สรุป อพยพ 14

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงแหวกทะเลแดงเพื่อให้คนอิสราเอลเดินข้ามไป แต่เมื่อกองทัพของฟาโรห์ตามเข้าไปในทะเลแดง น้ำก็ไหลกลับเข้ามาท่วมกองทัพของฟาโรห์ตายจนหมด

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 14 เมื่อคนอิสราเอลออกจากอียิปต์ พระเจ้าทรงนำเขามาตั้ง​ค่าย​บริ​เวณ​ริม​ทะเล หน้า​ปิ​หะ​หิ​โรท
ระหว่าง​มิก​ดล​กับ​ทะเล หน้า​บา​อัล​เซ​โฟน

ส่วนฟาโรห์​ ทราบ​ว่าคนอิสราเอล​ไป​หมดแล้ว
ท่าที​ของ​ฟา​โรห์​และ​ของ​พวก​ข้า​ราช​การ​ ​ก็​เปลี่ยน​ไป
พวก​เขาเปลี่ยนใจไม่ต้องการให้คนอิสราเอลไป

​ฟาโรห์​จึงจัดทัพตามคนอิสราเอล​ไป
มีรถ​รบ​อย่าง​ดี 600 คัน​กับ​รถ​รบ​อื่น​ทั้ง​หมด​ของ​อียิปต์
มี​นาย​ทหาร​ประ​จำ​อยู่​ทุก​คัน

คน​อียิปต์​ที่ไล่​ตาม​มามี​ทั้ง​ม้า​และ​รถ​รบ​ทั้ง​สิ้น​ของ​ฟา​โรห์
พวกเขา​มา​ทัน​คน​อิส​รา​เอล​ที่​ตั้ง​ค่าย​อยู่​ริม​ทะเล

เมื่อ​ฟา​โรห์​​เข้า​มา​ใกล้เต็มทีแล้ว คน​อิส​รา​เอล​ก็​​หวาด​กลัว​ยิ่ง​นัก
จึง​ร้อง​ทูล​พระ​เจ้า
และพวก​เขาตำหนิ​โมเสส​ว่า ทำไม​จึง​พา​พวก​เขา​ออก​มา​ตาย​ที่นี่
ควรปล่อยให้​พวก​เขา​รับ​ใช้​คน​อียิปต์​ดีกว่า มาตายที่นี่

โม​เสส​จึงบอกพวกเขา ​ว่า อย่า​กลัว​ ให้คอย​ดู​ความ​รอด​จาก​พระ​เจ้า
เพราะพระเจ้า​จะ​ทรง​รบ​แทนพวกเขา

พระ​เจ้า​จึงสั่งโมเสส​ ให้สั่ง​ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล​เดิน​หน้า​ต่อ​ไป
และให้โมเสส​ยก​ไม้​เท้า ​ยื่น​มือ​ออก​ไป​เหนือ​ทะเล ​แล้ว​ทะเล​นั้นจะ​แยก​ออก

เวลานั้นเสา​เมฆ​ซึ่ง​อยู่​ข้าง​หน้าคนอิสราเอล
ก็​กลับ​มา​ตั้ง​อยู่​ข้าง​หลัง​พวก​เขา
กั้น​ระหว่าง​กองทัพ​อียิปต์​และ​คน​อิส​รา​เอล ​ทั้ง​สอง​ฝ่าย​จึง ​เข้า​ใกล้​กัน​ไม่ได้ตลอด​คืน

โม​เสส​ทำตามที่พระเจ้าสั่ง ยื่น​มือ​ออก​เหนือ​ทะเล
แล้วก็มี​ลม​ตะวัน​ออก​พัด​โหม​ไล่​น้ำ​ทะเล​ตลอด​คืน ทำ​ให้​ทะเล​กลาย​เป็น​ดิน​แห้ง
และ​น้ำ​แยก​ออก​จาก​กัน ตั้ง​เป็น​เหมือน​กำแพง​ทั้ง​ทาง​ขวา​และ​ทาง​ซ้าย
คน​อิส​รา​เอล​ก็​เดิน​ผ่าน​กลาง​ทะเล​บน​ดิน​แห้ง

ส่วน​คน​อียิปต์​ก็​ไล่​ตาม​พวก​เขา​เข้า​ไป​กลาง​ทะเล
ปรากฏว่า​ล้อ​รถ​ฝืด​จน​แล่น​แทบ​ไม่​ไหว
คน​อียิปต์​จึง​พูด​กัน​ว่า ให้​หนี​จาก​คน​อิส​รา​เอล​กันเถิด เพราะ​พระเจ้า​ทรง​ต่อ​สู้​​เพื่อ​พวก​เขาแล้ว

พระเจ้าสั่ง​โม​เสส​ว่า ให้​ยื่น​มือ​ออก​เหนือ​ทะเล เพื่อ​ให้​น้ำ​ทะเล​ไหล​กลับ​คืน​มา​ท่วม​คน​อียิปต์
โม​เสส​ก็ทำตาม
ทะเล​ก็​ไหล​กลับ​ดัง​เดิม
น้ำ​ก็​ไหล​กลับ​ท่วม​กอง​กำลัง​ทั้ง​หมด​ของ​ฟา​โรห์​ตายหมด ไม่​เหลือ​สัก​คน​เดียว

คน​อิส​รา​เอล​เห็น​ศพ​คน​อียิปต์​อยู่​ที่​ชาย​ทะเล
คนอิส​รา​เอล​​ก็​เกรง​กลัว​พระ​เจ้า
พวก​เขา​เชื่อ​ถือ​พระ​เจ้าและ​เชื่อ​โม​เสส​

1. ทั้งที่คนอิสราเอลเดินตามทางที่พระเจ้าทรงนำ แต่พวกเขาก็ยังมาติดอยู่ริมทะเลแดงไปต่อไม่ได้
แล้วกองทัพของฟาโรห์ก็ไล่ตามพวกเขามาจนทัน

พวกเขาหวาดกลัวท้อแท้ ไม่อยากเดินตามทางของพระเจ้าอีกต่อไป
อยากกลับไปเป็นทาสเหมือนเดิมดีกว่า

แต่สุดท้ายพระเจ้าทรงทำให้พวกเขาเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า
และมีความเชื่อเพิ่มพูนยิ่งขึ้นจากเหตุการณ์นี้

วันนี้ ทั้งที่เราก็เดินติดตามพระเจ้าอย่างสัตย์ซื่อ แต่เราอาจก็กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่ในชีวิต
จนอาจกำลังรู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจ
แต่ให้เรารู้เถิดว่า โดยพระเจ้า พระองค์ทรงทำให้เหตุการณ์นี้ถวายเกียรติแด่พระเจ้า และกลายเป็นประโยชน์แก่เรา
ขอเพียงเราอยู่เฉยๆ รอคอยการช่วยกู้ซึ่งมาจากพระเจ้าของเรา

2. เพราะพระเจ้าทรงสู้รบแทนคนอิสราเอล
กองทัพอียิปต์ ผู้ไล่ตามล่าอิสราเอล
จึงไปเป็นฝ่ายวิ่งหนีคนอิสราเอล

เมื่อเราฝากปัญหาของเราไว้กับพระเจ้า
เราไม่ได้หนีปัญหา แต่อีกไม่นานปัญหามันจะหนีหายจากเราไป

3. โมเสส ชายอายุ 80ปี นำคนอิสราเอลเดินผ่านทะเลแดง และทำให้กองทัพของฟาโรห์จมน้ำตายกันหมด
โดย เพียงแค่ยกไม้เท้าขึ้นเท่านั้นเอง ซึ่งแค่นี้ใครๆก็ทำได้

เมื่อโมเสสเชื่อฟังพระเจ้า เขาเพียงทำในส่วนที่เขาทำได้
แล้วการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ก็เกิดขึ้น

วันนี้ เพียงแค่เราแสวงหาพระเจ้า แล้วกระทำตามน้ำพระทัยของพระองค์
ด้วยการกระทำที่เชื่อฟังของเรา ไม่ว่าจะเล็กน้อยสักเพียงใด
ก็สามารถนำการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ให้เกิดขึ้นได้
โดยพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด

คำคม

“ อย่า​กลัว​เลย จง​​นิ่ง​อยู่ คอย​ดู​ความ​รอด​จาก​พระ​เจ้า ซึ่ง​ทรง​ทำ​เพื่อ​ท่าน​ใน​วัน​นี้ ”

สรุป อพยพ 13

ภาพรวม

  • เมื่อคนอิสราเอลออกจากอียิปต์ พระเจ้าทรงให้พวกเขาจัดเทศกาลขนมปังไร้เชื้อ และพิธีถวายบุตร เพื่อระลึกถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อเขาในอียิปต์นั้น

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 13 เมื่อโมเสสนำคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์นั้น

พระ​เจ้าได้ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า
ให้คนอิสราเอลถวาย​ลูก​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​แด่พระเจ้า ทั้ง​มนุษย์และ​สัตว์

โม​เสส​จึงบอก​ประชา​ชน​ว่า
ให้พวกเขา​ระลึก​ถึง​วัน​นี้ ที่​พระเจ้าพาพวก​เขาออก​มา​จากการเป็นทาสใน​อียิปต์
นำพวกเขาไปยังดินแดนคานาอัน แผ่น​ดิน​ที่​มี​น้ำ​นม​และ​น้ำ​ผึ้ง​ไหล​บริ​บูรณ์
ดังนั้นพวกเขาจงระลึกถึง โดยการ​กิน​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ​เป็น​เวลา​ 7 ​วัน
และ​วัน​ที่ 7 ก็ให้ประกาศเป็น ​เทศ​กาล​เลี้ยง​ถวาย​เกียรติ​พระ​เจ้า
และ ใน​วัน​นั้น ให้บอก​ลูกหลาน​​ว่า
ที่​ทำ​อย่าง​นี้​ก็​เพื่อระลึกถึง​เหตุ​การณ์ที่พระเจ้า​ได้​ทรง​ทำ​เพื่อ​พวกเขา เมื่อออก​จาก​อียิปต์
ให้พวกเขา​รักษา​กฎ​เกณฑ์​นี้​ตาม​กำหนด​ทุกๆ ปี

ทุก​อย่าง​ที่​ออก​จาก​ครรภ์​ครั้ง​แรก​นั้น
​จง​แยก​ถวาย​แด่​พระเจ้า
ถ้าเป็นแกะ ก็ฆ่าถวายบูชา
ถ้าเป็นลา ก็​เอา​ลูก​แกะ​ไถ่​ลูก​ลา​หัว​ปี (คงเพราะลาฆ่าแล้วเอาไปกินต่อไม่ได้)
ถ้าเป็นบุตรชาย ก็จง​เอาแกะไถ่​บุตร​ชาย​หัวปี​
ที่ทำเช่นนี้เพื่อระลึกถึงว่า ทรง​ประ​หาร​ลูก​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์​
ทั้ง​ของ​มนุษย์​และ​ของ​สัตว์

เมื่อ​คนอิสราเอลออกจากอียิปต์แล้ว
พระ​เจ้า​ไม่​ได้​ทรง​นำ​พวก​เขา​ไป​ทาง​แผ่น​ดิน​ของ​คน​ฟี​ลิส​เตีย​
แม้​ว่า​จะ​เป็น​ทาง​ใกล้กว่า
เพราะ​เกรง​ว่า​เมื่อ​พวกเขาเผชิญ​สง​คราม พวก​เขา​จะ​เปลี่ยน​ใจ​และ​กลับ​ไป​ยัง​อียิปต์

พระ​เจ้า​จึง​ทรง​นำ​พวกเขา​อ้อม​ไป​ทาง​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ ไปยัง​ทะเล​แดง
โม​เสส​เอา​กระ​ดูก​ของ​โย​เซฟ​ไป​ด้วย เพราะ​โย​เซฟ​ได้สั่งเสียเอาไว้
พวก​เขา​ออก​จาก​เมือง​สุค​คท ไป​ตั้ง​ค่าย​ที่​เอ​ธาม​ซึ่ง​อยู่​ริม​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร
พระเจ้าทรงนำ​ทาง​พวก​เขา​ใน​เวลา​กลาง​วัน​ด้วย​เสา​เมฆ และ​ใน​เวลา​กลาง​คืน​ด้วย​เสา​เพลิง
​พวก​เขา​จีง​เดิน​ทาง​ได้​ทั้ง​กลาง​วัน​และ​กลาง​คืน
พระ​องค์​ไม่ได้​ทรง​ให้​เสา​เมฆ​​และ​เสา​เพลิง​​คลาด​จาก​เบื้อง​หน้า​พวกเขาเลย

1. พระเจ้าทรงให้ โมเสสกำหนดเทศกาลกินขนมปังไร้เชื้อ และพิธีถวายบุตรหัวปี ให้คนอิสราเอลทำตามตลอดไป เพื่อให้พวกเขาไม่ลืมสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำแก่เขาในวันที่พระองค์ทรงนำเขาออกจากการเป็นทาสในอียิปต์ และประหารบุตรหัวปีของชาวอียิปต์ แต่ให้บุตรหัวปีของพวกเขารอดชีวิต โดยเลือดของแกะปัสกา

ไม่ใช่เพราะพระเจ้าจะทวงบุณคุณ หรือ ชอบให้สรรเสริญในเรื่องอดีตที่ผ่านมามากๆ
เพราะทุกสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ล้วนเป็นที่สรรเสริญพระเจ้าอยู่แล้ว มากมายเต็มไปหมด ดังนั้นจะขาดคำสรรเสริญจากคนอิสราเอล มนุษย์ผู้เป็นแต่ผงคลีดินไปสักไม่กี่ล้านคน ไม่ใช่สาระสำคัญเลย

แต่ที่พระองค์ให้คนอิสราเอล คอยเตือนตนเองและระลึกถึงสิ่งที่พระองค์ทรงช่วยกู้เขา ก็เพราะพระองค์ทรงรักพวกเขา
ตราบเท่าที่เขาระลึกถึงการช่วยกู้ของพระเจ้า เขาก็จะหันมาหาพระเจ้าด้วยความเชื่อ เมื่อเขาเผชิญหน้ากับปัญหาหรือภัยต่างๆ
การระลึกถึงการช่วยกู้ของพระเจ้า ทำให้พวกเขารู้ตัวและมั่นใจว่า พวกเขาเป็นประชากรของพระเจ้า ดังนั้นจะทำให้พวกเขาแสวงหาพระเจ้า และติดตามพระองค์ไป แล้วได้รับพระพรตลอดไป

วันนี้ การที่เราระลึกถึงสิ่งที่พระเจ้าทำแก่เราในอดีตที่ผ่านมา จะช่วยให้เราเติบโตขึ้นในความเชื่อ และพร้อมที่จะเผชิญหากับปัญหาในปัจจุบันได้อย่างสง่างาม

2. พระเจ้าทรงนำอิสราเอล เลี่ยงไม่ไปทางดินแดนของฟิลิสเตีย ไม่ใช่เพราะพระเจ้าไม่สามารถช่วยเขาให้รบชนะพวกฟิลิสเตียได้
แต่เพราะความเชื่อของพวกเขา ยังไม่พร้อมสำหรับสงครามใหญ่เช่นนั้น
เกรงว่า ยังไม่ทันใช้ความเชื่อ ก็หนีกลับอียิปต์กันหมดเสียแล้ว
พวกเขาจำเป็นต้องมีประสบการณ์กับพระเจ้า มากยิ่งขึ้นก่อน
แล้วประสบการณ์นั้นจะเพิ่มความเชื่อ แล้วความเชื่อก็จะทำให้มีประสบการณ์มากยิ่งขึ้นอีก

พระเจ้าทรงรู้จักเราเป็นอย่างดี
พระองค์จะไม่ให้เราต้องเผชิญการทดลองที่เกินขนาดความเชื่อของเรา
นั่นหมายความว่า ความเชื่อเพียงเล็กน้อยที่เรามีในเวลานี้
ก็มากเพียงพอแล้วที่เราจะผ่านพ้นเหตุการณ์วันนี้ไปได้อย่างมีชัยชนะ

3. เสาเมฆและเสาเพลิง ได้นำคนอิสราเอลเสมอมา เมื่อพวกเขาอยู่ในถิ่นทุรกันดารนั้น
แดดไม่ร้อนเกินไปในกลางวัน
ความมืด ไม่มืดเกินไปในเวลากลางคืน
พระเจ้าจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นอย่างเพียงพอ สำหรับพวกเขาในถิ่นทุรกันดาร

เมื่อพระเจ้าทรงนำเราให้พบกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก
พระองค์จะจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นอย่างเพียงพอสำหรับเราในการดำเนินผ่านสถานการณ์นั้นไปได้

คำคม

“ โดยการจัดเตรียมของพระเจ้า เราจะผ่านมันไปได้ ”

สรุป อพยพ 12

ภาพรวม

  • พระเจ้าให้คนอิสราเอลทำพิธีปัสกาฆ่าลูกแกะเอาเลือดมาทาที่ประตู แล้วในคืนนั้นพระองค์ทรงประหารลูกหัวปีของชาวอียิปต์ทั้งหมด แต่คนอิสราเอลปลอดภัย ฟาโรห์และคนอียิปต์จึงขอให้คนอิสราเอลรีบออกไปจากอียิปต์โดยเร็วที่สุด

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 12 เมื่อพระเจ้าประกาศถึงภัยพิบัติสุดท้ายที่พระเจ้าจะลงโทษอียิปต์แล้ว

พรเจ้า​จึงตรัส​กับ​โม​เสส​และ​อาโรน ว่า
จากนี้ไปให้กำหนด​เดือน​นี้​เป็น​เดือนแรกของปี สำหรับคนอิสราเอล
ใน​วัน​ที่​ 10 ​เดือน​นี้ ให้​​เตรียม​ลูก​แกะตัวผู้ อายุ 1 ปี​ บ้านละ 1 ตัว​
ให้​เก็บแกะนั้น​ไว้​ให้​ดี​ จนถึง​วัน​ที่ 14 ​เดือน​นี้
แล้ว​ใน​เย็น​วัน​นั้น ให้ฆ่า​ลูก​แกะ​นั้น
แล้ว​เอา​เลือด​ทา​ที่​วง​กบ​ประตู​ ทั้ง​ด้าน​บน​และ​ด้าน​ข้าง​ทั้ง​สอง​ข้าง​ของ​บ้าน​ที่​​เลี้ยง​กัน​นั้น​
ใน​คืน​วัน​นั้น​ให้​ คนอิสราเอล​กิน​เนื้อแกะ​ปิ้ง​กับ​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ​และ​ผัก​รส​ขม
เนื้อแกะต้อง​กิน​ให้​หมด
แต่​ถ้า​ยัง​มี​เศษ​เหลือ​ถึง​เวลา​เช้า ก็​ให้​เผา​เสีย
คืนนั้น ให้​คาด​เอว สวม​รอง​เท้า และ​ถือ​ไม้เท้า​ไว้​ใน​มือ และ​รีบ​กิน​โดย​เร็ว
การ​เลี้ยง​แบบนี้ จะเรียกว่า “​ปัสกา​ของ​พระเจ้า”

พระเจ้าตรัสอีกว่า
ใน​คืน​วัน​นั้น พระเจ้า​จะ​ประ​หาร​ลูก​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์​ทั้ง​ของ​มนุษย์​และ​ของ​สัตว์
แต่บ้านใดมี​เลือด​ทาที่วงกบประตู​บ้าน​ จะปลอดภัย

พวก​เจ้า​จง​กิน​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ​ให้​ครบ​ 7 วัน คือวันที่ 14-21 ของเดือนแรกนี้
ใน​วัน​แรก และวันที่ 7 ของการกินขนมปังไร้เชื้อ ​ให้​มี​การ​ประ​ชุม​บริ​สุทธิ์
ห้าม​ทำ​งาน​ใดๆ นอก​จาก​การ​จัด​เตรียม​อาหาร​ให้​ทุก​คน​รับ​ประ​ทาน

แล้ว​โม​เสสก็ทำตามที่พระเจ้าตรัส คือ สั่งให้คนอิสราเอล ฆ่า​ลูก​แกะ​ปัส​กา
และ​เอา​ต้น​หุสบ​​จุ่ม​ลง​ใน​เลือด​แกะนั้น แล้ว​ป้าย​เลือด​นั้น​ที่​วง​กบ​ประตู​ทั้ง​ด้าน​บน​และ​ด้าน​ข้าง​ทั้ง​สอง​ข้าง
และห้าม​ผู้ใด​ออก​ไปพ้น​ประตู​บ้าน​ของ​ตน​จน​ถึง​รุ่ง​เช้า

แล้วคนอิส​รา​เอล​ก็​ไป​ทำ​ตาม

ใน​เวลา​เที่ยง​คืน พระเจ้า​ทรง​ประ​หาร​บุตร​หัว​ปี​ทุก​คน​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์
ตั้ง​แต่​​บุตร​หัว​ปี​ของ​ฟา​โรห์ จน​ถึง​บุตร​หัว​ปี​ของ​นัก​โทษ​ที่​อยู่​ใน​คุก​มืด
ทั้ง​ลูก​หัว​ปี​ของ​สัตว์​เลี้ยง​ทุก​ตัว

จึงมี​เสียง​ร้องไห้​คร่ำ​ครวญ​ดัง​มาก​ใน​อียิปต์
เพราะ​ไม่​มี​บ้าน​ไหน​เลย​ที่​ไม่​มี​คน​ตาย

ฟา​โรห์​จึง​รียก​โม​เสส​กับ​อา​โรน​ให้​มา​เข้า​เฝ้า​ใน​คืน​นั้น
แล้วบอกให้รีบพาคนอิสราเอลออกไปโดยเร็ว
เอา​ฝูง​แพะ​แกะ​และ​ฝูง​โค​ของ​พวก​เจ้า​ไป​ด้วย​ตาม​ที่​ขอ​ไว้​แล้ว
จง​ไป และขอ​อวย​พรให้ฟาโรห์​ด้วย

คน​อิส​รา​เอล​ทำ​ตาม​ที่​โม​เสส​สั่ง​ไว้ คือ​
ขอ​เครื่อง​เงิน เครื่อง​ทอง และ​เครื่อง​นุ่ง​ห่ม​จาก​คน​อียิปต์
พระเจ้าทรง​บัน​ดาล​ให้​คน​อียิปต์​ให้​สิ่ง​ของ​ตาม​ที่​ขอ

คน​อิส​รา​เอล​ออก​จาก​เมือง​ราเม​เสส​ไป​ถึง​เมือง​สุค​คท
มีผู้ชายประ​มาณ 600,000 คน ไม่​รวม​เด็ก
และมี​คน​ชาติ​อื่น​จำ​นวน​มาก​ติด​ตาม​ไป​ด้วย
พร้อม​ทั้ง​ฝูง​ปศุ​สัตว์​มากมาย

ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล​อยู่​ใน​อียิปต์​เป็น​เวลา 430 ปี
แล้วพระเจ้าก็ทรงนำ​พวก​เขา​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์
พระเจ้าสั่งให้คนอิสราเอล จัดเทศกาลปัสกาทุกปี ตลอดไป
เพื่อจะระลึกถึงการที่พระเจ้า​ทรง​นำคนอิส​รา​เอล​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์​

1. เดือนแรกของปฏิทิน​ของ​ชาว​ยิว ​คือ เดือน​อาบีบ หรือ นิสาน ซึ่ง​ตรง​กับ​กลาง​เดือน​มีนาคม
แต่คนยิวขะฉลองเทศกาลปี​ใหม่​ ใน ​เดือน​ที่ ​7 เดือนเอธานิม

2. พิธีปัสกา เป็นการระลึกถึงพระเจ้าทรงช่วยคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์
วันนั้น เพราะลูกแกะตัวหนึ่งตาย บุตรหัวปีของคนอิสราเอลจึงรอดตาย
โมเสสให้เอาไม้หุสบจุ่มเลือด มาทาที่วงกบ

เป็นภาพเล็งถึงพระเยซูคริสต์ ผู้เสด็จมาช่วยมนุษย์ให้พ้นจากการเป็นทาสของบาป
สิ้นพระชนม์ในช่วงวันปัสกา เพราะพระเยซูตาย เราจึงรอดพ้นความตายชั่วนิรันดร์
ตอนพระเยซูถูกตรึงบนไม้กางเขน ไม้หุสบก็ถูกใช้เช่นกัน ใน ยน. 19:29 “ที่​นั่น​มี​ภาชนะ​ใส่​เหล้า​องุ่น​เปรี้ยว​วาง​อยู่ พวก​เขา​จึง​เอา​ฟอง​น้ำ​ชุบ​เหล้า​องุ่น​เปรี้ยว​ใส่​ปลาย​ไม้​หุสบ ชู​ขึ้น​ให้​ถึง​พระ​โอษฐ์​ของ​พระ​องค์”

ขอบคุณพระเยซูทรงตายเพื่อเราจะได้ชีวิต และได้อย่างครบบริบูรณ์

3. สังเกตได้อย่างชัดเจน พระเจ้าชอบให้เราระลึกถึงสิ่งที่พระองค์ได้ทรงกระทำเพื่อเรา

เป็นการดีที่จะขอบพระคุณพระเจ้าเสมอ ทุกวัน ในสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำแก่เรา
วันนี้ คุณขอบคุณพระเจ้าแล้วหรือยัง?

4. ในเวลาแห่งการพิพากษาของพระเจ้า
คืนนั้น ท่ามกลางคนอียิปต์เต็มไปด้วยเสียงร้องไห้คร่ำครวญโศกเศร้า
แต่ท่ามกลางคนอิสราเอล เต็มไปด้วยงานปาร์ตี้ กินแกะปิ้งกันตลอดคืน

ในวันแห่งการพิพากษาที่กำลังจะมาถึงในอนาคต
สำหรับคนเหล่านั้นที่รับการประพรมโดยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ จะเป็นวันแห่งความชื่นชมยินดีอย่างยิ่ง
แต่สำหรับคนบาปทั้งหลาย วันนั้นจะเป็นวันที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดตั้งแต่เขาเกิดมา

คำคม

“ พระเจ้าทรงเสด็จมาช่วยเราให้พ้นจากการเป็นทาสบาปแล้ว ”

สรุป อพยพ 11

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้โมเสสเตือนฟาโรห์ถึงภัยพิบัติประการสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นในอียิปต์ จนฟาโรห์และคนอียิปต์ จะรีบไล่คนอิสราเอลออกจากอียิปต์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 11 เมื่อฟาโรห์ยังคงไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไป แม้อียิปต์จะพบภัยพิบัติถึง 9 ประการแล้วก็ตาม
ฟาโรห์จึงไล่โมเสสและอาโรนออกไปจากวัง แล้วบอกว่าถ้าเห็นหน้าอีกครั้งจะฆ๋าให้ตายเสีย

เวลานั้น​โม​เสส ​เป็น​ที่​นับ​ถือ​และเกรงกลัวมาก​ของชาวอียิปต์ทั้งปวง
โมเสส จึงประ​กาศ​แก่ฟาโรห์ ด้วยความโกรธ​อย่าง​ยิ่งว่า

พระเจ้าตรัส​ดัง​นี้​ว่า เวลา​ประ​มาณ​เที่ยง​คืน
พระเจ้าจะ​ประหาร​ลูก​หัว​ปี​ทั้ง​หมด​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์​
ตั้ง​แต่​พระ​ราช​บุตร​หัว​ปี​ของ​ฟา​โรห์​ จน​ถึง​บุตร​หัว​ปี​ของ​ทาส​หญิง​ผู้​อยู่​หลัง​เครื่อง​โม่​แป้ง
ทั้ง​ลูก​หัว​ปี​ของ​สัตว์​ด้วย
แล้ว​จะ​มี​การ​ร้องไห้​เสียง​ดัง​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์​อย่าง​ที่​ไม่​เคย​มี​มา​ก่อน
ส่วน​คน​หรือ​สัตว์​ของคน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​สิ้น​จะปลอดภัย
แล้วข้า​ราช​การ​​ของ​ฟาโรห์จะ​​มา​กราบ​ลง​ต่อ​หน้าโมเสส
เพื่อขอ​ให้​โมเสสกับ​ประ​ชา​กร​ที่​ติด​ตาม​โมเสส ไป​เสีย​จากอียิปต์
​จาก​นั้นโมเสส​ก็​จะ​ออก​ไป

เหตุที่โมเสสประกาศกับฟาโรห์อย่างนั้น ก็เพราะว่า
พระ​เจ้าจึง​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า
พระองค์​จะ​นำ​ภัย​พิบัติ​มา​สู่​ฟา​โรห์​และ​อียิปต์​อีก​อย่าง​เดียว
แล้ว​ฟา​โรห์​จะ​รีบ​ไล่คนอิสราเอลออก​จาก​อียิปต์​จน​หมด​อย่าง​แน่นอน
ดังนั้นโมเสส จง​บอก​ประชา​ชน​ทั้ง​ชาย​และ​หญิง​
ให้​ขอ​เครื่อง​เงิน​เครื่อง​ทอง​จาก​เพื่อน​บ้าน​ของ​ตน
พระ​เจ้าจะ​ทรง​ให้คนอิสราเอลเป็น​ที่​โปรด​ปราน​ใน​สาย​ตา​คน​อียิปต์

บทสรุปของเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ก็คือ
​พระเจ้าตรัส​กับ​โม​เสส​ไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่า
ฟา​โรห์​จะ​ไม่​ยอม​ฟัง​โมเสสและอาโรน
เพื่อ​การ​อัศ​จรรย์​ของพระองค์จะ​ทวี​ขึ้น​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์
ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นก็เพราะใจ​ของ​ฟาโรห์​กระ​ด้าง​
​ไม่​ทรง​ยอม​ปล่อย​ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล​ออก​ไป​จาก​แผ่น​ดิน​ของเขา

1. โมเสส ผู้ต้องหนีตายจากอียิปต์เมื่อ 40 ปีก่อน ซึ่งเวลานั้นเขาไม่เป็นที่ยอมรับนับถือแม้แต่จากชนชาติของเขาเอง
ตอนนี้ เขาอายุถึง 80 ปีแล้ว ความสามารถที่ได้เรียนรู้จากอียิปต์ก็ลืมไปแทบหมดสิ้นแล้ว กลายเป็นคนเลียงแพะแกะในต่างแดน
แต่เพราะเขายอมให้พระเจ้าทรงใช้
บัดนี้ เขากลับเป็นที่นับถือไม่เพียงแต่ในคนอิสราเอลเท่านั้น แม้แต่ข้าราชการและประชาชนของอียิปต์ก็ยังนับถือเขาอย่างมากอีกด้วย

เมื่อเรายอมให้พระเจ้าทรงใช้เรา ตามวิธีการของพระองค์
ไม่ว่าเราจะต่ำต้อยหรืออ่นแอสักเพียงใดก็ตาม
ชีวิตของเรา ก็สามารถเป็นพระพรและถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้

2. พระเจ้าประสงค์ให้คนอิสราเอลออกจากอียิปต์
แต่ฟาโรห์และพวกข้าราชการ ไม่ต้องการให้ไป
สุดท้ายแล้วทั้งฟาโรห์และพวกข้าราชการ ก็ต้องมาปราบขอร้องให้โมเสสช่วยพาคนอิสราเอลออกไปด้วยเถิด

ไม่ว่าความประสงค์ของมนุษย์จะเป็นอย่างไรก็ตาม
แต่ในที่สุดพระประสงค์ของพระเจ้า จะสำเร็จ

วิธีที่ฉลาดที่สุดสำหรับมนุษย์ในการเลือกตัดสินใจ
คือ เลือกที่จะกระทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
เพราะนั่นจะนำความสำเร็จ นำผลดีและพระพรมากมายมาสู่ชีวิตของเรา

3. โดยความช่วยเหลือของโยเซฟเมื่อ 400 ปีก่อน ทำให้อียิปต์มั่งคั่งด้วยทรัพย์สมบัติมากมาย
แต่ต่อมาคนอียิปต์จับคนอิสราเอลทั้งหมดไปเป็นทาส ยึดทรัพย์สมบัติของคนอิสราเอลไป
บัดนี้ พระเจ้าทรงดลใจให้คนอียิปต์ ยอมมอบ​เครื่อง​เงิน​เครื่อง​ทอง​มากมายแก่คนอิสราเอล

ในเรื่องนี้ นอกจากเราจะเห็นความยุติธรรมของพระเจ้าแล้ว
เรายังเห็นการจัดเตรียมของพระองค์ในเวลาของพระองค์
เพราะช่วงเวลาหลายร้อยปีที่เป็นทาสในอียิปต์ ​เครื่อง​เงิน​เครื่อง​ทอง​ย่อมไม่ใช่สิ่งสำคัญหรือจำเป็นอะไรเลย
แต่บัดนี้คนอิสราเอลกำลังจะอกไปสร้างประเทศใหม่
​เครื่อง​เงิน​เครื่อง​ทอง​ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนอิสราเอลแล้ว

พูดง่ายๆคือ พระเจ้าให้ฝากไว้ก่อนหลายร้อยปี
พอถึงเวลาจะเป็นต้องใช้ ก็เอากลับคืนมา

วันนี้ พระเจ้ามีเวลาที่เหมาะสมและดีที่สุด สำหรับสิ่งต่างๆในชีวิตของเรา
หากเรายังไม่ได้รับ หรือเราต้องสูญเสียมันไป
คำตอบง่ายๆก็คือว่า พระเจ้าทรงเห็นว่า ยังไม่ใบ่เวลาที่เราจำเป็นต้องมีสิ่งเหล่านั้น
วันใด ที่พระเจ้าทรงเห็นว่า เราจำเป็นแล้ว พระองค์จะประทานมาให้แก่เราอย่างแน่นอน

คำคม

“ ยิ่งไม่กลับใจ ยิ่งนำภัยมาสู่ตน ”

สรุป อพยพ 10

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้ฝูงตั๊กแตนมาทำลายพืชทั้งหมดในอียิปต์ และให้เกิดความมืดอย่างยิ่ง ถึงกระนั้นฟาโรห์ก็ยังไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไป
  • สามารถรับชมรายละเอียดคำอธิบายเพิ่มเติม ของ อพยพบทที่ 10 ที่นี่ครับ >>
    https://www.youtube.com/watch?v=Bdq91iF3Wsw&t=1286s

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 10 หลังจากภัยพิบัติ 7 อย่าง ผ่านพ้นไป ฟาโรห์ก็ยังไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไป

พระเจ้า​จึงให้​โม​เสส​และ​อา​โรน​ ไปบอกฟา​โรห์ ว่า
ถ้ายัง​จะ​ขัด​ขืน​ไม่​ยอม​อ่อน​น้อม​ต่อ​พระเจ้า โดยไม่ยอมปล่อยประชากรของพระเจ้าไป​นาน​สัก​เท่า​ไร?
พรุ่ง​นี้พระเจ้า​จะ​ให้​ตั๊ก​แตน​ปา​ทัง​ก้า​เข้า​มา​ในอียิปต์ มากมายจน​มอง​ไม่​เห็น​พื้น​ดิน

พวก​ข้า​ราช​การ​กราบ​ทูล​ฟา​โรห์​ว่า
ขอ​ทรง​ปล่อย​คนอิสราเอลเถิด ไม่งั้นอียิปต์​จะ​พินาศ​หมดแน่

ฟาโรห์จึงเรียกโม​เสส​และ​อา​โรน​มา​เข้า​เฝ้า​อีก
ฟาโรห์เริ่มใจอ่อน จึงถามว่า
ถ้าจะไป จะมีใครไปบ้าง?

โมเสสตอบว่า
ทั้ง​คน​หนุ่ม​ ทั้ง​ผู้​อา​วุ​โส ทั้ง​เด็กๆ และ​ฝูง​แพะ​แกะ​ ฝูง​โค

ได้ยินดังนั้น ฟาโรห์จึงไม่ยอมให้ไป
แล้วไล่โมเสสและอาโรนออกจากวังไป

พระ​เจ้า​จึงสั่ง​โม​เสส ให้​เหยียด​มือ​ออก​เหนือ​แผ่น​ดิน​อียิปต์
เมื่อโมเสสทำตาม
ก็มี​ลม​ตะวัน​ออก​พัด​มา​ ​ตลอด​วัน​และ​ตลอด​คืน ​หอบ​ฝูง​ตั๊ก​แตน​มามากมายมหาศาล
​ปก​คลุม​ทั่ว​พื้น​แผ่น​ดิน​จน​มืด​ไป​หมด
พวกมัน​กิน​พืช​ผัก​ ผลไม้ และต้นไม้ ทุก​อย่าง​ใน​แผ่น​ดิน

ฟา​โรห์​ทรง​รีบ​ให้​คน​ไป​ตาม​ตัว​โม​เสส​และ​อา​โรน​เข้า​เฝ้า​ทันที
แล้วกล่าวขอโทษ ต่อพระ​เจ้า​และ​ต่อโมเสสกับอาโรน
แล้วขอให้โมเสสช่วย​วิง​วอน​พระ​เจ้า​ ให้ฝูงตั๊กแตนไปเสีย

โม​เสส​ก็​​วิง​วอน​ต่อพระเจ้า
แล้วกระ​แส​ลมก็เปลี่ยนทิศ พัด​ฝูง​ตั๊ก​แตน​ไป​ตก​ใน​ทะเล​แดง​จน​ไม่​เหลือ​เลย​สัก​ตัว​เดียว​ ทั่ว​เขต​แดน​อียิปต์

แต่ฟา​โรห์ก็เปลี่ยนใจไม่​ยอม​ปล่อย​คน​อิส​รา​เอล​ไปอีก

พระเจ้าจึงสั่ง​โม​เสส​ ให้​ชู​มือ​ขึ้น​สู่​ท้อง​ฟ้า เพื่อ​ให้​มี​ความ​มืด​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์ เป็น​ความ​มืด​จน​สัม​ผัส​ได้
โม​เสสก็ทำตาม
แล้ว​ความ​มืด​ทึบ​ ก็​เกิด​ขึ้น​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์ 3 วัน
พวก​เขา​มอง​กัน​ไม่​เห็น ไม่​มี​ใคร​ลุก​ไป​จาก​ที่​อยู่​ของ​ตน​ 3 ​วัน
แต่​มี​แสง​สว่าง​อยู่​ใน​ที่​อาศัย​ของ​คนอิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด

ฟา​โรห์​จึง​บอกโม​เสส​ ว่า
ให้ไปนมัสการพระเจ้าได้ รวมทั้งเด็กๆด้วย แต่​ฝูง​แกะ​และ​ฝูง​โค​ไม่ต้องเอาไป

แต่โม​เสสตอบว่า
ต้องไปทั้งหมด ขาด​ไม่​ได้​สัก​ตัว​เดียว

ดังนั้นฟา​โรห์​จึง​ไม่​​ยอม​ ไม่อนุญาตให้คนอิสราเอลออกไป

ฟา​โรห์​​สั่ง​โม​เสส ​ว่า
ให้ไป​ให้​พ้น อย่า​มา​ให้​เรา​เห็น​หน้า​อีก​เลย ไม่งั้นโมเสสจะ​ต้องตายแน่

โม​เสส​จึง​ตอบว่า
ใช่​แล้ว เขา​จะ​ไม่​มา​ให้​ฟาโรห์​เห็น​หน้า​อีก​เลย

1. จากบุคลิกลักษณะของฟาโรห์องค์นี้ ทำให้เรารู้จักลักษณะของคนที่ใจแข็งกระด้าง ว่า เป็นดังนี้
– ไม่สนใจคำแนะนำของผู้อื่น(พวกข้าราชการ)
– เย่อหยิ่งยโส ต่อมนุษย์ หรือแม้แต่ต่อพระเจ้า (​ขัด​ขืน​ไม่​ยอม​อ่อน​น้อม​ต่อ​พระเจ้า)
– ไม่สนใจหลักการ จะทำตามใจตนเองซะอย่าง ใครจะทำไม? (กษัตริย์ควรรักษาคำพูด แต่ฟาโรห์กลับไม่มีสัจจะ)
– ได้เห็น ได้รับรู้ คำเตือนแล้ว ก็ยังไม่ยอมกลับใจจากทางที่ผิด

วันนี้ เราควรสำรวจตนเองดูว่า มีลักษณะของความแข็งกระด้างในจิตใจทำนองนี้ อญุ่ในจิตใจของเราบ้างหรือไม่?

2. มืดจน​สัม​ผัส​ได้ ในข้อ 21 หมายถึง มืดจน​รู้สึก​ได้ นั่นคือ ​มืด​สนิท​จริงๆ จน​มอง​อะไร​ไม่​เห็น​เลย ต้อง​นั่ง​ๆ ​นอน​ๆ อยู่​กับ​ที่​ เป็น​เวลา 3 วัน ชาว​อียิปต์​จึง​ต้อง​รู้​สึก​สลด​หด​หู่​ใน​เวลา​เช่นนี้

3. ในการเจรจาต่อรองของฟาโรห์ต่อโมเสส เจรจามาถึงขั้น ยอมให้คนอิสราเอลไปได้ทั้งหมด รวมทั้งเด็กๆด้วย ขอเพียงแค่อย่าเอาฝูงสัตว์ไปด้วย
ซึ่งโมเสส ก็ไม่ยอม
ดังนั้น ฟาโรห์ จึงไม่ยอมเหมือนกัน
น่าเสียดายที่ ฟาโรห์เสียดายฝูงสัตว์ จนกระทั่งนำความตายมาสู่บุตรชายมากมายของชาวอียิปต์ รวมทั้งบุตรของตนด้วย
ว่าไปแล้ว ไม่คุ้มเลย ที่เอาชีวิตลูกชายของตนไปแลกกับฝูงสัตว์เหล่านั้น

การไม่ยอมจำนนต่อพระเจ้า หรือ การหวงบางสิ่งไว้จากพระเจ้า
จะนำปัญหาใหญ้โตมากยิ่งกว่าที่คิดมาสู่ชีวิต

4. ในบทนี้ โมเสสต้องเผชิญหน้ากับการทดลองหลายครั้ง
เมื่อฟาโรห์ยื่นข้อเสนอให้คนอิสราเอลไปได้ แต่ต้องละบางคนหรือบางอย่างไว้
เพียงแค่ โมเสสยอมอ่อนข้อบ้าง บางอย่าง เขาก็จะสามารถนำคนอิสราเอลออกจากอียิปต์สำเร็จแล้ว

แต่โมเสสสอบผ่านการทดลองนี้ไปได้อย่างสง่างาม
เขาไม่ยอมอ่อนข้อต่อฟาโรห์ แม้แต่นิดเดียว
เขาทำตามคำสั่งของพระเจ้า 100%

ในทุกวันนี้ เราก็ต้องเผชิญการทดลองทำนองเดียวกับโมเสสอยู่เสมอ
เมื่อ การอ่อนข้อให้กับวิถีแห่งโลกนี้ หรือให้กับบาป นิดๆหน่อย ก็จะทำให้เราประสบความสำเร็จได้งดงาม
เราจะเลือกตัดสินใจอย่างไร?
ยอมอ่อนข้อ อลุ่มอล่วยบ้าง เล็กๆน้อยๆ
หรือ จะทำตามอย่างโมเสส ไม่ยอมอ่อนข้อหรือประนีประนอม สิ่งที่ขัดกับคำสั่งของพระเจ้าเลย แม้เพียงเล็กน้อย

คำคม

“ การไม่ยอมถ่อมใจลงต่อพระเจ้า เป็นการจงใจทำร้ายตนเอง ”

สรุป อพยพ 9

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้มีภัยพิบัติอย่างที่ 5 , 6 และ 7 เกิดขึ้นในอียิปต์ ได้แก่ โรคระบาดในสัตว์ ฝีพุพอง และไฟกับลูกเห็บ แต่ฟาโรห์ก็ยังใจแข็งกระด้างไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไป

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 9 หลังจากภัยพิบัติที่ 3 ฝูงเหลือบ ผ่านพ้นไป ฟาโรห์ก็ใจแข็งกระด้างอีก จึงกลับคำไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไป
พระเจ้าจึงทรงใช้​โม​เสส​ ไปบอกฟาโรห์​ว่า จง​ปล่อย​ประ​ชา​กร​ของ​พระเจ้าไป​นมัส​การพระองค์
​ถ้า​​ไม่​ยอม​ปล่อย พรุ่งนี้ พระเจ้าจะ​ทำ​ให้​ฝูง​​สัตว์​ใน​ทุ่ง​นา ฝูง​ม้า ฝูง​ลา ฝูง​อูฐ ฝูง​โค และ​ฝูง​แพะ​แกะ เป็น​โรค​ระบาด​ร้าย​แรง
แต่​​ฝูง​สัตว์​ของคน​อิส​รา​เอล​จะ​ไม่​ตาย

แล้ว​ฟาโรห์ก็ไม่ยอม พระเจ้าจึงทรง​ทำ​สิ่ง​ที่ทรงตรัสไว้นั้น
แต่​ใจ​ของ​ฟา​โรห์​ยัง​คงแข็ง​กระ​ด้าง
ไม่​ทรง​ยอม​ปล่อย​ให้​ประ​ชา​กร​ไป

พระเจ้าจึงสั่ง​โม​เสส​และ​อา​โรน ให้​กำ​เขม่า​จาก​เตา​ให้​เต็ม​กำมือ แล้ว​ให้​โม​เสส​ซัด​ขึ้น​ไป​ใน​อา​กาศ​ต่อ​หน้า​ฟาโรห์ แล้วเขม่า​นั้น​จะ​กลาย​เป็น​ฝุ่น​ปลิว​ไป​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์ แล้ว​ทำ​ให้​เกิด​เป็น​ฝี​พุ​พอง​​ทั้ง​ตัว​คน​และ​สัตว์​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์

โมเสสกับอาโรนก็ทำตาม แล้วก็เกิดขึ้นอย่างที่พระเจ้าตรัสไว้
แต่​พระ​เจ้า​ทรง​ให้​ใจ​ของ​ฟา​โรห์​กระ​ด้าง ไม่​ยอม​ฟัง​โม​เสส​และ​อาโรน

พระเจ้าสั่ง​โมเสส​ ให้ไปบอกฟาโรห์ ให้ปล่อยคนอิสราเอลไป
มิฉะนั้น พรุ่ง​นี้​พระเจ้า​จะ​ให้​ลูก​เห็บ​ตก​ลง​มา​อย่าง​หนัก อย่าง​ที่​ไม่​เคย​มีมาก่อน​ใน​อียิปต์
เพราะ​ฉะนั้น จง​สั่ง​ให้​ต้อน​ฝูง​สัตว์​และ​สาร​พัด​ที่​อยู่​ใน​ทุ่ง​นา​ให้​เข้า​ที่​กำบัง เพื่อจะไม่​โดน​ลูก​เห็บ​ตาย​

ปรากฏว่า มีข้า​ราช​การ​ของ​ฟา​โรห์​ที่​เกรง​กลัว​ คำตรัส​ของ​พระ​เจ้า ก็​ให้​ทาส​และ​ฝูง​​สัตว์​ของ​ตน​หลบ​เข้า​ไป​ใน​บ้าน
แต่​ผู้​ที่​ไม่​สน​ใจ​ ก็​ปล่อย​ให้​ทาส​และ​ฝูง​สัตว์​ของ​ตน​อยู่​ใน​ทุ่งนา

แล้วพระเจ้าให้โมเสส ​ชู​มือ​ขึ้น​ยัง​ท้อง​ฟ้า แล้ว​ ​มี​เสียง​ฟ้า​ร้อง มี​ลูก​เห็บ และ​ไฟ​ตก​บน​แผ่น​ดิน ​อย่าง​ต่อ​เนื่อง ​ทำ​ลาย​ทุก​อย่าง​ที่​อยู่​ใน​ทุ่ง​นา​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์​ทั้ง​คน​ ​สัตว์ ต้นไม้ และ​ผัก​หญ้า​ทุก​อย่าง​ใน​ทุ่ง​นา​
​แต่ที่​แผ่น​ดิน​โกเชน​ซึ่งคนอิส​รา​เอล​อยู่​นั้น ไม่​มี​ลูก​เห็บ​ตก​เลย

ฟา​โรห์​จึง​พูดกับโมเสส​และ​อา​โรน​ ว่า ครั้ง​นี้​เขา​ทำบาป เขา​กับ​พล​เมือง​ของ​เขา​ผิด พระเจ้า​เป็น​ฝ่าย​ถูก
ดังนั้นขอ​โมเสสช่วย​ทูลพระเจ้า ​ให้​ยุติ​เสียง​ฟ้า​ร้อง​และ​ลูก​เห็บ​ด้วยเถิด
แล้ว​เขา​จะ​ปล่อยคนอิสราเอลไป

โมเสสก็ร้องทูลพระเจ้า แล้ว เสียง​ฟ้า​ร้อง​กับ​ลูก​เห็บ​นั้น​ก็​หยุด
แต่พอ​ฟาโรห์​ทราบ​ว่า ฝน ลูก​เห็บ​และ​ฟ้า​ร้อง​นั้น​หยุด​แล้ว
ก็กลับคำ​อีก ทั้ง​ฟาโรห์​และ​พวก​ข้า​ราช​การก็มีใจ​แข็ง​กระ​ด้าง
​ไม่​ยอม​ปล่อยคน​อิส​รา​เอล​ไป

1. ภัยพิบัติที่ 5 เกิดโรคระบาดทำให้ฝูงสัตว์ในทุ่งนาตายหมด(อพย. 9:6) ไม่ใช่สัตว์ทั้งหมดในอียิปต์ แต่เฉพาะในทุ่งนา เพราะใน อพย.9:9 และ 9:20-21 ก็การกล่าวถึงฝูงสัตว์อีก และอพย.14 ก็มีกล่าวถึงม้าของทหารอียิปต์ตอนไล่ตามอิสราเอล
ท่ามกลางการพิพากษาอันรุนแรงของพระเจ้า ก็ยังพบพระเมตตาในนั้น
เหมือนใน อพย. 9:32 เมื่อลูกเห็บตกมาทำลายพืชเสียสิ้น ก็ยังทรงเหลือต้น​ข้าว​สาลี​และ​ต้น​ข้าว​สเปลต์ เอาไว้

2. เมื่อพระเจ้าทรงให้ภัยพิบัติจากลูกเห็บเกิดขึ้น
บางคนที่เชื่อและเกรงกลัวคำเตือนจากพระเจ้า พวกเขาไม่พบความเสียหายใดๆ
ส่วนคนที่ไม่เชื่อหรือไม่เกรงกลัวคำเตือนนั้น พวกเขาต้องพบการสูญเสียครั้งใหญ่

เมื่อพระเจ้าเตือน แล้วเราเกรงกลัวแล้วรีบกลับใจ เราจะปลอดภัย
ต่อให้มีเหตุการร้ายนั้นเกิดขึ้นจริงๆ แต่เราก็จะรอดปลอดภัย
แต่ถ้าไม่อย่างนั้น เราจะพบกับความเสียใจ

3. ใน อพย. 9:27 เป็นครั้งแรกที่ ฟา​โรห์​​เริ่ม​ตระหนัก​ว่า ภัย​พิบัติ​ต่างๆ นั้น ​เป็น​เพราะการที่เขา​ไม่​เชื่อ​ฟังพระเจ้า
ฟาโรห์ดูเหมือนจะกลับใจ แต่เป็นการกลับใจแค่ชั่วคราว ซึ่งเป็นการกลับใจจอมปลอม
ไม่อาจนำผลการเปลี่ยนที่แท้จริงให้เกิดขึ้นได้

วันนี้ เรารู้ตัวและสำนึก ในสิ่งเราทำผิดพลาดพลั้งบาปไป หรือยัง?
แล้วเราพร้อมที่จะตัดสินใจ กลับอย่างแท้จริง อย่างจริงใจ แล้วหรือยัง?

คำคม

“ การกลับใจชั่วคราว เป็นการกลับใจจอมปลอม ”

สรุป อพยพ 8

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้ภัยพิบัติเกิดขึ้นในอียิปต์ จาก ฝูงกบ ฝูงริ้น ฝูงเหลือบ แต่ฟาโรห์ก็ยังคงใจแข็งกระด้างไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไปอยู่ดี
  • สามารถรับชมรายละเอียดคำอธิบายเพิ่มเติม ของ อพยพบทที่ 8 ที่นี่ครับ >>
    https://www.youtube.com/watch?v=Bdq91iF3Wsw&t=921s

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 8 หลังจากพระเจ้าทำให้แม่น้ำไนล์กลายเป็นเลือดแล้ว 7 วัน
พระเจ้า​ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า ให้เขา​ไป​บอก​ฟา​โรห์​ว่า
พระเจ้าสั่งให้​ปล่อย​ประ​ชา​กร​ของ​พระเจ้าไป​นมัส​การ​พระองค์
ถ้า​ฟาโรห์​ไม่​ยอม​ พระเจ้า​จะ​ลงโทษอียิปต์ด้วย​ฝูงกบ
ฝูง​กบ​จะ​เต็ม​ทั้ง​แม่​น้ำ​ไนล์ ​ใน​วัง ใน​ห้อง​นอน และ​บน​ที่​นอน​ ใน​บ้าน ตาม​ตัวคน ใน​เตา​ปิ้ง​ขนม และ​ใน​อ่าง​ขยำ​แป้ง​ของ​พวกเขา

แล้ว​พระ​เจ้าให้โม​เสส​ ​บอก​อาโรน​ให้​เหยียด​มือ​ที่​ถือ​ไม้​เท้า​ออก​
เหนือ​แม่​น้ำ ลำ​คลอง หนอง บึง ให้​ฝูง​กบ​ขึ้น​มา​บน​แผ่น​ดิน​อียิปต์

เมื่ออา​โรน​ทำตาม กบ​ก็​ขึ้น​มา​เต็ม​แผ่น​ดิน​อียิปต์
พวก​ที่​ใช้​เวท​มนตร์​คา​ถา​ก็​ทำให้​มี​ฝูง​กบ​ขึ้น​มา​บน​แผ่น​ดิน​อียิปต์​เหมือน​กัน

ฟา​โรห์​จึงพูดกับ​โม​เสส​และ​อา​โรน ​ว่า
ให้พวกเขาช่วยอธิษฐานต่อพระเจ้า ให้ฝูง​กบ​ไป​เสีย​จาก​อียิปต์
แล้ว​ฟาโรห์​จะ​ยอม​ปล่อย​ให้​คน​อิส​รา​เอล​ไป​ถวาย​สัตว​บูชา​แด่​พระ​เจ้า

โม​เสส​จึงถาม​​ฟา​โรห์​ว่า อยากให้ฝูงกบไปเมื่อไร
ฟา​โรห์ตอบ​ว่า “พรุ่ง​นี้”
โม​เสส​จึงบอกว่า ฝูง​กบ​จะ​ไป​จาก​ฟาโรห์ และบ้านเมืองอียิปต์
เหลือ​อยู่​แต่​ใน​แม่​น้ำ​ไนล์ ในวันพรุ่งนี้

แล้ว​โม​เสส​ร้อง​ทูลต่อ​พระเจ้า​ เรื่อง​ฝูง​กบ​ที่​ทรง​ให้​มา​รบ​กวน​ฟา​โรห์
พระ​เจ้า​ทรง​ทำ​ตาม​คำ​ขอของ​โม​เสส
ฝูง​กบ​เหล่า​นั้น​ก็​ตาย​เกลื่อน​ไปหมด แผ่น​ดิน​ก็​เหม็น​ตลบ

เมื่อ​ฟา​โรห์​เห็นว่า​ความ​เดือด​ร้อน​บรรเทา​ลง​แล้ว ก็​มี​พระ​ทัย​กระ​ด้าง​อีก
และ​ไม่​ทรง​ยอม​เชื่อ​ฟัง​โม​เสส​กับ​อา​โรน

พระเจ้า​ให้​โม​เสสบอก​อา​โรน​ว่า
ให้ใช้​ไม้​เท้า​ตี​ผง​คลี​ดิน​ให้​กลาย​เป็น​ตัว​ริ้น​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์
อาโรนก็ทำตาม ริ้นจึง​มา​ตอม​มนุษย์​และ​สัตว์​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์

​พวก​ที่​ใช้​เวท​มนตร์​คาถา​ก็​พยา​ยาม​ทำ​ให้​เกิด​ริ้น แต่​ก็​ทำ​ไม่​ได้
พวกเขาจึง​ทูล​ฟา​โรห์​ว่า “นี่​เป็น​กิจ​การ​ของ​พระ​เจ้า”
แต่​ฟา​โรห์​มี​พระ​ทัย​กระ​ด้าง ไม่​ยอม​ฟัง​พวก​เขา

พระเจ้าใช้​โม​เสส​ ไปบอกฟาโรห์ว่า ​
ถ้า​ไม่​ปล่อย​ประ​ชา​กร​ของ​พระเจ้าไป
พระเจ้าจะ​ใช้​ฝูง​เหลือบ​มา​ตอมคน​อียิปต์​จะ​เต็ม​ไป​ทั่วแผ่นดินอียิปต์
ยกเว้นใน​โกเชน ซึ่งประ​ชา​กร​ของ​พระเจ้าอาศัย​อยู่​นั้น​

แล้ว​พระ​เจ้าก็​ทรง​ทำ​ดัง​นั้น เหลือบ​ฝูง​ใหญ่​มาก​เข้า​มาทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์ ทำให้แผ่น​ดิน​ก็​เสีย​หาย​ย่อย​ยับ​

ฟา​โรห์​จึง​เรียก​โม​เสส​กับ​อา​โรน​มา แล้ว​สั่ง​ว่า จง​ไป​ถวาย​สัตว​บูชา​แด่​พระ​เจ้า​ใน​เขต​แผ่น​ดิน​นี้ก็แล้วกัน
โม​เสสตอบว่า หากทำเช่นนั้น คนอียิปต์จะเอาหินขว้างพวกอิสราเอลจนตาย เพราะการถวายสัตวบูชาของคนอิสราเอล เป็น​สิ่ง​พึง​รังเกียจ​ของ​คน​อียิปต์ (เพราะโคที่จะเอามาถวายเป็นเครื่องบูชา คนอียิปต์ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์)
ดังนั้นคนอิสราเอล​ต้อง​เดิน​ทาง​ไป​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​เป็น​ระยะ​ทาง​ 3 ​วัน และ​ถวาย​สัตว​บูชา​ที่นั่น

ฟา​โรห์​จึง​ยอมตกลง แล้วบอกว่า​ อย่า​ไป​ไกล​นักและให้วิง​วอน​เพื่อ​ฟาโรห์​ด้วย

โม​เสส​จึงตอบว่า เขา​จะ​อธิษ​ฐาน​ทูล​พระ​เจ้า ขอ​ให้​ฝูง​เหลือบ​ไป​จาก​อียิปต์​ใน​วัน​พรุ่ง​นี้
แต่​ขอ​ฟาโรห์อย่า​กลับ​คำ​อีก

โมเสสจึงไปอธิษ​ฐาน​ต่อ​พระ​เจ้า
แล้วพระเจ้าทรง​ทำ​ตาม​คำ​ทูล​ของ​โม​เสส
ทรง​ให้​ฝูง​เหลือบ​ไป​จาก​ฟา​โรห์ จาก​ข้า​ราช​การ​และ​จาก​พล​เมืองอียิปต์
ไม่​เหลือ​อยู่​สัก​ตัว​เดียว

แต่​ฟา​โรห์​ก็​กลับคำ มี​พระ​ทัย​แข็ง​กระ​ด้าง​อีก ไม่​ยอม​ปล่อย​ประ​ชา​กร​ไป

1. ชาว​อียิปต์เชื่อว่า กบ​หรือ​คาง​คก​ คือ เทพ​สตรี​เฮคต์ ผู้​คอย​ช่วย​เหลือ​สตรี​เวลา​คลอด​ลูกออกมาได้
แต่พระเจ้าทรงสำแเดงให้เห็นว่า แม้แต่เทพเจ้าที่ชาวอียิปต์นับถือก็ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของพระเจ้า

พระเจ้าทรงสำแดงพระองค์เอง ให้มนุษย์ได้รับรู้ ตามความเข้าใจเพียงน้อยนิดที่มนุษย์มี
เหมือนชาวอียิปต์เข้าใจผิดว่า กบช่วยให้เขาคลอดลูกได้
พระเจ้าก็ใช้สิ่งนั้นสื่อสารให้พวกเขา เข้าใจและรู้จักพระเจ้า
แต่น่าเสียดายที่พวกเขา ไม่ใส่ใจที่จะรู้จักพระองค์

วันนี้ แม้เรามีความเข้าใจในเรื่องพระเจ้ายังไม่มากนัก
แต่ถ้าเราแสวงหาที่จะรู้จักกับพระองค์มากขึ้น อย่างจริงใจ
ความรู้ความเข้าใจเท่าที่เรามี ก็เพียงพอที่จะให้เรารู้พระองค์ได้มากขึ้นได้

2. ริ้น เป็น​แมลง​ขนาด​เล็ก​กว่า​แมลง​หวี่ กัด​เจ็บ
คำ​นี้​ใน​ภาษา​ฮีบรู แปล​ได้​อีกว่า เห็บ , เหา ,หมัด หรือ ไร

3. เหลือบ เป็น​แมลง​คล้าย​แมลง​วัน แต่​ตัว​โต​กว่า มี​ปีก​คู่​เดียว ​มี​อวัยวะ​เป็น​ท่อ​ดูด​ของ​เหลว​กิน
ตัว​เมีย​ดูด​เลือด​มนุษย์​และ​สัตว์​เป็น​อาหาร กัด​เจ็บมาก

4. ตั้งแต่ถัยพิบัติอย่างที่ 3 (ริ้น) เป็นต้นไป ​พวก​นัก​เวท​มนตร์​คาถา​ไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้เลย
จนพวกเขา​ทูล​ฟา​โรห์​ว่า “นี่​เป็น​กิจ​การ​ของ​พระ​เจ้า”
นั่นคือ พวกเขายอมรับว่า ไม่มีทางที่มนุษย์คนใดจะทำสิ่งนี้ได้

แม้ฟาโรห์จะได้รับการยืนยันชัดเจนว่า ภัยพิบัติที่กำลังเกิดขึ้นนี้ เป็นมาจากพระเจ้า
ถึงกระนั้น ฟาโรห์ก็ยังไม่ยอมจำนนต่อพระเจ้าอยู่ดี
จึงกลับนำภับพิบัติที่ใหญ่หลวงยิ่งขึ้นมาสู่ตนเองและประเทศ

วันนี้ หากเราสังเกตเห็น คำเตือนจากสวรรค์
อย่าให้เรานิ่งนอนใจ หรือทำใจแข็งกระด้างไม่สนใจคำเตือนนั้น
แต่ให้เรารีบกลับใจใหม่ หันกลับมาแสวงหาพระเจ้า กลับมาเดินในทางแห่งน้ำพระทัยของพระองค์

5. กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ แต่ฟาโรห์องต์นี้ตรัสแล้วกลับไปกลับมา ครั้งแล้วครั้งเล่า
ท่ามกลางลักษณะที่ไม่เอาไหนของใครบางคน พระเจ้ายังคงสามารถใช้ลักษณะนั้นทำให้แผนการของพระเจ้าสำเร็จ

วันนี้คนรอบข้างเราบางคน อาจมีลักษณะนิสัยบางอย่างที่ไม่น่าชื่นใจเอาเสียเลย
ขอให้เรารู้เถิดว่า พระเจ้ากำลังทรงใช้ลักษณะนิสัยของเขาแบบนี้แหละเพื่อให้แผนการอันดีเลิศของพระเจ้าสำเร็จ

คำคม

“ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในทุกวันนี้ เป็นกิจการของพระเจ้า ”

สรุป อพยพ 7

ภาพรวม

  • โมเสสและอาโรน มาบอกให้ฟาโรห์ปล่อยคนอิสราเอลไป และเขาทั้งสองได้ทำการอัศจรรย์ต่อหน้าฟาโรห์และพวกข้าราขการ ทำให้ไม้เท้ากลายเป็นงู ทำให้แม่น้ำไนล์กลายเป็นเลือด ถึงกระนั้นฟาโรห์ก็ยังไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไปอยู่ดี

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 7 พระเจ้าสั่งให้โมเสสไปแจ้งแก่ฟาโรห์อีกครั้ง ให้เขาปล่อยคนอิสราเอลไป
แล้วพระ​เจ้า​จึง​ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า พระองค์จะตั้ง​โมเสส ให้​เป็น​ดัง​พระ​เจ้า​ต่อ​ฟา​โรห์ และ​ให้อา​โรน​ ​เป็น​ดังผู้​เผย​พระ​วจนะ​ของ​โมเสส
โดยพระเจ้าให้โมเสสบอกข้อความให้อาโรนฟัง
แล้วให้​อา​โรนเป็นคน​บอกแก่​ฟา​โรห์​

พระเจ้าบอกกับโมเสสว่า
พระองค์​จะ​ทำ​ให้​ใจ​ของ​ฟาโรห์​แข็งกระด้าง
เพื่อพระองค์จะ​ทำ​หมาย​สำคัญ​และ​การ​อัศ​จรรย์​ ให้​ทวี​มาก​ขึ้น ​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์

ฟา​โรห์​จะ​ไม่​ฟังโมเสสและอาโรน
แล้วพระเจ้าเองจะจัดการกับ​อียิปต์
และ​จะ​พา​​ประ​ชา​กร​ของ​พระองค์​ออก​จาก​​อียิปต์
​ด้วย​การ​พิ​พาก​ษา​อัน​ใหญ่​หลวง

โม​เสส​และ​อา​โรน​ก็​ทำ​ตาม​ที่​พระเจ้าสั่ง
เวลานั้นโม​เสส​มี​อายุ 80 ปี และ​อา​โรน 83 ปี

พระ​เจ้าตรัส​กับ​โม​เสส​และ​อาโรน​ว่า
​ต่อ​หน้า​ฟาโรห์ ให้โมเสสสั่งอาโรน ​โยน​ไม้เท้าของอาโรนลงพื้น แล้ว​ไม้​เท้า​จะ​กลาย​เป็น​งู
โมเสสและอาโรนก็ทำตาม และเป็นจริงตามนั้น
ปรากฏว่าพวก​นัก​วิท​ยา​คม​ของอียิปต์ จึง​ทำ​ได้​เหมือน​กัน
แต่​ไม้​เท้า​ของ​อา​โรน​กลืน​ไม้​เท้า​ของ​พวก​เขา​เสีย​สิ้น
​ฟา​โรห์​ก็​ยัง​ใจแข็งกระ​ด้าง​ไม่​ยอม​ฟัง​เขา​ทั้ง​สอง

พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า
ให้โมเสส​ไป​เข้าเฝ้า​ฟา​โรห์​ใน​เวลา​เช้า ​โดยให้​ยืน​คอย​เขา​อยู่​ที่​ริม​ฝั่ง​แม่​น้ำ
แล้วบอกกับฟาโรห์ ว่า เพราะฟาโรห์ไม่ยอมเชื่อฟังพระเจ้า
ไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไปนมัสการพระองค์
ดังนั้นพระเจ้าจะทำให้แม่น้ำไนล์กลายเป็นเลือด

แล้วให้โมเสสเอาไม้เท้าของอาโรนฟาดลงไปที่แม่น้ำไนล์
แล้วให้โมเสส บอกอาโรนว่า ให้ถือ​ไม้​เท้า​นั้น และ​เหยียด​มือ​ออก​เหนือ​น้ำ​แห่ง​อียิปต์

โม​เสส​กับ​อา​โรน​ก็​ทำ​ตาม​ที่​พระ​เจ้าสั่ง
แล้วน้ำ​ใน​แม่​น้ำ​ไนล์​ก็กลายเป็นเลือด ต่อหน้าต่อตาฟา​โรห์​และ​พวก​ข้า​ราช​การ
ปลา​ใน​แม่​น้ำ​ไนล์​ก็​ตาย แม่​น้ำ​ไนล์​ก็​เหม็น
และ​คน​อียิปต์​ก็​ดื่ม​น้ำ​ใน​แม่​น้ำ​ไนล์​นั้น​ไม่​ได้
มี​เลือด​ทั่ว​แผ่น​ดิน​อียิปต์

แต่พวกใช้​เวท​มนตร์​คา​ถา​ก็​ทำ​ได้​เหมือน​กัน
แม้จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้
​พระ​ทัย​ของ​ฟา​โรห์​ยัง​กระ​ด้าง ไม่​ฟัง​โมเสสและอาโรน อยู่ดี
ฟา​โรห์​เสด็จ​กลับ​วัง ไม่​ได้​เอา​ใจ​ใส่ใน​เหตุ​การณ์​ครั้ง​นี้
ซึ่ง​ก็​เป็น​จริง​ดัง​ที่​พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​ไว้

คน​อียิปต์​ทั้ง​หมด​ ก็หาทางแก้ปัญหาโดยการ​ขุด​หลุม​ตาม​ริม​แม่​น้ำ​ไนล์​หา​น้ำ​ดื่ม
เพราะ​พวก​เขา​ดื่ม​น้ำ​ใน​แม่​น้ำ​ไนล์​ไม่​ได้

1. พระเจ้าทรงตั้ง​โมเสส ให้​เป็น​ดัง​พระ​เจ้า​ต่อ​ฟา​โรห์ คือ โมเสสจะทำการอัศจรรย์ในฐานะตัวแทนของพระเจ้า
ช่างเป็นเกียรติที่ยิ่งใหญ่ ที่มนุษย์คนหนึ่งได้เป็นตัวแทนของพระเจ้าทำกิจการของพระองค์

วันนี้ เราก็ได้รับเกียรติเดียวกับโมเสสนี้
พระเจ้าทรงใช้เราเป็นตัวแทนของพระเจ้า สำแดงความรักของพระองค์ ฤทธานุภาพของพระองค์ ผ่านข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ ที่พระองค์ทรงมอบให้แก่เราประกาศนั้น
เพราะโดยข่าวประเสริฐนี้ ความรักและฤทธานุภาพของพระเจ้าได้สำแดงออก มาเป็นการช่วยกู้และเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ สำหรับทุกคนที่เชื่อวางใจในข่าวประเสริฐนั้น

จงทำหน้าที่อันทรงเกียรตินี้ โดยถือเป็นชีวิตจิตใจ

2. หากสังเกตดูดีๆ เราจะเห็นว่า คนที่พูดกับฟาโรห์และคนที่เป็นเจ้าของไม้เท้าที่ทำการอัศจรรย์ได้นั้น คือ อาโรน
แต่พระเจ้า ทรงให้โมเสสเป้นคนบอกให้อาโรนทำ

เมื่อพระเจ้าเลือกใคร ให้มีสิทธิอำนาจ คนนั้นแหละเป็นคนที่มีสิทธิอำนาจที่แท้จริง
จริงอยู่ อาโรนอาจพูดเก่งกว่าโมเสส และไม้เท้าของเขาก็ดูเหมือนมีฤทธิ์มากกว่าในบทนี้
แต่ถ้าโมเสสไม่สั่ง ต่อให้อาโรนจะทำทั้งหมดนี้กล่าวในบทนี้ การอัศจรรย์ก็คงจะไม่เกิดขึ้น

ไม่สำคัญว่า เราเก่งกาจ มากกว่าผู้นำของเราสักเพียงใด
ถ้าพระเจ้าทรงเจิมตั้งเขาเป้นผู้นำฝ่ายวิญญาณ
เราก็สมควรที่จะเชื่อฟังและสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่
ตราบเท่าที่เขากำลังทำตามน้พระทัยของพระเจ้า

3. โมเสสและอาโรน ตอนนั้น สองคนอายุรวมกันก็ 163 ปี แล้ว
สองผู้เฒ่า ผู้ที่พระเจ้าทรงใช้ ก็มีกำลังมากยิ่งกว่าเหล่ากองทัพอันเกรียงไกรของฟาโรห์เสียอีก

คนที่คิดไปเองว่า ตนอายุมากไป หรือน้อยไป พระเจ้าคงใช้ไม่ได้
กำลังคิดผิด และกำลังดูแคลนพระเจ้า
พระเจ้าทรงฤทธิ์สามารถใช้ คนเฒ่าอายุ 80 ปี ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เพื่อพระเจ้าอย่างไร
พระเจ้าก็ทรงสามารถใช้เราได้เช่นกัน
เพียงแต่เราจะยอมให้พระเจ้าใช้ โดยการเริ่มต้นเชื่อฟัง คำสั่งในพระคำของพระเจ้า
เท่าที่เรารู้วันนี้ แล้วลงมือทำเท่าที่เราจะทำได้

4. พระเจ้าบอกโมเสสว่า พระองค์จะทำให้ใจฟาโรห์แข็งกระด้าง
เพื่อพระองค์จะ​ทำ​หมาย​สำคัญให้​​มาก​ยิ่งขึ้น ​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์

ถ้าสังเกตดูดีๆ จะพบว่า ในภัยพิบัติ 5 อย่างแรกนั้น
พระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่า พระเจ้าทำให้ใจฟาโรห์แข็งกระด้าง
ซึ่งหมายความว่า ฟาโรห์ใจแข็งกระด้างเอง

และในเมื่อเขาไม่ยอมกลับใจเสียที
ตั้งแต่ภับพิบัติที่ 6 เป็นต้นไป พระคัมภีร์ใช้คำว่า
“พระ​เจ้า​ทรง​ให้​พระ​ทัย​ของ​ฟาโรห์​แข็ง​กระด้าง” (อพย. 9:12)

นั่นคือ พระเจ้าให้โอกาส มนุษย์ที่จะกลับใจ
แต่ในเมื่อยังไงๆก็จะไม่กลับใจ
บางครั้งพระเจ้าทรงให้เขาเดินไปในทางนั้นให้สุดๆไปเลย
เพื่อให้แผนการของพระเจ้าสำเร็จ

วันนี้ เรายังมีโอกาสกลับใจ
แต่หากเรายังไม่ยอมกลับใจ
เมื่อหมดโอกาสกลับใจแล้ว
วันนั้นจะเป็นวันที่เราจะเสียใจอย่างที่สุด

5. นักวิทยาคมของอียิปต์ ใน 2ทธ. 3:8 ได้กล่าวถึงชื่อของเขาว่า ชื่อ “ยันเนส​กับยัมเบรส์​”
พวกเขาต่อต้านโมเสส เพื่อไม่ให้ฟาโรห์และพวกข้าราชการ เชื่อโมเสส
ถึงแม้ว่าพวกคนเหล่านั้นจะได้เห็นการอัศจรรย์ของพระเจ้าแล้วก็ตาม

วันนี้ มีคนแห่งโลกนี้ และ เหตุผลจอมปลอมแห่งโลกนี้มากมาย
พยายามบิดเบือนความจริง
พยายามทำให้ผู้เชื่อหลงไปจากความจริง
ทั้งที่ผู้เชื่อเหล่านั้น เคยพบการอัศจรรย์
เมื่อพวกเขา เชื่อฟังทำตามพระคำของพระเจ้ามาแล้วก็ตาม
แต่บัดนี้ นักวิทยาคมแห่งยุคนี้ ทำให้พวกเขาลืมหรือไม่สนใจ
ที่จะเชื่อและทำตามพระคำของพระเจ้าอีกต่อไป

อย่าให้เราติดกับดักให้โลกนี้
ที่พยายามหลอกลวงเรา ชักนำออกจากความจริงในพระคำของพระเจ้า
ที่พยายามดึงเราออกจากการเชื่อฟัง ทำตามพระคำ และใช้พระคำในการตัดสินใจเรื่องต่างๆในชีวิต

ให้เราคงยังยึดมั่นในความจริงต่อไป เชื่อและทำตามพระคำของพระองค์ตลอดไป

6. ภัยพิบัติอย่างแรกได้เกิดขึ้น แต่ฟาโรห์และชาวอียิปต์ ก็ไม่ได้สนใจเสียงเตือนจากพระเจ้า
เพราะพวกเขายังหาทางออกอื่นได้ เช่นขุดหลุมตามริมน้ำเพื่อหาน้ำ
น่าเสียดาย หากพวกเขารับรู้และเกรงกลัวสัญญาณจากพระเจ้าตั้งแต่ภัยพิบัติแรกนี้
หายนะอีก 9 อย่าง คงไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในอียิปต์
และบุตรหัวปีของเขาทุกคน คงจะไม่ต้องตาย

วันนี้ เมื่อพระเจ้าเตือนเราให้กลับใจใหม่ ด้วยสัญญาณบางอย่าง
อย่าให้เราใจแข็งกระด้าง ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ
แทนที่จะกลับใจ ร้องไห้เสียใจ เข้ามาหาพระเจ้า
แต่กลับหาทางแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ด้วยกำลังและสติปัญญาของตน
โดยไม่สนใจใยดีต่อสัญญาณเตือนจากพระเจ้านั้นเลย
ขออย่าให้เราเป็นเช่นนั้นเลย

จงรับรู้สัญญาณเตือนจากพระเจ้า
แล้วรีบกลับใจโดยไว

คำคม

“ ใจที่แข็งกระด้าง กำลังดึงไม้เรียวมาหาตน ”

สรุป อพยพ 6

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงย้ำกับโมเสสว่า พระองค์จะทรงช่วยคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์แน่นอน ดังนั้นพระองค์จึงใช้โมเสสให้ไปบอกกับประชาชนและฟาโรห์อีกครั้ง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 6 เมื่อโมเสสไปบอกให้ฟาโรห์ให้ปล่อยคนอิสราเอลไป ฟาโรห์ไม่ยอมแต่กลับใช้งานคนอิสราเอลให้หนักขึ้นอีก

พระเจ้าจึง​ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า พระเจ้าจะจัดการกับฟาโรห์ ด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระองค์
จนฟา​โรห์​จะ​ต้อง​ปล่อย​คนอิสราเอลไป

พระ​เจ้า​ตรัส​อีก​ว่า พระองค์ คือ “​ยาห์​เวห์”
เมื่อพระองค์​ปรา​กฏ​แก่​อับ​รา​ฮัม แก่​อิสอัค และ​แก่​ยา​โคบ​ นั้น
พระองค์ไม่ได้บอกพระนามของพระองค์ให้พวกเขาได้รู้
ถึงกระนั้นพระองค์ก็ได้ทรง​ทำ​พันธ​สัญ​ญา​ไว้​กับ​เขา​ทั้ง​หลาย​ ​ว่า
​จะ​ยก​แผ่น​ดิน​คา​นา​อัน​ให้​พวก​เขา
บัดนี้พระองค์ได้​ยิน​เสียง​คร่ำ​ครวญ​ของ​คน​อิส​รา​เอล
และ​ระลึก​ถึง​พันธ​สัญ​ญา​ของ​พระองค์

ดังนั้น ให้โมเสสบอกคนอิส​รา​เอล ให้มั่นใจได้เลย ​ว่า
พระ​ยาห์​เวห์ จะ​นำ​พวก​เขาออกจากการเป็นทาส อย่างแน่นอน
และพระองค์​จะ​รับ​พวก​เขา​เป็น​ประ​ชา​กร​ของ​พระองค์
และพระองค์​จะ​เป็น​พระ​เจ้า​ของ​พวก​เขา
พระองค์​จะ​นำ​พวก​เขา เข้า​ไป​ครอบครองแผ่น​ดิน​ซึ่ง​เรา​ได้ทรงสัญญาไว้

โม​เสส​จึง​นำเรื่องนี้ ไปบอก​กับคนอิส​รา​เอล แต่​พวก​เขา​ไม่​ฟัง​
​เพราะ​หมด​อาลัย​ตาย​อยาก​และ​ทน​งาน​ทาส​แทบ​ไม่​ไหว

พระเจ้าตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า
ให้ไป​บอก​ฟา​โรห์ ให้​ปล่อยคนอิส​รา​เอล​ไป​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์

​โม​เสสจึง​ทูล​พระเจ้า​ว่า
ขนาดคนอิส​รา​เอล​ก็​ไม่​ได้​ฟัง​เขาเลย แล้ว​ฟาโรห์​จะ​ฟัง​เขาได้​อย่าง​ไร?

พระเจ้าจึง​ตรัส​กับ​โม​เสส​และ​อา​โรน ให้​แจ้ง​แก่คนอิส​รา​เอล​และ​ฟา​โรห์​ ​ว่า
พระเจ้า​ทรง​บัญชา​ให้โมเสสและอาโรน ​พาคนอิส​รา​เอล​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์

พระคัมภีร์ตัดเรื่องมาพูดถึง พงศ์พันธุ์ของโมเสสและอาโรน ผู้ที่พระเจ้าใข้นำคนอิสราเอลออกจากอียิปต์
อิสราเอล(ยาโคบ) มีบุตรชาย 12 คน พงศ์พันธุ์ของบุตร 3 คนแรก เป็นดังนี้
1.รูเบน​ มีบุตร ​ชื่อ
–1.1. ฮาโนค
–1.2. ปัลล
–1.ู3. เฮส​โรน
–1.4 ​คาร​มี
2. ​สิ​เม​โอน มีบุตร​ชื่อ
–2.1. เยมู​เอล
–2.2. ยามีน
–2.3. โอหาด
–2.4. ยาคีน
–2.5. โศหาร์
–2.6. ​ชาอูล
3. เลวี มี​อายุ 137 ปี มีบุตรชื่อ
–3.1. เกอร์​โชน มีบุตรชื่อ
— 3.1.1.​ ลิบนี
— 3.1.2. ​ชิ​เม​อี
–3.2. โค​ฮาท มีอายุ 133 ปี มีบุตรชื่อ
— 3.2.1.​ อัม​ราม มีอายุ 137 ปี มีบุตร​ชื่อ
**** 3.2.1.​1. [[ อาโรน ]] มีบุตรชื่อ
———- 3.2.1.​1.1. นาดับ
———- 3.2.1.​1.2. อา​บีฮู
———- 3.2.1.​1.3. เอเล​อา​ซาร์ มีบุตรชื่อ
========= 3.2.1.​1.3.1. ฟีเนหัส
———- 3.2.1.​1.4. อิธา​มาร์
**** 3.2.1.​2. [[ โมเสส ]]
— 3.2.2.​ อิส​ฮาร์ มีบุตรชื่อ
**** 3.2.2.​1. โค​ราห์ มีบุตรชื่อ
———– 3.2.2.​1.1. อัส​สีร์
———– 3.2.2.​1.2. เอล​คา​นาห์
———– 3.2.2.1.​3. ​อาบี​ยา​สาฟ
**** 3.2.2.​2. เน​เฟก
**** 3.2.2.​3. ​ศิครี
— 3.2.3.​ เฮ​โบรน
— 3.2.4.​ ​อุส​ซี​เอล มีบุตรชื่อ
**** 3.2.4.​1. มิ​ชา​เอล
**** 3.2.4.​2. เอล​ซา​ฟาน
**** 3.2.4.​3. ​สิธรี
–3.3. ​เม​รา​รี มีบุตร​ชื่อ
— 3.2.1.​ มาห์ลี​
— 3.2.2.​ ​มูชี

อา​โรน​และ​โม​เสส​ สอง​คน​นี้ คือ​ผู้​ที่​พระ​ยาห์​เวห์​ได้ทรงใช้ให้​พา​คนอิส​รา​เอล​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์​
พวกเขา เป็น​ผู้​​ทูล​ฟาโรห์​ ​เรื่อง​พาคนอิส​รา​เอล​ออก​จาก​อียิปต์
และโมเสสคนนี้แหละที่ ​กราบ​ทูล​พระเจ้า​ว่า
“ข้า​พระ​องค์​เป็น​คน​พูด​ไม่​เก่ง ไฉน​ฟา​โรห์​จะ​ฟัง​ข้า​พระ​องค์เล่า?”

1. พระเจ้าไม่เคยบอกพระนามของพระองค์ แก่อับราฮัม หรือ อิสอัค หรือยาโคบ
พวกเขาแม้ยังไม่รู้แม้แต่ชื่อของพระเจ้า พวกเขาก็ยังเชื่อวางใจในพระองค์

วันนี้ เรารู้จักพระนามของพระองค์ และรู้เรื่องราวของพระเจ้ามากมาย
มากกว่าอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ มากมายนัก
สมควรอย่างยิ่งที่เราจะ เชื่อไว้วางใจในพระเจ้า ให้มากกว่าหรืออย่างน้อยก็เท่ากับพวกเขา

2. โมเสสทูลพระเจ้าว่า ขนาดคนอิสราเอล พวกเดียวกับเขายังไม่ฟังเขาเลย แล้วพระเจ้าให้ไปพูดกับฟาโรห์ ฟาโรห์จะฟังได้อย่างไร
แต่พระเจ้าตอบโมเสส น่าสนใจมาก
พระองค์บอกโมเสสว่า “ให้​แจ้ง​แก่คนอิส​รา​เอล​และ​ฟา​โรห์​…”
คือ พระเจ้าบอกว่า พวกเขาเชื่อหรือไม่เชื่อ ฟังหรือไม่ฟัง ก็ช่างพวกเขา
แค่แจ้งให้ทราบก็พอ ที่เหลือพระเจ้าจัดการเอง

เมื่อเราจะประกาศข่าวประเสริฐ หรือถ้อยคำของพระเจ้า
หน้าที่ของเราคือ ประกาศออกไปอย่างชัดเจน ให้ผู้ฟังเข้าใจเนื้อหาอย่างถูกต้อง
แต่พวกเขาจะฟังหรือไม่ฟัง จะเชื่อหรือไม่เชื่อ นั่นไม่เกี่ยวข้องกับเราแล้ว
ปล่อยให้เป็นงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่จะทำงานในจิตใจของเขาเองเถิด

3. ต้นตระกูลของโมเสสนั้น
เลวี ทวดของเขา และ โคฮาท ปู่ของเขา รวมทั้งตัวโมเสสเอง ไม่ใช่บุตรหัวปี
แต่ อัมราม พ่อของเขา เป็นบุตรหัวปี
เรื่องนี้ ชี้ให้เห็นว่า แม้เรื่องบุตรหัวปีจะสำคัญ
แต่ผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกและทรงใช้ได้นั้น
พระองค์ทรงเลือกตามพระประสงค์ของพระองค์เอง
เพราะพระเจ้าผู้ทรงชันสูตรใจ ทรงรู้จักจิตใจของเราแต่ละคนเป็นอย่างดี

วันนี้ แม้ในสายตาของคนทั่วไป เราอาจจะไม่น่าเป็นคนที่พระเจ้าใช้เป็นพระพรมากมายได้
แต่หากเราจริงใจต่อพระองค์ ปรารถนาที่จะให้ชีวิตของเราถวายพระเกียรติแด่พระองค์
พระเจ้าก็ทรงสามารถใช้เราเป็นพระพรยิ่งใหญ่ได้

4. โมเสส รู้สึกว่า ตนเอง​ขาดคุณสมบัติที่จะทำให้ภารกิจที่พระเจ้ามอบหมายให้สำเร็จ
คือ เขาเป็น​คน​พูด​ไม่​เก่ง จึงไม่คิดว่า ฟา​โรห์​จะ​ฟังเขา
แต่เพราะพระเจ้าทรงเลือกที่จะใช้เขา
คุณสมบัติที่เขาคิดว่า จำเป็นจึงไม่เป็น สำหรับการทำพระราชกิจของพระเจ้า

วันนี้ เราอาจจะคิดว่า เราไม่พร้อม อ่อนแอเกินไป ไม่เอาไหนเหลือเกิน
แต่พระเจ้าประสงค์ใช้สิ่งที่โลกถือว่าอ่อนแอ ไม่ได้เรื่อง
เพื่อจะถวายเกียรติแด่พระเจ้า ผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด
พระเจ้าทรงใช้เราได้ หากเรายอมให้พระองค์ทรงใช้

คำคม

“ ไม่ว่าคนจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม จงประกาศพระวจนะของพระเจ้าต่อไป ”

สรุป อพยพ 5

ภาพรวม

  • โมเสสและอาโรนเข้าเฝ้าฟาโรห์เพื่อจะขอให้ฟาโรห์หล่อยคนอิสราเอลไปนมัสการพระเจ้าในถิ่นทุรกันดาร สักชั่วระยะหนึ่ง แต่ฟาโรห์ไม่ยอม และหาว่าคนอิสราเอลขี้เกียจ หาเรื่องอู้งาน จึงให้พวกเขาทำงานหนักยิ่งขึ้นไปอีก

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 5 เมื่อโมเสสและอาโรนกลับมาที่อียิปต์แล้ว
พวกเขาก็ไปเข้า​เฝ้า​ฟา​โรห์ ทูล​ว่า
พระ​ยาห์​เวห์ พระ​เจ้า​ของ​อิส​รา​เอล สั่งให้​ปล่อย​ประชา​กร​ของพระองค์​ไป
เพื่อ​​ฉลอง​เทศ​กาล​เลี้ยงใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร
ฟา​โรห์​ตรัส​ว่า ไม่​รู้​จัก​พระ​ยาห์​เวห์ และ​จะ​ไม่​ปล่อย​คน​อิส​รา​เอล​ไป​เด็ดขาด

เขา​ทั้ง​สอง​จึง​ทูล​ว่า ขอไป​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​เป็น​ระยะ​ทาง​แค่ 3 ​วัน
เพราะถ้า​ไม่​ไป พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ลง​โทษ​พวก​อิสราเอล

ฟา​โรห์ก็ยังคงไม่ยอม แต่กลับให้​นาย​ทาส​และ​นาย​งาน​ของ​คนอิสราเอล
ไม่ต้องให้​ฟางเพื่อทำอิฐ​แก่คนอิสราเอล ให้คนอิสราเอลไปหาเอง
แต่​จำนวน​อิฐต้องทำให้ได้เท่าเดิม

ต่อมาเมื่อทำอิฐได้ไม่ครบตามจำนวน นาย​งาน​ของ​คน​อิส​รา​เอล
เขา​จึง​มา​ร้อง​ทูล​ฟา​โรห์ ว่าพวกเขาไม่ได้รับฟางในการทำอิฐ
ฟาโรห์​จึงตอบเขาว่า พวก​เจ้า​ขี้​เกียจ จึง​มา​ร้อง ขอ​ถวาย​สัตว​บูชา​แด่​พระ​ยาห์​เวห์
ดังนั้นจึงไม่ให้ฟาง แต่จำนวนอิฐต้องได้เท่าเดิม

นาย​งานคนอิส​รา​เอล​ ก็​เห็น​ว่า​พวก​ตน​ตก​ที่​นั่ง​ลำบาก​แล้ว
เมื่อ​ออก​มา​จาก​เข้า​เฝ้า​ฟาโรห์
พวก​เขา​พบ​โม​เสส​กับ​อา​โรน​ยืน​คอย​อยู่
จึง​ตำหนิว่า เขาทั้งสองมา​ทำ​ให้คนอิสราเอล​เป็น​ที่​เกลียด​ชัง​ใน​สาย​ตาของ​ฟา​โรห์ และ​ข้า​ราช​การ​ของ​พระ​องค์ เหมือน​หนึ่ง​เอา​ดาบ​ใส่​มือ​พวก​เขา​ให้​ฆ่า​คนอิสราเอล​เสีย

โม​เสส​จึง​กลับ​ไป​ทูล​พระเจ้าว่า
ทำไม​พระ​องค์​ทรง​นำ​ความ​เลว​ร้าย​มา​สู่​คนอิสราเอลเช่นนี้?
ทำ​ไม​พระ​องค์​จึง​ทรง​ใช้เขามา?
เขายิ่งทูลฟา​โรห์ ฟา​โรห์​ก็ยิ่ง​ทำ​การ​เลว​ร้าย​แก่​คนอิสราเอล
และโมเสส​ก็​ไม่​ได้​ทรง​ช่วย​อะไรคนอิสราเอลเลย

1. ตอนเริ่มต้น โมเสสและอาโรน ขอพาคนอิสราเอลไปนมัสการพระเจ้า เพียงไม่กี่วัน โดยให้เหตุผลว่าไม่งั้นพระเจ้าจะลงโทษพวกอิสราเอล

ฟังดูก็เป็นประโยคที่ อ่อนน้อมถ่อมตนและสมเหตุสมผลดี

แต่ไม่ตรงกับที่พระเจ้าบอกให้โมเสสพูด ใน อพยพ 4:23 ที่พระเจ้าสั่งให้บอกว่า “จงปล่อยบุตรของเราให้ไปนมัสการเรา ถ้าเจ้าไม่ยอม เราจะประหารบุตรหัวปีของเจ้าเสีย ”
ซึ่งดูดุดันไปหน่อย โมเสสและอาโรนจึงเลือกไม่ใช้ประโยคนี้

แต่ดูเหมือนว่า ประโยคที่โมเสสและอาโรนอุตส่าห์เรียบเรียงขึ้นมา จะไม่ได้ผล
หน่ำซ้ำ ทำให้เกิดปัญหาตามมาต่อทั้งพวกเขาและต่อคนอิสราเอลอีกด้วย

วิธีการของพระเจ้า อาจจะดูขัดแย้งกับหลักการและเหตุผลของเรา
แต่ถ้าเราเชื่อฟังและเชื่อใจพระคำของพระเจ้า ก็เกิดผลดีเป็นแน่
หากเราไม่เชื่อใจ แล้วหันมาทำตามวิธีการแห่งสติปัญญาของเรา
มักสร้างปัญหามากกว่าแก้ปัญหานั้นๆ

2. เมื่อผลของการเจรจากับฟาโรห์ ออกมาได้เป็นดังที่คาดไว้
โมเสสเริ่มหวั่นไหว เริ่มท้อใจ
เริ่มมีคำถามมากมายต่อพระเจ้า
เพราะเขาหารู้ไม่ทั้งหมดยังอยู่ในแผนการของพระเจ้า

หากเรารู้ตัวว่า ทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นกับเรา อยู่ในแผนการอันดีเลิศของพระเจ้า
เราก็จะไม่ตีโพยตีพายมากมาย เมื่อมีเหตุการร์ที่ไม่ได้คาดฝันเกิดขึ้นกับเรา

วันนี้ เราเชื่อหรือไม่ว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเรานั้น พระเจ้าทรงควบคุมอยู่?

คำคม

“ แม้ไม่เป็นไปตามแผนของเรา แต่ก็ยังอยู่ในแผนการของพระเจ้า ”

สรุป อพยพ 4

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสำแดงการอัศจรรย์แก่โมเสสและให้อาโรนมาช่วยโมเสส โมเสสและอาโรนจึงมาบอกคนอิสราเอลถึงการช่วยกู้ของพระเจ้าที่กำลังจะมาถึง
  • สามารถรับชมรายละเอียดคำอธิบายเพิ่มเติม ของ อพยพบทที่ 3 ที่นี่ครับ >>
    https://youtu.be/5cajcmgVziY

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 4 พระเจ้าทรงเรียกโมเสสให้ไปนำคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์
โมเสส​จึง​ทูลพระเจ้า​ว่า พวก​เขาคง​จะ​ไม่​เชื่อโมเสส
พระเจ้าจึงถาม​โม​เสส​ว่า อะไร​อยู่​ใน​มือ​ของ​เขา
โมเสสตอบ​ว่า “ไม้​เท้า”

พระเจ้าสั่งให้โมเสสโยน​ไม้เท้าลง​ที่​พื้น
พอเขาโยนลง ไม้​เท้า​นั้น​ก็​กลาย​เป็น​งู
โม​เสสตกใจ​ก็​หนี​ไป​จาก​งู​นั้น
พระเจ้าสั่งให้​โม​เสส เอื้อม​มือ​ไป​จับ​หาง​งูนั้น
พอโมเสสทำตาม ​งูก็​กลาย​เป็น​ไม้​เท้า

พระเจ้า​สั่งโม​เสส​อีก​ว่า ให้เอา​มือ​สอด​ไว้​ที่​อก​ของ​เขา
เมื่อเขาทำตาม พอ​ชัก​มือ​ออก
มือ​ของเขา​ก็​เป็น​โรค​เรื้อน​ ขาว​เหมือน​หิมะ
พระ​องค์สั่งให้เอา​มือ​สอด​ไว้​ที่​อก​อีก​ครั้ง​หนึ่ง
เมื่อเขาทำตาม พอ​ชักมือ​ออก​มา
มือ​นั้น​ก็​กลับ​เป็น​ปกติ​

พระ​เจ้า​ตรัส​ว่า ถ้า​พวก​อิสราเอลยังเขา​ไม่ยอม​เชื่อ​โมเสสอีก
ก็ให้โมเสส​ตัก​น้ำ​จาก​แม่​น้ำ​ไนล์​และ​เท​ลงบน​ดิน​แห้ง
แล้ว​น้ำ​นั้น​จะ​กลาย​เป็น​เลือด

แต่​โม​เสส​ทูล​พระเจ้า​ว่า เขาพูดไม่เก่งตั้งแต่อดีตแล้ว พอถึงตอนนี้ยิ่งหนักกว่าเดิมอีก เขา​พูด​ไม่​คล่องแล้วด้วย
พระเจ้าตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า พระเจ้าเป็นผู้สร้าง​มนุษย์ ​ทรงสามารถให้มนุษย์ พูดได้หรือ​เป็น​ใบ้ หู​หนวก ตา​ดี หรือ​ตา​บอด ตามแต่พระประสงค์ของพระองค์
ดังนั้น ถ้าพระเจ้าจะทรง​ช่วย​โมเสสให้​พูด เขาจะทำได้อย่างดีเป็นแน่

แต่​ท่าน​ทูล​ว่า “องค์​เจ้า​นาย โปรด​ใช้​คน​อื่น​ไป​เถิด”
พระเจ้า​จึง​กริ้ว​โม​เสส
แล้ว​ตรัส​ว่า ​อา​โรน​ พี่ชายของโมเสสเป็น​คน​พูด​เก่ง
พระเจ้าทรงให้เขาเดิน​ทาง​มา​พบโมเสส
ให้เขาไปกับโมเสส
แล้วพระเจ้า​จะ​ช่วย​เขาทั้งสอง​ใน​การ​พูด ​ว่า​ควร​ทำ​อย่าง​ไร
โมเสส ​จง​ถือ​ไม้​เท้า​นี้​ไว้​เพื่อ​ทำ​หมาย​สำคัญ​ต่างๆเถิด

โม​เสส​จึง​กลับ​ไปหา ​เย​โธร​พ่อ​ตา​ของ​ตน
แล้วพระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า ​กลับ​ไป​อียิปต์ได้แล้ว
เพราะ​คน​ทั้ง​หลาย​ที่จะฆ่าโมเสสนั้น​ตาย​หมด​แล้ว

โมเสส​จึง​พา​ภรรยา​และ​ลูกๆกลับ​ไป​ยัง​อียิปต์
พระเจ้า​ตรัส​กับ​โม​เสส​ว่า เมื่อ​​กลับ​ไป​ถึง​อียิปต์
ให้โมเสส​ทำ​การ​อัศ​จรรย์ต่างๆที่พระเจ้าประทานให้ ​ต่อ​หน้า​ฟา​โรห์
แต่​พระเจ้าจะ​ทำ​ให้​ใจ​ของ​ฟา​โรห์​กระ​ด้าง ไม่​ยอม​ให้​ประ​ชา​กร​ไป

ให้โมเสสบอก​ฟา​โรห์​ว่า พระเจ้าตรัสว่า
จง​ปล่อยอิสราเอล​บุตร​ของ​พระเจ้า​ให้​ไป​นมัส​การ​พระเจ้า
ถ้าฟาโรห์​ไม่​ยอม พระเจ้า​จะ​ประ​หาร​บุตร​หัว​ปี​ของ​ฟาโรห์​เสีย

ระหว่าง​ทาง พระ​เจ้าเสด็จ​มา​หา​โม​เสส และ​ทรง​ประ​สงค์​จะ​ประ​หาร​โมเสสเสีย
(น่าจะเป็นเพราะ ยังไงๆ โมเสสก็ไม่ยอมให้ลูกๆเข้าสุหนัตไม่ยอมให้กลายเป็นคนอิสราเอล)
นาง​ศิป​โปราห์​จึง​รีบเข้าสุหนัตให้ลูกๆของโมเสส
แล้ว​เอา​ไป​ปลายหนังองคชาติไปแตะ​เท้า​ของ​โม​เสส
โมเสสจึงรอดตาย

เมื่ออาโรนมาพบโมเสสตามที่พระเจ้าบอกแก่เขา
โมเสส​จึง​เล่า​เรื่องราวทั้งสิ้นให้​อาโรน​ฟัง

เมื่อกลับมาถึงอียิปต์ โม​เสส​กับ​อา​โรน​ก็เรียก​ประ​ชุม​บรรดา​ผู้​ใหญ่​ของคน​อิส​รา​เอล​
แล้ว​อาโรน​ก็เล่าทุกอย่างให้พวกเขาฟัง
แล้วโมเสสก็ทำการอัศจรรย์​ต่างๆ นั้น ให้ประชาชนได้เห็น
ประชา​ชน​ก็​เชื่อ พวก​เขา​ต่าง​กราบลง​นมัส​การพระเจ้า

1. เมื่อพระเจ้าทรงเรียกโมเสส สิ่งที่มีอยู่ในมือของเขา มีเพียงไม้เท้าอันเดียวเท่านั้น
แต่นั่นก็เพียงพอที่โมเสสจะใช้ทำการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่มากมาย และนำคนอิสราเอลกว่า 3 ล้านคน
ออกจากการเป็นทาสในอียิปต์

วันนี้ สิ่งเรามีเพียงพอ หากเรายอมให้พระเจ้าทรงใช้ เพื่อทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าให้สำเร็จได้

2. เมื่อไม้เท้ากลายเป็นงูแล้ว โมเสสตกใจจนวิ่งหนีงู
แต่พระเจ้ากลับบอกให้เขาจับหางงู
ซึ่งเป็นการจับที่ไม่ถูกต้อง เพราะงูจะหันมากัดแน่นอน
แต่โมเสสก็เชื่อฟัง จึงได้เห็นการอัศจรรย์

ตอนแรกพระเจ้าให้แค่โยนไม้ลงพื้น เมื่อเชื่อฟังเห็นอัศจรรย์
ต่อมาให้จับหางงู โจทย์ยากขึ้น เมื่อเชื่อฟังก็เห็นการอัศขรรย์

พระเยซูจะค่อยๆพัฒนาความเชื่อของเรา ด้วยการสั่งให้เราทำตามพระคำของพระองค์
โดยการเริ่มจากสิ่งง่ายๆ แล้วค่อยๆพัฒนามากขึ้นทีละน้อยๆ
เพื่อให้เรามีความเชื่อและมีประสบการณ์กับพระเจ้ามากขึ้นทุกวันๆ

3. พระเจ้าทรงเป็นผู้สร้างมนุษย์ และประทานความสามารถให้แก่มนุษย์
ดังนั้นต่อให้เราไม่มีความสามารถสักเพียงใดก้ตาม
ถ้าพระเจ้าทรงใช้ให้เราทำ พระองค์จะประทานให้เราสามารถทำสำเร็จได้แน่ๆ

4. โมเสสเรียกพระเจ้าว่า เจ้านาย (Lord) ไม่เชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้า
พระเจ้าจึงทรงกริ้ว
เมื่อพระเจ้าทรงกริ้วแล้ว ก็ช่วยโมเสสให้กล้าที่จะเชื่อฟัง โดยการส่งอาโรนมาช่วยโมเสส

นี่คือพระลักษณะของพระเจ้า พระองค์ไม่พอพระทัยเมื่อเราไม่เชื่อฟังพระองค์
ถึงกระนั้นพระองค์ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา
ทรงรู้จักความอ่อนแอของเรา
ทรงส่งตัวช่วยมาช่วยเราให้เชื่อฟังพระองค์

วันนี้ อย่าให้เราทำสิ่งที่พระเจ้าไม่พอพระทัยคือ ไม่เชื่อฟังพระองค์
พระองค์ทรงพร้อมที่จะช่วยเราเสมอ เพื่อให้เราเชื่อฟังพระองค์ได้สำเร็จ

5. พระเจ้าทรงใช้โมเสสไปทำภารกิจสำคัญ
และทรงทราบล่วงหน้าแล้วว่า จะมีอุปสรรค
คือฟาโรห์จะไม่ยอม
อย่างไรก็ดีพระเจ้า จะทรงช่วยให้โมเสสผ่านอุปสรรคนั้นไปได้

ในการเชื่อฟังพระเจ้า ไม่ได้หมายความว่าจะพบแต่ทางราบรื่นไม่มีขวากหนามใดๆเลย
ตรงกันข้ามมักจะมีอุปสรรคขวากหนาม
แต่พระเจ้าจะทรงนำให้เราผ่านสิ่งนั้นไปอย่างสง่างาม

เชื่อฟังพระเจ้า ไม่ต้องกลัวอุปสรรค

6. โมเสสเชื่อฟังพระเจ้า โดยยอมเดินทางเสี่ยงตายไปอียิปต์ แต่ ไม่ยอมให้ลูกเข้าสุหนัต
พระเจ้า ไม่ยอม ในเรื่องนี้
เราไม่อาจเชื่อฟังพระเจ้า ครึ่งๆกลางๆได้
หากจะเชื่อฟัง ต้องเชื่อฟัง ทั้งหมด

7. เมื่อโมเสสบอกข่าวดีแก่ประชาชนและทำอัศจรรย์ให้พวกเขาดู
พวกเขาก็เชื่อโมเสส และสรรเสริญพระเจ้า
แต่ในบทต่อมา พวกเขาก็ด่าว่าโมเสส

การยอมรับจากมนุษย์ เป็นเพียงสิ่งชั่วคราว
อย่าหลงยึดติดกับมัน หรือดิ้นรนแสวงหามัน
แต่จงแสวงหาที่จะการยอมรับจากพระเจ้า

คำคม

“ พระเจ้าทรงสามารถใช้สิ่งเท่าที่เรามี ทำสิ่งยิ่งใหญ่ถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้ ”

สรุป อพยพ 3

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงสำแดงพระองค์เองกับโมเสสที่ภูเขาโฮเรบ และทรงใช้เขาไปนำคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์
  • สามารถรับชมรายละเอียดคำอธิบายเพิ่มเติม ของ อพยพบทที่ 3 ที่นี่ครับ >>
    https://www.youtube.com/watch?v=s70fzkv2Wcg&t=774s

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 3 หลังจากที่​โมเสสหนีไปอาศัยอยู่ในมีเดียน ราว 40 ปี
วันหนึ่ง ขณะที่เขากำ​ลัง​เลี้ยง​ฝูง​แพะ​แกะ​ของเยโธร (พ่อ​ตาของโมเสส)
เขาก็พาฝูงแพะแกะหาหญ้ากิน จนมา​ถึง​ภูเขา​โฮ​เรบ(ซีนาย)

ที่นั่น โม​เสส​มองเห็น​พุ่ม​ไม้ มี​ไฟ​ลุก​โชน​อยู่ แต่​มิได้​ไหม้
จึงแวะเข้าไปดู
พระเจ้าทรงตรัสกับโมเสสที่นั่น ว่า
พระองค์ทรง​เห็น​ความ​ทุกข์​ของ​คนอิสราเอลที่อยู่​ใน​อียิปต์
ทรง​ได้​ยิน​เสียง​ร้อง​ของ​พวก​เขา
พระองค์จึงจะ​มา​เพื่อ​จะ​ช่วย​เขา​ให้​รอด​จาก​มือ​ชาว​อียิปต์
และ​นำ​เขา​ออก​จาก​อียิปต์ ไปยัง​แผ่น​ดิน​ของ​
– คน​คา​นา​อัน
– คน​ฮิต​ไทต์
– คน​อา​โม​ไรต์
– คน​เปริส​ซี
– คน​ฮีไวต์
– ​คน​เย​บุส
ที่​มี​น้ำ​นม​และ​น้ำ​ผึ้ง​ไหล​บริ​บูรณ์

พระเจ้าทรงใช้โมสสให้​ไป​เข้าเฝ้า​ฟา​โรห์
เพื่อ​จะนำ​คน​อิส​รา​เอล​ออก​จาก​อียิปต์

แต่ โมเสส​จึง​ทูล​พระ​เจ้า​ว่า เขาเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งจะทำสิ่งนี้ได้อย่างไร
พระ​องค์​ตรัส​ว่า พระเจ้า​จะ​อยู่​กับโมเสส เขาจะทำสำเร็จแน่ แล้วจะ​นำคนอิสราเอล​ออก​จาก​อียิปต์​แล้วจะ​มา​นมัส​การ​พระ​เจ้า​บน​ภูเขา​นี้

โมเสส​จึงทูลถามพระนามของพระ​เจ้า
พระ​เจ้า​จึง​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า “เรา​เป็น​ผู้​ซึ่ง​เรา​เป็น” (“ยาห์เวห์”)
“นี่​เป็น​นาม​ของ​เรา​ตลอด​ไป​เป็น​นิตย์ เป็น​อนุ​สรณ์​ของ​เรา​ตลอด​ทุก​ชั่ว​ชาติ​พันธุ์”

พระเจ้าบอกกับโมเสสว่า ให้ไปบอกกับพวก​อิสราเอล พวกเขา​จะ​เชื่อ​ฟัง​คำ​ของ​โมเสส
แล้วให้โมเสสกับ​พวก​ผู้​ใหญ่​ของ​คน​อิส​รา​เอล​ พา​กัน​ไป​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์​อียิปต์​
เพื่อขอเดิน​ทาง​ไป​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​เป็น​ระยะ​ทาง 3 วัน เพื่อ​จะ​ถวาย​สัตว​บูชา​แด่​พระ​ยาห์​เวห์​

แล้ว​บอกว่า​กษัตริย์​อียิปต์​จะ​ไม่​ยอม
แต่​พระเจ้าจะ​บัง​คับเขา​ด้วย​มือ​อัน​เข้ม​แข็ง​ของพระองค์

แล้วก่อนออกมา พระเจ้า​จะ​ให้​คนอิสราเอลเป็น​ที่​โปรด​ปราน​ของ​คน​อียิปต์
ดังนั้นให้​ผู้​หญิง​ทุก​คน​ขอ​เครื่อง​เงิน​เครื่อง​ทอง​และ​เสื้อ​ผ้า​จาก​เพื่อน​บ้าน
แล้ว​เอา​เครื่อง​แต่ง​ตัว​นั้น​ไป​แต่ง​ให้​บุตร​ชาย​บุตร​หญิง
ด้วย​วิธี​นี้​แหละ คนอิสราเอลจะ​ได้​ริบ​เอา​สิ่ง​ของ​ของ​คน​อียิปต์
ที่พวกเขาได้ยึดไปจากคนอิสราเอลก่อนหน้านี้กลับคืนมา

1. เมื่อพระเจ้าจะทรงช่วยคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาส พระองค์ทรงเลือกที่จะช่วยผ่านโมเสส

เมื่อพระเจ้าจะทรงช่วยมนุษย์ออกจากการเป็นทาสบาป พระองค์ทรงเลือกที่จะช่วยผ่านพระเยซูคริสต์

เมื่อพระเจ้าจะทรงช่วยคนไทยให้ออกจากการพิพากษาด้วยข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงเลือกที่จะช่วยผ่านการประกาศของเราทั้งหลาย

2. แม้โมเสสจะเป็นเพียงคนเลี้ยงแพะแกะธรรมดาๆ คนหนึ่งในมีเดียน
แต่เพราะพระเจ้าทรงสถิตกับเขา
ดังนั้นสิ่งที่พระองค์ทรงใช้เขาไปทำ จะสำเร็จเป็นแน่

วันนี้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตกับเราตลอดเวลา
ดังนั้น สิ่งที่เรากำลังเชื่อฟัง ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้านั้น จะสำเร็จเป็นแน่

3. พระเจ้าให้โมเสสขอฟาโรห์ไปแค่ เดินทาง 3 วัน ไปกลับ คงประมาณ 1 สัปดาห์
เพื่อให้เห็นว่า ขนาด 3 วัน ยังไม่ให้เลย
แต่เมื่อพระเจ้าทรงกระทำการ ฟาโรห์กลับรีบไล่คนอิสราเอลให้ออกจากอียิปต์ไปเร็วด้วยซ้ำไป

เมื่อพระเจ้าทรงให้เราทำอะไร(ตามพระคำของพระเจ้า) อาจจะเป็นสิ่งที่เราไม่เข้าใจ
แต่เมื่อเราเริ่มทำตามในส่วนของเรา
เราจะเข้าใจได้เมื่อถีงเวลาที่พระเจ้าทรงทำส่วนของพระองค์

4. ก่อนหน้านี้ในสมัยของโยเซฟ คนอิสราเอลมั่งคั่งมากมาย
แต่ต่อมาเมื่อกษัตริย์องค์ใหม่ กำหนดให้คนอิสราเอสเป็นทาสใช้แรงงาน
แน่นอน ทรัพย์สินของพวกเขาทั้งหมด ย่อมถูกคนอียิปต์ยึดไปเสีย

เมื่อถึงเวลาของพระเจ้า พระเจ้าผู้ทรงยุติธรรม ทรงทำให้ทรัพย์สมบัติที่สมควรเป็นของพวกเขา
กลับคืนมาสู่พวกเขาอีกครั้ง และดูเหมือนมากยิ่งกว่าที่สูญเสียไปเสียอีก

วันนี้ หากเราไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกยึดสิ่งที่สมควรเป็นของเราไปจากเรา
ให้เราร้องทูลต่อพระเจ้า เหมือนที่อิสราเอลทำ
แล้วรอคอยเวลาของพระองค์
พระเจ้าผู้ทรงยุติธรรม จะประทานความยุติธรรมให้แก่เราอย่างแน่นอน

คำคม

“ เพราะพระเจ้าทรงสถิตกับเรา เราจะทำตามน้ำพระทัยสำเร็จ เป็นแน่ ”

สรุป อพยพ 2

ภาพรวม

  • โมเสสได้ถูกธิดาฟาโรห์รับเป็นลูก เมื่อเติบใหญ่คิดจะช่วยคนอิสราเอลจนฆ่าคนอียิปต์คนหนึ่งตาย จึงต้องหลบหนีไปอยู่ที่มีเดียนและมีครอบครัวที่นั่น
  • สามารถรับชมรายละเอียดคำอธิบายเพิ่มเติม ของ อพยพบทที่ 2 ที่นี่ครับ >>
    https://www.youtube.com/watch?v=aXBIsF1LgiM&t=1293s

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 2:1 ในช่วงเวลที่อิสราเอลตกเป็นทาสในอียิปต์ กษัตริย์แห่งอียิปต์สั่งให้ นำทารกชายชาวฮีบรูทุกคนไปโยนทิ้งในแม่น้ำไนล์
สามีภรรยา​เผ่า​เลวี​คู่​หนึ่ง​ ได้คลอด​บุตร​ชาย แต๋ก็ซ่อนไว้ ไม่เอาไปโยนทิ้งแม่น้ำไนล์
จนกระทั่ง 3 ​เดือน ผ่านไป ชาวบ้านเริ่มผิดสังเกต จึง​ซ่อน​ต่อ​ไป​ไม่​ได้​แล้ว

ผู้เป็นแม่จึงจำเป็นต้องนำลูกชายไปทิ้งแม่น้ำไนล์จริงๆ
แต่แทนที่จะโยนลงไปเลย
นางกลับเอา​ตะกร้า​มา ยา​ด้วย​ยาง​มะ​ตอย​และ​ชัน เพื่อให้กันน้ำ
แล้ววาง​ทารก​นั้น​ลง​ใน​ตะกร้า
แล้ว​นำ​ไป​ไว้​ที่​พงหญ้า​ริม​แม่​น้ำ​ไนล์
แล้วให้​พี่​สาว​ของ​เด็ก​นั้น​ยืน​อยู่​ห่างๆ

ปรากฏว่า ​ธิดา​ของ​ฟา​โรห์ มาพบเข้าก็​ทรง​สง​สาร
พี่​สาว​เด็ก​นั้น​จึง​มาทูล​ถาม​​ว่า “จะ​ให้​​ไป​หา​แม่​นม​​มา​เลี้ยง​ทารก​นี้​ให้​​ไหม?”
ธิดา​ของ​ฟาโรห์ก็เห็นชอบ
พี่​สาว​เด็ก​นั้นจึงไปตามแม่มา แล้วธิดาของฟาโรห์จึงจ้างนาง​ ให้รับ​ทารกนั้น​ไป​เลี้ยง
เมื่อ​ทารก​เติบ​โต​ขึ้น นาง​ก็​พา​มา​ถวาย​​ธิดา​ของ​ฟา​โรห์
พระ​นาง​​ให้ชื่อเด็กว่า โม​เสส (ฉุด​ขึ้น​มา)

เมื่อ​โม​เสส​โต​ขึ้น ขณะกำลัง​ไป​หา​พวก​พี่​น้องขาวฮีบรู
ก็​คน​อียิปต์​คน​หนึ่ง​กำ​ลัง​ตี​คน​ฮีบรู
โมเสสจึง​ฆ่า​คน​อียิปต์​นั้น แล้ว​ซ่อน​ศพ​ไว้​ใน​ทรายเสีย

ใน​วัน​รุ่ง​ขึ้น โมเสส​เห็น​คน​ฮีบรู​สอง​คน​ต่อ​สู้​กัน​อยู่ เข้าไปห้าม
เขา​จึงพูด​ว่า “ใคร​ตั้ง​เจ้า​ให้​เป็น​เจ้า​นาย​และ​เป็น​ตุลา​การ​ปก​ครอง​เรา? เจ้า​ตั้ง​ใจ​จะ​ฆ่า​ตัว​ข้า​เหมือน​ที่​ได้​ฆ่า​คน​อียิปต์​คน​นั้น​หรือ?”
โม​เสส​ก็​กลัว เพราะรู้ว่า เรื่องเขาฆ่าคนอียิปต์เพื่อช่วยคนฮีบรู ​คง​รู้​กัน​ทั่ว​แล้ว​

ต่อมาเมื่อ​ฟา​โรห์​ทรง​ทราบ​เรื่อง​ก็​หา​ช่อง​ทาง​ฆ่า​โม​เสสเสีย
แต่​โม​เสส​หนี​รอด​ไปได้
จึงหนีไป​ยังใน​แผ่น​ดิน​มี​เดียน

ที่นั่นเขาได้พบกับ ศิโปราห์ บุตรสาวของเร​อู​เอล(หรือ เยโธร)​ ปุโร​หิต​ของ​คน​มี​เดียน​
และเขาได้ช่วยนางไว้
และต่อมาโมเสสก็ได้แต่งงานกับนาง
แล้วได้บุตร​ชาย​ ​ชื่อ​ เกอร์​โชม (คน​ต่าง​ด้าวที่​นั่น)

หลาย​ปีต่อมา กษัตริย์​อียิปต์​ก็​สิ้น​พระ​ชนม์
คนอิส​รา​เอล​ทุกข์​ระทม​เพราะ​การ​เป็น​ทาส
จึง​ร้อง​คร่ำ​ครวญ ​ขอ​ความ​ช่วย​เหลือจาก​พระ​เจ้า
พระ​เจ้า​ทรง​ระลึก​ถึง​พันธ​สัญ​ญา​ที่​พระ​องค์​ได้​ทรง​ทำ​ไว้​กับ​อับ​รา​ฮัม อิส​อัค และ​ยา​โคบ
พระ​เจ้า​ทอด​พระ​เนตร​พวกเขา ​ทรง​ทราบ​ถึง​สภาพ​ความ​เป็น​ไป​ของ​พวก​เขา

1. ดูเหมือนแม่ของโมเสสทำอย่างมีปัญญา แต่แผนของเธอไม่มีทางเกิดผลดีได้เลย ถ้าพระเจ้าไม่ได้ทรงทำให้ธิดาฟาโรห์มาพบพอดี

พระเจ้าทรงประทานสติปัญญาแก่เราแล้ว เวลาแก้ไขปัญหาจึงสมควรทำโดยใช้ปัญญา
แต่ขณะเดียวกันก็รู้ตัวว่า ถ้าปราศจากการช่วยเหลือของพระเจ้า แผนการนั้นไม่อาจเกิดผลสำเร็จอย่างดีเลิศได้อย่างแน่นอน

สภษ. 16:1 แผน​งาน​ความ​คิด​เป็น​ของ​มนุษย์ แต่​คำ​ตอบ​ของ​ลิ้น​มา​จาก​พระ​ยาห์​เวห์

2. ใน ฮบ. 11:23 อธิบายเพิ่มเติมว่า การที่บิดา​มารดา​จึง​ซ่อน​โมเสสไว้​ถึง​ 3 ​เดือน เพราะ​พวกเขามีความ​เชื่อ จึงไม่​ได้​กลัว​คำ​สั่ง​ของ​กษัตริย์​

พวกเขาคงเชื่อว่า “เด็กคนนี้จะรอดชีวิตได้” จึงซ่อนไว้ และเมื่อซ่อนต่อไม่ได้แล้ว
พวกเขาก็เริ่มทำขั้นต่อไปของความเชื่อว่า “เด็กนี้จะรอดชีวิตได้”
โดยการนำเด็กนี้ไปใส่ในตะกร้า วางไว้ริมน้ำ แล้วให้ลูกสาวดูว่า พระเจ้าจะนำให้เกิดอะไรขึ้นต่อไป

เมื่อเรามีความเชื่อ ให้เราทำตามสิ่งที่เราเชื่อนั้น จนสุดทาง
แล้วจากนั้นก็ก้าวต่อไปตามความเชื่อนั้น ในทางเท่าที่มีอยู่ ณ เวลานั้นๆ

3. เมื่อพระเจ้าทรงจัดฉากให้โมเสส นอกจากแม่ไม่ต้องฆ่าลูกแล้ว ยังได้เงินจากธิดาฟาโรห์ เป็นค่าเลี้ยงดูลูกของตนเองอีกด้วย

เมื่อพระเจ้าเปิดประตู เราจะพบทางออกที่ดีเลิศเกินกว่าที่เราจะคาดคิดได้

จงพึ่งพาพระเจ้า แล้วรอคอยการช่วยกู้ซึ่งเกินคาดคิดที่มาจากพระองค์

4. โมเสสเมื่อายุ 40 ปี เก่งกล้าสามารถในทุกด้าน เขาคิดว่าเขาจะสามารถช่วยกู้คนอิสราเอลจากการข่มเหงของอียิปต์ด้วยกำลังความสามารถของเขาเอง
แต่เขาล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ไม่สามารถ นำคนอิสราเอลได้แม้แต่คนเดียว
แต่ต้องหนีตาย ไปอยู่ในมีเดียน

โมเสสเก่งในสายตาของตนเอง มากเกินไป จนเขาไม่พร้อมที่จะให้พระเจ้าใช้เขา
อีก 40 ปี ต่อมา เมื่อเขาอายุ 80ปี และลืมทั้งหมดที่เคยร่ำเรียนมา
เมื่อนั้นพระเจ้าเห็นว่า โมเสสพร้อมแล้ว ที่จะให้พระเจ้าได้

ความถ่อมใจ สำคัญยิ่งกว่า ความสามารถ

5. เมื่อคนอิสราเอลร้องทุกข์ต่อพระเจ้า พระองค์ทรงสดับฟังเขา พระองค์ทรงทราบดีว่าพวกเขากำลังเจออะไร พวกเขากำลังรู้สึกอย่างไร และพระองค์ส่งผู้ช่วยมาช่วยพวกเขา

วันนี้ เมื่อเราร้องทุกข์ต่อพระเจ้าอย่างจริงใจ พระองค์ทรงเข้าใจเรา แม้คนอื่นจะไม่เข้าใจ
และพระองค์จะเสด็จมาช่วยเราเป็นแน่

คำคม

“ คนที่คิดว่าตนเองเก่ง เขายังไม่พร้อมที่จะให้พระเจ้าใช้ ”

สรุป อพยพ 1

ภาพรวม

  • เมื่อโยเซฟและพวกพี่น้องได้เสียชีวิตลง หลังจากช่วงระยะหนึ่ง คนอียิปต์ก็จำเรื่องของโยเซฟไม่ได้แล้ว และเริ่มข่มเหงอิสราเอล บังคับให้เป็นทาสใช้แรงงานหนัก และพยายามกำจัดทารกเพศชายของอิสราเอลให้หมดไปด้วย
  • สามารถรับชมรายละเอียดคำอธิบายเพิ่มเติม ของ อพยพบทที่ 1 ที่นี่ครับ >> https://youtu.be/aXBIsF1LgiM

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

อพยพ บทที่ 1 เริ่มต้นด้วยท้าวความ ถึงเชื้อสายของยา​โคบ(อิสราเอล) ที่เข้ามาอยู่ในอียิปต์ ได้แก่
1.รูเบน 2.สิ​เม​โอน 3.เลวี 4.ยู​ดาห์
5.อิส​สา​คาร์ 6.เศ​บู​ลุน 7.​เบน​ยา​มิน 8.ดาน​
9.​นัฟ​ทา​ลี 10.กาด 11.​อา​เชอร์ 12.​โย​เซฟ (ลูกของเขา คือ นัมสเสห์ และ เอฟราอิม)

ต่อ​มา​เมื่อโย​เซฟ​กับ​พี่​น้อง​ ตาย​​หมด​แล้ว
พงศ์​พันธุ์​อิส​รา​เอล​มี​ลูก​ดก​ทวี​มาก​ขึ้น​ ​จน​เต็ม​แผ่น​ดิน​ไปหมด

ต่อมากษัตริย์​​อียิปต์ องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ พระ​องค์​ไม่​ทรง​รู้​จัก​โย​เซฟ
(น่าจะหมายถึง มีการเปลี่ยนราชวงศ์ใหม่ในอียิปต์ ใน ปี 1570 ก.คศ. )

กษัตริย์องค์นั้น เห็นว่า คน​อิส​รา​เอล​มี​มาก​เกิน​ไป ​และ​มี​กำลัง​ยิ่ง​กว่า​พวกอียิปต์เสีย​อีก
พระองค์กลัวว่า เมื่อเกิด​สง​คราม​ขึ้น​อิสราเอล ซึ่งไม่ใช่เชื้อสายของอียิปต์แต่อยู่ในอียิปต์
อาจจะทรยศอียิปต์ได้ และกลัวว่าอิสราเอล​จะ​​ออก​ไป​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์
ซึ่งจะทำให้ความมั่นคงและระบบเศรษฐกิจของอียิปต์ รับความเสียหายร้ายแรงได้

ดังนั้นคน​อียิปต์ บีบ​บัง​คับ​คน​อิส​รา​เอล​ให้​เป็นทาส และให้ทำ​งาน​หนัก
แต่​ยิ่ง​ถูก​บีบ​บัง​คับ ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล​ก็​ยิ่ง​ทวี​มาก​ขึ้น
(อาจเพราะว่า ทำงานหนักทั้งวัน กลับมาบ้านเครียด จึงคลายเครียดมาหลับนอนกับภรรยา จนมีลูกมากมาย)

ชาว​อียิปต์จึง​ทั้ง​เกลียด​ ทั้ง​กลัว​ ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล
จึง​บังคับคน​อิส​รา​เอล​ให้​ทำ​งานอย่าง​หนัก
คนอิสราเอล​จึงขม​ขื่นมาก

กษัตริย์​อียิปต์​ยังสั่ง ชิฟราห์ และ ​ปูอาห์ หมอตำแย​ชาว​ฮีบรู​
เวาทำคลอดให้ฆ่า​ทารกเพศ​ชาย​​เสีย ​และไว้ชีวิตทารกเพศหญิง
แต่​นางทั้งสองยำ​เกรง​พระ​เจ้า
จึง​ไม่​ได้​ทำ​ตาม​คำสั่งของ​กษัตริย์​อียิปต์
กษัตริย์​อียิปต์​จึงถามว่า ทำไม​พวก​เจ้า​จึง​ทำ​อย่าง​นี้?
พวกนาง​ ตอบว่า ​หญิง​ฮีบรู​​แข็ง​แรงกว่าหญิงอียิปต์
ยังไม่ทันทำคลอด ก็คลอดแล้ว
พระ​เจ้า​จึง​ทรง​อวยพร​นางทั้งสอง โปรด​ให้​พวก​นาง​มี​ครอบ​ครัว

ฟา​โรห์​จึงมีคำสั่งใหม่ ให้​ราษ​ฎร​ทุกคน
ถ้าใครเห็นคน​ฮีบรูคนไหน คลอดลูกเป็นลูกชาย
ก็ให้เอาทารกนั้น​ไป​ทิ้ง​เสีย​ใน​แม่​น้ำ​ไนล์ได้เลย

– เชื้อสายอิสราเอลรุ่นลูกหลาน ของยาโคบ คงคิดว่า อยู่อียิปต์ ปลอดภัย สบายใจ มีความสุขที่สุดแล้ว
เพราะคุณงามความดีและบารมีของโยเซฟ คงทำให้พวกเขาอยู่อย่างสบายตลอดไป
แต่เมื่อถึงเวลาของพระเจ้า การเปลี่ยนแปลงที่มนุษย์คิดไม่ถึงก็เกิดขึ้น
เพื่อให้แผนการแห่งพระสัญญาของพระเจ้าสำเร็จเป็นจริง

เราไม่อาจไว้ใจในความมั่งคั่ง ความมั่นคงที่เรามีในปัจจุบันได้เลย
เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
แต่เราไว้ใจในพระสัญญาของพระเจ้าได้ว่า
ไม่ว่า วันเวลาหรือสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไป
พระสัญญาของพระเจ้า ยังคงอยู่และจะสำเร็จเป็นจริงเสมอ

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆอะไรในชีวิตของเรา หรือในสังคมที่เราอยู่
เราควรรู้ตัวว่า นั่น พระเจ้ากำลังจะทำอะไรบางอย่าง
เพื่อแผนการแห่งสัญญาของพระเจ้าจะเกิดขึ้น และสำเร็จเป็นจริง

– ใน อพย. 1:10 น่าสังเกตว่าที่กษัตริย์อียิปต์และคนอียิปต์กลัว
นอกจากจะ​กลัวคนอิสราเอลทรยศ ยามศึกสงครามแล้ว
ยังกลัว คนอิสราเอล​ออก​ไป​จาก​แผ่น​ดิน​อีกด้วย

อาจจะเป็นเพราะคนอิสราเอลมีจำนวนมาก หลายล้านคน
ซึ่งเกี่ยวพันกับระบบเศรษฐกิจ,การก่อสร้าง และอื่นๆ

ด้วยเหตุนี้ เมื่อโมเสส มาขอฟาโรห์ให้นำอิสราเอลออกจากอียิปต์ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อาจเรียกได้ว่า เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ ที่ฟาโรห์จะอนุญาต

– ชิฟราห์ และ ​ปูอาห์ หมอตำแย​ชาว​ฮีบรู​ ยำเกรงพระเจ้า มากกว่า เกรงกลัวฟาโรห์
พระเจ้าจึงทรงปกป้องพวกเธอให้ปลอดภัย และยังทรงอวยพระพรให้พวกเธอได้มีครอบครัวอีกด้วย

เมื่อเราเกรงกลัวพระเจ้าจริงๆ ในโลกนี้ก็ไม่มีอะไรที่น่ากลัวอีกต่อไปแล้ว

– คำสั่งของฟาโรห์คือให้คนทั้งอียิปต์ ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ช่วยกันจับทารกชายของพวกฮีบรู โยนลงแม่น้ำไนล์กันเถิด
คนอียิปต์ ร่วมกันทำสิ่งโหดร้าย ต่อบุตรชายชาวฮีบรู
ซึ่งต่อมา พวกอียิปต์เอง จึงต้องสูญเสียบุตรหัวปีกันทุกครัวเรือน

เมื่อทำผิด ดูเหมือน พระเจ้าจะทรงมีเวลาของพระองค์ ให้โอกาสเขาได้กลับใจ
หากเขายังคงไม่กลับใจ เมื่อเวลาแห่งการพิพากษามาถึง เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอาจหลีกได้พ้น

การกลับใจของเรา วันนี้ยังทัน จงกลับใจก่อนจะสายเกินไป

คำคม

“ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง แสดงว่าพระเจ้ากำลังเริ่มขั้นตอนต่อไปของแผนการของพระองค์แล้ว ”