สรุป มาระโก 14

ภาพรวม

  • มาระโก บทที่ 14 มีหญิงคนหนึ่งเอาน้ำหอมมาชโลมพระเยซู พระเยซูตั้งพิธีมหาสนิท แล้วไปอธิษฐานที่สวนเกทเสมเน ยูดาสคนคนมาจับพระเยซู เปโตรตามไปดูห่างๆและปฏิเสธพระเยซู 3 ครั้ง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

มาระโก บทที่ 14

พวก​หัว​หน้า​ปุโร​หิต​และ​พวก​ธรร​มา​จารย์​วาง​อุ​บาย​ที่​จะ​จับ​พระเยซู และฆ่าเสีย หลังเทศ​กาล​ปัส​กา และ​เทศ​กาล​กิน​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ​

พระเยซูประทับใน​บ้าน​ของ​ซีโมน คน​ที่​เคย​เป็น​โรค​เรื้อน
มี​หญิง​คน​หนึ่ง​ นำ​น้ำ​มัน​หอม​นาร​ดา​ที่​มี​ราคา​แพง​มาก มา​ชโลม​ลง​บน​ศรีษะของ​พระเยซู

มี​บาง​คน​ไม่​พอใจ​นาง
แต่พระ​เยซูตรัส ​ว่า สิ่งที่นาง​ทำ​​ดีแล้ว
เพราะนาง​ทำ​สุด​กำ​ลัง เพื่อ​ชโลม​กาย​ของพระองค์ ​ก่อน​ที่​จะ​มี​การ​ฝัง​ศพ​
สิ่งที่นาง​ทำ​นี้จะ​ถูก​กล่าว​ขวัญ​ถึง ​ทุก​หน​แห่ง​ทั่ว​โลก​ ที่​มี​การ​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ​

ยูดาส​อิส​คา​ริโอท ได้ไป​หา​พวก​หัว​หน้า​ปุโร​หิต​
เพื่อ​ตกลงจะช่วยชี้ตัวพระเยซูให้​พวก​เขาจับ

เมื่อ​ถึง​วัน​แรก​ของ​เทศ​กาล​กิน​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ
ซึ่ง​เป็น​เวลา​ที่​พวก​เขา​ฆ่า​ลูก​แกะ​สำ​หรับ​ปัส​กา
พระเยซูสั่ง​สาวก​ ให้เข้า​ไป​ใน​เมือง แล้ว​จะ​มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ทูน​หม้อ​น้ำ​มา​พบ​
จง​ตาม​คน​นั้น​ไป
เขาจะพาไปห้อง​ที่พระเยซู​จะ​กิน​ปัส​กา​กับ​เหล่า​สา​วก
ซึ่งเป็น​ห้อง​ใหญ่​ชั้น​บน​ที่​ตก​แต่ง​ไว้​แล้ว

เมื่อ​ถึง​เวลา​ค่ำ​ พระเยซูทรงเสวย​อาหารที่นั่น
พระ​เยซู​บอกพวก​เขา​ว่า
คน​หนึ่ง​ใน​พวก​เขา​จะ​ทรยศพระเยซู

พระ​เยซู​ทรง​หัก​ขนม​ปัง​ ส่ง​ให้​แก่​เหล่า​สา​วก​ ตรัส​ว่า
“จง​รับ​เถิด นี่​เป็น​กาย​ของ​เรา”

แล้ว​พระ​องค์​ทรง​หยิบ​ถ้วย ​ส่ง​ให้​พวก​เขา ตรัส​​ว่า
“นี่​เป็น​โล​หิต​ของ​เรา​ ซึ่ง​เป็น​โล​หิต​แห่ง​พันธ​สัญ​ญา​ที่​จะ​ต้อง​หลั่ง​ออก ​เพื่อ​คน​จำ​นวน​มาก”

แล้ว​ก็​พา​กัน​ไป​ที่​ภูเขา​มะกอก​เทศ

พระ​เยซู​​บอก​เปโตร ​ว่า
ใน​คืน​นี้​ ก่อน​ไก่​ขัน​สอง​หน เปโตร​จะ​ปฏิ​เสธพระเยซู 3 ​ครั้ง

แต่​เป​โตร​​ยืน​ยัน​ว่า
แม้จะ​ต้อง​ตาย​ ​ก็​จะ​ไม่​ปฏิ​เสธ​พระ​องค์​เลย
เหล่า​สา​วก​ก็​ทูล​เช่น​นั้น​เหมือน​กัน​ทุก​คน

แล้ว​พระ​เยซู​กับพวก​สา​วก​ ก็มา​ยัง​ สวน​เกท​เสมนี
พระ​องค์​สั่ง​ให้ นั่งเฝ้า​อยู่ ​ขณะ​ที่​พระองค์​ไป​อธิษ​ฐาน

พระเยซูทรง​เป็น​ทุกข์​และ​หนัก​พระ​ทัย​อย่าง​ยิ่ง
และอธิษฐานต่อพระบิดา

เมื่อ​เสด็จ​กลับ​มา เห็น​พวก​สา​วก​นอน​หลับ​อยู่
จึงตรัสกับพวกเขา ว่า
จง​เฝ้า​ระวัง​และ​อธิษ​ฐาน เพื่อ​จะ​ไม่​ถูก​การ​ทด​ลอง
จิต​วิญ​ญาณ​พร้อม​แล้ว​ก็​จริง แต่​กาย​ยัง​อ่อน​กำ​ลัง

พระ​องค์​จึง​เสด็จ​ไป​อธิษ​ฐาน​อีก 2 ครั้ง
พวก​สา​วกก็​นอน​หลับ​อยู่เหมือนเดิม

​ยูดาส​ ได้มา​พร้อม​กับ​ฝูง​ชน​ที่​ถือ​ดาบ​ถือ​ไม้​ตะบอง
แล้วคน​เหล่า​นั้น​ก็​เข้า​ไป​จับ​กุม​พระเยซู
แล้ว​สา​วก​ทั้ง​หมด​ก็​ละ​ทิ้ง​พระ​องค์​ไว้​และ​พา​กัน​หนี​ไป

พวก​เขา​นำ​ตัว​พระ​เยซู​ไป​ยัง​มหา​ปุโร​หิต และพรรคพวก
ส่วน​เป​โตร​ ​ติด​ตาม​​ไป​ห่างๆ
พวกเขา​หา​พยาน​มา​ปรัก​ปรำ​พระ​เยซู แต่​หา​หลัก​ฐาน​ไม่​ได้

มหา​ปุโร​หิต​จึง​ ​ถาม​พระ​เยซู​ว่า
พระเยซู​เป็น​พระ​คริสต์ ​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า ​ผู้​สม​ควร​แก่​การ​นมัส​การ​หรือ?”

พระ​เยซู​ทรง​ตอบ​ว่า
“เรา​เป็น และ ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​เห็น​บุตร​มนุษย์ ประ​ทับ​ข้าง​ขวา​ของ​ผู้​ทรง​ฤทธิ์​เดช
และเสด็จ​มา​ใน​เมฆ​แห่ง​ฟ้า​สวรรค์” 

มหา​ปุโร​หิต​จึงกล่าวหาว่า พระเยซู​พูด​หมิ่น​ประ​มาท​พระ​เจ้า​
คน​ทั้ง​หลาย​จึง​เห็น​พร้อม​กัน​ว่า ​ควร​จะ​ลง​โทษ​ถึง​ตาย

บาง​คน​เริ่ม​ถ่ม​น้ำ​ลาย​รด​พระ​องค์ ทุบ​ตี​พระ​องค์ ตบ​พระ​องค์

มีคนมาทัก เปโตร 3 ครั้ง ว่าเป็นพวกเดียวกับพระเยซู
แต่เปโตรปฏิเสธทั้ง 3 ครั้ง
ทัน​ใด​นั้น​ไก่​ก็​ขัน​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง

เป​โตรนึกได้ ก็เสียใจมาก ออกไป​ร้อง​ไห้

1. มารีย์ใช้เงินแทบทั้งหมดของเธอ 300 เหรียญเด​นา​ริอัน
ทำถวายแด่พระเยซู แม้ทำได้เพียงเล็กน้อยก็ตาม

ยูดาสเห็นแก่เงิน 30 เหรียญ ก็ทรยศพระเยซูเสียแล้ว

สิ่งที่มารีย์ทำจะเลื่องลือไปทั่วโลก
ไม่ใช่เพราะจำนวนเงิน แต่เพราะเธอทำด้วยสุดกำลังของเธอ

สิ่งใดก็ตามที่เราทำด้วยสุดกำลังของเรา ถวายแด่พระเจ้า
พระองค์เองจะเป็นผู้ขยายผลสิ่งเหล่านั้นให้เกิดผล เป็นพระพรมากมาย

2. สาวก 2 คน เข้าไปในเมือง พบชายแปลกๆทูนหม้อน้ำไว้บนหัว (เพราะเป็นงานของผู้หญิง)
เหมือน ยอห์น ผู้ให้บัพติศมา ที่แต่งตัวแปลกๆ

เมื่อตามชายนั้นไป ก็พบห้องใหญ่ที่ถูกเตรียมไว้สำหรับปัสกา
เพื่อฆ่าแกะและกินแกะที่นั่น
เหมือน เมื่อติดตามสิ่งที่ยอห์นสอน ก็จะพบกับปัสกาที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้
คือ พบพระเยซู ผู้เป็นแกะแห่งปัสกา ที่ถูกฆ่าเพื่อเรา
และประทานเนื้อและเลือดของพระองค์แก่เรา

ให้เราร่วมปัสกาของพระเจ้าด้วยกันโดยการเข้าส่วนกับพระเยซู
การไถ่โดยพระโลหิตของพระเยซู ด้วยความเชื่อ

3. การประยุกต์ใช้ มาระโก บทที่ 14 ยังมีอีก สามารถอ่านได้จากลิ้งนี้ครับ
http://bit.ly/2khG6Vl

คำคม

“ จง​เฝ้า​ระวัง​และ​อธิษ​ฐาน เพื่อ​จะ​ไม่​ถูก​การ​ทด​ลอง ”

สรุป มาระโก 13

ภาพรวม

  • มาระโก บทที่ 13 พระเยซูเตือนสาวกให้เฝ้าระวัง เพราะว่าพวกเขาไม่รู้ว่า วันที่พระเยซูจะเสด็จกลับมานั้น คือเมื่อไหร่ จึงสมควรเฝ้าระวังตลอดเวลา

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

มาระโก บทที่ 13

เมื่อ​พระ​เยซู​เสด็จ​ออก​จาก​บริ​เวณ​พระ​วิหาร ​ทรง​ตรัส​กับ​สา​วก ​ว่า
​ก้อน​หิน​ซ้อน​ทับ​กัน​เหล่านี้ จะ​ถูก​ทำ​ลาย​ลง​หมด

เป​โตร ยา​กอบ ยอห์น และ​อัน​ดรูว์​ จึงมา​ทูล​ถาม​พระ​องค์​ ​ว่า
​เหตุ​การณ์​เหล่า​นี้​จะ​เกิด​ขึ้น​เมื่อ​ไหร่?
อะไร​คือ​หมาย​สำ​คัญ ว่า​เหตุ​การณ์​ทั้ง​หมด​นี้​ใกล้​จะ​สำ​เร็จ?

พระเยซูตอบ ​ว่า
ระวัง​ให้​ดี อย่า​ให้ใคร​ล่อ​ลวง​พวก​ท่าน​ให้​หลง
เพราะ​ว่า​จะ​มี​หลาย​คน​มา​อ้าง​ตัวเป็นพระเยซู และ​จะ​ให้​คน​จำ​นวน​มาก​หลง​ไป

เมื่อ​พวกท่านจะ​ได้​ยิน​เรื่อง​สง​คราม​ อย่า​ตื่น​ตระ​หนก​เลย
เพราะ​ว่า​สิ่ง​เหล่า​นี้​จำ​เป็น​ต้อง​เกิด​ขึ้น
แต่​ยัง​ไม่​ถึง​กาล​อวสาน

ประ​ชา​ชาติ​กับ​ประ​ชา​ชาติ จะ​ต่อ​สู้​กัน
​จะ​เกิด​แผ่น​ดิน​ไหว​และ​ ​กัน​ดาร​อาหาร​ใน​ที่​ต่างๆ
ซึ่ง​เป็น​เพียง​ขั้น​แรก​ของ​ความ​ทุกข์​ลำ​บาก

​พวก​ท่าน​จะต้องถูกมอบไว้​กับ​ศาล​ และจะ​ต้อง​ยืน​ต่อ​หน้า​เจ้า​เมือง​และ​กษัตริย์​
เพื่อ​จะ​ได้​เป็น​พยาน​กับ​พวก​เขา
พระวิญญาณบริสุทธิ์จะประทานคำพูดให้แก่พวกท่าน
และ​ข่าว​ประ​เสริฐ​จะ​ต้อง​ประ​กาศ​แก่​ชน​ทุก​ชาติ​ก่อน

คน​ทั้ง​หลาย​จะ​เกลียด​ชัง​พวก​ท่าน เพราะ​นาม​ของพระเยซู
แต่​คน​ที่​สู้ทน​จน​ถึง​ที่​สุด​จะ​รอด

สิ่ง​น่า​รังเกียจ​ จะตั้ง​อยู่​ใน​ที่​ที่​ไม่​สม​ควร​จะ​ตั้ง
​ใน​เวลา​นั้น​จะ​เกิด​ความ​ทุกข์​ลำ​บาก​อย่าง​ที่​ไม่​เคย​มี​มา​ก่อน
และ​ใน​อนา​คต​จะ​ไม่​มี​อย่าง​นี้​อีก

จะ​มี​พระ​คริสต์​เทียม​เท็จ​ และ​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​เทียม​เท็จ​ หลาย​คน​ปรา​กฏ​ขึ้น
แสดงการ​อัศ​จรรย์​ เพื่อ​ล่อ​ลวง​คน​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​เลือก​สรร​แล้ว​ให้​หลง ถ้า​เป็น​ได้

ดังนั้น​จง​ระวัง​ให้​ดี

หลัง​จาก​ความ​ทุกข์​ลำ​บาก​นั้น​ผ่าน​พ้น​ไป​แล้ว
ดวง​อาทิตย์​จะ​มืด​ไป และ​ดวง​จันทร์​จะ​ไม่​ส่อง​แสง
ดวง​ดาว​ทั้ง​หลาย​จะ​ตก​จาก​ฟ้า

แล้วบุตร​มนุษย์​เสด็จ​มา​ใน​เมฆ ทรง​ฤทธา​นุ​ภาพ​และ​พระ​รัศมี​อย่าง​ยิ่ง
พวก​ทูต​สวรรค์จะ​รวบ​รวม​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​พระ​องค์​ทรง​เลือก​สรร​ไว้จากทั่วสารทิศ

เมื่อ​ต้นมะเดื่อแตก​กิ่ง​แตก​ใบ พวก​ท่าน​ก็​รู้​ว่า​ฤดู​ร้อน​ใกล้​จะ​ถึง​แล้ว
เช่น​เดียว​กัน เมื่อ​พวกท่าน​เห็น​เหตุ​การณ์​เหล่า​นั้น ก็​ให้​รู้​ว่า​พระ​องค์​เสด็จ​มา​ใกล้​แล้ว

แต่​ไม่​มี​ใคร​รู้​เรื่อง​วัน​หรือ​เวลา​นั้น มี​แต่​พระ​บิดา​เท่า​นั้น
จง​เฝ้า​ระวัง​และ​อธิษ​ฐาน เพราะ​พวก​ท่าน​ไม่​รู้​ว่า​วัน​นั้น​ ​จะ​มา​ถึง​เมื่อ​ไหร่

เหมือนทาสที่เฝ้า​ระวัง​อยู่ เพราะ​ไม่​รู้​ว่านายจะ​มา​เมื่อ​ไร
เมื่อนาย​กลับ​มา​อย่าง​ฉับ​พลัน จะได้ไม่พบ​ว่าทาสกำ​ลัง​นอน​หลับ​อยู่

“​จง​เฝ้า​ระวัง​อยู่​เถิด”

1. เมื่อสังเกตดูจะพบว่า ตลอดทั้งบทนี้ ในสิ่งที่พระเยซูบอกว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้างนั้น
ไม่ใช่เพื่อพวกสาวกจะรู้อนาคต ได้อย่างเจาะจง
แต่เพื่อให้พวกสาวกดำเนินชีวิตอย่างเฝ้าระวัง
ระมัดระวังที่จะใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและมีความหมาย

วันนี้เมื่อเราอ่านพบคำพยากรณ์ทั้งหลายในพระคัมภีร์
เราควรรู้ความจริงว่า พระคัมภีร์ไม่ได้จงใจบอกให้เรารู้อนาคต
แต่บอกเพื่อให้เราใช้ชีวิตในปัจจุบันอย่างมีปัญญา อย่างรู้ตัว

2. พระเยซูทรงเตือน ให้ระวัง​ให้​ดี อย่า​ให้ใคร​ล่อ​ลวงเราให้​หลงไปจากความจริง
วิธีที่จะไม่หลง คือต้องรู้ความจริงจากพระคำของพระเจ้า และยึดไว้ให้มั่นด้วยความเชื่อ
ในยุคสุดท้ายเช่นนี้ คริสเตียนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง
พัฒนาความเข้าใจในพระคำของพระเจ้า
และพัฒนาความเชื่อของตน

วันนี้ เราให้ความสำคัญในการพัฒนาทั้ง 2 สิ่งนี้ มากน้อยเพียงใด?

3. การประยุกต์ใช้ มาระโก บทที่ 13 ยังมีอีก สามารถอ่านได้จากลิ้งนี้ครับ
http://bit.ly/2kM6XJk

คำคม

“ จงเฝ้าระวัง ตื่นตัวฝ่ายวิญญาณอยู่เสมอ เพราะวันนั้นใกล้เข้ามาแล้ว ”

สรุป มาระโก 12

ภาพรวม

  • มาระโก บทที่ 12 พระเยซูตรัสคำอุปมาเรื่องคนเช่าสวนองุ่น แล้วพวกฟาริสี สะดูสี และธรรมาจารย์ ต่างมาถามคำถามต่างๆเพื่อจับผิดพระองค์ และพระเยซูสอนสาวกเรื่องการถวายของหญิงหม่าย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

มาระโก บทที่ 12

พระเยซูตรัสคำ​อุป​มา​ ว่า
มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ทำ​สวน​องุ่น แล้ว​ก็​ล้อม​รั้ว​ไว้​รอบ
เขา​สกัด​บ่อ​เก็บ​น้ำ​องุ่น และ​สร้าง​หอ​เฝ้า
แล้วให้​พวก​ชาว​สวน​เช่า
แล้ว​ก็​ไป​ต่าง​ประ​เทศ

เมื่อ​ถึง​ฤดู​เก็บเกี่ยว เขา​จึง​ใช้​ทาส​​ไป​หา​คน​เช่า​สวน​เหล่า​นั้น
​เพื่อ​จะ​ขอ​รับ​ส่วน​แบ่ง​ผล​องุ่น​ จาก​สวน​ของ​เขา

แต่ไม่ว่าจะส่งทาสมากี่ครั้ง
​คน​เหล่า​นั้น​ก็ไม่ให้ แล้วยังทำร้าย ทำให้อับอาย หรือ​ไม่ก็ฆ่า​ทาส​นั้นเสีย

เจ้าของสวนจึงส่ง​บุตร​ชาย​ที่​รัก​มาก​ไป​
แต่​พวก​คน​เช่า​สวน​ ก็ฆ่า​เสีย​ และ​เอา​ศพ​ทิ้ง​ไว้​นอก​สวน

เจ้า​ของ​สวนจึงมา​ทำ​ลาย​คน​เช่า​สวน​เหล่า​นั้น
แล้ว​เอา​สวน​องุ่น​ให้​คน​อื่น​เช่า

​พวก​ฟา​ริสี​และ​พวก​เฮ​โรด​ มาถามพระเยซู ​ว่า
การ​ส่ง​ส่วย​ให้​ซีซาร์​นั้น​สม​ควร​หรือ​ไม่?
พระ​เยซูตอบ ว่า
“ของ​ของ​ซีซาร์​จง​ถวาย​แด่​ซีซาร์ และ​ของ​ของ​พระ​เจ้า​จง​ถวาย​แด่​พระ​เจ้า”

พวก​สะดูสี​ มาถาม​พระ​องค์​ว่า
ถ้า​ชาย​คน​ใด​ตาย แต่​ไม่​มี​บุตร ​น้อง​ชายจึง​รับ​พี่​สะใภ้​เป็น​ภรร​ยา เพื่อมี​บุตร​สืบ​ตระกูล​ให้​พี่​ชาย
ใน​วัน​ที่​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย หญิง​คน​นั้น​จะ​เป็น​ภรร​ยา​ของ​ใคร?

พระ​เยซูตอบว่า
พวกเขา​ไม่​รู้​พระ​คัม​ภีร์​หรือ​ฤทธิ์​เดช​ของ​พระ​เจ้า จึงเข้าใจผิด
เมื่อมนุษย์​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​นั้น จะ​ไม่​มี​การ​สม​รส​หรือ​ยก​ให้​เป็น​สามี​ภรร​ยา​กัน
แต่​จะ​เป็น​เหมือน​ทูต​ใน​ฟ้า​สวรรค์

มี​ธรร​มา​จารย์​คน​หนึ่ง​ ​ถาม​พระ​องค์​ว่า
พระ​บัญ​ญัติ​ข้อ​ไหน​สำ​คัญ​ที่​สุด?

พระ​เยซูตอบ​ ​ว่า
พระ​บัญ​ญัติ​อัน​ดับ​แรก ​คือ ​
จง​รัก​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ ผู้​เป็น​พระ​เจ้า​ ด้วย​สุด​ใจ​ของ​ท่าน
ด้วย​สุด​จิต​ของ​ท่าน ด้วย​สุด​ความ​คิด​ของ​ท่านและ​ด้วย​สุด​กำ​ลัง​ของ​ท่าน

ส่วน​พระ​บัญ​ญัติ​ที่​สำคัญ​อัน​ดับ​สอง​ คือ
จง​รัก​เพื่อน​บ้าน​เหมือน​รัก​ตนเอง

ไม่​มี​พระ​บัญ​ญัติ​อื่น​ใด​ที่​สำ​คัญ​ยิ่ง​กว่า​พระ​บัญ​ญัติ​เหล่า​นี้

ธรร​มา​จารย์​คน​นั้น​จึง​ทูล​ว่า
​ถูก​ต้องแล้ว ที่​ว่า รัก​พระ​องค์​ด้วย​สุด​ใจ และ​รัก​เพื่อน​บ้าน​เหมือน​รัก​ตน​เอง
ก็​สำ​คัญ​กว่า​เครื่อง​เผา​บูชา​และ​ของ​ถวาย​ทั้ง​สิ้น

เมื่อ​พระ​เยซู​ทรง​เห็น​ว่า​ คน​นั้น​ตอบ​สนอง​อย่าง​มี​ปัญ​ญา จึง​ตรัส​กับ​เขา​ว่า
“ท่าน​ไม่​ไกล​จาก​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​เจ้า”

พระเยซู​ตรัส​ถามประชาชน ​ว่า
พระ​คริสต์​ จะเป็น​เชื้อ​สาย​ของ​ดาวิด​ได้​อย่างไร ในเมื่อ​ดาวิด​เอง​​ยัง​เรียก​ท่าน​ว่า​ องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า?

พระเยซูเตือน ว่า
​ระวัง​พวก​ธรร​มา​จารย์ ที่ชอบทำตัวมีเกียรติ​
แต่กลับทำสิ่งไร้เกียรติ เช่น
ยึด​บ้าน​ของ​หญิง​ม่าย และ​แสร้ง​อธิษ​ฐาน​เสีย​ยืด​ยาว

ในบริเวณพระวิหาร ​มี​หญิง​ม่าย​ยาก​จน​คน​หนึ่ง​​
เอา​เหรียญ​ทอง​แดง​ 2 ​อัน มี​ค่า​ประ​มาณ​ 5 บาท (ตามค่าเงินบาท ในปัจจุบัน 2022) ​มา​ใส่​ไว้
พระเยซูบอก​พวก​สา​วก​ ​ว่า
หญิง​ม่าย​ยาก​จน​คน​นี้​ ใส่​ใน​ตู้​เก็บ​เงิน​ถวาย​มาก​กว่า​ทุก​คน​ที่​ใส่​ไว้​นั้น
เพราะ​ว่า​ทุก​คน​ได้​เอา​เงิน​เหลือ​ใช้​ของ​พวก​เขา​มา​ใส่
แต่​หญิง​คน​นี้​ใน​สภาพ​ที่​ยาก​จน
เอา​เงิน​เลี้ยง​ชีพ​ทั้ง​สิ้น​ของ​นาง​ใส่​ลง​ไป​จน​หมด

1. คำอุปมาเรื่องคนเช่าสวนองุ่นนั้น เจ้าของสวนสร้างทุกอย่างเรียบร้อย
แล้วมอบให้คนเช่าได้รับประโยชน์จากสิ่งที่สร้างไว้

เหมือนพระเจ้าผู้ทรงสร้างทุกสิ่ง
แล้วก็มอบให้อิสราเอลได้รับประโยชน์จากสิ่งที่ทรงสร้างนั้น

คนเช่าสมควรมอบส่วนแบ่งแก่เจ้าของสวน
เหมือนอิสราเอลสมควรถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า ผู้ทรงสร้างทุกสิ่งเพื่อพวกเขา

แต่พวกเขาไม่ได้ทำเช่นนั้น
สิทธิประโยชน์นั้น จึงถูกมอบให้กับคนอื่นๆ จนมาถึงพวกเราจนทุกวันนี้
ดังนั้น เราควรถวายเกียรติแด่พระเจ้า ให้สมกับพระพรมากมายที่พระองค์ทรงประทานแก่เรา

2. ขนาดธรร​มา​จารย์​ ผู้​ตอบ​​อย่าง​มี​ปัญ​ญา
พระเยซูยังพูดกับ​เขา​ว่า
“ท่าน​ไม่​ไกล​จาก​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​เจ้า”
แปลว่า ยังไม่ได้เข้าในแผ่นดินของพระเจ้าเลย

เพราะมนุษย์ไม่มีทางเข้าส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า
ด้วยกำลัง ความสามารถ หรือคุณงามความดีของตนเอง

โดยทางพระโลหิตประเสริฐของพระเยซูคริสต์ เท่านั้น
เราจึงจะเข้าส่วนในแผ่นดินของพระเจ้าได้

แม้ธรรมาจารย์คนนั้น วันนั้นเขายังไม่ได้อยู่ในแผ่นดินของพระเจ้า
แต่เราวันนี้ ได้เข้าส่วนในแผ่นดินของพระเจ้าแล้ว โดยทางพระเยซูคริสต์
ด้วยเหตุนี้ เราเองจึงไม่มีอะไรจะอวดได้ในตัวเองเลย

3. การประยุกต์ใช้ มาระโก บทที่ 12 ยังมีอีก สามารถอ่านได้จากลิ้งนี้ครับ
http://bit.ly/2lO7uL6

คำคม

“ สิ่งใดๆที่เราได้รับมาจากพระเจ้า ควรใช้เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า ”

สรุป มาระโก 11

ภาพรวม

  • มาระโก บทที่ 11 พระเยซูเสด็จเข้าเยรูซาเล็มมีผู้คนต้อนรับมากมาย ทรงสาปต้นมะเดื่อที่ไร้ผล ทรงชำระพระวิหาร ทรงไม่ตอบพวกปุโรหิตเกี่ยวกับเรื่องสิทธิอำนาจของพระองค์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

มาระโก บทที่ 11

พระเยซู​ทรง​ใช้​สา​วก​สอง​คน
​เข้า​ไป​ใน​หมู่​บ้าน แล้วไปนำ​ลูก​ลามาให้พระองค์
เมื่อสาวกไปทำตามก็ได้รับการอำนวยความสะดวกจากคนในหมู่บ้าน

พระเยซูจึง​ทรง​ลา​นั้น
มี​คน​จำ​นวน​มาก​เอา​เสื้อ​ผ้า​ของ​ตน​ปู​ตาม​ถนน
คน​ที่​เดิน​มา​กับพระเยซู ก็​โห่​ร้อง​ว่า
“โฮ​ซัน​นา ขอ​ให้​ท่าน​ผู้​เสด็จ​มา​ ใน​พระ​นาม​ของ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า ​ทรง​พระ​เจริญ
เมื่อพระเยซูเข้า​เย​รู​ซา​เล็ม​และทอด​พระ​เนตร​ทุก​สิ่ง​จน​ทั่ว​แล้ว
จึง​เสด็จ​ออก​ไป​ยัง​หมู่​บ้าน​เบธา​นี​

รุ่ง​ขึ้น ระหว่างไปเยรูซาเล็ม พระ​องค์​ก็​ทรง​หิว
ทรงเห็น​ต้น​มะเดื่อ ​แต่​ไกล จึงเข้า​ไป​ดู​ ปรากฏว่า มัน​มี​ผล มี​แต่​ใบ​เท่า​นั้น
พระ​องค์​จึง​ตรัส​ ​ว่า
“ตั้ง​แต่​นี้​ไป​จะ​ไม่​มี​ใคร​ได้​กิน​ผล​จาก​เจ้า​อีก”

เมื่อ​มา​ถึงเย​รู​ซา​เล็ม พระ​องค์​ทรงลง​มือ​ขับ​ไล่​คน​ซื้อ​ขาย​ใน​บริ​เวณ​พระ​วิหาร​
ทรง​คว่ำ​โต๊ะ​ของ​คน​รับ​แลก​เงิน​
และ​คว่ำ​ม้า​นั่ง​ของ​คน​ขาย​นก​พิราบ
ทรง​ห้าม​ใคร​ขน​สิ่ง​ใดๆ เดิน​ลัด​บริ​เวณ​พระ​วิหาร

พระ​องค์​ตรัส ว่า
พระนิเวศของ​พระเจ้า เป็น ​นิเวศ​อธิษ​ฐาน แต่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​ทำ​ให้​เป็น​ถ้ำ​ของ​พวก​โจร”

พอ​ถึง​เวลา​เย็น พระ​องค์​และ​สา​วก​ก็​ออก​ไป​จากเยรูซาเล็ม

เมื่อ​ถึง​เวลา​เช้า พระเยซูเดิน​ผ่าน​เส้นทางเดิม
ก็​เห็น​มะเดื่อ​ต้น​นั้น​เหี่ยว​แห้ง​ไป​จน​ถึง​ราก

พระ​เยซู​จึง​สอน​พวก​สา​วก​ว่า
“เมื่อ​พวก​ท่าน​อธิษ​ฐาน​ขอ​สิ่ง​ใด จง​เชื่อ​ว่า​ได้​รับ แล้ว​พวก​ท่าน​จะ​ได้​รับ​สิ่ง​นั้น
และ​เมื่อ​​อธิษ​ฐาน​อยู่ ถ้า​​มี​เรื่อง​กับ​ใคร จง​ยก​โทษ​ให้​คน​นั้น
เพื่อ​ว่า​พระ​บิดา จะ​ทรง​ยก​โทษ​ความ​ผิด​ของ​พวก​ท่าน​ด้วย”

เมื่อมาถึงเยรูซาเล็ม พวก​หัวหน้า​ปุโร​หิต พวก​ธรร​มา​จารย์ และ​พวก​ผู้​ใหญ่​มา​ถาม​พระ​องค์​ว่า
ใคร​ให้​สิทธิ​พระองค์​ทำ​สิ่ง​เหล่า​นี้ ?

พระ​เยซู​จึงถาม​พวก​เขา​ว่า
​บัพ​ติศ​มา​ของ​ยอห์น​นั้น​ มา​จาก​สวรรค์​หรือ​มา​จาก​มนุษย์?
พวกเขาไม่กล้าตอบว่า มา​จาก​สวรรค์ เพราะพวกเขา​ไม่​เชื่อ​ยอห์น
พวกเขาไม่กล้าตอบว่า มา​จาก​มนุษย์ เพราะ​กลัว​ฝูง​ชน

พวก​เขา​จึง​​ตอบ​​ว่า “พวก​เรา​ไม่​ทราบ”
พระ​เยซู​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า
“เรา​ก็​จะ​ไม่​บอก​พวกท่าน​เหมือน​กัน​ว่า​ เรา​มี​สิทธิ​อำ​นาจ​อะไร​ ถึง​ได้​ทำ​สิ่ง​เหล่า​นี้”

1. เรื่องค้นมะเดื่อ แสดงให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ของพระเยซูอย่างชัดเจน
พระองค์ทรงหิว
พระองค์ทรงเดินเข้าไปดูเพื่อจะรู้ว่ามีผลหรือไม่

พระเยซูทรงเป็นพระเจ้า 100 % และ เป็นมนุษย์ 100%
แต่พระเยซูทรงงดใช้ความเป็นพระเจ้า รับสภาพมนุษย์อย่างสมบูรณ์
เพื่อจะเป็นตัวแทนของเราอย่างสมบูรณ์

ในบทต่อๆมา พระเยซูผู้ทรงรับสภาพมนุษย์ 100% นี้
ทรงรับการทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสเพื่อเรา

2. พระเยซูมาที่พระวิหารแล้วหลายครั้ง แต่พระองค์ยังไม่ได้ทำการชำระพระวิหาร
เพราะยังไม่ถึงเวลาของพระองค์
เมื่อถึงเวลา พระองค์ทรงจัดการอย่างเข้มงวดและเด็ดขาด

วันนี้ ที่เราทำบาปแล้วยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือคนชั่วที่ทำบาปแล้วยังลอยนวล
ไม่ใช่พระเจ้าไม่จะไม่ทำอะไร
เพียงแค่เป็นมีเวลาของพระองค์ เพื่อให้มนุษย์มีโอกาสกลับใจใหม่
หรือเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษบางอย่าง

แต่เราแน่ใจได้เลยว่า พระเจ้าจะทรงจัดการอย่างเข้มงวด
เมื่อถึงเวลากำหนด
สำหรับคนเหล่านั้นที่ไม่ยอมกลับใจใหม่

3. การประยุกต์ใช้ มาระโก บทที่ 11 ยังมีอีก สามารถอ่านได้จากลิ้งนี้ครับ
http://bit.ly/2kegoB7

คำคม

“ ​ อธิษ​ฐาน​ขอ​สิ่ง​ใด จง​เชื่อ​ว่า​ได้​รับ แล้ว​จะ​ได้​รับ​สิ่ง​นั้น ”

สรุป มาระโก 10

ภาพรวม

  • มาระโก บทที่ 10 พระเยซูสอนเรื่องการหย่า เรื่องการถ่อมตนปรนนิบัติผู้อื่น เรื่องการเข้าแผ่นดินของพระเจ้า และพระเยซูทรงรักษาคนตาบอดที่เมืองเยรีโค

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

มาระโก บทที่ 10

พวก​ฟา​ริสี​บาง​คน​มา​ทด​ลอง​พระ​องค์​ ทูล​ถาม​ว่า
“การ​ที่​ผู้ชาย​จะ​หย่า​ภรร​ยา​ของ​ตัว​เอง​นั้น​ถูก​ต้อง​ตาม​ธรรม​บัญ​ญัติ​หรือ​ไม่?”

พระ​องค์​​ถาม​พวก​เขา​ว่า
“โม​เสส​บัญ​ญัติ​ไว้​ว่า​อย่าง​ไร?”

พวก​เขา​​ตอบ​ว่า
“โม​เสส​อนุ​ญาต ให้​ทำ​หนัง​สือ​หย่า แล้ว​ปล่อย​เธอ​ไป ”

พระ​เยซู​จึง​​ตอบ​ ​ว่า
“โม​เสส​เขียน​บัญ​ญัติ​ข้อ​นั้น​เพราะ​ใจ​ของ​พวก​ท่าน​ดื้อ​ดึง
แต่​เดิม​เมื่อ​สร้าง​โลก​นั้น พระ​เจ้า​ทรง​ผูก​พันชาย​กับ​ภรร​ยา เป็น​เนื้อ​เดียว​กัน 
ดัง​นั้น​พวก​เขา​จะ​ไม่​เป็น​สอง​อีก​ต่อ​ไป แต่​เป็น​เนื้อ​เดียว​กัน
ดังนั้นอย่า​ให้​มนุษย์​ทำให้พราก​ออก​จาก​กัน​เลย

พระเยซูทรงสอนสาวก ว่า
ถ้า​ชายใด​หย่า​ภรร​ยา​ ​แล้ว​ไป​มี​ภรร​ยา​ใหม่
หรือ ผู้​หญิงหย่า​สามี​ แล้ว​ไป​มี​สามี​ใหม่
สิ่งนี้เป็นการทำ​ผิด​ประ​เวณี

​มี​บาง​คน​พา​เด็ก​เล็กๆ มา​หา​พระเยซู แต่​พวก​สา​วก​ห้าม​ไว้
พระเยซูจึงไม่​พอใจ ตรัสว่า
อย่า​ห้าม​เขา​เลย เพราะ​ว่า​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​เจ้า​เป็น​ของ​คน​อย่างเด็กเล็กๆ

มี​คน​หนึ่ง​ ​​ถาม​พระเยซู ​ว่า
เขาต้องทำอย่าง​ไร จึง​จะ​ได้​ชีวิต​นิรันดร์?

พระเยซูตอบเขาว่า
นอกจากการทำตามบัญญัติ ซึ่งเขาทำเสมอมาแล้ว
จง​ไป​ขายสิ่ง​ของ​ที่​มี​อยู่ แจก​จ่าย​ให้​กับ​คน​ยาก​จน แล้ว​มา​ติด​ตามพระเยซู
คนนั้นก็​ออก​ไป​เป็น​ทุกข์ เพราะ​เขา​มี​ทรัพย์​สิ่ง​ของ​จำ​นวน​มาก

พระเยซูสอนสาวก ​ว่า
คน​มั่งมี​จะ​เข้า​ใน​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​เจ้า​ก็​ยาก​จริงๆ
อูฐ​จะ​ลอด​รู​เข็ม​ก็​ง่าย​กว่า​คน​มั่งมี​จะ​เข้า​ใน​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​เจ้า

พวกสา​วก​ก็​ประ​หลาด​ใจ​อย่าง​ยิ่ง

พระเยซู​ตรัส​ว่า
ส่วน​มนุษย์​ก็​เหลือ​กำ​ลัง​ที่​จะ​ทำ​ได้ แต่​ไม่​เหลือ​กำ​ลัง​ของ​พระ​เจ้า
เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​ทำ​ให้​สำ​เร็จ​ได้​ทุก​สิ่ง

ใคร​ก็​ตาม​ที่​สละ​สิ่งสารพัด เพราะ​เห็น​แก่​พระเยซูและ​ข่าว​ประ​เสริฐ​
จะ​ได้​รับ​ผล​ตอบ​แทน​ 100 ​เท่า​ใน​ยุค​นี้​
และ​ใน​ยุค​หน้า​จะ​ได้​ชีวิต​นิรันดร์

พระเยซูได้บอกกับ​พวกสาวก​อีกครั้ง
ให้ทราบ​ถึง​เหตุ​การณ์​ที่​จะ​เกิด​กับ​พระ​องค์​ ในเยรูซาเล็ม

ยา​กอบ​กับ​ยอห์น ได้มา​ขอ​ให้​พวกเขานั่ง​ที่​เบื้อง​ขวา​พระ​หัตถ์​คน​หนึ่ง เบื้อง​ซ้าย​คน​หนึ่ง
พระเยซูตอบว่า พระองค์ไม่​ใช่ได้​เป็น​ผู้​จัดที่นั่งนั้น
เมื่อ​สา​วก​สิบ​คน​ได้​ยิน​เรื่อง​นี้​ก็​มี​ความ​ขุ่น​เคือง​ยา​กอบ​และ​ยอห์น

พระเยซูทรงสอนพวกสาวก ว่า
​ใคร​ต้อง​การ​จะ​เป็น​ใหญ่​ คน​นั้น​จะ​ต้อง​เป็น​ผู้​ปรน​นิบัติ​ผู้อื่นก่อน
​ถ้า​ใคร​ต้อง​การ​จะ​เป็น​นาย คน​นั้น​จะ​ต้อง​เป็น​ทาส​ของ​คน​ทั้ง​หลาย
เหมือนอย่างที่พระเยซูได้วางแบบอย่างไว้

​ขณะ​ที่​พระเยซูกำลังจะออก​จาก​เมือง​เยรี​โค​
มี​ขอทานคน​ตา​บอด​ ชื่อ บาร​ทิ​เม​อัส
​ร้อง​เสียง​ดัง​ ขอให้พระเยซูช่วยรักษาเขา
แม้จะมี​หลาย​คน​ห้าม​ปราม เขาไม่หยุด

พระ​เยซู​จึงใช้คนไปเรียกเขามาหา
เขา​ก็​ทิ้ง​ผ้า​ห่ม ลุก​ขึ้น​มา​หา​พระ​เยซู

คน​นั้น​ทูล​ ​ว่า
ขอ​พระเยซูโปรด​ให้​ตาของเขาเห็น​ได้

พระ​เยซู​ตรัส​ ​ว่า
“จง​ไป​เถิด ความ​เชื่อ​ของ​ท่าน​ทำ​ให้​ท่าน​หาย​ปกติ​แล้ว”
ทัน​ใด​นั้น​เขา​ก็​เห็น​ได้ และ​เดิน​ตาม​พระ​องค์​ไป

1. เมื่อพวก​ฟา​ริสี​ ​ถาม​พระเยซู เกี่ยวกับการหย่า
สิ่งที่พระเยซูให้พวกเขาทำคือ ระลึกถึงว่าพระคำของพระเจ้าสอนในเรื่องนั้นว่าอย่างไร

น่าเสียดายที่พวกเขา ระลึกได้แต่สิ่งที่ถูกใจพวกเขา
แต่คิดไม่ได้ว่า พระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับเรื่องนั้นจริงๆ คืออะไร

เมื่อมีเรื่องที่เราต้องตัดสินใจ
ให้เรากลับไปค้นดูในพระคำของพระเจ้าตอนใดบ้างที่สอนเราในเรื่องนั้น
แล้วค้นให้พบว่า สิ่งที่พระเจ้าปรารถนาในเราทำจริงๆเกี่ยวกับเรื่องนั้น คืออะไร
แล้วเชื่อฟัง ทำตาม
แล้ววิถีแห่งชีวิตของเราจะราบรื่นและเต็มไปด้วยพระพร

2. พระเยซูไม่พอใจพวกสาวกที่ห้ามไม่ให้เด็กเล็กๆเข้ามาหาพระเยซู
ซึ่งพวกเขาอาจจะคิดว่าเด็กเล็กซน เข้ามากวนใจ ไม่เป็นระเบียบ ฯลฯ

พระเยซูไม่พอใจ หากชีวิตของเราขวางกั้นไม่ให้คนมาหาพระเยซู
ซึ่งอาจจะไม่ใช่ด้วยการห้ามพวกเขาโดยตรง
แต่รวมถึงการใช้ชีวิต ให้เป็นหินสะดุด เมื่อคนเห็นชีวิตของเราแล้ว ไม่อยากมาหาพระเยซู

ชีวิตของเราควรเป็นแสงสว่าง ส่องนำทางคนให้เข้ามาเดินในทางของพระเยซู

3. การประยุกต์ใช้ มาระโก บทที่ 10 ยังมีอีก สามารถอ่านได้จากลิ้งนี้ครับ
http://bit.ly/2kbf1Dd

คำคม

“ สิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับมนุษย์ เป็นไปได้สำหรับพระเจ้า ”

สรุป มาระโก 9

ภาพรวม

  • มาระโก บทที่ 9 พระเยซูทรงจำแลงพระกายบนภูเขา เมื่อลงมาทรงขับผีใบ้ออกจากเด็ก ทรงบอกพวกสาวกถึงการสิ้นพระชนม์และการฟื้นคืนพระชนม์ และสอนพวกสาวกให้ถ่อมเหมือนเด็กและปรนนิบัติผู้อื่น

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

มาระโก บทที่ 9

พระ​เยซู​ทรง​พา​เป​โตร ยา​กอบ และ​ยอห์น​ขึ้น​ภูเขา​สูง​ตาม​ลำ​พัง
แล้ว​พระ​กาย​ของ​พระ​องค์​ก็​เปลี่ยน​ไป​
และเสื้อก็​ขาว​เป็น​มัน​ระยับ
แล้ว​เอลี​ยาห์​กับ​โม​เสส​ก็​มาสน​ทนา​กับ​พระ​เยซู
​พวก​สาวกก็​ตก​ใจ​กลัว

แล้ว​ก็​มี​เมฆ​มา​ปก​คลุม​พวก​เขา​ไว้​ และ​มี​พระ​สุร​เสียง ​ว่า
“ท่าน​ผู้​นี้​เป็น​บุตร​ที่​รัก​ของ​เรา จง​เชื่อ​ฟัง​ท่าน​เถิด”
ทัน​ใด​นั้นพวกเขาก็​ไม่​เห็น​ใคร นอกจาก​พระ​เยซู​

เมื่อ​ลง​มา​จาก​ภูเขา กลับ​มา​ที่​เหล่า​สา​วก
มหา​ชน​กำ​ลัง​ล้อม​รอบ​พวก​เขา
และ​พวก​ธรร​มา​จารย์​กำ​ลัง​ถก​เถียง​กับ​พวก​เขา​อยู่

คน​หนึ่ง​ใน​ฝูง​ชน​ทูล​พระเยซู ว่า
เขา​ได้​พา​ลูก​ชาย​ ที่​มี​ผี​ใบ้​เข้าสิง มาหาพระเยซู
พวก​สา​วก​ของ​พระองค์​ขับ​มัน​ออกไม่ได้

พระ​องค์​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า
“โอ นี่​เป็น​ยุค​ที่​ขาด​ความ​เชื่อ เรา​จะ​ต้อง​อยู่​กับ​พวก​ท่าน​นาน​แค่​ไหน? ”

พวก​เขา​จึง​พา​เด็ก​คน​นั้น​มา​หา​พระ​องค์
บิดา​ทูล​พระเยซู ว่า
ถ้าพระเยซู​สา​มารถ​ช่วย​ได้ ​โปรดช่วยเขา​ทั้ง​สอง​ด้วย

พระ​เยซู​​ตรัส​ ว่า “ใคร​เชื่อ​ก็​ทำ​ให้​ได้​ทุก​สิ่ง”

บิดา​ของ​เด็ก​จึง​ร้อง​ทูล​ทัน​ที​ว่า
“ข้าพ​เจ้า​เชื่อ และ​ขอ​โปรด​ช่วย​ใน​ส่วน​ที่​ขาด​อยู่​ด้วย​เถิด”

พระเยซูจึงขับผีนั้นออกไป
ผี​นั้น​ทำ​ให้​เด็ก​คน​นั้น​ล้ม​ชัก​อย่าง​รุน​แรง แล้ว​มัน​ก็​ออก​ไป
เด็ก​คน​นั้น​ก็​แน่​นิ่ง​

คน​ส่วน​มาก​กล่าว​ว่า “เขา​ตาย​แล้ว”
แต่​พระ​เยซู​ทรง​จับ​มือ​พยุง​เด็ก​คน​นั้น เขา​ก็​ยืน​ขึ้น

พระ​องค์สอนพวกสาวกว่า
“ผี​แบบ​นี้​จะ​ขับ​ออก​ได้​ด้วย​การ​อธิษ​ฐาน​เท่า​นั้น”

พระเยซูทรงบอกกับ​เหล่าสาวก อีกว่า
พระเยซู​จะ​ถูก​ฆ่า​ แล้ว ​3 ​วัน พระองค์​จะ​เป็น​ขึ้น​มา​ใหม่

พวก​สา​วก​เถียง​กัน​ว่า ใคร​จะ​เป็น​ใหญ่​กว่า​กัน
พระเยซูทรงสอน​พวก​เขา​ว่า

ถ้า​ใคร​ต้อง​การ​จะ​เป็น​คน​แรก
ก็​ให้​คน​นั้น​เป็น​คน​สุด​ท้าย และ​เป็น​คน​ปรน​นิบัติ​คน​ทั้ง​หลาย

ใคร​ก็​ตาม​ที่​ยอม​รับ​เด็ก​เล็กๆ ​ใน​นาม​ของพระองค์ ก็ถือว่าคน​นั้น​ยอม​รับพระองค์

ใคร​ก็​ตาม​ที่​ไม่​ได้​ต่อ​สู้พระองค์ย่อม​อยู่​ฝ่าย​เดียว​กับ​พระองค์

ใคร​ทำดีกับผู้อื่น เพราะเห็นแก่พระคริสต์ คน​นั้น​จะ​ไม่​ขาด​บำ​เหน็จ​อย่าง​แน่​นอน

ใคร​ทำ​ให้​ผู้​เล็ก​น้อยสัก​คน​หนึ่ง ​ที่​วางใจ​ใน​พระเยซู​หลง​ผิด
หากคนนั้นตายไปก่อนจะได้ทำสิ่งนั้น จะดีเสียกว่า

​จง​มี​เกลือ​ใน​ตัว​และ​จง​อยู่​ด้วย​กัน​อย่าง​สงบ​สุข

1. เมื่อพระเยซูทรงขับผีออกจากเด็กแล้ว เด็กคนนั้นนอนนิ่ง
แต่คนเหล่านั้นที่ไม่เชื่อ ก็คิดไปว่าเด็กนั้นตายแล้ว

เมื่อพระเยซูทรงแก้ไขปัญหาในชีวิตของเรา
บางครั้งอาจจะดูเหมือน เหตุการณ์กลับแย่ลงกว่าเดิม
อย่าให้เราขาดความเชื่อ แต่ยังคงเชื่อวางใจในพระเยซูต่อไป
แล้วเราจะเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ท่ามกลางเหตุการณ์เหล่านั้น

2. จงเป็นเหมือนเกลือ ที่รักษาสิ่งที่อยู่ใกล้ๆไม่ให้เน่าเสีย
และไม่ว่าอยู่ที่ไหน ก็ยังคงรักษาความเค็มเอาไว้

คือ เป็นแบบอย่างที่ดีและเป็นพระพรแก่คนรอบข้างเสมอ ทุกที่ ทุกเวลา

3. การประยุกต์ใช้ มาระโก บทที่ 9 ยังมีอีก สามารถอ่านได้จากลิ้งนี้ครับ
http://bit.ly/2kFvL5V

คำคม

“ เมื่อเราทำดีกับผู้อื่น เพราะเห็นแก่พระเยซู นั่นคือเรากำลังทำกับพระเยซู ”

สรุป มาระโก 8

ภาพรวม

  • มาระโก บทที่ 8 พระเยซูเลี้ยงคน 4,000 คน และเตือนสาวกให้ระวังเชื้อเคร่งศาสนาแต่เปลือกนอก ทรงรักษาคนตาบอด และเริ่มเปิดเผยว่าพระองค์จะสิ้นพระชนม์และเป็นขึ้นมาใหม่

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

มาระโก บทที่ 8

เมื่อ​ฝูงชน​พา​กัน​มา​หา​และ​ไม่​มี​อาหาร​จะ​รับ​ประ​ทาน
พระ​เยซู​จึง​ให้พวก​สา​วกเลี้ยงพวกเขา
พวกสาวก​มีขนม​ปัง​เพียง 7 ​ก้อน ​และปลา​เล็กๆ อีกนิดหน่อย
พระเยซูทรง​รับ​ขนม​ปัง​และปลานั้น​มา ขอบ​พระ​คุณ
แล้ว​​ส่ง​ให้​พวก​สา​วก​เอา​ไป​แจก
ประชาชน​ก็​ได้​รับ​ประ​ทาน​จน​อิ่ม และ​เศษ​อาหาร​ที่​เหลือ​ 7 ​กระ​บุง
คน​ที่​อยู่​ที่​นั่น​มี​ประ​มาณ​ 4,000 ​คน

ต่อมาพวก​ฟา​ริสี ​มา​​โต้​เถียง​กับ​พระ​องค์ และ​ทูล​ขอ​ให้​พระ​องค์​ทรง​แสดง​หมาย​สำ​คัญ​จาก​ฟ้า​สวรรค์
พระ​องค์​ถอน​พระ​ทัย​
แล้ว​พระ​องค์​เสด็จ​ไป​จาก​พวก​เขา​

ระหว่างลง​เรือ​ข้าม​ฟาก พวก​สา​วก​ลืม​เอา​ขนม​ปัง​ไป
​และ​ใน​เรือ​มี​ขนม​ปัง​อยู่​ก้อน​เดียว​เท่า​นั้น
พระเยซู​เตือน​พวก​สา​วก​ว่า
“จง​สัง​เกต​และ​ระวัง​เชื้อ​ของ​พวก​ฟา​ริสี และ​เชื้อ​ของ​เฮโรด​ให้​ดี”

พวก​สา​วก​คิด​ว่า ที่พระเยซูพูดเช่นนั้นเพราะ​พวกเขา​ไม่​มี​ขนม​ปัง​
พระเยซูจึงถามพวก​เขา​ว่า
พวก​เขา​ยัง​ไม่​รู้​และ​ยัง​ไม่​เข้า​ใจ​หรือ?
ใจ​ของ​พวก​เขา​แข็ง​กระ​ด้าง​หรือ?
มี​ตา​แล้ว​ยัง​ไม่​เห็น​หรือ?
มี​หู​แล้ว​ยัง​ไม่​ได้​ยิน​หรือ?
พวกเขาจำ​ไม่​ได้​หรือ?
ตอนเลี้ยงคน 5,000 ​คน และ 4,000 คน ​นั้น
มีเศษขนมปังเหลือเท่าใด

พวก​เขา​ตอบ​ว่า “12 ตะกร้า และ 7 กระบุง”

พระ​องค์​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า
“พวก​ท่าน​ยัง​ไม่​เข้า​ใจ​อีก​หรือ?”

ที่​เมือง​เบธ​ไซ​ดา มี​บาง​คน​พา​คน​ตา​บอด​คน​หนึ่ง​มา​หา​พระ​องค์ และขอ​ให้​พระ​องค์​ทรง​สัม​ผัส​คน​นั้น

พระ​องค์​จึง​ทรง​จูง​มือ​คน​ตา​บอด​ออก​ไป​นอก​หมู่​บ้าน
​ทรง​บ้วน​น้ำ​ลาย​ลง​ที่​ตา​ของ​คน​นั้น
​และ​วาง​พระ​หัตถ์​บน​ตัว​เขา​แล้ว 2 ครั้ง
แล้วของเขา​ตา​ก็​หาย​เป็น​ปกติ

พระ​องค์​จึง​ตรัส​สั่ง​ให้​คน​นั้น​กลับ​ไป​ที่​บ้าน
​และ​ทรง​กำ​ชับ​ว่า “อย่า​เข้า​ไป​ใน​หมู่​บ้าน​นั้น”

ที่แขวง​ซีซา​รียา​ฟี​ลิปปี พระเยซูถาม​พวก​สา​วก​ว่า
พวกเขา​คิด​ว่าพระองค์​เป็น​ใคร?
เป​โตร​ทูล​ตอบ​ว่า “พระ​องค์​เป็น​พระ​คริสต์”

ตั้ง​แต่​นั้น​มา พระ​องค์​ทรง​สอน​พวก​สา​วก​ว่า
พระองค์​จะ​ต้อง​ทน​ทุกข์​ทร​มาน​หลาย​ประ​การ
และจะ​ทรง​ถูก​ประ​หาร​ชีวิต
และ​หลัง​จาก​นั้น 3 ​วัน​จะ​เป็น​ขึ้น​มา​ใหม่

​เป​โตร​ได้ทูล​ทัก​ท้วง
พระ​องค์​จึงทรง​ตำ​หนิ​เป​โตร​ว่า
“เจ้า​ซา​ตาน จง​ไป​ให้​พ้น
เพราะ​เจ้า​คิด​อย่าง​คน ไม่​ได้​คิด​อย่าง​พระ​เจ้า”

พระเยซูตรัสกับ​ฝูง​ชน ว่า
ถ้า​ใคร​ต้อง​การ​จะ​ตามพระองค์
ให้​คน​นั้น​ปฏิ​เสธ​ตน​เอง รับ​กาง​เขน​ของ​ตน​แบก​และ​ตามพระองค์
​ใคร​ยอม​เสีย​ชีวิต​เพราะ​เห็น​แก่​พระเยซูและ​ข่าว​ประ​เสริฐ
คน​นั้น​จะ​ได้​ชีวิต​รอด

ใคร​มี​ความ​ละอาย​เพราะพระเยซู​และ​คำ​สอน​ของพระองค์
พระเยซูก็​จะ​มี​ความ​ละอาย​เพราะ​คน​นั้น​ด้วย
เมื่อ​พระ​องค์​จะ​เสด็จ​มา​ด้วย​พระ​รัศมี​พร้อม​กับ​พวก​ทูต​สวรรค์

1. เหตุที่พระเยซูทรงถอนใจ เมื่อพวกฟาริสีมา​​โต้​เถียง​กับ​พระ​องค์ และ​​ขอ​ให้​พระ​องค์​พิสูจน์ตนเอง ด้วยการ
แสดง​หมาย​สำ​คัญ​จาก​ฟ้า​สวรรค์
ก็เพราะว่า พระเยซูทรงรักพวกเขา พระองค์ทรงอยากให้เขาเชื่อ อยากให้เขาไว้วางใจในพระองค์ เพื่อจะพบกับความรอด
แต่พวกเขากลับเลือกที่จะไม่เชื่อ

พระเยซูไม่ได้เกลียดพวกเขา แต่ปรารถนาให้พวกเขากลับใจใหม่

วันนี้ก็เช่นกัน หากเราทำผิดพลาดพลั้งบาปไป
พระเยซูไม่ได้เกลียดหรือโกรธเรา
พระองค์ปรารถนาให้เรากลับใจใหม่ เพื่อพระองค์จะทรงเข้ามาช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา

2. พวก​สา​วก​เข้าใจผิดคิด​ว่า ที่พระเยซู เป็นห่วงเรื่อง​ไม่​มี​ขนม​ปัง​
ทั้งที่พวกเขาเคยมีประสบการณ์การอัศจรรย์ เลี้ยงคน 5,000 ​คน และ 4,000 คน ​นั้น

พวกเขาจำเหตุการณ์ได้ จำรายละเอียดได้ แม้กระทั้งเหลือเศษขนมปังเท่าไหร่
แต่พวกเขากลับลืม กลับจำสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ได้
คือ “ถ้ามีพระเยซูอยู่ด้วย พวกเขาไม่มีวันอดตาย”

สิ่งที่พระเยซูทรงทำแก่ชีวิตของเรา ในอดีตที่ผ่านมา เป็นการดีที่เราจะจำรายละเอียดได้
แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นคือ เราควรจดจำและเก็บเข้ามาไว้ในใจ ว่า
เรารู้จักพระลักษณะของพระเจ้าว่า พระองค์เป็นเช่นไร ในเหตุการณ์เหล่านั้น
เพราะนันเป็นประโยชน์ที่แท้จริงของการเหตุการณ์ต่างๆที่เราพบเจอในชีวิต

3. การประยุกต์ใช้ มาระโก บทที่ 8 ยังมีอีก สามารถอ่านได้จากลิ้งนี้ครับ 
http://bit.ly/2kcmToa

คำคม

“ ยอมเสียของชั่วคราวในโลกนี้เพื่อเห็นแก่พระคริสต์ จะได้รับของถาวรชั่วนิรันดร์ ”

สรุป มาระโก 7

ภาพรวม

  • มาระโก บทที่ 7 พระเยซูตำหนิพวกนักศาสนาที่สนใจพิธีกรรมไม่สนใจทำตามพระคำของพระเจ้า พระเยซูรักษาลูกของหญิงชาวซีเรีย​ฟี​นิเซีย และรักษาคนหูหนวกพูดติดอ่าง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

มาระโก บทที่ 7

พวก​ฟา​ริสี​กับ​พวก​ธรร​มา​จารย์​ มา​ห้อม​ล้อมพระเยซู แล้วถามว่า
ทำ​ไม​พวก​สา​วก​ของ​พระเยซู ​ไม่​ประ​พฤติ​ตาม​คำ​สอน​ที่​ตก​ทอด​มา​จาก​บรรพ​บุรุษ
แต่​กลับ​รับ​ประ​ทานอาหาร​ด้วย​มือ​ที่​เป็น​มล​ทิน?”

เนื่องจากพวก​เขา​เห็น​สา​วก​​ของพระเยซู รับ​ประ​ทาน​อาหารโดยไม่ทำพิธีชำระ​มือ​
เพราะเมื่อ​พวก​เขา​มา​จาก​ตลาด จะทำพิธี​ชำระ​ล้าง​ก่อน จึงจะรับ​ประ​ทาน​อาหาร
และ​ยัง​มี​ธรรม​เนียม​อื่นๆ เช่น ​การ​ล้าง​ถ้วย เหยือก​และ​ภาชนะ​ทอง​สัม​ฤทธิ์

พระ​องค์​ตรัส​ตอบ ว่า
​คน​หน้า​ซื่อ​ใจ​คด ให้​เกียรติ​เรา​แต่​ปาก แต่ใจ​ห่าง​ไกล​จากพระองค์
​นมัส​การพระเจ้า​โดย​เปล่า​ประ​โยชน์
เพราะ​เอา​กฎ​เกณฑ์​ของ​มนุษย์ ​มา​สอน​ว่า​เป็น​พระ​ดำรัสของพระเจ้า
แล้ว​ละ​ทิ้ง​พระ​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​เจ้า

พวก​ท่าน​สอนว่า
ใครพูดกับ บิดามารดาว่า “โก​ระบาน” ก็ไม่ต้องให้​เกียรติ​หรือดูแลบิดา​มาร​ดา​​อีก​ต่อ​ไป

แล้ว​พระ​องค์ตรัส​กับฝูงชน ​ว่า
ไม่​มี​สิ่ง​ใด​ภาย​นอก​ที่​เข้า​ไป​ภาย​ใน​มนุษย์​ จะ​ทำ​ให้​มนุษย์​เป็น​มลทิน​ได้
แต่​สิ่ง​ที่​ออก​มา​จาก​ภาย​ใน​มนุษย์​นั่น​แหละ ​ที่​ทำ​ให้​มนุษย์​เป็น​มลทิน

ต่อมาพระเยซูอธิบาย ให้พวกสาวกฟัง ว่า
​สิ่ง​ที่กินเข้านั้น​ ไม่​ได้​เข้า​ไป​ใน​ใจ แต่​ลง​ไป​ใน​ท้อง ​แล้ว​ก็​ถ่าย​ออก​ลง​ส้วม​ไป”
แต่สิ่ง​ที่​ออก​มา​จาก​ภาย​ใน​มนุษย์​ หมายถึง ​ความ​คิด​ชั่ว​ร้าย ได้แก่
​การ​ล่วง​ประ​เวณี การ​ลัก​ขโมย การ​ฆ่า​คน
การ​เป็น​ชู้ การ​โลภ การ​อธรรม การ​ล่อ​ลวง ราคะ​ตัณ​หา การ​อิจฉา
การ​ใส่​ร้าย ความ​เย่อ​หยิ่ง ความ​เขลา
ความ​ชั่ว​เหล่า​นี้ ​มา​จาก​ภาย​ใน​ และ​ทำ​ให้​มนุษย์​เป็น​มล​ทิน

ที่​เขต​แดน​เมือง​ไทระ​และ​เมือง​ไซ​ดอน
​ผู้​หญิง​ ชาวซีเรีย​ฟี​นิเซียคน​หนึ่ง เป็น​คน​ต่าง​ศาส​นา ​ลูก​สาว​เล็กๆของนาง ถูก​ผี​โส​โครก​สิง
นางมากราบ​ลง อ้อน​วอน พระเยซูให้ช่วย​ลูก​​ของ​นาง

พระ​เยซู​ตรัส​กับ​นาง​ว่า
“ให้​ลูกๆ กิน​กัน​อิ่ม​เสีย​ก่อน เพราะ​ว่า​ไม่​สม​ควร​ที่​จะ​เอา​อาหาร​ของ​ลูกๆ โยน​ให้​กับ​พวก​สุนัข”

แต่​นาง​​ตอบ​ว่า
“จริง​เจ้าค่ะ แต่​สุนัข​ที่​อยู่​ใต้​โต๊ะ​นั้น ​ย่อม​กิน​อาหาร​เหลือ​เดน​ของ​ลูกๆ”

แล้ว​พระ​องค์​ตรัสกับนาง ​ว่า
“เพราะ​ถ้อย​คำ​นี้​ท่าน​จง​กลับ​ไป​เถิด ผี​ออก​จาก​ตัว​ลูก​สาว​ของ​ท่าน​แล้ว”
แล้วลูกของนางก็หายเป็นปกติ

ที่​เขต​แดน​แคว้น​ทศ​บุรี พวก​เขา​พา​ชาย​หู​หนวก​ พูด​ติด​อ่าง​ คน​หนึ่ง​ มา​​ขอ​ให้​พระ​องค์​วาง​มือบน​คน​นั้น
พระ​องค์​จึง​ทรง​พา​คน​นั้น​ออก​ห่าง​จาก​ฝูง​ชน​ไป​อยู่​ตาม​ลำพัง
แล้ว​ทรง​เอา​นิ้ว​​แยง​เข้า​ที่​หู​ทั้ง​สอง​ของ​เขา
และ​ทรง​บ้วน​น้ำ​ลาย เอา​นิ้ว​พระ​หัตถ์​จิ้ม​แตะ​ลิ้น​ของ​คน​นั้น
แล้ว​พระ​องค์​แหงน​พระ​พักตร์​ดู​ฟ้า​สวรรค์
แล้ว”ถอน​ใจ”
และ​ตรัส​กับ​คน​นั้น​ว่า “จง​เปิด​ออก”
แล้ว​หู​ของ​คน​นั้น​ก็​ปกติ และ​​พูด​ได้​ชัด

พระ​องค์​ทรง​ห้าม​ปราม​คน​ทั้ง​หลาย​ไม่​ให้​บอก​เรื่อง​นี้​กับ​ใคร
แต่​พระ​องค์​ยิ่ง​ทรง​ห้าม​ปราม พวก​เขา​ก็​ยิ่ง​เล่า​ลือ​ออก​ไป

1. พิธีล้างมือ คือ การปล่อยให้น้ำไหลจากหลังมือถึงข้อศอก

พิธีล้าง​ถ้วย คือ เอาถ้วยจุ่มลงในอ่างที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ โดยที่
ถ้วยที่จุ่มตอนเช้า ใช้ทานตอนเที่ยง
ถ้วยที่จุ่มตอนเที่ยง ใช้ทานตอนเย็น
ถ้วยที่จุ่มตอนเย็น ใช้ทานตอนเช้า
(โดยไม่มีการกล่าวถึงการที่ต้องเปลี่ยนน้ำใหม่)

ส่วนพิธีล้างเหยือก​และ​ภาชนะ​ทอง​สัม​ฤทธิ์ นั้น
จะจุ่มแล้วเอามาดื่มตอนไหนก็ได้

(ข้อมูจาก John Gill’s Exposition of the Entire Bible)

ซึ่งพิธีเหล่านี้ ไม่ใช่เพื่อสุขอนามัยเลย เป็นเพียงพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น

พระเยซูจึงบอกว่าการกระทำภายนอก ไม่มีผลให้คนนั้นมีมลทิน หรือไม่มีมลทิน
แต่ความชั่วร้ายภายในต่างหาก ทำให้คนนั้นเป็นมลทิน

หมายเหตุ :
“ไม่​มี​สิ่ง​ใด​ภาย​นอก​ที่​เข้า​ไป​ภาย​ใน​มนุษย์​ จะ​ทำ​ให้​มนุษย์​เป็น​มลทิน​ได้ “
ดังนั้น ผู้หญิงที่ถูกข่มขืน จึงไม่ได้เป็นผู้มีมลทิน ในสายพระเนตรของพระเจ้า
แต่เป็นผู้ที่สมควรรับความรัก พระเมตตา และการปลอบประโลมจากพระเจ้า

2. หญิงชาวซีเรียฟินีเซีย เป็นคนต่างชาติ ไม่ได้นมัสการพระเจ้าแต่นมัสการพระของตน
ไม่ใช่ประชากรของพระเจ้า ไม่ใช่ลูกของพระเจ้า

ด้วยคำตอบของพระเยซู
ทำให้รู้ว่า เธอไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะได้รับการช่วยเหลือจากพระเจ้า
และทำให้รู้ว่า คนที่ไม่สมควรจะได้รับที่ปรารถนาอย่างจริงใจ อยากจะได้รับพระเมตตาจากพระเจ้า จะได้รับพระเมตตาเสมอ

วันนี้ เมื่อเราอ้อนวอนต่อพระเยซู คำตอบที่พระองค์ประทานแก่เรานั้น
เต็มไปด้วยพระเมตตาของพระเจ้า
แม้เรายังไม่เข้าใจ ก็ให้เรายังคงยึดมั่น วางใจ และพึ่งพาพระองค์แต่เพียงผู้เดียวต่อไป
แล้วเราจะพบพระเมตตาของพระเจ้าแน่นอน

3. การประยุกต์ใช้ มาระโก บทที่ 7 ยังมีอีก สามารถอ่านได้จากลิ้งนี้ครับ 
http://bit.ly/2lE3xsk

คำคม

“ อย่าทำให้พระเยซูถอนใจ เพราะความไม่เชื่อของคุณ ”

สรุป มาระโก 6

ภาพรวม

  • มาระโก บทที่ 6 คนในเมืองนาซาเร็ธไม่ยอมรับพระเยซู พระเยซูทรง​ใช้สา​วก​ 12 คน ​ออก​ประกาศ พระเยซูทรงเลี้ยงคน 5,000 คน และทรงดำเนินบนทะเล

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

มาระโก บทที่ 6

พระ​เยซู​เสด็จ​ไป​ยัง​ภูมิ​ลำ​เนา​ของ​พระ​องค์
พอ​ถึง​วัน​สะ​บา​โต พระ​องค์​ทรง​เริ่ม​สั่ง​สอน​ใน​ธรรม​ศาลา
และ​คน​จำ​นวน​มาก​ ที่​ได้​ยิน​ ​ก็​ประ​หลาด​ใจ และ​ขัด​เคือง​ใจ​ใน​ตัว​พระ​องค์

พระ​เยซู​ตรัส ​ว่า
ผู้​เผย​พระ​วจนะ​จะ​​ขาด​ความ​เคา​รพ​นับ​ถือ ​ใน​เมือง​ของ​ตน​

พระ​องค์​ทรง​ทำ​การ​อัศ​จรรย์​ที่​นั่น​ไม่​ได้
เว้น​แต่​วาง​มือคน​เจ็บ​บาง​คน​ให้​หาย​โรค
และ​พระ​องค์​ประ​หลาด​ใจ​ที่​พวก​เขา​ไม่​มี​ความ​เชื่อ
แล้ว​พระ​องค์​จึง​เสด็จ​ไป​ทรง​สั่ง​สอน​ตาม​หมู่​บ้าน​โดย​รอบ

พระเยซูทรง​ใช้สา​วก​ 12 คน​มา ​ออก​ไป​เป็น​คู่ๆ 
และ​ประ​ทาน​สิทธิ​อำ​นาจ​ให้​พวก​เขา​ขับ​ผี​ร้าย​ออก​ได้
พวก​สา​วก​ก็​ออก​ไป​ประ​กาศ​ให้​ทุก​คน​กลับ​ใจ​ใหม่
พวก​เขา​ขับ​ผี​ออก​หลาย​ตน และ​รักษา​คน​เจ็บ​ป่วย​หลาย​คน​ให้​หาย​โรค
แล้วพวกเขาก็กลับมารายงานให้พระเยซูทราบ

กษัตริย์​เฮ​โรด ทราบ​เรื่อง​ของ​พระเยซู
จึงบอก​ว่า 
“ยอห์น​คน​ที่​เรา​ตัด​ศีรษะ​เป็น​ขึ้น​มา​จาก​ตาย​แล้ว”
เพราะ​ก่อนหน้านี้ ​เฮ​โรด​สั่งให้ศีรษะ​ของ​ยอห์น​ผู้​ให้​บัพ​ติศ​มา ตามคำขอของลูกสาวของตน

เมื่อพระเยซูกำลังไป​หา​ที่​สงบ​เพื่อ​หยุด​พัก 
เพราะ​ว่า​มี​คน​ไป​มา​มาก​มาย ​จน​ไม่​มี​เวลา​แม้​แต่​จะ​รับ​ประ​ทาน​อาหาร
แต่เมื่อฝูงชนทราบ ก็วิ่ง​ไป​ถึง​ที่​หมาย​ล่วง​หน้า​ก่อน​พวก​ของ​พระ​องค์

เมื่อ​พระ​เยซู​มาถึง ก็ทรง​สง​สาร​พวก​เขา 
เพราะ​ว่า​พวก​เขา​เป็น​เหมือน​ฝูง​แกะ​ไม่​มี​ผู้​เลี้ยง 
พระ​องค์​จึง​ทรง​เริ่ม​สั่ง​สอน​พวก​เขา ​หลาย​ประ​การ

เมื่อ​เกือบ​จะ​ค่ำ​แล้ว พระเยซูสั่งให้พวก​สา​วก​เลี้ยง​อาหารพวกเขา
สาวกทูล ว่า
ต้องใช้ อย่างน้อย 200 ​เดนา​ริอัน​ เพื่อจะ​ซื้อ​อาหาร​ให้​พวก​เขา​รับ​ประ​ทาน

พวกสาวก​จึง​ทูล​ว่า 
พวกเขามีแค่​ขนม​ปัง 5 ​ก้อน​ กับ​ ปลา 2 ​ตัว
พระเยซูทรง​รับ​ ขนม​ปัง​กับ​ปลานั้น​ 
แล้วขอ​พระ​พร แบ่งให้​พวก​สา​วก​เอา​ไป​แจก​
ทุก​คน​จึง​ได้​กิน​จน​อิ่ม
ส่วน​เศษ​ขนม​ปัง​และ​ปลา​ที่​เหลือ​นั้น เก็บ​ไว้​ได้​ 12 ตะ​กร้า​เต็ม
คน​ที่​รับ​ประ​ทาน​นั้น มี​ผู้​ชาย 5,000 คน

แล้ว​พระเยซูตรัส​สั่ง​ให้​พวก​สา​วก​ลง​เรือ​ข้าม​ไป​ยัง​เมือง​เบธ​ไซ​ดา​ทัน​ที​
ส่วนพระเยซู​เสด็จ​ขึ้น​ภูเขา​เพื่อ​ทรง​อธิษ​ฐาน​

เมื่อ​ค่ำ​ลง เรือ​ของ​พวก​สา​วก​อยู่​กลาง​ทะเล ​ตี​กรร​เชียง​ด้วย​ความ​ลำ​บาก​เพราะ​ทวน​ลม​อยู่ 
พอ​ถึง​ช่วงตี 3 ​พระ​องค์​ทรง​เดิน​บน​น้ำ​ทะเล​ไป​หา​พวก​เขา 
พวก​เขา​คิด​ว่า​เป็น​ผี แล้ว​พา​กัน​ร้อง​เสียง​ดังด้วยความกลัว

พระเยซูยิ้ม แล้วตรัส​ ​ว่า 
“ทำ​ใจ​ดีๆ เถิด นี่​เรา​เอง อย่า​กลัว​เลย”
เมื่อพระ​องค์​ขึ้น​ไป​​บน​เรือ​ แล้ว​ลม​ก็​สงบ​ลง 

พวก​สา​วก​ก็​ประ​หลาด​ใจ​เหลือ​ที่​จะ​กล่าว
เพราะ​ว่า​พวก​เขา​เอง ​ยัง​ไม่​เข้าใจ​เรื่อง​ขนม​ปัง​นั้น 
เนื่อง​จาก​ใจ​ของ​พวก​เขา​ยัง​แข็ง​กระ​ด้าง​อยู่

เมื่อถึง​แขวง​เยน​เน​ซา​เรท
​คน​ทั้ง​หลาย​ก็​รีบนำ​คน​เจ็บ​ป่วย​ มาให้พระองค์ทรงรักษา
หลายคน​ทูล​ขอ​อนุ​ญาต​แตะ​ต้อง​ ​ชาย​เสื้อของ​พระ​องค์ 
และ​ทุก​คน​ที่​แตะ​ต้อง​ก็​หาย​ป่วย

1. เฮโรดเลือกเชื่อว่า พระเยซู คือยอห์น ผู้ให้บัพติศมา เป็นขึ้นมาจากความตาย
เพราะการเชื่อแบบนั้น ทำให้เขาสบายใจ
เนื่องจากเขาเป็นคนสั่งประหารยอห์น
ถ้ายอห์น เป็นขึ้นมาจากความตาย ก็แสดงว่าเขาไม่มีความผิด
เพราะไม่ได้เอายอห์น ไปจากประชาชน

บางคนเลือกเชื่อ แบบเฮโรด คือ เชื่อตามที่ตนพอใจ สบายใจ
แต่ไม่ยอมเชื่อตามที่พระคำของพระเจ้า่บอกไว้

อย่าให้เราเป็น “ผู้เชื่อแบบเฮโรด”

2. พวกสา​วก​ ​ประ​หลาด​ใจ​ และ​ไม่​เข้าใจ​ การอัศจรรย์ที่พระเยซูทรงทำ
ทั้งเรื่อง​ขนม​ปัง​ และเรื่องเดินบนทะเล
เพราะใจ​ของ​พวก​เขา​ยัง​แข็ง​กระ​ด้าง​อยู่

ใจของพวกเขายังไม่ยอมเชื่ออย่างหมดใจว่า
พระเยซูทรงเป็นพระเจ้า พระองค์ทรงสามารถทำได้ทุกสิ่ง

วันนี้ใจของเรา กำลังแข็งกระด้างอยู่หรือเปล่า?
เราเชื่อจริงๆไหมว่า พระเยซูทรงเป็นพระเจ้าใหญ่ยิ่งสูงสุด พระองค์ทรงสามารถทำได้ทุกสิ่ง
รวมทั้งแก้ไขสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้ได้
และจะทรงเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นพระพร ?

3. การประยุกต์ใช้ มาระโก บทที่ 6 ยังมีอีก สามารถอ่านได้จากลิ้งนี้ครับ  
http://bit.ly/2kA4v8H

คำคม

 “  คุณเชื่อไหมว่า พระเยซูทรงทำอัศจรรย์ในสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่ในวันนี้ได้  ? ”   

สรุป มาระโก 5

ภาพรวม

  • มาระโก บทที่ 5 พระเยซูทรงรักษาชายที่มีผีโสโครกทั้งกองสิง ทรงรักษาหญิงโลหิตตก 12 ปี และทรงทำให้ลูกสาวของไยรัสเป็นขึ้นมาจากความตาย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

มาระโก บทที่ 5

หลังพระเยซูทรงห้ามพายุแล้ว ก็​ข้าม​ทะเล​ไป​ยัง​เขต​​เมือง​เก-ราซา
ชาย​คน​หนึ่ง ​มี​ผี​โส​โครก​สิง​ ออก​จาก​อุโมงค์​ฝัง​ศพ ​มา​พบ​พระ​องค์ ​ทัน​ที
เขา​คลั่ง​ร้อง​อื้อ​อึง​และ​เอา​หิน​เชือด​เนื้อ​ตัว​เอง​อยู่​เสมอ​ ทั้ง​กลาง​คืน​และ​กลาง​วัน
ไม่​มี​ใคร​มี​แรง​พอ​จะ​ทำ​ให้​เขา​สงบ​ได้

พระเยซูจึงสั่งให้ผี​โส​โครก จง​ออก​มา​จาก​คน​นั้น
ผีนั้น​ ชื่อ​ “กอง​พล” เพราะ​ว่า​มี​หลาย​ตน​ด้วย​กัน
พวกมันอ้อน​วอน​พระ​องค์​อย่าง​มาก
ขอ​ให้​พวกมัน​เข้า​ไป​สิงใน​ฝูง​สุกร
พระ​องค์​ก็​ทรง​อนุ​ญาต
ผี​เหล่า​นั้น​จึง​ออก​ไป​สิง​อยู่​ใน​สุกร
แล้ว​สุกร​ทั้ง 2,000 ​ตัว​ ก็​วิ่ง​กระ​โดดลงหน้า​ผา​ จม​น้ำ​ตาย

​คน​​เลี้ยง​สุกร ​ต่าง​หนี​ไป​​เล่า​เรื่อง​นี้ ​ทั้ง​ใน​เมือง​และ​นอก​เมือง
คน​ทั้ง​หลาย​ก็​ออก​มา​ดู​ ​เห็น​คน​ที่​เคย​ถูก​ผี​สิงนั้น นุ่ง​ห่ม​ผ้า​มี​สติ​ นั่ง​อยู่​ที่​นั่น
พวก​เขา​จึง​เกรง​กลัว
แล้วพวกเขา​พา​กัน​อ้อน​วอน​ ขอ​ให้​พระ​องค์​เสด็จ​ไป​เสีย​จาก​เขต​เมือง​ของ​พวก​เขา

คน​ที่​เคย​ถูก​ผี​สิง​นั้น อ้อน​วอน​ขอ​ติด​ตาม​พระ​องค์​ไป​ด้วย
แต่​พระ​องค์​ไม่​ทรง​อนุ​ญาต
พระองค์ทรงใช้เขา ให้ไป​บอก​พวก​พ้อง​ ถึง​สิ่ง​ที่​พระเจ้าทรง​ทำ​แก่​เขา

คน​นั้น​จึง​เริ่ม​ประ​กาศ​ใน​แคว้น​ทศ​บุรี
และ​คน​ทั้ง​หลาย​ก็​ประ​หลาด​ใจ

เมื่อ​พระ​เยซู​​ข้าม​ฟาก​กลับ​มา​แล้ว
มี​นาย​ธรรม​ศาลา​ ชื่อ​ไยรัส​ มา​อ้อน​วอน​พระ​องค์​
ให้เสด็จ​ไป​วาง​พระ​หัตถ์​บน​ลูกสาวของเขาที่ป่วยหนัก
พระ​องค์​จึง​ไป​กับ​เขา ฝูงชน​ตาม​ไป​ด้วย

มี​ผู้​หญิง​คน​หนึ่ง​ เป็น​โรค​โล​หิต​ตก​มา 12 ​ปี​แล้ว
เธอ​ทน​ทุกข์​ลำ​บาก​มาก​ ไม่มีหมอที่จะรักษาโรค​นั้นให้​บรร​เทาลงได้
เธอ​ก็​เดิน​เข้า​​มา​ทาง​ข้าง​หลังพระเยซู
และ​แตะ​ต้อง​ฉลอง​พระ​องค์
ทัน​ใด​นั้น​ เธอก็​รู้​สึก​ตัว​ว่า​ โรค​หาย​แล้ว

พระ​เยซู​ทรง​เหลียว​หลังมา ดู​รอบๆ ถาม​ว่า
“ใคร​แตะ​ต้อง​เสื้อ​ของ​เรา?”

หญิง​ผู้​นั้น​ก็​กลัว​จน​ตัว​สั่น
จึง​มา​กราบ​ลง​ทูล​พระ​องค์​ตาม​ความ​จริง​

พระ​องค์​​ตรัส​กับเธอ​ว่า
“ลูก​หญิง​เอ๋ย ที่​หาย​โรค​นั้น​ก็​เพราะ​ลูก​เชื่อ
จง​ไป​เป็น​สุข​และ​หาย​โรค​นี้​เถิด”

​มี​​คน​มา​​บอก​ว่า
ลูก​สาว​ของไยรัส​ตาย​แล้ว ไม่ต้อง​รบกวน​พระเยซูให้ไปอีกแล้ว

แต่​พระ​เยซู​ไม่ใส่ใจ ​สิ่ง​ที่​พวก​เขา​กล่าว​นั้น
พระ​องค์​ตรัส​กับ​ไยรัส​ว่า
“อย่า​วิตก​เลย จง​เชื่อ​เท่า​นั้น”

เมื่อ​พระ​องค์​เสด็จ​ไป​ถึง​บ้าน​ของ​ไยรัส ​คน​ก็กำ​ลัง​วุ่น​วาย​ร้อง​ไห้​คร่ำ​ครวญ​อย่าง​มาก
พระเยซู​ตรัสกับ​พวก​เขา​ว่า
เด็ก​คน​นั้น​ยัง​ไม่​ตาย เพียง​แต่​นอน​หลับ​อยู่​เท่า​นั้น

พวก​เขา​ก็​พา​กัน​หัว​เราะ​เยาะ​พระ​องค์
หลัง​จาก​พระ​องค์​ไล่​คน​เหล่า​นั้น​ออก​ไป​แล้ว
จึง​พา​บิดา​มาร​ดา​และ​พวก​สา​วก ​ที่มา​นั้น ​เข้า​ไป​ใน​ที่​ที่​เด็ก​อยู่

พระ​องค์​ทรง​จับ​มือ​ของ​เด็ก​หญิง แล้วเรียกให้เธอ​ลุก​ขึ้น​
เธอก็​ลุกขึ้น​เดิน​ทัน​ที

1. ผีโสโครกเหล่านั้น อ้อนวอนพระเยซู พระองค์ทรงอนุญาตพวกมัน
แต่ชายผู้รับการรักษาที่ปรารถนาจะติดตามพระเยซู อ้อนวอนพระเยซู พระองค์ทรงปฏิเสธ
ส่วนไยรัส อ้อนวอนพระเยซู ให้ไปกับเขา พระองค์ก็ทรงยอมไป

ชี้ให้เห็นว่า เมื่อใครก็ตามที่อ้อนวอนต่อพระเยซู โดยปกติพระองค์จะยอมทำสิ่งที่พวกเขาอ้อนวอน
ทั้งที่สิ่งที่อ้อนวอนอาจจะดูไม่เข้าท่าเอาเสียเลย
เช่น ถ้าไยรัสขอให้พระเยซูตรัส ลูกสาวเขาก็จะหาย แล้วไม่ต้องตายก่อนด้วย

แต่ในบางกรณี ที่พระองค์ปฏิเสธคำอ้อนวอน นั่นเป็นกรณีพิเศษ
เพราะพระองค์มีพระประสงค์พิเศษบางอย่างสำหรับคนนั้น
อย่างคนที่เคยถูกผีสิง การปฏิเสธคำอ้อนวอนของเขา
ทำให้ทั่วแคว้นทศบุรีได้ยินข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูคริสต์

วันนี้ถ้าเราอธิษฐานอ้อนวอนต่อพระเยซู เรารู้แน่ว่าพระองค์จะทรงตอบคำอธิษฐานของเราเป็นแน่
และถ้าหากพระองค์ปฏิเสธ เรายิ่งรู้แน่ว่า พระองค์เตรียมสิ่งที่พิเศษที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเรา

2. คนที่มาแจ้งข่าวการตายชองลูกสาวไยรัส เชื่อว่า
ต่อให้พระเยซูไปถึงบ้านไยรัส ก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว
แต่พระเยซูบอกให้ไยรัสอย่าไปเชื่อคำพูดของคนที่ขาดความเชื่อเหล่านั้น
ให้เขายังคงยึดมั่นในความเชื่อต่อไป
เหมือนกับตอนแรกที่เขาเชื่อว่า ถ้าพระเยซูไปที่บ้านของเขา สถานการณ์จะคลี่คลายในทางที่ดี

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ดูเหมือนสิ้นหวัง อย่าให้เรายอมเชื่อตามคำพูดของเหล่าคนที่ไม่มีความเชื่อ
ให้เรายังคงเชื่อวางใจในพระเยซู และหวังในพระองค์ต่อไป อย่างมั่นคง
แล้วเราจะไม่ผิดหวัง อย่างแน่นอน

3. การประยุกต์ใช้ มาระโก บทที่ 5 ยังมีอีก สามารถอ่านได้จากลิ้งนี้ครับ  
http://bit.ly/2lFtSq8

คำคม

“ จงอ้อนวอนสิ่งที่ท่านปรารถนา ต่อพระเยซู ”

สรุป มาระโก 4

ภาพรวม

  • มาระโก บทที่ 4 พระเยซูตรัสสอนประชาชนเป็นคำอุปมา แล้วค่อยมาอธิบายให้สาวกฟัง จากนั้นลงเรือข้ามฟากแต่เรือพบกับพายุใหญ่ พระเยซูจึงทรงห้ามลม แล้วลมพายุก็สงบลง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

มาระโก บทที่ 4

ฝูง​ชน​จำ​นวน​มาก​พา​กัน​มา​ฟังพระเยซู ​สั่ง​สอน​ที่​ฝั่ง​ทะเล​
พระ​องค์​จึง​ตรัส​สั่ง​สอน​พวก​เขา​หลาย​ประ​การ​เป็น​อุป​มา เช่น

มี​คน​หนึ่ง​ออก​ไป​หว่าน​พืช
บางเมล็ด​พืช ​นก​ก็​มา​กิน​ไป
บางเมล็ดงอกบนที่มี​พื้น​หิน​มี​​ดินน้อย พอ​แดด​จัด ก็​เหี่ยว​ไป
บางเมล็ดงอกกลาง​ต้น​หนาม จึง​ไม่​เกิด​ผล
บางเมล็ดงอก​งาม​ เพราะตกบนดินดี

พวกสาวกไม่เข้าใจคำอุปมานั้น
พระ​องค์​จึงตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า
“ถ้าพวก​ท่าน​ยัง​ไม่​เข้าใจ​อุป​มา​เรื่อง​นี้​
แล้วพวกเขาจะ​เข้า​ใจ​เรื่อง​อุป​มา​ทั้ง​หมด​ได้​อย่าง​ไร?

พระเยซูทรงอธิบาย ว่า
เมล็ดพืช คือ ​พระ​วจนะ
พระวจนะ​ที่​ตก​ริม​หนทาง เหมือนบาง​ได้​ยิน แล้วซา​ตาน​ก็​มา​ชิง​เอา​พระ​วจนะ​​ใน​ตัว​เขา​ไป​เสีย
พระวจนะที่​ตก​ลงบน​พื้น​หิน​ เหมือนบางคน​ได้​ยิน​ ​รับ​ไว้ แต่ไม่​ได้​หยั่ง​ราก จึงทนความ​ยาก​ลำ​บาก​ไม่ได้ จึง​เลิก​เสีย​ทัน​ที
พระวจนะ​ที่​หว่าน​ลง​กลาง​หนาม​ เหมือนบางคน​ได้​ยิน​ แล้ว​ความ​กัง​วล​ของ​โลก และ​ความ​ลุ่ม​หลง​ใน​ทรัพย์​สม​บัติ ได้รัด​พระ​วจนะ​นั้น จึง​ไม่​เกิด​ผล
พระวจนนะที่​หว่าน​​ใน​ดิน​ดี​นั้น เหมือนบางคน​ได้​ยิน​ ​รับ​ไว้ จึง​เกิด​ผล​ 30 ​เท่า​ 60เท่า​ หรือ 100เท่า​

ตะ​เกียง​มี​ไว้​สำ​หรับ​ส่องสว่าง
พระวจนะของพระเจ้า ย่อมจะถูก​นำ​ออก​มา​เปิด​เผย เพื่อส่องสว่างแก่คนทั้งหลาย

พวก​ท่าน​จะ​ให้​คน​อื่น​ด้วย​ปริ​มาณ​เท่า​ใด
พวก​ท่าน​ก็​จะ​ได้​รับ​ด้วย​ปริ​มาณ​เท่า​กัน และ​มาก​ยิ่ง​ขึ้น

แผ่น​ดิน​ของ​พระ​เจ้า ​เปรียบ​เหมือน​คน​หนึ่ง​หว่าน​พืช​ลง​ใน​ดิน
พืช​นั้น​จะ​งอก​ขึ้น​หรือ​เติบ​โต​อย่าง​ไร​เขา​ไม่​รู้
เพราะ​แผ่น​ดิน​เอง​ทำ​ให้​พืช​งอก​งาม ​โดย​ขึ้น​เป็น​ลำ​ต้น​ ​ออก​รวง แล้ว​ก็​มี​เมล็ด​ข้าว​เต็ม​รวง
เมื่อ​สุก ถึง​ฤดู​เกี่ยว​แล้ว ​คนนั้น​ก็​เอา​เคียว​ไป​เก็บ​เกี่ยว​ทัน​ที

แผ่น​ดิน​ของ​พระ​เจ้า ​เปรียบ​เหมือน​เมล็ด​มัส​ตาร์ด​เมล็ด​หนึ่ง
ตอน​ที่​เพาะ​ลง​ใน​ดิน ก็​เล็ก​กว่า​เมล็ด​ทั้ง​ปวง​ทั่ว​ทั้ง​แผ่น​ดิน
แต่​เมื่อ​​โตแล้ว ก็​ใหญ่​กว่า​ผัก​ทั้ง​ปวง และจน​นก​ใน​อา​กาศ​มา​ทำ​รัง​อา​ศัย​​ได้

เย็น​วัน​นั้น พระเยซูบอกให้พวก​สา​วก ​ข้าม​ไป​อีกฝั่ง​ของทะเลสาบ
ระหว่างทาง​มี​พายุ​ใหญ่​เกิด​ขึ้น คลื่น​ก็​ซัด​เข้า​ไป​ใน​เรือ​จน​น้ำ​จวน​จะ​เต็ม​เรือ​อยู่​แล้ว
แต่​พระ​องค์​กำ​ลังนอน​หนุน​หมอน​หลับ​อยู่​ที่​ท้าย​เรือ

พวก​สา​วก​จึง​มา​ปลุก​ ​ทูล​ว่า
พระ​องค์​ไม่​ทรง​เป็น​ห่วง​ว่า​พวก​เขา​กำ​ลัง​จะ​พินาศ​หรือ?
พระ​องค์​ทรง​ลุก​ขึ้น​ห้าม​ลม​ แล้ว​ลมพายุ​ก็​เงียบ​สนิท
พระ​องค์​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า
“ทำ​ไม​พวก​เจ้า​กลัว?
พวก​เจ้า​ไม่​มี​ความ​เชื่อ​หรือ?”

1. ดูเหมือนคำอุปมาเรื่องผู้หว่านพืช จะเป็นพื้นฐานสำคัญของการเข้าใจตำอุปมาของพระเยซู
พระเยซูจึงบอกว่า ถ้า​ไม่​เข้าใจ​อุป​มา​เรื่อง​นี้​ ก็ยากที่จะ​เข้า​ใจ​เรื่อง​อุป​มาอื่นๆได้​

หัวใจสำคัญของคำอุปมานี้คือ ถ้าได้ยินแล้ว ไม่ลงมือทำตามอย่างจริงจัง สิ่งที่ได้ยินทั้งหมดก็ไร้ค่า

2. ขณะที่เรือเจอพายุ พระเยซูนอน”หนุนหมอน”อยู่ท้ายเรือ
คือ พระเยซูไม่ได้เผลอกลับไป แต่พระองค์จงใจนอนเลยทีเดียว
เพราะพระองค์รู้ดีว่า อะไรกำลังจะเกิดขึ้น
และรู้ว่า พายุนั้นจะไม่ทำอันตรายพวกสาวก
เพียงแต่จะพัฒนาความเชื่อของพวกเขาเท่านั้น

แต่ปรากฏว่า พวกสาวกสอบไม่ผ่านในครั้งนี้
พวกเขาไม่เชื่อใจพระเยซู
พวกเขาเลือกเชื่อว่า
พระเยซูไม่ห่วงพวกเขาแล้ว
พระองค์ไม่สนใจว่าพวกเขากำลังจะพินาศ

ซึ่งความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย

วันนี้ก็เช่นกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเรา อาจดูเหมือนอันตรายเหลือเกิน
แต่พระเยซูรู้ดี และพระองค์ทรงดูแลสถานการณ์นั้นอยู่
เราผู้ที่มีพระเยซูอยู่ในเรือแห่งชีวิต จะปลอดภัยอย่างแน่นอน

3. การประยุกต์ใช้ มาระโก บทที่ 4 ยังมีอีก สามารถอ่านได้จากลิ้งนี้ครับ
http://bit.ly/2m2ezbf

คำคม

“ ไม่ต้องกลัวต่อสถานการณ์ ขอเพียงยึดความเชื่อในพระเยซูไว้ให้มั่น
นั่นก็เพียงพอที่จะผ่านพ้นไปได้ อย่างมีชัยชนะ”

สรุป มาระโก 3

ภาพรวม

  • มาระโก บทที่ 3 พระเยซูรักษาชายมือลีบในวันละบาโต ทรงแต่งตั้งสาวก 12 คน ทรงตำหนิพวก​ธรร​มา​จารย์ ที่หมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

มาระโก บทที่ 3

ใน​ธรรม​ศาลา และ​มี​คน​ที่​มือ​ข้าง​หนึ่ง​ลีบ​อยู่​ที่​นั่น
พระ​องค์​ทรงเรียกเขาออกมา​ข้าง​หน้า​
แล้วถาม​คน​ทั้ง​หลาย​ว่า
“ใน​วัน​สะ​บา​โต​ควร​จะ​ทำ​การ​ดี​หรือ​ทำ​การ​ร้าย?”
คน​ทั้ง​หลาย​ก็​ไม่ตอบ

พระ​องค์​ทรงโกรธ​และ​เสีย​ใจ ​ที่พวก​เขา​จิต​ใจ​กระ​ด้าง
แล้ว​พระ​องค์ก็รักษาคนนั้นให้หาย​เป็น​ปกติ
พวก​ฟา​ริ​สี​ และ​พวก​ของ​เฮ​โรด​ จึงคิดวางแผนที่จะฆ่า​พระ​องค์​

พระ​เยซู​กับ​พวก​สา​วก​ของ​พระ​องค์ ไป​ยัง​ทะเล​สาบ
มีคน​จำ​นวน​มาก​จาก​ทั่วสารทิศ​มา​หา​พระ​องค์
พระ​องค์​ทรง​รัก​ษา​คน​มาก​มาย​ให้​หาย​โรค
​บรร​ดา​ผี​โส​โครก​เห็น​พระ​องค์ ก็ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า
“พระ​องค์​เป็น​พระ​บุตร​ของ​พระเจ้า”
แต่​พระ​องค์​ทรง​กำ​ชับ​มัน​ไม่​ให้​แพร่ง​พราย​ว่า ​พระ​องค์​เป็น​ใคร

แล้ว​พระ​องค์​เสด็จ​ขึ้น​ภูเขา ​ทรง​แต่ง​ตั้ง​ 12 ​คน​ ได้​แก่
ซีโมนเป​โตร
​ยา​กอบ​ กับ ​ยอห์น​ ทั้ง​สอง​คน​นี้​พระ​องค์​ให้อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ว่า โบอา​เนอ​เย แปล​ว่า “ลูก​ฟ้า​ร้อง”
อัน​ดรูว์ ฟีลิป บารโธ​โล​มิว มัท​ธิว โธ​มัส
ยา​กอบ​บุตร​อัล​เฟ​อัส ธัด​เด​อัส ซีโมนพรรค​ชาติ​นิ​ยม
และ​ยูดาส​อิส​คา​ริ​โอท คน​ที่​ทรยศ​พระ​องค์

เมื่อ​ญาติ​พี่​น้อง​ของ​พระ​องค์​ได้​ บอก​ว่า​พระ​องค์​เสีย​สติ​แล้ว
ส่วน​พวก​ธรร​มา​จารย์ ​กล่าว​ว่า พระองค์​ถูก​ผี​เบ​เอล​เซ​บูล​เข้า​สิง
พระ​องค์​จึง​เรียก​คน​เหล่า​นั้น​มา ตรัส​ว่า
ซา​ตาน​จะ​ขับ​ซา​ตาน​ออก​ได้​อย่าง​ไร?
ถ้า​อา​ณา​จักร​ใด​แตก​แยก​กัน อา​ณา​จักร​นั้น​จะ​ตั้ง​อยู่​ไม่​ได้แต่​จะ​พบ​จุด​จบ
ถ้าจะปล้น​ทรัพย์บ้านใด​ ก็​จับ​คน​ที่​มี​กำ​ลัง​มากในบ้านนั้น​มัด​ไว้​เสีย​ก่อน

บาป​ทุก​อย่าง​และ​คำ​หมิ่น​ประ​มาท​ ทรง​อภัย​ให้​มนุษย์​ได้
แต่​ใคร​กล่าว​คำ​หมิ่น​ประ​มาท​ต่อ​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์
จะ​ทรง​อภัย​ให้​คน​นั้น​ไม่​ได้​ตลอด​ไป แต่​คน​นั้น​จะ​มี​โทษ​ของ​บาป​ชั่ว​นิรันดร์

มาร​ดา​และ​พวก​น้อง​ชาย​ของ​พระ​องค์​ มา​หาพระ​องค์
​พระ​องค์​จึงสอนฝูงชน ว่า
คน​ใด​ที่​ทำ​ตาม​พระ​ทัย​ของ​พระ​เจ้า คน​นั้น​แหละ​เป็น​พี่​น้อง​ชาย​หญิง​และ​มาร​ดา​ของพระองค์

1. สาวก 12 คนที่พระเยซูทรงเรียกนั้น มีความหลากหลายและไม่เหมาะสมจำนวนมาก
เช่น เปโตรปากไว ​
ยา​กอบ​ กับ ​ยอห์น​ ใจร้อนจนได้ชื่อว่า “ลูก​ฟ้า​ร้อง”
มัท​ธิว คนเก็บภาษีซึ่งประชาชนรงเกียจ
โธ​มัส ขี้สงสัย ขาดความเชื่อ
ซีโมนพรรค​ชาติ​นิ​ยม หัวรุนแรง และเกลียดคนเก็บภาษีอย่างมาก
ยูดาส​อิส​คา​ริ​โอท เห็นแก่เงิน

ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นเช่นไร เมื่อพระองค์ประสงค์ที่จะเรียกพวกเขา
พระองค์ก็จะเรียกพวกเขา

วันนี้ไม่ว่าเราเป็นเช่นไร
พระเยซูยังคงเรียกเราให้ ดำเนินชีวิตติดตามพระองค์
เราจะตอบสนองต่อพระองค์เช่นไร?

2. พระเยซูเอง ยังถูก​ญาติ​พี่​น้อง​ หาว่าเป็นบ้า
ถูกคนที่มีอิทธิพลในสังคม หาว่า ผีเข้า​สิง

เราเอง ผู้เป็นสาวกของพระเยซู
คงไม่สามารถคาดหวังว่า โลกนี้จะปฏิบัติต่อเรา ดีกว่าพระอาจารย์ของเรา

หากเราถูกใส่ร้าย ถูกเข้าใจผิด
เพราะการเชื่อฟัง ทำตามพระเจ้า
จงภาคภูมิใจที่ได้เข้าร่วมส่วนการทนทุกข์แบบเดียวกับพระคริสต์

3. การประยุกต์ใช้ มาระโก บทที่ 3 ยังมีอีก สามารถอ่านได้จากลิ้งนี้ครับ
http://bit.ly/2jYl0v1

คำคม

“ อาณาจักร หรือ ครอบครัวที่แตกแยก จะพบจุดจบ ”

สรุป มาระโก 2

ภาพรวม

  • มาระโก บทที่ 2 พระเยซูรักษาคนง่อย ที่มี 4 คนหามมา ทรงเรียกมัทธิว คนเก็ภาษีเป็นสาวกของพระองค์ และสอนว่าพระมาซีฮาย่อมเป็นใหญ่กว่ากฏวันสะบาโต และกฏอื่นๆ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

มาระโก บทที่ 2

ที่เมืองคาเปอรนาอูม
คน​จำ​นวน​มาก​ มา​ชุม​นุม​กันเพื่อฟังคำสอนของพระเยซู ​จน​ล้น​ออก​ไป​ถึง​นอก​ประตู
มี​ 4 ​คน​ หาม​คน​ง่อย​คน​หนึ่ง​มา​เฝ้า​พระ​องค์
แต่​เข้า​ไม่ถึง ​จึง​เจาะ​ดาด​ฟ้า​ตรง​ที่​พระ​องค์​ประ​ทับ​นั้น
แล้วก็​หย่อน​แคร่​ที่​คน​ง่อย​นอน​อยู่​ลง​ไป

​พระ​เยซูเห็น​ความ​เชื่อ​ของ​พวก​เขา ​จึง​ตรัส​กับ​คน​ง่อย​ว่า
“ลูก​เอ๋ย บาป​ของ​เจ้า​ได้​รับ​การ​อภัย​แล้ว”

แต่​มี​พวก​ธรร​มา​จารย์​บาง​คน​ ​คิด​ใน​ใจ​ว่า
พระเยซู กำลังหมิ่น​ประ​มาท​พระ​เจ้า เพราะมีแต่พระเจ้าที่​อภัย​บาป​ได้​

พระ​เยซู​ทรง​ทราบ จึง​ตรัส​ว่า
การ​ที่​พูด​กับ​คน​ง่อย​ว่า ‘บาป​ต่างๆ ของ​ท่าน​ได้​รับ​การ​อภัย​แล้ว’
กับ​การ​พูด​ว่า ‘จง​ลุกขึ้น​ยก​แคร่​เดิน​ไป​เถิด’
แบบ​ไหน​จะ​ง่าย​กว่า​กัน

พระ​องค์​จึง​ตรัส​สั่ง​คน​ง่อย​ ให้​ลุก​ขึ้น​ยก​แคร่​แล้ว​กลับ​บ้าน
คน​ง่อย​ก็​ลุก​ขึ้น แล้ว​ยก​แคร่​ของ​ตนเดินออกไป​ทัน​ที

ต่อมาพระเยซูเห็น​ เลวี ​บุตร​อัล​เฟ​อัส​ นั่ง​อยู่​ที่​ด่าน​ภาษี
จึงเรียกเขา ให้ติด​ตามพระองค์
เขา​ก็​ลุก​ขึ้น​ตาม​พระ​องค์​ไป

เมื่อ​พระ​องค์​รับประ​ทานอาหาร​อยู่​ใน​บ้าน​ของเขา
มี​พวก​เก็บ​ภาษี​และ​คน​บาป​อื่นๆ ​ร่วมอยู่​ด้วย
พวก​ธรร​มา​จารย์​ที่​เป็น​พวก​ฟา​ริสี​ จึงตำหนิที่พระองค์​ร่วม​รับ​ประ​ทาน​ ​กับ​พวก​คน​เก็บ​ภาษี​และ​พวก​คน​บาป

พระเยซู​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า
คน​แข็ง​แรง​ไม่​ต้อง​การ​หมอ แต่​คน​เจ็บ​ป่วย​ต้อง​การ
พระองค์ไม่​ได้​มา​เพื่อ​เรียก​คน​ชอบ​ธรรม แต่​มา​เรียก​คน​บาป

ต่อมาประ​ชา​ชน​มา​ทูล​ถาม​พระเยซู ว่า
ทำ​ไม​สาวกของพระองค์ ไม่ถืออดอาหาร เหมือนพวก​ศิษย์​ของ​ยอห์น และ​พวก​ศิษย์​ของ​พวก​ฟา​ริสี​?

พระ​เยซู​ ตอบ​ว่า
เพื่อนๆ ของ​เจ้า​บ่าว​ ไม่ควร​อด​อาหาร​ ขณะ​ที่​เจ้า​บ่าว​ยัง​อยู่​กับ​พวก​เขา​
​ผ้า​ทอ​ใหม่​ ย่อมไม่เหมาะนำมา​ปะ​เสื้อ​เก่า
​เหล้า​องุ่น​หมัก​ใหม่​ ย่อมไม่เหมาะนำมา​ใส่​ไว้​ใน​ถุง​หนัง​เก่า

พวก​ฟา​ริสี ถามพระเยซูว่า
ทำไมพวก​สา​วก​ของพระองค์ จึง​เด็ด​รวง​ข้าวกินในวันสะบาโต ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องห้าม?

พระเยซูตอบพวกเขา​ว่า
ดา​วิด​ยัง​เข้า​ไป​ใน​พระ​นิ​เวศ​ของ​พระ​เจ้า
และ​รับ​ประ​ทาน​ขนม​ปัง​เฉพาะ​พระ​พักตร์​ ซึ่ง​เป็น​สิ่ง​ต้อง​ห้าม และ​ยัง​ส่ง​ให้​คน​ที่​มา​กับเขา​รับ​ประ​ทาน​ด้วย
วัน​สะ​บา​โต​นั้น​ทรง​ตั้ง​ไว้​เพื่อ​มนุษย์
ไม่​ได้​ทรง​สร้าง​มนุษย์​ไว้​เพื่อ​วัน​สะ​บา​โต
เพราะ​ฉะนั้น​บุตร​มนุษย์ ซึ่งเป็นเจ้านายของมนุษย์ ย่อม ยิ่งจะ​เป็น​เจ้า​เป็น​นาย​เหนือ​วัน​สะ​บา​โต​

1. พระเจ้าทรงรักมนุษย์ และประทานกฏเกณฑ์พื่อช่วยมนุษย์
เช่นกฏวันสะบาโต เพื่อให้มนุษย์รู้จักพักผ่อน
ทรงสร้างกฏ เพื่อประโยชน์ของมนุษย์
ไม่ใช่ทรงสร้างมนุษย์ เพื่อประโยชน์ของกฏ

นั่นคือ การทำตามกฏเกณฑ์ของพระเจ้า ล้วนแต่จะนำประโยชน์มาสู่เราทั้งสิ้น

ขนาดกฏยังสร้างขึ้น เพื่อเห็นแก่มนุษย์เลย
ดังนั้นพระเยซู ผู้เป็นจอมเจ้านายของมนุษย์
ย่อมมีสิทธิอำนาจเหนือทุกกฏที่ถูกกำหนดขึ้นสำหรับมนุษย์

2. พวก​ธรร​มา​จารย์​ เป็นพวกที่รู้บัญญัติต่างๆเป็นอย่างดี
​พวก​ฟา​ริสี เป็นพวกที่เคร่งครัดในการทำตามกฏเกณฑ์ต่างๆ

ดังนั้นพวก​ธรร​มา​จารย์​ที่​เป็น​พวก​ฟา​ริสี ในบทนี้
จึงทนไม่ได้ เมื่อเห็นอาจารย์สอนพระคัมภีร์(รับบี) อย่างพระเยซู
ไปคลุกคลีกับเหล่าคนบาป ที่ตนรู้สึกรังเกียจ

การที่เรารู้สึกว่าตนเองดีกว่า หรือสูงส่งกว่าคนอื่น
จะเป็นเหตุให้ เรามองไม่เห็น ความไม่ดีของตนเอง หรือสิ่งที่ตนเองต้องกลับใจ

3. การประยุกต์ใช้ มาระโก บทที่ 2 ยังมีอีก สามารถอ่านได้จากลิ้งนี้ครับ
http://bit.ly/2lxmxZt

คำคม

“ เมื่อความคิดของมนุษย์ ขัดแย้งกับความคิดของพระเจ้า เราจะเลือกทำตามใคร? ”

สรุป มาระโก 1

ภาพรวม

  • มาระโก บทที่ 1 พระเยซูมารับบัพติศมาจากยอห์น แล้วเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร จากนั้นก็เริ่มทำพระราชกิจของพระองค์ ด้วยการประกาศข่าวประเสริฐ และรักษาคนเจ็บป่วยมากมายให้หาย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ข่าว​ประ​เสริฐ​เรื่อง​พระ​เยซู​คริสต์ ​พระ​บุตร​ของ​พระเจ้า ​​​เริ่ม​ต้น​ตรง​นี้

ยอห์น ​ผู้​ให้​บัพ​ติศ​มา​ ประ​กาศ​ถึง​บัพ​ติศ​มา​ที่​แสดง​การ​กลับ​ใจ​ใหม่
คนมากมายพา​กัน​ออก​ไป​หา​ยอห์น ในถิ่นทุรกันดาร
สาร​ภาพ​​บาป และ​รับ​บัพ​ติศ​มา​จากยอห์น ​ใน​แม่​น้ำ​จอร์​แดน

ยอห์น ประ​กาศ​ว่า
พระ​องค์​ทรง​ยิ่ง​ใหญ่​กว่า​เขา ​จะเสด็จ​มา
พระ​องค์​จะ​ทรง​ให้คนทั้งหลาย​รับ​บัพ​ติศ​มา​ด้วย​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์

พระ​เยซู​เสด็จ​มา​จาก​เมือง​นา​ซา​เร็ธ ​แคว้น​กา​ลิ​ลี
​รับ​บัพ​ติศ​มา​จาก​ยอห์น ​ใน​แม่​น้ำ​จอร์​แดน
เมื่อ​ขึ้น​มา​จาก​น้ำ ​พระ​วิญ​ญาณ​เสด็จ​ลง​มา​ประ​ทับ​บน​พระ​องค์
แล้ว​มี​พระ​สุร​เสียง​มา​จาก​ฟ้า​สวรรค์ ​ว่า
“ท่าน​เป็น​บุตร​ที่​รัก​ของ​เรา เรา​ชอบ​ใจ​ท่าน​มาก”

แล้วพระ​วิญ​ญาณ​ก็​ทรงนำพระ​องค์​ให้​​เข้า​ไป​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร
อยู่​ที่​นั่น​ถึง​สี่​สิบ​วัน ทรง​ถูก​ซา​ตาน​ทด​ลอง
แล้วก็​มี​พวก​ทูต​สวรรค์​มา​ปรน​นิ​บัติ​พระ​องค์

แล้วพระ​เยซู​เสด็จ​มา ​ยัง​แคว้น​กา​ลิลี ทรง​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ​ของ​พระ​เจ้า
และทรงเรียก ซีโมน​ , ​อัน​ดรูว์​น้อง​ของ​ซีโมน , ยา​กอบ​บุตร​เศ​เบ​ดี และ​ยอห์น​น้อง​ยากอบ
ให้เป็นสาวกของพระองค์ แล้วพวกเขาก็ติดตามพระองค์ไป


พระเยซูทรงไปที่เมือง​คา​เปอร​นา​อุม ​เทศ​นา​สั่ง​สอน ​ใน​ธรรม​ศาลา
และทรงขับ​ผี​โส​โครก ออกจากชายคนหนึ่ง​ใน​ธรรม​ศาลา
คน​ทั้ง​หลาย​ก็​ประ​หลาด​ใจ​
แล้ว​กิตติ​ศัพท์​ของ​พระ​องค์ ​ก็​เลื่อง​ลือ​ไป​ทั่ว​แคว้น​กา​ลิลี ​ใน​ทัน​ที

พระเยซูพบกับแม่​ยาย​ของ​ซีโมน ที่​กำ​ลัง​นอน​ป่วย​จับ​ไข้​อยู่
ทรง​จับ​มือ​นาง​พยุง​ให้​ลุก​ขึ้น นาง​ก็​หาย​ไข้
และ​ปรน​นิบัติ​พระ​องค์​กับ​พวก​สาวก

คน​ทั้ง​หลาย​พา​บรร​ดา​คน​เจ็บ​ป่วย และ​คน​ที่​มี​ผี​สิง​ มากมาย มาเฝ้า​พระ​องค์
พระ​องค์​จึง​ทรง​รัก​ษาคนเหล่านั้นให้หาย

ใน​เว​ลา​เช้า​มืด​ พระ​องค์​​ออก​ไป​ยัง​ที่​สงบ และ​ทรง​อธิษ​ฐาน​ที่​นั่น

พระเยซูไป​ประกาศข่าวประเสริฐ ใน​เมืองอื่นๆ ​ทั่ว​แคว้น​กา​ลิ​ลี

มี​คน​โรค​เรื้อน​ มา​​คุก​เข่า​ลง​ทูล​วิง​วอน​พระ​องค์​ว่า
“เพียง​แต่​พระ​องค์​พอ​พระ​ทัย ​ข้า​พระ​องค์​ก็จะหาย​สะอาด​ได้”
พระ​เยซู​ทรง​สง​สาร​เขา ตรัส​กับ​เขา​ว่า
“เรา​พอ​ใจ​แล้ว จง​หาย​สะอาด​เถิด”
ใน​ทัน​ใด​นั้น ​คน​นั้น​ได้​รับ​การ​ชำระ​ให้​สะอาด

​คน​นั้น​ก็​เริ่ม​ป่าว​ประ​กาศ​ข่าว​นี้​ไป​ทั่ว
จน​พระ​องค์​ไม่​สา​มารถ​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​เมือง​อย่าง​เปิด​เผย​ได้​อีก​ต่อ​ไป
แต่​ต้อง​ประ​ทับ​นอก​เมือง และ​มี​คน​จาก​ทุก​หน​แห่ง​มา​หา​พระ​องค์

1. พระเยซูเสด็จมา เพื่อทำพระราชกิจของพระองค์
ในบทนี้เปิดเผยว่า พระราชกิจนั้น คือ การประกาศข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า

เราผู้เป็นสาวกของพระเยซู ผู้มีพระเยซูเป็นเจ้านายในชีวิตของเรา
สมควรที่จะเป็นตัวแทนของพระองค์ในโลกนี้
ทำราชกิจของพระองค์ ด้วยการประกาศข่าวประเสริฐ ในทุกแห่งหน

2. เมื่อพระเยซูทรงเรียกชาวประมง 4 คน มาเป็นสาวกของพระองค์
พวกเขาละทุกสิ่งติดตามพระองค์ไป
แล้วตั้งแต่บัดนั้น จนวันตาย ชีวิตของพวกเขาก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย

ใครก็ตามคิดจะติดตามพระเยซู ต้องละทิ้งลักษณะการดำเนินชีวิตเดิมๆของตนเอง
แล้วดำเนินชีวิตแบบใหม่ ตามที่พระเยซูทรงสอน ทรงนำ ให้ทำ
และชีวิตของคนนั้นจะไม่วันเหมือนเดิมอีกเลยชั่วนิรันดร์

3. การประยุกต์ใช้ มาระโก บทที่ 1 ยังมีอีก สามารถอ่านได้จากลิ้งนี้ครับ
http://bit.ly/2kq945o

คำคม

“ การประกาศข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซู เป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่สำหรับสาวกของพระองค์ ”