แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (มก.3:28-30){ การหมิ่นประมาทต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ }

“แต่ใครกล่าวคำหมิ่นประมาทต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ จะทรงอภัยให้คนนั้นไม่ได้ตลอดไป แต่คนนั้นจะมีโทษของบาปชั่วนิรันดร์” มก. 3:29

แนวคิด :
– พระเยซู พูดถึงบาปอย่างหนึ่งที่น่าสะพรึงกลัวมาก เพราะผู้ที่มีบาปนี้ไม่อาจรับอภัยได้เลย “บาปแห่งการหมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์”
– บาปทุกอย่างและคำหมิ่นประมาททุกอย่าง จะทรงอภัยให้มนุษย์ได้ ยกเว้น ใครกล่าวคำหมิ่นประมาทต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ จะทรงอภัยให้คนนั้นไม่ได้ตลอดไป (29)
– ที่พระเยซู เรียกพวกเขาว่า เขา “หมิ่นประมาทต่อพระวิญญาณบริสุทธ์” เพราะว่า พวกเขาหาว่าพระเยซูมีผีสิง (30) พวกเขากล่าวหาว่า ฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็น ฤทธิ์ของปีศาจ
– เป็นที่น่าสังเกตคือ เมื่อพระเยซูขับผีออก แล้วคนนั้นก็หายเป็นปกติ พวกธรรมจารย์ซึ่งมีความรู้ในพระคัมภีร์เป็นอย่างดี ก็รู้อยู่แก่ใจว่า นี่คือสิ่งดีที่เกิดขึ้น และเขาก็รู้อยู่แก่ใจว่านี่เป็นฤทธานุภาพของพระเจ้า
– แต่เขาไม่ใส่ใจความจริงนี้ เพียงแค่อยากจะทำลายความน่าเชื่อถือ(discredit)ของพระเยซู พวกเขาถีงกับยอมโกหก บิดเบือนความจริง ดูถูกพระเจ้าว่าฤทธิ์อำนาจของพระองค์ คือฤทธิ์ของปีศาจ (ทั้งที่เขาเองก็รู้อยู่ในใจว่าอะไรเป็นอะไร)
– เขายอมบิดเบือนความจริง ยอมให้เกียรติผี แล้ว ดูถูกพระเจ้า เพียงเพื่อให้ตนเองได้รับประโยชน์ในสังคม
– ดังนั้น การหมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์ จึง
>>> ไม่ใช่เรื่องของการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เข้าใจผิดคิดว่า สิ่งนี้ไม่ได้เป็นมาจากพระเจ้า จึงออกมาต่อต้าน ซึ่งแท้จริงเป็นมาจากพระเจ้า แบบนี้เมื่อรู้ตัวก็กลับใจได้
>>> แต่หมายถึง รู้อยู่แก่ใจ ว่าเป็นมาจากพระเจ้า แต่จงใจบิดเบือน จงใจโกหก ใส่ร้ายป้ายสีว่าเป็นมาจากมาร เพื่อจะดำเนินตามทิฐิมานะของตนเอง หรือเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง
[ที่สำคัญคือ พระเจ้า จะเป็นผู้ตัดสินเอง ว่า ใครที่หมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพราะพระองค์ผู้เดียวเท่านั้นที่ รู้จักจิตใจของมนุษย์แต่ละคนเป็นอย่างดี]

การประยุกต์ใช้ :
พระคัมภีร์แนะนำ เช่นนี้
• อย่าเชื่อทุกวิญญาณ
1ยน. 4:1 …ท่านที่รักทั้งหลาย อย่าเชื่อทุกๆ วิญญาณ แต่จงพิสูจน์วิญญาณนั้นๆ ว่ามาจากพระเจ้าหรือไม่ …
• แต่ก็อย่าดูถูกไปหมดทุกการสำแดง
1ธส. 5:20 อย่าดูหมิ่นถ้อยคำของผู้เผยพระวจนะ
• จงพิสูจน์ทุกสิ่ง อันไหนจริงก็ยึดไว้ อันไหนไม่ใช่ก็โยนทิ้งไป อย่าเอามาใส่ใจหรือเกี่ยวข้อง
1ธส. 5:21 จงพิสูจน์ทุกสิ่ง สิ่งที่ดีนั้นจงยึดถือไว้ให้มั่น

วิธีพิสูจน์ ง่ายนิดเดียว
ลก. 6:44 เพราะว่าจะรู้จักต้นไม้แต่ละต้นได้ ก็ด้วยผลของมัน …
สิ่งที่เป็นมาจากพระวิญญาณ จะมีผลของพระวิญญาณปรากฏ (กท.5:22-23)
สิ่งที่เป็นมาจากพระเจ้า จะส่งผลให้เกิดบุคลิกลักษณะของพระเจ้า
ตอนแรกๆ บางต้นผลปลอมมาอย่างเนียน ดูไม่ออก แต่สักพักไม่นาน เราก็จะสังเกตได้อย่างแน่นอน
อันไหนผลจริง อันไหนผลพลาสติคที่เอากาวมาติดกับต้นไว้

โฆษณา

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว ( ยน.16:31) { เข้าใจผิด }

แนวคิด :

– เมื่อพวกสาวกบอกพระเยซูว่า พวกเขาเชื่อแล้วว่าพระเยซูมาจากพระเจ้า(ข้อ 30) พระเยซูจึงถามพวกเขากลับ เพื่อให้พวกเขาไตร่ตรองเพื่อจะรู้ความจริง ว่า “พวกเขาเชื่อจริงๆแล้วหรือยัง”

– ตอนนี้พวกเขาเข้าใจผิด คิดว่า พวกเขาเชื่ออย่างสุดใจแล้ว

– เป็นไปได้ว่า ณ วินาทีนั้น เขาเชื่อจริงๆว่าพระเยซูมาจากพระเจ้า แต่ความเชื่อนั้นยังจริงไม่พอ ที่จะทำให้พวกเขายังคงเชื่อเช่นนั้นต่อไป เมื่อเวลาแห่งการทดสอบมาถึง

การประยุกต์ใช้ :

– วันนี้ เราอาจจะมีความเชื่อน้อยกว่า ที่ตัวเราเองคิด อยู่มากก็เป็นไปได้

– “การคิดว่า เราเชื่อ” กับ “การที่เรามีความเชื่อ” เป็นคนละเรื่องกัน

– แบบแรก อาจแค่ทำให้เราสบายใจ แต่แบบหลัง จะทำให้เรายืนหยัดอยู่ได้ ท่ามกลางการทดสอบความเชื่อที่จะมาถึง

– ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงช่วยเรา ให้เหตุการณ์และสถานการณ์ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเราในวันนี้ ทำให้เรามีความเชื่อวางใจในพระเยซูมากยิ่งขึ้น เพื่อเราจะมีความเชื่อแท้ สามารถยืนหยัดอยู่ได้ ท่ามกลางการทดสอบที่จะมาถึงในอนาคต

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว (โยบ. 36:19-23) { แม้ต้องทุกข์ใจ }

“ระวังให้ดี อย่าหันไปหาความชั่ว เพราะเหตุนี้ ท่านจึงถูกทดสอบด้วยความทุกข์ใจ”โยบ 36:21

แนวคิด :
– ในวันแห่งพระพิโรธของพระเจ้า ความร่ำรวยไร้ประโยชน์(สภษ.11:4) ในวันแห่งการลงโทษของพระเจ้า ความร่ำรวย หรือ ความพยายามสุดกำลังใดๆ ก็ไม่สามารถช่วยมนุษย์ในพ้นการลงโทษของพระเจ้าได้
– ดังนั้น อย่าปรารถนาค่ำคืนแห่งความมืดชีวิต ดำเนินชีวิตในความมืดมิด แต่ จงระวังอย่าหันไปหาความชั่ว
อย่าเลือกความชั่ว มากกว่า ความทุกข์ใจ
ยอมทุกข์ใจวันนี้ เพราะไม่ยอมทำชั่ว ดีกว่า ยอมทำชั่ววันนี้ มีความสุขปลอม(ความสุขพลาสติค) แล้วพบกับความทุกข์ระทมใจอย่างแสนสาหัสที่แท้จริง
– พระเจ้าทรงพลานุภาพ วิธีการของพระองค์เกินที่จะหยั่งรู้ได้ การสอนของพระองค์ไม่มีใครเหมือน ไม่มีใครกำหนดให้พระองค์ว่าพระองค์ต้องสอนแบบนี้หรือแบบนั้น และไม่มีใครหน้าไหนสามารถพูดได้ว่า พระองค์ทำผิดแล้ว วิธีสอนของพระองค์ไม่ถูกต้อง
– โยบ 36:15 “พระองค์ทรงช่วยกู้ผู้ทุกข์ยากไว้ด้วยความทุกข์ยากของเขา และทรงให้ความลำเค็ญเบิกหูของเขา”
พระเจ้าสอน ผู้ทุกข์ยาก ด้วยผ่านความทุกข์ยากจของเขา ทรงทำให้ความลำเค็ญทำให้เขาเข้าใจและพบปัญญา

การประยุกต์ใช้ :
– อย่าแสวงหาทางออกของชีวิตผิดทาง เงิน หรือ ความพยายามมากๆอย่างสุดกำลัง ก็ช่วยเราไม่ได้ จงหันมาหาพระเจ้า พึ่งพาพระองค์อย่างสุดใจ
– เมื่อต้องตัดสินใจ ระหว่าง ความทุกข์ใจ กับ การทำชั่ว จงเลือก ความทุกข์ใจ เพราะในที่สุดพระเจ้าเองจะเปลี่ยนให้ความทุกข์ใจนั้นเป็นพระพรและความชื่นชมยินดีใหญ่โต
-วันนี้ ถ้าพระเจ้าอนุญาตให้ความทุกข์ใจเกิดกับเรา “จงเปิดหู เปิดตา เปิดใจ” สังเกตและเรียนรู้ สิ่งที่พระองค์กำลังสอนเราจากเหตุการณ์ในวันนี้ พระเจ้ากำลังสอนเราผู้ที่พระองค์ทรงรัก ด้วยวิธีการที่เกินความเข้าใจของเรา
ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงช่วยเรา ให้เราเข้าใจและขอบพระคุณสำหรับเหตุการณ์ในวันนี้ได้ด้วยเถิด