​นี้

– เมื่อยาโคบกำลังจะเผชิญแรงกดดันครั้งสำคัญ พระเจ้าได้ส่งเหล่าทูตสวรรต์มาพบเขา เพื่อหนุนใจเขาก่อน พบการทดสอบครั้งสำคัญ

พระเจ้ามักจะจัดเตรียมการหนุนใจ การเสริมกำลังให้แก่เรา ทั้งก่อนและหลังการทดลองต่างๆในชีวิต
และในขณะที่ถูกทดลองนั้น พระองค์เองที่สถิตกับเราอยู่เคียงข้างเราอีกด้วย

– เอซาวมาพร้อมกับชาย 400 คน เรื่องนี้มองในสายตาของมนุษย์เป็นเรื่องร้าย เป็นอันตราย
แต่เราทราบความจริงในพระคัมภีร์แล้วว่า สุดท้าย มันไม่ใช่อันตรายอย่างที่คิดเลย

เมื่อปัญหากำลังจะเกิดขึ้นกับเรา เรามักมองมันใหญ่โตกว่าที่ควรจะเป็นอยู่เสมอ
แต่โดยความเชื่อ จะทำให้มันเล็กลงได้

– คำ​อธิษ​ฐานของยาโคบ : ระลึกถึงพระคุณของพระเจ้า รู้ตัวว่าตนไม่สมควร ยอมรับความอ่อนแอของตน ร้องขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า ยึดมั่นในพระสัญญาของพระองค์

– การวางแผนของยาโคบ ทั้งการส่งของกำนัลไปมากมาย ทั้งการส่งคนไปเสี่ยงตายก่อนหน้าเขา
ล้วนแต่เป็นการพยายามเอาตัวรอดตามกำลัง ตามสติปัญญาของของตนเอง
แต่การคลี่คลายสถานการณ์จริงๆ กลับไม่ได้อยู่ที่แผนเหล่านี้
แต่อยู่ที่ การได้พบกับพระเจ้า

วันนี้ การคลี่คลายสถานการณ์ของเรา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสติปัญญาหรือความสามารถของเรา แต่อยู่ที่การได้พบกับพระเจ้า ท่ามกลางสถานการณ์ในวันนี้

– ทูตสวรรค์ที่มาปล้ำสู้กับยาโคบ แน่นอนสามารถชนะยาโคบได้อย่างสบาย แต่ที่ต้องปล้ำสู้กันทั้งคืน เพราะพระเจ้าต้องการสอนยาโคบบางอย่าง
เป็นเหมือน พ่อที่เล่นต่อสู้กับลูกน้อย ดูเหมือนพ่อเอาชนะเจ้าหนูน้อยนั่นไม่ได้สักที ไม่ใช่เพราะเด็กน้อยแข็งแรงกว่า แต่เพราะพ่อไม่อยากเอาชนะ เพื่อให้เจ้าหนูน้อยได้รับอะไรบางอย่าง

สิ่งสำคัญที่ยาโคบได้รับในคืนนั้น คือ ได้รับการอวยพระพรจากพระเจ้า เพราะเขาหิวกระหาย ไม่ย่อท้อ เพื่อจะได้รับการอวยพรจากพระเจ้า

วันนี้ ถ้าเราหิวกระหายมากพอ เราจะมีประสบการณ์กับพระเจ้ามากขึ้นอย่างแน่นอน

คำคม

“ สิ่งที่น่าปรารถนาที่สุดสำหรับมนุษย์ คือ การได้อยู่จำเพาะพระพักตร์พระเจ้า ”

สรุป ปฐมกาล 31

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งให้ยาโคบกลับมายังคะนาอัน ยาโคบก็ทำตาม ส่วนลาบันไม่ยอมและไล่ตามมา แต่พระเจ้าทรงทำให้ลาบันยอมปล่อยยาโคบไปโดยดี

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 31 เมื่อยาโคบได้รับพระพรมากมาย เหล่าลูกๆ​ของ​ลา​บัน จึง​พูดกัน​ว่า ยา​โคบ​แย่ง​ทุก​อย่าง​ไปจาก​ลาบัน ส่วน​ลาบัน​ก็เริ่มไม่​ดี​ต่อ​ยาโคบเหมือนเดิม

ขณะเดียวกันพระ​เจ้าตรัส​กับ​ยา​โคบ​ว่า
“จง​กลับ​ไป​ยัง​ดิน​แดน​บิดา​และ​ญาติ​พี่​น้อง​ของ​เจ้า​เถิด เรา​จะ​อยู่​กับ​เจ้า”

ดังนั้น ยา​โคบ​จึง​เรียก​ราเชล​และ​เล​อาห์​ให้​มา​ที่​ทุ่ง​เลี้ยง​สัตว์
คงเพราะไม่อยากให้ลาบันทราบเรื่องนี้
แล้วอธิบายความไม่เป็นธรรมที่เขาได้รับจากลาบัน
และเล่าว่า พระเจ้ามาตรัสกับเขา ว่า ที่แพะแกะเป็นลายจุดมากมายเช่นนี้ เพราะพระเจ้าทรง​เห็น​ทุก​สิ่ง​ที่​ลา​บัน​ทำ​แก่เขา พระเจ้าผู้ยุติธรรมจึงอวยพระพรเขา
บัดนี้พระเจ้า สั่งให้เขา​ออก​จาก​ดิน​แดน​นี้ และ​กลับ​ไป​ยัง​ดิน​แดน​คะนาอัน

ราเชล​กับ​เลอาห์​ ก็เห็นด้วยว่าบิดาไม่เป็นธรรมต่อยาโคบ และไม่ได้ทำดีต่อพวกนาง พวกนางจึงสนับสนุนให้ยาโคบ​ทำ​ทุก​สิ่ง​ที่​พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​เขา

ดัง​นั้น ยา​โคบ​จึง​นำ​บุตร​และ​ภรรยา​ขึ้น​ขี่​อูฐ แล้ว​ต้อน​ฝูง​สัตว์​และข้าวของทั้ง​หมด​ของเขา เดิน​ทาง​กลับ​ไป​​คา​นา​อัน โดยไม่ได้บอกหรือร่ำลา ลาบัน

ขณะนั้น​ลาบัน​ออก​ไป​ตัด​ขน​แกะ
ราเชล​จึง​ขโมย​รูป​เคารพ​ที่​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​ลาบัน​ไป​ด้วย

ผ่านไป 3 ​วัน มี​คน​ไป​บอก​เรื่องนี้แก่ลา​บัน​
ลา​บัน​ก็​พา​ญาติ​พี่​น้อง ​ไล่​ตาม​ยาโคบ​ไป
พอวันที่ 7 ก็มา​ทัน​ยาโคบ​ใน​ถิ่น​เทือก​เขา​กิ​เล​อาด

แต่​​พระ​เจ้า​เสด็จ​มา​หา​ลา​บัน​​ใน​ความ​ฝัน ตรัส​แก่​เขา​ว่า ไม่​ให้​พูด​จา​รุน​แรง​ หรือ​ ว่า​ร้าย ยาโคบ

เมื่อลาบัน​ตาม​มา​ทัน​ยา​โคบ
ลาบัน​ก็ตำหนิ​ยา​โคบ​ว่า
ทำไมหลอกเขา และ​ยังพา​ลูกสาว​ของ​เขา​หนี​มา​เหมือน​เชลยอีก?
ทำไม​​ไม่​ยอม​ให้​เขา​ร่ำลาลูกสาว​และหลานๆ
ดีนะที่​เมื่อ​คืน​นี้​พระ​เจ้า มาห้ามเขาไว้ ไม่ให้ทำอะไรยาโคบ ไม่งั้นเสร็จแน่
แล้วก็ ทำไมยาโคบ​ถึง​ขโมย​พระ​ของ​เขา​มาด้วย?

ยา​โคบ​จึง​ตอบ​ลาบัน​ว่า
เพราะ​ว่า​เขาเกรงว่า​ ลาบัน​จะไม่ยอมให้​ลูกสาว​มาด้วย จึงต้องแอบมา
ส่วน​พระที่หายไปนั้น ขอเชิญค้นดูเถิด ถ้าพบว่าใครขโมยมาก็ฆ่าทิ้งได้เลย และถ้าค้นเจอของอย่างอื่นที่เป็นของลาบันด้วย ก็เชิญเอากลับไปได้เลย

ที่ยา​โคบ​พูดเช่นนั้น เพราะ ไม่​รู้​ว่า​รา​เชล​ขโมย​พระ​เหล่า​นั้น​มา

ลาบัน​จึง​เข้า​ไปค้นดูตามเต็นท์ แต่​ก็หา​ไม่​พบ
พอเข้า​ไป​ใน​เต็นท์​ของ​ราเชล นางได้เอาพระซ่อนไปใต้ที่นั่งแล้วนั่งทับไว้
แล้วบอกลาบันว่า ลุกไม่ได้เพราะมีประจำเดือน
ลา​บันจึง​หา​ไม่​พบ

​ยา​โคบ​จึง​ต่อ​ว่า​ลา​บัน ​ว่า
เขาไม่ได้ทำผิด ทำไมลาบันจึง​ไล่​ตามเขา​มา​อย่าง​นี้
เห็นไหมว่า เขาไม่ได้เอาอะไรของลาบันมาเลย
เขารับใช้ลาบัน มา 20 ปี ดูแลทรัพย์สินของลาบันอย่างดีมาโดยตลอด
แกะแพะที่ฝากให้เขาดูแล หากมีตัวไหนบาดเจ็บ ล้มตาย เขาก็เอาตัวที่ดีมาคืนให้ลาบันแทน
ถึงกระนั้นตลอดการรับใช้ ลาบัน​ยัง​เปลี่ยน​ค่า​จ้างของเขา ถึง 10 ​ครั้ง
ดีนะที่พระเจ้ายังเมตตาเขา จึงทรง​ห้ามลาบัน​เมื่อ​คืน​นี้
ไม่งั้นเขาคงต้องจากไปตัวเปล่าเลยทีเดียว

แล้ว​ลา​บัน​ชวน​ยา​โคบ ทำ​พันธ​สัญ​ญา​กัน
โดยยา​โคบ​เอาศิลา​ก้อน​หนึ่ง​ตั้ง​ไว้​เป็น​เสา
แล้วคนอื่นก็​เก็บ​ก้อน​หิน​มา​กอง​สุม​ไว้
ลา​บัน ​ตั้ง​ชื่อ​กอง​หิน​นั้น​ว่า “เย​การ์​สห​ดู​ธา”
แต่​ยา​โคบ​ตั้ง​ชื่อ​ว่า “กา​เล​เอด” หรือ “มิสปาห์”
สัญญานั้น คือ
ถ้า​ยาโคบ​ข่ม​เหง​ลูกสาวของลาบัน หรือ​ยาโคบไปมี​ภรรยา​อื่น​ ขอพระเจ้าจัดการยาโคบ
และ หิน​กอง​นี้และเสานั้น ​เป็น​พยาน ลาบันและยาโคบ ​จะ​ไม่​ข้าม​กอง​หิน​นี้​ไป​ทำ​ร้ายอีกฝ่ายหนึ่ง

ยา​โคบ​ถวาย​เครื่อง​บู​ชา​บน​ภูเขา
แล้วก็ร่วม​รับ​ประ​ทาน​กันที่นั้น ​
พอรุ่งเช้า ลา​บัน​ จูบ​หลาน​และลูกสาว อวย​พร​พวก​เขา แล้ว​ก็​ออก​เดิน​ทาง​กลับ​บ้าน

– เมื่อยาโคบเริ่มไม่เป็นที่พอใจของลูกๆของลาบันและตัวลาบันเอง แล้วช่วงนั้นเองพระเจ้าก็ตรัสสั่งให้ยาโคบ กลับมายังแผ่นดินคะนาอัน

ดูเหมือนหลายครั้ง เมื่อพระเจ้าจะสั่งให้เราทำอะไร
มักจะมี สัญญาณที่สอดคล้อง ใกล้เคียงกับสิ่งนั้น เกิดขึ้นกับเราด้วย อยู่เสมอ

วันนี้ หากมีสัญญาณบางอย่างเกิดขึ้นกับเรา เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ ธรรมดา
เราควรรีบใช้เวลาแสวงหาพระเจ้า ถามพระองค์ว่า
พระองค์ต้องการให้เราทำอะไรเป็นพิเศษหรือไม่? อย่างไร?

– เพราะการที่ลาบัน ปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อยาโคบ อยู่นานหลายปี จึงทำให้ราเชล​และ​เล​อาห์​ ยินดีละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนของตน ติดตามยาโคบไปคะนาอัน อย่างเต็มใจ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเรา แท้จริงแล้วพระเจ้ากำลังเตรียมมันเพื่อใช้ให้เป็นพระพรแก่เราในอนาคตเสมอ

– พระเจ้าอธิบายให้ยาโคบฟังว่า ที่แพะแกะเป็นลายจุดมากมาย เพราะพระเจ้าทรง​เห็น​ความอยุติธรรม​สิ่ง​ที่​ลา​บัน​ทำ​แก่ยาโคบ พระเจ้าจึงประทานความยุติธรรมแก่ยาโคบ โดยการอวยพระพรเขา

เมื่อเราได้รับความไม่เป็นธรรม พระเจ้าผู้ทรงยุติธรรมจะเป็นผู้ตอบแทนเราอย่างเป็นธรรมเอง
เช่น ทำดีไม่มีใครเห็น พระเจ้าผู้ทรงเห็นทุกสิ่ง จะเป็นผู้อวยพระพรเราในสิ่งดีที่ทำนั้นเอง

– เมื่อยาโคบเชื่อฟังพระเจ้า เดินทางกลับมายังคะนาอัน ปรากฏว่าเขากลับตกอยู่ในอันตรายจากการตามล่าของลาบัน
แต่ปรากฏว่าเมื่ออันตรายนั้นใกล้มาถึง พระเจ้าจัดการให้เขาเอง ลาบันจึงไม่ทำอันตรายเขาแม้แต่เพียงเล็กน้อยเลย

เมื่อเราเชื่อฟังพระเจ้า แล้วเกิดปัญหาขึ้น ไม่ต้องห่วง พระเจ้าเคลียให้เอง

– เพราะยาโคบพึ่งพาพระเจ้าจึงปลอดภัย แต่เพราะราเชลพึ่งพารูปเคารพ จึงเกิดปัญหาจนเกือบต้องเอาชีวิตมาทิ้ง

เมื่อเราพึ่งพาสิ่งอื่นที่ไม่ใช่พระเจ้า มักสร้างปัญหาที่หนักขึ้นกว่าเดิม

– ที่ “กา​เล​เอด” หรือ “มิสปาห์” นั้น สำหรับลาบัน เป็นสัญลักษณ์ที่กั้นไม่ให้ยาโคบข้ามมาทำร้ายเขา
แต่สำหรับยาโคบแล้ว เป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้เขานะลึกว่า พระเจ้าทรงช่วยเขาให้พ้นมือของลาบัน และทรงนำเขากลับมาตามสัญญาด้วยทรัพย์สมบัติมากมาย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับบางคนอาจเป็นเรื่องของธุรกิจ เรื่องสวัสดิภาพ ฯลฯ
แต่สำหรับคนฝ่ายวิญญาณ ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเขามองเชื่อมโยงเข้ากับพระลักษณะของพระเจ้า จะมีความหมายในฝ่ายวิญญาณ สำหรับเขาเสมอ

– ใน ปฐก. 31:54 เป็นครั้งแรกในพระคัมภีร์ที่ใช้คำว่า “​เครื่อง​บู​ชา”​

คำคม

“ พระเจ้าจะรับผิดชอบ ชีวิตของผู้ที่เชื่อฟังพระเจ้า ”

สรุป ปฐมกาล 30

ภาพรวม

  • ยาโคบได้ภรรยาอีก 2 คนเป็นคนใช้ของเรเชลและเลอาห์ และมีบุตรชายอีกหลายคน จนมีบุตรชายมากถึง 11 คน จากนั้นก็ขอลา ลาบันกลับคะนาอัน แต่ลาบันก็ยับยั้งไว้

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 30 เพราะความอิจฉา ​ราเชล​เห็น​เลอาห์​พี่​สาวของนาง มีบุตรตั้ง 4 คน แต่นางไม่มีสักคน
นางขอให้ยาโคบ รับบิล​ฮาห์​สาว​ใช้​ของนาง เป็นภรรยา ยา​โคบ​ก็​ทำตาม
บิล​ฮาห์ ​ก็ให้กำเนิดบุตรชาย 2 คน ชื่อ​ว่า ดาน (ตัดสิน) และ นัฟทาลี (ปล้ำสู้)

เมื่อ​เลอาห์​เห็น​ดังนั้น จึง​ยก​ศิล​ปาห์​สาว​ใช้​ของ​นาง ให้​เป็น​ภรรยา​ของ​ยา​โคบด้วย
ศิล​ปาห์​ ก็ให้กำเนิดบุตรชาย 2 คน ชื่อ​ว่า​ว่า กาด (โชคดี) และ อาเชอร์ (ความสุข)

อยู่มาวันหนึ่ง รูเบน ได้พบและเก็บ​ผล​​ดู​ดา​อิม​ (สมุน​ไพร ซึ่ง​เชื่อ​กัน​ว่า​ ช่วย​ให้​ผู้​หญิง​ตั้ง​ครรภ์​ได้​ง่าย)
นำมาให้เล​อาห์​ พอรา​เชล​รู้เข้าจึงมาขอผลนั้นจากเลอาห์
เลอาห์จึงมอบให้ โดยมีเงื่อนไขว่า คืนนี้ราเชลต้องให้ยาโคบมานอนกับเลอาห์

คืน​​นั้น​ยา​โคบ​จึงไป​นอน​กับ​ลาเอห์
พระ​เจ้า​ทรง​ฟัง​เล​อาห์ นาง​ก็​ตั้ง​ครรภ์ แล้วคลอด​บุตร​ชาย​คน ชื่อ​ว่า อิส​สา​คาร์ (สินจ้าง)
ต่อ​มาเลอาห์​ก็​ตั้ง​ครรภ์​อีก แล้วคลอด​บุตร​ชาย​คน ชื่อ​ว่า เศ​บู​ลุน (ให้เกียรติ)
หลังจากนั้นเลอาห์​ก็​มี​บุตรหญิง​คน​หนึ่ง ตั้ง​ชื่อ​ว่า​ดีนาห์

พระ​เจ้า​ทรง​ระลึก​ถึง​และ​ทรง​ฟังคำอธิษฐานของ​ราเชล ด้วย
ทรง​ให้​นาง​​ตั้ง​ครรภ์​ แล้วคลอด​บุตร​ชาย​คน ชื่อ​ว่า โยเซฟ (ยกไป)

หลังจากนั้น ยา​โคบ​ก็​ขอ​ลา ​ลา​บัน​ เพื่อจะกลับไปคะนาอัน
แต่​ลา​บัน​ขอให้ยาโคบอยู่ต่อ เพราะยาโคบอยู่ด้วยแล้วพระเจ้าอวยพระพรลาบันมากมาย ​
ดังนั้นยาโคบจะ​เรียก​ค่า​จ้างเท่าไหร่ก็ได้

ยา​โคบ​จึงขอแกะ​และ​แพะ​ ที่​มี​จุด​และ​ด่าง​ทุก​ตัวให้​สัตว์​เหล่า​นี้​เป็น​ค่า​จ้าง​ของ​เขา
ลาบันก็ตอบตกลง
ลาบันจึงเอาแกะและแพะ ทั้ง​หมด​ที่​มี​สีขาว หรือ ​สีดำ ทั้งตัว ​มอบ​ให้​บุตร​ชาย​ของ​เขา​เลี้ยง
ส่วนแกะและแพะ ที่มีจุดด่างดำนั้น ปล่อยให้​ยาโคบช่วยเลี้ยง โดยแยกห่างกันเป็น​ระยะ​ทาง​การ​เดิน​ทาง​ 3 ​วัน (3 วัน ในที่นี้ น่าจะหมายถึงการเดินทางของฝูงสัตว์ 3 วัน เพราะสังเกตจากยาโคบหนีลาบันตามมาทันในเวลาไม่นานนัก) และ​ยาโคบ​ก็​เลี้ยง​สัตว์​ของ​ลา​บัน​ที่​เหลือ​นั้น

ยา​โคบ​เอา​กิ่ง​ไม้​สด​จาก​ต้นไม้บางชนิด ​มา​ปอก​เปลือก ให้​เห็น​ไม้​สีขาว
แล้ววาง​ไว้ใน​ราง​น้ำ​ที่​ฝูง​สัตว์​มา​กิน​น้ำ
เมื่อ​มัน​มา​กิน​น้ำ มัน​ก็​อยาก​ติด​สัด แล้วก็​ผสม​พันธุ์​กัน​ที่​ไม้​นั้น
ดัง​นั้น​ฝูง​สัตว์​จึง​มี​ลูก​ที่​มี​ลาย มี​ด่าง มี​จุด

ต่อมาเมื่อยา​โคบเห็นว่ามันได้ผล
​เมื่อ​สัตว์​ที่​แข็ง​แรง​ใน​ฝูง​จะ​ผสม​พันธุ์
ยา​โคบ​ก็​จัด​ไม้​วาง​ไว้​ที่​ราง​น้ำ​ให้​ฝูง​สัตว์​เห็น
แต่​เมื่อ​เป็นสัตว์​ที่​อ่อน​แอ ยา​โคบ​ก็​ไม่​ใส่​ไม้​นั้น​ไว้
ดัง​นั้น​สัตว์​ที่​อ่อน​แอ​จึง​ตก​เป็น​ของ​ลา​บัน
แต่​สัตว์​ที่​แข็ง​แรง​เป็น​ของ​ยา​โคบ

ยา​โคบ​ก็​มั่ง​มี​ยิ่ง​ขึ้น มี​ฝูง​แพะ​แกะ​มาก​มาย คน​ใช้​ชาย​หญิง และ​ฝูง​อูฐ​ฝูง​ลา

– เพราะความอิจฉาของราเชล จนทำให้ยาโคบมีลูกเมียน้อยเพิ่มขึ้น 4 คน และทั้ง 4 คนนี้ ก็มีส่วนร่วมโหวตเสียงให้ขายโยเซฟ บุตรชายของราเชลเป็นทาสในอียิปต์ ในอนาคต
ความอิจฉา มักนำผลร้ายมาสู่ตนมากกว่าที่คิด
อย่างไรก็ดี พระเจ้าก็ยังคงสามารถทำให้ ความอ่อนแอของมนุษย์ ให้นำไปสู่แผนการอันดีเลิศของพระเจ้าได้อยู่ดี

– ราเชลคิดว่า หากนางได้ผล​​ดู​ดา​อิม จะสามารถมีลูกกับยาโคบได้
แต่ผลปรากฏว่า เพราะการที่ราเชลได้ผล​​ดู​ดา​อิมไป กลับทำให้เลอาห์มีลูกเพิ่มอีก 3 คน
แผนการตามความคิดของมนุษย์ ย่อมไร้ผล หากพระเจ้าไม่อนุญาต

– เมื่อเรเชลจนปัญญาที่จะใช้วิธีของนางในการเอาชนะเลอาห์
นางอธิษฐานต่อพระเจ้า (ข้อ22)อย่างจนปัญญาแล้ว และพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของนาง
ทำให้ราเชลผู้เป็นหมัน มีบุตรชายได้ แม้นางจะอายุมากขึ้นแล้วก็ตาม
ก่อนหน้านี้ราเชลคงอธิษฐานมาแล้วหลายครั้ง แต่ตอนนั้นดูเหมือนนางยังไม่จนปัญญา ยังมีแผนเยอะอยู่ ทั้งเรื่องศิลปาห์และผล​​ดู​ดา​อิม

เมื่อเราร้องทูลพระเจ้าด้วยสุดใจ แบบมีพระเจ้าเท่านั้นที่ทรงช่วยเราได้ พระองค์จะทรงตอบเราอย่างแน่นอน

– ลาบันได้รับพระพรมากมาย เมื่อเขาต้อนรับยาโคบเอาไว้
เมื่อเราทำสิ่งที่ดีต่อคนที่พระเจ้าอวยพร เป็นการเปิดประตูพระพรมาสู่ชีวิตของเรา

– ตาม​ข้อ​เสนอ​ของ​ยาโคบ ลา​บัน​น่า​จะ​ได้​เปรียบ เพราะ​โดย​ปกติ​ลูกแกะ​ที่​เกิด​มามัก​จะ​มี​สี​ขาว ส่วน​ลูก​แพะมัก​มี​สี​ดำ
แต่เมื่อพระเจ้าจะอวยพร ยาโคบก็ได้รับพรอยู่ดี
การให้สัตว์มองไม้แล้วออกลูกเป็นจุดด่างนั้น มี​โอกาส​เป็น​จริง​ได้​น้อย​มาก​ตาม​เหตุผล​ทาง​วิทยา​ศาสตร์ แต่​เพราะ​พระเจ้า​ทรง​เข้า​มา​แทรก​แซง​ และ​ทรง​ทำ​ให้​ผลที่เกิด​ขึ้น​ เป็นไปตาม​ที่​ยาโคบ​ปรารถนา

ถ้าพระเจ้าจะอวยพร ไม่ว่าคนอื่นจะเอาเปรียบเรายังไง เราก็จะได้รับพระพรอยู่ดี

คำคม

“ ผู้ที่พระเจ้าจะอวยพร จะได้รับพระพร ”

สรุป ปฐมกาล 29

ภาพรวม

  • ยาโคบเดินทางมาถึงฮาราน และได้แต่งงานกับเลอาห์และราเชล ลูกของลุงลาบัน โดยต้องแลกด้วยการทำงานรับใช้ลาบัน 14 ปี

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 29 เมื่อยา​โคบ​เดิน​ทาง​มา​ถึงบ่อน้ำแห่งหนึ่งใกล้เมืองฮาราน
ที่บ่อนั้น ​คน​เลี้ยง​แกะจะรอมาพร้อมๆกันแล้วจึง​​ตัก​น้ำ​จาก​บ่อ​นั้น​ให้​ฝูง​แพะ​แกะ​กิน จากนั้นก็จะเอาหิน​ใหญ่​ปิด​ปาก​บ่อไว้ น่าจะเพื่อความเป็นธรรมเพราะน้ำในช่วงเวลานั้นคงจะหายาก

เมื่อ​ยา​โคบ​กำลังสอบถามคนเลี้ยงแกะเกี่ยวกับลาบัน ราเชล​ลูกสาวลาบัน ก็มาพร้อม​ฝูง​แพะ​แกะ​ของพ่อ
เมื่อ​ยา​โคบ​รู้ว่า นั่นคือ ​ราเชล​ ลูกสาวของลุง​ลาบัน​ ยาโคบก็รีบ​เข้า​ไป​ใกล้ กลิ้ง​หิน​ออก​จาก​ปาก​บ่อ​น้ำ
แล้วเอา​น้ำ​ให้​ฝูง​แพะ​แกะ​ของ​ลาบัน​

หลังจากแนะนำตัวกันแล้ว ยาโคบ​จูบ​ราเชล​แล้ว​ร้อง​ไห้​เสียง​ดัง (ไม่ได้จูบแบบหนุ่มสาว แต่เป็นการจูบทักทายตามธรรมเนียม)
เมื่อราเชลรู้ว่ายาโคบเป็นใคร ​ก็​วิ่ง​ไป​บอกลาบัน
​ลาบัน ก็​วิ่ง​ไป​พบ​และ​กอด​จูบ​ยาโคบ​ แล้วพา​มา​บ้าน
ยา​โคบ​ก็​เล่า​เรื่อง​​ทั้ง​หมด​ให้​ลาบัน​ฟัง

ลาบัน​ก็ให้ยาโคบ​ก็​พัก​อยู่​กับ​เขา​เดือน​หนึ่ง
แล้ว​ยาโคบก็ขอราเชล จากลาบัน​ โดยยาโคบยินดีทำงานให้ลาบันฟรีๆ 7 ปี
ลาบันก็ตกลง

ยา​โคบ​จึงรับ​ใช้​ลาบันอยู่ 7 ​ปี
สำหรับยาโคบแล้ว 7 ปี ถือว่าไม่นานเลยเพราะ​เขา​รัก​ราเชล

พอครบ 7 ปี ลาบัน​ก็ยก เลอาห์ ลูกสาวคนโตของเขา ที่นัยตาเซื่องซึม ให้แก่ยาโคบ
โดยให้เหตุผลว่า ตามธรรมเนียมของเขา พี่ต้องแต่งก่อนน้อง
แล้วลาบันก็ยกราเชลให้ยาโคบด้วย ในอีก 7 วันต่อมา
โดยมีเงื่อนไขว่า ยาโคบต้องทำงานรับใช้ลาบันต่อไปอีก 7 ปี

พระเจ้าทรง​เห็น​ว่า​ยา​โคบ​ไม่​รัก​เลอาห์ จึง​ทรง​ให้​เลอาห์​ตั้ง​ครรภ์
แต่​ราเชล​นั้น​เป็น​หมัน
เลอาห์ ให้กำเนิดบุตรชายแก่ ยาโคบ 4 คนได้แก่
1. รูเบน (“ดู​ซิ บุตร​ชาย​แน่ะ”)
2. สิ​เม​โอน (“ได้ยิน”)
3. เลวี (“สนิทสนม”)
4. ยูดาห์ (“สรรเสริญ”)
แล้ว​นาง​ก็​หยุด​มี​บุตร

– เมื่อยาโคบมาใกล้จะถึงฮาราน ก็ได้พบราเชลพอดี เป็นการจัดเตรียมของพระเจ้า

– ยาโคบยินดีรับใช้ลาบัน 7 ปี เพราะความรักที่เขามีต่อราเชล และแม้จะต้องแถมอีก 7 ปี เขาก็ยังยืนดี
การทำอะไรเพื่อคนที่เรารักนั้น แม้บางครั้งจะหนักหนา แต่ก็ไม่เป็นภาระหนักเลย
วันนี้ การรับใช้ที่เราทำเพื่อพระเจ้า เป็นภาระหนักสำหรับเราหรือไม่?

– ราเชลสวนกว่าเลอาห์ ยาโคบจึงรักราเชลมากกว่าเลอาห์
แต่พระเจ้ากลับเลือก ยูดาห์ลูกคนสุดท้อง ของ เลอาห์ผู้สวยน้อยกว่า ให้เป็นต้นตระกูลของพระคริสต์
วิธีเลือกของพระเจ้า ไม่เหมือนอย่างที่มนุษย์มองหรือมนุษย์เข้าใจ
วันนี้ คนอาจมองข้ามเราไป แต่พระเจ้าไม่เคยมองข้ามเรา

คำคม

“ วิธีเลือกของพระเจ้า ไม่เหมือนอย่างที่มนุษย์เข้าใจ ”

สรุป ปฐมกาล 28

ภาพรวม

  • อิสอัคส่งยาโคบไปหาภรรยาจากครอบครัวลาบัน ตามที่เรเบคาห์ขอร้อง ระหว่างทางที่ไปนั้นยาโคบได้พบกับพระเจ้าที่เบธเอล พระองค์ทรงสัญญาที่จะอวยพระพรแก่ยาโคบ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 28 เมื่อเรเบคาห์ขอร้องอิสอัค ให้ส่งยาโคบไปหาภรรยาจากคนที่บ้านเกิดของนาง
แล้ว​อิสอัค​จึงเรียก​ยาโคบ​มา อวยพร​​และ​ย้ำ​ว่า อย่า​แต่ง​งาน​กับ​หญิง​คา​นา​อัน แต่​ให้ไป​ปัด​ดาน​อา​รัม เพื่อไป​แต่ง​งาน​กับ​บุตร​หญิง​คน​หนึ่ง​ของ​ลาบันลุงของเขา
ยาโคบ​จึงไป​ปัด​ดาน​อา​รัม เพื่อไป​หา​ลา​บัน

ฝ่าย​เอซาว​เห็น​ว่า​อิสอัค​อวย​พร​ยา​โคบ และ​ส่ง​เขา​ไป​​หา​ภรรยาที่ไม่ใช่หญิง​คา​นา​อัน
​เอซาว​จึง​ไป​รับ​มา​หะ​ลัท​บุตร​สาว​ของ​อิช​มา​เอล​ ​มา​เป็น​ภรรยา นอก​เหนือ​ภรรยา​ซึ่ง​เขา​มี​อยู่​แล้ว

เมื่อยา​โคบ​ออก​จาก​เบ​เออร์​เช​บา​ เพื่อจะไป​ยัง​ฮา​ราน
เขาได้พัก​ค้างคืน ณ ที่แห่งหนึ่ง
ที่นั่น เขา​ฝัน​ว่า​ มี​บัน​ได​อัน​หนึ่ง​ตั้ง​ขึ้น​​ถึง​ฟ้า​สวรรค์ มีทูตสวรรค์​กำลัง​ขึ้น​ลง​อยู่​บนบันได​นั้น
พระเจ้าทรง​ยืน​เหนือ​บันได และ​ตรัส​ว่า อวยพรเขา

เมื่อยาโคบ​ตื่น​ขึ้น จึง​ว่า พระเจ้าทรงสถิตที่​นี้​แน่​ที​เดียว
เขาจึงเอา​ก้อน​หิน​ซึ่ง​ใช้​หนุน​ศีรษะ ตั้ง​ขึ้น​เป็น​เสา​ศักดิ์​สิทธิ์ และ​เท​น้ำ​มัน​บน​ยอด​เสา​นั้น
และ​เรียก​ที่​นั้น​ว่า​เบธ​เอล (บ้านของพระเจ้า)
แล้ว​เขาก็​ปฏิ​ญาณ​ว่า ถ้าสิ่งที่พระเจ้าอวยพรนั้นเกิดขึ้นจริง เขา​จะ​ถวาย​หนึ่ง​ใน​สิบ​แด่​พระ​องค์

– เพราะภรรยาชาวฮิตไทด์ทั้งสองของเอซาว ที่ทำให้อิสอัคและเรเบคาห์ต้องขมขื่นใจ จึงเป็นแรงผลักดันให้ ยาโคบต้องไปหาภรรยาจากหมู่ญาติ ไม่ใช่จากหญิงคะนาอัน
สิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้น พระเจ้าสามารถทำให้เกิดเป็นผลดีต่อเราได้เสมอ

– อิสอัค อวยพรยาโคบ ในพระนามของ​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​มหิทธิ​ฤทธิ์​ (ในภาษาฮีบรู คือ เอลชัดดัย)

– เอซาวพยายามทำให้พ่อพอใจ โดยไปแต่งงานหญิงสาวเพิ่มอีกสักคน ที่อยู่ในหมู่ญาติ คือ ลูกสาวของอิชมาเอล (ขณะนั้น อิชมาเอลเสียชีวิตไป ราว 14 ปี แล้ว) แต่ดูเหมือนก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น
การพยายามทำให้มนุษย์พอใจ โดยไม่สนใจว่าพระเจ้าทรงคิดอย่างไร จะไม่ได้นำประโยชน์ที่แท้จริงมาสู่ชีวิต

– พระเจ้าได้ทรงสัญญากับอับราฮัม(ปฐก. 22:16-18) และทรงสัญญากับอิสอัค(ปฐก. 26:3-4)
บัดนี้พระเจ้าก็ทรงย้ำคำสัญญานั้นแก่ยาโคบ (ปฐก. 28:13-15)
เมื่อพระเจ้าทรงสัญญา พระองค์จะไม่ลืมสัญญา แม้ว่าคู่สัญญาจะจากโลกนี้ไปแล้วก็ตาม
เมื่อพระเจ้าทรงสัญญา คำสัญญานั้น ไม่เพียงเป็นของอับราฮัมเท่านั้น แต่ทรงสัญญากับอิสอัคด้วย
และทรงสัญญาแก่ยาโคบเองด้วย เป็นคำสัญญาที่สดใหม่

วันนี้ สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้กับอับราฮัม พระองค์ก็ทรงสัญญากับเราเป็นส่วนตัวด้วย
และพระองค์จะทรงรักษาสัญญานั้นอย่างแน่นอน ขอเพียงแต่เรายึดมั่นในความเชื่อวางใจในพระองค์เอาไว้ให้มั่น

– ก่อนหน้านี้ ยาโคบ เป็นลูกคุณหนู อยู่ในบ้านเศรษฐี มีแม่คอยดูแลเอาใจใส่ทุกอย่าง บัดนี้ยาโคบกำลังต้องเดินทางไปเผชิญโลกแต่ลำพัง สิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับเขา คือ การได้พบกับพระเจ้า
พระเจ้าจึงมาพบเขา ที่เบธเอล

วันนี้ หากเรากำลังจะเผชิญการท้าทายครั้งใหม่ในชีวิต สิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับคือ การได้พบกับพระเจ้า
จงใช้เวลาแสวงหาพระเจ้าอย่างสุดใจ แล้วเราจะได้พบกับพระองค์แน่นอน
(ยรม. 29:13 เจ้า​จะ​แสวง​หา​เรา​และ​พบ​เรา​เมื่อ​เจ้า​แสวง​หา​เรา​ด้วย​สิ้น​สุด​ใจ​ของ​เจ้า’)

คำคม

“ การได้พบพระเจ้า ทำให้เราพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง ”

สรุป ปฐมกาล 27

ภาพรวม

  • เรเบคาห์ ได้ยินว่า อิสอัคจะยกพรทั้งหมดให้แก่เอซาว จึงมีออกอุบายให้ยาโคบ เข้าไปรับพรนั้นมาแทน เมื่อเอซาวทราบเรื่องจึงโกรธแค้นมาก และหมายมั่นจะฆ่ายาโคบให้ได้

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 27 ​อิสอัค​อายุมากแล้ว จึงอยากส่งต่อพระพรของเขาให้แก่เอซาว จึงเรียก​เอซาว​​มา และบอกให้เขาไป​ที่​ท้อง​ทุ่ง หา​เนื้อ​มาทำอาหารให้แก่อิสอัค เพื่ออิสอัค​จะ​ได้​อวย​พร​แก่เขา

​เร​เบ​คาห์​แอบ​ฟัง​สิ่งที่อิสอัคพูดกับเอซาว
ดังนั้นเมื่อ​เอซาวกำลัง​ออก​ไป​​หา​เนื้อ​
เร​เบ​คาห์เล่าให้​ยาโคบ​ฟัง แล้วสั่งยาโคบ ให้ไป​เอาลูก​แพะ​ดีๆ จากฝูง​แพะ​ ​2 ​ตัว​ มา​ให้นาง เพื่อจะ​เอา​มัน​ปรุง​อาหาร​ที่อิสอัค​ชอบ แล้วจะให้ยาโคบ​นำ​ไป​ให้​พ่อ เพื่อพ่อ​จะ​อวย​พร​เขา​ก่อน​ท่าน​ตาย

ยาโคบ​ แย้งว่า เดี๋ยวพ่อจับได้ จะถูก​สาป​แช่ง​แทนที่จะได้พร
เรเบคาห์​ตอบยาโคบ ว่า ​ถ้าจะถูกแช่ง ขอคำ​สาป​แช่ง​ของ​ยาโคบตก​อยู่​กับ​นางเถิด ขอเพียงเขาเชื่อ​ฟัง​แม่​ก็พอ

ยาโคบจึง​ทำตามที่แม่บอก
แล้ว​เร​เบ​คาห์​นำ​เสื้อ​อย่าง​ดี​ที่​สุด​ของ​เอซาว มา​สวม​ให้​ยาโคบและเอา​หนัง​ลูก​แพะ​หุ้ม​มือ​และ​คอ​​ของ​เขา
แล้วมอบ​อาหาร​ให้​ยาโคบ​เพื่อนำไปอิสอัค

อิสอัคเนื่องจากตามัวแล้ว จึงจำไม่ได้ว่าเป็นยาโคบ นึกว่าเป็นเอซาว
เนื่องจาก ยาโคบบอกว่า เขาเป็นเอซาว และพอ​คลำ​ดู​ ​มือ​เป็น​มือก็เหมือนเอซาว ตอนอิสอัคจูบเขาคอก็มีขน กลิ่น​ที่​เสื้อก็เป็นกลิ่นเอซาว
ดังนั้น อิสอัคจึงอวยพรยาโคบ

ต่อมาเมื่อเอซาว​นำอาหาร​มา​ให้​อิสอัค แล้วขอพรจากอิสอัค
อิสอัค ก็ตกใจ​ตัว​สั่น​มาก​ยิ่ง​นัก พูด​ว่า ยาโคบมาหลอกเอาพรของเอซาวไปหมดล้ว
เอซาว​ได้​ยิน​ถ้อย​คำ​ของ​บิดา​ก็​ร้อง​ตะโกน​เสียง​ดัง​ด้วย​ความ​ขม​ขื่น​ยิ่ง​นัก
เอซาว​พูด​ว่า ยาโคบ​หลอก​เขา 2 ​หน​​แล้ว ​คราวก่อนเอา​สิทธิ​บุตร​หัวปี​​ไป และ​คราว​นี้​ก็เอา​พร​ของเขา​ไป​อีก​

​เอซาว​จึงเกลียด​ชัง​ยาโคบอย่างยิ่ง และรำพึงว่า พ่อตายสันใด เขาจะ​ฆ่า​ยาโคบ​วันนั้น
เมื่อเร​เบ​คาห์ทราบเรื่อง จึงบอกยาโคบให้​หนี​ไป​หา​ลาบัน​พี่​ชาย​ของ​นาง​ที่​ฮาราน
และ​อยู่ที่นี่น​จน​กว่า​ความ​เกรี้ยว​กราด​ของเอซาววจะลด​ลง

แล้วเร​เบ​คาห์​ก็พูด​กับ​อิสอัค​ว่า
นางเบื่อ​ชีวิต​ของ​ฉัน​เหลือ​เกิน เพราะ​ลูกสะใภ้ชาว​ฮิต​ไทต์ภรรยาของเอซาว ถ้า​ยาโคบ​ได้ภรรยาชาว​ฮิต​ไทต์อีก คงนางคงไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป

– เมื่อเรเบคาห์วางแผนให้ยาโคบขโมยพระพรจากเอซาว ยาโคบลังเล ไม่ใช่เพราะไม่อยากทำ แต่เพราะกลัวพ่อจะจับได้
– เรเบคาห์ ช่างรู้ใจอิสอัค รู้ว่าอิสอัคจะตรวจสอบด้วยการลูบมือ จับคอ และดมกลิ่น นางจึงเตรียมการอย่างรัดกุมให้แก่ยาโคบ
– ช่างบังเอิญอะไรขนาดนั้น ที่เสื้ออย่าง​ดี​ที่​สุด​ของ​เอซาว​ มาอยู่กับเรเบคาห์พอดี
– ภรรยาชาวฮิตไทด์ทั้งสอง ของเอซาว ก็ช่างเหมาะเจาะ เพราะเวลาเลือกนางทั้งสองมาเป็นภรรยา และนางทั้งสองก็ทำกับเรเบคาห์เจ็บแสบมาก จึงน่าจะเป็นเหตุให้เรเบคาห์ตัดสินใจเด็ดขาด เป็นไรเป็นกัน จะไม่ยอมให้พระพรจากอิสอัคทั้งหมด ตกไปเป็นของสามีของนางทั้งสอง คือ เอซาว อย่างเด็ดขาด
และเพราะพฤติกรรมของนางทั้งสอง จึงเป็นเหตุให้ยาโคบ ผู้ที่พระเจ้าเลือกสรรไว้ ได้ไปพบกับภรรยาซึ่งไม่ใช่ชาวคะนาอัน แต่เป็นคนในตระกูลเดียวกันกับอับราฮัม
>>> ท่ามกลางความโลภ ความเห็นแก่ตัว ความลำเอียง การโกหกหลอกลวง การเลือกคู่ครองแบบไม่สนใจพระเจ้า ฯลฯ พระเจ้ายังคงสามารถใช้จุดอ่อนของมนุษย์เหล่านี้ ทำให้แผนการอันดีเลิศของพระเจ้า สำเร็จเป็นจริงได้อยู่ดี

วันนี้ไม่ว่าคนรอบข้างเราจะเป็นเช่นไร แผนการอันดีเลิศของพระเจ้า สำหรับชีวิตของเราก็ยังจะสำเร็จอยู่ดี

– เอซาวกล่าว​ว่า ​ยาโคบ หลอก​เขา ​เอา​สิทธิ​บุตร​หัวปี​ของ​เขา​ไป
เอซาวช่างไม่สำนึกเลยว่า ความผิดนั้นไม่ใช่ของยาโคบ ผู้ปรารถนาพระพรสิทธิหัวปี แต่เป็นความผิดของเอซาวผู้ดูหมิ่นสิทธิบุตรหัวปี
และเพราะการกระทำดังกล่าวของเขานั้น จึงเป็นให้เขาสูญเสียพระพรที่จะมาถึงบุตรหัวปีไป

เมื่อเราทำผิด แต่ไม่สำนึกในความผิดนั้น จะไม่นำไปสู่การกลับใจใหม่อย่างแท้จริง
คนที่ไม่สำนึกว่าตนเองผิดจริงๆ คนเช่นนั้นจะโทษคนอื่น ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขานี้ เป็นเพราะคนนั้น คนนี้ เสมอ

วันนี้ เราสำนึกผิดจริงๆ ที่จะนำไปสู่การกลับใจใหม่แล้วหรือยัง?

คำคม

“ ไม่ว่าแผนของมนุษย์จะเป็นอย่างไร แผนของพระเจ้าก็ยังจะสำเร็จอยู่ดี ”

สรุป ปฐมกาล 26

ภาพรวม

  • อิสอัคพาครอบครัวหนีกันดารอาหารมาอยู่ในเมืองของฟิลิสเตีย พระเจ้าทรงอวยพรเขามากมายจนเป็นที่อิจฉาของผู้คน จนกษัตริย์ฟิลิสเตียต้องขอให้เขาย้ายออก

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 26 หลังจากที่อิสอัคได้ลูกแฝดตอนอายุ 60 ปี ต่อ​มา​เกิด​การ​กัน​ดาร​อาหาร​ใน​ดิน​แดนที่เขาอยู่
อิสอัค​จึงคิดจะอพยพไปที่อื่น

พระ​เจ้าจึงมาบอกว่า อย่า​ไป​อียิปต์​เลย อาศัย​ใน​แผ่น​ดิน​คะนาอันต่อไป แล้วพระเจ้า​จะ​อยู่​กับ​เขา​และ​อวย​พร​เขาพระองค์​จะ​ทวี​เชื้อ​สาย​ของ​เจ้า​ให้​มาก​ขึ้น​ดัง​ดาว​บน​ฟ้า และ​ประ​ชา​ชาติ​ทั้ง​หมด​ใน​โลก​จะ​ได้​รับ​พร​ก็​เพราะ​เชื้อ​สาย​ของ​เขา

อิสอัค​จึงไป​อาศัย​อยู่​ใน​เก-ราร์ ซึ่งเป็นของ​ชาว​ฟีลิส​เตีย
เขาบอกชาวเมืองนั้น ​ว่า เรเบคาห์เป็น​น้อง​สาว​ของเขา เพราะ​ท่าน​กลัว​ชาว​เมือง​จะ​ฆ่า​เขา​เพื่อ​แย่ง​​เร​เบ​คาห์
ต่อมาวันหนึ่ง อา​บี​เม​เลค​ กษัตริย์​ชาว​ฟีลิส​เตีย​ (น่าจะเป็นคนละอาบีเมเลค ใน ปฐก.20 สมัยของอับราฮัม เพราะเวลาผ่านมา 100 ปีแล้ว ) ทรง​มองลงมา เห็น​อิสอัค​กำลัง​ทำตัวใกล้ชิดสนิทสนทกับ​เร​เบ​คาห์แบบสามี​ภรรยา​

อา​บี​เมเลค​จึง​เรียกอิสอัค มาถาม จนรู้ความจริง​
อา​บี​เม​เลค​จึงตำหนิอิสอัคว่า ไม่ควรทำเช่นนี้ เพราะหากมีใครไปเอาเรเบคาห์มาเป็นภรรยา ความผิด​มา​สู่​พวก​เขา
อา​บี​เม​เลค​จึง​ทรง​บัญชา​ประ​ชา​ชน​ ว่า
“ใคร​แตะ​ต้อง​ชาย​คน​นี้​และ​ภรรยา​ของ​เขา จะ​ต้อง​ตาย​แน่”

อิสอัค​หว่าน​พืช​ใน​ดิน​แดน​นั้น ใน​ปี​เดียว​กัน​ก็​เก็บ​ผล​ได้​ 100 ​เท่า
เพราะพระเจ้า​ทรง​อวย​พร​เขา
อิสอัค​ก็​ร่ำ​รวย​และ​มั่ง​มี​ขึ้น​เรื่อยๆ ​มี​ฝูง​แกะ ฝูง​โค​และ​มี​บริ​วาร​มาก​มาย

ชาว​ฟีลิส​เตีย​ก็​อิจฉา​ท่าน จนรังแกอิสอัคโดยการ​เอา​ดิน​ถม​บ่อ​น้ำทุก​บ่อ​ ซึ่งเป็นของอิสอัค ที่คนใช้ของอับราฮัมเคยขุดไว้

เพื่อป้องกันการทะเลาะ อา​บี​เม​เลค​จึงขอให้​อิสอัค​ไป​เสีย​
อิสอัค​จึง​ไป​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ที่​ลำ​ห้วย​เก-ราร์​ แล้วก็​ขุด​บ่อ​น้ำ ของ​อับ​รา​ฮัมที่ชาว​ฟีลิส​เตีย​เคย​ถม​ไว้
ปรากฏว่า คน​เลี้ยง​สัตว์​ของ​เก-ราร์​ก็​มาบอก​ว่า “น้ำ​นั้น​เป็น​ของ​เรา”

อิสอัคจึงไป​ขุด​บ่อ​น้ำ​อีก​บ่อ​หนึ่ง
แต่พวกเขาก็ตามมา​ทะเลาะ​กัน​ ​เรื่อง​บ่อ​นั้น​ด้วย

อิสอัคจึงย้าย​จาก​ที่​นั่น​ ไป​ขุด​อีก​บ่อ​หนึ่ง บริเวณ​ที่​กว้าง
คราวนี้พวกเขาก็ไม่ตามมาทะเลาะอีก

หลังจากนั้น อิสอัค​ก็​ออก​จาก​ที่​นั่น​ไป​ยังทางเหนือ ห่างออกไป ราว 30 กม.
พระ​เจ้า​ทรง​ปรา​กฏ​แก่​เขา ตรัส​ว่า “…อย่า​กลัว​เลย เพราะ​เรา​อยู่​กับ​เจ้า​และ​จะ​อวย​พร​เจ้า และ​ทวี​เชื้อ​สาย​ของ​เจ้า​ให้​มาก​ขึ้น…”
เขา​จึง​สร้าง​แท่น​บูชา​ที่​นั่น และ​นมัส​การ​ที่นั่น
แล้ว​ขุด​บ่อ​น้ำ​บ่อ​หนึ่ง​ที่​นั่น​ด้วย

ต่อมาอา​บี​เม​เลคและทีม ได้ไป​หา​อิสอัค
พวก​เขา​บอกว่า พวกเขาเห็น​ชัด​เจน​แล้ว​ว่า พระเจ้าทรง​อยู่​กับ​ท่าน
พวกเขาจึงต้องการทำสันถวไมตรีกับอิสอัค ที่จะไม่ทำร้ายกันตลอดไป
อิสอัคก็ตอบตกลง และตอบรับพวกเขาอย่างดี

ในวันนั้น ​คน​ใช้​ของ​อิส​อัค​มา​บอก​ข่าวดีแก่เขา ​ว่า “เรา​พบ​น้ำ​แล้ว”
อิสอัคจึงจี้งชื่อบ่อ​นั้น​ว่า “ชิ​บาห์” แปลว่า สาบาน (ออกเสียงคล้าย “เชบา”)
เมือง​นั้น​จึง​มี​ชื่อ​ว่า “เบ​เออร์​เช​บา” ในเวลาต่อมา

เมื่อ​เอซาว​มี​อายุ 40 ปี เขา​ได้ภรรยาคน​ฮิตไทต์ 2 คน คือ ​ยูดิธ​ ​และ​ ​บา​เส​มัท
ซึ่งพวกนาง​ทำ​ให้​ชีวิต​อิส​อัค​และ​นาง​เร​เบ​คาห์​ ขม​ขื่น

– เกิดกันดารอาหารขึ้นในดินแดน ที่พระเจ้าบอกว่าจะอวยพร
ดูเหมือนสิ่งที่เห็น กับสิ่งที่พระเจ้าบอกจะไม่ใกล้เคียงกันเลย
แต่อิสอัคยังคงเชื่อฟังพระเจ้า อยู่ในดินแดนนั้นต่อไป
ซึ่งในเวลาต่อมาอีกไม่นาน เขาก็ได้กลายเป็นชายที่สุดมั่งคั่งในดินแดนนั้น

วันนี้ เราอาจจะยังไม่เห็นสิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้
มองดูสถานการณ์รอบข้างก็ไม่ใกล้เคียงเลย
จงยึดมั่นในความเชื่อต่อไป ในเวลาอีกไม่นานเกินรอ
เราจะได้รับสิ่งที่ทรงสัญญาอย่างเต็มขนาดอย่างแน่นอน

– น่าสังเกตว่า อิสอัค ทำพลาด เหมือนอับราฮัมบิดาของเขา เขาหวาดกลัว จนไม่กล้าพูดความจริง ทั้งที่พระเจ้าทรงสถิตอยู่กับเขา
การกระทำของเรา ไม่ได้มีผลแค่ต่อเราเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อลูกหลานของเราด้วย
ที่จะมีแนวโน้มทำผิดพลาดเหมือกับเรา
ดังนั้น จงระมัดระวังในการดำเนินชีวิต
และ ถ้าพลาดไปแล้ว จงนำมันมาเป็นบทเรียน สอนลูกหลานของเรา
เพื่อพวกเขาจะไม่ผิดพลาดเช่นเดียวกับเรา

– คนฟลิสเตียอิจฉาและรังแกอิสอัค จนเขาต้องย้ายหนีถึง 4 ครั้ง สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ใช้บ่อสุดท้ายนั้นอยู่ดี แต่ย้ายไปอยู่ที่ชินาห์
แต่ผลสรุปสุดท้ายของเรื่องนี้ ก็คือยิ่งอิสอัคโดนแกล้ง แบบพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย
กลับยิ่งมั่งคั่ง จนเป็นที่เกรงกลัว ถึงขนาดกษัตริย์ของฟิลิสเตียต้องพาพวกมาทำสันถวไมตรีด้วย

เมื่อเราถูกเอาเปรียบ จงยำเกรงพระเจ้าต่อไป แล้วรอดูว่าพระเจ้าจะทรงอวยพระพรเรามากมายเพียงใดผ่านเหตุการณ์ในครั้งนั้น

– อิสอัค แม้ยังไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง แต่เพราะพระเจ้าอวยพรเขา ใน​ปี​เดียว​เขา​ก็​เก็บ​ผล​ได้​ 100 ​เท่า
ไม่สำคัญเลยว่า เรามีอะไร หรือยังไม่มีอะไร ขอเพียงแต่พระเจ้าจะอวยพรเรา เราก็จะได้รับพระพรมากล้นเป็นแน่

– ภรรยาทั้งสองของเอซาว นอกจากไม่สร้างความชื่นใจให้อิสอัคและเรเบคาห์แล้ว ยังสร้างความขมขื่นใจให้อีกด้วย
เลือกคู่ครองผิด ไม่ใช่แค่ตนเองจะทนทุกข์ แต่คนรอบช้างก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย

คำคม

“ ถ้าพระเจ้าจะอวยพร แม้เป็นคนเร่ร่อน ก็ยังมั่งมีได้ ”

สรุป ปฐมกาล 25

ภาพรวม

  • อับราฮัมได้ภรรยาอีกคน แล้วก็มีบุตรอีกหลายคน ก่อนจะจากโลกนี้ไปด้วยวัย 175 ปี แล้วอิสอัคก็ได้ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของอับราฮัม และต่อมาก็ได้ลูกชายฝาแฝด 2 คน คือ เอซาวและยาโคบ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 25 หลังจากซาราห์ตายไป เมื่ออับราฮัมอายุราว 140 ปี เขาก็​ได้​ภรรยา​อีก​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ เคทู​ราห์

ดังนั้นอับราฮัม มีภรรยา 3 คน
1. ซาราห์ มีบุตรชื่อ
— 1.1 อิสอัค (มีอายุรวม 180 ปี) บุตรชื่อ
——- 1.1.1 เอซาว
——- 1.1.2 ยาโคบ
2. ฮาการ์ มีบุตรชื่อ
— 2.1 อิชมาเอล (มีอายุรวม 137 ปี) มีบุตรชื่อ
——- 2.1.1 เน​บา​โยธ​
——- 2.1.2 เค​ดาร์
——- 2.1.3 อัด​บี​เอล
——- 2.1.4 มิบสัม
——- 2.1.5 มิชมา
——- 2.1.6 ดูมาห์
——- 2.1.7 มัสสา
——- 2.1.8 ฮาดัด
——- 2.1.9 เทมา
——- 2.1.10 เยทูร์
——- 2.1.11 นาฟิช
——- 2.1.12 เค​เด​มาห์
3. เคทูราห์ มีบุตรชื่อ
— 3.1 ศิม​ราน
— 3.2 โยก​ชาน มีบุตรชื่อ
——- 3.2.1 เชบา​
——- 3.2.2 เดดาน มีบุตรชื่อ
>>>>>>> อัส​ชูริม , เล​ทู​ชิม​ และ ​เล​อุม​มิม
— 3.3 เม​ดาน
— 3.4 มีเดียน มีบุตรชื่อ
——- 3.4.1 ​เอฟาห์
——- 3.4.2 เอ​เฟอร์
——- 3.4.3 ฮาโนค
——- 3.4.4 อาบีดา​
——- 3.4.5 เอล​ดา​อาห์
— 3.5 อิช​บาก
— 3.6 ชูอาห์

อับ​รา​ฮัม​มอบ​ทุก​สิ่ง​ที่​ท่าน​มี​แก่​อิสอัค
แต่​ให้​ของ​ขวัญ​แก่​บุตร​หลาน​ของ​พวก​ภรรยา​น้อย
แล้ว​ให้​พวก​เขา​แยก​ไป​จาก​อิสอัค​ ไป​ยัง​ดิน​แดน​ตะวัน​ออก

อับ​รา​ฮัม​จากโลกนี้ไป ตอนอายุ 175 ปี
อิสอัค​และ​อิช​มา​เอล​ จึง​ฝังศพของอับราฮัม​ไว้​ใน​ถ้ำ​มัคเป-ลาห์ ที่เดียวกับซาราห์​

อิส​อัค​อา​ศัย​อยู่​ต่อไปที่​เบ​เออ​ลา​ไฮ​รอย
พระ​เจ้า​ทรง​อวย​พร​แก่​อิสอัคมากมาย
– อายุ 40 ปี​ ​ได้​ภรรยาแสนสวย คือ เร​เบ​คาห์
– เรเบคาห์เป็นหมัน อิสอัค​อธิษ​ฐาน​ต่อ​พระเจ้า พระ​องค์ตอบคำ​อธิษ​ฐาน
เร​เบ​คาห์​​ก็​ตั้ง​ครรภ์ลูกฝาแฝด ตอนอิสอัคอายุ 59 ปี
พระเจ้า​ตรัส​กับ​เรเบคาห์​ว่า
“ชน​สอง​ชาติ​อยู่​ใน​ครรภ์​ของ​เจ้า … พี่​จะ​รับ​ใช้​น้อง”

ลูกคน​แรก​ คลอด​ออกมา ตัว​แดง​มี​ขน​อยู่​ทั่ว​ตัว จึง​ตั้ง​ชื่อ​ว่า “เอซาว”
ลูกคนที่สอง ​คลอด​ออก​มา มือ​ของ​เขา​จับ​ส้น​เท้า​ของ​พี่​ไว้ จึง​ตั้ง​ชื่อ​ว่า “​ยาโคบ”

เอซาว ​เป็น​พราน​ที่​ชำนาญ เป็นที่รักของพ่อ
ยาโคบ​ เป็น​คน​เงียบๆ อยู่​ใน​เต็นท์ เป็นที่รักของแม่

วัน​หนึ่งเอซาว​กลับ​มา​จาก​ท้อง​ทุ่ง​หิว​จัด
เขาจึงขอถั่วแดงที่ยา​โคบกำลังต้มอยู่นั้น
ยาโคบจึงพูด​ว่า
“ขาย​สิทธิ​บุตร​หัวปี​ของ​พี่​ให้​ฉัน​วัน​นี้​ก่อน​ซี”
เอซาวตอบ​ว่า
“ดู​สิ ฉัน​กำลัง​จะ​ตาย​อยู่​แล้ว สิทธิ​บุตร​หัวปี​จะ​เป็น​ประ​โยชน์​อะไร​แก่​ฉัน?”
เอซาว​จึง​สาบานยกสิทธิบุตรหัวปี​ให้แก่ยาโคบ
ซึ่งการกระทำของ​เอซาว เป็นการ​ดู​หมิ่น​สิทธิ​บุตร​หัวปี​ของ​เขา ดูถูกพระพรที่พระเจ้าจะประทานให้

– ตอนอับราฮัมอายุ 99 ปี มีลูกแค่คนเดียว จากฮาการ์ทาสชาวอียิปต์ แต่ 76 ปี ต่อมา เขามีลูกหลาน เฉพาะที่ระบุไว้ในพระคัมภีร์ ถึง 29 คน และต่อมาก็กลายเป็นเชื้อสายมากมาย
พระสัญญาของพระเจ้าเป็นจริงเสมอ ถึงแม้ว่า มันจะดูเป็นไปไม่ได้แล้วก็ตาม

– เพราะพระเจ้าสัญญาจะให้อับราฮัมเป็นพระพรแก่บรรดาประชาชาติผ่านทางอิสอัค
อับราฮัมก็เชื่อ และทำตามที่เชื่อนั้น
เขามอบทุกสิ่งแก่อิสอัค และให้ลูกอีก 7 คนที่เหลือ ไปอยู่ที่อื่น เพื่อจะไม่มีการแย่งสมบัติจากอิสอัคเกิดขึ้น เมื่อเขาจากไป
เมื่อเราเชื่อจริงในสิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ พฤติกรรมของเราจะสะท้อนออกมาในลักษณะที่สอดคล้องกับความเชื่อนั้นเสมอ
หากวันนี้ พฤติกรรมของเรา ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เราเข้าใจว่าเราเชื่อ แสดงว่า เรายังไม่ได้เชื่อในเรื่องนั้นอย่างแท้จริง

– พระเจ้าทรงทราบล่วงหน้าแล้วว่า เอซาวจะดูหมิ่นสิทธิบุตรหัวปี และพระพรจะตกไปสู่ยาโคบแทน
พระองค์จึงตรัสแก่เรเบคาห์ว่า พี่จะปรนนิบัติน้อง
พระเจ้าทรงทราบทุกสิ่งล่วงหน้า ก่อนที่มันจะเกิดขึ้ฃดังนั้น การยอมรับและเชื่อฟัง คำแนะนำของพระเจ้า ย่อมเป็นวิธีที่ฉลาดที่สุด

– สำหรับเอซาว การได้รับการอวยพรจากพระเจ้า ไม่เห็นจะสำคัญ การได้รับความสุขเฉพาะหน้าสำคัญกว่า
แต่ยาโคบคิดตรงกันข้าม
พระเจ้าทรงพอพระทัย ท่าทีของยาโคบ แต่เกลียดชังท่าทีของเอซาว(รม. 9:13)
พระเจ้าปรารถนาให้เรา หิวกระหายพระพรที่มาจากพระเจ้า ไม่ใช่หิวกระหายของขวัญที่โลกนี้จะมอบให้

– อิสอัคได้รับมรดกทั้งหมดจากอับราฮัม แสดงว่าเขาต้องร่ำรวยมาก มีคนใช้มากมาย ด้วยเหตุนี้ เมื่อเอซาวกลับมาจากทุ่งและหิวจัด เขาสามารถจะสั่งคนใช้ หลายคน รีบไปช่วยทำอาหารมาให้เขาก็ได้ ซึ่งถ้าทำอย่างนั้น เขาอาจต้องรอไปอีกสักเพียงเล็กน้อย
แต่เขาเลือกที่จะไม่รอ เขาโยนพระพรจากพระเจ้าทิ้ง เพราะไม่ยอมรอแค่ 15 นาที
วันนี้ เราจะรอพระเจ้า หรือ รอไม่ไหวแล้ว ทำตามใจปรารถนาของตนเองดีกว่า ?

คำคม

“ พระพรที่มาจากพระเจ้าจะมาถึงเรา ในเวลาของพระองค์
ซึ่งอาจไม่ตรงกับเวลาของเรา ”

สรุป ปฐมกาล 24

ภาพรวม

  • อับราฮัม ส่งคนใช้ที่ไว้ใจที่สุดไปยังเมโสโปเตเมีย เพื่อหาภรรยาให้แก่อิสอัค แล้วคนใช้นั้นได้นำเรเบคาห์กลับมาแต่งงานกับอิสอัค

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 24 เมื่ออับราฮัม อายุ​มากแล้ว (ราว 140 ปี)​
อับราฮัม​เรียกคน​ใช้​ที่​มี​อาวุโส​ที่สุด​ใน​บ้าน​ ผู้​ดู​แล​ทรัพย์​สมบัติ​ของ​เขา มา แล้วใช้ให้เขาไปหาภรรยาให้แก่อิสอัค โดยให้เขา​สาบาน​ใน​พระ​นามพระ​เจ้า​ ว่า
จะหา​ภรรยา​ให้​อิสอัค​​ จาก​หมู่​ญาติ​ของอับราฮัมเท่านั้น ไม่หาจาก​​คน​คะนาอัน
และไม่พา​อิสอัคออกจากคะนาอัน ไปแต่งงานในต่างประเทศ
เพราะ​พระ​เจ้า​ทรงสัญญาว่า พระองค์​จะ​มอบ​แผ่นดิน​นี้​ให้แก่​เชื้อ​สาย​ของอับราฮัม

แต่ถ้า​หญิง​นั้น​ไม่​ยอม​มา​กับ​เขา เขา​ก็​จะ​พ้น​จาก​คำ​สาบาน​

คน​ใช้​ก็สาบาน​ต่อ​อับราฮัมตาม​นั้น

เขาจึง​ออก​เดินทาง​ไป พร้อมกับ​อูฐ​ 10 ​และ ​ของ​มี​ค่า​ต่างๆ พร้อมคนใช้จำนวนหนึ่ง ไป​ยัง​เมโสโปเตเมีย ดินแดนที่อับราฮัมเคยจากมา

เมื่อมาถึง ​​ริม​บ่อ​น้ำ​ข้าง​นอก​เมือง​ของ​นา​โฮร์​
ตอนนั้นเป็นเวลา​เย็น​ ซึ่ง​เป็น​เวลา​ที่​ผู้หญิงจะ​ออกมา​ตัก​น้ำ​

เขา​อธิษฐาน​ ขอพระเจ้าสำแดงหญิงที่พระองค์เตรียมให้กับอิสอัค ขอ​ให้​เป็นหญิง คน​ที่​เมื่อเขาพูด​กับ​นาง​ว่า ‘โปรด​ลด​เหยือก​ของ​เธอ​ลง ให้​ฉัน​ดื่ม​น้ำ’
แล้ว​คนนั้นจะตอบ​ว่า ‘เชิญ​ดื่ม​เถิด​และ​ดิฉัน​จะ​ให้​น้ำ​อูฐ​ของ​ท่าน​กิน​ด้วย’

เขา​อธิษฐาน​ยัง​ไม่​ทัน​เสร็จ
เรเบ​คาห์​ ก็​แบก​ไห​น้ำ​เดิน​มา​ แล้วลง​ไป​ที่​น้ำพุ​เติม​น้ำ​เต็ม​เหยือก​แล้ว​ก็​ขึ้น​มา​

คน​ใช้​นั้น​เห็นนางงดงามมาก จึงวิ่ง​ไป​ต้อนรับ​เธอ แล้ว​พูด​ว่า
“ขอ​น้ำ​จาก​เหยือก​น้ำ​ของ​เธอ​ให้​ฉัน​ดื่ม​สัก​หน่อย”

เธอ​ตอบ​ว่า “นาย เชิญ​ดื่ม​เถิด” แล้ว​เธอ​ก็​ให้​เขา​ดื่ม​
แล้ว เธอ​จึง​ว่า “ดิฉัน​จะ​ตัก​น้ำ​ให้​อูฐ​ของ​ท่าน​กิน​จน​อิ่ม​ด้วย”
เธอ​รีบ​เท​น้ำ​ใน​เหยือก​ของ​เธอ​ใส่​ราง
แล้ว​วิ่ง​ไป​ตัก​น้ำ​ที่​บ่อ​อีก
เธอ​ตัก​น้ำ​ให้​อูฐ​ทั้งหมด​ของ​เขา​

คนใช้​นั้น​เพ่ง​ดู​เธอ​เงียบๆ
เมื่อ​อูฐ​กิน​น้ำ​เสร็จ​แล้ว
คนใช้​นั้น​ก็​ให้ ​แหวน​ทองคำ​หนัก ​6 กรัม (เกือบ 2 สลึง)
และ​กำไล​​ข้อมือคู่​หนึ่ง ทอง​หนัก​ 120 กรัม (ราว 7.5 บาท)​ แก่เธอ

และ​ถามว่า เธอเป็นลูกเต้าเหล่าใคร? บ้านของเธอมีที่ให้พักไหม?
จึงได้ความว่า เธอเป็น หลานสาวของ​นา​โฮร์ น้องชายของอับราฮัม นั่นเอง

เรเบคาห์​ก็​วิ่ง​ไป​บอก​คน​ใน​ครอบครัว
ลาบันก็​วิ่ง​ไป​หา​คนใช้นั้น​ที่​น้ำพุ​
แล้วเชิญเขาเข้า​ไป​ที่​บ้าน​
แล้ว​ลาบัน​จัด​อาหาร​มา​เลี้ยง​เขา

แต่​เขา ขอไม่ทานก่อน จนกว่าจะทำ​ธุระ​ให้เสร็จก่อน
เขา​จึง​ แนะนำตัวเอง ว่า เป็น​คน​ใช้​ของ​อับราฮัม​ และเล่าให้พวกเขาฟังว่าพระเจ้าอวยพระพรให้อับราฮัมมั่งคั่งมากมายสักเพียงใด และอับราฮัมจะยกสมบัติทั้งหมดแก่อิสอัค
อับราฮัมจึงใช้เขา มาหาภรรยาให้อิสอัค จากที่นี่ เพราะไม่อยากให้อิสอัคแต่งงานกับหญิงคะนาอัน
แล้วคนใช้นั้นก็เล่าเรื่องราว ที่เขาได้พบกับเรเบคาห์ และมั่นใจว่าพระเจ้าเตรียมเธอให้แก่อิสอัค

ดังนั้น ถ้าลาบันและเบธูเอล เห็นชอบในการแต่งงานนี้​ ขอ​กรุณา​บอก​มาเถิด ถ้า​มิฉะนั้น​เขาก็จะคงต้องจะ​หาผู้หญิงคนอื่นแทน

ลาบัน​และเบธู​เอ​ลจึง​ตอบ​ว่า “สิ่ง​นี้​มา​จาก​พระ​เจ้า …เชิญพาเรเบคาห์​ไปแต่งงานกับอิสอัค​เถิด…”

คนใช้นั้นจึง​นำเอา​ของ​อันมี​ค่า ที่เตรียมมา​มอบให้แก่เรเบคาห์ , ​พี่ชาย​และ​มารดา​ของ​เธอ​ด้วย​
แล้วพวกเขา​ก็​รับประทาน​และ​ดื่ม และ​ค้าง​คืน​ที่​นั่น
วันรุ่งขึ้นคน​ใช้​นั้นก็จะรีบพาเรเบคาห์กลับไป แต่พี่ชาย​และ​มารดา อยากให้เธออยู่ก่อนอีก​สัก​ 10 วัน
แต่คนใช้นั้นก็ยินกรานอยากจะรีบกลับ ดังนั้นพวกเขาจึงถาม​เรเบ​คาห์​
เธอ​ตอบ​ว่ายินดีไป
ดังนั้น​คน​ใช้​ของ​อับราฮัม​จึงพา เรเบ​คาห์​กับ​พี่​เลี้ยง​ของ​เธอ(เดโบราห์ ปฐก.35:8​) กลับไปคะนาอัน

เมื่อมาถึง เรเบคาห์ก็ได้พบกับ​อิสอัค
อิสอัค​ก็​รับเธอเป็นภรรยา และ​รัก​เธอ
อิสอัค​จึงได้รับ​ความ​เล้าโลมใจ โดยเรเบคาห์ ภายหลัง​ที่​แม่ของเขา​สิ้นชีวิต​แล้ว

– เมื่ออับราฮัมจะเลือกคนที่จะมาทำงานที่สำคัญที่สุด เขาเลือกคนที่เขาไว้ใจที่สุด ให้ทำงานนั้น
วันนี้ อะไรสำคัญที่สุดในชีวิตของเรา?
แล้ว ในกรณีที่เราไม่สามารถทำเองได้ เรามอบให้ใครจัดการสิ่งนั้น?
– อับราฮัมเชื่อในสิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญา ดังนั้นเขาจึงหาภรรยาให้อิสอัคแบบ สอดคล้องกับคำสัญญาของพระเจ้า
คือ ไม่ได้มาจากเชื้อสายของคะนาอัน และ อิสอัคต้องไม่ไปกลับเมโสโปเตเมีย ต้องอยู่ในคะนาอันเพื่อรับตามพระสัญญา
วันนี้เราเชื่อในพระสัญญาที่ทรงสัญญาไว้กับเราหรือไม่?
ถ้าเชื่อ จงเลือกตัดสินใจ ให้สอดคล้องกับความเชื่อนั้นเถิด
– เมื่อคนใช้นั้น จะตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุด สิ่งที่เขาทำคือ อธิษฐาน และนั่นทำให้เขาตัดสินใจได้อย่างไม่ผิดพลาด
วันนี้ หากเราต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ เราทำอย่างไร?
– ก่อนออกเดินทาง คนใช้นั้นเห็นปัญหามากมาย เช่น จะไปหาผู้หญิงคนไหนก็ไม่รู้ และ ต่อให้พบแล้วเธอจะยอมมาด้วยหรือ และ ต่อให้เธอยอมมาแล้วพี่แม่พี่น้องจะยอมปล่อยให้มากับใครไม่รู้อย่างนั้นหรือ
แต่เมื่อไปถึงหน้างานจริงๆ เมื่อเป็นแผนการจัดเตรียมของพระเจ้า ทุกอย่างง่ายดายกว่าที่คิดมาก และบรรดาความกังวลทั้งหมดของเขาแทบไม่ได้เกิดขึ้นจริงเลย
วันนี้ เราอาจจะกำลังกลัวหรือกังวลไปเกินกว่าความเป็นจริง เพราะเมื่อเราพึ่งพาพระเจ้า สิ่งที่เรากังวลจำนวนมากจะไม่เกิดขึ้น และไม่กี่อย่างที่เกิดขึ้นจริงก็จะกลายเป็นผลดีแก่เราอยู่ดี
– อับราฮัมยอมถวายอิสอัคแด่พระเจ้า (ปฐก.22) แล้วดูสิอะไรเกิดขึ้นกับอิสอัค
อิสอัคช่างเป็นชายที่มีความสุข อะไรเช่นนี้
>> แม้แม่ของเขาจะอายุมากแล้วเมื่อมีเขา ก็ยังได้อยู่กับเขานานถึง 37 ปี
>> เมื่อแม่ที่รักเขาจากไป เขาก็ยังมีพ่อที่รักเขาอย่างยิ่งอยู่ด้วย
>> ก่อนพ่อของเขาจะจากไป เขาก็มีภรรยาแสนสวยที่เขารักและรักเขาอยู่เคียงข้างเขา
>> แล้วเมื่อพ่อจากไป ทรัพย์สมบัติมหาศาลทั้งหมดของพ่อ ได้ตกเป็นของเขา
เมื่อเรายอมถวายสิ่งใดหรือคนใด แด่พระเจ้า อย่างจริงใจ สิ่งที่เกิดขึ้นกับสิ่งนั้นหรือคนนั้นจะดีเลิศเสมอ

คำคม

“ พระเจ้าจะอวยพระพรแก่สิ่งที่เราถวายแด่พระองค์เสมอ ”

สรุป ปฐมกาล 23

ภาพรวม

  • ซาราห์ เสียชีวิตด้วยวัย 127 ปี เพราะการเสียชีวิตของเธอ จึงทำให้อับราฮัมได้ที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ผืนแรกในแผ่นดินคะนาอัน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 23 เมื่อซาราห์​ ​อายุ 127 ปี ก็​เสียชีวิต​ ที่​เมือง​คีริ​ยาท​อาร​บา (คือ​เฮ​โบรน) ใน​ดิน​แดน​คา​นา​อัน
อับ​รา​ฮัม​ไว้​ทุกข์​​และ​ร้อง​ไห้​คิด​ถึง​นาง
เมื่อยังไม่ได้ฝังศพซาราห์ อับ​รา​ฮัมจึงพูด​กับ​คน​ฮิตไทต์ ผู้เป็นชาวแผ่นดินนั้น ​ว่า
ขอ​​ที่​ดิน​สำหรับทำ​สุสาน เพื่อ​ฝัง​ศพซาราห์

คน​ฮิตไทต์​ตอบ​อับ​รา​ฮัม​ว่า
ขอ​เชิญ​ฝังศพของซาราห์ ​ใน​สุสาน​ที่​ดี​ที่​สุด​ของพวกเขา​เถิด ทุกคนยินดี ให้ใช้​สุสาน​ของ​เขา​

อับ​รา​ฮัม​พูดกับพวกเขา ว่า
ขอ​เอโฟรน​บุตร​โศหาร์ ​ขาย​ถ้ำ​มัค​เป-ลาห์ ​ที่​ปลาย​นา​ของ​เขา ​ให้แก่อับราฮัม เพื่อ​ใช้​เป็น​สุสาน

​เอโฟรน​ จึง​ตอบ​อับ​รา​ฮัม​ให้​คน​อื่นๆได้ยินว่า
เขายินดี ยกนา​นั้น​​และ​ถ้ำนั้น​ ให้แก่อับราฮัม ฟรีๆเลย
แต่อับราฮัม​ได้ขอ​เอโฟรน​ ว่า ขอจ่าย​ค่า​ของ​นา​นั้นดีกว่า

เอโฟรน​จึงบอก ราคาที่​ดิน​แปลง​นี้ ​​เป็น​เงิน​หนัก 4.8 กิโล​กรัม
​อับ​ราฮัม​ก็​ชั่ง​เงิน​ให้​เอโฟรน​ตาม​จำนวน​ที่​เขา​บอก​
เอโฟรน​ ก็โอนกรรมสิทธิ์ของ​นา​กับ​ถ้ำ​ ใน​มัค​เป-ลาห์​ซึ่ง​อยู่​หน้า​มัมเร และ​ต้น​ไม้​ทั้ง​สิ้น​ซึ่ง​อยู่​ใน​นา​ตลอด​ทั่ว​บริเวณ​นั้น ให้แก่อับราฮัม​ต่อ​หน้า​คน​ฮิต​ไทต์

อับ​รา​ฮัม​จึงฝัง​ศพ​ซาราห์​ ​ใน​ถ้ำ​ที่​นา​มัค​เป-ลาห์ ใน​ดิน​แดน​คา​นา​อัน

– ซาราห์ติดตามอับราฮัมผู้เป็นสามี มายังแผ่นดินคะนาอัน เป็นเวลานานกว่า 60 ปี
ด้วยความหวังตามที่สามีเชื่อ ว่า จะได้แผ่นดินแห่งพระสัญญาเป็นมรดก
ปรากฏว่าถึงจนวันที่นางต้องจากโลกนี้ไป แม้อับราฮัมจะมีทรัพย์สมบัติมากมายก็จริง
แต่ก็ไม่อาจเป็นเจ้าของที่ดินแม้แต่ฝ่ามือเดียวในดินแดนคะนาอันที่พระเจ้าทรงสัญญา

อย่างไรก็ดี ตามประวัติศาสตร์ในพระคัมภีร์ เราก็รู้ว่าในที่สุดชาติอิสราเอลก็ได้ครองดินแดนคะนาอัน
และจนกระทั่งปัจจุบัน อับราฮัมก็นำพระพรมาสู่ผู้เชื่อวางใจในพระเจ้า หลายพันล้านคนตลอดประวัติศาสตร์

สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญา มันจะเกิดขึ้นเป็นจริงอย่างแน่นอน แต่หลายกรณีผู้ที่รับคำสัญญานั้น ไม่ได้เห็นผลขณะอยู่ในโลกนี้ แต่ได้มองดูลงมาจากสวรรค์

ถึงกระนั้นก็ตาม ขณะที่ซาราห์มีชีวิตอยู่ เธอคงปฏิเสธไม่ได้ว่า พระเจ้าได้ทรงอวยพระพรอับราฮัมจริงๆ ตามที่พระองค์ทรงสัญญา เพียงแค่ว่าเธออยู่บนโลกนี้ได้ไม่นานพอ(127 ปี)
ที่จะเห็นสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำทั้งสิ้น
ตามที่พระองค์ทรงสัญญา ซึ่งเกินกว่ามนุษย์จะเข้าใจได้

วันนี้ สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญากับเรา จะสำเร็จเป็นจริงอย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าบางอย่าง เราอาจไม่ได้เห็นกับตา แต่ก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
และแม้บางอย่างเราอยู่ไม่ทันได้เห็นกับตา
แต่เราก็จะได้เห็นการก่อตัวของเหตุการณ์นั้นในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่

– ท่ามกลางความโศกเศร้าและการสูญเสีย
อับราฮัมได้ถือครองที่ดินแปลงแรกในแผ่นดินคะนาอัน
ที่มัมเร ในเฮโบรน นี่เอง ในปฐก. 13:18 พระเจ้าทรงสัญญาว่า
จะอวยพระพรอับราฮัม และสร้าง​แท่น​บูชา​ถวาย​พระเจ้า​ที่นั่น
แล้วที่ดินแปลงแรกที่เป็นกรรมสิทธิ์ของอับราฮัมก็เริ่มต้นขึ้นที่นี่

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเรา แม้ในยามแห่งความโศกเศร้า
พระเจ้าก็ยังคงเตรียมแผนการแห่งพระพรสำหรับเราในสถานการณ์นั้น

คำคม

“ ท่ามกลางความโศกเศร้า ก็ยังมีพระพรที่ซ่อนอยู่ ”

สรุป ปฐมกาล 22

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งให้อับราฮัมถวายอิสอัคเป็นเครื่องบูชา ที่ภูเขาโมริยาห์ อับราฮัมก็เชื่อฟังทำตาม พระเจ้าให้ทูตสวรรค์มายับยั้งอับราฮัมไว้ก่อนที่จะลงมือฆ่าอิสอัค และทรงอวยพระพรแก่อับราฮัมผู้เชื่อฟัง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 22 ​พระ​เจ้า​ทรง​ตรัส​กับอับราฮัม ​ว่า
ให้​พา​อิสอัค ไป​ยัง​ดิน​แดน​โมริยาห์ และ​ถวายอิสอัคเป็น​เครื่อง​บูชา บน​ภูเขา​ลูก​หนึ่ง​

อับ​รา​ฮัม​​ลุก​ขึ้น​แต่​เช้า​มืด ​คน​ใช้​ 2 ​คน​กับ​อิสอัค พร้อมกับเตรียม​ฟืน​สำหรับ​เครื่อง​บูชา แล้ว​ออกเดิน​ทาง​ไป​
พอ​ถึง​วัน​ที่​ 3 ก็มาถึง​ที่​นั้น​
อับ​รา​ฮัมบอก​คน​ใช้​ทั้ง​สอง​ ให้รออยู่​กับ​ลา​ ส่วนเขากับอิสอัค​จะ​​ไป​​นมัส​การ​พระ​เจ้า แล้ว​จะ​กลับ​มา​

ขณะที่สองพ่อลูกกำลังเดินไป อิสอัค​จึงถามว่า ​ไฟ​และ​ฟืนก็พร้อมแล้ว แต่​ไม่มีลูก​แกะ​สำหรับ​เครื่อง​บูชา​
อับ​รา​ฮัม​ตอบ​ว่า พระ​เจ้า​จะ​ทรง​จัดเตรียมให้​เอง​

เมื่อ​เขา​ทั้ง​สอง​มา​ถึงจุดหมาย อับ​รา​ฮัม​ก็​สร้าง​แท่น​บูชา​ที่​นั่น
เรียง​ฟืน​เป็น​ระเบียบ แล้ว​มัด​อิสอัควาง​ไว้​บน​แท่น​บูชา​
แล้ว​อับรา​ฮัม​ก็​ยื่น​มือ​จับ​มีด​จะ​ฆ่าอิสอัค

แต่​ทูต​ของพระเจ้า มาห้ามเขาไว้ กล่าวว่า
“อย่า​แตะ​ต้อง​เด็ก​นั้น อย่าทำ​อะไร​เขา​เลย
เพราะ​บัด​นี้​เรา​รู้​แล้ว​ว่า​เจ้า​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า
และ​เจ้า​ไม่​ได้​หวง​บุตร​ชาย​คือ​บุตร​ชาย​คน​เดียว​ของ​เจ้า​ไว้​จาก​เรา”

อับ​รา​ฮัม​เงย​หน้า​ขึ้น​มอง​ดู เห็น​มี​แกะ​ผู้​ตัว​หนึ่ง เขา​ของ​มัน​ติด​อยู่​ใน​พุ่ม​ไม้​ทึบ
อับ​รา​ฮัมจึง​จับ​แกะ​ตัว​นั้น​ มา​ถวาย​เป็น​เครื่อง​บูชา​แทน​อิสอัค
อับ​รา​ฮัม​จึง​เรียก​สถาน​ที่​นั้น​ว่า ยาห์​เวห์​ยิ​เรห์ (พระเจ้าผู้ทรงจัดเตรียม)

พระเจ้าทรงใช้ทูตสวรรค์ บอกกับอับราฮัม ว่า
เรา​จะ​อวย​พร​เจ้า​แน่
– เรา​จะ​ทวี​เชื้อ​สาย​ของ​เจ้า​ให้​มาก​ ดัง​ดวง​ดาว​ใน​ท้อง​ฟ้า และ​ดัง​เม็ด​ทราย​บน​ฝั่ง​ทะเล
– เราจะให้เชื้อ​สาย​ของ​เจ้ามีชัยชนะเหนือศัตรู​ทั้ง​หลาย​
– เราจะให้ประ​ชา​ชาติ​ทั้ง​หมด​ใน​โลก​จะ​ได้​พร​เพราะ​เชื้อ​สาย​ของ​เจ้า

แล้วอับราฮัม อิสอัค และคนใช้จึง​กลับ​ไป​ยัง​เบ​เออร์​เช​บา

ต่อมา ​อับ​รา​ฮัม ได้ข่าว​ว่า นา​โฮร์​น้อง​ชาย​ของเขามีบุตรหลายคน หนึ่งในบุตรเหล่านั้น คือ เบ​ธู​เอล ผู้​เป็น​บิดา​ของ​เร​เบ​คาห์ (ซึ่งต่อมาจะเป็นภรรยาของอิสอัค)

– พระเจ้าทดลองความเชื่อของอับราฮัม
ไม่ใช่เพราะว่าพระองค์ไม่ทราบว่า อับราฮัมมีความเชื่อมากแค่ไหน
แต่เพราะพระเจ้าประสงค์ให้ความเชื่อที่มีของอับราฮัมนั้น
สำแดงออกมาให้ปรากฏ
และเพราะความเชื่อนั้นเองอับราฮัมจึงถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า
ด้วยการพิสูจน์ให้โลกนี้ห็นว่า พระเจ้าที่เขาเชื่อใจนั้น ไว้ใจได้

วันนี้พระเจ้าทรงทราบว่าเรามีความเชื่อเท่าใด
และพระเจ้าประสงค์ความเชื่อเท่าที่เรามีอยู่นี้ ถวายเกียรติแด่พระเจ้า
จึงทรงอนุญาตให้สถานการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกับเรา
เพื่อเราจะมีโอกาสใช้ความเชื่อที่มีอยู่นั้นออกมาถวายเกียรติแด่พระเจ้า

ดังนั้นในเหตุการณ์ที่เราเผชิญอยู่นี้ ไม่น่ากลัวเลย
เพราะมันจะไม่เกินขนาดความเชื่อของเรา ที่จะผ่านมันไปได้

– อับราฮัม พาคนใช้ 2 คนและลา ไปด้วย
เพราะจำเป็นที่ต้องใช้ในการขนฟืนและเสบียง เดินทางนานถึง 3 วัน
แต่เมื่อมาใกล้ ที่จะถวายอิสอัค อับราฮัมละคนใช้ทั้งสองและลาเอาไว้
เพราะว่าบัดนี้ สิ่งที่เคยเป็นประโยชน์สนับสนุนอับราฮัมในการทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า
อาจกลายเป็นอุปสรรค ในการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าได้

ถ้าตอนจะฆ่าอิสอัค คนใช้ทั้งสองมาห้ามไว้ หรือมาขอร้อง หรือมาเตือนสติ อับราฮัมอาจโลเล ได้
หรือ ถ้ามีลาอยู่ด้วย ใจมนุษย์ธรรมดาอย่างอับราฮัม อาจจะหวั่นไหว
“เอ…เราใช้ลาถวายแทนอิสอัคดีไหม?” ซึ่งเป็นการทำสิ่งที่ผิดเรื่องการถวายเครื่องบูชา
แต่ก็น่าสนใจเมื่อฟังเสียงอ้อนวอนของอิสอัค

บทเรียนสำคัญเรื่องการเชื่อฟังพระเจ้า ที่เราเรียนรู้จากอับราฮัม คือ
อย่าเปิดช่องใดๆเลย ที่จะทำให้เกิดการอะลุ่มอล่วยหรือประณีประนอม เพื่อจะไม่เชื่อฟัง
(เรื่องนี้ เอวา พลาดมาแล้ว ตอนยอมคุยกับงู ที่พูดดูถูกพระเจ้า)

– อับราฮัมเชื่อว่าพระเจ้าทรงจัดเตรียม เขาจึงพบการจัดเตรียมของพระเจ้า
อับราฮัม ถวายทั้งหมดแด่พระเจ้า พระเจ้าทรงประทานให้ทั้งหมดที่เขาถวายนั้นให้แก่เขาแล้วขยายขึ้นอีกนับล้านเท่า

วันนี้ เรายอมเชื่อย่างสุดใจหรือไม่ว่า พระเจ้าจะทรงจัดเตรียมสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อเรา?
วันนี้ เรายังหวงอะไรไว้ต่อพระเจ้า ไม่ยอมจำนนกับพระองค์?

– ก่อนที่อับราฮัมถวายอิสอัคแด่พระเจ้า พระเจ้าก็ทรงจัดเตรียมการเกิดของว่าที่ภรรยาอิสอัคไว้เรียบร้อยแล้ว
ก่อนที่เราจะถวายสิ่งใดให้กับพระองค์ พระเจ้าได้เตรียมการอวยพรไว้สำหรับเราไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว

คำคม

“ การยื่นมือถวายสิ่งใดแด่พระเจ้า แท้จริงเป็นการยื่นมือออกไปรับพระพรจากพระองค์ ”

สรุป ปฐมกาล 21

ภาพรวม

  • เมื่ออับราฮัมมี อิสอัค เมื่อเขาอายุมากแล้ว และซาราห์ให้ไล่ฮาการ์และอิชมาเอลออกจากบ้าน แต่พระเจ้าทรงเมตตาสองแม่ลูกนั้น และอายีเมเลคเห็นพระเจ้าอวยพระพรอับราฮัมมากมายจึงมาขอทำสันถวไมตรีด้วย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 21 เมื่ออับราฮัมอายุ 100 ปี พระ​เจ้า​ทรงให้ซาราห์​ตั้งครรภ์ และ​คลอด​บุตร​ชาย​คน​หนึ่ง​แก่อับราฮัม
อับราฮัม​ตั้ง​ชื่อ​เขา​ว่า อิสอัค​ และทำ​พิธี​เข้า​สุหนัต​ให้แก่​อิสอัค​ เมื่อ​มี​อายุ​ 8 ​วัน ตามที่​พระ​เจ้า​ทรง​บัญชา​ไว้

เมื่ออิสอัค​เติบโต​ขึ้น​และ​หย่า​นม​ และ​อับราฮัม​จึงจัดการ​เลี้ยง​ใหญ่​
ซาราห์​เห็น​ อิชมาเอลบุตร​ของ​ฮาการ์(ปฐก. 16:15) กำลังหัวเราะเยาะ ​เล่นหยอกล้อ ​อยู่​กับ​อิสอัค

นางจึง​ขอให้​อับราฮัม ไล่ฮาการ์และอิชมาเอลไป​เสีย​ เพราะ​ไม่ต้องการให้อิชมาเอล ​เป็น​ผู้รับ​มรดก​ร่วมกับ​อิสอัค​
ขณะที่อับราฮัม​กำลังกลุ้มใจ ในเรื่องนี้อยู่
​พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​อับราฮัม​ให้
อย่า​กลุ้มใจ​เพราะ​เรื่องอิชมาเอลและฮาการ์เลย
​จง​ยอม​ตาม​ที่​ซาราห์​ขอ​เถิด
เพราะ​ชื่อ​ของ​อับราฮัมจะ​สืบ​ต่อไป​ทาง​เชื้อ​สาย​อิสอัค
ส่วน​อิชมาเอลนั้น พระเจ้าจะทรง​กระทำ​ให้​เป็น​ชน​ชาติ​หนึ่ง​ด้วย เพราะเห็นแก่อับราฮัม

อับราฮัม​จึง​ลุก​ขึ้น​แต่​เช้า​มืด มอบ​ขนม​ปัง​และ​น้ำ​หนึ่ง​ถุง​หนัง​แก่​ฮาการ์
แล้วให้นางและอิชมาเอล​ออก​จาก​บ้าน​ไป

นาง​ก็​จาก​ไป​และ​เมื่อ​น้ำ​ใน​ถุง​หนัง​นั้น​หมด​แล้ว​
นาง​ก็​ละ​อิชมาเอล(อายุ ราว 17 ปี)​ไว้​ใต้​พุ่ม​ไม้​
แล้ว​นาง​ก็​ไป​นั่ง​ร้องไห้เสียงดังอยู่​ห่าง​ออกไป ประมาณ​เท่ากับ​ระยะ​ลูก​ธนู​ตก เพราะ​นาง​ไม่อยากเห็น​ความ​ตาย​ของ​ลูก​ของนาง

พระ​เจ้า​ทรง​ให้ทูต​สวรรค์ มาพูดกับ​นาง​ว่า
อย่า​กลัว​เลย​ ลุก​ขึ้น​พยุงอิชมาเอล เอา​มือ​จับ​เขา​ไว้​ให้​แน่น
เพราะ​พระเจ้า​จะ​ทรงทำ​ให้​เขา​เป็น​ชาติ​ใหญ่​ชาติ​หนึ่ง

แล้วนาง​ก็​เห็น​บ่อ​น้ำ​แห่ง​หนึ่ง
จึง​ไป​เติม​น้ำ​เต็ม​ถุง​หนัง และ​ให้​อิชมาเอล​ดื่ม​

พระ​เจ้า​ทรง​สถิต​กับ​อิชมาเอล
เขาอาศัย​อยู่​ใน​ถิ่น​ทุรกันดารแห่งปาราน และ​เป็น​นัก​ธนู​ที่นั่น

ต่อมา อาบีเมเลคเห็นว่าพระเจ้าทรงสถิตกับอับราฮัมในทุกสิ่งที่อับราฮัมทำ จึงมาขอทำสัญญากับอับราฮัมว่า “ชั่วลูกชั่วหลาน เชื้อสายของพวกเขา จะเป็นมิตรที่ดีต่อกัน”
อับราฮัมก็ยอม​ทำสัญญานี้

​อับราฮัมจึงได้โอกาส ​ร้อง​ทุกข์​ต่อ​อาบีเมเลค เรื่อง​บ่อ​น้ำ​ที่​ข้าราชการ​ของ​อาบีเมเลคยึด​เอา​ไป​
อับราฮัมจึงทำสัญญากับอาบีเมเลค เพื่อเป็นหลักฐานว่า บ่อน้ำนั้นเป็นของอับราฮัม
จึงเรียก​ที่​นั้น​ว่า “เบเออร์​เชบา” (บ่อ​น้ำ​แห่ง​คำ​สาบาน)
ณ ที่นั่น อับราฮัม​นมัสการ​ออก​พระ​นาม​​พระ​เจ้า​นิรันดร์ (เอล โอลัม Everlasting God) ​

– เมื่อพระเจ้าทรงสัญญา ในที่สุดมันจะเกิดขึ้นเป็นจริง แม้ในสายตาของมนุษย์มันจะเป็นไปไม่ได้แล้วก็ตาม (อับราฮัม 100 ปี มีบุตรจากภรรยา อายุ 90 ปี)
– แม้อิชมาเอล เกิดจากการตัดสินใจผิดพลาดของซาราห์ ที่ยกทาสหญิงให้เป็นภรรยาอับราฮัม
แต่ถึงกระนั้น พระเจ้ายังคงเห็นแก่อับราฮัม ให้สิ่งที่เกิดจากความอ่อนแอ ความผิดพลาดของมนุษย์กลายเป็นพรได้ มีผู้ตนมากมายในโลกปัจจุบันนี้เป็นเชื้อสายของอิชมาเอล
– อาบีเมเลค เห็นพระเจ้าสถิตกับอับราฮัม จนเกิดความยำเกรง และอยากผูกมิตรด้วย
เมื่อพระเจ้าทรงสถิตกับเราจริงๆ ย่อมส่งผลให้คนรอบข้างเห็นได้เสมอ
เป็นไม่ได้ที่คนที่มีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย แต่คนรอบข้างไม่รู้เลยว่า “คนนี้มีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย”
หรือ คนรอบข้างกล่าวว่า “ทำไมดูไม่เหมือนเลย ว่าพระเจ้าสถิตอยู่ด้วยกับคนนี้?”

คำคม

“ พระเจ้า ทรงเป็นพระเจ้านิรันดร์ ทรงดำรงอยู่นิรันดร์ ทรงรักษาสัญญาชั่วนิรันดร์

สรุป ปฐมกาล 20

ภาพรวม

  • อับราม ย้ายมาอยู่ที่เกราร์ กษัตริย์อาบีเมเลค คิดว่าซาราห์เป็นน้องสาวอับราฮัม จึงรับตัวเข้าวัง พระเจ้าจึงทำให้เกิดโรคร้ายขึ้นกับเขาและคนในวัง เขาจึงรีบเอาซาราห์มาคืน อย่างไม่ได้ล่วงเกินสิ่งใด

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 20 หลังจากเมืองโสโดม เมืองโกโมราห์ ถูกทำลายลงแล้ว
อับ​รา​ฮัม​เดิน​ทาง​จาก​หมู่ต้นโอ้กของมัมเร(ปฐก.18:1) ​ไป​ยัง​ดิน​แดน​เนเกบ ​ไป​อาศัย​อยู่​ใน​เก-ราร์

อับ​รา​ฮัม​บอกคนอื่นๆว่า ซาราห์ เป็น​น้อง​สาว​ของเขา
อา​บี​เม​เลค​พระ​ราชา​แห่ง​เก-ราร์​ก็​ใช้​คน​มา​นำ​ซาราห์​ไป เพื่อจะนำไปเป็นภรรยา
(ขณะนั้นซาราห์อายุ 89 ปี เสน่ห์ยังมากขนาดนี้เลย 555)

พระ​เจ้า​เสด็จ​มา​หา​อา​บี​เม​เลค​ทาง​ความฝัน ตรัสว่า
“เจ้า​จะ​ต้อง​ตาย เพราะ​หญิง​ซึ่ง​เจ้า​นำ​มา​นั้น​มี​สามี​แล้ว”

​อา​บี​เม​เลค​ยัง​ไม่​ได้​เข้า​ใกล้​นาง เขา​จึง​ทูล​ว่า
“พระ​องค์​จะ​ทรง​ประ​หาร​ชนชาติ​ที่​ไม่​มี​ความ​ผิด​หรือ?
เขาไม่รู้มาก่อนว่า ซาราห์เป็นภรรยาของอับราฮัม”

แล้ว​พระ​เจ้า​ตรัส​กับเขาว่า
“เรา​เอง​รู้​แล้ว​ว่า​เจ้า​ทำ​ดัง​นี้​ด้วย​ใจ​ซื่อ
ยิ่ง​กว่า​นั้น​อีก เรา​เอง​เป็น​ผู้​ที่​ป้อง​กัน​เจ้า​ไม่​ให้​ทำ​บาป​ต่อ​เรา
จง​คืน​ภรรยา​ของ​ชาย​นั้น​ไป​เสีย มิฉะนั้นเจ้า​ และ​ทุก​คน​ที่​เป็น​ของ​เจ้า จะ​ต้อง​ตาย​แน่”

อา​บี​เม​เลค​ตื่น​แต่​เช้า​มืด ทรง​เรียก​บรรดา​ข้า​ราช​การ​ทั้ง​หมด​มา
และ​ทรง​รับ​สั่ง​เรื่อง​เหล่า​นี้​ทั้ง​หมด​ให้​พวก​เขา​ฟัง
คน​เหล่า​นั้น​ก็​กลัว​ยิ่ง​นัก

อาบี​เมเลค​​ตรัสอับราฮัม​ว่า
“เจ้า​ทำ​อะไร​แก่​เรา​นี่ ? เจ้า​จึง​นำ​บาป​ใหญ่​โต​มา​ยัง​เรา​และ​ราช​อา​ณา​จักร​ของ​เรา เจ้า​ทำ​สิ่ง​ซึ่ง​ไม่​น่า​ทำ​แก่​เรา​เลย”

อับ​รา​ฮัม​ตอบว่า
เขา​คิด​ว่า ใน​ที่​นี้​ไม่​มี​ความ​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า​เลย ดังนั้นเขาอาจ​จะถูก​ฆ่าเพื่อชิง​ภรรยา​ ก็เป็นได้
และอีกอย่างซาราห์​ก็​เป็น​น้อง​สาว​ต่างมารดาของเขาจริงๆ

อา​บี​เม​เลค​จึง​ทรง​นำ​แกะ โค​และ​ทาส​ชาย​หญิง​ประ​ทาน​ให้​แก่​อับ​รา​ฮัม
แล้ว​ทรง​คืน​ซาราห์​ให้แก่อับราฮัม
และให้​เงิน​ 1,000 แผ่น​แก่​อับราฮัม เป็น​ค่า​ชด​ใช้​เรื่องซาราห์”

อับ​รา​ฮัม​ก็​อธิษ​ฐาน​ต่อ​พระ​เจ้า
พระ​เจ้า​ทรง​รักษา​อา​บี​เม​เลค จากโรคร้ายของเขา
และทรงรักษา​มเหสี​ของ​อาบีเมเลค​และ​ทาส​หญิง​ให้​หาย สามารถ​คลอด​ลูกได้ตามปกติ
เนื่องจากโรคที่พวกนางเป็น อาจเป็นเนื้องอกขนาดใหญ่ขวางช่องคลอด หรือโรคบางอย่างที่ทำให้หญิงที่ตั้งครรภ์ไม่สามารถคลอดบุตรได้

– อับราฮัม เมื่อมาถึงดินแดนเก-ราร์ เผชิญกับอันตราย เขาจึงให้สติปัญญาอันชาญฉลาดของเขาแก้ปัญหา แต่ดูเหมือนว่า เมื่อเขาแก้ปัญหาหนึ่งกลับสร้างอีกปัญหาหนึ่งที่ใหญ่กว่าขึ้นมาแทน
เมื่อเราพยายามพึ่งพาสติปัญญาของตนเท่านั้นในการแก้ปัญหา ปัญหามักไม่ได้ถูกแก้จริงๆ แต่กำลังก่อปัญหาใหม่ขึ้นมาเสียมากกว่า
– สำหรับอับราฮัม ผู้ที่พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะอวยพร แม้เขาจะสร้างปัญหาขึ้นมาเอง
พระเจ้าของเขาก็ตามแก้ไขให้ แล้วเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นพระพร
เราผู้เป็นเชื้อสายของอับราฮัม โดยทางความเชื่อวางใจในพระเยซู
แม้บัดนี้โดยความอ่อนแอของเรา ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมา แต่โดยการพึ่งพาพระเจ้า พระองค์ก็จะนำพาเราไปพบกับพระพรท่ามกลางสถานการณ์นี้อยู่ดี
– พระเจ้าทรงทราบว่า เอบีเมเลค ทำผิดอย่างไม่ได้ตั้งใจ พระองค์จึงทรงป้องกันเขาไว้ไม่ให้ทำผิดต่อซาราห์ อาจเพราะโรคที่เกิดขึ้นกับเขา(ข้อ 17) จึงทำให้ยังไม่ได้เข้าใกล้ซาราห์
อย่างไรก็ดี แม้ทำผิดเพราะไม่ตั้งใจ แต่พอทำผิดแล้วเลยตามเลย ไม่ยอมกลับใจ พระเจ้าก็จะไม่เพิกเฉย (ข้อ7)
คนเราผิดพลาดกันได้ แต่เมื่อรู้ตัวว่าผิดพลาดแล้ว ต้องรีบกลับตัวกลับใจ

คำคม

“ พระเจ้าทรงฤทธิ์ สามารถเปลี่ยนเหตุการณ์ร้าย ให้กลายเป็นพระพรยิ่งใหญ่ได้ ”

สรุป ปฐมกาล 19

ภาพรวม

  • ทูตสวรรค์ 2 องค์ พาโลทออกจากเมืองโสโดม แล้วให้ไฟกำมะถันตกลงมา ทำลายเมืองโสโดม เมืองโกโมราห์ และเมืองอื่นๆโดยรอบเสียสิ้น

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 19 เมื่อ​ทูต​สวรรค์​สอง​องค์ เข้าใน​เมือง​โสโดม ​ใน​เวลา​เย็น
โลท​กำลัง​นั่ง​อยู่​ที่​ประตู​เมือง​โสโดม เมื่อเขาเห็นท่านทั้ง​สอง
เขา​ก็​ลุก​ขึ้น​ไป​ต้อน​รับ​และ​โน้ม​ตัว​ลง​หน้า​ซบ​ดินคำนับ
จากนั้น ก็รบเร้าเชิญทั้งสองให้ไปพักที่บ้านของเขา
เมื่อเข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​เขาแล้ว โลท​ก็​จัด​งาน​เลี้ยง​ท่าน​ทั้ง​สอง

ค่ำคืนนั้นพวก​ผู้​ชาย​เมือง​นั้น ​ทั้ง​หนุ่ม​และ​แก่​ทั้ง​หมด​จาก​ทุก​มุม​เมือง​พา​กัน​มา​ล้อม​บ้าน​นั้น​ไว้
แล้ว สั่งให้โลท​ส่ง​บุรุษทั้งสอง​ออก​มา​ให้​พวกเขา เพื่อจะ​ได้​มี​เพศ​สัม​พันธ์​กับ​พวก​เขา

โลทจึงขอร้องชาวเมือง อย่าให้ทำเช่นนั้น
เอาลูก​สาว 2 ​คน ของโลทไปข่มขืนแทนก็ได้ แต่อย่าทำร้ายบุรุษทั้งสองนั้น

แต่ชาวเมืองไม่ยอม พวก​นั้น​ผลัก​โลท​อย่าง​แรง และพยายามที่จะ​พัง​ประตู
ทูตสวรรค์​ทั้ง​สอง​จึงดึงโลทเข้ามาในบ้านและทำ​ให้​พวก​ผู้​ชาย​ที่​อยู่​หน้า​ประตู​บ้าน​นั้น​ตา​บอดไปทุกคน

แล้ว​ท่าน​ทั้ง​สอง​จึงบอกโลท ให้​นำ​ญาติหรือคนของเขาทุกคน ออก​ไป​จาก​เมืองโสโดม
เพราะทูตสวรรค์ทั้งสอง​กำลัง​จะ​ทำลาย​เมืองนี้

โลท​จึง​ออก​ไป​พูด​กับ​ว่าที่ลูก​เขย​ทั้ง​สอง พวกเขากลับ​หา​ว่า​โลท​ล้อ​เล่น

พอ​รุ่ง​เช้า ทูต​สวรรค์​ทั้ง​สอง​จึง​เร่ง​โลทให้รีบออกจากเมืองโสโดม แต่​โลท​ยัง​รี​รอ
ดัง​นั้น​ท่าน​ทั้ง​สอง​จึง​คว้า​มือ​เขา​และ​ภรรยา และ​บุตร​หญิง​ทั้ง​สอง ​นำ​พวกเขา​ออก​มา​อยู่​ที่​นอก​เมือง
แล้วพูด​ว่า
“หนี​เอา​ชีวิต​รอด​เถิด อย่า​เหลียว​หลัง​และ​อย่า​หยุด​ที่​ไหน​ใน​ที่​ลุ่ม​ทั้ง​หมด หนี​ไป​ที่​เนิน​เขา มิ​ฉะนั้น​ท่าน​จะ​ถูก​ทำลาย”

โลท​พูด​ว่า
“อย่า​เลย​เจ้า​นาย​ของ​ข้าพ​เจ้า
ข้าพ​เจ้า​ไม่​สามารถ​หนี​ไป​ที่​เนิน​เขา เกรง​ว่า​ภัย​พิบัติ​นั้น​จะ​ตาม​ทัน
และ​ข้าพ​เจ้า​จะ​ตาย​เสีย
ขอ​ให้​ข้าพ​เจ้า​หนีไป​เมือง​เล็กๆ ใกล้ๆ แล้ว​ชีวิต​ของ​ข้าพ​เจ้า​จะ​รอด”

ทูต​สวรรค์​พูด​กับ​เขา​ว่า
“นี่​แน่ะ เรา​อนุ​ญาต​เรื่อง​นี้​ด้วย คือ​เรา​จะ​ไม่​ทำลาย​เมือง​ที่​ท่าน​พูด​ถึง​นั้น​เสีย
เร็ว​เข้า หนี​ไป​ที่​นั่น เพราะ​เรา​จะ​ทำ​อะไร​ไม่​ได้​จน​กว่า​ท่าน​จะ​ไป​ถึง​ที่​นั่น”

เมือง​นั้น​ชื่อว่า​ เมืองโศอาร์ ​โลท​มา​ถึง​เมืองนี้ดวง​อาทิตย์​ก็​ขึ้น​แล้ว

แล้ว​พระเจ้าทรง​ให้​กำมะ​ถัน​และ​ไฟ ตก​จาก​ฟ้า​ลง​มา​บน​เมือง​โสโดม​และ​เมือง​โก​โม​ราห์และ เมืองต่างๆใน​ลุ่ม​ทั้ง​หมด แผ่น​ดิน​ลุก​เป็น​ควัน​พลุ่ง​ขึ้น​เหมือน​ควัน​เตา​เผา ชาว​เมือง​ทั้ง​สิ้น​ก็ตายหมด

แต่​ภรรยา​ของ​โลท มอง​กลับ​ไป นาง​จึง​กลาย​เป็น​เสา​เกลือ

เวลา​เช้า​มืด​ อับ​รา​ฮัม​ออก​ไป​ยังที่ที่เขาคุยกัยพระเจ้า
มอง​ลง​ไป​ทาง​เมือง​ต่างๆ ใน​ที่​ลุ่ม ก็เห็นเมืองเหล่านั้นถูกทำลายสิ้น

โลท​ก็​ออก​จาก​เมือง​โศอาร์ และ​ไป​อาศัย​อยู่ในถ้ำ​บน​เนิน​เขา​กับ​บุตร​หญิง​สอง​คน
เพราะ​เขา​กลัว​ที่​จะ​อยู่​ใน​เมือง​โศอาร์

ลูกสาวคนโตปรึกษากับน้องสาว ว่า พ่อแก่แล้วคงหาภรรยาใหม่ไม่ทันแล้ว และ พวกเราสองคนก็ไม่มีโอกาสแต่งงาน ดังนั้น ให้พวกเรามอมเหล้าพ่อ แล้วเขาไปหลับนอนกับพ่อกันดีกว่า เพื่อจะได้มีลูกหลานสืบตระกูลต่อไป

พวกเธอจึงได้ทำตามแผนดังกล่าว
จนในที่สุด พวกเธอทั้ง​สองก็​ตั้ง​ครรภ์​กับ​บิดา​ของ​พวกเธอ​เอง

ลูกสาวคนโต คลอด​บุตร​ชาย​คน​หนึ่ง และ​ตั้ง​ชื่อ​ว่า​โมอับ ซึ่งเป็น​บรรพ​บุรุษ​ของ​คน​โมอับ
ลูกสาวคนที่สอง ​คลอด​บุตร​ชาย​คน​หนึ่ง​ด้วย และ​ตั้ง​ชื่อ​ว่า เบน-อัมมี ซึ่ง​เป็น​บรรพ​บุรุษ​ของ​คน​อัม​โมน

– โลทต้อนรับทูตสวรรค์อย่างดีที่สุด เพราะเขาสังเกตได้ว่า นี่เป็นผู้ที่พระเจ้าส่งมา
แต่ชาวเมืองโสโดม ไม่รับรู้เลยว่า ทั้งสองท่านนั้น คือ ผู้ที่พระเจ้าส่งมา พวกเขาเห็นแต่รูปลักษณ์ภายนอกว่า ดูสง่างาม น่าฟัด
จุดจบของโลท และ ชาวเมือง จึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
หากเรา สังเกตให้ดี เราจะเห็นสัญญาณจากพระเจ้า เพราะพระเจ้าประสงค์ให้เราเห็นอยู่แล้ว
เมื่อเราเห็น และตอบสนองอย่างถูกต้อง เราจะปลอดภัย
เหมือน ช่วง โควิด 19 กำลังระบาดนี้ หากเราสังเกตให้ดี เราจะรับรู้ว่า พระเจ้าประสงค์จะให้เราทำอะไร
– โลทนั่งที่ประตูเมือง ซึ่งมักเป็นตลาดและผู้อาวุโสในเมืองมักได้สิทธินั่งที่ประตูเมือง โลทน่าจะได้รับการยอมรับจากชาวเมืองระดับหนึ่ง
แต่พอราคะตัณหาเข้าครอบงำ ชาวเมืองก็ไม่สนใจการห้ามปรามของโลท
– เมื่อโลทไปบอกว่าที่ลูกเขย พวกเขาไม่เชื่อ จึงไม่ได้ออกขากเมือง
เป็นเหมือนเรื่องข่าวประเสริฐที่ถูกประกาศออกไป เพื่อให้คนทั้งหลายหนีออกจากไฟแห่งการพิพากษาของพระเจ้า ที่กำลังจะมาถึง
แต่เฉพาะคนที่เชื่อและทำตามเท่านั้น ที่สามารถรอดพ้นการพิพากษานี้ได้
– ทูตสวรรค์สั่งให้โลท หนีไปที่ภูเขา แต่ด้วยสติปัญญาอันชาญฉลาดของโลท เขาคิดว่า เขาไม่​สามารถ​หนี​ไป​ที่​เนิน​เขา เขาควร​หนีไป​เมืองโศอาร์ ทูตสวรรค์ก็ใจดียินยอม แต่สุดท้ายโลทก็ไปที่เนินเขาอยู่ดี(ข้อ 30)
โลท คิดไปเองว่า วิธีของพระเจ้าไม่ปลอดภัย เขาต้องตายแน่ ถ้าใช้วิธีที่พระเจ้าบอก จึงคิดวิธีของตนเองขึ้นมา
ความจริงแล้ว ยังไงเขาก็จะปลอดภัย เพราะทูตสวรรค์ยังจะไม่ลงมือจนกว่าเขาจะถึงที่หมาย(ข้อ22) ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ภรรยาของโลทอาจไม่ต้องตายก็ได้ เพราะหนีไปไกลมากแล้ว ก่อนที่ไฟกำมะถันจะตกลงมา
วิธีของพระเจ้า หลายครั้งดูเหมือนช่างเสี่ยงอันตราย แต่จะปลอดภัย
วิธีของเรา ดูเหมือนจะปลอดภัยกว่ามาก แต่มักจะสร้างปัญหาตามมามากมาย
– ภรรยาของโลท แม้ตัวหนีออกมาจากหายนะแล้ว แต่จิตใจยังปักใจกับสิ่งนั้นอยู่
แล้วโดยใจที่ปักใจอยู่กับสิ่งที่กำลังจะพินาศนั้น จึงนำเธอไปสู่ความพินาศ
เหมือนใน รม. 8:6 ที่กล่าวว่า “ด้วย​ว่า​ซึ่ง​ปัก​ใจ​อยู่​กับ​เนื้อ​หนัง ​ก็​คือ​ความ​ตาย และ​ซึ่ง​ปัก​ใจ​อยู่​กับ​พระ​วิญญาณ ​ก็​คือ​ชีวิต​และ​สันติ​สุข​”
– เพราะโลท ละทิ้งความเชื่อว่า พระเจ้าจะปกป้องเขาจากไฟกำมะถัน เขากลัวจึงหนีไปอยู่ในถ้ำ จนเกิดเรื่องน่าอับอายขึ้น
เพราะลูกสาวของโลท ละทิ้งความเชื่อว่า พระเจ้าจะอวยพรให้พวกเธอได้พบสามีที่ดี พวกเธอจึงจีดสินใจทำสิ่งที่น่าอับอาย
วันนี้ อย่าให้เราละทิ้งความเชื่อ ความไว้วางใจในพระเจ้า มิฉะนั้นเราจะพบกับความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่นำความน่าอับอายมาสู่ชีวิตได้

คำคม

“ ท่ามกลางมหันตภัย พระเจ้าจะทรงปกป้องผู้ที่เชื่อฟังพระองค์ให้ปลอดภัย ”

สรุป ปฐมกาล 18

ภาพรวม

  • พระเจ้าเสด็จมาเยี่ยมอับราฮัมในลักษณะของมนุษย์ และอวยพรให้นางซาราห์ตั้งครรภ์ และบอกอับราฮัมถึงการจะทำลายเมืองโสโดมที่ชั่วร้าย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 18 พระเจ้าทรง​ปรา​กฏ​แก่​อับ​รา​ฮัม​ที่​หมู่​ต้น​โอ๊ก​ของ​มัม​เร
เขากำลัง​นั่ง​อยู่​ที่​ประตู​เต็นท์​ เวลา​แดด​ร้อน
เขาเห็น​ชาย 3 ​คน​ ยืน​อยู่​ข้าง​หน้า​เขา
อับราฮัมจึงรีบ​วิ่ง​ไป​ต้อน​รับ​พวก​เขา แล้วขออนุญาตต้อนรับพวกเขาด้วยการล้างเท้าและอาหาร
พวก​เขา​จึง​ว่า “ทำ​ตาม​ที่​เจ้า​กล่าว​นี้​เถิด”

อับ​รา​ฮัม​(ชายชรา อายุ 99 ปี ผู้มั่งคั่ง ผู้ซึ่งเมื่อหลายปีก่อนมี คนใช้เป็นชายหนุ่มถึง 318 คน ปฐก. 14:14) รีบ​เข้า​ไป​ใน​เต็นท์​หา​นาง​ซา​ราห์(ภรรยา อายุ 89 ปี) กล่าว​ว่า
“เร็วๆ หน่อย เอา​แป้ง​อย่าง​ดี​สาม​ถัง​นวด​แล้ว​ทำ​ขนม”
แล้ว​อับ​รา​ฮัม​วิ่ง​ไป​ที่​ฝูง​สัตว์ เอา​ลูก​โค​ตัว​หนึ่ง ยัง​อ่อน​และ​ดี
มอบ​ให้​คน​ใช้​รีบ​ทำ​เป็น​อาหาร
เขาเอา​เนย น้ำ​นม​และ​ลูก​โค​ที่​เขา​ทำไว้​แล้ว​นั้น​
มา​วาง​ต่อ​หน้า​พวก​เขา
และ​ท่าน​ยืน​อยู่​ข้าง​พวก​เขา​ที่​ใต้​ต้น​ไม้ เมื่อ​พวก​เขา​รับ​ประ​ทาน

​หนึ่ง​ใน​สาม​คนนั้นกล่าว​ว่า “ใน​ฤดู​นี้​ปี​หน้า​ ซาราห์​จะ​มี​บุตร​ชาย​คน​หนึ่ง”

แต่นาง​ซาราห์​ไม่เชื่อและ​หัว​เราะ​ใน​ใจ
พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​กับ​อับ​รา​ฮัม​ว่า
“มี​สิ่ง​ใด​อัศ​จรรย์​เกิน​ที่​พระ​ยาห์​เวห์​จะ​ทรง​ทำ​ได้?”

แล้ว​บุรุษ​เหล่า​นั้น​ก็​ลุก​ออก​จาก​ที่​นั่น มอง​ไป​ทาง​เมือง​โสโดม
พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​ว่า เพราะพระเจ้าทรง​เลือก​อับราฮัม เพื่อ​เขา​จะ​ได้​กำชับ​ลูก​หลาน และ​เชื้อสายของเขา ให้​เดินในทางของพระเจ้า ให้​ทำ​ความ​ชอบ​ธรรม​และ​ความ​ยุติ​ธรรม เพื่อ​พระเจ้าจะอวยพระพรพวกเขา”

พระเจ้าบอกกับอับราฮัม ​ว่า
“เสียง​ร้อง​กล่าว​โทษ​เมือง​โสโดม​และ​เมือง​โกโม​ราห์​นั้น​ดัง​เหลือ​เกิน และ​บาป​ของ​เขา​ก็​หนัก​มาก”
บุรุษ​เหล่า​นั้น 2 คน ​เดิน​ไป​ยัง​เมือง​โสโดม
แต่​อับ​รา​ฮัม​ยัง​ยืน​เฝ้าพระเจ้าอยู่
อับ​รา​ฮัม​ขอให้พระเจ้าอย่าทำลายเมืองโสโดม หากมีคนชอบธรรมอย่างน้อย 50 คน
พระเจ้าก็รับปาก
แล้วอับราฮัมก็ต่อรอง ลดลงมา เหลือ 45 , 40 , 30 , 20
จนในที่สุดก็เหลือ ขอแค่มีคนชอบธรรม 10 คน ก็ขออย่าทำลายเมืองโสโดม
พระเจ้าก็รับปาก แล้ว​อับ​รา​ฮัม​ก็​กลับ​ไป​ที่​ของ​เขา

– อับราฮัมคุ้นเคยกับพระเจ้า เมื่อพระองค์เสด็จมา เขารับรู้ได้ทันที
ยิ่งเราคุ้นเคยกับพระเจ้า เราก็ยิ่งไวต่อการสำแดงของพระองค์
– เมื่ออับราฮัมทำแด่พระเจ้า เขาทำอย่างดีที่สุด ภาพชายชราอายุ 99 ปี วิ่งคงหาดูได้ไม่ง่ายนัก เขามีคนใช้มากมายกลับไม่ได้ให้คนใช้นวดแป้ง แต่ขอให้ภรรยาอายุ 89 ปี ของเขาเป็นผู้นวดแป้งให้ คงเพราะอยากทำให้อย่างดีที่สุด และแทนที่จะใช้คนใช้แต่อับราฮัมวิ่งไปที่ฝูงสัตว์เอาลูกวัวอ่อนและดี มาด้วยตนเอง เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นลูกวัวที่ดีที่สุด หนำซ้ำเมื่อ 3 คนนั้นกำลังรับประทานอาหาร อับราฮัมผู้ชราก็ยืนอยู่ข้างๆพวกเขาเพื่อให้แน่ใจว่า พวกเขาไม่ขาดสิ่งใดๆเลย
เมื่อเราจะทำอะไรแด่พระเจ้า จงทำอย่างสุดกำลัง
– พระเจ้าสั่งให้เรา​เดินในทางของพระเจ้า ให้​ทำ​ความ​ชอบ​ธรรม​และ​ความ​ยุติ​ธรรม เพื่อ​พระเจ้าจะอวยพระพรแก่เรา
– เมื่ออับราฮัมกล้าขอต่อพระเจ้า พระองค์ก็ยินดีให้ ตราบเท่าที่สิ่งที่ทูลขอนั้นไม่ได้ขัดกับน้ำพระทัยหรือแผนการอันดีเลิศของพระเจ้า

คำคม

“มี​สิ่ง​ใด​อัศ​จรรย์​เกิน​ที่​พระ​ยาห์​เวห์​จะ​ทรง​ทำ​ได้ ?”

สรุป ปฐมกาล 17

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงเน้นย้ำพันธสัญญากับอับราฮัม และทรงให้เขาเข้าสุหนัตเพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งพันธสัญญานั้น

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 17 พระ​เจ้าได้​ทรง​ปรา​กฏ​แก่​อับ​ราม ตอนเขาอายุ 99 ปี
และ​ตรัส​แก่​เขา​ว่า
“เรา​เป็น​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​มหิทธิ​ฤทธิ์ จง​ดำเนิน​อยู่​ต่อ​หน้า​เรา ​และ​เป็น​คน​ดี​พร้อม
เรา​จะ​ทำ​พันธ​สัญ​ญา​ ​กับ​เจ้า
– เรา​จะ​ทวี​เชื้อ​สาย​ของ​เจ้า​ให้​มาก​มาย​
– เจ้า​จะ​เป็น​บิดา​ของ​ประ​ชา​ชาติ​มาก​มาย
– เจ้า​จะ​มี​ชื่อ​ใหม่​คือ​อับ​รา​ฮัม(แปลว่าบิดาของมวลชน)
– เรา​จะ​ทำ​ให้​เจ้า​มี​พงศ์​พันธุ์​มาก​มาย​ยิ่ง
– เรา​จะ​ทำ​ให้​เจ้า​เป็น​ชน​หลาย​ชาติ
– ​กษัตริย์​หลาย​องค์​จะ​เกิด​มา​จาก​เจ้า
– เรา​จะ​สถา​ปนา​พันธ​สัญ​ญา​นี้ ​ระ​หว่าง​เรา​กับ​เจ้า และกับเชื้อ​สาย​ของ​เจ้า​ตลอด​ไป
– เรา​จะ​ให้​แผ่น​ดิน​คา​นา​อัน​ทั้ง​สิ้น​แก่​เจ้า​และ​แก่​เชื้อ​สาย​​ของ​เจ้า ให้​เป็น​กรรม​สิทธิ์​นิ​รันดร์
– เรา​จะ​เป็น​พระ​เจ้า​ของ​พวก​เขา”

ส่วน​เจ้า​และ​เชื้อ​สาย​​ของ​เจ้า ตลอด​ชั่ว​ชาติ​พันธุ์​ของ​พวก​เขา
จง​รักษา​พันธ​สัญ​ญา​ของ​เรา

นี่​เป็นเครื่องหมายแห่ง​พันธ​สัญ​ญา​ คือ​ผู้​ชาย​ทุก​คน​ในบ้านของเจ้าจะ​ต้อง​เข้า​สุหนัต ทั้ง
>>> ​คน​ที่​เกิด​ใน​บ้าน​ของ​เจ้า
>>> คนที่เอา​เงิน​ซื้อ​มา​จาก​คน​ต่าง​ด้าว

ชาย​คน​ใด​ที่​ไม่​ได้​เข้า​สุหนัต จะ​ต้อง​ถูก​ตัด​ออก​จาก​ชน​ชาติ​ของ​เขา
เพราะเขา​ได้​ละเมิด​พันธ​สัญ​ญา​

ส่วน​ซาราย ​จง​เรียก​ชื่อ​นาง​ว่า ซาราห์
– เรา​จะ​อวย​พร​นาง
– เรา​จะ​ให้​บุตร​ชาย​คน​หนึ่ง​แก่​เจ้า
– ​นาง​จะ​ให้​กำเนิด​ชน​หลาย​ชาติ และกษัตริย์​ของ​ชน​หลาย​ชาติ​”

อับ​รา​ฮัม​คิด​ใน​ใจ​ว่า
เขา อายุ 100 ​ปี​แล้ว และนางซาราห์​ ก็ อายุ​ 90 ​ปี​แล้ว​ พวกเขาจะมีบุตรได้อย่างไร?
แต่พระเจ้าย้ำแก่เขาว่า จะเกิดขึ้นแน่ ​ปี​หน้า​ใน​ฤดู​นี้
และให้เขา​ตั้ง​ชื่อ​บุตรนั้น​ว่า “อิสอัค​”
และพระเจ้าจะ​สถา​ปนา​​พันธ​สัญ​ญา​นิรันดร์​แก่​เชื้อ​สาย​ของ​อิสอัค

ฝ่าย​อิช​มา​เอล​นั้น พระเจ้าก็จะอวยพรเขา เพราะเห็นแก่อับราฮัม
– ให้​เขา​มี​พงศ์​พันธุ์​มาก​มาย​ยิ่ง
– เขา​จะ​ให้​กำเนิด​เจ้า​นาย​ 12 ​คน
– ​เขาจะ​เป็น​ชาติ​ใหญ่​ชาติ​หนึ่ง

อับ​รา​ฮัม​จึง​นำ​อิช​มา​เอล และชาย​ทุก​คนใน​บ้าน​ของ​เขา ให้​​เข้า​สุหนัต​ใน​วัน​เดียว​กัน​นั้น

– เรา​เป็น​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​มหิทธิ​ฤทธิ์ ตรงกับภาษาฮีบรูว่า “เอลชัดดาย”
พระเจ้าของเราเป็นพระเจ้าผู้ทรงมหิทฤทธิ์ ทรงกระทำให้สำเร็จได้ทุกสิ่ง
– พระเจ้าประสงค์จะอวยพระพรอับราฮัม ตลอดไป พระองค์จึงบอกให้อับราฮัม ​ดำเนิน​ชีวิตติดสนิทกับพระองค์และ​ดำเนินชีวิตในการเชื่อฟังพระองค์ ตลอดไป
พระเจ้าประสงค์ที่จะให้เราได้รับการอวยพร ดังนั้นจึงบอกให้เราสัมพันธ์สนิทกับพระองค์และเชื่อฟังพระองค์
– พระเจ้าทรงสัญญาประทานพระพรแก่เชื้อสายของอับราฮัม ซึ่งเราเองคือคนเหล่านั้น ที่ได้รับพระพรตามพันธสัญญานิรันดร์เหล่านั้น ดังที่กล่าวไว้ใน กท. 3:14 ว่า “เพื่อ​พร​ของ​อับ​รา​ฮัม​จะ​ได้​มา​ถึง​บรร​ดา​คน​ต่าง​ชาติ ที่​อยู่​ใน​พระ​เยซู​คริสต์ เพื่อ​เรา​จะ​ได้​รับ​พระ​วิญ​ญาณ​ตาม​พระ​สัญ​ญา​โดย​ความ​เชื่อ”
– คนที่เข้าสุหนัตฝ่ายวิญญาณ ก็จะได้รับพระพรตามพันธสัญญาชั่วนิรันดร์
เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ เป็นผู้เข้าสุหนัตในฝ่ายวิญญาณ
ดังที่กล่าวไว้ ใน รม. 2:29 ว่า “คน​เป็น​ยิว​แท้ คือ​คน​ที่​เป็น​ยิว​ภาย​ใน และ​การ​เข้า​สุหนัต​แท้​นั้น​เป็น​เรื่อง​ของ​จิต​ใจ ตาม​พระ​วิญ​ญาณ​ไม่​ใช่​ตาม​ตัว​บท​บัญ​ญัติ คน​อย่าง​นั้น​ไม่​ได้​รับ​การ​ยก​ย่อง​จาก​มนุษย์ แต่​ได้​รับ​จาก​พระ​เจ้า”
– ในมุมมองของมนุษย์ สามีอายุ 99 ปี ภรรยา อายุ 89 ปี จะมีบุตรได้อย่างไร ต่อให้มีบุตรได้ก็ไม่มีแรงคลอดออกมา
แต่เมื่อพระเจ้าสัญญา สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ก็เกิดขึ้น

คำคม

“ พระสัญญาของพระเจ้า เป็นพระสัญญานิรันดร์ เมื่อทรงสัญญาจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ”

สรุป ปฐมกาล 16

ภาพรวม

  • นางซารายยกนางฮาการ์ให้เป็นภรรยาอีกคนของอับราม ฮาการ์จึงตั้งครรภ์และคลอดบุตรชาย ชื่อ อิชมาเอล

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 16 เมื่ออับรามเข้ามาอยู่ในคะนาอัน 10 ปีแล้ว ​
นาง​ซาราย​ภรรยา​ของ​อับ​ราม​ก็ยังไม่​มี​บุตร​
นางจึงบอกให้อับราม ไปหลับนอนกับ​คน​ใช้​ชาว​อียิปต์​ ​ชื่อ​ฮาการ์ เพื่อจะได้มีบุตร
อับ​ราม​ก็​ทำตาม แล้วฮาการ์​ก็​ตั้ง​ครรภ์
แต่เมื่อ​นาง​รู้​ว่า​ตั้ง​ครรภ์​แล้ว​ ก็​ดู​หมิ่น​ซาราย
นาง​ซาราย​จึง​มาตำหนิ​อับ​ราม​
(อับราม งง เลย 555 “ทำไมเป็นความผิดของฉันหว่า?”)

อับราม​จึงบอก​นาง​ซาราย​ว่า อยากทำอะไรกับฮาการ์ ก็เชิญตามสบาย
นาง​ซาราย​เคี่ยว​เข็ญ​ฮาการ์ จน​นาง​หนี​ไป​

ระหว่าทางที่หนีนั้น ทูต​ของ​พระเจ้าก็มาพบนาง แล้ว​กล่าว​ว่า
“กลับ​ไป​หา​นาย​ผู้​หญิง​ของ​เจ้า และ​ยอม​อยู่​ใต้​บัง​คับ​นาง​เถิด
เรา​จะ​ให้​เชื้อ​สาย​ของ​เจ้า​ทวี​มาก​ขึ้น​จน​นับ​ไม่​ถ้วน
เจ้า​จะ​คลอด​บุตร​ชาย และ​จะ​ตั้ง​ชื่อ​บุตร​นั้น​ว่า​ อิช​มา​เอล
บุตร​นั้น​จะ​มี​นิสัย​เหมือน​ลา​ป่า มือ​เขา​จะ​ต่อ​สู้​คน​ทั้ง​ปวง
และ​มือ​คน​ทั้ง​ปวง​จะ​ต่อ​สู้​เขา เขา​จะ​อาศัย​ตรง​หน้า​พี่​น้อง​ทั้ง​ปวง​ของ​เขา”

​ฮา​การ์​จึง​เรียก​พระ​นาม​พระเจ้า ​ว่า “เอล โรอี” (พระ​เจ้า ผู้​ทรง​เห็น)
​นาง​พูด​ว่า “ที่​นี่​ข้าพ​เจ้า​ได้​เห็น​พระ​องค์ ผู้​ทรง​เห็น​ข้าพ​เจ้า​จริงๆ หรือ?”

​เมื่อฮา​การ์กลับมา ก็คลอด​บุตร​ชาย​ อับ​ราม​ตั้ง​ชื่อ​บุตร​นั้น​ว่า “​อิช​มา​เอล”
ขณะนั้น​อับ​ราม​มีอายุได้ 86 ปี

– นางซาราย ไม่ได้รอคอยเวลาของพระเจ้า แต่พยายามด้วยกำลังของตนเองช่วยพระเจ้า เพื่อให้พระสัญญาของพระองค์เกิดขึ้น ปรากฏว่าสร้างปัญหาให้เพิ่มมากขึ้น มีผลสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันที่ เชื้อสายของอิชมาเอล และ เชื้อสายของอิสอัค เป็นศัตรูกันต่อสู้กันจนถึงทุกวันนี้
การพยายามช่วยพระเจ้า โดยไม่รอคอยพระองค์ จะสร้างปัญหา มากกว่าแก้ปัญหา
– นางฮาการ์แม้เป็นคนอียิปต์ แต่เพราะเป็นคนของอับรามผู้ยำเกรงพระเจ้า จึงได้รับพระพร
เมื่อเรายำเกรงพระจ้า นอกจากเราจะได้รับพระพรแล้ว พระพรนั้นจะไหลล้นไปยังคนรอบข้างเราด้วย
– อิชมาเอล แปล​ว่า “พระเจ้า​ทรง​รับ​ฟัง” แม้เขา​จะ​เป็น​ลูก​ของ​อับ​ราม แต่​ไม่​ได้​เป็น​ลูก​ที่​เกิด​ตาม​พระ​สัญญา​ของ​พระเจ้า พระคัมภีร์อธิบายลักษณะของเขา ว่า จะ​เป็น​ดัง​ลา​ป่า ใช้​ชีวิต​ร่อนเร่​และ​เป็น​อิสระ และ​ฉุน​เฉียว​เหมือน​ลา​ป่า และเขา​จะ​ยืน​หยัด​เป็น​ไท​จาก​พี่​น้อง​ร่วม​เชื้อ​สายของเขา
– เอล โรอี พระ​เจ้าผู้​ทรง​เห็น พระเจ้าทรงทราบทุกสิ่ง รวมทั้งท่าทีในจิตใจของมนุษย์
– อับรามมี อิชมาเอล ตอน 86 ปี และ มี อิสอัค ตอน 100 ปี แสดงว่า อิชมาเอลอายุมากกว่าอิสอัค 14 ปี

คำคม

“ การไม่ยอมรอเวลาของพระเจ้า เป็นการตัดสินใจผิดครั้งยิ่งใหญ่ ”

สรุป ปฐมกาล 15

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงทำพันธสัญญากับอับราม ว่าจะอวยพรเชื้อสายของเขามากมาย แต่อย่างไรก็ดีเชื้อสายของเขาต้องตกเป็นทาสในต่างแดน 400 ปี ก่อน แล้วพระเจ้าจะทรงนำพวกเขาออกมาพร้อมสมบัติมากมาย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 15 พระเจ้าตรัสกับ​อับ​ราม​ทาง​นิมิต​ว่า
“อับ​ราม​เอ๋ย เจ้า​อย่า​กลัว​เลย เรา​เป็น​โล่​ของ​เจ้า บำเหน็จ​ของ​เจ้า​จะ​มาก​มาย​นัก”
อับ​ราม​จึงทูล​ว่า สิ่งของที่พระองค์จะประทานแก่เขา จะมีประโยชน์อะไร เขาไม่มีลูก
ดังนั้นของทั้งหมดนั้นก็จะต้องตกเป็นของคนอื่นไปอยู่ดี
พระเจ้าตรัสกับ​อับ​ราม​ว่า
“…​บุตร​ชาย​ที่​เกิด​จาก​เจ้า​จะ​เป็น​ผู้​รับ​มรดก​ของ​เจ้า”
แล้วพระ​องค์​จึง​พา​อับ​ราม​ออก​มา​ข้าง​นอก​ แล้ว​ตรัส​ว่า
“มอง​ดู​ฟ้า​สิ ถ้า​เจ้า​สามารถ​นับ​ดาว​ทั้ง​หลาย​ได้ ก็​นับ​ไป
เชื้อ​สาย​ของ​เจ้า​จะ​เป็น​เช่น​นั้น”

อับ​ราม​ก็​เชื่อ​ในสิ่งที่พระเจ้าตรัส
ความ​เชื่อ​นั้น​พระ​องค์​ทรง​ถือ​ว่า​เป็น​ความ​ชอบ​ธรรม​แก่​เขา

พระเจ้าตรัส​ว่า
“เรา​คือ​ยาห์​เวห์​ผู้​พา​เจ้า​ออก​จาก​เมือง​เออร์​ของ​ชาว​เคล​เดีย
เพื่อ​จะ​ยก​ดิน​แดน​นี้​ให้​เป็น​กรรม​สิทธิ์​ของ​เจ้า”

อับ​ราม​ทูล​ว่า
“…ข้า​พระ​องค์​จะ​ทราบ​ได้​อย่าง​ไร​ว่า จะ​ได้​ดิน​แดน​นี้​เป็น​กรรม​สิทธิ์?”

พระเจ้าตรัสว่า
“เอา​ลูก​โค​ตัว​เมีย​อายุ​สาม​ปี แพะ​ตัว​เมีย​อายุ​สาม​ปี​และ​แกะ​ตัว​ผู้​อายุ​สาม​ปี
นก​เขา​ตัว​หนึ่ง​กับ​นก​พิราบ​ตัว​หนึ่ง​มา​ให้​เรา”

อับ​ราม​จึง​นำ​สัตว์​ทั้ง​หมด​เหล่า​นี้​มา​ถวาย
และ​ผ่า​ครึ่ง​วาง​ข้าง​ละ​ซีก​ตรง​กัน แต่​ไม่​ได้​ผ่า​ครึ่ง​นก
และเฝ้าอยู่จนตะวัน​ใกล้​จะ​ตกดิน
อับ​ราม​ก็​นอน​หลับ​สนิท
เวลา​นั้น​ความ​กลัว​และ​ความ​มืด​อย่าง​ยิ่ง​ก็​มา​ทับ​ถม​อับ​ราม

พระ​เจ้าตรัสกับอับราม​ว่า
…​เชื้อ​สาย​ของ​อับราม​จะไปอยู่ต่างแดน​ถึง ​400​ปีและพวกเขาจะ​ต้อง​รับ​ใช้​ชาว​เมือง​นั้น
และพวกเขา​จะ​ถูกกด​ขี่ข่มเหงที่นั่น
ส่วน​ชน​ชาติ​ที่​พวกเขา​รับ​ใช้​อยู่​นั้น พระเจ้าจะ​พิพาก​ษา​ลง​โทษ
ต่อ​มาในชั่วอายุที่ 4 ​เชื้อ​สาย​ของ​อับราม​จะ​ออก​มา พร้อม​กับ​ทรัพย์​สมบัติ​มาก​มาย
เหตุที่ต้อง รอถึง 400 ปี เพราะ ความ​บาป​ชั่ว​ของ​คน​อา​โม​ไรต์​ยัง​ไม่​ครบ​ถ้วน
จึงยังทรงให้โอกาสพวกคนคะนาอันกลับใจอีก 400 ปี
ส่วนอับรามจะตายอย่าง​สงบ ในยาม​ชรา​มาก​แล้ว

เมื่อ​ดวง​อาทิตย์​ตก​แล้ว ​ก็​มี​ เตา ที่มีควัน​พลุ่ง​อยู่ และ​คบ​เพลิง​
เลื่อน​ลอย​มา​ระหว่าง​กลาง​ซีก​สัตว์​เหล่า​นั้น

แล้วพระเจ้าทรง​ทำ​พันธ​สัญ​ญา​กับ​อับ​ราม​ว่า
พระเจ้าทรง​มอบ​ดิน​แดน​นี้​ให้​เชื้อ​สาย​ของ​อับรามแล้ว​
ตั้ง​แต่​แม่​น้ำ​อียิปต์​ไป​ ถึง​ ​แม่​น้ำ​ยูเฟร​ติส
รวมทั้ง​แผ่น​ดิน​ของคน 10 ชนชาติในบริเวณนั้นด้วย

– เอลี​เยเซอร์ ที่กล่าวถึงใน ข้อที่ 2 ​น่าจะ​เป็นคนรับใช้ของอับราม ​คน​เดียว​กันกับ​คนที่​อับ​ราม​ส่ง​ไป​ที่​ปัด​ดาน​อารัม​เพื่อ​หา​ภรรยา​มา​ให้​อิสอัค​บุตร​ชาย ใน บท​ที่ 24
– พระเจ้าไม่ได้บอกว่า เชื้อสายของอับรามจะมีจำนวนเท่ากับดวงดาว (ซึ่งนักดาราศาสตร์บางท่าน ประมาณว่า น่าจะมีอยู่มากกว่า 1,000,000,000,000,000,000,000 ดวง) แต่บอกว่า จะมากมายจนนับไม่ได้เหมือนจำนวนดวงดาวที่มากมายจนนับไม่ได้
– อับรามเชื่อในสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ ที่พระเจ้าได้ตรัสแก่เขา
พระเจ้าจึงทรงถือว่า เป็นความชอบธรรมของเขา(รม. 4:3; กท. 3:6; ยก. 2:23)
ที่เขาถวายเกียรติแด่พระเจ้าเช่นนั้น
การเชื่อใคร เป็นการให้เกียรติแด่ผู้นั้น
การไม่เชื่อใคร เป็นการดูถูกผู้นั้น
ขณะนี้เรากำลัง ให้เกียรติพระเจ้า หรือกำลังดูถูกพระองค์ ?
– พระเจ้า​ตรัส​แก่​อับ​ราม​ว่า พระองค์เป็นผู้​พา​เจ้า​ออก​จาก​เมือง​เออร์ ทั้งที่ดูเผินๆ
อับรามออกจากเมืองเออร์ก็เพราะว่า เทราห์ผู้เป็นพ่อของอับราม เป็นผู้พาลูกๆของเขาออกจากเมืองเออร์(ปฐก. 11:31)
การกระทำของเทราห์ อยู่ภายใต้การควบคุมของพระเจ้า จึงกล่าวได้ว่าพระเจ้าเป็นผู้นำอับรามออกจากเมืองเออร์
วันนี้ อาจเพราะการกระทำของคนบางคนทำให้เรามาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เราสามารถมองได้ว่า พระเจ้าทรงนำเรามาในเหตุการณ์นี้ ดังนั้นวิธีจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้อย่างดี ก็ทำได้โดยการพึ่งพาพระเจ้า
– อับรามถามพระเจ้าว่า จะรู้ได้อย่างไรว่า สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น
พระเจ้าจึงทำ​พันธ​สัญญา​กับ​เขา
การ​ทำ​พันธ​สัญญา​ใน​สมัย​โบราณ​นั้น ​จะ​ใช้​สัตว์​ผ่า​เป็น​สอง​ซีก ​เพื่อ​เป็น​สัญลักษณ์​ของ​การ​ตก​ลง
อับ​ราม​ ​จัด​เตรียม​สัตว์​เหล่า​นั้นและ​รอ​คอย​การ​ยืน​ยัน​จาก​พระ​เจ้า
พอ​ดวงอาทิตย์ตก พระเจ้า ก็​ให้​มี​คบ​เพลิง​เลื่อน​ลอย​มา​ระหว่าง​กลาง​ซีก​สัตว์​เหล่า​นั้น
เป็นการทำพันธสัญญาอย่างสมบูรณ์
– พระเจ้าบอกอับรามไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่าอิสราเอลจะต้องตกเป็นทาสในอียิปต์ 400 ปี ดังนั้นการตกเป็นทาสของอิสราเอล ไม่ใช่เพราะพระเจ้าไม่สามารถช่วยพวกเขาได้ แต่เพราะพระองค์มีแผนการลึกซึ้งเกิดกว่าที่มนุษย์จะเข้าใจได้
การตกเป็นทาสในอียิปต์ 400 ปี
>> ทำให้อิสราเอลกลุ่มคนเล็กๆ มีเวลา 400 ปี เพิ่มพูนจำนวนมากมายจนถึงกว่า 3 ล้านคน โดยที่ตลอด 400 ปีนั้น ไม่ต้องวิตกกังวลถึงชนชาติจะมาสู้รบกับพวกเขาเลย
>> ทำให้ เป็นการให้โอกาสคนในคะนาอัน อีก 400 ปี เพื่อจะกลับใจ ก่อนการพิพากษาจากพระเจ้าจะมาถึง
>> ทำให้ เมื่อออกมาจากอียิปต์ ด้วยความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับคนอียืปต์เป็นเวลานาน พวกอียิปต์จึงมอบทรัพย์สินมากมายแก่คนอิสราเอลก่อนออกมา
>> ทำให้การพิพากษาอียิปต์เกิดขึ้นเป็นจริง โดยภัยพิบัติต่างๆที่เกิดขึ้น
>> ทำให้เป็นภาพเล็งถึง การช่วยกู้ของพระเยซูคริสต์ ที่ช่วยคนทั้งหลายให้รอดพ้นจากการเป็นทาสบาป
>> และอื่นๆอีกมากมายเกินบรรยายได้หมด ณ ที่นี้
# วันนี้ เราพบกับสถานการณ์เช่นนี้ เพราะพระเจ้ามีแผนการที่ดีเลิศเกินกว่าที่เราจะเข้าใจ เตรียมสำหรับเรา

คำคม

“ สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญา พระองค์เองจะเป็นผู้ทำให้เกิดขึ้น ”

สรุป ปฐมกาล 14

ภาพรวม

  • โลทและครอบครัวถูกจับตัวไป ในสงครามระหว่างกษัตริย์ 9 องค์ อับรามตามไปช่วยกลับมาได้อย่างปลอดภัย และถวาย 1 ใน 10 ของสิ่งที่ริบมาได้ แก่กษัตริย์เมลคีเซเดด

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 14 กษัตริย์เมือง​เอลลา​สาร์และอีก 3 กษัตริย์ซึ่งปกครองด้านตะวันออกของคะนาอัน ได้ยกกองทัพมาสู้รับกับ ​กษัตริย์​เมือง​โสโดมและอีก 4 กษัตริย์ซึ่งปกครองบริเวณทะเลตาย ทางตอนใต้ของคะนาอัน
เกิดการปะทะกัน ณ ที่​ราบ​สิ​ดดิม (คือ​ทะเล​เกลือ)​

กษัตริย์​เมือง​โสโดมและพันธมิตรทั้ง 4 ของเขาพ่ายแพ้
จึง​ยอม​ขึ้น​แก่​กษัตริย์เมืองเอลลาคาร์ 12 ​ปี
แต่​ใน​ปี​ที่​ 13 ​ก็​กบฏ​

​ใน​ปี​ที่ 14 กษัตริย์เมือง​เอลลา​สาร์และพันธมิตรของเขา
​จึง​ยก​มา​ และรบ​ชนะเมืองต่างๆเรื่อยมา ได้แก่ เมือง​อัช​ทา​โรท​คาร​นาอิม , เมือง​ฮาม , ​เมือง​ชาเวห์-คี​ริ​ยาธาอิม​ ,
ชาว​​ภูเขา​เส​อีร์ , เมือง​เอล​ปา​ราน​, ​เมือง​เอน​มิสปัท (คือ​คาเดช) , ​เมือง​ของ​คน​อามาเลข​และ​ เมืองของ​คน​อาโมไรต์​

แล้ว​กษัตริย์​เมือง​โสโดม และพันธมิตรทั้ง 4​
ก็​ยกกองทัพออกไป​ใน​ที่​ราบ​สิ​ดดิม​ ปะทะ​กับ กษัตริย์​เมือง​เอ​ลามและพันธมิตรทั้ง 3

กษัตริย์​ 4 ​องค์​ต่อสู้​กับ 5 ​องค์​
กษัตริย์​เมือง​โสโดม และพันธมิตรทั้ง 4​ พ่ายแพ้ และหนีไป
ข้าศึก​ได้บุกเข้ามาใน​เมือง​โสโดม​และ​เมือง​โกโมราห์​ แล้วเก็บ​ข้าว​ของ​และ​เสบียง​อาหาร​ไป​สิ้น
และได้จับคนในเมืองไปเป็นเชลย
​โลทและครอบครัวก็ถูกจับไปด้วย

มี​คน​หนึ่ง​หนี​มา​ ​บอก​ให้​อับราม ที่​หมู่​ต้น​ก่อ​หลวง​ของมัมเร
ซึ่งในเวลานั้น อับรามมีสัมพันธ์อันดีกับ คน​อา​โม​ไรต์ พี่​น้อง​ของ​เอช​โคล์​และ​อา​เนอร์ ในบริเวณนั้น

อับรามจึง​นำ​พล​ชำนาญ​ศึก​ที่​เกิด​ใน​บ้าน​ของ​ตน​ 318 คน​ไล่​ตาม​ไป
ซึ่งน่าจะมีเพื่อนของอับรามบางคน คือ อา​เนอร์ เอช​โคล์ และมัมเร ติดตามไปด้วย (ปฐก. 14:24)
อับรามไล่ตามมา​ทัน ​ที่​เมือง​ดาน หรือเมือง​“ลาอิช” (วนฉ. 18:29) อยู่​ทาง​ตอน​เหนือ​ของ​ทะเล​สาบ​กาลิลี

อับราม​จึง​แยก​พล​ของ​ตน​ออกเป็น​กองๆ
แล้วก็​เข้า​ตี​พวก​ข้าศึก ใน​กลางคืน จนพวกเขาพ่ายแพ้
หนีไป​ถึง​เมือง​โฮ​บาห์​เหนือ​เมือง​ดามัสกัส​

แล้ว​ท่าน​นำ​ข้าว​ของ​และเชลย กลับคืน​มาได้ทั้ง​หมด
รวมทั้งโลทและครอบครัว​ด้วย​

เมื่อ​อับราม​กลับ​จาก​การ​รบ
กษัตริย์​เมือง​โสโดม​ก็​ออกมา​รับ​อับราม ณ ที่​ราบ​ชาเวห์ (คือ​ที่​ราบ​ของ​กษัตริย์)​

เมลคี​เซ​เดค​ ผู้​เป็น​ทั้ง​กษัตริย์​เมือง​ซาเลม และ​ปุโรหิต​ของ​พระ​เจ้า​ผู้​สูงสุด ​
ได้​นำ​ขนม​ปัง​กับ​เหล้า​องุ่น​มา​ให้​อับราม
แล้ว​อวย​พร​เขา ว่า
“ขอ​พระ​เจ้า​ผู้​สูงสุด​ผู้​ทรง​สร้าง​ฟ้า​สวรรค์​และ​แผ่นดิน
จง​โปรด​ให้​อับราม​ได้รับ​พระ​พร​เถิด
สาธุการ​แด่​พระ​เจ้า​ผู้​สูงสุด ผู้​ทรง​มอบ​ศัตรู​ทั้ง​หลาย​ไว้​ใน​เงื้อม​มือ​ของ​ท่าน”
​อับราม​ก็​ยก​ 1 ใน​ 10 ​จาก​ข้าว​ของ​นั้น​ ถวาย​แก่​กษัตริย์​เมลคี​เซ​เคด

ฝ่าย​กษัตริย์​เมือง​โสโดม​ ตรัส​แก่​อับราม​ว่า
“ขอ​คืน​คน​ให้แก่​เรา แต่​ข้าว​ของ​นั้น​ท่าน​จง​เอา​ไป​เถิด”

แต่อับราม​ ไม่ยอมรับสิ่ง​ใดๆ ไว้เลย นอกจากเสบียง​อาหาร​ที่​คน​ของ​อับราม​ได้​รับประทานไป​เท่านั้น เพื่อ​มิ​ให้​กษัตริย์โสโดมพูด​ได้​ว่า
‘เรา​ได้​บำรุง​อับราม​ให้​มั่ง​มี’

​และอับราม บอกกษัตริย์โสโดม ให้มอบส่วนที่​คน​ที่​มา​กับ​อับราม คือ​อา​เนอร์ เอช​โคล์ และมัมเร ​ในส่วนที่พวกเขาสมควรได้รับเถิด

– เมื่อมนุษย์ทวีมากขึ้น ความชั่วร้ายของมนุษย์ก็ทวีออกมา เห็นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ มาถึงสมัยของอับรามนี้ ทวีมากขึ้นจนมีการสู้รบเพื่อแย่งชิงทรัพย์สิน ผู้หญิง และจับคนไปเป็นเชลย
– เมืองโสโดม เมืองโกโมราห์ ตกเป็นเมืองขึ้นอยู่ 12 ปี ความยากลำบากที่เกิดขึ้นนี้ เป็นพระเมตตาจากพระเจ้า ที่ให้โอกาสพวกเขาสำนึกบาปและกลับใจใหม่ แต่ดูเหมือนพวกเขาไม่ได้สำนึกเลย
วันนี้ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับเรา อาจจะเป็นเสียงเตือนจากพระเจ้าให้เรากลับใจเสียใหม่ ก็เป็นได้
– กองทัพของ 4 กษัตริย์ที่ยกมาสู้กับกษัตริย์โสโดมนั้น ยิ่งใหญ่มาก เพราะนอกจากจะชนะกองทัพใหญ่ของกษัตริย์ 5 องค์แล้ว ก่อนหน้านี้ยังรบชนะเมืองต่างๆมามากมายแล้ว อย่างน้อย 8 เมือง
แต่เพราะพระเจ้าสถิตกับอับราม ด้วยกำลังคนเพียง 318 คน ก็สามารถปราบกองทัพอันเกรียงไกรนี้ลงได้อย่างสิ้นเชิง
– อับรามมีคนใช้ที่เกิดในบ้านของเขา ที่โตเป็นหนุ่มแล้ว ถึง 318 คน ชี้ให้เห็นว่า อับรามช่างมั่งคั่งจริงๆ คงจะมีฝูงสัตว์มากมาย จนมากเพียงพอเลี้ยงคนใช้ เหล่านี้และครอบครัวของพวกเขา ได้
เหตุที่ทำให้อับรามมั่งคั่งเช่นนี้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี ไม่น่าจะเพราะเขาค้าขายเก่งหรือเลี้ยงสัตว์เก่ง แต่น่าจะเป็นเพราะพระเจ้าทรงสัญญาว่าจะทรงอวยพระพรแก่อับราม ผู้มีความเชื่อและเชื่อฟังพระเจ้า
เมื่อพระเจ้าบอกว่าจะอวยพร พระพรนั้นมากมายเหลือคณานับจริงๆ
– คนใช้ในบ้านอับราม มีคนชำนาญศึกอยู่เป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่า อับรามเตรียมพร้อมอยู่เสมอ คงจะให้คนใช้ของเขา ฝึกฝนการต่อสู้อยู่เป็นประจำ
การที่พระเจ้าอวยพร ไม่ได้หมายความว่า จากนี้ไป เราไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องใช้สติปัญญา
แต่ตรงกันข้าม เพราะพระเจ้าอวยพรเรา เราสมควรใช้สติปัญญาอย่างสุดความสามารถที่จะบริหารจัดการ ปกป้องดูแล สิ่งที่พระเจ้าประทานให้แก่เรานั้น
– อับรามน้อมรับคำอวยพร จาก กษัตริย์เมลคีเซเดดผู้ชอบธรม แต่ไม่ยอมรับแม้แต่ด้ายเส้นเดียว จากกษัตริย์โสโดมผู้ชั่วร้าย
ที่เป็นเช่นนี้ เพราะอับรามรักพระเจ้าและยำเกรงพระเจ้า
เขาอยากให้คนทั้งหลายกล่าวว่า การที่อับรามจำเริญขึ้นนี้ เพราะพระพรจากพระเจ้า
เขาไม่อยากให้ใครเลยกล่าวว่า การที่อับรามรวยขึ้นนี้ เพราะการส่งเสริมจากคนชั่วร้าย
เขาปรารถนาให้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขานั้น ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าเท่านั้น
– แม้อับรามไม่ได้รับของจากกษัตริย์เมืองโสโดม แต่ขณะเดียวกันเขาก็ไม่ลืมคนที่มากับเขา เขาสนับสนุนให้กษัตริย์โสโดมมอบสิ่งที่เพื่อนๆของเขา สมควรจะได้รับแก่พวกเขา
เมื่อเราดำเนินชีวิตในฝ่ายวิญญาณ ก็ไม่ควรละเลยหรือไม่สนใจผู้อื่น ที่ไม่ได้มีมุมมองฝ่ายวิญญาณแบบเดียวกับเราด้วย
– การที่อับรามไม่รับของใดๆจากกษัตริย์เมืองโสโดม
ไม่ได้หมายความว่า เขาจะไม่ได้รับอะไรเลย จากการรบครั้งนี้
เพราะเขาได้ถวาย 1 ใน 10 ของสิ่งที่เขาได้รับมาแก่เมลคีเซเดด แสดงว่าเขาได้ของมามากมายด้วย คือของที่ไม่ใช่ของของกษัตริย์โสโดมหรือพันธมิตร แต่เป็นของที่พวกของกษัตริย์เมืองเอลลา​สาร์ ปล้นมา ตลอดการกรีธาทัพในครั้งนี้
การรบกันของกษัตริย์ทั้ง 9 องค์ สร้างความเสียหายมากมาย ซึ่งอาจเกิดจากหลายเหตุผลก็จริง
แต่หนึ่งในเหตุผลเหล่านั้น ก็คือ เพื่อที่พระเจ้าจะอวยพระพรอับรามให้มั่งคั่งมากยิ่งขึ้นนั่นเอง
ความวุ่นวายต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นในสังคม พระเจ้ากำลังเปิดประตูพระพรให้แก่ผู้ที่ยำเกรงพระองค์
– เมลคี​เซ​เดค​ ผู้เป็นกษัตริย์​เมือง​แห่งสันติสุข(ซาเลม) และ​ปุโรหิต​ของ​พระ​เจ้า​ผู้​สูงสุด ​ได้ถูกนำไปเปรียบกับพระเยซู ใน ฮบ.7 เขาได้​นำ​ขนม​ปัง​กับ​เหล้า​องุ่น​มา​ให้​อับราม เหมือนพระเยซูมอบขนมปังและน้ำองุ่นแก่เหล่าสาวก ในพิธีมหาสนิท อีกด้วย
เรื่องของ เมลคีเซเดด รับชมเพิ่มเติมได้จากที่นี่นะครับ
https://www.youtube.com/watch?v=rXJh9q2o-PM&list=PLaCGMfK5N21j6__4FLDHlOljBVrUScFu8&index=12&t=0s

คำคม

“ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผู้ที่พระเจ้าจะอวยพระพร ก็ยังจะได้รับพระพรอยู่ดี ”

สรุป ปฐมกาล 13

ภาพรวม

  • เมื่ออับรามกลับมาจากอียิปต์ โลทก็แยกตัวออกไป และพระเจ้าทรงสัญญาที่จะอวยพระพรแก่อับรามและเชื้อสายของเขาในดินแดนคะนาอันนั้น

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 13 หลังจากฟาโรห์ได้ให้ทรัพย์สมบัติมากมายแก่อับราม อับรามก็​ออก​จาก​อียิปต์​ไป​เนเกบ
ด้วย​ฝูง​ปศุ​สัตว์ เงิน​และ​ทอง​คำ มากมาย
จากนั้น​ก็เดินทางต่อจน​มา​ถึง​เบธ​เอล ​ที่​ก่อนหน้านี้เขาได้​สร้าง​แท่น​บูชา​ไว้ ​อับ​ราม​จึงนมัส​การพระเจ้าอีกที่นั่น

ฝ่าย​โลทหลานชายของ​อับราม​ ที่มาพร้อมกันนั้น ก็มี​ฝูง​แพะ แกะ และ​ฝูง​โค​กับ​เต็นท์​ด้วย
ปรากฏว่า ที่​ดิน​ที่​นั่น​ไม่​กว้าง​ขวาง​พอ​ให้​พวก​เขา​อยู่​ด้วย​กัน​ได้

อับราม​จึง​พูด​กับ​โลท​ว่า
“ขอ​อย่า​ให้​เรา​และ​คน​เลี้ยง​สัตว์​ของ​เรา​ทะเลาะ​กัน​เลย เพราะ​เรา​เป็น​ญาติ​สนิท
ขอ​ให้​เจ้า​แยก​ไป​จาก​เรา​เถิด
ถ้า​เจ้า​ไป​ทาง​ซ้าย​เรา​ก็​จะ​ไป​ทาง​ขวา”

โลท​เห็นว่า​ลุ่ม​ของ​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​ ​มี​น้ำ​บริ​บูรณ์​อยู่​ทุก​แห่ง
โลท​จึง​เลือก​ที่​ลุ่ม​ของ​แม่​น้ำ​จอร์​แดน
โลท​ออก​เดิน​ทาง​ไป​ทิศ​ตะวัน​ออก
​อาศัย​อยู่​ท่าม​กลาง​เมืองต่างๆ ใน​ที่​ราบ และ​ย้าย​เต็นท์​ไป​ตั้ง​ถึง​เมือง​โสโดม
ซึ่งเป็นเมืองซึ่งเต็มไปด้วยความชั่วร้าย และทำ​ผิด​บาป​ต่อ​พระเจ้า​มาก
ส่วนอับราม​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​คา​นา​อัน

เมื่อ​โลท​จาก​อับ​ราม​ไป​แล้ว
พระเจ้าตรัส​กับ​อับ​ราม​ว่า
“จง​เงย​หน้า​ดู​สถาน​ที่​ตั้ง​แต่​เจ้า​อยู่​นี้​ไป​ทาง​ทิศ​เหนือ ทิศ​ใต้ ทิศ​ตะวัน​ออก และ​ทิศ​ตะวัน​ตก
เพราะ​ดิน​แดน​ทั้ง​หมด​ที่​เจ้า​แล​เห็น​นี้ เรา​จะ​ยก​ให้​เจ้า​และ​เชื้อ​สาย​ของ​เจ้า​ตลอด​นิรันดร์
เรา​จะ​ทำ​ให้​เชื้อ​สาย​ของ​เจ้า​มาก​เหมือน​ผง​คลี​ดิน…
จง​ลุก​ขึ้น​เดิน​ให้​ทั่ว​ดิน​แดน​นี้… เพราะ​ว่า​เรา​จะ​ยก​ดิน​แดน​นี้​ให้​เจ้า”

อับราม​จึง​ย้าย​เต็นท์​มา​อาศัย​อยู่​ที่​หมู่​ต้น​โอ๊ก​ของ​มัมเร ซึ่ง​อยู่​ที่​เฮ​โบรน
แล้ว​สร้าง​แท่น​บูชา​ถวาย​พระ​ยาห์​เวห์เจ้า​ที่นั่น

– เมื่อมาถึงคะนาอันใหม่ๆ อับรามยังไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น เขาก็สรรเสริญพระเจ้า เมื่อออกจากอียิปต์ได้ทรัพย์สมบัติมามากมายแล้ว เขาก็ไม่ลืมพระเจ้า ยังคงสรรเสริญพระองค์
– เมื่อต้องแยกจากโลท อับรามมีน้ำใจให้โลทเลือกก่อน ถึงกระนั้นดินแดนที่เป็นฝั่งของอับราม ก็ยังเป็นดินแดนคะนาอันอยู่ดี ตามแผนการที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้แต่แรก
ไม่ว่ามนุษย์จะทำอะไรอย่างไร แผนการของพระเจ้าก็จะสำเร็จอยู่ดี แต่มนุษย์ที่เลือกทำจะได้รับผลจากการเลือกของตน
เช่นเดียวกับโลท ทั้งที่ รู้ว่าเมืองโสโดมเป็นเมืองชั่วร้ายและทำผิดต่อพระเจ้ามากมาย แต่ก็ยังเลือกไปอยู่ที่นั่นอยู่ดี เพราะดูเหมือนช่างอุดมสมบูรณ์
การเลือกสิ่งที่ใครๆมองก็ดูว่าดี แต่ขัดกับน้ำพระทัยของพระเจ้า ไม่เคยนำสิ่งดีมาสู่ผู้เลือกเลย
– เมื่อพระเจ้าทรงสัญญากับอับรามถึงดินแดนที่จะยกให้แก่เชื้อสายของเขา สิ่งที่พระเจ้าทรงให้อับรามทำ คือ “เจ้า​จง​เงย​หน้า​แลดู​สถานที่ ตั้งแต่​เจ้า​อยู่​นี้​ไป​ทาง​ทิศ​เหนือ ทิศ​ใต้ ทิศ​ตะวันออก ทิศ​ตะวันตก​…จง​ลุก​ขึ้น​เดิน​ให้​ทั่ว​ดิน​แดน​นี้ให้​ทั่ว​ทั้ง​ด้าน​ยาว​ด้าน​กว้าง​เถิด…”
ก็เพื่อให้อับรามได้เห็นว่า พระพรที่พระเจ้าจะอวยพรแก่เขาและเชื้อสายของเขานั้นมากมายกว้างใหญ่ไพศาลสักเพียงใด เมื่ออับรามได้เห็น สายตาแห่งความเชื่อของเขาคงจะทำให้เขาตื่นเต้นและชื่นชมยินดีอย่างยิ่งสำหรับพระพรเหลือล้นที่พระเจ้าจะทรงประทานแก่เขาและเชื้อสายของเขา
วันนี้ ให้เราลองไตร่ตรอง สำรวจ ค้นดู ว่า พระพรของพระเจ้าที่ทรงสัญญาไว้ ที่จะประทานให้แก่เราในสวรรคสถานนั้น มากมายเหลือล้น และวิเศษสักเพียงใด
สิ่งเหล่านี้คงทำให้ ชีวิตของเราในวันนี้ เต็มไปด้วยความชื่นชมยินดี และช่วยเราให้ดำเนินชีวิตในโลกนี้อย่างมีปัญญา

คำคม

“ การอวยพระพรนั้นจะยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้เสมอ ”

สรุป ปฐมกาล 12

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงเรียกให้อับรามออกจากเมืองฮารานไปยังดินแดนคะนาอัน แต่เมื่อไปถึงเขาพบกับการกันดารอาหาร จึงย้ายไปอียิปต์และที่นั่นเขาได้รับสมบัติกลับมามากมาย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 12 ​พระ​เจ้า​เรียกให้อับราม​ ​ออก​จาก​เมือง​ จาก​ญาติ​พี่​น้อง ไป​ยัง​ดินแดน​ที่​พระเจ้า​จะ​บอก​ให้​เขา​รู้
พระองค์ทรงสัญญาว่า
– ​จะ​ให้​เขา​เป็น​ชน​ชาติ​ใหญ่
– ​จะ​อวย​พร​แก่​เขา
– จะ​ให้​เขา​มี​ชื่อเสียง​ใหญ่โต​เลื่อง​ลือ​ไป
– จะให้เขา​ช่วย​ให้​ผู้อื่น​ได้รับ​พร​
– จะ​อำนวย​พร​แก่​คน​ที่​อวย​พร​เขา
– จะ​สาป​คน​ที่​แช่ง​เขา
– จะให้ บรรดา​เผ่าพันธุ์​ทั่ว​โลก​จะ​ได้​พร​เพราะ​เขา

​อับราม​ก็เชื่อฟังพระ​เจ้า ตอนนั้นอับราม อายุ​ 75 ​ปี​
เขา​พา​นาง​ซาราย​ ​กับ​โลท​ ​และ​ทรัพย์​สมบัติ​ที่​ได้​สะสม​ไว้ และคนใช้ของเขา ออกจากเมือง​ฮาราน ​เดินทาง​ไป​ยัง​แผ่นดิน​คานาอัน

เมื่อ​ไป​ถึง​ ​ต้น​ก่อ​หลวง ณ โมเรห์ ที่​เมือง​เช​เคม ในแคว้น​คานาอัน​แล้ว​
​พระ​เจ้า​ทรง​​ปรากฏ​แก่​เขา ตรัส​ว่า
“ดินแดน​นี้​เรา​จะ​ยก​ให้​พงศ์​พันธุ์​ของ​เจ้า”
อับรามจึง​สร้าง​แท่น​ถวาย​บูชา​แก่​พระ​เจ้า​ ที่นั่น

อับรามเดินทางต่อ มาถึง​ภูเขา​ระหว่างเมือง​เบธเอล ​และ​เมือง​อัย​
เขาจึงได้​สร้าง​แท่น​บูชา​พระ​เจ้า​ที่​นั่น และ​นมัสการ​ออก​พระ​นาม​พระ​เจ้า​
แล้ว​อับราม​ก็​เดินทาง​ต่อไป ยังเน​เกบ (ตอนใต้ของปาเลสไตน์)
แล้วก็เกิด​กันดาร​อาหาร​ที่​แคว้น​คานาอัน
เขา​จึง​ย้ายไป​​อยู่​ที่​ประเทศ​อียิปต์

เมื่อ​ใกล้​จะ​เข้า​อียิปต์ อับราม​ก็บอก​ซาราย ​ว่า ให้บอกคนอื่นว่า เป็นน้องสาวของอับราม เพราะเขากลัวว่า ถ้าบอกว่าเป็นสามี ชาวอียิปต์จะฆ่าเขาเพื่อชิงตัวนางซารายไป
นางซารายก็ทำตาม
มีคนไปทูล​ฟาโรห์ ถึงความงามของนาง
​ฟาโรห์จึงใช้คนรับนางและอับรามเข้าวัง แล้วให้ของขวัญแก่ อับราม​มากมาย
แต่​พระ​เจ้า​ทรง​ทำ​ให้​เกิด​ภัย​พิบัติ​ร้ายแรง​ต่างๆ แก่​ฟาโรห์ และ​ราชวงศ์​ของ​ท่าน
ฟาโรห์​จึงรีบคืนนางซารายให้แก่อับราม และสั่งให้​พวก​คน​ใช้​เอา​ใจ​ใส่​อับราม
พวก​คน​ใช้​จึง​นำ​อับราม​เดินทาง​กลับไป พร้อม​กับ​นางซารายและ​ทรัพย์​สมบัติมากมาย

– เมื่อพระเจ้าทรงสั่งให้อับรามออกจากเมืองฮาราน ไปยังคะนาอัน
หากอับรามมองในมุมมอง ตามที่ตามองเห็น มันเป็นสิ่งที่ยาก ลำบาก ต้องเสียสละมากมาย
หากอับรามมองในมุมมอง ตามความเชื่อ มันช่างเป็นสิ่งที่วิเศษ แสนดี น่าตื่นเต้น น่าดีใจ น่าชื่นชมยินดีอย่างที่สุด ที่จะได้รับพระพรมากมายถึงเพียงนั้น
วันนี้ เมื่อพระเจ้าทรงสั่งให้เราทำบางอย่าง เรามองการเชื่อฟังทำตามคำสั่งนั้น ด้วยสายตาแบบใด?
– อับรามเมื่อเดินทางมาถึงคะนาอันแล้ว ยังไม่ทันพบการอวยพรที่พระเจ้าตรัสไว้เลย ถึงกระนั้น เขาก็ได้สร้างแท่นบูชา ถวายขอบคุณพระเจ้า ถึงสองแห่ง
เพราะเขาเชื่อว่าจะได้รับแน่ ทั้งที่ยังไม่ได้รับ เขาก็ขอบคุณพระเจ้าแล้ว
วันนี้ แม้เรายังไม่ได้รับตามที่ทรงสัญญา แต่หากเรารับเอาด้วยความเชื่อ เราจะเริ่มขอบคุณพระเจ้าอย่างจริงใจสำหรับสิ่งที่กำลังจะมานั้น
– นางซาราย อายุ 65 ปี ยังสวยปิ้งอยู่เลย
– เมื่ออับรามมาถึงคะนาอัน แทนที่จะพบกับพระพรเหมือนที่พระเจ้าบอก แต่เขากลับพบกับกันดารอาหาร จนต้องหลบไปอยู่อียิปต์ หน่ำซ้ำพอไปถึงอียิปต์ยังถูกแย่งภรรยาอีกต่างหาก
มองในสายตาแบบมนุษย์ ดูเหมือนพระเจ้าไม่รักษาสัญญา
แต่ความจริงแล้วพระเจ้า กำลังรักษาสัญญา ซารายปลอดภัยและอับรามกลับได้รับทรัพย์สมบัติมากมายจากฟาโรห์
นั่นคือ มาอียิปต์เพื่อขนสมบัติกลับบ้าน ก็เท่านั้นเอง
หากเรากำลังประสบเหตุการณ์ที่ดูไม่เหมือนที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้เลย ขอให้ยังคงยึดมั่นความเชื่อในพระสัญญาของพระเจ้าไว้มั่น
เหตุที่มีกันดารอาหารเพื่อให้อับรามได้รับสมบัติมากมายฉันใด
ปัญหาที่เกิดกับเราวันนี้ ก็เพื่อให้เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซู ได้รับพระพรยิ่งใหญ่ตามที่พระองค์ทรงสัญญาฉันนั้น

คำคม

“ การเชื่อฟังพระเจ้า อย่างวางใจ แม้ดูเหมือนจะขาดทุน แต่ในที่สุดจะกำไร”

สรุป ปฐมกาล 11

ภาพรวม

  • มนุษย์จงใจขัดแย้งกับพระเจ้า ไม่ต้องการกระจายไปทั่วโลก พระเจ้าจึงทรงทำให้เขากระจัดกระจายไป

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 11 กล่าวถึง เชื้อสายของโนอาห์​ทั่ว​โลก​พูด​ภาษา​เดียว​กัน ​พา​กัน​อพยพ​ไป​ทิศ​ตะวันออก ​ตั้งหลักแหล่งร่วมกันที่​ทุ่ง​ราบ​ใน​แดน​เมือง​ชิ​นาร์
แล้วก็​พูด​กัน​ว่า “มา​เถิด เรา​จง​สร้าง​เมือง​ขึ้น​และ​ก่อ​หอ​ให้​ยอด​เทียม​ฟ้า ให้​เรา​ทำ​ชื่อเสียง​ไว้ มิฉะนั้น​เรา​จะต้อง​กระจัด​กระจาย​ไป​ทั่ว​พื้น​แผ่นดิน”
พระ​เจ้า​ทอด​พระ​เนตร​เมือง​ และ​หอ​ที่​มนุษย์​ก่อสร้าง​ขึ้น​นั้น​
ทรงเห็นว่า นี่​เป็น​เพียง​เบื้องต้น​ของ​อยากทำสิ่งต่างๆเพื่อตนเอง ไม่เชื่อฟังพระเจ้า ไม่ยอมถวายเกียรติแด่พระเจ้า
พระเจ้าจึงทรงทำ​ให้​ภาษา​ของ​เขา​วุ่นวาย​ ​พูด​กันไม่เข้าใจ​
พวกเขา​จึงเลิก​สร้าง​เมือง​นั้น​ และกระจัด​กระจาย​จาก​ที่​นั่น​ไป​ทั่ว​พื้น​แผ่นดิน
พวกเขาจึง​เรียก​เมือง​นั้น​ ว่า ​บา​เบล (แปลว่า วุ่นวาย)

​เชื้อ​สาย​ของ​เชม มีดังนี้
เชม ​มี​อายุ​มีอายุ 600 ​ปี​
> ​มี​บุตร​ชื่อ​ อารปัค​ชาด​ มีอาย 438 ปี
>> ​มี​บุตร ชื่อ เช​ลาห์​ มีอายุ 433 ปี
>>> ​มี​บุตร​ ชื่อ ​เอ​เบอร์​ มีอายุ 464 ปี
>>>> ​มี​บุตร ​ชื่อ เป​เลก​​ มีอายุ 239 ปี
>>>>> ​มี​บุตร​ ชื่อ เร​อู​​​ มีอายุ 239 ปี
>>>>>> ​มี​บุตร ​ชื่อ ​เส​รุก​ มีอายุ 230 ปี
>>>>>>> ​มี​บุตร ​ชื่อ​ นา​โฮร์​​ มีอายุ 148 ปี
>>>>>>>> ​มี​บุตร​ ชื่อ ​เท​ราห์​ มีอายุ 205 ปี
>>>>>>>>> ​มี​บุตร ชื่อ​ อับราม นา​โฮร์ และ​ฮาราน​
ลูกทั้ง 3 ของ เทราห์ เกิดที่เมืองเออร์
– ฮา​ราน​ มีลูกได้แก่ โลท​ , มิล​คาห์ และ​อิส​คาห์​
– อับราม​ ได้แต่งงานกับ​ซาราย ซึ่ง​เป็น​หมัน
– นา​โฮร์​ ได้แต่งงานกับ ​มิล​คาห์ (​บุตรี​ของ​ฮาราน)

ต่อมาฮารานก็เสียชีวิตลง
เท​ราห์​ จึงพา​อับราม​ กับ​โลท​หลานชาย และ​นาง​ซาราย​ ออก​จาก​เมือง​เออร์​ของ​ชาว​เคล​เดีย
จะ​เข้า​ไป​ใน​แผ่นดิน​คานาอัน
แต่​เมื่อ​เขา​ทั้ง​หลาย​มาถึง​เมือง​ฮาราน​แล้ว​ก็​อาศัย​อยู่​ที่​นั่น​
และเท​ราห์​ก็​สิ้นชีวิต​ใน​เมือง​ฮาราน​

– มนุษย์ทำสิ่งผิดเรื่องหอบาเบล คือ
1. พวกเขาใช้ความสามารถที่พระเจ้าประทานให้ แทนที่จะทำเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า กลับทำเพื่อเกียรติของตนเอง
2. พวกเขาอยากสร้างหอสูงเทียมฟ้า ซึ่งสะท้อนว่าพวกเขาอยากเป็นเหมือนพระเจ้า แบบเดียวกับที่อาดัมทำ
3. พวกเขาจงใจขัดแย้งกับพระเจ้า พระเจ้าต้องการให้พวกเขามีลูกดกเต็มแผ่นดิน แต่พวกเขา ไม่อยากไปไหนอยากอยู่ที่เดียวกัน
– ไม่ว่ามนุษย์จะคิดแผนการอะไรก็ตาม ในที่สุดแล้ว แผนที่สอดคล้องกับแผนของพระเจ้าเท่านั้นที่จะคงอยู่ได้
– เมื่อสังเกตจากอายุของมนุษย์ พบว่า ส่วนใหญ่จะสั้นลงเรื่อยๆ หลังจากน้ำท่วมโลก อาจเป็นเพราะอาหารหรือภูมิอากาศ เปลี่ยนแปลงไป
– ปฐก. 11:31 เทราห์พาครอบครัว ​ออก​จาก​เมือง​เออร์ เพื่อ​เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดิน​คา​นา​อัน แต่​มา​ถึงแค่​ฮาราน​
ดูเผินๆ ดูเหมือนการที่อับราฮัมออกจากเมืองเออร์ แล้วต่อมาเดินทางไปคะนาอัน น่าจะเป็นเพราะเป็นความฝันของพ่อตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ถ้าจะให้เลือกสักที่ที่อับราฮัม อยากจะไป คงเป็นคะนาอัน เป็นแน่
แต่ใน นหม. 9:7 กล่าวว่า “พระ​องค์​คือ​พระ​ยาห์เวห์ พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​เลือก​อับราม และ​ทรง​นำ​ท่าน​ออก​มา​จาก​เมือง​เออร์​แห่ง​ประ​เทศ​เคล​เดีย และ​ทรง​ประทาน​นาม​ท่าน​ว่า​อับราฮัม”
เป็นที่น่าสังเกตว่า เมื่อพระเจ้าเรียกให้เราทำอะไรนั้น มักมีการเตรียมตัวเตรียมใจของเราไว้แล้วล่วงหน้า
คนอื่นมอง อาจจะพูดได้ว่า คิดไปเองหรือเปล่า? อยากทำเองแล้วตู่ว่า พระเจ้าบอกให้ทำหรือเปล่า?
แต่สำหรับคนเหล่านั้น ที่พระเจ้าทรงเรียกให้เขาทำอะไรก็ตาม เขาจะรู้ลึกๆอยู่ในใจว่า ใช่แล้ว พระเจ้าทรงเรียกให้ฉันทำสิ่งนี้

คำคม

“ ไม่ว่าใครจะทำอะไรก็ตาม แต่น้ำพระทัยอันดีของพระเจ้าสำหรับเราจะสำเร็จอย่างแน่นอน ”

สรุป ปฐมกาล 10

ภาพรวม

  • พระคัมภีร์บันทึกเชื้อสายของเชม ฮาม ยาเฟท เพื่อแสดงให้เห็นว่า จากโนอาห์คนเดียว บรรดาประชาชาติได้ถือกำเนิดขึ้น

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 10 กล่าวถึงพงศ์​พันธุ์​ของบุตร​ทั้ง 3 ​ของ​โน​อาห์ คือ เชม ฮาม และ​ยาเฟท

บุตร​ของ​ยาเฟ​ท
1. ​โก​เมอร์
>>> มีบุตร ชื่อ อัชเค​นัส รี​ฟาท และ​โท​การ​มาห์​
2. มา​โกก
3. มาดัย
4. ยา​วาน
>>> มีบุตร ชื่อ เอลีชาห์ ทาร​ชิช คิ​ทธิม และ​โด​ดา​นิม​
5. ทู​บัล
6. เมเชค
7. ทิ​ราส​
พงศ์​พันธุ์​เหล่า​นี้​ อยู่​ตาม​ฝั่ง​ทะเล​แผ่​ไพศาล​ออกไป​ใน​แผ่นดิน​ของ​เขา

บุตร​ของ​ฮาม
​1. คูช
>>> มีบุตร ชื่อ
>>> 1.1 ​เส-บา
>>> 1.2 ฮา​วิ​ลาห์
>>> 1.3 สับ​ทาห์
>>> 1.4 รา​อา​มาห์
>>>>> มีบุตร ชื่อ เช​บา​และ​เด​ดาน​
>>> 1.5 ​สับ​เท​คา
>>> 1.6 นิ​มโรด ซึ่งนักรบยิ่งใหญ่​บน​แผ่นดิน​ เป็น​พรานเก่งกล้า​ต่อ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า
อาณาจักร​ของ​นิ​มโรด​นั้น คือ​เมือง​บาบิโลน ​เมือง​เอ​เรก เมือง​อัค​คัด เมือง​นี​นะเวห์ ​เมือง​เรโหโบท​อีร์ ​เมือง​คา​ลาห์​
และ​เมือง​เร​เสน​ซึ่ง​เป็น​เมือง​ใหญ่​
2. อียิปต์
>>> มีบุตร ชื่อ ลูดิม อา​นา​มิม เลหะ​บิม นัฟ​ทูฮิม​ ปัท​รุ​สิม คัสลู​ฮิม (ต้น​ตระกูล​คน​ฟีลิสเตีย) และ​คัฟ​โท​
3. พูต
4. คานาอัน​
>>> มีบุตร ชื่อ ​ไซ​ดอน​ ​เฮท​ ​เย​บุส ​อา​โม​ไรต์ เกอร์​กา​ชี​ ฮี​ไวต์ อารคี ​สินี​ ​อาร​วัด เศ​เมอร์ และ​ฮามัธ
ภายหลัง​ตระกูล​ของ​คน​คานาอัน​ก็​แยก​ย้าย​กัน​ไป​ จาก​เมือง​ไซ​ดอน จนถึง​เมือง​กา​ซา และ​ไป​ทาง​เมือง​โสโดม โกโม​ราห์ อัด​มาห์ และเศ​โบยิม​จนถึง​เมือง​ลาชา​


บุตรของ​เชม
1. ​เอ​ลาม
2. อัส​ชูร
3. อารปัค​ชาด
>>> มีบุตร ชื่อ
>>> 3.1 เช​ลาห์
>>>>>> 3.1.1 เอ​เบอร์​
>>>>>>>>> 3.1.1.1 เพ​เลก
>>>>>>>>> 3.1.1.2 โยก​ทาน​
>>>>>>>>>>>>>>> มีบุตร ชื่อ อัล​โม​ดัด เชเลฟ ฮา​ซาร​มา​เวท เย​ราห์​ ฮา​โดรัม อุ​ซาล ดิ​คลาห์​ โอ​บาล อา​บี​มา​เอล เช​บา​ โอฟีร์ ฮา​วิ​ลาห์ และ​โยบับ
4. ลูด
5. ​อารัม​
>>> มีบุตร ชื่อ อูส ฮูล เก​เธอร์ และมัช​
เชื้อสายของเชม ที่บันทึกไว้มี 26 คน พวก​เขา​อาศัย​อยู่​เริ่ม​จาก​เมือง​เม​ชา​ไป​ทาง​เส​ฟาร์​ถึง​ถิ่น​เทือกเขา​ทาง​ทิศ​ตะวันออก​

​จาก​คน​เหล่า​นี้​ประชาชาติ​ทั้ง​หลาย​ใน​โลก​ก็​แผ่​ไพศาล​ออกไป​ภายหลัง​น้ำ​ท่วม​

– มนุษย์ทุกคนในทุกวันนี้ ล้วนมาจากสายเลือดเดียวกัน เราเป็นญาติกันทั้งสิ้น พระเจ้าจึงประสงค์ให้เรารักห่วงใย ช่วยเหลือกันและกัน
– เชื้อสายของยาเฟท , ฮาม และเชม ที่บันทึกไว้มี 14 คน , 30 คน และ 26 คน ตามลำดับ รวมทั้งสิ้น 70 คน พอดี
– พระคัมภีร์บันทึก เชื้อสายของเชม ไว้สุดท้าย ทั้งที่เป็นพี่คนโต เพราะอิสราเอลเป็นเชื้อสายของเชม ตามลักษณะวรรณกรรมในสมัยนั้น เขาจะเอาเรื่องที่อยากเน้นที่สุดไว้สุดท้าย

คำคม

“ มนุษย์ทั้งโลกมาจากเชื้อสายเดียวกัน เราสมควรรักกัน ”

สรุป ปฐมกาล 9

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงอวยพรโนอาห์และเชื้อสายของเขา และทรงสัญญาว่าน้ำจะไม่ท่วมทั้งโลกอีกเลย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 9 ​เมื่อโนอาห์ออกจากเรือ หลังจากน้ำท่วมโลกผ่านไปแล้ว พระ​เจ้า​ทรง​อวย​พระ​พร​โน​อาห์​และ​บุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา ​ว่า
– ให้พวกเขา​มี​ลูก​ดก​ทวี​มาก​ขึ้น​จน​เต็ม​แผ่นดิน
– ให้บรรดา​สัตว์​ทั้งสิ้น​กลัว​พวก​เขา
– ให้พวกเขามีอำนาจเหนือ​สัตว์​ทั้ง​ปวง​
– ให้ทุก​สิ่ง​ที่​มี​ชีวิต​เคลื่อนไหวและต้น​ผัก​เขียว​สด​เป็น​อาหาร​ของ​พวกเขา
แต่พระเจ้าทรงห้ามพวกเขา ไม่ให้​กิน​เนื้อ​พร้อม​กับเลือด​ของ​สัตว์

แม้​พระเจ้า​ทรง​อนุญาต​ให้​มนุษย์​ฆ่า​สัตว์​ ​เพื่อ​ใช้​เป็น​อาหารได้
แต่​สัตว์​ไม่มี​สิทธิ์​ฆ่า​มนุษย์ และ​มนุษย์​ก็​ไม่​มี​สิทธิ์​ฆ่า​มนุษย์​ด้วย​กัน
มิ​ฉะ​นั้น​จะ​ต้อง​ถูก​ลงโทษ​ถึง​ตาย (ข้อ 5)

พระ​เจ้า​ได้ตั้งพันธสัญญา กับโน​อาห์​และ​บุตร​ทั้งสาม และ​กับ​พงศ์​พันธุ์​ของพวกเขา ​และ​กับ​บรรดา​สัตว์​ต่างๆ ​ว่า​
​จะ​ไม่​ทำลาย​บรรดา​มนุษย์​และ​สัตว์​โดย​ให้​น้ำ​ท่วม​อีก ​น้ำ​จะ​ไม่​ท่วม​ทำลาย​​โลก​อีก​เลย​
และทรงตั้งเครื่องหมาย​แห่ง​พันธสัญญานั้น โดย​ตั้ง​รุ้ง​ของ​พระองค์​ไว้​ที่​เมฆ

วันหนึ่งโนอาห์​ดื่ม​เหล้า​องุ่นจน​เมา แล้ว​ก็​นอน​เปลือย​กาย​อยู่​ที่​เต็นท์​
ฮาม​ลูกคนที่ 2 มาเห็นเข้า จึง​บอก​พี่​น้อง​ทั้ง​สอง​ที่​อยู่​ภายนอก​
เชม​กับ​ยาเฟท​ก็​เอา​ผ้า​พาด​บ่า​แล้ว​เดิน​หัน​หลัง​เข้า​ไป​ เอาผ้าไปปิด​กาย​ของพ่อ​ที่​เปลือย​อยู่
เมื่อ​โน​อาห์​สร่าง​เมา​แล้ว
จึง​​แช่งฮาม ว่า ลูกหลานของเขาจะต้อง​เป็น​ทาส​ต่ำต้อยที่สุดของ​พี่​น้อง
และ อวยพรเชมกับยาเฟท และ​ให้​ท​วี​ยิ่งขึ้น และ​ให้​ลูกหลานของฮาม​เป็น​ทาส​ของ​ลูกหลานของเชฟและยาเฟท

​หลัง​น้ำ​ท่วม​โน​อาห์​มี​ชีวิต​ต่อไป​อีก​ 350 ​ปี​
รวม​อายุ​โน​อาห์​ได้​ 950 ปี

– พระเจ้าทรงอวยพรโนอาห์และเชื้อสาย(ซึ่งหมายถึงเราทุกคน) ให้มีลูก มีอำนาจครอบครอง และมีอาหาร
ด้วยเหตุนี้ มนุษย์จึงมีความสุข เมื่อได้มีsex เมื่อได้ครอบครอง เมื่อได้กินอาหาร
ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสวยงาม และเป็นพระพร
แต่มารซาตานก็รู้สิ่งนี้ มันจึงบิดเบือนสิ่งเหล่า ให้ใช้ไปในทางที่ผิด ในทางที่เกินพอดี
จะสิ่งเหล่านี้แทนที่จะนำพระพรและนำความสุขมาสู่มนุษย์
กลับนำคำแช่งสาปและความทุกข์ระทมใจมาสู่มนุษย์แทน
– ตามปกติสัญญาจะมีการกำหนดเงื่อนไขของทั้งสองฝ่าย แต่พระสัญญาที่พระเจ้าทรงกระทำแก่มนุษย์และสรรพสัตว์นั้น พระเจ้าเป็นผู้ริเริ่มและไม่มีเงื่อนไขสำหรับมนุษย์ปละสัตว์
นั่นคือ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นอย่างไรก็ตาม พระสัญญานี้ยังคงจะเป็นจริงตลอดกาล
นั่นคือ น้ำไม่มีวันท่วมทั้งโลกนี้เลย ตลอดไป
– ทำไมโนอาห์ต้องแช่งฮามด้วย?
ก็เพราะว่า เห็นความผิดพลาดแทนที่จะช่วยแก้ไข กลับนำไปโฆษณาต่อ
วันนี้ เมื่อเราเห็นความผิดของผู้อื่น โดยเฉพาะผู้นำของเรา เราทำอย่างไร?
นำไปนินทาหรือวิจารณ์ต่อ เหมือนฮาม หรือช่วยเขาปรับปรุงแก้ไขโดยไม่ให้เขาอับอายขายหน้า เหมือนเชมกับยาเฟท?
– พระเจ้าอวยพรแก่เชื้อสายของโนอาห์ แต่ก็ไม่ใช่เชื้อสายทุกคนได้รับพระพร มีบางคนรับคำแช่งสาปตามการกระทำของเขา
– ข้อน่าสังเกต คือ ตอนอิสราเอล(เชื้อสายเชม)เข้ายึดครองคะนาอัน(เชื้อสายฮาม) คนคะนาอันตกเป็นทาสของอิสราเอล
และ ตอนยุคค้าทาสคนยุโรปและคนอเมริกัน(เชื้อสายยาเฟท) ได้ออกจับคนแอฟริกัน(เชื้อสายของฮาม) มากมายไปเป็นทาส

คำคม

“ พระเจ้าประทานพระพรแก่เรา แต่โดยการกระทำของเราก็อาจจะขวางกั้นพระพรนั้นได้ ”

สรุป ปฐมกาล 8

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงระลึกถึงโนอาห์และครอบครัว กับสัตว์ทั้งหลายที่อยู่ในเรือ ได้ทรงจัดเตรียมอาหารไว้ให้แก่พวกเขา แล้วให้พวกเขาออกจากเรือ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 8 เมื่อพระ​เจ้า​ทรง​ทำลายโลกด้วยน้ำท่วม พระองค์ไม่ทรงลืม ​โนอาห์​กับ​สิ่ง​มี​ชีวิต​ทั้ง​หมด ที่​อยู่​กับ​โนอาห์​ใน​เรือ
เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม จึง​ทรง​ทำ​ให้​ลม​พัด​ผ่าน​มา​เหนือ​แผ่น​ดิน(น่าจะเป็นลมร้อนมาก ทำให้น้ำระเหย อย่างรวดเร็ว) น้ำ​ก็​ลด​ลง
น้ำพุ​ของ​น้ำ​บาดาล​และ​ช่อง​ฟ้า​ทั้ง​หลาย​ก็​ปิด ฝน​จาก​ฟ้า​ก็​หยุด
น้ำ​จึง​ลด​ลงเรื่อยๆ

พอถึง วัน​ที่ 17 ​​เดือน​ 7 (5 เดือน หลังจากน้ำเริ่มท่วมโลก ปฐก. 7:11 …ใน​เดือน​ที่​ 2 วัน​ที่ 17)
เรือ​ก็​ค้าง​อยู่​บน​เทือก​เขา​อา​รา​รัต
พอถึง​​วัน​ที่ 1 ​เดือน​ที่ 10 (อยู่​ใน​เรือ​ 224 วัน) ก็​เห็น​บรรดา​ยอด​ภูเขา ​
จากนั้นอีก 40 วัน​ (อยู่​ใน​เรือ​ 264 วัน)โนอาห์​ก็​เปิด​หน้าต่าง​ที่​ทำ​ไว้​ใน​เรือ ปล่อย​กา​ไป​ตัว​หนึ่ง กา​ก็​บิน​ไป​และ​บิน​กลับ​มา
โนอาห์​ก็​ปล่อย​นก​พิราบ​ตัว​หนึ่ง แต่​​บิน​กลับ​มา​หา​โนอาห์​เพราะ​น้ำ​ยัง​ท่วม​แผ่น​ดิน​อยู่

โนอาห์​เฝ้า​คอย​อยู่​อีก 7 ​วัน (อยู่​ใน​เรือ​ 271 วัน) จึง​ปล่อย​นก​พิราบ​ไป​จาก​เรือ​อีก
​นก​พิราบ​ก็​กลับ​มา​หา​โนอาห์ และ​คาบ​ใบ​มะกอก​เขียว​สด​มา​ด้วย
โนอาห์​จึง​รู้​ว่า​น้ำ​ลด​จาก​แผ่น​ดิน​แล้ว

โนอาห์​เฝ้า​คอย​อยู่​อีก​ 7 วัน​ (อยู่​ใน​เรือ​ 278 วัน)จึง​ปล่อย​นก​พิราบ​ไป
นก​นั้น​ไม่​กลับ​มา​หา​โนอาห์​อีก​เลย

เมื่อ​ถึง​วัน​ที่ 1 ​ของ​เดือน​ที่ 1 ปี​ที่​ 601 น้ำ​ก็​แห้ง​จาก​แผ่น​ดิน
โนอาห์​เปิด​หลัง​คา​ของ​เรือ​และ​มอง​เห็น​ว่า​พื้น​ดิน​แห้ง
เมื่อ​ถึง​วัน​ที่​ 27 เดือน​ที่ 2 ​แผ่น​ดิน​ก็​แห้ง​แล้ว โนอาห์​อยู่​ใน​เรือ ​ทั้ง​หมด 1 ปี 11 วัน

พระ​เจ้า​ตรัส​แก่​โนอาห์​ว่า
“เจ้า​จง​ออก​ไป​จาก​เรือ ทั้ง​ภรรยา​ของเจ้า บุตร​ชาย​ของเจ้า​และ​บุตร​สะใภ้​ของ​เจ้า​ด้วย
จง​พา​สัตว์​ทุก​ชนิด​ที่​อยู่​กับเจ้า ที่​มี​เลือด​เนื้อ คือ​นก สัตว์​ใช้​งาน และ​สัตว์​เลื้อย​คลาน​ทั้ง​หมด​ที่​คลาน​บน​ดิน​ให้​ออก​ไป เพื่อ​จะ​ได้​แพร่​พันธุ์​ทวี​ขึ้น​มาก​มาย​บน​แผ่น​ดิน”

โนอาห์​ก็​ออก​ไป​พร้อม​กับ​บุตร ภรรยา และ​บุตร​สะใภ้ และสัตว์​ทั้งหมด
โนอาห์​สร้าง​แท่น​บูชา​แด่​พระ​เจ้า ​และ​เลือก​เอา​สัตว์​ใช้​งาน​ที่​สะอาด และ​นก​ที่​สะอาด​มา​เผา​บูชา​ถวาย​ที่​แท่น​นั้น

พระ​เจ้าทรง​ดำริ​ใน​พระ​ทัย​ว่า
“เรา​จะ​ไม่​สาป​แผ่น​ดิน​อีก​ต่อ​ไป แม้​ว่า​มนุษย์​ไม่​ดี เพราะ​เค้า​ความ​คิด​ใน​ใจ​ของ​มนุษย์​ล้วน​แต่​ร้าย​มา​ตั้ง​แต่​เด็ก
เรา​จะ​ไม่​ทำลาย​สิ่ง​มี​ชีวิต​ทั้ง​ปวง​อีก ดัง​ที่​เรา​ได้​ทำ​แล้ว​นั้น
ตราบ​ที่​โลก​ยัง​มี​อยู่ จะ​มี​ฤดู​หว่าน​กับ​ฤดู​เกี่ยว มี​เย็น​กับ​ร้อน มี​ฤดู​ร้อน​กับ​ฤดู​หนาว มี​วัน​และ​คืน​ตลอดไป”

– ท่ามกลางวิกฤตการณ์ พระเจ้าไม่เคยลืมเรา น้ำที่ท่วมนั้นไม่อาจทำร้ายเราได้
หากวันนี้ เรายังต้องอยู่ในเรือต่อไปอีกสักหน่อยหนึ่ง ก็เพราะว่าพระเจ้ามีเวลาของพระองค์ ที่เป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการช่วยกู้เรา
– เมื่อการช่วยกู้ของพระเจ้ามาถึง น้ำเริ่มลด แต่ดูเหมือนโนอาห์ยังต้องรอคอยเวลาต่อไปอีก เพราะพระองค์กำลังจัดเตรียมบางอย่าง
ตั้งแต่ วันที่นกพิราบคาบใบมะกอกเขียวสดกลับมา จนถึงวันที่พระเจ้าบอกกับโนอาห์ว่า ออกจากเรือได้ กินเวลานานถึง 105 วัน เพราะพระเจ้ามีแผนการของพระองค์
เมื่อคนและสัตว์ออกจากเรือ สัตว์ทั้งหมดคงจะกระจัดกระจายกันไปคนละทิศคนละทาง พระเจ้าให้โนอาหืรอต่อไป 105 วัน เพื่อให้พืช ผัก ผลไม้ ต่างๆ งอกงามขึ้นมาพร้อมให้ทั้งคนและสัตว์ทั้งหลาย มีอาหารมากมายอย่างเพียงพอ
วันนี้ หากเรายังต้องอยู่ในเรือต่อไปอีกสักหน่อยหนึ่ง พึงรู้เถิดว่า พระเจ้ากำลังเตรียมโต๊ะจีนให้เราอยู่ กรุณารอสักครู่
– เมื่อโนอาห์ออกจากเรือ เขาไม่ลืมว่า ใครเป็นผู้ช่วยเขาและครอบครัวให้รอด ไม่ใช่ความเก่งของเขา เพราะมีมนุษย์เก่งกว่าเขามากมาย ซึ่งก็เอาตัวไม่รอด พวกเขารอดได้โดยพระคุณของพระเจ้า เนื่องจากเขาสำนึกพระคุณของพระเจ้า เราจึงถวายเครื่องบูชาขอบคุณพระเจ้า
วันนี้ เรารู้ตัวไหมว่า เรามีวันนี้ได้เพราะพระเจ้า จงถวายสรรเสริญแด่พระเจ้าเถิด
– ถึงแม้​ว่า​มนุษย์​จะมีความ​คิด​ใน​ใจ​ชั่วร้ายตั้งแต่​มา​ตั้ง​แต่​เด็ก พระเจ้าจะไม่​สาป​แผ่น​ดิน​อีก​ต่อ​ไป ตราบ​ที่​โลก​ยัง​มี​อยู่ เพราะพระเจ้าจะทรงช่วยมนุษย์โดยส่งพระเยซูมาช่วยพวกเขาพ้นคำแช่งสาป
แต่วันเวลาจะมาถึง เมื่อโลกนี้ไม่มีอยู่อีกต่อไป มนุษย์ทุกคนจะต้องไปยืนอยู่ต่อจำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้า
และใครที่ปฏิเสธความช่วยเหลือที่พระเจ้าประทานให้ทางพระเยซู เปรียบเหมือนผู้ปฏิเสธไม่ยอมเข้าไปในเรือของโนอาห์ จะถูกทำลาย
แต่คราวนั้นจะไม่ถูกทำลายด้วยน้ำท่วมอีก แต่จะถูกทำลายด้วยไฟนรกชั่วนิจนิรันดร์

คำคม

“ เวลาของพระเจ้า เป็น เวลาที่ทุกอย่างออกมาดีที่สุดสำหรับเราเสมอ ”

สรุป ปฐมกาล 7

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งให้โนอาห์นำครอบครัว กับสัตว์ทั้งปวงเข้าไปในเรือที่พระเจ้าสั่งให้เขาสร้าง หลังจากนั้นพระเจ้าก็ให้น้ำท่วมโลก ทำลายมนุษย์และสัตว์อื่นทั้งสิ้นเสีย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 7 กล่าวถึง พระเจ้าสั่งให้ โนอาห์ นำครอบครัวของเขา กับสัตว์​ทุก​ชนิด​​เป็นคู่ๆ​ เข้าในเรือ โดยเป็นสัตว์ไม่มีมลทิน​อย่าง​ละ 7 ​คู่ และสัตว์มีมลทินอย่างละคู่ โดยที่พระเจ้าให้สัตว์พวกนั้นมาหาโนอาห์เอง เป็นคู่ๆ
โนอาห์ก็เชื่อฟังทำตามทุกประการ

หลังจากนั้น 7 ​วัน น้ำ​ก็​ท่วม​แผ่น​ดิน
น้ำ​พุ​ใต้​บาดาล​ที่​ลึก​มาก​ทั้ง​หมด​ก็​พลุ่ง​ขึ้น​มา และ​ฝน​ตก​อย่างหนัก40 วัน 40 คืน

เมื่อน้ำพุเริ่มพลุ่ง ฝนเริ่มตก โนอาห์กับครอบครัวและสัตว์ทั้งหลายก็เข้าไปในเรือ แล้ว​พระ​เจ้าทรง​ปิดประตู​ให้ พวกเขา​อยู่​ข้าง​ในเรือ

น้ำ​ท่วมทวี​แรง​มาก​ยิ่ง​ขึ้น​บน​แผ่น​ดิน ท่วม​ภูเขา​สูง​ทั้ง​หลาย​ที่​อยู่​ใต้​ฟ้า​ทุก​แห่ง​มิด​หมด ​ขึ้น​ไป​ 7 ​เมตร​ครึ่ง​
สิ่ง​มี​ชีวิต​ทั้ง​ปวง​ที่​เคลื่อน​ไหว​บน​แผ่น​ดินและ​มนุษย์​ทั้ง​ปวง​ก็​ตาย​สิ้น

น้ำ​ท่วม​แผ่น​ดิน​อยู่​ถึง 150 วัน

– การสร้างเรือ แม้จะเป็นเรื่องยาก แต่ก็เป็นเรื่องที่โนอาห์สามารถทำได้
แต่ การนำสัตว์ทุกชนิดอย่างละคู่เข้ามาในเรือ เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้สำหรับโนอาห์
พระเจ้าจึงให้โนอาห์สร้างเรือ
ส่วนเรื่องการนำสัตว์มาเป็นคู่ พระองค์ทรงกระทำให้แก่เขาเอง
เมื่อพระเจ้าสั่งให้เราทำ เรามั่นใจได้เลยว่า เราสามารถทำให้สำเร็จได้
ถึงแม้จะมีเรื่องที่เกินกำลังที่เราจะทำได้ พระเจ้าก็จะทรงช่วยทำให้มันเกิดขึ้นได้อยู่ดี
– พระเจ้าให้โนอาห์เอาสัตว์สะอาดไป 7 คู่ แต่สัตว์มลทินแค่ 1 คู่
ถ้าเอาสัตว์สะอาดไปเพียงคู่เดียว เมื่อลงมาจากเรือ ตอนโนอาห์ถวายสัตวบูชาแด่พระเจ้า สัตว์นั้นคงสูญพันธุ์ไปแล้ว
พระเจ้าทรงละเอียด รอบคอบ และปรารถนาให้เรามีสัมพันธ์กับพระองค์ จึงเตรียมกา