สรุป 1พงศ์กษัตริย์ 22

ภาพรวม

  • อาหับชวนเยโฮซาฟัท ไปร่วมรบกับซีเรีย แต่ทั้งสองฝ่ายแพ้ จนอาหับเสียชีวิต แล้วอาหัสยาห์ก็ขึ้นครองราชย์แทนอาหับ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 22 หลังจากอาหับและเยเซเบล ได้ฆ่านาโบทเพื่อแย่งชิงสวนองุ่นของเขา แล้วพระเจ้าจึงทรงใช้เอลียาห์มาประกาศการลงโทษของราชวงศ์ของอาหับ

ซี​เรีย​กับ​อิส​รา​เอล​ไม่​มี​สง​คราม​กัน​อยู่ 3 ปี
ต่อมาเมื่อเย​โฮ​ชา​ฟัท ​พระ​ราชา​แห่ง​ยู​ดาห์ ​เสด็จ​ลง​ไป​เฝ้า ​อาหับ พระ​ราชา​แห่ง​อิส​รา​เอล
อาหับจึงคิดจะยกทัพไป ชิงเมืองรา​โมท​กิ​เล​อาด กลับมาจากซีเรีย
อาหับจึงชวนเยโฮซาฟัท ไปร่วมรบด้วย

​เย​โฮ​ชา​ฟัท ก็ยินดี แต่ขอ​ทูล​ถามพระเจ้าก่อน
อาหับจึง​เรียก​ประ​ชุม​​ผู้​เผย​พระ​วจนะ 400 คน
(1พกษ. 18:19 “…​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ของ​พระ​อา​เช-ราห์ 400 คน​ ผู้​รับ​ประ​ทาน​ที่​โต๊ะ​เสวย​ของ​พระ​นาง​เย​เซ​เบล”) เพื่อถามว่า
ควร​ที่​เรา​จะ​ไป​ตี​รา​โมท​กิ​เล​อาด​หรือไม่?

พวก​เขา​ตอบ​ว่า
ควรไป พระเจ้าจะประทานชัยชนะให้

​เย​โฮ​ชา​ฟัท​จึงถามอาหับว่า
​มีผู้​เผย​พระ​วจนะ​ของ​พระเจ้า บ้างไหม?

อาหับบอก มี 1 คน คือ มี​คา​ยาห์ แต่​เขา​พยากรณ์​แต่​เรื่อง​ร้าย​เกี่ยว​กับ​อาหับ
อาหับจึงใช้คน​ไป​พา ​มี​คา​ยาห์ มา

อาหับ​และ​เย​โฮ​ชา​ฟัท​ ประ​ทับ​บน​พระ​ที่​นั่ง ทรง​ฉลอง​พระ​องค์​เยี่ยง​กษัตริย์ ณ ลาน​นวด​ข้าว
และ​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ทั้ง​หมด​ก็​กำลังพยา​กรณ์ว่า จะชนะแน่นอน

พระราชาถาม มี​คา​ยาห์ ว่า
ควร​ที่​พวก​เรา​จะ​ไป​ตี​รา​โมท​กิ​เล​อาด​หรือ​ไม่?
มึคายาห์ตอบ​ว่า
ขอ​เชิญ​เสด็จ​ขึ้น​ไป และ​มี​ชัย​ชนะ

เมื่อ​พระ​ราชาสังเกตว่า เขาไม่ได้พูดในนามของ​พระเจ้า
จึงขอให้เขาพูดใหม่

เขาจึงทูล​ว่า
​คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​กระ​จัด​กระ​จาย​อยู่​บน​ภูเขา เหมือน​แกะ​ที่​ไม่​มี​ผู้​เลี้ยง
และพระเจ้า​ตรัส​ว่า ‘คน​เหล่า​นี้​ไม่​มี​นาย ให้​พวก​เขา​ต่าง​กลับบ้าน​ โดย​สวัสดิ​ภาพ​เถิด’

มีคายาห์ ทูลว่า
พระเจ้าทรงอนุญาตให้วิญ​ญาณ​มุสา​อยู่​ใน​ปาก​ของ​พวกผู้​เผย​พระ​วจนะ​ของอาหับ
เพื่อชักนำให้อาหับไปรบ

แล้ว​เศ​เด​คี​ยาห์​ บุตร​เค​นา​อะ​นาห์​ ก็​ตบ​แก้ม​มี​คา​ยาห์​
มี​คา​ยาห์​จึงตอบ​ว่า
“นี่​แน่ะ เจ้า​จะ​เห็น​ใน​วัน​นั้น เมื่อ​เจ้า​เข้า​ไป​ซ่อน​ตัวใน​ห้อง​ชั้น​ใน”

อาหับจึงให้​จับ​มี​คา​ยาห์ ไปขังคุก​และ ให้​อา​หาร​กับ​น้ำ​อย่าง​จำกัด รอจนกว่าอาหับ​จะกลับมา​โดย​สวัสดิ​ภาพ

แต่​มี​คา​ยาห์​ทูล​ว่า
ถ้าอาหับ​กลับ​มา​โดย​สวัสดิ​ภาพ​ได้​จริงๆ ก็แสดงว่าพระเจ้า​ไม่​ได้​ตรัส​ผ่านเขา

อาหับและ​เย​โฮ​ชา​ฟัท จึง​ขึ้น​ไป​รบที่ ​รา​โมท​กิ​เล​อาด
อาหับได้ปลอม​ตัว​เข้า​ทำ​ศึก

พระ​ราชา​แห่ง​ซี​เรีย​ทรง​สั่ง​แม่​ทัพ​ ทั้ง 32 คน​ ว่า
ไม่ต้องสนใจคนอื่น ให้โจมตีอาหับคนเดียว
ตอนแรก​บรร​ดา​แม่​ทัพ ​เห็น​เย​โฮ​ชา​ฟัท คิดว่าเป็นอาหับ จึงไล่โจมตี
แต่ต่อมารู้ว่าไม่ใช่ จึงเลิก​ไล่​ตาม

​มี​ชาย​คน​หนึ่ง​โก่ง​ธนู​ยิง​สุ่ม​ไป​ถูก​อาหับเข้าพอดี
การ​รบ​ก็​ดุ​เดือด​ขึ้น จนไม่สามารถพาอาหับกลับออกมาได้
พอถึง​เวลา​เย็น​อาหับก็​สิ้น​พระ​ชนม์
เมื่อคนอิสราเอลทราบ ​ทุก​คนก็​กลับ​ไป​เมือง​ของ​ตน

ทหารได้นำศพอาหับมาฝังใน​กรุง​สะ​มา​เรีย
และนำรถ​รบ​ไปล้างที่​สระ​น้ำ​แห่ง​สะ​มา​เรีย ​แล้ว​พวก​สุนัข​ก็​เลีย​โล​หิต​ของ​พระ​องค์
แล้ว​อา​หัส​ยาห์ ​โอรส​ของ​อาหับก็​ขึ้น​ครอง​ราชย์​แทน

ส่วนเย​โฮ​ชา​ฟัท โอรส​ของ​อา​สา​ นั้น ทรง​ครอง​ยู​ดาห์ ตั้งแต่​ปี​ที่ 4 ​แห่ง​รัช​กาล​อา​หับ
เริ่มครองเมื่อ อายุ 35 ปี และ​ครอง​ราชย์อยู่ 25 ปี
พระ​องค์​ทรง​ทำสิ่ง​ที่​ถูก​ต้อง​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระเจ้า
แต่​ปูชนีย​สถาน​สูง​ต่างๆ นั้น​ยัง​ไม่​ได้​รื้อ​ลง
ประ​ชา​ชน​ยัง​คง​ถวาย​เครื่อง​บูชา ​บน​ปูชนีย​สถาน​สูง​ต่างๆ นั้น
ส่วน​เทว​ทาส​ที่​เหลือ​อยู่​ พระ​องค์​ก็​ทรง​กำ​จัด​เสีย​จาก​แผ่น​ดิน
เย​โฮ​ชา​ฟัท​ทรง​ทำ​ไม​ตรี​กับ​พระ​ราชา​แห่ง​อิส​รา​เอล​ด้วย

เย​โฮ​ชา​ฟัท​ทรง​ต่อ​เรือ​ทาร​ชิช​หลาย​ลำ เพื่อ​ไป​ขน​ทอง​คำ​จาก​โอ​ฟีร์
แต่​ไป​ไม่​ถึง เพราะ​เรือ​แตก​เสีย​

เย​โฮ​ชา​ฟัท​ทรง​ล่วง​หลับ​ไป และ​เย​โฮ​รัม​พระ​โอรส​ก็​ขึ้น​ครอง​ราชย์​แทน

ส่วนอา​หัส​ยาห์​ โอรส​ของ​อา​หับ ทรงเริ่ม​ครอง​อิส​รา​เอล ใน​ปี​ที่ 17 ​แห่ง​รัช​กาล​เย​โฮ​ชา​ฟัท​
และ​ทรง​ครอง​อยู่ 2 ปี
พระ​องค์​ทรง​ทำ​สิ่ง​ชั่วใน​สาย​พระ​เนตร​ของพระเจ้า
โดย​ทำ​ตาม​ทุก​อย่าง​ที่​อาหับ พระ​บิดา​ของ​พระ​องค์​ทรง​กระ​ทำ​แล้ว​นั้น

1. เมื่อจะไปออกรบ อาหับก็ถามพระเจ้าด้วย แต่ถามจากผู้เผยพระวจนะเท็จ
เพื่อให้ได้คำตอบเฉพาะที่เขาถูกใจเท่านั้น
ซึ่งผลลัพท์ของคือ เขาต้องพ่ายแพ้และตายสงครามนั้น

ในการรับการสอนจากพระคำของพระเจ้า
อย่าให้เราเลือกรับ เฉพาะที่ถูกใจเราเท่านั้น
บ่อยครั้งเมื่อคำสอนในพระคำของพระเจ้า ไม่ตรงกับใจของเรา
จงเลือกเชื่อฟังพระคำของพระเจ้า แล้วชีวิตของเราจะเต็มไปด้วยพระพร

2. อาหับพยายามทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้คำพยากรณ์จากพระเจ้าเป็นความจริง
แต่สุดท้ายแล้ว แม้เขาจะปลอมตัว ก็ยังถูกยิงตายโดยไม่ได้ตั้งใจอยู่ดี

ไม่ว่าเราจะพยายามจะขัดขวางหรือป้องกันมากเพียงไร
แผนการแห่งน้ำพระทัยของพระเจ้า ที่กำหนดไว้ก็ยังจะสำเร็จอยู่ดี

จึงเป็นการฉลาดอย่างยิ่ง ที่จะดำเนินชีวิตตามคำแนะนำในพระคำของพระเจ้า
เพราะว่าทุกอย่างที่บอกไว้ในพระคำของพระเจ้า จะเกิดขึ้นเป็นจริง

3. เยโฮซาฟัท ดำเนินชีวิตถูกต้องในสายพระเนตรของพระเจ้า
แต่การไปร่วมมือกับคนชั่วร้าย อย่างกษัตริย์อิสราเอล
จึงทำให้ต้องพ่ายแพ้ในสงคราม (สมัยอาหับ)
และ เรือขนทองแตก (ในสมัยอาหัสยาห์) ซึ่ง 2พศด. 20:37 อธิบายชัดเจนว่า “เพราะ​พระ​องค์​ทรง​ร่วม​งาน​กับ​อา​หัส​ยาห์ พระ​ยาห์​เวห์​จะ​ทรง​ทำ​ลาย​สิ่ง​ที่​พระ​องค์​ทรง​สร้าง​ไว้”

การร่วมมือกับคนชั่วร้าย จะทำให้เราขาดพระพร
เราควรรังเกียจสิ่งที่พระเจ้าเกลียด และรักสิ่งที่พระเจ้าทรงรัก

คำคม

“ คำเตือนจากพระเจ้า เป็นประโยชน์แก่เราเสมอ แต่อาจไม่ถูกใจเราเสมอไป ”

สรุป 1พงศ์กษัตริย์ 21

ภาพรวม

  • อาหับอยากได้สวนองุ่นของนาโบท เยเซเบลจึงให้แผนสกปรกฆ่านาโบทเสีย แล้วพระเจ้าจึงทรงใช้เอลียาห์มาประกาศการลงโทษของราชวงศ์ของอาหับ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 21 หลังจากที่กษัตริย์เบนฮาดัดแห่งซีเรีย ยกทัพมาบุกอิสราเอล พระเจ้าทรงช่วยอิสราเอลให้มีชัยเหนือทหารซีเรีย แต่อาหับกลับปล่อยเบนฮาดัดกลับไป

​ต่อ​มา​ อยู่มาวันหนึ่ง อาหับได้ถูกใจสวนองุ่นของนา​โบท​ชาว​ยิส​เร​เอล ซึ่งอยู่ข้าง​พระ​ราช​วัง​
อา​หับ​จึงขอซื้อสวนองุ่นนั้นจาก​นา​โบท​
แต่​นา​โบทไม่ยอมขายให้ เพราะเป็นมร​ดก​ของ​บรรพ​บุรุษ

อา​หับ​จึง​กลัด​กลุ้ม​ยิ่ง​นัก จนไม่​เสวย​อา​หาร
เมื่อ​เย​เซ​เบล​มเห​สี​ของ​พระ​องค์ ​ทราบเรื่อง
จึงบอกอาหับว่า
พระนางจะ​มอบ​สวน​องุ่น​ของ​นา​โบท​ ให้แก่อาหับเอง

พระ​นาง​จึง​เขียนจดหมายใน​พระ​นาม​ของ​อา​หับ ส่ง​ไป​ยัง​ผู้​ใหญ่​​ใน​เมือง บอก​ว่า
ให้​ประ​กาศ​ให้​ถือ​อด​อา​หาร และ​ให้​ตั้ง นา​โบท​นั่ง​ใน​ที่​​นั่ง​อัน​มี​เกียรติ​
และ​ให้​คน​อันธ​พาล 2 ​คน​ มา​ฟ้อง​เขา​ว่า เขาได้​แช่ง​พระ​เจ้า​และ​พระ​ราชา
แล้ว​พา​เขา​ออก​ไป​ และ​เอา​หิน​ขว้าง​ตายเสีย​

​ผู้​ใหญ่​ใน​เมือง จึงได้​ทำ​ตาม​ที่​เย​เซ​เบล​สั่งนั้น
จน นา​โบท​ก็ถูก​หิน​ขว้าง​ตาย​

แล้ว​เย​เซ​เบล​ จึงมาบอกอาหับ ให้ไป​ยึด​สวน​ของ​นา​โบท​ ได้แล้วเพราะ เขา​ตาย​แล้ว

พระเจ้าทรงใช้เอ​ลี​ยาห์ ไป​พบ​อา​หับ ขณะที่เขาอยู่​ใน​สวน​ของ​นา​โบท​
และกล่าวว่า
เพราะ​ว่าอาหับ​ยอม​ขาย​ตนเอง ​เข้า​ทำ​สิ่ง​ชั่ว​ใน​สาย​พระ​เนตร​พระเจ้า
พระเจ้าจะ​นำ​เหตุ​ร้าย​มา​เหนือ​อาหับและราชวงศ์ของเขา
​เหมือน​ราช​วงศ์​ของ​เย​โร​โบ​อัม และของ​บา​อา​ชา​
​ส่วน​เย​เซ​เบล สุนัข​จะ​กินนาง​ภาย​ใน​เขต​ยิส​เร​เอล

เมื่อ​อา​หับ​ทรง​ได้​ยิน​พระ​วจนะ​เหล่า​นี้ พระ​องค์​ก็​ฉีก​ฉลอง​พระ​องค์ ทรง​สวม​ผ้า​กระ​สอบ ถือ​อด​อา​หาร บรรทม​ใน​ผ้า​กระ​สอบ และ​ทรง​ดำ​เนิน​ไป​มา​ด้วย​ความ​สำ​นึก​ผิด

และ​พระเจ้าตรัสกับ​เอ​ลี​ยาห์​ ​ว่า
เพราะอา​หับ​ถ่อม​ตัว​ลง​ต่อ​หน้าพระเจ้า พระเจ้าจะ​ไม่​นำ​เหตุ​ร้าย​มา​ใน​สมัย​ของ​เขา แต่​เรา​จะ​นำ​เหตุ​ร้าย​มา​เหนือ​ราช​วงศ์​ของ​เขา​ใน​สมัย​บุตร​ของ​เขา

1. อาหับและเยเซเบล ได้ร่วมกันฆ่าคน เพื่อยึดที่ดิน
ทั้งที่ตนเองมีสมบัติมากมาย แต่ก็ยังไปแย่งคนราษฎรมา
แต่ต่อมาเพราะอาหับกลับใจ จึงรอดต้องพบการหายนะอันน่าอัปยศ
แต่ได้ตายเยี่ยงนักรบ ผู้เสียชีวิตในสงคราม

ขณะเดียวกัน พระเจ้าไม่ทรงละเลย ไม่จัดการอะไรกับบาปที่พวกเขาทำ
อาหับตอนตาย รถที่เปื้อนเลือดของเขาถูกล้างที่เดียวกับที่นาโบท ตาย
โยรัมลูกของอาหับ ถูกโยนศพทิ้ง ในสวนของนาโบท
เยเซเบล ถูกสุนัขกินศพในเมืองของนาโบท

พระเจ้าทรงยุติธรรม ขณะเดียวกันก็พร้อมอภัยแก่ผู้ที่กลับใจอย่างแท้จริง
จงกลับใจอย่างจริงใจ ก่อนที่สายเกินไป

2. พระเจ้าตรัสถึง สิ่งชั่วที่อาหับทำว่า
“เขา​ยอม​ขาย​ตนเอง ​เข้า​ทำ​สิ่ง​ชั่ว​”
หมายถึง เขายอมทำสิ่งชั่ว เพื่อจะได้รางวัลตอบแทนบางอย่างจากการกระทำนั้น
โดยหารู้ไม่ว่า ราคาที่ต้องจ่าย สำหรับการกระทำนั้นมันสุดแสนแพง

วันนี้ เราตระหนักหรือไม่ว่า การทำตามใจตัวเอง ไม่ยอมเชื่อฟังพระเจ้านั้น
ราคาที่ต้องจ่ายนั้นมันแสนแพงเพียงใด
จงฉลาดพอที่จะไม่เลือกทำตามใจตนเอง

3. ทำไมสิ่งชั่วที่อาหับทำ จึงไม่นำการลงโทษมาสู่อาหับแบบเต็มๆ แต่กลับไปลงที่ลูกหลานแบบเต็มๆแทน?

ก็เพราะว่า อาหับกลับใจ ไม่ว่าชั่วเพียงใด ถ้ากลับใจอย่างแท้จริง พระเมตตาของพระเจ้าก็มีอย่างเพียงพอสำหรับเขา
และ เพราะลูกหลานของอาหับไม่ยอมกลับใจ แต่ได้ทำชั่วเหมือนอาหับก่อนกลับใจ
ซึ่งถ้าพวกเขากลับใจอย่างแท้จริง
แน่นอนอย่างที่สุด พระเมตตาของพระเจ้าจะมีอย่างเหลือล้นสำหรับพวกเขาอย่างแน่นอน

ไม่สำคัญว่า ในอดีตที่ผ่านมาเราทำผิดพลาดมากสักเพียงใด
หรือบรรพบุรุษของเราทำผิดพลาดไปมากสักเพียงใด
หากวันนี้ เรากลับใจอย่างแท้จริง หันกลับมาหาพระเจ้า ดำเนินตามทางของพระองค์
พระองค์จะทรงช่วยให้เราสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ ที่เต็มไปด้วยพระพรตลอดเส้นทางของชีวิตของเรา อย่างแน่นอน

คำคม

“ ไม่มีใครชั่วมาก จนไม่สามารถกลับใจใหม่ได้ ”

สรุป 1พงศ์กษัตริย์ 20

ภาพรวม

  • กษัตริย์เบนฮาดัดแห่งซีเรีย ยกทัพมาบุกอิสราเอล พระเจ้าทรงช่วยอิสราเอลให้มีชัยเหนือทหารซีเรีย แต่อาหับกลับปล่อยเบนฮาดัดกลับไป

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 20 หลังจากที่เอลียาห์หนีการตามล่าของเยเซเบล มาถึงภูเขาโฮเรบ และได้พบกับพระเจ้าที่นั่น แล้วเขาก็กลับมาเพื่อทำภารกิจสุดท้ายให้สำเร็จ

ต่อมา เบน​ฮา​ดัด​ กษัตริย์​ซี​เรีย​ ได้ยก​กอง​ทัพ​ มา​ล้อม​กรุง​สะ​มา​เรีย
และ​ได้​ส่ง​ผู้​สื่อ​สารไปบอก​อา​หับ​ ว่า
ต้องการยึดเงิน​และ​ทอง​ทั้งหมดของอาหับ รวมทั้ง บรร​ดา​ภรรยา​และ​บุตร​ที่​ดี​ที่​สุด​ของอาหับ

อาหับ ก็​ตอบตกลง

แล้ว​ผู้​สื่อ​สาร​ได้​กลับ​มา​อีก​ กล่าว​ว่า
นอกจากของเหล่านั้นแล้ว จะ​ส่งคน​มา ค้น​วัง​ และ​บ้าน​ข้า​ราช​การ เพื่อจะยึดสิ่งที่ถูกใจไปทั้งหมด

แล้วบรร​ดา​ผู้​ใหญ่​และ​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​สิ้น​ก็​ทูลอาหับ ว่า
“อย่า​ทรง​ฟัง อย่า​ทรง​ยอม พ่ะ​ย่ะ​ค่ะ”
(พวกนี้ ตอนศัตรูจะยึดลูกแม่และเงินทองของอาหับ ไม่คัดค้านสักคำ)

อาหับจึงตอบปฏิเสธ ​เบน​ฮา​ดัด​
เบน​ฮา​ดัด จึงขู่ว่า เขาจะทำลายสะมาเรียให้สิ้นซาก

อาหับ ตรัส​ตอบ​ว่า
ตอนนี้เบนฮาดัดยังสวม​เกราะเพราะกลัวอาวุธของอิสราเอลอยู่เลย อย่า​มาอวด​อ้างราวกับว่า ได้ชัยชนะแล้ว​เลย

เบน​ฮา​ดัด​โกรธ จึงสั่งทหาร​เข้า​ประ​จำ​ที่เตรียมโจมตี​เมือง​สะมาเรีย

ผู้​เผย​พระ​วจนะ​คน​หนึ่ง มาทูล ​อา​หับ ว่า
​วัน​นี้ พระเจ้าจะประทานชัยชนะแก่อาหับ
​อา​หับ​จึงตรัส​ถาม​ว่า “ทรง​ใช้​ใคร​ทำ?​”
เขา​ทูล​ว่า
​มหาด​เล็ก​ของ​เจ้า​นาย​ประ​จำ​จัง​หวัด​ทั้ง​หลาย โดยให้อาหับเป็นผู้​เริ่ม​รบ

อาหับก็ทำตาม​ยก​ทัพออก​ไป​ใน​เวลา​เที่ยง​วัน
ส่วน​เบน​ฮา​ดัด​​ กำ​ลัง​ดื่ม​จน​เมา
เมื่อทราบข่าวการรบ จึงสั่งให้ ​จับ​เป็นทหารอิสราเอล โดยไม่ฆ่าพวกเขา

ในการรบคนอิสราเอลเป็นฝ่ายชนะ ประ​หาร​คน​ซี​เรีย​เสียมาก​มาย
ส่วน​เบน​ฮา​ดัด ก็ขี่​ม้า​หนี​ไป​

​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​คนนั้น จึงบอกอาหับ ว่า
ใน​ฤดู​ใบ​ไม้​ผลิ​ปี​หน้า กษัตริย์​แห่ง​ซี​เรีย​จะ​ยก​กอง​ทัพ​มา​​อีก

ข้า​ราช​การ​ของ​เบนฮาดัด ​ทูล​พระ​องค์​ ว่า
พระ​ของอิสราเอล เก่งแต่บน​ภูเขา ถ้ามาสู้รบในที่ราบ ซีเรียจะต้องชนะแน่

เมื่อ​ถึง​ฤดู​ใบ​ไม้​ผลิ เบน​ฮา​ดัด ก็ยก​ทัพมาอีก​ ถึง​เมือง​อา​เฟก
คน​อิส​รา​เอล​ตั้ง​ค่าย​ตรง​หน้า​พวก​เขา ​เหมือน​แพะ​สอง​ฝูง​เล็กๆ แต่​คน​ซี​เรีย​เต็ม​ท้อง​ทุ่ง​ไป​หมด

​คน​ของ​พระ​เจ้า ทูลอาหับ ​ว่า
พระเจ้าจะประทานชัยชนะแก่อาหับ

เมื่อรบกัน คน​อิส​รา​เอล ได้​ฆ่า​คน​ซี​เรีย 100,000 คน​ใน​วัน​เดียว
พวก​ที่​เหลือ​ก็​หนี​เข้า​เมือง​อา​เฟก และ​กำ​แพง​เมือง​ล้ม​ทับพวกเขา 27,000 คน
เบน​ฮา​ดัด​ก็​หนี​เข้า​ไป​ใน​ห้อง​ชั้น​ใน​

เบนฮาดัดได้ส่ง​ข้า​ราช​การ​ของ​ตน มา​ทูล​ขอชีวิตจากอาหับ
โดยจะคืนเมือง​ต่างๆ ที่ซีเรียได้ยึดไป และอนุญาตให้อิสราเอลสร้าง​ย่าน​การ​ค้าใน​เมือง​ดา​มัส​กัส ได้
อา​หับก็ยอมปล่อย​เบนฮาดัดไป

ผู้​เผย​พระ​วจนะ​คนหนึ่งพูด​กับ​เพื่อน​ของ​ตน ​ว่า
พระเจ้าให้เพื่อนช่วย​ตี เขาหน่อย
แต่เพื่อนคนนั้น​ปฏิ​เสธ​ ไม่​ยอม​ตี​
ต่อมาเพื่อนคนนั้น จึงถูกสิงโต​สัง​หาร​เสีย

แล้วคนนั้น​ไป​พบ​ชาย​อีก​คน​หนึ่ง จึงขอช่วยตีเขาหน่อย
ชาย​คน​นั้น​ก็ทำ​ให้เขา​บาด​เจ็บ

ผู้​เผย​พระ​วจนะ​นั้น​จึงปลอม​ตัว​ไปพบอาหับ บอกว่า
เขาเป็นทหาร รับหน้าที่เฝ้าเชลย แต่ปล่อยให้เชลยหนีไป

อาหับจึงบอกว่า เขาต้องรับโทษแทนเชลยนั้น

​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​คนนั้นก็แสดงตัว แล้วทูลว่า
เพราะ​อาหับ​ได้​ปล่อย​เบนฮาดัดไป ทั้งที่พระเจ้าได้​กำ​หนด​ให้​ทำ​ลายเสีย ดัง​นั้น​อาหับจะ​ต้อง​รับโทษแทนเบนฮาดัด

แล้วอาหับก็​เข้า​ไป​ใน​พระ​ราช​วัง ด้วย​อา​รมณ์​ขุ่น​มัวและ​กลัด​กลุ้ม​ยิ่ง​นัก

1. เบนฮาดัดพ่ายแพ้เพราะความยโสของเขา เขาคิดว่า เนื่องจากมีกำลังที่มากกว่าดังนั้นต้องชนะแน่นอน
โดยลืมปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ ผลของการรบขึ้นอยู่กับพระเจ้าไม่ใช่กำลังของเขา

ความยโสของเขาสะท้อนมาเป็น การเมาเหล้ายามเที่ยงขณะที่กำลังอยู่ในสงคราม
และการออกคำสั่งให้จับเป็นทหารอิสราเอล หรือการบอกให้ทหารของตนออกไปรบโดยไม่ต้องฆ่าทหารศัตรู

ความเย่อหยิ่งยโส นำหน้าการล้มเหลว และพ่ายแพ้

ชัยชนะไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำลังที่มี แต่ขึ้นอยู่กับพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด

2. พระเจ้าทรงช่วยอาหับ ให้รบชนะศัตรูที่กำลังมากกว่า ถึง 2 ครั้ง
เพื่อเขาจะรู้ว่า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้
ถึงกระนั้น เขาก็ไม่กลับใจใหม่ หันกลับมาหาพระองค์

การอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับใครก็ตาม ไม่ได้เป็นหลักประกันว่า เขาจะกลับใจใหม่ และกันมาติดตามพระเจ้าอย่างจริงใจ เสมอไป

3. เพื่อนของผู้เผยพระวจนะ ไม่เชื่อฟังพระวจนะของพระเจ้า จึงถูกสิงโตฆ่าตาย
อาหับเอง ก็เห็นชอบว่า คนที่ปล่อยให้เชลยศึกหนีไป สมควรถูกประหาร
ดังนั้น การที่อาหับไม่เชื่อฟังพระเจ้า ปล่อยเบนฮาดัดไป จึงนำการทำลายมาสู่อาหับ

อาหับทำสิ่งชั่วร้ายหลายอย่าง แต่สิ่งที่ผิดพลาดมากที่สุดอย่างหนึ่งของเขา คือ
การไม่เชื่อฟังพระเจ้า

เราจริงจังมากเพียงใด ในการดำเนินชีวิตด้วยการเชื่อฟังพระเจ้า?

คำคม

“ พระเจ้าทรงอวยพระพรเรา เพื่อให้เรารู้จักพระองค์มากยิ่งขึ้น ”

สรุป 1พงศ์กษัตริย์ 19

ภาพรวม

  • เอลียาห์หนีการตามล่าของเยเซเบล มาถึงภูเขาโฮเรบ และได้พบกับพระเจ้าที่นั่น แล้วเขาก็กลับมาเพื่อทำภารกิจสุดท้ายให้สำเร็จ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 19 หลังที่พระเจ้าให้เอลียาห์ไปพบอาหับ และทรงสำแดงความเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ของพระองค์ ที่ภูเขาคารเมล จนทำให้พวกผู้เผยพระวจนะของพระบาอัล ถูกฆ่าตายจนหมด และเมื่อเอลียาห์อธิษฐาน ฝนก็ตกสู่แผ่นดินอีกครั้ง

อา​หับได้​บอก​เย​เซ​เบล​ ถึงทุก​สิ่ง​ที่​เอ​ลี​ยาห์​ได้​ทำ
​เย​เซ​เบล​จึงคน​ไป​บอก​เอ​ลี​ยาห์ ​ว่า
นางจะฆ่าเอลียาห์ให้ได้ ก่อนวัน​พรุ่ง​นี้ เวลา​นี้

เอลียาห์จึงลุก​ขึ้น​หนี​เอา​ชีวิต​รอด จนมา​ถึง​เบ​เออร์​เช​บา​เขต​ยู​ดาห์
แล้ว​เดิน​เข้า​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ไป​เป็น​ระยะ​ทาง​ 1 วัน​
แล้ว​มา​นั่ง​อยู่​ใต้​ต้น​ซาก​ และ​ทูล​ขอ​ให้พระเจ้าฆ่าเขาให้​ตายเลยดีกว่า

แล้วก็​เอน​กาย​ลง​หลับ​ใต้​ต้น​ซาก​​นั้น
มี​ทูต​สวรรค์​องค์​หนึ่ง นำขนม​ปัง​ที่​ปิ้งแล้ว​ และ​น้ำ มาให้เขารับประทาน
แล้วเอลียาห์​ก็​เดิน​ไป​ 40 วัน​ 40 ​คืน จน​ถึง​ถ้ำ​แห่ง​หนึ่ง ที่ภูเขาโฮ​เรบ

พระเจ้าตรัส​กับเขา​ว่า
“เอ​ลี​ยาห์​เอ๋ย เจ้า​ทำ​อะไร​อยู่​ที่​นี่?”
เอลียาห์ทูล​ว่า
เขา​หวง​แหน​แทน​พระเจ้า จึงถูกตามฆ่า ตอนนี้เหลือเขาอยู่คนเดียวที่อยู่ฝ่ายพระเจ้า

พระเจ้าจึงสั่งให้เขา​ออก​ไปยืน​อยู่​บน​ภูเขา​
พระเจ้าทรงทำให้เกิด ลม​พายุ​รุน​แรง​ได้​พัด​พัง​ภูเขา และเกิด​แผ่น​ดิน​ไหวและ​เกิด​ไฟ
แล้วพระเจ้าก็ตรัสกับเขาด้วยเสียง​เบาๆ ว่า
“เอ​ลี​ยาห์​เอ๋ย เจ้า​ทำ​อะไร​อยู่​ที่​นี่?”
เขาก็ทูลตอบเหมือนเดิม

พระเจ้าทรงสั่งให้เขากลับ​ไป​แล้ว
– เจิม​ฮา​ซา​เอล​ ให้​เป็น​กษัตริย์​ปก​ครอง​ซี​เรีย
– เจิมเย​ฮู​ ให้​เป็น​กษัตริย์​ปก​ครอง​อิส​รา​เอล
– เจิมเอ​ลี​ชา ​ให้​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​แทน​เอลียาห์

และพระเจ้าบอกว่า ยังมีอีก 7,000 คน​ ​ใน​อิส​รา​เอล ที่​ไม่​ได้​คุก​เข่า​ลง​ต่อ​พระ​บา​อัล

เอ​ลียาห์​ก็​ออก​จาก​ที่​นั่น ​และ​พบ​เอ​ลี​ชา กำ​ลัง​ไถ​นา​ จึง​โยน​เสื้อ​คลุม​ลง​บน​เขา
เอลีชาจึงวิ่ง​ตาม​เอ​ลี​ยาห์​ไป
​และ​บอกว่า ขอ​ลา​บิดา​มารดา​เจ้า​ก่อน

เอ​ลี​ชา​ ​กลับ​ไป​และ​จับ​วัว ฆ่า​เสีย เอา​เครื่อง​แอกทำฟืน ​ต้ม​เนื้อ​วัว แจกให้​แก่​ประ​ชา​ชนรับ​ประ​ทาน
แล้ว​ก็​ลุก​ขึ้น ตาม​เอ​ลี​ยาห์​ไป​และ​ปรน​นิบัติ​เขา

1. เอลียาห์เพิ่งทำการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ ทั้งไฟและตกลงจากฟ้า
แต่ด้วยคำขู่ของผู้หญิงคนเดียว เขาจึงหนีตาย จนหมดแรงและไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป
แต่ต่อมาอีกไม่นานเขาก็กลับมารับใช้พระเจ้าอย่างสง่างามอีกครั้ง

แม้เราจะประสบความสำเร็จในการรับใช้พระเจ้าในอดีต
ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่พลาดพลั้งในปัจจุบัน

แม้เราจะพลาดพลั้งในปัจจุบัน
ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่สามารถลุกขึ้นมารับใช้พระเจ้าได้อีกในอนาคต

2. พระเจ้าทรงสำแดงฤทธานุภาพของพระองค์ในพายุ แผ่นดินไหว และไฟ
แต่เมื่อพระองค์ตรัส กลับตรัสเป็นเพียงเสียงกระซิบเบาๆแก่เอลียาห์

สิ่งที่ดียิ่งกว่าการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ใดๆ ก็คือ มีพระเจ้าทรงสถิตอยู่ใกล้

วันนี้ พระเจ้าทรงสถิตกับเราแล้ว ดียิ่งกว่ามีอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ใดๆเกิดขึ้นกับเราเสียอีก
เพราะเมื่อมีพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุดอยู่กับเรา
ชีวิตของเราจะพบการอัศจรรย์

3. เอลียาห์คิดว่า เหลือเขาคนเดียวที่ยืนหยัดอยู่ฝ่ายพระเจ้า
แต่ความจริงแล้ว ยังมีอีก 7,000 คนที่ยังหยัดฝ่ายพระองค์

บ่อยครั้งเรามักคิดว่า มีแต่เราคนเดียวที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้
ความจริงแล้ว ยังมีคนอื่นๆอีก เพียงแค่เรายังไม่รู้เท่านั้นเอง
เราไม่ได้กำลังเผชิญเหตุการณ์เช่นนี้คนเดียว

4. เอลีชาจะติดตามเอลียาห์ไปนั้น
เขาฆ่าวัวและเผาแอกเสีย แสดงถึงความตั้งใจจริงที่จะไม่หันกลับมาทำนาอีกเลย
แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เอลีชาไม่เคยกลับมาทำนาอีกเลย
แต่กลายเป็นผู้รับใช้พระเจ้าที่ยิ่งใหญ่

วันนี้ เมื่อเราตัดสินใจจะติดตามพระเยซู
เราต้องตัดสัมพันธ์อย่างสิ้นเชิงกับหนทางเดิม
เริ่มต้นชีวิตใหม่ แบบไม่คิดจะหันกลับไปทางเก่าอีกเลย
แล้วเราจะพบว่า ทางของพระเจ้านั้นจะเต็มไปด้วยพระคุณและพระพรมากมาย

คำคม

“ จงติดตามพระคริสต์ แบบไม่คิดหันหลังกลับ ”

สรุป 1พงศ์กษัตริย์ 18

ภาพรวม

  • พระเจ้าให้เอลียาห์ไปพบอาหับ และให้นัดพวกผู้เผยพระวจนะของพระบาอัลเพื่อพิสูจน์ความเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ ที่ภูเขาคารเมล และพระเจ้าก็ทรงสำแดงฤทธานุภาพของพระองค์ที่นั่นด้วยไฟจากฟ้า และต่อมาเมื่อเอลียาห์อธิษฐาน ฝนก็ตกสู่แผ่นดินอีกครั้ง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 18 เพราะบาปชั่วของอาหับและคนอิสราเอล พระเจ้าทรงให้เอลียาห์ประกาศว่าจะไม่มีฝนตกและจะไม่มีน้ำค้าง ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

เมื่อถึงปีที่ 3 ของความแห้งแล้ง พระเจ้าทรงให้​เอ​ลี​ยาห์​ ไป​ปรา​กฏ​ตัว​ต่อ​อา​หับ

ขณะนั้นเกิดการ​กัน​ดาร​อา​หาร​อย่าง​หนัก​ใน​สะ​มา​เรีย
อา​หับ จึงให้​โอ​บา​ดีห์​ ผู้​บัญ​ชา​การ​ราช​สำนัก
​ให้ไป​หาหญ้า บริเวณแหล่งน้ำต่างๆทั่วแผ่นดิน เพื่อนำมาให้แก่ม้าก่อนที่พวกมันจะตายกันหมด

เมื่อ​โอ​บา​ดีห์​กำ​ลัง​ไป​นั้น เอ​ลี​ยาห์​ได้​พบ​เขา
และ​ใช้ให้เขาไปบอกอาหับ ว่า เอ​ลี​ยาห์​อยู่​ที่​นั่น

โอ​บา​ดีห์ตกใจมาก เพราะถ้าไปบอกแล้ว เมื่ออาหับมาแต่ไม่พบเอลียาห์ ก็จะรู้ว่าเขาปล่อยเอลียาห์ไป
ถ้าเป็นเช่นนั้น เขาต้องถูกอาหับฆ่าตายแน่
เนื่องจากก่อนหน้านี้ อาหับได้พยายามเสาะหาเอลียาห์ไปทั่ว แต่ไม่พบ

โอ​บา​ดีห์คนนี้ยำเกรงพระเจ้ามาก
ตอนที่​เย​เซ​เบลกำลังตามฆ่า​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ของ​พระ​เจ้า
เขาได้เสี่ยงตาย ​ซ่อน​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ 100 คน​ไว้​ตาม​ถ้ำ และ​คอยแอบส่งอา​หาร​และ​น้ำ ให้พวก​เขา

​เอ​ลี​ยาห์​จึงสัญญากับเขาว่า วันนี้​จะ​ปรา​กฏ​ตัว​แก่​อา​หับ ​แน่​นอน​
โอ​บา​ดีห์​จึง​ไป​ทูลอา​หับ​
และ​อา​หับ​ก็​เสด็จ​ไป​พบ​เอ​ลี​ยาห์

อา​หับกล่าวหา ​เอ​ลี​ยาห์ ว่า
เป็นผู้​ทำ​ความ​ลำ​บาก​ให้​อิส​รา​เอล

แต่เอลียาห์ตอบว่า
อาหับและ​ราช​วงศ์​ของพระบิดา ​ต่าง​หาก​ได้กระ​ทำ
เพราะ​​ได้​ทอด​ทิ้ง​พระ​บัญ​ญัติ​ของ​พระเจ้า และ​ติด​ตาม​พระ​บา​อัล

เอลียาห์จึงขอ​ให้ อาหับ​รวบ​รวม​ชน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​สิ้น มา​พบ​เอลียาห์​ที่​ภูเขา​คาร​เมล
รวมทั้ง​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ของ​พระ​บา​อัล 450 คน​กับ​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ของ​พระ​อา​เช-ราห์ 400 คน​ ด้วย
อา​หับก็ทำตาม

​ที่​ภูเขา​คาร​เมล ​เอ​ลี​ยาห์​ กล่าวแก่ ประ​ชา​ชน​ทั้ง​ปวง ​ว่า
พวกเขาจะ​ลัง​เล​ใจ​อยู่​ระ​หว่าง​สอง​ฝ่าย​นี้​นาน​เท่า​ไร?

แต่​ประ​ชา​ชน​ไม่​ตอบ​ท่าน​สัก​คำ​เดียว

​เอ​ลี​ยาห์​พูด​กับ​ประ​ชา​ชน ​ว่า
ให้เอลียาห์ และ​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ของ​พระ​บา​อัล 450 คน มาพิสูจน์กันว่า
พระของฝ่ายใดเป็นพระเจ้าแท้
โดยให้ วาง​วัวที่สับ​เป็น​ท่อนๆ วาง​ไว้​บน​กอง​ฟืน​แต่​อย่า​ใส่​ไฟ
แล้ว​​ร้อง​ออก​พระ​นาม​พระ​เจ้า​
พระ​องค์​ไหน​ตอบ​ด้วย​ไฟ พระ​องค์​นั้น​แหละ​เป็น​พระ​เจ้า​แท้

​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​ปวง​ก็​เห็นดีด้วย

เอ​ลี​ยาห์​ ให้​พวก​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ของ​พระ​บา​อัล​ เริ่มก่อน
พวกเขาก็​เลือก​วัว และ​จัด​เตรียม และ​ร้อง​ออก​พระ​นาม​พระ​บา​อัล ตั้ง​แต่​เช้า​จน​เที่ยง
แต่​ก็​ไม่​มี​เสียง​​ตอบ
เมื่อ​ถึง​เวลา​เที่ยง เอ​ลี​ยาห์​ก็​เย้ย​พวกเขา ​
พวกเขายิ่ง​ก็​ร้อง​เสียง​ดัง และ​เชือด​เฉือน​ตัว​เอง จน​เลือด​ไหล​พุ่ง​ออก​มา
จน​ถึง​เวลา​ถวาย​บูชา​ตอน​เย็น แต่​ไม่​มี​เสียงตอบ ไม่​มี​ใคร​ฟัง

แล้ว​เอ​ลี​ยาห์​ก็​ซ่อม​แท่น​บูชา​ของ​พระเจ้า​ที่​ถูก​ทำ​ลาย​ลง​นั้น
และ​​ได้​ขุด​ร่อง​ใหญ่​รอบ​แท่น​ ​จุ​น้ำ​ได้​ประ​มาณ 14 ลิตร
และ​สับ​วัว​นั้น​เป็น​ท่อนๆ และ​วาง​ไว้​บน​กอง​ฟืน

และสั่งให้ประชาชน ​​เท​น้ำลง​บน​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว และ​บน​กอง​ฟืน 12 ไห
และ​ใส่​น้ำ​เต็ม​ร่อง​ด้วย
เมื่อ​ถึง​เวลา​ถวาย​บูชา เอ​ลี​ยาห์​ก็อธิษฐานต่อพระเจ้า

แล้ว​ไฟ​ของพระเจ้า​ก็​ตก​ลง​มา​และ​เผา​เครื่อง​บูชา​เผา​ และ​ฟืน หิน และ​ผง​คลี และ​ลาม​เลีย​น้ำ​ใน​ร่อง​จน​แห้ง
​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​หมด ก็​ซบ​หน้า​ลง​ร้อง​ว่า
พระ​ยาห์​เวห์ทรง​เป็น​พระ​เจ้า

เอ​ลี​ยาห์​บอกให้พวก​เขา​
​จับ​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ของ​พระ​บา​อัล ไว้
และ​เอ​ลี​ยาห์​ก็​นำไปฆ่า​ที่​ลำ​ธาร​คี​โชน

เอ​ลี​ยาห์​ทูล​อา​หับ​ว่า ฝนกำลังจะมาแล้ว
​เอ​ลี​ยาห์​ขึ้น​ไป​ที่​ยอด​ภูเขา​คาร​เมล โน้ม​ตัว​ลง​ถึง​ดินอธิษฐาน
และ​สั่ง​คน​ใช้ ให้​ไป มอง​ไป​ทาง​ทะเล 7 รอบ
แล้วก็มี​เมฆ​ก้อน​หนึ่ง​เล็ก​เท่า​ฝ่า​มือ​คน​ขึ้น​มา​จาก​ทะเล

ต่อมาท้อง​ฟ้า​ก็​มืด​ไป​ด้วย​เมฆ​และ​ลม และ​มี​ฝน​หนัก
อา​หับ​ก็​ทรง​รถ​เสด็จ​ไป​ยัง​เมือง​ยิส​เร​เอล
พระเจ้า​หนุน​กำ​ลัง​เอ​ลี​ยาห์ และ​วิ่ง​ขึ้น​หน้า​อา​หับ​ไป​ถึง​ทาง​เข้า​เมือง​ยิส​เร​เอล

1. ทั้งที่โอบาดีย์เคยเสี่ยงตาย แอบช่วยชีวิตของผู้เผยพระวจนะของพระเจ้า 100 คน
ครั้งนี้พระเจ้ากลับให้เขาต้องเสี่ยงตาย มากกว่าเดิมเสียอีก
ไม่ใช่เพื่อทำลายเขา แต่เพื่อเขาจะได้มีส่วนร่วมในพระราชกิจอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า

เมื่อพระเจ้าอนุญาตให้สิ่งใดเกิดขึ้นกับเรา เพราะเรายำเกรงพระเจ้า
สิ่งนั้นไม่ว่าจะดูเหมือนดีหรือร้ายในสายตาของมนุษย์ก็ตาม
ในที่สุดแล้วสิ่งนั้นจะกลายเป็นพระพรสำหรับชีวิตของเรา

2. การกันดารอาหารเกิดขึ้น เพราะบาปของอาหับ
แต่อาหับกลับคิดว่าเป็นความผิดของเอลียาห์
ผลก็คือ การกันดารอาหารนั้น ไม่ได้ทำให้อาหับกลับใจแต่อย่างใด

เมื่อมีบางสิ่งที่ผิดปกติเกิดขึ้นในชีวิต
เราไม่ควรโทษคนนั้นโทษคนนี้
แต่ควรรีบสำรวจดูตนเองว่า
มีอะไรที่เราทำไม่ถูกต้อง ที่ต้องกลับใจใหม่หรือไม่
เพื่อให้สิ่งผิดปกตินั้นกลายเป็นพระพรแก่เรา
นำเราไปสู่การพัฒนาชีวิตฝ่ายวิญญาณให้จำเริญขึ้น

3. พระเจ้าเที่ยงแท้ ย่อมสามารถสดับฟังและตอบคำอธิษฐาน ของผู้ที่ร้องทูลต่อพระองค์ด้วยจริงใจ
แต่พระเจ้าปลอม ไม่ว่าคนจะร้องต่อพระนั้นด้วยความพยายามมากเพียงไร ก็จะไม่มีเสียงตอบจากพระนั้น

วันนี้ เราสามารถมีประสบการณ์กับพระเจ้าเที่ยงแท้ได้
โดยการร้องทูลต่อพระองคืด้วยจริงใจ อย่างสุดใจของเรา

4. เอลียาห์รู้แน่ว่าฝนจะตก เมื่อเขาร้องทูลต่อพระเจ้า เพราะพระเจ้าบอกไว้ใน 1พกษ. 18:1
แต่เมื่อเขาอธิษฐานถึง 6 ครั้งแล้ว ก็ยังไม่มีวี่แววของฝนเลย
เขาก็ไม่ย่อท้ออธิษฐานต่อไป จนในที่สุดฝนก็ตกจริงๆ

เมื่อพระเจ้าทรงสัญญา มันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
เพียงแต่ขอให้เราไม่ย่อท้อ อดทน รอคอยเวลาของพระเจ้า ด้วยความเชื่อเท่านั้น
จะได้รับตามพระสัญญาอย่างแน่นอน

คำคม

“ พระเจ้าเที่ยงแท้ จะตอบคำอธิษฐานของผู้ที่ร้องทูลต่อพระองค์ด้วยจริงใจ ”

สรุป 1พงศ์กษัตริย์ 17

ภาพรวม

  • เพราะบาปชั่วของอาหับและคนอิสราเอล พระเจ้าทรงให้เอลียาห์ประกาศว่าจะไม่มีฝนตกและจะไม่มีน้ำค้าง ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 17 หลังจากที่ราชวงศ์ของบาอาชา และราชวงศ์ของศิมรี ถูกทำลาย แล้วราชวงศ์อม-รีขึ้นมาครอบครองแทน กลับยิ่งทำชั่วมากยิ่งกว่าเดิมเสียอีก จนทำชั่วอย่างเต็มที่เมื่ออาหับขึ้นครองราชย์

เอ​ลี​ยาห์​ชาว​ทิช​บี ได้ปรากฏตัวขึ้น มา​ทูล​อา​หับ​ว่า
พระเจ้าจะ​ไม่​มี​น้ำ​ค้าง​หรือ​ฝน​ นอกจากเอลียาห์จะบอกให้มีอีกครั้ง

แล้วพระเจ้าก็ให้เอลียาห์ ไป​​ซ่อน​ตัว​ข้าง​ลำ​ธาร​เค​รีท ทาง​ตะวัน​ออก​ของ​แม่​น้ำ​จอร์​แดน
เพื่อเขาจะ​ดื่ม​น้ำ​จาก​ลำ​ธารนั้น
และพระเจ้า​ได้​สั่ง​ฝูง​กานำ​ขนม​ปัง​และ​เนื้อ​ มา​ให้​เลี้ยง​เขา​ที่​นั่น ทุกเวลาเช้าและเย็น

ต่อ​มา​อีก​หลาย​วัน ลำ​ธาร​ก็​แห้ง เพราะ​ไม่​มี​ฝน​ใน​แผ่น​ดิน
พระเจ้าสั่ง​เอ​ลี​ยาห์​ ​ให้ไป​ยัง​เมือง​ศา​เร​ฟัท ของ​ไซ​ดอน
เมื่อ​ไป​​ถึง​ประ​ตู​เมืองนั้น
เอลียาห์ ก็พบหญิง​ม่าย​คน​หนึ่ง​ จึงขอ​น้ำดื่มจากนาง นางก็นำมาให้
แล้วเอลียาห์ก็ขอ​ขนม​ปังจากนาง
นาง​ตอบ​ว่า
ไม่​มี​ขนม​ปัง​เลย มี​แต่​แป้ง​สัก​กำ​มือ​หนึ่ง และ​น้ำ​มัน​เล็ก​น้อย นางกำ​ลัง​เก็บ​ฟืน
เพื่อ​จะ​เอา​ไป​ทำ​ขนม​สำ​หรับ​ตัว​เอง​และ​ลูก​ชาย เพื่อจะ​ได้​กิน​แล้ว​ก็​ตาย

แต่​เอ​ลี​ยาห์​บอก​นาง​ว่า
อย่า​กลัว​เลย จง​ไป​ทำ​ขนม​ก้อน​เล็ก​ให้​เอลียาห์​ก่อน แล้ว​จากนั้นก็ทำ​สำ​หรับ​ตัว​เธอ​และ​ลูก​
นาง​ก็​ไป​ทำ​ตาม​
แล้ว​นาง​และ​ครอบ​ครัว​กับ​เอ​ลี​ยาห์​ก็​มีแป้งและน้ำมัน รับ​ประ​ทาน​อยู่​หลาย​วัน​ไม่​หมด

ต่อ​มาบุตร​ชาย​ของ​นางก็​ล้ม​ป่วย จน​เสียชีวิต
นาง​จึง​กล่าว​แก่​เอ​ลี​ยาห์​ ว่า
ไม่น่าช่วยพวกนาง ให้รอดตายในวันนั้นเลย ทำให้นางต้องปวดร้าวเพราะความตายของลูกชายในวันนี้

เอลียาห์พูด​กับ​นาง​ว่า
เอา​ลูก​ของ​นางมา​ให้เอลียาห์​เถิด

แล้วเอลียาห์ก็​อุ้มเด็กนั้น​ขึ้น​ไป​ที่​ห้อง​ชั้น​บน​ที่​ท่าน​พัก​อยู่
แล้วร้อง​ทูลต่อพระเจ้า ว่า
พระ​องค์​ทรง​นำ​เหตุ​ร้าย​มา​เหนือหญิง​ม่าย​ที่​ข้า​พระ​องค์​อา​ศัย​อยู่​ด้วย​ที​เดียว​หรือ?

แล้ว​เอลียาห์​ก็​เหยียด​ตัว​ลง​ทับ​เด็ก​นั้น​ 3 ​ครั้ง และ​ร้อง​ทูลพระเจ้า​ว่า
ขอ​ชีวิต​ของ​เด็ก​คน​นี้​มา​เข้า​ใน​ตัว​เขา​อีก

และ​พระเจ้าทรงให้​เด็ก​นั้น​กลับ​มี​ชีวิต​อีก
เอ​ลี​ยาห์​ก็​อุ้ม​เด็ก​นั้น มา​มอบ​ให้แม่ของเด็ก

หญิง​นั้น​จึงพูดว่า
ตอน​นี้​นางทราบ​แล้ว​ว่า​เอลียาห์เป็น​คน​ของ​พระ​เจ้า และ​ทุกถ้อยคำจาก​ปาก​ของเอลียาห์​เป็น​ความ​จริง

1. ในช่วงขณะที่อิสราเอลตกอยู่ใต้การปกครองของอาหับที่แสนชั่วร้าย พระเจ้าก็ทรงให้มีเอลียาห์ผู้รับใช้สุดยิ่งใหญ่ ปรากฏตัวขึ้นเช่นกัน

ท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้าย พระเจ้าทรงเตรียมการช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่เอาไว้สำหรับเราเสมอ

2. พระเจ้าทรงนำเอลียาห์ ท่ามกลางสภาวะกันดารอาหาร โดยทรงเปิดเผยทีละขั้นทีละตอน ไม่ได้บอกทั้งหมดในคราเดียว

เมื่อเราเผชิญกับปัญหาหรือแรงกดดัน ให้เรารับฟังและสังเกตการนำจากพระเจ้า
พระองค์จะทรงสอนเรา นำเราไปทีละขั้น
ขอเพียงเราเชื่อฟังพระองค์ ไปทีละขั้น เราจะสามารถถวายเกียรติแด่พระเจ้า ท่ามกลางสถานการณ์นั้นได้

3. หญิงม่ายชาวเศราฟัท เชื่อฟังพระเจ้าก่อนที่จะสนใจปัญหาของตนเอง
สิ่งที่นางได้รับคือ ได้รับใช้พระเจ้า ปัญหาปัจจุบันคลี่คลาย ปัญหาในอนาคตได้รับการแก้ไข

เชื่อฟัง และยำเกรงพระเจ้าวันนี้ ปัญหาทั้งของวันนี้และของอนาคตจะกลายเป็นพระพร

4. เอลียาห์ประหลาดใจที่พระเจ้าทรง​นำ​เหตุ​ร้าย​มา​เหนือหญิงที่ต้อนรับเขาเข้ามาในบ้าน
ซึ่งไม่มีทางเป็นเช่นนั้นแน่นอน
และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ในที่สุดหญิงนั้นได้รับพระพร และเป็นพระพร

เมื่อเราต้อนรับพระเยซู เข้ามาในชีวิตของเรา
เป็นไปไม่ได้ที่จะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับเรา
ทุกอย่างที่เกิดขึ้น แม้บางอย่างมองด้วยสายตาของมนุษย์จะเป็นเหตุร้าย
แต่สุดท้ายทั้งหมดเหล่านั้นจะกลายเป็นพระพร

5. เมื่อหญิงม่ายเห็นการอัศจรรย์ที่เกิดขึ้น ว่าเป็นจริงดังที่เอลียาห์กล่าวไว้
นางจึงยอมรับอย่างจริงใจว่า
​เอลียาห์เป็น​คน​ของ​พระ​เจ้า และ​ทุกถ้อยคำ​ของเอลียาห์​เป็น​ความ​จริง

แต่อาหับได้เห็นการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่กว่า แต่เขากลับยังไม่ยอมจำนนต่อพระเจ้า

พระเจ้าทรงใช้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบางคน
เพื่อเตือนและเพื่อสอนเรา ให้เราเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนรอบข้าง
แล้วเลือกที่จะตอบสนองต่อเสียงเตือนจากพระเจ้าอย่างถูกต้องเถิด

คำคม

“ เมื่อเราเผชิญปัญหาด้วยการเชื่อฟังพระเจ้า ปัญหานั้นจะกลายเป็นพระพร ”

สรุป 1พงศ์กษัตริย์ 16

ภาพรวม

  • ราชวงศ์ของบาอาชา และราชวงศ์ของศิมรี ถูกทำลายเพราะการทำชั่วของพวกเขา แต่เมื่อราชวงศ์อม-รีขึ้นมาครอบครองแทน กลับยิ่งทำชั่วมากยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 16 ในยูดาห์หลังจากที่อาบียัม สิ้นพระชนม์ และอาสาโอรสของอาบียัมก็ขึ้นครองราชย์แทน ส่วนในอิสราเอลเมื่อนาดับโอรสของเยโรโบอัมขึ้นครองราชย์ได้ไม่นานก็ถูกบาอาชา ปลงพระชนม์แล้วขึ้นครองราชย์แทน และก็​ทรง​ทำ​ชั่ว​ใน​สาย​พระ​เนตร​พระเจ้า เหมือนบาปของ​เย​โร​โบ​อัม

พระเจ้าจึงทรงกล่าว​โทษ​บา​อา​ชา โดยทาง​เย​ฮู ​บุตร​ฮา​นา​นี​ ว่า
พระเจ้าได้​เชิด​ชู​เขา​ขึ้น​มา​จาก​ผง​คลี ให้เป็น​ประ​มุข​เหนือ​อิส​รา​เอล​
แต่​เขากลับ​ทำ​ให้​อิส​รา​เอลทำ​บาป
ดังนั้นพระเจ้าจะ​กวาด​ล้าง​บาอาชาและ​ราช​วงศ์​ของ​เขา​ให้​สิ้น

แล้วบา​อา​ชาก็​ทรง​ล่วง​หลับ​ไป และ​เอ​ลาห์​พระโอรส​ก็​ขึ้น​ครอง​ราชย์​แทน
ใน​ปี​ที่ 26 ​แห่ง​รัช​กาล​อา​สา​ และ​ทรง​ครอง​อยู่​ 2 ​ปี

​ศิม​รี​ข้า​ราช​การ​ของ​เอลาห์ ได้​คิด​กบฏ​ต่อ​พระ​องค์ ​และ​ประ​หาร​พระ​องค์​เสีย
แล้ว​ก็​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​แทน ใน​ปี​ที่​ 27 ​แห่ง​รัช​กาล​อา​สา​

​ต่อ​มา​ศิม​รี​ ก็​ทรง​ประ​หาร​ราช​วงศ์​ของ​บา​อา​ชา​เสีย​สิ้น
ศิม​รี​ทรง​ครอง​ราชย์​ได้​ 7 ​วัน​ใน​เมือง​ทีร​ซาห์

คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​สิ้นก็ได้ตั้ง​อม-รี​ ให้​เป็น​กษัตริย์เหนือ​อิส​รา​เอล​
อม-รี​และ​คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​สิ้น​ได้​ขึ้น​ไป​ต่อสู้​ศิม​รี​
ศิมรีพ่ายแพ้ จึง​ทรง​เผา​พระ​ราช​วัง​เสีย​ด้วย​ไฟ และ​สิ้น​พระ​ชนม์

แล้วมี​ประ​ชา​ชน​อิส​รา​เอล​อีก​ส่วนหนึ่ง​ ได้ตั้ง​ทิบ​นี​ ขึ้น​เป็น​กษัตริย์
​อม-รีจึง​ได้ยกมาต่อสู้ และฆ่าทิบ​นี​ เสีย
ใน​ปี​ที่​ 31 แห่ง​รัช​กาล​อา​สา​ อม-รี​ได้​เริ่ม​ครอง​อิส​รา​เอล และ​ทรง​ครอง​อยู่ 12 ปี
เมื่อครองราชย์ได้ 6 ปี พระองค์ก็ย้ายเมืองหลวงจาก ทีรซาห์
มาที่ สะ​มา​เรีย
อม-รี​ทรง​ทำ​สิ่ง​ที่​ชั่ว​ใน​สาย​พระ​เนตร​พระเจ้า ​ยิ่ง​กว่า​บรร​ดา​กษัตริย์​ผู้​อยู่​ก่อน​พระ​องค์
​อม-รี​ทรง​ล่วง​หลับ​ไป​ และ​อา​หับ​พระ​​โอรส​ของ​พระ​องค์​ก็​ขึ้น​ครอง​ราชย์​แทน
ใน​ปี​ที่​ 38 แห่ง​รัช​กาล​อา​สา​ ทรง​ครอง​อิส​รา​เอล​ใน​กรุง​สะ​มา​เรีย 22 ปี

​อา​หับ ได้​ทรง​ทำ​ชั่ว​ใน​สาย​พระ​เนตร​พระเจ้า มาก​ยิ่ง​กว่า​บรร​ดา​กษัตริย์ที่​อยู่​ก่อน​พระ​องค์
และ​ดู​เหมือน​ว่า บาปที่​พระ​องค์​ทรง​นั้น เมื่อเทียบกับ บาปของ​เย​โร​โบ​อัม​แล้ว
บาปของ​เย​โร​โบ​อัม​ กลายเป็น​สิ่ง​เล็ก​น้อยไปเลย
พระ​องค์​จึง​ทรง​รับ​เย​เซ​เบล​พระ​ธิดาแห่ง​ไซ​ดอน​มา​เป็น​มเห​สี
และ​ไป​ปรน​นิบัติ​พระ​บา​อัล ​ทรง​ตั้ง​แท่น​บูชา​พระ​บา​อัล​ใน​นิเวศ​ของ​พระ​บา​อัล
​ทรง​สร้าง​พระ​อา​เช-ราห์ อีกด้วย

ใน​รัช​กาล​ของ​พระ​องค์ ได้อนุญาตให้ ฮี​เอล​ชาว​เบธ​เอล​ได้​สร้าง​เมือง​เย​รี​โค จนบุตร​หัว​ปี​และ​บุตร​สุด​ท้อง ของ​ฮีเอล ต้องตายไป ตาม​พระ​วจนะ​ของ​พระเจ้า ซึ่ง​ตรัส​ไว้ล่วงหน้าทาง​โย​ชู​วา ​บุตร​นูน

1. บาอาชา เอลาห์ และศิมรี ทำชั่วในสายพระเนตรของพระเจ้า จนต้องถูกกำจัดไปเสียสิ้น
เมื่ออม-รี ขึ้นครองราชย์ กลับไม่ได้เรียนรู้จากความผิดพลาดของกษัตริย์ก่อนหน้าเขาเลย
แต่ยังคงเดินตามทางแห่งความผิดพลาดนั้นต่อไป ซึ่งจะนำมาซึ่งการทำลายล้างราชวงศ์ของเขาในเวลาต่อมา

หากเราไม่ยอมเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่น
เรามีแนวโน้มที่จะทำผิดพลาดเหมือนพวกเขาได้

2. อาหับทำสิ่งชั่วร้ายมากมาย จนเมื่อเทียบแล้ว บาปของเยโรโบอัมกลายเป็นสิ่งเล็กน้อยไปเลย
ความบาปชั่วของอาหับทวียิ่งขึ้น เมื่อได้ผสมโรงเข้ากับบาปชั่วที่พระนางเยเซเบลนำเข้ามา

สำหรับบางคนยิ่ง อยู่ใกล้ ยิ่งอยากละทิ้งความชั่ว
แต่สำหรับบางคน ยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งทำชั่วมากยิ่งขึ้น

จงเลือกอยู่ใกล้ คนที่เสริมสร้างชีวิตฝ่ายวิญญาณของเรา
และห่างให้ไกล คนที่คอยทำลายจิตวิญญาณของเรา

คำคม

“ บาปจะนำทำลายมาสู่ทุกคนที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับมัน ”

สรุป 1พงศ์กษัตริย์ 15

ภาพรวม

  • อาบียัม โอรสของเรโหโบอัม กษัตริย์ยูดาห์ครองราชย์ได้ไม่นานก็สิ้นพระชนม์ และอาสาโอรสของอาบียัมก็ขึ้นครองราชย์แทน ส่วนทางอิสราเอลเมื่อเยโรโบอัมสิ้นพระชนม์ นาดับโอรสของพระองค์ก็ขึ้นครองราชย์ได้ไม่นานก็ถูกบาอาชา ปลงพระชนม์แล้วขึ้นครองราชย์แทน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 15 หลังจากพระเจ้าประกาศคำพิพากษาเหนือราชวงศ์ของเยโรโบอัม เพราะเขาชักนำคนอิสราเอลให้ละทิ้งพระเจ้า และพระเจ้าทรงให้เรโหโบอัมผู้ละทิ้งพระเจ้า พ่ายแพ้ต่อกษัตริย์แห่งอียิปต์และถูกยึดทรัพย์สมบัติไปสิ้น และต่อมาเรโหโบอัมก็สิ้นพระชนม์

ใน​ปี​ที่​ 18 ​แห่ง​รัช​กาล​เย​โร​โบ​อัม​
อา​บี​ยัม​โอรสของเรโหโบอัมก็ขึ้นทรง​ครอง​ยู​ดาห์
ทรง​ครอง​ราชย์​ 3 ​ปี
ทรง​ดำ​เนิน​ตาม​บาป​ทุก​อย่าง ที่พระบิดาได้ทำ

มี​สง​คราม​ระ​หว่าง​อา​บี​ยัม​กับ​เย​โร​โบ​อัม ตลอด​พระ​ชนม์​ชีพ​ของ​พระองค์
อา​บี​ยัม​ก็​ทรง​ล่วง​หลับ​ไป
และ​อา​สา​ ​โอรส​ของ​พระ​องค์​ก็​ขึ้น​ครอง​ราชย์​แทน ใน​ปี​ที่ 20 ​แห่ง​รัช​กาล​เย​โร​โบ​อัม
​ทรง​ครอง​ราชย์ 41 ปี

อา​สา​ทรง​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูก​ต้อง​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระเจ้า เหมือน​อย่าง​ดา​วิด
ทรง​กวาด​ล้าง​พวก​เทว​ทาส​เสีย​จาก​แผ่น​ดิน
ทรง​รื้อ​ถอน​รูป​เคา​รพ​ทั้ง​สิ้น ซึ่ง​ปู่และพ่อได้​ทำ​ไว้
​ทรง​ถอด​ มา​อา​คาห์​ ย่าของพระองค์​จาก​ตำ​แหน่ง และ​​ทรง​ทำลาย​รูป​เคา​รพ​ของ​พระ​นาง
แล้วทรง​เผา​เสีย​ที่​ลำ​ธาร​ขิด​โรน
แต่​ปูช​นีย​สถาน​สูง​ต่างๆ ยัง​ไม่​ได้ถูก​กำ​จัด

พระ​ทัย​ของ​อา​สา​ก็​ภักดี​ต่อ​พระเจ้า​ตลอด​สมัย​ของ​พระ​องค์

อาสาทรง​นำ​ เงิน ทอง​คำ และ​เครื่อง​ใช้​ต่างๆ ของ​พระ​​บิดา​ และ​ของ​ที่​พระ​องค์​เอง เข้า​ไป​ใน​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า

มี​สงคราม​ระ​หว่าง​อา​สา​กับ​บา​อา​ชา​พระ​ราชา​แห่ง​อิส​รา​เอล ตลอด​สมัย​ของ​พระ​องค์​ทั้ง​สอง
บา​อา​ชา​ ​ได้​ทรง​ขึ้น​มา​ต่อ​สู้​กับ​ยู​ดาห์ และ​ได้​สร้าง​เมือง​รา​มาห์ ในดินแดนของยูดาห์

อา​สาจึง​ทรง​เอา​เงิน​และ​ทอง​คำ​ทั้ง​หมด ใน​คลัง​แห่ง​พระ​นิเวศ​ และ​ใน​คลัง​แห่ง​พระ​ราช​วัง​ ไปมอบให้แก่​เบน​ฮา​ดัด​ ​กษัตริย์​แห่ง​ซี​เรีย ​ใน​เมือง​ดา​มัส​กัส
เพื่อขอให้พระองค์ ​ยก​เลิก​สนธิ​สัญญา​กับ​บา​อา​ชา​ และช่วยโจมตีอิสราเอลทางทิศเหนือ

​เบน​ฮา​ดัด​ก็ทำตาม โดยได้​ได้​โจม​ตี​เมืองทางตอนเหนือของอิสราเอล
​บา​อา​ชา​ จึงหยุด​สร้าง​เมือง​รา​มาห์ แล้วรีบยกทัพกลับไป
แล้ว​กษัตริย์​อา​สา​ทรง​ ขน​หิน​และไม้ ของ​เมือง​รา​มาห์ เอา​มา​สร้าง​เมือง​เก​บา ​และ​เมือง​มิส​ปาห์

เมื่อ​อาสาทรง​ชรา​แล้ว ก็​เกิด​พระ​โรค​ขึ้น​ที่​พระ​บาท
และทรง​ล่วง​หลับ​ไป แล้วเย​โฮ​ชา​ฟัท​ ​โอรส​ของ​พระ​องค์​ก็​ขึ้น​ครอง​ราชย์​แทน

ใน​ปี​ที่​ 2 แห่ง​รัช​กาล​อา​สา​
นา​ดับ ​โอรส​ของ​เย​โร​โบ​อัม ก็ขึ้นครอง​อิส​รา​เอล​ และ​ทรง​ครอง​ราชย์ 2 ​ปี
พระ​องค์​ทรง​ทำ​ชั่ว​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของพระเจ้า

ต่อมา บา​อา​ชา​ ได้​กบฏ​ต่อ​พระ​องค์ และ​​ประ​หาร​พระ​องค์​เสีย​ที่​เมือง​กิบ​เบ​โธน

แล้วบา​อา​ชา ก็​​ขึ้น​ครอง​ราชย์​แทน ใน​ปี​ที่ 3 แห่ง​รัช​กาล​อา​สา​กษัตริย์​แห่ง​ยู​ดาห์
ทรง​ครอง​อิส​รา​เอล​ 24 ปี
และทรงประ​หาร​ราช​วงศ์​ของ​เย​โร​โบ​อัม​เสีย​สิ้น ตาม​พระ​ดำ​รัส​ของพระเจ้าที่เคยตรัสไว้
บาอาชาทรง​ทำ​ชั่ว​ใน​สาย​พระ​เนตรของพระเจ้า

1. อาบียัม และ นาดับ ทำบาปตามแบบของพ่อของพวกเขา
เห็นได้ว่า บาปของพ่อ ทำให้ลูกมีแนวโน้มทำบาปเหล่านั้นด้วย
ดังนั้น ผู้เป็นพ่อ เมื่อกลับใจ ไม่ได้เพียงแต่ช่วยตนเองได้เท่านั้น
แต่ได้ช่วยป้องกันลูกหลานจากแนวโน้มของการทำบาปได้อีกด้วย

แต่อาสา แม้จะเป็นลูกของอาบียัม แต่ก็ไม่ได้ทำบาปเหมือนอาบียัม
เห็นได้ว่า แม้พ่อจะทำบาป แต่ลูกก็ไม่จำเป็นต้องทำบาปเหมือนพ่อเสมอไป
ดังนั้น แม้ว่าบรรพบุรุษของเราจะทำบาป เราสามารถเลือกตัดสินใจได้เองว่า
จะทำบาปหรือทำสิ่งที่ถูกต้อง

2. อาสาเริ่มต้นด้วยการทำลายรูปเคารพและนำเงินทองมาถวายแด่พระเจ้า
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่ เขาก็เดินทางผิด
แทนที่เขาจะพึ่งพาพระเจ้า แต่กลับเอาของที่เคยถวายนั้นมาให้แก่พระราชาซีเรีย เพื่อขอความช่วยเหลือ

แม้เราจะเคยทำสิ่งที่ถูกต้อง ก็ไม่ใช่ว่าวันนี้เราจะยังคงทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่
เราควรสำรวจดูตนเองเสมอว่า วันนี้เรายังคงทำสิ่งที่ถูกต้องในสายพระเนตรของพระเจ้าอยู่หรือไม่

3. บาอาชา ไม่ยอมเรียนรู้ ว่า เพราะเยโรโบอัม ทำชั่วในสายพระเนตรของพระเจ้า
ราชวงศ์ของเยโรโบอัมจึงถูกเขาทำลายลงอย่างสิ้นเชิง
เขาเองกลับทำบาปแบบเดียวกับเยโรโบอัม
ซึ่งต่อมาเป็นเหตุให้ราชวงศ์ของเขาถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงเช่นกัน

เมื่อเราเห็นผลลัพท์ที่เกิดจากชีวิตของคนอื่นแล้ว
จงเรียนรู้และอย่าเดินตามทางที่พวกเขาผิดพลาดนั้น

คำคม

“ เราไม่จำเป็นต้องผิดพลาด เหมือนอย่างคนที่อยู่ก่อนหน้าเรา ”

สรุป 1พงศ์กษัตริย์ 14

ภาพรวม

  • พระเจ้าประกาศคำพิพากษาเหนือราชวงศ์ของเยโรโบอัม เพราะเขาชักนำคนอิสราเอลให้ละทิ้งพระเจ้า ส่วนเรโหโบอัมก็ละทิ้งพระเจ้าเช่นกัน จึงพ่ายแพ้ต่อกษัตริย์แห่งอียิปต์และถูกยึดทรัพย์สมบัติไปสิ้น

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 14 หลังจากที่พระเจ้าส่งคนของพระเจ้ามาเตือนเยโรโบอัม ให้หันกลับมาหาพระเจ้า อย่านมัสการวัวทองคำอีกต่อไป แต่เยโรโบอัมก็ไม่เชื่อฟังคำเตือนนั้น

ต่อมาอา​บี​ยาห์​ โอรส​ของ​เย​โร​โบ​อัม​ ป่วย
​เย​โร​โบ​อัม​จึงใช้​มเห​สี ให้​ปลอม​ตัว แล้ว​ไป​เมือง​ชี​โลห์ เพื่อถาม อา​หิ​ยาห์​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ ​ว่า​
อะไร​จะ​เกิด​ขึ้น​กับ​เด็ก​นั้น

เมื่อมเหสีมาถึง​บ้าน​ของ​อา​หิ​ยาห์
อา​หิ​ยาห์​มอง​ไม่​เห็นแล้ว เพราะ​​อายุ​มาก
พระเจ้าบอก​อา​หิ​ยาห์ ก่อนแล้ว ว่า
มเห​สี​ของ​เย​โร​โบ​อัม​กำ​ลัง​มา เพื่อ​จะ​ถาม​เจ้า​เรื่อง​ลูก​ของ​นาง

ดังนั้น​เมื่อ​อา​หิ​ยาห์​ได้​ยิน​เสียงเท้า​ของ​พระ​นาง​ เขาจึงบอกให้
พระนาง​เข้า​มา​ข้าง​ใน ไม่ต้องแสร้ง​ทำ​เป็น​หญิง​อื่น​หรอก
แล้วอาหิยาห์ก็บอกถึงคำตรัสของพระเจ้าแก่พระนาง ว่า

พระเจ้าทำ​ให้​เยโรโบอัม​เป็น​ประ​มุข​เหนือ​อิส​รา​เอล​
แต่​เขา​ยัง​ทำ​ชั่ว​ โดยนำคนอิสราเอลให้ไปกราบไว้รูปเคารพ และ​ได้​เหวี่ยง​พระเจ้า​ทิ้ง​เบื้อง​หลัง​
ดังนั้นพระเจ้าจะ​นำ​เหตุ​ร้าย​มา​เหนือ​ราช​วงศ์​ของ​เย​โร​โบ​อัม
พวกเขา​ที่​ตาย​ใน​เมือง สุนัข​จะ​กิน และ​คนที่ตาย​ใน​ทุ่งนา นก​ใน​อา​กาศ​จะ​กิน
ส่วนพระ​กุมาร​นั้น​ก็​จะ​สิ้น​พระ​ชนม์ และ​จะ​ฝัง​ไว้
เพราะ​พระ​กุมาร​ผู้​เดียว​เท่า​นั้น​ใน​ราช​วงศ์​เย​โร​โบ​อัม​ที่​จะ​ไป​ถึง​อุ​โมงค์​ฝัง​ศพ

แล้ว​มเห​สี​ของ​เย​โร​โบ​อัม​ก็ทรง​ลุก​ขึ้น กลับ​ไป
แล้วพระ​กุมาร​ก็​สิ้น​พระ​ชนม์
แล้ว​คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ก็​ฝัง​พระ​ศพ​พระ​กุมาร​และ​ไว้​ทุกข์​ให้

เย​โร​โบ​อัม​​ครอง​ราชย์​ 22 ปี และ​ทรง​ล่วง​หลับ​ไป​
แล้ว​นา​ดับ​โอรส​ของ​พระ​องค์​ก็​ขึ้น​ครอง​ราชย์​แทน

ฝ่ายเร​โห​โบ​อัม ​โอรส​ของ​ซา​โล​มอน ​ทรง​ครอง​ราชย์​ใน​ยู​ดาห์
เริ่มครองราชย์เมื่ออายุ 41 ปี และ​ทรง​ครอง​ราชย์อยู่ 17 ปี​
คนยู​ดาห์​ทำ​ชั่ว​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของพระเจ้า
พวก​เขา​สร้าง​ ​ปูช​นีย​สถาน​สูง เสา​ศักดิ์​สิทธิ์ และ​พระ​อา​เช-ราห์​บน​เนิน​เขา​สูง​ทุก​เนิน และ​ใต้​ต้น​ไม้​เขียว​ทุก​ต้น
และมี​เทว​ทาส (โสเภณีชายหรือหญิง ที่ร่วมเพศต่อหน้าพระต่างๆ เพื่อเป็นการบูชาพระเหล่านั้น)ใน​แผ่น​ดิน​นั้น​ด้วย

ใน​ปี​ที่ 5 ของ​เร​โห​โบ​อัม ชิ​ชัก​กษัตริย์​อี​ยิปต์​เสด็จ​ขึ้น​มา​รบ​กับ​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม
พระ​องค์​ทรง​เอา​ทรัพย์​สม​บัติ​แห่ง​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า และ​ทรัพย์​สม​บัติ​ใน​พระ​ราช​วัง ​ทุก​อย่างไป
รวมทั้ง​โล่​ทอง​คำ​ทั้ง​หมด​ที่​ซา​โล​มอน​ทรง​สร้าง​ไว้ด้วย

​เร​โห​โบ​อัมจึง​ทรง​ทำ​โล่​ทอง​สัม​ฤทธิ์​ขึ้น​แทน และ​มอบ​ไว้​ใน​มือ​ของ​พวก​ทหาร​รัก​ษา​พระ​องค์ และให้ใช้เฉพาะยามที่พระราชาเสด็จออกมาเท่านั้น

มี​สง​คราม​ระ​หว่าง​เร​โห​โบ​อัม​กับ​เย​โร​โบ​อัม​ตลอด​รัช​สมัย
​เร​โห​โบ​อัม​ก็​ทรง​ล่วง​หลับ​ไป​ และ​อา​บี​ยัม ราช​โอรส​ก็​ขึ้น​ครอง​ราชย์​แทน

1. แม้เยโรโบอัมจะได้ยินและได้เห็น คำพิพากษาจากพระเจ้า เหนือราชวงศ์ของเขา
ได้เห็นแล้วว่าลูกของเขา ได้ตายตามที่อาหิยาห์ประกาศไว้
ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้กลับใจ ไม่เลิกพฤติกรรมของเขา แต่กลับทำบาปมากยิ่งขึ้น
จึงนำหายนะมาสู่ราชวงศ์ของเขาในที่สุด

เมื่อเราได้รับคำเตือนจากพระวจนะของพระเจ้า
สิ่งที่เราสมควรทำอย่างยิ่งคือ สารภาพบาปต่อพระเจ้า กลับใจเสียใหม่ อ้อนวอนขอพระเมตตาจากพระเจ้า
แล้วเราจะพบว่าพระเมตตาของพระเจ้ามีมากมายเพียงพอสำหรับชีวิตของเรา

2. เยโรโบอัมได้รับการอวยพรจากพระเจ้า แต่เขากลับลืมพระคุณของพระเจ้า
โยนพระเจ้าไว้เบื้องหลัง ไม่ใส่ใจพระองค์อีกต่อไป

วันนี้ พระเจ้าทรงอวยพระพรชีวิตของเราอย่างมากมาย
เรากำลังลืมพระเจ้าไว้เบื้องหลัง หรือ เราตั้งพระเจ้าไว้ตรงหน้าเราเสมอ ?

3. ทั้งที่เรโหโบอัม มีพระนิเวศน์ของพระเจ้าอยู่ในดินแดนของเขา
แต่กลับไปลอกเลียนแบบเยโรโบอัม ที่นมัสการรูปเคารพ
จนทำให้ทั้งทรัพย์สมบัติในพระนิเวศน์และของตนเอง ถูกปล้นไปจนหมด
จากสมัยซาโลมอน เมื่อไม่กี่ปีก่อน เงินยังถือว่าเป็นสิ่งไร้ค่า เพราะมีทองคำมากมาย
มาบัดนี้ แม้แต่โล่ทองเหลืองยังกลัวหาย ใช้เสร็จแล้วต้องรีบนำเข้าไปเก็บในคลัง

เราผู้เป็นคนของพระเจ้า ไม่สมควรที่จะลอกเลียนแบบ พฤติกรรมของคนแห่งโลกนี้
เพราะหากทำเช่นนั้น สิ่งดีที่มี จะถูกคนแห่งโลกนี้ ปล้นไปจนหมดสิ้น

คำคม

“ คนที่เลียนแบบคนชั่วร้าย จะได้รับผลร้ายแบบเดียวกับคนชั่วร้าย ”

สรุป 1พงศ์กษัตริย์ 13

ภาพรวม

  • พระเจ้าส่งคนของพระเจ้ามาเตือนเยโรโบอัม ให้หันกลับมาหาพระเจ้า อย่านมัสการวัวทองคำอีกต่อไป แต่เยโรโบอัมก็ไม่เชื่อฟังคำเตือนนั้น

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 13 หลังจากเรโหโบอัมขึ้นเป็นกษัตริย์ ก็ไม่ฟังข้อเรียกร้องของประชาชน พวกเขาจึงก่อกบฏและตั้งเยโรโบอัมขึ้นมาเป็นกษัตริย์ของอิสราเอล 10 เผ่า และแยกตัวออกจากเรโหโบอัม และเยโรโบอัมก็สร้างวัวทองคำ เพื่อให้คนอิสราเอลนมัสการแทนพระเจ้า

มีคน​ของ​พระ​เจ้า​คน​หนึ่ง ​ออก​จาก​ยู​ดาห์​ ไป​ยัง​เบธ​เอล
เขาได้​ร้อง​กล่าว​โทษ​แท่น​บูชาวัวทองคำ​นั้น ​ว่า
จะมีเด็ก​ชาย​คน​หนึ่ง ​ชื่อ ​โย​สิ​ยา​ห์ ซึ่ง​เกิด​มา​ใน​ราช​วงศ์​ของ​ดา​วิด จะมาทำลายแท่นบูชานี้เสีย

เมื่อเย​โร​โบ​อัมได้ยิน พระ​องค์​ก็​เหยียด​มือออก​จาก​แท่น ตรัส​ว่า
“จง​จับ​เขา​ไว้”
แล้วมือของเยโรโบอัม ก็​เหี่ยว​แห้ง​ไป จน​ไม่​ทรง​สา​มารถ​ชัก​กลับ​เข้า​หา​ตัว​ได้​
และแท่น​บูชา​ก็​ถูก​พัง​ทลาย

เยโรโบอัมจึงขอให้ คนของพระเจ้านั้นช่วย​วิง​วอน​ขอ​พระ​กรุ​ณาจากพระเจ้าเพื่อเขา
และ​คน​ของ​พระ​เจ้า​ก็​วิง​วอน​ แล้วเยโรโบอัมก็​ชัก​มือ​กลับได้​อีก และ​หาย​เป็น​ปกติ

เยโรโบอัมจึง เชิญ​คน​ของ​พระ​เจ้า ให้มา​รับ​ประ​ทาน​อา​หาร​และรับราง​วัล​
แต่​คน​ของ​พระ​เจ้า​ ไม่รับคำเชิญนั้นเพราะพระเจ้าสั่งห้ามเขาไว้

เมื่อเขากำลังออกจากเบธเอล มี​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​อา​วุ​โส​คน​หนึ่ง​ ​ตาม​เขามา
แล้วเชิญ​เขาไป​บ้านรับประทานอาหารที่บ้านด้วยกัน
ทีแรกคนของพระเจ้านั้นก็ไม่ยอมไป
แต่เมื่อผู้อาวุโสนั้น โกหกว่ามี​ทูต​สวรรค์ มาบอกให้เชิญ คนของพระเจ้าก็​กลับ​ไป​กับ​เขา และได้​รับ​ประ​ทาน​อา​หาร​ใน​บ้าน​ของ​เขา

แล้ว​พระเจ้าก็ตรัสผ่าน​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​อาวุโสนั้นว่า
เพราะว่า​คน​ของ​พระ​เจ้า​ไม่​เชื่อ​ฟังพระเจ้า ได้​มา​รับ​ประ​ทาน​อา​หารในบ้านนั้น
ดังนั้นศพ​ของ​เขา​จะ​​ไม่​ถูก​​ฝังในอุโมงค์ของ​บรรพ​บุรุษ​ของ​เขา

ซึ่งก็เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อ​กำลังกลับไปยังเมืองของตน ระหว่างทางก็ถูก​สิงโต​ฆ่าตาย
แต่สิงโตไม่กินศพของเขา
เมื่อ​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​อา​วุ​โส​นั้นทราบ จึงนำศพของเขามาฝังไว้ใน​อุ​โมงค์​ฝัง​ศพ​ของ​ตน​เอง

หลัง​จาก​เหตุ​การณ์​นี้ เย​โร​โบ​อัม​ก็ยังไม่​ได้​ทรง​หัน​กลับ​จาก​ทาง​ชั่ว​ของ​ตน
แต่​กลับ​ตั้ง​ปุ​โร​หิต​ประ​จำ​ปูชนีย​สถาน​สูงต่างๆ
ซึ่ง​สิ่ง​นี้​ได้​เป็น​บาป​แก่​ราช​วงศ์​เย​โร​โบ​อัม จนนำมาซึ่งการ​ทำ​ลาย​ล้าง​ราช​วงศ์​ของเขาเสีย

1. แม้เยโรโบอัมจะได้พบการอัศจรรย์ด้วยตนเองแล้วก็ตาม
เขาก็ยังไม่ยอมกลับใจอย่างแท้จริง แต่กลับใจเพียงชั่วคราวเพียงแค่ให้มือหายเป็นปกติเท่านั้นเอง
ดังนั้นในที่สุดการไม่ยอมกลับใจนี้จึงนำการทำลายล้างมาสู่ชีวิตและครอบครัวของเขา

วันนี้เมื่อพระเจ้าทรงเตือนให้เรากลับใจ อย่ารอช้า จงรีบกลับใจอย่างแท้จริง
อย่าพอใจเพียงการกลับใจผิวเผินเพื่อให้ปัญหาเฉพาะหน้าหมดไปเท่านั้น
เพราะนั่นไม่ใช่การกลับใจที่แท้จริง

2. คนของพระเจ้าได้ทำการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ อย่างกล้าหาญ
ความจริงแล้วชีวิตของเขาควรถูกจดจำเป็นแบบอย่างให้แก่ผู้รับใช้รุ่นต่อๆมาสืบไป
แต่น่าเสียดายที่เขาไม่เชื่อฟังพระเจ้า จนต้องพบกับความตาย
และสูญเสียโอกาสที่น่าจดจำนั้นไปเสีย

ความสำเร็จในการรับใช้พระเจ้าของเรา ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่สักเพียงใด
ก็ไม่สามารถนำมาใช้เป็นสิทธิพิเศษในการ ไม่เชื่อฟังพระเจ้า ได้

3. คนของพระเจ้าผู้ไม่เชื่อฟังพระเจ้า จึงต้องพบกับหายนะ
สิ่งนี้ไม่ได้เป็นบทเรียนให้เยโรโบอัมสำนึกเลยว่า
หากเขาไม่เชื่อฟังพระเจ้า เขาเองก็จะพบกับหายนะเช่นเดียวกัน

พระเจ้าทรงใช้เยโรโบอัม เพื่อให้พระวจนะของพระเจ้าสำเร็จ ในการแบ่งแยกอาณาจักรอิสราเอล
แม้เขาเคยเป็นคนที่พระเจ้าทรงใช้ได้ในอดีต
แต่ถ้าในปัจจุบันเขาไม่เชื่อฟังพระเจ้า เขาก็จะพบหายนะเหมือนคนของพระเจ้าคนนั้น

ให้เราเรียนจากความผิดพลาดในอดีต ทั้งจากความผิดพลาดของคนอื่นและของตัวเราเอง
เพื่อเราจะได้ไม่เดินผิดพลาดในวันนี้

คำคม

“ การเชื่อฟังพระเจ้า ย่อมสำคัญกว่า ความสำเร็จในการรับใช้พระเจ้า ”

สรุป 1พงศ์กษัตริย์ 12

ภาพรวม

  • เรโหโบอัมไม่ฟังข้อเรียกร้องของประชาชน พวกเขาจึงก่อกบฏและตั้งเยโรโบอัมขึ้นมาเป็นกษัตริย์ของอิสราเอล 10 เผ่า และแยกตัวออกจากเรโหโบอัม

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 12 ซาโลมอนรับหญิงต่างชาติหลายคนมาเป็นมเหสี จึงถูกชักชวนให้หันไปกราบไหว้รูปเคารพ พระเจ้าจึงจะทรงฉีกอาณาจักรออกจากเชื้อสายของเขา เมื่อซาโลมอนสิ้นพระชนม์ เรโหโบอัม ราชโอรสก็ขึ้นครองราชย์แทน

เร​โห​โบ​อัม​ได้​ไป​ที่​เมือง​เช​เคม เพื่อ​จะ​ตั้ง​พระ​องค์​ให้​เป็น​กษัตริย์
คนอิสราเอลได้ใช้คนไปเรียก​เย​โร​โบ​อัม​ ให้กลับมาจากอี​ยิปต์
เย​โร​โบ​อัม​กับคน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ได้​มา​ทูล​เร​โห​โบ​อัม​ ว่า
​ขอเรโหโบอัม​ลด​งานของพวกเขาให้เบา​ลง แล้วพวก​เขา​จะ​ปรน​นิบัติ​เรโหโบอัม

เร​โห​โบ​อัมจึง​ปรึก​ษา​กับ​บรร​ดา​ผู้​อาวุโส ผู้​ได้เคย​ปรน​นิบัติ​ซา​โล​มอน​
เขา​ทั้ง​หลายแนะนำ ว่า
ให้เรโหโบอัทตอบ​คำ​ดี​แก่​คนอิสราเอล แล้วพวกเขา​ก็​จะ​รับ​ใช้​เรโหโบอัม​ตลอด​ไป

แต่เรโหโบอัท​ปฏิ​เสธ​คำ​ปรึก​ษา​เหล่านี้
และ​ไป​ปรึก​ษา​กับ​พวก​คน​หนุ่ม​ ที่​เติบ​โต​ขึ้น​มา​พร้อม​กับ​พระ​องค์
​เขา​ทั้ง​หลาย​แนะนำว่า
ให้คอบคนอิสราเอลว่า เรโหโบอัมจะเพิ่มงานให้พวกเขา มากยิ่งกว่าสมัยของซาโลมอนเสียอีก

เรโหโบอัม ก็ทำตามคำแนะนำนี้
ทรง​ตอบ​ประ​ชา​ชน​อย่าง​ดุ​ดัน ไม่​ทรง​ฟังเสียงของ​ประ​ชา​ชน
เพราะ​การ​นี้​เป็น​มา​จากพระเจ้า เพื่อให้​พระ​วจนะ​ของ​พระ​องค์​ได้​สำ​เร็จ

เมื่อประ​ชา​ชน​ได้ยินคำตอบเช่นนั้น จึงพากันกลับ​ไป​เต็นท์ตน
แล้ว​​เร​โห​โบ​อัม​ทรง​ใช้​อา​โด​รัม​ ผู้​ดู​แล​คน​งาน​โย​ธา​ไป
และประชาชนก็​เอา​หิน​ขว้าง​เขา​ตาย
แล้ว​เร​โห​โบ​อัม​ก็​ทรง​รีบ​ขึ้น​รถ​รบ​หนี​ไป​ยัง​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม

อิส​รา​เอล​จึง​กบฏ​ต่อเรโหโบอัม โดยได้เชิญ​เย​โร​โบ​อัมขึ้นเป็น​กษัตริย์​ของ​อิส​รา​เอล

เมื่อ​เร​โห​โบ​อัม​ทรง​มา​ถึง​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม​แล้ว ทรง​ระ​ดม​พล​จาก​เผ่ายู​ดาห์​และ​เผ่า​เบน​ยา​มิน 180,000 คน เพื่อ​จะ​สู้​รบ​กับ​คนอิส​รา​เอล
แต่พระเจ้าส่ง​เช​ไม​อาห์ มาห้ามพวกเขาไว้
พวกเขาจึง​กลับ​ไป​ตาม​พระ​วจนะ​ของ​พระเจ้า

เย​โร​โบ​อัม​ทรง​สร้าง​เมือง​เช​เคม​ และ​ประ​ทับ​ใน​เมือง​นั้น
และเพื่อไม่ให้อำนาจของตนสั่นคลอน จึงหาทางที่จะไม่ให้คนอิสราเอล กลับไปนมัสการพระเจ้าที่เยรูซาเล็มอีก โดยได้​ทรง​สร้าง​ลูก​วัว​ทอง​คำ​ 2 ​ตัว ที่เมือง​เบธ​เอล และ​ที่​เมือง​ดาน เมืองละตัว
แล้ว​ตรัส​กับ​คนอิสราเอลว่า
นั่นคือ ​พระ​เจ้า​ ผู้​ทรง​นำ​พวกเขาออกมา​จาก​อี​ยิปต์
แล้ว​​ทรง​สร้าง​นิเวศ​แห่ง​ปูชนีย​สถาน​สูง และ​ทรง​ตั้ง​ปุ​โร​หิต​จาก​ประ​ชา​ชน​ธรรมดา​ผู้​ไม่​ใช่​คน​เล​วี
และ​ทรง​กำ​หนด​เทศ​กาล​เลี้ยง เหมือน​กับ​การ​เลี้ยง​ใน​ยู​ดาห์ และในเดือนอื่นด้วย และ​ทรง​ถวาย​เครื่อง​สัตว​บูชา​บน​แท่น​บูชา ​แก่​รูป​ลูก​วัว​​นั้น

1. เพราะเรโหโบอัม เลือกฟังเฉพาะคำแนะนำที่ถูกใจของตนเองเท่านั้น
จึงทำให้เขาพบกับการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต

อย่าให้เราเลือกเชื่อฟัง และทำตามพระคำของพระเจ้า เฉพาะที่ถูกใจของเราเท่านั้น

2. ความผิดพลาดครั้งนี้ แม้จะเกิดจากความเย่อหยิ่งของเรโหโบอัมเอง
แต่ก็ยังอยู่ในแผนการของพระเจ้า เป็นไปตามพระวจนะของพระเจ้าที่ได้ตรัสเอาไว้ก่อนหน้านี้

ท่ามกลางความอ่อนแอของมนุษย์ แผนการของพระเจ้าก็ยังคงสำเร็จอยู่ดี
นั่นคือ การที่แผนของพระเจ้าเกิดขึ้นเป็นจริงนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับความสามารถของมนุษย์

3. พระเจ้าประทานอำนาจให้แก่เยโรโบอัม
แต่เพราะการกลัวสูญเสียอำนาจ เขาจึงทำสิ่งที่ขัดขืนคำสั่งของพระเจ้า
ซึ่งเขาหารู้ไม่ว่า นั่นแหละ คือสาเหตุที่จะทำให้เขาสูญเสียอำนาจไปอย่างสิ้นเชิง

เราไม่ควรลืมพระคุณที่พระเจ้าประทานสิ่งดีให้แก่เรา
เราไม่ควรละทิ้งพระเจ้าเพื่อที่จะรักษาสิ่งนั้นเอาไว้
เพราะว่าถ้าทำเช่นนั้น เราจะสูญเสียสิ่งนั้นไปในที่สุด

คำคม

“ หากทิ้งพระเจ้าเพื่อจะรักษาบางสิ่งไว้ สุดท้ายเราจะสูญสิ่งนั้นไป ตลอดกาล ”

สรุป 1พงศ์กษัตริย์ 11

ภาพรวม

  • ซาโลมอนรับหญิงต่างชาติหลายคนมาเป็นมเหสี จึงถูกชักชวนให้หันไปกราบไหว้รูปเคารพ พระเจ้าจึงจะทรงฉีกอาณาจักรออกจากเชื้อสายของเขา

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 11 หลังจากที่ซาโลมอนมีชื่อเสียงเลื่องลือไปไกล จนพระนางแห่งเชบาและคนมากมายได้เดินทางมาขอรับฟังสติปัญญาจากซาโลมอน และร่วมทำการค้ากับอิสราเอลจนอิสราเอลมั่งคั่งอย่างมากแล้ว

​ซา​โล​มอน​ทรง​รัก​หญิง​ต่าง​ชาติ​หลาย​คน มี​หญิง​โม​อับ หญิง​อัม​โมน หญิง​เอ​โดม หญิง​ไซ​ดอน และ​หญิง​ฮิต​ไทต์
ซึ่ง​เป็น​ประ​ชา​ชาติ​ที่​พระเจ้า​ ห้ามไม่ให้คนอิสราเอลไป​แต่ง​งาน​ด้วย เพราะ​พวก​เขา​จะ​หัน​จิต​ใจ​ของคนอิสราเอลออกไปจากพระเจ้า
ซา​โล​มอน​ทรง​ติด​พัน​หญิง​เหล่า​นี้​ด้วย​ความ​รัก

ซาโลมอนทรง​ มี​มเห​สี 700 คน และ​นาง​ห้าม 300 คน
และ​บรร​ดา​มเห​สี​ ก็​หัน​พระ​ทัย​ของ​พระ​องค์​ออกจากพระเจ้า

​เมื่อ​ซา​โล​มอน​ทรง​พระ​ชรา​แล้ว พระองค์ก็ไม่​ภักดี​ต่อ​พระเจ้า
ทรง​ดำ​เนิน​ตาม​ทางของพระต่างด้าว ​ที่​น่า​เกลียด​น่า​ชัง​สำหรับพระเจ้า
และ​ได้​ทรง​สร้าง​ปูชนีย​สถาน​สูง​ ​ตรง​ข้าม​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม​ สำหรับพระเหล่านั้นด้วย

พระเจ้าทรง​กริ้ว​ซา​โล​มอน จึงทรงตรัส​กับ​ซา​โล​มอน​ว่า
พระเจ้าจะ​ฉีก​อา​ณา​จักร​ออกจากเชื้อสายของซาโลมอน
แต่​​จะ​ทรงให้​เผ่า​หนึ่ง​แก่​บุตร​ชาย​ของ​ซาโลมอน เพื่อ​เห็น​แก่​ดา​วิด​ และเย​รู​ซา​เล็ม

ต่อมาพระเจ้า​ทรง​ให้​ปฏิ​ปักษ์​เกิด​ขึ้น​ต่อ​สู้​ซา​โล​มอน ได้แก่
– ฮา​ดัด​คน​เอ​โดม ท่าน​เป็น​เชื้อ​กษัตริย์​แห่ง​เอ​โดม
– เร​โซน​บุตร​ของ​เอ​ลี​ยา​ดา ผู้​ที่​หนี​ไป​จาก​โศ​บาห์​ ซึ่งต่อมาเขาได้​ปก​ครอง​ซี​เรีย
– เย​โร​โบ​อัม​บุตร​เน​บัท คน​เอฟ​รา​อิม ผู้ที่พระเจ้าทรงใช้อา​หิ​ยาห์​มาบอกเขาว่า พระเจ้าจะยกให้เขาปกครองอิสราเอล 10 ​เผ่า
ซึ่งพระเจ้าทรงสัญญาแก่เขาว่า ถ้าเขา​ดำ​เนิน​ใน​ทางของพระเจ้า แล้ว​พระองค์​จะ​สร้าง​ราช​วงศ์​ของเขาให้มั่น​คง​สืบไป
ดัง​นั้น​ซา​โล​มอน​จึง​ทรง​หา​ทาง​ฆ่า​เย​โร​โบ​อัม​เสีย เย​โร​โบ​อัมจึง​ได้​หนี​ไป​อยู่กับ​ชิ​ชัก​กษัตริย์​อี​ยิปต์ จน​กระ​ทั่ง​ซา​โล​มอน​สิ้น​พระ​ชนม์

ซา​โล​มอน​ทรง​ครอง​ราชย์​ใน​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม​ 40 ปี
และ​ซา​โล​มอน​ทรง​ล่วง​หลับ​ไป​ และ​เขา​ฝัง​พระ​ศพ​ไว้​ใน​นคร​ดา​วิด​
​เร​โห​โบ​อัม​พระ​ราช​โอรส​ ก็​ขึ้น​ครอง​ราชย์​แทน

1. เพราะซาโลมอน เริ่มต้นด้วยการไม่เชื่อฟังพระเจ้า ไปแต่งงานกับหญิงต่างชาติ
ดังนั้นการแต่งงานนั้น จึงไม่ได้นำพระพรมาสู่ชีวิตของซาโลมอน
ตรงกันช้าม กลับนำความโศกสลดมาสู่เขาและลูกหลาน

หากที่ผ่านมา เราเริ่มอะไรไปแล้วก็ตามด้วยการไม่เชื่อฟังพระเจ้า
อย่าปล่อยเลยตามเลย จงกลับใจเสียใหม่ ขอโทษพระเจ้า ขอการอภัยจากพระองค์
โดยพระเมตตาของพระเจ้า พระองค์ทรงช่วยแก้ไขสถานการณ์ที่โศกสลด
อันเกิดจากการไม่เชื่อฟังพระเจ้าของเรา
ให้กลับกลายเป็นสิ่งที่ดีได้ หากเรากลับใจอย่างจริงใจ

2. เมื่อพระเจ้าอนุญาตให้ปฏิปักษ์ของซาโลมอนเกิดขึ้น
ก็เพื่อซาโลมอนจะ สำรวจตนเองแล้วกลับใจ
กลับมาหาพระเจ้าอย่างจริงใจ แล้วรับการอภัยจากพระองค์

แต่แทนที่ซาโลมอนจะทำเช่นนั้น
กลับทำบาปขึ้นกว่าเดิม เพื่อจัดการกับเหตุการรืนั้น
โดยพยายามฆ่าเยโรโบอัม ที่ไม่ได้ทำผิดอะไรเสีย

เมื่อมีเหตุการณ์ที่ไม่ปกติเกิดขึ้นกับเรา
แทนที่จะไปกล่าวโทษคนอื่นๆ
เป็นการดีที่เราจะสำรวจดูตัวเราเองเสมอๆว่า
มีสิ่งใดที่เราต้องกลับใจหรือไม่M

คำคม

“ เพราะซาโลมอนแบ่งใจ อาณาจักรของเขาจึงถูกแบ่ง
ผู้ที่หันหลังให้พระเจ้า กำลังหันหลังให้พระพรทั้งหมดที่พระเจ้าเตรียมให้แก่เขา ”

สรุป 1พงศ์กษัตริย์ 10

ภาพรวม

  • ซาโลมอนมีชื่อเสียงเลื่องลือไปไกล จนพระนางแห่งเชบาและคนมากมายได้เดินทางมาขอรับฟังสติปัญญาจากซาโลมอน และร่วมทำการค้ากับอิสราเอล

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 10 เมื่อพระเจ้าปรากฏแก่ซาโลมอนเป็นครั้งที่ 2 ทรงกำชับให้ซาโลมอนดำเนินติดตามพระเจ้าอย่างสัตย์ซื่อตลอดไป

ต่อมาเมื่อ​พระ​รา​ชินี​แห่ง​เช​บาทรง​ได้​ยิน​กิตติ​ศัพท์​ของ​ซา​โล​มอน
จึงเสด็จ​มา​ทด​สอบ​ซาโลมอน​ด้วย​ปัญ​หา​ยุ่ง​ยาก​ต่างๆ
ซา​โล​มอนก็​ตรัส​ตอบ​ปัญ​หา​ทุก​ข้อ​ของ​พระ​นาง

เมื่อ​พระ​นางเห็น​พระ​สติ​ปัญ​ญา​ของ​ซา​โล​มอน และ​สิ่งที่ซาโลมอนทรงสร้าง
ก็​ตื่น​ตะ​ลึง​อย่าง​ยิ่ง
กล่าว​ว่า สิ่งที่ได้ยินมาเกี่ยวกับซาโลมอน​ไม่​ถึง​ครึ่ง​หนึ่ง ของสิ่งที่ได้ประสบกับตนเองในครั้งนี้
แล้ว​พระ​นาง​ก็​ถวาย​ทอง​คำ​หนัก 4,000 กิโล​กรัม​แด่​ซาโลมอน ทั้ง​เครื่อง​เทศและ​อัญมณี​ล้ำค่า ​อีก​มาก​มาย

​ซา​โล​มอน​ประ​ทาน​แก่​พระนางทุก​อย่าง ตาม​ที่​พระ​นาง​​ทูล​ขอ
จากนั้นมาพระนางได้ถวาย ​ทอง​คำ​แด่​ซา​โล​มอน ปีละ 23,000 กิโล​กรัม
และซาโลมอนยังได้ทอง​ จาก​​พวก​พ่อ​ค้า และ​จาก​บรร​ดา​กษัตริย์อีกมากมาย

​ซา​โล​มอน​ทรง​ให้​เอา​ทอง​คำ​มา​ทุบ​เป็น​โล่​ใหญ่ 200 อัน ใช้​ทอง​คำ​อันละ 7 กิโล​กรัม
​โล่​เล็ก 300 อัน ​ใช้​ทอง​คำ​อันละ 2 กิโล​กรัม
ทรง​ทำ​พระ​ที่​นั่ง​งา​ช้าง​ขนาด​ใหญ่ บุ​ด้วย​ทอง​คำ​บริ​สุทธิ์

ภาชนะ​ทั้ง​สิ้น​ของ​ซา​โล​มอน​ทำ​ด้วย​ทอง​คำ ไม่​มี​ที่​ทำ​ด้วย​เงิน​เลย
เงิน​นั้น​ถือ​ว่า​เป็น​ของ​ไม่​มี​ค่า​อะไร​ใน​สมัย​ของ​ซา​โล​มอน

​ซา​โล​มอน​จึง​ยิ่ง​ใหญ่​กว่า​กษัตริย์​อื่นๆ ใน​โลก ใน​เรื่อง​สม​บัติ​และ​สติ​ปัญ​ญา
และ​ทั่ว​ทั้ง​โลก​ก็​แสวง​หา​ที่​จะ​เข้า​เฝ้า​ซา​โล​มอน เพื่อ​จะ​ฟัง​สติ​ปัญ​ญา​ซึ่ง​พระ​เจ้า​ประ​ทาน​ให้แก่ซาโลมอน
ต่างก็​นำ​เครื่อง​บรร​ณา​การมา ให้แก่ซาโลมอน ตาม​จำ​นวน​กำ​หนด​ทุกๆ ปี

ซา​โล​มอน ​มี​รถ​รบ 1,400 คัน และ​ทหาร​ม้า 12,000 คน
และทรงทำให้การค้าของอิสราเอลเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่ง

1. พระราชินีแห่งเชบา (หรือเอธิโอเปีย) ได้ยินชื่อเสียงของซาโลมอน และได้มาพิสูจน์ด้วยตนเอง
จึงได้เห็นสติปัญญาที่พระเจ้าทรงประทานแก่ซาโลมอน
ซึ่งพระนางคงได้เรียนรู้มากมายเกี่ยวกับพระเจ้า ในการมาในครั้งนี้
และคงนำความรู้อันกลับไปยังประเทศของตนด้วย
ซึ่งน่าจะเป็นเหตุที่ทำให้ ขันทีชาวเอธิโอเปีย (ใน กจ.8 ) มีความรู้เรื่องของพระเจ้าดีพอสมควร

พระนางแห่งเชบา เดินทางมาแสนไกล เพื่อฟังสติปัญญาจากซาโลมอน
แต่บัดนี้ เราไม่ต้องเดินทางเช่นนั้น เพียงหยิบพระคำของพระเจ้าขึ้นมาอ่าน
เราก็จะพบสติปัญญา ยิ่งกว่าสติปัญญาของซาโลมอนในพระคำของพระเจ้า

2. พระเจ้าทรงอวยพระพรให้ซาโลมอนมีสติปัญญา
และโดยสติปัญญานั้น นำชื่อเสียง ความมั่งคั่ง และเกียรติอย่างมากมายมาให้แก่ซาโลมอน

หากเราเอาใจใส่พระปัญญาของพระเจ้า ซึ่งเปิดเผยไว้แล้วในพระคัมภีร์
จะนำมาซึ่งการประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในทุกพื้นที่ชีวิตของเรา

คำคม

“ ปัญญาจากสวรรค์ ถูกเปิดเผยเอาไว้ ในพระวจนะของพระเจ้า ”

สรุป 1พงศ์กษัตริย์ 9

ภาพรวม

  • พระเจ้าปรากฏแก่ซาโลมอนเป็นครั้งที่ 2 กำชับให้ซาโลมอนดำเนินติดตามพระเจ้าอย่างสัตย์ซื่อตลอดไป

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 9 หลังจากที่ซาโลมอนได้นำหีบพันธสัญญาเข้ามาไว้ในพระนิเวศของพระเจ้า แล้วก็อธิษฐานถวายพระนิเวศนั้นแด่พระเจ้าแล้ว

ต่อ​มา​เมื่อ​ซา​โล​มอน​ทรง​สร้าง​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า​และ​พระ​ราช​วัง​ ​สำ​เร็จ​แล้ว
พระเจ้า​ทรง​ปรา​กฏ​แก่​ซา​โล​มอน​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง เหมือน​ที่​เมือง​กิ​เบ​โอน
พระเจ้าตรัส​กับเขาว่า
พระเจ้าทรงได้​ยิน​คำ​อธิษ​ฐานของ​ซาโลมอนแล้ว
ดังนั้นพระองค์​จะเอาพระทัยใส่​ที่พระนิเวศนั้น​ตลอด​ไป
หากซาโลมอน​ดำ​เนิน​กับพระเจ้า ด้วย​ใจ​ซื่อ​สัตย์ และ​ด้วย​ความ​เที่ยง​ธรรม เหมือน​อย่าง​ดา​วิด​
พระเจ้า​จะ​สถา​ปนา​ราช​บัลลังก์​ของ​ซาโลมอน​เหนือ​อิส​รา​เอลสืบไป

แต่​ถ้า​ซาโลมอนหรือ​ลูก​หลาน​หัน​ไป​จาก​การ​ติด​ตามพระเจ้า ​ไป​ปรน​นิบัติ​พระ​อื่นๆ
พระองค์​จะ​ตัด​อิส​รา​เอล​ออก​เสีย​จาก​แผ่น​ดิน​นี้ และ​เรา​จะ​เหวี่ยง​นิเวศ​นี้ไปเสีย
และ​นิเวศ​นี้​จะ​กลาย​เป็น​กอง​สิ่ง​ปรัก​หัก​พัง

20 ปีต่อ​มา​หลังจากที่​ซา​โล​มอน​ได้​ทรง​สร้าง​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า และ​พระ​ราช​วัง
​ซา​โล​มอน​ก็​ประ​ทาน​เมือง 20 เมือง​ใน​แผ่น​ดิน​กา​ลิ​ลี​แก่​ฮี​ราม ​กษัตริย์​แห่ง​ไท​ระ
แต่​เมื่อ​ฮี​รามไม่​​พอ​พระ​ทัยในเมืองเหล่านั้น
แต่ฮี​ราม​ก็ยัง​ส่ง​ทอง​คำ​หนัก​ 4 ​ตัน​แก่​ซาโลมอนอยู่ดี

ซาโลมอนได้ตั้งหลายเมืองให้เป็น ​เมือง​คลัง​หลวง และ​เมือง​​สำ​หรับ​รถ​รบ​ และ​เมือง​สำ​หรับ​ทหาร​ม้า​
ประ​ชา​ชน​ที่​ไม่​ใช่​คน​อิส​รา​เอล​ได้แก่ คน​อา​โม​ไรต์ คน​ฮิต​ไทต์ คน​เป​ริสซี คน​ฮี​ไวต์ และ​คน​เย​บุส
ซา​โล​มอน​ก็​ทรง​เกณฑ์​ให้​เป็น​ทาส​แรง​งาน
​คน​อิส​รา​เอล​นั้น ซา​โล​มอน​ให้​เป็น​ทหาร เป็น​ข้า​ราช​การ เป็น​ผู้​บัง​คับ​บัญ​ชา เป็น​นาย​ทหาร เป็น​ผู้​บัง​คับ​การ​รถ​รบ และ​เป็น​ทหาร​ม้า​ของ​พระ​องค์

ซา​โล​มอน​ทรง​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผาแด่พระเจ้า ปีละ 3 ครั้ง

​ซา​โล​มอน​ทรง​สร้าง​กอง​เรือ​ที่​เมือง​เอ​ซี​โอน​เก​เบอร์ และโดยความร่วมมือกับ​ฮี​ราม​
ซาโลมอนได้ทำการค้าขาย ได้​ทอง​คำ​มาถึง 14,000 กิโล​กรัม

1. พระเจ้าตรัสกับซาโลมอนว่า ถ้าเขาและลูกหลานติดดามพระเจ้า พระองค์จะอวยพรพวกเขาตลอดไป
แต่ถ้าละทิ้งพระเจ้า ไปปรนนิบัติพระอื่น พระองค์จะจัดการกับพวกเขา และจะทำให้นิเวศนี้ถูกทำลาย

ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สำหรับพระเจ้าแล้ว
คุณค่าของสิ่งก่อสร้างที่ สุดงดงามอลังการเหล่านี้
เทียบไม่ได้เลย กับ คุณค่าของหัวใจของประชากรของพระเจ้า
สิ่งก่อสร้างเหล่านี้ไร้ค่าทันที หากปราศจากหัวใจรักที่ประชากรของพระเจ้ามีต่อพระองค์

พระเจ้าไม่ใส่ใจในความยิ่งใหญ่ของงาน
แต่เอาพระทัยใส่ที่ หัวใจที่เรามอบให้แก่พระองค์นั้น

2. ความผิดพลาดของซาโลมอนที่เกิดขึ้นในบทนี้ คือ
ซาโลมอน ทำเหมือนบรรพบุรุษที่ได้ทำมา
โดยไม่ได้ขับไล่ชาวแผ่นดินคานาอันออกไปให้หมด ตามที่พระเจ้าได้บัญชาไว้ผ่านโมเสส
แต่ด้วยสติปัญญาของซาโลมอนนั้น จึงบังคับให้พวกเขาเป็นทาส

ซึ่งในที่สุดสิ่งนี้กลับกลายเป็นบ่วงแร้วดักจับซาโลมอนไว้
ต่อมาซาโลมอนได้รับหญิงต่างชาติมากมาย มาเป็นมเหสี
และหญิงเหล่านั้นเอง ที่ดึงซาโลมอนให้ออกจากการเดินติดตามพระเจ้า

การจงใจไม่เชื่อฟัง แม้จะดูเหมือนเป็นเพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆ
แต่ในที่สุดแล้ว มันจะนำปัญหาใหญ่มาสู่ชีวิต

คำคม

“ การปล่อยความไม่สัตย์ซื่อเล็กๆน้อยๆไว้ในชีวิต อาจจะลุกลามจนทำลายความสัตย์ซื่อทั้งหมดในชีวิตก็เป็นได้ ”

สรุป 1พงศ์กษัตริย์ 8

ภาพรวม

  • ซาโลมอนได้นำหีบพันธสัญญาเข้ามาไว้ในพระนิเวศของพระเจ้า แล้วพระสิริของพระเจ้าก็ปกคลุมเหนือพระนิเวศนั้น จากนั้นซาโลมอนก็อธิษฐานถวายพระนิเวศนั้นแด่พระเจ้า

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 8 เมื่อซาโลมอนได้สร้างพระนิเวศเมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว ซาโลมอนก็นำสิ่งที่ดาวิดถวายแด่พระเจ้า มาเก็บไว้ในคลังพระนิเวศ

​ซา​โล​มอน​ทรง​เรียก​พวก​ผู้​ใหญ่​ของ​อิส​รา​เอล เพื่อ​จะ​นำ​หีบ​พันธ​สัญญา​ของ​พระเจ้า และข้าว​ของ​เครื่อง​ใช้​ที่​บริ​สุทธิ์​ทุก​อย่าง มาไว้ในพระนิเวศ ใน​เดือนที่ 7 คือ เดือน​เอ​ธา​นิม

แล้ว​ซา​โล​มอน และ​คนส​รา​เอล ก็ได้​ถวาย​แด่พระเจ้าด้วยแกะ​และ​วัว​มาก​มาย จน​ไม่​สา​มารถ​นับ​จำ​นวน​หรือ​คิด​คำนวณ​ได้
แล้ว​ปุ​โร​หิต​ก็​นำ​หีบ​พันธ​สัญญา​ มาไว้ในห้องในสุด คือ ​อภิ​สุทธิ​สถาน ภาย​ใต้​ปีก​ของ​เค​รูบ
​ใน​หีบ​นั้นมีศิลา 2 แผ่น ซึ่ง​โม​เสส​ใส่​ไว้ ณ ภูเขา​โฮ​เรบ

เมื่อ​พวก​ปุ​โร​หิต​ออก​มา​จาก​วิสุทธิ​สถาน เมฆ​แห่งพระสิริของพระเจ้าก็​เต็ม​พระ​นิเวศ​
จน​พวก​ปุ​โร​หิต​ไม่​อาจ​ยืน​ปรน​นิบัติ​อยู่​ได้​
แล้ว​ซา​โล​มอน​ตรัส​ว่า
​พระ​นิเวศ​ที่​โอ่​อ่า​ตระ​การ​ตา​นี้ ถูกสร้างเพื่อพระเจ้า เพื่อ​พระ​องค์​จะ​สถิต​อยู่​เป็น​นิตย์

แล้ว​ซาโลมอนก็​อวยพรประชาชน แล้วตรัสว่า
ดา​วิด​​ตั้ง​พระ​ทัย​ที่​จะ​สร้าง​พระ​นิเวศแก่พระเจ้า

แล้ว​ซา​โล​มอน​ทรง​ยืน​อยู่​หน้า​แท่น​บูชา​ ต่อ​หน้า​ชุม​นุม​ชน​อิส​รา​เอล และ​กาง​พระ​หัตถ์​ออก​สู่​ฟ้า​สวรรค์ และ​อธิษฐาน​ว่า
ขอ​พระเจ้าทรง​รัก​ษา​พระ​สัญ​ญา ที่มีกับ​ดา​วิด​ ที่ว่า
ถ้าลูก​หลาน​ของดาวิด​​ดำเนินตามทางของพระเจ้า แล้วจะ​ไม่​ขาด​ทา​ยาท​ที่​จะ​นั่ง​บน​บัล​ลังก์​ของ​อิส​รา​เอล​เลย

แท้​จริง พระเจ้าทรงใหญ่กว่าฟ้า​สวรรค์​อัน​สูง​สุด​ ด้วยซ้ำไป
แล้ว​พระ​นิเวศ​นี้​จะ​เพียงพอสำหรับต้อนรับ​พระ​องค์​ได้​อย่าง​ไร?
แต่​ขอ​พระเจ้า​สน​พระ​ทัย​ และทรง​สดับ​คำ​อธิษ​ฐาน ใน​คำ​อธิษ​ฐานที่อธิษฐาน​ต่อพระ​นิเวศ​นี้

ถ้าคน​ใด​สา​บาน ​ต่อ​หน้า​แท่น​บูชา​​ใน​พระ​นิเวศ​นี้
ขอพระเจ้าทรงประทานความยุติธรรมแก่เขา

หากคนอิสราเอลทำบาป
– จนพวกเขา​พ่าย​แพ้​ศัตรู
– หรือ จนฟ้า​สวรรค์​ปิด​อยู่​และ​ไม่​มี​ฝน
– หรือ จนเกิดกัน​ดาร​อา​หาร​ , ​มี​โรค​ระบาด , ​ข้าว​ลีบ , ข้าว​ขึ้น​รา , มี​ภัย​จาก​ตั๊ก​แตน​ , มีศัตรู​มาล้อม​เมือง , ​มี​ภัย​พิบัติ​ใดๆ หรือ​เกิด​ความ​เจ็บ​ไข้​ใด​ๆ
แล้ว​พวก​เขา​หัน​กลับ​มา​หา​พระ​องค์ อธิษ​ฐาน​และ​ขอ​พระ​เมตตา​ต่อ​พระ​องค์​ใน​พระ​นิเวศ​นี้
ขอ​พระ​องค์​ทรง​สดับ​ และ​ทรง​อภัย​บาป​ และ​ขอ​ทรง​ช่วยกู้พวกเขา

ยิ่ง​กว่า​นั้น หาก​คน​ต่าง​ด้าว ผู้​มา​จาก​แดน​ไกล​ เพื่อมา​อธิษ​ฐาน​ต่อ​พระ​นิเวศ​นี้
ก็​ขอ​พระ​องค์​ทรง​สดับ และ​ขอ​ทรง​ทำ​ตาม​ทุก​สิ่ง ซึ่ง​เขาได้​ทูล​ขอ​

ถ้า​คนอิสราเอลไป​ต่อ​สู้​กับ​ศัตรู และ​เขา​ทั้ง​หลาย​ได้​อธิษ​ฐาน​ตรง​ไปยัง​พระ​นิเวศ​นี้
ขอ​พระ​องค์​ทรง​สดับ​คำ​อธิษ​ฐานของ​พวก​เขา

ถ้าคนอิสราเอลทำบาป แและถูกจับ​ไป​เป็น​เชลย​ยัง​แผ่น​ดิน​ของ​ศัตรู​นั้น ไม่​ว่า​ไกล​หรือ​ใกล้
ถ้า​เขา​สำ​นึก​ผิด และ​ได้​กลับ​ใจ แล้ว​ได้​วิง​วอน​ต่อ​พระ​องค์​ตรง​ไปยัง​พระ​นิเวศ​นี้
และ​กลับ​มา​หา​พระ​องค์​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ
ก็​ขอ​พระ​องค์​ทรง​สดับ​คำ​อธิษ​ฐาน​ และ​ทรง​อภัย​ต่อ​การ​ทร​ยศของพวกเขา เพื่อ​ศัตรู​จะ​เมต​ตา​เขา​ทั้ง​หลาย

เมื่อ​ซา​โล​มอน​ทรง​จบ​คำ​อธิษ​ฐาน ก็ทรง​ยืน และ​ทรง​อวย​พร​แก่​ชุม​นุม​ชน​อิส​รา​เอล​
พระ​สัญ​ญา​อัน​ดี​ทั้ง​สิ้น​ของพระเจ้านั้น​ไม่​ล้ม​เหลว​สัก​คำ​เดียว
ขอพระเจ้า​สถิต​กับ​พวก​เรา ขอ​อย่า​ทรง​ละ​เรา​หรือ​ทอด​ทิ้ง​เรา​เลย
แต่​ขอ​ทรง​โน้ม​จิต​ใจ​ของ​พวก​เรา​ให้​มา​หา​พระ​องค์ เพื่อ​​รัก​ษา​พระ​บัญ​ญัติของ​พระ​องค์ ดัง​ใน​วัน​นี้

แล้วซาโลมอนกับคน​อิส​รา​เอล ได้​ถวาย​เครื่อง​สัตว​บูชา​แด่​พระเจ้า
เป็น​ ​วัว 22,000 ตัว และ​แกะ 120,000 ตัว
ซา​โล​มอน​จึง​ทรง​ฉลอง​เทศ​กาลเลี้ยง​ใน​เวลา​นั้น พร้อม​กับ​อิส​รา​เอล​ทั้ง​สิ้น เป็น​การ​ชุม​นุม​ใหญ่ 14 ​วัน
แล้วซาโลมอนและประชาขนกลับ​ไป​ยังที่พักของ​ตน​ด้วย​จิต​ใจ​ชื่น​บาน​และ​ยิน​ดี

1. เมื่อพระนิเวศอันงดงามสร้างเสร็จ ก็ไม่มีการทรงสถิตของพระเจ้า
จนกระทั่งหีบพันธสัญญาของพระเจ้า ซึ่งมีศิลาแห่งพระบัญญัติอยู่ในนั้น เข้ามาในพระนิเวศนั้น
พระสิริของพระเจ้าก็เข้ามาปกคลุมสถานที่นั้น

พระเจ้าทรงสถิตตามที่พระองค์ทรงสัญญา
ในโดยที่คนอิสราเอลต้องทำตามกติกาในพระบัญญัติของพระองค์

วันนี้ พระเจ้าทรงสัญญาด้วยกติกาใหม่ว่า ผู้ที่ต้อนรับพระองค์ให้เข้ามาเป็นพระเจ้าเป็นเจ้านายในชีวตของเขา
พระเจ้าจะทรงสถิตอยู่กับเขาตลอดไป
ดังนั้นเราผู้ต้อนรับพระคริสต์เป็นเจ้านายในชีวิตของเรา จะมีการทรงสถิตของพระเจ้าในทุกแห่งที่เราไปอย่างแน่นอน

2. คำอธิษฐานของซาโลมอนต่อพระเจ้าในครั้งนี้ลึกซึ้งมาก เพราะเป็นคำอธิษฐานของชายผู้ที่ได้รับปัญญาจากพระเจ้า ซึ่งเวลานี้เป็นเวลาที่เขายำเกรงพระเจ้าอย่างที่สุด จึงอธิษฐานด้วยคำอธิษฐานดังกล่าว

เขาอธิษฐานว่า
เขารู้ดีว่านิเวศที่สร้างคงไม่อาจรองรับพระเจ้าได้
แต่ขอให้ที่นัดหมายเมื่อประชากรของพระเจ้าจะอธิษฐานต่อพระองค์
ขอพระองค์ทรงฟังและขอทรงให้อภัยแก่บาปของพวกเขา
ซาโลมอนเน้นย้ำว่า พวกเขาต้อง​สำ​นึก​ผิด กลับ​ใจ และ​กลับ​มา​หา​พระ​องค์​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ
เพราะซาโลมอนรู้ดีว่า โดยปราศจากท่าทีเช่นนี้ พวกเขาจะไม่สามารถได้รับการอภัย

เมื่อเราทำผิดบาป พระองค์พร้อมที่จะให้อภัยเราเสมอ ตามที่พระองค์ทรงสัญญา
เพียงแต่เราจำเป็นต้อง​สำ​นึก​ผิด ​กลับ​ใจ และ​กลับ​มา​หา​พระ​องค์​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ ก่อนเท่านั้น

3. ในสมัยนั้นต้องไปที่พระนิเวศของพระเจ้า หรืออธิษฐานต่อมายังพระนิเวศ
แต่บัดนี้ เราเป็นพระวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์แล้ว
เราสามารถอธิษฐานต่อพระเจ้าได้เลยในทันที ตรงจากจิตวิญญาณของเราไปยังพระเจ้า

ด้วยเหตุนี้การอธิษฐาน ที่เป็นเพียงแค่คำพูดหรือเป็นพฤติกรรมภายนอก ไม่ได้จากส่วนลึกภายในอย่างแท้จริง
จึงไม่สามารถไปถึงพระเจ้า
พระเจ้ากำลังมองหาคนเหล่านั้น ที่อธิษฐานตรงต่อพระเจ้า อย่างจริงใจ จากส่วนลึกภายในจิตใจของตนอย่างแท้จริง

คำคม

“ ทุกครั้งที่กลับมาหาพระเจ้าด้วยจริงใจ พระองค์ทรงพร้อมที่จะให้อภัย ”

สรุป 1พงศ์กษัตริย์ 7

ภาพรวม

  • ซาโลมอนให้เวลา 13 ปี สร้างพระราชวังของตน ส่วนงานสร้างพระนิเวศเมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว ซาโลมอนก็นำสิ่งที่ดาวิดถวายแด่พระเจ้า มาเก็บไว้ในคลังพระนิเวศ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 7 นอกจากซาโลมอน ให้เวลา 7 ปี สร้างพระนิเวศของพระเจ้าในเยรูซาเล็มแล้ว

ซา​โล​มอนก็สร้าง​พระ​ราช​วัง​ของ​พระ​องค์ ​ใช้​เวลา​ 13 ปี ด้วย
นอกจาก​ทรง​สร้าง​พระ​ตำ​หนัก​พนา​เล​บา​นอน ยาว 44 เมตร กว้าง 22 เมตร และ​สูง 13.5 เมตร แล้ว
​ยัง​ทรง​สร้าง​วังให้ม​เห​สี ซึ่งเป็นพระ​ธิดา​ของ​ฟา​โรห์ ด้วย

ในการสร้างสิ่งต่างๆนั้น ซา​โล​มอน​ทรง​ใช้​คน​ไป​นำ​ฮู​ราม​ มา​จาก​เมือง​ไท​ระ
แม่ของเขาเป็นคน​เผ่า​นัฟ​ทา​ลี ส่วนพ่อที่จากไปแล้วนั้นเป็น​ชาว​เมือง​ไท​ระ
เขาเป็น​ช่าง​ทอง​สัม​ฤทธิ์ ที่เต็ม​เปี่ยม​ด้วย​สติ​ปัญ​ญา ความ​เข้า​ใจ และ​ฝี​มือ​

ฮู​ราม​ได้สร้างเสาทองสัมฤทธิ์ต่างๆ สำหรับพระนิเวศ
รวมทั้งได้ตั้ง​เสาคู่หนึ่งหน้าพระนิเวศ ​เสาข้าง​ขวา​ชื่อ “ยา​คีน” และ​ ​เสาข้าง​ซ้าย​ ชื่อ​ “​โบ​อัส”
และฮูรามได้สร้างสิ่งของต่างๆ รวมทั้งภาชนะต่างๆด้วย​ทอง​สัม​ฤทธิ์​อีกด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้จากที่นี่
https://youtu.be/vfpS_wq1gd0?list=PLaCGMfK5N21gANsj5ce6VQFz9jZWC7YjO&t=4080

ซา​โล​มอน​ไม่​ได้​ทรง​ชั่ง​เครื่อง​ใช้​ทั้ง​หมด​นี้ เพราะ​มี​มาก​เหลือ​เกิน
จึง​ไม่​ได้​หา​น้ำ​หนัก​ของ​ทอง​สัม​ฤทธิ์เหล่านั้น

ส่วน​เครื่อง​ใช้​ทั้งหมด​ซึ่ง​อยู่​ใน​พระ​นิเวศ​ทำ​ด้วย​ทอง​คำ​บริ​สุทธิ์ หรือไม่ก็เคลือบด้วยทองคำบริสุทธิ์ทั้งสิ้น

เมื่อการสร้างพระ​นิเวศ​เสร็จสิ้น​ลงแล้ว
และ​ซา​โล​มอน​ก็ทรง​นำ​สิ่ง​ของ​ซึ่ง​ดา​วิด​​ถวาย​ไว้​เข้า​มาไว้ในคลังพระนิเวศ
คือ​เครื่อง​เงิน เครื่อง​ทอง​คำ และ​เครื่อง​ใช้​ต่างๆ

1. เมื่อซาโลมอนได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการสร้างพระวิหารของพระเจ้า
จึงทำให้คนของเขามีทั้งวัสดุและประสบการณ์ในการสร้างพระราชวังของซาโลมอน ไปในตัว
จึงทำให้สามารถสร้างพระราชวังออกมาได้อย่างงดงาม

เมื่อเราทุ่มเทในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า
ตัวเราเองจะได้รับพระพรด้วยเสมอ ทั้งในชีวิต ครอบครัว และการงาน
เพียงแต่อาจจะมาในมุมที่เราไม่ได้สังเกตเห็นเท่านั้น
(เหมือนเรื่องสร้างพระราชวังของซาโลมอนนี้ หากไม่ได้อ่านบทความนี้ บางคนอาจไม่ทันสังเกตก็ได้)

2. แม้ซาโลมอนจะมีสติปัญญามากกว่าใคร เขาเองก็ยังรู้ดีว่าโดยตัวเขาเองแต่ลำพัง
คงไม่อาจทำให้งานเสร็จสมบูรณ์อย่างสวยงามและรวดเร็วได้
จึงใช้คนไปเชิญฮูราม มาช่วยงานด้านทองสัมฤทธิ์

ไม่ว่าเราจะเก่งหรือฉลาดเพียงใดก็ตาม
เราจำเป็นต้องมีคนที่เก่งกว่าและฉลาดกว่าในด้านต่างๆมาช่วยเราเสมอ

จงฉลาดพอที่จะรู้ว่า เราไม่สามารถทำสำเร็จได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น

3. สมัยของซาโลมอน เขามั่งคั่งมาก จนกระทั่งใน 1พกษ. 10:21 กล่าวว่า “… ​ภาชนะ​ทั้ง​สิ้น​ของ​พระ​ตำ​หนัก​พนา​เล​บา​นอน​ทำ​ด้วย​ทอง​คำ​บริ​สุทธิ์ ไม่​มี​ที่​ทำ​ด้วย​เงิน​เลย เงิน​นั้น​ถือ​ว่า​เป็น​ของ​ไม่​มี​ค่า​อะไร​ใน​สมัย​ของ​ซา​โล​มอน”
ดังนั้นเขาไม่จำเป็นต้องพึ่งพาหรือสนใจเครื่องเงิน เครื่องทองคำ ที่ดาวิด มอบไว้ให้เลย
แต่ถึงกระนั้นเขายังให้เกียรติดาวิด โดยทำสิ่งที่ดาวิดมอบให้นั้น เข้าไปไว้ในคลังของพระนิเวศ

เมื่อได้ดีหรือประสบความสำเร็จแล้ว จงอย่าลืมผู้มีพระคุณ

คำคม

“ คนที่ฉลาดพอ จะรู้ว่ามีคนอื่นที่ฉลาดกว่าตน เสมอ ”

สรุป 1พงศ์กษัตริย์ 6

ภาพรวม

  • ซาโลมอน ให้เวลา 7 ปี สร้างพระนิเวศของพระเจ้าในเยรูซาเล็ม

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 6 เมื่อซาโลมอนได้เตรียมการสร้างพระนิเวศของพระเจ้า ได้ขอความช่วยเหลือเรื่องไม้สนสีดาห์จากกษัตริย์ฮีราม และเตรียมแรงงานเอาไว้พร้อมแล้ว

​ใน​ปี​ที่​ 480 นับจากที่​ชน​อิส​รา​เอล​ออก​มา​จากอี​ยิปต์
ซึ่งเป็น​ปี​ที่​ 4 ​ของการครองราชย์ของ​ซา​โล​มอน​ ใน​เดือน​ศิฟ​ซึ่ง​เป็น​เดือน​ที่​ 2
ซาโลมอน​ทรง​เริ่ม​สร้าง​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า

พระ​นิเวศ​นั้น​ยาว 27 เมตร กว้าง 9 เมตร​ และ​สูง 13.5 เมตร
​ซา​โล​มอน​ทรง​บุ​ข้าง​ใน​พระ​นิเวศ​ทั้ง​หลังด้วย​ทอง​คำ​บริ​สุทธิ์

รายละเอียดเพิ่มเติมพระวิเนศน์ที่ซาโลมอนสร้าง สามารถดูได้จากลิ้งนี้ครับ
https://youtu.be/vfpS_wq1gd0?list=PLaCGMfK5N21gANsj5ce6VQFz9jZWC7YjO&t=4141

และ​พระ​วจนะ​ของ​พระเจ้า​มา​ถึง​ซา​โล​มอน ขณะที่กำลังสร้าง​พระ​นิเวศ​ของพระเจ้า ว่า
ถ้าซาโลมอน​ดำ​เนิน​ตาม​ ​เชื่อ​ฟัง​ และ​รัก​ษา​บัญ​ญัติ​ทั้ง​สิ้น​ของ​พระเจ้า
พระเจ้า​ก็​จะ​อยู่​กับ​พงศ์​พันธุ์​อิส​รา​เอล และ​จะ​ไม่​ทอด​ทิ้งพวกเขาเลย

ซา​โล​มอน​ได้​ทรง​สร้าง​พระ​นิเวศ​สำ​เร็จ
​ใน​ปี​ที่​ 11 ใน​เดือน​บูล ซึ่ง​เป็น​เดือน​ที่ 8 รวมเวลาในการสร้างทั้งสิ้น 7 ​ปี

1. เพราะว่าซาโลมอนยำเกรงพระเจ้า จึงพยายามสร้างพระนิเวศของพระเจ้าอย่างดีที่สุด
รวมทั้งใช้วัสดุอย่างดีที่สุด

ความยำเกรงพระเจ้าจะสะท้อนออกมาเป็นการทำอย่างดีที่สุดเพื่อพระเจ้า
แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่ทำอย่างดีที่สุดนั้น จะทำเพื่อพระเจ้าเสมอไป
บางคนทำเพื่อตนเองจะได้รับคำยกย่องชมเชย หรือได้รับความภาคภูมิใจที่ได้ทำอย่างดี

ให้เราสะท้อนความรักและความยำเกรงพระเจ้า ออกมาเป็นการทำสิ่งที่พระเจ้ามอบหมายให้เราทำอย่างดีที่สุดเถิด

2. เมื่อซาโลมอนกำลังสร้างพระนิเวศของพระเจ้า อย่างสวยงามหรูหรา
ดูเหมือนพระเจ้าไม่ได้ให้ความสำคัญต่อความงดงามของพระนิเวศ
แต่สนใจว่า ประชากรของพระเจ้า ยังจะเชื่อฟัง ดำเนินตามพระคำของพระเจ้าหรือไม่
พระเจ้าทรงเห็นความตั้งใจดีของซาโลมอน จึงจะทรงอวยพระพรซาโลมอนและคนอิสราเอล

การเชื่อฟังพระเจ้า ย่อมสำคัญกว่าความยิ่งใหญ่ของงานรับใช้พระเจ้า

คำคม

“ การเชื่อฟัง มีค่ายิ่งกว่าทองคำทั้งพระวิหารรวมกัน ”

สรุป 1พงศ์กษัตริย์ 5

ภาพรวม

  • ซาโลมอนได้ขอความช่วยเหลือเรื่องไม้สนสีดาห์จากกษัตริย์ฮีราม เพื่อเตรียมการสร้างพระนิเวศของพระเจ้า แล้วซาโลมอนก็ได้รับความช่วยเหลืออย่างดีจากฮีราม

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 5 เมื่อพระเจ้าทรงประทานสติปัญญาแก่ซาโลมอนอย่างมากมาย ทำให้บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขและอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่งแล้ว

ฮี​ราม​กษัตริย์​เมือง​ไท​ระ ​ผู้เป็นสหาย​ของ​ดา​วิด ได้​ส่ง​ข้า​ราช​การ​​มา​เฝ้าซา​โล​มอน
​ซา​โล​มอนจึง​ได้​ส่งข่าว​ไป​ยัง​ฮี​ราม​ว่า

ในสมัยของดา​วิด ไม่​สา​มารถ​สร้าง​พระ​นิเวศของพระเจ้าได้ เพราะ​มีสง​คราม​ล้อม​รอบ​ด้าน
แต่​บัด​นี้พระเจ้าทรง​ให้​แผ่นดินสงบสุขแล้ว
ซาโลมอน​จึง​ประ​สงค์​จะ​สร้าง​พระ​นิเวศ​พระเจ้า ดังที่ดาวิดตั้งใจไว้

ดังนั้นขอกษัตริย์ฮีราม ช่วย​สั่ง​ให้​ตัด​ไม้​สน​สี​ดาร์​จาก​เล​บา​นอน มาเพื่อสร้างพระนิเวศของพระเจ้า
โดยซาโลมอนจะส่ง​ข้า​ราช​การ ไปสม​ทบ​กับ​ข้า​ราช​การ​ของ​ฮีราม
และซาโลมอน​จะ​มอบ​เงิน​ค่า​จ้าง​ข้า​ราช​การ​ของ​ฮีราม​แก่​ฮีราม​ตาม​ที่ฮีราม​ตั้ง​ไว้
เพราะ​ ท่าม​กลาง​คนอิวราเอล ​ไม่​มี​ใคร​รู้​จัก​ตัด​ไม้​เหมือน​ชาว​ไซ​ดอน

​เมื่อ​ฮี​ราม​ได้​ยิน​รับข้อความนั้น ​ก็​ชื่น​ชม​ยิน​ดี​ยิ่ง​นัก​ และ​กล่าวว่า
สาธุ​การ​แด่​พระเจ้า ผู้​ประ​ทาน​บุตร​ชาย​ที่​มี​ปัญ​ญา​คน​หนึ่ง​แก่​ดา​วิด

ฮี​ราม​จึง​ได้​จัด​ส่ง​ไม้​สน​สี​ดาร์​และ​ไม้​สน​สาม​ใบ​ให้​แก่​ซา​โล​มอน ตาม​พระ​ประ​สงค์​ทุก​ประ​การ
แล้วในทุกปี​ซา​โล​มอน​ ได้ให้ข้าว​สา​ลี​ แก่​วัง​ของ​ฮี​ราม 2,000 ตัน และ​น้ำ​มัน​บริ​สุทธิ์ 4,000 ลิตร

​ซา​โล​มอน​ทรง​เกณฑ์​คน​งานจาก​อิส​รา​เอล​ ให้ไป​ยัง​เล​บา​นอน ​จำ​นวน 30,000 คน
โดยแบ่งเป็น 3 ​ผลัด ผลัด​ละ 10,000 คน​ต่อ​เดือน
พวก​เขา​จึงทำงาน 1 ​เดือน​ และ​อยู่​บ้าน 2 เดือน

ซา​โล​มอน​มี​คน​ขน​ของ​หนัก 70,000 คน
​มีคน​สกัด​หิน​ใน​ถิ่น​เทือก​เขา 80,000 คน
​มี​ข้า​ราช​การ​ผู้​ใหญ่​ 3,300 คน เป็น​ผู้​ดู​แล​การ​งาน

ดัง​นั้น​คน​งาน​ ของซา​โล​มอน และของ​ฮี​รามก็​ตระ​เตรียม​ไม้​และ​หิน​เพื่อ​สร้าง​พระ​นิเวศ อย่างเพียงพอ

1. ซาโลมอนส่งข่าวถึงฮีราม อย่างเต็มไปด้วยสติปัญญา โดยกล่าวว่า
ก. สิ่งที่เพื่อนรักของฮีรามอยากจะให้เกิดขึ้น แต่ทำไม่ได้เพราะโอกาสไม่อำนวย บัดนี้ลูกชายของเพื่อนมีโอกาสที่จะทำแล้ว
ข. ขอฮีรามช่วยให้เกิดขึ้นโดยส่งไม้มาให้ ซึ่งไม่ใช่ให้คนของฮีรามทำลำพัง แต่จะส่งคนไปช่วยตัดไม้ด้วย
ค. และไม่ได้ช่วยเปล่า แต่จะให้ค่าตอบแทนที่คนของฮีราม โดยจะมอบค่าตอบแทนให้ฮีรามเป็นคนรับเอาไว้ไปจัดการเอง
ง.จำนวนค่าตอบแทนนั้น ตามแต่ฮีรามจะบอกมาเลย
จ. เหตุที่ต้องขอให้ฮีรามช่วย เพราะชาวไซดอนย่อมตัดไม้เก่งกว่าคนอิสราเอล

คำกล่าวนั้นเต็มด้วยปัญญาดังนี้
ก. สร้างความปรารถนาอยากช่วยให้แก่ฮีราม คือ โอกาสมาช่วยเพื่อนรักที่จากไปมาถึงแล้ว
ข. สร้างความเป็นไปได้และแก้ปัญหาที่อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ลังเลในการช่วย คือ ฮีรามอาจจะคิดไปได้ว่า คนไม่พอ งานของเขาก็ยุ่งมากอยู่แล้ว แต่ซาโลมอนบอกไว้ก่อนเลยว่าจะส่งคนมาช่วย ซึ่งสิ่งนี้นอกจากลดภาระของคนไซดอนแล้ว ซาโลมอนยังทำให้คนอิสราเอลเก่งขึ้นเพราะได้มาเรียนรู้จากคนไซดอนอีกด้วย
ค. สร้างแรงจูงใจ แบบไม่ให้เสียหน้า คือ ซาโลมอนบอกเลยว่าจะมีค่าตอบแทน แต่ครั้นจะบอกว่าตอบแทนฮีราม ก็อาจทำให้ฮีรามเสียหน้า เลยปฏิเสธไม่ช่วยได้ ซาโลมอนจึงยอกว่า จะให้แก่คนงาน โดยจะมอบค่าตอบแทนนั้นแก่ฮีรามเพื่อนำไปบริหารจัดการเองในการให้แก่คนงาน ซึ่งจะทำให้ฮีราม ได้นับการนับถือจากข้าราชการมากขึ้น หนำซ้ำก็มีสิทธินำสิ่งที่ได้ไปใช้สอยอื่นๆอย่างสง่างามได้อีกด้วย
ง. สร้างความไว้วางใจ คือ แสดงความไว้ใจในฮีรามก่อนเลย โดยบอกว่า จะคิดค่าตอบแทนเท่าไหร่ก็ได้ ซาโลมอนเชื่อใจฮีราม ไม่โก่งราคาแน่นอน เชื่อใจว่าฮีรามจะคิดค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรมแน่นอน
จ. สร้างความภาคภูมิใจ คือ ซาโลมอนยกย่องว่าชาวไซดอนตัดไม้เก่งกว่าคนอิสราเอลทั้งหมด ดังนั้นการที่คนของฮีรามมาช่วยนี้ จึงไม่ได้เป็นดังคนงานที่จ้างมา แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มาช่วยเหลือคนที่ด้อยความรู้กว่า

แบบนี้ ไม่ได้ใจฮีรามได้ไง มีหรือจะปฎิเสธได้ลงคอ

เมื่อเราใช้ปัญญาเพื่องานของพระเจ้า พระเจ้าจะทรงเพิ่มพูนปัญญาให้แก่เราขึ้นไปอีก

2. คนงานของซาโลมอนที่ต้องไปทำงานไกลถึงไซดอน ซาโลมอนแบ่งเป็น 3 ผลัด
เพื่อให้แต่คนละทำงานแค่ 4 เดือน ต่อปี
น่าจะเป็นเพราะว่า การส่งคนไปที่จะเรียนรู้จากชาวไซดอน เป็นโอกาสทอง
ซาโลมอนคงต้องการให้คนที่ไปนั้น ทุ่มเทและตั้งใจอย่างเต็มที่เพราะมีโอกาสทำงานแค่ 3 เดือนครั้ง
และไม่ให้การคิดถึงบ้านมาก มาเป็นอุปสรรคในการเรียนรู้งานจากชาวไซดอน

ข้อสรุปนี้สังเกตจากซาโลมอนไม่ได้ทำเช่นนี้ กับคนงาน 150,000 คน ที่ไม่ได้ไปที่ไซดอน

ช่วงเวลาสำคัญที่สุด เราควรเตรียมตัวให้มีความพร้อมมากที่สุด
ช่วงเวลาสั้นๆที่เราอยู่ในโลกนี้ เป็นโอกาสทองที่เราจะรับใช้พระเจ้า
ทำสิ่งต่างๆถวายแด่พระเจ้า จงทำอย่างเต็มกำลัง
เพราะอีกไม่นานเราก็จะได้พักผ่อนชั่วนิรันดร์แล้ว

ดังนั้นเวลาต้องทำอย่ามัวแต่พัก
เพราะเมื่อเวลาแห่งการพักมาถึง เราจะได้พักอย่างภาคภูมิใจ

คำคม

“ พระเจ้าประทานปัญญาแก่เรา เพื่อเราจะรับใช้พระองค์อย่างมีปัญญา ”

สรุป 1พงศ์กษัตริย์ 4

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงประทานสติปัญญาแก่ซาโลมอนอย่างมากมาย ทำให้บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขและอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 4 เมื่อพระเจ้าทรงปรากฏแก่ซาโลมอนทางความฝัน ซาโลมอนขอสติปัญญาจากพระเจ้าในการดูแลประชากรของพระองค์ พระเจ้าจึงทรงประทานทั้งสติปัญญาและพระพรมากมายแก่เขา แล้ว

ซา​โล​มอน จึง​เป็น​กษัตริย์​เหนือ​อิส​รา​เอล​ทั้ง​สิ้น ที่เต็มไปด้วยสติปัญญา
และได้จัด การบริหารจัดการ อย่างเป็นระบบระเบียบ

มี​ข้า​หลวง​ 12 ​คน​ เป็น​ผู้​จัด​หา​เสบียง​อา​หาร​สำ​หรับ​พระ​ราชา​และ​​พระ​ราช​สำ​นัก
ข้า​หลวง​ 1 คน จัด​หา​เสบียง​อา​หาร​สำ​หรับ​เดือน 1 ใน​ 1 ​ปี
คน​ยู​ดาห์​และ​คน​อิส​รา​เอล​ จึงเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์และเบิกบานใจ

​ซา​โล​มอน​ทรง​ปก​ครอง​เหนือ​อา​ณา​จักร ตั้ง​แต่​แม่​น้ำ​ยู​เฟร​ติส​ไป​จน​ถึง​แผ่น​ดิน​ฟี​ลิส​เตีย และ​ถึง​พรม​แดน​อี​ยิปต์ เขา​ทั้ง​หลาย​ถวาย​บรร​ณา​การ และ​ปรน​นิบัติ​ซา​โล​มอน​ตลอด​พระ​ชนม์​ชีพ​ของ​ซาโลมอน
และ​พระ​องค์​ทรง​มี​สันติ​ภาพ​อยู่​รอบ​ด้าน​
ยู​ดาห์​และ​อิส​รา​เอล​ก็​อยู่​อย่าง​ปลอด​ภัย

​พระ​เจ้า​ประ​ทาน​สติ​ปัญ​ญา ​ความ​เข้า​ใจ​ และความรอบรู้ แก่​ซา​โล​มอน​มาก​ยิ่งนัก
​สติ​ปัญ​ญา​ของ​ซา​โล​มอน​เหนือ​กว่า​สติ​ปัญ​ญาของผู้ปราดเรื่องทั้งสิ้นในเวลานั้น
พระ​องค์​ตรัส​สุ​ภา​ษิต 3,000 ข้อ​ และ​แต่งบท​เพลง​ 1,005 บท
พระ​องค์​ตรัส​ถึง ​ต้น​ไม้​ต่างๆ และสัตว์​ต่างๆ มากมาย
คน​จาก​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย​ก็​มา​เพื่อ​ฟัง​สติ​ปัญ​ญา​ของ​ซา​โล​มอน

1. ซาโลมอนจัดให้ข้าหลวง ที่มีอำนาจมาก 1 คน ดูแลการจัดอาหาร แค่ 1 เดือนต่อปี
ซึ่งแน่นอน เขาคงทำอย่างดีที่สุด เพราะตลอดปี มีโอกาสแสดงผลงานแค่เดือนเดียว
ด้วยวิธีนี้ ซาโลมอนจึงมี ผู้นำ 12 คน ที่ใช้ความสามารถของเขาอย่างสุดกำลังในการทำงาน

เราเรียนสติปัญญาจากซาโลมอน คือ เมื่อให้คนมีเวลาเตรียมการมากๆ และให้โอกาสเขาแสดงผลงานในช่วงที่จำกัด จะดึงศักยภาพที่แท้จริงของเขาออกมาได้อย่างเต็มที่

พระเจ้ากำลังเตรียมชีวิตของเราอยู่ ซึ่งบ่อยครั้งต้องใช้เวลานานพอสมควรเลยทีเดียว
เพื่อว่าเมื่อเวลามาถึง เราจะเผชิญหน้ากับสิ่งที่พระเจ้าประสงค์ที่จะใช้เราจริงๆ
เราจะสามารถทำได้อย่างถวายเกียรติแด่พระเจ้า

สถานการณ์ของเราวันนี้ พระเจ้ากำลังเตรียมเรา เพื่อจะเป็นพระพรในอนาคต

2. เมื่อซาโลมอนยำเกรงพระเจ้า ดำเนินในทางของพระเจ้า
ทั้งตัวเขาเอง และคนที่อยู่ภายใต้ความดูแลของเขา ก็พบกับพระพรมากมาย

หากเราเลือกเดินในความยำเกรงพระเจ้า ทำตามน้ำพระทัยของพระองค์
ทั้งตัวเราและคนรอบข้างของเรา จะพบกับชีวิตที่เต็มไปด้วยพระพร

3. คนมากมายเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลข้ามดินทุรกันดาร มาจากแดนไกล เพื่อจะได้ฟังสติปัญญาของซาโลมอน แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี
วันนี้ เราสามารถเรียนสติปัญญานั้น ได้อย่างง่ายดาย
โดยการหยิบพระคัมภีร์ขึ้นมา อ่านพระธรรมสุภาษิต และปัญญาจารย์
แล้วลงมือขุดค้น เพื่อค้นพบสติปัญญาจากพระเจ้าที่ประทานแก่ซาโลมอน ที่บันทึกไว้ในหนังสือเหล่านี้

จะมัวรอช้าอยู่ใย เชิญค้นพบสติปัญญาจากเบื้องบนกันเถิด

คำคม

“ ปัญญาจากเบื้องบน อยู่ในพระคำของพระเจ้า ”

สรุป 1พงศ์กษัตริย์ 3

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงปรากฏแก่ซาโลมอนทางความฝัน ซาโลมอนขอสติปัญญาจากพระเจ้าในการดูแลประชากรของพระองค์ พระเจ้าจึงทรงประทานทั้งสติปัญญาและพระพรมากมายแก่เขา

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 3 หลังจากที่ดาวิดล่วงหลับไป ซาโลมอนขึ้นครองราชย์แทน และได้จัดการกับอาโดนียาห์ , อาบียาธาร์ , โยอาบ และชิเมอี แล้ว

ซาโลมอน​ได้แต่งงานกับ​ธิดา​ของ​ฟาโรห์ เพื่อเชื่อมสัมพันธ์​กับ​อียิปต์
ช่วงเวลานั้น ประชาชน​ได้​ถวาย​สัตว​บูชา ณ ปู​ชนีย​สถาน​สูง เพราะ​ยัง​ไม่ได้​สร้าง​พระ​นิเวศ​​ของ​พระ​เจ้า​

ซา​โลมอ​นท​รง​รัก​พระ​เจ้า ทรง​ดำเนิน​ตามที่​​ดาวิดสั่งไว้
​แต่​พระ​องค์​ทรง​ถวาย​เครื่องบูชา ณ ปู​ชนีย​สถาน​สูง​

วันหนึ่งซาโลมอนไปที่​เมือง​กิเบ​โอน​เพื่อ​ถวาย​เครื่อง​บูชา ณ ​มหา​ปู​ชนีย​สถาน​สูง
ท​รง​ถวาย​เครื่อง​เผา​บูชา 1,000 ​ตัว​ บน​แท่น​บูชา​นั้น​

พระ​เจ้า​ทรง​ปรากฏ​แก่​ซาโลมอน​ที่​เมือง​กิเบ​โอน​เป็นความฝัน ​ใน​กลางคืน
​พระ​เจ้า​ตรัส​ว่า “เจ้า​อยาก​ให้​เรา​ให้​อะไร​เจ้า​ก็​จง​ขอ​เถิด”

ซาโลมอน​ทูล​ว่า
เพราะเขา​เป็น​แต่​เด็ก แต่ต้องมา​เป็น​กษัตริย์​แทน​ดาวิด เขาไม่รู้จะทำอย่างไร
​ขอ​พระเจ้า​ทรง​ประทาน​ ความ​คิด​ ความ​เข้าใจ​ แก่เขา เพื่อ​จะ​วินิจฉัย​ประชากร​ของ​พระ​องค์
เพื่อ​​จะ​สามารถแยกแยะ​ระหว่าง​ดี​และ​ชั่ว
เพราะ​​ใครเล่า​จะ​สามารถ​วินิจฉัย​ประชากร​ใหญ่​ของ​พระ​องค์​นี้​ได้

พระเจ้าทรง​พอ​พระ​ทัย​ ในคำขอของซาโลมอน
เพราะ​เขาไม่ได้​ขอ​ชีวิต​ยืน​ยาว หรือ​ความ​มั่ง​คั่ง​ หรือ​ชีวิต​ของ​บรรดา​ศัตรู​ ​เพื่อ​ตัว​เอง
แต่​เขา​ขอ​ เพื่อให้​สามารถแยกแยะว่า​สิ่ง​ใด​ถูกต้อง​และ​เป็น​ธรรม​

ดังนั้นพระเจ้าจะประทานให้​ เขามีจิตใจ​ที่มี ​ปัญญา​และ​ความ​เข้าใจ
เพื่อ​ว่า​จะ​ไม่​มี​ใคร ที่​เป็นอยู่​ก่อน​​ หรือ ​มา​ภายหลัง​ ซาโลมอน​เหมือน​เขา
และพระเจ้า​จะ​ให้​สิ่ง​ที่​เขา​ไม่ได้​ขอ​ด้วย
ทั้ง​ความ​มั่ง​คั่ง​และ​เกียรติยศ
และ​ถ้า​เขา​จะ​ดำเนิน​ตาม​ทาง​ของพระเจ้า พระองค์​ก็​จะ​ให้​วัน​เวลา​ของ​เขา​ยืน​ยาว

เมื่อซาโลมอน​​ตื่น​บรรทม ​ก็​เสด็จ​มา​ที่​กรุง​เยรูซาเล็ม
และะ​ถวาย​เครื่อง​บูชาแด่พระเจ้า หน้าหีบพันธสัญญาของพระเจ้า
และ​พระ​ราชทาน​เลี้ยง​แก่​บรรดา​ข้าราชการ​

มีหญิง​แพศยา​สอง​คน​มา​เฝ้าซาโลมอน ​ทูล​ว่า
ทั้งสองอยู่บ้านเดียวกัน ลูกของหญิงคนหนึ่งตาย
ก็เลยแอบเอาลูกที่ตายมาเปลี่ยนกับลูกของตนที่ยังมีชีวิต
ส่วนหญิงที่ถูกกล่าวหานั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง

ซาโลมอนจึงตรัสว่า ให้เอาดาบมา แบ่ง​เด็ก​ที่​มี​ชีวิต​นั้น​ออกเป็น​สอง​ท่อน
และ​ให้​หญิงแต่ละคน คนละท่อน
แล้ว​หญิง​คนหนึ่ง บอกว่า ขอ​ทรง​มอบ​เด็ก​ที่​มี​ชีวิต​นั้น​ให้​เขา​ไป และ​​อย่า​ทรงฆ่า​เขาเลย
แต่​หญิง​อีก​คน​หนึ่ง บอก​ว่า ขอ​ทรง​แบ่ง​เถิด​

แล้วซาโลมอนจึงตรัส​ว่า
​ให้มอบ​เด็ก​นั้น​แก่​หญิง​คน​แรก นาง​เป็น​แม่​ของ​เด็ก​นั้น

เมื่ออิสราเอล​ทั้ง​ปวง​ทราบ​เรื่อง​การ​พิพากษานี้ เขา​ทั้ง​หลาย​ก็​เกรง​กลัว​ซาโลมอน
เพราะ​รู้แล้ว​ว่า ​พระ​สติปัญญา​ของ​พระ​เจ้า​อยู่​ใน​ซาโลมอน

1. ก่อนที่ซาโลมอนจะได้รับสติปัญญาจากพระเจ้า เขาทำสิ่งผิดพลาดโดยการรับธิดาฟาโรห์ หญิงต่างชาติมาเป็นภรรยา
ต่อมาหลังจากเขาได้รับสติปัญญาจากพระเจ้าแล้ว เขาก็ทำผิดเช่นเดียวกันนี้อีก จนทำให้ชีวิตของเขาต้องพบกับเรื่องน่าเศร้าสลด

คนที่มีสติปัญญาจากพระเจ้า โอกาสที่จะผิดพลาดพลั้งบาปก็ลดน้อยลง
แต่ก็ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่า เขาจะไม่ทำผิดพลาดพลั้งบาปอีกเลย
เพราะเขาจะปลอดภัยตราบเท่าที่เขายังดำเนินในทางแห่งปัญญานั้นเท่านั้น
ดังนั้นเราควรระมัดระวังในการดำเนินของเรา ในทุกๆวัน
ให้เราดำเนินตามทางแห่งปัญญาเหสมอ ทุกวันที่เรียกว่า “วันนี้”

2. ซาโลมอนไปถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้า ด้วยสัตว์ 1,000 ตัว ที่ มหาปูชณียสถานสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
ดังใน ฉธบ. 12:13 “พวก​ท่าน​จง​ระวัง​ให้​ดี​เกรง​ว่า​ท่าน​ทั้งหลาย​จะ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ทั้ง​ตัว​ตาม​ที่​ใดๆ ซึ่ง​ท่าน​เห็น​ชอบ”
การถวายเครื่องบูชาต้องทำในที่ ที่พระเจ้ากำหนดเท่านั้น (ฉธบ.12::11-14)
เหตุที่ซาโลมอนมาถวายเครื่องบูชาที่นี่ อาจเป็นเพราะเป็นที่ตั้งของพลับพลา(2พศด. 1:3)
แต่หีบพันธสัญญาไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว ถูกย้ายไปไว้ในเยรูซาเล็มแล้ว(2ซมอ.6)

ถึงกระนั้น พระเจ้าผู้ทรงทอดพระเนตรจิตใจ ก็ทรงเห็นท่าทีในใจที่ถูกต้องของซาโลมอน
พระองค์จึงทรงเสด็จมาหาซาโลมอนและอวยพรเขา
และเมื่อซาโลมอนได้รับสติปัญญาจากพระเจ้าแล้ว
เขาก็ไม่ถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้าที่นั่นอีก

การกระทำที่จริงใจของเราแด่พระเจ้า แม้อาจดูเหมือนไม่ถูกต้องในสายตาของคนอื่น
แต่พระเจ้าทรงทอดพระเนตรท่าทีในใจเป็นสำคัญ
และทันทีที่รู้ว่า อะไรคือสิ่งถูกต้อง หากกำลังเดินผิดทาง
คนที่จริงใจกับพระเจ้า เขาจะหันกลับมาทำในสิ่งที่ถูกต้องอย่างแน่นอน

3. การขอของซาโลมอนต่อพระเจ้านั้น เขาขอเพื่อรับใช้พระเจ้า ไม่ใช่เพื่อตนเอง
พระเจ้าจึงพอพระทัย ประทานให้ทั้งสติปัญญาในการรับใช้พระเจ้า และพระพรมากมายที่ไม่ได้ขออีกด้วย

เมื่อเราทำเพื่อพระเจ้า ไม่ใช่เพื่อตนเอง
จะนำพระพรใหญ่ยิ่งมากสู่ตนเอง

4. พระเจ้าทรงสัญญาจะประทานสติปัญญาให้แก่ซาโลมอน
เมื่อซาโลมอนตื่นขึ้น สิ่งที่เขาทำคือ
กลับเยรูซาเล็มถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้า และจัดงานปาร์ตี้แก่บรรดาข้าราชการ ฉลองใหญ่

ซาโลมอนทำราวกับว่าได้รับสติปัญญาแล้ว
ทั้งที่เรื่องราวที่แสดงสติปัญญาที่เราได้รับนั้น ปรากฏในข้อต่อมา
ก็เพราะว่าเขาจะได้รับแน่นอน พระเจ้าทรงรักษาสัญญาแน่นอน
ดังนั้นฉลองก่อนเลย

เมื่อเราอ่านพระคำของพระเจ้า และพบพระสัญญาของพระองค์ที่มีต่อเรา
ให้เรารับเอาด้วยความเชื่อ เชื่อมากพอจนล้นออกมาเป็นความรู้สีกดีใจ
และจนล้นออกมาเป็นการกระทำที่สอดคล้องกับความรู้สึกนั้น เช่น
เลิกกลัวได้แล้ว ชื่นชมยินดีดีกว่า
และด้วยความเชื่อแท้นี้ เราจะได้รับตามที่ทรงสัญญาอย่างแน่นอน

5. กรณีแม่ที่แย่งลูกกันนั้น ดูเหมือนเป็นปัญหาน่ากวนใจสำหรับพระราชา
แต่เมื่อซาโลมอน จัดการด้วยสติปัญญาที่พระเจ้าประทานให้
นอกจากจะจัดการได้อย่างง่ายดายแล้ว
ยังเป็นเห็นทำให้ประชาชนเคารพยำเกรงซาโลมอนอย่างมาก
กลายเป็นประโยชน์ต่อซาโลมอนเอง

เมื่อเราจัดการปัญหา ด้วยสติปัญญาจากพระคำของพระเจ้า
ปัญหานั้นจะถูกคลี่คลายและกลายเป็นพรสำหรับชีวิตของเรา

คำคม

“ คนที่ตั้งใจทำเพื่อพระเจ้า จะนำพระพรเหลือล้นมาสู่ตนเอง ”

สรุป 1พงศ์กษัตริย์ 2

ภาพรวม

  • ดาวิดล่วงหลับไป ซาโลมอนขึ้นครองราชย์แทน และได้จัดการกับอาโดนียาห์ , อาบียาธาร์ , โยอาบ และชิเมอี

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 2 เมื่อดาวิดชรามากแล้ว จึงได้แต่งตั้งซาโลมอนขึ้นเป็นกษัตริย์แทนดาวิด

เมื่อ​ใกล้​จะ​สิ้น​พระ​ชนม์ ดาวิด​ทรง​กำ​ชับ​ซา​โล​มอน ว่า
– ให้เข้ม​แข็ง​และ​แสดง​ว่า​ตัว​เป็น​ลูก​ผู้​ชาย
– ให้รัก​ษา​พระ​บัญ​ชา​ของ​พระเจ้า เพื่อจะ​ได้​จำ​เริญ​ใน​ทุก​สิ่ง​ที่​ทำ และ​ใน​ทุก​แห่ง​ที่​ไป
– ให้จัดการกับโย​อาบ​ เพราะเขาได้ฆ่า​อับ​เนอร์เพราะความแค้น และ​ ​ฆ่าอา​มา​สาเพราะความอิจฉา ​ทั้งที่อยู่ใน​ยาม​สงบ​สุข
– ให้เมตตา​แก่​บุตร​ทั้ง​หลาย​ของ​บาร​ซิล​ลัย เพราะเขาได้​ช่วยดาวิด​ไว้​ด้วย​ความ​เมต​ตา
– ให้จัดการกับ ชิ​เม​อี ​ผู้​แช่งดาวิด แต่เพราะ​เขา​ลง​มา​ต้อน​รับ​ดาวิดเมื่อดาวิดกลับเมือง ดาวิด​จึง​ไม่​ประ​หาร​ชีวิต​ของเขา

แล้ว​ดา​วิด​ก็ทรง​ล่วง​หลับ​ไป และ​ฝัง​พระ​ศพ​ถูกฝังไว้ในเยเรซาเล็ม
ดา​วิด​ทรง​ครอง​อิส​รา​เอล​เป็น​เวลา 40 ปี โดย ครอง​ราชย์​ใน​เฮ​โบรน 7 ปี และ​ใน​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม 33 ปี

เมื่อซา​โล​มอน​ขึ้นครอง​บัล​ลังก์​แทน​ดา​วิด​ และ​ราช​อา​ณา​จักร​ของ​พระ​องค์​ก็​มั่น​คง​ยิ่งนัก

ต่อมาอา​โด​นี​ยาห์ ​โอรส​ของ​พระ​นาง​ฮัก​กีท ได้​เข้า​เฝ้า​พระ​นาง​บัท​เช​บา พระ​มารดา​ของ​ซา​โล​มอน
ทูลขอให้พระนาง ช่วยขอให้ซาโลมอน
ยกนาง​อา​บี​ชาก​ ชาว​ชู​เนม​ ภรรยาคนสุดท้ายของดาวิด ให้​เป็นภรรยาของตน

พระ​นาง​บัท​เช​บา​จึงไปทูลขอพระ​ราชา​ซา​โล​มอน ตามที่เขาบอก
เมื่อ​ซา​โล​มอน ได้ยินก็โกรธอาโดนียาห์อย่างมาก ที่คิดจะเอาภรรยาของพ่อมาเป็นภรรยาของตน
จึง​รับ​สั่ง​ให้​เบ​ไน​ยาห์ ไป​ประ​หาร​ชีวิต​อา​โด​นี​ยาห์​เสีย ในวันนั้น

ซาโลมอน ไม่ได้ประหาร อา​บี​ยา​ธาร์​ปุ​โร​หิต(เชื้อสายของเอลี) พรรคพวกของอาโดนียาห์
เพราะเขาเคยเป็นผู้หาบหีบของพระเจ้า และยังเคย​ได้​ร่วมทุกข์​กับดาวิดมาก่อน
จึงได้สั่งให้​ เขาออกจากเยรูซาเล็มไป​อยู่​ที่​อา​นา​โธท ไม่ต้องทำหน้าที่​ปุ​โร​หิต​อีกต่อไป
ซึ่งตรงตามที่พระเจ้าได้ตรัสไว้​เกี่ยว​กับ​เชื้อ​สาย​ของ​เอ​ลี​

เมื่อ​โย​อาบ แม่ทัพผู้เป็นพรรคพวกของอาโดนียาห์ ทราบเรื่อง ​ก็​หนี​ไป​ที่​เต็นท์​ของพระเจ้า​และ​จับ​เชิง​งอน​แท่น​บูชา​ไว้
ซา​โล​มอนจึง​สั่ง​เบ​ไน​ยาห์​ ​ไป​ประ​หาร​เขา​เสีย ที่นั่น

แล้วซาโลมอนได้​ทรง​แต่ง​ตั้ง​เบ​ไน​ยาห์ ​ให้​บัญ​ชา​การ​กอง​ทัพ​แทน​โย​อาบ
และ​ทรง​แต่ง​ตั้ง​ศา​โดก ​เป็น​ปุ​โร​หิต​แทน​ที่​อา​บี​ยา​ธาร์

แล้วซาโลมอน​เรียก​ชิ​เม​อี​ให้​เข้า​มา​เฝ้า และ​ตรัส​​ว่า
ให้เขาอาศัย​อยู่​ใน​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม​และห้ามออก​จาก​ที่​นั่น​ มิฉะนั้นจะต้องตาย
ชิ​เม​อี​ก็เห็นดีกับคำตรัสนั้น
เวลาผ่านไป 3 ​ปี​ ​ทาส​ 2 ​คน​ของ​ชิ​เม​อี​ได้​หลบ​หนี​ไป
ชิ​เม​อี​ก็ได้​ไป​นำ​ทาส​ของ​ตน กลับ​มา​จาก​เมือง​กัท
เมื่อ​ซา​โล​มอนทราบเรื่อง จะสั่งให้เบ​ไน​ยาห์ ไปประหารชิเมอีเสีย

แล้ว​อา​ณา​จักร​ของ​ซา​โล​มอน ก็มั่นคง

1. ดาวิดสรุปประสบการณ์ให้ซาโลมอนฟังว่า หากเขาติดตามพระเจ้า รักษาพระบัญชาของพระเจ้า
เขาจะ​จำ​เริญ​ใน​ทุก​สิ่ง​ที่​ทำ และ​ใน​ทุก​แห่ง​ที่​ไป

วันนี้ วิธีที่จะพบความเจริญในทุกด้านของชีวิต ก็คือ การดำเนินชีวิตตามพระคำของพระเจ้า

2. เพราะอาโดนียาห์ปล่อยให้ความใคร่เข้าครอบงำชีวิต ลุกลามจนเขาคิดจะทำสิ่งที่ลบหลู่พ่อของเขาผู้จากไป
จนเขาต้องพบกับจุดจบอย่างน่าอนาจ

ถ้าเราปล่อยให้บาปอยู่ในชีวิตของเรา นานพอ มันจะขยายผลลุกลาม
จนนำความเสียหายใหญ่โตมาสู่เราได้

3. ทั้งที่อา​บี​ยา​ธาร์​ปุ​โร​หิต เคยคิดร่วมมือกับอาโดนียาห์ เพื่อแย่งชิงบัลลังก์
แต่ซาโลมอนก็ไว้ชีวิตเขา เพียงเพราะเคยมีส่วนหามหีบของพระเจ้า และมีส่วนร่วมทุกข์ร่วมสุขกับดาววิด

สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความยำเกรงพระเจ้าของซาโลมอน
ใครก็ตาม เคยทำประโยชน์แก่งานของพระเจ้า ถือว่าเป็นผู้สมควรได้รับสิทธิพิเศษ
เทียบเท่ากับ ผู้เคยมีพระคุณต่อบิดา

เมื่อเราพบผู้ที่เคยรับใช้พระเจ้า แต่บัดนี้เขาผิดพลาดพลั้งไป
เราไม่ควรซ้ำเติมเขา แต่ควรให้โอกาสเขาเป็นพิเศษ เพราะเห็นแก่สิ่งที่เขาเคยทำเพื่อพระเจ้า

4. ตามปกติคนที่ทำผิด เมื่อไปจับเชิงงอนของแท่นบูชา เพื่อแสดงการกลับใจ มักจะได้รับการอภัย
แต่สำหรับโยอาบ เชิงงอนของแท่นบูชาก็ไม่อาจจะช่วยเขาได้
ใน อพย. 21:14 กล่าวว่า “แต่​ถ้า​ผู้​ใด​เจตนา​หัก​หลัง​ฆ่า​เพื่อน​บ้าน ก็​ให้​ดึง​ตัว​เขา​ไป​จาก​แท่น​บูชา​ของ​เรา เพื่อ​ลง​โทษ​ให้​ถึง​ตาย”
เนื่องจากโยอาบ ฆ่าอับเนอร์ และอามาสา ขณะที่พวกเขากำลังคิดว่าโยอาบเป็นเพื่อนของพวกเขา
บาปของโยอาบคือเป็นการเจตนาหักหลังฆ่าเพื่อน

โดยพระโลหิตของพระเยซูบาปทั้งสิ้น สามารถรับการอภัยได้
แต่สำหรับคนที่ไม่ต้องการรับการอภัยจากพระเยซู ขณะที่เขาอยู่ในโลกนี้
บาปของเขา จะไม่ได้รับการอภัยชั่วนิรันดร์

5. ชิ​เม​อี ได้รับเมตตาจากซาโลมอน แต่เขาเองกลับไร้เมตตาต่อทาสที่หลบหนี
ดังนั้นเขาจึงต้องพินาศเพราะการไร้ความเมตตานั้น

ให้เราเมตตาต่อผู้อื่น เหมือนอย่างที่พระเจ้า​ทรงเมตตาเรา
ให้เราให้อภัยผู้อื่น เหมือนอย่างที่พระเจ้าทรงให้อภัยเรา
ให้เราอดทนต่อผู้อื่น เหมือนอย่างที่พระเจ้าทรงอดทนต่อเรา

คำคม

“ จงกระทำต่อผู้อื่น เหมือนอย่างที่พระเจ้าทรงกระทำต่อเรา ”

สรุป 1พงศ์กษัตริย์ 1

ภาพรวม

  • 1 พงศ์กษัตริย์ กล่าวถึงช่วงบั้นปลายชีวิตของดาวิด และการปกครองของซาโลมอน และการที่อาณาจักรถูกแบ่งออกเป็นเหนือใต้ โดยมีการกล่าวถึงการปกครองของกษัตริย์ทั้ง 2 อาณาจักร ดำเนินถูกต้องกับพระเจ้าหรือไม่ อย่างไร
  • ดาวิดชรามากแล้ว อาโดนียาห์จึงพยายามยกตนเองขึ้นเป็นกษัตริย์แทนดาวิด แต่โดยความช่วยเหลือของนาธันซาโลมอนจึงได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แทนดาวิด

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 1 เมื่อ​ดา​วิด​ทรงชรา​มาก​แล้ว พวก​ข้า​ราช​การ​จึงนำสาว​งาม​คนหนึ่ง ชื่อ ​อา​บี​ชาก ชาว​ชู​เนมมาให้เป็นผู้​ดู​แล​ และ​อยู่​ปรน​นิบัติ​ดาวิด แต่​ดาวิดไม่​ได้​ทรง​มี​เพศ​สัม​พันธ์​กับ​เธอ

อา​โด​นี​ยาห์ โอรส​ของดาวิด​ได้​ยก​ตัว​เอง​ขึ้น กล่าว​ว่า เขาเอง​จะ​เป็น​พระ​ราชา
และเขาก็ได้พยายามเริ่มสะสมบารมี
และได้​คบ​คิด​กับ​โย​อาบ​ ​กับ​ อา​บี​ยา​ธาร์​ปุ​โร​หิต เพื่อเตรียมการขึ้นเป็นกษัตริย์
แต่​ศา​โดก​ปุ​โร​หิต เบ​ไน​ยาห์​ นา​ธัน​ผู้​เผย​พระ​วจนะ ชิ​เม​อี​และ​เร​อี กับ​พวก​ทหาร​เอก​ของ​ดา​วิด​ไม่​ได้​อยู่​ฝ่าย​อา​โด​นี​ยาห์

วันหนึ่งอา​โด​นี​ยาห์ ได้จัดพิธีถวาย​เครื่อง​บูชา ได้เชิญบรร​ดา​พระ​ราช​โอรส​ของ​ดาวิด และ​ ข้า​ราช​การ​ของ​​ดาวิดมาร่วมงาน เพื่อเตรียมขึ้นเป็นพระราชา

​นา​ธัน​จึงไปทูล​ บัท​เช​บา​ พระ​​มารดา​ของ​ซา​โล​มอน
ให้ไป​เข้า​เฝ้า​ดา​วิด​ทันที เพื่อถามถึงคำปฏิ​ญาณของดาวิดที่ว่า จะให้ซา​โล​มอนขึ้นเป็น​กษัตริย์​ต่อ​จาก​ดาวิดพระนางจึงทำตาม
เมื่อ​​บัท​เช​บากำ​ลัง​กราบ​ทูล​ดาวิด​อยู่นั้น นา​ธัน​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ก็​เข้า​มาเฝ้า แล้วทูลว่า
อา​โด​นี​ยาห์กำลังจัดพิธีและงานเลี้ยงเตรียมขึ้นเป็นกษัตริย์

​ดา​วิดจึงมี​รับ​สั่ง ให้ ​ศา​โดก​ปุ​โร​หิต และ​นา​ธัน​ผู้​เผย​พระ​วจนะ กับ​เบ​ไน​ยาห์​ ​พา​ข้า​ราช​การ​ของดาวิด ไป​จัด​พิธีเจิมตั้งซา​โล​มอน​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​เหนือ​อิส​รา​เอล​ ที่​น้ำ​พุ​กี​โฮน

พวกเขาก็ทำตาม และ​ประ​ชา​ชน​ก็​เปรม​ปรีดิ์ และ​กล่าว​ว่า
“ขอ​พระ​ราชา​ซา​โล​มอน​ทรง​พระ​เจริญ”

มีคนมาบอกอา​โด​นี​ยาห์​ว่า ดา​วิดได้​ทรง​ให้​ซา​โล​มอน​เป็น​กษัตริย์แล้ว
แล้ว​แขก​ทั้ง​ปวง​ของ​อา​โด​นี​ยาห์​ก็​กลัว​จน​ตัวสั่น​และ​ลุก​ขึ้น ต่าง​คน​ต่าง​ไป​ตาม​ทาง​ของ​ตน

ส่วน​อา​โด​นี​ยาห์​ก็​กลัว​ซา​โล​มอน จึง​ลุก​ขึ้น​ไป​จับ​เชิง​งอน​ของ​แท่น​บูชา
เมื่อซา​โล​มอนทราบ จึงตรัส​ว่า
ถ้า​แม้​เขา​สำ​แดง​ตัว​ได้​ว่า​เป็น​คน​ดี ก็จะปลอดภัย แต่​ถ้า​พบ​ความ​อธรรม​อยู่​ใน​ตัว​เขา เขา​จะ​ต้องตาย

แล้ว​ซา​โล​มอน​ทรง​ใช้​คน​ไป​นำ​อาโดนียาห์​ลง​มา​จาก​แท่น​บูชา
และ​เขา​ก็​มา​กราบ​ลง​ต่อซา​โล​มอน
แล้ว​ซา​โล​มอน​ก็ให้เขา​กลับ​ไป​วัง​ของ​ตน

1. อาโดนียาห์ พยายามยกตนเองขึ้นเป็นกษัตริย์ ซึ่งดูเผินๆเขาน่าจะเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดที่จะครองราชย์แทนดาวิด เนื่องจากเขาเป็นโอรสคนถัดจากอับซาโลมที่ตายไป
หนำซ้ำเขายังได้รับการสนับสนุนจากโยอาบ แม่ทัพใหญ่ และ​ อา​บี​ยา​ธาร์​ปุ​โร​หิต อีกด้วย
แต่แผนการของพระเจ้าเท่านั้นที่จะสำเร็จ

ไม่ว่าคนอื่นจะวางแผนดีสักเพียงใดก็ตาม ขอเพียงพระเจ้าจะทรงโปรดอวยพระพรเรา
ในที่สุดเราก็จะได้รับพระพรมากกว่าคนเหล่านั้นอยู่ดี

2. การได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ของซาโลมอน เป็นพระคุณของพระเจ้า
ใน 1พกษ. 1:6 กล่าวว่า ดาวิด​ไม่​เคย​ขัด​ใจอาโดนียาห์แม้​สัก​ครั้ง​ ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ตาม
ดังนั้นหากเขาตั้งตัวเป็นกษัตริย์แล้ว นาธันไม่ได้เข้ามาแทรกแซงในครั้งนี้
ดาวิดก็คงไม่ว่าอะไรเขาเช่นกัน

สิ่งที่เราได้รับมา ล้วนแต่เป็นพระคุณของพระเจ้าทั้งสิ้น
ถ้าเราถ่อมใจลง และสีงเกตให้ดีพอ เราจะมีสิ่งที่ต้องขอบพระคุณพระเจ้ามากมายไม่มีที่สิ้นสุด

3. โดยความช่วยเหลือของโย​อาบ​ ​กับ​ อา​บี​ยา​ธาร์​ปุ​โร​หิต ที่มีต่ออาโดนียาห์ ซาโลมอนควรที่จะต้องกลัวเพราะซาโลมอนกำลังตกอยู่ในอันตราย
แต่โดยการช่วยเหลือของพระเจ้า
ในที่สุดแล้วอาโดนียาห์หวาดกลัวซาโลมอน และมาก้มกราบลงต่อหน้าซาโลมอน

ถ้าพระเจ้าทรงช่วยเรา เราก็ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวสิ่งใด

คำคม

“ เมื่อพระเจ้าทรงเลือกใครให้ได้รับพระพร เขาจะได้รับพระพรแน่นอน ”