สรุป 2พงศาวดาร 14

ภาพรวม

  • อาสาขึ้นครองราชย์ แทนอาบียาห์ผู้เป็นบิดา พระองค์ทรงทำสิ่งที่ถูกต้องต่อพระเจ้า ดังนั้นเมื่อมีศัตรูมากมายจากคูชบุกมาโจมตี พระเจ้าจึงทรงช่วยพระองค์ให้มีชัยชนะ

# สรุป

@ สื่งที่เรียนรู้

2 พงศาวดาร บทที่ 14 หลังจากที่อาบียาห์(หลานของซาโลมอน) กษัตริย์ของยูดาห์ ทำสงครามกับเยโรโบอัม กษัตริย์ของอิสราเอล 10 เผ่า อาบียาห์ร้องทูลต่อพระเจ้า จึงได้รับชัยชนะอย่างงดงาม

ต่อมาอา​บี​ยาห์ได้​ล่วง​หลับ​ไป และ​อา​สา​พระ​​โอรส​ของ​พระ​องค์​ก็​ขึ้น​ครอง​ราชย์​แทน
แผ่น​ดิน​สงบ​อยู่​ 10 ​ปี

อา​สา​ทรง​ทำ​สิ่ง​ที่​ดี​และ​ถูก​ต้อง​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของพระเจ้า
​ทรง​รื้อ​แท่น​บูชา​และรูปเคารพต่างๆ
และ​ทรง​บัญ​ชา​ให้​ยู​ดาห์ ​แสวง​หาพระเจ้าและ​ให้​รักษา​​พระ​บัญ​ญัติของพระองค์
และ​อา​ณา​จักร​ก็​มี​ความ​สงบ​สุข​ภาย​ใต้​พระ​องค์
เพราะ​พระเจ้าประ​ทาน​การ​หยุด​พัก​แก่​พระ​องค์

ทรง​สร้าง​เมือง​ป้อม​ใน​ยู​ดาห์ และ​ล้อม​ด้วย​กำ​แพง หอ​คอย​ประตู​และ​ดาล​ประตู
​ทรง​มี​กอง​ทัพ 580,000 คน

ต่อมา เศ-ราห์​ ชาว​คูช​ ยกทัพมาสู้กับอาสา ด้วย​ทหาร​ 1,000,000 ​คน และ​รถ​รบ 300 คัน​
และ​อา​สา​ทรง​ออก​ไป​ปะทะ​กับ​เขา

อา​สา​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระเจ้า ว่า
​ไม่​มี​ใคร​ช่วย​ได้​เหมือน​พระเจ้า ใน​การ​สู้​รบ​กัน​ระ​หว่าง​พวก​มี​กำลัง​กับ​พวก​ไม่​มี​กำลัง
ขอพระเจ้าทรง​ช่วย​พวก​เขา เพราะ​พวกเขา​พึ่ง​พระ​องค์
ขอ​อย่า​ทรง​ให้​มนุษย์​ชนะ​พระเจ้า

พระ​เจ้า​จึง​ทรง​โจม​ตี​ชาว​คูช​ แล้ว​ชาว​คูช​ก็​หลบ​หนี
อา​สา​และ​ทหารก็​ไล่​ตามฆ่า​พวก​เขา​ไป จน​ไม่​เหลือ​แม้​แต่​คน​เดียว
คน​ยู​ดาห์​จึง​เก็บ​ของ​ริบ​ได้​มาก​มาย
​พวก​เขา​เข้า​ตีพันธมิตรของคูช คือ​เมือง​ต่างๆ รอบๆ เมือง​เก-ราร์ และ เต็นท์​ของ​พวก​ที่​มี​ฝูง​ปศุ​สัตว์
และ​ยึด​เมือง​ทั้ง​หมด ​ริบของได้มากมาย​ รวมทั้งยึด​แกะ​และ​อูฐ​ไป​มาก​มาย
และ​พวก​เขา​ก็​กลับ​ไป​ยัง​เย​รู​ซา​เล็ม

1. อาสา ทำ​สิ่ง​ที่​ดี​และ​ถูก​ต้อง​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของพระเจ้า
จึงพบกับความสงบสุข และเจริญรุ่งเรือง
แต่ก็แค่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง
10 ปี ต่อมาก็มีกองทัพคูช 1,000,000 คน บุกมาโจมตี
นั่นไม่ใช่เหตุร้าย แต่เป็นพระพรที่พระเจ้าเพิ่มพูนให้แก่อาสา
เพราะคนคูชเหล่านั้นมาเพื่อพ่ายแพ้ เพื่อทิ้งทรัพย์สมบัติมากมายให้แก่อาสา

เมื่อเราดำเนินในความยำเกรงพระเจ้า สิ่งดีจะเกิดขึ้นกับเรา
และแม้มีสิ่งที่ดูเหมือนไม่ดีเกิดขึ้นกับเรา
ในที่สุดแล้วสิ่งนั้นก็ยังจะกลับกลายเป็นสิ่งดีอยู่ดี

2. อาสาได้ตระเตรียม ​เมือง​ป้อม​ใน​ยู​ดาห์ และ​ล้อม​ด้วย​กำ​แพง หอ​คอย​ประตู​และ​ดาล​ประตู
และ​กอง​ทัพ 580,000 คน เพื่อเอาไว้ป้องกันตนเอง จากศัตรู
ปรากฏว่า เมื่อศัตรูบุกมาจริงๆ ด้วยจำนวนมากมายมหาศาล
สิ่งที่อาสาเตรียมไว้นั้น ไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลย

แต่เมื่อเขาขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า พึ่งพาพระองค์
ปรากฏว่าพระเจ้าทรงโจมตีศัตรูเหล่านั้นเอง
ป้อมปราการ หอคอย ดาลประตู ที่อุตส่าห์เตรียมไว้ จึงไม่ได้ใช้สักอย่าง

เป็นการดีที่จะเตรียมตัวป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้น
แต่อย่าให้เราเอาความไว้วางใจของเราไปไว้ที่การเตรียมเหล่านั้น
เพราะว่าบางทีเมื่อเหตุร้ายเกิดขึ้น สิ่งที่เราอุตส่าห์เตรียมตัวไว้อาจใช้การไม่ได้เลยก็ได้

ให้เราเอาความไว้วางใจของเราไปไว้ที่พระเจ้า
เพราะเรารู้แน่ว่า
เมื่อเหตุร้ายเกิดขึ้น กับคนที่ไว้วางใจในพระเจ้า
พระองค์ไม่เพียงสามารถป้องกันเขาจากเหตุร้ายเท่านั้น
แต่พระองค์ผู้ทรงฤทธิ์ยังสามารถเปลี่ยนเหตุร้ายนั้นให้กลายเป็นพระพรมากมายได้อีกด้วย

3. เมื่ออา​สา​ร้อง​ทูล​ต่อ​พระเจ้า พระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของเขา
เราเห็น ท่าทีที่โดดเด่นในคำอธิษฐานของเขา อย่างน้อย 2 อย่าง คือ
ความถ่อมใจ และ ความไว้วางใจในพระเจ้า

ความถ่อมใจ คือ การยอมรับตนเองอย่างที่ตนเองเป็นจริงๆ
อาสาเรียกพวกของตนว่า “พวก​ไม่​มี​กำลัง” ทั้งที่เขามีทหารอยู่ถึง 280,000 คน
​เพราะเขายอมรับความจริงว่า
ถ้าพระเจ้าไม่ช่วย ก็คงไม่มีใครช่วยเขาได้แล้ว
เขาไม่มีกำลังที่จะชนะศัตรูได้ด้วยตนเอง

ความไว้วางใจในพระเจ้า คือ การพึ่งพาพระเจ้าเท่านั้น ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
สิ่งเดียวที่อาสาทำ คืออธิษฐาน ขอพระเมตตาจากพระเจ้า พึ่งพา​พระ​องค์
“ขอ​อย่า​ทรง​ให้​มนุษย์​ชนะ​พระเจ้า”
ศัตรูพึ่งพากำลังมหาศาลของมนุษย์
แต่อาสาขอพึ่งพาพระเจ้า
ขอพระเจ้า อย่าทรงอนุญาตให้พวกพึ่งพามนุษย์ มีชัยชนะต่อพวกที่พึ่งพาพระเจ้าเถิด

วันนี้ ปัญหาของเราสามารถคลี่คลาย เปลี่ยนร้ายกลายเป็นดีได้
เมื่อเราถ่อมใจลงต่อพระเจ้า และอธิษฐานร้องทูลต่อพระองค์ พึ่งพาพระองค์ด้วยสุดใจ

คำคม่

“ การเตรียมตัวอย่างดีที่สุด ไม่สามารถมาแทนที่การพึ่งพาพระเจ้าอย่างสุดใจได้ ”