สรุป กันดารวิถี 36

ภาพรวม

  • กันดารวิถีบทสุดท้ายสรุปด้วยเรื่องราวของคนเผ่านมัสเสห์ ที่ทักท้วงเรื่องการได้รับมรดกที่ดินของบุตรหญิงทั้งหลายของเศโลเฟหัด

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers36-87023

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 36 เมื่อพระเจ้าทรงให้โมเสสแบ่งดินแดนให้แก่คนอิสราเอลเผ่าต่างๆ รวมทั้งเผ่าเลวีแล้ว

หัว​หน้าของ​ตระ​กูล​กิ​เล​อาด เผ่า​มนัส​เสห์​​แห่ง​พงศ์​พันธุ์​โย​เซฟ ก็มาหาโมเสส​และ​ต่อ​หน้า​พวก​ผู้​นำ กล่าวว่า
เนื่องจากพระเจ้าทรง​ให้​ยก​มร​ดก​ของ​เศ​โล​เฟ​หัด ผู้เป็นเผ่ามนัสเสห์​แก่​บุตร​หญิง​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา
ถ้า​พวก​เธอ​แต่ง​งาน​กับคน​เผ่า​อื่น​ของ​คน​อิส​รา​เอล
ส่วน​มร​ดก​ของ​พวก​เธอ​ก็​จะ​ถูก​โยก​ย้าย​ไป​เป็นของเผ่าอื่น แทนเผ่ามนัสเสห์
และ​เมื่อ​ถึง​ปี​อิสร​ภาพ มร​ดก​เหล่านั้น​ก็​จะ​ถูก​เพิ่ม​ให้​กับ​ส่วน​ของ​เผ่า​ที่​เธอ​ไป​อยู่​ด้วย

พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า
คน​เผ่า​โย​เซฟ​พูด​ถูก​ต้อง​แล้ว
ดังนั้น​บุตร​หญิง​ของ​เศ​โล​เฟ​หัด ​พวก​เธอ​จะแต่ง​งาน​กับ​ใคร​ก็​ได้​ที่​เธอ​พอ​ใจ เพียง​แต่​จะ​ต้องเป็น​คน​ภาย​ใน​ตระ​กูล​ของ​เผ่า​แห่ง​บรรพ​บุรุษ​ของ​เธอ

บุตร​หญิง​ทั้ง​หลาย​ของ​เศ​โล​เฟ​หัด​ก็​เชื่อฟังทำ​ตามทุกประการ
พวกเธอ​ต่าง​ก็​แต่ง​งาน​กับ​พวก​บุตร​ชาย​ของ​ลุง​ของ​ตน
มร​ดก​ของ​พวก​เธอจึงยัง​คง​อยู่​ใน​เผ่า​ของ​ตระ​กูล​แห่ง​บรรพ​บุรุษ​ของ​เธอ

1. เรื่อง​ราว​ของบุตร​หญิงทั้งหลาย​ของ​เศโล​เฟหัด​ (กดว. 27:1-11) ยังไม่จบ
แต่ถูกนำมากล่าวไว้ในบทสุดท้ายของพระธรรมเล่มที่ 4 ของพระคัมภีร์

คนเผ่ามนัสเสห์เริ่มเป็นกังวลว่า เผ่าของตนจะสูญเสียดินแดนให้เผ่าอื่น หากบุตรหญิงของเศโลเฟหัด เหล่านี้ ไปแต่งงานกับชายต่างเผ่า

คำทักท้วงของหัว​หน้าของ​ตระ​กูล​กิ​เล​อาด น่าประทับใจมาก
เขาทักท้วง สิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น แสดงว่า พวกเขามั่นใจอย่างยิ่งว่าจะเข้ายึดดินแดนได้อย่างแน่นอน
จึงเดือดร้อนใจที่จะสูญเสีย ทั้งที่ยังไม่ได้รับเลย
นอกจากคำทักท้วงนี้ จะแสดงถึงความเชื่อของพวกเขาแล้ว
ยังสะท้อนให้เห็นว่าพวกเขาเข้าใจธรรมบัญญัติที่พระเจ้าทรงบัญชาผ่านโมเสส ดีพอสมควรเลยทีเดียว
มีการอ้างอิงถึงสิ่งที่ต้องทำในปี​อิสร​ภาพ ที่พระเจ้าบัญชาไว้ใน ลนต. 25
ทั้งที่ตั้งแต่เกิดมา จนถึงบัดนี้ พวกเขายังไม่เคยผ่านปีอิสรภาพเลยสักครั้งเดียว
ดังนั้นจึงแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเข้าใจกฏเกณฑ์ของพระเจ้าเป็นอย่างดี

แต่สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคำทักท้วงนี้ ก็คือ ท่าทีของบรรดาบุตร​หญิง​ของ​เศ​โล​เฟ​หัด
เพื่อจะแก้ปัญหาข้อทักท้วงนี้ พระเจ้าทรงบัญชาให้พวกเธอแต่งงานกับคนในตระกูลบรรพบุรุษเท่านั้น
ปรากฏว่า พวกเธอยอมเชื่อฟังทุกประการ อย่างไม่มีเงื่อนไข
เราไม่รู้จริงๆว่า การเชื่อฟังครั้งนี้ พวกเธอแต่ละคนต้องเสียสละมากเพียงใด
บางคนอาจมีคนรักอยู่ในเผ่ามนัสเสห์แล้ว นั่นก็แล้วไป
แต่อาจมีบางคนกำลังรักกับหนุ่มเผ่าอื่นอยู่ก็เป็นได้
อย่างไรก็ดี พระคัมภีร์ระบุชัดเจนว่า พวกเธอเชื่อฟังอย่างไม่มีเงื่อนไข

บทนี้จึงเป็นบทจบที่งดงามของพระธรรมกันดารวิถี
คนอิสราเอลเชื่อและมั่นใจ ว่า พวกเขากำลังจะได้เข้ายึดดินแดนคานาอันตามที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้
พวกเขาเข้าใจธรรมบัญญัติต่างๆ เป็นอย่างดีแล้ว
และกุญแจดอกสำคัญที่พวกเขาจะได้รับตามพระสัญญา ก็คือ การเชื่อฟังพระเจ้า

คำคม

“ เราได้รับตามพระสัญญาได้ โดยความเชื่อ ”

สรุป กันดารวิถี 35

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งคนอิสราเอลว่า เมื่อเข้าไปในแผ่นดินคานาอันแล้ว ให้แบ่งเมืองให้เผ่าเลวี 48 เมือง โดยให้กำหนดเป็นเมืองลี้ภัย 6 เมือง

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers35-86820

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 35 เมื่อพระเจ้าให้โมเสสแบ่งดินแดนคะนาอันที่จะเข้ายึดครองให้เป็นมรดกแก่เผ่าต่างๆแล้ว

พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส อีกว่า
ให้คน​อิส​รา​เอล​ยก​เมือง​และ​​ทุ่ง​หญ้า​รอบๆ เมือง​จาก​มร​ดก​ที่​พวก​เขา​ได้​รับ​เป็น​กรรม​สิทธิ์​นั้น ให้แก่​คน​เลวี​​บ้าง
โดยเมืองที่จะยกให้นั้น
ให้​วัดจาก​ตัว​เมือง ออกไปทั้ง 4 ทิศ ทิศละ 900 เมตร
และ​มี​ขอบ​เขต​นับ​จาก​กำแพง​เมือง​ห่าง​ออก​ไปอีก 450 เมตร​โดย​รอบ

เมือง​ทั้ง​หมด​ที่​ยก​ให้​คน​เลวี​คือ​ 48 เมือง รวม​ทั้ง​ทุ่ง​หญ้า​ของ​เมือง​เหล่า​นั้น​ด้วย
เมืองเหล่านั้น ให้​เอา​เมือง​มาก​หน่อย​จาก​เผ่า​ใหญ่ และ​เอา​เมือง​น้อย​หน่อย​จาก​เผ่า​เล็ก

จากเมืองเหล่านั้น ให้เลือก​เป็น​เมือง​ลี้​ภัย 6 เมือง
โดยที่ 3 เมืองอยู่ในคานาอัน อีก 3 เมืองอยู่ฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน
เพื่อ​ให้​ผู้​ที่​ฆ่า​คน​โดย​ไม่​เจต​นา​หลบ​หนี​ไป​อยู่​ที่​นั่น​ได้
เพื่อ​ไม่​ให้​ผู้​ฆ่า​คน​ต้อง​ตาย​ก่อน​ที่​เขา​จะ​ยืน​ต่อ​หน้า​ชุม​นุม​ชน​และ​รับ​การ​พิพาก​ษา

กฏการพิพากษาเรื่องการฆ่าคนตายมีดังนี้
ถ้า​ใคร​ทำร้ายคน​ด้วย​เครื่อง​มือ​เหล็ก ด้วย​ก้อน​หิน​ใน​มือ​ที่​มี​ขนาด​ฆ่า​คน​ได้ หรือทำร้ายผู้อื่น​เพราะ​เป็น​ศัตรู​กัน
​จน​คน​นั้น​ตาย เขา​ก็​เป็น​ฆาต​กร ​ต้อง​ถูก​ประ​หาร​ชีวิต

ให้​ผู้​แก้​แค้น​แทน​โลหิต​ประ​หาร​ชีวิต​คน​นั้น​เมื่อ​พบ​เขา

แต่​ถ้า​ใคร​แทง​ถูก​คน​อื่น หรือขว้างถูกคนอื่น ​โดย​เป็นอุบัติเหตุ แล้ว​คน​นั้น​ตาย
แต่​เขา​ไม่​ได้​เป็น​ศัตรู และ​ไม่​ได้​มุ่ง​ทำ​ร้าย​คน​นั้น
ให้​ชุม​นุม​ชน​นำ​ตัว​เขา​กลับ​ไป​ยัง​เมือง​ลี้​ภัย​ที่​เขา​หลบ​หนี​ไป​อยู่​นั้น
ให้​เขา​อาศัย​อยู่​ที่​นั่น​จน​กว่า​มหาปุโร​หิต​ผู้​ได้​รับ​การ​เจิม​ ​จะ​ถึง​แก่​กรรม
จากนั้นเขาก็จะ​กลับ​ไป​ยัง​ที่​ดิน​ซึ่ง​เขา​ถือ​กรรม​สิทธิ์​ได้

แต่​ถ้า​เมื่อ​ไร​​คนนั้น​ออก​จาก​เขต​เมือง​ลี้​ภัย
และ​ผู้​แก้​แค้น​แทน​โลหิต​พบ​คน​นั้นเข้า แล้ว​​ฆ่าเขาเสีย ผู้ฆ่าก็​ไม่​มี​ความ​ผิด​จาก​การ​ฆ่า​คน

ฆาต​กร​ที่จะถูก​ประ​หาร​ชีวิตนั้น ต้องมีพยานมากกว่า หนึ่งคน ยืนยันความผิดของเขาก่อน
ห้ามรับเงินเพื่อไถ่ถอนความผิดของผู้​ฆ่า​คน​ที่​มี​ความ​ผิด​ถึง​ตาย เพราะ​เขา​ต้อง​ตาย​แน่​นอน
ห้าม​รับเงินเพื่อ​ไถ่ถอนความผิดของ​คน​ที่​หลบ​หนี​ไป​ยัง​เมือง​ลี้​ภัย เพื่อ​ให้​กลับ​มา​อยู่​ใน​ที่​ดิน​ของ​เขา​ก่อน​ที่​มหา​ปุโร​หิต​จะ​ถึง​แก่​กรรม
มิฉะนั้น​จะเป็นการ​ทำ​ให้​แผ่น​ดิน​ที่​เจ้า​อยู่​เป็น​มล​ทิน เพราะ​โล​หิต​ทำ​ให้​แผ่น​ดิน​เป็น​มล​ทิน
และ​ไม่​มี​อะไร​ที่​จะ​ชำระ​แผ่น​ดิน​ให้​หมด​มล​ทิน​จาก​โล​หิต​ที่​หลั่ง​ลง​บน​นั้น
นอก​จาก​โล​หิต​ของ​ผู้​นั้นที่​ทำ​ให้​โล​หิต​หลั่ง​ลง

1. เมื่อพระเจ้าประทานมรดกแก่คนอิสราเอล แล้วพระองค์ก็สั่งให้พวกเขาถวายคืนแด่พระเจ้า โดยมอบส่วนเหล่านั้นแก่คนเลวีผู้รับใช้ปรนนิบัติพระเจ้า

ซึ่งถ้าคิดเผินๆจะเห็นว่า ขั้นตอนมันยุ่งยากไป
พระเจ้าก็แค่มอบมรดกแก่คนเผ่าเลวีด้วยเลยตอนแบ่งมรดกให้คนอิสราเอลเผ่าอื่นๆ นั่นก็จบแล้ว

แต่ที่พระเจ้าทรงกระทำเช่นนั้น น่าจะเป็นเพราะ พระองค์ประสงค์ให้คนอิสราเอล รักตอบความรักที่พระองค์ทรงประทานแก่เขา
ด้วยการถวายบางส่วนที่ได้รับมาแด่พระเจ้า
เพื่อพระเจ้าจะอวยพระพรพวกเขาผู้ที่พระองค์ทรงรักให้มากยิ่งขึ้นไปอีก

เรื่องนี้เป็นหลักการเดียวกันกับการถวายสิบลดแด่พระเจ้า
ความจริงแล้ว พระพรที่เราจะได้รับนั้น คือ 9 ส่วน
แต่พระองค์ทรงประทานให้แก่เรา 10 ส่วน
เพื่อเราจะนำ 1 ส่วนนั้น มาถวายแด่พระเจ้า
เพื่อให้เรามีโอกาสตอบสนองต่อความรักที่พระองค์ทรงประทานให้แก่เรา
และเพื่อจะทรงอวยพระพรแก่เราให้มากยิ่งขึ้นไปอีก

2. พระเจ้าให้คนอิสราเอลกำหนดเมือง​ลี้​ภัย 6 เมือง โดยกระจายให้ทั่วถึงทั้ง 12 เผ่า
เพื่อให้ผู้ทำผิดคดีฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาหนีไปลี้ภัย และต้องอยู่ที่นั่นห้ามออกมา จนกว่ามหาปุโรหิตในช่วงเวลานั้นจะตายลง
เมื่อมหาปุโรหิตตายแล้ว เขาก็จะพ้นโทษ

สดด. 46:1 พระ​เจ้า​ทรง​เป็น​ที่​ลี้​ภัย​และ​เป็น​กำลัง​ของ​เรา เป็น​ความ​ช่วย​เหลือ​ที่​พร้อม​อยู่​ใน​ยาม​ยาก​ลำ​บาก

พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยแก่คนบาปอย่างเรา
และโดยการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ มหาปุโรหิตของเรา
เราจึงพ้นโทษบาปแล้ว ขอบคุณพระเจ้า

3. บาปทำให้แผ่นดินเป็นมลทิน และมลทินนั้นจะลบล้างให้หมดไป ก็โดยเลือดของคนที่ทำบาปนั้น
เมื่อเราเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์
เราอยู่ในพระองค์ และพระองค์อยู่ในเรา
ดังนั้นพระเยซูจึงเป็นตัวแทนของเราได้อย่างสมบูรณ์
การหลั่งพระโลหิตของพระเยซูคริสต์จนตายนั้น จึงถือเสมือนว่าเราได้หลั่งโลหิตทั้งหมด ชำระมลทินแล้ว
ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่มีบาปอีกต่อไป เพราะพระเยซูทรงรับโทษบาปแทนเราทั้งสิ้นแล้ว
ขอบคุณพระเยซู

คำคม

“ เพราะพระเยซูทรงเป็นที่ลี้ภัยของเรา เราจึงปลอดภัยอย่างแน่นอน ”

สรุป กันดารวิถี 34

ภาพรวม

  • พระเจ้าให้โมเสส กำหนดให้ 12 คน เป็นผู้ดำเนินการแบ่งดินแดนคานาอันให้คนอิสราเอล ทั้งที่พวกเขายังไม่ได้เข้าสู่แผ่นดินคานาอันเลย

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 34 เมื่อโมเสสย้ำคนอิสราเอลเรื่องการไล่ชาวแผ่นดินคานาอันออกไปจากแผ่นดิน เมื่อพวกเขาเข้ายึดครองแผ่นดินคานาอันแล้ว

พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ ให้บอกคนอิสราเอล ถึงขอบเขตดินแดนที่เขาจะเข้ายึดครอง ดังนี้
ทาง​ใต้​ จาก​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ศิน​ เริ่ม​จาก​ปลาย​ทะเล​ตาย​ทาง​ด้าน​ตะวัน​ออก ไปถึงคา​เดช​บาร​เนีย และ​เลย​ไป​ถึงอัส​โมน ​ไป​สิ้น​สุด​ที่​ทะเล

ทาง​ตะวัน​ตก​ ไปถึง​ทะเล​ใหญ่​และ​ฝั่ง​ทะเล​นั้น

ทางเหนือ จาก​ทะเล​ใหญ่​เรื่อย​ไป​ถึง​ภูเขา​โฮร์ ​เรื่อย​ไป​จน​ถึง​ทาง​เข้า​เมือง​ฮา​มัท ไป​สิ้น​สุด​ที่​ฮา​ซา​เอ​นัน

ทาง​ตะวัน​ออก​ จาก​ฮา​ซา​เอ​นัน ​ถึง​ไหล่​ทะเล​คิน​เน​เรท​ทาง​ด้าน​ตะวัน​ออก และ​ลง​มา​ถึง​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​ไป​สิ้น​สุด​ที่​ทะเล​ตาย

นี่​เป็น​แผ่น​ดิน​ ซึ่ง​พระเจ้าทรง​มอบ​แก่​ 9 ​เผ่า​ ครึ่ง​
เพราะ​ว่า​เผ่า​รูเบน ​เผ่า​กาด​ตาม​สกุล และเผ่า​มนัส​เสห์​ครึ่ง​เผ่า​ได้​รับ​มรดก​ที่​ฟาก​แม่​น้ำ​จอร์​แดนแล้ว

พระเจ้าสั่ง​โมเสส​ว่า ให้กำหนดบุคคลต่อไปนี้ เป็นผู้แบ่งมรดก
1. ​เอ​เล​อา​ซาร์​ปุ​โร​หิต
2. โย​ชู​วา​บุตร​นูน
3.​ คา​เลบ ​จาก​เผ่า​ยูดาห์
4. ซา​มู​เอล​ จาก​เผ่า​สิ​เม​โอน
5. เอลี​ดาด ​จาก​เผ่า​เบน​ยา​มิน
6. บุค​คี​ จาก​เผ่า​ดาน
7. ฮัน​นี​เอล​ จาก​เผ่า​มนัส​เสห์
8. เค​มู​เอล จาก​เผ่า​เอฟ​รา​อิม
9. เอลี​ซา​ฟาน​ จากเผ่า​เศ​บู​ลุน
10. ปัล​ที​เอล จาก​เผ่า​อิส​สา​คาร์
11. อา​หิ​ฮูด จาก​เผ่า​อา​เชอร์
12. เป​ดา​เฮล​ จากเผ่า​นัฟ​ทาลี

1. พระเจ้าได้บอกขอบเขตของดินแดนที่พระเจ้าจะยกให้กับคนอิสราเอลอย่างชัดเจน เพื่อพวกเขาจะแบ่งสรรปันส่วนกันได้
แล้วพระองค์ก็ กำหนด เอเลอาซาร์ปุโรหิต และ โยชูวา กับตัวแทนจาก 10 เผ่า ไม่รวมมนัสเสห์และกาด ให้พวกเขาทำหน้าที่ในการจัดแบ่งดินแดนคานาอันตามขอบเขตที่ทรงตรัสนั้น

เรื่องนี้ต้องใช้ความเชื่ออย่างมากทีเดียว
คนอิสราเอล กำลังแบ่งดินแดนคานาอัน ที่ ณ วันนั้น พวกเขายังไม่ได้ข้ามแม่น้ำจอร์แดน เพื่อเข้าสู่คานาอันด้วยซ้ำไป
แต่กลับมาจับสลากแบ่งดินแดน ราวกับว่าได้ยึดครองเรียบร้อยแล้ว

สำหรับมนุษย์การได้รับมาแล้ว กับ การกำลังจะได้รับนั้น แตกต่างกันอย่างมาก เพราะว่าอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน
แต่สำหรับพระเจ้าแล้ว ไม่แตกต่างกันเลย เพราะทุกอย่างที่พระองค์ตรัสจะเป็นจริงอย่างแน่นอน
ทุกอย่างที่ทรงสัญญาจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

วันนี้ เมื่อเรามองดูพระสัญญาของพระเจ้าในพระคัมภีร์ หากเรามองตามสายตาแบบมนุษย์ทั่วไป เราจะเต็มไปด้วยความสงสัย แคลงใจ หวาดกลัว ลุ้นจนตัวโก่ง หรืออะไรทำนองนี้
แต่ถ้าเรามองพระสัญญาของพระเจ้า ด้วยสายตาฝ่ายวิญญาณ ด้วยสายตาแห่งความเชื่อ
เราจะปฏิบัติต่อสิ่งที่ยังไม่ได้รับนั้น ราวกับว่าได้รับมาเรียบร้อยแล้ว
เพราะความเชื่อดึงอนาคตมาสู่ปัจจุบัน

2. ในบทนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความชื่นชมยินดีและน่าตื่นเต้น สำหรับคนอิสราเอล
เพราะพวกเขากำลังได้รับมรดกส่วนแบ่งในดินแดนแห่งพระสัญญา ที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์ ดินแดนที่องุ่น 1 พวง ต้องใช้ 2 คนหาม

แต่น่าเสียดายที่ การแบ่งนี้ เผ่าสิเมโอน เผ่ากาด และเผ่ามนัสเสห์ครึ่งเผ่า ไม่มีส่วนในครั้งนี้
เพราะพวกเขาเลือก ชิงสุกก่อนห่าม
เลือกเอาดินแดนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน ที่เห็นอยู่ตรงหน้า
แทนที่จะเลือก รอรับตามพระสัญญาของพระเจ้า

จงรอคอยพระสัญญาของพระเจ้า เพราะพระองค์ไม่เคยทำให้ผู้ที่วางใจในพระองค์สุดหัวใจต้องผิดหวังเลย

คำคม

“ ความเชื่อดึงอนาคต มาสู่ปัจจุบัน ”

สรุป กันดารวิถี 33

ภาพรวม

  • โมเสสได้บันทึกสถานที่ต่างๆที่คนอิสราเอลได้ตั้งค่ายตลอด 40 ปี ที่ผ่านมา และได้เตือนคนอิสราเอลว่า เมื่อพวกเขาเข้าในแผ้นดินคานาอันแล้ว ให้ขับไล่ชาวแผ่นดินคานาอันออกไปให้หมด มิฉะนั้นจะเป็นอันตรายต่อคนอิสราเอลเอง

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers33-86526

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 33 หลังจากที่เผ่ารูเบนและเผ่ากาด มาขอเข้ายึดครองในดินแดนกิเลอาด ดินแดนฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนแล้ว

โมเสสได้บันทึก ​การ​เดิน​ทาง​ของ​คน​อิส​รา​เอล ตั้งแต่​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์ ไว้ว่า

คนอิสราเอล​ออก​เดิน​ทาง​จาก​ รา​เม​เสส​ ​เดือน​แรก คือ​ใน​วัน​ที่​ 15 ​ของ​เดือนที่ 1 หลัง​วัน​ปัส​กา​หนึ่ง​วัน
เมื่อออก​จาก เมือง​รา​เม​เสส แล้ว​ คนอิสราเอลได้หยุดตั้งค่าย ตามสถานที่ต่างๆตลอด 40 ปี ดังนี้
1. สุค​คท
2. เอ​ธาม​ ซึ่ง​อยู่​ชาย​แดน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร
3. ​ปิ​หะ​หิ​โรท​ หน้าทะเลแดง
4. มา​ราห์ ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​เอ​ธาม
5. เอ​ลิม​ ซึ่งมี​น้ำ​พุ 12 แห่ง​และ​ต้น​อินท​ผลัม 70 ต้น
6. ริมทะเล​แดง
7. ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​สิน
8. ​โดฟคาห์
9. ​อา​ลูช
10. ​เร​ฟี​ดิม ซึ่งที่​นั่น​ไม่​มี​น้ำ​ให้​ประ​ชา​ชน​ดื่ม
11. ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ซีนาย ซึ่งโมเสสขึ้นไปรับบัญญัติ 10 ประการบนภูเขาซีนาย
12. ขิบ​โรท​หัท​ธา​อา​วาห์
13. ​ฮา​เซ​โรท
14. ริท​มาห์
15. ​ริม​โมน​เป​เรศ
16. ​ลิบ​นาห์
17. ริส​สาห์
18. เค​เฮ​ลา​ธาห์
19. ​ภูเขา​เช​เฟอร์
20. ​ฮา​รา​ดาห์
21. ​มัก​เฮ​โลท
22. ​ทา​หัท
23. ​เท​ราห์
24. ​มิท​คาห์
25. ​ฮัช​โม​นาห์
26. โม​เส​โรท
27. เบ​เน​ยา​อะ​คัน
28. ​โฮร์​ฮัก​กีด​กาด
29. โยทบาธาห์
30. ​อับ​โร​นาห์
31. ​เอ​ซี​โอน​เก​เบอร์
32. ​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ศิน ที่ ​คา​เดช
33. ​ภูเขา​โฮร์ ริม​แผ่น​ดิน​เอ​โดม ซึ่งอาโรน เสียชีวิตที่นั่นด้วยวัย 123 ปี ใน​วัน​ที่​ 1 ​เดือน​ที่ 5 ปี​ที่ 40 ​นับ​ตั้ง​แต่​วัน​ที่​คน​อิส​รา​เอล​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์
34. ศัล​โม​นาห์
35. ​ปู​โนน
36. ​โอ​โบท
37. อิ​เย​อา​บา​ริม ​ใน​ดิน​แดน​โมอับ
38. ​ดี​โบน​กาด
39. อัล​โมน​ดิบ​ลา​ธา​อิม
40. ภูเขา​อา​บา​ริม​ ที่​หน้า​เนโบ
41. ที่​ราบ​โมอับ​ริม​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​ ตรง​ข้าม​เมือง​เย​รี​โค
โดยตั้ง​ค่าย​พัก​อยู่​ริม​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​ ตั้ง​แต่​เบธ​เย​ชิ​โมท​ ไป​จน​ถึง​ อา​เบล​ชิท​ธิม

ณ ที่​นั่น พระเจ้าตรัสกับโมเสส ให้ย้ำกับคนอิสราเอลว่า
เมื่อ​พวก​เขา​ข้าม​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​ เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดิน​คา​นา​อันแล้ว
ให้ขับ​ไล่​ชาว​เมืองออก​ไป​ให้​หมด​ และ​ทำลาย​รูป​เคารพ​​​ให้​หมด
และ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​จง​ยึด​ครอง​แผ่น​ดิน แล้ว​เข้า​ไป​อาศัย​อยู่​ใน​นั้น
เพราะพระเจ้า​ได้​ยกแผ่น​ดิน​นั้น ให้​เป็น​กรรม​สิทธิ์​ของ​พวก​เขาแล้ว

ให้พวกเขา​แบ่ง​มร​ดก​ที่​ดิน​นั้น​ ด้วย​การจับฉลาก​ตาม​ตระ​กูล​ของ​เจ้า
เผ่า​ใหญ่ ได้มร​ดก​ก้อน​ใหญ่ เผ่า​เล็ก ได้มรดก​ก้อน​เล็ก

แต่ถ้า​พวกเขา​ไม่​ขับ​ไล่​ชาว​แผ่น​ดิน​นั้น​ออก​ไป​
คนเหล่านั้น​จะ​เป็น​เหมือน​ผง​ใน​ตา​ของ​พวกเขา
และ​จะ​เป็น​เหมือน​หนาม​ยอก​อก​ของ​พวกเขา
และ​คนเหล่านั้น​จะ​รัง​ควาน​พวก​เขา​
ใน​แผ่น​ดิน​ที่​พวกเขา​เข้า​ไป​​อยู่​นั้น
และพระเจ้าจะ​ทำ​กับ​พวก​เขา เหมือน​ดัง​ที่​ทรง​คิด​จะ​ทำ​กับชาวแผ่นดินนั้น

1. เมื่อคนอิสราเอลออกจากอียิปต์และวนเวียนในถิ่นทุรกันดาร นานถึง 40 ปี ย้ายไปตั้งค่าย ราว 41 แห่ง มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย
ในที่สุด เขาก็มาถึงริมแม่น้ำจอร์แดน ตรงข้ามกับเมืองเยรีโค เตรียมพร้อมสำหรับการข้ามแม่น้ำเพื่อจะเข้าสู่ดินแดนแห่งพระสัญญา

ความจริงแล้วการเดินทางจะใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนก็จะเข้าสู่แผ่นดินคานาอันได้ แต่เพราะพวกเขาไม่เชื่อ จนสะท้อนออกมาเป็นการไม่เชื่อฟัง จึงต้องวนเวียยนในถิ่นทุรกันดารนานถึง 40 ปี

การไม่เชื่อของเรา ซึ่งจะส่งผลออกมาเป็นการไม่เชื่อฟังพระเจ้า
จะส่งผลทำให้พระพรที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมให้เราถูกเลื่อนเนิ่นนานออกไป หรืออาจจะถึงขั้นไม่ได้รับพระพรที่ทรงจัดเตรียมไว้นั้นก็เป็นได้

จงเชื่อวางใจในพระเจ้าเถิด เชื่อจริงๆจนสะท้อนออกมาเป็นการเชื่อฟัง

2. พระเจ้าเตือนคนอิสราเอลให้ไล่ชาวแผ่นดินคานาอันออกไปให้หมด
ไม่ได้ให้ฆ่าให้หมดในทุกเมือง แค่ไล่ไปให้หมด
เพราะหากไม่ไล่พวกเขาไป พวกเขาจะสร้างปัญหาให้แก่คนอิสราเอล
จะชักจูงคนอิสราเอลให้ทำสิ่งชั่วร้ายเหมือนพวกเขา เช่นเอาเด็กทารกมาเผาบูชายันต์แก่รูปเคารพ
แล้วในที่สุด คนอิสราเอลเอง จะถูกขับไล่ออกจากแผ่นดินนี้ เหมือนอย่างที่พระเจ้าทรงขับไล่คนคานาอันออกไปจากแผ่นดินในครั้งนี้

การเก็บรักษาเชื้อบาปเอาไว้ในชีวิตหรือไว้ใกล้ตัว
ในที่สุดมันจะชักนำให้เรา จมลงในบาปมากขึ้นๆ
แล้วจะทำให้เราสูญเสียพระพรที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้สำหรับเรา

อย่าอะลุ่มอล่วยหรือประณีประนอมกับบาป แม้มันจะดูเหมือนเป็นบาปเพียงเล็กๆน้อยๆก็ตาม

คำคม

“ อย่าเก็บเชื้อบาปเอาไว้ เพื่อจะไม่สร้างภัยในภายหน้า ”

สรุป กันดารวิถี 32

ภาพรวม

  • คนเผ่ารูเบนและเผ่ากาด มาขอโมเสส ให้พวกเขายึดครองดินแดนฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน โดยพวกเขาไม่ต้องการส่วนแบ่งในดินแดนคานาอัน

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers32-86399

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 32 หลังจากเหตุการณ์แก้แค้นคนมีเดียนแล้ว

คนเผ่ารูเบน​และ​​กาด ​มี​ฝูง​ปศุ​สัตว์​เป็น​จำนวน​มาก​ พวกเขา​​เห็น​แผ่น​ดิน​ยา​เซอร์ และ​แผ่น​ดิน​กิ​เล​อาด​ เป็น​ที่​เหมาะ​กับ​ฝูง​ปศุ​สัตว์
พวกเขาจึง​มา​หา​โมเสส เอ​เล​อา​ซาร์​ปุโร​หิต​และ​บรรดา​ผู้​นำ​ของ​ชุม​นุม​ชน​
เพื่อขอแผ่นดินฝากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน
พวกเขาไม่ต้องการแผ่นดินคานาอัน คือ แผ่นดินฟากตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน

โมเสส​จึงพูด​กับ​พวกเขา ​ว่า พวกเขาจะทิ้งพี่น้องไม่ไปร่วม​ทำ​สง​คราม​ด้วยกันกับพี่น้องหรือ?
การทำเช่นนั้นจะทำให้ใจิต​ใจ​ของ​คน​อิส​รา​เอล​ท้อ​แท้​ ไม่อยากที่​จะ​ยก​ข้าม​ไป​ยัง​แผ่น​ดิน​ที่​พระ​เจ้าได้​ประ​ทาน​แก่​พวก​เขา​แล้ว
รุ่นพ่อ​ของ​พวก​เขาทำ​เช่น​นั้นมาก่อน
เมื่อ​ข้าพ​เจ้า​ใช้​พวก​เขา​จาก​คา​เดช​บาร​เนีย​ให้​ไป​สอด​แนม​ดู​แผ่น​ดิน​นั้น
คือ​ทำ​ให้​จิต​ใจ​ของ​คน​อิส​รา​เอล​ท้อ​แท้​ ไม่อยากที่​จะ​ยก​เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดิน​คานาอัน
จึงทำให้พวกเขาไม่ได้เข้าแผ่นดินนั้น ต้องวนเวียนในถิ่นทุรกันดารถึง 40ปี
จนเหลือแต่ ​คาเลบ และ​โย​ชู​วา​ เพราะ​ว่า​เขา​ทั้ง​สอง​ติด​ตาม​พระ​เจ้าอย่าง​สุด​ใจ

ดังนั้นการทำให้คนอิสราเอลท้อใจเช่นนี้ ​จะ​ทวี​พระ​พิโรธ​ของ​พระ​เจ้าต่อ​อิส​รา​เอล​ให้​มาก​ยิ่ง​ขึ้น
เพราะ​ว่า​ถ้า​คนอิสราเอลหัน​จาก​การ​ติด​ตาม​พระ​เจ้า
พระ​องค์​จะ​ทรง​ทอด​ทิ้ง​พวกเขา​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​อีก
จึงเรียกได้ว่าคนรูเบนและกาด ได้​​ทำ​ลาย​ชน​ชาติ​อิสราเอลทั้ง​หมด

พวกเขาจึงตอบโมเสส ​ว่า
พวกเขาจะให้ลูกและภรรยาอยู่ที่นี่ ส่วนพวก​เขาจะ​ถือ​อา​วุธ​ไป​เป็นกองหน้า​ ร่วมรบด้วยกันกับคน​อิส​รา​เอล จน​กว่า​คนอิสราเอลจะไป​ถึง​ที่​อยู่​ขอ​งตน
พวกเขา​จะ​ไม่​กลับ​บ้าน​จน​กว่า​คน​อิส​รา​เอล​จะ​ได้​รับ​มร​ดก​ของ​ตน

โมเสสจึงยอมตกลง
และเตือนว่า ถ้า​พวกเขาไม่​ทำ​ตามสัญญานี้ พวกเขา​ก็​ทำ​บาป​ต่อ​พระ​เจ้า
จง​รู้​แน่​เถิด​ว่า บาป​ของ​พวกเขาจะ​ตาม​ทัน

โมเสส​จึงมอบ​ดิน​แดน​​แผ่น​ดิน​กิ​เล​อาดแก่​คน​เผ่า​กาด แก่​คน​เผ่า​รูเบน​และ​แก่​คน​ครึ่ง​เผ่า​ของ​เผ่า​มนัส​เสห์​

1. หลังจากที่คนอิสราเอลรบชนะ กษัตริย์​สิโหน​คน​อา​โม​ไรต์ และ​โอก​กษัตริย์​แห่ง​บา​ชาน และ​เมือง​ต่างๆ ​ที่​อยู่​โดยรอบ​แล้ว คนรูเบนและกาดซึ่งเป็นเผ่าที่มีปศุสัตว์จำนวนมาก จึงเห็นโอกาสที่จะเข้ายึดครองเพื่ออาศัยอยู่ในแผ่นดินนั้น โดยไม่ต้องการส่วนแบ่งในแผ่นดินคานาอันอีกต่อไป

พวกเขาจึงได้รับดินแดนที่ดีอย่างดินแดนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนไป
แต่หมดโอกาสที่จะได้รับส่วนแบ่งในดินแดนที่ดีที่สุด คือดินแดนคานาอัน ที่อยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน

สิ่งที่ดี จะเป็นศัตรูกับสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ

แน่นอนการเข้ายึดแผ่นดินคานาอัน อาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน เท่ากับเข้ายึดดินแดนที่รบชนะมาแล้ว
แต่ความจริงแล้ว การที่พระเจ้าได้สัญญาว่า
คนอิสราเอลจะได้รับแผ่นดินคานาอัน มันจะเป็นจริงแน่นอน
มันแน่นอนยิ่งกว่าดินแดนที่ยึดได้แล้วเสียอีก เพราะที่ยึดได้แล้วอาจโดนยึดคืนก็เป็นได้

บางคนเลือกทำแบบเผ่ารูเบน เผ่ากาด และมนัสเสห์ครึ่งเผ่า (ครึ่งเผ่านี้เห็น 2 เผ่าขอโมเสสได้สำเร็จ จึงขอมาแจมด้วย) คือ เลือกเอาที่ได้แน่ๆก่อนดีกว่า
เหมือนสำนวนไทยว่า เลือก สิบเบี้ยใกล้มือ เอาไว้ก่อนดีกว่า

การเลือกสิ่งที่พระเจ้าไม่ได้เลือกให้ อาจทำให้เราได้รับก็จริง
แต่จะทำให้เราสูญเสียสิ่งที่พระเจ้าจัดเตรียมไว้ให้แก่เรา

2. โมเสสบอกคนเผ่ารูเบนและเผ่ากาด ว่า ถ้าพวกเขาทำให้คนอิสราเอลท้อใจ ไม่ยอมเข้าแผ่นดินคานาอัน พวกเขาก็จะอดเข้า แต่จะถือว่าคนเผ่ารูเบนและเผ่ากาด ได้เป็นผู้ทำลายคนอิสราเอลทั้งหมด

ผู้ที่ทำให้ผู้อื่นท้อใจ จนไม่ต้องการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าอีกต่อไป
ผู้นั้นนับได้ว่าเป็นผู้ทำลายผู้อื่น

ตรงกันข้าม ผู้ที่หนุนใจผู้อื่นให้ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
ผู้นั้นนับได้ว่าเป็นผู้ช่วยเหลือผู้อื่นอย่างแท้จริง

วันนี้ เราได้ทำอะไรให้คนอื่นท้อใจหรือเปล่า?
วันนี้ เราได้ทำอะไรบ้างเพื่อให้ผู้อื่นทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้ามากยิ่งขึ้น?

คำคม

“ เลือกที่ดูเหมือนดีวันนี้ อาจพลาดสิ่งที่ใช่ในวันหน้า ”

สรุป กันดารวิถี 31

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอลไปแก้แค้นคนมีเดียนเพื่อพระเจ้า เพราะพวกมีเดียนใช้แผนชั่วล่อลวงคนอิสราเอลให้ละทิ้งพระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers31-86275

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 31 หลังจากที่โมเสสย้ำให้คนอิสราเอลรักษาคำสัญญาหรือทำบนบานที่ทำไว้กับพระเจ้าแล้ว

พระเจ้าก็ตรัส​สั่ง​โมเสส​ ให้แก้​แค้น​คน​มีเดียน​เพื่อ​คน​อิส​รา​เอล ก่อนที่เขา​จะ​จาก​โลกนี้ไป​

​โมเสส​จึงให้ คนอิสราเอล​เตรียม​คนและพร้อม​​อาวุธ​ให้พร้อมเพื่อ​ทำ​สง​คราม ​สู้​กับ​พวก​มี​เดียน เพื่อ​แก้​แค้น​คน​มี​เดียน​ให้​กับ​พระ​เจ้า

โมเสสให้แต่ละเผ่าส่งคนมาเผ่าละ 1,000 คน
ดัง​นั้น​เขา​จึง​รวมคนพร้อมอาวุธได้ 12,000 คน
แล้ว​โมเสส​ก็ส่งพวกเขาออก​ไป​ทำ​สง​คราม กับคนมีเดียน
โดยมี ​ฟี​เน​หัส​บุตร​เอเล​อา​ซาร์​ปุโร​หิต​ และ​เครื่อง​ใช้​บริ​สุทธิ์ และ​มี​แตร​ปลุก​ไปด้วย

พวกเขารบชนะ​คน​มีเดียน ​ฆ่า​ผู้​ชาย​หมด​ทุก​คน และฆ่ากษัตริย์ทั้ง 5 ของมีเดียน ได้แก่ ​เอวี เร​เคม ศูร์ เฮอร์​และ​เรบา​ และ​พวกเขา​ประ​หาร​บา​ลา​อัม​ ​ด้วย​ดาบ

คน​อิส​รา​เอล​จับ​สตรี​ ​กับ​พวก​เด็กๆ รวม​ทั้ง​กวาด​เอา​ฝูง​สัตว์​เลี้ยง และ​ข้าว​ของ​ทั้ง​หมด​ ของคน​มีเดียน​มา​​เป็น​ของ​ริบ
แล้ว​เอา​ไฟ​เผาเมือง​​และ​ค่าย​พัก​ทั้ง​หมด​ของ​คนมีเดียน

แล้ว​พวก​เขา​นำ​​เชลย​และ​ทรัพย์​สิน​ที่​ชิง​มา​ได้ ​มา​ยัง​โมเสส ​ ที่​ค่าย​พัก ณ ที่​ราบ​โมอับ​ริม​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​ตรง​ข้าม​เมือง​เย​รี​โค
โมเสส เอ​เล​อา​ซาร์​ปุโร​หิต และ​บรรดา​ผู้​นำ​ของ​ชุม​นุม​ชน​ออก​ไป​ต้อน​รับพวกเขา

​โมเสส​โกรธ​พวก​เขา ที่​ไว้​ชีวิต​ผู้​หญิง​ทั้ง​หมดของมีเดียน ทั้งที่หญิง​เหล่า​นี้​ทำ​ให้​คน​อิส​รา​เอล​หลง​ทำ​ผิด​ต่อ​พระ​เจ้าใน​เรื่องพระบาอัล​เป​โอร์ จนมีภัย​พิบัติ​กิด​ขึ้น​ท่าม​กลางคนอิสราเอล

โมเสสจึงสั่งให้ประ​หาร​เด็ก​ผู้​ชาย​ทุก​คน และ​ประ​หาร​ผู้​หญิง​ทุก​คน​ซึ่ง​เคย​ร่วม​หลับ​นอน​กับ​ผู้​ชาย
แต่​ให้​เหลือ​หญิง​สาว​ที่​ยัง​ไม่​เคย​ร่วม​หลับ​นอน​กับ​ผู้​ชาย​ สำหรับ​พวกเขาเอง

โมเสสให้พวกเขา​พัก​อยู่​ภาย​นอก​ค่าย​ 7 ​วัน เพราะได้​ฆ่า​คน หรือแตะ​ต้อง​ศพ ​
และให้​ชำระ​ตัว​และ​ชำระ​เชลย​ของ​ตน​ใน​วัน​ที่​ 3 ​และ​วัน​ที่​ 7
รวมทั้ง​ชำระ​เครื่อง​แต่ง​กาย และ​เครื่อง​ใช้​ต่างๆด้วย

พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ ให้แบ่งทั้ง​คน​และ​สัตว์​ที่​ยึด​ได้ ดังนี้
แบ่ง​เป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งให้​พวก​ทหาร​ที่​ออก​ไปรบ และ​อีก​ส่วน​หนึ่งให้​ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด​

ส่วนของพวก​ทหาร​ที่​ออก​ไปรบ ให้​ชัก 1 ใน​ 500 ​มอบ​ให้​แก่​เอ​เล​อา​ซาร์​ปุโร​หิต​
​ส่วน​ของชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด​ ให้​ชัก​ 1 ใน 50 มอบ​ให้​แก่​คน​เลวี​

สิ่ง​ที่​ทหาร​ยึด​ได้​นั้น คือ แกะ 675,000 ตัว โค 72,000 ตัว ลา 61,000 ตัว ผู้​หญิง​ที่​ยัง​ไม่​เคย​ร่วม​หลับ​นอน​กับ​ผู้​ชาย​ 32,000 คน

บรรดา​นาย​ทหารได้มารายงานโมเสส​ว่า ไม่​มีทหารอิสราเอลเสียชีวิตเลยแม้แต่​คน​เดียว
แล้วพวกนายทหารก็นำ เครื่องประดับที่​ทำ​ด้วย​ทอง​คำมา​ถวาย​แด่​พระ​เจ้ามี​น้ำ​หนัก​รวม 200 กิโล​กรัม

1. คนมีเดียนร่วมมือกับบาลาค ตามคำแนะนำของบาลาอัม ส่งผู้หญิงเข้ามาล่วงประเวณีกับคนอิสราเอล เพื่อชักชวนให้คนอิสราเอลทรยศพระเจ้า จนเกิดภัยพิบัติขึ้น จนมีคนอิสราเอลเสียชีวิตถึง 24,000 คน

พระเจ้าจึงสั่งให้โมเสสส่งทหารไปแก้แค้นคนมีเดียนเพื่อพระเจ้า เพราะการกระทำของพวกเขาเป็นการลบหลู่พระเจ้าอย่างยิ่ง

เมื่อทหารอิสราเอลรบชนะกลับมาได้นำผู้หญิงและเด็กกลับมาด้วย
ตามปกติ ในการรบของคนอิสราเอล พระเจ้าสั่งให้ไว้ชีวิต ผู้หญิงและเด็ก
ปรากฏใน ฉธบ. 20:14
“แต่​พวก​ผู้หญิง​และ​เด็ก ฝูง​สัตว์​และ​ทุก​สิ่ง​ใน​เมือง​นั้น คือ​ของ​ที่​ริบ​ไว้​ทั้ง​หมด​ท่าน​จง​ยึด​เอา​เป็น​ของ​ตน ท่าน​จง​บริ​โภค​ของ​ที่​ริบ​มา​จาก​ศัตรู​ของ​ท่าน ซึ่ง​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ประ​ทาน​แก่​ท่าน”

แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เหมือนสงครามทั่วไป
ครั้งนี้เป็นการพิพากษาของพระเจ้า เหนือชนชาติมีเดียน
เหมือนตอนที่การพิพากษาโสโดมและโกโมราห์
เมื่อการพิพากษามาถึง ไม่มีใครรอดชีวิตได้สักคนเดียว (ปฐก.19)

คนมีเดียนใช้แผนชั่ว ล่อลวงให้คนอิสราเอลทรยศพระเจ้า
เปรียบเสมือนกับ เป็นโจรลักพาตัว มาขโมยลูกของพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด
โดยปราศจากความเกรงกลัวพระองค์ พวกเขาไม่แคร์เลยว่าพระเจ้าพิโรธหรือไม่

การทำให้ลูกของพระเจ้า ที่พระองค์รักสุดหัวใจ สะดุดหรือละทิ้งพระองค์
เป็นสิ่งที่จะนำพระพิโรธอย่างใหญ่หลวงของพระเจ้ามาถึง
ในทางตรงกันข้าม
การนำลูกของพระเจ้า ที่พระองค์รักสุดหัวใจ กลับมาหาพระองค์
เป็นสิ่งที่จะนำความชื่นชมยินดีมาสู่พระองค์มากเพียงใด และจะนำพระพรใหญ่ยิ่งมาถึงผู้นั้นขนาดไหน

2. คน​อิสราเอล​สามารถ​ นำหญิง​สาว​ที่​ยัง​ไม่​เคย​ร่วม​หลับ​นอน​กับ​ผู้​ชาย ​มา​เป็น​ทาส​หรือ​เป็น​ภรรยา​ของตนได้
ถ้า​จะ​นำ​มา​เป็น​ภรรยา ​ต้อง​ทำ​ตาม​เงื่อนไข​ที่​ปรากฏ​ใน ฉธบ. 21:10-14 คือ ห้ามเอาเปรียบนางหรือทำกับนางเยี่ยงทาส
กฏเกณฑ์ของพระเจ้า เข้มงวด ยุติธรรม แต่ก็เปี่ยมไปด้วยพระเมตตา

3. พวกทหารทำตามคำสั่งของพระเจ้าไปออกรบจนได้ชัยชนะกลับมา พร้อมได้ของริบมากมาย ถือเป็นผลงานยิ่งใหญ่
แต่พระเจ้ายังคงให้พวกเขา รักษากฏเกณฑ์เรื่องมลทินจากการแตะต้องศพ
พวกเขายังคงต้องกักตัวนอกค่าย 7 วัน และทำการชำระมลทิน

ไม่ว่าเราจะประสบความสำเร็จในการรับใช้พระเจ้ายิ่งใหญ่สักเพียงใดก็ตาม
ก็ไม่สามารถนำมาเป็นเงื่อนไข ผ่อนปรน ไม่ต้องปฏิบัติตามกฏเกณฑ์ของพระเจ้าได้

ไม่ว่าสำเร็จมากแค่ไหนก็ตาม ยังคงต้องรักษากฏเกณฑ์ของพระเจ้า

4. พระเจ้าสั่งให้ทหารที่ได้ของริบมา นำของบางส่วนมาถวายแด่พระเจ้า
เพื่อให้พวกเขาระลึกว่า ความสำเร็จของพวกเขานี้ ได้มาจากพระเจ้า
แต่เนื่องจากพระเจ้าผู้เป็นเจ้าของสรรพสิ่ง ไม่จำเป็นต้องรับสิ่งใดจากพวกเขา
พระองค์จึงสั่งให้พวกเขา มอบแด่ผู้รับใช้พระเจ้า อย่างปุโรหิตและเลวี ผู้ปรนนิบัติรับใช้พระองค์แทน

การถวายแด่พระเจ้า เป็นการประกาศว่า ความสำเร็จหรือสิ่งที่เราได้รับมานี้ เป็นเพราะการอวยพรจากพระเจ้า

คำคม

“ พระเจ้าสุดหวงแหน ลูกของพระองค์อย่างเราทั้งหลาย ”

สรุป กันดารวิถี 30

ภาพรวม

  • โมเสสสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับการที่คนอิสราเอลต้องรักษาคำสาบานหรือคำสัญญา ทั้งชายและหญิง

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers30-86166

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 30 เมื่อโมเสสย้ำคนอิสราเอลเกี่ยวกับการถวายเครื่องบูชาตามเทศกาลต่างๆแล้ว

โมเสส​ก็ย้ำบรรดา​หัว​หน้า​เผ่า​ของ​คน​อิส​รา​เอล​ เกี่ยวกับการสาบานว่า

สำหรับผู้ชาย
เมื่อ​ชาย​คน​ไหน​บน​ไว้​กับ​พระ​เจ้า หรือ​สา​บาน​ผูก​มัด​ตัว​เอง​ด้วย​คำ​สัญ​ญา​อย่าง​ใด​อย่าง​หนึ่ง
ก็​อย่า​ให้​เขา​เสีย​วาจา
เขา​จะ​ต้อง​ทำ​ตาม​คำพูด​ทุก​คำของ​เขา

สำหรับผู้หญิง
​เมื่อ​หญิง​คน​ไหน​บน​ไว้​กับ​พระ​เจ้า และ​ผูก​มัด​ตัว​เอง​ไว้​ด้วย​คำ​สัญ​ญา​อย่าง​ใด​อย่าง​หนึ่ง
– ถ้าพ่อ​หรือสามี(กรณีที่เธอแต่งงานแล้ว)ได้​ยิน​คำ​ที่​เธอ​บนหรือสัญญาอะไร​ไว้ แล้วเขาไม่​ได้​พูด​อะไร​กับ​เธอ
ก็​ให้​คำ​ที่​บน​หรือคำสัญญา​นั้น​คง​อยู่
– แต่​ถ้าพ่อ​หรือสามี(กรณีที่เธอแต่งงานแล้ว) คัด​ค้าน​ใน​วัน​ที่​เขา​ได้​ยิน
คำบน​และ​คำ​สัญ​ญา​ทั้งหมด ​ก็​จะ​เป็น​โมฆะ และ​พระ​เจ้าจะ​ทรง​ให้​อภัย​เธอ เพราะพ่อ​หรือสามีของ​เธอ​คัด​ค้าน​เธอ​ไว้

– หากเธอเป็น​แม่​ม่าย​หรือ​หญิงที่​หย่า​ร้าง​
คำบนหรือคำสัญญา ย่อม​ผูก​มัด​ตัว​นางไว้ จนกว่าจะทำตามคำบนหรือคำสัญญานั้น

– กรณีที่หญิงที่แต่งงานแล้ว สามีได้ยินคำบนหรือคำสัญญาของเธอ แล้วไม่ได้ทักท้วงอะไร
แต่ต่อมาสามีเปลี่ยนใจ แล้วทำให้เธอผิดคำบนหรือคำสัญญา
เขา​จะ​ต้อง​รับ​ความ​ผิด​แทน​เธอ

1. คำบนบาน คำสาบาน หรือข้อผูกมัดต่างๆ ของผู้หญิงสามารถถูกยกเลิกได้ ด้วยพ่อหรือสามีของเธอ

คริสตจักรเป็นเจ้าสาวของพระคริสต์ เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซูเป็นส่วนหนึ่งในคริสตจักร
ด้วยกฏใน กดว.30 นี้ โดยทางพระเยซูคริสต์ เราจึงสามารถพ้นจาก คำบนบานใดๆในอดีต พ้นจากคำแช่งสาปอดีต พ้นจากกฏแห่งธรรมบัญญัติที่ผูกมัดเราในอดีต ได้อย่างสิ้นเชิง

เหมือนใน รม. 7:6 ที่เกล่าวว่า “แต่​เดี๋ยว​นี้​เรา​ได้​พ้น​จาก​ธรรม​บัญ​ญัติ คือ​ได้​ตาย​จาก​ธรรม​บัญ​ญัติ​ที่​เคย​ผูก​มัด​เรา​ไว้ …”
และ ใน คส. 2:14 ​”พระ​องค์​ทรง​ฉีก​กรมธรรม์​ซึ่ง​ได้​ผูกมัด​เรา​ด้วย​บัญญัติ​ต่างๆ ซึ่ง​ขัดขวาง​เรา และ​ได้​ทรง​หยิบ​เอา​ไป​เสีย​ให้​พ้น​โดย​ทรง​ตรึง​ไว้​ที่​กางเขน”

ขอบคุณพระเยซู
โดยทางพระเยซูคริสต์ เราจึงพบกับเสรีภาพที่แท้จริง

2. หญิงม่าย หรือ หญิงที่หย่าจากสามี จะไม่มีใครยกเลิกคำบนบานของเธอได้
เหมือนคนที่ไม่มีพระคริสต์ คนที่ปฏิเสธพระคริสต์ จะไม่มีใครที่จะสามารถช่วยเขาได้

คำคม

“ คำแช่งสาปทุกอย่างไม่มีผลต่อคนทั้งหลายที่อยู่ในพระเยซูคริสต์ ”

สรุป กันดารวิถี 29

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งโมเสสให้ย้ำคนอิสราเอลให้ทำการถวายเครื่องบูชาในเทศกาลและวันสำคัญต่างๆ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers29-86070

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 29 นอกจากพระเจ้าจะให้โมเสสย้ำคนอิสราเอลเรื่องการถวายเครื่องบูชาประจำวัน เครื่องบูชาวันสะบาโต เครื่องบูชาทุกต้นเดือน เครื่องบูชา​เทศ​กาล​ปัสกา และเครื่อง​บูชา​ใน​เทศ​กาล​สัปดาห์ พระองค์ยังสั่งในเรื่องต่อไปนี้อีกด้วย

การ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ใน​เทศ​กาล​เป่าแตร
ใน​วัน​ที่​ 1 เดือน​ที่ ​7 เป็น​วัน​เทศ​กาล​เป่าแตร
ให้ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว ได้แก่
– ​โค​หนุ่ม​ 1​ตัว
– แกะ​ผู้​ 1ตัว
– ​ลูก​แกะ​ผู้​ 1 ​ปี​ ที่​ไม่​มี​ตำ​หนิ​ 7​ตัว
– แป้ง​อย่าง​ดี ​เคล้า​น้ำ​มัน​ 3 , 2 และ 7 กิโล​กรัม เป็น​ธัญ​บูชา​สำหรับ​โค​ 1​ตัว , แกะ​ผู้​ 1​ตัว และ ลูก​แกะ7​ตัว ตามลำดับ
– แพะผู้ 1ตัว ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป​
การถวาย​เครื่อง​บูชา​เหล่า​นี้​ ให้ทำเพิ่ม​จาก​เครื่อง​เผา​บูชา​ตาม​ปกติ​ใน​วัน​ต้น​เดือน และเครื่อง​เผา​บูชา​ประจำวัน​

การ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ใน​วัน​ลบ​มล​ทิน
ใน​วัน​ที่ 10​ เดือน​ที่​ 7 เป็นวันลบมลทินบาป
ให้​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว เหมือนอย่างวันเทศกาลเป่าแตร

การ​ถวาย​เครื่องบูชา​ใน​เทศ​กาล​อยู่​เพิง
ใน​วัน​ที่ 15 ​เดือน​ที่ 7 เป็นเทศกาลอยู่เพิง
ให้​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว ได้แก่
– ​โค​หนุ่ม​ 13​ตัว
– แกะ​ผู้​ 2ตัว
– ​ลูก​แกะ​ผู้​ 1 ​ปี​ ที่​ไม่​มี​ตำ​หนิ​ 14​ตัว
– แป้ง​อย่าง​ดี ​เคล้า​น้ำ​มัน​ 3 , 2 และ 7 กิโล​กรัม เป็น​ธัญ​บูชา​สำหรับ​โคแต่ละ​ตัว , แกะ​ผู้​แต่ละ​ตัว และ ลูก​แกะแต่ละ​ตัว ตามลำดับ
– แพะผู้ 1ตัว ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป​
การถวาย​เครื่อง​บูชา​เหล่า​นี้​ ให้ทำเพิ่ม​​​จาก​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​ที่ต้อง​ถวายประจำอยู่แล้ว

ในวันต่อๆมาให้ถวายแบบเดียวกัน แต่ให้ลดจำนวนโคหนุ่มลง วันละ 1 ตัว
จนถึงวันที่ 8 ให้​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว ตามจำนวนเหมือนอย่างวันเทศกาลเป่าแตร
การถวาย​เครื่อง​บูชา​เหล่า​นี้​ ให้ทำเพิ่ม​​​จาก​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​ที่ต้อง​ถวายประจำอยู่แล้ว

และให้การถวายเครื่องบูชาตามเทศกาลเหล่านี้แล้ว ให้คนอิสราเอลมีการถวาย​เครื่อง​บูชา​แก้​บน​ และ​เครื่อง​บูชา​ที่​ถวาย​ด้วย​ความ​สมัคร​ใจ​
โดยถวาย​เป็น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว เครื่อง​ธัญ​บูชา เครื่อง​ดื่ม​บูชา และ​เครื่อง​ศานติ​บูชา ตามกฏเกณฑ์ที่พระเจ้าได้ตรัสสั่งไว้ด้วย

1. ในวัน​เทศ​กาล​เป่าแตร หรือวันปีใหม่ของยิว , วันลบล้างบาป และวันเทศกาลอยู่เพิง สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในวันสำคัญเหล่านี้ คือการถวายเครื่องบูชา
เพราะการถวายเครื่องบูชาบนโลกนี้เป็นเงาของ การถวายเครื่องบูชาบนสวรรค์ของพระเยซู ที่ทรงกระทำเพื่อเรา
ดังที่กล่าวไว้ใน ฮบ. 8:5 “ปุโร​หิต​เหล่า​นั้น​ปฏิ​บัติ​กิจ​ใน​พลับ​พลา ที่​เป็น​แต่​แบบ​จำ​ลอง​และ​เงา​ของ​สิ่ง​ที่​อยู่​ใน​สวรรค์ …” 
สิ่งที่พระเยซูทรงกระทำเพื่อเราในสวรรค์ คือ การถวายพระองค์เองเป็นเครื่องบูชาลบล้างบาปของเรา
ด้วยเหตุนี้ในทุกงานสำคัญๆ และในทุกวัน พระเจ้าจึ้งสั่งให้คนอิสราเอลถวายเครื่องบูชาอยู่เสมอ

เราควรระลึกถึงสิ่งที่พระเยซูทรงกระทำเพื่อเราอยู่เสมอ

คำคม

“ จงระลึกความรักของพระเยซูอยู่เสมอ ”

สรุป กันดารวิถี 28

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้โมเสสย้ำเตือนคนอิสราเอล เกี่ยวการถวายบูชาต่างๆที่พวกเขาต้องถวายแด่พระเจ้าอย่างต่อเนื่อง

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers28-85933

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 28 เมื่อพระเจ้าได้บอกโมเสสว่าเขากำลังจะจากโลกนี้ไป และพระองค์ได้ทรงเลือกโยชูวาที่จะมาทำหน้าที่แทนโมเสสแล้ว

พระเจ้าก็​ตรัส​กับ​โมเสส​ ให้สั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับการถวายเครื่องบูชาดังนี้
– ของ​ที่ถวาย​บูชา​ เปรียบเสมือน อา​หาร​ของพระเจ้า หมายถึง เป็นสิ่งที่ทำให้พระเจ้าพอพระทัย
ดังนั้นพวกเขาต้อง​เอา​ใจ​ใส่​ที่​จะ​ถวาย​บูชา​แด่พระเจ้า​ตาม​เวลาที่กำหนด​

การ​ถวาย​บูชา​ประ​จำ​วัน
ให้เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​ที่​ถวาย​ต่อ​เนื่อง​ทุกๆ วัน ได้แก่​
– ลูก​แกะ​ผู้​อายุ 1​ปี ไม่​มี​ตำ​หนิ​ 1ตัว
– ​แป้ง​อย่าง​ดี​ 1​กิโล​กรัม ​เคล้า​กับ​น้ำ​มัน​ 1​ลิตร ​เป็น​ธัญ​บูชา
– ​เครื่อง​ดื่ม​บูชา 1 ​ลิตร​
โดยถวายเช่นนี้ เวลาเช้า 1 ครั้ง และ เย็น 1 ครั้ง

การ​ถวาย​บูชา​ใน​วัน​สะ​บา​โต
​ในทุก​วัน​สะ​บา​โตให้ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว ​ได้​แก่
– ​ลูก​แกะตัว​ผู้​ ที่​ไม่​มี​ตำ​หนิ อายุ​ 1ปี​ 2ตัว​
– ​แป้ง​อย่าง​ดี 2 กิโล​กรัม​เคล้า​กับ​น้ำ​มัน ​เป็น​ธัญ​บูชา
– เครื่อง​ดื่ม​บูชา​ที่​คู่​กัน

การ​ถวาย​บูชา​ใน​วัน​ต้น​เดือน​
ในทุก​วัน​ต้น​เดือน ให้ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​ ได้แก่
– ​โค​หนุ่ม​ 2​ตัว
– แกะ​ผู้​ 1ตัว
– ​ลูก​แกะ​ผู้​ 1 ​ปี​ ที่​ไม่​มี​ตำ​หนิ​ 7​ตัว
– แป้ง​อย่าง​ดี ​เคล้า​น้ำ​มัน​ 6 , 2 และ 7 กิโล​กรัม เป็น​ธัญ​บูชา​สำหรับ​โค​ 2ตัว , แกะ​ผู้​ 1​ตัว และ ลูก​แกะ7​ตัว ตามลำดับ
– ​เครื่อง​ดื่ม​บูชา​ ใช้​เหล้า​องุ่น 4 , 1.5 และ 7 ลิตร ​สำหรับ​โค​ผู้​ 2ตัว , ​แกะ​ผู้​ 1 ตัว และ​ลูก​แกะ 7 ​ตัว ตามลำดับ
– แพะผู้ 1ตัว ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป​

การ​ถวาย​บูชา​ใน​เทศ​กาล​ปัสกา
ใน​วัน​ที่ 14 ​ของ​เดือน​ที่ 1 ​เป็น​วันปัส​กา​แด่​พระ​เจ้า
และ​วัน​ที่ 15 ​ของ​เดือน​นี้ ​เป็น​เทศ​กาลไร้เชื้อ จง​รับ​ประ​ทาน​ขนม​ไร้​เชื้อ​ 7​วัน
ทั้ง 7 วันของเทศกาล ให้​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​ ได้แก่
– ​โค​หนุ่ม​ 2​ตัว
– แกะ​ผู้​ 1ตัว
– ลูก​แกะ​ผู้​อายุ​ 1 ​ปี​ 7​ตัว
– แป้ง​อย่าง​ดี ​เคล้า​น้ำ​มัน​ 6 , 2 และ 7 กิโล​กรัม เป็น​ธัญ​บูชา​สำหรับ​โค​ 2​ตัว , แกะ​ผู้​ 1​ตัว และ ลูก​แกะ7​ตัว ตามลำดับ
– ​แพะ​ผู้​ 1 ตัว​ ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป
แม้ถวาย​เครื่อง​บูชา​เหล่า​นี้แล้ว แต่ก็ยังคงต้องถวายเครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัวประจำวันตามปกติอีกด้วย

การ​ถวาย​บูชา​ใน​เทศ​กาล​สัปดาห์
ใน​วัน​ถวาย​ผล​รุ่น​แรก เมื่อ​นำธัญ​บูชา​ใหม่​มา​ถวาย​ใน​เทศ​กาล​สัป​ดาห์​นั้น ให้​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว ได้แก่
– ​โค​หนุ่ม​ 2ตัว
– แกะ​ผู้​ 1ตัว
– ลูก​แกะ​ผู้​อายุ​ 1 ​ปี​ 7​ตัว
– แป้ง​อย่าง​ดี ​เคล้า​น้ำ​มัน​ 6 , 2 และ 7 กิโล​กรัม เป็น​ธัญ​บูชา​สำหรับ​โค​ 2​ตัว , แกะ​ผู้​ 1​ตัว และ ลูก​แกะ7​ตัว ตามลำดับ
– ​แพะ​ผู้​ 1ตัว​ สำหรับ​ลบ​มล​ทิน​ของ​พวก​เจ้า
แม้ถวาย​เครื่อง​บูชา​เหล่า​นี้แล้ว แต่ก็ยังคงต้องถวายเครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัวประจำวันตามปกติอีกด้วย

1. ในบทนี้พระเจ้าตรัสว่า ของถวายบูชานั้น เป็นเสมือน อาหารของพระเจ้า
พระเจ้าไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหาร แต่เป็นภาพเปรียบเทียบว่า
สิ่งที่คนอิสราเอลกระทำแด่พระเจ้าอย่างจริงใจนั้น จะเป็นเหมือนกับคนที่ปรุงอาหารอย่างสุดกำลังเพื่อคนที่เขารัก ซึ่งสิ่งนั้นย่อมเป็นสิ่งที่ทำให้คนที่เรารักนั้นชื่นใจและพอใจอย่างยิ่ง

สิ่งใดก็ตามที่เราทำถวายแด่พระเจ้า จงทำด้วยสุดใจ
เพราะสิ่งเหล่านั้นสำหรับพระเจ้า มีค่ามากยิ่ง เนื่องจากเราผู้ที่พระองค์ทรงรักได้กระทำบางอย่างแด่พระองค์

วันนี้สิ่งที่เราทำแด่พระเจ้านั้น เราสามารถทำได้ดีกว่านี้อีกหรือไม่?

2. หลังจากที่พระเจ้าบอกโมเสสว่า เขากำลังจะจากโลกนี้ไป
มาถึงบทนี้พระเจ้าจึงบอกโมเสส ให้ย้ำแก่คนอิสราเอลเรื่องการถวายบูชาแด่พระเจ้า
แสดงว่า การถวายบูชาแด่พระเจ้า เป็นสิ่งสำคัญมากในสายพระเนตรของพระเจ้า
เพราะว่านั่นเป็นการที่คนอิสราเอลจะเข้าหาพระเจ้าและมีความสัมพันธ์กับพระองค์ในช่วงเวลานั้น

สำหรับพระเจ้าแล้ว ดูเหมือนการที่เราผู้ที่พระองค์ทรงรักนั้น จะเข้ามามีความสัมพันธ์กับพระองค์ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
วันนี้ เราได้ให้เวลาและความตั้งใจมากเพียงใด ในการเฝ้าพระเจ้าในแต่ละวันของชีวิต
พระองค์กำลังเฝ้ารอให้เราเข้ามามีความสัมพันธ์กับพระองค์อยู่เสมอ

คำคม

“ ความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า มีค่ายิ่งในสายพระเนตรของพระองค์ผู้ทรงรักเราอย่างที่สุด ”

สรุป กันดารวิถี 27

ภาพรวม

  • บุตรสาวของของ​เศ​โล​เฟ​หัด ได้มาร้องเรียนต่อโมเสส ขอส่วนแบ่งในมรดกที่ดินที่เป็นของบิดาผู้ล่วงลับ
    และพระเจ้าทรงบอกโมเสสถึงเรื่องการจากโลกนี้ไปของโมเสสที่กำลังจะมาถึง

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers27-85812

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 27 หลังจากที่โมเสสและเอเลอาซาร์ ได้นับประชากรตามคำสั่งของพระเจ้าแล้ว

บุตร​หญิง​​ของ​เศ​โล​เฟ​หัด​ เผ่า​มนัส​เสห์ ได้แก่ มา​ลาห์ โน​อาห์ โฮก​ลาห์ มิล​คาห์ และ​ทีร​ซาห์ ได้ มา​เข้า​พบ โมเสส​และ​เอ​เล​อา​ซาร์​ปุโร​หิต กล่าว​ว่า
พ่อ​ของ​พวกเธอ​ตาย​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร และ​ท่าน​ไม่​มี​ลูก​ชาย
ทำไม​จึง​ลบ​ชื่อ​พ่อ​ของ​เธอ​จาก​ตระ​กูล​ ​เพราะ​เหตุ​ที่​ท่าน​ไม่​มี​ลูก​ชาย?
ขอ​โปรด​ให้​มรดก​แก่พวกเธอ ท่ามกลางพี่น้อง​ของพ่อด้วย

โมเสส​จึง​นำ​เรื่อง​นี้ไปทูลถามพระ​เจ้า
พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
​ให้​มอบกรรม​สิทธิ์​ที่​ดิน​เป็น​มรดก​แก่พวกเธอ ​ท่าม​กลาง​พี่​น้องของพ่อ​ของ​พวกเธอ และ​ให้​มรดก​ของ​พ่อตก​ทอด​มา​ถึง​พวกเธอ

จากนี้ไป ถ้า​ชาย​คน​หนึ่ง​ตาย​
-​ไม่​มี​บุตร​ชาย
ก็​ให้​มร​ดก​ของ​เขา​ตก​ทอด​ไป​ยัง​บุตร​หญิง​ของ​เขา
– ถ้า​เขา​ไม่​มี​บุตร​หญิง
ก็​ให้​มร​ดก​ของ​เขา​แก่​พี่​น้อง​ของ​เขา
– ถ้า​เขา​ไม่​มี​พี่​น้อง
ก็​ให้​มร​ดก​ของ​เขา​แก่​พี่​น้อง​บิดา​ของ​เขา
– ถ้า​บิดา​ของ​เขา​ไม่​มี​พี่​น้อง
ก็​ให้​มร​ดก​แก่​ญาติ​ที่​ถัด​จาก​เขา​ไป​ใน​ตระ​กูล​ของ​เขา

แล้วพระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ให้ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​อา​บา​ริม​ แล้ว​มอง​ดู​แผ่น​ดินคานาอัน
แล้ว โมเสสก็​จะ​จาก​​โลกนี้ไป เหมือน​อย่าง​อาโรน
โมเสสจะไม่ได้เข้าไปในแผ่นดินนั้น
เพราะ​ว่า​โมเสสและอาโรน ​กบฏ​ต่อ​ถ้อย​คำ​ของ​พระเจ้า ​ที่เมรี​บาห์​

โมเสส​จึงทูล​พระเจ้า​ว่า
ขอทรง​แต่ง​ตั้ง​ชาย​คน​หนึ่ง​ให้ทำหน้าที่แทนโมเสส​ เพื่อ​ว่า​ชุม​นุม​ชน​ของ​พระเจ้าจะ​ไม่​เป็น​ดุจ​ฝูง​แกะ​ที่​ปราศ​จาก​ผู้​เลี้ยง
และ​พระเจ้าจึงให้โมเสส​เรียกโย​ชู​วา​มา​ยืน​ต่อ​หน้า​เอ​เล​อา​ซาร์​ปุโร​หิต​และ​ต่อ​หน้า​ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด แล้ว​วาง​มือ​​บน​เขา
แล้วมอบ​อำนาจ​ของ​โมเสส​แก่​เขา เพื่อ​ให้​ชุม​นุม​ชน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมดจะ​เชื่อ​ฟัง​เขา

แล้ว​โมเสส​ก็​ทำ​ตาม​ทุกสิ่งที่​พระ​เจ้าทรง​บัญชา​เขา

1. ตาม​ปกติแล้ว ​มรดก​ที่​ดิน​จะ​สืบ​ทอด​จาก​บิดา​ถึง​บุตร​ชาย แต่ เศโลเฟ​หัดไม่​มี​บุตร​ชาย มี​แต่​บุตร​สาว​ 5 คน พวกเธอจึง​มา​ร้อง​เรียน​เพื่อ​ขอ​สิทธิ์​รับ​มรดก​ที่​ดินในสิทธิ์​บิดาผู้ล่วงลับ

เมื่อพวกเธอกล้าขอ พระเจ้าก็พร้อมที่จะประทานให้
พระเจ้าไม่ได้ประทานแค่ตามที่พวกเธอขอเท่านั้น แต่ประทานมากยิ่งกว่านั้นอีก
คือจากนี้ไป ชายคนใดไม่มีบุตรชาย ก็ยังมีอีกหลายทอดที่จะรับมรดกของเขาได้

ให้เรามีใจกล้าที่จะเข้ามา ร้องทูลขอต่อพระเจ้า ผู้ทรงเมตตา พระองค์จะทรงโปรดประทานให้มากยิ่งกว่าที่เราทูลขอเสียอีก
เหมือนใน อฟ. 3:20 ที่กล่าวว่า “ขอ​ให้​พระ​เกียรติ​มี​แด่​พระ​องค์​ผู้​ทรง​สา​มารถ​ทำ​ทุก​สิ่ง​ได้​มาก​ยิ่ง​กว่า​ที่​เรา​ทูล​ขอ​หรือ​คิด โดย​ฤทธา​นุภาพ​ที่​ทำ​กิจ​อยู่​ภาย​ใน​เรา”

พระองค์ประทานให้มากกว่าที่เราทูลขอเสียอีก

2. เรื่องบุตรสาวของเศ​โล​เฟ​หัด น่าสนใจมาก
ขณะนั้นคนอิสราเอลยังอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ยังไม่ได้เข้าในแผ่นดินคานาอันเลย
จะเข้าได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ พวกเขาหลายคนคงลุ้นกันอยู่

แต่ผู้หญิงเหล่านั้น เชื่อมั่น ราวกับว่ามันได้เกิดขึ้นแล้ว
เดือดเนื้อร้อนใจ ว่า จะไม่ได้ที่ดินตามสิทธิ์ของพ่อผู้ล่วงลับ
จนพวกเธอต้องรวบรวมความกล้า ทำอะไรบางอย่าง
เนื่องจากผิดวิสัยที่สตรีจะมีปากมีเสียง ในข้อเสนอใดๆในชุมชนเวลานั้น

ทั้งหมดนี้ เกิดจากการที่พวกเธอเชื่อมั่นอย่างไม่สงสัยว่า
พระสัญญาของพระเจ้าจะเกิดขึ้นเป็นจริงอย่างแน่นอน

ผมเชื่อว่า นั่นเป็นอีกเหตุผลสำคัญ ที่พระเจ้าทรงสดับฟังคำเรียกร้องของพวกเธอ

วันนี้ สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ อาจจะยังไม่เกิดขึ้น
หรืออาจจะไม่มีวี่แวว ว่า จะเกิดขึ้นได้ด้วยซ้ำไป
แล้วเราจะมีท่าทีอย่างไรต่อพระสัญญานั้น
จงเรียนจากเหล่าบุตรสาวของเศ​โล​เฟ​หัดเถิด

3. พระเจ้าให้โมเสส ขึ้นไปบนภูเขา​อาบาริม เพื่อจะจากโลกนี้ไปที่นั่น เพราะภูเขา​อาบาริม​สามารถ​เห็น​แผ่นดิน​คานา​อัน​เกือบ​ทั้ง​หมด เป็น​เทือก​เขา​ที่​ตั้ง​อยู่​ใน​แผ่นดิน​โมอับ และ​อยู่​ทาง​ตะวันออก​เฉียงเหนือ​ของ​ทะเล​ตาย

แม้โมเสสจะไม่ได้เข้าในแผ่นดินคานาอัน เนื่องจากการทำผิดบางอย่างของเขา
แต่พระเจ้าผู้พิพากษาอันเที่ยงธรรม ก็เปี่ยมไปด้วยพระเมตตา
ทรงให้เขาได้เห็นดินแดนคานาอัน เพื่อเขาจะได้รู้ว่าพระเจ้าจะทรงรักษาสัญญา
สิ่งที่เขาทำมาตลอด 40 ปี จะไม่สูญเปล่าไป

สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาจะเกิดขึ้นเป็นจริงอย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าบางครั้งตัวเราเองจะอ่อนแอ หรือผิดพลาดพลั้งไปมากสักเพียงใดก็ตาม

4. บทเรียนสำคัญจากลักษณะชีวิตของโมเสส สุดยอดผู้นำ ที่ปรากฏในบทนี้ ได้แก่
ก.โมเสสพึ่งพาพระเจ้าอย่างถ่อมใจ
– เมื่อพวกผู้หญิงซึ่งไม่ค่อยมีความสำคัญเหล่านั้นมาร้องเรียนต่อโมเสส
แทนที่โมเสส ซึ่งยุ่งวุ่นวายมากมายอยู่แล้ว จะไล่ตะเพิดไป
โมเสสกลับฟังพวกเธอ แล้วนำเรื่องของพวกเธอมาถามพระเจ้า
– โมเสสมีอะไรก็ถามพระเจ้าก่อนเสมอ
ข. โมเสสยอมจำนนต่อน้ำพระทัยของพระเจ้า
– เมื่อพระเจ้าบอกว่า จะไม่ให้โมเสสเข้าแผ่นดินคานาอัน
โมเสสไม่เถียงหรือไม่ต่อรองสักคำเดียว
– โมเสสยอมรับการตัดสินของพระเจ้าเสมอ ถ้าพระเจ้าต้องการให้เป็นเช่นนั้น ขอให้เป็นไปตามนั้นเถิด
ค. โมเสสรักพระเจ้า สะท้อนออกมาเป็นรักประชากรของพระเจ้า
– เมื่อโมเสสกำลังจะหมดอำนาจลง เขาไม่หวงอำนาจเลย ยินดีเต็มใจปละปรารถนาให้พระเจ้า เลือกใครบางคนมาแทนเขา
เขาขอให้พระเจ้าเลือกคนมาแทนเขา ไม่ใช่เพื่อสิ่งที่เขาทำมามันจะได้คงอยู่สืบสานต่อไป
แต่ความสนใจของเขาอยู่ที่พระเจ้า
ที่เขาต้องการให้คนมาแทน ก็เพื่อประชาชนเหล่านี้ ซึ่งเป็นประชากรของพระเจ้า จะได้ไม่ปราศจากผู้เลี้ยง
เพราะเขารักพระเจ้า จึงสามารถรักประชาชนผู้ไม่น่ารักเหล่านี้ได้
– โมเสสรักคนของพระเจ้า เพราะเขารักพระเจ้า

ขอให้เราใช้ลักษณะชีวิตของโมเสสนี้ เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตติดตามพระเจ้าเถิด

คำคม

“ พระสัญญาของพระเจ้า จะสำเร็จแน่นอน ”

สรุป กันดารวิถี 26

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้โมเสสนับจำนวนประชากรอีกครั้ง ณ ที่​ราบ​โมอับ ริม​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​ตรง​ข้าม​เมือง​เย​รี​โค

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers26-85579

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 26 เมื่อบาลาคล่อลวงให้อิสราเอล กราบไหว้รูปเคารพ โดยพวกผู้หญิงที่เขาส่งมาให้ล่วงประเวณีกับคนอิสราเอล พระเจ้าจึงให้มีภัยพิบัติเกิดขึ้น จนคนอิสราเอลตายไป 24,000 คน

ภาย​หลัง​ภัย​พิบัติ ณ ที่​ราบ​โมอับ ริม​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​ตรง​ข้าม​เมือง​เย​รี​โค
พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส และ​เอ​เล​อา​ซาร์​ ปุโร​หิต​ ว่า
ให้ทำ​สำ​มะ​โน​ครัว​ชุมนุม​ชน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด ​ที่​มี​อายุ​ตั้ง​แต่​ 20 ปี ​ขึ้น​ไป​ ตาม​ตระกูลของ​เขา
โมเสสก็ทำตาม นับประชาชนได้ จำนวน ดังนี้
1. เผ่ารูเบน ​มี​จำนวน 43,730 คน ได้แก่
1.1 ​ตระ​กูล​ฮาโนค
1.2 ตระ​กูล​ปัลลู ได้แก่
1.2.1 เอ​ลี​อับ มีบุตรชื่อ
1.2.1.1 เนมู​เอล
1.2.1.2 ดา​ธาน
1.2.1.3 ​อา​บี​รัม
1.3 ตระ​กูล​เฮส​โรน
1.4 ​ตระ​กูล​คารมี

2. เผ่า​สิ​เม​โอน​ มี​จำนวน 22,200 คน
2.1 ​ตระ​กูล​เนมู​เอล
2.2 ​ตระ​กูล​ยา​มีน
2.3 ​ตระ​กูล​ยา​คีน
2.4 ​ตระ​กูล​เศ-ราห์
2.5 ตระ​กูล​ชา​อูล
3. เผ่ากาด​ ​มี​จำนวน 40,500 คน
3.1 ตระ​กูล​เศ​โฟน
3.2 ตระ​กูล​ฮักกี
3.3 ตระ​กูล​ชูนี
3.4 ​ตระ​กูล​โอสนี
3.5 ตระ​กูล​เอรี
3.6 ตระ​กูล​อาโรด
3.7 ​ตระ​กูล​อา​เร​ลี
4. เผ่ายูดาห์ ​มี​จำนวน 76,500 คน
4.1 ​ตระ​กูล​เชลาห์
4.2 ตระ​กูล​เป​เรศ ได้แก่
4.2.1 ​ตระ​กูล​เฮส​โรน
4.2.2 ตระ​กูล​ฮา​มูล
4.3 ตระ​กูล​เศ-ราห์
5. เผ่า​อิส​สา​คาร์​ มี​จำนวน 64,300 คน
5.1 ​ตระ​กูล​โท​ลา
5.2 ​ตระ​กูล​ปูวาห์
5.3 ตระ​กูล​ยา​ชูบ
5.4 ​ตระ​กูล​ชิม​โรน
6. เผ่าเศ​บู​ลุน มี​จำนวน 60,500 คน
6.1 ​ตระ​กูล​เส​เรด
6.2 ตระ​กูล​เอ​โลน
6.3 ​ตระ​กูล​ยา​เล​เอล
7. เผ่ามนัส​เสห์ มี​จำนวน 52,700 คน
7.1 ตระ​กูล​มาคีร์ ได้แก่
7.1.1 ตระ​กูล​กิ​เล​อาด ได้แก่
7.1.1.1 ​ตระ​กูล​อีเย​เซอร์
7.1.1.2 ​ตระ​กูล​เฮเลค
7.2 ​ตระ​กูล​อัส​รี​เอล
7.3 ตระ​กูล​เช​เคม
7.4 ​ตระ​กูล​เช​มิ​ดา
7.5 ตระ​กูล​เฮ​เฟอร์
8. เผ่า​เอฟ​รา​อิม​ มี​จำนวน 32,500 คน
8.1 ตระ​กูล​ชู​เธ​ลาห์ ได้แก่
8.1.1 ​ตระ​กูล​เอ​ราน
8.2 ตระ​กูล​เบ​เคอร์
8.3 ​ตระ​กูล​ทา​หาน
9. เผ่าเบน​ยา​มิน​ มี​จำนวน 45,600 คน
9.1 ตระ​กูล​เบ-ลา ได้แก่
9.1.1 ตระ​กูล​อาร์ด
9.1.2 ​ตระ​กูล​นา​อา​มาน
9.2 ​ตระ​กูล​อัช​เบล
9.3 ตระ​กูล​อา​หิ​รัม
9.4 ตระ​กูล​เช​ฟู​ฟาม
9.5 ตระ​กูล​หุฟาม
10. เผ่าดาน​ มี​จำนวน 64,400 คน
10.1 ​ตระ​กูล​ชู​ฮัม นี่​คือ​ตระ​กูล​ของ​ดาน​ตาม​ตระ​กูล​ของ​เขา
11. เผ่า​อา​เชอร์​ ​มี​จำนวน 53,400 คน
11.1 ตระ​กูล​อิม​นาห์
11.2 ตระ​กูล​อิช​วี
11.3 ​ตระ​กูล​เบรี​ยาห์ ได้แก่
11.3.1 ตระ​กูล​เฮ​เบอร์
11.3.2 ​ตระ​กูล​มัล​คี​เอล
12. เผ่า​นัฟ​ทาลี​ มี​จำนวน 45,400 คน
12.1 ตระ​กูล​ยา​เซ​เอล
12.2 ตระ​กูล​กูนี
12.3 ตระ​กูล​เย​เซอร์
12.4 ​ตระ​กูล​ชิล​เลม
รวมจำนวน​ของ​คน​อิส​รา​เอล ที่สามารถออกรบได้ 601,730 คน

พระเจ้าทรงสั่งให้โมเสส​แบ่ง​แผ่น​ดิน​คานาอัน ​เป็น​มรดก​แก่​คน​เหล่า​นี้​ตาม​จำนวน​ราย​ชื่อ
มรดก​ก้อน​ใหญ่​แก่​เผ่า​ใหญ่ และ​มรดก​ก้อน​เล็ก​แก่​เผ่า​เล็ก
แต่​ให้​แบ่ง​แผ่น​ดิน​ด้วย​การ​จับ​ฉลาก

สำหรับคน​เลวี นับชายตั้งแต่อายุ 1 เดือนขึ้นไป ​มี​จำนวน 23,000 คนได้แก่
1. ตระ​กูล​เกอร์​โชน ได้แก่
1.1 ตระ​กูล​ลิบนี
2. ตระ​กูล​โค​ฮาท
2.1 ​ตระกูลอัมราม อัมรามมีภรรยาชื่อ โยเคเบด มีบุตร 3 คน ได้แก่
2.1.1 มิเรียม
2.1.2 อาโรน อาโรนมีบุตร ได้แก่
2.1.2.1 นาดับ
2.1.2.1 อาบีฮู
2.1.2.1 เอเลอาซาร์
2.1.2.1 อิธามาร์
2.1.3 โมเสส
2.2 ตระ​กูล​เฮ​โบรน
2.3 ตระกูลโคราห์
3. ตระ​กูล​เมรารี
3.1 ตระ​กูล​มาลี
3.2 ​ตระ​กูล​มูชี
คนเลวีไม่​ได้​นับ​พวก​เขา​รวม​ไว้​กับ​คน​อิส​รา​เอล เพราะ​เขา​ไม่​ได้​รับ​มรดก​ท่าม​กลาง​คน​อิส​รา​เอล

​คน​อิส​รา​เอล ณ ที่​ โมเสส​และ​เอ​เล​อาซาร์​ นับในครั้งนี้ ไม่​มี​ผู้​ชาย​แม้​แต่​คน​เดียว​ที่​ถูกนับ เมื่อโมเสส​และ​อาโรน​​นับคราวก่อน ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ซีนาย
เพราะ​พระ​เจ้าได้ตรัสว่า เขา​ทั้ง​หลาย​จะ​ต้อง​ตาย​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​แน่ และ​ไม่​มี​ผู้​ชาย​แม้​แต่​คน​เดียว​ที่​เหลือ​อยู่ นอก​จาก​คาเลบ​ ​และ​โย​ชู​วา

1. จำนวนคนอิสราเอลที่นับได้ในครั้งนี้คือ 601,730 คน ส่วนจำนวนที่นับได้ครั้งก่อนเมื่อราว 40 ปีก่อน คือ 603,550 คน ต่างกันเพียง 1,820 คน ซึ่งถือว่า ต่างกันน้อยมาก
คนอิสราเอลไม่ได้เข้าแผ่นดินคานาอัน เมื่อ 40 ปี ไม่ใช่เพราะว่ากองทัพของพวกเขามีจำนวนน้อยเกินไป จึงต้องรอให้จำนวนทหารเพิ่มขึ้นมากๆก่อน

การนับจำนวนครั้งนี้ ทำให้เห็นว่า ด้วยจำนวนทหารที่พอๆกับเมื่อ 40 ปีที่แล้วนี่แหละ
พระเจ้าทรงสามารถนำพวกเขาเข้ายึดครองแผ่นดินคานาอันได้

ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถหรือพลกำลังของเรา
แต่ขึ้นอยู่กับพระประสงค์ของพระเจ้า
ถ้าพระเจ้าจะให้มันสำเร็จ มันย่อมสำเร็จแน่
แต่ถ้าพระเจ้ายังไม่ให้มันสำเร็จ ก็คงไม่ใช่ธุระอะไรของเรา
แค่เรารอคอยพระเจ้าอย่างวางใจ นั่นก็เพียงพอแล้ว

2. การนับครั้งนี้ทำให้เห็นว่า ถ้อยคำของพระเจ้าเป็นความจริง
ชายที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป เมื่อ 40 ปีก่อน ตายหมดแล้ว เหลือแต่โยชูวา กับคาเลบ และโมเสส

สิ่งที่พระเจ้าตรัสจะเกิดขึ้นเป็นจริงเสมอ
ความจริงในเรื่องนี้ เป็นจริงมาตลอดประวัติศาสตร์ของโลก
วันนี้ เราสนใจ เอาใจใส่ คำตรัสของพระเจ้าในพระวจนะของพระองค์มากเพียงใด?

3. เมื่อเปรียบเทียบ บทนี้ กับรายชื่อลูกหลานของอิสราเอล ใน ปฐก. 46:9-24 จะพบเรื่องน่าเศร้าก็คือว่า
มีหลานบางคนของอิสราเอล สิ้นตระกูลไปแล้ว เช่น ลูกของ​สิ​เม​โอน ชื่อ โอ​หาด หรือ ลูกของยู​ดาห์​ ชื่อ เอร์ และโอ​นัน และลูกของเบนยามินอีกบางคน

โอหาด และ ลูกเบนยามินบางคน พระคัมภีร์ไม่ได้อธิบายเรื่องของพวกเขาเอาไว้
แต่ เอร์ และ โอนัน ตายเพราะทำชั่วในสายพระเนตรของพระเจ้า

การที่ตระกูลของอิสราเอล หลายตระกูลยังคงมีอยู่จนถึง วันที่นับประชากรครั้งนี้
แท้จริงแล้วเป็นพระคุณของพระเจ้า
ถ้าเพียงแต่พระเจ้าตัดบรรพบุรุษของพวกเขาบางคนออกไป
คงจะมีอีกหลายตระกูลที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อของคนอิสราเอลในเวลานั้นแล้ว

การที่เรามีวันนี้ได้ เป็นพระคุณของพระเจ้า
ที่ให้บรรพบุรุษของเรา ได้มีลูกหลานจนมาถึงเราในทุกวันนี้

ที่เรายังมีตัวตนในทุกวันนี้ เป็นพระคุณพระเจ้า

คำคม

“ สิ่งที่พระเจ้าตรัส จะต้องเกิดขึ้นเป็นจริงเสมอ ”

สรุป กันดารวิถี 25

ภาพรวม

  • บาลาคให้แผนใหม่ในการทำลายอิสราเอล ด้วยการล่อลวงให้พวกเขาละทิ้งพระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers25-85439

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 25 เมื่อกษัตริย์บาลาคแห่งโมอับ และคนมีเดียน ใช้แผนเชิญบาลาอัมมาแช่งคนอิสราเอล แต่ไม่สำเร็จกลับกลายเป็นการอวยพรอิสราเอลแทน บาลาคจึงใช้แผนใหม่แทน

เมื่อ​อิส​รา​เอล​พัก​อยู่​ใน​เมือง​ชิท​ธีม ซึ่งเป็น​เมือง​ที่​ตั้ง​อยู่​ตรง​ข้าม​เมือง​เยรีโค ​ใกล้​แม่น้ำ​จอร์แดน​ฟาก​ตะวันออก
ประ​ชา​ชน​ก็​เริ่มล่วงประเวณี​กับ​หญิง​ชาว​โมอับ
แล้วหญิง​พวก​นี้​ก็​ชวน​ประ​ชา​ชน​ให้​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ต่อ​พระ​บา​อัล​แห่ง​เป​โอร์
พระเจ้าจึงทรง​พระ​พิโรธ​ต่อ​คน​อิส​รา​เอล

พระเจ้าสั่งให้​โมเสส​ ฆ่าหัว​หน้า​ทั้ง​หมด​ของ​ประ​ชา​ชน​และ​ตาก​แดด​ไว้​
​โมเสส​ จึงสั่งให้ฆ่า​ทุก​คนที่​เข้า​ถือ​พระ​บา​อัล​แห่ง​เป​โอร์​เสีย

แล้วก็มีภัยพิบัติเกิดขึ้น
​คนอิสราเอล​ก็​ร้อง​ไห้​ ขอพระเมตตาจากพระเจ้า อยู่​ที่​ประตู​พลับพลา
แล้วศิม​รี ลูกชายของผู้​นำ​คน​หนึ่ง​ใน​เผ่า​สิ​เม​โอน ​พา​หญิง​มีเดียน​คน​หนึ่ง ชื่อคอสบี​ ​ลูกสาวของผู้​นำ​คน​หนึ่ง​ใน​มีเดียน ​เข้า​มา​ในเต็นท์เพื่อหลับนอนกัน โดยไม่สนใจ​สิ่งที่โมเสส และ​​ชุมนุม​ชน​ทั้ง​หมด กำลังทำ

​ฟี​เน​หัส​บุตร​เอ​เล​อา​ซาร์ ​ปุโร​หิต​
จึงลุก​ขึ้น​ ตาม​หลังพวกสองคน​เข้า​ไป​ใน​เต็นท์ แล้วใช้หอก​แทง​เขา​ทั้ง​คู่​จน​ทะลุ และ​ภัย​พิบัติ​ใน​อิส​รา​เอล​ก็​หยุด

แต่​คน​ที่​ตาย​ด้วย​ภัย​พิบัติ​มี​ถึง 24,000 คน

พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ฟี​เน​หัส​ ​ได้​ยับ​ยั้ง​ความ​กริ้ว​ของพระเจ้า​ต่อ​คน​อิส​รา​เอล ใน​การ​ที่​เขา​หวง​แหน​ด้วย​ความ​หวง​แหน​ของพระเจ้า​ท่าม​กลาง​คนอิสราเอล
ดัง​นั้น​พระเจ้าจึงอวยพรเขาและเชื้อสายของเขา เป็น​พันธ​สัญ​ญา​ของ​ตำแหน่ง​ปุโร​หิต​อัน​ถาวร เพราะ​เขา​หวง​แหน​เพื่อ​พระ​เจ้า​ของ​เขา และ​ได้​ลบ​มล​ทิน​บาป​คน​อิส​รา​เอล

พระเจ้าสั่ง​โมเสส​ว่า
ให้ไปสู้รบและฆ่า​คน​มีเดียนเสีย
เพราะ​พวก​เขา​​ล่อ​ลวงคนอิสราเอล ใน​เรื่อง​บาอัลเป​โอร์ และ​เรื่อง​คอสบี

1. ใน วว. 2:14 ได้อธิบายเบื้องหลังเหตุการณ์นี้ไว้ว่า ​บา​ลา​อัม เป็นผู้​ซึ่ง​สอน​บา​ลาค​ให้​วางกับดักคนอิส​รา​เอล ด้วยการ​บูชา​รูป​เคารพ​และ​ล่วง​ประ​เวณี
เนื่องจากบาลาอัม สาปแช่งคนอิสราเอลไม่สำเร็จ
แต่ก่อนที่จะกลับบ้านไป ได้แนะนำวิธีทำลายอิสราเอลโดยไม่ต้องสาปแช่งก็ได้
ก็คือ ส่งผู้หญิงสวยๆเข้าไป ล่วงประเวณีกับชายอิสราเอล แล้วชักชวนพวกเขาให้ละทิ้งพระเจ้า หันมากราบไหว้รูปเคารพ

อันตรายที่มาจากภายนอก ยากนักที่จะทำร้ายชีวิตของเรา ผู้มีพระเจ้าคอยปกป้องได้
แต่อันตรายที่แท้จริงมาจากภายใน เมื่อมารสามารถหลอกให้เรา ละทิ้งพระองค์ ผู้ทรงปกป้องเรา เมื่อนั้นเราก็จะตกอยู่ในอันตรายจริงๆ

2. การ​นมัสการพระบาอัลแห่ง​เป​โอร์ หรือ พระเคโมช(กดว. 21:29) ​จะใช้​พิธี​กรรม​ที่​ชั่ว​ช้า​ลามก กระทำ​กัน​ที่​ภูเขา​เปโอร์

เมื่อเราเริ่มประนีประนอมกับบาปอย่างหนึ่ง โดยไม่ยอมกลับใจ มันจะชักนำบาปอีกหลายอย่างที่รุนแรงกว่าเดิม เข้ามาในชีวิต

3. การที่ฟีเนหัสหวง​แหน​ด้วย​ความ​หวง​แหน​ของพระเจ้า​ท่าม​กลาง​คนอิสราเอล ช่วยทำให้คนอิสราเอลรอดพ้นภัยพิบัติและนำพระพรมาสู่ชีวิตและเชื้อสายของเขา

การที่เราเชื่อเป็นใจเดียวกับพระเจ้า รักสิ่งที่พระเจ้ารัก และเกลียดสิ่งที่พระเจ้าเกลียด
จะนำพระพรมาสู่สังคม ครอบครัว และชีวิตของเราเอง

พระเจ้ารักคน แต่เกลียดบาป
มีผู้ได้ชื่อว่าเป็นลูกของพระเจ้าบางคนทำตรงข้ามกับพระเจ้า

คำคม

“ ลูกของพระเจ้า จะมีมุมมองต่อสิ่งต่างๆ สอดคล้องกับมุมมองของพระเจ้า ”

สรุป กันดารวิถี 24

ภาพรวม

  • บาลาคพาบาลาอัมย้ายที่เป็นครั้งที่ 3 เพื่อให้ได้สถานที่เหมาะสมสำหรับการแช่งคนอิสราเอล แต่แล้วเมื่อบาลาอัมเอ่ยปากพูดก็กลับกลายเป็นคำอวยพรอิสราเอลอยู่ดี

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers24-85199

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 24 หลังจากที่บาลาอัมกล่าวอวยพรอิสราเอล ถึง 2 ครั้ง แทนที่จะแช่ง บาลาคจึงพาบาลาอัม ไปที่ที่ 3 เพื่อให้ลองแช่งอิสราเอลอีกครั้ง

เมื่อ​บา​ลา​อัม​เห็น​ว่า​พระ​เจ้าพอ​พระ​ทัย​ที่​จะ​ให้​อวย​พร​อิส​รา​เอล
บา​ลา​อัม​จึง​ไม่​ไป​แสวง​หา​อาคม​อย่าง​ครั้ง​ก่อนๆ
แต่​มุ่ง​หน้า​ตรง​ไป​ยัง​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร มองดู​อิส​รา​เอล​ตั้ง​ค่าย​ตาม​เผ่า​ต่างๆ
แล้ว​พระ​วิญ​ญาณ​ของ​พระ​เจ้า​ทรง​มา​อยู่​บน​เขา
เขา​จึง​กล่าวอวยพรอิสราเอลอีก
และกล่าวว่า คน​ที่​อวย​พร​อิสราเอล​ก็​จะ​ได้​รับ​พร ผู้​ที่​สาป​แช่ง​อิสราเอล​ก็​จะ​ถูก​สาป​แช่ง

บา​ลาค​ก็​กริ้ว​บา​ลา​อัม กล่าวว่า
เขา​เชิญบาลาอัม​มา​ให้​สาป​แช่ง​พวก​ศัตรู​ของเขา แต่​บาลาอัมกลับ​อวย​พรศัตรูของ​เขา​ต่อ​เนื่อง​กัน​ถึง​ 3 ครั้ง
ดังนั้น บาลาอัม จง​กลับ​บ้านไป​เสีย บาลาค​จะไม่​ให้​เกียรติ​บาลาอัมอย่าง​สูงตามที่เคยบอกไว้อีกแล้ว

บา​ลา​อัม​บอกบา​ลาค​ว่า
เขาบอกไว้ก่อนจะมาแล้วว่า บาลาอัมต้องพูดตามที่พระเจ้าบอกเท่านั้น

ก่อนกลับบาลาอัม จึงพยากรณ์เกี่ยวกับโมอับและชนชาติต่างๆ ว่า
คนโมอับ , คนเอโดม , คนอามาเลข จะถูกคนอิสราเอลทำลาย
คนเคไนต์ จะถูกอัสซีเรียทำลาย
และจะมีอีกชนชาติหนึ่งมาทำลายอัสซีเรีย

แล้ว​บา​ลา​อัม​ก็​​กลับ​ไป​ยัง​ที่​อยู่​ของ​เขา
บา​ลาค​ก็​ทรงไป​ตาม​ทาง​ของ​พระ​องค์​ด้วย

1. บาลาอัมเห็นว่า ทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา เมื่อเขาไปเฝ้าเข้าพระเจ้า เพื่อขอฤทธิ์เดชในการอวยพรหรือแช่งสาป พระเจ้าก็ให้แต่อวยพรอิสราเอล
ดังนั้นครั้งที่ 3 นี้ เพื่อจะไม่ต้องทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ก็เลยไม่ไปเข้าเฝ้าพระเจ้าดีกว่า
ลุยเองเลย จะได้สามารถทำสิ่งที่บาลาคพอใจ แม้พระเจ้าจะไม่พอพระทัยก็ตาม
แล้วเขาจะได้รับเกียรติและลาภยศมากมาย
แต่แล้วสุดท้าย เมื่อเขากำลังจะเริ่มกล่าว พระวิญญาณของพระเจ้าก็ทำให้เขากล่าวอวยพรอิสราเอลอยู่ดี
และตัวบาลาอัม เอง จึงไม่ได้รับเกียรติและสิ่งดีใดๆ ทั้งจากบาลาคและจากพระเจ้า

วิธีหนึ่งที่จะไม่ต้องทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า คือ อย่าไปแสวงหาว่าพระเจ้าปรารถนาให้เราทำอะไร
เมื่อทำเช่นนั้น เราก็จะสามารถทำตามใจตัวเองได้อย่างสบายใจ

ซึ่งการกระทำเช่นนั้น ไม่ฉลาดเลย
เพราะผลที่จะเกิดขึ้นก็คือ น้ำพระทัยของพระเจ้าก็จะสำเร็จอยู่ดี
แต่เราจะไม่ได้ผลดีใดๆ จากการที่น้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จในครั้งนั้น
หนำซ้ำ สิ่งที่เราทำตามใจปรารถนาของเราเอง สิ่งนั้นก็จะไม่เกิดผลดีต่อเราเองด้วย

วันนี้ เราจะเลือกทำสิ่งใด
ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ซึ่งจะพบกับพระพรยิ่งใหญ่
หรือ ทำตามใจปรารถนาของตนเอง ซึ่งจะไม่ประสบความสำเร็จหรือเกิดผลดีที่ยั่งยืน

2. คนที่อวยพรคนที่พระเจ้าจะอวยพร จะได้รับพระพร
คนที่แช่งคนที่พระเจ้าจะอวยพร จะได้รับผลร้ายเสียเอง

ดังนั้น ให้เราอธิษฐานอวยพรพี่น้องในพระคริสต์อยู่เสมอ เพราะนั่นเป็นประตูแห่งพระพร
และหากมีใครมาพูดสิ่งไม่ดีต่อเรา ไม่ควรไปโกรธเขา แต่ควรรีบอธิษฐานเผื่อเขา เพื่อไม่ให้ผลร้ายนั้นกลับไปตกแก่เขาเสียเอง

คำคม

“ การจงใจไม่แสวงหาน้ำพระทัยพระเจ้า เป็นการจงใจขัดขืนน้ำพระทัยพระเจ้า ”

สรุป กันดารวิถี 23

ภาพรวม

  • บาลาคพาบาลาอัมขึ้นไปที่สูง เพื่อให้สาปแช่งอิสราเอล แต่พระเจ้าทรงทำให้ถ้อยคำของบาลาอัมกลับเป็นการอวยพรอิสราเอล

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers23-85090

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 23 เมื่อบา​ลาค​ได้ส่งคนไปเชิญตัว​บา​ลา​อัม มาแล้ว ก็พา​ขึ้น​ไป​ยัง​บา​โมท​บา​อัล เพื่อให้สาปแช่งคนอิสราเอล

บา​ลา​อัม​ขอให้​บา​ลาค​ ​สร้าง​แท่น​บูชา​ 7 แท่น จัด​โค​ผู้​ 7 ​ตัว​และ​แกะ​ผู้​​ 7 ตัว​
แล้ว​บา​ลาค​กับ​บา​ลา​อัม​ก็​เอา​โค ​และ​แกะ​ ​อย่างละ 1 ตัว ​ถวาย​บูชา​บน​แท่น​บูชา​แต่​ละ​แท่น
แล้ว​บา​ลา​อัม​​ก็​ขึ้น​ไป​ยัง​ที่​สูง เพื่อทูลถามพระเจ้า

พระ​เจ้า​ทรง​มาพบ​กับ​บา​ลา​อัม แล้ว​ตรัส​ว่า ให้กลับ​ไป​หา​บา​ลาค แล้ว​จง​พูด​ตามที่พระเจ้าบอก
บา​ลา​อัม​จึง​กลับ​ไป​หา​บา​ลาค แล้วกล่าว​ภาษิต อวยพรอิสราเอล

บา​ลาค​จึงพูด​​ว่า ​ให้​​บา​ลา​อัมมา​แช่ง​พวก​ศัตรู​ของ​บาลาค แต่​ทำไม​กลับ​อวย​พร​พวกเขา
บา​ลา​อัม​จึง​​ตอบ​ว่า เพราะพระเจ้าทรง​ใส่​ถ้อยคำลง​ใน​ปาก​ของเขา

บา​ลาค​จึง​พา​บา​ลา​อัม​มา​ยัง​​ยอด​ภูเขา​ปิส​กาห์ ซึ่งเห็นกองทัพอิสราเอลอย่างชัดเจน
และ​​สร้าง​แท่น​บูชา 7 ​แท่น และ ​ถวาย​โคกับ​แกะ​ ​บน​ทุก​แท่น
พระ​เจ้า​ทรง​มาพบ​กับ​บา​ลา​อัม อีก แล้ว​ตรัส​ว่า ให้พูด​ตามที่พระเจ้าบอก
บา​ลา​อัม​ก็กล่าว​ภาษิต อวยพรอิสราเอล
บา​ลาค​จึงพูดกับ​บา​ลา​อัม​ว่า แบบนี้ไม่ต้องพูดเลยจะดีเสียกว่า เพราะพูดทีใดก็กลายเป็นอวยพรเป็นทุกที
บา​ลา​อัม​จึง​​ตอบ​ว่า เพราะพระเจ้าทรง​ใส่​ถ้อยคำลง​ใน​ปาก​ของเขา

บา​ลาค​จึง​บอกว่า ​จะ​พา​บาลาอัม​ไป​อีก​ที่​หนึ่ง บาง​ที​ที่นั่นพระ​เจ้า​จะ​ทรง​ให้​บาลาอัมแช่ง​คนอิสราเอลได้
บา​ลาค​จึง​พา​บา​ลา​อัม​ไป​ที่​ยอด​เขา​เป​โอร์​ซึ่ง​มอง​ลง​มา​เห็น​ทะเล​ทราย
แล้ว บาลาค​​ก็สร้าง​แท่น​บูชา 7 ​แท่น และ ​ถวาย​โคกับ​แกะ​ ​บน​ทุก​แท่น

1. บาลาค วางแผนเพื่อจะให้เกิดสิ่งร้ายเกิดขึ้นกับผู้ที่พระเจ้าจะอวยพระพร
ผลที่เกิดขึ้นก็คือ คนอิสราเอลได้รับสิ่งที่ดี

ไม่สำคัญว่าคนอื่น เจตนาให้เกิดผลร้ายหรือผลดีต่อชีวิตของเรา
เพราะว่า พระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับชีวิตของเราจะสำเร็จแน่นอน

และพระองค์ทรงสัญญาที่จะช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลดีในทุกสิ่ง(รม.8:28)

2. บาลาอัมไม่ใช่คนอิสราเอล และมาที่โมอับเพราะหวังลาภยศเงินทอง
แต่พระเจ้าก็สามารถใช้เขา เป็นเครื่องมือให้แผนการแห่งพระพรของพระเจ้าสำเร็จได้

พระเจ้าทรงสามารถใช้ใครก็ได้ อะไรก็ได้ เพื่อให้แผนการของพระเจ้าที่ได้ทรงสัญญาไว้สำเร็จ
วันนี้ ไม่ว่าเรากำลังเผชิญกับอะไรอยู่ก็ตาม
พระเจ้าทรงสามารถใช้เป็นพระพรสำหรับชีวิตของเราได้

คำคม

“ พระเจ้าทรงสามารถเปลี่ยนสิ่งร้ายให้กลายเป็นสิ่งดี ”

สรุป กันดารวิถี 22

ภาพรวม

  • บาลาค แห่งโมอับ กลัวคนอิสราเอลมาก จึงให้คนไปเชิญบาลาอัม มาช่วยแช่งคนอิสราเอล

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers22-85027

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 22 หลังจากที่คนคนอิสราเอลรบชนะกษัตริย์เมืองอาราด ชาวคานาอัน , กษัตริย์สิโหนแห่งอาโมไรต์ และกษัตริย์โอกแห่งบาชาน แล้ว

คนอิสราเอลก็ยกมาตั้งค่ายอยู่ ณ ที่ราบโมอับ ฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนตรงข้ามเมืองเยรีโค
เมื่อบาลาค ทราบสิ่งที่คนอิสราเอลทำกับคนอาโมไรต์

เมื่อคนโมอับรับรู้ถึงสิ่งที่คนอิสราเอลทำ ก็กลัวคนอิสราเอลเป็นอย่างยิ่ง

คนโมอับจึงพูดกับพวกผู้ใหญ่ของคนมีเดียนว่า
ฝูงชนพวกนี้จะมากินทุกสิ่งที่อยู่รอบๆ เรา เหมือนโคกินหญ้าในทุ่ง

บาลาค กษัตริย์ของโมอับจึงทรงใช้พวกผู้ใหญ่ของโมอับและของมีเดียน พร้อมกับค่าทำอาถรรพ์ ไปพบบาลาอัม
เพื่อเชิญมาสาปแช่งคนอิสราเอล
เพราะเขาเชื่อว่า ถ้าบาลาอัมอวยพรคนไหน คนนั้นก็จะรับพรตามนั้น และถ้าบาลาอัมสาปแช่งคนไหน คนนั้นก็จะถูกสาปแช่ง

ดังนั้นเมื่อพวกเขามาถึงบาลาอัม
บาลาอัมก็บอกพวกเขาว่า ขอไปถามพระเจ้าก่อน
และพระเจ้าเสด็จมาหาบาลาอัมตรัสว่า อย่าไปกับพวกเขาทั้งหลาย อย่าสาปแช่งชนชาตินั้น เพราะเขาทั้งหลายเป็นคนที่ได้รับพร

รุ่งเช้าบาลาอัมจึงบอกคนของบาลาคว่า พระเจ้าห้ามไม่ให้บาลาอัมไปกับพวกเขา

ต่อมาบาลาค จึงทรงส่งพวกเจ้านายไปอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งมีจำนวนมากกว่าและมียศศักดิ์สูงกว่าพวกก่อน
พวกเขาพูดกับบาลาอัม ว่า
บาลาค บอกว่า ถ้าบาลาอัม มา บาลาคจะให้เกียรติอย่างสูงแก่บาลาอัมแน่นอน
แต่บาลาอัมตอบว่า แม้บาลาคจะประทานเงินและทองเต็มวังของพระองค์แก่เขา เขาก็ไม่อาจจะทำอะไรนอกเหนือคำสั่งของพระเจ้าได้

อย่างไรก็ดีขอไปถามพระเจ้าดูอีกที
และพระเจ้าเสด็จมาหาบาลาอัมตรัสกับเขาว่า ให้ไปกับพวกเขา เพียงแต่เจ้าต้องทำตามสิ่งที่พระเจ้าสั่ง

ดังนั้นบาลาอัมก็ลุกขึ้นแต่เช้าและผูกอานลา แล้วไปกับพวกเจ้านายของโมอับ

แต่พระเจ้ากริ้วบาลาอัมเพราะเขาไป
ดังนั้นทูตของพระเจ้ามายืนขวางทางบาลาอัม
ส่วนบาลาอัมขี่ลาโดยมีคนใช้สองคนไปกับเขา
เมื่อลานั้นเห็นทูตสวรรค์ถือดาบในมือยืนขวางทางอยู่
ลาจึงไม่ยอมเดินไป ก็เลี้ยวออกจากทางบ้าง ดันตัวไปติดกำแพงบ้าง หมอบลงบ้าง
บาลาอัมก็โกรธ จึงเอาไม้เท้าของเขาตีลานั้น

แล้วพระเจ้าทรงเปิดปากลา มันจึงพูดกับบาลาอัมว่า
มันเป็นลาที่บาลาอัม ขี่อยู่ทุกวัน มันเคยทำเช่นนี้ไหม
ครั้งนี้ที่ทำเช่นนี้แสดงว่าพระเจ้ากำลังจะบอกอะไรแก่บาลาอัม

แล้วพระเจ้าทรงเปิดตาบาลาอัม
เขาจึงเห็นทูตสวรรค์ยืนขวางทาง และถือดาบอยู่ในมือ
บาลาอัมก็ก้มลงกราบ

ทูตสวรรค์พูดกับบาลาอัมว่า ถ้าลาไม่ได้พาบาลาอัมหลีกไปจากทูตสวรรค์ ทูตนั้นคงฆ่าบาลาอัมแล้ว และให้ลารอดตายไป

แล้วบาลาอัมพูดกับทูตสวรรค์ว่า
เขาได้ทำบาปแล้ว เพราะไม่ทราบว่าทูตสวรรค์ยืนขวางทางอยู่
บัดนี้ถ้าทูตสวรรค์ไม่เห็นชอบให้เขาไปต่อ เขาก็จะกลับไป

แล้วทูตสวรรค์พูดกับบาลาอัมว่า
จงไปกับคนพวกนี้ แต่บาลาอัมต้องพูดเฉพาะคำที่จะสั่งให้พูดเท่านั้น
ดังนั้นบาลาอัมก็ไปกับพวกเจ้านายของบาลาค

บาลาคทรงออกไปรับบาลาอัม ที่เมืองของโมอับซึ่งอยู่ตรงพรมแดนด้านแม่น้ำอารโนน
บาลาอัมทูลบาลาคว่า เขาจะพูดได้ เฉพาะคำที่พระเจ้าทรงใส่ในปากของเขาเท่านั้น

แล้วบาลาคทรงพาบาลาอัมขึ้นไปยัง บาโมทบาอัล
และจากที่นั่นเขามองเห็นคนอิสราเอลส่วนที่อยู่ใกล้ที่สุด

1. กดว. 13:33 คนอิสราเอลเคยคิดว่า พวกเขาเป็นเหมือน​ตั๊กแตน​​ใน​สายตา​ของ​คนคานาอัน
กดว. 14:9 โยชูวาบอกว่า คนคานาอันเป็นเหมือน​ขนม​ของคนอิสราเอล เพราะคนอิสราเอลมีพระเจ้า
แต่ในบทนี้ กษัตริย์บาลาคแห่งโมอับ กล่าวใน กดว. 22:4 ว่า คนอิสราเอลจะมากินพวกเขาเหมือน​วัว​กิน​หญ้า​ใน​นา

ผู้สอดแนม 10 คน ใน กดว.13 มองแบบมนุษย์ ตามหลักการเหตุผลแบบมนุษย์?
แต่โยชูวามองตามมุมมองฝ่ายวิญญาณ ที่รู้ว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วยกับคนอิสราเอล

และเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง ยืนยันอย่างชัดเจนว่า โยชูวาเป็นฝ่ายคิดถูก

อย่าให้เรามองสถานการณ์วันนี้ โดยสายตาอย่างมนุษย์
แต่ให้มองด้วยสายตาฝ่ายวิญญาณ สายตาแห่งความเชื่อว่า ข้าพเจ้าเผชิญทุกสิ่งได้โดยพระเจ้าผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า

2. พระเจ้าสั่งห้ามไม่ให้บาลาอัมไปกับพวกโมอับ
ดูเหมือนบาลาอัมจะเชื่อฟังในหนแรก
แต่พอบาลาคนำข้อเสนอที่น่าเย้ายวนมาให้ บาลาอัม เริ่มลังเล
ขอไปถามพระเจ้าอีก ทั้งที่เขาก็รู้ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว
แล้วพระเจ้า จึงยอมให้เขาไป แต่เขาต้องตั้งใจไปพูดตามที่พระเจ้าสั่งเท่านั้น
แต่ดูเหมือน บาลาอัมไปด้วยความตั้งใจที่จะไปแช่งอิสราเอลตามคำขอของบาลาค

ซึ่งเราสังเกตได้จาก พระเจ้าทรงกริ้วเมื่อบาลาอัมออกเดินทาง
และเมื่อบาลาอัมพบทูตสวรรค์ ทูตสวรรค์ต้องย้ำอีกครั้งให้พูดตามที่พระเจ้าบอก
พอบาลาอัม ตกลงใจจะทำเช่นนั้น ทูตนั้นจึงอนุญาตให้ไปต่อได้

เราหลอกพระเจ้าไม่ได้
สิ่งใดที่เราทำด้วยท่าทีที่ไม่ถูกต้อง จงใจไม่เชื่อฟังพระเจ้า
พระเจ้าจะไม่ทรงพอพระทัย
แม้ภายนอกจะดูเหมือนเชื่อฟัง คนอื่นดูไม่ออก
แต่พระเจ้าทรงทราบ และพระองค์พิจารณาการกระทำด้วยท่าทีในใจ

3. คำเทศนาของลา น่าสนใจมาก
ปกติลาตัวนี้ไม่ทำแบบนี้นี่นา วันนี้ทำแปลกขนาดนี้ แสดงว่าพระเจ้ากำลังจะบอกอะไรแก่บาลาอัมแน่ๆ

เมื่อมีเหตุการณ์ที่ไม่ปกติเกิดขึ้นกับเรา
เป็นการดีที่เราจะทบทวนชีวิตของตนเองว่า
พระเจ้ากำลังทรงเตือนเราในเรื่องใดเป็นพิเศษอยู่หรือไม่

คำคม

“ พระเจ้าทรงคอยเตือนเราอยู่เสมอ ผ่านสถานการณ์รอบตัว ”

สรุป กันดารวิถี 21

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงช่วยคนอิสราเอลมีชัยเหนือศัตรูที่บุกเข้ามาต่อสู้กับพวกเขา แต่ขณะเดียวกันพวกเขาก็บ่นต่อว่าพระเจ้าและโมเสส เรื่องอาหารการกิน

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers21-84912

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 21 หลังจากที่เอโดมไม่ยอมให้คนอิสราเอลผ่านเมืองของพวกเขา อิสราเอลจึงออกเดินทาง ​จาก​คาเดช​มา​ถึง​ภูเขา​โฮร์ และอาโรนก็เสียชีวิตที่ภูเขาโฮร์

เมื่อ​กษัตริย์​เมือง​อาราด​ ชาว​คา​นา​อัน ​ผู้​อาศัย​อยู่​ใน​เน​เกบ ​ได้​ยิน​ว่า​อิส​รา​เอล​กำลังเดินทางผ่านมา
พระ​องค์จึง​มา​ต่อ​สู้​กับ​คน​อิส​รา​เอล​
และ​ทรง​จับ​บาง​คน​ไป​เป็น​เชลย

คน​อิส​รา​เอลอธิษฐานต่อพระเจ้า
และ​พระ​เจ้า​ทรง​ฟัง​เสียง​ของ​พวกเขา
คนอิสราเอล​ก็​ทำ​ลาย​ชาว​คา​นา​อัน​และ​บ้าน​เมือง​ของ​เขา​จน​สิ้น​ซาก
​จึง​เรียก​ตำบล​นั้น​ว่า​โฮร​มาห์ แปลว่า การทำลาย

แล้วคนอิสราเอลก็เดิน​จาก​ภูเขา​โฮร์​ตาม​ทาง​ที่​ไป​ทะเล​แดง
เพื่อ​จะ​อ้อม​แผ่น​ดิน​เอโดม
ประ​ชา​ชน​เกิด​ความ​ท้อ​แท้​ระหว่าง​ทาง
แล้ว​ประ​ชา​ชน​ก็​ต่อ​ว่า​พระ​เจ้า​และ​โมเสส​ว่า
ทำ​ไมถึง​พาพวกเขา​ออก​จาก​อียิปต์​ให้​มา​ตาย​ที่นี่
เพราะ​ไม่​มี​อาหาร​และ​ไม่​มี​น้ำ
และพวกเขา​เกลียดมานาจากสวรรค์ ​อา​หาร​อัน​ไร้​ค่า​นี้

​พระ​เจ้าจึง​ส่ง​พวก​งู​พิษ​มา​กัด​คน​อิส​รา​เอล​ตาย​เป็น​จำนวน​มาก
ประ​ชา​ชน​จึงมา​หา​โมเสส​กล่าว​ว่า
เรา​ทำ​บาป​เพราะ​เรา​ต่อ​ว่า​พระ​เจ้า​และ​ต่อ​ว่าโมเสส
ขอ​โมเสสทูลวิง​วอน​พระเจ้าให้​พระ​องค์​ทรง​นำ​งู​ไป​จาก​พวกเขา

​โมเสส​จึง​ทูล​วิง​วอน​เพื่อ​ประ​ชา​ชน
พระเจ้าสั่งโมเสส​ ให้​ทำ​งู​พิษ​ตัว​หนึ่ง​ติด​ไว้​บน​เสา และ​ทุก​คน​ที่​ถูก​งู​กัด​มอง​ดู​งู​นั้น ก็​จะ​ไม่ตาย

​โมเสส​จึง​ทำ​งู​ทอง​สัม​ฤทธิ์​ตัว​หนึ่ง และ​ติด​ไว้​บน​เสา
และ​เมื่อ​งู​กัด​ใคร ถ้า​คน​นั้น​มอง​ดู​งู​ทอง​สัม​ฤทธิ์​นั้น เขา​ก็​จะไม่ตาย

แล้ว​คน​อิส​รา​เอล​ก็​ออก​เดิน​ทาง จนมา​ถึง​หุบ​เขา​ใน​ถิ่น​ของ​โมอับ
อิส​รา​เอล​จึงส่ง​ผู้​สื่อ​สาร​ไป​เข้า​เฝ้า​สิโหน​ กษัตริย์​คน​อา​โม​ไรต์​ เพื่อขอผ่านทาง
แต่​สิโหน​ไม่​ยอม​ พระ​องค์​กลับทรง​รวบ​รวม​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​หมด​ออก​สู้​กับ​คน​อิส​รา​เอล​
และ​คน​อิส​รา​เอล​ได้​สัง​หาร​สิโหนด้วย​ดาบ และ​ยึด​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​องค์
​ตั้ง​แต่​แม่​น้ำ​อาร​โนน​จน​ถึง​แม่​น้ำ​ยับ​บอก ไกล​ไป​จน​ถึง​ดิน​แดน​คน​อัม​โมน
คน​อิส​รา​เอล​เข้า​อาศัย​อยู่​ใน​ทุก​เมือง​ของ​คน​อา​โม​ไรต์​ใน​เเฮช​โบน​และเมือง​ยา​เซอร์ และ​ตาม​ชน​บท​ของ​เมือง​นั้นๆ
คน​อิส​รา​เอล​จึง​อา​ศัย​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​คน​อา​โม​ไรต์
แล้ว​ขับ​ไล่​คน​อา​โม​ไรต์​ซึ่ง​อยู่​ที่​นั่นออกไปเสีย

แล้ว​โอก​กษัตริย์​บา​ชาน​ ก็​ทรง​ออก​มา​พร้อม​ด้วย​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​หมด​ ​เพื่อ​สู้​รบกับอิสราเอล
แต่​พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
อย่า​กลัว​เขา​เลย เพราะ​พระเจ้าได้​มอบ​เขา และ​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​หมด​รวม​ทั้ง​แผ่น​ดิน​ของ​เขา​ไว้​ใน​มือ​ของโมเสส​แล้ว ดัง​นั้นคนอิสราเอลจึง​ฆ่า​โอก​ รวม​ทั้ง​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​หมด จน​ไม่​เหลือ​สัก​คน​เดียว
และ​อิส​รา​เอล​ก็​เข้า​ยึด​แผ่น​ดิน​บาชาน

1. หลังจากที่คนอิสราเอลวนเวียนในถิ่นทุรกันดาร 40 ปี เขาแทบไม่ได้เจอศัตรูเลย
บัดนี้ สงครามแรกเกิดขึ้น กษัตริย์​เมือง​อาราด​ ชาว​คา​นา​อัน มาโจมดีพวกเขา
พวกเขาบางคนถูกจับตัวไป
แต่เมื่อพวกเขาร้องทูลต่อพระเจ้า พระองค์ประทานชัยชนะให้แก่พวกเขา

บางครั้งพระเจ้าอนุญาตให้เราพบกับความยากลำบาก แต่นั่นก็ไม่ใช่เพื่อทำลายเรา
แต่เพื่อเราจะเรียนรู้ที่จะพึ่งพาพระองค์มากยิ่งขึ้น

2. พระเจ้าทรงเลี้ยงดูอิสราเอลมาตลอด 40 ปี ไม่มีสักคนเดียวที่ตายเพราะอดอาหารหรืออดน้ำ
แต่พวกเขายังบ่นต่อว่าพระเจ้า และอกตัญญู โดยกล่าวว่า มานาอาหารจากสวรรค์เป็นอาหารไร้ค่า

หากเราไม่รู้จักสำนึกพระคุณของพระเจ้า สำหรับเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมา
เราจะถลำลึก ไปสู่การทำผิดต่อพระเจ้ามากยิ่งขึ้น เมื่อเราเผชิญกับสถานการณ์ในวันนี้

3. คนอิสราเอลทำบาป งูจึงออกมากัดพวกเขา
แต่พระเจ้าให้โมเสสยกงูทองสัมฤทธิ์ขึ้น เพื่อว่าใครเชื่อสิ่งที่พระเจ้าตรัส ว่ามองที่งูแล้วจะไม่ตาย คนนั้นก็จะรอดตาย
ซึ่งเรื่องนี้เป็นภาพที่เล็งถึงพระเยซู
ยน. 3:14-15 โม​เสส​ยก​งู​ขึ้น​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​อย่าง​ไร บุตร​มนุษย์​จะ​ต้อง​ถูก​ยก​ขึ้น​อย่าง​นั้น เพื่อ​ทุก​คน​ที่​วาง​ใจ​พระ​องค์​จะ​ได้​ชีวิต​นิรันดร์
เชื่อคำตรัส ว่า มองงูทองสัมฤทธิ์ที่ถูกยกขึ้นก็รอดตาย แล้วมองงู จึงรอด
เชื่อคำตรัส ว่า วางใจพระเยซู ที่ถูกแขวนบนไม้กางเขน แล้วมาหาพระองค์ จึงรอดพ้นความพินาศชั่วนิรันดร์

4. คนอิสราเอลของผ่านทาง แต่สิโหนกษัตริย์อาโมไรต์ไม่ยอม แต่กลับยกทัพออกมาโจมตีอิสราเอล
ทำเหมือนกันกับเอโดม(กดว. 20:20) แต่อิสราเอลตอบสนองแตกต่างกัน
เนื่องจากเอโดมถือว่าเป็นญาติกันอิสราเอลจึงถอยหลบออกมา
แต่สำหรับอาโมไรต์ อิสราเอลต่อสู้กลับ จนได้รับชัยชนะอย่างสิ้นเชิง
เข้ายึดบ้านเมืองของคนอาโมไรต์ในบริเวณนั้นได้ทั้งหมด

การโจมตีของสิโหน กลับเป็นเหตุทำให้อิสราเอลได้เข้ายึดครองดินแดนของอาโมไรต์

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเรา เมื่อเราพึ่งพาพระเจ้า ปัญหานั้นจะกลับกลายเป็นนำพระพรมาสู่ชีวิตของเรา

5. ใน กดว. 13:29 เมื่อผู้สอดแนม 12 คน กลับมารายงาน พวกเขาส่วนใหญ่ หวาดกลัว คน​อา​โม​ไรต์​อยู่​บน​ภูเขา คน​คา​นา​อัน​อา​ศัย​อยู่​ที่​ริม​ทะเล​ จนพวกเขาไม่เชื่อว่าพระเจ้าจะสามารถพาพวกเขาเข้าไปยึดครองดินแดนคานาอันได้
ปรากฏว่าในบทนี้ ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เมื่อพวกเขาพึ่งพาพระเจ้า พวกเขาทำได้มากกว่าที่พวกเขาคิดมากมายนัก
กษัตริย์สิโหนแห่งอาโมไรต์และกษัตริย์เมืองอาราด ชาวคานาอัน พ่ายแพ้พวกเขาอย่างง่ายดาย ในเวลาเพียงไม่กี่วัน

ใช่แล้ว โดยกำลังความสามารถของเราเอง สิ่งที่เผชิญอาจจะยากมาก หรือเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ
แต่โดยการพึ่งพาพระเจ้าและใช้วิธีการของพระองค์
ทุกอย่างเป็นไปได้ เพราะไม่มีอะไรที่ยากสำหรับพระเจ้า
และสำหรับผู้ที่พึ่งพาพระองค์อย่างวางใจ

คำคม

“ ไม่มีสิ่งใดยาก สำหรับผู้ที่พึ่งพาพระเจ้าอย่างวางใจ ”

สรุป กันดารวิถี 20

ภาพรวม

  • คนอิสราเอลบ่นต่อว่าโมเสส เพราะไม่มีน้ำดื่ม พระเจ้าให้โมเสสสั่งหินให้น้ำออกมา แต่โมเสสกลับตีหินแทน
    ต่อมาอาโรนก็เสียชีวิต ใกล้เขตแดนของเอโดม

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers20-84772

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 20 เมื่อพระเจ้าทรงสั่งโมเสสและอาโรน เรื่องพิธีน้ำชำระมลทินแล้ว

หลายปีต่อมา (น่าจะเป็นปีที่ 40 หลังออกจากอียิปต์)​ ใน​เดือน​ที่​ 1
คน​อิส​รา​เอลก็เดินทางมาถึง​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ศิน ​พัก​อยู่​ที่​คา​เดช
และ​มิเรียม​สิ้น​ชีวิต แล้ว​ถูก​ฝัง​ไว้​ที่​นั่น

ที่นั่นประชา​ชน​ไม่​มี​น้ำ พวกเขา​จึง​ประ​ชุม​กัน​ต่อ​ต้าน​โมเสส​และ​อาโรน
กล่าว​ว่า ถ้าพวกเขาตาย​ไปพร้อมกับคนที่กบฏ ใน กดว.16 ​ก็น่าจะ​ดี
​ทำ​ไมโมเสส​จึง​พวกเขา​ออก​จาก​อียิปต์ และ​นำ​มา​ยัง​ที่​เลว​ทราม​นี้?

แล้ว​โมเสส​และ​อาโรน​จึงไป​ที่​ประตู​พลับพลา​แล้ว​ซบ​หน้า​ลง
และ​พระ​สิริ​ของ​พระเจ้า​ปรา​กฏ​แก่​เขา​ทั้ง​หลาย

พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ให้ถือ​ไม้​เท้า​และ​​เรียก​ประ​ชุม​ประชาชน
แล้วให้โมเสสและอาโรน บอก​หิน​ต่อ​หน้า​​ประ​ชา​ชน​ให้​มัน​หลั่ง​น้ำ​ออก​มา

โมเสส​กับ​อาโรน​ก็​เรียก​ชุม​นุม​ชน​ให้​ไป​พร้อม​กัน​ที่​หิน
โมเสสพูด​กับ​พวก​เขา​ว่า
“เจ้า​พวก​กบฏ​จง​ฟัง จะ​ให้​เรา​เอา​น้ำ​ออก​จาก​หิน​นี้​ให้​พวก​เจ้า​ดื่ม​หรือ?”

โมเสส​ก็​ยก​มือ​ขึ้น​ตี​หิน​นั้น 2 ครั้ง​ด้วย​ไม้​เท้า
และ​น้ำ​ก็​ไหล​ออก​มา​อย่าง​มาก​มาย
ชุมนุม​ชน​และ​สัตว์​เลี้ยง​ของ​เขา​ก็​ได้​ดื่ม​กัน
น้ำ​นั้นจึงถูกเรียกว่า ​น้ำ​แห่ง​เมรี​บาห์

พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​และ​อาโรน​ว่า
เพราะพวกเขาทั้ง​สอง​ไม่​ได้​เชื่อ​มั่น​ในพระเจ้า ที่​จะ​ถวาย​ความ​ศักดิ์​สิทธิ์​แด่พระเจ้า​ต่อ​หน้า​คน​อิส​รา​เอล
เพราะ​ฉะนั้นพวกเขาทั้ง​สอง​จะ​ไม่​ได้​นำ​คน​ในที่​ประ​ชุม​นี้​ เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดินคานาอัน

ต่อมาขณะที่ยังอยู่ที่​คา​เดช ​โมเสส​ส่ง​ผู้​สื่อ​สารไป​ยัง​กษัตริย์​ของ​เอโดม เพื่อขอผ่าน​เขต​แดน​ของ​เอโดม ไปยังคานาอัน โดยสัญญาว่า​จะ​เดิน​ไป​ตาม​ทาง​หลวงเท่านั้น จะ​ไม่​ผ่าน​ไร่​นา​หรือ​สวน​องุ่น จะ​ไม่​ดื่ม​น้ำ​จาก​บ่อของเอโดมเลย
แต่​เอโดมไม่ยอมให้ผ่าน
แล้ว​เอโดม​ก็​ออก​มา​ต่อ​สู้​กับ​คนอิสราเอลด้วย​คน​มาก​มาย​
คน​อิส​รา​เอล​จึง​ยก​ออก​จาก​คาเดช​มา​ถึง​ภูเขา​โฮร์

แล้วพระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​และ​อาโรน​ที่​ภูเขา​โฮร์​ ที่​ริม​พรม​แดน​แผ่น​ดิน​เอ​โดม ​ว่า
อาโรน​จะเสียชีวิตและจะ​ไม่​ได้​เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดินคานาอัน เพราะพวกเขาทั้ง​สอง​กบฏ​ต่อ​คำ​สั่ง​ของพระเจ้า​ที่​น้ำ​แห่ง​เมรี​บาห์

พระเจ้าให้​อาโรน​และ​เอ​เล​อา​ซาร์ ลูกของเขา ​ขึ้น​ไปบน​ภูเขา​โฮร์
แล้วให้อาโรน​ถอด​ชุด​เสื้อ​ตำแหน่ง​ออก
​แล้ว​สวม​ให้​แก่​เอ​เล​อา​ซาร์​
อาโรน​ก็สิ้น​ชีวิต​ที่​นั่น

คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ก็​ร้อง​ไห้​ไว้​ทุกข์​ให้​อาโรน​อยู่ 30 วัน

1. ในบทนี้ น่าจะเป็นปีที่ 40 นับตั้งแต่ออกจากอียิปต์ เพราะเปรียบกับ กดว. 33:38 ที่กล่าวว่า
“และ​อาโรน​ปุโร​หิต​ขึ้น​ไป​ยัง​ภูเขา​โฮร์​ตาม​พระ​บัญ​ชา​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​และ​สิ้น​ชีวิต​ที่​นั่น ใน​วัน​ที่​ 1 เดือน​ที่​ 5 ปี​ที่​40 นับ​ตั้ง​แต่​วัน​ที่​คน​อิส​รา​เอล​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์”
ดังนั้น กดว.19 และ กดว.20 น่าจะห่างกันราว 37 ปี
37ปีผ่านไป คนอิสราเอลก็ยังคงบ่นต่อว่าโมเสสเหมือนเดิม

ทั้งที่พระเจ้าทรงเลี้ยงดูพวกเขามาตลอด 40 ปี
แต่สิ่งเหล่านั้นกลับไม่ได้ทำให้เขาเชื่อวางใจในพระเจ้า
สำหรับการกันดารน้ำที่กำลังประสบในคราวนี้ ได้เลย

วันนี้ ประสบการณ์ที่พระเจ้าช่วยเราในอดีตตลอดเวลาที่ผ่านมาก
เพียงพอหรือยัง ที่จะทำให้เรา ไว้วางใจในพระเจ้า สำหรับเหตุการณ์ในวันนี้

2.คาเดช คือ คาเดช​บาร​เนีย (กดว. 32:8) ที่ที่โมเสสส่งคนให้​ไป​สอด​แนม​ดู​แผ่น​ดิน​คานาอัน
เมื่อ 38 ปีก่อน ณ ที่นี่ คนอิสราเอลเคยคิดว่า โมเสสไม่น่าพาพวกเขาออกมาจากอียิปต์เลย
บัดนี้ พวกเขาก็ยังพูดเหมือนเดิม คิดเหมือนเดิม

เวลาที่พระเจ้าทรงใช้ เพื่อนำคนอิสราเอลออกจากอียิปต์ ประมาณ 40 วัน
แต่เวลาที่ใช้ เพื่อนำอียิปต์ออกจากใจคนอิสราเอล นานกว่า 40 ปี

วันนี้ ในเมื่อเราตัดสินใจเดินติดตามพระเจ้าอย่างหมดหัวใจแล้ว
ใจของเรายังเอนเอียง ปรารถนาตามค่านิยมของโลกนี้อยู่หรือเปล่า?

3. เมื่อคนอิสราเอลบ่นต่อว่าโมเสสและอาโรน เรื่องไม่มีน้ำดื่ม และใส่ร้ายป้ายสีโมเสสว่า หลอกพวกเขา นำพวกเขามาที่เลวร้ายเช่นนี้
ท่ามกลางการคิดกบฏของคนอิสราเอล พระเจ้าประสงค์ที่จะสำแดงพระเมตตาแก่เขา
จึงบอกให้โมเสส สั่งหินเพื่อให้น้ำออกมา ต่อหน้าพวกเขา
แต่โมเสสซึ่งกระทำในฐานะตัวแทนของพระเจ้า
กลับ ต่อว่าพวกเขา แล้วใช้ไม้เท้าตีหิน แทนที่จะสั่งหิน
ซึ่งเรื่องนี้ ดูเหมือนอาโรนจะเห็นชอบหรือมีส่วนร่วมด้วย
สังเกตจากการที่พระเจ้าทรงลงโทษ ทั้งโมเสสและอาโรน

เมื่อเราทำสิ่งใดในฐานะตัวแทนของพระเจ้า
การกระทำของเราเป็นการสำแดงพระลักษณะของพระเจ้าให้ผู้อื่นได้เห็น
เราจึงสมควรอย่างยิ่งที่จะกระทำตามการทรงนำของพระเจ้า

วันนี้ ขณะที่เราอยู่ในโลกนี้ เราเป็นตัวแทนของพระเจ้า ที่จะสำแดงพระลักษณะของพระเจ้าแก่คนในโลกนี้
ดังนั้นพระเยซูจึงสั่งให้เราเป็นผู้ดีรอบคอบเหมือนอย่างพระบิดาของเราเป็นผู้ดีรอบคอบ(มธ. 5:48)

วันนี้ จะพูดอะไร จะทำอะไร จงระลึกอยู่เสมอว่า เรากำลังเป็นตัวแทนของพระเจ้า บนโลกนี้

4. เอโดม เป็นเชื้อสายของเอซาว ซึ่งเป็นพี่ชายของยาโคบ(อิสราเอล)
ดังนั้น คนอิสราเอล และ คนเอโดม จึงถือว่า เป็นพี่น้องกันก็ว่าได้
การที่คนเอโดมไม่ยอมให้คนอิสราเอล เดินผ่านประเทศของตน
ทำให้คนอิสราเอลต้องอ้อมไปอีกทางหนึ่ง เพราะไม่อยากสู้รบกับคนเอโดมที่เป็นพี่น้องกัน

การไม่ยอมช่วยเหลือคนอิสราเอลในครั้งนี้ ได้นำการพิพากษามาถึงเอโดมในอนาคต

การไม่มีน้ำใจต่อพี่น้อง ดูเหมือนพระเจ้าทรงถือว่า เป็นเรื่องใหญ่มาก

วันนี้ เราได้สำแดงความรัก ความมีน้ำใจต่อพี่น้อง มากน้อยเพียงใด?

คำคม

“ การเชื่อฟังเพียงบางส่วน เป็นเหมือนการไม่เชื่อฟัง ”

สรุป กันดารวิถี 19

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้คนอิสราเอลเผาโคสีแดงเป็นเครื่องบูชา แล้วนำขี้เถ้าจากการเผามาทำเป็นน้ำชำระมลทินจากการแตะต้องศพคนตาย

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers19-84639

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 19 เมื่อพระเจ้าตรัสกับอาโรนเรื่องหน้าที่และส่วนแบ่งของปุโรหิตและคนเลวีแล้ว

พระ​เจ้าก็​ตรัส​กับ​โมเสส​และ​อาโรน ​ว่า
ให้คน​อิส​รา​เอล​นำ​โค​​ ไปฆ่าที่นอกค่าย ต่อหน้า​เอ​เล​อา​ซาร์​ปุโร​หิต(บุตรของอาโรน) โดยโคนั้นต้อง
– เป็นตัว​เมีย​
– มีสี​แดง
– ไม่​พิการ​
– ​ไม่​มี​ตำหนิ
– ยัง​ไม่​เคย​เข้า​เทียม​แอก​มาก่อน

แล้วเอ​เล​อา​ซาร์​ ​จะ​เอา​นิ้ว​มือ​จุ่ม​เลือด​โค แล้ว​พรม​ที่​ข้าง​หน้า​พลับพลา 7 ​ครั้ง
แล้ว​ให้​เผา​โค​​นั้น​ ทั้ง​หนัง เนื้อ และ​เลือด กับ​มูล​ของ​มัน
แล้ว​ปุโร​หิต​จะ​เอา​ไม้​สน​สีดาร์ ไม้​หุสบ​กับ​ด้าย​สี​แดง​โยน​เข้า​ไป​ใน​ไฟ​ ​นั้น

แล้ว​ปุโร​หิต​และคนที่เผาโค จะ​ซัก​เสื้อ​ผ้าและ​ชำระ​ร่าง​กาย​ของ​พวกเขา​ใน​น้ำ
หลัง​จาก​นั้น​จึง​เข้า​ไป​ใน​ค่าย
และจะ​เป็น​มล​ทิน​อยู่​จน​ถึง​เวลา​เย็น

ให้​ผู้​ชาย​ที่​สะอาด​เก็บ​ขี้​เถ้า​ และ​นำ​ไป​ไว้​ใน​ที่​สะอาด​นอก​ค่าย
ขี้​เถ้า​นั้น​จะเป็น​เหมือน​น้ำ​ชำระ​มล​ทิน​สำหรับ​คน​อิส​รา​เอล

คน​ที่​เก็บ​ขี้​เถ้า​ของ​โค​ตัว​เมียนั้น​ต้อง​ซัก​เสื้อ​ผ้า​ของ​ตน
และ​เขา​จะ​เป็น​มล​ทิน​อยู่​จน​ถึง​เวลา​เย็น

ใคร​ที่​แตะ​ต้อง​ศพ​ ต้อง​เป็น​มล​ทิน​อยู่ 7 ​วัน
​คน​ที่​เป็น​มล​ทิน​ต้อง​เอา​ขี้​เถ้า​จาก​การ​เผา​โคสีแดงนั้นและ​เอา​น้ำ​จากแหล่งน้ำที่ไหล ​เติม​เข้า​ไป​ใน​ภาชนะ
แล้ว​ให้​คน​สะอาด​เอา​กิ่ง​หุสบ​จุ่ม​น้ำ​นั้น
แล้ว​ประ​พรม​ที่​เต็นท์ เครื่อง​ใช้​ทั้ง​หมด ในเต็นท์ที่มีคนตาย และบน​​คน​ที่​เป็นมลทิน
ต้อง​ชำระ​ตัว​ด้วย​น้ำนี้​ใน​วัน​ที่​ 3 และ​วัน​ที่ 7
แล้ว​ใน​วัน​ที่​ 7 ต้อง​ซัก​เสื้อ​ผ้า​และ​อาบ​น้ำ
แล้ว​เขา​จะ​สะอาด​ใน​เวลา​เย็น

​คน​ที่​เป็น​มล​ทิน​และ​ไม่​ชำระ​ตัว เขา​ต้อง​ถูก​ตัด​ออก​จาก​ท่าม​กลางคนอิสราเอล

1. พิธี​ถวาย​โค​สีแดง ในบทนี้ค่อน​ข้าง​แตก​ต่าง​จาก​การ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​​อื่นๆ
การ​ถวาย​เครื่อง​บูชาอื่นๆ จะทำ​ภาย​ใน​ค่าย​และ​ไม่​มี​การ​เผา​หนังและจะ​มี​การ​นำ​เลือด​ไป​ประ​พรม​ที่​แท่น​บูชา
แต่​ใน​บทนี้ ฆ่า​โค​ที่​นอก​ค่าย​และ​เผา​ทุก​อย่าง​ของ​โค​และ​นำ​เลือด​ไป​ประพรม​ข้าง​หน้า​พลับพลา
ยิ่งกว่านั้น ปุโรหิต​ผู้​ทำ​พิธี​จะ​เป็น​มลทิน​ หลัง​ทำ​พิธีเสร็จ อีกด้วย

ผลของพิธีนี้ทำให้ได้ขี้เถ้าจากซากของโค ซึ่งจะนำมาผสมน้ำใช้ชำระมลทินของผู้ที่แตะต้องศพ

เนื่องจากใน กดว. 16:49 คน​ที่​ตาย​ด้วย​ภัย​พิบัติ​มี 14,700 คน ไม่​นับ​คน​ที่​ตาย​ด้วย​เรื่อง​ของ​โค​ราห์
สังเกตว่ามีคนตายเป็นจำนวนมาก และคนอิสราเอลจำเป็นต้องแตะต้องศพเหล่านั้น
จึงมีพิธีนี้ขึ้น และสามารถใช้เป็นกฏเกณฑ์สำหรับกรณีอื่นๆต่อไปอีกได้ด้วย

เมื่อมีคนตายจำนวนมาก คนอิสราเอลจำเป็นต้องจัดการเรื่องศพ ซึ่งการจัดการนั้นจะทำให้พวกเขาเป็นมลทิน
พระเจ้าไม่ได้ลดมาตรฐานเรื่องความบริสุทธิ์ลง เมื่อมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น
แต่พระองค์ให้มีขั้นตอนบางอย่าง เพื่อให้คนอิสราเอลยังคงรักษามาตรฐานเรื่องความบริสุทธิ์เอาไว้

เราไม่สามารถใช้เหตุผลใดๆมาอ้าง เพื่อลดมาตรฐานการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าได้
หากมีอุปสรรคใดๆ ทำให้การทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้านั้น เป็นไปได้ยากหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
เป็นการดีที่เราจะเข้าหาพระเจ้า พึ่งพาพระองค์
ขอพระองค์ทรงประทานทางออกให้แก่เรา ที่เรายังคงจะสามารถทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าได้ในสถานการณ์นั้นๆ

2. คนที่เป็นมลทิน แต่ไม่ยอมชำระตัว จะถูกขับออกจากชนชาติอิสราเอล

เมื่อพระเจ้าเปิดหนทางแห่งการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าให้
หากใครยังคงเลือกไม่ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
เขาเองต้องรับผิดชอบต่อการเลือกของเขา

คำคม

“ ไม่มีข้ออ้างใดๆมีน้ำหนักมากพอ ที่จะให้เราไม่ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ”

สรุป กันดารวิถี 18

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงกำหนดส่วนแบ่งให้สำหรับปุโรหิตและคนเลวี

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers18-84516

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 18 เมื่อพระเจ้าทรงให้ไม้เท้าของอาโรนออกดอก เพื่อบอกคนอิสราเอลให้รู้ว่า พระเจ้าทรงเลือกอาโรนและเผ่าเลวี เท่านั้นสำหรับการปรนนิบัติที่พลับพลา แล้ว

พระเจ้าก็​ตรัส​กับ​อาโรน​ว่า หากอาโรนและ​บุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา และคนในเผ่าเลวีทำผิดคำสั่งของพระเจ้าเกี่ยวกับสถานนมัสการ พวกเขาจะ​ต้อง​รับ​โทษ

คน​เผ่า​เลวี​จะมีหน้าที่​ช่วย​เหลืออาโรน ขณะ​ที่​อาโรนและ​บรรดา​บุตร​ของ​เขา ปรนนิบัติในงานที่เกี่ยวกับพลับพลา
แต่​ห้าม​พวก​เขา​เข้า​ใกล้​​เครื่อง​ใช้​ของ​สถาน​นมัส​การ​หรือ​แท่น​บูชา มิฉะนั้น​ทั้ง​พวก​เขา​และ​อาโรน​จะ​ต้อง​ตาย
และ​ห้ามคนอื่น​เข้ามา​ใกล้​พวกเขา ขณะที่พวกเขากำลังปรนนิบัติพระเจ้าที่พลับพลา

อาโรนต้อง​คอย​ทำ​หน้า​ที่​ของ​สถาน​นมัส​การ เพื่อ​พระ​พิโรธ​จะ​ไม่​เกิด​ขึ้น​กับ​คน​อิส​รา​เอล​อีก

อาโรนและ​บรรดา​บุตร​ชาย​นั้น จะทำ​หน้า​ที่​ของ​ปุโร​หิต​ด้วย​กัน เพื่อ​การ​ปรน​นิบัติ​​เกี่ยว​ข้อง​กับ​แท่น​บูชา และ​ที่​อยู่​ภาย​ใน​ม่าน แต่​คน​นอก​ที่​เข้า​มา​ใกล้​จะ​ต้อง​ตาย

อาโรน​และ​บุตร​หลาน​ของ​เขา​เป็น​ส่วน​แบ่ง​ของสิ่งที่คนนำมาถวาย ​ดัง​นี้
ของ​ถวาย​ทั้ง​หมด​ของ​พวก​เขา ธัญ​บูชา​ เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป และ​เครื่อง​บูชา​ชด​ใช้​บาป​ ที่เหลือจากการนำไปเผา เป็นของอาโรนและ​แก่​บุตร​หลาน​ของ​เขา
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เป็น​ของ​บริ​สุทธิ์​ที่​สุด ผู้​ชาย​ทุก​คน​รับ​ประ​ทาน​ได้

เครื่อง​ถวาย​อื่นๆ และ​เครื่อง​โบก​ถวาย​ เป็นของอาโรน​และ​บุตร​ชาย​หญิง​ซึ่ง​อยู่​กับ​เขา​​ ทุก​คน​ที่​สะอาด​ซึ่ง​อยู่​ใน​ครัว​เรือน​ของ​เขา​รับ​ประ​ทาน​ได้

น้ำ​มัน เหล้า​องุ่น ​เมล็ด​พืช​ ผล​รุ่น​แรก และของ​มอบ​ถวาย​ทุก​อย่าง ​ที่​คนอิสราเอล​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า​นั้น​ พระเจ้า​ให้​แก่​อาโรน
ทุก​คน​ใน​ครัวเรือน​ของ​เจ้า​ที่สะอาด​รับ​ประ​ทาน​ได้

ลูก​หัว​ปี​ของ​สัตว์ที่นำมาถวาย ให้เอา​ไขมัน​ของ​มัน​เผา​เป็น​เครื่อง​บูชา​ด้วย​ไฟ​ แต่​เนื้อ​ของ​มัน​จะ​เป็น​ของอาโรน

พระเจ้าตรัส​กับ​อาโรน​ว่า เขา​และบุตรหลาน รวมทั้งคนเลวี จะ​ไม่​ได้​รับ​มร​ดก​ใน​แผ่น​ดิน​ของคนอิสราเอล และ​จะ​ไม่​มี​ส่วน​แบ่ง​ใดๆ ท่าม​กลาง​คนอิสราเอลเลย แต่พระเจ้าเอง​จะเป็น​ส่วน​แบ่ง​ของ​เขา​และ​เป็น​มร​ดก​ของ​เขา​

ทศางค์​ทั้ง​หมด ใน​อิส​รา​เอล​ พระเจ้าประทานแก่​คน​เลวี​เป็น​มร​ดก เป็น​ค่า​ตอบ​แทน​งาน​ที่​พวกเขา​​ทำ​งาน​ที่​พลับพลา
และให้คนเลวี นำ​ร้อย​ละ​สิบ​จาก​ทศางค์​นั้น​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า ​โดยนำไปมอบให้​แก่​อาโรน​ปุโร​หิต
ตั้ง​แต่​นี้​ไป​คน​อิส​รา​เอล​จะ​ไม่​เข้า​มา​ใกล้​พลับพลา มิฉะนั้นจะ​รับ​โทษ​บาป​ถึง​ตาย

เมื่อคนเลวีได้รับของถวายแล้ว อย่า​ทำ​สิ่ง​บริ​สุทธิ์​ของ​คน​อิส​รา​เอลเหล่านั้น​ให้​มล​ทิน​ มิฉะนั้นจะต้อง​ตาย

1. เมื่ออาโรนและบุตรของเขา กับคนเลวี มีหน้าที่ดูแลพลับพลา ดังนั้นพวกเขาจะต้องรับโทษ หากทำผิดเกี่ยวกับเรื่องของพลับพลา
แต่ขณะเดียวกัน พวกเขาก็จะได้รับประโยชน์ คือ ของถวายต่างๆ จากการทำงานในพลับพลานั้น

การรับใช้พระเจ้า จะนำพระพรมากมายมาสู่ชีวิตและครอบครัว เมื่อเรารับใช้พระเจ้าด้วยท่าทีที่ถูกต้อง
ขณะเดียวกัน จะนำปัญหามากมายมาสู่ชีวิต หากเรารับใช้ด้วยท่าทีที่ไม่เหมาะสม

2. คนเลวี แม้ไม่ได้ เพาะปลูก หรือ เลี้ยงสัตว์ แต่ก็ยังมีพืชและเนื้อสัตว์ รับประทานอยู่เสมอ
เพราะได้รับจากของที่คนอิสราเอลมาถวายแด่พระเจ้า
สิ่งเหล่านั้น ไม่ใช่ คนอิสราเอลให้เลวี แต่คนอิสราเอลถวายแด่พระเจ้า แล้วพระเจ้าให้คนเลวี

การถวายสิ่งใดแด่ผู้มีส่วนในการรับใช้พระเจ้า
คนที่คิดว่า เขาถวายแด่พระเจ้า คนนั้นจะไม่รู้สึกว่าเป็นบุญคุณต่อผู้รับใดๆเลย
เพระสิ่งที่ผู้รับได้รับนั้น ไม่ใช่ของผู้ถวาย แต่เป็นของที่พระเจ้าประทานให้แก่ผู้รับ
คนที่คิดเช่นนี้ จะได้รับพระพร สมกับผู้ที่ถวายแด่พระเจ้าพึงจะได้รับ

แต่คนที่คิดว่า เขาเป็นผู้ให้แก่ผู้รับ คนนั้นก็จะรู้สึกว่าเขามีบุญคุณต่อผู้รับ
คนที่คิดเช่นนั้น จะได้รับพระพร สมกับผู้ที่มีเมตตาบริจาคของแก่เพื่อนบ้าน

3. คนเลวี ต้องถวายสิบลดแด่พระเจ้าด้วย
เป็นการดีที่ผู้รับใช้พระเจ้า จะถวายสิบลดเช่นกัน

4. ใน กดว. 18:20 น่าสนใจมาก ที่ กล่าวไว้ว่า
และ​พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​กับ​อาโรน​ว่า “เจ้า​จะ​ไม่​ได้​รับ​มร​ดก​ใน​แผ่น​ดิน​ของ​พวก​เขา และ​จะ​ไม่​มี​ส่วน​แบ่ง​ใดๆ ท่าม​กลาง​พวก​เขา​เลย เรา​เอง​จะเป็น​ส่วน​แบ่ง​ของ​เจ้า​และ​เป็น​มร​ดก​ของ​เจ้า​ท่าม​กลาง​คน​อิส​รา​เอล”

อาโรนจะไม่มีส่วนในมรดกหรือส่วนแบ่งใดๆท่ามกลางคนอิสราเอลเลย
รวมถึงพระพรต่างๆ ที่พระเจ้าจะอวยพระพรคนอิสราเอล เช่น ปลูกพืชเกิดผลมากมาย หรือ เลี้ยงสัตว์ได้ลูกดกมากมาย
ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ พระเจ้าทรงเป็นส่วนแบ่งและเป็นมรดกของเขา

ก.หากประยุกต์แบบเบื้องต้น ก็คือ
ผู้รับใช้พระเจ้า จะไม่ได้รับสิทธิ รับพระพรเจริญก้าวหน้าในการประกอบธุรกิจ เพราะพระเจ้าจะทรงเลี้ยงดูเขาเอง
เขาไม่ควรดิ้นรนด้วยตนเอง แต่ควรมุ่งเน้นในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าเป็นหลัก
ทำให้นึกถึงคนฉลาดและขยันอย่าง อ.เปาโล ในยามที่อยู่เมืองโครินธ์ (กจ. 18:1-4)
ขณะที่เขากำลังรอเงินบริจาคจากมาซิโดเนียซึ่งทิโมธีกำลังจะนำมา
เขาจึงทำอาชีพเย็บเต็นท์ ในช่วงสั้นๆ ดูเหมือนธุรกิจเขาไม่ได้ประสบความสำเร็จมากมายนักในช่วงนั้น

ผู้รับใช้เต็มเวลาสามารถทำธุรกิจไปด้วยได้ แต่คงไม่รุ่งเท่ากับการทำธุรกิจของฆราวาสคริสเตียน
ขณะเดียวกัน งานรับใช้ก็คงไม่เกิดผลมากเท่ากับ เมื่อตัวเขาเองทุ่มเทพลังทั้งหมดสำหรับการรับใช้พระเจ้าเพียงอย่างเดียว

ข. หากจะประยุกต์ในฝ่ายวิญญาณ ก็คือ
ไม่ว่าเราจะต้องสูญเสียอะไรก็ตามในการปรนนิบัติพระเจ้า
นั่นก็คุ้มค่า เพราะว่า สิ่งที่ได้รับมามีค่ามากกว่าสิ่งที่สูญเสียไปมากนัก
ปุโรหิตสูญเสียมรดกในแผ่นดิน แต่ได้พระเจ้าเป็นส่วนแบ่งมรดกของเขา

คนที่ต้องสูญเสียทุกสิ่ง เพราะเหตุการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า
แท้จริงแล้ว เขาไม่ได้สูญเสียอะไรเลย

คำคม

“ เสียบางสิ่ง แต่ได้พระเจ้า ก็เท่ากับได้ทุกสิ่ง ”

สรุป กันดารวิถี 17

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้ผู้นำแต่ละเผ่าของอิสราเอลนำไม้เท้ามาวางหน้าหีบพันธสัญญา เพื่อจะดูว่าไม้เท้าของใครจะงอก เพื่อจะให้รู้ว่าใครคือคนที่พระเจ้าทรงเลือกให้เป็นผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers17-84363

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 17 หลังจากเรื่องของกบฏโคราห์ที่ต่อต้านโมเสสและอาโรนจบลงแล้ว

พระเจ้าทรงสั่ง คนอิสราเอลให้​เอา​ไม้​เท้า​มาจากผู้นำเผ่าต่างๆ เผ่าละ 1 อัน
แล้ว​เขียน​ชื่อ​ผู้นำแต่​ละ​คน​ไว้​บน​ไม้เท้า​ของ​เขา
และเขียน​ชื่อ​ของ​อาโรน​ไว้​บน​ไม้​เท้า​ของ​คน​เลวี
แล้วให้​วาง​ไม้​เท้า​เหล่า​นั้น​ไว้​ในพลับพลาหน้า​หีบ​พันธสัญญา
ถ้า​ไม้​เท้า​ของ​ใครงอก คนนั้นก็คือ คนที่พระเจ้าทรงเลือก​สรร​ไว้

คนอิสราเอลก็ทำตาม

วัน​รุ่ง​ขึ้น​โมเสส​เข้า​ไป​ใน​พลับพลา ก็พบว่า ไม้​เท้า​ของ​อาโรนนั้น​ งอก​ขึ้น
ทั้ง​มี​ดอก​ตูม​และ​ดอก​บาน และ​เกิด​ผล​อัล​มอนด์​สุก​
แล้ว​โมเสส​ก็นำ​ไม้​เท้า​ทั้ง​หมด​ ​มาให้คน​อิส​รา​เอล​ตรวจ​ดู

พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า ให้นำ​ไม้​เท้า​ของ​อาโรน​กลับ​ไป​วาง​ไว้​ต่อ​หน้า​หีบ​พันธสัญญา
เพื่อ​เก็บ​ไว้​เป็น​สัญลักษณ์​เตือน​พวก​กบฏ
เพื่อ​จะ​ให้​เขา​ทั้ง​หลาย​ยุติ​การ​บ่น​ว่าพระเจ้า เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ไม่​ต้อง​ตาย

โมเสส​ก็​ทำตาม

คน​อิส​รา​เอล​ก็ตระหนักว่าพวกเขาได้ทำผิด มีโทษถึงตาย พวกเขาก็เริ่มหวาดกลัว
และร้องขอความช่วยเหลือจากโมเสส

1. คนอิสราเอลข้องใจในสิทธิอำนาจที่พระเจ้าประทานแก่อาโรน
อาโรนไม่ได้ทำอะไรเพื่อปกป้องสิทธินั้น แต่พระเจ้าทรงกระทำให้เอง
เพราะว่า เมื่อใครก็ตามต่อต้านสิทธิอำนาจที่เราได้รับจากพระเจ้า
เขาไม่ได้กำลังต่อต้านเรา แต่กำลังต่อต้านพระเจ้าผู้ประทานสิทธิอำนาจนั้นแก่เรา
ดังนั้นพระเจ้าจะจัดการเขาเอง

วันนี้ หากใครต่อต้านสิ่งที่พระเจ้ามอบหมายให้เราทำ
เราไม่จำเป็นต้องทำอะไร
พระเจ้าจะเป็นผู้จัดการเรื่องนี้เอง

2. เหตุการณ์นี้ ดูเผินๆ เหมือนกับเพื่อช่วยอาโรนเท่านั้น
แต่ความจริงแล้วเพื่อช่วยคนอิสราเอล เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้พวกเขาทำสิ่งผิดพลาด จนนำเหตุร้ายมาสู่ตนเอง

เมื่อพระเจ้าทรงเตือนสอนเรา ผ่านเหตุการณ์ต่างๆนั้น พระองค์ทรงกระทำเพื่อผลดีต่อเราทั้งสิ้น
เพื่อเราจะไม่ถลำลึก จนสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตของตน

3. เมื่อคนอิสราเอลตระหนักว่าพวกเขาทำผิดมหันต์เสียแล้ว
พวกเขาหวาดกลัว และเปลี่ยนพฤติกรรมชั่วคราว แต่ไม่ใช่กลับใจจริงๆ
ต่อมาใน กดว.20 พวกเขาก็กลับมาบ่นต่อว่าโมเสสอีก

การเกรงกลัวการตีสอนของพระเจ้า ไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันว่า
เรากลับใจจริงๆ เพราะอาจเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมชั่วคราว
และพร้อมที่จะกลับไปทางเดิม เมื่อโอกาสมาถึงอีกครั้ง

การกลับใจจริงๆ จึงไม่ใช่การเกรงการลงโทษ
แต่เป็นการเห็นพ้องต้องกันกับพระเจ้า ว่า สิ่งที่ทำนั้นไม่ถูกต้อง ซึ่งนำไปสู่การปรารถนาอย่างยิ่งที่จะไม่ทำมันอีกแล้ว

คำคม

“ เมื่อเราทำตามคำสั่งของพระเจ้า พระเจ้าจะทรงดูแลเราเอง ”

สรุป กันดารวิถี 16

ภาพรวม

  • โคราห์และพรรคพวก ต่อต้านโมเสส พระเจ้าจึงให้ธรณีสูบพวกเขา ต่อหน้าคนอิสราเอล แต่แทนที่คนอิสราเอลจะเกรงกลัว แต่กลับต่อต้านโมเสสแบบเดียวกับโคราห์ จนเกิดภัยพิบัติใหญ่ขึ้น

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers16-84257

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 16 เมื่อพระเจ้าสั่งพวกเขาถึงสิ่งที่ต้องทำเมื่อเข้าแผ่นดินคานาอันแล้ว ก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้น

โค​ราห์ ผู้เป็นเลวีวงศ์วาน​โค​ฮาท กับ ​ดาธาน , อา​บี​รัม​ และ​โอน พร้อม​คน 250 คน ซึ่ง​เป็น​ผู้​นำ​ของ​ประชา​ชน​ ได้ร่วมกัน​ต่อ​ต้าน​โมเสส และ​อาโรน

พวกเขา​กล่าว​หา​โมเสส​และ​อาโรน ​ว่า ทำ​ตัว​เหนือ​กว่า​คน​อื่น​และ​ถือ​อภิ​สิทธิ์​เหนือ​คน​อิสราเอลทั้งหลาย ​
พวก​เขา​​ต้อง​การ​ได้​รับ​สิทธิ​พิเศษ​ เข้าเฝ้าพระเจ้า และทำ​หน้า​ที่​ปุโรหิต เหมือนโมเสส และอาโรน

เมื่อ​โมเสส​ได้​ยิน​แล้ว​ก็​ซบ​หน้า​ลง
โมเสส​จึง​พูด​กับ​โค​ราห์​และ​พรรค​พวก​ของ​เขา​ว่า
ให้พระเจ้าตัดสินก็แล้วกัน
พรุ่ง​นี้​เช้า​ ให้​โค​ราห์​และ​พรรค​พวก​ของ​เขา​นำ​กระ​ถาง​ไฟ​มา
แล้ว​เอา​ไฟ​ใส่​ลง​ไป​พร้อม​กับ​เครื่อง​หอม​
แล้วให้พระเจ้าทรงตัดสิน

โมเสส​พูด​กับ​โค​ราห์​ว่า
การ​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​แยก​พวกเขา​ออก​จาก​ชุม​นุม​ชน​อิส​รา​เอล
เพื่อ​นำ​พวก​เขา​ให้​มา​ใกล้​พระ​องค์ ให้​ทำ​หน้า​ที่​ใน​พลับ​พลา​ ยังไม่พออีกหรือ?
จึงยัง​แสวง​หา​ตำ​แหน่ง​ปุโร​หิต​ด้วยอีก​หรือ?
การต่อต้านการเลือกของพระเจ้า ก็​เป็น​การ​ต่อ​สู้​พระ​เจ้า

โมเสส​ส่ง​คน​ไป​เรียก​ดา​ธาน​และ​อา​บี​รัม​ มาพบ แต่​เขา​ทั้ง​สอง​ไม่ยอมมา จงใจปฏิเสธสิทธิอำนาจของโมเสส
และได้กล่าวว่า แผ่น​ดิน​ที่​มี​น้ำ​นม​และ​น้ำ​ผึ้ง​ไหล​บริ​บูรณ์ นั้น คืออียิปต์ โมเสสดันพาคนอิสราเอลออกมาตายในถิ่นทุรกันดาร ไม่ได้พาเข้าสู่คานาอัน

โมเสส​โกรธ​มาก​ จึงไป​ทูล​พระ​เจ้า​

วันรุ่งขึ้น โค​ราห์​ กับพรรคพวก ก็มาที่หน้าพลับพลา พร้อมด้วยกระถางไฟ พบกับโมเสสและอาโรน และประชาชนทั้งหมดก็มาด้วย

พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​และ​อาโรน​ว่า
พระองค์​จะ​ผลาญ​คนอิสราเอล​เสีย​ใน​พริบ​ตา​เดียว
แต่เขาทั้งสองได้อ้อนวอนต่อพระเจ้าเพื่อประชาชนอิสราเอล

พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ให้บอก​กับ​ประชา​ชน​ว่า ให้​ออก​ห่าง​จาก​ที่​อยู่​ของ​โค​ราห์ ดา​ธาน และ​อาบีรัม

แล้ว​โมเสส​ก็​​ไป​หา​ดา​ธาน​และ​อา​บี​รัม และ​พวก​ผู้​ใหญ่​ของ​อิส​รา​เอล​ก็​ตาม​ไป
แล้วประชาชน​ก็​ออก​ห่าง​จาก​รอบๆ ที่​อยู่​ของ​โค​ราห์ ดา​ธาน และ​อา​บี​รัม

แล้วแผ่น​ดิน​ใต้​ที่​พวก​เขา​ยืน​อยู่​ก็​แยก​ออก
และ​​กลืน​เขา​ทั้ง​หลาย​กับ​ครัว​เรือน และ​คน​ทั้ง​หมด​ของ​โค​ราห์​กับ​ข้าว​ของ​ทั้ง​หมด​ของ​เขา
และ​แผ่น​ดิน​ก็​ปิดกลับเหมือนเดิม

และ​ไฟ​ออก​มา​จาก​พระ​เจ้า เผา​ผลาญ​คน​ทั้ง 250 คน ที่​ถวาย​เครื่อง​หอม​นั้น

แล้ว​พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ให้ปุโร​หิต นำ​กระ​ถาง​ไฟ​ออก​จาก​กองไฟ เพราะ​กระ​ถาง​ไฟ​เหล่า​นั้น​เป็น​ของ​บริ​สุทธิ์
แล้วนำมา​ตี​แผ่​ออก​เป็น​แผ่น​คลุม​แท่น​บูชา เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์​แก่​คน​อิส​รา​เอล

พอ​รุ่ง​ขึ้น​ประชา​ชน​​ก็​บ่น​ว่า​และ​ต่อต้าน​ โมเสสกับอาโรน ​ว่า ทำ​ให้​คน​ของ​พระ​เจ้าเสีย​ชีวิต
แล้วเมฆก็​มา​ปก​คลุมพลับพลา และ​พระ​สิริ​ของ​พระเจ้า​ก็​ปรา​กฏ
พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ว่า พระองค์​จะ​ผลาญ​เขา​ทั้ง​หลาย​เสีย​ใน​พริบ​ตา​เดียว
โมเสสและอาโรน ก็ทูลวิงวอนพระเจ้าเพื่อประชาชนเหล่านั้น

แล้วก็เกิดภัยพิบัติขึ้นท่ามกลางประชาชน
โมเสส​พูด​กับ​อาโรน​ว่า ให้รีบเอา​กระ​ถาง​ไฟ ใส่​ไฟ​จาก​แท่น​บูชาและ​ใส่​เครื่อง​หอม​ และ​รีบ​นำ​ไป​ที่​ประชา​ชน เพื่อ​ลบ​มล​ทิน​บาป​ของ​ประชาชนนั้น

อาโรนก็ทำตาม
อาโรน​ยืน​อยู่​ระหว่าง​คน​ตาย​กับ​คน​เป็น แล้ว​ภัย​พิบัติ​ก็​ถูก​ระงับ​ไป
มีคน​ที่​ตาย​ด้วย​ภัย​พิบัติ​ 14,700 คน ไม่​นับ​คน​ที่​ตาย​ด้วย​เรื่อง​ของ​โค​ราห์

1. การบ่นหรือต่อต้าน การทรงเลือกของพระเจ้า เป็นการต่อต้านพระเจ้า
เหมือนกับกำลังบอกว่า พระเจ้าเลือกผิด

วันนี้ บุคคลที่เราพบเจอ และสถานการณ์ที่เรากำลังประสบ ทั้งหมดอยู่ในการควบคุมของพระเจ้า
แทนที่จะบ่นหรือต่อต้าน สิ่งเหล่านี้
เราควรที่จะถามพระเจ้ามากกว่า ว่า พระองค์ประสงค์ให้เราทำอย่างไรกับเหตุการณ์ครั้งนี้

2. โมเสสถูกลบหลู่ ถูกใส่ร้าย ถูกต่อต้านอย่างอกตัญญู โมเสสโกรธมาก
โมเสสจึงทูลต่อพระเจ้า

วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับปัญหาและแรงกดดันทุกชนิดที่เข้ามาสู่ชีวิตของเรา คือ อธิษฐาน

3. โคราห์ เป็นเลวี วงศ์วานโคฮาท ซึ่งเป็นกลุ่มเลวีที่ได้ทำงานสำคัญที่สุด คือ ทำหน้าที่ หาม ขนย้าย สิ่งบริสุทธิ์ที่สุด รวมทั้งหีบพันธสัญญา ด้วย
แต่ดูเหมือนนั่นยังไม่เพียงพอสำหรับโคราห์ เขาต้องการมากกว่าที่พระเจ้าประทานให้แก่เขา
และเมื่อเขาปล่อยให้ความโลภ เข้าครอบงำจิตใจ จึงนำภัยมหันต์มาสู่ชีวิตของเขาและครอบครัว

วันนี้ สิ่งที่พระเจ้าเห็นสมควรว่า เราควรจะได้รับ พระองค์ก็ได้ประทานแก่เราแล้ว
เราควรชื่นชม และขอบพระคุณสำหรับสิ่งที่ได้ประทานให้แก่เราแล้ว
แทนที่จะ บ่น ตำหนิ ต่อว่า หรือ ทำสิ่งใดๆทำนองนี้ เพื่อให้ได้สิ่งที่พระเจ้าเห็นว่าเรายังไม่สมควรจะได้รับในเวลานี้

4. เหตุที่มีประชาชนเสียชีวิตเพราะภัย​พิบัติ​ ถึง 14,700 คน ก็เพราะว่า เมื่อพวกเขาเห็นการลงโทษของพระเจ้า เหนือโคราห์และพรรคพวก ผู้ต่อต้านสิทธิอำนาจจากพระเจ้า
แทนที่พวกเขาจะสำนึก กลับใจ แต่กลับทำเหมือนอย่างเดียวกับโคราห์

เมื่อการลงทัณฑ์จากพระเจ้ามาถึง แทนที่จะยำเกรง แต่กลับไม่เกรงกลัว
นั่นเป็นการเร่งให้การลงทัณฑ์ที่หนักขึ้นอีกมาสู่ชีวิต

วันนี้ หากพระเจ้าเตือนสติเราด้วยสถานการณ์ที่ไม่น่าชื่นใจบางอย่าง
นั่นเพราะพระองค์ทรงรักเรา จึงตีสอนเรา
ฮบ. 12:6 เพราะ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทรง​ตี​สอน​ผู้​ที่​พระ​องค์​ทรง​รัก …
อย่าให้เรามีใจแข็งกระด้าง ดื้อดึงต่อไป

ดังนั้นให้เราถ่อมใจลง และกลับใจใหม่
เพื่อพระเจ้าจะทรงเปลี่ยนการตีสอน ให้กลายเป็นพระพรสำหรับเรา

5. เมื่อภัยพิบัติกำลังเกิดขึ้น สิ่งที่อาโรนปุโรหิตทำ คือ
วิ่งเข้าไปอยู่ท่ามกลางประชาชน และถือกระถางไฟเผาเครื่องหอม เพื่อให้ภัยพิบัตินั้นหยุดลง

กระถางไฟเผาเครื่องหอม นั่นใน วว. 8:3-4 อธิบายชัดเจนว่า คือ คำอธิษฐาน
วว. 8:3-4 “และ​ทูต​สวรรค์​อีก​องค์​หนึ่ง​ถือ​กระ​ถาง​ไฟ​ทอง​คำ​ออก​มา​และ​ยืน​อยู่​ที่​แท่น​บู​ชา พระ​เจ้า​ประ​ทาน​เครื่อง​หอม​มาก​มาย​แก่​ทูต​องค์​นั้น เพื่อ​ให้​ถวาย​ร่วม​กับ​คำ​อธิษ​ฐาน​ของ​ธรร​มิก​ชน​ทั้ง​หมด​บน​แท่น​บูชา​ทอง​คำ ที่​อยู่​หน้า​พระ​ที่​นั่ง​นั้น และ​ควัน​เครื่อง​หอม​นั้น​ก็​ลอย​ขึ้น​ไป​พร้อม​กับ​คำ​อธิษ​ฐาน​ของ​ธรร​มิก​ชน​ทั้ง​หลาย จาก​มือ​ทูต​สวรรค์​สู่​เบื้อง​พระ​พักตร์​ของ​พระ​เจ้า”

ท่ามกลางภัยพิบัติที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก หรือเกิดขึ้นในครอบครัวของเรา
สิ่งที่เราสมควรทำอย่างที่สุด เพื่อจะระงับ หรือทุเลาภัยพิบัตินั้น ก็คือ
อธิษฐานวิงวอนต่อพระเจ้าอย่างสุดใจ เพื่อประเทศของเรา สังคมของเรา และครอบครัวของเรา

คำคม

“ การต่อต้านการตั้งแต่งของพระเจ้า เป็นการลบหลู่พระเจ้า ”

สรุป กันดารวิถี 15

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาต้องทำเมื่อเข้าไปในแผ่นดินคานาอันแล้ว

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers15-84097

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 15 เมื่อคนอิสราเอลกบฎต่อพระเจ้า พระองค์จึงบอกพวกเขาว่ายังไม่ต้องเข้าคานาอันก่อน จนกว่าจะวนเวียนในถิ่นทุรกันดารครบ 40 ปี

แล้วพระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส เกี่ยวกับเรื่องสิ่งที่คนอิสราเอลต้องทำเมื่อเข้าไปในแผ่นดินคานาอันแล้ว
1.เรื่องเครื่องถวายบูชา
– ​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว หรือ​เป็น​เครื่อง​สัตว​บูชา หรือ​เครื่อง​บูชา​ถวาย​ด้วย​ความ​สมัคร​ใจ หรือ​ เครื่องบูชาถวาย​ใน​เทศ​กาลเลี้ยง​ต่างๆ
ให้ถวายพร้อม​ธัญ​บูชา​ ดังนี้
>> เมื่อถวายลูก​แกะ​ ให้ถวายพร้อม แป้ง​อย่าง​ดี 1 กิโล​กรัม​เคล้า​น้ำ​มัน 1 ​ลิตร และ เหล้า​องุ่น 1 ลิตร
>> ​เมื่อถวายแกะ​ผู้​ ให้ถวายพร้อม แป้ง​อย่าง​ดี 2 กิโล​กรัม​เคล้า​น้ำ​มัน 1.5 ​ลิตร และ เหล้า​องุ่น 1.5 ลิตร
>> ​เมื่อถวาย​ลูก​โค ให้ถวายพร้อม แป้ง​อย่าง​ดี 3 กิโล​กรัม​เคล้า​น้ำ​มัน 2 ​ลิตร และ เหล้า​องุ่น 2 ลิตร
– คน​พื้น​เมือง​หรือคนต่างด้าว ที่มาอาศัยกับคนอิสราเอลก็จะ​ต้อง​ทำตามกฏเดียวกันนี้​ทุก​คน
– เมื่อเก็บเกี่ยว ให้เอาข้าวผลแรกมาบดเป็นแป้ง ​มา​ทำ​ขนม​ก้อน​หนึ่ง​ถวาย​เป็น​เครื่อง​ถวาย แด่พระเจ้า

2.เรื่องคนที่ทำผิดโดยไม่เจตนา
– หากประชาชนอิสราเอลทำ​ผิด​โดย​ไม่​เจตนา โดย​ไม่​ได้​ทำ​ตาม​พระ​บัญ​ญัติของพระเจ้า
ให้​ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด​ถวาย​โค​หนุ่ม 1 ​ตัว​ ​เป็น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว พร้อม​กับ​ธัญ​บูชา​และ​เครื่อง​ดื่ม​บูชา​ และถวาย​แพะ​ผู้ 1 ​ตัว​ เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบล้าง​บาป
– หากคนอิสราเอลคนหนึ่งคน​ใด​ ทำ​บาป​​โดย​ไม่​เจต​นา
ให้​คน​นั้น​ถวาย​แพะ​เมีย​อายุ​ 1 ​ปี​ เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป
– คน​พื้น​เมือง​หรือคนต่างด้าว ที่มาอาศัยกับคนอิสราเอลก็จะ​ต้อง​ทำตามกฏเดียวกันนี้​ทุก​คน

3.เรื่องคนที่ทำ​ผิด​อย่าง​จง​ใจ
– ผู้ที่จงใจทำผิด คน​นั้น​ได้​หมิ่น​ประ​มาท​พระ​เจ้า เขา​จะ​ต้อง​ถูก​ตัด​ออก​จาก​ท่าม​กลาง​ชน​ชาติ​ของ​ตน

ในช่วง​ที่​คน​อิส​รา​เอล​อยู่​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร
มีชาย​คน​หนึ่ง​ไป​เก็บ​ฟืน​ใน​วัน​สะบา​โต
จึงถูกพา​มา​หา​โมเสส อาโรน และ​ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด
แล้ว​พระเจ้าสั่งโมเสส​ ให้ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด​ต้อง​เอา​หิน​ขว้าง​เขา​ให้​ตาย​ที่​นอก​ค่าย
ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด​ก็ทำตามนั้น

แล้ว​พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ให้​คน​อิส​รา​เอล​ทำ​พู่​ที่​มุม​ของ​ชาย​เสื้อ​คลุม และ​ให้​เอา​ด้าย​สี​ฟ้า​ติด​ที่​พู่​ของ​แต่​ละ​มุม
เพื่อจะระลึกถึงและ​จด​จำ​พระ​บัญ​ญัติ​ทั้ง​หมด​ของ​พระเจ้าแล้ว​ปฏิ​บัติ​ตาม และ​เป็น​คน​บริ​สุทธิ์​แด่​พระ​เจ้า​

1. หลังจากพระเจ้าบอกคนอิสราเอลว่า ไม่ต้องเข้าคานาอันก่อนในช่วงนี้ ในบทที่ 14 พอมาถึงบทที่ 15 พระเจ้าสั่งโมเสสเกี่ยวกับเรื่องกฏเกณฑ์ต่างๆ เมื่อคนอิสราเอลเข้าไปในแผ่นดินคานาอัน

พระเจ้าทรงทราบทุกสิ่ง พระองค์ทรงรู้แล้วว่า คนอิสราเอลจะได้เข้าไปในแผ่นดินคานาอันอย่างแน่นอน
จึงได้สั่งโมเสสอย่างเจาะจงเเกี่ยวกับสิ่งที่คนอิสราเอลต้องทำเมื่อพวกเขาเข้าแผ่นดินคานาอันแล้ว

จากประเด็นนี้ทำให้เราเข้าใจชัดเจนว่า สำหรับพระเจ้าแล้ว ปัจจุบันและอนาคต ไม่แตกต่างกันเลย
พระองค์ทรงรู้ตอนจบตั้งแต่เริ่มต้น
ดังนั้นการฝากชีวิตของเราไว้กับพระองค์ ไว้วางใจในพระองค์ จึงเป็นการกระทำที่ฉลาดและมีปัญญาอย่างยิ่ง

2. ผู้ที่ทำผิดโดยไม่เจตนา อาจเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือเพราะความอ่อนแอของตน
พระเจ้าทรงพร้อมที่จะให้อภัยแก่เขา ช่วยให้เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ เมื่อเราสำนึกบาปและกลับใจใหม่

แต่ผู้ที่จงใจทำผิด จงใจลบหลู่พระเจ้า ไม่สามารถได้รับการอภัย
เปรียบเสมือนกับ คนที่ได้รับรู้แล้วว่า
โดยทางพระเยซูคริสต์บาปของเขาสามารถได้รับการอภัยได้
เพียงแค่เขากลับใจใหม่ และสารภาพบาปต่อพระองค์
แต่เขายังไม่คิดจะกลับใจ จงใจไม่เชื่อว่าจะเป็นจริง จงใจหาว่าพระเยซูพูดโกหก
แล้วคนเช่นนี้จะได้รับการอภัยได้อย่างไร?

3. การระลึกถึงและ​จด​จำ​พระ​คำของ​พระเจ้าแล้ว​ปฏิ​บัติ​ตาม นั่นจะนำพระพรยิ่งใหญ่มาสู่ชีวิตของเรา
การอ่านพระคัมภีร์อย่างสม่ำเสมอ
การท่องจำพระคัมภีร์
และการฝึกปฏิบัติตามพระคำของพระเจ้าอยู่เสมอ
เป็นสิ่งที่ผู้เชื่อทุกคนควรกระทำให้เป็นวิถีชีวิตของเรา

คำคม

“ พระเจ้าทรงสามารถรู้และควบคุม อดีต ปัจจุบบัน และอนาคต ”

สรุป กันดารวิถี 14

ภาพรวม

  • คนอิสราเอลคิดกบฎต่อพระเจ้า โดยคิดจะตั้งคนหนึ่งมาเป็นผู้นำแทนโมเสส เพื่อนำพวกเขากลับอียิปต์

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers14-83990

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 14 เมื่อผู้สอดแนมผู้เข้าไปสำรวจดินแดนคะนาอัน กลับมารายงานผลการสำรวจให้ประชาชนทราบ ประชาชนก็เริ่มกบฏต่อพระเจ้า

หลังจากได้ยินความยากของการบุกเข้าคานาอัน ประชาชนก็​ร้อง​ไห้​ทั้งคืน​
แล้วพวกเขา ก็บ่น​ต่อว่า​โมเสส​และ​อาโรน ว่า ไม่ควรพาพวกเขามาตาย และ ลูก​เมีย​ของ​พวกเขาคง​ต้อง​ถูก​ปล้น​เอา​ไป

พวกเขาจึง​คิดที่จะ​ตั้ง​คน​หนึ่ง​ขึ้น​เป็น​หัว​หน้าแทนโมเสส แล้ว​กลับ​ไป​อียิปต์กันดีกว่า

โมเสส​กับ​อาโรน​ จึงซบ​หน้า​ลงอธิษฐานต่อพระเจ้า
ส่วนโย​ชู​วา​ ​กับ ​คา​เลบ ก็พูด​ว่า
แผ่น​ดิน​ที่ไป​สอด​แนม​ดู​มา​​นั้น​ เป็น​แผ่น​ดิน​ที่​ดี​เหลือ​เกิน
พระเจ้าจะ​ประ​ทาน​แผ่น​ดิน​นี้​แก่คนอิสราเอล
ขอ​เพียง​คนอิสราเอลไม่​กบฏ​ต่อ​พระเจ้า และไม่กลัว​ชาว​แผ่น​ดิน​นั้น
เพราะพระเจ้าสถิตกับคนอิสราเอล ดังนั้นศัตรูเหล่านี้จึง​เป็น​เหมือน​ขนม​ปัง

แต่​ประชาชนไม่ฟัง แลัวคิดจะ​เอา​หิน​ขว้าง​เขา​ทั้ง​สอง
แล้วพระ​สิริ​ของ​พระเจ้าก็​ปรา​กฏขึ้นที่พลับพลา
และ​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า คนอิสราเอล​สบ​ประ​มาทพระเจ้า ที่​ไม่​เชื่อ​คำพูดของพระองค์
ดังนั้น​จะทรงประ​หารพวกเขาเสีย แล้วจะ​ทำ​ให้​โมเสส​เป็น​ประ​เทศ​ใหญ่​แทน

แต่​โมเสส​​ทูล​วิง​วอนเพื่อให้พระเจ้าจะทรงอภัยประชาชนเหล่านี้
แล้วพระเจ้าก็ทรงให้​อภัย​ตาม​คำ​ของ​โมเสส

พระเจ้าตรัสว่า
พรุ่ง​นี้​ให้คนอิสราเอล​กลับ​ไป​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ตาม​ทาง​ไป​ยัง​ทะเล​แดง
ทุกคนที่​มี​อายุ​ตั้ง​แต่ 20 ​ปี​ขึ้น​ไป​ผู้​ซึ่ง​สบ​ประ​มาท​พระเจ้า จะ​ไม่​ได้​เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดิน​นั้น แต่ ​คา​เลบและโยชูวา จะได้เข้า
แต่​บรรดา​ลูก​น้อย​ที่​คนเหล่านั้นว่า​จะ​ถูก​ปล้น​เอา​ไป​นั้น
พระเจ้า​จะ​ให้​พวก​เขา​เข้า​ไป
คนอิสราเอลจะ​เป็น​ผู้​เลี้ยง​แกะ​อยู่​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ถึง 40 ​ปี จน​กว่าซาก​ศพ​ของคนอิสราเอล​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​นี้​จะ​ครบ​ถ้วน
และผู้สอด​แนม​ 10 คน นั้น จะ​ตาย​ด้วย​โรค​ภัย​

เมื่อ​โมเสส​บอก​เรื่อง​นี้​ให้​คน​อิส​รา​เอล​ฟังแล้ว
ประ​ชา​ชน​ก็​ร้อง​ไห้​โศก​เศร้า​อย่าง​ยิ่ง

และ​เขา​ทั้ง​หลาย​ลุก​ขึ้น​แต่​เช้า​แล้ว​ขึ้น​ไป​ที่​ยอด​เขา เพื่อต่อสู้กับคนคานาอัน
แต่​โมเสสห้าม ไม่ให้ไป เพราะจะ​พ่ายแพ้ศัตรู
แต่​เขา​ทั้ง​หลาย​ยัง​บัง​อาจ​ขึ้น​ไป​
แล้ว​คน​อา​มา​เลข​และ​คน​คา​นา​อัน ​โจม​ตี​และ​ขับ​ไล่​พวก​เขา​ไป​ถึง​ตำ​บล​โฮร​มาห์

1. คนอิสราเอลเชื่ออย่างไม่สงสัยว่า พระเจ้าจะไม่สามารถรักษาสัญญาได้อย่างแน่นอน พวกเขาจึงร้องไห้ และอยากจะกลับไปอียิปต์
ซึ่งการกระทำเช่นนี้ พระเจ้าทรงถือว่าเป็นการสบ​ประ​มาทพระเจ้า

เมื่อเราเริ่มเชื่ออย่างไม่สงสัยเลยว่า พระเจ้าคงจะไม่รักษาสัญญาแน่นอน
เราก็จะเริ่มกลัวต่อสถานการณ์ที่เราเจอ และคิดจะทำอะไรบางอย่างแบบ ไม่ต้องพึ่งพาพระเจ้า หรือไม่ต้องรอคอยพระองค์

วันนี้ เรากำลังกระทำสิ่งที่สบประมาทพระเจ้าอยู่หรือเปล่า?

2. เป็นที่น่าสังเกตว่า ใน กดว. 11 เมื่อคนอิสราเอลบ่นเรื่องไม่มีเนื้อกิน จนโมเสสอยากจะตายด้วยซ้ำไป(กดว.11:15) พระเจ้าก็เต็มด้วยพระเมตตาและอดทนนาน ยังคงประทานนกคุ่มให้แก่พวกเขา

นั่นคือ โมเสสหมดความอดทนแล้ว พระเจ้ายังทรงอดทนได้

แต่ครั้งนี้ ดูเผินๆเหมือนพระเจ้าหมดความอดทนแล้ว และพอโมเสสมาช่วยทูลขอการอภัย พระองค์จึงทรงอดทนต่อไป

นั่นคือ พระเจ้ายังคงอดทนต่อคนอิสราเอลต่อไป แต่ที่ทรงกระทำเช่นนั้น เพื่อให้ความเมตตาที่มีในตัวของโมเสส ผู้รับใช้ของพระองค์ปรากฏ และเพื่อพระองค์จะทรงสำแดงความโปรดปรานต่อผู้รับใช้ของพระองค์

วันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราก็เพื่อจะให้ความดีของเราปรากฏ หรือได้พัฒนาขึ้น และเพื่อพระเจ้าจะทรงสำแดงความเมตตาแก่เราผู้ที่พระเจ้าทรงโปรดปราน
เราได้รับความโปรดปรานจากพระเจ้า โดยทางพระเยซูคริสต์

3. การตัดสินของพระเจ้านั้นยุติธรรมเสมอ
พวกผู้ใหญ่สบประมาทพระเจ้า แต่เด็กๆไม่ได้ทำ
พระเจ้าจึงให้คนอิสราเอล วนเวียนในถิ่นทุรกันดาร 40 ปี
เพื่อเป็นการลงโทษผู้ใหญ่ ไม่ให้เข้าคานาอัน
และเพื่อเป็นการเตรียมเด็กๆให้พร้อมสำหรับการทำตามกฏเกณฑ์ของพระเจ้า
เตรียมให้พร้อมสำหรับการเข้าคานาอัน

ผู้สอดแนม 12 คน พระเจ้าไม่ได้เหมารวมแล้วลงโทษทั้งหมด
พระเจ้าลงโทษ 10 คนที่สบประมาทพระเจ้า
และอวยพระพรแก่ 2 คน ที่ยำเกรงพระเจ้า

สิ่งที่เกิดกับเรา พระเจ้าจะประทานความยุติธรรมให้แก่เราอย่างแน่นอน

4. เมื่อพระเจ้าบอกว่า คนอิสราเอลไม่ต้องเข้าไปคานาอันแล้ว ในช่วงนี้
แต่คนอิสราเอลยังดื้อรั้นบุกเข้าไปอยู่ดี จึงพบกับความพ่ายแพ้

การมองโลกในแง่ดี กับ ความเชื่อ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
การมองโลกนี้แง่ดี คิดไปเองว่า พวกเขาชนะคนคานาอันได้ แต่ในที่สุดก็พ่ายแพ้
ความเชื่อ จะเชื่อมั่นในสิ่งที่พระเจ้า ถ้าพระเจ้าบอกว่าชนะได้ ก็มั่นใจได้เลยว่า ชนะแน่

การดำเนินชีวิตของเรา การมองโลกในแง่ดี ย่อมดีกว่า มองโลกในแง่ร้าย
แต่ย่อมเทียบไม่ได้กับ การเชื่อมั่นในคำสัญญาที่พระเจ้าได้ตรัสไว้

วันนี้ เราอ่านพระคำของพระเจ้ามากเพียงใด?
วันนี้ เราเชื่อในคำสัญญาจากพระคำของพระเจ้ามากเพียงใด?

คำคม

“ การไม่เชื่อคำสัญญาของพระเจ้า เป็นการสบประมาทพระองค์ ”

สรุป กันดารวิถี 13

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งให้โมเสสส่งผู้สอดแนมไปสอดแนมดูดินแดนคานาอันที่พระเจ้าทรงสัญญาที่จะยกให้แก่คนอิสราเอล

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers13-83876

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 13 หลังจากที่คนอิสราเอลยก​ออก​เดิน​ทาง​จาก​ ตำบล​ฮา​เซ​โรท ไป​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ที่​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ปา​ราน แล้ว
พระเจ้า​ตรัส​สั่ง​โมเสส​ ให้​ส่ง​คนจากแต่ละเผ่า​ไป​สอด​แนม​แผ่น​ดิน​คา​นา​อัน​ที่​พระเจ้าทรง​ให้​แก่​คน​อิส​รา​เอล
โดยผู้ที่จะถูกส่งไปต้องเป็นคนหนึ่งใน​ผู้​นำ​ของ​เผ่านั้นๆ

โมเสส​จึงเลือกผู้นำมา 12 คน แล้วส่งคนเหล่านั้น​ไป​สอด​แนม​แผ่น​ดิน​คา​นา​อัน
เพื่อตรวจ​ดู​ว่า​แผ่น​ดิน​นั้น​และคนในแผ่นดินนั้นเป็น​อย่าง​ไร และ​ให้นำ​ผล​ไม้​ของ​แผ่น​ดิน​นั้น​กลับ​มาด้วย

คนเหล่านั้น​จึง​ขึ้น​ไป​สอด​แนมทั่ว​แผ่น​ดินนั้น อยู่ 40 วัน และ​พวก​เขา​ตัดองุ่น​พวง​หนึ่ง​จาก​ที่​นั่น ต้อง​ใช้​สอง​คน​หาม​ด้วย​ไม้​คาน และเก็บ​ลูก​ทับ​ทิม​และ​มะเดื่อ​มาด้วย

เมื่อพวกเขา​กลับ​มา​ยัง​โมเสส อาโรน และ​ชุม​นุม​ชน​อิส​รา​เอล ก็รายงานว่า ราย​งาน​ต่อ​ท่าน​ทั้ง​สอง​และ​ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด ทั้ง​ให้​ดู​ผล​ไม้​ของ​แผ่น​ดิน​นั้น
พวกเขาเล่าว่า แผ่นดินนั้นมี​น้ำ​นม​และ​น้ำ​ผึ้ง​ไหล​บริ​บูรณ์​จริง
แต่​​คน​ที่​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​นั้น​มี​กำลัง​มาก ​เมืองมีกำแพง​ป้อง​กัน​ที่​ใหญ่​โต​มาก และมีคนยักษ์อยู่ด้วย

แต่​คา​เลบ หนึ่งในคนที่ไปสอดแนม ​ได้​กล่าว​ว่า
ให้​เรา​ขึ้น​ไป​ยึดเมืองเหล่านั้นทัน​ที​เพราะ​เรา​จะ​ชนะ​แน่​นอน
แต่ผู้สอดแนมคนอื่น​กล่าว​ว่า
คนอิสราเอลไม่​สา​มารถ​เข้า​ไป​และ​ชนะ​คน​เหล่า​นั้น​ได้ เพราะ​พวก​เขา​มี​กำ​ลัง​มาก​กว่า​เรา
และบอกว่า แผ่นดินนั้นเป็น​แผ่น​ดิน​กิน​คน​
และชาว​เมือง​ทั้ง​หมด​รูป​ร่าง​ใหญ่​โต
เรา​เป็น​เหมือน​ตั๊ก​แตน ในสายของพวกเรา
และ​เรา​ก็​เป็น​เช่น​นั้น​ใน​สาย​ตา​ของ​พวก​เขา

1. ผู้สอดแนมทั้ง 12 คน ได้พบสิ่งเดียวกัน ได้มองดูสิ่งเดียวกัน ได้เจอสถานการณ์อย่างเดียวกัน
แต่เมื่อ 10 คนมองที่ปัญหาอุปสรรค พวกเขาจึงเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะยึดเมืองเหล่านั้น
แต่คาเลบและโยชูวา มองที่พระสัญญาของพระเจ้า เขาทั้งสองจึงมั่นใจว่า
คนอิสราเอลสามารถเข้าไปยึดครองได้แน่นอน

สถานการณ์ที่เราเผชิญวันนี้
หากเรามองที่สถานการณ์ เราจะพบแต่ปัญหามากมายเต็มไปหมด
แต่หากเรามองไปที่พระสัญญาของพระเจ้า ด้วยสายตาแห่งความเชื่อ
เราจะเห็นพระพรมากมายท่ามกลางสถานการณ์เหล่านี้

2. เมื่อความกลัวเกิดขึ้น ปัญหาที่เห็นจะใหญ่โตมากเกินกว่าความเป็นจริงเสมอ
เหมือน ผู้สอดแนม 10 คน ที่รายงานว่า แผ่นดินคานาอันกินคนได้ และชาวเมืองทุกคนเป็นคนยักษ์หมดเลย
ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย

หากเราปล่อยให้ความหวาดกลัว เข้ามาครอบงำชีวิตของเรา
เราจะมองสถานการณ์ผิดพลาดไปจากความเป็นจริง
ซึ่งจะทำให้การแก้ปัญหานั้นไม่สามารถกระทำได้อย่างถูกต้อง

คำคม

“ พระเจ้าของเรา กับ ปัญหาของเรา ใครใหญ่กว่ากัน? ”

สรุป กันดารวิถี 12

ภาพรวม

  • อาโรนและมิเรียมต่อต้านโมเสส พระเจ้าจึงทำให้มิเรียมเป็นโรคเรื้อน จนพวกเขากลับใจ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers12-83757

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 12 เมื่อคนอิสราเอล​ออก​เดิน​จาก ขิบ​โรท​หัท​ธา​อา​วาห์ มาหยุดที่​ฮา​เซ​โรท แล้ว

​มิเรียม​กับ​อาโรน​ ผู้เป็นพี่สาวและพี่ชายของโมเสส ก็พูด​ต่อ​ต้าน​โมเสส​ใน​เรื่อง​ที่​โมเสสแต่ง​งาน​กับ​หญิง​ชาว​คูช ซึ่งอาจหมายถึงนางศิโปราห์ หรืออาจหมายถึงผู้หญิงอีกคนหนึ่ง พระคัมภีร์ไม่ได้ระบุชัดเจน

แล้วก็ต่อต้านก็ลามไปถึง เรื่องที่ว่า พระ​เจ้า​ตรัส​ผ่าน​โมเสส​คน​เดียว​เท่า​นั้น​จริง​หรือ?
ใน​ทันใด​นั้น​พระ​เจ้าจึงตรัสสั่ง​โมเสส อาโรน และ​มิเรียม ​ให้​ออก​มา​ที่​พลับพลา
แล้วพระ​องค์​ทรง​เรียก​อาโรน​และ​มิเรียม ออก​มา​ข้าง​หน้า

พระ​องค์​ตรัส​ว่า พระองค์ตรัสกับ​โมเสส​เป็นพิเศษ ​แบบซึ่งๆ หน้า​อย่าง​ชัด​เจน​โดย​ไม่​พูด​เป็น​ปริศนา ไม่เหมือนสำแดงแก่คนอื่น เพราะโมเสส​ซื่อ​สัตย์
และ​พระเจ้ายังได้สำแดงให้โมเสส​เห็น​สัณ​ฐาน​ของ​พระเจ้าอีกด้วย
แล้ว ทำไม​อาโรนและมิเรียม จึง​กล้า​พูด​ต่อ​ต้าน​โมเสส​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระเจ้า เช่นนี้

แล้วมิเรียม​ก็​เป็น​โรค​เรื้อน​ขาว​เหมือน​หิมะ
อาโรน​จึงอ้อนวอน​โมเสส​ ให้ช่วยมิเรียมด้วย พวกเขาทำผิดไปแล้ว
แล้ว​โมเสส​ร้อง​ทูล​พระเจ้า

พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า ให้​กัก​มิเรียมไว้​นอก​ค่าย 7 ​วัน แล้วก็จะหาย
ต่อมาเมื่อมิเรียมหายแล้ว ​ประ​ชา​ชน​ก็​ยก​ออก​เดิน​ทาง​จาก​ตำบล​ฮา​เซ​โรท
ไป​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ที่​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ปา​ราน

1. การทักท้วงของอาโรนและมิเรียม ตอนแรกก็เป็นเรื่องการแต่งงานของโมเสส แต่ต่อมาพัฒนาลุกลามไปถึงเรื่องสิทธิอำนาจของโมเสส
คงเป็นเพราะว่าพวกเขาทั้งสอง เห็นผู้ใหญ่ 70 คนเผยพระวจนะได้
จึงตั้งข้อสังเกตว่า พระเจ้าไม่จำเป็นต้องตรัสกับโมเสสคนเดียวนี่นา

ดูเหมือนพระเจ้าไม่ได้ตำหนิพวกเขา ที่ทักท้วงเรื่องการแต่งงานของโมเสส
แต่พระเจ้ากริ้วพวกเขา เมื่อก้าวล่วง สิทธิอำนาจที่พระเจ้าประทานให้แก่โมเสส

การกระทำที่ถูกต้องอันหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าการกระทำครั้งต่อมาจะถูกต้องเสมอไป
สิ่งที่พระเจ้าไม่อนุญาตให้มนุษย์ก้าวล่วงล้ำ คือ เรื่องสิทธิอำนาจ
เมื่อพระเจ้าจะประทานสิทธิอำนาจให้แก่ใคร เป็นสิทธิขาดของพระองค์
มนุษย์หน้าไหน ก็ไม่มีสิทธิเข้ามาก้าวก่าย ไม่ว่าจะมีเหตุผลที่ดีสักเพียงใดก็ตาม

2. พระคัมภีร์กล่าวว่า โมเสส​เป็น​คน​ถ่อม​ใจ​ยิ่ง​กว่า​คน​ทั้ง​หมด​บน​พื้น​แผ่น​ดิน
โมเสส จัดการกับการต่อต้านสิทธิอำนาจที่พระเจ้าประทานให้ ด้วยการไม่ทำอะไรเลย
เพียงแต่รอคอยพระเจ้าจัดการ
และพระเจ้าก็จัดการจริงๆ
จนในที่สุด คนเหล่านั้นก็เลิกต่อต้านและกลับยิ่งยำเกรงโมเสส

เราไม่ควรต่อต้านสิทธิอำนาจที่พระเจ้าเจิมตั้งเอาไว้
และถ้าหากใครมาต่อต้านสิทธิอำนาจที่พระเจ้าประทานแก่เรา
เราก็ควรอธิษฐานเผื่อพวกเขา ให้รีบกลับใจก่อนจะสายเกินไป

3. อาโรนกับมิเรียม ร่วมกันต่อต้านโมเสส
ปรากฏว่า มิเรียมเป็นโรคเรื้อนคนเดียว อาโรนรอด
ซึ่งน่าจะเป็นเพราะอาโรนทำหน้าที่มหาปุโรหิต ถ้าเป็นมลทินด้วยโรคเรื้อนจะยุ่งกันใหญ่
และพระองค์รู้ว่า แค่ให้มิเรียมเป็นโรคเรื้อนคนเดียว ก็เพียงพอให้ทั้งสองคนกลับใจใหม่แล้ว

การตัดสินลงโทษใคร อย่างไรนั้น เป็นสิทธิขาดของพระเจ้า
ไม่ใช่ธุระของเรา
ขอให้เราเพียงแต่รู้ก็พอแล้วว่า พระเจ้าเลือกวิธีที่ดีที่สุด ด้วยพระสติปัญญาอันล้ำเลิศของพระองค์

คำคม

“ การให้เกียรติสิทธิอำนาจ เป็นการให้เกียรติพระเจ้า ”

สรุป กันดารวิถี 11

ภาพรวม

  • คนอิสราเอลบ่นว่าไม่มีเนื้อกิน พระเจ้าทรงเมตตาพวกเขาสัญญาว่าจะประทานเนื้อให้ตลอด 1 เดือน แต่พวกเขาก็ยังไม่เชื่อในคำสัญญาของพระเจ้าอยู่ดี

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers11-83466

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 11 เมื่อประชาชนอิสราเอลเริ่มเดินทางออกจากถิ่นทุรกันดารซีนาย พวกเขาก็เริ่มบ่น

ประ​ชา​ชน​บ่นว่า​เรื่อง​ความ​ลำบากของพวกเขา
พระเจ้าจึงทรง​กริ้ว มี​ไฟ​จาก​พระ​เจ้ามา​​เผา​รอบ​นอก​ค่าย​ไป​บาง​ส่วน
พวกเขาก็​ร้อง​ต่อ​โมเสส
โมเสส​จึงอธิษ​ฐาน​ต่อ​พระ​เจ้า แล้ว​ไฟ​ก็​ดับ

ต่อมา มีคนชาติอื่น​ที่ติดตามมาด้วย (อพย. 12:38 มี​คน​ชาติ​อื่น​จำ​นวน​มาก​ติด​ตาม​ไป​ด้วย …) เป็นคนตะกละ​เห็น​แก่​กิน​ ​จึงมีผลทำให้คนอิสราเอลเริ่ม​ร้อง​ไห้​คร่ำ​ครวญ​อยากกินเนื้อ
บอกว่า คิด​ถึง​ปลา ​แตง​กวา แตง​โม กระ​เทียม​จีน หอม​ใหญ่ หัว​กระ​เทียม ในอียิปต์
เพราะกินแต่มานาจนเบื่อแล้ว

ประ​ชา​ชน​ร้อง​ไห้​กัน​ไป​ทั่ว​ ที่​ประตู​เต็นท์​ของ​ตน
และ​พระเจ้าทรงกริ้ว​อย่าง​ยิ่ง โมเสส​ก็​ไม่​พอ​ใจ​ด้วย

โมเสส​จึง​​ทูล​พระ​เจ้าว่า ทนไม่ไหวแล้วที่จะต้องคอยดูแลเอาใจคนที่นิสัยเหมือนเด็กทารกพวกนี้
​เป็น​ภาระ​หนัก​เกิน​ไป​สำหรับ​โมเสส

พระเจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ว่า ให้​รวบ​รวม​พวก​ผู้​ใหญ่​ใน​อิส​รา​เอล​มาที่พลับพลา 70 คน
แล้วพระเจ้า​จะ​​ให้พระวิญญาณเจิม​​คนเหล่านั้น เพื่อ​พวกเขาจะช่วยโมเสสแบกภาระของคนอิสราเอล

และพระเจ้า​จะ​ประ​ทาน​เนื้อ​ให้​แก่คนอิสราเอล กินไป 1 เดือนเต็มๆ จน​​เอือม​ระอาไปเลย
แต่​โมเสสทูลพระเจ้า​ว่า ถ้าจะเลี้ยง​ผู้​ชาย 600,000 ​คน ยังไม่รวมผู้หญิงและเด็ก ​ให้พวกเขากิน​เนื้อ​จน​ครบ​ 1 เดือน ต้องใช้เนื้อมากมายมหาศาล ซึ่งจะเป็นไปได้ยังไง

พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
“พระ​หัตถ์​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​สั้น​ไป​หรือ? บัด​นี้​เจ้า​จะ​เห็น​ว่า​คำ​ของ​เรา​จะ​สำเร็จ​เพื่อ​เจ้า​จริง​หรือ​ไม่”

โมเสส​จึงออก​ไป​บอก​ประ​ชา​ชน ตามที่พระเจ้าตรัส และ​ท่าน​รวบ​รวม​พวก​ผู้​ใหญ่​ 70 คน แล้ว​ให้​มา​ยืน​รอบๆ พลับพลา

​พระเจ้าก็​เสด็จ​ลง​มา​ใน​เมฆ​ และ​ตรัส​กับ​โมเสส แล้ว​พระวิญ​ญาณ​ก็เจิม​พวก​ผู้​ใหญ่​เหล่านั้น​ แล้วเขา​ทั้ง​หลาย​ก็​เผย​พระ​วจนะ แต่​ก็​ทำแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว

แต่มีผู้ใหญ่ 2 คน​ที่​ยัง​อยู่​ใน​ค่าย คือ ​เอล​ดาด และ ​เม​ดาด
แล้ว​พระวิญ​ญาณ​ก็เจิมเขา​ทั้ง​สองด้วย
และ​เขา​ทั้ง​สอง​ก็​เผย​พระ​วจนะ​ใน​ค่าย

เมื่อ​โย​ชู​วาทราบ ก็บอก โมเสส​ให้ไปห้าม​เขา​ทั้ง​สอง
แต่​โมเสส​ตอบว่า โมเสสอยากให้ประชาชนทุกคนเผยพระวจนะและมีการเจิมของพระวิญญาณด้วยซ้ำไป

แล้ว​มี​ลม​พัด​​ฝูง​นก​คุ่ม​จาก​ทะเล​มา​ตก​อยู่​ที่​ข้าง​ค่าย​โดย​อยู่​รอบๆ
อยู่​ห่าง​ออก​ไป​จาก​ค่าย​เป็น​ระยะ​ทาง​เดิน 1 ​วัน
และ​อยู่​สูง​จาก​พื้น​ดิน​ประ​มาณ 1 เมตร

วัน​นั้น​ประ​ชา​ชน​ก็​เที่ยว​จับ​นก​คุ่ม​กัน​ทั้ง​วัน​ทั้ง​คืน และ​ตลอด​วัน​ถัด​มา​ด้วย
คน​ที่​จับ​ได้​น้อย​ที่​สุด​ก็​ได้​ไม่​ต่ำ​กว่า​ 1,000 กิโล​กรัม
แล้ว​เขา​ทั้ง​หลาย​ก็​เอา​มา​กาง​ตาก​กัน​ทั่ว​โดย​อยู่​รอบๆ ค่าย

และขณะที่นกอยู่ในปาก ยัง​ไม่​ทัน​ได้​เคี้ยว
พระเจ้า​ก็​ทรงกริ้วและ​ประ​หาร​ประ​ชา​ชนเหล่านั้น​ด้วย​ภัย​พิบัติ​ร้าย​แรง
เขา​จึง​เรียก​ชื่อ​ตำบล​นั้น​ว่า​ ขิบ​โรท​หัท​ธา​อา​วาห์
แล้วประ​ชา​ชน​ยก​ออก​เดิน​จาก​ที่นั่น มาหยุดที่​ฮา​เซ​โรท

1. พระเจ้าทรงไม่พอพระทัยอย่างยิ่ง ต่อการบ่นของประชากรของพระองค์
เพราะการบ่น เป็นการใส่ร้ายป้ายสีต่อพระเจ้า
เป็นการหาว่า พระเจ้าไม่รักษาสัญญา ทั้งที่พระองค์ไม่เคยผิดสัญญาเลย

สำหรับเหตุการณ์ในวันนี้ เราบ่น หรือ ขอบพระคุณพระเจ้า?

2. คนชาติอื่น​ที่ติดตามมาด้วย ที่ตะกละ​เห็น​แก่​กิน​ ​ส่งผลทำให้คนอิสราเอลเกิดความคิดที่ไม่เหมาะสมตามมา
พวกเขาคิดว่า อียิปต์ดีกว่า ออกเดินทางตามพระเจ้ามา

สิ่งที่เราต้องระมัดระวังในการดำเนินชีวิตคริสเตียนคือ ค่านิยมของโลก ของคนรอบข้างที่อยู่ฝ่ายโลกนี้
ถ้าค่านิยมเหล่านั้นเริ่มมีอิทธิพลต่อเรามากเท่าใด ชีวิตของเราก็จะเริ่มออกห่างจากชีวิตที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้าเท่านั้น

3. เอล​ดาด และ ​เม​ดาด ไม่ยอมเชื่อฟังโมเสส ไม่ได้มาที่พลับพลาในวันนั้น
ด้วยเหตุผลใด ก็ไม่ทราบ
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พระเจ้ายังคงให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เจิมเหนือพวกเขา เหมือน ผู้ใหญ่คนอื่นๆ

การเจิมนี้เป็นสิทธิขาดของพระเจ้า ว่าพระองค์จะเลือกเจิมใคร
คนนั้นอาจดูไม่น่าจะได้รับการเจิม เหมือนอย่างที่โยชูวาคิด

แต่พระเจ้าย่อมรู้ดีกว่ามนุษย์ และพระองค์เป็นผู้เลือกเอง
และเมื่อพระเจ้าทรงเลือกเช่นนั้น
โมเสสผู้รู้หัวใจของพระเจ้า ก็ยินดีที่พระเจ้าทรงเลือกเช่นนั้นตามที่พระองค์เห็นชอบ

วันนี้ เรายินดีในสิ่งที่พระเจ้าทรงเลือกให้เกิดขึ้น ตามอำนาจอธิปไตยของพระองค์หรือไม่?

4. เหตุที่พระเจ้าทรงกริ้วและประหารคนเหล่านั้นที่ออกไปเก็บนกคุ่ม
น่าจะเป็นเพราะพวกเขา โลภมากและไม่เชื่อสิ่งที่พระเจ้าตรัสสัญญาไว้ ซึ่งถือว่าเป็นการดูถูกพระเจ้า

ทั้งที่พระเจ้าตรัสสัญญาว่า จะมีนกคุ่มมาทุกวันตลอด 1 เดือน
แล้วในวันนั้น พวกเขาก็เริ่มเห็นแล้วว่าพระเจ้าทรงรักษาสัญญาจริงๆ
พวกเขาไปเก็บกักตุนมากมาย คนที่จับนกมาน้อยที่สุดจับมา 1 ตัน
ซึ่งแน่นอน ไม่มีใครสามารถกินนก 1 ตันได้หมดใน 1 วัน
พวกเขาไม่เชื่อว่า พรุ่งนี้พระเจ้าจะส่งนกมาอีกตามสัญญา
ทั้งที่ วันนี้เขาเห็นกับตาแล้วว่า พระเจ้าทรงรักษาสัญญา

ที่ผ่านมาเราเห็นแล้วหรือยังว่า พระเจ้าทรงรักษาสัญญาเสมอ
แล้วในวันนี้ เรายังคิดจะดูถูกพระเจ้า ด้วยการสงสัยในพระสัญญาของพระเจ้าหรือ?

คำคม

“ บ่น = ดูถูกพระเจ้า ”

สรุป กันดารวิถี 10

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงกำหนดรูปแบบและวิธีการ ให้แก่คนอิสราเอล ในการเคลื่อนพลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers10-83273

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 10 หลังจากที่คนอิสราเอลถือเทศกาลปัสกาในเดือนที่ 1 ปีที่ 2 แล้ว ในวันที่ 20 เดือนที่ 2 ปีเดียวกัน พระเจ้าก็มีบัญชาให้คนอิสราเอล เคลื่อนออกจากถิ่นทุรกันดารซีนาย

พระเจ้าสั่ง​โมเสส​ ให้​ทำ​แตร​เงิน​สอง​คัน​​โดย​​ใช้​ค้อน​ทุบ เพื่อ​ใช้​​เป็นสัญญาณเรียก​ชุม​ชน​ และ​เป็นสัญญาณ​รื้อ​ย้าย​ค่าย​ออก​เดิน
– เมื่อ​เป่า​แตร​ 2 คัน ให้ประชาชนมา​ประ​ชุม หน้าพลับพลา
– เมื่อ​เป่า​แตร​คัน​เดียว ​ให้​บรรดา​ผู้​นำ​มา​ประ​ชุม​กับ​โมเสส
– เมื่อ​​เป่า​สัญ​ญาณ​แตร​ปลุก ให้ย้าย​ค่ายออกเดินทาง โดยให้ค่าย​ด้าน​ตะวัน​ออก​ ​ออก​เดิน​ทางก่อน
– เมื่อ​เป่า​สัญ​ญาณ​แตร​ปลุก​ครั้ง​ที่ 2 ให้​​ค่าย​ที่​อยู่​ด้าน​ใต้ ​​ออก​เดิน​ทาง
โดยให้​ลูกๆ ของ​อาโรน​ ​เป็น​คน​เป่า​แตร
– ​เมื่อ​​จะ​ไป​ทำ​สงคราม​กับ​ศัตรู​ที่มา​รุกราน ก็​ให้​เป่า​แตร​ทำ​เสียง​สัญ​ญาณ​ปลุก เพื่อ​พระ​เจ้าจะ​ทรง​ระลึก​ถึง​พวก​เขา และ​ช่วย​ให้​พ้น​จาก​ศัตรู​ของ​เจ้า
– ใน​วัน​ที่​มี​ความ​ยิน​ดี​ใน​งาน​เทศ​กาลต่างๆ ก็ให้เป่า​แตร​เหนือ​เครื่อง​บูชา

ใน​วัน​ที่​ 20 เดือน​ที่ 2 ปี​ที่​ 2
เมฆที่ปกคลุมพลับพลาก็ลอยขึ้น​
คน​อิส​รา​เอล​จึงเริ่ม​ออก​เดิน​ทาง​เป็นครั้งแรก โดยเดินทางเป็น​ระยะๆ จาก​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ซีนาย ไปถึง​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ปา​ราน
– ธง​ค่าย​ของ​ยู​ดาห์​ (กลุ่มทิศตะวันออก) จะออก​เดิน​ทาง​เป็น​กองๆ ไป​ก่อน
– จาก​นั้น​พลับ​พลา​จึงถูก​รื้อ แล้ว​คนเกอร์​โชน และคน​​เมรารี​ ผู้​แบก​หาม​พลับ​พลา​นั้น​จะ​​ออก​เดิน​ทาง
– แล้ว​ธง​ค่าย​ของ​​รูเบน ​(กลุ่มทิศใต้) จะ​ออก​เดิน​ทาง​เป็น​กองๆ
– แล้ว​คน​โค​ฮาท​จะ​หาม​สิ่ง​บริ​สุทธิ์​ต่างๆ และ​ยก​ออก​เดิน​ทาง
– คนเกอร์โชนและคนเมรารี ​จะ​ต้อง​ตั้ง​พลับ​พลา​ให้​เสร็จ​ก่อน​ที่​คนโคฮาทจะ​ไป​ถึง
– แล้ว​ธง​ค่าย​ของเ​อฟ​รา​อิม (กลุ่มทิศตะวันตก)​ จะ​ออก​เดิน​ทาง​เป็น​กองๆ
– ตามด้วยธง​ค่าย​ของ​​ดาน​ (กลุ่มทิศเหนือ) จะ​ยก​ออก​เดิน​เป็น​กองๆ เป็น​พวก​ระวัง​หลัง​

เมื่อกำลังจะออกเดินทาง โมเสส​ได้เชิญให้​โฮ​บับ​ พี่เขย (หรืออาจเป็นน้องเขย) ของตน ไปด้วยกัน
เพื่อจะเป็นเหมือนตา ที่จะคอยให้คำแนะนำในการเดินทางผ่านถิ่นทุรกันดาร

เมื่อคนอิสราเอลออก​เดิน​จาก​ภูเขา​ซีนาย หีบ​พันธ​สัญ​ญาจะ​นำ​หน้า​ท้ายขบวนอยู่ 3 ​วัน
เมื่อ​หีบ​ยก​ออก​เดิน​ โมเสส​​จะทูล​พระเจ้าว่า ขอ​ทรง​ลุก​ขึ้น​เถิด ขอ​ให้​พวก​ศัตรู​ของ​พระ​องค์​กระ​จัด​กระ​จาย​ไป
​เมื่อ​หีบ​หยุด โมเสส​​ก็จะทูล​พระเจ้าว่า ขอ​เสด็จ​กลับ​มา​ยัง​คน​อิส​รา​เอล​ที่​นับ​เป็น​พันๆ หมื่นๆ นี้​เถิด

1. คำสั่งของพระเจ้าทั้งเรื่องสัญญาณแตร และขั้นตอนการเคลื่อนพล รูปแบบการเดินทาง
ทุกอย่างดูเป็นระบบ และเป็นระเบียบแบบแผนอย่างมาก
คนอิสราเอลเป็นทาสมาราว 400 ปี ตั้งแต่รุ่นทวด
ไม่เคยฝึกทหาร ไม่เคยฝึกออกรบ
แต่ก็ไม่สำคัญเลย เพียงแต่พวกเขาเชื่อฟังพระเจ้าอย่างเคร่งครัด สิ่งที่พวกเขาทำออกมายิ่งกว่ากองทัพทหารมืออาชีพเสียอีก

เราไม่ต้องเก่งก็ได้ ขอเพียงแค่ผู้สั่งการของเราเก่ง และเราเชื่อฟังผู้สั่งการของเราอย่างเคร่งครัด เพียงเท่านี้ก็มากเพียงพอในการมีชัยชนะในสถานการณ์ในวันนี้

เราให้พระเจ้าทรงเป็นผู้บัญชาในชีวิตของเราแล้วหรือยัง?

2. ฟังตัวอย่างเสียงแตรของคนอิสราเอล กดที่นี่ https://youtu.be/RsMAX7j1B2s

3. พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอลเป่าแตร เมื่อข้าศึกมารุกราน เพื่อพระเจ้าจะได้มาช่วยพวกเขา
ไม่ใช่เพราะพระเจ้าไม่รู้ว่ามีข้าศึกมา ไม่ใช่การเป่าเพื่อให้พระเจ้าได้ยินเสียงเตือน

แต่เมื่อเป่าแตร แสดงให้เห็นว่า พวกเขาทำตามคำสั่งของพระเจ้า เพราะพระเจ้าสั่งให้เป่าแตร
พระเจ้าจะทรงช่วยประชากรของพระองค์ ผู้เชื่อฟังพระองค์

4. โมเสสแม้จะเป็นผู้นำคนอิสราเอล กว่า 3 ล้าน คน และเป็นผู้สนทนากับพระเจ้าได้ แต่ก็ยังถ่อมใจเชิญให้​โฮ​บับ​ ไปช่วยให้คำแนะนำแก่เขา ในระหว่างการเดินทางอีกด้วย

บทบาทการรับใช้ที่เราได้รับ และความสัมพันธ์อันดีที่เรามีกับพระเจ้า ไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการไม่ยอมรับคำแนะนำจากใครๆ

คำคม

“ การเชื่อฟังพระเจ้า จะทำให้เราปลอดภัย ”

สรุป กันดารวิถี 9

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งให้คนอิสราเอลถือเทศกาลปัสกา ในวันที่ 14 เดือนที่ 1 ปีที่ 2 นับตั้งแต่ออกจากอียิปต์

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers09-83156

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 9 เมื่อพระคัมภีร์บรรยายถึงการทำสำมะโนประชากร ในวันที่ 1 เดือนที่ 2 ปีที่ 2 นับตั้งแต่คนอิสราเอลออก​จาก​อียิปต์ และบรรยายถึงกฏเกณฑ์ต่างๆที่พระเจ้าตรัสแล้ว
ในบทนี้ พระคัมภีร์บรรยายย้อนกลับไป ในเหตุการณ์ 1 เดือนก่อนหน้านั้น คือใน​เดือน​ที่ 1 ปี​ที่​ 2

พระเจ้าทรงสั่งให้คนอิสราเอลถือเทศกาลปัสกา ในเย็นวันที่ 14 เดือนนั้น
ณ ถิ่นทุรกันดารซีนายนั้น คน​อิส​รา​เอล​ก็​ทำ​ทุก​อย่าง​ตาม​ที่​พระเจ้าตรัส​สั่ง​

แต่​มี​​ชาย​บาง​คน​เป็น​มล​ทิน​เพราะ​แตะ​ต้อง​ศพ จึง​ถือ​ปัสกา​ใน​วัน​นั้นไม่​ได้
พวก​เขา​จึง​มา​หา​โมเสส​และ​อาโรน​ใน​วัน​นั้น
โมเสสจึงนำเรื่องไปทูลถามพระเจ้า
พระ​เจ้าตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
– ให้พวกเขา​ถือ​ปัสกา​ใน​เวลา​เย็น​ของ​วัน​ที่ 14 เดือน​ที่ 2 แทน
– แต่ส่วน​คน​ที่​สะอาด​ แต่​ไม่​ยอม​ถือ​เทศ​กาล​ปัสกา ​ให้​คน​นั้น​ถูก​ตัด​ออก​จาก​ท่าม​กลาง​ชน​ชาติ​อิสราเอล
– คน​ต่าง​ด้าว​ที่​อยู่​ท่าม​กลางคนอิสราเอล​จะต้อง​ถือ​เทศ​กาล​ปัสกา​แด่​พระ​เจ้าด้วย

ตั้งแต่ใน​วัน​ที่​จัด​ตั้ง​พลับ​พลา ก็มี​เมฆ​มา​ปก​คลุม​พลับ​พลา​ไว้
เมฆ​ปก​คลุม​ตอน​กลาง​วัน ส่วน​กลาง​คืน​ก็​ปรา​กฏ​เหมือน​เปลว​ไฟ​จน​รุ่ง​เช้า
เมื่อ​ไร​ที่​เมฆ​ลอย​ขึ้น​จาก​เต็นท์ คน​อิส​รา​เอล​ก็​จะ​ยก​ออก​เดิน​ทาง​ไป
และ​เมื่อ​เมฆ​นั้น​หยุด​อยู่​ที่​ไหน คน​อิส​รา​เอล​ก็​จะ​ตั้ง​ค่าย​ที่​นั่น
ไม่​ว่า​เมฆ​จะ​หยุด​อยู่​เหนือ​พลับ​พลา​ 2 ​วัน หรือ 1 ​เดือน หรือ​ 1​ปี คน​อิส​รา​เอล​ก็​จะ​อยู่​ใน​ค่าย​นาน​เท่า​นั้น​
โดย​ไม่​ยก​ออก​เดิน​ทาง

1. คนที่อยากถือปัสกา แต่ถือไม่ได้เป็นมลทินนั้น พระเจ้าไม่ได้ตำหนิ แต่ให้เลื่อนออกไปถือในอีก 1 เดือนต่อมาแทน

คนที่มีมลทิน ที่ปรารถนาจะทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้านั้น พระเจ้าไม่ปฏิเสธเขา
แต่พระองค์ก็ไม่ได้ให้เขาทำขณะที่มีมลทิน

คนบาป ไม่ว่าบาปสักเพียงใด หากปรารถนาจะแสวงหาพระเจ้า พระองค์ไม่ทรงปฏิเสธ
แต่ก็ต้องทำให้เขาพ้นบาปก่อน โดยทางพระเยวูคริสต์ เพื่อเขาสามารถมาเฝ้าเข้าพระเจ้าได้

2. คนที่ไม่ปรารถนาที่จะแสวงหาพระเจ้า ไม่สมควรที่จะเป็นประชากรของพระเจ้า

3. การเดินทางของอิสราเอล ใช้เสาเมฆเสาไฟ เป็นตัวชี้นำ
บางครั้งอาจจะไม่เข้าใจ ทำไมต้องอยู่นานขนาดนี้ หรือ ไม่เข้าใจทำไมอยู่แค่ประเดี๋ยวเดียว
แต่พวกเขายังคงตามการทรงนำของพระเจ้า
ดังนั้นพวกเขาจึงปลอดภัยตลอด 40 ปี ในถิ่นทุรกันดารนี้

วันนี้ ถ้าเราเชื่อฟังการทรงนำของพระคำของพระเจ้า ผ่านการช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์
เราจะปลอดภัย ในทุกสถานการณ์

คำคม

“ คนที่จริงใจมาหาพระเจ้า พระองค์เต็มใจที่จะให้เขาพบพระองค์ ”

สรุป กันดารวิถี 8

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งให้ชำระตัวของคนเลวีให้บริสุทธิ์เพื่อพร้อมในการปรนนิบัติงานที่พลับพลา

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers08-83010

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 8 หลังจากที่บรรดาผู้นำของคนอิสราเอลนำของมาถวายแด่พระเจ้า เนื่องในโอกาสพิธรีถวายแท่นบูชาแล้ว
พระเจ้าก็​ตรัส​กับ​โมเสส​ เกี่ยวกับเรื่องว่าตะเกียง และการชำระคนเลวีดังนี้

การตั้งตะเกียง
​- ให้อาโรน​ตั้ง​ตะเกียง ทั้ง 7 ที่อยู่บนคันประทีป ให้​ส่อง​แสง​ไป​ด้าน​หน้า​คัน​ประ​ทีป

การชำระตัวเลวี
– ให้นำน้ำ​ชำระ​มา​ประ​พรม​คนเลวี​และ​ให้​พวก​เขา​โกน​ทั่ว​ทั้ง​ตัว ทั้ง​ให้​ซัก​เสื้อ​ผ้า
– ให้​พวกเขา​นำ​เครื่อง​ธัญ​บูชา และ ​ลูก​โค​ผู้​ 1 ตัวมาเป็นเครื่องบูชาเผาทั้งตัว และ​ลูก​โค​ผู้​อีก​ตัว​หนึ่ง​เป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป นำมาให้ปุโรหิต
– ให้​พวก​คน​เลวี​ และ​ให้​ชุม​ชน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ มา​ชุม​นุม​กัน ที่หน้าพลับพลา
– ​ให้​คน​อิส​รา​เอล​เอา​มือ​ของ​พวก​เขา​วาง​บน​คน​เลวี
– ​ให้​อาโรน​ถวาย​คน​เลวี​แด่​พระ​เจ้า​ เพื่อจะ​ทำ​งาน​ปรน​นิบัติ​พระ​เจ้าแทนคนอิสราเอลทั้งหมด
– แล้ว​คน​เลวี​จะ​เอา​มือ​ของ​ตน​วาง​บน​หัว​โค​ผู้​ทั้ง​สอง​ตัว
– แล้วจากนั้นก็ให้ปุโรหิตถวายวัวทั้งสองเป็นเครื่องบูชาแด่พระเจ้า
– หลัง​จาก​นั้น คน​เลวี​จะ​เข้า​ไป​รับ​ใช้​ที่​พลับพลาได้ เป็นผู้ช่วยของปุโรหิตในงานยด้านต่างๆ

เพราะ​คนเลวีถูก​แยก​จาก​คน​อิส​รา​เอล​และ​มอบ​ให้​แก่​พระเจ้าอย่าง​สิ้น​เชิง
ดังนั้นพระเจ้าจึง​รับ​พวกเขา ​เป็น​ของ​พระองค์ เพื่อ​แทน​ที่​​บุตร​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ของ​ประ​ชา​ชน​อิส​รา​เอล
เพราะ​ว่า​ลูก​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ได้​แยกไว้​เป็น​ของ​พระเจ้า

พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
– ให้​คน​เลวี​ที่​มี​อายุ​ตั้ง​แต่ 25-50 ปี​ เข้า​ไป​ทำ​หน้า​ที่​ใน​งาน​รับ​ใช้​ที่พลับพลา
– พอ​อายุ 50 ปี​ก็​ให้​เขา​หยุด​ทำ​หน้า​ที่ แต่​อาจ​จะ​ช่วย​เหลือ​พี่​น้อง​ที่พลับพลาได้ แต่​ไม่​ต้อง​ลง​มือ​ทำ​เอง

1. บุตรหัวปีทุกคนของคนอิสราเอลต้องถวายขาดแด่พระเจ้า
แต่คนเลวีเป็นตัวแทนของบุตรหัวปีเหล่านั้น ทำหน้าที่ปรนนิบัตbพระเจ้าในพลับพลาแทนบุตรหัวปีเหล่านั้น
ดังนั้นคนเลวีจึงถือว่าเป็นคนที่ถูกแยกออกเพื่อพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง

เมื่อเรามีโอกาสรับใช้พระเจ้าในด้านใดก็ตาม เราได้รับเกียรติเป็นตัวแทนของพี่น้องในการรับใช้พระเจ้า
ดังนั้นเราสมควรทำอย่างเต็มกำลังของเรา ให้สมกับเกียรติที่ได้รับนี้

คำคม

“ การรับใช้พระเจ้า คือ เกียรติที่ยิ่งใหญ่ ”

สรุป กันดารวิถี 7

ภาพรวม

  • ในพิธีมอบถวาย​​แท่น​บูชา​นั้น ผู้นำของคนอิสราเอล 12 คน ได้นำของมากมายมาถวายแด่พระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers07-82799

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 7 หลังจากพระคัมภีร์บันทึกเรื่อง การอวยพรของปุโรหิตต่อชุมชนอิสราเอลแล้ว ในบทที่ 7 นี้ พระคัมภีร์ได้บรรยายถึงสิ่งของที่ บรรดาผู้นำได้นำถวายแด่พระเจ้า ใน​วัน​ที่​จัด​ตั้ง​พลับ​พลา​เสร็จ​

เมื่อโมเสสได้ตั้ง​พลับ​พลา​เสร็จแล้ว ก็​เจิม​และ​ถวาย​พลับ​พลา​กับ​เครื่อง​ใช้​ทุก​อย่าง​ ​ให้​เป็น​ของ​บริ​สุทธิ์
แล้ว​บรรดา​ผู้​นำ 12 คน ​ของ​คน​อิส​รา​เอลที่พระเจ้าได้เลือกไว้สำหรับการทำสำมะโนประชากร ใน กันดารวิถี บทที่ 1

พวก​เขา​ได้นำ​ เกวียนและโค มา​ถวาย​แด่​พระ​เจ้าในวันนั้น โดย ผู้​นำ​สอง​คน​นำ​เกวียน​มา​ด้วย​กัน​ 1เล่ม​และ​นำ​โค​มา​คน​ละ​ตัว

พระเจ้าสั่งให้โมเสส​รับ​ของ​เหล่า​นี้​จาก​พวกเขา​ และ​จง​มอบ​ให้​แก่​เลวี​ตาม​งาน​ปรน​นิบัติ​ของ​เขา

โมเสส​จึง​นำ​เกวียน​และ​โค​ไป​มอบ​ให้​แก่​คน​เลวี โดย
– สิ่งที่มอบให้วงศ์วานเกอร์​โชน ที่รับผิดชอบขนม่านและเต็นท์พลับพลา ได้แก่ ​เกวียน 2 ​เล่ม​กับ​โค​ 2 ​คู่​
– สิ่งที่มอบให้วงศ์วานเมรารี​ ที่รับผิดชอบเสาและฐานพลับพลา ได้แก่ ​เกวียน 4 ​เล่ม​กับ​โค​ 4 ​คู่​
– แต่​ท่าน​ไม่​ได้​มอบ​อะไร​ให้​แก่​วงศ์วานโคฮาท เพราะ​งาน​ของ​พวก​เขา​เป็น​การ​หาม​สิ่ง​ของ​บริ​สุทธิ์

จากนั้น​​ผู้​นำ​ทั้ง 12 คนก็นำของมา​ถวาย​ เนื่อง​ใน​โอกาสการ​มอบ​ถวาย​แท่น​บูชา
แต่พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า ให้​ผู้​นำ​เอา​ของ​ถวาย​ของ​เขา​มา​วัน​ละ 1 ​คน​
พวกเขาก็ทำตาม
พวกเขาแต่ละคนนำของมาถวายดังนี้
1. ​จาน​เงิน​ 1 ใบ​ ​หนัก 1.5 กิโล​กรัม และ ​ชาม​เงิน 1 ​ใบ ​หนัก 800 กรัม บรรจุแป้ง​อย่าง​ดี​เคล้า​น้ำ​มัน​​อยู่​เต็ม เพื่อเป็นธัญบูชา
2. ชาม​ทอง​คำ​ 1 ​ใบ ​หนัก 110 กรัม มี​เครื่อง​หอม​บรรจุ​เต็ม
3. ลูก​โค​ผู้ 1 ​ตัว​ แกะ​ผู้ 1​ตัว​หนึ่ง และ​ลูก​แกะ​ผู้​อายุ​ 1 ​ปี​ 1ตัว​ ​เพื่อ​เป็น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว
4. ​​แพะ​ผู้​ 1 ตัว​ เพื่อเป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป
5. ​โค​ผู้​ 2 ตัว แกะ​ผู้​ 5 ​ตัว แพะ​ผู้​ 5 ​ตัว และ​ลูก​แกะผู้​อายุ 1 ​ปี​ 5 ตัว​ เป็น​ศานติ​บูชา

เมื่อครบ 12 วัน ​ของ​ถวาย​ใน​งาน​มอบ​ถวาย​แท่น​บูชา​จาก​ผู้​นำ​ของ​คน​อิส​รา​เอล​ รวมทั้งสิ้น คือ
– เงิน​ที่​ใช้​ทำ​ภาช​นะ​ทั้ง​หมด​หนัก 27.6 กิโล​กรัม
– ทอง​คำ​ที่​ใช้​ทำ​ถ้วย​ทั้ง​หมด​หนัก 1.32 กิโล​กรัม
– สัตว์​สำหรับ​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว มี​ โค​ผู้​ 12 ​ตัว แกะ​ผู้​ 12 ​ตัว ลูก​แกะ​ผู้​อายุ​ 1 ​ปี​ 12 ​ตัว​ พร้อม​กับ​ธัญ​บูชา
– สัตว์สำหรับ​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป มี แพะ​ผู้​ 12 ตัว​
– สัตว์สำหรับศานติ​บูชา ​มี​โค​ผู้ 24 ตัว แกะ​ผู้ 60 ​ตัว แพะ​ผู้ 60 ตัว และ​ลูก​แกะ​ผู้​อายุ 1 ​ปี​ 60 ​ตัว

เมื่อ​โมเสส​เข้า​ไป​ใน​พลับพลา​เพื่อ​จะ​กราบ​ทูล​พระ​เจ้า
โมเสสก็​ได้​ยิน​พระ​สุรเสียง​ของพระเจ้าตรัสจาก​พระ​ที่​นั่ง​กรุณา ซึ่ง​อยู่​บน​หีบพันธสัญญา
และ​พระ​เจ้าทรง​สนทนา​กับ​โมเสส

1. เมื่อโมเสสได้รับของถวายจากผู้นำ 12 คน เป็น เกวียน 6 เล่ม และ โค 12 ตัว แล้ว
โมเสสไม่ได้มอบให้แก่คนโคฮาท เพราะในการเคลื่อนย้ายหีบพันธสัญญา และเครื่องใช้ในพลับพลานั้น ห้ามใส่เกวียนขน แต่ให้ใช้คนหามไป

เรื่องนี้เป็นคำอธิบาย สำหรับกรณีที่ดาวิดใช้คนไปนำหีบพันธสัญญามาจากบ้าน​อา​บี​นา​ดับ เพื่อนำไปยังเยรูซาเล็ม(1ซมอ.6) แต่ไม่สำเร็จ
เพราะว่าในครั้งแรกนั้น ดาวิดใช้เกวียนไปขนมา
และครั้งที่ 2 สำเร็จ เพราะดาวิดไปด้วยตนเอง และให้คนหามหีบพันธสัญญา มาเยรูซาเล็ม

2. ผู้นำ 12 คนนี้ พระเจ้าเป็นผู้เลือกมาเอง สังเกตได้ว่า เป็นคนที่มีหัวใจรักพระเจ้า ถวายของมากมายแด่พระเจ้า ซึ่งต่างจากผู้นำ 12 คน ใน กดว.13 ที่ส่งไปเป็นผู้สอดแนม ซึ่งพวกนั้นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้เรื่องในฝ่ายวิญญาณ

การเลือกสิ่งใดๆก็ตาม หากเราให้พระเจ้าทรงนำ ทีละขั้นทีละตอน ทีละย่างก้าว เราย่อมสามารถเลือกได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมที่สุดเสมอ

3. ของที่ผู้นำแต่ละคนนำมาถวายนั้น ในพระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่า พระเจ้าระบุให้พวกเขาถวายอะไร แต่ดูเหมือนพวกเขาถวายเหมือนกันหมดเลย ทุกคน
ซึ่งอาจจะเป็นเพราะพวกเขาสอบถามกัน หรือเป็นการดลใจจากพระเจ้า ให้พวกเขาเลือกเหมือนกันหมด

ภาพนี้ชี้ให้เห็นถึงคุณภาพของผู้นำกลุ่มนี้ ว่ามีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และทำตามการทรงนำของพระเจ้า

4. ของที่ผู้นำแต่ละคนนำมาถวาย พระคัมภีร์บอกว่า เป็นของพวกเขาเอง ซึ่งดูจากรายการแล้ว ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับคน 1 คน แสดงให้เห็นถึงหัวใจของการถวายด้วยใจกว้างขวางของพวกเขา

ผู้นำที่ดีต้องมีหัวใจในการถวายสิ่งต่างๆแด่พระเจ้า ด้วยเต็มใจ

5. สัตว์ถวายที่ผู้นำ 12 คนนี้ นำมาถวาย น่าสนใจมาก
เป็น สัตว์สำหรับ ลบล้างบาป 1 ตัว (เครื่องบูชาลบล้างบาป)
เป็น สัตว์สำหรับ ขอบพระคุณ 3 ตัว (เครื่องบูชาเผาทั้งตัว)
เป็น สัตว์สำหรับ ถวายด้วยใจสมัคร 17 ตัว (เครื่องศานติบูชา)

น่าจะใช้เป็นแนวทางในการอธิษฐานกับพระเจ้า หรือทำสิ่งใดๆถวายแด่พระเจ้า
การอธิษฐานสารภาพเป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็ไม่ต้องมากเหทือนอย่างอื่น เพราะพระเยซูชำระบาปของเราแล้ว
การขอบคุณพระเจ้า ควรมีมากๆในชีวิตของเรา มากกว่าสารภาพ 3เท่าไปเลย
การทำสิ่งใดแด่พระเจ้าสิ่งที่ควรเน้นมากที่สุด คือ ท่าทีในใจของเรา ทำอย่างเต็มใจ ทำแด่พระเจ้าที่เรารัก

6. ของถวาย จาก คน 12 คน คือ
เงิน​ 27.6 กิโล​กรัม , ทอง​คำ 1.32 กิโล​กรัม และ สัตว์​ 252 ​ตัว
ซึ่งมากเพียงพอ สำหรับการถวายเครื่องบูชา ตลอด 12 วัน ในพิธี​มอบ​ถวาย​แท่น​บูชา​

พระเจ้าไม่จำเป็นต้องใช้คนมาก ขอเพียงเป็นคนที่เต็มใจถวายทั้งสิ้นแด่พระเจ้า แม้จำนวนไม่มาก ก็มากเพียงพอสำหรับการทำให้พระราชกิจของพระองค์นั้นสำเร็จ

7. ลำดับของการถวายในครั้งนี้ หัวหน้าเผ่ายูดาห์ถวายเป็นคนแรก
น่าจะเป็นภาพเล็งถึง เครื่องบูชาที่ถวาย ที่ได้รับการยอมรับอันแรกมาจากเผ่ายูดาห์ แล้วการยอมรับของถวายจากเผ่าอื่นๆตามมา
เชื้อสายของพระเยซูคริสต์ ถ้านับจากลำดับพงศ์พันธุ์ ทรงมาจากเผ่ายูดาห์

8. ทั้งที่ผู้นำทั้ง 12 คน เป็นผู้ถวายสิ่งของมากมาย แต่ปรากฏว่า โมเสสกลับเป็นคนเดียวที่ได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า ได้สนทนากับพระเจ้า

การถวายของผู้นำเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ดี ที่พระเจ้าพอพระทัย
แต่ก็เป็นอำนาจอธิปไตยของพระเจ้า ที่จะให้ใครเข้าเฝ้าพระองค์ ไม่ได้ขึ้นกับปริมาณของถวายหรือคุณงามความดีที่เขาทำ

วันนี้ เราได้รับพระคุณของพระเจ้า ทำให้เราสามารถมีสิทธิเข้าเฝ้าพระเจ้าได้ ไม่ใช่เพราะความดีของเรา แต่เป็นพระคุณของพระองค์

คำคม

“ การใช้สิ่งที่มีอย่างฉลาดที่สุด คือ ใช้เพื่อพระเจ้า ”

สรุป กันดารวิถี 6

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งเกี่ยวกับการปฏิญาณตนเป็นนาศีร์ และทรงสั่งให้ปุโรหิตอวยพรประชาชน

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers06-82391

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 6 นอกจากพระเจ้าจะตรัสสั่งเกี่ยวกับกฏเกณฑ์ของผู้มีมลทิน และภรรยาที่นอกใจแล้ว พระองค์ยังตรัสเกี่ยวกับการเป็นนาศีร์ และการอวยพรประชาชน ไว้ดังนี้

การปฏิ​ญาณเป็นนาศีร์
– เมื่อชาย​หรือหญิง​คนใด ​ได้​ปฏิ​ญาณ​ตนเป็น​นา​ศีร์ ​​ถวาย​แด่​พระเจ้า ตลอด​เวลา​ที่​ปฏิ​ญาณไว้นั้น
– ​ให้​คน​นั้น งด​รับ​ประ​ทาน​สิ่ง​ใด​ที่​ได้​จาก​ต้น​องุ่น
– ห้าม​มิให้ตัดผม หรือให้มีด​โกน​ถูก​ศีรษะ​ของ​เขา​
– เขา​ต้อง​ไม่​เข้า​ใกล้​ซาก​ศพ​
– ถ้า​มี​คน​มา​ตาย​อยู่​ชิด​ตัว​เขา​อย่าง​ปัจจุ​บัน​ทัน​ด่วน เขา​ต้อง​โกน​ศีรษะ​ของ​เขา​ ใน​วัน​ที่7 และ​ใน​วัน​ที่​ 8 เขา​ต้อง​นำ​นก​เขา หรือ​ลูก​นก​พิราบ​ 2 ​ตัว มาเป็น​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป และ​เป็น​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​เพื่อ​ลบ​มล​ทิน​ให้​เขา และ​เขา​ต้อง​ชำระ​ศีรษะ​ให้​บริ​สุทธิ์​ใน​วัน​นั้น
แล้วเขา​จะ​ต้อง​ปลีก​ตัว​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า เป็น​นาศีร์​ ใหม่​อีก​ครั้ง​หนึ่ง
ส่วน​ช่วง​เวลา​​ก่อน​หน้า​นี้​ให้​ถือ​ว่า​เป็น​โมฆะ
– เมื่อ​​ครบ​กำหนด​แล้ว ให้เขานำ ลูก​แกะผู้​อายุ 1 ​ปี 1ตัว , ลูก​แกะเมีย​อายุ​ 1 ​ปี ​1ตัว และแกะผู้ 1 ตัว และ​ขนม​ไร้​เชื้อ​ 1 กระ​จาด​ พร้อม​กับ​ธัญ​บูชา​และ​เครื่อง​ดื่ม​บูชา มาให้ปุโรหิต​
– แล้ว​ปุโร​หิต​จะ​ถวาย​ของ​เหล่า​นี้​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า ทั้ง​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ลบ​ล้าง​บาป​และ​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว ​ศานติ​บูชา ​ธัญ​บูชา​และ​เครื่อง​ดื่ม​บูชา แด่พระเจ้า
– แล้ว​ผู้​เป็น​นาศีร์​จะ​โกน​ศีรษะ​ และ​นำ​เอา​ผม​​ใส่​ใน​ไฟ​ที่​อยู่​ใต้​ศานติ​บูชา
– แล้ว​ปุโร​หิต​จะโบก​ถวาย​เครื่องบูชา แด่​พระ​เจ้า
– หลัง​จาก​นี้​ผู้​เป็น​นาศีร์​ก็​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​ได้

คำอวยพรของปุโรหิต
พระเจ้าสั่งให้ อาโรน​และ​บุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา​ อวย​พร​คน​อิส​รา​เอล ดังนี้ แล้วพระเจ้าจะทรงอวยพรคนอิสราเอล
“ขอ​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​อวย​พร​ท่าน และ​พิทักษ์​รักษา​ท่าน
ขอ​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​ให้​พระ​พักตร์​ของ​พระ​องค์​ทอ​แสง​แก่​ท่าน และ​ทรง​พระ​กรุ​ณา​ท่าน
ขอ​พระ​ยาห์​เวห์​เงย​พระ​พักตร์​ของ​พระ​องค์​ต่อ​ท่าน และ​ประ​ทาน​สวัสดิ​ภาพ​แก่​ท่าน”

1. คนที่ปฏิ​ญาณ​ตนแด่พระเจ้า พระเจ้าทรงถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่พวกเขาจะทำตามสิ่งที่ได้ปฏิ​ญาณ​เอาไว้
พระเจ้าไม่ประสงค์ให้ประชากรของพระเจ้าเป็นผู้ที่รักษาคำสัญญา

เราเคยสัญญาที่จะถวายชีวิตของเราแด่พระเจ้า เชื่อฟังพระองค์ ทำตามน้ำพระทัยของพระองค์
วันนี้ พระองค์ประสงค์ให้เรายังคงรักษาสัญญานั้นอย่างมั่นคง

2. นาศีร์ที่โดดเด่นในพระคัมภีร์ คือ แซมสัน
วนฉ. 13:5 เพราะ​นี่​แน่ะ เจ้า​จะ​ตั้ง​ครรภ์​และ​คลอด​บุตร​ชาย อย่า​ให้​มีด​โกน​ถูก​ศีรษะ​ของ​เขา เพราะ​เด็ก​นั้น​จะ​เป็น​นา​ศีร์​แด่​พระ​เจ้า​ตั้ง​แต่​เกิด และ​เขา​จะ​เริ่ม​ช่วย​กู้​คน​อิส​รา​เอล​ให้​พ้น​จาก​มือ​ของ​คน​ฟี​ลิส​เตีย

3. พระเจ้าทรงสั่งให้ปุโรหิตอวยพรประชาชน แล้วประชาชนจะได้รับพระพร
เราเป็นปุโรหิตหลวงของพระเจ้า
1ปต. 2:9 “แต่​พวก​ท่าน​เป็นพงศ์​พันธุ์​ที่​ทรง​เลือก​สรร เป็น​พวก​ปุโร​หิต​หลวง…”
ดังนั้นสมควรอย่างยิ่งที่เราจะอธิษฐานอวยพระพรแก่ผู้อื่น เพราะนั่นจะเป็นการนำพระพรจากพระเจ้าไปสู่ชีวิตของเขา

คำคม

“ ขอ​พระ​เจ้าทรง​อวย​พร​ และ​พิทักษ์​รักษา​ท่าน
ขอ​พระเจ้าสถิตกับท่าน และ​ทรง​พระ​กรุ​ณา​ท่าน
ขอ​พระ​เจ้าสดับคำอธิษฐาน และ​ประ​ทาน​สวัสดิ​ภาพ​แก่​ท่าน ”

สรุป กันดารวิถี 5

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอลเรื่องกฏเกณฑ์เกี่ยวกับสิ่งมลทิน การกระทำผิด และภรรยาที่นอกใจสามี

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers05-82139

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 5 เมื่อพระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอลเกี่ยวกับหน้าที่ของคนเลวีแล้ว พระองค์ก็ทรงสั่งเกี่ยวกับเรื่องกฏเกณฑ์ของมลทินและความผิดต่างๆดังนี้

คนที่เป็นมลทิน
– ให้​ย้าย​​คน​โรค​เรื้อน ​ และ​คน​ที่​เป็น​มล​ทิน​เพราะ​ถูก​ต้อง​ซาก​ศพ ​ ทุกคนไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ออก​ไป​นอก​ค่าย

คนที่ทำผิดต่อผู้อื่น
– ให้​คน​นั้น​สาร​ภาพ​ความ​บาป​ที่​ได้​ทำ และ​ให้ชด​ใช้ค่าเสียหายและ​เพิ่ม​อีก​20% แล้ว​มอบ​ให้​แก่​คน​ที่เขา​ได้​ล่วง​ละเมิดนั้น
– ถ้า​คน​นั้นตายไปและ​ไม่​มี​ญาติ​สนิท​ที่​จะ​รับ​ค่า​ชด​ใช้ ก็​ให้​ถวาย​ค่า​ชด​ใช้​นั้น​แด่​พระเจ้า พร้อม​ทั้ง​แกะ​ผู้​สำหรับ​ลบ​มล​ทิน​บาป

สิ่งของที่ถวายแด่พระเจ้า
– เครื่อง​ถวาย​ที่​นำ​มา​ให้​แก่​ปุโร​หิต​ทำพิธีต่างๆ จะตกเป็น​ของ​ปุโร​หิต

ภรรยาที่นอกใจ
– ถ้าใครสงสัยว่า ​ภรรยา​ของตนหลง​ผิด​และประ​พฤติ​นอก​ใจ​สามี แต่ไม่มีหลักฐาน
และความสงสัยนั้น รบกวนจิตใจของ​สามี
– ให้​ชาย​นั้น​พา​ภรรยา​ของ​เขาและ​แป้ง​บาร์​เลย์​ 1 ​กิโล​กรัม​​ไป​หา​ปุโร​หิต
– ปุโร​หิต​จะนำภาชนะ​ดิน ​ใส่น้ำ​ศักดิ์​สิทธิ์​ โรยด้วย​ผง​คลี​จาก​พื้น​พลับ​พลา​ ลงไป
– ให้หญิงนั้นแก้​มวย​ผม​​ออก
– แล้ว​​ให้​นาง​ถือธัญบูชา​ไว้
– ปุโร​หิต​จะ​ให้​นาง​สาบาน​ ​ว่า ถ้า​นางไม่ได้ล่วงประเวณีกับชายอื่น ก็ขอ​ให้​พ้น​จาก​น้ำ​แห่ง​ความ​ขม​ขื่น​นี้
แต่​ถ้านางได้ล่วงประเวณีกับชายอื่น ก็ขอ​พระ​เจ้าทรง​ทำ​ให้​นาง​เป็น​คำ​แช่งและ​คำ​สาป​ โดย​การ​ที่​พระเจ้า​ทรง​ทำ​ให้​มดลูก​ของนางลีบ และ​ท้อง​​ป่อง
– และ​หญิง​นั้น​จะ​ต้อง​พูด​ว่า ‘อาเมน อาเมน’
– แล้ว​ปุโร​หิต​จะ​เขียน​คำ​สาป​นี้​ลง​ใน​หนัง​สือ​ม้วน แล้ว​ลบ​ข้อ​ความ​นั้น​ออก​ใน​น้ำ​แห่ง​ความ​ขม​ขื่น
– จาก​นั้น​ให้​หญิง​นั้น​ดื่ม​น้ำ​แห่ง​ความ​ขม​ขื่น​นั้น
– ถ้า​นาง​ประ​พฤติ​นอก​ใจ​สามี น้ำ​นั้นจะ​ทำ​ให้​เจ็บ​ปวด​มาก ท้อง​ของ​นาง​จะ​ป่อง​และ​มดลูก​จะ​ลีบ​ไป และ​นาง​จะ​เป็น​ที่​แช่ง​สาป​ท่าม​กลาง​ชน​ชาติ​ของ​นาง
– แต่ถ้า​หญิง​นั้น​ไม่​ได้​มี​มล​ทิน​และ​นาง​บริ​สุทธิ์ นาง​ก็​จะ​พ้น​ความ​ผิด​และ​ตั้ง​ครรภ์

1. คนที่เป็นมลทินนั้น จำเป็นต้องให้แยกออกไปอยู่นอกค่าย ยังเคลื่อนไปพร้อมกับชุมชนได้ แต่ต้องอาศัยอยู่รอบนอกของค่าย

คนที่อยู่นอกค่ายยังมีสิทธิได้รับอาหาร ได้รับมานาจากสวรรค์ ได้รับพระเมตตาจากพระเจ้า
แต่ก็ไม่สามารถเข้ามาอยู่ท่ามกลางชุมชนของพระเจ้าได้
เพื่อไม่ให้มลทินนั้นแพร่กระจายไปทั่วชุมชน

คนที่ได้ชื่อว่าเป็นประชากรของพระเจ้า แต่ยังดำเนินชีวิตอยู่ในบาป ไม่ยอมกลับใจ
เรายังสมควรรัก และให้โอกาสแก่พวกเขา
แต่ขณะเดียวกันต้องระวังตนเอง ไม่ให้ไปติดเชื้อนิสัยบาปของพวกเขา

เหมือนใน กท. 6:1 ที่กล่าวว่า “พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย แม้​จับ​ใคร​ที่​ละเมิด​ประ​การ​ใด​ได้ พวก​ท่าน​ซึ่ง​อยู่​ฝ่าย​พระ​วิญ​ญาณ จง​ช่วย​คน​นั้น​ด้วย​ใจ​สุภาพ​อ่อน​โยน​ให้​เขา​กลับ​ตั้ง​ตัว​ใหม่ โดย​คิด​ถึง​ตัว​เอง เกรง​ว่า​ท่าน​จะ​ถูก​ทด​ลอง​ด้วย”

2. คนที่ทำผิดบาปต่อผู้อื่นนั้น ไม่ใช่แค่มาสารภาพบาปต่อพระเจ้าเท่านั้น
พระเจ้าประสงค์ให้ เขาทำอะไรบางอย่างเพื่อเป็นการแก้ไขความเสียหายที่เกิดจากการกระทำของเขาด้วย

หากเราทำผิดต่อพี่น้อง การสารภาพบาปต่อพระเจ้าเป็นสิ่งที่ดีมาก
แต่พระเจ้ายังประสงค์ให้เราทำอะไรบางอย่าง เพื่อแก้ไขความเสียหายที่เราก่อเอาไว้ด้วย
ซึ่งเป็นการแสดงการกลับใจอย่างแท้จริง

3. กฏเกณฑ์เรื่องภรรยาที่นอกใจสามี เป็น​กฎ​เกณฑ์​ที่​ช่วย​ป้อง​กัน​ไม่​ให้​มี​การล่วงประเวณี เพราะผู้หญิงจะตระหนักว่า ต่อให้ไม่มีใครรู้ แต่พระเจ้าผู้ทรงทราบทุกสิ่งจะเป็นผู้ตัดสินเอง
​ขณะเดียวกันก็เป็นกฏที่เต็มไปด้วยความเมตตาและเข้าใจ หัวอกผู้หญิง
กฏนี้เป็นการ​ป้อง​กัน​ไม่​ให้​ผู้​ชาย​ทำ​ร้าย​ภรรยา​ หรือ​ใช้​การระแวงเป็น​ข้อ​อ้าง​ในการหย่า​ภรรยา​
และป้องกันไม่ให้สามีภรรยาต้องอยู่ด้วยกันด้วยความระแวงสงสัย

กฏเกณฑ์ของพระเจ้ายุติธรรมและดีรอบคอบเสมอ
เมื่อเราเชื่อฟังทำตามพระคำของพระเจ้า เราจะพบสิ่งดีและได้รับพระพรเสมอ

คำคม

“ พระเจ้าทรงทราบทุกสิ่ง ไม่มีสิ่งใดปิดบังไว้จากพระเจ้าได้

สรุป กันดารวิถี 4

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงกำหนดหน้าที่ของคนเลวี ในการรับใช้พระเจ้าและในการขนย้ายพลับพลา

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers04-81917

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 4 เมื่อพระเจ้าสั่งโมเสสให้กำหนดคนเลวีเป็นส่วนของพระเจ้า เพื่อเป็นตัวแทนคนอิสราเอลทั้งหมดในการรับใช้พระเจ้าเกี่ยวกับพลับพลาแล้ว
พระองค์ได้ตรัสสั่งเกี่ยวกับรายละเอียดงานรับใช้ของพวกคนเลวีดังนี้

พระ​เจ้าให้​โมเสส​และ​อาโรน​ ทำ​สำ​มะ​โน​ครัว​ของคนเลวี ​ที่​มี​อายุ 30-50 ปี
คือ​ทุก​คน​ที่​ทำ​หน้า​ที่​ได้ เพื่อ​ทำ​งาน​ใน​เต็นท์​นัด​พบ

วงศ์​วาน​โคฮาท​ นับได้ 2,750 คน
รับผิดชอบ​ในการเคลื่อนย้าย​สิ่ง​บริ​สุทธิ์​ที่​สุดทั้งหลาย ภายในพลับพลา
เมื่อ​จะ​เคลื่อน​ย้าย​ค่าย ให้ทำดังนี้
1. หีบพันธสัญญา
– ให้​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา​ปลด​ม่านกั้นอภิสุทธิสถาน​ออก
– แล้ว​นำ​มา​คลุม​หีบพันธสัญญาไว้
– แล้วคลุมด้วย​หนัง​อย่าง​ดี​ และผ้า​สี​ฟ้า​ล้วน​
– แล้ว​สอด​คาน​หาม
2. โต๊ะขนมปัง
– ให้​​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา ​เอา​ผ้า​สี​ฟ้า​ปู​ลง​บน​โต๊ะ​ขนม​ปัง​
– แล้ว​วาง​จาน ชาม​เล็ก อ่าง ​คนโท​ และขนมปัง ลง​บน​นั้น
– แล้วคลุมด้วย​ผ้า​สี​แดง และ​​หนัง​อย่าง​ดี​
– แล้ว​สอด​คาน​หาม
3. คันประทีป
– ให้​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา เอา​ผ้า​สี​ฟ้า​คลุม​คัน​ประ​ทีป และอุปกรณ์​ทุก​ชิ้น​ที่​ใช้​กับ​คัน​ประ​ทีป
– แล้วคลุมด้วย​หนัง​อย่าง​ดี​
– แล้ว​ใส่​ไว้​บน​โครง​หาม
4. แท่นเผาเครื่องหอม
– ให้​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา เอา​ผ้า​สี​ฟ้า​ปู​บน​แท่น​บูชา​ทอง​คำ
– แล้วคลุมด้วย​หนัง​อย่าง​ดี​
– แล้ว​สอด​คาน​หาม
5.​ ภาช​นะ​อื่นๆที่ใช้ในพลับพลา​
– ให้​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา เอาภาช​นะ​อื่นๆที่ใช้ในพลับพลาไป​วาง​บน​ผ้า​สี​ฟ้า
– แล้ว​คลุม​ด้วย​หนัง​อย่าง​ดี
– ​แล้ว​ใส่​ไว้​บน​โครง​หาม
6. แท่นเผาบูชา
– ให้​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา เอา​ขี้​เถ้า​ออก​จาก​แท่น​บูชา
– แล้ว​เอา​ผ้า​สี​ม่วง​ปู​บน​แท่น​นั้น
– แล้ว​เอา​ภาช​นะ​ทั้ง​หมด​ของ​แท่น ​วาง​ไว้​บน​แท่น
– แล้ว​เอา​หนัง​อย่าง​ดี​คลุม
– แล้ว​สอด​คาน​หาม
7. เมื่อ​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา คลุม​ทุกอย่างเสร็จแล้ว หลัง​จาก​นั้น​วงศ์​วาน​โค​ฮาท​จึง​เข้า​มา​หาม
แต่​ห้าม​พวก​เขา​แตะ​ต้องของ​บริ​สุทธิ์เหล่านั้น หรือมอง​ของ​บริ​สุทธิ์​แม้​แต่​แวบ​เดียว ​​เพื่อ​จะ​ไม่​ต้อง​ตาย
8. เอ​เล​อา​ซาร์​บุตร​ชาย​ของ​อาโรน ​จะเป็นผู้​ดู​แล​น้ำ​มัน​สำหรับ​จุด​ตะ​เกียง เครื่อง​หอม เครื่อง​ธัญ​บูชา​เนือง​นิตย์ และ​น้ำ​มัน​เจิม และดูแลการเคลื่อนย้ายสิ่งของในพลับพลาทั้งหมด

วงศ์​วาน​เกอร์​โชน นับได้ 2,630 คน
รับผิดชอบ​ในการเคลื่อนย้าย​ม่านและเต็นท์พลับพลา
เมื่อ​จะ​เคลื่อน​ย้าย​ค่าย ให้ทำดังนี้
1. ให้พวกเขาถอดม่าน​และเต็นท์ของ​พลับ​พลา แล้วคลุมด้วย​ผ้า​คลุม​และ​หนัง​อย่าง​ดี​
2. ให้พวกเขาคลุมอุปกรณ์​เครื่อง​ใช้​ทั้ง​หมด ด้วย​ผ้า​คลุม​และ​หนัง​อย่าง​ดี​
3. งานทั้งหมดนี้ให้อยู่​ภาย​ใต้​อิธา​มาร์​บุตร​ชาย​ของ​​อาโรน

วงศ์​วาน​ของ​เม​รา​รี​ นับได้ 3,200 คน
รับผิดชอบ​ในการเคลื่อนย้าย​ไม้และฐานรองต่างๆของพลับพลา
เมื่อ​จะ​เคลื่อน​ย้าย​ค่าย ให้ทำดังนี้
1. ให้พวกเขาทำหน้าที่รื้อและขน กรอบ​ไม้​พลับ​พลา ไม้​กลอน ไม้​เสา ​ฐาน​รอง หลัก​หมุด​และ​เชือก​โยง รวม​ทั้ง​อุป​กรณ์​ทั้ง​หมด​และ​ทุก​สิ่ง​ที่​เกี่ยว​กับ​การ​ใช้​งาน​ของ​เสา
2. สิ่งของเหล่านี้จะถูก​ระบุ​ชื่อ​​สิ่ง​ของเอาไว้ เพื่อป้องกันการซ้ำซ้อนกับงานของวงศ์วานเกอร์โชม ​พวก​เขา​ต้อง​หามเฉพาะสิ่งที่ได้ระบุชื่อไว้
3. งานของพวกเขาจะอยู่ภาย​ใต้​การ​ดู​แล​ของ​อิธา​มาร์​บุตร​ชาย​ของ​ปุโร​หิต​อาโรน”

รวมจำนวนคนเลวี ที่​เข้า​ไป​ทำ​งาน​ใน​งาน​ปรน​นิบัติ​และ​ทำ​งาน​ขน​สัม​ภาระ​ได้​ มี 8,580 คน

1. การเคลื่อนย้ายพลับพลาขนาดเพียง 30 x 15 เมตร และเครื่องใช้ต่างๆของพลับพลา เพียงไม่กี่อย่าง
แต่ใช้คนทำงานถึง 8,580 คน
ช่างเป็นงานที่อลังการจริงๆ

การทำสิ่งใดถวายแด่พระเจ้า ต้องทำอย่างดีที่สุด

2. วงศ์วานโคฮาท มี 8,600 คน เข้าเกณฑ์รับใช้ได้มี 2,750 คน อายุน้อยไปหรือมากไป 5,850 คน
วงศ์วานเกอร์โชม มี 7,500 คน เข้าเกณฑ์รับใช้ได้มี 2,630 คน อายุน้อยไปหรือมากไป 4,870 คน
วงศ์วานเมรารี มี 6,200 คน เข้าเกณฑ์รับใช้ได้มี 3,200 คน อายุน้อยไปหรือมากไป 3,000 คน
มีผู้ชาย เลวีอยู่ 22,000 คน ที่เป็นตัวแทนคนอิสราเอลทั้งหมด
แต่มีเพียง 8,580 คน เท่านั้นที่จะมีส่วนรับใช้พระเจ้าได้ในช่วงเวลานั้น

พระเจ้ามีเวลาสำหรับแต่ละคนในการรับใช้พระเจ้าในบทบาทหน้าที่ต่างๆ
วันนี้ ถ้าเป็นเวลาที่เราจะรับใช้อะไรได้ จงทำอย่างสุดกำลัง
วันนี้ ถ้าเป็นเวลาที่เราต้องรอคอย จงเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันเวลาที่จะมาถึง

3. พระเจ้าสั่งโมเสสให้เตือนวงศ์วานโคฮาท ผู้มีหน้าที่ขนสิ่งของในพลับพลา ซึ่งถือว่าบริสุทธิ์ที่สุด
ว่า อย่าแตะต้องหรือจ้องมองของบริสุทธิ์เหล่านั้น มิฉะนั้นจะตาย
เรื่องนี้น่าสนใจมาก ใน
อพย. 29:37 “…แท่น​นั้น​จะ​บริสุทธิ์​ที่​สุด สิ่ง​ใดๆ ที่​ถูก​ต้อง​แท่น​นั้น​ก็​จะ​บริ​สุทธิ์​ด้วย”

ถ้าคนโคฮาทไปแตะต้องแท่น ก็น่าจะดีนี่นา น่าจะทำให้พวกเขาบริสุทธิ์ แต่ทำไมกลับจะทำให้พวกเขาตาย?
แล้วทำไมพวกปุโรหิตอย่างลูกหลานของอาโรน จึงแตะได้แล้วไม่ตาย?

ที่คนโคฮาทแตะไม่ได้ เพราะพวกเขาไม่บริสุทธิ์ พอแตะของบริสุทธิ์ พวกเขาจึงต้องตาย เพราะบริสุทธิ์ไม่พอที่จะรับความบริสุทธิ์ที่สุดเข้ามาในตัวได้
พวกปุโรหิตแตะได้ เพราะพวกเขาบริสุทธิ์ ไม่ใช่เพราะพวกเขานิสัยดีกว่าคนเลวี แต่เพราะว่าพระเจ้าเจิมพวกเขาให้พวกเขาบริสุทธิ์

วันนี้ เราอาจจะยังคงมีนิสัยที่ไม่ดีอีกหลายอย่างที่ต้องเปลี่ยนแปลง
แต่โดยการเจิมโดยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ในจิตวิญญาณของเรา
เราจึงกลายเป็นผู้มีจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์แล้ว
สามารถเข้าใกล้พระเจ้า สามารถสัมผัสความบริสุทธิ์ของพระองค์ได้
ด้วยการอธิษฐานต่อพระองค์ รับฟังถ้อยคำของพระองค์ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดติดสนิทกับพระองค์ได้

คำคม

“ โอกาสในการรับใช้พระเจ้า ไม่ได้มีตลอดไป ”

สรุป กันดารวิถี 3

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งให้โมเสสแยกคนเลวีออกมาเป็นพิเศษ เพื่อเป็นตัวแทนของคนอิสราเอลทั้งหมดในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers03-81815

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 3 เมื่อพระเจ้าทรงสั่งคนอิสราเอลเรื่องการตั้งค่ายแล้ว พระองค์ทรงสั่งเกี่ยวกับเรื่องของคนเลวี ดังนี้

คนเลวีที่เป็นเชื้อสายของ​อาโรน ให้ทำหน้าที่เป็นปุโรหิต
– ​อาโรนมีบุตรชาย 4 คน ​คือ นา​ดับ อา​บีฮู เอ​เล​อา​ซาร์ และ​อิธา​มาร์
– แต่​นา​ดับ​และ​อา​บีฮู​ ตายเพราะนำ​ไฟ​ที่​ต้อง​ห้าม​มา​ถวาย​พระเจ้า
– ดัง​นั้น​จึงเหลือแต่ เอ​เล​อา​ซาร์​และ​อิธา​มาร์ ​​ทำ​หน้า​ที่​ปุ​โร​หิต​ ใน​ความ​ดูแล​ของ​อาโรน

คนเลวีคนอื่นๆ
– ให้​เป็น​ผู้​ช่วย​อาโรน และบุตรของอาโรน
– ​​ทำงาน​รับ​ใช้​ที่​พลับ​พลา
– ดู​แล​เครื่อง​ใช้​ทุก​อย่าง​ของพลับพลา

​คน​เลวีถูกเลือกจาก​ท่าม​กลาง​คน​อิส​รา​เอล เพื่อ​แทน​บรรดา​บุตร​หัว​ปี​ของ​คน​อิส​รา​เอลทั้งหมด
คน​เลวี​จึง​เป็น​ของ​พระเจ้า

พระเจ้าสั่งให้นับ​พงศ์​พันธุ์​เลวี​ ​ทุก​คน​ที่เป็นผู้​ชาย ​อายุ​ตั้ง​แต่​ 1 ​เดือน​ขึ้น​ไป ได้ผลออกมาดังนี้
เลวี มีบุตรชาย 3 คน คือ เกอร์​โชน โค​ฮาท และ​เม​รา​รี
– บุตรของ​เกอร์​โชน​​ คือ ลิบนี และ​ชิ​เม​อี
– บุตรของ​โค​ฮาท​ คือ อัม​ราม อิส​ฮาร์ เฮ​โบรน และ​อุส​ซี​เอล
– บุตรของ​เม​รา​รี​ ​คือ มาลี และ​มูชี

คนใน​ตระ​กูล​เกอร์​โชน
– นับได้ 7,500 คน
– ให้​ตั้ง​ค่าย​พัก​อยู่​​ ด้าน​ตะวัน​ตกของพลับ​พลา ​
– ผู้นำ คือ ​เอ​ลี​ยา​สาฟ
– งาน​ได้แก่ งาน​พลับ​พลา , งาน​เต็นท์ , เครื่อง​คลุม​เต็นท์ และ​ม่าน​ต่างๆโดยรอบ รวม​ทั้ง​งาน​รับ​ใช้​ทุก​อย่าง​ที่​เกี่ยว​กับ​ส่วน​นี้

คนใน​ตระ​กูลโค​ฮาท​
– นับได้ 8,600 คน
– ให้​ตั้ง​ค่าย​พัก​อยู่​ ด้าน​ใต้​ของ​พลับ​พลา
– ผู้นำ คือ เอลี​ซา​ฟาน​
– งานได้แก่ ​ดูแล​หีบ​พระ​บัญ​ญัติ และสิ่งของต่างๆในสถานนมัสการ รวม​ทั้ง​งาน​รับ​ใช้​ทุก​อย่าง​ที่​เกี่ยว​กับ​ส่วน​นี้
– ให้เอ​เล​อา​ซาร์​บุตร​ของ​อาโรน ​เป็น​ผู้​นำ​สูง​สุด​อยู่​เหนือ​
​คน​เลวี​และ​เป็น​ผู้​กำกับ​การ​ปฏิ​บัติ​งาน​ใน​สถาน​นมัส​การ

คนใน​ตระ​กูล​เม​รา​รี​
– นับได้ 6,200 คน
– ให้​ตั้ง​ค่าย​พัก​อยู่​ ด้านเหนือ​ของ​พลับ​พลา
– ผู้นำ คือ ​ศุ​รี​เอล​
– งานได้แก่ งาน​ดู​แล​ไม้​และฐานต่างๆ​ของ​พลับ​พลา รวม​ทั้ง​งาน​รับ​ใช้​ทุก​อย่าง​ที่​เกี่ยว​กับ​ส่วน​นี้

โมเสส​ และ​ อาโรน​กับ​​บุตร​หลาน​ของ​อาโรน
– ให้​ตั้ง​ค่าย​พัก​อยู่​หน้า​พลับ​พลา​ ด้าน​ตะวัน​ออก​
– งานได้แก่ การปฏิ​บัติงาน​ภาย​ใน​สถาน​นมัส​การ​ ส่วน​คน​อื่น​ที่​เข้า​มา​ใกล้​จะ​ต้อง​ถูก​ลง​โทษ​ถึง​ตาย

รวมผู้​ชาย​ทั้ง​หมดที่ถูกนับเป็นคนเลวี ​ที่​มี​อายุ​ตั้ง​แต่​ 1 เดือน​ขึ้น​ไป​มี 22,000 คน

เมื่อ​โมเสส​​นับ​บุตร​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ของ​คน​อิส​รา​เอล ตั้ง​แต่​ 1 ​เดือน​ขึ้น​ไป ได้ 22,273 คน
​พระเจ้า​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
ให้​เอา​คน​เลวี​แทน​บุตร​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ของ​คน​อิส​รา​เอล
และ​เอา​สัตว์​ของ​คน​เลวี​แทนสัตว์​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ของ​คน​อิส​รา​เอล
ส่วนคน​เลวี​จะ​เป็น​ของพระเจ้า

​ค่า​ไถ่​บุตร​หัวปี​ของ​คน​อิส​รา​เอล​จำนวน 273 คน ที่​เกิน​จาก​จำนวน​ผู้​ชาย​คน​เลวี​นั้น
ให้​เก็บ​เงิน​คน​ละ​ 5 ​เชเขล แล้ว​มอบให้​แก่​อาโรน​และ​ลูกๆ ของ​เขา
โมเสส​จึง​เก็บ​เงิน​ค่า​ไถ่​จาก​คน​เหล่า​นั้น​ได้เป็น​เงิน 1,365 เชเขล
แล้ว​มอบเงินนั้น​แก่​อาโรน​และ​บุตร​ของ​เขา

1. พระเจ้าทรงให้การถวายตัวรับใช้พระเจ้าตลอดชีวิตของคนเลวี เป็นตัวแทนของการถวายบุตรหัวปีของคนอิสราเอลทั้งหมด
นั่นคือ คนเลวีรับใช้พระเจ้าเต็มเวลา แทนบุตรหัวปีของคนเผ่าอื่นๆ
ดังนั้น คนเผ่าอื่นๆ สมควรอย่างยิ่งที่จะดูแลเอาใจใส่ คนเลวีเหล่านั้น

เมื่อเราไม่สามารถทำงานรับใช้บางอย่างได้ แต่ก็ปรารถนาอยากจะรับใช้ในด้านนั้น
เราสามารถทำได้ โดยการสนับสนุนคนเหล่านั้นที่กำลังรับใช้พระเจ้าในด้านนั้นๆ ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง เช่น การถวาย , การอธิษฐานเผื่อ หรือการสนับสนุนด้านอื่นๆ

ในเมื่อเราไม่อาจไปเป็นมิชชันนารีได้ในเวลานี้ เป็นโอกาสดีอย่างยิ่งที่เราจะสนับสนุนการรับใช้ของมิชชันนารีเหล่านั้น ในฐานะที่พวกเขาเป็นตัวแทนของเรา นำข่าวประเสริฐไปยังกลุ่มที่เราเองไม่อาจเข้าถึงได้

2. จำนวนคนเลวี จากตระกูลเกอร์​โชน +โค​ฮาท + ​เม​รา​รี ที่นับได้ = 7,500+8,600+6,200 = 22,300 คน
แต่พระคัมภีร์บอกว่า คนที่ถูกนับเป็นคนเลวี ที่เป็นตัวแทนของคนอิสราเอลทั้งหมดนั้นมี 22,000 คน
น่าจะเป็นเพราะว่า ไม่นับบุตรหัวปีของคนเลวีเอง 300 คน
เพราะเลวีเอง ก็ต้องถวายบุตรหัวปีแด่พระเจ้าด้วยเช่นกัน
การนับจำนวนตัวแทนบุตรหัวปี จึงไม่นับบุตรหัวปีของคนเลวีเอง

แม้ว่าเรากำลังรับใช้พระเจ้าก็ตาม นั่นก็ไม่สามารถใช้มาเป็นข้ออ้างที่จะไม่ต้องทำตามกฏกติกาที่พระเจ้ากำหนดไว้สำหรับประชากรของพระองค์ได้ เพราะเราเองก็เป้นประชากรของพระองค์เหมือนกัน

คนที่ถือว่าตนเองได้รับใช้พระเจ้า ทำโน่นทำนี่ มากมาย
แล้วคิดว่าตนเองมีสิทธิพิเศษ ไม่จำเป็นต้องทำตามกฏเกณฑ์ของพระเจ้าได้นั้น
เขากำลังเข้าใจผิดอย่างยิ่ง

3. บุตรหัวปีของคนอิสราเอลมี 22,273 คน และคนเลวีที่จะเป็นตัวแทนบุตรหัวปี มีแค่ 22,000 คน
ช่างเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกันมากจริงๆ
(ความจริงถ้านับรวมบุตรหัวปีของคนเลวีด้วย จำนวนคนเลวีคือ 22,300 คน ซึ่งต่างจากบุตรหัวปีของคนอิสราเอลทั้งหมดแค่ 27 คน เท่านั้นเอง)
พระเจ้าทรงกำหนดทุกสิ่ง อย่างลงตัว ในแผนการของพระองค์
คนอิสราเอลทั้ง 3 ล้านกว่าคน มีบุตรชายหัวปีรวมกัน พอๆกับ บุตรชายของคนเลวี พอดี

การเกิด เวลาเกิด เพศที่เกิด และทุกอย่าง สำหรับชีวิตของเรา อยู่ในแผนการอันดีเลิศของพระเจ้าสำหรับชีวิตของเรา
วันนี้ ไม่ว่าเราเกิดมาเป็นเช่นไร อย่างไร พระเจ้ามีแผนการที่ดีเลิศเตรียมไว้สำหรับเรา

4. คนเลวีที่เป็นตัวแทนของคนอิสราเอล ขาดไปแค่ 273 คน จาก 22,273 คน คิดเป็นเพียง 1.23 % เท่านั้นเอง
ซึ่งเรื่องนี้ ผมเชื่อว่าเป็นการจงใจของพระเจ้า
เพื่อจะสอนคนอิสราเอลให้เข้าใจว่า การทำตามกฏเกณฑ์ของพระเจ้านั้น ต้องทำอย่างครบถ้วน
จะขาดๆ เกินๆ นิดหน่อย ก็ไม่ได้

เมื่อไม่ครบ พระเจ้าสั่งคนอิสราเอล ให้ทำอะไรบางอย่างเพื่อให้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามกฏเกณฑ์ของพระเจ้า

วันนี้ หากเป็นเหตุสุดวิสัย ที่เราไม่สามารถทำอะไรบางอย่าง ตามที่พระเจ้าบอกได้จริงๆ
สมควรอย่างยิ่งที่เราจะทูลถามพระองค์ว่า
แล้วพระองค์ประสงค์ให้เราทำเช่นไรต่อไป?
ไม่คิดไปเองว่า โอ้!!! สุดวิสัย ทำไม่ได้ จึงไม่ทำอะไรเลยก็แล้วกัน

คำคม

“ พระเจ้าทรงกำหนดเราไว้ เพื่องานพิเศษบางอย่าง ”

สรุป กันดารวิถี 2

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งคนอิสราเอลตั้งค่าย ตามที่พระเจ้ากำหนดเอาไว้อย่างเจาะจง

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers02-81711

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 2 หลังจากที่พระเจ้าทรงให้โมเสสทำสำมะโนประชากรแล้ว พระเจ้าทรงสั่งให้โมเสส​และ​อาโรน กำหนดการตั้งค่ายของเผ่าต่างๆในอิสราเอลดังนี้

ให้แต่​ละ​คน​ให้​อยู่​ตาม​ธง​ของ​ตัว​เอง ตาม​ธง​ตรา​สกุล​ของ​ตน ให้​ตั้ง​ค่าย​พัก​หัน​หน้า​เข้า​หาพลับพลา ตามกำหนดดังนี้

​ด้านทิศ​ตะวัน​ออก​ เรียกว่า ค่ายยูดาห์ ประกอบด้วย
– เผ่ายูดาห์​ มี นาโชน ​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 74,600 คน
– ​เผ่า​อิส​สา​คาร์​ มี นา​ธัน​เอล ​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 54,400 คน
– เผ่า​เศ​บู​ลุน มี เอ​ลี​อับ ​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 57,400 คน
รวมทหารทั้งสิ้น 186,400 คน

ด้านทิศใต้​ เรียกว่า ค่ายรูเบน ประกอบด้วย
– เผ่า​รูเบน มี เอลี​ซูร์ ​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 46,500 คน
– ​เผ่า​สิ​เม​โอน มี เช​ลู​มิ​เอล​​​ เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 59,300 คน
– เผ่า​กาด มี เอ​ลี​ยา​สาฟ ​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 45,650 คน
รวมทหารทั้งสิ้น 151,450 คน

เผ่า​เลวี​อยู่​ตรงกลาง ​ค่าย​ต่างๆ

ด้านทิศ​ตะวัน​ตก​ เรียกว่า ค่าย​เอฟ​รา​อิม​ ประกอบด้วย
– ​เผ่าเอฟ​รา​อิม​ มี เอ​ลี​ชา​มา ​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 40,500 คน
– เผ่า​มนัส​เสห์ มี กา​มา​ลิ​เอล ​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 32,200 คน
– ​เผ่า​เบน​ยา​มิน มี อา​บี​ดัน​ ​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 35,400 คน
รวมทหารทั้งสิ้น 108,100 คน

ด้านทิศ​เหนือ เรียกว่า ค่ายดาน​ ประกอบด้วย
– เผ่า​ดาน​ มี อา​หิ​เย​เซอร์​ ​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 62,700 คน
– ​เผ่า​อา​เชอร์ มี ปากี​เอล ​​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 41,500 คน
– ​เผ่า​นัฟ​ทา​ลี มี อา​หิ​รา​ ​​​เป็น​ผู้​นำ​ มี​ทหาร​ 53,400 คน
รวมทหารทั้งสิ้น 157,600 คน

ตามการตั้งค่ายที่พระเจ้ากำหนด เมื่อเขียนออกมาคร่าวๆตามจำนวนทหาร ได้แผนภาพดังนี้

และเมื่อลองหมุนภาพดู จะได้ภาพดังนี้

คำคม

“ พระคัมภีร์ ซ่อนความลึกซึ้งในฝ่ายวิญญาณไว้มากมาย ”

สรุป กันดารวิถี 1

ภาพรวม

  • กันดารวิถี เป็นเรื่องราว ต่อมาจากพระธรรมอพยพ พระเจ้าทรงนำคนอิสราเอล ออกจากภูเขาซีนายเดินทางต่อไปยังแผ่นดินคะนาอัน แต่พวกเขาเต็มไปด้วยความท้อใจ การไม่เชื่อฟังพระเจ้า และเกิดเรื่องราวมากมายในช่วงของพระธรรมเล่มนี้
  • ในบทนี้พระเจ้าให้โมเสสทำสำมะโนประชากร ซึ่งสามารถออกรบได้ ประชาชนอิสราเอลตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป

สำหรับคนที่ไม่สะดวกอ่านด้วยตัวเอง ให้ AI อ่านได้ที่นี่ครับ

https://audius.co/drker/numbers01-81591

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

กันดารวิถี บทที่ 1 ในวัน​ที่ 1 เดือน​ที่​ 2 ​ปี​ที่​ 2 นับ​ตั้ง​แต่​คนอิสราเอล​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์
พระเจ้า​สั่ง​โมเสส​ ณ ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ซีนาย​ ว่า
ให้​ทำ​สำ​มะ​โนครัว​ชุม​นุม​ชน​คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ตาม​ตระ​กูล ตาม​สกุล โดยนับเฉพาะคน​อายุ​ตั้ง​แต่​ 20 ​ปี​ขึ้น​ไป​

พระเจ้าได้กำหนดรายชื่อ คน 12 คนให้เป็น​หัว​หน้า​สกุล​ของ​ตน ในแต่ละเผ่า เพื่อจะช่วยโมเสสทำสำมะโนครัว

แล้วโมเสสก็ทำตาม ​นับจำนวนประชากรได้ผล​ดัง​นี้
– เผ่า​รูเบน 46,500 คน
– เผ่า​สิ​เม​โอน 59,300 คน
– ​เผ่ากาด 45,650 คน
– ​เผ่า​ยูดาห์​ 74,600 คน
– ​เผ่า​อิส​สา​คาร์ 54,400 คน
– ​เผ่า​เศ​บู​ลุน​ 57,400 คน
– ​เผ่า​เอฟ​รา​อิม​ 40,500 คน
– ​เผ่า​มนัส​เสห์​ 32,200 คน
– ​เผ่า​เบน​ยา​มิน 35,400 คน
– เผ่า​ดาน​ 62,700 คน
– เผ่า​อา​เชอร์ 41,500 คน
– ​เผ่า​นัฟ​ทาลี 53,400 คน
รวม​ทั้ง​สิ้น 603,550 คน

แต่​ไม่​ได้​นับ​คน​เลวี​ เพราะคนเลวี ไม่ได้มีหน้าที่ออกรบ แต่มีหน้าที่ดูแล​พลับ​พลา​และ​ขนย้าย​พลับ​พลา
เมื่อ​จะ​ยก​พลับ​พลา​เคลื่อน​ไป หรือ เมื่อ​จะ​ตั้ง​พลับ​พลา​ขึ้น ก็​ให้​คน​เลวี​เป็น​ผู้​ตั้ง​ขึ้นเท่านั้น
คน​อื่น​ที่เข้า​มา​ใกล้​จะ​ต้อง​ถูก​ลง​โทษ​ถึง​ตาย

ให้​คน​เลวี​ตั้ง​ค่าย​พัก​รอบ​พลับ​พลา​
ให้​คน​เลวี​ปฏิ​บัติ​งาน​รักษา​พลับ​พลา​

1. คนอิสราเอลนับแต่ผู้ชาย อายุ 20 ปีขึ้นไป มีประมาณ 600,000 คน
ถ้านับผู้หญิงด้วย คงจะประมาณ 600,000 คน
ซึ่งแต่ละครอบครัว มีลูกดก จนคนอียิปต์หวาดกลัว
อพย. 1:7 “แต่​พงศ์​พันธุ์​อิส​รา​เอล​มี​ลูก​ดก​ทวี​มาก​ขึ้น​และ​มี​กำลัง​มาก​ยิ่ง พวก​เขา​แพร่​หลาย​ไป​จน​เต็ม​แผ่น​ดิน​นั้น”
ดังนั้น คำนวณคร่าวๆ ถ้ารวมผู้หญิงและเด็กแล้ว คนอิสราเอลที่ออกมาจากอียิปต์น่าจะประมาณ 3 ล้านคน

2. พระเจ้าบอกรายชื่อชาย 12 คน แก่โมเสส เพื่อช่วยโมเสส ทำการสำมะโนครัวของคนจำนวนมากมาย

พระเจ้ามีคนของพระองค์เตรียมไว้เสมอ สำหรับเรา เมื่อเรากระทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

3. งานเก็บเต็นท์และตั้งเต็นท์พลับพลานั้น เป็นงานที่พระเจ้า กำหนดให้คนเลวีเป็นคนทำ
แม้คนเผ่าอื่นจะเก่งเพียงใดก็ตาม หรือจะชำนาญงานมากเพียงใดก็ตาม
แต่ก็ไม่มีสิทธิ เข้ามายุ่งงานที่พระเจ้าทรงมอบไว้แก่เลวี

วันนี้ มีบางงานที่พระเจ้าทรงกำหนดให้บางคนรับผิดชอบ เราควรให้เกียรติการแต่งตั้งของพระเจ้านั้น
วันนี้ เมื่อเราได้รับมอบหมายจากพระเจ้าให้ทำอะไรบางอย่าง ไม่ว่างานนั้นจะเล็กน้อยสักเพียงใด
ให้เราทำงานนั้นอย่างเต็มที่และอย่างภาคภูมิใจ เพราะไม่มีใครเหมาะที่จะทำงานนี้ นอกจากเราผู้ที่ได้รับมอบหมายจากพระเจ้า

คำคม

“ พระเจ้าไม่เคยขาดคนทำงานของพระองค์ ”