สรุป เนหะมีย์ 13

ภาพรวม

  • หลังจากการสร้างกำแพงและถวายกำแพงเยรูซาเล็มเสร็จแล้ว เนหะมีย์ได้จัดการกับการกระทำต่างๆของคนอิสราเอลที่ไม่ถูกต้องต่อพระเจ้า ให้กลับมาถูกต้อง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เนหะมีย์ บทที่ 13 เมื่อคนอิสราเอลร่วมกันนมัสการเฉลิมฉลองในพิธี​มอบ​ถวาย​กำแพงเยรูซาล็มที่ถูกสร้างขึ้นใหม่

ใน​วัน​นั้น มี​การ​อ่าน​หนัง​สือ​ของ​โมเสส​ให้​ประชา​ชน​ฟัง
และ​ได้​พบ​ที่​มี​เขียน​ไว้​ว่า
ไม่​ควร​ให้​คน​อัม​โมน​หรือ​คน​โม​อับ​เข้า​ไป​ใน​ที่​ชุม​นุม​ของ​พระ​เจ้า​เป็น​นิตย์

​เมื่อ​ประชา​ชน​ได้​ยิน​ธรรม​บัญ​ญัติ
เขา​ก็​แยก​อิสรา​เอล​ออก​เสีย​จาก​คน​ต่าง​ชาติ​ทั้ง​สิ้น

เอ​ลี​ยา​ชีบ ​ปุโร​หิต​ ผู้​ได้​รับ​การ​แต่ง​ตั้ง​ให้​ดูแล​ห้อง​ใน​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า​
เขาซึ่ง​เกี่ยว​พัน​กับ​โท​บีอาห์
ได้​จัด​ห้อง​ใหญ่​ห้อง​หนึ่ง​ให้​โท​บี​อาห์ ซึ่งเดิมเป็น​ห้อง​เก็บ​เครื่อง​ถวาย​ต่างๆ

เมื่อเนหะมีย์​ทราบเรื่อง ก็โกรธ​มาก
และ​เนหะมีย์​ไปในห้องนั้น แล้วโยนของ​ของ​โทบีอาห์​ออก​เสีย​จาก​ห้อง
แล้ว​นำ​เครื่อง​ใช้​ประจำ​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า กลับ​มา​ไว้​ที่​นั่น​อีก

เนหะมีย์​ยังพบ​ว่า ​คน​เลวี​ต่าง​ก็​หนี​กลับ​ไป​ยัง​ไร่​นา​ของ​ตน
เพราะไม่มีแบ่งส่วนอาหารให้แก่พวกเขา
เนหะมีย์จึง​ต่อ​ว่า​เจ้า​หน้า​ที่​ ​ว่า
“ทำไม​จึง​ทอดทิ้ง​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า​เสีย?”
แล้วเนหะมีย์จึงไปตามคนเลวีกลับมารับ​ตำแหน่ง​เหมือนเดิม
และ​คน​ยูดาห์​ทั้ง​ปวงก็​ได้​นำสิบลดมาถวายอีก

เนหะมีย์ได้เห็น​คนทำงาน​ใน​วัน​สะ​บา​โต
เนหะมีย์จึง​ได้​ตัก​เตือน​พวกเขา​

และมีการอนุญาตให้คนต่างชาติมาขายสินค้าต่างๆในวันสะบาโตด้วย
เนหะมีย์จึง​ต่อ​ว่า​พวก​ขุน​นาง ​ว่า
บรรพ​บุรุษ​ของพวกเขาละเมิดวันสะบาโต จนเกิด​เหตุ​ร้ายมากมาย
พวกเขายังจะละเมิดอีกหรือ?

เนหะมีย์จึงสั่งให้ปิดประตู​เมือง​เยรูซาเล็ม​ ในเวลาเย็นก่อน​วัน​สะ​บา​โต และให้​เปิด​อีกครั้งเมื่อ​วัน​สะ​บา​โต​ผ่านพ้นไปแล้ว
และเนหะมีย์​ได้​ตัก​เตือน​พวก​พ่อค้าต่างชาติ
จนพวกเขาไม่มา​ขายของ​อีก​ใน​วัน​สะบาโต

เนหะมีย์ได้เห็น​พวก​ยิวบางคน ผู้​แต่ง​งาน​กับ​หญิงต่างชาติ
เนหะมีย์จึงได้​โต้​แย้ง​กับ​พวก​เขา และ​แช่ง​พวกเขา และ​ตี​พวกเขา​บาง​คน และ​ดึง​ผม​ของ​เขา​ออก
และให้พวก​เขา​ปฏิ​ญาณ ​ว่า จะไม่ประ​พฤติ​ทรยศ​ต่อ​พระ​เจ้า​ ​ด้วย​การ​แต่ง​งาน​กับ​หญิง​ต่าง​ชาติ

หลานชาย​คน​หนึ่ง​ของ​ ​เอ​ลี​ยา​ชีบ​ปุโร​หิต​ใหญ่
ได้ไปเป็น​บุตร​เขย​ของ​สัน​บาล​ลัท​ (คนที่พยายามขัดขวางการก่อสร้างกำแพง)
เนหะมีย์​จึง​ขับ​ไล่​เขา​ไป​เสีย​

สิ่งที่เนหะมีย์ทำทั้งหมดนี้ จึง​เป็นการชำระคนอิสราเอลจาก​ทุก​สิ่ง​ที่​เป็น​ของ​คน​ต่าง​ชาติ
และ​เป็นการ​กำหนด​หน้า​ที่​ของ​บรรดา​ปุโร​หิต​และ​คน​เลวี
ให้พวกเขาได้ปฏิบัติอย่างเหมาะสมแด่พระเจ้า

1. เมื่อมีการอ่านพระคำของพระเจ้าให้ประชาชนฟัง
ประชาชนจึงกลับใจจากบาปที่ตนทำ

เมื่อเรากล่าวพระคำของของพระเจ้าออกไป
เป็นการเปิดโอกาสให้คนที่ได้ยินได้ฟัง ให้กลับใจเสียใหม่

อย่าอ่อนระอา ในการกล่าว บอก ส่งต่อ แชร์ พระคำของพระเจ้าออกไป

2. เอ​ลี​ยา​ชีบ ​ปุโร​หิต เป็นผู้นำฝ่ายวิญญาณ แต่กลับทำตัวเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี
จนประชาชนเริ่มไม่ถวายสิบลด จนเป็นเหตุให้คนเลวีหนีกลับไปทำไร่ทำนาของตน

เมื่อผู้นำไม่เป็นแบบอย่างที่ดี จะก่อให้เกิดปัญหาที่ลุกลามใหญ่โตได้

3. การที่เจ้า​หน้า​ที่​ ​ได้ดูแลความเป็นอยู่ของคนเลวี
เนหะมีย์ชี้ให้เห็นว่า พวกเขากำลัง​ทอดทิ้ง​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า

การไม่ดูแล หรือสนับสนุน หรือให้กำลังใจ แก่คนที่มีส่วนในการรับใช้พระเจ้า
เป็นการทอดทิ้งงานของพระเจ้า

4. เมื่อเนหะมีย์ทราบถึงสิ่งที่ไม่ถูกต้องต่อพระเจ้า ที่คนอิสราเอลกระทำ
เขาไม่ปล่อยปละละเลย แต่จะลงมือทำบางอย่างเพื่อแก้ไขในทันที
ซึ่งการทำเช่นนั้น แม้จะดูเด็ดขาดและรุนแรง
แต่นั่นเป็นการช่วยคนอิสราเอลให้รอดพ้นจากหายนะ

เมื่อพบสิ่งที่ไม่ถูกต้องในชีวิตฝ่ายวิญญาณ
จงรีบจัดการให้ถูกต้องโดยเร็วที่สุด
เพื่อให้ชีวิตของเราเต็มไปด้วยพระพรเสมอไป

คำคม

“ เมื่อทำตามคำสั่งของพระเจ้า พระองค์จะทรงช่วยให้สำเร็จ ”

สรุป เนหะมีย์ 12

ภาพรวม

  • คนอิสราเอลร่วมกันนมัสการเฉลิมฉลองในพิธี​มอบ​ถวาย​กำแพงเยรูซาล็มที่ถูกสร้างขึ้นใหม่

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เนหะมีย์ บทที่ 12 คนอิสราเอลจับสลาก ให้คน 1 ใน 10 ของประชาชนอาศัยอยู่ในเยรูซาเล็ม ผู้นำของประชาชนก็ได้เสียสละร่วมอาศัยในเยรูซาเล็มเช่นกัน

หัวหน้าของประชาชนนั้น รวมถึงหัวหน้าของปุโรหิตและ​คน​เลวีด้วย
ตอนที่​เศ​รุบ​บา​เบล บุตร​เช​อัล​ทิ​เอล​ และ​เย​ชู​อา มหาปุโรหิต มาที่เยรูซาเล็มนั้น
มีหัวหน้าปุโรหิต 22 คน ​และ​พี่​น้อง​ของ​เขา​ ติดตามมาด้วย
มีคนเลวี ที่เป็นคณะนักร้อง ติดตามมาจำนวนหนึ่งด้วย

เย​ชู​อา มหาปุโรหิตนั้น มีลูกหลานเป็นปุโรหิตต่อไป อีก 6 รุ่น ราวเกือบ 200 ปี (538-333 ก.ค.ศ.)
จนถึงสมัยของอเล็กซานเดอร์มหาราช (ซึ่ง ​ยาด​ดู​วา เป็นมหาปุโรหิตในสมัยนั้น)

​ใน​สมัย​ของ​โย​ยา​คิม (ลูกของเยชูอา) มี​ปุโร​หิต​ผู้​เป็น​หัว​หน้า​ตระ​กูล 20 คน

ชื่อของ หัว​หน้า​ของ​ตระกูลของคน​เลวี​ และบรรดา​ปุโร​หิต​ มีบันทึกไว้
ใน​หนัง​สือ​พง​ศาว​ดารจน​ถึง​รัช​สมัย​ของ​ดา​ริ​อัส​แห่งเปอร์​เซีย

เมื่อกำแพง​เย​รู​ซาเล็มสร้างเสร็จ ใน​การ​ทำ​พิธี​มอบ​ถวาย​กำแพง
ได้​มีการตาม​หา​บรรดา​คน​เลวี​ตาม​ที่​ของ​เขา​ทั่ว​ทุก​แห่ง
เพื่อ​ให้มาฉลอง​มอบ​ถวาย​ด้วย​ความ​ยินดี ด้วย​การ​ขอบ​พระคุณ และ​ด้วย​การ​ร้อง​เพลง ด้วย​ฉาบ พิณ​ใหญ่ และ​พิณ​เขา​คู่
พงศ์​พันธุ์​พวก​นัก​ร้อง​ได้​รวม​กัน​มา​จาก​มณ​ฑลต่างๆ
พวกเขาได้มา​สร้าง​บ้านเรือน​อยู่​ตาม​หมู่บ้าน​รอบๆ​​เยรูซาเล็ม

บรรดา​ปุโรหิต​และ​คน​เลวี​ได้​ชำระ​ตน​ให้​บริ​สุทธิ์
และ​​ชำระ​ประชา​ชน ทั้งประตู​เมือง​กับ​กำแพง ให้​บริ​สุทธิ์

แล้วเนหะมีย์​ได้​นำ​เจ้า​นาย​แห่ง​ยูดาห์​ขึ้น​บน​กำแพง
และ​แต่ง​ตั้ง​ให้​คณะ​ใหญ่​ 2 ​คณะ​เป็น​ผู้​กล่าว​ขอบ​พระคุณ​และ​เดิน​เป็น​ขบวน​แห่
และ​พวก​ปุโร​หิต​บาง​คน​ก็เป่าแตร พร้อม​กับ​คนเลวีได้เล่นเครื่อง​ดน​ตรี​ของ​ดาวิด​
และ​เอสรา​ธรรมาจารย์​ได้​เดิน​นำ​หน้าพวก​เขา

คณะ​ทั้ง​สอง​ผู้​กล่าว​คำ​ขอบ​พระคุณ​ได้​มา​ยืน​อยู่​ที่​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า
และ​บรรดา​นัก​ร้อง​ได้​ร้อง​เพลง
พวกเขาได้​ถวาย​เครื่อง​สัตว​บูชา​ใหญ่​โต​ใน​วัน​นั้น และ​เปรม​ปรีดิ์​
เพราะ​พระ​เจ้า​ทรง​กระทำ​ให้​เขา​เปรม​ปรีดิ์​
ด้วย​ความ​ชื่น​บาน​ใหญ่​ยิ่ง

พวก​ผู้หญิง​และ​เด็กๆ ก็​เปรม​ปรีดิ์​ด้วย
และ​ความ​ชื่น​บาน​ของ​เย​รู​ซา​เล็ม​ก็​ได้​ยิน​ไป​ไกล

ใน​วัน​นั้น พวกเขา​แต่ง​ตั้ง​คน​ให้​ดูแล​ห้อง​ต่างๆ และงานด้านต่างๆในพระนิเวศ

และ​อิสรา​เอล​ทั้ง​ปวง​ใน​สมัย​ของ​เศ​รุบ​บา​เบล​และ​ใน​สมัย​ของ​เนหะ​มีย์
ได้​ให้​ปัน​ส่วน​ตาม​ต้อง​การ​ทุก​วัน​แก่​คน​เลวี​

1. ไม่เพียงแค่เรื่องราว แม้แต่ชื่อของปุโรหิตและเลวีของอิสราเอล ก็ยังถูกบันทึกไว้ในพงศาวดารของเปอร์เซีย
คนเหล่านั้นเดิมเป็นเพียงเชลย ที่เป็นทาสในบาบิโลน
แต่เพราะพวกเขาเลือกที่จะกลับมาปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า ที่พระนิเวศของพระองค์
พวกเขาจึงได้รับเกียรติซึ่งพระเจ้าประทานแก่เขา

ใครก็ตามที่ยอมสละสิ่งต่างๆเพื่อพระเจ้า
พระเจ้าจะอวยพระพรเขาคืนอย่างมากมาย พร้อมทั้งเกียรติและศักดิ์ศรี

2. เมื่อสร้างกำแพงสำเร็จ พวกเขาไม่ลืมที่จะขอบพระคุณพระเจ้า
แล้วการขอบพระคุณนั้น ได้นำความเปรมปรีดิ์ยิ่งมาสู่พวกเขา

บ่อยครั้งเราระลึกถึงพระเจ้า เฉพาะยามที่เรามีปัญหา
แต่เรามักลืมที่จะขอบพระคุณพระเจ้า ยามเมื่อผ่านพ้นปัญหานั้นไปแล้ว

ซึ่งการขอบพระคุณพระเจ้า สำหรับสิ่งที่พระองค์ประทานให้
จะนำมาซึ่งความชื่นชมยินดียิ่งใหญ่ มากยิ่งกว่าตอนที่ผ่านพ้นปัญหาเสียอีก

คำคม

“ การขอบพระคุณพระเจ้า จะนำความชื่นชมยินดีอย่างเหลือล้นมาสู่ชีวิต ”

สรุป เนหะมีย์ 11

ภาพรวม

  • คนอิสราเอลจับสลาก ให้คน 1 ใน 10 ของประชาชนอาศัยอยู่ในเยรูซาเล็ม

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เนหะมีย์ บทที่ 11 เมื่อผู้นำและประชาชนอิสราเอลได้ปฏิญาณต่อพระเจ้า ที่จะทำตามพระบัญญัติของพระองค์

จากนั้นพวกผู้นำ​ของ​ประชา​ชนก็ได้​อาศัย​อยู่​ใน​เย​รู​ซา​เล็ม
และ​ประชา​ชน​ที่​เหลือ​นั้น​จับ​ฉลาก​กัน
เพื่อ​จะ​นำ​เอา​คน​ 1 ​ใน​ 10 ​ส่วน​ให้​เข้า​ไป​อยู่​ใน​เย​รู​ซา​เล็ม​
อีก 9 ส่วน​สิบ​นั้น​ให้​อยู่​ใน​เมือง​ต่างๆ
และ​ประชา​ชน​ได้​ขอบ​คุณ​บรรดา​ผู้​ที่​สมัคร​ใจ​ไป​อยู่​ใน​เย​รู​ซา​เล็ม

โดยผู้ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เย​รู​ซา​เล็ม นับเฉพาะผู้ชายในเผ่าต่างๆ ได้แก่
เผ่ายูดาห์ เชื้อ​สาย​ของ​เปเรศ มี 468 คน
เผ่าเบนยามิน มี 928 คน
เผ่าเลวี
– พวกปุโรหิต มี 1,192 คน
– พวกเลวี มี 284 คน
– พวกคน​เฝ้า​ประตู มี 172 คน
รวมทั้งสิ้นเป็น       >>>>       3,044 คน

ส่วนคน​อิสรา​เอล​ที่เหลือ​ก็อยู่​ใน​เมือง​ทั้ง​สิ้น​ของ​ยูดาห์ ​ใน​ที่​ดิน​มรดก​ของตน
แต่​บ่าว​ไพร่​ประจำ​พระ​วิหาร​อยู่​ที่​โอเฟล

ศีหะ​กับ​กิชปา เป็น ผู้ควบ​คุม​บ่าว​ไพร่​ประจำ​พระ​วิหาร
อุสซี เป็น ผู้​ดูแล​คน​เลวี​ใน​เย​รู​ซา​เล็ม
​เป​ธา​หิ​ยาห์ เป็น​ ผู้สื่อสารระหว่าง​ กษัตริย์​กับ​ประ​ชา​ชน

ส่วนคนเลวีที่เหลือก็กระจายอยู่ในดินแดนของเผ่ายูดาห์และเผ่าเบนยามิน

1. เมื่อกำแพงเยรูซาเล็มสร้างเสร็จ แต่บ้านเมืองก็ยังไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมามากนัก ยังคงเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง จึงไม่มีใครอยากจะอาศัยอยู่ในเมือง อยากไปอาศัยในที่ดินที่ตนได้รับแบ่งตามมรดกมากกว่า

แต่เนื่องจากพวกเขากลับใจใหม่ และปฏิญาณว่าจะ​ไม่​เพิก​เฉย​ต่อ​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า​
ดังนั้นพวกผู้นำจึงเสียสละอาศัยอยู่ในเมืองต่อไป
และประชาชนก็ร่วมกันจับสลาก เพื่อให้คน 1 ใน 10 ของประชาชน อาศัยอยู่ในเมืองต่อไป
ขณะเดียวกันก็มีประชาชนบางส่วนอาสาจะอาศัยอยู่ในเมืองอีกด้วย

การกลับใจของคนอิสราเอล สะท้อนออกมาเป็นการเสียสละความสะดวกสบายของพวกเขาและครอบครัว
เพื่อเห็นแก่พระนิเวศของพระเจ้า

การกลับใจแท้ของเรา จะสะท้อนออกมาเป็นการยอมเสียอะไรบางอย่าง เพื่อเห็นแก่พระเจ้า

คนที่อาศัยอยู่ในเยรูซาเล็ม ตอนแรกดูเหมือนต้องเสียสละมากมาย
แต่ต่อมาเมื่อเยรูซาเล็มกลายเป็นเมืองสำคัญในดินแดนนี้แล้ว
แน่นอนลูกหลานของคนเหล่านั้นที่มีกรรมสิทธิ์ที่ดินในเยรูซาเล็ม ย่อมได้รับผลประโยชน์มากมาย

วันนี้สิ่งที่เรายอมสละเพื่อเห็นแก่พระเจ้า
ดูเหมือนจะต้องสูญเสียบางอย่างไป
แต่ความจริงแล้วเป็นการตระเตรียมเพื่อให้ได้รับสิ่งที่ดีกว่า

คำคม

“ การเสียสละเพื่อพระเจ้า เป็นการเปิดประตูพระพรสำหรับชีวิตของตน ”

สรุป เนหะมีย์ 10

ภาพรวม

  • ผู้นำและประชาชนอิสราเอลได้ปฏิญาณต่อพระเจ้า ที่จะทำตามพระบัญญัติของพระองค์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เนหะมีย์ บทที่ 10 เมื่อคนอิสราเอลได้มาประชุมกันอดอาหารและสารภาพบาปต่อพระเจ้า และทำพันธสัญญากับพระองค์ ที่จะทำตามธรรมบัญญัติของพระเจ้า

แล้วบรรดาผู้นำจำนวน 84 คนจึงประทับตราของพวกเขาเพื่อทำพันธสัญญากับพระเจ้า

บรรดาปุโรหิต คน​เลวี คน​เฝ้า​ประตู นัก​ร้อง บ่าว​ไพร่​ประจำ​พระ​วิหาร และประชาชน
​ได้​แยก​ตัว​ออก​จาก​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย มา​ถือ​ธรรม​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​เจ้า
ทั้ง​ภรรยา​ ​บุตร​ชาย​​หญิง​ของพวก​เขา

พวกเขา​ปฏิ​ญาณ​ที่​จะ​ดำเนิน​ตาม​ธรรม​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​เจ้า โดย
– จะไม่แต่งงานกับคนต่างชาติ
– จะไม่​ซื้อของ​ ​ใน​วัน​สะบาโต​หรือ​ใน​วัน​บริ​สุทธิ์
– ​จะไม่​เก็บ​ผล​ของ​ปี​ที่​ 7 และ​ไม่​เก็บ​หนี้​สิน​ทุก​อย่าง
– จะให้​เสีย​เงิน​คน​ละ 5 กรัม เพื่อ​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า​
– ​จะ​นำ​ผล​แรก​ทั้ง​สิ้นแห่ง​ที่​ดิน มาถวายพระเจ้า​ทุก​ปี
– ​จะ​นำ​บุตร​ชาย​หัว​ปี และ​สัตว์​หัว​ปี มา​ถวายแด่พระเจ้า
– จะ​นำ​ทศางค์(สิบลด)​ ​มา​ให้​คน​เลวี
– ​จะ​ไม่​เพิก​เฉย​ต่อ​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า​

1. เมื่อคนอิสราเอลกลับใจ สิ่งที่พวกเขาทำหลังจากนั้นคือ
การตั้งใจที่จะทำตามพระคำของพระเจ้า
ซึ่งดูเหมือนว่าความตั้งใจเหล่านั้น จะทำให้พวกเขาต้องสูญเสียอะไรบางอย่างไป
ถึงกระนั้นพวกเขาก็เต็มใจที่จะทำเช่นนั้น

การกลับใจที่แท้จริง จะนำมาซึ่งการเต็มใจจ่ายราคาแห่งการกลับใจนั้น

2. คนอิสราเอลตั้งใจจะไม่ซื้อที่คนต่างชาตินำมาขายในวันสะบาโตหรือวันอื่นๆที่เป็นวันบริสุทธิ์

เมื่อเราตั้งใจทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
คนอื่นๆรอบข้างอาจจะไม่ได้คิดเหมือนเรา หรือสนับสนุนเรา
แต่นั่นก็ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้าง ที่เราจะไม่ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าได้

คำคม

“ เมื่อเชื่อฟังพระเจ้า ดูเหมือนเสีย แต่จะได้ ”

สรุป เนหะมีย์ 9

ภาพรวม

  • คนอิสราเอลได้มาประชุมกันอดอาหารและสารภาพบาปต่อพระเจ้า และทำพันธสัญญากับพระองค์ ที่จะทำตามธรรมบัญญัติของพระเจ้า

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เนหะมีย์ บทที่ 9 เมื่อเอสราอ่านหนังสือธรรมบัญญัติให้ประชาชนฟัง แล้วพวกเขาก็ร่วมกันถือเทศกาลอยู่เพิงตามที่ธรรมบัญญัติสั่งไว้

ใน​วัน​ที่​ 24 ​เดือน​เดียวกัน (เดือน 7) ประ​ชา​ชน​อิสรา​เอล​ได้​ชุม​นุม​กัน​ถือ​อด​อาหาร
และ​นุ่ง​ห่ม​ผ้า​กระ​สอบ และ​เอา​ดิน​ใส่​ศีรษะ
และ​ได้​แยก​ตน​ออก​จาก​ชน​ต่าง​ชาติ และ​ยืน​สาร​ภาพ​บาป​ของ​ตน
และ​สาร​ภาพ​กรรม​ชั่ว​ของ​บรรพ​บุรุษ​ของ​เขา

และ​พวกเขา​​อ่านหนังสือ​ธรรม​บัญ​ญัติ​ ​อยู่​ 3 ชั่ว​โมง
พวก​เขา​สาร​ภาพ​และ​นมัส​การ​พระเจ้า อีก 3 ​ชั่ว​โมง​

แล้วคนเลวีจำนวนหนึ่ง (นหม. 8:7) ได้​ยืน​ขึ้น​ที่​บันได​ของ​คน​เลวี
และ​ได้​ร้อง​ด้วย​เสียง​ดัง​ต่อ​พระเจ้า ​ว่า

“สรร​เสริญ​พระเจ้า
พระ​องค์​ได้​ ทรง​สร้าง​ฟ้า​สวรรค์ และแผ่น​ดิน​โลก​และ​ทุก​สิ่ง​ที่​อยู่​ใน​นั้น
พระองค์ได้ ทรง​เลือก​​อับ​รา​ฮัม และ​ทรง​กระทำ​พันธ​สัญญา​กับ​เขา
​พระ​องค์ได้ ทรง​ช่วยคนอิสราเอลออกจากอียิปต์ด้วย​กระทำ​หมาย​สำคัญ​และ​การ​อัศ​จรรย์
พระ​องค์​ได้​ ทรง​แยก​ทะเล ให้คนอิสราเอลได้​เดินข้ามไป
พระ​องค์ได้ ​ทรง​นำ​พวก​เขา​​ด้วย​เสา​เมฆ และเสา​เพลิง เพื่อ​ให้​แสง​แก่​เขา​ใน​ทาง​ที่​เขา​ควร​จะ​ไป
พระองค์​ได้ ทรงประ​ทาน​พระ​บัญ​ญัติ​ที่​ดี​แก่​พวกเขา ​ที่ภูเขา​ซีนาย
พระ​องค์​ได้ ทรง​ให้​พวกเขา​ทราบ​ถึง​วัน​สะ​บา​โต​บริ​สุทธิ์​ของ​พระ​องค์
พระ​องค์​ได้ ทรงประ​ทาน​อาหาร​​จาก​ฟ้า​สวรรค์​แก่​พวกเขา
พระ​องค์​ได้ ทรงนำ​น้ำ​ออก​มา​จาก​หิน​ให้​พวกเขา​

แต่พวก​เขา​ปฏิ​เสธ​ไม่​เชื่อ​ฟัง และ​ไม่​เอา​ใจ​ใส่​ใน​การ​อัศ​จรรย์​ของพระองค์
ได้​สร้าง​รูป​โค​หล่อ​ไว้​สำหรับ​ตัว และ​กล่าว​ว่า ‘นี่​คือ​พระ​เจ้า​ของ​เรา ผู้​ทรง​นำ​เรา​ขึ้น​มา​จาก​อียิปต์’
และ​ได้​ทำ​การ​หมิ่น​ประ​มาท​อย่าง​ใหญ่​หลวง

ด้วย​พระ​กรุ​ณา​ซับ​ซ้อน​ของ​พระ​องค์
พระ​องค์​ก็​ไม่​ได้​ทรง​ละ​ทิ้ง​เขา​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร

พระ​องค์ได้ ​ทรง​เลี้ยง​ดู​เขา​ทั้ง​หลาย​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​สี่​สิบ​ปี
และ​เขา​ไม่​ขาด​สิ่ง​ใด​เลย
เสื้อ​ผ้า​ของ​เขา​ไม่​ขาด​วิ่น
และ​เท้า​ของ​เขา​ไม่​ได้​บวม

พระองค์ได้ ​ทรง​มอบแผ่นดินแห่งพระสัญญาแก่พวกเขา

ถึง​กระ​นั้น พวกเขา​ยัง​ดื้อ​และ​กบฏ​ต่อ​พระ​องค์
เหวี่ยง​ธรรม​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​องค์​ไว้​เบื้อง​หลัง
และ​ได้​ฆ่า​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ของ​พระองค์

​พระ​องค์จึง​ทรง​มอบพวก​เขา​ไว้​ใน​มือ​ศัตรู​
​และ​ใน​เวลา​แห่ง​การ​ทน​ทุกข์​ของพวก​เขา​นั้น
เขา​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระ​องค์
พระ​องค์​ได้​ประทาน​พวก​ผู้​ช่วย​แก่​พวกเขา
แต่​เมื่อ​พวกเขา​พัก​สงบ​แล้ว
พวกเขา​ก็​ทำ​ความ​ชั่ว​ต่อ​พระองค์​อีก

พระ​องค์ได้ ​ทรง​อด​ทน​กับพวก​เขา​อยู่​หลาย​ปี
และ​ทรง​เตือน​พวกเขา​ด้วย​พระ​วิญ​ญาณ​ของ​พระ​องค์​
พวกเขา​ก็​ยัง​ไม่​เงี่ย​หู​ฟัง

เพราะ​ฉะนั้น​พระ​องค์​จึง​ทรง​มอบ​เขา​ไว้​ใน​มือ​ของ​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย​
ถึง​กระนั้น​ด้วย​พระ​กรุ​ณา​เหลือ​ล้น​ของ​พระ​องค์
พระ​องค์​ไม่​ได้​ทรง​กระทำ​ให้​เขา​พินาศ​หรือ​ละ​ทิ้ง​เขา​เสีย

ข้า​แต่​พระ​เจ้า​ยิ่ง​ใหญ่ ทรง​ฤทธิ์​และ​น่า​เกรง​กลัว
ผู้​ทรง​รักษา​พันธ​สัญญา​และ​ความ​รัก​มั่น​คง

​ใน​บรรดา​สิ่ง​ที่​เกิด​ขึ้น​แก่​ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย พระ​องค์​ทรง​ยุติ​ธรรม
แต่​ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย​ประ​พฤติ​อย่าง​อธรรม

วัน​นี้​ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย​เป็น​ทาส ​ใน​แผ่น​ดิน​ที่​พระ​องค์​ประ​ทาน​แก่​พวก​ข้า​พระ​องค์​
และ​ผลิต​ผล​อัน​มาก​มาย​ของ​แผ่น​ดิน​นั้น​ก็​ตก​แก่​กษัตริย์เปอร์เซีย
เพราะบาป​ของ​ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย
พวก​เขา​มี​อำนาจ​เหนือ​ร่าง​กาย​และ​เหนือ​ฝูง​สัตว์​ ​ของ​ข้า​พระ​องค์​ ตาม​ความ​พอใจ​ของ​พวกเขา
และ​ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย​ทุกข์​นัก”

หลังจากสารภาพบาปแล้ว
ประชาชนก็​กระทำ​พันธสัญญา​ว่า ​จะ​ถือ​รักษาธรรม​บัญญัติ​ของพระเจ้าสืบไป

1. เมื่อประชาชนได้ยินพระคำของพระเจ้า พวกเขาตอบสนองด้วยการสารภาพบาปของตนต่อพระเจ้า
พวกเขาระลึกถึงพระคุณ พระเมตตาของพระเจ้า ที่มีต่อพวกเขา
และระลึกถึงความบาปผิดของพวกเขา ที่ได้กระทำผิดต่อพระองค์

ซึ่งสิ่งเหล่านี้นำมาซึ่งการกลับใจใหม่อย่างแท้จริง
จนพวกเขาได้ทำพันธสัญญาที่จะปฏิบัติตามพระคำตลอดไป

เมื่อเราอ่านพระคำของพระเจ้า อย่างถ่อมใจ
พระวิญญาณบริสุทธิ์จะทำงานผ่านพระคำของพระเจ้า
ซึ่งจะนำการกลับใจอย่างแท้จริงมาสู่ชีวิตของเรา

2. เราได้เรียนรู้พระลักษณะของพระเจ้า จากคำอธิษฐานในบทนี้ว่า
พระ​เจ้า​ยิ่ง​ใหญ่ ทรง​ฤทธิ์​และ​น่า​เกรง​กลัว
ขณะเดียวกัน พระเจ้าก็ทรงอุดมด้วย​ความ​รัก​มั่น​คง พระคุณ พระเมตตา และทรง​รักษา​​สัญญา​เสมอ

เราไม่สมควรถือโอกาสคิดว่าพระเจ้าเต็มด้วยพระเมตตา
จนปฏิบัติต่อพระองค์อย่างไม่เหมาะสม ปราศจากความยำเกรงพระองค์
เพราะว่า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้เปี่ยมด้วยเมตตาแล้ว
ยังเป็นพระเจ้าผู้ที่น่ายำเกรงอีกด้วย

3. เมื่อคนอิสราเอลกำลังเผชิญความทุกข์หนักในขณะนั้น
สิ่งที่เขาทำคือ อธิษฐานต่อพระเจ้า สารภาพบาป และกลับใจใหม่
แล้วการช่วยกู้จากพระเจ้า ก็มาเหนือพวกเขา

ยามที่เราทุกข์ สิ่งที่สมควรทำอย่างที่สุด คือ
เข้ามาหาพระเจ้า อธิษฐานต่อพระองค์ สารภาพบาปและกลับใจใหม่
ทูลขอพระเมตตาจากพระเจ้า
แล้วเราจะพบว่า พระเจ้าทรงมีพระเมตตาอย่างเหลือล้นสำหรับเรา

หมายเหตุ :
ในข้อ 4 และ ข้อ 5 บางคนชื่อไม่เหมือนกัน น่าจะเป็นเพราะบางคนเหล่านั้นมีหลายชื่อ

คำคม

“ การกลับใจที่แท้จริง จะมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเสมอ ”

สรุป เนหะมีย์ 8

ภาพรวม

  • เอสราอ่านหนังสือธรรมบัญญัติให้ประชาชนฟัง แล้วพวกเขาก็ร่วมกันถือเทศกาลอยู่เพิงตามที่ธรรมบัญญัติสั่งไว้

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เนหะมีย์ บทที่ 8 เมื่อเนหะมีย์ตั้งคนเฝ้าประตู เลวี และดูแลเยรูซาเล็ม แล้วพระเจ้าก็ดลใจให้เนหะมีย์ทำทะเบียนสำมะโนครัวเชื้อสายของประชาชน

ในวันที่ 1 ​ของ​เดือน​ที่​ 7 ประชา​ชน​ทั้ง​หมด​ได้​ชุม​นุม​พร้อมกัน ​ที่​ลาน​เมือง​หน้า​ประตู​น้ำ
เอสรา​ปุโร​หิต​ได้​นำ​ธรรม​บัญ​ญัติ​มา​หน้า​ชุม​นุม​ชน
แล้วอ่านให้พวกเขาฟัง​ตั้ง​แต่​เช้า​ตรู่​จน​เที่ยง​วัน
และ​ประชา​ชน​ทุก​คน​ก็​ตั้งใจ​ฟัง​

เอสรา​ธรร​มา​จารย์​ยืน​อยู่​บน​แท่น​ไม้
โดยมีผู้นำอีก 13 คน ยืนข้างๆเขา

เมื่อ​เอสรา​ได้อ่าน พวก​คน​เลวีก็ได้ช่วย​ประชา​ชน​ให้​เข้า​ใจ​ธรรม​บัญ​ญัติ
ประชา​ชน​จึง​เข้า​ใจ​ข้อ​ความ​ที่​อ่าน​นั้น

​ประชา​ชนก็​ร้อง​ไห้​เมื่อ​เขา​ได้​ยิน​ถ้อย​คำ​ของ​ธรรม​บัญ​ญัติ
​เนหะ​มีย์​ที่​เป็น​ผู้​ว่า​ราช​การ​ และ ​เอสรา​ปุโร​หิต​และ​ธรร​มา​จารย์ และ​คน​เลวีผู้​สอน​ประชา​ชน
​ได้​พูด​กับ​ประชา​ชน​ ​ว่า
วัน​นี้​เป็น​วัน​บริ​สุทธิ์​แด่​พระเจ้า อย่า​คร่ำ​ครวญ​หรือ​ร้อง​ไห้
เพราะ​ความ​ชื่น​บาน​​ใน​พระเจ้า​เป็น​กำลัง​ของ​พวกเขา

​ประชา​ชน​ทั้ง​หมด​จึง​ไป​กิน​และ​ดื่ม​และ​แบ่งปัน​อาหาร เปรม​ปรีดิ์​กัน​อย่าง​ยิ่ง
เพราะ​พวก​เขา​เข้า​ใจ​ถ้อย​คำ​ซึ่ง​ประ​กาศ​ให้​เขา​ฟัง​นั้น

ณ วัน​ที่​สอง หัว​หน้า​ตระกูล​ของ​ประชา​ชน​ มา​หา​เอสรา​ธรร​มา​จารย์​
เพื่อ​จะ​ศึก​ษา​ถ้อย​คำ​ของ​ธรรม​บัญญัติ
และ​พวก​เขา​พบ ว่า
พระเจ้าบัญชา​อิสรา​เอล​ ให้​อยู่​เพิง​ระหว่าง​เทศ​กาล​เลี้ยง​ใน​เดือน​ที่​ 7

​พวก​เขา​จึง​ประ​กาศ​ไปทุก​เมือง ว่า
ให้ออกไปเก็บกิ่งไม้มา​ทำ​เพิง
แล้วประชาชนทั้งหมดผู้​ได้​กลับ​มา​จาก​การ​เป็น​เชลย ​ได้​ทำ​เพิง​และ​พัก​อยู่​ใน​เพิง
เขา​มี​ความ​เปรม​ปรีดิ์​ยิ่ง​นัก
เพราะ​ตั้ง​แต่​สมัย​ของ​โย​ชู​วา​ ถึง​วัน​นั้น​ประชา​ชน​อิสรา​เอล​ไม่​ได้​ทำ​เลย

และ​ทุก​วัน​เอสราได้​อ่าน​ธรรม​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​เจ้า ตั้ง​แต่​วัน​แรก​จน​วัน​สุด​ท้าย
พวก​เขา​ถือ​เทศกาล​เลี้ยง​อยู่ 7 วัน และ​ใน​วัน​ที่​ 8 ​มี​การ​ชุม​นุม​ตาม​พิธี​ตามพระบัญญัติ

1. เมื่อกำแพงและพระวิหารถูกสร้างเสร็จ สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งก่อสร้างเหล่านั้นได้เริ่มขึ้น
คือการนำประชากรของพระเจ้า กลับมาใส่ใจพระคำของพระเจ้า และปฏิบัติตาม

เมื่อเอสราและทีมร่วมกันทำสิ่งนี้
ความเปรมปรีดิ์ที่แท้จริงก็เกิดขึ้นท่ามกลางประชาชน

เมื่อประชากรของพระเจ้า กันกลับมาใส่ใจ ทำตามพระคำของพระเจ้า
พวกเขาจะพบกับความชื่นชมยินดีที่แท้จริง

2. เอสรากล่าวว่า “ความยินดีในพระเจ้า เป็นกำลังของพวกเขา”
เมื่อเราชื่นชมยินดีในพระเจ้า ความชื่นชมยินดีนั้นจะเป็นกำลัง
ที่จะทำให้เราสามารถเผชิญหน้ากับสถานการณ์วันนี้ได้อย่างสง่างาม

3. ถึงแม้ว่าสมัย ซาโลมอน(1พกษ. 8:2) เคยมีการจัดฉลองใน​เดือน​ที่​ 7 และ ก่อนหน้านี้ไม่นานแม้จะมึการ​ถือ​เทศ​กาล​อยู่​เพิง (อสร. 3:4) แต่ทั้งสองเหตุการณ์ก็ไม่ได้ทำตามที่ธรรมบัญญัติกำหนดไว้อย่างครบถ้วน เหมือนในครั้งนี้

เมื่อมีการสอนและอธิบายพระคำของพระเจ้าอย่างถูกต้อง ชัดเจน
จะเป็นเหตุให้ผู้คนเชื่อฟังและกระทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าอย่างถูกต้อง

การสอนและถ่ายทอดพระคำของพระเจ้า จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนเชื่อฟังและทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้ามากยิ่งขึ้น

คำคม

“ การเชื่อฟังพระเจ้า จะนำความชื่มยินดีที่แท้จริงมาสู่ชีวิต ”

สรุป เนหะมีย์ 7

ภาพรวม

  • ผมเคยเทศนาใน เนหะมีย์ 7 ในวันนี้กลับไปฟังใหม่ พบว่ามันลึกซึ้งมาก และเนื้อหาที่เทศนานี้ เป็นการเปิดเผยจากพระเจ้าอย่างแน่นอน จึงอยากเชิญชวนให้แวะเข้าไปฟังกันดูนะครับ
    https://youtu.be/Dnrr0sUfztI
  • เนหะมีย์ตั้งคนเฝ้าประตู เลวี และดูแลเยรูซาเล็ม แล้วพระเจ้าก็ดลใจให้เนหะมีย์ทำทะเบียนสำมะโนครัวเชื้อสายของประชาชน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เนหะมีย์ บทที่ 7 เมื่อศัตรูพยายามใส่ร้าย ปองร้าย เนหะมีย์ แต่เนหะมีย์ยังคงนำการสร้างกำแพงต่อไป จนกำแพงถูกสร้างเสร็จใน 52 วัน

เมื่อ​สร้าง​กำแพง​เสร็จ เนหะมีย์ก็​ตั้ง​บาน​ประตู และ​ผู้​เฝ้า​ประตู นัก​ร้อง และ​แต่ง​ตั้ง​คน​เลวี​ไว้
แล้ว​มอบ​ให้​ฮานานี​ และ​ฮา​นัน​ยาห์​ เป็น​ผู้​ดูแล​เย​รู​ซา​เล็ม
เพราะ​พวกเขา​ซื่อสัตย์​และ​เป็น​คน​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า​มาก​กว่า​คน​อื่นๆ

เนหะมีย์ กำชับว่า
ไม่​ให้​เปิดประตู​เมือง​เย​รู​ซา​เล็ม​ ​จน​กว่า​แดด​จะ​ร้อน
และ​เมื่อ​เขา​ยืน​เฝ้า​ยาม​อยู่ ก็​ให้​ปิด​และ​เอา​ดาล​กั้น​ไว้
และให้มีการ​อยู่​ยาม​หน้า​บ้าน​ของแต่ละบ้านด้วย
เพราะเมือง​นั้น​กว้าง​ แต่​คน​ภาย​ใน​น้อย​ และ​บ้าน​เรือน​ก็​ยัง​ไม่​ได้​สร้าง

แล้ว​พระ​เจ้า​ทรง​ดล​ใจ​เนหะมีย์ ​ให้​เรียก​ชุม​นุม​พวก​ขุน​นาง และ​เจ้า​หน้า​ที่​และ​ประชา​ชน​
เพื่อ​จะ​ขึ้น​ทะเบียน​สำ​มะ​โน​ครัว​เชื้อ​สาย

แล้วเนหะมีย์ก็​พบ​หนัง​สือ​สำ​มะ​โน​ครัว​เชื้อ​สาย​ของ​คน​ที่​ขึ้น​มา​ครั้ง​ก่อน
ซึ่งกลับ​มา​กับ​เศ​รุบ​บา​เบล มี​ด้วย​กัน 42,360 คน
และคน​ใช้​ชาย​หญิง​ของ​พวกเขาอีก 7,337 คน
และ​มี​นักร้องชายหญิง อีก 245 คน​

และมีม้า 736 ตัว ล่อ 245 ตัว อูฐ 435 ตัว และ​ลา 6,720 ตัว

แล้วหัว​หน้า​ตระกูล​บาง​คนและประชาชน​ได้​ถวาย​ ทอง​คำ เงิน และ​เสื้อ​ปุโรหิต เพื่อให้สำหรับพระวิหาร

ดัง​นั้น​บรรดา​ปุโร​หิต คน​เลวี คน​เฝ้า​ประตู นัก​ร้อง ประชา​ชน​บาง​คน บ่าว​ไพร่​ประจำ​พระ​วิหาร​และ​คน​อิสรา​เอล​ทั้ง​ปวง​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​ของ​ตน

1. เมื่อสร้างกำแพงเสร็จ เนหะมีย์ได้มอบหมายให้คนที่ไว้ใจได้ดูแลเยรูซาเล็มต่อไป
ซึ่งพวกเขาเป็นคนที่ ซื่อสัตย์​และ​เป็น​คน​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า​มาก​กว่า​คน​อื่นๆ

คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของผู้นำฝ่ายวิญญาณ ดูได้จาก
ท่าทีที่เขามีต่อพระเจ้าและต่องานที่พระเจ้ามอบหมายให้แก่เขา

2. ​พระ​เจ้า​ทรง​ดล​ใจ​เนหะมีย์ ​ให้​เรียก​ชุม​นุมผู้นำและ​ประชา​ชน​
เพื่อ​จะ​ขึ้น​ทะเบียน​สำ​มะ​โน​ครัว​
หลังจากที่เนหะมีย์ทำตามแล้ว
ก็มีของถวายมากมายจากผู้นำและประชาชนเข้ามาในพระวิหารของพระเจ้า

วิธีของพระเจ้าเกินกว่าที่เราจะเข้าใจได้
แต่เมื่อเราเชื่อฟังและทำตามจะเกิดผลดีตามมาอย่างแน่นอน

คำคม

“ ทุกครั้งที่ทำตามคำสั่งของพระเจ้า จะเกิดผลดีในที่สุด ”

สรุป เนหะมีย์ 6

ภาพรวม

  • ศัตรูพยายามใส่ร้าย ปองร้าย เนหะมีย์ แต่เนหะมีย์ยังคงนำการสร้างกำแพงต่อไป จนกำแพงถูกสร้างเสร็จใน 52 วัน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เนหะมีย์ บทที่ 6 เมื่อคนร่ำรวยในเยรูซาเล็ม ได้เอาเปรียบคนยากจน เนหะมีย์จึงเตือนพวกเขา แล้วพวกเขาก็กลับใจใหม่ เลิกพฤติกรรมเหล่านั้นเสีย แล้วการสร้างกำแพงก็คืบหน้าต่อไป

​เมื่อ​สัน​บาล​ลัท โท​บี​อาห์​และ​เก​เชม​ชาว​อา​หรับ​กับ​ศัตรู​อื่นๆ ของ​พวก​ยิว
​ทราบ​ว่า​กำแพงได้ซ่อมแซมจน​ไม่​มี​รอย​แตก​เหลือ​อยู่
ขาดก็เพียงแต่ยังไม่​ได้​ตั้ง​บาน​ประตู​ที่​ประตู​เมือง

สัน​บาล​ลัท​กับ​เก​เชม จึง​ส่งคนมา ถึง 4 ครั้ง เพื่อเชิญ​เนหะมีย์มา​พบ​กัน​
ซึ่งเป็นแผน ที่​พวก​เขาจะ​ทำร้ายเนหะมีย์
แต่เนหะมีย์ปฏิเสธไม่ยอมไป

ใน​ครั้ง​ที่ 5 สันบาลัทจึงเขียน​จด​หมาย​เปิด​ผนึก​มา ความว่า

มีคนกล่าวไปทั่ว ว่า เนหะมีย์​และ​พวก​ยิว​เจตนา​จะ​กบฏ
​จึง​สร้าง​กำแพง และเนหะมีย์​ปรารถ​นา​จะ​เป็น​กษัตริย์​ของ​พวกยิว
และเนหะมีย์​ได้​แต่ง​ตั้ง​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ไว้ ให้บอก​ว่า ‘เนหะมีย์เป็น​กษัตริย์​ใน​ยูดาห์’ อีกด้วย
ดังนั้น​จะ​ราย​งาน​ให้​พระ​ราชา​ทรง​ทราบ​นี้
เหตุ​ฉะนั้น​ขอ​เชิญเนหะมีย์​มา​หารือ​ด้วย​กัน

แต่เนหะมีย์ก็ไม่หลงกลพวกเขา

พวกเขายังว่าจ้างผู้เผยพระวจนะหลายคน มาช่วยกันเผยพระวจนะเท็จเพื่อให้เนหะมีย์หวาดกลัวอีกด้วย
คนหนึ่งในพวกนั้นกล่าวว่า
ให้เนหะมีย์หนีไปซ่อนในพระ​วิหาร​ ​เพราะ​พวก​สันบาลัท​จะ​มา​ฆ่าเนหะมีย์ ในเวลา​กลาง​คืน

เนหะมีย์ตอบเขา​ว่า
คน​อย่างเนหะมีย์​จะ​ไม่หนี และจะไม่มีวัน​เข้า​ไป​อยู่​ใน​พระ​วิหาร​เพื่อ​ให้​ชีวิต​รอด

เนหะมีย์อธิษฐานต่อพระเจ้า ว่า
ข้า​แต่​พระ​เจ้า​ ขอ​ทรง​ระลึก​ถึง​สิ่งที่โท​บี​อาห์​และ​สัน​บาล​ลัท ​รวมทั้งสิ่งที่เหล่าผู้​เผย​พระ​วจนะเท็จ ได้​ทำ
ซึ่งพวกเขา​ต้อง​การ​ให้​ข้า​พระ​องค์​กลัว

กำแพง​จึง​สำเร็จ​ใน​วัน​ที่ 25 ​เดือน​เอ​ลูล ​ใน 52 วัน

เมื่อ​ศัตรู​ทั้ง​สิ้น​ของ​คนยิวและประชาชาติโดยรอบ ได้​ยิน ก็​กลัว​และ​พวกเขา​ก็​น้อย​เนื้อ​ต่ำ​ใจ
เพราะ​พวกเขา​รู้​ว่า ​งาน​นี้​ที่​สำเร็จ​ได้​ก็​เพราะ​พระเจ้าทรง​ช่วย​เหลือ

ใน​เวลา​นั้น​พวก​ขุน​นาง​ของ​ยูดาห์​หลายคนได้ผูกพันกับ​โทบีอาห์ ​ด้วย​คำ​สาบาน และด้วยการแต่งงานกันของลูกหลาน
พวก​เขาจึง​พูด​ถึง​ความ​ดี​ของ​โทบีอาห์​ต่อ​หน้า​เนหะมีย์ และเอาเรื่อง​ของเนหะมีย์ไปเล่า​ให้​เขาฟัง
และ​โท​บี​อาห์​ก็​ได้​ส่ง​จดหมาย​มา​ข่มขู่เนหะมีย์​ให้​กลัว

1. ขณะที่เนหะมีย์กำลังทำสิ่งดี ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
กลับมีคนปองร้าย ถูกใส่ร้ายว่ากำลังจะก่อกบฏ กำลังจะตั้งตัวเป็นกษัตริย์
แต่ในที่สุดเนหะมีย์ก็รอดปลอดภัย และสร้างกำแพงได้สำเร็จอย่างรวดเร็ว

เมื่อเรากำลังทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่พบกับอุปสรรคใดๆ หรือจะไม่พบกับภยันตราย
ตรงกันข้าม โดยปกติแล้วอุปสรรคและอันตราย เป็นสิ่งที่แทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย
สำหรับคนที่ตั้งใจจะทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

แต่พวกเขาจะผ่านพ้นทุกอุปสรรคไปได้ และผ่านพ้นอันตรายไปได้อย่างปลอดภัย

2. พวกผู้เผยพระวจนะที่ถูกจ้างมา เสนอให้เนหะมีย์หนีการปองร้ายของศัตรู ไปหลบซ่อนในพระวิหาร
ซึ่งเนหะมีย์ไม่ใช่ปุโรหิต จึงไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปในพระวิหาร

เนหะมีย์ยืนกรานชัดเจนว่า จะไม่มีวันทำเช่นนั้นเด็ดขาด

สำหรับเนหะมีย์แล้ว เขายอมตกอยู่ในอันตราย หรือแม้แต่ถูกฆ่าตาย
ดีกว่าจะละเมิดกฏของพระเจ้า เพื่อเอาตัวรอด
และแล้วในที่สุดเขาก็รอดปลอดภัย

เพราะความยำเกรงพระเจ้า จึงดูเหมือนว่าเนหะมีย์จะตกอยู่ในอันตราย
และถ้าเขายอมไม่ยำเกรงพระเจ้าสักหน่อย เขาจะปลอดภัยขึ้น
แต่เขาเลือกยำเกรงพระเจ้าต่อไป และเขาก็ปลอดภัย

คนที่ยำเกรงพระเจ้า จะปลอดภัย

3. เมื่อประชาชาติโดยรอบได้​ยินว่า พระเจ้าทรงช่วยให้กำแพงเยรูซาเล็มสร้างเสร็จได้อย่างรวดเร็ว
ก็หวาด​กลัวคนอิสราเอล​และ​รู้สึกอับอายที่พระของพวกเขา ไม่สามารถช่วยพวกเขาได้แบบนี้บ้างเลย

เมื่อเราทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจะถวายเกียรติแด่พระเจ้ามากกว่าที่เราคิด

คำคม

“ ผู้เชื่อฟังและยำเกรงพระเจ้า จะรอดพ้นทุกอันตราย ”

สรุป เนหะมีย์ 5

ภาพรวม

  • คนร่ำรวยในเยรูซาเล็ม ได้เอาเปรียบคนยากจน เนหะมีย์จึงเตือนพวกเขา แล้วพวกเขาก็กลับใจใหม่ เลิกพฤติกรรมเหล่านั้นเสีย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เนหะมีย์ บทที่ 5 เมื่อสันบานลัทและพวก พยายามที่จะขัดขวางการสร้างกำแพงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่ แต่เนหะมีย์ได้หนุนใจประชาชนและจัดระบบป้องกันการโจมตีจากศัตรู งานสร้างกำแพงจึงคืบหน้าต่อไป

ปรากฏว่ามีการ​ร้องเรียนเกิดขึ้น
คนยากจน ต้องนำไร่​นา​ สวน​องุ่น​ และ​บ้าน​เรือน​ของพวกเขา ไปจำนำกับคนร่ำรวย เพื่อ​จะ​ได้​ข้าว หรือได้เงินเพื่อนำไปจ่าย​ภาษี​ถวาย​กษัตริย์
และถ้ามีอะไรที่จะจำนำแล้ว ก็​ยัง​ให้นำ​ลูก​ชาย​และ​ลูก​สาว​มา​เป็น​ทาส แทนเงินที่ยืมไปอีกด้วย

เมื่อเนหะมีย์ทราบเรื่อง​ก็​โกรธ​มาก

เนหะมีย์ตรึก​ตรอง​แล้ว​ ก็​นำเรื่องนี้​ไป​ต่อ​ว่า​พวก​ขุน​นาง​และ​เจ้า​หน้า​ที่
และ​​ก็​เรียก​ประชาชนมา​สู้​กับ​พวกเขา

เนหะมีย์กล่าวแก่พวกคนร่ำรวย​ว่า
เขา​ได้​ไถ่​พวกพี่​น้อง​ผู้​ถูก​ขาย​ไป​ต่าง​ประเทศ​คืน​มา ตาม​แต่​เขา​จะ​สา​มารถ​ทำ​ได้
แต่​พวกเขากลับ​ขาย​พี่​น้องให้เป็นทาสอีก
พวกเขา​ควร​จะ​ดำเนิน​ใน​ความ​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า​ เพื่อ​ป้อง​กัน​การ​เยาะ​เย้ย​ของ​​ศัตรู
ดังนั้นขอ​ให้​เลิก​การ​ให้​ยืม​โดย​เรียก​ของ​ประ​กัน​นั้น​เสีย​เถิด
และ​คืนสิ่งที่ยึดมา และ​คืนดอก​เบี้ยที่ได้​รีด​เอา​จาก​พวกคนยากจน

แล้ว​พวก​เขายินยอมทำตาม ​คืน​สิ่ง​เหล่า​นั้น และ​จะ​ไม่​เรียก​ร้อง​สิ่ง​ใดๆ จากคนยากจนอีก
และ​เนหะมีย์​ก็ให้พวกเขา​ทำสัญญา​
แล้วเนหะมีย์ก็สลัด​ชาย​เสื้อ​ที่​พก​ของ​ไว้ ​พูด​ว่า
ถ้า​คน​ใด​ไม่​ได้​ทำ​ตาม​สัญญา​นี้ ขอ​พระ​เจ้า​ทรง​สลัด​เขา​เสีย​จาก​ทรัพย์​สมบัติ​ของ​เขา

สำหรับเนหะมีย์นั้น ตลอด 12 ปี ​ที่​เขาได้​รับ​แต่ง​ตั้ง​ให้​เป็น​ผู้​ว่า​ราช​การ​ใน​แผ่น​ดิน​ยูดาห์
เขาหรือ​พี่​น้อง​ของ​เขา ไม่​ขอ​รับ​สวัสดิการ​อาหาร​ของ​ตำแหน่ง​ผู้​ว่า​ราช​การเลย
เพราะ​ความ​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า
เขาจึงไม่ต้องการให้ประชาชนที่ทำงานหนักต้องแบกภาระเพิ่มขึ้น
และ​เนหะมีย์ไม่​ได้​หา​กรรม​สิทธิ์​ที่​ดินใดๆ​เลย

เนหะมีย์อธิษฐานว่า
“ข้า​แต่​พระ​เจ้า​ ขอ​ทรง​ระลึก​ถึง​สิ่ง​สารพัด​ที่​ข้า​พระ​องค์​ได้​ทำ​เพื่อ​ชน​ชาติ​นี้ ให้​เกิด​ผล​ดี​เถิด”

1. เนหะมีย์ได้นำคนอิสราเอลจำนวนหนึ่งกลับมาพร้อมกับเขา
คนเหล่านั้นจึงพ้นจากการเป็นทาสในบาบิโลน ได้กลับสู่เยรูซาเล็ม
แต่พวกคนร่ำรวยได้ฉวยโอกาส ทำให้พวกเขาเป็นทาสอีก
จึงทำให้เนหะมีย์โกรธอย่างมาก

ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด พระเจ้าทรงทำให้เราพ้นจากการเป็นทาสของบาป ทาสแห่งอำนาจมืดแห่งโลกนี้
แล้วถ้าเราจงใจกลับไปเป็นทาสของสิ่งเหล่านั้นอีก
จะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าได้หรือ?

2. เนหะมีย์เตือนว่า หากพวกคนร่ำรวยไม่ยำเกรงพระเจ้า จะทำให้ศัตรูเยาะเย้ยได้
เหมือนใน รม. 2:24 ที่กล่าวว่า
เพราะ​พระ​คัม​ภีร์​เขียน​ไว้​ว่า “พระ​นาม​ของ​พระ​เจ้า​เป็น​ที่​ดู​หมิ่น​ท่าม​กลาง​คน​ต่าง​ชาติ​ก็​เพราะ​พวก​ท่าน”

ถ้าเราผู้เป็นประชากรของพระเจ้า ไม่ยำเกรงพระเจ้า
เรากำลังทำให้พระนามของพระเจ้าเป็นที่ดูถูกดูหมิ่น
เหมือนบอกกับโลกว่า
“พระเจ้าไม่น่ายำเกรง คิดดูสิ ขนาดประชากรของพระองค์ยังไม่ยำเกรงพระองค์เลย”

3. เนหะมีย์ได้ทุ่มเท เสียสละ และเป็นแบบอย่างแก่ประชาชน ในการสร้างกำแพงเพื่อพระเจ้า
แล้วเขาจึงอธิษฐานว่า
ขอพระเจ้าทรงระลึกถึงสิ่งที่เขาทำอย่างจริงใจนี้
แล้วขอพระองค์ทรงอวยพระพร งานรับใช้ที่เขาทำนี้ให้เกิดผลดีด้วยเถิด

เขาทุ่มเทเพื่อพระเจ้า แล้วเขาก็ขอพระเจ้าอวยพระพร
ไม่ใช่อวยพรชีวิตของเขาหรือครอบครัวของเขา
แต่อวยพรงานรับใช้ที่เขาทำเพื่อพระองค์นั้น

ท่าทีแห่งการรับใช้ที่ถูกต้อง คือ ไม่ใช่รับใช้เพื่อให้พระเจ้าอวยพรตนเอง
แต่รับใช้เพื่อให้สิ่งที่พระเจ้ามอบหมายให้เราทำนั้นสำเร็จ

คำคม

“ การยำเกรงพระเจ้า เป็นการถวายพระเกียรติแด่พระองค์ ”

สรุป เนหะมีย์ 4

ภาพรวม

  • สันบานลัทและพวก พยายามที่จะขัดขวางการสร้างกำแพงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่ แต่เนหะมีย์ได้หนุนใจประชาชนและจัดระบบป้องกันจากโจมตีจากศัตรู

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เนหะมีย์ บทที่ 4 เมื่อคนอิสราเอลที่อยู่ในเยรูซาเล็มและบริเวณโดยรอบ ได้ร่วมกับเนหะมีย์ซ่อมแซมและสร้างกำแพงเยรูซาเล็มขึ้น

ต่อ​มา​เมื่อ​สัน​บาล​ลัท​ได้​ยิน​ว่า
คนยิวกำลัง​ก่อ​สร้าง​กำแพง เขา​โกรธ​และ​เดือด​ดาล​มาก และ​เขา​เยาะ​เย้ย​พวก​ยิว
โท​บี​อาห์​คน​อัม​โมน ก็ร่วมเยาะเย้ยด้วย

เนหะมีย์จึงอธิษฐาน ว่า
ข้า​แต่​พระเจ้า พวกเราถูก​ดู​หมิ่น ขอ​ทรง​หัน​การ​เยาะ​เย้ย​ของ​พวก​เขา​ให้​ตก​บน​พวก​เขา​เอง
เพราะ​พวก​เขา​ได้​ยั่ว​เย้าพระเจ้า​ให้​กริ้ว โดยการเยาะเย้ย​ ​ผู้ที่กำลัง​ก่อ​สร้างตามคำสั่งของพระเจ้า

แล้วเนหะมีย์และคนอิสราเอล ก็​สร้าง​กำแพงต่อไป จน​สูง​ครึ่ง​หนึ่ง​

เมื่อ​สัน​บาล​ลัท​และ​โท​บี​อาห์​กับ​คน​อา​หรับ คน​อัม​โมน​และ​คน​อัช​โดด ได้​ยิน​ว่า​
การ​ซ่อม​แซม​กำแพง​เย​รู​ซา​เล็ม​นั้น​กำลัง​คืบ​หน้า​ต่อ​ไป
พวกเขา​ก็​โกรธ​มาก
จึง​วาง​แผน​กัน​จะ​มา​สู้​รบ​กับ​เย​รู​ซา​เล็ม และ​ก่อ​การ​โกลาหล​ขึ้น​ใน​นั้น

คนอิสราเอลจึงได้​อ้อน​วอน​ต่อ​พระ​เจ้า​
และ​วาง​ยาม​ป้อง​กัน​พวก​เขา​ทั้ง​กลาง​วัน​และ​กลาง​คืน

แต่คนอิสราเอลก็เริ่มท้อถอย เพราะ​มี​สิ่ง​ปรัก​หัก​พัง​มาก
และ​ศัตรู​ก็คอยจ้องจะฆ่า​พวกเขา และพยายาม​ยับ​ยั้ง​งาน​ของ​พวกเขา
ซึ่งมีคนมาเตือนตั้ง​ 10 ​ครั้ง แล้ว

เนหะมีย์​จึง​ตั้ง​ประชา​ชน​ ใน​ส่วน​ที่​กำแพงยัง​เปิด​อยู่ ​ให้ถือ​ดาบ หอก และ​คัน​ธนู คอยเฝ้าเอาไว้
แล้วหนุนใจคนที่ทำงานว่า
อย่า​กลัวศัตรู​เลย จง​ระลึก​ถึง​ความ​ยิ่ง​ใหญ่​และ​น่า​ยำ​เกรงของพระเจ้า
และ​ต่อ​สู้​เพื่อ​พี่​น้อง​และครอบครัวของตน

ต่อ​มาพระ​เจ้า​ได้​ทรง​ทำลาย​แผน​งาน​ของ​ศัตรู
คนอิสราเอลจึงยังคงทำงานของตนต่อไปได้

ตั้ง​แต่​วัน​นั้น​มา คนทำงานครึ่ง​หนึ่ง​ทำ​การ​ก่อ​สร้าง อีก​ครึ่ง​หนึ่ง​ถือ​หอก โล่ คันธนู และ​เสื้อ​เกราะ คอยเฝ้าระวังให้
เปรียบเหมือนกับว่า ทุก​คน​มือ​หนึ่ง​ทำ​งาน อีก​มือ​หนึ่ง​ถือ​อาวุธ​
(หมายถึง ทุกคนทำงานโดยจะก่อสร้าง และจะสลับกันเฝ้ายาม )
ทุก​คน​มี​ดาบ​คาด​อยู่​ที่​สี​ข้าง​ขณะ​ที่ก่อ​สร้าง

เนื่องจากคนแต่ละกลุ่มอยู่ห่างกันพอสมควร
เนหะมีย์​จึงกำหนดให้มีการเป่า​เขา​สัตว์​ หากมีศัตรูมาโจมตี
แล้วให้ทุกคน​วิ่ง​กรู​กัน​ไป​หา​ที่ที่เป่าเขาสัตว์นั้น
พวกเขา​จึง​ทำ​งาน​กัน ตั้ง​แต่​เช้า​มืด​จน​ดาว​ขึ้น

เนหะมีย์ได้ขอให้ คนที่มีบ้านอยู่นอกเยรูซาเล็ม ค้าง​คืน​เสีย​ภาย​ใน​เย​รู​ซา​เล็ม​
เพื่อ​เขา​จะ​มาช่วยกันเป็น​ยาม​

เนหะมีย์และผู้​ติด​ตาม​ของเขา
ได้ใส่ชุดเตรียมรบ และพก​อาวุธ​อยู่ตลอดเวลา

1. การที่ สัน​บาล​ลัท และพวก พยายามเยาะเย้ย หรือ ขัดขวาง การก่อสร้างกำแพง ซึ่งพวกยิวกำลังทำตามคำสั่งของพระเจ้า
พวกเขากำลังยั่วพระเจ้าให้ทรงพระพิโรธ(ข้อ 5)

เมื่อเรากำลังทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
แล้วมีคนมาเยาะเย้ย หรือ ขัดขวางเรา
เราไม่จำเป็นต้องไปเดือดเนื้อร้อนใจอะไรในเรื่องนี้
เพราะคนที่กำลังจะเดือดร้อนไม่ใช่เรา แต่เป็นพวกเขา

2. เมื่อคนยิวรู้ว่า ศัตรูกำลังวางแผนเพื่อจะมาทำลายและฆ่า คนที่กำลังก่อสร้างกำแพง
สิ่งที่พวกเขาทำคือ อธิษฐานต่อพระเจ้า และ วางยามเฝ้าทั้งกลางวันกลางคืน

เมื่ออันตรายกำลังย่างกายเข้ามาในชีวิต สิ่งที่เราควรทำคือ
อธิษฐานต่อพระเจ้า ไว้วางใจในพระองค์ และ ทำในส่วนเท่าที่เราพอทำได้โดยปราศจากความกลัว

3. เมื่อคนที่กำลังทำงานเริ่มท้อถอย สิ่งที่เนหะมีย์หนุนใจพวกเขา ก็คือ
ให้พวกเขาระลึกถึงความยิ่งใหญ่และความน่ายำเกรงของพระเจ้า

วันนี้ หากเรากำลังท้อแท้ หมดกำลังใจ
จงระลึกถึงว่า พระเจ้าของเรานั้นทรงยิ่งใหญ่มากมายสักเพียงใด

คำคม

“ ถ้าเราทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ไม่มีใครอาจขัดขวางเราได้ ”

สรุป เนหะมีย์ 3

ภาพรวม

  • คนอิสราเอลที่อยู่ในเยรูซาเล็มและบริเวณโดยรอบ ได้ร่วมกับเนหะมีย์ซ่อมแซมและสร้างกำแพงเยรูซาเล็มขึ้น

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เนหะมีย์ บทที่ 3 เมื่อเนหะมีย์ทูลขอพระราชาแห่งเปอร์เซีย เพื่อจะกลับมาซ่อม สร้าง เมืองและกำแพงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่ เมื่อพระราชาทรงอนุญาตแล้ว เขาก็มาเชิญชวนคนอิสราเอลที่เยรูซาเล็มให้ร่วมกันสร้างกำแพง ซึ่งเขาก็ได้รับการตอบรับอย่างดี

แล้ว​เอ​ลี​ยา​ชีบ​มหา​ปุโร​หิต​ ​กับ​พี่​น้องซึ่ง​เป็น​ปุโร​หิต ก็ลงมือ​สร้าง​ประตู​แกะ
และ​ได้​ชำระ​ให้​บริ​สุทธิ์​และ​ได้​ตั้ง​บาน​ประตู
​ทำ​พิธี​ชำระ​กำแพง​ให้​บริ​สุทธิ์ ​ไป​จน​ถึง​หอ​คอย​ฮา​นัน​เอล

และ​คนอื่นๆก็ร่วมกันสร้างและซ่อมแซมกำแพง ถัด​ๆกันไป แบ่งเป็นกลุ่มๆได้แก่
1. คน​เย​รี​โค​
2. ศักเกอร์ และ​บุตร​หลาน​ของ​หัส​เส​นา​อาห์
3. เม​เร​โมท​
4. เมชุล​ลาม
5. ศาโดก​บุตร​บา​อา​นา​
6. ชาว​เท​โค​อา แต่​พวก​ขุน​นาง​ของ​เขา​ไม่​เต็ม​ใจ​ทำ​งาน​นี้
7. โย​ยา​ดา​ และ​เมชุล​ลาม
8. เม​ลา​ติ​ยาห์​ชาว​กิเบโอน​และ​ยา​โดน​ชาว​เม​โร​โนท รวมทั้งคน​เมือง​กิเบโอน​และ​เมือง​มิส​ปาห์ ซึ่ง​อยู่​ใต้​การ​ปก​ครอง​ของ​เจ้า​เมือง​ฟาก​ตะวัน​ตก​ของ​แม่​น้ำ​ยูเฟรติส
9. อุส​ซี​เอล​ และ​พวก​ช่าง​ทอง​
10. ฮานันยาห์​ คน​หนึ่ง​ใน​พวก​ผู้​ปรุง​เครื่อง​หอม
11. เรไฟยาห์​ ผู้​ปก​ครอง​แขวง​ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​เยรู​ซาเล็ม
12. เย​ดา​ยาห์
13. ฮัทธัช​
14. มัลคิ​ยาห์​ และ​หัส​ชูบ
15. ชัล​ลูม​บุตร​ฮัล​โล​เหช ผู้​ปก​ครอง​แขวง​ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​เยรู​ซา​เล็ม​ และ​พวก​บุตร​หญิง​ของ​เขา
16. ฮานูน​และ​ชาว​เมือง​ศา​โน​อาห์​
17. มัล​คิ​ยาห์​บุตร​เรคาบ ผู้​ปก​ครอง​แขวง​เบธ​ฮัค​เค​เรม
18. ชัล​ลูม​บุตร​คล​โฮ​เซห์ ผู้​ปก​ครอง​แขวง​มิส​ปาห์​
19. เนหะมีย์​บุตร​อัส​บูก ผู้​ปก​ครอง​แขวง​เบธซูร์​ครึ่ง​หนึ่ง
20. คน​เลวี​ ซึ่งนำโดย เรฮูม​บุตร​บานี
21. ฮา​ชา​นิ​ยาห์ ผู้​ปก​ครอง​แขวง​เค​อี​ลาห์​ครึ่ง​หนึ่ง​
22. ​บินนุย​ ผู้​ปก​ครอง​แขวง​เค​อี​ลาห์​ครึ่ง​หนึ่ง
23. เอ​เซอร์ ​บุตร​เย​ชูอา ผู้​ปก​ครอง​เมือง​มิส​ปาห์
24. บา​รุค​บุตร​ศับ​บัย​ได้​ซ่อม​แซม​อย่างกระตือรือร้น ตั้ง​แต่​หัว​มุม​กำแพง​จน​ถึง​ประตู​บ้าน​ของ​เอลี​ยา​ชีบ​มหา​ปุโร​หิต
25. เมเรโมท ซ่อมแซม​ตั้ง​แต่​ประตู​บ้าน​ของ​เอลี​ยา​ชีบ​ถึง​ท้าย​บ้าน​ของ​เอลียาชีบ
28. บรรดา​ปุโร​หิต​ผู้​ที่​อยู่​รอบๆเยรูซาเล็ม
29. เบนยามิน และ​หัส​ชูบ​ ​ซ่อม​แซม​ตรงข้าม​กับ​บ้าน​ของ​พวก​เขา
30. ​อา​ซา​ริ​ยาห์ ​ซ่อม​แซม​ข้าง​บ้าน​ของ​เขา​เอง
31. บินนุย​
32. ปาลาล
33. เป​ดา​ยาห์ และ​บ่าว​ไพร่​ประจำ​พระ​วิหาร​ซึ่ง​อยู่​ที่​โอเฟล
34. ชาว​เท​โค​อา
35. บรรดา​ปุโร​หิต ต่าง​ก็​ซ่อม​ที่​ตรงข้าม​กับ​บ้าน​ของ​ตน
36. ศาโดก​บุตร​อิมเมอร์ ได้​ซ่อม​แซม​ที่​ตรงข้าม​กับ​บ้าน​ของ​เขา
37. เช​ไม​อาห์ คน​เฝ้า​ประตู​ตะวัน​ออก​
38. ฮา​นัน​ยาห์​บุตร​เช​เล​มิ​ยาห์ และ​ฮา​นูน​
39. เม​ชุล​ลาม​ ​ได้​ซ่อม​แซม​ตรงข้าม​กับ​ห้อง​ของ​เขา
40. มัล​คิ​ยาห์​ช่าง​ทอง
41. บรรดา​ช่าง​ทอง​และ​พ่อ​ค้า

1. การเริ่มต้นซ่อมสร้างกำแหงเยรูซาเล็ม เริ่มจากมหาปุโรหิตเป็นแบบอย่าง
แล้วคนอีก 41 กลุ่ม ก็ทำตาม
มหาปุโรหิตเริ่มซ่อมแซมที่ประตูแกะ ซึ่งอยู่ใกล้สระเบธซาธา
(ยน. 5:2 ที่​ริม​ประตู​แกะ​ใน​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม​มี​สระ​น้ำ ภา​ษา​ฮีบรู​เรียก​สระ​นั้น​ว่า เบธ​ซา​ธา ที่​นั่น​มี​ศา​ลา​ห้า​หลัง)
เป็นประตูที่คนจะนำแกะที่จะถวายเป็นเครื่องบูชาผ่านเข้ามาทางนี้

ผู้นำต้องเป็นผู้เริ่มต้นในการลงมือทำให้เป็นแบบอย่าง โดยเฉพาะผู้นำฝ่ายวิญญาณ
และต้องเริ่มต้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่พระเจ้ามอบหมายให้ตนทำ
ในที่นี้ประตูแกะเกี่ยวข้องกับงานรับใช้ของมหาปุโรหิตที่สุด
เขาจึงเริ่มต้นที่นั่น ไม่ได้เริ่มที่หน้าบ้านของตนเอง

แต่ขณะเดียวกันปรากฏว่า ใน นหม.3:20 บา​รุค​บุตร​ศับ​บัย​ได้​ซ่อม​แซมกำแพง​ บริเวณบ้าน​ของ​เอลี​ยา​ชีบ​มหา​ปุโร​หิต อย่างกระตือรือร้น

เมื่อเราทำสิ่งที่ถูกต้อง รับผิดชอบต่อสิ่งที่พระเจ้ามอบหมายให้เราทำ
พระเจ้าจะดูแลส่วนที่เป็นของเราอย่างดีที่สุด ทั้งทรัพย์สินและครอบครัว

2. กลุ่มคนที่ร่วมกันซ่อมสร้างกำแพงในครั้งนี้ มีหลากหลายฐานะ
ตั้งแต่ ผู้​ปก​ครอง​แขวง​ , ปุโรหิต , คนเลวี , ชาวบ้านธรรมดา จนถึงบ่าว​ไพร่​ประจำ​พระ​วิหาร​
บางคนเป็นพวก​ช่าง​ทอง​ บางคนเป็น​ผู้​ปรุง​เครื่อง​หอม(นหม. 3:8) ซึ่งไม่น่าจะถนัดงานก่อสร้าง โดยเฉพาะสร้างกำแพง
แต่ทุกคนก็ร่วมกันสร้าง

การฟื้นฟูที่แท้จริง ไม่ใช่เป็นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้นำยิ่งใหญ่ฝ่ายวิญญาณเท่านั้น
แต่เป็นหน้าที่ของเราทุกคน ที่จะทำเท่าที่เราจะสามารถทำได้
แม้เราไม่ถนัดก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะไม่ทำตามพระมหาบัญชาที่พระเยซูคริสต์ทรงสั่งไว้

ขอเพียงเราสัตย์ซื่อในส่วนที่เราทำได้
ในไม่ช้าพระเจ้าจะเป็นผู้กระทำให้สิ่งที่เราทำลงไปนั้นเกิดผลสำเร็จอย่างถวายเกียรติแด่พระเจ้า

3. ชาว​เท​โค​อา ได้ซ่อมแซมกำแพงถึง 2 ช่วง (นหม. 3:5 , 3:27) ทั้งที่พวกชนชั้นสูงของพวกเขา ไม่ได้ร่วมมือกับพวกเขาด้วย
พวกเขาน่าจะ ซ่อมแซมกำแพงช่วงแรก ใน นหม. 3:5 เสร็จ แล้วไปช่วยซ่อมแซมอีกส่วนใน 3:27
ซึ่งแสดงให้เห็นความกระตือรือร้นอย่างยิ่งของพวกเขา

ในการรับใช้พระเจ้า ถึงแม้ว่าคนอื่นที่สมควรจะกระตือรือร้นกลับไม่กระตือรือร้น
ก็ไม่ควรจะนำมาเป็นเหตุผลที่เราจะไม่กระตือรือร้นเพื่อพระเจ้า

คำคม

“ เราแต่ละคน มีภารกิจที่พระเจ้าทรงมอบให้ เพื่อนำการฟื้นฟูมาสู่แผ่นดิน ”

สรุป เนหะมีย์ 2

ภาพรวม

  • เนหะมีย์ทูลขอพระราชาแห่งเปอร์เซีย เพื่อจะกลับมาซ่อม สร้าง เมืองและกำแพงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่ เมื่อพระราชาทรงอนุญาตแล้ว เขาก็มาเชิญชวนคนอิสราเอลที่เยรูซาเล็มให้ร่วมกันสร้างกำแพง ซึ่งเขาก็ได้รับการตอบรับอย่างดี

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เนหะมีย์ บทที่ 2 เมื่อเนหะมีย์ทราบข่าวว่าคนอิสราเอลในเยรูซาเล็มอยู่อย่างลำบากและอับอาย อีกทั้งกำแพงเมืองก็ไม่มี เขาจึงร้องไห้และอดอาหารอธิษฐานต่อพระเจ้า

4 เดือน ต่อ​มา​ใน​เดือน​นิสาน(เดือนที่ 1 ตามปฏิทินยิว)
แต่ยังอยู่ใน​ปี​ที่​ 20 ​แห่ง​รัช​กาล​กษัตริย์​อาร​ทา​เซอร์​ซีส

ขณะที่เนหะมีย์กำลังหยิบ​เหล้า​องุ่น​ถวาย​พระ​ราชา
พระราชา​ตรัส​กับเขาว่า
ทำไม​หน้า​ของเขา​เศร้า​โศก ?
เนหะมีย์จึงกลัว​ยิ่ง​นัก

เนหะมีย์ทูล ​ว่า
เขากำลัง​โศก​เศร้า​ เพราะเมือง​อัน​เป็น​สถาน​ที่​ฝัง​ศพ​ของ​บรรพ​บุรุษ​​ร้าง​เปล่า​อยู่
และ​บรรดา​ประตู​เมือง​ก็​ถูก​ไฟ​ทำลาย​เสีย

พระ​ราชา​จึงถามว่า “เจ้า​ต้อง​การ​อะไร?”
เนหะมีย์​จึง​อธิษฐาน​ต่อ​พระ​เจ้า​ และ ทูล​พระ​ราชา​ว่า
ขอ​ทรง​ส่งเนหะมีย์​ไป​ยัง​ยูดาห์ เพื่อ​จะ​สร้าง​เมืองขึ้น​ใหม่

พระราชาจึงถามว่า
จะ​ไป​นาน​สัก​เท่า​ใด? เมื่อ​ไร​จะ​กลับ​มา?
เนหะมีย์ก็​กำหนด​เวลา​ทูล​พระ​องค์​ทรง​ทราบ

เนหะมีย์ยังทูลขอให้​พระ​ราชา​ส่งสาร​ไป​ถึง
​บรรดา​ผู้​ว่า​ราช​การ​มณ​ฑล​ฟาก​ตะวัน​ตก​ของ​แม่​น้ำ​ยูเฟร​ติส
เพื่อ​พวก​เขา​จะ​อนุญาต​ให้​เนหะมีย์​ผ่าน​ไป จน​ถึง​ยูดาห์ได้
และส่งสารให้เจ้า​พนัก​งาน​ป่า​ไม้​หลวง
เพื่อ​เขา​จะ​ได้​ให้​ไม้​แก่​เนหะมีย์​
สำหรับซ่อมพระ​นิเวศ และ​กำแพง​เมือง และ​สำหรับ​บ้าน​เรือน
พระ​ราชา​ประ​ทาน​ให้​ตาม​ที่​เนหะมีย์ทูล​ขอ
เพราะ​พระ​หัตถ์​อัน​ทรง​พระ​คุณ​ของ​พระ​เจ้า​​อยู่​กับเนหะมีย์

แล้วเนหะมีย์จึงได้ออกเดินทางไป โดยพระ​ราชา​ได้​ทรง​จัด​​ทหารให้​ไป​กับเขาด้วย

เมื่อเนหะมีย์​มา​ถึง​เย​รู​ซา​เล็ม​ ก็​พัก​อยู่​ 3 ​วัน
แล้ว​​ใน​เวลา​กลาง​คืน เขากับ​ชาย​บาง​คน​ก็ไปสำรวจกำแพงรอบเมือง
โดยเขาไม่​ได้​บอก​ให้​ใครรู้​เรื่อง​ที่​กำลังจะทำ

หลังจากนั้น เนหะมีย์ก็พูด​กับคนอิสราเอลที่นั่นว่า
พวกเราตก​อยู่​ใน​ความ​ลำบาก เย​รู​ซา​เล็ม​ก็​ปรัก​หัก​พัง​ลง
และ​บรรดา​ประตู​เมือง​ก็​ถูก​ไฟ​ไหม้
ดังนั้นให้​พวกเรา​มาสร้าง​กำแพง​เยรู​ซา​เล็ม​ขึ้น
เพื่อ​​จะ​ไม่​ต้อง​อับ​อาย​ขาย​หน้า​อีก​ต่อ​ไป

แล้วเนหะมีย์ ก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พวกเขาฟัง
​พวก​เขาจึงร่วม​ลุก​ขึ้น​สร้างกำแพง​อย่าง​ขัน​แข็ง

แต่​เมื่อ​สัน​บาลลัท ​โท​บี​อาห์​ และ​เก​เชม​ ทราบ​เรื่อง
พวก​เขา​เยาะ​เย้ย​และ​ดู​ถูก
และใส่ร้ายว่าคนอิสราเอลกำลัง​กบฏ​ต่อ​พระ​ราชา​

เนหะมีย์บอก​พวก​เขา​ ว่า
พวกเขาจะ​ไม่มี​สิทธิ ไม่มีส่วน​ใดๆ ​ใน​เย​รู​ซา​เล็ม

1. เมื่อเนหะมีย์พบกับปัญหา เขาไม่ได้รีบทำอะไรทันที นอกจากอธิษฐานต่อพระเจ้าอยู่หลายเดือน จนโอกาสมาถึง
วันนั้นที่พระราชาถามเนหะมีย์ ว่าทำไมหน้าเศร้า?
ทำให้เนหะมีย์กลัวมาก เพราะถือเป็นความผิดร้ายแรงที่ทำหน้าโศกเศร้าในขณะปรนนิบัติพระราชา

แต่ท่ามกลางวิกฤตนี้โอกาสก็เปิดออก
เมื่อเขาบอกให้พระราชาทราบ
แทนที่เขาจะถูกลงโทษ กลับได้รับการสนับสนุนทุกอย่างตามที่เขาต้องการ
ซึ่งกษัตริย์แห่งอาณาจักรเปอร์เซีย มหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเวลานั้น
ไม่จำเป็นต้องใส่ใจกับคำขอมากมาย ของเชลยที่ทำหน้าที่ปรนนิบัติพระองค์เลย

การแก้ปัญหาของเรา ไม่ใช่พยายามทำอะไร มากมาย
แต่เป็นการเข้าหาพระเจ้า ร้องทูลต่อพระองค์
และรอจนถึงเวลาที่พระองค์เปิดประตูแห่งโอกาสให้

เมื่อโอกาสมาถึง อาจจะดูเหมือนยากที่จะผ่านไปได้
แต่โดยการอธิษฐานพึ่งพาพระองค์ในทุกขั้นตอน
จะผ่านมันไปได้อย่างงดงาม

2. เนหะมีย์เดินทางมา โดยรู้แน่แล้วว่า พระเจ้าประสงค์ให้เขาทำอะไร
เมื่อมาถึง เขากลับยังไม่ได้รีบบอกใคร
แต่ไปสำรวจพื้นที่ เพื่อจะรู้ว่าเขาจะต้องทำอะไร
จากนั้นถึงค่อยบอกและเชิญชวนคนอื่นมาร่วม

สิ่งแรกที่เราควรรู้ก่อนเริ่มทำงานสิ่งใดคือ รู้ว่าพระเจ้าประสงค์ให้เราทำอะไร
ต่อมาก็คือ รู้ว่าเราจะต้องทำอะไรบ้าง
ทั้งสองอย่างนี้ เราควรให้เวลา เพื่อไตร่ตรอง ใคร่ครวญ ค้นหา จนเข้าใจ
ก่อนที่จะไปบอกหรือเชิญชวนคนใดๆมาร่วมมือกับเรา

ดังนั้น ขั้นตอนในการรับใช้
1.) แสวงหาพระเจ้า
2.) ไตร่ตรองสิ่งที่ต้องทำ
3.) หาคนร่วมทำ
4.) ลงมือทำ แม้จะต้องพบอุปสรรคใดๆ

คำคม

“ เมื่อพึ่งพาพระเจ้าในทุกขั้นตอน ก็จะสำเร็จในทุกขั้นตอน ”

สรุป เนหะมีย์ 1

ภาพรวม

  • พระธรรมเนหะมีย์ พูดถึงการที่เนหะมีย์กลับมาจากบาบิโลนเพื่อสร้างกำแพงเมืองเยรูซาเล็มขึ้นใหม่ และเอสรากลับมาเพื่อสอนธรรมบัญญัติแก่ประชาชน
  • บทที่ 1 เนหะมีย์ทราบข่าวว่าคนอิสราเอลในเยรูซาเล็มอยู่อย่างลำบากและอับอาย อีกทั้งกำแพงเมืองก็ไม่มี เขาจึงร้องไห้และอดอาหารอธิษฐานต่อพระเจ้า

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เนหะมีย์ บทที่ 1 ในเดือนคิสเลฟ(เดือน 9) ​ปี​ที่​ 20 ​แห่ง​รัช​กาล​กษัตริย์​อาร​ทา​เซอร์​ซีส (นหม.2:1)
​เนหะ​มีย์ บุตร​ฮา​คา​ลิ​ยาห์ ​อยู่​ใน​ป้อม​แห่ง​สุสา
มีตำแหน่ง​เป็น​พนัก​งาน​เชิญ​ถ้วย​เสวย​ของ​พระ​ราชา

​ฮา​นา​นี​ ​กับ​ชาย​บาง​คน​ มาจาก​ยูดาห์
เนหะมีย์ จึง​ได้​ถาม​เรื่อง​พวก​ยิว​ที่​นั่น และ​​เรื่อง​เย​รู​ซา​เล็ม

พวก​เขา​ตอบ​ว่า
คนอิสราเอลที่นั่นมี​ความ​ลำบาก​และ​ความ​อับ​อาย​มาก กำแพง​เมือง​เย​รู​ซา​เล็ม​ก็​ถูก​ทำลาย และ​บรร​ดา​ประตู​เมือง​ก็​ถูก​ไฟ​เผา

เมื่อ​เนหะมีย์ได้​ยิน​ถ้อย​คำ​เหล่า​นี้
เขาก็​นั่ง​ลง​ร้อง​ไห้​โศก​เศร้า​อยู่​หลาย​วัน
และ​ได้​อด​อาหาร​และ​อธิษ​ฐาน​ต่อพระเจ้า ว่า

ขอพระเจ้าทรง​ฟัง​คำ​อธิษฐาน​ของ​เขา
ที่​อธิษฐาน​​ทั้ง​กลาง​วัน​และ​กลาง​คืน เพื่อ​ประชา​ชน​อิสรา​เอล
เขาสารภาพ​บาป​ ยอมรับว่า
พวกเขา​ได้​ทำ​บาป​ต่อ​พระเจ้า
พวกเขา​ประพฤติ​เลว​ทราม​มาก​ต่อ​พระองค์
ขอ​พระองค์​ทรง​ระลึก​ถึง​พระ​วจนะ ที่​ว่า
“ถ้า​พวก​เจ้า​กลับ​มา​หา​เรา และ​รักษา​บัญ​ญัติ​ของ​เรา เราจะนำ​พวก​เจ้า​มา​ยัง​สถาน​ที่​ซึ่ง​เรา​ได้​เลือก​ไว้ “
ดังนั้นขอ​ประ​ทาน​ความ​สำ​เร็จ​แก่​เนหะมีย์​ใน​วัน​นี้ และ​ขอ​ให้เขา​ได้​รับ​ความ​กรุณา​จาก​พระ​ราชา

1. เนหะมีย์ได้เป็นใหญ่เป็นโตในอาณาจักรเปอร์เซีย ได้รับความไว้วางใจอย่างสูงจากพระราชา ให้เป็นผู้เชิญถ้วยเสวย ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ปลงพระชนม์พระราชาได้อย่างง่ายดาย

แม้จะตำแหน่งสูง และสะดวกสบายแล้ว แต่เขาก็ยังระลึกถึงประชากรของพระเจ้าที่อยู่ห่างไกล
เขาไม่ได้ระลึกถึงแค่คำพูด แต่ด้วยหัวใจ
เขาร้องไห้ เป็นทุกข์โศกเศร้า ราวกับว่าตนเองกำลังเผชิญกับความอับอายนั้นเอง

เขานำความทุกข์ใจนั้นมาร้องทูลต่อพระเจ้า
สารภาพบาปต่อพระองค์ โดยเขาไม่ได้กล่าวโทษคนอื่นแต่รวมตนเองเข้าเป็นพวกเดียวกับคนที่ทำผิดเหล่านั้น

เขาอธิษฐานอย่างมีหวัง ในคำสัญญาของพระเจ้า

วันนี้เราระลึกถึงพี่น้องคนอื่นๆที่กำลังทุกระทมมากกว่าเรา มากเพียงใด?
วันนี้เราทำอย่างไรกับความทุกข์ของเรา ได้นำเข้ามาหาพระเจ้าแล้วหรือยัง?
วันนี้เมื่อเราสารภาพบาปต่อพระเจ้า เราถ่อมตัวลงหรือยังกล่าวโทษผู้อื่นในความผิดนั้น?
วันนี้เมื่อเราอธิษฐานต่อพระเจ้า เราเชื่อมั่นในพระสัญญาของพระเจ้าในพระคำของพระองค์มากเพียงใด?

2. เมื่อพบกับสิ่งร้าย เนหะมีย์ไม่ได้ หันมาต่อว่าพระเจ้าว่า
ทำไมพระเจ้าไม่ช่วย?
ทำไมปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้จึงเกิดขึ้นกับประชากรของพระองค์?

สิ่งที่เขาทำคือ ไตร่ตรองถึงสิ่งที่ตนหรือบรรพบุรุษของตนได้ทำ
จนเขารู้ตัวว่า พวกเขาไม่สมควรที่จะได้รับความช่วยเหลือจากพระเจ้า
แต่สมควรแล้วที่พวกเขาต้องพบเจอเหตุการณ์เหล่านี้
แล้วเขาก็สารภาพบาปต่อพระเจ้า ขอพระเมตตาจะพระองค์ตามพระสัญญาของพระองค์

ท่าทีที่ถูกต้องเมื่อมีสิ่งที่ไม่น่าชื่นใจเกิดขึ้นกับเราหรือกับคนที่เรารัก
ไม่ใช่การตำหนิ ต่อว่า น้อยใจ งอน พระเจ้า
แต่เป็น
– การสำรวจดูตนเองว่า
สิ่งที่เราทำในอดีตและในปัจจุบันเป็นเช่นไร?
มีอะไรที่ต้องกลับใจ?
– ไตร่ตรองจนรู้ตัวว่า “ใช่แล้ว ความจริงเราสมควรพบมากกว่านี้อีก แต่เป็นพระเมตตาของพระเจ้า จึงพบกับเรื่องเพียงแค่นี้”
– แล้วถ่อมใจลงต่อพระเจ้า ขอพระเมตตาจากพระองค์ด้วยจริงใจ

แล้วเราจะพบพระเมตตาอย่างเหลือล้นของพระเจ้าอย่างแน่นอน

คำคม

“ เมื่อทุกข์ใจ จงยิ่งถ่อมใจลงต่อพระเจ้า ”