สรุป เอสเธอร์ 10

ภาพรวม

  • โมรเดคัยได้เป็นใหญ่รองจากกษัตริย์อาหสุเอรัสแห่งเปอร์เซีย ได้รับเกียรติและชื่อเสียงมากมาย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอสเธอร์ บทที่ 10 เมื่อพวกยิวได้ทำลายล้างศัตรู ในวันที่ 13 เดือน 12 และโมรเดคัยจึงเสนอให้คนยิวถือเทศกาลปูริม เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์นี้ ตลอดไป

กษัตริย์​อา​หสุ​เอ​รัส มี​รับ​สั่ง​ให้​เก็บ​ส่วย​ทั่ว​แผ่น​ดิน และ​หมู่​เกาะ​ใน​ทะเล
กษัตริย์ได้ยกโมร​เด​คัย​คน​ยิว ขึ้น มี​ตำ​แหน่ง​รอง​จาก​กษัตริย์​อา​หสุ​เอ​รัส

เขาจึง​เป็น​ใหญ่​ท่าม​กลาง​พวก​ยิว และ​เป็น​ที่​นิยม​ชม​ชอบ​ของญาติ​พี่​น้อง
เพราะเขา​แสวง​หา​สิ่ง​ดี​ให้​ชน​ชาติ​ของ​เขา
และ​พูด​ให้​เกิด​สันติ​สุข​แก่​พงศ์​พันธุ์​ทั้ง​สิ้น​ของ​เขา

1. ในบทนี้พูดถึงความยิ่งใหญ่ของกษัตริย์อาหสุเอรัส ที่ปกครองไปทั่วทั้งบนแผ่นดินใหญ่ และหมู่เกาะในทะเล
แล้วชี้ให้เห็นว่า คนที่เป็นรองจากกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ คือ โมรเดคัย
ที่เป็นเช่นนั้น เพราะโมรเดคัยทำสิ่งที่ดีเพื่อประชากรของพระเจ้า

เมื่อเราทำเพื่อพระเจ้าและเพื่อคนของพระองค์
พระเจ้าเองจะเป็นผู้ตอบแทนเรา อย่างเหลือล้น

ฮามาน ผู้จะทำลายประชากรของพระเจ้า
จากจุดสูงสุด ลงมาต่ำสุดและพบกับความพินาศ

โมรเดคัย ผู้ปกป้องประชากรของพระเจ้า
จากจุดต่ำสุด เชลยในสุสา ขึ้นสู่จุดสูงสุด เป็นรองกษัตริย์เปอร์เซีย มหาอำนาจที่มีอำนาจมากที่สุดในเวลานั้น และพบกับเกียรติ ศักดิ์ศรีมากมาย

การทำเพื่อคนของพระเจ้า จึงเป็นการทำสิ่งที่ดีให้แก่ตนเอง

คำคม

“ พระเจ้าเองจะเป็นผู้ตอบแทนการกระทำของเรา ”

สรุป เอสเธอร์ 9

ภาพรวม

  • พวกยิวได้ทำลายล้างศัตรู ในวันที่ 13 เเดือน 12 และโมรเดคัยจึงเสนอให้คนยิวถือเทศกาลปูริม เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์นี้ ตลอดไป

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอสเธอร์ บทที่ 9 เมื่อกษัตริย์ได้ออกกฤษฏีกาตามข้อเสนอของโมรเดคัย ให้คนยิวสามารถรวมตัวกันเพื่อทำลายล้างศัตรูของพวกเขาได้ ในวันที่เคยประกาศว่าให้ฆ่าคนยิวได้

ใน​วัน​ที่ 13 ​เดือน 12 ​คือ​เดือน​อา​ดาร์ ใน​วัน​นั้นเดิมทีพวกศัตรู​ของ​พวก​ยิว​หวัง​จะ​มี​อำ​นาจ​เหนือ​พวก​ยิว
แต่​กลับ​กลาย​เป็น​วัน​ที่​พวก​ยิว​ได้​มี​อำ​นาจ​เหนือพวก​เขา

พวก​ยิว​ได้​ชุม​นุม​กัน​ตาม​เมือง​ต่างๆ ใน​ทุก​มณฑล
เพื่อ​จะ​ฆ่า​บรรดา​คน​ที่​หา​ทาง​ทำ​ร้าย​พวก​เขา
เจ้า​นาย​ทั้ง​ปวง​ของ​มณ​ฑลก็​ช่วย​พวก​ยิว​ด้วย
เพราะ​ความ​กลัว​โมร​เด​คัย​ครอบ​งำ​พวก​เขา

พวก​ยิว​จึง​โจม​ตี​ศัตรู​ทั้ง​หมด​ของ​พวกเขา​และ​ทำลายเสีย
ใน​พระ​ราช​วังสุสา พวก​ยิว​ได้​ฆ่า​​เสีย 500 คน
รวมทั้งฆ่า​บุตร​ชาย​ทั้ง​ 10 คน ของ​ฮามาน​ด้วย

เมื่อกษัตริย์ทราบมีคนถูกฆ่า 500 คน ​ใน​พระ​ราช​วังสุสา​
ก็ถามพระนางเอสเธอร์ว่า ยังต้องการอะไรอีกหรือไม่?

พระ​นาง​เอส​เธอร์​ทูล​ว่า
ใน​วัน​พรุ่ง​นี้ ขอ​ให้​พวก​ยิว​ที่​อยู่​ใน​สุสา ได้​ทำ​ตาม​กฤษ​ฎีกาอีก 1 วัน
และ​ขอ​ให้​แขวน​คอ​บุตร​​ทั้ง​ 10 คน ​ของ​ฮา​มาน บน​ตะแลง​แกง

กษัตริย์​จึง​ทรง​บัญชา​ให้​ทำ​เช่น​นั้น

พวก​ยิว​ที่​อยู่​ใน​สุสา​ชุม​นุม​กัน​ใน​วัน​ที่​ 14 เดือน​อา​ดาร์​ด้วย และ​ได้​ฆ่า 300 คน​ใน​สุสา

ส่วน​พวก​ยิว​ใน​มณฑล​อื่นๆ ได้ฆ่า​ผู้​ที่​เกลียด​ชัง​พวก​เขา​เสีย 75,000 คน ในวันที่ 13
และ​ใน​วัน​ที่​ 14 ​พวก​เขา​หยุด​พัก
และ​ทำ​วัน​นั้น​ให้​เป็น​วัน​กิน​เลี้ยง​และ​วัน​ยินดี

แต่​พวก​ยิว​ที่​อยู่​ใน​สุสา​ นั้น ​หยุด​พัก​และฉลองใน​วัน​ที่​ 15

โมร​เด​คัย​ ​ส่ง​จด​หมาย​ไป​ยัง​พวก​ยิว​ใน​มณฑล​ทั้ง​ปวง​
ชัก​ชวน​พวก​เขา​ให้​ถือ​วัน​ที่ 14 และ 15 เดือน​อา​ดาร์ ​ทุกๆ ปี
เป็น​วัน​ที่​พวก​ยิว​พ้น​จาก​ศัตรู และ​เป็น​เดือน​ที่​เปลี่ยน​ความ​โศก​เศร้า​เป็น​ความ​ยินดี
ให้​พวก​เขา​ถือ​เป็น​วัน​เลี้ยง​ฉลอง​และ​วัน​ยินดี และ​ให้​ของ​ขวัญ​แก่​คน​จน

พวก​ยิว​จึง​ตก​ลง​ทำ​ตาม​นั้น

พวก​เขา​จึง​เรียก​วัน​เหล่า​นี้​ว่า​ปูริม ตาม​คำว่า “ปูร์” ที่แปลว่า สลาก
เพราะฮามานทอดสลาก แล้วสลากก็ออกเป็นวันนั้น(อสธ. 3:7)

พวก​ยิว​​สัญญา​ว่า​จะ​จด​จำ​วัน​ดัง​กล่าว​นี้ และ​ถือ​ตลอด​ทุก​ชั่ว​อายุ​คน

1. เมื่อพวกยิวแก้ปัญหาด้วยการอดอาหารอธิษฐาน พึ่งพาพระเจ้า
วันแห่งการถูกทำลาย กลับกลายเป็นวันแห่งชัยชนะ

หากเราแก้ปัญหาโดยการพึ่งพาพระเจ้าอย่างสุดใจ
เราจะเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ท่ามกลางปัญหาเหล่านั้น

2. เมื่อฮามานทอดสลาก ได้วันที่ 13 เดือน 12
ดูเหมือนเหตุการณ์จะออกมาเลวร้าย สำหรับประชากรของพระเจ้า
แต่เมื่อวันนั้นมาถึงจริงๆ พระเจ้ามีวิธีทำให้กลับกลายเป็นวันแห่งความชื่นชมยินดี

เมื่อสถานการณ์ดูเหมือนจะเลว และเหมืนจะหนักขึ้นไปทุกที
ให้รู้เถิดว่า พระเจ้ามีเวลาของพระองค์ที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์
ให้เหตุการณ์นี้ ถวายเกียรติแด่พระเจ้า และเป็นพระพรแก่ประชากรของพระองค์

คำคม

“ พระเจ้ามีเวลาและวิธีของพระองค์ เพื่อจะช่วยผู้ที่พึ่งพาพระองค์ ”

สรุป เอสเธอร์ 8

ภาพรวม

  • กษัตริย์ได้ออกกฤษฏีกาตามข้อเสนอของโมรเดคัย ให้คนยิวสามารถรวมตัวกันเพื่อทำลายล้างศัตรูของพวกเขาได้ ในวันที่เคยประกาศว่าให้ฆ่าคนยิวได้

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอสเธอร์ บทที่ 8 เมื่อเอสเธอร์ทูลกษัตริย์ว่า ฮามานคิดจะฆ่าพระนางและชนชาติของพระนางให้หมด และเมื่อความโกรธของกษัตริย์พลุ่งขึ้น จึงสั่งให้ฆ่าฮามานด้วยตะแลงแกงในบ้านของเขาเอง

ใน​วัน​นั้นเอง กษัตริย์​อา​หสุ​เอ​รัส​ประ​ทาน บ้าน​ของ​ฮา​มาน​แก่​พระ​ราชินี​เอส​เธอร์
และ​พระ​นาง​ได้​ทูล​ว่า​โมรเดคัย​เป็น​อะไร​กับ​พระ​นาง

กษัตริย์​จึง​ถอด​แหวน​ตราของ​ฮา​มาน​และ​ประทาน​แก่​โมร​เด​คัย
​พระ​นาง​เอสเธอร์​ก็​ทรง​ตั้ง​โมร​เด​คัย​เป็น​ใหญ่​เหนือ​บ้าน​ของ​ฮามาน

แล้ว​พระ​นาง​เอส​เธอร์​ทูล​กษัตริย์​อีก
ขอ​ทรง​ให้​มีจดหมาย​สั่ง​ให้​กลับ​ความ​ใน​จด​หมาย​ซึ่ง​ฮา​มาน ​เขียน​ขึ้น
​เพื่อ​ทำ​ลาย​พวก​ยิว​ที่​อยู่​ใน​มณฑล​ทั้ง​สิ้น

กษัตริย์​จึง​ตรัส​กับ​พระนาง​และ​กับ​โมร​เด​คัย​ ว่า
ให้​เขียน​เกี่ยว​กับ​พวก​ยิว​ตาม​ที่​เห็น​ว่า​ดี ใน​นาม​ของ​กษัตริย์​
และ​ประ​ทับ​ตรา​ด้วย​แหวน​ตรา​ของ​กษัตริย์
เพราะ​ว่า​กฤษ​ฎีกา​ใน​นาม​ของ​กษัตริย์ จะ​เปลี่ยน​กลับ​ไม่​ได้

ใน​วันที่ 23 เดือน​ที่ 3 คือ​เดือน​สิวัน
โมรเดคัยได้​ให้​เขียน​กฤษ​ฎีกาในนามของกษัตริย์
ส่ง​ถึง​พวก​ยิว และถึง​เจ้า​นาย​ในทุก​มณฑล ความว่า
กษัตริย์​ทรง​อนุ​ญาต​ให้​พวก​ยิว​ มา​ชุม​นุม​กัน​เพื่อ​ป้อง​กัน​ชีวิต​ของ​ตน
เพื่อ​ทำ​ลาย เพื่อ​สัง​หาร​และ​เพื่อ​ล้าง​ผลาญ​ ใครก็ตามซึ่ง​จะ​มา​ทำ​ร้าย​พวก​เขา​
ภาย​ใน​วัน​เดียว​ในทุก​มณฑล​ ​คือ วัน​ที่​ 13 ​เดือน12 คือ​เดือน​อา​ดาร์

จากนั้นโมร​เด​คัย​ออกจากวัง สวม​ฉลอง​พระ​องค์ พร้อม​กับ​มง​กุฎ​ทอง​คำ​
​ชาว​เมือง​สุสา​ก็​โห่​ร้อง​ยิน​ดี
พวก​ยิว​มี​ความ​สุข ความ​ยินดี ความ​ชื่น​บาน​และ​เกียรติ
ใน​ทุก​มณฑล​ทุก​เมือง มี​การ​เลี้ยง​และ​วัน​รื่น​เริง
คน​จำนวน​มาก​ ​ก็​เข้า​เป็น​ยิว เพราะ​ความ​กลัว​พวก​ยิว​ครอบ​งำ​พวก​เขา

1. กฤษฏีกาของกษัตริย์ซึ่งไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ถูกประกาศแล้ว ว่า
ให้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิว ใน​วัน​ที่ ​13 ​เดือน 12 (อสธ. 3:13)
ดูเหมือนไม่มีทางแก้ไขอะไรได้แล้ว เพราะแม้แต่กษัตริย์ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

แต่เมื่อพระเจ้าเปิดหนทาง ก็มีทางออก
มีกฤษฏีกาอีกฉบับ ตามข้อเสนอของโมรเดคัย
ให้ในวันเดียวกันนั้น คนยิวทุกแห่งสามารถรวมตัวกัน พร้อมอาวุธครบมือ
และอนุญาตให้พวกเขาทำลาย ล้างผลาญศัตรู ทุกคนของยิวได้

เมื่อชีวิตของเราอับจนหนทาง ดูเหมือนไม่มีทางออกที่เป็นไปได้อีกแล้ว
หากเราพึ่งพาพระเจ้าด้วยสุดใจ
พระเจ้าสามารถประทานทางออกที่เราคาดไม่ถึงให้แก่เราได้

2. เมื่อประชากรของพระเจ้าพบกับปัญหาใหญ่
โมรเดคัยได้พยายามทุกวิถีทางเพื่อช่วยพวกเขาให้รอด
ด้วยการอดอาหารอธิษฐานต่อพระเจ้า และใช้ช่องทางเท่าที่เขามีเพื่อช่วยพวกเขา

ผลที่เกิดขึ้นคือ นอกจากโมรเดคัยจะช่วยทั้งตนเองและประชากรของพระเจ้าให้พ้นภัยได้แล้ว
ตัวเขาเองกลับได้รับเกียรติอย่างมากมาย
กษัตริย์ได้รู้ความดีที่เขาได้ทำเพื่อพระองค์ และยังได้รู้ว่า โมรเดคัยเป็นลุงของพระราชินีอีกด้วย

เมื่อเราปรารถนาที่จะทำสิ่งใดๆเพื่อพระเจ้าอย่างจริงใจ
สุดท้ายคนที่จะได้รับประโยชน์ ได้รับพระพรมากที่สุด ก็คือเราเอง

คำคม

“ พระเจ้ามีทางออกให้เสมอ แก่ผู้ที่พึ่งพาพระองค์อย่างสุดใจ ”

สรุป เอสเธอร์ 7

ภาพรวม

  • เอสเธอร์ทูลกษัตริย์ว่า ฮามานคิดจะฆ่าพระนางและชนชาติของพระนางให้หมด และเมื่อความโกรธของกษัตริย์พลุ่งขึ้น จึงสั่งให้ฆ่าฮามานด้วยตะแลงแกงในบ้านของเขาเอง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอสเธอร์ บทที่ 7 เมื่อกษัตริย์อาห​สุ​เอ​รัสได้สั่งให้ฮามานไปยกย่องให้เกียรติแก่โมรเดคัย ให้ทุกคนได้รับรู้ ซึ่งทำให้ฮามานอับอายอย่างยิ่ง แล้วขันทีก็มาเชิญฮามานให้ไปร่วมงานเลี้ยงของเอสเธอร์

กษัตริย์​จึง​เสด็จ​ไปพร้อม​กับ​ฮา​มาน เพื่อร่วมงานเลี้ยงใน​วัน​ที่​สอง​
ขณะ​กำ​ลัง​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​อยู่ กษัตริย์​ถามพระนาง​เอส​เธอร์​ ถึงสิ่งที่พระนางต้องการ

พระนาง​ตอบ​ว่า
ขอ​ไว้​ชีวิต​พระนางและชน​ชาติ​ของ​พระนางด้วยเถิด
เพราะ​พระนางและ​ชน​ชาติ​ของ​พระนาง ถูกขายเพื่อให้​ถูก​ทำ​ลายสิ้น

กษัตริย์​​จึง​ถาม​ว่า
“คน​ที่​บัง​อาจ​คิด​ทำ​​เช่น​นั้น​คือ​ใคร?”

​พระ​นาง​เอส​เธอร์​ทูลว่า
คือ​ ฮา​มาน​คน​ชั่ว​ช้า​ผู้​นี้

ฮา​มาน​ก็​ตก​ใจ​กลัว​
กษัตริย์​ก็ทรง​ลุก​ขึ้น​จาก​งาน​เลี้ยง​ด้วย​พระ​พิโรธ
แต่​ฮา​มาน​ยัง​อยู่​เพื่อ​ทูล​ขอ​ชีวิต​จาก​พระ​ราชินี​เอส​เธอร์ ต่อไป

เมื่อ​กษัตริย์​​กลับ​เข้า​มาอีก
เห็นฮามาน​ยัง​กราบ​อยู่​ที่​แท่น​ซึ่ง​พระ​นาง​เอส​เธอร์​นั่ง​อยู่​นั้น
กษัตริย์​จึงคิดว่า ฮามานจะ​ข่ม​ขืน​เอสเธอร์

​ขันที​คน​หนึ่ง​ ทูล​ว่า
ฮามานได้ทำตะแลง​แกง​สูง​ 22 เมตร เตรียม​ไว้​สำหรับ​โมร​เด​คัย

กษัตริย์​จึงตรัส​ว่า “แขวน​คอมัน​บน​นั้น​แหละ”

​ฮา​มาน​จึงถูกแขวนคอบน​ตะแลง​แกง​นั้น

1. ฮามาน ผู้มีตำแหน่งสูงส่ง ร่วงหล่นลงสู่ดินในวันเดียว และถูกฆ่าด้วยเครื่องมือที่เขาเตรียมไว้ฆ่าคนอื่น
เหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะเขาทำผิดพลาดใหญ่อย่างน้อย 3 ประการ คือ 1.เย่อหยิ่งยโส 2. เคียดแค้นชิงชัง 3.ไม่ดูตาม้าตาเรือ บังอาจคิดจะมาทำร้ายประชากรของพระเจ้า

ขอให้ความผิดพลาดของฮามานนี้จะเตือนสติเรา ที่จะถ่อมใจลงต่อพระเจ้า , ยกโทษให้อภัยผู้อื่นเหมือนอย่างที่พระเจ้าทรงอภัยแก่เรา และไม่ทำร้ายคนของพระเจ้า ไม่ว่าด้วยการกระทำ คำพูด หรือการคิดร้ายต่อพวกเขา

2. เอสเธอร์ , โมรเดคัย และคนยิวในเมืองสุสา ร่วมกันอดอาหารอธิษฐาน
เพื่อให้เอสเธอร์สามารถอ้อนวอนกษัตริย์ ให้ยกเลิกการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิว
เพราะดูเหมือนเป็นการยากมากๆ
ตั้งแต่การหาโอกาสที่จะเข้าเฝ้า
จังหวะที่จะทูลเรื่องนี้
และยังมีเรื่องของกฤษฏีกาของเปอร์เซียที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้อีกด้วย

แต่เมื่อถึงเวลาเผชิญกับสถานการณ์นั้นเข้าจริงๆ
เอสเธอร์พูดเพียงนิดเดียว
ที่เหลือเป็นเพราะ
– กษัตริย์เข้าใจผิดคิดว่าฮามานจะข่มขืนเอสเธอร์
– และเพราะฮามานดันไปทำตะแลงแกง เพื่อเตรียมฆ่าคน ที่กษัตริย์เพิ่งทราบโดยบังเอิญ เมื่อเช้านี้ ว่าเป็นผู้มีบุญคุณต่อกษัตริย์

ขอเพียงเราพึ่งพาพระเจ้าอย่างสุดกำลัง
ทำส่วนของเราอย่างสัตย์ซื่อ ให้ดีที่สุด
ที่เหลือเมื่อถึงเวลาที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้
พระเจ้าเองจะเป็นผู้จัดการกับสถานการณ์ยากลำบากที่เราเผชิญนั้น

คำคม

“ จงสัตย์ซื่อต่อไป แล้วเราจะเห็นแผนการช่วยกู้ของพระเจ้า อันเกินความเข้าใจของเรา ”

สรุป เอสเธอร์ 6

ภาพรวม

  • กษัตริย์ได้ระลึกเรื่องที่โมรเดคัยช่วยชีวิตของพระองค์ไว้ จึงสั่งให้ฮามานไปยกย่องให้เกียรติแก่โมรเดคัย ให้ทุกคนได้รับรู้ ซึ่งทำให้ฮามานอับอายอย่างยิ่ง แล้วขันทีก็มาเชิญฮามานให้ไปร่วมงานเลี้ยงของเอสเธอร์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอสเธอร์ บทที่ 6 หลังจากที่เอสเธอร์เสี่ยงตายเข้าเฝ้ากษัตริย์ และเชิญกษัตริย์กับฮามานมาร่วมงานเลี้ยง และเชิญมาอีกครั้งในวันถัดไป ส่วนฮามานก็ได้สร้างตะแลงแกงเพื่อจะใช้แขวนคอโมรเดคัย

คืน​วัน​นั้น กษัตริย์​บรร​ทม​ไม่​หลับ จึง​สั่ง​ให้​นำ​หนัง​สือ​​พง​ศาว​ดาร ​มา​อ่านให้ฟัง
และ​ก็​พบ​ ​ว่า​ โมร​เด​คัย​ได้​เคยช่วยชีวิตกษัตริย์ไว้

หลังจากสอบถาม จึงทราบว่า
ยังได้มีการให้อะไร​แก่​โมร​เด​คัย​เพราะ​เรื่อง​นี้​เลย

เวลานั้น ​ฮามาน​เพิ่ง​เข้า​มา​ถึง​ลาน​ชั้น​นอก​
เพื่อรอจะ​ทูล​ขอกษัตริย์​เรื่องการฆ่า​โมร​เด​คัย​

กษัตริย์​จึง​เรียก​ฮา​มาน ​เข้า​มาเฝ้า

กษัตริย์​ตรัสถาม​เขา​ว่า
“ควร​จะ​ทำ​อย่างไร​กับ​คน​ที่​กษัตริย์​พอ​พระทัย​จะ​ยก​ย่อง?”

​ฮามาน คิดใน​ใจ​ว่า คงหมายถึงตัวเขา
เขาจึง​ทูล ว่า

โปรด​ให้​​เจ้า​นาย​ชั้น​สูง​ที่​สุด​คน​หนึ่ง มาแต่ง​ตัว​ให้​กับชายคนนั้น ด้วยเสื้อของกษัตริย์
และ​ให้​เขา​ช่วย​ชายคนนั้น​ขึ้น​นั่ง​บน​หลัง​ม้าของกษัตริย์
​และให้​​เขา​ป่าว​ร้อง​ไป​ข้าง​หน้า​ท่าน​ว่า
‘ผู้​ที่​กษัตริย์​พอ​พระ​ทัย​จะ​ยกย่อง​ก็​เป็น​อย่าง​นี้​แหละ’ 

กษัตริย์​จึง​ตรัส​กับ​ฮา​มาน​ว่า
รีบ​เข้า​เถอะ ฮามานจงไป​ทำ​อย่าง​นั้น​กับ​โมร​เด​คัย อย่าให้ขาดไปสักสิ่งเดียว​

ฮา​มาน​จึงจำใจต้องทำดังนั้นแก่​โมร​เด​คัย

เมื่อ​ฮา​มาน ​กลับ​เข้าบ้าน ก็คลุม​ศีรษะ​และ​คร่ำ​ครวญ

​ภรร​ยา​และ​เพื่อน​ทุก​คน​ของ​เขา ก็กล่าวว่า
ถ้าฮามาน​เริ่ม​ล้ม​ลง​ต่อ​หน้า​โมร​เด​คัย
ก็​จะ​ไม่​มีทางชนะ​โมรเดคัย

ทันใดนั้น พวก​ขันทีก็​มา​ถึง​และ​รีบ​พา​ฮา​มาน​ไป​ยัง​งาน​เลี้ยง​
ซึ่ง​พระ​นาง​เอส​เธอร์​ทรง​จัด​ขึ้น​นั้น

1. เมื่อเอสเธอร์เริ่มทำส่วนของเธออย่างสุดกำลัง
พระเจ้าก็ทรงเริ่มทำส่วนของพระองค์ ซึ่งได้ผลดีเลิศยิ่งกว่าสิ่งที่เอสเธอร์ทำมากมายนัก
และเป็นสิ่งที่มนุษย์คิดไม่ถึง

พระเจ้าทรงตบหน้าฮามาน ผู้ยโส โดยการให้เขาต้องอ่อนน้อมถ่อมตนต่อโมรเดคัย
ผู้ที่เขาเกลียดชังนักหนา และคิดว่าตัวเองสูงส่งมากมาย

ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นการจัดฉากอย่างสวยงาม
– กษัตริย์นอนไม่หลับพอดี
– อยากฟังพงศาวดารพอดี
– อ่านเจอเรื่องโมรเดคัยพอดี
– คิดอยากให้รางวัลพอดี
– ฮามานมาพอดี
– ฮามานเข้าใจผิดว่าคนที่จะได้รางวัลคือตนเองพอดี

เมื่อพระเจ้าทรงทำ ทุกอย่างจะลงตัวอย่างงดงาม ในวิธีและเวลาของพระองค์

เราทำส่วนของเราอย่างสัตย์ซื่ออย่างเต็มที่ก็เพียงพอแล้ว
ที่เหลือเมื่อถึงเวลาของพระองค์ พระองค์จัดการพลิกสถานการณ์เอง
แบบเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้

2. เพราะฮามาน เย่อหยิ่งยโส พระเจ้าจึงทรงจับเขา ด้วยความยโสของเขาเอง
ให้ต้องถ่อมตัวลงอย่างน่าขมขื่น

ถ้าเขาไม่ยโสเกินไป คิดว่าตนเองคือคนที่กษัตริย์โปรดปรานที่สุด
เขาคงไม่ทูลกษัตริย์ให้ทำมากมายขนาดนั้น

สภษ. 5:22 “ความ​บาป​ชั่ว​ของ​คน​อธรรม​ดัก​ตัว​เขา​เอง และ​เขา​ก็​ติด​อยู่​กับ​ตาข่าย​บาป​ของ​เขา”

คนที่เดินในทางบาปต่อไป โดยไม่ยอมกลับใจ
ในที่สุดจะตกลงไปในหลุม เพราะบาปนั้น

คำคม

“ วิธีการของพระเจ้า เกินกว่าที่มนุษย์จะคาดเดาหรือจินตนาการได้ ”

สรุป เอสเธอร์ 5

ภาพรวม

  • เอสเธอร์เสี่ยงตายเข้าเฝ้ากษัตริย์ และเชิญกษัตริย์กับฮามานมาร่วมงานเลี้ยง และเชิญมาอีกครั้งในวันถัดไป ส่วนฮามานได้สร้างตะแลงแกงเพื่อจะใช้แขวนคอโมรเดคัย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอสเธอร์ บทที่ 5 เมื่อเอสเธอร์ ขอให้โมรเดคัยและคนยิวในสุสา อดอาหารอธิษฐาน 3 วัน ก่อนที่เธอจะเสี่ยงตายเข้าไปทูลอ้อนวอนกษัตริย์ ให้ยกเลิกการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนยิว

พอ​ถึง​วัน​ที่​สาม พระ​นาง​เอส​เธอร์​ก็เข้าไป​ยืน​ใน​ลาน​ชั้น​ใน​ของ​พระ​ราช​วัง​ตรง​ข้าม​กับ​ท้อง​พระ​โรง
กษัตริย์​ประ​ทับ​บน​ราช​บัล​ลังก์​
เมื่อ​กษัตริย์​ทอด​พระ​เนตร​เห็น​ก็​โปรด​ปราน​พระนาง
​จึง​ยื่น​พระ​คทา​สุวรรณ​ แก่​พระ​นาง​เอส​เธอร์ ตรัสว่า

“เธอ​ต้อง​การ​อะไร? ก็​จะ​ให้​เธอได้​ถึง​ครึ่ง​ราช​อาณาจักร”

​พระ​นาง​ทูล​ว่า
ขอ​กษัตริย์​เสด็จ​มา​พร้อม​กับ​ฮา​มาน​ใน​วัน​นี้
เพื่อ​เสวย​อาหาร​ที่​พระนางเตรียม​ไว้​

กษัตริย์​จึง​เสด็จ​ไป​ใน​งาน​เลี้ยง​ของ​พระ​นาง​เอส​เธอร์​พร้อม​กับ​ฮา​มาน

ขณะ​เสวย​เหล้า​องุ่น​อยู่ กษัตริย์​ถาม​พระ​นางอีก​ว่า
“เธอ​จะ​ร้อง​ขอ​อะไร? แม้​ถึง​ครึ่ง​ราช​อา​ณา​จักร​ก็​จะ​ได้”
พระ​นาง​ ​ทูล​ว่า
​ขอ​กษัตริย์​ ​มา​ยัง​งาน​เลี้ยง​อีก ในพรุ่ง​นี้ พร้อม​กับ​ฮา​มาน
และ​พระนาง​จะ​บอกสิ่งที่พระนางต้องการ

วัน​นั้น หลังจากงานเลี้ยง ​ฮา​มาน​ก็​ออก​ไป​ด้วย​ใจ​ชื่น​บาน
แต่​เมื่อ​เห็น​โมร​เด​คัย​ ​ไม่​ยืน​ขึ้น​หรือ​ตัว​สั่น​อยู่​ต่อ​หน้า​เขา
เขา​ก็​โกรธแค้น​โมร​เด​คัย
แต่​ก็​อด​กลั้น​ไว้ กลับ​ไป​บ้าน

เมื่อมาถึงบ้าน เขาก็ใช้​คน​ไป​ตาม​เพื่อนๆ และ​เศ​เรช​ภรรยา​ของ​ตนมา
แล้วคุยอวดเรื่องความ​มั่ง​มี จำ​นวน​บุตร และ​เกียรติ​ยศ​ต่างๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องที่พระ​ราชินี​เอส​เธอร์​ ได้เชิญเฉพาะเขา
ไปร่วม​งาน​เลี้ยง​กับ​กษัตริย์​อีก ในวันพรุ่งนี้
และเล่าความแค้น ที่​โมร​เด​คัย​ไม่ยอมทำความเคารพเขา

ภรรยา​ของ​เขา และ​เพื่อนๆ ทุก​คน​จึง​เสนอ​ว่า
ขอ​ทำ​ตะแลง​แกง​สูง​ 22 ​เมตร
แล้วพรุ่งนี้ก็ขอให้​กษัตริย์​ให้​แขวน​คอ​โมร​เด​คัย​เสีย​ที่​นั่น

ฮา​มาน จึง​สั่ง​ให้​ทำ​ตะแลง​แกง​นั้น

1. เอสเธอร์เสี่ยงตายไปเฝ้ากษัตริย์ ที่ลานหน้าท้องพระโรง ขณะกษัตริย์อยู่บนบัลลังก์
ซึ่งแสดงว่ากำลังประชุมเรื่องสำคัญกับเหล่าข้าราชการอยู่
คงเป็นเพราะนั่นเป็นที่เดียวที่เอสเธอร์สามารถเข้าถึงกษัตริย์ได้

แต่การที่เอสเธอร์ทำเช่นนั้น โทษของเธอตามกฏหมายเปอร์เซีย
ก็คือ ต้องถูกประหารชีวิต

แต่พระเจ้าทำให้กษัตริย์ไม่เพียงไม่โกรธเธอ ให้อภัยเธอ
แล้วยังโปรดปรานเธอ จนถึงกับเอ่ยปากว่า
เธอต้องการขออะไรได้หมด

เมื่อเราทำเพื่อพระเจ้า ในส่วนของเราอย่างสุดกำลัง
ส่วนที่เกินกำลังของเรานั้น
พระเจ้าเองจะเป็นผู้ทำให้เกิดผลดียอดเยี่ยมในส่วนนั้น

2. เมื่อกษัตริย์เปิดโอกาสให้เอสเธอร์ ขออะไรก็ได้
เธอไม่ได้ขอทันที แต่กลับจัดงานเลี้ยง 2 วัน
เพื่อจะทูลขอในวันที่ 2
ซึ่งน่าจะเป็นการดลใจจากพระเจ้า ให้เธอรอจังหวะที่เหมาะสม

ถ้าทูลขอในวันนั้นเลย อาจจะช่วยพวกยิวรอดพ้น ไป 1 ครั้ง
แต่ฮามานก็คงจะหาทางฆ่าพวกยิวอีก

แต่เมื่อทูลขอในวันที่เหมาะสม
– ตะแลงแกง สำหรับทำลายฮามาน ก็พร้อมแล้ว
– ความดีของโมรเดคัย ก็ถูกเปิดเผยแล้ว(บทที่ 6)
– ความโปรดปรานของกษัตริย์ในตัวเอสเธอร์ที่ช่วยจัดงานเลี้ยงให้ มีมากมายเพียงพอแล้ว(บทที่ 7)

การลงมือทำในเวลาที่เหมาะสม จึงจะทำให้ปัญหาหมดไปอย่างสิ้นเชิง

ทุกครั้งที่ประตูเปิดออก ไม่ได้หมายความว่า เราต้องรีบก้าวเข้าไป
จงเรียนรู้ที่จะคอยฟัง คอยสังเกต การสอนและการนำของพระเจ้า
ในการเดินไปในทางนั้น

3. ฮามานวางแผนชั่วร้าย สร้างตะแลงแกงเพื่อแขวนคอโมรเดคัย ผู้ไม่ยอมคำนับเขา
แต่สิ่งนั้นกลับเป็นเหตุให้กษัตริย์ โมโหอย่างมาก
และนำหายนะมาสู่ฮามานเองในที่สุด

แผนที่คนชั่วร้ายวางไว้ จะตกใส่ตัวเขาเอง
สภษ. 26:27 “คน​ที่​ขุด​หลุม​พราง​จะ​ตก​ลง​ไป​เอง คน​ที่​กลิ้ง​ก้อน​หิน​ขึ้น​ไป มัน​จะ​กลิ้ง​กลับ​มา​ทับ​เขา​เอง”

คำคม

“ เมื่อเราทำส่วนของเราอย่างสัตย์ซื่อ พระเจ้าจะทรงทำให้ส่วนที่เกินความสามารถของเราเกิดขึ้น ”

สรุป เอสเธอร์ 4

ภาพรวม

  • เอสเธอร์ ขอให้โมรเดคัยและคนยิวในสุสา อดอาหารอธิษฐาน 3 วัน ก่อนที่เธอจะเสี่ยงตายเข้าไปทูลอ้อนวอนกษัตริย์ ให้ยกเลิกการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนยิว

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอสเธอร์ บทที่ 4 เมื่อโมรเดคัยไม่ยอมทำความเคารพฮามาน ทำให้ฮามานแค้นมากจึงใส่ร้ายคนยิว และขอให้กษัตริย์ออกกฤษฏีกา สั่งให้ฆ่าคนยิวทั่วอาณาจักรเปอร์เซีย

เมื่อ​โมร​เด​คัย​ทราบ​ทุก​อย่าง​ที่​เกิด​ขึ้น​แล้ว
โมร​เด​คัย​ก็​ฉีก​เสื้อ​ผ้า​ของ​ตน สวม​ผ้า​กระ​สอบ​และ​ซัด​ขี้เถ้า​ใส่​ศีรษะ​
และ​ออก​ไป​ร้อง​ไห้​เสียง​ดัง​อย่าง​ขม​ขื่น​ที่​กลาง​เมือง

และ​​พวก​ยิวใน​ทุก​มณฑล​ที่​กฤษ​ฎีกา​​ไป​ถึง ก็​ทำเช่นนั้นเหมือนกัน

เมื่อพระนางเอสเธอร์ ทรงทราบเรื่องโมรเดคัยก็​ทรง​เป็น​ทุกข์​ยิ่ง​นัก
จึงส่งขันที​ไป​หา​โมร​เด​คัย​เพื่อ​จะ​ทรง​ทราบ​ว่า เกิด​เรื่อง​อะไร

โมร​เด​คัย​ก็​เล่า​เรื่อง​ทั้ง​สิ้น​ให้ฟัง
และขอ​ให้​พระ​นาง​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์
เพื่อ​ทูล​อ้อน​วอน​พระ​องค์ ​เพื่อ​ชน​ชาติ​ของ​พระ​นาง

พระนางได้ส่ง​ข่าวกลับ​ถึง​โมร​เด​คัย​ว่า
ถ้า​ใคร​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์​ ​โดย​ไม่​ได้​ทรง​เรียก จะมี​ลง​โทษ​ถึง​ตาย
เว้น​แต่​ผู้​ซึ่ง​กษัตริย์​ยื่น​พระ​คทา​​ออก​รับ คน​นั้น​จึง​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​ได้
กษัตริย์​เองก็​ไม่​ได้​ตรัส​เรียก​ให้พระนาง ​เข้า​เฝ้า​มา 30 ​วัน​แล้ว

โมร​เด​คัย​จึง​ทูล​ตอบ​ ​ว่า
อย่า​คิด​ว่าพระนางอยู่​ใน​พระ​ราชวัง​แล้ว​จะ​รอด​พ้น​ได้​ดี​กว่า​พวก​ยิว​อื่นๆ
ถ้าพระนางไม่ช่วย ความ​ช่วย​เหลือ​จะ​มา​ถึง​พวก​ยิว​จาก​ที่​อื่น
แต่พระนางและ​ครัว​เรือน​​จะ​พินาศ
ที่​จริง​พระนาง​มา​รับ​ตำแหน่ง​ราชินี ​ก็​เพื่อ​ยาม​วิกฤต​เช่น​นี้​ก็​เป็น​ได้​นะ ใคร​จะ​รู้

แล้ว​เอส​เธอร์​ตรัส​ตอบ​โมร​เด​คัย ​ว่า
ให้​รวบ​รวม​พวก​ยิว​ทั้ง​สิ้น ​ใน​สุสา และ​ถือ​อด​อาหาร​เพื่อ​พระนาง 3 วัน 3 คืน
พระนาง​และ​สาว​ใช้​ของ​ฉัน​จะ​อด​อาหาร​ด้วย
แล้วพระนาง​จะ​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์

พระนางกล่าวอีกว่า
“ถ้า​ฉัน​พินาศ ฉัน​ก็​พินาศ”

โมร​เด​คัย​ก็​ไป​ทำ​ทุก​อย่าง​ตาม​ที่​พระ​นาง​เอส​เธอร์​รับ​สั่ง​แก่​เขา

1. เมื่อโมรเดคัยมีความทุกข์หนัก เขาอดอาหารอธิษฐาน ร้องทูลต่อพระเจ้า
แล้วทางออกก็เริ่มเปิดออก เอสเธอร์ให้คนติดต่อมาเอง

เนื่องจากโมรเดคัยมัวแต่อดอาหาร และใส่ผ้ากระสอบ
จึงไม่สามารถเข้าไปในวังเพื่อแจ้งข่าวแก่เอสเธอร์ได้

เพราะเขาแสวงหาพระเจ้าก่อนที่จะพึ่งพามนุษย์
พระเจ้าจึงส่งมนุษย์มาให้เขาพึ่งพาเอง

เมื่อเราพบปัญหาหรือความทุกข์
สิ่งแรกที่ต้องทำ ก่อนสิ่งอื่นใดคือ
แสวงหาพระเจ้าอย่างสุดจิตสุดใจ ร้องขอความช่วยเหลือจากพระองค์

2. โมรเดคัยเตือนเอสเธอร์ ว่า
การที่เอสเธอร์ได้มาอยู่ในตำแหน่งนี้ อาจเพราะพระเจ้าทรงเตรียมเธอไว้เพื่อการช่วยเหลือนี้
แต่ถ้าเธอไม่ช่วยเหลือ พระเจ้าก็จะส่งการช่วยเหลือจากที่อื่นมาอยู่ดี
แต่เธอเองจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เธอละเลยไม่ทำนั้น

วันนี้ สิ่งที่เรามี สิ่งที่เราเป็น อยู่ในเวลานี้
เพราะมีพระประสงค์ที่จะใช้เรา เพื่อเป็นพระพร ในฐานะที่เราเป็นอยู่เวลานี้
เราควรสังเกตดูว่า อะไรคือสิ่งที่พระเจ้าเปิดโอกาสให้เราทำได้เพื่อแผ่นดินของพระเจ้า
ตามสถานภาพที่เราเป็นอยู่ในเวลานี้
แล้วเริ่มลงมือทำเพื่อแผ่นดินของพระเจ้าอย่างสุดกำลัง

3. “ถ้า​ฉัน​พินาศ ฉัน​ก็​พินาศ” เป็นวลีสำคัญในพระธรรมเอสเธอร์
เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า เธอยินดี เต็มใจเสี่ยงชีวิต เพื่อช่วยประชากรของพระเจ้า
และถ้าพระเจ้าพอพระทัยในสิ่งที่เธอทำเธอก็จะรอดตาย
แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น เธอก็เต็มใจตาย

วันนี้ เรายอมเสียอะไรบ้าง เพื่อที่จะทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า?

คำคม

“ เหตุที่เรามีวันนี้ ก็เพื่อให้เราใช้สิ่งที่มีวันนี้ ทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า ”

สรุป เอสเธอร์ 3

ภาพรวม

  • โมรเดคัยไม่ยอมทำความเคารพฮามาน ทำให้ฮามานแค้นมากจึงใส่ร้ายคนยิว และขอให้กษัตริย์ออกกฤษฏีกา สั่งให้ฆ่าคนยิวทั่วอาณาจักรเปอร์เซีย

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอสเธอร์ บทที่ 3 เมื่อเอสเธอร์ บุตรบุญธรรมของโมรเดคัย ได้รับเลือกให้เป็นพระราชินีแทนวัชที และโมรเดคัยได้ช่วยกษัตริย์อาหสุเอรัสให้รอดพ้นจากการถูกลอบปลงพระชนม์

ต่อมา กษัตริย์​อา​หสุ​เอ​รัส​ ทรง​ให้​ฮา​มาน​ คน​อา​กัก​เป็น​ใหญ่
ทรง​ยก​เขา​ขึ้น ใน​ตำแหน่ง​สูง​กว่า​เจ้า​นาย​ทั้ง​ปวง​ที่​อยู่​กับ​เขา

มหาด​เล็ก​ทุก​คน​ซึ่ง​อยู่​ที่​ประ​ตู​วัง ​ก็​กราบ​ลง​แสดง​ความ​เคารพ​ต่อ​เขา
เพราะ​กษัตริย์​ทรง​บัญชา​เช่น​นั้น
แต่​โมร​เด​คัย​ไม่​ได้​กราบ​หรือ​แสดง​ความ​เคารพ
โดยให้เหตุผลว่า เพราะ​โมรเดคัย​เป็น​ยิว

​ฮา​มาน​จึง​เดือด​ดาล
แต่​เห็น​ว่า​เป็น​การ​เสีย​เกียรติ​ที่​จะ​จับ​กุม​โมรเด​คัย​คน​เดียว
ฮามาน​จึง​หา​ทาง​ทำ​ลาย​คน​ยิว​ทั้ง​หมด ทั่ว​ราช​อา​ณา​จักร​เปอร์เซีย

ใน​เดือน​แรก ปีที่ 12 ​แห่ง​รัช​กาล​กษัตริย์​อา​หสุ​เอ​รัส
ฮามานก็ให้คน​ทอด​สลาก เสี่ยงทาย ​เพื่อ​หา​วัน​หาเดือน ที่จำกัดพวกยิว
ซึ่ง​ได้เป็น ​เดือน​ที่​ 12

แล้ว​ฮา​มาน​ จึงทูล​กษัตริย์ ​ว่า
มี​ชน​ชาติ​หนึ่งใน​​อาณา​จักร​เปอร์เซีย ที่​พวก​เขา​ไม่​รักษา​กฎ​หมาย​ของ​กษัตริย์
หากปล่อย​พวก​เขา​ไว้​เช่น​นี้ ​ก็​ไม่​เป็น​ประ​โยชน์​แก่​พระองค์
ดังนั้นขอ​ทรง​ออก​กฤษ​ฎีกา​ให้​ทำ​ลาย​ล้าง​พวก​เขา​เสีย
และฮามาน​จะ​ถวาย​เงิน 10,000 ตะลันต์ ​เข้า​พระ​คลัง​หลวง

กษัตริย์​ก็เห็นชอบตามนั้น

ใน​วัน​ที่​ 13 ​เดือน​ที่​ 1 จึงมี​กฤษ​ฎีกา​ตาม​ที่​ฮา​มานเสนอ
ส่ง​ไป​ถึง​ผู้นำและเจ้านาย ประจำ​ทุก​มณฑล ใน​นาม​ของ​กษัตริย์​อา​หสุ​เอ​รัส
สั่ง​ให้​ทำ​ลาย สัง​หาร​และ​กวาด​ล้าง​คนยิว​ทั้ง​สิ้น
ทั้ง​หนุ่ม​และ​แก่ ทั้ง​เด็ก​และ​ผู้​หญิง​ใน​วัน​เดียว​กัน
คือ​วัน​ที่​ 13 เดือน 12 ​
และ​ให้​ริบ​เอา​ข้าว​ของ​ของ​พวก​เขา​ด้วย

1. การที่ฮามาน คนชั่วร้ายได้รับตำแหน่งใหญ่โต
ดูเหมือนจะเป็นอันตรายใหญ่ยิ่งต่อประชากรของพระเจ้า ทั่วทั้งอาณาจักรเปอร์เซีย

แต่ความจริงแล้วในที่สุด ตำแหน่งใหญ่โตของเขา
และการกระทำอันชั่วร้ายของเขานั้น
ไม่เพียงไม่สามารถทำร้ายประชากรของพระเจ้าได้
แต่กลับถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า

วันนี้ไม่สำคัญว่า คนที่กำลังมีอำนาจเหนือเรา จะเป็นคนดี หรือคนชั่วร้าย
ตราบเท่าที่เรายังดำเนินติดตามพระเจ้า เป็นประชากรของพระองค์
สุดท้ายแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเรานั้น จะกลับกลายเป็นผลดีต่อเรา
และจะถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า

2. เมื่อฮามาน จะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิว เพราะเหตุมียิวคนหนึ่งไม่ยอมทำความเคารพเขา
คนชั่วร้ายขนาดนี้ ควรอยากฆ่าพวกยิวให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่เมื่อทอดสลากเสี่ยงทายว่า จะฆ่าเดือนไหนดี ใน 12 เดือน
ผลออกมา เป็นไกลที่สุด เท่าที่ผลจะออกมาได้
เขาทำการทอดสลากในเดือนที่ 1 ผลออกมาเป็นเดือนที่ 12
ทำให้โมรเดคัยมีโอกาสทำอะไรบางอย่าง เพื่อแก้ไขสถานการณ์นี้ได้

สภษ. 16:33 “ฉลาก​นั้น​ถูก​ทอด​ลง​ที่​ตัก แต่​ผล​ที่​ออก​ทุก​อย่างมา​จาก​พระ​ยาห์​เวห์”

ทุกการกระทำของคนรอบข้างเรา อยู่ภายใต้การควบคุมของพระเจ้า
เมื่อเราดำเนินอย่างถูกต้องไปกับพระเจ้า
ทุกอย่างจะออกมาแบบเป็นผลดีต่อเราเสมอ

คำคม

“ ทุกการกระทำของทุกคน จะเกิดผลดีต่อผู้ยำเกรงพระเจ้า ”

สรุป เอสเธอร์ 2

ภาพรวม

  • เอสเธอร์ บุตรบุญธรรมของโมรเดคัย ได้รับเลือกให้เป็นพระราชินีแทนวัชที และโมรเดคัยได้ช่วยกษัตริย์อาหสุเอรัสให้รอดพ้นจากการถูกลอบปลงพระชนม์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอสเธอร์ บทที่ 2 หลังจากที่พระนางวัชที ไม่เชื่อฟังกษัตริย์อาหสุเอรัส จึงถูกปลดจากตำแหน่ง

ต่อมาข้า​ราช​การ​ของ​กษัตริย์ ​จึง​ทูล​เสนอว่า
ขอให้​รวบ​รวม​หญิง​สาว​พรหม​จารี​ที่​งด​งาม​ทุก​คน ​มา​ยัง​ฮาเร็ม​ใน​สุสา​เมือง​ป้อม
แล้วให้กษัตริย์เลือก​เป็น​พระ​ราชินี​แทน​วัชที

ข้อเสนอ​นี้​พอ​พระทัย​กษัตริย์ พระ​องค์​จึง​ทรง​ทำ​ตาม​นั้น

​มี​ยิว​คน​หนึ่ง​ใน​พระ​ราช​วังสุสา ชื่อ​โมร​เด​คัย คน​เบน​ยา​มิน
ทวดของเขา คือ คีช ​ถูก​เนบู​คัด​เนสซาร์​ ​กวาด​ต้อน ​มา​พร้อม​กับ ​เยโคนิยาห์กษัตริย์​ยู​ดาห์

เนื่องจาก อา​บี​ฮา​อิล ลุงของโมรเดคัย และภรรยา ได้เสียชีวิตลง
โมรเดคัยจึงรับ ฮา​ดา​ชาห์​ (เอส​เธอร์) มาเป็นบุตรของตน
เอสเธอร์ มี​รูป​งาม​และ​ชวน​มอง

เมื่อ​​กษัตริย์ รวบรวมหญิง​สาว​มาก​มาย​นั้น
เอสเธอร์​ก็​ถูก​นำ​เข้า​มา​ไว้​ใน​ราช​สำนักด้วย
อยู่​ใน​อารักขา​ของ​ เฮกัย ​ผู้​ดูแล​สตรี
เอสเธอร์​​ ก็เป็น​ที่​โปรด​ปราน​แก่​เขา
เขา​จึงดูแลเธออย่างดี​ที่​สุด​

เอส​เธอร์​ไม่​ได้​เปิด​เผย​เรื่อง​ชาติ​กำเนิด​ของ​เธอ
เพราะ​โมร​เด​คัย​กำชับ​เธอ​ไม่​ให้​บอก​ใคร

ทุกๆ วัน​โมร​เด​คัย​เดิน​ไป​เดิน​มา​หน้า​ลาน​ของ​ฮาเร็ม เพื่อ​ฟัง​ข่าว​คราว​ของ​เธอ

เมื่อ​ถึง​เวร หญิง​สาวแต่ละ​คน​จะ​เข้า​ไป​เฝ้า​กษัตริย์​อา​หสุ​เอ​รัส 1 คืน
จากนั้นจะ​กลับ​ไป​ยัง​ฮาเร็ม​ที่ 2 ​ใน​อา​รัก​ขา​ของ​ชาอัชกาส ขันที​​ผู้​ดูแล​นาง​ห้าม
พวกเธอ​ไม่​ได้​ไป​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์​อีก
นอก​จาก​กษัตริย์​จะ​ทรง​เรียก​พวก​เธอ​ให้​เข้า​เฝ้า

เมื่อ​ถึง​เวร​ของ​เอส​เธอร์​ จะ​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์
เธอได้นำของถวายกษัตริย์ ตามที่​เฮ​กัย​ ขันที​​ผู้​ดูแล​สตรี​ แนะ​นำ
กษัตริย์​อา​หสุ​เอ​รัส ​ทรง​รัก​เอส​เธอร์​ยิ่ง​กว่า​หญิง​อื่น​ทั้ง​สิ้น
จึง​ทรง​ตั้ง​เธอ​ให้​เป็น​พระ​ราชินี​แทน​วัชที

แล้ว​กษัตริย์​ประ​ทาน​การ​เลี้ยง​แก่​เจ้า​นาย​และ​ข้า​ราช​การ​ทั้ง​ปวง​
​เพื่อ​ให้​เกียรติ​แก่​พระ​นาง​เอสเธอร์
ทรง​ให้​มี​วัน​หยุด​พัก​แก่​มณฑล​ทั้ง​ปวง
และ​ประ​ทาน​ของ​กำนัล​ด้วย​พระ​ทัย​กว้าง​ขวาง

เมื่อเป็นราชินีแล้ว ​พระ​นาง​เอส​เธอร์​ยังคง​เชื่อ​ฟัง​โมร​เด​คัย​
เหมือน​เมื่อ​ครั้ง​ที่​พระ​นาง​ทรง​อยู่​ใน​ความ​ดูแล​ของ​เขา

ต่อมาเมื่อ​เขา​รวบ​รวม​หญิง​พรหม​จารี​มา​ครั้ง​ที่​ 2
​โมร​เด​คัย​กำลัง​นั่ง​อยู่​ที่​ประตู​พระ​ราช​วัง ได้ทราบว่า
ขันที​สอง​คน​ บิก​ธาน​และ​เท​เรช ผู้​เฝ้า​ธรณี​ประ​ตู​
มี​ความ​โกรธ​และ​หา​โอกาส​ลอบ​ปลง​พระ​ชนม์ ​กษัตริย์​อา​หสุ​เอ​รัส

โมร​เด​คัย​ จึงไปบอก​พระ​ราชินี​เอส​เธอร์
พระ​นาง​ก็​ทูล​กษัตริย์​ใน​นาม​ของ​โมร​เดคัย

หลัง​จาก​สอบ​สวน​เรื่อง​นี้​ว่า​เป็น​ความ​จริง​แล้ว
ก็​ทรง​ให้​แขวน​คอ​สอง​คน​นั้น​เสีย​ที่​ตะ​แลง​แกง
และ​บันทึก​เรื่อง​ไว้​ใน​หนัง​สือ​พง​ศาว​ดาร​เฉพาะ​พระ​พักตร์​กษัตริย์

1. เราไม่ทราบว่าพ่อแม่ของเอสเธอร์ เสียชีวิตเพราะสาเหตุอะไร
แต่คงนำความโศกสลดอย่างมากมาสู่เธอ
พระเจ้าทรงสามารถให้เหตุการน่าเศร้านี้ เป็นพระพรสำหรับเธอ
ทำให้เธอมาเป็นลูกสาวของโมรเดคัย
จนทำให้เธอได้เป็นผู้ช่วยคนยิวให้รอดพ้นการถูกทำลายได้

สิ่งน่าเศร้าที่เกิดขึ้นกับเราในวันนี้ ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม
พระเจ้าทรงสามารถใช้ให้เป็นพระพรสำหรับเราได้

2. พระเจ้าทรงทำให้เอสเธอร์ เป็นที่ถูกใจของ ​เฮกัย ​ผู้​ดูแล​สตรี
จนได้รับการดูแลและคำแนะนำอย่างดี
ปูทางให้เธอ ไปสู่การเป็นราชินี

เมื่อเป็นแผนการของพระเจ้าแล้ว
พระองค์จะทรงจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นและบุคคลที่จำเป็นไว้สำหรับเรา
เพื่อให้แผนการของพระเจ้าพระเจ้าสำเร็จ

3. เมื่อเอสเธอร์เป็นราชินีแล้ว ​ก็ไม่ได้ลืมตัว ยังคง​เชื่อ​ฟัง​โมร​เด​คัย​ เหมือนเดิม
จนชีวิตของเธอกลายเป็นพรมากมายในเวลาต่อมา

การไม่ลืมพระคุณของพระเจ้าที่พระองค์ทรงประทานสิ่งที่เรามี สิ่งที่เราเป็นในวันนี้ ให้แก่เรา
จะนำพาพระพรมากยิ่งขึ้นมาสู่ชีวิตของเรา

4. ทั้งที่อาหสุเอรัส ได้เอสเธอร์มาเป็นราชินีแล้ว
แต่ก็ยังไม่พอ ยังให้มีการจัดหาหญิงสาวพรหมจารีเข้ามาอีก
แต่เพราะการจัดหาในครั้งที่ 2 นี้ จึงทำให้โมรเดคัย ได้สร้างวีรกรรมครั้งสำคัญ
อันจะเป็นเหตุให้เขาได้รับพระพรยิ่งใหญ่ ในเวลาที่เหมาะสม

ไม่ว่าคนอื่นจะนิสัยดีหรือไม่ดีอย่างไรก็ตาม
หากเรายังคงสัตย์ซื่อ เดินในทางของพระเจ้า
สถานการณ์ทั้งสิ้นที่เกิดขึ้น
จะนำพาเรา ไปสู่พระพรยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้สำหรับเรา

คำคม

“ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คนที่ยำเกรงพระเจ้าก็ยังจะได้รับพระพร ”

สรุป เอสเธอร์ 01

ภาพรวม

  • ​พระธรรม​เอสเธอร์​ พูดถึงสตรี​ชาว​ยิว​คนหนึ่งซึ่งต่อมาได้กลายเป็นพระราชินีแห่งเปอร์ซีเรีย พระนาง​ได้ช่วยคนยิวให้รอดจากการ​ถูก​​ฆ่า​ล้าง​เผ่าพันธุ์ ซึ่งเรื่องราวนี้เป็นที่มาของเทศกาล​ปูริม
  • บทที่ 1 พระนางวัชที ไม่เชื่อฟังกษัตริย์อาหสุเอรัส จึงถูกปลดจากตำแหน่ง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

เอสเธอร์ บทที่ 1 ​ใน​​ปีที่ 3 ของ​อา​หสุ​เอ​รัส กษัตริย์แห่งเปอร์เซีย ​ผู้​ทรง​ครอบ​ครอง 127 มณฑล ตั้ง​แต่​อิน​เดีย​ถึง​คูช

พระ​องค์​ประ​ทาน​การ​เลี้ยง​แก่​เจ้า​นาย​และ​ข้า​ราช​การ​ทั้ง​สิ้น​ของ​พระ​องค์ ถึง 180 วัน
หลังจากนั้น ​ก็​ประ​ทาน​การ​เลี้ยง​แก่​ประ​ชา​ชน​ทุก​คน 7 ​วัน​
มี​เหล้า​องุ่น​ให้ดื่มกันอย่าง​เหลือ​เฟือ​ ​โดย​ไม่​มี​การ​ยับ​ยั้ง

ส่วน​พระ​ราชินี​วัชที​ ก็​ประ​ทาน​การ​เลี้ยง​แก่​สตรี ที่​ราช​สำนัก

ใน​วัน​ที่ 7 เมื่อ​พระ​ทัย​ของ​กษัตริย์​รื่น​เริง​ด้วย​เหล้า​องุ่น
จึงสั่งให้ ขันที​ทั้ง​ 7 ​ไป​เชิญ​พระ​ราชินี​วัชที​ ทรง​มง​กุฎ​เสด็จ​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์
เพื่อ​จะ​ให้​ประ​ชา​ชน​และ​เจ้า​นาย​ได้​ชมความงดงามของพระ​นาง

แต่​พระ​นาง​วัชที​ทรง​ปฏิ​เสธ​ไม่​มา​ตาม​พระ​บัญชา​ของ​กษัตริย์
กษัตริย์ก็​ทรง​เดือด​ดาลมาก

กษัตริย์​จึง​หา​รือ​กับ​เจ้า​นาย​ทั้ง 7 แห่ง​เปอร์เซีย​และ​มี​เดีย
ซึ่งเป็น​นัก​ปราชญ์ ผู้​ซึ่ง​รู้​ระเบียบ​แบบ​แผน และ​อยู่​ใกล้​ชิด​พระองค์​

เม​มู​คาน​จึง​ทูล ว่า
พระ​ราชินีได้​ทำ​ผิด​ ​ต่อ​กษัตริย์​ ต่อ​เจ้า​นาย​ทั้ง​หมด​และ​ต่อ​ประ​ชา​ชน​ทุก​คน​
เพราะ​จะเป็นแบบอย่างให้สตรี​ทุก​คน ​ดูหมิ่น​สามี​ของ​ตน​เอง

ดังนั้น ขอ​ให้​มี​พระ​ราช​โอง​การ และ​ให้​บันทึก​ไว้​ใน​กฎ​หมาย​ของ​คน​เปอร์​เซีย​และ​คน​มี​เดีย
อย่าง​ที่​จะ​เพิก​ถอน​ไม่​ได้​ ว่า
พระ​นาง​วัชที​จะ​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์​อา​หสุ​เอ​รัส​อีก​ไม่​ได้
และ​ขอ​ให้​กษัตริย์​ประ​ทาน​ตำ​แหน่ง​ราชินี​แก่​ผู้​อื่น​ที่​ดี​กว่า​พระ​นาง
และขอให้​กษัตริย์ ​ประ​กาศ​กฤษ​ฎีกา​ทั่ว​พระ​ราช​อา​ณา​จักร​ ให้สตรี​ทั้ง​ปวง​จะ​ต้อง​ให้​เกียรติ​สามี​ของ​ตน

กษัตริย์และ​บรรดา​เจ้า​นาย เห็นด้วยกับคำแนะนำนี้
กษัตริย์​จึง​ทรง​ทำ​ตาม​ที่​เม​มู​คาน​ทูล​เสนอ

1. กษัตริย์ อา​หสุ​เอ​รัส มีอำนาจมากปกครองอาณาจักรกว้างไกลถึง 127 มณฑล
และแน่นอนพระราชินีของพระองค์ ย่อมมีอำนาจล้นฟ้าเช่นกัน
แต่พระราชืนีวัชที ลืมตัวว่าที่พระนางมีอำนาจมากมาย ผู้คนทั้งหลายเคารพยำเกรงนั้น
ก็เพราะว่าพระนางเป็นพระราชินี ไม่ใช่เพราะความส฿งส่งของพระนางเอง

ดังนั้นเมื่อพระนางไม่เชื่อฟังกษัตริย์ พระนางจึงสูญเสียอำนาจที่มีไป

วันนี้ สิ่งที่เรามีเพราะพระเจ้าทรงโปรดเมตตา อวยพระพรเรา
อย่าให้เราลืมตัว ยโสต่อพระองค์ ด้วยการไม่ยอมเชื่อฟังพระองค์

2. เม​มู​คาน​ เสนอให้ปลดพระนางวัชที เป็นการกระทำที่เสี่ยงมาก
เพราะถ้าคำเสนอนี้ไม่ผ่าน แล้วต่อมากษัตริย์และราชินีกลับมาหวานชื่นกันใหม่
เม​มู​คาน​ คงหมดอนาคต หรืออาจถึงกับต้องตายก็เป็นไปได้

ทั้งความผิดพลาดของพระนางวัชที และข้อเสนอที่สุ่มเสี่ยงของเม​มู​คาน​
ล้วนแต่อยู่ในแผนการของพระเจ้า ที่จะช่วยคนยิวให้รอดพ้น
จากการถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

การกระทำของบุคคลต่างๆรอบข้างเรา แม้จะเป็นการเลือกตัดสินใจของพวกเขาเอง
บางคนอาจเลือกผิด บางคนอาจเลือกถูก
แต่ทั้งหมดเหล่านั้น พระเจ้าทรงสามารถใช้เป็นพระพร
เพื่อให้แผนการอันดีเลิศของพระเจ้าสำหรับเราสำเร็จได้

คำคม

“ เพราะพระเจ้าทรงทราบอนาคต จึงอนุญาตให้สิ่งนี้เกิดขึ้นในวันนี้ ”