สรุป กันดารวิถี 17

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้ผู้นำแต่ละเผ่าของอิสราเอลนำไม้เท้ามาวางหน้าหีบพันธสัญญา เพื่อจะดูว่าไม้เท้าของใครจะงอก เพื่อจะให้รู้ว่าใครคือคนที่พระเจ้าทรงเลือกให้เป็นผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers17-84363

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 17 หลังจากเรื่องของกบฏโคราห์ที่ต่อต้านโมเสสและอาโรนจบลงแล้ว

พระเจ้าทรงสั่ง คนอิสราเอลให้​เอา​ไม้​เท้า​มาจากผู้นำเผ่าต่างๆ เผ่าละ 1 อัน
แล้ว​เขียน​ชื่อ​ผู้นำแต่​ละ​คน​ไว้​บน​ไม้เท้า​ของ​เขา
และเขียน​ชื่อ​ของ​อาโรน​ไว้​บน​ไม้​เท้า​ของ​คน​เลวี
แล้วให้​วาง​ไม้​เท้า​เหล่า​นั้น​ไว้​ในพลับพลาหน้า​หีบ​พันธสัญญา
ถ้า​ไม้​เท้า​ของ​ใครงอก คนนั้นก็คือ คนที่พระเจ้าทรงเลือก​สรร​ไว้

คนอิสราเอลก็ทำตาม

วัน​รุ่ง​ขึ้น​โมเสส​เข้า​ไป​ใน​พลับพลา ก็พบว่า ไม้​เท้า​ของ​อาโรนนั้น​ งอก​ขึ้น
ทั้ง​มี​ดอก​ตูม​และ​ดอก​บาน และ​เกิด​ผล​อัล​มอนด์​สุก​
แล้ว​โมเสส​ก็นำ​ไม้​เท้า​ทั้ง​หมด​ ​มาให้คน​อิส​รา​เอล​ตรวจ​ดู

พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า ให้นำ​ไม้​เท้า​ของ​อาโรน​กลับ​ไป​วาง​ไว้​ต่อ​หน้า​หีบ​พันธสัญญา
เพื่อ​เก็บ​ไว้​เป็น​สัญลักษณ์​เตือน​พวก​กบฏ
เพื่อ​จะ​ให้​เขา​ทั้ง​หลาย​ยุติ​การ​บ่น​ว่าพระเจ้า เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ไม่​ต้อง​ตาย

โมเสส​ก็​ทำตาม

คน​อิส​รา​เอล​ก็ตระหนักว่าพวกเขาได้ทำผิด มีโทษถึงตาย พวกเขาก็เริ่มหวาดกลัว
และร้องขอความช่วยเหลือจากโมเสส

1. คนอิสราเอลข้องใจในสิทธิอำนาจที่พระเจ้าประทานแก่อาโรน
อาโรนไม่ได้ทำอะไรเพื่อปกป้องสิทธินั้น แต่พระเจ้าทรงกระทำให้เอง
เพราะว่า เมื่อใครก็ตามต่อต้านสิทธิอำนาจที่เราได้รับจากพระเจ้า
เขาไม่ได้กำลังต่อต้านเรา แต่กำลังต่อต้านพระเจ้าผู้ประทานสิทธิอำนาจนั้นแก่เรา
ดังนั้นพระเจ้าจะจัดการเขาเอง

วันนี้ หากใครต่อต้านสิ่งที่พระเจ้ามอบหมายให้เราทำ
เราไม่จำเป็นต้องทำอะไร
พระเจ้าจะเป็นผู้จัดการเรื่องนี้เอง

2. เหตุการณ์นี้ ดูเผินๆ เหมือนกับเพื่อช่วยอาโรนเท่านั้น
แต่ความจริงแล้วเพื่อช่วยคนอิสราเอล เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้พวกเขาทำสิ่งผิดพลาด จนนำเหตุร้ายมาสู่ตนเอง

เมื่อพระเจ้าทรงเตือนสอนเรา ผ่านเหตุการณ์ต่างๆนั้น พระองค์ทรงกระทำเพื่อผลดีต่อเราทั้งสิ้น
เพื่อเราจะไม่ถลำลึก จนสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตของตน

3. เมื่อคนอิสราเอลตระหนักว่าพวกเขาทำผิดมหันต์เสียแล้ว
พวกเขาหวาดกลัว และเปลี่ยนพฤติกรรมชั่วคราว แต่ไม่ใช่กลับใจจริงๆ
ต่อมาใน กดว.20 พวกเขาก็กลับมาบ่นต่อว่าโมเสสอีก

การเกรงกลัวการตีสอนของพระเจ้า ไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันว่า
เรากลับใจจริงๆ เพราะอาจเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมชั่วคราว
และพร้อมที่จะกลับไปทางเดิม เมื่อโอกาสมาถึงอีกครั้ง

การกลับใจจริงๆ จึงไม่ใช่การเกรงการลงโทษ
แต่เป็นการเห็นพ้องต้องกันกับพระเจ้า ว่า สิ่งที่ทำนั้นไม่ถูกต้อง ซึ่งนำไปสู่การปรารถนาอย่างยิ่งที่จะไม่ทำมันอีกแล้ว

คำคม

“ เมื่อเราทำตามคำสั่งของพระเจ้า พระเจ้าจะทรงดูแลเราเอง ”

สรุป กันดารวิถี 16

ภาพรวม

  • โคราห์และพรรคพวก ต่อต้านโมเสส พระเจ้าจึงให้ธรณีสูบพวกเขา ต่อหน้าคนอิสราเอล แต่แทนที่คนอิสราเอลจะเกรงกลัว แต่กลับต่อต้านโมเสสแบบเดียวกับโคราห์ จนเกิดภัยพิบัติใหญ่ขึ้น

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers16-84257

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 16 เมื่อพระเจ้าสั่งพวกเขาถึงสิ่งที่ต้องทำเมื่อเข้าแผ่นดินคานาอันแล้ว ก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้น

โค​ราห์ ผู้เป็นเลวีวงศ์วาน​โค​ฮาท กับ ​ดาธาน , อา​บี​รัม​ และ​โอน พร้อม​คน 250 คน ซึ่ง​เป็น​ผู้​นำ​ของ​ประชา​ชน​ ได้ร่วมกัน​ต่อ​ต้าน​โมเสส และ​อาโรน

พวกเขา​กล่าว​หา​โมเสส​และ​อาโรน ​ว่า ทำ​ตัว​เหนือ​กว่า​คน​อื่น​และ​ถือ​อภิ​สิทธิ์​เหนือ​คน​อิสราเอลทั้งหลาย ​
พวก​เขา​​ต้อง​การ​ได้​รับ​สิทธิ​พิเศษ​ เข้าเฝ้าพระเจ้า และทำ​หน้า​ที่​ปุโรหิต เหมือนโมเสส และอาโรน

เมื่อ​โมเสส​ได้​ยิน​แล้ว​ก็​ซบ​หน้า​ลง
โมเสส​จึง​พูด​กับ​โค​ราห์​และ​พรรค​พวก​ของ​เขา​ว่า
ให้พระเจ้าตัดสินก็แล้วกัน
พรุ่ง​นี้​เช้า​ ให้​โค​ราห์​และ​พรรค​พวก​ของ​เขา​นำ​กระ​ถาง​ไฟ​มา
แล้ว​เอา​ไฟ​ใส่​ลง​ไป​พร้อม​กับ​เครื่อง​หอม​
แล้วให้พระเจ้าทรงตัดสิน

โมเสส​พูด​กับ​โค​ราห์​ว่า
การ​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​แยก​พวกเขา​ออก​จาก​ชุม​นุม​ชน​อิส​รา​เอล
เพื่อ​นำ​พวก​เขา​ให้​มา​ใกล้​พระ​องค์ ให้​ทำ​หน้า​ที่​ใน​พลับ​พลา​ ยังไม่พออีกหรือ?
จึงยัง​แสวง​หา​ตำ​แหน่ง​ปุโร​หิต​ด้วยอีก​หรือ?
การต่อต้านการเลือกของพระเจ้า ก็​เป็น​การ​ต่อ​สู้​พระ​เจ้า

โมเสส​ส่ง​คน​ไป​เรียก​ดา​ธาน​และ​อา​บี​รัม​ มาพบ แต่​เขา​ทั้ง​สอง​ไม่ยอมมา จงใจปฏิเสธสิทธิอำนาจของโมเสส
และได้กล่าวว่า แผ่น​ดิน​ที่​มี​น้ำ​นม​และ​น้ำ​ผึ้ง​ไหล​บริ​บูรณ์ นั้น คืออียิปต์ โมเสสดันพาคนอิสราเอลออกมาตายในถิ่นทุรกันดาร ไม่ได้พาเข้าสู่คานาอัน

โมเสส​โกรธ​มาก​ จึงไป​ทูล​พระ​เจ้า​

วันรุ่งขึ้น โค​ราห์​ กับพรรคพวก ก็มาที่หน้าพลับพลา พร้อมด้วยกระถางไฟ พบกับโมเสสและอาโรน และประชาชนทั้งหมดก็มาด้วย

พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​และ​อาโรน​ว่า
พระองค์​จะ​ผลาญ​คนอิสราเอล​เสีย​ใน​พริบ​ตา​เดียว
แต่เขาทั้งสองได้อ้อนวอนต่อพระเจ้าเพื่อประชาชนอิสราเอล

พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ให้บอก​กับ​ประชา​ชน​ว่า ให้​ออก​ห่าง​จาก​ที่​อยู่​ของ​โค​ราห์ ดา​ธาน และ​อาบีรัม

แล้ว​โมเสส​ก็​​ไป​หา​ดา​ธาน​และ​อา​บี​รัม และ​พวก​ผู้​ใหญ่​ของ​อิส​รา​เอล​ก็​ตาม​ไป
แล้วประชาชน​ก็​ออก​ห่าง​จาก​รอบๆ ที่​อยู่​ของ​โค​ราห์ ดา​ธาน และ​อา​บี​รัม

แล้วแผ่น​ดิน​ใต้​ที่​พวก​เขา​ยืน​อยู่​ก็​แยก​ออก
และ​​กลืน​เขา​ทั้ง​หลาย​กับ​ครัว​เรือน และ​คน​ทั้ง​หมด​ของ​โค​ราห์​กับ​ข้าว​ของ​ทั้ง​หมด​ของ​เขา
และ​แผ่น​ดิน​ก็​ปิดกลับเหมือนเดิม

และ​ไฟ​ออก​มา​จาก​พระ​เจ้า เผา​ผลาญ​คน​ทั้ง 250 คน ที่​ถวาย​เครื่อง​หอม​นั้น

แล้ว​พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ให้ปุโร​หิต นำ​กระ​ถาง​ไฟ​ออก​จาก​กองไฟ เพราะ​กระ​ถาง​ไฟ​เหล่า​นั้น​เป็น​ของ​บริ​สุทธิ์
แล้วนำมา​ตี​แผ่​ออก​เป็น​แผ่น​คลุม​แท่น​บูชา เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์​แก่​คน​อิส​รา​เอล

พอ​รุ่ง​ขึ้น​ประชา​ชน​​ก็​บ่น​ว่า​และ​ต่อต้าน​ โมเสสกับอาโรน ​ว่า ทำ​ให้​คน​ของ​พระ​เจ้าเสีย​ชีวิต
แล้วเมฆก็​มา​ปก​คลุมพลับพลา และ​พระ​สิริ​ของ​พระเจ้า​ก็​ปรา​กฏ
พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ว่า พระองค์​จะ​ผลาญ​เขา​ทั้ง​หลาย​เสีย​ใน​พริบ​ตา​เดียว
โมเสสและอาโรน ก็ทูลวิงวอนพระเจ้าเพื่อประชาชนเหล่านั้น

แล้วก็เกิดภัยพิบัติขึ้นท่ามกลางประชาชน
โมเสส​พูด​กับ​อาโรน​ว่า ให้รีบเอา​กระ​ถาง​ไฟ ใส่​ไฟ​จาก​แท่น​บูชาและ​ใส่​เครื่อง​หอม​ และ​รีบ​นำ​ไป​ที่​ประชา​ชน เพื่อ​ลบ​มล​ทิน​บาป​ของ​ประชาชนนั้น

อาโรนก็ทำตาม
อาโรน​ยืน​อยู่​ระหว่าง​คน​ตาย​กับ​คน​เป็น แล้ว​ภัย​พิบัติ​ก็​ถูก​ระงับ​ไป
มีคน​ที่​ตาย​ด้วย​ภัย​พิบัติ​ 14,700 คน ไม่​นับ​คน​ที่​ตาย​ด้วย​เรื่อง​ของ​โค​ราห์

1. การบ่นหรือต่อต้าน การทรงเลือกของพระเจ้า เป็นการต่อต้านพระเจ้า
เหมือนกับกำลังบอกว่า พระเจ้าเลือกผิด

วันนี้ บุคคลที่เราพบเจอ และสถานการณ์ที่เรากำลังประสบ ทั้งหมดอยู่ในการควบคุมของพระเจ้า
แทนที่จะบ่นหรือต่อต้าน สิ่งเหล่านี้
เราควรที่จะถามพระเจ้ามากกว่า ว่า พระองค์ประสงค์ให้เราทำอย่างไรกับเหตุการณ์ครั้งนี้

2. โมเสสถูกลบหลู่ ถูกใส่ร้าย ถูกต่อต้านอย่างอกตัญญู โมเสสโกรธมาก
โมเสสจึงทูลต่อพระเจ้า

วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับปัญหาและแรงกดดันทุกชนิดที่เข้ามาสู่ชีวิตของเรา คือ อธิษฐาน

3. โคราห์ เป็นเลวี วงศ์วานโคฮาท ซึ่งเป็นกลุ่มเลวีที่ได้ทำงานสำคัญที่สุด คือ ทำหน้าที่ หาม ขนย้าย สิ่งบริสุทธิ์ที่สุด รวมทั้งหีบพันธสัญญา ด้วย
แต่ดูเหมือนนั่นยังไม่เพียงพอสำหรับโคราห์ เขาต้องการมากกว่าที่พระเจ้าประทานให้แก่เขา
และเมื่อเขาปล่อยให้ความโลภ เข้าครอบงำจิตใจ จึงนำภัยมหันต์มาสู่ชีวิตของเขาและครอบครัว

วันนี้ สิ่งที่พระเจ้าเห็นสมควรว่า เราควรจะได้รับ พระองค์ก็ได้ประทานแก่เราแล้ว
เราควรชื่นชม และขอบพระคุณสำหรับสิ่งที่ได้ประทานให้แก่เราแล้ว
แทนที่จะ บ่น ตำหนิ ต่อว่า หรือ ทำสิ่งใดๆทำนองนี้ เพื่อให้ได้สิ่งที่พระเจ้าเห็นว่าเรายังไม่สมควรจะได้รับในเวลานี้

4. เหตุที่มีประชาชนเสียชีวิตเพราะภัย​พิบัติ​ ถึง 14,700 คน ก็เพราะว่า เมื่อพวกเขาเห็นการลงโทษของพระเจ้า เหนือโคราห์และพรรคพวก ผู้ต่อต้านสิทธิอำนาจจากพระเจ้า
แทนที่พวกเขาจะสำนึก กลับใจ แต่กลับทำเหมือนอย่างเดียวกับโคราห์

เมื่อการลงทัณฑ์จากพระเจ้ามาถึง แทนที่จะยำเกรง แต่กลับไม่เกรงกลัว
นั่นเป็นการเร่งให้การลงทัณฑ์ที่หนักขึ้นอีกมาสู่ชีวิต

วันนี้ หากพระเจ้าเตือนสติเราด้วยสถานการณ์ที่ไม่น่าชื่นใจบางอย่าง
นั่นเพราะพระองค์ทรงรักเรา จึงตีสอนเรา
ฮบ. 12:6 เพราะ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทรง​ตี​สอน​ผู้​ที่​พระ​องค์​ทรง​รัก …
อย่าให้เรามีใจแข็งกระด้าง ดื้อดึงต่อไป

ดังนั้นให้เราถ่อมใจลง และกลับใจใหม่
เพื่อพระเจ้าจะทรงเปลี่ยนการตีสอน ให้กลายเป็นพระพรสำหรับเรา

5. เมื่อภัยพิบัติกำลังเกิดขึ้น สิ่งที่อาโรนปุโรหิตทำ คือ
วิ่งเข้าไปอยู่ท่ามกลางประชาชน และถือกระถางไฟเผาเครื่องหอม เพื่อให้ภัยพิบัตินั้นหยุดลง

กระถางไฟเผาเครื่องหอม นั่นใน วว. 8:3-4 อธิบายชัดเจนว่า คือ คำอธิษฐาน
วว. 8:3-4 “และ​ทูต​สวรรค์​อีก​องค์​หนึ่ง​ถือ​กระ​ถาง​ไฟ​ทอง​คำ​ออก​มา​และ​ยืน​อยู่​ที่​แท่น​บู​ชา พระ​เจ้า​ประ​ทาน​เครื่อง​หอม​มาก​มาย​แก่​ทูต​องค์​นั้น เพื่อ​ให้​ถวาย​ร่วม​กับ​คำ​อธิษ​ฐาน​ของ​ธรร​มิก​ชน​ทั้ง​หมด​บน​แท่น​บูชา​ทอง​คำ ที่​อยู่​หน้า​พระ​ที่​นั่ง​นั้น และ​ควัน​เครื่อง​หอม​นั้น​ก็​ลอย​ขึ้น​ไป​พร้อม​กับ​คำ​อธิษ​ฐาน​ของ​ธรร​มิก​ชน​ทั้ง​หลาย จาก​มือ​ทูต​สวรรค์​สู่​เบื้อง​พระ​พักตร์​ของ​พระ​เจ้า”

ท่ามกลางภัยพิบัติที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก หรือเกิดขึ้นในครอบครัวของเรา
สิ่งที่เราสมควรทำอย่างที่สุด เพื่อจะระงับ หรือทุเลาภัยพิบัตินั้น ก็คือ
อธิษฐานวิงวอนต่อพระเจ้าอย่างสุดใจ เพื่อประเทศของเรา สังคมของเรา และครอบครัวของเรา

คำคม

“ การต่อต้านการตั้งแต่งของพระเจ้า เป็นการลบหลู่พระเจ้า ”

สรุป กันดารวิถี 15

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาต้องทำเมื่อเข้าไปในแผ่นดินคานาอันแล้ว

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers15-84097

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 15 เมื่อคนอิสราเอลกบฎต่อพระเจ้า พระองค์จึงบอกพวกเขาว่ายังไม่ต้องเข้าคานาอันก่อน จนกว่าจะวนเวียนในถิ่นทุรกันดารครบ 40 ปี

แล้วพระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส เกี่ยวกับเรื่องสิ่งที่คนอิสราเอลต้องทำเมื่อเข้าไปในแผ่นดินคานาอันแล้ว
1.เรื่องเครื่องถวายบูชา
– ​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว หรือ​เป็น​เครื่อง​สัตว​บูชา หรือ​เครื่อง​บูชา​ถวาย​ด้วย​ความ​สมัคร​ใจ หรือ​ เครื่องบูชาถวาย​ใน​เทศ​กาลเลี้ยง​ต่างๆ
ให้ถวายพร้อม​ธัญ​บูชา​ ดังนี้
>> เมื่อถวายลูก​แกะ​ ให้ถวายพร้อม แป้ง​อย่าง​ดี 1 กิโล​กรัม​เคล้า​น้ำ​มัน 1 ​ลิตร และ เหล้า​องุ่น 1 ลิตร
>> ​เมื่อถวายแกะ​ผู้​ ให้ถวายพร้อม แป้ง​อย่าง​ดี 2 กิโล​กรัม​เคล้า​น้ำ​มัน 1.5 ​ลิตร และ เหล้า​องุ่น 1.5 ลิตร
>> ​เมื่อถวาย​ลูก​โค ให้ถวายพร้อม แป้ง​อย่าง​ดี 3 กิโล​กรัม​เคล้า​น้ำ​มัน 2 ​ลิตร และ เหล้า​องุ่น 2 ลิตร
– คน​พื้น​เมือง​หรือคนต่างด้าว ที่มาอาศัยกับคนอิสราเอลก็จะ​ต้อง​ทำตามกฏเดียวกันนี้​ทุก​คน
– เมื่อเก็บเกี่ยว ให้เอาข้าวผลแรกมาบดเป็นแป้ง ​มา​ทำ​ขนม​ก้อน​หนึ่ง​ถวาย​เป็น​เครื่อง​ถวาย แด่พระเจ้า

2.เรื่องคนที่ทำผิดโดยไม่เจตนา
– หากประชาชนอิสราเอลทำ​ผิด​โดย​ไม่​เจตนา โดย​ไม่​ได้​ทำ​ตาม​พระ​บัญ​ญัติของพระเจ้า
ให้​ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด​ถวาย​โค​หนุ่ม 1 ​ตัว​ ​เป็น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว พร้อม​กับ​ธัญ​บูชา​และ​เครื่อง​ดื่ม​บูชา​ และถวาย​แพะ​ผู้ 1 ​ตัว​ เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบล้าง​บาป
– หากคนอิสราเอลคนหนึ่งคน​ใด​ ทำ​บาป​​โดย​ไม่​เจต​นา
ให้​คน​นั้น​ถวาย​แพะ​เมีย​อายุ​ 1 ​ปี​ เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป
– คน​พื้น​เมือง​หรือคนต่างด้าว ที่มาอาศัยกับคนอิสราเอลก็จะ​ต้อง​ทำตามกฏเดียวกันนี้​ทุก​คน

3.เรื่องคนที่ทำ​ผิด​อย่าง​จง​ใจ
– ผู้ที่จงใจทำผิด คน​นั้น​ได้​หมิ่น​ประ​มาท​พระ​เจ้า เขา​จะ​ต้อง​ถูก​ตัด​ออก​จาก​ท่าม​กลาง​ชน​ชาติ​ของ​ตน

ในช่วง​ที่​คน​อิส​รา​เอล​อยู่​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร
มีชาย​คน​หนึ่ง​ไป​เก็บ​ฟืน​ใน​วัน​สะบา​โต
จึงถูกพา​มา​หา​โมเสส อาโรน และ​ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด
แล้ว​พระเจ้าสั่งโมเสส​ ให้ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด​ต้อง​เอา​หิน​ขว้าง​เขา​ให้​ตาย​ที่​นอก​ค่าย
ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด​ก็ทำตามนั้น

แล้ว​พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ให้​คน​อิส​รา​เอล​ทำ​พู่​ที่​มุม​ของ​ชาย​เสื้อ​คลุม และ​ให้​เอา​ด้าย​สี​ฟ้า​ติด​ที่​พู่​ของ​แต่​ละ​มุม
เพื่อจะระลึกถึงและ​จด​จำ​พระ​บัญ​ญัติ​ทั้ง​หมด​ของ​พระเจ้าแล้ว​ปฏิ​บัติ​ตาม และ​เป็น​คน​บริ​สุทธิ์​แด่​พระ​เจ้า​

1. หลังจากพระเจ้าบอกคนอิสราเอลว่า ไม่ต้องเข้าคานาอันก่อนในช่วงนี้ ในบทที่ 14 พอมาถึงบทที่ 15 พระเจ้าสั่งโมเสสเกี่ยวกับเรื่องกฏเกณฑ์ต่างๆ เมื่อคนอิสราเอลเข้าไปในแผ่นดินคานาอัน

พระเจ้าทรงทราบทุกสิ่ง พระองค์ทรงรู้แล้วว่า คนอิสราเอลจะได้เข้าไปในแผ่นดินคานาอันอย่างแน่นอน
จึงได้สั่งโมเสสอย่างเจาะจงเเกี่ยวกับสิ่งที่คนอิสราเอลต้องทำเมื่อพวกเขาเข้าแผ่นดินคานาอันแล้ว

จากประเด็นนี้ทำให้เราเข้าใจชัดเจนว่า สำหรับพระเจ้าแล้ว ปัจจุบันและอนาคต ไม่แตกต่างกันเลย
พระองค์ทรงรู้ตอนจบตั้งแต่เริ่มต้น
ดังนั้นการฝากชีวิตของเราไว้กับพระองค์ ไว้วางใจในพระองค์ จึงเป็นการกระทำที่ฉลาดและมีปัญญาอย่างยิ่ง

2. ผู้ที่ทำผิดโดยไม่เจตนา อาจเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือเพราะความอ่อนแอของตน
พระเจ้าทรงพร้อมที่จะให้อภัยแก่เขา ช่วยให้เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ เมื่อเราสำนึกบาปและกลับใจใหม่

แต่ผู้ที่จงใจทำผิด จงใจลบหลู่พระเจ้า ไม่สามารถได้รับการอภัย
เปรียบเสมือนกับ คนที่ได้รับรู้แล้วว่า
โดยทางพระเยซูคริสต์บาปของเขาสามารถได้รับการอภัยได้
เพียงแค่เขากลับใจใหม่ และสารภาพบาปต่อพระองค์
แต่เขายังไม่คิดจะกลับใจ จงใจไม่เชื่อว่าจะเป็นจริง จงใจหาว่าพระเยซูพูดโกหก
แล้วคนเช่นนี้จะได้รับการอภัยได้อย่างไร?

3. การระลึกถึงและ​จด​จำ​พระ​คำของ​พระเจ้าแล้ว​ปฏิ​บัติ​ตาม นั่นจะนำพระพรยิ่งใหญ่มาสู่ชีวิตของเรา
การอ่านพระคัมภีร์อย่างสม่ำเสมอ
การท่องจำพระคัมภีร์
และการฝึกปฏิบัติตามพระคำของพระเจ้าอยู่เสมอ
เป็นสิ่งที่ผู้เชื่อทุกคนควรกระทำให้เป็นวิถีชีวิตของเรา

คำคม

“ พระเจ้าทรงสามารถรู้และควบคุม อดีต ปัจจุบบัน และอนาคต ”

สรุป กันดารวิถี 14

ภาพรวม

  • คนอิสราเอลคิดกบฎต่อพระเจ้า โดยคิดจะตั้งคนหนึ่งมาเป็นผู้นำแทนโมเสส เพื่อนำพวกเขากลับอียิปต์

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers14-83990

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 14 เมื่อผู้สอดแนมผู้เข้าไปสำรวจดินแดนคะนาอัน กลับมารายงานผลการสำรวจให้ประชาชนทราบ ประชาชนก็เริ่มกบฏต่อพระเจ้า

หลังจากได้ยินความยากของการบุกเข้าคานาอัน ประชาชนก็​ร้อง​ไห้​ทั้งคืน​
แล้วพวกเขา ก็บ่น​ต่อว่า​โมเสส​และ​อาโรน ว่า ไม่ควรพาพวกเขามาตาย และ ลูก​เมีย​ของ​พวกเขาคง​ต้อง​ถูก​ปล้น​เอา​ไป

พวกเขาจึง​คิดที่จะ​ตั้ง​คน​หนึ่ง​ขึ้น​เป็น​หัว​หน้าแทนโมเสส แล้ว​กลับ​ไป​อียิปต์กันดีกว่า

โมเสส​กับ​อาโรน​ จึงซบ​หน้า​ลงอธิษฐานต่อพระเจ้า
ส่วนโย​ชู​วา​ ​กับ ​คา​เลบ ก็พูด​ว่า
แผ่น​ดิน​ที่ไป​สอด​แนม​ดู​มา​​นั้น​ เป็น​แผ่น​ดิน​ที่​ดี​เหลือ​เกิน
พระเจ้าจะ​ประ​ทาน​แผ่น​ดิน​นี้​แก่คนอิสราเอล
ขอ​เพียง​คนอิสราเอลไม่​กบฏ​ต่อ​พระเจ้า และไม่กลัว​ชาว​แผ่น​ดิน​นั้น
เพราะพระเจ้าสถิตกับคนอิสราเอล ดังนั้นศัตรูเหล่านี้จึง​เป็น​เหมือน​ขนม​ปัง

แต่​ประชาชนไม่ฟัง แลัวคิดจะ​เอา​หิน​ขว้าง​เขา​ทั้ง​สอง
แล้วพระ​สิริ​ของ​พระเจ้าก็​ปรา​กฏขึ้นที่พลับพลา
และ​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า คนอิสราเอล​สบ​ประ​มาทพระเจ้า ที่​ไม่​เชื่อ​คำพูดของพระองค์
ดังนั้น​จะทรงประ​หารพวกเขาเสีย แล้วจะ​ทำ​ให้​โมเสส​เป็น​ประ​เทศ​ใหญ่​แทน

แต่​โมเสส​​ทูล​วิง​วอนเพื่อให้พระเจ้าจะทรงอภัยประชาชนเหล่านี้
แล้วพระเจ้าก็ทรงให้​อภัย​ตาม​คำ​ของ​โมเสส

พระเจ้าตรัสว่า
พรุ่ง​นี้​ให้คนอิสราเอล​กลับ​ไป​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ตาม​ทาง​ไป​ยัง​ทะเล​แดง
ทุกคนที่​มี​อายุ​ตั้ง​แต่ 20 ​ปี​ขึ้น​ไป​ผู้​ซึ่ง​สบ​ประ​มาท​พระเจ้า จะ​ไม่​ได้​เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดิน​นั้น แต่ ​คา​เลบและโยชูวา จะได้เข้า
แต่​บรรดา​ลูก​น้อย​ที่​คนเหล่านั้นว่า​จะ​ถูก​ปล้น​เอา​ไป​นั้น
พระเจ้า​จะ​ให้​พวก​เขา​เข้า​ไป
คนอิสราเอลจะ​เป็น​ผู้​เลี้ยง​แกะ​อยู่​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ถึง 40 ​ปี จน​กว่าซาก​ศพ​ของคนอิสราเอล​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​นี้​จะ​ครบ​ถ้วน
และผู้สอด​แนม​ 10 คน นั้น จะ​ตาย​ด้วย​โรค​ภัย​

เมื่อ​โมเสส​บอก​เรื่อง​นี้​ให้​คน​อิส​รา​เอล​ฟังแล้ว
ประ​ชา​ชน​ก็​ร้อง​ไห้​โศก​เศร้า​อย่าง​ยิ่ง

และ​เขา​ทั้ง​หลาย​ลุก​ขึ้น​แต่​เช้า​แล้ว​ขึ้น​ไป​ที่​ยอด​เขา เพื่อต่อสู้กับคนคานาอัน
แต่​โมเสสห้าม ไม่ให้ไป เพราะจะ​พ่ายแพ้ศัตรู
แต่​เขา​ทั้ง​หลาย​ยัง​บัง​อาจ​ขึ้น​ไป​
แล้ว​คน​อา​มา​เลข​และ​คน​คา​นา​อัน ​โจม​ตี​และ​ขับ​ไล่​พวก​เขา​ไป​ถึง​ตำ​บล​โฮร​มาห์

1. คนอิสราเอลเชื่ออย่างไม่สงสัยว่า พระเจ้าจะไม่สามารถรักษาสัญญาได้อย่างแน่นอน พวกเขาจึงร้องไห้ และอยากจะกลับไปอียิปต์
ซึ่งการกระทำเช่นนี้ พระเจ้าทรงถือว่าเป็นการสบ​ประ​มาทพระเจ้า

เมื่อเราเริ่มเชื่ออย่างไม่สงสัยเลยว่า พระเจ้าคงจะไม่รักษาสัญญาแน่นอน
เราก็จะเริ่มกลัวต่อสถานการณ์ที่เราเจอ และคิดจะทำอะไรบางอย่างแบบ ไม่ต้องพึ่งพาพระเจ้า หรือไม่ต้องรอคอยพระองค์

วันนี้ เรากำลังกระทำสิ่งที่สบประมาทพระเจ้าอยู่หรือเปล่า?

2. เป็นที่น่าสังเกตว่า ใน กดว. 11 เมื่อคนอิสราเอลบ่นเรื่องไม่มีเนื้อกิน จนโมเสสอยากจะตายด้วยซ้ำไป(กดว.11:15) พระเจ้าก็เต็มด้วยพระเมตตาและอดทนนาน ยังคงประทานนกคุ่มให้แก่พวกเขา

นั่นคือ โมเสสหมดความอดทนแล้ว พระเจ้ายังทรงอดทนได้

แต่ครั้งนี้ ดูเผินๆเหมือนพระเจ้าหมดความอดทนแล้ว และพอโมเสสมาช่วยทูลขอการอภัย พระองค์จึงทรงอดทนต่อไป

นั่นคือ พระเจ้ายังคงอดทนต่อคนอิสราเอลต่อไป แต่ที่ทรงกระทำเช่นนั้น เพื่อให้ความเมตตาที่มีในตัวของโมเสส ผู้รับใช้ของพระองค์ปรากฏ และเพื่อพระองค์จะทรงสำแดงความโปรดปรานต่อผู้รับใช้ของพระองค์

วันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราก็เพื่อจะให้ความดีของเราปรากฏ หรือได้พัฒนาขึ้น และเพื่อพระเจ้าจะทรงสำแดงความเมตตาแก่เราผู้ที่พระเจ้าทรงโปรดปราน
เราได้รับความโปรดปรานจากพระเจ้า โดยทางพระเยซูคริสต์

3. การตัดสินของพระเจ้านั้นยุติธรรมเสมอ
พวกผู้ใหญ่สบประมาทพระเจ้า แต่เด็กๆไม่ได้ทำ
พระเจ้าจึงให้คนอิสราเอล วนเวียนในถิ่นทุรกันดาร 40 ปี
เพื่อเป็นการลงโทษผู้ใหญ่ ไม่ให้เข้าคานาอัน
และเพื่อเป็นการเตรียมเด็กๆให้พร้อมสำหรับการทำตามกฏเกณฑ์ของพระเจ้า
เตรียมให้พร้อมสำหรับการเข้าคานาอัน

ผู้สอดแนม 12 คน พระเจ้าไม่ได้เหมารวมแล้วลงโทษทั้งหมด
พระเจ้าลงโทษ 10 คนที่สบประมาทพระเจ้า
และอวยพระพรแก่ 2 คน ที่ยำเกรงพระเจ้า

สิ่งที่เกิดกับเรา พระเจ้าจะประทานความยุติธรรมให้แก่เราอย่างแน่นอน

4. เมื่อพระเจ้าบอกว่า คนอิสราเอลไม่ต้องเข้าไปคานาอันแล้ว ในช่วงนี้
แต่คนอิสราเอลยังดื้อรั้นบุกเข้าไปอยู่ดี จึงพบกับความพ่ายแพ้

การมองโลกในแง่ดี กับ ความเชื่อ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
การมองโลกนี้แง่ดี คิดไปเองว่า พวกเขาชนะคนคานาอันได้ แต่ในที่สุดก็พ่ายแพ้
ความเชื่อ จะเชื่อมั่นในสิ่งที่พระเจ้า ถ้าพระเจ้าบอกว่าชนะได้ ก็มั่นใจได้เลยว่า ชนะแน่

การดำเนินชีวิตของเรา การมองโลกในแง่ดี ย่อมดีกว่า มองโลกในแง่ร้าย
แต่ย่อมเทียบไม่ได้กับ การเชื่อมั่นในคำสัญญาที่พระเจ้าได้ตรัสไว้

วันนี้ เราอ่านพระคำของพระเจ้ามากเพียงใด?
วันนี้ เราเชื่อในคำสัญญาจากพระคำของพระเจ้ามากเพียงใด?

คำคม

“ การไม่เชื่อคำสัญญาของพระเจ้า เป็นการสบประมาทพระองค์ ”

สรุป กันดารวิถี 13

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งให้โมเสสส่งผู้สอดแนมไปสอดแนมดูดินแดนคานาอันที่พระเจ้าทรงสัญญาที่จะยกให้แก่คนอิสราเอล

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers13-83876

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 13 หลังจากที่คนอิสราเอลยก​ออก​เดิน​ทาง​จาก​ ตำบล​ฮา​เซ​โรท ไป​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ที่​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ปา​ราน แล้ว
พระเจ้า​ตรัส​สั่ง​โมเสส​ ให้​ส่ง​คนจากแต่ละเผ่า​ไป​สอด​แนม​แผ่น​ดิน​คา​นา​อัน​ที่​พระเจ้าทรง​ให้​แก่​คน​อิส​รา​เอล
โดยผู้ที่จะถูกส่งไปต้องเป็นคนหนึ่งใน​ผู้​นำ​ของ​เผ่านั้นๆ

โมเสส​จึงเลือกผู้นำมา 12 คน แล้วส่งคนเหล่านั้น​ไป​สอด​แนม​แผ่น​ดิน​คา​นา​อัน
เพื่อตรวจ​ดู​ว่า​แผ่น​ดิน​นั้น​และคนในแผ่นดินนั้นเป็น​อย่าง​ไร และ​ให้นำ​ผล​ไม้​ของ​แผ่น​ดิน​นั้น​กลับ​มาด้วย

คนเหล่านั้น​จึง​ขึ้น​ไป​สอด​แนมทั่ว​แผ่น​ดินนั้น อยู่ 40 วัน และ​พวก​เขา​ตัดองุ่น​พวง​หนึ่ง​จาก​ที่​นั่น ต้อง​ใช้​สอง​คน​หาม​ด้วย​ไม้​คาน และเก็บ​ลูก​ทับ​ทิม​และ​มะเดื่อ​มาด้วย

เมื่อพวกเขา​กลับ​มา​ยัง​โมเสส อาโรน และ​ชุม​นุม​ชน​อิส​รา​เอล ก็รายงานว่า ราย​งาน​ต่อ​ท่าน​ทั้ง​สอง​และ​ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด ทั้ง​ให้​ดู​ผล​ไม้​ของ​แผ่น​ดิน​นั้น
พวกเขาเล่าว่า แผ่นดินนั้นมี​น้ำ​นม​และ​น้ำ​ผึ้ง​ไหล​บริ​บูรณ์​จริง
แต่​​คน​ที่​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​นั้น​มี​กำลัง​มาก ​เมืองมีกำแพง​ป้อง​กัน​ที่​ใหญ่​โต​มาก และมีคนยักษ์อยู่ด้วย

แต่​คา​เลบ หนึ่งในคนที่ไปสอดแนม ​ได้​กล่าว​ว่า
ให้​เรา​ขึ้น​ไป​ยึดเมืองเหล่านั้นทัน​ที​เพราะ​เรา​จะ​ชนะ​แน่​นอน
แต่ผู้สอดแนมคนอื่น​กล่าว​ว่า
คนอิสราเอลไม่​สา​มารถ​เข้า​ไป​และ​ชนะ​คน​เหล่า​นั้น​ได้ เพราะ​พวก​เขา​มี​กำ​ลัง​มาก​กว่า​เรา
และบอกว่า แผ่นดินนั้นเป็น​แผ่น​ดิน​กิน​คน​
และชาว​เมือง​ทั้ง​หมด​รูป​ร่าง​ใหญ่​โต
เรา​เป็น​เหมือน​ตั๊ก​แตน ในสายของพวกเรา
และ​เรา​ก็​เป็น​เช่น​นั้น​ใน​สาย​ตา​ของ​พวก​เขา

1. ผู้สอดแนมทั้ง 12 คน ได้พบสิ่งเดียวกัน ได้มองดูสิ่งเดียวกัน ได้เจอสถานการณ์อย่างเดียวกัน
แต่เมื่อ 10 คนมองที่ปัญหาอุปสรรค พวกเขาจึงเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะยึดเมืองเหล่านั้น
แต่คาเลบและโยชูวา มองที่พระสัญญาของพระเจ้า เขาทั้งสองจึงมั่นใจว่า
คนอิสราเอลสามารถเข้าไปยึดครองได้แน่นอน

สถานการณ์ที่เราเผชิญวันนี้
หากเรามองที่สถานการณ์ เราจะพบแต่ปัญหามากมายเต็มไปหมด
แต่หากเรามองไปที่พระสัญญาของพระเจ้า ด้วยสายตาแห่งความเชื่อ
เราจะเห็นพระพรมากมายท่ามกลางสถานการณ์เหล่านี้

2. เมื่อความกลัวเกิดขึ้น ปัญหาที่เห็นจะใหญ่โตมากเกินกว่าความเป็นจริงเสมอ
เหมือน ผู้สอดแนม 10 คน ที่รายงานว่า แผ่นดินคานาอันกินคนได้ และชาวเมืองทุกคนเป็นคนยักษ์หมดเลย
ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย

หากเราปล่อยให้ความหวาดกลัว เข้ามาครอบงำชีวิตของเรา
เราจะมองสถานการณ์ผิดพลาดไปจากความเป็นจริง
ซึ่งจะทำให้การแก้ปัญหานั้นไม่สามารถกระทำได้อย่างถูกต้อง

คำคม

“ พระเจ้าของเรา กับ ปัญหาของเรา ใครใหญ่กว่ากัน? ”

สรุป กันดารวิถี 12

ภาพรวม

  • อาโรนและมิเรียมต่อต้านโมเสส พระเจ้าจึงทำให้มิเรียมเป็นโรคเรื้อน จนพวกเขากลับใจ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers12-83757

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 12 เมื่อคนอิสราเอล​ออก​เดิน​จาก ขิบ​โรท​หัท​ธา​อา​วาห์ มาหยุดที่​ฮา​เซ​โรท แล้ว

​มิเรียม​กับ​อาโรน​ ผู้เป็นพี่สาวและพี่ชายของโมเสส ก็พูด​ต่อ​ต้าน​โมเสส​ใน​เรื่อง​ที่​โมเสสแต่ง​งาน​กับ​หญิง​ชาว​คูช ซึ่งอาจหมายถึงนางศิโปราห์ หรืออาจหมายถึงผู้หญิงอีกคนหนึ่ง พระคัมภีร์ไม่ได้ระบุชัดเจน

แล้วก็ต่อต้านก็ลามไปถึง เรื่องที่ว่า พระ​เจ้า​ตรัส​ผ่าน​โมเสส​คน​เดียว​เท่า​นั้น​จริง​หรือ?
ใน​ทันใด​นั้น​พระ​เจ้าจึงตรัสสั่ง​โมเสส อาโรน และ​มิเรียม ​ให้​ออก​มา​ที่​พลับพลา
แล้วพระ​องค์​ทรง​เรียก​อาโรน​และ​มิเรียม ออก​มา​ข้าง​หน้า

พระ​องค์​ตรัส​ว่า พระองค์ตรัสกับ​โมเสส​เป็นพิเศษ ​แบบซึ่งๆ หน้า​อย่าง​ชัด​เจน​โดย​ไม่​พูด​เป็น​ปริศนา ไม่เหมือนสำแดงแก่คนอื่น เพราะโมเสส​ซื่อ​สัตย์
และ​พระเจ้ายังได้สำแดงให้โมเสส​เห็น​สัณ​ฐาน​ของ​พระเจ้าอีกด้วย
แล้ว ทำไม​อาโรนและมิเรียม จึง​กล้า​พูด​ต่อ​ต้าน​โมเสส​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระเจ้า เช่นนี้

แล้วมิเรียม​ก็​เป็น​โรค​เรื้อน​ขาว​เหมือน​หิมะ
อาโรน​จึงอ้อนวอน​โมเสส​ ให้ช่วยมิเรียมด้วย พวกเขาทำผิดไปแล้ว
แล้ว​โมเสส​ร้อง​ทูล​พระเจ้า

พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า ให้​กัก​มิเรียมไว้​นอก​ค่าย 7 ​วัน แล้วก็จะหาย
ต่อมาเมื่อมิเรียมหายแล้ว ​ประ​ชา​ชน​ก็​ยก​ออก​เดิน​ทาง​จาก​ตำบล​ฮา​เซ​โรท
ไป​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ที่​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ปา​ราน

1. การทักท้วงของอาโรนและมิเรียม ตอนแรกก็เป็นเรื่องการแต่งงานของโมเสส แต่ต่อมาพัฒนาลุกลามไปถึงเรื่องสิทธิอำนาจของโมเสส
คงเป็นเพราะว่าพวกเขาทั้งสอง เห็นผู้ใหญ่ 70 คนเผยพระวจนะได้
จึงตั้งข้อสังเกตว่า พระเจ้าไม่จำเป็นต้องตรัสกับโมเสสคนเดียวนี่นา

ดูเหมือนพระเจ้าไม่ได้ตำหนิพวกเขา ที่ทักท้วงเรื่องการแต่งงานของโมเสส
แต่พระเจ้ากริ้วพวกเขา เมื่อก้าวล่วง สิทธิอำนาจที่พระเจ้าประทานให้แก่โมเสส

การกระทำที่ถูกต้องอันหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าการกระทำครั้งต่อมาจะถูกต้องเสมอไป
สิ่งที่พระเจ้าไม่อนุญาตให้มนุษย์ก้าวล่วงล้ำ คือ เรื่องสิทธิอำนาจ
เมื่อพระเจ้าจะประทานสิทธิอำนาจให้แก่ใคร เป็นสิทธิขาดของพระองค์
มนุษย์หน้าไหน ก็ไม่มีสิทธิเข้ามาก้าวก่าย ไม่ว่าจะมีเหตุผลที่ดีสักเพียงใดก็ตาม

2. พระคัมภีร์กล่าวว่า โมเสส​เป็น​คน​ถ่อม​ใจ​ยิ่ง​กว่า​คน​ทั้ง​หมด​บน​พื้น​แผ่น​ดิน
โมเสส จัดการกับการต่อต้านสิทธิอำนาจที่พระเจ้าประทานให้ ด้วยการไม่ทำอะไรเลย
เพียงแต่รอคอยพระเจ้าจัดการ
และพระเจ้าก็จัดการจริงๆ
จนในที่สุด คนเหล่านั้นก็เลิกต่อต้านและกลับยิ่งยำเกรงโมเสส

เราไม่ควรต่อต้านสิทธิอำนาจที่พระเจ้าเจิมตั้งเอาไว้
และถ้าหากใครมาต่อต้านสิทธิอำนาจที่พระเจ้าประทานแก่เรา
เราก็ควรอธิษฐานเผื่อพวกเขา ให้รีบกลับใจก่อนจะสายเกินไป

3. อาโรนกับมิเรียม ร่วมกันต่อต้านโมเสส
ปรากฏว่า มิเรียมเป็นโรคเรื้อนคนเดียว อาโรนรอด
ซึ่งน่าจะเป็นเพราะอาโรนทำหน้าที่มหาปุโรหิต ถ้าเป็นมลทินด้วยโรคเรื้อนจะยุ่งกันใหญ่
และพระองค์รู้ว่า แค่ให้มิเรียมเป็นโรคเรื้อนคนเดียว ก็เพียงพอให้ทั้งสองคนกลับใจใหม่แล้ว

การตัดสินลงโทษใคร อย่างไรนั้น เป็นสิทธิขาดของพระเจ้า
ไม่ใช่ธุระของเรา
ขอให้เราเพียงแต่รู้ก็พอแล้วว่า พระเจ้าเลือกวิธีที่ดีที่สุด ด้วยพระสติปัญญาอันล้ำเลิศของพระองค์

คำคม

“ การให้เกียรติสิทธิอำนาจ เป็นการให้เกียรติพระเจ้า ”

สรุป กันดารวิถี 11

ภาพรวม

  • คนอิสราเอลบ่นว่าไม่มีเนื้อกิน พระเจ้าทรงเมตตาพวกเขาสัญญาว่าจะประทานเนื้อให้ตลอด 1 เดือน แต่พวกเขาก็ยังไม่เชื่อในคำสัญญาของพระเจ้าอยู่ดี

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers11-83466

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 11 เมื่อประชาชนอิสราเอลเริ่มเดินทางออกจากถิ่นทุรกันดารซีนาย พวกเขาก็เริ่มบ่น

ประ​ชา​ชน​บ่นว่า​เรื่อง​ความ​ลำบากของพวกเขา
พระเจ้าจึงทรง​กริ้ว มี​ไฟ​จาก​พระ​เจ้ามา​​เผา​รอบ​นอก​ค่าย​ไป​บาง​ส่วน
พวกเขาก็​ร้อง​ต่อ​โมเสส
โมเสส​จึงอธิษ​ฐาน​ต่อ​พระ​เจ้า แล้ว​ไฟ​ก็​ดับ

ต่อมา มีคนชาติอื่น​ที่ติดตามมาด้วย (อพย. 12:38 มี​คน​ชาติ​อื่น​จำ​นวน​มาก​ติด​ตาม​ไป​ด้วย …) เป็นคนตะกละ​เห็น​แก่​กิน​ ​จึงมีผลทำให้คนอิสราเอลเริ่ม​ร้อง​ไห้​คร่ำ​ครวญ​อยากกินเนื้อ
บอกว่า คิด​ถึง​ปลา ​แตง​กวา แตง​โม กระ​เทียม​จีน หอม​ใหญ่ หัว​กระ​เทียม ในอียิปต์
เพราะกินแต่มานาจนเบื่อแล้ว

ประ​ชา​ชน​ร้อง​ไห้​กัน​ไป​ทั่ว​ ที่​ประตู​เต็นท์​ของ​ตน
และ​พระเจ้าทรงกริ้ว​อย่าง​ยิ่ง โมเสส​ก็​ไม่​พอ​ใจ​ด้วย

โมเสส​จึง​​ทูล​พระ​เจ้าว่า ทนไม่ไหวแล้วที่จะต้องคอยดูแลเอาใจคนที่นิสัยเหมือนเด็กทารกพวกนี้
​เป็น​ภาระ​หนัก​เกิน​ไป​สำหรับ​โมเสส

พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ว่า ให้​รวบ​รวม​พวก​ผู้​ใหญ่​ใน​อิส​รา​เอล​มาที่พลับพลา 70 คน
แล้วพระเจ้า​จะ​​ให้พระวิญญาณเจิม​​คนเหล่านั้น เพื่อ​พวกเขาจะช่วยโมเสสแบกภาระของคนอิสราเอล

และพระเจ้า​จะ​ประ​ทาน​เนื้อ​ให้​แก่คนอิสราเอล กินไป 1 เดือนเต็มๆ จน​​เอือม​ระอาไปเลย
แต่​โมเสสทูลพระเจ้า​ว่า ถ้าจะเลี้ยง​ผู้​ชาย 600,000 ​คน ยังไม่รวมผู้หญิงและเด็ก ​ให้พวกเขากิน​เนื้อ​จน​ครบ​ 1 เดือน ต้องใช้เนื้อมากมายมหาศาล ซึ่งจะเป็นไปได้ยังไง

พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
“พระ​หัตถ์​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​สั้น​ไป​หรือ? บัด​นี้​เจ้า​จะ​เห็น​ว่า​คำ​ของ​เรา​จะ​สำเร็จ​เพื่อ​เจ้า​จริง​หรือ​ไม่”

โมเสส​จึงออก​ไป​บอก​ประ​ชา​ชน ตามที่พระเจ้าตรัส และ​ท่าน​รวบ​รวม​พวก​ผู้​ใหญ่​ 70 คน แล้ว​ให้​มา​ยืน​รอบๆ พลับพลา

​พระเจ้าก็​เสด็จ​ลง​มา​ใน​เมฆ​ และ​ตรัส​กับ​โมเสส แล้ว​พระวิญ​ญาณ​ก็เจิม​พวก​ผู้​ใหญ่​เหล่านั้น​ แล้วเขา​ทั้ง​หลาย​ก็​เผย​พระ​วจนะ แต่​ก็​ทำแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว

แต่มีผู้ใหญ่ 2 คน​ที่​ยัง​อยู่​ใน​ค่าย คือ ​เอล​ดาด และ ​เม​ดาด
แล้ว​พระวิญ​ญาณ​ก็เจิมเขา​ทั้ง​สองด้วย
และ​เขา​ทั้ง​สอง​ก็​เผย​พระ​วจนะ​ใน​ค่าย

เมื่อ​โย​ชู​วาทราบ ก็บอก โมเสส​ให้ไปห้าม​เขา​ทั้ง​สอง
แต่​โมเสส​ตอบว่า โมเสสอยากให้ประชาชนทุกคนเผยพระวจนะและมีการเจิมของพระวิญญาณด้วยซ้ำไป

แล้ว​มี​ลม​พัด​​ฝูง​นก​คุ่ม​จาก​ทะเล​มา​ตก​อยู่​ที่​ข้าง​ค่าย​โดย​อยู่​รอบๆ
อยู่​ห่าง​ออก​ไป​จาก​ค่าย​เป็น​ระยะ​ทาง​เดิน 1 ​วัน
และ​อยู่​สูง​จาก​พื้น​ดิน​ประ​มาณ 1 เมตร

วัน​นั้น​ประ​ชา​ชน​ก็​เที่ยว​จับ​นก​คุ่ม​กัน​ทั้ง​วัน​ทั้ง​คืน และ​ตลอด​วัน​ถัด​มา​ด้วย
คน​ที่​จับ​ได้​น้อย​ที่​สุด​ก็​ได้​ไม่​ต่ำ​กว่า​ 1,000 กิโล​กรัม
แล้ว​เขา​ทั้ง​หลาย​ก็​เอา​มา​กาง​ตาก​กัน​ทั่ว​โดย​อยู่​รอบๆ ค่าย

และขณะที่นกอยู่ในปาก ยัง​ไม่​ทัน​ได้​เคี้ยว
พระเจ้า​ก็​ทรงกริ้วและ​ประ​หาร​ประ​ชา​ชนเหล่านั้น​ด้วย​ภัย​พิบัติ​ร้าย​แรง
เขา​จึง​เรียก​ชื่อ​ตำบล​นั้น​ว่า​ ขิบ​โรท​หัท​ธา​อา​วาห์
แล้วประ​ชา​ชน​ยก​ออก​เดิน​จาก​ที่นั่น มาหยุดที่​ฮา​เซ​โรท

1. พระเจ้าทรงไม่พอพระทัยอย่างยิ่ง ต่อการบ่นของประชากรของพระองค์
เพราะการบ่น เป็นการใส่ร้ายป้ายสีต่อพระเจ้า
เป็นการหาว่า พระเจ้าไม่รักษาสัญญา ทั้งที่พระองค์ไม่เคยผิดสัญญาเลย

สำหรับเหตุการณ์ในวันนี้ เราบ่น หรือ ขอบพระคุณพระเจ้า?

2. คนชาติอื่น​ที่ติดตามมาด้วย ที่ตะกละ​เห็น​แก่​กิน​ ​ส่งผลทำให้คนอิสราเอลเกิดความคิดที่ไม่เหมาะสมตามมา
พวกเขาคิดว่า อียิปต์ดีกว่า ออกเดินทางตามพระเจ้ามา

สิ่งที่เราต้องระมัดระวังในการดำเนินชีวิตคริสเตียนคือ ค่านิยมของโลก ของคนรอบข้างที่อยู่ฝ่ายโลกนี้
ถ้าค่านิยมเหล่านั้นเริ่มมีอิทธิพลต่อเรามากเท่าใด ชีวิตของเราก็จะเริ่มออกห่างจากชีวิตที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้าเท่านั้น

3. เอล​ดาด และ ​เม​ดาด ไม่ยอมเชื่อฟังโมเสส ไม่ได้มาที่พลับพลาในวันนั้น
ด้วยเหตุผลใด ก็ไม่ทราบ
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พระเจ้ายังคงให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เจิมเหนือพวกเขา เหมือน ผู้ใหญ่คนอื่นๆ

การเจิมนี้เป็นสิทธิขาดของพระเจ้า ว่าพระองค์จะเลือกเจิมใคร
คนนั้นอาจดูไม่น่าจะได้รับการเจิม เหมือนอย่างที่โยชูวาคิด

แต่พระเจ้าย่อมรู้ดีกว่ามนุษย์ และพระองค์เป็นผู้เลือกเอง
และเมื่อพระเจ้าทรงเลือกเช่นนั้น
โมเสสผู้รู้หัวใจของพระเจ้า ก็ยินดีที่พระเจ้าทรงเลือกเช่นนั้นตามที่พระองค์เห็นชอบ

วันนี้ เรายินดีในสิ่งที่พระเจ้าทรงเลือกให้เกิดขึ้น ตามอำนาจอธิปไตยของพระองค์หรือไม่?

4. เหตุที่พระเจ้าทรงกริ้วและประหารคนเหล่านั้นที่ออกไปเก็บนกคุ่ม
น่าจะเป็นเพราะพวกเขา โลภมากและไม่เชื่อสิ่งที่พระเจ้าตรัสสัญญาไว้ ซึ่งถือว่าเป็นการดูถูกพระเจ้า

ทั้งที่พระเจ้าตรัสสัญญาว่า จะมีนกคุ่มมาทุกวันตลอด 1 เดือน
แล้วในวันนั้น พวกเขาก็เริ่มเห็นแล้วว่าพระเจ้าทรงรักษาสัญญาจริงๆ
พวกเขาไปเก็บกักตุนมากมาย คนที่จับนกมาน้อยที่สุดจับมา 1 ตัน
ซึ่งแน่นอน ไม่มีใครสามารถกินนก 1 ตันได้หมดใน 1 วัน
พวกเขาไม่เชื่อว่า พรุ่งนี้พระเจ้าจะส่งนกมาอีกตามสัญญา
ทั้งที่ วันนี้เขาเห็นกับตาแล้วว่า พระเจ้าทรงรักษาสัญญา

ที่ผ่านมาเราเห็นแล้วหรือยังว่า พระเจ้าทรงรักษาสัญญาเสมอ
แล้วในวันนี้ เรายังคิดจะดูถูกพระเจ้า ด้วยการสงสัยในพระสัญญาของพระเจ้าหรือ?

คำคม

“ บ่น = ดูถูกพระเจ้า ”

สรุป กันดารวิถี 10

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงกำหนดรูปแบบและวิธีการ ให้แก่คนอิสราเอล ในการเคลื่อนพลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers10-83273

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 10 หลังจากที่คนอิสราเอลถือเทศกาลปัสกาในเดือนที่ 1 ปีที่ 2 แล้ว ในวันที่ 20 เดือนที่ 2 ปีเดียวกัน พระเจ้าก็มีบัญชาให้คนอิสราเอล เคลื่อนออกจากถิ่นทุรกันดารซีนาย

พระเจ้าสั่ง​โมเสส​ ให้​ทำ​แตร​เงิน​สอง​คัน​​โดย​​ใช้​ค้อน​ทุบ เพื่อ​ใช้​​เป็นสัญญาณเรียก​ชุม​ชน​ และ​เป็นสัญญาณ​รื้อ​ย้าย​ค่าย​ออก​เดิน
– เมื่อ​เป่า​แตร​ 2 คัน ให้ประชาชนมา​ประ​ชุม หน้าพลับพลา
– เมื่อ​เป่า​แตร​คัน​เดียว ​ให้​บรรดา​ผู้​นำ​มา​ประ​ชุม​กับ​โมเสส
– เมื่อ​​เป่า​สัญ​ญาณ​แตร​ปลุก ให้ย้าย​ค่ายออกเดินทาง โดยให้ค่าย​ด้าน​ตะวัน​ออก​ ​ออก​เดิน​ทางก่อน
– เมื่อ​เป่า​สัญ​ญาณ​แตร​ปลุก​ครั้ง​ที่ 2 ให้​​ค่าย​ที่​อยู่​ด้าน​ใต้ ​​ออก​เดิน​ทาง
โดยให้​ลูกๆ ของ​อาโรน​ ​เป็น​คน​เป่า​แตร
– ​เมื่อ​​จะ​ไป​ทำ​สงคราม​กับ​ศัตรู​ที่มา​รุกราน ก็​ให้​เป่า​แตร​ทำ​เสียง​สัญ​ญาณ​ปลุก เพื่อ​พระ​เจ้าจะ​ทรง​ระลึก​ถึง​พวก​เขา และ​ช่วย​ให้​พ้น​จาก​ศัตรู​ของ​เจ้า
– ใน​วัน​ที่​มี​ความ​ยิน​ดี​ใน​งาน​เทศ​กาลต่างๆ ก็ให้เป่า​แตร​เหนือ​เครื่อง​บูชา

ใน​วัน​ที่​ 20 เดือน​ที่ 2 ปี​ที่​ 2
เมฆที่ปกคลุมพลับพลาก็ลอยขึ้น​
คน​อิส​รา​เอล​จึงเริ่ม​ออก​เดิน​ทาง​เป็นครั้งแรก โดยเดินทางเป็น​ระยะๆ จาก​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ซีนาย ไปถึง​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ปา​ราน
– ธง​ค่าย​ของ​ยู​ดาห์​ (กลุ่มทิศตะวันออก) จะออก​เดิน​ทาง​เป็น​กองๆ ไป​ก่อน
– จาก​นั้น​พลับ​พลา​จึงถูก​รื้อ แล้ว​คนเกอร์​โชน และคน​​เมรารี​ ผู้​แบก​หาม​พลับ​พลา​นั้น​จะ​​ออก​เดิน​ทาง
– แล้ว​ธง​ค่าย​ของ​​รูเบน ​(กลุ่มทิศใต้) จะ​ออก​เดิน​ทาง​เป็น​กองๆ
– แล้ว​คน​โค​ฮาท​จะ​หาม​สิ่ง​บริ​สุทธิ์​ต่างๆ และ​ยก​ออก​เดิน​ทาง
– คนเกอร์โชนและคนเมรารี ​จะ​ต้อง​ตั้ง​พลับ​พลา​ให้​เสร็จ​ก่อน​ที่​คนโคฮาทจะ​ไป​ถึง
– แล้ว​ธง​ค่าย​ของเ​อฟ​รา​อิม (กลุ่มทิศตะวันตก)​ จะ​ออก​เดิน​ทาง​เป็น​กองๆ
– ตามด้วยธง​ค่าย​ของ​​ดาน​ (กลุ่มทิศเหนือ) จะ​ยก​ออก​เดิน​เป็น​กองๆ เป็น​พวก​ระวัง​หลัง​

เมื่อกำลังจะออกเดินทาง โมเสส​ได้เชิญให้​โฮ​บับ​ พี่เขย (หรืออาจเป็นน้องเขย) ของตน ไปด้วยกัน
เพื่อจะเป็นเหมือนตา ที่จะคอยให้คำแนะนำในการเดินทางผ่านถิ่นทุรกันดาร

เมื่อคนอิสราเอลออก​เดิน​จาก​ภูเขา​ซีนาย หีบ​พันธ​สัญ​ญาจะ​นำ​หน้า​ท้ายขบวนอยู่ 3 ​วัน
เมื่อ​หีบ​ยก​ออก​เดิน​ โมเสส​​จะทูล​พระเจ้าว่า ขอ​ทรง​ลุก​ขึ้น​เถิด ขอ​ให้​พวก​ศัตรู​ของ​พระ​องค์​กระ​จัด​กระ​จาย​ไป
​เมื่อ​หีบ​หยุด โมเสส​​ก็จะทูล​พระเจ้าว่า ขอ​เสด็จ​กลับ​มา​ยัง​คน​อิส​รา​เอล​ที่​นับ​เป็น​พันๆ หมื่นๆ นี้​เถิด

1. คำสั่งของพระเจ้าทั้งเรื่องสัญญาณแตร และขั้นตอนการเคลื่อนพล รูปแบบการเดินทาง
ทุกอย่างดูเป็นระบบ และเป็นระเบียบแบบแผนอย่างมาก
คนอิสราเอลเป็นทาสมาราว 400 ปี ตั้งแต่รุ่นทวด
ไม่เคยฝึกทหาร ไม่เคยฝึกออกรบ
แต่ก็ไม่สำคัญเลย เพียงแต่พวกเขาเชื่อฟังพระเจ้าอย่างเคร่งครัด สิ่งที่พวกเขาทำออกมายิ่งกว่ากองทัพทหารมืออาชีพเสียอีก

เราไม่ต้องเก่งก็ได้ ขอเพียงแค่ผู้สั่งการของเราเก่ง และเราเชื่อฟังผู้สั่งการของเราอย่างเคร่งครัด เพียงเท่านี้ก็มากเพียงพอในการมีชัยชนะในสถานการณ์ในวันนี้

เราให้พระเจ้าทรงเป็นผู้บัญชาในชีวิตของเราแล้วหรือยัง?

2. ฟังตัวอย่างเสียงแตรของคนอิสราเอล กดที่นี่ https://youtu.be/RsMAX7j1B2s

3. พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอลเป่าแตร เมื่อข้าศึกมารุกราน เพื่อพระเจ้าจะได้มาช่วยพวกเขา
ไม่ใช่เพราะพระเจ้าไม่รู้ว่ามีข้าศึกมา ไม่ใช่การเป่าเพื่อให้พระเจ้าได้ยินเสียงเตือน

แต่เมื่อเป่าแตร แสดงให้เห็นว่า พวกเขาทำตามคำสั่งของพระเจ้า เพราะพระเจ้าสั่งให้เป่าแตร
พระเจ้าจะทรงช่วยประชากรของพระองค์ ผู้เชื่อฟังพระองค์

4. โมเสสแม้จะเป็นผู้นำคนอิสราเอล กว่า 3 ล้าน คน และเป็นผู้สนทนากับพระเจ้าได้ แต่ก็ยังถ่อมใจเชิญให้​โฮ​บับ​ ไปช่วยให้คำแนะนำแก่เขา ในระหว่างการเดินทางอีกด้วย

บทบาทการรับใช้ที่เราได้รับ และความสัมพันธ์อันดีที่เรามีกับพระเจ้า ไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการไม่ยอมรับคำแนะนำจากใครๆ

คำคม

“ การเชื่อฟังพระเจ้า จะทำให้เราปลอดภัย ”

สรุป กันดารวิถี 9

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งให้คนอิสราเอลถือเทศกาลปัสกา ในวันที่ 14 เดือนที่ 1 ปีที่ 2 นับตั้งแต่ออกจากอียิปต์

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers09-83156

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 9 เมื่อพระคัมภีร์บรรยายถึงการทำสำมะโนประชากร ในวันที่ 1 เดือนที่ 2 ปีที่ 2 นับตั้งแต่คนอิสราเอลออก​จาก​อียิปต์ และบรรยายถึงกฏเกณฑ์ต่างๆที่พระเจ้าตรัสแล้ว
ในบทนี้ พระคัมภีร์บรรยายย้อนกลับไป ในเหตุการณ์ 1 เดือนก่อนหน้านั้น คือใน​เดือน​ที่ 1 ปี​ที่​ 2

พระเจ้าทรงสั่งให้คนอิสราเอลถือเทศกาลปัสกา ในเย็นวันที่ 14 เดือนนั้น
ณ ถิ่นทุรกันดารซีนายนั้น คน​อิส​รา​เอล​ก็​ทำ​ทุก​อย่าง​ตาม​ที่​พระเจ้าตรัส​สั่ง​

แต่​มี​​ชาย​บาง​คน​เป็น​มล​ทิน​เพราะ​แตะ​ต้อง​ศพ จึง​ถือ​ปัสกา​ใน​วัน​นั้นไม่​ได้
พวก​เขา​จึง​มา​หา​โมเสส​และ​อาโรน​ใน​วัน​นั้น
โมเสสจึงนำเรื่องไปทูลถามพระเจ้า
พระ​เจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
– ให้พวกเขา​ถือ​ปัสกา​ใน​เวลา​เย็น​ของ​วัน​ที่ 14 เดือน​ที่ 2 แทน
– แต่ส่วน​คน​ที่​สะอาด​ แต่​ไม่​ยอม​ถือ​เทศ​กาล​ปัสกา ​ให้​คน​นั้น​ถูก​ตัด​ออก​จาก​ท่าม​กลาง​ชน​ชาติ​อิสราเอล
– คน​ต่าง​ด้าว​ที่​อยู่​ท่าม​กลางคนอิสราเอล​จะต้อง​ถือ​เทศ​กาล​ปัสกา​แด่​พระ​เจ้าด้วย

ตั้งแต่ใน​วัน​ที่​จัด​ตั้ง​พลับ​พลา ก็มี​เมฆ​มา​ปก​คลุม​พลับ​พลา​ไว้
เมฆ​ปก​คลุม​ตอน​กลาง​วัน ส่วน​กลาง​คืน​ก็​ปรา​กฏ​เหมือน​เปลว​ไฟ​จน​รุ่ง​เช้า
เมื่อ​ไร​ที่​เมฆ​ลอย​ขึ้น​จาก​เต็นท์ คน​อิส​รา​เอล​ก็​จะ​ยก​ออก​เดิน​ทาง​ไป
และ​เมื่อ​เมฆ​นั้น​หยุด​อยู่​ที่​ไหน คน​อิส​รา​เอล​ก็​จะ​ตั้ง​ค่าย​ที่​นั่น
ไม่​ว่า​เมฆ​จะ​หยุด​อยู่​เหนือ​พลับ​พลา​ 2 ​วัน หรือ 1 ​เดือน หรือ​ 1​ปี คน​อิส​รา​เอล​ก็​จะ​อยู่​ใน​ค่าย​นาน​เท่า​นั้น​
โดย​ไม่​ยก​ออก​เดิน​ทาง

1. คนที่อยากถือปัสกา แต่ถือไม่ได้เป็นมลทินนั้น พระเจ้าไม่ได้ตำหนิ แต่ให้เลื่อนออกไปถือในอีก 1 เดือนต่อมาแทน

คนที่มีมลทิน ที่ปรารถนาจะทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้านั้น พระเจ้าไม่ปฏิเสธเขา
แต่พระองค์ก็ไม่ได้ให้เขาทำขณะที่มีมลทิน

คนบาป ไม่ว่าบาปสักเพียงใด หากปรารถนาจะแสวงหาพระเจ้า พระองค์ไม่ทรงปฏิเสธ
แต่ก็ต้องทำให้เขาพ้นบาปก่อน โดยทางพระเยวูคริสต์ เพื่อเขาสามารถมาเฝ้าเข้าพระเจ้าได้

2. คนที่ไม่ปรารถนาที่จะแสวงหาพระเจ้า ไม่สมควรที่จะเป็นประชากรของพระเจ้า

3. การเดินทางของอิสราเอล ใช้เสาเมฆเสาไฟ เป็นตัวชี้นำ
บางครั้งอาจจะไม่เข้าใจ ทำไมต้องอยู่นานขนาดนี้ หรือ ไม่เข้าใจทำไมอยู่แค่ประเดี๋ยวเดียว
แต่พวกเขายังคงตามการทรงนำของพระเจ้า
ดังนั้นพวกเขาจึงปลอดภัยตลอด 40 ปี ในถิ่นทุรกันดารนี้

วันนี้ ถ้าเราเชื่อฟังการทรงนำของพระคำของพระเจ้า ผ่านการช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์
เราจะปลอดภัย ในทุกสถานการณ์

คำคม

“ คนที่จริงใจมาหาพระเจ้า พระองค์เต็มใจที่จะให้เขาพบพระองค์ ”

สรุป กันดารวิถี 8

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งให้ชำระตัวของคนเลวีให้บริสุทธิ์เพื่อพร้อมในการปรนนิบัติงานที่พลับพลา

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers08-83010

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 8 หลังจากที่บรรดาผู้นำของคนอิสราเอลนำของมาถวายแด่พระเจ้า เนื่องในโอกาสพิธรีถวายแท่นบูชาแล้ว
พระเจ้าก็​ตรัส​กับ​โมเสส​ เกี่ยวกับเรื่องว่าตะเกียง และการชำระคนเลวีดังนี้

การตั้งตะเกียง
​- ให้อาโรน​ตั้ง​ตะเกียง ทั้ง 7 ที่อยู่บนคันประทีป ให้​ส่อง​แสง​ไป​ด้าน​หน้า​คัน​ประ​ทีป

การชำระตัวเลวี
– ให้นำน้ำ​ชำระ​มา​ประ​พรม​คนเลวี​และ​ให้​พวก​เขา​โกน​ทั่ว​ทั้ง​ตัว ทั้ง​ให้​ซัก​เสื้อ​ผ้า
– ให้​พวกเขา​นำ​เครื่อง​ธัญ​บูชา และ ​ลูก​โค​ผู้​ 1 ตัวมาเป็นเครื่องบูชาเผาทั้งตัว และ​ลูก​โค​ผู้​อีก​ตัว​หนึ่ง​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป นำมาให้ปุโรหิต
– ให้​พวก​คน​เลวี​ และ​ให้​ชุม​ชน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ มา​ชุม​นุม​กัน ที่หน้าพลับพลา
– ​ให้​คน​อิส​รา​เอล​เอา​มือ​ของ​พวก​เขา​วาง​บน​คน​เลวี
– ​ให้​อาโรน​ถวาย​คน​เลวี​แด่​พระ​เจ้า​ เพื่อจะ​ทำ​งาน​ปรน​นิบัติ​พระ​เจ้าแทนคนอิสราเอลทั้งหมด
– แล้ว​คน​เลวี​จะ​เอา​มือ​ของ​ตน​วาง​บน​หัว​โค​ผู้​ทั้ง​สอง​ตัว
– แล้วจากนั้นก็ให้ปุโรหิตถวายวัวทั้งสองเป็นเครื่องบูชาแด่พระเจ้า
– หลัง​จาก​นั้น คน​เลวี​จะ​เข้า​ไป​รับ​ใช้​ที่​พลับพลาได้ เป็นผู้ช่วยของปุโรหิตในงานยด้านต่างๆ

เพราะ​คนเลวีถูก​แยก​จาก​คน​อิส​รา​เอล​และ​มอบ​ให้​แก่​พระเจ้าอย่าง​สิ้น​เชิง
ดังนั้นพระเจ้าจึง​รับ​พวกเขา ​เป็น​ของ​พระองค์ เพื่อ​แทน​ที่​​บุตร​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ของ​ประ​ชา​ชน​อิส​รา​เอล
เพราะ​ว่า​ลูก​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ได้​แยกไว้​เป็น​ของ​พระเจ้า

พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
– ให้​คน​เลวี​ที่​มี​อายุ​ตั้ง​แต่ 25-50 ปี​ เข้า​ไป​ทำ​หน้า​ที่​ใน​งาน​รับ​ใช้​ที่พลับพลา
– พอ​อายุ 50 ปี​ก็​ให้​เขา​หยุด​ทำ​หน้า​ที่ แต่​อาจ​จะ​ช่วย​เหลือ​พี่​น้อง​ที่พลับพลาได้ แต่​ไม่​ต้อง​ลง​มือ​ทำ​เอง

1. บุตรหัวปีทุกคนของคนอิสราเอลต้องถวายขาดแด่พระเจ้า
แต่คนเลวีเป็นตัวแทนของบุตรหัวปีเหล่านั้น ทำหน้าที่ปรนนิบัตbพระเจ้าในพลับพลาแทนบุตรหัวปีเหล่านั้น
ดังนั้นคนเลวีจึงถือว่าเป็นคนที่ถูกแยกออกเพื่อพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง

เมื่อเรามีโอกาสรับใช้พระเจ้าในด้านใดก็ตาม เราได้รับเกียรติเป็นตัวแทนของพี่น้องในการรับใช้พระเจ้า
ดังนั้นเราสมควรทำอย่างเต็มกำลังของเรา ให้สมกับเกียรติที่ได้รับนี้

คำคม

“ การรับใช้พระเจ้า คือ เกียรติที่ยิ่งใหญ่ ”

สรุป กันดารวิถี 7

ภาพรวม

  • ในพิธีมอบถวาย​​แท่น​บูชา​นั้น ผู้นำของคนอิสราเอล 12 คน ได้นำของมากมายมาถวายแด่พระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers07-82799

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 7 หลังจากพระคัมภีร์บันทึกเรื่อง การอวยพรของปุโรหิตต่อชุมชนอิสราเอลแล้ว ในบทที่ 7 นี้ พระคัมภีร์ได้บรรยายถึงสิ่งของที่ บรรดาผู้นำได้นำถวายแด่พระเจ้า ใน​วัน​ที่​จัด​ตั้ง​พลับ​พลา​เสร็จ​

เมื่อโมเสสได้ตั้ง​พลับ​พลา​เสร็จแล้ว ก็​เจิม​และ​ถวาย​พลับ​พลา​กับ​เครื่อง​ใช้​ทุก​อย่าง​ ​ให้​เป็น​ของ​บริ​สุทธิ์
แล้ว​บรรดา​ผู้​นำ 12 คน ​ของ​คน​อิส​รา​เอลที่พระเจ้าได้เลือกไว้สำหรับการทำสำมะโนประชากร ใน กันดารวิถี บทที่ 1

พวก​เขา​ได้นำ​ เกวียนและโค มา​ถวาย​แด่​พระ​เจ้าในวันนั้น โดย ผู้​นำ​สอง​คน​นำ​เกวียน​มา​ด้วย​กัน​ 1เล่ม​และ​นำ​โค​มา​คน​ละ​ตัว

พระเจ้าสั่งให้โมเสส​รับ​ของ​เหล่า​นี้​จาก​พวกเขา​ และ​จง​มอบ​ให้​แก่​เลวี​ตาม​งาน​ปรน​นิบัติ​ของ​เขา

โมเสส​จึง​นำ​เกวียน​และ​โค​ไป​มอบ​ให้​แก่​คน​เลวี โดย
– สิ่งที่มอบให้วงศ์วานเกอร์​โชน ที่รับผิดชอบขนม่านและเต็นท์พลับพลา ได้แก่ ​เกวียน 2 ​เล่ม​กับ​โค​ 2 ​คู่​
– สิ่งที่มอบให้วงศ์วานเมรารี​ ที่รับผิดชอบเสาและฐานพลับพลา ได้แก่ ​เกวียน 4 ​เล่ม​กับ​โค​ 4 ​คู่​
– แต่​ท่าน​ไม่​ได้​มอบ​อะไร​ให้​แก่​วงศ์วานโคฮาท เพราะ​งาน​ของ​พวก​เขา​เป็น​การ​หาม​สิ่ง​ของ​บริ​สุทธิ์

จากนั้น​​ผู้​นำ​ทั้ง 12 คนก็นำของมา​ถวาย​ เนื่อง​ใน​โอกาสการ​มอบ​ถวาย​แท่น​บูชา
แต่พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า ให้​ผู้​นำ​เอา​ของ​ถวาย​ของ​เขา​มา​วัน​ละ 1 ​คน​
พวกเขาก็ทำตาม
พวกเขาแต่ละคนนำของมาถวายดังนี้
1. ​จาน​เงิน​ 1 ใบ​ ​หนัก 1.5 กิโล​กรัม และ ​ชาม​เงิน 1 ​ใบ ​หนัก 800 กรัม บรรจุแป้ง​อย่าง​ดี​เคล้า​น้ำ​มัน​​อยู่​เต็ม เพื่อเป็นธัญบูชา
2. ชาม​ทอง​คำ​ 1 ​ใบ ​หนัก 110 กรัม มี​เครื่อง​หอม​บรรจุ​เต็ม
3. ลูก​โค​ผู้ 1 ​ตัว​ แกะ​ผู้ 1​ตัว​หนึ่ง และ​ลูก​แกะ​ผู้​อายุ​ 1 ​ปี​ 1ตัว​ ​เพื่อ​เป็น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว
4. ​​แพะ​ผู้​ 1 ตัว​ เพื่อเป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป
5. ​โค​ผู้​ 2 ตัว แกะ​ผู้​ 5 ​ตัว แพะ​ผู้​ 5 ​ตัว และ​ลูก​แกะผู้​อายุ 1 ​ปี​ 5 ตัว​ เป็น​ศานติ​บูชา

เมื่อครบ 12 วัน ​ของ​ถวาย​ใน​งาน​มอบ​ถวาย​แท่น​บูชา​จาก​ผู้​นำ​ของ​คน​อิส​รา​เอล​ รวมทั้งสิ้น คือ
– เงิน​ที่​ใช้​ทำ​ภาช​นะ​ทั้ง​หมด​หนัก 27.6 กิโล​กรัม
– ทอง​คำ​ที่​ใช้​ทำ​ถ้วย​ทั้ง​หมด​หนัก 1.32 กิโล​กรัม
– สัตว์​สำหรับ​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว มี​ โค​ผู้​ 12 ​ตัว แกะ​ผู้​ 12 ​ตัว ลูก​แกะ​ผู้​อายุ​ 1 ​ปี​ 12 ​ตัว​ พร้อม​กับ​ธัญ​บูชา
– สัตว์สำหรับ​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป มี แพะ​ผู้​ 12 ตัว​
– สัตว์สำหรับศานติ​บูชา ​มี​โค​ผู้ 24 ตัว แกะ​ผู้ 60 ​ตัว แพะ​ผู้ 60 ตัว และ​ลูก​แกะ​ผู้​อายุ 1 ​ปี​ 60 ​ตัว

เมื่อ​โมเสส​เข้า​ไป​ใน​พลับพลา​เพื่อ​จะ​กราบ​ทูล​พระ​เจ้า
โมเสสก็​ได้​ยิน​พระ​สุรเสียง​ของพระเจ้าตรัสจาก​พระ​ที่​นั่ง​กรุณา ซึ่ง​อยู่​บน​หีบพันธสัญญา
และ​พระ​เจ้าทรง​สนทนา​กับ​โมเสส

1. เมื่อโมเสสได้รับของถวายจากผู้นำ 12 คน เป็น เกวียน 6 เล่ม และ โค 12 ตัว แล้ว
โมเสสไม่ได้มอบให้แก่คนโคฮาท เพราะในการเคลื่อนย้ายหีบพันธสัญญา และเครื่องใช้ในพลับพลานั้น ห้ามใส่เกวียนขน แต่ให้ใช้คนหามไป

เรื่องนี้เป็นคำอธิบาย สำหรับกรณีที่ดาวิดใช้คนไปนำหีบพันธสัญญามาจากบ้าน​อา​บี​นา​ดับ เพื่อนำไปยังเยรูซาเล็ม(1ซมอ.6) แต่ไม่สำเร็จ
เพราะว่าในครั้งแรกนั้น ดาวิดใช้เกวียนไปขนมา
และครั้งที่ 2 สำเร็จ เพราะดาวิดไปด้วยตนเอง และให้คนหามหีบพันธสัญญา มาเยรูซาเล็ม

2. ผู้นำ 12 คนนี้ พระเจ้าเป็นผู้เลือกมาเอง สังเกตได้ว่า เป็นคนที่มีหัวใจรักพระเจ้า ถวายของมากมายแด่พระเจ้า ซึ่งต่างจากผู้นำ 12 คน ใน กดว.13 ที่ส่งไปเป็นผู้สอดแนม ซึ่งพวกนั้นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้เรื่องในฝ่ายวิญญาณ

การเลือกสิ่งใดๆก็ตาม หากเราให้พระเจ้าทรงนำ ทีละขั้นทีละตอน ทีละย่างก้าว เราย่อมสามารถเลือกได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมที่สุดเสมอ

3. ของที่ผู้นำแต่ละคนนำมาถวายนั้น ในพระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่า พระเจ้าระบุให้พวกเขาถวายอะไร แต่ดูเหมือนพวกเขาถวายเหมือนกันหมดเลย ทุกคน
ซึ่งอาจจะเป็นเพราะพวกเขาสอบถามกัน หรือเป็นการดลใจจากพระเจ้า ให้พวกเขาเลือกเหมือนกันหมด

ภาพนี้ชี้ให้เห็นถึงคุณภาพของผู้นำกลุ่มนี้ ว่ามีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และทำตามการทรงนำของพระเจ้า

4. ของที่ผู้นำแต่ละคนนำมาถวาย พระคัมภีร์บอกว่า เป็นของพวกเขาเอง ซึ่งดูจากรายการแล้ว ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับคน 1 คน แสดงให้เห็นถึงหัวใจของการถวายด้วยใจกว้างขวางของพวกเขา

ผู้นำที่ดีต้องมีหัวใจในการถวายสิ่งต่างๆแด่พระเจ้า ด้วยเต็มใจ

5. สัตว์ถวายที่ผู้นำ 12 คนนี้ นำมาถวาย น่าสนใจมาก
เป็น สัตว์สำหรับ ลบล้างบาป 1 ตัว (เครื่องบูชาลบล้างบาป)
เป็น สัตว์สำหรับ ขอบพระคุณ 3 ตัว (เครื่องบูชาเผาทั้งตัว)
เป็น สัตว์สำหรับ ถวายด้วยใจสมัคร 17 ตัว (เครื่องศานติบูชา)

น่าจะใช้เป็นแนวทางในการอธิษฐานกับพระเจ้า หรือทำสิ่งใดๆถวายแด่พระเจ้า
การอธิษฐานสารภาพเป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็ไม่ต้องมากเหทือนอย่างอื่น เพราะพระเยซูชำระบาปของเราแล้ว
การขอบคุณพระเจ้า ควรมีมากๆในชีวิตของเรา มากกว่าสารภาพ 3เท่าไปเลย
การทำสิ่งใดแด่พระเจ้าสิ่งที่ควรเน้นมากที่สุด คือ ท่าทีในใจของเรา ทำอย่างเต็มใจ ทำแด่พระเจ้าที่เรารัก

6. ของถวาย จาก คน 12 คน คือ
เงิน​ 27.6 กิโล​กรัม , ทอง​คำ 1.32 กิโล​กรัม และ สัตว์​ 252 ​ตัว
ซึ่งมากเพียงพอ สำหรับการถวายเครื่องบูชา ตลอด 12 วัน ในพิธี​มอบ​ถวาย​แท่น​บูชา​

พระเจ้าไม่จำเป็นต้องใช้คนมาก ขอเพียงเป็นคนที่เต็มใจถวายทั้งสิ้นแด่พระเจ้า แม้จำนวนไม่มาก ก็มากเพียงพอสำหรับการทำให้พระราชกิจของพระองค์นั้นสำเร็จ

7. ลำดับของการถวายในครั้งนี้ หัวหน้าเผ่ายูดาห์ถวายเป็นคนแรก
น่าจะเป็นภาพเล็งถึง เครื่องบูชาที่ถวาย ที่ได้รับการยอมรับอันแรกมาจากเผ่ายูดาห์ แล้วการยอมรับของถวายจากเผ่าอื่นๆตามมา
เชื้อสายของพระเยซูคริสต์ ถ้านับจากลำดับพงศ์พันธุ์ ทรงมาจากเผ่ายูดาห์

8. ทั้งที่ผู้นำทั้ง 12 คน เป็นผู้ถวายสิ่งของมากมาย แต่ปรากฏว่า โมเสสกลับเป็นคนเดียวที่ได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า ได้สนทนากับพระเจ้า

การถวายของผู้นำเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ดี ที่พระเจ้าพอพระทัย
แต่ก็เป็นอำนาจอธิปไตยของพระเจ้า ที่จะให้ใครเข้าเฝ้าพระองค์ ไม่ได้ขึ้นกับปริมาณของถวายหรือคุณงามความดีที่เขาทำ

วันนี้ เราได้รับพระคุณของพระเจ้า ทำให้เราสามารถมีสิทธิเข้าเฝ้าพระเจ้าได้ ไม่ใช่เพราะความดีของเรา แต่เป็นพระคุณของพระองค์

คำคม

“ การใช้สิ่งที่มีอย่างฉลาดที่สุด คือ ใช้เพื่อพระเจ้า ”

สรุป กันดารวิถี 6

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งเกี่ยวกับการปฏิญาณตนเป็นนาศีร์ และทรงสั่งให้ปุโรหิตอวยพรประชาชน

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers06-82391

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 6 นอกจากพระเจ้าจะตรัสสั่งเกี่ยวกับกฏเกณฑ์ของผู้มีมลทิน และภรรยาที่นอกใจแล้ว พระองค์ยังตรัสเกี่ยวกับการเป็นนาศีร์ และการอวยพรประชาชน ไว้ดังนี้

การปฏิ​ญาณเป็นนาศีร์
– เมื่อชาย​หรือหญิง​คนใด ​ได้​ปฏิ​ญาณ​ตนเป็น​นา​ศีร์ ​​ถวาย​แด่​พระเจ้า ตลอด​เวลา​ที่​ปฏิ​ญาณไว้นั้น
– ​ให้​คน​นั้น งด​รับ​ประ​ทาน​สิ่ง​ใด​ที่​ได้​จาก​ต้น​องุ่น
– ห้าม​มิให้ตัดผม หรือให้มีด​โกน​ถูก​ศีรษะ​ของ​เขา​
– เขา​ต้อง​ไม่​เข้า​ใกล้​ซาก​ศพ​
– ถ้า​มี​คน​มา​ตาย​อยู่​ชิด​ตัว​เขา​อย่าง​ปัจจุ​บัน​ทัน​ด่วน เขา​ต้อง​โกน​ศีรษะ​ของ​เขา​ ใน​วัน​ที่7 และ​ใน​วัน​ที่​ 8 เขา​ต้อง​นำ​นก​เขา หรือ​ลูก​นก​พิราบ​ 2 ​ตัว มาเป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป และ​เป็น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​เพื่อ​ลบ​มล​ทิน​ให้​เขา และ​เขา​ต้อง​ชำระ​ศีรษะ​ให้​บริ​สุทธิ์​ใน​วัน​นั้น
แล้วเขา​จะ​ต้อง​ปลีก​ตัว​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า เป็น​นาศีร์​ ใหม่​อีก​ครั้ง​หนึ่ง
ส่วน​ช่วง​เวลา​​ก่อน​หน้า​นี้​ให้​ถือ​ว่า​เป็น​โมฆะ
– เมื่อ​​ครบ​กำหนด​แล้ว ให้เขานำ ลูก​แกะผู้​อายุ 1 ​ปี 1ตัว , ลูก​แกะเมีย​อายุ​ 1 ​ปี ​1ตัว และแกะผู้ 1 ตัว และ​ขนม​ไร้​เชื้อ​ 1 กระ​จาด​ พร้อม​กับ​ธัญ​บูชา​และ​เครื่อง​ดื่ม​บูชา มาให้ปุโรหิต​
– แล้ว​ปุโร​หิต​จะ​ถวาย​ของ​เหล่า​นี้​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า ทั้ง​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป​และ​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว ​ศานติ​บูชา ​ธัญ​บูชา​และ​เครื่อง​ดื่ม​บูชา แด่พระเจ้า
– แล้ว​ผู้​เป็น​นาศีร์​จะ​โกน​ศีรษะ​ และ​นำ​เอา​ผม​​ใส่​ใน​ไฟ​ที่​อยู่​ใต้​ศานติ​บูชา
– แล้ว​ปุโร​หิต​จะโบก​ถวาย​เครื่องบูชา แด่​พระ​เจ้า
– หลัง​จาก​นี้​ผู้​เป็น​นาศีร์​ก็​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​ได้

คำอวยพรของปุโรหิต
พระเจ้าสั่งให้ อาโรน​และ​บุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา​ อวย​พร​คน​อิส​รา​เอล ดังนี้ แล้วพระเจ้าจะทรงอวยพรคนอิสราเอล
“ขอ​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​อวย​พร​ท่าน และ​พิทักษ์​รักษา​ท่าน
ขอ​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​ให้​พระ​พักตร์​ของ​พระ​องค์​ทอ​แสง​แก่​ท่าน และ​ทรง​พระ​กรุ​ณา​ท่าน
ขอ​พระ​ยาห์​เวห์​เงย​พระ​พักตร์​ของ​พระ​องค์​ต่อ​ท่าน และ​ประ​ทาน​สวัสดิ​ภาพ​แก่​ท่าน”

1. คนที่ปฏิ​ญาณ​ตนแด่พระเจ้า พระเจ้าทรงถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่พวกเขาจะทำตามสิ่งที่ได้ปฏิ​ญาณ​เอาไว้
พระเจ้าไม่ประสงค์ให้ประชากรของพระเจ้าเป็นผู้ที่รักษาคำสัญญา

เราเคยสัญญาที่จะถวายชีวิตของเราแด่พระเจ้า เชื่อฟังพระองค์ ทำตามน้ำพระทัยของพระองค์
วันนี้ พระองค์ประสงค์ให้เรายังคงรักษาสัญญานั้นอย่างมั่นคง

2. นาศีร์ที่โดดเด่นในพระคัมภีร์ คือ แซมสัน
วนฉ. 13:5 เพราะ​นี่​แน่ะ เจ้า​จะ​ตั้ง​ครรภ์​และ​คลอด​บุตร​ชาย อย่า​ให้​มีด​โกน​ถูก​ศีรษะ​ของ​เขา เพราะ​เด็ก​นั้น​จะ​เป็น​นา​ศีร์​แด่​พระ​เจ้า​ตั้ง​แต่​เกิด และ​เขา​จะ​เริ่ม​ช่วย​กู้​คน​อิส​รา​เอล​ให้​พ้น​จาก​มือ​ของ​คน​ฟี​ลิส​เตีย

3. พระเจ้าทรงสั่งให้ปุโรหิตอวยพรประชาชน แล้วประชาชนจะได้รับพระพร
เราเป็นปุโรหิตหลวงของพระเจ้า
1ปต. 2:9 “แต่​พวก​ท่าน​เป็นพงศ์​พันธุ์​ที่​ทรง​เลือก​สรร เป็น​พวก​ปุโร​หิต​หลวง…”
ดังนั้นสมควรอย่างยิ่งที่เราจะอธิษฐานอวยพระพรแก่ผู้อื่น เพราะนั่นจะเป็นการนำพระพรจากพระเจ้าไปสู่ชีวิตของเขา

คำคม

“ ขอ​พระ​เจ้าทรง​อวย​พร​ และ​พิทักษ์​รักษา​ท่าน
ขอ​พระเจ้าสถิตกับท่าน และ​ทรง​พระ​กรุ​ณา​ท่าน
ขอ​พระ​เจ้าสดับคำอธิษฐาน และ​ประ​ทาน​สวัสดิ​ภาพ​แก่​ท่าน ”

สรุป กันดารวิถี 5

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอลเรื่องกฏเกณฑ์เกี่ยวกับสิ่งมลทิน การกระทำผิด และภรรยาที่นอกใจสามี

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers05-82139

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 5 เมื่อพระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับหน้าที่ของคนเลวีแล้ว พระองค์ก็ทรงสั่งเกี่ยวกับเรื่องกฏเกณฑ์ของมลทินและความผิดต่างๆดังนี้

คนที่เป็นมลทิน
– ให้​ย้าย​​คน​โรค​เรื้อน ​ และ​คน​ที่​เป็น​มล​ทิน​เพราะ​ถูก​ต้อง​ซาก​ศพ ​ ทุกคนไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ออก​ไป​นอก​ค่าย

คนที่ทำผิดต่อผู้อื่น
– ให้​คน​นั้น​สาร​ภาพ​ความ​บาป​ที่​ได้​ทำ และ​ให้ชด​ใช้ค่าเสียหายและ​เพิ่ม​อีก​20% แล้ว​มอบ​ให้​แก่​คน​ที่เขา​ได้​ล่วง​ละเมิดนั้น
– ถ้า​คน​นั้นตายไปและ​ไม่​มี​ญาติ​สนิท​ที่​จะ​รับ​ค่า​ชด​ใช้ ก็​ให้​ถวาย​ค่า​ชด​ใช้​นั้น​แด่​พระเจ้า พร้อม​ทั้ง​แกะ​ผู้​สำหรับ​ลบ​มล​ทิน​บาป

สิ่งของที่ถวายแด่พระเจ้า
– เครื่อง​ถวาย​ที่​นำ​มา​ให้​แก่​ปุโร​หิต​ทำพิธีต่างๆ จะตกเป็น​ของ​ปุโร​หิต

ภรรยาที่นอกใจ
– ถ้าใครสงสัยว่า ​ภรรยา​ของตนหลง​ผิด​และประ​พฤติ​นอก​ใจ​สามี แต่ไม่มีหลักฐาน
และความสงสัยนั้น รบกวนจิตใจของ​สามี
– ให้​ชาย​นั้น​พา​ภรรยา​ของ​เขาและ​แป้ง​บาร์​เลย์​ 1 ​กิโล​กรัม​​ไป​หา​ปุโร​หิต
– ปุโร​หิต​จะนำภาชนะ​ดิน ​ใส่น้ำ​ศักดิ์​สิทธิ์​ โรยด้วย​ผง​คลี​จาก​พื้น​พลับ​พลา​ ลงไป
– ให้หญิงนั้นแก้​มวย​ผม​​ออก
– แล้ว​​ให้​นาง​ถือธัญบูชา​ไว้
– ปุโร​หิต​จะ​ให้​นาง​สาบาน​ ​ว่า ถ้า​นางไม่ได้ล่วงประเวณีกับชายอื่น ก็ขอ​ให้​พ้น​จาก​น้ำ​แห่ง​ความ​ขม​ขื่น​นี้
แต่​ถ้านางได้ล่วงประเวณีกับชายอื่น ก็ขอ​พระ​เจ้าทรง​ทำ​ให้​นาง​เป็น​คำ​แช่งและ​คำ​สาป​ โดย​การ​ที่​พระเจ้า​ทรง​ทำ​ให้​มดลูก​ของนางลีบ และ​ท้อง​​ป่อง
– และ​หญิง​นั้น​จะ​ต้อง​พูด​ว่า ‘อาเมน อาเมน’
– แล้ว​ปุโร​หิต​จะ​เขียน​คำ​สาป​นี้​ลง​ใน​หนัง​สือ​ม้วน แล้ว​ลบ​ข้อ​ความ​นั้น​ออก​ใน​น้ำ​แห่ง​ความ​ขม​ขื่น
– จาก​นั้น​ให้​หญิง​นั้น​ดื่ม​น้ำ​แห่ง​ความ​ขม​ขื่น​นั้น
– ถ้า​นาง​ประ​พฤติ​นอก​ใจ​สามี น้ำ​นั้นจะ​ทำ​ให้​เจ็บ​ปวด​มาก ท้อง​ของ​นาง​จะ​ป่อง​และ​มดลูก​จะ​ลีบ​ไป และ​นาง​จะ​เป็น​ที่​แช่ง​สาป​ท่าม​กลาง​ชน​ชาติ​ของ​นาง
– แต่ถ้า​หญิง​นั้น​ไม่​ได้​มี​มล​ทิน​และ​นาง​บริ​สุทธิ์ นาง​ก็​จะ​พ้น​ความ​ผิด​และ​ตั้ง​ครรภ์

1. คนที่เป็นมลทินนั้น จำเป็นต้องให้แยกออกไปอยู่นอกค่าย ยังเคลื่อนไปพร้อมกับชุมชนได้ แต่ต้องอาศัยอยู่รอบนอกของค่าย

คนที่อยู่นอกค่ายยังมีสิทธิได้รับอาหาร ได้รับมานาจากสวรรค์ ได้รับพระเมตตาจากพระเจ้า
แต่ก็ไม่สามารถเข้ามาอยู่ท่ามกลางชุมชนของพระเจ้าได้
เพื่อไม่ให้มลทินนั้นแพร่กระจายไปทั่วชุมชน

คนที่ได้ชื่อว่าเป็นประชากรของพระเจ้า แต่ยังดำเนินชีวิตอยู่ในบาป ไม่ยอมกลับใจ
เรายังสมควรรัก และให้โอกาสแก่พวกเขา
แต่ขณะเดียวกันต้องระวังตนเอง ไม่ให้ไปติดเชื้อนิสัยบาปของพวกเขา

เหมือนใน กท. 6:1 ที่กล่าวว่า “พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย แม้​จับ​ใคร​ที่​ละเมิด​ประ​การ​ใด​ได้ พวก​ท่าน​ซึ่ง​อยู่​ฝ่าย​พระ​วิญ​ญาณ จง​ช่วย​คน​นั้น​ด้วย​ใจ​สุภาพ​อ่อน​โยน​ให้​เขา​กลับ​ตั้ง​ตัว​ใหม่ โดย​คิด​ถึง​ตัว​เอง เกรง​ว่า​ท่าน​จะ​ถูก​ทด​ลอง​ด้วย”

2. คนที่ทำผิดบาปต่อผู้อื่นนั้น ไม่ใช่แค่มาสารภาพบาปต่อพระเจ้าเท่านั้น
พระเจ้าประสงค์ให้ เขาทำอะไรบางอย่างเพื่อเป็นการแก้ไขความเสียหายที่เกิดจากการกระทำของเขาด้วย

หากเราทำผิดต่อพี่น้อง การสารภาพบาปต่อพระเจ้าเป็นสิ่งที่ดีมาก
แต่พระเจ้ายังประสงค์ให้เราทำอะไรบางอย่าง เพื่อแก้ไขความเสียหายที่เราก่อเอาไว้ด้วย
ซึ่งเป็นการแสดงการกลับใจอย่างแท้จริง

3. กฏเกณฑ์เรื่องภรรยาที่นอกใจสามี เป็น​กฎ​เกณฑ์​ที่​ช่วย​ป้อง​กัน​ไม่​ให้​มี​การล่วงประเวณี เพราะผู้หญิงจะตระหนักว่า ต่อให้ไม่มีใครรู้ แต่พระเจ้าผู้ทรงทราบทุกสิ่งจะเป็นผู้ตัดสินเอง
​ขณะเดียวกันก็เป็นกฏที่เต็มไปด้วยความเมตตาและเข้าใจ หัวอกผู้หญิง
กฏนี้เป็นการ​ป้อง​กัน​ไม่​ให้​ผู้​ชาย​ทำ​ร้าย​ภรรยา​ หรือ​ใช้​การระแวงเป็น​ข้อ​อ้าง​ในการหย่า​ภรรยา​
และป้องกันไม่ให้สามีภรรยาต้องอยู่ด้วยกันด้วยความระแวงสงสัย

กฏเกณฑ์ของพระเจ้ายุติธรรมและดีรอบคอบเสมอ
เมื่อเราเชื่อฟังทำตามพระคำของพระเจ้า เราจะพบสิ่งดีและได้รับพระพรเสมอ

คำคม

“ พระเจ้าทรงทราบทุกสิ่ง ไม่มีสิ่งใดปิดบังไว้จากพระเจ้าได้

สรุป กันดารวิถี 4

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงกำหนดหน้าที่ของคนเลวี ในการรับใช้พระเจ้าและในการขนย้ายพลับพลา

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers04-81917

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 4 เมื่อพระเจ้าสั่งโมเสสให้กำหนดคนเลวีเป็นส่วนของพระเจ้า เพื่อเป็นตัวแทนคนอิสราเอลทั้งหมดในการรับใช้พระเจ้าเกี่ยวกับพลับพลาแล้ว
พระองค์ได้ตรัสสั่งเกี่ยวกับรายละเอียดงานรับใช้ของพวกคนเลวีดังนี้

พระ​เจ้าให้​โมเสส​และ​อาโรน​ ทำ​สำ​มะ​โน​ครัว​ของคนเลวี ​ที่​มี​อายุ 30-50 ปี
คือ​ทุก​คน​ที่​ทำ​หน้า​ที่​ได้ เพื่อ​ทำ​งาน​ใน​เต็นท์​นัด​พบ

วงศ์​วาน​โคฮาท​ นับได้ 2,750 คน
รับผิดชอบ​ในการเคลื่อนย้าย​สิ่ง​บริ​สุทธิ์​ที่​สุดทั้งหลาย ภายในพลับพลา
เมื่อ​จะ​เคลื่อน​ย้าย​ค่าย ให้ทำดังนี้
1. หีบพันธสัญญา
– ให้​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา​ปลด​ม่านกั้นอภิสุทธิสถาน​ออก
– แล้ว​นำ​มา​คลุม​หีบพันธสัญญาไว้
– แล้วคลุมด้วย​หนัง​อย่าง​ดี​ และผ้า​สี​ฟ้า​ล้วน​
– แล้ว​สอด​คาน​หาม
2. โต๊ะขนมปัง
– ให้​​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา ​เอา​ผ้า​สี​ฟ้า​ปู​ลง​บน​โต๊ะ​ขนม​ปัง​
– แล้ว​วาง​จาน ชาม​เล็ก อ่าง ​คนโท​ และขนมปัง ลง​บน​นั้น
– แล้วคลุมด้วย​ผ้า​สี​แดง และ​​หนัง​อย่าง​ดี​
– แล้ว​สอด​คาน​หาม
3. คันประทีป
– ให้​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา เอา​ผ้า​สี​ฟ้า​คลุม​คัน​ประ​ทีป และอุปกรณ์​ทุก​ชิ้น​ที่​ใช้​กับ​คัน​ประ​ทีป
– แล้วคลุมด้วย​หนัง​อย่าง​ดี​
– แล้ว​ใส่​ไว้​บน​โครง​หาม
4. แท่นเผาเครื่องหอม
– ให้​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา เอา​ผ้า​สี​ฟ้า​ปู​บน​แท่น​บูชา​ทอง​คำ
– แล้วคลุมด้วย​หนัง​อย่าง​ดี​
– แล้ว​สอด​คาน​หาม
5.​ ภาช​นะ​อื่นๆที่ใช้ในพลับพลา​
– ให้​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา เอาภาช​นะ​อื่นๆที่ใช้ในพลับพลาไป​วาง​บน​ผ้า​สี​ฟ้า
– แล้ว​คลุม​ด้วย​หนัง​อย่าง​ดี
– ​แล้ว​ใส่​ไว้​บน​โครง​หาม
6. แท่นเผาบูชา
– ให้​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา เอา​ขี้​เถ้า​ออก​จาก​แท่น​บูชา
– แล้ว​เอา​ผ้า​สี​ม่วง​ปู​บน​แท่น​นั้น
– แล้ว​เอา​ภาช​นะ​ทั้ง​หมด​ของ​แท่น ​วาง​ไว้​บน​แท่น
– แล้ว​เอา​หนัง​อย่าง​ดี​คลุม
– แล้ว​สอด​คาน​หาม
7. เมื่อ​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา คลุม​ทุกอย่างเสร็จแล้ว หลัง​จาก​นั้น​วงศ์​วาน​โค​ฮาท​จึง​เข้า​มา​หาม
แต่​ห้าม​พวก​เขา​แตะ​ต้องของ​บริ​สุทธิ์เหล่านั้น หรือมอง​ของ​บริ​สุทธิ์​แม้​แต่​แวบ​เดียว ​​เพื่อ​จะ​ไม่​ต้อง​ตาย
8. เอ​เล​อา​ซาร์​บุตร​ชาย​ของ​อาโรน ​จะเป็นผู้​ดู​แล​น้ำ​มัน​สำหรับ​จุด​ตะ​เกียง เครื่อง​หอม เครื่อง​ธัญ​บูชา​เนือง​นิตย์ และ​น้ำ​มัน​เจิม และดูแลการเคลื่อนย้ายสิ่งของในพลับพลาทั้งหมด

วงศ์​วาน​เกอร์​โชน นับได้ 2,630 คน
รับผิดชอบ​ในการเคลื่อนย้าย​ม่านและเต็นท์พลับพลา
เมื่อ​จะ​เคลื่อน​ย้าย​ค่าย ให้ทำดังนี้
1. ให้พวกเขาถอดม่าน​และเต็นท์ของ​พลับ​พลา แล้วคลุมด้วย​ผ้า​คลุม​และ​หนัง​อย่าง​ดี​
2. ให้พวกเขาคลุมอุปกรณ์​เครื่อง​ใช้​ทั้ง​หมด ด้วย​ผ้า​คลุม​และ​หนัง​อย่าง​ดี​
3. งานทั้งหมดนี้ให้อยู่​ภาย​ใต้​อิธา​มาร์​บุตร​ชาย​ของ​​อาโรน

วงศ์​วาน​ของ​เม​รา​รี​ นับได้ 3,200 คน
รับผิดชอบ​ในการเคลื่อนย้าย​ไม้และฐานรองต่างๆของพลับพลา
เมื่อ​จะ​เคลื่อน​ย้าย​ค่าย ให้ทำดังนี้
1. ให้พวกเขาทำหน้าที่รื้อและขน กรอบ​ไม้​พลับ​พลา ไม้​กลอน ไม้​เสา ​ฐาน​รอง หลัก​หมุด​และ​เชือก​โยง รวม​ทั้ง​อุป​กรณ์​ทั้ง​หมด​และ​ทุก​สิ่ง​ที่​เกี่ยว​กับ​การ​ใช้​งาน​ของ​เสา
2. สิ่งของเหล่านี้จะถูก​ระบุ​ชื่อ​​สิ่ง​ของเอาไว้ เพื่อป้องกันการซ้ำซ้อนกับงานของวงศ์วานเกอร์โชม ​พวก​เขา​ต้อง​หามเฉพาะสิ่งที่ได้ระบุชื่อไว้
3. งานของพวกเขาจะอยู่ภาย​ใต้​การ​ดู​แล​ของ​อิธา​มาร์​บุตร​ชาย​ของ​ปุโร​หิต​อาโรน”

รวมจำนวนคนเลวี ที่​เข้า​ไป​ทำ​งาน​ใน​งาน​ปรน​นิบัติ​และ​ทำ​งาน​ขน​สัม​ภาระ​ได้​ มี 8,580 คน

1. การเคลื่อนย้ายพลับพลาขนาดเพียง 30 x 15 เมตร และเครื่องใช้ต่างๆของพลับพลา เพียงไม่กี่อย่าง
แต่ใช้คนทำงานถึง 8,580 คน
ช่างเป็นงานที่อลังการจริงๆ

การทำสิ่งใดถวายแด่พระเจ้า ต้องทำอย่างดีที่สุด

2. วงศ์วานโคฮาท มี 8,600 คน เข้าเกณฑ์รับใช้ได้มี 2,750 คน อายุน้อยไปหรือมากไป 5,850 คน
วงศ์วานเกอร์โชม มี 7,500 คน เข้าเกณฑ์รับใช้ได้มี 2,630 คน อายุน้อยไปหรือมากไป 4,870 คน
วงศ์วานเมรารี มี 6,200 คน เข้าเกณฑ์รับใช้ได้มี 3,200 คน อายุน้อยไปหรือมากไป 3,000 คน
มีผู้ชาย เลวีอยู่ 22,000 คน ที่เป็นตัวแทนคนอิสราเอลทั้งหมด
แต่มีเพียง 8,580 คน เท่านั้นที่จะมีส่วนรับใช้พระเจ้าได้ในช่วงเวลานั้น

พระเจ้ามีเวลาสำหรับแต่ละคนในการรับใช้พระเจ้าในบทบาทหน้าที่ต่างๆ
วันนี้ ถ้าเป็นเวลาที่เราจะรับใช้อะไรได้ จงทำอย่างสุดกำลัง
วันนี้ ถ้าเป็นเวลาที่เราต้องรอคอย จงเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันเวลาที่จะมาถึง

3. พระเจ้าสั่งโมเสสให้เตือนวงศ์วานโคฮาท ผู้มีหน้าที่ขนสิ่งของในพลับพลา ซึ่งถือว่าบริสุทธิ์ที่สุด
ว่า อย่าแตะต้องหรือจ้องมองของบริสุทธิ์เหล่านั้น มิฉะนั้นจะตาย
เรื่องนี้น่าสนใจมาก ใน
อพย. 29:37 “…แท่น​นั้น​จะ​บริสุทธิ์​ที่​สุด สิ่ง​ใดๆ ที่​ถูก​ต้อง​แท่น​นั้น​ก็​จะ​บริ​สุทธิ์​ด้วย”

ถ้าคนโคฮาทไปแตะต้องแท่น ก็น่าจะดีนี่นา น่าจะทำให้พวกเขาบริสุทธิ์ แต่ทำไมกลับจะทำให้พวกเขาตาย?
แล้วทำไมพวกปุโรหิตอย่างลูกหลานของอาโรน จึงแตะได้แล้วไม่ตาย?

ที่คนโคฮาทแตะไม่ได้ เพราะพวกเขาไม่บริสุทธิ์ พอแตะของบริสุทธิ์ พวกเขาจึงต้องตาย เพราะบริสุทธิ์ไม่พอที่จะรับความบริสุทธิ์ที่สุดเข้ามาในตัวได้
พวกปุโรหิตแตะได้ เพราะพวกเขาบริสุทธิ์ ไม่ใช่เพราะพวกเขานิสัยดีกว่าคนเลวี แต่เพราะว่าพระเจ้าเจิมพวกเขาให้พวกเขาบริสุทธิ์

วันนี้ เราอาจจะยังคงมีนิสัยที่ไม่ดีอีกหลายอย่างที่ต้องเปลี่ยนแปลง
แต่โดยการเจิมโดยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ในจิตวิญญาณของเรา
เราจึงกลายเป็นผู้มีจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์แล้ว
สามารถเข้าใกล้พระเจ้า สามารถสัมผัสความบริสุทธิ์ของพระองค์ได้
ด้วยการอธิษฐานต่อพระองค์ รับฟังถ้อยคำของพระองค์ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดติดสนิทกับพระองค์ได้

คำคม

“ โอกาสในการรับใช้พระเจ้า ไม่ได้มีตลอดไป ”

สรุป กันดารวิถี 3

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งให้โมเสสแยกคนเลวีออกมาเป็นพิเศษ เพื่อเป็นตัวแทนของคนอิสราเอลทั้งหมดในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers03-81815

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 3 เมื่อพระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอลเรื่องการตั้งค่ายแล้ว พระองค์ทรงสั่งเกี่ยวกับเรื่องของคนเลวี ดังนี้

คนเลวีที่เป็นเชื้อสายของ​อาโรน ให้ทำหน้าที่เป็นปุโรหิต
– ​อาโรนมีบุตรชาย 4 คน ​คือ นา​ดับ อา​บีฮู เอ​เล​อา​ซาร์ และ​อิธา​มาร์
– แต่​นา​ดับ​และ​อา​บีฮู​ ตายเพราะนำ​ไฟ​ที่​ต้อง​ห้าม​มา​ถวาย​พระเจ้า
– ดัง​นั้น​จึงเหลือแต่ เอ​เล​อา​ซาร์​และ​อิธา​มาร์ ​​ทำ​หน้า​ที่​ปุ​โร​หิต​ ใน​ความ​ดูแล​ของ​อาโรน

คนเลวีคนอื่นๆ
– ให้​เป็น​ผู้​ช่วย​อาโรน และบุตรของอาโรน
– ​​ทำงาน​รับ​ใช้​ที่​พลับ​พลา
– ดู​แล​เครื่อง​ใช้​ทุก​อย่าง​ของพลับพลา

​คน​เลวีถูกเลือกจาก​ท่าม​กลาง​คน​อิส​รา​เอล เพื่อ​แทน​บรรดา​บุตร​หัว​ปี​ของ​คน​อิส​รา​เอลทั้งหมด
คน​เลวี​จึง​เป็น​ของ​พระเจ้า

พระเจ้าสั่งให้นับ​พงศ์​พันธุ์​เลวี​ ​ทุก​คน​ที่เป็นผู้​ชาย ​อายุ​ตั้ง​แต่​ 1 ​เดือน​ขึ้น​ไป ได้ผลออกมาดังนี้
เลวี มีบุตรชาย 3 คน คือ เกอร์​โชน โค​ฮาท และ​เม​รา​รี
– บุตรของ​เกอร์​โชน​​ คือ ลิบนี และ​ชิ​เม​อี
– บุตรของ​โค​ฮาท​ คือ อัม​ราม อิส​ฮาร์ เฮ​โบรน และ​อุส​ซี​เอล
– บุตรของ​เม​รา​รี​ ​คือ มาลี และ​มูชี

คนใน​ตระ​กูล​เกอร์​โชน
– นับได้ 7,500 คน
– ให้​ตั้ง​ค่าย​พัก​อยู่​​ ด้าน​ตะวัน​ตกของพลับ​พลา ​
– ผู้นำ คือ ​เอ​ลี​ยา​สาฟ
– งาน​ได้แก่ งาน​พลับ​พลา , งาน​เต็นท์ , เครื่อง​คลุม​เต็นท์ และ​ม่าน​ต่างๆโดยรอบ รวม​ทั้ง​งาน​รับ​ใช้​ทุก​อย่าง​ที่​เกี่ยว​กับ​ส่วน​นี้

คนใน​ตระ​กูลโค​ฮาท​
– นับได้ 8,600 คน
– ให้​ตั้ง​ค่าย​พัก​อยู่​ ด้าน​ใต้​ของ​พลับ​พลา
– ผู้นำ คือ เอลี​ซา​ฟาน​
– งานได้แก่ ​ดูแล​หีบ​พระ​บัญ​ญัติ และสิ่งของต่างๆในสถานนมัสการ รวม​ทั้ง​งาน​รับ​ใช้​ทุก​อย่าง​ที่​เกี่ยว​กับ​ส่วน​นี้
– ให้เอ​เล​อา​ซาร์​บุตร​ของ​อาโรน ​เป็น​ผู้​นำ​สูง​สุด​อยู่​เหนือ​
​คน​เลวี​และ​เป็น​ผู้​กำกับ​การ​ปฏิ​บัติ​งาน​ใน​สถาน​นมัส​การ

คนใน​ตระ​กูล​เม​รา​รี​
– นับได้ 6,200 คน
– ให้​ตั้ง​ค่าย​พัก​อยู่​ ด้านเหนือ​ของ​พลับ​พลา
– ผู้นำ คือ ​ศุ​รี​เอล​
– งานได้แก่ งาน​ดู​แล​ไม้​และฐานต่างๆ​ของ​พลับ​พลา รวม​ทั้ง​งาน​รับ​ใช้​ทุก​อย่าง​ที่​เกี่ยว​กับ​ส่วน​นี้

โมเสส​ และ​ อาโรน​กับ​​บุตร​หลาน​ของ​อาโรน
– ให้​ตั้ง​ค่าย​พัก​อยู่​หน้า​พลับ​พลา​ ด้าน​ตะวัน​ออก​
– งานได้แก่ การปฏิ​บัติงาน​ภาย​ใน​สถาน​นมัส​การ​ ส่วน​คน​อื่น​ที่​เข้า​มา​ใกล้​จะ​ต้อง​ถูก​ลง​โทษ​ถึง​ตาย

รวมผู้​ชาย​ทั้ง​หมดที่ถูกนับเป็นคนเลวี ​ที่​มี​อายุ​ตั้ง​แต่​ 1 เดือน​ขึ้น​ไป​มี 22,000 คน

เมื่อ​โมเสส​​นับ​บุตร​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ของ​คน​อิส​รา​เอล ตั้ง​แต่​ 1 ​เดือน​ขึ้น​ไป ได้ 22,273 คน
​พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ให้​เอา​คน​เลวี​แทน​บุตร​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ของ​คน​อิส​รา​เอล
และ​เอา​สัตว์​ของ​คน​เลวี​แทนสัตว์​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ของ​คน​อิส​รา​เอล
ส่วนคน​เลวี​จะ​เป็น​ของพระเจ้า

​ค่า​ไถ่​บุตร​หัวปี​ของ​คน​อิส​รา​เอล​จำนวน 273 คน ที่​เกิน​จาก​จำนวน​ผู้​ชาย​คน​เลวี​นั้น
ให้​เก็บ​เงิน​คน​ละ​ 5 ​เชเขล แล้ว​มอบให้​แก่​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา
โมเสส​จึง​เก็บ​เงิน​ค่า​ไถ่​จาก​คน​เหล่า​นั้น​ได้เป็น​เงิน 1,365 เชเขล
แล้ว​มอบเงินนั้น​แก่​อาโรน​และ​บุตร​ของ​เขา

1. พระเจ้าทรงให้การถวายตัวรับใช้พระเจ้าตลอดชีวิตของคนเลวี เป็นตัวแทนของการถวายบุตรหัวปีของคนอิสราเอลทั้งหมด
นั่นคือ คนเลวีรับใช้พระเจ้าเต็มเวลา แทนบุตรหัวปีของคนเผ่าอื่นๆ
ดังนั้น คนเผ่าอื่นๆ สมควรอย่างยิ่งที่จะดูแลเอาใจใส่ คนเลวีเหล่านั้น

เมื่อเราไม่สามารถทำงานรับใช้บางอย่างได้ แต่ก็ปรารถนาอยากจะรับใช้ในด้านนั้น
เราสามารถทำได้ โดยการสนับสนุนคนเหล่านั้นที่กำลังรับใช้พระเจ้าในด้านนั้นๆ ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง เช่น การถวาย , การอธิษฐานเผื่อ หรือการสนับสนุนด้านอื่นๆ

ในเมื่อเราไม่อาจไปเป็นมิชชันนารีได้ในเวลานี้ เป็นโอกาสดีอย่างยิ่งที่เราจะสนับสนุนการรับใช้ของมิชชันนารีเหล่านั้น ในฐานะที่พวกเขาเป็นตัวแทนของเรา นำข่าวประเสริฐไปยังกลุ่มที่เราเองไม่อาจเข้าถึงได้

2. จำนวนคนเลวี จากตระกูลเกอร์​โชน +โค​ฮาท + ​เม​รา​รี ที่นับได้ = 7,500+8,600+6,200 = 22,300 คน
แต่พระคัมภีร์บอกว่า คนที่ถูกนับเป็นคนเลวี ที่เป็นตัวแทนของคนอิสราเอลทั้งหมดนั้นมี 22,000 คน
น่าจะเป็นเพราะว่า ไม่นับบุตรหัวปีของคนเลวีเอง 300 คน
เพราะเลวีเอง ก็ต้องถวายบุตรหัวปีแด่พระเจ้าด้วยเช่นกัน
การนับจำนวนตัวแทนบุตรหัวปี จึงไม่นับบุตรหัวปีของคนเลวีเอง

แม้ว่าเรากำลังรับใช้พระเจ้าก็ตาม นั่นก็ไม่สามารถใช้มาเป็นข้ออ้างที่จะไม่ต้องทำตามกฏกติกาที่พระเจ้ากำหนดไว้สำหรับประชากรของพระองค์ได้ เพราะเราเองก็เป้นประชากรของพระองค์เหมือนกัน

คนที่ถือว่าตนเองได้รับใช้พระเจ้า ทำโน่นทำนี่ มากมาย
แล้วคิดว่าตนเองมีสิทธิพิเศษ ไม่จำเป็นต้องทำตามกฏเกณฑ์ของพระเจ้าได้นั้น
เขากำลังเข้าใจผิดอย่างยิ่ง

3. บุตรหัวปีของคนอิสราเอลมี 22,273 คน และคนเลวีที่จะเป็นตัวแทนบุตรหัวปี มีแค่ 22,000 คน
ช่างเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกันมากจริงๆ
(ความจริงถ้านับรวมบุตรหัวปีของคนเลวีด้วย จำนวนคนเลวีคือ 22,300 คน ซึ่งต่างจากบุตรหัวปีของคนอิสราเอลทั้งหมดแค่ 27 คน เท่านั้นเอง)
พระเจ้าทรงกำหนดทุกสิ่ง อย่างลงตัว ในแผนการของพระองค์
คนอิสราเอลทั้ง 3 ล้านกว่าคน มีบุตรชายหัวปีรวมกัน พอๆกับ บุตรชายของคนเลวี พอดี

การเกิด เวลาเกิด เพศที่เกิด และทุกอย่าง สำหรับชีวิตของเรา อยู่ในแผนการอันดีเลิศของพระเจ้าสำหรับชีวิตของเรา
วันนี้ ไม่ว่าเราเกิดมาเป็นเช่นไร อย่างไร พระเจ้ามีแผนการที่ดีเลิศเตรียมไว้สำหรับเรา

4. คนเลวีที่เป็นตัวแทนของคนอิสราเอล ขาดไปแค่ 273 คน จาก 22,273 คน คิดเป็นเพียง 1.23 % เท่านั้นเอง
ซึ่งเรื่องนี้ ผมเชื่อว่าเป็นการจงใจของพระเจ้า
เพื่อจะสอนคนอิสราเอลให้เข้าใจว่า การทำตามกฏเกณฑ์ของพระเจ้านั้น ต้องทำอย่างครบถ้วน
จะขาดๆ เกินๆ นิดหน่อย ก็ไม่ได้

เมื่อไม่ครบ พระเจ้าสั่งคนอิสราเอล ให้ทำอะไรบางอย่างเพื่อให้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามกฏเกณฑ์ของพระเจ้า

วันนี้ หากเป็นเหตุสุดวิสัย ที่เราไม่สามารถทำอะไรบางอย่าง ตามที่พระเจ้าบอกได้จริงๆ
สมควรอย่างยิ่งที่เราจะทูลถามพระองค์ว่า
แล้วพระองค์ประสงค์ให้เราทำเช่นไรต่อไป?
ไม่คิดไปเองว่า โอ้!!! สุดวิสัย ทำไม่ได้ จึงไม่ทำอะไรเลยก็แล้วกัน

คำคม

“ พระเจ้าทรงกำหนดเราไว้ เพื่องานพิเศษบางอย่าง ”

สรุป กันดารวิถี 2

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งคนอิสราเอลตั้งค่าย ตามที่พระเจ้ากำหนดเอาไว้อย่างเจาะจง

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers02-81711

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 2 หลังจากที่พระเจ้าทรงให้โมเสสทำสำมะโนประชากรแล้ว พระเจ้าทรงสั่งให้โมเสส​และ​อาโรน กำหนดการตั้งค่ายของเผ่าต่างๆในอิสราเอลดังนี้

ให้แต่​ละ​คน​ให้​อยู่​ตาม​ธง​ของ​ตัว​เอง ตาม​ธง​ตรา​สกุล​ของ​ตน ให้​ตั้ง​ค่าย​พัก​หัน​หน้า​เข้า​หาพลับพลา ตามกำหนดดังนี้

​ด้านทิศ​ตะวัน​ออก​ เรียกว่า ค่ายยูดาห์ ประกอบด้วย
– เผ่ายูดาห์​ มี นาโชน ​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 74,600 คน
– ​เผ่า​อิส​สา​คาร์​ มี นา​ธัน​เอล ​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 54,400 คน
– เผ่า​เศ​บู​ลุน มี เอ​ลี​อับ ​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 57,400 คน
รวมทหารทั้งสิ้น 186,400 คน

ด้านทิศใต้​ เรียกว่า ค่ายรูเบน ประกอบด้วย
– เผ่า​รูเบน มี เอลี​ซูร์ ​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 46,500 คน
– ​เผ่า​สิ​เม​โอน มี เช​ลู​มิ​เอล​​​ เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 59,300 คน
– เผ่า​กาด มี เอ​ลี​ยา​สาฟ ​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 45,650 คน
รวมทหารทั้งสิ้น 151,450 คน

เผ่า​เลวี​อยู่​ตรงกลาง ​ค่าย​ต่างๆ

ด้านทิศ​ตะวัน​ตก​ เรียกว่า ค่าย​เอฟ​รา​อิม​ ประกอบด้วย
– ​เผ่าเอฟ​รา​อิม​ มี เอ​ลี​ชา​มา ​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 40,500 คน
– เผ่า​มนัส​เสห์ มี กา​มา​ลิ​เอล ​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 32,200 คน
– ​เผ่า​เบน​ยา​มิน มี อา​บี​ดัน​ ​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 35,400 คน
รวมทหารทั้งสิ้น 108,100 คน

ด้านทิศ​เหนือ เรียกว่า ค่ายดาน​ ประกอบด้วย
– เผ่า​ดาน​ มี อา​หิ​เย​เซอร์​ ​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 62,700 คน
– ​เผ่า​อา​เชอร์ มี ปากี​เอล ​​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 41,500 คน
– ​เผ่า​นัฟ​ทา​ลี มี อา​หิ​รา​ ​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 53,400 คน
รวมทหารทั้งสิ้น 157,600 คน

ตามการตั้งค่ายที่พระเจ้ากำหนด เมื่อเขียนออกมาคร่าวๆตามจำนวนทหาร ได้แผนภาพดังนี้

และเมื่อลองหมุนภาพดู จะได้ภาพดังนี้

คำคม

“ พระคัมภีร์ ซ่อนความลึกซึ้งในฝ่ายวิญญาณไว้มากมาย ”

สรุป กันดารวิถี 1

ภาพรวม

  • กันดารวิถี เป็นเรื่องราว ต่อมาจากพระธรรมอพยพ พระเจ้าทรงนำคนอิสราเอล ออกจากภูเขาซีนายเดินทางต่อไปยังแผ่นดินคะนาอัน แต่พวกเขาเต็มไปด้วยความท้อใจ การไม่เชื่อฟังพระเจ้า และเกิดเรื่องราวมากมายในช่วงของพระธรรมเล่มนี้
  • ในบทนี้พระเจ้าให้โมเสสทำสำมะโนประชากร ซึ่งสามารถออกรบได้ ประชาชนอิสราเอลตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers01-81591

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 1 ในวัน​ที่ 1 เดือน​ที่​ 2 ​ปี​ที่​ 2 นับ​ตั้ง​แต่​คนอิสราเอล​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์
พระเจ้า​สั่ง​โมเสส​ ณ ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ซีนาย​ ว่า
ให้​ทำ​สำ​มะ​โนครัว​ชุม​นุม​ชน​คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ตาม​ตระ​กูล ตาม​สกุล โดยนับเฉพาะคน​อายุ​ตั้ง​แต่​ 20 ​ปี​ขึ้น​ไป​

พระเจ้าได้กำหนดรายชื่อ คน 12 คนให้เป็น​หัว​หน้า​สกุล​ของ​ตน ในแต่ละเผ่า เพื่อจะช่วยโมเสสทำสำมะโนครัว

แล้วโมเสสก็ทำตาม ​นับจำนวนประชากรได้ผล​ดัง​นี้
– เผ่า​รูเบน 46,500 คน
– เผ่า​สิ​เม​โอน 59,300 คน
– ​เผ่ากาด 45,650 คน
– ​เผ่า​ยูดาห์​ 74,600 คน
– ​เผ่า​อิส​สา​คาร์ 54,400 คน
– ​เผ่า​เศ​บู​ลุน​ 57,400 คน
– ​เผ่า​เอฟ​รา​อิม​ 40,500 คน
– ​เผ่า​มนัส​เสห์​ 32,200 คน
– ​เผ่า​เบน​ยา​มิน 35,400 คน
– เผ่า​ดาน​ 62,700 คน
– เผ่า​อา​เชอร์ 41,500 คน
– ​เผ่า​นัฟ​ทาลี 53,400 คน
รวม​ทั้ง​สิ้น 603,550 คน

แต่​ไม่​ได้​นับ​คน​เลวี​ เพราะคนเลวี ไม่ได้มีหน้าที่ออกรบ แต่มีหน้าที่ดูแล​พลับ​พลา​และ​ขนย้าย​พลับ​พลา
เมื่อ​จะ​ยก​พลับ​พลา​เคลื่อน​ไป หรือ เมื่อ​จะ​ตั้ง​พลับ​พลา​ขึ้น ก็​ให้​คน​เลวี​เป็น​ผู้​ตั้ง​ขึ้นเท่านั้น
คน​อื่น​ที่เข้า​มา​ใกล้​จะ​ต้อง​ถูก​ลง​โทษ​ถึง​ตาย

ให้​คน​เลวี​ตั้ง​ค่าย​พัก​รอบ​พลับ​พลา​
ให้​คน​เลวี​ปฏิ​บัติ​งาน​รักษา​พลับ​พลา​

1. คนอิสราเอลนับแต่ผู้ชาย อายุ 20 ปีขึ้นไป มีประมาณ 600,000 คน
ถ้านับผู้หญิงด้วย คงจะประมาณ 600,000 คน
ซึ่งแต่ละครอบครัว มีลูกดก จนคนอียิปต์หวาดกลัว
อพย. 1:7 “แต่​พงศ์​พันธุ์​อิส​รา​เอล​มี​ลูก​ดก​ทวี​มาก​ขึ้น​และ​มี​กำลัง​มาก​ยิ่ง พวก​เขา​แพร่​หลาย​ไป​จน​เต็ม​แผ่น​ดิน​นั้น”
ดังนั้น คำนวณคร่าวๆ ถ้ารวมผู้หญิงและเด็กแล้ว คนอิสราเอลที่ออกมาจากอียิปต์น่าจะประมาณ 3 ล้านคน

2. พระเจ้าบอกรายชื่อชาย 12 คน แก่โมเสส เพื่อช่วยโมเสส ทำการสำมะโนครัวของคนจำนวนมากมาย

พระเจ้ามีคนของพระองค์เตรียมไว้เสมอ สำหรับเรา เมื่อเรากระทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

3. งานเก็บเต็นท์และตั้งเต็นท์พลับพลานั้น เป็นงานที่พระเจ้า กำหนดให้คนเลวีเป็นคนทำ
แม้คนเผ่าอื่นจะเก่งเพียงใดก็ตาม หรือจะชำนาญงานมากเพียงใดก็ตาม
แต่ก็ไม่มีสิทธิ เข้ามายุ่งงานที่พระเจ้าทรงมอบไว้แก่เลวี

วันนี้ มีบางงานที่พระเจ้าทรงกำหนดให้บางคนรับผิดชอบ เราควรให้เกียรติการแต่งตั้งของพระเจ้านั้น
วันนี้ เมื่อเราได้รับมอบหมายจากพระเจ้าให้ทำอะไรบางอย่าง ไม่ว่างานนั้นจะเล็กน้อยสักเพียงใด
ให้เราทำงานนั้นอย่างเต็มที่และอย่างภาคภูมิใจ เพราะไม่มีใครเหมาะที่จะทำงานนี้ นอกจากเราผู้ที่ได้รับมอบหมายจากพระเจ้า

คำคม

“ พระเจ้าไม่เคยขาดคนทำงานของพระองค์ ”