สรุป ปฐมกาล 01

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่ง เสร็จสมบูรณ์ ใน 6 วัน และเห็นว่าดียิ่งนัก

# สรุป

@ สิ่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 1 กล่าวถึง การทรงสร้างของพระเจ้า
เริ่มจาก ทรง​เนร​มิต​สร้าง​ฟ้า​และ​แผ่น​ดิน
แผ่น​ดิน​ก็​​ว่าง​เปล่า ความ​มืด​อยู่​เหนือ​น้ำ
วันที่ 1 ทรงสร้างความ​สว่าง และ​ทรง​แยก​ความ​สว่าง​ออก​จาก​ความ​มืด
วันที่ 2 ทรงสร้างพื้นฟ้าแล้ว​ทรง​แยก​น้ำ​ที่​อยู่​ใต้​​พื้นฟ้า​ออก​จาก​น้ำ​ที่​อยู่​เหนือ​​พื้นฟ้า
วันที่ 3 ทรงให้น้ำ​ที่​อยู่​ใต้​ฟ้า​​อยู่​ใน​ที่​เดียว​กันเป็นทะเล และทรงให้แผ่นดินปรา​กฏ​ขึ้น ทรงสร้าง​พืช​บนแผ่นดิน
วันที่ 4 ทรงดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และ​ดวง​ดาว​ต่างๆ
วันที่ 5 ทรงสร้างสัตว์น้ำ ​สัตว์ปีก ทรง​อวย​พร​สัตว์​เหล่า​นั้น​ ให้​มี​ลูก​ดก​ทวี​มาก​ขึ้น
วันที่ 6 ทรงสร้าง​สัตว์บก สัตว์​เลื้อย​คลาน และทรงสร้าง​มนุษย์​เป็นชายและหญิง ตาม​ฉายา​ของ​พระองค์ ให้​ปก​ครอง​สัตว์ทุกชนิด และปกครองแผ่นดินโลก ​ทรง​อวย​พร​มนุษย์ให้​มี​ลูก​ดก​ทวี​มาก​ขึ้น​จน​เต็ม​แผ่น​ดิน ทรง​ให้​ธัญ​พืช​ที่​มี​เมล็ด​ทุก​ชนิด และ​ต้น​ไม้​ผล​ทุก​ชนิด​ที่​มี​เมล็ด​ใน​ผล​ของ​มัน​ เป็น​อาหาร​ของมนุษย์
ส่วน​สิ่ง​มี​ชีวิต​ที่​มี​ลม​หาย​ใจทั้งหมด​นั้น พระเจ้าทรง​ให้​พืช​เขียว​สด​ทั้งปวง​เป็น​อาหาร

– เมื่อพระเจ้าทรงสร้างโลกนั้น พระองค์ทรงสร้างอย่างดีและงดงาม แล้วทรงยกทุดอย่างให้มนุษย์ ช่างเป็นความรักพระเมตตาของพระเจ้าอย่างเหลือล้นแก่มนุษย์พวกเป็นเพียงแต่ผงคลี
– “วัน” ในภาษาฮีบรูในบทนี้ แปลได้อีกอย่างว่า “ช่วงเวลา” จึงไม่ได้หมายถึง วัน 24 ชม. เพราะในตอนต้นๆนั้น ดวงอาทิตย์ยังไม่ถูกสร้างเลย
– อาหารที่พระเจ้าสร้างแก่มนุษย์ตั้งแต่แรกนั้น คือ ​ธัญ​พืช​ที่​มี​เมล็ด​ทุก​ชนิด และ​ต้น​ไม้​ผล​ทุก​ชนิด​ที่​มี​เมล็ด​ใน​ผล​ของ​มัน​ การกลับไปรับประทานอาหารเหล่านี้ให้มากยิ่งกว่าอาหารอื่นๆ ย่อมนำไปสู่สุขภาพที่แข็งแรง
– สิ่งแรกที่พระเจ้าทรงกระทำในวันแรกนั้น คือ แยกความสว่างออกจากความมืด ดูเหมือนสิ่งสุดท้ายที่พระองค์ทรงกระทำให้ยุคนี้ก็คือ แยกความมืดออกไปจากความสว่าง พิพากษามารซาตานและคนอธรรม แล้วทิ้งลงในบึงไฟนรก
– พระเจ้าทรงอวยพรสิ่งมีชีวิตที่พระองค์ทรงสร้าง ให้เกิดผลมากมาย ดูเหมือนการเกิดผลเป็นพระพรที่มาจากพระเจ้า ดังนั้นหากเราต้องการเกิดผลอย่างแท้จริง เราต้องการการอวยพระพรจากพระเจ้าอย่างยิ่ง

คำคม

“ เราสามารถเห็นความรักของพระเจ้าได้ จากทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง ”

สรุป ปฐมกาล 2

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงรักมนุษย์ ทรงสร้างมนุษย์พิเศษกว่าสิ่งใดๆ และประทานสิ่งที่ดีเลิศที่สุดให้แก่เขา

# สรุป

@ สิ่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 2 กล่าวถึง เมื่อพระเจ้าทรง​สร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก​เสร็จแล้ว ใน 6 วัน
วัน​ที่ 7 พระ​เจ้า​ทรง​หยุด​พัก​จาก​การ​งาน​ทั้ง​สิ้น​ของ​พระ​องค์​ที่​ได้​ทรง​กระ​ทำ และ​ทรง​อวย​พร​วัน​ที่ 7 ทรง​ตั้ง​ไว้​เป็น​วัน​บริ​สุทธิ์

รายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องการทรง​สร้าง มี​ดัง​นี้
สมัยนั้น​ยัง​ไม่​มี​ฝน​ตก​บน​แผ่น​ดิน แต่​มี​ละ​ออง​น้ำ​ขึ้น​มา​จาก​แผ่น​ดิน รด​พื้น​ดิน​ทั่ว​ทั้ง​หมด
พระ​เจ้า​ทรง​ปั้น​มนุษย์​ด้วย​ผง​คลี​ ระบาย​ลม​ปราณ​เข้า​ทาง​จมูก​ของ​เขา
​พระ​เจ้า​ทรง​สร้างสวน​เอเดน​ และ​ทรง​กำ​หนด​ให้​มนุษย์​​อยู่​ที่​นั่น
พระ​เจ้า​ทรง​ให้​ต้น​ไม้​ทุก​ชนิด​ ​งาม​น่า​ดู​และ​น่า​กิน​ มี​ต้น​ไม้​แห่ง​ชีวิตกับ​ต้น​ไม้​แห่ง​การ​รู้​ถึง​ความ​ดี​และ​ความ​ชั่ว​ อยู่กลางสวน
มี​แม่​น้ำ​สาย​หนึ่ง​ไหล​จาก​เอเดน​ รด​สวน​นั้น แม่น้ำนั้นแยก​เป็น แม่น้ำ 4 สาย ​คือ ​ปิโชน ​กิโฮน ​ไทกริส และ​ยูเฟร​ติส
​พระ​เจ้า​​ทรง​ให้​มนุษย์​ ​ดูแล​สวน ​ตรัส​สั่ง​มนุษย์​นั้น​ว่า
“ผลไม้​ทุก​อย่าง​ใน​สวน​นี้ เจ้า​กิน​ได้​ตาม​ใจ​ชอบ
แต่​ผล​ของ​ต้น​ไม้​แห่ง​การ​รู้​ถึง​ความ​ดี​และ​ความ​ชั่ว​นั้น ห้าม​เจ้า​กิน
เพราะ​ใน​วัน​ใด​ที่​เจ้า​กิน เจ้า​จะ​ต้อง​ตาย​แน่”

พระ​เจ้า​ตรัส​ว่า
“การ​ที่​ชาย​ผู้​นี้​จะ​อยู่​แต่​ลำพัง​นั้น​ไม่​ดี เรา​จะ​สร้าง​คู่​อุป​ถัมภ์​ที่​เหมาะ​สม​กับ​เขา​ขึ้น”
พระเจ้า​ทรง​นำสัตว์ต่างๆ​มา​ยัง​ชาย​นั้น เพื่อ​ดู​ว่า ให้เขาเลือกเป็นคู่อุปถัมภ์
แต่​ชาย​นั้น​ยัง​ไม่​พบ​คู่​อุป​ถัมภ์​ที่​เหมาะ​สม​กับ​เขา
แล้ว​​พระ​เจ้า​จึง​ทรง​ทำ​ให้​ชาย​นั้น​หลับ​สนิท ​ทรง​ชัก​กระ​ดูก​ซี่โครง​ซี่​หนึ่ง​ของ​เขา​ออก​มา ทรง​สร้าง​ให้​เป็น​หญิง แล้ว​ทรง​นำ​มา​ให้​ชาย​นั้น
ชาย​นั้น​จึง​เลือกหญิงนั้นเป็นคู่อุปถัมภ์ โดยกล่าวว่า
“นี่​แหละ กระ​ดูก​จาก​กระ​ดูก​ของ​เรา เนื้อ​จาก​เนื้อ​ของ​เรา
จะ​เรียก​คน​นี้​ว่า​หญิง เพราะ​คน​นี้​ออก​มา​จาก​ชาย”
ผู้​ชาย​และ​ภรรยา​ของ​เขา​เปลือย​กาย​อยู่​ทั้ง​สอง​คน​และ​ไม่​อาย​กัน

– วันที่ 7 เป็นวันที่พระเจ้าอวยพระพรเป็นพิเศษ ไม่ใช่ ทำงานเกิดผลเป็นพิเศษ แต่ได้พักผ่อนจากการงาน การพักผ่อนจึงเรียกได้ว่า เป็นพระพรจากพระเจ้า
– ยังไม่มีฝนตกสู่แผ่นดินเลย จนกระทั่งสมัยโนอาห์ คนสมัยนั้นจึงไม่เชื่อโนอาห์ว่า จะมีน้ำท่วมโลกได้
– มนุษย์มีชีวิต ไม่ใช่เมื่อพระเจ้าปั้นเสร็จ แต่เมื่อลมปราณของพระเจ้าเข้าสู่มนุษย์ วันนี้มนุษย์ผู้ตายในบาปจะกลายเป็นผู้มีชีวิตอีกครั้ง เมื่อพระวิญญาณของพระเจ้าเข้ามาในตัวเขา หลังจากที่เข้าต้อนรับเชื่อพระเยซูคริสต์
– ต้นไม้ที่มีผลทุกต้นล้วนน่ากิน ไม่ใช่แค่ต้นไม้แห่งชีวิตเท่านั้น ดังนั้นไม่ใช่อาดัมไม่มีทางเลือก แต่เขาจงใจเลือกทางผิด
– ขอบคุณพระเจ้าที่ อาดัม ไม่เลือก ฮิปโปโปเตมัส เป็นคู่อุปถัมภ์
– สามีภรรยา เป็นเนื้อเดียวกัน จึงผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง และไม่อายต่อกัน

คำคม

“ พระเจ้าทรงรักเรา ประทานสิ่งงดงามให้แก่เรา อย่าทำมันพัง ”

สรุป ปฐมกาล 3

ภาพรวม

  • มนุษย์เลือกที่จะเชื่อว่า พระเจ้าพูดโกหก มารพูดจริง เลือกเชื่อว่า พระเจ้าเห็นแก่ตัว พระองค์ขี้อิจฉา และด้วยความโลภของพวกเขา พวกเขาจึงเลือกไม่เชื่อฟังคำสั่งของพระองค์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 3 มารใช้งู​มา​ถาม​เอวา​ ด้วยคำถามใส่ร้ายพระเจ้าว่า
“จริง​หรือ? ที่​พระ​เจ้า​ตรัส​ว่า ‘ห้าม​พวก​เจ้า​กิน​ผล​จาก​ต้นไม้​ทุก​ต้น​ใน​สวน​นี้’ ”
เอวา​จึง​ตอบ​งู​ว่า
“​กิน​ได้ ยกเว้น​แต่​ผล​ของ​ต้น​ไม้​ที่​อยู่​กลาง​สวน​นั้น .. ”
งู​จึง​พูดใส่ร้ายพระเจ้า ต่อ​หญิง​นั้น​ว่า
“พวก​เจ้า​จะ​ไม่​ตาย​แน่ (หาว่าพระเจ้าโกหก)
เพราะ​พระ​เจ้า…ไม่อยากให้จะ​เป็น​เหมือน​อย่าง​พระ​เจ้า (หาว่าพระเจ้าอิจฉา)…”
เอวาเชื่องู จึง​เก็บ​ผล​ไม้​นั้น​มา​กิน แล้ว​ส่ง​ให้​อาดัม​ที่​อยู่​กับ​เธอ​กิน​ด้วย เขา​ก็​กิน
ตา​ของ​เขา​ทั้ง​สอง​คน​ก็​สว่าง​ขึ้น จึง​รู้​ว่า​พวก​เขา​เปลือย​กาย​อยู่
เวลา​เย็น​วัน​นั้น เขา​ทั้ง​สอง​ได้​ยิน​เสียง​​พระ​เจ้า​เสด็จ​ดำเนิน​อยู่​ใน​สวน
พวกเขาจึง​ซ่อน​ตัว​อยู่​ ให้​พ้น​จาก​พระ​พักตร์​​พระ​เจ้า
​พระ​เจ้า​ทรงตรัส​เรียกอาดัม
“เจ้า​อยู่​ที่​ไหน?”
อาดัม​ทูล​ว่า
“ข้า​พระ​องค์​ได้ยิน​พระ​สุร​เสียง​…​ก็​กลัว เพราะ​​เปลือย​กายอยู่ จึง​ได้​ซ่อน​ตัว​เสีย”
พระ​องค์​จึง​ตรัส​ว่า
“…เจ้า​กิน​ผล​จาก​ต้น​ไม้​ที่​เรา​สั่ง​ไม่​ให้​กิน​นั้น​แล้ว​หรือ?”
ชาย​นั้น​ทูล​ว่า
“หญิง​ที่​พระ​องค์​ประ​ทาน​ให้​ เธอ​ส่ง​ผล​นั้น​ให้​ข้า​พระ​องค์ ข้า​พระ​องค์​จึง​รับ​ประ​ทาน”
​พระ​เจ้า​ตรัส​ถาม​หญิง​นั้น​ว่า “นี่​เจ้า​ทำ​อะไร​ลง​ไป?” หญิง​นั้น​ทูล​ว่า “งู​ล่อลวง​ข้า​พระ​องค์ ข้า​พระ​องค์​จึง​รับ​ประ​ทาน”
พระ​เจ้า​จึง​ตรัส​กับ​งู​ว่า
“เจ้า​จะ​ต้อง​ถูก​สาป​แช่ง​มาก​กว่า​สัตว์​ป่าทั้ง​ปวง จะ​ต้อง​เลื้อย​ไป​ด้วย​ท้อง จะ​ต้อง​กิน​ผง​คลี​ดิน​ตลอด​ชีวิต​
เรา​จะ​ให้​เจ้า​กับ​หญิง​นี้​เป็น​ศัตรู​กัน ทั้ง​พงศ์​พันธุ์​ของ​เจ้า และ​พงศ์​พันธุ์​ของ​นาง​ด้วย
เขา​จะ​ทำ​ให้​หัว​ของ​เจ้า​แหลก และ​เจ้า​จะ​ทำ​ให้​ส้น​เท้า​ของ​เขา​ฟก​ช้ำ
พระ​องค์​ตรัส​แก่​หญิง​นั้น​ว่า
“เมื่อเจ้า​มี​ครรภ์ เจ้า​จะ​คลอด​บุตร​ด้วย​ความ​เจ็บ​ปวด …”
พระ​องค์​จึง​ตรัส​แก่​ชาย​นั้น​ว่า
“…แผ่น​ดิน​จึง​ต้อง​ถูก​สาป​เพราะ​เจ้า เจ้า​จะ​ต้อง​หา​กิน​บน​แผ่น​ดิน​ด้วย​ความ​ทุกข์​ลำ​บาก​ตลอด​ชีวิต
พืช​ที่​มี​หนาม​จะ​งอก​ขึ้น​บน​ดิน​ และ​เจ้า​จะ​กิน​พืช​ตาม​ท้อง​ทุ่ง
เจ้า​จะ​ต้อง​หา​กิน​ด้วย​เหงื่อ​อาบ​หน้า จน​เจ้า​กลับ​ไป​เป็น​ดิน …”
​พระ​เจ้า​ทรง​ทำ​เสื้อ​ด้วย​หนัง​สัตว์​ให้​อาดัม​และ​เอวา​สวม​ปก​ปิด​กาย
แล้ว​พระ​เจ้า​ตรัส​ว่า “ดู​สิ มนุษย์​กลาย​เป็น​เหมือน​ผู้​หนึ่ง​ใน​พวก​เรา​แล้ว โดย​ที่​รู้​ความ​ดี​และ​ความ​ชั่ว
บัด​นี้ อย่า​ปล่อย​ให้​เขา​ยื่น​มือ​ไป​หยิบ​ผล​จาก​ต้น​ไม้​แห่ง​ชีวิต​มา​กิน​ด้วย แล้ว​มี​อายุ​ยืน​ชั่ว​นิรันดร์”
พระ​เจ้า​จึง​ทรง​ไล่​เขา​ออก​ไป​จาก​สวน​เอเดน ให้​เพาะ​ปลูก​บน​ดิน​ซึ่ง​ใช้​สร้าง​เขา​ขึ้น​มา
ทรง​ตั้ง​เหล่า​เครูบ​ และ​ตั้ง​ดาบ​เพลิง​อัน​หนึ่ง​ที่​หมุน​ได้​ไว้​เฝ้า​ทาง​ที่​จะ​ไป​สู่​ต้น​ไม้​แห่ง​ชีวิต​นั้น

– มารใส่ร้ายพระเจ้าว่า พระองค์โกหก พระองค์เห็นแก่ตัว พระองค์ขี้อิจฉา แล้ว มนุษย์ก็เลือกเชื่อว่า มารพูดจริง พระเจ้าพูดโกหก แล้วเพราะความโลภอยากเป็นเหมือนพระเจ้า พวกเขาจึงกินผลไม้นั้น
– หากเอวา ปฏิเสธไม่คุยกับมาร ผู้ใส่ร้ายพระเจ้า ตั้งแต่ประโยคแรก มนุษย์คงไม่ล้มลงในบาป เราควรเรียนรู้ที่จะปฏิเสธบาปให้เร็วที่สุด ในทันที
– เมื่อเอวากินผลไม้แล้ว “จึงส่ง​ให้​อาดัม​ที่​อยู่​กับ​เธอ​กิน​ด้วย” แสดงว่า อาดัมอยู่กับเอวาตอนกินผลไม้ด้วย แต่ไม่ห้าม เป็นไปได้ว่าตนเองก็อยากลองเหมือนกัน แค่เอวาตัดสินใจเร็วกว่า
– หลังจากมนุษย์ล้มลงในบาป พอพวกเขาได้ยินเสียงพระเจ้า แทนที่จะดีใจ แต่หวาดกลัวแทน มนุษย์ผู้มีบาปเมื่อต้องเข้าใกล้พระเจ้าจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาจึงซ่อนตัวเสีย
ซึ่งอาการเช่นนี้ เกิดขึ้นในลูกหลานของอาดัมทุกคน สิ่งสุดท้ายที่พวกเขาอยากทำคือ เข้าใกล้พระเจ้า
สะท้อนออกมาเป็น สิ่งที่มนุษย์ไม่อยากทำที่สุด คือ อธิษฐาน
บัดนี้ โดยทางพระเยซูคริสต์ เราจึงพ้นบาปแล้ว จึงสามารถเข้าเฝ้าพระเจ้าได้โดยปราศจากความกลัว
อย่างไรก็ดี เรายังอยู่ในเนื้อหนัง เนื้อหนังในเราซึ่งเกลียดการเข้าเฝ้าพระเจ้า จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะขัดขวางเรา ไม่ให้เราเข้าเฝ้าพระเจ้า
– เมื่ออาดัมล้มลงในบาป แทนที่จะสารภาพ กลับไปโทษพระเจ้า ว่าเพราะพระองค์นี่แหละ ประทานหญิงนี้มาให้ ก็เลยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
– ส่วนเอวา เมื่อล้มลงในบาป แทนที่จะสารภาพ แค่กลับไปโทษงู
– นี่เป็นคำพยากรณ์เกี่ยวกับความรอด คือ พงศ์พันธุ์ของหญิง(พระเยซู) จะทำให้หัวงูแหลก และ พงศ์พันธุ์ของมาร (ยน. 8:44 พวก​ท่าน​มา​จาก​พ่อ​ของ​ท่าน​คือ​มาร …) จะทำให้ส้นเท้าของพระเยซู ฟกซ้ำ(มีรอยตะปู)
– พระ​เจ้า​ทรง​ทำ​เสื้อ​ด้วย​หนัง​สัตว์​ให้พวกเขา ทั้งที่พวกเขาทำตัวเองให้อายเอง แค่ถึงกระนั้นพระเจ้าเองเป็นผู้ปกปิดความอายให้แก่พวกเขา
– เหตุที่พระเจ้า ไล่มนุษย์ออกจากสวนเอเดน เพราะพระองค์ทรงรักเขา
ในสวนมีต้นไม้แห่งชีวิต ถ้ากินแล้วจะไม่ตาย ถ้ามนุษย์ไม่ตาย ก็ไม่สามารถพ้นบาปได้ พวกเขาจะแยกขาดจากพระเจ้านิรันดร์กาล ไม่มีทางกลับคืนดีกับพระองค์ได้เลย แต่จะรับโทษในนรกชั่วนิรันดร์
เมื่อมนุษย์ตายได้ พระเยซูจึงสามารถมาเป็นตัวแทนตายแทนพวกเขาได้ พวกเขาจึงสามารถกลับคืนดีกับพระเจ้าได้โดยทางพระเยซูคริสต์

คำคม

“ แม้มนุษย์ล้มลงในบาป แต่ความรักของพระเจ้าที่มีต่อเขาก็ไม่เคยล้มเลิกไป ”

สรุป ปฐมกาล 4

ภาพรวม

  • เมื่อมนุษย์ออกจากสวนเอเดนก็เริ่มเพิ่มพูนทวีจำนวนมากขึ้น และความชั่วร้ายของมนุษย์ก็ยิ่งทวีมากยิ่งขึ้นด้วย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 4:1 กล่าวถึงเรื่องของมนุษย์เมื่อถูกขับออกไปนอกสวนเอเดน ว่า
เมื่ออาดัม​มี​เพศ​สัม​พันธ์​กับ​เอ​วา นาง​ก็​​ให้​กำเนิด​บุตร​ชื่อ​คาอิน และอาเบล
คาอิน นำ​พืช​ผล​จาก​ผืน​ดิน​มา​เป็น​ของ​ถวาย​พระเจ้า
ส่วน​อาเบล​ ​นำ​แกะ​หัว​ปี​จาก​ฝูง​และ​ไขมัน​ของ​แกะ​มา​ถวาย
พระ​เจ้าพอ​พระ​ทัย​อาเบล​และ​ของ​ถวาย​ของ​เขา
แต่​คาอิน​กับ​ของ​ถวาย​ของ​เขา​นั้น พระ​องค์​ไม่​พอ​พระ​ทัย

คาอิน​ก็​โกรธ​ยิ่ง​นัก ก้ม​หน้า​ลง
พระ​เจ้า​ตรัส​ถาม​คาอิน​ว่า “ทำไม​เจ้า​โกรธ?
ถ้า​เจ้า​ทำ​ดี เจ้า​ก็​จะ​เป็น​ที่​ยอม​รับ​ไม่​ใช่​หรือ?
ถ้า​เจ้า​ทำ​ไม่​ดี บาป​ก็​หมอบ​อยู่​ที่​ประตู อยาก​ตะครุบ​เจ้า เจ้า​จะ​ต้อง​เอา​ชนะ​บาป​นั้น”

วันหนึ่ง​คา​อิน​ชวนอาเบล​ไป​ที่​ทุ่ง​นา​ แล้วก็ฉวยโอกาสฆ่า​อาเบล​ที่นั่น
พระเจ้าตรัส​ถาม​คา​อิน​ว่า
“อาเบล​น้อง​ชาย​ของ​เจ้า​อยู่​ที่​ไหน?”
คา​อิน​ตอบว่า
“ข้า​พระ​องค์​ไม่​ทราบ ข้า​พระ​องค์​เป็น​ผู้​ดู​แล​น้อง​หรือ?”
พระ​องค์​ตรัส​ว่า
“เจ้า​ทำ​อะไร​ลง​ไป? เสียง​ของ​โลหิต​น้อง​ของ​เจ้า​ร้อง​ดัง​ขึ้น​มา​จาก​ดิน​ถึงเรา
บัด​นี้ เจ้า​จึง​ถูก​สาป​จาก​ดิน​ เมื่อ​เจ้า​เพาะ​ปลูก​บน​ดิน​จะ​ไม่​เกิด​ผล​มาก เจ้า​จะ​ต้อง​หลบ​หนี​และ​พเน​จร​ไป​ใน​โลก”

พระเจ้า​ทรง​ทำ​เครื่อง​หมาย​ไว้​ที่​ตัว​คา​อิน เพื่อ​ว่า​ทุก​คน​ที่​พบ​เขา​จะ​ได้​ไม่​ฆ่า​เขา
คา​อิน​ออก​ไป​พ้น​พระ​พักตร์​พระ​เจ้าไป​อยู่​แผ่น​ดิน​โนด
คา​อิน​มี​​ภรรยา​ที่นั่น มี​บุตร​ชาย​ชื่อ​เอโนค
เอโนค​มี​โหลน​ชื่อ​ลา​เมค

ลูกหลานของลา​เมคได้​พัฒนา​ความ​สามารถ​ต่างๆ ออก​มา เช่น ​เลี้ยง​สัตว์ (ข้อ 20) ​ดีด​พิณ​เขา​คู่​และ​เป่า​ปี่ (ข้อ 21) ทำ​เครื่อง​มือ​ทอง​สัมฤทธิ์​และ​เครื่อง​มือ​เหล็ก (ข้อ 22)

ลา​เมค​มีภรรยา 2 คน (เป็นครั้งแรกที่บันทึกชายที่มีภรรยามากกว่า 1 คน)
ลาเมคคุยอวดให้ภรรยาทั้งสอง ฟังว่า เขาได้ฆ่าชายคนหนึ่ง และเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่ง เพราะชายคนนั้นทำให้เขาเจ็บ(เช่น อาจจะเผลอวิ่งชนเขา) และ เพราะเด็กคนนั้นทำร้ายเขา (อาจเพราะไปฆ่าพ่อของเด็กหนุ่มนั้น ก็เป็นได้)
ลาเมค คุยอวดว่า
“ถ้า​หาก​ทำ​ร้าย​คาอิน ต้อง​รับ​โทษ​คืน​เจ็ด​เท่า​แล้ว
เมื่อ​ทำ​ร้าย​ลาเมค​ก็​ต้อง​รับ​โทษ​เจ็ด​สิบ​เจ็ด​เท่า”

อาดัม​มี​บุตร​ชายอีก เรียก​ชื่อ​ว่า เสท
แล้ว​เสท​ก็​มี​บุตร​คน​หนึ่ง เรียก​ชื่อ​ว่า เอโนช ตั้ง​แต่​นั้น​มา​มนุษย์​เริ่ม​ออก​พระ​นาม​พระ​เจ้า

– เพศสัมพันธ์ เป็นสิ่งงดงาม สวยงาม เป็นพระพรจากพระเจ้า ในภาษาฮีบรูแปลตรงตัวว่า “รู้จัก” การมีเพศสัมพันธ์พระเจ้าประทานแก่มนุษย์เพื่อสามีภรรยาจะรู้จักกันมากขึ้น ลึกซึ้งขึ้น แต่ปัจจุบันบาปมันบิดเบือน เรื่อง sex มาทำให้เป็นเรื่องชั่วร้ายและโสโครก และผู้คนจำนวนมากก็หลงไปตามกับดักของมัน
– พระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่า ทำไมพระเจ้าพอพระทัยอาเบลและไม่พอใจคาอิน แต่ถ้าสังเกตจากบริบทของพระคัมภีร์ทั้งเล่ม พอจะคาดได้ว่า น่าจะเป็นเพราะอาเบลนำสิ่งดีที่สุดมาถวายแด่พระเจ้า แต่ คาอินไม่ทำเช่นนั้น หรือไม่พยายามที่จะทำเช่นนั้น
– เมื่อคาอินเปิดประตูใจของเขาให้แก่บาปแห่งการอิจฉา บาปก็พัฒนาเป้นความโกรธ พัฒนาต่อเป็นการไม่อยากมองหน้าพระเจ้า และพัฒนาต่อเป็นการฆ่าน้องชายร่วมสายโลหิต
พระเจ้าเตือนเรื่องนี้แก่เขาแล้ว แต่เขาไม่ฟัง
วันนี้ หากบาปแอบย่องเข้ามาในใจของเรา เรารู้ตัวเมื่อใด จงรีบไล่มันไปในทันที อย่ายอมญาติดีกับมัน มันประสงค์ร้าย หวังจะทำลายชีวิตของเราทั้งในปัจจุบันและในอนาคต
– เมื่อพระเจ้าทรงถามคาอินว่าอาเลบอยู่ที่ไหน เขาตอบว่า “ข้า​พระ​องค์​เป็น​ผู้​ดู​แล​น้อง​หรือ?”
เขาไม่รู้ตัวว่า ในฐานะพี่ เขาสมควรดูแลและปกป้องน้อง
แต่บัดนี้เขากลับเป็นผู้ทำลายชีวิตของน้อง
หากคริสเตียนรู้ตัวจริงๆว่า หน้าที่ของเขาคือ ดูแลและปกป้องพี่น้อง พวกเขาคงจะไม่ผิดพลาดเหมือนอย่างคาอินที่ทำลายน้อง
– เมื่อพระเจ้าลงโทษคาอิน ก็สำแดงพระเมตตาต่อเขาด้วยในการปกป้องเขา พระเจ้าของเราเป็นเช่นนี้เสมอ ยุติธรรมและเต็มด้วยพระเมตตา
– เมื่อคาอินถูกขับไล่ออกไป “คาอินได้ออกไปจากพระพักตร์ของพระเจ้า” แสดงว่า ก่อนหน้านี้ เขาอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้า และแสดงว่าอาดัม เอวา แม้ถูกขับออกจากสวนเอเดน พระเจ้าก็ยังจับจ้อง ดูพวกเขาด้วยความรัก ไม่ห่างหาย เพียงแต่บาปขวางกั้นไม่ให้เขามีความสัมพันธ์กับพระองค์ได้
– “เสียง​ของ​โลหิต​น้อง​ของ​เจ้า​ร้อง​ดัง​ขึ้น​มา​จาก​ดิน” ชี้ให้เห็นว่า พระเจ้าทรงทราบทุกสิ่ง แม้วันนี้ อาเบลร้องทุกข์ไม่ได้เพราะตายแล้ว ถึงกระนั้นโลหิตของเขาก็ยังร้อง และพระเจ้าก็ได้ยินอยู่ดี นั่นคือ ไม่มีสิ่งใดที่จะปิดบังซ่อนไว้จากพระเจ้าได้
วันนี้ แม้คนไม่เห็น แต่พระเจ้าก็ทรงทราบอยู่ดี
– เมื่อเวลาผ่านไป ความชั่วร้ายของมนุษย์ก็ทวีมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนคาอินฆ่าอาเบล คาอินบอกว่า “โทษของข้าพระองค์หนักเหลือที่ข้าพระองค์จะแบกรับได้”(ปฐก. 4:13)
หลายชั่วอายุคนต่อมา ลาเมค ผู้เป็นโหลนของลูกชายคาอิน
เมื่อเขาฆ่าคน เพราะสาเหตุเพียงเล็กน้อย เขาไม่รู้สึกผิด แต่รู้สึกว่า เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ
– คนที่จะฆ่าคาอิน มาจากไหน?
ก็คือ ลูกหลาน เหลน โหลน ของอาดัม เอวา นั่นแหละ เพราะว่า พระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่า อาดัมมีลูกแค่ 3 คน และใน ปฐก. 1:28 บอกชัดเจนพระเจ้าอวยพรให้อาดัมมีลูกดก
และไม่ได้บอกเหตุการณ์ คาอินฆ่าอาเบล เกิดขึ้นไม่นานหลังอาดัมเอวาออกจากสวนเอเดน เป็นไปได้ที่ เวลาผ่านมาหลายร้อยปีแล้ว

คำคม

“ เวลาผ่านไป มนุษย์ชั่วร้ายมากยิ่งขึ้น
แต่ความรักของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์ไม่เคยลดลงเลย ”

สรุป ปฐมกาล 5

ภาพรวม

  • พระคัมภีร์บันทึกสำดับพงศ์พันธุ์ของอาดัม จนถึงโนอาห์ในบทนี้ เพื่อชี้ให้เห็นถึงแผนการช่วยกู้ของพระเจ้าผ่านชีวิตของโนอาห์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 5 กล่าวถึงลำ​ดับ​พงศ์​พันธุ์​ของ​อา​ดัม ดังนี้

– จากแผนภาพทำให้เราเห็นว่า ตั้งแต่เอโนช(หลานของอาดัม) จนถึง ลาเมค ทุกคน(ยกเว้น เอโนค) ได้พบกับทั้ง อาดัมและโนอาห์ ในช่วงเวลานั้นมนุษย์ไม่ได้กระจัดกระจายไปมากนัก จึงค่อนข้างมั่นใจได้ว่า พวกเขาได้พบกับ ทั้งอาดัมและโนอาห์
ดังนั้นการรู้จักกับพระเจ้า ถ่ายทอดจากอาดัมมาถึงโนอาห์ เรียกได้ว่า แค่ 2 ชั่วอายุคน ข้อมูลต่างๆจึงน่าจะยังครบถ้วนสมบูรณ์ทำให้ โนอาห์ เกิดความเชื่ออย่างมากได้
– เอโนค​ดำเนิน​กับ​พระ​เจ้า บนโลกนี้ ถึง 300 ปี ​แล้วพระ​เจ้าจึง​ทรง​รับ​เขา​ไป ทั้งที่ยังมีชีวิต ดังนั้นการที่เราดำเนินกับพระเจ้าด้วยความเชื่อสัก 80-90 ปี ถือว่า ยังน้อยไปด้วยซ้ำ
– เพราะเอโนครักพระเจ้า ดำเนินกับพระเจ้า เมธูเสลาห์ลูกของเขาจึงได้รับพระพร เมธูเสลาห์เป็นชายที่อายุยืนที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

คำคม

“ แม้อาดัมจะผิดพลาด แต่พระเจ้าก็ทรงเตรียมโนอาห์เพื่อให้เริ่มต้นใหม่
แม้มนุษย์จะผิดพลาด แต่แผนการของพระเจ้า จะไม่มีวันล้มเหลว ”

สรุป ปฐมกาล 6

ภาพรวม

  • ยิ่งเวลาผ่านไปมนุษย์ก็ยิ่งชั่วร้ายมากขึ้นทุกที และความชั่วร้ายนั้น กำลังเรียกให้การพิพากษาของพระเจ้ามาถึงพวกเขาโดยเร็ววัน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 6 กล่าวว่าเมื่อ​มนุษย์​​ทวี​มาก​ขึ้น​ ​ความ​ชั่ว​ร้าย​ของ​มนุษย์​ก็มี​มาก​บน​แผ่น​ดิน และ​เห็น​ว่า​เค้า​ความ​คิด​ใน​ใจ​ทั้ง​หมด​ของ​พวกเขา​ล้วน​เป็น​เรื่อง​ชั่ว​ร้าย​ตลอด​เวลา
คน​ทั้ง​โลก​เสื่อม​ทราม​ไป​เฉพาะ​พระ​พักตร์​ของ​พระ​เจ้า และ​แผ่น​ดิน​ก็​เต็ม​ด้วย​ความ​โหด​ร้าย
​มนุษย์​ทั้ง​หมด​ประ​พฤติ​ตน​เสื่อม​ทราม​บน​แผ่น​ดิน
พระเจ้าทรง​เสีย​พระ​ทัย​ที่​ทรง​สร้าง​มนุษย์​ไว้​บน​แผ่น​ดิน​และ​โทมนัส​ยิ่ง​นัก
พระเจ้าจึงตรัส​ว่า
“เรา​จะ​กวาด​ล้าง​มนุษย์​ที่​เรา​ได้​สร้าง​มา​นี้​ไป​เสีย​จาก​แผ่น​ดิน
ทั้ง​มนุษย์​และ​สัตว์​ใช้​งาน กับ​สัตว์​เลื้อย​คลาน​และ​นก​ใน​อากาศ​ด้วย
เพราะ​ว่า​เรา​เสีย​ใจ​ที่​ได้​สร้าง​พวก​เขา”

แต่​โนอาห์​เป็น​ที่​โปรด​ปราน​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระ​เจ้า
โนอาห์​เป็น​คน​ชอบ​ธรรม​ดี​พร้อม​ใน​สมัย​ของ​เขา เขา​ดำเนิน​กับ​พระ​เจ้าเสมอ
โนอาห์​มี​บุตร​ 3 ​คน ชื่อ​เชม(ต้นตระกูลคนผิวเหลือง) ฮาม(ต้นตระกูลคนผิวดำ) และ​ยาเฟท(ต้นตระกูลคนผิวขาว)

พระ​เจ้า​ตรัส​แก่​โนอาห์​ว่า
“เรา​จะ​ให้​มนุษย์​และ​สัตว์​ทั้ง​ปวง​สิ้น​สุด​ต่อ​หน้า​เรา
ด้วย​เหตุ​ว่า แผ่น​ดิน​โลก​เต็ม​ด้วย​ความ​โหด​ร้าย​เพราะ​การ​กระทำ​ของ​มนุษย์
ดูเถิด เรา​จะ​ทำ​ลาย​พวก​เขา​พร้อม​กับ​แผ่น​ดิน​โลก…”

พระเจ้าทรงสั่งให้โนอาห์สร้างเรือด้วยไม้​สน​โกเฟอร์
ยาว 133 ม. กว้าง 22 ม. สูง 13 ม.
เพราะ​พระเจ้าจะ​ทำ​ให้​น้ำ​ท่วม​แผ่น​ดิน เพื่อ​ทำลาย​มนุษย์​และ​สัตว์​ใต้​ฟ้า​ ให้​ตาย​สิ้น
และทรงสั่งให้โนอาห์ และภรรยา บรรดา​บุตร​ชาย บุตรสะใภ้ เข้าไปในเรือ
และนำสัตว์ต่างๆ อย่าง​ละ​คู่​เข้า​ไป​ไว้​ใน​เรือด้วย รวมทั้งอาหารสำหรับ ครอบครัวของเขาและของสัตว์ต่างๆ
โนอาห์​ก็​ทำ​อย่าง​นั้น​ทุก​ประการ

– ปฐก. 6:2 บุตร​ชาย​ของ​พระ​เจ้า หมายถึง หลานเหลนโหลนของอาดัม เชื้อสายของเสท ซึ่งยังดำเนินกับพระเจ้า ​
บุตร​หญิง​ของ​มนุษย์​ หมายถึง หลานเหลนโหลนของอาดัม เชื้อสายของลูกอาดัมคนอื่น ซึ่งละทิ้งพระเจ้า
ดังนั้น เมื่อเชื้อสายของเสท ไปแต่งงานกับ เชื้อสายของลูกอาดัมคนอื่น จึงพากันละทิ้งพระเจ้าไปตามๆกัน
– ปฐก. 6:3 บอกว่า ​วัน​เวลา​ของ​มนุษย์ ​คือ 120 ปี หลังจากน้ำท่วมโลกเป็นต้นมา มนุษย์มีอายุสั้นลงเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงสมัยโมเสสเป็นต้นไป มนุษย์เกือบทั้งหมดมีอายุไม่เกิน 120 ปี (เป็นไปได้ว่า เป็นเพราะ อาหารและสภาวะอากาศเปลี่ยแปลงไปอย่างสิ้นเชิง)
– ปฐก. 6:6 พระ​เจ้าเสีย​พระ​ทัย​ที่​ทรง​สร้าง​มนุษย์​ไว้​บน​แผ่น​ดิน​ ไม่ได้หมายความว่า พระเจ้าไม่รู้มาก่อนว่ามนุษย์จะชั่วได้ขนาดนี้ เพราะพระองค์ทรงสัพพัญญูทรงราบตอนจบตั้งแต่เริ่มต้น ดังนั้นพระเจ้าทรงทราบแล้วว่ามนุษย์จะชั่วขนาดนี้ แต่ในข้อนี้หมายถึง พระเจ้าเสียใจในการกระทำชั่วร้ายของมนุษย์ที่กระทำต่อกันบนแผ่นดิน
– เมื่อพระเจ้าจะทรงช่วยโนอาห์ให้พ้นการถูกทำลายล้างนั้น พระองค์ทรงบอกการสร้างเรือแก่โนอาห์อย่างละเอียด การเจาะช่องต่างๆที่จำเป็น รวมทั้งบอกสิ่งที่ต้องนำขึ้นไป
เป็นที่น่าสังเกตว่าพระเจ้าไม่ได้บอกเขาว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แค่เตรียมตัวไว้ให้ดีที่สุดก็พอแล้ว แล้วพระเจ้าจะบอกเองทีละขั้นทีละตอน
ในการผ่านวิกฤตของชีวิต เราเชื่อฟังทำตามพระเจ้า ทีละขั้นทีละตอน นั่นก็เพียงพอแล้ว เหตุการณ์มันจะเกิดเมื่อไหร่ เกิดอย่างไร ถ้าจำเป็นที่เราต้องรู้พระเจ้าจะบอกแก่เราเอง

คำคม

“ เมื่อน้ำกำลังจะท่วมโลก ก็ยังมีเรือโนอาห์
ในยามพระพิโรธของพระเจ้า ก็ยังพบพระเมตตาของพระองค์ ”

สรุป ปฐมกาล 7

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสั่งให้โนอาห์นำครอบครัว กับสัตว์ทั้งปวงเข้าไปในเรือที่พระเจ้าสั่งให้เขาสร้าง หลังจากนั้นพระเจ้าก็ให้น้ำท่วมโลก ทำลายมนุษย์และสัตว์อื่นทั้งสิ้นเสีย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 7 กล่าวถึง พระเจ้าสั่งให้ โนอาห์ นำครอบครัวของเขา กับสัตว์​ทุก​ชนิด​​เป็นคู่ๆ​ เข้าในเรือ โดยเป็นสัตว์ไม่มีมลทิน​อย่าง​ละ 7 ​คู่ และสัตว์มีมลทินอย่างละคู่ โดยที่พระเจ้าให้สัตว์พวกนั้นมาหาโนอาห์เอง เป็นคู่ๆ
โนอาห์ก็เชื่อฟังทำตามทุกประการ

หลังจากนั้น 7 ​วัน น้ำ​ก็​ท่วม​แผ่น​ดิน
น้ำ​พุ​ใต้​บาดาล​ที่​ลึก​มาก​ทั้ง​หมด​ก็​พลุ่ง​ขึ้น​มา และ​ฝน​ตก​อย่างหนัก40 วัน 40 คืน

เมื่อน้ำพุเริ่มพลุ่ง ฝนเริ่มตก โนอาห์กับครอบครัวและสัตว์ทั้งหลายก็เข้าไปในเรือ แล้ว​พระ​เจ้าทรง​ปิดประตู​ให้ พวกเขา​อยู่​ข้าง​ในเรือ

น้ำ​ท่วมทวี​แรง​มาก​ยิ่ง​ขึ้น​บน​แผ่น​ดิน ท่วม​ภูเขา​สูง​ทั้ง​หลาย​ที่​อยู่​ใต้​ฟ้า​ทุก​แห่ง​มิด​หมด ​ขึ้น​ไป​ 7 ​เมตร​ครึ่ง​
สิ่ง​มี​ชีวิต​ทั้ง​ปวง​ที่​เคลื่อน​ไหว​บน​แผ่น​ดินและ​มนุษย์​ทั้ง​ปวง​ก็​ตาย​สิ้น

น้ำ​ท่วม​แผ่น​ดิน​อยู่​ถึง 150 วัน

– การสร้างเรือ แม้จะเป็นเรื่องยาก แต่ก็เป็นเรื่องที่โนอาห์สามารถทำได้
แต่ การนำสัตว์ทุกชนิดอย่างละคู่เข้ามาในเรือ เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้สำหรับโนอาห์
พระเจ้าจึงให้โนอาห์สร้างเรือ
ส่วนเรื่องการนำสัตว์มาเป็นคู่ พระองค์ทรงกระทำให้แก่เขาเอง
เมื่อพระเจ้าสั่งให้เราทำ เรามั่นใจได้เลยว่า เราสามารถทำให้สำเร็จได้
ถึงแม้จะมีเรื่องที่เกินกำลังที่เราจะทำได้ พระเจ้าก็จะทรงช่วยทำให้มันเกิดขึ้นได้อยู่ดี
– พระเจ้าให้โนอาห์เอาสัตว์สะอาดไป 7 คู่ แต่สัตว์มลทินแค่ 1 คู่
ถ้าเอาสัตว์สะอาดไปเพียงคู่เดียว เมื่อลงมาจากเรือ ตอนโนอาห์ถวายสัตวบูชาแด่พระเจ้า สัตว์นั้นคงสูญพันธุ์ไปแล้ว
พระเจ้าทรงละเอียด รอบคอบ และปรารถนาให้เรามีสัมพันธ์กับพระองค์ จึงเตรียมการสำหรับการถวายเครื่องบูชาไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว
– ในวันนั้นมนุษย์ทุกเชื้อสายตายหมด เหลือเชื้อสายของโนอาห์บรรพบุรุษของพวกเราเท่านั้น พูดอีกนับหนึ่งก็คือ พระเจ้าทรงช่วยเราทุกคนให้พ้นภัยพิบัติในครั้งนั้น

คำคม

“ เมื่อการพิพากษาของพระเจ้ามาถึง ไม่มีผู้ใดอาจรอดได้
นอกจากผู้ที่พระเจ้าทรงเมตตาแก่เขา ”

สรุป ปฐมกาล 8

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงระลึกถึงโนอาห์และครอบครัว กับสัตว์ทั้งหลายที่อยู่ในเรือ ได้ทรงจัดเตรียมอาหารไว้ให้แก่พวกเขา แล้วให้พวกเขาออกจากเรือ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 8 เมื่อพระ​เจ้า​ทรง​ทำลายโลกด้วยน้ำท่วม พระองค์ไม่ทรงลืม ​โนอาห์​กับ​สิ่ง​มี​ชีวิต​ทั้ง​หมด ที่​อยู่​กับ​โนอาห์​ใน​เรือ
เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม จึง​ทรง​ทำ​ให้​ลม​พัด​ผ่าน​มา​เหนือ​แผ่น​ดิน(น่าจะเป็นลมร้อนมาก ทำให้น้ำระเหย อย่างรวดเร็ว) น้ำ​ก็​ลด​ลง
น้ำพุ​ของ​น้ำ​บาดาล​และ​ช่อง​ฟ้า​ทั้ง​หลาย​ก็​ปิด ฝน​จาก​ฟ้า​ก็​หยุด
น้ำ​จึง​ลด​ลงเรื่อยๆ

พอถึง วัน​ที่ 17 ​​เดือน​ 7 (5 เดือน หลังจากน้ำเริ่มท่วมโลก ปฐก. 7:11 …ใน​เดือน​ที่​ 2 วัน​ที่ 17)
เรือ​ก็​ค้าง​อยู่​บน​เทือก​เขา​อา​รา​รัต
พอถึง​​วัน​ที่ 1 ​เดือน​ที่ 10 (อยู่​ใน​เรือ​ 224 วัน) ก็​เห็น​บรรดา​ยอด​ภูเขา ​
จากนั้นอีก 40 วัน​ (อยู่​ใน​เรือ​ 264 วัน)โนอาห์​ก็​เปิด​หน้าต่าง​ที่​ทำ​ไว้​ใน​เรือ ปล่อย​กา​ไป​ตัว​หนึ่ง กา​ก็​บิน​ไป​และ​บิน​กลับ​มา
โนอาห์​ก็​ปล่อย​นก​พิราบ​ตัว​หนึ่ง แต่​​บิน​กลับ​มา​หา​โนอาห์​เพราะ​น้ำ​ยัง​ท่วม​แผ่น​ดิน​อยู่

โนอาห์​เฝ้า​คอย​อยู่​อีก 7 ​วัน (อยู่​ใน​เรือ​ 271 วัน) จึง​ปล่อย​นก​พิราบ​ไป​จาก​เรือ​อีก
​นก​พิราบ​ก็​กลับ​มา​หา​โนอาห์ และ​คาบ​ใบ​มะกอก​เขียว​สด​มา​ด้วย
โนอาห์​จึง​รู้​ว่า​น้ำ​ลด​จาก​แผ่น​ดิน​แล้ว

โนอาห์​เฝ้า​คอย​อยู่​อีก​ 7 วัน​ (อยู่​ใน​เรือ​ 278 วัน)จึง​ปล่อย​นก​พิราบ​ไป
นก​นั้น​ไม่​กลับ​มา​หา​โนอาห์​อีก​เลย

เมื่อ​ถึง​วัน​ที่ 1 ​ของ​เดือน​ที่ 1 ปี​ที่​ 601 น้ำ​ก็​แห้ง​จาก​แผ่น​ดิน
โนอาห์​เปิด​หลัง​คา​ของ​เรือ​และ​มอง​เห็น​ว่า​พื้น​ดิน​แห้ง
เมื่อ​ถึง​วัน​ที่​ 27 เดือน​ที่ 2 ​แผ่น​ดิน​ก็​แห้ง​แล้ว โนอาห์​อยู่​ใน​เรือ ​ทั้ง​หมด 1 ปี 11 วัน

พระ​เจ้า​ตรัส​แก่​โนอาห์​ว่า
“เจ้า​จง​ออก​ไป​จาก​เรือ ทั้ง​ภรรยา​ของเจ้า บุตร​ชาย​ของเจ้า​และ​บุตร​สะใภ้​ของ​เจ้า​ด้วย
จง​พา​สัตว์​ทุก​ชนิด​ที่​อยู่​กับเจ้า ที่​มี​เลือด​เนื้อ คือ​นก สัตว์​ใช้​งาน และ​สัตว์​เลื้อย​คลาน​ทั้ง​หมด​ที่​คลาน​บน​ดิน​ให้​ออก​ไป เพื่อ​จะ​ได้​แพร่​พันธุ์​ทวี​ขึ้น​มาก​มาย​บน​แผ่น​ดิน”

โนอาห์​ก็​ออก​ไป​พร้อม​กับ​บุตร ภรรยา และ​บุตร​สะใภ้ และสัตว์​ทั้งหมด
โนอาห์​สร้าง​แท่น​บูชา​แด่​พระ​เจ้า ​และ​เลือก​เอา​สัตว์​ใช้​งาน​ที่​สะอาด และ​นก​ที่​สะอาด​มา​เผา​บูชา​ถวาย​ที่​แท่น​นั้น

พระ​เจ้าทรง​ดำริ​ใน​พระ​ทัย​ว่า
“เรา​จะ​ไม่​สาป​แผ่น​ดิน​อีก​ต่อ​ไป แม้​ว่า​มนุษย์​ไม่​ดี เพราะ​เค้า​ความ​คิด​ใน​ใจ​ของ​มนุษย์​ล้วน​แต่​ร้าย​มา​ตั้ง​แต่​เด็ก
เรา​จะ​ไม่​ทำลาย​สิ่ง​มี​ชีวิต​ทั้ง​ปวง​อีก ดัง​ที่​เรา​ได้​ทำ​แล้ว​นั้น
ตราบ​ที่​โลก​ยัง​มี​อยู่ จะ​มี​ฤดู​หว่าน​กับ​ฤดู​เกี่ยว มี​เย็น​กับ​ร้อน มี​ฤดู​ร้อน​กับ​ฤดู​หนาว มี​วัน​และ​คืน​ตลอดไป”

– ท่ามกลางวิกฤตการณ์ พระเจ้าไม่เคยลืมเรา น้ำที่ท่วมนั้นไม่อาจทำร้ายเราได้
หากวันนี้ เรายังต้องอยู่ในเรือต่อไปอีกสักหน่อยหนึ่ง ก็เพราะว่าพระเจ้ามีเวลาของพระองค์ ที่เป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการช่วยกู้เรา
– เมื่อการช่วยกู้ของพระเจ้ามาถึง น้ำเริ่มลด แต่ดูเหมือนโนอาห์ยังต้องรอคอยเวลาต่อไปอีก เพราะพระองค์กำลังจัดเตรียมบางอย่าง
ตั้งแต่ วันที่นกพิราบคาบใบมะกอกเขียวสดกลับมา จนถึงวันที่พระเจ้าบอกกับโนอาห์ว่า ออกจากเรือได้ กินเวลานานถึง 105 วัน เพราะพระเจ้ามีแผนการของพระองค์
เมื่อคนและสัตว์ออกจากเรือ สัตว์ทั้งหมดคงจะกระจัดกระจายกันไปคนละทิศคนละทาง พระเจ้าให้โนอาหืรอต่อไป 105 วัน เพื่อให้พืช ผัก ผลไม้ ต่างๆ งอกงามขึ้นมาพร้อมให้ทั้งคนและสัตว์ทั้งหลาย มีอาหารมากมายอย่างเพียงพอ
วันนี้ หากเรายังต้องอยู่ในเรือต่อไปอีกสักหน่อยหนึ่ง พึงรู้เถิดว่า พระเจ้ากำลังเตรียมโต๊ะจีนให้เราอยู่ กรุณารอสักครู่
– เมื่อโนอาห์ออกจากเรือ เขาไม่ลืมว่า ใครเป็นผู้ช่วยเขาและครอบครัวให้รอด ไม่ใช่ความเก่งของเขา เพราะมีมนุษย์เก่งกว่าเขามากมาย ซึ่งก็เอาตัวไม่รอด พวกเขารอดได้โดยพระคุณของพระเจ้า เนื่องจากเขาสำนึกพระคุณของพระเจ้า เราจึงถวายเครื่องบูชาขอบคุณพระเจ้า
วันนี้ เรารู้ตัวไหมว่า เรามีวันนี้ได้เพราะพระเจ้า จงถวายสรรเสริญแด่พระเจ้าเถิด
– ถึงแม้​ว่า​มนุษย์​จะมีความ​คิด​ใน​ใจ​ชั่วร้ายตั้งแต่​มา​ตั้ง​แต่​เด็ก พระเจ้าจะไม่​สาป​แผ่น​ดิน​อีก​ต่อ​ไป ตราบ​ที่​โลก​ยัง​มี​อยู่ เพราะพระเจ้าจะทรงช่วยมนุษย์โดยส่งพระเยซูมาช่วยพวกเขาพ้นคำแช่งสาป
แต่วันเวลาจะมาถึง เมื่อโลกนี้ไม่มีอยู่อีกต่อไป มนุษย์ทุกคนจะต้องไปยืนอยู่ต่อจำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้า
และใครที่ปฏิเสธความช่วยเหลือที่พระเจ้าประทานให้ทางพระเยซู เปรียบเหมือนผู้ปฏิเสธไม่ยอมเข้าไปในเรือของโนอาห์ จะถูกทำลาย
แต่คราวนั้นจะไม่ถูกทำลายด้วยน้ำท่วมอีก แต่จะถูกทำลายด้วยไฟนรกชั่วนิจนิรันดร์

คำคม

“ เวลาของพระเจ้า เป็น เวลาที่ทุกอย่างออกมาดีที่สุดสำหรับเราเสมอ ”

สรุป ปฐมกาล 9

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงอวยพรโนอาห์และเชื้อสายของเขา และทรงสัญญาว่าน้ำจะไม่ท่วมทั้งโลกอีกเลย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 9 ​เมื่อโนอาห์ออกจากเรือ หลังจากน้ำท่วมโลกผ่านไปแล้ว พระ​เจ้า​ทรง​อวย​พระ​พร​โน​อาห์​และ​บุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา ​ว่า
– ให้พวกเขา​มี​ลูก​ดก​ทวี​มาก​ขึ้น​จน​เต็ม​แผ่นดิน
– ให้บรรดา​สัตว์​ทั้งสิ้น​กลัว​พวก​เขา
– ให้พวกเขามีอำนาจเหนือ​สัตว์​ทั้ง​ปวง​
– ให้ทุก​สิ่ง​ที่​มี​ชีวิต​เคลื่อนไหวและต้น​ผัก​เขียว​สด​เป็น​อาหาร​ของ​พวกเขา
แต่พระเจ้าทรงห้ามพวกเขา ไม่ให้​กิน​เนื้อ​พร้อม​กับเลือด​ของ​สัตว์

แม้​พระเจ้า​ทรง​อนุญาต​ให้​มนุษย์​ฆ่า​สัตว์​ ​เพื่อ​ใช้​เป็น​อาหารได้
แต่​สัตว์​ไม่มี​สิทธิ์​ฆ่า​มนุษย์ และ​มนุษย์​ก็​ไม่​มี​สิทธิ์​ฆ่า​มนุษย์​ด้วย​กัน
มิ​ฉะ​นั้น​จะ​ต้อง​ถูก​ลงโทษ​ถึง​ตาย (ข้อ 5)

พระ​เจ้า​ได้ตั้งพันธสัญญา กับโน​อาห์​และ​บุตร​ทั้งสาม และ​กับ​พงศ์​พันธุ์​ของพวกเขา ​และ​กับ​บรรดา​สัตว์​ต่างๆ ​ว่า​
​จะ​ไม่​ทำลาย​บรรดา​มนุษย์​และ​สัตว์​โดย​ให้​น้ำ​ท่วม​อีก ​น้ำ​จะ​ไม่​ท่วม​ทำลาย​​โลก​อีก​เลย​
และทรงตั้งเครื่องหมาย​แห่ง​พันธสัญญานั้น โดย​ตั้ง​รุ้ง​ของ​พระองค์​ไว้​ที่​เมฆ

วันหนึ่งโนอาห์​ดื่ม​เหล้า​องุ่นจน​เมา แล้ว​ก็​นอน​เปลือย​กาย​อยู่​ที่​เต็นท์​
ฮาม​ลูกคนที่ 2 มาเห็นเข้า จึง​บอก​พี่​น้อง​ทั้ง​สอง​ที่​อยู่​ภายนอก​
เชม​กับ​ยาเฟท​ก็​เอา​ผ้า​พาด​บ่า​แล้ว​เดิน​หัน​หลัง​เข้า​ไป​ เอาผ้าไปปิด​กาย​ของพ่อ​ที่​เปลือย​อยู่
เมื่อ​โน​อาห์​สร่าง​เมา​แล้ว
จึง​​แช่งฮาม ว่า ลูกหลานของเขาจะต้อง​เป็น​ทาส​ต่ำต้อยที่สุดของ​พี่​น้อง
และ อวยพรเชมกับยาเฟท และ​ให้​ท​วี​ยิ่งขึ้น และ​ให้​ลูกหลานของฮาม​เป็น​ทาส​ของ​ลูกหลานของเชฟและยาเฟท

​หลัง​น้ำ​ท่วม​โน​อาห์​มี​ชีวิต​ต่อไป​อีก​ 350 ​ปี​
รวม​อายุ​โน​อาห์​ได้​ 950 ปี

– พระเจ้าทรงอวยพรโนอาห์และเชื้อสาย(ซึ่งหมายถึงเราทุกคน) ให้มีลูก มีอำนาจครอบครอง และมีอาหาร
ด้วยเหตุนี้ มนุษย์จึงมีความสุข เมื่อได้มีsex เมื่อได้ครอบครอง เมื่อได้กินอาหาร
ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสวยงาม และเป็นพระพร
แต่มารซาตานก็รู้สิ่งนี้ มันจึงบิดเบือนสิ่งเหล่า ให้ใช้ไปในทางที่ผิด ในทางที่เกินพอดี
จะสิ่งเหล่านี้แทนที่จะนำพระพรและนำความสุขมาสู่มนุษย์
กลับนำคำแช่งสาปและความทุกข์ระทมใจมาสู่มนุษย์แทน
– ตามปกติสัญญาจะมีการกำหนดเงื่อนไขของทั้งสองฝ่าย แต่พระสัญญาที่พระเจ้าทรงกระทำแก่มนุษย์และสรรพสัตว์นั้น พระเจ้าเป็นผู้ริเริ่มและไม่มีเงื่อนไขสำหรับมนุษย์ปละสัตว์
นั่นคือ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นอย่างไรก็ตาม พระสัญญานี้ยังคงจะเป็นจริงตลอดกาล
นั่นคือ น้ำไม่มีวันท่วมทั้งโลกนี้เลย ตลอดไป
– ทำไมโนอาห์ต้องแช่งฮามด้วย?
ก็เพราะว่า เห็นความผิดพลาดแทนที่จะช่วยแก้ไข กลับนำไปโฆษณาต่อ
วันนี้ เมื่อเราเห็นความผิดของผู้อื่น โดยเฉพาะผู้นำของเรา เราทำอย่างไร?
นำไปนินทาหรือวิจารณ์ต่อ เหมือนฮาม หรือช่วยเขาปรับปรุงแก้ไขโดยไม่ให้เขาอับอายขายหน้า เหมือนเชมกับยาเฟท?
– พระเจ้าอวยพรแก่เชื้อสายของโนอาห์ แต่ก็ไม่ใช่เชื้อสายทุกคนได้รับพระพร มีบางคนรับคำแช่งสาปตามการกระทำของเขา
– ข้อน่าสังเกต คือ ตอนอิสราเอล(เชื้อสายเชม)เข้ายึดครองคะนาอัน(เชื้อสายฮาม) คนคะนาอันตกเป็นทาสของอิสราเอล
และ ตอนยุคค้าทาสคนยุโรปและคนอเมริกัน(เชื้อสายยาเฟท) ได้ออกจับคนแอฟริกัน(เชื้อสายของฮาม) มากมายไปเป็นทาส

คำคม

“ พระเจ้าประทานพระพรแก่เรา แต่โดยการกระทำของเราก็อาจจะขวางกั้นพระพรนั้นได้ ”

สรุป ปฐมกาล 10

ภาพรวม

  • พระคัมภีร์บันทึกเชื้อสายของเชม ฮาม ยาเฟท เพื่อแสดงให้เห็นว่า จากโนอาห์คนเดียว บรรดาประชาชาติได้ถือกำเนิดขึ้น

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 10 กล่าวถึงพงศ์​พันธุ์​ของบุตร​ทั้ง 3 ​ของ​โน​อาห์ คือ เชม ฮาม และ​ยาเฟท

บุตร​ของ​ยาเฟ​ท
1. ​โก​เมอร์
>>> มีบุตร ชื่อ อัชเค​นัส รี​ฟาท และ​โท​การ​มาห์​
2. มา​โกก
3. มาดัย
4. ยา​วาน
>>> มีบุตร ชื่อ เอลีชาห์ ทาร​ชิช คิ​ทธิม และ​โด​ดา​นิม​
5. ทู​บัล
6. เมเชค
7. ทิ​ราส​
พงศ์​พันธุ์​เหล่า​นี้​ อยู่​ตาม​ฝั่ง​ทะเล​แผ่​ไพศาล​ออกไป​ใน​แผ่นดิน​ของ​เขา

บุตร​ของ​ฮาม
​1. คูช
>>> มีบุตร ชื่อ
>>> 1.1 ​เส-บา
>>> 1.2 ฮา​วิ​ลาห์
>>> 1.3 สับ​ทาห์
>>> 1.4 รา​อา​มาห์
>>>>> มีบุตร ชื่อ เช​บา​และ​เด​ดาน​
>>> 1.5 ​สับ​เท​คา
>>> 1.6 นิ​มโรด ซึ่งนักรบยิ่งใหญ่​บน​แผ่นดิน​ เป็น​พรานเก่งกล้า​ต่อ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า
อาณาจักร​ของ​นิ​มโรด​นั้น คือ​เมือง​บาบิโลน ​เมือง​เอ​เรก เมือง​อัค​คัด เมือง​นี​นะเวห์ ​เมือง​เรโหโบท​อีร์ ​เมือง​คา​ลาห์​
และ​เมือง​เร​เสน​ซึ่ง​เป็น​เมือง​ใหญ่​
2. อียิปต์
>>> มีบุตร ชื่อ ลูดิม อา​นา​มิม เลหะ​บิม นัฟ​ทูฮิม​ ปัท​รุ​สิม คัสลู​ฮิม (ต้น​ตระกูล​คน​ฟีลิสเตีย) และ​คัฟ​โท​
3. พูต
4. คานาอัน​
>>> มีบุตร ชื่อ ​ไซ​ดอน​ ​เฮท​ ​เย​บุส ​อา​โม​ไรต์ เกอร์​กา​ชี​ ฮี​ไวต์ อารคี ​สินี​ ​อาร​วัด เศ​เมอร์ และ​ฮามัธ
ภายหลัง​ตระกูล​ของ​คน​คานาอัน​ก็​แยก​ย้าย​กัน​ไป​ จาก​เมือง​ไซ​ดอน จนถึง​เมือง​กา​ซา และ​ไป​ทาง​เมือง​โสโดม โกโม​ราห์ อัด​มาห์ และเศ​โบยิม​จนถึง​เมือง​ลาชา​


บุตรของ​เชม
1. ​เอ​ลาม
2. อัส​ชูร
3. อารปัค​ชาด
>>> มีบุตร ชื่อ
>>> 3.1 เช​ลาห์
>>>>>> 3.1.1 เอ​เบอร์​
>>>>>>>>> 3.1.1.1 เพ​เลก
>>>>>>>>> 3.1.1.2 โยก​ทาน​
>>>>>>>>>>>>>>> มีบุตร ชื่อ อัล​โม​ดัด เชเลฟ ฮา​ซาร​มา​เวท เย​ราห์​ ฮา​โดรัม อุ​ซาล ดิ​คลาห์​ โอ​บาล อา​บี​มา​เอล เช​บา​ โอฟีร์ ฮา​วิ​ลาห์ และ​โยบับ
4. ลูด
5. ​อารัม​
>>> มีบุตร ชื่อ อูส ฮูล เก​เธอร์ และมัช​
เชื้อสายของเชม ที่บันทึกไว้มี 26 คน พวก​เขา​อาศัย​อยู่​เริ่ม​จาก​เมือง​เม​ชา​ไป​ทาง​เส​ฟาร์​ถึง​ถิ่น​เทือกเขา​ทาง​ทิศ​ตะวันออก​

​จาก​คน​เหล่า​นี้​ประชาชาติ​ทั้ง​หลาย​ใน​โลก​ก็​แผ่​ไพศาล​ออกไป​ภายหลัง​น้ำ​ท่วม​

– มนุษย์ทุกคนในทุกวันนี้ ล้วนมาจากสายเลือดเดียวกัน เราเป็นญาติกันทั้งสิ้น พระเจ้าจึงประสงค์ให้เรารักห่วงใย ช่วยเหลือกันและกัน
– เชื้อสายของยาเฟท , ฮาม และเชม ที่บันทึกไว้มี 14 คน , 30 คน และ 26 คน ตามลำดับ รวมทั้งสิ้น 70 คน พอดี
– พระคัมภีร์บันทึก เชื้อสายของเชม ไว้สุดท้าย ทั้งที่เป็นพี่คนโต เพราะอิสราเอลเป็นเชื้อสายของเชม ตามลักษณะวรรณกรรมในสมัยนั้น เขาจะเอาเรื่องที่อยากเน้นที่สุดไว้สุดท้าย

คำคม

“ มนุษย์ทั้งโลกมาจากเชื้อสายเดียวกัน เราสมควรรักกัน ”

สรุป ปฐมกาล 11

ภาพรวม

  • มนุษย์จงใจขัดแย้งกับพระเจ้า ไม่ต้องการกระจายไปทั่วโลก พระเจ้าจึงทรงทำให้เขากระจัดกระจายไป

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 11 กล่าวถึง เชื้อสายของโนอาห์​ทั่ว​โลก​พูด​ภาษา​เดียว​กัน ​พา​กัน​อพยพ​ไป​ทิศ​ตะวันออก ​ตั้งหลักแหล่งร่วมกันที่​ทุ่ง​ราบ​ใน​แดน​เมือง​ชิ​นาร์
แล้วก็​พูด​กัน​ว่า “มา​เถิด เรา​จง​สร้าง​เมือง​ขึ้น​และ​ก่อ​หอ​ให้​ยอด​เทียม​ฟ้า ให้​เรา​ทำ​ชื่อเสียง​ไว้ มิฉะนั้น​เรา​จะต้อง​กระจัด​กระจาย​ไป​ทั่ว​พื้น​แผ่นดิน”
พระ​เจ้า​ทอด​พระ​เนตร​เมือง​ และ​หอ​ที่​มนุษย์​ก่อสร้าง​ขึ้น​นั้น​
ทรงเห็นว่า นี่​เป็น​เพียง​เบื้องต้น​ของ​อยากทำสิ่งต่างๆเพื่อตนเอง ไม่เชื่อฟังพระเจ้า ไม่ยอมถวายเกียรติแด่พระเจ้า
พระเจ้าจึงทรงทำ​ให้​ภาษา​ของ​เขา​วุ่นวาย​ ​พูด​กันไม่เข้าใจ​
พวกเขา​จึงเลิก​สร้าง​เมือง​นั้น​ และกระจัด​กระจาย​จาก​ที่​นั่น​ไป​ทั่ว​พื้น​แผ่นดิน
พวกเขาจึง​เรียก​เมือง​นั้น​ ว่า ​บา​เบล (แปลว่า วุ่นวาย)

​เชื้อ​สาย​ของ​เชม มีดังนี้
เชม ​มี​อายุ​มีอายุ 600 ​ปี​
> ​มี​บุตร​ชื่อ​ อารปัค​ชาด​ มีอาย 438 ปี
>> ​มี​บุตร ชื่อ เช​ลาห์​ มีอายุ 433 ปี
>>> ​มี​บุตร​ ชื่อ ​เอ​เบอร์​ มีอายุ 464 ปี
>>>> ​มี​บุตร ​ชื่อ เป​เลก​​ มีอายุ 239 ปี
>>>>> ​มี​บุตร​ ชื่อ เร​อู​​​ มีอายุ 239 ปี
>>>>>> ​มี​บุตร ​ชื่อ ​เส​รุก​ มีอายุ 230 ปี
>>>>>>> ​มี​บุตร ​ชื่อ​ นา​โฮร์​​ มีอายุ 148 ปี
>>>>>>>> ​มี​บุตร​ ชื่อ ​เท​ราห์​ มีอายุ 205 ปี
>>>>>>>>> ​มี​บุตร ชื่อ​ อับราม นา​โฮร์ และ​ฮาราน​
ลูกทั้ง 3 ของ เทราห์ เกิดที่เมืองเออร์
– ฮา​ราน​ มีลูกได้แก่ โลท​ , มิล​คาห์ และ​อิส​คาห์​
– อับราม​ ได้แต่งงานกับ​ซาราย ซึ่ง​เป็น​หมัน
– นา​โฮร์​ ได้แต่งงานกับ ​มิล​คาห์ (​บุตรี​ของ​ฮาราน)

ต่อมาฮารานก็เสียชีวิตลง
เท​ราห์​ จึงพา​อับราม​ กับ​โลท​หลานชาย และ​นาง​ซาราย​ ออก​จาก​เมือง​เออร์​ของ​ชาว​เคล​เดีย
จะ​เข้า​ไป​ใน​แผ่นดิน​คานาอัน
แต่​เมื่อ​เขา​ทั้ง​หลาย​มาถึง​เมือง​ฮาราน​แล้ว​ก็​อาศัย​อยู่​ที่​นั่น​
และเท​ราห์​ก็​สิ้นชีวิต​ใน​เมือง​ฮาราน​

– มนุษย์ทำสิ่งผิดเรื่องหอบาเบล คือ
1. พวกเขาใช้ความสามารถที่พระเจ้าประทานให้ แทนที่จะทำเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า กลับทำเพื่อเกียรติของตนเอง
2. พวกเขาอยากสร้างหอสูงเทียมฟ้า ซึ่งสะท้อนว่าพวกเขาอยากเป็นเหมือนพระเจ้า แบบเดียวกับที่อาดัมทำ
3. พวกเขาจงใจขัดแย้งกับพระเจ้า พระเจ้าต้องการให้พวกเขามีลูกดกเต็มแผ่นดิน แต่พวกเขา ไม่อยากไปไหนอยากอยู่ที่เดียวกัน
– ไม่ว่ามนุษย์จะคิดแผนการอะไรก็ตาม ในที่สุดแล้ว แผนที่สอดคล้องกับแผนของพระเจ้าเท่านั้นที่จะคงอยู่ได้
– เมื่อสังเกตจากอายุของมนุษย์ พบว่า ส่วนใหญ่จะสั้นลงเรื่อยๆ หลังจากน้ำท่วมโลก อาจเป็นเพราะอาหารหรือภูมิอากาศ เปลี่ยนแปลงไป
– ปฐก. 11:31 เทราห์พาครอบครัว ​ออก​จาก​เมือง​เออร์ เพื่อ​เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดิน​คา​นา​อัน แต่​มา​ถึงแค่​ฮาราน​
ดูเผินๆ ดูเหมือนการที่อับราฮัมออกจากเมืองเออร์ แล้วต่อมาเดินทางไปคะนาอัน น่าจะเป็นเพราะเป็นความฝันของพ่อตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ถ้าจะให้เลือกสักที่ที่อับราฮัม อยากจะไป คงเป็นคะนาอัน เป็นแน่
แต่ใน นหม. 9:7 กล่าวว่า “พระ​องค์​คือ​พระ​ยาห์เวห์ พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​เลือก​อับราม และ​ทรง​นำ​ท่าน​ออก​มา​จาก​เมือง​เออร์​แห่ง​ประ​เทศ​เคล​เดีย และ​ทรง​ประทาน​นาม​ท่าน​ว่า​อับราฮัม”
เป็นที่น่าสังเกตว่า เมื่อพระเจ้าเรียกให้เราทำอะไรนั้น มักมีการเตรียมตัวเตรียมใจของเราไว้แล้วล่วงหน้า
คนอื่นมอง อาจจะพูดได้ว่า คิดไปเองหรือเปล่า? อยากทำเองแล้วตู่ว่า พระเจ้าบอกให้ทำหรือเปล่า?
แต่สำหรับคนเหล่านั้น ที่พระเจ้าทรงเรียกให้เขาทำอะไรก็ตาม เขาจะรู้ลึกๆอยู่ในใจว่า ใช่แล้ว พระเจ้าทรงเรียกให้ฉันทำสิ่งนี้

คำคม

“ ไม่ว่าใครจะทำอะไรก็ตาม แต่น้ำพระทัยอันดีของพระเจ้าสำหรับเราจะสำเร็จอย่างแน่นอน ”

สรุป ปฐมกาล 12

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงเรียกให้อับรามออกจากเมืองฮารานไปยังดินแดนคะนาอัน แต่เมื่อไปถึงเขาพบกับการกันดารอาหาร จึงย้ายไปอียิปต์และที่นั่นเขาได้รับสมบัติกลับมามากมาย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 12 ​พระ​เจ้า​เรียกให้อับราม​ ​ออก​จาก​เมือง​ จาก​ญาติ​พี่​น้อง ไป​ยัง​ดินแดน​ที่​พระเจ้า​จะ​บอก​ให้​เขา​รู้
พระองค์ทรงสัญญาว่า
– ​จะ​ให้​เขา​เป็น​ชน​ชาติ​ใหญ่
– ​จะ​อวย​พร​แก่​เขา
– จะ​ให้​เขา​มี​ชื่อเสียง​ใหญ่โต​เลื่อง​ลือ​ไป
– จะให้เขา​ช่วย​ให้​ผู้อื่น​ได้รับ​พร​
– จะ​อำนวย​พร​แก่​คน​ที่​อวย​พร​เขา
– จะ​สาป​คน​ที่​แช่ง​เขา
– จะให้ บรรดา​เผ่าพันธุ์​ทั่ว​โลก​จะ​ได้​พร​เพราะ​เขา

​อับราม​ก็เชื่อฟังพระ​เจ้า ตอนนั้นอับราม อายุ​ 75 ​ปี​
เขา​พา​นาง​ซาราย​ ​กับ​โลท​ ​และ​ทรัพย์​สมบัติ​ที่​ได้​สะสม​ไว้ และคนใช้ของเขา ออกจากเมือง​ฮาราน ​เดินทาง​ไป​ยัง​แผ่นดิน​คานาอัน

เมื่อ​ไป​ถึง​ ​ต้น​ก่อ​หลวง ณ โมเรห์ ที่​เมือง​เช​เคม ในแคว้น​คานาอัน​แล้ว​
​พระ​เจ้า​ทรง​​ปรากฏ​แก่​เขา ตรัส​ว่า
“ดินแดน​นี้​เรา​จะ​ยก​ให้​พงศ์​พันธุ์​ของ​เจ้า”
อับรามจึง​สร้าง​แท่น​ถวาย​บูชา​แก่​พระ​เจ้า​ ที่นั่น

อับรามเดินทางต่อ มาถึง​ภูเขา​ระหว่างเมือง​เบธเอล ​และ​เมือง​อัย​
เขาจึงได้​สร้าง​แท่น​บูชา​พระ​เจ้า​ที่​นั่น และ​นมัสการ​ออก​พระ​นาม​พระ​เจ้า​
แล้ว​อับราม​ก็​เดินทาง​ต่อไป ยังเน​เกบ (ตอนใต้ของปาเลสไตน์)
แล้วก็เกิด​กันดาร​อาหาร​ที่​แคว้น​คานาอัน
เขา​จึง​ย้ายไป​​อยู่​ที่​ประเทศ​อียิปต์

เมื่อ​ใกล้​จะ​เข้า​อียิปต์ อับราม​ก็บอก​ซาราย ​ว่า ให้บอกคนอื่นว่า เป็นน้องสาวของอับราม เพราะเขากลัวว่า ถ้าบอกว่าเป็นสามี ชาวอียิปต์จะฆ่าเขาเพื่อชิงตัวนางซารายไป
นางซารายก็ทำตาม
มีคนไปทูล​ฟาโรห์ ถึงความงามของนาง
​ฟาโรห์จึงใช้คนรับนางและอับรามเข้าวัง แล้วให้ของขวัญแก่ อับราม​มากมาย
แต่​พระ​เจ้า​ทรง​ทำ​ให้​เกิด​ภัย​พิบัติ​ร้ายแรง​ต่างๆ แก่​ฟาโรห์ และ​ราชวงศ์​ของ​ท่าน
ฟาโรห์​จึงรีบคืนนางซารายให้แก่อับราม และสั่งให้​พวก​คน​ใช้​เอา​ใจ​ใส่​อับราม
พวก​คน​ใช้​จึง​นำ​อับราม​เดินทาง​กลับไป พร้อม​กับ​นางซารายและ​ทรัพย์​สมบัติมากมาย

– เมื่อพระเจ้าทรงสั่งให้อับรามออกจากเมืองฮาราน ไปยังคะนาอัน
หากอับรามมองในมุมมอง ตามที่ตามองเห็น มันเป็นสิ่งที่ยาก ลำบาก ต้องเสียสละมากมาย
หากอับรามมองในมุมมอง ตามความเชื่อ มันช่างเป็นสิ่งที่วิเศษ แสนดี น่าตื่นเต้น น่าดีใจ น่าชื่นชมยินดีอย่างที่สุด ที่จะได้รับพระพรมากมายถึงเพียงนั้น
วันนี้ เมื่อพระเจ้าทรงสั่งให้เราทำบางอย่าง เรามองการเชื่อฟังทำตามคำสั่งนั้น ด้วยสายตาแบบใด?
– อับรามเมื่อเดินทางมาถึงคะนาอันแล้ว ยังไม่ทันพบการอวยพรที่พระเจ้าตรัสไว้เลย ถึงกระนั้น เขาก็ได้สร้างแท่นบูชา ถวายขอบคุณพระเจ้า ถึงสองแห่ง
เพราะเขาเชื่อว่าจะได้รับแน่ ทั้งที่ยังไม่ได้รับ เขาก็ขอบคุณพระเจ้าแล้ว
วันนี้ แม้เรายังไม่ได้รับตามที่ทรงสัญญา แต่หากเรารับเอาด้วยความเชื่อ เราจะเริ่มขอบคุณพระเจ้าอย่างจริงใจสำหรับสิ่งที่กำลังจะมานั้น
– นางซาราย อายุ 65 ปี ยังสวยปิ้งอยู่เลย
– เมื่ออับรามมาถึงคะนาอัน แทนที่จะพบกับพระพรเหมือนที่พระเจ้าบอก แต่เขากลับพบกับกันดารอาหาร จนต้องหลบไปอยู่อียิปต์ หน่ำซ้ำพอไปถึงอียิปต์ยังถูกแย่งภรรยาอีกต่างหาก
มองในสายตาแบบมนุษย์ ดูเหมือนพระเจ้าไม่รักษาสัญญา
แต่ความจริงแล้วพระเจ้า กำลังรักษาสัญญา ซารายปลอดภัยและอับรามกลับได้รับทรัพย์สมบัติมากมายจากฟาโรห์
นั่นคือ มาอียิปต์เพื่อขนสมบัติกลับบ้าน ก็เท่านั้นเอง
หากเรากำลังประสบเหตุการณ์ที่ดูไม่เหมือนที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้เลย ขอให้ยังคงยึดมั่นความเชื่อในพระสัญญาของพระเจ้าไว้มั่น
เหตุที่มีกันดารอาหารเพื่อให้อับรามได้รับสมบัติมากมายฉันใด
ปัญหาที่เกิดกับเราวันนี้ ก็เพื่อให้เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซู ได้รับพระพรยิ่งใหญ่ตามที่พระองค์ทรงสัญญาฉันนั้น

คำคม

“ การเชื่อฟังพระเจ้า อย่างวางใจ แม้ดูเหมือนจะขาดทุน แต่ในที่สุดจะกำไร”

สรุป ปฐมกาล 13

ภาพรวม

  • เมื่ออับรามกลับมาจากอียิปต์ โลทก็แยกตัวออกไป และพระเจ้าทรงสัญญาที่จะอวยพระพรแก่อับรามและเชื้อสายของเขาในดินแดนคะนาอันนั้น

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 13 หลังจากฟาโรห์ได้ให้ทรัพย์สมบัติมากมายแก่อับราม อับรามก็​ออก​จาก​อียิปต์​ไป​เนเกบ
ด้วย​ฝูง​ปศุ​สัตว์ เงิน​และ​ทอง​คำ มากมาย
จากนั้น​ก็เดินทางต่อจน​มา​ถึง​เบธ​เอล ​ที่​ก่อนหน้านี้เขาได้​สร้าง​แท่น​บูชา​ไว้ ​อับ​ราม​จึงนมัส​การพระเจ้าอีกที่นั่น

ฝ่าย​โลทหลานชายของ​อับราม​ ที่มาพร้อมกันนั้น ก็มี​ฝูง​แพะ แกะ และ​ฝูง​โค​กับ​เต็นท์​ด้วย
ปรากฏว่า ที่​ดิน​ที่​นั่น​ไม่​กว้าง​ขวาง​พอ​ให้​พวก​เขา​อยู่​ด้วย​กัน​ได้

อับราม​จึง​พูด​กับ​โลท​ว่า
“ขอ​อย่า​ให้​เรา​และ​คน​เลี้ยง​สัตว์​ของ​เรา​ทะเลาะ​กัน​เลย เพราะ​เรา​เป็น​ญาติ​สนิท
ขอ​ให้​เจ้า​แยก​ไป​จาก​เรา​เถิด
ถ้า​เจ้า​ไป​ทาง​ซ้าย​เรา​ก็​จะ​ไป​ทาง​ขวา”

โลท​เห็นว่า​ลุ่ม​ของ​แม่​น้ำ​จอร์​แดน​ ​มี​น้ำ​บริ​บูรณ์​อยู่​ทุก​แห่ง
โลท​จึง​เลือก​ที่​ลุ่ม​ของ​แม่​น้ำ​จอร์​แดน
โลท​ออก​เดิน​ทาง​ไป​ทิศ​ตะวัน​ออก
​อาศัย​อยู่​ท่าม​กลาง​เมืองต่างๆ ใน​ที่​ราบ และ​ย้าย​เต็นท์​ไป​ตั้ง​ถึง​เมือง​โสโดม
ซึ่งเป็นเมืองซึ่งเต็มไปด้วยความชั่วร้าย และทำ​ผิด​บาป​ต่อ​พระเจ้า​มาก
ส่วนอับราม​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่น​ดิน​คา​นา​อัน

เมื่อ​โลท​จาก​อับ​ราม​ไป​แล้ว
พระเจ้าตรัส​กับ​อับ​ราม​ว่า
“จง​เงย​หน้า​ดู​สถาน​ที่​ตั้ง​แต่​เจ้า​อยู่​นี้​ไป​ทาง​ทิศ​เหนือ ทิศ​ใต้ ทิศ​ตะวัน​ออก และ​ทิศ​ตะวัน​ตก
เพราะ​ดิน​แดน​ทั้ง​หมด​ที่​เจ้า​แล​เห็น​นี้ เรา​จะ​ยก​ให้​เจ้า​และ​เชื้อ​สาย​ของ​เจ้า​ตลอด​นิรันดร์
เรา​จะ​ทำ​ให้​เชื้อ​สาย​ของ​เจ้า​มาก​เหมือน​ผง​คลี​ดิน…
จง​ลุก​ขึ้น​เดิน​ให้​ทั่ว​ดิน​แดน​นี้… เพราะ​ว่า​เรา​จะ​ยก​ดิน​แดน​นี้​ให้​เจ้า”

อับราม​จึง​ย้าย​เต็นท์​มา​อาศัย​อยู่​ที่​หมู่​ต้น​โอ๊ก​ของ​มัมเร ซึ่ง​อยู่​ที่​เฮ​โบรน
แล้ว​สร้าง​แท่น​บูชา​ถวาย​พระ​ยาห์​เวห์เจ้า​ที่นั่น

– เมื่อมาถึงคะนาอันใหม่ๆ อับรามยังไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น เขาก็สรรเสริญพระเจ้า เมื่อออกจากอียิปต์ได้ทรัพย์สมบัติมามากมายแล้ว เขาก็ไม่ลืมพระเจ้า ยังคงสรรเสริญพระองค์
– เมื่อต้องแยกจากโลท อับรามมีน้ำใจให้โลทเลือกก่อน ถึงกระนั้นดินแดนที่เป็นฝั่งของอับราม ก็ยังเป็นดินแดนคะนาอันอยู่ดี ตามแผนการที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้แต่แรก
ไม่ว่ามนุษย์จะทำอะไรอย่างไร แผนการของพระเจ้าก็จะสำเร็จอยู่ดี แต่มนุษย์ที่เลือกทำจะได้รับผลจากการเลือกของตน
เช่นเดียวกับโลท ทั้งที่ รู้ว่าเมืองโสโดมเป็นเมืองชั่วร้ายและทำผิดต่อพระเจ้ามากมาย แต่ก็ยังเลือกไปอยู่ที่นั่นอยู่ดี เพราะดูเหมือนช่างอุดมสมบูรณ์
การเลือกสิ่งที่ใครๆมองก็ดูว่าดี แต่ขัดกับน้ำพระทัยของพระเจ้า ไม่เคยนำสิ่งดีมาสู่ผู้เลือกเลย
– เมื่อพระเจ้าทรงสัญญากับอับรามถึงดินแดนที่จะยกให้แก่เชื้อสายของเขา สิ่งที่พระเจ้าทรงให้อับรามทำ คือ “เจ้า​จง​เงย​หน้า​แลดู​สถานที่ ตั้งแต่​เจ้า​อยู่​นี้​ไป​ทาง​ทิศ​เหนือ ทิศ​ใต้ ทิศ​ตะวันออก ทิศ​ตะวันตก​…จง​ลุก​ขึ้น​เดิน​ให้​ทั่ว​ดิน​แดน​นี้ให้​ทั่ว​ทั้ง​ด้าน​ยาว​ด้าน​กว้าง​เถิด…”
ก็เพื่อให้อับรามได้เห็นว่า พระพรที่พระเจ้าจะอวยพรแก่เขาและเชื้อสายของเขานั้นมากมายกว้างใหญ่ไพศาลสักเพียงใด เมื่ออับรามได้เห็น สายตาแห่งความเชื่อของเขาคงจะทำให้เขาตื่นเต้นและชื่นชมยินดีอย่างยิ่งสำหรับพระพรเหลือล้นที่พระเจ้าจะทรงประทานแก่เขาและเชื้อสายของเขา
วันนี้ ให้เราลองไตร่ตรอง สำรวจ ค้นดู ว่า พระพรของพระเจ้าที่ทรงสัญญาไว้ ที่จะประทานให้แก่เราในสวรรคสถานนั้น มากมายเหลือล้น และวิเศษสักเพียงใด
สิ่งเหล่านี้คงทำให้ ชีวิตของเราในวันนี้ เต็มไปด้วยความชื่นชมยินดี และช่วยเราให้ดำเนินชีวิตในโลกนี้อย่างมีปัญญา

คำคม

“ การอวยพระพรนั้นจะยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้เสมอ ”

สรุป ปฐมกาล 14

ภาพรวม

  • โลทและครอบครัวถูกจับตัวไป ในสงครามระหว่างกษัตริย์ 9 องค์ อับรามตามไปช่วยกลับมาได้อย่างปลอดภัย และถวาย 1 ใน 10 ของสิ่งที่ริบมาได้ แก่กษัตริย์เมลคีเซเดด

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 14 กษัตริย์เมือง​เอลลา​สาร์และอีก 3 กษัตริย์ซึ่งปกครองด้านตะวันออกของคะนาอัน ได้ยกกองทัพมาสู้รับกับ ​กษัตริย์​เมือง​โสโดมและอีก 4 กษัตริย์ซึ่งปกครองบริเวณทะเลตาย ทางตอนใต้ของคะนาอัน
เกิดการปะทะกัน ณ ที่​ราบ​สิ​ดดิม (คือ​ทะเล​เกลือ)​

กษัตริย์​เมือง​โสโดมและพันธมิตรทั้ง 4 ของเขาพ่ายแพ้
จึง​ยอม​ขึ้น​แก่​กษัตริย์เมืองเอลลาคาร์ 12 ​ปี
แต่​ใน​ปี​ที่​ 13 ​ก็​กบฏ​

​ใน​ปี​ที่ 14 กษัตริย์เมือง​เอลลา​สาร์และพันธมิตรของเขา
​จึง​ยก​มา​ และรบ​ชนะเมืองต่างๆเรื่อยมา ได้แก่ เมือง​อัช​ทา​โรท​คาร​นาอิม , เมือง​ฮาม , ​เมือง​ชาเวห์-คี​ริ​ยาธาอิม​ ,
ชาว​​ภูเขา​เส​อีร์ , เมือง​เอล​ปา​ราน​, ​เมือง​เอน​มิสปัท (คือ​คาเดช) , ​เมือง​ของ​คน​อามาเลข​และ​ เมืองของ​คน​อาโมไรต์​

แล้ว​กษัตริย์​เมือง​โสโดม และพันธมิตรทั้ง 4​
ก็​ยกกองทัพออกไป​ใน​ที่​ราบ​สิ​ดดิม​ ปะทะ​กับ กษัตริย์​เมือง​เอ​ลามและพันธมิตรทั้ง 3

กษัตริย์​ 4 ​องค์​ต่อสู้​กับ 5 ​องค์​
กษัตริย์​เมือง​โสโดม และพันธมิตรทั้ง 4​ พ่ายแพ้ และหนีไป
ข้าศึก​ได้บุกเข้ามาใน​เมือง​โสโดม​และ​เมือง​โกโมราห์​ แล้วเก็บ​ข้าว​ของ​และ​เสบียง​อาหาร​ไป​สิ้น
และได้จับคนในเมืองไปเป็นเชลย
​โลทและครอบครัวก็ถูกจับไปด้วย

มี​คน​หนึ่ง​หนี​มา​ ​บอก​ให้​อับราม ที่​หมู่​ต้น​ก่อ​หลวง​ของมัมเร
ซึ่งในเวลานั้น อับรามมีสัมพันธ์อันดีกับ คน​อา​โม​ไรต์ พี่​น้อง​ของ​เอช​โคล์​และ​อา​เนอร์ ในบริเวณนั้น

อับรามจึง​นำ​พล​ชำนาญ​ศึก​ที่​เกิด​ใน​บ้าน​ของ​ตน​ 318 คน​ไล่​ตาม​ไป
ซึ่งน่าจะมีเพื่อนของอับรามบางคน คือ อา​เนอร์ เอช​โคล์ และมัมเร ติดตามไปด้วย (ปฐก. 14:24)
อับรามไล่ตามมา​ทัน ​ที่​เมือง​ดาน หรือเมือง​“ลาอิช” (วนฉ. 18:29) อยู่​ทาง​ตอน​เหนือ​ของ​ทะเล​สาบ​กาลิลี

อับราม​จึง​แยก​พล​ของ​ตน​ออกเป็น​กองๆ
แล้วก็​เข้า​ตี​พวก​ข้าศึก ใน​กลางคืน จนพวกเขาพ่ายแพ้
หนีไป​ถึง​เมือง​โฮ​บาห์​เหนือ​เมือง​ดามัสกัส​

แล้ว​ท่าน​นำ​ข้าว​ของ​และเชลย กลับคืน​มาได้ทั้ง​หมด
รวมทั้งโลทและครอบครัว​ด้วย​

เมื่อ​อับราม​กลับ​จาก​การ​รบ
กษัตริย์​เมือง​โสโดม​ก็​ออกมา​รับ​อับราม ณ ที่​ราบ​ชาเวห์ (คือ​ที่​ราบ​ของ​กษัตริย์)​

เมลคี​เซ​เดค​ ผู้​เป็น​ทั้ง​กษัตริย์​เมือง​ซาเลม และ​ปุโรหิต​ของ​พระ​เจ้า​ผู้​สูงสุด ​
ได้​นำ​ขนม​ปัง​กับ​เหล้า​องุ่น​มา​ให้​อับราม
แล้ว​อวย​พร​เขา ว่า
“ขอ​พระ​เจ้า​ผู้​สูงสุด​ผู้​ทรง​สร้าง​ฟ้า​สวรรค์​และ​แผ่นดิน
จง​โปรด​ให้​อับราม​ได้รับ​พระ​พร​เถิด
สาธุการ​แด่​พระ​เจ้า​ผู้​สูงสุด ผู้​ทรง​มอบ​ศัตรู​ทั้ง​หลาย​ไว้​ใน​เงื้อม​มือ​ของ​ท่าน”
​อับราม​ก็​ยก​ 1 ใน​ 10 ​จาก​ข้าว​ของ​นั้น​ ถวาย​แก่​กษัตริย์​เมลคี​เซ​เคด

ฝ่าย​กษัตริย์​เมือง​โสโดม​ ตรัส​แก่​อับราม​ว่า
“ขอ​คืน​คน​ให้แก่​เรา แต่​ข้าว​ของ​นั้น​ท่าน​จง​เอา​ไป​เถิด”

แต่อับราม​ ไม่ยอมรับสิ่ง​ใดๆ ไว้เลย นอกจากเสบียง​อาหาร​ที่​คน​ของ​อับราม​ได้​รับประทานไป​เท่านั้น เพื่อ​มิ​ให้​กษัตริย์โสโดมพูด​ได้​ว่า
‘เรา​ได้​บำรุง​อับราม​ให้​มั่ง​มี’

​และอับราม บอกกษัตริย์โสโดม ให้มอบส่วนที่​คน​ที่​มา​กับ​อับราม คือ​อา​เนอร์ เอช​โคล์ และมัมเร ​ในส่วนที่พวกเขาสมควรได้รับเถิด

– เมื่อมนุษย์ทวีมากขึ้น ความชั่วร้ายของมนุษย์ก็ทวีออกมา เห็นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ มาถึงสมัยของอับรามนี้ ทวีมากขึ้นจนมีการสู้รบเพื่อแย่งชิงทรัพย์สิน ผู้หญิง และจับคนไปเป็นเชลย
– เมืองโสโดม เมืองโกโมราห์ ตกเป็นเมืองขึ้นอยู่ 12 ปี ความยากลำบากที่เกิดขึ้นนี้ เป็นพระเมตตาจากพระเจ้า ที่ให้โอกาสพวกเขาสำนึกบาปและกลับใจใหม่ แต่ดูเหมือนพวกเขาไม่ได้สำนึกเลย
วันนี้ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับเรา อาจจะเป็นเสียงเตือนจากพระเจ้าให้เรากลับใจเสียใหม่ ก็เป็นได้
– กองทัพของ 4 กษัตริย์ที่ยกมาสู้กับกษัตริย์โสโดมนั้น ยิ่งใหญ่มาก เพราะนอกจากจะชนะกองทัพใหญ่ของกษัตริย์ 5 องค์แล้ว ก่อนหน้านี้ยังรบชนะเมืองต่างๆมามากมายแล้ว อย่างน้อย 8 เมือง
แต่เพราะพระเจ้าสถิตกับอับราม ด้วยกำลังคนเพียง 318 คน ก็สามารถปราบกองทัพอันเกรียงไกรนี้ลงได้อย่างสิ้นเชิง
– อับรามมีคนใช้ที่เกิดในบ้านของเขา ที่โตเป็นหนุ่มแล้ว ถึง 318 คน ชี้ให้เห็นว่า อับรามช่างมั่งคั่งจริงๆ คงจะมีฝูงสัตว์มากมาย จนมากเพียงพอเลี้ยงคนใช้ เหล่านี้และครอบครัวของพวกเขา ได้
เหตุที่ทำให้อับรามมั่งคั่งเช่นนี้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี ไม่น่าจะเพราะเขาค้าขายเก่งหรือเลี้ยงสัตว์เก่ง แต่น่าจะเป็นเพราะพระเจ้าทรงสัญญาว่าจะทรงอวยพระพรแก่อับราม ผู้มีความเชื่อและเชื่อฟังพระเจ้า
เมื่อพระเจ้าบอกว่าจะอวยพร พระพรนั้นมากมายเหลือคณานับจริงๆ
– คนใช้ในบ้านอับราม มีคนชำนาญศึกอยู่เป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่า อับรามเตรียมพร้อมอยู่เสมอ คงจะให้คนใช้ของเขา ฝึกฝนการต่อสู้อยู่เป็นประจำ
การที่พระเจ้าอวยพร ไม่ได้หมายความว่า จากนี้ไป เราไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องใช้สติปัญญา
แต่ตรงกันข้าม เพราะพระเจ้าอวยพรเรา เราสมควรใช้สติปัญญาอย่างสุดความสามารถที่จะบริหารจัดการ ปกป้องดูแล สิ่งที่พระเจ้าประทานให้แก่เรานั้น
– อับรามน้อมรับคำอวยพร จาก กษัตริย์เมลคีเซเดดผู้ชอบธรม แต่ไม่ยอมรับแม้แต่ด้ายเส้นเดียว จากกษัตริย์โสโดมผู้ชั่วร้าย
ที่เป็นเช่นนี้ เพราะอับรามรักพระเจ้าและยำเกรงพระเจ้า
เขาอยากให้คนทั้งหลายกล่าวว่า การที่อับรามจำเริญขึ้นนี้ เพราะพระพรจากพระเจ้า
เขาไม่อยากให้ใครเลยกล่าวว่า การที่อับรามรวยขึ้นนี้ เพราะการส่งเสริมจากคนชั่วร้าย
เขาปรารถนาให้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขานั้น ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าเท่านั้น
– แม้อับรามไม่ได้รับของจากกษัตริย์เมืองโสโดม แต่ขณะเดียวกันเขาก็ไม่ลืมคนที่มากับเขา เขาสนับสนุนให้กษัตริย์โสโดมมอบสิ่งที่เพื่อนๆของเขา สมควรจะได้รับแก่พวกเขา
เมื่อเราดำเนินชีวิตในฝ่ายวิญญาณ ก็ไม่ควรละเลยหรือไม่สนใจผู้อื่น ที่ไม่ได้มีมุมมองฝ่ายวิญญาณแบบเดียวกับเราด้วย
– การที่อับรามไม่รับของใดๆจากกษัตริย์เมืองโสโดม
ไม่ได้หมายความว่า เขาจะไม่ได้รับอะไรเลย จากการรบครั้งนี้
เพราะเขาได้ถวาย 1 ใน 10 ของสิ่งที่เขาได้รับมาแก่เมลคีเซเดด แสดงว่าเขาได้ของมามากมายด้วย คือของที่ไม่ใช่ของของกษัตริย์โสโดมหรือพันธมิตร แต่เป็นของที่พวกของกษัตริย์เมืองเอลลา​สาร์ ปล้นมา ตลอดการกรีธาทัพในครั้งนี้
การรบกันของกษัตริย์ทั้ง 9 องค์ สร้างความเสียหายมากมาย ซึ่งอาจเกิดจากหลายเหตุผลก็จริง
แต่หนึ่งในเหตุผลเหล่านั้น ก็คือ เพื่อที่พระเจ้าจะอวยพระพรอับรามให้มั่งคั่งมากยิ่งขึ้นนั่นเอง
ความวุ่นวายต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นในสังคม พระเจ้ากำลังเปิดประตูพระพรให้แก่ผู้ที่ยำเกรงพระองค์
– เมลคี​เซ​เดค​ ผู้เป็นกษัตริย์​เมือง​แห่งสันติสุข(ซาเลม) และ​ปุโรหิต​ของ​พระ​เจ้า​ผู้​สูงสุด ​ได้ถูกนำไปเปรียบกับพระเยซู ใน ฮบ.7 เขาได้​นำ​ขนม​ปัง​กับ​เหล้า​องุ่น​มา​ให้​อับราม เหมือนพระเยซูมอบขนมปังและน้ำองุ่นแก่เหล่าสาวก ในพิธีมหาสนิท อีกด้วย
เรื่องของ เมลคีเซเดด รับชมเพิ่มเติมได้จากที่นี่นะครับ
https://www.youtube.com/watch?v=rXJh9q2o-PM&list=PLaCGMfK5N21j6__4FLDHlOljBVrUScFu8&index=12&t=0s

คำคม

“ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผู้ที่พระเจ้าจะอวยพระพร ก็ยังจะได้รับพระพรอยู่ดี ”

สรุป ปฐมกาล 15

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงทำพันธสัญญากับอับราม ว่าจะอวยพรเชื้อสายของเขามากมาย แต่อย่างไรก็ดีเชื้อสายของเขาต้องตกเป็นทาสในต่างแดน 400 ปี ก่อน แล้วพระเจ้าจะทรงนำพวกเขาออกมาพร้อมสมบัติมากมาย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 15 พระเจ้าตรัสกับ​อับ​ราม​ทาง​นิมิต​ว่า
“อับ​ราม​เอ๋ย เจ้า​อย่า​กลัว​เลย เรา​เป็น​โล่​ของ​เจ้า บำเหน็จ​ของ​เจ้า​จะ​มาก​มาย​นัก”
อับ​ราม​จึงทูล​ว่า สิ่งของที่พระองค์จะประทานแก่เขา จะมีประโยชน์อะไร เขาไม่มีลูก
ดังนั้นของทั้งหมดนั้นก็จะต้องตกเป็นของคนอื่นไปอยู่ดี
พระเจ้าตรัสกับ​อับ​ราม​ว่า
“…​บุตร​ชาย​ที่​เกิด​จาก​เจ้า​จะ​เป็น​ผู้​รับ​มรดก​ของ​เจ้า”
แล้วพระ​องค์​จึง​พา​อับ​ราม​ออก​มา​ข้าง​นอก​ แล้ว​ตรัส​ว่า
“มอง​ดู​ฟ้า​สิ ถ้า​เจ้า​สามารถ​นับ​ดาว​ทั้ง​หลาย​ได้ ก็​นับ​ไป
เชื้อ​สาย​ของ​เจ้า​จะ​เป็น​เช่น​นั้น”

อับ​ราม​ก็​เชื่อ​ในสิ่งที่พระเจ้าตรัส
ความ​เชื่อ​นั้น​พระ​องค์​ทรง​ถือ​ว่า​เป็น​ความ​ชอบ​ธรรม​แก่​เขา

พระเจ้าตรัส​ว่า
“เรา​คือ​ยาห์​เวห์​ผู้​พา​เจ้า​ออก​จาก​เมือง​เออร์​ของ​ชาว​เคล​เดีย
เพื่อ​จะ​ยก​ดิน​แดน​นี้​ให้​เป็น​กรรม​สิทธิ์​ของ​เจ้า”

อับ​ราม​ทูล​ว่า
“…ข้า​พระ​องค์​จะ​ทราบ​ได้​อย่าง​ไร​ว่า จะ​ได้​ดิน​แดน​นี้​เป็น​กรรม​สิทธิ์?”

พระเจ้าตรัสว่า
“เอา​ลูก​โค​ตัว​เมีย​อายุ​สาม​ปี แพะ​ตัว​เมีย​อายุ​สาม​ปี​และ​แกะ​ตัว​ผู้​อายุ​สาม​ปี
นก​เขา​ตัว​หนึ่ง​กับ​นก​พิราบ​ตัว​หนึ่ง​มา​ให้​เรา”

อับ​ราม​จึง​นำ​สัตว์​ทั้ง​หมด​เหล่า​นี้​มา​ถวาย
และ​ผ่า​ครึ่ง​วาง​ข้าง​ละ​ซีก​ตรง​กัน แต่​ไม่​ได้​ผ่า​ครึ่ง​นก
และเฝ้าอยู่จนตะวัน​ใกล้​จะ​ตกดิน
อับ​ราม​ก็​นอน​หลับ​สนิท
เวลา​นั้น​ความ​กลัว​และ​ความ​มืด​อย่าง​ยิ่ง​ก็​มา​ทับ​ถม​อับ​ราม

พระ​เจ้าตรัสกับอับราม​ว่า
…​เชื้อ​สาย​ของ​อับราม​จะไปอยู่ต่างแดน​ถึง ​400​ปีและพวกเขาจะ​ต้อง​รับ​ใช้​ชาว​เมือง​นั้น
และพวกเขา​จะ​ถูกกด​ขี่ข่มเหงที่นั่น
ส่วน​ชน​ชาติ​ที่​พวกเขา​รับ​ใช้​อยู่​นั้น พระเจ้าจะ​พิพาก​ษา​ลง​โทษ
ต่อ​มาในชั่วอายุที่ 4 ​เชื้อ​สาย​ของ​อับราม​จะ​ออก​มา พร้อม​กับ​ทรัพย์​สมบัติ​มาก​มาย
เหตุที่ต้อง รอถึง 400 ปี เพราะ ความ​บาป​ชั่ว​ของ​คน​อา​โม​ไรต์​ยัง​ไม่​ครบ​ถ้วน
จึงยังทรงให้โอกาสพวกคนคะนาอันกลับใจอีก 400 ปี
ส่วนอับรามจะตายอย่าง​สงบ ในยาม​ชรา​มาก​แล้ว

เมื่อ​ดวง​อาทิตย์​ตก​แล้ว ​ก็​มี​ เตา ที่มีควัน​พลุ่ง​อยู่ และ​คบ​เพลิง​
เลื่อน​ลอย​มา​ระหว่าง​กลาง​ซีก​สัตว์​เหล่า​นั้น

แล้วพระเจ้าทรง​ทำ​พันธ​สัญ​ญา​กับ​อับ​ราม​ว่า
พระเจ้าทรง​มอบ​ดิน​แดน​นี้​ให้​เชื้อ​สาย​ของ​อับรามแล้ว​
ตั้ง​แต่​แม่​น้ำ​อียิปต์​ไป​ ถึง​ ​แม่​น้ำ​ยูเฟร​ติส
รวมทั้ง​แผ่น​ดิน​ของคน 10 ชนชาติในบริเวณนั้นด้วย

– เอลี​เยเซอร์ ที่กล่าวถึงใน ข้อที่ 2 ​น่าจะ​เป็นคนรับใช้ของอับราม ​คน​เดียว​กันกับ​คนที่​อับ​ราม​ส่ง​ไป​ที่​ปัด​ดาน​อารัม​เพื่อ​หา​ภรรยา​มา​ให้​อิสอัค​บุตร​ชาย ใน บท​ที่ 24
– พระเจ้าไม่ได้บอกว่า เชื้อสายของอับรามจะมีจำนวนเท่ากับดวงดาว (ซึ่งนักดาราศาสตร์บางท่าน ประมาณว่า น่าจะมีอยู่มากกว่า 1,000,000,000,000,000,000,000 ดวง) แต่บอกว่า จะมากมายจนนับไม่ได้เหมือนจำนวนดวงดาวที่มากมายจนนับไม่ได้
– อับรามเชื่อในสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ ที่พระเจ้าได้ตรัสแก่เขา
พระเจ้าจึงทรงถือว่า เป็นความชอบธรรมของเขา(รม. 4:3; กท. 3:6; ยก. 2:23)
ที่เขาถวายเกียรติแด่พระเจ้าเช่นนั้น
การเชื่อใคร เป็นการให้เกียรติแด่ผู้นั้น
การไม่เชื่อใคร เป็นการดูถูกผู้นั้น
ขณะนี้เรากำลัง ให้เกียรติพระเจ้า หรือกำลังดูถูกพระองค์ ?
– พระเจ้า​ตรัส​แก่​อับ​ราม​ว่า พระองค์เป็นผู้​พา​เจ้า​ออก​จาก​เมือง​เออร์ ทั้งที่ดูเผินๆ
อับรามออกจากเมืองเออร์ก็เพราะว่า เทราห์ผู้เป็นพ่อของอับราม เป็นผู้พาลูกๆของเขาออกจากเมืองเออร์(ปฐก. 11:31)
การกระทำของเทราห์ อยู่ภายใต้การควบคุมของพระเจ้า จึงกล่าวได้ว่าพระเจ้าเป็นผู้นำอับรามออกจากเมืองเออร์
วันนี้ อาจเพราะการกระทำของคนบางคนทำให้เรามาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เราสามารถมองได้ว่า พระเจ้าทรงนำเรามาในเหตุการณ์นี้ ดังนั้นวิธีจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้อย่างดี ก็ทำได้โดยการพึ่งพาพระเจ้า
– อับรามถามพระเจ้าว่า จะรู้ได้อย่างไรว่า สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น
พระเจ้าจึงทำ​พันธ​สัญญา​กับ​เขา
การ​ทำ​พันธ​สัญญา​ใน​สมัย​โบราณ​นั้น ​จะ​ใช้​สัตว์​ผ่า​เป็น​สอง​ซีก ​เพื่อ​เป็น​สัญลักษณ์​ของ​การ​ตก​ลง
อับ​ราม​ ​จัด​เตรียม​สัตว์​เหล่า​นั้นและ​รอ​คอย​การ​ยืน​ยัน​จาก​พระ​เจ้า
พอ​ดวงอาทิตย์ตก พระเจ้า ก็​ให้​มี​คบ​เพลิง​เลื่อน​ลอย​มา​ระหว่าง​กลาง​ซีก​สัตว์​เหล่า​นั้น
เป็นการทำพันธสัญญาอย่างสมบูรณ์
– พระเจ้าบอกอับรามไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่าอิสราเอลจะต้องตกเป็นทาสในอียิปต์ 400 ปี ดังนั้นการตกเป็นทาสของอิสราเอล ไม่ใช่เพราะพระเจ้าไม่สามารถช่วยพวกเขาได้ แต่เพราะพระองค์มีแผนการลึกซึ้งเกิดกว่าที่มนุษย์จะเข้าใจได้
การตกเป็นทาสในอียิปต์ 400 ปี
>> ทำให้อิสราเอลกลุ่มคนเล็กๆ มีเวลา 400 ปี เพิ่มพูนจำนวนมากมายจนถึงกว่า 3 ล้านคน โดยที่ตลอด 400 ปีนั้น ไม่ต้องวิตกกังวลถึงชนชาติจะมาสู้รบกับพวกเขาเลย
>> ทำให้ เป็นการให้โอกาสคนในคะนาอัน อีก 400 ปี เพื่อจะกลับใจ ก่อนการพิพากษาจากพระเจ้าจะมาถึง
>> ทำให้ เมื่อออกมาจากอียิปต์ ด้วยความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับคนอียืปต์เป็นเวลานาน พวกอียิปต์จึงมอบทรัพย์สินมากมายแก่คนอิสราเอลก่อนออกมา
>> ทำให้การพิพากษาอียิปต์เกิดขึ้นเป็นจริง โดยภัยพิบัติต่างๆที่เกิดขึ้น
>> ทำให้เป็นภาพเล็งถึง การช่วยกู้ของพระเยซูคริสต์ ที่ช่วยคนทั้งหลายให้รอดพ้นจากการเป็นทาสบาป
>> และอื่นๆอีกมากมายเกินบรรยายได้หมด ณ ที่นี้
# วันนี้ เราพบกับสถานการณ์เช่นนี้ เพราะพระเจ้ามีแผนการที่ดีเลิศเกินกว่าที่เราจะเข้าใจ เตรียมสำหรับเรา

คำคม

“ สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญา พระองค์เองจะเป็นผู้ทำให้เกิดขึ้น ”

สรุป ปฐมกาล 16

ภาพรวม

  • นางซารายยกนางฮาการ์ให้เป็นภรรยาอีกคนของอับราม ฮาการ์จึงตั้งครรภ์และคลอดบุตรชาย ชื่อ อิชมาเอล

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 16 เมื่ออับรามเข้ามาอยู่ในคะนาอัน 10 ปีแล้ว ​
นาง​ซาราย​ภรรยา​ของ​อับ​ราม​ก็ยังไม่​มี​บุตร​
นางจึงบอกให้อับราม ไปหลับนอนกับ​คน​ใช้​ชาว​อียิปต์​ ​ชื่อ​ฮาการ์ เพื่อจะได้มีบุตร
อับ​ราม​ก็​ทำตาม แล้วฮาการ์​ก็​ตั้ง​ครรภ์
แต่เมื่อ​นาง​รู้​ว่า​ตั้ง​ครรภ์​แล้ว​ ก็​ดู​หมิ่น​ซาราย
นาง​ซาราย​จึง​มาตำหนิ​อับ​ราม​
(อับราม งง เลย 555 “ทำไมเป็นความผิดของฉันหว่า?”)

อับราม​จึงบอก​นาง​ซาราย​ว่า อยากทำอะไรกับฮาการ์ ก็เชิญตามสบาย
นาง​ซาราย​เคี่ยว​เข็ญ​ฮาการ์ จน​นาง​หนี​ไป​

ระหว่าทางที่หนีนั้น ทูต​ของ​พระเจ้าก็มาพบนาง แล้ว​กล่าว​ว่า
“กลับ​ไป​หา​นาย​ผู้​หญิง​ของ​เจ้า และ​ยอม​อยู่​ใต้​บัง​คับ​นาง​เถิด
เรา​จะ​ให้​เชื้อ​สาย​ของ​เจ้า​ทวี​มาก​ขึ้น​จน​นับ​ไม่​ถ้วน
เจ้า​จะ​คลอด​บุตร​ชาย และ​จะ​ตั้ง​ชื่อ​บุตร​นั้น​ว่า​ อิช​มา​เอล
บุตร​นั้น​จะ​มี​นิสัย​เหมือน​ลา​ป่า มือ​เขา​จะ​ต่อ​สู้​คน​ทั้ง​ปวง
และ​มือ​คน​ทั้ง​ปวง​จะ​ต่อ​สู้​เขา เขา​จะ​อาศัย​ตรง​หน้า​พี่​น้อง​ทั้ง​ปวง​ของ​เขา”

​ฮา​การ์​จึง​เรียก​พระ​นาม​พระเจ้า ​ว่า “เอล โรอี” (พระ​เจ้า ผู้​ทรง​เห็น)
​นาง​พูด​ว่า “ที่​นี่​ข้าพ​เจ้า​ได้​เห็น​พระ​องค์ ผู้​ทรง​เห็น​ข้าพ​เจ้า​จริงๆ หรือ?”

​เมื่อฮา​การ์กลับมา ก็คลอด​บุตร​ชาย​ อับ​ราม​ตั้ง​ชื่อ​บุตร​นั้น​ว่า “​อิช​มา​เอล”
ขณะนั้น​อับ​ราม​มีอายุได้ 86 ปี

– นางซาราย ไม่ได้รอคอยเวลาของพระเจ้า แต่พยายามด้วยกำลังของตนเองช่วยพระเจ้า เพื่อให้พระสัญญาของพระองค์เกิดขึ้น ปรากฏว่าสร้างปัญหาให้เพิ่มมากขึ้น มีผลสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันที่ เชื้อสายของอิชมาเอล และ เชื้อสายของอิสอัค เป็นศัตรูกันต่อสู้กันจนถึงทุกวันนี้
การพยายามช่วยพระเจ้า โดยไม่รอคอยพระองค์ จะสร้างปัญหา มากกว่าแก้ปัญหา
– นางฮาการ์แม้เป็นคนอียิปต์ แต่เพราะเป็นคนของอับรามผู้ยำเกรงพระเจ้า จึงได้รับพระพร
เมื่อเรายำเกรงพระจ้า นอกจากเราจะได้รับพระพรแล้ว พระพรนั้นจะไหลล้นไปยังคนรอบข้างเราด้วย
– อิชมาเอล แปล​ว่า “พระเจ้า​ทรง​รับ​ฟัง” แม้เขา​จะ​เป็น​ลูก​ของ​อับ​ราม แต่​ไม่​ได้​เป็น​ลูก​ที่​เกิด​ตาม​พระ​สัญญา​ของ​พระเจ้า พระคัมภีร์อธิบายลักษณะของเขา ว่า จะ​เป็น​ดัง​ลา​ป่า ใช้​ชีวิต​ร่อนเร่​และ​เป็น​อิสระ และ​ฉุน​เฉียว​เหมือน​ลา​ป่า และเขา​จะ​ยืน​หยัด​เป็น​ไท​จาก​พี่​น้อง​ร่วม​เชื้อ​สายของเขา
– เอล โรอี พระ​เจ้าผู้​ทรง​เห็น พระเจ้าทรงทราบทุกสิ่ง รวมทั้งท่าทีในจิตใจของมนุษย์
– อับรามมี อิชมาเอล ตอน 86 ปี และ มี อิสอัค ตอน 100 ปี แสดงว่า อิชมาเอลอายุมากกว่าอิสอัค 14 ปี

คำคม

“ การไม่ยอมรอเวลาของพระเจ้า เป็นการตัดสินใจผิดครั้งยิ่งใหญ่ ”

สรุป ปฐมกาล 17

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงเน้นย้ำพันธสัญญากับอับราฮัม และทรงให้เขาเข้าสุหนัตเพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งพันธสัญญานั้น

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 17 พระ​เจ้าได้​ทรง​ปรา​กฏ​แก่​อับ​ราม ตอนเขาอายุ 99 ปี
และ​ตรัส​แก่​เขา​ว่า
“เรา​เป็น​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​มหิทธิ​ฤทธิ์ จง​ดำเนิน​อยู่​ต่อ​หน้า​เรา ​และ​เป็น​คน​ดี​พร้อม
เรา​จะ​ทำ​พันธ​สัญ​ญา​ ​กับ​เจ้า
– เรา​จะ​ทวี​เชื้อ​สาย​ของ​เจ้า​ให้​มาก​มาย​
– เจ้า​จะ​เป็น​บิดา​ของ​ประ​ชา​ชาติ​มาก​มาย
– เจ้า​จะ​มี​ชื่อ​ใหม่​คือ​อับ​รา​ฮัม(แปลว่าบิดาของมวลชน)
– เรา​จะ​ทำ​ให้​เจ้า​มี​พงศ์​พันธุ์​มาก​มาย​ยิ่ง
– เรา​จะ​ทำ​ให้​เจ้า​เป็น​ชน​หลาย​ชาติ
– ​กษัตริย์​หลาย​องค์​จะ​เกิด​มา​จาก​เจ้า
– เรา​จะ​สถา​ปนา​พันธ​สัญ​ญา​นี้ ​ระ​หว่าง​เรา​กับ​เจ้า และกับเชื้อ​สาย​ของ​เจ้า​ตลอด​ไป
– เรา​จะ​ให้​แผ่น​ดิน​คา​นา​อัน​ทั้ง​สิ้น​แก่​เจ้า​และ​แก่​เชื้อ​สาย​​ของ​เจ้า ให้​เป็น​กรรม​สิทธิ์​นิ​รันดร์
– เรา​จะ​เป็น​พระ​เจ้า​ของ​พวก​เขา”

ส่วน​เจ้า​และ​เชื้อ​สาย​​ของ​เจ้า ตลอด​ชั่ว​ชาติ​พันธุ์​ของ​พวก​เขา
จง​รักษา​พันธ​สัญ​ญา​ของ​เรา

นี่​เป็นเครื่องหมายแห่ง​พันธ​สัญ​ญา​ คือ​ผู้​ชาย​ทุก​คน​ในบ้านของเจ้าจะ​ต้อง​เข้า​สุหนัต ทั้ง
>>> ​คน​ที่​เกิด​ใน​บ้าน​ของ​เจ้า
>>> คนที่เอา​เงิน​ซื้อ​มา​จาก​คน​ต่าง​ด้าว

ชาย​คน​ใด​ที่​ไม่​ได้​เข้า​สุหนัต จะ​ต้อง​ถูก​ตัด​ออก​จาก​ชน​ชาติ​ของ​เขา
เพราะเขา​ได้​ละเมิด​พันธ​สัญ​ญา​

ส่วน​ซาราย ​จง​เรียก​ชื่อ​นาง​ว่า ซาราห์
– เรา​จะ​อวย​พร​นาง
– เรา​จะ​ให้​บุตร​ชาย​คน​หนึ่ง​แก่​เจ้า
– ​นาง​จะ​ให้​กำเนิด​ชน​หลาย​ชาติ และกษัตริย์​ของ​ชน​หลาย​ชาติ​”

อับ​รา​ฮัม​คิด​ใน​ใจ​ว่า
เขา อายุ 100 ​ปี​แล้ว และนางซาราห์​ ก็ อายุ​ 90 ​ปี​แล้ว​ พวกเขาจะมีบุตรได้อย่างไร?
แต่พระเจ้าย้ำแก่เขาว่า จะเกิดขึ้นแน่ ​ปี​หน้า​ใน​ฤดู​นี้
และให้เขา​ตั้ง​ชื่อ​บุตรนั้น​ว่า “อิสอัค​”
และพระเจ้าจะ​สถา​ปนา​​พันธ​สัญ​ญา​นิรันดร์​แก่​เชื้อ​สาย​ของ​อิสอัค

ฝ่าย​อิช​มา​เอล​นั้น พระเจ้าก็จะอวยพรเขา เพราะเห็นแก่อับราฮัม
– ให้​เขา​มี​พงศ์​พันธุ์​มาก​มาย​ยิ่ง
– เขา​จะ​ให้​กำเนิด​เจ้า​นาย​ 12 ​คน
– ​เขาจะ​เป็น​ชาติ​ใหญ่​ชาติ​หนึ่ง

อับ​รา​ฮัม​จึง​นำ​อิช​มา​เอล และชาย​ทุก​คนใน​บ้าน​ของ​เขา ให้​​เข้า​สุหนัต​ใน​วัน​เดียว​กัน​นั้น

– เรา​เป็น​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​มหิทธิ​ฤทธิ์ ตรงกับภาษาฮีบรูว่า “เอลชัดดาย”
พระเจ้าของเราเป็นพระเจ้าผู้ทรงมหิทฤทธิ์ ทรงกระทำให้สำเร็จได้ทุกสิ่ง
– พระเจ้าประสงค์จะอวยพระพรอับราฮัม ตลอดไป พระองค์จึงบอกให้อับราฮัม ​ดำเนิน​ชีวิตติดสนิทกับพระองค์และ​ดำเนินชีวิตในการเชื่อฟังพระองค์ ตลอดไป
พระเจ้าประสงค์ที่จะให้เราได้รับการอวยพร ดังนั้นจึงบอกให้เราสัมพันธ์สนิทกับพระองค์และเชื่อฟังพระองค์
– พระเจ้าทรงสัญญาประทานพระพรแก่เชื้อสายของอับราฮัม ซึ่งเราเองคือคนเหล่านั้น ที่ได้รับพระพรตามพันธสัญญานิรันดร์เหล่านั้น ดังที่กล่าวไว้ใน กท. 3:14 ว่า “เพื่อ​พร​ของ​อับ​รา​ฮัม​จะ​ได้​มา​ถึง​บรร​ดา​คน​ต่าง​ชาติ ที่​อยู่​ใน​พระ​เยซู​คริสต์ เพื่อ​เรา​จะ​ได้​รับ​พระ​วิญ​ญาณ​ตาม​พระ​สัญ​ญา​โดย​ความ​เชื่อ”
– คนที่เข้าสุหนัตฝ่ายวิญญาณ ก็จะได้รับพระพรตามพันธสัญญาชั่วนิรันดร์
เราผู้เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ เป็นผู้เข้าสุหนัตในฝ่ายวิญญาณ
ดังที่กล่าวไว้ ใน รม. 2:29 ว่า “คน​เป็น​ยิว​แท้ คือ​คน​ที่​เป็น​ยิว​ภาย​ใน และ​การ​เข้า​สุหนัต​แท้​นั้น​เป็น​เรื่อง​ของ​จิต​ใจ ตาม​พระ​วิญ​ญาณ​ไม่​ใช่​ตาม​ตัว​บท​บัญ​ญัติ คน​อย่าง​นั้น​ไม่​ได้​รับ​การ​ยก​ย่อง​จาก​มนุษย์ แต่​ได้​รับ​จาก​พระ​เจ้า”
– ในมุมมองของมนุษย์ สามีอายุ 99 ปี ภรรยา อายุ 89 ปี จะมีบุตรได้อย่างไร ต่อให้มีบุตรได้ก็ไม่มีแรงคลอดออกมา
แต่เมื่อพระเจ้าสัญญา สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ก็เกิดขึ้น

คำคม

“ พระสัญญาของพระเจ้า เป็นพระสัญญานิรันดร์ เมื่อทรงสัญญาจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ”

สรุป ปฐมกาล 18

ภาพรวม

  • พระเจ้าเสด็จมาเยี่ยมอับราฮัมในลักษณะของมนุษย์ และอวยพรให้นางซาราห์ตั้งครรภ์ และบอกอับราฮัมถึงการจะทำลายเมืองโสโดมที่ชั่วร้าย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 18 พระเจ้าทรง​ปรา​กฏ​แก่​อับ​รา​ฮัม​ที่​หมู่​ต้น​โอ๊ก​ของ​มัม​เร
เขากำลัง​นั่ง​อยู่​ที่​ประตู​เต็นท์​ เวลา​แดด​ร้อน
เขาเห็น​ชาย 3 ​คน​ ยืน​อยู่​ข้าง​หน้า​เขา
อับราฮัมจึงรีบ​วิ่ง​ไป​ต้อน​รับ​พวก​เขา แล้วขออนุญาตต้อนรับพวกเขาด้วยการล้างเท้าและอาหาร
พวก​เขา​จึง​ว่า “ทำ​ตาม​ที่​เจ้า​กล่าว​นี้​เถิด”

อับ​รา​ฮัม​(ชายชรา อายุ 99 ปี ผู้มั่งคั่ง ผู้ซึ่งเมื่อหลายปีก่อนมี คนใช้เป็นชายหนุ่มถึง 318 คน ปฐก. 14:14) รีบ​เข้า​ไป​ใน​เต็นท์​หา​นาง​ซา​ราห์(ภรรยา อายุ 89 ปี) กล่าว​ว่า
“เร็วๆ หน่อย เอา​แป้ง​อย่าง​ดี​สาม​ถัง​นวด​แล้ว​ทำ​ขนม”
แล้ว​อับ​รา​ฮัม​วิ่ง​ไป​ที่​ฝูง​สัตว์ เอา​ลูก​โค​ตัว​หนึ่ง ยัง​อ่อน​และ​ดี
มอบ​ให้​คน​ใช้​รีบ​ทำ​เป็น​อาหาร
เขาเอา​เนย น้ำ​นม​และ​ลูก​โค​ที่​เขา​ทำไว้​แล้ว​นั้น​
มา​วาง​ต่อ​หน้า​พวก​เขา
และ​ท่าน​ยืน​อยู่​ข้าง​พวก​เขา​ที่​ใต้​ต้น​ไม้ เมื่อ​พวก​เขา​รับ​ประ​ทาน

​หนึ่ง​ใน​สาม​คนนั้นกล่าว​ว่า “ใน​ฤดู​นี้​ปี​หน้า​ ซาราห์​จะ​มี​บุตร​ชาย​คน​หนึ่ง”

แต่นาง​ซาราห์​ไม่เชื่อและ​หัว​เราะ​ใน​ใจ
พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​กับ​อับ​รา​ฮัม​ว่า
“มี​สิ่ง​ใด​อัศ​จรรย์​เกิน​ที่​พระ​ยาห์​เวห์​จะ​ทรง​ทำ​ได้?”

แล้ว​บุรุษ​เหล่า​นั้น​ก็​ลุก​ออก​จาก​ที่​นั่น มอง​ไป​ทาง​เมือง​โสโดม
พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​ว่า เพราะพระเจ้าทรง​เลือก​อับราฮัม เพื่อ​เขา​จะ​ได้​กำชับ​ลูก​หลาน และ​เชื้อสายของเขา ให้​เดินในทางของพระเจ้า ให้​ทำ​ความ​ชอบ​ธรรม​และ​ความ​ยุติ​ธรรม เพื่อ​พระเจ้าจะอวยพระพรพวกเขา”

พระเจ้าบอกกับอับราฮัม ​ว่า
“เสียง​ร้อง​กล่าว​โทษ​เมือง​โสโดม​และ​เมือง​โกโม​ราห์​นั้น​ดัง​เหลือ​เกิน และ​บาป​ของ​เขา​ก็​หนัก​มาก”
บุรุษ​เหล่า​นั้น 2 คน ​เดิน​ไป​ยัง​เมือง​โสโดม
แต่​อับ​รา​ฮัม​ยัง​ยืน​เฝ้าพระเจ้าอยู่
อับ​รา​ฮัม​ขอให้พระเจ้าอย่าทำลายเมืองโสโดม หากมีคนชอบธรรมอย่างน้อย 50 คน
พระเจ้าก็รับปาก
แล้วอับราฮัมก็ต่อรอง ลดลงมา เหลือ 45 , 40 , 30 , 20
จนในที่สุดก็เหลือ ขอแค่มีคนชอบธรรม 10 คน ก็ขออย่าทำลายเมืองโสโดม
พระเจ้าก็รับปาก แล้ว​อับ​รา​ฮัม​ก็​กลับ​ไป​ที่​ของ​เขา

– อับราฮัมคุ้นเคยกับพระเจ้า เมื่อพระองค์เสด็จมา เขารับรู้ได้ทันที
ยิ่งเราคุ้นเคยกับพระเจ้า เราก็ยิ่งไวต่อการสำแดงของพระองค์
– เมื่ออับราฮัมทำแด่พระเจ้า เขาทำอย่างดีที่สุด ภาพชายชราอายุ 99 ปี วิ่งคงหาดูได้ไม่ง่ายนัก เขามีคนใช้มากมายกลับไม่ได้ให้คนใช้นวดแป้ง แต่ขอให้ภรรยาอายุ 89 ปี ของเขาเป็นผู้นวดแป้งให้ คงเพราะอยากทำให้อย่างดีที่สุด และแทนที่จะใช้คนใช้แต่อับราฮัมวิ่งไปที่ฝูงสัตว์เอาลูกวัวอ่อนและดี มาด้วยตนเอง เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นลูกวัวที่ดีที่สุด หนำซ้ำเมื่อ 3 คนนั้นกำลังรับประทานอาหาร อับราฮัมผู้ชราก็ยืนอยู่ข้างๆพวกเขาเพื่อให้แน่ใจว่า พวกเขาไม่ขาดสิ่งใดๆเลย
เมื่อเราจะทำอะไรแด่พระเจ้า จงทำอย่างสุดกำลัง
– พระเจ้าสั่งให้เรา​เดินในทางของพระเจ้า ให้​ทำ​ความ​ชอบ​ธรรม​และ​ความ​ยุติ​ธรรม เพื่อ​พระเจ้าจะอวยพระพรแก่เรา
– เมื่ออับราฮัมกล้าขอต่อพระเจ้า พระองค์ก็ยินดีให้ ตราบเท่าที่สิ่งที่ทูลขอนั้นไม่ได้ขัดกับน้ำพระทัยหรือแผนการอันดีเลิศของพระเจ้า

คำคม

“มี​สิ่ง​ใด​อัศ​จรรย์​เกิน​ที่​พระ​ยาห์​เวห์​จะ​ทรง​ทำ​ได้ ?”

สรุป ปฐมกาล 19

ภาพรวม

  • ทูตสวรรค์ 2 องค์ พาโลทออกจากเมืองโสโดม แล้วให้ไฟกำมะถันตกลงมา ทำลายเมืองโสโดม เมืองโกโมราห์ และเมืองอื่นๆโดยรอบเสียสิ้น

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 19 เมื่อ​ทูต​สวรรค์​สอง​องค์ เข้าใน​เมือง​โสโดม ​ใน​เวลา​เย็น
โลท​กำลัง​นั่ง​อยู่​ที่​ประตู​เมือง​โสโดม เมื่อเขาเห็นท่านทั้ง​สอง
เขา​ก็​ลุก​ขึ้น​ไป​ต้อน​รับ​และ​โน้ม​ตัว​ลง​หน้า​ซบ​ดินคำนับ
จากนั้น ก็รบเร้าเชิญทั้งสองให้ไปพักที่บ้านของเขา
เมื่อเข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​เขาแล้ว โลท​ก็​จัด​งาน​เลี้ยง​ท่าน​ทั้ง​สอง

ค่ำคืนนั้นพวก​ผู้​ชาย​เมือง​นั้น ​ทั้ง​หนุ่ม​และ​แก่​ทั้ง​หมด​จาก​ทุก​มุม​เมือง​พา​กัน​มา​ล้อม​บ้าน​นั้น​ไว้
แล้ว สั่งให้โลท​ส่ง​บุรุษทั้งสอง​ออก​มา​ให้​พวกเขา เพื่อจะ​ได้​มี​เพศ​สัม​พันธ์​กับ​พวก​เขา

โลทจึงขอร้องชาวเมือง อย่าให้ทำเช่นนั้น
เอาลูก​สาว 2 ​คน ของโลทไปข่มขืนแทนก็ได้ แต่อย่าทำร้ายบุรุษทั้งสองนั้น

แต่ชาวเมืองไม่ยอม พวก​นั้น​ผลัก​โลท​อย่าง​แรง และพยายามที่จะ​พัง​ประตู
ทูตสวรรค์​ทั้ง​สอง​จึงดึงโลทเข้ามาในบ้านและทำ​ให้​พวก​ผู้​ชาย​ที่​อยู่​หน้า​ประตู​บ้าน​นั้น​ตา​บอดไปทุกคน

แล้ว​ท่าน​ทั้ง​สอง​จึงบอกโลท ให้​นำ​ญาติหรือคนของเขาทุกคน ออก​ไป​จาก​เมืองโสโดม
เพราะทูตสวรรค์ทั้งสอง​กำลัง​จะ​ทำลาย​เมืองนี้

โลท​จึง​ออก​ไป​พูด​กับ​ว่าที่ลูก​เขย​ทั้ง​สอง พวกเขากลับ​หา​ว่า​โลท​ล้อ​เล่น

พอ​รุ่ง​เช้า ทูต​สวรรค์​ทั้ง​สอง​จึง​เร่ง​โลทให้รีบออกจากเมืองโสโดม แต่​โลท​ยัง​รี​รอ
ดัง​นั้น​ท่าน​ทั้ง​สอง​จึง​คว้า​มือ​เขา​และ​ภรรยา และ​บุตร​หญิง​ทั้ง​สอง ​นำ​พวกเขา​ออก​มา​อยู่​ที่​นอก​เมือง
แล้วพูด​ว่า
“หนี​เอา​ชีวิต​รอด​เถิด อย่า​เหลียว​หลัง​และ​อย่า​หยุด​ที่​ไหน​ใน​ที่​ลุ่ม​ทั้ง​หมด หนี​ไป​ที่​เนิน​เขา มิ​ฉะนั้น​ท่าน​จะ​ถูก​ทำลาย”

โลท​พูด​ว่า
“อย่า​เลย​เจ้า​นาย​ของ​ข้าพ​เจ้า
ข้าพ​เจ้า​ไม่​สามารถ​หนี​ไป​ที่​เนิน​เขา เกรง​ว่า​ภัย​พิบัติ​นั้น​จะ​ตาม​ทัน
และ​ข้าพ​เจ้า​จะ​ตาย​เสีย
ขอ​ให้​ข้าพ​เจ้า​หนีไป​เมือง​เล็กๆ ใกล้ๆ แล้ว​ชีวิต​ของ​ข้าพ​เจ้า​จะ​รอด”

ทูต​สวรรค์​พูด​กับ​เขา​ว่า
“นี่​แน่ะ เรา​อนุ​ญาต​เรื่อง​นี้​ด้วย คือ​เรา​จะ​ไม่​ทำลาย​เมือง​ที่​ท่าน​พูด​ถึง​นั้น​เสีย
เร็ว​เข้า หนี​ไป​ที่​นั่น เพราะ​เรา​จะ​ทำ​อะไร​ไม่​ได้​จน​กว่า​ท่าน​จะ​ไป​ถึง​ที่​นั่น”

เมือง​นั้น​ชื่อว่า​ เมืองโศอาร์ ​โลท​มา​ถึง​เมืองนี้ดวง​อาทิตย์​ก็​ขึ้น​แล้ว

แล้ว​พระเจ้าทรง​ให้​กำมะ​ถัน​และ​ไฟ ตก​จาก​ฟ้า​ลง​มา​บน​เมือง​โสโดม​และ​เมือง​โก​โม​ราห์และ เมืองต่างๆใน​ลุ่ม​ทั้ง​หมด แผ่น​ดิน​ลุก​เป็น​ควัน​พลุ่ง​ขึ้น​เหมือน​ควัน​เตา​เผา ชาว​เมือง​ทั้ง​สิ้น​ก็ตายหมด

แต่​ภรรยา​ของ​โลท มอง​กลับ​ไป นาง​จึง​กลาย​เป็น​เสา​เกลือ

เวลา​เช้า​มืด​ อับ​รา​ฮัม​ออก​ไป​ยังที่ที่เขาคุยกัยพระเจ้า
มอง​ลง​ไป​ทาง​เมือง​ต่างๆ ใน​ที่​ลุ่ม ก็เห็นเมืองเหล่านั้นถูกทำลายสิ้น

โลท​ก็​ออก​จาก​เมือง​โศอาร์ และ​ไป​อาศัย​อยู่ในถ้ำ​บน​เนิน​เขา​กับ​บุตร​หญิง​สอง​คน
เพราะ​เขา​กลัว​ที่​จะ​อยู่​ใน​เมือง​โศอาร์

ลูกสาวคนโตปรึกษากับน้องสาว ว่า พ่อแก่แล้วคงหาภรรยาใหม่ไม่ทันแล้ว และ พวกเราสองคนก็ไม่มีโอกาสแต่งงาน ดังนั้น ให้พวกเรามอมเหล้าพ่อ แล้วเขาไปหลับนอนกับพ่อกันดีกว่า เพื่อจะได้มีลูกหลานสืบตระกูลต่อไป

พวกเธอจึงได้ทำตามแผนดังกล่าว
จนในที่สุด พวกเธอทั้ง​สองก็​ตั้ง​ครรภ์​กับ​บิดา​ของ​พวกเธอ​เอง

ลูกสาวคนโต คลอด​บุตร​ชาย​คน​หนึ่ง และ​ตั้ง​ชื่อ​ว่า​โมอับ ซึ่งเป็น​บรรพ​บุรุษ​ของ​คน​โมอับ
ลูกสาวคนที่สอง ​คลอด​บุตร​ชาย​คน​หนึ่ง​ด้วย และ​ตั้ง​ชื่อ​ว่า เบน-อัมมี ซึ่ง​เป็น​บรรพ​บุรุษ​ของ​คน​อัม​โมน

– โลทต้อนรับทูตสวรรค์อย่างดีที่สุด เพราะเขาสังเกตได้ว่า นี่เป็นผู้ที่พระเจ้าส่งมา
แต่ชาวเมืองโสโดม ไม่รับรู้เลยว่า ทั้งสองท่านนั้น คือ ผู้ที่พระเจ้าส่งมา พวกเขาเห็นแต่รูปลักษณ์ภายนอกว่า ดูสง่างาม น่าฟัด
จุดจบของโลท และ ชาวเมือง จึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
หากเรา สังเกตให้ดี เราจะเห็นสัญญาณจากพระเจ้า เพราะพระเจ้าประสงค์ให้เราเห็นอยู่แล้ว
เมื่อเราเห็น และตอบสนองอย่างถูกต้อง เราจะปลอดภัย
เหมือน ช่วง โควิด 19 กำลังระบาดนี้ หากเราสังเกตให้ดี เราจะรับรู้ว่า พระเจ้าประสงค์จะให้เราทำอะไร
– โลทนั่งที่ประตูเมือง ซึ่งมักเป็นตลาดและผู้อาวุโสในเมืองมักได้สิทธินั่งที่ประตูเมือง โลทน่าจะได้รับการยอมรับจากชาวเมืองระดับหนึ่ง
แต่พอราคะตัณหาเข้าครอบงำ ชาวเมืองก็ไม่สนใจการห้ามปรามของโลท
– เมื่อโลทไปบอกว่าที่ลูกเขย พวกเขาไม่เชื่อ จึงไม่ได้ออกขากเมือง
เป็นเหมือนเรื่องข่าวประเสริฐที่ถูกประกาศออกไป เพื่อให้คนทั้งหลายหนีออกจากไฟแห่งการพิพากษาของพระเจ้า ที่กำลังจะมาถึง
แต่เฉพาะคนที่เชื่อและทำตามเท่านั้น ที่สามารถรอดพ้นการพิพากษานี้ได้
– ทูตสวรรค์สั่งให้โลท หนีไปที่ภูเขา แต่ด้วยสติปัญญาอันชาญฉลาดของโลท เขาคิดว่า เขาไม่​สามารถ​หนี​ไป​ที่​เนิน​เขา เขาควร​หนีไป​เมืองโศอาร์ ทูตสวรรค์ก็ใจดียินยอม แต่สุดท้ายโลทก็ไปที่เนินเขาอยู่ดี(ข้อ 30)
โลท คิดไปเองว่า วิธีของพระเจ้าไม่ปลอดภัย เขาต้องตายแน่ ถ้าใช้วิธีที่พระเจ้าบอก จึงคิดวิธีของตนเองขึ้นมา
ความจริงแล้ว ยังไงเขาก็จะปลอดภัย เพราะทูตสวรรค์ยังจะไม่ลงมือจนกว่าเขาจะถึงที่หมาย(ข้อ22) ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ภรรยาของโลทอาจไม่ต้องตายก็ได้ เพราะหนีไปไกลมากแล้ว ก่อนที่ไฟกำมะถันจะตกลงมา
วิธีของพระเจ้า หลายครั้งดูเหมือนช่างเสี่ยงอันตราย แต่จะปลอดภัย
วิธีของเรา ดูเหมือนจะปลอดภัยกว่ามาก แต่มักจะสร้างปัญหาตามมามากมาย
– ภรรยาของโลท แม้ตัวหนีออกมาจากหายนะแล้ว แต่จิตใจยังปักใจกับสิ่งนั้นอยู่
แล้วโดยใจที่ปักใจอยู่กับสิ่งที่กำลังจะพินาศนั้น จึงนำเธอไปสู่ความพินาศ
เหมือนใน รม. 8:6 ที่กล่าวว่า “ด้วย​ว่า​ซึ่ง​ปัก​ใจ​อยู่​กับ​เนื้อ​หนัง ​ก็​คือ​ความ​ตาย และ​ซึ่ง​ปัก​ใจ​อยู่​กับ​พระ​วิญญาณ ​ก็​คือ​ชีวิต​และ​สันติ​สุข​”
– เพราะโลท ละทิ้งความเชื่อว่า พระเจ้าจะปกป้องเขาจากไฟกำมะถัน เขากลัวจึงหนีไปอยู่ในถ้ำ จนเกิดเรื่องน่าอับอายขึ้น
เพราะลูกสาวของโลท ละทิ้งความเชื่อว่า พระเจ้าจะอวยพรให้พวกเธอได้พบสามีที่ดี พวกเธอจึงจีดสินใจทำสิ่งที่น่าอับอาย
วันนี้ อย่าให้เราละทิ้งความเชื่อ ความไว้วางใจในพระเจ้า มิฉะนั้นเราจะพบกับความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่นำความน่าอับอายมาสู่ชีวิตได้

คำคม

“ ท่ามกลางมหันตภัย พระเจ้าจะทรงปกป้องผู้ที่เชื่อฟังพระองค์ให้ปลอดภัย ”

สรุป ปฐมกาล 20

ภาพรวม

  • อับราม ย้ายมาอยู่ที่เกราร์ กษัตริย์อาบีเมเลค คิดว่าซาราห์เป็นน้องสาวอับราฮัม จึงรับตัวเข้าวัง พระเจ้าจึงทำให้เกิดโรคร้ายขึ้นกับเขาและคนในวัง เขาจึงรีบเอาซาราห์มาคืน อย่างไม่ได้ล่วงเกินสิ่งใด

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 20 หลังจากเมืองโสโดม เมืองโกโมราห์ ถูกทำลายลงแล้ว
อับ​รา​ฮัม​เดิน​ทาง​จาก​หมู่ต้นโอ้กของมัมเร(ปฐก.18:1) ​ไป​ยัง​ดิน​แดน​เนเกบ ​ไป​อาศัย​อยู่​ใน​เก-ราร์

อับ​รา​ฮัม​บอกคนอื่นๆว่า ซาราห์ เป็น​น้อง​สาว​ของเขา
อา​บี​เม​เลค​พระ​ราชา​แห่ง​เก-ราร์​ก็​ใช้​คน​มา​นำ​ซาราห์​ไป เพื่อจะนำไปเป็นภรรยา
(ขณะนั้นซาราห์อายุ 89 ปี เสน่ห์ยังมากขนาดนี้เลย 555)

พระ​เจ้า​เสด็จ​มา​หา​อา​บี​เม​เลค​ทาง​ความฝัน ตรัสว่า
“เจ้า​จะ​ต้อง​ตาย เพราะ​หญิง​ซึ่ง​เจ้า​นำ​มา​นั้น​มี​สามี​แล้ว”

​อา​บี​เม​เลค​ยัง​ไม่​ได้​เข้า​ใกล้​นาง เขา​จึง​ทูล​ว่า
“พระ​องค์​จะ​ทรง​ประ​หาร​ชนชาติ​ที่​ไม่​มี​ความ​ผิด​หรือ?
เขาไม่รู้มาก่อนว่า ซาราห์เป็นภรรยาของอับราฮัม”

แล้ว​พระ​เจ้า​ตรัส​กับเขาว่า
“เรา​เอง​รู้​แล้ว​ว่า​เจ้า​ทำ​ดัง​นี้​ด้วย​ใจ​ซื่อ
ยิ่ง​กว่า​นั้น​อีก เรา​เอง​เป็น​ผู้​ที่​ป้อง​กัน​เจ้า​ไม่​ให้​ทำ​บาป​ต่อ​เรา
จง​คืน​ภรรยา​ของ​ชาย​นั้น​ไป​เสีย มิฉะนั้นเจ้า​ และ​ทุก​คน​ที่​เป็น​ของ​เจ้า จะ​ต้อง​ตาย​แน่”

อา​บี​เม​เลค​ตื่น​แต่​เช้า​มืด ทรง​เรียก​บรรดา​ข้า​ราช​การ​ทั้ง​หมด​มา
และ​ทรง​รับ​สั่ง​เรื่อง​เหล่า​นี้​ทั้ง​หมด​ให้​พวก​เขา​ฟัง
คน​เหล่า​นั้น​ก็​กลัว​ยิ่ง​นัก

อาบี​เมเลค​​ตรัสอับราฮัม​ว่า
“เจ้า​ทำ​อะไร​แก่​เรา​นี่ ? เจ้า​จึง​นำ​บาป​ใหญ่​โต​มา​ยัง​เรา​และ​ราช​อา​ณา​จักร​ของ​เรา เจ้า​ทำ​สิ่ง​ซึ่ง​ไม่​น่า​ทำ​แก่​เรา​เลย”

อับ​รา​ฮัม​ตอบว่า
เขา​คิด​ว่า ใน​ที่​นี้​ไม่​มี​ความ​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า​เลย ดังนั้นเขาอาจ​จะถูก​ฆ่าเพื่อชิง​ภรรยา​ ก็เป็นได้
และอีกอย่างซาราห์​ก็​เป็น​น้อง​สาว​ต่างมารดาของเขาจริงๆ

อา​บี​เม​เลค​จึง​ทรง​นำ​แกะ โค​และ​ทาส​ชาย​หญิง​ประ​ทาน​ให้​แก่​อับ​รา​ฮัม
แล้ว​ทรง​คืน​ซาราห์​ให้แก่อับราฮัม
และให้​เงิน​ 1,000 แผ่น​แก่​อับราฮัม เป็น​ค่า​ชด​ใช้​เรื่องซาราห์”

อับ​รา​ฮัม​ก็​อธิษ​ฐาน​ต่อ​พระ​เจ้า
พระ​เจ้า​ทรง​รักษา​อา​บี​เม​เลค จากโรคร้ายของเขา
และทรงรักษา​มเหสี​ของ​อาบีเมเลค​และ​ทาส​หญิง​ให้​หาย สามารถ​คลอด​ลูกได้ตามปกติ
เนื่องจากโรคที่พวกนางเป็น อาจเป็นเนื้องอกขนาดใหญ่ขวางช่องคลอด หรือโรคบางอย่างที่ทำให้หญิงที่ตั้งครรภ์ไม่สามารถคลอดบุตรได้

– อับราฮัม เมื่อมาถึงดินแดนเก-ราร์ เผชิญกับอันตราย เขาจึงให้สติปัญญาอันชาญฉลาดของเขาแก้ปัญหา แต่ดูเหมือนว่า เมื่อเขาแก้ปัญหาหนึ่งกลับสร้างอีกปัญหาหนึ่งที่ใหญ่กว่าขึ้นมาแทน
เมื่อเราพยายามพึ่งพาสติปัญญาของตนเท่านั้นในการแก้ปัญหา ปัญหามักไม่ได้ถูกแก้จริงๆ แต่กำลังก่อปัญหาใหม่ขึ้นมาเสียมากกว่า
– สำหรับอับราฮัม ผู้ที่พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะอวยพร แม้เขาจะสร้างปัญหาขึ้นมาเอง
พระเจ้าของเขาก็ตามแก้ไขให้ แล้วเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นพระพร
เราผู้เป็นเชื้อสายของอับราฮัม โดยทางความเชื่อวางใจในพระเยซู
แม้บัดนี้โดยความอ่อนแอของเรา ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมา แต่โดยการพึ่งพาพระเจ้า พระองค์ก็จะนำพาเราไปพบกับพระพรท่ามกลางสถานการณ์นี้อยู่ดี
– พระเจ้าทรงทราบว่า เอบีเมเลค ทำผิดอย่างไม่ได้ตั้งใจ พระองค์จึงทรงป้องกันเขาไว้ไม่ให้ทำผิดต่อซาราห์ อาจเพราะโรคที่เกิดขึ้นกับเขา(ข้อ 17) จึงทำให้ยังไม่ได้เข้าใกล้ซาราห์
อย่างไรก็ดี แม้ทำผิดเพราะไม่ตั้งใจ แต่พอทำผิดแล้วเลยตามเลย ไม่ยอมกลับใจ พระเจ้าก็จะไม่เพิกเฉย (ข้อ7)
คนเราผิดพลาดกันได้ แต่เมื่อรู้ตัวว่าผิดพลาดแล้ว ต้องรีบกลับตัวกลับใจ

คำคม

“ พระเจ้าทรงฤทธิ์ สามารถเปลี่ยนเหตุการณ์ร้าย ให้กลายเป็นพระพรยิ่งใหญ่ได้ ”

สรุป ปฐมกาล 21

ภาพรวม

  • เมื่ออับราฮัมมี อิสอัค เมื่อเขาอายุมากแล้ว และซาราห์ให้ไล่ฮาการ์และอิชมาเอลออกจากบ้าน แต่พระเจ้าทรงเมตตาสองแม่ลูกนั้น และอายีเมเลคเห็นพระเจ้าอวยพระพรอับราฮัมมากมายจึงมาขอทำสันถวไมตรีด้วย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 21 เมื่ออับราฮัมอายุ 100 ปี พระ​เจ้า​ทรงให้ซาราห์​ตั้งครรภ์ และ​คลอด​บุตร​ชาย​คน​หนึ่ง​แก่อับราฮัม
อับราฮัม​ตั้ง​ชื่อ​เขา​ว่า อิสอัค​ และทำ​พิธี​เข้า​สุหนัต​ให้แก่​อิสอัค​ เมื่อ​มี​อายุ​ 8 ​วัน ตามที่​พระ​เจ้า​ทรง​บัญชา​ไว้

เมื่ออิสอัค​เติบโต​ขึ้น​และ​หย่า​นม​ และ​อับราฮัม​จึงจัดการ​เลี้ยง​ใหญ่​
ซาราห์​เห็น​ อิชมาเอลบุตร​ของ​ฮาการ์(ปฐก. 16:15) กำลังหัวเราะเยาะ ​เล่นหยอกล้อ ​อยู่​กับ​อิสอัค

นางจึง​ขอให้​อับราฮัม ไล่ฮาการ์และอิชมาเอลไป​เสีย​ เพราะ​ไม่ต้องการให้อิชมาเอล ​เป็น​ผู้รับ​มรดก​ร่วมกับ​อิสอัค​
ขณะที่อับราฮัม​กำลังกลุ้มใจ ในเรื่องนี้อยู่
​พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​อับราฮัม​ให้
อย่า​กลุ้มใจ​เพราะ​เรื่องอิชมาเอลและฮาการ์เลย
​จง​ยอม​ตาม​ที่​ซาราห์​ขอ​เถิด
เพราะ​ชื่อ​ของ​อับราฮัมจะ​สืบ​ต่อไป​ทาง​เชื้อ​สาย​อิสอัค
ส่วน​อิชมาเอลนั้น พระเจ้าจะทรง​กระทำ​ให้​เป็น​ชน​ชาติ​หนึ่ง​ด้วย เพราะเห็นแก่อับราฮัม

อับราฮัม​จึง​ลุก​ขึ้น​แต่​เช้า​มืด มอบ​ขนม​ปัง​และ​น้ำ​หนึ่ง​ถุง​หนัง​แก่​ฮาการ์
แล้วให้นางและอิชมาเอล​ออก​จาก​บ้าน​ไป

นาง​ก็​จาก​ไป​และ​เมื่อ​น้ำ​ใน​ถุง​หนัง​นั้น​หมด​แล้ว​
นาง​ก็​ละ​อิชมาเอล(อายุ ราว 17 ปี)​ไว้​ใต้​พุ่ม​ไม้​
แล้ว​นาง​ก็​ไป​นั่ง​ร้องไห้เสียงดังอยู่​ห่าง​ออกไป ประมาณ​เท่ากับ​ระยะ​ลูก​ธนู​ตก เพราะ​นาง​ไม่อยากเห็น​ความ​ตาย​ของ​ลูก​ของนาง

พระ​เจ้า​ทรง​ให้ทูต​สวรรค์ มาพูดกับ​นาง​ว่า
อย่า​กลัว​เลย​ ลุก​ขึ้น​พยุงอิชมาเอล เอา​มือ​จับ​เขา​ไว้​ให้​แน่น
เพราะ​พระเจ้า​จะ​ทรงทำ​ให้​เขา​เป็น​ชาติ​ใหญ่​ชาติ​หนึ่ง

แล้วนาง​ก็​เห็น​บ่อ​น้ำ​แห่ง​หนึ่ง
จึง​ไป​เติม​น้ำ​เต็ม​ถุง​หนัง และ​ให้​อิชมาเอล​ดื่ม​

พระ​เจ้า​ทรง​สถิต​กับ​อิชมาเอล
เขาอาศัย​อยู่​ใน​ถิ่น​ทุรกันดารแห่งปาราน และ​เป็น​นัก​ธนู​ที่นั่น

ต่อมา อาบีเมเลคเห็นว่าพระเจ้าทรงสถิตกับอับราฮัมในทุกสิ่งที่อับราฮัมทำ จึงมาขอทำสัญญากับอับราฮัมว่า “ชั่วลูกชั่วหลาน เชื้อสายของพวกเขา จะเป็นมิตรที่ดีต่อกัน”
อับราฮัมก็ยอม​ทำสัญญานี้

​อับราฮัมจึงได้โอกาส ​ร้อง​ทุกข์​ต่อ​อาบีเมเลค เรื่อง​บ่อ​น้ำ​ที่​ข้าราชการ​ของ​อาบีเมเลคยึด​เอา​ไป​
อับราฮัมจึงทำสัญญากับอาบีเมเลค เพื่อเป็นหลักฐานว่า บ่อน้ำนั้นเป็นของอับราฮัม
จึงเรียก​ที่​นั้น​ว่า “เบเออร์​เชบา” (บ่อ​น้ำ​แห่ง​คำ​สาบาน)
ณ ที่นั่น อับราฮัม​นมัสการ​ออก​พระ​นาม​​พระ​เจ้า​นิรันดร์ (เอล โอลัม Everlasting God) ​

– เมื่อพระเจ้าทรงสัญญา ในที่สุดมันจะเกิดขึ้นเป็นจริง แม้ในสายตาของมนุษย์มันจะเป็นไปไม่ได้แล้วก็ตาม (อับราฮัม 100 ปี มีบุตรจากภรรยา อายุ 90 ปี)
– แม้อิชมาเอล เกิดจากการตัดสินใจผิดพลาดของซาราห์ ที่ยกทาสหญิงให้เป็นภรรยาอับราฮัม
แต่ถึงกระนั้น พระเจ้ายังคงเห็นแก่อับราฮัม ให้สิ่งที่เกิดจากความอ่อนแอ ความผิดพลาดของมนุษย์กลายเป็นพรได้ มีผู้ตนมากมายในโลกปัจจุบันนี้เป็นเชื้อสายของอิชมาเอล
– อาบีเมเลค เห็นพระเจ้าสถิตกับอับราฮัม จนเกิดความยำเกรง และอยากผูกมิตรด้วย
เมื่อพระเจ้าทรงสถิตกับเราจริงๆ ย่อมส่งผลให้คนรอบข้างเห็นได้เสมอ
เป็นไม่ได้ที่คนที่มีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย แต่คนรอบข้างไม่รู้เลยว่า “คนนี้มีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย”
หรือ คนรอบข้างกล่าวว่า “ทำไมดูไม่เหมือนเลย ว่าพระเจ้าสถิตอยู่ด้วยกับคนนี้?”

คำคม

“ พระเจ้า ทรงเป็นพระเจ้านิรันดร์ ทรงดำรงอยู่นิรันดร์ ทรงรักษาสัญญาชั่วนิรันดร์

สรุป ปฐมกาล 22

ภาพรวม

  • พระเจ้าสั่งให้อับราฮัมถวายอิสอัคเป็นเครื่องบูชา ที่ภูเขาโมริยาห์ อับราฮัมก็เชื่อฟังทำตาม พระเจ้าให้ทูตสวรรค์มายับยั้งอับราฮัมไว้ก่อนที่จะลงมือฆ่าอิสอัค และทรงอวยพระพรแก่อับราฮัมผู้เชื่อฟัง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 22 ​พระ​เจ้า​ทรง​ตรัส​กับอับราฮัม ​ว่า
ให้​พา​อิสอัค ไป​ยัง​ดิน​แดน​โมริยาห์ และ​ถวายอิสอัคเป็น​เครื่อง​บูชา บน​ภูเขา​ลูก​หนึ่ง​

อับ​รา​ฮัม​​ลุก​ขึ้น​แต่​เช้า​มืด ​คน​ใช้​ 2 ​คน​กับ​อิสอัค พร้อมกับเตรียม​ฟืน​สำหรับ​เครื่อง​บูชา แล้ว​ออกเดิน​ทาง​ไป​
พอ​ถึง​วัน​ที่​ 3 ก็มาถึง​ที่​นั้น​
อับ​รา​ฮัมบอก​คน​ใช้​ทั้ง​สอง​ ให้รออยู่​กับ​ลา​ ส่วนเขากับอิสอัค​จะ​​ไป​​นมัส​การ​พระ​เจ้า แล้ว​จะ​กลับ​มา​

ขณะที่สองพ่อลูกกำลังเดินไป อิสอัค​จึงถามว่า ​ไฟ​และ​ฟืนก็พร้อมแล้ว แต่​ไม่มีลูก​แกะ​สำหรับ​เครื่อง​บูชา​
อับ​รา​ฮัม​ตอบ​ว่า พระ​เจ้า​จะ​ทรง​จัดเตรียมให้​เอง​

เมื่อ​เขา​ทั้ง​สอง​มา​ถึงจุดหมาย อับ​รา​ฮัม​ก็​สร้าง​แท่น​บูชา​ที่​นั่น
เรียง​ฟืน​เป็น​ระเบียบ แล้ว​มัด​อิสอัควาง​ไว้​บน​แท่น​บูชา​
แล้ว​อับรา​ฮัม​ก็​ยื่น​มือ​จับ​มีด​จะ​ฆ่าอิสอัค

แต่​ทูต​ของพระเจ้า มาห้ามเขาไว้ กล่าวว่า
“อย่า​แตะ​ต้อง​เด็ก​นั้น อย่าทำ​อะไร​เขา​เลย
เพราะ​บัด​นี้​เรา​รู้​แล้ว​ว่า​เจ้า​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า
และ​เจ้า​ไม่​ได้​หวง​บุตร​ชาย​คือ​บุตร​ชาย​คน​เดียว​ของ​เจ้า​ไว้​จาก​เรา”

อับ​รา​ฮัม​เงย​หน้า​ขึ้น​มอง​ดู เห็น​มี​แกะ​ผู้​ตัว​หนึ่ง เขา​ของ​มัน​ติด​อยู่​ใน​พุ่ม​ไม้​ทึบ
อับ​รา​ฮัมจึง​จับ​แกะ​ตัว​นั้น​ มา​ถวาย​เป็น​เครื่อง​บูชา​แทน​อิสอัค
อับ​รา​ฮัม​จึง​เรียก​สถาน​ที่​นั้น​ว่า ยาห์​เวห์​ยิ​เรห์ (พระเจ้าผู้ทรงจัดเตรียม)

พระเจ้าทรงใช้ทูตสวรรค์ บอกกับอับราฮัม ว่า
เรา​จะ​อวย​พร​เจ้า​แน่
– เรา​จะ​ทวี​เชื้อ​สาย​ของ​เจ้า​ให้​มาก​ ดัง​ดวง​ดาว​ใน​ท้อง​ฟ้า และ​ดัง​เม็ด​ทราย​บน​ฝั่ง​ทะเล
– เราจะให้เชื้อ​สาย​ของ​เจ้ามีชัยชนะเหนือศัตรู​ทั้ง​หลาย​
– เราจะให้ประ​ชา​ชาติ​ทั้ง​หมด​ใน​โลก​จะ​ได้​พร​เพราะ​เชื้อ​สาย​ของ​เจ้า

แล้วอับราฮัม อิสอัค และคนใช้จึง​กลับ​ไป​ยัง​เบ​เออร์​เช​บา

ต่อมา ​อับ​รา​ฮัม ได้ข่าว​ว่า นา​โฮร์​น้อง​ชาย​ของเขามีบุตรหลายคน หนึ่งในบุตรเหล่านั้น คือ เบ​ธู​เอล ผู้​เป็น​บิดา​ของ​เร​เบ​คาห์ (ซึ่งต่อมาจะเป็นภรรยาของอิสอัค)

– พระเจ้าทดลองความเชื่อของอับราฮัม
ไม่ใช่เพราะว่าพระองค์ไม่ทราบว่า อับราฮัมมีความเชื่อมากแค่ไหน
แต่เพราะพระเจ้าประสงค์ให้ความเชื่อที่มีของอับราฮัมนั้น
สำแดงออกมาให้ปรากฏ
และเพราะความเชื่อนั้นเองอับราฮัมจึงถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า
ด้วยการพิสูจน์ให้โลกนี้ห็นว่า พระเจ้าที่เขาเชื่อใจนั้น ไว้ใจได้

วันนี้พระเจ้าทรงทราบว่าเรามีความเชื่อเท่าใด
และพระเจ้าประสงค์ความเชื่อเท่าที่เรามีอยู่นี้ ถวายเกียรติแด่พระเจ้า
จึงทรงอนุญาตให้สถานการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกับเรา
เพื่อเราจะมีโอกาสใช้ความเชื่อที่มีอยู่นั้นออกมาถวายเกียรติแด่พระเจ้า

ดังนั้นในเหตุการณ์ที่เราเผชิญอยู่นี้ ไม่น่ากลัวเลย
เพราะมันจะไม่เกินขนาดความเชื่อของเรา ที่จะผ่านมันไปได้

– อับราฮัม พาคนใช้ 2 คนและลา ไปด้วย
เพราะจำเป็นที่ต้องใช้ในการขนฟืนและเสบียง เดินทางนานถึง 3 วัน
แต่เมื่อมาใกล้ ที่จะถวายอิสอัค อับราฮัมละคนใช้ทั้งสองและลาเอาไว้
เพราะว่าบัดนี้ สิ่งที่เคยเป็นประโยชน์สนับสนุนอับราฮัมในการทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า
อาจกลายเป็นอุปสรรค ในการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าได้

ถ้าตอนจะฆ่าอิสอัค คนใช้ทั้งสองมาห้ามไว้ หรือมาขอร้อง หรือมาเตือนสติ อับราฮัมอาจโลเล ได้
หรือ ถ้ามีลาอยู่ด้วย ใจมนุษย์ธรรมดาอย่างอับราฮัม อาจจะหวั่นไหว
“เอ…เราใช้ลาถวายแทนอิสอัคดีไหม?” ซึ่งเป็นการทำสิ่งที่ผิดเรื่องการถวายเครื่องบูชา
แต่ก็น่าสนใจเมื่อฟังเสียงอ้อนวอนของอิสอัค

บทเรียนสำคัญเรื่องการเชื่อฟังพระเจ้า ที่เราเรียนรู้จากอับราฮัม คือ
อย่าเปิดช่องใดๆเลย ที่จะทำให้เกิดการอะลุ่มอล่วยหรือประณีประนอม เพื่อจะไม่เชื่อฟัง
(เรื่องนี้ เอวา พลาดมาแล้ว ตอนยอมคุยกับงู ที่พูดดูถูกพระเจ้า)

– อับราฮัมเชื่อว่าพระเจ้าทรงจัดเตรียม เขาจึงพบการจัดเตรียมของพระเจ้า
อับราฮัม ถวายทั้งหมดแด่พระเจ้า พระเจ้าทรงประทานให้ทั้งหมดที่เขาถวายนั้นให้แก่เขาแล้วขยายขึ้นอีกนับล้านเท่า

วันนี้ เรายอมเชื่อย่างสุดใจหรือไม่ว่า พระเจ้าจะทรงจัดเตรียมสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อเรา?
วันนี้ เรายังหวงอะไรไว้ต่อพระเจ้า ไม่ยอมจำนนกับพระองค์?

– ก่อนที่อับราฮัมถวายอิสอัคแด่พระเจ้า พระเจ้าก็ทรงจัดเตรียมการเกิดของว่าที่ภรรยาอิสอัคไว้เรียบร้อยแล้ว
ก่อนที่เราจะถวายสิ่งใดให้กับพระองค์ พระเจ้าได้เตรียมการอวยพรไว้สำหรับเราไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว

คำคม

“ การยื่นมือถวายสิ่งใดแด่พระเจ้า แท้จริงเป็นการยื่นมือออกไปรับพระพรจากพระองค์ ”

สรุป ปฐมกาล 23

ภาพรวม

  • ซาราห์ เสียชีวิตด้วยวัย 127 ปี เพราะการเสียชีวิตของเธอ จึงทำให้อับราฮัมได้ที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ผืนแรกในแผ่นดินคะนาอัน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 23 เมื่อซาราห์​ ​อายุ 127 ปี ก็​เสียชีวิต​ ที่​เมือง​คีริ​ยาท​อาร​บา (คือ​เฮ​โบรน) ใน​ดิน​แดน​คา​นา​อัน
อับ​รา​ฮัม​ไว้​ทุกข์​​และ​ร้อง​ไห้​คิด​ถึง​นาง
เมื่อยังไม่ได้ฝังศพซาราห์ อับ​รา​ฮัมจึงพูด​กับ​คน​ฮิตไทต์ ผู้เป็นชาวแผ่นดินนั้น ​ว่า
ขอ​​ที่​ดิน​สำหรับทำ​สุสาน เพื่อ​ฝัง​ศพซาราห์

คน​ฮิตไทต์​ตอบ​อับ​รา​ฮัม​ว่า
ขอ​เชิญ​ฝังศพของซาราห์ ​ใน​สุสาน​ที่​ดี​ที่​สุด​ของพวกเขา​เถิด ทุกคนยินดี ให้ใช้​สุสาน​ของ​เขา​

อับ​รา​ฮัม​พูดกับพวกเขา ว่า
ขอ​เอโฟรน​บุตร​โศหาร์ ​ขาย​ถ้ำ​มัค​เป-ลาห์ ​ที่​ปลาย​นา​ของ​เขา ​ให้แก่อับราฮัม เพื่อ​ใช้​เป็น​สุสาน

​เอโฟรน​ จึง​ตอบ​อับ​รา​ฮัม​ให้​คน​อื่นๆได้ยินว่า
เขายินดี ยกนา​นั้น​​และ​ถ้ำนั้น​ ให้แก่อับราฮัม ฟรีๆเลย
แต่อับราฮัม​ได้ขอ​เอโฟรน​ ว่า ขอจ่าย​ค่า​ของ​นา​นั้นดีกว่า

เอโฟรน​จึงบอก ราคาที่​ดิน​แปลง​นี้ ​​เป็น​เงิน​หนัก 4.8 กิโล​กรัม
​อับ​ราฮัม​ก็​ชั่ง​เงิน​ให้​เอโฟรน​ตาม​จำนวน​ที่​เขา​บอก​
เอโฟรน​ ก็โอนกรรมสิทธิ์ของ​นา​กับ​ถ้ำ​ ใน​มัค​เป-ลาห์​ซึ่ง​อยู่​หน้า​มัมเร และ​ต้น​ไม้​ทั้ง​สิ้น​ซึ่ง​อยู่​ใน​นา​ตลอด​ทั่ว​บริเวณ​นั้น ให้แก่อับราฮัม​ต่อ​หน้า​คน​ฮิต​ไทต์

อับ​รา​ฮัม​จึงฝัง​ศพ​ซาราห์​ ​ใน​ถ้ำ​ที่​นา​มัค​เป-ลาห์ ใน​ดิน​แดน​คา​นา​อัน

– ซาราห์ติดตามอับราฮัมผู้เป็นสามี มายังแผ่นดินคะนาอัน เป็นเวลานานกว่า 60 ปี
ด้วยความหวังตามที่สามีเชื่อ ว่า จะได้แผ่นดินแห่งพระสัญญาเป็นมรดก
ปรากฏว่าถึงจนวันที่นางต้องจากโลกนี้ไป แม้อับราฮัมจะมีทรัพย์สมบัติมากมายก็จริง
แต่ก็ไม่อาจเป็นเจ้าของที่ดินแม้แต่ฝ่ามือเดียวในดินแดนคะนาอันที่พระเจ้าทรงสัญญา

อย่างไรก็ดี ตามประวัติศาสตร์ในพระคัมภีร์ เราก็รู้ว่าในที่สุดชาติอิสราเอลก็ได้ครองดินแดนคะนาอัน
และจนกระทั่งปัจจุบัน อับราฮัมก็นำพระพรมาสู่ผู้เชื่อวางใจในพระเจ้า หลายพันล้านคนตลอดประวัติศาสตร์

สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญา มันจะเกิดขึ้นเป็นจริงอย่างแน่นอน แต่หลายกรณีผู้ที่รับคำสัญญานั้น ไม่ได้เห็นผลขณะอยู่ในโลกนี้ แต่ได้มองดูลงมาจากสวรรค์

ถึงกระนั้นก็ตาม ขณะที่ซาราห์มีชีวิตอยู่ เธอคงปฏิเสธไม่ได้ว่า พระเจ้าได้ทรงอวยพระพรอับราฮัมจริงๆ ตามที่พระองค์ทรงสัญญา เพียงแค่ว่าเธออยู่บนโลกนี้ได้ไม่นานพอ(127 ปี)
ที่จะเห็นสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำทั้งสิ้น
ตามที่พระองค์ทรงสัญญา ซึ่งเกินกว่ามนุษย์จะเข้าใจได้

วันนี้ สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญากับเรา จะสำเร็จเป็นจริงอย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าบางอย่าง เราอาจไม่ได้เห็นกับตา แต่ก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
และแม้บางอย่างเราอยู่ไม่ทันได้เห็นกับตา
แต่เราก็จะได้เห็นการก่อตัวของเหตุการณ์นั้นในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่

– ท่ามกลางความโศกเศร้าและการสูญเสีย
อับราฮัมได้ถือครองที่ดินแปลงแรกในแผ่นดินคะนาอัน
ที่มัมเร ในเฮโบรน นี่เอง ในปฐก. 13:18 พระเจ้าทรงสัญญาว่า
จะอวยพระพรอับราฮัม และสร้าง​แท่น​บูชา​ถวาย​พระเจ้า​ที่นั่น
แล้วที่ดินแปลงแรกที่เป็นกรรมสิทธิ์ของอับราฮัมก็เริ่มต้นขึ้นที่นี่

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเรา แม้ในยามแห่งความโศกเศร้า
พระเจ้าก็ยังคงเตรียมแผนการแห่งพระพรสำหรับเราในสถานการณ์นั้น

คำคม

“ ท่ามกลางความโศกเศร้า ก็ยังมีพระพรที่ซ่อนอยู่ ”

สรุป ปฐมกาล 24

ภาพรวม

  • อับราฮัม ส่งคนใช้ที่ไว้ใจที่สุดไปยังเมโสโปเตเมีย เพื่อหาภรรยาให้แก่อิสอัค แล้วคนใช้นั้นได้นำเรเบคาห์กลับมาแต่งงานกับอิสอัค

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 24 เมื่ออับราฮัม อายุ​มากแล้ว (ราว 140 ปี)​
อับราฮัม​เรียกคน​ใช้​ที่​มี​อาวุโส​ที่สุด​ใน​บ้าน​ ผู้​ดู​แล​ทรัพย์​สมบัติ​ของ​เขา มา แล้วใช้ให้เขาไปหาภรรยาให้แก่อิสอัค โดยให้เขา​สาบาน​ใน​พระ​นามพระ​เจ้า​ ว่า
จะหา​ภรรยา​ให้​อิสอัค​​ จาก​หมู่​ญาติ​ของอับราฮัมเท่านั้น ไม่หาจาก​​คน​คะนาอัน
และไม่พา​อิสอัคออกจากคะนาอัน ไปแต่งงานในต่างประเทศ
เพราะ​พระ​เจ้า​ทรงสัญญาว่า พระองค์​จะ​มอบ​แผ่นดิน​นี้​ให้แก่​เชื้อ​สาย​ของอับราฮัม

แต่ถ้า​หญิง​นั้น​ไม่​ยอม​มา​กับ​เขา เขา​ก็​จะ​พ้น​จาก​คำ​สาบาน​

คน​ใช้​ก็สาบาน​ต่อ​อับราฮัมตาม​นั้น

เขาจึง​ออก​เดินทาง​ไป พร้อมกับ​อูฐ​ 10 ​และ ​ของ​มี​ค่า​ต่างๆ พร้อมคนใช้จำนวนหนึ่ง ไป​ยัง​เมโสโปเตเมีย ดินแดนที่อับราฮัมเคยจากมา

เมื่อมาถึง ​​ริม​บ่อ​น้ำ​ข้าง​นอก​เมือง​ของ​นา​โฮร์​
ตอนนั้นเป็นเวลา​เย็น​ ซึ่ง​เป็น​เวลา​ที่​ผู้หญิงจะ​ออกมา​ตัก​น้ำ​

เขา​อธิษฐาน​ ขอพระเจ้าสำแดงหญิงที่พระองค์เตรียมให้กับอิสอัค ขอ​ให้​เป็นหญิง คน​ที่​เมื่อเขาพูด​กับ​นาง​ว่า ‘โปรด​ลด​เหยือก​ของ​เธอ​ลง ให้​ฉัน​ดื่ม​น้ำ’
แล้ว​คนนั้นจะตอบ​ว่า ‘เชิญ​ดื่ม​เถิด​และ​ดิฉัน​จะ​ให้​น้ำ​อูฐ​ของ​ท่าน​กิน​ด้วย’

เขา​อธิษฐาน​ยัง​ไม่​ทัน​เสร็จ
เรเบ​คาห์​ ก็​แบก​ไห​น้ำ​เดิน​มา​ แล้วลง​ไป​ที่​น้ำพุ​เติม​น้ำ​เต็ม​เหยือก​แล้ว​ก็​ขึ้น​มา​

คน​ใช้​นั้น​เห็นนางงดงามมาก จึงวิ่ง​ไป​ต้อนรับ​เธอ แล้ว​พูด​ว่า
“ขอ​น้ำ​จาก​เหยือก​น้ำ​ของ​เธอ​ให้​ฉัน​ดื่ม​สัก​หน่อย”

เธอ​ตอบ​ว่า “นาย เชิญ​ดื่ม​เถิด” แล้ว​เธอ​ก็​ให้​เขา​ดื่ม​
แล้ว เธอ​จึง​ว่า “ดิฉัน​จะ​ตัก​น้ำ​ให้​อูฐ​ของ​ท่าน​กิน​จน​อิ่ม​ด้วย”
เธอ​รีบ​เท​น้ำ​ใน​เหยือก​ของ​เธอ​ใส่​ราง
แล้ว​วิ่ง​ไป​ตัก​น้ำ​ที่​บ่อ​อีก
เธอ​ตัก​น้ำ​ให้​อูฐ​ทั้งหมด​ของ​เขา​

คนใช้​นั้น​เพ่ง​ดู​เธอ​เงียบๆ
เมื่อ​อูฐ​กิน​น้ำ​เสร็จ​แล้ว
คนใช้​นั้น​ก็​ให้ ​แหวน​ทองคำ​หนัก ​6 กรัม (เกือบ 2 สลึง)
และ​กำไล​​ข้อมือคู่​หนึ่ง ทอง​หนัก​ 120 กรัม (ราว 7.5 บาท)​ แก่เธอ

และ​ถามว่า เธอเป็นลูกเต้าเหล่าใคร? บ้านของเธอมีที่ให้พักไหม?
จึงได้ความว่า เธอเป็น หลานสาวของ​นา​โฮร์ น้องชายของอับราฮัม นั่นเอง

เรเบคาห์​ก็​วิ่ง​ไป​บอก​คน​ใน​ครอบครัว
ลาบันก็​วิ่ง​ไป​หา​คนใช้นั้น​ที่​น้ำพุ​
แล้วเชิญเขาเข้า​ไป​ที่​บ้าน​
แล้ว​ลาบัน​จัด​อาหาร​มา​เลี้ยง​เขา

แต่​เขา ขอไม่ทานก่อน จนกว่าจะทำ​ธุระ​ให้เสร็จก่อน
เขา​จึง​ แนะนำตัวเอง ว่า เป็น​คน​ใช้​ของ​อับราฮัม​ และเล่าให้พวกเขาฟังว่าพระเจ้าอวยพระพรให้อับราฮัมมั่งคั่งมากมายสักเพียงใด และอับราฮัมจะยกสมบัติทั้งหมดแก่อิสอัค
อับราฮัมจึงใช้เขา มาหาภรรยาให้อิสอัค จากที่นี่ เพราะไม่อยากให้อิสอัคแต่งงานกับหญิงคะนาอัน
แล้วคนใช้นั้นก็เล่าเรื่องราว ที่เขาได้พบกับเรเบคาห์ และมั่นใจว่าพระเจ้าเตรียมเธอให้แก่อิสอัค

ดังนั้น ถ้าลาบันและเบธูเอล เห็นชอบในการแต่งงานนี้​ ขอ​กรุณา​บอก​มาเถิด ถ้า​มิฉะนั้น​เขาก็จะคงต้องจะ​หาผู้หญิงคนอื่นแทน

ลาบัน​และเบธู​เอ​ลจึง​ตอบ​ว่า “สิ่ง​นี้​มา​จาก​พระ​เจ้า …เชิญพาเรเบคาห์​ไปแต่งงานกับอิสอัค​เถิด…”

คนใช้นั้นจึง​นำเอา​ของ​อันมี​ค่า ที่เตรียมมา​มอบให้แก่เรเบคาห์ , ​พี่ชาย​และ​มารดา​ของ​เธอ​ด้วย​
แล้วพวกเขา​ก็​รับประทาน​และ​ดื่ม และ​ค้าง​คืน​ที่​นั่น
วันรุ่งขึ้นคน​ใช้​นั้นก็จะรีบพาเรเบคาห์กลับไป แต่พี่ชาย​และ​มารดา อยากให้เธออยู่ก่อนอีก​สัก​ 10 วัน
แต่คนใช้นั้นก็ยินกรานอยากจะรีบกลับ ดังนั้นพวกเขาจึงถาม​เรเบ​คาห์​
เธอ​ตอบ​ว่ายินดีไป
ดังนั้น​คน​ใช้​ของ​อับราฮัม​จึงพา เรเบ​คาห์​กับ​พี่​เลี้ยง​ของ​เธอ(เดโบราห์ ปฐก.35:8​) กลับไปคะนาอัน

เมื่อมาถึง เรเบคาห์ก็ได้พบกับ​อิสอัค
อิสอัค​ก็​รับเธอเป็นภรรยา และ​รัก​เธอ
อิสอัค​จึงได้รับ​ความ​เล้าโลมใจ โดยเรเบคาห์ ภายหลัง​ที่​แม่ของเขา​สิ้นชีวิต​แล้ว

– เมื่ออับราฮัมจะเลือกคนที่จะมาทำงานที่สำคัญที่สุด เขาเลือกคนที่เขาไว้ใจที่สุด ให้ทำงานนั้น
วันนี้ อะไรสำคัญที่สุดในชีวิตของเรา?
แล้ว ในกรณีที่เราไม่สามารถทำเองได้ เรามอบให้ใครจัดการสิ่งนั้น?
– อับราฮัมเชื่อในสิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญา ดังนั้นเขาจึงหาภรรยาให้อิสอัคแบบ สอดคล้องกับคำสัญญาของพระเจ้า
คือ ไม่ได้มาจากเชื้อสายของคะนาอัน และ อิสอัคต้องไม่ไปกลับเมโสโปเตเมีย ต้องอยู่ในคะนาอันเพื่อรับตามพระสัญญา
วันนี้เราเชื่อในพระสัญญาที่ทรงสัญญาไว้กับเราหรือไม่?
ถ้าเชื่อ จงเลือกตัดสินใจ ให้สอดคล้องกับความเชื่อนั้นเถิด
– เมื่อคนใช้นั้น จะตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุด สิ่งที่เขาทำคือ อธิษฐาน และนั่นทำให้เขาตัดสินใจได้อย่างไม่ผิดพลาด
วันนี้ หากเราต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ เราทำอย่างไร?
– ก่อนออกเดินทาง คนใช้นั้นเห็นปัญหามากมาย เช่น จะไปหาผู้หญิงคนไหนก็ไม่รู้ และ ต่อให้พบแล้วเธอจะยอมมาด้วยหรือ และ ต่อให้เธอยอมมาแล้วพี่แม่พี่น้องจะยอมปล่อยให้มากับใครไม่รู้อย่างนั้นหรือ
แต่เมื่อไปถึงหน้างานจริงๆ เมื่อเป็นแผนการจัดเตรียมของพระเจ้า ทุกอย่างง่ายดายกว่าที่คิดมาก และบรรดาความกังวลทั้งหมดของเขาแทบไม่ได้เกิดขึ้นจริงเลย
วันนี้ เราอาจจะกำลังกลัวหรือกังวลไปเกินกว่าความเป็นจริง เพราะเมื่อเราพึ่งพาพระเจ้า สิ่งที่เรากังวลจำนวนมากจะไม่เกิดขึ้น และไม่กี่อย่างที่เกิดขึ้นจริงก็จะกลายเป็นผลดีแก่เราอยู่ดี
– อับราฮัมยอมถวายอิสอัคแด่พระเจ้า (ปฐก.22) แล้วดูสิอะไรเกิดขึ้นกับอิสอัค
อิสอัคช่างเป็นชายที่มีความสุข อะไรเช่นนี้
>> แม้แม่ของเขาจะอายุมากแล้วเมื่อมีเขา ก็ยังได้อยู่กับเขานานถึง 37 ปี
>> เมื่อแม่ที่รักเขาจากไป เขาก็ยังมีพ่อที่รักเขาอย่างยิ่งอยู่ด้วย
>> ก่อนพ่อของเขาจะจากไป เขาก็มีภรรยาแสนสวยที่เขารักและรักเขาอยู่เคียงข้างเขา
>> แล้วเมื่อพ่อจากไป ทรัพย์สมบัติมหาศาลทั้งหมดของพ่อ ได้ตกเป็นของเขา
เมื่อเรายอมถวายสิ่งใดหรือคนใด แด่พระเจ้า อย่างจริงใจ สิ่งที่เกิดขึ้นกับสิ่งนั้นหรือคนนั้นจะดีเลิศเสมอ

คำคม

“ พระเจ้าจะอวยพระพรแก่สิ่งที่เราถวายแด่พระองค์เสมอ ”

สรุป ปฐมกาล 25

ภาพรวม

  • อับราฮัมได้ภรรยาอีกคน แล้วก็มีบุตรอีกหลายคน ก่อนจะจากโลกนี้ไปด้วยวัย 175 ปี แล้วอิสอัคก็ได้ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของอับราฮัม และต่อมาก็ได้ลูกชายฝาแฝด 2 คน คือ เอซาวและยาโคบ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 25 หลังจากซาราห์ตายไป เมื่ออับราฮัมอายุราว 140 ปี เขาก็​ได้​ภรรยา​อีก​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ เคทู​ราห์

ดังนั้นอับราฮัม มีภรรยา 3 คน
1. ซาราห์ มีบุตรชื่อ
— 1.1 อิสอัค (มีอายุรวม 180 ปี) บุตรชื่อ
——- 1.1.1 เอซาว
——- 1.1.2 ยาโคบ
2. ฮาการ์ มีบุตรชื่อ
— 2.1 อิชมาเอล (มีอายุรวม 137 ปี) มีบุตรชื่อ
——- 2.1.1 เน​บา​โยธ​
——- 2.1.2 เค​ดาร์
——- 2.1.3 อัด​บี​เอล
——- 2.1.4 มิบสัม
——- 2.1.5 มิชมา
——- 2.1.6 ดูมาห์
——- 2.1.7 มัสสา
——- 2.1.8 ฮาดัด
——- 2.1.9 เทมา
——- 2.1.10 เยทูร์
——- 2.1.11 นาฟิช
——- 2.1.12 เค​เด​มาห์
3. เคทูราห์ มีบุตรชื่อ
— 3.1 ศิม​ราน
— 3.2 โยก​ชาน มีบุตรชื่อ
——- 3.2.1 เชบา​
——- 3.2.2 เดดาน มีบุตรชื่อ
>>>>>>> อัส​ชูริม , เล​ทู​ชิม​ และ ​เล​อุม​มิม
— 3.3 เม​ดาน
— 3.4 มีเดียน มีบุตรชื่อ
——- 3.4.1 ​เอฟาห์
——- 3.4.2 เอ​เฟอร์
——- 3.4.3 ฮาโนค
——- 3.4.4 อาบีดา​
——- 3.4.5 เอล​ดา​อาห์
— 3.5 อิช​บาก
— 3.6 ชูอาห์

อับ​รา​ฮัม​มอบ​ทุก​สิ่ง​ที่​ท่าน​มี​แก่​อิสอัค
แต่​ให้​ของ​ขวัญ​แก่​บุตร​หลาน​ของ​พวก​ภรรยา​น้อย
แล้ว​ให้​พวก​เขา​แยก​ไป​จาก​อิสอัค​ ไป​ยัง​ดิน​แดน​ตะวัน​ออก

อับ​รา​ฮัม​จากโลกนี้ไป ตอนอายุ 175 ปี
อิสอัค​และ​อิช​มา​เอล​ จึง​ฝังศพของอับราฮัม​ไว้​ใน​ถ้ำ​มัคเป-ลาห์ ที่เดียวกับซาราห์​

อิส​อัค​อา​ศัย​อยู่​ต่อไปที่​เบ​เออ​ลา​ไฮ​รอย
พระ​เจ้า​ทรง​อวย​พร​แก่​อิสอัคมากมาย
– อายุ 40 ปี​ ​ได้​ภรรยาแสนสวย คือ เร​เบ​คาห์
– เรเบคาห์เป็นหมัน อิสอัค​อธิษ​ฐาน​ต่อ​พระเจ้า พระ​องค์ตอบคำ​อธิษ​ฐาน
เร​เบ​คาห์​​ก็​ตั้ง​ครรภ์ลูกฝาแฝด ตอนอิสอัคอายุ 59 ปี
พระเจ้า​ตรัส​กับ​เรเบคาห์​ว่า
“ชน​สอง​ชาติ​อยู่​ใน​ครรภ์​ของ​เจ้า … พี่​จะ​รับ​ใช้​น้อง”

ลูกคน​แรก​ คลอด​ออกมา ตัว​แดง​มี​ขน​อยู่​ทั่ว​ตัว จึง​ตั้ง​ชื่อ​ว่า “เอซาว”
ลูกคนที่สอง ​คลอด​ออก​มา มือ​ของ​เขา​จับ​ส้น​เท้า​ของ​พี่​ไว้ จึง​ตั้ง​ชื่อ​ว่า “​ยาโคบ”

เอซาว ​เป็น​พราน​ที่​ชำนาญ เป็นที่รักของพ่อ
ยาโคบ​ เป็น​คน​เงียบๆ อยู่​ใน​เต็นท์ เป็นที่รักของแม่

วัน​หนึ่งเอซาว​กลับ​มา​จาก​ท้อง​ทุ่ง​หิว​จัด
เขาจึงขอถั่วแดงที่ยา​โคบกำลังต้มอยู่นั้น
ยาโคบจึงพูด​ว่า
“ขาย​สิทธิ​บุตร​หัวปี​ของ​พี่​ให้​ฉัน​วัน​นี้​ก่อน​ซี”
เอซาวตอบ​ว่า
“ดู​สิ ฉัน​กำลัง​จะ​ตาย​อยู่​แล้ว สิทธิ​บุตร​หัวปี​จะ​เป็น​ประ​โยชน์​อะไร​แก่​ฉัน?”
เอซาว​จึง​สาบานยกสิทธิบุตรหัวปี​ให้แก่ยาโคบ
ซึ่งการกระทำของ​เอซาว เป็นการ​ดู​หมิ่น​สิทธิ​บุตร​หัวปี​ของ​เขา ดูถูกพระพรที่พระเจ้าจะประทานให้

– ตอนอับราฮัมอายุ 99 ปี มีลูกแค่คนเดียว จากฮาการ์ทาสชาวอียิปต์ แต่ 76 ปี ต่อมา เขามีลูกหลาน เฉพาะที่ระบุไว้ในพระคัมภีร์ ถึง 29 คน และต่อมาก็กลายเป็นเชื้อสายมากมาย
พระสัญญาของพระเจ้าเป็นจริงเสมอ ถึงแม้ว่า มันจะดูเป็นไปไม่ได้แล้วก็ตาม

– เพราะพระเจ้าสัญญาจะให้อับราฮัมเป็นพระพรแก่บรรดาประชาชาติผ่านทางอิสอัค
อับราฮัมก็เชื่อ และทำตามที่เชื่อนั้น
เขามอบทุกสิ่งแก่อิสอัค และให้ลูกอีก 7 คนที่เหลือ ไปอยู่ที่อื่น เพื่อจะไม่มีการแย่งสมบัติจากอิสอัคเกิดขึ้น เมื่อเขาจากไป
เมื่อเราเชื่อจริงในสิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ พฤติกรรมของเราจะสะท้อนออกมาในลักษณะที่สอดคล้องกับความเชื่อนั้นเสมอ
หากวันนี้ พฤติกรรมของเรา ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เราเข้าใจว่าเราเชื่อ แสดงว่า เรายังไม่ได้เชื่อในเรื่องนั้นอย่างแท้จริง

– พระเจ้าทรงทราบล่วงหน้าแล้วว่า เอซาวจะดูหมิ่นสิทธิบุตรหัวปี และพระพรจะตกไปสู่ยาโคบแทน
พระองค์จึงตรัสแก่เรเบคาห์ว่า พี่จะปรนนิบัติน้อง
พระเจ้าทรงทราบทุกสิ่งล่วงหน้า ก่อนที่มันจะเกิดขึ้ฃดังนั้น การยอมรับและเชื่อฟัง คำแนะนำของพระเจ้า ย่อมเป็นวิธีที่ฉลาดที่สุด

– สำหรับเอซาว การได้รับการอวยพรจากพระเจ้า ไม่เห็นจะสำคัญ การได้รับความสุขเฉพาะหน้าสำคัญกว่า
แต่ยาโคบคิดตรงกันข้าม
พระเจ้าทรงพอพระทัย ท่าทีของยาโคบ แต่เกลียดชังท่าทีของเอซาว(รม. 9:13)
พระเจ้าปรารถนาให้เรา หิวกระหายพระพรที่มาจากพระเจ้า ไม่ใช่หิวกระหายของขวัญที่โลกนี้จะมอบให้

– อิสอัคได้รับมรดกทั้งหมดจากอับราฮัม แสดงว่าเขาต้องร่ำรวยมาก มีคนใช้มากมาย ด้วยเหตุนี้ เมื่อเอซาวกลับมาจากทุ่งและหิวจัด เขาสามารถจะสั่งคนใช้ หลายคน รีบไปช่วยทำอาหารมาให้เขาก็ได้ ซึ่งถ้าทำอย่างนั้น เขาอาจต้องรอไปอีกสักเพียงเล็กน้อย
แต่เขาเลือกที่จะไม่รอ เขาโยนพระพรจากพระเจ้าทิ้ง เพราะไม่ยอมรอแค่ 15 นาที
วันนี้ เราจะรอพระเจ้า หรือ รอไม่ไหวแล้ว ทำตามใจปรารถนาของตนเองดีกว่า ?

คำคม

“ พระพรที่มาจากพระเจ้าจะมาถึงเรา ในเวลาของพระองค์
ซึ่งอาจไม่ตรงกับเวลาของเรา ”

สรุป ปฐมกาล 26

ภาพรวม

  • อิสอัคพาครอบครัวหนีกันดารอาหารมาอยู่ในเมืองของฟิลิสเตีย พระเจ้าทรงอวยพรเขามากมายจนเป็นที่อิจฉาของผู้คน จนกษัตริย์ฟิลิสเตียต้องขอให้เขาย้ายออก

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 26 หลังจากที่อิสอัคได้ลูกแฝดตอนอายุ 60 ปี ต่อ​มา​เกิด​การ​กัน​ดาร​อาหาร​ใน​ดิน​แดนที่เขาอยู่
อิสอัค​จึงคิดจะอพยพไปที่อื่น

พระ​เจ้าจึงมาบอกว่า อย่า​ไป​อียิปต์​เลย อาศัย​ใน​แผ่น​ดิน​คะนาอันต่อไป แล้วพระเจ้า​จะ​อยู่​กับ​เขา​และ​อวย​พร​เขาพระองค์​จะ​ทวี​เชื้อ​สาย​ของ​เจ้า​ให้​มาก​ขึ้น​ดัง​ดาว​บน​ฟ้า และ​ประ​ชา​ชาติ​ทั้ง​หมด​ใน​โลก​จะ​ได้​รับ​พร​ก็​เพราะ​เชื้อ​สาย​ของ​เขา

อิสอัค​จึงไป​อาศัย​อยู่​ใน​เก-ราร์ ซึ่งเป็นของ​ชาว​ฟีลิส​เตีย
เขาบอกชาวเมืองนั้น ​ว่า เรเบคาห์เป็น​น้อง​สาว​ของเขา เพราะ​ท่าน​กลัว​ชาว​เมือง​จะ​ฆ่า​เขา​เพื่อ​แย่ง​​เร​เบ​คาห์
ต่อมาวันหนึ่ง อา​บี​เม​เลค​ กษัตริย์​ชาว​ฟีลิส​เตีย​ (น่าจะเป็นคนละอาบีเมเลค ใน ปฐก.20 สมัยของอับราฮัม เพราะเวลาผ่านมา 100 ปีแล้ว ) ทรง​มองลงมา เห็น​อิสอัค​กำลัง​ทำตัวใกล้ชิดสนิทสนทกับ​เร​เบ​คาห์แบบสามี​ภรรยา​

อา​บี​เมเลค​จึง​เรียกอิสอัค มาถาม จนรู้ความจริง​
อา​บี​เม​เลค​จึงตำหนิอิสอัคว่า ไม่ควรทำเช่นนี้ เพราะหากมีใครไปเอาเรเบคาห์มาเป็นภรรยา ความผิด​มา​สู่​พวก​เขา
อา​บี​เม​เลค​จึง​ทรง​บัญชา​ประ​ชา​ชน​ ว่า
“ใคร​แตะ​ต้อง​ชาย​คน​นี้​และ​ภรรยา​ของ​เขา จะ​ต้อง​ตาย​แน่”

อิสอัค​หว่าน​พืช​ใน​ดิน​แดน​นั้น ใน​ปี​เดียว​กัน​ก็​เก็บ​ผล​ได้​ 100 ​เท่า
เพราะพระเจ้า​ทรง​อวย​พร​เขา
อิสอัค​ก็​ร่ำ​รวย​และ​มั่ง​มี​ขึ้น​เรื่อยๆ ​มี​ฝูง​แกะ ฝูง​โค​และ​มี​บริ​วาร​มาก​มาย

ชาว​ฟีลิส​เตีย​ก็​อิจฉา​ท่าน จนรังแกอิสอัคโดยการ​เอา​ดิน​ถม​บ่อ​น้ำทุก​บ่อ​ ซึ่งเป็นของอิสอัค ที่คนใช้ของอับราฮัมเคยขุดไว้

เพื่อป้องกันการทะเลาะ อา​บี​เม​เลค​จึงขอให้​อิสอัค​ไป​เสีย​
อิสอัค​จึง​ไป​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ที่​ลำ​ห้วย​เก-ราร์​ แล้วก็​ขุด​บ่อ​น้ำ ของ​อับ​รา​ฮัมที่ชาว​ฟีลิส​เตีย​เคย​ถม​ไว้
ปรากฏว่า คน​เลี้ยง​สัตว์​ของ​เก-ราร์​ก็​มาบอก​ว่า “น้ำ​นั้น​เป็น​ของ​เรา”

อิสอัคจึงไป​ขุด​บ่อ​น้ำ​อีก​บ่อ​หนึ่ง
แต่พวกเขาก็ตามมา​ทะเลาะ​กัน​ ​เรื่อง​บ่อ​นั้น​ด้วย

อิสอัคจึงย้าย​จาก​ที่​นั่น​ ไป​ขุด​อีก​บ่อ​หนึ่ง บริเวณ​ที่​กว้าง
คราวนี้พวกเขาก็ไม่ตามมาทะเลาะอีก

หลังจากนั้น อิสอัค​ก็​ออก​จาก​ที่​นั่น​ไป​ยังทางเหนือ ห่างออกไป ราว 30 กม.
พระ​เจ้า​ทรง​ปรา​กฏ​แก่​เขา ตรัส​ว่า “…อย่า​กลัว​เลย เพราะ​เรา​อยู่​กับ​เจ้า​และ​จะ​อวย​พร​เจ้า และ​ทวี​เชื้อ​สาย​ของ​เจ้า​ให้​มาก​ขึ้น…”
เขา​จึง​สร้าง​แท่น​บูชา​ที่​นั่น และ​นมัส​การ​ที่นั่น
แล้ว​ขุด​บ่อ​น้ำ​บ่อ​หนึ่ง​ที่​นั่น​ด้วย

ต่อมาอา​บี​เม​เลคและทีม ได้ไป​หา​อิสอัค
พวก​เขา​บอกว่า พวกเขาเห็น​ชัด​เจน​แล้ว​ว่า พระเจ้าทรง​อยู่​กับ​ท่าน
พวกเขาจึงต้องการทำสันถวไมตรีกับอิสอัค ที่จะไม่ทำร้ายกันตลอดไป
อิสอัคก็ตอบตกลง และตอบรับพวกเขาอย่างดี

ในวันนั้น ​คน​ใช้​ของ​อิส​อัค​มา​บอก​ข่าวดีแก่เขา ​ว่า “เรา​พบ​น้ำ​แล้ว”
อิสอัคจึงจี้งชื่อบ่อ​นั้น​ว่า “ชิ​บาห์” แปลว่า สาบาน (ออกเสียงคล้าย “เชบา”)
เมือง​นั้น​จึง​มี​ชื่อ​ว่า “เบ​เออร์​เช​บา” ในเวลาต่อมา

เมื่อ​เอซาว​มี​อายุ 40 ปี เขา​ได้ภรรยาคน​ฮิตไทต์ 2 คน คือ ​ยูดิธ​ ​และ​ ​บา​เส​มัท
ซึ่งพวกนาง​ทำ​ให้​ชีวิต​อิส​อัค​และ​นาง​เร​เบ​คาห์​ ขม​ขื่น

– เกิดกันดารอาหารขึ้นในดินแดน ที่พระเจ้าบอกว่าจะอวยพร
ดูเหมือนสิ่งที่เห็น กับสิ่งที่พระเจ้าบอกจะไม่ใกล้เคียงกันเลย
แต่อิสอัคยังคงเชื่อฟังพระเจ้า อยู่ในดินแดนนั้นต่อไป
ซึ่งในเวลาต่อมาอีกไม่นาน เขาก็ได้กลายเป็นชายที่สุดมั่งคั่งในดินแดนนั้น

วันนี้ เราอาจจะยังไม่เห็นสิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้
มองดูสถานการณ์รอบข้างก็ไม่ใกล้เคียงเลย
จงยึดมั่นในความเชื่อต่อไป ในเวลาอีกไม่นานเกินรอ
เราจะได้รับสิ่งที่ทรงสัญญาอย่างเต็มขนาดอย่างแน่นอน

– น่าสังเกตว่า อิสอัค ทำพลาด เหมือนอับราฮัมบิดาของเขา เขาหวาดกลัว จนไม่กล้าพูดความจริง ทั้งที่พระเจ้าทรงสถิตอยู่กับเขา
การกระทำของเรา ไม่ได้มีผลแค่ต่อเราเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อลูกหลานของเราด้วย
ที่จะมีแนวโน้มทำผิดพลาดเหมือกับเรา
ดังนั้น จงระมัดระวังในการดำเนินชีวิต
และ ถ้าพลาดไปแล้ว จงนำมันมาเป็นบทเรียน สอนลูกหลานของเรา
เพื่อพวกเขาจะไม่ผิดพลาดเช่นเดียวกับเรา

– คนฟลิสเตียอิจฉาและรังแกอิสอัค จนเขาต้องย้ายหนีถึง 4 ครั้ง สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ใช้บ่อสุดท้ายนั้นอยู่ดี แต่ย้ายไปอยู่ที่ชินาห์
แต่ผลสรุปสุดท้ายของเรื่องนี้ ก็คือยิ่งอิสอัคโดนแกล้ง แบบพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย
กลับยิ่งมั่งคั่ง จนเป็นที่เกรงกลัว ถึงขนาดกษัตริย์ของฟิลิสเตียต้องพาพวกมาทำสันถวไมตรีด้วย

เมื่อเราถูกเอาเปรียบ จงยำเกรงพระเจ้าต่อไป แล้วรอดูว่าพระเจ้าจะทรงอวยพระพรเรามากมายเพียงใดผ่านเหตุการณ์ในครั้งนั้น

– อิสอัค แม้ยังไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง แต่เพราะพระเจ้าอวยพรเขา ใน​ปี​เดียว​เขา​ก็​เก็บ​ผล​ได้​ 100 ​เท่า
ไม่สำคัญเลยว่า เรามีอะไร หรือยังไม่มีอะไร ขอเพียงแต่พระเจ้าจะอวยพรเรา เราก็จะได้รับพระพรมากล้นเป็นแน่

– ภรรยาทั้งสองของเอซาว นอกจากไม่สร้างความชื่นใจให้อิสอัคและเรเบคาห์แล้ว ยังสร้างความขมขื่นใจให้อีกด้วย
เลือกคู่ครองผิด ไม่ใช่แค่ตนเองจะทนทุกข์ แต่คนรอบช้างก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย

คำคม

“ ถ้าพระเจ้าจะอวยพร แม้เป็นคนเร่ร่อน ก็ยังมั่งมีได้ ”

สรุป ปฐมกาล 27

ภาพรวม

  • เรเบคาห์ ได้ยินว่า อิสอัคจะยกพรทั้งหมดให้แก่เอซาว จึงมีออกอุบายให้ยาโคบ เข้าไปรับพรนั้นมาแทน เมื่อเอซาวทราบเรื่องจึงโกรธแค้นมาก และหมายมั่นจะฆ่ายาโคบให้ได้

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 27 ​อิสอัค​อายุมากแล้ว จึงอยากส่งต่อพระพรของเขาให้แก่เอซาว จึงเรียก​เอซาว​​มา และบอกให้เขาไป​ที่​ท้อง​ทุ่ง หา​เนื้อ​มาทำอาหารให้แก่อิสอัค เพื่ออิสอัค​จะ​ได้​อวย​พร​แก่เขา

​เร​เบ​คาห์​แอบ​ฟัง​สิ่งที่อิสอัคพูดกับเอซาว
ดังนั้นเมื่อ​เอซาวกำลัง​ออก​ไป​​หา​เนื้อ​
เร​เบ​คาห์เล่าให้​ยาโคบ​ฟัง แล้วสั่งยาโคบ ให้ไป​เอาลูก​แพะ​ดีๆ จากฝูง​แพะ​ ​2 ​ตัว​ มา​ให้นาง เพื่อจะ​เอา​มัน​ปรุง​อาหาร​ที่อิสอัค​ชอบ แล้วจะให้ยาโคบ​นำ​ไป​ให้​พ่อ เพื่อพ่อ​จะ​อวย​พร​เขา​ก่อน​ท่าน​ตาย

ยาโคบ​ แย้งว่า เดี๋ยวพ่อจับได้ จะถูก​สาป​แช่ง​แทนที่จะได้พร
เรเบคาห์​ตอบยาโคบ ว่า ​ถ้าจะถูกแช่ง ขอคำ​สาป​แช่ง​ของ​ยาโคบตก​อยู่​กับ​นางเถิด ขอเพียงเขาเชื่อ​ฟัง​แม่​ก็พอ

ยาโคบจึง​ทำตามที่แม่บอก
แล้ว​เร​เบ​คาห์​นำ​เสื้อ​อย่าง​ดี​ที่​สุด​ของ​เอซาว มา​สวม​ให้​ยาโคบและเอา​หนัง​ลูก​แพะ​หุ้ม​มือ​และ​คอ​​ของ​เขา
แล้วมอบ​อาหาร​ให้​ยาโคบ​เพื่อนำไปอิสอัค

อิสอัคเนื่องจากตามัวแล้ว จึงจำไม่ได้ว่าเป็นยาโคบ นึกว่าเป็นเอซาว
เนื่องจาก ยาโคบบอกว่า เขาเป็นเอซาว และพอ​คลำ​ดู​ ​มือ​เป็น​มือก็เหมือนเอซาว ตอนอิสอัคจูบเขาคอก็มีขน กลิ่น​ที่​เสื้อก็เป็นกลิ่นเอซาว
ดังนั้น อิสอัคจึงอวยพรยาโคบ

ต่อมาเมื่อเอซาว​นำอาหาร​มา​ให้​อิสอัค แล้วขอพรจากอิสอัค
อิสอัค ก็ตกใจ​ตัว​สั่น​มาก​ยิ่ง​นัก พูด​ว่า ยาโคบมาหลอกเอาพรของเอซาวไปหมดล้ว
เอซาว​ได้​ยิน​ถ้อย​คำ​ของ​บิดา​ก็​ร้อง​ตะโกน​เสียง​ดัง​ด้วย​ความ​ขม​ขื่น​ยิ่ง​นัก
เอซาว​พูด​ว่า ยาโคบ​หลอก​เขา 2 ​หน​​แล้ว ​คราวก่อนเอา​สิทธิ​บุตร​หัวปี​​ไป และ​คราว​นี้​ก็เอา​พร​ของเขา​ไป​อีก​

​เอซาว​จึงเกลียด​ชัง​ยาโคบอย่างยิ่ง และรำพึงว่า พ่อตายสันใด เขาจะ​ฆ่า​ยาโคบ​วันนั้น
เมื่อเร​เบ​คาห์ทราบเรื่อง จึงบอกยาโคบให้​หนี​ไป​หา​ลาบัน​พี่​ชาย​ของ​นาง​ที่​ฮาราน
และ​อยู่ที่นี่น​จน​กว่า​ความ​เกรี้ยว​กราด​ของเอซาววจะลด​ลง

แล้วเร​เบ​คาห์​ก็พูด​กับ​อิสอัค​ว่า
นางเบื่อ​ชีวิต​ของ​ฉัน​เหลือ​เกิน เพราะ​ลูกสะใภ้ชาว​ฮิต​ไทต์ภรรยาของเอซาว ถ้า​ยาโคบ​ได้ภรรยาชาว​ฮิต​ไทต์อีก คงนางคงไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป

– เมื่อเรเบคาห์วางแผนให้ยาโคบขโมยพระพรจากเอซาว ยาโคบลังเล ไม่ใช่เพราะไม่อยากทำ แต่เพราะกลัวพ่อจะจับได้
– เรเบคาห์ ช่างรู้ใจอิสอัค รู้ว่าอิสอัคจะตรวจสอบด้วยการลูบมือ จับคอ และดมกลิ่น นางจึงเตรียมการอย่างรัดกุมให้แก่ยาโคบ
– ช่างบังเอิญอะไรขนาดนั้น ที่เสื้ออย่าง​ดี​ที่​สุด​ของ​เอซาว​ มาอยู่กับเรเบคาห์พอดี
– ภรรยาชาวฮิตไทด์ทั้งสอง ของเอซาว ก็ช่างเหมาะเจาะ เพราะเวลาเลือกนางทั้งสองมาเป็นภรรยา และนางทั้งสองก็ทำกับเรเบคาห์เจ็บแสบมาก จึงน่าจะเป็นเหตุให้เรเบคาห์ตัดสินใจเด็ดขาด เป็นไรเป็นกัน จะไม่ยอมให้พระพรจากอิสอัคทั้งหมด ตกไปเป็นของสามีของนางทั้งสอง คือ เอซาว อย่างเด็ดขาด
และเพราะพฤติกรรมของนางทั้งสอง จึงเป็นเหตุให้ยาโคบ ผู้ที่พระเจ้าเลือกสรรไว้ ได้ไปพบกับภรรยาซึ่งไม่ใช่ชาวคะนาอัน แต่เป็นคนในตระกูลเดียวกันกับอับราฮัม
>>> ท่ามกลางความโลภ ความเห็นแก่ตัว ความลำเอียง การโกหกหลอกลวง การเลือกคู่ครองแบบไม่สนใจพระเจ้า ฯลฯ พระเจ้ายังคงสามารถใช้จุดอ่อนของมนุษย์เหล่านี้ ทำให้แผนการอันดีเลิศของพระเจ้า สำเร็จเป็นจริงได้อยู่ดี

วันนี้ไม่ว่าคนรอบข้างเราจะเป็นเช่นไร แผนการอันดีเลิศของพระเจ้า สำหรับชีวิตของเราก็ยังจะสำเร็จอยู่ดี

– เอซาวกล่าว​ว่า ​ยาโคบ หลอก​เขา ​เอา​สิทธิ​บุตร​หัวปี​ของ​เขา​ไป
เอซาวช่างไม่สำนึกเลยว่า ความผิดนั้นไม่ใช่ของยาโคบ ผู้ปรารถนาพระพรสิทธิหัวปี แต่เป็นความผิดของเอซาวผู้ดูหมิ่นสิทธิบุตรหัวปี
และเพราะการกระทำดังกล่าวของเขานั้น จึงเป็นให้เขาสูญเสียพระพรที่จะมาถึงบุตรหัวปีไป

เมื่อเราทำผิด แต่ไม่สำนึกในความผิดนั้น จะไม่นำไปสู่การกลับใจใหม่อย่างแท้จริง
คนที่ไม่สำนึกว่าตนเองผิดจริงๆ คนเช่นนั้นจะโทษคนอื่น ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขานี้ เป็นเพราะคนนั้น คนนี้ เสมอ

วันนี้ เราสำนึกผิดจริงๆ ที่จะนำไปสู่การกลับใจใหม่แล้วหรือยัง?

คำคม

“ ไม่ว่าแผนของมนุษย์จะเป็นอย่างไร แผนของพระเจ้าก็ยังจะสำเร็จอยู่ดี ”

สรุป ปฐมกาล 28

ภาพรวม

  • อิสอัคส่งยาโคบไปหาภรรยาจากครอบครัวลาบัน ตามที่เรเบคาห์ขอร้อง ระหว่างทางที่ไปนั้นยาโคบได้พบกับพระเจ้าที่เบธเอล พระองค์ทรงสัญญาที่จะอวยพระพรแก่ยาโคบ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 28 เมื่อเรเบคาห์ขอร้องอิสอัค ให้ส่งยาโคบไปหาภรรยาจากคนที่บ้านเกิดของนาง
แล้ว​อิสอัค​จึงเรียก​ยาโคบ​มา อวยพร​​และ​ย้ำ​ว่า อย่า​แต่ง​งาน​กับ​หญิง​คา​นา​อัน แต่​ให้ไป​ปัด​ดาน​อา​รัม เพื่อไป​แต่ง​งาน​กับ​บุตร​หญิง​คน​หนึ่ง​ของ​ลาบันลุงของเขา
ยาโคบ​จึงไป​ปัด​ดาน​อา​รัม เพื่อไป​หา​ลา​บัน

ฝ่าย​เอซาว​เห็น​ว่า​อิสอัค​อวย​พร​ยา​โคบ และ​ส่ง​เขา​ไป​​หา​ภรรยาที่ไม่ใช่หญิง​คา​นา​อัน
​เอซาว​จึง​ไป​รับ​มา​หะ​ลัท​บุตร​สาว​ของ​อิช​มา​เอล​ ​มา​เป็น​ภรรยา นอก​เหนือ​ภรรยา​ซึ่ง​เขา​มี​อยู่​แล้ว

เมื่อยา​โคบ​ออก​จาก​เบ​เออร์​เช​บา​ เพื่อจะไป​ยัง​ฮา​ราน
เขาได้พัก​ค้างคืน ณ ที่แห่งหนึ่ง
ที่นั่น เขา​ฝัน​ว่า​ มี​บัน​ได​อัน​หนึ่ง​ตั้ง​ขึ้น​​ถึง​ฟ้า​สวรรค์ มีทูตสวรรค์​กำลัง​ขึ้น​ลง​อยู่​บนบันได​นั้น
พระเจ้าทรง​ยืน​เหนือ​บันได และ​ตรัส​ว่า อวยพรเขา

เมื่อยาโคบ​ตื่น​ขึ้น จึง​ว่า พระเจ้าทรงสถิตที่​นี้​แน่​ที​เดียว
เขาจึงเอา​ก้อน​หิน​ซึ่ง​ใช้​หนุน​ศีรษะ ตั้ง​ขึ้น​เป็น​เสา​ศักดิ์​สิทธิ์ และ​เท​น้ำ​มัน​บน​ยอด​เสา​นั้น
และ​เรียก​ที่​นั้น​ว่า​เบธ​เอล (บ้านของพระเจ้า)
แล้ว​เขาก็​ปฏิ​ญาณ​ว่า ถ้าสิ่งที่พระเจ้าอวยพรนั้นเกิดขึ้นจริง เขา​จะ​ถวาย​หนึ่ง​ใน​สิบ​แด่​พระ​องค์

– เพราะภรรยาชาวฮิตไทด์ทั้งสองของเอซาว ที่ทำให้อิสอัคและเรเบคาห์ต้องขมขื่นใจ จึงเป็นแรงผลักดันให้ ยาโคบต้องไปหาภรรยาจากหมู่ญาติ ไม่ใช่จากหญิงคะนาอัน
สิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้น พระเจ้าสามารถทำให้เกิดเป็นผลดีต่อเราได้เสมอ

– อิสอัค อวยพรยาโคบ ในพระนามของ​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​มหิทธิ​ฤทธิ์​ (ในภาษาฮีบรู คือ เอลชัดดัย)

– เอซาวพยายามทำให้พ่อพอใจ โดยไปแต่งงานหญิงสาวเพิ่มอีกสักคน ที่อยู่ในหมู่ญาติ คือ ลูกสาวของอิชมาเอล (ขณะนั้น อิชมาเอลเสียชีวิตไป ราว 14 ปี แล้ว) แต่ดูเหมือนก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น
การพยายามทำให้มนุษย์พอใจ โดยไม่สนใจว่าพระเจ้าทรงคิดอย่างไร จะไม่ได้นำประโยชน์ที่แท้จริงมาสู่ชีวิต

– พระเจ้าได้ทรงสัญญากับอับราฮัม(ปฐก. 22:16-18) และทรงสัญญากับอิสอัค(ปฐก. 26:3-4)
บัดนี้พระเจ้าก็ทรงย้ำคำสัญญานั้นแก่ยาโคบ (ปฐก. 28:13-15)
เมื่อพระเจ้าทรงสัญญา พระองค์จะไม่ลืมสัญญา แม้ว่าคู่สัญญาจะจากโลกนี้ไปแล้วก็ตาม
เมื่อพระเจ้าทรงสัญญา คำสัญญานั้น ไม่เพียงเป็นของอับราฮัมเท่านั้น แต่ทรงสัญญากับอิสอัคด้วย
และทรงสัญญาแก่ยาโคบเองด้วย เป็นคำสัญญาที่สดใหม่

วันนี้ สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้กับอับราฮัม พระองค์ก็ทรงสัญญากับเราเป็นส่วนตัวด้วย
และพระองค์จะทรงรักษาสัญญานั้นอย่างแน่นอน ขอเพียงแต่เรายึดมั่นในความเชื่อวางใจในพระองค์เอาไว้ให้มั่น

– ก่อนหน้านี้ ยาโคบ เป็นลูกคุณหนู อยู่ในบ้านเศรษฐี มีแม่คอยดูแลเอาใจใส่ทุกอย่าง บัดนี้ยาโคบกำลังต้องเดินทางไปเผชิญโลกแต่ลำพัง สิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับเขา คือ การได้พบกับพระเจ้า
พระเจ้าจึงมาพบเขา ที่เบธเอล

วันนี้ หากเรากำลังจะเผชิญการท้าทายครั้งใหม่ในชีวิต สิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับคือ การได้พบกับพระเจ้า
จงใช้เวลาแสวงหาพระเจ้าอย่างสุดใจ แล้วเราจะได้พบกับพระองค์แน่นอน
(ยรม. 29:13 เจ้า​จะ​แสวง​หา​เรา​และ​พบ​เรา​เมื่อ​เจ้า​แสวง​หา​เรา​ด้วย​สิ้น​สุด​ใจ​ของ​เจ้า’)

คำคม

“ การได้พบพระเจ้า ทำให้เราพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง ”

สรุป ปฐมกาล 29

ภาพรวม

  • ยาโคบเดินทางมาถึงฮาราน และได้แต่งงานกับเลอาห์และราเชล ลูกของลุงลาบัน โดยต้องแลกด้วยการทำงานรับใช้ลาบัน 14 ปี

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปฐมกาล บทที่ 29 เมื่อยา​โคบ​เดิน​ทาง​มา​ถึงบ่อน้ำแห่งหนึ่งใกล้เมืองฮาราน
ที่บ่อนั้น ​คน​เลี้ยง​แกะจะรอมาพร้อมๆกันแล้วจึง​​ตัก​น้ำ​จาก​บ่อ​นั้น​ให้​ฝูง​แพะ​แกะ​กิน จากนั้นก็จะเอาหิน​ใหญ่​ปิด​ปาก​บ่อไว้ น่าจะเพื่อความเป็นธรรมเพราะน้ำในช่วงเวลานั้นคงจะหายาก

เมื่อ​ยา​โคบ​กำลังสอบถามคนเลี้ยงแกะเกี่ยวกับลาบัน ราเชล​ลูกสาวลาบัน ก็มาพร้อม​ฝูง​แพะ​แกะ​ของพ่อ
เมื่อ​ยา​โคบ​รู้ว่า นั่นคือ ​ราเชล​ ลูกสาวของลุง​ลาบัน​ ยาโคบก็รีบ​เข้า​ไป​ใกล้ กลิ้ง​หิน​ออก​จาก​ปาก​บ่อ​น้ำ
แล้วเอา​น้ำ​ให้​ฝูง​แพะ​แกะ​ของ​ลาบัน​

หลังจากแนะนำตัวกันแล้ว ยาโคบ​จูบ​ราเชล​แล้ว​ร้อง​ไห้​เสียง​ดัง (ไม่ได้จูบแบบหนุ่มสาว แต่เป็นการจูบทักทายตามธรรมเนียม)
เมื่อราเชลรู้ว่ายาโคบเป็นใคร ​ก็​วิ่ง​ไป​บอกลาบัน
​ลาบัน ก็​วิ่ง​ไป​พบ​และ​กอด​จูบ​ยาโคบ​ แล้วพา​มา​บ้าน
ยา​โคบ​ก็​เล่า​เรื่อง​​ทั้ง​หมด​ให้​ลาบัน​ฟัง

ลาบัน​ก็ให้ยาโคบ​ก็​พัก​อยู่​กับ​เขา​เดือน​หนึ่ง
แล้ว​ยาโคบก็ขอราเชล จากลาบัน​ โดยยาโคบยินดีทำงานให้ลาบันฟรีๆ 7 ปี
ลาบันก็ตกลง

ยา​โคบ​จึงรับ​ใช้​ลาบันอยู่ 7 ​ปี
สำหรับยาโคบแล้ว 7 ปี ถือว่าไม่นานเลยเพราะ​เขา​รัก​ราเชล

พอครบ 7 ปี ลาบัน​ก็ยก เลอาห์ ลูกสาวคนโตของเขา ที่นัยตาเซื่องซึม ให้แก่ยาโคบ
โดยให้เหตุผลว่า ตามธรรมเนียมของเขา พี่ต้องแต่งก่อนน้อง
แล้วลาบันก็ยกราเชลให้ยาโคบด้วย ในอีก 7 วันต่อมา
โดยมีเงื่อนไขว่า ยาโคบต้องทำงานรับใช้ลาบันต่อไปอีก 7 ปี

พระเจ้าทรง​เห็น​ว่า​ยา​โคบ​ไม่​รัก​เลอาห์ จึง​ทรง​ให้​เลอาห์​ตั้ง​ครรภ์
แต่​ราเชล​นั้น​เป็น​หมัน
เลอาห์ ให้กำเนิดบุตรชายแก่ ยาโคบ 4 คนได้แก่
1. รูเบน (“ดู​ซิ บุตร​ชาย​แน่ะ”)
2. สิ​เม​โอน (“ได้ยิน”)
3. เลวี (“สนิทสนม”)
4. ยูดาห์ (“สรรเสริญ”)
แล้ว​นาง​ก็​หยุด​มี​บุตร

– เมื่อยาโคบมาใกล้จะถึงฮาราน ก็ได้พบราเชลพอดี เป็นการจัดเตรียมของพระเจ้า

– ยาโคบยินดีรับใช้ลาบัน 7 ปี เพราะความรักที่เขามีต่อราเชล และแม้จะต้องแถมอีก 7 ปี เขาก็ยังยืนดี
การทำอะไรเพื่อคนที่เรารักนั้น แม้บางครั้งจะหนักหนา แต่ก็ไม่เป็นภาระหนักเลย
วันนี้ การรับใช้ที่เราทำเพื่อพระเจ้า เป็นภาระหนักสำหรับเราหรือไม่?

– ราเชลสวนกว่าเลอาห์ ยาโคบจึงรักราเชลมากกว่าเลอาห์
แต่พระเจ้ากลับเลือก ยูดาห์ลูกคนสุดท้อง ของ เลอาห์ผู้สวยน้อยกว่า ให้เป็นต้นตระกูลของพระคริสต์
วิธีเลือกของพระเจ้า ไม่เหมือนอย่างที่มนุษย์มองหรือมนุษย์เข้าใจ
วันนี้ คนอาจมองข้ามเราไป แต่พระเจ้าไม่เคยมองข้ามเรา

คำคม

“ วิธีเลือกของพระเจ้า ไม่เหมือนอย่างที่มนุษย์เข้าใจ ”