สรุป 2พงศาวดาร 1

ภาพรวม

  • พระธรรม 2 พงศาวดาร เป็นเรื่องราวของกษัตริย์ที่ปกครองอิสราเอลตั้งแต่สมัยของซาโลมอน จนถึงเวลาที่กรุงเยรูซาเล็มแตก ในปี 586 ก่อนคริสตศักราช
  • บทที่ 1 ซาโลมอนทูลขอสติปัญญาจากพระเจ้า เพื่อดูแลประชากรของพระเจ้า พระเจ้าจึงอวยพระพรซาโลมอนอย่างมากมาย ทั้งในเรื่องสติปัญญา และด้านอื่นๆ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 1 ซา​โล​มอน ​โอรส​ของ​ดาวิด​ได้ขึ้นครองราชย์แทนดาวิด
และ​พระเจ้าทรง​สถิต​กับ​ซาโลมอน และ​ทรง​ทำ​ให้​ซาโลมอน​ยิ่ง​ใหญ่​มาก

ซา​โล​มอน​กับ​ชุม​นุม​ชน​​ที่​อยู่​กับ​พระ​องค์​ขึ้น​ไป แสวง​หา​พระ​เจ้า ​ที่​ปูช​นีย​สถาน​สูง ที่​กิเบ​โอน​ เพราะเต็นท์​นัด​พบ​ของ​พระ​เจ้า ซึ่ง​โม​เสสสร้าง​ขึ้น​ตั้งอยู่ที่นั่น
แต่​ดาวิด​ทรง​นำ​หีบ​ของ​พระ​เจ้ามาไว้ใน​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม ก่อนหน้านั้นแล้ว

แล้วซา​โล​มอนได้​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ 1,000 ตัวที่นั่น

ใน​คืน​นั้น พระ​เจ้า​ทรง​ปรา​กฏ​แก่​ซา​โล​มอน
แล้วถามว่า ซาโลมอนอยากได้สิ่งใด

ซา​โล​มอนตอบ​ว่า
ขอ​ประ​ทาน​สติ​ปัญ​ญา​และ​ความ​รู้​แก่​เขา เพื่อเขา​จะ​ปก​ครองประชากรของพระเจ้า​ได้

พระ​เจ้า​ตรัส​ตอบ​ซา​โล​มอน​ว่า
พระองค์​จะ​ให้​สติ​ปัญ​ญา​และ​ความ​รู้​แก่ซาโลมอน และ​จะ​ให้​ทรัพย์​สม​บัติ ความ​มั่ง​คั่ง และ​เกียรติ​แก่​เขา​ด้วย​ อย่าง​ที่​ไม่​มี​กษัตริย์​องค์​ใด จะ​มี​เหมือน

ซา​โล​มอน​จึงกลับ​มา​ที่กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม

ซา​โล​มอน​ทรง​สะสม​รถ​รบ และ​ทหาร​ม้า ไว้มากมาย
ทรง​ทำ​ให้​เงิน​และ​ทอง​คำ​ใน​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม​มี​มาก​ราว​กับ​ก้อน​หิน
รวมทั้ง​ไม้​สน​สีดาร์​มี​มาก​ราว​กับ​ไม้​มะ​เดื่อ​

1. สิ่งที่ทำให้ซาโลมอนยิ่งใหญ่ก็คือ พระเจ้าทรงสถิตกับซาโลมอน

วันนี้ การประสบความสำเร็จของเรา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเก่งกาจของเรา
แต่ขึ้นอยู่กับการทรงสถิตและการอวยพระพรของพระเจ้า เหนือสิ่งที่เราทำนั้น


2. สิ่งที่ซาโลมอนอยากได้จากพระเจ้า คือ ความสามารถที่จะทำในสิ่งที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้เขาทำ
ขอสติปัญญาในการปกครองประชากรของพระเจ้า
พระเจ้าทรงพอพระทัย และประทานให้ตามที่ขอ และประทานเพิ่มเติมในสิ่งที่ไม่ได้ขออีกด้วย

เมื่อเราปรารถนาจะทำเพื่อพระเจ้า พระเจ้าจะทรงอวยพระพรในสิ่งที่เราทำนั้นอย่างมากมายเหลือล้น

คำคม

“ ทำเพื่อพระเจ้า ไม่เคยขาดทุน ”

สรุป 2พงศาวดาร 2

ภาพรวม

  • ซาโลมอนได้ขอความช่วยเหลือจากกษัตริย์ฮีราม ด้านบุคคลากรและวัสดุอุปกรณ์ ในการสร้างพระนิเวศของพระเจ้า ซึ่งฮีรามก็ยินดีช่วยเหลืออย่างเต็มที่

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 2 หลังจากที่ซาโลมอนทูลขอสติปัญญาจากพระเจ้า เพื่อดูแลประชากรของพระเจ้า พระเจ้าจึงอวยพระพรซาโลมอนอย่างมากมาย ทั้งในเรื่องสติปัญญา และด้านอื่นๆ แล้ว

ซา​โล​มอนก็​ตั้ง​พระ​ทัย​ที่​จะ​สร้าง​พระ​นิเวศ​ และ​สร้าง​ราช​วังของตนเอง
ซา​โล​มอน​จึงส่งสาร ​ไป​ยัง​ฮี​ราม ​กษัตริย์​เมือง​ไทระ ​ว่า
ขอส่ง​ไม้​สน​สีดาร์​มาให้ เหมือนที่เคยส่งมาให้ดาวิด
เพราะซาโลมอน​กำลัง​จะ​สร้าง​พระ​นิเวศของพระเจ้า
แต่เนื่องจากพระเจ้าทรงใหญ่ยิ่งสูงสุด
จึงไม่มีใคร​ที่​จะ​สร้าง​พระ​นิเวศ​สำ​หรับ​พระ​องค์ได้
คงทำได้เพียงเป็น​ที่​เผา​เครื่อง​หอม​ถวายแด่พระ​องค์​เท่า​นั้น

ดังนั้นขอฮีราม ​ส่ง​ช่างที่มีฝีมือ ชำนาญงาน ​คน​หนึ่ง​ มาให้แก่ซาโลมอน
เพื่อ​จะ​ทำ​งาน​กับ​บรร​ดา​ช่าง​ฝี​มือของซาโลมอน
และขอ​ส่ง​ไม้​สน​สีดาร์ ไม้​สน​สาม​ใบ และ​ไม้​ประ​ดู่ มาให้​ด้วย พร้อมกับข้าราชการของฮีราม

แล้วซาโลมอน​จะ​ให้​ข้าว​สาลี​นวด​แล้ว 2,000 ตัน ข้าว​บาร์​เลย์ 2,000 ตัน เหล้า​องุ่น 400,000 ลิตร และ​น้ำ​มัน 400,000 ลิตร​แก่​พวก​ข้า​ราช​การ​ของ​ฮีราม

แล้ว​ฮีราม ก็ตอบกลับมาว่า
สาธุ​การ​แด่​พระเจ้า พระ​องค์​ประ​ทาน​โอรส​ที่​ฉลาด​คน​หนึ่ง​แก่​ดาวิด ผู้​ซึ่ง​จะ​สร้าง​พระ​นิเวศ​ถวาย​พระเจ้า และ​จะ​สร้าง​พระ​ราช​วัง​เพื่อตน​เอง
และฮีรามยินดีส่ง​ช่าง​ฝี​มือ​คน​หนึ่ง ที่​กอปร​ด้วย​ความ​เข้า​ใจ มาให้ซาโลมอน เขาคือ​ ฮู​ราม​อับ​บี
ซึ่งแม่ของเขาเป็นคนเผ่า​ดาน พ่อ​ของ​เขา​เป็น​คน​ไทระ
และฮีรามยินดีที่จะส่งคนและสิ่งของตามที่ซาโลมอนขอมาให้

แล้ว​ซา​โล​มอนจึง​ทรง​ทำ​บัญชี​สำ​มะ​โน​ครัว​คน​ต่าง​ด้าว ​ใน​แผ่น​ดิน​อิส​รา​เอล
ซึ่งมี​จำ​นวน 153,600 คน
​ทรง​กำ​หนด​ให้
70,000 คน​ เป็น​แรง​งาน​ขน​ของ
80,000 คน​ เป็นสกัด​หิน
3,600 คน ​เป็น​ผู้​ควบ​คุมงาน

1. ซาโลมอนตั้งใจจะสร้างพระนิเวศของพระเจ้า
แต่ขณะเดียวกันซาโลมอนก็ฉลาดพอที่จะรู้ความจริง ว่า
เขาไม่มีทางสร้างพระนิเวศให้พระเจ้าได้
เพราะว่าพระองค์ทรงยิ่งใหญ่เกินกว่าจะมาอยู่ในสิ่งก่อสร้างเล็กๆที่มนุษย์สร้างขึ้น

ขณะเดียวกันซาโลมอนก็ไม่ยอมให้ความจริงนี้ ยับยั้งเขาไม่ให้สร้างพระนิเวศของพระเจ้า
แม้จะสร้างที่ประทับของพระเจ้าไม่ได้ อย่างน้อยก็ขอสร้างที่สำหรับถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้าก็ยังดี

วันนี้ อย่ายอมให้ความยาก หรือความเป็นไปไม่ได้ มาขัดขวางเรา
ไม่ให้เราทำบางสิ่งถวายแด่พระเจ้า
แม้เราจะไม่อาจบรรลุเป้าหมายอย่างที่ตั้งใจได้
แต่อย่างน้อยขอทำอย่างดีที่สุดถวายแด่พระเจ้าที่เรารัก

2. เพราะซาโลมอนตั้งใจสร้างนิเวศเพื่อพระเจ้า
พระองค์จึงทรงอวยพระพรเขา โดยให้ฮีราม ให้ความช่วยเหลือแก่เขาอย่างดีตามที่เขาร้องขอ

ปรากฏว่าเมื่อซาโลมอนตั้งใจทำอย่างดีที่สุดถวายแด่พระเจ้า
สิ่งที่ซาโลมอนได้รับคือ วัสดุอุปกรณ์ และช่างฝีมือ อย่างดีเลิศ ที่มีอย่างเพียงพอในการสร้างพระราชวังของตนเองด้วย

เมื่อเราตั้งใจทำเพื่อพระเจ้า เราเองมักจะได้รับพระพรจากความตั้งใจที่จริงใจนั้นด้วย

การสร้างพระราชวังของซาโลมอน กษัตริย์ฮีรามก็ทราบเรื่องนี้ และก็ยินดีสนับสนุน
และพระเจ้าเองก็ไม่ได้ทรงตำหนิซาโลมอนในเรื่องนี้เลย แต่กลับอวยพระพรให้สร้างได้สำเร็จอย่างงดงามอีกด้วย

3. แม่ของ ฮู​ราม​อับ​บี ยอดช่างฝีมือแห่งไทระ นางได้ทำผิดกฏเกณฑ์ของพระเจ้า
โดยไปแต่งงานกับคนต่างชาติ พ่อของฮู​ราม​อับ​บี
พระคัมภีร์ไม่ได้ระบุว่า สิ่งที่นางต้องพบเจอเป็นเช่นใดบ้าง

แต่ที่แน่ๆก็คือว่า ท่ามกลางความผิดพลาดของนาง
พระเจ้าสามารถทรงใช้เป็นพระพรได้
นางให้กำเนิดฮู​ราม​อับ​บี ผู้ซึ่งต่อมาเป็นบุคคลสำคัญในการสร้างพระนิเวศของพระเจ้า

และเพราะว่า ฮู​ราม​อับ​บี มีเชื้อสายครึ่งหนึ่งเป็นอิสราเอล ดังนั้นเมื่อเขามาช่วยสร้างพระนิเวศให้แก่คนอิสราเอล ตัวเขาเองย่อมทำอย่างเต็มที่และเต็มใจ
ขณะเดียวกันเขามีพ่อเป็นคนไทระ เขาย่อมได้รับการถวายทอดวิชาความรู้ด้านช่างฝึมือจากไทระมาตั้งแต่เป็นเด็ก จนเชี่ยวชาญชำนาญ

ความผิดพลาดของเราในวันนี้ หากเรานำมาหาพระเจ้า
พระองค์ทรงฤทธิ์สามารถเปลี่ยนความผิดพลาดนั้นให้กลายเป็นพระพรอันยิ่งใหญ่ได้

คำคม

“ การทำอย่างดีที่สุดแด่พระเจ้า จะนำพระพรมาสู่ตนเอง ”

สรุป 2พงศาวดาร 3

ภาพรวม

  • ซาโลมอนเริ่มสร้างพระนิเวศของพระเจ้า แล้วบุด้านในด้วยทองคำ และสร้างเครูบขนาดใหญ่ในห้องอภิสุทธิสถาน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 3 เมื่อซาโลมอนได้ขอความช่วยเหลือจากกษัตริย์ฮีราม ด้านบุคคลากรและวัสดุอุปกรณ์ ในการสร้างพระนิเวศของพระเจ้า ซึ่งฮีรามก็ยินดีช่วยเหลืออย่างเต็มที่

แล้ว​ ในวัน​ที่​ 2 เดือน​ที่ ​2 ​ของ​ปี​ที่ 4 แห่ง​รัช​กาล​ของ​ซา​โล​มอน​
ซาโลมอนก็​เริ่ม​สร้าง​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า ที่​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม​ บน​ภูเขา​โม​ริ​ยาห์ ณ ​ลาน​นวด​ข้าว​ของ​โอร​นัน​คน​เย​บุส

พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า ​ยาว 27 เมตร ​กว้าง 9 เมตร และ​สูง 54 เมตร พระ​องค์​ทรง​บุ​ด้าน​ใน​ด้วย​ทอง​คำ​บริ​สุทธิ์
​ซาโลมอน ทรง​บุ​ห้อง ด้วย​ไม้​สน​สาม​ใบ ​บุ​ทับ​ด้วย​ทอง​คำ​เนื้อ​ดี

และ​พระ​องค์​ทรง​สร้าง​อภิ​สุทธิ​สถาน มี​ความ​ยาว​เท่า​ความ​กว้าง​ของ​พระ​นิเวศ คือ 9 เมตร และ​ความ​กว้าง​เท่า​กับ 9 เมตร พระ​องค์​ทรง​บุ​ด้วย​ทอง​คำ​เนื้อ​ดี​หนัก​ประ​มาณ 20 ตัน

ใน​อภิ​สุทธิ​สถาน​นั้น ซาโลมอน​ทรง​สร้าง​เครูบ​ไว้​สอง​รูป​ด้วย​ไม้​บุ​ทอง​คำ
ปีก​ของ​เครูบ​ทั้ง​สอง​นั้น​กาง​ออก​ยาว ​จรด​ผนัง​พระ​นิเวศ จากข้างหนึ่งไปถึง​อีก​ข้าง​หนึ่ง​
และ​​ทรง​ทำ​ม่าน​ด้วย​ด้าย​สี​ฟ้า สี​ม่วง สี​แดง​เข้ม และ​ด้วย​ผ้า​ป่าน แล้ว​ปัก​รูป​เครูบ​ไว้​บน​นั้น

หน้า​พระ​นิเวศ ​ทรง​สร้าง​เสา 2 ​ต้น
​ทรง​ขนาน​นาม​ ต้น​ข้าง​ขวา​นั้น​ว่า​ ยา​คีน และ​ต้น​ข้าง​ซ้าย​ว่า โบ​อาส

1. ซาโลมอนสร้างพระนิเวศของพระเจ้าอย่างอลังการ ด้วยทองคำมหาศาล
สิ่งเหล่านี้อาจจะดูมีค่ายิ่งในสายตาของมนุษย์
แต่ไม่ใช่ในสายพระเนตรของพระเจ้า

พระเจ้าทรงยอมให้สิ่งเหล่านี้ถูกทำลายทิ้งไป (ในเวลาต่อมา)
เพื่อให้ประชากรของพระเจ้ากลับใจใหม่ หันจากบาปกลับมาหาพระองค์

พระเจ้าพอพระทัยในพระนิเวศที่ซาโลมอนสร้าง
แต่ไม่ใช่เพราะความอลังการ งดงามตระการตาของทองคำในพระนิเวศ
แต่เพราะท่าทีของซาโลมอนและประชาชนอิสราเอลที่แสวงหาพระเจ้า และทำถวายแด่พระเจ้าอย่างสุดกำลัง

วันนี้ สิ่งที่เราทำเพื่อพระเจ้า เป็นสิ่งดี แต่ไม่มีความสำคัญเท่ากับท่าทีอันจริงใจที่เรามีต่อพระองค์

2. บนหีบพันธสัญญา พระเจ้าให้โมเสส สร้างเครูบ หันหน้าเข้าหากัน ปีกปกคลุมเหนือหีบพันธสัญญา(อพย. 25:18-20)
แต่ในพระนิเวศที่ซาโลมอนสร้างนั้น เขาสร้างรูปเครูบขนาดใหญ่ขึ้นมาอีก 2 อัน ปกคลุมเต็มห้องอภิสุทธิสถาน
และไม่ได้หันหน้าเข้าหากัน แต่หันหน้าออกไปยังห้องด้านนอก

เครูบเป็นสัญลักษณ์แห่งการทรงสถิตของพระเจ้า
ซาโลมอนคงปรารถนาให้ที่นั่นมีการทรงสถิตของพระเจ้า อย่างเต็มขนาด
ไม่เพียงที่หีบพันธสัญญาเท่านั้น แต่เต็มห้องอภิสุทธิสถานและล้นไปยังห้องวิสุทธิสถานที่อยู่ด้านนอกด้วย

อย่างไรก็ดีการทรงสถิตของพระเจ้า ไม่ขึ้นกับความยิ่งใหญ่ของสิ่งก่อสร้างเหล่านั้น
แต่ขึ้นอยู่กับจิตใจที่แสวงหาพระเจ้า เชื่อฟังพระองค์ ยำเกรงพระองค์
ที่ใดก็ตามที่มีจิตใจเช่นนั้น ย่อมมีการทรงสถิตของพระเจ้าที่นั่น

คำคม

“ ท่าทีในใจ ย่อมสำคัญกว่า การกระทำที่ยิ่งใหญ่ ”

สรุป 2พงศาวดาร 4

ภาพรวม

  • ซาโลมอนทรงสร้างสิ่งของและเครื่องใช้ต่างๆสำหรับพระวิหารของพระเจ้า โดยมีฮูรามเป็นผู้ควบคุมการสร้างสิ่งเหล่านั้น

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 4 เมื่อซาโลมอนเริ่มสร้างพระนิเวศของพระเจ้า แล้วบุด้านในด้วยทองคำ และสร้างเครูบขนาดใหญ่ในห้องอภิสุทธิสถาน

แล้วพระ​องค์​ทรง​สร้าง​แท่น​บูชา​ด้วย​ทอง​สัม​ฤทธิ์
ยาว 9 เมตร และ​กว้าง 9 เมตร สูง 4.5 เมตร

แล้ว​พระ​องค์​ทรง​หล่อ​อ่าง​สาคร เส้นผ่าศูนย์กลาง 4.5 เมตร สูง 2.25 เมตร
อ่าง​สาคร​นี้​ตั้ง​อยู่​บน​รูปวัว 12 ตัว
อ่าง​นี้​บรร​จุ​ได้​ 60,000 ลิตร

ทรง​สร้าง​คัน​ประ​ทีป​ทอง​คำ 10 ​คัน​ ​ตั้ง​ไว้​ใน​พระ​วิหาร
​ทรง​สร้าง​โต๊ะ 10​ ตัว​ด้วย
​ทรง​สร้าง​ลาน​ของ​ปุโร​หิต ลาน​ใหญ่​และ​ประตู​ลาน และ​ทรง​บุ​ประตู​เหล่า​นั้น​ด้วย​ทอง​สัม​ฤทธิ์

​นอกจาก ฮูราม จะ​ช่วยซาโลมอนสร้างสิ่งเหล่านี้แล้ว
ฮูรามก็ได้​ทำ​เครื่อง​ใช้​ต่างๆ​จาก​ทอง​สัม​ฤทธิ์ สำ​หรับ​พระ​นิเวศ​ของพระเจ้า อีกด้วย
และประตู​ชั้น​ใน​ของ​อภิ​สุทธิ​สถาน ​และ​ประตู​พระ​นิเวศ​ ก็​ล้วนทำ​ด้วย​ทอง​คำ

1. สิ่งที่ซาโลมอนสร้างสำหรับพระวิหารนั้น ใหญ่โตและมีจำนวนมากกว่า สิ่งที่พระเจ้าทรงสั่งให้โมเสสสร้าง
เช่น แท่นบูชาสร้างใหญ่กว่าเดิมเกือบ 4 เท่า (อพย. 27:1) , อ่าง​​ทอง​สัม​ฤทธิ์ ก็ใหญ่กว่าเดิมมาก (อพย. 30:18) , คันประทีปทองคำ ก็เพิ่มจาก 1 อัน เป็น 10 อัน , โต๊ะขนมปัง ก็เช่นกัน

สิ่งที่ซาโลมอนทำนี้ ทำเกินกว่าที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้
ในเรื่องนี้ พระเจ้าไม่ได้ตำหนิเขา
ขณะเดียวกัน ก็ไม่ได้ชมเขาในเรื่องนี้เช่นกัน
เพราะเมื่อได้ทำตามที่พระเจ้าสั่ง นั่นก็ถือว่าเป็นการเชื่อฟังที่สมบูรณ์แล้ว
ครั้นจะทำอะไรไปมากกว่านั้น ก็ไม่ผิด แต่ก็ไม่ได้สำคัญอะไร

การเชื่อฟังพระเจ้าอย่างสมบูรณ์ เกิดขึ้นเมื่อเราทำตามคำสั่งอย่างครบถ้วน
ส่วนการกระทำนอกเหนือจากนั้น ไม่ได้ถือเป็นการเชื่อฟังหรือการไม่เชื่อฟัง

เมื่อพระเจ้าทรงเรียกให้เราทำอะไร เมื่อเราได้ทำอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ นั่นก็เพียงพอแล้ว

2. ดาวิดเป็นผู้ออกแบบการสร้างพระวิหารของพระเจ้า
ซาโลมอน เป็นผู้สั่งให้ฮูรามทำตามแบบที่ดาวิดบอก
ฮูรามเป็นคนให้ทำให้สิ่งที่ดาวิดออกแบบไว้ สำเร็จออกมาเป็นจริง

แต่เมื่อสร้างเสร็จแล้ว เขาเรียกพระวิหารนี้ว่า พระวิหารที่ซาโลมอนสร้าง

ไม่ว่าเราทำสิ่งใดแล้วคนเห็นว่าเราประสบความสำเร็จ
ความจริงแล้วมีบางคนที่อยู่ก่อนหน้าเรา เตรียมหนทางบางอย่างไว้
และมีใครบางคนที่เกี่ยวข้องกับเรา ช่วยทำให้สิ่งนั้นสำเร็จ
แต่ที่เราได้รับคำชื่นชมนั้น เป็นเพราะพระเจ้าทรงเมตตาประทานเกียรตินั้นให้แก่เราเท่านั้นเอง
เราไม่ได้เก่งกาจอย่างที่คนทั้งหลายเข้าใจกัน

คำคม

“ พระเจ้าจะประทานเกียรติให้แก่ใคร พระองค์ก็ประทานแก่ผู้นั้น ”

สรุป 2พงศาวดาร 5

ภาพรวม

  • ซาโลมอนนำหีบพันธสัญญาเข้าไปในพระวิหาร แล้วพระสิริของพระเจ้าก็ปกคลุมเต็มพระวิหาร

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 5 หลังจากที่ซาโลมอนทรงสร้างสิ่งของและเครื่องใช้ต่างๆสำหรับพระวิหารของพระเจ้า โดยมีฮูรามเป็นผู้ควบคุมการสร้างสิ่งเหล่านั้นแล้ว

ซา​โล​มอน​ก็​นำ​บรร​ดา​สิ่ง​ของ​เครื่อง​ใช้ ที่​ดาวิด​ถวาย​ไว้เข้า​มา​เก็บ​ไว้​ใน​คลัง​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า

แล้ว​ซา​โล​มอน​เรียกบรร​ดาผู้นำของอิส​รา​เอล​ เพื่อ​จะ​นำ​หีบ​พันธ​สัญ​ญา​ของ​พระเจ้า มา​จาก​นคร​ดาวิด​คือ​เมือง​ศิโยน
​ซา​โล​มอน​กับ​ประชาชน ได้​ถวาย​แกะ​และ​วัว​มาก​มาย​จน​ไม่​สา​มารถ​นับ​​ได้
แล้ว​พวก​ปุโร​หิต​ก็​นำ​หีบ​พันธ​สัญ​ญา เข้าไป​ใน​ห้อง​ชั้น​ใน​ของ​พระ​นิเวศ คือ​ ห้องอภิ​สุทธิ​สถาน
ภาย​ใน​หีบ​ มีเพียง​ศิลา​ 2 ​แผ่น​ซึ่ง​โม​เสส​เก็บ​ไว้ ณ ภูเขา​โฮ​เรบ

​เมื่อ​บรร​ดา​ปุโร​หิต​ออก​มา​จาก​วิ​สุทธิ​สถาน
และ​พวก​เลวี​ที่​เป็น​นัก​ร้อง​ทั้ง​หมด และ​พวก​ปุโร​หิต​ 120 ​คน
ได้ร่วมกัน​ร้อง​สรร​เสริญ​และ​ขอบ​พระ​คุณ​พระเจ้า

แล้ว​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้าก็​เต็ม​ไป​ด้วย​เมฆ
จน​ปุโร​หิต​ยืน​ปรน​นิ​บัติ​ไม่​ได้ เพราะ​พระ​สิริ​ของ​พระเจ้า​เต็ม​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า

1. พระ​สิริ​ของ​พระเจ้า​เต็ม​พระ​วิหาร เมื่อ
– หีบพันธสัญญาเข้าไปในพระวิหาร
– ปุโรหิตออกจากพระวิหาร
– พวกเลวีและพวกปุโรหิตร้อง​สรร​เสริญ​และ​ขอบ​พระ​คุณ​พระเจ้า

ถ้ามองภาพรวมกว้างๆจะเห็นว่า การทรงสถิตของพระเจ้าเกิดขึ้น
เมื่อประชากรของพระเจ้า เชื่อฟังพระเจ้าและแสวงหาพระองค์อย่างจริงใจ

วันนี้ เมื่อเราดำเนินชีวิตเชื่อฟังพระองค์และแสวงหาพระเจ้าอย่างจริงใจ
บรรยากาศแห่งการทรงสถิตของพระเจ้า จะปรากฏชัดในวิถีชีวิตของเรา

2. ก่อนหน้าที่พระวิหารจะถูกปกคลุมด้วยพระสิริของพระเจ้า
คนงานก็เดินเข้าออกกันขวักไขว้
ปุโรหิตก็ทำหน้าที่ในพระวิหารตามปกติ

แต่เมื่อพระสิริปกคลุมสิ่งก่อสร้างนั้นแล้ว
ทุกอย่างที่เกี่ยวกับสิ่งก่อสร้างนั้นก็เปลี่ยนไป เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และบริสุทธิ์

ชีวิตของเราก็เช่นกัน เมื่อเรามีพระเจ้าทรงสถิตกับเราแล้ว โดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์
บรรยากาศในฝ่ายวิญญาณในชีวิตของเราก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
เราปรารถนาที่จะรู้จักพระเจ้ามากขึ้น อยากทำสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัยอยู่เสมอ
สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งยืนยันการทรงสถิตของพระเจ้าในชีวิตของเรา

วันนี้เราผู้มีพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย
สมควรให้พระองค์ครอบครองชีวิตของเรา เปลี่ยนแปลงจิตวิญญาณและชีวิตของเรา
ให้สมกับการที่มีพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย
คือ เป็นวิหารที่บริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ จำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้า

คำคม

“ ผู้ที่พระเจ้าทรงสถิต เป็นผู้บริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ เขาจึงสมควรดำเนินชีวิตในความบริสุทธิ์ ”

สรุป 2พงศาวดาร 6

ภาพรวม

  • ซาโลมอนอธิษฐานถวายพระวิหารแด่พระเจ้า เพื่อให้เป็นสถานที่นัดพบกับพระเจ้า ของคนอิสราเอลและคนต่างชาติ ที่แสวงหาพระองค์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 6 เมื่อซาโลมอนนำหีบพันธสัญญาเข้าไปในพระวิหาร แล้วพระสิริของพระเจ้าก็ปกคลุมเต็มพระวิหาร

แล้ว​ซา​โล​มอน​ก็กล่าวแก่​คนอิส​รา​เอล​ ​ที่​​ยืนชุมนุม​อยู่ที่นั่น ​ว่า

พระเจ้าได้​เลือก​เย​รู​ซา​เล็ม ให้เป็นนครที่พระเจ้าทรงสถิต
และ​เลือก​ดาวิด​ให้​อยู่​เหนือคน​อิส​รา​เอล​ประ​ชา​กร​ของ​พระเจ้า
และเลือกซาโลมอนให้เป็นผู้​สร้าง​นิเวศของพระเจ้า

แล้ว​ซา​โล​มอน​ทรง​ยืน​อยู่​หน้า​แท่น​บูชา​ ต่อ​หน้าคนอิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด
ทรง​คุก​เข่า​ลง​ และกาง​พระ​หัตถ์​​ออก
แล้ว​​ทูล​พระเจ้าว่า

​ขอ​พระเจ้าทรง​รักษา​สิ่ง​ที่​ทรง​สัญญา​ไว้​กับ​​ดาวิด​ ที่ว่า
ถ้า​เพียง​แต่​ลูก​หลาน​ของ​ดาวิด จะ​รักษา​บัญ​ญัติ​ของพระเจ้า จะ​ไม่​ขาด​ชาย​ที่​จะ​นั่ง​บน​บัล​ลังก์​ของ​อิส​รา​เอล​

แต่​แท้​จริง ​ฟ้า​สวรรค์​อัน​สูง​สุด​ยัง​รอง​รับ​พระ​องค์​ไว้​ไม่​ได้
แล้ว​พระ​นิเวศ​นี้​ จะ​รอง​รับ​พระ​องค์​ได้​อย่าง​ไร

แต่​ขอ​พระ​องค์​สน​พระ​ทัย​ใน​คำ​อธิษ​ฐาน​ของ​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์
ขอพระ​เนตร​ของ​พระ​องค์​จะ​ทรง​เฝ้า​ดู​พระ​นิเวศ​นี้ ทั้ง​วัน​และ​คืน
เพื่อ​พระ​องค์​จะ​ทรง​สดับ​คำ​อธิษ​ฐาน ซึ่ง​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์​จะ​อธิษ​ฐาน​ต่อ​สถาน​ที่​นี้

– เมื่อ​อิส​รา​เอล ​อธิษ​ฐาน​ต่อ​สถาน​ที่​นี้ ขอ​พระ​องค์​เอง​ทรง​สดับ​ และ​ขอ​ทรง​อภัย
– เมื่อใคร​มา​สา​บาน​ต่อ​หน้า​แท่น​บูชาใน​พระ​นิเวศ​นี้ ​ขอ​ทรง​ดำ​เนิน​การ และ​​ทรง​พิ​พาก​ษา ตามความเป็นธรรม
– เมื่อ​มี​ภัยแล้ง การ​กัน​ดาร​อา​หาร ​โรค​ระบาด หรือภัยธรรมชาติต่างๆ หรือ ​ศัตรู​มาโจมตี แล้ว​คนใด หรือคน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ ​อธิษ​ฐานต่อพระ​นิเวศ​นี้ และ​หัน​กลับ​จาก​บาป​ ขอ​ทรง​สดับ​ และ​ขอ​ทรง​อภัย แล้ว​ประ​ทาน​แก่​แต่ละ​คน ตาม​การ​ประ​พฤติ​ทั้ง​สิ้น​ของ​เขา
– เมื่อคน​ต่าง​ด้าว ​มา​อธิษ​ฐาน​ต่อ​พระ​นิเวศ​นี้ ขอ​พระ​องค์​ทรง​สดับ​ และ​​ทรง​ทำ​ตาม​ทุก​สิ่ง​ซึ่ง​คน​ต่าง​ด้าว​ได้​ทูล​ขอ​
– เมื่อคนอิสราเอล ออก​ไป​ต่อ​สู้​กับ​ศัตรู​ของ​เขา และ​พวกเขา​อธิษ​ฐาน​ ​ตรง​ต่อ​พระ​นิเวศ​นี้ ​ขอ​ทรง​สดับ​ และ​ขอ​ประ​ทาน​ความ​ยุติ​ธรรม​แก่​พวก​เขา
– เมื่อคนอิสราเอล​ทำ​บาป​ต่อ​พระ​องค์ จนพวกเขาพ่ายแพ้ศัตรู พวกเขาถูก​ศัตรู​จับ​เขา​ไป​เป็น​เชลย​ ​ถ้า​เขา​สำนึก​ผิด​ ​และ​ได้​กลับ​ใจ แล้วกลับ​มา​หา​พระ​องค์​ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​ของพวก​เขา และ​อธิษ​ฐาน​ต่อ​พระ​องค์​ตรง​ต่อ​พระ​นิเวศ​นี้ ขอ​​ทรง​สดับ​คำ​อธิษ​ฐาน ​และ​​ประ​ทาน​ความ​ยุติ​ธรรม​แก่​พวก​เขา และ​ทรง​อภัย​แก่พวกเขา

ข้า​แต่​พระ​เจ้า ขอ​พระ​เนตร​​และ​พระ​กรรณ​ของ​พระ​องค์ ​ทรง​เฝ้า​ดู​อยู่​เหนือ​สถาน​ที่​นี้

1. ด้วยสติปัญญาอันชาญฉลาดของซาโลมอน เขารู้ดีว่า พระวิหารที่เขาสร้างขึ้นนั้น ไม่เพียงพอที่จะรองรับพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุดได้
ถึงกระนั้นเขาก็ยังขอต่อพระเจ้าว่า ขอให้สถานที่นี้ เป็นที่นัดพบกับพระเจ้าแทนก็ยังดี
เมื่อคนใด อธิษฐานต่อพระเจ้า ตรงมายังสถานที่นี้ ขอพระเจ้าทรงโปรดสดับฟัง

แม้สิ่งที่เราทำแด่พระเจ้านั้นจะเล็กน้อยเหลือเกิน เมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของพระองค์
แต่สิ่งที่ทำนั้นสามารถเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงความจงรักภักดีที่มีต่อพระเจ้าได้เสมอ เมื่อเราทำอย่างสุดกำลัง หมดหัวใจ

2. ซาโลมอนขอต่อพระเจ้าว่า หากมีใครอธิษฐานต่อพระเจ้า ตรงมายังพระวิหารนี้ขอพระเจ้าทรงสดับฟัง
ซึ่งในบทต่อมา พระเจ้าทรงตอบรับคำขอนั้น

ดังนั้นคนอิสราเอล แม้ถูกจับไปยังแดนไกล เมื่อพวกเขาจะอธิษฐานก็จะหันหน้ามาทางเยรูซาเล็ม ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระวิหาร เหมือนอย่างที่ดาเนียลได้ทำ

วันนี้ เราเป็นพระวิหารของพระเจ้า
1คร. 3:16″ ท่าน​ทั้ง​หลาย​รู้​แล้ว​ไม่​ใช่​หรือ​ว่า​พวก​ท่าน​เป็น​วิ​หาร​ของ​พระ​เจ้า และ​พระ​วิญ​ญาณ​ของ​พระ​เจ้า​สถิต​อยู่​ใน​พวก​ท่าน? “
จิตวิญญาณของเรานั้น เป็นที่นัดพบกับพระเจ้า
ทุกครั้งที่เราให้จิตวิญญาณของเรา ร้องทูลต่อพระเจ้าอย่างจริงใจ พระองค์จะสดับฟัง
เมื่อเราทำผิด พระองค์จะทรงอภัย
เมื่อเราเผชิญโพยภัย พระองค์จะทรงช่วยกู้
เมื่อเราต้องพบกับความยากลำบากในสถานการณ์ของชีวิต พระองค์จะทรงนำเราให้ผ่านพ้นไปอย่างมีชัยชนะ
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ เมื่อเราร้องทูลต่อพระองค์อย่างจริงใจ ด้วยจิตวิญญาณของเรา

ยน. 4:23 “แต่​วาระ​นั้น​ใกล้​เข้า​มา​แล้ว และ​บัด​นี้​ก็​ถึง​แล้ว คือ​เมื่อ​คน​ที่​นมัส​การ​อย่าง​แท้​จริง​จะ​นมัส​การ​พระ​บิดา​ด้วย​จิต​วิญ​ญาณ​และ​ความ​จริง เพราะ​ว่า​พระ​บิดา​ทรง​แสวง​หา​คน​เช่น​นั้น​มา​นมัส​การ​พระ​องค์”

คำคม

“ จิตวิญญาณของเรา เป็นที่นัดพบกับพระเจ้า ที่นั่นพระองค์เฝ้ารอให้เรามาเข้าเฝ้าพระองค์อยู่เสมอ ”

สรุป 2พงศาวดาร 7

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงให้ไฟตกลงมาจากสวรรค์เผาเครื่องบูชาที่ซาโลมอนถวาย หน้าพระวิหาร แล้วพระเจ้าทรงปรากฏแก่ซาโลมอน ทรงเตือนไม่ให้เขาละทิ้งพระองค์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 7 หลังจากที่ซาโลมอนอธิษฐานถวายพระวิหารแด่พระเจ้า เพื่อให้เป็นสถานที่นัดพบกับพระเจ้า ของคนอิสราเอลและคนต่างชาติ ที่แสวงหาพระองค์แล้ว

ไฟ​ก็ลง​มา​จาก​ฟ้า​สวรรค์​ ไหม้​เครื่อง​บูชา และ​พระ​สิริ​ของ​พระเจ้า​ก็​เต็ม​พระ​นิเวศ
​คน​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด ​ก็​กราบ​ซบ​หน้า​ติดพื้น​ และ​สรร​เสริญ​พระ​เจ้า​

แล้ว​ซาโลมอน​และ​ประ​ชา​ชน​ก็​ถวาย​เครื่อง​สัตว​บูชา​แด่พระเจ้า
เป็น​วัว 22,000 ตัว และ​แกะ 120,000 ตัว
แล้ว​ซา​โล​มอน​และ​อิส​รา​เอล​ทั้ง​สิ้น ก็​ถือ​เทศ​กาล​เลี้ยง​อยู่​ 7 ​วัน​

เมื่อ​วัน​ที่ 23 ​ของ​เดือน​ที่7 ซาโลมอนก็​ให้​ประ​ชา​ชน​กลับ​บ้าน​ของ​ตน ด้วย​ใจ​ชื่น​บาน​และ​ยินดี
ซา​โล​มอน​ทรง​สร้าง​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้าและ​พระ​ราช​วัง ​สำ​เร็จ

พระเจ้าทรง​ปรา​กฏ​แก่​ซา​โล​มอน​ใน​เวลา​กลาง​คืน ​ตรัสว่า
พระองค์ทรง​ได้​ยิน​คำ​อธิษ​ฐาน​ของซาโลมอนแล้ว
ดังนั้น ถ้า​พระเจ้าทรงให้ภัยพิบัติเกิดขึ้นท่าม​กลางคนอิสราเอล
แล้วพวกเขา
– ​ถ่อม​ตัว​ลง
– อธิษ​ฐาน​และ​แสวง​หาพระเจ้า
– ​หัน​เสีย​จาก​ทาง​ชั่ว​ของ​พวก​เขา
แล้วพระเจ้า​ก็​จะ​ฟัง​ และ​จะ​ให้​อภัย​แก่​บาป​ของ​พวกเขา ​และ​จะ​รักษา​แผ่น​ดิน​ของพวก​เขา​ให้​หาย

ตั้งแต่นี้ไป พระเจ้าจะ​ฟัง​คำ​อธิษ​ฐาน​ซึ่ง​เขา​ทั้ง​หลาย​อธิษ​ฐาน ณ พระวิหาร​นี้

ส่วนซาโลมอน ถ้าซาโลมอนจะ​​ดำเนินตามและรักษา​กฎ​เกณฑ์ของพระเจ้า
พระเจ้าจะ​สถา​ปนา​บัล​ลังก์​ของ​ซาโลมอนไว้เป็นนิตย์

แต่​ถ้าซาโลมอนและคนอิสราเอล ​ละ​ทิ้ง​กฎ​เกณฑ์​ของพระเจ้า และ​ไป​ปรน​นิ​บัติ​พระ​อื่นๆ
พระเจ้า​จะ​ถอน​เขา​ทั้ง​หลาย​จาก​แผ่น​ดิน​ของ​พระเจ้า
​และ​พระเจ้า​จะ​เหวี่ยง​นิเวศ​ทิ้ง ให้เป็นที่เย้ยหยันของประชาชาติ

1. เมื่อซาโลมอนอธิษฐานถวายพระวิหารแด่พระเจ้า ถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้า
พระเจ้าทรงสดับฟังคำอธิษฐาน และให้ไฟจากสวรรค์ตกลงมาเผาเครื่องบูชา

เมื่อเราทำสิ่งใดถวายแด่พระเจ้าอย่างจริงใจ
พระองค์ก็พร้อมที่จะรับสิ่งที่เราถวายนั้นและจะตอบสนองต่อสิ่งที่เรากระทำถวายแด่พระองค์

2. เมื่อมีภัยพิบัติเกิดขึ้นเพราะบาปของคนอิสราเอล
แล้วพวกเขา
– ​ถ่อม​ตัว​ลง
– อธิษ​ฐาน​และ​แสวง​หาพระเจ้า
– ​หัน​เสีย​จาก​ทาง​ชั่ว​ของ​พวก​เขา
แล้วพระเจ้า​ก็​จะ​ให้​อภัย​แก่​บาป​ของ​พวกเขา ​และช่วยกู้พวก​เขา​

หากเราถ่อมตัวลงยอมจำนนต่อพระเจ้าในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
แล้วอธิษฐานแสวงหาพระเจ้าก่อน หาทางแก้ไขปัญหานั้น
และกลับใจจากสิ่งที่พระเจ้าเตือนให้เรากลับใจ
แล้วเราจะพบพระเมตตาของพระเจ้ามีมากเพียงพอสำหรับเรา
พระองค์จะทรงช่วยกู้เราออกจากสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้

3. พระเจ้าทรงบอกกับซาโลมอนว่า พระองค์ทรงเห็นคุณค่าในสิ่งที่ซาโลมอนและคนอิสราเอลทำถวายแด่พระองค์
และพระองค์จะทรงอวยพระพรพวกเขา
ขณะเดียวกัน พระองค์ทรงเตือนว่า
หากพวกเขาละทิ้งกฏเกณฑ์ของพระองค์ วิหารอันล้ำค่านี้ ก็จะไร้ค่าสายในพระเนตรของพระเจ้า
เพราะสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัยไม่ใช่ความงดงามของพระวิหาร
แต่เป็นความจริงใจที่พวกเขา ตั้งใจสร้างพระวิหารนี้ถวายแด่พระองค์

ทุกสิ่งที่เราทำถวายแด่พระเจ้า ด้วยความยำเกรงพระเจ้าอย่างจริงใจ มีค่ายิ่งในสายพระเนตรของพระเจ้า ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเล็กน้อยสักเพียงใดก็ตาม
แต่ทุกสิ่งที่เราทำ แม้จะดูเหมือนทำถวายพระเจ้า แต่เราไม่ยำเกรงพระองค์ ไม่ให้เกียรติพระองค์ ไม่ยอมเชื่อฟังพระองค์ สิ่งเหล่านั้นไร้ค่าในสายพระเนตรของพระเจ้า ไม่ว่าสิ่งนั้นจะใหญ่โตสักเพียงใดก็ตาม

คำคม

“ ถ่อมตัวลง แสวงหาพระเจ้า กลับใจจากบาป แล้วทุกสถานการณ์ก็เปลี่ยนเป็นดีได้ ”

สรุป 2พงศาวดาร 8

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงอวยพระพรซาโลมอนมากมายทั้งด้านการปกครองและการค้า และซาโลมอนก็ติดตามพระเจ้าด้วยความยำเกรงพระองค์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 8 เมื่อซาโลมอนอธิษฐานถวายพระวิหารแด่พระเจ้า ไฟก็ตกลงมาจากสวรรค์เผาเครื่องบูชาที่ซาโลมอนถวาย หน้าพระวิหาร แล้วพระเจ้าทรงปรากฏแก่ซาโลมอน ทรงเตือนไม่ให้เขาละทิ้งพระองค์

ต่อ​มา​เมื่อ​สิ้น 20 ​ปี ที่​ซา​โล​มอน​ใช้​ทรง​สร้าง​พระ​นิเวศ​ของพระเจ้า และ​พระ​ราช​วัง​ของตน
ซา​โล​มอน​ก็​บูรณะ​เมือง 20 เมือง ​ซึ่ง​กษัตริย์​ฮีราม​ถวายคืน​แด่​ซาโลมอน (1พกษ. 9:11-12)
แล้ว​ให้​คน​อิส​รา​เอล​อาศัย​อยู่​ใน​นั้น

ซา​โล​มอน​ ทรงสร้างเมืองต่างๆอีกหลายเมือง ทั้งใน​เล​บา​นอน และ​ใน​แผ่น​ดิน​ทั้ง​หมด​ที่​พระ​องค์​ทรง​ครอบ​ครอง​อยู่

คนที่ไม่ใช่อิสราเอล คือ พวก​คน​ฮิต​ไทต์ คน​อา​โม​ไรต์ คน​เป​ริสซี คน​ฮีไวต์ และ​คน​เย​บุส
ซา​โล​มอน​ทรง​ให้​ประ​ชา​ชน​เหล่า​นี้​เป็น​ทาส​แรง​งาน​
แต่​ส่วน​คน​อิส​รา​เอล ให้เป็น​ทหาร​ ​เป็น​นาย​ทหาร​ เป็น​ผู้​บัง​คับ​บัญ​ชา​รถ​รบ ​เป็นทหาร​ม้า และ​เป็น​เจ้า​หน้า​ที่​ชั้น​ผู้​ใหญ่​

ซา​โล​มอน สร้างวังให้พระ​ราช​ธิดา​ของ​ฟา​โรห์ ซึ่งเป็นมเหสีของซาโลมอน เพื่อพระนางจะไม่ได้​อยู่​ใน​วัง​ของ​ดาวิด​ ซึ่ง​หีบ​ของ​พระเจ้าตั้งอยู่

​ซา​โล​มอน​ทรง​ถวาย​เครื่อง​บูชาแด่พระเจ้า ​ตาม​บัญ​ญัติ​ของ​โม​เสส
– ใน​วัน​สะ​บา​โต​
– ใน​วัน​ขึ้น​หนึ่ง​ค่ำ
– ใน​เทศ​กาล​เลี้ยง​ประ​จำ​ปี​ คือ​เทศ​กาล​กิน​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ เทศ​กาล​สัป​ดาห์ และ​เทศ​กาล​อยู่​เพิง

ซาโลมอน​แบ่ง​เวร​ของ​บรร​ดา​ปุโร​หิตและเลวี ​ใน​การ​ปรน​นิ​บัติในพระนิเวศของพระเจ้า ตามที่ดาวิดได้สั่งไว้

พระ​ราช​กิจ​ทั้ง​หมด​ของ​ซา​โล​มอน​ก็​สำเร็จลุ​ล่วง​ ตั้ง​แต่​วัน​ที่​วาง​ราก​ฐาน​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า จน​ถึง​วัน​ที่​งาน​เสร็จครบ​ถ้วน

แล้ว​ซา​โล​มอน​ได้ร่วมมือกับ​ฮีราม ส่งเรือไป​เมือง​โอ​ฟีร์ และ​นำ​เอา​ทอง​คำ​หนัก​ประมาณ 15,000 กิโล​กรัม​จาก​ที่​นั่น​มา​ยังให้แก่ซา​โล​มอน

1. เมื่อซาโลมอนยำเกรงพระเจ้า ด้วยการสร้างพระวิหารแด่พระองค์
พระเจ้าทรงอวยพระพรแก่เขา ให้ประสบความสำเร็จมากมาย สร้างเมืองขึ้นอีกหลายเมือง
และพระพรนั้นก็ไหลล้นไปสู่ประชาชนที่เขาปกครองด้วย

จากนั้นเขายิ่งยำเกรงพระเจ้า ด้วยการสร้างวังเพื่อย้ายมเหสีต่างชาติออกจาก เมืองที่หีบพันธสัญญาตั้งอยู่
รวมทั้งซาโลมอนได้​ถวาย​เครื่อง​บูชาแด่พระเจ้า ​ตาม​บัญ​ญัติ​ของ​โม​เสสสั่งไว้
พระเจ้าจึงทรงอวยพระพรเขามากยิ่งขึ้นอีก
ในการค้าขายได้ทองคำกลับมามากมาย

เมื่อเรายำเกรงพระเจ้า แล้วเราพบกับพระพรของพระเจ้า
ท่าทีที่เราควรมีก็คือ
ควรยิ่งยำเกรงพระเจ้ามากยิ่งขึ้นอีก

2. ซาโลมอนได้รับสติปัญญาจากพระเจ้า ทำให้เขาฉลาดกว่าดาวิดพ่อของเขา
ขณะเดียวกันซาโลมอนก็ฉลาดมากพอที่จะเชื่อฟังคำสั่งของดาวิดเกี่ยวกับเรื่อง ​การแบ่ง​เวร​ของ​​ปุโร​หิตและเลวี ​ใน​การ​ปรน​นิ​บัติพระเจ้า

คนที่มีปัญญาที่แท้จริง จะยอมรับฟังคำแนะนำจากผู้อื่น

คำคม

“ ยิ่งเราได้รับพระพรจากพระเจ้า เราก็ยิ่งสมควรยำเกรงพระองค์มากขึ้นอีก ”

สรุป 2พงศาวดาร 9

ภาพรวม

  • พระเจ้าทรงอวยพระพรซาโลมอนมากมาย จนมั่งคั่งและเต็มไปด้วยสติปัญญา มากกว่าพระราชาองค์ใดๆในเวลานั้น และเมื่อซาโลมอนล่วงหลับไป เร​โห​โบ​อัมโอรสของพระองค์ก็ขึ้นครองราชย์แทน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 9 เมื่อพระเจ้าทรงอวยพระพรซาโลมอนมากมายทั้งด้านการปกครองและการค้า และซาโลมอนก็ติดตามพระเจ้าด้วยความยำเกรงพระองค์

ต่อมา​พระ​ราชินี​แห่ง​เช​บา ได้มา​ยัง​เย​รู​ซา​เล็ม เพื่อ​ทด​สอบ​สติปัญญาของซาโลมอน
พระนางมาพร้อม​ด้วย​ข้า​ราช​บริ​พาร​มาก​มาย กับ​ฝูง​อูฐ ​บรร​ทุก​เครื่อง​เทศ​ ทอง​คำ​ อัญ​มณี​ล้ำค่า เป็น​อัน​มาก
และ​ซา​โล​มอน​ตรัส​ตอบ​ปัญ​หา​ทุก​ข้อ​ของ​พระ​นาง

​เมื่อ​พระ​ราชินี​แห่ง​เช​บา​ทรง​เห็นสติ​ปัญ​ญา​ของ​ซา​โล​มอน และ​สิ่ง​ที่​พระ​องค์​ทรง​สร้าง
​พระ​นาง​ก็​ตื่น​ตะลึง​อย่าง​ยิ่ง และกล่าวว่า

บรร​ดา​คน​ของซาโลมอน​ก็​เป็น​สุข คือ ​ผู้​ที่​คอย​ปรน​นิ​บัติ​และ​ฟัง​พระ​สติ​ปัญ​ญา​ของ​ซาโลมอน

แล้ว​พระ​นาง​ก็​ถวาย​ทอง​คำ​หนัก 4,000 กิโล​กรัม ทั้ง​เครื่อง​เทศ​ และ​อัญ​มณี​ล้ำค่า มากมายแก่ซาโลมอน
และซา​โล​มอน​ประ​ทาน​แก่​พระนาง​ทุก​อย่าง​ที่​พระ​นางทูล​ขอ มาก​ยิ่ง​กว่า​สิ่ง​ที่​พระ​นาง​นำ​มา​ถวาย​เสียอีก

ข้า​ราช​การ​ของ​ฮีราม​และ​ของ​ซา​โล​มอน ได้​นำ​ทอง​คำ​มา​จาก​โอ​ฟีร์ และนำ​ไม้​ประ​ดู่​และ​อัญ​มณี​ล้ำ​ค่า​มา​ด้วย
ซาโลมอนทรง​ใช้​ไม้​ประ​ดู่​ทำ​ขั้น​บันได​ของพระ​นิเวศ​ และ​ของพระ​ราช​วัง​ของ​พระ​ราชา
ทั้ง​ทำ​พิณ​เขา​คู่​และ​พิณ​ใหญ่​สำ​หรับ​พวก​นัก​ร้อง

ใน​ปี​หนึ่ง​ มีผู้นำทองคำ ​มา​ส่ง​ซา​โล​มอน ​หนัก 23,000 กิโล​กรัม
ไม่รวม​ทอง​ซึ่ง​นัก​ธุรกิจ พ่อ​ค้า​ และ​กษัตริย์​ และ​บรร​ดา​เจ้า​เมือง​ ได้​นำ​ทอง​คำ มา​ยัง​ซา​โล​มอน

ซา​โล​มอน ​เอา​ทอง​คำ​มา​ทุบ​เป็น​โล่​ใหญ่ ขนาด 7 กิโล​กรัม 200 อัน
โล่ธรรมดา ขนาด 3.5 กิโล​กรัม 300 อัน

ทรง​ทำ​พระ​ที่​นั่ง​งา​ช้าง​ขนาด​ใหญ่ และ​ทรง​บุ​ด้วย​ทอง​คำ​บริ​สุทธิ์
ถ้วยและภาชนะ​ทั้ง​สิ้น​ของ​ซา​โล​มอน​ทำ​ด้วย​ทอง​คำบริสุทธิ์
เงิน​นั้น​ถือ​ว่า​เป็น​ของ​ไม่​มี​ค่า​อะไร​ เป็นเหมือน​ก้อน​หิน ใน​สมัย​ของ​ซา​โล​มอน
และ​ไม้​สน​สี​ดาร์​มี​มาก​มาย​เหมือน​ต้น​มะ​เดื่อ

ซา​โล​มอน​จึง​ทรง​ยิ่ง​ใหญ่​กว่า​กษัตริย์​อื่นๆ ใน​โลก​ใน​เรื่อง​สม​บัติ​และ​สติ​ปัญ​ญา
พระ​ราชา​ทั้งหลาย​ก็​แสวง​หา​ที่​จะ​เข้า​เฝ้า​ซา​โล​มอน เพื่อ​จะ​ฟัง​พระ​สติ​ปัญ​ญา​ของ​พระ​องค์
ทุก​คน​นำ​เครื่อง​บรร​ณา​การ​ของ​เขา​มาตาม​จำ​นวน​กำ​หนด​ทุกๆ ปี

พระ​องค์​ทรง​ครอบ​ครอง​เหนือ​พระ​ราชา​ทั้ง​หมด
​ตั้ง​แต่​แม่​น้ำ​ยู​เฟร​ติส​ถึง​แผ่น​ดิน​ของ​คน​ฟี​ลิส​เตีย และ​ถึง​พรม​แดน​ของ​อียิปต์

ซา​โล​มอน​ครอง​ราชย์​ 40 ปี
เมื่อ​ซา​โล​มอน​ทรง​ล่วง​หลับ​ไป​ เร​โห​โบ​อัม​ ​โอรส​ของ​พระ​องค์​ขึ้น​ครอง​ราชย์​แทน

1. ​พระ​รา​ชินี​แห่ง​เช​บาและพระราชาทั้งหลาย เดินทางแสนไกล เพื่อจะมาฟังสติปัญญาจากซาโลมอน
แต่สำหรับเรา วันนี้เพียงเราเปิดอ่านพระธรรมสุภาษิตและปัญญาจารย์
เราก็จะพบสติปัญญาของซาโลมอน

ยิ่งกว่านั้นถ้าเราเปิดอ่านพระวจนะของพระเจ้าเล่มอื่นๆด้วย
เราก็จะพบสติปัญญาจากพระเจ้า ผู้ทรงประทานสติปัญญาแก่ซาโลมอนอีกด้วย

2. พระราชินีแห่งเชบา กล่าวว่า
ความ​สุขเป็นของ ​ผู้​ที่​คอย​ปรน​นิ​บัติ​และ​ฟัง​พระ​สติ​ปัญ​ญา​ของ​ซาโลมอน

ซึ่งเรากล่าวได้อีกว่า
ความสุขยิ่งกว่า เป็นของผู้ที่ปรนนิบัติพระเจ้าและรับฟังถ้อยคำจากพระวจนะของพระองค์
เพราะพระเจ้าเป็นผู้ประทานสติปัญญาให้แก่ซาโลมอน

เราควรเห็นคุณค่าและชื่นชมยินดีที่ได้ รับใช้พระเจ้า และ อ่านหรือฟังพระวจนะของพระองค์

3. เมื่อพระราชินีแห่งเชบามาเยี่ยมซาโลมอน ได้นำของมาถวายมากมาย
ปรากฏว่าเมื่อพระนางจะกลับ ซาโลมอนได้มอบสิ่งของให้พระนาง มากยิ่งกว่าที่พระนางนำมาเสียอีก

ผู้มีสติปัญญาที่แท้จริง ไม่จำเป็นต้องได้รับประโยชน์จากคนอื่นมากกว่าที่ตนให้แก่ผู้อื่นเสมอไป
สติปํญญาที่แท้จริง ไม่ได้ช่วยทำให้ได้รับมากขึ้น แต่ช่วยให้สามารถให้แก่คนอื่นได้มากขึ้น

4. โล่ทองคำ และสิ่งของต่างๆมากมายที่ซาโลมอนได้สร้างไว้
หมดสิ้นไป ในเวลาเพียงไม่กี่ปีหลังจากนั้น เมื่อซาโลมอนไม่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า
หลังจากซาโลมอนจากไปไม่นานนัก (2พศด. 12:9) ชิชัก​กษัตริย์​อียิปต์​ ได้ยกทัพมาต่อสู้กับเรโหโบอัม ลูกของซาโลมอน แล้วได้ยึดสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดนำกลับไปอียิปต์

สิ่งที่เราได้รับมาเพราะความยำเกรงพระเจ้านั้น
การจะรักษาสิ่งเหล่านั้นเอาไว้ได้ ก็ด้วยความยำเกรงพระเจ้า

คำคม

“ การได้รับฟังสติปัญญาจากพระเจ้า ทางพระวจนะของพระองค์ มีค่ายิ่งกว่าสมบัติใดๆ ”

สรุป 2พงศาวดาร 10

ภาพรวม

  • เรโหโบอัมขึ้นครองราชย์แต่ไม่ฟังข้อเรียกร้องของประชาชน เยโรโบอัมจึงนำประชาชนกบฏต่อเรโหโบอัม

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 10 เมื่อพระเจ้าทรงอวยพระพรซาโลมอนมากมาย จนมั่งคั่งและเต็มไปด้วยสติปัญญา มากกว่าพระราชาองค์ใดๆในเวลานั้น ต่อมาซาโลมอนล่วงหลับไป แล้วเร​โห​โบ​อัมโอรสของพระองค์ก็ขึ้นครองราชย์แทน

เร​โห​โบ​อัม​ได้​ไป​ยัง​เมือง​เช​เคม ​เพื่อ​จะ​ตั้ง​พระ​องค์​ให้​เป็น​กษัตริย์
​เย​โร​โบ​อัม ซึ่งหนีการตามฆ่าของซาโลมอน ไปอยู่​ใน​อียิปต์​ ก็ได้กลับมาที่อิสราเอล
และเยโรโบอัม​กับ​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด​ได้​มา​ทูล​เร​โห​โบ​อัม​
เพื่อขอลด​ภาระงานที่พวกเขาต้องทำให้น้อยลง

บรร​ดา​ผู้​อา​วุ​โส ได้แนะนำให้เรโหโบอัม ​เมต​ตา​ต่อ​ประ​ชา​ชน​เหล่านี้
แต่​พวก​คน​หนุ่ม​ ได้แนะนำให้เพิ่มภาระงานให้แก่ประชาชนมากยิ่งขึ้นไปอีก
เร​โห​โบ​อัม​ ได้เชื่อคำแนะนำของพวกคนหนุ่ม

เรโหโบอัมจึงพูดกับประชาชนอย่าง​ดุดัน และ​ไม่​ฟังข้อเรียกร้องของ​ประ​ชา​ชน
เพราะ​เหตุ​การณ์​นี้​เป็น​มา​จาก​พระ​เจ้า เพื่อ​พระ​วจนะ​ของ​พระ​องค์​ได้​สำ​เร็จ

และคนอิส​รา​เอล​ทั้ง​สิ้น จึงละจากเรโหโบอัม กลับ​ไป​บ้าน​เรือน​ของ​พวก​เขา
แล้ว​พระ​ราชา​เร​โห​โบ​อัม​ทรง​ใช้​ฮา​โด​รัม​ผู้​ดูแล​คน​งาน​โยธา​ไป
แต่​คน​อิส​รา​เอล​ก็​เอา​หิน​ขว้างเขาจนตาย
แล้ว​พระ​ราชา​เร​โห​โบ​อัม​ก็​ทรง​รีบ​ขึ้น​รถ​รบ​หนี​ไป​ยัง​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม

1. เมื่อเรโหโบอัมได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ เขาไม่ยอมฟังคำแนะนำของพวกผู้อาวุโส
เพราะคำแนะนำนั้นไม่ถูกใจเขา
แต่เขากลับไปฟังคำแนะนำของเพื่อนๆ ที่ให้คำแนะนำแบบถูกใจเขา
จนในที่สุดก็นำมาซึ่งผลลัพท์อันแสนเศร้าสำหรับเขา

คำแนะนำที่ดี ไม่ใช่คำแนะนำที่ถูกใจเราเสมอไป

2. การที่เรโหโบอัมไม่​ฟังข้อเรียกร้องของ​ประ​ชา​ชน
แม้ว่าเป็นการเลือกตัดสินใจของเขาเอง
แต่ทั้งหมดก็ยังอยู่ในแผนการของพระเจ้า เพื่อสิ่งที่พระเจ้าตรัสไว้จะสำ​เร็จเป็นจริง

แม้คนจะตัดสินใจผิดพลาด แต่ก็ไม่ได้ทำให้แผนการของพระเจ้าผิดพลาดไป
วันนี้ แม้เราจะตัดสินใจผิดพลาด หากเรากลับมาหาพระเจ้า
พระองค์ได้ทรงเตรียมแผนการแห่งทางออกที่ดีเลิศไว้สำหรับเราแล้ว

คำคม

“ การกระทำที่โง่เขลาของคน ก็ยังอยู่ในแผนการของพระเจ้า ”

สรุป 2พงศาวดาร 11

ภาพรวม

  • เรโหโบอัม จะยกทัพไปสู้กับ 10 เผ่าของอิสราเอลที่กบฏต่อเขา แต่พระเจ้าทรงห้ามไว้ เขาจึงเชื่อฟัง ดังนั้นพระเจ้าจึงอวยพระพรให้อาณาจักรของเขามั่นคง

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 11 เมื่อเรโหโบอัมขึ้นครองราชย์แต่ไม่ฟังข้อเรียกร้องของประชาชน เยโรโบอัมจึงนำประชาชนกบฏต่อเรโหโบอัม จนเรโหโบอัมต้องหนีกลับกรุงเยรูซาเล็ม

แล้วเร​โห​โบ​อัม​ ก็​ระดม​พล​จากเผ่ายู​ดาห์​และ​เบน​ยา​มิน เป็น​นัก​รบ​ที่​คัด​เลือก​แล้ว 180,000 คน
เพื่อ​จะ​สู้​รบ​กับ​อิส​รา​เอลอีก 10 เผ่า ซึ่งนำโดยเยโรโบอัม

แต่​พระเจ้าส่งเช​ไม​อาห์ มาห้ามไว้ โดยกล่าวว่า​สิ่งที่เกิดขึ้น​นี้​เป็น​มา​จาก​พระเจ้า
แล้ว​พวก​เขา​จึง​เชื่อ​ฟัง​ และ​กลับ​ไป​โดย​ไม่​ได้​สู้​รบ​กับ​เย​โร​โบ​อัม

เร​โห​โบ​อัม​ได้​เสริม​เมือง​ต่างๆ ให้แข็งแกร่ง เพื่อ​การ​ป้อง​กัน​​และ​ใน​เบน​ยา​มิน
และ​ตั้ง​ผู้​บัง​คับ​บัญ​ชา​ใน​ป้อมต่างๆ
และ​ทรง​สะสม​อา​หาร น้ำ​มัน และ​เหล้า​องุ่น

บรร​ดา​ปุโร​หิต​กับ​คน​เลวี​ ทั่ว​อิส​รา​เอล​ได้มา​หา​เรโหโบอัม
​พวก​เขา​ละ​ทิ้ง​ทุ่ง​หญ้า​และ​ที่​นา​ของพวก​เขา มา​ยัง​ยู​ดาห์​และ​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม
เพราะ​เย​โร​โบ​อัม​และ​บรร​ดา​​โอรส​ของ​พระ​องค์​ ทรง​ขับ​ไล่​พวกเขา​ ออก​จาก​ตำ​แหน่ง​ปุโร​หิต
และ​แต่ง​ตั้ง​ปุ​โร​หิต​​ขึ้นมาเอง ​สำ​หรับ​ปูช​นีย​สถาน​สูงและรูปเคารพ​ทั้ง​หลาย

และ​บรร​ดา​ผู้​ที่​ตั้ง​ใจ​แสวงหาพระ​เจ้า​ ​จาก​ทุก​เผ่า​ของ​อิส​รา​เอล
ก็​ติด​ตาม​พวกปุโรหิตและเลวี ​มา​ยัง​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม
พวกเขา​ได้​เสริม​กำลัง​ให้​อา​ณา​จักร​ยู​ดาห์
และ​ทำ​ให้​เร​โห​โบ​อัม เข้ม​แข็ง​อยู่ 3 ปี
เพราะ​พวก​เขา​ดำ​เนิน​อยู่​ใน​วิถี​ทาง​ของ​ดาวิด​และ​ซา​โล​มอน​

เร​โห​โบ​อัม มีมเหสี 18 องค์​และ​นาง​สนม 60 คน
แต่​มา​อา​คาห์​พระ​ธิดา​ของ​อับ​ซา​โลม เป็นมเหสีที่พระองค์ทรงรักมากที่สุด

เร​โห​โบ​อัม ​มีพระ​โอรส 28 องค์​และ​พระธิดา 60 องค์
​เร​โห​โบ​อัม​ทรง​แต่ง​ตั้ง​อา​บี​ยาห์​โอรส​ของ​มา​อา​คาห์ ​ให้​เป็น​พระ​ราช​โอรส​องค์​ใหญ่​ใน​พวก​พี่​น้อง​ของ​ตน เพราะ​จะ​ทรง​ให้​เป็น​กษัตริย์

พระ​องค์​ทรง​จัด​การ​อย่าง​ฉลาด
โดย​ส่ง​พระ​​โอรส​ทั้ง​หลาย​ของ​พระ​องค์​ไป​ทั่ว​แผ่น​ดิน​ของ​ยู​ดาห์​และ​เบน​ยา​มิน
ให้​อยู่​ใน​เมือง​ป้อม และ​ประ​ทาน​เสบียง​อา​หาร​ให้​อย่าง​บริ​บูรณ์​
รวม​ทั้ง​ทรง​หา​มเห​สี​หลายๆ องค์​ให้​พระ​โอรส​แต่​ละ​องค์

1. การที่อิสราเอลถูกแบ่งเป็น 2 อาณาจักรเหนือ 10 เผ่า อาณาจักรใต้(ยูดาห์) 2 เผ่า นั้น
เป็นการลงโทษจากพระเจ้าที่กษัตริย์และประชาชนอิสราเอล แบ่งใจไปกราบไว้พระของคนคะนาอัน

เมื่อเรโหโบอัม จะยกทัพไปยึดอาณาจักรคืนมา
แต่พระเจ้าได้ทรงห้ามเขาไว้ แล้วเขาเชื่อฟังยกทัพกลับไป

ปรากฏว่าพระเจ้าทรงอวยพระพรเขา ให้มีอาณาจักรที่มั่นคง
แม้จะเหลือแค่ 2 เผ่า แต่ก็เป็น 2 เผ่าที่เข้มแข็งมาก

ซึ่งถ้าเขาไม่เชื่อฟัง ออกไปรบ ก็คงพ่ายแพ้ และคงพบความเสียหายมากมาย

วันนี้เหตุการณ์ที่เรากำลังเผชิญ อาจจะเกิดจากความผิดพลาดของเราในอดีต หรือเกิดจากสาเหตุใดๆก็ตาม
ล้วนแต่ไม่สำคัญ เพียงแต่เราจะหันกลับมาหาพระเจ้า เชื่อฟังพระองค์
พระเจ้าสามารถทำให้เราได้รับพระพร ท่ามกลางสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่วันนี้ได้

2. เร​โห​โบ​อัม ​มีพระ​โอรส 28 องค์​ แต่ตั้งใจจะยกบัลลังก์ให้แก่​อา​บี​ยาห์
เขาจึงจัดการอย่างฉลาด โดย​ส่ง​​โอรส​ทั้ง​หลาย​ ​ไป​ปกครองตามเมืองต่างๆ และ​ประ​ทาน​เสบียง​อา​หาร​ให้​อย่าง​บริ​บูรณ์​ และ​หา​ภรรยาให้โอรส แต่ละคนให้มีภรรยา​หลายคน

การทำแบบนี้ นอกจากจะทำให้เมืองทั้งหลายมีผู้นำแล้ว
ยังป้องกันไม่ให้เกิดการแย่งชิงบัลลังก์ของโอรสทั้งหลาย
ยิ่งให้เสบียงอาหารและภรรยามากมายแก่พวกเขา
โอรสเหล่านั้น อยู่สบายอย่างมีสุขเช่นนั้น
ก็จะไม่มีคนใดอยากจะทิ้งความสำราญเหล่านี้ไป เสี่ยงแย่งชิงบัลลังก์จากอาบียาห์

เมื่อดูจากการตัดสินใจของเรโหโบอัมแล้ว จึงทำให้ทราบว่า
เขาไม่โง่เขลาเลย ออกจะมีปัญญามากด้วยซ้ำ

จึงทำให้เข้าใจ 2 พศด. 10 ดียิ่งขึ้นไปอีก
ทำไมคนฉลาดๆอย่างเรโหโบอัม จึงตัดสินใจโง่ๆ ไม่ยอมฟังคำเรียกร้องของประชาชน?

เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า ไม่ว่าฉลาดแค่ไหนก็พลาดได้
แล้วในการพลาดนั้น พระเจ้าทรงสามารถทำให้น้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จได้

คำคม

“ หากเราเลือกเชื่อฟัง เราจะได้รับพระพร ท่ามกลางสถานการณ์ในวันนี้

สรุป 2พงศาวดาร 12

ภาพรวม

  • เรโหโบอัมละทิ้งพระเจ้า จึงพ่ายแพ้ต่อชิชักแห่งอียิปต์ ทรัพย์สมบัติในพระนิเวศและในพระราชวังจึงถูกชิชักกวาดไปจนสิ้น เมื่อเรโหโบอัมล่วงหลับไป อาบียาห์ โอรสของพระองค์ก็ขึ้นครองราชย์แทน

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 12 เมื่อเรโหโบอัมจะยกทัพไปสู้กับ 10 เผ่าของอิสราเอลที่กบฏต่อเขา แต่พระเจ้าทรงห้ามไว้ เขาจึงเชื่อฟัง ดังนั้นพระเจ้าจึงอวยพระพรให้อาณาจักรของเขามั่นคง

ต่อมาเมื่ออา​ณา​จักร​ของ​เขา​ตั้ง​มั่น​คง​และ​แข็ง​แรง​แล้ว
เรโหโบอัมและ​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด ก็​ละ​ทิ้ง​ธรรม​บัญ​ญัติ​ของ​พระเจ้า

ต่อ​มา​ชิชัก​ กษัตริย์​อียิปต์ ได้ยกทัพมา​รบ​กับ​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม

เช​ไม​อาห์​ผู้​เผย​พระ​วจนะ ​มา​เฝ้า​เร​โห​โบ​อัม​และ​พวก​เจ้า​นาย ​ประ​ชุม​กัน​อยู่​
เพื่อบอกพวกเขาว่า
เพราะพวกเขาได้​ละ​ทิ้ง​พระเจ้า พระเจ้าจึง​ละ​ทิ้ง​พวก​เจ้า​ให้​อยู่​ใน​มือ​ของ​ชิชัก

แล้ว​พวกเขาก็ถ่อม​ตน​ลง​
และ​กล่าว​ว่า “พระเจ้า​ทรง​ชอบ​ธรรม​แล้ว”

พระ​วจนะ​ของ​พระ​เจ้า​ได้​มา​ถึงพวกเขาอีกว่า
เพราะพวกเขา​ได้​ถ่อม​ตัว​ลง​แล้ว พระเจ้า​จะ​ไม่​ทำ​ลาย​เขา พระเจ้าจะ​ให้​การ​ช่วย​กู้​แก่​พวก​เขา​บ้าง
แต่พวกเขา​ต้อง​เป็น​ผู้​รับ​ใช้​ของ​ชิชัก
เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ทราบ​ความ​แตก​ต่าง​ระ​หว่าง​การ​รับ​ใช้พระเจ้า และ​การ​รับ​ใช้​ผู้อื่น

ชิชัก​ ได้บุกเข้ามาในกรุง​เย​รู​ซา​เล็ม
ทรง​เอา​ทรัพย์​สมบัติ​ทุก​อย่างแห่ง​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า​และ​ทรัพย์​สม​บัติ​แห่ง​พระ​ราช​วัง​ไป

จากนั้น​เร​โห​โบ​อัมก็ค่อยๆเข้ม​แข็ง​ขึ้น​อีกครั้ง เพราะเขาถ่อมใจลงต่อพระเจ้า
แต่ต่อมาพระ​องค์​ก็ทรง​ทำ​ความ​ชั่ว​ร้ายอีก เพราะ​พระ​องค์​ไม่​ได้​ตั้ง​พระ​ทัย​ที่​จะ​แสวง​หา​พระเจ้า

เร​โห​โบ​อัม​ก็​ทรง​ล่วง​หลับ​ไป และ​อา​บี​ยาห์​ พระโอรส​ก็​ขึ้น​ครอง​ราชย์​แทน

1. เมื่อเรโหโบอัมเข้มแข็งขึ้น เขาก็ลืมพระเจ้า จึงพ่ายแพ้ต่อศัตรู
เขาจึงถ่อมใจลงต่อพระเจ้า เขาจึงเข้มแข็งขึ้นอีกครั้ง
และเมื่อเขาเข้มแข็งขึ้นแล้ว เขาก็ละทิ้งพระเจ้า หันไปทำสิ่งชั่วร้าย

ที่เป็นเช่นนี้ พระคัมภีร์บอกว่า ” เพราะ​พระ​องค์​ไม่​ได้​ตั้ง​พระ​ทัย​ที่​จะ​แสวง​หา​พระเจ้า “

หากเราไม่ได้ตั้งใจของเราไว้ ให้แสวงหาพระเจ้าอยู่เสมอ
ในที่สุด บาปจะค่อยๆชักนำเราออกห่างจากพระเจ้า
ซึ่งนั่นคือ เรากำลังถูกดึงให้ออกห่างจากความเช้มแข็งและชัยชนะในพระเจ้านั่นเอง

หากวันนี้เราถอยห่างออกมาไกลแล้ว
จงรีบถ่อมใจลง กลับมาหาพระเจ้า
ขอพระเมตตาจากพระเจ้า ในสิ่งที่กำลังประสบ แล้วเราจะได้พบพระเมตตาของพระเจ้าเป็นแน่

2. สิ่งที่ซาโลมอนทุ่มเทสร้างขึ้นมา รวมทั้งทองคำที่สะสมไว้มากมายเต็มไปหมด
กลับหมดสิ้นไปภายในเวลาไม่กี่ปี ในสมัยของเรโหโบอัม ลูกของเขา

การที่ซาโลมอนมั่งคั่งและยิ่งใหญ่ได้นั้นก็เพราะพระเจ้าทรงอวยพระพรเขา
ดังนั้น แน่นอนที่สุด เมื่อเรโหโบอัมละทิ้งพระเจ้า
ความมั่งคั่งและความยิ่งใหญ่ที่มีอยู่ ย่อมสูญสิ้นไปอย่างรวดเร็ว

วันนี้ สิ่งที่เราเป็น สิ่งที่เรามี ก็เพราะพระเจ้าทรงอวยพระพรแก่เรา
อย่าให้เราลืม ความจริงนี้
อย่าให้เราละทิ้งหรือถอยห่างจากพระเจ้า เพื่อไปไล่จับพระพรที่พระเจ้าประทานให้
เพราะการกระทำเช่นนั้น จะทำให้เราสูญเสียทุกสิ่งไปในเวลาไม่ช้านาน

คำคม

“ ผู้ที่ละทิ้งพระเจ้า ไปไล่จับพระพร เขากำลังละทิ้งพระพรนั่นเอง ”

สรุป 2พงศาวดาร 13

ภาพรวม

  • อาบียาห์(หลานของซาโลมอน) กษัตริย์ของยูดาห์ ทำสงครามกับเยโรโบอัม กษัตริย์ของอิสราเอล 10 เผ่า อาบียาห์ร้องทูลต่อพระเจ้า จึงได้รับชัยชนะอย่างงดงาม

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 13 เมื่อเรโหโบอัมละทิ้งพระเจ้า จึงพ่ายแพ้ต่อชิชักแห่งอียิปต์ ทรัพย์สมบัติในพระนิเวศและในพระราชวังจึงถูกชิชักกวาดไปจนสิ้น เมื่อเรโหโบอัมล่วงหลับไป อาบียาห์ โอรสของพระองค์ก็ขึ้นครองราชย์แทน

อา​บี​ยาห์ได้​ขึ้น​ครอง​ราชย์​เหนือ​อา​ณา​จักร​ยู​ดาห์ ใน​ปี​ที่​ 18 ​แห่ง​รัช​กาล​เย​โร​โบ​อัม (กษัตริย์ของอาณาจักรอิสราเอล 10 เผ่า)
อา​บี​ยาห์ ​ครอง​ราชย์​ 3 ปี

มี​สง​คราม​ระ​หว่าง​อา​บี​ยาห์​และ​เย​โร​โบ​อัม
อา​บี​ยาห์​ มีทหาร 400,000 คน
​เย​โร​โบ​อัม มีทหาร 800,000 คน

อา​บี​ยาห์​ ​ยืน​อยู่​บน​ภูเขา พูดกับเย​โร​โบ​อัม และ​อิส​รา​เอล​ที่ยกทัพมา ว่า
พระ​เจ้าประ​ทาน​ตำ​แหน่ง​พระ​ราชา​เหนือ​อิส​รา​เอล ​แก่​ดาวิด และ​บุตร​หลาน​
​เย​โร​โบ​อัม​ ได้​กบฏ​ต่อ​เจ้า​นาย​ของ​ตน
บัดนี้​พวกเขาคิดว่า มี​​คน​มาก​กว่า และ​มี​รูป​ลูก​วัว​ทอง​คำ​ที่​เย​โร​โบ​อัม​สร้าง
จึงคิดจะมา​ ​ต่อ​ต้าน​อา​ณา​จักร​ของ​พระเจ้า

แต่​สำ​หรับคนอาณาจักรยูดาห์ ​ไม่​ได้​ละ​ทิ้ง​พระเจ้า
และ​ถวาย​เครื่อง​บูชาแด่พระเจ้า​ทุก​เช้า​ทุก​เย็น และ​รักษา​พระ​บัญ​ชา​ของพระเจ้า
ดังนั้นอย่า​ต่อ​สู้​กับ​พระเจ้า เพราะ​พวกเขาจะ​ทำ​ไม่​สำ​เร็จ

เย​โร​โบ​อัม​ทรง​ให้​กอง​ซุ่ม​อ้อม​มา​หา​ยูดาห์​ทาง​ด้าน​หลัง
แล้วโจมตีจากข้างหน้าและข้างหลัง

​เมื่อ​ยู​ดาห์​เห็นดังนั้น พวกเขา​ก็​ร้อง​ทูลพระเจ้า และ​พวก​ปุโร​หิต​ก็​เป่า​แตร
แล้ว​คน​ของ​ยู​ดาห์​ก็​โห่​ร้อง
แล้วพระ​เจ้า​ทรง​โจมตี​เย​โร​โบ​อัม​และ​อิส​รา​เอล จนพวกเขาต้อง​หลบ​หนี​ไป
ทหารของอา​บี​ยาห์​ ก็ฆ่าคน​อิส​รา​เอลไป 500,000 คน

​คน​ยู​ดาห์​ก็​ชนะ เพราะ​พวก​เขา​พึ่ง​พระเจ้าของพวก​เขา

เย​โร​โบ​อัม​ไม่​สา​มารถ​ฟื้น​กำลัง​ของ​พระ​องค์​ได้​อีก​ใน​รัช​สมัย​ของ​อา​บี​ยาห์
และพระเจ้าทรง​ประ​หาร​พระ​องค์เสีย

แต่​อา​บี​ยาห์​มี​อำ​นาจ​ยิ่ง​ขึ้น และ​มี​มเห​สี 14 องค์ มี​พระโอรส 22 องค์ และ​พระ​​ธิดา 16 องค์

1. อา​บี​ยาห์ (หรือ อาบียัม) ใน1พกษ. 15:3 บรรยายว่า
เป็นกษัตริย์ที่​ดำ​เนิน​ตาม​บาปและไม่​ภักดี​ต่อ​พระเจ้า

เมื่อสองกษัตริย์ชั่วร้ายอย่างอาบียาห์และเยโรโบอัม มาสู้รบกัน
ฝ่ายหนึ่งร้องทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า
แต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่สนใจพระเจ้า

ชัยชนะอย่างงดงามจึงเป็นของอาบียาห์กษัตริย์ชั่วร้าย ผู้ร้องทูลต่อพระเจ้า

ขนาดกษัตริย์ชั่วร้าย ผู้ร้องทูลต่อพระเจ้ายังได้รับพระเมตตาจากพระองค์
ยิ่งกว่านั้นสักเท่าไร เราผู้เป็นบุตรสุดที่รักของพระองค์
ผู้ที่พระองค์ส่งพระบุตรองค์เดียวของพระองค์มาตายเพื่อเรา
เมื่อเราร้องทูลต่อพระองค์ จะเป็นไปอย่างไรที่พระเจ้าจะไม่ทรงเมตตาเรา

2. อา​บี​ยาห์​ บอกกับเยโรโบอัมและคนอิสราเอล 10 เผ่า ว่า
ตัวเขาไม่ได้ละทิ้งพระเจ้า
แต่ใน 1พกษ. 15:3 บอกชัดเจนว่า เขาไม่ภักดีต่อพระเจ้า
เขาคิดไปเองว่า การที่เขาถวายเครื่องบูชาทุกเช้าเย็น และทำพิธีกรรมต่างๆเป็นประจำนั้น
แสดงว่าเขาไม่ได้ละทิ้งพระเจ้า และเขาได้รักษาพระบัญชาของพระเจ้า

แต่ดูเหมือนพระเจ้ามองแตกต่างออกไป
การที่เขาทำทั้งหมดนั้นไร้ค่า หากชีวิตของเขาไม่รักษาพระบัญญัติของพระเจ้า
เขาทำสิ่งชั่วร้ายต่างๆเหมือนอย่างที่เรโหโบอัมทำ
ดังนั้นแม้เขาจะทำพิธีกรรมไม่ขาดเลย
แต่สำหรับพระเจ้า เขาได้ละทิ้งพระองค์เสียแล้ว

การทำกิจกรรมของคริสตศาสนาเป็นสิ่งที่ดี
แต่เทียบไม่ได้กับการดำเนินชีวิตตามพระวจนะของพระองค์เสมอในทุกวิถีของชีวิต
อย่ายอมให้การร่วมกิจกรรมของศาสนาคริสต์ หลอกเราว่า
เราได้ทำในสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัยแล้ว
กิจกรรมเหล่านั้นเป็นสิ่งที่สมควรทำ
แต่ก็ไม่ควรละเลยสิ่งสำคัญกว่าคือการเชื่อฟังพระวจนะของพระองค์

คำคม

“ ผู้ร้องขอความเมตตาจากพระเจ้า จะพบพระเมตตา ในวันแห่งพระเมตตา ”

สรุป 2พงศาวดาร 14

ภาพรวม

  • อาสาขึ้นครองราชย์ แทนอาบียาห์ผู้เป็นบิดา พระองค์ทรงทำสิ่งที่ถูกต้องต่อพระเจ้า ดังนั้นเมื่อมีศัตรูมากมายจากคูชบุกมาโจมตี พระเจ้าจึงทรงช่วยพระองค์ให้มีชัยชนะ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 14 หลังจากที่อาบียาห์(หลานของซาโลมอน) กษัตริย์ของยูดาห์ ทำสงครามกับเยโรโบอัม กษัตริย์ของอิสราเอล 10 เผ่า อาบียาห์ร้องทูลต่อพระเจ้า จึงได้รับชัยชนะอย่างงดงาม

ต่อมาอา​บี​ยาห์ได้​ล่วง​หลับ​ไป และ​อา​สา​พระ​​โอรส​ของ​พระ​องค์​ก็​ขึ้น​ครอง​ราชย์​แทน
แผ่น​ดิน​สงบ​อยู่​ 10 ​ปี

อา​สา​ทรง​ทำ​สิ่ง​ที่​ดี​และ​ถูก​ต้อง​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของพระเจ้า
​ทรง​รื้อ​แท่น​บูชา​และรูปเคารพต่างๆ
และ​ทรง​บัญ​ชา​ให้​ยู​ดาห์ ​แสวง​หาพระเจ้าและ​ให้​รักษา​​พระ​บัญ​ญัติของพระองค์
และ​อา​ณา​จักร​ก็​มี​ความ​สงบ​สุข​ภาย​ใต้​พระ​องค์
เพราะ​พระเจ้าประ​ทาน​การ​หยุด​พัก​แก่​พระ​องค์

ทรง​สร้าง​เมือง​ป้อม​ใน​ยู​ดาห์ และ​ล้อม​ด้วย​กำ​แพง หอ​คอย​ประตู​และ​ดาล​ประตู
​ทรง​มี​กอง​ทัพ 580,000 คน

ต่อมา เศ-ราห์​ ชาว​คูช​ ยกทัพมาสู้กับอาสา ด้วย​ทหาร​ 1,000,000 ​คน และ​รถ​รบ 300 คัน​
และ​อา​สา​ทรง​ออก​ไป​ปะทะ​กับ​เขา

อา​สา​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระเจ้า ว่า
​ไม่​มี​ใคร​ช่วย​ได้​เหมือน​พระเจ้า ใน​การ​สู้​รบ​กัน​ระ​หว่าง​พวก​มี​กำลัง​กับ​พวก​ไม่​มี​กำลัง
ขอพระเจ้าทรง​ช่วย​พวก​เขา เพราะ​พวกเขา​พึ่ง​พระ​องค์
ขอ​อย่า​ทรง​ให้​มนุษย์​ชนะ​พระเจ้า

พระ​เจ้า​จึง​ทรง​โจม​ตี​ชาว​คูช​ แล้ว​ชาว​คูช​ก็​หลบ​หนี
อา​สา​และ​ทหารก็​ไล่​ตามฆ่า​พวก​เขา​ไป จน​ไม่​เหลือ​แม้​แต่​คน​เดียว
คน​ยู​ดาห์​จึง​เก็บ​ของ​ริบ​ได้​มาก​มาย
​พวก​เขา​เข้า​ตีพันธมิตรของคูช คือ​เมือง​ต่างๆ รอบๆ เมือง​เก-ราร์ และ เต็นท์​ของ​พวก​ที่​มี​ฝูง​ปศุ​สัตว์
และ​ยึด​เมือง​ทั้ง​หมด ​ริบของได้มากมาย​ รวมทั้งยึด​แกะ​และ​อูฐ​ไป​มาก​มาย
และ​พวก​เขา​ก็​กลับ​ไป​ยัง​เย​รู​ซา​เล็ม

1. อาสา ทำ​สิ่ง​ที่​ดี​และ​ถูก​ต้อง​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของพระเจ้า
จึงพบกับความสงบสุข และเจริญรุ่งเรือง
แต่ก็แค่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง
10 ปี ต่อมาก็มีกองทัพคูช 1,000,000 คน บุกมาโจมตี
นั่นไม่ใช่เหตุร้าย แต่เป็นพระพรที่พระเจ้าเพิ่มพูนให้แก่อาสา
เพราะคนคูชเหล่านั้นมาเพื่อพ่ายแพ้ เพื่อทิ้งทรัพย์สมบัติมากมายให้แก่อาสา

เมื่อเราดำเนินในความยำเกรงพระเจ้า สิ่งดีจะเกิดขึ้นกับเรา
และแม้มีสิ่งที่ดูเหมือนไม่ดีเกิดขึ้นกับเรา
ในที่สุดแล้วสิ่งนั้นก็ยังจะกลับกลายเป็นสิ่งดีอยู่ดี

2. อาสาได้ตระเตรียม ​เมือง​ป้อม​ใน​ยู​ดาห์ และ​ล้อม​ด้วย​กำ​แพง หอ​คอย​ประตู​และ​ดาล​ประตู
และ​กอง​ทัพ 580,000 คน เพื่อเอาไว้ป้องกันตนเอง จากศัตรู
ปรากฏว่า เมื่อศัตรูบุกมาจริงๆ ด้วยจำนวนมากมายมหาศาล
สิ่งที่อาสาเตรียมไว้นั้น ไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลย

แต่เมื่อเขาขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า พึ่งพาพระองค์
ปรากฏว่าพระเจ้าทรงโจมตีศัตรูเหล่านั้นเอง
ป้อมปราการ หอคอย ดาลประตู ที่อุตส่าห์เตรียมไว้ จึงไม่ได้ใช้สักอย่าง

เป็นการดีที่จะเตรียมตัวป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้น
แต่อย่าให้เราเอาความไว้วางใจของเราไปไว้ที่การเตรียมเหล่านั้น
เพราะว่าบางทีเมื่อเหตุร้ายเกิดขึ้น สิ่งที่เราอุตส่าห์เตรียมตัวไว้อาจใช้การไม่ได้เลยก็ได้

ให้เราเอาความไว้วางใจของเราไปไว้ที่พระเจ้า
เพราะเรารู้แน่ว่า
เมื่อเหตุร้ายเกิดขึ้น กับคนที่ไว้วางใจในพระเจ้า
พระองค์ไม่เพียงสามารถป้องกันเขาจากเหตุร้ายเท่านั้น
แต่พระองค์ผู้ทรงฤทธิ์ยังสามารถเปลี่ยนเหตุร้ายนั้นให้กลายเป็นพระพรมากมายได้อีกด้วย

3. เมื่ออา​สา​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระเจ้า พระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของเขา
เราเห็น ท่าทีที่โดดเด่นในคำอธิษฐานของเขา อย่างน้อย 2 อย่าง คือ
ความถ่อมใจ และ ความไว้วางใจในพระเจ้า

ความถ่อมใจ คือ การยอมรับตนเองอย่างที่ตนเองเป็นจริงๆ
อาสาเรียกพวกของตนว่า “พวก​ไม่​มี​กำลัง” ทั้งที่เขามีทหารอยู่ถึง 280,000 คน
​เพราะเขายอมรับความจริงว่า
ถ้าพระเจ้าไม่ช่วย ก็คงไม่มีใครช่วยเขาได้แล้ว
เขาไม่มีกำลังที่จะชนะศัตรูได้ด้วยตนเอง

ความไว้วางใจในพระเจ้า คือ การพึ่งพาพระเจ้าเท่านั้น ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
สิ่งเดียวที่อาสาทำ คืออธิษฐาน ขอพระเมตตาจากพระเจ้า พึ่งพา​พระ​องค์
“ขอ​อย่า​ทรง​ให้​มนุษย์​ชนะ​พระเจ้า”
ศัตรูพึ่งพากำลังมหาศาลของมนุษย์
แต่อาสาขอพึ่งพาพระเจ้า
ขอพระเจ้า อย่าทรงอนุญาตให้พวกพึ่งพามนุษย์ มีชัยชนะต่อพวกที่พึ่งพาพระเจ้าเถิด

วันนี้ ปัญหาของเราสามารถคลี่คลาย เปลี่ยนร้ายกลายเป็นดีได้
เมื่อเราถ่อมใจลงต่อพระเจ้า และอธิษฐานร้องทูลต่อพระองค์ พึ่งพาพระองค์ด้วยสุดใจ

คำคม่

“ การเตรียมตัวอย่างดีที่สุด ไม่สามารถมาแทนที่การพึ่งพาพระเจ้าอย่างสุดใจได้ ”

สรุป 2พงศาวดาร 15

ภาพรวม

  • อาสาได้รื้อทำลายรูปเคารพต่างๆให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินยูดาห์ และนำประชาชนแสวงหาพระเจ้าอย่างสุดใจ พระเจ้าจึงประทานความสงบสุขรอบด้านแก่พวกเขา

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 15 เมื่ออาสาขึ้นครองราชย์ แทนอาบียาห์ผู้เป็นบิดา พระองค์ทรงทำสิ่งที่ถูกต้องต่อพระเจ้า ดังนั้นเมื่อมีศัตรูมากมายจากคูชบุกมาโจมตี พระเจ้าจึงทรงช่วยพระองค์ให้มีชัยชนะ

พระ​วิญ​ญาณ​ของ​พระ​เจ้า​เสด็จ​มา​สถิต​กับ​อา​ซา​ริ​ยาห์​ ผู้เผยพระวจนะ
เขาจึง​ทูล​อาสา ​ว่า

พระเจ้าทรง​สถิต​กับอาสาและอาณาจักรยูดาห์ ต่อ​เมื่อ​พวกเขาอยู่​กับ​พระ​องค์
ถ้าพวกเขา​แสวง​หา​พระ​องค์ พวกเขาก็​จะ​พบ​พระ​องค์
แต่​ถ้า​พวกเขาละ​ทิ้ง​พระ​องค์ พระ​องค์​จะ​ทรง​ละ​ทิ้ง​พวก​เขา

เนื่องจากอิส​รา​เอล​อยู่​อย่าง​ปราศ​จาก​พระ​เจ้า​เที่ยง​แท้​เป็น​เวลา​นาน
และ​ไม่​มี​ปุโร​หิต​ผู้​สั่ง​สอน และ​ไม่​มี​ธรรม​บัญ​ญัติ
แต่​เมื่อ​พวก​เขา​ทุกข์​ยาก พวกเขา​หัน​มา​​แสวง​หาพระเจ้า พวกเขา​ก็​พบ​พระ​องค์

แม้ว่าใน​บัดนี้ แผ่นดินเต็มไปด้วยความ​วุ่น​วาย​มาก​มาย​ เกิด​แตก​แยก​กัน​เป็น​เสี่ยงๆ ผู้คนเต็มไปด้วย​ความ​ทุกข์​ยาก​ทุก​อย่าง
แต่อาสาและคนยูดาห์ จง​กล้า​หาญ ทำสิ่งที่ดีต่อไป
เพราะ​ว่า​พวก​เขา​จะ​ได้​รับ​บำ​เหน็จ​ใน​กิจ​การ​ที่พวกเขาทำ

เมื่อ​อา​สาได้ฟังแล้ว ก็มี​พระ​ทัย​กล้า​หาญ​ขึ้น
พระ​องค์​ทรง​ขจัด​สิ่ง​น่า​สะอิด​สะ​เอียนทั้ง​หมด ​จาก​แผ่น​ดิน​ยู​ดาห์​และ​เบน​ยา​มิน​ และ​จาก​เมือง​ต่างๆ ที่​พระ​องค์​ทรง​ยึด​มา
และ​พระ​องค์​ทรง​ซ่อม​แซม​แท่น​บูชา​ของ​พระเจ้า

คน​เป็น​อัน​มาก​จาก​เอฟ​รา​อิม มนัส​เสห์ และ​สิ​เม​โอน ได้​หนี​มา​หา​อาสา
เพราะ​เห็น​ว่า​พระเจ้าทรงสถิต​กับ​อาสา

​ใน​เดือน​ที่​ 3 ​ของ​ปี​ที่​ 15 ใน​รัช​กาล​ของ​อา​สา
ประชาชนได้​ถวาย​สัตว​บูชา​แด่​พระเจ้า และ​​ทำ​พันธ​สัญ​ญา​ที่​จะ​แสวง​หาพระเจ้า ด้วย​สุด​จิต​สุด​ใจ​ของ​พวก​เขา
และสาบานอย่างสุดใจของพวกเขา ต่อพระเจ้า ว่า
หาก​ใคร​ไม่​แสวง​หา​พระเจ้า​จะ​มี​โทษ​ถึง​ตาย

เมื่อพวกเขา​แสวง​หา​พระ​องค์​ด้วย​สุด​ความ​ปรารถ​นา​ของ​เขา พวกเขาก็​พบ​พระ​องค์
และพระเจ้า​ประ​ทาน​การ​หยุด​พัก​ให้​พวก​เขา​ใน​ทุก​ด้าน

พระ​ทัย​ของ​อา​สา​ก็​ซื่อ​ตรง​ตลอด​รัช​สมัย​ของ​พระ​องค์
และ​พระ​องค์​ทรง​นำ​ของถวาย ได้​แก่​เงิน ทอง​คำ และ​เครื่อง​ใช้​เข้า​ไป​ใน​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า
และ​ไม่​มี​สง​คราม​อีก​จน​ถึง​ปี​ที่​ 35 ใน​รัช​กาล​ของ​อา​สา

1. พระเจ้าทรงสัญญาว่า
ถ้าอาสาและประชาชนแสวงหาพระเจ้าอย่างสุดใจ พวกเขาจะได้พบกับพระองค์

ดังนั้นเมื่อพวกเขาทำเช่นนั้น เขาจึงพบพระเจ้าจริงๆ
และเมื่อพวกเขาพบพระเจ้า
พระเจ้า​ประ​ทาน​การ​หยุด​พัก​ให้​พวก​เขา​ใน​ทุก​ด้าน

หากเราแสวงหาพระเจ้าด้วยสุดใจ อย่างจริงใจ
เราจะรู้จักพระเจ้ามากขึ้น และพบกับพระพรในพระเจ้ามากยิ่งขึ้นเสมอ

2. พระเจ้าตรัสว่า “อิส​รา​เอล​อยู่​อย่าง​ปราศ​จาก​พระ​เจ้า​เที่ยง​แท้​เป็น​เวลา​นาน”
ทั้งที่ในสมัยของอาบียาห์(พ่อของอาสา)และเรโหโบอัม(ปู่ของอาสา) ก็ยังมีพระวิหาร
และมีการทำพิธีกรรมในพระวิหาร (2พศด.13:10)

แสดงให้เห็นว่า แม้จะมีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของอิสราเอลในพระวิหาร
แต่สำหรับพระเจ้าแล้ว พวกเขายังคงอยู่อย่าง​ปราศ​จาก​พระ​เจ้า​เที่ยง​แท้

การอยู่โดยมีพระเจ้าเที่ยงแท้
คือ การให้พระเจ้า เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าในชีวิตของเขา

การต้อนรับพระเจ้าเข้ามาในชีวิต ต้องต้อนรับให้พระองค์เป็นเจ้านายในชีวิต

คนที่ได้ชื่อว่าเป็นประชากรของพระเจ้า แต่ดำเนินชีวิตมีตนเองเป็นเจ้านายในชีวิต
อาจจะเรียกได้ว่า เขาเป็นคนที่อยู่อย่าง​ปราศ​จาก​พระ​เจ้า​เที่ยง​แท้ในชีวิตของเขา

เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตกับเรา พระองค์จะไม่ทอดทิ้งเรา
แม้เราจะเพิกเฉย ละเลยพระองค์
แต่การทำเช่นนั้น เรากำลังถอยห่างจากชีวิตที่ได้รับพระพรที่มีพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย
เป็นเหมือน ผู้ที่มีพระเจ้าแต่ดำเนินชีวิตโดยปราศจากพระเจ้า

3. ท่ามกลางแผ่นดินที่กำลังเต็มไปด้วยความวุ่นวาย และความทุกข์ยาก
พระเจ้าสั่งให้อาสาและประชาชน ยังคงทำสิ่งดีต่อไป

พวกเขาก็เชื่อฟัง
ปรากฏว่า สิ่งที่พวกเขาพบเจอ ท่ามกลางแผ่นดินที่วุ่นวายก็คือ
ความสงบสุขรอบด้าน

ท่ามกลางเหตุการณ์ที่วุ่นวายรอบตัวของเราในวันนี้
สิ่งที่เราสมควรทำที่สุดก็คือ
แสวงหาพระเจ้า และดำเนินตามพระองค์อย่างสัตย์ซื่อต่อไป
เพราะนั่นจะทำให้เราพบสันติสุขท่ามกลางความวุ่นวายนี้

คำคม

“ แสวงหาพระเจ้าอย่างสุดใจ เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในทุกสถานการณ์ ”

สรุป 2พงศาวดาร 16

ภาพรวม

  • เกิดสงครามระหว่างยูดาห์และอิสราเอล อาสากษัตริย์แห่งยูดาห์ ไม่พึ่งพาพระเจ้าแต่ไปพึ่งพาซีเรีย ในที่สุดอาสาจึงป่วยเป็นโรคที่เท้าจนเสียชีวิต

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 16 เมื่ออาสาได้รื้อทำลายรูปเคารพต่างๆให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินยูดาห์ และนำประชาชนแสวงหาพระเจ้าอย่างสุดใจ พระเจ้าจึงประทานความสงบสุขรอบด้านแก่พวกเขา

ใน​ปี​ที่ 36 ​แห่ง​รัช​กาล​อา​สา หลังจาก 25 ปีแห่งความสงบสุขผ่านไป
บา​อา​ชา(ผู้ยึดอำนาจมาจากนาดับ ลูกของเยโรโบอัม)​ พระ​ราชา​ของ​อิส​รา​เอล​ ได้ยกทัพมาต่อ​สู้​กับ​ยู​ดาห์
บาอาชา​ได้​สร้าง​เมือง​รา​มาห์ เพื่อ​ไม่​ให้​ใคร​ไป​มา​หา​สู่​กับ​อา​สา​

​อา​สา​จึง​นำ​เงิน​และ​ทอง​คำ​จาก​คลัง​แห่ง​พระ​นิเวศ​ของพระเจ้าและ​จาก​พระ​ราช​วัง ส่ง​ไป​ให้​เบน​ฮา​ดัด​ พระ​ราชา​แห่ง​ซีเรีย
เพื่อขอ​ทำ​สนธิ​สัญ​ญา​กับเขา และขอให้เขายก​เลิก​สนธิ​สัญ​ญา​​กับ​บา​อา​ชา​

ดังนั้น​เบน​ฮา​ดัด​ จึงยกทัพ​ไป​สู้​กับ​เมือง​ต่างๆ ของ​อิส​รา​เอล
​เมื่อ​บา​อา​ชา​​ทราบ​เรื่อง จึง​หยุด​สร้าง​เมือง​รา​มาห์

แล้ว​​อา​สา​ ก็ได้ให้คน​ขน​หิน​และ​ไม้ของ​เมือง​รา​มาห์​​ ​เอา​มา​สร้าง​เมือง​เก​บา​และ​เมือง​มิส​ปาห์

แล้ว​ฮา​นา​นี​ ผู้​ทำ​นาย​ มา​ทูล​อา​สา​ ว่า

เพราะอาสา​พึ่ง​พระ​ราชา​ของ​ซีเรีย แต่​ไม่​พึ่ง​พระเจ้า
เพราะ​ฉะนั้น​อาสาจึงหมดโอกาสชนะกอง​ทัพ​ของ​ซีเรีย​
อาสาจำไม่ได้หรือ เมื่อกอง​ทัพ​มหึมา​ของคูชมาบุก
อาสาพึ่งพาพระเจ้า จึงได้ชัยชนะ
แต่ครั้งนี้อาสา​ทำ​อย่าง​โง่​เขลา
ดังนั้นตั้ง​แต่​นี้​ไป​​จะ​ทรง​มี​ศึก​สง​ครามเกิดขึ้นตลอดในสมัยของอาสา

เมื่อได้ฟังแล้ว อา​สา​ก็​กริ้ว​ผู้​ทำ​นาย​นั้น และ​สั่งให้จับ​เขา​ไปขัง​คุก
และ​อา​สา​ยัง​ข่ม​เหง​ประ​ชา​ชน​บาง​คน​​ด้วย

ใน​ปี​ที่ 39 แห่ง​รัช​กาล​ของอา​สา
อาสา​เป็น​โรคร้ายแรง​ที่​เท้า
แต่อาสาก็​ไม่​ได้​ทรง​แสวง​หา​พระเจ้า แต่​แสวง​หา​การ​ช่วย​เหลือ​จาก​แพทย์

อา​สา​ทรง​ล่วง​หลับ​ไป​ ​ใน​ปี​ที่​ 41 ​แห่ง​รัช​กาล​ของ​พระ​องค์
ประชาชนได้​เผาเครื่องหอมอย่าง​ใหญ่​โต​แด่​พระ​องค์

1. อาสาผู้ที่เคยพึ่งพาพระเจ้าอย่างสุดใจ จนได้รับชัยชนะอย่างอัศจรรย์ เหนือกองทัพมหึมาของคูช
ตลอด 25 ปี ที่ผ่านมา แผ่นดินเต็มไปด้วยความสงบสุข

ต่อมาเมื่อเกิดสงครามขึ้นกับอิสราเอลทางตอนเหนือ
ซึ่งนำโดยบาอาชา กษัตริย์ผู้ยึดอำนาจมาจากลูกของเยโรโบอัม ซึ่งครองราชมากว่า 33 ปีแล้ว
รากฐานทางการทหารก็มั่นคงแข็งแกร่งแล้ว
เรื่องนี้จึงทำให้อาสาหวั่นไหว
เพราะตนก็อายุมากขึ้นแล้ว ไม่มีพลังเหมือนสมัย 25 ปีก่อน
และหนำซ้ำอิสราเอลยังทำสนธิสัญญา กับซีเรีย ประเทศที่กำลังมีอำนาจมากในเวลานั้นอีกด้วย

เมื่อประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ในอดีต มาเผชิญหน้ากับ ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน
น่าเสียดายที่อาสา เลือกมองดูที่ปัญหาในปัจจุบัน แทนที่จะมองการช่วยกู้ในอดีต

เขาจึงนำเงินทองทั้งหมดจากพระวิหารและพระราชวัง ออกมาใช้แก้ปัญหานั้น แทนที่จะพึ่งพาพระเจ้า
ซึ่งก็ดูเหมือนจะได้ผล กองทัพอิสราเอลยกทัพกลับไป

ผลระยะสั้นดูเหมือนดี
แต่เกิดผลเสียระยะยาว
มีสงครามเกิดขึ้นกับอาสาเรื่อยมานับตั้งแต่วันนั้น
และสุดท้ายอาสาต้องป่วยตายด้วยโรคที่เท้า

การแก้ปัญหาด้วยการ โยนเรื่องการพึ่งพาพระเจ้าทิ้งไป แล้วหันไปพึ่งพาสิ่งอื่นแทน
ในเบื้องต้นอาจจะดูเหมือนแก้ปัญหาได้
แต่ความจริงแล้วกำลังก่อปัญหาใหม่ที่ใหญ่โตกว่าเดิมขึ้นมาในชีวิต

วันนี้เราจะแก้ปัญหาโดยการพึ่งพาพระเจ้า หรือพึ่งพาสิ่งอื่น?

2. พระเจ้าบอกว่า เพราะอาสาไม่พึ่งพาพระเจ้ากองทัพซีเรียจึงหลุดมือเขาไป
หมายความว่า ความจริงแล้วพระเจ้าจะทรงช่วยให้เขาชนะไม่เพียงอิสราเอลตอนเหนือเท่านั้น
และยังจะชนะต่อเนื่องเหนือซีเรีย ซึ่งเป็นพันธมิตรกับอิสราเอลตอนเหนืออีกด้วย

พระเจ้าทรงเตรียมชัยชนะและพระพรที่ยิ่งใหญ่มากกว่าที่เราคิด ท่ามกลางสถานการณ์ความยากลำบากในวันนี้
ขอเพียงแต่เราจะพึ่งพาพระเจ้าอย่างสุดใจ เราจะเห็นการอัศจรรย์ของพระองค์ท่ามกลางเหตุการณ์นี้

3. ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ของอาสา ไม่ใช่ที่เขาไม่พึ่งพาพระเจ้า
เพราะใครก็พลาดกันได้
แต่ความผิดพลาดยิ่งใหญ่นั้นคือ เมื่อพลาดไปแล้วพระเจ้าเตือน เขาไม่ฟัง ไม่หันกลับมาพึ่งพาพระเจ้า
ด้วยเหตุนี้ เขาก็ต้องพบกับจุดจบที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง

วันนี้ เราอาจผิดพลาดพลั้งไป
แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับ
เราจะตัดสินใจอย่างไร ในวันนี้ เมื่อเราได้ยินเสียงเรียกของพระเจ้าให้กลับมาหาพระองค์อีกครั้ง?

คำคม

“ การเลิกพึ่งพาพระเจ้า เป็นการหันหลังให้พระพร เดินไปสู่หายนะ ”

สรุป 2พงศาวดาร 17

ภาพรวม

  • เยโฮซาฟัทขึ้นครองราชแทนอาสา ผู้เป็นบิดา พระองค์ทรงแสวงหาพระเจ้าและดำเนินอย่างถูกต้องต่อพระเจ้า พระเจ้าจึงทรงอวยพระพรเขาทั้งด้านทรัพย์สิน เกียรติยศ และความมั่นคงของประเทศ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 17 เมื่อเกิดสงครามระหว่างยูดาห์และอิสราเอล อาสากษัตริย์แห่งยูดาห์ ไม่พึ่งพาพระเจ้าแต่ไปพึ่งพาซีเรีย ในที่สุดอาสาจึงป่วยเป็นโรคที่เท้าจนเสียชีวิต

เยโฮชาฟัท โอรสของอาสา ก็ขึ้นครองราชย์แทน
พระองค์วางกำลังพลไว้ในเมืองป้อมทั้งหมดของยูดาห์
พระเจ้าทรงสถิตกับเยโฮชาฟัท
เพราะพระองค์ทรงแสวงหาพระเจ้า และทรงดำเนินตามพระบัญญัติของพระเจ้า
ดังนั้นพระเจ้าทรงอวยพรเยโฮซาฟัท และทุกคนในยูดาห์ต่างนำบรรณาการมาถวายเยโฮชาฟัท
พระองค์จึงทรงมีทรัพย์สมบัติและเกียรติยศเป็นอันมาก

พระองค์จึงทรงรื้อปูชนียสถานสูงและบรรดาเสาอาเช-ราห์เสียจากยูดาห์

ในปีที่ 3 แห่งรัชกาลของพระองค์
พระองค์ทรงใช้พวกข้าราชการของพระองค์ พร้อมปุโรหิตและคนเลวี นำหนังสือธรรมบัญญัติของพระเจ้า ไปสั่งสอนในเมืองต่างๆ ของยูดาห์

ความหวาดกลัวพระเจ้าเกิดขึ้นกับบรรดาราชอาณาจักรที่อยู่รอบๆ ยูดาห์
และพวกเขาไม่ได้ทำสงครามกับเยโฮชาฟัท
แต่ได้นำของกำนัลมาถวายเยโฮชาฟัท ทั้งเงิน และแกะแพะ

เยโฮชาฟัททรงเจริญยิ่งใหญ่ขึ้นเป็นลำดับ
พระองค์ทรงสะสมเสบียงไว้มากมายในเมืองต่างๆ ของยูดาห์
พระองค์ทรงมีทหารเป็นนักรบกล้าหาญในกรุงเยรูซาเล็ม 1,160,000 คน
และยังมีทหารในเมืองป้อมต่างๆ ทั่วยูดาห์อีกด้วย

1. พระเจ้าทรงสถิตกับเยโฮซาฟัท
เขาก็มี เข้มแข็งขึ้น ทรัพย์สมบัติและเกียรติยศก็ทวีมากขึ้น ประเทศรอบข้างก็เกรงกลัว กำลังทหารก็ทวีขึ้นอย่างมากมาย

พระเจ้าไม่เคยทอดทิ้งประชากรของพระองค์
ทำไมในสมัยของอาสา อาบียาห์ เรโหโบอัม จึงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น?

สิ่งที่เยโฮซาฟัททำแตกต่างกับกษัตริย์เหล่านั้น ก็คือ
เยโฮซาฟัท
– แสวงหาพระเจ้า
– ทรงดำเนินตามพระบัญญัติของพระองค์
– รื้อทำลายรูปเคารพ
– จริงจังในการที่จะนำประชาชนให้ประพฤติตามพระบัญญัติของพระเจ้าโดยส่งข้าราชการออกไปสอนพระบัญญัติแก่ประชาชน

ผู้ที่ดำเนินติดตามพระเจ้าอย่างถูกต้องและจริงใจเค้าจะได้รับการอวยพรในทุกด้านของชีวิต

2. ในสมัยของอาสาพ่อของเยโฮซาฟัท เงินและทองคำในพระนิเวศของพระเจ้าและในพระราชวังถูกนำไปให้กษัตริย์ซีเรียจนหมด
เรียกได้ว่าเยโฮซาฟัทขึ้นครองราชขณะที่ประเทศกำลังหมดตัว เพราะความผิดพลาดของผู้เป็นพ่อ

แต่เมื่อเยโฮซาฟัทแสวงหาพระเจ้าและเดินติดตามพระองค์
พระเจ้าก็นำความเจริญรุ่งเรืองกลับมาสู่ยูดาห์อีกครั้งหนึ่ง

ไม่สำคัญว่าปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้เกิดจากความผิดพลาดของเราหรือของคนอื่น
เพียงแต่เราจะหันกลับมาแสวงหาพระเจ้าอย่างจริงใจและพึ่งพาพระองค์สุดหัวใจ
พระองค์ก็จะทรงเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ให้พระพรกลับมาสู่ชีวิตของเราอีกครั้งหนึ่งได้

คำคม

“ ผู้ที่แสวงหาพระเจ้าและพึ่งพาพระองค์ จะได้รับ สิ่งที่เขาแสวงหาและสิ่งที่เขาปรารถนา ”

สรุป 2พงศาวดาร 18

ภาพรวม

  • เยโฮซาฟัท ไปช่วยอาหับรบที่ราโมทกิเลอาด โดยทั้งสองไม่ยอมฟังคำเตือนของมีคายาห์ผู้เผยพระวจนะ ในที่สุดอาหับก็ถูกธนูยิงจนเสียชีวิต

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 18 เมื่อเยโฮซาฟัทขึ้นครองราชแทนอาสา ผู้เป็นบิดา พระองค์ทรงแสวงหาพระเจ้าและดำเนินอย่างถูกต้องต่อพระเจ้า พระเจ้าจึงทรงอวยพระพรเขาทั้งด้านทรัพย์สิน เกียรติยศ และความมั่นคงของประเทศ

ต่อมาเยโฮชาฟัททรงสัมพันธ์กับอาหับ (โดยให้โยรัม โอรสของตน ไปแต่งงานกับอาธาลิยาห์ ธิดาของอาหับและนางเยเซเบล)

เมื่อผ่านไปหลายปี เยโฮชาฟัทไปเยี่ยมอาหับในสะมาเรีย
อาหับจึงต้อนรับอย่างดี แล้วทรงชักชวนเยโฮชาฟัท ให้ไปช่วยรบที่ราโมทกิเลอาด

เยโฮชาฟัทก็ตอบตกลง
แต่เยโฮชาฟัท เสนอว่า ขอทูลถามพระเจ้าก่อน

อาหับจึงเรียกประชุมพวกผู้เผยพระวจนะ 400 คน
พวกเขา ทูลว่า
การรบครั้งนี้ พระเจ้าจะทรงให้มีชัยชนะ

แต่เยโฮชาฟัท ก็ถามอาหับอีกว่า
มีผู้เผยพระวจนะของพระเจ้าที่จะถามได้อีกไหม?

อาหับจึงตอบว่า มีอีกคน ชื่อ มีคายาห์ แต่เขาพยากรณ์แต่เรื่องร้ายเสมอ
อาหับส่งคนไปเรียกมีคายาห์ ให้มาเฝ้า

เมื่อมีคายาห์มาเฝ้าพระราชา ก็ทูลว่า
ขอเชิญเสด็จขึ้นไป และมีชัยชนะ ตามที่พวกผู้เผยพระวจนะบอกเถิด

แต่อาหับ สังเกตว่า มีคายาห์ไม่ได้พูดในนามของพระเจ้า
จึงตรัสกับมีคายาห์ ให้พูดความจริงในพระนามของพระเจ้า

และมีคายาห์จึงทูลว่า
คนอิสราเอลทั้งหมดกระจัดกระจายอยู่บนภูเขา

และมีคายาห์ทูลต่อไปว่า
มีวิญญาณหนึ่งออกมายืนอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า ทูลพระเจ้าว่า
‘ข้าพระองค์จะเป็นวิญญาณมุสาอยู่ในปากของผู้เผยพระวจนะทุกคนของเขา
เพื่อชักนำอาหับให้ไปรบที่ราโมทกิเลอาด’

แล้วเศเดคียาห์ บุตรเคนาอะนาห์ ก็ตบแก้มมีคายาห์พูดว่า
“พระวิญญาณของพระเจ้าไปจากข้าพูดกับเจ้าด้วยทางใด”

มีคายาห์ตอบว่า
“เจ้าจะเห็นในวันนั้น เมื่อเจ้าเข้าไปในห้องชั้นในเพื่อซ่อนตัว”

อาหับจึงสั่งให้จับมีคายาห์ ไปจำคุกไว้ ให้อาหารกับน้ำอย่างจำกัด
จนกว่าอาหับจะกลับมาโดยสวัสดิภาพ

มีคายาห์ จึงทูลว่า อาหับจะไม่กลับมาโดยสวัสดิภาพดอก

อาหับกับเยโฮชาฟัท ไปรบที่ราโมทกิเลอาด
อาหับก็ปลอมตัวเป็นทหารธรรมดาเข้าทำศึก
พวกซีเรียเห็นเยโฮชาฟัท จึงไล่ตามพระองค์

เยโฮชาฟัททรงร้องขึ้น และพระเจ้าทรงช่วยพระองค์
พวกซีเรียก็หันกลับไม่ไล่ตามพระองค์

แต่มีชายคนหนึ่งโก่งธนูยิงสุ่มไป ถูกอาหับเข้าระหว่างเกล็ดเกราะและแผ่นบังอก
อาหับจึงพยายามหนีออกจากการรบ แต่การรบก็ดุเดือดขึ้นจนหนีออกไม่ได้
จนถึงเวลาเย็น อาหับก็สิ้นพระชนม์เมื่อดวงอาทิตย์ตก

1. พระเจ้าอวยพระพร เยโฮชฟัท มากมาย ทำทุกอย่างล้วนสำเร็จเป็นอย่างดี
จนกระทั่งเมื่อ เยโฮชาฟัท ไปร่วมมือกับอาหับ ผู้ชั่วร้าย
เยโฮชาฟัท ก็พบกับความปราชัยในสงครามเป็นครั้งแรก

เมื่อ เยโฮชาฟัท เริ่มร่วมมือกับคนชั่ว ตอนแรกเขาก็ยังทำสิ่งที่ถูกต้อง
คือ จะทำอะไรก็ขอถามพระเจ้าก่อน
แต่ต่อมาเขาเองกลับมีพฤติกรรมแบบเดียวกับคนชั่วนั้น
ทั้งที่ มีคายาห์ ผู้เผยพระวจนะของพระเจ้า บอกว่า
ครั้งนี้พ่ายแพ้แน่นอน
แน่นอนอาหับย่อมไม่ฟังคำเตือนของ มีคายาห์ เป็นธรรมดา
แต่เยโฮซาฟัทเอง กลับทำเหมือนอาหับด้วย
โดยไม่ฟังคำเตือน ไปเข้าร่วมสงคราม จนพ่ายแพ้เกือบเอาชีวิตไม่รอด

สิ่งที่เราต้องระมัดระวังในการทำงานร่วมกับคนที่ไม่มีความเชื่อ คือ
อย่าไปทำตามพฤติกรรมที่ไม่เชื่อของพวกเขา
มิฉะนั้นเราจะพลาดไปจากพระพรของผู้เชื่อ แล้วไปพบกับอันตรายของการไม่เชื่อแทน

2. ในบทนี้บันทึกว่า เมื่อพวกซีเรียกำลังไล่ตามเยโฮชาฟัท เขาก็ร้องขึ้น และ”
ซึ่งใน 1พกษ. 22:32 ไม่มีวลีว่า “พระเจ้าทรงช่วยเขา “

บทนี้จงใจชี้ให้เห็นว่า การที่เยโฮซาฟัท พ้นจากการไล่ตามนั้น ไม่ใช่บังเอิญ แต่พระเจ้าทรงเป็นผู้ช่วยเขา

แม้คนชอบธรรม จะเผลอทำตามคนอธรรม จนกระทั่งพบกับอันตราย
ถึงกระนั้นพระเจ้าก็ยังคงเฝ้าดู และคอยช่วยเหลือเขา

วันนี้ หากเราพลั้งเผลอ ผิดพลาดพลั้งไป จนเกิดปัญหาขึ้นในชีวิต เพราะการไม่เชื่อฟังพระเจ้า
ให้เราร้องทูลขอพระเมตตาจากพระเจ้า
เราจะได้พบว่า พระเมตตาของพระเจ้ามีมากเพียงพอสำหรับเราเสมอ

3. เมื่ออาหับได้ยินคำพยากรณ์ของ มีคายาห์ ก็เกิดความกลัว
จึงปลอมตัวเป็นทหารธรรมดาเข้าทำศึก
ถึงกระนั้น ยิ่งกว่าบังเอิญ ทหารคนหนึ่งยิงธนูสุ่ม
ยังปักเข้าช่องเล็กๆ ระหว่างเกล็ดเกราะและแผ่นบังอก พอดิบพอดี ซึ่งช่องนี้ ผู้ใส่เกราะต้องขยับบางมุมพอดีจึงเกิดช่องว่างเล็กๆนี้ขึ้นได้

เมื่อพระเจ้าประกาศแล้ว มันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ไม่ว่ามนุษย์จะใช้ความพยายาม ใช้สติปัญญา ใช้ความรอบคอบสักเพียงใดก็ตาม
สิ่งเหล่านั้นยังคงต้องเกิดขึ้นอยู่ดี

นั่นคือ ทุกคำตรัสของพระเจ้าจะเป็นจริง ไม่ว่ามนุษย์จะขัดขวางอย่างไรก็จะไม่สามารถขัดขวางได้

เช่น สภษ. 29:25 “..​บุคคล​ที่​วางใจ​ใน​พระ​เจ้า​ก็​ปลอดภัย”
คนที่วางใจในพระเจ้า ไม่ว่ามนุษย์คนอื่นจะพยายามทำอะไรต่อเขาก็ตาม เขาก็ยังจะปลอดภัยอยู่ดี เพราะทุกสิ่งที่พระเจ้าตรัสไว้จะต้องสำเร็จ เป็นต้น

คำคม

“ อย่าทำตามอย่างคนชั่ว หากไม่อยากจะรับผลร้ายเหมือนกับเขา ”

สรุป 2พงศาวดาร 19

ภาพรวม

  • เยโฮซาฟัทรอดตายกลับมาจากการรบที่ราโมทกิเลอาด ทรงนำคนในแผ่นดินยูดาห์ให้กลับมาหาพระเจ้า และตั้งผู้พิพากษาในเมืองต่างๆ ให้ตัดสินประชาชนตามกฏเกณฑ์ในพระบัญญัติของพระเจ้า

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 19 เมื่อเยโฮซาฟัท ไปช่วยอาหับรบที่ราโมทกิเลอาด โดยทั้งสองไม่ยอมฟังคำเตือนของมีคายาห์ผู้เผยพระวจนะ ในที่สุดอาหับก็ถูกธนูยิงจนเสียชีวิต

ส่วนเยโฮชาฟัท​ ก็กลับมายังกรุง​เยรูซาเล็ม​​โดย​สวัสดิภาพ

​เยฮู​ บุตร​ฮา​นานี​ ผู้​ทำนาย​ ได้มาทูล​ว่า
เยโฮชาฟัท​ ไม่ควร​​จะไป​ช่วย​คน​อธรรม ผู้​ที่​เกลียด​ชัง​พระ​เจ้า​ ซึ่งเรื่อง​นี้​ทำให้พระเจ้า​พิโรธ​
แต่เพราะพระเจ้าทรง​พบ​ความ​ดี​ในเยโฮชาฟัท​​บ้าง
ที่​ เยโฮชาฟัทได้​ทำลาย​บรรดา​อาเช-ราห์​เสีย​จาก​แผ่นดิน และ​ได้​มุ่ง​​แสวงหา​พระ​เจ้า
เยโฮชาฟัท จึงรอดตายกลับมาได้

เยโฮชาฟัท ได้ออกไป​หา​ประชาชน​ทั่งแผ่นดิน และ​นำ​เขา​ทั้ง​หลาย​กลับมา​หาพระเจ้า
​ทรง​ตั้ง​ผู้​วินิจฉัย​ ใน​หัว​เมือง​ที่​มี​ป้อม​ทั้งสิ้น ให้เป็นผู้พิพากษา​เพื่อ​พระ​เจ้า ​ให้ตัดสินอย่าง​ยุติธรรม ไม่​ลำเอียง และ​ไม่​​รับ​สินบน

ใน​เยรูซาเล็ม ทรง​ตั้ง​คน​เลวี​ ปุโรหิต​ และ​หัวหน้า​ตระกูล​แห่ง​อิสราเอล​ บางคน ให้เป็นผู้พิพากษา
คอยตัดสินคดี ด้วย​ความ​ยำเกรง​พระ​เจ้า และ​ความ​สัตย์​ซื่อ​ ตามกฎเกณฑ์​แห่งพระ​บัญญัติของพระเจ้า

ทรงให้ อา​มาริ​ยาห์ ​มหา​ปุโรหิต​ ดูแลพวกเขาเรื่องที่เกี่ยวกับพระเจ้า
เศ​บาดิ​ยาห์​ ​ ดูแลพวกเขาเรื่องที่เกี่ยวกับพระ​ราชา
คน​เลวี​ เป็น​เจ้าหน้าที่​คอยปรนนิบัติ​พวกเขา

1. ​เยฮู​ บุตร​ฮา​นานี​ มาตำหนิเยโฮซาฟัท ช่างเป็นการกระทำที่กล้าหาญ เพราะ
– การมากล่าวตำหนิซ้ำเติมกษัตริย์ที่พึ่งแพ้สงครามมา เป็นอันตรายอย่างยิ่ง
– ฮานานี พ่อของเยฮู เคยมาตำหนิอาสา พ่อของเยโฮซาฟัท แล้วผลที่ได้รับก็คือถูกจับไปติดคุก (2พศด. 16:7-10)

โดยการกระทำที่กล้าหาญของ เยฮู​ บุตร​ฮา​นานี​ ในครั้งนี้ จึงนำให้เกิดการฟื้นฟูฝ่ายวิญญาณครั้งใหญ่โดยเยโฮซาฟัท

การกระทำที่เชื่อฟังของเรา จะนำการเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่ เมื่อเวลาของพระเจ้ามาถึง

ตัวอย่างของฮานานี กับลูกชายของเขาเป็นตัวอย่างที่ดีมาก
ทั้งคู่ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าอย่างกล้าหาญ
คนหนึ่งถูกจับติดคุก และอีกคนหนึ่งนำการฟื้นฟูยิ่งใหญ่มาสู่แผ่นดิน

เมื่อเราทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกิดผลดีกับเราหรือกับสิ่งที่เราทำเสมอไป
แต่การกระทำนั้นจะทำให้แผนการอันดีเลิศแห่งน้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จ

2. เยโฮชาฟัทได้​ทำลาย​บรรดา​อาเช-ราห์​เสีย​จาก​แผ่นดิน และ​ได้​มุ่ง​​แสวงหา​พระ​เจ้า
ซึ่งดูเหมือนเป็นสิ่งที่น่าจะเรียกว่า ยิ่งใหญ่มาก และดีเยี่ยมมาก
แต่ พระเจ้าใช้คำว่า “​ทรง​พบ​ความ​ดี​ใน​เยโฮซาฟัทบ้าง”

สำหรับเราอาจจะดูเหมือนการกระทำที่เชื่อฟังพระเจ้า เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่
แต่ความจริงเป็นเพียงการกระทำในสิ่งที่เราพึงกระทำเท่านั้นเอง
เช่นไม่อาจอวดได้ว่า ผมไม่ขับรถฝ่าไฟแดงเชียวนะ หรือ ผมข้ามถนนตรงทางม้าลายทีเดียวเชียวแหละ
สิ่งเหล่านั้น เป็นเพียงสิ่งที่พึงกระทำเท่านั้น ไม่ใช่คุณงามความดีที่ยิ่งใหญ่อะไรเลย

แต่สิ่งที่ชั่วร้ายที่เรากระทำต่างหากที่ใหญ่โต
เพราะทั้งที่รู้ว่าพระเจ้าไม่ชอบ ไม่พอพระทัย แต่เราก็ยังจงใจทำมัน
เป็นการลบหลู่พระเจ้าอย่างชัดเจน

แล้วแบบนี้ คุณงามความดีจิ๊บจ๊อย ที่เราคิดว่าเราได้ทำ จะไปเทียบอะไรกับสิ่งชั่วใหญ่โต ที่เราได้ทำลงไป ได้เล่า?

ด้วยเหตุนี้ การที่วันนี้พระเจ้ายังคงอวยพระพรเรา ไม่ใช่เพราะสิ่งดีที่เราทำเลย
แต่เป็นพระคุณของพระเจ้า ทรงเมตตาเรา อวยพระพรเราอย่างเหลือล้น ถึงแม้เวลาเราได้ทำเพียงเศษความดีเล็กๆน้อยๆเท่านั้นเอง

3. เยโฮซาฟัทได้นำให้เกิดการฟื้นฟูด้านฝ่ายวิญญาณทั่วแผ่นดินยูดาห์
การฟื้นฟูที่พูดถึงนี้ ไม่ใช่การทำการอัศจรร์ยิ่งใหญ่ เหมือนสมัยของเอลียาห์ หรือเอลีชา
เพราะสมัยนั้นแม้มีการอัศจรรย์มากมาย ก็ไม่ถือว่ามีการฟื้นฟูในด้านจิตวิญญาณของประชาชนเกิดขึ้น

การฟื้นฟูนี้ คือ การที่ทำให้ประชาชนรู้พระบัญญัติของพระเจ้า และให้ใช้พระบัญญัติของพระเจ้าไปใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินเรื่องต่างๆในชีวิต

การฟื้นฟูที่แท้จริงในชีวิตของเรา ไม่ใช่เมื่อเราพบการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่
แต่เมื่อเรารู้จักพระคำของพระเจ้า และนำพระคำของพระเจ้าไปในการตัดสินใจเรื่องต่างๆในชีวิต

คำคม

“จิตวิญญาณของเราจะเกิดการฟื้นฟูอย่างแท้จริง เมื่อเรารู้และนำพระคำของพระเจ้าไปใช้ในชีวิตมากขึ้น”

สรุป 2พงศาวดาร 20

ภาพรวม

  • มีข้าศึกจำนวนมหาศาลบุกมาโจมตีเยโฮซาฟัท เขาจึงแสวงหาการช่วยกุ้จากพระเจ้า พระเจ้าจึงทรงช่วยกู้เขาอย่างอัศจรรย์

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 20 หลังจากที่เยโฮซาฟัทรอดตายกลับมาจากการรบที่ราโมทกิเลอาด ก็ทรงนำคนในแผ่นดินยูดาห์ให้กลับมาหาพระเจ้า และตั้งผู้พิพากษาในเมืองต่างๆ ให้ตัดสินประชาชนตามกฏเกณฑ์ในพระบัญญัติของพระเจ้า

ต่อ​มา คน​โม​อับ​และ​คน​อัม​โมน​พร้อม​กับ​คน​เม​อู​นี​ ได้ยกทัพ​มา​ทำ​สง​คราม​กับ​เย​โฮ​ชา​ฟัท

เย​โฮ​ชา​ฟัท​ก็​กลัว และ​ทรง​มุ่ง​แสวง​หา​พระเจ้า
และ​ทรง​ประ​กาศ​ให้​อด​อา​หาร​ทั่ว​ยู​ดาห์
แล้ว​ยู​ดาห์​ก็ร่วมกัน​แสวง​หา​ความ​ช่วย​เหลือ​จาก​พระเจ้า

และ​เย​โฮ​ชา​ฟัทร้องทูลต่อพระเจ้า ตรง​ข้าง​หน้า​ลาน​ใหม่​ใน​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า
ว่าคนในอาณาจักรยูดาห์ ​ไม่​มี​ฤทธิ์​เดช​ที่​จะ​ต่อ​สู้​คน​มาก​มาย​นี้
แต่​พวกเขาขอ​เพ่ง​มอง​ที่​พระ​องค์ หวังใจในพระองค์

พระ​วิญ​ญาณ​ของ​พระเจ้าได้เสด็จ​มา​เหนือ ​ยา​ฮา​ซี​เอล​ และ​เขา​พูด​ว่า
อย่า​กลัว และ​อย่า​ท้อ​แท้​เพราะ​คน​มาก​มาย​เหล่า​นี้​เลย
เพราะ​การ​รบ​นั้น​ไม่​ใช่​เรื่อง​ของ​คนยูดาห์ แต่​เป็น​ของ​พระ​เจ้า

พรุ่ง​นี้​เช้า​ ให้​ลง​ไป​ต่อ​สู้​กับ​พวก​เขา
แต่ครั้งนี้​ไม่​ต้องสู้​รบเอง แค่เข้า​ประ​จำ​ที่ ยืน​นิ่ง​
ก็จะ​มอง​เห็น​ชัย​ชนะ​ของ​พระเจ้า
พรุ่ง​นี้​จง​ออก​ไป​สู้​กับ​พวก​เขา​และ​พระเจ้า​จะ​สถิต​อยู่ด้วย

แล้ว​เย​โฮ​ชา​ฟัทและ​ยู​ดาห์​ทั้ง​หมด​ ก็​กราบ​ลง​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระเจ้า นมัส​การ​พระ​องค์

รุ่งขึ้นพวก​ลุก​ขึ้น​แต่​เช้า​และ​ยกทัพออก​ไป​
แล้วเย​โฮ​ชา​ฟัท​ ก็ตรัส​ว่า
จง​วาง​ใจ​ใน​พระเจ้า แล้ว​ท่าน​จะ​ได้​รับ​ความ​มั่น​คง
จง​เชื่อ​บรร​ดา​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ของ​พระ​องค์ แล้ว​ท่าน​จะ​ได้​รับ​ความ​สำ​เร็จ

​เมื่อ​ทรง​ปรึก​ษา​กับ​ประ​ชา​ชน​แล้ว พระ​องค์​ทรง​แต่ง​ตั้ง​พวก​ที่​จะ​ร้อง​เพลง​​สรร​เสริญ​พระเจ้า ให้​เดิน​นำ​หน้า​
และ​เมื่อ​เขา​ทั้ง​หลาย​เริ่ม​ร้อง​เพลง​​สรร​เสริญ

พระเจ้า​ทรง​ให้​มี​กอง​ซุ่ม​ต่อ​สู้​กับ​คน​อัม​โมน คน​โม​อับ และ​ชาว​ภูเขา​เส​อีร์
จนพวกเขาเข้าใจผิดและฆ่ากันเองจนหมดไม่เหลือสักคนดียว

เย​โฮ​ชา​ฟัท​และ​ประ​ชา​ชน​ จึง​มา​เก็บ​ของ​ริบ​จาก​พวก​นั้น ได้มากมาย
จนต้องใช้เวลาเก็บถึง 3 วัน เพราะ​มี​มาก​เหลือ​เกิน
และ​วัน​ที่ ​4 ​หุบ​เขา​เบ​รา​คาห์ ​พวก​เขา​สรร​เสริญ​พระ​ยาห์​เวห์​ที่​นั่น

ความ​เกรง​กลัว​พระ​เจ้า​มา​อยู่​ใน​อา​ณา​จักร​ทุก​แห่ง​ของ​ดิน​แดน​ทั้ง​หลาย
เมื่อ​พวก​เขา​ได้​ยิน​ว่าพระเจ้าทรง​ต่อ​สู้​กับ​ศัตรู​ของ​อิส​รา​เอล

อา​ณา​จักร​ของ​เย​โฮ​ชา​ฟัท​จึง​สงบ ​มี​การ​พัก​สงบ​อยู่​รอบ​ด้าน

เย​โฮ​ชา​ฟัท​ทรง​ครอง​ยู​ดาห์ เมื่ออายุ 35 ปี ​ทรง​ครอง​ราชย์อยู่ 25 ปี
พระ​องค์​ทรง​ดำ​เนิน​ตาม​ทาง​ที่​ถูก​ต้อง​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของพระเจ้า

แต่​ปูช​นีย​สถาน​สูง​ต่างๆ นั้น​ยัง​ไม่​ได้​ถูก​รื้อ​ลง
ประ​ชา​ชน​ยัง​ไม่​ได้​ปัก​ใจ​ใน​พระ​เจ้า​ของ​บรรพ​บุรุษ​ของ​ตน

ต่อ​มา​ เย​โฮ​ชา​ฟัท ทรง​ร่วม​งาน​กับ​อา​หัส​ยาห์​ พระ​ราชา​ของ​อิส​รา​เอล​ผู้​ทรง​ทำ​ความ​ชั่ว​อย่าง​มาก
​ทรง​ร่วม​งาน​ใน​การ​สร้าง​เรือ​เพื่อ​ไป​ยัง​เมือง​ทาร​ชิช
แล้ว​เรือ​ก็​แตก​และ​ไม่​สา​มารถ​ไป​เมือง​ทาร​ชิช​ได้

1. เยโฮซาฟัท รักและยำเกรงพระเจ้า
ก็ยังมีช่วงเวลาที่เขาพบกับความกลัว
เมื่อเขากลัว เขาแก้ปัญหาโดยมุ่ง​แสวง​หา​พระเจ้า

แล้วพระเจ้าก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง
พระองค์ทรงช่วยจิตใจของเขาพ้นจากความกลัวนั้น
และช่วยเขาพ้นจากสถานการณ์นั้น

2. ทั้งที่เยโฮซาฟัทรักและยำเกรงพระเจ้า
แต่ก็ยังมีศัตรูมารุกรานจนได้

จึงไม่ได้หมายความว่า ถ้าเรารักพระเจ้าแล้วเราจะไม่พบกับปัญหาหรือความยากลำบากในชีวิต

แต่สำหรับเยโฮซาฟัท ผู้ยำเกรงพระเจ้า
การรุกรานของศัตรู ไม่ใช่สิ่งที่จะทำร้ายเขา
แต่เป็นประตูที่จะนำพระพรมากมายมาสู่ชีวิตของเขา

เพราะการรุกรานของศัตรูจำนวนมากมายมหาศาลนี้เอง
ทำให้เยโฮซาฟัทได้รับทรัยพ์สมบัติมากมาย
และประเทศรอบข้างเกิดความเกรงกลัวเขา จนแผ่นดินเกิดความสงบสุขในทุกด้าน
ซึ่งทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นโดยที่เยโฮซาฟัทไม่ต้องสูญเสียทหารเลยแม้แต่คนเดียว

สำหรับคนทั้งหลายที่รักและวางใจในพระเจ้า
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเขา ถึงแม้ดูเหมือนเป็นสิ่งที่ไม่ดี
แต่ในที่สุดแล้ว มันจะกลับกลายเป็นผลดี และเป็นพระพรมากมาย

3. วิธีที่พระเจ้าจัดการกับกองทัพนับล้าน ของกองทัพพันธมิตร 3 ประเทศ
คือ ให้มีกองโจรที่ไหนไม่รู้มาปล้น บางส่วนของกองทัพ
จนทั้ง 3 กองทัพระแวงกันเอง จนฆ่ากันตายตนหมด

วิธีที่พระเจ้าจะจัดการกับปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่นั้น
เกินกว่าที่เราจะคาดเดาได้
จนต้องทำใจว่า เราคงเดาวิธีการของพระเจ้าไม่ออกเป็นแน่
แต่เราเดาผลลัพท์ได้เลยว่า
เมื่อพระเจ้าทรงช่วยกู้เรา เราจะปลอดภัยและได้รับพระพระมากมายแน่ๆ

4. เยโฮซาฟัทเคยร่วมมือกับอาหับ กษัตริย์ชั่วร้าย แล้วก็พบกับความพ่ายแพ้ที่ราโมทกิเลอาด
จนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด
แต่เยโฮซาฟัท ไม่เรียนรู้ ต่อมายังคงไปร่วมลงทุนการค้ากับ อา​หัส​ยาห์ กษัตริย์ชั่วร้าย ที่เป็นลูกชายของอาหับ
จนเรือแตก ขาดทุนมากมาย

เราควรเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต แล้วอย่าทำผิดพลาดเหมือนอย่างในอดีตอีก

แม้เยโฮซาฟัทจะรักและวางใจในพระเจ้า
แต่นั่นก็ไม่สามารถทำให้เขาได้รับสิทธิ ที่จะทำสิ่งที่พระเจ้าไม่พอพระทัย แล้วยังจะได้รับพระพรได้

เป็นการดีที่เรารักและวางใจในพระเจ้า ซึ่งจะนำพระพรยิ่งใหญ่มาสู่ชีวิตของเรา
ขณะเดียวการกระทำใดที่เราจงใจทำ ทั้งที่รู้ว่าพระเจ้าไม่พอพระทัย
การกระทำเหล่านั้นก็ไม่สามารถได้รับการอวยพรได้

คำคม

“ ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น ให้เรายังคงหวังใจในพระเจ้า ”

สรุป 2พงศาวดาร 21

ภาพรวม

  • เยโฮซาฟัทล่วงหลับไป เยโฮรัมขึ้นครองราชแทนบิดาของตน แล้วทำชั่วอย่างมากในสายพระเนตรของพระเจ้า จนยูดาห์ต้องพ่ายแพ้ต่อศัตรู และเยโฮรัมต้องป่วยตายอย่างทุกข์ทรมานยิ่งนัก

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 21 หลังจากข้าศึกจำนวนมหาศาลบุกมาโจมตีเยโฮซาฟัท เขาจึงแสวงหาการช่วยกู้จากพระเจ้า พระเจ้าจึงทรงช่วยกู้เขาอย่างอัศจรรย์

ต่อมาเย​โฮ​ชา​ฟัท​ก็​ทรง​ล่วง​หลับ​ไป เย​โฮ​รัม​พระ​​โอรส​ของ​พระ​องค์​ก็​ครอง​ราชย์​แทน
เมื่อบัลลังก์ของเยโฮรัม มั่น​คง​แล้ว พระ​องค์​ทรง​สัง​หาร​บรรดาน้องๆ​ทั้ง​หมด​ของ​พระ​องค์​เสีย

เย​โฮ​รัม​ครองราช์เมื่ออายุ 32 ปี ​ครอง​ราชย์​อยู่ 8 ปี
ทรง​ดำ​เนิน​ตาม​ทางชั่วร้าย​ของพระ​ราชา​แห่ง​อิส​รา​เอล
เพราะ​ว่า​พระ​​ธิดา​ของ​อา​หับ​เป็น​มเห​สี​ของ​พระ​องค์

ต่อมาเอ​โดม​ได้​กบฏ​ต่อพระองค์
เมื่อ​เย​โฮ​รัมไปปราบ ก็พ่ายแพ้กลับมา

ใน​เวลา​เดียว​กัน​ลิบ​นาห์​ก็​กบฏด้วย

เยโฮรัมทรง​สร้าง​ปูช​นีย​สถาน​สูง​ในยู​ดาห์
ทรงนำ​ชาว​เย​รู​ซา​เล็มและยูดาห์​ไป​ใน​การ​นอก​ใจ​พระ​เจ้า

มีจดหมายจาก ​เอ​ลี​ยาห์​ ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ มาถึงเยโฮรัม ว่า
เพราะ​เยโฮรัม​ดำ​เนิน​ใน​ทาง​ของ​บรร​ดา​พระ​ราชา​​อิส​รา​เอล และ​นำ​ยู​ดาห์​​ไป​ใน​การ​นอก​ใจ​พระ​เจ้า
และ​ยัง​ฆ่า​บรร​ดา​น้อง​ชาย​ของ​ตนเอง
พระเจ้า​จะ​ทรง​นำ​ภัย​พิ​บัติ​ยิ่ง​ใหญ่​มา​เหนือ​ชน​ชาติ​ของ​เขา และตัวเขา

แล้วพระเจ้า​ทรง​เร้า​คน​ฟีลิส​เตีย​ คน​อา​หรับ และ​คน​คูช​ ให้ยกทัพ​มา​ต่อ​สู้​กับ​ยู​ดาห์ และชนะได้
พวกเขายึดเอา​ข้าว​ของ​ทั้ง​หมดใน​พระ​ราช​วัง​ไปเสีย
รวม​ทั้ง​บรร​ดา​โอรส​และ​มเห​สี​ของ​เยโฮรัมด้วย
เหลือไว้แต่เพียง ​เย​โฮ​อา​หาส​ ​โอรส​องค์​สุด​ท้อง

ต่อมาพระเจ้า​ทรง​ทำ​ให้​ลำไส้​ของ​เย​โฮ​รัม​เป็น​โรค​ที่​รักษา​ไม่​ได้
2 ปี​ ต่อมา ลำไส้​ของ​พระ​องค์​ก็​หลุด​ออก​มา​เพราะ​โรค​นั้น
​พระ​องค์​ก็​สิ้น​พระ​ชนม์​ด้วย​ความ​ทุรน​ทุราย​อย่าง​ยิ่ง

1. สาเหตุสำคัญที่เยโฮรัม ทำสิ่งชั่วร้ายอย่างยิ่ง
ในบทนี้ระบุว่า เพราะ​ว่า​พระ​​ธิดา​ของ​อา​หับ​เป็น​มเห​สี​ของ​พระ​องค์

ซึ่งเยโฮซาฟัท กษัตริย์ที่รักพระเจ้า แต่ด้วยเหตุผลทางการเมือง
เขาจึงยอมให้เยโฮรัมลูกชายของเขา แต่งงานกับลูกของอาหับและเยซาเบล ที่แสนชั่วร้าย

โดยการกระทำของเยโฮซาฟัท จึงทำให้สงครามระหว่างยูดาห์และอิสราเอล ยุติลงชั่วระยะหนึ่ง
ดูเหมือนเป็นการแก้ปัญหาที่ดี แต่ความจริงแล้วเขาได้สร้างปัญหาใหญ่โตอย่างมากให้เกิดขึ้น
จนเป็นเหตุให้ลูกชายของเขาทุกคน ถูกเยโฮรัมบุตรหัวปีของเขา ฆ่าตาย

การแก้ปัญหาด้วยวิธีการของมนุษย์ ที่ขัดแย้งกับพระวจนะของพระเจ้านั้น
อาจจะสามารถแก้ปัญหาเฉพาะได้ ชั่วระยะเวลาหนึ่ง
แต่มันกำลังก่อปัญหาที่ใหญ่โตและรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ที่จะตามมาในไม่ช้า

2. มีจดหมายจากเอลียาห์ มาถึงเยโฮรัม
ซึ่งในเวลานั้นเอลียาห์ได้ถูกรับขึ้นไปสวรรค์ก่อนหน้านั้นแล้ว
จดหมายนี้น่าจะเป็นจดหมายที่เอลียาห์เขียนไว้ล่วงหน้า ตามการสำแดงของพระเจ้า
แล้วกำชับให้คนส่งให้เยโฮรัม ตามเวลาที่เอลียาห์ได้ระบุไว้

พระเจ้าทรงทราบทุกสิ่งก่อนที่เหตุการณ์เหล่านั้นจะบังเกิดขึ้น
และพระองค์ทรงเตรียมการบางอย่างไว้แล้ว สำหรับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น

เราอาจจะไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับเรา
แต่พระเจ้าทรงทราบ และพระองค์ทรงจัดเตรียมบางอย่างที่จำเป็นไว้สำหรับเราไว้ล่วงหน้าแล้ว

3. เยโฮรัมพบกับสิ่งเลวร้าย ถูกปล้นทรัพย์สินไปหมด ลูกเมียทั้งหมดถูกฉุดไป