สรุป ปัญญาจารย์ 12

ภาพรวม

  • ปัญญาจารย์ บทที่ 12 ชี้ให้เห็นว่าในที่สุดบั้นปลายของชีวิตจะมาถึงมนุษย์ทุกคน หน้าที่ของมนุษย์ขณะที่ยังมีชีวิตก็คือ ยำเกรงพระเจ้าและรักษาพระบัญญัติของพระองค์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปัญญาจารย์ บทที่ 12

ขณะที่เรายังมีกำลังวังชา จง​ระลึก​ถึง​พระ​​เจ้า ผู้ทรงสร้างเรา
ก่อน​ที่​วัน​เลว​ร้าย​จะ​มา​ถึง และ​ก่อนที่วาระสุดท้ายของชีวิตจะมาถึง
– ​ไม่​มี​ความ​เพลิด​เพลิน​ใน​ปี​เหล่า​นั้น​เลย
>>> อายุมากแล้ว เริ่มไม่สนุกกับอะไรแล้ว
– ก่อน​ที่​ดวง​อา​ทิตย์ ดวง​จันทร์ และ​ดวง​ดาว​ทั้ง​หลาย​อับ​แสง
>>> เริ่มสายตามัวลงเรื่อยๆ
– ​เมื่อ​คน​ยาม​เฝ้า​เรือน​จะ​ตัว​สั่น
>>> เริ่มมือไม้สั่น
– ​ชาย​แข็ง​แรง​จะ​เป็น​คน​หลัง​โกง
>>> หลังเริ่มงอ
– ​หญิง​โม่​แป้ง​จะ​เลิก​โม่ เพราะ​จำ​นวน​ลด​น้อย​ลง
>>> ฟันเริ่มหลุดล่วง
– ​บรร​ดา​ผู้​ที่​มอง​ผ่าน​หน้า​ต่าง​จะ​มืด​มัว
>>> สายตาเริ่มมองอะไรไม่เห็น
– ประ​ตู​คู่​ที่​เปิด​ออก​ถนน​จะ​ถูก​ปิด เมื่อ​เสียง​โม่​อ่อย​ลง และ
>>> ปากเริ่มไม่อยากอาหาร
– ​เสียง​เพลง​ก็​เพลา​ลง
>>> ต่อให้ฟังเพลงไพเราะ ก็ไม่ไพเราะเสียแล้ว
– เขา​ทั้ง​หลาย​กลัว​ความ​สูง และ​สิ่ง​น่า​สยด​สยอง​ที่​อยู่​ใน​หน​ทาง
>>> เดินก็ไม่ไหวแล้ว ขึ้นชั้น 2 ก็ไม่ไหว
– ต้น​อัล​มอนด์​มี​ดอก
>>> ผมเริ่มขาวโพลน
– ​ตั๊ก​แตน​ก็​อุ้ย​อ้าย (ตั๊กแตนจะเป็นภาระ)
>>> แม้แต่ตั๊กแตนก็ยากเกินกว่าจะจัดการได้
– ไฟ​ปรารถ​นา​ก็​มอด​ไป
>>> ความปรารถนาต่างๆก็ไม่มีอีกต่อไป ไม่อยากได้อะไรอีกแล้ว
– ผู้​ไว้​ทุกข์​ก็​เวียน​ไป​มา​ตาม​ถนน
>>> ญาติเริ่มเตรียมงานศพ
– สาย​เงิน​จะ​ขาด หรือ​เหยือก​น้ำ​จะ​แตก​กระ​จาย​เสีย​ที่​น้ำ​พุ
>>> เริ่มปัสสาวะราด
– ชาม​ทอง​คำ​จะ​บุบ​สลาย(ชามทองคำจะบรรลัย) หรือ​รอก​ที่​บ่อ​น้ำ​หัก​เสีย
>>> เริ่มอุจจาระราด
– ผง​คลี​กลับ​สู่​พื้น​ดิน​ตาม​เดิม และ​จิต​วิญ​ญาณ​กลับ​ไป​สู่​พระ​เจ้า​ผู้​ประ​ทาน​ให้​มา​นั้น
>>> วิญญาณออกจากร่าง

อนิจ​จัง อนิจ​จัง สาร​พัด​ก็​อนิจ​จัง

ถ้อย​คำ​ของ​คน​มี​ปัญ​ญา​เปรียบ​เหมือน​ปฏัก
และ​ถ้อย​คำ​ที่​ถูก​รวบ​รวม​ไว้​ก็​ตรึง​แน่น​อย่าง​ตะปู
จง​รับ​คำ​ตัก​เตือน​เถิด
แม้จะ​ทำ​หนัง​สือ​มาก​เท่าไหร่ ก็​ไม่เคย​สิ้น​สุด
และ​เรียน​มาก​ก็​เหนื่อย​เนื้อ​หนัง

ที่สำคัญกว่าการเรียนสิ่งใดๆ คือ จง​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า และ​รักษา​พระ​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​องค์
เพราะ​สิ่ง​นี้​เป็น​หน้า​ที่​ที่แท้จริงของ​มนุษย์​ทุกคน
และพระ​เจ้า​จะ​ทรง​เอา​การ​งาน​ทุก​อย่าง​เข้า​สู่​การ​พิ​พาก​ษา​
พร้อม​ด้วย​สิ่ง​เร้น​ลับ​ทุก​อย่าง ทั้งที่​ดี​และ​ชั่ว

1. สักวันหนึ่ง ชั่วโมงสุดท้ายในชีวิตของเราจะมาถึง
เมื่อถึงตอนนั้น เราจะเข้าใจความจริงของชีวิตว่า ล้วนอนิจจัง
แต่เวลานั้น ก็สายเกินกว่าที่จะทำอะไรกับชีวิตเสียแล้ว
วันนี้ ขณะที่เรายังสามารถทำอะไรกับชีวิตของเราได้
จงใช้ชีวิตของเราอย่างมีคุณค่าและคุ้มค่า
ด้วยการยำเกรงพระเจ้าและปฏิบัติตามพระคำของพระองค์

2. จงระลึกและรู้ตัวอยู่เสมอว่า
ทุกอย่างที่เราทำ ทั้งที่ลับและที่แจ้ง จะถูกนำเข้าสู่การพิพากษา
จงยำเกรงพระเจ้าเสมอในทุกสิ่งที่ทำเถิด

คำคม

“ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ในที่สุดนาทีสุดท้ายของคุณบนโลกนี้จะมาถึงอย่างแน่นอน ”

สรุป ปัญญาจารย์ 11

ภาพรวม

  • ปัญญาจารย์ บทที่ 11 ชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิตและการกระทำที่มีปัญญา ขณะที่อยู่บนโลกนี้

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปัญญาจารย์ บทที่ 11

ปัญญาจารย์สอนหนทางแห่งปัญญาไว้ดังนี้
– จง​โยน​ขนม​ปัง​ลง​บน​น้ำ เพราะ​อีก​หลาย​วัน​​จะ​พบ​มัน​ได้
>>> เมื่อมีน้ำใจ เมตตาต่อคนอื่น ในที่สุดสิ่งดีนั้นจะกลับมาสู่ตนเอง
– จง​ปัน​ส่วนออก​เป็น​ 7-8 ส่วน เพราะ​เจ้า​ไม่​ทราบ​ว่า สิ่ง​เลว​ร้าย​อะไร​จะ​เกิด​ขึ้น
>>> อย่าเอาไข่ทั้งหมดไว้ในตะกร้าใบเดียว เพราะเราไม่รู้อนาคตจะเกิดอะไรที่ไม่คาดฝันขึ้นบ้าง
– เมื่อ​เมฆ​เต็ม​ด้วย​น้ำ มัน​ก็​จะ​เท​ฝน​ลง​มา​ และ​เมื่อ​ต้น​ไม้​ล้ม​ลง​ตรง​ไหน​มัน​ก็​นอน​อยู่​ตรง​นั้น
>>> บางสิ่งที่เราสังเกตให้ดี ก็จะพอรู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น ควรรีบเตรียมตัว แต่เมื่อสิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว เหมือนไม้ล้ม ก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว
– ผู้​ใด​มัว​สัง​เกต​ลมหรือเมฆ ​ก็​จะ​ไม่​หว่าน​พืชหรือ​เกี่ยว​ข้าว
>>> การสังเกตสิ่งต่างๆ เพื่อให้เตรียมตัวรับมือ ไม่ใช่เพื่อให้เป็นข้ออ้าง ในการไม่ทำอะไรเลย
– เรา​ไม่​ทราบ​ว่า​ทารกในครรภ์ของผู้หญิง เกิดลม​หาย​ใจได้​อย่าง​ไร เรายิ่ง​จะ​ไม่​ทราบ​ถึงสิ่งที่​พระ​เจ้า​ทรงทำมากมายบนโลกนี้
>>> ความรู้ของมนุษย์สุดแสนที่จะเล็กน้อย ไม่มีทางเข้าใจพระปัญญาของพระเจ้าได้เลย
– ​จง​หว่าน​พืช​ในเวลา​เช้า และ​เวลา​เย็น เพราะ​เรา​ไม่​รู้​ว่า​การ​ไหน​จะ​เจริญ
>>>จงทำอย่างเต็มที่ เพราะเราไม่รู้ว่างานใดกันแน่ ที่จะนำประโยชน์มาสู่ชีวิตของเราในอนาคต
>>> เรื่องนี้ทำให้ระลึกถึงชีวิตของ อ.เปาโล ที่ทุ่มเทในทุกด้านอย่างเต็มที่ ในการรับใช้พระเจ้า
แต่ อ.เปาโล หารู้ไม่ว่า งานเล็กๆของเขาที่เขียนหมายไม่กี่ฉบับ ถึงคริสตจักรที่เขารัก จะส่งผลยิ่งใหญ่มากมาย ต่อคริสตจักรของพระเจ้า ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา
– แสง​สว่าง​ทำ​ให้​สด​ชื่น และ​ชื่น​บาน
>>> การพบทางออกของชีวิต ในปัจจุบันและในอนาคต ที่จะมาถึงทำให้ชีวิตเบิกบาน
– คนที่​มีชีวิต​อยู่​ จง​เปรม​ปรีดิ์​ในเดือน​ปีของตน แต่​ให้​​ระลึก​ด้วย​ว่า ทุก​อย่าง​ก็​อนิจ​จัง
>>> ตราบที่มีชีวิต จงมีความชื่นบาน แม้ในยามมืดมนก็ตาม และอย่าลืมว่าอีกไม่นานก็ต้องจากไป จงใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย
– เยาว​ชน จง​ร่าเริง​ใน​วัย​หนุ่ม​สาว​ของตน แต่​จง​รู้​​ว่า​เพราะ​ทุก​อย่าง​ที่ทำ ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​นำ​​เข้าสู่การ​พิ​พาก​ษา
– จง​ขจัด​ความ​เศร้า​หมอง​ไป​จาก​ใจ​ของ​เรา เพราะชีวิตของเรานั้น อยู่ไม่นานบนโลกนี้

1. ปัญญาจารย์ ได้กล่าวอย่างลึกซึ้ง ด้วยปัญญาจากพระเจ้า ถ้าเราลองใคร่ครวญดีๆ จากคำอธิบายข้างต้น จะเห็นได้ว่าลึกซึ้งและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
(การประยุกต์ได้เขียนไว้ ด้านบนแล้ว)

คำคม

“ จงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและอย่างมีปัญญา ด้วยการทำตามพระคำของพระเจ้า ”

สรุป ปัญญาจารย์ 10

ภาพรวม

  • ปัญญาจารย์ บทที่ 10 ชี้ให้เห็นถึงอันตรายของความเขลา และได้ยกตัวอย่างถึงถ้อยคำแห่งปัญญา

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปัญญาจารย์ บทที่ 10

– ความ​เขลา​เพียง​เล็ก​น้อย ​ก็​สา​มารถ​ทำ​ลาย​สิ่งดีมากมายที่เคยทำมาลงได้
– คน​มี​ปัญ​ญา ย่อม​คอยระมัดระวัง​จิต​ใจ​ของเขาอย่างสุดกำลัง
– ​คน​เขลา มัก​แสดง​ให้แก่​ทุก​คน ได้เห็น​ว่า ตน​เป็น​คน​เขลา
– เมื่อ​คน​เขลา​ถูก​แต่ง​ตั้ง​ไว้​ใน​ตำ​แหน่ง​สูง​ใหญ่ นั่นไม่ถูกต้องและจะเป็นอันตรายต่อคนทั้งหลาย
– คนที่วางแผนทำร้ายคนอื่น จะเกิดผลร้ายต่อเขาเอง
– ถ้าใช้ปัญญาน้อย ก็​ต้องใช้แรง​มาก
– ถ้าสายเกินไปแล้ว สิ่งที่เคยเป็นประโยชน์ก็ไร้ประโยชน์
– คำพูดของคน สามารถนำความ​โปรด​ปราน หรือ การถูกทำลายมาสู่คนพูดได้เสมอ
– คน​เขลา​มักจะพูด​มาก​ซ้ำ​ซาก
– มนุษย์ทุกคน​ไม่​รู้​ว่า​อะไร​จะ​เกิด​ขึ้น ​เมื่อ​เขา​จาก​ไป
– ผู้นำที่โง่เขลา จะนำอันตรายมาสู่ผู้ตาม
– ​ความ​ขี้​เกียจ จะทำให้ปัญหาทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
– อา​หาร​ทำ​ให้​คนอารมณ์ดี และ​เงิน​ก็​จัด​หาสิ่งที่คนต้องการให้แก่พวกเขา
– อย่า​แช่ง​ด่า​ผู้นำ เพราะนั่น​จะปัญหามาสู่ตนเอง

1. ความเขลา ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการเรียนหนังสือไม่เก่ง หรือหัวไม่ไว
แต่หมายถึง คนที่ละทิ้งการดำเนินชีวิตอย่างมีปัญญา ตามพระคำของพระเจ้า
ซึ่งคนเหล่านี้กำลังเดินไปสู่อันตรายและหายนะ

ด้วยเหตุนี้ คนที่มีปัญญา จะระมัดระวังอย่างยิ่ง ที่จะไม่เดินออกห่างไปจากทางแห่งพระคำของพระเจ้า

2. คนใช้ปัญญาน้อย ก็​ต้องเหนื่อยมาก
คนที่ทำตามคำแนะนำแห่งปัญญา ในพระคำของพระเจ้า
ชีวิตของเขาจะไม่ต้องเหน็ดเหนื่อย หรือแบกภาระหนักเกินกว่าที่ตนจะทนไหว

3. เมื่อวาระผ่านไปแล้ว สิ่งที่เคยเป็นประโยชน์ก็ไร้ประโยชน์
วันนี้เป็นวาระแห่งการกลับใจ ก่อนวันแห่งการพิพากษาจะมาถึง
ในวันพิพากษา การกลับใจหรือการร้องไห้โศกเศร้าเสียใจในสิ่งที่ทำไป จนน้ำตาเป็นสายเลือด
นั่นก็ไม่มีประโยชน์อะไรเสียแล้ว

4.. คนที่ไม่ย่อมจัดการกับปัญหา กำลังปล่อยให้ปัญหาทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
แต่หากเราไม่รู้จะจัดการกับปัญหาเหล่านี้อย่างไร
การทูลต่อพระเจ้า มอบปัญหาเหล่านี้ไว้กับพระองค์
กำลังเป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด เท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้

คำคม

“ คนที่ทำตามปัญญาในพระคำของพระเจ้า จะพบชีวิตที่มีความสุขและปลอดภัย ”

สรุป ปัญญาจารย์ 9

ภาพรวม

  • ปัญญาจารย์ บทที่ 9 ชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์แต่ละคนนั้น มีวาระและโอกาสของมัน และเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่อาจคาดคะเนหรือเข้าใจได้

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปัญญาจารย์ บทที่ 9

คนจะชอบ​ธรรม​ หรือ​คนจะ​มี​ปัญ​ญา ก็​อยู่​ใน​พระ​หัตถ์​พระ​เจ้า
มนุษย์​ไม่รู้สิ่งที่เกิดกับเขา

เหตุการณ์แบบ​เดียว​กัน​ เกิด​แก่​​ทั้ง​ คน​ชอบ​ธรรม​และ​คน​อธรรม ​คน​ดี​และ​คน​ชั่ว

ใจ​มนุษย์​ก็​เต็ม​ด้วย​ความ​ชั่ว และ​ความ​บ้า​บอ​อยู่​ใน​ใจ​เขา
และ​เมื่อถึงเวลา เขา​ก็​ตาย

ผู้ที่​อยู่​ร่วม​กับ​คน​ที่​มี​ชีวิต ก็​มี​ความ​หวัง
เพราะ​ว่า​คน​เป็น​ย่อม​รู้​ว่า ​เขา​เอง​คง​จะ​ตาย แต่​คน​ตาย​​ไม่​รู้​อะไร​เลย

เมื่อคนตายไป ผู้คนก็​พา​กัน​ลืม​เขา​เสีย​หมด ทั้ง​ความ​รัก​และ​ความ​ชัง​ของเขา
​เขา​​จะ​ไม่​มี​ส่วน​ใน​สิ่ง​ใด​ที่​เกิด​ขึ้นในโลกนี้อีก​ต่อ​ไป

การได้รับ​ประ​ทาน​อา​หาร​ด้วย​ความ​เปรม​ปรีดิ์
เป็นของขวัญจากพระเจ้า สำหรับมนุษย์ที่อยู่ในโลก
​จง​ชื่น​ชม​ยินดี​กับสิ่งที่มีอยู่
เพราะ​ว่า​นั่น​เป็น​ราง​วัล​สำ​หรับ​ชีวิต

ไม่ว่าจะทำงาน​อะไร ก็​จง​ทำ​การ​นั้น​ด้วย​เต็ม​กำลัง
เพราะเมื่อจากโลกนี้ไปแล้ว จะไม่​มี​การ​งานให้ทำ หรือ​ สิ่งที่ต้องใช้ความ​คิด ​ความ​รู้

คน​วิ่ง​เร็ว​ บางทีก็แพ้​ใน​การ​แข่ง​ขัน​
​คน​เก่ง​กาจ​ บางทีก็แพ้​สง​คราม​
คน​ฉลาด​ บางคนก็ไม่​ร่ำ​รวย​
คน​รอบ​รู้​ บางคนก็ไม่​ได้​รับ​ความ​โปรด​ปราน​
มีวาระ​และ​โอ​กาส​ ​มา​ถึงมนุษย์​ทุก​คน
แต่​มนุษย์​ไม่​รู้​วาระ​ของ​ตน
มนุษย์มัก​ถูก ช่วงเวลา​อัน​เลว​ร้าย ​ดัก​จับไว้ ​โดย​ฉับ​พลัน​

ต่อให้ ​ชาย​ยาก​จน​แต่​มี​ปัญ​ญา​ สามารถช่วยเมืองของตนให้พ้นจากเหตุร้าย
แต่​ก็จะไม่​มี​ใคร​ระลึก​ถึง​ชาย​คน​นั้น

ปัญ​ญา​ก็​ดี​กว่า​กำ​ลัง แม้คนอื่นจะไม่เห็นคุณค่า แต่ปัญญาก็ยังมีค่า
คำ​อ่อน​โยน​ของ​คน​มี​ปัญ​ญา​ก็​น่า​ฟัง กว่า​เสียง​ตะ​โกน​ของ​ผู้​ครอบ​ครอง​
ปัญ​ญา​ดี​กว่า​อาวุธ​สง​คราม
แต่​คน​บาป​คน​เดียว​ย่อม​ทำ​ลาย​ความ​ดี​ได้เป็น​อย่าง​มาก​

1. มนุษย์ไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเอง ทั้งในอดีต ปัจจุบัน แะในอนาคต
เพราะทั้งหมดอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า

ทางที่ดีที่สุด ที่เราจะใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า อย่างมีคุณค่า คือ
เชื่อฟังพระเจ้า และวางใจในพระองค์

2. คนที่​อยู่​​กับ​คน​ที่​มี​ชีวิต ก็​มี​ความ​หวัง
เรามีชีวิตอยู่ในพระเจ้า ย่อมมีความหวัง

3. ​จง​ชื่น​ชม​ยินดี​กับสิ่งที่มีอยู่
เพราะ​ว่า​นั่น​เป็น​ราง​วัล​สำ​หรับ​ชีวิต ที่พระเจ้าประทานให้
เมื่อมีโอกาสได้ทำงานสิ่งใด ก็จงทำอย่างเต็มที่
เมื่อมีโอกาสชื่นชมกับสิ่บที่มี ก็จงชื่นชมอย่างเต็มที่
เพราะวาระและโอกาส ที่จะได้ทำหรือได้ชื่นชม ไม่ได้มีเช่นนี้เสมอไป

4. คนเข้มแข็งกว่าไม่ได้ชนะเสมอไป คนอ่อนแอกว่าไม่ได้แพ้เสมอไป
มีวาระสำหรับทุกสิ่ง วันนี้ไม่ว่าเราเข้มแข็งหรืออ่อนแอ แพ้หรือชนะ
เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้จะเกิดขึ้นกับเราเสมอไป
ขอให้ความจริงนี้เตือนเราให้ถ่อมใจ และช่วยเราให้อดทน

คำคม

“ เราจะไม่ได้ แพ้ หรือ ชนะ เสมอไป มีวาระที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้แล้ว สำหรับเรา ”

สรุป ปัญญาจารย์ 8

ภาพรวม

  • ปัญญาจารย์ บทที่ 8 ชี้ให้เห็นว่า วิธีการของ​พระ​เจ้า​เหนือ​สติปัญญาและความเข้าใจ​ของ​มนุษย์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปัญญาจารย์ บทที่ 8

คน​มี​ปัญญา จะ​รู้​คำ​อธิ​บาย​ของ​สิ่ง​ต่างๆ
ปัญ​ญาจะทำ​ให้​ใบ​หน้า​​ผ่อง​ใส

จง​เชื่อฟังผู้นำ ผู้ปกครอง แล้วจะ​ไม่​ประ​สบ​อัน​ตราย
​คน​มี​ปัญ​ญา​ย่อม​รู้​วาระ​และ​วิธี​การ ว่าควรทำอะไร เมื่อใด

มนุษย์ไม่​รู้​ว่า​อะไร​จะ​เกิด​ขึ้น
ไม่​มี​มนุษย์​คน​ใด​มี​อำ​นาจ​เหนือวัน​ตายของตน

ความ​อธรรม​จะ​ไม่​เป็นประโยชน์แก่ผู้​ทำ​การ​อธรรม

บางครั้งคน​อธรรม​ มี​คน​สรร​เสริญ​พวก​เขา
เพราะ​การ​ลง​โทษ​​คน​ที่​ทำ​ชั่ว​นั้น ไม่​ได้​เกิด​ขึ้น​โดย​เร็ว
ดังนั้นคนมากมายจึง​อยากทำ​ความ​อธรรม

สวัสดิภาพจะ​มี​แก่​คน​ที่​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า
แต่​ว่า​จะ​ไม่​เป็น​สวัสดิ​ภาพ​แก่​คน​อธรรม

มี​คน​ชอบ​ธรรมบางคน​ พบเหตุการณ์​ที่​คน​อธรรม​ควร​รับ
และ​มี​คน​อธรรม​ พบเหตุการณ์​​คน​ชอบ​ธรรม​ควร​รับ

​สำ​หรับ​มนุษย์​ในโลกนี้
ไม่​มี​อะไร​ดี​ไป​กว่า​ กิน​ ​ดื่ม​ และ​ชื่น​ชม​ยินดี
เพราะ​ว่า​สิ่ง​นี้เป็นเพียงสิ่งที่เขาจะได้รับจริงๆ​ตลอด​ชีวิต​เขาบนโลกนี้

เมื่อตั้ง​ใจ​เข้า​ใจ​ปัญ​ญา ก็จะพบ​ว่า
มนุษย์​ไม่สามารถ​เข้า​ใจ​ใน​พระ​ราช​กิจ​ของพระเจ้าได้
ไม่ว่าจะแสวง​หา​สัก​เท่า​ใด​ก็​จะ​ค้น​ไม่​พบ
และคนที่คิด​ว่า​คน​เข้า​ใจ​แล้ว เขา​ก็​ยัง​ค้น​หา​ไม่​พบเหมือนกัน

1. ยิ่งมีปัญญา ยิ่งหน้าตาผ่องใส

2. ​คน​มี​ปัญ​ญา​ จะรู้ว่าควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร เมื่อไหร่ แล้วทำตามที่รู้นั้น

3. ไม่ว่ามนุษย์จะรู้มากสักเพียงใด ก็ไม่รู้วันตายของตนเองอยู่ดี

4. การ​ลง​โทษ​​คน​​ชั่ว​นั้น อาจไม่ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
แต่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
คนทั้งหลายที่ไม่เข้าใจเรื่องนี้ ก็จะคิดที่จะทำตามอย่างคนชั่ว

5. มนุษย์แสวหาสิ่งต่างๆมากมายในโลกนี้
แต่สิ่งที่เขาครอบครองได้จริงๆก็มีเพียงแค่
อาหารที่กินเข้าไป และความชื่นชมยินดีในสิ่งที่ได้ทำ
นอกนั้นทุกอย่างไม่ใช่ของเขาอย่างแท้จริงเลยสักอย่างเดียว

อย่าให้เราทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อสิ่งที่ไม่ใช่ของของเราอย่างแท้จริง
แต่ควรทุ่มเทเพื่อแผ่นดินของพระเจ้า
แล้วสิ่งที่ทุ่มเทนั้นจะนำสมบัติที่แท้จริงมาสู่ชีวิตของเรา

คำคม

“ มนุษย์สามารถเข้าใจพระเจ้าได้มากที่สุด เท่าที่พระเจ้าทรงเปิดเผยในพระคำของพระองค์ ”

สรุป ปัญญาจารย์ 7

ภาพรวม

  • ปัญญาจารย์ บทที่ 7 ชี้ให้เห็นถึงความ​ประเสริฐ​ของปัญญา และความผิดหวังของสิ่งต่างๆในโลกนี้

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปัญญาจารย์ บทที่ 7

ชื่อ​เสียง​ดี​มีค่ายิ่ง

​วัน​ตาย​ก็​ดี​กว่า​วัน​เกิด

ไป​ยัง​เรือน​ที่​มี​การ​ไว้ทุกข์ ก็​ดี​กว่า​ไป​ยัง​เรือน​ที่​มี​การ​เลี้ยง​กัน
เพราะ​ที่นั่นจะได้มีโอกาส​ใคร่ครวญความจริงถึง​วาระ​สุด​ท้าย​ของ​มนุษย์​ทุก​คน
ซึ่งคนที่มีปัญญาจะคิดถึงสิ่งเหล่านี้

คน​เขลา​หัวเราะไม่รู้เรื่อง แม้กำลังจะพบกับความพินาศอยู่แล้ว

เบื้อง​ปลาย​ของ​สิ่ง​ต่างๆ ก็​ดี​กว่า​เบื้อง​ต้น​ของ​สิ่ง​นั้นๆ

จิต​ใจ​ที่​อด​กลั้น​ก็​ดี​กว่า​จิต​ใจ​ที่​ยโส
เพราะคน​โกรธเร็วเป็น​คน​เขลา

คนมีปัญญาจะสนใจปัจจุบันมากกว่าจมอยู่ในอดีต

ปัญ​ญา​ดี​กว่า​และเป็นประโยชน์กว่า มรดกล้ำค่า
เพราะ​ว่าปัญ​ญา​เป็น​เครื่อง​ป้อง​กัน​สำหรับ​เจ้า​ของ​ปัญ​ญา​นั้น

จง​พิจาร​ณา​พระ​ราช​กิจ​ของ​พระ​เจ้า
สิ่ง​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​ทำ​ มนุษย์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้

เมื่อได้​รับ​สิ่ง​ดีๆ ก็​จงรู้จัก​ชื่น​ชม​ยินดี
เมื่อ​ได้​รับ​สิ่ง​ร้ายๆ ก็​จง​รู้จักพินิจ​พิจาร​ณา
แต่การมัวแต่สนใจสิ่งดีหรือสิ่งร้ายในชีวิตนี้เท่านั้น จะทำให้ไม่ตระหนักถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

มี​คน​ชอบ​ธรรม​พินาศ เพราะอวดความชอบธรรมของตน
และ​มี​คน​อธรรม​มี​ชีวิต​ยืน​ยาว เพราะรู้จักหยุดไม่ทำต่อ
ผู้​เกรง​กลัว​พระ​เจ้า​จะ​พ้น​จาก​ทั้ง​สอง​เรื่องนี้

ปัญ​ญา​ให้​กำลัง​แก่​คน​มี​ปัญ​ญา

ไม่​มี​คน​ชอบ​ธรรม​สัก​คน​เดียว​บน​แผ่น​ดิน​โลก

อย่า​สน​ใจ​ฟัง​ทุก​ถ้อย​คำ​ที่​คน​กล่าว

เมื่อพบว่าตน​มี​ปัญ​ญา ก็จะพบว่า ตนยังห่างไกลกับคำว่า มี​ปัญ​ญา​

​สิ่ง​ซึ่ง​ขม​ขื่น​ยิ่ง​กว่า​ความ​ตาย​คือ ผู้​ชักชวนคนไปสู่การล่วงประเวณี
คน​ที่​พระ​เจ้า​พอ​พระ​ทัย​จะ​หนี​พ้น​พวกเขา

พระ​เจ้า​ทรง​สร้าง​มนุษย์​ให้​เป็น​คน​เที่ยง​ธรรม
แต่​พวกเขากลับ​ได้​ค้น​คว้า​กล​อุบาย​ต่างๆ ออก​มา

1. เมื่อคนเริ่มไตร่ตรองเรื่องชีวิตหลังความตายอย่างจริงจัง เขาจะยิ่งพบความจริงของชีวิต
และคนที่มีปัญญาจะตอบสนองความจริงนั้น โดยการใช้ชีวิตอย่างมีปัญญา
คือ ใช้เพื่อพระเจ้า ไม่ใช่เพื่อตนเอง

2. คนมีปัญญาจะสนใจปัจจุบันมากกว่าจมอยู่ในอดีต
เพราะอดีตมันเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว
แต่ปัจจุบันกำลังกำหนดอนาคตของตนที่จะมาถึง

ที่ผ่านมาผิดพลาดพลั้งไป ก็จงกลับใจใหม่
แล้วลุกขึ้นมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยความช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์

3. คนที่เกรง​กลัว​พระ​เจ้า​ ไม่กล้าอวดความชอบธรรมของตน เพราะรู้ว่ามันใช้การไม่ได้
และจะรีบหยุดความอธรมของตน เพราะรู้ว่าพระพิโรธของพระเจ้าน่าสะพรึงกลัวสักเพียงใด

วันนี้ ถ้าเราไม่ถ่อมใจ หรือ ไม่กลับใจ แสดงว่าเรายังไม่ได้เกรงกลัวพระองค์

4. ถ้าเรามัวแต่​สน​ใจ​ว่าคนพูดถึงเราอย่างไรบ้าง
ไม่ว่าเราดีแค่ไหน แน่นอน ในที่สุดเราจะพบว่า มีบางคนที่พูดถึงเราในทางที่ไม่ดี
แล้วเราเองก็จะไม่สบายใจเสียเอง

5. สิ่งที่ขมขื่นยิ่งกว่าความตาย คือการติดกับดักของการล่วงประเวณี
ทันทีที่รู้ตัว จงรีบวิ่งหนีออกมา
ขอพระเมตตาจากพระเจ้า ที่เราจะออกมาได้สำเร็จ โดยเร็วที่สุด

คำคม

“ คนยิ่งมีปัญญา จะยิ่งรู้ตัวว่าตนเองต้องการปัญญาจากพระเจ้า ”

สรุป ปัญญาจารย์ 6

ภาพรวม

  • ปัญญาจารย์ บทที่ 6 ชี้ให้เห็นว่า ชีวิตของมนุษย์ไม่ว่าเขาจะเป็นเช่นไร จะเกิดอะไรขึ้นกับเขา ในที่สุดแล้วก็จบลงที่ความตายเหมือนกัน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปัญญาจารย์ บทที่ 6

มีบางคนชีวิตช่างน่าเศร้า พระ​เจ้า​ประ​ทาน​ความ​มั่ง​คั่ง และ​เกียรติ​ให้เขา​
แต่​พระ​เจ้า​มิ​ได้​ประ​ทาน​ความ​สา​มารถ​ใน​การ​ใช้​สิ่ง​เหล่า​นี้​ให้​เขา
คน​แปลก​หน้า​จึง​เอา​ไป​ใช้​เสีย

มีบางคนชีวิตช่างน่าเศร้า เขา​มี​ลูก​มากมาย และ​มี​อายุ​ยืน​ยาว แต่ก็ไม่มีความสุขในชีวิต

ถึงกระนั้นมนุษย์ทุก​คน​ต่าง​จบ​ลง​ที่​เดียว​กัน​ คือ ความตาย

มนุษย์​ตราก​ตรำ​ทำงานเพื่อ​เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง แต่​ก็​ไม่​รู้​จัก​อิ่ม

​คน​มี​สติ​ปัญ​ญา​ คน​เขลา​ ​คน​ยาก​จน​ คนร่ำรวย
คนที่สม​ปรารถ​นา​ และคนที่ไม่สมปรารถนา
ทุกคนก็จบลงที่เดียวกัน

ยิ่ง​พูด​มาก​ ก็​ยิ่งพบแต่ความว่างเปล่า

สิ่ง​ใด​ดีทุกอย่าง​ที่มนุษย์มี จะหาย​ไป​ดุจ​ดัง​เงา​

1. คนที่ได้รับสิ่งดี แต่ไม่รู้จักชื่นชมและใช้ ก็ช่างน่าเศร้ากว่าคนที่ไม่ได้รับเสียอีก
วันนี้มีสิ่งดีอะไรบ้างที่พระเจ้าทรงประทานแก่เราแล้ว?
เช่น ร่างกาย ครอบครัว ความสามารถ เวลา ทรัพย์สิ่งของต่างๆ ฯลฯ
เราชื่นชมกับสิ่งนั้นมากเพียงใด?
เราได้ใช้สิ่งเหล่านี้ อย่างฉลาด โดยการใช้เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้ามากเพียงใด?

2. มนุษย์ทุกคนล้วนจบลงที่เดียวกัน คือ ความตาย และทุกสิ่งที่เขาตรากตรำทำบนโลกจะไม่เกี่ยวข้องกับเขาอีกต่อไป
ดังนั้นหากใครทำเพื่อสิ่งของในโลกนี้ จะไม่เหลืออะไรเลย
แต่ใครที่ทำเพื่อพระเจ้า จะได้รับบำเหน็จแห่งการทุ่มเทของตน

คำคม

“ ทำเพื่อตนเองจะไม่เหลืออะไรเลย ทำเพื่อพระเจ้าจะไม่ขาดอะไรเลย ”

สรุป ปัญญาจารย์ 5

ภาพรวม

  • ปัญญาจารย์ บทที่ 5 ชี้ให้เห็นว่า ความไม่ยั่งยืนของชีวิต ดังนั้นควรใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังและใช้อย่างคุ้มค่า

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปัญญาจารย์ บทที่ 5

การ​เข้า​ใกล้​ชิด​พระเจ้าเพื่อ​ฟังพระองค์ ​ก็​ดี​กว่า การ​ถวาย​เครื่อง​บูชามากมายแต่ไม่ฟังพระองค์

เมื่อเข้าเฝ้าพระเจ้าจะ​พูดปฏิญาณ​สิ่ง​ใดก็ให้คิดให้ดีก่อน
คนเขลาพูดปฏิญาณเยอะแยะมากมาย แต่ไม่ทำ
เพราะ​พระ​องค์​ไม่​พอ​พระ​ทัย​ใน​คน​เขลาเช่นนั้น

อย่า​ทำ​บาป โดยการพูดดูหมิ่นถ้อยคำของผู้​สื่อ​สารของ​พระ​เจ้า
​จง​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า​เถิด

เมื่อมีความไม่​ยุติ​ธรรม แล้วดูเหมือนไม่มีใครเห็น
ความจริงแล้วมีคนที่อยู่เหนือกว่าพวกเขา กำลังจับ​ตา​ดูพวกเขาอยู่​

คน​รัก​เงิน​ย่อม​ไม่​อิ่ม​เงิน

เมื่อ​รวย​ขึ้น คน​กิน​ก็​มากขึ้น ​เจ้า​ของ​​ได้แต่​ชม​เล่น​เป็น​ขวัญ​ตา​เท่า​นั้น

บางคนที่เก็บทรัพย์​สม​บัติ​ที่​ไว้​จน​เกิด​เป็น​ภัย​แก่​ตน

มนุษย์เกิดมาตัวเปล่าฉัน​ใด เขา​จะจากไปตัวเปล่าฉัน​นั้น
เขา​เอาผลจากการตรากตรำของเขา​ไป​ไม่​ได้เลย ​สัก​อย่าง​เดียว

สำหรับมนุษย์ สิ่งที่ดีที่สุด คือ ​กิน​และ​ดื่ม และ​ชื่น​ชม​บรร​ดา​ผล​จาก​น้ำ​พัก​น้ำ​แรง​ของ​ตน

ทุกๆ คน​ที่​พระ​เจ้า​ประ​ทาน​ความ​มั่ง​คั่ง​ให้ ก็​ได้​ทรง​โปรด​ให้​พวก​เขา​ได้​ใช้​ของ​เหล่า​นั้น

1. พระเจ้าประสงค์ให้เรามีความสัมพันธ์กับพระองค์ มากกว่าการทำกิจกรรมต่างๆมากมาย

2. ในท่ามกลางความอยุติธรรมนั้น มีความยุติธรรมของพระเจ้าอยู่ เพียงแต่เรายังมองไม่เห็นและยังไม่เข้าใจ

3. คน​รัก​เงิน​ย่อม​ไม่​อิ่ม​เงิน รักของในโลกย่อมดิ้นรนแสวงหาแบบไม่เคยมีวันว่าพอแล้ว
สำหรับคนเหล่านั้นที่รักพระเจ้าจริงๆ พวกเขาไม่มีวันอิ่มความสัมพันธ์กับพระองค์
ยิ่งใกล้ชิดพระองค์ ก็ยิ่งอยากใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

4. มนุษย์ไม่ได้เอาอะไรเข้ามาในโลก ตอนจากไปก็เอาอะไรติดตัวไป​ไม่​ได้เลย ​สัก​อย่าง​เดียว

5. สิ่งที่พระเจ้าประทานให้แก่เราในโลกนี้ ก็เพื่อเราจะใช้สิ่งเหล่านั้น
จงเรียนรู้ที่จะชื่นชมและใช้สิ่งที่มีอยู่เพื่อถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าเถิด

คำคม

“ เราอยู่ในโลกนี้ เพียงประเดี๋ยวเดียว แล้วก็ต้องจากไปชั่วนิรันดร์ ”

สรุป ปัญญาจารย์ 4

ภาพรวม

  • ปัญญาจารย์ บทที่ 4 ชี้ให้เห็นถึงความว่างเปล่า ความไร้ค่า ของการตรากตรำทำงานเพื่อสิ่งไร้ค่าในโลกนี้

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปัญญาจารย์ บทที่ 4

เมื่อปัญญาจารย์พิ​จาร​ณาเรื่อง ​การ​ข่ม​เหง​ พบว่า
ทั้ง​ผู้​ถูก​ข่ม​เหง และผู้​ข่ม​เหง​ ก็ล้วนไม่​มี​ใคร​ปลอบ​ใจ​เขา​ได้

​คน​ตาย​ที่​ตาย​ไป​แล้ว ​ดี​กว่า​คน​ที่​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่
คน​ที่​ยัง​ไม่​เคยเกิดมาเลย ก็ดียิ่งกว่า

สิ่งเหล่านี้ล้วนว่างเปล่า ไร้ค่า
– คน​ตราก​ตรำ​ทำงานสิ่งต่างๆ ​เพราะ​ความ​ริษยา​ ​ที่​มี​ต่อ​เพื่อน​บ้าน​
– คนตรากตรำทำงานได้สิ่งของมากกว่าคนอื่น แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขามีความสุขกว่าคนอื่นเลย
– คนตรากตรำทำงานไม่​หยุด แต่ก็​ไม่​เคย​อิ่ม​ความ​มั่ง​คั่ง แล้วในที่สุดก็ต้องละทิ้งของเหล่านั้นให้คนอื่น

สอง​คน​ดี​กว่า​คน​เดียว เพราะยามมีปัญหาจะได้ช่วยกันได้
และ​​ย่อม​ต่อ​สู้ปัญหาได้ดีกว่า

คน​หนุ่ม​ยาก​จน​ ที่มี​สติ​ปัญ​ญา ​ก็​ดี​กว่า​กษัตริย์​ชรา​ ที่​โฉด​เขลา ผู้​ไม่​รับ​คำ​แนะ​นำ​อีก​แล้ว
แต่ถึงกระนั้น คน​ที่​มา​ภาย​หลังพวกเขา​ก็​ไม่ได้จดจำพวกเขาทั้งสองอยู่ดี

1. เนื่องจากในสมัยของซาโลมอน พระเยซูคริสต์ยังไม่ได้เสด็จมา
ด้วยสติปัญญาอันชาญฉลาดของเขา จึงพบว่า
สำหรับมนุษย์แล้วไม่เกิดมาก็ดีกว่า เพราะเกิดมาก็จะพบแต่ความทุกข์ยาก
แล้วก็จากไปแบบเอาอะไรไปไม่ได้เลย

แต่ในปัจจุบันความจริงยังคงเหมือนเดิม
หากตรากทำสิ่งต่างๆเพื่อตนเองหรือใครบนโลกนี้
ในที่สุดสักวันหนึ่ง สิ่งเหล่านั้นก็จะกลายเป็นสิ่งไร้ค่า
แต่เราผู้มีความหวังในพระเยซูคริสต์ หากทำสิ่งต่างๆเพื่อพระคริสต์
สิ่งที่ทำไปจะไม่ไร้ค่า เมื่อเราไปอยู่ต่อหน้าบัลลังก์ของพระคริสต์
และเป็นการดีเหลือเกินที่พระเจ้าให้เราได้เกิดมา แล้วได้รู้จักกับพระองค์
มิฉะนั้นเราคงไม่มีโอกาสได้ครอบครองร่วมกับพระองค์ชั่วนิรันดร์

2. แม้มีสิ่งของน้อยกว่าคนอื่น แต่มี​ความ​สงบ มากกว่าคนอื่น นั่นก็นับว่าดีกว่าคนอื่นมากมายนัก
วันนี้ เราผู้อยู่ในพระคริสต์ สามารถมีสันติสุขในพระเจ้าได้ ทุกที่ทุกเวลา
ดังนั้นไม่ว่าใครจะมีอะไรมากกว่าเราก็ตาม ไม่มีทางมีความสุขกว่าเราได้เลย
ขอบคุณพระเจ้า

3. สองคนดีกว่าคนเดียว และในความสัมพันธ์นั้นหากมีพระคริสต์เป็นเชือกเกลียวที่​สาม​
ผูกพันทั้งสองฝ่ายเข้าไว้ด้วยกัน โดยความรักที่พวกเขามีต่อพระคริสต์
ก็จะทำให้ความสัมพันธ์นั้น มั่นคงแข็งแรง ยืนยาวนาน ตลอดไป

คำคม

“ จงให้พระเจ้าเป็นเชือกเกลียวที่สาม ในทุกความสัมพันธ์ ”

สรุป ปัญญาจารย์ 3

ภาพรวม

  • ปัญญาจารย์ บทที่ 3 ชี้ให้เห็นว่า ทุกอย่างมีวาระที่ถูกกำหนดไว้แล้วอย่างดงาม โดยพระเจ้า ดังนั้นมนุษย์ควรยำเกรงพระองค์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปัญญาจารย์ บทที่ 3

มี​ฤดู​กาล​สำ​หรับ​ทุก​สิ่ง และ​มี​วาระ​สำ​หรับ​​ทุก​อย่าง​
มี​ทั้งวาระ​ที่ทำให้​เราชื่นใจ และ​วาระ​ที่ทำให้เราไม่ชื่นใจ
แต่ในวาระเหล่านั้น มนุษย์ไม่​ได้​ประ​โยชน์​อะไร​เลย

พระเจ้าทรง​กระ​ทำ​ให้​ทุก​สิ่งมีวาระที่​งด​งามของ​มัน
พระเจ้าทรง​บรรจุ​นิ​รันดร์​กาล​ไว้​ใน​จิต​ใจ​ของมนุษย์
แต่​มนุษย์​ยังไม่รู้จักสิ่งที่พระ​เจ้า​ทรง​กระ​ทำ​

สำ​หรับ​มนุษย์​ไม่​มี​อะไร​ดี​ไป​กว่า ​เปรม​ปรีดิ์ และ​ร่า​เริง​ตลอด​ชีวิต​ของ​เขา
กิน​ดื่ม​และ​ชื่น​ชม​ผล​ ของสิ่งที่เขา​ได้ทุ่มเททำไป

ทุกอย่าง​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​กระ​ทำ​ก็​ดำรง​อยู่​เป็น​นิตย์
มนุษย์จะ​เปลี่ยนแปลงอะไรก็​ไม่​ได้
เพื่อ​ให้​มนุษย์​ทั้ง​หลาย​จะมี​ความ​ยำ​เกรงพระเจ้า

ใน​ที่​ของ​ความชอบธรรม​มี​ความ​อธรรม​อยู่​ด้วย
พระ​เจ้า​จะ​ทรง​พิ​พาก​ษา​ทั้งคน​ชอบ​ธรรม​และ​คน​อธรรม

พระ​เจ้า​ทรง​ทด​สอบ​มนุษย์ เพื่อ​​สำ​แดงให้เห็​นว่า
​มนุษย์​ไม่​มี​อะไร​ดี​กว่า​สัตว์
เพราะต่างก็ต้องตายเหมือนกัน

ดังนั้นสำหรับ​มนุษย์ ไม่​มี​อะไร​ดี​ไป​กว่า​ที่​จะ​เปรม​ปรีดิ์​ใน​การ​งาน​ของ​ตน
เพราะ​ว่า​นั่น​เป็น​ราง​วัล​ของ​เขาในโลกนี้

1. พระเจ้าทรงกำหนดวาระและฤดูกาลไว้สำหรับทุกสิ่งแล้ว อย่างสวยงาม
และไม่ว่ามนุษย์จะทำอะไร อย่างไร ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้แล้วได้

พระเจ้าทรงรักเรา ทรงเลือกเราไว้ก่อนวางรากสร้างโลก
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา ยังอยู่ในแผนการอันดีเลิศของพระเจ้าสำหรับชีวิตของเรา
อย่ากลัว หรืออย่าขยาดเลย

และเพราะเราทำอะไรไม่ได้เลย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพระเจ้าเท่านั้น
ดังนั้นเราสมควรที่จะยำเกรงพระองค์อย่างที่สุด

2. พระเจ้าทรงบรรจุจิตวิญญาณซึ่งเป็นสิ่งที่ดำรงอยู่นิรันดร์ไว้ในมนุษย์
ดังนั้นเมื่อมนุษย์จากโลกนี้ไปจึงไม่ได้เสื่อมสลายไป
แต่จะดำรงอยู่ต่อไปชั่วนิรันดร์
เพียงแต่จะมีบางคนอยู่ในสวรรค์ชั่วนิรันดร์ และบางคนอยู่ในนรกชั่วนิรันดร์

3. ​ทั้งมนุษย์และ​สัตว์ สักวันก็ต้องตายเหมือนกัน
สัตว์ยังรู้จัก มีความสุขกับสิ่งที่มันพบเจอ
แต่มนุษย์มากมายกลับมัวแต่เครียด วิตก กังวล กับเหตุการณ์ี่ยังไม่เกิดขึ้น
และไม่รู้จักชื่นชมกับสิ่งดีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน

ให้เราหันมา ไว้วางใจในพระเจ้า ในสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเราในอนาคต
แล้วชื่นชมกับพระพรที่พระเจ้าประทานให้แก่เราแล้วในปัจจุบันเถิด

คำคม

“ มีวาระสำหรับทุกสิ่ง ถ้าวันนี้มันยังไม่เกิดขึ้น ก็เพราะยังไม่ใช่วาระของมัน ”

สรุป ปัญญาจารย์ 2

ภาพรวม

  • ปัญญาจารย์ บทที่ 2 สรุปให้ฟังว่าหลังจากลองมาทุกอย่างแล้ว ทุกอย่างที่ทำกันเพื่อตนเองในโลกนี้ ช่างว่างเปล่าและไร้ค่า

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปัญญาจารย์ บทที่ 2

ปัญญาจารย์ลองดำเนินชีวิตตามใจปรารถนาของตนเองทุกอย่าง
​ลอง​สนุก​สนานให้​เต็ม​ที่
ลองเมาเหล้ายังไง ให้ยังคงมีสติสัมปชัญญะ
ลองสร้าง​เรือน และ​ทำ​สวน​มากมาย
ลองสะสมทาส​ชาย​หญิงและฝูงสัตว์มากมาย
ลองสะสม​เงิน​ทอง และ​ทรัพย์​สม​บัติ​ล้ำค่ามากมาย
ลองหาความ​สนุก​สนาน​ทาง​เพศ
ลองเป็น​ใหญ่​กว่า​ใครๆ
ลองความเพลิดเพลินและ​สนุก​สนาน​ทุก​อย่าง

แล้วก็พบว่า ทุกอย่างเหนื่อยเปล่า ว่างเปล่า ไร้ค่า และ​ไม่​มี​ประ​โยชน์​อะไร​

จึงลอง​หัน​มา​พิ​เคราะห์​สติ​ปัญ​ญา ความ​บ้า​บอ และ​ความ​เขลา
แม้จะพบ​ว่า​สติ​ปัญ​ญา​มี​ประ​โยชน์​กว่า​ความ​เขลา
แต่ก็​พบ​ว่า ทั้งคน​มี​สติ​ปัญ​ญา​และ​คน​เขลาก็ตายเหมือนกันแล้ว​ไม่​มี​ใคร​จดจำ​ถึง​​พวกเขาตลอด​ไป

ปัญญาจารย์​จึง​รู้สึกเกลียด​ชีวิต เกลียด​การ​ตราก​ตรำ​ทั้ง​สิ้น และ​สลด​ใจ​ยิ่งนัก
เมื่อพบว่าทุกสิ่งที่เขาทำเอาไว้อย่างดี คนที่มารับช่วงต่อไปจะเป็น​คน​มี​สติ​ปัญ​ญา ​หรือ​คน​เขลา ที่ทำลายทุกอย่างให้หมดไป

ปัญญาจารย์รู้สึก​ท้อ​แท้​ใจ​ เมื่อคิดได้ว่า
​คน​ที่​ตราก​ตรำ​โดย​ใช้​สติ​ปัญ​ญา ความ​รู้ และ​ความ​ชำ​นาญ
แต่​แล้ว​อีก​คน​หนึ่ง​ที่ไม่ได้ตราก​ตรำ​ทำ ก็มารับเอาไป

วันคืนของมนุษย์ ​มี​แต่​ความ​เจ็บ​ปวด และ​ความ​ทุกข์​ระทม

สำ​หรับ​มนุษย์​จึง​ไม่​มี​อะไร​ดี​ไป​กว่า​กิน​และ​ดื่ม กับ​ชื่น​ชม​ผล​จาก​การงาน​ของ​เขา
เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ประ​ทาน​สติ​ปัญ​ญา ความ​รู้ และ​ความ​ยินดี ​ให้​แก่​คน​ที่​พระ​องค์​พอ​พระ​ทัย
แต่​​พระ​องค์​ให้คนบาป​เก็บ​เกี่ยว​และ​สะสม เพื่อ​ให้​แก่​ผู้​ที่​พระ​เจ้า​พอ​พระ​ทัย

1. ซาโลมอน มั่งคั่ง เต็มด้วยสติปัญญา ได้ลองมาทุกอย่างแล้ว
และพบความจริงว่า ทุกอย่างที่มนุษย์ทำ เพื่อตนเองในโลกนี้
ช่างไร้ค่าและว่างเปล่า แล้วสักวันพวกเขาก็ต้องจากสิ่งเหล่านั้นไป

มีแต่การกระทำเพื่อพระเจ้าเท่านั้น ที่จะคงอยู่ถาวร และนำบำเหน็จมาสู่ชีวิตของเราชั่วนิรันดร์

2. สำ​หรับ​มนุษย์​จึง​ไม่​มี​อะไร​ดี​ไป​กว่า ได้มีอาหารรับประทาน กับได้​ชื่น​ชมสิ่งที่ตนได้ทำ
ขอบคุณพระเจ้าที่วันนี้เรามีอาหารรับประทาน
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งที่เราได้มีโอกาสได้ทำ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเล็กน้อยสักเพียงใด
แต่สำหรับคนเหล่านั้นที่ทำสิ่งต่างๆเพื่อพระเจ้า
เขาไม่เพียงจะได้ชื่นชมสิ่งที่ตนได้ทำบนโลกนี้เท่านั้น
ในสวรรค์เขาเองก็ยังได้รับผล และชื่นชมกับสิ่งที่เขาได้ทำเพื่อพระองค์ในโลกนี้อีกด้วย

วันนี้เราจะเลือกทำอะไร?

คำคม

“ สิ่งที่ทำเพื่อตนเองนั้นไร้ค่า สิ่งที่ทำเพื่อพระเจ้าคงอยูชั่วนิรันดร์ ”

สรุป ปัญญาจารย์ 1

ภาพรวม

  • ปัญญาจารย์ ซึ่งน่าจะหมายถึงซาโลมอน เขียนพระธรรมปัญญาจารย์ กล่าวถึงความจริงของชีวิตว่า ทุกอย่างล้วนแต่อนิจจัง ไม่มีความหวัง ยกเว้นการดำเนินชีวิตในความยำเกรงพระเจ้า
  • ปัญญาจารย์ บทที่ 1 กล่าวถึง ความอนิจจังของทุกสิ่งในโลกนี้ มนุษย์ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปและไม่ถูกจดจำอีกเลย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

ปัญญาจารย์ บทที่ 1

ทุกสิ่งล้วนอนิจ​จัง
มนุษย์​ไม่ได้​ประ​โยชน์​อะไร​เลย จาก​การ​ตราก​ตรำ​​ของ​เขา
เขาผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่ทุกสิ่งในโลกก็ยังเหมือนเดิม
เขาไม่​เคย​เพียงพอ​กับ​สิ่ง​ที่​ได้​ยินได้เห็น
ทุกอย่างเหมือนเดิม เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย
เมื่อเขาจากไป ก็ไม่​มีใคร​จด​จำ​ถึงเขาอีกต่อไป

ปัญ​ญา​จารย์เอง เคย​เป็น​กษัตริย์ของอิส​รา​เอล​
เขาพยายาม​ค้น​คว้า​หาคำตอบสำหรับ​ทุก​สิ่ง
แล้วก็​พบ​ว่า​ พระ​เจ้า​ให้​มนุษย์​​สาละ​วน​กับ​สิ่ง​ที่​ทำ
แต่สิ่งเหล่านั้นล้วนแต่ เปล่าประโยชน์
มนุษย์เปลี่ยนอะไรไม่ได้เลย

ปัญ​ญา​จารย์เอง ถึง​มี​​สติ​ปัญ​ญา​และ​ความ​รู้​มากมาย
แล้วก็พบว่า ต่อให้เข้า​ใจ​สติ​ปัญ​ญาทั้งหลายก็เป็นสิ่งว่างเปล่าเช่นกัน
เพราะ​เมื่อ​มี​สติ​ปัญ​ญา​มาก​ขึ้น ก็​มี​ความ​ทุกข์​ระทม​มาก​ขึ้น

1. ผู้คนกำลังทุ่มเท เหนื่อยยากทั้งชีวิต เพื่อสิ่งที่อีกไม่นานพวกเขาจะไม่เกี่ยวข้องกับมันอีกเลยตลอดกาล
เราผู้รู้ความจริงของนิรันดร์กาล ไม่ควรไล่จับสิ่งของเหล่านั้นเหมือนกับพวกเขา
แต่ควรใช้ชีวิตที่เหลือ เพื่อสิ่งที่คงทนถาวรชั่วนิรันดร์
คือการเชื่อฟัง ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

2. กษัตริย์ที่ฉลาดที่สุดอย่างซาโลมอน ช่วยเราสรุปแล้วว่า
ต่อให้มีทุกสิ่ง รู้ทุกอย่าง เกี่ยวกับสิ่งต่างๆในโลกนี้
สุดท้ายก็จะพบแค่ความว่างเปล่า ไร้คุณค่า ไร้ความหมาย

เรากำลังหาอะไรในโลกนี้?
เรากำลังไล่จับอะไรอยู่ในขณะนี้?

คำคม

“ อย่ามัวแต่ไล่จับของอนิจจัง จนติดบ่วงแห่งความตาย ”